The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลของโปรแกรมส่งเสริมการทำหน้าที่ของครอบครัวต่อความสามารถของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

งานวิจัย

ผลของโปรแกรมส่งเสริมการทำหน้าที่ของครอบครัวต่อความสามารถของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง

93 ใบกิจกรรมที่ 1 การแสดงออกซึ่งความรัก ความห่วงใย และเอาใจใส่ของครอบครัว คำชี้แจง : ให้สมาชิกจับกลุ่ม 3- 5 คนอภิปรายตามประเด็นดังต่อไปนี้พร้อมนำเสนอในหลุ่มใหญ่ 1. เขียนประสบการณ์ของการแสดงออกซึ่งความรัก ความห่วงใย และการเอาใจใส่ที่ไม่เหมาะสมกับ ความต้องการในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง ซึ่งอาจจะมากไปหรือน้อยไป 2. ให้สมาชิกในกลุ่ม ช่วยกันปรับเปลี่ยนให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์ 3. ให้สมาชิกเล่าถึงสิ่งที่ปรารถนาและแรงจูงใจที่จะบรรลุ เป้าหมายในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความ เสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง


94 ใบความรู้ที่ 1 วิธีการเสริมสร้างความรัก ความผูกพันธ์ในการทำหน้าที่ของครอบครัว ความผูกพันทางอารมณ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวที่เหมาะสมต้องอยู่บนพื้นฐานของความรัก ความ ห่วงใย และเอาใจใส่ ด้วยความเข้าใจในความต้องการของอีกฝ่ายจึงจะทำให้เป็น การตอบสนองความต้องการ ทางอารมณ์ของอีกฝ่ายหนึ่งได้อย่างเหมาะสม สำหรับครอบครัวที่มีผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อ ความรุนรง ที่ปราศจากความผูกพัน ครอบครัวไม่ให้ความสนใจต่อผู้ป่วย เบื่อ รู้สึกเป็นภาระ ครอบครัวที่มีความผูกพันแบบไม่มีความรู้สึกแบบครอบครัว ก็ให้ความสนใจในเรื่องการดูแลผู้ป่วย เป็นเพียงเรื่องอยากควบคุมเท่านั้น และครอบครัวที่มีความผูกพันที่มากเกินไปในลักษณะ ของการปกปฺ้องหรือ จุ้นจ้านมากเกินไปจนถึงระดับผูกพันแน่นแฟฺ้นเหมือนเป็นบุคคลเดียวกัน จนขอบเขตความเป็นส่วนตัวของแต่ ละบุคคลไม่ชัดเจนหรือไม่มีเลย ย่อมทำให้เกิดปัญหา ความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ การเสริมสร้างการปฏิบัติ หน้าที่ของครอบครัวด้านความผูกพัน ทางอารมณ์โดยให้สมาชิกในครอบครัวเข้าใจถึงความผูกพันทางอารมณ์ ต่อกันที่เหมาะสม ครอบครัวหรือผู้ดูแลแสดงออกถึงความรู้สึกรัก ห่วงใย เอาใจใส่ใจในการดูแลพฤติกรรมใน การดูแลตนเองของผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม ปรับความคิด เปลี่ยนมุมมองใหม่ในเชิงสร้างสรรค์ และแสดงออก ถึงความผูกพัน ทางอารมณ์ที่มีต่อกันได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ครอบครัวหรือผู้ดูแลเกิดความมั่นใจ มีความรู้ ทักษะ ทัศนคติ แรงจูงใจที่ดีและความเข้มแข็งภายในตัวบุคคล ความสามารถในการประเมินสถานการณ์ที่ จะเกิดขึ้น ตลอดจนความสามารถในการขอความช่วยเหลือจากแหล่งสนับสนุนต่าง ๆ ได้


95 ภาคผนวก ข เครื่องมือในการวิจัย


96 ส่วนที่1 แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง คำชี้แจง โปรดทำเครื่องหมาย ลงในช่องว่างหน้าข้อความที่เป็นจริงเกี่ยวกับผู้ดูแลและเติมคำในช่องว่าง ที่กำหนดไว้ 1. เพศ ชาย หญิง 2. ปัจจุบันท่านมีอายุ................................ปี 3. ความสัมพันธ์กับผู้ป่วย บิดา-มารดา พี่-น้อง บุตร สามี-ภรรยา อื่นๆ ระบุ................................................. 4. สถานภาพสมรส โสด คู่ หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ 5. ระดับการศึกษาสูงสุด ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อนุปริญญา ปริญญาตรี สูงกว่าปริญญาตรี ไม่ได้รับการศึกษา 6. อาชีพ ข้าราชการ,รัฐวิสาหกิจ เกษตรกรรม รับจ้าง ไม่ได้ประกอบอาชีพ อื่นๆ ระบุ............................................. 7. รายได้ ......................................บาท/เดือน 8. ระยะเวลาการเจ็บป่วยทางจิตของผู้ป่วย 6 เดือน - 2 ปี 2 – 5 ปี 5 – 10 ปี 10 ปีขึ้นไป 9. ระยะเวลาในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง...................ปี 10. พฤติกรรมที่เป็นปัญหาของผู้ป่วยในการดูแล ทำร้ายตนเอง ก้าวร้าว ทำร้ายผู้อื่น/ทำลายทรัพย์สิน หลงผิดและคิดทำร้ายผู้อื่น มีประวัติก่อคดีอาญารุนแรง (ฆ่า ข่มขืน วางเพลิง) ไม่รับประทานยาตามแพทย์สั่ง อื่น ๆ ระบุ.................................................


97 ส่วนที่ 2 แบบวัดความสามารถในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง คำชี้แจง ให้ท่านทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องที่ตรงกับการกระทำกิจกรรมเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยหรือตรง กับความรู้สึก หรือลักษณะของผู้ดูแล หรือลักษณะของผู้ดูแล ไม่มีคำตอบใดถูกหรือผิด ดังนั้น ขอให้ผู้ดูแลตอบคำถามตามการกระทำ ความรู้สึก หรือลักษณะที่ผู้ดูแลคิดว่าตรงกับตนเองมากที่สุดการให้ ความหมายของข้อความที่เลือกมีดังนี้ ไม่ตรงกับตัวท่านเลย หมายถึง ข้อความนั้นไม่ตรงกับการการกระทำ ความรู้สึก หรือลักษณะของท่านเลย ตรงกับตัวท่านน้อย หมายถึง ข้อความนั้นตรงกับการกระทำ ความรู้สึก หรือลักษณะของท่านน้อย ตรงกับตัวท่านปานกลาง หมายถึง ข้อความนั้นตรงกับการกระทำ ความรู้สึก หรือลักษณะของท่านปานกลาง ตรงกับตัวท่านมาก หมายถึง ข้อความนั้นตรงกับการกระทำความรู้สึกหรือลักษณะของท่านมาก ตรงกับตัวท่านมากที่สุด หมายถึง ข้อความนั้นตรงกับการกระทำ ความรู้สึก หรือลักษณะของท่านมากที่สุด ข้อความ ไม่ตรง กับตัว ท่าน เลย ตรง กับตัว ท่าน น้อย ตรงกับ ตัวท่าน ปาน กลาง ตรงกับ ตัวท่าน มาก ตรง กับตัว ท่าน มาก ที่สุด 1. ท่านดูแลความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นประจำสม่ำเสมอ 2. ท่านพยายามให้การดูแลผู้ป่วยด้วยตนเองมาก ที่สุด 3. ท่านมีกำลังใจในการดูแลและช่วยเหลือผู้ป่วยได้ ตามที่ต้องการ 4. ท่านดูแลจัดชนิดและปริมาณอาหารให้ผู้ป่วย รับประทานอย่างเพียงพอและเหมาะสม 5. ท่านปรับปรุงวิธีการสื่อสารกับผู้ป่วย ให้เข้าใจ ตรงกัน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว 6. ท่านดูแลหรือจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อไม่ให้เกิด อันตรายต่อผู้ป่วยอยู่เสมอ เช่น เก็บของมีคม จัด ห้องให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นต้น 7. ท่านดูแลเรื่องกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วย เช่น ดูแลให้ผู้ป่วยอาบน้ำ แปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้า เป็น ต้น 8. ท่านตัดสินใจเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยเมื่อผู้ป่วยมี อาการทางจิตกำเริบหรือก่อปัญหารบกวน 9.ท่านดูแลให้ผู้ป่วยพักผ่อนและนอนหลับอย่าง เพียงพอกับภาวะสุขภาพ 10.ท่านได้ตรวจสอบสิ่งที่ปฏิบัติเป็นประจำเพื่อ


98 ข้อความ ไม่ตรง กับตัว ท่าน เลย ตรง กับตัว ท่าน น้อย ตรงกับ ตัวท่าน ปาน กลาง ตรงกับ ตัวท่าน มาก ตรง กับตัว ท่าน มาก ที่สุด รักษาสุขภาพของผู้ป่วย เช่น การรับประทานยา การสังเกตอาการผิดปกติ เป็นต้น 11. ท่านมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์ ไม่มีโรค ประจำตัวร้ายแรงที่จะเป็นอุปสรรคในการดูแลผู้ป่วย 12. ท่านจัดสรรเวลาในการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง 13. ท่านดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยเมื่อมีอาการไม่สุข สบายต่างๆ เช่น อ่อนเพลีย มีอาการข้างเคียงจากยา เป็นต้น 14. ท่านเห็นความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นจาก อาการผิดปกติของผู้ป่วย 15. ท่านมีวิธีการจัดการดูแลผู้ป่วยเมื่อเกิดปัญหา ต่างๆ 16. ท่านปรับกิจกรรมการดูแลผู้ป่วย เพื่อให้ เหมาะสมกับสภาพร่างกายของท่านที่จะดูแลผู้ป่วย 17. ท่านทำกิจกรรมการดูแลผู้ป่วยโดยคำนึงถึง สุขภาพที่ดีของผู้ป่วย 18. ท่านจะซักถามจนเข้าใจ เมื่อได้รับคำแนะนำ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของผู้ป่วย 19. ท่านขอคำปรึกษาจากผู้อื่น เมื่อมีปัญหาในการ ดูแลผู้ป่วย เช่น ญาติพี่น้อง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เป็นต้น 20. ท่านขอความช่วยเหลือจากญาติและเพื่อนฝูงใน การดูแลผู้ป่วยเมื่อมีความต้องการ 21. ท่านสอบถามแพทย์เกี่ยวกับผลและฤทธิ์ ข้างเคียงของยาเมื่อผู้ป่วยได้รับยาชนิดใหม่


99 เครื่องมือในการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง เลขที่แบบสอบภาม.................................... ส่วนที่ 3 แบบประเมินการทำหน้าที่ของครอบครัวของผู้ดูแล คำชี้แจง: ข้อความต่อไปนี้ตรงกับครอบครัวของคุณมากน้อยเพียงใด แล้วทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับ ความจริงมากที่สุด อย่าใช้เวลาคิดนาน ให้ตอบอย่างรวดเร็วโดยเลือกความคิดแรกที่เกิดขึ้นทันทีที่ท่านอ่านข้อความจบ ข้อความ ไม่ตรง เลย ตรง เล็กน้อย ตรงปาน กลาง ตรงมาก ที่สุด 1. สมาชิกในครอบครัวช่วยกันแก้ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นใน บ้านได้ 2. มีการพูดคุยกันเสมอว่า วิธีแก้ปัญหาที่ทำไปนั้นได้ผลหรือไม่ 3. เมื่อคุณขอให้คนในครอบครัวทำอะไรให้ คุณมักไม่แน่ใจว่า เขาจะทำให้หรือเปล่า 4. ครอบครัวของคุณแสดงความรักใคร่เอ็นดูต่อกันมากพอแล้ว 5. คุณรู้สึกมีอิสระและเป็นตัวของตัวเองเพียงพอแล้ว 6. คนในครอบครัวสามารถทำผิดได้โดยไม่ต้องรับโทษ 7. ทุกคนเข้ากันได้เป็นอย่างดี 8. เมื่อมีปัญหา เรามักปรึกษากันว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร 9. บ่อยครั้งที่คุณไม่สามารถพูดในสิ่งที่คุณคิดหรือรู้สึก 10. ทุกคนในครอบครัวมีงานบ้านที่ต้องรับผิดชอบ 11. แต่ละคนแสดงความรู้สึกทั้งดีและไม่ดีต่อกันอย่างเปิดเผย 12. คนในครอบครัวจะสนใจคุณก็ต่อเมื่อเรื่องนั้นเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับเขา 13. ครอบครัวของคุณห้ามมีการทำร้ายร่างกายกัน 14. สมาชิกในครอบครัวมีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน 15. การตกลงเรื่องต่างๆร่วมกันเป็นไปได้ลำบาก เพราะไม่ค่อย เข้าใจกัน 16. ทุกคนสามารถพูดกันตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม 17. ครอบครัวของคุณไม่เคยขาดสิ่งจำเป็น เช่น อาหาร เสื้อผ้า ยารักษาโรค 18. บางคนในครอบครัวไม่ค่อยแสดงอารมณ์หรือความรู้สึก 19. ทุกคนยอมรับว่า แต่ละคมมีแบบฉบับของตนเอง 20. ครอบครัวของคุณรักใคร่ปรองดองกันดี 21. บางคนในครอบครัวก็ยุ่งวุ่นวายกับคนอื่นมากเกินไปจนน่า อึดอัดใจ


100 ข้อความ ไม่ตรง เลย ตรง เล็กน้อย ตรงปาน กลาง ตรงมาก ที่สุด 22. ขณะนี้ครอบครัวของคุณมีความสุขดีพอแล้ว 23. คุณรู้ชัดเจนว่าแต่ละคนรู้สึกอย่างไรเมื่อฟังจากคำพูดของเขา 24. ครอบครัวของคุณต่างคนต่างอยู่ 25. ครอบครัวของคุณเผชิญกับปัญหาต่างๆร่วมกันได้ดี 26. ครอบครัวของคุณแก้ปัญหาความไม่สบายใจระหว่างกันได้ ค่อนข้างดี 27. ครอบครัวของคุณมีลักษณะตามสบาย ไม่ยึดถือมาตรฐาน หรือกฎเกณฑ์ใดๆ 28. ทุกคนมักจะพูดกันตรงๆแทนที่จะพูดผ่านอีกคนหนึ่ง 29. แต่ละคนปฏิบัติหน้าที่ของตนได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง 30. ในครอบครัวของคุณใครจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ 31. คุณกล้าบอกคนในครอบครัวเมื่อเขาทำสิ่งที่คุณไม่ชอบ 32. ในยามวิกฤติคนในครอบครัวสามารถพึ่งพาอาศัยกันได้ 33. ผู้ใหญ่ในครอบครัวออกคำสั่งหรือควบคุมเด็กมากเกินไป 34. คุณระบายความทุกข์ใจให้คนในครอบครัวฟังได้ 35. ครอบครัวของคุณให้ความสำคัญต่อความรู้สึกของสมาชิก 36. ในครอบครัวของคุณมีความรู้สึกที่ไม่ดีเกิดขึ้นมากมาย


101 ภาคผนวก ค การพิทักษ์สิทธิผู้เข้าร่วมวิจัย หนังสือรับรองเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการวิจัย Certificate of Completion เอกสารชี้แจงอาสาสมัครกลุ่มตัวอย่าง (Information sheet) สำหรับผู้เข้าร่วมวิจัย


102


103


104


105


106 คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ AF 07.1 เอกสารข้อมูลคำอธิบายสำหรับอาสาสมัครผู้รับการวิจัย (Information sheet for research participant) เริ่มใช้ ธันวาคม 2561 ชื่อโครงการวิจัย : ผลของโปรแกรมส่งเสริมการทำหน้าที่ของครอบครัวต่อความสามารถของผู้ดูแลผู้ป่วย จิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง ผู้สนับสนุนการวิจัย : - ผู้วิจัยหลัก ชื่อ นางสาวพรทิพย์ โพธิครูประเสริฐ สถานที่ทำงาน ศูนย์ญาติเยี่ยมและจำหน่าย กลุ่มงานการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชชุมชน กลุ่มภารกิจการพยาบาล โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ หมายเลขโทรศัพท์ ที่ทำงาน 0-7791-6637 , มือถือ 06-4923-5562 ผู้วิจัยร่วม 1 ชื่อ นางสาวปลดา เหมโลหะ สถานที่ทำงาน คลินิกเฉพาะทาง กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก กลุ่มภารกิจการพยาบาล โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ หมายเลขโทรศัพท์ ที่ทำงาน 0-7791-6500, มือถือ 08-9874-4179 ผู้วิจัยร่วม 2 ชื่อ ดร.มัฎฐวรรณ ลี้ยุทธานนท์ สถานที่ทำงาน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี หมายเลขโทรศัพท์ ที่ทำงาน 0-7727-2571 ต่อ 351, มือถือ08-4187-2080 เรียน อาสาสมัครผู้รับการวิจัยทุกท่าน ท่านได้รับเชิญให้เข้าร่วมในโครงการวิจัยเรื่อง ผลของโปรแกรมส่งเสริมการทำหน้าที่ของครอบครัวต่อ ความสามารถของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง เนื่องจากท่านเป็นผู้หนึ่งที่มี คุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดงานวิจัย ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจเข้าร่วมในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ขอให้ท่านอ่าน เอกสารฉบับนี้อย่างถี่ถ้วน เพื่อให้ท่านได้ทราบถึงเหตุผลและรายละเอียดของการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ หากท่านมี ข้อสงสัยใดๆ เพิ่มเติม กรุณาซักถามจากทีมงานของผู้ทำวิจัย หรือผู้ร่วมทำวิจัยซึ่งจะเป็นผู้สามารถตอบคำถาม และให้ความกระจ่างแก่ท่านได้ ท่านสามารถขอคำแนะนำในการเข้าร่วมโครงการวิจัยนี้จากครอบครัว เพื่อน หรือแพทย์ประจำตัว ของท่านได้ ท่านมีเวลาอย่างเพียงพอในการตัดสินใจโดยอิสระ ถ้าท่านตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าร่วมใน โครงการวิจัยนี้ ขอให้ท่านลงนามในเอกสารแสดงความยินยอมขอเข้าร่วมในโครงการวิจัยนี้


107 คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ AF 07.1 เอกสารข้อมูลคำอธิบายสำหรับอาสาสมัครผู้รับการวิจัย (Information sheet for research participant) เริ่มใช้ ธันวาคม 2561 เหตุผลความเป็นมา จากสถานการณปจจุบันมีเหตุการณความรุนแรงที่ก่อให้เกิดผลกระทบทั้งตนเอง ผู้อื่น และทรัพย์สิน กลุ่มบุคคลที่ก่อความรุนแรงส่วนหนึ่งมีประวัติเปนผูป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง ที่มี ความผิดปกติทางความคิด อารมณ์หรือพฤติกรรม ส่งผลต่อพฤติกรรมรุนแรงหรือทำให้เกิดการทุพพลภาพ รุนแรง มีผลรบกวนต่อการใช้ชีวิตปกติ จำเป็นต้องได้รับการเฝ้าระวังและดูแลเพื่อป้องกันการกำเริบซ้ำ ผู้ดูแล ผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง จะเป็นผู้ดูแลหลักที่รับผิดชอบให้การดูแลผู้ป่วยโดยตรง และเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยหลังออกจากโรงพยาบาลกลับสู่ชุมชนและครอบครัว การทำหน้าที่ของ ครอบครัวของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงควรได้รับการส่งเสริมและเตรียมความ พร้อมในการดูแลผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยจิตเภทมักมีการดำเนินโรคเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และมีโอกาสมี อาการเรื้อรังได้ ผู้ป่วยมักเกิดความเครียดและจะทนกับความเครียดหรือความกดดันด้านจิตใจได้ไม่ดี มีการ ตอบสนองต่อความเครียดไม่เหมาะสม แม้จะเผชิญความเครียดในระดับต่ำผู้ป่วยก็ไม่สามารถจัดการเพื่อกลับสู่ ภาวะสมดุลจึงนำไปสู่การแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและมีอาการทางจิตที่รุนแรงขึ้นจนเกิดการป่วยซ้ำ ดังนั้นผู้ดูแลจะต้องมีการทำหน้าที่ของครอบครัวให้เหมาะสม จะต้องให้ความรัก ความผูกพัน เอื้ออาทร ห่วงใย จริงใจ มีสัมพันธภาพในครอบครัวที่ดี มีทัศนคติเชิงบวก และแรงจูงใจในการดูแลผู้ป่วย สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ กระบวนการดูแลประสบความสำเร็จ เกิดความมั่นคงทางอารมณ์ สมาชิกในครอบครัวมีความผูกพันมากขึ้น ผู้ดูแลปรับตัวเข้ากับบทบาทภาระหน้าที่ได้และรู้สึกพึงพอใจต่อบทบาทการดูแลมากขึ้น นอกจากนี้การทำหน้าที่ของ ครอบครัวยังส่งผลต่อความเข้มแข็งของครอบครัว ดังนั้นครอบครัวที่ได้รับโปรแกรมส่งเสริมการทำหน้าที่ของ ครอบครัว จะช่วยสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มความสามารถของผู้ดูแลในการดูแลผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาอย่าง ต่อเนื่อง ป้องกันอาการกำเริบหรือการก่อความรุนแรงทั้งต่อตนเองและผู้อื่น รวมถึงผู้ดูแลมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ วัตถุประสงค์ของการศึกษา การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมการทำหน้าที่ของครอบครัวต่อ ความสามารถของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง จำนวนอาสาสมัครในโครงการวิจัย จำนวน 34 คน


108 คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ AF 07.1 เอกสารข้อมูลคำอธิบายสำหรับอาสาสมัครผู้รับการวิจัย (Information sheet for research participant) เริ่มใช้ ธันวาคม 2561 วิธีการที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย หลังจากท่านให้ความยินยอมที่จะเข้าร่วมในโครงการวิจัยนี้ ท่านจะได้รับการประเมินความสามารถของ ผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง ก่อนเข้าร่วมโปรแกรม หลังเข้าร่วมโปรแกรม และ ติดตามหลังสิ้นสุดโปรแกรม 1 เดือน ซึ่งท่านเป็นผู้ตอบและเข้ารับการสัมภาษณ์กับผู้วิจัย อย่างไรก็ตามหาก ท่านไม่สามารถตอบคำถามด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ท่านสามารถบอกเลิกการเข้าร่วมโครงการได้ตลอดเวลาโดยไม่มี ผลใดๆ แต่ถ้าท่านตอบแบบสอบถามครบหมดทุกข้อก็จะเป็นประโยชน์ต่อการสรุปผลและการนำผลไปใช้ ในทางปฏิบัติ แบบสอบถามประกอบด้วย ส่วนที่ 1 แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ ระยะเวลาการเจ็บป่วยทางจิตของผู้ป่วย พฤติกรรมผู้ป่วยที่เป็นปัญหาในการดูแล ส่วนที่ 2 แบบประเมินความสามารถของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง จำนวน 21 ข้อ ส่วนที่ 3 แบบวัดการทำหนาที่ของครอบครัวจำนวนขอคำถาม 36ขอ ท่านเป็นผู้ตอบแบบประเมินด้วยตัวท่านเองใช้เวลาในการตอบประมาณ 30 – 45 นาที ข้อมูลของท่าน จะถูกเก็บเป็นความลับ การนำเสนอข้อมูลจะนำเสนอสรุปผลการวิจัยในภาพรวม การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับตัว ท่านต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระทำได้เฉพาะกรณีที่ได้รับความยินยอมจากท่านเท่านั้น ท่านสามารถใช้เวลาในการตอบแบบสอบถามได้โดยอิสระ เพื่อคัดกรองว่าท่านมีคุณสมบัติที่เหมาะสม ที่จะเข้าร่วมในการวิจัย หากท่านมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ผู้วิจัยจะคัดแยกออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มทดลอง และ กลุ่มควบคุม 2. กิจกรรมที่จะดำเนินการของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม มีรายละเอียดดังนี้ 2.1 กลุ่มทดลอง ท่านจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมการทำหน้าที่ของครอบครัวต่อ ความสามารถของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง ตามวันเวลาที่ผู้วิจัยนัดหมาย คือ ช่วงเดือน มีนาคม ถึง มิถุนายน 2566 โดยท่านต้องเข้าร่วมทำกิจกรรม 6 กิจกรรม ใช้เวลาในการทำกิจกรรม ละ 60 นาทีสัปดาห์ละ 2 กิจกรรม เป็นเวลา 3 สัปดาห์ ที่ศูนย์ญาติเยี่ยมและจำหน่าย กลุ่มงานการพยาบาล สุขภาพจิตและจิตเวชชุมชน โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ (วันเวลาสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม) หลังท่านเข้าร่วมกิจกรรมครบตามที่กำหนด ท่านจะต้องตอบแบบประเมินความสามารถของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวช ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง หลังสิ้นสุดโปรแกรม 1 ครั้ง และ ติดตามอีกครั้งหลังสิ้นสุดการติดตาม ผล 1 เดือน


109 คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ AF 07.1 เอกสารข้อมูลคำอธิบายสำหรับอาสาสมัครผู้รับการวิจัย (Information sheet for research participant) เริ่มใช้ ธันวาคม 2561 2.2 กลุ่มควบคุม ท่านจะได้รับการดูแลจากทีมผู้ให้บริการตามปกติตามกิจกรรมการดูแลในแผนก ที่ท่านมารับบริการ มีการให้คำแนะนำตามสภาพปัญหาและความต้องการของท่าน เมื่อการทดลองได้ดำเนิน กิจกรรมสิ้นสุด ผู้วิจัยจะแจ้งให้ท่านทราบว่าสิ้นสุดการเป็นกลุ่มควบคุมพร้อมทั้งให้ท่านประเมินด้วยแบบ ประเมินความสามารถของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง อีก 2 ครั้ง คือหลังสิ้นสุด การเป็นกลุ่มควบคุม และติดตามอีกครั้งหลังสิ้นสุดการเป็นกลุ่มควบคุม 1 เดือน 2.3 หากท่านตกลงเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ ท่านจะได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าพาหนะเดินทาง ใน การมาร่วมกิจกรรมทุกครั้ง ครั้งละ 200 บาท รวมทั้งหมด 3 ครั้ง (สำหรับกลุ่มทดลอง) ความรับผิดชอบของอาสาสมัครผู้รับการวิจัยในโครงการวิจัย หากท่านตกลงเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ ท่านจะได้รับโปรแกรมส่งเสริมการทำหน้าที่ของครอบครัว รวม 6 กิจกรรม และผู้วิจัยใคร่ขอความร่วมมือจากท่าน โดยจะขอให้ท่านปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้วิจัยอย่าง เคร่งครัด รวมทั้งแจ้งอาการผิดปกติต่างๆที่เกิดขึ้นกับท่านระหว่างที่ท่านทำกิจกรรมในโปรแกรม ให้ผู้วิจัยได้รับ ทราบ ความเสี่ยงที่อาจได้รับ ขณะที่ท่านเข้าร่วมการวิจัย ท่านอาจรู้สึกวิตกกังวลหรือไม่สบายใจในการร่วมกิจกรรม ผู้วิจัยจะรับฟัง ปัญหาและให้คำแนะนำต่างๆ เพื่อให้ท่านคลายความกังวลและรู้สึกสบายใจขึ้น ข้าพเจ้ารับทราบจากผู้วิจัยว่าหากเกิดความเสี่ยงหรืออันตรายใด ๆ จากการวิจัยดังกล่าว เช่น ความ เสี่ยงทางด้านร่างกาย มีอาการเหนื่อยล้า หรือการแพร่ระบาดติดเชื้อของไวรัสโควิด - 19 (COVID-19) ผู้วิจัยได้ ดำเนินการภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ดังนี้ มีการวัดอุณหภูมิก่อนการเข้า ร่วมวิจัย สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวล จัดให้มีแอลกอฮอล์เจลสำหรับล้างมือ นั่งเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร ลดการสัมผัสความเสี่ยงทางด้านจิตใจอาจมีคำถามหรือกิจกรรมบางอย่างที่ส่งผลกระทบทางด้าน จิตใจ ทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ กังวลใจ หรือส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาทางอารมณ์และจิตใจขึ้น ในระหว่าง เข้าร่วมวิจัย ข้าพเจ้ามีสิทธิ์ที่จะไม่ตอบข้อคำถามหรือร่วมกิจกรรมในประเด็นที่มีผลกระทบต่อจิตใจได้หรือ สามารถหยุดพักการเข้าร่วมวิจัยได้ตลอดเวลาโดยไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อข้าพเจ้า ทั้งนี้ผู้วิจัยจะให้คำปรึกษา แนะนำช่วยเหลือในเบื้องต้น ตลอดจนผู้ทำวิจัยยินดีจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของข้าพเจ้า


110 คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ AF 07.1 เอกสารข้อมูลคำอธิบายสำหรับอาสาสมัครผู้รับการวิจัย (Information sheet for research participant) เริ่มใช้ ธันวาคม 2561 ประโยชน์ที่อาจได้รับ ท่านจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการวิจัยครั้งนี้คือ กลุ่มทดลองสามารถนำโปรแกรมที่ได้ไปใช้ใน การเพิ่มความสามารถในการดูแลผู้ป่วยทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและสังคม ส่งผลให้สามารถดูแลผู้ป่วยจิตเวช ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยได้รับการดูแลต่อเนื่อง ป้องกันการกำเริบ หรือป่วยซ้ำ ไม่ก่อความรุนแรงทั้งต่อตนเอง ครอบครัวสังคม และผู้ป่วยอยู่ในชุมชนได้ และเป็นแนวทางในการ นำโปรแกรมไปใช้ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายได้ วิธีการและรูปแบบการรักษาอื่น ๆ ซึ่งมีอยู่สำหรับอาสาสมัครผู้รับการวิจัย ท่านไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมโครงการวิจัยนี้เพื่อประโยชน์ในการรักษาโรคที่ท่านเป็นอยู่ เนื่องจากมี แนวทางรักษาอื่น ๆ หลายแบบสำหรับรักษาโรคของท่านได้ ดังนั้นจึงควรปรึกษาแนวทางการรักษาวิธีอื่น ๆ กับแพทย์ผู้ให้การรักษาท่านก่อนตัดสินใจเข้าร่วมในการวิจัย ข้อปฏิบัติของท่านขณะที่ร่วมในโครงการวิจัย ขอให้ท่านปฏิบัติดังนี้ - ขอให้ท่านให้ข้อมูลแก่ผู้ทำวิจัยด้วยความสัตย์จริง - ขอให้ท่านแจ้งให้ผู้ทำวิจัยทราบความผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างที่ท่านร่วมในโครงการวิจัย - ท่านสามารถบอกเลิกการเข้าร่วมโครงการวิจัยได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งเหตุผล และการบอกเลิก การเข้าร่วมโครงการวิจัยนี้จะไม่มีผลต่อการรักษาโรคหรือสิทธิอื่น ๆ ที่ท่านพึงได้รับต่อไป อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเข้าร่วมในโครงการวิจัยและความรับผิดชอบของผู้ทำวิจัย/ผู้สนับสนุนการ วิจัย หากพบอันตรายที่เกิดขึ้นจากการเข้าร่วมกิจกรรมโปรแกรมส่งเสริมการทำหน้าที่ของครอบครัว ท่าน จะได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมทันที และท่านปฏิบัติตามคำแนะนำของทีมผู้ทำวิจัยแล้ว ผู้ทำวิจัย/ ผู้สนับสนุนการวิจัยยินดีจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของท่าน และการลงนามในเอกสารให้ ความยินยอม ไม่ได้หมายความว่าท่านได้สละสิทธิ์ทางกฎหมายตามปกติที่ท่านพึงมี ในกรณีที่ท่านได้รับอันตรายใด ๆ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับโครงการวิจัย ท่านสามารถ ติดต่อกับผู้ทำวิจัยคือ นางสาวพรทิพย์ โพธิครูประเสริฐ หมายเลขโทรศัพท์ 077-916676 หรือ 064-9235562 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


111 คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ AF 07.1 เอกสารข้อมูลคำอธิบายสำหรับอาสาสมัครผู้รับการวิจัย (Information sheet for research participant) เริ่มใช้ ธันวาคม 2561 ค่าใช้จ่ายของท่านในการเข้าร่วมการวิจัย ท่านจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการเข้าร่วมการวิจัยในครั้งนี้ ค่าตอบแทนสำหรับผู้เข้าร่วมวิจัย (ถ้ามี) สำหรับกลุ่มทดลอง ท่านจะได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าพาหนะเดินทาง ในการมาร่วมกิจกรรมทุกครั้ง ครั้งละ 200 บาท การเข้าร่วมและการสิ้นสุดการเข้าร่วมโครงการวิจัย การเข้าร่วมในโครงการวิจัยครั้งนี้เป็นไปโดยความสมัครใจ หากท่านไม่สมัครใจจะเข้าร่วมการศึกษา แล้ว ท่านสามารถถอนตัวได้ตลอดเวลา การขอถอนตัวออกจากโครงการวิจัยจะไม่มีผลต่อการดูแลรักษาโรค ของท่านแต่อย่างใด ผู้ทำวิจัยอาจถอนท่านออกจากการเข้าร่วมการวิจัย เพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัยของท่าน หรือเมื่อ สนับสนุนการวิจัยยุติการดำเนินงานวิจัย หรือ ในกรณีท่านไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ครบกำหนดของ โปรแกรมหรือ ท่านไม่สามารถปฎิบัติตามคำแนะนำของผู้ทำวิจัย การปกป้องรักษาข้อมูลความลับของอาสาสมัครผู้รับการวิจัย ข้อมูลที่อาจนำไปสู่การเปิดเผยตัวท่าน จะได้รับการปกปิดและจะไม่เปิดเผยแก่สาธารณชน ในกรณี ที่ผลการวิจัยได้รับการตีพิมพ์ ชื่อและที่อยู่ของท่านจะต้องได้รับการปกปิดอยู่เสมอ โดยจะใช้เฉพาะรหัสประจำ โครงการวิจัยของท่าน จากการลงนามยินยอมของท่าน ผู้ทำวิจัยและผู้สนับสนุนการวิจัยสามารถเข้าไปตรวจสอบบันทึก ข้อมูลทางการแพทย์ของท่านได้แม้จะสิ้นสุดโครงการวิจัยแล้วก็ตาม หากท่านต้องการยกเลิกการให้สิทธิ์ ดังกล่าว ท่านสามารถแจ้งขอยกเลิกการให้คำยินยอม โดยแจ้งไปที่ นางสาวพรทิพย์ โพธิครูประเสริฐ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ หมายโทรศัพท์ หรือ 064-9235562 หากท่านขอยกเลิกการให้คำยินยอมหลังจากที่ท่านได้เข้าร่วมโครงการวิจัยแล้ว ข้อมูลส่วนตัวของท่าน จะไม่ถูกบันทึกเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามข้อมูลอื่น ๆ ของท่านอาจถูกนำมาใช้เพื่อประเมินผลการวิจัย และท่านจะ ไม่สามารถกลับมาเข้าร่วมในโครงการนี้ได้อีก ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลของท่านที่จำเป็นสำหรับใช้เพื่อการวิจัยไม่ได้ ถูกบันทึก จากการลงนามยินยอมของท่านแพทย์ผู้ทำวิจัยสามารถบอกรายละเอียดของท่านที่เกี่ยวกับการเข้า ร่วมโครงการวิจัยนี้ให้แก่แพทย์ผู้รักษาท่านได้


112 คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ AF 07.1 เอกสารข้อมูลคำอธิบายสำหรับอาสาสมัครผู้รับการวิจัย (Information sheet for research participant) เริ่มใช้ ธันวาคม 2561 สิทธิ์ของอาสาสมัครผู้รับการวิจัยในโครงการวิจัย ในฐานะที่ท่านเป็นผู้เข้าร่วมในโครงการวิจัย ท่านจะมีสิทธิ์ดังต่อไปนี้ 1. ท่านจะได้รับทราบถึงลักษณะและวัตถุประสงค์ของการวิจัยในครั้งนี้ 2. ท่านจะได้รับการอธิบายเกี่ยวกับระเบียบวิธีการของการวิจัย และอุปกรณ์ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ 3. ท่านจะได้รับการอธิบายถึงความเสี่ยงและความไม่สบายที่จะได้รับจากการวิจัย 4. ท่านจะได้รับการอธิบายถึงประโยชน์ที่ท่านอาจจะได้รับจากการวิจัย 5. ท่านจะมีโอกาสได้ซักถามเกี่ยวกับงานวิจัยหรือขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย 6. ท่านจะได้รับทราบว่าการยินยอมเข้าร่วมในโครงการวิจัยนี้ ท่านสามารถขอถอนตัวจากโครงการ เมื่อไรก็ได้ โดยผู้เข้าร่วมในโครงการวิจัยสามารถขอถอนตัวจากโครงการโดยไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ทั้งสิ้น 7. ท่านจะได้รับเอกสารข้อมูลคำอธิบายสำหรับผู้เข้าร่วมในโครงการวิจัยและสำเนาเอกสารใบยินยอม ที่มีทั้งลายเซ็นและวันที่ 8. ท่านมีสิทธิ์ในการตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมในโครงการวิจัยหรือไม่ก็ได้ โดยปราศจากการใช้อิทธิพล บังคับข่มขู่ หรือการหลอกลวง หากท่านไม่ได้รับการปฏิบัติตามที่ปรากฎในเอกสารข้อมูลคำอธิบายสำหรับผู้เข้าร่วมในการวิจัย ท่าน สามารถร้องเรียนไปยัง คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคน โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ โทรศัพท์ 077-916596 ในวันและเวลาราชการ ขอขอบคุณในการร่วมมือของท่านมา ณ ที่นี้


113 คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ AF 07.2 เอกสารแสดงความยินยอมเข้าร่วมในโครงร่างการวิจัย (Informed Consent Form) เริ่มใช้ ธันวาคม 2561 การวิจัยเรื่อง ผลของโปรแกรมส่งเสริมการทำหน้าที่ของครอบครัวต่อความสามารถของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่ มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง วันให้คำยินยอม วันที่..............เดือน...........................................พ.ศ................................................................... ข้าพเจ้า นาย/นาง/นางสาว..................................................................................................................... ที่อยู่...........................................................................................................................................................ได้อ่าน รายละเอียดจากเอกสารข้อมูลสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยที่แนบมาฉบับวันที่................................... และ ข้าพเจ้ายินยอมเข้าร่วมโครงการวิจัยโดยสมัครใจ ข้าพเจ้าได้รับสำเนาเอกสารแสดงความยินยอมเข้าร่วมในโครงการวิจัยที่ข้าพเจ้าได้ลงนาม และ วันที่ พร้อมด้วยเอกสารข้อมูลสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการวิจัย ทั้งนี้ก่อนที่จะลงนามในใบยินยอมให้ทำการวิจัยนี้ ข้าพเจ้าได้รับการอธิบายจากผู้วิจัยถึงวัตถุประสงค์ของการวิจัย ระยะเวลาของการทำวิจัย วิธีการวิจัย ความ เสี่ยง หรืออาการที่อาจเกิดขึ้นจากการวิจัย หรือจากยาที่ใช้รวมทั้งประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการวิจัย และ แนวทางรักษาโดยวิธีอื่นอย่างละเอียด ข้าพเจ้ามีเวลาและโอกาสเพียงพอในการซักถามข้อสงสัยจนมีความ เข้าใจอย่างดีแล้ว โดยผู้วิจัยได้ตอบคำถามต่าง ๆ ด้วยความเต็มใจไม่ปิดบังซ่อนเร้นจนข้าพเจ้าพอใจ ข้าพเจ้ารับทราบจากผู้วิจัยว่าหากเกิดความเสี่ยงหรืออันตรายใด ๆ จากการวิจัยดังกล่าว ผู้ทำวิจัยยินดี จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีสิทธิ์ที่จะบอกเลิกเข้าร่วมในโครงการวิจัยเมื่อใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุผล และการ บอกเลิกการเข้าร่วมการวิจัยนี้ จะไม่มีผลต่อการรักษาโรคหรือสิทธิอื่น ๆ ที่ข้าพเจ้าจะพึงได้รับต่อไป ผู้วิจัยรับรองว่าจะเก็บข้อมูลส่วนตัวของข้าพเจ้าเป็นความลับ และจะเปิดเผยได้เฉพาะเมื่อได้รับการ ยินยอมจากข้าพเจ้าเท่านั้น บุคคลอื่นในนามของบริษัทผู้สนับสนุนการวิจัย หรือคณะกรรมการพิจารณา จริยธรรมการวิจัยในคน อาจได้รับอนุญาตให้เข้ามาตรวจและประมวลข้อมูลของข้าพเจ้า ทั้งนี้จะต้องกระทำไป เพื่อวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเท่านั้น โดยการตกลงที่จะเข้าร่วมการศึกษานี้ข้าพเจ้าได้ ให้คำยินยอมที่จะให้มีการตรวจสอบข้อมูลประวัติทางการแพทย์ของข้าพเจ้าได้ ผู้วิจัยรับรองว่าจะไม่มีการเก็บข้อมูลใด ๆ เพิ่มเติม หลังจากที่ข้าพเจ้าขอยกเลิกการเข้าร่วม โครงการวิจัย และต้องการให้ทำลายเอกสารและ/หรือ ตัวอย่างที่ใช้ตรวจสอบทั้งหมดที่สามารถสืบค้นถึงตัว ข้าพเจ้าได้ ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ข้าพเจ้ามีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบหรือแก้ไขข้อมูลส่วนตัวของข้าพเจ้าและสามารถยกเลิก การให้สิทธิ์ในการใช้ข้อมูลส่วนตัวของข้าพเจ้าได้ โดยต้องแจ้งให้ผู้วิจัยรับทราบ ข้าพเจ้าได้ตระหนักว่าข้อมูลในการวิจัยรวมถึงข้อมูลทางการแพทย์ของข้าพเจ้าที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อ จะผ่านกระบวนการต่าง ๆ เช่น การเก็บข้อมูล การบันทึกข้อมูลในแบบบันทึกและในคอมพิวเตอร์ การ ตรวจสอบ การวิเคราะห์ และการรายงานข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ รวมทั้งการใช้ข้อมูลทาง การแพทย์ในอนาคตหรือการวิจัยทางด้านเภสัชภัณฑ์ เท่านั้น


114 ข้าพเจ้าได้อ่านข้อความข้างต้นและมีความเข้าใจดีทุกประการแล้ว ยินดีเข้าร่วมในการวิจัยด้วยความ เต็มใจ จึงได้ลงนามในเอกสารแสดงความยินยอมนี้ ......................................................................................ลงนามผู้ให้ความยินยอม (..................................................................................) ชื่อผู้ยินยอมตัวบรรจง วันที่ .............เดือน................................พ.ศ.................... ข้าพเจ้าได้อธิบายถึงวัตถุประสงค์ของการวิจัย วิธีการวิจัย อันตราย หรืออาการไม่พึงประสงค์หรือ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการวิจัย รวมทั้งประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการวิจัยอย่างละเอียด ให้ผู้เข้าร่วมใน โครงการวิจัยตามนามข้างต้นได้ทราบและมีความเข้าใจดีแล้ว พร้อมลงนามลงในเอกสารแสดงความยินยอม ด้วยความเต็มใจ ......................................................................................ลงนามผู้ทำวิจัย ( นางสาวพรทิพย์ โพธิครูประเสริฐ ) ชื่อผู้ทำวิจัย ตัวบรรจง วันที่ ................เดือน.................................พ.ศ............... ......................................................................................ลงนามพยาน (....................................................................................) ชื่อพยาน ตัวบรรจง วันที่ ................เดือน..................................พ.ศ...............


115 ภาคผนวก ง รายนามผู้ทรงคุณวุฒิ


116 รายนามผู้ทรงคุณวุฒิ การตรวจสอบโปรแกรมส่งเสริมการทำหน้าที่ของครอบครัวของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อ การก่อความรุนแรง 1. ผ.ศ. ดร.อรวรรณ หนูแก้ว อาจารย์สาขาวิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 2. นางปรีดา เอกวานิช พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ พยาบาลผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ 3. นางเสาวลักษณ์ ยิ้มเยื้อน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์


117 ประวัติผู้วิจัย ชื่อ นางสาวพรทิพย์ โพธิครูประเสริฐ วันเดือนปีเกิด 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2509 สถานที่เกิด จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประวัติการศึกษา ปี พ.ศ. 2532 ประกาศนียบัตรพยาบาลศาสตร์และผดุงครรภ์ชั้นสูง วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี ปีพ.ศ. 2539 การศึกษามหาบัณฑิต (จิตวิทยาการแนะแนวและการให้คำปรึกษา) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ปี พ.ศ. 2544 ประกาศนียบัตรการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช โรงพยาบาลสวนปรุง ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สถานที่ทำงานปัจจุบัน ศูนย์ญาติเยี่ยมและจำหน่าย กลุ่มงานการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชชุมชน โรงพยาบาลสวนสราญรมย์


118 ประวัติผู้ร่วมวิจัย ชื่อ นางสาวปลดา เหมโลหะ วันเดือนปีเกิด 27 กันยายน พ.ศ. 2509 สถานที่เกิด จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประวัติการศึกษา ปี พ.ศ. 2532 ประกาศนียบัตรพยาบาลศาสตร์และผดุงครรภ์ชั้นสูง วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี ปี พ.ศ. 2544 ประกาศนียบัตรการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช โรงพยาบาลสวนปรุง ปี พ.ศ. 2549 ปริญญาบัตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สถานที่ทำงานปัจจุบัน คลินิกเฉพาะทาง กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลสวนสราญรมย์


119 ประวัติผู้ร่วมวิจัย ชื่อ นางมัฎฐวรรณ ลี้ยุทธานนท์ วันเดือนปีเกิด 19 มิถุนายน พ.ศ. 2510 สถานที่เกิด จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประวัติการศึกษา ปี พ.ศ. 2532 ประกาศนียบัตรพยาบาลศาสตร์วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ปีพ.ศ. 2536 ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี พ.ศ. 2553 พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต (บริหารการพยาบาล) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ปี พ.ศ. 2559 ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต(หลักสูตรและการสอน) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ (ด้านการสอน) สถานที่ทำงานปัจจุบัน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุราษฎร์ธานีสถาบันบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข


Click to View FlipBook Version