กองการพยาบาล สำานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข อาคาร 4 ชั้น 4 ตึกกรมการแพทย์ ถ.ติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี โทรศัพท์: 0-2590-6260 โทรสาร: 0-2590-6295 www.nursing.go.th
กองการพยาบาล สำานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข แนวทางการวางแผน สืบทอดตำ แหน่ง สายวิชาชีพพยาบาล ตามหลักธรรมาภิบาล
กองการพยาบาล สำานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข แนวทางการวางแผน สืบทอดตำ แหน่ง สายวิชาชีพพยาบาล ตามหลักธรรมาภิบาล
แนวทางการวางแผน สืบทอดตำ แหน่ง สายวิชาชีพพยาบาล ตามหลักธรรมาภิบาล กองการพยาบาล สำานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข
แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล ที่ปรึกษา: ดร.กาญจนา จันทร์ไทย กองการพยาบาล บรรณาธิการ : ศิริมา ลีละวงศ์ กองการพยาบาล ผู้เขียน : ศิริมา ลีละวงศ์ กองการพยาบาล ชุติกาญจน์ หฤทัย กองการพยาบาล ดร.ธีรพร สถิรอังกูร กองการพยาบาล ขวัญนภา ขวัญสถาพรกุล กองการพยาบาล โศภิษฐ์ สุวรรณเกษาวงษ์ กองการพยาบาล ดร.พัชรี เนียมศรี กองการพยาบาล สมจิตต์ วงศ์สุวรรณสิริ กองการพยาบาล อัมราภัสร์ อรรถชัยวัจน์ กองการพยาบาล จัดพิมพ์โดย : กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ออกแบบรูปเล่ม นวลขนิษฐ์ ลิขิตลือชา กองการพยาบาล พิมพ์เผยแพร่ครั้งที่ 1 วันที่ กรกฏาคม 2560 จำ นวน 2,200 เล่ม ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ National Library of Thailand Cataloging in Publication Data ศิริมา ลีละวงศ์ แนวทางการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล,---- นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข, 2560. 127 หน้า 1.การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง. I.ชุติกาญจน์หฤทัย,ผู้แต่งร่วม II.ธีรพร สถิรอังกูร, ผู้แต่ง III. ชื่อเรื่อง ISBN 978-616-11-3459-4 พิมพ์ที่ บริษัท สำ นักพิมพ์สื่อตะวัน จำกัด จังหวัดปทุมธานี โทร. 087-331-6459 E-mail: [email protected]
คำ�นำ� การวางแผนสืบทอดตำแหน่งเป็นเรื่องสำ คัญของการบริหารทรัพยากรบุคคล ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้กำ หนดยุทธศาสตร์การพัฒนาข้าราชการพลเรือนของรัฐ กำ หนดให้องค์กรต่างๆรวมถึงองค์กรพยาบาลจัด ทำแผนสืบทอดตำแหน่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งทางการบริหาร ด้วยเหตุผลนี้กองการพยาบาลจึงได้จัดทำ แนวทางการวางแผนสืบทอดตำแหน่งของสายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล ขึ้นตามระบบบริหาร ทรัพยากรบุคคล ภายใต้แผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล แนวทางในการวางแผนสืบทอดตำแหน่งของสายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล ฉบับนี้ ประกอบด้วย แนวทางการวางแผนสืบทอดตำแหน่งสายงานพยาบาลวิชาชีพ ซึ่งจะอธิบายถึง เส้นทางความ ก้าวหน้าสายงานการพยาบาลวิชาชีพ (Career path) กระบวนการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Career development plan) การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรพยาบาลเพื่อก้าวสู่ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพระดับบริหารโดย ได้กำ หนดโครงสร้างหลักสูตรสำ หรับผู้บริหารทางการพยาบาลแต่ละระดับ เพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนา สมรรถนะให้มีความพร้อมในการก้าวสู่ตำแหน่งระดับสูงต่อไป นอกจากนี้แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาลนี้ เป็นแผนแม่บทของการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรทางการพยาบาล ให้สามารถบริหารจัดการบริการพยาบาล เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ กองการพยาบาล ขอขอบคุณคณะทำ งานที่ได้มุ่งมั่น ทุ่มเทการจัดทำแนวทางฉบับนี้และหวังเป็นอย่าง ยิ่งว่าองค์กรพยาบาลจะนำ ไปใช้ประโยชน์กับการบริหารทรัพยากรบุคคลในระดับหน่วยงาน ส่งผลให้เกิดการ บริหารที่มีธรรมาภิบาลในที่สุด กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
สารบัญ 1. บทนำ • ความเป็นมาและเหตุผล 7 • วัตถุประสงค์ 8 • ขอบเขตการนำสู่การปฏิบัติ 8 • ขั้นตอนการพัฒนาแนวทางการวางแผนสืบทอดตำแหน่งของสายงานพยาบาลวิชาชีพ 10 • ขั้นตอนการนำสู่การปฏิบัติ 11 2. หลักการและแนวคิดการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง • แนวคิดเกี่ยวกับวิชาชีพ และวิชาชีพพยาบาล 14 • มาตรฐานกำ หนดตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพตามที่ สำ นักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) 15 • กำ หนดหลักการและแนวคิดเกี่ยวกับเส้นทางความก้าวหน้า บุคลากรสายงานพยาบาลวิชาชีพ 21 • แนวคิดเกี่ยวกับผู้บริหารการพยาบาลและบทบาทความสำ คัญต่อองค์กร 33 • หลักการบริหารความก้าวหน้าบุคลากรพยาบาลตามหลักธรรมาภิบาล 37 3. แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่งสายงานพยาบาลวิชาชีพ • เส้นทางความก้าวหน้าสายงานพยาบาลวิชาชีพ 42 • กระบวนการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง 47 4. การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรพยาบาลเพื่อการก้าวสู่ ตำ แหน่งพยาบาลวิชาชีพระดับบริหาร • การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรพยาบาล 59 • โครงสร้างหลักสูตรการบริหารการพยาบาล สำ หรับหัวหน้าพยาบาล/หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 61 • โครงสร้างหลักสูตรการบริหารการพยาบาล สำ หรับหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลเฉพาะสาขา 68 • โครงสร้างหลักสูตรการบริหารการพยาบาล สำ หรับหัวหน้าหอผู้ป่วย/หัวหน้างาน 72
บรรณานุกรม 79 ภาคผนวก • ภาคผนวกที่ 1 รายนามกรรมการวิชาการ กองการพยาบาล 80 • ภาคผนวกที่ 2 หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาคัดเลือกข้าราชการเพื่อ แต่งตั้งให้ดำ รงตำแหน่งหัวหน้าพยาบาลในโรงพยาบาลศูนย์/ โรงพยาบาลทั่วไป สังกัดสำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 81 • ภาคผนวกที่ 3 สมรรถนะ (Competency) ที่ใช้ในการประเมิน 92 • ภาคผนวกที่ 4 ข้อแนะนำและคำถามสำ หรับการสัมภาษณ์ เพื่อประเมิน Leadership Competency 105 • ภาคผนวกที่ 5 คำถามสำ หรับการสัมภาษณ์เพื่อประเมิน Core Competency 110 • ภาคผนวกที่ 6 แบบสรุปข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับการประเมิน เพื่อเข้าสู่ระบบความก้าวหน้า 112 • ภาคผนวกที่ 7 แบบสรุปข้อมูลผลการปฏิบัติงาน 114 • ภาคผนวกที่ 8 แบบสรุปข้อเสนอการพัฒนางาน 115 • ภาคผนวกที่ 9 แบบประเมินสมรรถนะ ตำแหน่งหัวหน้าหอผู้ป่วย/หัวหน้างาน 116 • ภาคผนวกที่ 10 แบบประเมินสมรรถนะตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาล เฉพาะสาขา 117 • ภาคผนวกที่ 11 แบบประเมินสมรรถนะตำแหน่งหัวหน้าพยาบาล/ หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 118 • ภาคผนวกที่ 12 แบบสรุปผลการประเมินบุคลากรทางการพยาบาล ตำแหน่งหัวหน้าหอผู้ป่วย/หัวหน้างาน 119 • ภาคผนวกที่ 13 แบบสรุปผลการประเมินบุคลากรทางการพยาบาล ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลเฉพาะทาง 120 • ภาคผนวกที่ 14 แบบสรุปผลการประเมินบุคลากรทางการพยาบาล ตำแหน่งหัวหน้าพยาบาล/หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 121
สารบัญตาราง • 2-1 แสดงมาตรฐานกำ หนดตำแหน่งสายงานพยาบาลวิชาชีพ จำแนกตามระดับตำแหน่ง 15 • 2-2 แสดงตัวชี้วัดพฤติกรรมจำแนกตามระดับสมรรถนะ 21 • 2-3 แสดงมาตรฐานความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ที่จำ เป็นสำ หรับตำแหน่งตามมาตรฐานกำ หนดตำแหน่งประเภทวิชาการ 24 • 3-1 หลักเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ระบบความก้าวหน้าของสายงานพยาบาลวิชาชีพ 49 • 3-2 คณะกรรมการประเมิน:องค์ประกอบของคณะกรรมการประเมิน สายงานพยาบาลวิชาชีพ 50 • 3-3 จำ นวนบุคลากรทางการพยาบาลในการเตรียมเพื่อเข้าสู่ระบบความก้าวหน้า 51 • 3-4 ประเด็นของการประเมินบุคลากรทางการพยาบาลเพื่อสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น 51 • 3-5 หลักเกณฑ์การประเมินบุคคลากรทางการพยาบาลเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น 52 สารบัญแผนภาพ • 2-1 แสดงขั้นตอนการจัดทำ ความก้าวหน้าในสายอาชีพ 29 • 2-2 แสดงหลักการวิเคราะห์งาน 32 • 3-1 เส้นทางความก้าวหน้าของสายงานพยาบาลวิชาชีพ กระทรวงสาธารณสุข 42 • 3-2 เส้นทางความก้าวหน้าสายคลินิก 43 • 3-3 เส้นทางความก้าวหน้าสายบริหาร 45 • 3-4 ขั้นตอนการดำ เนินงานและหลักเกณฑ์ที่ใช้การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง 48
ความเป็นมาและเหตุผล การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) เป็นการวางแผนอนาคตการทำแผนเชิงรุกเพื่อ ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในตำแหน่งที่สำ คัญและความก้าวหน้าในสายวิชาชีพ โดยองค์กรจะต้อง ประเมินสถานการณ์และคาดการณ์ล่วงหน้าเป็นระยะๆ มีการสรรหา พัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมในการ ทดแทนตำ แหน่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ที่จะต้องหาผู้สืบทอดเพื่อดำ รงตำ แหน่ง ถ้าองค์กรใดมีการพัฒนา และวางแผนองค์กรไว้ทั้งหมด ทำ ให้องค์กรสามารถวางแผนสรรหาและพิจารณาคัดเลือกบุคลากรได้อย่าง เป็นระบบ การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) ทำ ให้องค์กรสามารถประเมินสถานการณ์ ความเสี่ยงทั้งหลายได้ถูกต้อง สามารถวางแผนการพัฒนา ฝึกอบรม การประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนา บุคลากรที่จะมาสืบทอดตำ แหน่งได้ล่วงหน้าและยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างขวัญและกำ ลังใจ บุคลากรในองค์กร (วรัฐมีสวนพุฒิ, 2558) บุคลากรพยาบาลเป็นกลุ่มบุคคลกลุ่มใหญ่ที่สุดที่เป็นแกนหลักในระบบสุขภาพ ที่ทำ ให้ระบบสุขภาพ บรรลุเป้าหมายคือการดูแลประชาชนให้มีสุขภาพดีจากข้อมูลการวิจัยเรื่องข้อเสนอเชิงนโยบายในการแก้ปัญหา การขาดแคลนกำ ลังคนสายงานพยาบาลวิชาชีพของสภาการพยาบาล พบว่าสายงานพยาบาลวิชาชีพเป็น วิชาชีพหนึ่งของกำลังคนสุขภาพที่ขาดแคลนซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากปัญหาการขาดความก้าวหน้าในการทำ งาน (วิจิตร ศรีสุพรรณ, กฤษดา แสวงดี, 2548) การขาดแคลนกำ ลังคนสายงานพยาบาลวิชาชีพส่งผลกระทบ ทำ ให้มีแนวโน้มความเสี่ยงเชิงลบที่ตามมาต่อคุณภาพบริการและการดูแลสุขภาพของประชาชนภาพรวม ในประเทศ ทั้งนี้เนื่องจากวิชาชีพพยาบาลเป็นอีกวิชาชีพที่ต้องอาศัยการสั่งสมประสบการณ์เพื่อให้เกิด ความชำ นาญและความเชี่ยวชาญในการดูแลสุขภาพประชาชน ดังนั้น จึงมีความจำ เป็นที่ต้องมีการธำ รงรักษา บทที่ 1 บทนำ�
บุคลากรสายงานพยาบาลวิชาชีพที่มีคุณค่าให้คงอยู่ในระบบได้อย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ (อรุณรัตน์ กันทา, 2558; วิจิตร ศรีสุพรรณ, กฤษดา แสวงดี, 2548) การดำ เนินการพัฒนาการวางแผนจัดการด้านบุคลากรสายงานวิชาชีพพยาบาล กองการพยาบาล เริ่มดำ เนินการมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2519 โดยได้จัดตั้งคณะกรรมการพิจารณากำ หนดหน้าที่ความรับผิดชอบ บุคลากรการพยาบาลและจัดทำ กำ หนดหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคลากรการพยาบาลทุกระดับเป็น มาตรฐานกลาง ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลและในชุมชน โดยมีการปรับปรุงครั้งที่ 1 ในปีพ.ศ.2527 ได้ปรับปรุงให้ครอบคลุมงานบริหาร บริการและวิชาการ และครั้งที่ 2 ในปีพ.ศ.2530 ได้ปรับปรุงให้ ครอบคลุมความรับผิดชอบในพื้นที่ที่ปฏิบัติงาน เช่น หน่วยตรวจพิเศษต่างๆ เป็นต้น (กองการพยาบาล, 2540) และต่อมาในปีพ.ศ.2540 ได้พัฒนาและการจัดทำ บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ทาง การพยาบาลที่ปฏิบัติการพยาบาลในโรงพยาบาลและในชุมชน เนื่องจากสายงานการพยาบาลถูกจัดเข้าอยู่ใน สายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งเป็นลักษณะงานวิชาการหรือวิชาชีพที่มีความเฉพาะทางในการปฏิบัติงาน จึงส่งผลกระทบต่อบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบรวมทั้งการพัฒนาความรู้ความสามารถของเจ้าหน้าที่ทาง การพยาบาลทุกระดับเพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะงานที่เปลี่ยนไป เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ให้เหมาะสมกับตำ แหน่งที่ปฏิบัติงานตลอดจนการบริหารทรัพยากรทั้งการสรรหา การฝึกอบรมและการ ประเมินผลการปฏิบัติงาน (กองการพยาบาล, 2540) การกำ หนดกรอบแนวคิดของบันไดวิชาชีพการพยาบาล ในปีพ.ศ.2551 กองการพยาบาล กระทรวง สาธารณสุข ซึ่งในขณะนั้นสังกัดกรมการแพทย์ได้พัฒนากรอบสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพ (กองการพยาบาล, 2551) โดยใช้กรอบสมรรถนะสำ หรับข้าราชการพลเรือนไทย กรอบแนวคิดของ Benner (1984) และ University of Virinal Health System (2004) เพื่อใช้วางแผนการพัฒนาสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพและ กำ หนดโครงสร้างตำแหน่งเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับผู้บริหาร และระดับปฏิบัติการ โดยกำ หนดบันไดของ ระดับผู้บริหารเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ผู้ตรวจการ ผู้จัดการ ผู้จัดการทางการบริหาร และผู้บริหารระดับสูง ตามลำ ดับ ส่วนบันไดของระดับปฏิบัติการเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ระดับปฏิบัติการ ระดับชำ นาญการ ระดับ ชำ นาญการพิเศษ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับทรงวุฒิตามลำ ดับ ปัจจุบันแม้ว่าสถานบริการพยาบาลของภาครัฐ ในประเทศไทย ได้นำ นโยบายของสถาบันพัฒนา ข้าราชการพลเรือนมาใช้เป็นแนวทางหลักพัฒนาบุคลากรพยาบาลซึ่งตามแนวคิดนี้มีการกำ หนดตำแหน่งงาน ตามประสบการณ์และระบบสมรรถนะที่พึงมีในแต่ละระยะ (ชญาลักษณ์สิริภักดีกาญจน์, 2550) แต่ อย่างไรก็ตามสถานการณ์การพัฒนากำ ลังคนวิชาชีพบุคลากรพยาบาล ในภาคส่วนบริการพยาบาล สังกัด กระทรวงสาธารณสุข ยังไม่มีการดำ เนินการการวางแผนสืบทอดตำแหน่งและการสร้างบันไดความก้าวหน้า บุคลากรสายงานพยาบาลวิชาชีพเป็นรูปธรรมชัดเจน ซึ่งองค์กรพยาบาล จำ เป็นมีการบริหารจัดการวางแผน บุคลากรพยาบาลตามเส้นทางบันไดความก้าวหน้าบุคลากรสายงานพยาบาลวิชาชีพอย่างเป็นระบบ ครบวงจร เพื่อให้องค์กรพยาบาลพัฒนาบุคลากรวิชาชีพพยาบาลให้มีความก้าวหน้า เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ทำ ให้ องค์กรพยาบาลมีกำลังคนบริการพยาบาลที่มีคุณภาพในระดับต่างๆ ปฏิบัติงานหรือทดแทนกันได้ทั้งในด้าน คลินิกและด้านบริหารอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง บุคลากรวิชาชีพพยาบาลสามารถเห็นทางก้าวหน้า 8 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ในสายงาน มีขวัญกำ ลังใจในการปฏิบัติงาน มุ่งพัฒนาตนเองและเข้ารับการพัฒนาจากหน่วยงานให้มีการ สั่งสมประสบการณ์และผลงานตามคุณสมบัติที่สอดคล้องกับการเจริญเติบโตตามบันไดความก้าวหน้าวิชาชีพ พยาบาล ซึ่งกระบวนการเหล่านี้องค์กรพยาบาลและหน่วยงานที่มีบุคลากรสายงานพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติงาน ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จะได้ดำ เนินการผ่านการวางแผนพัฒนาความก้าวหน้าวิชาชีพบุคลากรพยาบาล เพื่อคัดเลือกและพัฒนาบุคคลให้พร้อมต่อการปฏิบัติงาน กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะที่เป็นหน่วยงานภาครัฐเพียงหน่วยงาน เดียวที่มีอำ นาจหน้าที่ในด้านการพัฒนานโยบายและมาตรฐานการพยาบาลทั้งด้านการปฏิบัติการพยาบาล และด้านบุคลากรพยาบาล และตระหนักถึงความสำ คัญของพัฒนาการวางแผนสืบทอดตำ แหน่งวิชาชีพ ของบุคลากรพยาบาล จึงได้จัดทำ หลักเกณฑ์การกำ หนดความก้าวหน้าสายงานวิชาชีพพยาบาลที่สูงขึ้นของ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นวิชาชีพที่มีผลกระทบต่อสุขภาพในภาพรวมให้ได้มีการพัฒนา การวางแผนกำลังคน จึงได้พัฒนาแนวทางการสืบทอดตำแหน่ง และบันไดความก้าวหน้าสายงานพยาบาลวิชาชีพสำ หรับองค์กรพยาบาล และธำ รงรักษากำลังคนบุคลากรพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุขให้คงอยู่ในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการเตรียมและพัฒนากำลังคนทางการพยาบาลที่มีคุณค่า วัตถุประสงค์ เพื่อให้ 1. ผู้บริหารการพยาบาล มีแนวทางในการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง ของบุคลากรสายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล 2. ผู้บริหารพยาบาล มีแนวทางในการเตรียมความพร้อมบุคลากรสายงานพยาบาลวิชาชีพให้ก้าวสู่ ตำแหน่งที่สูงขึ้นตามบันไดความก้าวหน้าสายงานพยาบาลวิชาชีพอย่างเหมาะสม 3. บุคลากรสายงานพยาบาลวิชาชีพมีแนวทางในการพัฒนาตน สั่งสมประสบการณ์และผลงาน เพื่อความก้าวหน้าในสายงานวิชาชีพ ขอบเขตการนำ สู่การปฏิบัติ การนำแนวทางฯสู่การปฏิบัติมีขอบเขตการนำสู่การปฏิบัติดังนี้ 1. หนังสือฉบับนี้จัดทำ ขึ้นสำ หรับองค์กรพยาบาลของสถานบริการสุขภาพทุกระดับ สังกัดกระทรวง สาธารณสุข ทั้งนี้องค์กรพยาบาลนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุขสามารถนำ ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม ตามบริบทของหน่วยงานตนเองได้ 2. หนังสือฉบับนี้เป็นแนวทางสำ หรับบุคลากรสายงานพยาบาลวิชาชีพ ที่ปฏิบัติงานในสถานบริการ สุขภาพไม่รวมถึงบุคลากรสายงานวิชาชีพพยาบาลที่ปฏิบัติงานในสถาบันการศึกษา 9 แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล
3. หนังสือฉบับนี้กำ หนดชื่อตำแหน่งสายงานพยาบาลวิชาชีพ ด้านบริหารและด้านคลินิกตามโครงสร้าง การแบ่งหน่วยงานในราชการบริหารส่วนภูมิภาค และการแบ่งหน่วยงานภายในกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล สังกัดสำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข หากหน่วยงานสังกัดกรมอื่นๆและกระทรวงอื่นๆ นำ ไปใช้สามารถ ประยุกต์ใช้ได้โดยเทียบตามลำ ดับชั้นสายบังคับบัญชาของโครงสร้างหน่วยงานของตนเองได้ ขั้นตอนการพัฒนาแนวทางการวางแผน สืบทอดตำ แหน่งของสายงานพยาบาลวิชาชีพ การพัฒนาแนวทางการวางแผนสืบทอดตำแหน่งของสายงานพยาบาลวิชาชีพ มี5 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ศึกษา วิเคราะห์สถานการณ์ข้อมูลการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรบุคลากรพยาบาล ในองค์กร พยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ในภาพรวมทั้ง 12 เขต รวมทั้งเขตกรุงเทพมหานคร 2. ประชุมระดมความคิดคณะทำ งานพัฒนาแนวทางการวางแผนสืบทอดตำแหน่งของสายงานพยาบาล วิชาชีพ เพื่อจัดทำยกร่างแนวทางการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง พัฒนาโครงสร้างหลักสูตรการพัฒนาสมรรถนะ บุคลากรพยาบาลระดับบริหาร 3 ระดับ ได้แก่ ระดับหัวหน้าพยาบาล/หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ระดับหัวหน้าการพยาบาลเฉพาะสาขา และระดับหัวหน้าหอผู้ป่วย/หัวหน้างาน จำ นวน 4 ครั้ง/10 คน สำ หรับหลักสูตรได้นำ ไปทดลองพัฒนาศักยภาพผู้บริหารทางการพยาบาล โรงพยาบาลชัยภูมิและได้มีการ สรุปผลและปรับปรุงโครงสร้างหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นจึงได้นำ โครงสร้าง หลักสูตรไปทดลองที่ โรงพยาบาลสมุทรปราการ ผลการทดลองเป็นไปตามจุดหมายและเป้าหมายของ โครงสร้างหลักสูตร 3. ประชาพิจารณ์ฉบับยกร่างแนวทางการวางแผนสืบทอดตำแหน่งของสายงานพยาบาลวิชาชีพ และ โครงสร้างหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรพยาบาลระดับบริหาร ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วย ผู้บริหาร การพยาบาลของสถานบริการสุขภาพทุกระดับ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำ นวน 30 คน 4. ปรับปรุงแก้ไข จัดทำแนวทางการวางแผนสืบทอดตำแหน่งของสายงานพยาบาลวิชาชีพ ฉบับสมบรูณ์ 5. เผยแพร่แนวทางการวางแผนสืบทอดตำแหน่งของสายงานพยาบาลวิชาชีพ 10 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ขั้นตอนการนำ สู่การปฏิบัติ หนังสือฉบับนี้องค์กรพยาบาลสามารถนำ ไปใช้นำสู่การปฏิบัติแบ่งเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับองค์กร พยาบาล และระดับบุคลากรพยาบาล มีรายละเอียดดังนี้ ระดับองค์กรพยาบาล 1. ศึกษา ทำ ความเข้าใจกับหนังสือการวางแผนสืบทอดตำแหน่งและบันไดความก้าวหน้าของสายงาน พยาบาลวิชาชีพ ฉบับนี้ 2. กำ หนดเป็นนโยบายแนวทางปฏิบัติการพัฒนาทรัพยากรบุคคลาการวางแผนสืบทอดตำแหน่งและ บันไดความก้าวหน้าของสายงานพยาบาลวิชาชีพ 3. แต่งตั้งคณะกรรมการและมอบหมายผู้รับผิดชอบให้มีกลไกการพัฒนาคุณภาพของการพัฒนา ทรัพยากรบุคคลอย่างต่อเนื่องในการทบทวนข้อกำ หนด แนวทางปฏิบัติและผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องครอบคลุม ประเด็นต่างๆ ดังนี้ 3.1 บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ 3.2 ประสบการณ์และผลงานแต่ละระดับ 3.3 การพัฒนา การอบรม ศึกษาดูงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ 3.4 การกำ หนดตำ แหน่งเป้าหมายที่สำ คัญที่ต้องการสรรหาผู้มีศักยภาพที่จะทดแทนตำ แหน่ง (Successor) โดยการกำ หนดคุณสมบัติและเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกผู้มีศักยภาพที่จะทดแทนในตำแหน่ง เป้าหมายที่สำ คัญ 3.5 การกำ หนดระบบการประเมินผลการปฏิบัติงาน สมรรถนะองค์ความรู้ทักษะ ตำแหน่งเป้าหมาย ที่สำ คัญของบุคลากรสายงานพยาบาลวิชาชีพ 3.6 การกำ หนดระบบข้อมูลบุคลคลสายงานพยาบาลวิชาชีพ 4. จัดทำแผนพัฒนาทรัพยากรบุคคลของสายงานพยาบาลวิชาชีพ การวางแผนสืบทอดตำแหน่งและ บันไดความก้าวหน้าของสายงานพยาบาลวิชาชีพในองค์กร 5. สื่อสารนโยบาย แผนและแนวทางปฏิบัติการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของสายงานพยาบาลวิชาชีพ การวางแผนสืบทอดตำแหน่งและบันไดความก้าวหน้าของสายงานพยาบาลวิชาชีพเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อ ความเข้าใจ ความร่วมมือในการนำสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดข้อร้องเรียน 6. ดำ เนินการตามแผนการสืบทอดตำ แหน่งและบันไดความก้าวหน้าของสายงานพยาบาลวิชาชีพ ในองค์กรพยาบาล รวมทั้งการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของสายงานพยาบาลวิชาชีพให้มีความสอดคล้องกับ สมรรถนะตามแผนการสืบทอดตำแหน่งและบันไดความก้าวหน้า 7. ประเมินผลและปรับปรุงการดำ เนินงานตามแผนพัฒนาทรัพยากรบุคลคลสายงานพยาบาลวิชาชีพ การวางแผนสืบทอดตำแหน่งและบันไดความก้าวหน้าของสายงานพยาบาลวิชาชีพในองค์กร 11 แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล
ระดับบุคลากรพยาบาล 1. ทำ ความเข้าใจระบบการวางแผนสืบทอดตำแหน่งและบันไดความก้าวหน้าสายงานพยาบาลวิชาชีพ ในองค์กรพยาบาล 2. ปฏิบัติงานให้มีผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนความรู้และทักษะและมีผลงานสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย 3. พัฒนาตนเองให้มีคุณสมบัติและมีประสบการณ์การทำ งานให้สอดคล้องตามบันไดความก้าวหน้า สายงานพยาบาลวิชาชีพ 4. รวบรวม เก็บข้อมูลประเมินผลการปฏิบัติราชการ ระดับศักยภาพ ระดับความรู้ทักษะและสมรรถนะ และผลคะแนนประเมินอื่นๆที่เกี่ยวข้อง 5 กำ หนดเป้าหมายของตนเองที่เหมาะสมกับศักยภาพและสมรรถนะของตนเอง 6. เตรียมพร้อมและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ก้าวสู่ตำแหน่งเป้าหมาย 12 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
การพัฒนาแนวทางการวางแผนการสืบทอดตำแหน่ง และบันไดความก้าวหน้าสายงานพยาบาลวิชาชีพ ได้ศึกษาสถานการณ์และทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องเพื่อนำ มาเป็นองค์ประกอบในการกำ หนดแนวฯทาง ดังกล่าวให้มีความเป็นไปได้ในการนำสู่การปฏิบัติส่งผลให้มีการเตรียมบุคลากรพยาบาลมีความพร้อมในการ ก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ เนื้อหาที่นำ เสนอในบทนี้ประกอบด้วย 1. แนวคิดเกี่ยวกับวิชาชีพ และวิชาชีพพยาบาล 2. มาตรฐานกำ หนดตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพตามที่สำ นักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กำ หนด 3. หลักการและแนวคิดเกี่ยวกับเส้นทางความก้าวหน้าบุคลากรสายงานพยาบาลวิชาชีพ 4. แนวคิดเกี่ยวกับผู้บริหารการพยาบาลและบทบาทความสำ คัญ 5. หลักการบริหารความก้าวหน้าบุคลากรพยาบาลตามหลักธรรมาภิบาล รายละเอียดแต่ละหัวข้อมีดังต่อไปนี้ บทที่ 2 หลักการและแนวคิด การวางแผนสืบทอดตำ�แหน่ง
แนวคิดเกี่ยวกับวิชาชีพ และวิชาชีพพยาบาล จากการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวกับวิชาชีพและวิชาชีพพยาบาลได้มีนักวิชาการให้ความหมายไว้ พอสรุปได้ดังนี้ วิชาชีพ หมายถึง การประกอบอาชีพโดยใช้วิชาความรู้ความชำ นาญเฉพาะ (Occupation requiring advances education and special training) คุณลักษณะของวิชาชีพประกอบด้วย มีองค์ความรู้และทักษะ เฉพาะ การได้รับการศึกษาตรงตามสาขาที่ประกอบวิชาชีพ การจัดการศึกษาเฉพาะและรับรองโดยองค์กร วิชาชีพ การจัดตั้งองค์กรวิชาชีพและการออกกฎหมายรับรองสถานภาพแห่งวิชาชีพ การมีจรรยาบรรณหรือ จริยธรรมแห่งวิชาชีพ เป็นที่ยอมรับของสังคม การให้บริการตามมาตรฐานวิชาชีพ และการมีความเป็นอิสระ ในวิชาชีพ (สภาการพยาบาล, 2528) วิชาชีพพยาบาล เป็นวิชาชีพหนึ่งซึ่งใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะในการปฏิบัติบุคลากรพยาบาล ถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำ คัญในการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับงานการบริการให้กับผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชน เนื่องจากพยาบาล เป็นบุคลากรกลุ่มใหญ่ และใกล้ชิดกับผู้รับบริการมากที่สุด การปฏิบัติงานของพยาบาล ถือเป็นลักษณะงานที่แสดงถึงความเป็นวิชาชีพ เนื่องจากมีการนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการ แก้ไขปัญหา โดยมีเครื่องมือสำ คัญที่แสดงถึงความเป็นวิชาชีพ นั่นคือ การปฏิบัติงานโดยใช้กระบวนการ พยาบาล การเปรียบเทียบขั้นตอนการปฏิบัติการพยาบาล กับขั้นตอนการแก้ไขปัญหาด้วยกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์(สภาการพยาบาล, 2528) ดังนี้ กระบวนการพยาบาล กระบวนการแก้ไขปัญหา 1. การประเมินสภาพผู้ป่วย 1. การสืบค้นข้อมูล/ข้อเท็จจริงเพื่อหาปัญหา 2. การวินิจฉัยทางการพยาบาล 2. การวิเคราะห์/สังเคราะห์ข้อมูลเพื่อกำ หนดปัญหา 3. การวางแผนการพยาบาล 3. การหาแนวทางการแก้ไขปัญหา 4. การปฏิบัติการพยาบาล 4. การลงมือแก้ไขปัญหา 5. การประเมินผล 5. การติดตามประเมินผลของการแก้ไขปัญหา จะเห็นได้ว่ากระบวนการพยาบาล มีลักษณะที่คล้ายคลึงกับกระบวนการบริหารงาน ได้แก่ การวางแผน การจัดองค์กร การนำองค์กร และการนิเทศ/ติดตามผล ดังนั้นการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพในแต่ละ เวร จึงถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในบทบาทของผู้บริหารจัดการการดูแลผู้ป่วยในความรับผิดชอบให้ได้รับการ บริการอย่างมีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ 14 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
มาตรฐานกำ หนดตำ แหน่งพยาบาลวิชาชีพตามที่ สำ นักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กำ หนด สายงานพยาบาลวิชาชีพ เป็นตําแหนงประเภทวิชาการ ลักษณะงานโดยทั่วไปครอบคลุมถึง ตําแหนงตางๆ ที่ปฏิบัติงานการพยาบาล ซึ่งมีลักษณะงานที่ตองปฏิบัติโดยผูไดรับใบอนุญาตประกอบ โรคศิลปะสาขาการพยาบาล หรือสาขาการพยาบาลและการผดุงครรภชั้นหนึ่ง ปฏิบัติงานสงเสริมและพัฒนา บริการการพยาบาลและปฏิบัติงานตรวจวินิจฉัยและบําบัดรักษาภายใตการควบคุมของแพทย์โดยทําหน้าที่ เปนผูใหบริการ วางแผนงาน ประสานงาน ประเมินผล และบันทึกผลการใหการพยาบาล ศึกษา วิเคราะห์ คิดคน พัฒนาการพยาบาลและควบคุมการพยาบาลใหเปนไปอยางมีคุณภาพและอยูในมาตรฐาน สงเสริม และพัฒนาความรูความสามารถทางการพยาบาลใหกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวของกับงานการพยาบาล จัดสถานที่ และเตรียมอุปกรณที่ใชในการรักษาพยาบาล ชวยแพทยในการตรวจวินิจฉัยและบําบัดรักษา จัดเตรียมและ สงเครื่องมือในการผาตัด ชวยแพทยในการใชยาระงับความรูสึก หรือใชเครื่องมือพิเศษบางประเภทเพื่อการ วินิจฉัยและบําบัดรักษา ตลอดจนปฏิบัติงานการวางแผนครอบครัวและการผดุงครรภ์การสงเสริมสุขภาพ และปองกันโรค การฟนฟูสภาพผูปวยและ ปฏิบัติหนาที่อื่นที่เกี่ยวข องตาแหน่งในสายงานนี้มีชื่อและระดับ ํ ของตำแหน่ง คือ พยาบาลวิชาชีพระดับปฏิบัติการ พยาบาลวิชาชีพระดับชํานาญการ พยาบาลวิชาชีพระดับ ชํานาญการพิเศษ พยาบาลวิชาชีพระดับเชี่ยวชาญ และพยาบาลวิชาชีพระดับทรงคุณวุฒิรายละเอียดของ แต่ละตำแหน่งแสดงดังตารางที่ 2-1 (สำ นักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน, 2552) 15 แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล
ตารางที่ 2–1 แสดงมาตรฐานกำ หนดตำแหน่งสายงานพยาบาลวิชาชีพ จำแนกตามระดับตำแหน่ง ระดับตำ แหน่ง ปฏิบัติการ ชํานาญการ ชํานาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ ทรงคุณวุฒิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ หลัก 1. ปฏิบัติงานในฐานะ ผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทาง วิชาการในการทํางาน ปฏิบัติงานเกี่ยวกับ ด้านพยาบาลวิชาชีพ ภายใต้การกำกับ แนะนํา ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่น ตามที่ได้รับมอบหมาย 1. ปฏิบัติงานในฐานะ หัวหน้างาน ซึ่งตอง กํากับ แนะนํา ตรวจ สอบการปฏิบัติงาน ของผูรวม ปฏิบัติงาน โดยใชความรูความ สามารถ ประสบการณ์ และความชํานาญสูง ในด้านพยาบาล วิชาชีพ ปฏิบัติงาน ที่ตองตัดสินใจหรือ แกปญหาที่ยาก และ ปฏิบัติงานอื่นตามที่ ไดรับมอบหมาย หรือ 1. ปฏิบัติงานในฐานะ หัวหน้างาน ซึ่งตอง กํากับ แนะนํา ตรวจ สอบการปฏิบัติงาน ของผูรวม ปฏิบัติงาน โดยใชความรูความ สามารถ ประสบการณ์ และความชํานาญงาน สูงมากในด้าน พยาบาลวิชาชีพ ปฏิบัติงานที่ตอง ตัดสินใจหรือ แกปญหาที่ยากมาก และปฏิบัติงานอื่น ตามที่ไดรับมอบหมาย หรือ 1. ปฏิบัติงานในฐานะ ผูปฏิบัติงานที่มีความ เชี่ยวชาญในงาน โดย ใชความรูความสามารถ ประสบการณ์และ ความเชี่ยวชาญ ในทางด้านพยาบาล วิชาชีพ ปฏิบัติงาน ที่ตองตัดสินใจหรือ แกปญหา ในทาง วิชาการที่ยากและ ซับซอนมากและมี ผลกระทบในวงกวาง และปฏิบัติงานอื่น ตามที่ไดรับมอบหมาย หรือ 1. ปฏิบัติงานในฐานะ ผู้ปฏิบัติงานที่ทรง คุณวุฒิซึ่งใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และ ผลงานด้านพยาบาล วิชาชีพ เป็นที่ประจักษ์ ในความสามารถ เป็น ที่ยอมรับในระดับชาติ ปฏิบัติงานที่ต้อง ตัดสินใจหรือแก้ปัญหา ในทางวิชาการที่ยาก และซับซ้อนมาก เป็นพิเศษ และมี ผลกระทบในวงกว้าง ระดับนโยบายกระทรวง หรือระดับชาติและ ปฏิบัติงานอื่นตามที่ ได้รับมอบหมาย หรือ 2. ปฏิบัติงานใน ฐานะผูปฏิบัติงานที่มี ประสบการณ์โดยใช ความรูความสามารถ ประสบการณ และ ความชํานาญสูงใน ด้านพยาบาลวิชาชีพ ปฏิบัติงานที่ตอง ตัดสินใจหรือ แกปญหาที่ยาก และปฏิบัติงานอื่น ตามที่ไดรับมอบหมาย 2. ปฏิบัติงานในฐานะ ผูปฏิบัติงานที่มี ประสบการณ์โดยใช ความรูความสามารถ ประสบการณ์และ ความชํานาญในงาน สูงมากในด้าน พยาบาลวิชาชีพ ปฏิบัติงานที่ตอง ตัดสินใจหรือแกปญหา ที่ยากมาก และ ปฏิบัติงานอื่นตามที่ ไดรับมอบหมาย 2. ปฏิบัติงานในฐานะ ผูปฏิบัติงาน ใหคําปรึกษาของ สวนราชการระดับ กระทรวง กรม ซึ่งใช ความรูความสามารถ ประสบการณและ ความเชี่ยวชาญใน ทางด้านพยาบาล วิชาชีพ ปฏิบัติงานที่ ตองตัดสินใจหรือ แกปญหาในทาง วิชาการที่ยากและ ซับซอนมากและมี ผลกระทบในวงกวาง และปฏิบัติงานอื่น ตามที่ไดรับมอบหมาย 2. ปฏิบัติงานในฐานะ ผู้ปฏิบัติงาน ให้คำ ปรึกษาของ ส่วนราชการระดับ กระทรวง ซึ่งมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และ ผลงานด้านพยาบาล วิชาชีพ เป็นที่ประจักษ์ ในความสามารถ เป็น ที่ยอมรับในระดับชาติ ปฏิบัติงานที่ต้อง ตัดสินใจ หรือแก้ ปัญหาในทางวิชาการ ที่ยากและซับซ้อน มากเป็นพิเศษ และมี ผลกระทบในวงกว้าง ระดับนโยบายกระทรวง หรือระดับชาติและ ปฏิบัติงานอื่นตามที่ ได้รับมอบหมาย 16 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ระดับตำ แหน่ง ปฏิบัติการ ชํานาญการ ชํานาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ ทรงคุณวุฒิ ลักษณะงาน ที่ปฏิบัติ 1. ด้านการปฏิบัติการ (1) ปฏิบัติการ พยาบาลขั้นพื้นฐาน ตามมาตรฐานวิชาชีพ (2) คัดกรอง ประเมิน ภาวะสุขภาพ วิเคราะห์ ปัญหา วินิจฉัยปัญหา ภาวะเสี่ยง (3) บันทึก รวบรวม ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล ด้านการพยาบาล เบื้องต้น เพื่อ พัฒนาการดูแลผู้ป่วย (4) ส่งเสริม ป้องกัน ดูแลรักษา ฟื้นฟู สุขภาพประชาชน หรือการบริการอื่นๆ ทางด้านสุขภาพ 1. ด้านการปฏิบัติการ (1) ปฏิบัติการ พยาบาลขั้นสูงตาม มาตรฐานวิชาชีพ (2) คัดกรอง ประเมิน ภาวะสุขภาพที่ซับซอน และปรับปรุงบริการ พยาบาล รวมทั้งการ ปรับใช้เครื่องมือพิเศษ (3) บันทึก รวบรวม ศึกษา วิเคราะห วิจัย ดานการพยาบาล เพื่อพัฒนาคุณภาพ การพยาบาลใหตอบ สนองตอเปาหมาย ของการพยาบาล (4) สงเสริม ปองกัน ดูแลรักษา ฟนฟู สุขภาพประชาชน หรือการบริการอื่นๆ ทางด้านสุขภาพ ที่เปนปญหา เฉพาะพื้นที่ 1. ด้านการปฏิบัติการ (1) ปฏิบัติการ พยาบาลขั้นสูง ที่ยุงยากซับซอน ภาวะวิกฤต ตาม มาตรฐานวิชาชีพ (2) คัดกรอง ประเมิน วินิจฉัยปญหาภาวะ เสี่ยงคาดการณและ วางแผนช่วยเหลือ เพิ่มประสิทธิภาพ ในการดูแล (3) ศึกษา วิจัย พัฒนาระบบหรือ รูปแบบบริการ พยาบาลเฉพาะทางที่ มีความยุงยากซับซ้อน และมีการคนควา อางอิง ภายใตการ บริหารจัดการ ทรัพยากรอยางคุมคา (4) ประเมินผล การดําเนินงาน การสงเสริม ป้องกัน ดูแลรักษา ฟื้นฟู สุขภาพประชาชน หรือการบริการอื่นๆ ทางด้านสุขภาพ 1. ด้านการปฏิบัติการ (1) ปฏิบัติหนาที่ใน ฐานะผูเชี่ยวชาญ ดานการพยาบาล พัฒนาและ ประยุกตใชความรู วิธี การ เทคนิคตางๆ (2) กํากับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ ระบบบริการทางการ พยาบาลให้เป็นไป ตาม มาตรฐานสากล (3) กําหนดทิศทาง ของการศึกษาวิจัย ใหสอดคล้องกับ ทิศทางของกรม เพื่อ ให้ผูปฏิบัติงานมี แนวทางในการศึกษา วิจัย (4) กําหนดรูปแบบ สร้างสรรค์ การดําเนินงาน การสงเสริม ป้องกัน ดูแลรักษา ฟื้นฟูและ การบริการสุขภาพ เชิงรุก ทางด้าน สุขภาพ 1. ด้านการปฏิบัติการ (1) ศึกษา วิจัย สุขภาพประชาชน และ ระบบบริการพยาบาล กำ หนดนโยบาย วางแผนยุทธศาสตร์ ระดับประเทศ (2) คิดค้น นวัตกรรม พัฒนาระบบบริการ พยาบาล ที่สามารถ ดูแลผู้ป่วยในรายที่มี ความยุ่งยากซับซ้อน ของโรค (3) พัฒนากลไกการ บริการทางการพยาบาล ภายใต้ระบบเครือข่าย ยกระดับคุณภาพ เพื่อให้มีมาตรฐาน เดียวกับสถานบริการ พยาบาลในระดับ ตติยภูมิ (4) ให้คำ ปรึกษา ทางด้านวิชาการ เพื่อสร้าง และพัฒนา มาตรฐาน ระบบ บริการ และการ ประกันคุณภาพ ทางการพยาบาล 2. ด้านการวางแผน วางแผนการทํางานที่ รับผิดชอบ และร่วม ดําเนินการวางแผน การทํางานของหน่วย งานหรือ โครงการ 2. ดานการวางแผน วางแผน รวมดําเนิน การวางแผนงาน หรือโครงการของ หนวยงาน ระดับ สํานักหรือกอง และ แก้ไขปัญหาในการ ปฏิบัติงาน 2. ดานการวางแผน วางแผน รวมดําเนิน การวางแผนงาน โครงการของ หนวยงานระดับสํานัก หรือกอง มอบหมาย งาน แกไขปญหาและ ติดตามประเมินผล 2. ดานการวางแผน วางแผน รวมดําเนิน การวางแผน โดย บูรณาการในระดับ กลยุทธของสวน ราชการระดับกรม มอบหมายงาน แกไขปัญหา และ ติดตามประเมินผล 2. ด้านการวางแผน วางแผน ร่วมดำ เนิน การวางแผน ให้ คำ ปรึกษาแนะนำ ใน การวางแผน โดย บูรณาการในระดับ กลยุทธ์ของส่วน ราชการระดับ กระทรวง และ ติดตามประเมินผล 17 แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล
ระดับตำ แหน่ง ปฏิบัติการ ชํานาญการ ชํานาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ ทรงคุณวุฒิ ลักษณะงาน ที่ปฏิบัติ 3. ด้านการประสาน งาน (1) ประสานการทํา งานร่วมกันทั้งภายใน และภายนอกทีมงาน หรือหน่วยงาน (2) ชี้แจงและให้ รายละเอียดข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคล หรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง 3. ดานการประสาน งาน (1) ประสานการ ทำ งานร่วมกัน มีบทบาทในการ ใหความเห็นและ คําแนะนําเบื้องตน แกสมาชิกในทีมงาน (2) ใหขอคิดเห็นหรือ คําแนะนําเบื้องตน แกสมาชิกในทีมงาน หรือบุคคลหรือ หนวยงาน 3. ดานการประสาน งาน (1) ประสานสัมพันธ มีบทบาทชี้แนะจูงใจ ทีมงานหรือ หน่วยงานอื่นใน ระดับกองหรือ สํานักงาน (2) ชี้แจง ใหขอ คิดเห็นในที่ประชุม คณะกรรมการหรือ คณะทํางานตางๆ 3. ดานการประสาน งาน (1) ประสานการทํา งานโครงการตางๆ กับบุคคล หนวยงาน หรือองคกรอื่น มีบทบาทในการจูงใจ โน้มน้าว (2) ใหขอคิดเห็น และคําแนะนําแก หนวยงานระดับกอง หรือสำ นัก รวมทั้ง ที่ประชุมทั้งในและ ตางประเทศ 3. ด้านการประสาน งาน (1) ประสานการ ทำ งานภายใน กระทรวง กรม หรือ องค์กรอื่น ทั้งในและ ต่างประเทศ มีบทบาทในการ เจรจา โน้มน้าว (2) ให้ข้อคิดเห็นและ คำแนะนำแก่หน่วย งานระดับกระทรวง กรม รวมทั้งที่ประชุม ทั้งในและต่างประเทศ 4. ด้านการบริการ (1) สอน แนะนํา ให้คําปรึกษา เบื้อง ต้นแก่ผู้ใช้บริการและ ครอบครัว ชุมชน เกี่ยวกับมิติการดูแล สุขภาพ (2) ให้บริการข้อมูล ทางวิชาการ จัดเก็บ ข้อมูลเบื้องต้น เกี่ยวกับการพยาบาล 4. ดานการบริการ (1) ใหบริการวิชาการ พยาบาลที่ซับซอน สอดคลองกับภาวะ สุขภาพของผูใช บริการ และวัตถุประสงค ของหนวยงาน (2) สอน นิเทศ ถ่ายทอดความ รูเทคโนโลยีทางการ พยาบาลแกผู ใตบังคับ บัญชาหรือบุคคล ภายนอก (3) พัฒนาขอมูล จัดทําเอกสาร คูมือ ตํารา สื่อเอกสาร เผยแพร พัฒนา เครื่องมืออุปกรณ วิธีการ หรือประยุกต เทคโนโลยีเข้ามาใช 4. ดานการบริการ (1) ใหคําปรึกษา อํานวยการ ถายทอด ความรูใหกับ ผูใตบังคับบัญชา ผูใชบริการทั้งภายใน และภายนอก หน่วยงาน (2) กําหนดแนวทาง รูปแบบ วิธีการ เผยแพร โดย ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ระดับสากล (3) จัดทําฐานขอมูล ระบบสารสนเทศ ที่เกี่ยวกับงานที่ รับผิดชอบ 4. ดานการบริการ (1) เปนที่ปรึกษาของ สวนราชการ ในการ ถายทอดความรู้ (2) ใหคําปรึกษา แนะนํา แกผูบริหาร ทั้งภายในและ ภายนอก (3) วินิจฉัย ชี้แจงและ ตอบปัญหาที่สําคัญ หรืออํานวยการ ถายทอดความ รูแกหนวยราชการ เอกชน หรือ ประชาชนทั่วไป 4. ด้านการบริการ (1) เป็นที่ปรึกษา ระดับกระทรวงในการ ปฏิบัติงานถ่ายทอด ความรู้ด้าน การพยาบาล การผดุงครรภ์ (2) กำ หนดทิศทาง การพัฒนาศักยภาพ ของบุคคล และ องค์กร (3) กำ หนดนโยบาย และทิศทางการพัฒนา ระบบสารสนเทศที่ เกี่ยวกับการพยาบาล การผดุงครรภ์ การคุ้มครอง ผู้รับบริการ สาธารณสุข 18 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ระดับตำ แหน่ง ปฏิบัติการ ชํานาญการ ชํานาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ ทรงคุณวุฒิ คุณสมบัติ เฉพาะ สําหรับ ตําแหน่ง 1. ได้รับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือ ปริญญาเอก หรือคุณ วุฒิอยางอื่นที่เทียบได้ ในระดับเดียวกัน ใน สาขาวิชาการพยาบาล และได้รับใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพสาขา การพยาบาลชั้นหนึ่ง หรือสาขาการพยาบาล และการผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง 1. มีคุณสมบัติเฉพาะ สําหรับตําแหนง พยาบาลวิชาชีพ ระดับปฏิบัติการ และ 1. มีคุณสมบัติเฉพาะ สําหรับตําแหนง พยาบาลวิชาชีพ ระดับปฏิบัติการ และ 1. มีคุณสมบัติเฉพาะ สําหรับตําแหนง พยาบาลวิชาชีพ ระดับปฏิบัติการ และ 1. คุณสมบัติเฉพาะ สำ หรับตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพ ระดับปฏิบัติการ และ 2. ได้รับปริญญาหรือ คุณวุฒิอย่างอื่นที่ ก.พ. กำ หนดว่าใช้ เป็นคุณสมบัติเฉพาะ สําหรับตําแหน่งนี้ได้ และได้รับใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพ สาขาการพยาบาล ชั้นหนึ่ง หรือสาขา การพยาบาลและ การผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง 2. ดำ รงตำแหน่งใด ตำแหน่งหนึ่งมาแล้ว ดังต่อไปนี้ 2.1 ประเภทวิชาการ ระดับชำ นาญการ 2.2 ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ไมน้อยกวา 6 ป 2.3 ลดเป็น 4 ป สําหรับผู้ที่เทียบได ไม่ต่ำกวาปริญญาโท และมีคุณสมบัติเฉพาะ สําหรับตําแหนง พยาบาลวิชาชีพ ระดับปฏิบัติการ 2.4 ลดเปน 2 ป สําหรับผูที่เทียบได ไม่ต่ำกวาปริญญาเอก และมีคุณสมบัติเฉพาะ สําหรับตําแหนง พยาบาลวิชาชีพ ระดับปฏิบัติการ 2.5 ตาแหนํงอย างอื่น ที่เทียบเท่า 2.1 หรือ 2.2 หรือ 2.3 หรือ 2.4 แล้วแต่กรณีตาม หลักเกณฑและเงื่อนไข ที่ ก.พ. กําหนด และ 2. ดำ รงตำแหน่งใด ตำแหน่งหนึ่งมาแล้ว ดังต่อไปนี้ 2.1 ประเภทอำ นวย การระดับต้น 2..2 ประเภทวิชาการ ระดับชำ นาญการ พิเศษ 2.3 ประเภทวิชาการ ระดับชํานาญการ ไม่น้อยกวา 4 ป 2.4 ตำแหน่งอย่าง อื่นที่เทียบเท่า 2.1 หรือ 2.2 หรือ 2.3 แล้วแต่กรณีตาม หลักเกณฑ์และ เงื่อนไขที่ ก.พ. กำ หนด และ 2. ดำ รงตำแหน่งใด ตำแหน่งหนึ่งมาแล้ว ดังต่อไปนี้ 2.1 ประเภทอำ นวย การ ระดับสูง 2.2 ประเภท อำ นวยการระดับต้น ไม่น้อยกว่า 1 ปี 2..3 ประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ 2.4 ประเภทวิชาการ ระดับชำ นาญการพิเศษ ไม่น้อยกว่า 3 ปี 2.5 ตำแหน่งอย่าง อื่นที่เทียบเท่า 2.1 หรือ 2.2 หรือ 2.3 หรือ 2.4 แล้วแต่ กรณีตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่ ก.พ.กำ หนด และ 2. ดำ รงตำแหน่งใด ตำแหน่งหนึ่งมาแล้ว ดังต่อไปนี้ 2.1 ประเภทบริหาร ระดับสูง 2.2 ประเภทบริหาร ระดับต้น ไม่น้อยกว่า 1 ปี 2.3 ประเภท อำ นวยการระดับสูง ไม่น้อยกว่า 2 ปี 2.4 ประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ 2.5 ประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ ไม่น้อยกว่า 2 ปี 2.6 ตำแหน่งอย่าง อื่นที่เทียบเท่า 2.1 หรือ 2.2 หรือ 2.3 หรือ 2.4 หรือ 2.5 แล้วแต่กรณีตาม หลักเกณฑ์และ เงื่อนไขที่ ก.พ. กำ หนด และ 19 แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล
ระดับตำ แหน่ง ปฏิบัติการ ชํานาญการ ชํานาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ ทรงคุณวุฒิ คุณสมบัติ เฉพาะ สําหรับ ตําแหน่ง 3. ปฏิบัติงานด้าน พยาบาลวิชาชีพ หรือ งานอื่นที่เกี่ยวของ ตามที่สวนราชการ เจาสังกัดเห็นวา เหมาะสมกับหนาที่ ความรับผิดชอบและ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ มาแลวไมนอยกวา 1 ปี 3. ปฏิบัติงานด้าน พยาบาลวิชาชีพ หรือ งานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามที่ส่วนราชการ เจ้าสังกัดเห็นว่า เหมาะสมกับหน้าที่ ความรับผิดชอบและ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี 3. ปฏิบัติงานด้าน พยาบาลวิชาชีพ หรือ งานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามที่ส่วนราชการ เจ้าสังกัดเห็นว่า เหมาะสมกับหน้าที่ ความรับผิดชอบและ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี 3. ปฏิบัติงานด้าน พยาบาลวิชาชีพ หรือ งานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามที่ส่วนราชการ เจ้าสังกัดเห็นว่า เหมาะสมกับหน้าที่ ความรับผิดชอบ และ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ที่จําเป็น 1. มีความรู้ ความสามารถ ที่จำ เป็น สำ หรับ การปฏิบัติงาน ในตำแหน่ง 1. มีความรู้ ความสามารถ ที่จำ เป็น สำ หรับ การปฏิบัติงาน ในตำแหน่ง 1. มีความรู้ ความสามารถ ที่จำ เป็น สำ หรับ การปฏิบัติงาน ในตำแหน่ง 1. มีความรู้ ความสามารถ ที่จำ เป็น สำ หรับ การปฏิบัติงาน ในตำแหน่ง 1. มีความรู้ ความสามารถ ที่จำ เป็น สำ หรับ การปฏิบัติงาน ในตำแหน่ง 2. มีทักษะที่จำ เป็น สำ หรับการปฏิบัติงาน ในตำแหน่ง 2. มีทักษะที่จำ เป็น สำ หรับการปฏิบัติงาน ในตำแหน่ง 2. มีทักษะที่จำ เป็น สำ หรับการปฏิบัติงาน ในตำแหน่ง 2. มีทักษะที่จำ เป็น สำ หรับการปฏิบัติงาน ในตำแหน่ง 2. มีทักษะที่จำ เป็น สำ หรับการปฏิบัติงาน ในตำแหน่ง 3. มีสมรรถนะ ที่จำ เป็นสำ หรับ การปฏิบัติงาน ในตำแหน่ง 3. มีสมรรถนะ ที่จำ เป็นสำ หรับ การปฏิบัติงาน ในตำแหน่ง 3. มีสมรรถนะ ที่จำ เป็นสำ หรับ การปฏิบัติงาน ในตำแหน่ง 3. มีสมรรถนะ ที่จำ เป็นสำ หรับ การปฏิบัติงาน ในตำแหน่ง 3. มีสมรรถนะ ที่จำ เป็นสำ หรับ การปฏิบัติงาน ในตำแหน่ง จากตารางข้างต้น แสดงรายละเอียดความแตกต่างของสายงานพยาบาลวิชาชีพที่มีระดับตำแหน่งต่างๆ ความแตกต่างประกอบไปด้วยระยะเวลาการดำ รงตำแหน่ง ระดับความรู้ความสามารถ และความยุ่งยากซับ ซ้อนของงานที่รับผิดชอบและปฏิบัติเมื่อก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นองค์ประกอบดังกล่าวจะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย และงานที่รับผิดชอบมีความยุ่งยากเพิ่มขึ้นทั้งการตัดสินใจและการปฏิบัติการเข้าใจระดับสมรรถนะของแต่ละ ระดับตำแหน่ง สนับสนุนการจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งได้เหมาะสม และบรรลุเป้าหมายที่กำ หนด 20 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
หลักการและแนวคิดเกี่ยวกับเส้นทางความก้าวหน้า บุคลากรสายงานพยาบาลวิชาชีพ จากมาตรฐานกำ หนดตำแหน่งดังกล่าวข้างต้น สำ นักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้ กำ หนดตำ แหน่งในสายงานพยาบาลวิชาชีพเป็น 5 ระดับ คือ พยาบาลวิชาชีพระดับปฏิบัติการ พยาบาล วิชาชีพระดับชำ นาญการ พยาบาลวิชาชีพระดับชำ นาญการพิเศษ พยาบาลวิชาชีพระดับเชี่ยวชาญ และ พยาบาลวิชาชีพระดับทรงคุณวุฒิซึ่งแต่ละระดับมีหน้าที่ความรับผิดชอบหลัก คุณสมบัติเฉพาะสำ หรับตำแหน่ง ความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำ เป็นสำ หรับตำแหน่งแตกต่างกันไป โดยแสดงถึงความยุ่งยาก ของงานมากขึ้นเมื่อมีระดับสูงขึ้น การที่จะสามารถปฏิบัติงานที่มีความยุ่งยากได้นั้นผู้ปฏิบัติต้องได้รับการพัฒนา รวมถึงการสั่งสมประสบการณ์ในด้านดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เหมาะสม เพียงพอ เมื่อพยาบาลวิชาชีพมีคุณสมบัติ เหมาะสมกับตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น จะได้รับการปรับเพื่อเลื่อนระดับหรือมีความก้าวหน้าในงานที่ปฏิบัติ จากระดับของตำแหน่งที่สูงขึ้นจึงเป็นเส้นทางความก้าวหน้าของบุคลากรสายงานพยาบาลวิชาชีพ การพัฒนาบุคลากรและการสั่งสมประสบการณ์จะสนับสนุนให้บุคลากรสายงานพยาบาลวิชาชีพมี คุณสมบัติที่เหมาะสมสำ หรับการเลื่อนระดับ ดังนั้นเส้นทางความก้าวหน้าในสายงานพยาบาลวิชาชีพที่แสดง ถึงความเหมาะสมจึงประกอบไปด้วยหลักการและแนวคิดที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1. หลักการและแนวคิดของระดับสมรรถนะ David C. Mc Clelland ผู้พัฒนาเครื่องมือประเมินผลการปฏิบัติงานที่เรียกว่าสมรรถนะ (Competency) ได้กำ หนดระดับของสมรรถนะเพื่อแสดงถึงความแตกต่างของระดับความรู้ทักษะและคุณลักษณะของบุคคลไว้ 2 ประเภท คือ 1.1 แบบกำ หนดเป็นสเกล สมรรถนะแต่ละตัวจะกำ หนดระดับความรู้ทักษะและคุณลักษณะแตกต่าง กันตามปัจจัย กำ หนดความแตกต่างด้วยตัวบ่งชี้พฤติกรรมที่สะท้อนความสามารถแต่ละระดับ โดยกำ หนด ความสามารถไว้5 ระดับ ดังตารางที่ 2-2 ตารางที่ 2–2 แสดงตัวชี้วัดพฤติกรรมจำแนกตามระดับสมรรถนะ ระดับที่ เกณฑ์ ความสามารถ ตัวชี้วัดพฤติกรรม แปลความหมาย เทียบกับมาตรฐาน 1 ระดับเริ่มต้น Beginner มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับแนวคิดและทฤษฎี ยังไม่สามารถทำ ได้ตามมาตรฐาน 2 ระดับมีความรู้บ้าง Novice สามารถประยุกต์แนวคิดทฤษฎีมาใช้ใน งาน ทำ ได้ตามมาตรฐานที่กำ หนดไว้บางส่วน 3 ระดับมีความรู้ปานกลาง Intermediate สามารถนำ ความรู้ทักษะ มาใช้ให้เป็น รูปธรรม สามารถทำ ได้ตามมาตรฐานที่กำ หนด 21 แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล
ระดับที่ เกณฑ์ ความสามารถ ตัวชี้วัดพฤติกรรม แปลความหมาย เทียบกับมาตรฐาน 4 ระดับมีความรู้สูง Advance สามารถแปลงทฤษฎีมาเป็นเครื่องมือใน การปฏิบัติและผู้อื่นสามารถนำ เครื่องมือ ไปปฏิบัติได้จริง ทำ ได้สูงกว่ามาตรฐานที่กำ หนด 5 ระดับความเชี่ยวชาญ Expert สามารถกำ หนดทิศทางยุทธศาสตร์ใน การบริหารจัดการในเรื่องความรู้ทักษะ ที่เกี่ยวข้องให้แก่หน่วยงานได้ สามารถทำ ได้สูงกว่ามาตรฐานที่กำ หนด มาก 1.2 แบบไม่กำ หนดเป็นสเกล เป็นสมรรถนะที่เป็นพฤติกรรมเชิงความรู้สึก หรือเจตคติที่ไม่ต้องใช้สเกล เช่น ความซื่อสัตย์ความตรงต่อเวลา เป็นต้น จากระดับสมรรถนะดังกล่าว เพื่อพิจารณาบุคลากรสายงานพยาบาลวิชาชีพ ซึ่งจบการศึกษาระดับ ปริญญาตรีทุกคนจึงจัดอยู่ในกลุ่มระดับเริ่มต้น คือ มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับแนวคิดและทฤษฎีหากแต่เมื่อ ประสบการณ์เพิ่มขึ้นหรือได้รับการพัฒนา ตัวบ่งชี้พฤติกรรมที่แตกต่างกันในแต่ละคนจะกำ หนดระดับ สมรรถนะที่สามารถปรับระดับตำแหน่งที่สูงขึ้นได้ 2. หลักการและแนวคิดการแบ่งระดับสมรรถนะตาม Benner’s Model Benner เป็นนักวิชาการทางการพยาบาลได้เขียนหนังสือเรื่อง Form novice to expert โดยประยุกต์ จากแนวคิดของ Dreyfus model ปีค.ศ.1980-1981 ซึ่งอธิบายว่าวิชาชีพพยาบาลแบ่ง เป็น 5 ระดับ ดังนี้ ระดับที่ 1 novice หรือผู้เริ่มต้น เป็นพยาบาลที่จบการศึกษาใหม่ เริ่มปฏิบัติงานในวิชาชีพ 1-2 ปียังไม่มีประสบการในการปฏิบัติงาน ต้องอาศัยการชี้นำ ได้รับความช่วยเหลือและการสนับสนุนจาก บุคลากรในทีมจึงจะทำ ได้ความสนใจจะมีเฉพาะสิ่งที่มองเห็นหรือจับต้องได้ปฏิบัติการพยาบาลพื้นฐานได้ นอกจากนี้สามารถพบได้กับพยาบาลผู้มีประสบการณ์ในการทำ งานมาก่อน แต่มีการเปลี่ยนแปลงที่ทำ งาน หรือย้ายที่ทำ งานใหม่จึงมีสภาพเป็นผู้เริ่มต้นได้เช่นกัน ระดับที่ 2 Advance beginner หรือผู้เรียนรู้ เป็นผู้มีประสบการณ์ในการปฏิบัติการพยาบาล 3-4 ปีและปฏิบัติงานในที่เดิมติดต่อกัน 2-3 ปีสามารถเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง จดจำ ประสบการณ์ สามารถมองประเด็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และบริหารจัดการกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้แต่ยังไม่สามารถ จัดลำ ดับความสำ คัญของประเด็นปัญหา ลักษณะการปฏิบัติงานยังไม่สอดคล้องกับความจำ เป็นของผู้ป่วย การ ทำ งานจะเกิดความมั่นใจต่อเมื่อมีผู้นิเทศ หรืออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพยาบาลที่มีประสบการณ์สูงกว่า ระดับที่ 3 Competent หรือผู้ปฏิบัติเป็นพยาบาลผู้มีประสบการณ์ปฏิบัติการพยาบาล 5-7 ปี และปฏิบัติงานในที่เดิมติดต่อกัน 3-4 ปีจะมีพัฒนาการมากขึ้น มีความรู้ความเข้าใจบริบทของงานที่รับผิดชอบ สามารถวางแผนให้การพยาบาลในระยะยาวได้อย่างเหมาะสมและปฏิบัติงานตามแผน เริ่มแยกแยะออกว่า ปัญหาใดควรให้ความสนใจ ปัญหาใดควรวางเฉยเพราะไม่สำ คัญ แต่ยังขาดความยืดหยุ่นในการทำ งาน และ ต้องการความช่วยเหลือในด้านการจัดการ เพื่อให้งานออกมาได้ผลดีและต้องการฝึกฝนในเรื่องการตัดสินใจ 22 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ระดับที่ 4 Proficient หรือผู้ชำ นาญ เป็นพยาบาลผู้มีประสบการณ์การพยาบาลติดต่อกัน 8-10 ปี มีความสามารถในการมองสถานการณ์ได้กว้างไกล เข้าใจปัญหาต่างๆ จากประสบการณ์ได้ดีขึ้น มีความรู้ ความเข้าใจปัญหาของระบบงานอย่างเป็นองค์รวม มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าต้องคำ นึงถึงสิ่งใดบ้าง พยาบาลกลุ่มนี้สามารถชี้นำแพทย์ฝึกหัดที่มีประสบการณ์น้อย ในการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยในภาวะวิกฤตได้ นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการนำอภิปรายปัญหาของผู้ป่วยโดยดึงเอาสถานการณ์ต่างๆ ที่เป็นประเด็น ของปัญหามาใช้เป็นประโยชน์ได้ดีขึ้น สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระดับที่ 5 Expert หรือผู้เชี่ยวชาญ เป็นพยาบาลที่มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน มากกว่า 10 ปี ขึ้นไป เป็นผู้มีความสามารถในการปฏิบัติการพยาบาลสูงกว่าระดับผู้ชำ นาญ เนื่องจากมีประสบการณ์มากมาย ทำ ให้สามารถคาดการณ์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้แม้ไม่มีข้อมูลหรือสิ่งแสดงใดๆ ปรากฏให้เห็นชัดเจน แต่เป็นสัญชาตญาณซึ่งเกิดขึ้นในคนที่มีประสบการณ์มาก และพบสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันมาก่อน ทำ ให้ เชื่อมโยงความคิดและคาดการณ์ต่อไปได้ว่าอาจจะเกิดปัญหาอะไรตามมา สามารถตัดสินใจและเลือกวิธีการ แก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเหมาะสม พยาบาลกลุ่มนี้จะฝึกตัดสินใจทางคลินิกได้ดีและรวดเร็ว จึงป้องกันและแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหากับผู้ป่วยได้พยาบาลผู้เชี่ยวชาญจะเข้าใจและมองเห็นปัญหาของผู้ป่วย และญาติแตกต่างจากพยาบาลอื่นๆ สามารถบริหารจัดการ สอน ชี้แนะ รวมทั้งเป็นแบบอย่างแก่พยาบาล ที่มีประสบการณ์น้อยกว่าได้เป็นอย่างดี จากหลักการและแนวคิดการแบ่งสมรรถนะตาม Benner’s Model นำ มาประยุกต์ใช้ในองค์กรพยาบาล ในการกำ หนดสมรรถนะของแต่ละตำแหน่ง ได้ดังนี้ 1. หัวหน้ากลุ่มการพยาบาล (Nursing Director) เป็นตำแหน่งที่มีCompetency อยู่ในระดับ 5 และมีผลการปฏิบัติงานบรรลุเป้าหมายขององค์กร 2. หัวหน้าตึก/ หัวหน้างาน (Top Manager) เป็นตำแหน่งที่มีCompetency อยู่ในระดับ 5 และ มีผลการปฏิบัติงานบรรลุเป้าหมายของหน่วยงาน 3. พยาบาลอาวุโส (Senior Staff) เป็นพยาบาลที่มีCompetency อยู่ในระดับ 4-5 4. พยาบาลระดับปฏิบัติการ (Operational Staff) เป็นพยาบาลที่มีCompetency อยู่ในระดับ 1-3 3. หลักการและแนวคิดการแบ่งระดับสมรรถนะของ สำ นักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 72 ได้บัญญัติให้ส่วนราชการมีหน้าที่ ดำ เนินการให้มีการเพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจแก่ข้าราชการพลเรือน เพื่อให้ข้าราชการ พลเรือนสามัญมีคุณภาพ คุณธรรม จริยธรรม คุณภาพชีวิต มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติราชการให้เกิด ผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจภาครัฐ สำ นักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนได้กำ หนดมาตรฐานความรู้ความ สามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำ เป็นสำ หรับตำแหน่งตามมาตรฐานกำ หนดตำแหน่งขึ้น ซึ่งหลักที่คำ นึงถึง ในการจัดระดับสมรรถนะในมาตรฐานที่กำ หนด มี2 ประการ คือ 3.1 จำ นวนระดับสมรรถนะควรมีให้เพียงพอสำ หรับการนำ ไปใช้กับระดับตำแหน่งที่มีอยู่ในส่วนงาน ดังนั้นถ้าองค์กรมีระดับตำ แหน่งมาก ระดับสมรรถนะควรมีมากให้สอดคล้องกัน เช่น ในราชการพลเรือน 23 แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล
มีการจัดระดับตำแหน่งในตำแหน่งประเภทวิชาการเป็น 5 ระดับ จึงควรมีระดับสมรรถนะ 5 ระดับเป็นอย่างน้อย ดังนั้นในบางองค์กรที่มีระดับตำแหน่งหลัก 3 ระดับ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน หัวหน้างาน/ส่วน/ฝ่าย และ ผู้อำ นวยการศูนย์/สำ นัก อาจกำ หนดระดับสมรรถนะเพียง 3 ระดับ เป็นอย่างน้อยได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะ ของแต่ละองค์กร และเส้นทางก้าวหน้าในสายอาชีพที่องค์กรกำ หนดไว้ 3.2 ระดับของสมรรถนะแต่ละระดับต้องแสดงให้เห็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจน จนทำ ให้คนส่วน ใหญ่สังเกตได้ตามหลัก Just Noticeable Difference หรือ JND โดยสมรรถนะระดับที่ 1 จะเป็นกลุ่ม พฤติกรรมที่แสดงได้ง่ายที่สุด และยากขึ้นตามระดับสมรรถนะที่สูงขึ้น ผู้ที่สามารถแสดงสมรรถนะที่สูง ต้องสามารถแสดงสมรรถนะในระดับต่ำ กว่าได้เช่นกัน ระดับสมรรถนะจึงจัดไว้ในลักษณะของขั้นบันได ผู้มีระดับสมรรถนะสูงต้องแสดงระดับสมรรถนะที่ต่ำกว่ามาก่อน หากผู้รับการประเมินแสดงพฤติกรรมในระดับสูง แต่ขาดการแสดงพฤติกรรมในระดับที่ 1 ให้ถือว่าไม่ได้แสดงสมรรถนะรายการนั้น ในส่วนของการประเมินบุคคลและจัดระดับสมรรถนะนั้นพิจารณาถึงมิติของระดับที่แตกต่างกันของแต่ละ สมรรถนะ ได้แก่ ระดับความเข้มข้นหรือครบถ้วนสมบูรณ์ของพฤติกรรม ขนาดของผลกระทบเมื่อแสดงพฤติกรรม ระดับความซับซ้อนของพฤติกรรม และระดับความพยายามหรือการใช้เวลาเพื่อให้สามารถแสดงพฤติกรรม สำ หรับบุคลากรสายงานพยาบาลวิชาชีพ เป็นตำแหน่งประเภทวิชาการ รายละเอียด มาตรฐานความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำ เป็นสำ หรับตำแหน่งตามมาตรฐานกำ หนดตำแหน่ง รวมทั้งระดับ สมรรถนะที่คาดหวังนั้น สำ นักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนอธิบายรายละเอียดไว้ดังตารางที่ 2–3 ตารางที่ 2–3 แสดงมาตรฐานความรู้/ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำ เป็น สำ หรับตำแหน่งตามมาตรฐานกำ หนดตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับ สมรรถนะ มาตรฐานกำ หนด ตำ แหน่ง ระดับ ที่คาดหวัง ความรู้ความสามารถที่จำ เป็นสำ หรับการปฏิบัติงานในตำ แหน่ง 1. ความรู้ความสามารถที่จำ เป็นสำ หรับการปฏิบัติงาน 1 มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญา และสามารถนำองค์ความรู้ที่ศึกษามาใช้ในการ ปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ ระดับ ปฏิบัติการ 1 2 มีความรู้ความสามารถตามที่กำ หนดไว้ในระดับที่ 1 และมีความรู้ ความเข้าใจในหลักการ แนวคิด ทฤษฎีของงานในสายอาชีพที่ปฏิบัติอยู่ รวมทั้งสามารถถ่ายทอดได้ ระดับ ชำ นาญการ 2 3 มีความรู้ความสามารถตามที่กำ หนดไว้ในระดับที่ 2 และมีความรู้ความเข้าใจ อย่างถ่องแท้เกี่ยวกับลักษณะงาน หลักการ แนวคิด ทฤษฎีของงานในสาย อาชีพที่ปฏิบัติอยู่ จนสามารถนำ มาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้ ระดับ ชำ นาญการพิเศษ 3 4 มีความรู้ความสามารถตามที่กำ หนดไว้ในระดับที่ 3 และมีความเชี่ยวชาญ ในสายอาชีพที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการอยู่ และสามารถแก้ไขปัญหาที่ยุ่งยาก ซับซ้อน รวมทั้งให้คำ ปรึกษาแนะนำ ได้ ระดับ เชี่ยวชาญ 4 5 มีความรู้ความสามารถตามที่กำ หนดไว้ในระดับที่ 4 และเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในสายอาชีพที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการอยู่ เนื่องจากการสั่งสมประสบการณ์และ องค์ความรู้รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาระดับบริหาร หรือปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ ต้องตัดสินใจแก้ไขปัญหาทางวิชาการที่ยากและซับซ้อนเป็นพิเศษ ระดับ ทรงคุณวุฒิ 5 24 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ระดับ สมรรถนะ มาตรฐานกำ หนด ตำ แหน่ง ระดับ ที่คาดหวัง 2. ความรู้เรื่องกฎหมายและกฎระเบียบราชการ 1 มีความรู้ความเข้าใจกฎหมาย หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ ราชการงานประจำ ที่ปฏิบัติอยู่ ระดับ ปฏิบัติการ 2 2 มีความรู้ความเข้าใจตามที่กำ หนดไว้ในระดับที่ 1 และสามารถหาคำ ตอบใน ทางกฎหมายได้เมื่อมีข้อสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ระดับชำ นาญการ 2 3 มีความรู้ความเข้าใจตามที่กำ หนดไว้ในระดับที่ 2 และสามารถนำ ไป ประยุกต์เพื่อแก้ปัญหาในทางกฎหมาย หรือตอบคำถามข้อสงสัยในการ ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้แก่หน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ ระดับชำ นาญการ พิเศษ 3 4 มีความรู้ความเข้าใจตามที่กำ หนดไว้ในระดับที่ 3 และมีความรู้ความเข้าใจ กฎหมายหรือระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหรือระเบียบในการปฏิบัติ หน้าที่ราชการ รวมทั้งสามารถแนะนำ หรือให้คำ ปรึกษาในภาพรวมได้ ระดับเชี่ยวชาญ 3 5 มีความรู้ความเข้าใจตามที่กำ หนดไว้ในระดับที่ 4 และมีความเชี่ยวชาญทาง กฎหมาย สามารถให้คำแนะนำ ปรึกษา วิเคราะห์เหตุผลและแก้ไขปัญหาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ระดับทรงคุณวุฒิ 3 ทักษะที่จำ เป็นสำ หรับการปฏิบัติงานในตำ แหน่ง (ส่วนราชการสามารถกำ หนดเพิ่มได้) 1. ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ 1 สามารถใช้คอมพิวเตอร์ในระดับเบื้องต้นได้ ระดับปฏิบัติการ 2 2 มีทักษะระดับที่ 1 และสามารถใช้โปรแกรมขั้นพื้นฐานได้อย่างคล่องแคล่ว ระดับชำ นาญการ 2 3 มีทักษะระดับที่ 2 และสามารถใช้โปรแกรมต่างๆในการปฏิบัติงานได้อย่าง คล่องแคล่ว ระดับชำ นาญการ พิเศษ 2 4 มีทักษะระดับที่ 3 และมีความเชี่ยวชาญในโปรแกรมที่ใช้หรือสามารถแก้ไข หรือปรับปรุงโปรแกรมเพื่อนำ มาพัฒนาระบบการปฏิบัติงานได้ ระดับเชี่ยวชาญ 2 5 มีทักษะระดับที่ 4 และมีความเข้าใจอย่างลึกซึ่ง เชี่ยวชาญในโปรแกรมต่างๆ อย่างกว้างขวาง หรือสามารถเขียนโปรแกรมเพื่อพัฒนาระบบการปฏิบัติงาน ได้ ระดับทรงคุณวุฒิ 2 2. การใช้ภาษาอังกฤษ 1 สามารถพูด เขียน อ่าน และฟังภาษาอังกฤษในระดับเบื้องต้น และสื่อสาร ให้เข้าใจได้ ระดับปฏิบัติการ 2 2 มีทักษะระดับที่ 1 และสามารถพูด เขียน อ่าน และฟังภาษาอังกฤษ และ ทำ ความเข้าใจสาระสำ คัญของเนื้อหาต่างๆได้ ระดับชำ นาญการ 2 3 มีทักษะระดับที่ 2 และสามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการติดต่อสัมพันธ์ในการ ปฏิบัติงานได้โดยถูกหลักไวยากรณ์ ระดับชำ นาญการ พิเศษ 2 4 มีทักษะระดับที่ 3 และเข้าใจสำ นวนภาษาอังกฤษในรูปแบบต่างๆ สามารถ ประยุกต์ใช้ในงานได้อย่างถูกต้อง ทั้งในหลักไวยากรณ์และความเหมาะ สมในเชิงเนื้อหา ระดับเชี่ยวชาญ 2 25 แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล
ระดับ สมรรถนะ มาตรฐานกำ หนด ตำ แหน่ง ระดับ ที่คาดหวัง 5 มีทักษะระดับที่ 4 และมีความเชี่ยวชาญในการใช้ภาษาอังกฤษอย่างลึกซึ้ง ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา สามารถประยุกต์โวหารทุกรูปแบบได้อย่าง คล่องแคล่ว ถูกต้อง และสละสลวย อีกทั้งมีความเชี่ยวชาญศัพท์เฉพาะด้าน ในสาขาวิชาของตนอย่างลึกซึ้ง ระดับทรงคุณวุฒิ 2 3. การคำ นวณ 1 มีทักษะในการคิดคำ นวณขั้นพื้นฐานได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ระดับปฏิบัติการ 2 2 มีทักษะตามที่กำ หนดไว้ในระดับที่ 1 และสามารถทำ ความเข้าใจข้อมูล ด้านตัวเลขได้อย่างถูกต้อง ระดับชำ นาญการ 2 3 มีทักษะตามที่กำ หนดไว้ในระดับที่ 2 และสามารถใช้สูตรคณิตศาสตร์หรือ เครื่องมือต่างๆ ในการคำ นวณข้อมูลด้านตัวเลขได้ ระดับชำ นาญการ พิเศษ 2 4 มีทักษะตามที่กำ หนดไว้ในระดับที่ 3 และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ และตัวเลขที่ซับซ้อนได้ ระดับเชี่ยวชาญ 2 5 มีทักษะตามที่กำ หนดไว้ในระดับที่ 4 และสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดในข้อมูล ตัวเลขได้เข้าใจข้อมูลต่างๆในภาพรวม และอธิบายชี้แจงให้เป็นที่เข้าใจได้ ระดับทรงคุณวุฒิ 2 4. การจัดการข้อมูล 1 สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลได้อย่างเป็นระบบและพร้อมใช้รวมถึงสามารถ แสดงผลข้อมูลในรูปแบบต่างๆ เช่น กราฟ รายงาน เป็นต้น ระดับปฏิบัติการ 2 2 มีทักษะระดับที่ 1 และสามารถวิเคราะห์และประเมินผลข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ระดับชำ นาญการ 2 3 มีทักษะระดับที่ 2 และสามารถสรุปผลการวิเคราะห์นำ เสนอทางเลือก ระบุข้อดีข้อเสีย ฯลฯ โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่มีอยู่ได้ ระดับชำ นาญการ พิเศษ 2 4 มีทักษะระดับที่ 3 และสามารถพยากรณ์หรือสร้างแบบจำลองเพื่อพยากรณ์ หรือตีความโดยอ้างอิงจากข้อมูลที่มีอยู่ ระดับเชี่ยวชาญ 2 5 มีทักษะระดับที่ 4 และสามารถออกแบบเลือกใช้หรือประยุกต์วิธีการ ในการจัดทำแบบจำลองต่างๆ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ระดับทรงคุณวุฒิ 2 สมรรถนะที่จำ เป็นสำ หรับการปฏิบัติงานในตำ แหน่ง 1. สมรรถนะหลัก 1.1 การมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Achievement Motivation) 1 แสดงความพยายามในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้ดี ระดับปฏิบัติการ 1 2 แสดงสมรรถนะระดับที่ 1 และสามารถทำ งานได้ผลงานตามเป้าหมายที่วางไว้ ระดับชำ นาญการ 2 3 แสดงสมรรถนะระดับที่ 2 และสามารถปรับปรุงวิธีการทำ งานเพื่อให้ได้ ผลงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ระดับชำ นาญการ พิเศษ 3 4 แสดงสมรรถนะระดับที่ 3 และสามารถกำ หนดเป้าหมาย รวมทั้งพัฒนางาน เพื่อให้ได้ผลงานที่โดดเด่นหรือแตกต่างอย่างมีนัยสำ คัญ ระดับเชี่ยวชาญ 4 5 แสดงสมรรถนะระดับที่ 4 และกล้าตัดสินใจ แม้ว่าการตัดสินใจนั้น จะมีความเสี่ยงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของหน่วยงานหรือส่วนราชการ ระดับทรงคุณวุฒิ 5 26 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ระดับ สมรรถนะ มาตรฐานกำ หนด ตำ แหน่ง ระดับ ที่คาดหวัง 1.2 บริการที่ดี (Service Mind) 1 สามารถให้บริการที่ผู้รับบริการ ต้องการได้ด้วยความเต็มใจ ระดับปฏิบัติการ 1 2 แสดงสมรรถนะระดับที่ 1 และช่วยแก้ปัญหาให้แก่ผู้รับบริการ ระดับชำ นาญการ 2 3 แสดงสมรรถนะระดับที่ 2 และให้บริการที่เกินความคาดหวัง แม้ต้องใช้เวลา หรือความพยายามอย่างมาก ระดับชำ นาญการ พิเศษ 3 4 แสดงสมรรถนะระดับที่ 3 และเข้าใจและให้บริการที่ตรงตามความต้องการ ที่แท้จริงของผู้รับบริการได้ ระดับเชี่ยวชาญ 4 5 แสดงสมรรถนะระดับที่ 4 และให้บริการที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงให้แก่ ผู้รับบริการ ระดับทรงคุณวุฒิ 5 1.3 การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ (Expertise) 1 แสดงความสนใจและติดตามความรู้ใหม่ๆ ในวิชาการ และเทคโนโลยีใหม่ ในสาขาอาชีพของตนหรือที่เกี่ยวข้อง ระดับปฏิบัติการ 1 2 แสดงสมรรถนะระดับที่ 1 และมีความรู้ในวิชาการ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ในสาขาอาชีพของตน ระดับชำ นาญการ 2 3 แสดงสมรรถนะระดับที่ 2 และสามารถนำ ความรู้วิทยาการหรือเทคโนโลยี ใหม่ๆ มาปรับใช้กับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ระดับชำ นาญการ พิเศษ 3 4 แสดงสมรรถนะระดับที่ 3 และศึกษา พัฒนาตนเองให้มีความรู้และ ความเชี่ยวชาญในงานมากขึ้นทั้งในเชิงลึกและเชิงกว้างอย่างต่อเนื่อง ระดับเชี่ยวชาญ 4 5 แสดงสมรรถนะระดับที่ 4 และสนับสนุนการทำ งานของคนในส่วนราชการ ที่เน้นความเชี่ยวชาญในวิทยาการด้านต่างๆ ระดับทรงคุณวุฒิ 5 1.4 การยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม และจริยธรรม (Integrity) 1 มีความสุจริต ระดับปฏิบัติการ 1 2 แสดงสมรรถนะระดับที่ 1 และมีสัจจะเชื่อถือได้ ระดับชำ นาญการ 2 3 แสดงสมรรถนะระดับที่ 2 และยึดมั่นในหลักการ ระดับชำ นาญการ พิเศษ 3 4 แสดงสมรรถนะระดับที่ 3 และยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง ระดับเชี่ยวชาญ 4 5 แสดงสมรรถนะระดับที่ 4 และอุทิศตนเพื่อความยุติธรรม ระดับทรงคุณวุฒิ 5 1.5 การทำงานเป็นทีม (Teamwork) 1 ทำ หน้าที่ของตนในทีมให้สำ เร็จ ระดับปฏิบัติการ 1 2 แสดงสมรรถนะระดับที่ 1 และให้ความร่วมมือในการทำ งานกับเพื่อนร่วมงาน ระดับชำ นาญการ 2 3 แสดงสมรรถนะระดับที่ 2 และประสานความร่วมมือของสมาชิกในทีม ระดับชำ นาญการ พิเศษ 3 4 แสดงสมรรถนะระดับที่ 3 และสนับสนุน ช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมเพื่อให้งาน ประสบความสำ เร็จ ระดับเชี่ยวชาญ 4 5 แสดงสมรรถนะระดับที่ 4 และสามารถนำ ทีมให้ปฏิบัติภารกิจให้ได้ผลสำ เร็จ ระดับทรงคุณวุฒิ 5 27 แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล
ระดับ สมรรถนะ มาตรฐานกำ หนด ตำ แหน่ง ระดับ ที่คาดหวัง 2. สมรรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติ (กำ หนดอย่างน้อย 3 ด้าน) ได้แก่ การคิดวิเคราะห์การมองภาพองค์รวม การใส่ใจและพัฒนาผู้อื่น การสั่งการ ตามอำ นาจหน้าที่ การสืบเสาะหาข้อมูล ความเข้าใจข้อแตกต่างทางวัฒนธรรม ความเข้าใจผู้อื่น ความเข้าใจองค์กรและระบบราชการ การดำ เนินการเชิงรุก การตรวจสอบความถูกต้องตามกระบวนงาน ความมั่นใจในตนเอง ความยืดหยุ่น ผ่อนปรน ศิลปะการสื่อสารจูงใจ สุนทรียภาพทางศิลปะ ความผูกพันที่มีต่อ ส่วนราชการ และการสร้างสัมพันธภาพ ระดับปฏิบัติการ 1 ระดับชำ นาญการ 2 ระดับชำ นาญการ พิเศษ 3 ระดับเชี่ยวชาญ 4 ระดับทรงคุณวุฒิ 5 3. สมรรถนะทางการบริหาร (เพิ่มในระดับทรงคุณวุฒิ) 3.1 วิสัยทัศน์ (Visioning) 1 รู้และเข้าใจวิสัยทัศน์ขององค์กร ระดับทรงคุณวุฒิ 3 2 แสดงสมรรถนะระดับที่ 1 และช่วยทำ ให้ผู้อื่นรู้และเข้าใจวิสัยทัศน์ขององค์กร 3 แสดงสมรรถนะระดับที่ 2 และสร้างแรงจูงใจให้ผู้อื่นเต็มใจที่จะปฏิบัติตาม วิสัยทัศน์ 4 แสดงสมรรถนะระดับที่ 3 และกำ หนดนโยบายให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ของส่วนราชการ 5 แสดงสมรรถนะระดับที่ 4 และกำ หนดวิสัยทัศน์ของส่วนราชการ ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระดับประเทศ 3.2 การวางกลยุทธ์ภาครัฐ (Strategic Orientation) 1 รู้และเข้าใจนโยบายรวมทั้งภารกิจภาครัฐ ว่ามีความเกี่ยวโยงกับหน้าที่ความ รับผิดชอบของหน่วยงานอย่างไร ระดับทรงคุณวุฒิ 3 2 แสดงสมรรถนะระดับที่ 1 และนำ ประสบการณ์มาประยุกต์ใช้ในการกำ หนด กลยุทธ์ได้ 3 แสดงสมรรถนะระดับที่ 2 และนำ ทฤษฎีหรือแนวคิดซับซ้อนมาใช้ในการ กำ หนดกลยุทธ์ 4 แสดงสมรรถนะระดับที่ 3 และกำ หนดกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ ต่างๆ ที่เกิดขึ้น 5 แสดงสมรรถนะระดับที่ 4 และบูรณาการองค์ความรู้ใหม่มาใช้ในการกำ หนด กลยุทธ์ภาครัฐ 28 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ระดับ สมรรถนะ มาตรฐานกำ หนด ตำ แหน่ง ระดับ ที่คาดหวัง 3.3 ศักยภาพเพื่อนำ การปรับเปลี่ยน (Change Leadership) 1 เห็นความจำ เป็นของการปรับเปลี่ยน ระดับทรงคุณวุฒิ 3 2 แสดงสมรรถนะระดับที่ 1 และสามารถทำ ให้ผู้อื่นเข้าใจการปรับเปลี่ยนที่จะ เกิดขึ้น 3 แสดงสมรรถนะระดับที่ 2 และกระตุ้น และสร้างแรงจูงใจให้ผู้อื่นเห็น ความสำ คัญของการปรับเปลี่ยน 4 แสดงสมรรถนะระดับที่ 3 และวางแผนงานที่ดีเพื่อรับการปรับเปลี่ยนใน องค์กร 5 แสดงสมรรถนะระดับที่ 4 และผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนอย่างมี ประสิทธิภาพ 3. หลักการจัดทำ ความก้าวหน้าในสายอาชีพของ สำ นักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ขั้นตอนการจัดทำ ความก้าวหน้าในสายอาชีพประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ การศึกษาปัจจัยพื้นฐาน การวิเคราะงาน การออกแบบทางก้าวหน้าในสายอาชีพ และการจัดทำแบบสั่งสมประสบการณ์และผลงาน (สำ นักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน, 2556) แผนภาพที่ 2–1 แสดงขั้นตอนการจัดทำ ความก้าวหน้าในสายอาชีพ แต่ละขั้นตอนมีรายละเอียดดังนี้ 3.1 ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาปัจจัยพื้นฐาน เป็นขั้นตอนสำ คัญในการศึกษาข้อมูลเบื้องต้น ของส่วนราชการ เพี่อให้ได้ข้อเท็จจริงประกอบการออกแบบทางก้าวหน้าให้เหมาะสมกับส่วนราชการโดย ปัจจัยพื้นฐานที่สำ คัญที่ต้องศึกษา คือ ขั้นตอนการจัดทำ Career Path ขั้นตอนที่ 1 การศึกษา ปัจจัยพื้นฐาน ขั้นตอนที่ 2 การวิเคราะห์ งาน ขั้นตอนที่ 3 การออกแบบ ทางก้าวหน้า ในสายอาชีพ ขั้นตอนที่ 4 การจัดทำแบบ สั่งสมประสบการณ์และ ผลงาน (Job Profile) 29 แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล
3.1.1 บทบาทภารกิจ โครงสร้างองค์กรและโครงสร้างตำแหน่ง มีรายละเอียดดังนี้คือ 1) บทบาทภารกิจของส่วนราชการ เป็นสิ่งที่กำ หนดให้เห็นว่าข้าราชการควรมีความเชี่ยวชาญ ด้านใด 2) ผังโครงสร้างส่วนราชการ เป็นสิ่งที่กำ หนดให้เห็นว่าหน่วยงานเป็นระดับไหน กรม หรือ กอง จะทำ ให้สามารถกำ หนดจำ นวนบุคลากรแต่ละระดับ 3) โครงสร้างหน่วยงานระดับสำ นัก/กอง เป็นสิ่งที่กำ หนดให้เห็นว่าการจัดแบ่งหน้าที่เป็น หน่วยงานย่อยๆ อย่างไรบ้าง และในแต่ละหน่วยงานย่อยนั้นประกอบด้วยตำแหน่งประเภทใดและสายงาน อะไรบ้าง ทั้งนี้เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ภายในและสายการบังคับบัญชาของหน่วยงาน รวมทั้งลักษณะงาน ว่าเป็นอย่างไร อันจะเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์งานเพื่อจัดกลุ่มงานสำ หรับการกำ หนดรูปแบบทางก้าวหน้า ที่เหมาะสม 4) ระดับตำแหน่ง (Position Level) เป็นสิ่งที่กำ หนดให้เห็นว่าการกำ หนดประเภทตำแหน่ง สายงานและระดับตำแหน่งทั้งหมดของแต่ละสำ นัก/กองในส่วนราชการ เนื่องจากระดับตำแหน่งจะบ่งบอก คุณภาพและความยุ่งยากของงานเพื่อใช้เป็นแนวทางในการวิเคราะห์งาน (Job Analysis) และการจัดกลุ่มงาน (Job Family) ให้เหมาะสมสำ หรับการพิจารณากำ หนดตำแหน่งในเส้นทางก้าวหน้าในสายอาชีพ (Ladder Position) ว่าควรดำ รงตำแหน่งใดก่อนหรือดำ รงตำแหน่งใดหลังต่อไป 3.1.2 โครงสร้างอายุกำลังคน เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับอายุในแง่มุมต่างๆ เพื่อให้เห็น ภาพรวมของกำ ลังคนในหน่วยงานว่ามีโครงสร้างอายุในลักษณะใด ลักษณะการกระจายของกำ ลังคนตาม ช่วงอายุต่างๆ ว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อการปฏิบัติงานของหน่วยงาน นอกจากนี้ยังสามารถวิเคราะห์ โครงสร้างอายุตามสายงาน ตามหน่วยงานระดับสำ นัก/กอง เพื่อวิเคราะห์หาแนวโน้มการขาดแคลนบุคลากร ในแต่ละสายงาน หรือแต่ละสำ นัก/กอง ในแต่ละช่วงปีเป็นต้น โดยข้อมูลเหล่านี้จะเป็นข้อมูลสำ คัญประกอบ การจัดทำ แผนสร้างความต่อเนื่องในการปฏิบัติราชการ ซึ่งจะเป็นการเตรียมการรองรับกำ ลังคนที่จะ เกษียณอายุต่อไปด้วย 3.1.3 มาตรฐานกำ หนดตำแหน่ง เป็นตัวกำ หนดคุณสมบัติเฉพาะสำ หรับตำแหน่งในสายอาชีพ ที่ต้องยึดถือซึ่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 62 กำ หนดให้ผู้ที่จะได้รับการ แต่งตั้งให้ดำ รงตำ แหน่งต่างๆ ในราชการพลเรือนสามัญต้องมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำ หรับ ตำ แหน่งที่กำ หนดไว้ในมาตรฐานกำ หนดตำ แหน่ง โดยเรื่องที่กำ หนดไว้ในมาตรฐานตำ แหน่ง ได้แก่ ระยะเวลาการดำ รงตำแหน่ง คุณวุฒิความรู้ทักษะ สมรรถนะ และประสบการณ์ที่จำ เป็นต่อการปฏิบัติงาน ในตำแหน่ง 3.1.4 หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งที่ ก.พ. กำ หนด การจัดทำ ทางก้าวหน้าในสายอาชีพเป็น เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำ รงตำ แหน่งต่างๆ ในส่วนราชการ และยังเป็นการ พัฒนาความรู้ความสามารถของข้าราชการด้วยวิธีการเลื่อน หรือการย้ายข้าราชการไปยังหน่วยงานอื่น พื้นที่ อื่นหรือสายงานอื่น เพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการได้สับเปลี่ยนหมุนเวียนและเรียนรู้งานที่หลากหลาย ดังนั้น ผู้รับผิดชอบการจัดทำ ทางก้าวหน้าในสายอาชีพจึงจำ เป็นต้องเข้าใจหลักเกณฑ์และวิธีการในการแต่งตั้งตามที่ ก.พ. กำ หนดไว้ในหนังสือเวียนฉบับต่างๆ ด้วย 1) การเลื่อน เป็นการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำ รงตำ แหน่งประเภทเดียวกัน ในระดับที่สูงกว่าเดิม การเลื่อนในขณะนี้ยังใช้บทเฉพาะกาลตามมาตรา 132 ของพระราชบัญญัติระเบียบ 30 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ข้าราชการพลเรือนสามัญ พ.ศ.2551 ที่ให้นำกฎ ก.พ. หลักเกณฑ์และวิธีการซึ่งใช้อยู่เดิมมาบังคับใช้เท่าที่ ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติฉบับนี้เช่น การเลื่อนตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำ นาญการเป็นระดับ ชำ นาญการพิเศษจะต้องดำ เนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำ หนดไว้ในหนังสือสำ นักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 10 ลงวันที่ 15 กันยายน 2548 (ว 10/48) ซึ่งกำ หนดให้อ.ก.พ. กรม กำ หนดหลักเกณฑ์และ วิธีการพิจารณาคัดเลือกบุคคล โดยต้องมีองค์ประกอบต่างๆ ได้แก่ คุณสมบัติของบุคคล คุณลักษณะของ บุคคล และผลการปฏิบัติงานย้อนหลัง 3 ปีรวมทั้งกำ หนดเกณฑ์การตัดสินและอื่นๆ ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องส่งผลงานที่เป็นผลการดำ เนินงานที่ผ่านมาจำ นวนอย่างน้อย 1 เรื่อง และข้อเสนอ แนวคิดเพื่อพัฒนางานอย่างน้อย 1 เรื่อง เพื่อเข้ารับการประเมิน โดยหลักเกณฑ์และวิธีการตามหนังสือเวียน ดังกล่าว ผู้รับผิดชอบการออกแบบทางก้าวหน้าในสายอาชีพจะต้องนำ ไปเป็นแนวทางในการกำ หนดเกณฑ์ พิจารณาประสบการณ์และผลงานเพื่อก้าวไปสู่ตำแหน่งงานลำ ดับต่อไป (Performance Measures) ด้วย 2) การย้าย เป็นการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ดำ รงตำแหน่งหนึ่งให้ดำ รงตำแหน่ง อื่นในกรมเดียวกัน ซึ่งจะเป็นตำ แหน่งประเภทเดียวกันหรือต่างประเภทกันก็ได้ในการดำ เนินการตาม ทางก้าวหน้าฯ ที่กำ หนดขึ้น หากมีกรณีข้าราชการผู้มีศักยภาพต้องย้ายเพื่อไปดำ รงตำแหน่งต่างประเภทกัน เช่น จากตำแหน่งประเภททั่วไป ไปดำ รงตำแหน่งประเภทวิชาการ โดยข้าราชการผู้นั้นมีวุฒิเพิ่มขึ้น ก็ต้อง ดำ เนินการตามหนังสือสำ นักงาน ก.พ. ที่ นร 0711/ว 12 ลงวันที่ 1 ตลุาคม 2533 (ว 12/33) และ หนังสือสำ นักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 15 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2547 (ว 15/47) เป็นต้น 3.1.5 ธรรมเนียมปฏิบัติในการแต่งตั้งของส่วนราชการ นอกจากหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง ที่ ก.พ. กำ หนดแล้ว ส่วนราชการบางแห่งก็ได้มีการกำ หนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติ และหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งข้าราชการในส่วนราชการของตน เพื่อประโยชน์ในการบริหารกำ ลังคนใน ส่วนราชการนั้นๆ เช่น การกำ หนดหลักเกณฑ์ในเรื่องระยะเวลาการดำ รงตำแหน่งก่อนเลื่อนไปดำ รงตำแหน่ง ในระดับที่สูงขึ้นเป็นระยะเวลาที่มากกว่าระยะเวลาขั้นตํ่าตามมาตรฐานกำ หนดตำแหน่งการกำ หนดให้ผู้ที่จะ ขึ้นสู่ตำ แหน่งผู้อำ นวยการสำ นักจะต้องผ่านการเป็นหัวหน้าส่วนราชการประจำ จังหวัดมาก่อนหรือจะต้อง มีผลงานการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับงานในตำแหน่งอย่างน้อย 3 เรื่อง เป็นต้น หลักเกณฑ์และวิธีการที่ส่วนราชการ กำ หนดเพิ่มเติมดังกล่าวถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติซึ่งผู้รับผิดชอบการออกแบบทางก้าวหน้าในสายอาชีพ ไม่ควรละเลย แต่ควรนำ มาเป็นข้อมูลสำ คัญประกอบการพิจารณากำ หนดทางก้าวหน้าของข้าราชการในส่วน ราชการนั้นๆ ด้วย 3.2 ขั้นตอนที่ 2 การวิเคราะห์งาน เป็นการดำ เนินการเพื่อรวบรวมข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง เกี่ยวกับงานที่จะปฏิบัติเพื่อให้ทราบว่าการปฏิบัติงานให้สำ เร็จลุล่วงได้นั้น จะต้องใช้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ทักษะ ตลอดจนคุณสมบัติอื่นๆ ที่จำ เป็นอย่างไร รวมถึงการกำ หนดหน้าที่ความรับผิดชอบของงานอย่าง เป็นระบบ อันจะส่งผลให้การสรรหาหรือคัดเลือกบุคคลได้เหมาะสมกับงานแต่ละตำแหน่ง เช่น ลักษณะงาน หน้าที่ความรับผิดชอบ คุณสมบัติเฉพาะของบุคคลที่จะมาดำ รงตำ แหน่ง เพื่อประโยชน์ในการออกแบบ ทางก้าวหน้าในสายอาชีพ การจัดกลุ่มงาน (Job Family) และเพื่อให้ข้าราชการได้มีโอกาสหมุนเวียนงาน และสั่งสมประสบการณ์ที่หลากหลาย 31 แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล
งาน (Task) การวิเคราะห์งาน (Job analysis) ความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skills) สมรรถนะ (Competencies) ความรับผิดชอบ (Responsibilities) การวิเคราะห์งาน หน้าที่ (Duties) คำ บรรยายลักษณะงาน (Job description) การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ การสรรหาการคัดเลือก การวางแผรทางก้าวหน้า ในสายอาชีพ การพัฒนาและฝึกอบรม การประเมิณผลการปฏิบัติงาน การบริหารค่าตอบแทน สวัสดิการและเจ้าหน้าที่สัมพันธ์ สุขภาพและความปลอดภัย การกำ หนดคุณสมบัติของ ผู้ปฏิบัติงาน (Job specification) แผนภาพที่ 2–2 แสดงหลักการวิเคราะห์งาน 3.3 ขั้นตอนที่ 3 การออกแบบทางก้าวหน้าในสายอาชีพ เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จาก ขั้นตอนที่ 1 และขั้นตอนที่ 2 เพื่อหาข้อสรุปว่าส่วนราชการจะจัดทำ ทางก้าวหน้าในสายอาชีพของตำแหน่งใด บ้าง (ตำแหน่งเป้าหมาย) และเส้นทางความก้าวหน้าของแต่ละตำแหน่งจะต้องผ่าน การปฏิบัติงานเพื่อสั่งสม ประสบการณ์และผลงานในตำ แหน่งใด หน่วยงานใด และเป็นระยะเวลาเท่าใด จึงจะเหมาะสม จากนั้น จึงดำ เนินการออกแบบทางก้าวหน้าในสายอาชีพ 3.4 ขั้นตอนที่ 4 การจัดทำ แบบสั่งสมประสบการณ์และผลงาน (Job Profile) เป็น ขั้นตอนของการจัดทำ รายละเอียดของตำแหน่งเป้าหมายและตำแหน่งในเส้นทางก้าวหน้า (Ladder Position) โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบของตำ แหน่ง (Accountability) ผลสัมฤทธิ์หลักของงาน (KRA) ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานหลัก (KPI) ความรู้ทักษะ และสมรรถนะที่จำ เป็นสำ หรับตำแหน่ง รวมทั้ง จัดทำ เกณฑ์การพิจารณาเพื่อก้าวสู่ตำแหน่งต่อไป (Performance Measures) เพื่อประโยชน์ในการบริหาร ทางก้าวหน้าในสายอาชีพ และการวางแผนพัฒนาความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Development Plan) ที่เป็นรูปธรรม เชื่อมโยงกับทางก้าวหน้าในสายอาชีพเพื่อให้ข้าราชการทุกระดับมีโอกาสพัฒนาตนเองไปสู่ ตำแหน่งเป้าหมายที่ตนเลือกต่อไป 32 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
แนวคิดเกี่ยวกับผู้บริหารการพยาบาลและ บทบาทความสำ คัญต่อองค์กร การดำ เนินงานในรูปแบบขององค์กร มีลักษณะของการรวมตัวกันทำ งานของกลุ่มคนและการประสาน ทรัพยากรต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน และอาศัยการจัดการเป็นกระบวนการในการดำ เนินงาน ซึ่ง ประกอบด้วยหน้าที่หลัก 4 ด้าน ได้แก่ การวางแผน การจัดองค์กร การชี้นำ และการควบคุมองค์กร โดยมี ผู้บริหารเป็นผู้ที่มีบทบาทความรับผิดชอบหลักในการจัดการ ประสานทรัพยากรบุคคลและทรัพยากรวัตถุ ให้ได้ผลงานสูง อันจะนำ ไปสู่ความสำ เร็จของงานและบรรลุเป้าหมายขององค์กร จึงเห็นได้ว่าผู้บริหารมีบทบาท และความสำ คัญต่อการดำ เนินงานและความสำ เร็จขององค์กรเป็นอย่างยิ่ง ผู้บริหาร หมายถึง บุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในองค์กร โดยทำ หน้าที่เป็นผู้ประสานงาน และกิจกรรมต่างๆระหว่างแผนกงานหรือในทีมงาน และประสานงานกับบุคคลต่างๆภายนอก รวมถึงควบคุม ดูแลรับผิดชอบให้กิจการงานต่างๆสำ เร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กร ระดับของผู้บริหาร แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระดับกลาง และผู้บริหาร ระดับต้น ซึ่งแต่ละระดับมีหน้าที่ความรับผิดชอบ และบทบาทความสำ คัญแตกต่างกันไปตามประเภทและ นโยบายขององค์กร ดังนี้ 1. ผู้บริหารระดับต้น มีหน้าที่ดูแลหน่วยงานย่อยต่างๆภายในองค์กร เป็นผู้บริหารที่อยู่ส่วนล่างของ องค์กรและทำ งานเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ปฏิบัติงาน มีความใกล้ชิดกับพนักงานในระดับปฏิบัติงาน และรู้ปัญหา ของการทำ งานในระดับปฏิบัติการอย่างลึกซึ้ง ผู้บริหารระดับต้นจึงต้องทำ หน้าที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าของ หน่วยงาน เป็นแหล่งข้อมูลเบื้องต้นขององค์กร ทั้งด้านบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน และด้านเทคนิคในการทำ งาน งานที่สำ คัญ คือ การกำ กับ ดูแล และสั่งการโดยตรงต่อพนักงาน ผู้ปฏิบัติงาน ตัดสินใจในระยะสั้น รับรายงานโดยตรงจากพนักงานและเสนอรายงานต่อผู้บริหารระดับกลางและสูง มีหน้าที่ในการนำแผนงาน ที่ผู้บริหารระดับกลางกำ หนดไว้ไปใช้ให้เกิดผลปฏิบัติจริง ผู้บริหารระดับต้นมีส่วนสำ คัญที่สุดในการเพิ่มผลผลิต และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำ งาน สามารถใช้เทคนิคและทักษะในการทำ งานได้เป็นอย่างดีโดยทั่วไป ผู้บริหารระดับต้นอาจมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนก หัวหน้าทีม หัวหน้างาน เป็นต้น สำ หรับองค์กรพยาบาล ผู้บริหารระดับต้น ได้แก่ ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงาน/หัวหน้าหอผู้ป่วย โดยมี บทบาทหน้าที่ และสมรรถนะตามที่สภาการพยาบาลกำ หนด (สภาการพยาบาล, 2556) ดังนี้ 1.1 บทบาทหน้าที่หัวหน้าหน่วยงาน/หัวหน้าหอผู้ป่วย ปฏิบัติงานในฐานะเป็นผู้บริหาร การพยาบาลระดับต้น ดำ เนินงานการพยาบาลในระดับหน่วยงาน/หอผู้ป่วยให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของ องค์กรพยาบาลและโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังทำ หน้าที่บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับใน หน่วยงาน/หอผู้ป่วยที่รับผิดชอบ รวมทั้งเสมียน นักการ หรือพนักงานทำ ความสะอาดด้วย ตามอำ นาจหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บริหารหรือหัวหน้าพยาบาล โดยมีภารกิจหลักคือ การบริหารบริการพยาบาลใน หน่วยงานเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีความคล่องตัวในการปฏิบัติการพยาบาลที่แต่ละบุคคลต้องปฏิบัติให้สอดคล้อง กับตำแหน่งที่ตนเองดำ รงอยู่ และต้องเป็นผู้เชื่อมโยงงานระดับนโยบายองค์กรพยาบาลสู่การปฏิบัติในระดับ หน่วยงาน/หอผู้ป่วย รวมทั้งเป็นผู้นำ ในการปฏิบัติการพยาบาล ให้คำ ปรึกษาและวินิจฉัยสั่งการ โดยเฉพาะ กรณีที่ผู้ปฏิบัติไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ 33 แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล
1.2 สมรรถนะหัวหน้าหน่วยงาน/หัวหน้าหอผู้ป่วย ประกอบด้วย 5 สมรรถนะหลัก คือ 1.2.1 สมรรถนะที่ 1 ภาวะผู้นำ ความสามารถในการมีอิทธิพลต่อกลุ่มเพื่อให้การดำ เนินงาน บรรลุเป้าหมาย โดยแสดงออกถึงการมีความคิดรวบยอด คิดวิเคราะห์และตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีทักษะในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การเสริมสร้างพลังอำ นาจ มีความสามารถในการจูงใจ การเจรจา ต่อรอง การจัดการความขัดแย้ง สามารถคาดการณ์และจัดการต่อสถานการณ์ที่หลากหลาย มีความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมและนำ ทีมในการพัฒนานวัตกรรม 1.2.2 สมรรถนะที่ 2 การบริหารการจัดการและการพัฒนาคุณภาพ มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะการบริหารจัดการหน่วยงาน หลักการทางเศรษฐศาสตร์สุขภาพ การบริหารทรัพยากร การบริหาร คุณภาพ การบริหารบริการสุขภาพ การจัดการความรู้และนวัตกรรม การบริหารผลลัพธ์ทางการพยาบาล การนิเทศงานการพยาบาล รวมทั้งถ่ายทอดและส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ 1.2.3 สมรรถนะที่ 3 การสื่อสารและการสร้างสัมพันธภาพ มีความรู้ความเข้าใจ และ ทักษะในการจัดการสื่อสารของหน่วยงาน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและยืดหยุ่นระหว่างบุคคล การประสานงาน ในด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องกับงานการพยาบาล และการบริหารสารสนเทศที่เกี่ยวกับงานการพยาบาลและองค์กร 1.2.4 สมรรถนะที่ 4 จรรยาบรรณวิชาชีพ จริยธรรม และกฎหมาย มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถประยุกต์ใช้หลักคุณธรรม ทฤษฎีจริยศาสตร์วัฒนธรรม สิทธิมนุษยชน สิทธิผู้ป่วย พ.ร.บ.วิชาชีพ การพยาบาลและการผดุงครรภ์ฯ หลักกฎหมายทั่วไป พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพ และพ.ร.บ.อื่นที่เกี่ยวข้อง ในการตัดสินใจเชิงจริยธรรมในการปฏิบัติและการบริหารการพยาบาล มีคุณธรรม และจริยธรรมของผู้บริหาร 1.2.5 สมรรถนะที่ 5 นโยบายและสิ่งแวดล้อมด้านสุขภาพ มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับ นโยบายและแนวโน้มของสุขภาพ ปัจจัยกำ หนดภาวะสุขภาพ ดำ เนินการตามทิศทางและนโยบายเพื่อการ จัดการทางการพยาบาล การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำ งานอย่างปลอดภัยและมีความสุข ทั้งผู้รับบริการ และผู้ให้บริการ 2. ผู้บริหารระดับกลาง เป็นผู้บริหารที่อยู่ระหว่างผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารระดับต้น มีหน้าที่ หลักในการรับนโยบาย เป้าหมาย และแผนงาน จากผู้บริหารระดับสูงแปลงสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์แก่ องค์กร อีกทั้งมีหน้าที่หลักในการประสานถ่ายทอดข้อมูล ความคิด และความรู้สึก ระหว่างผู้บริหารระดับสูง กับผู้บริหารระดับต้น ในองค์กรทั่วไปผู้บริหารระดับกลางคือ ผู้ดูแลฝ่าย/งานต่างๆขององค์กร ในตำแหน่งผู้ อำ นวยการหรือผู้จัดการฝ่าย ผู้จัดการสาขา คณบดีเป็นต้น สำ หรับองค์กรพยาบาล ผู้บริหารระดับกลาง คือ ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มการพยาบาลเฉพาะสาขา/ผู้ตรวจ การพยาบาล โดยมีบทบาทหน้าที่ และสมรรถนะตามที่สภาการพยาบาลกำ หนด (สภาการพยาบาล, 2556) ดังนี้ 2.1 บทบาทหน้าที่หัวหน้ากลุ่มการพยาบาลเฉพาะสาขา/ผู้ตรวจการพยาบาล แบ่งเป็น 2.1.1 บทบาทหน้าที่หัวหน้ากลุ่มการพยาบาลเฉพาะสาขา ปฏิบัติงานในฐานะเป็นผู้บริหาร การพยาบาลที่ได้รับมอบหมายอำ นาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ จากหัวหน้าพยาบาลตามสาขาการพยาบาล เฉพาะทางที่ชำ นาญ ปฏิบัติหรือดำ รงตำ แหน่งหัวหน้ากลุ่มการพยาบาลเฉพาะสาขา เช่น ศัลยกรรม อายุรกรรม เป็นต้น ในการควบคุมกำกับ ดูแลช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ และเป็นที่ปรึกษาในการปฏิบัติงาน ของหัวหน้าหน่วยงาน/หัวหน้าหอผู้ป่วย และเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับในสาขาที่รับผิดชอบ แล้ว 34 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
รายงานผลโดยตรงต่อหัวหน้าพยาบาล 2.1.2 บทบาทหน้าที่ผู้ตรวจการพยาบาล ปฏิบัติงานในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจ ควบคุม กำกับ แนะนำ และเป็นที่ปรึกษาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลในหน่วยงาน/หอผู้ป่วย ที่รับผิดชอบนอกเวลาราชการและยามวิกาล โดยได้รับการมอบหมายอำ นาจหน้าที่ความรับผิดชอบจาก หัวหน้าพยาบาล เป็นผู้นำ นโยบายและแผนงานจากระดับสูงมาสู่ระดับปฏิบัติการ เพื่อให้เกิดการผสมผสาน และดำ เนินงานร่วมกันได้อย่างดีด้วยการควบคุม กำกับ ติดตามสนับสนุน ช่วยเหลือและแก้ไขโดยสม่ำ เสมอ แล้วรายงานผลการนิเทศต่อหัวหน้าพยาบาลโดยตรง 2.2 สมรรถนะหัวหน้ากลุ่มการพยาบาลเฉพาะสาขา/ผู้ตรวจการพยาบาล ประกอบด้วย 5 สมรรถนะหลัก คือ 2.2.1 สมรรถนะที่ 1 ภาวะผู้นำ ความสามารถในการมีอิทธิพลต่อกลุ่มเพื่อให้การดำ เนินงาน บรรลุเป้าหมาย โดยแสดงออกถึงการมีความคิดรวบยอด คิดวิเคราะห์และตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีทักษะในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การเสริมสร้างพลังอำ นาจ มีความสามารถในการจูงใจ การเจรจา ต่อรอง การจัดการความขัดแย้ง สามารถคาดการณ์และจัดการต่อสถานการณ์ที่หลากหลาย มีความคิด สร้างสรรค์ส่งเสริมและนำ ทีมในการพัฒนานวัตกรรม 2.2.2 สมรรถนะที่ 2 การบริหารการจัดการและการพัฒนาคุณภาพ มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะการบริหารจัดการกลุ่มงานการพยาบาลเฉพาะสาขา หลักการทางเศรษฐศาสตร์สุขภาพ การบริหาร ทรัพยากร การบริหารคุณภาพ การบริหารบริการสุขภาพ การจัดการความรู้และนวัตกรรม การบริหารผลลัพธ์ ทางการพยาบาล การนิเทศงานการพยาบาล รวมทั้งถ่ายทอดและส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดองค์กร แห่งการเรียนรู้ 2.2.3 สมรรถนะที่ 3 การสื่อสารและการสร้างสัมพันธภาพ มีความรู้ความเข้าใจ และ ทักษะในการจัดการสื่อสารขององค์กรพยาบาล สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและยืดหยุ่นระหว่างบุคคล การประสานงาน ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานการพยาบาล และการบริหารสารสนเทศที่เกี่ยวกับงานการพยาบาลและองค์กร 2.2.4 สมรรถนะที่ 4 จรรยาบรรณวิชาชีพ จริยธรรม และกฎหมาย มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถประยุกต์ใช้หลักคุณธรรม ทฤษฎีจริยศาสตร์วัฒนธรรม สิทธิมนุษยชน สิทธิผู้ป่วย พ.ร.บ.วิชาชีพ การพยาบาลและการผดุงครรภ์ฯ หลักกฎหมายทั่วไป พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพ และพ.ร.บ.อื่นที่เกี่ยวข้อง ในการตัดสินใจเชิงจริยธรรมในการปฏิบัติและการบริหารการพยาบาล มีคุณธรรม และจริยธรรมของผู้บริหาร 2.2.5 สมรรถนะที่ 5 นโยบายและสิ่งแวดล้อมด้านสุขภาพ มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับ นโยบายและแนวโน้มของสุขภาพ ปัจจัยกำ หนดภาวะสุขภาพ ดำ เนินการตามทิศทางและนโยบายเพื่อการ จัดการทางการพยาบาล การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำ งานอย่างปลอดภัยและมีความสุข ทั้งผู้รับบริการ และผู้ให้บริการ 3. ผู้บริหารระดับสูง มีหน้าที่หลักในการกำ หนดนโยบาย วัตถุประสงค์และแผนงานที่สำ คัญของ องค์กร ตลอดจนมีหน้าที่ดูแลให้งานในภาพรวมขององค์กรบรรลุผลสำ เร็จ รับผิดชอบต่อความสำ เร็จและล้ม เหลวขององค์กร เน้นงานเกี่ยวกับการกำ หนดเป้าหมายในระยะยาว ผลักดันให้องค์กรอยู่รอดเจริญเติบโต และสามารถแข่งขันได้ผู้บริหารระดับสูง เช่น ภาคเอกชน ได้แก่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้จัดการ 35 แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล
ผู้จัดการใหญ่ รองกรรมการผู้จัดการ และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เป็นต้น ส่วนภาครัฐ ได้แก่ ปลัดกระทรวง อธิการบดีเป็นต้น สำ หรับองค์กรพยาบาล ภาครัฐ ผู้บริหารระดับสูง คือ ตำแหน่งหัวหน้าพยาบาล โดยมีบทบาทหน้าที่ และสมรรถนะตามที่สภาการพยาบาลกำ หนด (สภาการพยาบาล, 2556) ดังนี้ 3.1 บทบาทหน้าที่ของหัวหน้าพยาบาล ปฏิบัติงานในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดทางด้าน การพยาบาล มีอำ นาจหน้าที่ในฐานะหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาล มีสายบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อผู้อำ นวยการ โรงพยาบาล มีความรับผิดชอบในการบริหารการพยาบาลทั้งด้านวิชาการและบริการพยาบาลในโรงพยาบาล เป็นผู้รับนโยบายจากผู้บังคับบัญชามาวางแผนกำ หนดนโยบาย ทิศทาง และเป้าหมายการพัฒนางานทางการ พยาบาล มอบหมายงาน ตรวจสอบและควบคุมการปฏิบัติงาน รวมทั้งพิจารณาแก้ไขปัญหา ปรับปรุงบริการ พยาบาล ให้คำแนะนำ ทางวิชาการและบริหารการพยาบาลแก่เจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลในกลุ่มงาน ตำแหน่ง นี้เป็นตำแหน่งที่ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำ นาญในการบริหารงาน ควบคุมบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ ทางการพยาบาลทุกระดับโดยตรง 3.2 สมรรถนะหัวหน้าพยาบาล ประกอบด้วย 9 สมรรถนะหลัก คือ 3.2.1 สมรรถนะที่ 1 ภาวะผู้นำ ความสามารถในการมีอิทธิพลต่อกลุ่มเพื่อให้การดำ เนินงาน บรรลุเป้าหมาย โดยแสดงออกถึงการมีความคิดรวบยอด คิดวิเคราะห์และตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีทักษะในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การเสริมสร้างพลังอำ นาจ มีความสามารถในการจูงใจ การเจรจา ต่อรอง การจัดการความขัดแย้ง สามารถคาดการณ์และจัดการต่อสถานการณ์ที่หลากหลาย มีความคิด สร้างสรรค์ส่งเสริมและนำ ทีมในการพัฒนานวัตกรรม 3.2.2 สมรรถนะที่ 2 การบริหารการจัดการและการพัฒนาคุณภาพ มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะการบริหารจัดการองค์กรพยาบาล หลักการทางเศรษฐศาสตร์สุขภาพ การบริหารทรัพยากร การบริหารคุณภาพ การบริหารบริการสุขภาพ การจัดการความรู้และนวัตกรรม การบริหารผลลัพธ์ทาง การพยาบาล การนิเทศงานการพยาบาล รวมทั้งถ่ายทอดและส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดองค์กรแห่ง การเรียนรู้ 3.2.3 สมรรถนะที่ 3 การสื่อสารและการสร้างสัมพันธภาพ มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการจัดการสื่อสารขององค์กรพยาบาล สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและยืดหยุ่นระหว่างบุคคล การ ประสานงานในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานการพยาบาล และการบริหารสารสนเทศที่เกี่ยวกับงานการ พยาบาลและองค์กร 3.2.4 สมรรถนะที่ 4 จรรยาบรรณวิชาชีพ จริยธรรม และกฎหมาย มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถประยุกต์ใช้หลักคุณธรรม ทฤษฎีจริยศาสตร์วัฒนธรรม สิทธิมนุษยชน สิทธิผู้ป่วย พ.ร.บ.วิชาชีพ การพยาบาลและการผดุงครรภ์ฯ หลักกฎหมายทั่วไป พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพ และพ.ร.บ.อื่นที่เกี่ยวข้อง ในการตัดสินใจเชิงจริยธรรมในการปฏิบัติและการบริหารการพยาบาล มีคุณธรรม และจริยธรรมของผู้บริหาร 3.2.5 สมรรถนะที่ 5 นโยบายและสิ่งแวดล้อมด้านสุขภาพ มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับ นโยบายและแนวโน้มของสุขภาพ ปัจจัยกำ หนดภาวะสุขภาพ ดำ เนินการตามทิศทางและนโยบายเพื่อการ จัดการทางการพยาบาล การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำ งานอย่างปลอดภัยและมีความสุข ทั้งผู้รับบริการ และผู้ให้บริการ 36 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
3.2.6 สมรรถนะที่ 6 การวางแผนความสำ เร็จขององค์กร มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับ บันไดความก้าวหน้าในสายบริหารการพยาบาล ประเมินศักยภาพด้านภาวะผู้นำ ของบุคลากรในองค์กร วางแผนและดำ เนินการพัฒนาผู้นำ ทางการพยาบาล สร้างระบบ coaching และระบบพี่เลี้ยงที่มีศักยภาพ สนับสนุนให้พยาบาลมีภาวะผู้นำ นำองค์กรให้บรรลุผลตามวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ 3.2.7 สมรรถนะที่ 7 ความเป็นมืออาชีพในวิชาชีพการพยาบาล มีความสามารถในการ เสริมสร้าง “ค่านิยมร่วม” เพื่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่พึงประสงค์การประชาสัมพันธ์และการบูรณาการ ค่านิยมที่พึงประสงค์เข้ากับระบบบริหารงานบุคคลอย่างครบวงจร มีการประเมินผลการดำ เนินงานเสริมสร้าง ค่านิยมที่พึงประสงค์เพื่อให้ได้ข้อมูลไปปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนปรับปรุงระบบต่างๆที่เกี่ยวข้อง มีการส่งเสริมให้มีความเป็นอิสระและมีความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ มีคุณลักษณะความเชี่ยวชาญ และเป็นอิสระ กำ หนดแนวทางปฏิบัติและมีการวางแผนพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการพยาบาล โดยให้มีการศึกษา อย่างต่อเนื่องเป็นระบบ และส่งเสริมให้พยาบาลมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีจิตอาสา มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท ให้กับการพัฒนาวิชาชีพการพยาบาล 3.2.8 สมรรถนะที่ 8 การสร้างเครือข่ายและเสริมสร้างพลังชุมชน มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะในการสร้างเครือข่ายและพลังชุมชน กำ หนดและวางแผนการสร้างเครือข่ายชุมชน ร่วมจัดทำแผน แม่บทพัฒนาสุขภาพชุมชนและแผนปฏิบัติการ พัฒนาองค์ความรู้ในการดำ เนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม ร่วมพัฒนาศักยภาพแกนนำ ชุมชนและภาคีเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานด้านการส่งเสริม สุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ร่วมพัฒนาชุมชนโดยอาศัยสินทรัพย์ชุมชนเป็นฐาน เสริมสร้างพลังชุมชน และเสริมพลังอำ นาจให้ภาคประชาชนในการจัดการสุขภาพให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต 3.2.9 สมรรถนะที่ 9 ความเป็นนานาชาติและการให้การสนับสนุน มีส่วนร่วมและ สนับสนุนในกิจกรรมการพัฒนาความรู้เชิงวิชาชีพ ส่งเสริมมาตรฐานการปฏิบัติการพยาบาล สร้างและธำ รง ไว้ซึ่งสิทธิอันชอบธรรมในการประกอบวิชาชีพการพยาบาล เผยแพร่ชื่อเสียงและคุณค่าแห่งวิชาชีพให้เป็นที่ ปรากฎแก่สังคม มีส่วนร่วมในการจัดทำ แผนพัฒนาบุคลากรทางการพยาบาลให้มีความรู้ความสามารถ ทางการพยาบาลที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล มีทักษะทางด้านภาษา ในการติดต่อสื่อสารกับภาคีเครือข่ายของหน่วยงานในระดับนานาชาติ หลักการบริหารความก้าวหน้าบุคลากรพยาบาล ตามหลักธรรมาภิบาล ธรรมาภิบาล หมายถึง การปกครอง การบริหาร การจัดการ การควบคุมดูแล กิจการต่างๆ ให้เป็นไป ในครรลองครองธรรม พึงมีและพึงปฏิบัติเช่น มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ปราศจากการแทรกแซงจาก องค์กรภายนอก เป็นต้น การบริหารโดยใช้หลักธรรมาภิบาลเป็นวิธีการที่ดีในการใช้อำ นาจเพื่อบริหาร ทรัพยากรขององค์กร (Good Governance) สำ หรับการพิจารณาเพื่อคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสมในการก้าวสู่ ตำแหน่งที่สูงขึ้นนั้น เป็นการตัดสินใจทางการบริหารที่ต้องมีความชัดเจน น่าเชื่อถือ ยอมรับได้เป็นการใช้ อำ นาจเพื่อบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กร การนำ หลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารความก้าวหน้า 37 แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล
บุคลากรพยาบาลจะสนับสนุนในระบบมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดีประกอบด้วย 4 หลักการสำ คัญ และ 10 หลักการย่อย สามารถนำ มาปรับใช้ในระบบการ วางแผนสืบทอดตำแหน่งเพื่อบริหารความก้าวหน้าบุคลากรพยาบาล (สำ นักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบ ราชการม, 2555) ดังนี้ 1. การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ (New Public Management) ประกอบด้วย 1.1 ประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด เกิดผลิตภาพที่คุ้มค่าต่อการลงทุนและบังเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม ทั้งนี้ต้องมีการลดขั้นตอนและ ระยะเวลาในการปฏิบัติงานเพื่ออำ นวยความสะดวก และลดภาระค่าใช้จ่าย ตลอดจนยกเลิกภารกิจที่ล้าสมัย และไม่มีความจำ เป็น 1.2 ประสิทธิผล (Effectiveness) หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องมีวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ปฏิบัติหน้าที่ตามพันธกิจให้บรรลุ วัตถุประสงค์ขององค์กร มีการวางเป้าหมายการปฏิบัติงานที่ชัดเจนและอยู่ในระดับที่ตอบสนองต่อความคาดหวัง ของประชาชน สร้างกระบวนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน มีการจัดการความเสี่ยงและ มุ่งเน้นผลการปฏิบัติงานเป็นเลิศ รวมถึงมีการติดตามประเมินผลและพัฒนาปรับปรุงการปฏิบัติงานให้ดีขึ้น อย่างต่อเนื่อง 1.3 การตอบสนอง (Responsiveness) หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องสามารถให้บริการ ได้อย่างมีคุณภาพ สามารถดำ เนินการแล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำ หนด สร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจ รวมถึงตอบสนองตามความคาดหวัง/ความต้องการของประชาชนผู้รับบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีความ หลากหลายและมีความแตกต่างกันได้อย่างเหมาะสม ผู้บริหารการพยาบาลทุกระดับ จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งบุคลากรทางการพยาบาล โดยมีเป้าหมาย ของการบริหารทรัพยากรบุคคลให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกับความรู้ความสามารถ และโอกาสการ พัฒนาสร้างผลงานอันจะนำ ไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์องค์กรพยาบาล พร้อมทั้งมีการดำ เนินการ กำกับ ติดตาม ให้แผนสืบทอดตำแหน่งแล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำ หนด ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบ ได้ทั้งระบบและตลอดกระบวนการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบบริหารบุคลากรขององค์กรพยาบาล 2. ค่านิยมประชาธิปไตย (Democratic Value) ประกอบด้วย 2.1 ภาระรับผิดชอบ/สามารถตรวจสอบได้ (Accountability) หมายถึง ในการปฏิบัติ ราชการต้องสามารถตอบคำ ถามและชี้แจงได้เมื่อมีข้อสงสัย รวมทั้งต้องมีการจัดวางระบบการรายงาน ความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่กำ หนดไว้ต่อสาธารณะเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและการ ให้คุณให้โทษ ตลอดจนมีการจัดเตรียมระบบการแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาและผลกระทบใดๆที่อาจจะเกิดขึ้น 2.2 เปิดเผย/โปร่งใส (Transparency) หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องปฏิบัติงานด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา รวมทั้งต้องมีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำ เป็นและเชื่อถือได้ให้ประชาชน ได้รับทราบอย่างสม่ำ เสมอ ตลอดจนวางระบบให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเป็นไปโดยง่าย 2.3 หลักนิติธรรม (Rule of Law) หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องใช้อำ นาจของกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับในการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ด้วยความเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติและคำ นึงถึงสิทธิ เสรีภาพของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียฝ่ายต่างๆ 38 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
2.4 ความเสมอภาค (Equity) หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องให้บริการอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีการแบ่งแยกด้านชายหญิง ถิ่นกำ เนิด เชื้อชาติภาษา เพศ อายุสภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของ บุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม และอื่นๆ อีกทั้งยังต้องคำ นึงถึง โอกาสความเท่าเทียมกันของการเข้าถึงบริการสาธารณะของกลุ่มบุคคลผู้ด้อยโอกาสในสังคมด้วย ผู้บริหารการพยาบาลทุกระดับ จัดทำ แผนสืบทอดตำ แหน่งบุคลากรพยาบาลโดยยึกหลักกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับด้านการพยาบาลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้ความเสมอภาคกับกลุ่มบุคลากรพยาบาลทุกคน ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม จัดทำ รายละเอียดแผนการสืบทอดตำแหน่งอย่างครบถ้วน ชัดเจน เข้าใจง่าย สื่อสาร ให้กับบุคลากรพยาบาลในองค์กรพยาบาลรับทราบและมีความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน สามารถนำ ไป ปฏิบัติเพื่อให้บรรลุแผนที่กำ หนด 3. ประชารัฐ (Participatory State) ประกอบด้วย 3.1 การมีส่วนร่วม/การพยายามแสวงหาฉันทามติ (Participation/Consensus Oriented) หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รวมทั้งเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมใน การรับรู้เรียนรู้ทำ ความเข้าใจ ร่วมแสดงทัศนะ ร่วมเสนอปัญหา/ประเด็นที่สำ คัญที่เกี่ยวข้องร่วมคิดแก้ไข ปัญหา ร่วมในกระบวนการตัดสินใจและการดำ เนินงานและร่วมตรวจสอบผลการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ต้องมีความ พยายามในการแสวงหาฉันทามติหรือข้อตกลงร่วมกันระหว่างกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจะต้องไม่มีข้อคัดค้านที่หาข้อยุติไม่ ได้ในประเด็นที่สำ คัญ 3.2 การกระจายอำ นาจ (Decentralization) หมายถึง ในการปฏิบัติราชการควรมีการ มอบอำ นาจและกระจายความรับผิดชอบในการตัดสินใจและการดำ เนินการให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในระดับต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งมีการโอนถ่ายบทบาทและภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือภาคส่วน อื่นๆ ในสังคม ผู้บริหารการพยาบาลทุกระดับควรนำ ข้อมูลทั้งเชิงสารสนเทศ เชิงประจักษ์และการมีส่วนร่วมให้ข้อคิด เห็นของผู้เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง ประกอบการพิจารณาและตัดสินใจกำ หนดแผน สืบทอดตำแหน่งบุคลากรพยาบาล และแผนพัฒนาบุคลากรพยาบาลที่จะก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น 4. ความรับผิดชอบทางการบริหาร (Administrative Responsibility) ประกอบด้วย 4.1 คุณธรรม/จริยธรรม (Morality/Ethics) หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องมีจิตสำ นึก ความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็น ไปอย่างมีศีลธรรม คุณธรรม และตรงตามความคาดหวังของสังคม รวมทั้งยึดมั่นในค่านิยมหลักของมาตรฐานจริยธรรมสำ หรับผู้ดำ รงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน และจรรยาบรรณวิชาชีพ ตลอดจน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของระบบ ราชการไทย 8 ประการ (I AM READY) ได้แก่ I - Integrity ซื่อสัตย์และกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง A - Activeness ทำ งานเชิงรุก คิดเชิงบวกและมีจิตบริการ M - Morality มีศีลธรรม คุณธรรมและจริยธรรม R - Responsiveness คำ นึงถึงประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง E - Efficiency มุ่งเน้นประสิทธิภาพ 39 แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล
A - Accountability ตรวจสอบได้ D - Democracy ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย Y - Yield มุ่งผลสัมฤทธิ์ การพิจารณาองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง และตัดสินใจวางแผนสืบทอดตำ แหน่งบุคลากรพยาบาลนั้น ผู้บริหารการพยาบาลทุกระดับต้องให้ความสำ คัญ และดำ เนินการตามหน้าที่รับผิดชอบอย่างมีศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรม เพื่อให้บุคลากรยอมรับและมีแรงจูงใจในการปฏิบัติพัฒนางาน เพิ่มผลิตภาพของ องค์กรที่ดียิ่งขึ้น จากแนวคิดเกี่ยวกับวิชาชีพพยาบาล มาตรฐานกำ หนดตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพตามที่ กพ. กำ หนด ระดับสมรรถนะของบุคลากรในตำแหน่งระดับปฏิบัติการถึงระดับทรงคุณวุฒิและระดับสมรรถนะของผู้บริหาร การพยาบาลระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง สามารถนำ ไปประกอบการกำ หนดระดับของสมรรถนะและ ความเชี่ยวชาญที่เหมาะสมในการจัดทำแผนสืบทอดตำ แหน่งบุคลากรพยาบาล เพื่อให้มีความก้าวหน้าใน ตำแหน่งที่สูงขึ้น นอกจากนี้การใช้หลักการบริหารความก้าวหน้าบุคลากรพยาบาลตาม หลักธรรมาภิบาลจะ สนับสนุนให้แผนสืบทอดตำแหน่งบุคลากรทางการพยาบาลมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้เป็นที่ยอมรับ และ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสูดในการบริหารทรัพยากรบุคคลทางการพยาบาล 40 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
บทที่ 3 แนวทางการวางแผน สืบทอดตำ�แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ การวางแผนสืบทอดตำแหน่งหรือภาษาอังกฤษใช้คำ ว่า Succession plan โดยได้ให้ความหมายว่า “กระบวนการวางแผนเพื่อให้งานในตำ แหน่งงานหลัก (Key Positions) ของหน่วยงานมีความต่อเนื่อง” (Leadership Continuity) โดยเน้นการพัฒนาบุคลากรให้มีภาวะผู้นำ และความพร้อมที่จะดำ รงตำ แหน่ง ดังกล่าว” ในการบริหารการสืบทอดตำแหน่งขององค์กรพยาบาลนั้น จำ เป็นต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน 3 ข้อ คือ 1. เพื่อเป็นแนวทางในการระบุหาเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความรู้ความสามารถสูง 2. เพื่อส่งเสริมการพัฒนา บุคลากรในหน่วยงาน และ 3. เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากร สำ หรับการวางแผนสืบทอดตำแหน่งสายงานการพยาบาลวิชาชีพ ถือเป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งของผู้บริหาร การพยาบาลซึ่งต้องมีการจัดเตรียมบุคลากรทางการพยาบาลให้มีความพร้อมในการก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นและ เป็นการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับตำ แหน่งว่างในอนาคตเนื่องจากการเกษียณ การสูญเสีย การโอนย้าย การเลื่อนตำ แหน่ง หรือปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง การวางแผนสืบทอดตำ แหน่งจึงถือว่าเป็นศูนย์รวมของการ จัดทำ แผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรบุคคลเพราะเป็นเสมือนกลไกที่จะหาความต้องการกำ ลังคนและเป็น จุดเชื่อมต่อของแผนการอบรม แผนพัฒนาอาชีพ แผนการสรรหา และการใช้ประโยชน์กำลังคนขององค์กร ที่เบ็ดเสร็จ ในบทนี้นำ เสนอประเด็นเนื้อหาเกี่ยวกับ 1. เส้นทางความก้าวหน้าสายงานการพยาบาลวิชาชีพ 2. กระบวนการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง
เส้นทางความก้าวหน้าสายงานการพยาบาลวิชาชีพ การวางแผนสืบทอดตำ แหน่งสายงานการพยาบาลวิชาชีพ ซึ่งเส้นทางการเติบโตหรือเส้นทาง ความก้าวหน้าสายงานการพยาบาลวิชาชีพที่สามารถเติบโตก้าวหน้าได้ใน 2 เส้นทาง ด้วยกัน ได้แก่ 1. สายคลินิก 2. สายบริหาร เส้นทางความก้าวหน้าทั้ง 2 เส้นทางนี้สามารถแสดงเป็นแผนภาพที่เปรียบเทียบกับเส้นทาง ความก้าวหน้าสายงานพยาบาลวิชาชีพที่สำ นักงาน ก.พ. กำ หนด ดังนี้ แผนภาพที่ 3-1 เส้นทางความก้าวหน้าของสายงานพยาบาลวิชาชีพ กระทรวงสาธารณสุข 3 ปี 4 ปี 6 ปี พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 42 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
รายละเอียดของเส้นทางความก้าวหน้าทั้ง 2 เส้นทาง สามารถอธิบายได้ดังนี้ 1. สายคลินิก หมายถึง การเติบโตในบทบาทของพยาบาลระดับชำ นาญการ ระดับชำ นาญการพิเศษ ระดับเชี่ยวชาญ หรือผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาการพยาบาลเฉพาะทาง รวมถึงการเติบโตในบทบาทของพยาบาล ผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง (Advanced Practice Nurse: APN) บันไดความก้าวหน้าสามารถอธิบาย ควบคู่กับเส้นทางความก้าวหน้าสายงานพยาบาลวิชาชีพที่สำ นักงาน ก.พ. กำ หนด ตามแผนภาพที่ 3-1 เส้นทางความก้าวหน้าของสายงานพยาบาลวิชาชีพ กระทรวงสาธารณสุข และแผนภาพที่ 3-2 เส้นทาง ความก้าวหน้าสายคลินิก ได้ดังนี้ การเตรียมความพร้อมสำ หรับพยาบาลวิชาชีพ ระดับปฏิบัติการ เป็นตำ แหน่งแรกเริ่มเมื่อบรรจุ เข้ารับราชการ ซึ่งจัดเป็นตำแหน่งระดับประจำการ ตามระบบตำแหน่งของสำ นักงาน ก.พ. พยาบาลวิชาชีพ ระดับปฏิบัติการ สำ นักงาน ก.พ.กำ หนดให้มีระยะเวลาการดำ รงตำแหน่ง ประมาณ 6 ปีก่อนก้าวสู่ตำแหน่ง ที่สูงขึ้น คือ ระดับชำ นาญการ หัวหน้าพยาบาล/หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ควรจัดทำ แผนการ พัฒนาบุคลากรทางพยาบาลกลุ่มนี้ให้มีการสั่งสมประสบการณ์และเพิ่มพูนสมรรถนะ โดยให้มีความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับ 1) ด้านการปฏิบัติการพยาบาล 2) ด้านการทำ งานเป็นทีม 3) ภาวะผู้นำ 4) การดูแล ผู้ป่วยเฉพาะสาขา 5) ภาวะผู้นำ 6) การพัฒนาคุณภาพ 7) ร่วมงานวิจัย/นำ ผลมาใช้8) กฎระเบียบ/ กฎหมายวิชาชีพ 9) จริยธรรม/จรรยาบรรณวิชาชีพ แผนภาพที่ 3-2 เส้นทางความก้าวหน้าสายคลินิก 43 แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล
การเตรียมความพร้อมสำ หรับพยาบาลวิชาชีพ ระดับชำ นาญการ เป็นระดับตำแหน่งความก้าวหน้าที่ พยาบาลวิชาชีพจะก้าวจากระดับปฏิบัติการไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นอีก 1 ระดับ ในระหว่างนี้หัวหน้าพยาบาล/ หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ควรจัดทำ แผนการพัฒนาบุคลากรทางพยาบาลกลุ่มนี้ให้มีการสั่งสม ประสบการณ์และเพิ่มพูนสมรรถนะเพื่อให้ก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น สำ นักงาน ก.พ. กำ หนดให้มีระยะเวลาการ ดำ รงตำ แหน่ง 4 ปีก่อนก้าวสู่ระดับชำ นาญการพิเศษ ซึ่งสามารถเติบโตในเส้นทางคลินิก หรือเส้นทาง สายบริหาร โดยให้มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับ 1) หลักสูตรเฉพาะทางการบริหารพยาบาล 2) หลักสูตร ผู้บริหารระดับต้น 3) การพัฒนาภาวะผู้นำ ทางการพยาบาล 4) การบริหารจัดการทางการพยาบาลสู่ความ เป็นเลิศ 5) ศิลปะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 6) กฎหมาย และจริยธรรมกับการบริการทางการพยาบาล 7) นโยบายสุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อม 8) ด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะ 9) อ่านวารสาร/เรียนรู้ทำ วิจัย/ นำผลวิจัยมาใช้10) อบรมเฉพาะทางการพยาบาลเฉพาะสาขา หรือสนับสนุนให้ศึกษาต่อในระดับปริญญา โทและระดับปริญญาเอก การเตรียมความพร้อมสำ หรับพยาบาลวิชาชีพ ระดับชำ นาญการพิเศษ เป็นระดับตำแหน่งความก้าวหน้า ที่พยาบาลวิชาชีพจะก้าวจากระดับชำ นาญการไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นอีก 1 ระดับ ในระหว่างนี้หัวหน้าพยาบาล/ หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ควรจัดทำแผนการพัฒนาบุคลากรทางพยาบาลกลุ่มนี้ให้มีการสั่งสม ประสบการณ์และเพิ่มพูนสมรรถนะเพื่อให้ก้าวสู่ตำ แหน่งที่สูงขึ้นสำ นักงาน ก.พ.กำ หนดให้มีระยะเวลาการ ดำ รงตำ แหน่ง 3 ปีก่อนก้าวสู่ระดับเชี่ยวชาญในแต่ละด้านของการพยาบาล ซึ่งสามารถเติบโตในเส้นทาง คลินิก โดยให้มีความรู้ความสามารถด้านการพยาบาลเฉพาะทางสาขาต่างๆ ที่สอดคล้องกับหน่วยงานที่ปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญสามารถรับผิดชอบการจัดบริการพยาบาลที่ยุ่งยากซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเตรียมความพร้อมสำ หรับพยาบาลวิชาชีพ ระดับเชี่ยวชาญ เป็นระดับตำ แหน่งความก้าวหน้า ที่พยาบาลวิชาชีพจะก้าวจากระดับชำ นาญการพิเศษไปสู่ตำ แหน่งที่สูงขึ้นอีก 1 ระดับและสำ นักงาน ก.พ. กำ หนดให้มีระยะเวลาการดำ รงตำ แหน่ง 3 ปีปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่มีความเชี่ยวชาญในงาน ด้านการพยาบาล ได้แก่ ด้านการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัด ด้านการพยาบาลผู้ป่วยวิสัญญีด้านการพยาบาล ผู้ป่วยหนัก ด้านการพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน และด้านการพยาบาลผู้คลอด โดยให้มีความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับการพัฒนาระบบหรือมาตรฐานของงาน ปฏิบัติงานวิจัยด้านการพยาบาล และสามารถ นำ มาประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติเพื่อให้การดำ เนินงานตามแผนงานโครงการสำ เร็จตามเป้าหมายและ วัตถุประสงค์ การเตรียมความพร้อมสำ หรับพยาบาลวิชาชีพ ระดับคุณวุฒิปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่มีความ เชี่ยวชาญพิเศษในงานด้านการพยาบาล โดยให้มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์มาพัฒนาการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพในการพัฒนาระบบหรือมาตรฐานของงาน รวมถึงการพัฒนาทฤษฎีหลักการ ความรู้ใหม่ ภายใต้การวิจัยเกี่ยวกับงานเฉพาะด้านหรือ เฉพาะทาง และนำ มาประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติในภาพประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาในงานที่มีความยุ่งยากมากและมีขอบเขต กว้างขวางมาก หรือถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับงาน ตลอดจนให้คำ ปรึกษา แนะนำ หรือปรับปรุงผสมผสาน เทคนิคระดับสูงระหว่างสาขาเพื่อพัฒนางานด้านการพยาบาลระดับประเทศที่จะส่งผลกระทบด้านสุขภาพ ประชาชนในภาพกว้าง 44 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
การเลือกเส้นทางเติบโตของพยาบาลวิชาชีพระดับชำ นาญการและพยาบาลวิชาชีพระดับชำ นาญการพิเศษ สามารถเลือกเส้นทางการเติบโตในสายบริหารการพยาบาลได้หากพบว่าตนเองมีความสามารถและสมรรถนะ ในเชิงการบริหารจัดการ โดยผู้บริหารองค์กรพยาบาลจะจัดทำ เป็นคำสั่งแต่งตั้งมอบหมายงานภายในให้ปฏิบัติ หน้าที่ ได้แก่ ตำแหน่งหัวหน้าหอผู้ป่วย หัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่มงาน และหัวหน้าพยาบาล ทั้งนี้การคัด เลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดำ รงตำแหน่งสายบริหาร องค์กรพยาบาลต้องดำ เนินการตามเกณฑ์ที่กำ หนดอย่างเป็น ธรรม 2. สายบริหาร หมายถึง การเติบโตในบทบาทของผู้บริหารทางการพยาบาล ซึ่งเริ่มตั้งแต่ ผู้บริหาร ระดับต้น คือ หัวหน้าหอผู้ป่วย และหัวหน้างาน ผู้บริหารระดับกลาง คือ หัวหน้ากลุ่มงาน และผู้บริหาร ระดับสูง คือ หัวหน้าพยาบาล โดยเทียบความก้าวหน้าของตำแหน่งสายงานพยาบาลวิชาชีพตามหลักเกณฑ์ ที่สำ นักงาน ก.พ. กำ หนด 2.1 หัวหน้าพยาบาล คือ พยาบาลวิชาชีพชำ นาญการพิเศษ/เชี่ยวชาญ 2.2 หัวหน้ากลุ่มงาน คือ พยาบาลวิชาชีพชำ นาญการพิเศษ/เชี่ยวชาญ 2.3 หัวหน้าหอผู้ป่วย/หัวหน้างานคือ พยาบาลวิชาชีพชำ นาญการ/ชำ นาญการพิเศษ บันไดความก้าวหน้าสามารถอธิบายควบคู่กับเส้นทางความก้าวหน้าสายงานพยาบาลวิชาชีพที่สำ นักงาน ก.พ. กำ หนด ดังแผนภาพที่ 3-1 และแผนภาพที่ 3-3 เส้นทางความก้าวหน้าสายบริหาร ดังนี้ แผนภาพที่ 3-3 เส้นทางความก้าวหน้าสายบริหาร 45 แนวทางการวางแผนสืบทอดตำ แหน่ง สายงานพยาบาลวิชาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล
การเตรียมความพร้อมสำ หรับพยาบาลวิชาชีพ ระดับชำ นาญการ เพื่อก้าวสู่ตำแหน่งหัวหน้าหอผู้ป่วย/ หัวหน้างาน (Successors) หัวหน้าพยาบาล/หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ควรจัดทำแผนการพัฒนา บุคลากรทางพยาบาลกลุ่มนี้ให้มีการสั่งสมประสบการณ์และเพิ่มพูนสมรรถนะเพื่อให้ก้าวสู่ตำแหน่งสายบริหาร โดยให้มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับ 1) หลักสูตรผู้บริหารระดับต้น 2) การบริหารจัดการทางการพยาบาล เบื้องต้น 3) ศิลปะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) กฎหมายและจริยธรรมกับการบริการทางการพยาบาล 5) นโยบายสุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อม 6) การอ่านวารสาร/เรียนรู้การทำ วิจัย/นำ ผลการวิจัยมาใช้ 7) การอบรมเฉพาะทางการพยาบาลเฉพาะสาขา 8) การศึกษาต่อปริญญาโท/ปริญญาเอก 9) การใช้ ภาษาอังกฤษ การเตรียมความพร้อมสำ หรับผู้บริหารการพยาบาลระดับต้น เทียบเท่ากับพยาบาลวิชาชีพ ระดับ ชำ นาญการ ที่ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าหอผู้ป่วย/หัวหน้างาน เพื่อให้ก้าวสู่ตำ แหน่งหัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้า พยาบาล/หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ควรจัดทำ แผนการพัฒนาบุคลากรทางพยาบาลกลุ่มนี้ให้มี การสั่งสมประสบการณ์และเพิ่มพูนสมรรถนะเพื่อให้ก้าวสู่ตำแหน่งสายบริหาร โดยให้มีความรู้ความสามารถ เกี่ยวกับ 1) การพัฒนาและประเด็นปัญหาการบริหารทางการพยาบาลที่ยุ่งยาก 2) การบริหารทางการ พยาบาล 3) การพัฒนาภาวะผู้นำ ทางการพยาบาล 4) การสื่อสารองค์กรและการจัดการสารสนเทศทางการ พยาบาล (Organization Communication and Nursing Information) 5) จริยธรรม จรรยาบรรณ และ กฎหมายสำ หรับผู้บริหารระดับต้นทางการพยาบาล 6) นโยบายสาธารณะและการจัดการสิ่งแวดล้อมทาง สุขภาพ (Public Health Policy and Environment Management) 7) การพัฒนาภาวะผู้นำ ทางการพยาบาล ระดับกลาง 8) การศึกษาดูงานด้านการบริหารหน่วยงาน/หอผู้ป่วย 9) การนำ เสนอผลงานทางวิชาการ 10) หลักสูตรผู้บริหารระดับต้น 11) ยุทธศาสตร์และการวางแผนระดับสหวิชาชีพ 12) ด้านความเชี่ยวชาญ เฉพาะสาขา 13) การนำ เสนอผลงานทางวิชาการ 14) การร่วมทำวิจัยในทีมสหวิชาชีพ 15)การใช้ภาษาอังกฤษ การเตรียมความพร้อมสำ หรับผู้บริหารการพยาบาลระดับกลาง เทียบเท่ากับพยาบาลวิชาชีพ ระดับ ชำ นาญการพิเศษ ที่ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงาน เพื่อให้ก้าวสู่ตำแหน่งหัวหน้าพยาบาล หัวหน้าพยาบาล/ หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ควรจัดทำ แผนการพัฒนาบุคลากรทางพยาบาลกลุ่มนี้ให้มีการสั่งสม ประสบการณ์และเพิ่มพูนสมรรถนะเพื่อให้ก้าวสู่ตำแหน่งสายบริหารระดับสูง โดยให้มีความรู้ความสามารถ เกี่ยวกับ 1) การพัฒนาภาวะผู้นำ และประเด็นปัญหาทางการพยาบาลที่ยุ่งยากซับซ้อนมาก 2) การบริหาร ทางการพยาบาลสู่ความเป็นเลิศ 3) การสื่อสารองค์กรและการจัดการสารสนเทศทางการพยาบาล 4) จริยธรรม จรรยาบรรณ และกฎหมายสำ หรับผู้บริหารระดับกลางทางการพยาบาล 5) นโยบายสาธารณะ และการจัดการสิ่งแวดล้อมทางสุขภาพ 6) ปฏิบัติการพัฒนาภาวะผู้นำ ทางการพยาบาล 7) การศึกษาดูงาน ด้านการบริหารกลุ่มงาน 8) การนำ เสนอผลงานทางวิชาการ 9) หลักสูตรผู้บริหารระดับกลาง 10) การทำ งาน วิจัยในงานการพยาบาล 11) การใช้ภาษาอังกฤษ การเตรียมความพร้อมสำ หรับผู้บริหารการพยาบาลระดับสูง แบ่งเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1 ผู้บริหารการพยาบาลระดับสูง พยาบาลวิชาชีพ ระดับเชี่ยวชาญ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ หัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้าพยาบาล/หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ควรจัดทำแผนการพัฒนาบุคลากร ทางพยาบาลกลุ่มนี้ให้มีการสั่งสมประสบการณ์และเพิ่มพูนสมรรถนะเพื่อให้ก้าวสู่ตำแหน่งสายบริหารระดับสูง โดยให้มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับ 1) การพัฒนาภาวะผู้นำ ระดับสูง 2) การบริหารขั้นสูงทางการพยาบาล 46 กองการพยาบาล สำ นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข