การบญั ชีหา้ งหุน้ ส่วน
รหสั วิชา 20201-2002
คำนำ
บรษิ ัท สำนกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์ จำกดั ไดจ้ ดั ทำหนงั สอื เรยี นวิชำ กำรบญั ชีหำ้ งหนุ้ สว่ น รหสั วชิ ำ 20201-2002 ขนึ้ ตำม
จดุ ประสงคร์ ำยวชิ ำ สมรรถนะรำยวิชำ และคำอธิบำยรำยวชิ ำ หลกั สตู รประกำศนยี บตั รวิชำชพี พทุ ธศกั รำช 2562 ของสำนกั งำน
คณะกรรมกำรกำรอำชีวศกึ ษำ
เนือ้ หำในหนงั สอื เลม่ นีป้ ระกอบดว้ ย 11 หน่วย เรมิ่ จำก ควำมรูเ้ บอื้ งตน้ เกี่ยวกบั หำ้ งหนุ้ สว่ นกฎหมำยทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั หำ้ ง
หนุ้ สว่ น กำรจดั ตงั้ หำ้ งหนุ้ สว่ น กำรบนั ทึกรำยกำรเปิดบญั ชีของหำ้ งหนุ้ สว่ นกำรบนั ทกึ บญั ชตี ำมวิธีทนุ เปลย่ี นแปลงและวิธีทนุ คงที่ กำร
แบ่งผลกำไรขำดทนุ ของหำ้ งหนุ้ สว่ นกำรจดั ทำงบกำรเงิน กำรรบั หนุ้ สว่ นใหม่ หนุ้ สว่ นลำออก หนุ้ สว่ นตำย และกำรเลกิ กิจกำรและกำร
ชำระบญั ชีหำ้ งหนุ้ สว่ น
เพอ่ื ใหเ้ ป็นไปตำมอดุ มกำรณแ์ ละหลกั กำรในกำรจดั กำรอำชีวศกึ ษำ เนือ้ หำสำระในหนงั สอื เลม่ นไี้ ดผ้ ่ำนกำรวเิ ครำะหใ์ ห้
สอดคลอ้ งกบั ประกำศกระทรวงศกึ ษำธิกำร เรอ่ื งมำตรฐำนกำรอำชีวศึกษำ ทมี่ งุ่ พฒั นำกำลงั คนระดบั ก่ึงฝีมือ ระดับฝีมือ ระดบั เทคนิค
และระดบั เทคโนโลยี เพอ่ื ใหเ้ กดิ คณุ ภำพตำมสมรรถนะอำชพี ที่กำหนดไวใ้ บงำนและแบบประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้ จึงสรำ้ งขนึ้ เพอื่ เป็น
แนวทำงในกำรจดั กำรเรยี นรูท้ ีส่ อดรบั กบั กำรดำเนินกำรประกนั คณุ ภำพ และเพอื่ พรอ้ มรบั กำรประเมินคณุ ภำพจำกสำนกั งำนรบั รอง
มำตรฐำนและประเมนิ คณุ ภำพกำรศกึ ษำ (สมศ.)
หวงั ว่ำ หนงั สอื เรยี นวิชำ กำรบญั ชีหำ้ งหนุ้ สว่ น รหสั วชิ ำ 20201-2002 เลม่ นี้ จะเป็นประโยชนต์ ่อผเู้ รยี น และอำจำรยผ์ สู้ อน
ไดใ้ ชเ้ ป็นแนวทำงในกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนตำมอดุ มกำรณแ์ ละหลกั กำรในกำรจดั กำรอำชวี ศึกษำ ใชเ้ ป็นเกณฑก์ ำรรบั รองวทิ ย
ฐำนะและมำตรฐำนกำรศึกษำตำมแนวทำงประกนั คณุ ภำพกำรอำชีวศกึ ษำ เนน้ กระบวนกำรคิดอย่ำงมคี ณุ ธรรมและจรยิ ธรรม หำกมี
ขอ้ เสนอแนะประกำรใดบรษิ ัท สำนกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์ จำกดั ยินดีนอ้ มรบั ไวด้ ว้ ยควำมขอบคณุ ย่ิง
สำรบญั
หน่วยท่ี 1 ความรู้เบ้ืองตน้ เก่ียวกบั หา้ หุน้ ส่วน
หน่วยท่ี 2 กฎหมายที่เกี่ยวขอ้ งกบั หา้ งหุน้ ส่วน
หน่วยท่ี 3 การจดั ต้งั หา้ งหุน้ ส่วน
หน่วยท่ี 4 การบนั ทึกรายการเปิ ดบญั ชีของหา้ งหุน้ ส่วน
หน่วยท่ี 5 การบนั ทึกบญั ชีตามวิธีทุนเปล่ียนแปลงและวิธีทุนคงที่
หน่วยท่ี 6 การแบ่งผลกาไรขาดทุนของหา้ งหุน้ ส่วน
หน่วยที่ 7 การจดั ทางบการเงิน
หน่วยที่ 8 การรับหุน้ ส่วนใหม่
หน่วยที่ 9 หุน้ ส่วนลาออก
หน่วยที่ 10 หุน้ ส่วนตาย
หน่วยที่ 11 การเลิกกิจการและการชาระบญั ชีหา้ งหุน้ ส่วน
หน่วยท่ี 1
ความรู้เบ้ืองตน้ เก่ียวกบั หา้ งหุน้ ส่วน
ควำมหมำยและลกั ษณะสำคญั ของบญั ชีห้ำงหุ้นส่วน
หา้ งหุน้ ส่วน หมายถึง การท่ีบุคคลต้งั แต่ 2 คนข้ึนไปตกลงทาการคา้ ร่วมกนั เพอ่ื แสวงหา กาไรและแบง่ ผลกาไร
จากการคา้ เนินกิจการน้นั ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนสามารถ เงินสด ทรัพยส์ ิน หรือแรงงานกไ็ ด้ ถา้ ลงหุน้ ดว้ ยทรัพยส์ ิน
หรือแรงงานตอ้ งดีราคาเป็นจานวนเงิน
ลกั ษณะสำคัญชำงหุ้นส่วน มดี งั นี้
1) เป็นสญั ญาตกลงพนั 2 คนข้ึนไป
2) เป็นการกระทากิจการร่วมกนั โดยคู่สญั ญาจะตอ้ งมีการตกลงเพอ่ื จะกระทากิจการร่วมกนั เชน่ การจะตกลง
นาเงินสด ทรพั ยส์ ินหรือแรงงาน มาลงทุน เป็นตน้
3) เป็นการแสวงหากาไรมาแบง่ ปันกนั โดยจะตอ้ งทาไปเพือ่ แสวงหากาไรมาแบง่ ปันกนั ทาใหก้ จิ การท่ีจะเป็น
หุน้ ส่วนนอ้ งเป็นกิจการที่เนินงานแลว้ มีทิศทางที่ตอ้ งไดก้ าไร
ประเภทของห้ ำงหุ้นส่ วน
ประเภทหา้ งหุน้ ส่วน ซ่ึงแบง่ ออกเป็น 2 ประเภทตามกฎหมายแพง่ และพาณิชยม์ าตรา 1013 คือ
1) หา้ งหุน้ ส่วนสามญั (Ordinary Partnership) คือ หา้ งหุน้ ส่วนท่ีมีผเู้ ป็นหุน้ ส่วนประเภทเดียว
คือ หุน้ ส่วนจากดั ความรบั ผิด โดยหุน้ ส่วนทุกคนตอ้ งรบั ผิดรวมกนั ในหน้ีสินของหา้ งหุน้ ส่วนท้งั หมดหา้ งหุน้ ส่วน
สามญั จะจดทะเบียนหรือไม่กไ็ ด้แตถ่ า้ จดทะเบียนจะเรียกวา่ หา้ งหุน้ ส่วนสามญั นิติบุคคล (หสน.) และมีสภาพเป็นนิติ
บคุ คลตามกฎหมาย
2) หา้ งหุน้ ส่วนจากดั (Limited Partnership - หจก.) คือ หา้ งหุน้ ส่วนท่ีมีหุน้ ส่วน 2 ประเภท
ไดแ้ ก่
2.1 หุน้ ส่วนจากดั ความรับผดิ จะมีคนเดียวหรือหลายคนกไ็ ด้ รบั ผิดไมเ่ กินจานวนเงินที่ตน
ลงหุน้ ในหา้ งหุน้ ส่วนจากดั
2.2 หุน้ ส่วนไม่จากดั ความรับผิด จะมีคนเดียวหรือหลายคนกไ็ ด้ รบั ผิดร่วมกนั ในหน้ีสินของ
หา้ งหุน้ ส่วนท้งั หมด
เมื่อจดทะเบียนเป็นหา้ งหุน้ ส่วนสามญั นิติบุคคล หรือหา้ งหุน้ ส่วนจากดั แลว้ หา้ งหุ้นส่วนจะมีสภาพเป็นนิติ
บคุ คลตามกฎหมายแยกต่างหากจากผเู้ ป็นหุน้ ส่วน และไดร้ ับเลขทะเบยี นนิติบคุ คล 13 หลกั ซ่ึงสามารถใชเ้ ป็น
เลขประจาตวั ผูเ้ สียภาษอี ากรของกรมสรรพากรได้
เลข 13 หลกั
xxxxxxxxxxxxx
เลขทะเบยี นนติ ิบคุ ล เลขประจำตวั ผเู้ สียภำษี
สาหรับช่ือหา้ งหุน้ ส่วน ถา้ จะนาซ่ือไปใชใ้ นดวงตรา ป้ายชื่อ จดหมาย หรือเอกสารอยา่ งอน่ื ที่ใช้
ในธุรกิจของหา้ งหุน้ ส่วน ตอ้ งมีคาว่า “หา้ งหุน้ ส่วนสามญั นิติบุคคล” หรือ “หา้ งหุน้ ส่วนจากดั ”ประกอบชื่อ ถา้
ใชเ้ ป็นอกั ษรตา่ งประเทศตอ้ งใชค้ าที่มีความหมายวา่ "หา้ งหุน้ ส่วนสามญั นิติบคุ คล"หรือ “หา้ งหุน้ ส่วนจากดั ”
ประกอบชื่อ
ถา้ ไม่จดั ทาจะมีความผดิ ปรบั หำ้ งหนุ้ สว่ น ไมเ่ กิน 50,000 บำท และปรบั อกี วนั ละ
ไม่ 500 บำท จนกวำ่ จะไดเ้ ลิกใชห้ รือ
จนกวำ่ จะไดป้ ฏิบตั ิใหถ้ กู ตอ้ ง
ขอ้ แตกต่างระหว่างห้างหนุ้ สว่ นสามัญกบั หา้ งหนุ้ สว่ นจากัด และขอ้ แตกตา่ งระหวา่ งหุ้นสว่ น
ประเภทจากัดความรับผดิ กับไม่จากัดความรับผดิ
ขอ้ แตกตา่ งระหวา่ งหา้ งหนุ้ สว่ นสามญั กบั หา้ งหนุ้ สว่ นจากดั
หำ้ งหนุ้ สว่ นสำมญั หำ้ งหนุ สว่ นจำกดั
1.ตอ้ งจดทะเบียน
1.ไมต่ อ้ งจดทะเบยี น 2.เป็นนติ บิ คุ คล
2.ถำ้ จดทะเบยี นจะเป็นหำ้ งหนุ้ สว่ นสำมญั นติ ิ
บคุ คล
3.ตอ้ งรบั ผดิ รว่ มกนั ในหนสี้ นิ ของหำ้ งหนุ้ สว่ น 3.รบั ผดิ ไม่เกินจำนวนเงนิ ทต่ี นลงหนุ้ และรบั ผดิ
ทง้ั หมด รว่ มกนั ในหนสี้ นิ ของหำ้ งหนุ้ สว่ นทงั้ หมด
4.มีหนุ้ สว่ นประเภทเดียว คือหนุ้ สว่ นไมจ่ ำกดั ควำม 4.มีหนุ่ สว่ น 2 ประเภท คือหนุ้ สว่ นจำกดั ควำมรบั
ผดิ และหนุ้ สว่ นไม่จำกดั ควำมรบั ผดิ
5.หนุ้ สว่ นทกุ คนเขำ้ มำจดั กำรงำนของหำ้ งได้ 5.หนุ้ สว่ นประเภทไมจ่ ำกดั ควำมรบั ผดิ เทำ่ นน้ั ท่ีเขำ้
จดั กำรงำนของหำ้ งหนุ้ สว่ นได้
ขอ้ แตกตา่ งระหวา่ งหุ้นสว่ นประเภทจากดั ความรับผดิ กบั ไม่จากดั ความรับผดิ
หนุ้ สว่ นจำกดั ควำมรบั ผดิ หนุ้ สว่ นไมจ่ ำกดั ควำมรบั ผดิ
1.นำเงนิ สด และทรพั ยส์ นิ อ่ืนมำลงทนุ 1.นำเงินสด ทรพั ยส์ นิ อ่ืน และแรงงำนมำลงทนุ
2.เป็นหนุ้ สว่ นผจู้ ดั กำรไมไ่ ด้ 2.เป็นหนุ้ สว่ นผจู้ ดั กำรได้
3.ดำเนนิ กจิ กำรทม่ี ีกำรแข่งขนั กบั หำ้ งหนุ้ สว่ นกไ็ ด้ 3.จะดำเนนิ กิจกำรท่มี ีกำรแขง่ ขนั กบั หำ้ งหนุ้ สว่ น
ไมไ่ ด้
4.เม่ือผเู้ ป็นหนุ้ สว่ นตำย ลม้ ละลำย หรอื เป็นผไู้ ร้ 4.เม่ือผเู้ ป็นหนุ้ สว่ นคนใดตำย หรอื ตกเป็นผไู้ ร้
ควำมสำมำรถ ไมต่ อ้ งเลกิ กิจกำร ควำมสำมำรถ ไมต่ อ้ งเลกิ กิจกำร ควำมสำมำรถ
เป็นเหตหุ นงึ่ ทีท่ ำใหต้ อ้ งเลกิ กิจกำร
หน้ำทข่ี องห้ำงหุ้นส่วน
1) จดั ทาบญั ชีรายวนั
2) ตอ้ งจดั ใหม้ ีผทู้ าบญั ชี
3) ตอ้ งส่งมอบเอกสารทต่ี อ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชี
4) ตอ้ งปิดบญั ชีคร้ังแรกภายใน 12 เดอื น
5) จดั ทางบการเงนิ
6) เม่ือผสู้ อบบญั ชีรับอนุญาตตรวจสอบงบการเงินแลว้
7) ตอ้ งเกบ็ รักษาบญั ชีและเอกสารท่ตี อ้ งใชป้ ระกอบการลงบญั ชีไวท้ ี่สานกั งานแห่งใหญ่
กำรเปลย่ี นแปลงรำยกำรทำงทะเบยี น
การเปลย่ี นแปลงรายการทางทะเบียน เม่ือหา้ งหุน้ ส่วนจะเปลยี่ นแปลงรายการทาง
ทะเบยี น ผูเ้ ป็นหุน้ ส่วนจะตอ้ งตกลงใหค้ วามยนิ ยอมดว้ ยกนั ทุกคนแลว้ ใหห้ ุน้ ส่วนผจู้ ดั การยน่ื ขอจด
ทะเบยี นแกไ้ ขเพมิ่ เดมิ รายการทเ่ี ปลยี่ นแปลงน้นั ต่อนายทะเบยี นหุ้นส่วนบริษทั การเปลย่ี นแปลง
หุน้ ส่วนผจู้ ดั การตอ้ งไปยนื่ จดทะเบยี นภายใน 14 วนั นบั จากวนั ท่ีมีการเปลย่ี นแปลง
ควำมเกยี่ วพันระหว่ำงผ้เู ป็ นหุ้นส่วนด้วยกนั เอง
ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยก์ ลา่ วถึงความเก่ียวพนั ระหวา่ งผเู้ป็นหุน้ ส่วน ดงั น้ี
1. ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนทุกคนตอ้ งมีสิ่งหน่ึงส่ิงใดมาลงหุน้ ดว้ ยในหา้ งหุน้ ส่วน สิ่งท่ีนามาลงดว้ ยน้นั จะ เงิน เป็น
หรือทรพั ยส์ ินสิ่งอ่ืนหรือลงแรงงานกไ็ ด้
2. เมื่อมีขอ้ สงสยั ใหส้ นั นิษฐานไวก้ อ่ นวา่ สิ่งซ่ึงนามาลงหุน้ ดว้ ยกนั น้นั มคี า่ เท่ากนั
3. ถา้ หุน้ ส่วนคนใดไดล้ งแต่แรงงานของตนเขา้ เป็นหุน้ และในสัญญาเขา้ หุน้ ส่วนมิไดต้ ีราดา ค่าแรงไว้
ใหค้ านวณส่วนกาไรของผเู้ ป็นหุน้ ส่วนดว้ ยลงแรงงาน โดยส่วนตวั เฉล่ียของผเู้ ป็นหุน้ ส่วนซ่ึงได้ลงเงินหรือลง
ทรัพยส์ ินเขา้ หุน้ น้นั
4. ถา้ หุน้ ส่วนคนใดเอาทรพั ยส์ ินมาใหใ้ ชเ้ ป็นการลงหุน้ ดวามเก่ียวพนั ระหวา่ งผเู้ ป็นหุ้นส่วนคนน้นั กบั
หา้ งหุน้ ส่วน เช่น ส่งมอบและซ่อมแซม ความรับผดิ เพ่ือชารุดบกพร่อง ความรับผดิ เพอ่ื การ รอนสิทธิ ขอ้ ยกเวน้ ความรบั
ผดิ ใหบ้ งั ดบั ตามบทบญั ญตั ิแห่งประมวลกฎหมายวา่ ดว้ ยเช่าทรัพย์
5. ถา้ หุน้ ส่วนคนหน่ึงใหก้ รรมสิทธิโนทรพั ยส์ ินอนั ใดอนั หน่ึงเป็นการลงหุน้ ความเกี่ยวพนั ระหวา่ งผเู้ ป็น
หุน้ ส่วนคนน้นั กบั หา้ งหุน้ ส่วนในเรื่องส่งมอบและซ่อมแซมความรับผดิ เพือ่ ชารุดบกพร่อง ดวามรบั ผดิ เพือ่ การรอน
สิทธิ ขอ้ ยกเวน้ ความรับผิด ใหบ้ งั ดบั ตามประมวลกฎหมายน้ีวา่ ดว้ ยซ้ือขาย
6. ถา้ ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนคนใดละเลยไมส่ ่งมอบส่วนลงหุน้ ของตน ตอ้ งส่งคาบอกกลา่ วเป็นจดหมาย จด
ทะเบียนไปรษณียไ์ ปยงั ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนคนน้นั ใหส้ ่งมอบส่วนลงหุน้ ของตนมาภายในเวลาอนั สมดวร ผเู้ป็นหุน้ ส่วนคน
อื่น ๆ จะลงความเหน็ พร้อมกนั หรือโดยเสียงขา้ งมากซ่ึงแลว้ แตข่ อ้ สญั ญา ใหเ้ อาผเู้ ป็นหุน้ ส่วนคนน้นั ออกได้
7. หา้ มมิใหเ้ ปล่ียนแปลงขอ้ สัญญาเดิมแห่งหา้ งหุน้ ส่วนหรือประเภทแห่งกิจการนอกจากดว้ ย ความ
ยินยอมของผเู้ ป็นหุน้ ส่วนหมดดว้ ยกนั ทุกคน เวน้ แตจ่ ะมีขอ้ ตกลงกนั ไวเ้ ป็นอยา่ งอื่น
8. ถา้ ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนมิไดต้ กลงกนั ไวใ้ นกระบวนจดั การหา้ งหุน้ ส่วน ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนย่อมจดั การ หา้ งหุน้ ส่วน
น้นั ไดท้ ุกคน แตผ่ เู้ ป็นหุน้ ส่วนคนหน่ึงคนใดจะเขา้ ทาสญั ญาอนั ใดซ่ึงผเู้ ป็นหุน้ ส่วนอีกคนหน่ึง ทกั ทว้ งน้นั ไมไ่ ด้ในกรณี
เช่นน้ีใหถ้ ือวา่ ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนยอ่ มเป็นหุน้ ส่วนผจู้ ดั การทกุ คน
9. ถา้ ไดต้ กลงกนั ไวว้ า่ การงานของหา้ งหุน้ ส่วนน้นั ใหเ้ ป็นไปตามเสียงขา้ งมากใหผ้ เู้ ป็นหุน้ ส่วน คนหน่ึงมี
เสียงเป็นคะแนนหน่ึง โดยไมต่ อ้ งคานึงถึงจานวนที่ลงหุน้ ดว้ ยมากหรือนอ้ ย
10. ถา้ ไดต้ กลงกนั ไวว้ า่ จะใหผ้ เู้ ป็นหุน้ ส่วนหลายคนจดั การหา้ งหุน้ ส่วนหุน้ ส่วนผจู้ ัดการแต่ละคน จะจดั การ
หา้ งหุน้ ส่วน น้นั กไ็ ด้ แตห่ ุน้ ส่วนผจู้ ดั การคนหน่ึงคนใดจะทาการอนั ใดซ่ึงหุน้ ส่วนผจู้ ดั การ อีกคนหน่ึงทกั ทว้ งน้นั ไม่ได้
11. หุน้ ส่วนผจู้ ดั การน้นั จะใหอ้ อกจากตาแหน่งไดต้ ่อเมื่อผเู้ ป็นหุน้ ส่วนทุกคนยนิ ยอมพร้อมกนั เวน้ แต่จะได้
ตกลงกนั ไวเ้ ป็นอยา่ งอ่ืน
12. แมว้ า่ หุน้ ส่วนทุกคนไดต้ กลงใหผ้ เู้ ป็นหุน้ ส่วนคนเดียวหรือหลายคนเป็นผจู้ ดั การห้างหุน้ ส่วนกต็ าม ผู้
เป็นหุน้ ส่วนทกุ คนนอกจากผจู้ ดั การยอ่ มมีสิทธิท่ีจะไต่ ถามถึงการดาเนินงานของหา้ งหุน้ ส่วนทที่ า อยนู่ ้นั ไดท้ ุกเม่ือ และมี
สิทธิที่จะตรวจและคดั สาเนาสมดุ บญั ชี และเอกสารใด ๆ ของหุน้ ส่วนได้
13. หา้ มมิใหผ้ เู้ ป็นหุน้ ส่วนประกอบกจิ การอยา่ งหน่ึงอยา่ งใดซ่ึงมสี ภาพเป็นการแขง่ ขนั กบั กิจการของหา้ ง
หุน้ ส่วนน้นั ไมว่ า่ ทาเพอ่ื ประโยชนต์ นหรือประโยชน์ผอู้ ื่น โดยมิไดร้ ับความยินยอมของ ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนคนอ่ืน ๆ
14. ถา้ ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนคนใดทาการฝ่ าฝื นต่อกฎหมายน้ี ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนคนอ่ืนๆ กจ็ ะเรียกเอาผล กาไรซ่ึงผนู้ ้นั หา
ไดท้ ้งั หมด หรือเรียกเอาคา่ สินไหมทดแทนเพ่ือการท่ีหา้ งหุน้ ส่วนไดร้ ับความเสียหายเพราะเหตุน้นั แตห่ า้ มมิใหฟ้ ้องเรียก
เมื่อพนั เวลา 1 ปี นบั แตว่ นั ทาการฝ่ าฝื น
15. ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนตอ้ งจดั การงานของหา้ งหุน้ ส่วนดว้ ยความระมดั ระวงั ใหม้ ากเสมอื นกบั จัดการ งานของ
ตนเอง
16 หา้ มมิใหช้ กั นาเอาบุคคลผอู้ ่ืนเขา้ มาเป็นหุน้ ส่วนในหา้ งหุน้ ส่วน โดยมิไดร้ บั ความยนิ ยอมจาก หุน้ ส่วน
ทกุ คน เวนั แต่จะไดต้ กลงกนั ไวเ้ ป็นอยา่ งอ่ืน
17. ถา้ หุน้ ส่วนคนใดคนหน่ึงโอนส่วนกาไรของตนในหา้ งหุน้ ส่วนท้งั หมดหรือบางส่วนใหแ้ ก่
บคุ คลภายนอกโดยมิไดร้ บั ความยนิ ยอมจากหุน้ ส่วนทุกคน บคุ คลภายนอกจะเขา้ เป็นหุน้ ส่วนไมไ่ ด้
18. ความเก่ียวพนั ระหวา่ งหุน้ ส่วนผจู้ ดั การกบั ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนน้นั ใหบ้ งั คบั ดว้ ยบทบญั ญตั ิแห่ง ประมวล
กฎหมายวา่ ดว้ ย ตวั แทน
19. ถา้ หุน้ ส่วนมิไดเ้ ป็นผจู้ ดั การ แตเ่ ขา้ มาจดั การงานของหา้ งหุน้ ส่วน หรือหุน้ ส่วนผจู้ ดั การ กระทาเกินขอบ
อานาจของตน ใหบ้ งั ดบั ใชบ้ ทบญั ญตั ิแห่งประมวลกฎหมายน้ีวา่ ดว้ ยจดั การงานนอกสง่ั
20. กาไรหรือขาดทุนของผเู้ ป็นหุน้ ส่วนทกุ คนน้นั ยอ่ มเป็นไปตามส่วนที่ลงหุน้
21. ถา้ หุน้ ส่วนของผใู้ ดไดก้ าหนดไวแ้ ตเ่ พยี งกาไรวา่ จะแบง่ เท่าไร หรือกาหนดแต่ยอมขาดเทา่ ไร ให้
สันนิษฐานไวว้ า่ หุน้ ส่วนผนู้ ้นั มีส่วนกาไรและส่วนขาดทุนเป็นอยา่ งเดียวกนั
22. ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนไมม่ ีสิทธิที่จะไดร้ ับบาเหนจ็ ใหจ้ ดั การงานของหา้ งหุน้ ส่วนน้นั ไดเ้ วน้ แตจ่ ะไดม้ ี ความตก
ลงกนั ไวเ้ ป็นอยา่ งอ่ืน
23. ถา้ ชื่อของผเู้ ป็นหุน้ ส่วนซ่ึงออกจากหุน้ ส่วนไปแลว้ ยงั คงใชเ้ รียกติดเป็นชื่อห้างหุน้ ส่วนอยู่ผเู้ ป็น
หุน้ ส่วนน้นั มีสิทธิที่จะไมใ่ หใ้ ชช้ ่ือของตนได้
24 ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนคนหน่ึงจะเรียกเอาส่วนของตนจากหุน้ ส่วนอ่ืนๆไดแ้ มจ้ ะไม่ปรากฏช่ือของตน
ควำมเกีย่ วพันระหว่ำงผ้เู ป็ นหุ้นส่วนกบั บุคคลภำยนอก
1. ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนจะถือเอาสิทธิใด ๆ แกบ่ ุคคลภายนอกในกจิ การ ซ่ึงไม่ปรากฏซ่ือของตนไม่ได้
2. การใด ๆ อนั ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนคนใดคนหน่ึงไดจ้ ดั ทาไปในทางท่เี ป็นธรรมดาการคา้ ขายของห้าง
หุน้ ส่วนน้นั ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนทกุ คนยอ่ มมีความผูกพนั ในการน้นั ๆ ดว้ ย และตอ้ งรับผิดร่วมกนั โดยไม่จากดั
จานวนในการชาระหน้ี อนั ไดก้ ่อใหเ้ กดิ ข้นึ เพราะจดั การไปเช่นน้นั
3. ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนซ่ึงออกจากหุน้ ส่วนไปแลว้ ยงั คงตอ้ งรับผิดในหน้ี ซ่ึงหา้ งหุน้ ส่วนไดก้ ่อใหเ้ กิด
ข้นึ ที่ตนไดอ้ อกจากหุน้ ส่วนไป
4. บุคคลผูเ้ ขา้ เป็นหุน้ ส่วนในหา้ งหุน้ ส่วนยอ่ มตอ้ งรับผิดในหน้ีใด ๆ ซ่ึงหา้ งหุน้ ส่วนไดก้ ่อใหเ้ กิด
ข้นึ กอ่ นทีต่ นเขา้ มาเป็นหุน้ ส่วนดว้ ย
5. หา้ งหุน้ ส่วนซ่ึงมิไดจ้ ดทะเบยี นน้นั ถงึ แมจ้ ะมีขอ้ จากดั อานาจของหุน้ สว่ นคนหน่ึงในการทจ่ี ะ
ผูกพนั ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนคนอืน่ ๆ ทา่ นวา่ ขอ้ จากดั เช่นน้นั กห็ ามีผลถงึ บดุ คลภายนอกไม่
6. บุดคลใดแสดงตนวา่ เป็นหุน้ ส่วนดว้ ยวาจา ดว้ ยลายลกั ษณ์อกั ษร ดว้ ยกิริยา ดว้ ยยนิ ยอมให้ เขา
ใชช้ ื่อตนเป็นช่ือหา้ งหุน้ ส่วนกด็ ี หรือรู้แลว้ ไม่คดั ดา้ นปล่อยใหเ้ ขาแสดงวา่ ตนเป็ นหุน้ ส่วน บุคคลน้นั ยอ่ มตอ้ ง
รับผิดต่อบุคคลภายนอกในบรรดาหน้ีของหา้ งหุ้นส่วนเสมือนเป็นหุน้ ส่วน
แบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยท่ี1
หน่วยท่ี 2
กฎหมายท่ีเก่ียวขอ้ งกบั หา้ งหุน้ ส่วน
ควำมรู้ด้ำนกฎหมำยทีเ่ ก่ียวข้องกับห้ำง
หุ้นส่วน การประกอบธุรกิจการคา้ ที่ดาเนินการใน
รูปแบบของหา้ งหุน้ ส่วนน้นั ผปู้ ระกอบการจะตอ้ ง
คานึงถึงองคป์ ระกอบที่สาคญั หลายประการ เช่น
ลกั ษณะของกิจการคา้ เงินทุน ความร้ีความสามารถ
ในการดาเนินธุรกิจ เป็นตน้ เพื่อใหก้ ารประกอบ
ธุรกิจน้นั ประสบผลสาเร็จ นามาซ่ึงผลประโยชน์
และกาไรสูงสุด
ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณชิ ย์ บรรพ 3
ลกั ษณะ 22 หุ้นส่วนและบริษัท ซ่ึงไดบ้ ญั ญตั บิ ท
กฎหมายเกี่ยวกบั ลกั ษณะสาคญั ของสญั ญา
หุน้ ส่วนและบริษทั รวมถึงความผกู พนั หนา้ ที่
ความรับผดิ ชอบ ระหวา่ งผเู้ ป็ นหุน้ ส่วนกบั หา้ ง
หุน้ ส่วน และระหวา่ งหุน้ ส่วนกบั บุคคลภายนอก
กฎหมำยฉบบั นี้ประกอบด้วย
•หมวดท่ี 1 สญั ญาจดั ต้งั หา้ งหุ้นส่วน
•หมวดที่ 2 หา้ งหุน้ ส่วนสามญั
ส่วนที่ 1 บทวิเคราะห์
ส่วนที่ 2 ความเกี่ยวพนั ระหว่างผเู้ ป็นหุน้ ส่วนดว้ ยกนั เอง
ส่วนท่ี 3 ความเก่ียวพนั ระหวา่ งผเู้ ป็นหุ้นส่วนกบั บุคคลภายนอก
ส่วนท่ี 4 การเลิกและชาระบญั ชีหา้ งหุ้นส่วนสามญั
ส่วนท่ี 5 การจดทะเบียนหา้ งหุน้ ส่วนสามญั
ส่วนท่ี 6 การควบห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนเขา้ กนั
•หมวดท่ี 3 หา้ งหุน้ ส่วนจากดั
พระรำชบญั ญัตกิ ำหนดควำมผดิ เก่ียวกับห้ำงหุ้นส่วนจด
ทะเบียน ห้ำงหุ้นส่วนจำกัด บริษทั จำกัด สมำคมและมูลนิธิ
พ.ศ. 2499 ในเน้ือหาจะอธิบายเฉพาะส่วนที่เกี่ยวขอ้ งกบั หา้ ง
หุน้ ส่วนเท่าน้นั โดยพระราชบญั ญตั ิน้ีใหใ้ ชบ้ งั คบั ต้งั แตว่ นั ที่ 1
มกราคม พ.ศ. 2500 เป็นตน้ ไป
พระรำชบัญญตั กิ ำรบญั ชี พ.ศ. 2543
พ.ร.บ. การบญั ชี พ.ศ. 2543 ไดล้ งประกาศในราชกิจจา
นุเบกษาเมื่อวนั ที่ 12พฤษภาคม 2543 ซ่ึงมีผลบงั คบั ใชต้ ้งั แต่วนั ที่ 10
สิงหาคม 2543 เป็นตน้ ไป
สานกั กากบั ดแู ลธุรกิจ กรมพฒั นาธุรกิจการคา้ จึงไดน้ า
ขอ้ มูลเกี่ยวกบั พ.ร.บ. การบญั ชีดงั กล่าว มาเผยแพร่ เพื่อให้ผู้
ประกอบธุรกิจ ผทู้ าบญั ชี ผสู้ อบบญั ชีและผสู้ นใจทวั่ ไปไดศ้ ึกษาทา
ความเขา้ ใจเพื่อ ประกอบการปฏิบตั ิงานให้ถูกตอ้ งตอ่ ไป โดยได้
นาเสนอขอ้ มลู สรุปเป็น 2 ส่วน ดงั น้ี
1 หลักกำรของพระรำชบญั ญัตกิ ำรบัญชี พ.ศ. 2543
1. แกไ้ ขหลกั การจากเดิมที่กาหนดให้ธุรกิจท้งั นิติบคุ คล
และบคุ คลธรรมดาท่ีประกอบธุรกิจตามประเภทท่ีรัฐมนตรีประกาศ
กาหนดตอ้ งจดั ทาบญั ชี เป็นกาหนดให้เฉพาะนิติบคุ คลเท่าน้นั ท่ีมี
หนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชี และเพิ่มกิจการร่วมคา้ ตามประมวลรัษฎากรให้
เป็นผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีดว้ ย
บคุ คลธรรมดาและห้างหุน้ ส่วนท่ีไม่ไดจ้ ดทะเบียนไมต่ อ้ งจดั ทาบญั ชี
เวน้ แตร่ ัฐมนตรีจะออกประกาศให้เป็นผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชี
2. กาหนดใหผ้ ทู้ าบญั ชีตอ้ งเขา้ มามีส่วนรับผดิ ชอบในการจดั ทาบญั ชี
ของธุรกจิ โดยแบ่งแยกหนา้ ทแ่ี ละความรับผดิ ชอบระหว่างผูท้ าบญั ชีกบั ผูม้ ีหนา้ ที่
จดั ทาบญั ชีใหช้ ดั เจน ซ่ึงมีการเพมิ่ โทษจากกฎหมายเดิม โดยบทกาหนดโทษมีท้งั
โทษปรับและจาคุก สาหรับผูม้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีและผทู้ าบญั ชีที่กระทาความผิด
3. ใหอ้ ธิบดโี ดยความเหน็ ชอบของรัฐมนตรีมีอานาจกาหนดคณุ สมบตั ิ
และเงื่อนไขของการเป็นผทู้ าบญั ชี รวมท้งั กาหนดขอ้ ยกเวน้ ใหผ้ ูม้ ีหนา้ ท่ีจดั ทา
บญั ชีหรือผูท้ าบญั ชีไม่ตอ้ งปฏิบตั ติ ามมาตรฐาน การบญั ชีในเร่ืองหน่ึงหรือส่วนใด
ส่วนหน่ึง โดยใหค้ านึงถงึ มาตรฐานการบญั ชี และขอ้ คดิ เห็นของหน่วยงานท่ี
เกยี่ วขอ้ งและสถาบนั วชิ าชีพบญั ชีประกอบดว้ ย
4. กาหนดใหร้ ัฐมนตรีมีอานาจออกกฎกระทรวง ยกเวน้ ใหง้ บการเงนิ
ของผูม้ ีหนา้ ทจี่ ดั ทาบญั ชีซ่ึงเป็นหา้ งหุน้ ส่วนจดทะเบยี นท่ีมีทนุ สินทรัพยห์ รือ
รายได้ รายการใดรายการหน่ึงหรือทุกรายการไม่เกินท่ีกาหนดโดยกฎกระทรวง ไม่
ตอ้ งรับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผสู้ อบบญั ชีรับอนุญาต
5. ลดภาระของธุรกิจในการเกบ็ รักษาบญั ชีและเอกสารประกอบการ
ลงบญั ชีจาก 10 ปีเหลือ 5 ปี เวน้ แตใ่ นกรณีท่จี าเป็นในการตรวจสอบบญั ชี โดยมี
อานาจกาหนดใหผ้ ูม้ ีหนา้ ทีจ่ ดั ทาบญั ชีเกบ็ รักษาบญั ชีและเอกสารประกอบการ
ลงบญั ชีไวเ้ กิน 5 ปี แต่ตอ้ งไม่เกนิ 7 ปี
6. กาหนดใหก้ ารจดั ทาบญั ชีตอ้ งเป็นไปตามมาตรฐานการบญั ชแี ละมี
การรับรองมาตรฐานการบญั ชีทกี่ าหนดข้ึน ซ่ึงคณะกรรมการควบคุมการประกอบ
วชิ าชีพสอบบญั ชีไดม้ ีมติใหป้ ระกาศใชแ้ ลว้ เป็นมาตรฐานการบญั ชีตามกฎหมาย
2. สรุปสำระสำคญั พระรำชบัญญตั กิ ำรบัญชี พ.ศ. 2543
ในพระราชบญั ญตั ิน้ีมีการกาหนดแบ่งแยกหนา้ ที่และความ
รับผิดชอบของบคุ คลทเี่ ก่ียวขอ้ งในการจดั ทาบญั ชีของ
ธุรกิจไว้ 2 ฝ่ าย คือ ผมู้ ีหนา้ ท่ีจดั ทาบญั ชีกบั ผทู้ าบญั ชี
เพื่อใหท้ ้งั 2 ฝ่ ายไดม้ ีหนา้ ท่ีและความรับผดิ ชอบท่ีชว่ ยทา
ให้การจดั ทาบญั ชีของธุรกิจถกู ตอ้ งส่งผลใหข้ อ้ มูลในงบ
การเงินเช่ือถือไดแ้ ละนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นการตดั สินใจ
ได้ ดงั น้นั เพ่ือให้มีความเขา้ ใจและนาไปปฏิบตั ิใหถ้ ูกตอ้ ง
จึงขอสรุปสาระสาคญั พร้อมยกตวั อยา่ งประกอบให้เขา้ ใจ
ไดง้ ่ายข้ึน ท้งั น้ี จะตอ้ งศึกษาตวั กฎหมายภายใต้
พระราชบญั ญตั ิฉบบั น้ี รวมท้งั ประกาศ คาสงั่ ต่าง ๆ จะชว่ ย
ให้เขา้ ใจยงิ่ ข้ึน
หน่วยที่ 3
การจดั ต้งั หา้ งหุน้ ส่วน
กำรจดทะเบียนจัดต้งั ห้ำงหุ้นส่วน
การจดั ต้งั หา้ งหุน้ ส่วนน้นั เกิดจากการที่บุคคล
ต้งั แต่ 2 คนข้นึ ไป ตกลงท่ีจะทาการคา้ ร่วมกนั โดย
มุ่งหวงั ที่จะแบ่งผลกาไรจากการดาเนินกิจการคา้ น้นั ซ่ึง
ประมลกฎหมายแพ่งและพาณิชยเ์ รียกวา่ "หา้ งหุน้ ส่วน"
การเป็ นหา้ งหุน้ ส่วนกฎหมายไม่ไดบ้ งั คบั ใหจ้ ดทะเบียน
โดยจะจดหรือไม่จดทะเบียนกไ็ ดถ้ า้ ไม่จดทะเบียน
เรียกวา่ "ห้ำงหุ้นส่วนสำมัญ" แตถ่ า้ จดทะเบียนเรียกวา่
"ห้ำงหุ้นส่วนสำมญั นิตบิ คุ คล“ หรือ "ห้ำงหุ้นส่วนจด
ทะเบยี น"
ข้นั ตอนกำรจดทะเบียนจัดต้งั ห้ำงหุ้นส่วน
หุ้นสว่ นตกลงกนั
จองชอ่ื
จดั ทาตรา
จัดเตรยี มคาขอ
ยื่นของจดทะเบยี น
กำรจดทะเบียนห้ำงหุ้นส่วนแบ่งออกเป็ น 2 ประเภท คือ
1. การจดทะเบียนจดั ต้งั หา้ งหุน้ ส่วนสามญั
2. การจดทะเบียนจดั ต้งั หา้ งหุน้ ส่วนจากดั
กำรจดทะเบยี นห้ำงหุ้นส่วนสำมัญ
ห้ำงหุ้นส่วนสำมัญ คือ ห้างหุน้ ส่วนประเภทซ่ึงมีผู้
เป็นหุน้ ส่วนจาพวกเดียว โดยผเู้ ป็นหุ้นส่วนทุกคนตอ้ งรับผิด
ร่วมกนั ในบรรดาหน้ีสินท้งั ปวงของห้างหุน้ ส่วนไมจ่ ากดั
จานวน ห้างหุน้ ส่วนสามญั จะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
หรือไม่ก็ได้ ดงั น้นั ห้างหุ้นส่วนสามญั จึงแบ่งไดเ้ ป็น 2
ประเภท คือ
1. ห้างหุ้นส่วนสามญั ที่มีไดจ้ ดทะเบียน ซ่ึงไมม่ ี
สภาพเป็ นนิติบุคคลตามกฎหมาย
2. ห้างหุ้นส่วนสามญั จดทะเบียน ซ่ึงมีสภาพเป็น
นิติบคุ คลตามกฎหมายและมีชื่อเรียกโดยเฉพาะว่า "หา้ ง
หุ้นส่วนสามญั นิติบุคคล"
วธิ ีกำรจดทะเบียน มีข้นั ตอนดงั นี้
1. กรณีจดทะเบียนจดั ต้งั หา้ งหุ้นส่วนหรือแกไ้ ขเปลี่ยนแปลง
ชื่อหา้ ง ใหผ้ เู้ ป็นหุน้ ส่วนหรือหุ้นส่วนผจู้ ดั การ ขอตรวจและจองชื่อหา้ ง
หุ้นส่วนก่อนว่า ช่ือท่ีจะใชน้ ้นั จะซ้าหรือคลา้ ยกบั คนอื่นที่จดทะเบียนไว้
ก่อนหรือไม่ เมื่อจองช่ือไดแ้ ลว้ จะตอ้ งขอจดทะเบียนภายใน 30 วนั
2. ซ้ือคาขอและแบบพิมพจ์ ากกรมพฒั นาธุรกิจการคา้ หรือ
สานกั งานบริการจดทะเบียนธุรกิจท้งั 7 แห่ง หรือสานกั งานพฒั นาธุรกิจ
การคา้ จงั หวดั
3. จดั ทาคาขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคาขอย่ืนต่อ
นายทะเบียนเพื่อตรวจพิจารณา
4. ชาระค่าธรรมเนียมตามใบสงั่ ของเจา้ หนา้ ที่
5. ถา้ ประสงคจ์ ะไดห้ นงั สือรับรองรายการในทะเบียน ให้ยื่น
คาขอและชาระคา่ ธรรมเนียมต่อ
6. รับใบสาคญั แสดงการจดทะเบียนและหนงั สือรับรอง
รายการในทะเบียนได้
กำรลงลำยมือชื่อของผู้เป็ นหุ้นส่วนและหุ้นส่วนผู้จดั กำร
1. ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนและหุ้นส่วนผจู้ ดั การจะตอ้ งลงลายมือช่ือใน
คาขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบคาขอดว้ ยตนเอง จะมอบหมาย
บคุ คลอื่นลงลายมือชื่อแทนไมไ่ ด้
2. หุน้ ส่วนผจู้ ดั การผขู้ อจดทะเบียนซ่ึงตอ้ งลงชื่อในคาขอจด
ทะเบียน จะตอ้ งลงลายมือชื่อตอ่ หนา้ นายทะเบียนพร้อมแสดงตน้ ฉบบั
บตั รประจาตวั หรือ
3. ในกรณีท่ีหุน้ ส่วนผจู้ ดั การไม่สามารถลงลายมือช่ือตอ่ หนา้
นายทะเบียนตาม (2) ให้หุน้ ส่วนผจู้ ดั การลงลายมือช่ือต่อหนา้ สมาชิก
เนติบณั ฑิตยสภา หรือทนายความกไ็ ด้
การจดทะเบียนน้นั ตอ้ งลงลายมือช่ือของหุน้ ส่วนทุกคน และ
ตอ้ งประทบั ตราหา้ งหุ้นส่วนน้นั ดว้ ยให้พนกั งานทะเบียนทาใบสาคญั
แสดงการจดทะเบียนส่งมอบใหแ้ ก่ห้างหุ้นส่วนน้นั ฉบบั หน่ึง
ห้ำงหุ้นส่วนจำกดั คือ ห้างหุ้นส่วนท่ีมีผเู้ ป็นหุน้ ส่วนสองจาพวก
ไดแ้ ก่
1. ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนคนเดียวหรือหลายคนซ่ึงมีจากดั ความ
รับผดิ เพียงไม่เกินจานวนเงินท่ีตนรับจะลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนน้นั
จาพวกหน่ึง
2. ผเู้ ป็นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนซ่ึงตอ้ งรับผดิ
ร่วมกนั ในบรรดาหน้ีของหา้ งหุ้นส่วนไม่มีจากดั จานวนอีกจาพวก
หน่ึง
กำรจดั ต้งั ห้ำงหุ้นส่วนจำกดั แบง่ ออกได้ 4 ข้นั ตอน ดงั น้ี
ข้นั ตอนท่ี 1 ทาความตกลงระหว่างผเู้ ป็นหุ้นส่วนในเรื่องสาคญั ๆ
ข้นั ตอนที่ 2 ขอตรวจสอบและจองชื่อห้างหุน้ ส่วนจากดั
ข้นั ตอนท่ี 3 จดั ทาคาขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบ
ข้นั ตอนท่ี 4 การย่นื ขอจดทะเบียน
เอกสำรและหลกั ฐำนทต่ี ้องใช้ในกำรจดทะเบียน
ในการขอจดทะเบียนตอ้ งเตรียมเอกสารหลกั ฐานดงั ต่อไปน้ี
1. คาขอจดทะเบียนหา้ งหุน้ ส่วน (แบบ หส. 1)
2. แบบคารับรองการจดทะเบียนหา้ งหุน้ ส่วน
3. รายการจดทะเบียน (แบบ หส.2) /หา้ งหุน้ ส่วนสามญั นิติบุคคล ใช้
เฉพาะหนา้ 1 และ 3
4. วตั ถุประสงค์ (แบบ ว.)
5. แบบ สสช.1 จานวน 1 ฉบบั
6. ใบแจง้ ผลการจองชื่อนิติบุคคล
7. แผนท่ีแสดงที่ต้งั สานกั งานแห่งใหญ่ และสถานท่ีสาคญั บริเวณ
ใกลเ้ คียงโดยสงั เขป
อัตรำค่ำธรรมเนียม
1. การจจดทะเบียนหา้ งหุน้ ส่วน ทุกจานวนเงินไม่เกิน
100,000 บาท แห่งทนุ ที่กาหนดไว้ 100 บาท เศษของ 100,000 บาท ให้
คิดเป็น 100,000 บาท ท้งั น้นั รวมกนั ไมต่ ่ากวา่ 1,000 บาท และ ไมใ่ ห้
เกิน 5,000 บาท
2. หนงั สือรับรอง ฉบบั ละ 200 บาท
3. ใบสาคญั แสดงการจดทะเบียน ฉบบั ละ 100 บาท
4. กรณีขอใหน้ ายทะเบียนรับรองเอกสารคาขอจดทะเบียน
หนา้ ละ 50 บาท
หน่วยท่ี 4
การบนั ทึกรายการเปิ ดบญั ชีของหา้ งหุน้ ส่วน
กำรบนั ทกึ รำยกำรเปิ ดบญั ชีของห้ำงหุ้นส่วน
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยม์ าตรา 1026 "ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนทกุ คนตอ้ งมีสิ่งหน่ึง
ส่ิงใดมาลงหุน้ ดว้ ยในห้างหุ้นส่วน โดยส่ิงที่นามาลงหุน้ ดว้ ยน้นั จะเป็นเงิน หรือทรัพยส์ ินส่ิงอ่ืน
หรือลงแรงงานกไ็ ด"้ จากบทบญั ญตั ิดงั กล่าวกฎหมายกาหนดใหผ้ เู้ ป็นหุ้นส่วนตอ้ งนาสิ่งหน่ึงสิ่ง
ใดมาลงหุ้นดว้ ย ซ่ึงไดแ้ ก่เงินสด สินทรัพยอ์ ื่น ๆ แรงงาน มาลงทุนเพ่ือจดั ต้งั ห้างหุน้ ส่วน และ
นอกจากการลงทนุ ดว้ ยสินทรัพยแ์ ลว้ ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนอาจโอนหน้ีสินมาดว้ ยได้ ดงั น้นั การบนั ทึก
รายการเปิ ดบญั ชีของหา้ งหุน้ ส่วนในวนั เริ่มกิจการจะทาใหท้ ราบวา่ ผเู้ ป็นหุ้นส่วนแตล่ ะคนนา
สินทรัพยป์ ระเภทใดมาลงทนุ
อยา่ งไรกต็ าม ในกรณีท่ีทรัพยส์ ินที่นามาลงหุ้นไม่รู้ราคาที่แน่นอน เน่ืองจากไม่ไดม้ ี
การตีราคาไวต้ ้งั แตแ่ รก ให้สนั นิษฐานไวก้ ่อนวา่ สิ่งที่นาลงหุ้นดว้ ยกนั มีค่าเท่ากนั โดยการนา
สินทรัพยม์ าลงทุนน้นั จะตอ้ งตีราคาสินทรัพยด์ ว้ ยราคายตุ ิธรรม (Fair Value) ณ วนั ที่นามา
ลงทุนดว้ ย
รำคำยุตธิ รรม หมายถึง จานวนท่ีผซู้ ้ือและผขู้ ายตกลงแลกเปลี่ยนสินทรัพยก์ นั โดยท้งั
สองฝ่ ายมีความรู้และเตม็ ใจในการแลกเปลี่ยน และตอ่ รองกนั ไดอ้ ยา่ งอสิ ระ
รำคำตลำด หมายถึง จานวนเงินที่กิจการสามารถไดร้ ับจากการขายสินทรัพยใ์ นตลาด
ที่มีลกั ษณะเหมือนกนั โดยผซู้ ้ือและผขู้ ายเตม็ ใจซ้ือขายในตลาดน้นั รวมท้งั ตอ้ งเป็นการกระทา
อยา่ งเปิ ดเผยต่อสาธารณชน
การบนั ทึกรายการเปิ ดบญั ชี (Opening Entries) ของหา้ งหุน้ ส่วนในวนั เริ่ม
กิจการน้นั สามารถแบ่งออกเป็น 4 ลกั ษณะ ดงั น้ี
1. การบนั ทึกรายการเปิ ดบญั ชีกรณีหุ้นส่วนนาเงินสดมาลงทนุ
2. การบนั ทีกรายการเปิ ดบญั ชีกรณีหุ้นส่วนนาสินทรัพยอ์ ่ืน ๆ มาลงทนุ
3. การบนั ทึกรายการเปิ ดบญั ชีกรณีหุน้ ส่วนนาแรงงานมาลงทุน
4. การบนั ทึกรายการเปิ ดบญั ชีกรณีหุ้นส่วนนาสินทรัพยม์ าลงทุน แตไ่ ม่ไดต้ ีมูลคา่ ไว้
กำรบันทึกรำยกำรเปิ ดบญั ชี
กรณีหุ้นส่วนนำเงนิ สดมำลงทุน
ในการจดั ต้งั ห้างหุ้นส่วนน้นั ผเู้ ป็นหุ้นส่วนแตล่ ะคนอาจนาเงินสดมาลงทนุ ใน
หา้ งท้งั หมด หรือขางส่วนก็ได้ โดยสามารถบนั ทึกรายการเปิ ดบญั ชี ดงั น้ี
หุ้นสว่ น เงนิ สด ห้างหนุ้ ส่วน
เดบติ เงินสด XX xx
เครดติ ทนุ -ผเู้ ป็นหนุ้ สว่ นคนท่ี 1 xx
ทนุ -ผเู้ ป็นหนุ้ สว่ นคนที่ 2
หนุ้ สว่ นนำเงนิ สดมำลงทนุ
การบนั ทึกรายการเปิ ดบญั ชี
กรณีหุน้ ส่วนนาสินทรัพยอ์ ่ืน ๆ มาลงทุน
การนาสินทรัพยอ์ ่ืน ๆ มาลงทนุ ในหา้ งหุ้นส่วนน้นั ควรมีการตีราคาสินทรัพยแ์ ตล่ ะประเภท
ว่ามีมลู ค่าเท่าใดก่อนการบนั ทึกบญั ชี เพ่ือความถูกตอ้ งและให้เกิดความยตุ ิธรรมอาจจะใช้
ราคาตลาด(Fair Market Value) หรือราคายตุ ิธรรม โดยเป็นราคาประเมินของ
สินทรัพยน์ ้นั ๆ เป็นเกณฑห์ ้างหุน้ ส่วนจะบนั ทึกบญั ชีสินทรัพยแ์ ยกแต่ละประเภทท่ีนามา
ลงทุน และเครดิตบญั ชีทุนของผเู้ ป็นหุน้ ส่วนแต่ละคน การลงทุนดว้ ยทรัพยส์ ิน เช่น ลงทุน
ดว้ ยท่ีดิน อาคารสานกั งาน รถยนต์ เป็นตน้
หุ้นส่วน โดยสามารถบันทึกรายการเปดิ บัญชี ดังน้ี ห้างหุ้นส่วน
สนิ ทรัพยอ์ ื่น ๆ
เชน่ อำคำร ที่ดิน อปุ กรณ์ เครือ่ งตกแต่ง
รถยนต์ เป็นตน้
เดบติ สนิ ทรพั ยอ์ ่ืน ๆ XX
เครดติ ทนุ -ผเู้ ป็นหนุ้ สว่ นคนที่ 1
xx
ทนุ -ผเู้ ป็นหนุ้ สว่ นคนท่ี 2
xx
หนุ้ สว่ นนำสนิ ทรพั ยอ์ ่ืน ๆ มำลงทนุ
ในกรณีท่ีผเู้ ป็นหุน้ ส่วนอาจนาเงินสด สินทรัพยอ์ ่ืน และหน้ีสินมาลงทุนดว้ ยน้นั ใหบ้ นั ทึกบญั ชีทุน
ของผเู้ ป็นหุน้ ส่วนแต่ละคน ดว้ ยการนายอดรวมสินทรัพยท์ ้งั ส้ินหกั ยอดรวมหน้ีสิน โดยสามารถบนั ทึกรายการ
เปิ ดบญั ชี ดงั น้ี
หุน้ สว่ น •เงินสด ห้างหนุ้ สว่ น
•สนิ ทรัพยอ์ ื่น เช่น อำคำร ท่ดี นิ หำ้ งหนุ้ สว่ น
หนุ้ สว่ น อปุ กรณ์ เคร่ืองตกแต่ง รถยนต์ เป็นตน้
•หนีส้ นิ เช่น เจำ้ หนี้ เงินกู้ เป็นตน้
เดบติ เงินสด
xx xx
สนิ ทรพั ยอ์ ื่น ๆ
เครดติ หนสี้ นิ
xx
ทนุ -ผเู้ ป็นหนุ้ สว่ นคนท่ี 1
xx
ทนุ -ผเู้ ป็นหนุ้ สว่ นคนที่ 2
xx
หนุ้ สว่ นนำเงินสด สนิ ทรพั ยอ์ ื่น ๆ และหนสี้ นิ มำลงทนุ
กำรบนั ทกึ รำยกำรเปิ ดบญั ชี
กรณหี ุ้นส่วนนำแรงงำนมำลงทุน
แรงงาน หมายถงึ แรงกาย สติปัญญา ความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ ช่ือเสียงของผู้
เป็นหุน้ ส่วน หากหุน้ ส่วนลงทุนเป็นแรงานใหถ้ อื เสมือนว่าเป็นค่าความนิยม (Goodwill) ท่ี
หุน้ ส่วนผนู้ ้นั นามาลงทุนในหา้ งหุน้ ส่วน ซ่ึงควรตกลงกนั ใหช้ ดั เจนวา่ จะบนั ทึกในสมุดบญั ชีของหา้ ง
หุน้ ส่วนหรือไมแ่ ละตีราคามูลค่าเท่าใด ข้ึนอยกู่ บั ขอ้ ตกลงกนั ท่ีระบุไวใ้ นสญั ญา
ถา้ ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนคนใดไดล้ งแต่แรงงานของตนเขา้ เป็นหุน้ และในสญั ญาเขา้ หุน้ ส่วนมิไดต้ ี
ราคาค่าแรงไวใ้ หค้ านวณส่วนกาไรของผทู้ ี่เป็นหุน้ ส่วนดว้ ยลงแรงงานน้นั ดว้ ยส่วนถวั เฉลีย่ ของผเู้ ป็น
หุน้ ส่วนซ่ึงไดล้ งเงินหรือลงทรัพยส์ ินเขา้ หุน้ ดว้ ย
หน่วยที่ 5
การบนั ทึกบญั ชีตามวธิ ีทุนเปล่ียนแปลง
และวธิ ีทุนคงที่
รำยกำรท่ีมผี ลทำให้เงินทุนของห้ำงห้นุ ส่วนเปลยี่ นแปลงไป มดี ังนี้
1.รายการซ่ึงทาใหท้ ุน หรือสิทธิส่วนไดเ้ สียของผเู้ ป็นหุน้ ส่วนเพิม่ ข้ึน ไดแ้ ก่
1) การลงทุนเพ่ิม
2) ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนชาระหน้ีใหแ้ ก่หา้ งหุน้ ส่วน
3) ส่วนแบ่งผลกาไรจากการดาเนินงาน
4) ส่วนแบ่งกาไรจากการปรับปรุงสินทรัพย์น้ีสิน ของหา้ งหุน้ ส่วน
5) หา้ งหุน้ ส่วนคิดเงินเดือน เงินโบนสั หรือดอกเบ้ียทุน ใหก้ บั ผเู้ ป็นหุน้ ส่วน
2.รายการที่ทาใหท้ ุนหรือสิทธิส่วนไดเ้ สียของผเู้ ป็นหุน้ ส่วนลดลง ไดแ้ ก่
1) ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนถอนเงินสดหรือสินทรัพยอ์ ่ืนของหา้ งไปใชส้ ่วนตวั
2) หา้ งหุน้ ส่วนชดใช้ หรือรับเอาหน้ีสินส่วนตวั ของผเู้ ป็นหุน้ ส่วน
3) ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากการดาเนินงาน
4) ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากการปรับปรุงสินทรัพย์หน้ีสิน ของหา้ งหุน้ ส่วน
5) หา้ งหุน้ ส่วนคิดดอกเบ้ีย จากวนั ท่ีผเู้ ป็นหุน้ ส่วนถอนกาไรไปใชล้ ว่ งหนา้
ส่วนในทุนและส่วนในกาไรขาดทุนของหุน้ ส่วน
"ส่วนในทุนของผเู้ ป็นหุน้ ส่วน" หมายถงึ สินทรัพยท์ ่ีหุน้ ส่วนมีอยใู่ นหา้ งหุน้ ส่วน
ซ่ึงเป็นเงินสดหรือสินทรัพยอ์ ่นื ท่ีผเู้ ป็นหุน้ ส่วนนามาลงทุนในตอนจดั ต้งั หุน้ ส่วน
สิทธิส่วนไดเ้ สียของผเู้ ป็นหุน้ ส่วนอาจเปลยี่ นแปลงไดภ้ ายหลงั จากดาเนินงาน
เน่ืองจากผเู้ ป็นหุน้ ส่วนอาจนาเงินสดมาลงทุนเพ่ิม ถอนทุนหรือไดร้ ับส่วนแบ่งกาไร
"ส่วนในกาไรขาดทุน " หมายถงึ ขอ้ ตกลงระบุสิทธิส่วนไดเ้ สียเมอ่ื มีผลของการดาเนินงานของหา้ งหุน้ ส่วน
ซ่ึงเป็นขอ้ ตกลงเกี่ยวกบั การแบ่งกาไรหรือขาดทุนระหวา่ งผเู้ ป็นหุน้ ส่วน เช่น เอมและออ้ ตกลงเป็นหุน้ ส่วนกนั
เอมนาเงินสดมาลงทุน50,000 บาท ออ้ นาเครื่องตกแต่ง 12,000บาท และสินคา้ 40,000บาท
มาลงทุนผเู้ ป็นหุน้ ส่วนตกลงแบ่งกาไรขาดทุนเท่ากนั
หลกั เกณฑก์ ารบนั ทึกบญั ชีของหา้ งหุน้ ส่วน
การจดั ทาบญั ชีของหา้ งหุน้ ส่วนน้นั จะมลี กั ษณะคลา้ ยกบั กิจการเจา้ ของคนเดียว
อาจจะแตกต่างกนั เฉพาะการจดั ทาบญั ชีหา้ งหุน้ ส่วนน้นั มีบุคคลอยา่ งนอ้ ย2 คนข้ึนไป ดงั น้นั
จึงตอ้ งเปิ ดบญั ชีทุนของหุน้ ส่วนแต่ละคน (Capital Account) ไว้
กำรบันทกึ บญั ชีของห้ำงหุ้นส่วน 2 วธิ ี คือ
1. วิธีทุนคงที่ (Fixed Capital Method
1.1 บญั ชีทุน (Capital Accounts)
1.2 บญั ชีกระแสทุน (Current Accounts)
1.3 บญั ชีเงินถอน (Drawing Accounts)
2. วธิ ีทุนเปลยี่ นแปลง (Alternative Capital Method)
บญั ชีเงินทดรองและบญั ชีเงินกู้
บญั ชีเงินทดรองของผเู้ ป็นหุน้ ส่วน (Advance to Partner Accounts) ใชบ้ นั ทึกรายการเม่ือหา้ งหุน้ ส่วน
จ่ายเงินทดรองหรือเงินกยู้ มื ใหแ้ ก่ผเู้ ป็นหุน้ ส่วน
บญั ชีเงินกยู้ มื ของผเู้ ป็นหุน้ ส่วน (Loans From Partner Accounts) ใชบ้ นั ทึกรายการเมื่อหา้ งหุน้ ส่วน
กยู้ มื เงินจากผเู้ ป็นหุน้ ส่วน
หน่วยท่ี 6
การแบ่งผลกาไรขาดทุนของหา้ งหุน้ ส่วน
หลกั เกณฑก์ ารแบ่งผลกาไรขาดทุน
เมือ่ กิจการตกลงเขา้ เป็นหุน้ ส่วนในหา้ งหุน้ ส่วนแลว้ ก็จะมีการนาเงินสด สินทรัพยอ์ ่นื และ
แรงงานมาลงทุนในหา้ งหุน้ ส่วน ซ่ึงหา้ งหุน้ ส่วนก็จะดาเนินการไประยะหน่ึง หรืองวดเวลาใด
เวลาหน่ึง อาจมีผลกาไรหรือผลขาดทุนเกิดข้ึนภายในหา้ งหุน้ ส่วน โดยผลกาไรขาดทุนท่ี
เกิดข้ึนน้ีตอ้ งแบ่งใหก้ บั ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนทุกคนตามสญั ญาที่ไดต้ กลงกนั ไวใ้ นการจดั ต้งั หา้ ง
หุน้ ส่วนแต่ถา้ ในสญั ญาน้นั หุน้ ส่วนไมใ่ ด้ ตกลงกนั ไวใ้ นเรื่องอตั ราส่วนแบ่งผลกาไรขาดทุน
ตามกฎหมายประมวลแพ่งและพาณิชยใ์ หถ้ อื ปฏบิ ตั ิ โดยการแบ่งตามอตั ราส่วนทุน
เหตุผลสาคญั ในการแบ่งผลกาไรขาดทุนของหา้ งหุน้ ส่วน ไดแ้ ก่
1เป็นค่าตอบแทนแก่ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนที่ใหบ้ ริการเป็นส่วนตวั แก่ห้างหุน้ ส่วน
2. เป็นค่าตอบแทนแก่เงินหรือสินทรัพยท์ ่ีผเู้ ป็นหุน้ ส่วนแต่ละคนนามาลงทุน
3. เป็นผลกาไรที่แทจ้ ริง และดาเนินนโยบายร่วมกนั ของผเู้ ป็นหุน้ ส่วน
การแบ่งผลกาไรขาดทุนใหผ้ เู้ ป็นหุน้ ส่วนน้นั ควรระบุไวใ้ นสญั ญาการจดั ต้งั หา้ ง
หุน้ ส่วนใหช้ ดั เจน เพอ่ื ไม่ใหเ้ กิดปัญหาในอนาคต โดยปกติหลกั เกณฑก์ ารแบ่งผลกาไรขาดทุนท่ี
นิยมปฏบิ ตั ิกนั มวี ธิ ีการแบ่ง ผลกาไรขาดทุน ดงั น้ี
1. แบ่งเท่ากนั
2. แบ่งตามอตั ราส่วนที่ตกลงกนั
3. แบ่งตามอตั ราส่วนทุน
4. คิดดอกเบ้ียทุน แลว้ แบ่งผลกาไรขาดทุนท่ีเหลือตามอตั ราส่วนที่ตกลงกนั
5. คิดเงินเดือน หรือโบนสั แลว้ แบ่งผลกาไรขาดทุนที่เหลือตามอตั ราส่วนท่ีตกลงกนั
การแบง่ ผลกาไรขาดทุนที่นิยมปฏิบตั ิกนั มีวิธีการแบ่งผลกาไรขาดทุน
เม่ือหา้ งหุน้ ส่วนทราบผลการดาเนินงานประจาปี ของกิจการ กจ็ ะนาผลกาไร
ขาดทุนท่ีไดร้ ับมา คานวณเพื่อแบง่ ใหผ้ เู้ ป็นหุ้นส่วนตามอตั ราส่วนที่ตกลงกนั ไว้
และบนั ทึกบญั ชีตามหลกั การบญั ชีที่ยอมรับ ทว่ั ไป โดยดงั ต่อไปน้ี
1.แบ่งเท่ำกนั
ถา้ ห้างหุน้ ส่วนตกลงแบ่งผลกาไรขาดทนุ เทา่ กนั หุ้นส่วนแตล่ ะคน
ยอ่ มมีส่วนในกาไรหรือขาดทุนเทา่ กนั ไมค่ านึงถึงทุนท่ีหุ้นส่วนแต่ละคนนามา
ลงทนุ ว่ามีจานวนมากหรือนอ้ ย
2.แบ่งตำมอตั รำส่วนท่ตี กลงกนั
การแบ่งผลกาไรขาดทุนตามวธิ ีน้ี ส่วนมากจะใชใ้ นกรณีที่ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนมี
ความสามารถไมเ่ ท่ากนั อาจจะตกลงกนั ใหแ้ บ่งผลกาไรขาดทุนตามอตั ราส่วนอยา่ งใด
อยา่ งหน่ึงก็ไดท้ ี่เห็นวา่ มคี วามเหมาะสมเช่น อตั ราส่วนเดียวหรือสองส่วน (กาไร
ขาดทุนส่วนแรกเป็นอตั ราหน่ึง ส่วนท่ีเหลือแบ่งอกี อตั ราหน่ึง)หรืออาจแบ่งเป็น
เปอร์เซน็ ต์ (%) เป็นตน้
3.แบ่งตำมอตั รำส่วนทุน
สินทรัพยป์ ระเภทต่าง ๆ ท่ีผเู้ ป็นหุน้ ส่วนทุกคนนามาลงทุนน้นั ถอื เป็น
ส่วนสาคญั ในการหารายไดใ้ หแ้ ก่หา้ งหุน้ ส่วน ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนอาจจะตกลงกนั ให้
แบ่งผลกาไรขาดทุนตามบญั ชีทุนของการลงทุนแต่ละคน เพอ่ื จะไดม้ ีเงินทุนในหา้ ง
หุน้ ส่วนมากข้ึนซ่ึงถอื เป็นการจูงใจอยา่ งหน่ึง และเพ่อื ใหเ้ กิดความยตุ ิธรรมแก่ผเู้ ป็น
หุน้ ส่วนที่นาเงินมาลงทุน ถา้ ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนคนใดจงทุนมากหุ้นส่วนผนู้ ้นั กค็ วรจะ
ไดส้ ่วนแบ่งผลกาไรขาดทุนมาก แต่ถา้ หุน้ ส่วนคนใดลงทุนนอ้ ยก็จะไดร้ ับผลกาไร
ขาดทุนนอ้ ยเช่นกนั ถา้ ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนไดต้ กลงแบ่งผลกาไรขาดทุนตามอตั ราส่วน
ทุน ก็จะตอ้ งระบุไวใ้ นสญั ญาการจดั ต้งั หา้ งหุน้ ส่วนใหช้ ดั เจนวา่ เป็นทุน ณ วนั ใด
ดงั น้นั คาวา่ "ทุน" จึงหมายถึงทุนต่าง ๆ