The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปโครงการสิ่งแวดล้อม (17-10-2563)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chanak2560, 2021-06-19 03:33:07

สรุปโครงการสิ่งแวดล้อม (17-10-2563)

สรุปโครงการสิ่งแวดล้อม (17-10-2563)

98

รูปภาพการดาเนนิ กิจกรรมตามหลกั การ 4 ฮ (ต่อ)

❖ โรงเรียนมีระบบตรวจสอบการปิดไฟ ปิดเครอ่ื งปรับอากาศ พัดลม อุปกรณไ์ ฟฟ้าตา่ ง ๆ
ในหอ้ งเรยี น หลงั เลกิ เรยี น หรอื เมื่อไม่มีผู้ใช้

คณุ ครู บุคลากรและนักเรยี นร่วมกนั ตรวจสอบการปิดไฟ และอปุ กรณ์ไฟฟ้าตา่ ง ๆ
ในห้องเรยี นและอาคารเรยี น และหอ้ งปฏบิ ตั ิการตา่ ง ๆ ก่อนกลับบ้าน

รูปภาพการดาเนนิ กจิ กรรมตามหลกั การ 4 ฮ (ตอ่ )

นกั การภารโรงท่รี ับผิดชอบดูแลแต่ละอาคาร ตรวจเคร่ืองใช้ไฟฟา้ ทุกชนิด ชว่ งเวลาหลังเลิกเรยี น เวลา 17.00 น.

มเี จ้าหนา้ ทีท่ ่ีรบั ผิดชอบฝ่ายอาคารและสถานที่ รวมท้ังนักการภารโรงคอยดูแล บ้ารุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าตา่ ง ๆ
ใหอ้ ย่ใู นสภาพทใ่ี ชง้ านได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ

99

รูปภาพการดาเนนิ กิจกรรมตามหลกั การ 4 ฮ (ตอ่ )

โรงเรยี นมมี าตรการบา้ รุงรักษาเครื่องปรับอากาศท่ตี ิดต้ังในหอ้ งและอาคารตา่ ง ๆ
โดยมีการตรวจเช็คและล้างเครอ่ื งปรับอากาศ ปกี ารศึกษาละ 2 คร้งั

100

รูปภาพการดาเนนิ กิจกรรมตามหลกั การ 4 ฮ (ต่อ)

โรงเรยี นมีมาตรการควบคุมดแู ลให้มีการต้งั อุณหภมู ิของ Thermostat ของเครื่องปรับอากาศให้อยู่ท่ี 25-26 °C

101

รปู ภาพการดาเนินกจิ กรรมตามหลกั การ 4 ฮ (ตอ่ )

โรงเรยี นมีการใชเ้ คร่ืองปรบั อากาศท่ีมปี ระสิทธิภาพสูง (ติดฉลากประหยดั ไฟฟา้ เบอร์ 5)
ตดิ ตงั้ เคร่ืองปรบั อากาศในต้าแหนง่ ท่เี หมาะสม ภายในหอ้ งตอ้ งไม่มรี อยรว่ั ท่ี ผนงั ฝา้ เพดาน ประตู ฯลฯ

เพ่อื ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเขา้ สู่ตวั อาคาร หรอื ห้องที่มีการปรบั อากาศ

102

รูปภาพการดาเนินกิจกรรมตามหลกั การ 4 ฮ (ตอ่ )

❖ กิจกรรมการแสดงสถติ ิปรมิ าณค่าไฟฟ้า
ติดปา้ ยแสดงสถิติทุกอาคารเรียน เพ่ือสรา้ งความตระหนักในการประหยัดพลังงานไฟฟา้

❖ กิจกรรมสร้างจติ สานึกให้ใชน้ ้าอย่างประหยดั

103

รูปภาพการดาเนินกจิ กรรมตามหลกั การ 4 ฮ (ต่อ)

4. ฮ่วมสขุ คณะครู บคุ ลากร นักเรยี น ชุมชนและทุกฝ่ายมสี ว่ นรว่ มในการแก้ไขปญั หา
ทา้ ใหป้ ญั หานน้ั หมดไป ส่งผลให้ทุกคนด้ารงชีวิตอยูใ่ นสังคมได้อย่างมีความสุข
ตามรายละเอยี ดดงั น้ี

❖ คณะครู บุคลากรทางการศึกษา นกั เรียนและชุมชน มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับการคัดแยกขยะและท้ิง
ขยะได้ถูกตอ้ งตามประเภทที่กา้ หนด รวมถึงการนา้ ขยะกลบั มาใชป้ ระโยชนใ์ หมไ่ ด้

104

รปู ภาพการดาเนนิ กิจกรรมตามหลกั การ 4 ฮ (ตอ่ )

❖ โรงเรยี นได้รับรางวลั “โรงเรียนสเี ขยี ว ตน้ แบบด้านการอนรุ กั ษพ์ ลังงานและสิ่งแวดลอ้ ม
จากการไฟฟา้ ฝ่ายผลติ แหง่ ประเทศไทย (กฟผ.)

❖ โรงเรยี นสันป่าตอง (สุวรรณราษฎร์วทิ ยาคาร) ได้รับ
รางวัล EGAT Green Learning Award 2016 "โรงเรียนคารบ์ อนต่า ลดการใชพ้ ลงั งานไฟฟา้ ไม่นอ้ ยกวา่ 3 %

จากการไฟฟ้าฝา่ ยผลติ แห่งประเทศไทย

105

รูปภาพการดาเนนิ กิจกรรมตามหลกั การ 4 ฮ (ตอ่ )

❖ นักเรยี นมีความตระหนักและเหน็ ความสา้ คัญของการใช้น้าอยา่ งประหยดั
โดยนักเรยี นจะปิดก๊อกนา้ ให้สนทิ ทุกครงั้ เม่ือใช้นา้ เสรจ็ และเมอื่ จะดืม่ นา้ นักเรียนจะตระหนักถงึ การใช้แกว้ น้า

มารองรบั น้าแทนการใชม้ ือ เพราะนักเรียนรูค้ า่ ของการใช้นา้ อยา่ งประหยัด เป็นตน้

106

รปู ภาพการดาเนนิ กจิ กรรมตามหลกั การ 4 ฮ (ตอ่ )

❖ นกั เรยี นได้รบั คัดเลือกใหเ้ ปน็ ตวั แทนเยาวชนภาคเหนือในโครงการยุวทูตความดีไปเปิดโลกทัศนท์ ี่
ประเทศสาธารณรัฐแหง่ สหภาพเมียนมา, ประเทศสงิ คโปร,์ ประเทศบรูไน

107

รูปภาพการดาเนินกจิ กรรมตามหลกั การ 4 ฮ (ตอ่ )

❖ โรงเรยี นไดร้ ับคัดเลือกให้เป็นแกนน้าโครงการรณรงค์เสริมสรา้ งต้นกลา้ ความดี ตามวถิ ีพอเพียง ปี 2562
จากมูลนิธิยวุ ทตู ความดี กระทรวงการตา่ งประเทศ

รปู ภาพการดาเนินกจิ กรรมตามหลกั การ 4 ฮ (ตอ่ )

❖ โรงเรียนได้รับคัดเลือกจากสา้ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหมเ่ ขต 4 ใหเ้ ปน็
โรงเรียนแกนนาโรงเรียนส่ิงแวดล้อมศกึ ษาในโรงเรยี น ปีการศึกษา 2563

108

ตัวอยา งแผนการจัดการเรียนรบู ูรณาการสิง่ แวดลอม
แผนการจดั การเรียนรูท ่ี 1 เรื่อง ถังขยะนา รู

ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ 1-2 ภาคเรียน 1

แผนการจดั การเรยี นรูที่ 1 เรอ่ื ง ถังขยะนารู เวลา 1 ช่ัวโมง

โรงเรียนสนั ปา ตอง(สุวรรณราษฎรว ิทยาคาร) ผสู อน..........................................

******************************************************************************************************
1. สาระสาํ คญั

การแยกขยะใหถกู ตอ ง เปน วิธกี ารหนึ่งในกระบวนการลดปรมิ าณขยะมลู ฝอย ซ่ึงเปน ตัวการของปญหา
มลพษิ ของสิง่ แวดลอมในปจ จุบนั ขยะมูลฝอยทีเ่ กิดจากการละเลยการคดั แยกขยะในชวี ติ ประจําวนั ดงั น้ัน หาก
แยกขยะกอนทิง้ ก็จะเปนสว นหนง่ึ ที่จะทําใหเ กดิ การลดปริมาณของขยะ และสามารถใชป ระโยชนจ ากขยะไดอยา ง
คุมคา

2. มาตรฐานการเรียนรแู ละตัวชี้วดั ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ 1 – 2
ตัวชวี้ ัด ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 1
ส 5.2 ป.1/2 สังเกตและ เปรียบเทยี บการเปล่ียนแปลง ของสภาพ แวดลอมที่อยูรอบตวั
ส 5.2 ป.1/3 มีสวนรว มในการจดั ระเบยี บส่ิงแวดลอมทบี่ านและชั้นเรียน
ง 1.1 ป.1/2 ใชวัสดุ อุปกรณ และเครื่องมอื งาย ๆ ในการทํางานอยางปลอดภยั
ศ 1.1 ป.1/3 มีทักษะพืน้ ฐานในการใชวสั ดอุ ปุ กรณสรางงานทศั นศิลปะ
ตวั ชว้ี ดั ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 2
ว 2.1 ป.2/4 ตระหนกั ถึงประโยชนข องการนําวสั ดุทใ่ี ชแลว นํากลับมาใชใ หม โดยการนาํ วสั ดุทใี่ ชแลว กลบั มาใช

ใหม
ส 5.2 ป.2/4 มสี วนรวมในการจดั การส่งิ แวดลอมในโรงเรยี น
ง 1.1 ป.2/2 ใชว สั ดุ อุปกรณ และเครื่องมือในการทาํ งานอยางเหมาะสมกับงาน และประหยดั
ง 2.1 ป.2/4 มีความคิดสรางสรรคอยา งนอย 1 ลกั ษณะในการแกป ญหาหรอื ความตอ งการ
ศ 1.1 ป.2/7 เลอื กงานทศั นศิลป และบรรยายถึงส่งิ ท่ีมองเห็นรวมถงึ เน้อื หาเร่ืองราว

3. จุดประสงคการเรยี นรู
หลังจบบทเรยี นแลว นกั เรยี นสามารถ
1. ไดร บั ความรเู ก่ยี วกับประโยชนจากการแยกขยะ (K)
2. สามารถสรางสรรคผ ลงานระบายสขี องถงั ขยะแตละประเภทได (P)
3. สรา งจติ สํานกึ ใหผ ูเ รียนทิ้งขยะใหถูกท่ีได (A)

109

4. สาระการเรียนรู
4.1 ความรู ประโยชนจ ากการแยกขยะ
4.2 ทักษะ/กระบวนการ การสรางสรรคผลงานระบายสีของถังขยะแตละประเภท การใชวัสดุอุปกรณ

อยางเหมาะสม มคี วามคิดสรา งสรรค
4.3 สมรรถนะท่ีสําคัญ ความสามารถในการคิด ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการแกปญหา

ความสามารถในการใชทักษะชีวติ และความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี
4.4 คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค ใฝเรยี นรูและมงุ มน่ั ในการทํางาน

5. เปา หมายของการศึกษา
การจดั กจิ กรรมการเรียนรูเ ชงิ รุก (Active Learning)

6. ขน้ั ตอนการจัดการเรียนรู

ขนั้ นาํ เขาสูบทเรียน

1. กลาวทักทายนักเรียนแลวถามคําถามกับนักเรียนวา : ถาสิ่งแวดลอมรอบตัวมีแตขยะนักเรียนจะรูสึก
อยางไร แลว จะทําอยางไรใหข ยะหมดไป ใหน ักเรียนรว มกันตอบคําถาม

2. นกั เรยี นดูภาพถา ยปรมิ าณขยะ และการไมแ ยกขยะกอ นทง้ิ ที่เกดิ ขึ้นจรงิ ในโรงเรียน เพือ่ เปน การกระตุน
ใหนกั เรยี นต่นื ตัวพรอ มที่จะเรียนรูในชว่ั โมง

3. ครูแจงผลการเรียนรูท่ีคาดหวังใหนักเรียนทราบเพ่ือใหนักเรียนเกิดความตระหนักถึงผลกระทบจาก
สิง่ แวดลอ มในโรงเรียนของการไมแ ยกขยะกอ นทงิ้

ข้นั สอน

4. ครูเปด วีดีทศั นเ กีย่ วกับขยะ ใหน กั เรยี นเกิดความตระหนก แลวถามคําถามวา ในฐานะทเี่ ราเปนเยาวชน
ของโรงเรียน ของสังคม ของประเทศชาติ เรามีวิธีการอยางไรบางท่ีจะสามารถชวยเหลือส่ิงแวดลอมไดเบื่องตน
แนวทางการตอบคําถาม

- การแยกขยะกอ นทิง้ ใหถ ูกตอง
- ไมท ง้ิ ขยะเรี่ยราด

110
5. ครูเปด วดี ีโอใหนักเรยี นศกึ ษาความรถู ังขยะแตล ะประเภท โดยมีเนอื้ หา ดังนี้

สเี ขียว สนี า้ํ เงิน สเี หลือง สีแดง
บรรจขุ ยะทยี่ อยสลายได บรรจุขยะที่ไมม ีสาร บรรจุขยะทส่ี ามารถนาํ บรรจขุ ยะท่ีมีสาร
เชน เศษอาหาร เศษไม ปนเปอ นและไมสามารถ กลับมาใชใหมได เชน อนั ตรายปนเปอน เชน
พืช และขยะที่สามารถ นํากลับมาใชใ หมได กระดาษ กระปอง เหล็ก กระปองสี ขวดสเปรย
ยอยสลายได เศษพลาสติก ยาฆาแมลง และทม่ี ีการ
ปนเปอ นของสารเคมี

6. นักเรียนเลนเกมแยกขยะ โดยคุณครูจะนําขยะแตละชนิดชูใหนักเรียนดู แลวใหนักเรียนรวมกันตอบวา
ขยะทคี่ รูชขู ึน้ มาใหดูนัน้ ควรทิ้งในถังใด

7. นกั เรียนทาํ ใบงาน เรือ่ งถังขยะนา รู โดยใหน ักเรียนระบายสีถงั ขยะใหถ กู ตอง
ขั้นสรุป
8. นักเรยี นและครชู วยกนั สรปุ เนือ้ หาสาระการเรยี นรูจากบทเรียนทัง้ หมดอีกคร้ังหนึง่

7. สอ่ื และแหลงเรยี นรู
- วีดที ศั นเ กย่ี วกับเรื่องขยะ
- วดี โี อการแยกขยะ ถังขยะแตล ะประเภท แหลงทีม่ า : https://www.youtube.com/watch?v=snaRdUh3Vxg
- ตวั อยางขยะ
- ใบงานเรอื่ ง ถังขยะนารู

8. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงานเรอ่ื ง ถงั ขยะนารู

9. การวัดและประเมินผล วิธีการวดั 111 เกณฑการวัด
ส่ิงที่ตองการวดั การตรวจผลงาน เคร่อื งมือวดั

ความรู (K) แบบการตรวจผลงาน ไดคะแนนรอ ยละ 70 ขึน้ ไป
ถอื วา ผานเกณฑ
ความรเู กยี่ วกบั ประโยชน
จากการแยกขยะ

ทักษะกระบวนการ (P) การตรวจผลงาน แบบการตรวจผลงาน ไดคะแนนรอยละ 70 ขึ้นไป
การสงั เกต ถอื วา ผา นเกณฑ
สรางสรรคผ ลงานระบาย
สีของถังขยะแตล ะ การสังเกต แบบประเมินสมรรถนะ ไดคณุ ภาพระดบั 2 ข้นึ ไป
ประเภท สาํ คญั ของผเู รยี น ถือวา ผานเกณฑ

ส ม ร ร ถ น ะ สํ า คั ญ ข อ ง แบบประเมิน ไดค ะแนนรอ ยละ 70 ขึน้ ไป
ผเู รยี น คุณลกั ษณะอนั พึง ถือวา ผานเกณฑ

คุณลักษณะอนั พึง ประสงค
ประสงค/ จติ วิทยา
ศาสตร (A)

จติ สํานกึ ใหผูเรยี นทง้ิ ขยะ
ใหถูกท่ี

ความคิดเห็น (ผูบริหาร / หรอื ผทู ีไ่ ดรับมอบหมาย)

ไดท ําการตรวจแผนการจดั การเรียนรแู ลว มคี วามคดิ เหน็ ดังน้ี
1. เปนแผนการจดั การเรียนรทู ี่

ดมี าก
ดี
พอใช
ตองปรบั ปรงุ
2. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู

112

ไดนําเอากระบวนการเรียนรทู ีเ่ นนผูเรยี นเปนสําคัญ ใชในการสอนไดอยา งเหมาะสม
ยังไมเ นน ผูเรียนเปนสําคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป
3. การวัดและประเมนิ ผล
มีการกําหนดเกณฑการวัดและประเมินผลทีช่ ดั เจน
ควรปรบั ปรุงเกณฑการประเมินกอนนําไปใช
4. เปนแผนการจดั การเรียนรูท ่ี
นาํ ไปใชส อนได
ควรปรับปรุงกอนนําไปใช

ลงชอื่
(…………………………………………….)

ผอู ํานวยการโรงเรยี น……………………………………………….

บนั ทกึ ผลหลงั การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู
1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู

1.1 จดุ เดน /ความสําเรจ็

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

1.2 จุดที่ควรปรับปรุง

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ผลการใชส่ือประกอบการเรียนรู

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ผลการประเมนิ พฤตกิ รรมการเรียนรู

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. ปญ หา/อปุ สรรคและแนวทางแกไ ขในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู

113

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

5. ส่งิ ท่ีไมไ ดปฏิบตั ิตามแผน

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

6. แนวทางการพัฒนา

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

(ลงชอื่ ) ……………………………….….ผูสอน
(………………………………………….

114

โครงงาน “ศาสตรพ์ ระราชา สูก่ ารพัฒนาสวนไทย”

The King’s Philosophy to develop Thai garden

รายช่ือสมาชกิ ผูร้ ับผิดชอบโครงงาน

1. เดก็ หญิงสาวิณี น้าจาง
2. เด็กหญิงนนิ า ผ่า
3. เดก็ หญิงอภิญญา ค้าม่นั

ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6

ช่ือผบู้ ริหารและครูที่ปรกึ ษา

1. นางสาวชนันทร์ธดิ า อนิ วอ ผูอ้ ้านวยการโรงเรียนบา้ นไร่

2. นางนิรชญาวรรณ มณี รงค์ ครูทปี่ รกึ ษา

3. นางสาวสทุ ธิดา ฉตั รศิริยง่ิ ยง ครทู ่ีปรกึ ษา

4. นายสมาน วิวฒั นาวไิ ล ครูทป่ี รึกษา

115

บทคัดยอ่

ในการท้าโครงงานนั้นได้น้าศาสตร์พระราชามาเป็นแนวทางในการปฏิบัติติและปฏิบัติงาน คือ เข้าใจ
เข้าถงึ พัฒนา เพื่อดา้ รงชีวติ ตามแนวทางของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง พออยู่ พอกิน พอประมาณ มเี หตุผล
กิจกรรมนี้จะส่งผลให้นักเรียนเกิดกระบวนการพัฒนาตนเอง ให้เป็นผู้มีระเบียบ วินัย มีความสามัคคี และ มี
ความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อ่ืนและต่อสังคมได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้นักเรียนสามารถ น้าแนวปฏิบัติไป
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ้าวันได้เป็นอย่างดี โดยมีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของสวนไทย
การจัดสวนไทยและพรรณไม้ในโรงเรียน 2. เพื่ออนุรักษ์การจัดสวนไทย 3. เพื่อสร้างภูมิทัศน์ท่ีสวยงามใน
โรงเรยี น 4. เพือ่ ปลกู ฝงั ความรบั ผดิ ชอบและทักษะการทา้ งานเป็นทมี 5. เพื่อสง่ เสริมนิสยั ในการรักการอ่าน

จากผลการศกึ ษาเกิดผลการดา้ เนินงาน ดังนี้ 1. นักเรยี นรู้จกั ประวัติความเป็นมาของสวนไทย บอกได้
ถึงการก้าเนิดของสวนไทยจนมาถึงปัจจุบัน บอกพรรณไม้ในโรงเรียน เช่น เตยหอม วาสนา กวักเงิน เก็ด
ถะหวา ปาลม์ หางกระรอก จ้าปา วา่ นกาบหอยแครง รูจ้ ักพืชใบเลีย้ งเดี่ยว เลี้ยงคู่ ชอื่ ภาษาอังกฤษของพรรณ
ไม้เป็นต้น 2. นักเรียนอนุรักษ์การจัดสวนไทย โดยสามารถจัดสวนไทยได้ โดยการเตรียมพ้ืนที่ การร่างแบบ
การเลอื กตน้ ไม้ การลงมือปรับพืน้ ที่และจัดวางตน้ ไม้ตามต้าแหน่ง และสามารถน้าวธิ ีการจดั สวนไทยไปขยาย
ความรู้ให้กับนักเรียนคนอ่ืนได้เป็นอย่างดี 3. โรงเรียนมีภูมิทัศน์ท่ีสวยงาม นักเรียน ครู ผู้ปกครอง ได้รับ
ประโยชน์จากสวนไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา หรือการพักผ่อนหย่อนใจ 4. นักเรียนมีทักษะความ
รับผิดชอบ ความสามัคคีและการท้างานเป็นทีม สังเกตจากการท้างานท่ีดีขึ้น นอกจากนี้ บริเวณโรงเรียนมี
สภาพแวดล้อมที่สะอาดเหมาะสมต่อการเรียนรู้ น่าเรียนน่าอยู่ 5. นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านและการสืบค้น
ข้อมลู เกิดองค์ความรู้ เกดิ ประโยชนต์ ่อโรงเรียนและชุมชนและสังคม ประเทศชาติ และเป็นการนา้ เสนอองค์
ความรู้ต่อชุมชน เป็นการสร้างรายได้ระหว่างเรียน ให้กับผู้เรียน ตามแนวทางวิธีเศรษฐกิจพอเพี ยง
ส่งเสริมคุณธรรมให้แก่นักเรียน ในด้านความมีวินัย ความสามัคคี และความรับผิดชอบ สะท้อนให้เห็นตาม
แนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง และมิติการท้างานโดยน้าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงท่ีน้ามาประยุกต์ใช้
กับการท้ากิจกรรม ความพอประมาณ การใช้ต้นไม้ท่นี ้ามาจัดใหเ้ หมาะสมกบั พ้ืนท่ีให้พอดี ไมโ่ ลง่ และไม่ทึบ
จนเกนิ ไป การใชว้ สั ดุทีห่ าง่ายท่ีมีในทอ้ งถ่นิ เช่น หิน ดิน หรือต้นไมท้ ีม่ ีในโรงเรียนและชุมชน ความมีเหตุผล
การปรับปรุงดินให้เหมาะสมแก่การปลูกพืช การเลือกต้นไม้ที่เหมาะสมกับสถานที่ ไม่เป็นต้นไม้อันตราย เช่น
พืชมีหนาม พืชล่อแมลง เป็นต้น การเลือกพืชที่แข็งแรง คงทน เหมาะสมกับภูมิอากาศ และสภาพภูมิศาสตร์
การเลือกพืชที่มีคุณประโยชน์ เช่น พืชฟอกอากาศ พืชรักษาโรค เป็นต้น ภูมิคุ้มกัน นักเรียนน้าความรู้ หรือ
ประสบการณ์ที่โรงเรียนไปปรับใช้ในครอบครัวและชุมชน ชุนชนเห็นความส้าคัญของการจัดสวนไทย รวมไป
ถึงการอนุรักษ์การจัดสวนไทย น้ารูปแบบสวนไทยที่ได้เห็นไปปรับใชก้ ับบ้านเรอื นหรือชมุ ชนของตน นักเรียน
เป็นผู้มีระเบียบ มีวินัยในตนเอง และการท้างานร่วมกับผู้อื่น ความรู้ มีความรู้เกี่ยวกับการจัดสวนไทย
ประวัตขิ องสวนไทยและพชื พรรณไม้ วธิ ีการใชป้ ระโยชน์ จากการฝกึ ปฏบิ ตั ิจริง คุณธรรม เกิดค่านยิ มความ
มีระเบียบ ความสามัคคี มีน้าใจมีความรับผิดชอบ ตระหนักถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย เกิดการ
เอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่ ต่อเพ่ือนร่วมงาน และด้าเนินการตาม ศาสตร์พระราชา คือ เข้าใจ ประวัติความเป็นมาและ
วิธีการจดั สวนไทย เข้าถงึ ศึกษาอย่างละเอยี ดเกี่ยวกับการจัดสวนไทย พัฒนา นา้ ความรเู้ ร่อื งสวนไทยท่ีไดร้ ับ
มาปรับภมู ิทัศนข์ องโรงเรียนบ้านไรแ่ ละชมุ ช

116

บทที่ 1
บทนา

ท่ีมาและความสาคัญของโครงงาน

โรงเรียนบ้านไร่เป็นสถานศึกษาในโครงการสวนพฤกษศาสตร์ที่ประกอบไปด้วยพรรณไม้หลากหลาย
ชนิด อาทเิ ช่น วาสนา อมุ้ เงินอุ้มทอง เพชรชมพู เอือ้ งหมายนา ปักษาสวรรค์ วา่ นกาบหอยแครง เป็นต้น
ซง่ึ ได้กระจายไปตามบรเิ วณต่างๆของโรงเรียน ผศู้ กึ ษาจงึ มคี วามตอ้ งการทจ่ี ะศึกษาพรรณไม้ทีม่ ีอยู่และต้องการ
สร้างภูมิทัศน์ที่สวยงามในโรงเรียน จึงได้คิดการจัดท้าโครงการ “ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาสวนไทย”
เพื่อที่จะได้ศึกษาพรรณไม้ไปพร้อมกับการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ผ่านการออกแบบการจัดสวน และการ
อนุรักษ์งานด้านศิลปวัฒนธรรมของไทย ตามความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระ
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร ณ วัง
ทา่ พระ วนั ที่ 12 ตุลาคม 2513 ว่า

“งานด้านการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม นั้น คือ งานสร้างสรรค์ความเจริญทางปัญญา และทางจิตใจ ซ่ึง
เป็นท้ังต้นเหตุท้ัง องค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ ของความเจริญ ด้านอ่ืนๆ ทั้งหมด และเป็นปัจจัยท่ีจะช่วยให้เรา
รักษาและดา้ รงความเปน็ ไทย ได้สืบไป”

จากพระบรมราโชวาท การจัดสวนไทย จะท้าให้ผู้ศึกษาได้รับความเจริญทางปัญญา อันเกิดจาก
การบูรณาการวิชา 8 กลุ่มสาระ ไม่ว่าจะเป็น วิชาวิทยาศาสตร์ ในเร่ือง ชนิดพรรณไม้ ประโยชน์ของพรรณไม้
ระบบนิเวศ วิชาการงานอาชีพ การจัดวางองค์ประกอบของสวน การเลือกใช้ต้นไม้เพ่ือสร้างเพ่ือความ
สวยงามและสมดุล วิชาศิลปะ เร่ือง ทักษะการวาดภาพ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง รูปร่าง รูปทรง วิชาภาษาไทย
เร่ือง ตัวการันต์ ค้าควบกล้า ท่ีได้จากการศึกษาพรรณไม้ วิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง ค้าศัพท์ วิชาสังคม เร่ือง
ประวตั คิ วามเป็นมาของสวนไทยและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และวชิ าสขุ ศึกษาและพลศึกษา ท่ไี ด้ออก
ก้าลังกาย เคล่ือนไหวร่างกายอย่างเหมาะสมในการจัดสวนด้วย และความเจริญทางทางจิตใจ ที่นอกจากผู้
ศกึ ษาไดล้ งมือปฏบิ ตั ดิ ้วยตนเองแลว้ ยงั เป็นการพัฒนาภูมทิ ศั น์ในโรงเรยี นที่ตนไดศ้ ึกษาอยู่ให้มคี วามสวยงาม มี
มุมท่ีใช้ในการพักผ่อนหย่อนใจ และท้าให้นักเรียนคนอื่นๆได้เห็นความงดงามของสวนไทยไปด้วย รวมถึง
กระบวนการท้างานที่ต้องผ่านการใช้ความสามัคคี ความอดทน ความรับผิดชอบ สะท้อนให้เห็นตามแนวทาง
ของเศรษฐกิจพอเพียง และมิติการท้างานโดยน้าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงท่ีน้ามาประยุกต์ใช้กับการท้า
กิจกรรม พร้อมทักษะในการท้างานร่วมกับผู้อ่ืน เกิดสมรรถนะหลักในการท้างานที่ส้าคัญสา้ หรับการน้าไปใช้
ในชีวิตประจ้าวัน อีกท้ังการศึกษาลงมือศึกษาการจัดสวนไทยยังสามารถสร้างทักษะติดตัวในด้านของการจัด
สวน น้าไปต่อยอดเป็นอาชีพของตนเอง เพ่ือสร้างรายได้แก่ตนเองและครอบครัว และเม่ือผู้ศึกษามีทักษะใน
การจัดสวนไทยอยา่ งดีแล้ว ต่อไปในภายภาคหนา้ ก็สามารถน้าทักษะเหล่านี้ไปสู่การเรยี นรเู้ ร่ืองของการจัดสวน
ในรูปแบบอื่นๆ เช่น การจัดสวนญ่ีปุ่นและสวนบาหลี ซ่ึงเป็นการพัฒนาต่อยอดศักยภาพของตนให้มี
ประสทิ ธภิ าพดยี ิ่งขนึ้ ไปไดอ้ กี ด้วย

117

จดุ ประสงค์
1. เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของสวนไทย การจัดสวนไทยและพรรณไมใ้ นโรงเรยี น
2. เพอ่ื อนรุ กั ษ์การจดั สวนไทย
3. เพอ่ื สร้างภมู ทิ ัศน์ทสี่ วยงามในโรงเรียน
4. เพือ่ ปลูกฝงั ความรบั ผดิ ชอบและทักษะการท้างานเปน็ ทีม
5. เพ่อื สง่ เสริมนสิ ยั รักการอ่าน

ระยะเวลาดาเนนิ งาน
1 ตุลาคม - 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

เป้าหมาย
เชิงปริมาณ

นักเรียนโรงเรียนบ้านไร่ จ้านวน 114 คน
เชิงคณุ ภาพ

นักเรยี นร้จู ักสวนไทย รูว้ ิธีการออกแบบและการจดั สวนไทย เห็นคุณคา่ ของศลิ ปวฒั นธรรมไทย และ
ตระหนักถึงการอนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติ มคี วามรับผิดชอบในหนา้ ท่ีของตนเองและทักษะในการทา้ งานเป็น
ทมี

สมมติฐาน
1. นักเรยี นรู้ประวัตคิ วามเปน็ มาของสวนไทย รูจ้ กั พรรณไม้ในโรงเรียน และคุณประโยชน์
ประโยชนข์ องพรรณไม้
2. นักเรยี นจดั สวนไทยไดแ้ ละสามารถน้าวธิ กี ารจัดสวนไทยไปขยายความรใู้ หก้ ับชุมชนได้เป็น
อยา่ งดี
3. นกั เรียน ครู ผู้ปกครอง ได้รบั ประโยชนจ์ ากสวนไทย ไม่วา่ จะเปน็ ดา้ นการศกึ ษา หรอื การ
พกั ผ่อนหยอ่ นใจ
4. นักเรยี นมีความรับผดิ ชอบและท้างานเปน็ ทมี ไดเ้ ป็นอย่างดี
5. นกั เรียนมนี สิ ัยรักการอา่ น

118

บทท่ี 2
เอกสารที่เกยี่ วข้อง

โครงงาน “ศาสตร์พระราชา ส่กู ารพฒั นาสวนไทย” ไดแ้ นวคดิ และขอ้ มูล โดยอิงจากสารานกุ รมไทย
สา้ หรบั เยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั ฉบับเสรมิ การเรียนรเู้ ล่ม 21 เรื่อง สวน
ไทย หน้า 7-63 และอ้างองิ จากเว็บไซต์ออนไลน์ ดังน้ี

ประวัติของสวนไทย
พนั ธุไ์ มท้ น่ี า้ มาปลูกมที ้งั ไม้ดอกและไมผ้ ล เน่ืองจากเป็นพืชเศรษฐกิจมา ชา้ นานแล้ว
พระเจ้าแผ่นดินและอุปราชเท่านั้น จึงจะมีพระราชอุทยานหรือสวนขนาด ใหญ่ได้ นิยมสร้างอยู่นอกก้าแพงวัง
เป็นสวนแบบธรรมชาติ เป็นเขตหวง ห้าม มีผู้ดูแลสวน ประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าไปได้สวนที่ใช้เป็น
องคป์ ระกอบทางสถาปัตยกรรมถาวร มักจะเปน็ สวนไม้ดัด และไมก้ ระถางเปน็ ส่วนใหญ่ อยใู่ นพระราชวัง พระ
อารามใหญ่ๆ สวนภู เขาจ้าลองท่ีเรียกวา่ เขามอ มอี ย่แู ตใ่ นพระราชวงั วัง และพระอาราม ต่างๆเชน่ กัน เพราะ
ถือว่าจะไมท่ า้ สวนชนดิ น้ีในบา้ นสามัญชน เวน้ แตผ่ ทู้ ่ีมี บุญบารมี นอกจากนย้ี งั มี
เขากอ่ ซ่ึงเปน็ สวนภเู ขาจ้าลองอีกชนดิ หนงึ่ เพอื่ ใชใ้ นพระราชพิธีซ่งึ จดั ในพระราชฐานเทา่ น้ัน
สมัยกรุงสุโขทัย พ.ศ. 1820-1860 ปรากฎความ ตามศิลาจารึกหลักที่ 1 ว่า “ในเมืองสุโขทัยน้ี จึงชมสร้างป่า
หมาก ป่าพลู ทั่วเมืองทุกแห่ง ป่าพร้าวก็หลายในเมืองน้ี ป่าลาง (ลาน) ก็หลายในเมืองนี้ หมากม่วงก็หลายใน
เมืองนี้ หมากขาม ก็หลายในเมืองนี้ ใครสร้างไว้ได้แก่มันกลางเมืองสุโขทัย” ความนี้เป็นหลักฐานที่ท้าให้พอ
อนุมาน ได้ถึงสภาพ ภูมิทัศน์ของเมืองสุโขทัยเดิม ว่าเต็มไปด้วยสวนพันธุ์ไม้ต่างๆ ท่ีคงได้รับ การดูแลจาก
ผู้ปกครองแผ่นดินในสมัยนั้นๆเป็นอย่างดี ยังมีความตามจารึกหลักท่ี 1 ที่กล่าวถึงอีก พันธ์ุไม้ที่พึงจะมี
ความส้าคัญมากเช่นกันในสมัยสุโขทัย คือ ไม้ตาล (ตาล หรือ ตาลโตนดBorassus Flabelliffer Linn.) ความ
ว่า “พ่อขุนรามค้าแหง เจ้าเมืองสีสัชนาลัย สุโขทัยนี้ ปลูกไม้ตาลน้ีได้สิบสี่เข้า” โดยไม้ตาล น้ีสันนิษฐานว่าได้
พันธ์ุมาจากประเทศอินเดีย ชาวอินเดียเรียกว่า “ไม้ตาละ” และเป็นไม้ท่ีมีความส้าคัญในศาสนาพุทธ เมื่อพ่อ
ขุนรามค้าแหงทรงขยายเมืองสุโขทัยออกไปก็ทรงสร้าง ป่าไม้ตาล ไปด้วยประกอบกัน ทั้งยังใช้ ป่าไม้ตาลเป็น
สถานท่ีใหข้ า้ ราชบรพิ ารและชาวบา้ นชาวเมืองเข้าเฝา้ อีกด้วย
สมยั กรงุ ศรอี ยุธยา ในสมยั อยุธยาตอนตน้ สวนท่สี ร้างข้นึ ใน พระบรมราชวงั คงเป็นทั้งสวนที่มที ง้ั พนั ธ์ุ
ไม้ดอก และ ไมผ้ ลปลูกประดับ เช่นเดียวกบั สวนครั้งกรุงสุโขทยั สวนขนาดใหญ่ของ พระเจ้าแผ่นดิน มักจะอยู่
นอก กา้ แพง พระราชวงั หรอื นอกกา้ แพงพระนคร อาทิ สวนหลวงสบสวรรค์ ที่อยนู่ อก กา้ แพง
พระราชวัง ไปทางตะวันตก มีพระราชอุทยานอีกประเภทคือพระอุทยานในบริเวณ พระต้าหนัก ที่ใช้เป็นที่
ประทับเม่ือเสด็จประพาส การแต่งพระอุทยานมักขึ้นอยู่กับ ภูมิประเทศอันเป็น ที่ต้ังของ พระต้าหนัก เป็น
ส้าคัญ ทั้งน้ีพระ อุทยานของ พระเจ้าแผ่นดิน ถูกก้าหนดเป็นเขตหวงห้ามไม่ให้ประชาชนท่ัวไปเข้าไปได้ ไม่
ปรากฎ สวนสาธารณะ ท่ีสร้างส้าหรับ ประชาชนท่ัวไปใน สมัยอยุธยาตอนต้น แต่ก็มีที่ว่างสาธารณะ ท่ี
ประชาชน จะใชเ้ ปน็ ทพ่ี ักผ่อนหย่อนใจได้ในพระนคร คอื บริเวณบึงพระราม (บึงชขี นั ) ซึ่งนับว่า เป็นแหล่งนา้ ท่ี
ใหญ่ที่สุดภายในก้าแพง เมืองกรุงศรีอยุธยา หากจะมี การละเล่นหรือ การพักผ่อนท่ีต้องการ พื้นที่กว้างขวาง
ข้ึน ราษฎรก็จะออกไปสู่ทุ่งนอกก้าแพง พ.ศ. 2199-2231 รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีบันทึกของ
บาทหลวง ชาวฝร่ังเศส ท่ีเข้ามาในสมัยท่ีสมเด็จพระนารายณ์ ทรงสร้างราชธานีทล่ี พบุรี ซ่ึงพอใช้เป็นหลักฐาน
ในการสนั นษิ ฐาน ถงึ งานภูมิทศั น์ท่ปี รากฎในรชั กาล สมเด็จพระนารายณฯ์ ไ้ด้มากกว่า รัชสมัยท่ีผา่ นมา เปน็ ยคุ

119

สมัย ที่มีการน้า เทคโนโลยีสถาปัตยกรรมยุโรปมาประยุกต์ใช้ อาทิ รูปทรงซุ้มประตู ซุ้มทางเดิน ผังอาคาร ใน
พระราชวัง ตลอดจนการล้อมรอบพระราชฐานด้วยสวนมีสวนท่ีส้าคัญอยู่ในพระราชอุทยานบริเวณพระที่น่ัง
สทุ ธาสวรรค์ พระราชวังนารายณร์ าชนเิ วศ ซงึ่ จากบนั ทกึ ของนิโคลา แชส์แวร์ บาทหลวงฝร่งั เศสทีเ่ ข้ามาในราช
ส้านกั ในสมัยน้นั ระบุไวว้ า่ พระอทุ ยานในพระราชนิเวศน์ทเ่ี มืองลพบุรีแห่งน้ี มกี ารท้าภเู ขาจ้าลอง มีไมพ้ ันธุ์ไม้
เขียวชอุ่ม ไม้ดอกหอม และมีน้าพุ ให้ความชุ่มช่ืน กับบริเวณ เหตุที่สามารถ ท้าน้าพุในพระอุทยานในสมัยนีไ้ ด้
ก็ด้วยบาทหลวง และนายช่างชาวฝร่ังเศส และอิตาเลียนคงจะมีทักษะและเห็น ตัวอย่างมาจากยุโรป โดย
เฉพาะที่วิลล่า เดสเต้ ท่ีเมืองทิโวล่ีในอิตาลี และจากพระราชวังแวร์ซาย ในฝรั่งเศส ประกอบกับ แรงดันของ
น้าประปา ที่ส่งเข้ามายังตัวเมืองลพบุรีก็มีมากพอที่จะท้าน้าพุได้ด้วย พระราชอุทยาน ที่เป็นที่กล่าวถึงอย่าง
มาก อีกแห่งในสมัยสมเด็จพระนารายณฯ์ คือ “ปา่ แกว้ ” ซึ่งเป็น
พระราชอุทยานที่ สมเด็จพระนารายณ์ทรงเสด็จประพาสบ่อยครง้ั ป่าแก้วนี้ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุ
วัติวงศ์ ได้สนพระทัย และสร้างสวนแก้ว ขึ้นในพระต้าหนักวังท่าพระ ซ่ึงปัจจุบันเป็นท่ีตั้งของมหาวิทยาลัย
ศิลปากร

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2325-ปัจจุบัน ในสมัยรัชกาลท่ี 1 ทรงโปรดฯ ให้สร้างสวนใน
พระบรมมหาราชวัง ตามลักษณะของ สวนในพระราชวังหลวง ท่ีกรุงศรีอยุธยา โดยโปรดฯให้สร้างพระราช
อทุ ยานขนาบพระมหามณเฑยี ร และทรงขนานนามวา่ “สวนขวา” และ “สวนซา้ ย” โดยล้าดับ ต่อมาในสมัย
รัชกาลที่ 2 ทรงโปรดฯให้มีการปรับปรุงสวนขวา ในปีพ.ศ.2361 โดยให้พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหม่ืน เจษฎา
บดินทร์ฯ เป็นแม่กองจัดสร้าง โดยมีผังเป็นสระน้าขนาดใหญ่ มีภูเขาจ้าลอง เป็นเกาะน้อยใหญ่เรียงรายโดยมี
สะพานเช่ือมถึงกัน และมีเก๋งท่ีพัก ส้าหรับเป็นท่ีส้าราญพระราชหฤทัย กอปรกับเป็นการบ้ารุงรักษาฝีมือช่าง
ไทย และเป็นเคร่ืองแสดง ความรุ่งเรืองของพระราชอาณาจักร ซ่ึงนอกจะเป็นสวน ที่มีพันธุ์ไม้ดอกและไม้ใบ
จ้านวนมากแลว้ ยังทรงสร้างสวนประดับหิน (Stone Garden) ที่ได้รับอิทธิพลจาก สวนจีน เรียกว่า “เขามอ”
ในรัชกาลที่ 3 มีพระราชนิยมในการบูรณะพระอารามต่างๆ และมีการใช้ตุ๊กตา ศิลาจ้าหลัก ซึ่งมีท้ังตุ๊กตา จีน
ไทย ฝร่ัง และรูปสัตว์ต่างๆ ตั้งประดับไว้ในวัด ในรัชกาลท่ี 4 ทรงโปรดให้ บูรณะปฏิสังขรณ์ พระที่นั่งและโรง
มหาสภาในบริเวณใกล้สวนขวา ซ่ึงทรุดโทรมลง และยกเป็นพุทธเจดีย์สถานอาราม ภายในพระราชวังโดยมี
การบ้ารุงสวน และ ปลูกพันธุ์ไม้ดอก ที่มาจากต่างประเทศ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการปรับปรุง
บ้านเมืองให้สวยงาม (City Beautification) นอกจากเรื่องการจัดวางผังเมืองกรุงเทพฯ ให้มีความสวยงามร่ม
ร่ืน และเป็นระเบียบ เรียบร้อยขึ้นแล้ว ทรงโปรดฯ ให้สร้างสวนไว้ตามพระบรมมหาราชวัง มหามณเฑียร
พระราชวงั และตา้ หนกั ต่างๆ อาทิ สวนลายประดษิ ฐ์ (Formal Style) ณ หมพู่ ระตา้ หนกั เกาะสีชงั ชลบรุ ี สวน
ลานหนา้ พระทีน่ ่ังจักรีมหาปราสาท สวนภูเขาบริเวณหลังพระท่นี ั่งจักรี ทรงโปรดฯใหส้ ร้างสวน “เขาไกรลาส”
ข้ึน และสร้างเขาไกรลาสเลก็ ข้างพระที่น่ังดุสติ มหาปราสาท เป็นลักษณะเขามอยอดเจดีย์ ส้าหรับประกอบพธิ ี
โสกนั ต์

สวนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงโปรดให้สร้างวังเลียน แบบ
สมัยกรุงศรีอยุธยา และโปรดให้สร้าง พระราชอุทยาน ขนาบพระ มหามณเฑียรข้ึนและได้ทรงขนานนามว่า
สวนขวา และสวนซ้าย มี การน้าเอาไม้ประจ้าถ่ินของไทยมาปลูกไว้ รวมท้ังไม้กระถาง หรือไม้ ดัด สร้างภูเขา
หินจ้าลองก่อด้วยหินฟองน้าหรือหินปะการัง ขุดสระ และน้าบัวมาปลูก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า
นภาลยั ไดข้ ยายเขตพระบรม มหาราชวังไปยงั ทิศใ ต้ ปรับปรุงสวนขวา สร้างสวนนา้ เลยี นแบบ สวนจีน และมี
การปลูกเล้ียงกุหลาบแพร่หลาย เพ่ือใช้เป็นที่พักผ่อน ของเจ้านายฝ่ายในสวนแบบไทย ๆ เป็นสวนที่มีความ
หลากหลาย ไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนเจ้าของบ้านสามารถปรับเปลี่ยนหรือโยกย้ายวัสดุแต่งสวน เพื่อเปลี่ยน

120

มุมมองได้ตลอดเวลา แต่ยังคง Concept หลักแบบไทย ๆ ไว้เช่นเดิม พันธ์ุไม้ใช้พันธุ์ไม้ไทยที่เป็นไม้มงคล เช่น
คูณ ขนุน วาสนา ว่านมหามงคลต่าง ๆ นอกจากนั้นไม้ไทยส่วนมากเป็นไม้ท่ีมีกลิ่นหอม เช่น โมก จ้าปา จ้าปี
พดุ ตา่ ง ๆ วัสดุตกแตง่ แบบไทย ๆ เช่น โอ่ง ไห ต๊กุ ตาไทย

รูปแบบของสวนไทย
“สวนไทย” เป็นรูปแบบของการจัดสวนท่ีมีประวัติความเป็นมาอันยาวนานกว่า 700 ปี ตั้งแต่สมัย
สโุ ขทัย และมวี ิวฒั นาการเรอ่ื ยมาจนถึงปัจจุบนั โดยสามารถแบง่ ไดเ้ ป็น 8 แบบ คอื
1. สวนที่ปลูกไม้เศรษฐกิจและไม้ดอก สวนไทยในอดีตจนถึงปัจจุบันจะปลูกไม้เศรษฐกิจจ้าพวกไม้ผลตาม
ฤดูกาล เช่น มะม่วง มะพร้าว และขนุน ส่วนไมด้ อก เช่น พุด มะลิ และรัก เป็นตน้ ซง่ึ รูปแบบดงั กลา่ วนยี้ ังเห็น
ไดใ้ นบา้ นเรอื นปัจจุบัน
2. สวนป่า โดยสว่ นใหญ่จะเป็นสวนของพระเจา้ แผน่ ดนิ จะมีการปลูกไม้นานาชนิด ทง้ั ไม้ดอก ไมผ้ ล ไม้ประดับ
ไว้ในสวน ในสมัยสุโขทัยจะมีสวนในรูปแบบน้ี ช่ือ “อรัญญิก” ในสมัยอยุธยา คือ “สวนหลวงสบสวรรค์” ส่วน
ในสมยั รัตนโกสินทร์ คือ “สวนสราญรมย์” ซง่ึ ตง้ั อยขู่ า้ งพระบรมมหาราชวังในปจั จบุ ัน
3. สวนไม้ดัด เป็นสวนท่ีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมท่ีมีความงดงามไม่แพ้บอนไซของ
ญ่ีปุ่น สวนไม้ดัดไทยนจี้ ะต้องใชค้ วามอดทน ความพยายามและมีใจรักในงานศิลปะ จึงจะสามารถปลูกไม้ดัดให้
มีรูปทรงสวยงามได้ โดยไม้ดัดดังกล่าวเกิดจากการน้าต้นไม้ เช่น ตะโก ข่อย มะขาม มะนาวเทศ ชาและโมกข์
มาปลูกในกระถาง เล้ยี งโดยให้อาหารและนา้ นอ้ ย ๆ จากน้ันกต็ ดั แตง่ ก่งิ ให้เป็นพ่มุ ตามตอ้ งการ
4. สวนสมุนไพร ส่วนใหญ่จะปลูกในวัด ซ่ึงเป็นท่ีรวมของศิลปะวิทยาการต่าง ๆ เช่น วัดโพธ์ิท่าเตียน ที่มีการ
ปลูกสมุนไพรในชว่ งต้นรตั นโกสินทร์ พรอ้ มแผ่นจารกึ ต้ารายา
5. สวนน้า ในสมัยก่อนตามเขตหัวเมืองต่าง ๆ เมื่อมีการสร้างบ้าน ถ้าไม่ได้อยู่ริมน้าก็จะมีการขุดสระน้า คู บ่อ
สา้ หรับเก็บกักน้าไว้ใชใ้ นฤดแู ล้ง โดยจะมกี ารปลูกบวั ไว้เพ่ือชว่ ยกรองน้าใหใ้ ส เป็นทอ่ี ย่อู าศยั ของสัตว์น้าและยัง
เก็บสายบัวมาท้าเป็นอาหารได้อีกด้วย ปัจจุบันจึงมีการประยุกต์น้าสวนน้ามาตกแต่งบ้านเรือน ช่วยเพ่ิมความ
ชุ่มชน่ื ให้กบั บา้ น
6. สวนบนเรือน จะน้าไม้มาปลูกในกระถาง เช่น ไม้ดัด ไม้แคระ ฯลฯ จากน้ันน้ามาตั้งบนเรือนตามปากประตู
นอกชาน บางทีก็มีการท้าแคร่ไม้เป็นชั้น ๆ เหมือนขั้นบันได ลดหล่ันกัน เพ่ือวางกระถางต้นไม้ประดับบนชาน
เรอื น
7. สวนไม้ใหญ่ เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหน่ึงของสวนไทยที่ต้องมีการปลูกไม้ใหญ่ เช่น โพธ์ิ กระทิง ลั่นทม โดย
จะพบสวนแบบนีต้ ามลานวดั เพ่ือให้รม่ เงา โดยอาจมีการน้าตุก๊ ตาดินปนั้ ทีแ่ สดงถึงวิถีชีวติ ของผู้คนมาต้ังประดับ
เพ่ิมเติม
8. สวนสากล เปน็ ลักษณะของสวนไทยในปัจจุบันทร่ี วบรวมเอาสวนของประเทศตา่ ง ๆ เช่น สวนญ่ีปุ่น สวนจนี
สวนองั กฤษหรอื สวนฝร่งั เศส เขา้ ไว้ในสวนเดียวกนั โดยมกี ารแบง่ แยกการตกแต่งออกเปน็ สว่ น ๆ อย่างชดั เจน
จะเห็นได้ว่า ลักษณะของสวนไทยทั้ง 8 แบบน้ัน มีความ เหมาะสมกับภูมิประเทศและภูมิอากาศ
ของเมืองไทยเป็นอย่างดี ถ้าน้าสวน แบบต่าง ๆ นี้มาประยุกต์จัดตกแต่งในบ้าน นอกจากจะให้ความสดชื่น
รม่ เยน็ ยังสามารถเกบ็ ดอกเก็บผลมาใช้ประโยชน์ไดอ้ กี

121

บทที่ 3
วธิ กี ารจดั ทาโครงงาน

วธิ กี ารดาเนินงาน
(ดา้ เนนิ งานต้งั แต่วนั ที่ 1 ตลุ าคม - 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562)
1. ประชมุ ปรกึ ษาหารือวางแผนการท้างาน
2. คิดหัวขอ้ โครงการเพือ่ นา้ เสนอครปู รึกษา
3. เก็บรวบรวมขอ้ มูลโดยการศึกษาหาความรู้ จากสารานุกรมไทยส้าหรบั เยาวชน ฉบบั เสรมิ การ
เรียนรเู้ ลม่ 21 สอื่ ออนไลน์ และสมั ภาษณป์ ราชญช์ มุ ชน
4. จดั ท้าโครงการ
5. ปรบั ปรงุ แก้ไขใหเ้ หมาะสม
6. น้าเสนอโครงการ

แสดงแผนผงั ข้ันตอนการดาเนินงาน “ศาสตร์พระราชา ส่กู ารพฒั นาสวนไทย”
1. ประชุมปรกึ ษาหารือวางแผนการท้างานแบง่ หนา้ ที่ภายใน

2. คิดหัวข้อโครงงานเพื่อน้าเสนอครูทป่ี รึกษาหวั ข้อโครงงาน
“ศาสตรพ์ ระราชา สู่การพัฒนาสวนไทย”

3. เกบ็ รวบรวมข้อมูลโดยการศกึ ษาหาความรู้ จากสารานุกรมไทยสาหรับ
เยาวชน ฉบับเสริมการเรยี นร้เู ล่ม 21 สื่อออนไลน์ และสมั ภาษณ์ปราชญ์
ชุมชน

4. จัดท้าโครงร่างโครงงาน

5. ลงมือปฏบิ ตั ิการจดั สวนไทยตามขัน้ ตอน

6. ปรับปรงุ แก้ไขให้เหมาะสม ในส่วนของเนื้อหาและภาพประกอบโครงงาน
น้าเสนอผลงานตอ่ อาจารย์ท่ปี รึกษาและเพ่ือนร่วมชนั้ เรยี น

7. จดั ท้ารปู เล่มโครงงาน
“ศาสตรพ์ ระราชา สกู่ ารพฒั นาสวนไทย”

122

วธิ กี ารจัดสวนไทย
1. เตรยี มพ้ืนที่ทีจ่ ะน้ามาจัดสวนไทย เรม่ิ ดว้ ยการจดั การบริเวณท่เี ราจะจดั ใหโ้ ล่งเตียน ตัดหญา้ หรือ
เก็บกวาดเศษหินใบไมท้ ่ีไม่พึงประสงค์
2. รา่ งแบบลงบนกระดาษ กา้ หนดต้าแหนง่ ของต้นไม้ หนิ ทจี่ ะจดั วาง เพื่อให้ชว่ ยนึกภาพออกได้
ชดั เจน
3. เลือกตน้ ไมเ้ พ่ือลงปลูกให้เหมาะสมกับบรเิ วณทมี่ ี รวมถึงของประดบั ตกแตง่
4. ลงมือปรบั พื้นท่ีและจัดวางตน้ ไม้ตามตา้ แหน่งของแบบ

ประโยชนข์ องการจดั สวนไทย ตาม“ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาสวนไทย”
1. ไดศ้ ึกษาพรรณไมใ้ นโรงเรียน รู้จกั ชนดิ และประโยชน์ของพรรณไม้
2. เพมิ่ สถานที่ในโรงเรยี น สามารถเป็นแหล่งเรยี นรู้ และสถานที่พักผอ่ นไปในตวั
3. สร้างทศั นียภาพทีส่ วยงามใหโ้ รงเรียนและบคุ คลภายนอกไดช้ ม
4. สร้างทกั ษะและอาชีพแก่นักเรียน
5. ส่งเสริมการทา้ งานร่วมกันเป็นกลุ่ม มคี ุณธรรมในการท้างาน ส่งเสริมความสามคั คีและความ
รับผิดชอบ

123

บทท่ี 4
ผลการศกึ ษา

จากการศึกษาโครงงาน “ศาสตร์พระราชา สกู่ ารพัฒนาสวนไทย” ผจู้ ดั ท้าได้ด้าเนินการตามขั้นตอน
ดงั นี้

ปญั หาและสาเหตุ
โรงเรียนบ้านไร่เป็นสถานศึกษาในโครงการสวนพฤกษศาสตร์ท่ีประกอบไปด้วยพรรณไม้หลากหลาย

ชนิด อาทเิ ชน่ วาสนา อุ้มเงินอ้มุ ทอง เพชรชมพู เออื้ งหมายนา ปักษาสวรรค์ ว่านกาบหอยแครง เปน็
ต้น ซึ่งได้กระจายไปตามบริเวณต่างๆของโรงเรียน ผู้ศึกษาจึงมีความต้องการท่ีจะศึกษาพรรณไม้ท่ีมีอยู่และ
ต้องการสร้างภูมิทัศน์ท่ีสวยงามในโรงเรียน จึงได้คิดการจัดท้าโครงการ “ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาสวน
ไทย” เพื่อทีจ่ ะได้ศึกษาพรรณไม้ไปพร้อมกบั การส่งเสริมความคดิ สร้างสรรคผ์ ่านการออกแบบการจัดสวน และ
การอนรุ ักษ์งานด้านศลิ ปวัฒนธรรมของไทย

เปา้ หมาย
การจัดท้าโครงการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาสวนไทย” มีเป้าหมาย เพื่ออนุรักษ์การจัดสวน

ไทย และตอ้ งการสรา้ งภูมิทศั น์ทีส่ วยงามในโรงเรียน จงึ ได้ท้าการศกึ ษาและลงมือปฏบิ ัติ น้ามาส่คู วามรู้อันเกิด
จากการบรู ณาการวิชา 8 กลุ่มสาระ ไม่วา่ จะเป็น วชิ าวิทยาศาสตร์ ในเรอ่ื ง ชนดิ พรรณไม้ ประโยชนข์ องพรรณ
ไม้ ระบบนิเวศ วิชาการงานอาชีพ การจัดวางองค์ประกอบของสวน การเลือกใช้ต้นไม้เพ่ือสร้างเพื่อความ
สวยงามและสมดุล วิชาศิลปะ เร่ือง ทักษะการวาดภาพ วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง รูปร่าง รูปทรง วิชาภาษาไทย
เรื่อง ตัวการันต์ ค้าควบกล้า ท่ีได้จากการศึกษาพรรณไม้ วิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง ค้าศัพท์ วิชาสังคม เร่ือง
ประวัตคิ วามเป็นมาของสวนไทยและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และวชิ าสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ท่ไี ด้ออก
ก้าลังกาย เคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสมในการจัดสวนด้วย รวมถึงกระบวนการท้างานที่ต้องผ่านการใช้
ความสามัคคี ความอดทน ความรับผิดชอบ สะท้อนให้เห็นตามแนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง และมิติการ
ท้างานโดยน้าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงท่ีน้ามาประยุกต์ใช้กับการท้ากิจกรรม พร้อมทักษะในการท้างาน
ร่วมกับผู้อื่น เกิดสมรรถนะหลักในการท้างานท่ีส้าคัญสา้ หรับการน้าไปใช้ในชีวิตประจ้าวนั อีกท้ังการศึกษา
ลงมือศึกษาการจัดสวนไทยยังสามารถสร้างทักษะติดตัวในด้านของการจัดสวน น้าไปต่อยอดเป็นอาชีพของ
ตนเอง เพ่อื สร้างรายไดแ้ กต่ นเองและครอบครัว และเม่ือผู้ศกึ ษามีทักษะในการจัดสวนไทยอยา่ งดแี ลว้ ต่อไปใน
ภายภาคหน้าก็สามารถน้าทักษะเหล่าน้ีไปสู่การเรียนรู้เร่ืองของการจัดสวนในรูปแบบอ่ืนๆ เช่น การจัดสวน
ญี่ปุ่นและสวนบาหลี ซึง่ เป็นการพฒั นาต่อยอดศกั ยภาพของตนให้มีประสทิ ธิภาพดีย่ิงขึ้นไปได้อกี ด้วย

หลักการและหลักธรรมทน่ี ามาใช้
การด้าเนินโครงงานในคร้ังนี้ ได้น้อมน้าพระบรมราโชวาท มาเป็นก้าลังในการจัดท้าโครงงาน ใช้

ศาสตร์พระราชา เป็นแนวทางของการแก้ปัญหา ควบคู่กันไปกับความ มีวินัย มีน้าใจ ความรับผิดชอบ และ
ไดน้ อ้ มน้าแนวคดิ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ซงึ่ มีความสอดคลอ้ งดงั นี้

124

พระบรมราโชวาท
“งานด้านการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม น้ัน คือ งานสร้างสรรค์ความเจริญทางปัญญา และทางจิตใจ ซึ่ง
เป็นทั้งต้นเหตุท้ัง องค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ ของความเจริญ ด้านอ่ืนๆ ท้ังหมด และเป็นปัจจัยที่จะช่วยให้เรา
รกั ษาและด้ารงความเปน็ ไทย ไดส้ บื ไป”
ความตอนหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในพิธีพระราชทาน
ปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยศลิ ปากร ณ วังท่าพระ วันที่ 12 ตลุ าคม 2513

ศาสตร์พระราชา
เขา้ ใจ ประวัตคิ วามเป็นมาและวธิ กี ารจดั สวนไทย
เขา้ ถึง ศึกษาอย่างละเอียดเก่ียวกับการจัดสวนไทย
พัฒนา นา้ ความรู้เรือ่ งสวนไทยที่ไดร้ บั มาปรบั ภมู ิทัศน์ของโรงเรยี นบ้านไรแ่ ละชุมชน

หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงที่
1. ความพอประมาณ
- การใช้ต้นไมท้ ่นี ้ามาจัดให้เหมาะสมกบั พน้ื ที่ให้พอดี ไม่โล่งและไม่ทึบจนเกินไป
- การใชว้ สั ดุทีห่ างา่ ยทีม่ ใี นท้องถน่ิ เชน่ หนิ ดิน หรอื ตน้ ไม้ท่ีมใี นโรงเรยี นและชมุ ชน
2. ความมีเหตุผล
- การปรับปรุงดนิ ใหเ้ หมาะสมแกก่ ารปลูกพชื
- การเลือกต้นไม้ท่ีเหมาะสมกับสถานท่ี ไมเ่ ป็นตน้ ไม้อันตราย เชน่ พืชมหี นาม พชื ล่อแมลง เป็นตน้
- การเลอื กพืชทีแ่ ข็งแรง คงทน เหมาะสมกับภมู อิ ากาศ และสภาพภมู ศิ าสตร์
- การเลือกพืชที่มีคุณประโยชน์ เชน่ พชื ฟอกอากาศ พืชรักษาโรค เปน็ ต้น
3. มภี มู คิ ุ้มกัน
- นักเรียน น้าความรู้ หรอื ประสบการณ์ทโี่ รงเรยี นไปปรับใชใ้ นครอบครัวและชมุ ชน
- ชนุ ชนเห็นความสา้ คญั ของการจัดสวนไทย รวมไปถึงการอนรุ ักษก์ ารจดั สวนไทย นา้ รปู แบบสวน

ไทยที่ไดเ้ ห็นไปปรบั ใชก้ ับบ้านเรือนหรือชมุ ชนของตน
- นกั เรยี นเป็นผู้มีระเบียบ มีวินยั ในตนเอง และการท้างานรว่ มกบั ผ้อู น่ื
4. ความรู้
-- มีความรู้เกยี่ วกบั การจดั สวนไทย ประวัติของสวนไทยและพชื พรรณไม้
- วธิ ีการใชป้ ระโยชน์ จากการฝกึ ปฏบิ ตั ิจรงิ
5. คุณธรรม
- เกดิ คา่ นยิ มความมรี ะเบยี บ ความสามัคคี มนี า้ ใจมีความรับผดิ ชอบ
- ตระหนกั ถึงการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมไทย
- เกดิ การเอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่ ต่อเพอื่ นรว่ มงาน

125

สมรรถนะหลกั ในการทางาน
1. ความสามารถในการสื่อสาร นักเรียนมีความรคู้ วามเข้าใจ ความรสู้ ึก และทัศนะของตนเองเพื่อ
แลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในการก้าจัด
ใบไมอ้ ย่างถูกวธิ ี
2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ การคิดสงั เคราะห์ การคดิ อยา่ ง
สรา้ งสรรค์ การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ และการคิดเปน็ ระบบ เพ่ือนา้ ไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ
เพอื่ การตดั สนิ ใจเก่ียวกบั ตนเองและสงั คมได้อย่างเหมาะสม ในเรอ่ื งการแก้ไขปัญหาของนักเรียนในการท้างาน
เป็นทมี
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาในเรื่องของการอนุรักษ์การจัด
สวนไทย และจัดการอุปสรรคต่าง ๆ ท่ีเผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม
และข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้
ประยุกต์ความรูม้ าใชใ้ นการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตดั สนิ ใจท่มี ีประสิทธภิ าพโดยค้านงึ ถึงผลกระทบ
ที่เกิดขึ้น ตอ่ ตนเอง สังคมและสิง่ แวดล้อม
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต เปน็ ความสามารถในการน้ากระบวนการตา่ ง ๆ ไปใชใ้ น การ
ด้าเนินชีวิตประจ้าวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง การท้างาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม
ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
การปรับตัวให้ทันกับการเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเล่ียงพฤติกรรมไม่พึง
ประสงคท์ ี่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อน่ื
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยดี า้ นต่าง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพอื่ การพฒั นาตนเองและสังคม ในดา้ นการเรียนรู้ การสื่อสาร การทา้ งาน การ
แก้ปญั หาอยา่ งสร้างสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมาะสม และมีคุณธรรม

ประเมินผลการดาเนนิ งาน

จากผลการศึกษาและดาเนนิ งานพบวา่ การด้าเนินงานบรรลุตามเป้าหมายทกี่ ้าหนดไว้ เพิม่ คณุ ภาพ
และประสิทธิภาพต่อโรงเรียน ต่อชุมชน เป็นผลดีต่อการด้าเนินงาน นักเรียนได้ศึกษา เรียนรู้ วิธีการจัดสวน
ไทย เรียนประวตั คิ วามเป็นมาของสวนไทย รู้พืชพรรณไม้ในโรงเรียน และสามารถน้าปรับใช้กบั ชวี ิตประจ้าวัน
ได้อย่างยั่งยนื โรงเรียนบ้านไร่มีสวนไทย เป็นสถานทพี่ กั ผอ่ นหย่อนใจและแหล่งเรียนรูใ้ นโรงเรียน รวมทัง้ สวน
ไทยสามารถเป็นแบบอย่างในการจัดสวน ให้ผู้ที่ได้เข้ามาพบเห็นน้ารูปแบบของสวนไปปรับภูมิทัศน์ท่ีบ้านและ
ชุมชนของตนได้ นักเรียนมีระเบียบ วินัย มีความสามัคคีและมีความรับผิดชอบในตนเองและสังคมได้เป็น
อยา่ งดี รวมท้งั นักเรียนโรงเรยี นบ้านไร่ชว่ ยกนั ดแู ลต้นไมใ้ นโรงเรยี นอยู่เสมอ

การประเมินตนเอง
จากผลการศึกษาท้าให้กล่มุ ผศู้ ึกษาสงั เกตเหน็ นกั เรียนโรงเรียนบ้านไร่มีทัศนียภาพที่สวยงาม ตนเองมี
ความรทู้ ไ่ี ดร้ บั จากการท้าโครงงานครบทุกกลมุ่ สาระ เช่น ร้ปู ระวัตคิ วามเปน็ มาของสวน รูค้ า้ ศพั ท์ภาษาอังกฤษ
ของพรรณไม้เพิ่มมากข้ึน และที่ส้าคัญตนเองมีความช่ืนชอบสิ่งท่ีเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยมากขึ้น อยากท่ีจะ
อนรุ ักษส์ วนไทยไว้ให้อยู่คู่สงั คมไปตลอด รวมทัง้ ตนเองมีวินัย มีน้าใจ ความสามคั คี และมีความรับผิดชอบมาก

126

ขึ้นในการท้างาน มีจิตอาสาในการท้างานมากข้ึน นอกจากน้ียังส่งผลให้โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ภายใน
โรงเรยี นเพม่ิ ข้ึน

ประเมนิ และวจิ ารณโ์ ดยผู้อ่นื
การจดั ท้าสวนไทยควรมีการพัฒนาต่อยอดไปอกี หลายๆบรเิ วณของโรงเรียนเพอื่ สรา้ งทศั นียภาพ
ที่สวยงามให้โรงเรียนบา้ นไรด่ ียงิ่ ขน้ึ

127

บทที่ 5
สรุปผลการศึกษา

จากผลการศึกษาและดา้ เนนิ งานพบวา่ การด้าเนนิ งานบรรลตุ ามเป้าหมายที่ก้าหนดไว้ เพิม่ คุณภาพ
และประสทิ ธภิ าพต่อโรงเรียน ต่อชุมชน เป็นผลดีตอ่ การดา้ เนินงาน นกั เรียนได้ศึกษา เรยี นรู้ วิธกี ารจดั สวน
ไทย เรยี นประวตั ิความเปน็ มาของสวนไทย รู้พืชพรรณไม้ในโรงเรยี น และสามารถน้าปรับใชก้ บั ชวี ิตประจา้ วัน
ไดอ้ ย่างย่ังยืน โรงเรียนบา้ นไรม่ ีสวนไทย เปน็ สถานท่ีพักผ่อนหย่อนใจและแหลง่ เรียนรใู้ นโรงเรยี น รวมท้งั สวน
ไทยสามารถเป็นแบบอยา่ งในการจัดสวน ใหผ้ ู้ทไี่ ดเ้ ข้ามาพบเห็นนา้ รปู แบบของสวนไปปรับภูมทิ ศั นท์ ี่บา้ นและ
ชมุ ชนของตนได้ นักเรยี นมรี ะเบยี บ วนิ ยั มคี วามสามัคคีและมีความรบั ผดิ ชอบในตนเองและสงั คมได้เปน็
อยา่ งดี รวมทั้งนักเรยี นโรงเรียนบา้ นไรช่ ่วยกนั ดูแลตน้ ไมใ้ นโรงเรยี นอยูเ่ สมอ

อภปิ รายผลการศึกษา
การด้าเนินโครงการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาสวนไทย” โรงเรียนบ้านไร่ อ้าเภอหางดง จังหวัด

เชยี งใหม่ สามารถอภิปรายผลการศึกษา ดงั น้ี
1. นักเรียนรู้จักประวัติความเป็นมาของสวนไทย บอกได้ถึงการก้าเนิดของสวนไทยจนมาถึงปัจจุบัน

บอกพรรณไม้ในโรงเรียน เช่น วาสนา อุ้มเงินอุ้มทอง เพชรชมพู เอื้องหมายนา ปักษาสวรรค์ ว่านกาบ
หอยแครงเป็นตน้ รู้จกั พชื ใบเล้ยี งเดี่ยว เลี้ยงคู่ ช่ือภาษาอังกฤษของพรรณไม้

2. นกั เรียนอนรุ กั ษก์ ารจัดสวนไทย โดยสามารถจดั สวนไทยได้ โดยมวี ิธี คือ 2.1 เตรียมพืน้ ที่ท่จี ะน้ามา
จัดสวนไทย เริ่มด้วยการจัดการบริเวณท่ีเราจะจัดให้โล่งเตียน ตัดหญ้า หรือ เก็บกวาดเศษหินใบไม้ที่ไม่พึง
ประสงค์ 2.2 รา่ งแบบลงบนกระดาษ ก้าหนดต้าแหน่งของต้นไม้ หินทจ่ี ะจดั วาง เพ่อื ใหช้ ว่ ยนึกภาพออกได้
ชดั เจน 2.3 เลอื กตน้ ไมเ้ พ่ือลงปลูกให้เหมาะสมกบั บริเวณทม่ี ี รวมถงึ ของประดบั ตกแตง่
2.4. ลงมือปรับพืน้ ที่และจัดวางตน้ ไม้ตามต้าแหนง่ ของแบบ และสามารถน้าวธิ ีการจัดสวนไทยไปขยายความรู้
ให้กับนักเรยี นคนอนื่ ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี

3. โรงเรยี นมภี มู ทิ ศั นท์ ี่สวยงาม นกั เรยี น ครู ผูป้ กครอง ได้รบั ประโยชนจ์ ากสวนไทย ไมว่ า่ จะเปน็ ด้าน
การศึกษา หรอื การพกั ผ่อนหย่อนใจ

4. นักเรียนมีความรับผิดชอบและทักษะการท้างานเป็นทีม สังเกตจากการท้างานท่ีดีข้ึน เช่น การ
ท้างานภายในก้าหนดทว่ี างแผนไว้ มาท้างานตรงเวลา รบั ฟงั กนั และกนั มากข้ึน ในทกุ ๆครงั้ ท่มี าทา้ งาน จนจบ
กระบวนการทา้ งาน

5. นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านมากขึ้น สังเกตได้จากการท่ีนักเรียนใฝ่รู้ สืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ท่ี
หลากหลาย

แผนการดาเนนิ งานในอนาคตและข้อเสนอแนะ
1. กลมุ่ ของผู้จดั ทา้ โครงงาน ได้วางแผนในการพัฒนาต่อยอดความรไู้ ปให้กบั นักเรยี นคนอน่ื ๆ ไมว่ า่ จะ

เป็นวิธีการจัดสวนไทยและประวัติความเป็นมา รวมทั้งความรู้ในเรื่องอื่นๆของ 8 กลุ่มสาระวิชาท่ีผู้ศึกษาได้
เรยี นรมู้ าในขณะดา้ เนินการ

128

2. พัฒนาความรู้อย่างต่อเน่ืองสม้่าเสมอ เช่น การศึกษาพรรณไม้อ่ืนๆ และวัสดุอ่ืนๆที่น้ามาจัดแต่ง
สวนได้ รวมทั้งศึกษาการจัดสวนแบบอ่ืน เช่น สวนญี่ปุ่น สวนบาหลี และสวนอื่นๆ ในสื่อออนไลน์และ
สารานกุ รมไทย ตามห้องสมดุ โรงเรียนและชุมชน

3. พัฒนาทักษะของตนเองด้วยการปฏิบัติอย่างต่อเน่ือง ให้กลายเป็นทักษะนิสัย มีความเช่ียวชาญ
นา้ ไปเผยแพรค่ วามรูส้ ู่ชมุ ชน หรอื เปน็ จติ อาสาในการพฒั นาสถานท่ตี ่างๆของชุมชน ให้เกดิ ภูมทิ ศั น์ท่สี วยงาม







คณะผูจ ดั ทาํ

ท่ีปรกึ ษา รักษาราชการแทน ผอ. สพป. เชยี งใหม เขต ๔ ประธานกรรมการ

๑.๑ นายไพโรจน เดชะบญุ รองผอ. สพป. เชียงใหม เขต ๔ กรรมการ
๑.๒ นายประสทิ ธ์ิ เมอื งไสย
๑.๓ นายประกอบกติ ต ปสสวาท รองผอ. สพป. เชยี งใหม เขต ๔ กรรมการ
1.4 นายนิคม กีรตวิ รางกรู
๑.5 นางจุไร ภาโนชิต รองผอ. สพป. เชียงใหม เขต ๔ กรรมการ

ผูอ าํ นวยการกลุม นเิ ทศฯ กรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการสง เสริมสนับสนนุ การดําเนนิ งาน

2.1 นายนคิ ม กริ ติวรางกรู รอง ผอ. สพป. เชยี งใหม เขต ๔ ประธานกรรมการ
กรรมการ
2.2 นางจุไร ภาโนชิต ศึกษานิเทศก กรรมการ
กรรมการ
2.3 นายจํานงค โปธาเกยี๋ ง ศกึ ษานิเทศก กรรมการ
กรรมการ
2.4 นางฉวีวรรณ ไชยพเิ ศษ ศกึ ษานิเทศก กรรมการ
กรรมการ
2.5 นางสุนทิ รา พรมมล ศึกษานเิ ทศก กรรมการ
กรรมการ
2.6 นางธัญพร ภมุ รินทร ศกึ ษานิเทศก กรรมการ
กรรมการ
2.7 นายพงศร ติ แกวอาย ศึกษานิเทศก กรรมการและเลขานุการ
ผชู วยกรรมการและเลขานุการ
2.8 นายวรากุล ตุนเครือ ศึกษานเิ ทศก

2.9 นายดมั พ แยมน่ิมนวล ศกึ ษานิเทศก

2.10 นายสรรค ไชยมงคล ศกึ ษานิเทศก

2.11 นางสาวบณุ ยรัตน สวุ ชิ า ศึกษานเิ ทศก

2.12 นายสุทธิพงศ อริยะกุล ศกึ ษานิเทศก

2.13 นางสาวชนกานต ทิพยอ ุน ศกึ ษานิเทศก

2.14 นางสาวพรรณณภัทร ตาลปา ศกึ ษานิเทศก

คณะกรรมการจัดทํา รองผูอาํ นวยการสํานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษา ฯ ประธานกรรมการ

3.1 นายนคิ ม กิรตวิ รางกูร ศกึ ษานเิ ทศก กรรมการ
3.2 นายจาํ นงค โปธาเก๋ยี ง
3.3 นางวลั ลภา พรมทาว ครูชํานาญการพิเศษโรงเรียนบา นสันปา สกั กรรมการ
3.4 นางศริ ากานต ไชยชนะ
3.5 นางฉววี รรณ ไขแกว ครูชํานาญการพิเศษ โรงเรยี นบา นสักปา สกั กรรมการ
3.6 นางสาวนํ้าคา ง สวัสดิ์ประดิษฐ
3.7 นายชยพล สงิ หบัว ครูชํานาญการพเิ ศษโรงเรยี นสันปา ตองสุวรรณร าษฏรฯ กรรมการ
3.8 นางพิทยาธร อะตะมะ
3.9 นางนริ ชญาวรรณ มีณรงค ครูชํานาญการพเิ ศษโรงเรยี นสนั ปาตองสุวรรณร าษฏรฯ กรรมการ

ครูโรงเรียนสนั ปา ตองสุวรรณราษฏร กรรมการ

ครูชํานาญการพิเศษ โรงเรยี นบานไร กรรมการ

ครชู ํานาญการพิเศษโรงเรียนบา นไร กรรมการ

3.10 นางสาวสุทธิดา ฉัตรศิรยิ ่งิ ยง ครู โรงเรียนบานไร กรรมการ
3.11 นายวรี ะยุทธ วชิ ยั พรม
3.12 นางสาวชวณนั ทร ทธภรณ ครชู าํ นาญการพเิ ศษโรงเรยี นบานสามหลัง กรรมการ
3.13 นางมุกดา ขอรอง
3.14 นางสาวพิราวรรณ ปนใจแกว ครชู ํานาญการพเิ ศษโรงเรียนบา นสามหลัง กรรมการ
3.15 นางสาวชนกานต ทิพยอุน
3.16 นางสาวพรรณณภัทร ตาลปา ครูชาํ นาญการพิเศษโรงเรียนบานแมส ะลาบ กรรมการ
3.17 นางสาวจรี ภา ยาวิชยั
ครูโรงเรียนบานแมสะลาบ กรรมการ

ศึกษานิเทศก กรรมการและเลขานุการ

ศึกษานเิ ทศก ผูช วยกรรมการและเลขานุการ

ศึกษานิเทศก ผูชว ยกรรมการและเลขานุการ

รายงานโครงการ
นางสาวชนกานต ทพิ ยอุน
ศึกษานิเทศกชาํ นาญการพเิ ศษ

สพป. เชยี งใหม เขต ๔

137


Click to View FlipBook Version