แผนอตั รากาํ ลัง มหาวิทยาลยั ขอนแกน
พ.ศ. 2563 - 2566
คาํ นํา
การวางแผนอัตรากําลัง มหาวิทยาลัยขอนแกน พ.ศ. 2563 - 2566 จัดทําข้ึนโดยมีวัตถุประสงค
เพื่อวางแนวทางในการกําหนดขนาดอัตรากําลังท่ีเหมาะสมของมหาวิทยาลัย รวมท้ังการบริหารอัตรากําลังใหเกิด
ประสทิ ธิภาพสงู สุด สอดคลอ งกบั ยทุ ธศาสตรการบริหารมหาวทิ ยาลัย และเปนตามขอ บังคับวาดว ยการบรหิ ารงาน
บคุ คล พ.ศ. 2558 ขอ 18 ท่ีระบุวา การกาํ หนดกรอบตาํ แหนง พนักงานมหาวิทยาลยั หรือลกู จา งของมหาวทิ ยาลัย
ใหม ีในสวนงานใด จาํ นวนเทาใด ตาํ แหนง ใด และประเภทใด รวมท้ังภาระหนา ทีค่ วามรับผิดชอบของตําแหนง และ
คณุ สมบัตเิ ฉพาะตาํ แหนง ใหเ ปนไปตามหลกั เกณฑ วิธกี าร และเงื่อนไขท่ี ก.บ.ม. กาํ หนด
สาระสําคัญของการวางแผนอัตรากําลัง มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน พ.ศ.2563 - 2566 ประกอบดวย
4 สว น ไดแ ก สวนท่ี 1 ความสําคญั เชงิ นโยบายและยุทธศาสตร สว นที่ 2 หลกั เกณฑและวิธกี ารวิเคราะห สว นท่ี 3
ผลการวิเคราะหอัตรากําลัง 4 ป พ.ศ.2563 – 2566 สวนท่ี 4 แนวทางการบริหารกรอบอัตรากําลัง เพื่อใชเปน
เคร่ืองมือสําหรับการบริหารอัตรากําลังของมหาวิทยาลัยใหมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตามวิสัยทัศนและ
ยทุ ธศาสตรก ารพฒั นามหาวิทยาลัยขอนแกน ตอไป
กองยุทธศาสตร
มหาวิทยาลยั ขอนแกน
กุมภาพนั ธ 2563
ก
สารบัญ
หนา
คาํ นํา ก
สารบญั ข
สวนท่ี 1 บทนํา ความสําคัญเชงิ นโยบายและยุทธศาสตร
1. ความเปน มาและความสําคัญ 1
2. วตั ถุประสงคก ารดําเนินการ 2
3. ระเบียบที่เกีย่ วของ 2
4. ภาวะคุกคาม 3
5. ยุทธศาสตรการบรหิ ารมหาวทิ ยาลยั พ.ศ. 2563 – 2566 3
6. สรปุ ผลการดาํ เนนิ งาน พ.ศ. 2559 – 2562 6
สว นที่ 2 นโยบายการกาํ หนดกรอบอตั รากําลัง 4 ป มหาวิทยาลัยขอนแกน 9
สว นที่ 3 เกณฑก ารจัดสรรอัตรากาํ ลงั
1. หลักเกณฑทั่วไป 11
2. หลักเกณฑการจดั สรรกรอบอัตรากําลังประเภทวิชาการ 12
3. หลักเกณฑการจัดสรรกรอบอตั รากําลงั ประเภทสนับสนุน 17
สว นท่ี 4 ผลการวิเคราะหกรอบอัตรากาํ ลัง 4 ป มหาวิทยาลยั ขอนแกน (พ.ศ. 2563 - 2566) 40
สว นที่ 5 แนวทางการบรหิ ารกรอบอตั รากําลัง 45
1. หลักการและนโยบายบริหารอัตรากาํ ลัง 45
2. การขออนมุ ัติกาํ หนดอัตราใหม 47
3. การจดั สรรกรอบอตั รากําลังพนกั งานมหาวิทยาลยั งบประมาณแผนดนิ ทดแทน 48
กรอบอตั รากาํ ลงั พนกั งานมหาวิทยาลยั งบประมาณเงนิ รายได (คนครอง)
4. ชว งเวลาการพิจารณาจดั สรรอตั รากาํ ลังประจาํ ป 49
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก. คําสัง่ แตง ต้งั คณะกรรมการวเิ คราะหแ ละจดั ทํากรอบอตั รากาํ ลงั 4 ป 51
มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน (พ.ศ. 2563 – 2566)
ภาคผนวก ข. คําสั่งแตง ตั้งคณะทาํ งานวเิ คราะหแ ละจดั ทําแนวทาง/เกณฑ กรอบอตั รา 54
กาํ ลัง 4 ปม หาวทิ ยาลัยขอนแกน (พ.ศ. 2563 – 2566)
ภาคผนวก ค. คาํ สัง่ แตง คณะกรรมการกําหนดขนาดอตั รากาํ ลัง มหาวทิ ยาลยั 57
ขอนแกน (กขม.)
ภาคผนวก ง. แผนภูมิโครงสรา งองคก ร มหาวิทยาลัยขอนแกน 60
(ตามพระราชบญั ญัติมหาวิทยาลยั ขอนแกน พ.ศ. 2558)
ข
สว นที่ 1
บทนาํ
1. ความเปนมาและความสําคญั
พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแกน พ.ศ. 2558 มหาวิทยาลัยขอนแกนมีสถานภาพเปนหนวยงานใน
กํากับของรัฐ ซึ่งไมเปนสวนราชการตามกฎหมายวาดวยระเบียบบริหารราชการแผนดิน พระราชบัญญัติ
มหาวิทยาลยั ขอนแกน กาํ หนดใหสภามหาวทิ ยาลัยมอี ํานาจหนาที่ควบคมุ ดแู ลกิจการท่ัวไปของมหาวทิ ยาลัยอํานาจ
หนาท่ีเชนวาน้ีใหรวมถึง ออกขอบังคับวาดวยการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัย ซึ่งขอบังคับ วาดวย การ
บริหารงานบคุ คล พ.ศ.2558 ขอ 18 การกาํ หนดกรอบตําแหนงพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลกู จางของมหาวทิ ยาลัย
ใหม ีในสวนงานใด จํานวนเทา ใด ตําแหนง ใด และประเภทใด รวมทงั้ ภาระหนา ท่คี วามรับผิดชอบของตําแหนง และ
คณุ สมบตั ิเฉพาะตําแหนง ใหเปน ไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่อื นไขที่ ก.บ.ม. กําหนด
มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน ไดมีการจัดทําแผนอัตรากาํ ลัง 4 ป โดยเร่มิ จากปง บประมาณ พ.ศ. 2551 – 2554
และ กรอบอัตรากําลัง 4 ป มหาวิทยาลัยขอนแกน พ.ศ. 2555 – 2558 ตามพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการ
พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 20 ใหสภาสถาบันอุดมศึกษากําหนดกรอบตําแหนง อันดับ
เงินเดือนของตําแหนงและจํานวนของขาราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาท่ีพึงมีในสถาบันอุดมศึกษานั้น
รวมท้ังภาระหนาที่ความรับผิดชอบของตําแหนง และคุณสมบัติเฉพาะตําแหนง การกําหนดกรอบอัตรากําลัง
ดังกลาวใหกําหนดคราวละ 4 ป โดยตองคํานึงถึงความมีประสิทธิภาพ ความไมซํ้าซอน ความประหยัด และตอง
สอดคลอ งกับหลักเกณฑ วิธกี าร และเงือ่ นไขที่ ก.พ.อ. กําหนด และยทุ ธศาสตรข องมหาวทิ ยาลัยในอนาคต
การจัดทําแผนอัตรากําลังเดิมในปงบประมาณ พ.ศ. 2558 – 2562 ไดกําหนดแผนอัตรากําลังบุคลากร
ประเภทวิชาการโดยใชเกณฑการคํานวณจากคา FTES เปนหลัก รวมถึงการวิจัย การบริการวิชาการ การบริหาร
การทะนุบํารงุ ศลิ ปะและวฒั นธรรม จงึ ไดมกี ารคาํ นวณกรอบอัตรากําลงั ประเภทวิชาการ โดยคํานวณจากภาระงาน
สอน ภาระงานดานวิจัย ภาระงานดานการผลิตผลงานวิชาการ ภาระงานดานบริการวิชาการ ภาระงานดานการ
บริหารและ ภาระงานดา นอ่นื ๆ ตามเกณฑสํานักงบประมาณ เชน โรงพยาบาล โรงเรียน เปน ตน
การกําหนดกรอบอัตรากําลังบุคลากรประเภทสนับสนุนที่ผานมาคํานวณจากจํานวนและช่ือตําแหนงที่มี
ภาระงานที่สอดคลองกับภารกิจของหนวยงาน โดยคํานวณ ภาระงานสนับสนุนการผลิตบัณฑิต ภาระงาน
สนับสนนุ วิชาการแลววจิ ยั ภาระงานดา นสนับสนุนการบรกิ าร สนับสนนุ ภารกจิ เฉพาะ และภาระงานดา นอื่นๆ
ปจจุบันมหาวิทยาลัยขอนแกนมีสถานภาพไปเปนมหาวิทยาลัยในกํากับ การบริหารงบประมาณที่มีอยูใน
แตละปจึงมีความสําคัญมากขึ้น ดังนั้นหลักเกณฑท่ีจะใชในการคํานวณกรอบอัตรากําลังในปงบประมาณ พ.ศ.
2563 – 2566 มกี ารประเมนิ ประสทิ ธภิ าพของบุคลากรที่มีอยูเดิม และความคมุ คา ของงบประมาณท่ีใชม ากย่ิงข้ึน
รวมถึงการลดขั้นตอนการปฏิบัติงานท่ีไมจําเปนหรือมีความซํ้าซอนใหมีความกระชับมากข้ึน เพื่อใหบุคลากร
สามารถเพิม่ ผลผลติ ภายใตก รอบอตั รากาํ ลงั เทา เดมิ ดงั นนั้ การคํานวณคางานจึงควรเนนจากผลผลิตท่ีเพ่ิมมากขน้ึ
1
แมวาสัดสวนของงบประมาณรายจายดานบุคลากรยังคงกําหนดไวไมเกินรอยละ 40 ของงบประมาณ
ทั้งหมดท่ีไมรวมงบลงทุน แตการกําหนดสัดสวนน้ีในแตละสวนงานอาจมีการปรับใหเหมาะสมกับลักษณะงานได
ตัวอยางเชน คณะแพทยศาสตร ท่ีมีโรงพยาบาลเปนหนวยงานบริการ จําเปนตองใชวัสดุจํานวนมากในการ
ดําเนินการ ควรจํากัดงบประมาณรายจายดา นบคุ ลากรไวไ มเกินรอยละ 40 เพื่อรักษาความสามารถในการแขงขนั
กับสถานพยาบาลเอกชนหรือโรงพยาบาลของรฐั ภายนอกมหาวทิ ยาลัย แตส ว นงานอ่นื ๆ ซง่ึ มภี าระงานหลักเฉพาะ
การจดั การศึกษา ตนทนุ สวนใหญใ นการดําเนินการคือเงนิ เดือนและคา ตอบแทนของบุคลากรที่มีศักยภาพ ในขณะ
ท่ีใชวัสดุและคาใชจายอื่น ๆ ไมมาก ก็สามารถจัดการศึกษาไดอยางมีประสิทธิภาพ ในกรณีนี้อาจตองกําหนด
สัดสวนของงบประมาณรายจายดานบุคลากรเพ่ิมข้ึนเปนไมเกินรอยละ 60 ของงบประมาณทั้งหมดท่ีไมรวมงบ
ลงทนุ แทน เปนตน
มหาวิทยาลัยขอนแกน ปงบประมาณ พ.ศ. 2562 งบประมาณรายจายดานบุคลากร เมื่อรวมงบประมาณ
แผนดนิ และงบประมาณเงินรายได เทากับ 5,734,563,200 บาท (หาพนั เจ็ดรอ ยสามสบิ สี่ลานหาแสนหกหมื่นสาม
พันสองรอยบาทถวน) คิดเปนรอยละ 37.69 ของงบประมาณทั้งหมด (ไมรวมงบลงทุน) จํานวน 15,216,424,700
บาท (หนึ่งหมื่นหาพันสองรอยสิบหกลานสี่แสนสองหม่ืนส่ีพันเจ็ดรอยบาทถวน) ซึ่งยังอยูในกรอบเปาหมายของ
สภามหาวิทยาลัยที่กําหนดใหงบประมาณรายจายดานบุคลากรไมเกินรอยละ 40 ของงบประมาณท้ังหมดของ
มหาวิทยาลัย ทั้งนี้ หากพิจารณาสัดสวนงบประมาณรายจายดานบุคคลกรรายหนวยงาน พบวา มีสัดสวน
งบประมาณรายจา ยดานบคุ ลากรตองบประมาณทงั้ หมดของแตละหนว ยงานมคี วามแตกตางกนั
2.วตั ถุประสงคก ารดําเนนิ การ
1 เพ่ือกําหนดกรอบของตําแหนง ท่ีพึงมีใหมีความสอดคลองตามยุทธศาสตรการบรหิ ารมหาวทิ ยาลัย และ
ขอบังคบั วา ดว ยการบรหิ ารงานบคุ คล พ.ศ.2558
2 เพื่อกําหนดจาํ นวนอัตรากําลังที่เหมาะสมของมหาวทิ ยาลยั โดยตอ งคาํ นึงถึงความมปี ระสิทธภิ าพ ความ
ไมซ้ําซอ น ความประหยัด ตามหลกั เกณฑ วิธกี าร และเง่ือนไขท่ี ก.บ.ม. กาํ หนด
3 เพื่อกําหนดแนวทางการบริหารอัตรากําลังของมหาวิทยาลัยใหมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด
โดยใหม คี วามครอบคลมุ ระบบการบริหารอัตรากาํ ลงั ของมหาวทิ ยาลัยทกุ ประเภท ตามท่ี ก.บ.ม. กําหนด
3.ระเบยี บที่เกยี่ วขอ ง
- พระราชบัญญัตมิ หาวิทยาลยั ขอนแกน พ.ศ. 2558
มาตราที่ 37 (5) บรหิ ารงาบุคคล การเงิน การพัสดุ และทรัพยส นิ ของมหาวทิ ยาลยั ใหเปนไปตาม
กฎหมาย กฎ ขอบังคับ ระเบียบ ประกาศ และคาํ สงั่ ของมหาวทิ ยาลยั รวมท้ังมติของสภามหาวิทยาลัย
- ขอ บังคับมหาวิทยาลยั ขอนแกน วาดว ย การบริหารงานบคุ คล พ.ศ. 2558
ขอบังคับ วาดวย การบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2558 ขอ 18 การกําหนดกรอบตําแหนงพนักงาน
มหาวิทยาลัยหรือลูกจางของมหาวิทยาลัย ใหมีในสวนงานใด จํานวนเทาใด ตําแหนงใด และประเภทใด รวมทั้ง
หนาที่ความรับผิดชอบของตําแหนง และคุณสมบัติเฉพาะตําแหนง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขที่
ก.บ.ม. กาํ หนด
2
4.ภาวะคกุ คาม
ในการวางแผนอตั รากําลงั ตอ งคาํ นงึ ถงึ ภาวะคุกคามตอไปนี้
1) การเปลี่ยนแปลงโครงสรางประชากรมีแนวโนมผูสงู อายุเพ่ิมสูงขึ้น อัตราการเกิดที่ลดลงสงผลให
จํานวนนักเรียนท่ีอยูในวัยเรียนมีแนวโนมลดลงอยางตอเนื่อง ซึ่งจะสงผลกระทบตอการจัดการศึกษา การจัดการ
เรียนการสอน การบริหารสถานศึกษา การวางแผนอัตรากําลัง ซ่ึงตองการการปรับเปลี่ยนโครงสรางท้ังหลักสูตร
โครงสรางการบริหาร รวมทั้งปรับโครงการของการทํางาน เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรและการเงินเพ่ือการศึกษา
ทม่ี อี ยูใหเ กดิ ประสิทธภิ าพสงู สุด จาํ นวนบคุ ลากรตอ งมีความสัมพนั ธกบั การเปลี่ยนแปลงโครงสรางของประชากรนี้
ทั้งนี้ ยังสงผลใหเกิดความไมตอเน่ืองกันของชวงอายุของบุคลากรในมหาวิทยาลัย เนื่องจากบุคลากรของ
มหาวิทยาลัยมีเฉลี่ยอายุ 42 ป และมีมัธยฐานอายุ 40 ป หากมีการเกษียณอายุการทํางานประมาณในอีก 20 ป
ขางหนา กจ็ ะทาํ ใหจํานวนประชากรลดลงเปนจาํ นวนมาก และเกดิ ชอ งวา งระหวางชว งอายุ
2) ความกาวหนาดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารแบบกาวกระโดด การวางแผน
อัตรากําลังจําเปนตองกําหนดเปาหมายการพัฒนาทรัพยากรมนุษยเพื่อที่จะปรับใหเขากับยุคเทคโนโลยีท่ีทันสมัย
ปรบั เปลย่ี นขั้นตอนการทํางานโดยการนําเทคโนโลยเี ขา มาชวย ดังนนั้ จงึ สงผลตอการวางแผนอัตรากาํ ลงั ในอนาคต
3) การไดรับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลท่ีมีอยูอยางจํากัด และนําไปใชประโยชนให
ครอบคลุมทุกดาน ไมสามารถที่จะนํามาเปนคาใชจายของบุคลากรไดอยางเต็มที่ และสงผลตอการจัดสรรรางวัล
และกําลังใจตอการทํางานของบุคลากร หากมีการวางแผนอัตรากําลังที่ดีและมีประสิทธิภาพ จักทําใหมีจํานวน
บุคลากรทม่ี คี วามเหมาะสมกับสัดสวนของงบประมาณ และสามารถมีงบประมาณคงเหลือเพื่อจัดสรรเปนขวัญและ
กําลังใจใหแ กบ คุ ลากรได
5.แผนยทุ ธศาสตรการบรหิ ารมหาวทิ ยาลยั ขอนแกน พ.ศ.2563 - 2566
สภามหาวิทยาลัยขอนแกน ในคราวประชุมคร้ังที่ 5/2562 เมื่อวันท่ี 27 เมษายน 2562 ได
เห็นชอบแผนยุทธศาสตรการบริหารมหาวทิ ยาลยั ขอนแกน พ.ศ.2563 - 2566 โดยกําหนดวิสยั ทัศนเ พื่อใหเกิดผล
สัมฤทธ์ิ คือ “มหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนําระดับโลก” (A World – Leading Research and
Development University) เพื่อใหมหาวิทยาลัยขอนแกนเปนมหาวิทยาลัยวิจัยและการพัฒนาช้ันนําที่มี
เปาหมาย (Goals) คือ 1) People ประชาคมมหาวิทยาลัยมีความรูความสามารถ และทักษะดิจิทัลมีความ
เชยี่ วชาญศาสตรว ชิ าการ การวจิ ัย พฒั นาและการนําไปใชป ระโยชน การบริการ สันทนาการ บริหารจดั การมีความ
พรอมในการเรียนรู การเชื่อมโยงกับนานาสากลและตอบสนองตอการเปล่ียนแปลง 2) Ecological ระบบนิเวศ
ของมหาวทิ ยาเก้ือหนุนการเรยี นรู วจิ ยั เสริมประสิทธภิ าพการทาํ งาน และเพม่ิ พนู คุณภาพของชุมชนมหาวิทยาลัย
และผูมาเยือน และ 3) Spiritual จิตวิญญาณของมหาวิทยาลัยมีความสันติสุขและสมานฉันทของชุมชนท้ังภายใน
และภายนอก โดยกําหนดประเดน็ ยทุ ธศาสตรด งั ตอ ไปน้ี
3
ประเดน็ ยทุ ธศาสตรท ี่ 1 ปรับเปลยี่ นการจัดการศึกษา
กลยุทธที่ 1 : พัฒนาหลกั สูตรเดมิ สูกระบวนทัศนใ หม สง เสริมการเรียนรูแ บบใหม (Flipped
classroom) เนน การเรียนรูจากการปฏบิ ตั จิ ริง (Experiential learning)
กลยุทธที่ 2 : สรางหลกั สตู รใหมต ามความตอ งการของสงั คมและมีหลักสูตรสาํ หรบั ประชาชนทกุ อายุ
กลยทุ ธท ่ี 3 : พัฒนานักศึกษาใหมีสมรรถนะและทกั ษะทจี่ ําเปนในอนาคต
กลยุทธท ี่ 4 : พฒั นานักศึกษาระดบั บณั ฑติ ศึกษาใหส ามารถสรา งผลงานวจิ ยั และนวตั กรรมท่ีมี
คณุ ภาพสงู
ประเดน็ ยทุ ธศาสตรท ี่ 2 ปรับเปล่ยี นการทํางานวจิ ัย
กลยทุ ธท ่ี 1 : เพม่ิ จาํ นวนนักวิจยั ของมหาวทิ ยาลัย
กลยุทธท่ี 2 : สงเสริมใหเกดิ โครงการวิจยั ขนาดใหญทท่ี ํางานวจิ ยั เปนทมี และทํางานตอเนื่อง
(Research programs) เพือ่ ใหสามารถตอบโจทยใ หญทมี่ ีผลกระทบ (Impact) สงู ได
กลยุทธท่ี 3 : ผลักดนั งานวจิ ัยเพ่ือสรา งผลติ ภัณฑใ หมหรือนวัตกรรมในเชงิ พาณชิ ย (Innovation
and Commercialized Research)
กลยุทธที่ 4 : สรา งเครือขายความรวมมอื กับภาคธรุ กิจและอุตสาหกรรม (Partnership in Business
Solutions)
ประเดน็ ยุทธศาสตรท ่ี 3 ปรับเปลยี่ นการบรหิ ารจดั การทรัพยากรบคุ คล
กลยทุ ธท่ี 1 : สรางระบบบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คลทีเ่ อ้ือตอการสรา งผลงาน
กลยุทธท ่ี 2 : ยกระดับขดี ความสามารถในการทาํ งานของบุคลากร
กลยทุ ธท่ี 3 : สรา งระบบการจางงานทห่ี ลากหลายและยดื หยนุ (Flexible Employment system)
ประเด็นยุทธศาสตรท ่ี 4 การปรับเปลีย่ นการบรกิ ารวิชาการ
กลยุทธท ่ี 1 : สง เสรมิ การบรกิ ารวิชาการทมี่ อี ยูเ ดมิ
กลยทุ ธท ่ี 2 : สรา งโครงการบริการวิชาการใหมเพอื่ ใหมหาวิทยาลัยเปนแหลงเรยี นรแู ละภูมปิ ญ ญา
ของสังคม (Center of Social Wisdom)
กลยทุ ธที่ 3 : ปรบั เปลยี่ นการบริการวิชาการ จากความรับผิดชอบตอ สังคม (Corporate Social
Responsibility : CSR) สูการสรางคุณคา รวมกนั (Creating shared value : CSV)
ประเด็นยทุ ธศาสตรท่ี 5 ปรับเปลยี่ นการบริหารจดั การองคกร
กลยุทธท ่ี 1 : ทบทวนระเบยี บท่เี ปนอุปสรรคตอการทํางานเพ่ือการขับเคล่อื นกลยุทธ
กลยทุ ธท ่ี 2 : กระจายอํานาจบรหิ ารจัดการ (Centralized policy, Decentralized operation)
กลยุทธที่ 3 : สงเสริมใหคณะและสวนงานใชความเขมแข็ง (Strength) และโอกาส (Opportunity)
ในการสรางหนว ยธุรกิจใหม ๆ (New business model)
ประเดน็ ยทุ ธศาสตรท ี่ 6 สรา งมหาวิทยาลัยขอนแกนใหเปนที่นาทํางาน
กลยทุ ธท ี่ 1 : การสรา งสภาพแวดลอมท่พี รอ มสําหรบั การทํางาน (Good Workplace) ของบุคลากรทุกกลมุ
กลยุทธท ่ี 2 : การเพ่ิมประสิทธภิ าพระบบการจดั การสวัสดกิ ารและสิทธปิ ระโยชน
4
กลยทุ ธท ี่ 3 : การสรา งความผูกพันกบั บุคลากรอยางเปนระบบ
กลยทุ ธท ี่ 4 : การจดั การความรูแ ละการเรียนรขู ององคกร
ประเดน็ ยุทธศาสตรท ่ี 7 สรางมหาวิทยาลยั ใหเ ปน ทีน่ าอยู
กลยุทธท ี่ 1 : สรางมหาวิทยาลยั สีเขียวดว ยนโยบาย 5G (Green campus initiative)
กลยทุ ธท ี่ 2 : สรางความหลากหลายดานพฤกษศาสตร และส่ิงมีชวี ติ รว มกับการฟน ฟูสภาพปา และ
พื้นที่เส่อื มโทรม (Biodiversity & forest restoration)
กลยุทธท ี่ 3 : การสรา งสุนทรียภาพใหเกดิ ขนึ้ ในมหาวิทยาลัย (Aesthetic zone)
กลยทุ ธท ี่ 4 : การจัดการอาคารสถานท่ีและบานพักท่ีเสื่อมโทรม (Residential renovation)
กลยุทธท่ี 5 : จัดระบบรักษาความปลอดภัยทีม่ ปี ระสิทธภิ าพ โดยนาํ ระบบเทคโนโลยีแหงอนาคตมา
ใช (Smart security)
กลยุทธที่ 6 : จัดระบบจราจรใหมใหมีการ Zoning โดยพยายามแยกถนนเพื่อการสัญจรหลักออก
จากถนนแขนงยอยเพ่ือเขา ถึงพ้ืนทกี่ ารศึกษา พ้ืนทีก่ ารบรกิ าร
กลยทุ ธท่ี 7 : เนน นโยบายอนุรกั ษพลังงาน และส่ิงแวดลอม
กลยุทธท่ี 8 : สรา งเสถียรภาพระบบสาธารณปู โภค
ประเด็นยุทธศาสตรท ่ี 8 ปรับเปลี่ยนองคกรใหกา วเขาสูยคุ ดิจิทลั
กลยุทธท่ี 1 : การพัฒนาและวิจัยเชงิ ลกึ ดา นเทคโนโลยีสารสนเทศ
กลยทุ ธท ่ี 2 : การบม เพาะภายในเพ่ือสงเสริมใหเ กิดนวัตกรรมทางดิจิทลั
กลยทุ ธที่ 3 : การประสานกับหนวยงานภายนอกเพ่ือสรางนวตั กรรมดานดิจิทลั
กลยุทธท่ี 4 : การพฒั นาระบบการทํางานและการเรยี นรูดวยเทคโนโลยีดิจทิ ลั
ประเดน็ ยทุ ธศาสตรท ่ี 9 การนาํ มหาวทิ ยาลยั สคู วามเปน นานาชาติ
กลยุทธท่ี 1 : การสรางเครือขายความรวมมือกับสถาบันในตางประเทศเพื่อยกระดับดาน
การศึกษา วจิ ัย และบรกิ าร (International networking)
กลยุทธท่ี 2 : การดําเนินการเพ่อื การจดั อันดบั World University Ranking ทส่ี งู ข้นึ
กลยุทธท่ี 3 : สรางความรวมมือและการพัฒนารวมกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน ท้ังดานการเรียน
การสอน การวิจยั การบริการวิชาการ รวมถงึ การรวมสรา งนวัตกรรม
กลยทุ ธที่ 4 : สรางความเปนนานาชาตทิ ั้งดานบุคลากร นักศกึ ษา และสภาพแวดลอม
(International environment)
ประเด็นยทุ ธศาสตรที่ 10 การบริหารโดยใชหลักธรรมาภิบาล
กลยุทธท่ี 1 : วางระบบการบริหารจัดการดวยหลักธรรมาภิบาล ใหเกิดทั่วท้ังมหาวิทยาลัย (Good
Governance for all Units)
ประเด็นยุทธศาสตรท่ี 11 เสริมสรา งความรวมมือเพอื่ การพัฒนา
กลยทุ ธท ี่ 1 : จัดทําโครงการขนาดใหญรวมกันระหวา งคณะในกลุมวทิ ยาศาสตรสุขภาพ วทิ ยาศาสตร
และเทคโนโลยี และกลมุ สังคมศาสตร
5
6.สรปุ ผลการดําเนนิ งานการบรหิ ารอัตรากาํ ลังในชวงป พ.ศ. 2559 – 2562
มหาวิทยาลัยนําแผนอัตรากําลัง 4 ป (พ.ศ. 2559 – 2562) มหาวิทยาลัยขอนแกน เพื่อเปนขอมูล
ประกอบการขออนุมตั กิ ําหนดกรอบอัตรากําลัง และจัดสรรอัตรากําลงั ประจําป โดยไดกาํ หนดชวงเวลาการพจิ ารณาคําขอ
กําหนดตําแหนงและจดั สรรอัตราใหม ไวปละ 1 คร้ัง (กรณีมีเหตุผลความจําเปนอยางยง่ิ ยวด จึงจะมีการพิจารณารอบพเิ ศษ
ในครั้งท่ี 2) โดยมขี นั้ ตอน ดังนี้
ที่ ขน้ั ตอนและวธิ ีการ รอบท่ี1 รอบที่ 2
ป 2562 ป 2562
1 กองยุทธศาสตร : แจงนโยบาย หลักเกณฑ และแจงแบบฟอรมการจัดทําขอมูล พ.ย. 2561 พ.ค. 2562
ประกอบการกาํ หนดอตั ราใหม ประเภทพนักงานมหาวิทยาลัย
2 2.1 กองยทุ ธศาสตร: ขออนุมตั ิกําหนดกรอบอัตรากาํ ลังใหมพนักงานมหาวทิ ยาลัย พ.ย. 2561 – พ.ค. 2562 –
ม.ิ ย. 2562
งบประมาณแผน ดนิ ตอทป่ี ระชมุ ก.บ.ม.(เฉพาะรอบที่ 1) ม.ค.2562
2.2 สวนงาน: ดาํ เนนิ การจัดทาํ รายละเอียด ก.ค. 2562
- คําขอกําหนดอัตราใหม ประเภทพนักงานมหาวิทยาลัยนําเสนอตอ
คณะกรรมการประจาํ สว นงาน พิจารณาใหความเห็นชอบ
- สว นงานสง คําขอฯ ใหก องยุทธศาสตร
3 กองยทุ ธศาสตร : รวบรวม วิเคราะห สรุป การขออนมุ ัตจิ ดั สรรอัตรากําลงั ใหมฯ ก.พ. 2562
4 คณะกรรมการจัดทําแผนอัตรากําลัง มหาวิทยาลัยขอนแกน (กกม.) : วิเคราะห ม.ี ค.-เม.ย. 2562 ส.ค. – ก.ย.
กลั่นกรอง และนาํ เสนอขออนุมตั ิตอทป่ี ระชมุ ก.บ.ม. 2562
5 ก.บ.ม. : พจิ ารณาใหค วามเหน็ การจดั สรรอตั รากําลงั ใหม เม.ย.-พ.ค. ก.ย. 2562
2562
6 กองทรัพยากรบุคคล/กองยุทธศาสตร: ดําเนินการตามมติที่ประชุม ก.บ.ม. พรอม พ.ค. 2562 ก.ย. 2562
ทง้ั แจง เวียนใหห นว ยงานทเ่ี ก่ียวขอ งถอื ปฏิบัติ
ซึ่งในปงบประมาณ พ.ศ.2562 มหาวิทยาลัยไมไดรับจัดสรรกรอบอัตรากําลังใหมพนักงาน
มหาวิทยาลัย งบประมาณแผนดิน ซ่ึงสงผลกระทบตอการพิจารณาจัดสรรอัตรากําลังของมหาวิทยาลัยใน
ปง บประมาณ พ.ศ.2562 มหาวทิ ยาลัยจงึ ไดสาํ รวจกรอบอัตราวา งของสวนงาน/หนวยงาน ตามมติคณะกรรมการ
บรหิ ารงานบคุ คล ประจาํ มหาวิทยาลัยขอนแกน (ก.บ.ม.) ในคราวประชมุ ครง้ั ท่ี 3/2560 เมือ่ วนั ที่ 1 มนี าคม 2560
โดยปจจุบันมหาวทิ ยาลยั มีอัตราวา งพนักงานมหาวิทยาลัย งบประมาณแผนดนิ ท้ังส้นิ 269 อัตรา
(ไมรวมกรอบนักเรียนทุน) จําแนกเปน อัตราวางต้ังแต 2 ปข้ึนไป จํานวน 30 อัตรา (ไมเคลื่อนไหว 13 อัตรา)
และอัตราวางทีย่ ังไมถึง 2 ป จํานวน 239 อตั ราซึ่งมหาวิทยาลยั จะดําเนินการเรยี กคนื อัตราวางต้งั แต 2 ปข ้ึนไป
6
ที่ไมมีความเคล่ือนไหว ในวันที่ 8 กุมภาพันธ 2562 เพื่อพิจารณาจัดสรรใหกับสวนงาน/หนวยงาน ที่มีความ
จําเปนย่งิ ยวด ตามเกณฑของ ก.บ.ม. ตอไป
จากผลการดําเนินการตามกรอบอัตรากําลัง 4 ป ชวงปงบประมาณ พ.ศ. 2559 – 2562
มหาวทิ ยาลัยจัดสรรอัตรากําลงั ทงั้ ส้ิน 1,138 อัตรา อตั รา ตามรายละเอยี ดตารางตอ ไปน้ี
ท่ี ประเภท อตั รากาํ ลงั ทจี่ ัดสรร อตั รากาํ ลัง กรอบอัตรากําลัง ขาด/เกนิ
ป ป ป ป รวม ปจ จุบนั 4 ป (-/+)
2559 2560 2561 2562 (1 ต.ค.61) พ.ศ.2559 - 2562
1 บริหาร 35 - - - 35 35 50 -15
(เฉพาะอตั ราทจี่ ดั สรรใหม)
2 วชิ าการ 90 225 148 - 468 2,613 2,584 29
3 สนับสนุน 173 138 296 28 635 9,722 10,644 -922
(ลูกจา งฯ)
รวม 286 242 407 28 963 12,335 13,278 -908
จากตารางจะพบวา เน่ืองจากปจจุบันมีการปรับโครงสราง และการจัดตั้งสวนงานใหมเพ่ิมมากขึ้น เชน
การจัดต้ังโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแกน วิทยาเขตหนองคาย โครงการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร วิทยาเขต
หนองคาย เปนตน ดงั นนั้ กรอบอตั ราประเภทวิชาการจึงมมี ากเกนิ กวา กรอบทก่ี ําหนดไว
7
สรปุ ผลการดาํ เนินงานของมหาวทิ ยาลยั ขอนแกน ในป พ.ศ. 2562
(1) ดานนักศึกษา
• จํานวนนักศึกษาทั้งหมด 38,206 คน (นักศึกษาภาคปกติ จํานวน 30,004 คน
และ นักศกึ ษาโครงการพเิ ศษ จาํ นวน 8,162 คน)
• สัดสวนนกั ศกึ ษาระดบั ปริญญาตรตี อระดับบัณฑิตศึกษา เทา กบั 83.26 : 16.74
• สัดสว นนักศกึ ษานานาชาติ คิดเปน รอยละ 1.78 ของนกั ศึกษาทง้ั หมด (680 คน)
(2) ดานบุคลากรประเภทวชิ าการ
• จํานวนอาจารยท งั้ หมด เทากับ 2,271 คน (รวมโรงเรียนสาธิต)
• อาจารยคุณวฒุ ปิ ริญญาเอกคิดเปน รอยละ 1,424 (รวมโรงเรยี นสาธิต)
• อาจารยทม่ี ีตาํ แหนงทางวิชาการ คดิ เปนรอ ยละ 1,164 (รวมโรงเรียนสาธิต)
• อาจารยชาวตางประเทศ คิดเปนรอยละ 93 ของอาจารยท้ังหมด (รวมโรงเรียน
สาธิต)
(3) ดานงบประมาณ
• จาํ นวนงบประมาณรวมทัง้ หมด เทา กับ 18,514,608,500 บาท
• สดั สวนงบประมาณแผนดินตอ งบประมาณเงินรายได 32.45 : 60.59
• สัดสว นงบประมาณดา นการวิจยั เทา กบั รอยละ 5.85 ของงบประมาณทง้ั หมด
8
สวนที่ 2
นโยบายการกําหนดกรอบอัตรากาํ ลัง 4 ป มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน
ปจจุบันภาวะคุกคามดานการบริหารองคกรมีมากขึ้นจากการเปล่ียนแปลงอยางรวดเร็วดานประชากร
เทคโนโลยี นโยบายภาครัฐ และสภาพของสังคมท้ังภายในและภายนอกประเทศ การบริหารอัตรากําลังของ
มหาวิทยาลัยจึงตองเผชิญกับแรงกดดันหลายดานทั้งดานงบประมาณที่ตองรวมการคาดการณเงินเดือนและ
สวัสดิการ รวมถึงรูปแบบการทํางานท่ีเปล่ียนแปลงไปอยางรวดเร็ว ในอนาคตอันสั้นการรับบุคลากรเขาทํางานใน
รูปแบบเต็มเวลาและอยูจนถึงเกษียณอายุราชการนาจะลดสัดสวนลงเรื่อยๆ มหาวิทยาลัยตองมีการจางงานใน
รูปแบบใหมๆที่มีความหลากหลายในการจางงาน เชน การจางแบบมีระยะเวลาแตกตางกัน การจางแบบมีอัตรา
เงินเดือนตามความสามารถและหรือผลงาน การจางแบบเปนโครงการ หรือการทําโครงการแบบอาศัยความ
รวมมอื ระหวา งองคก ร เปนตน
การกําหนดกรอบอัตรากําลังในระยะ 4 ปขางหนาจึงตองมีความยืดหยุน ปรับเปลี่ยนเปนระยะตามความ
เหมาะสม เนน ความมีประสิทธิภาพและประสทิ ธผิ ลของงานเปนสําคัญ และตอ งสงเสริมใหสามารถจาง หรือดึงดูด
ผูมีความสามารถเขามาทํางานในมหาวิทยาลัยไดมากขึ้น ซึ่งเปนที่มาของการปรับแนวทางการจัดสรรกรอบ
อตั รากาํ ลังระยะ 4 ปของมหาวิทยาลัยขอนแกน ในครง้ั น้ี โดย
1. มหาวิทยาลัยจะวางแนวทางในการจางงานท่ีหลากหลายรูปแบบโดยคํานึงถึง ความตองการของ
มหาวิทยาลัย ความสามารถของบคุ ลากรและความขาดแคลนของแตล ะประเภทตําแหนงท่ีแตกตางกัน เชน ควรมี
รูปแบบการจางท้ังแบบประจํา แบบช่ัวคราว และแบบโครงการ และแตละรูปแบบสามารถกําหนดระยะเวลาการ
จางไดโดยข้ึนกับ ความขาดแคลนบุคลากร ความเปลี่ยนแปลงของงานนั้นๆจากสภาพแวดลอมภายนอก รวมถึง
ความสามารถของบุคลากร ประกอบกัน เชน รปู แบบการจางพนกั งานมหาวิทยาลยั แบบกาํ หนดระยะเวลาการจาง
การจา งผเู กษียณ การจา งผูมคี วามรูค วามสามารถพเิ ศษ การจา งเปน รายโครงการ เปนตน
2. มหาวิทยาลัยจะใชปจจยั ดา นประสิทธภิ าพและประสิทธิผลเปน สว นสาํ คัญในการพจิ ารณาจัดสรร
กรอบอัตรากําลัง โดย
1.1 การพจิ ารณาจากกรอบวงเงินงบประมาณท่ีเหมาะสม โดยงบประมาณดานบุคลากรของ
สว นงานตา งๆควรอยทู รี่ อ ยละ 40 หากสว นงานทีม่ งี บประมาณเกินรอยละ 40 แตไ มเ กิน
รอยละ 60 ใหพิจารณาจัดสรรเฉพาะกรณีที่มีความจําเปนอยางมาก หรือกรณีที่
กอใหเกิดรายไดใหมเทานั้น เชน กรณีการกํากับมาตรฐานหลักสูตร หรือการรับรอง
มาตรฐานตางๆ หรือการเปดบริการที่สรางรายไดใหมท่ีมีการวิเคราะหความเปนไปได
ของรายรับเรยี บรอ ยแลว
1.2 มุงเนนการใหเกิดความสมดุลของการใชทรัพยากรรวมกัน และประสิทธิภาพของการ
ทํางาน
2. มหาวิทยาลัยใหความสําคัญกับการแกปญหาบุคลากรท่ีมีความขาดแคลน ท้ังประเภทวิชาการ
และประเภทสนับสนุน เพ่ือใหสามารถขับเคล่ือนยุทธศาสตร และพันธกิจของมหาวิทยาลัยไดอยางตอเน่ือง โดย
พจิ ารณาจากอตั ราขาดแคลนตามกรอบอัตรากาํ ลัง หรอื ตามภาระงานจริง
9
3. การจัดสรรกรอบอัตรากําลงั รวมถึงการกําหนดสังกัดของบุคลากรมุงเนนใหเกิดประสทิ ธิภาพการ
ทาํ งาน การบรหิ ารจัดการทด่ี ี และการกระจายอาํ นาจเพอื่ ใหเ กิดการทํางานแบบบูรณาการและเบ็ดเสรจ็
4. การจัดสรรกรอบอัตราใหมจะใหความสําคัญกับโครงการ/แผนงานใหมๆที่สามารถสรางรายได
เพ่มิ ในสัดสว นทม่ี ากกวาคาเฉลีย่ ของสว นงานนั้นๆ
5. มหาวิทยาลัยจะวางแนวทางการวิเคราะห กําหนด และคาดการณประเภทตําแหนงท่ีมีความ
จาํ เปน เชงิ ยทุ ธศาสตร และพันธกิจ สาํ หรับอนาคตของมหาวทิ ยาลัย
10
สวนท่ี 3
เกณฑการจัดสรรอตั รากาํ ลัง
1. หลักเกณฑทว่ั ไป
1.1) หลักเกณฑเ บื้องตน
(1) พจิ ารณาจากเปา หมายตามยุทธศาสตรของมหาวทิ ยาลัย
(2) พิจารณาตามความจาํ เปน /ขาดแคลน ตามแผนอตั รากาํ ลงั 4 ป (พ.ศ. 2563 – 2566)
2. เกณฑก ารกาํ หนดตาํ แหนง และจัดสรรอตั รากําลัง
2.1 เกณฑพ น้ื ฐานการจัดสรรอัตรากําลงั ประเภทวิชาการ
(1) พิจารณาจากคณะหรือวิทยาลัยที่มีการบริหารหลักสูตรเปนรายแขนง เนื่องจากเปนการใช
บุคลากรรวมกันและบริหารอยางมีประสิทธิภาพสูงสุด หากคณะหรือวิทยาลัยมีการดําเนินการบริหารหลักสูตรใน
ลักษณะของการยุบรวมและเกิดเปนแขนงรายวิชาที่มีความใกลเคียงกัน หากยังมีความขาดแคลนจํานวนบุคลากร
ประเภทวชิ าการ จะพจิ ารณา
(2) พิจารณาจากคามัธยฐานอายุของบุคลากรประเภทวิชาการแตละคณะหรือวิทยาลัย เพ่ือ
จัดลําดับความสาํ คัญ ความขาดแคลนจํานวนอาจารยจ ากการคาดการการเกษยี ณอายรุ าชการ
(3) พิจารณาจัดสรรกรอบอัตรากําลังใหกับคณะหรือวิทยาลัยที่มีความจําเปนตองมีการกําหนด
กรอบตําแหนงวิชาการตามเกณฑมาตรฐานวิชาชีพ เชน คณะแพทยศาสตร กรณี กรอบอัตราประเภทวิชาการที่
ปฏิบัตงิ านท่คี ลงั เลือดกลางมาตรฐานวิชาชีพกาํ หนด
(4) เพอ่ื บรรจุนักเรียนทุนท่ีผกู พนั สญั ญากบั มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน
(5) เพ่อื บรรจุบุคคลผมู ศี ักยภาพสงู ตามยุทธศาสตรของคณะหรือวทิ ยาลัย
(6) เพ่ือผลิตบัณฑิตในหลักสูตรใหมตามความตองการของประเทศ รองรับกลุมอุตสาหกรรม
บรกิ าร เศรษฐกิจสรา งสรรค การสรางนวตั กรรม และประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน (AEC)
(7) เพ่ือรองรับภาระงานสําหรับหลักสูตรเดิม ในคณะที่ขาดแคลนอาจารยผูรับผิดชอบหลักสูตร
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง เกณฑมาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ.2558 และ เกณฑ
มาตรฐานหลักสูตรระดบั บัณฑติ ศกึ ษา พ.ศ.2558
11
หลกั เกณฑเ ฉพาะการคาํ นวณกรอบอัตรากาํ ลังประเภทวิชาการ
1) จาํ นวนบคุ ลากรทค่ี ํานวณจากภาระงานดา นการสอน (FS)
ก. คํานวณหาคาจํานวนนักศึกษาเต็มเวลาภาคปกติ(FTES)จากทุกหลักสูตรที่เปดสอน โดยใชขอมูล ณ
วนั ที่ 1 ตุลาคม ของทุกป รวมสดั สว นอตั รากาํ ลงั เพ่ิมในเชงิ ยุทธศาสตร ทัง้ น้ี ไมนบั รวมอัตรากาํ ลังประเภทวชิ าการ
ที่ดํารงตําแหนงผูบริหาร (เต็มเวลา) ไดแก อธิการบดี รองอธิการบดี ผูอํานวยการสวนงาน และคณบดี รวมทั้ง
อัตรากาํ ลังประเภทวชิ าการทีไ่ มไดม ภี าระงานสอน
ข. คํานวณอัตรากําลังสายวิชาการ โดยใชอัตราสวนอาจารยตอนักศึกษา (fs) ตามเกณฑมาตรฐาน
สาํ นกั งานคณะกรรมการการอุดมศกึ ษา (ส.ก.อ.) ทก่ี ําหนดไวใ นแผนพัฒนาฯ ระยะท่ี 8 (2540 – 2544) ท่ีปรับเพิ่ม
1.5 เทาตามหนังสอื ที่ ทม.0202.4/18629 ลงวนั ท่ี 24 สงิ หาคม 2544 ตามสตู ร ดังนี้
FS0 = FTES / fs ในกรณีที่มีจดุ ทศนยิ มใหปดท้งิ ทั้งหมด
ค. คํานวณอตั รากาํ ลังสายวชิ าการ สดั สวนอัตรากาํ ลงั เพ่ิมในเชงิ ยทุ ธศาสตร โดยสดั สว นกลมุ วทิ ยาศาสตร
สุขภาพ : กลุมวทิ ยาศาสตรเ ทคโนโลยี : กลุม สังคมศาสตร เปน 25 : 15 : 10 (fr)
FS = ((FS0 x fr ตามกลุม คณะ) + FS0) ในกรณีท่มี ีจุดทศนิยมใหปด ท้ิงท้ังหมด
2) จาํ นวนบุคลากรทค่ี ํานวณจากภาระงานดา นวิจยั (RS)
ก. ใชจํานวนผลงานตีพิมพในวารสารที่เปนมาตรฐานระดับนานาชาติ (J) ไดแก ISI และ/หรือ SCOPUS
โดยใชข อ มลู สถิติผลงานวจิ ยั ที่เกบ็ ขอ มลู โดยกองบรหิ ารงานวิจยั ตามสตู ร ดงั นี้
R1 = J x 2
ข. ใชจํานวนผลงานตีพมิ พในวารสารทเ่ี ปน มาตรฐานระดบั ชาติ (j) ไดแ ก TCI โดยใชขอมลู สถติ ผิ ลงานวจิ ยั
ท่เี ก็บขอ มูลโดยกองบรหิ ารงานวจิ ัย ตามสูตร ดังนี้
R2 = j x 1
ค. ใชยอดเงินรายไดสุทธิจากทุนวิจัยภายนอกที่หักไวเปนการเหมา รอยละ 10 เฉพาะทุนวิจัยท่ีมีการ
นําสงรายไดเขามหาวิทยาลัยเทาน้ัน ตามการรายงานของระบบ CHE QA ของปงบประมาณลาสุด (G) ตามสูตร
ดงั นี้
R3 = sum (G x 0.1) /100,000
ง. รวมคานํา้ หนกั ภาระงานดานการวิจยั (R0) ตามสูตร ดงั นี้
R0 = R1 + R2 +R3 ในกรณีท่มี จี ดุ ทศนยิ มใหป ดท้งิ ทง้ั หมด
จ. คํานวณเปนจํานวนบุคลากรตามภาระงานดานการวิจัย (RS) แปรผันตามจํานวนบุคลากรประเภท
วชิ าการท่ีมีอยูจ รงิ (AS) รว มกบั จาํ นวนอาจารยท ่คี วรมีตามเกณฑ FTES (FS) ตามสูตร ดังนี้
RS = (R0 / AS) x (0.1 x FS) ในกรณีท่ีมีจดุ ทศนยิ มใหปด ทิ้งทงั้ หมด
12
ฉ. จํานวนบุคลากรที่คํานวณตามเกณฑนี้ อาจไดรับงบประมาณในการจางจากสํานักงานอธิการบดีซึ่ง
ไดรับงบประมาณอุดหนุนจากสาํ นักงบประมาณ หรือใชงบประมาณเงินรายไดของคณะ/วทิ ยาลัย/วทิ ยาเขตนัน้ ใน
การจาง
3) ภาระงานดานการผลติ ผลงานวิชาการ (PS)
ก. ใชจาํ นวนผลงานหรือตาํ ราหรอื หนังสือหรืองานแปลที่ไดร บั การประเมินผานเกณฑการขอตําแหนงทาง
วิชาการแลว และ ตําราหรือหนังสือหรืองานแปลที่ผานการพิจารณา ตามหลักเกณฑการประเมินตําแหนงทาง
วชิ าการแตไมน าํ มาขอรบั การประเมินตาํ แหนง ทางวิชาการ (P0) แบง เปน
• ในกรณีที่ตีพิมพผลงานในภาษาตางประเทศ หรือตีพิมพบทความทางวิชาการในสิ่งพิมพท่ีมี
มาตรฐานทางวิชาการระดบั นานาชาติ (IP) ตามสูตร ดงั น้ี
P1 = IP x 2
• ในกรณที ่ตี ีพิมพผ ลงานในภาษาไทย หรือตีพิมพบทความทางวิชาการในส่ิงพิมพท ่ีมีมาตรฐานทาง
วิชาการระดับชาติ (TP) ตามสตู ร ดังน้ี
P2 = TP x 1
• P0 = P1 + P2
ข. คํานวณเปนจํานวนอาจารยตามภาระงานดานการผลิตผลงานวิชาการ (PS) แปรผันตามจํานวน
อาจารยท ่ีมีอยจู รงิ (AS) รว มกบั จาํ นวนอาจารยที่ควรมีตามเกณฑ FTES (FS) ตามสูตร ดงั น้ี
PS = (P0 / AS) x (0.1 x FS) ในกรณที ่ีมีจดุ ทศนิยมใหปด ท้ิงทั้งหมด
ค. จํานวนบุคลากรที่คํานวณตามเกณฑนี้ อาจไดรับงบประมาณในการจางจากสํานักงานอธิการบดีซ่ึง
ไดรับงบประมาณอุดหนนุ จากสาํ นักงบประมาณ หรือใชงบประมาณเงินรายไดของคณะ/วิทยาลยั /วทิ ยาเขตนั้นใน
การจาง
4) ภาระงานดานการบรกิ ารวิชาการ (SS)
ก. ใชยอดเงินรายไดสุทธิจากงบประมาณเงินรายไดที่หักไวสําหรับสนับสนนุ การดําเนินงานของสวนกลาง
รอยละ 5 (IC) ตามสตู ร ดังนี้
S0 = sum (IC x 0.1) /100,000
ข. จาํ นวนโครงการบรกิ ารวชิ าการทไ่ี ดรบั งบประมาณเงนิ อดุ หนนุ จากรัฐ (NC) ตามสตู ร ดงั น้ี
S1 = (NC x 1)
13
ค. คํานวณคานํา้ หนักรายไดจากการใหบริการวิชาการ รอยละ 70 และ โครงการบรกิ ารวิชาการท่ีไมรับ
คาตอบแทน รอยละ 30 ตามสตู ร ดังน้ี
S2 = (S0 x 0.7) + (S1 x 0.3)
ง. คํานวณเปนจํานวนบุคลากรตามภาระงานดานการบริการวิชาการ (SS) แปรผันตามจํานวนบุคลากร
ประเภทวิชาการท่มี ีอยจู รงิ (AS) รว มกบั จํานวนอาจารยท ีค่ วรมตี ามเกณฑ FTES (FS) ตามสตู ร ดังน้ี
SS = (S2 / AS) x (0.1 x FS) ในกรณีทมี่ จี ดุ ทศนิยมใหปดท้งิ ท้งั หมด
จ. จํานวนบุคลากรที่คํานวณตามเกณฑน้ี อาจไดรับงบประมาณในการจางจากสํานักงานอธิการบดีซึ่ง
ไดรับงบประมาณอุดหนนุ จากสาํ นักงบประมาณ หรือใชงบประมาณเงินรายไดของคณะ/วิทยาลัย/วิทยาเขตนั้นใน
การจา ง
5) ภาระงานดา นการบริหาร (ES) เพ่มิ จํานวนตามประกาศมหาวิทยาลยั ขอนแกน (ฉบับที่ 445/2562) เรื่องแหลง
งบประมาณท่ีใชในการจายเงินประจําตําแหนงบริหาร และจํานวนตําแหนงรองอธิการบดี ผูชวยอธิการบดี รอง
หัวหนา สวนงาน ผชู ว ยหวั หนา สวนงาน หรอื ตําแหนง อื่นท่ีมีฐานะเทียบเทา พ.ศ. 2562 โดยแบง คณะหรือวิทยาลัย
เปน 3 กลุม ตามประกาศมหาวิทยาลัยขอนแกน (ฉบับท่ี 444/2562) เรื่อง การกําหนดกลุมของคณะ วิทยาลัย
สถาบนั สํานกั สาํ นักงานสภามหาวิทยาลัย สํานกั งานวิทยาเขต หรือสวนงานที่เรียกชื่ออยางอ่ืนทีม่ ีฐานะเทียบเทา
และหนวยงานบริหารงานกลาง สังกัดสํานักงานอธิการบดี เพื่อประกอบการกําหนดคาตอบแทนตําแหนงบริหาร
พ.ศ. 2562 กาํ หนดดงั นี้
ก. คณะหรือวิทยาลัย กลุมที่ 1 ใหมีจํานวนตําแหนงรองหัวหนาสวนงานและผูชวยสวนงานอยางละไม
เกิน 5 ตําแหนง ท้ังนี้ คณะแพทย ใหเพิ่มรองหัวหนาสวนงาน และผูชวยหัวหนาสวนงาน ไดอีกอยางละไมเกิน 3
ตําแหนง และคณะศึกษาศาสตร ใหเพ่ิมรองหัวหนาสวยงาน และผูชวยหัวหนาสวนงาน ไดอีกอยางละไมเกิน 1
ตาํ แหนง
ข. คณะหรือวิทยาลัย กลุมท่ี 2 ใหมีจํานวนตําแหนงรองหัวหนาสวนงานและผูชวยสวนงานอยางละไม
เกนิ 4 ตาํ แหนง ทัง้ นี้ คณะทันตแพทยศาสตร ใหเพิม่ รองหวั หนาสวยงาน และผชู วยหวั หนา สวนงาน ไดอ กี อยางละ
ไมเ กิน 1 ตําแหนง
ค. คณะหรือวิทยาลัย กลุมท่ี 3 ใหมีจํานวนตําแหนงรองหัวหนาสวนงานและผูชวยสวนงานอยางละไม
เกนิ 3 ตําแหนง ท้ังน้ี คณะสัตวแพทยศาสตร ใหเ พิม่ รองหัวหนาสว ยงาน และผูชวยหวั หนา สวนงาน ไดอ กี อยางละ
ไมเ กนิ 1 ตาํ แหนง
14
ง. จํานวนบุคลากรท่ีคํานวณตามเกณฑน้ี อาจไดรับงบประมาณในการจางจากสํานักงานอธิการบดีซึ่ง
ไดรับงบประมาณอุดหนุนจากสาํ นักงบประมาณ หรือใชงบประมาณเงินรายไดของคณะ/วทิ ยาลยั /วทิ ยาเขตนั้นใน
การจาง
จํานวนอาจารยที่คํานวณไดตามหลักเกณฑเฉพาะการคํานวณกรอบอัตรากําลังประเภทวิชาการในขอ
2-5 ตองไมเกินกวารอยละ 25 ของหลักเกณฑเฉพาะการคํานวณกรอบอัตรากําลังประเภทวิชาการในขอ 1 (ภาระ
งานดา นการสอน (FS)) ตามสูตร ดงั นี้
ts1 = RS + PS + SS + ES ; ts1 ≤ 0.25(FS)
กรอบอัตรากําลังบุคลากรสายวิชาการ (TS) นําอัตรากําลังที่คํานวณไดจากสมการขางตนมารวมกับภาระงานดาน
การสอน ตามสูตร ดงั น้ี
TS = FS + ts1ท่ไี มเ กนิ รอ ยละ 25 ของ FS
หลงั จากนั้นนาํ คา TS มาเทียบกับจํานวนอาจารยปจจุบนั (ปง บประมาณ พ.ศ. 2562) เพอื่ จาํ แนกสวน
งานเปน 2 กลมุ คอื
1) จาํ นวนประเภทวชิ าการขาด
2) จํานวนประเภทวชิ าการเกิน
และนํามาพจิ ารณารว มกันกบั คา มธั ยฐานอายขุ องแตละสวนงาน จําแนกไดเ ปน 2 กลุม คือ
1) มัธยฐานมากกวา 50 ป
2) มัธยฐานนอ ยกวา 50 ป
มีขั้นตอนการดําเนนิ การ ดงั น้ี
1. คํานวณจํานวนผูเกษียณอายุ 4 ป งบประมาณ คือ ปงบประมาณ พ.ศ. 2562 – 2565 และ
นาํ มาจดั สรรทดแทนตามตารางน้ี
มธั ยฐานอายุ มัธยฐานอายุ มากกวา 50 มธั ยฐานอายุ นอยกวา 50
ความขาดแคลน
ประเภทวิชาการปจจบุ ันนอ ยกวา จดั สรรทดแทนเกษียณ จัดสรรทดแทนเกษยี ณ
TS (คนขาด) รอยละ 100 รอ ยละ 90
บคุ ลากรประเภทวิชาการมากกวา จัดสรรทดแทนเกษียณ ไมจัดสรรทดแทน
TS (คนเกิน) รอ ยละ 10
2. จํานวนผูเกษียณอายุราชการก็เหลอื จากการจัดสรรในขอ 1. จะนํามาพิจารณาจัดสรรใหกบั
สวนงานทมี่ ีความขาดแคลนจํานวนอาจารยเ พิม่ อีกรอ ยละ 13
3. จากการดําเนินการตามขอ 1 และ 2 ทําใหไดตัวเลขการจัดสรรรวม และนําตัวเลขการ
จัดสรรรวมนนั้ มาแบง จัดสรรในแตละป ตามสดั สวน 35 : 30 : 20 : 15
15
4. นํากรอบปจจุบัน (ปงบประมาณ พ.ศ. 2562) หักจํานวนผูเกษียณอายุราชการและเพ่ิม
จํานวนจัดสรรในแตละปตามสัดสวนในขอ 3 และนําจํานวนที่คํานวณไดในปงบประมาณ พ.ศ. 2566 เปนตัวเลข
กรอบท่ีพึงมี
5. นาํ กรอบทพี่ งึ มีนํามาปรับจํานวนใหสอดคลอ งกับจาํ นวนนกั ศึกษาใหม โดยพิจารณาแนวโนม
จํานวนนกั ศึกษาใหม 3 ปยอ นหลงั และเปรียบเทียบจํานวนนักศกึ ษาใหมปการศึกษา 2561 กบั ปการศกึ ษา 2559
ดงั น้ี
ก.รอยละความเปลี่ยนแปลงของจํานวนนักศึกษายอนหลัง 3 ป อยูระหวางไมเกิน
รอยละ ± 5 ใหค งจํานวนเดมิ
ข.รอยละความเปลี่ยนแปลงของจํานวนนักศึกษายอนหลัง 3 ป อยูระหวางรอยละ
± 5 – 10 ใหคาํ นวณเพ่มิ หรือลด รอยละ 2
ค.รอยละความเปล่ียนแปลงของจํานวนนักศึกษายอนหลัง 3 ป มากกวารอยละ
±10 ใหค ํานวณเพม่ิ หรือลดจากจํานวนเดมิ รอ ยละ 5
ง. รอยละความเปลี่ยนแปลงของจํานวนนักศึกษายอนหลัง 3 ป มากกวารอยละ
± 40 ใหคาํ นวณเพิม่ หรอื ลดจากจาํ นวนเดิมรอยละ 10
6. ไดก รอบทพ่ี ึงมานาํ มาใชในปง บประมาณ พ.ศ. 2566
การคํานวณบุคลากรประเภทวชิ าการของโรงเรียนสาธิต
(1) จาํ นวนชวั่ โมงการสอนทง้ั หมด / ภาระงานข้นั ต่ําของอาจารย ตามประกาศ ก.ค.ศ
(ไมต่าํ กวา 18 ชว่ั โมงตอ สัปดาห)
เชน หลักสตู รภาษาไทย มีจาํ นวนช่ัวโมงการสอนทัง้ หมด 162 ชั่วโมงตอ สปั ดาห
ควรมอี าจารยท ั้งสิน้ 162/18 = 9 อตั รา
16
1. ดา้ นวชิ าการวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ เกณฑ์/แนวทาง การคาํ นวณกรอบอตั ราก
2. ดา้ นบริการหอ้ งผา่ ตดั 9. ดา้ นผชู้ ่วยเภสชั กรรม
3. ดา้ นวชิ าการสาธารณสุข 10. ดา้ นการพยาบาล
4. ดา้ นสุขศึกษา 11. ดา้ นผชู้ ่วยพยาบาล
5. ดา้ นการแพทย์ 12. ดา้ นรังสีการแพทย์
6. ดา้ นการทนั ตแพทย์ 13. ดา้ นวชิ าการโภชนาการ
7. ดา้ นผชู้ ่วยการทนั ตแพทย์ 14. ดา้ นสงั คมสงเคราะห์
8. ดา้ นเภสชั กรรม 15. ดา้ นเวชศาสตร์การส่ือความหมาย
16. ดา้ นจิตวทิ ยา
ท่ี ชื่อตาํ แหน่ง -ส
-ก
1 ด้านวชิ าการวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ -ส
นกั วชิ าการวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ -ก
ผปู้ ฏิบตั ิงานวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ คิด
พนกั งานวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ เทีย
2 ด้านบริการห้องผ่าตดั
พนกั งานหอ้ งผา่ ตดั
1
กาํ ลงั ทพ่ี งึ มี ประเภทสนบั สนุน ชุดท่ี 1
25. ดา้ นเทคโนโลยหี วั ใจและทรวงอก
26. ดา้ นฟิ สิกส์การแพทย์
27. ดา้ นวชิ าการสตั วบาล
28. ดา้ นเล้ียงสตั วท์ ดลอง
29. ดา้ นการสตั วแพทย์
30. ดา้ นช่าง
31. อ่ืน ๆ
32. ดา้ นกายอุปกรณ์ (เพ่ิม)
เกณฑ์/แนวทาง
ส่วนงานที่มีเกณฑ์ คปร. / วชิ าชีพ ใหใ้ ชเ้ กณฑต์ ามน้นั
กรณีไมม่ ีเกณฑ์ คปร. ใช้ ตามจาํ นวนหอ้ งปฏิบตั ิการ (1 :1)
ส่วนงานที่มีเกณฑ์ คปร. / วชิ าชีพ ใหใ้ ชเ้ กณฑต์ ามน้นั
กรณีไมม่ ีเกณฑ์ คปร. ใช้ ตามจาํ นวนหอ้ งปฏิบตั ิการ (1 :1)
ดตามเกณฑ์ คปร. สดั ส่วน พ.หอ้ งผา่ ตดั ต่อหอ้ งผา่ ตดั 1 : 1 หอ้ งผา่ ตดั หรือหอ้ งที่มีภาระงานที่ใกลเ้ คียง/
ยบเท่ากบั หอ้ งผา่ ตดั ควรจะมีตาํ แหน่งน้ีทุกที่ที่มีหอ้ งผา่ ตดั
17
ที่ ชื่อตาํ แหน่ง
3 ด้านวชิ าการสาธารณสุข เกณ
นกั วชิ าการสาธารณสุข คน
4 ด้านสุขศึกษา 1. ค
นกั สุขศึกษา 2. ต
5 ด้านการแพทย์ -เก
แพทย์ ราช
แพทยป์ ระจาํ บา้ น -
แพทยแ์ ผนไทย -
เร
6 ด้านการทนั ตแพทย์ เต
ทนั ตแพทย์
-ผ
7 ด้านผ้ชู ่วยการทนั ตแพทย์
ผชู้ ่วยทนั ตแพทย์ สดั
ผปู้ ฏิบตั ิงานทนั ตกรรม
คิด
ช่างทนั ตกรรม
1
เกณฑ์/แนวทาง
ณฑ์ สปสช./กระทรวงสาธารณสุข จาํ นวนนกั วชิ าการสาธารณสุขตอ่ ผมู้ ารับบริการในปี ก่อนหนา้ 1 : 1,250
น
คิดรวมในกรอบตาํ แหน่งนกั วชิ าการสาธารณสุข
ตามความเหมาะสมภาระงาน
กณฑค์ ปร. บวกความตอ้ งการแพทยฝ์ ึ กอบรมและแพทยใ์ ชท้ ุน ตามขอ้ กาํ หนดศกั ยภาพของแพทยสภาและ
ชวทิ ยาลยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง
กรอบท่ีพงึ มี 593 อตั รา (รพ.ศรีฯ + อ.กลั ยา + ศูนยห์ วั ใจฯ)
Medical hub กรอบที่พงึ มี 500 เตียง
ร่ิม 63 - 66 เฟสท่ี 1 คิดเป็ น 150 อตั รา 15 : 45 : 45 : 45
ตรียมแพทยเ์ พอื่ ใหเ้ ช่ียวชาญ
ผรู้ ับบริการ 16 ราย : วนั : 1 อตั รา
ดส่วนทนั ตแพทยต์ อ่ ผชู้ ่วยทนั ตแพทย/์ ช่างทนั ตกรรม 1:1.5
ดตามปริมาณงาน ภาระงาน ชวั่ โมงทาํ งาน
18
ที่ ชื่อตาํ แหน่ง - เก
เกณ
8 ด้านเภสัชกรรม ไม
เภสชั กร -ตา
-ตา
9 ด้านผ้ชู ่วยเภสัชกรรม -ผ
ผชู้ ่วยเภสชั กร -ผ
ผปู้ ฏิบตั ิงานเภสชั กรรม
พนกั งานผสมยา ใชเ
-ห
10 ด้านการพยาบาล -ห
พยาบาล
พยาบาลวสิ ญั ญี 1
11 ด้านผ้ชู ่วยพยาบาล
ผชู้ ่วยพยาบาล
พนกั งานการแพทย์
พนกั งานผชู้ ่วยเหลือแพทยแ์ ละพยาบาล
พนกั งานการแพทยฉ์ ุกเฉิน
12 ด้านรังสีการแพทย์
นกั รังสีการแพทย์
เกณฑ์/แนวทาง
กณฑ์ คปร. /หรือเกณฑ์ FTE กรณีส่วนงานที่ไม่มีสถานรักษาพยาบาล แตม่ ีภาระงานดา้ นเภสชั กรรม
ณฑเ์ ภสชั กรต่อผชู้ ่วยเภสชั ฯ 1:2
ม่จดั สรรเพ่ิม ยบุ ตาํ แหน่งเม่ือเกษียณ
ามมาตรฐานวชิ าชีพ/คปร.
ามมาตรฐานวชิ าชีพ /คปร.
ผนั แปลตามอตั ราพยาบาล พยาบาลต่อผชู้ ่วยพยาบาล 1 : 1.57 ตน.ลดทอน
ผนั แปลตามอตั ราพยาบาล พยาบาลต่อพนกั งานการแพทย์ 1 : 1.75 ตน.ลดทอน
เ้ กณฑว์ ชิ าชีพ
หอ้ งปฏิบตั ิการท่ีซบั ซอ้ นให้ 2 คน : 1 หอ้ ง
หอ้ งปฏิบตั ิการท่ีไมซ่ บั ซอ้ นให้ 1 คน : 1 หอ้ ง
19
ที่ ชื่อตาํ แหน่ง ใชเ
เทค
ผปู้ ฏิบตั ิงานรังสีเทคนิค อตั
พนกั งานการแพทยแ์ ละรังสีเทคนิค
ตาม
13 ด้านวชิ าการโภชนาการ
นกั วชิ าการโภชนาการ/นกั โภชนาการ เกณ
14 ด้านสังคมสงเคราะห์ สดั
นกั สงั คมสงเคราะห์
ตาม
15 ด้านเวชศาสตร์การสื่อความหมาย วนั
นกั เวชศาสตร์การสื่อความหมาย -ต
ต่อ
16 ด้านจติ วทิ ยา -ต
นกั จิตวทิ ยาคลินิก
-ต
นกั จิตวทิ ยา 1ต
-ก
17 ด้านเทคนคิ การแพทย์ การ
นกั เทคนิคการแพทย์
2
เกณฑ์/แนวทาง
เ้ กณฑเ์ ดียวกบั พนกั งานประจาํ หอ้ ง พจิ ารณาสดั ส่วนผปู้ ฏิบตั ิงานรังสีเทคนิค/พนกั งานการแพทยแ์ ละรังสี
คนิค พนกั งานประจาํ หอ้ ง ตอ่ หอ้ งปฏิบตั ิการขนาดใหญ่(รองรับจาํ นวน 50 คนข้ึนไป) คิดสดั ส่วน 1
ตรา ต่อ 2 หอ้ งปฏิบตั ิการขนาดใหญ่
มเกณฑ์ คปร. หรือหน่วยงานที่เก่ียวขอ้ งกบั ดา้ นโภชนาการ 1 หน่วยงานต่อ 1 อตั รา
ณฑ์ วชิ าชีพ จาํ นวนเตียง 100 เตียง : 1 อตั รา
ดส่วนผรู้ ับบริการ (เวลาในการใหบ้ ริการ 60 นาที ตอ่ 1 ราย)
มเกณฑ์ คปร./ วชิ าชีพ สดั ส่วนผรู้ ับบริการ ปฏิบตั ิงานที่หอผปู้ ่ วยเด็ก กาํ หนด 1 อตั รา ตอ่ ผปู้ ่ วย 25 ราย ต่อ
น
ตามเกณฑ์ คปร. /วชิ าชีพ สดั ส่วนผรู้ ับบริการ ปฏิบตั ิงานท่ีหอผปู้ ่ วยเด็ก กาํ หนด 1 อตั รา ตอ่ ผปู้ ่ วย 25 ราย
อวนั
ตามจาํ นวนหอ้ งและหน่วยงานท่ีตอ้ งการรับคาํ ปรึกษา
ตามเกณฑ์ คปร. และ/หรือจาํ นวนหอ้ งปฏิบตั ิการ ( 1 : 2) (นกั เทคนิคการแพทยห์ รือตาํ แหน่งท่ีเก่ียวขอ้ ง
ตาํ แหน่ง : หอ้ งปฏิบตั ิการ 2 หอ้ ง)
กรณีคณะเทคนิคการแพทยซ์ ่ึงมีภาระงานดา้ นการเรียนการสอน คณะเสนอเกณฑ์ ( 2 : 1) (นกั เทคนิค
รแพทยห์ รือตาํ แหน่งท่ีเกี่ยวขอ้ ง 2 ตาํ แหน่ง : หอ้ งปฏิบตั ิการ 1 หอ้ ง)
20
ท่ี ชื่อตาํ แหน่ง
18 ด้านวชิ าการอาชีวบําบดั เกณ
นกั อาชีวบาํ บดั เกณ
เกณ
19 ด้านอาชีวอนามยั เกณ
นกั อาชีวอนามยั เกณ
เกณ
20 ด้านกายภาพบําบดั สดั
นกั กายภาพบาํ บดั สดั
ผชู้ ่วยนกั กายภาพบาํ บดั
ตาม
21 ด้านกจิ กรรมบาํ บดั
นกั กิจกรรมบาํ บดั ปร
22 ด้านวชิ าการเวชสถิติ 2
นกั วชิ าการเวชสถิติ
นกั เวชสถิติ
พนกั งานเวชสถิติ
เจา้ หนา้ ที่เวชสถิติ
เจา้ หนา้ ท่ีเวชระเบียน
23 ด้านจกั ษุรักษา
พนกั งานจกั ษุรักษา
เจา้ หนา้ ที่เทคนิคดา้ นสายตา
24 ด้านผ่าและรักษาศพ
พนกั งานผา่ และรักษาศพ
เกณฑ์/แนวทาง
ณฑค์ ปร. อยใู่ นกลุ่มเวชศาสตร์ฟ้ื นฟู
ณฑค์ ปร./วชิ าชีพ
ณฑค์ ปร.
ณฑค์ ปร.
ณฑค์ ปร.
ณฑก์ ระทรวงสาธารณสุข
ดส่วนผปู้ ่ วยนอก ผปู้ ่ วยใน
ดส่วนปริมาณงาน 4 นาที : 1 ราย
มปริมาณงาน
ริมาณงาน
21
ท่ี ช่ือตาํ แหน่ง
พนกั งานผา่ ศพ ปร
พนกั งานรักษาศพ ปร
25 ด้านเทคโนโลยหี ัวใจและทรวงอก เกณ
นกั เทคโนโลยหี วั ใจและทรวงอก
26 ด้านฟิ สิกส์การแพทย์ เกณ
นกั ฟิ สิกส์การแพทย์
27 ด้านวชิ าการสัตวบาล ตาม
นกั วชิ าการสตั วบาล 1ค
28 ด้านเลยี้ งสัตว์ทดลอง สตั
พนกั งานเล้ียงสตั วท์ ดลอง สตั
29 ด้านการสัตวแพทย์
สตั วแพทย์ คงก
คิด
30 ด้านช่าง คิด
ช่างกายอุปกรณ์ เกณ
ช่างเยบ็ หนงั
ช่างเยบ็ และตกแต่ง 2
31 อ่ืน ๆ
คนครัว
แม่ครัว
เกณฑ์/แนวทาง
ริมาณงาน
ริมาณงาน
ณฑ์ สาธารณสุข พิจารณาหอ้ งท่ีมีภาระงานเทียบเท่าหอ้ งผา่ ตดั สดั ส่วน 2 คน ต่อ 1 หอ้ ง
ณฑว์ ชิ าชีพ
มภาระงาน/โครงการ กาํ หนด 2 อตั รา เทียบเคียงกบั กรอบเดิมที่มีอยู่
คน ต่อ 1 หอ้ งปฏิบตั ิการ
ตวแ์ พทย์ 1 คน : 1 หอ้ งตรวจทางคลินิก/หอ้ งผา่ ตดั /ศูนยส์ ตั วท์ ดลอง
ตวแ์ พทย์ 2 คน : 1 คลินิกปศุสตั ว์
กรอบเดิม ไม่จดั สรรเพิม่
ดตามภาระงาน คงอตั ราเดิม Outsource
ดตามภาระงาน คงอตั ราเดิม Outsource
ณฑว์ ชิ าชีพ 15 เตียง : 1 คน
22
ท่ี ชื่อตาํ แหน่ง
พนกั งานซกั ฟอก คิด
พนกั งานตดั เยบ็ คิด
พนกั งานเปล/พนกั งานเวรเปล คิด
32 ด้านกายอปุ กรณ์ (เพม่ิ )
นกั กายอปุ กรณ์ เกณ
2
เกณฑ์/แนวทาง
ดตามภาระงาน คงอตั ราเดิม Outsource
ดตามภาระงาน คงอตั ราเดิม Outsource
ดตามภาระงาน คงอตั ราเดิม Outsource
ณฑ์ คปร.
23
1. ดา้ นนติ กิ าร เกณฑ์/แนวทาง การคํานวณกรอบอัตรากําลงั
2. ดา้ นการเงนิ และบญั ชี 5. ดา้ นวิทยาการคอมพิวเตอ
3. ดา้ นการพัสดุ 6. ดา้ นวิชาการสารสนเทศ
4. ด้านวิชาการโสตทัศนศึกษา 7. ด้านการบริการคอมพวิ เต
8. ด้านสถาปัตยกรรม
ท่ี ชอื่ ตาํ แหนง่
1 ดา้ นนิตกิ าร 1. ปจั จบุ นั
นติ ิกร รพ.ขนาดใ
2. การพจิ
3. อาจต้อ
4. ควรตั้งเ
5. การจ้าง
2
งที่พึงมี ประเภทสนับสนนุ ชุดท่ี 2
9. ดา้ นวศิ วกรรม
10. ด้านบรกิ ารห้องสมุด
11. ดา้ นช่าง
เกณฑ/์ แนวทาง
นมไี มเ่ พยี งพอ ควรพิจารณาไวท้ สี่ ่วนกลาง และคณะแพทยศาสตร์ (เนอ่ื งจากมี
ใหญ่ และงบประมาณสูง)
จารณาควรดูถงึ ภาระงาน การจัดซอ้ื จดั จา้ ง วินัย ขอ้ กฏหมาย คดขี า้ งนอก
องใช้ผเู้ ชีย่ วชาญทางกฏหมายท่ีมาจากขา้ งนอก ทป่ี รกึ ษา ผู้เชย่ี วชาญ
เปน็ อนุกรรมการ/คณะทํางานด้านการร่างกฏหมาย
ง ควรมที ้ังมหาวิทยาลยั จ้าง และ outsource
24
ท่ี ชอ่ื ตําแหนง่
2 ด้านการเงนิ และบญั ชี 1. กรณีคณ
นักวชิ าการเงนิ และบญั ชี ลา้ น
เจา้ หนา้ ท่ีการเงนิ และบญั ชี
- กรณีไ
นกั บญั ชี 2. หน่วยง
การเงนิ แล
พนักงานการเงนิ และบญั ชี และออกค
พนักงานบัญชี 3. หนว่ ยง
อัตราตาํ แ
1. ปจั จุบัน
2. กาํ หนด
3. ควรสังก
หมุนเวยี น
1. ปัจจุบัน
2. ถา้ เกษีย
3. ควรสังก
หมนุ เวียน
2
เกณฑ์/แนวทาง
ณะ หรือ สว่ นงานท่เี ทยี บเทา่ คณะ (4 สาํ นกั ) ขนั้ ตาํ่ 2 อัตรา อตั ราส่วน 1 : 100
ไมเ่ กิน 200 ล้าน ให้ 2 อัตรา ถ้าเกินให้ 100 ล้านละ 1 คน
งานสงั กัดสํานกั งานอธิการบดี พจิ ารณาตามความจําเปน็ ตามภาระงานทีม่ ดี ้าน
ละบัญขี ทั้งนตี้ อ้ งไมเ่ กินอตั ราส่วน 1 : 100 ล้าน ซงึ่ ควรสังกัดสํานักงานอธกิ ารบดี
คําสั่งไปปฏิบัติงานท่หี นว่ ยงานต่าง ๆ และมกี ารหมุนเวียนการปฏบิ ตั ิงานทุก 4 ปี
งานวิสาหกิจ ตามความจําเป็น การกาํ หนดอัตรากําลงั ตามประกาศทเี่ ก่ียวข้อง (ทกุ
แหน่งรวมกันแลว้ ต้องไมเ่ กินรอ้ ยละ 40 ของรายรบั )
นมีเพียงพอแลว้
ดไวท้ ส่ี ่วนกลาง ไม่จ้างใหม่ เน้นการ outsource
กัดสาํ นักงานอธิการบดแี ละออกคําสั่งไปปฏบิ ัตงิ านท่ีหนว่ ยงานตา่ ง ๆ และมีการ
นการปฏบิ ัติงานทกุ 4 ปี
นมเี พยี งพอแลว้
ยณแล้วไม่จดั สรรเพ่ิม ยกเวน้ ส่วนงานที่มี รพ. พิจารณาตามความจําเป็น
กดั สํานกั งานอธิการบดแี ละออกคาํ ส่งั ไปปฏิบตั งิ านที่หน่วยงานตา่ ง ๆ และมีการ
นการปฏิบตั ิงานทกุ 4 ปี
25
ที่ ชื่อตาํ แหน่ง
3 ดา้ นการพัสดุ 1. สดั สว่ น
นกั วิชาการพสั ดุ วัสดุ สาธา
- คณะฯ
พนกั งานพัสดุ - สว่ นกล
พนักงานธรุ การและพัสดุ เฉพาะ สน
2. หนว่ ยง
4 ด้านวิชาการโสตทัศนศกึ ษา ตามประก
นักวชิ าการโสตทศั นศกึ ษา
พนักงานโสตทัศนศึกษา/ผู้ปฏบิ ัตงิ านโสตทศั นศกึ ษา 1. ปัจจุบนั
2. ถา้ เกษยี
3. ควรสังก
หมุนเวยี น
1. ปัจจบุ นั
2. คงเดิม
ัั
2
เกณฑ์/แนวทาง
นจาํ นวนนกั วิชาการพสั ดุ ต่อ งบดําเนินการและงบลงทนุ (คิดคา่ ตอบแทน ใช้สอย
ารณูปโภค ครภุ ัณฑ์ ส่ิงก่อสร้าง)
ส่วนงานเทียบเท่าคณะ พจิ ารณาตามความจําเปน็ แต่ไม่เกนิ อัตราส่วน 1:50 ลา้ น
ลาง (กองคลัง) พจิ ารณาตามความจาํ เปน็ แต่ไม่เกินอตั ราสว่ น 1:50 ล้าน (คิด
นอ.)
งานวิสาหกิจ ตามความจําเปน็ กาํ หนดขั้นตํ่า 1 อัตรา และการกําหนดอตั รากาํ ลัง
กาศทีเ่ กี่ยวข้อง (ทุกอัตราตาํ แหน่งรวมกนั แล้วต้องไมเ่ กนิ ร้อยละ 40 ของรายรบั )
นมเี พยี งพอแล้ว
ยณแลว้ ไม่จดั สรรเพมิ่ ยกเว้นสว่ นงานท่มี ี รพ. พิจารณาตามความจาํ เปน็
กดั สาํ นักงานอธกิ ารบดีและออกคาํ ส่งั ไปปฏิบตั ิงานทห่ี น่วยงานตา่ ง ๆ และมีการ
นการปฏิบตั งิ านทกุ 4 ปี
นมีเพียงพอแลว้
ไม่จดั สรรเพ่มิ
26
ท่ี ชือ่ ตําแหนง่
5 ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ 1. ปจั จุบนั
นกั วิชาการคอมพวิ เตอร์ 2. คงเดมิ
3. กาํ หนด
6 ดา้ นวิชาการสารสนเทศ 4. อตั ราให
นกั สารสนเทศ
1. ปัจจบุ ัน
7 ด้านการบรกิ ารคอมพิวเตอร์ 2. กําหนด
พนักงานคอมพิวเตอร์
พนักงานเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ 1. ปัจจุบัน
2. คงเดิม
ชา่ งเคร่อื งคอมพิวเตอร์ 3. พนกั งา
เจา้ หน้าทรี่ ะบบงานคอมพวิ เตอร์ เดยี ว
8 ด้านสถาปตั ยกรรม 4. อตั ราให
สถาปนกิ
1. เนน้ ใชก้
2. กรณีจดั
2
เกณฑ/์ แนวทาง
นมีเพยี งพอแลว้
ไมจ่ ัดสรรเพ่ิม
ดให้สงั กดั คณะอย่างนอ้ ย 1 - 2 อัตรา
หม่ หากมีการจ้างควรสังกัดสํานักเทคโนโลยสี ารสนเทศ
นมีเพยี งพอแลว้
ดให้สังกัดคณะอย่างน้อย 1 - 2 อัตรา
นมีเพยี งพอแลว้
ไม่จัดสรรเพ่มิ
านคอมพิวเตอร์/พนกั งานเครอ่ื งคอมพวิ เตอร/์ ชา่ งเครอื่ งคอมพิวเตอร์ ควรยุบใชช้ อ่ื
หม่ หากมกี ารจา้ งควรสังกัดสาํ นกั เทคโนโลยีสารสนเทศ
การ outsource
ดสรรอัตราใหม่ พิจารณาตามภาระงาน ควรใหส้ ังกดั กองอาคารและสถานท่ี
27
ท่ี ช่ือตําแหนง่
9 ด้านวศิ วกรรม 1. ปจั จบุ ัน
วศิ วกร 2. กองอา
3. กองจัด
วศิ วกรเครอ่ื งกล 4. กรอบอ
วิศวกรไฟฟ้า ขอ้ เสนอเด
วิศวกรโยธา ขอ้ เสนอเด
10 ดา้ นบริการห้องสมดุ ข้อเสนอเด
บรรณารกั ษ์
1. ปจั จบุ นั
นกั เอกสารสนเทศ 2. คงอตั ร
อืน่ ทดแทน
3. ทุกอัตร
1. ปัจจบุ ัน
2. คงอตั ร
3. ทกุ อตั ร
2
เกณฑ/์ แนวทาง
นมเี พียงพอ
าคารและสถานท่ี ควรมี ด้านไฟฟา้ ดา้ นเครื่องกล รวมไม่เกิน 2 อตั รา
ดการสาธารณูปโภค ควรมี ด้านไฟฟ้า ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม รวมไมเ่ กนิ 2 อัตรา
อัตราใหม่ควรสังกดั กองอาคารและสถานท่ี
ดียวกับวศิ วกร
ดยี วกับวิศวกร
ดยี วกบั วิศวกร
นมเี พียงพอแล้ว
ราเดิม ไม่มกี ารขออตั ราใหม่หรืออัตราทดแทน แต่อาจมีการพจิ ารณาในตาํ แหน่ง
นในภาระงานทเี่ ปลีย่ นแปลงไปเชน่ นักสารสนเทศ
ราควรสงั กัดสํานักหอสมดุ
นมเี พยี งพอแล้ว
ราเดิม ไมม่ กี ารขออัตราใหมห่ รอื อัตราทดแทน
ราควรสงั กดั สาํ นักหอสมุด
28
ท่ี ชอ่ื ตาํ แหนง่
นักจดหมายเหตุ
1. ปจั จบุ นั
ผู้ปฏบิ ัติงานหอ้ งสมดุ ,พนักงานหอ้ งสมดุ /เจา้ หน้าทหี่ อ้ งสมดุ 2. คงอัตร
ควรมีไมเ่ ก
11 ด้านชา่ ง 3. ทุกอัตร
ช่างเครอื่ งยนต์
1. ปัจจุบนั
ชา่ งเขียนแบบ 2. คงอตั ร
ช่างไฟฟ้า 3. ทุกอัตร
กรณี 1
ยุบรวมโด
1. ช่างพิม
2. ช่างเขยี
3. ช่างเคร
4. ช่างไฟฟ
outsourc
5. ช่างเทค
คน สาํ หร
ขอ้ เสนอเด
ข้อเสนอเด
2
เกณฑ์/แนวทาง
นมเี พยี งพอแล้ว
ราเดิม ไมม่ ีการขออัตราใหมห่ รืออัตราทดแทน ซึง่ เม่อื พจิ ารณาตามความจําเป็น
กิน 1 อัตรา
ราควรสงั กัดสํานกั หอสมดุ
นมีเพียงพอแลว้
ราเดิม ไมม่ กี ารขออตั ราใหมห่ รืออตั ราทดแทน
ราควรสังกัดสํานักหอสมุด
ดยใช้ชือ่ ตําแหน่งพนักงานชา่ งเทคนคิ
มพ์ - โรงพิมพ์ ไม่เอามารวมใน มข.
ยนแบบ - เกิน คงเดมิ ไม่จดั สรรเพม่ิ ให้ outsource
รอื่ งยนต์/นายชา่ งเครือ่ งยนต์ - คงเดิม ไมจ่ ดั สรรเพิม่
ฟ้า/ชา่ งอิเล็กทรอนิกส์/นายช่างอเิ ล็กทรอนิกส์ - ในคณะคงเดมิ ไม่จัดสรรเพมิ่ ให้
ce ในสว่ นของกองจัดการสาธารณปู โภคควรมี 1 - 2 คน
คนคิ /นายช่างเทคนคิ หมุนเวียน - กรณคี ณะเลก็ ควรมี 1 คน คณะใหญ่ควรมี 1 - 2
รับสาํ นักงานอธกิ ารบดี กายภาพเปน็ ตัวตง้ั ควรมี 1 - 2 คน
ดียวกับกรณี 1 การยุบรวมโดยใชช้ อื่ ตาํ แหน่งพนกั งานช่างเทคนิค
ดยี วกับกรณี 1 การยุบรวมโดยใชช้ อ่ื ตาํ แหน่งพนกั งานชา่ งเทคนิค
29
ท่ี ช่อื ตาํ แหนง่
ชา่ งอิเลก็ ทรอนกิ ส์
ช่างเทคนคิ ข้อเสนอเด
ช่างพมิ พ์ ข้อเสนอเด
กรณี 2
ช่างฝีมอื ยบุ รวมโด
กรณี 2
ช่างฝีมือทัว่ ไป ยุบรวมโด
กรณี 2
ชา่ งฝมี ือสนาม ยบุ รวมโด
กรณี 2
ช่างต่อท่อ ยบุ รวมโด
กรณี 2
ช่างระบบนาํ้ ยบุ รวมโด
ช่างไม้ กรณี 2
ยบุ รวมโด
ชา่ งเช่อื ม กรณี 2
ยบุ รวมโด
กรณี 2
ยบุ รวมโด
3
เกณฑ/์ แนวทาง
ดียวกับกรณี 1 การยุบรวมโดยใช้ชื่อตําแหน่งพนักงานชา่ งเทคนคิ
ดยี วกบั กรณี 1 การยุบรวมโดยใชช้ ือ่ ตําแหนง่ พนกั งานชา่ งเทคนคิ
ดยใช้ชื่อตาํ แหนง่ พนกั งานชา่ ง อัตราคงเดมิ ไมจ่ ดั สรรเพม่ิ
ดยใช้ชอ่ื ตาํ แหนง่ พนักงานช่าง อัตราคงเดมิ ไม่จัดสรรเพมิ่
ดยใช้ชอ่ื ตาํ แหนง่ พนักงานช่าง อตั ราคงเดิม ไมจ่ ดั สรรเพ่ิม
ดยใช้ชือ่ ตาํ แหนง่ พนักงานช่าง อตั ราคงเดมิ ไมจ่ ดั สรรเพ่มิ
ดยใช้ชื่อตาํ แหน่งพนกั งานช่าง อัตราคงเดิม ไม่จัดสรรเพม่ิ
ดยใช้ชอ่ื ตําแหนง่ พนกั งานชา่ ง อตั ราคงเดมิ ไม่จัดสรรเพมิ่
ดยใชช้ ื่อตําแหน่งพนกั งานช่าง อตั ราคงเดมิ ไม่จดั สรรเพม่ิ
ดยใชช้ ื่อตาํ แหนง่ พนกั งานชา่ ง อัตราคงเดมิ ไม่จดั สรรเพิ่ม
30
ท่ี ช่ือตาํ แหน่ง
ชา่ งปนู
กรณี 2
ชา่ งก่อสรา้ ง ยบุ รวมโด
ช่างซ่อมบาํ รุง กรณี 2
ยุบรวมโด
ผชู้ ่วยช่างทว่ั ไป/ลูกมอื ช่าง
กรณี 2
ยบุ รวมโด
กรณี 2
ยบุ รวมโด
3
เกณฑ/์ แนวทาง
ดยใช้ช่อื ตาํ แหน่งพนกั งานชา่ ง อัตราคงเดมิ ไมจ่ ดั สรรเพม่ิ
ดยใชช้ ื่อตาํ แหน่งพนักงานชา่ ง อัตราคงเดมิ ไม่จัดสรรเพ่ิม
ดยใชช้ อื่ ตําแหนง่ พนกั งานชา่ ง อัตราคงเดิม ไมจ่ ดั สรรเพมิ่
ดยใชช้ ่ือตาํ แหนง่ พนักงานชา่ ง อัตราคงเดิม ไมจ่ ดั สรรเพม่ิ
31