4. บทบาทของผูส้ อนและผเู้ รียน
การจดั การเรียนรูเ้ พ่อื ใหผ้ ูเ้ รยี นมคี ณุ ภาพตามเป้าหมายของหลักสตู ร ทง้ั ผสู้ อนและผ้เู รียนควรมี
บทบาท ดังน้ี
4.1 บทบาทของผู้สอน
1) ศกึ ษาวเิ คราะหผ์ ู้เรียนเป็นรายบคุ คล แล้วนาขอ้ มูลมาใช้ในการวางแผน
การจดั การเรียนรู้ ที่ทา้ ทายความสามารถของผเู้ รียน
2) กาหนดเป้าหมายทตี่ อ้ งการให้เกิดขน้ึ กบั ผู้เรยี น ด้านความรู้และทักษะ
กระบวนการ ที่เป็นความคิดรวบยอด หลักการ และความสัมพนั ธ์ รวมท้งั คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
3) ออกแบบการเรยี นร้แู ละจัดการเรียนรู้ท่ีตอบสนองความแตกตา่ งระหว่างบคุ คลและพฒั นาการทาง
สมอง เพื่อนาผเู้ รยี นไปสู่เปา้ หมาย
4) จัดบรรยากาศทเี่ อื้อต่อการเรยี นรู้ และดูแลชว่ ยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรยี นรู้
5) จัดเตรียมและเลือกใชส้ อ่ื ให้เหมาะสมกบั กิจกรรม นาภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น
เทคโนโลยที ่ีเหมาะสมมาประยุกตใ์ ช้ในการจัดการเรยี นการสอน
6) ประเมินความกา้ วหน้าของผเู้ รียนดว้ ยวธิ กี ารทีห่ ลากหลาย เหมาะสมกับ
ธรรมชาตขิ องวิชาและระดบั พฒั นาการของผู้เรยี น
7) วิเคราะหผ์ ลการประเมินมาใชใ้ นการซ่อมเสริมและพฒั นาผเู้ รยี น รวมท้ัง
ปรบั ปรงุ การจัดการเรียนการสอนของตนเอง
4.2 บทบาทของผู้เรียน
1) กาหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรยี นรู้ของตนเอง
2) เสาะแสวงหาความรู้ เขา้ ถงึ แหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ข้อความรู้
ตั้งคาถาม คดิ หาคาตอบหรอื หาแนวทางแกป้ ญั หาด้วยวธิ ีการต่าง ๆ
3) ลงมอื ปฏบิ ัติจริง สรปุ สิง่ ทีไ่ ด้เรยี นร้ดู ้วยตนเอง และนาความรไู้ ปประยุกต์ใช้
ในสถานการณต์ า่ ง ๆ
4)มปี ฏิสัมพันธ์ ทางาน ทากิจกรรมรว่ มกับกลมุ่ และครู
5)ประเมนิ และพฒั นากระบวนการเรยี นรขู้ องตนเองอย่างตอ่ เนอ่ื ง
ส่อื การเรียนรู้
สอ่ื การเรียนรเู้ ป็นเครอื่ งมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผ้เู รียนเขา้ ถึงความรู้ ทกั ษะ
กระบวนการ และคณุ ลกั ษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ สอื่ การเรียนรู้มหี ลากหลาย
ประเภท ทง้ั ส่ือธรรมชาติ สื่อส่ิงพมิ พ์ สื่อเทคโนโลยี และเครอื ข่ายการเรยี นร้ตู ่างๆ ทมี่ ีในท้องถน่ิ
การเลอื กใช้สือ่ ควรเลือกให้มคี วามเหมาะสมกับระดับพฒั นาการ และลลี าการเรยี นร้ทู ีห่ ลากหลายของผู้เรียน
การจัดหาส่ือการเรียนรู้ ผ้เู รยี นและผ้สู อนสามารถจัดทาและพัฒนาขน้ึ เอง หรอื ปรบั ปรุงเลือกใชอ้ ย่างมี
คุณภาพจากสื่อตา่ งๆ ทมี่ ีอยรู่ อบตวั เพื่อนามาใช้ประกอบในการจดั การเรียนรู้ที่สามารถสง่ เสรมิ และสอ่ื สารให้
ผู้เรียนเกดิ การเรียนรู้ โดยสถานศกึ ษาควรจดั ให้มีอย่างพอเพียง เพ่ือพัฒนาใหผ้ ู้เรียน เกิดการเรียนรู้อยา่ ง
71
แท้จริง สถานศกึ ษา เขตพืน้ ที่การศึกษา หนว่ ยงานที่เก่ียวขอ้ งและผู้มีหน้าท่จี ัดการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน ควร
ดาเนินการดงั น้ี
1. จดั ใหม้ ีแหล่งการเรยี นรู้ ศนู ยส์ ือ่ การเรยี นรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครอื ข่าย
การเรยี นร้ทู ม่ี ีประสทิ ธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชมุ ชน เพื่อการศึกษาคน้ ควา้ และการแลกเปล่ียน
ประสบการณ์การเรียนรู้ ระหว่างสถานศกึ ษา ท้องถิ่น ชุมชน สงั คมโลก
2.จัดทาและจดั หาสือ่ การเรยี นร้สู าหรบั การศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความร้ใู ห้ผสู้ อนรวมท้ัง
จดั หาส่ิงท่มี ีอยูใ่ นทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชเ้ ป็นสื่อการเรยี นรู้
3.เลอื กและใช้สอื่ การเรยี นรทู้ ีม่ คี ุณภาพ มคี วามเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคลอ้ งกบั วธิ กี าร
เรยี นรู้ ธรรมชาติของสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหวา่ งบคุ คลของผูเ้ รยี น
4.ประเมินคณุ ภาพของสอื่ การเรียนรู้ทเ่ี ลือกใช้อย่างเป็นระบบ
5.ศกึ ษาคน้ ควา้ วิจยั เพื่อพฒั นาสือ่ การเรียนรใู้ ห้สอดคล้องกบั กระบวนการเรยี นรู้ของผ้เู รยี น
7.จัดใหม้ ีการกากบั ตดิ ตาม ประเมนิ คณุ ภาพและประสิทธิภาพเก่ียวกับสือ่ และการใช้สอื่
การเรียนรูเ้ ปน็ ระยะๆ และสมา่ เสมอในการจัดทา การเลือกใช้ และการประเมินคณุ ภาพสื่อการเรยี นรทู้ ใ่ี ชใ้ น
สถานศกึ ษาควรคานงึ ถึงหลกั การสาคัญของสือ่ การเรยี นรู้ เชน่ ความสอดคลอ้ งกับหลักสูตร วัตถปุ ระสงค์การ
เรยี นรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การจดั ประสบการณ์ให้ผเู้ รยี น เนอ้ื หามีความถกู ต้องและทนั สมัย ไม่
กระทบความมน่ั คงของชาติ ไม่ขัดต่อศีลธรรม มีการใชภ้ าษาทถี่ กู ตอ้ ง รูปแบบการนาเสนอที่เข้าใจง่าย และ
น่าสนใจ
72
การวดั และการประเมินผล
ในการจัดการเรยี นการสอนใด ๆ กต็ าม การสอนกับการวดั ประเมินผลมีความเกีย่ วข้องสมั พันธก์ ันมา
ตัง้ แต่ตน้ จนอาจกลา่ วได้ว่า เมื่อมีการสอนต้องมีการประเมินผลควบคูไ่ ปดว้ ยเสมอเพียงแต่วธิ กี ารวดั และการ
ประเมนิ อาจเปลี่ยนรูปแบบไปตามยุคสมยั การประเมนิ เปน็ ส่วนท่สี าคัญและจาเปน็ ของกระบวนการเรยี น
การสอน ซ่ึงมีความหมายมากกว่าการให้เป็นเกรดหรือการให้คะแนนรวม แต่เป็นการหาคาตอบท่ี
สร้างสรรคใ์ นทางบวก และให้ข้อมูลยอ้ นกลบั (Feedback) เกีย่ วกบั ความกา้ วหน้าของผู้เรียน เพื่อ
ตรวจสอบว่า การสอนนน้ั บรรลุเป้าหมายในระดับใด ผลจากการประเมินจะนาไปส่กู ารตัดสินใจ ทม่ี ีตอ่
โรงเรียนในเชงิ บริหาร และการสร้างความเชอื่ ม่ันในสังคม การประเมนิ ท่ดี ีส่วนหน่งึ ต้องเป็นเสมือน
เคร่อื งชว่ ยในการเรยี น และอีกส่วนหนึ่งเป็นเสมอื นเครือ่ งมอื ในการวัด และบง่ บอกถึงความสามารถของ
ผูเ้ รยี นตลอดหลกั สตู รตามมาตรฐานการเรยี นรู้
หลักการสาคัญในการประเมนิ ผลทพี่ ึงพิจารณา คือ การประเมนิ ผลควรมลี กั ษณะเป็นระบวนการ
พฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียน เน้นคุณลักษณะและความสามารถของผ้เู รียนเปน็ ภาพรวม ผลการประเมินต้อง
ช้ใี หเ้ ห็นผลการปรบั ปรงุ การสอนของครูผูส้ อน และความสาเรจ็ ของผูเ้ รียน ตามเป้าหมายของหลักสูตรบง่
บอกถงึ ความสามารถในการนาความรแู้ ละทกั ษะไปใช้ในชวี ติ จริงได้ ท้ังยังส่งเสริมให้ผู้เรยี นได้แสดง
ความสามารถทหี่ ลากหลาย ไม่แยกเด็ดขาดจากการเรียนการสอน เป็นการให้ข้อมูลทท่ี าใหผ้ ู้เรียนแต่ละคน
รู้จักตนเองและมองเหน็ แนวทางท่ีจะปรับปรงุ ตนเองให้ดขี น้ึ โดยเนน้ ความร่วมมือของทกุ ฝา่ ยท่เี ก่ียวข้องใน
การใหข้ อ้ มูลตรวจสอบซงึ่ กนั และกัน เน้นที่การวดั กระบวนการ (Process) เทา่ ๆ กับการวดั ผลผลิต
(Product) ของกระบวนการ เนน้ การวัดทส่ี ะท้อนใหเ้ หน็ ถงึ การใช้ความคดิ พิจารณาไตร่ตรองรวมท้ังการใช้
เหตุผลและการแกป้ ญั หา
ข้อมลู ที่จะนามาใชป้ ระเมินจะตอ้ งได้มาโดยกระบวนการเกบ็ รวบรวมจากแหลง่ ข้อมลู ที่หลากหลาย
และสอดคลอ้ งกับรูปแบบการประเมินผลตามหลักสตู ร โดยใชเ้ ครอื่ งมือ และ วิธีการประเมนิ ทีห่ ลากหลาย
รปู แบบเลือก นามาใชใ้ ห้สอดคลอ้ งเหมาะสม กบั กระบวนการสอนของผู้สอนและกระบวนการเรยี นรู้ของ
ผเู้ รียน เพอ่ื ให้เกดิ ประสิทธิภาพสูงสุด บางครั้งอาจต้องปรับวธิ ีการ หรือดัดแปลงเครือ่ งมือวดั เพอื่ ใช้
สาหรบั ผู้เรียนทม่ี คี วามตอ้ งการพิเศษบางกรณีจาเป็นตอ้ งใช้เทคนคิ การประเมนิ ที่ผสมผสานหรอื หลากหลาย
เพ่ือ ใหไ้ ดภ้ าพเกย่ี วกบั ผลสมั ฤทธ์ขิ องผู้เรียนท่ีกว้างและสมบูรณ์ข้ึน
จากกระบวนการจัดการเรียนรูท้ ี่เปล่ียนแปลง ภาระงานด้านการประเมนิ ผลการเรียน ระบบการวดั
และประเมนิ ผล ท่สี ถานศึกษาต้องดาเนนิ การจึงต้องเปล่ยี นแปลงไปดว้ ยเพื่อให้เกิดความสอดคล้องกนั การ
ประเมนิ ผลตามหลกั สตู รการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน จึงเน้นไปท่ีการวดั และการประเมนิ ผล ท่ีจะนาไปส่กู าร
ช้ใี ห้เห็นสภาพท่แี ท้จรงิ ของผเู้ รยี น และสภาพจริงของการเรยี นการสอน จากพฤติกรรมทผ่ี ู้เรยี นได้
แสดงออก ( Student Performance ) สะทอ้ นให้เห็นความสามารถอยา่ งหลากหลายในการพฒั นาคนที่
ชดั เจนสอดคล้องกบั สมรรถภาพท่ีมใี นตนเอง และจากการลงมอื ปฏิบตั ิจริง ซง่ึ ชใี้ ห้เห็นวิธีการตัดสินใจและ
การแก้ปญั หาด้วยตนเอง การใชก้ จิ กรรมการประเมินตามสภาพจรงิ ( Authentic Assessment )จะช่วย
ใหค้ ้นพบได้ว่าผู้เรียนเรียนรเู้ รอ่ื งตา่ ง ๆ มากน้อยเพยี งใด นอกจากระบบการวดั และประเมินผลจะปรับเปล่ียน
73
แลว้ ผู้ท่ีเก่ียวขอ้ งกับการประเมินจะตอ้ งปรบั เปลีย่ นไปจากเดิมซง่ึ มเี พียงครูผู้สอนเป็นบุคคลหลายกลุ่ม
ไดแ้ ก่ ครูผู้สอน ผู้เรียน ซ่งึ ทาหนา้ ที่ท้ังประเมนิ ตนเองและประเมนิ เพ่ือน (ในกลุ่ม)
การประเมินด้วย
สว่ นลักษณะภาษาที่นามาประเมิน ควรเปน็ ภาษาท่ใี ช้ในสถานการณก์ ารสอ่ื สารตามสภาพจริงคือ
เป็นขอ้ ความสมบรู ณ์ในตวั เอง เปน็ ภาษาท่ีเจ้าของภาษาใช้ มีความเปน็ ธรรมชาติอยู่ในบริบท ทงั้ น้ตี ้อง
คานึงถงึ ความสามารถและประสบการณ์ของผู้เรียนดว้ ย การประเมนิ ความสามารถในการใชภ้ าษาเพ่อื การ
ส่ือสาร ควรประเมินความสามารถในการสอ่ื ความหมายจริง ๆ ไมค่ วรแยกการใช้ภาษาออกจากสถานการณ์
และควรวดั ใหค้ รอบคลมุ องค์ประกอบของภาษา อันประกอบดว้ ยความร้เู รื่องเสียง คาศพั ท์โครงสร้าง การใช้
ภาษาในสถานการณ์ และกลวธิ ใี นการสอ่ื สาร แนวการประเมนิ เช่นนช้ี ว่ ยเสรมิ ให้เกดิ การเชื่อมโยงระหว่าง
หลักสูตร การสอน และการประเมินในการวดั และการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ สถานศึกษาจะตอ้ งทา
หลกั เกณฑ์และแนวปฏิบัตขิ องของสถานศึกษาไว้ เพื่อให้บคุ คลท่ีเก่ยี วขอ้ งทกุ ฝา่ ยถือปฏิบัตริ ว่ มกัน และ
เปน็ ไปในมาตรฐานเดียวกันสถานศกึ ษาต้องมกี ารวัดและประเมินผลการเรยี นร้ขู องผูเ้ รียนท้ังใน ระดบั ชัน้
เรียน ระดบั สถานศึกษา และระดบั ชาติ โดยมจี ุดมุ่งหมายสาคัญเพื่อนาผลการประเมินไปใช้ในการพฒั นา
ผเู้ รยี น ปรับปรงุ การจดั การเรยี นรแู้ ละใชเ้ ปน็ ข้อมลู ในการสรา้ งความมั่นใจเกย่ี วกับคณุ ภาพของผู้เรยี น
และสถานศึกษาแก่ผู้เกี่ยวขอ้ งต่อไป
74
1. การพูด เคร่ืองมอื และเกณฑก์ ารประเมินทกั ษะทางภาษา
แบบบนั ทกึ การประเมนิ การพดู
ประเด็น/คะแนน ความถกู ตอ้ ง ความ การแสดงท่าทาง/ รวม
คลอ่ งแคลว่ น้าเสยี ง คะแนน
เลขที่ ชอ่ื - สกลุ 8
8 ประกอบการพูด 20
4
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
ลงชอื่ .........................................................ผปู้ ระเมนิ
(................................................................)
วันท่ี..........เดอื น.................................พ.ศ. .................
75
เกณฑ์การใหค้ ะแนนการพดู
ระดบั 4 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน นา้ หนกั / คะแนน
คะแนน 32 1 ความสาคญั รวม
ประเดน็
การประเมิน
ความถกู ต้อง ออกเสยี ง ออกเสียง ออกเสยี ง ออกเสียงคา/
คาศพั ท์และ คาศพั ทแ์ ละ คาศัพท์และ ประโยคผิด
ประโยคได้ ประโยคได้ ประโยคได้ หลกั การออก 2 8
ถูกตอ้ งตาม ถูกตอ้ งตาม ถกู ต้องเป็น เสยี งทาให้
หลัก หลักการออก ส่วนใหญ่ ส่ือสารไม่ได้
การออกเสยี ง เสยี งมีเสียง ขาดการออก
ออกเสียงเนน้ เนน้ หนกั ใน เสยี งเน้นหนกั
หนักในคา/ คา/ประโยค
ประโยคอย่าง เปน็ ส่วนใหญ่
สมบูรณ์
ความคล่องแคลว่ พูดต่อเนอื่ ง พดู ตะกุก พูดเป็นคาๆ พดู ได้บางคา
ไม่ตดิ ขัด ตะกกั บา้ ง แต่ หยุดเป็น ทาให้สื่อ
พูดชดั เจน ยงั พอสอื่ สาร ช่วงๆ ความหมาย 2 8
ทาใหส้ ่ือสาร ได้ เพื่อทาให้ ไมไ่ ด้
ได้
ส่อื สารไดไ้ ม่
ชัดเจน
การแสดงทา่ ทาง/ แสดงท่าทาง พดู ดว้ ย พดู เหมอื น พดู ไดน้ อ้ ย
น้าเสียงประกอบ และพดู ดว้ ย น้าเสยี ง อา่ น มาก
การพูด นา้ เสยี ง เหมาะสมกับ ไม่เป็น 14
เหมาะสมกับ บทบรรยาย ธรรมชาติ
บทบรรยาย แตไ่ มม่ ี ขาดความ
ทา่ ทาง นา่ สนใจ
ประกอบ
รวม 5 20
76
2. การฟัง
แบบบันทกึ การประเมนิ การฟัง
ประเด็น/คะแนน ความเขา้ ใจ การจับ การรู้ ปฏิบตั ิตาม รวม
ใจความ ความหมาย คาส่งั คะแนน
เลขท่ี 4 สาคญั
ชอื่ - สกุล คาศัพท์ 4 20
8
4
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
ลงชอ่ื .........................................................ผปู้ ระเมนิ
(................................................................)
วันท.่ี .........เดือน.................................พ.ศ. .................
77
เกณฑก์ ารให้คะแนนการฟงั
ระดับ 4 เกณฑก์ ารให้คะแนน น้าหนกั / คะแนน
คะแนน 32 1 ความสาคัญ รวม
ประเด็น
การประเมนิ
ความเขา้ ใจ สามารถตอบ สามารถตอบ สามารถตอบ ตอบคาถาม
คาถาม คาถาม คาถาม หลังจากทฟี่ ัง
หลงั จาก หลังจากท่ฟี งั หลังจากที่ฟงั ไดน้ อ้ ยมาก 1 4
ทฟ่ี ังได้ ได้เป็นสว่ น ไดเ้ ล็กน้อย
ทง้ั หมด ใหญ่
การจบั ใจความ จบั ใจความ จบั ใจความ จับใจความ จับใจความ
สาคญั สาคญั ของ สาคัญของ สาคญั ของ สาคัญของ
เน้ือหาได้ เน้ือหาได้ เนือ้ หาได้ เนื้อหาได้
ท้งั หมด เกือบ เล็กนอ้ ย นอ้ ยมาก 2 8
ทง้ั หมด
การรู้ รู้ความหมาย รคู้ วามหมาย รูค้ วามหมาย ร้คู วามหมาย 1 4
ความหมาย คาศัพท์ คาศพั ท์โดย คาศพั ท์ คาศพั ท์
คาศพั ท์ ทั้งหมด ส่วนใหญ่ ทง้ั หมด เล็กน้อย
และ และไม่
ชัดเจน ชดั เจน
การปฏิบตั ติ าม ปฏิบัติตาม ปฏบิ ตั ติ าม ปฏบิ ตั ิตาม ปฏิบัติตาม
คาสัง่ คาสัง่ คาสั่ง คาสง่ั คาสัง่
ไดถ้ กู ตอ้ ง ไดถ้ ูกตอ้ งแต่ ไม่คอ่ ย ได้ถกู ต้อง
และ ค่อนข้างชา้ ถกู ต้องและ น้อยมาก 1 4
คลอ่ งแคล่ว
คอ่ นขา้ งชา้
รวม 5 20
78
3. การอา่ น
แบบบนั ทึกการประเมินการอ่าน
ประเดน็ /คะแนน ความเข้าใจ การจบั ใจความ การรู้ รวมคะแนน
สาคญั ความหมาย 20
เลขท่ี ชอ่ื - สกุล
88 4
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
ลงชื่อ.........................................................ผปู้ ระเมนิ 79
(................................................................)
วนั ที่..........เดือน.................................พ.ศ. .................
ระดับ เกณฑ์การให้คะแนนการอ่าน นา้ หนกั / คะแนน
คะแนน เกณฑก์ ารให้คะแนน ความสาคัญ รวม
ประเดน็ 4 321 28
การประเมิน 28
ตอบคาถาม ตอบคาถาม ตอบคาถาม ตอบคาถาม
ความเขา้ ใจ หลังจากที่ หลงั จากท่ี หลังจากท่ี หลงั จากที่ 14
อา่ นได้ อา่ นไดเ้ กือบ อ่านได้ อา่ นได้นอ้ ย 5 20
ท้งั หมด ทัง้ หมด เล็กนอ้ ย มาก
การจับใจความ จับใจความ จับใจความ จับใจความ จบั ใจความ
สาคญั สาคญั ของ สาคัญของ สาคญั ของ สาคญั ของ
เ นื้ อ ห า ไ ด้ เนื้อหาได้ เน้อื หาได้
เนอื้ หาได้ เกอื บ เล็กนอ้ ย นอ้ ยมาก
ทัง้ หมด ทงั้ หมด
การรู้ เมอื่ อา่ นพบ เมอ่ื อ่านพบ เม่อื อา่ นพบ เม่ืออา่ นพบ
ความหมาย คาศพั ท์ใหม่ คาศัพท์ใหม่ คาศัพท์ใหม่ คาศัพท์ใหม่
คาศัพท์ สามารถเดา สามารถเดา สามารถเดา สามารถเดา
ความหมาย ความหมาย ความหมาย ความหมาย
คาศพั ท์จาก คาศัพท์จาก คาศพั ท์จาก คาศพั ท์จาก
บริบทได้ บรบิ ทได้ บรบิ ทได้ บริบทได้
ทั้งหมด เกอื บ เลก็ น้อย นอ้ ยมาก
ท้ังหมด
รวม
80
4. การเขยี น
แบบบันทกึ การประเมนิ การเขียน
การใช้ภาษา เนอ้ื หา รวมคะแนน
ประเด็น/คะแนน 8 20
เลขที่ 12
ช่ือ - สกุล
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
ลงชือ่ .........................................................ผปู้ ระเมนิ
(................................................................)
วันที.่ .........เดือน.................................พ.ศ. .................
81
เกณฑ์การให้คะแนนการเขยี น
ระดับ 4 เกณฑก์ ารให้คะแนน น้าหนกั / คะแนน
คะแนน 1 ความสาคัญ รวม
32
ประเดน็
การประเมนิ
การใช้ภาษา การสะกด การสะกด สะกดคาผิด สะกดคาผิด
คาศพั ท์
ถูกต้อง คาศัพท์ผดิ มาก แต่พอ มาก
การเลือกใช้
คา เลก็ น้อย พอ เดา เขยี นรปู
ตรงกบั
เน้อื หา เดาวาม ความหมาย ประโยคไม่
ประโยค
ถกู ตอ้ ง หมายได้ ได้รูป ถกู ต้อง ไมม่ ี
มี
เคร่ืองหมาย เขียนรูป ประโยค เครอ่ื งหมาย
วรรคตอนที่
ถกู ตอ้ ง ประโยคผดิ ผิดพลาดมาก วรรคตอน 3 12
หลกั เครื่องหมาย
ไวยากรณ์ วรรคตอนไม่
เล็กนอ้ ย ครบหรือไม่
เครือ่ งหมาย ถกู ตอ้ ง
วรรคตอนผิด
เลก็ นอ้ ย
เนอ้ื หา มี รายละเอยี ด มี มี
รายละเอียด ของเนอื้ หา รายละเอยี ด รายละเอยี ด
เนือ้ หาตรง มากแตย่ งั ไม่ ของเนอ้ื หา ของเนอ้ื หา 2 8
กบั ลักษณะท่ี ครอบคลมุ นอ้ ย นอ้ ยมาก 20
กาหนดมาก ท้งั หมด
ท่ีสดุ
รวม 5
82
5. การทางานกลมุ่
แบบบนั ทึกการประเมนิ การทางานกลุ่ม
ประเด็น/ ความ ขั้นตอน แสดงความ ความ รวม
คะแนน ร่วมมอื 8 คิดเห็น รับผิดชอบ คะแนน
เลขที่
ชอื่ - สกลุ 4 4 4 20
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
ลงชื่อ.........................................................ผู้ประเมนิ
(................................................................)
วันท.่ี .........เดอื น.................................พ.ศ. ...............
83
เกณฑ์การให้คะแนนการทางานกลมุ่
ระดับ 4 เกณฑก์ ารให้คะแนน นา้ หนัก/ คะแนน
คะแนน 32 1 ความสาคญั รวม
ประเด็น
การประเมิน
ความรว่ มมือ สมาชกิ ในกลุ่ม สมาชิกในกลมุ่ สมาชกิ ในกลุ่ม สมาชกิ ในกลุ่ม
ทุกคนร่วมมือ ทกุ คนร่วมมือ ทกุ คนทางานที่ บางคนไม่
กนั ทางาน มกี าร กนั ทางาน ไดร้ ับมอบหมาย ทางานกล่มุ ขาด
ประสานงานท่ีดี ส่วนใหญม่ กี าร แตย่ งั ขาดการ การ
เปดิ โอกาสให้ ประสานงาน ประสานงานใน ประสานงาน 1 4
สมาชกิ กลมุ่ อ่นื ท่ีดี เปิดโอกาส กลมุ่ เปดิ โอกาส สมาชกิ กล่มุ อืน่
มสี ่วนร่วมใน ใหส้ มาชกิ กลุ่ม ให้สมาชกิ กลมุ่ ไมม่ โี อกาสเข้า
กิจกรรม อ่นื มสี ่วนรว่ มใน อนื่ มสี ่วนร่วม รว่ มกิจกรรม
ตลอดเวลาการ กิจกรรมบางช่วง น้อยมากในชว่ ง ในช่วงของการ
นาเสนอ ของการนาเสนอ ของการนาเสนอ นาเสนอ
ขัน้ ตอนการ มีการกาหนด มีการกาหนด มีการกาหนด มกี ารกาหนด
ทางาน ขัน้ ตอนการ ข้นั ตอนการ ขน้ั ตอนการ ขั้นตอนการ
ทางานทช่ี ดั เจน ทางานคอ่ นขา้ ง ทางานแต่ยงั มี ทางานไม่ชดั เจน
ต้ังแต่เร่ิมทางาน ชดั เจนตั้งแต่ ความสาเรจ็ ของ ทาให้ผลงานไม่ 2 8
จนกระทั่งเหน็ เรมิ่ การทางาน งานไม่ค่อย สมบรู ณ์ 1
ผลงานสมบูรณ์ จนกระทั่งเห็น สมบูรณ์ 1 4
ผลงานสมบรู ณ์ 5
4
การแสดงความ สมาชกิ ทกุ คน สมาชกิ ส่วนใหญ่ สมาชกิ มากกว่า สมาชกิ ไม่ให้ 20
คดิ เหน็ รว่ มแสดงความ รว่ มแสดง ครึง่ ร่วมแสดง ความรว่ มมอื ใน
คิดเหน็ ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ การแสดงความ 84
คิดเห็น
ความรับผิดชอบ สมาชิกทกุ คน สมาชิกส่วนใหญ่ สมาชกิ บางคน สมาชกิ ไม่มี
ทางานที่ไดร้ บั ทางานท่ีได้รบั เล่ยี งงาน ไมท่ า ความรับผดิ ชอบ
มอบหมายจน มอบหมายจน หน้าทีต่ ามทไ่ี ด้ ทาให้งานไม่
งานเสร็จ เสรจ็ ส้นิ สมบรู ณ์ รบั มอบหมาย บรรลุเป้าหมาย
สมบูรณ์
ทนั เวลา งานเสร็จ แต่ไม่
คอ่ ยสมบรู ณ์
ทันเวลา
รวม
6. ภาระงาน / ชน้ิ งาน
แบบบันทกึ การประเมินคณุ ภาพชนิ้ งาน / ภาระงาน
ประเดน็ /คะแนน ความสมบูรณ์ ความคดิ สรา้ งสรรค์ รวมคะแนน
ของชิ้นงาน 8 20
เลขท่ี
ชื่อ - สกุล 12
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
ลงช่ือ.........................................................ผปู้ ระเมนิ
(................................................................)
วนั ท่ี..........เดอื น.................................พ.ศ. .................
85
เกณฑ์การให้คะแนนคณุ ภาพช้ินงาน / ภาระงาน
ระดับ เกณฑ์การให้คะแนน น้าหนกั / คะแนน
คะแนน ความสาคัญ รวม
32
ประเดน็ 4 1 3 12
การประเมนิ ชน้ิ งานมรี าย ชิ้นงานมีราย
ชน้ิ งานมีราย ละเอยี ด ละเอยี ด ช้ินงานมรี าย
ความสมบูรณ์ ละเอยี ด ครอบ ครอบ ละเอยี ด
ของ ครอบ คลมุ วง คลุมวง ครอบ
คลุมวง คาศพั ท์ คาศัพท์ คลมุ วง
ชิ้นงาน คาศพั ท์ ทีเ่ รยี นเป็น ท่เี รียนพอ คาศพั ท์
ทเ่ี รียน ส่วนใหญ่ สมควร ท่เี รียนนอ้ ย
สมบรู ณ์
ความคดิ เปน็ ช้นิ งาน เปน็ ช้ินงาน เปน็ ชิน้ งาน เป็นช้ินงานท่ี
สร้างสรรค์ ท่แี ปลกใหม่ ที่แปลกใหม่ ทป่ี รับปรุง เหมือนกบั
คิดขน้ึ เอง แตม่ ี ดดั แปลง ตัวอย่าง
ไม่เหมอื น บางส่วน เลก็ นอ้ ยจาก 2 8
ตวั อยา่ ง คลา้ ยกับ ตวั อย่าง 5 20
ตวั อยา่ ง
รวม
86
แบบบนั ทกึ คะแนนการสังเกตพฤติกรรมในการเรียนด้านเจตคติ (แบบสารวจรายการ)
เรอื่ ง.......................................................................................................... ช้ัน...............................
ครงั้ ที่....................................วนั ท.ี่ ....................เดอื น.......................................พ.ศ.........................
รายการพฤตกิ รรม
ความ ความ ความเชอื่ ม่ัน ความ
กระตือรอื ร้น สนใจ และกล้า สนกุ สนาน
ในการ แสดงออก
เรยี น
เลขที่ ช่อื -สกุล อาสาทางานในการร่วมกิจกรรม ข้อเสนอแนะ
กระ ุ้ตนผู้ร่วมงานทางานใ ้หเสร็จตาม ในการประเมิน
่ชกาวยหเนหดลือผู้ร่วมงานทางานใ ้หเสร็จตาม
เก ็ตามหในจเด ้ชาร่วมกิจกรรม
ไม่รบกวนผู้ ือ่นในเวลาทางาน
กล้าถาม-ตอบเป็นภาษาอังกฤษ
อาสาเ ็ปน ัตวแทนแสดงกิจกรรมหน้า ั้ชน
ป ิฏบั ิตกิจกรรม ้ดวยความเ ็ตมใจ
ร่วมกิจกรรมอ ่ยางไ ่มเ ่ืบอหน่าย
่ชวยทางานกับผู้ ่อืน ้ดวยความพอใจ
ผลการประเ ิมน
1. ผสู้ ังเกต
พจิ ารณา
จากรายงาน
พฤตกิ รรมของ
นกั เรียนแต่ละ
ระดับแล้วเขียน
เครื่องหมายลง
ในช่องรายการ
พฤตกิ รรมที่
นักเรียนผา่ น
2. นักเรยี นผ่าน
รายการพฤติกรรม
ทกุ รายการถอื วา่
ผ่าน
87
1. ตัวชีว้ ัดท่ีควรปรบั ปรงุ หรอื พฒั นา
ระดับช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 1
ต 1.1 ป.1/4 ตอบคาถามจากการฟงั เรือ่ งใกลต้ ัว
ต 1.2 ป.1/3 บอกความตอ้ งการงา่ ย ๆ ของตนเองตามแบบทฟ่ี ัง
ต 1.3 ป.1/1 พดู ให้ข้อมลู เก่ยี วกบั ตนเองและเร่อื งใกล้ตวั
ต 2.1 ป.1/1 บอกชื่อและคาศพั ทเ์ กีย่ วกบั เทศกาลสาคัญของเจ้าของภาษา
ต 2.2 ป.1/1 ระบุตวั อักษรและเสียงตัวอักษรของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
ต 3.1 ป.1/1 บอกคาศัพท์ทเี่ กี่ยวข้องกับกล่มุ สาระการเรียนรู้อนื่
ต 4.2 ป.1/1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศเพอื่ รวบรวมคาศพั ทท์ ่เี กยี่ วข้องใกลต้ ัว
2. แนวทางแก้ไข
1. ครูผ้สู อนศึกษาตวั ชวี้ ัดของหลักสูตรแกนกลาง
2. กาหนดจุดประสงคใ์ นดา้ นความรู้และทกั ษะใหช้ ัดเจนในการจดั ทาแผนการจัดการเรียนร้ใู หส้ อดคล้องกับ
ตวั ชวี้ ดั ในหลักสูตร
3. ในการวัดและประเมินผล ใชเ้ ครอ่ื งมือวดั ให้สอดคล้องกบั การจดั การเรยี นรู้
4. จดั กิจกรรมให้เหมาะสมและยืดหย่นุ กับนกั เรยี น
5. มเี กม สอื่ ท่หี ลาหลายท่ีช่วยกระตุ้นใหผ้ เู้ รียนเกิดความกระตอื รอื รน้ ในการเรียน
6. มีการเสรมิ แรงในทางบวกใหก้ บั ผู้เรยี น
7. สอนการออกเสียงโฟเนติกใหก้ ับนกั เรียน
ลงช่ือ………………..………………ครูผู้สอน
(นางสาววิมล โพธม์ิ งคล)
ครู ค.ศ.1
88
1. ตัวชีว้ ัดทค่ี วรปรบั ปรุงหรอื พฒั นา
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 2
ต 1.1 ป.2/2 ระบุตัวอกั ษรและเสียง อา่ นออกเสียงคาและสะกดคาและอา่ นประโยคง่าย ๆ ถูกต้องตาม
หลักการอา่ น
ต 1.1 ป.2/4 ตอบคาถามจากการฟงั ประโยค บทสนทนาหรอื นิทานง่ายๆ ทม่ี ีภาพประกอบ
ต 1.1 ป.2/1 พูดใหข้ อ้ มูลเกย่ี วกับตนเองและเร่ืองใกล้ตวั
ต 2.2 ป.2/1 ระบตุ วั อักษรและเสยี งตวั อกั ษรของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
2. แนวทางแก้ไข
1) เรยี นภาษาองั กฤษด้วยการด์ คาศพั ท์สุดสนกุ
2) จัดการเรียนการสอนใหเ้ ป็นเกมสนุก ๆ
3) กิจกรรมท่ีจัดใหต้ อ้ งสัมพนั ธ์กบั ความตอ้ งการในชวี ิตจริงของผู้เรียนและสามารถนามาประยุกตใ์ ชใ้ น
ชีวิตประจาวนั
4) เน้นใหผ้ ู้เรียนฝึกทักษะและกระบวนการทางภาษาทีละน้อย ในลักษณะที่ค่อยเป็นคอ่ ยไป
5) เพ่ิมกจิ กรรมการเรยี นรูจ้ ากการแสดงบทบาทสมมติ (Role-Play), การใช้สถานการณจ์ าลอง (Simulation),
และการเรยี นแบบมีส่วนรว่ ม (Participatory Learning)
ลงชือ่ …………………………………ครูผู้สอน
(นางสาววิมล โพธิม์ งคล)
ครู ค.ศ.1
89
1. ตัวช้ีวัดท่คี วรปรับปรุงหรือพัฒนา
ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3
ต 1.1 ป.3/4 ตอบคาถามจากการฟงั หรอื อา่ นประโยค บทสนทนา หรอื นิทานง่าย ๆ
ต 1.2 ป.3/5 บอกความรูส้ กึ ของตนเอง
ต 1.3 ป.3/1 พูดให้ขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเองและเรือ่ งใกลต้ ัวเก่ยี วกบั สิ่งตา่ ง ๆ ใกลต้ ัวหรือกิจกรรมตา่ ง ๆตาม
แบบทฟี่ งั
2. แนวทางแก้ไข
1) เรียนภาษาอังกฤษด้วยการ์ดคาศัพท์สุดสนุก
2) จดั การเรยี นการสอนให้เป็นเกมสนุก ๆ
3) กจิ กรรมที่จดั ใหต้ ้องสมั พันธ์กับความตอ้ งการในชวี ติ จริงของผูเ้ รยี นและสามารถนามาประยุกต์ใชใ้ น
ชีวติ ประจาวนั
4) เนน้ ให้ผูเ้ รยี นฝกึ ทกั ษะและกระบวนการทางภาษาทลี ะนอ้ ย ในลกั ษณะที่ค่อยเปน็ ค่อยไป
5) เพิ่มกจิ กรรมการเรียนร้จู ากการแสดงบทบาทสมมติ (Role-Play), การใช้สถานการณ์จาลอง (Simulation),
และการเรียนแบบมีสว่ นร่วม (Participatory Learning)
ลงช่อื …………………………………ครูผู้สอน
(นางสาววิมล โพธิ์มงคล)
ครู ค.ศ.1
90
อภิธานศพั ท์
การเดาความหมายจากบรบิ ท (context clue)
การเดาความหมายของคาศพั ทห์ รือขอ้ ความทีไ่ ม่ทราบความหมายโดยไม่ตอ้ งเปดิ พจนานุกรม เป็นการเดา
ความหมายนน้ั โดยอาศยั การชี้แนะจากคาศพั ทห์ รือขอ้ ความท่ีแวดล้อม คาศัพท์หรือขอ้ ความท่ีอ่าน เพ่ือชว่ ยใน
การทาความเขา้ ใจหรือตีความหมายของคาศัพทห์ รอื ข้อความทไี่ ม่เข้าใจความหมาย การถ่ายโอนขอ้ มูล
การแปลงขอ้ มูลท่ีผ้สู ่งสารตอ้ งการจะส่ือสารให้ผูร้ ับสารเข้าใจความหมายในรูปแบบท่ตี อ้ งการ เช่น การถา่ ยโอน
ข้อมลู ทีเ่ ปน็ คา ประโยค หรือขอ้ ความไปเป็นขอ้ มูลทีเ่ ป็นกราฟ สัญลกั ษณ์ รปู ภาพ แผนผัง แผนภูมิ ตาราง
ฯลฯ หรือการถา่ ยโอนขอ้ มลู ที่เปน็ กราฟ สญั ลักษณ์ รปู ภาพ แผนผงั แผนภูมิ ตาราง ฯลฯ ไปเปน็ ข้อมลู ท่ี
เป็นคา ประโยค หรอื ข้อความ
ทักษะการสื่อสาร
ทกั ษะการฟงั การพูด การอ่าน และการเขยี น ซึ่งเปน็ เคร่ืองมือในการรบั สารและส่งสารด้วยภาษาน้ัน ๆ
ไดอ้ ยา่ งส่ือความหมาย คลอ่ งแคลว่ ถกู ตอ้ ง เข้าถงึ สารไดอ้ ยา่ งชัดเจน
บทกลอน (nursery rhyme)
บทร้อยกรองสาหรับเดก็ ที่มีคาคล้องจองและมีความไพเราะ เพอื่ ช่วยให้จดจาไดง้ ่าย
บทละครส้ัน (skit)
งานเขยี นหรือบทละครสั้นทม่ี กี ารแสดงออกดว้ ยทา่ ทางและคาพูด ทาให้เกดิ ความสนุกสนาน อาจเป็นเรือ่ งท่มี า
จากนิทาน นยิ าย ชวี ติ ของคน สตั ว์ ส่ิงของ หรือตัดตอนมาจากงานเขยี น
ภาษาทา่ ทาง
การสอื่ สารโดยการแสดงท่าทางแทนคาพดู หรอื การแสดงทา่ ทางประกอบคาพดู เพ่ือให้ความหมายมีความ
ชัดเจนยง่ิ ขน้ึ การแสดงท่าทางต่างๆ อาจแสดงได้ลักษณะ เชน่ การแสดงออกทางสีหนา้ การสบตา การ
เคลือ่ นไหวศรี ษะ มอื การยกมือ การพยกั หน้า การเลกิ ค้วิ เปน็ ต้น
วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
วิถีการดาเนินชวี ิตของคนในสังคมทใ่ี ช้ภาษาน้นั นบั ตงั้ แต่วธิ กี ารกินอยู่ การแตง่ กาย การทางาน การพกั ผ่อน
การแสดงอารมณ์ การสือ่ ความ ค่านิยม ความคิด ความเช่อื ทัศนคติ ขนบธรรมเนยี มประเพณี เทศกาล
งานฉลอง และมารยาท เป็นต้น
ส่อื ทไ่ี มใ่ ช่ความเรียง (non-text information)
สง่ิ ทีใ่ ช้สื่อสารแทนคา วลี ประโยค และขอ้ ความ เชน่ กราฟ สัญลกั ษณ์ รูปภาพ ส่งิ ของ แผนผงั แผนภูมิ
ตาราง เปน็ ตน้
91
คณะผรู้ ับผิดชอบปรับปรงุ หลกั สูตรสาระกล่มุ การเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
1. นางสมพศิ โคมกระจ่าง รองผ้อู านวยการ ฯ ประธาน
2. นางสาวรุ่งนภา พืน้ ผา ครู คศ.1 รองประธาน
3. นางสาววิมล โพธ์ิมงคล ครู คศ.1 กรรมการและเลขานุการ
92