The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มาตรฐานการดูแลผู้ป่วย 5 โรคหลัก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ศัลยกรรม ประสาท, 2023-08-07 21:44:18

มาตรฐานการดูแลผู้ป่วย 5 โรคหลัก

มาตรฐานการดูแลผู้ป่วย 5 โรคหลัก

Keywords: Hemorrhagic stroke,Multiple trauma,Traumatic brain injury,Burn

91 ปญหา/ความตองการ/ ขอวินิจฉัยการพยาบาล แผนการพยาบาล ผลลัพธที่คาดหวัง เสี่ ย ง ต อ ภ า ว ะ อุ ณ ห ภู มิ ร า ง ก า ย ต่ํ า ก ว า ป ก ติ เนื่องจากผิวหนังปกคลุมถูก ทําลาย 1.Keep warm ดวย Blanket warmer 2.ประเมินอุณหภูมิ ซ้ํา Keep > 36.5 o C 3.Mornitor EKG เฝาระวัง Cardiac arrhythmia 4.Warm เลือดและสารน้ํากอนใหผูปวย -ผูปว ย ปลอ ดภัย จาก ภ าว ะ อุณหภูมิรางกายต่ํา 1.BT > 36.5 o C 2.No Cardiac arrhythmia ไมสุขสบายเนื่องจากปวด แผล 1. ประเมินสัญญาณชีพ Pain score ทุก 4 ชั่วโม 2. ใหยาระงับความปวดตามแผนการรักษา ประเมิน Pain score ซ้ํา 15 นาทีหลังใหยาแกปวด และติดตาม S/E ของยา เชน ความดันโลหิต < 90/60 มิลลิเมตร ปรอท กดการหายใจ 3. ทําการพยาบาลตาง ๆ ดวยความนุมนวล ออนโยน 4. ดูแลความสุขสบายและจัดทาทางใหสุขสบาย จัด สิ่งแวดลอมใหสงบสุขสบาย 5. พูดปลอบโยน ใหกําลังใจ อธิบายแผนการดูแลรักษา ตลอดจนใหขอมูลผูปวย 1. ผูปวยบนปวดแผลนอยลง 2. Pain score นอยกวา 3 คะแนน 3. ชีพจร 60 - 100 ครั้ง/นาที การหายใจ 14 - 24 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต > 90/60 มิลลิเมตรปรอท 4. นอนหลับพักผอนได ไมมีตื่น ดิ้น กระสับกระสาย มีภาวะไมสมดุลของ อิเล็กโทรไลตในรางกาย (Electrolyte imbalance) 1.ปร ะ เ มิน อ า กา ร แ ละ อ า กา ร แ สด ง ข อง ภ า ว ะ Electrolyte imbalance เชน มีอาการกลามเนื้อออน แรง สับสน เบื่ออาหาร คลื่นไส อาเจียน 2. Moniter EKG ติดตาม เฝาระวังภาวะ Cardiac arrhythmia และความผิดปกติอื่นๆ เชน ST segment depression, Flattened T wave จากภาวะ Hypokalemia , Tall peak T wave จากภาวะ Hyperkalemia , Torsades de pointes จากภาวะ Hypomagnesemia เปนตน 3. ดูแลใหผูปวยไดรับสารน้ําตามแผนการรักษา 4. บันทึกจํานวนน้ําเขาและน้ําออกทุก 8 ชั่วโมง 5.ประเมิน Gastrointestinal system โดยอาจเกิด Bowel ileus ในผูปวยที่มีภาวะ Hypokalemia 6.ติดตามผล Lab Electrolyte - ผูปวยปลอดภัยจากภาวะ ไมสมดุลของอิเล็กโตรไลตใน รางกาย 1. ผลLab Normal -Na = 135-145 mEq/l -K = 3.5-5.0 mEq/l - Cl = 98 – 107 mEq/l - HCO3 = 22 – 29 mEq/l - Ca = 8.6-10.0 mg/dl - Mg = 1.6-2.6 mEq/l - PO4 = 2.5-4.5 mg/dl 2. ไมมีอาการและอาการแสดง ของ ภาวะไ ม ส ม ดุ ล ข อ ง อิเล็กโตรไลตในรางกาย เชน ซึม สับสนกลามเนื้อออนแรง เบื่ออาหาร คลื่นไส อาเจียน


92 ปญหา/ความตองการ/ ขอวินิจฉัยการพยาบาล แผนการพยาบาล ผลลัพธที่คาดหวัง ผูปวยและญาติมีความวิตก กังวลเกี่ยวกับการทําผาตัด เนื้อตายและการปลูกถาย ผิวหนัง 1.สรางสัมพันธภาพที่ดีระหวางพยาบาล เจาหนาที่ใน ทีมสุขภาพกับผูปวยและญาติ 2.อธิบายเหตุผลและประโยชนของการตัดเนื้อตายให ความรูในการปฏิบัติตนอยางถูกตองทั้งกอนและหลัง ผาตัด - ผูปวยและญาติคลายความวิตก กังวลเขาใจและยอมรับในอาการ เจ็บปวย ผูปวยและญาติมีความวิตก กังวลเกี่ยวกับการทําผาตัด เนื้อตายและการปลูกถาย ผิวหนัง 3. พยาบาลใหขอมูลแกผูปวยและญาติเกี่ยวกับอาการ และแผนการดูแลของทีมสุขภาพ 4. เปดโอกาสใหผูปวยและญาติ พบแพทย ซักถามขอ สงสัย สรางความมั่นใจ มีสวนรวมในการตัดสินใจ รักษาพยาบาล 5.เสริมแรงและใหกําลังใจ 2.ระยะพนวิกฤต (out of crisis phase) ปญหา/ความตองการ/ขอ วินิจฉัยการพยาบาล แผนการพยาบาล ผลลัพธที่คาดหวัง เสี่ยงตอการติดเชื้อแผลไหม เนื่องจากผิวหนังถูกทําลาย พื้นที่กวางและลึก 1.จัดผูปวยเขาหองแยกเพื่อปองกันการติดเชื้อ แยก เครื่องใชเฉพาะสําหรับผูปวยโดยผานการนึ่งทําลายเชื้อ อยางเครงครัด เชน เสื้อผา ผาปูที่นอน ปลอกหมอน 2. ดูแลบาดแผลในเบื้องตน เพื่อกําจัดสิ่งปนเปอน และ เนื้อเยื่อที่ไหม ปองกันการติดเชื้อและทําใหแผลหายดี โดย ทําแผลดวย NSS ตัดผิวหนังที่ไหมออก Pack gauze with NSS 3. แพทย Set OR เพื่อ Debridement แผลในหอง ผาตัดอยางสม่ําเสมอ 4. ใชเทคนิคปราศจากเชื้อกับผูปวย ในการใหการ พยาบาล และลางมือกอนและหลังการใหการพยาบาล 5. ประเมินสัญญาณชีพทุก 1 ชั่วโมง Observe ภาวะไข จากการติดเชื้อ 6. ดูแลใหไดรับยาปฏิชีวนะเพื่อลดการติดเชื้อตาม แผนการรักษาของแพทย - ผูปวยปลอดภัยจากการติดเชื้อ ที่แผลไหม 1. แผลมีDischarge ซึมนอยลง ไมมีหนอง แผลแดงดีขึ้น 2. CBC WBC 5,000-10,000 cell/mm3, Neutrophil 60- 70 % 3. อุณหภูมิอยูระหวาง 36.5- 37.4 องศาเซลเซียส


93 7. ใหคําแนะนําแกผูปวยและญาติในเรื่องการปองกัน การติดเชื้อ ปญหา/ความตองการ/ขอ วินิจฉัยการพยาบาล แผนการพยาบาล ผลลัพธที่คาดหวัง มี โ อ ก า ส เ กิ ด ภ า ว ะ ทุ พ โภชนาการ เนื่องจากสูญเสีย โปรตีนทางแผลไหมและการ เผาผลาญของรางกายเพิ่มขึ้น 1. เฝาระวังภาวะทุพโภชนาการ ประเมินโดยใช Nutrition Alert Form คํานวณ Calories requirement สูตร 25 kcal/BW. + 40 kcal /%Burn 2.ดูแลใหอาหารทาง NG tube Add โปรตีนไขขาวเพิ่ม หรือใหรับประทานอาหาร High โปรตีน 3.พิจารณาให TPN หากผูปวยตอง NPO นาน หรือ ให Albumin ในรายที่ Albumin ต่ํามาก 4.ติดตาม Lab albumin - ผูปวยปลอดภัยจาก ภาวะทุพโภชนาการ - Albumin อยูในเกณฑปกติ 3.5-5 gm./dL เสี่ยงตอภาวะแผลปลูกถาย ผิวหนังไมติด เนื่องจากปฏิบัติ ตนไมถูกตอง 1. ดูแลใหอวัยวะสวนที่ปลูกถายหนังอยูนิ่งๆและไมให ถูกกดทับ ประมาณ 5 วัน โดยใสเฝอกออนไว 2. อธิบายการดูแลแผลบริเวณปลูกถายหนัง 2.1. สังเกตการติดของผิวหนังที่ปลูกถาย ถามีหนอง หรือเปนน้ําใตหนังที่ปลูกรายงานแพทย 2.2. ไมใหผูปวยแกะเกาบริเวณที่ปลูกถายหนังเพื่อ ปองกันผิวหนังที่ปลูกถายหลุดหรือเกิดการติดเชื้อ 2.3. ดูแลแผลบริเวณที่ปลูกถายหนังไมใหเปยกชื้น จากน้ําเหลืองที่ซึมจากการผาตัด 3. การดูแลแผลบริเวณที่ตัดหนังไปปลูก 3.1. สังเกตเลือดที่ออก ถามีเลือดซึมออกมากพันทับ ดวยผาปดแผลฆาเชื้อแลวพันดวยผายืดพันแผลอีกครั้ง เพื่อชวยใหเลือดหยุด 3.2 สังเกต สีกลิ่นของสิ่งคัดหลั่งที่ซึมออกจากแผล ถาผิดปกติให Notify 4. บันทึกสัญญาณชีพ เพื่อประเมินการติดเชื้อของ บาดแผล 5. ดูแลใหยาปฏิชีวนะ เพื่อปองกันการติดเชื้อของ บาดแผล 6.หามแผลโดนน้ํา และไมใหแกะเกาแผล 7.แนะนํารับประทานอาหารเพื่อสงเสริมการหายของ 1. แผลปลูกถายหนังติดดี มากกวา 80% 2. ไมมีการติดเชื้อที่แผลปลูก ถายหนัง


94 แผล เชน ผลไมรสเปรี้ยว อาหารที่มีโปรตีนสูงเพื่อชวย การสรางเนื้อเยื่อที่ถูกทําลาย 3.ระยะฟนฟู (Rehabilative phase) ปญหา/ความตองการ/ขอ วินิจฉัยการพยาบาล แผนการพยาบาล ผลลัพธที่คาดหวัง เสี่ยงตอการเกิดแผลเปนดึงรั้ง และแผลนูนบริเวณไฟไหม 1.ประเมินบริเวณที่มีแผลไหมที่มีโอกาสเกิด Constrict คือ รักแรและขอศอก โดยใหผูปวยไดบริหารขอตอขอ พับเหลานั้นแบบ Range of Motion (ROM) ดูแลความ แข็งแรงของขอและกลามเนื้อ วันละ 4 ครั้ง เหยียดแขน ขาแนะนาใหกางแขน 90-110 องศา กับลําตัวใน ลักษณะหมุนออกนอกลําตัวการปองกันแผลเปนนูนใช ผายืดรัดบาดแผลที่หายไว23 ชั่วโมง 2. อธิบายใหผูปวยและญาติทราบเหตุผลในการจัดทา ใหกําลังใจผูปวยสม่ําเสมอในการชวยเหลือใหผูปวยดูแล สุขภาพรางกายของตนเอง 3. ชวยทํา Passive exercise ใหผูปวยตามขอตาง ๆ ที่ มี โ อ ก า ส เ กิ ด ก า ร ดึ ง รั้ ง ฝ ก ก ร ะ ตุ น ใ ห ผู ป ว ย ทํ า Progressive, active, ROM, Exercise ของขอตอตาง ๆ ทุก 2-4 ชั่วโมง ขณะที่ผูปวยตื่น สอนกระตุน ชวยเหลือในการพยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง เมื่อผูปวยทํา STSG ใหบริหารเล็กนอยยืดขอศอก 4. ใหยาแกปวดกอนที่ผูปวยจะทํากิจกรรมบริหาร ขอ ตอตามความจําเปน เมื่อผูปวยตองการ ผูปวยปลอดภัยจากเกิดแผลเปน ดึงรั้งและแผลนูนบริเวณไฟไหม 1. แผลแหงดี ไมมีการหดรั้ง บริเวณรักแร และรอบขอศอก ผูปวยสามารถเคลื่อนไหวขอทุก ขอไดดี 2. สามารถกลับไปทํากิจกรรม ตาง ๆ ไดเชนเดิม เชน กิจวัตร ประจําวัน รูสึกสูญเสียคุณคาในตนเอง เ นื่ อ ง จ า ก ภ า พ ลั ก ษ ณ ที่ เปลี่ยนแปลงไป 1. เปดโอกาสใหผูปวยระบายความรูสึกออกมา โดยรับ ฟงอยางตั้งใจ ไมแสดงทาทีรีบเรง หรือรังเกียจ 2. อธิบายใหผูปวยทราบลักษณะของแผลไหม กลไกการ หายของแผล แผนการรักษาพยาบาล เพี่อใหผูปวยเกิด กําลังใจ และใหความรวมมือในการรักษาพยาบาล 3. สังเกตพฤติกรรมและซักถามความรูสึกของผูปวยตอ ภาพลักษณที่เปลี่ยนไป 4. แนะนําญาติผูปวยไมใหแสดงทาทางรังเกียจ 5. แนะนําใหผูปวยปฏิบัติกิจกรรมเพื่อเสริมสรางความ เขมแข็งทางจิตใจ และชวยใหเกิดการยอมสภาพความ 1. ผูปวยไมมีอาการซึมเศรา พูดคุยมากขึ้น 2. ผูปวยปรับตัวกับการ เปลี่ยนแปลงภาพลักษณได


95 เจ็บปวยไดเร็วขึ้น เชน การสวดมนตภาวนา การทําบุญ ใสบาตร ปญหา/ความตองการ/ขอ วินิจฉัยการพยาบาล แผนการพยาบาล ผลลัพธที่คาดหวัง รูสึกสูญเสียคุณคาในตนเอง เ นื่ อ ง จ า ก ภ า พ ลั ก ษ ณ ที่ เปลี่ยนแปลงไป (ตอ) 6. ปรึกษาจิตเวชเมื่อผูปวยมีอาการซึมเศรามากขึ้น ผูปวยและญาติขาดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการดูแล ตนเองเมื่อกลับไปอยูบาน 1.ประชุมปรึกษาทีมดูแลรักษาผูปวยและญาติ เกี่ยวกับ การวางแผนจาหนายตามหลัก DMETHOD 2.ใหคําแนะนําและอธิบายเกี่ยวกับการบริหารขอตางๆ ปองกันขอติดแข็ง การใชผายืดหุมบริเวณที่มีรอยแผล ปองกันแผลเปนนูน การปองกันผิวหนังรอยแผลไหมจาก แสงแดด การทาครีมบํารุงใหผิวหนังยืดหยุนดี 3.แนะนําการรับประทานอาหารมีพลังงาน วิตามิน โปรตีนเพื่อชวยการหายของแผล 4.แนะนําการทําความสะอาดรางกายและการดูแล บาดแผลที่หลงเหลืออยู ไมใหแกะเกาแผลหรือแผลโดน น้ํา 5.แนะนําสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดบริเวณบาดแผล เชน อาการบวม แดง เลือดออก แผลซึม และมีอาการ ผิดปกติอื่น ๆ ใหรีบปรึกษาแพทยทันที 6.แนะนําการ รับประทานยาและสังเกตอาการแทรกซอน ที่อาจจะ เกิดขึ้นหลังรับประทานยา 7.เนนใหเห็นความสําคัญของการมาตรวจตามนัดทุกครั้ง รับทราบเขาใจการปฏิบัติตัว สามารถดูแลตนเองไดถูกตอง และไมเกิดภาวะแทรกซอน ผลลัพธที่คาดหวัง ผูปวยไดรับการปฏิบัติการพยาบาลที่ตอบสนองตอปญหาและความตองการอยางถูกตอง ตอเนื่อง ตลอดระยะเวลาที่รับการรักษาในโรงพยาบาล มาตรฐานที่6 การดูแลตอเนื่อง พยาบาลวิชาชีพวางแผนจําหนายผูปวยทุกรายไดครอบคลุมปญหาและความตองการของผูปวย แนวทางปฏิบัติ


96 1. ใชขอมูลจากการประเมินในระยะแรกรับและตอเนื่อง ในการวินิจฉัยคาดการณ ปญหาสุขภาพที่ จําเปนตองไดรับการดูแลตอเนื่อง/เมื่อจําหนายไปยังหอผูปวยหรือกลับบาน ใหสอดคลองกับปญหาของผูปวย แตละราย 2. ประเมินความสามารถในการดูแลตนเอง/การปรับตัวของผูปวยและครอบครัว รวมทั้งการคนหา ผูดูแล หรือบุคคลสําคัญในการสนับสนุนการดูแลตนเองของผูปวย 3. กําหนดแผนและระบุเปาหมายของการปฏิบัติการพยาบาลในแตละวัน/ชวงเวลา การปฏิบัติงาน รวมกับผูปวยและครอบครัว 4. เอื้ออํานวยใหผูปวยและครอบครัว/ผูดูแลสามารถวางแผนและจัดกิจกรรมการสรางเสริมสุขภาพ และการดูแลสุขภาพตนเองใหเปนสวนหนึ่งของชีวิตประจําวัน ดังนี้ 4.1 จัดการสิ่งแวดลอมใหเอื้อตอการดูแลสุขภาพตนเอง 4.2 ใหการปรึกษาแกผูปวยและครอบครัว ในการปรับตัวและจัดแบบแผนการดําเนินชีวิต ระหวางเจ็บปวย 4.3 เปดโอกาสใหครอบครัวและผูดูแล หรือบุคคลสําคัญของผูปวยไดเยี่ยม และ/ หรือรวม ปฏิบัติการดูแลผูปวย 4.4 สงปรึกษาพยาบาลผูใหการปรึกษา หรือรับบริการจิตบําบัด/ครอบครัวบําบัด ในกรณีที่ จําเปน 4.5 ประสานงานทีมสหสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวของเพื่อรวมวางแผนจําหนายผูปวย 4.6 ประสานงานกับพยาบาลในหอผูปวย หนวยงานในชุมชน/ครอบครัว/ โรงพยาบาลระดับ ที่สูงกวา เพื่อสงตอการดูแล 5. บันทึกการปฏิบัติการพยาบาลการดูแลตอเนื่อง ผลลัพธที่คาดหวัง ผูปวยและครอบครัว ไดรับการเตรียมความพรอมดานรางกาย จิตวิญญาณ และ ยอมรับสภาพการ เจ็บปวยที่รุนแรง ตั้งแตแรกรับจนถึงจําหนายจากหองผูปวยหนัก มาตรฐานที่7 การสรางเสริมสุขภาพ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการพยาบาลที่สรางเสริมสุขภาพผูปวยไดสอดคลองกับปญหาและความตองการ ผูปวย 1. ใชขอมูลจากการประเมินในระยะแรกและตอเนื่องในการวินิจฉัยความตองการ สรางเสริมสุขภาพ ดานรางกายและจิตใจของผูปวยและครอบครัว 2. กําหนดแผนการสรางเสริมสุขภาพดานรางกาย จิตใจ และ สังคมผูปวยโดยผสมผสานแผนนี้เขากับ แผนการพยาบาล และแผนการดูแลของทีมสหสาขาวิชาชีพ 3. จัดโปรแกรม/ดูแลการสรางเสริมสุขภาพทั้งดานรางกาย จิตใจ และสังคมของผูปวย สอดคลองกับ ปญหาและความตองการของผูปวยแตละราย ไดแก


97 3.1การทํากายภาพบําบัด และการออกกําลังกายอยางเหมาะสมในแตละวัน เพื่อการฟนฟู สภาพ เชน การบริหารกลามเนื้อและขอ การฝกการหายใจ การไอ เปนตน 3.2 การฝกทักษะการปฏิบัติกิจวัตรประจําวัน เชน การอาบน้ํา การรับประทานอาหาร การ ดูแลการขับถาย เปนตน 3.3 การสงเสริมใหผูปวยผอนคลายโดยไมขัดตอภาวะความเจ็บปวย เชน กิจกรรม การผอน คลายกลามเนื้อ กิจกรรมการเปดเพลง/ดนตรีที่นุมนวล เปนตน 3.4 การสรางเสริมการเผชิญความเครียดของผูปวยและครอบครัว สงปรึกษาจิตแพทย 3.5 การสรางเสริมพัฒนาการตามวัย โดยไมขัดตอภาวะความเจ็บปวย 4. จัดการสิ่งแวดลอมที่สงเสริมใหผูปวยไดพักผอน โดยเฉพาะตอนกลางคืน เชน ลดเสียงรบกวนที่ไม จําเปน ปดไฟบางดวง เปนตน 5. ประเมินความกาวหนาของภาวะสุขภาพผูปวยที่ไดรับการสรางเสริมสุขภาพทุกครั้ง กอนที่จะเริ่ม กิจกรรมสงเสริมสุขภาพในขั้นตอนตอไป โดยผสมผสานเขากับการประเมิน/เยี่ยมตรวจที่ปฏิบัติตามแนวทาง ปฏิบัติการดูแลผูปวยเฉพาะโรค 6. ปรับเปลี่ยนแผนการสรางเสริมสุขภาพดานรางกายและจิตใจใหเปนปจจุบัน สอดคลองกับความ ตองการของผูปวยและญาติ 7. ประเมิน สรุป และบันทึกผลการปฏิบัติการพยาบาลสรางเสริมสุขภาพ ตัวอยางการพยาบาลสรางเสริมสุขภาพ 1. การบริหารปอดเพื่อปองกันปอดแฟบและชวยใหผูปวยสามารถหยาเครื่องชวยหายใจไดเร็วขึ้นกรณี ผูปวยใสเครื่องชวยหายใจโดยใชself-inflating lung bag บีบชวยหายใจกอนและหลังดูดเสมหะ 5 ครั้งหรือ กดปุมชวยหายใจในเครื่อง ถามีเสมหะมากทําการเคาะปอดเพื่อระบายเสมหะ (หากไมมีขอหาม) เพื่อปองกัน การติดเชื้อปอดอักเสบจากการใชเครื่องชวยหายใจ ปรึกษากายภาพบําบัด Breathing exercise 2.กายภาพบําบัด โดยนักกายภาพบําบัดเขามามีสวนรวมในการดูแล ปองกันการยึดติดของขอ และ การหดรั้งของกลามเนื้อ กระตุนAmbulation รวมกับ การออกกําลังกายโดยการทํา passive exerciseกระตุน การเคลื่อนไหวรางกายเพื่อเตรียมความพรอมสําหรับการทํากิจวัตรประจําวัน 3. ปรึกษาโภชนาการ ดูแลเรื่องอาหารที่เหมาะสมและไดพลังงานเพียงพอกับผูปวย และชวยสงเสริม การหายของบาดแผลไหม 4. การเตรียมความพรอม ใหญาติมีสวนรวมในการดูแลผูปวยเมื่อผูปวยอาการคงที่ และประเมินความ พรอมของผูดูแล เชน การทําความสะอาดรางกาย และการดูแลเมื่อขับถาย การกายภาพบําบัด ออกกําลังกาย การเคลื่อนไหว การจัดทานอน การพลิกตะแคงตัว การเตรียมอาหารปนทางสายยาง การดูแลแผล ตลอดจน อาการผิดปกติและภาวะแทรกซอนที่อาจเกิดขึ้น ไดแก แผลติดเชื้อ ปอดบวมจากการสําลักอาหาร แผลกดทับ ขอยึดติด ผลลัพธที่คาดหวัง ผูปวยไดรับการฟนฟูสุขภาพไดในระยะเวลาที่เหมาะสมและตอเนื่อง


98 มาตรฐานที่ 8 การคุมครองภาวะสุขภาพ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการพยาบาลที่มีเปาหมายในการคุมครองภาวะสุขภาพของผูปวย เพื่อปองกัน อันตรายที่อาจเกิดขึ้น 1. ใชขอมูลจากการประเมินในระยะแรกและตอเนื่องในการวินิจฉัยความตองการการ คุมครองภาวะ สุขภาพดานรางกายและจิตใจ 2. กําหนดแผนการคุมครองภาวะสุขภาพดานรางกายและจิตใจ โดยผสมผสานเขากับแผนการ พยาบาลและแผนการดูแลของทีมสหสาขาวิชาชีพ 3. จัดการการดูแลและกํากับใหสมาชิกอื่นในทีมการพยาบาลปฏิบัติตามแนวทางการคุมครองภาวะ สุขภาพ ครอบคลุมในประเด็นสําคัญดังนี้ 3.1 การปองกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล 3.2 การปองกันผูปวยจากอันตรายจากการใชเครื่องมือพิเศษ หรืออุปกรณทางการแพทย การทําInvasive Procedure และยาที่อาจมีผลขางเคียงตอการทํางานของอวัยวะสําคัญ เชน O2Toxicity , BPD (Broncho – pulmonary Dysplasia) 3.3 การปองกันความชอกช้ําของรางกายหรืออวัยวะที่อาจเกิดขึ้นขณะใหการรักษาพยาบาล 3.4 การปองกันการเกิดอุบัติเหตุ เชน ตกเตียง 3.5 การปองกันการตายอยางไมคาดคิด (Unexpected Death) 3.6 การปองกันการเกิดแผลกดทับ, การเกิด Aspirated Pneumonia 3.7 การปองกันความพิการหรือการเสื่อมหนาที่ของอวัยวะ เชน Foot Drop กลามเนื้อลีบ หรือ Disused Syndrome 3.8 การปองกันการบาดเจ็บจากการผูกยึด 4. จัดการสิ่งแวดลอมที่เหมาะสมและกระตุนการรับรูของผูปวยอยางสม่ําเสมอ 4.1 ปฏิบัติการพยาบาลดวยความระมัดระวัง ไมทําใหเกิดเสียงดัง ที่รบกวนผูปวย 4.2 การปรับแสงสวางในหออภิบาลผูปวยที่สงเสริมใหผูปวยรับรูเวลาที่ถูกตอง 4.3 บอกวัน เวลา สถานที่ บุคคล 4.4 บอกผูปวยทุกครั้งที่ปฏิบัติการพยาบาล 4.5 สัมผัสผูปวยอยางนุมนวล อยูเปนเพื่อนและรับฟงผูปวยดวยทาทีเปนมิตร เพื่อใหผูปวย คลายวิตกกังวล 5. ติดตามเฝาระวังอุบัติการณความเสี่ยง วิเคราะหสาเหตุ และปรับเปลี่ยนแผนการ คุมครองภาวะ สุขภาพดานรางกายและจิตใจอยางตอเนื่อง 6. ประเมิน สรุป และบันทึกผลการปฏิบัติการพยาบาลเพื่อคุมครองภาวะสุขภาพ ผลลัพธที่คาดหวัง ผูปวยปลอดภัยจากอันตรายที่สามารถปองกันได ขณะรับการรักษาในหองผูปวยหนัก


99 มาตรฐานที่9 การใหขอมูลและความรูดานสุขภาพ พยาบาลวิชาชีพใหขอมูลและความรูที่เกี่ยวของกับภาวะสุขภาพ ครอบคลุมปญหาและความตองการ และเสริมสรางพลังอํานาจผูปวยและครอบครัวใหสามารถปรับตัวกับความเจ็บปวยที่วิกฤต แนวทางปฏิบัติ 1. ประเมินการรับรู ความเขาใจ และความคาดหวังเกี่ยวกับอาการและความเจ็บปวย ของผูปวยและ ครอบครัว เพื่อใชเปนขอมูลพื้นฐานในการใหขอมูลและความรูดานสุขภาพ 2. จัดระบบการใหขอมูลและความรูดานสุขภาพแกผูปวยและครอบครัว ใหถูกตอง ครบถวน อยาง ตอเนื่อง เกี่ยวกับ 2.1 ภาวะความเจ็บปวย การดําเนินของโรค หรือความเจ็บปวยเปนระยะ ๆ อยางตอเนื่อง ตามขอบเขตบทบาทหนาที่ความรับผิดชอบ และแผนการรักษาพยาบาล 2.2 การเตรียมตัวเมื่อยายออกจากหออภิบาลผูปวยหนัก 2.3 ความสําคัญและเหตุผลของการผูกยึดผูปวย และการบริจาคอวัยวะดวยเหตุผลทาง การแพทย 3. จัดโปรแกรมการปฐมนิเทศผูปวยรับใหมทุกราย เพื่อใหผูปวยและครอบครัวรับรู เกี่ยวกับประเด็น ดังนี้ 3.1 สิทธิที่พึงมีและพึงไดรับจากโรงพยาบาลและทีมสหสาขาวิชาชีพ 3.2 การใชสถานที่ สิ่งแวดลอม สิ่งอํานวยความสะดวก และแหลงประโยชนในโรงพยาบาล 3.3 กฎระเบียบของโรงพยาบาลที่เกี่ยวของกับผูปวยและครอบครัว เชน เวลาเยี่ยม , เวลา รับประทานอาหารและเวลาปฏิบัติกิจกรรมการพยาบาลที่เปนกิจวัตรประจําวันที่ผูปวย จะไดรับระหวางรักษา ในโรงพยาบาล 3.4 สิทธิผูปวย 4. อธิบายใหผูปวยและครอบครัวเขาใจเกี่ยวกับแผนการรักษาพยาบาล เพื่อใหสามารถตัดสินใจ เลือก รับการรักษากอน ลงนามยินยอมทุกครั้ง 5. กรณีผูปวยขอกลับบานโดยไมสมัครใจรับการรักษา พยาบาลวิชาชีพใหคําแนะนําหรือเอกสารการ ดูแลตนเองและซักซอมความเขาใจ เกี่ยวกับการสังเกตอาการ การกลับเขารับการรักษาในโรงพยาบาล และให ผูปวยหรือผูดูแลที่มีสิทธิรับผิดชอบผูปวยตามกฎหมายและลงลายมือชื่อกํากับ เพื่อแสดงการยอมรับและเขาใจ ในคําอธิบายไวเปนหลักฐาน 6. กรณีการแจงขาวราย ดําเนินการดังนี้ 6.1 ประเมินความพรอมของผูปวยหรือครอบครัว และพิจารณาหาวิธีการแจงขอมูลอยาง เหมาะสม หรือประสานงานกับแพทยผูรับผิดชอบดูแลผูปวยเพื่อเปนผูใหขอมูล 6.2 เปดโอกาสใหผูปวยและครอบครัวระบายความรูสึกหรือซักถามภายหลังการรับทราบ ขอมูลและชวยเหลือเพื่อประคับประคองอารมณ 6.3 กรณีจําเปนตองรับการปรึกษา ประสานกับพยาบาลผูใหการปรึกษาเพื่อดูแลตอเนื่อง


100 7.ประเมินผลการใหขอมูลและความรูดานสุขภาพ 8. บันทึกการใหขอมูลและความรูแกผูปวยและครอบครัวอยางตอเนื่องและครบถวน ตัวอยางการพยาบาลวางแผนจําหนายโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ ไดแก เภสัชกรดูแลการบริหารยานัก กายภาพบําบัดดูแลฟนฟูสภาพ นักกิจกรรมบําบัดดูแลเรื่องการกลืน นักสังคมสงเคราะหดูแลเรื่องสิทธิบัตรการ รักษานักโภชนากรดูแลเรื่องความเพียงพอของสารอาหารและพลังงาน 1. ประเมินความพรอมของผูปวยดังตอไปนี้ 1.1 สัญญาณชีพคงที่ 1.2 สามารถหยาเครื่องชวยหายใจได 1.3 บาดแผลไหมไมเกิดการติดเชื้อ 2. การเตรียมความพรอมของผูดูแลและครอบครัวเพื่อวางแผนจําหนายดวย DMETHOD-P 2.1 Diagnosis ความรูความเขาใจเกี่ยวกับภาวะโรคการสังเกตอาการผิดปกติไดแก - บาดแผลไหมมีหนอง หรือ มีเลือดออกมากผิดปกติ - มีไข - ปวดบาดแผลมากขึ้น มีอาการชา - ขอยึดติด มีการหดรั้งของกลามเนื้อ 2.2 M: Medication การใชยา - รับประทานยาตามแผนการรักษาของแพทยใหครบและตรงเวลา - ไมซื้อยารับประทานเอง 2.3 E: Economic & Environment สิ่งแวดลอมเศรษฐกิจสังคม - การปองกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได - ผูปวยจําเปนตองไดรับการชวยเหลือในเรื่องระบุ......................... 2.4 T: Treatment แนวทางการพยาบาล - แนวทางการรักษาพยาบาล - ความสําคัญในการดูแลสุขภาพและการปฏิบัติตัวที่ถูกตอง - สาธิตและสอนวิธีการดูแลตนเองในเรื่อง -การดูแลบาดแผล -การดูแลทําความสะอาดรางกาย -การใหอาหารทางสายยาง -การทําความสะอาดสายสวนปสสาวะ -การดูแลทอเจาะคอ - การจัดทา / พลิกตะแคงตัว /กระตุน Ambulation - การทํากายภาพบําบัด / ออกกําลังกาย /Breathing exercise 2.5 H: Health ดานสุขภาพและการดูแลตนเอง


101 - การดูแลบาดแผลไหม - การทํากายภาพบําบัด / ออกกําลังกาย /Breathing exercise - การดูแลดานโภชนาการ 2.6 O: Outpatient Referal system การดูแลตอเนื่อง / การมาตรวจตามนัดใหผูปวยมา ตรวจตามนัดเพื่อการรักษาที่ตอเนื่องถามีอาการผิดปกติใหมาพบแพทยกอนวันนัด 2.7 D: Diet การรับประทานอาหารที่เหมาะสม - การเตรียมอาหารทางสายยาง / อาหารใหพลังงาน โปรตีนสูง - งดเหลาบุหรี่และสารเสพติด - การรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับโรคประจําตัวระบุ..................... 2.8 P: Psychological support การดูแลดานจิตใจ - ความวิตกกังวลเรื่องคุณคาของตนเอง - Empowerment ผูปวยและญาติ ผลลัพธที่คาดหวัง ผูปวยและครอบครัวสามารถปรับตัวและยอมรับการเจ็บปวยที่วิกฤตได รวมทั้งรับทราบสิทธิที่ตนพึงได มาตรฐานที่10 การพิทักษสิทธิผูปวย พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการพยาบาลบนพื้นฐานของความเคารพในคุณคาของความเปนมนุษย ตลอดจนการพิทักษสิทธิตามขอบเขตบทบาทหนาที่ความรับผิดชอบ แนวทางปฏิบัติ 1. จัดการการพยาบาลโดยใชแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการพิทักษสิทธิผูปวย ดังนี้ 1.1 การใหขอมูล/บอกกลาวขอมูลที่จําเปนแกผูปวยและครอบครัว เกี่ยวกับ 1.1.1 การผูกยึด 1.1.2 แผนการรักษาของแพทยและแผนการพยาบาล 1.2 การรักษาความเปนสวนตัวและความลับของผูปวย เกี่ยวกับ 1.2.1 ความลับของเวชระเบียน ทั้งสิทธิการใชและเขาถึงขอมูลเวชระเบียน 1.2.2 การเผยแพรขอมูลเพื่อใชในการศึกษา เรียนรู/วิจัย 1.2.3 การเปดเผยรางกายจากการบริการรักษาพยาบาล 2. จัดการสิ่งแวดลอมที่ไมขัดแยงกับความเชื่อ/วัฒนธรรมของผูปวยและครอบครัว 3. จัดการการปฏิบัติการพยาบาลผูปวยโดยบนพื้นฐานการเคารพในสิทธิและยึดจรรยาบรรณวิชาชีพ เคารพในคุณคาความเปนมนุษยในฐานะปจเจกบุคคลอยางเทาเทียมกัน ไมแบงแยกชนชั้นหรือเชื้อชาติ ศาสนา ดังนี้ 3.1 บอกใหผูปวยไดรับทราบ แมในภาวะไมรูสึกตัว 3.2 บอกใหขอมูลแกผูปวยที่รูสึกตัวกอนใหการพยาบาลทุกครั้ง


102 3.3 ไมเปดเผยรางกายผูปวยเกินความจําเปน 3.4 จัดสถานที่/บริเวณใหการพยาบาล เปนสัดสวนและมิดชิด 4. ปกปองผูปวยไมใหถูกลวงล้ําหรือละเมิดสิทธิสวนบุคคลในทางที่ไมเหมาะสม รวมทั้งการปฏิเสธการ รักษาที่ไมเหมาะสมในผูปวยทุกราย โดยเฉพาะผูปวยไมรูสึกตัวหรือผูปวยวาระสุดทาย 5. สงเสริมใหผูปวยและครอบครัวมีสวนรวมในการตัดสินใจรับการรักษาพยาบาล ภายใตขอมูลที่ ครบถวนชัดเจน (ยกเวนกรณีฉุกเฉิน) 6. พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติตัวเปนแบบอยางและกํากับใหสมาชิกทีมการพยาบาล ปฏิบัติการพยาบาลที่ ไดรับมอบหมาย ดวยความเคารพในคุณคาความเปนมนุษยในฐานะปจเจกบุคคล แมในภาวะไมรูสึกตัว ผลลัพธที่คาดหวัง ผูปวยไดรับการพิทักษสิทธิตลอดระยะเวลาที่รับการรักษาอยูในหออภิบาลผูปวยหนัก มาตรฐานที่11 การบันทึกทางการพยาบาล 1. บันทึกขอมูลของผูปวยอยางถูกตองเปนระบบ ตอเนื่อง และสามารถสื่อสารในทีมการพยาบาลและ ทีมสหสาขาวิชาชีพ ตั้งแตแรกรับจนจําหนายครอบคลุม เกี่ยวกับ 1.1 การประเมินผูปวยแรกรับและการประเมินซ้ําอยางตอเนื่อง 1.2 ขอวินิจฉัยทางการพยาบาลหรือปญหา และความตองการการพยาบาลที่ครอบคลุม ปญหา และความตองการดานรางกายและจิตวิญญาณ 1.3 แผนการพยาบาลที่สอดคลองกับลําดับความสําคัญของปญหาและความตองการทาง ผูปวยดานรางกายและจิตวิญญาณ 1.4 กิจกรรมการพยาบาลเพื่อแกปญหาและตอบสนองความตองการของผูปวยและครอบครัว 1.5 การตอบสนองของผูปวยหรือผลลัพธของการพยาบาล 1.6 ความสามารถของผูปวยในการดูแลสุขภาพตนเอง 2. ตรวจสอบความถูกตองของการบันทึก และรายงานทางการพยาบาลในแตละชวงวัน และเวลา ปฏิบัติงาน 3. ทบทวนเอกสารรายงานผูปวย เพื่อตรวจสอบความครบถวน สมบูรณในการบันทึกการดูแลผูปวยใน แตละชวงวันและเวลาปฏิบัติงาน และตรวจสอบทุกครั้งเมื่อมีเหตุการณ/อุบัติการณที่ไมพึงประสงคเกิดขึ้น 4. ใชแบบฟอรมการบันทึกที่ไดมาตรฐาน หรือไดรับการออกแบบใหสามารถบันทึกขอมูลในการ ปฏิบัติการพยาบาลไดครบถวน และชวยแปลผลการบันทึกไดงาย 5. ดําเนินกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพการบันทึกทางการพยาบาลอยางตอเนื่อง ผลลัพธที่คาดหวัง 1. บันทึกทางการพยาบาลสามารถเปนเครื่องมือสื่อสารระหวางทีมสหสาขาวิชาชีพ และแสดงถึงการ เปลี่ยนแปลงของผูปวยอยางตอเนื่อง 2. บันทึกทางการพยาบาลสามารถสะทอนคุณภาพการปฏิบัติการพยาบาล ใชเปนขอมูลเพื่อการวาง แผนการพยาบาล และใชเปนเอกสารอางอิงทางกฎหมายได


103


Click to View FlipBook Version