The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการปฏิบัติงานไฟฟ้าด้วยดวามความปลอดภัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by runn0248, 2022-05-04 21:22:20

คู่มือการปฏิบัติงานไฟฟ้าด้วยดวามความปลอดภัย

คู่มือการปฏิบัติงานไฟฟ้าด้วยดวามความปลอดภัย

Keywords: คู่มือการปฏิบัติงานไฟฟ้าด้วยดวามความปลอดภัย

๑๑.๒ ขนั้ ตอนการดาเนนิ การเกบ็ นา้ มนั
- ทาความสะอาด บริเวณปากกอ๊ กน้ามัน โดยใชผ้ ้าแห้งเช็ดใหส้ ะอาด
- เปดิ ก๊อกดา้ นลา่ งของตัวถังหม้อแปลง คอ่ ย ๆ ปิดวาวลท์ กี่ อ๊ ก Drain นา้ มนั
ทง้ิ พอประมาณ อย่าให้เศษตะกอนทก่ี น้ ถงั ปะปนมากับนา้ มนั
- เมื่อนา้ มันไหลออกตามปริมาณท่ตี อ้ งการ แลว้ ให้ปดิ ฝาขวดใหส้ นมิ ทนั ที
พรอ้ มรัดบริเวณฝาขวดกันความช้ืนเขา้

๑๑.๓ ขั้นตอนการดาเนนิ การทดสอบน้ามันหม้อแปลง
- นานา้ มันใส่ภาชนะที่ใชใ้ นการทดสอบตามปรมิ าณท่ีกาหนดของเครือ่ ง
ทดสอบ ตง้ั ระยะห่างของขั้วไฟฟา้ ทเ่ี ครื่องทดสอบห่างกนั 2.5 มม.
- ทาการทดสอบจานวน 5 ครัง้ เว้นระยะห่างของการทดสอบ แตล่ ะคร้ังๆ ละ
5 นาที นาค่าทดสอบที่ไดท้ ้งั 5 ครง้ั มาหาค่าเฉล่ีย
- บนั ทึกผลการทดสอบ ในแบบฟอรม์ มป.4-ป.41

๑๑.๔ ขน้ั ตอนการดูระดบั น้ามนั
- ตรวจดรู ะดับน้ามันอย่ใู นเกณฑม์ าตรฐานหรอื ไม่
- ตรวจขนั น๊อต-สกรู ให้แน่น
- ตรวจสอบรอยร่ัวซมึ น้ามนั และซีลยาง(Seal)
- ตรวจสอบ กระจก/พลาสตกิ วา่ แตกชารุดหรือไม่

ข้อควรระวงั
-ระวงั น้ามนั หม้อแปลงท่ีอาจร่วั ซึมบนนงั่ ร้านและทาให้ลืน่ ขณะปฏิบัตงิ าน ซง่ึ อาจทาให้เกิด
การลน่ื ลม้ ได้

๖ - ๑๐

๑๒. การทดสอบค่าความต้านทานดิน
มกี ารดาเนนิ การและข้อควรระวัง ดังน้ี
๑๒.๑ การจดั เตรียมอุปกรณ์
- ตรวจสอบคา่ Battery พรอ้ มดาเนนิ การหรอื ไม่
- ตรวจสอบสภาพสายไฟ (สีแดง , สเี หลอื ง , สเี ขยี ว )
- กราวดร์ ็อด จานวน 2 แทง่ (ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร )
๑๒.๒.ขั้นตอนการดาเนินการ
- ประกอบสายไฟตามวงจรกับตวั เครื่องทดสอบดงั นี้
- สายสแี ดง ต่อกับ ขั้ว C (ความยาว 20 เมตร)
- สายสเี หลอื ง ต่อกับ ขว้ั P (ความยาว 10 เมตร)
- สายสเี ขียว ตอ่ กบั ขั้ว E (ความยาว 5 เมตร)
- ปักกราวดร์ ็อด ตามแบบและระยะห่างทค่ี มู่ อื กาหนด
- มาตรฐานความตา้ นทานดิน ของ กฟภ.
- คา่ กราวดร์ วมของระบบ ไมเ่ กิน 2 โอหม์
- ค่ากราวด์ต่อจุด ไม่เกนิ 5 โอห์ม
ข้อควรระวงั
- ก่อนทดสอบคา่ กราวด์ใหท้ ดสอบแรงดนั ไฟฟา้ สลับลงกราวดห์ รอื ไม่ ถ้ามีหา้ มดาเนนิ การวดั
ให้ทาการแก้ไขคา่ กราวด์

๖ - ๑๑

๑๓. การสับไฟฟ้าเข้าหมอ้ แปลง
มีการดาเนินการและขอ้ ควรระวงั ดังนี้
- ปลดสายชอ็ ตและกราวด์ทท่ี าไว้ในระบบจาหน่าย
- กรณอี ปุ กรณป์ ้องกันดา้ นแรงตา่ ของหม้อแปลงใช้ LT switch แบบการไฟฟ้า
ส่วนภมู ิภาคให้สับสวิตซ์แรงต่าหลังสับแรงสูง
ขอ้ ควรระวงั
การข้นึ ปฏบิ ตั งิ านบนนง่ั ร้านหมอ้ แปลง
๑.ต้องระวงั การจ่ายย้อนทางของกระแสจากดา้ นแรงต่า ดงั นั้นเมือ่ ปลดสวติ ซ์ด้านแรงสูง-แรง
ต่าแลว้ ต้องตอ่ ลงดนิ ด้านแรงตา่ ด้วย เพอื่ ใหแ้ น่ใจว่าไมม่ ีกระแสไหลย้อนได้อกี
๒.ต้องไม่สมั ผัสตัวถงั หมอ้ แปลง หรือยืนบนหมอ้ แปลงขณะปฏิบตั งิ านใกล้แนวสายท่ียงั มี
กระแสไฟฟา้
๓.การสับจา่ ยแรงสูง-แรงตา่ ต้องทาดว้ ยความระมัดระวัง เท่ียงตรงและรวดเรว็ ใหไ้ ดใ้ นคร้ัง
เดียวเพื่อมใิ ห้เกิดอารก์ มาก และให้สบั จ่ายเฟสทอี่ ยู่ใกล้เสากอ่ น

๑๔. การปฏิบัตงิ านกบั หม้อแปลงกระแส (Current Transformer)
มกี ารดาเนนิ การและขอ้ ควรระวัง ดงั นี้
- จอดรถใหเ้ หมาะสม ถา้ เป็นบริเวณข้างทางหรือไหล่ทางใหต้ ดิ ตง้ั กรวย สญั ญาณไฟ
กระพรบิ และป้ายแจ้งเตือนการปฏบิ ตั งิ านบนถนนหรือไหลท่ างตามแบบมาตรฐาน
- ตอ้ งแตง่ กายให้เหมาะสมสวมใส่อุปกรณป์ อ้ งกันอันตรายส่วนบุคคลใหค้ รบกอ่ น
ปฏิบัติงานทุกคร้ัง
- การติดต้งั หรอื การปลดหม้อแปลงกระแสทกุ คร้งั จะต้องสับสวิตช์ใหข้ ั้วทางด้านกระแสไฟ
แรงตา่ ลัดวงจรหรือหากไมม่ สี วิตชก์ ็ใหต้ อ่ สายลัดวงจรไวเ้ สมอ

๖ - ๑๒

- ตรวจดสู ภาพภายนอกของตวั CT. ว่ามีคราบน้ามัน,รอยบวมชารุดหรือไม่ ก่อนที่จะ
นาไปใชง้ าน
๑๕. การปฏบิ ตั ิงานกับหม้อแปลงแรงดัน (Potential Transformers)
มีการดาเนินการและข้อควรระวงั ดังน้ี
- จอดรถใหเ้ หมาะสม ถ้าเป็นบรเิ วณขา้ งทางหรือไหลท่ างใหต้ ดิ ต้ังกรวย สญั ญาณไฟ
กระพริบและป้ายแจง้ เตอื นการปฏบิ ัติงานบนถนนหรอื ไหลท่ างตามแบบมาตรฐาน
- ตอ้ งแต่งกายให้เหมาะสมสวมใสอ่ ุปกรณป์ อ้ งกนั อนั ตรายสว่ นบุคคลให้ครบก่อน
ปฏบิ ตั งิ านทุกครงั้
- หา้ ม Short Circuit ดา้ น Secondary ของ PT ขณะที่มแี รงดันอยทู่ างดา้ น Primary
ของ PT
- ตรวจดสู ภาพภายนอกของตัว PT. วา่ มีคราบน้ามัน,รอยบวมชารดุ หรอื ไม่ ก่อนทจี่ ะ
ปฏบิ ัติงาน

๖ - ๑๓



บทท่ี ๗
ความปลอดภยั ในการใช้ยานพาหนะ เครื่องมอื กล และเครอื่ งมอื กอ่ สรา้ ง

๑. การใชร้ ถยนต์
๑.๑การตรวจเช็ครถยนตป์ ระจาวันโดยผขู้ ับข่ี
วัดระดบั น้ามนั เครื่อง

- เดนิ รอบ ๆ ตัวรถ เพ่อื ตรวจดูสภาพรถภายนอกทง้ั อุปกรณส์ ่วนควบ กระจกรถด้านนอก
ยางรถ ว่าไม่มสี ิ่งใดผดิ ปกติ

- เปิดฝากระโปรงรถ ตรวจเชค็ ระดบั และคุณภาพของนา้ มันเคร่อื ง
- ตรวจระดบั นา้ ในถงั พักนา้
- ตรวจระดบั นา้ มันเบรกและคลัตช์
- ตรวจระดับน้ากลั่นในแบตเตอรี่และสภาพข้วั แบตเตอร่ี
- ตรวจรอยรว่ั ซึมและรอยคราบของน้ามันทั้งภายในห้องเคร่อื งและใตท้ ้องรถตรวจความตึง

ของสายพานปั๊มน้า ตรวจสายไฟและขว้ั ต่อสายไฟ เปิดสวติ ชก์ ญุ แจแลว้ ตรวจสอบไฟเตอื น
ตา่ ง ๆ บนหน้าปดั รถว่าติดครบถว้ นจากนัน้ ตดิ เคร่ืองยนตแ์ ละตรวจว่าไฟเตอื นต่าง ๆ ดบั
ไปอยา่ งถูกต้อง ตรวจระดับนา้ มนั เชือ้ เพลงิ และอุณหภมู ขิ องเคร่ืองยนต์ ตรวจระยะฟรี
การทางานของเบรก คลตั ช์ พวงมาลัย และเบรกมือ ตรวจฟงั เสยี งผิดปกตขิ องเคร่ืองยนต์
-

๗-๑

๑.๒ ความปลอดภัยในการขับข่ี ระยะเบรก
- ท่ีความเรว็ ๒๐ กม./ชม. ระยะเบรกท่ตี ้องใชอ้ ย่างน้อยทีส่ ดุ คือ ๗ เมตร
- ทค่ี วามเร็ว ๔๐ กม./ชม. ระยะเบรกทต่ี ้องใชอ้ ย่างนอ้ ยท่ีสดุ คือ ๑๘ เมตร
- ทคี่ วามเรว็ ๖๐ กม./ชม. ระยะเบรกทตี่ ้องใช้อย่างน้อยท่ีสุด คอื ๓๔ เมตร
- ท่คี วามเร็ว ๘๐ กม./ชม. ระยะเบรกทตี่ อ้ งใช้อย่างนอ้ ยทส่ี ุด คอื ๕๔ เมตร
- ทค่ี วามเรว็ ๑๐๐ กม./ชม. ระยะเบรกทตี่ อ้ งใชอ้ ย่างนอ้ ยทสี่ ดุ คอื ๘๐ เมตร

๑.๓ การแซง
- เปน็ กฎตายตัววา่ จะต้องแซงข้นึ ทางขวาเสมอ
- เม่อื แซงผ่านข้นึ มาแลว้ ใหข้ บั เปน็ แนวตรงทิ้งระยะหา่ งจากคันทีถ่ กู แซงพอสมควร
เพอ่ื ใหร้ ถท่ีถกู แซงมีเวลาตง้ั ตวั
- อย่ากลบั เข้าเลนซา้ ยในลักษณะเล้ียวตดั หน้ารถที่ถกู แซงอย่างกระชนั้ ชดิ
- รกั ษาอารมณอ์ ย่าให้ฉนุ เฉียวกับผขู้ ับรถคันอนื่ ท่อี ยู่รอบขา้ ง อย่างเรง่ เคร่อื งแข่งกับรถ
คันทีก่ าลงั แซงอยปู่ ล่อยใหร้ ถ

๑.๔ ผขู้ บั ขี่ขับรถลงจากทางลาดชนั หรอื ภูเขา
- ห้ามใช้เกียรว์ ่าง
- ห้ามเหยียบคลัทซ์
- ห้ามใช้เบรกตลอดเวลา
- ห้ามดบั เคร่ืองยนต์
- ใชเ้ กยี รต์ ่า
- ขับรถชิดขอบทางดา้ นซ้าย

๗-๒

๑.๕ การขบั รถสวนทางกัน
- ขับรถชดิ ขอบทางดา้ นซา้ ย
- ใหเ้ สยี งสัญญาณเตือนรถที่อาจสวนทางมา
- ให้ผู้ขับขี่ขับรถชดิ ทางด้านซ้ายของทางเดนิ รถ และให้ถอื กึ่งกลางของทางเดนิ รถหรอื เส้น
หรือแนวทแ่ี บ่งทางเดนิ รถเปน็ หลกั
- ทางเดนิ รถท่ีแคบ ใหผ้ ขู้ ับขี่แตล่ ะฝ่าย ลดความเรว็ ของรถลง เพื่อให้สวนทางกันไดโ้ ดย
ปลอดภัย
- ทางเดนิ รถทแ่ี คบ ซึง่ ไมอ่ าจขบั รถสวนทางกนั ได้โดยปลอดภยั ให้ผู้ขับข่รี ถคนั ทใ่ี หญก่ ว่า
หยุดรถชิดขอบทางด้านซา้ ย เพื่อให้ผ้ขู บั รถคนั ที่เล็กกวา่ ขับผา่ นไปก่อน
- กรณีท่มี ีส่ิงกีดขวาง ผู้ขับขีต่ ้องลดความเร็วหรอื หยดุ รถให้รถคนั ทสี่ วนทางขับผ่านมากอ่ น

๒. การใชร้ ถเครน
๒.๑ ขนั้ ตอนวิธปี ฎบิ ัตใิ นการใช้งานเครนแขง็ ขณะทางาน

- จอดรถเครนฯ ตรวจสอบสถานที่ ตาแหนง่ ระยะที่จะทาการยกปักเสา หรอื ยกส่ิงของ
พร้อมดึงเบรกมือเพอ่ื ป้องกนั การล่ืนไหล

- เปิดสญั ญาณไฟเตอื นที่รถเครนฯ (และต้งั กรวยยางกนั บรเิ วณใหห้ ่างจากตวั รถตามขอ้ บังคบั

๗-๓

ความปลอดภัย เพอ่ื ให้เป็นการ ป้องกันอบุ ตั เิ หตุพร้อมทาการช็อตกราวดท์ ่ีตัวรถด้วย )
- เหยยี บคันคลัทชใ์ ห้สุดเพ่อื เข้าเกยี รฝ์ าก (P.T.O.)
- จากนนั้ จึงคอ่ ยๆปลอ่ ยคนั เหยียบคลัทชอ์ ย่างช้าๆ จนสุดคนั เหยยี บเปน็ การเขา้ ชุด

เกยี รฝ์ าก (P.T.O.)
- ลงจากรถแล้วทาการปดิ ประตรู ถให้เรียบร้อย
- ควบคุมการยดื ชุดสไลด์ขาช้างค่หู นา้ และคู่หลงั ออกให้สดุ
- จากน้นั จึงค่อยลงเท้าช้างเปน็ คู่โดยให้คนงานสอดไม้รองเท้าช้างท้งั สี่จุดใหร้ ะดับเสมอ

ไม่เอียงไปทางด้านใดด้านหนึง่ โดยรถเครนฯจะถูกยกลอ้ ให้ลอยพ้นจากพืน้ ดนิ เล็กน้อย
(บางคนั มีทีว่ ัดระดับน้า)
- ก้าวขนึ้ ไปนัง่ ดา้ นบนตู้ ชุดควบคมุ เครน เปดิ กญุ แจควบคมุ หรือ สวิตชค์ วบคมุ เพอ่ื บังคบั
ควบคมุ การยก
- เหยียบคนั ปลดเบรกวนิ ซ์สลิง
- ทาการวิ๊นซ์สลงิ ฮคุ ลงพร้อมทาการยกทอ่ นบมู ขึ้นมา ใหค้ นงานชว่ ยปลดฮคุ ออกจากสลิง
เก็บฮุคออก (อย่าให้คนงานเขา้ มาใกล้บริเวณฮคุ )
- ทาการยกท่อนบูมข้นึ ประมาณ 50- 60 องศา แลว้ สวิงเครนไปทางซา้ ยมือ หรือ ทางขวามอื
ข้นึ อยู่กับทเี่ ราจะทาการยกปักเสา (การล็อคปลดฟรี สลิง ควรเหยยี บเบรกวินซส์ ลงิ แลว้
ค่อยปลอ่ ยลงอย่างระมัดระวัง และไม่ควรปล่อยขณะทมี่ ีการยกวสั ดุหรอื ยกเสา )
- ขณะที่ใช้งานเพ่ือยกวสั ดุ ควรตรวจสอบนา้ หนกั ท่ีวสั ดุ และคานวณเปรียบเทียบน้าหนักกับ
พิกัดความสามารถในการยกขอรถเครนฯ อย่างเคร่งครดั
- จากนั้นคอ่ ยวนิ้ ซ์สลงิ ลงและนาสลงิ มาจบั เสาเพอ่ื ทาการยกเสาปักต่อไปจนเสรจ็
- ทาการปลดสลงิ ยกเสาว้ินซส์ ลิงและสไลดบ์ ูมกลับ

๗-๔

- ทาการสวงิ เครนมาทางด้านหนา้ ใหต้ รงกลบั ฐานรองรับของท่อนบูม
- จากน้นั นอนทอ่ นบมู ลงไปน่งั ฐานท่เี ก็บ ทาการว้ินซ์ฮคุ ขน้ึ มาคล้องสลงิ กับสลงิ ทย่ี ึดอยูด่ ้าน

ท้ายรถใหต้ ึงพอประมาณ โดยใหค้ นงานช่วย(บางรนุ่ ถ้ามสี วิทช์ป้องกันสลงิ ชนใหป้ ิดสวิทช์
แลว้ วนิ้ ซ์ อยา่ งระมัดระวงั )
- ควรเหยียบเบรกวนิ ซ์ลอ็ คและปดิ กญุ แจ หรือ สวติ ช์ชดุ ควบคมุ
- ก้าวลงจากด้านบนต้ทู ่ชี ุดควบคุมเครนลงมา
- ทาการขึ้นเท้าช้างทั้งสี่ที่ละคู่จนครบ และสไลด์ ขาช้างหนา้ -หลังเกบ็ เขา้ ที่
- เกบ็ ไม้รองเท้าช้างท้งั ส่ี ปลดช็อคกราว์ดพร้อมกรวยยางให้เสรจ็ เรยี บร้อย
- เปดิ ประตรู ถเครนฯขนึ้ ไปนัง่ ท่คี นขับ เหยียบคนั คลทั ชป์ ลดเกยี รฝ์ าก (P.T.O.)ปล่อยคนั
เหยียบคลทั ชอ์ ย่างชา้ ๆ
- ปดิ สัญญาณไฟเตอื นทร่ี ถเครนฯ
- ขบั รถยนตเ์ ครนฯกลบั สู่สานกั งานการ ไฟฟ้าฯของท่านโดยปลอดภัย
๒.๒ ขั้นตอนวธิ ีปฎิบัติในการใช้งานเครนแข็งติดต้งั สว่านขดุ เจาะ ขณะทางาน

๗-๕

- จอดรถเครนฯ ตรวจสอบสถานท่ี ตาแหนง่ ระยะท่ีจะทาการขุดเจาะ พร้อมดงึ เบรกมือเพ่อื
ปอ้ งกนั การลืน่ ไหล

- เปดิ สัญญาณไฟเตือนท่ีรถเครนฯ (และตั้งกรวยยางกันบริเวณใหห้ า่ งจากตวั รถตามขอ้ บงั คบั
ความปลอดภัย เพ่ือให้เปน็ การปอ้ งกนั อบุ ัติเหตุพรอ้ มทาการช็อตกราว์ด )

- เหยียบคนั คลัทช์ใหส้ ดุ เพื่อเขา้ เกียร์ฝาก ( พี.ที.โอ.)
- จากนน้ั จงึ คอ่ ยๆปล่อยคันเหยยี บคลัทชอ์ ยา่ งช้าๆ จนสดุ คนั เหยยี บเปน็ การเข้าชุดเกยี รฝ์ าก
- (พี.ที.โอ.)
- ลงจากรถแลว้ ทาการปิดประตูรถให้เรยี บร้อย
- ก้าวขึ้นไปนัง่ ด้านบนทชี่ ดุ ควบคุมเครน เพือ่ บงั คับควบคมุ การยกหรอื ขดุ เจาะ
- การยืดชดุ สไลด์ขาช้างค่หู นา้ และคหู่ ลังออกใหส้ ดุ
- จากนนั้ จงึ ค่อยลงเท้าช้างเป็นคโู่ ดยใหค้ นงานสอดไมร้ องเท้าช้างทงั้ สจ่ี ดุ ให้ระดับเสมอ ไม่เอียง

ไปทางด้านใดด้านหนึ่งโดยรถเครนฯจะถกู ยกลอ้ ให้ลอยพ้นจากพน้ื ดินเลก็ น้อย ( บางคันมที ี่
วัดระดับน้า)
- ทาการวิ๊นซส์ ลงิ ฮคุ ลงพรอ้ มทาการยกทอ่ นบูมขน้ึ มา ใหค้ นงานชว่ ยปลดฮคุ ออกจากสลิงเกบ็ ฮคุ
ออก(อยา่ ให้คนงานเข้ามาใกล้บรเิ วณฮุค)
- ทาการยกท่อนบูมข้ึนประมาณ 50 - 60 องศา แลว้ สวิงเครนไปทางซ้ายมอื หรือ ทางขวามือ
ขน้ึ อยู่กบั ทีเ่ ราจะขดุ เจาะจากนัน้ หมนุ ให้สว่านข้ึนเพ่อื ใหต้ ัวล็อคลงมาและปลอ่ ยสว่านลง (เวลา
ปลอ่ ยสวา่ นระวังอยา่ ใหค้ นงานเข้ามาใกลเ้ พอ่ื ปอ้ งกันอบุ ัติเหต)ุ
- เวลาขุดเจาะควรขดุ เจาะลงไปทีละนอ้ ยๆ แล้วคลายดนิ ออกแล้วขดุ เจาะลงไปใหมจ่ นถงึ ระยะท่ี
ต้องการ(เวลาขุดเจาะไม่ควรสไลดบ์ มู จนสุดควรเหลือให้สไลด์เขา้ ออกไดพ้ อสมควร)

๗-๖

- ขุดเจาะเสร็จควรเก็บสว่านมว้ นเกี่ยวสลิงเขา้ ทโ่ี ดยสไลด์ยืดออกพรอ้ มหมุนเก็บสว่านแล้วจงึ
สไลด์บมู กลับมาอย่างช้า

- ขณะทใี่ ชง้ านเพื่อยกวัสดุ ควรตรวจสอบน้าหนักทว่ี ัสดุ และคานวณเปรียบเทียบนา้ หนกั กบั
พกิ ัดความสามารถในการยกขอรถเครนฯ อยา่ งเคร่งครัด

- จากน้นั คอ่ ยวิ้นซส์ ลงิ ลงและนาสลงิ มาจับเสาเพื่อทาการยกเสาปักต่อไปจนเสร็จ
- ทาการปลดสลิงยกเสาวนิ้ ซ์สลิงและสไลด์บมู กลบั
- ทาการสวงิ เครนมาทางดา้ นหลงั ใหต้ รงกลบั ฐานรองรับของท่อนบมู
- จากนั้นนอนทอ่ นบูมลงไปนง่ั ฐานท่ีเกบ็ ทาการวิ้นซ์ฮุคข้ึนมาคล้องสลิงกับสลิงที่ยดึ อย่ดู ้านทา้ ย

รถใหต้ ึงพอประมาณ โดยให้คนงานช่วย(บางรุ่นถา้ มีสวิทช์ปอ้ งกนั สลิงชนใหป้ ิดสวทิ ชแ์ ลว้ วน้ิ ซ์
อย่างระมัดระวัง)
- ทาการขนึ้ เท้าช้างท้ังสี่ท่ีละคูจ่ นครบ และสไลด์ ขาชา้ งหน้า-หลังเก็บเขา้ ที่
- ก้าวลงจากดา้ นบนท่ีชดุ ควบคุมเครนลงมาด้านลา่ งเก็บไม้รองเท้าชา้ งทั้งสี่ ปลดชอ็ ค กราวด์
พรอ้ มกรวยยางให้เสร็จเรยี บร้อย
- เปดิ ประตรู ถเครนฯข้นึ ไปนัง่ ท่ีคนขับ เหยียบคัน คลัทชป์ ลดเกียร์ฝาก (พี.ที.โอ.)ปลอ่ ยคัน
เหยยี บคลัทชอ์ ย่างชา้ ๆ
- ปดิ สัญญาณไฟเตือนทร่ี ถเครนฯ
- ขับรถยนตเ์ ครนฯกลับสสู่ านักงานการไฟฟา้ ฯของท่านโดยปลอดภัย

๗-๗

๒.๓ ขนั้ ตอนปฏิบัตงิ านใชร้ ถเครนพบั

- จอดรถเครนฯตรวจสอบสถานที่ ตาแหนง่ ระยะทท่ี าการยกปักเสา ดึงเบรกมือ เพอื่ ปอ้ งกนั
การลน่ื ไหล

- เปิดสัญญาณไฟเตอื นที่ รถเครนฯจดั วางกรวยยางจากตัวรถตามขอ้ บงั คบั ความปลอดภัย
เพ่ือใหเ้ ป็นการป้องอบุ ตั เิ หตุ พรอ้ มทาการชอ็ ตกราว์ด

- เหยยี บคนั คลัทช์ให้สุดเพ่ือเข้าเกียร์ฝาก (พที โี อ)
- จากนน้ั จึงค่อยๆ ปลอ่ ยคันเหยยี บคลัทชอ์ ย่างช้าๆ จนสุดคันเหยียบเปน็ การเข้าชดุ เกยี ร์
- ฝาก (พี.ที.โอ.)
- ต้งั ความเร็วรอบเคร่อื งยนต์(ประมาณ 750- 1000 รอบ/นาท)ี
- ลงจากรถแล้วทาการปิดประตรู ถใหเ้ รยี บร้อย
- กางหรอื ดงึ เท้าช้างออกให้สดุ เข้าตวั ลอ็ คพอดี
- ปรับวาล์วเทา้ ชา้ งแลว้ ปรับตัง้ ระดบั ขาช้างโดยใช้ไม้รองเท้าช้าง(ทาทีละด้านของรถเครน)เม่อื

ปรับตง้ั เรียบร้อยแลว้ ปิดวาล์วเทา้ ช้างทกุ คร้งั
- นาเครนออกใช้งาน(แต่ละผลิตภณั ฑ์ไมเ่ หมอื นกนั ควรระมดั ระวงั ในการใช้เครน)

๗-๘

- นาสลิงมารัดเสาตามตาแหน่งทจ่ี ะปกั เสา
- ควบคมุ เครนโดยดสู ัญลกั ษณ์ พร้อมการใชค้ นั ควบคุมทีถ่ ูกตอ้ งในการเปิดปิดแตล่ ะคนั ควบคมุ
- เมื่อทางานเสร็จเรยี บรอ้ ยแลว้ เก็บเครนเขา้ ที่ตาแหน่งเดิม(แตล่ ะผลติ ภัณฑไ์ ม่เหมอื นกัน) เกบ็

เท้าช้างท้ังหมด,ปดิ วาล์ว ,ปลดชอ็ ตกราว์ด ดนั ซองขาช้างเขา้ เก็บเข้าลอ็ ค , เก็บแผน่ ไม่
- รองเท้าช้าง,กรวยยาง เขา้ ทเี่ กบ็
- ทาการเหยียบคลัทชแ์ ลว้ ปลดเกียร์ฝาก (พี.ท.ี โอ)
- จากน้นั หมนุ ลดความเร็วรอบเครอื่ งยนตล์ งเดนิ ตามปกติ
- ปิดสัญญาณไฟเตอื น
- เดินทางกบั สานักงานการไฟฟ้าฯ
๒.๔ ข้นั ตอนปฏบิ ตั ิงานใช้รถพ่วง
- ก่อนออกรถพนกั งานขบั รถตอ้ งตรวจสอบสภาพรถพ่วง โดยทัว่ ไปรวมทั้งสลกั ต่อรถพว่ งเชน่

ระบบเบรกรถ, สายลมเบรก , ตรวจสอบข้อต่อระบบไฟท้ายของรถพ่วง ใหอ้ ยูส่ ภาพเรยี บรอ้ ย
พรอ้ มใชง้ านตอ่ เวลา
- ในกรณีรถพ่วงบรรทุกของหนกั มากและจอดในที่ลาดชนั ต้องเตรยี มหาไม้ขวางล้อไว้ เพื่อ
ปอ้ งกนั มิให้รถเลือนไหลได้
- การขบั รถพ่วง มีของบรรทุก , ไม่มีบรรทกุ ขับผ่านทางโค้งหรือทางลาดชัน ควรใช้ความ
ระมัดระวงั เปน็ พิเศษ
- การขบั รถพ่วงตามรถคันอื่น เพอ่ื ความปลอดภยั ควรทง้ิ ระยะหา่ งจากรถคนั หน้าตามช่วงความ
ยาวของตัวรถพว่ งกาหนดข้อบงั คบั
- การมรี ถพ่วง 2 คัน ตามกันควรท้ิงระยะหา่ งกันไมน่ ้อยกว่า 40 เมตร เพ่อื ใหร้ ถคันอ่ืนแซงและ
มีช่องหลบรถทีส่ วนมาได้สะดวก

๗-๙

- การบรรทุกเสาจะต้องใช้โซร่ ัดเสาใหแ้ นน่ การบรรทุกของหนกั ขนาดใหญ่ต้องมไี ม่รองรับ และ
มีไม้ขดั ยันให้มนั่ คง พร้อมทั้งมลี วดสลิงหรือโซผ่ ูกตรงึ เพ่ือป้องกันการเคลอ่ื นที่และการพลกิ ล้ม

- การลากจงู รถรถพ่วงพยายามขบั ชา้ ๆ และไมค่ วรหยุดอย่างกะทันหนั เพราะอาจจะทาให้สลกั
ตอ่ รถพ่วงชารดุ เสียหายได้

- หมน่ั หยุดรถพว่ งเพ่ือตรวจสอบสภาพของสลกั ต่อ และระบบไฟทา้ ยของรถพ่วง
- การบรรทกุ ของทย่ี ื่นออกมานอกตวั รถในตอนกลางวันใหต้ ดิ ธงแดงและในเวลากลางคืนตอ้ งติด

ไฟสัญญาณแสงสแี ดงท่ปี ลายสดุ ส่วนท่ีย่นื ออกมาโดยผู้ทข่ี บั ข่ีตามมาตอ้ งมองเห็นสว่ นทย่ี ื่น
ออกมาได้ไม่นอ้ ยกวา่ 150 เมตร
- ควรระมดั ในการใช้รถพว่ งเพ่ือความปลอดภัย

๒.๕ การขบั รถผ่านทางร่วมทางแยกท่ีเป็นทางเอกตัดกัน และไม่ปรากฏสัญญาณ หรือ
เคร่อื งหมายจราจร
- ถา้ มีรถอ่นื อยใู่ นทางรว่ มทางแยก ผขู้ ับข่ตี อ้ งใหร้ ถในทางร่วมทางแยกน้ันขบั ผา่ นไปก่อน
- ถ้ามาถงึ ทางรว่ มทางแยกพรอ้ มกนั และไมม่ รี ถอยูใ่ นทางร่วมทางแยกผู้ขบั ข่ีต้องหยุดรถให้
รถที่อยทู่ างดา้ นซ้ายของคนขบั ผา่ นไปกอ่ น
- หยดุ รถ หรอื จอดรถใหอ้ ยู่ชิดขอบทางดา้ นซ้าย แตถ้ า้ มี ชอ่ งทางเดินรถประจารถทางให้
หยดุ ชดิ กบั ช่องทางเดนิ รถประจาทาง แต่ห้ามหยุดหรอื จอดรถในทางร่วมทางแยก
- หยุดรถ หรือจอดรถใหอ้ ยู่ชิดขอบทางดา้ นซ้าย แต้ถ้ามชี ่องทางเดนิ รถประจารถทางให้
หยุดชดิ กับช่องทางเดนิ รถประจาทาง แต่ห้ามหยดุ หรือจอดรถในทางรว่ มทางแยก

๗ - ๑๐

๒.๖ เมื่อขับขี่พบรถฉกุ เฉิน
- หยุดรถ หรือจอดรถใหอ้ ยู่ชดิ ขอบทางด้านซ้าย แตถ้ ้ามี ชอ่ งทางเดินรถประจารถทางให้หยดุ ชิด

กับช่องทางเดินรถประจาทาง แต่ห้ามหยดุ หรือจอดรถในทางร่วมทางแยก
- ขับรถตามหลงั รถฉกุ เฉนิ ไดใ้ นระยะไมต่ ่ากวา่ 50 เมตร
- หา้ มนารถทีม่ ีสภาพไม่ม่นั คงแข็งแรงมาใชใ้ นทางเดนิ รถ เพราะอาจเกิดอันตรายหรอื อาจทาใหผ้ ู้ใช้

และคนรอบข้างเสยี สุขภาพ เช่น รถตัวถงั ผุ ยางล้อรถไมม่ ดี อกยาง มคี วัน ดา ฯลฯ
- รถที่นามาใช้ตอ้ งมี โคมไฟหน้า-หลงั -ไฟเลย้ี ว-ไฟจอด-ไฟเบรก-ไฟฉกุ เฉิน-แตร-เบรกมอื ทีใ่ ชก้ ารได้-

ท่ปี ัดน้าฝน ครบถูกตอ้ งตามกฎหมาย และต้องติดแผน่ ปา้ ยทะเบียนหนา้ -หลงั และติดปา้ ยวงกลม
แสดงการเสยี ภาษดี ้วย

๓. การใชเ้ คร่ืองมือก่อสรา้ ง
๓.๑ ข้นั ตอนในการใชง้ านและบารงุ รกั ษาเครอ่ื งมอื บีบหลอดต่อสาย
- ก่อนนาไปใช้งานควรตรวจเช็คสภาพเครื่องมือบีบหลอดตอ่ สายว่ามสี ่วนประกอบชารดุ
หรอื ไม่ เชน่ ปากคีม,ฝาครอบ
- ตรวจเช็คว่าทางานได้หรอื ไม่ โดยโยกดา้ มโยกแลว้ สงั เกตวา่ สว่ นปากบีบมีการเคล่ือนตัวไหม
ถา้ ไม่เคลื่อนตวั ตอ้ งทาการแก้ไขตอ่ ไป โดยการโยกด้ามโยก
- เมือ่ เครอื่ งมอื บีบหลอดตอ่ สายใชง้ านได้ปกติแล้ว ทาการบีบหลอดตอ่ สายโดย สอดหลอดต่อ
สายที่จะทาการบบี เขา้ อยู่ตรงกลางของปากบบี แล้วทาการโยกด้ามโยกไปเรื่อยๆ จนกระทั้ง
บีบสดุ จะสังเกตไดโ้ ดยมเี สียง”คลิก” หมายถงึ บีบไดส้ ุดแรงแล้ว(จานวนการโยกดา้ มบีบจน
สุดแต่ละผลิตภณั ฑไ์ ม่เหมอื นกนั )

๗ - ๑๑

- เมอ่ื บบี เสร็จแล้วใหห้ มดุ ดา้ มโยกตามเข็มนาฬกิ า แล้วโยกอีกคร้งั เพ่อื ปลดแรงดนั ให้น้ามนั
กลับยงั ถงั จนปากคีมคนื สุด เปน็ การเสร็จการบีบหลอดตอ่ สาย

- การบารงุ รกั ษาควรเปล่ียนถ่ายนา้ มนั ไฮดรอลิคเบอร์ 32 ประมาณ 3 เดือนครั้ง
- หลงั ใชง้ านควรทาความสะอาดและจดั เก็บไว้ในกล่อง โดยตั้งหัวบีบขน้ึ เพื่อให้เศษโลหะตกลง

มาท่จี ดุ อดุ น้ามนั (จกุ อุดน้ามันเปน็ แม่เหลก็ )
- หมนั่ ทดสอบแรงดันบีบหลอดตอ่ สายอยู่เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าเคร่อื งมอื บีบหลอดต่อสายใช้

งานได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
- ตรวจสอบนา้ มันไฮดรอลิคอยเู่ สมอ หากพบว่านา้ มนั พร่องควรเติมใหม่ใหเ้ ต็ม
- หา้ มบบี เครื่องมือตัวเปลา่ หากไม่มหี ลอดทดสอบ
- ดแู ลรกั ษาเครอ่ื งมือให้สะอาดอย่เู สมอ โดยเฉพาะสว่ นท่ีมกี ารเคลอ่ื นไหวในขณะใชง้ าน
- หากเครอ่ื งมือบีบหลอดไม่สามารถใช้งานได้ หรอื ชารุดใหส้ ง่ ซ่อม

๓.๒ วิธกี ารปฏบิ ตั ิในการใช้งานค๊อฟ ฟ่ิงฮ้อย
๓.๒.๑. ก่อนใช้งาน

- ตรวจสภาพค๊อฟฟ่ิงฮ้อยว่าสมบรู ณ์หรือไม่ ต้องไม่มีช้ินส่วนอะไหล่เสยี หายหรอื ชารดุ
- เชค็ ในส่วนของตาแหน่ง Up / Down และ Neutral ว่าใชง้ านได้หรอื ไม่
- ทดลองโยกด้ามคีมโยกวา่ สามารถล็อคทิศทางการโยกไดห้ รอื ไม่

๓.๒.๒ วธิ ีใช้งาน
- นาตะขอของคอ๊ ฟฟิ่งฮ้อยมาเกย่ี วเขา้ กับชิ้นงานทีจ่ ะดึงทัง้ 2 ดา้ น
- ปรบั ดึงเลือกตาแหน่งการโยกอยู่ทตี่ าแหนง่ Up (โยกขึ้น)
- ทาการโยกด้ามตามเขม็ นาฬิกา โยกตามตาแหน่งท่ตี ้องการ

๗ - ๑๒

- เม่ือต้องการทจี่ ะปลดลงให้ปรบั ตาแหนง่ จากตัวเลือกตาแหนง่ การโยกมาท่ี Down
(โยกลง) ให้ทาการโยกด้ามตามเขม็ นาฬิกา

- เมอ่ื โยกลงได้ตามตาแหนง่ ทีต่ ้องการแลว้ ให้ปรับดงึ เลือกตาแหนง่ การโยกมาท่ี Neutral
(ฟรีโซ่) แล้วทาการดงึ โซ่ออกจากชิ้นงาน(ระวังตรวจสอบห่วงกันหลดุ เม่อื ดึงฟรีโซ่สดุ
ดว้ ย)

- หา้ มโยนค๊อฟฟิง่ ฮอ้ ยเด็ดขาด
๓.๒.๓ .หลงั การใชง้ าน

- ตรวจสอบสภาพโดยรวมของค๊อฟฟง่ิ ฮอ้ ย หากพบการชารดุ ใหแ้ จ้งดาเนนิ การซ่อม
ตอ่ ไป

- เช็ดทาความสะอาดหากสกปรกมากหรือตกลงในน้า
๓.๒.๔.การบารุงรกั ษา

- ควรตรวจเช็คทาความสะอาดทกุ สัปดาห์
- อดั จารบีดา้ นเฟืองขบั อยา่ งนอ้ ยปีละ1 คร้งั
- ควรเกบ็ ไม่ให้โดนความช้ืน

๗ - ๑๓

๗ - ๑๔

๗ - ๑๕

๗ - ๑๖

๗ - ๑๗

๗ - ๑๘

๗ - ๑๙

๗ - ๒๐

๗ - ๒๑

๗ - ๒๒

๗ - ๒๓

๗ - ๒๔

๗ - ๒๕



บทที่ ๘
การปฐมพยาบาล
๘.๑ ความมุง่ หมายในการปฐมพยาบาล
การปฐมพยาบาลเป็นแนวทางปฏบิ ตั ขิ องผรู้ ว่ มงานในการช่วยทาการปฐมพยาบาลผู้
ประสบอนั ตรายหรือเจ็บปุวย ณ สถานท่ีเกดิ เหตุ หรือในระหว่างทางก่อนที่จะถงึ มือแพทย์ การ
ปฐมพยาบาลอย่างถกู หลกั จะทาใหอ้ ันตรายและความทรมานทเี่ กดิ จากการเจ็บปุวยลดนอ้ ยลง ท้งั ยัง
เป็นการแบง่ เบาภาระของแพทยอ์ กี ด้วย หน้าท่ีของผทู้ าการปฐมพยาบาลจะหมดลงในทันทีทแี่ พทย์
มาถึง
๘.๒ การช่วยเหลือพนักงานท่ไี ด้รับบาดเจ็บ
๘.๒.๑ เมอื่ พนกั งานคนใดได้รบั บาดเจบ็ เล็กนอ้ ย ให้ทาการปฐมพยาบาล และรายงาน
ให้ผคู้ วบคุมงานทราบดว้ ย
๘.๒.๒ ถ้าพนกั งานได้รับบาดเจบ็ สาหัส ต้องรบี นาส่งสถานพยาบาลทีใ่ กล้ทส่ี ุดและใน
ระหวา่ งทางจะต้องทาการปฐมพยาบาลไปด้วย ผูค้ วบคมุ งานต้องรายงานให้
ผ้บู งั คับบญั ชาทราบโดยเร็วทสี่ ดุ และให้ผบู้ งั คับบัญชาทารายงานอุบัตเิ หตุ
เป็นลายลักษณ์อกั ษร เพ่อื จะได้พิจารณาสอบสวนหาสาเหตุและแกไ้ ขต่อไป
๘.๓ การรักษาบาลแผลชนิดต่างๆ และการหา้ มเลอื ด
๘.๓.๑ บาดแผลเล็กๆ นอ้ ยๆ (Wounds) ควรปฏบิ ัติดงั น้ี
- อยา่ แตะต้องหรอื ลา้ งบาดแผล ใหใ้ ช้ผ้าแห้งฆ่าเชือ้ แลว้ ปดิ ไวถ้ ้าไม่มี ใหป้ ล่อย
ท้ิงไวจ้ นกว่าแพทย์จะรกั ษา
- ขณะทาแผลให้ยกสว่ นท่มี ีแผลข้ึนสูง ถ้าเลือดยงั ซึมทะลุผา้ ออกมาได้อีกก็ให้ใช้
ผ้าปดิ ทบั อีกช้นั หนง่ึ

๘-๑

- ถา้ เป็นแผลใหญ่หรอื ลึก บาดแผลตามขอ้ ต่อ เช่น ทนี่ ้ิวหรอื หัวเขา่ ตลอดจน
บาดแผลเล็กๆ แต่ปวดมาก ใหร้ ีบปรกึ ษาแพทย์หรือจดั ใหค้ นปุวยไดร้ ับการ
รกั ษาจากแพทย์ภายในเวลา ๒-๓ ชัว่ โมง หลงั จากเกดิ อุบัตเิ หตุ

๘.๓.๒ แผลที่ตา (Damage to the Eye) ควรปฏิบตั ดิ งั นี้
- ใชผ้ ้าเชด็ หนา้ หรอื ผ้าพนั แผลปิดตาไวท้ ั้งสองขา้ ง
- สาหรบั แผลทถ่ี กู สารเคมี (เช่น กรด แอมโมเนยี ) ใหใ้ ช้นา้ ล้างตาโดยใช้มือ
ชว่ ยเปดิ เปลอื กตา
- รีบไปหาแพทย์โดยดว่ น

๘.๓.๓ แผลไฟไหม้ (Fire Injuries) ควรปฏิบตั ดิ งั นี้
- รีบดบั ไฟที่ตวั ผู้ปวุ ยโดยใช้ผ้าห่มหรอื ผ้าชนิดอ่ืนคลกุ ตัวผู้ปุวยไว้ หรือใช้วิธีกล้งิ
ผปู้ ุวยไปตามพืน้ อยา่ ถอดเส้ือผ้าผูป้ ุวยออก
- ทาแผลนน้ั ดว้ ยผ้ากดบาดแผล (Ready made compresses) พยายาม
หลีกเลีย่ งการใช้ยาผงหรือข้ผี ง้ึ ตา่ งๆ ทาแผล โดยเฉพาะอย่างยง่ิ แผลไฟไหม้
- ให้ความอบอ่นุ แก่รา่ งกายผู้ปุวยโดยการใชผ้ ้าห่มทาเปน็ เต้นท์ทัง้ นี้เพือ่ ไมใ่ หผ้ ้า
ไปถกู บาดแผล
- ในกรณที ต่ี ้องทาแผลกใ็ ห้ใช้เครอื่ งตกแตง่ บาดแผลสาหรบั ไฟไหมโ้ ดยเฉพาะ

๘.๓.๔ แผลท่เี กดิ จากการถกู สารเคมี (Chemical Injuries) ควรปฏิบัตดิ งั น้ี
- สาหรับแผลภายนอก (External Burns) เชน่ ถูกน้ากรดหรือสารเคมีที่เป็น
อันตรายต่อผิวหนัง ให้รีบถอดเสอื้ ผา้ ผูป้ วุ ยออก แล้วล้างแผลด้วยน้าเพอ่ื ลด
ความเขม้ ของสารเคมีนั้น
- ให้การปฐมพยาบาลเช่นเดียวกับแผลไฟไหม้ แล้วสวมเสอื้ ผา้ ท่สี ะอาดใหผ้ ู้ปุวย

๘-๒

- สาหรับแผลภายใน (Internal Burns) เชน่ ด่มื ยาพิษหรอื สารเคมีท่เี ป็นพิษให้
ผ้ปู ุวยดืม่ นา้ ชาหรอื น้าแล้วรีบนาส่งโรงพยาบาลโดยดว่ น

๘.๓.๕ บาดแผลภายใน (Internal Injuries) ควรปฏบิ ัติดังนี้
- ให้กรณีทม่ี เี ลอื ดออกมาจากข้างใน (จากปอดหรอื กระเพาะ) ให้จับผ้ปู ุวยนอน
ตะแคงน่ิงๆ แล้วรีบตามแพทย์โดยด่วน
- สาหรบั บาดแผลทีเ่ กิดจากการถกู เตะหรอื จากการถูกเตะหรอื ถกู กระแทกแรงๆ
ที่ทอ้ งหรอื ทหี่ วั ให้รีบนาผ้ปู วุ ยส่งโรงพยาบาล ถา้ เป็นไปไดใ้ ห้อยู่ในความดูแล
ของศลั ยแพทย์
- หา้ มให้นา้ หรืออาหารแกผ่ ้ปู วุ ยท่ีมีอาการคลน่ื เหยี นหรืออาเจียน
- ให้ระมดั ระวงั ในการเคล่อื นย้ายผูป้ ุวยไปโรงพยาบาล

๘.๓.๖ แผลเจาะ เกิดจากของแหลม เช่น ตะปู ปลายลวด เศษไม้ ใหท้ าการ ตรวจสอบดู
ว่า มเี ศษไม้ฝงั อยู่หรอื ไม่ ถา้ มีและฝงั อยู่ลึกหา้ มเอาออกหรือ ทาการลา้ งแผล แต่
ใหป้ ิดแผลและนาคนปุวยส่งโรงพยาบาลโดยดว่ น

๘.๓.๗ แผลมีนา้ เหลือง ควรทาการปฐมพยาบาลดงั นี้
- อยา่ ถผู ิวหนังที่มนี ้าเหลอื ง เพราะจะทาใหแ้ ผลฉีกถลอกปอกเปิกได้
- หากบาดแผลใหญ่ให้ปิดบาดแผลไวแ้ ล้วส่งคนปุวยไปโรงพยาบาลโดยดว่ น

๘.๓.๘ เลอื ดทีอ่ อกจากเสน้ โลหติ แดง (Arterial Bleeding) เลือดจะไหลออกมาจาก
บาดแผลอย่างรวดเรว็ วิธีหา้ มเลือดมี ๒ วิธี คอื
๕.๓.๘.๑ การห้ามเลือดโดยกดด้วยนว้ิ มือ ตาแหน่งตา่ งๆ ของร่างกายที่
จะใช้นิว้ มอื กดเพื่อหา้ มเลอื ดได้ ทาดังน้คี ือ
- การห้ามเลือดท่ไี หลออกมาจากหนงั ศรี ษะ และสว่ นบนของ

๘-๓

ศีรษะใหก้ ดท่ีขมบั ทางซีกทมี่ บี าดแผล
- การห้ามเลือดที่ไหลออกมากจากใบหน้า ใหก้ ดที่ใต้ขากรรไกรลา่ ง
หา่ งจากมมุ ขากรรไกรไปข้างหน้าประมาณ ๒.๕ ซม.
- การห้ามเลือดทไี่ หลออกทีค่ อ ให้กดทีค่ อตรงข้างๆ หลอดลมทต่ี ิดกับ
กระดูกสันหลัง
- การหา้ มเลอื ดท่ีไหลออกมาจากแขนท่อนบน กดที่ไหปลาร้า
ตอนสดุ ใกล้หวั ไหลข่ องแขนด้านทีม่ บี าดแผล
- การห้ามเลือดที่ไหลออกมาจากแขนทอ่ นล่าง กดแขนท่อน
บนด้านในก่งึ กลางระหว่างหัวไหลก่ ับขอ้ ศอก
- การหา้ มเลอื ดท่ีไหลออกมาจากขา ใหก้ ดตรงกลางไขด่ ันดา้ น
ท่ีมีบาดแผล
๘.๓.๙ การห้ามเลอื ดโดยการใชส้ ายรดั (Tourniquet) ควรปฏบิ ตั ิดงั นี้
- ควรใชผ้ า้ ทีพ่ บั ใหเ้ ปน็ รปู เนคไท ขนาดกวา้ ง ๕ ซม. พนั รอบ
ขาหรือแขน (การพนั ท่ีใดข้นึ อย่กู บั ตาแหนง่ ของบาดแผล) ๒ ช้ัน
แลว้ ทาหว่ งไว้ ใช้ไมท้ อ่ นเลก็ ๆ สอดลงไปแลว้ มัดทับอกี ทหี นงึ่ ใชไ้ มน้ ้ัน
ขนั เกลยี วให้แน่น (ชนั ชะเนาะ) และต้องคลายสายรัดออกทุกๆ ๑๕ นาที
เพอื่ ปอู งกันเส้นเลอื ดพกิ ารทาเช่นนี้จนกวา่ เลือดจะหยุดไหล
- ระวงั ผู้ปวุ ยชอ็ คขณะทาการห้ามเลือดโดยวธิ นี ้ี
- การห้ามเลือดโดยการใชส้ ายรัดน้ี ใหใ้ ช้เฉพาะเม่ือการห้าม
เลือด โดยวิธกี ดด้วยนว้ิ มอื แลว้ เลอื ดยงั ไม่หยดุ ไหลเทา่ น้ัน

๘-๔

๘.๔ การปฐมพยาบาล และวิธชี ว่ ยใหล้ มหายใจ
พนกั งานทกุ คนจะตอ้ งเรยี นรู้ และฝกึ อบรมการปฐมพยาบาลต่างๆ เพือ่ จะไดช้ ว่ ยเหลือผู้
ประสบอุบตั ิเหตใุ จขณะปฏบิ ัตงิ านไดท้ นั ทว่ งที
๘.๕ การปฐมพยาบาลคนกระดกู หักหรอื เคล็ด (Bone Fractures or Sprains)

ควรปฏิบัตดิ งั ต่อไปน้ี
๘.๕.๑ ถ้ามแี ผลด้วยต้องตกแต่งเสยี ก่อน
๘.๕.๒ ให้รีบเข้าเฝอื กทนั ทีทส่ี งสัยว่ากระดกู หกั หรือเคลด็
๘.๕.๓ อย่าดงึ อวัยวะสว่ นทีไ่ ด้รบั บาดเจ็บ
๘.๕.๔ การเขา้ เฝอื กตอ้ งระมัดระวังใหข้ ้อตอ่ ของกระดกู ที่หกั เข่ากันสนทิ ใช้เชือก

นิ่มๆ หรอื เศษผ้ามัดไว้
๘.๕.๗ ให้ใช้เชือก ๑ ทอ่ น ท่แี ขน และ ๒-๓ ท่อน ท่ีขา

๘-๕

๘.๕.๖ ถา้ ไมส่ ามารถจัดหาเฝือกได้ใหใ้ ช้ผา้ ทาห่วงคลอ้ งแขนท่ีหกั ไวก้ บั คอถา้
กระดกู ขาหกั ใชไ้ ม่กระดานหรือท่อนไมแ้ ทนเฝอื ก ถา้ ไมส่ ามารถหาอะไร
ได้ ให้มัดขาข้างทีห่ ักไวก้ ับขาข้างทด่ี ี

๘.๕.๗ สาหรบั ผูป้ ุวยท่ีกระดกู สันหลังหกั ห้ามเคลือ่ นย้ายหรอื ยกผปู้ วุ ยเปน็ อนั ขาด แตใ่ ห้
ใช้ไมก้ ระดานรองรับผปู้ วุ ยก่อนแล้วจึงทาการเคลอื่ นย้าย การยกผ้ปู ุวยข้ึนโดยไมม่ ี
ไมก้ ระดานรองรับอาจจะทาใหเ้ สน้ ประสาทท่ีกระดูกสนั หลงั ขาดเป็นอัมพาตได้

๘.๖ การปฐมพยาบาลผสู้ ูดแก๊สพษิ (Gas poisoning) ควรปฏิบตั ิดงั ต่อไปนี้
๘.๖.๑ แกส๊ ที่เปน็ พษิ ต่อเส้นโลหิตและเส้นประสาท เชน่ แกส๊ คาร์บอนมอนนอค
ไซด์ อีเทอร์ คลอโรฟอร์ม ผปู้ วุ ยท่สี ูดแก๊สเหลา่ นี้เข้าไป ตอ้ งให้ทาการ
ปฐมพยาบาลดังตอ่ ไปนี้
- ถอดเสื้อผา้ ผูป้ ุวยออกแล้วใช้ผา้ ห่มคลุมแทน
- ถฝู าุ มอื และฝุาเท้าของผู้ปุวยเพอื่ ให้เกิดความอบอุ่น
- อย่าใหอ้ ะไรแกผ่ ปู้ ุวยทีห่ มดสตดิ มื่
- ถ้าผปู้ ุวยหยดุ หายใจใหร้ ีบทาการช่วยการหายใจหรือใช้ออกซเิ จนชว่ ย

๘-๖

๘.๖.๒ แกส๊ ทีเ่ ปน็ พิษต่อปอด เช่น แก๊สคลอรนี ไนโตรเจน ซัลเฟอรไ์ ดออกไซด์
ผู้ปวุ ยท่ีสดู แก๊สเหลา่ นี้เข้าไปต้องให้ทาการปฐมพยาบาล
- จัดใหผ้ ูป้ วุ ยไดร้ ับอากาศสดชนื่ โดยการนาผู้ปุวยออกจากห้องนน้ั หรือ
เปดิ หนา้ ต่างเพ่ือให้ลมผ่านได้
- ถอดเสอ้ื ผ้าผปู้ ุวยออกแล้วใช้ผา้ ห่มคลมุ
- คอยดูแลให้ผปู้ วุ ยนอนน่ิงๆ ถ้าจาเปน็ ตอ้ งย้ายผปู้ ุวยใหย้ ้ายในลักษณะ
นอนเสมอ
- หา้ มทาการชว่ ยการหายใจ ในขณะที่อยใู่ นบรเิ วณท่ีมแี กส๊ พษิ
- เม่อื ฟ้ืนใหด้ ื่มนา้ ชากาแฟรอ้ น ๑ ชอ้ น

๘.๗ การชว่ ยเหลือและการปฐมพยาบาลคนจมน้า (Frowning) ควรปฏบิ ัตดิ งั น้ี
๘.๗.๑ พยายามว่ายน้าเขา้ ทางด้านหลงั ผู้จมนา้ ทั้งน้ีเพือ่ ความปลอดภัยของผู้
ช่วยเหลอื แลว้ จับท่ใี ตร้ กั แร้หรือท่ีใตค้ างผจู้ มน้า
๘.๗.๒ ถ้าผู้จมนา้ จะกอดผูท้ าการชว่ ยเหลือ ให้ใชม้ อื ดันคางและเขา่ ยันตัวผู้
จมนา้ ไว้ ถ้าจาเป็นจริงๆ จึงคอ่ ยใชม้ อื บีบจมกู
๘.๗.๓ เม่ือถึงฝั่งแล้วให้จดั การคลายเสอื้ ผ้าท่คี ับๆ ของผู้ปุวยออก
๘.๗.๔ ใช้มอื ทั้งสองซ้อนที่ท้องผู้ปุวยยกขึ้นเพ่อื ให้หัวหอ้ ยต่าลงนา้ ในท้องจะได้
ไหลออก
๘.๗.๕ ถ้าผู้ปุวยไมห่ ายใจให้ทาการชว่ ยเหลือการหายใจโดยด่วน

๘.๘ การปฐมพยาบาลผทู้ ี่เปน็ ลมเนื่องจากพิษแดดและความรอ้ น (Sun Stroke
and Heat Stroke) ควรปฏบิ ัตไิ ปน้ี

๘.๘.๑ นาผู้ปุวยเข้าร่มและถอดเส้ือผา้ ผู้ปวุ ยออกให้หมด

๘-๗

๘.๘.๒ จัดให้ผู้ปุวยนอนหงายใช้ผ้ารองหวั ใหส้ ูง
๘.๘.๓ พยายามใหร้ า่ งกายผูป้ ุวยไดร้ บั ความเยน็ อยา่ งเพียงพอ โดยการใช้ผ้าชุบ

นา้ เย็นเชด็ ตวั หรอื ผ้าหอ่ น้าแขง็ วางตามใบหน้า คอ อก และรกั แร้
๘.๘.๔ ใหผ้ ู้ปุวยดื่มนา้ เย็นเม่ือฟื้น อยา่ ให้ดืม่ ส่งิ กระตนุ้ ตา่ งๆ
๘.๙ การปฐมพยาบาลผ้ชู อ็ ค (Shock)
๘.๙.๑ ลักษณะและอาการของผชู้ อ็ ค มีดงั น้ี

- ปรากฏอาการซดี
- ผวิ หนงั เยน็ ชดื
- รสู้ กึ ออ่ นเพลยี หรือมีอาการเป็นลม
- เหง่อื อกมหี น้าผาก ริมฝีปาก และฝาุ มือ
- ชีพจรเตน้ เบาแต่บางครั้งก็เรว็
- คลน่ื เหียนและอาเจียน
- เซอื่ งซึม และอาจจะหมดสตสิ ัมปชญั ญะ
๘.๙.๒ การปฐมพยาบาลผู้ชอ็ คควรปฏบิ ตั ิดงั น้ี
- จัดใหผ้ ปู้ วุ ยนอนราบกบั พืน้ หรือใหย้ กเทา้ ท้ังสองของผปู้ ุวยขึน้ ยกเว้น

ผู้ปุวยที่มีบาดแผลทีศ่ รี ษะ หรือกะโหลกศรี ษะรา้ วห้ามยกเท้าใหส้ ูงขึน้
ต้องยกศรี ษะผู้ปุวยที่ไดร้ ับบาดเจบ็ ท่ีหน้าอกและหายใจไม่สะดวกใหข้ น้ึ
- ให้ความอบอนุ่ แกร่ ่างกายผูป้ ุวยบ้างตามสภาพอากาศ แตห่ ้ามให้ความ
รอ้ นมากเกนิ ไป เพราะจะทาใหเ้ หงอ่ื ออกมากและนา้ ในร่างกายลด
น้อยลง

๘-๘

- ไมจ่ าเป็นตอ้ งยา้ ยผู้ปุวยหลังการปฐมพยาบาล ควรคอยแพทยห์ รอื
รถพยาบาล

- อย่าใหผ้ ูป้ วุ ยดื่มสง่ิ กระตนุ้ หัวใจทุกชนิด นอกจากเครอื่ งดมื่ เชน่ กาแฟ
๘.๑๐ การปฐมพยาบาลผ้ไู ด้รบั บาดเจบ็ จากการถกู กระแสไฟฟ้าดูดและฟา้ ผ่า (Electric
Shock & Lightning) ควรปฏบิ ตั ดิ งั นี้

๘.๑๐.๑ สาหรบั กรณีที่เปน็ ไฟ ๕๐๐ โวลท์ หรือตา่ กว่า ให้ตัดวงจรไฟฟาู โดยการ
ชกั ฟวิ ส์ หรอื ปลดสวติ ชอ์ อก หากไมส่ ามารถตัดวงจรไฟฟูาได้ให้แยก
ผปู้ ุวยจากสายไฟนั้น โดยใช้เครือ่ งมอื ท่ีเป็นฉนวนหรือไมแ้ ห้งเขยี่ ออกหรือ
ใชว้ ิธีดึงเสอ้ื ผ้าของผูป้ วุ ย ห้ามแตะตอ้ งตัวผูป้ วุ ยหรือยนื บนพนื้ ทเี่ ป็น
ตัวนาไฟฟาู

๘.๑๐.๒ สาหรบั ไฟฟาู แรงสูงให้ผู้มีความสามารถในทางไฟฟูาโดยเฉพาะเปน็ ผู้ตดั
วงจรไฟฟูา

๘.๑๐.๓ ถ้าผ้ปู วุ ยหัวใจหยดุ เต้น ต้องนวดหัวใจโดยวิธีนวดหัวใจภายนอก
จนกระทัง่ หวั ใจเต้นแลว้ จงึ จะช่วยการหายใจตอ่ ไป หากหวั ใจหยุดเตน้
การชว่ ยการหายใจยอ่ มไม่สามารถทาให้ผู้ปุวยฟนื้ ได้ เนอื่ งจากเลือดไม่
หมนุ เวียนจึงไมม่ ีตวั นาออกซิเจนไปเล้ียงสมอง

๘.๑๐.๔ ถ้าผปู้ วุ ยหยดุ หายใจให้รบี ช่วยใหล้ มหายใจโดยวิธีเปุาปากก่อนทาการ
ปฐมพยาบาลอย่างอ่นื

๘.๑๑ การช่วยให้ลมหายใจโดยวธิ ีเปา่ ปากผปู้ ว่ ย (Mouth-to-Mouth Resuscitation
Method) ควรปฏิบัตดิ ังนี้

๘.๑๑.๑ จัดให้ผู้ปวุ ยนอนหงายโดยให้ศรี ษะหอ้ ยตา่ ลง

๘-๙

๘.๑๑.๒ แหยน่ ิว้ หัวแมม่ ือเข้าไปในปาก จับขากรรไกรล่างยกข้ึนสูงให้ปากอ้าแลว้
ใชน้ ิ้วมอื อกี ข้างหน่ึงบบี จมูกผูป้ วุ ยไว้ (ดรู ปู ที่ ๓)

๘.๑๑.๓ สดู ลมหายใจเข้าลกึ ๆ อา้ ปากทาบปากผ้ปู ุวยให้สนิทแลว้ เปุาลมเขา้ ไป
แรงๆ ประมาณ ๒ คร้ังตอ่ ๑ นาที (ดรู ปู ที่ ๔) ถา้ ไมส่ ามารถเปิด
ปากผู้ปุวยได้ ให้เปุาลมเข้าทางจมูกแทน

๘.๑๑.๔ ถ้าผปู้ ุวยยังไมห่ ายใจให้ทาการขจัดสิ่งที่อดุ ทางเดินของอากาศ โดยการ
จับผูป้ ุวยนอนคว่าใหศ้ รี ษะต่าลง ดงึ ล้นิ ออกมานอกปาก แล้วใช้มอื ตบ
หลงั แรงๆ

๘.๑๑.๕ ถ้าสงั เกตว่าท้องผู้ปุวยใหญ่ข้ึน ซงึ่ อาจเป็นเพราะลมทีเ่ ปุาเข้าไปในท้องให้
แกไ้ ขโดยการใช้มือกดเบาๆ ท่ีท้องผปู้ วุ ยขณะผู้ปวุ ยหายใจออก

๘ - ๑๐

๘.๑๒ การผายปอดโดยที่ผ้ปู ว่ ยนอนราบกบั
๘.๑๒.๑ วธิ แี บคเพรสเชอร์อารม์ ลิฟต์ (Back Pressure-Arm Lift Method)
ปฏิบัตดิ งั นี้
- จับผปู้ ุวยนอนควา่ ลงต้งั คางผปู้ ุวยลงบนมือท้งั สองขา้ งทวี่ างซ้อนกันอยู่
- ผทู้ าการปฐมพยาบาลคุกเข่าลงทางศรี ษะผู้ปุวย ชันเขา่ ข้างหนึง่ ขึน้
ใกล้ๆ ข้อศอกผ้ปู ุวย ถา้ ไม่ถนดั ควรจะใช้วิธคี ุกเข่าท้ังสองขา้ งก็ได้
ใช้ฝุามอื ทั้งสองกดลงตรงบรเิ วณหลังทีอ่ ยใู่ ตร้ ะดบั รักแร้ผปู้ ุวย(ดรู ปู ที่ ๕)

- โน้มตัวไปขา้ งหนา้ จนแขนทงั้ สองข้างเกือบต้งั ฉากกับผู้ปุวยใชน้ ้าหนกั ตัว
ทอ่ นบนกดลงบนหลังผปู้ ุวยอย่างช้าๆ เพื่อเปน็ การระบายอากาศออก
จากปอด แต่ต้องเหยยี ดแขนทงั้ สองขา้ งให้ตรง เพ่ือให้น้าหนักกดลง
บนหลังผู้ปวุ ย (ดรู ปู ที่ ๖)

๘ - ๑๑

- คอ่ ยๆ ผ่อนนา้ หนกั ตวั ที่ใชก้ ดลงบนหลงั ผ้ปู วุ ย โดยการเอนตวั ไปขา้ ง
หลังแลว้ วางมอื ทัง้ สองข้างลงบนแขนผูป้ วุ ยเหนอื ขอ้ ศอกทั้งสอง

(ดูรปู ท่ี ๗)

- ออกแรงเหนี่ยวแขนท้งั สองขา้ งของผู้ปวุ ยเข้าหาตวั โดยการออกกาลงั
ยกขึ้นเพียงเลก็ นอ้ ยแลว้ ปล่อยแขนของผ้ปู วุ ยลงบนพน้ื (ดรู ปู ที่ ๘) ให้
ปฏิบัตดิ งั นปี้ ระมาณ ๒ คร้ังต่อนาที จนกว่าจะเริม่ หายใจ
๘.๑๒.๒ วิธชี าเฟอรโ์ ปรเนเพรสเชอร์ (Schafer Prone Pressure Method) ปฏบิ ตั ิดังนี้
- จัดให้คนไขน้ อนควา่ เหยียดแขนข้างหนง่ึ ไปขา้ งหนา้ อีกขา้ งหนึ่งรองคางไว้เพ่ือ
หายใจทางปากและจมกู ไดส้ ะดวก แต่อยา่ ให้แหงนคอไปขา้ งหลังมากนักเพราะ
จะทาให้หลอดลมตีบได้ ถ้านอนอยบู่ นพน้ื เอยี งต้องจดั ศรี ษะให้ต่าลงกวา่ ลาตวั
เล็กน้อย (ดูรูปที่ ๙)

๘ - ๑๒

- ผทู้ าการปฐมพยาบาลนัง่ คร่อมขาทัง้ สองของผู้ปวุ ยไว้ (ดูรูปท่ี ๑๐)
ถา้ ผู้ปวุ ยตวั ใหญเ่ กนิ ไป ใหน้ งั่ ครอ่ มเพียงขาข้างหน่งึ ไว้เท่านั้น
(ดูรปู ท่ี ๑๑)

- วางมอื ท้งั สองลงตรงเหนือบัน้ เอว โดยให้นิ้วก้อยอยูท่ ่ซี ่ีโครงซี่สดุ ทา้ ย
พอดี (ดูรปู ที่ ๑๒)

๘ - ๑๓

- ยดื แขนทั้งสองข้างให้ตรง พร้อมกบั โน้มตวั ไปขา้ งหนา้ ช้าๆ จนกระท่งั
หัวไหลอ่ ย่ตู รงกับเส้นฝุามือท้ังสอง (ดรู ูปที่ ๑๓) ถา้ ผปู้ ุวยเป็นผใู้ หญใ่ ห้
ใชน้ า้ หนักท่กี ดลงไปประมาณ ๒๐-๒๕ กก. ทาดังนี้เปน็ เวลานาน ๒ วนิ าที

- ยกน้าหนักทกี่ ดลงทัง้ หมดออก โดยการเอนตวั กลับไปขา้ งหลงั และเอา
มือวางไว้ทหี ัวเขา่ ท้ังสองข้างของผทู้ าการปฐมพยาบาล (ดรู ูปท่ี ๑๔)

๘ - ๑๔

- เรมิ่ ทาการปฐมพยาบาลใหมห่ ลังจากไดพ้ ักแล้ว ๒ วนิ าที ทาดงั นี้
สลบั กนั ๑๒ ครัง้ ต่อนาที

- เพ่ือใหไ้ ดผ้ ลยิ่งข้นึ ควรมีผอู้ ื่นมาสบั เปลย่ี นช่วยการปฐมพยาบาลบ้าง
แต่ในการเปลย่ี นตอ้ งทาโดยรวดเรว็ อย่าใหม้ รี ะยะขาดตอนได้

(ดรู ปู ท่ี ๑๕)

๘ - ๑๕

๘.๑๓ การชว่ ยหายใจบนยอดเสา (Pole Top Resuscitation Method)
หลังจากไดต้ รวจดูสภาพทวั่ ๆ ไปแล้ว ให้ผู้ช่วยเหลอื รีบปนี เสาไฟข้นึ ไปโดยดว่ น
สิ่งท่ีต้องทา ก่อนอืน่ คือปลดผู้ถูกไฟฟูาดูดออกจากสายไฟฟาู (โดยวธิ ีการทไ่ี ด้กลา่ ว
แล้วในหัวขอ้ ท่ี ๘) และใหเ้ กาะเขม็ ขัดรัดตัวของตนไวแ้ ลว้ ชว่ ยการหายใจตามวิธีท่ี
เหน็ ว่าจะปลอดภยั ท่ีสุด ซงึ่ มดี ังตอ่ ไปนี้คือ (หากหัวใจหยดุ เตน้ ต้องนาผูป้ ุวยลงโดย
ดว่ น แลว้ ทาการนวดหัวใจก่อน แลว้ จงึ ช่วยการหายใจตามวธิ ที ่ีเหมาะสม)
๘.๑๓.๑ วิธเี ออสเตอไรค์ (Oesterreich Method) เปน็ วธิ ีผายปอดทไี่ ด้ผล ใช้
เวลาในการหย่อนผู้ปุวยลงสูพ่ ื้นดินดว้ ย ปฏิบตั ิดงั น้ี
- พันเข็มขัดของผทู้ าการปฐมพยาบาลไปรอบๆ เสาใต้ผู้ปุวยแลว้ ปีนสงู ขึน้
ไปอกี เพอื่ ใหผ้ ้ปู ุวยนั่งคร่อมบนสายเข็มขดั ได้
- กอดรอบเอวผปู้ ุวย วางมอื ทัง้ สองบนท้องน้อย ให้นิ้วหัวแมม่ ืออยูใ่ ต้
กระดกู ซโี่ ครงซตี่ ่าสุด (ดูรปู ที่ ๑๖)

- ใชม้ ือทงั้ สองกดตรงบรเิ วณท้องน้อยของผูป้ วุ ย แล้วผอ่ นน้าหนกั ที่กดทา
ดังน้ปี ระมาณ ๑๒ ครั้งตอ่ นาที

- ในขณะทาการปฐมพยาบาลตอ้ งจับให้ศรี ษะผ้ปู วุ ยแหงนข้ึน เพือ่ ให้
อากาศเดนิ ไดส้ ะดวก

๘ - ๑๖

๘.๑๓.๒ วธิ ดี ับเบิลร็อค (Double-Rock Method) ปฏิบัติดงั น้ี
- ผู้ทาการปฐมพยาบาลจดั ใหผ้ ปู้ ุวยนัง่ คร่อมสายเข็มขัดเชน่ เดยี วกันกบั
วธิ แี รก
- ใช้แขนทั้งสองกอดรอบเอวผูป้ วุ ยไว้ และใชม้ อื กดที่ทอ้ งน้อยเช่นเดยี วกนั
แล้วรบี ผอ่ นน้าหนกั ที่ใช้กดโดยเรว็ พรอ้ มกบั เอนตัวไปทางหลงั พรอ้ ม
ผู้ปุวย (ดรู ูปที่ ๑๗)

- โนม้ ตัวไปข้างหน้าพรอ้ มกบั เลอื่ นมือทั้งสองข้างขน้ึ ไปไว้ทห่ี นา้ อกของ
ผปู้ ุวย (ดูรปู ที่ ๑๘)

- เอนตัวไปทางหลังเล่อื นมือขึ้นลงสลบั กัน (ดรู ปู ท่ี ๑๙) แลว้ จบั แขน
ผู้ปุวยยกข้นึ สลับกับการจบั ให้กางออก ซ่งึ เปน็ วิธีขยายหน้าอกและทา
ให้การหายใจแรงและเร็วข้ึน

๘ - ๑๗

- ทาดงั นี้ประมาณ ๑๒ ครั้งต่อนาที วธิ ีนี้ต้องจัดให้ศีรษะผ้ปู ุวยหงายไป
ทางหลังเชน่ เดียวกนั
๘.๑๓.๓ วิธีแบรฮ์ ัก (Bear-Hug Method) ปฏบิ ัตดิ งั นี้
- จดั ให้ผูป้ ุวยน่ังครอ่ มสายเขม็ ขดั ผูท้ าการปฐมพยาบาลเช่นเดยี วกับวิธี
ดบั เบลิ รอ็ ค แลว้ กอดรอบอกผู้ปุวยรัดแรงๆ (ดรู ปู ท่ี ๒๐)

- คลายแขนออกพรอ้ มกับยกแขนของผูป้ วุ ยขึน้ ไปด้วย (ดูรปู ท่ี ๒๑)

๘ - ๑๘

- ทาสลบั กัน ๑๒ ครั้งต่อนาที และขณะทาการปฐมพยาบาลต้องให้
ศรี ษะผูป้ วุ ยพิงอยู่ทไ่ี หล่ของผูท้ าการปฐมพยาบาล เพือ่ ใหท้ างเดนิ ของ
อากาศเปิด
๘.๑๓.๔ วธิ อี ารม์ แกรลป์ (Arm-Grasp Method)
ผทู้ าการปฐมพยาบาลจับท่ีขอ้ มอื ผ้ปู วุ ยกดลงที่บริเวณทอ้ งนอ้ ย และชว่ ยให้
อากาศเขา้ ปอดโดยการจบั มอื ยกข้นึ แล้งเอากลบั มาท่ีเดมิ (ดูรูปท่ี ๒๒, ๒๓
และ ๒๔) แตต่ อ้ งระวงั ไม่ใหไ้ ปถกู อปุ กรณ์ที่มกี ระแสไฟฟูา

๘ - ๑๙


Click to View FlipBook Version