The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กลุ่มสาระศิลปะป.6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

กลุ่มสาระศิลปะป.6

กลุ่มสาระศิลปะป.6

ใบงานที่……. โรงเรียน…………………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..……… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ ………เรื่อง……………….… (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๑.๑ ป.๖/๑) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา………………. ชื่อ…………………………………นามสกุล…………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………. คำชี้แจง : ให้นักเรียนสร้างวงสีธรรมชาติในรูปแบบวงกลม ลงในช่องว่างที่กำหนดให้(ตัวชี้วัด ศ.๑.๑ ป.๖/๑) วงจรสีธรรมชาติ เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


ใบงานที่……. โรงเรียน…………………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..……… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ ………เรื่อง……………….… (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๑.๑ ป.๖/๑) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา………………. ชื่อ…………………………………นามสกุล…………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………. คำชี้แจง : ให้นักเรียนระบายสีรูปภาพตามสีคู่ตรงกันข้ามที่กำหนดให้ เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน สีเหลือง /สีม่วง สีส้มเหลือง /สีม่วงน้ำ เงิน สีส้ม /สีน้ำ เงิน สีส้มแดง/สีเขียวน้ำ เงิน สีแดง /สีเขียว สีม่วงแดง /สีเขียวเหลือง


ใบงานที่……. โรงเรียน…………………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..……… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ ………เรื่อง……………….… (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๑.๑ ป.๖/๒) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา………………. ชื่อ…………………………………นามสกุล…………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………. คำชี้แจง : ให้นักเรียนอธิบายหลักการจัดขนาดสัดส่วนความสมดุลในงานทัศนศิลป์ที่กำหนดให้ ลงในช่องว่างที่กำหนดให้(ตัวชี้วัด ศ.๑.๑ ป.๖/๒) รูปภาพที่ 1 รูปภาพที่ 2 เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


ใบงานที่……. โรงเรียน…………………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..……… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ ………เรื่อง……………….… (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๑.๑ ป.๖/๓) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา………………. ชื่อ…………………………………นามสกุล…………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………. คำชี้แจง : ให้นักเรียนสังเกตรูปภาพและนำคำ ๒ มิติ หรือ ๓ มิติ ใส่ลงในช่องว่างทที่กำหนดให้ (ตัวชี้วัด ศ.๑.๑ ป.๖/๓) เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน …………………………. …………………………. …………………………. …………………………. …………………………. ………………………….


ใบงานที่……. โรงเรียน…………………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..……… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ ………เรื่อง……………….… (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๑.๑ ป.๖/๓) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา………………. ชื่อ…………………………………นามสกุล…………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………. คำชี้แจง : ให้นักเรียนออกแบบงานทัศนศิลป์ ๒ มิติ และ ๓ มิติ โดยใช้หลักการแสง เงา และน้ำหนัก ลงในช่องว่างที่กำหนดให้ (ตัวชี้วัดศ.๑.๑ ป.๖/๓) รูปแบบงาน2 มิติ รูปแบบ 3 มิติ ชื่อภาพ………………………………………… ชื่อภาพ………………………………………… เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


ใบงานที่……. โรงเรียน…………………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..……… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ ………เรื่อง……………….… (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๑.๑ ป.๖/๔) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา………………. ชื่อ…………………………………นามสกุล…………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………. คำชี้แจง : ให้นักเรียนออกแบบงานปั้นโดยมีการเปลี่ยนแปลงแต่ยังคงมีเค้าโครงเดิมจากภาพหลักพร้อมเขียนอธิบาย หลักการเพิ่มและลดส่วนประกอบของผลงานปั้น ลงในช่องว่างที่กำหนดให้ (ตัวชี้วัด ศ.๑.๑ ป.๖/๔) ภาพหลัก งานปั้นแป้งโด ภาพงานปั้นจากการเพิ่มและลด เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


ใบงานที่……. โรงเรียน…………………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..……… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ ………เรื่อง……………….… (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๑.๑ ป.๖/๕) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา………………. ชื่อ…………………………………นามสกุล…………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………. คำชี้แจง : ให้นักเรียนระบายพื้นหลังของภาพโดยกำหนดให้ใช้สีเดียวในการระบายสี (ยกเว้นดอกไม้) (ตัวชี้วัด ศ.๑.๑ ป.๖/๕) เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


เอกสารสำหรับครู รูปและพื้นที่ว่าง


ใบงานที่……. โรงเรียน…………………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..……… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ ………เรื่อง……………….… (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๑.๑ ป.๖/๖) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา………………. ชื่อ…………………………………นามสกุล…………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………. คำชี้แจง : ให้นักเรียน สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ โดยใช้สีคู่ตรงข้ามหลักการจัดขนาดสัดส่วน และความสมดุล ลงในช่องว่างที่กำหนดให้(ตัวชี้วัด ศ.๑.๑ ป.๖/๖) เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


ใบงานที่……. โรงเรียน…………………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..……… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ ………เรื่อง……………….… (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๑.๑ ป.๖/๗) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา………………. ชื่อ…………………………………นามสกุล…………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………. คำชี้แจง : ให้นักเรียนออกแบบแผนภาพ หรือ แผนผัง ตามจินตนาการ ลงในช่องว่างที่กำหนดให้(ตัวชี้วัด ศ.๑.๑ ป.๖/๗) เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


เอกสารสำหรับครู ตัวแผนภาพ แผนผัง


ใบงานที่……. โรงเรียน…………………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..……… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ ………เรื่อง……………….… (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๑.๒ ป.๖/๑) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา………………. ชื่อ…………………………………นามสกุล…………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………. คำชี้แจง :ให้นักเรียนเขียนบรรยายภาพที่สะท้อนถึงชีวิตและสังคมลงในช่องว่างที่กำหนดให้(ตัวชี้วัด ศ.๑.๒ ป.๖/๑) งานทัศนศิลป์ที่สะท้อนชีวิตและสังคม เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน Cr .ภาพสะท้อนสังคมผ่านมุมมองของเด็กและเยาวชน "ศิลปะเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 10" /OKnation


ใบงานที่……. โรงเรียน…………………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..……… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ ………เรื่อง……………….… (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๑.๒ ป.๖/๒,๖/๓) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา………………. ชื่อ…………………………………นามสกุล…………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………. คำชี้แจง : ให้นักเรียนเขียนอภิปรายเกี่ยวกับอิทธิพลของความเชื่อความศรัทธาในศาสนาที่มีผลต่องานทัศนศิลป์ ในท้องถิ่น ลงในช่องว่างที่กำหนดให้(ตัวชี้วัด ศ.๑.๒ ป.๖/๒,๖/๓) เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


ใบงานที่ ..... โรงเรียน……………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..…………..… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ .............เรื่อง.......................... (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๒.๑ ป.๖/๑) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา……………….……. ชื่อ………………………………….…นามสกุล………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………… คำชี้แจง : ให้นักเรียนค้นหาและเขียนข้อมูลองค์ประกอบดนตรีไทย ลงในช่องว่างให้ถูกต้อง (ศ.๒.๑ ป.๖/๑) องค์ประกอบดนตรีไทย เสียง โน้ตดนตรีไทยประกอบด้วยระดับเสียง จังหวะเสียง : สามัญ / จังหวะฉิ่ง / จังหวะหน้าทับ ทำนองร้อง / ทำนองบรรเลง การประสานเสียง เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 ) พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


เอกสารสำหรับครู


Cr.swis.acl.ac.th/


ใบงานที่ ..... โรงเรียน……………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..…………..… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ .............เรื่อง.......................... (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๒.๑ ป.๖/๑) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา……………….……. ชื่อ………………………………….…นามสกุล………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………… คำชี้แจง : ให้นักเรียนค้นหาและเขียนข้อมูลองค์ประกอบดนตรีสากล ลงในช่องว่างให้ถูกต้อง (ศ.๒.๑ ป.๖/๑) องค์ประกอบดนตรีสากล เสียง(โน้ตเสียง) คุณสมบัติของเสียง จังหวะ / ทำนอง /เสียงประสาน พื้นผิวของเสียง เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 ) พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


เอกสารสำหรับครู


Cr.swis.acl.ac.th/


ใบงานที่ ..... โรงเรียน……………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..…………..… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ .............เรื่อง.......................... (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๒.๑ ป.๖/๑) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา……………….……. ชื่อ………………………………….…นามสกุล………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………… คำชี้แจง : ให้นักเรียนค้นหาและเขียนข้อมูลศัพท์สังคีต ลงในช่องว่างให้ถูกต้อง (ศ.๒.๑ ป.๖/๑) ศัพท์สังคีต กรอ คือ............... ศัพท์สังคีต กวาด คือ............... ศัพท์สังคีต เก็บ คือ............... ต่อ-


ศัพท์สังคีต ขยี้ คือ............... ศัพท์สังคีต ขับ คือ............... ศัพท์สังคีต ครวญ คือ............... ศัพท์สังคีต คร่อม คือ...............


ศัพท์สังคีต รั่น คือ............... ศัพท์สังคีต คลอ คือ............... ศัพท์สังคีต จน คือ............... ศัพท์สังคีต เดี่ยว คือ...............


ศัพท์สังคีต ตับ คือ............... ศัพท์สังคีต ล่อน คือ............... ศัพท์สังคีต ลูกหมด คือ............... ศัพท์สังคีต ลูกบด คือ...............


ศัพท์สังคีต ลำ คือ............... ศัพท์สังคีต สวม คือ............... ศัพท์สังคีต ไหว คือ............... เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 ) พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


เอกสารสำหรับครู ศัพท์สังคีต คือ ภาษาเฉพาะที่ใช้พูดกันในวงการดนตรีไทยซึ่งเป็นที่รู้กันว่าหมายความถึงอะไร หรือให้ปฏิบัติอย่างไจะนำมา อธิบายเฉพาะคำที่มีกล่าวไว้ในบทข้างต้น ดังต่อไปนี้ ตัวอย่างศัพท์สังคีต กรอ เป็นวิธีบรรเลงเครื่องดนตรีประเภทตี (เช่น ระนาด ฆ้องวง) อย่างหนึ่ง ซึ่งใช้วิธีตี ๒ มือ สลับกันถี่ ๆ เหมือนรัวเสียงเดียว (ดูคำว่า รัว) หากแต่วิธีที่เรียกว่า "กรอ" นี้ มือทั้งสอง มิได้ตีอยู่ที่ลูกเดียวกัน ทางกรอ เป็นคำเรียกทางของการดำเนินทำนองเพลงอย่างหนึ่งที่ดำเนินไปโดยใช้เสียงยาว ๆ ช้า ๆ เพลงที่ดำเนินทำนองอย่างนี้ เรียกว่า "ทางกรอ" ที่เรียกอย่างนี้ก็ด้วยเหตุที่เพลงที่มีเสียง ยาว ๆ นั้น เครื่องดนตรี ประเภทตีไม่สามารถจะทำเสียงให้ยาวได้ จึงต้องตีกรอ (ดูคำว่า กรอ) ให้ได้ความยาวเท่ากับความประสงค์ของทำนอง เพลง เพลงทางกรอนี้ หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เป็นต้นคิดขึ้น เป็นทางเพลงที่นิยมมาก กวาด คือ วิธีปฏิบัติอย่างหนึ่งของเครื่องดนตรีประเภทตี (เช่น ระนาด ฆ้องวง) โดยใช้ไม้ตี ลาก ไปบนเครื่องดนตรี (ลูกระนาดหรือลูกฆ้อง) ซึ่งมีกิริยาอย่างเดียวกับใช้ไม้กวาด กวาดผงการกวาดนี้จะกวาดจากเสียง สูงมาหาเสียงต่ำหรือจากเสียงต่ำไปหาเสียงสูงก็ได้ เก็บ ได้แก่ การบรรเลงที่เพิ่มเติมเสียงสอดแทรกแซงให้มีพยางค์ถี่ขึ้นกว่าเนื้อเพลงธรรมดา ถ้าจะ เขียนเป็นโน้ตสากลในจังหวะ ๒/๔ ก็จะเป็นจังหวะละ ๔ ตัว ห้องละ ๘ ตัว (เขบ็ต ๒ ชั้นทั้ง ๘ ตัว) อธิบาย: การบรรเลงที่เรียกว่า เก็บ นี้ เป็นวิธีการบรรเลงของระนาดเอก และ ฆ้องวงเล็ก ส่วนเครื่องดนตรีอื่น ๆ เก็บ" รวมบันทึก เปรียบเทียบไว้กับ "สะบัด" (ดูคำว่าสะบัด) ขยี้ เป็นการบรรเลงที่เพิ่มเติมเสียงแทรกแซงให้มีพยางค์ถี่ขึ้น ไปจาก "เก็บ" อีก ๑ เท่า ถ้า จะ เขียนเป็นโน้ตสากลในจังหวะ ๒/๔ ก็จะเป็นจังหวะละ ๘ ตัว ห้องละ ๑๖ ตัว (เขบ็ต ๓ ชั้นทั้ง ๑๖ ตัว) อธิบาย : การบรรเลงที่เรียกว่าขยี้นี้ จะบรรเลงตลอดทั้งประโยคของเพลง หรือ จะบรรเลงสั้นยาวเพียงใดแล้วแต่ผู้บรรเลงจะ เห็นสมควร วิธีบรรเลงอย่างนี้บางท่านก็ เรียกว่า "เก็บ ๖ ชั้น" ซึ่งถ้าจะพิจารณาถึงหลักการกำหนดอัตรา (๒ ชั้น ๓ ชั้น) แล้ว คำว่า ๖ ชั้นดูจะไม่ถูกต้อง ตัวอย่างโน้ต "ขยี้" รวมบันทึกเปรียบเทียบไว้กับ "สะบัด" (ดูคำว่า สะบัด) ขับ คือ การเปล่งเสียงออกไปอย่างเดียวกับร้อง (ดูคำว่า ร้อง) แต่การขับมักใช้ในทำนอง ที่มีความ ยาวไม่แน่นอน การเดินทำนองเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น และถือถ้อยคำเป็น สำคัญ ทำนองต้องน้อมเข้าหาถ้อยคำเช่น ขับเสภา เป็นต้น การขับกับร้องมีวิธีการที่ คล้ายคลึง และมักจะระคนปนกันอยู่ จึงมักจะเรียกรวม ๆ กันว่า "ขับ ร้อง" ครวญ เป็นวิธีร้องอย่างหนึ่งซึ่งสอดแทรกเสียงเอื้อนยาว ๆ ให้มีสำเนียงครวญคร่ำรำพัน และ เสียง เอื้อนที่สอดแทรกนี้มักจะขยายให้ทำนองเพลงยาวออกไปจากปรกติ อธิบาย: เพลงที่จะแทรกทำนองครวญเข้ามานี้ ใช้ เฉพาะแต่เพลงที่แสดงอารมณ์ โศกเศร้า เช่น เพลงโอ้ปี่ และเพลงร่าย (ในบทโศก)เป็นต้น และบทร้องทำนองครวญ


ก็จะต้องเป็นคำกลอนสุดท้ายของบทนั้น ซึ่งเมื่อร้องจบคำนี้แล้วปี่พาทย์ก็จะบรรเลง เพลงโอดประกอบกิริยาร้องไห้ ติดต่อกันไป คร่อม คือ การบรรเลงทำนองหรือบรรเลงเครื่องประกอบจังหวะ หรือร้องดำเนินไปโดยไม่ ตรงกับ จังหวะที่ถูกต้อง เสียงที่ควรจะตกลงตรงจังหวะกลายเป็นตกลงในระหว่าง จังหวะซึ่งกระทำไปโดยไม่มีเจตนา และถือว่า เป็นการกระทำที่ผิด เรียกอย่างเต็มว่า "คร่อมจังหวะ" รั่น เป็นวิธีที่ทำให้เสียงสะดุดสะเทือน เพื่อความไพเราะเหมาะสมกับทำนองเพลงบางตอน อธิบาย : การทำเสียงให้สะดุดและสะเทือนที่เรียกว่าครั่นนี้ ใช้เฉพาะกับการขับร้อง หรือเครื่องดนตรีประเภทเป่า เช่น ปี่ ขลุ่ย และเครื่องดนตรีประเภทสี เช่น ซอต่าง ๆ เท่านั้น การขับร้องคั่นด้วยคอ เครื่องดนตรีประเภทเป่า ครั่นด้วยลมจาก ลำคอและเครื่อง ดนตรีประเภทสีครั่นด้วยคันสี คลอ เป็นการบรรเลงดนตรีไปพร้อม ๆ กับการร้องเพลง โดยดำเนินทำนองเป็นอย่างเดียวกัน คือ บรรเลงไปตามทางร้อง เช่น ซอสามสายสีคลอไปกับเสียงร้อง เป็นต้น เปรียบเทียบ ก็เหมือนคน ๒ คนเดินคลอ กันไป เคล้า เป็นการบรรเลงดนตรีไปพร้อม ๆ กับการร้องเพลง (เช่นเดียวกับคลอ ดูคำว่า คลอ)โดย เพลง เดียวกัน แต่ต่างก็ดำเนินทำนองไปตามทางของตน คือร้องก็ดำเนินไปตามทางร้อง ดนตรีก็ดำเนินไปตามทางดนตรี ยึดถือแต่เนื้อเพลง จังหวะ และเสียงที่ตกจังหวะ (หน้าทับ) เท่านั้น เช่น การร้องเพลงทะแย ๒ ชั้น ในตับ พรหมาสตร์ที่มีบทว่า "ช้างเอย ช้างนิมิต เหมือนไม่ผิดช้างมัฆวาน ฯลฯ" ซึ่งคนร้องดำเนินทำนองไปอย่างหนึ่ง ดนตรี ก็ดำเนินทำนองไปอีกอย่างหนึ่ง แต่ก็เป็นเพลงทะแยที่ ร้องและบรรเลงไปพร้อม ๆ กัน เทียบได้กับการคลุกเคล้าปรุง รสอาหารให้รสเปรี้ยวเค็มเข้าผสมผสานกันให้โอชารส วิธีการเช่นนี้บางท่านเรียกว่า "คลอ" จน หมายถึงการที่นักดนตรีบรรเลงเพลงอันถูกต้องที่เขาประสงค์ไม่ได้ อธิบาย : เพลงที่นักดนตรี จำจะต้องบรรเลงให้ถูกต้องตามความประสงค์นั้น หลายอย่าง เป็นต้นว่านักร้องเขาส่งเพลงอะไรนักดนตรีก็ต้อง บรรเลงรับด้วย เพลงนั้น หรือเมื่อคนพากย์เจรจา หรือคนบอกบทเขาบอกให้บรรเลงเพลงหน้าพาทย์ อะไร นัก ดนตรีก็ต้องบรรเลงเพลงนั้น ถ้าหากนักดนตรีบรรเลงเพลงให้ตรงกับที่นักร้อง เขาร้องไม่ได้ หรือบรรเลงเพลงหน้า พาทย์ตามที่คนพากย์เจรจา หรือคนบอกบทเขาบอกไม่ได้ จะเป็นนิ่งเงียบอยู่หรือบรรเลงไปโดยกล้อมแกล้มหรือบรรเลง ไปเป็นเพลง อื่นก็ตาม ถือว่า "จน" ทั้งสิ้น เดี่ยว เป็นวิธีบรรเลงอย่างหนึ่งที่ใช้เครื่องดนตรีจำพวกดำเนินทำนองเช่น ระนาด ฆ้องวง จะเข้ ซอ บรรเลงแต่อย่างเดียว การบรรเลงเครื่องดำเนินทำนองเพียงคนเดียวที่ เรียกว่า "เดี่ยว" นี้ อาจมีเครื่องประกอบ จังหวะ เช่น ฉิ่ง ฉาบ โหม่ง โทน รำมะนา สองหน้า หรือกลองแขก บรรเลงไปด้วยก็ได้ การบรรเลงเดี่ยวอาจ บรรเลงตลอดทั้งเพลงหรือแทรกอยู่ในเพลงใดเพลงหนึ่งเป็นบางตอนก็ได้ การบรรเลงเดี่ยวมีความประสงค์อยู่ ๓ ประการ คือ ๑. เพื่ออวดทาง คือ วิธีดำเนินทำนองของเครื่องดนตรีชนิดนั้น ๒. เพื่ออวดความแม่นยำ ๓. เพื่ออวดฝีมือ


ตับ หมายถึง เพลงหลาย ๆ เพลง นำมาร้องและบรรเลงติดต่อกันไปซึ่งแยกออกได้เป็น ๒ ชนิด คือ ๑. ตับเรื่อง เพลงที่นำมารวมร้องและบรรเลงติดต่อกันนั้น มีบทร้องเป็นเรื่อง เดียวกัน และดำเนิน ไปโดยลำดับ ฟังได้ติดต่อกันเป็นเรื่องราว ส่วนทำนองเพลงจะเป็น คนละอัตรา คนละประเภท หรือลักลั่นกัน อย่างไร ไม่ถือเป็นสำคัญ เช่น ตับนางลอย ตับนาคบาศ เป็นต้น ๒. ตับเพลง เพลงที่นำมารวมร้องและบรรเลงติดต่อกันนั้น เป็นทำนองเพลง ที่อยู่ในอัตราเดียวกัน (๒ ชั้น หรือ ๓ ชั้น) มีสำนวนทำนองสอดคล้องติดต่อกัน สนิทสนม ส่วนบทร้องจะมีเนื้อเรื่องอย่างไร เรื่อง เดียวกันหรือไม่ถือเป็นสำคัญ เช่น ตับลมพัดชายเขา ตับเพลงยาว เป็นต้น ตับเพลงนี้บางทีก็เรียกว่า"เรื่อง"เฉพาะ จำพวก เรื่องมโหรี (ดูคำว่า เรื่อง) ตัว เป็นคำที่ใช้เรียกแทนคำว่าท่อนของเพลงบางประเภท (ดูคำว่า ท่อน) เพลงที่ เรียก "ตัว" แทนคำว่า "ท่อน" ก็ได้แก่เพลงจำพวกตระและเชิดต่าง ๆ นอกจากเชิดนอก ล่อน ได้แก่ การปฏิบัติในวิธีที่เรียกว่า สะบัด ขยี้ รัว หรือกวาด ได้ชัดเจนทุกเสียง ไม่ กล้อมแกล้มหรือกระทบเสียงอื่นที่ไม่ต้องการ เหมือนกับผลเงาะที่แกะเนื้อออกไม่มีติด เมล็ดเลย เราก็เรียกว่า "ล่อน" ลำลอง เป็นการบรรเลงดนตรีไปพร้อม ๆ กับการร้องเพลง (เช่นเดียวกับคลอและเคล้า ดูคำว่า คลอและเคล้า) อีก แบบหนึ่งแต่วิธีการบรรเลงและร้องต่างก็ดำเนินไป โดยอิสระคือ ไม่ต้องเป็นเพลงเดียวกัน เสียงที่ตกจังหวะก็ไม่ต้อง เป็นเสียงเดียวกันบางทีอาจไม่ถือ จังหวะของกันและกันก็ได้ สิ่งที่จะต้องยึดถือในการบรรเลงและร้องในลักษณะ ลำลองนี้ ก็คือ เสียงที่บรรเลงกับร้องจะต้องเป็นระดับเสียงเดียวกันทำนองของเพลงทั้ง ๒ ฝ่ายสัมพันธ์กลมกลืนกัน เช่น การร้องเพลง "เห่เชิดฉิ่ง" ในเพลงตับพรหมาสตร์ ซึ่งคนร้องร้องเป็นทำนองเห่ส่วนดนตรีบรรเลงเพลงเชิดฉิ่งไป พร้อม ๆ กัน ลูกล้อ เป็นวิธีการบรรเลงทำนองอย่างหนึ่งที่แบ่งเครื่องดนตรี (หรือร้อง) ออกเป็น ๒ พวก พวกหนึ่งเรียกว่าพวก หน้า อีกพวกหนึ่งเรียกว่าพวกหลัง ทั้ง ๒ พวกนี้ ผลัดกันบรรเลง คนละที เมื่อพวกหน้าบรรเลงไปหมดวรรคตอน แล้ว พวกหลังจึงจะบรรเลงบ้าง (เช่น เดียวกับคำว่าลูกขัดที่กล่าวมแล้ว) แต่ที่จะเรียกได้ว่า "ลูกล้อ" นี้เมื่อพวกหน้า บรรเลง ไปเป็นทำนองอย่างใด พวกหลังก็จะบรรเลงเป็นทำนองซ้ำอย่างเดียวกันกับพวกหน้า และทำนองที่ผลัดกัน บรรเลงนี้ ก็แล้วแต่ผู้แต่งจะประดิษฐ์ขึ้น จะสั้นยาวเท่าใดหรือ เพียงพยางค์เดียวก็ได้ ลูกหมด เป็นชื่อเพลงประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นเพลงสั้น ๆ มีจังหวะเร็ว เทียบเท่ากับจังหวะ หน้าทับสอง ไม้ชั้นเดียวหรือครึ่งชั้น สำหรับบรรเลงต่อท้ายเพลงต่าง ๆ เพื่อแสดงว่า จบ (หมด) ลูกบท ได้แก่เพลงเล็ก ๆ ที่บรรเลงต่อจากเพลงใหญ่ซึ่งถือว่าเป็น แม่บท เพลงเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ลูกบทนี้ อาจเป็นเพลงในอัตรา ๓ ชั้น ชั้นเดียว ครึ่งชั้น หรือเพลงภาษาต่าง ๆ ก็ได้ อุทาหรณ์ : เมื่อร้องและ บรรเลงเพลงจระเข้หางยาว ๓ ชั้น จบแล้ว จึงออก ลูกหมด แล้วร้องและบรรเลงเพลงจีนขิมเล็กต่อไป เสร็จแล้วก็ ออกลูกหมดอีกครั้ง หนึ่งเพลงจีนขิมเล็กนี้แหละคือลูกบท ส่วนเพลงจระเข้หางยาวนี้บรรเลงแต่ต้นเป็นเพลง แม่บท ทั้งแม่บทและลูกบท เมื่อจะจบเพลงของตนต่างก็มี "ลูกหมด" ของตนเองเพื่อ แสดงว่าเพลงจบหรือ "หมดเพลง" แล้ว ลำ ในสมัยโบราณใช้เรียกแทนคำว่าเพลง เช่น เพลงนางนาค เรียกว่า ลำนางนาค การละเล่น อย่างหนึ่งทางภาคอีสานที่ร้องเคล้าไปกับแคน เรียกว่า "ลำแคน" คนร้องเรียกว่า "หมอลำ" และคนเป่าแคนเรียกว่า


"หมอแคน" ในสมัยปัจจุบัน มักจะแยกความหมายระหว่าง "เพลง" กับ "ลำ" เป็นคนละ อย่าง เพลงหมายถึงทำนอง ที่มีกำหนดความสั้นยาวแน่นอน (ดูคำว่า เพลง) แม้เพลง บางเพลงที่มีโยนซึ่งไม่จำกัดจำนวนจังหวะ แต่เมื่อถึงเนื้อ เพลงก็มีทำนองอันแน่นอน หากจะมีบทร้องก็ต้องถือทำนองเพลงเป็นใหญ่ ส่วนลำนั้นถือถ้อยคำเป็นบทร้องเป็น สำคัญต้องน้อมทำนองเข้าหาถ้อยคำ และความสั้นยาวไม่มีกำหนดแน่นอน เช่น การขับ ลำของหมดลำ เป็นต้น สวม ได้แก่ การบรรเลงซึ่งอาจเป็นเครื่องดนตรีทั้งวงหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงสิ่งเดียว ได้ บรรเลง เหลื่อมล้ำเข้ามาในตอนท้ายก่อนจบของผู้อื่นที่จะต้องบรรเลงติดต่อ เพื่อความ สนิทสนมกลมกลืนกัน อธิบาย : การ บรรเลงเพลงสวมนี้ ที่ปฏิบัติกันเป็นปรกติก็คือเวลาร้องก่อนจะจบ ดนตรีก็บรรเลงสวมตอนท้ายเข้ามา หรือระหว่าง เครื่องดนตรีที่บรรเลงเดี่ยวด้วยกัน เครื่องดนตรีที่จะบรรเลงต่อ ก็บรรเลงสวมตอนท้ายก่อนจะจบของเครื่องที่บรรเลง ก่อน เช่นเดียวกับการต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็ต้องสวมหรือเข้าปากประกบเชื่อมกันให้สนิท ไหว หมายถึง การบรรเลงให้เสียงดนตรีหลาย ๆ เสียงที่ติดต่อกันนั้น มีระยะถี่และในจังหวะ เร็ว หากทำได้ถี่และเร็วมาก ก็เรียกว่าไหวมาก ออก คือ การบรรเลงที่เปลี่ยนจากเพลงหนึ่งไปอีกเพลงหนึ่ง เช่น บรรเลงเพลงช้าแล้วเปลี่ยน เป็นเพลงเร็ว ก็ เรียกว่า ออกเพลงเร็ว เปลี่ยนจากเพลงธรรมดาไปเป็นเพลงลูกหมด ก็ เรียกว่า ออกลูกหมด


ใบงานที่ ..... โรงเรียน……………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..…………..… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ .............เรื่อง.......................... (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๒.๑ ป.๖/๒) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา……………….……. ชื่อ………………………………….…นามสกุล………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………… คำชี้แจง : ให้นักเรียนวาดภาพดนตรีไทยในแต่ละภาคของไทย ลงในช่องว่างพร้อมระบายสีให้สวยงาม (ศ.๒.๑ ป.๖/๒) เครื่องดีด เครื่องสี เครื่องตี เครื่องเป่า ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน


(ต่อ) ภาคใต้ เครื่องดีด เครื่องสี เครื่องตี เครื่องเป่า คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกเขียนบทบาทหน้าที่ของเครื่องดนตรี 3 ชนิด ลงในช่องว่างที่กำหนดให้ (ศ.๒.๑ ป.๖/๒) ๑.) ชื่อเครื่องดนตรี……………….. บทบาทหน้าที่ ๒.) ชื่อเครื่องดนตรี………………. บทบาทหน้าที่ ๓.) ชื่อเครื่องดนตรี………………… บทบาทหน้าที่ เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 ) พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


ใบงานที่ ... โรงเรียน……………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..…………..… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ .............เรื่อง.......................... (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๒.๑ ป.๖/๓) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา……………….……. ชื่อ………………………………….…นามสกุล………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………… คำชี้แจง :ให้นักเรียนอ่านและเขียนบอกชื่อสัญลักษณ์ทางดนตรีและอัตราเสียงที่กำหนดให้(ศ.๒.๑ป.๖/๓) เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 ) พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน ชื่อโน้ต / ค่าจังหวะ ตัวกลม ค่าจังหวะ 4 จังหวะ ชื่อโน้ต / ค่าจังหวะ .............................................. .. ชื่อโน้ต : ชื่อโน้ต / ค่าจังหวะ .............................................. ... ชื่อโน้ต / ค่าจังหวะ .............................................. . ชื่อโน้ต / ค่าจังหวะ .............................................. ..... ชื่อโน้ต / ค่าจังหวะ .............................................. .....


ใบงานที่ ... โรงเรียน……………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..…………..… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ .............เรื่อง.......................... (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๒.๑ ป.๖/๓) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา……………….……. ชื่อ………………………………….…นามสกุล………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………… คำชี้แจง :ให้นักเรียนเขียนตัวย่อบันไดเสียงเพลงไทยและเพลงสากล ลงในช่องว่างที่กำหนดให้(ศ.๒.๑ ป.๖/๓) บันไดเสียงเพลงไทยและเพลงสากล เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 ) พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน โด …………………. เร …………………. มี …………………. ฟา …………………. ซอล …………………. ลา …………………. โด …………………. Ff ที โด …………………. เร …………………. มี …………………. ฟา …………………. ซอล …………………. ลา …………………. โด …………………. ตู้เสียงเพลงไทย ตู้เสียงเพลงสากล


ใบงานที่ ... โรงเรียน……………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..…………..… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ .............เรื่อง.......................... (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๒.๑ ป.๖/๓) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา……………….……. ชื่อ………………………………….…นามสกุล………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………… คำชี้แจง :ให้นักเรียนเขียนบันไดเสียงตามโน้ต ลงในช่องว่างที่กำหนดให้(ศ.๒.๑ ป.๖/๓) บันไดเสียงเพลงไทยและเพลงสากล เขียนบันไดเสียงตามโน้ต เขียนบันไดเสียงสูงไปหาเสียงต่ำ เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 ) พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


ใบงานที่ ..... โรงเรียน……………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..…………..… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ .............เรื่อง.......................... (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๒.๑ ป.๖/๓) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา……………….……. ชื่อ………………………………….…นามสกุล………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่……… คำชี้แจง : ให้นักเรียนเขียนโน้ตบทเพลงสากลตามโครงสร้างบันไดเสียง C Major ลงในช่องว่างที่กำหนดให้ (ศ.๒.๑ ป.๖/๓) ตัวอย่าง เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 ) พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน c


ใบงานที่ ..... โรงเรียน……………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..…………..… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ .............เรื่อง.......................... (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๒.๑ ป.๖/๓) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา……………….……. ชื่อ………………………………….…นามสกุล………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่……… คำชี้แจง : ให้นักเรียนฝึกอ่านตัวโน้ตในบทเพลงแขกขาว 2 ชั้น (ศ.๒.๑ ป.๖/๓) เพลงแขกขาว 2 ชั้น เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 ) พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


ใบงานที่ ... โรงเรียน……………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..…………..… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ .............เรื่อง.......................... (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๒.๑ ป.๖/๔) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา……………….……. ชื่อ………………………………….…นามสกุล………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่………… คำชี้แจง : ให้นักเรียนแต่งบทเพลงเป็นประโยคโต้ตอบ (ด้นสด) ในหัวข้อ.................................. คุณครูกำหนดหัวข้อเพลงได้ตามความเหมาะสม) พร้อมขีดเส้นใต้คำหรือประโยคที่ใช้เครื่องดนตรีในการให้จังหวะ (ศ.๒.๑ ป.๖/๔) ชื่อบทเพลง............................................ เนื้อร้อง:………….. ผู้ชาย ผู้หญิง ………………………………………………… ………………………………………………… ………………………………………………… ………………………………………………… ………………………………………………… ………………………………………………… ………………………………………………… ………………………………………………… ………………………………………………… ………………………………………………… ………………………………………………… ………………………………………………… เครื่องดนตรีที่จะใช้ในการให้จังหวะ คือ ........................................ เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 ) พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


ใบงานที่ ... โรงเรียน……………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..…………..… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ .............เรื่อง.......................... (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๒.๑ ป.๖/๕,ป.๖/๖) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา……………….……. ชื่อ………………………………….…นามสกุล………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่…… คำชี้แจง : ให้นักเรียนฟังเพลงและเขียนบรรยายความรู้สึกที่มีต่อบทเพลง พร้อมระบุเสียงเครื่องดนตรีที่ใช้ใน บทเพลง ลงในช่องว่างที่กำหนดให้ (ศ.๒.๑ ป.๖/๕,ป.๖/๖) บทเพลงไทย (ชื่อเพลง)…………………………. ความรู้สึกต่อบทเพลงที่รับฟัง และ ใช้เครื่องดนตรีชนิดใดบ้างในการบรรเลง …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………..… เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 ) พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


ใบงานที่ ... โรงเรียน……………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..…………..… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่.............เรื่อง........................(มฐ.ตัวชี้วัด (ศ๒.๒ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา……………….……. ชื่อ………………………………….…นามสกุล………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่…… คำชี้แจง : ให้นักเรียนอ่านและสรุปเนื้อหาเรื่องราวของดนตรีไทยในประวัติศาสตร์ ลงในช่องว่างอย่างพอเข้าใจ (ศ ๒.๒ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓) ประวัติศาสตร์ดนตรีไทย


สมัยอยุธยา


เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 ) พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


เอกสารสำหรับครู ประวัติดนตรีไทย เครื่องดนตรีไทยเกิดจำกชนชำติไทยเองและกำรเลียนแบบชนชำติอื่นๆ ที่อยุ่ใกลช้ิดโดยเริ่มต้งัแต่สมยัโบรำณที่ไทยต้งัถิ่นฐำนอยใู่นอำณำจกัร ฉ่องหวู่ดินแดนของประเทศจีนในปัจจุบัน ท ำให้เครื่องดนตรีไทยและจีนมีกำรแลกเปลี่ยนเลียนแบบกัน นอกจำกนี่ยังมีเครื่องดนตรีอีกหลำยชนิด ที่ชน ชำติไทยประดิษฐ์ข้ึนใชก้่อนที่จะมำพบวัฒธรรมอินเดีย ซึ่งแพร่หลำยอยทู่ำงตอนใตข้องแหลมอินโดจีน สำ หรับชื่อเครื่องดนตรีด้งัเดิมของไทยจะเรียน ตำมคำ โดดในภำษำไทยเช่น เกรำะโกร่งกรับ ฉิ่ง ฉำบ ขลุ่ย พิณเปี๊ ยะ ซอ ฆ้องและกลอง ต่อมำได้มีกำรประดิษฐ์เครื่องดนตรีให้พฒันำข้นึ โดยนำ ไมท้ ี่ทำ เหมือนกรับหลำยอันมำวำงเรียงกันได้เครื่องดนตรีใหม่ เรียกว่ำระนำดหรือน ำฆ้องหลำย ๆ ใบมำท ำเป็นวงเรียกว่ำ ฆ้องวง เป็นต้น นอกจำกน้ียงัมีกำรผสมผสำนกบัวฒันธรรมทำงดนตรีของอินเดีย มอญ เขมรในแหลมอินโดจีนที่ไทยไดย้ำ้ยไปต้งัถิ่นฐำนอยู่ไดแ้ก่พิณ สังข์ ปี่ ไฉน บัณเฑำะว์ กระจับปี่ จะเข้ โทน(ทับ) เป็นต้น ต่อมำเมื่อมีควำมสัมพนัธ์กบั ประเทศเพื่อนบำ้นมำกข้ึน ไทยไดน้ำ บทเพลงและเครื่องดนตรีบำงอยำ่ง ของประเทศเพื่อนบ้ำนมำบรรเลงในวงดนตรีไทยเช่น กลองแขกของชวำ กลองมลำยูของมลำยู เปิ งมำงของมอญ และกลองยำวของไทยใหญ่ที่พม่ำ นำ มำใช้รวมท้งัขิม มำล่อ และกลองจีน ซึ่งเป็ ้ นเครื่องดนตรีของจีน เป็นตน้ตอ่มำไทยมีควำมสัมพนัธ์ชำวกบัตะวนัตกและอเมริกำก็ไดน้ำ กลองฝรั่ง เช่น กลองอเมริกัน และเครื่องดนตรีอื่น ๆ เช่น ไวโอลีน ออร์แกน มำใช้บรรเลงในวงดนตรีของไทย จำกประวัติเครื่องดนตรีไทยดังกล่ำว สำมำรถแบ่ง ประวัติศำสตร์ของเครื่องดนตรีไทยได้เป็น 4 สมยัดงัน้ี สมัยสุโขทัย ชำวไทยมีควำมสนุกสนำนกับกำรเล่นดนครีและร้องเพลงกันมำกดังที่ปรำกฏในหลักศิลำจำรึกพ่อขุนรำมค ำแหงหลักที่1 ว่ำ "ดบงคมกลอง ด้วยเสียงพำทย์เสียงพิณ เสียงเล้ือน เสียงขบั ใครจกัมกัเล่น เลน่ ใครจกัมกัหวัหวั ใครจกัมกัเล้ือน เล้ือน" ซ่ึงแลดงถึงกำรบรรเลงเครื่องดนตรีประเภทตี เป่ ำ ดีด และสี คือ กลอง ปี่ พิณ และเครื่องดนตรีทีมีสำยไวส้ีได้นอกจำกน้ียงัมีหลกัฐำนของลำ้นนำไทยที่มีศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยกันในหลักศิลำจำรึก ในวัดพระยืน จังหวัดล ำพูน ที่จำรึกไว้ว่ำ "ให้ถือกระทงข้ำงตอกดอกไม้ไต้เทียน ตีพำทย์ดังพิณฆ้องกลอง ปี่สรไนพิสเนญชัยทะเทียดกำหลแตรสังมำลย์ กังสดำล มรทงค์ดงเดือด เสียงเลิศเสียงกอ้งอกีท้งัคนร้องโห่อ้ือดำสรทำ้นทงั่ท้งนครหริภุญชัย แล" ซึ่งแ ั สดงถึงเครื่องดนตรีบรรเลงในวงดนตรี และ ประชำชนนำ มำเล่นเพื่อควำมสนุกสนำนครึกคร้ืนกนัดงัน้นัจึงสำมำรถกล่ำวถึงเครื่องดนตรีไทยในสมัยสุโขทัยไดจ้ำกวงดนตรีไทยในสมยัน้นั ไดแ้ก่วง แตรสังข์ ที่ใช้บรรเลงในพระรำชพิธีต่ำง ๆ ประกอบด้วยเครื่องดนตรีแตรฝรั่งแตรงอน ปี่ไฉนแกว ก้ ลองชนะ บัณเฑำะว์ และมโหระทึก วงปี่ พำทย์เครื่อง ห้ำประกอบดว้ย ปี่ใน ฆอ้งวง ตะโพน กลองทดัและฉิ่ง นอกจำกน้ียงัมีเครื่องดนตรีเช่น พิณ และซอสำมสำยอยใู่นสมยัน้นัอีกดว้ย สมัยอยุธยา เป็ นช่วงที่บ้ำนเมืองมีศึกสงครำมอยู่ตลอดเวลำ จึงท ำให้ดนตรีไทยไม่เจริญก้ำวหน้ำมำกนัก ยังคงมีเครื่องดนตรีในวงปี่พำทย์ เครื่องห้ำเท่ำเดิม จนมำเพิ่มระนำดเอกภำยหลงัในตอนปลำยสมยัอยธุยำ ส่วนวงดนตรีที่เกิดข้ึนในสมยัน้นั ไดแ้ก่วงมโหรีที่บรรเลงโดยผู้หญิง เพื่อขับกล่อมถวำยแด่ พระมหำกษตัริย์ประกอบดว้ยเครื่องดนตรีกระจบั ปี่ซอสำมสำยโทน(ทบั )กรับ ร ำมะนำขลยุ่และฉิ่ง แต่ต่อมำได้น ำจะเข้ซึ่งเป็ นเครื่องดนตรีของมอญ มำประสมแทนกระจับปี่ เพื่อให้ท ำนองได้ละเอียดลออและไพเรำะกว่ำ และวงเครื่องสำย ประกอบด้วยเครื่องดนตรี ซอด้วง ซออู้ จะเข้ ขลุ่ย โทน(ทับ) และฉิ่ง สมัยธนบุรี มีวงดนตรี 3 ประเภท เช่นเดียวกับสมัยอยุธยำ คือ วงปี่ พำทย์ วงมโหรี และวงเครื่องสำย แต่มีเครื่องดนตรีของชำติต่ำงๆ เข้ำมำในประเทศ ไทยหลำยชนิด ดงัปรำกฏในหมำยกำ หนดกำรของพระมหำกษตัริยใ์นสมยัน้นัว่ำ “ ทรงพระกรุณำโปรดเกลำ้ฯ ให้พิณพำทย์ไทย พิณพำทย์รำมัญ มโหรี ไทยฝรั่ง มโหรีญวน เขมรผลดัเปลี่ยนกนัสมโภช 2 เดือนกับ 12 วัน ” ในงำนสมโภชพระแก้วมรกตเป็ นต้น


สมัยรัตนโกสินทร์ คณะละครและวงปี่ พำทย์ไทยสมยัรัตนโกสินทร์มีควำมกำ้วหนำ้ทำงดนตรีมำกเริ่มจำก สมัยรัชกำลที่ 1 ไดเ้พมิ่กลองทดัข้ึนในวงปี่ พำทย์เป็น 2 ลูกและเพิ่มระนำดในวงมโหรีปี่พำทยอ์กี 1 รำง สมัยรัชกำลที่ 2 เริ่มมีปี่พำทยบ์รรเลงประกอบเสภำจึงไดน้ำ เปิงมำงมำติดขำงสุกถ่ ้ วงเสียงให้ต ่ำลง เรียกว่ำสองหน้ำ ใช้ประกอบกำรบรรเลง ประกอบเสภำและไดเ้พิ่มฆอ้งวงในวงมโหรีดว้ย สมัยรัชกำลที่ 3 มีผู้สร้ำงระนำดทุม้และฆอ้งวงเลก็ข้ึนมำ ทำ ให้เกิดวงปี่พำทยเ์ครื่องคู่ข้ึนในสมยัน้นัซ่ึงประกอบดว้ยเครื่องดนตรีระนำดที เปลี่ยนชื่อเป็นระนำดเอก เพื่อให้เขำ้คู่กบัระนำดแบบใหม่ที่เพิ่มรำง 1 รำง และสร้ำงขนำดใหญ่เรียกว่ำ ระนำดทุ้ม และฆ้องวงใหญ่ เพื่อให้เข้ำคู่กับฆ้อง วงเล็กที่สร้ำง ขนำดเล็กลงเรียกว่ำ ฆ้องวงเล็ก นอกจำกนี่ยังมีกำรน ำปี่ นอกเข้ำมำผสมเข้ำคู่กับปี่ ใน และเครื่องดนตรีเดิม คือ ตะโพน กลองทัดและฉิ่ง เช่นเดิม รวมท้งัมีวงมโหรีเครื่องคู่เกิดข้ึน โดยมีกำรนำ ระนำดทุม้ฆอ้งวงเลก็และขลุ่ยหลีบ ให้เขำ้คู่กับเครื่องดนตรีที่มีอยู่เดิม สมัยรัชกำลที่ 4 วงปี่ พำทย์มีควำมเจริญมำก โดยเจ้ำนำย ขุนนำง ข้ำรำชกำร ต่ำงก็มีวงปี่ พำทย์ประจ ำบ้ำนกัน และพระบำทสมเด็จพระปิ่นเกลำ้ เจำ้อยหู่วัยงัทรงพระรำชดำ ริให้นำ ลวดเหลก็เลก็ๆ ที่ทรงทอดพระเนตรจำกนำฬิกำต้งัโต๊ะที่กลไกข้ำงในมีลวดเส้น เล็ก ๆ ส้ันบ้ำงยำวบ้ำง ปักเรียงกันถี่ ๆ เป็นวงกลมคลำ้ยหวีตรงกลำงมีแกนหมุนและเหลก็เขยี่เสน้ลวดเหลก็เหล่ำน้นัผำ่นไปโดยรอบที่พระองคทรงเรีย ์ กว่ำ นำฬิกำเขี่ยหวี ซึ่งมีเสียงดังกังวำนมำ สร้ำง เป็นระนำดทุ้มเหล็ก และระนำดเหล็กที่เล็กกว่ำและมีเสียงสูงกว่ำ มำเพิ่มเขำในวงปี่ ้ พำทย์และเรียกวงปี่พำทยน์ ้ีว่ำวงปี่พำทยเ์ครื่องใหญ่นอกจำกน้ี ยงัมีกำรเพิ่มเครื่องดนตรีระนำดทมุ้เหลก็และระนำดเอกเหลก็ที่ท ำด้วยทองเหลืองเรียกว่ำ ระนำดทอง และน ำซอด้วงและซออู้มำผสมในวงมโหรีด้วย เรียกว่ำ มโหรีเครื่องใหญ่ สมัยรัชกำลที่ 5 ได้เกิดวงปี่พำทย์ดึกดำ บรรพ์ที่สมเด็จพระเจำ้บรมวงศเ์ธอเจำ้ฟ้ำกรมพระยำนริศรำนุวดัติวงศ์เป็นผทู้รงปรับปรุงข้นึเพื่อ บรรเลงประกอบละครวงปี่พำทยน์ ้ีมีชื่อเสียงไพเรำะนุ่มนวลกว่ำ เพรำะได้ดัดเครื่องดนตรีที่มีเสียงดังมำก เสียงสูงและเสียงเล็กแหลมออกจนหมด และ ระนำดเอกก็ตีด้วยไม้นวม รวมท้งัยงันำ ฆอ้งชยัหรือฆอ้งหุ่ยมำ 7 ลูกเทียบเสียงเรียงลำ ดบัตีห่ำงๆ คลำ้ยกบัเบสของฝรั่ง เพิ่มเขำ้มำ สมัยรัชกำลที่ 6 กำรดนตรีมีควำมเจริญข้นึมำกโดยพระบำทสมเด็จพระมงกุฏเกลำ้เจำ้อยหู่วัทรงต้งักรมมหรสพ กรมบญัชำกำรกรมโขน หลวง กรมพิณพำทย์หลวงกลองเครื่องสำยฝรั่งหลวงและกรมช่ำงมหำดเลก็สำ หรับสร้ำงและซ่อมสิ่งที่เป็นศิลปะต่ำง ๆ และพระองคย์งัโปรดเกลำ้ฯ ให้ สร้ำงเครื่องปี่พำทย์ประดับมุกและประดบังำข้ึน 2 ชุด ประดบัเป็นลวดลำยวิจิตร มีอกัษรพระปรมำภิไธย ม.ว. ซ่ึงงดงำมมีค่ำยิ่ง สมัยรัชกำลที่7 พระบำทสมเด็จพระปกเกลำ้เจำ้อยหู่วัทรงต้งัวงเครื่องสำย ส่วนพระองคข์้ึน โดยพระองคท์รงซอดว้งและพระบรมรำชินีทรง ซออู้พร้อมท้งัเจำนำยอีกห ้ลำยพระองค์อยใู่นวงน้นันอกจำกน้ีพระองคย์งัทรงพระรำชนิพนธ์เพลงรำตรีประดบัดำวเถำ เพลงเขมรละออองค์เถำ และ เพลงคลื่นกะทบฝั่ง 3 ช้นั ต่อมำเมื่อหลังกำรเปลี่ยนแปลงกำรปกครอง ในปี พ.ศ. 2475 กำรดนตรีไทยได้ค่อย ๆ เสื่อมลง จนมำถึงหลังสงครำมโลก คร้ังที่2 ไปแล้ว จึงได้มีกำรฟ้ืนฟดูนตรีไทยข้ึนใหม่จนมำถึงปัจจุบนัน้ีในรัชกำลพระบำทสมเด็จพระเจำ้อยหู่วัก็ทรงพระปรีชำสำมำรถทำงดนตรีสำกล และพระรำชนิพนธ์เพลงข้ึนหลำยเพลงดว้ยแต่พระองคย์งัทรงสนพระทยักำรดนตรีไทยโดยพระรำชทำนทุน ให้พิมพเ์พลงไทยเป็นโนต้ สำกล ออกจ ำหน่ำยจนเป็ นที่นิยมของวงกำรดนตรีทวั่ ไป


ใบงานที่ ... โรงเรียน……………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..…………..… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ .............เรื่อง..........................(มฐ.ตัวชี้วัด (ศ ๒.๒ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา……………….……. ชื่อ………………………………….…นามสกุล………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่…… คำชี้แจง :ให้นักเรียนตอบคำถามวัฒนธรรมต่อดนตรีในท้องถิ่นตามภาพที่กำหนดให้(ศ ๒.๒ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓) ดนตรีท้องถิ่น 4 ภาค วงดนตรีภาคใด................................................................. สำเนียงเพลงเป็นอย่างไร.................................................... ......................................................................................... จังหวะทำนองเพลง............................................................. ......................................................................................... วงดนตรีภาคใด................................................................. สำเนียงเพลงเป็นอย่างไร.................................................... ......................................................................................... จังหวะทำนองเพลง............................................................. ......................................................................................... วงดนตรีภาคใด................................................................. สำเนียงเพลงเป็นอย่างไร.................................................... ......................................................................................... จังหวะทำนองเพลง............................................................. .........................................................................................


ต่อ - เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 ) พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน วงดนตรีภาคใด................................................................. สำเนียงเพลงเป็นอย่างไร.................................................... ......................................................................................... จังหวะทำนองเพลง............................................................. .........................................................................................


ใบงานที่ ... โรงเรียน……………………… อำเภอ……………………….. จังหวัด……..……..…………..… กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยที่ .............เรื่อง.......................... (มฐ.ตัวชี้วัด ศ.๓.๑ ป.๖/๑) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่……………… ปีการศึกษา……………….……. ชื่อ………………………………….…นามสกุล………………………ชั้น ป…๖/…….เลขที่…… คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกเนื้อเพลงปลุกใจ พร้อมประดิษฐ์ท่าทางหรือท่ารำประกอบจังหวะตามจินตนาการ ลงในช่องว่างให้ถูกต้อง (ศ.๓.๑ ป.๖/๑) เพลง………………………………….. เนื้อเพลง:……. …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………… ท่าทาง


(ต่อ) ท่าทาง ท่าทาง เกณฑ์ประเมิน ดี ( 8-10 ) พอใช้ ( 5-7 ) ควรปรับปรุง ( 4-0 ) ลงชื่อ……………………………..ครูผู้สอน


Click to View FlipBook Version