The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดำเนินการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพด้านทรัพยากรพืชในพื้นที่ป่าโคกยาว ตำบลบ้านค้อ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Savitri Srimongkol, 2023-06-27 00:32:40

ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวภาพด้านพืช

ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดำเนินการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพด้านทรัพยากรพืชในพื้นที่ป่าโคกยาว ตำบลบ้านค้อ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

ความหลาก หลายทาง ชีวภาพด้าน พืช ป่าโคกยาว ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่อง มาจากพระราดำ ริ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น


ศูนย์ประสานงานโครงการอันอัเนื่อนื่งมาจากพระราชดำ ริ มหาวิทวิยาลัยลั ขอนแก่นก่ ร่วมกับกัคณะวิทวิยาศาสตร์ มหาวิทวิยาลัยลัขอนแก่นก่ดำ เนินการ สำ รวจความหลากหลายทางชีว ชี ภาพด้านทรัพรัยากรพืชพื ในพื้นพื้ ที่ป่ที่ ป่าโคกยาว ตำ บลบ้านค้อ อำ เภอเมือมื งขอนแก่นก่จังจัหวัดวัขอนแก่นก่ ซึ่งซึ่มีค มี วามหลากหลาย ทางชีว ชี ภาพของพืชพื พรรณในระบบนิเวศป่าเต็ง ต็ รังรั โดยในการศึกศึษาความ หลากหลายทางชีว ชี ภาพของพืชพื นั้นนั้ ได้ดำด้ ดำเนินการสำ รวจพืชพื พรรณของไม้ ยืน ยื ต้นต้ / ไม้หม้นุ่ม / ไม้พุ่ม้ พุ่มพุ่และพืชพื พื้นพื้ ล่าง(ล้มลุก) ผลการศึกษาส่งผลให้ศูนย์ประสานงานฯ มีฐ มี านข้อมูลทรัพรัยากร พรรณไม้ใม้นพื้นพื้ ที่ป่ที่ ป่าโคกยาว ทำ ให้ทราบถึงถึความอุดมสมบูรณ์และความ ยั่งยั่ยืน ยื ของระบบนิเวศ ข้อมูลดังดักล่าวศูนย์ประสานงานฯ ได้นำด้ นำมาเป็น ป็ ข้อมูล พื้นพื้ ฐานในการวางแผนการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยั่ยืน ยื อีก อี ทั้งทั้ จัดจัการดูแลฟื้นฟู และป้องกันกัรักรัษาป่าอย่างถูกต้อง ดังดันั้นนั้ศูนย์ประสานงานฯ จึงจึจัดจัทำ หนังนัสือสื “ป่าโคกยาว ความหลาก หลายทางชีว ชี ภาพด้านพืชพื ” เพื่อพื่เผยแพร่ให้หน่วยงานที่เที่กี่ยกี่วข้องได้นำด้ นำไปใช้ ประโยชน์ต่อไป สุดท้ายนี้ หนังนัสือสื "ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีว ชี ภาพด้านพืชพื " เกิดกิขึ้นขึ้ ได้จากความกรุณาของบุคคลผู้มีค มี วามรู้ความเชี่ยชี่วชาญ ในการให้คำ แนะนำ ให้คำ ปรึกรึษา และช่วยกลั่นลั่กรองเนื้อ นื้ หา ต้องขอขอบคุณ ผศ.ดร.วังวั วร สังสัฆเมธาวี และ นายทองอินอิทร์ คำ มี ที่ใที่ห้ความช่วยเหลือ ลื จนงานสำ เร็จ ร็ ลุล่วงด้วยดี ศูนย์ประสานงานโครงการอันอัเนื่อนื่ง มาจากพระราชดำ ริ มหาวิทวิยาลัยลัขอนแก่นก่ คำ นำ


สารบัญ 01 เล่าเรื่อ รื่ ง ป่าโคกยาว การสำ รวจ ป่าโคกยาว ความหลากหลาย ทางชีวภาพด้านพืช 02 สมุนไพรเด่น ด่ ใน พื้นที่ป่าโคกยาว 03 30 เอกสารอ้างอิง อิ 91


เล่าเรื่อง "ป่าโคกยาว" ต. บ้ า น ค้ อ อ . เ มื อ ง ข อ น แ ก่ น จ . ข อ น แ ก่ น ป่าป่ โคกยาว เดิมดิทีเทีป็น ป็ ป่าป่สงวนแห่งห่ชาติ ชื่อชื่ป่าป่สาวะถี ในสมัยมันั้นนั้มีกมีารจับจัจอง พื้นพื้ที่เที่พื่อพื่ทำ มาหากินกิเลี้ยลี้งชีพชีตามวิถีวิชีถีวิชีตวิการทำ เกษตร ประชาชนจึงจึมีกมีารปักปัแนวเขต เอาไว้เว้พื่อพื่ใช้ปช้ระโยชน์ร่ น์ วร่มกันกัเรียรีกชื่อชื่ว่าว่ “ป่าป่ โคกยาว ” ป่าโคกยาว ตั้งอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมญาณวราราม บ้านหินลาด ต.บ้านค้อ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ปัจจุบันมีพื้นที่ขนาดประมาณ 187 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวา มีหมีลักลัเขตแต่ยัต่งยัไม่มีม่รั้มีวรั้ล้อล้มอาณาเขตครบถ้วถ้น ป่าป่ โคกยาวอยู่ใยู่นการดูแดูลของ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งซึ่ใช้ชื่ช้อชื่ในหนังนัสือสืสำ คัญคัสำ หรับรัที่หที่ลวงว่าว่ "ที่ทำที่ ทำเลเลี้ยลี้งสัตสัว์โว์ คก หินหิแห่"ห่มีบ่มีอบ่น้ำ ภายในป่าป่จำ นวน 1 บ่อบ่ขนาดประมาณ 3-4 ไร่ มีน้ำมี น้ำตลอดทั้งทั้ปี บริเริวณรอบป่าป่ส่วส่นใหญติดติกับกั พื้นพื้ที่ไที่ร่นร่าของชุม ชุ ชน และทางสาธารณะประโยชน์ ปัจปัจุบั จุ นบั ความสมบูรบูณ์ข ณ์ องป่าป่ โคกยาวอยู่ใยู่นระดับดั ปานกลาง ถือถืเป็น ป็ ป่าป่ที่กำที่กำลังลั ฟื้นฟื้ ฟู มีพัมีนพั ธุ์ไ ธุ์ ม้ที่ม้น่ที่าน่สนใจหลากหลายชนิดนิเช่นช่ ไม้แม้ดง(มีเมีป็น ป็ จำ นวนมาก) จิกจิ รังรั ไข่ เน่าน่หนามแท่งท่กุง กุ ชาด ประดู่ ช้าช้งน้าน้ว กะเจียจีวแดง/ขาว ตูบตูหมูบมูหนอนตายอยาก อี รอก นางแซง หมากต่อต่งแล่งล่หมากก้นก้ครก ผักผับะซาด ผักผัสาบ สะมัดมัเป็น ป็ ต้นต้ นอกจากทรัพรัยากรพืชพืแล้วล้ยังยัพบเห็ด ห็ หลากหลาย เช่นช่เห็ด ห็ เพ็ก พ็ เห็ด ห็ ตะไคร้ เห็ด ห็ ก่อก่ เห็ด ห็ ระโงก เห็ด ห็ น้ำ หมาก เห็ด ห็ปลวก เห็ด ห็ กระด้าด้ง เห็ด ห็ เผาะ เป็น ป็ ต้นต้สัตสัว์ป่ว์ าป่ที่พที่บใน พื้นพื้ที่ เช่นช่แย้ อึ่งอึ่อ่าอ่ง กะปอม กระรอก กระแต กระจ้อจ้น จอนฟอน หนูซินูงซิหนูท้นูอท้งขาว หนูพุนูก พุ ไก่ป่ก่าป่งู เป็น ป็ ต้นต้สัตสัว์จำ ว์จำพวกแมลงที่พที่บ เช่นช่ ไข่มข่ดแดง แมงกีนูกีนนูแมลงทับทั แมงคาม แมงเหลี่ยลี่ม แมงแคง แมงกอก จั๊กจั๊จั่นจั่แมงอี่ เป็น ป็ ต้นต้แม้ปัม้จปัจุบั จุ นบัสภาพ แวดล้อล้มจะเปลี่ยลี่นแปลงไป ความอุด อุ มสมบูรบูณ์ข ณ์ องป่าป่ลดลง แต่ป่ต่าป่ โคกยาวยังยัคงเป็น ป็ แหล่งล่อาหารที่ชุที่ม ชุ ชนได้เด้ข้าข้ไปใช้ปช้ะโยชน์ใน์ นการหาอยู่หยู่ากินกิ ได้ตด้ลอดทั้งทั้ปี เช่นช่ ในฤดู ร้อร้นจนถึงถึช่วช่งที่จที่ะเข้าข้สู่ฤสู่ดูฝดูนชาวบ้าบ้นมักมัเข้าข้ไปหาไข่มข่ดแดง ผักผัหวาน กระเจียจีว อีรอีอก ช่วช่งฤดูฝดูนชาวบ้าบ้นมักมัเข้าข้ไปหาเห็ด ห็ และช่วช่งฤดูหดูนาวชาวบ้าบ้นมักมัเข้าข้ไปหาฟืนฟืเป็น ป็ ต้นต้ โดยมีคมีณะกรรมหมู่บ้มู่าบ้นเป็น ป็ ผู้คผู้วบคุม คุ ดูแดูล -1- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื การสำ รวจป่าโคกยาว ในการสำ รวจป่าโคกยาวนั้นนั้จะไม่สำม่ สำรวจทั้งทั้ ป่า ดังดันั้นนั้การวางแผนการสำ รวจนั้นนั้จะอยู่ ภายใต้เงื่องื่นไขของความเหมาะสมกับกับริบริทพื้นพื้ ที่ และวัตวัถุประสงค์ ดังดันั้นนั้ ในการสำ รวจป่าโคก ยาวจึงจึมีแมีผนการสำ รวจ คือ คื 1) การกำ หนดพื้นพื้ ที่ จะคัดคัเลือ ลื กโซนจากแผนที่ดที่าวเทียทีม เมื่อมื่ ได้โซนแล้วจะกำ หนดตัวตัแทนแปลงในแต่ละโซนโดยมีเมีงื่องื่นไขว่า จะต้องเลือ ลื กตัวตัแทนแปลงที่มีที่คมีวามสมบูรณ์ของพรรณไม้ โดยแบ่งบ่ เป็น ป็ 4 แปลงใหญ่ และทำ การสำ รวจ 2 แปลง/วันวั 2) กำ หนดวิธีวิ ธี การสุ่มสุ่แปลง จะใช้วิธีวิกธีารสุ่มอย่างง่าย ทำ การสำ รวจกระจายทั่วทั่ ไปใน โซนที่จที่ะทำ การสำ รวจ 3) กำ หนดชนิดของแปลง ในการสำ รวจป่า โคกยาวนั้นนั้จะกำ หนดชนิดของแปลงเป็นรูปแบบสี่เสี่หลี่ยลี่มจัตุจัตุรัสรั -2- ปี พ.ศ. 2565 ทำ การสำ รวจในแปลงศึกษา จำ นวน 5 แปลง ขั้น ขั้ ตอนการสำ รวจ กำ หนดพื้นที่/รูปแบบ แปลง 1 กำ หนดแปลง ตัวตัอย่างการสุ่ม อย่างง่าย 2 ในการสำ รวจป่าโคกยาว จะทำ การวางแปลงจำ นวน 3 ขนาด ดังดันี้ 1) วางแปลงขนาด 40 x 40 เมตร เพื่อพื่กำ หนดขอบเขตของแปลงศึกศึษา จากนั้นนั้ จะทำ การแบ่งบ่แปลงย่อย่ยภายในอีกอีจำ นวน 2 แปลง คือ คื 2) ขนาดแปลง 10 x 10 เมตร เพื่อพื่ศึกศึษาไม้ยืม้น ยื ต้นต้และไม้หม้นุ่ม และ 3) ขนาด 1 x 1 เมตร เพื่อพื่ ศึกศึษาไม้พื้ม้นพื้ ล่าง โดยทั้งทั้3 ขนาดจะรวมกันกัเป็น ป็ 1 แปลง ตัวตัอย่างขนาด แปลง 1 x 1 เมตร 10 x 10 เมตร 40 x 40เม ตร การเก็บ ก็ ข้อมูลและ การบันบัทึกทึผล 3 การเก็บ ก็ ข้อมูลมูการสำ รวจในแปลงศึกศึษา จะทำ การเก็บ ก็ ข้อมูลมูชื่อชื่ต้นต้ ไม้ ขนาดต้นต้ ไม้ ความ สูงสูและประโยชน์(ถ้ามี)มีของต้นต้ ไม้ ในการบันบัทึกทึข้อมูลมูนั้นนั้จะทำ การแบ่งบ่หน้าที่ และกำ หนด หัวหัข้อบันบัทึกทึคือ คื 1) ผู้จับจัพิกัพิดกั GPS จับจัพิกัพิดกัของแปลง และพิกัพิดกั ไม้ยืม้น ยื ต้นต้ทุกทุต้นต้ 2) ผู้บัผู้นบัทึกทึ ไม้ยืม้น ยื ต้นต้บันบัทึกทึพิกัพิดกั ไม้ยืม้น ยื ต้นต้ชื่อชื่ต้นต้ ไม้ เส้นส้ รอบวงศ์ ความสูงสู3) ผู้บัผู้นบัทึกทึ ไม้หม้นุ่มนุ่บันบัทึกทึ ชื่อชื่ต้นต้ ไม้แม้ละจำ นวนต้นต้ ไม้ทุม้กทุต้นต้ที่พที่บ 4) ผู้บัผู้นบัทึกทึ ไม้พื้ม้นพื้ ล่าง/ไม้พุ่ม้ พุ่มพุ่บันบัทึกทึ ชื่อชื่และจำ นวน พันพั ธุ์ไธุ์ม้ทุม้กทุต้นต้ที่พที่บ รวมถึงถึประโยชน์ สรรพคุณคุและการนำ ไปใช้ประโยชน์ ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -3- านพืชพื 49 วงศ์ 110 ชนิด ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ความหลาก หลายทาง ชีวภาพด้าน พืช ปี 2565


-4- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ประเภทป่า จำ นวนชนิด พันพั ธุ์ไม้ยื ม้ น ยื ต้น ต้ จำ นวนชนิดไม้ หนุ่ม นุ่ /ไม้พุ่ ม้ พุ่ม พุ่ จำ นวนชนิดไม้ พื้นพื้ ล่าง ป่าเต็ง ต็ รังรั 31 42 58 "แ ป ลงศึก ษ า ป่ า เต็งรัง รั ธรรมชาติ สำ รวจพบพรรณ ไม้ทั้ง หมด 110 ชนิด 49 วงศ์ " การสำ รวจสังสัคมพืชในพื้นที่ป่าโคก ยาว โดยกำ หนดแปลงศึกศึษาจำ นวน 5 แปลง ขนาด 40 x 40 เมตร ซึ่งจำ แนกตามลักลัษณะวิสัวิ สัยพืชเป็น พันพัธุ์ไม้ยืนต้นต้ /ไม้หนุ่ม/ไม้พุ่ม และ พืชพื พื้น พื้ ล่าง (พืชพื ล้มล้ลุก ลุ ) ดังดัตารางที่ 1-1 และรายชื่อพรรณไม้ยืนต้นต้ /ไม้หนุ่ม /ไม้พุ่มและพืชพื้นล่าง (พืชล้มลุก) ดังดัตารางที่ 1-5 โดยลักลัษณะสังสัคม พืชของป่าโคกยาวเป็นป่าเต็งรังรั ธรรมชาติ (ดั้งดั้เดิม) ที่กำ ลังลัพื้นตัวตั พันพัธุ์ไม้ยืนต้นต้ที่พบจะขึ้นขึ้กระจ่ายทั่ว ไปเป็นชั้นชั้เรือ รื นยอดสองชั้นชั้ไม่ค่ม่ ค่อย พบไม้ชั้ม้นชั้รองมากนักนั ไม้ยืม้น ยื ต้นต้ที่พบ ได้แด้ก่ แดง ตูมกา ปอแก่นเทา หนามแท่ง รักรั ใหญ่ เป็นต้นต้ ไม้ชั้ม้นชั้ รองที่พบได้ เช่น ข้าวจี่ เหมือดโลด หมากเบ็น บ็ เป็นต้นต้ ส่วนไม้พื้ม้ พื้นล่างที่ พบได้ทั่ด้ ทั่วทั่ไป คือ คื กระเจีย จี วขาว ก้นก้ ครก ปอเต่าไห้ นางแซง เป็นต้นต้ ผลการศึกษาสังคม พืชป่า ป่ เต็งรังโคกยาว ตารางที่ 1-1 จำ นวนชนิดพัน พั ธุ์พืชในแต่ละประเภทป่า


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -5- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่พรรณไม้ จำ นวนที่พที่บ 1 เหมือมื ดโลด 7 2 เหลี่ยลี่ม 2 3 แก่นก่ เทา 8 4 แคฝอย 3 5 แดง 207 6 แต้ 8 7 แมลงวันวั 6 8 กระบก 6 9 ค้อแลน 4 10 ตำ มอกหลวง 2 11 จิกจิ 5 12 ช้างน้าว 6 ตารางที่ 1-2 ชนิดพรรณไม้ยืนต้น ต้


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -6- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่พรรณไม้ จำ นวนที่พที่บ 13 ต้นต้ เชือ ชื ก 1 14 ต้นต้สั้นสั้ 3 15 ตานกกด 2 16 ตูมกา 13 17 นางหวาน 1 18 น้ำ เกลี้ยลี้ง 9 19 บักบัขี้เขี้ถ้า 5 20 บักบัค้อ 10 21 ประดู่ 4 22 มะเกลือ ลื 1 23 มะกอก 1 24 มุ่ยมุ่แดง 2 25 ยางพลวง 5


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -7- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่พรรณไม้ จำ นวนที่พที่บ 26 รังรั 1 27 รังรัแร้ง 6 28 รังรัหนาม 7 29 หนามแท่งท่11 30 หมี่ 1 31 หลักลัดำ 2 ตารางที่ 1-3 ชนิดพรรณไม้หนุ่ม/ไม้พุ่ม ลำ ดับดัชื่อชื่พรรณไม้ จำ นวนที่พที่บ 1 เหมือมื ดโลด 7 2 มะกอกเหลี่ยลี่ม 3 3 ปอแก่นก่ เทา 42 4 แคฝอย 30


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -8- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่พรรณไม้ จำ นวนที่พที่บ 5 แดง 109 6 มะค่าแต้ 1 7 มะม่วม่งหัวหั แมลงวันวั 5 8 แหนนา 7 9 โมกมันมั 1 10 กระโดน 1 11 กระทุ่มทุ่ โคก 1 12 กอกกันกั 7 13 ยางพลวง 22 14 ข้าวเม่าม่6 15 ข้าวจี่ 6 16 คอม 1 17 จิกจิ 46


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -9- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่พรรณไม้ จำ นวนที่พที่บ 18 ช้างน้าว 8 19 ชิงชิชันชั 15 20 ต้นต้มง 1 21 ตานกกด 6 22 ติ้วติ้เกลี้ยลี้ง 21 23 ตูมกา 12 24 รักรั ใหญ่ 5 25 กระบก 1 26 บักบัค้อ 9 27 ประดู่ป่ดู่ ป่า 5 28 มะกา 1 29 มะขามป้อม 11 30 มะคังคัแดง 1


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -10- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่พรรณไม้ จำ นวนที่พที่บ 31 ยมหินหิ 1 32 ยอป่า 23 33 รังรั 2 34 รังรัหนาม 2 35 ส้มมอ 3 36 สะเดา 2 37 สีดสีาป่า 2 38 หนามแท่งท่1 39 หมากเบ็น บ็ 4 40 หมากเม่าม่2 41 หมีเมีหม็น ม็ 14 42 หลักลัดำ 1


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -11- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่พรรณไม้ จำ นวนที่พที่บ 1 เขียขีง 14 2 เครือรื เขาปูน 5 3 เครือรื เถาคันคั 2 4 เครือรื เถาน้ำ 4 5 เครือรื ไส้ตันตั 3 6 เครือรื ประสงค์ 28 7 เพ็ก พ็ 513 8 เล็บ ล็ แมว 4 9 เสี้ยสี้วแดง 15 10 แผ่นผ่ดินดิเย็น ย็ 2 11 ก้นครก 60 12 กระเจียจีวขาว 20 ตารางที่ 1-4 ชนิดพรรณไม้พื้นล่าง(ล้ม ล้ ลุก)


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -12- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่พรรณไม้ จำ นวนที่พที่บ 13 กล้วยไม้ดิม้นดิ /ว่านนาง ตาม 4 14 กอมก้อยลอดขอน 1 15 ขมิ้นมิ้ เครือรื 15 16 ขาเปียปีหนุ่ม 4 17 ขี้กขี้า 3 18 ขี้มขี้อด 1 19 ขี้หขี้นอน/ขี้ตุ่ขี้ตุ่นตุ่ 1 20 จานเครือรื 1 21 ด่างเห็บ ห็ 14 22 ดีคดีน 2 23 ต้างไก่ 2 24 ตำ ลึงลึ 1


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -13- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่พรรณไม้ จำ นวนที่พที่บ 25 ตีนตีตั่งตั่1 26 ตูบหมูบ 5 27 ถั่วถั่ด่านราชสี 1 28 ถั่วถั่ผี 1 29 นางแซง 35 30 นางอั้วอั้ 1 31 นำ้ ใจใคร่ 1 32 บะซาด 126 33 ปรง(ผง) 9 34 ปลาไหลเผือผื ก 1 35 ปอเต่าไห้ 5 36 ปีกปี ไก่ดำก่ ดำ 5 37 ผักผั สาบ 1


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -14- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่พรรณไม้ จำ นวนที่พที่บ 38 พังพัคี 11 39 มันมัเทียที น 2 40 มันมันก 1 41 ลูกใต้ใบ 1 42 ส้มลม 11 43 สมัดมั 5 44 ส่อส่งฟ้า 31 45 สาบม่วม่ง 42 46 สาบเสือสื 26 47 สามสิบสิกีบกี 1 48 หญ้าแฝก 1 49 หญ้าควยพี 13 50 หญ้าคอมมิวมิ นิสต์(ขจรจบ) 2


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -15- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่พรรณไม้ จำ นวนที่พที่บ 51 หญ้าดอกขาว 1 52 หนอนตายหยาก 6 53 หมากต่่องแล่ง (นมน้อย) 4 54 หางอ้น(หญ้าหางอ้น) 1 55 หุนเตี้ยตี้1 56 องุ่นงุ่ ป่า 13 57 อ่ออ่มแซ่บซ่20 58 อีรอีอก 3 ตารางที่ 1-5 บัญ บั ชีรายชื่อพรรณไม้ จากการสำ รวจพรรณไม้ใม้นพื้นที่ป่าโคกยาว มีชมี นิดพันพัธุ์ไม้ที่ม้ ที่ เป็นไม้ ยืน ยื ต้นต้ทั้งทั้สิ้น 109 ชนิด ดังดัตารางที่ 1-5 *หมายเหตุ : ไม้ยืนต้นต้ (T) ไม้กึ่ง กึ่พุ่มกึ่ง กึ่ยืนต้นต้ (ST) ไม้พุ่ม(S) ไม้เลื้อย(C) ไม้ล้มล้ลุก(H)


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -16- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่ท้องถิ่นถิ่ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ วิสัวิยสัพืชพื วงศ์ APOCYNACEAE 1 เครือรื ไส้ตันตั Amphineurion marginatum (Roxb.) D.J.Middleton C 2 โมกมันมั Wrightia pubescens R. Br. T 3 ส้มลม Aganonerion polymorphum Pierre ex Spire C วงศ์ ANNONACEAE 4 ก้นครก Polyalthia debilis (Pierre) Finet & Gagnep. S 5 ตีนตีตั่งตั่ Uvaria cherrevensis (Pierre ex Finet & Gagnep.) L.L.Zhou, Y.C.F.Su & R.M.K.Saunders ST 6 หมากต่องแล่ง Polyalthia evecta (Pierre) Finet & Gagnep. S วงศ์ ANACARDIACEAE 7 กอกกันกั Lannea coromandelica (Houtt.) Merr. T 8 น้ำ เกลี้ยลี้ง Gluta usitata (Wall.) Ding Hou T 9 มะกอกป่า Spondias bipinnata Airy Shaw & Forman T 10 มะม่วม่งหัวหั แมลงวันวั Buchanania lanzan Spreng. T


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -17- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่ท้องถิ่นถิ่ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ วิสัวิยสัพืชพื วงศ์ ASTERACEAE 11 สาบม่วม่ง Ageratum houstonianum Mill. H 12 สาบเสือสื Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob. H 13 หญ้าดอกขาว Cyanthillium cinereum (L.) H.Rob. H วงศ์ ASPARAGOIDEAE 14 สามสิบสิกีบกี Asparagus racemosus Willd. H วงศ์ ACANTHACEAE 15 อ่ออ่มแซ่บซ่ Asystasia gangetica (L.) T. Anderso H วงศ์ ARACEAE 16 อีรอีอก Amorphophallus longituberosus (Engl.) Engl. & Gehrm. H วงศ์ BIGNONIACEAE 17 แคฝอย Stereospermum fimbriatum (Wall. ex G.Don) A.DC. T 18 รังรัแร้ง Heterophragma sulfureum Kurz T


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -18- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่ท้องถิ่นถิ่ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ วิสัวิยสัพืชพื วงศ์ BURSERACEAE 19 มะกอก เหลี่ยลี่ม Canarium subulatum Guillaumin T วงศ์ COMMELINACEAE 20 แผ่นผ่ดินดิเย็น ย็ Murdannia edulis (Stokes) Faden H วงศ์ COMBRETACEAE 21 แหน Terminalia glaucifolia Craib T 22 เชือ ชื ก Terminalia alata Heyne ex Roth T 23 สมอ Terminalia chebula Retz. T วงศ์ CUCURBITACEAE 24 ขี้กขี้า Gymnopetalum scabrum (Lour.) W.J.de Wilde & Duyfjes H 25 ตำ ลึงลึ Coccinia grandis (L.) Voigt H วงศ์ CLUSIACEAE 26 ต้นต้มง Garcinia cowa Roxb. ex Choisy ST


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -19- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่ท้องถิ่นถิ่ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ วิสัวิยสัพืชพื วงศ์ CONNARACEAE 27 ตานกกด Ellipanthus tomentosus Kurz T วงศ์ CYCADACEAE 28 ปรง(ผง) Cycas siamensis Miq. ST วงศ์ DIPTEROCARPACEAE 29 จิกจิ Shorea obtusa Wall. ex Blume T 30 ชาด Dipterocarpus obtusifolius Teijsm. ex Miq. T 31 ยางพลวง Dipterocarpus tuberculatus Roxb. T 32 รังรั Shorea siamensis Miq. T วงศ์ DIOSCOREACEAE 33 มันมัเทียที น Dioscorea filiformis Blume H 34 มันมันก Dioscorea oryzetorum Prain & Burkill H


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -20- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่ท้องถิ่นถิ่ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ วิสัวิยสัพืชพื วงศ์ EUPHORBIACEAE 35 นางแซง Trigonostemon reidioides (Kurz) Craib ST 36 บะซาด Strophioblanchia glandulosa Pax. Var. pandufolia Airy Shaw S 37 พังพัคี Croton crassifolius Geiseler S วงศ์ EBENACEAE 38 มะเกลือ ลื Diospyros mollis Griff. T 39 หลักลัดำ Diospyros ferrea (Willd.) Bakh. T วงศ์ FABACEAE 40 เสี้ยสี้วแดง Phanera penicilliloba (Pierre ex Gagnep.) Sinou & Bruneau C 41 ขี้มขี้อด Albizia odoratissima (L.f.) Benth. T 42 จานเครือรื Pueraria candollei Wall. ex Benth. var. mirifica (Airy Shaw & Suvat.) Niyomdham C 43 ชิงชิชันชั Dalbergia oliveri Gamble ex Prain T


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -21- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่ท้องถิ่นถิ่ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ วิสัวิยสัพืชพื 44 มะค่าแต้ Sindora siamensis Teijsm. ex Miq. T 45 แดง Xylia xylocarpa (Roxb.) W.Theob. var. kerrii (Craib & Hutch.) I.C.Nielsen T 46 ถั่วถั่ด่านราชสีห์สี ห์ Tephrosia vestita Vogel H 47 ถั่วถั่ผี Cajanus crassus (Prain ex King) Maesen H 48 ประดู่ป่ดู่ ป่า Pterocarpus macrocarpus Kurz T 49 พะยูง Dalbergia cochinchinensis Pierre T 50 พันพั ชาด Erythrophleum teysmannii (Kurz) Craib T 51 หางอ้น Uraria lagopodioides (L.) Desv. ex DC. H วงศ์ HYPERICACEAE 52 ติ้วติ้ Cratoxylum formosum (Jack) Dyer T วงศ์ IRVINGIACEAE 53 กระบก Irvingia malayana Oliv. ex A.W.Benn. T


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -22- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่ท้องถิ่นถิ่ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ วิสัวิยสัพืชพื วงศ์ LECYTHIDACEAE 54 กระโดน Careya arborea Roxb. T วงศ์ LAMIACEAE 55 ขาเปียปี Hymenopyramis brachiata Wall. Ex Griff. H วงศ์ LOGANIACEAE 56 ตูมกา Strychnos nux-blanda A. W. Hill T วงศ์ LAURACEAE 57 หมีเมีหม็น ม็ Litsea glutinosa (Lour.) C.B.Rob. T วงศ์ MALPIGHIACEAE 58 เครือรื ประสงค์ Streptocaulon juventas (Lour.) Merr. C วงศ์ MENISPERMACEAE 59 ขมิ้นมิ้ เครือรื Arcangelisia flava (L.) Merr. C 60 ด่างเห็บ ห็ Pachygone dasycarpa Kurz C


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -23- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่ท้องถิ่นถิ่ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ วิสัวิยสัพืชพื วงศ์ MALVACEAE 61 ข้าวจี่ Grewia sapida Roxb. ex DC. ST 62 บักบัขี้เขี้ถ้า Microcos tomentosa Sm. T 63 ปอแก่นก่ เทา Grewia eriocarpa Juss. T 64 ปอขี้ตุ่ขี้ตุ่นตุ่ Helicteres hirsuta Lour. S 65 ปักปั ไก่ดำก่ ดำ Helicteres angustifolia L. S วงศ์ MELIACEAE 66 ยมหินหิ Chukrasia tabularis A.Juss. T 67 สะเดา Azadirachta indica A.Juss. T วงศ์ OCHNACEAE 68 ช้างน้าว Ochna integerrima (Lour.) Merr. T วงศ์ ORCHIDACEAE 69 นางอั้วอั้ Habenaria malintana (Blanco) Merr. H


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -24- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่ท้องถิ่นถิ่ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ วิสัวิยสัพืชพื 70 ว่านจูงนาง Geodorum siamense Rolfe ex Downie H วงศ์ OLACACEAE 71 น้ำ ใจใคร่ Olax scandens Roxb. ST วงศ์ POACEAE 72 เพ็ก พ็ Vietnamosasa pusilla (A.Chev. & A.Camus) T.Q.Nguyen H 73 หญ้าแฝก Chrysopogon nemoralis (Balansa) Holttum H 74 หญ้าควยพี Dactyloctenium aegyptium (L.) Willd. H 75 หญ้า คอมมิวมินิสต์ Pennisetum polystachion (L.) Schult. H วงศ์ PHYLLANTHACEAE 76 เหมือมื ดโลด Aporosa villosa (Wall. ex Lindl.) Baill. ST 77 หมากเม่าม่ Antidesma ghaesembilla Gaertn. ST 78 มะกา Bridelia ovata Decne. T 79 มะขามป้อม Phyllanthus emblica L. T


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -25- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่ท้องถิ่นถิ่ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ วิสัวิยสัพืชพื 80 รังรัหนาม Bridelia retusa (L.) A.Juss. T 81 ลูกใต้ใบ Phyllanthus amarus Schumach. & Thonn. H วงศ์ PASSIFLORACEAE 82 ผักผั สาบ Adenia viridiflora Craib C วงศ์ RHAMNACEAE 83 เล็บ ล็ แมว Ziziphus oenoplia (L.) Mill. var. oenoplia ST วงศ์ RUBIACEAE 84 กระทุ่มทุ่ โคก Mitragyna hirsuta Havil. T 85 คำ มอกหลวง Gardenia sootepensis Hutch. T 86 มะคังคัแดง Dioecrescis erythroclada (Kurz) Tirveng. T 87 ยอป่า Morinda coreia Buch.-Ham. T 88 หนามแท่งท่ Catunaregam tomentosa (Blume ex DC.) Tirveng. T


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -26- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่ท้องถิ่นถิ่ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ วิสัวิยสัพืชพื วงศ์ RUTACEAE 89 ส่อส่งฟ้า Clausena harmandiana (Pierre) Pierre ex Guillaumin H 90 สีดสีาโคก Gardenia obtusifolia Roxb. ex Hook.f. ST 91 สมัดมั ใหญ่ Clausena excavata Burm.f. S 92 สมัดมัน้อย Micromelum minutum (Forst.f.) Wright & Arn. วงศ์ SMILACACEAE 93 เขียขีง Smilax synandra Gagnep. H วงศ์ SALICACEAE 94 ค้อแลน Casearia grewiifolia Vent. T 95 หมากเบ็น บ็ / ตะขบป่า Flacourtia indica (Burm.f.) Merr. T วงศ์ SIMAROUBACEAE 96 ดีคดีน Brucea javanica (L.) Merr. ST 97 ปลาไหลเผือผื ก Eurycoma longifolia Jack S


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -27- านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่ท้องถิ่นถิ่ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ วิสัวิยสัพืชพื วงศ์ SAPOTACEAE 98 นางหวาน Xantolis siamensis (H.R.Fletcher) P.Royen T วงศ์ STEMONACEAE 99 หนอนตาย อยาก Stemona phyllantha Gagnep. H วงศ์ SAPINDACEAE 100 บักบัค้อ Schleichera oleosa (Lour.) Merr. T วงศ์ THYMELAEACEAE 101 ปอเต่าไห้ Enkleia malaccensis Griff. S วงศ์ URTICACEAE 102 ก้อมก้อยลอด ขอน Pellionia repens (Lour.) Merr. H วงศ์ VITACEAE 103 เครือรื เขาปูน Cissus repanda (Wight & Arn.) Vahl C 104 เครือรื เถาคันคั Cayratia trifolia (L.) Domin C ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -28- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ลำ ดับดัชื่อชื่ท้องถิ่นถิ่ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ วิสัวิยสัพืชพื 105 เครือรื เถาน้ำ Tetrastigma leucostaphylum (Dennst.) Alston C 106 กะตังตั ใบ/ต้าง ไก่ Leea indica (Burm.f.) Merr. H 107 องุ่นงุ่ ป่า/เครือรื อีโอีก่ย Ampelocissus martinii Planch. C 108 หุนเตี้ยตี้ Cissus aristolochioides Planch. S วงศ์ ZINGIBERACEAE 109 กระเจียจีวขาว Curcuma sessilis Gage. H 110 ตูบหมูบ Kaempferia marginata Carey ex Roscoe H


ป่าเต็ง ต็ รังรัถือถื ได้ว่าเป็นตลาดธรรมชาติ ของคนอีสอีานมาช้านาน เพราะชาวบ้านได้ พึ่งพึ่พาอาศัยศัหาอยู่หยู่ากินกิ ได้ตด้ลอดทั้งทั้ปี โดย เฉพาะเห็ด ห็ ป่าหน้าฝนหลายชนิดที่อที่าศัยศัร่วม กับกัรากพืชพื ในป่าเต็ง ต็ รังรั ไข่มดแดง แมลงจินูจินนู และอื่นอื่ๆ ส่วนพืชพืพื้นพื้ล่างนับนัเป็นกลุ่มลุ่ที่มีที่มี ความสำ คัญคั ในการเป็นแหล่งอาหาร และ สมุน มุ ไพรสำ หรับรั ชาวบ้าน โดยพืชพือาหารที่ พบมากที่สุที่ด สุ คือคื ไผ่เพ็ก พ็ บ่าซาด มันมัเทียทีน กระเจียจีวขาว และกระเจียจีวแดง เป็นต้นต้ และพืชพืผักผั พื้นพื้ล่างที่เที่คยมีจำมี จำนวนมากแต่เริ่มริ่ หายไปจากพื้นพื้ที่ คือคืว่านสามสิบ ผักผั ฮุน ฮุ ไฮ พบในพื้นพื้ที่ รองลงมาคือคืตูมตูกา ซึ่งคิดคิเป็น ร้อยละ 4 ของต้นต้ ไม้ทั้ม้งทั้หมด ส่วนพรรณ ไม้ดัม้ชดันีมีปมีระชากรเหลือลือยู่น้ยู่ น้อยมาก คือคืต้นต้ กุง กุ และต้นต้จิกจิพบเพียพีง 1.25 ต้นต้ /ไร่ ต้นต้รังรั 0.5 ต้นต้ /ไร่ นอกจากนี้ยังยัพบไม้ยืม้นยืต้นต้ ชนิด ที่หที่าค่อนข้างยากเช่นช่รังรัแร้ง หลักลัดำ และ หมากมาย -29- สรุปข้อมูล ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ป่าโคกยาว เป็นป่าเต็ง ต็ รังรัเป็นป่าโปร่ง ซึ่งเป็นหย่อย่มป่าที่หลงเหลือลืจากการขยาย พื้นพื้ที่ทำที่ทำการเกษตรเพียพีงไม่กี่ม่ กี่แกี่ห่งในอำ เภอ เมือมืง จังจัหวัดวัขอนแก่นก่ ในอดีตดีคาดว่าเป็น ป่าเต็ง ต็ รังรัที่มีที่ไมีม้พม้ลวง(กุง กุ ) เป็นไม้เด่นด่ ซึ่งสา มารถสังสัเกตุไ ตุ ด้จากต้นต้ ไม้ใม้หญ่ที่ญ่ ที่ยัที่งยัหลงเหลือลื อยู่ตยู่ามหัวหั ไร่ปร่ลายนารอบๆพื้นพื้ที่ จากการสำ รวจพรรณไม้ และโครง สร้างป่าโคกยาวในเดือดืนพฤษภาคม 2565 พบว่า พันพัธุ์ไธุ์ม้ที่ม้ ที่ยัที่งยัเหลือลือยู่ใยู่นป่าโคกยาว เป็นไม้ยืม้นยืต้นต้ขนาดเล็ก ล็ มีคมีวามหนาแน่น 76.5 ต้นต้ /ไร่ ใกล้เคียคีงกับกัพื้นที่ป่าเต็ง ต็ รังรัที่ อื่นอื่ๆ แต่มีพื้มีนพื้ที่หที่น้าตัดตัของลำ ต้นต้ ไม้รม้วมเพียพีง 1.85 ตารางเมตร/ไร่ ชี้ใชี้ห้เห็น ห็ ว่าขนาดของ ต้นต้ ไม้มีม้ขมีนาดค่อนข้างเล็ก ล็ เมื่อเปรียรีบเทียทีบ กับกั ป่าเต็ง ต็ รังรัทั่วทั่ไปของประเทศไทยที่มีที่พื้มีพื้นพื้ที่ หน้าตัดตัต้นต้ ไม้เฉลี่ยลี่2.93 ตารางเมตร/ไร่ ป่าโคกยาวมีความสูงของเรือรืนยอดเฉลี่ยลี่ เพียพีง 7.8 เมตร ซึ่งถือถืว่าค่อนข้างเตี้ยตี้ใกล้ เคียคีงกับกั ป่าเต็ง ต็ รังรัแคระตามพื้นพื้ที่ภูที่เภูขาในจังจั หวัดวัขอนแก่นก่ เช่นช่อุท อุ ยานแห่งชาติน้ำติ น้ำ พอง และเนื่องจากไม้ใม้หญ่ที่ญ่ ที่เที่คยเป็นไม้เด่นด่ถูกถูนำ ไปใช้ปช้ระโยชน์ โครงสร้างและองค์ประกอบ ของสังสัคมไม้ยืม้นยืต้นต้จึงจึเปลี่ยลี่นไป ปัจปัจุบันบั ป่าโคกยาวเกิดกิการทดแทนใหม่ มีไมีม้เด่นด่ที่ พบได้มด้ากที่สุที่ด สุ คือคืต้นต้แดง (Xylia xylocarpa) ซึ่งมีคมีวามหนาแน่นมากที่สุที่ด สุ คือคื48 ต้นต้ /ไร่ คิดคิเป็นร้อยละ 62 ของไม้ยืม้นยืต้นต้ทั้งทั้หมดที่ แดง 62% ตูมกา 4% กุง,จิกจิ 1.25% รังรั 0.5%


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -30- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื สมุนไพรเด่น ในพื้นพื้ ที่ป่ ที่ ป่ าโคกยาว


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้ -31- านพืชพื ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ชื่ อ อื่ น อื่ ชื่ อ วิทย า ศ า สตร์ ข้ า ว เ ย็ น เ ห นื อ Smilax synandra Gagnep. วงศ์ SMILACACEAE เขียง ไม้เถาเนื้อนื้แข็ง ข็ ลงหัวหั เลื้อลื้ยพาดพันพัต้นต้ ไม้อื่ม้ อื่นอื่หรือรื ตามพื้นพื้ ดินดิอาจยาวได้ถึงถึ 5 เมตร ลำ ต้นต้กลมหรือรื เป็น ป็ เหลี่ยลี่มเล็ก ล็ น้อย เถามีหมี นาม กระจายห่างๆ หัวหัมี เนื้อนื้แข็ง ข็ ใบเดี่ยดี่ว เรียรีงสลับลัรูปรูรี ถึงถึรูปรูรีแรีกมรูปรูใบหอก กว้าง 2.5-7 เซนติเติมตร ยาว 5-18 เซนติเติมตร ปลายกลมหรือรื เว้าตื้นตื้และเป็น ป็ ติ่งติ่ แหลมสั้นสั้ โคนกลม ขอบเรียรีบ แผ่นผ่ ใบหนา คล้ายแผ่นผ่หนังนัผิวผิ ใบเกลี้ยลี้ง ทั้งทั้สองด้าน เส้นส้ ใบหลักลั 5-7 เส้นส้มี 3 เส้นส้กลาง ที่เที่ด่นด่ชัดชักว่าเส้นส้ที่ เหลือลืด้านข้าง เชื่อชื่มกับกัเหนือนื โคนใบ 3-5 มิลมิลิเลิมตร ก้านใบยาว 0.5-2 เซนติเติมตร มือมื จับจัยาวได้ถึงถึ 12 เซนติเติมตร ช่อช่ดอกแบบช่อช่ซี่ร่ซี่ ร่ม 1-3 ช่อช่ ดอก ออกที่ซที่อกใบ ใกล้ปล้ลายกิ่งกิ่ดอกแยกเพศต่างต้นต้ ใบประดับดัย่อย่ยรูปรู ไข่กว้าง ดอกสีเสีขียขีว กลีบลีรวม 6 กลีบลีรูปรูรี หรือรืรูปรูรีแรีกมรูปรูขอบขนาน กลีบลี วงในมักมั แคบกว่ากลีบลีวงนอก ช่อช่ดอกเพศผู้มี 20-40 ดอกต่อช่อช่ เกสร เพศผู้มีจำมี จำนวน 6 อันอัอับอัเรณูรูณูปรูขอบขนาน ช่อช่ดอกเพศเมียมีมี 15-30 ดอกต่อช่อช่รังรัไข่อยู่เหนือนืวงกลีบลีรูปรูรี ยาวประมาณ 2 มิลมิลิเลิมตร มี 3 ช่อช่ง แต่ละช่อช่งมีอมีอวุลวุ1-2 เมล็ด ล็ มีเมีกสรเพศผู้ที่ผู้ ที่เที่ป็น ป็ หมันมั 3 อันอัรูปรู คล้ายเข็ม ข็ ผลทรงกลม แบบผลมีเมีนื้อนื้มีเมีส้นส้ผ่าศูนศูย์กย์ลาง 5-6 มิลมิลิเลิมตร มี 1 หรือรื 2 เมล็ด ล็ เกิดกิตามป่าโปร่ง ป่าดงดิบดิเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็ง ต็ รังรั หัวหัที่มีที่เมีนื้อนื้สีแสี ดงเข้ม เนื้อนื้ละเอียอีด มีรมีสมันมัมักมั เกิดกิทางภาคเหนือนืและอีสอีาน เรียรีกว่าข้าวเย็น ย็ เหนือนื ลั กลัษ ณ ะทา ง พ ฤ กษศ า สตร์ ส ร ร พ คุ ณ ทา ง ย า ตำ รายาพื้นพื้ บ้านจังจัหวัดวัอุบอุลราชธานี ใช้ หัวหั ต้มน้ำ กินกิเพื่อพื่ลดปวด สำ หรับรัหญิงญิอยู่ไฟหลังลัคลอดบุตบุร ใช้หัช้วหั ในยาตำ รับรันำ มาต้มน้ำ ดื่มดื่แก้มะเร็ง ร็ โดยบดยาหัวหั ให้ละเอียอีด ผสมกับกัส้มโมง ต้มจนแห้ง แล้วผสมกับกัน้ำ ผึ้งผึ้กินกิวันวัละ 1 เม็ด ม็ หัวหั ต้มน้ำ ดื่มดื่เป็น ป็ ยาบำ รุงรุเลือลืด ตำ รายาไทยใช้ หัวหัมีรมีสมันมักร่อยหวานเล็ก ล็ น้อย แก้ประดง แก้มะเร็ง ร็ คุดคุทะราด แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้น้ำก้ น้ำ เหลือลืงเสียสี แก้เส้นส้ เอ็น อ็ พิกพิาร แก้กามโรค เข้าข้อออกดอก เข้าข้อ ฝีแฝีผลเน่าเปื่อปื่ยพุพพุอง ทำ ให้แผลฝียุฝีบยุ แห้ง แก้ประดง แก้เม็ด ม็ ผื่นผื่คันคัดับดัพิษพิ ในกระดูกดูแก้ปัสปัสาวะพิกพิาร แก้อักอัเสบในร่างกาย นิยนิมใช้คู่ช้ คู่กันกัทั้งทั้ข้าวเย็น ย็ เหนือนืและข้าวเย็น ย็ ใต้ เรียรีกว่า ข้าวเย็น ย็ ทั้งทั้สอง ต้นต้ รสจืดจืเย็น ย็ แก้ไข้เรื้อรื้รังรั ไข้ตัวตัร้อน ใบ รสจืดจืเย็น ย็ แก้ไข้ เหนือนืแก้ไข้สันสั นิบนิาต ผล รสขื่นขื่จัดจัแก้ลมริดริสีดสีวง ช่วงที่อที่อกดอก พฤษภาคมถึงถึสิงสิหาคม ช่วงที่อที่อกผล มิถุมินถุายนถึงถึตุลตุาคม


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ไม้เถา เลื้อลื้ยพันพั เกาะต้นต้ ไม้อื่ม้ อื่นอื่ลำ ต้นต้ ขนาดเล็ก ล็ สูงสู1-7 เมตร แตกกิ่งกิ่ ก้านมาก ลำ ต้นต้มีขมี นละเอียอีดสีน้ำสี น้ำ ตาลแดง ตามกิ่งกิ่ก้านและปลายยอดมีขมี น นุ่มนุ่สีน้ำสี น้ำ ตาลแดงหนาแน่นน่มีน้ำมี น้ำ ยางมากสีขสีาวข้นข้ ใบเดี่ยดี่ว เรียรีงตรงข้าม แผ่นผ่ ใบรูปรูไข่แกมขอบขนาน หรือรืรูปรูใบหอกกลับลักว้าง 3-7 เซนติเติมตร ยาว 7-15 เซนติเติมตร ปลายแหลมหรือรืมนและเป็น ป็ ติ่งติ่แหลม โคนมนหรือรื รูปรูหัวหั ใจ ขอบใบเรียรีบหรือรื เป็น ป็ คลื่นลื่เล็ก ล็ น้อย แผ่นผ่ ใบด้านล่างมีขมี นเหลือลืบ นวล นุ่มนุ่และหนาแน่นน่แผ่นผ่ ใบด้านบนมีขมี นค่อค่นข้างสากกระจายทั่วทั่ ไป เส้นส้ ใบ 14-25 คู่ ก้านใบยาว 0.7-1.2 ซม. มีขมี นค่อค่นข้างสาก ยาวและหนา แน่นน่ดอกเล็ก ล็ สีม่สีวม่ง ออกเป็น ป็ ช่อช่ที่ปที่ลายกิ่งกิ่ช่อช่ดอกยาว 2-4 ซม. ก้านช่อช่ ดอกยาว 0.6-7.0 ซม. ดอกย่อย่ยจำ นวนมาก 18-55 ดอก ก้านดอกย่อย่ย ยาว 3-4 มม. มีขมี นค่อค่นข้างสากหนาแน่นน่ ใบประดับดัอย่างละ 2 อันอั รองรับรัดอกและช่อช่ดอก รูปรูไข่หรือรืคล้ายสามเหลี่ยลี่ม ยาว 1-2 มม. โคนตัดตั ปลายแหลม ขอบเรียรีบ มีขมี นยาวหนาแน่นน่กลีบลีดอกมักมัมีขมีอบกลีบลีสีเสีขียขีว แกมเหลือลืง รยางค์รูปรูมงกุฎกุ5 อันอัหลอดกลีบลีรูปรูจานแบน ยาว 0.5 มม. หรือรื น้อยกว่า มีเมีส้นส้ผ่านศูนศูย์กย์ลางดอกประมาณ 1.5 มม. ปลายแยกแฉก แหลมหรือรืค่อค่นข้างมน รูปรูสามเหลี่ยลี่มกว้าง 2.0-2.5 มม. ยาว 3-4 มม. ขอบ เรียรีบ เกลี้ยลี้ง ด้านนอกสีเสีขียขีว ส่วนด้านในสีแสี ดง มักมัหลุดลุร่วงง่ายพร้อมกับกั เกสรเพศผู้และเพศเมียมี เกสรเพศผู้ อับอัเรณูขณูนาด 0.5 มม. มีเมีดือดืยเล็ก ล็ ๆ ยื่นยื่ออกมา คล้ายเป็น ป็ เส้นส้ยาว 2.0-2.5 มม. เกลี้ยลี้ง สีขสีาวอมเหลือลืงอ่ออ่น เกสรเพศเมียมีรังรัไข่กึ่งกึ่ใต้วงกลีบลีขนาด 1 มม. มี 70-100 ออวุลวุเกลี้ยลี้ง มีเมียื่อยื่บางๆ เชื่อชื่มเกสรเพศเมียมี เกสรเพศผู้และกลีบลีดอกให้ติดติกันกักลีบลีเลี้ยลี้ง หลอดกลีบลีรูปรูจานแบน กว้าง 1 มม. ยาว 1.5-2.5 มม. ปลายแยกแฉก แหลม รูปรูไข่ยาว 1 มม. สีเสีขียขีว ขอบหยักยัมนหรือรืหยักยั ซี่ฟัซี่นฟัห่างๆ มีขมี นยาว และสั้นสั้กระจายหนาแน่นน่ ปะปนกันกัมีต่มี ต่อม 5 อันอัเรียรีงระหว่างรอยต่อของ กลีบลีเลี้ยลี้งกับกักลีบลีดอก รูปรูสามเหลี่ยลี่มหรือรืคล้ายทรงกระบอก ขนาด 0.5 มม. หรือรื น้อยกว่า ขอบเรียรีบ เกลี้ยลี้ง สีขสีาวอมเหลือลืงอ่ออ่น ผล เป็น ป็ ฝักฝัคู่ รูปรูขอบ ขนาน หรือรืรูปรูใบหอกแกมขอบขนาน ขนาดกว้าง 5-10 มิลมิลิเลิมตร ยาว 7- 13 เซนติเติมตร ออกเป็น ป็ คู่ สีเสีขียขีวลายแดง มีขมี นเหลือลืบนวลทั้งทั้ยาวและสั้นสั้ ผสมกันกัแตกเมื่อมื่แห้ง แต่ละผลมี 30-90 เมล็ด ล็ ก้านผลยาว 4-8 มม. มี ขนสีน้ำสี น้ำ ตาลแดงหนาแน่นน่ เมล็ด ล็ รูปรูรี รูปรูไข่กลับลัหรือรืค่อค่นข้างเบี้ยบี้ว กว้าง 0.3-0.4 ซม. ยาว 1.0-1.2 ซม. โคนมน อาจพบโคนเบี้ยบี้ว ปลายตัดตัมีขมี น ปุยปุยาว 2.5-5.5 ซม.แบบเส้นส้ ไหมสีขสีาว พบกระจายทั่วทั่ ไปในป่าเต็ง ต็ รังรัอาจ พบในป่าดิบดิแล้งได้บ้ด้ บ้าง -32- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ชื่ อ อื่ น อื่ ชื่ อ วิทย า ศ า สตร์ ไทส งค์ Streptocaulon juventas (Lour.) Merr. วงศ์ MALPIGHIACEAE เครือไทสงค์ ลั กลัษ ณ ะทา ง พ ฤ กษศ า สตร์ ส ร ร พ คุ ณ ทา ง ย า ยาพื้นพื้บ้านอีสอีาน ใช้ ต้นต้ หรือรืราก ผสมกับกัสมุนมุไพรอื่นอื่ ต้มน้ำ ดื่มดื่แก้หอบหืดหื อย่างแรง ตำ รายาไทยใช้ ทั้งทั้ ต้นต้ ปรุงรุเป็น ป็ ยาขับขัน้ำ คาวปลาและ โลหิตหิ เสียสี ในสตรี ราก รสสุขุสุมขุ แก้ไข้ แก้ลมปลายไข้ ช่วงที่อที่อกดอก สิงสิหาคม ถึงถึ ตุลตุาคม ช่วงที่อที่อกผล พฤศจิกจิายน ถึงถึมีนมีาคม


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื Ampelocissus martinii Planch. ไม้เถาเลื้อ ลื้ ย มักมัเกาะพันพัต้นต้ ไม้อื่ม้ อื่ นอื่มีมืมีอมื เกาะออกตามข้อมักมัออกตรงข้าม กับกั ใบ เถาเป็น ป็ ปล้อล้ง กิ่งกิ่อ่ออ่นยอดอ่ออ่นมีขมี นสีน้ำสี น้ำ ตาลอ่ออ่นปกคลุมลุเถา แก่สีน้ำสี น้ำ ตาลแดงมักมัมีร่มี ร่องยาวตามแนวยาวของเถา เถาแก่แข็ง ข็ มีเมีนื้อ นื้ ไม้ ใบเดี่ยดี่วเรียรีงสลับลัรูปรูหัวหั ใจหยักยัเว้า 3-5 แฉก กว้างประมาณ 10-13.5 เซนติเติมตร ยาวประมาณ 12 เซนติเติมตร ดอกช่อช่แบบช่อช่แยกแขนง ขนาดใหญ่ ออกตรงข้ามกับกั ใบและโคนเถา ดอกย่อย่ยจำ นวนมาก ขนาดเล็ก ล็ กลีบลีรวมสีชสีมพู กลางดอกสีแสี ดงเข้ม เกสรเพศผู้มี 5 อันอั เกสรเพศเมียมีอยู่เหนือ นื วงกลีบลีผลสด รูปรูทรงกลม เป็น ป็ พวงแน่นน่คล้าย พวงองุ่นงุ่ เส้นส้ผ่านศูนศูย์กย์ลางผล 2-3 เซนติเติมตร ผลอ่ออ่นสีเสีขียขีว เมื่อมื่ สุกสุสีแสี ดงคล้ำ เมล็ด ล็ มี1มี-2 เมล็ด ล็ พบตามป่าเต็ง ต็ รังรั ป่าเบญจพรรณ ป่า ผลัดลั ใบ -33- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ชื่ อ อื่ น อื่ ชื่ อ วิทย า ศ า สตร์ อ งุ่ น ป่า วงศ์ VITACEAE เครืออีโก่ย ลั กลัษ ณ ะทา ง พ ฤ กษศ า สตร์ ส ร ร พ คุ ณ ทา ง ย า ยาพื้นพื้ บ้านอีสอีาน ใช้ราก ฝนน้ำ ดื่มดื่แก้ไข้ ผสมลำ ต้นต้หรือรื ราก รสสุคสุนธ์เธ์หง้าสับสั ปะรด ลำ ต้นต้ ไผ่ป่ผ่ ป่า ลำ ต้นต้ ไผ่ดผ่ง งวงตาล เปลือ ลื กต้นต้ สะแกแสง ลำ ต้นต้หรือรื รากเถาคันคัขาว ผลมะพร้าว ลำ ต้นต้ รักรัดำ ลำ ต้นต้ ก้อม ลำ ต้นต้ โพ หญ้างวงช้างทั้งทั้ ต้นต้ รากกะตังตั ใบ เปลือ ลื กต้นต้มะม่วม่ง ลำ ต้นต้หนามพรม รากลำ เจียจีก ลำ ต้นต้อ้ออ้ยแดง ลำ ต้นต้ เครือรื พลูช้ลู ช้ าง เหง้ายาหัวหั และเปลือ ลื กต้นต้กัดกัลิ้นลิ้ต้มน้ำ ดื่มดื่แก้ฝี รักรัษาอาการบวม ตำ รายาไทย ใบ เป็น ป็ ยาแก้ไอ แก้ช้ำ ใน แก้หอบหืดหื ขับขั ฟอก โลหิตหิระดู เถา ขับขั ฟอกโลหิตหิระดู เป็น ป็ ยาระบายอ่ออ่น ๆ และแก้ไอ ราก เป็น ป็ ยาถ่ายพรรดึกดึ (แก้ท้องผูกผู) แก้ช้ำ ใน ช่วงที่อที่อกดอก เมษายน ถึงถึพฤษภาคม ช่วงที่อที่อกผล กรกฎาคม ถึงถึสิงสิหาคม


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื Phanera penicilliloba (Pierre ex Gagnep.) Sinou & Bruneau ไม้เลื้อลื้ย หรือรื ไม้รอเลื้อลื้ย สูงสู1-2 เมตร ลำ ต้นต้ เกลี้ยลี้ง มีมืมีอมื เกาะม้วนงอ บริเริวณซอกใบ ใบเดี่ยดี่ว เรียรีงสลับลัรูปรูไข่ ถึงถึรูปรูเกือกืบกลม กว้าง 9-14 เซนติเติมตร ยาว 10-15 เซนติเติมตร ปลายใบแยกเป็น ป็ สองแฉกเว้าลึกลึเกือกืบ สุดสุโคนและกว้าง โคนใบรูปรูหัวหั ใจ แต่ละแฉกปลายแหลมถึงถึมน ขอบใบ เรียรีบ ผิวผิ ใบด้านบนมีขมี นละเอียอีดเป็น ป็ กำ มะหยี่ สีน้ำสี น้ำ ตาล ใบอ่ออ่นมีขมี นใบ สี น้ำ ตาลนุ่มนุ่ทั้งทั้สองด้าน เส้นส้แขนงใบ 11-15 เส้นส้ เนื้อนื้ ใบหนาคล้ายแผ่นผ่ หนังนัก้านใบยาวประมาณ 2 เซนติเติมตร ดอกช่อช่กระจะ ออกที่ด้ที่ด้ านข้าง และปลายกิ่งกิ่ยาว 7-20 เซนติเติมตร มีขมี นสีแสี ดงอยู่ทั่ยู่ ทั่วทั่ ไป กลีบลีดอกสีขสีาว หรือรื สีขสีาวครีมรีกลีบลีกลางมีแมี ต้มสีเสีหลือลืง ดอกย่อย่ยจำ นวนมาก เมื่อมื่บานเต็ม ต็ ที่ มีขมี นาด 1 เซนติเติมตร ก้านดอกย่อย่ยยาวได้ถึงถึ 3 เซนติเติมตร กลีบลีดอก 5 กลีบลีรูปรูหอกกลับลักว้าง 1.5 มม. ยาว 5 มม. เกสรเพศผู้ 3 อันอัแยกเป็น ป็ อิสอิระ มีเมีกสรเพศผู้ที่ผู้ ที่เที่ป็น ป็ หมันมั 2 อันอัเป็น ป็ ตุ่มขนาดเล็ก ล็ ยาวประมาณ 1 มม. เกสรเพศเมียมี 1 อันอัมีรัมีงรัไข่เหนือนืวงกลีบลีมี 1 ห้อง ยอดเกสรเพศเมียมี เป็น ป็ จุดจุกลีบลีเลี้ยลี้งมี 5 กลีบลีรูปรูใบหอกแกมรูปรูไข่ กว้าง 1.5 มม. ยาว 1 ซม. มีสีมี แสี ดง ติดติบนฐานรองดอกรูปรูถ้วย มีโมีคนกลีบลีเชื่อชื่มติดติกันกั ปลายแยก เป็น ป็ 5 กลีบลีผิวผิ ด้านนอกมีขมี นยาวห่าง ผลเป็น ป็ ฝักฝัรูปรูขอบขนาน แกมรูปรู ดาบ กว้าง 2.5 ซม. ยาว 6 ซม. ปลายฝักฝัมีติ่มี ติ่งติ่แหลม ฐานฝักฝัรูปรูลิ่มลิ่เบี้ยบี้ว มี กลีบลีเลี้ยลี้งติดติทน ผิวผิ เกือกืบเรียรีบ แห้งแล้วแตกได้ สันสั ด้านบนไม่นูม่นนูเมล็ด ล็ รูปรูจาน เส้นส้ผ่านศูนศูย์กย์ลางประมาณ 5 มม. สีน้ำสี น้ำ ตาลเข้ม เป็น ป็ ไม้พื้ม้นพื้ ล่างพบ ตามที่โที่ล่งในป่าเต็ง ต็ รังรั -34- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ชื่ อ อื่ น อื่ ชื่ อ วิทย า ศ า สตร์ เสี้ยวแดง,เสี้ยวน้อย วงศ์ FABACEAE เสี้ยว ลั กลัษ ณ ะทา ง พ ฤ กษศ า สตร์ ส ร ร พ คุ ณ ทา ง ย า ยาพื้นพื้ บ้านอีสอีาน ราก ต้มน้ำ ดื่มดื่บำ รุงรุกำ ลังลัและทำ ให้เจริญริอาหาร รักรัษาแผลในปาก แก้โรค ปากนกกระจอก ราก ปั้นปั้เป็น ป็ ยาลูกลูกลอน กินกิแก้ปวดท้อง ช่วงที่อที่อกดอก พฤษภาคม ถึงถึกรกฎาคม ช่วงที่อที่อกผล พฤษภาคม ถึงถึกันกัยายน


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื Memecylon scutellatum (Lour.) Hook. & Arn.var scutellatum ไม้พุ่ม้ พุ่มพุ่หรือรื ไม้ยืม้นยืต้นต้ ขนาดเล็ก ล็ เปลือลืกแตกเป็น ป็ ร่องลึกลึ ใบเดี่ยดี่วเรียรีงตรงข้าม รูปรูไข่ กว้าง 1.5-4 เซนติเติมตร ยาว 2.5-6 เซนติเติมตร แผ่นผ่ ใบหนาคล้าย แผ่นผ่หนังนัทางด้านล่างเส้นส้แขนงใบไม่ชัม่ดชัเจน ช่อช่ดอกแบบช่อช่กระจุกจุออก ตามซอกใบ หรือรื ตามข้อที่ใที่บร่วงไปแล้ว กลีบลีดอก 4 กลีบลีหนา สีขสีาว อมม่วม่งหรือรื สีน้ำสี น้ำ เงินงิเข้ม ดอกในช่อช่2-8 ดอก เส้นส้ผ่านศูนศูย์กย์ลางดอก 0.8-1 เซนติเติมตรฐานรองดอกหนารูปรูถ้วยสีชสีมพู ยาว 2-4 มิลมิลิเลิมตร เกลี้ยลี้ง ปลายตัดตัหรือรื แยกกลีบลีเลี้ยลี้ง 4 แฉก เล็ก ล็ ๆ เกสรเพศผู้ 8 อันอัรังรัไข่อยู่ใยู่ต้วงกลีบลีผลสดแบบผลมีเมีนื้อ นื้ หนึ่งนึ่ถึงถึหลายเมล็ด ล็ ทรงกลม เส้นส้ผ่านศูนศูย์กย์ลาง 6-7 มิลมิลิเลิมตรสีเสีขียขีวอมเหลือ ลื ง เมื่อมื่สุกสุสีม่สีวม่งถึงถึดำ พบตามป่าเต็ง ต็ รังรั ชายป่าเบญจพรรณ และป่าดิบดิแล้ง -35- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ชื่ อ อื่ น อื่ ชื่ อ วิทย า ศ า สตร์ พ ล อ ง เ ห มื อด วงศ์ MELASTOMATACEAE เหมือดแอ่ ลั กลัษ ณ ะทา ง พ ฤ กษศ า สตร์ ส ร ร พ คุ ณ ทา ง ย า ตำ รายาไทย ใช้ เปลือ ลื ก รักรัษารอยฟกช้ำ เปลือ ลื กต้นต้และแก่นก่ เผาไฟจะให้น้ำห้ น้ำ ยาง บรรเทาอาการปวดฟันฟัทำ ให้ฟัห้นฟั แข็ง ข็ แรง ใบ ต้ม รักรัษาโรคโกโนเรียรี ต้นต้และใบ ต้มน้ำ ดื่มดื่เป็น ป็ ยาขับขั ปัสปัสาวะ แก้ ปัสปัสาวะขัดขัรากหรือรื ลำ ต้นต้ต้มน้ำ ดื่มดื่รักรัษาโรคกระเพาะอาหาร ราก ผสมกับกัสมุนมุไพรอื่นอื่ต้มน้ำ ดื่มดื่แก้ประดง (อาการโรคผิวผิหนังนัมีเมีม็ด ม็ ขึ้นขึ้ คล้ายผด คันคัมาก มักมัมีไมีข้ร่วมด้วย)ผลสุกสุและใบอ่ออ่น รับรั ประทานได้ ผลสุกสุกินกิเป็น ป็ ผลไม้ มีรมีสหวาน ยอดนำ ไปกินกิเป็น ป็ ผักผัรสฝาดหวาน ใบ ใช้เป็น ป็ สีย้สี อย้ม ให้สีเสีหลือ ลื ง ช่วงที่อที่อกดอกและติดติผล เมษายน ถึงถึพฤษภาคม


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ไม้ยืม้นยืต้นต้ผลัดลั ใบ ขนาดกลางถึงถึขนาดใหญ่ สูงสู15-30 ม. ลำ ต้นต้ เรียรีวตรง กิ่งกิ่ก้านลู่ลลู่ง เปลือลืกต้นต้ เรียรีบสีเสีทาอมแดง เปลือลืกชั้นชั้ ในสีชสีมพู เมื่อมื่แก่เปลือลืก แตกร่อนมากที่โที่คนต้นต้กิ่งกิ่อ่ออ่นยอดอ่ออ่นมีขมี นสีน้ำสี น้ำ ตาลอ่ออ่นประปรายหรือรื เกือกืบเกลี้ยลี้ง ใบประกอบแบบขนนกสองชั้นชั้ปลายคู่ เรียรีงเวียวีน ก้านช่อช่ ใบ รูปรูทรงกระบอก ยาว 4-7.5 ซม. มีขมี นประปราย ถึงถึหนาแน่นน่มีต่มี ต่อมที่รที่อย ต่อของก้านช่อช่ ใบย่อย่ย หูใหูบรูปรูเส้นส้ด้าย ยาวประมาณ 3 มม. ช่อช่ ใบย่อย่ย 1 คู่ ยาว 10-30 ซม.แกนกลาง เป็น ป็ ร่องตามยาว มีขมี นสั้นสั้หนานุ่มนุ่หรือรื เกือกืบเกลี้ยลี้ง มีต่มี ต่อมระหว่างก้านใบย่อย่ย ใบย่อย่ย 3-6 คู่ เรียรีงตรงข้าม รูปรูไข่ ถึงถึรูปรูรี กว้าง 1.8-6.5 ซม. ยาว 3.5-12.5 ซม. ปลายแหลม หรือรื เป็น ป็ ติ่งติ่ หนาม โคนมนหรือรืกลม ขอบเรียรีบ ผิวผิ ด้านบนเกลี้ยลี้ง ด้านล่างมีขมี น ประปรายถึงถึมีขมี นกำ มะหยี่ พบน้อยที่เที่กือกืบเกลี้ยลี้ง เส้นส้แขนงใบ ข้างละ 5- 10 เส้นส้ก้านใบย่อย่ย ยาว 2-3 มม. ผลิใลิบอ่ออ่นระหว่างเดือดืนมีนมีาคมถึงถึ เมษายน ภายหลังลัออกดอก ช่อช่ดอกแบบช่อช่กระจุกจุแน่นน่ทรงกลม ไม่แม่ตก แขนง ดอกสีเสีหลือลืงอ่ออ่นเรียรีงอัดอัแน่นน่อยู่บยู่นฐานดอก ขนาด 1.5-2 ซม. โคนเชื่อชื่มติดติกันกัที่ฐที่านดอก ออกที่ซที่อกใบและปลายกิ่งกิ่ก้านช่อช่ดอก ยาว 2.5-10 ซม. ประกอบด้วยดอกที่ไที่ม่มีม่ก้มี ก้ านจำ นวนมาก ใบประดับดัรูปรูช้อช้น ยาว 2-3 มม. กลีบลีเลี้ยลี้ง ยาว3-3.5 มม. โคนเชื่อชื่มกันกัเป็น ป็ รูปรูกรวย ปลาย แยกเป็น ป็ 5 แฉก รูปรูไข่แกมรูปรูสามเหลี่ยลี่มปลายแหลม ผิวผิ ด้านนอกมีขมี นสั้นสั้ หนานุ่มนุ่กลีบลีดอก 5 กลีบลียาว 3.5-4.5 มม. โคนเชื่อชื่มเป็น ป็ หลอด ปลาย แยก 5 แฉก รูปรูขอบขนานแคบ ปลายแหลม ผิวผิ ด้านนอก มีขมี นประปราย ถึงถึมีขมี นสั้นสั้หนานุ่มนุ่ เกสรเพศผู้ 10 อันอัแยกจากกันกัเป็น ป็ อิสอิระ ยาว 5-12 มม. อับอัเรณูไณูม่มีม่ต่มี ต่อม รังรัไข่อยู่เหนือนืวงกลีบลียาว 2-2.5 มม. รูปรูขอบขนาน มีขมี นหนาแน่นน่ผล เป็น ป็ ฝักฝัแบน รูปรูไต หนาแข็ง ข็ สอบลงที่ฐที่าน โค้งงอที่ ส่วนปลาย รูปรูร่างคล้ายบูมบูเมอแรง สีน้ำสี น้ำ ตาลแดง กว้าง 3.5-6 ซม. ยาว 9.5-10.5 ซม. โคนสอบ ผิวผิ เรียรีบ แข็ง ข็ ฝักฝัแก่แตกจากปลายลงสู่โคน แตก อ้าออกเป็น ป็ 2 ซีกซีผนังนัของฝักฝัที่แที่ตกมักมัจะม้วนบิดบิงอ เมล็ด ล็ 7-10 เมล็ด ล็ รูปรูรีแรีบน กว้างประมาณ 7 มม. ยาวประมาณ 1 ซม. พบตามป่าเต็ง ต็ รังรั ป่า เบญจพรรณ และป่าดิบดิแล้ง ความสูงสูตั้งตั้แต่ใกล้ระดับดัน้ำ ทะเลจนถึงถึประมาณ 850 ม. Xylia xylocarpa (Roxb.) W.Theob. var. kerrii (Craib & Hutch.) I.C.Nielsen -36- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ชื่ อ อื่ น อื่ ชื่ อ วิทย า ศ า สตร์ - วงศ์ FABACEAE แดง ลั กลัษ ณ ะทา ง พ ฤ กษศ า สตร์ ส ร ร พ คุ ณ ทา ง ย า ยาพื้นพื้บ้านอีสอีาน ผล เมล็ด ล็ นำ มาบดให้ละเอียอีดห่อด้วยผ้า แล้ว นำ ไปประคบที่ปที่วด ฟกช้ำ เปลือลืก นำ มาต้มแก้เลือลืดและสมานลำ ไส้ แก้ โรคเบาหวาน ช่วงที่อที่อกดอก กุมกุภาพันพั ธ์ ถึงถึ มีนมีาคม ช่วงที่อที่อกผล พฤศจิกจิายน ถึงถึ มกราคม


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื Murdannia edulis (Stokes) Faden ไม้ล้ม้ ล้มลุกลุหลายปี ใบเดี่ยดี่ว เรียรีงสลับลัรูปรูแถบถึงถึรูปรูรีแรีกมขอบขนาน กว้าง 1.5-3 เซนติเติมตร ยาว 10-40 เซนติเติมตร ขอบใบด้านบนมี ขนละเอียอีดเกือ กื บเกลี้ยลี้งถึงถึมีขมี นละเอียอีดที่โที่คนโคนใบรูปรูลิ่มลิ่ปลายใบ เหลี่ยลี่มถึงถึเรียรีวแหลม ดอกช่อช่รูปรูช่อช่ฉัตฉัรโปร่ง ออกที่ปที่ลายยอด ดอก ย่อย่ยเรียรีงแบบรัศรัมี กลีบลีดอกสีขสีาว ม่วม่งน้ำ เงินงิแกมชมพูถึพูงถึสีม่สีวม่ง รูปรูไข่ กลับลัผลแห้งแตกรูปรูขอบขนานแกมรูปรูพิรพิามิดมิ ปลายจะงอยสั้นสั้มี 3-4 เมล็ด ล็ -37- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ชื่ อ อื่ น อื่ ชื่ อ วิทย า ศ า สตร์ ว่ า น ข้ า ว เ ห นี ย ว วงศ์ COMMELINACEAE แผ่นดินเย็น ลั กลัษ ณ ะทา ง พ ฤ กษศ า สตร์ ส ร ร พ คุ ณ ทา ง ย า ยาพื้นพื้ บ้านอีสอีาน ราก ต้มน้ำ ดื่มดื่เป็น ป็ ยาระบาย ช่วงที่อที่อกดอก มกราคม ถึงถึมีนมีาคม ช่วงที่อที่อกผล กุมกุภาพนธ์ ถึงถึเมษายน


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื Aganosma marginata (Roxb.) G.Don ไม้เถาเนื้อ นื้ แข็ง ข็ ขนาดเล็ก ล็ ถึงถึขนาดกลาง ไม่มีม่มืมีอมื เกาะ เถาอ่ออ่นสีน้ำสี น้ำ ตาล แดงเถาแก่สีเสีทา ตามลำ ต้นต้มีช่มีอช่งอากาศกระจายทั่วทั่ ไป ทุกทุส่วนมีน้ำมี น้ำ ยาง สีขสีาวขุ่นขุ่ ใบเดี่ยดี่ว เรียรีงตรงข้าม กว้าง 1.5-2.5 เซนติเติมตร ยาว 6.5-8.5 เซนติเติมตร ยอดอ่ออ่นสีน้ำสี น้ำ ตาลแดง แผ่นผ่ ใบเป็น ป็ คลื่นลื่สีเสีขียขีวเข้มเป็น ป็ มันมัวาว ดอกออกเป็น ป็ ช่อช่กระจะที่ปที่ลายกิ่งกิ่กลีบลีดอกเชื่อชื่มติดติกันกัเป็น ป็ รูปรู กรวย ปลายกลีบลีแยก ดอกย่อย่ยสีขสีาวเกลี้ยลี้ง มีกมีลีบลีดอก 5 กลีบลีเรียรีง เวียวีนกันกัเกสรเพศผู้มี 5 อันอัเกสรเพศเมียมีมีรัมีงรัไข่เหนือ นื วงกลีบลีผล เป็น ป็ ฝักฝัคู่ เรียรีวยาว ทรงกลม ปลายแหลม กว้าง 0.5-1.2 เซนติเติมตร ยาว 30-50 เซนติเติมตร เกลี้ยลี้ง เมื่อมื่แห้งแตกตามยาวตะเข็บ ข็ เดียดีว เมล็ด ล็ จำ นวนมากสีน้ำสี น้ำ ตาล แต่ละผลมี 35-62 เมล็ด ล็ มีขมี นสีขสีาวเป็น ป็ พู่ ติดติอยู่ที่ยู่ ที่ปที่ลายเมล็ด ล็ พบตามป่าผลัดลั ใบ ป่าเต็ง ต็ รังรั ชายป่าดงดิบดิและ ป่าดิบดิแล้ง ริมริสระน้ำ หนองบึงบึ -38- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ชื่ อ อื่ น อื่ ชื่ อ วิทย า ศ า สตร์ เครื อ รื ไ ส้ตั นตั วงศ์ APOCYNACEAE โมกเครือ ลั กลัษ ณ ะทา ง พ ฤ กษศ า สตร์ ส ร ร พ คุ ณ ทา ง ย า ยาสมุนมุไพรพื้นพื้ บ้านอีสอีาน ใช้ ราก ต้มน้ำ ดื่มดื่แก้ตกขาว ถ่าย เป็น ป็ มูกมูเลือ ลื ดเป็น ป็ ยาอายุวัยุฒวันะ แก้โรคกระเพาะอาหาร เถา เข้ากับกัหัวหั ข้าวเย็น ย็ ต้มน้ำ ดื่มดื่สำ หรับรัสตรีอรียู่ไฟหลังลัคลอดบุตบุร ยอดอ่ออ่น ใบ อ่ออ่น ผลอ่ออ่นรับรั ประทานเป็น ป็ อาหารได้ ตำ รายาไทย เถา มีรมีสเฝื่อฝื่นฝาด ใช้ทช้ าฝี แก้เมื่อมื่ยขบ แก้ผด ผื่นผื่คันคันำ มาผสมกับกัผลมะตูมตูอ่ออ่น เถาสิงสิ โต และว่านมหากาฬ ต้ม น้ำ ดื่มดื่รักรัษาโรคเบาหวาน เข้ายารักรัษาประดง แก้พิก้ษพิภายใน ราก ต้ม ดื่มดื่แก้โรคทางเดินดิ ปัสปัสาวะ แก้ไตและตับตัพิกพิาร บำ รุงรุกำ ลังลัตอนฟื้นฟื้ ไข้ ช่วยเจริญริอาหาร เป็น ป็ ยาระบาย ขับขัระดู หรือรื ผสมกับกัแก่นก่ลั่นลั่ทม ต้มน้ำ ดื่มดื่เป็น ป็ ยาระบาย ยอด ใช้แก้ท้องเสียสี ใบ แก้เมื่อมื่ยขบ เข้ายาทารักรัษา ฝี และริดริสีดสีวงทวาร ช่วงที่อที่อกดอก มีนมีาคม ถึงถึเมษายน ช่วงที่อที่อกผล เมษายน ถึงถึพฤษภาคม


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื Wrightia pubescens R. Br. ไม้ยืม้น ยื ต้นต้ ขนาดเล็ก ล็ เปลือ ลื กด้านในมีน้ำมี น้ำ ยางขาว ใบเดี่ยดี่ว เรียรีงตรง ข้ามสลับลัตั้งตั้ฉาก รูปรูรี กว้าง 3-4 เซนติเติมตร ยาว 8-10 เซนติเติมตร ช่อช่ดอก แบบช่อช่กระจุกจุออกที่ปที่ลายกิ่งกิ่ดอกสีขสีาวหรือรื สีชสีมพู รูปรูกรวย กลีบลีดอก 5 กลีบลี โคนเชื่อชื่มติดติกันกัเป็น ป็ หลอด ปลายแยกเป็น ป็ แฉกรูปรูรี ปลายหลอดกลีบลีดอกด้านนอก มีขมี นสั้นสั้นุ่มนุ่กระบังบัรอบที่ติที่ดติตรงข้ามกลีบลี ดอกยาว 3.5-5 มิลมิลิเลิมตร ติดติแนบเกือ กื บตลอดความยาวปลายจักจั ซี่ฟัซี่นฟั กระบังบัรอบที่ติที่ดติสลับลักับกักลีบลีดอก ยาว 1.5-3 มิลมิลิเลิมตร รูปรูแถบ ปลาย แยกเป็น ป็ 2 แฉก เกสรเพศผู้ติผู้ดติบนหลอดกลีบลีดอก โผล่พ้ล่นพ้ ปาก หลอด รังรัไข่อยู่เหนือ นื วงกลีบลีผลแบบผลแตกแนวเดียดีว เป็น ป็ ฝักฝัคู่เชื่อชื่ม ติดติกันกัห้อยลง กว้าง 1.2-1.5เซนติเติมตร ยาว 6.5-30 เซนติเติมตร ผิวผิ ฝักฝัเกลี้ยลี้ง ไม่มีม่รูมีอรูากาศ เมล็ด ล็ รูปรูแถบมีกมีระจุกจุขนที่ปที่ลายด้านหนึ่งนึ่ พบตามป่าผลัดลั ใบ ป่เบญจพรรณ ป่าดิบดิแล้ง -39- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ชื่ อ อื่ น อื่ ชื่ อ วิทย า ศ า สตร์ มู ก วงศ์ APOCYNACEAE โมกมัน ลั กลัษ ณ ะทา ง พ ฤ กษศ า สตร์ ส ร ร พ คุ ณ ทา ง ย า ตำ รายาพื้นพื้ บ้านอีสอีาน รากและเนื้อ นื้ ไม้ ต้มน้ำ ดื่มดื่แก้บิดบิถ่าย เป็น ป็ มูกมูเลือ ลื ด ตำ รายาไทย เปลือ ลื กต้นต้ รสขมร้อน ฝาดเมา ช่วยเจริญริ อาหาร บำ รุงรุธาตุทำตุทำให้ประจำ เดือ ดื นปกติ แก้พิก้ษพิ แมลงสัตสัว์กัดกัต่อย แก้โรคไต ฆ่าเชื้อ ชื้ รำ มะนาดเชื้อ ชื้ คุดคุทะราด แก้บิดบิมูกมูเลือ ลื ด ใบ รสเย็น ย็ เป็น ป็ ยาขับขัน้ำ เหลือ ลื งเสียสี แก้ตับตัพิกพิารแก้ ท้องมาน ดอก รสจืด จื เป็น ป็ ยาระบาย แก้พก้ รรดึกดึ(ท้องผูกผู) ผล รสเมา แก้ฟัก้นฟัผุฆ่ผุ ฆ่ าเชื้อ ชื้ รำ มะนาด ราก รสร้อน รักรัษางูกังูดกัแก้ลมที่เที่กิดกิเรื้อรื้ รังรั เนื้อ นื้ ไม้หม้รือรื แก่นก่ รสร้อนขม เป็น ป็ ยาขับขั โลหิตหิกระพี้ บำ รุงรุถุงถุน้ำ ดี น้ำ ยาง รสเมาเบื่อบื่แก้บิดบิ ใช้แก้ท้องร่วง แก้พิก้ษพิงู แก้พิก้ษพิ แมลงกัดกัต่อย ช่วงที่อที่อกดอก เมษายน ถึงถึสิงสิหาคม ช่วงที่อที่อกผล สิงสิหาคม ถึงถึ ธันธัวาคม


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื Holarrhena pubescens (Buch.- Ham.) Wall.ex G.Don ไม้พุ่ม้ พุ่มพุ่ผลัดลั ใบ หรือรื ไม้ยืม้น ยื ต้นต้ ขนาดเล็ก ล็ ถึงถึขนาดกลาง ทุกทุส่วนมียมีางสีขสีาว ใบเดี่ยดี่ว เรียรีงคู่ตคู่ รงข้ามสลับลัตั้งตั้ฉาก ยาว 10-27 เซนติเติมตร กว้าง 4-12 เซนติเติมตรรูปรูไข่ รูปรูรี รูปรูไข่แกมรูปรูขอบขนาน หรือรื รูปรูใบหอก กลับลั ใบแก่บาง ช่อช่ดอกแบบช่อช่กระจุกจุออกใกล้ปล้ลายกิ่งกิ่ดอกสีขสีาวหรือรื สีเสีหลือ ลื งอ่ออ่น กลิ่นลิ่หอม กลีบลีดอก มี 5 กลีบลี โคนเชื่อชื่มเป็น ป็ หลอด เล็ก ล็ ๆ กลีบลีดอกเรียรีงซ้อซ้นเหลื่อลื่มกันกัเวียวีนซ้าย เกสรเพศผู้มี 5 อันอั เชื่อชื่มกับกัหลอดกลีบลีดอก เกสรเพศเมียมีมีรัมีงรัไข่เหนือ นื วงกลีบลีผลแห้ง ขนาดกว้าง 0.3-0.8 เซนติเติมตรยาว 18-43 เซนติเติมตร รูปรูกระบอก แคบ ห้อยเป็น ป็ คู่โค้ง แตกตามยาวเป็น ป็ ตะเข็บ ข็ เดียดีวปลายฝักฝัแหลม โคนฝักฝัแบน เมล็ด ล็ จำ นวนมาก มีลัมีกลัษณะแบน สีน้ำสี น้ำ ตาล มีแมีผงขนสี ขาวยาวเป็น ป็ 2 เท่าของเมล็ด ล็ พบตามป่าเต็ง ต็ รังรัทั่วทั่ ไป ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบดิแล้ง -40- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ชื่ อ อื่ น อื่ ชื่ อ วิทย า ศ า สตร์ โ ม ก ใ ห ญ่ วงศ์ APOCYNACEAE โมกหลวง ลั กลัษ ณ ะทา ง พ ฤ กษศ า สตร์ ส ร ร พ คุ ณ ทา ง ย า ตำ รายาไทย ใช้เปลือ ลื กต้นต้แก้บิดบิ (ปวดเบ่งบ่มีมูมีกมูหรือรื อาจมี เลือ ลื ดด้วย)แก้ท้องเสียสี เป็น ป็ ยาเจริญริอาหาร แก้เสมหะเป็น ป็ พิษพิบำ รุงรุธาตุ ทั้งทั้สี่ใสี่ห้เจริญริ ปรุงรุเป็น ป็ ยาแก้โรคเบาหวาน แก้ไข้จับจัสั่นสั่ต้มน้ำ ดื่มดื่ช่วย ระงับงัอาการปวดกล้ามเนื้อ นื้ ทาตัวตัแก้โรคท้องมาน แก้เสมหะเป็น ป็ พิษพิ ปรุงรุเป็น ป็ ยาแก้เบาหวาน แก้ไข้จับจัสั่นสั่ ใบ ขับขัน้ำ นมแก้ปวดกล้ามเนื้อ นื้ ใช้เป็น ป็ ยาขับขัพยาธิ รักรัษาหลอดลมอักอัเสบ ฝี และแผลพุพพุอง ดอกเป็น ป็ ยาถ่ายพยาธิ ฝักฝัแก้สันสั นิบนิาตหน้าเพลิงลิเมล็ด ล็ เป็น ป็ ยาฝาดสมาน ขับขั ลม ใช้แก้ไข้ท้องเสียสี แก้ไข้ แก้บิดบิช่วยถ่ายพยาธิใธินลำ ไส้เล็ก ล็ และ รักรัษาโรคผิวผิหนังนัแก่นก่มีรมีสฝาดเมา แก้โรคผิวผิหนังนัแก้กลากเกลื้อ ลื้ น ราก มีรมีสร้อน เป็น ป็ ยาขับขั โลหิตหิระดู เปลือ ลื กต้นต้และน้ำ มันมัจากเมล็ด ล็ ใช้ รักรัษาโรคท้องร่วง เปลือ ลื กหรือรื ใบ ต้มผสมน้ำ อาบรักรัษาโรคหิดหิ ช่วงที่อที่อกดอกและติดติผล มีนมีาคม ถึงถึกรกฎาคม


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื Litsea glutinosa (Lour.) C.B.Robinson. ไม้ยืม้น ยื ต้นต้ ใบเดี่ยดี่ว เรียรีงสลับลัรูปรูวงรีแรีกมขอบขนานหรือรื รูปรูไข่กลับลัหรือรื ค่อค่นข้างกลม มักมัออกเป็น ป็ กลุ่มลุ่หนาแน่นน่ที่ปที่ลายกิ่งกิ่กว้าง 5-9 เซนติเติมตร ยาว10-20 เซนติเติมตร ผิวผิ ใบด้านบนเกลี้ยลี้งเป็น ป็ มันมัด้าน ล่างมีขมี น เนื้อ นื้ ใบค่อค่นข้างหนามีกมีลิ่นลิ่หอมเฉพาะตัวตัดอกช่อช่ซี่ร่ซี่ ร่มออกที่ ซอกใบ แยกเพศอยู่คยู่นละต้นต้ดอกย่อย่ยสีเสีหลือ ลื ง ไม่มีม่กมีลีบลีดอก ช่อช่ ดอกเพศผู้มีดมีอกย่อย่ย 8-10 ดอก กลีบลีรวมลดรูปรูเหลือ ลื 1-2 กลีบลีหรือรื ไม่มีม่เมีลย เกสรตัวตัผู้มี 9-20 อันอัช่อช่ดอกเพศเมียมีกลีบลีรวมลดรูปรูเหลือ ลื เพียพีงเล็ก ล็ น้อย หรือรื ไม่มีม่ มีผลสดรูปรูทรงกลม ผิวผิมันมั เรียรีบ ผลอ่ออ่นสี เขียขีว แก่สีม่สีวม่งเข้มเกือ กื บดำ มีเมีมล็ด ล็ เดียดีวแข็ง ข็ พบตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็ง ต็ รังรั ป่าดงดิบดิ -41- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ชื่ อ อื่ น อื่ ชื่ อ วิทย า ศ า สตร์ ห มี เ ห ม็ น วงศ์ LAURACEAE ไม้หมี่ ลั กลัษ ณ ะทา ง พ ฤ กษศ า สตร์ ส ร ร พ คุ ณ ทา ง ย า ตำ รายาพื้นพื้ บ้านอีสอีาน ใช้ราก รักรัษาอาการปวดกล้ามเนื้อ นื้ ฝน ทาฝีเฝี ปลือ ลื ก ฝนทาแก้ฝี ใบ ใช้สระผม ย้อย้มผ้าให้สีเสีขียขีว ใช้ทำช้ ทำกระทง ห่อขนมตาล ตำ รายาไทย ใช้ใบ ขยี้กัยี้บกัน้ำ สระผม พอกศีรศีษะ ฆ่าเหา ขับขั ปัสปัสาวะแก้อาการระคายเคือ คื งของผิวผิหนังนั ใบและเมล็ด ล็ มีรมีสฝาดเฝื่อฝื่น ตำ พอกฝี แผลหนองแก้ปวด ราก เป็น ป็ ยาฝาดสมาน และบำ รุงรุกำ ลังลั เปลือ ลื กต้นต้ เป็น ป็ ยาฝาดสมานแก้บิดบิท้องเสียสี แก้ปวดมดลูกลูแก้เจ็บ จ็ ปวดตามกล้ามเนื้อ นื้ ฝนทาแก้พิก้ษพิ แมลงกัดกัต่อย ผื่นผื่คันคัแสบร้อน บด เป็น ป็ ผงผสมกับกัน้ำ หรือรื น้ำ นมทาแก้แผลอักอัเสบใบ ผลดิบดิ ให้น้ำห้ น้ำ มันมั เป็น ป็ ยาถูนถูวดแก้ปวด ผลสุกสุกินกิ ได้ เมล็ด ล็ ตำ เป็น ป็ ยาพอกฝีรฝีาก แก้ปวด กล้ามเนื้อ นื้ ยาง มีรมีสฝาดร้อน ตำ พอกทาแก้ฟก้กช้ำ แก้ช้ำ บวม ช่วงที่อที่อกดอก พฤษภาคม ถึงถึกรกฎาคม ช่วงที่อที่อกผล กรกฎาคม ถึงถึสิงสิหาคม


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื Curcuma sessilis Gage. ไม้ล้ม้ ล้มลุกลุมีเมีหง้าใต้ดินดิอยู่ได้หด้ลายปี สูงสู40-60 เซนติเติมตร อาจขึ้นขึ้ เป็น ป็ ต้นต้ เดียดีวหรือรื หลายต้นต้ รวมกันกัเป็น ป็ กอ สูงสูประมาณ 20-30 เซนติเติมตร ใบเป็น ป็ กาบห่อรวมตัวตักันกัแน่นน่ เป็น ป็ ลำ ต้นต้ เทียทีม ใบเดี่ยดี่ว เรียรีงสลับลัรูปรูขอบขนาน ปลายใบแหลม ฐานใบแหลม เส้นส้ ใบขนาน ยาว 30-40 เซนติเติมตร กว้าง 15-20 เซนติเติมตร ขอบใบเรียรีบ ผิวผิ เกลี้ยลี้ง หรือรื มีขมี นสั้นสั้นุ่มนุ่ดอกออกเป็น ป็ ช่อช่แน่นน่แบบช่อช่ เชิงชิลด รูปรูทรง กระบอก ยาว 10-20 เซนติเติมตรก้านช่อช่ดอกชูอชูอกจากปลายลำ ต้นต้ เทียทีม ช่อช่ดอกย่อย่ย แต่ละช่อช่มีดมีอก 2-7 ดอก ใบประดับดัที่โที่คนช่อช่ ดอกรองรับรัดอกสีเสีขียขีว ดอกสีเสีหลือ ลื ง หลอดกลีบลีเลี้ยลี้งยาวประมาณ 1 เซนติเติมตร หลอดกลีบลีดอกยาว 1-2 เซนติเติมตร มีขมี น แฉกบนรูปรูรี แฉกข้างแคบกว่าเล็ก ล็ น้อย กลีบลี ปากรูปรูไข่กลับลัสีเสีหลือ ลื ง ปลายแยกเป็น ป็ 2 พู เกสรเพศผู้ที่ผู้ ที่เที่ป็น ป็ หมันมัรูปรูไข่กลับลัหรือรื รูปรูรี สีเสีหลือ ลื ง มีขมี นสั้นสั้เกสร เพศผู้ที่ผู้ ที่สที่มบูรบูณ์ มีจุมี ดจุสีแสี ดงจำ นวนมาก โคนอับอัเรณู เรียรีวแหลมเป็น ป็ เดือ ดื ย 2 อันอั โค้งเข้าหากันกัเกสรเพศเมียมีมีรัมีงรัไข่ใต้วงกลีบลีมีขมี นสั้นสั้ หนาแน่นน่ผลรูปรูไข่ ผิวผิมีขมี นหนาแน่นน่ เมล็ด ล็ มีรูมี ปรูร่างคล้ายหยดน้ำ ยาว ประมาณ 0.5 เซนติเติมตร ขยายพันพั ธุ์ด้ธุ์ ด้วยเหง้า เกิดกิตามป่าดิบดิทั่วทั่ ไป ป่าเต็ง ต็ รังรั ป่าเบญจพรรณ ช่อช่ดอกอ่ออ่น หน่อน่อ่ออ่น นำ มาลวก จิ้มจิ้น้ำ พริกริ -42- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ชื่ อ อื่ น อื่ ชื่ อ วิทย า ศ า สตร์ ก ร ะ เ จี ย ว โคก วงศ์ ZINGIBERACEAE กระเจียวแดง ลั กลัษ ณ ะทา ง พ ฤ กษศ า สตร์ ส ร ร พ คุ ณ ทา ง ย า ยาพื้นพื้ บ้านอีสอีาน หน่อน่อ่ออ่น ช่วยสมานแผล ดอกอ่ออ่น มีรมีส เผ็ด ผ็ ร้อน กลิ่นลิ่หอม ใช้ขับขัลม เหง้า แก้ปวดเมื่อมื่ย ช่วงที่อที่อกดอก กุมกุภาพันพั ธ์ ถึงถึกรกฎาคม ช่วงที่อที่อกผล มีนมีาคม ถึงถึตุลตุาคม


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื Irvingia malayana Oliv. ex. A. W. Benn. ไม้ยืม้น ยื ต้นต้ ขนาดกลางถึงถึขนาดใหญ่ สูงสูได้ถึงถึ 35 เมตร ผลัดลั ใบช่วงสั้นสั้ๆ ใบเดี่ยดี่ว เรียรีงเวียวีน รูปรูรี รูปรูรีแรีกมรูปรูขอบขนาน รูปรูไข่ หรือรื รูปรูไข่แกม รูปรูขอบขนาน กว้าง2.5-9 เซนติเติมตร. ยาว 8-20 เซนติเติมตร แผ่นผ่ ใบหนาคล้ายแผ่นผ่หนังนัดอกช่อช่แยกแขนง ออกตามซอกใบ หรือรื ปลาย กิ่งกิ่ดอกขนาดเล็ก ล็ สีขสีาวอมเขียขีว หรือรื สีเสีหลือ ลื งอ่ออ่นกลีบลีเลี้ยลี้งและกลีบลี ดอก มีอมีย่างละ 5 กลีบลีเกสรเพศผู้ติผู้ดติกับกัขอบนอกของหมอนรองดอก รังรัไข่อยู่ เหนือ นื วงกลีบลีผล เป็น ป็ ผลสด แบบผลผนังนัชั้นชั้ ในแข็ง ข็ รูปรูไข่ หรือรื รูปรูรีกรีว้าง 3-4 เซนติเติมตร ยาว 4-5 เซนติเติมตร มีนมีวลเล็ก ล็ น้อย ผลมีสีมี เสีขียขีว เมื่อมื่ผลสุกสุสีเสีหลือ ลื ง เมล็ด ล็ 1 เมล็ด ล็ แข็ง ข็ เนื้อ นื้ ในเมล็ด ล็ สีขสีาว และมีน้ำมี น้ำ มันมัพบตามป่าเต็ง ต็ รังรั ป่าชายหาด ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบดิแล้ง ป่าดิบดิชื้นชื้ -43- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ชื่ อ อื่ น อื่ ชื่ อ วิทย า ศ า สตร์ ม ะ มื่ น มื่ ม ะ ลื่ น ลื่ วงศ์ IRVINGIACEA กระบก ลั กลัษ ณ ะทา ง พ ฤ กษศ า สตร์ ส ร ร พ คุ ณ ทา ง ย า ยาพื้นพื้ บ้านอีสอีาน ใช้แก่นก่แก้ผื่นผื่คันคัแก้ไอ ผสมแก่นก่พันพัจำ และแก่นก่มะป่วนหรือรื ผสมแก่นก่มะเดื่อดื่ปล้อล้ง แก่นก่พันพัจำ แก่นก่ ปีบปีและ แก่นก่มะพอก ต้มน้ำ หรือรื แช่น้ำช่ น้ำ ดื่มดื่แก้ไอผสมลำ ต้นต้ต่อไส้ และแก่นก่ กันกัแสง แช่น้ำช่ น้ำ อาบ แก้ผื่นผื่คันคัแก่นก่ผสมกับกัแก่นก่มะพอกต้มน้ำ ดื่มดื่แก้ ฟกช้ำ ลำ ต้นต้ต้มน้ำ ดื่มดื่รักรัษาโรคปอดพิกพิาร แก้ไอเป็น ป็ เลือ ลื ด ผสม เหง้าขมิ้นมิ้อ้ออ้ย รากทองแมว เมล็ด ล็ งา ครั่งรั่มดแดง และเกลือ ลื ต้มน้ำ ดื่มดื่แก้เคล็ด ล็ ยอก เปลือ ลื กต้นต้ผสมลำ ต้นต้ เหมือมื ดโลด ใบหวดหม่อม่น ลำ ต้นต้ เม่าม่หลวง และเปลือ ลื กต้นต้มะรุมรุตำ พอกแก้ปวด ตำ รายาไทย เนื้อ นื้ ในเมล็ด ล็ มีรมีสมันมัร้อน บำ รุงรุเส้นส้ เอ็น อ็ บำ รุงรุ ไขข้อ แก้ข้อขัดขับำ รุงรุไต ฆ่าพยาธิใธินท้อง ช่วงที่อที่อกดอก มกราคม ถึงถึมีนมีาคม ช่วงที่อที่อกผล กุมกุภาพันพั ธ์ ถึงถึสิงสิหาคม


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื Hymenopyramis brachiata Wall. Ex Griff. เป็น ป็ ไม้ต้ม้นต้กึ่งกึ่ไม้เถา หรือรื เถารอเลื้อ ลื้ ย ลำ ต้นต้ทรงพุ่มพุ่ ใหญ่ เปลือ ลื กต้นต้สี ขาวหรือรื สีเสีทา กิ่งกิ่อ่ออ่นเป็น ป็ เหลี่ยลี่ม กิ่งกิ่อ่ออ่นมีขมี นสีเสีทาขึ้นขึ้ปกคลุมลุต้นต้มี ความสูงสูประมาณ 5-10 เมตร แตกกิ่งกิ่ออกตรงข้ามกันกัตั้งตั้ฉากกับกัต้นต้ หรือรื กิ่งกิ่ ใหญ่ ใบเป็น ป็ ใบเดี่ยดี่ว ออกตรงข้ามกันกั ใบรูปรูไข่ โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียรีบ ผิวผิ ใบเรียรีบ แผ่นผ่ ใบบางขาดง่าย ผิวผิ ใบ ด้านล่างมีสีมี เสีขา มีขมี นเล็ก ล็ ๆปกคลุมลุใบกว้างประมาณ 3-5 เซนติเติมตร ยาวประมาณ 5-8 เซนติเติมตร ดอกเป็น ป็ ดอกช่อช่แยกแขนง ออกตาม ปลายกิ่งกิ่ดอกสีขสีาว กลีบลีดอกสีขสีาว เส้นส้ เกสรตัวตัผู้สีขสีาวยาวออกมาพ้นพ้ กลีบลีดอกมองเห็น ห็ เป็น ป็ เส้นส้ ฝอยสีขสีาว ผลมีกมีลีบลีเลี้ยลี้งขายเป็น ป็ แผ่นผ่ เชื่อชื่ม ติดติกันกัเป็น ป็ ถุงถุสี่เสี่หลี่ยลี่มหุ้มเอาไว้ ผลข้างในมีลัมีกลัษณะกลม เมื่อมื่ผลแห้งจะ มองเห็น ห็ ถุงถุหุ้มผลแห้งเป็น ป็ สีน้ำสี น้ำ ตาล -44- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ชื่ อ อื่ น อื่ ชื่ อ วิทย า ศ า สตร์ ข า เปีย วงศ์ LAMIACEAE กระดูกกบ ลั กลัษ ณ ะทา ง พ ฤ กษศ า สตร์ ส ร ร พ คุ ณ ทา ง ย า ยาพื้นพื้ บ้านอีสอีาน เป็น ป็ ยาบำ รุงรุกำ หนัดนัทำ ให้มีกำมี กำลังลัวังวัชาขณะ ปฏิบัฏิติบักิติจกิสามีภมีรรยาได้ยด้ าวนานไม่เหน็ด น็ เหนื่อนื่ยขนาดและวิธีวิ ใธีช้ คือ คื ก่อน นำ มาใช้ ใครจะกินกิต้องวัดวัขนาดการกินกิ โดยใช้แขนตนเอง ทาบวัดวั ขนาดกิ่งกิ่หรือรื ลำ ต้นต้ เท่ากับกัแขนของตน ตัดตัยาวเท่ากับกัคืบ คื ผู้กิผู้นกิแล้วผ่า 4 ส่วนรูปรูกากบาท เอา 4 ชิ้นชิ้นี้ไนี้ปย่างไฟ ทำ ให้เนื้อ นื้ ไม้หม้อม นำ ไป ต้มดื่มดื่กินกิต่างน้ำ ให้สามีกิมี นกิภรรยาห้ามกินกิ ตำ รายาไทย เข้าตำ รับรัยากับกัสมุนมุไพรชนิดนิอื่นอื่เป็น ป็ ยาแก้ประดง บำ รุงรุเลือ ลื ด น้ำ เหลือ ลื งแก่นก่ตากแดดเข้าตำ รับรัยา ต้มดื่มดื่ ช่วงที่อที่อกดอก กุมกุภาพันพั ธ์ ถึงถึสิงสิหาคม ช่วงที่อที่อกผล เมษายน ถึงถึตุลตุาคม


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื Careya arborea Roxb. ไม้ยืม้น ยื ต้นต้ ขนาดกลาง ผลัดลั ใบ สูงสู10-20 เมตร ใบเดี่ยดี่ว เรียรีงสลับลั เวียวีนเป็น ป็ กลุ่มลุ่ตามปลายกิ่งกิ่รูปรูไข่กลับลักว้าง 15-25 เซนติเติมตร ยาว 30-35เซนติเติมตร เนื้อ นื้ ใบหนา ค่อค่นข้างนิ่มนิ่ดอกขนาดใหญ่ ช่อช่แบบ กระจะสั้นสั้กลีบลีดอก 4 กลีบลีขอบกลีบลีสีเสีขียขีวอ่ออ่น โคนกลีบลีสีชสีมพู ดอกบานกลางคืน คื และมักมัร่วงตอนเช้า เกสรเพศผู้มีจำมี จำ นวนมาก เกสร เพศเมียมีมีรัมีงรัไข่ใต้วงกลีบลีผลรูปรูกลม หรือรื รูปรูไข่ มีเมีนื้อ นื้ ผลสดมีสีมี เสีขียขีวพอ สุกสุเปลี่ยลี่นเป็น ป็ สีน้ำสี น้ำ ตาล พบขึ้นขึ้ทั่วทั่ ไปตามป่าเบญจพรรณ และป่าเต็ง ต็ รังรั -45- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ชื่ อ อื่ น อื่ ชื่ อ วิทย า ศ า สตร์ ก ร ะ โด น โคก วงศ์ LECYTHIDACEAE กระโดน ลั กลัษ ณ ะทา ง พ ฤ กษศ า สตร์ ส ร ร พ คุ ณ ทา ง ย า ยาพื้นพื้ บ้านอีสอีาน ใช้เปลือ ลื กต้นต้แก้น้ำก้ น้ำ กัดกัเท้า แก้โรคกระเพาะ อาหารสมานแผลภายใน ตำ รายาไทย ใช้เปลือ ลื กต้นต้ รสฝาดเมา แช่น้ำช่ น้ำ ดื่มดื่แก้ปวดท้อง ท้องเสียสี แก้อักอัเสบจากงูกังูดกั ใช้เป็น ป็ ยาสมานแผล ใบ รสฝาด ใช้รักรัษา แผลสดโดยนึ่งนึ่ให้สุกใช้ปิช้ดปิแผล หรือรื ปรุงรุเป็น ป็ น้ำ มันมัสมานแผล ดอก รส สุขุสุมขุบำ รุงรุร่างกายหลังลัคลอดบุตบุร แก้หวัดวัแก้ไอ ทำ ให้ชุ่มชุ่คอ ผล รสจืด จื เย็น ย็ ช่วยย่อย่ยอาหารบำ รุงรุหลังลัคลอด ใบอ่ออ่น และยอดอ่ออ่น รับรั ประทานสดเป็น ป็ ผักผั จิ้มจิ้มีรมีสฝาด ช่วงที่อที่อกดอก มกราคม ถึงถึเมษายน ช่วงที่อที่อกผล กุมกุภาพันพั ธ์ ถึงถึมิถุมินถุายน


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื Lannea coromandelica (Houtt.) Merr. ไม้ยืม้น ยื ต้นต้ ขนาดกลาง ผลัดลั ใบ สูงสูถึงถึ 17 เมตร ใบประกอบแบบขนนก ปลายคี่ เรียรีงเวียวีน ใบย่อย่ยเรียรีงตรงข้าม ใบย่อย่ยรูปรูไข่ กว้าง 3-4 เซนติเติมตรยาว 6-12 เซนติเติมตร มีขมี นสั้นสั้นุ่มนุ่รูปรูดาวทั้งทั้สองด้าน ช่อช่ ดอก แบบช่อช่ เชิงชิลดห้อยลง ดอกขนาด 0.3 เซนติเติมตร สีเสีหลือ ลื งอ่ออ่น หรือรื เขียขีวอมเหลือ ลื ง ช่อช่ยาว12-30 เซนติเติมตร ดอกตัวตัผู้และดอกตัวตั เมียมีอยู่แยู่ยกต้นต้ต้นต้ เพศผู้มีช่มีอช่ดอกแบบช่อช่แยกแขนง เกสรเพศผู้มี 8- 10 อันอัอยู่ใยู่นดอกเพศผู้ เกสรเพศผู้ล้อล้มรอบหมอนรองดอกรูปรู วงแหวน ในดอกเพศเมียมีรังรัไข่สีแสี ดงสด ผลสดแบบผลผนังนัชั้นชั้ ในแข็ง ข็ รูปรูเมล็ด ล็ ถั่วถั่มีกมีลีบลีเลี้ยลี้งติดติทน เมล็ด ล็ เดียดีวแข็ง ข็ ผลมีสีมี ชสีมพูเพูมื่อมื่สุกสุสีแสี ดง พบตามป่าผลัดลั ใบ ป่าเต็ง ต็ รังรั -46- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ชื่ อ อื่ น อื่ ชื่ อ วิทย า ศ า สตร์ กุ๊ ก วงศ์ ANACARDIACEAE กอกกัน ลั กลัษ ณ ะทา ง พ ฤ กษศ า สตร์ ส ร ร พ คุ ณ ทา ง ย า ตำ รายาพื้นพื้ บ้านอีสอีาน รากหรือรื เปลือ ลื กต้นต้ต้มน้ำ ดื่มดื่แก้ท้อง เสียสียางที่ปูที่ดปูจากลำ ตน ผสมยางที่ปูที่ดปูจากลำ ต้นต้มะกอก ฝนน้ำ ดื่มดื่แก้ ไอเป็น ป็ เลือ ลื ด ใบผสมใบไพล ใบหวดหม่อม่น บดเป็น ป็ ผงกินกิกับกัน้ำ แก้ไอ เป็น ป็ เลือ ลื ด ตำ รายาไทย เปลือ ลื กต้นต้มีรมีสขม ใช้สมานแผล และห้ามเลือ ลื ด แก้ท้องอืด อื เฟ้อ แก้ปวดท้อง เป็น ป็ ยาธาตุ หรือรื ช่วยเจริญริอาหาร ใช้แก้ ปวด ใช้รักรัษาบาดแผล แก้รอยฟกช้ำ แผลพุพพุอง ตาอักอัเสบรุนรุแรง โรคเกาต์ แผลเปื่อปื่ยในกระเพาะอาหาร แก้ปวดฟันฟัอาการแพลง และ ท้องร่วง ใบ ใช้รักรัษาโรคเท้าช้างอาการอักอัเสบ อาการปวดประสาท อาการแพลง และรอยฟกช้ำ แก่นก่มีรมีสหวานชุ่มชุ่คอ แก้กระหายน้ำ ใช้ ปรุงรุแต่งรสยาให้มีรมีสหวาน ช่วงที่อที่อกดอกและติดติผล กรกฎาคม ถึงถึมีนมีาคม


ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื Lee indica (Burm.f.) Merr. ไม้พุ่ม้ พุ่มพุ่หรือรื ไม้ต้ม้นต้ ขนาดเล็ก ล็ สูงสูประมาณ 1-3 เมตร ใบเป็น ป็ ใบประกอบ แบบขนนก 1-3 ชั้นชั้เรียรีงแบบสลับลั ใบย่อย่ยออกเป็น ป็ คู่ตคู่ รงข้าม ขอบ ใบจักจัแบบฟันฟัเลื่อลื่ย หรือรื แบบซี่ฟัซี่นฟัตื้น ตื้ ๆ ดอกออกเป็น ป็ ช่อช่ตั้งตั้ขึ้นขึ้ ตามซอกใบ ดอกย่อย่ยสีเสีขียขีวอ่ออ่น มีจำมี จำนวนมาก ดอกตูมตูรูปรูทรงกลมสี แดงเข้มพอบานมีสีมีขสีาว กลีบลีดอก 5 กลีบลีเชื่อชื่มติดติกันกัที่โที่คน เกสรเพศ ผู้มี 5 อันอัติดติอยู่กัยู่บกัหลอดเกสรเพศผู้ ปลายอับอัเรณูจณูะโผล่พ้ล่นพ้หลอด ออกไปเป็น ป็ แฉกมน ๆ ปลายแฉกเว้า เกสรเพศเมียมีมี 6 ช่อช่งแต่ละ ช่อช่งมีไมีข่ 1 เมล็ด ล็ ก้านเกสรสั้นสั้ปลายมน ผล กลม แป้น ผิวผิบาง มี เนื้อ นื้ นุ่มนุ่ผลอ่ออ่นมีสีมี เสีขียขีวพอแก่จัดจัมีสีมี แสี ดงเข้มจนถึงถึสีม่สีวม่งดำ มี 6 เมล็ด ล็ พบตามป่าเต็ง ต็ รังรั -47- ป่าโคกยาว ความหลากหลายทางชีวชีภาพด้านพืชพื ชื่ อ อื่ น อื่ ชื่ อ วิทย า ศ า สตร์ ต้า ง ไ ก่ วงศ์ VITACEAE กะตังใบ ลั กลัษ ณ ะทา ง พ ฤ กษศ า สตร์ ส ร ร พ คุ ณ ทา ง ย า ตำ รายาพื้นพื้ บ้านอีสอีานใช้ ราก ฝนกับกัเหล้าทา รักรัษาแผลไฟ ไหม้ น้ำ ร้อนลวก ตำ รายาไทยใช้ ราก รสเย็น ย็ เมาเบื่อบื่ต้มน้ำ กินกิเป็น ป็ ยาแก้ปวด ท้อง ท้องเสียสี แก้บิดบิขับขัเหงื่องื่และเป็น ป็ ยาเย็น ย็ แก้อาการกระหายน้ำ แก้ไข้ แก้ไข้รากสาด แก้ปวดเมื่อมื่ยตามร่างกาย แก้ครั่นรั่เนื้อ นื้ ครั่นรั่ตัวตัดับดั ร้อน นำ รากผสมกับกัสมุนมุไพรอื่นอื่ต้มน้ำ ดื่มดื่วันวัละ 3 ครั้งรั้จนยาหมดรส ฝาด แก้ตกขาว มะเร็ง ร็ ลำ ไส้ มะเร็ง ร็ มดลูกลูใบ ย่างไฟให้เกรียรีม ใช้พช้อก ศีรศีษะ แก้วิงวิเวียวีน มึนมึงง ตำ เป็น ป็ ยาพอกแก้ปวดเมื่อมื่ยกล้ามเนื้อ นื้ และแก้ ผื่นผื่คันคัตามผิวผิหนังนัน้ำ ยาง จากใบอ่ออ่นกินกิเป็น ป็ ยาช่วย่อย่ย ทั้งทั้ ต้นต้ ผสมกับกัสมุนมุไพรอื่นอื่ต้มน้ำ ดื่มดื่รักรัษามะเร็ง ร็ เต้านม ช่วงที่อที่อกดอก มิถุมินถุายน ถึงถึกันกัยายน ช่วงที่อที่อกผล ตุลตุาคม ถึงถึพฤศจิกจิายน


Click to View FlipBook Version