The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ สังคมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เกวลิน ชูชำนาญ, 2024-06-02 10:31:18

แผนการจัดการเรียนรู้ สังคมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1

แผนการจัดการเรียนรู้ สังคมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1

กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 100 แผนการจัดการเรียนรูที่ 18 รายวิชา สังคมศึกษา รหัสวิชา ส16101 ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 กลุมสาระการเรียนรู สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2567 หนวยการเรียนรูที่ 9 ชื่อหนวย ขอมูลขาวสารในชีวิตประจำวัน เวลาเรียน 2 ชั่วโมง เรื่อง ขอมูลขาวสารในชีวิตประจำวัน เวลาเรียน 2 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาที่ของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมที่ดีงาม และธำรง รักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยูรวมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอยางสันติสุข ตัวชี้วัด ติดตามขอมูลขาวสาร เหตุการณตาง ๆ ในชีวิตประจำวัน เลือกรับและใชขอมูลขาวสารในการเรียนรู ไดเหมาะสม (ส 2.1 ป. 6/5) สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เราทุกคนจำเปนตองติดตามขอมูลขาวสารเพื่อใหรูความเปนไปของสังคม ซึ่งจะกอใหเกิดประโยชน คือ ทำใหเปนคนทันเหตุการณ ชวยใหการปกครองในระบอบประชาธิปไตยพัฒนา และชวยสงเสริมการพัฒนา ประเทศ โดยจะตองเลือกรับและใชขอมูลขาวสารที่เหมาะสม เชื่อถือได ทันสมัย ถูกตอง และสมบูรณ จุดประสงคการเรียนรู 1. บอกวิธีการติดตามขอมูล ขาวสาร เหตุการณในชีวิตประจำวันได (K) 2. เห็นความสำคัญและประโยชนของการติดตามขอมูลขาวสาร เหตุการณในชีวิตประจำวัน (A) 3. เลือกรับและใชขอมูลขาวสารในการเรียนรูไดอยางเหมาะสม (P) สมรรถนะสำคัญของผูเรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใชทักษะชีวิต ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใชเทคโนโลยี ความสามารถในการแกปญหา คุณลักษณะอันพึงประสงค รักชาติ ศาสน กษัตริย อยูอยางพอเพียง ซื่อสัตยสุจริต มุงมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเปนไทย ใฝเรียนรู มีจิตสาธารณะ


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 101 ภาระงาน/ชิ้นงาน 1. ขอมูลขาวสารในชีวิตประจำวัน 2. แบบทดสอบหลังเรียน สาระการเรียนรู ขอมูลขาวสารในชีวิตประจำวัน 1. ประโยชนของการติดตามขอมูลขาวสาร 2. การเลือกรับและใชขอมูลขาวสารที่เหมาะสม กิจกรรมการเรียนรู ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 นำเขาสูบทเรียน 1. ครูแจงตัวชี้วัดชั้นปและจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบ 2. ครูอานขาวประจำวันใหนักเรียนฟง แลวใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับขาว จากนั้น ครูอธิบายแลวเชื่อมโยงไปสูเนื้อหาที่จะเรียน ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู 3. ครูขออาสาสมัครนักเรียน 3 คน ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับขอมูลขาวสารในชีวิตประจำวัน ที่ไดรับมอบหมายใหไปอานมาใหเพื่อน ๆ ฟง โดยครูสรุปความคิดเห็นของนักเรียนและใหคำแนะนำหรือ ความรูเพิ่มเติม 4. ครูสนทนาซักถามนักเรียนเรื่อง ขอมูลขาวสารในชีวิตประจำวัน 5. ครูใหนักเรียนแตละคูนำขาวที่ครูมอบหมายใหไปคนหามาในครั้งที่แลวมาเลาใหเพื่อนฟงหนาชั้น เรียนวา ขาวที่คนหามาเปนเรื่องอะไร มีสาระสำคัญอะไรบาง ขาวดังกลาวมีประโยชนอยางไรบาง และการ เลือกรับและใชขอมูลขาวสารที่เหมาะสมทำไดอยางไร 6. หลังจากที่นักเรียนออกมาเลาครบทุกคูแลว ครูอธิบายเพิ่มเติมและสรุป โดยใหนักเรียนบันทึกลงใน แบบบันทึกความรู 7. ครูอธิบายวา ปจจุบันไดมีการจัดตั้งสถานีโทรทัศนอาเซียน (ASEAN TV) ขึ้น เพื่อเปนสื่อกลางใน การสงเสริมความรูเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนแกประชาชน ซึ่งประเทศไทยมีสวนสำคัญในการจัดตั้ง สถานีโทรทัศนนี้ จากนั้นใหนักเรียนอภิปรายวา เราจะติดตามขอมูลขาวสารจากสถานีโทรทัศนอาเซียนในเรื่อง อะไรไดบาง 8. หลังจากที่นักเรียนอภิปรายจบ ครูสรุปความรูที่ไดรับจากการอภิปราย แลวใหนักเรียนบันทึกผลลง ในสมุด 9. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ใหครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเปนรายบุคคลหรือเปนกลุม ขั้นที่ 3 ฝกฝนผูเรียน 10. ครูใหนักเรียนแสดงความคิดเห็นในประเด็นวา นักเรียนคิดวาปจจุบันวัยรุนสวนใหญรับขอมูล ขาวสารจากสื่อประเภทใดมากที่สุด เพราะอะไร 11. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับขอมูลขาวสารในชีวิตประจำวัน แลวชวยกันเฉลยคำตอบที่ ถูกตอง


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 102 ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 4 นำไปใช 12. ครูแนะนำใหนักเรียนนำความรูเกี่ยวกับขอมูลขาวสารในชีวิตประจำวัน ไปประยุกตใชในการ ดำเนินชีวิตประจำวัน 13. ครูใหนักเรียนติดตามขาวสารเกี่ยวกับอาเซียน สรุป แลวนำมาจัดทำเปนสมุดขาวอาเซียน ขั้นที่ 5 สรุป 14. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเรื่อง ขอมูลขาวสารในชีวิตประจำวัน โดยใหนักเรียนสรุปเปน แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศนลงในสมุด พรอมตกแตงใหสวยงาม 15. ครูมอบหมายใหนักเรียนอานเนื้อหาในหนวยการเรียนรูที่ 10 เรื่อง การเมืองการปกครองของ ไทย เรื่อง องคกรปกครองสวนทองถิ่นและรัฐบาล เปนการบานเพื่อเตรียมจัดการเรียนรูในครั้งตอไป สื่อและแหลงการเรียนรู 1. ขาวประจำวัน 3. แบบบันทึกความรูสังคมศึกษา 4. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 5. คูมือการสอน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 6. สื่อการเรียนรู PowerPoint รายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 การวัดและประเมินผล รายการวัดและประเมินผล วิธีการประเมิน เครื่องมือประเมิน เกณฑการประเมิน ประเมินตามจุดประสงค KPA - ตรวจผลงาน / กิจกรรมเปน รายบุคคลหรือเปนกลุม - แบบประเมินผลงาน - แบบประเมินการ ทำงานกลุม - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมินสมรรถนะสำคัญ - การสังเกตการรวมกิจกรรมใน ชั้นเรียน - แบบประเมิน สมรรถนะสำคัญ - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค - การสังเกตการรวมกิจกรรมใน ชั้นเรียน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 103 ความคิดเห็นของผูบริหารหรือผูที่ไดรับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................………… ลงชื่อ...................................................... (นายปถม แกวสิน) ผูอำนวยการโรงเรียนวัดทุงสาน ............../................/.............. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………...........……………………………………………………………….…………………………….. ปญหา/อุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ............................................ผูสอน (นางสาวเกวลิน ชูชำนาญ) ครูโรงเรียนวัดทุงสาน ............../................/..............


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 104 แผนการจัดการเรียนรูที่ 19 รายวิชา สังคมศึกษา รหัสวิชา ส16101 ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 กลุมสาระการเรียนรู สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2567 หนวยการเรียนรูที่ 10 ชื่อหนวย การเมืองการปกครองของไทย เวลาเรียน 7 ชั่วโมง เรื่อง องคกรปกครองสวนทองถิ่นและรัฐบาล เวลาเรียน 3 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ส 2.2 เขาใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษาไว ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ตัวชี้วัด เปรียบเทียบบทบาท หนาที่ขององคกรปกครองสวนทองถิ่นและรัฐบาล (ส 2.2 ป. 6/1) สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด องคกรปกครองสวนทองถิ่นกับรัฐบาลเปนหนวยการปกครองที่มีหนาที่ปกครองและอำนวยความ สะดวกแกประชาชน โดยองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีบทบาทหนาที่ปกครองและจัดบริการสาธารณะเพื่อ ประโยชนสุขของประชาชนในทองถิ่นตน สวนรัฐบาลมีบทบาทหนาที่ในการบริหารและปกครองประเทศใหเกิด ประโยชนตอประชาชนทั้งประเทศ จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายบทบาทหนาที่ขององคกรปกครองสวนทองถิ่นและรัฐบาลได (K) 2. เห็นความจำเปนที่องคกรปกครองสวนทองถิ่นและรัฐบาลจะตองมีอำนาจหนาที่เปนของตนเอง (A) 3. วิเคราะหความแตกตางระหวางอำนาจหนาที่ขององคกรปกครองสวนทองถิ่นและรัฐบาลได (P) สมรรถนะสำคัญของผูเรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใชทักษะชีวิต ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใชเทคโนโลยี ความสามารถในการแกปญหา คุณลักษณะอันพึงประสงค รักชาติ ศาสน กษัตริย อยูอยางพอเพียง ซื่อสัตยสุจริต มุงมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเปนไทย ใฝเรียนรู มีจิตสาธารณะ


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 105 ภาระงาน/ชิ้นงาน 1. สรุปความรูเรื่อง องคกรปกครองสวนทองถิ่นกับรัฐบาล สาระการเรียนรู องคกรปกครองสวนทองถิ่นกับรัฐบาล 1. บทบาทหนาที่ขององคกรปกครองสวนทองถิ่น 2. บทบาทหนาที่ของรัฐบาล กิจกรรมการเรียนรู ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 นำเขาสูบทเรียน 1. ครูแจงตัวชี้วัดชั้นปและจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบ 2. ครูใหนักเรียนทำแบบทดสอบกอนเรียน 3. ครูใหนักเรียนดูภาพองคกรปกครองสวนทองถิ่นจัดสรางสะพานหรือสวนสาธารณะเพื่อใหบริการ แกประชาชน แลวซักถามนักเรียนวา จากภาพนักเรียนคิดวากิจกรรมดังกลาวเกี่ยวของกับองคกรปกครองสวน ทองถิ่นและรัฐบาลอยางไร ใหนักเรียนชวยกันแสดงความคิดเห็น จากนั้นครูอธิบายสรุปแลวเชื่อมโยงไปสู เนื้อหาที่จะเรียน ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู 4. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนซักถามขอสงสัยตาง ๆ จากเรื่อง องคกรปกครองสวนทองถิ่นกับรัฐบาล ที่ไดรับมอบหมายใหไปอานมา โดยครูตอบขอสงสัยและอธิบายเพิ่มเติม 5. ครูอธิบายเกี่ยวกับความสำคัญขององคกรปกครองสวนทองถิ่นและรัฐบาล 6. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 4–6 คน แตละกลุมชวยกันตอบคำถามในประเด็นตอไปนี้ 1) องคกรปกครองสวนทองถิ่นหมายถึงอะไร 2) องคกรปกครองสวนทองถิ่นมีบทบาทหนาที่อะไรบาง 3) องคกรปกครองสวนทองถิ่นในชุมชนของนักเรียนปฏิบัติตามบทบาทหนาที่ของตนไดครบถวน หรือไม อยางไร ชั่วโมงที่ 2 7. ครูใหแตละกลุมเขียนคำตอบลงในกระดาษ แลวสงตัวแทนออกมานำเสนอผลงานดวยรูปแบบที่ นาสนใจ จากนั้นนำผลงานติดบอรดไว แลวครูอธิบายเพิ่มเติม 9. ครูอธิบายเกี่ยวกับบทบาทหนาที่ของรัฐบาลใหนักเรียนฟง แลวซักถามนักเรียนในประเด็นตาง ๆ เชน 1) รัฐบาลคืออะไร 2) บทบาทหนาที่ของรัฐบาลมีอะไรบาง 3) บทบาทหนาที่ขององคกรปกครองสวนทองถิ่นเหมือนหรือแตกตางจากบทบาทหนาที่ของ รัฐบาลอยางไร 10. หลังจากที่นักเรียนตอบคำถามแลว ครูเฉลยคำตอบและอธิบายเพิ่มเติม พรอมเปดโอกาสให นักเรียนซักถามเรื่องที่ยังสงสัยหรือไมเขาใจ แลวใหนักเรียนบันทึกลงในสมุด


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 106 11. ครูใหนักเรียนเขียนเรียงความสั้น ๆ เกี่ยวกับองคกรปกครองสวนทองถิ่นกับรัฐบาล แลวสุมเลือก นักเรียน 3 คน ออกมานำเสนอผลงานหนาชั้นเรียน 12. หลังจากที่นักเรียนนำเสนอผลงานครบทั้ง 3 คนแลว ครูสรุปความรู โดยใหนักเรียนบันทึกลงใน แบบบันทึกความรู 13. ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา ฟลิปปนสซึ่งเปนหนึ่งในประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนมีการ ปกครองสวนทองถิ่นเชนเดียวกับไทย โดยแบงเปนระดับตาง ๆ ไดแก บารังไก เทศบาลหรือเมือง และจังหวัด โครงสรางการปกครองทองถิ่นของฟลิปปนสในระดับตาง ๆ ประกอบดวยฝายนิติบัญญัติและฝายบริหาร สำหรับฝายนิติบัญญัติ ไดแก สภาทองถิ่นและคณะที่ปรึกษาในระดับตาง ๆ สวนฝายบริหาร ไดแก ผูวาราชการ จังหวัด นายกเทศมนตรี หรือประธานบารังไก จากนั้นครูใหนักเรียนรวมกันวิเคราะหวาการปกครองสวน ทองถิ่นของฟลิปปนสเหมือนหรือแตกตางกับการปกครองสวนทองถิ่นของไทยอยางไรบาง 14. หลังจากที่นักเรียนวิเคราะหจบแลว ครูสรุป แลวใหนักเรียนบันทึกขอสรุปลงในแบบบันทึกความรู 15. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ใหครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเปนรายบุคคลหรือเปนกลุม ขั้นที่ 3 ฝกฝนผูเรียน 16. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับองคกรปกครองสวนทองถิ่นกับรัฐบาล แลวชวยกันเฉลย คำตอบที่ถูกตอง ชั่วโมงที่ 3 ขั้นที่ 4 นำไปใช 17. ครูแนะนำใหนักเรียนทำแผนพับเพื่อเผยแพรความรูเรื่อง บทบาทหนาที่ขององคกรปกครองสวน ทองถิ่นและรัฐบาลตอประชาชน ขั้นที่ 5 สรุป 18. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเรื่อง องคกรปกครองสวนทองถิ่นกับรัฐบาล โดยใหนักเรียน สรุปเปนแผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศนลงในสมุด พรอมตกแตงใหสวยงาม 19. ครูมอบหมายใหนักเรียนศึกษาคนควาเกี่ยวกับการมีสวนรวมในกิจกรรมประชาธิปไตย พรอมทั้ง แสดงความคิดเห็นวา การมีสวนรวมในกิจกรรมประชาธิปไตยคืออะไร และสามารถทำไดอยางไรบาง เปน การบานเพื่อเตรียมจัดการเรียนรูในครั้งตอไป 20. ครูมอบหมายใหนักเรียนอานเนื้อหาในหนวยการเรียนรูที่ 10 เรื่อง การเมืองการปกครองของ ไทย เรื่อง การสงเสริมประชาธิปไตยในทองถิ่นและประเทศ เปนการบานเพื่อเตรียมจัดการเรียนรูในครั้งตอไป สื่อและแหลงการเรียนรู 1. ภาพองคกรปกครองสวนทองถิ่นจัดสรางสะพานหรือสวนสาธารณะ 2. แบบบันทึกความรูสังคมศึกษา 3. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 4. คูมือการสอน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 5. สื่อการเรียนรู PowerPoint รายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 107 การวัดและประเมินผล รายการวัดและประเมินผล วิธีการประเมิน เครื่องมือประเมิน เกณฑการประเมิน ประเมินตามจุดประสงค KPA - ตรวจผลงาน / กิจกรรมเปน รายบุคคลหรือเปนกลุม - แบบประเมินผลงาน - แบบประเมินการ ทำงานกลุม - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมินสมรรถนะสำคัญ - การสังเกตการรวมกิจกรรมใน ชั้นเรียน - แบบประเมิน สมรรถนะสำคัญ - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค - การสังเกตการรวมกิจกรรมใน ชั้นเรียน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ความคิดเห็นของผูบริหารหรือผูที่ไดรับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................………… ลงชื่อ...................................................... (นายปถม แกวสิน) ผูอำนวยการโรงเรียนวัดทุงสาน ............../................/.............. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………...........……………………………………………………………….…………………………….. ปญหา/อุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ............................................ผูสอน (นางสาวเกวลิน ชูชำนาญ) ครูโรงเรียนวัดทุงสาน ............../................/..............


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 108 แผนการจัดการเรียนรูที่ 20 รายวิชา สังคมศึกษา รหัสวิชา ส16101 ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 กลุมสาระการเรียนรู สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2567 หนวยการเรียนรูที่ 10 ชื่อหนวย การเมืองการปกครองของไทย เวลาเรียน 7 ชั่วโมง เรื่อง การสงเสริมประชาธิปไตยในทองถิ่นและประเทศ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ส 2.2 เขาใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษาไว ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ตัวชี้วัด เปรียบเทียบบทบาท หนาที่ขององคกรปกครองสวนทองถิ่นและรัฐบาล (ส 2.2 ป. 6/1) สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด กิจกรรมประชาธิปไตยเปนกิจกรรมที่ประชาชนสามารถเขาไปมีสวนรวมไดอยางเทาเทียมกัน เชน การ ใชสิทธิและเสรีภาพ การปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ การตรวจสอบการใชอำนาจรัฐ การรวมเสนอกฎหมาย การใช สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง จุดประสงคการเรียนรู 1. บอกวิธีการมีสวนรวมในกิจกรรมประชาธิปไตยได (K) 2. เห็นความสำคัญของการมีสวนรวมในกิจกรรมประชาธิปไตย (A) 3. เขาไปมีสวนรวมในกิจกรรมประชาธิปไตยไดอยางเหมาะสม (P) สมรรถนะสำคัญของผูเรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใชทักษะชีวิต ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใชเทคโนโลยี ความสามารถในการแกปญหา คุณลักษณะอันพึงประสงค รักชาติ ศาสน กษัตริย อยูอยางพอเพียง ซื่อสัตยสุจริต มุงมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเปนไทย ใฝเรียนรู มีจิตสาธารณะ


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 109 ภาระงาน/ชิ้นงาน 1. สรุปความรูเรื่อง การมีสวนรวมในกิจกรรมประชาธิปไตย สาระการเรียนรู การมีสวนรวมในกิจกรรมประชาธิปไตย กิจกรรมการเรียนรู ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 นำเขาสูบทเรียน 1. ครูแจงตัวชี้วัดชั้นปและจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบ 2. ครูใหนักเรียนดูภาพประชาชนไปเสียภาษีอากร แลวซักถามนักเรียนวา กิจกรรมในภาพนี้นักเรียน เคยเห็นหรือไม ทำกันอยางไร ใหนักเรียนชวยกันตอบ จากนั้นครูอธิบายแลวเชื่อมโยงไปสูเนื้อหาที่จะเรียน ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู 3. ครูขออาสาสมัครนักเรียน 3 คน ใหออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีสวนรวมในกิจกรรม ประชาธิปไตยที่ไดรับมอบหมายใหไปศึกษาคนความาใหเพื่อน ๆ ฟง โดยครูสรุปความคิดเห็นของนักเรียนและ ใหคำแนะนำหรือความรูเพิ่มเติม 4. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่อง การมีสวนรวมในกิจกรรมประชาธิปไตย 5. ครูใหนักเรียนรวมกันอภิปรายเรื่อง ในฐานะที่นักเรียนเปนสมาชิกคนหนึ่งของสังคมจะเขามามีสวน รวมในกิจกรรมประชาธิปไตยอยางไร โดยครูตั้งคำถามกระตุนความคิดเพื่อใหนักเรียนแสดงความคิดเห็น จากนั้นครูและนักเรียนรวมกันสรุปผลการอภิปราย แลวบันทึกขอมูลลงในแบบบันทึกผลการอภิปราย 6. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 5–7 คน แลวใหแตละกลุมรวมกันอภิปรายวา เราจะนำหลักการ ของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใชในการมีสวนรวมในกิจกรรมประชาธิปไตยไดอยางไร พรอมทั้ง สรุปผลลงในสมุด 7. หลังจากที่นักเรียนอภิปรายจบแลว ครูใหแตละกลุมสงตัวแทนนำเสนอผลงานหนาชั้นเรียน โดย เมื่อนำเสนอครบทุกกลุมแลว ครูสรุป พรอมทั้งกลาวชมเชยนักเรียน 8. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ใหครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเปนรายบุคคลหรือเปนกลุม ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 3 ฝกฝนผูเรียน 9. ครูใหนักเรียนแสดงความคิดเห็นในประเด็นวา ในฐานะคนไทย เรามีสิทธิและเสรีภาพอะไรบาง 10. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการมีสวนรวมในกิจกรรมประชาธิปไตย แลวชวยกันเฉลย คำตอบที่ถูกตอง ขั้นที่ 4 นำไปใช 11. ครูแนะนำใหนักเรียนนำความรูเกี่ยวกับการมีสวนรวมในกิจกรรมประชาธิปไตยไปประยุกตใชใน การดำเนินชีวิตประจำวัน


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 110 ขั้นที่ 5 สรุป 12. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเรื่อง การมีสวนรวมในกิจกรรมประชาธิปไตย โดยใหนักเรียน สรุปเปนแผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศนลงในสมุด พรอมตกแตงใหสวยงาม 13. ครูมอบหมายใหนักเรียนอานเนื้อหาในหนวยการเรียนรูที่ 10 เรื่อง การเมืองการปกครองของ ไทย เรื่อง บทบาท ความสำคัญในการใชสิทธิออกเสียงเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เปนการบานเพื่อ เตรียมจัดการเรียนรูในครั้งตอไป สื่อและแหลงการเรียนรู 1. ภาพประชาชนไปเสียภาษีอากร 2. แบบบันทึกความรูสังคมศึกษา 3. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 4. คูมือการสอน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 5. สื่อการเรียนรู PowerPoint รายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 การวัดและประเมินผล รายการวัดและประเมินผล วิธีการประเมิน เครื่องมือประเมิน เกณฑการประเมิน ประเมินตามจุดประสงค KPA - ตรวจผลงาน / กิจกรรมเปน รายบุคคลหรือเปนกลุม - แบบประเมินผลงาน - แบบประเมินการ ทำงานกลุม - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมินสมรรถนะสำคัญ - การสังเกตการรวมกิจกรรมใน ชั้นเรียน - แบบประเมิน สมรรถนะสำคัญ - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค - การสังเกตการรวมกิจกรรมใน ชั้นเรียน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ความคิดเห็นของผูบริหารหรือผูที่ไดรับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................………… ลงชื่อ...................................................... (นายปถม แกวสิน) ผูอำนวยการโรงเรียนวัดทุงสาน ............../................/.............. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………...........……………………………………………………………….……………………………..


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 111 ปญหา/อุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ............................................ผูสอน (นางสาวเกวลิน ชูชำนาญ) ครูโรงเรียนวัดทุงสาน ............../................/..............


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 112 แผนการจัดการเรียนรูที่ 21 รายวิชา สังคมศึกษา รหัสวิชา ส16101 ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 กลุมสาระการเรียนรู สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2567 หนวยการเรียนรูที่ 10 ชื่อหนวย การเมืองการปกครองของไทย เวลาเรียน 7 ชั่วโมง เรื่อง บทบาท ความสำคัญในการใชสิทธิออกเสียงเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เวลาเรียน 2 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ส 2.2 เขาใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษาไว ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ตัวชี้วัด อภิปรายบทบาท ความสำคัญในการใชสิทธิออกเสียงเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย (ส 2.2 ป. 6/3) สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเลือกตั้งมีความสำคัญอยางยิ่ง เพราะเปนวิธีการหนึ่งที่แสดงถึงการใชอำนาจอธิปไตยของประชาชน โดยมีหลักการที่สำคัญ คือ การมีอิสระในการเลือกตั้ง การเลือกตั้งตามกำหนดเวลา การเลือกตั้งโดยบริสุทธิ์ ยุติธรรม เสมอภาคเทาเทียมกัน และลงคะแนนไดโดยสะดวก ประชาชนสามารถเขาไปมีสวนรวมในการเลือกตั้งไดทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแตการเสนอกฎหมายเลือกตั้ง สอดสองดูแลการเลือกตั้ง ตรวจสอบคุณสมบัติของผูสมัครรับเลือกตั้ง ติดตามความเคลื่อนไหวของนักการเมือง และพรรคการเมือง และใชสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายหลักการของการเลือกตั้งและบทบาทของประชาชนในการมีสวนรวมในการใชสิทธิออก เสียงเลือกตั้งได (K) 2. เห็นความสำคัญของการใชสิทธิออกเสียงเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย (A) 3. เขาไปมีสวนรวมในการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยไดอยางถูกตองเหมาะสม (P) สมรรถนะสำคัญของผูเรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใชทักษะชีวิต ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใชเทคโนโลยี ความสามารถในการแกปญหา คุณลักษณะอันพึงประสงค รักชาติ ศาสน กษัตริย อยูอยางพอเพียง ซื่อสัตยสุจริต มุงมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเปนไทย ใฝเรียนรู มีจิตสาธารณะ


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 113 ภาระงาน/ชิ้นงาน 1. สรุปความรูเรื่อง การเลือกตั้ง 2. ขวัญเชิญชวนใหคนไปใชสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง สาระการเรียนรู การเลือกตั้ง 1. หลักการของการเลือกตั้ง 2. การมีสวนรวมในการเลือกตั้งของประชาชน กิจกรรมการเรียนรู ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 นำเขาสูบทเรียน 1. ครูแจงตัวชี้วัดชั้นปและจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบ 2. ครูใหนักเรียนดูภาพการเลือกตั้ง แลวซักถามนักเรียนวาเปนภาพเกี่ยวกับอะไร ใหนักเรียนชวยกัน ตอบ จากนั้นครูอธิบายแลวเชื่อมโยงไปสูเนื้อหาที่จะเรียน ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู 3. ครูสุมเลือกนักเรียน 3 คน ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ไดรับมอบหมายใหไป สืบคนขอมูลมาใหเพื่อน ๆ ฟง โดยครูสรุปความคิดเห็นของนักเรียนและใหคำแนะนำหรือความรูเพิ่มเติม 4. ครูสนทนาซักถามนักเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 5. ครูใหนักเรียนแสดงบทบาทสมมุติเกี่ยวกับการไปใชสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง หลังจากที่แสดงบทบาท สมมุติแลว ครูสรุปความรูใหนักเรียนฟง 6. ครูใหนักเรียนออกมาเลาประสบการณในการไปใชสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง แลวใหเพื่อน ๆ แสดง ความคิดเห็น 7. ครูสรุปความรูใหนักเรียนฟง โดยใหนักเรียนบันทึกลงในสมุด 8. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 5–7 คน แลวใหแตละกลุมสืบคนขอมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งของ ประเทศสมาชิกอาเซียน สรุปผล แลวสงตัวแทนนำเสนอผลงานหนาชั้นเรียน 9. หลังจากที่นำเสนอผลงานครบทุกกลุมแลว ครูและนักเรียนรวมกันสรุปผล โดยใหนักเรียนบันทึกผล ลงในสมุด 10. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ใหครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเปนรายบุคคลหรือเปนกลุม ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 3 ฝกฝนผูเรียน 11. ครูใหนักเรียนแสดงความคิดเห็นในประเด็นวา หากเราทำเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งผิด จะ สามารถฉีกบัตรเลือกตั้งนั้นทิ้งไดหรือไม เพราะอะไร 12. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง แลวชวยกันเฉลยคำตอบที่ถูกตอง ขั้นที่ 4 นำไปใช 13. ครูใหนักเรียนเขียนคำขวัญเชิญชวนใหคนไปใชสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง แลวนำไปเผยแพรในชุมชน


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 114 ขั้นที่ 5 สรุป 14. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเรื่อง การเลือกตั้ง โดยใหนักเรียนสรุปเปนแผนที่ความคิดหรือ ผัง-มโนทัศนลงในสมุด พรอมตกแตงใหสวยงาม 15. ครูมอบหมายใหนักเรียนอานเนื้อหาในหนวยการเรียนรูที่ 11 วัฒนธรรมและมารยาทไทย เรื่อง วัฒนธรรมไทย เปนการบานเพื่อเตรียมจัดการเรียนรูในครั้งตอไป สื่อและแหลงการเรียนรู 1. ภาพการเลือกตั้ง 2. แบบบันทึกความรูสังคมศึกษา 3. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 4. คูมือการสอน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 5. สื่อการเรียนรู PowerPoint รายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 การวัดและประเมินผล รายการวัดและประเมินผล วิธีการประเมิน เครื่องมือประเมิน เกณฑการประเมิน ประเมินตามจุดประสงค KPA - ตรวจผลงาน / กิจกรรมเปน รายบุคคลหรือเปนกลุม - แบบประเมินผลงาน - แบบประเมินการ ทำงานกลุม - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมินสมรรถนะสำคัญ - การสังเกตการรวมกิจกรรมใน ชั้นเรียน - แบบประเมิน สมรรถนะสำคัญ - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค - การสังเกตการรวมกิจกรรมใน ชั้นเรียน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ความคิดเห็นของผูบริหารหรือผูที่ไดรับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................………… ลงชื่อ...................................................... (นายปถม แกวสิน) ผูอำนวยการโรงเรียนวัดทุงสาน ............../................/..............


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 115 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………...........……………………………………………………………….…………………………….. ปญหา/อุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ............................................ผูสอน (นางสาวเกวลิน ชูชำนาญ) ครูโรงเรียนวัดทุงสาน ............../................/..............


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 116 แผนการจัดการเรียนรูที่ 22 รายวิชา สังคมศึกษา รหัสวิชา ส16101 ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 กลุมสาระการเรียนรู สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2567 หนวยการเรียนรูที่ 11 ชื่อหนวย วัฒนธรรมและมารยาทไทย เวลาเรียน 7 ชั่วโมง เรื่อง วัฒนธรรมไทย เวลาเรียน 3 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาที่ของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมที่ดีงาม และธำรง รักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยูรวมกันในสังคมไทย และสังคมโลกอยางสันติสุข ตัวชี้วัด . วิเคราะหการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมตามกาลเวลาและธำรงรักษาวัฒนธรรมอันดีงาม (ส 2.1 ป. 6/2) สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด วัฒนธรรม คือ ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงามของมนุษย มี 2 ประเภท คือ วัฒนธรรมทางวัตถุ และวัฒนธรรมที่ไมใชวัตถุ ปจจุบันประเทศไทยมีการพัฒนาในดานตาง ๆ สงผลใหวัฒนธรรมไทยเกิดการ เปลี่ยนแปลง เราจะตองชวยกันธำรงรักษาวัฒนธรรมไทยใหคงอยูตอไป จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายความหมาย ความสำคัญ และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมไทยได (K) 2. รูคุณคาของวัฒนธรรมไทยและชวยกันธำรงรักษาวัฒนธรรมไทยใหคงอยูตอไป (A) 3. สื่อสารและบอกเลาถึงแนวทางในการธำรงรักษาวัฒนธรรมไทยไดอยางถูกตอง (P) สมรรถนะสำคัญของผูเรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใชทักษะชีวิต ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใชเทคโนโลยี ความสามารถในการแกปญหา คุณลักษณะอันพึงประสงค รักชาติ ศาสน กษัตริย อยูอยางพอเพียง ซื่อสัตยสุจริต มุงมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเปนไทย ใฝเรียนรู มีจิตสาธารณะ


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 117 ภาระงาน/ชิ้นงาน 1. สรุปความรูเรื่อง วัฒนธรรม 2. วาดภาพระบายสีเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย 1 ภาพ พรอมเขียนคำบรรยายใตภาพ สาระการเรียนรู วัฒนธรรม 1. ความหมายและความสำคัญของวัฒนธรรม 2. ประเภทของวัฒนธรรม 3. การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมไทย 4. การธำรงรักษาวัฒนธรรมไทย กิจกรรมการเรียนรู ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 นำเขาสูบทเรียน 1. ครูแจงตัวชี้วัดชั้นปและจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบ 2. ครูใหนักเรียนทำแบบทดสอบกอนเรียน 3. ครูใหนักเรียนดูวีดิทัศนหรือภาพที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม จากนั้นสนทนาซักถามนักเรียนในประเด็น ตาง ๆ เชน 1) วีดิทัศนหรือภาพเปนเรื่องเกี่ยวกับอะไร 2) วีดิทัศนหรือภาพดังกลาวใหความรูอะไรแกเราบาง 3) วัฒนธรรมจากวีดิทัศนหรือภาพไดแกอะไรบาง 4. ครูใหนักเรียนยกตัวอยางวัฒนธรรมทางวัตถุและวัฒนธรรมที่ไมใชวัตถุเพิ่มเติมจากวีดิทัศน หรือ ภาพ จากนั้นครูสรุปความรูเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย แลวเชื่อมโยงไปสูเนื้อหาที่จะเรียน ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู 5. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนซักถามขอสงสัยตาง ๆ จากเรื่อง วัฒนธรรม ที่ไดรับมอบหมายใหไปอาน มา โดยครูตอบขอสงสัยและอธิบายเพิ่มเติม 6. ครูอธิบายความหมาย ความสำคัญ และประเภทของวัฒนธรรม พรอมทั้งบอกคำศัพท ภาษาอังกฤษที่แปลวา วัฒนธรรมและวัฒนธรรมไทย ใหนักเรียนทราบ พรอมทั้งซักถามนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่ อธิบาย 7. ครูใหนักเรียนชวยกันวิเคราะหวาในทองถิ่นของเรามีอะไรบางที่เปนวัฒนธรรมทางวัตถุ และมี อะไรบางที่เปนวัฒนธรรมที่ไมใชวัตถุหรือวัฒนธรรมทางจิตใจ 8. หลังจากที่นักเรียนชวยกันวิเคราะหจบแลว ครูสรุปและอธิบายเพิ่มเติม โดยใหนักเรียนบันทึกลงใน แบบบันทึกความรู ชั่วโมงที่ 2 9. ครูทบทวนความรูเดิมของนักเรียนที่ไดเรียนไปในครั้งที่แลว 10. ครูอธิบายเกี่ยวกับเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมไทย แลวซักถามนักเรียนเกี่ยวกับเรื่อง ที่อธิบาย 11. ครูใหนักเรียนวิเคราะหวา ปจจุบันวัฒนธรรมไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยางไรบาง เพราะอะไรจึง เปลี่ยนแปลงไป โดยใหนักเรียนบันทึกผลลงในกระดาษ


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 118 12. ครูสุมเลือกนักเรียน 3–5 คน ออกมานำเสนอผลงานหนาชั้นเรียน 13. หลังจากที่นักเรียนนำเสนอผลงานครบทุกคนแลว ครูเฉลยคำตอบ และอธิบายเพิ่มเติม แลวให นักเรียนบันทึกสรุปลงในสมุด 14. ครูใหนักเรียนรวมกันอภิปรายวา เราจะนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใชใน การเตรียมความพรอมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมไดอยางไร 15. หลังจากที่นักเรียนอภิปรายจบแลว ครูและนักเรียนรวมกันสรุปผลการอภิปราย โดยใหนักเรียน บันทึกขอสรุปลงในแบบบันทึกผลการอภิปราย 16. ครูใหนักเรียนแบงกลุมออกเปน 10 กลุม แลวใหแตละกลุมสืบคนขอมูลเกี่ยวกับการแตงกายใน อดีตและปจจุบันของประเทศสมาชิกอาเซียนกลุมละ 1 ประเทศ สรุป แลวสงตัวแทนนำเสนอหนาชั้นเรียน ชั่วโมงที่ 3 17. หลังจากที่นำเสนอครบทุกกลุมแลว ครูอธิบายสรุปใหนักเรียนฟง 18. ครูอธิบายเกี่ยวกับการธำงรักษาวัฒนธรรมไทย แลวซักถามนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่อธิบาย 19. ครูใหนักเรียนบอกวิธีการธำรงรักษาวัฒนธรรมไทยที่ตนเองทำได จากนั้นสุมนักเรียนใหออกมา อธิบายใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน 20. เมื่อนักเรียนบอกแนวทางการธำรงรักษาวัฒนธรรมไทยที่ตนเองทำไดเสร็จแลว ครูกลาวชมเชย และใหกำลังใจนักเรียน 21. ครูใหนักเรียนเขียนเรียงความ 1 เรื่องที่เกี่ยวกับการธำรงรักษาวัฒนธรรมไทย ความยาวของ เรียงความประมาณ 1 หนากระดาษ 22. ครูคัดเลือกเรียงความ 2–3 ฉบับนำมาประกอบการสรุปเรื่อง การธำรงรักษาวัฒนธรรมไทย และ กลาวชมเชยนักเรียน 23. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ใหครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเปนรายบุคคลหรือเปนกลุม ขั้นที่ 3 ฝกฝนผูเรียน 24. ครูใหนักเรียนแสดงความคิดเห็นในประเด็นวา ระหวางการสรางบานดวยไมแบบไทยกับการสราง บานโดยการกออิฐถือปูนแบบตะวันตก แบบใดเหมาะสมกับสังคมไทยมากที่สุด เพราะอะไร 25. ครูใหนักเรียนวาดภาพระบายสีเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย 1 ภาพ พรอมเขียนคำบรรยายใตภาพ 26. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม แลวชวยกันเฉลยคำตอบที่ถูกตอง ขั้นที่ 4 นำไปใช 27. ครูแนะนำใหนักเรียนนำความรูเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยไปประยุกตใชในการดำเนินชีวิตประจำวัน 28. ครูสุมเลือกนักเรียนออกมายกตัวอยางการนำความรูไปประยุกตใชในการดำเนินชีวิตประจำวัน แลวกลาวชมเชยนักเรียน ขั้นที่ 5 สรุป 29. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเรื่อง วัฒนธรรมไทย โดยใหนักเรียนบันทึกขอสรุปลงในแบบ บันทึกความรู หรือสรุปเปนแผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศนลงในสมุด พรอมตกแตงใหสวยงาม 30. ครูมอบหมายใหนักเรียนอานเนื้อหาในหนวยการเรียนรูที่ 11 วัฒนธรรมและมารยาทไทย เรื่อง มารยาทไทย เปนการบานเพื่อเตรียมจัดการเรียนรูในครั้งตอไป


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 119 สื่อและแหลงการเรียนรู 1. วีดิทัศนหรือภาพที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม 2. แบบบันทึกความรูสังคมศึกษา 3. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 4. คูมือการสอน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 5. สื่อการเรียนรู PowerPoint รายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 การวัดและประเมินผล รายการวัดและประเมินผล วิธีการประเมิน เครื่องมือประเมิน เกณฑการประเมิน ประเมินตามจุดประสงค KPA - ตรวจผลงาน / กิจกรรมเปน รายบุคคลหรือเปนกลุม - แบบประเมินผลงาน - แบบประเมินการ ทำงานกลุม - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมินสมรรถนะสำคัญ - การสังเกตการรวมกิจกรรมใน ชั้นเรียน - แบบประเมิน สมรรถนะสำคัญ - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค - การสังเกตการรวมกิจกรรมใน ชั้นเรียน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 120 ความคิดเห็นของผูบริหารหรือผูที่ไดรับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................………… ลงชื่อ...................................................... (นายปถม แกวสิน) ผูอำนวยการโรงเรียนวัดทุงสาน ............../................/.............. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………...........……………………………………………………………….…………………………….. ปญหา/อุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ............................................ผูสอน (นางสาวเกวลิน ชูชำนาญ) ครูโรงเรียนวัดทุงสาน ............../................/..............


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 121 แผนการจัดการเรียนรูที่ 23 รายวิชา สังคมศึกษา รหัสวิชา ส16101 ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 กลุมสาระการเรียนรู สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2567 หนวยการเรียนรูที่ 11 ชื่อหนวย วัฒนธรรมและมารยาทไทย เวลาเรียน 7 ชั่วโมง เรื่อง มารยาทไทย เวลาเรียน 2 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาที่ของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมที่ดีงาม และธำรง รักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยูรวมกันในสังคมไทย และสังคมโลกอยางสันติสุข ตัวชี้วัด แสดงออกถึงมารยาทไทยไดเหมาะสมถูกกาลเทศะ (ส 2.1 ป. 6/3) สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด มารยาทไทย คือ กิริยาวาจาที่สุภาพเรียบรอยและถูกกาลเทศะของคนในสังคมไทย มารยาทไทยเปน มารยาททางสังคมที่สำคัญ ไดแก การแสดงความเคารพ การยืน การเดิน การนั่ง การนอน การรับของและสง ของ การรับประทานอาหาร การทักทาย การสนทนา และการใชคำพูด จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายมารยาทไทยในเรื่องตาง ๆ ไดถูกตอง (K) 2. เห็นความสำคัญของการปฏิบัติตามมารยาทไทย (A) 3. แสดงออกถึงมารยาทไทยไดอยางถูกตองเหมาะสมกับกาลเทศะ (P) สมรรถนะสำคัญของผูเรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใชทักษะชีวิต ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใชเทคโนโลยี ความสามารถในการแกปญหา คุณลักษณะอันพึงประสงค รักชาติ ศาสน กษัตริย อยูอยางพอเพียง ซื่อสัตยสุจริต มุงมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเปนไทย ใฝเรียนรู มีจิตสาธารณะ


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 122 ภาระงาน/ชิ้นงาน 1. สรุปความรูเรื่อง มารยาทไทย 2. วาดภาพระบายสีเกี่ยวกับมารยาทไทย 1 ภาพ พรอมเขียนคำบรรยายใตภาพ 3. สอบปฏิบัติมารยาทไทย สาระการเรียนรู มารยาทไทย 1. ความหมายและความสำคัญของมารยาทไทย 2. มารยาทไทยและมารยาทสังคม กิจกรรมการเรียนรู ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 นำเขาสูบทเรียน 1. ครูแจงตัวชี้วัดชั้นปและจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบ 2. ครูใหนักเรียนดูวีดิทัศนหรือภาพที่เกี่ยวกับมารยาทไทย จากนั้นสนทนาซักถามนักเรียนในประเด็น ตาง ๆ เชน 1) วีดิทัศนหรือภาพเปนเรื่องเกี่ยวกับอะไร 2) วีดิทัศนหรือภาพดังกลาวใหความรูอะไรแกเราบาง 3) การปฏิบัติตามมารยาทไทยจากวีดิทัศนหรือภาพไดแกอะไรบาง 3. ครูใหนักเรียนยกตัวอยางมารยาทไทยเพิ่มเติมจากวีดิทัศนหรือภาพ จากนั้นครูสรุปความรูเกี่ยวกับ มารยาทไทยแลวเชื่อมโยงไปสูเนื้อหาที่จะเรียน ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู 4. ครูสุมเลือกนักเรียน 2–3 คน ใหออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมารยาทไทยที่ไดรับมอบหมาย ใหไปสืบคนขอมูลมาใหเพื่อน ๆ ฟง โดยครูสรุปความคิดเห็นของนักเรียนและใหคำแนะนำหรือความรูเพิ่มเติม 5. ครูอธิบายความหมายและความสำคัญของมารยาทไทย พรอมทั้งบอกคำศัพทภาษาอังกฤษที่ แปลวามารยาทไทยใหนักเรียนทราบ 6. ครูใหนักเรียนชวยกันเสนอความหมายของมารยาทไทยตามความเขาใจของตนเอง แลวรวมกันสรุป เปนความหมายของมารยาทไทยที่ทุกคนเห็นดวยมากที่สุด 7. ครูสรุป แลวใหนักเรียนเขียนเรียงความสั้น ๆ เรื่อง ความสำคัญของมารยาทไทย 8. หลังจากที่นักเรียนเขียนเรียงความเสร็จแลว ครูสุมเลือกนักเรียน 3–5 คน ออกมานำเสนอผลงานหนาชั้น เรียน 9. หลังจากที่นักเรียนนำเสนอผลงานครบทุกคนแลว ครูอธิบายเพิ่มเติมและสรุปความรู 10. ครูมอบหมายใหนักเรียนศึกษาคนควาเกี่ยวกับมารยาทไทยและมารยาทสังคม พรอมทั้งแสดง ความคิดเห็นวา มารยาทไทยและมารยาทสังคมที่สำคัญมีอะไรบาง เปนการบานเพื่อเตรียมจัดการเรียนรูในครั้ง ตอไป


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 123 ชั่วโมงที่ 2 11. ครูขออาสาสมัครนักเรียน 2–3 คน ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมารยาทไทยและมารยาท สังคมที่ไดรับมอบหมายใหไปศึกษาคนความาใหเพื่อน ๆ ฟง โดยครูสรุปความคิดเห็นของนักเรียนและให คำแนะนำหรือความรูเพิ่มเติม 12. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 4–6 คน แตละกลุม มาปฏิบัติในหัวขอตอไปนี้ ตอไปนี้ 1) การไหวพอแมและครูอาจารยควรปฏิบัติอยางไร 2) การยืนตอหนาผูใหญควรยืนอยางไร 3) เมื่อเดินกับผูใหญควรเดินอยางไร 4) มารยาทในการรับประทานอาหารมีอะไรบาง 5) การนั่งและนอนรวมกับผูอื่นควรแสดงมารยาทอยางไรบาง 6) การพูดกับพระสงฆและผูใหญใชคำพูดตางกันอยางไร 13. ครูใหนักเรียนสืบคนขอมูลการทักทายของประชาชนในประเทศสมาชิกอาเซียน จากนั้นนำมาฝก ใชทักทายกันในชั้นเรียน 14. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ใหครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเปนรายบุคคลหรือเปนกลุม ขั้นที่ 3 ฝกฝนผูเรียน 15. ครูใหนักเรียนแสดงความคิดเห็นในประเด็นวา การปฏิบัติตนถูกตองเหมาะสมตามมารยาทไทย และมารยาทสังคมกอใหเกิดประโยชนตอตนเองอยางไรบาง 16. ครูใหนักเรียนวาดภาพระบายสีเกี่ยวกับมารยาทไทย 1 ภาพ พรอมเขียนคำบรรยายใตภาพ 17. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับมารยาทไทย แลวชวยกันเฉลยคำตอบที่ถูกตอง ขั้นที่ 4 นำไปใช 18. ครูแนะนำใหนักเรียนนำความรูเกี่ยวกับ มารยาทไทยไปประยุกตใชในการดำเนินชีวิตประจำวัน 19. ครูสุมเลือกนักเรียนออกมายกตัวอยางการนำความรูไปประยุกตใชในการดำเนินชีวิตประจำวัน แลวกลาวชมเชยนักเรียน ขั้นที่ 5 สรุป 20. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเรื่อง มารยาทไทย โดยใหนักเรียนบันทึกขอสรุปลงในแบบ บันทึกความรู 21. ครูมอบหมายใหนักเรียนอานเนื้อหาในหนวยการเรียนรูที่ 11 วัฒนธรรมและมารยาทไทย เรื่อง วัฒนธรรมที่แตกตางกันระหวางกลุมคนในสังคมไทย เปนการบานเพื่อเตรียมจัดการเรียนรูในครั้งตอไป สื่อและแหลงการเรียนรู 1. วีดิทัศนหรือภาพที่เกี่ยวกับมารยาทไทย 2. แบบบันทึกความรูสังคมศึกษา 3. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 4. คูมือการสอน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 5. สื่อการเรียนรู PowerPoint รายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 124 การวัดและประเมินผล รายการวัดและประเมินผล วิธีการประเมิน เครื่องมือประเมิน เกณฑการประเมิน ประเมินตามจุดประสงค KPA - ประเมินการปฏิบัติ - ตรวจผลงาน / กิจกรรมเปน รายบุคคลหรือเปนกลุม - แบบประเมินการ ปฏิบัติ - แบบประเมินผลงาน - แบบประเมินการ ทำงานกลุม - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมินสมรรถนะสำคัญ - การสังเกตการรวมกิจกรรมใน ชั้นเรียน - แบบประเมิน สมรรถนะสำคัญ - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค - การสังเกตการรวมกิจกรรมใน ชั้นเรียน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ความคิดเห็นของผูบริหารหรือผูที่ไดรับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................………… ลงชื่อ...................................................... (นายปถม แกวสิน) ผูอำนวยการโรงเรียนวัดทุงสาน ............../................/.............. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………...........……………………………………………………………….…………………………….. ปญหา/อุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ............................................ผูสอน (นางสาวเกวลิน ชูชำนาญ) ครูโรงเรียนวัดทุงสาน ............../................/..............


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 125 แผนการจัดการเรียนรูที่ 23 รายวิชา สังคมศึกษา รหัสวิชา ส16101 ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 กลุมสาระการเรียนรู สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2567 หนวยการเรียนรูที่ 11 ชื่อหนวย วัฒนธรรมและมารยาทไทย เวลาเรียน 7 ชั่วโมง เรื่อง วัฒนธรรมที่แตกตางกันระหวางกลุมคนในสังคมไทย เวลาเรียน 2 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาที่ของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมที่ดีงาม และธำรง รักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยูรวมกันในสังคมไทย และสังคมโลกอยางสันติสุข ตัวชี้วัด อธิบายคุณคาทางวัฒนธรรมที่แตกตางกันระหวางกลุมคนในสังคมไทย (ส 2.1 ป. 6/4) สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด สังคมไทยนอกจากจะมีคนไทยแลวยังมีคนเชื้อชาติอื่น ๆ อีก ทำใหสังคมไทยมีวัฒนธรรมที่หลากหลาย กอใหเกิดคุณคาตอการดำเนินชีวิตของคนในสังคมไทย หลายประการ เชน ทำใหเกิดความเปนอันหนึ่งอัน เดียวกัน ทำใหคนปรับตัวเขากับสิ่งแวดลอมที่แตกตางกันได ชวยแกปญหาในการดำรงชีวิต เปนเอกลักษณและ สรางความภาคภูมิใจแกคนในสังคมไทย จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายประโยชนและคุณคาของวัฒนธรรมไทยได (K) 2. เห็นคุณคาในความแตกตางทางวัฒนธรรมระหวางกลุมคนในสังคมไทย (A) 3. สื่อสารและบอกเลาถึงวัฒนธรรมที่แตกตางกันระหวางกลุมคนในสังคมไทยไดอยางถูกตอง (P) สมรรถนะสำคัญของผูเรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใชทักษะชีวิต ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใชเทคโนโลยี ความสามารถในการแกปญหา คุณลักษณะอันพึงประสงค รักชาติ ศาสน กษัตริย อยูอยางพอเพียง ซื่อสัตยสุจริต มุงมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเปนไทย ใฝเรียนรู มีจิตสาธารณะ


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 126 ภาระงาน/ชิ้นงาน 1. สรุปความรูเรื่อง คุณคาทางวัฒนธรรมที่แตกตางกันระหวางกลุมคนในสังคมไทย 2. ปายนิเทศเกี่ยวกับการรักษาวัฒนธรรมของกลุมคนในสังคมไทย 3. แบบทดสอบหลังเรียน สาระการเรียนรู คุณคาทางวัฒนธรรมที่แตกตางกันระหวางกลุมคนในสังคมไทย 1. คุณคาของวัฒนธรรมที่แตกตางกัน 2. ความแตกตางทางวัฒนธรรมระหวางกลุมคนภาคตาง ๆ ในสังคมไทย 3. การรักษาวัฒนธรรมของกลุมคนในสังคมไทย กิจกรรมการเรียนรู ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 นำเขาสูบทเรียน 1. ครูแจงตัวชี้วัดชั้นปและจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบ 2. ครูใหนักเรียนดูวีดิทัศนหรือภาพที่เกี่ยวกับความแตกตางทางวัฒนธรรมระหวางกลุมคนภาคตาง ๆ ในสังคมไทย จากนั้นสนทนาซักถามนักเรียนในประเด็นตาง ๆ เชน 1) วีดิทัศนหรือภาพเปนเรื่องเกี่ยวกับอะไร 2) วีดิทัศนหรือภาพดังกลาวใหความรูอะไรแกเราบาง 3) วัฒนธรรมที่แตกตางระหวางกลุมคนภาคตาง ๆ ในสังคมไทยจากวีดิทัศนหรือภาพไดแก อะไรบาง 3. ครูใหนักเรียนยกตัวอยางคนไทยเชื้อสายตาง ๆ เพิ่มเติมจากวีดิทัศนหรือภาพ จากนั้นครูสรุป ความรูเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยแลวเชื่อมโยงไปสูเนื้อหาที่จะเรียน ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู 4. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนซักถามขอสงสัยตาง ๆ จากเรื่อง คุณคาของวัฒนธรรมที่แตกตางกันและ ความแตกตางทางวัฒนธรรมระหวางกลุมคนภาคตาง ๆ ในสังคมไทย ที่ไดรับมอบหมายใหไปศึกษาคนควาและ สรุปขอมูลมา โดยครูตอบขอสงสัยและอธิบายเพิ่มเติม 5. ครูอธิบายเกี่ยวกับคุณคาทางวัฒนธรรมที่แตกตางกันระหวางกลุมคนในสังคมไทยและบอกคำศัพท ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวของกับเรื่องดังกลาวใหนักเรียนทราบ 6. ครูใหนักเรียนแบงออกเปน 5 กลุม แตละกลุมรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับความแตกตางทาง วัฒนธรรมระหวางกลุมคนภาคตาง ๆ ในสังคมไทย ดังนี้ กลุมที่ 1 คนไทยเชื้อสายลาว กลุมที่ 2 คนไทยเชื้อสายจีน กลุมที่ 3 คนไทยเชื้อสายมอญ กลุมที่ 4 คนไทยของเชื้อสายมลายู กลุมที่ 5 ชาวไทยภูเขา โดยบันทึกผลการอภิปรายลงในแบบบันทึกผลการอภิปราย แลวสงตัวแทนนำเสนอผลงานหนาชั้น เรียน


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 127 7. เมื่อนำเสนอผลการอภิปรายครบทุกกลุมแลว ครูกลาวชมเชยนักเรียน และสรุปความรู 8. ครูซักถามนักเรียนวา วัฒนธรรมของกลุมคนในทองถิ่นของเราที่ควรรักษาไวมีอะไรบาง 9. ครูใหนักเรียนชวยกันตอบ แลวครูอธิบายสรุป 10. ครูใหนักเรียนแบงกลุมเปน 3 กลุม แตละกลุมชวยกันทำปายนิเทศเกี่ยวกับการรักษาวัฒนธรรม ของกลุมคนในสังคมไทย แลวสงตัวแทนนำเสนอผลงานหนาชั้นเรียน 11. หลังจากที่นักเรียนนำเสนอผลงานครบทุกกลุมแลว ครูอธิบายเพิ่มเติมและสรุปความรู 12. ครูใหนักเรียนนำปายนิเทศไปเผยแพรในชุมชนของตน 13. ครูอธิบายวา ประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีประชาชนนับถือคริสตศาสนามากที่สุด คือ ฟลิปปนส โดยประชาชนชาวฟลิปปนสรอยละ 83 นับถือคริสตศาสนานิกายโรมันคาทอลิก รองลงมาเปนคริสตศาสนา นิกายโปรเตสแตนต และศาสนาอิสลามตามลำดับ จากนั้นใหนักเรียนศึกษาคนควาขอมูลเกี่ยวกับการนับถือ ศาสนาของประชาชนของประเทศอื่น ๆ ในประชาคมอาเซียน สรุปเปนรายงานสั้น ๆ แลวนำสงครู 14. ครูใหนักเรียนชวยกันสืบคนขอมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมของคนกลุมตาง ๆ ในประชาคมอาเซียน จากนั้นนำขอมูลมารวมกันอภิปรายในหัวขอ ความแตกตางทางวัฒนธรรมระหวางกลุมคนในประชาคมอาเซียน 15. หลังจากที่นักเรียนอภิปรายจบ ครูสรุปผลการอภิปราย แลวใหนักเรียนบันทึกขอสรุปลงในแบบ บันทึกผลการอภิปราย 16. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ใหครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเปนรายบุคคลหรือเปนกลุม ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 3 ฝกฝนผูเรียน 17. ครูใหนักเรียนแสดงความคิดเห็นในประเด็นวา ประเพณีของคนไทยเชื้อสายจีนในทองถิ่นของเรา ที่นักเรียนรูจักมีอะไรบาง 18. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับคุณคาทางวัฒนธรรมที่แตกตางกันระหวางกลุมคนใน สังคมไทย แลวชวยกันเฉลยคำตอบที่ถูกตอง ขั้นที่ 4 นำไปใช 19. ครูแนะนำใหนักเรียนนำความรูเกี่ยวกับคุณคาทางวัฒนธรรมที่แตกตางกันระหวางกลุมคนใน สังคมไทยไปประยุกตใชในการดำเนินชีวิตประจำวัน 20. ครูสุมเลือกนักเรียนออกมายกตัวอยางการนำความรูเกี่ยวกับคุณคาทางวัฒนธรรมที่แตกตางกัน ระหวางกลุมคนในสังคมไทยไปประยุกตใชในการดำเนินชีวิตประจำวัน แลวกลาวชมเชยนักเรียน ขั้นที่ 5 สรุป 21. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเรื่อง คุณคาทางวัฒนธรรมที่แตกตางกันระหวางกลุมคนใน สังคมไทย โดยใหนักเรียนบันทึกขอสรุปลงในสมุด 22. ครูใหนักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนและชวยกันเฉลยคำตอบที่ถูกตอง สื่อและแหลงการเรียนรู 1. วีดิทัศนหรือภาพที่เกี่ยวกับความแตกตางทางวัฒนธรรมระหวางกลุมคนภาคตาง ๆ ในสังคมไทย 2. แบบทดสอบหลังเรียน 2. แบบบันทึกความรูสังคมศึกษา


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 128 3. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 4. คูมือการสอน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 5. สื่อการเรียนรู PowerPoint รายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป. 6 การวัดและประเมินผล รายการวัดและประเมินผล วิธีการประเมิน เครื่องมือประเมิน เกณฑการประเมิน ประเมินตามจุดประสงค KPA - ทดสอบหลังเรียน - ตรวจผลงาน / กิจกรรมเปน รายบุคคลหรือเปนกลุม - แบบทดสอบหลัง เรียน - แบบประเมินผลงาน - แบบประเมินการ ทำงานกลุม - รอยละ 60 ผาน เกณฑ - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมินสมรรถนะสำคัญ - การสังเกตการรวมกิจกรรมใน ชั้นเรียน - แบบประเมิน สมรรถนะสำคัญ - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค - การสังเกตการรวมกิจกรรมใน ชั้นเรียน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค - ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 129 ความคิดเห็นของผูบริหารหรือผูที่ไดรับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................………… ลงชื่อ...................................................... (นายปถม แกวสิน) ผูอำนวยการโรงเรียนวัดทุงสาน ............../................/.............. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………...........……………………………………………………………….…………………………….. ปญหา/อุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ............................................ผูสอน (นางสาวเกวลิน ชูชำนาญ) ครูโรงเรียนวัดทุงสาน ............../................/..............


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 130 ภาคผนวก - แบบประเมิน - แบบทดสอบกอน - หลังเรียน


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 131 แบบประเมิน แบบประเมินกระบวนการกลุม คำชี้แจง : ใหผูสอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวางเรียนและนอกเวลาเรียน แลวขีด ลงในชองที่ ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การรวมกัน วางแผน ทำงาน การทำงาน ตามหนาที่ที่ ไดรับ มอบหมาย การแสดง ความ คิดเห็นอยาง มีเหตุผล การยอมรับ ขอสรุปใน ผลงานของ กลุม ตรงตอเวลา รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑการใหคะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอยางสม่ำเสมอ ให 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบอยครั้ง ให 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให 1 คะแนน ลงชื่อ...................................................ผูประเมิน ............../.................../............... เกณฑการตัดสินคุณภาพ ชวงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช ต่ำกวา 8 ปรับปรุง


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 132 แบบประเมินกระบวนการกลุม เกณฑการใหคะแนน รายการการ ประเมิน คำอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน 3 2 1 การรวมกัน วางแผนทำงาน รวมมือวางแผนทำงาน ทุกขั้นตอนสมาชิกทุกคน มีขอเสนอแนะที่เปน ประโยชนในการทำงาน ไดอยางดี รวมมือวางแผนทำงาน เกือบทุกขั้นตอนสมาชิก ทุกคนมีขอเสนอแนะที่ เปนประโยชนในการ ทำงานไดอยางดี รวมมือวางแผนทำงาน น  อ ย ม า ก ไ ม  ค  อ ย มี ขอเสนอแน ะ ท ี ่ เ ป น ประโยชนในการทำงาน การทำงานตาม หนาที่ที่ไดรับ มอบหมาย ท ำ ง า น ไ ด  ค ร บ เ ต็ ม ความสามารถพยายาม แกไขงานดวยเหตุผล มุงมั่นจนงานสำเร็จ ความพยายามในการ ทำงาน จนสำเร็จแตยัง ไมครบทุกประเด็น ทำงานสำเร็จคอนขางรีบ รอนงานไมครอบครัว คลุมทุกประเด็น การแสดงความ คิดเห็นอยางมี เหตุผล สมาชิกทุกคนใชเหตุผล แสดงความคิดเห็นไดดี มาก ส ม า ช ิ ก บ า ง ส  ว น ใช เหตุผล แสดงความ คิดเห็นได มีสมาชิกใชเหตุผลแสดง ความคิดเห็นไดนอยมาก การยอมรับ ขอสรุปใน ผลงานของกลุม สมาชิกทุกคนมีสวนรวม ใ น ก า ร ส ร ุ ป ย อม รั บ ขอสรุปและรวมแกไขงาน ดวยความเต็มใจ สมาชิกมีสวนรวมในการ สรุป นอยมาก ไมคอย ยอมรับขอสรุปของกลุม แตก็รวมแกไขงาน สมาชิกไมคอยมีสวนรวม ในการสรุป หาขอสรุป ของกลุมไดไมชัดเจนนัก ตรงตอเวลา สงชิ้นงานภายในเวลาที่ กำหนด สงชิ้นงานชากวาที่ กำหนด 2 วัน สงชิ้นงานชากวาที่ กำหนดเกิน 3 วันขึ้นไป คะแนนเต็ม 15 คะแนน


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 133 แบบประเมินผลงาน คำชี้แจง : ใหผูสอนประเมินนักเรียนจากชิ้นงาน / ใบงาน แลวขีด ลงในชองที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน สามารถ เขาใจเนื้อ บทเรียนได อยางถูกตอง วิเคราะหและ สามารถนำเอา เนื้อของบทเรียน ไปใชใน ชีวิตประจำวัน เห็นถึง คุณคาของ บทเรียน ตรงตอเวลา รวม 12 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑการใหคะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอยางสม่ำเสมอ ให 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบอยครั้ง ให 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให 1 คะแนน ลงชื่อ...................................................ผูประเมิน ............../.................../............... เกณฑการตัดสินคุณภาพ ชวงคะแนน ระดับคุณภาพ 10-12 ดี 9-7 พอใช ต่ำกวา 6 ปรับปรุง


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 134 แบบประเมินการสอบปฏิบัติ คำชี้แจง : ใหผูสอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวางเรียน แลวขีด ลงในชองที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน ปฏิบัติตาม หลักที่ ถูกตอง สามารถ ปฏิบัติได อยาง คลองแคลว สามารถ ปฏิบัติได ถูกตองตาม ขั้นตอน บุคลิกภาพ ดี ตรงตอเวลา รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑการใหคะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอยางสม่ำเสมอ ให 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบอยครั้ง ให 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให 1 คะแนน ลงชื่อ...................................................ผูประเมิน ............../.................../............... เกณฑการตัดสินคุณภาพ ชวงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช ต่ำกวา 8 ปรับปรุง


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 135 แบบประเมินการปฏิบัติตาม เกณฑการใหคะแนน รายการการประเมิน คำอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน 3 2 1 ปฏิบัติตามหลักที่ ถูกตอง ปฏิบัติตามหลักไดถูกตอง ทั้งหมด ปฏิบัติตามหลักได ถูกตองปานกลาง ปฏิบัติตามหลักได ถูกตองนอย สามารถปฏิบัติได อยางคลองแคลว สามาถปฏิบัติไดอยาง คลองแคลว สามาถปฏิบัติไดอยาง คลองแคลวปานกลาง ปฏิบัติไมคลองแคลว สามารถปฏิบัติได ถูกตองตามขั้นตอน สามารถปฏิบัติตาม ขั้นตอนไดถูกตองทั้งหมด สามารถปฏิบัติตาม ขั้นตอนไดถูกตองบาง สามารถปฏิบัติตาม ขั้นตอนไดถูกตองนอย บุคลิกภาพดี บุคลิกภาพดีมาก บุคลิกภาพดีปานกลาง บุคลิกภาพไมดี ตรงตอเวลา สงชิ้นงานภายในเวลาที่ กำหนด สงชิ้นงานชากวาที่ กำหนด 2 วัน สงชิ้นงานชากวาที่ กำหนดเกิน 3 วันขึ้นไป คะแนนเต็ม 15 คะแนน


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 136 แบบประเมินสมรรถนะผูเรียน 5 ดาน คำชี้แจง : ใหผูสอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวางเรียนและนอกเวลาเรียน แลวขีด ลงในชองที่ ตรงกับระดับคะแนน (เลือกประเมินสมรรถนะตามที่แผนจัดการเรียนรูระบุ) เกณฑการใหคะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอยางสม่ำเสมอ ให 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบอยครั้ง ให 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให 1 คะแนน ลงชื่อ...................................................ผูประเมิน ............../.................../...............


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 137 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค คำชี้แจง : ใหผูสอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวางเรียนและนอกเวลาเรียน แลวขีด ลงในชองที่ ตรงกับระดับคะแนน (เลือกประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคตามที่แผนจัดการเรียนรูระบุ) ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงคดาน รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน กษัตริย 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรองเพลงชาติ 1.2 เขารวมกิจกรรมที่สรางความสามัคคี ปรองดอง และเปนประโยชน ตอโรงเรียน 1.3 เขารวมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เขารวมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริยตามที่โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย สุจริต 2.1 ใหขอมูลที่ถูกตอง และเปนจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกตอง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบังคับ 3.2 มีความตรงตอเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมตาง ๆ ในชีวิตประจำวัน 4. ใฝเรียนรู 4.1 รูจักใชเวลาวางใหเปนประโยชน และนำไปปฏิบัติได 4.2 ศึกษาคนควาความรูจากสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศอยางสม่ำเสมอ 5. อยูอยางพอเพียง 5.1 ใชทรัพยสินและสิ่งของของตนเองและสวนรวมอยางประหยัด 5.2 ใชอุปกรณการเรียนอยางประหยัดและรูคุณคา 5.3 ใชจายอยางประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุงมั่นในการทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ไดรับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไมทอแทตออุปสรรคเพื่อใหงานสำเร็จ 7. รักความเปนไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย 7.2 เห็นคุณคาและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 อาสาทำงาน ชวยคิด ชวยทำกิจกรรมเพื่อสวนรวม 8.2 เขารวมกิจกรรม เพื่อสังคมและสาธารณประโยชน เกณฑการใหคะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให 3 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบอยครั้ง ให 2 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให 1 คะแนน ลงชื่อ...................................................ผูประเมิน ............../.................../...............


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 138 แบบทดสอบกอน - หลังเรียน แบบทดสอบกอน - หลังเรียน หนวยการเรียนรูที่ 1 – 7 สาระศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม คำชี้แจง : เลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. ขอใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับความสำคัญของ พระพุทธศาสนาตอสังคมไทย ก เปนศูนยรวมจิตใจชาวพุทธ ข เปนสถาบันหลักของสังคมไทย ค เปนศาสนาที่คนไทยตองนับถือ ง เปนรากฐานของวัฒนธรรมไทย 2. ขอใดเปนมรดกทางวัฒนธรรมดาน ประติมากรรมในพระพุทธศาสนา ก วิหาร ข โบสถ ค พระพุทธรูป ง ภาพจิตรกรรมฝาผนัง 3. “สยามเมืองยิ้ม” แสดงใหเห็นถึงอิทธิพลของ พระพุทธศาสนาตอสังคมไทยในฐานะใด ก เปนศาสนาประจำชาติไทย ข เปนเอกลักษณของชาติไทย ค เปนมรดกทางวัฒนธรรมไทย ง เปนหลักในการพัฒนาชาติไทย 4. พระพุทธเจาตรัสรูตรงกับวันใด ก วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ข วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ค วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 5. สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา เปนสถานที่ที่ เกี่ยวของกับพระพุทธเจาในเรื่องใด ก ตรัสรู ข ประสูติ ค ปรินิพพาน ง แสดงปฐมเทศนา 6. พระสาวกองคสุดทายหรือปจฉิมสาวกคือใคร ก พระอานนท ข มัลลกษัตริย ค สุภัททปริพาชก ง กษัตริยแหงโมริยนคร 7. พระพุทธเจาไดเสด็จไปเพื่อสั่งสอนหลักธรรมตาม สถานที่ตาง ๆ เปนระยะเวลากี่ป ก 15 ป ข 25 ป ค 35 ป ง 45 ป 8. “ธัมเมกขสถูป” เกี่ยวของกับสังเวชนียสถาน ขอใด ก สถานที่ตรัสรู ข สถานที่ประสูติ ค สถานที่ปรินิพพาน ง สถานที่แสดงธรรมปฐมเทศนา 9. ขอคิดที่ไดจากสัพพทาฐิชาดกคืออะไร ก ไมหลงอำนาจ ข ไมยึดติดในสิ่งที่ตนเองมีอยู ค ไมปลอยเวลาใหลวงเลยไปโดยเปลา ประโยชน ง ไมละเลยในหนาที่ควรปฏิบัติหนาที่ของตน ใหดีที่สุด 10. ชาดกเรื่องใดสอนเราใหรูจักการใหอภัยผูอื่น ก กุฏิทูสกชาดก ข สัพพทาฐิชาดก ค วัณณาโรหชาดก ง ทีฆีติโกสลชาดก


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 139 11. สาเหตุสำคัญที่ทำใหพระราธะบวชใน พระพุทธศาสนาคืออะไร ก มีฐานะยากจน ข เบื่อหนายชีวิตทางโลก ค เลื่อมใสในพระสารีบุตร ง เห็นวาชีวิตของพระเปนชีวิตที่สงบ 12. พระเถระรูปใดเปนพระอุปชฌายบวชใหพระ ราธะ ก พระอานนท ข พระสารีบุตร ค พระมหากัสสปะ ง พระโมคคัลลานะ 13. นอกจากเปนคนมีน้ำใจ ขยัน และชอบ ชวยเหลือผูอื่นแลว พระราธะยังมีคุณธรรมขอ ใดอีก ก สันโดษ ข ประหยัด ค ใฝเรียนใฝรู ง วานอนสอนงาย 14. พระราชกรณียกิจของพอขุนรามคำแหง มหาราชขอใดที่แสดงถึงความคิดริเริ่ม สรางสรรค และมองการณไกล ก การประดิษฐอักษรไทย ข การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ค การรับฟงความทุกขของประชาชน ง การทำสงครามเพื่อขยายอาณาเขต 15. พอขุนรามคำแหงมหาราชทรงนิมนตพระสงฆ จากที่ไหนมาเผยแผพระพุทธศาสนาที่สุโขทัย ก ลานนา ข อยุธยา ค เชียงใหม ง นครศรีธรรมราช 16. หลักธรรมขอใดที่พอขุนรามคำแหงมหาราช ทรงนำมาใชในการปกครองประชาชน ก โอวาท 3 ข อริยสัจ 4 ค ทศพิธราชธรรม ง เบญจศีล–เบญจธรรม 17. “ขณะมีพระชนมายุ 19 พรรษาไดตามเสด็จ พระราชบิดาไปรบกับเจาเมืองฉอด เมื่อเห็น พระ ราชบิดากำลังจะเสียทีขาศึก ไดเขาไปชวยเหลือ จนรบชนะ” เหตุการณนี้แสดงใหเห็นถึง คุณธรรมขอใดของพอขุนรามคำแหงมหาราช ก ความซื่อสัตย ข ความเสียสละ ค ความกลาหาญ ง ความมีระเบียบวินัย 18. วัดอะไรเกี่ยวของกับสมเด็จพระมหาสมณเจา กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ก วัดบวรนิเวศวิหาร ข วัดอรุณราชวราราม ค วัดสุทัศนเทพวราราม ง วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 19. วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2396 เกี่ยวของกับ สมเด็จพระมหาสมณเจา กรมพระปรมานุชิต ชิโนรสอยางไร ก เปนวันประสูติ ข เปนวันทรงผนวช ค เปนวันสิ้นพระชนม ง เปนวันที่ไดรับการสถาปนาเปนสมเด็จ พระสังฆราช 20. สมเด็จพระมหาสมณเจา กรมพระปรมานุชิต ชิโนรสทรงเปนสมเด็จพระสังฆราชพระองคที่ เทาไร แหงกรุงรัตนโกสินทร ก องคที่ 3 ข องคที่ 5 ค องคที่ 7 ง องคที่ 9


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 140 21. “ความอยากไดในสิ่งที่ตนชอบ” จัดเขาใน อริยสัจ 4 ขอใด ก ทุกข ข สมุทัย ค นิโรธ ง มรรค 22. การปฏิบัติตนตามหลักธรรมขอใดถือเปนการ ไมทำความชั่วตามหลักโอวาท 3 ก พละ 4 ข เบญจศีล ค กุศลมูล 3 ง เบญจธรรม 23. ขอใดเปนวินัยของคฤหัสถหรือชาวบาน ก ศีล 10 ข ศีล 311 ค ศีล 227 ง ศีล 5 และศีล 8 24. “สจฺเจน กิตฺติ ปปฺโปติ” สอนใหเราปฏิบัติตน อยางไร ก มีสัจจะ ข มีระเบียบวินัย ค มีสติสัมปชัญญะ ง มีความเมตตากรุณา 25. หลักปฏิบัติ 5 ประการ เปนหลักธรรมของ ศาสนาใด ก คริสตศาสนา ข ศาสนาอิสลาม ค พระพุทธศาสนา ง ศาสนาพราหมณ-ฮินดู 26. การศึกษาศาสนพิธีของศาสนาตาง ๆ มีผลดี ตอตนเองอยางไร ก ทำใหมีผูสืบตอศาสนา ข เปนที่ยกยองสรรเสริญของบุคคลอื่น ค มีผูเขาใจศาสนพิธีของศาสนาเพิ่มขึ้น ง ปฏิบัติไดถูกตองเหมาะสมเมื่อตองเขารวมพิธี 27. นักเรียนในระดับชั้นใดที่ยังไมตองแสดงตนเปน พุทธมามกะ ก ชั้นอนุบาล ข ชั้นประถมศึกษา ค ชั้นมัธยมศึกษา ง ชั้นอุดมศึกษา 28. สิ่งของที่สามารถถวายพระไดตลอดเวลาไดแก อะไร ก อาหาร ข น้ำปานะ ค เครื่องกระปอง ง ขาวสารและอาหารแหง 29. เมื่อเห็นบุคคลอื่นทำลายศาสนสถานเบื้องตนเรา ควรปฏิบัติอยางไร ก จับตัวสงตำรวจ ข แจงความดำเนินคดี ค โทรศัพทไปบอกนักขาว ง แจงใหผูที่เกี่ยวของทราบ 30. ศาสนพิธีในขอใดทำไดปละครั้ง ก การทอดกฐิน ข การทอดผาปา ค การถวายสังฆทาน ง การถวายเครื่องไทยธรรม


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 141 แบบทดสอบกอน - หลังเรียน หนวยการเรียนรูที่ 8-11 สาระหนาที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม คำชี้แจง : เลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. องคกรปกครองสวนทองถิ่นตองจัดการบริการ สาธารณะเพื่อประโยชนของใคร ก ผูบริหารทองถิ่น ข ผูบริหารประเทศ ค ประชาชนในประเทศ ง ประชาชนในทองถิ่นของตน 2. งานใดไมใชหนาที่ของรัฐบาล ก งานกองทัพ ข งานขาวกรอง ค งานดานการทูต ง งานดานการจัดตั้งตลาด 3. งานใดเปนบทบาทหนาที่ขององคกรปกครอง สวนทองถิ่น ก งานตำรวจ ข งานขาวกรอง ค งานดานการทูต ง งานกำจัดขยะมูลฝอย 4. วิธีการที่ประชาชนเลือกบุคคลเขาไปเปน ตัวแทนของตนเพื่อทำหนาที่ปกครอง ประเทศ เรียกวาอะไร ก การแตงตั้ง ข การทดลอง ค การเลือกตั้ง ง การสุมตัวอยาง 5. การมีอิสระในการเลือกตั้งมีลักษณะตรงกับ ขอใด ก ประชาชนเลือกใครก็ได ข ประชาชนมีสิทธิลงคะแนนไดคนละ 1 เสียง ค ประชาชนไดรับการอำนวยความสะดวกใน การเลือกตั้ง ง ประชาชนไดเลือกตั้งตามกำหนดระยะเวลาที่ แนนอน เชน ไดเลือกตั้ง ส.ส. ทุก 4 ป 6. เอกสารที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการตาย เรียกวาอะไร ก สูจิบัตร ข สูติบัตร ค มรณบัตร ง อนุโมทนาบัตร 7. การยายเขาหรือยายออกตองแจงตอนาย ทะเบียนภายในระยะเวลาเทาใด ก 1 วัน ข 7 วัน ค 15 วัน ง 60 วัน 8. กฎหมายจราจรใชบังคับกับใคร ก คนเดินเทา ข คนขับรถยนต ค คนขับขี่รถจักรยานยนต ง ถูกทุกขอ 9. หากขับรถฝาฝนสัญญาณไฟจราจรจะไดรับ โทษอยางไร ก ปรับไมเกิน 100 บาท ข ปรับไมเกิน 500 บาท ค ปรับไมเกิน 1,000 บาท ง ปรับไมเกิน 40,000 บาท 10. เทศบัญญัติใชบังคับไดภายในเขตใด ก จังหวัด ข ประเทศ ค เทศบาล ง กรุงเทพมหานคร


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 142 11. สิ่งใดที่ทำใหสมาชิกในสังคมมีความเปน อันหนึ่งอันเดียวกัน ก เงิน ข ชื่อเสียง ค วัฒนธรรม ง เทคโนโลยี 12. วัฒนธรรมตางชาติเขามามีบทบาทตอชีวิต เราในดานใด ก ภาษา ข อาหาร ค การแตงกาย ง ถูกทุกขอ 13. ขอใดเปนการแสดงความเคารพตามมารยาท ไทย ก การกราบ ค การโบกมือ ข การสวมกอด ง การสัมผัสมือหรือเช็กแฮนด 14. ขอใด ไมใชการนั่งตามมารยาทไทย ก นั่งคุกเขา ข นั่งขัดสมาธิ ค นั่งพับเพียบ ง นั่งกระดิกเทา 15. เราควรทักทายครูอยางไร ก ไปไหนมา ข กินขาวหรือยัง ค สวัสดีครับ/คะ ง เปนอยางไรบาง 16. ขอใดเปนคุณคาของวัฒนธรรมไทยที่ทำใหคน ปรับตัวเขากับสิ่งแวดลอมที่แตกตางกัน ก คนไทยในภาคเหนือจัดประเพณีบวชปาเพื่อ อนุรักษปาไม ข ประเพณีตรุษจีนของคนไทยเชื้อสายจีนมี ความเปนเอกลักษณ ค คนไทยเชื้อสายมอญมีประเพณีที่ทำใหญาติพี่ นองมารวมตัวกัน ง เสื้อผาของคนในภาคเหนือมีความหนาเพื่อ สรางความอบอุนแกผูสวมใส 17. สิ่งใดคือวัฒนธรรมทางวัตถุ ก บาน ข ภาษา ค ศาสนา ง มารยาท 18. ขอใด ไมใชแนวทางการธำรงรักษา วัฒนธรรมไทย ก การฟนฟู ข การพัฒนา ค การถายทอด ง การปกปดเปนความลับ 19. ขอใดเปนการทักทายตามมารยาทไทย ก คำนับ ข จับมือ ค สวมกอด ง ไหวและกลาวสวัสดี 20. การนั่งเกาอี้ตอหนาผูใหญควรปฏิบัติอยางไร ก นั่งเขาชิด ข นั่งไขวหาง ค นั่งโยกเกาอี้ ง นั่งกระดิกเทา


กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 143


Click to View FlipBook Version