เอกสารประกอบการสอน
วชิ า 30001-2003 เทคโนโลยีดิจิทลั เพอ่ื การจดั การอาชีพ
(Digital Technology for Works)
เรียบเรยี งโดย
ครูปรยี า ปันธยิ ะ
สาขาวชิ าการจดั การสานกั งาน
วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาลาปาง
สังกดั สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
30001-2003 เทคโนโลยดี ิจทิ ัลเพื่อการจดั การอาชีพ(Digital Technology for Works) 2-2-3
จดุ ประสงค์รายวิชา เพื่อให้
1. เขา้ ใจเกี่ยวกบั ความรพู้ น้ื ฐาน ความหมาย องค์ประกอบ การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)
อนิ เทอรเ์ นต็ ทุกสรรพสิ่ง (Internet of Think) เทคโนโลยีที่ใช้ในการทําธุรกกรรมโดยไม่ต้องผ่าน บุคคลที่สาม
(Block Chain) ธุรกรรมการเงินดิจิทัล (Fintech) ระบบเงินดิจิทัล สกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซี
(cryptocurrency) ธรุ กิจดจิ ิทัลบนส่อื สงั คมออนไลน์
2. กรณศี กึ ษาเทคโนโลยดิีจิทลั เชอื่ มโยงอาชพี และประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีดีจิทลั ในอาชีพยุคดิจทิ ัล
3. มีคุณธรรม จริยธรรมและความรบั ผิดชอบ ตระหนกั ถึงการเปน็ พลเมืองดจิ ิทลั
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับความหมาย องค์ประกอบการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)
อินเทอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง (Internet of Think) เทคโนโลยีที่ใช้ในการทําธุรกรรมโดยไม่ต้องผ่าน บุคคลที่สาม
(Block chain) ธุรกรรมการเงินดิจิทัล (Fintech) ระบบเงินดิจิทัล สกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโทเคอร์เรนซี
(Cryptocurrency) ธรุ กิจดิจทิ ลั บนสอ่ื สังคมออนไลน์ และการเชือ่ มโยง เทคโนโลยดี จิ ิทลั ในอาชีพ
2. กรณศี ึกษา วเิ คราะห์ สังเคราะห์ ความรูด้ ้านเทคโนโลยดิจี ิทัลในการจดั การอาชีพ
3. การประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยีดจิ ิทลั การจัดการอาชีพ และการเป็นพลเมืองดจิ ทิ ัล
คาอธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับความรู้พื้นฐาน ความหมาย องค์ประกอบ การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่
(Big Data) อินเทอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง (Internet of Think) เทคโนโลยีที่ใช้ในการทําธุรกรรมโดยไม่ต้องผ่าน
บุคคลที่สาม (Block Chain) ธุรกรรมการเงินดิจิทัล (Fintech) ระบบเงินดิจิทัล สกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโท
เคอรเ์ รนซี (Cryptocurrency) การทาํ ธรุ กจิ ดจิ ิทัลบนสื่อสังคมออนไลน์ กรณีศึกษาเทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยง
อาชีพ และประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยดี จิ ทิ ัลในอาชพี ของการเป็นพลเมืองยุคดิจทิ ัล
1
บทท่ี 1
ความรู้พนื้ ฐาน ประวตั คิ วามเป็นมา ความหมาย ลกั ษณะ ความสาคญั องคป์ ระกอบ
และการจดั การขอ้ มลู ขนาดใหญ่ (Big Data)
บทนา
ในยุคปัจจุบันที่โลกถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลผู้คนมีการพึ่งพิงข้อมูลในการตัดสินใจต่าง ๆ
โดยมีกระบวนการคิดของคนทั่วไปหรือแม้แต่องค์กรต่าง ๆ ในทุกวันนี้ส่วนใหญ่อยู่บนฐานของการรวบรวม
ข้อมูล ประมวลผล เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจทําอะไรบางอย่าง แต่ด้วยความที่ข้อมูลในปั จจุบันมีอยู่
มากมาย และกระจัดกระจาย คําถามสําคัญ คือ เราจะเข้าถึงข้อมูลมหาศาลเหล่านั้นและใช้ข้อมูลเหล่านั้น
ให้เป็นประโยชน์ ได้อย่างไร จากคําถามดังกล่าวจึงทําให้คนหันมาสนใจสิ่งที่เรียกว่า Big data กันมากขึ้น
จนกลายเปน็ กระแสสงั คมในปจั จุบัน
Big Data เป็นคําศัพท์ คําหนึ่งซึ่งอธิบายถึงปริมาณข้อมูลที่มหาศาล ทั้งแบบข้อมูลที่มีโครงสร้าง
และไม่มีโครงสร้าง ซึ่งปะปนอยู่มากมายในการทําธุรกิจในแต่ละวัน หากแต่แม้ไม่ใช่ปริมาณของข้อมูล
ท่ีเป็น สิ่งสําคัญ สิ่งสําคัญก็คือการที่องค์กรจัดการกับข้อมูลต่างหาก การวิเคราะห์Big Data นําไปสู่ข้อมูลเชิง
ลึกเพ่อื การตดั สินใจทดี่ ีกวา่ และการเคลอื่ นไหวในกลยุทธธ์ ุรกิจ
ประวัตคิ วามเปน็ มาของ Big Data
ถึงแม้ว่าแนวคิดเร่ืองข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data จะเป็นของใหม่และมีการเริ่มทํากันในไม่กี่ปีมา
นเ้ี อง แต่ต้นกําเนดิ ของชดุ ขอ้ มูลขนาดใหญไ่ ดม้ ีการริเริ่มสร้างมาตั้งแต่ยุค 60 และในยุค 70 โลกของข้อมูลก็ได้
เริ่มตน้ และได้พฒั นาศนู ยข์ ้อมลู แห่งแรกขึ้น และทําการพฒั นาฐานขอ้ มลู เชิงสัมพนั ธข์ ้นึ มา
ประมาณปี 2005 เริ่มได้มีการตะหนักถึงข้อมูลปริมาณมากที่ผู้คนได้สร้างข้นมาผ่านสื่อออนไลน์
เช่น เฟสบุ๊ค ยูทูป และสื่อออนไลน์แบบอื่น ๆ Hadoop เป็นโอเพ่นซอร์สเฟรมเวิร์ค ที่ถูกสร้างขึ้นมา
ในช่วงเวลาเดียวกันให้เป็นที่เก็บและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และในช่วงเวลาเดียวกัน NoSQL ได้ก็เริ่มขึ้น
และไดร้ บั ความนิยมมากข้ึน
การพัฒนาโอเพนซอร์สเฟรมเวิร์ค เช่น Hadoop (และเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็มี Spark) มีความสําคัญ
ต่อการเติบโตของข้อมูลขนาดใหญ่ เนื่องจากทําให้ข้อมูลขนาดใหญ่ทํางานได้ง่ายที่สุด และประหยัดกว่าโดย
ที่ใน ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปริมาณข้อมูลขนาดใหญ่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้คนยังคงสร้างข้อมูลจํานวนมาก
ซง่ึ ไมใ่ ช่แค่มนุษยท์ ท่ี ํามนั ข้นึ มา
การพัฒนาการของ IOT (Internet of Thing) ซึ่งเป็นเครื่องมืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต
ก็ทําการเก็บ และรวบรวมข้อมูลซึ่งอาจเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพฤติกรรมต่าง ๆ การใช้งานของลูกค้าแต่ละท่าน
รวมถึงในเรื่องของประสิทธิภาพของสินค้า หรือการเรียนรู้ของเครื่องจักรพวกนี้ล้วนทําให้มีข้อมูลขนาดใหญ่
แม้ว่ายุคของข้อมูลขนาดใหญ่ Big Data มาถึงและได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเป็นจํานวนมาก แต่มันก็ยังเป็นเพียง
2
แค่ตอนช่วงแรก ๆ และระบบระบบคลาวด์คอมพิวติ้งก็ได้ขยายความเป็นไปได้มากขึ้นคลาวด์มีความสามารถ
ในการในการใชง้ านไดอ้ ย่างยืดหยุ่นได้
ความหมายของ ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)
Big Dataเป็นคําศัพท์คําหนึ่ง ซึ่งอธิบายถึงปริมาณข้อมูลที่มหาศาลมากมาย ทั้งแบบข้อมูล
ที่มีโครงสร้าง และไม่มีโครงสร้าง ซึ่งปะปนอยู่มากมายในการทําธุรกิจในแต่ละวัน หากแต่ไม่ใช่ปริมาณ
ของขอ้ มูลที่เปน็ สิง่ สาํ คญั สง่ิ สําคัญกค็ อื การท่อี งค์กรจัดการกบั ข้อมูลต่างหาก
การวิเคราะห์ Big Data นําไปสู่ข้อมูลเชิงลึกเพื่อการตัดสินใจที่ดีกว่าและการเคลื่อนไหวในกลยุทธ์
ธุรกจิ
Big Data คือ จํานวนปริมาณข้อมูลที่มาก มีความซับซ้อน โดยเฉพาะที่มาจากแหล่งข้อมูลใหม่ ๆ
ด้วยจํานวนปริมาณที่มากมายมหาศาล ทําให้ไม่สามารถที่จะประเมินและวิเคราะห์ด้วยวิธีการ ซอฟต์แวร์
ฮาร์ดแวร์แบบเดิม ๆ แต่ข้อมูลมากมายมหาศาลเหล่านี้สามารถนํามาใช้ประโยชน์ได้ในทางธุรกิจ ที่ในอดีตไม่
สามารถใช้ได้
Big Data คือ การรวบรวมข้อมูลทั้งที่มีมา Structured (พวกที่เก็บในโครงสร้างตารางข้อมูล)
และมี Unstructured (พวกท่เี ป็น text ยาว ๆ รูปภาพ และ วิดีโอต่าง ๆ ) มาทําการประมวลวิเคราะห์ข้อมูล
และนําไปใช้ประโยชน์ Big Data คือ การพยายามสร้างมูลค่าของธุรกิจจากการนําเข้ามูลจํานวนมาก
ทั้งทมี่ าจากภายในและภายนอกองค์กร มาวิเคราะห์ประมวลผล
Big Data คือ คํานิยามของข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ทุกชนิดที่อยู่ในองค์กรของเราไม่ว่าจะเป็น
ข้อมลู บรษิ ัท ข้อมูลลูกค้า Suppliers พฤติกรรมผู้บริโภค ไฟล์เอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมไปจนถึง
รูปภาพ URLs ลิงค์ต่าง ๆ ที่เราเก็บไว้ ฯลฯ ที่มีปริมาณมากจนกระทั่งซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ปกติทั่วไป
ไมส่ ามารถรองรบั การเกบ็ ขอ้ มูลหรือประมวลผลไดอ้ ย่างเตม็ ประสทิ ธิภาพ ซง่ึ อีกนัยหนึง่
Big Data คอื เทคโนโลยี และสถาปตั ยกรรมไอทีร่นุ ใหม่ ทส่ี ามารถรองรบั การจัดเก็บ การจดั การ
กรองเลือกขอ้ มลู การวิเคราะห์ และการใช้งานขอ้ มลู ทีม่ คี ุณลักษณะดงั ต่อไปน้ี
Big Data คือ ข้อมูลทุกอย่าง ที่เรามีอยู่ในบริษัท ทั้งด้านข้อมูลที่มีแหล่งที่มาจากภายในบริษัทเอง
และข้อมูลที่มาจากแหล่งที่มาภายนอกอย่าง Social medias ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อมูลที่เราสามารถที่จะนํามา
วิเคราะห์ได้หรือก็คือ ข้อมูลดิบนั้นเอง ทั้งนี้ข้อมูลเหล่านี้สามารถนํามาวิเคราะห์ได้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย
วิธีขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการนําข้อมูลเหล่านั้นไปใช้งานด้านไหน ในปัจจุบันนิยมทํา Big Data Analysis
เพ่อื ใช้ ในการสาํ หรบั การคาดการณเ์ หตกุ ารณใ์ นอนาคต หรอื กค็ ือเพือ่ ใช้ดแู นวโน้มสิ่งท่จี ะเกดิ ขึ้นนัน้ เอง
3
โดยรปู แบบของข้อมลู ของ big data กส็ ามารถเป็นไปไดห้ ลากหลาย ต้งั แต่
1. Behavioral data: ขอ้ มูลเชิงพฤติกรรมการใช้งานต่าง ๆ เชน่ server log, พฤตกิ รรม การคลิก
ดูขอ้ มูล, ข้อมูลการใช้ ATM เปน็ ตน้
2. Image & sounds: ภาพถ่าย, วีดโี อ, รปู จาก google street view, ภาพถ่ายทางการแพทย์,
ลายมือ, ข้อมลู เสยี งท่ีถูกบันทึกไว้ เป็นตน้
3. Languages: text message, ข้อความท่ถี ูก tweet, เน้อื หาตา่ ง ๆ ในเวบ็ ไซต์ เปน็ ตน้
4. Records: ขอ้ มลู ทางการแพทย์, ขอ้ มลู ผลสํารวจทมี่ ขี นาดใหญ่, ข้อมูลทางภาษี เปน็ ต้น
5. Sensors: ขอ้ มูลอณุ หภูมิ, accelerometer, ข้อมลู ทางภมู ิศาสตร์ เป็นต้น
ลกั ษณะของ Big Data
รูปที่ 1.1 ลักษณะของ Big Data 3Vs
3Vs ประกอบดว้ ย
1. 3Vs ที่มีปริมาณมาก (Volume) ปัจจัยข้อแรกแน่นอนว่าคําว่า Big Data “Big” นั่นก็คือข้อมูล
ทมี่ ขี นาดใหญ่ ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งรูปแบบ Online และ Offline ซึ่งส่วนมากแล้วจะมีปริมาณมากกว่าหน่วย
TB (Terabyte) ขนึ้ ไป
2. มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Velocity) ส่งผ่านข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง (Real-time) ทําให้
การวเิ คราะห์งา่ ย ๆ แบบ Manual เกดิ ขอ้ จาํ กัด หรอื ไมส่ ามารถจับรปู แบบหรอื ทศิ ทางของข้อมูลได้
3. หลากหลายประเภทหรือแหล่งที่มา (Variety) หมายถึงรูปแบบของข้อมูลที่แตกต่างกันออก ไป
ทั้งในรูปแบบ ตัวอักษร วิดีโอ รูปภาพ ไฟล์ต่าง ๆ ฯลฯ และหลากหลายแหล่งที่มาเช่น Social Network
ต่าง ๆ ยังไม่ผ่านการประมวลผล (Veracity) ยังไม่ผ่านการ Process ให้อยู่ในรูปแบบของข้อมูล ที่ประโยชน์
ต่อองค์กร
ในขณะที่ผเู้ ชย่ี วชาญบางคนใส่ลักษณะเพิ่มเติมในการบ่งบอกความเป็น Big Data
1. การแสดงขอ้ มลู (Visualization)
2. ความน่าเชื่อถือ Veracity (Reliability)
3. การผันแปร (Variability)
4. คณุ ค่า (Value)
4
ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ที่มีคุณลักษณะข้างต้น ในอดีตที่ผ่านมายังไม่มีเครื่องมือมารองรับและจัดการ
หรือยงั ไมเ่ คยนํามารวมกันเพื่อต้งั โจทยท์ ่เี ปน็ ประโยชน์กับธุรกิจ ค้นหาผลลัพธ์ และผ่านกระบวนการวิเคราะห์
ข้อมูล และดูความสัมพันธ์กันด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดเป็นข้อมูลที่สามารถจะนํามาใช้งานได้จริง
(Information) และเกิดประโยชน์สูงสุดกับธุรกิจ เมื่อบริษัทมีข้อมูลที่มีความพร้อมและมีประโยชน์
ทาํ ใหก้ ระบวนการตดั สินใจของผู้บรหิ ารมีความถกู ต้องและแม่นยํามากขึ้น
1. Volume มีขนาดใหญ่มาก (ซงึ่ ไมส่ ําคัญมากนกั แก้ปัญหาได้ไม่ยาก เพราะคอมพิวเตอร์ทํางานได้
ไวและกระจายกันคาํ นวณไดไ้ ม่ยาก)
2. Velocity มีความเร็วในการไหลเข้าได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง
(Internet of Things) และ Sensor ต่าง ๆ ตลอดจน Barcode Scanner แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ท้าทายมาก
เทา่ ไหร่
3. Variety ความหลากหลายของข้อมูล ซึ่งสมัยนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก เพราะข้อมูลไม่ได้มีเพียง
ตัวเลขและตาราง มีทั้งข้อความ ภาพ วีดิโอ เสียง คลื่น สื่อสังคม และต่อไปในอนาคตคงมีความซับซ้อนยาก
มากข้ึนไปอีกเร่ือยๆ ซึ่งในทางการทหารนน้ั ตอ้ งใชข้ อ้ มลู ทุกรูปแบบท่กี ลา่ วถึงนี้
4. Veracity ข้อมูลที่เข้ามามีคุณภาพ และมีความถูกต้องหรือไม่ ยิ่งข้อมูลมาจากหลาย ๆ แหล่ง
ก็ยากลําบากยงิ่ และ
5. Value ต้องดูว่าข้อมูลที่มีอยู่นั้นมันมีคุณค่ามากน้อยแค่ไหน และจะนํามาวิเคราะห์เพื่อสร้าง
คุณคา่ เป็นความรู้ เป็นนวัตกรรมได้ดีมากนอ้ ยเพียงใด
5
Big data ทีม่ ีคณุ ภาพสงู ควรมลี กั ษณะพ้ืนฐานอยู่ 6 ประการหลัก ๆ (6 Vs) ดังน้ี
1. ปริมาณ (Volume) หมายถึง ปริมาณของข้อมูลควรมีจํานวนมากพอ ทําให้เมื่อนํามาวิเคราะห์
แล้วจะได้ insights ที่ตรงกับความเป็นจริง เช่น การที่เรามีข้อมูลอายุ เพศ ของลูกค้าส่วนใหญ่ทําให้เรา
สามารถ หา demographic profile ทั่วไปของลูกค้าที่ถูกต้องได้ ถ้าเรามีข้อมูลลูกค้าแค่ส่วนน้อยค่าท่ี
ประมาณออกมาอาจจะไมต่ รงกบั ความเป็นจริง
2. ความหลากหลาย (Variety) หมายถึง รูปแบบของข้อมูลควรหลากหลายแตกต่างกันออกไป
ทั้งแบบโครงสร้าง, กึ่งโครงสร้าง, ไม่มีโครงสร้าง ทําให้เราสามารถนํามาวิเคราะห์ประกอบกันจนได้ insights
ครบถว้ น
3. ความเร็ว (Velocity) หมายถึง คุณลักษณะข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วต่อเนื่องและทัน
เหตุการณ์ ทําให้เราสามารถวิเคราะห์ข้อมูลแบบ real-time นําผลลัพธ์มาทําการตัดสินใจ และตอบสนองได้
อย่างทันท่วงที เช่น ข้อมูล GPS ทใ่ี ช้ติดตามตําแหน่งของรถ อาจจะนํามาวิเคราะห์โอกาสที่ทําให้เกิดอุบัติเหตุ
และออกแบบระบบปอู งกันอบุ ัติเหตไุ ด้
4. ความถกู ต้อง (Veracity) หมายถึง มีความนา่ เช่อื ถอื ของแหล่งท่ีมาข้อมลู และความถกู ตอ้ งของชุด
ข้อมูล มีกระบวนการในการตรวจสอบและยนื ยันความถูกต้องของข้อมูล ซงึ่ มคี วามเก่ียวเน่ืองโดยตรงกบั
ผลลัพธ์การวิเคราะห์ข้อมูล
5. คุณค่า (Value) หมายถงึ ข้อมูลมีประโยชนแ์ ละมีความสมั พันธ์ในเชงิ ธุรกิจ ซง่ึ ต้องเข้าใจก่อนวา่
ไม่ใชท่ ุกข้อมลู จะมีประโยชน์ในการเกบ็ และวเิ คราะห์ ข้อมูลทมี่ ปี ระโยชน์จะต้องเก่ยี วข้องกบั วัตถปุ ระสงค์ทาง
ธุรกิจ เช่นถ้าต้องการเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดของผลติ ภัณฑ์ทีข่ าย ขอ้ มลู ที่มีประโยชน์ท่ีสุด
นา่ จะเปน็ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ของคูแ่ ขง่
6. ความแปรผนั ได้ (Variability) หมายถึง ข้อมลู สามารถในการเปลี่ยนแปลงรปู แบบไปตามการใช้
งาน หรอื สามารถคดิ วิเคราะห์ไดจ้ ากหลายแงม่ มุ และรปู แบบในการจัดเก็บข้อมลู ก็อาจจะตา่ งกนั ออกไปในแต่
ละแหลง่ ของข้อมลู
6
ความสาคัญของ Big Data
ปัจจุบันอะไร ๆ ก็ Big data แล้วทําไมมันถึงสําคัญ แท้จริงแล้วความสําคัญของ Big data ไม่ได้
เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่องค์กรของเรามีอยู่ แต่เป็นสิ่งที่เราสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับ
องคก์ รไดอ้ ย่างไร
Big Data ช่วยให้เราสามารถใช้ข้อมูลจากทุกแหล่งที่เป็นไปได้ และวิเคราะห์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์
ส่วนที่เราต้องการ ซึ่งช่วยให้เราสามารถเข้าใจผู้บริโภคได้มากขึ้น ลดต้นทุนได้ ลดเวลาระยะเวลาดําเนินการ
และสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยํามากขึ้น ปัจจุบันหลายบริษัทได้นํา Big Data มาประยุกต์ใช้ในส่วนของ
การขายและการตลาดของธุรกิจ เครื่องมือที่ใช้สําหรับการรองรับ Big Data แบบที่เราเข้าใจได้ง่าย ๆ
และเห็นกนั อยู่บ่อย ๆ ก็อยา่ งเช่น Google Analytics หรือ ระบบ ERP เป็นตน้
ขอยกตัวอย่างเช่น Amazon นํา Big Data ไปใช้ในการแนะนําสินค้าแบบอัตโนมัติและปรับราคา
สนิ คา้ แบบ Real-time (Pricing Engine) ให้ตรงกับจุดที่ลูกค้าเห็นค่าของสินค้า (Value) และเกิดความเต็มใจ
ท่ีจะจ่าย โดยอาศยั ขอ้ มูลพฤติกรรมการเข้าชมเว็บไซต์และเลือกซื้อสินค้า ข้อมูลจากการซื้อในอดีต ข้อมูลการ
ค้นหาข้อมูลการเลือกซื้อสินค้าผ่านทาง Search Engine ราคาสินค้าของคู่แข่ง จํานวนสินค้าที่เหลืออยู่
เพอ่ื เพมิ่ ยอดขายในกบั ธุรกิจจากการทีล่ กู คา้ ตัดสนิ ใจซื้อได้ง่ายข้ึน
ตัวอย่างตัวอย่างของการใช้ Big Data ขอยกตัวอย่าง Netflix ย้อนกลับไปราว ๆ ปี 2008 ลูกค้า
ผู้ใช้บริการ Video on demand กลุ่มใหญ่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาจอดํา ในขณะที่ลูกค้า Streamingm ที่ใช้
บริการผา่ นคลาวดบ์ างรายสามารถใชง้ านไดเ้ ปน็ ปกติ ผลกระทบครั้งใหญ่ในครั้งนี้ กดดันให้ Netflix ต้องเร่งหา
ทางแก้ไข ก่อนที่คิดจะให้ขยายการให้บริการออกไปยังต่างประเทศ Big Data คือกุญแจสําคัญ
ในการแกป้ ัญหา ทีมงานนําข้อมูลในทุกด้าน ทั้งส่วนที่มีความหนาแน่นในการใช้บริการเครือข่ายความเร็วเน็ต
จุดเชื่อมต่อระหว่างการให้บริการด้านข้อมูล ฯลฯ ถูกนํามาวิเคราะห์เพื่อหาทางปูองกันปัญหา Down-time
ทจี่ ะเกิดขึ้นอกี ในอนาคต
ERP คอื ระบบ ERP หรอื ERP ย่อมาจาก Enterprise Resource Planning
คือ เครื่องมือ หรือมีระบบที่ช่วยวางแผนและจัดการฐานข้อมูลองค์กร เพื่อให้มีการบริหาร และใช้
ทรัพยากรร่วมกันภายในองค์กรมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยที่ ระบบ ERP นั้นสามารถที่จะประยุกต์ใช้ได้
ในหลายหลากธุรกิจ มีความยืดหยุ่นสูงสามารถปรับแต่งให้ มีความเหมาะสมกับธุรกิจแต่ละประเภทได้ดี
มีความสามารถในการบูรณาการ (Integration) การทํางานของแต่ละหน่วยงานเข้าเอาไว้ภายในระบบเดียว
ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการผลิต Manufacturing ระบบสินค้าคงคลัง (Inventory) การบริหารความสัมพันธ์
ลูกค้า CRM งานขาย (Sales) งานซื้อ (Purchasing) งานบัญชีและการเงิน Accounting and Finance
หรอื งานบริหารทรพั ยากรมนษุ ย์ HRM เปน็ ตน้ ซง่ึ ท้ังหมดท่กี ล่าวมาขา้ งตน้ นีเ้ ราเรยี กกันวา่ โมดลู (Modules)
7
องค์ประกอบของ Big Data
หากจะเรม่ิ ศึกษาการทํา Big Data Project ต้องเริ่มจากอะไร จะต้องมีการเริ่มต้นจาก คือ เราต้อง
เรียนรู้ก่อนว่า องค์ประกอบของระบบ Data คืออะไร เพราะแต่ละองค์ประกอบมีองค์ความรู้ที่ไม่เหมือนกัน
และต้องอาศัยทกั ษะของผู้เชี่ยวชาญที่แตกตา่ งกนั
รูปที่ 1.2 องคป์ ระกอบของระบบ Big Data
จากภาพ จะเหน็ ได้วา่ องคป์ ระกอบของระบบ Data แบ่งออกเป็น 5 ส่วนด้วยกนั ได้แก่
1. Data Source แหล่งที่มาของข้อมูล ซึ่งถือได้ว่า เป็นต้นนํ้า เป็นแหล่งกําเนิดของข้อมูล อาจจะ
เป็นระบบ โปรแกรม หรือจะเป็นมนุษย์เรา ที่สร้างให้เกิดข้อมูลขึ้นมา ทั้งนี้ เมื่อได้ชื่อว่าเป็น Big Data แล้ว
ขอ้ มลู ต่าง ๆ มักจะมาจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย นําพามาซึ่งความยากลําบากในการจัดการโครงสร้างหรือ
จดั เตรยี มใหข้ ้อมูลที่นํามารวมกันนัน้ มคี วามพรอ้ มใช้ต่อไป
2. Gateway ช่องทางการเชื่อมโยงข้อมูล การเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ เป็นส่วนที่สําคัญมาก
และเป็นปญั หาใหญใ่ นการทาํ Big Data Project ต้องอาศัยทักษะของ Data Engineer ทั้งการเขียนโปรแกรม
และใช้เครื่องมือที่มีอยู่มากมาย ทั้งนี้การจะออกแบบช่องทางการเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จาํ เปน็ ต้องทราบกอ่ นวา่ จะนําข้อมูลใดไปทาํ อะไรต่อบา้ ง มเิ ชน่ นนั้ การสร้างช่องทางการเชื่อมที่ไม่มีเปูาหมาย
ก็อาจเปน็ การเสียเวลาโดยเปลา่ ประโยชน์
3. Storage แหล่งเก็บข้อมูล แหล่งเก็บนี้ ไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูล แต่เป็นการเก็บ
ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลหลาย ๆ แหล่ง เอามาไว้เพื่อรอการใช้งาน ซึ่งอาจจะเป็นที่พักข้อมูลให้พร้อมใช้
หรือจะเปน็ แหล่งเก็บข้อมูลในอดตี ก็เป็นได้
4. Analytics การวิเคราะห์ข้อมลู ส่วนน้ีเปน็ หน้าที่หลักของ Data Scientist ซึ่งแบ่งงานออกเป็น 2
ลกั ษณะ คอื การวิเคราะหเ์ บอื้ งตน้ โดยการใชว้ ธิ ที างสถติ ิ หรอื จะเปน็ การวเิ คราะหเ์ ชงิ ลึกโดยการสร้าง Model
แบบตา่ ง ๆ รวมไปถึงการใช้ Machine Learning เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เฉพาะจงเจาะในแต่ละปัญหา และแต่ละ
ชดุ ข้อมลู
8
5. Result/Action การใช้ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์สามารถนําไปใช้งาน
ได้ 2 รปู แบบ คอื ออกเปน็ รายงาน เพ่ือให้ Data Analyst นําผลลพั ธ์ทไี่ ดไ้ ปใช้กับงานทางธุรกิจต่อไป หรือจะ
เป็นการนําไปกระทําเลยโดยที่ไม่ต้องมี “มนุษย์” คอยตรวจสอบ ซึ่งจําเป็นต้องมีการเขียนโปรแกรมเพิ่ม
เพ่ือใหม้ ีการกระทาํ ออกไป ท่เี รยี กว่า Artificial Intelligence
การที่จะเข้าใจส่วนประกอบทั้งหมดของ Big Data System ได้นั้น อาจต้องใช้เวลา เพราะในแต่ละ
ส่วน ค่อนข้างมีรายละเอียดมากมาย เช่น ส่วนของการเชื่อมโยงข้อมูล สามารถใช้โปรแกรม ETL (Extract-
Transform-Load) ได้ แต่โปรแกรม ETL ก็มีหลายแบบ ทั้งเป็นโปรแกรม Software หรือ เป็น Function
หนึ่งใน Cloud Computing
ในส่วนของ Analytics เองก็เช่นกันเฉพาะ Machine Learning ก็มี Algorithm มากมาย และยัง
ต้องมีการปรับค่า Parameter อีกดว้ ย ไม่รวมไปถึงการออกแบบตัวแปร ว่าจะนําข้อมูลใดมาวิเคราะห์ เพื่อให้
ไดผ้ ลลพั ธ์อะไร เรียกได้ว่า แค่ความรู้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีประสบการณ์ในการระบุปัญหา และทักษะในการ
ออกแบบการใช้ Model อีกดว้ ย
ดังนั้น การจะเข้าใจ Big Data Ecosystem ให้ได้ทั้งหมดนั้นมันค่อนข้างยาก และยังต้องใช้เวลา
แต่ไม่ใช่ว่า จะทําไม่ได้ต้องวางเปูาหมายให้ชัดก่อนว่า ที่ต้องการเข้าใจ หมายถึงต้องการเข้าใจในภาพรวม
หรือต้องการ ทําเองให้เป็นด้วย ถ้าเป็นข้อแรกการเข้าใจเพื่อให้รู้ว่าองค์ประกอบแต่ละส่วนทํางานอย่างไร
ไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องแยกให้ออกว่าสิ่งที่เราต้องการรู้คือเรื่องอะไร แต่ถ้าเป็นข้อสอง นั้นคือ ต้องการใช้
เครอ่ื งมือเป็น หรือตอ้ งการเขียนโปรแกรมได้ ตอ้ งบอกวา่ ใช้เวลาพอสมควร
การเริ่มต้นทํา Big Data Project ที่ดี คือ การเข้าใจว่าปัญหาขององค์กรคืออะไร อยู่ ณ ส่วนใด
ขององค์ประกอบของระบบ Data บางที่มีปัญหาเรื่องไม่มีแหล่งที่มาของข้อมูล บางที่มีปัญหาไม่สามารถ
เชื่อมโยงขอ้ มูลได้ บางทมี่ ปี ญั หาไมส่ ามารถวเิ คราะหไ์ ด้ บางที่ไม่สามารถแสดงผลได้ และหลายที่ มีปัญหาที่ไม่
ร้วู ่าตัวเองมปี ัญหาอะไร
การจัดการขอ้ มูลขนาดใหญ่ (Big Data)
การจัดการข้อมลู ขนาดใหญ่ เปน็ การผสมผสานไอทีเขา้ กบั ธุรกิจ ออกแบบและวเิ คราะหข์ ้อมลู เพื่อ
แก้ไขปญั หาธุรกิจเปน็ การจัดการข้อมลู ขนาดใหญม่ าก ๆ มาวเิ คราะห์จัดการเชอื่ มโยงใหเ้ กดิ ประโยชน์มาก ๆ
ตอ่ องคก์ รหรือสถาบนั ให้มปี ระสทิ ธิภาพมากย่งิ ข้นึ โดยนาํ ความรูท้ างด้านเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั มาใช้ แนวทางการ
ประกอบอาชีพ ได้แก่ นักวเิ คราะหธ์ รุ กจิ นกั กิจการ นักวางแผนข้อมลู นกั วจิ ัยการตลาด นกั พฒั นาผลติ ภัณฑ์
หรือ เจ้าของกจิ การทางด้าน big data เป็นต้น
การจัดการข้อมูล มีความสําคัญในการจัดการองค์กร และการจัดการไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งอาจ
จะต้องการเก็บอย่างถาวร หรือส่งไฟล์ขนาดใหญ่ทั้งข้อมูลที่มีโครงสร้าง และไม่มีโครงสร้างหรือเอกสาร
เพื่อให้แน่ใจว่าทุกแผนกของบริษัทสามารถเข้าถึงได้ โดยบริษัท ต่าง ๆ กําลังใช้โซลูชั่นข้อมูลขนาดใหญ่
เพื่อรองรับการเติบโตของกลุ่มข้อมูลอย่างรวดเร็วการจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพช่วยให้องค์กรสามารถ
ค้นหาขอ้ มลู ท่ีมีโครงสร้าง และท่ีไม่มโี ครงสรา้ งได้อย่างง่ายดาย เพื่อรวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่จากแหล่งต่าง ๆ
9
เช่น ไซต์โซเชียลมีเดียเว็บไซต์และบันทึกระบบ อย่างไรก็ตามบ่อยครั้งที่ผู้เริ่มต้นจะติดปัญหาในการจัดการ
ทุกอยา่ งเกยี่ วกับข้อมูลขนาดใหญบ่ า้ ง
สภาพแวดล้อมของข้อมูลในธุรกิจทุกวันนี้เหนือกว่าแพลตฟอร์มฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์และที่เป็น
คลังข้อมูลดั้งเดิม คุณอาจต้องใช้เทคโนโลยีในการจัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลในรูปแบบที่ไม่ใช่ธุรกรรม
การวเิ คราะห์ขอ้ มลู ขนาดใหญ่ กําลังเปลย่ี นแปลงวิธีการทาํ งานของหนว่ ยงานอยา่ งช้า ๆ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสําคัญ
ทจ่ี ะต้องเรยี นร้กู ารวเิ คราะหแ์ ละจดั เก็บข้อมูลเพื่อปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ ในความเป็นจริงการจัดการ
ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ธุรกิจมีความได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น ซึ่งหัวข้อดังต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับ
ท่จี ะชว่ ยใหอ้ งค์กรจดั การฐานขอ้ มูลได้อย่างราบร่ืน
วิธีการจดั การขอ้ มลู มดี ังน้ี
Big Data ข้อมูลขนาดใหญ่ มีการทํางานโดยข้อมูลขนาดใหญ่ให้ข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ เพื่อเปิดโอกาส
และรปู แบบธรุ กิจใหม่ ๆ การเร่ิมต้นใช้งานประกอบด้วย 3 ขน้ั ตอนสาํ คัญดงั น้ี
1. การรวบรวมข้อมูล การรวบรวมข้อมูลของ Big Data เป็นการรวบรวมข้อมูลของจาก
หลากหลายทั้งที่มาและการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างมากมาย ซึ่งกลไกและเทคโนโลยีแบบดั้งเดิม ETL
(extract, transform, and load) ไม่สามารถทําได้ ซึ่ง Big Data หรือ ข้อมูลขนาดใหญ่ต้องการเทคนิค
วิธีการ และเทคโนโลยีใหม่ในการรวบรวมข้อมูลขนาด เทราไบต์ และอาจจะเป็นระดับเพธาไบต์เลยก็มีในการ
รวบรวมข้อมลู น้ันต้องมกี ารประมวลผล จัดรูปแบบ ให้เหมาะสําหรับการใช้ในการวิเคราะห์หรือใช้งานสําหรับ
ธุรกจิ หรือวัตถุประสงคน์ ้ัน ๆ
2. การจัดการข้อมูล ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data นั้นมีความต้องการสถานที่จัดเก็บขนาด
ใหญ่ การจัดเก็บข้อมูลมูลขนาดใหญ่จะเป็นชนิดใดก็ได้ไม่ว่าจะเป็นแบบ on premises หรือ แบบ cloud
ขึ้นกับความต้องการหรือความสะดวกในการใช้ ซึ่งเราสามารถใช้และประเมินผลได้เช่นเดียว กัน บางครั้งก็มี
ความจําเป็น ที่ต้องจัดเก็บไว้ใกล้กับแหล่งข้อมูล หรือข้อมูลบางอันยังต้องการความยืดหยุ่นสูงที่สุด
และไมต่ อ้ งการบริหารจัดการกใ็ ช้เปน็ แบบ Cloud ซึง่ กาํ ลังเป็นทนี่ ยิ มกันเปน็ อย่างมาก
3. การวิเคราะห์ การลงทุนสร้างข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big data จะมีประโยชน์หรือคุ้มค่า
กต็ ่อเมื่อคณุ ใช้และวิเคราะหข์ ้อมูล การวิเคราะหข์ ้อมลู ทาํ ใหเ้ กิดความกระจา่ งและชัดเจนในชุดข้อมูลที่คุณมีอยู่
การสํารวจข้อมูลยังทําให้เราค้นพบสิ่งใหม่ แชร์สิ่งที่ค้นพบใหม่ๆต่อคนอื่น สร้างรูปแบบจําลองข้อมูล
ดว้ ยการเรียนรู้ของเครื่องจักรและปญั ญาประดษิ ฐ์ AI และนําขอ้ มลู เหล่าน้นั ไปใช้งาน
10
เทคนิควธิ กี ารจดั การขอ้ มูล มีดงั น้ี
1. สรปุ เป้าหมายของเรา เราต้องกําหนดเปูาหมายเพื่อให้ทราบข้อมูลที่ธุรกิจจําเป็นต้องเจริญเติบโต
ไม่เช่นนั้นอาจพบกับกลุ่มข้อมูลจํานวนมากที่ ไม่เกี่ยวข้องกับความต้องการทางธุรกิจของเรา การมีส่วนร่วม
ของทีมงานทั้งหมดในการกําหนดเปูาหมายของ บริษัท เป็นสิ่งสําคัญ องค์กรอาจสิ้นสุดการรวบรวมข้อมูล
ที่ไม่ถูกต้องหากไม่มีเปูาหมายที่ชัดเจน คุณต้องกําหนดกลยุทธ์เพื่อช่วยให้บรรลุเปูาหมายเหล่านั้น
แน่นอนวา่ ทุกคนตอ้ งการรวบรวมข้อมลู ที่เกีย่ วข้องซึง่ จะส่งผลตอ่ ประสิทธิภาพของธุรกิจ คุณต้องมีทิศทางก่อน
เรม่ิ การดาํ เนินการ
2. การป้องกันข้อมูล ไมม่ ใี ครตอ้ งการรวบรวมข้อมูลด้วยความยากลําบากและจบลงด้วย การสูญเสีย
มนั ดงั นน้ั องค์กรควรรักษาความปลอดภยั ของขอ้ มลู และสามารถเข้าถงึ ได้ เปน็ ไปไม่ได้ที่จะวิเคราะห์ข้อมูลที่ไม่
สามารถเข้าถึงได้ อีกวิธีหนึ่งในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลก็คือ การใช้การสแกน มัลแวร์การรักษา
ความปลอดภัยไฟร์วอลล์ และการกรองสแปม คุณสามารถใช้เว็บไซต์หรือบทวิจารณ์ผลิตภัณฑ์เพื่อรวบรวม
ข้อมูลจากลูกค้า อย่างไรก็ตามมีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่ใช้เวลาในการบังคับใช้มาตรการรักษา
ความปลอดภัยข้อมูล อย่าใช้การจัดการข้อมูลเพื่อรับสิทธิ์ เพราะอาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ ในความเป็นจริง
ความปลอดภัยของขอ้ มูลเปน็ องค์ประกอบท่ีสาํ คัญของการจัดการข้อมลู ของบรษิ ัท
3. ปรบั ให้เข้ากบั การเปลย่ี นแปลงใหม่ หนง่ึ ในแนวปฏบิ ัตทิ ่ดี ที ่สี ุดสําหรบั การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่
คอื การรกั ษาแนวโน้มการจัดการข้อมูล โปรดรู้ว่าข้อมูลและซอฟต์แวร์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น
จึงมีเครื่องมือและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มากมายที่ออกสู่ตลาดทุกวัน การก้าวไปตามเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ
จะช่วยให้ บริษัท สามารถสร้างฐานข้อมูลที่ดีขึ้นและก้าวลํ้านําหน้า สิ่งสําคัญคือต้องมีความยืดหยุ่นและปรับ
ให้เข้ากับการเปลย่ี นแปลงในการจดั การข้อมูลอยู่เสมอ
4. เชื่อมโยงขอ้ มูลของคณุ มีช่องทางมากมายที่สามารถใช้ในการเข้าถึงฐานข้อมูล คุณไม่จําเป็นต้อง
ปรับใช้เครื่องมือเทคโนโลยีที่แตกต่างกันสําหรับแต่ละแอปพลิเคชัน อีกวิธีหนึ่งในการปรับปรุงกระบวนการ
คือการเชอ่ื มโยงข้อมลู ทง้ั หมดของคณุ เขา้ ด้วยกัน การสื่อสารผิดพลาดระหว่างข้อมูลและแอปพลิเคชัน อาจทํา
ให้เกิดปัญหามากมาย การเก็บข้อมูลบนคลาวด์ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล
แน่นอนว่าทุก บริษัท ต้องการแอปพลิเคชั่นและข้อมูลทั้งหมดในการประมวลผลอย่างราบรื่น การประสาน
ข้อมลู เปน็ สงิ่ สําคญั สาํ หรบั ทมี ท่จี ะใชฐ้ านขอ้ มลู เดียวกันและจะทาํ ใหเ้ กดิ ปญั หาน้อยลงอีกดว้ ย
5. อย่ามองขา้ มกฎการตรวจสอบ จาํ เปน็ อย่างย่งิ ท่ีจะตอ้ งมนั่ ใจวา่ แม้แตผ่ ู้จัดการฐานข้อมูลยังคงต้อง
รักษากฎในการตรวจสอบ ไม่ว่าเปูาหมายคือการจัดการข้อมูลในเรื่องของการชําระเงินหรือคะแนนเครดิต
ส่ิงสําคัญที่สดุ คอื การปฏบิ ัตติ ามกฎการตรวจสอบอยา่ งเครง่ ครัด
11
แหล่งอ้างอิง
Sas.com เกรด็ ความรู้เกย่ี วกับประวตั คิ วามเปน็ มาของ big Data. [ระบบออนไลน์]. แหลง่ ที่มา
https://www.sas.com/th_th/insights/big-data/what-is-big-data.html
[18 กนั ยายน 2563]
Medium.com เกร็ดความร้เู กย่ี วกับความหมายข้อมลู ขนาดใหญ่ big Data. [ระบบออนไลน]์ . แหล่งท่มี า
https://www.utcc.ac.th/highlights/% [18 กนั ยายน 2563]
khundee.com เกรด็ ความรู้ลกั ษณะของ big Data. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา
https://www.khundee.com/big-data [18 กนั ยายน 2563]
coralline.co.th เกร็ดความร้เู กยี่ วกบั องค์ประกอบของ big Data. [ระบบออนไลน์]. แหล่งทีม่ า
[18 กันยายน 2563]
Mgronline.com เกร็ดความรู้ความสาคัญของ big Data. [ระบบออนไลน]์ . แหล่งทม่ี า
https://www.coraline.co.th/single-post/2018/10/15/Composition-of-data-systems
[18 กันยายน 2563
khundee.com เกรด็ ความร้เู กีย่ วกับการจัดการข้อมลู ขนาดใหญ่ big Data. [ระบบออนไลน์].
แหล่งท่ีมา https://www.khundee.com/big-data-% [18 กันยายน 2563]
12
บทท่ี 2
อินเทอร์เนต็ ทุกสรรพสงิ่ (Internet of Thing)
บทนา
ในทุกวันนี้ อินเทอร์เน็ต (Internet of Thing) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจําวันของเรามากขึ้น
สิ่งของที่เราใช้มักจะเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตอยู่เสมอ เห็นได้จากโทรศัพท์มือถือ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต
ยานพาหนะ หรอื แม้กระทงั่ เครอื่ งใช้ไฟฟูา และบางอยา่ งในบา้ นที่มกี ารพัฒนาใหฉ้ ลาดและอํานวยความสะดวก
ตอ่ ผู้ใช้มากข้นึ โดยสามารถเชือ่ มต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตได้
ความหมายของ Internet of Things
ทุกวันนี้ ปฏเิ สธไม่ไดเ้ ลยว่า เทคโนโลยี เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจําวันเป็นอย่างมาก จะเห็นได้ว่า
หลายสิ่งใกล้ตัวเราไม่ว่าจะเป็น เครื่องใช้ไฟฟูา หรือ อุปกรณ์ต่าง ๆ เริ่มมีการใช้อินเทอร์เน็ตในการเชื่อมต่อ
โดยไม่จําเป็นต้องเข้าไปสั่งงานอุปกรณ์เหล่านั้นด้วยตนเองหลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ Internet of Things
หรือเรียกแบบย่อ ๆ ว่า IoT กนั มาบา้ ง แลว้ สิ่งน้ีมนั คอื อะไร มบี ทบาทในชีวิตประจําวนั มากขนาดไหน
รปู ที่ 2.1 Internet of Things
Internet of Things (IoT) หรือ “อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” หมายถึง การที่วัตถุ อุปกรณ์ พาหนะ
สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งของต่าง ๆ ที่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ มีการเชื่อมโยงกับเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต ทําให้อุปกรณ์เหล่านี้เก็บบันทึกและรับส่งข้อมูลระหว่างกันได้ มนุษย์จึงสามารถสั่งการ ควบคุม
การใช้งานอุปกรณ์จากระยะไกลได้ จากโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่แล้วจะทําให้
สามารถผสานระบบอินเทอร์เน็ตกบั โลกทางกายภาพได้มากข้ึน
IoT หรือ Internet of Things (อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง) หมายถึง วัตถุ อุปกรณ์ พาหนะ สิ่งของ
เครื่องใช้ และสิ่งอํานวยความสะดวกในชีวิตอื่น ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยมีการฝังตัวของวงจรอิเล็กทรอนิกส์
13
ซอฟตแ์ วร์ เซ็นเซอร์ และการเชื่อมต่อกับเครือข่าย ซึ่งวัตถุสิ่งของเหล่านี้ สามารถเก็บบันทึก และแลกเปลี่ยน
ขอ้ มูลกันได้ อีกทั้งยังสามารถรับรสู้ ภาพแวดลอ้ มและถูกควบคมุ ได้จากระยะไกล ผ่านโครงสร้างพนื้ ฐาน
การเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ IoT สามารถประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ทุกอย่างที่ถูกออกแบบมาให้
เช่ือมโยงกันได้บนเครือข่ายอนิ เทอร์เน็ตเพ่ือท่ีจะสามารถส่อื สารกันได้
IoT มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า M2M ย่อมาจาก Machine to Machine คือ เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต
ท่เี ชอื่ มต่ออุปกรณ์กับเครื่องมือตา่ ง ๆ เข้าไวด้ ้วยกนั นน่ั เอง
IoT หมายถงึ การเชือ่ มตอ่ ทกุ สิง่ เข้ากบั อินเตอรเ์ น็ต ซงึ่ สามารถจาํ แนกออกไดเ้ ป็นสามรปู แบบหลัก ๆ
- สิ่งทีร่ วบรวมจัดเกบ็ ขอ้ มูลและทําการส่งข้อมูลออกไป
- สิง่ ทร่ี ับข้อมูลและนาํ ข้อมลู ไปประเมนิ ผล
- ส่ิงที่ทาํ ไดท้ งั้ สองอยา่ ง (รวบรวมจัดเกบ็ ข้อมลู และ ประเมนิ ผลขอ้ มลู เอง)
โดยทงั้ สามรูปแบบนีส้ ามารถสรา้ งประโยชน์ใหแ้ ก่กันได้อยา่ งมหาศาล
1. จัดเก็บข้อมูลและส่งต่อข้อมูล ในส่วนนี้หมายถึงอุปกรณ์ sensor โดยที่อาจจะเป็นได้ทั้ง
sensor ตรวจวดั อณุ หภมู ิ sensor ตรวจจับการเคลื่อนไหว sensor ตรวจวัดคุณภาพอากาศ sensor ตรวจวัด
แสง และอ่นื ๆ อกี มากมาย ซง่ึ sensor ดงั กลา่ วเมือ่ ถูกนาํ ไปเชอื่ มต่อกับอินเตอร์เน็ตแล้ว จะทําให้เราสามารถ
จดั เก็บข้อมลู สภาพแวดลอ้ มไดอ้ ยา่ งอตั โนมัตแิ ละรวดเรว็ จงึ ทําใหเ้ ราตัดสนิ ใจไดค้ ลอ่ งแคล่ววอ่ งไวขึ้น
ในส่วนของการเกษตร 4.0 ข้อมูลเกี่ยวกับความชื้นในดิน ที่ได้รับมาอย่างอัตโนมัตินั้นจะเป็น
ตัวบ่งช้ใี ห้เกษตรกรไดท้ ราบ ถึงช่วงเวลาที่ต้องทําการรดนํ้าผลผลิตของตน แทนที่จะสิ้นเปลืองนํ้าในการรดนํ้า
เป็นปรมิ าณมาก ๆ หรอื แทนทีก่ ารรดนํ้าในปรมิ าณทน่ี ้อยจนเกินไป (ซง่ึ อาจจะทําให้เกดิ การสูญเสียผลผลิตและ
รายได้เป็นจาํ นวนมาก) เมือ่ นาํ เทคโนโลยี IoT และ sensor ตรวจวัดค่าเหล่าน้ีมาใช้ เกษตรกรจะสามารถมั่นใจ
ได้วา่ ผลผลิตของตนนนั้ ได้รบั นํา้ ในปรมิ าณท่เี หมาะสม ทําใหเ้ กษตรกรมีรายได้เพม่ิ มากขึ้นนน่ั เอง
เปรียบเสมือนประสามสัมผัสของเรา ไม่ว่าจะเป็นทั้ง การมองเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น
การสัมผัส และการล้มิ รส ทท่ี ําให้มนุษย์ได้สัมผัสกบั โลก อุปกรณ์ sensor IoT เองกจ็ ะทําให้เครื่องจักรสามารถ
สัมผัสกับโลกได้เชน่ เดียวกนั
2. รับข้อมูลและนําข้อมูลไปใช้ เราทุกคนต่างคุ้นชินกับการใช้อุปกรณ์เครื่องจักรในการรับ
ข้อมูลและนําเอาขอ้ มูลไปใช้ เชน่ เคร่อื งพิมพ์เอกสารที่รับข้อมูลเอกสารจากคอมพิวเตอร์หรือมือถือของเราและ
ทําการพิมพ์ออกมาบนกระดาษ รถยนต์ของคุณที่รับสัญญาณจากรีโมตกุญแจและปลดล็อคประตูรถยนต์ของ
เรา และตัวอยา่ งอืน่ ๆ อีกมากมาย
ถึงแม้ว่ามันจะง่ายในการส่งข้อมูลคําสั่งให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ทํางาน หรือข้อมูลที่ซับซ้อนอย่าง
การสั่งพิมพแ์ ม่แบบ 3 มิติไปยงั เครอ่ื งพิมพ์ เราตา่ งร้กู ันดวี ่าเราสามารถสั่งใหเ้ ครอ่ื งจักรทาํ งานได้ แม้จะอยู่ห่าง
ออกไปไมเ่ พียงเท่านี้ ประสิทธิภาพที่แท้จริงของ IoT จะเกิดขึ้นเมื่ออุปกรณ์สามารถรวบรวมข้อมูลที่ได้รับจาก
sensor ตา่ ง ๆ และนําเอาขอ้ มูลเหลา่ น้ไี ปประเมินผล
14
3. ดําเนินการได้ทั้งสองรูปแบบ (รวบรวมจัดเก็บข้อมูลและประเมินผลข้อมูลเอง) ซึ่งลอง
ยอ้ นกลบั ไปดูตัวอย่างในภาคการเกษตร 4.0 ตัวอุปกรณ์ sensor ที่สามารถตรวจวัดค่าความชื้นในดินได้อย่าง
เดียวน้ัน จะสามารถเตือนใหเ้ กษตรกรทาํ การรดนํา้ เม่อื ความชื้นลดลง แต่เมื่ออุปกรณ์ IoT สามารถตรวจวัดค่า
ความชื้นใต้ดินไปพร้อมกับกับ ประเมินผลเองและส่งข้อมูลไปที่ระบบรดนํ้า IoT ระบบรดนํ้าก็จะทําการรดนํ้า
โดยอัตโนมัติตามปริมาณความชื้นที่ต้องการ โดยที่เกษตรกรไม่จําเป็นต้องออกไปทําการรดนํ้าเอง ซึ่งเป็นการ
ประหยัดทงั้ คา่ แรงและคา่ น้ํา
นอกเหนอื จากน้ี เรายงั สามารถพัฒนาอุปกรณใ์ หก้ า้ วหน้าตอ่ ไปได้ ยกตัวอย่างเช่น หากระบบการรด
นํ้า IoT ได้รับข้อมูลสภาพอากาศจากการเชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เน็ตและรับรู้ว่าภายในอีก 1 ชั่วโมงฝน จะตก
หนกั ระบบรดน้าํ IoT กจ็ ะตดั สินใจได้วา่ ไมต่ ้องทําการรดนํ้าผลผลิต เนื่องจากผลผลิตเหล่านั้นจะได้รับนํ้าจาก
ฝน ซึ่งจะสามารถปูองกันไม่ให้เกษตรกรสูญเสียผลผลิตจากปริมาณนํ้าที่มากเกินไปอีกด้ วย ไม่เพียงเท่านี้
ข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมเกี่ยวกับความชื้นในดินและปริมาณนํ้าที่ใช้ ก็สามารถนํามาเทียบกับอัตราการเติบโต
ของผลผลิตได้ โดยขอ้ มลู อาจถูกสง่ ไปในคอมพวิ เตอร์เพ่ือวเิ คราะหข์ ้อมูลวา่ ความชื้นอยู่ระดับใดและปริมาณนํ้า
มากนอ้ ยแค่ไหนท่จี ะสง่ ผลใหไ้ ด้รบั ผลผลิตมากทสี่ ุด
ซึ่งสง่ิ ท่ีกลา่ วมากอ่ นหน้านี้เป็นเพียงตัวอย่างในการใช้งาน sensor การตรวจวัดความชื้นใต้ดินอย่าง
เดียว ยังไม่รวมถึง sensor ประเภทอื่น ๆ เช่น sensor ตรวจวัดแสง ตรวจคุณภาพอากาศ ตรวจวัดอุณหภูมิ
และประเภทอืน่ ๆ อีกมากมายทเี่ รายงั ไม่รับร้ถู ึงความสามารถ
สรุปความหมายของ IoT คืออะไร: อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Thing) หรือคําย่อคือ
IoT คือการเพิม่ ประสิทธภิ าพของอินเตอรเ์ น็ตท่ีเหนือกว่าการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สมาร์ทโฟน
ไปยังวัตถุอื่น ๆ และสิ่งแวดล้อม โดยที่การถูกเชื่อมต่อผ่านเทคโนโลยี IoT นั้นดําเนินการเพื่อรวบรวมจัดเก็บ
ข้อมลู สง่ ข้อมูลออกไป หรือท้ังสองรปู แบบ
แนวคดิ Internet of Things
“อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” หรือ “Internet of Things (IoT)” ถือว่าเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างเรียบ
งา่ ย ซึ่งหมายถงึ การรวบรวมทกุ สรรพส่ิงในโลกมาเชอ่ื มต่อเขา้ กบั อนิ เตอรเ์ นต็
แนวในคิดเรื่อง Internet of Things คิดขึ้นโดย เควิน แอชตัน (Kevin Ashton) ซึ่งเป็นบุกเบิก
เทคโนโลยขี องประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542) เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์ข้อมูลอัตโนมัติที่สถาบัน
เทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สหรัฐอเมริกา ซึ่งสร้างระบบมาตรฐานสากลสําหรับ RFID* ที่ในขณะนั้นถือ
เป็นมาตรฐานโลกที่ยงิ่ ใหญส่ ําหรับการจับสญั ญาณเซน็ เซอรต์ า่ ง ๆ (RFID Sensors) และเปน็ ผเู้ ริ่มต้นโครงการ
Auto-ID Center ซง่ึ ทาํ ใหต้ วั เซ็นเซอร์เหล่านน้ั สามารถทีจ่ ะเช่อื มตอ่ กันได้ เควนิ แอชตนั ไดใ้ ช้คําว่า Internet
of Things ในสไลด์การบรรยายของเขาเปน็ ครงั้ แรก โดยนิยามเอาไวต้ อนนั้นว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใดก็ตาม
ที่สามารถสื่อสารกันได้ภายในถือก็เป็น “internet-like” หรือพูดง่าย ๆ ก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สื่อสาร
แบบเดียวกับกับระบบอินเตอร์เน็ตนั้นเอง โดยคําว่า “Things” ก็คือคําใช้แทนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ
15
เหล่านั้น และเขายังกล่าวไว้ว่า Internet of Things อาจจะเปลี่ยนแปลงโลกได้เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ต
และอาจจะมากกว่าท่อี ินเทอร์เน็ตเคยทํา
ต่อมาในยุคหลงั ปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมา โลกมจี ํานวนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกมาเป็นจํานวนมาก
และมักมีการใช้คําว่า Smart กับสิ่งเหล่านั้น เช่น อุปกรณ์อัจฉริยะ (smart device) มีกริดไฟฟูาอัจริยะ
(smart grid) บ้านอัจฉริยะ (smart home) เครือข่ายอัจฉริยะ (smart network) ระบบขนส่งอัจฉริยะ
(smart intelligent transportation) ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนมีโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถเชื่อมต่อกับโลก
อินเตอรเ์ น็ตได้ จงึ มาเปน็ แนวคิดท่วี า่ อุปกรณ์เหลา่ นนั้ ก็ยอ่ มที่จะสามารถสื่อสารกันได้ด้วยเช่นกันโดยอาศัย ตัว
Sensor ในการสอื่ สารถึงกัน นั่นแปลว่านอกจาก Smart devices ตา่ ง ๆ จะมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้แล้ว
มันยังสามารถเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ตัวอื่นได้ด้วย หรือพูดง่าย ๆ ก็คืออุปกณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถสื่อสาร
พูดคุยกนั เองได้
อปุ กรณท์ ่ีเป็น Internet of Things
รปู ที่ 2.1 อปุ กรณท์ เ่ี ป็น Internet of Things
สรรพสิ่ง (Things)
ในความหมายของ IoT "สรรพสิ่ง" หมายถึง อุปกรณ์ สิ่งของเครื่องใช้ที่แตกต่างหลากหลาย
เช่น เครื่องจักรต่าง ๆ ในโรงงาน รถยนต์ สกู๊ตเตอร์ จักรยานที่มีเซ็นเซอร์ในตัว เครื่องใช้ภายในบ้าน กล้อง
อจั ฉรยิ ะ นาฬิกาเดก็ อุปกรณ์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ แท็กไบโอชิปที่ติดกับปศุสัตว์ อุปกรณ์วิเคราะห์ดีเอ็น
เอในสิ่งแวดล้อมหรืออาหาร หรืออุปกรณ์ภาคสนามของนักผจญเพลิงในภารกิจค้นหาและช่วยเหลือ หุ่นยนต์
ดูแลผ้ปู วุ ยและผูส้ งู อายุ และอนื่ ๆ ซึง่ ไมเ่ วน้ แม้ เสยี งพดู สงั่ งานของมนุษย์
“Things หรอื สรรพสิง่ ” ในความหมายของ Internet of Things
สามารถหมายถึงอุปกรณ์ที่แตกต่างหลากหลาย เช่น อุปกรณ์วัดอัตราหัวใจแบบฝังในร่างกาย
แท็กไบโอชิปที่ติดกับปศุสัตว์ ยานยนต์ที่มีเซ็นเซอร์ในตัว อุปกรณ์วิเคราะห์ดีเอ็นเอในสิ่งแวดล้อมหรืออาหาร
และอปุ กรณ์ภาคสนามที่ช่วยในการทํางานของนักผจญเพลิงในภารกิจค้นหาและช่วยเหลือ อุปกรณ์เหล่านี้จะ
16
จัดเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์ด้วยการใช้เทคโนโลยีหลากหลายชนิดและจากการส่งต่อข้อมูลระหว่างอุปกรณ์
อื่น ๆ โดยอัตโนมัติ ตวั อยา่ งเชน่
1. อุปกรณอ์ ิเล็กทรอนิกส์ที่ถือว่าเป็น Internet of Things ชิ้นแรกของโลกก็คือ ตู้ ATM ท่ี
ใช้กดเงินกัน เพราะมันสามารถเชื่อมต่อสื่อสารหากันได้ผ่านเครือข่ายของธนาคารและสาขาต่าง ๆ ซึ่ง ATM
นั้นถือกาํ เนดิ ข้ึนมาตั้งแต่ปี 1974 ก่อนที่จะมีการนิยามคําว่า Internet of Things เครื่องซักผ้า-อบผ้าที่ต่อกับ
เครือข่ายไวไฟ เพ่อื ให้สามารถดสู ถานะจากระยะไกลได้
2. เคร่อื งควบคุมอุณหภมู ิอจั ฉรยิ ะ (Smart thermostat) จะปรบั คา่ ตา่ ง ๆ เองได้ สามารถเรียนรู้ได้
ด้วยตัวเองโดยดูจากพฤติกรรมของผู้ใช้ อาศัยข้อมูลจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีไร้สาย และ
โทรศัพท์สมาร์ตโฟน ทําให้ปรับตั้งอุณหภูมิได้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น สามารถเปิดปิดระบบปรับอากาศ
เมื่อต้องการใช้โดยอัตโนมัติ เช่น สามารถรู้ว่าเจ้าของบ้านไม่อยู่บ้านจากตําแหน่ง GPS ที่ส่งมาจากมือถือของ
เจ้าของบ้านเทอร์โมสตัทก็จะทําการตัดการทํางานเครื่องปรับอากาศ และในทางกลับกันเมื่อเจ้าของบ้าน
กลับมาใกล้บ้าน ก็จะเริ่มเปิดแอร์ปรับอุณหภูมิลงให้พอเหมาะ เมื่อเจ้าของบ้านถึงบ้านพอดี และเทอร์โมสตัท
บางรุ่น มี Sensor ในตัว สามารถรู้ได้ว่ามีคนอยู่ในห้องหรือไม่ ถ้าห้องไหนไม่มีคนก็จะปรับอุณหภูมิห้องให้
สูงขึ้น ห้องไหนมีคนใช้งานก็จะปรับอุณหภูมิให้พอดี เหมาะกับบ้านหรือสํานักงานที่มีหลายห้องแต่ไม่ได้มี
ประตกู น้ั แยกหอ้ ง และไม่ไดใ้ ชง้ านพรอ้ มกัน
3. กล้องวงจรปิดหรือ CCTV อัจฉริยะ ปัจจุบันกล้อง CCTV ราคาถูกลงมาก กล้องช่วยตรวจจับ
ความผิดปกติทั้งในบ้านหรือในเมืองต่าง ช่วยปูองกันภัยคุกคามได้ จึงเป็นที่นิยมในบ้านอยู่อาศัยมากขึ้นด้วย
เช่นกัน เนื่องจากต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย โดยการเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi หรือบางรุ่นสามารถใส่ชิม
เข้าไปในเครื่องได้เลย และสามารถตรวจสอบข้อมูลภาพและเสียงจากมือถือได้ รวมถึงสามารถเก็บภาพคลิป
ตา่ ง ๆ ไปสาํ รองข้อมลู ไว้ทร่ี ะบบ Cloud
4. นาฬกิ าอจั ฉรยิ ะ นอกจากใช้ดเู วลาแลว้ ยังถา่ ยรปู บันทกึ วดิ โี อ รับ-ส่ง อีเมล จับเวลา การนับก้าว
เดิน การคํานวณระยะทาง และพลังงานท่ีรา่ งกายใช้ นอกจากนีย้ งั ใช้เป็นรีโมตคอนโทรลของโทรทัศน์ ได้อีก
ดว้ ย
5.อย่างไรก็ดี Internet of Things นี้ไม่ได้เป็นเพียงส่วนขยายของอินเทอร์เน็ต ที่เรารู้จักกันอยู่
เท่านัน้ แตจ่ ะเกิดเปน็ โครงสรา้ งพนื้ ฐานใหมข่ องตนได้ โดยพึ่งพาอยู่กับอินเทอร์เน็ต ซึ่งเกิดประโยชน์จะเป็นใน
รูปแบบพึ่งพากับบริการ หรือธุรกิจใหม่ และจะสามารถครอบคลุมการสื่อสารในหลายรูปแบบ เช่น เครื่องสู่
เครื่อง เครื่องส่คู นเป็นตน้
การประยุกตใ์ ช้งาน IoT (Internet of Things) ในปจั จบุ นั
Wearables คือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่สามารถติดตั้งใช้งานบนส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
เพื่อความสะดวกในการใช้งานเพราะสามารถนําติดตัวไปได้ทุกที่ Wearable Computer สามารถทํางานได้ทั้ง
ในแบบ Stand alone หรือทํางานร่วมกับอุปกรณ์อื่นอย่าง Smartphone ผ่านทางแอพพลิเคชั่น อาทิ
เซน็ เซอร์วัดระยะทางของการวิ่ง วัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดอุณหภูมิรอบ ๆ การบอกพิกัดตําแหน่งบนโลก
17
อปุ กรณท์ ีว่ ัดการตรวจจับพฤตกิ รรมของผู้สวมใส่แล้วแปลงค่าออกมา เช่น พฤติกรรมการนอนหลับ พฤติกรรม
การออกกําลังกาย รวมถึงการเก็บข้อมูลของผู้ใช้ เพื่อแปลงผลไปใช้ในการทําข้อมูลสถิติ และกา รเข้าใจใน
พฤติกรรมด้านต่าง ๆ เป็นต้น ส่วนการทํางานใช้ในการควบคุม และการทํางานร่วมกันกับอุปกรณ์อย่างเช่น
Smartphone เช่น การสั่งให้เล่นเพลงจาก Smartphone การแสดงสถานะของการโทรเข้าโทรออก มีการ
แจง้ เตือนเม่อื มีขอ้ ความ อีเมล์ Facebook Twitter เข้ามา
ภาครัฐบาล ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรมการผลิต ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้นํา IoT
ไปประยุกต์ใช้ในการทํางานและชีวิตประจําวัน เพื่อสร้างรายได้ โอกาส และความสะดวกสบายยิ่งขึ้นใน
อุตสาหกรรมและโครงการตา่ ง ๆ
Wearable Computer ปัจจุบันมีการพัฒนาออกมาเป็นรูปแบบของ Gadget ต่าง ๆ มากมาย
ซ่งึ แบ่งออกเปน็ 3 ประเภท ดังน้ี
1. Watch – Wearable Computer แบบประเภทนาฬกิ า
2. Wrist band – Wearable Computer แบบประเภทสายรดั ข้อมือ
3. Glass – Wearable Computer แบบประเภทแวน่ ตา
1. Smart Industry เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรม
Industry 4.0
2. Smart City หรือเมืองอัจฉริยะ หมายถึง เมืองที่มีการนําเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อทําให้
คุณภาพชีวิตของพลเมืองนั้นดีขึ้น ส่งผลให้การใช้ชีวิตนั้นสะดวกสบายพลเมืองสามารถเข้าถึงการบริการของ
เมืองนั้นได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้นด้วย ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน
เช่น การจัดการพลังงานไฟฟูา ระบบจัดการนํ้า จัดการขยะ ระบบตรวจจับและเฝูาระวังความปลอดภัยจาก
เพื่อนํามาปรับใช้ร่วมกับโครงสร้างพื้นฐาน และระบบต่าง ๆ ของเมืองใน 4 ด้าน คือ ด้านการท่องเที่ยว
ด้านความปลอดภัย ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านเศรษฐกิจ โดยพัฒนา IoT เพื่อตอบสนอง และอํานวยความ
สะดวก ในแต่ละด้านของเมอื ง อาทิ
-Smart Living เมืองน่าอยู่
-Smart Governance เมืองท่ีบริหารจัดการโปรง่ ใส
-Smart Mobility เมืองทีส่ ามารถติดตอ่ ส่ือสารและเดนิ ทางไดอ้ ย่างสะดวกสบาย
-Smart People เมืองที่ให้ความเทา่ เทียมกนั ในสงั คม
-Smart Safety เมอื งปลอดภัย
-Smart Economy เมอื งทีเ่ อื้อตอ่ การทาํ ธุรกิจ
-Smart Environment เมอื งประหยัดพลังงาน
-Smart Tourism เมอื งท่องเทยี่ ว
-Smart Farming เมอื งเกษตรกรรมทันสมยั
18
3. Smart Life หรือ Smart home หรือบ้านอัจฉริยะเพื่อให้รูปแบบของการใช้ชีวิตของมนุษย์
เปลี่ยนไปจากเดิม มนุษย์สามารถพูดคุยกับสิ่งของได้สิ่งของสามารถพูดคุยและรับรู้พฤติกรรมของมนุษย์ได้
ซึ่งในอนาคตเทคโนโลยีจะมีการพัฒนา ให้สิ่งของสามารถพูดคุยกันเองได้โดยไม่ต้องผ่านมนุษย์เป็นการรวม
โครงข่ายการสื่อสาร (Communication Network) ของที่อยู่อาศัยรวมเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะเชื่อม
ต่อเครื่องใช้ไฟฟูา การบริการ การตรวจตราดูแล รวมทั้ง สามารถเข้าถึงการควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ซึ่งการ
ควบคมุ อาจจะควบคมุ ไดท้ ัง้ จากภายในทบี่ า้ นเองหรอื ควบคมุ จากภายนอกก็ได้ โครงสร้างของ Smart home
จะต้องประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนแรกต้องมี อุปกรณ์ Smart Device ใช้สําหรับเชื่อมโยง
เข้ากับส่วนที่สอง คือ เครือข่าย (Smart home network) และ ส่วนที่สาม คือ ส่วนควบคุมหลัก
ที่เปรียบเสมือนสมองของบ้าน ซึ่งสามารถเขียนโปรแกรมให้บ้าน ทํางาน ตามแบบที่เราต้องการได้
เรียกว่า Intelligent control system เมื่อบ้านดังกล่าวมีองค์ประกอบครบทั้ง 3 ส่วนแล้วจึงจะถือได้ว่าเป็น
Smart home งานวิจัยของ smart home ในปัจจุบันจะเป็นการวิจัยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่
อาศยั ภายในบา้ น สามารถแบ่งกลมุ่ งานวจิ ัยออกได้เป็น 4 กลุ่ม ตามความต้องการคือ
1. เพ่อื ความสะดวกสบาย เช่น ประตูอตั โนมตั ริ โี มทอัจฉรยิ ะ
2. เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นงานวิจัยในการเพิ่มความสามารถให้กับกล้องวงจร
ปิด นอกเหนือจากการบันทึกภาพเพียงอย่างเดียว เช่น เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวและระบบการแจ้ง
เตือน
3. เพื่อประหยัดพลังงาน เช่น การเปิดปิดไฟอัตโนมัติตามแสงอาทิตย์ หรือปิดไฟอัตโนมัติเมื่อไม่มี
คนอยู่ รวมไปถึงการบริหารจดั การพลงั งานในกรณีท่ีตดิ ต้ังแผงวงจรโซลารเ์ ซลล์
4. เพื่อดูแลสขุ ภาพของผู้อาศัยภายในบ้าน เช่น จะติดตั้งเซนเซอร์ตรวจคลื่นหัวใจ ตรวจจับไฟไหม้
จะเห็นได้ว่า Internet of Things (IoT) เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการ
ดําเนินชีวิตภายในบ้าน หรือที่ทํางาน หรือระหว่างการเดินทาง IoT จะเข้ามาช่วยอํานวยความสะดวก
ลดขนั้ ตอนการทํางาน และทาํ ใหก้ ารใชช้ วี ิตงา่ ยขน้ึ แต่อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี IoT ที่เชื่อมโยงอุปกรณ์ต่าง ๆ
เข้าด้วยกัน ก็อาจมีผลก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อภัยคุกคามตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงองค์กรมากขึ้น ดังนั้น การ
เตรียมความพร้อมรบั มือภัยคุกคามทม่ี าพร้อมกับเทคโนโลยีเป็นประเด็นที่ทุกคนให้ความสําคัญ เพื่อขับเคลื่อน
นวัตกรรมให้เกิดประสิทธภิ าพสงู สุดในยคุ ดิจทิ ัล
19
1. Smart Industry เพอ่ื เตรียมความพร้อมก่อนเขา้ สยู่ คุ ของการปฏวิ ัตอิ ุตสาหกรรม Industry 4.0 การ
ประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยี Internet of Things ร่วมกับระบบความปลอดภยั ในโรงงานอุตสาหกรรม
รปู ท่ี 2.2 การประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยี Internet of Things รว่ มกบั ระบบความปลอดภยั
ในโรงงานอตุ สาหกรรม
Industrial Internet of Things (IoT) Smart Security
การประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยี Internet of Things รว่ มกบั ระบบความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม
ในปัจจุบนั เทคโลยีดิจิทัลและอินเทอรเ์ น็ต เข้ามามบี ทบาทสําคัญในการปรบั เปลี่ยนกระบวนการผลติ ในยุค
ของการปฏวิ ตั อิ ุตสาหกรรมครงั้ ที่ 4 หรอื Industry 4.0 ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพ่ิมผลผลติ ได้เรว็ ขึ้นดว้ ย
คณุ ภาพที่สูงขึน้ และมีการลดปรมิ าณของเสียที่เกดิ จากการผลติ นอกจากนย้ี งั สามารถนําเอาIndustrial IoT
มาใชเ้ พ่ิมความฉลาดของระบบความปลอดภยั ในโรงงานอุตสาหกรรม ซึง่ เป็นการชว่ ยเพมิ่ ประสิทธิภาพในการ
จัดการดา้ นความปลอดภัย และมกี ารเพิ่มประสทิ ธิภาพการทาํ งานอย่างต่อเนอ่ื ง IoT ยังเป็นการปรบั ปรุง
กระบวนการดําเนนิ การหลกั ๆ ได้แก่ เรอื่ งของการตรวจสอบสถานะการทํางานได้จากระยะไกล การซ่อม
บาํ รงุ ทค่ี าดการณ์ได้ การควบคมุ ท่ีลา้ํ หนา้ รวมถึงการเฝาู ระวังและรักษาความปลอดภยั ซงึ่ เราเรยี กรวมกนั วา่
ระบบความปลอดภยั อัจฉริยะ หรือ Smart Security โดยทมี่ แี ต่ละองคป์ ระกอบ ของสง่ิ ที่กลา่ วมาช่วยเร่อื ง
ของอพั ไทม์ ซงึ่ เปน็ ระยะเวลาท่ีอุปกรณห์ รอื ระบบตา่ ง ๆ ทํางานได้อย่างเต็มที่ ในเรือ่ งประสทิ ธภิ าพ และความ
ปลอดภัย ผา่ นการใชซ้ อฟต์แวร์ เซนเซอร์ การเช่อื มต่อ และการวิเคราะหข์ ้อมลู
จากการวจิ ัยของศูนย์อิเลก็ ทรอนกิ ส์และคอมพวิ เตอร์แหง่ ชาติ, สวทช. พบว่าโรงงานขนาดกลาง
และขนาดใหญ่มีความต้องการท่จี ะปรบั ตัวไปสู่โรงงานอัจฉรยิ ะ (Smart Factory) ตามแนวทางของ Industry
4.0 โดยในเบอื้ งต้นตอ้ งการใช้ IoT เพ่อื เชอื่ มต่อเคร่ืองจักรเข้ากับระบบและบูรณาการข้อมูลที่ไดจ้ ากอุปกรณ์
เครอื่ งจักร หรอื สภาวะแวดล้อมต่าง ๆ มาต่อยอดให้เกดิ ประโยชน์ เนือ่ งจากโรงงานแต่ละแหง่ มีความพร้อมใน
การพัฒนาและใชเ้ ทคโนโลยี IoT แตกต่างกันไป การเตรียมความพร้อมควรพิจารณาตามองค์ประกอบสาํ คัญ
ดังตอ่ ไปนี้
20
1. การเชอ่ื มต่อ (Connectivity)
2. การเกบ็ ข้อมลู (Data Collection/ Data Acquisition)
3. การบรู ณาการขอ้ มลู (Data Integration)
4. การวเิ คราะห์ข้อมลู (Data Analysis / Data Analytics) และการแสดงผล (Visualization)
การเตรียมความพร้อมสําหรับ IoT ในภาคอุตสาหกรรมนั้น จากองค์ประกอบต่าง ๆ ที่กล่าวมา
โรงงาน ที่สนใจนําเทคโนโลยี IoT มาใช้มีความพร้อมแตกต่างกัน โรงงานในกลุ่มขนาดกลางและขนาดย่อม
(SME) มีความต้องการเปลี่ยน การบันทึกข้อมูลการผลิต หรือการตรวจสอบเครื่องจักรด้วยมือมาเป็นแบบ
อิเล็กทรอนิกส์ ที่เก็บข้อมูลเข้าระบบโดยอัตโนมัติ และต้องการให้เครื่องจักรเชื่อมต่อกันเพื่อให้สามารถนํา
ข้อมูล การผลิตออกมาวิเคราะห์ ส่วนโรงงานขนาดใหญ่ที่มีการเชื่อมต่อ (Connectivity) ในระดับ
ของเครื่องจักรและมีระบบตรวจสอบ (Monitoring) อยู่บ้างแล้วต้องการการบูรณาการข้อมูล ของระบบย่อย
ตา่ ง ๆ ให้เชือ่ มโยงไปถึงระบบ ERP และเร่มิ มีการศกึ ษาการวเิ คราะห์หรือตีความข้อมลู ในมิติตา่ ง ๆ
รปู ท่ี 2.3 เทคโนโลยี IOT ท่ที ํางานร่วมกับระบบ Security ในภาคอุตสาหกรรม
จากภาพตัวอย่างดา้ นบนเปน็ ภาพท่แี สดงการทาํ งานองคร์ วมของระบบ IOT ทีส่ ามารถทาํ งาน
รว่ มกบั ฟังกช์ น่ั งานดา้ นตา่ ง ๆ ในกระบวนการผลติ ได้ ระบบจะทาํ หนา้ ที่ในการตรวจสอบการทํางานจาก
ระยะไกล การซ่อมบํารงุ ที่คาดการณ์ได้ การควบคมุ ที่ลํ้าหนา้ รวมถงึ การเฝาู ระวังการทาํ งานในด้านของ
กระบวนการต่าง ๆ ซ่งึ ในจะขอกล่าวถึงการทาํ งานด้านระบบ รักษาความปลอดภัยแบบอจั ฉริยะ (Smart
Security) โดยเปน็ การทํางานจากระบบกล้องวงจรปดิ Avigilon สนิ คา้ ชัน้ นําระดับโลกจากประเทศแคนาดา
ทม่ี าพร้อมซอฟท์แวร์บรหิ ารจัดการจากภาพวดิ ีโอ, ระบบวเิ คราะหภ์ าพและคน้ หาอัจฉริยะ (Appearance
Search) คน้ หาบคุ คลได้งา่ ยและรวดเร็ว เพยี งแคร่ ะบุ เพศ สีผม สีเส้ือผ้า, ตรวจจับการเคลอ่ื นไหวแบบผดิ ปกติ
, ระบบควบคมุ การเขา้ ออก, การวเิ คราะห์ภาพจดจาํ ปูายทะเบยี น พร้อมท้ังรองรับการสนับสนุนอปุ กรณว์ ดิ โี อ
รนุ่ ใหม่ใหใ้ ชง้ านได้ง่าย และสะดวกมากยง่ิ ข้ึน
Industrial internet เปน็ IoT สําหรบั ภาคอตุ สาหกรรมและโรงงานการผลิต ขณะท่บี ริษัททางด้าน
วจิ ยั ทางการตลาด เช่น Gartner หรือบริษัททางด้านเครือข่ายเช่น Cisco ไดม้ องว่า Industrial internet
นี้เป็นสิง่ ทส่ี ามารถสร้างโอกาสและความเปน็ ไปได้มากทส่ี ดุ แลว้ แตอ่ ย่างไรก็ตาม Industrial internet กไ็ มใ่ ช่
21
สนิ คา้ สําหรับผบู้ ริโภคท่วั ไป อย่างเชน่ Smart home หรือ Wearable ทีค่ นส่วนใหญใ่ ห้ความสนใจมากกว่า
โดยส่งสญั ญาณ เมอ่ื เวลาเกดิ เหตกุ ารณ์ที่ผิดปกติ
รปู ที่ 2.5 เทคโนโลยี IOT ทีท่ ํางานรว่ มกับระบบ Security ในภาคอุตสาหกรรม
Smart grid หรือโครงขา่ ยไฟฟูาอจั ฉรยิ ะ เปน็ โครงข่ายไฟฟูาทีใ่ ช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการ
สอื่ สารมาบรหิ ารจัดการควบคุมการผลติ ส่ง และจา่ ยพลงั งานไฟฟูา สามารถรองรบั การเช่ือมต่อระบบ ไฟฟูา
จากแหล่งพลงั งานทางเลือกท่ีสะอาด (Distributed Energy Resource : DER) และระบบบริหารการ
ใช้ สินทรพั ยใ์ หเ้ กิดประโยชน์สงู สุด รวมทัง้ ให้บริการกับผ้เู ชือ่ มต่อกบั โครงขา่ ยผา่ นมเิ ตอรอ์ จั ฉรยิ ะไดอ้ ย่างมี
ประสิทธภิ าพ มคี วามมน่ั คงปลอดภยั เช่ือถือได้ พร้อมท้ังคุณภาพของไฟฟูาได้มาตรฐานสากล Smart grid
เกดิ จากการเชอ่ื มโยงระบบไฟฟูา ระบบสารสนเทศ และระบบส่ือสารเขา้ ไว้ด้วยกนั เป็น โครงข่าย ซง่ึ โครงข่าย
ดงั กล่าวจะสนบั สนุนการทํางานซง่ึ กนั และกนั อยา่ งเปน็ ระบบ โดยอาศัยในดา้ นความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยี
สําคัญ 3 ดา้ น ไดแ้ ก่
1. อิเลก็ ทรอนิกส์และระบบฝังตัว (Electronics and Embedded Systems)
2. ระบบควบคุมอตั โนมตั ิ (System Control and Automation)
3. สารสนเทศและการส่อื สาร (Information and Communication)
Connected car เปน็ รถยนตอ์ จั ฉรยิ ะท่ีมีการติดตั้งระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย ซึ่งการ
ติดตั้งระบบเครือข่ายดังกล่าว จะช่วยให้รถยนต์สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และแบ่งปันอินเทอร์เน็ตให้กับ
อุปกรณอ์ นื่ ๆ ท่อี ยูภ่ ายในและภายนอกนอกรถยนตไ์ ด้เทคโนโลยี Connected car เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก
แนวคดิ ของรถยนต์อจั ฉรยิ ะซ่งึ มีการติดตั้งเทคโนโลยีพิเศษอันเป็นประโยชน์ต่อผู้ขับรทั้งในด้านความปลอดภัย
และความสะดวกสบายโดยมีการเพิ่มเติมในเรื่องของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตส่งผลให้รถยนต์สามารถ
ติดตอ่ ส่ือสารกับสงิ่ อน่ื ๆ ได้เองอตั โนมัติ อย่างไรกต็ าม Connected car กย็ ังมีการปรับตัวที่ช้ากว่ารูปแบบอื่น
เน่ืองมาจากวงรอบในการพฒั นาอตุ สาหกรรมรถยนตจ์ ะต้องใชเ้ วลาประมาณ 2 – 4 ปี ทําให้มีการพูดถึงเรื่องน้ี
ยงั มีไมม่ ากนัก ในส่วนของ BMW และ Ford ก็ยังไม่ได้ประกาศออกมาเป็นรูปร่างมากนัก ถึงแม้ทาง Google,
Microsoft และ Apple ได้ประกาศเปดิ ตวั ฟอร์มสําหรบั Connected car ไปกันบา้ งแล้ว
Connected health เป็นแนวคิดการสร้างเครือข่าย เชื่อมโยงชุมชนเข้ากับระบบสุขภาพแบบครบ
วงจร โดยเชื่อมโยงบริการทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการบริการสุขภาพตั้งแต่ต้นนํ้าไปจนถึงผู้รับบริการ ปลาย
ทางเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสถานพยาบาลทั้งในเมืองและในพื้นที่ห่างไกล ผู้ปุวย แพทย์ ร้านขายยา
สถาบันวิจัย หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง บริษัทประกัน ไปจนถึงลูกจ้าง พนักงาน และบ้านเรือนระบบ
Connected health นี้จะช่วยให้โรงพยาบาล ขยายขอบเขตการประสานความร่วมมือกันได้อย่างครอบคลุม
ทําให้ลดความซํ้าซ้อนใน การทํางาน ช่วยพัฒนาการให้บริการควบคู่ไปกับการควบคุมค่าใช้จ่ายนอกจากนี้ยัง
ชว่ ยเชื่อมโยงบุคลากรทางการแพทย์ถึงกัน และเชื่อมโยงแพทยเ์ ข้ากบั ข้อมลู สาํ คัญต่าง ๆ ช่วยให้แพทย์สามารถ
หลกี เลย่ี งขอ้ ผดิ พลาดและใหค้ าํ แนะนาํ ผู้ปุวยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ปุวยมีบทบาทใน
การตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลหรือดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น แนวคิดของระบบ Connected
health, Digital health หรือ Smart medical ยังไม่ได้เป็นที่แพร่หลายมากนักซึ่งทางผู้พัฒนาก็ได้ปล่อยตัว
ระบบและอุปกรณม์ าใหใ้ ช้งานบ้างแล้ว เช่น CellScope หรือSwaive สําหรับในประเทศไทยทางโรงพยาบาล
สมิติเวชและบีเอ็นเอช ในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพฯ ได้ร่วมมือกันคิดค้นแอพพลิเคชั่นชื่อว่า Samitivej
Connect by TrueMove H และ BNH Connect by TrueMove H เพ่ือช่วยให้ผู้ปุวยสื่อสารกับโรงพยาบาล22
ได้ทันท่วงทีโดยมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นตารางการ นัดแพทย์ การส่งรถพยาบาลมาเมื่อ
เกิดเหตุฉุกเฉิน ปรึกษาปัญหาสุขภาพทั่วไป เสมือนได้รับการดูแลจาก โรงพยาบาลตลอดเวลาในแบบที่เป็น
ส่วนตัว ถือว่าเป็นมิติใหม่ของการให้บริการทางการแพทย์ในยุคดิจิตอล โดยนําเทคโนโลยีทางด้านไอทีมา
เชอื่ มโยงกับโรงพยาบาลเพือ่ ใหบ้ ริการแบบไรข้ ้อจาํ กดั
Smart farming หรือฟาร์มอัจฉริยะ คือ การนําเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาผสมผสานเข้ากับงาน
ด้านการเกษตรเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับเกษตรกร เทคโนโลยีฟาร์มอัจฉริยะนั้นตั้งอยู่บนแนวคิด ของ
การทําเกษตรสมัยใหม่ที่เรียกว่าเกษตรแม่นยําสูง เป็นกลยุทธ์ในการทําการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
โดยทําให้เกษตรกรสามารถปรับการใช้ทรัพยากรให้สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่มากที่สุด รวมไปถึงเรื่องการ
ดูแลอย่างมีประสิทธภิ าพ ซึ่งแนวคิดนี้สามารถนําไปปรับใช้ได้ทั้งฟาร์มพืชและสัตว์ ฟาร์มอัจฉริยะนี้จะมีความ
แตกต่างกับฟาร์มธรรมดาอยู่ตรงที่ การใช้ทรัพยากรนั้นทําได้อย่างแม่นยําและตรงต่อความต้องการของพืช
และสัตวซ์ ึ่งชว่ ยลดการสญู เสียทรพั ยากรและไดผ้ ลผลติ ท่อี อกมาตรงตามความต้องการของผดู้ ูแลมากทส่ี ุด
Smart retail เป็นการนําเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสในการดําเนินธุรกิจห้างร้านได้เป็น
อย่างดีด้วยการเพิ่มประสบการณ์ที่ดีสําหรับลูกค้าในการซื้อสินค้า โดยส่งข้อมูลสิ นค้าไปยังอุปกรณ์ Smart
Phone ของลูกค้าส่งผลให้ธุรกิจห้างร้านมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น แต่ในตอนนี้ระบบดังกล่าวยังอยู่ในช่วง
เริ่มต้นใช้งานซึ่งยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เพราะยังมีการใช้งานกับสินค้าเฉพาะกลุ่ม จึงต้องดูกันต่อไปว่า
ในอนาคตจะมีแนวโน้มพฒั นาไปในทศิ ทางใด
Smart Supply Chain หรอื การจัดการหว่ งโซ่อปุ ทาน หมายถึง การจัดการในส่วนของกระบวนการที่
เกดิ ขึ้นระหวา่ งผูผ้ ลติ กับผู้ขายวัตถุดิบท่ใี ช้ในการผลติ เพอ่ื ช่วยลดต้นทุนในการผลิตอันนําไปสู่ การเพิ่มผลกําไร
ของกิจการได้ในที่สุด โดยกระบวนการจะเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการจัดซื้อ (Procurement) การผลิต
23
(Manufacturing) การจัดเก็บ(Storage) เทคโนโลยีสารสนเทศ(Information Technology) การจัดจําหน่าย
(Distribution) ตลอดจนการขนส่ง (Transportation) ซึ่งมีผลสําคัญต่อการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
นอกจากนี้ Smart Supply Chain ไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะหน่วยงานต่าง ๆ ภายในองค์กรเท่านั้น แต่ที่ สําคัญ
จะสร้างความสัมพันธ์เชื่อมต่อกับองค์กรอื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ผู้จัดหาวัตถุดิบ/สินค้า (Suppliers)
บริษัทผู้ผลิต (Manufactures) บริษัทผู้จําหน่าย (Distribution) รวมถึงลูกค้าของบริษัท จึงเป็นการเชื่อมโยง
กระบวนการ ดําเนินธุรกิจทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องด้วยกัน เป็นห่วงโซ่หรือเครือข่ายให้เกิดการประสานงานกัน
อย่างตอ่ เนอื่ ง ซง่ึ ในกระบวนการต่าง ๆ นนั้ จะมีการนาํ เทคโนโลยเี ขา้ มาช่วยเหลือ ทําใหก้ ารดําเนินธุรกิจเป็นไป
อยา่ งสะดวกและรวดเรว็ มากยงิ่ ข้ึน
ตัวอยา่ งการประยกุ ต์ใช้ Smart home หรือบ้านอัจฉริยะ
เป็นการรวมโครงข่ายการสื่อสาร (Communication Network) ของที่อยู่อาศัยรวมเข้าด้วยกัน
เพอ่ื เช่อื มต่อเครอ่ื งใชไ้ ฟฟาู การบริการ การตรวจตราดูแล รวมทง้ั สามารถเขา้ ถงึ การควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้
ซึ่งการควบคุมอาจควบคุมได้ทั้งจากภายในที่บ้านเองหรือควบคุม จากภายนอกก็ได้ โครงสร้างของ Smart
home จะตอ้ งประกอบไปด้วย 3 สว่ นหลกั ได้แก่ ส่วนแรกต้องมี อุปกรณ์ Smart Device ใช้สําหรับเชื่อมโยง
เข้ากับส่วนที่สอง คือ เครือข่าย (Smart home network) และ ส่วนที่สาม คือ ส่วนควบคุมหลัก
ที่เปรียบเสมือนสมองของบ้าน ซึ่งสามารถเขียนโปรแกรมให้บ้านทํางาน ตามแบบที่เราต้องการได้
เรียกว่า Intelligent control system เมื่อบ้านดังกล่าวมีองค์ประกอบครบทั้ง 3 ส่วนแล้วจึงจะถือได้ว่าเป็น
Smart home งานวิจัยของ smart home ในปัจจุบันจะเป็นการวิจัยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่
อาศัย ภายในบ้าน สามารถแบ่งกลมุ่ งานวจิ ยั ออกไดเ้ ปน็ 4 กลุม่ ตามความตอ้ งการคอื
1. เพื่อความสะดวกสบาย เช่น ประตูอัตโนมตั ริ ีโมทอัจฉริยะ
2. เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นงานวิจัยในการเพิ่มความสามารถให้กับกล้องวงจร
ปิด นอกจากการบันทกึ ภาพเพยี งอยา่ งเดียว เช่น เซนเซอร์ตรวจจบั ความเคล่ือนไหว และระบบการแจง้ เตือน
3. เพือ่ ประหยดั พลงั งาน เชน่ การเปดิ ปดิ ไฟอัตโนมัติตามแสงอาทิตย์ หรือปิดไฟอัตโนมัติเมื่อไม่มีคน
อยู่ รวมไปถึงการบรหิ ารจัดการพลงั งานในกรณีทต่ี ิดตั้งแผงวงจรโซลารเ์ ซลล์
4. เพ่ือดแู ลสขุ ภาพของผอู้ าศยั ภายในบ้าน เชน่ จะติดตั้งเซนเซอร์ตรวจคลื่นหัวใจ เครื่องตรวจจับไฟ
ไหม้
24
1. เทคโนโลยีการค้นหาอัจฉริยะจากการปรากฏ (Appearance Search)
ภาพท่ี 2.6 เทคโนโลยกี ารค้นหาอัจฉริยะจากการปรากฏ (Appearance Search)
คน้ หาบคุ คล หรอื ยานพาหนะ ไดง้ ่ายและรวดเรว็ ด้วยเทคโนโลยปี ัญญาประดิษฐข์ นั้ สงู (AI)
เพียงระบุเพศ สีผม สีเส้ือผา้ กส็ ามารถสรา้ งวดี ีโอหลักฐานลําดับเรอ่ื งราวเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
2. การวเิ คราะห์จดจําปูายทะเบยี น (LPR)
ภาพท่ี 2.7 การวเิ คราะหจ์ ดจําปูายทะเบียน (LPR)
แม่นยาํ ในการจบั ภาพ ระบุและค้นหายานพาหนะได้อย่างรวดเรว็ สามารถทําเปน็ รายการ เฝาู ระวัง
ได้ (Watch List) และสง่ สัญญาณเตือนเม่ือเกิดความผิดปกติ จากเทคโนโลยที ีก่ ลา่ วมาน้ัน ทางบริษัท ขอ
แนะนําอปุ กรณ์กลอ้ งวงจรปดิ ระบบซอฟทแ์ วร์ และอปุ กรณท์ ส่ี ามารถ เชื่อมต่อการทาํ งาน ควบคมุ รวมทุก
กระบวนการไว้ในทเ่ี ดียวได้ ทําใหก้ ารทํางานง่าย เพียงแคป่ ลายนวิ้ ลดเวลา ลดตน้ ทนุ ในกระบวนการทาํ งาน
ทํางานได้อยา่ งอัจฉริยะ (Smart Security) เพ่ือตอบโจทย์ Industrial IoT เทคโนโลยี 4.0 ได้อย่างลงตัว
25
3. กลอ้ งวงจรปิดความละเอียดสงู สุดระดบั 7K H4 HD Pro
ภาพท่ี 2.8 กล้องวงจรปิดความละเอียดสูงสดุ ระดับ 7K H4 HD Pro
– ความละเอียดสงู 30 Mega Pixels
– ระบบวเิ คราะหภ์ าพอจั ฉรยิ ะ เรียนร้เู ชงิ ลึกได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องตง้ั คา่ ใด ๆ (Advanced
Deep Learning AI) รองรบั ความละเอียดสูงสดุ ถึง 16 Mega Pixels
– ระบบจดั การแบนดว์ ิดธ์ ประสิทธภิ าพสูง (HDSM Technology) ประหยัดพื้นทก่ี ารบนั ทกึ
และสง่ ข้อมลู ไดร้ วดเรว็
4. กล้องวงจรปดิ ความละเอียดสงู พร้อมระบบวิเคราะหภ์ าพอัจฉรยิ ะ H4A Camera with Self-
Learning Video Analytics
ภาพที่ 2.9 กล้องวงจรปิดความละเอียดสงู พร้อมระบบวิเคราะหภ์ าพอัจฉริยะ
H4A Camera with Self-Learning Video Analytics
– ความละเอียดสูงสดุ ระดบั 4K (8 Mega Pixels)
– พรอ้ มระบบวเิ คราะห์ภาพอัจฉริยะ เรียนรู้เชงิ ลกึ ด้วยตัวเองได้โดยไมต่ ้องตั้งค่าใด ๆ
(Advanced Deep Learning AI)
– สามารถปรบั ระยะแสงของ IR ได้ตามการปรับระยะของเลนส์ (Adaptive IR) โดยอัติโนมตั ิ
26
5. กล้องวงจรปดิ 4 เซนเซอร์ H4 Multisensor Preview
ภาพที่ 2.10 กล้องวงจรปิด 4 เซนเซอร์ H4 Multisensor Preview
– จบั ภาพทุกมุมมอง > 360 องศา
– มี 4 เซนเซอร์ในกล้องเดียว
– ความละเอียดสงู สุด 32 Mega Pixels
– พร้อมระบบวิเคราะหภ์ าพอจั ฉริยะ
6. อุปกรณส์ ําหรบั เชอ่ื มต่อระบบ รองรับ Solution ได้หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการได้ตรง
จุด คุม้ คา่ การลงทนุ
ภาพที่ 2.11 อุปกรณส์ ําหรบั เชื่อมต่อระบบ รองรบั Solution ไดห้ ลากหลาย
ตอบโจทยค์ วามต้องการได้ตรงจดุ ค้มุ คา่ การลงทุน
27
แหลง่ อ้างองิ
Ops.go.th เกร็ดความรเู้ กีย่ วกบั ความหมายของ Internet of things. [ระบบออนไลน์]. แหลง่ ที่มา
https://www.ops.go.th/main/index.php/knowledge-base/article-pr/655-iot-
[18 กันยายน 2563]
Norhnfe.blogspot.com เกรด็ ความรูเ้ ก่ยี วกับแนวคิด Internet of things. [ระบบออนไลน]์ . แหล่งท่ีมา
https://northnfe.blogspot.com/2018/07/internet-of-things-iot.html
[18 กนั ยายน 2563]
Norhnfe. blogspot.com เกรด็ ความรเู้ กยี่ วกบั อุปกรณ์ทเี่ ป็น Internet of things. [ระบบออนไลน]์ .
แหล่งที่มา [https://northnfe.blogspot.com/2018/07/internet-of-things-iot.html
[18 กันยายน 2563]
Eventpop.me เกรด็ ความรู้เกยี่ วกับการประยุกตใ์ ช้งาน [Internet of things] ในปจั จุบนั
[ระบบออนไลน]์ . แหล่งท่ีมา https://www.eventpop.me/blogs/113-internet-of-things
[18 กนั ยายน 2563]
entech.co.th เกร็ดความรูเ้ ก่ยี วกับตวั อยา่ งการประยุกต์ใชง้ าน smart home หรือบ้านอจั ฉริยะ
[ระบบออนไลน]์ . แหล่งทมี่ า https://www.entech.co.th/cctv-internet-of-things/?lang=th
[18 กนั ยายน 2563]
28
บทที่ 3
เทคโนโลยีท่ใี ช้ในการทาธรุ กรรมโดยไม่ตอ้ งผ่านบคุ คลท่สี าม (Blockchain)
บทนา
Blockchain (บลอ็ กเชน) คาํ ศัพท์ใหม่ ที่เราเร่ิมได้ยินตามสอื่ ต่าง ๆ รวมถึงตามงานสัมมนากนั มาก
ข้นึ โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ ในด้าน FinTech หรอื Financial Technology ซง่ึ เร่มิ เปน็ กระแสโด่งดังตง้ั แต่ปลายปที ่ี
แลว้ Fintech สามารถแบ่งยอ่ ยลงไปอีกไดห้ ลายแบบ ไม่วา่ จะเปน็ เก่ยี วกบั การชาํ ระคา่ สนิ ค้าและบริการ
การลงทุน หรอื แมแ้ ต่การโอนเงิน โดยเฉพาะเรือ่ งประโยชนแ์ ละการนําเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ Blockchain
ความหมายของ Blockchain
ในปจั จุบนั น้นั เทคโนโลยขี องการเงินการธนาคาร (Fintech หรือ Financial technology) นัน้ ไดม้ ี
การพัฒนาและมีการปรบั ตัวเขา้ สยู่ ุคดิจิตอลมากขนึ้ เร่ือย ๆ ซึ่งเราจะเห็นได้จากปรมิ าณของการทาํ ธุรกรรม
การเงนิ ออน์ไลน์ ท่มี ปี รมิ าณเพมิ่ มากขึน้ แบบกา้ วกระโดด จนธนาคารและสถาบนั การเงินต่าง ๆ เร่มิ ที่จะมีการ
ปรับตวั ของการทาํ ธรุ กรรมในรูปแบบใหม่ ๆ ในการให้บรกิ ารทางการเงนิ บนโลกออนไลน์ เพอื่ ให้มีความ
รวดเร็ว และปลอดภัยมากยงิ่ ขึ้น ซง่ึ ทําใหใ้ นปจั จุบันน้ัน เราจะไดย้ นิ คาํ ว่าบลอ็ กเชน (Blockchain) กนั มากข้ึน
เร่อื ย ๆ โดยธนาคารและบริษทั เทคโนโลยีต่าง ๆ กไ็ ด้เตรยี มพรอ้ มและกระโดดเขา้ สู่การใชง้ านบล็อกเชนกัน
มากขึ้น ตวั อย่างอย่างเช่น ธนาคารชัน้ นาํ ของประเทศสวสิ เซอรแ์ ลนด์อย่าง UBS หรอื แม้กระท่งั บรษิ ัท
เทคโนโลยชี ั้นนาํ อยา่ ง IBM เอง ที่เร่มิ ออกผลิตภณั ฑ์ด้านการใหบ้ รกิ ารบล็อกเชนออกมาสาํ หรับในหลาย ๆ
ภาคอุตสาหกรรม แต่ก่อนอืน่ เราควรไปทาํ ความเข้าใจกันก่อนวา่ บลอ็ กเชนน้ันคอื อะไร แลว้ ทําไมธนาคารและ
บริษัทต่าง ๆ ถึงให้ความสนใจกันมากนัก
ท่ีมาของคําวา่ Blockchain (บล็อกเชน) มาจากคําว่า “Block” ที่แปลว่า กล่อง โดยให้มองวา่ กล่อง
แต่ละใบเปน็ ตวั เกบ็ ข้อมูล ส่วนของ “Chain” นัน้ แปลวา่ โซ่ หรอื การผกู มัดกนั ซึ่งเม่ือเอาท้งั สองคํามารวมกนั
จะให้ความหมายวา่ กล่องเก็บข้อมลู ทเ่ี ชอ่ื มโยงกันเปน็ แบบลูกโซ่
Blockchain กค็ ือ เทคโนโลยแี บบ peer-to-peer ท่เี ชือ่ มคอมพวิ เตอร์แตล่ ะเคร่ืองในเครอื ข่ายเข้า
หากนั และทาํ การสง่ ข้อมูลไปมาไดโ้ ดยไม่จําเป็นทจี่ ะต้องผ่านคนกลาง ซง่ึ แตล่ ะคนก็จะมกี ารเกบ็ ข้อมลู
หลักฐานของตัวเองไวห้ นง่ึ ชดุ ก่อนทีจ่ ะสง่ ตวั สาํ เนาไปให้อีกคนหน่งึ ได้ โดยที่คนท่รี บั จะไม่สามารถแก้ไขขอ้ มลู
ชดุ แรก ได้ ทําให้ Blockchain มีความปลอดภยั ในการปอู งกันการปลอมแปลงชดุ ขอ้ มูลสงู มาก โดยเทคโนโลยี
ท่ีนํา Blockchain มาประยุกตใ์ ชแ้ ละทําให้ Blockchain เปน็ ท่รี ้จู กั กันเป็นวงกว้าง ก็คอื Bitcoin ซ่งึ เปน็
Cryptocurrency ประเภทหน่งึ ท่ีตอ้ งการความปลอดภัยสงู เพราะวา่ Bitcoin เป็นสกลุ เงนิ ที่จับต้องไม่ได้
จงึ เหมาะต่อการใช้ Blockchain เขา้ ชว่ ย
Blokchain บลอ็ กเชน คอื โครงสรา้ งของการจัดเกบ็ ขอ้ มูลทีอ่ ยู่ในรูปแบบของบล็อกข้อมูลที่ต่อเชื่อม
กัน โดยในแต่ละบล็อกข้อมูลนั้นจะแสดงถึงประวัติหรือบันทึก (ledger) ของการทําธุรกรรมทางการเงินด้วย
เงินดจิ ิตอล (cryptocurrency) ท่ีเปรียบได้กบั สมดุ บญั ชดี ิจิตอลซง่ึ ในแตล่ ะบนั ทึกของการทําธุรกที่เชื่อมโยงกัน
29
เหล่านั้นจะถูกเซ็นกํากับไว้ด้วยลายเซ็นดิจิตอล (digital signature) เพื่อให้ทราบว่าเป็นการทําธุรกรรม
ที่ถูกต้องครบถ้วนและไม่ได้ถูกแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงทําให้สมุดบัญชีดิจิตอลและข้อมูลของการทําธุรกรรม
เหล่านัน้ มีความถกู ต้องของขอ้ มลู สงู นัน่ เอง
ซึ่งขอ้ ดขี องการเกบ็ บนั ทึกของการทําธรุ กรรมดจิ ิตอล (digital ledger) ไวใ้ นรปู แบบของบล็อกเชน
นั้นก็คือขอ้ มลู ของการทาํ ธรุ กรรมในแต่ละคร้งั นนั้ จะถกู จัดเก็บและทําสาํ เนากระจายออกไป (distributed)
บนระบบและเครอื ข่ายของผ้ใู ห้บรกิ ารบลอ็ กเชนทง้ั หมด
Blockchain คือ เทคโนโลยีทใ่ี ชใ้ นการทําธุรกรรม โดยไม่ต้องผ่านบุคคลทส่ี าม หรือไม่ต้องผา่ นคน
กลาง ด้วยแนวคิดทว่ี ่าการทําธรุ กรรมการเงนิ ที่ไมต่ ้องผา่ นคนกลางน้ัน จะมีความนา่ เช่ือถอื ไดม้ ากกว่าซึง่ มีการ
ใช้ Blockchain น้นั จะทาํ ใหก้ ารทาํ ธุรกจิ ออนไลน์ตา่ ง ๆ เป็นไปได้อย่างสะดวกสบายมากข้นึ โดยการใช้
Blockchain ก็เปรียบเสมือนการเกบ็ ข้อมูลแบบหนง่ึ ซึ่งสามารถแชรไ์ ปได้เปน็ ห่วงโซ่ หรือ Chain โดยทที่ ราบ
ได้ว่าใครเป็นเจา้ ของของข้อมูลนนั้ ๆ ดังนนั้ เมือ่ ข้อมลู ถูกบันทกึ ไว้ใน Blockchain แลว้ จึงยากต่อการท่จี ะทํา
การเปลย่ี นแปลงหรือถกู แก้ไข
Blockchain นั้นเป็นเทคโนโลยีที่ชว่ ยนํามาซงึ่ ความปลอดภัย นา่ เช่อื ถอื โดยไม่ตอ้ งอาศยั คนกลาง
โดยปกตแิ ลว้ เรามกั ต้องพงึ่ พิงบุคคลที่สาม มาช่วยทาํ หนา้ ท่เี ปน็ คนกลางคอยตรวจสอบความนา่ เช่อื ถือเวลาทํา
ธรุ กรรม อาทิ ธรุ กรรมออนไลน์ จะสงั เกตเห็นวา่ มักจะต้องมีคาํ ท่ีระบวุ า่ Secured by หรอื Protected by
ตามดว้ ยชอื่ ตวั กลางใด ๆ แน่นอนว่าความเชื่อถอื ไว้ใจเป็นเร่ืองทส่ี าํ คัญมาก ไม่อย่างนนั้ เราจะกลา้ กรอกข้อมลู
บัตรเครดิตได้อย่างไร โดยที่ยังม่นั ใจว่ามันจะไม่รว่ั ไหล หรือถกู ทาํ ใหเ้ ปล่ยี นแปลง
การมาของบล็อกเชนมสี ่วนชว่ ยอย่างมาก เพราะบลอ็ กเชนเป็นเทคโนโลยีใหม่ ทป่ี ระโยชนข์ องมนั
คือมันเปน็ เทคโนโลยีทีน่ าํ มาซึ่งความปลอดภัย น่าเชื่อถอื โดยไม่ต้องอาศยั คนกลาง ทีน้ีธรุ กรรมออนไลนใ์ ด ๆ
ก็จะสามารถทําได้อยา่ งสะดวกมากขน้ึ ใส่ความคดิ สร้างสรรคไ์ ด้มากข้นึ creative มากขึ้น innovative มากขน้ึ
ประหยดั ข้ึน รวดเรว็ ขนึ้ เพราะถงึ แมส้ องบคุ คลจะไมเ่ คยรู้จักกันมากอ่ น กส็ ามารถแลกเปล่ยี นขอ้ มลู กันได้ดว้ ย
ความม่ันใจ
แนวคิดจดุ กาเนิดของ Blockchain
แนวคดิ ท่ีถือเป็นจุดกาํ เนดิ Blockchain และความสาํ คัญของเทคโนโลยีมาจากการเปล่ียนแปลงใน
ตลาดดา้ นการเงนิ ของโลก โดยในชว่ งปี 2008 ไดม้ ผี ู้ที่นําเอาระบบแลกเปลยี่ นเงินบนโลกออนไลน์ท่เี รยี กว่า
Bitcoin มาใช้ ซง่ึ เป็นสิง่ ที่ทําใหผ้ ูค้ นเชื่อมั่นในเทคโนโลยีได้โดยไมต่ ้องเช่อื ม่ันในตัวบคุ คล ด้วยการแลกเปลยี่ น
เงนิ ออนไลนร์ ะหว่างผ้ใู ชด้ ว้ ยกัน ขณะเดยี วกนั ไม่ต้องอาศยั สถาบนั การเงนิ ทีม่ ีความน่าเช่อื ถอื จากคนทัว่ ไปมา
เป็นตวั กลาง
นน่ั คอื จากเดิมท่ีต้องอาศัยสถาบนั การเงินเปน็ ตวั กลางในการโอนเงนิ ออนไลน์ แตด่ ว้ ยรปู แบบของ
Bitcoin ทําให้เกดิ เป็นการแลกเปลี่ยนกันระหว่างบุคคลต่อบคุ คลไดท้ ันทีโดยมคี า่ ใช้จ่ายท่นี ้อยกวา่ การโอนเงนิ
ผา่ นบญั ชที ่มี ธี นาคารท่ีมเี ป็นศูนย์กลาง เรียกง่ายๆ ว่าไมจ่ ําเป็นต้องรจู้ ักผู้ทท่ี ําธุรกรรมในเครือขา่ ยด้วยกัน
แตส่ ามารถเช่ือม่นั ไดด้ ้วยระบบโดยที่ Bitcoin นี้ มอี งคป์ ระกอบสาํ คัญทีเ่ รียกวา่ “Blockchain” อยใู่ น
30
กระบวนการดังกลา่ วตรวจสอบ กระน้ันจึงทาํ ใหเ้ ทคโนโลยี Blockchain ได้รบั ความเช่อื มั่นดา้ นความปลอดภยั
และความถูกต้องสูงจากความสามารถของระบบด้านความเช่ือมั่นและความปลอดภัยท่ีเกิดขน้ึ จึงทาํ ใหผ้ ูท้ ี่อยู่
ในระบบ Blockchain ทาํ การแลกเปล่ียนหรอื ทาํ สง่ิ ต่างๆ รว่ มกันได้โดยไมต่ อ้ งผ่านคนกลางทมี่ คี วามนา่ เช่อื ถือ
ดงั เช่นปจั จบุ ันสถาบนั การเงินทําหนา้ ที่เป็นคนกลางในการรับจ่ายโอนเงินเพื่อสร้างความเชื่อม่นั เปน็ ตน้
ชนิดของ Blockchain
รูปท่ี 3.1 ชนดิ ของ Blockchain
Blockchain แบง่ ออกเป็น 2 ชนดิ คือ
1. บล็อกเชนสาธารณะ (Public Blockchain/Permissionless Ledger) บล็อกเชนสาธารณะ คือ
บลอ็ กเชนแบบทอี่ นุญาตใหใ้ ครๆ กไ็ ด้ สามารถทจี่ ะรว่ มบันทึกข้อมูลประวัติของการทําธุรกรรมดิจิตอล ลงไป
ได้ โดยผู้เข้าร่วมในบล็อกเชนแบบนี้จะทําการจัดเก็บสําเนาบัญชีประวัติของการทําธุรกรรม (ledger) ทั้งหมด
เอาไว้ด้วย โดยจะเห็นได้ว่าบล็อกเชนแบบนี้นั้นจะไม่มีใครเพียงคนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของบัญชีประวัติของการ
ทําธุรกรรมเลย ซึ่งจะทําให้เหมาะกับการใช้งานแบบที่ต้องการปูองกันการถูกเซ็นเซอร์ หรือ censorship
resistance อย่างเชน่ บิทคอยน์ (Bitcoin) เป็นตน้
2. บลอ็ กเชนสว่ นตัว (Private Blockchain/Permissioned Ledger) บลอ็ กเชนส่วนตัว คือ บล็อก
เชนแบบที่อนุญาตให้เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตหรือผู้ที่เชื่อถือได้เท่านั้น ที่จะสามารถทําการจัดเก็บสําเนาบัญชี
ประวตั ขิ องการทําธรุ กรรมได้ ซง่ึ เครอื ขา่ ยของบลอ็ กเชนแบบนีม้ กั จะมเี จา้ ของที่แท้จริงอยู่ ทําให้มันเหมาะที่จะ
ใชง้ านกับระบบที่ตอ้ งการความเรียบง่าย ไม่ซับซอ้ น ตอ้ งการความรวดเรว็ และความโปรงใส อย่างเช่น ธนาคาร
เปน็ ตน้
31
องคป์ ระกอบของ Blockchain
4 องคป์ ระกอบขับเคลอ่ื นความเชอื่ ม่ัน
รปู ที่ 3.2 องคป์ ระกอบของเทคโนโลยี Blockchain
Blockchain ประกอบด้วย 4 ส่วนหลักสําคัญที่ทําให้ระบบได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้ ได้แก่ กล่อง
เก็บขอ้ มูล หรอื Block ทาํ หน้าทกี่ ระจายไปให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องเก็บเอาไว้ โดยข้อมูลเหล่านั้นไม่สามารถแก้ไข
หรือเปลี่ยนแปลงได้ และทุกๆ ครั้งที่มีการทําธุรกรรมใหม่เกิดขึ้นจะมีการสร้างกล่องใหม่ขึ้นมา จากนั้นจึงนํา
กลอ่ งมาผูกเข้าด้วยกัน หรือที่เรียกว่า Chain โดยการผูกด้วยวิธี Hash Function ซึ่งเปรียบเสมือนลายนิ้วมือ
ของไฟล์ที่ใช้ในการ Verify หรือยืนยันความถูกต้องจากข้อมูลที่แต่ละคนถือเอาไว้ ถือเป็นตัวแทนของข้อมูล
ต้นฉบับ ซึง่ คา่ ที่ได้จากการ Hash น้มี ีโอกาสทซ่ี ้ํากันยากมาก จงึ เปน็ คุณสมบัติที่เชื่อมั่นได้ในการนํามาใช้ยืนยัน
(Verify) ข้อมูลทแี่ ตล่ ะบคุ คลถือไว้
องค์ประกอบทส่ี ําคัญอีกประการคอื การตกลงร่วมกัน หรือ Consensus เพื่อกําหนดข้อตกลงที่ต้อง
เห็นพ้องร่วมกันด้วยอัลกอริทึมต่าง ๆ แล้วแต่การตกลง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันในเรื่องกฎและ
เครื่องมือที่ใช้ในเครือข่ายของผู้ใช้ รวมทั้งจะต้องมีขั้นตอนการตรวจสอบหรือ Validation เพื่อให้เกิดความ
เชื่อมั่นร่วมกัน ซึ่งกระบวนการตรวจสอบต้องเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเมื่อมีการทําธุรกรรมใด ๆ เกิดขึ้น
จะสร้างกล่องใหม่ขึ้น จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการเชื่อมโยงกล่องนั้นเข้ากับห่วงโซ่เดิมที่ผูกรวมกัน โดยมีการ
ยนื ยนั ตัวเองของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมนั้น ซึ่งข้อมูลธุรกรรมที่สร้างใหม่จะต้องได้รับการเห็นชอบจาก
ผู้ใช้คนอื่น ๆ ในห่วงโซ่ผ่านข้อตกลงที่มีร่วมกันก่อนหน้านี้และระบบจะทําการตรวจสอบ กระนั้นจึงทําให้
เทคโนโลยี Blockchain ได้รบั ความเชอ่ื มนั่ ดา้ นความปลอดภัยและความถกู ต้องสูง
จากความสามารถของระบบด้านความเชื่อมั่นและความปลอดภัยที่เกิดขึ้น จึงทําให้ผู้ที่อยู่ในระบบ
Blockchain ทาํ การแลกเปลย่ี นหรือทําสิ่งต่าง ๆ ร่วมกันได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลางที่มีความน่าเชื่อถือ ดังเช่น
ปจั จุบันสถาบนั การเงนิ ทําหนา้ ท่ีเป็นคนกลางในการรบั จา่ ยโอนเงินเพื่อสรา้ งความเช่ือมัน่ เปน็ ต้น
32
การทางานของ Blockchain
รูปที่ 3.3 การทํางานของ Blockchain
บล็อกเชน เป็นรูปแบบการเก็บข้อมูล (Data structure) แบบหนึ่ง ที่ทําให้ข้อมูล
Digital transaction ของแต่ละคนสามารถแชร์ไปยังทุก ๆ คนได้ เป็นเสมือนห่วงโซ่ (Chain) ที่ทําให้ block
ของขอ้ มูลลิง้ กต์ อ่ ไปยังทุก ๆ คนเป็น โดยทท่ี ราบว่าใครทีเ่ ปน็ เจ้าของและมสี ิทธิในขอ้ มูลน้ันจรงิ ๆ
เมอื่ บล็อกของขอ้ มูลได้ถกู บันทกึ ไว้ในบล็อกเชน มันจะเป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่จะเข้าไปเปลี่ยนแปลง
เวลาที่มีใครต้องการจะเพิ่มข้อมูล ทุก ๆ คนในเครือข่ายซึ่งล้วนแต่มีสําเนาของบล็อกเชน สามารถรัน
Algorithm เพื่อตรวจสอบ Transaction โดย Transaction ใหม่นี้จะได้รับอนุญาต ต่อเมื่อในเครือข่ายส่วน
ใหญ่เหน็ ด้วยว่ามันถกู ต้อง
Bitcoin (บทิ คอยน์) กบั Blockchain (บลอ็ กเชน) เกยี่ วขอ้ งกนั อยา่ งไร
จะเหน็ ได้ว่า บล็อกเชน ไมใ่ ช่ บทิ คอยน์ และบิทคอยน์ ก็ไม่ใช่บล็อกเชน แต่โมเดลบิทคอยน์ มีความ
ต้องการนําเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ เพื่อให้การซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลนี้ มีความปลอดภัยและเพราะว่า
บล็อกเชน ว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องได้กับทุกอุตสาหกรรม
ไม่เจาะจงเฉพาะบิทคอยน์ หรือ FinTech เพียงแต่เทคโนโลยีนี้เรียกได้ว่าส่งผลกระทบต่อวงการ FinTech
ค่อนข้างเห็นไดช้ ัดเจน และการบมู ของเทคโนโลยีตัวนี้ มาจากความพยายามในการทาํ บทิ คอยน์
บล็อกเชน เปน็ เทคโนโลยี ด้านความปลอดภยั ของขอ้ มลู
บทิ คอยน์ ว่าดว้ ย เรื่องสกลุ เงินบนโลกดิจติ อล
33
ขอ้ ดีของ Blockchain ในทางธุรกิจ
ข้อดีที่ 1 ประสิทธิภาพ การทําธุรกรรมระหว่างบุคคลหรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องสามารถเสร็จสมบูรณ์ได้
โดยตรงและไม่ตอ้ งมีคนกลาง ทั้งยงั สามารถใช้ข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล จึงทําให้การดําเนินธุรกรรมเป็นไปอย่าง
รวดเร็ว นอกจากนี้ยังสามารถใช้ ‘สัญญาอัจฉริยะ’ (Smart Contract) เพื่อผลักดันให้การดําเนินการด้าน
การค้าเป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในสัญญาดังกล่าว แนวทางนี้ช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพให้กับ
กระบวนการทํางานได้อย่างมาก อีกทั้งยังช่วยกําจัดเวลาและต้นทุนในการทําธุรกรรมด้วย บทความเรื่อง
“How Utilities Are Using Blockchain to Modernize the Grid” โดย Oliver Wyman Consulting
มรี ายละเอียดเกี่ยวกบั การใช้ประโยชนแ์ นวทางนใี้ นอตุ สาหกรรมพลังงาน
ข้อดีที่ 2 ความพร้อมที่จะให้ตรวจสอบบัญชี เนื่องจากธุรกรรมแต่ละรายการได้รับการเก็บบันทึก
อย่างต่อเนื่องและไม่มีกําหนด ดังนั้นจึงสามารถดําเนินการตรวจสอบได้ตลอดทั้งวงจรชีวิตของสินทรัพย์ สิ่งน้ี
จะยิ่งมีความสําคัญอย่างมากหากข้อมูลต้นฉบับเป็นสิ่งจําเป็นที่ต้องใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องของ
สินทรัพย์ และข้อดีดังกล่าวนี้ได้รับการยืนยันแล้วจากบริษัท Everledger ในการติดตามตรวจสอบเพชรตาม
ที่มีข้อมูลสรุปไว้ในบทความเรื่อง “How the blockchain is helping stop the spread of conflict
diamonds” ในนติ ยสาร Wired
ข้อดีที่ 3 ความสามารถด้านการติดตาม การติดตามสินค้าในซัพพลายเชนจะได้รับประโยชน์หาก
ต้องการติดตามตรวจสอบว่าตอนนี้ชิ้นส่วนต่างๆ อยู่ที่ใดบ้าง โดยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนดังกล่าวจะถูก
ส่งไปยังหรือได้รับจากเจ้าของใหม่เพื่อดําเนินการในด้านอื่นๆ ต่อไป ข้อดีนี้มีรายละเอียดในบทความของ
Harvard Business Review เรื่อง “Global Supply Chains Are About to Get Better, Thanks to
Blockchain”
ข้อดีที่ 4 ความโปร่งใส ในบางครั้งการขาดความโปร่งใสทางการค้าอาจนําไปสู่ความล่าช้าในการ
ดําเนินธุรกิจและสามารถทําลายความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ ซึ่งการให้รายละเอียดของการทําธุรกรรมอย่าง
ชัดเจนจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับกระบวนการค้าขาย ทั้งยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้มั่นคงยิ่งขึ้น
ตามระดับความโปร่งใสที่มีอยู่ดว้ ย
ข้อดีที่ 5 ความปลอดภัย ธุรกรรมแต่ละรายการจะได้รับการตรวจสอบภายในเครือข่ายโดยใช้การ
เข้ารหัสลับที่ซับซ้อนและได้รับการตรวจสอบอย่างอิสระ ดังนั้นจึงสามารถมั่นใจในความถูกต้องของข้อมูลได้
และข้อมูลที่น่าเชื่อถือดังกล่าวเป็นหนึ่งในพื้นฐานสําคัญของการใช้ประโยชน์จากแนวทางอินเทอร์เน็ต
ออฟ ธิงค์ (Internet of Things: IoT) ซึ่งเป็นกระบวนการทํางานเชื่อมโยงสินทรัพย์ที่ใช้งานอยู่ผ่านระบบ
อินเทอร์เน็ตท่ีมีการควบคุมในระบบปิด แนวทางนี้กําลังได้รับการนําไปใช้ในอุตสาหกรรมด้านกลาโหมสําหรับ
การตรวจสอบความถูกต้องของคําสั่งและการปูองกันทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งสามารถดูรายละเอียดได้ใน
บทความของ Ascent เรือ่ ง “Securing 3D-Printing: Could Blockchain be the Answer?”
34
ข้อดีที่ 6 ความเห็นด้วยความสามารถในการติดตามสินทรัพย์ครอบคลุมทั้งวงจรชีวิต ผู้ออกแบบ
และผู้ผลิตสินทรัพย์จึงสามารถปรับรูปแบบการบริหารจัดการสินทรัพย์ตลอดวงจรชีวิตได้อย่างเหมาะสม
และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยข้อมูลในด้านต่างๆ ไมว่าจะเป็นการจัดส่ง การติดตั้ง การบํารุงรักษา
และการร้ือถอน
ประโยชน์ของ Blockchain
ประโยชนข์ อง Blockchain มีดังนี้
1. มีความโปร่งใสสูง สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้จากทุกฝาุ ย
2. ไม่สามารถเกิดการทุจริตได้ เพราะข้อมลู ไม่สามารถถูกปลอมแปลงได้
3. เมื่อธุรกรรม หรือสัญญาถูกจัดเก็บในรูปของข้อมูล การนําข้อมูลเหล่านั้นมาประมวลผล
เพื่อบังคับให้ทําตามสัญญา หรือธุรกรรมต่างๆ เหล่านั้นก็สามารถทําได้โดยอัตโนมัติ และยังนําไปประยุกต์ใช้
รูปแบบอื่น เช่น การแจง้ เตือนเมื่อสัญญากําลังจะหมดอายไุ ด้ เปน็ ต้น
4. เมื่อการทําธุรกรรม หรือสัญญาเหล่านี้ไม่ต้องมีตัวกลาง ก็จะสามารถประหยัดทั้งเวลา
และคา่ ใชจ้ ่ายลงไปไดอ้ ีกมาก
ดงั นั้น เรยี กไดว้ ่า Blockchain น้ันจงึ นาํ มาประยกุ ตใ์ ช้ทาํ อะไรไดห้ ลากหลายมาก ถ้าหากสิ่งเหล่านั้น
ต้องการ “ความโปรง่ ใส” และ “ความนา่ เช่ือถอื ” นนั่ เอง
วิธีการนา Blockchain ไปใชง้ าน
เนื่องจาก Blockchain นี้เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูลเท่านั้น ดังนั้น ในการนํา
Blockchain ไปใช้งานก็ต้องมีการพัฒนา Application ขึ้นมาทํางานร่วมกับ Blockchain อีกทีหนึ่ง เพื่อทํา
การจดั เก็บข้อมูลที่เราต้องการให้มีความโปร่งใส และน่าเชื่อถือในระบบของ Blockchain และเปิดให้ผู้ใช้งาน
คนอื่น ๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลภายใน Blockchain หรือบันทึกข้อมูลลงไปยังระบบของ Blockchain ได้อย่าง
งา่ ยดาย
ตวั อย่างการนา Blockchain ไปใช้งานที่เกดิ ข้นึ จรงิ แลว้ มดี งั นี้
1. ใชง้ านในธรุ กิจท่มี กี ารทําธุรกรรม หรอื สญั ญาเปน็ หลกั เชน่ การเงนิ , การทาํ ประกัน โดยสามารถ
ใช้งานแทนเอกสารในรูปแบบเดมิ ๆ ได้เลย
2. ใช้งานในธุรกิจที่ต้องการความโปร่งใส เช่น การบริจาคเงินให้กับองค์กรหรือบุคคลต่าง ๆ ก็จะ
ม่นั ใจไดว้ า่ เงินนนั้ จะไปถึงปลายทางอยา่ งแน่นอน
3. ใช้ในการติดตามสินค้าต่าง ๆ เช่น การติดตามเส้นทางขนส่งของอาหารสดแต่ละชิ้น ก็จะทําให้
ทราบได้ทันทีว่าวัตถุดิบรายการไหนถูกส่งออกมาจากฟาร์มแห่งใด, ขายไปยังลูกค้ารายใด, หมดอายุวันไหน
รวมถงึ หากเกดิ ปญั หากบั สินคา้ ชิ้นนัน้ ๆ กส็ ามารถสืบสวนไปถงึ ต้นตอได้ทันที เปน็ ต้น
4. การสํารองข้อมูลย้อนหลังให้มั่นใจว่าจะไม่ถูกทําลายหรือไม่ถูกเปลี่ยนแปลง ก็สามารถใช้
Blockchain ในการบันทกึ ขอ้ มลู ท่ตี ้องการสาํ รองเอาไวไ้ ด้
35
5. ล่าสุดนี้ในประเทศไทย ก็มีการนํา Blockchain มาเปิดบริการการจัดเก็บเอกสารสําหรับใช้ทํา
สญั ญาโดยเฉพาะแลว้ เชน่ กัน จะเห็นได้ว่าการนํา Blockchain มาใช้เหล่านี้ก็จะเน้นไปที่ธุรกิจที่ต้องการความ
นา่ เชอ่ื ถือและความโปร่งใสของข้อมูลเปน็ หลกั นน่ั เอง
ตวั อย่างการนา Blockchain มาประยุกตก์ บั โลก Internet of Think
ด้วยคุณสมบัติของ Blockchain จึงเข้ามาตอบโจทย์ Internet of Things (IoT) ได้ เพราะเมื่อวันท่ี
มีอปุ กรณ์ devices เพ่ิมขึ้นมากมาย การจัดการผ่านส่วนกลางจะยุ่งยากน่าดู แต่ Blockchain สามารถเข้ามา
ช่วยกลุ่ม IoT devices ที่กําลังมีจํานวนมากได้ง่ายขึ้น ดังนั้น Internet of Things ในยุคของ Blockchain
จะกลายเป็น Ledger of Things คือมี “บัญชีธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์”เพื่อจะ track อุปกรณ์ที่นํามาเชื่อมต่อ
ทีนี้เมื่อหลังบ้านเป็นดังนี้ ก็จะมีนักพัฒนาต่อยอด เพื่อให้อุปกรณ์ต่าง ๆ สื่อสาร เชื่อมต่อกันและเชื่อถือกันได้
งา่ ยข้นึ
1. การขนสง่ – พาหนะต่าง ๆ ทีเ่ ราน่ังไปนั้นจะชว่ ยเลือกเส้นทางที่เร็วที่สุดให้ หลีกเลี่ยงจุดก่อสร้าง
จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทางด่วน ที่จอดรถ และสื่อสารกับสัญญาณจราจรได้ การขนส่งสินค้าต่าง ๆ จะจัดการ
เร่ืองการตรวจสอบภาษีได้ไวขน้ึ
2. มอนิเตอร์โครงสร้างต่าง ๆ ในเมือง - สามารถติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ และใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในการ
มอนิเตอร์ดูปัจจัยความเสี่ยง บนท้องถนน รางรถไฟ แหล่งกําเนิดไฟฟูา สะพาน ท่าเรือ runways
เพอ่ื ตรวจสอบดูปญั หาตา่ ง ๆ ได้อยา่ งรวดเรว็ และลดต้นทนุ ไปได้
3. สายพลังงาน -การบริหารจัดการด้านพลังงานเป็นอุตสหกรรมที่ผูกอยู่กับศูนย์กลางมาอย่าง
ยาวนาน ใครจะคิดว่าในอนาคตอันใกล้ เราสามารถที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้เองได้ แต่ด้วย Blockchain จะทําให้
การดาํ เนนิ การดา้ นพลงั งานจะถูกกระจายศนู ย์ ตวั อย่างบรษิ ทั Transaction Grid สามารถใหผ้ ูใ้ ช้ผลิตพลังงาน
มาขาย หรอื ซ้อื จากเพ่อื นบา้ นไดแ้ ลว้
4. การเกษตร - ดูสภาพอากาศ ดิน พืชที่ปลูก สามารถติดเซนเซอร์ได้ วิเคราะห์และแนะนําว่าควร
ต้องดแู ลอยา่ งไร จากประวัติท่ผี า่ นมา ต่อไปจะดไู ด้วา่ วัวของเรากนิ อะไรกนั ลงไปบ้าง ดปู ระวัติสุขภาพที่ผ่านมา
เหมอื นคนเลยทเี ดยี ว
5. มอนิเตอร์สิ่งแวดล้อม - อุปกรณ์เซนเซอร์จะช่วยเราหาเงินได้ โดยการขายข้อมูลต่างๆ เช่น
มอนเิ ตอร์คณุ ภาพอากาศ นํ้า และทําการแจ้งเตือนเมื่อมีมลภาวะ หรือภัยอย่างสึนามิ เมื่อเก้าไปอีกขึ้นคือการ
วิเคราะห์ Pattern และทําการคาดการณ์อนาคตว่าอะไรจะเกดิ ขึ้นบ้าง
6. สายธุรกิจสุขภาพ - ด้วย Blockchain ข้อมูลต่างๆ สามารถแชร์ได้โดยปราศจากความกังวล
ทางด้านความปลอดภัยดังเช่นในอดีต มีแพลตฟอร์มอย่าง Gem ที่เปิดตัวมาเป็น Blockchain Network
เพื่อให้นักพัฒนาด้านสุขภาพสามารถพัฒนาต่อยอดจากเครือข่ายนี้ได้ อุปกรณ์ IoT ต่าง ๆ อย่างอวัยวะเทียม
เชน่ เข่า สะโพก แจ้งเตือนได้ว่าถงึ เวลาต้องเปล่ียนแล้ว...
36
ตัวอย่างการนา Blockchain มาใชใ้ นวงการอสังหารมิ ทรัพย์
วงการอสังหาริมทรัพย์ สามารถประยุกต์ใช้ทํา Smart contract โดยถ้าสัญญาอยู่ในบล็อกเชน
ทกุ คนจะเหน็ ขอ้ มลู ตรงกัน เราจึงสามารถไว้ใจให้ระบบ Automate ปฏิบัติงานใด ๆ ตามที่ระบุไว้ในสัญญาได้
นอกจากนีย้ ังมกี ารประยกุ ต์ใช้ไดอ้ ีกมากมาย ดังทม่ี กี ารสรุปไว้ในแผนภาพนี้
รปู ที่ 3.4 การนํา Blockchain มาใชใ้ นวงการอสงั หารมิ ทรพั ย์
37
แหล่งอา้ งองิ
uih.co.th เกร็ดความรู้เกีย่ วกับความหมายของ Blockchain. [ระบบออนไลน์]. แหล่งท่ีมา
https://www.uih.co.th/th/knowledge/blockchain-is [18 กันยายน 2563]
siambc.com เกร็ดความรูเ้ ก่ียวกับแนวคิดจุดกาเนิดของ Blockchain. [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ที่มา
https://siambc.com/what-is-blockchain/ [18กนั ยายน 2563]
techsauce.co เกรด็ ความรเู้ กยี่ วกับชนิดของ Blockchain. [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ที่มา
https://techsauce.co/tech-and-biz/understand-blockchain-in-5-minutes
[18กนั ยายน 2563]
library2.parliament.go.th เกร็ดความรู้เกยี่ วกับองคป์ ระกอบของ Blockchain. [ระบบออนไลน์].
แหลง่ ท่ีมา https://library2.parliament.go.th/ejournal/content_af/2560/feb2560-3.pdf
[18กันยายน 2563]
acinfotec.com เกร็ดความรู้เกย่ี วกับ Bitcoin กับ Blockchain เก่ียวข้องกันอย่างไร [ระบบออนไลน์]
แหลง่ ที่มา https://www.acinfotec.com/2016/11/28/blockchain/ [18กันยายน 2563]
38
บทท่ี 4
ธรุ กรรมการเงนิ ดจิ ทิ ัล (Fintech)
บทนา
คําว่า FinTech ในปัจจุบันส่วนใหญ่ถูกนํามาใช้ในการเรียกบริษัท กลุ่มธุรกิจ หรือกลุ่ม
ผู้ประกอบการท่คี ิดคน้ นวตั กรรมทางการเงนิ ในรปู แบบใหม่ ๆ ที่ทําใหผ้ ้บู ริโภคไม่ต้องยึดติดกับการทําธุรกรรม
ที่จํากัดอยู่เพียง เงินสด เช็ค บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น โดยที่ผู้บริโภค
สามารถทําธุรกรรมผ่านคอมพิวเตอร์และ Smart Phone ส่วนตัว ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางทาง
การเงนิ อยา่ งระบบธนาคารอีกตอ่ ไป แม้ FinTech จะเป็นเร่ืองคอ่ นข้างใหม่ แต่บทบาทของ FinTech มีการใช้
มาหลาย 10 ปี โดยตวั อย่างรปู แบบของ FinTech ดั้งเดิม (Traditional FinTech) ที่เห็นได้ชัดและยังมีการ
ใช้อยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ ATM, Internet Banking, Mobile Banking ตู้กดเติมเงิน โทรศัพท์มือถือ การซื้อขาย
หุ้นผ่านออนไลน์ เป็นต้น ซงึ่ ทกุ อย่างเป็นการทําธุรกรรมด้วยตนเองโดยไม่ต้องผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ในขณะ
ที่ FinTech ในรูปแบบใหม่ (Emergent FinTech) จะเกิดขึ้นผ่านองค์กรขนาดเล็กที่เป็นผู้นําทางเทคโนโลยี
ใหม่ ๆ และนํามา สรา้ งนวัตกรรมทางการเงิน
ความหมายของธรุ กรรมการเงนิ ดิจิทลั (Fintech)
คล่นื ลกู ใหมท่ งั้ FinTech และ Startup กําลงั ก้าวสูย่ ุคเฟ่อื งฟูในหลายประเทศ เป็นคลื่นที่ต้องจับตา
มองอย่างใกล้ชิด เพราะมีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนรูปแบบการดําเนินธุรกิจสถาบันการเงินด้วยนวัตกรรมใหม่
ที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการเกิดความสะดวก รวดเร็วและมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า FinTech กําลังได้รับความนิยมอย่าง
แพร่หลายทั่วโลก เป็นผลมาจากเทคโนโลยี 4 ด้าน ประกอบด้วย Social Media, Mobile, Analytics
และ Cloud ท่เี กดิ การประยุกตใ์ ชบ้ นแนวโน้มการเติบโตดา้ นอนิ เทอรเ์ น็ตท่ีมผี ู้ใช้จํานวนมากข้นึ เรื่อย ๆ
FinTech หรือ Financial Technology คือ การนําเอาเทคโนโลยีดิจิตอลมาประยุกต์ใช้กับบริการ
ทางการเงินในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการชําระเงิน การลงทุน การระดมทุน หรือด้านประกันภัย เพื่อให้สามารถ
ตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการนําเอา Technology
ของ Fin Tech ผ่านระบบ online มาใช้จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็ว ทุกที่และ
ทกุ เวลา (Anywhere Anytime) และมีค่าใชจ้ า่ ยในการทาํ ธุรกรรมที่ลดลง
FinTech คือ การนําเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้หรือสร้างบริการในธุรกิจการเงิน ทําให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงพฤตกิ รรมผู้บริโภค เชน่ การจา่ ยเงนิ ออนไลน์, การซือ้ หนุ้ ออนไลน์ ฯลฯ
Fintech ย่อมาจาก Financial Technology หรือเทคโนโลยีทางการเงิน โดยคําว่า Fintect มักถูก
นํามาใช้ในการเรียกบริษัท กลุ่มธุรกิจ หรือกลุ่มผู้ประกอบการที่คิดค้นนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ
โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาการ ให้บริการด้านการเงินและการลงทุนให้มี ความสะดวก รวดเร็ว
ปลอดภัย และมปี ระสทิ ธภิ าพมากยิง่ ขึน้
39
FinTech (Financial Technology) คอื กลุม่ ธรุ กิจทป่ี ระยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยีเข้ามาทําให้การบริการที่
เกี่ยวข้องกบั การเงนิ และการลงทุนมปี ระสทิ ธภิ าพมากยงิ่ ขน้ึ เช่น การทําธุรกรรมรับ-จ่าย-โอนเงินออนไลน์ของ
ธนาคาร หรือการวิเคราะห์ข้อมูลหุ้นเพื่อช่วยการตัดสินใจของนักลงทุน โดยบริการเหล่านี้มักจะอยู่ในรูปแบบ
ของบริการออนไลนแ์ ทบทงั้ สน้ิ
ช่อื FinTech มีท่มี าจากคําว่า Financial และ Technology แปลตรงตัวได้วา่ เทคโนโลยที ีเ่ กีย่ วข้อง
กับการเงนิ หรือการนําเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจการเงิน ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมตู้ ATM ที่ช่วยให้คน
กดเงินสดได้สะดวก เพยี งแค่มบี ตั ร, บัตรเครดติ , การโอนเงินออนไลน์ เป็นต้น เหล่านี้ก็ล้วนเป็น ฟินเทคอย่าง
หนึง่
สรุป FinTech คอื เทคโนโลยใี นการทําธรุ กรรมทางการเงิน หรือ กลุ่มธุรกิจเกิดใหม่ที่เน้นการนําไป
ประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยีและกําลังเข้ามาพลิกโฉมหนา้ รปู แบบการทําธุรกรรมในภาคส่วนต่าง ๆ ให้ฉีกออกไปจาก
การทําธุรกรรมแบบเก่า ทั้งการชําระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ (mobile payment) การโอนเงิน
(money transfer) การกู้ยืมเงิน (loan) การระดมทุน (fundraising) และ การจัดการทรัพย์สิน (asset
management) โดยอาศัยความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ IT รวมไปถึง แอพพลิเคชั่น และ
สมารท์ โฟนทพ่ี บเหน็ ไดท้ ัว่ ไปในยุคดิจทิ ัลปัจจบุ ัน จึงทําให้ FinTech ที่เกิดขึ้นและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
ในบา้ นเรา
จุดเดน่ ของ FinTech
คือ การสร้างมูลค่าในรูปแบบของความง่ายต่อการใช้งาน ความสะดวกรวดเร็ว ต้นทุนหรือ
ค่าธรรมเนียมที่ตํ่ากว่า และ ความปลอดภัยในการทําธุรกรรม ทั้งนี้ ปัจจุบัน FinTech กําลังเข้ามาสั่นคลอน
รูปแบบที่เงินเปลี่ยนมือจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ดังนั้น เมื่อเรามองย้อนกลับไปดูสิ่งที่กลุ่มบริษัท FinTech
ทํามาในช่วง 2-3 ปีทผี่ า่ นมา จะทําให้เราสามารถเห็นภาพทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรม
ใหม่ท่นี ่าต่ืนตาตื่นใจนใี้ นอนาคตอนั ใกล้
รปู แบบ Fintech
รปู แบบ Fintech แบง่ ออกเป็น 2 รปู แบบ คือ
1. Traditional Fintech องค์กรเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เป็นเสมือน Facilitator สนับสนุน
บริการด้านการเงินต่าง ๆ ที่อํานวยความสะดวกและสนับสนุนด้านเทคโนโลยี ขนาดใหญ่ แก่ภาคการเงิน
โดยท่วั ไป เช่น บริษทั ผู้พฒั นาบริการ internet banking หรอื mobile banking ให้แกส่ ถาบันการเงนิ
2. Emergent Fintech Emergent Fintech องค์กรขนาดเล็กที่เป็นเสมือน Disruptor
นําเทคโนโลยี ใหม่ ๆ สร้างนวัตกรรมตัวกลางในการให้บริการด้านการเงิน ซึ่งเราจะเห็นผู้ประกอบการ
Startup ใหม่ ๆ เกดิ ขึ้นเชน่ Paypal, Silkspan, Gobear และอื่น ๆ อกี มากมาย
40
ประเภทของ Fintech
Fintech สามารถแบง่ ออกได้เปน็ 7 แบบ ดังน้ี
1. Banking Technology การนําเทคโนโลยีมาใช้กับระบบธนาคาร ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่คนมัก
คิดถึงเมื่อพูดถึง Fintech เพราะหลายคนคุ้นเคยและเชื่อว่าในโทรศัพท์ของคนวัยทํางานส่วนใหญ่จะมี
แอปพลเิ คชน่ั ธนาคารติดตั้งอยู่แล้ว Fintech ประเภทนี้คือ Mobile Banking ที่มีขึ้นเพื่อให้ลูกค้าของธนาคาร
สามารถ ทําธุรกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการบริหารจัดการเงินของตัวเองได้ด้วยตัวเอง ทํางานในฟังก์ชั่นเดียวกับท่ี
ธนาคารแบบดัง้ เดิมทาํ ยกเว้นการจดั การกับเงินสด
2. Lending Technology เทคโนโลยีเพื่อการขอสินเชื่อ กู้ยืม เพียร์ พาวเวอร์จัดอยู่ใน
ประเภทนี้ คือมีลักษณะเป็นแพลตฟอร์มที่เกิดขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดการขอและให้สินเชื่อ Fintech
ประเภทนี้ จะอยบู่ นพ้นื ฐานการสมัครขอสนิ เช่ือ ตรวจสอบเครดิต และอนมุ ตั สิ นิ เช่อื
3. Cryptocurrency สกุลเงินดิจิทัลทั้ง Cryptocurrency หรือเทคโนโลยี Blockchain
เป็นการสมมติชุดข้อมูลขึ้นมาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งในโลกออนไลน์ แล้วทําให้ใช้งานได้เหมือนเงินจริง สามารถใช้
จา่ ยได้ รวมถงึ เก็งกําไรได้ด้วย โดยสกุลเงินดิจิทัลสกุลแรกที่ถือกําเนิดมาในโลกคือ Bitcoin และที่สั่นสะเทือน
วงการการเงินล่าสุดคือการประกาศเปิดตัว Libra สกุลเงินดิจิทัลของ Facebook ที่จับมือกับพาร์ทเนอร์
เจ้าใหญ่ทั่วโลกซึ่งถูกคาดการณ์ว่าจะเป็น Technology Disruptive ที่ใหญ่ที่สุดในอนาคต การเกิดขึ้น
ของ Fintech ประเภทน้ี บ้างก็ถูกมองเป็นโอกาสที่จะสร้างความเท่าเทียมทางการเงิน บ้างก็ถูกมองว่าเป็นภัย
ต่อระบบการเงินดั้งเดิมของโลก จึงได้รับทั้งการต้อนรับและขับไล่จากทั่วโลก อย่างไรก็ดี Cryptocurrency
ถอื เปน็ ระบบการเงนิ แห่งอนาคตทีม่ ีการขยายขอบเขตความสนใจเพิม่ ขึน้ เรือ่ ย ๆ
4. Payment Technology ระบบการจ่ายเงินที่ดําเนินการด้วยเทคโนโลยี Fintech
ประเภทนี้คือระบบตัวแทนการใช้จ่าย ที่ผู้ใช้ต้องเปิดบัญชีกับทางแพลตฟอร์มจึงจะสามารถใช้งานได้
ตัวอย่างเช่นระบบ E-Wallet ต่าง ๆ เครดิตการ์ด ซึ่งระบบ Payment จะต่างจาก Mobile Banking ตรงที่
เจ้าของแพลตฟอร์มไมใ่ ช่ธนาคาร และให้บริการเฉพาะการใช้จา่ ยเท่านัน้
5. Application Programing interface (API Data) ระบบ API Data ทาํ หน้าที่เป็นเหมือน
สะพานเชื่อมตอ่ ระหวา่ งผใู้ ชก้ บั แพลตฟอร์ม เป็นเหมือนประตูบ้านที่จะอนุญาตให้เฉพาะเจ้าของบัญชีหรือผู้ใช้
ที่ถูกต้องเข้าถงึ ข้อมูลน้นั ๆ ได้ ระบบน้ีสามารถใช้ได้ท้ังกับ Mobile banking และแพลตฟอร์มอื่น ๆ
6. Regulation Technology นอกจากจะใช้เพื่อเข้าถึงบริการหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
แล้ว Fintech ยังสามารถใช้เพื่อตรวจสอบและปูองกันการเข้าถึงบริการเหล่านั้นในลักษณะที่ไม่ถูกต้องได้อีก
ด้วย Regulation Technology หรือ Regtech ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตรวจสอบการทําธุรกรรมให้เป็นไปอย่าง
ถกู ต้องและราบร่นื อาจเปน็ AI หรอื เป็นระบบภายในของธนาคารหรือแพลตฟอรม์ ก็ได้
7. Insurance Technology/ Insurtech หลายคนมองว่าการซื้อประกันภัย ประกันชีวิตคือ
การลงทุนรปู แบบหนึง่ รวมท้ังระบบการคํานวณเบ้ียประกันมคี วามซบั ซ้อน การใช้ Fintech เข้ามาช่วยทั้งด้าน
41
การคาํ นวณเบ้ยี ประกัน ผลตอบแทน ความเส่ยี ง รวมถึงอตั ราส่วนลดอย่างเป็นเหตเุ ปน็ ผล ชว่ ยใหท้ ้ังผู้ซื้อและผู้
เสนอขายประกันภยั ประกนั ชีวิตบรหิ ารจดั การระบบประกนั ไดง้ ่ายขน้ึ
ประโยชน์ Fintech
ในเมื่อรูปแบบของ Fintech มีอยู่มากมาย ครอบคลุมการใช้บริการแทบทุกระดับ ประโยชน์ของ
Fintech จึงมมี ากตามไปดว้ ย โดยอาจแบง่ ประโยชนข์ อง Fintech ตามกลมุ่ ผใู้ ช้งานไดด้ งั น้ี
1. บุคคลทวั่ ไป ได้ประโยชน์จาก Fintech ในลักษณะการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทาง
การเงิน (Financial Inclusion) ที่ทําให้คนที่ไม่มีบัญชีธนาคารสามารถใช้จ่าย ทําธุรกรรม รวมถึงสามารถขอ
สนิ เช่ือ ลงทนุ ได้ด้วยตนเอง
2. สถาบันการเงนิ ใชป้ ระโยชนจ์ าก Fintech ได้ด้วยการนําระบบ API Data มาใช้ หรือการ
ตรวจสอบความปลอดภัยด้วย Regtech รวมถึงสิ่งที่ง่าย และเป็นประโยชน์ที่สุดคือการสร้างระบบธนาคาร
ยอ่ ย ๆ แบบ Mobile Banking ลงมาให้อยู่ในโทรศัพท์มือถอื
3. ผู้ให้บริการ E-Commerce ใช้ประโยชน์ได้ทั้งในรูปแบบของระบบ Payment การ
เชื่อมต่อ API Data และ Banking Technology เพราะเป็นการขายออนไลน์ที่เกิดการใช้จ่ายขึ้นใน
แพลตฟอรม์
4. นักลงทุน Fintech เอื้อต่อการลงทุนทั้งในรูปแบบตลาด Cryptocurrency, Insurtech
และ Lending Technology ซง่ึ ถือเป็นโอกาสสําหรบั นักลงทนุ ทอี่ ยากลองลงทนุ ในรูปแบบใหม่ ๆ
ตัวอยา่ ง FinTech
FinTech ที่ให้บริการรับชําระเงินค่าสินค้าและโอนเงินผ่านออนไลน์ ได้แก่ Paypal, Alipay, Line
Pay, Paysbuy และการให้บริการของ 3 ค่ายมือถือ AIS Mpay, Jaew Wallet และ Wallet by
TrueMoney ที่มีบริการรับชําระเงินค่าสินค้า/ บริการทางออนไลน์จากกระเป๋าเงินเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet)
ทล่ี ูกค้าสามารถเติมเงินไว้สาหรับการชาํ ระเงิน
นวตั กรรมทางการเงิน
1. Facial Recognition เพยี งสแกนหน้าก็สามารถโอนเงินได้ เป็นรูปแบบหนึ่งของการตรวจสอบ
ตวั ตนทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (Electronic Know Your Customer : e-KYC) ดว้ ยเทคโนโลยีชีวภาพ (Biometric)
โดยใช้เทคโนโลยีจดจาํ ใบหนา้ หรอื Facial Recognition มาพสิ จู นแ์ ละยนื ยนั ตัวตนของผ้ใู ช้บรกิ ารทางการเงิน
ซึ่งจะมาช่วยลดข้อจํากัดและความซับซ้อนให้ผู้ใช้บริการไม่จําเป็นต้องเดินทางมาที่สาขา เพียงแค่คุณมี
โทรศัพท์มอื ถอื ที่มกี ล้องก็สามารถใชบ้ รกิ ารของธนาคารไดแ้ ล้ว ไมว่ า่ จะเป็นการเปิดบัญชี การโอนเงิน และการ
ขอสินเชอ่ื คาดวา่ ธนาคารตา่ งๆ จะนําเทคโนโลยนี ม้ี าใช้ในเดือนตุลาคมทีจ่ ะถึงนี้
2. Face Pay และ Palm Vein Pay จ่ายเงินด้วยใบหน้าและฝุามือ ในอนาคตเราอาจไม่ต้องพก
เงินติดตัวไปซื้อของที่ตลาดและห้างสรรพสินค้าแล้ว เพราะธนาคารต่าง ๆ ได้พัฒนานวัตกรรมที่มาเป็น
42
ทางเลือกในการซื้อของและจ่ายเงินด้วยใบหน้าและฝุามือของเราเอง โดยทางธนาคารกสิกรไทยได้มาแสดง
ขั้นตอนการซื้อสินค้าด้วยการใช้ใบหน้าในชื่อว่า “Face Pay” ซึ่งหลังจากที่เราได้ใช้การสแกนใบหน้ามาเปิด
บัญชแี ลว้ เรากส็ ามารถชาํ ระสนิ คา้ ด้วยเพยี งการสแกนใบหนา้ ระบบจะสแกนใบหน้าผู้ซื้อและเชื่อมไปยัง
บญั ชีทคี่ ุณผูกไว้อยู่ จากนน้ั ก็ระบบจะตดั เงินอัตโนมัติ อีกอันคือ “Palm Vein” หรือ การสแกนเส้นเลือดในฝุา
มอื นวัตกรรมทธี่ นาคารไทยพาณชิ ย์นํามาแสดงในงาน โดยมีความแม่นยําถึง 99.99999% และสามารถมาเป็น
ทางเลือกหนึ่งในการจ่ายเงินซื้อของและการชําระเงินที่สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากบัตรเครดิต และ
การสแกนควิ อาร์โคด้
3. เชอ่ื มระบบพิสจู น์และยนื ยนั ตวั ตนจากภาครฐั สูเ่ อกชนด้วย NDID บรษิ ัท เนชนั่ แนลดิจิทัลไอดี
จํากัด ได้เปิดตัวระบบโครงสร้างพื้นฐานการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (National Digital
vvvID : NDID) ในการเป็นตัวกลางเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและ
เอกชน โดยระบบ NDID จะไมม่ ีการรวมศูนย์เก็บข้อมลู แต่ข้อมูลจะถูกเก็บแบบกระจายศูนย์ภายใต้หน่วยงาน
ที่ดแู ลขอ้ มลู นั้น ๆ ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ทําให้เกิดความน่าเชื่อถือและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดย
ในระยะแรกที่จะเปิดให้ใช้งานตอนต้นไตรมาส 4 ของปีนี้ จะเป็นการให้บริการการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์
และการขอสนิ เชือ่ ออนไลน์ แตห่ ลังจากนน้ั จะขยายใหค้ รอบคลุมการใหบ้ รกิ ารท่ีหลากหลายต่อไป ไม่ว่าจะเป็น
การเปิดบัญชีลงทุนออนไลน์ การทําประกันชีวิต หรืออาจเป็นไปได้ถึงการพบแพทย์ผ่านระบบออนไลน์
MyPromptQR มิติใหม่ของการชําระเงินด้วยคิวอาร์โค้ด เป็นบริการ QR Payment รูปแบบใหม่ซึ่งขยายวง
ไปส่ภู าคธรุ กิจ เพอ่ื ช่วยตอบโจทยร์ ้านสะดวกซ้ือ และห้างสรรพสนิ ค้าทีม่ ีเครอื ข่ายสาขาจํานวนมาก ให้สามารถ
รับชําระเงินได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น จากการให้บริการคิวอาร์โค้ดในปัจจุบันที่ลูกค้าต้องกรอกยอดเงินและ
สแกนคิวอาร์โค้ดของร้านค้า แต่บริการนี้จะทําให้ลูกค้าสามารถกดคิวอาร์โค้ดของตัวเองได้จากแอปพลิเคชัน
ของธนาคารพาณิชย์และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) ต่าง ๆ ซึ่งคิวอาร์โค้ดนี้จะสามารถใช้แค่ครั้ง
เดียวเท่านั้น จากนั้น เมื่อลูกค้าได้รับคิวอาร์โค้ดที่เชื่อมเข้ากับบัญชีตัวเองแล้ว ก็จะสามารถให้ร้านค้าต่าง ๆ
สแกนเพื่อชําระเงินค่าสินค้าและบริการได้ โดยตอนนี้ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ อย่างเช่น เดอะมอลล์ กรุ๊ป
เซ็นทรัล เจดี มันนี่ และบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ พร้อมที่จะให้บริการสแกน MyPromptQR เพื่อชําระเงิน
ได้แลว้
43
แหล่งอ้างองิ
peerpower.co.th เกรด็ ความรู้เกีย่ วกบั ความหมายของธุรกรรมการเงินดจิ ทิ ัล [FinTech]. [ระบบออนไลน]์
แหลง่ ท่ีมา https://www.peerpower.co.th/blog/investor/invest/fintech
[18 กันยายน 2563]
peerpower.co.th เกรด็ ความรู้เก่ยี วกับจุดเด่นของ FinTech [ระบบออนไลน์]. แหลง่ ทีม่ า
https://www.peerpower.co.th/blog/investor/invest/fintech [18 กันยายน 2563]
g-able.com เกร็ดความรเู้ ก่ียวกับรูปแบบของ FinTech FinTech [ระบบออนไลน]์ . แหล่งท่ีมา
https://www.g-able.com/digital-review/fintech [18 กนั ยายน 2563]
techsauce.co เกรด็ ความรเู้ กย่ี วประเภทของ FinTech [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ที่มา
https://techsauce.co/tech-and-biz/what-is-fintech [18 กนั ยายน 2563]
44
บทท่ี 5
ระบบเงนิ ดิจิทัล สกลุ เงินดิจิทลั หรอื ครปิ โทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency)
บทนา
“สกุลเงินดิจิตอล”หรือที่ใคร ๆ หลายคนรู้จักในชื่อภาษาอังกฤษว่าคริปโตเคอร์เรนซี่
(Cryptocurrency) ซึ่งก็คือนวัตกรรมโลกการเงินขนานใหม่ เปรียบเสมือนระบบธนาคารในโลกดิจิตอลที่ไม่มี
สถาบันกลางควบคุม เพราะมีการนําระบบบล็อกเชน (Blockchain) มาใช้เป็นพื้นฐานของระบบสกุลเงิน
ดจิ ิตอล
ความเป็นมา Cryptocurrency
จดุ เริ่มต้นของมนั เน่ืองจากมคี วามพยายามหลายครั้งในการสรา้ งสกลุ เงนิ ดิจติ อลในยุค 90 ดว้ ย
ระบบเช่น Flooz, Beenz และ DigiCash เกิดขน้ึ ในตลาด แต่กล็ ้มเหลวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มสี าเหตหุ ลาย
ประการท่ีทาํ ใหเ้ กดิ ความล้มเหลวเชน่ การฉ้อโกงปญั หาทางการเงนิ และบริษัทและปญั หาระหวา่ งพนักงานและ
เจ้านายเอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งทกุ ระบบท่ีเช่ือถอื ได้ เนื่องจากบรษิ ัทเหล่านก้ี ่อตั้งมานานแลว้ จากนนั้ ในต้นปี
2009 โปรแกรมเมอร์นริ นามหรอื กลุ่มโปรแกรมเมอรใ์ น Satoshi Nakamoto ได้แนะนาํ Bitcoin โดย
Satoshi อธิบายวา่ มนั เป็นระบบเงนิ สดอิเล็กทรอนกิ ส์แบบ peer-to-peer มนั เป็นการกระจายอํานาจอย่าง
สมบูรณ์ซ่งึ หมายความว่าไม่มีเซิร์ฟเวอร์ท่ีเกย่ี วข้อง แนวคิดน้คี ลา้ ยกับเครือข่าย peer-to-peer สําหรับการ
แชร์ไฟลน์ น่ั เอง และหน่ึงในปัญหาทสี่ ําคัญที่สดุ ที่เครือข่ายการชําระเงนิ ตา่ ง ๆ ท่ตี ้องแกค้ ือการใชจ้ ่ายซ้าํ ซ้อน
มนั เปน็ เทคนิคการฉ้อโกงในการใชจ้ ่ายจาํ นวนเดียวกนั สองครั้ง โดยโซลูชนั การแก้ปัญหานแี้ บบดงั้ เดิมคือ
บุคคลที่สามทเี่ ชอื่ ถือได้โดยมี เซริ ฟ์ เวอรต์ วั กลางทเ่ี กบ็ บนั ทึกยอดคงเหลือและธรุ กรรม อยา่ งไรก็ตามวิธกี าร นี้
ได้มอบสทิ ธิอํานาจโดยท่วั ไป ในการควบคุมเงินทนุ ของคุณ และรายละเอียดส่วนตวั ทั้งหมดของคณุ ในมือ ของ
องค์กรน้นั ๆ นั่นเอง
ในเครอื ขา่ ยกระจายอาํ นาจของ Bitcoin ผ้เู ข้าร่วมทุกคนต้องทํางานนี้ ส่ิงน้ีทาํ ไดผ้ ่าน Blockchain
ซ่ึงเปน็ บัญชีแยกประเภทสาธารณะของธรุ กรรมท้งั หมดทเี่ กิดขึ้นภายในเครือข่ายซ่ึงทุกคนสามารถใชไ้ ด้ ดังนั้น
ทุกคนในเครอื ขา่ ยสามารถเห็นยอดคงเหลือของบัญชีทุกบัญชี ทกุ ธุรกรรมเป็นไฟล์ท่ีประกอบดว้ ยกญุ แจ
สาธารณะของผ้สู ่งและผรู้ ับ (คือท่อี ยู่กระเป๋าเงิน) และจํานวนเงนิ ที่โอน การทําธรุ กรรมจะตอ้ งมกี ารลงช่อื
ออกจากผสู้ ง่ ดว้ ยรหสั สว่ นตัวของพวกเขา ทงั้ หมดน้เี ป็นเพียงการเข้ารหสั ข้ันพ้นื ฐาน ในทสี่ ดุ การทําธุรกรรม
จะออกอากาศในเครือข่าย แต่ตอ้ งได้รับการยนื ยันก่อน
ภายในเครือข่าย Cryptocurrency มีเพียงคนงานเหมืองเท่านั้นที่สามารถยืนยันธุรกรรมโดยการไข
ปริศนาตัวเข้ารหัส พวกเขาทําธุรกรรมทําเครื่องหมายว่าถูกต้องตามกฎหมายและกระจายไปทั่วเครือข่าย
หลงั จากนัน้ ทุกโหนดของเครอื ขา่ ยจะเพ่มิ ลงในฐานข้อมูล เมื่อการทําธุรกรรมได้รับการยืนยันมันจะไม่สามารถ
เพิกถอนได้และไม่สามารถย้อนกลับได้และนักขุดจะได้รับรางวัลรวมถึงค่าธรรมเนียมการทําธุรกรรม
45
โดยพื้นฐานแล้วเครือข่าย Cryptocurrency ใด ๆ จะขึ้นอยู่กับฉันทามติที่แน่นอนของผู้เข้าร่วมทั้งหมด
เกยี่ วกับความถูกตอ้ งของยอดคงเหลือและการทําธุรกรรม หากโหนดของเครือข่ายไม่เห็นด้วยกับยอดดุลเดียว
ระบบจะแตกหักโดยทั่วไปอย่างไรก็ตามมีกฎมากมายที่สร้างไว้ล่วงหน้าและตั้งโปรแกรมไว้ในเครือข่ายท่ี
ปูองกันไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้น Cryptocurrency ถูกเรียกเช่นนั้นเพราะกระบวนการรักษาฉันทามติ (Consensus)
จะทําให้มั่นใจได้ด้วยการเข้ารหัสที่แข็งแกร่ง พร้อมด้วยปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าวทําให้บุคคลที่สามไว้วางใจเป็น
แนวคดิ ท่ีซ้าํ ซอ้ นนี้อย่างสมบูรณ์
การใช้ Cryptocurrency
ปัจจุบันคุณสามารถใช้ Cryptocurrency ในการซื้อขายแลกเปลี่ยน ตามปกติ ไม่ว่าจะบนกระดาน
เทรด และแลกเปลี่ยนกันแบบต่อหน้า แม้แต่เครื่อง ATM ปัจจุบันมีร้านค้ามากมายทั้งออนไลน์และออฟไลน์
ที่รับ Bitcoin เป็นรูปแบบการชําระเงิน พวกเขามีตั้งแต่ร้านค้าปลีกออนไลน์ขนาดใหญ่เช่น Overstock
และ Newegg ไปจนถึงร้านค้าเล็ก ๆ เช่น ร้านอาหาร Bitcoin สามารถใช้ชําระค่าโรงแรมเที่ยวบิน
เครอื่ งประดับ แอพ และอน่ื ๆ ในอนาคตทีจ่ ะตามมาอยา่ งแนน่ อน
สกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ เช่น Litecoin, Ripple, Ethereum และอื่น ๆ ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่าง
กว้างขวาง สิ่งต่าง ๆ กําลังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นโดยที่ร้านค้าต่าง ๆ จะยอมรับเหรียญทางเลือกอื่น
นอกเหนือจาก Bitcoin มากขนึ้ น่ันเอง
ความหมายของ Cryptocurrency
คําว่า Crypto มาจากคําว่า Cryptography ซึ่งมีความหมายว่า การเข้ารหัส และคําว่า Currency
ก็แปลวา่ สกลุ เงนิ หรือแปลตรงตัว ก็คอื "สกุลเงนิ เข้ารหัส" ซึ่งเทคโนโลยีของเจา้ สกุลเงินเข้ารหัสนี้ถูกออกแบบ
มาเพื่อทําธุรกรรมผ่านโลก digital ด้วยการเข้ารหัส เพื่อกําหนด การโอน การกําเนิดใหม่ของหน่วยสกุลเงิน
การยืนยันธุรกรรม และค่าคําสั่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม ที่เกิดขึ้นผ่านเทคโนโลยีเข้ารหัสที่เรา
เรียกวา่ Blockchain
Cryptocurrency หรือหากแปลเปน็ ไทยตรงตวั ก็คือ “สกุลเงินที่ถูกเข้ารหัส” ซึ่งเป็นการเล่นคําสอง
คาํ คอื cryptography และ currency เข้าด้วยกัน นั่นหมายความว่า Bitcoin, Ethereum, Litecoin ที่คุณได้
ยินเพื่อน ๆ หรือบนทีวีพูดกันนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน และจับต้องไม่ได้ ซึ่งมันจะทํางานอย่างลับ ๆ ใน
คอมพิวเตอร์ สงิ่ ทคี่ ุณจะสามารถมองเห็นไดก้ ม็ เี พียงแค่ตัวเลข
Cryptocurrency คือ การประยุกต์ใช้รูปแบบหนึ่งจากระบบ Blockchain เท่านั้น ซึ่งเป็นสกุลเงิน
ใหม่ที่ใช้เป็นตัวกลางการแลกเปลี่ยนได้ทั่วโลก สิ่งที่มีผลต่อมูลค่าของ Cryptocurrency คือความเชื่อมั่นของ
นักลงทุน หรือก็คือความต้องการซื้อ ความต้องการขายของตลาด ณ เวลานั้นตามอัพเดทของข่าวสาร
และสถานการณต์ า่ ง ๆ ทีเ่ กดิ ข้ึนท่ัวโลกเก่ยี วกับสกลุ เงนิ ดิจิตอล
Cryptocurrency “สกุลเงินดิจิตอล” ที่สร้างขึ้นด้วยโปรโตคอลการเข้ารหัสลับที่ทําให้การทํา
ธุรกรรมมีความปลอดภัยและยากที่จะปลอมแปลงมันได้คุณสมบัติที่สําคัญที่สุดของ Cryptocurrency คือมัน
46
ไม่ได้ถูกควบคุมโดยส่วนกลาง ลักษณะการกระจายอํานาจของ Blockchain ทําให้ Cryptocurrency ในทาง
ทฤษฎีแล้วมันมีภมู ิคุม้ กนั ตอ่ วธิ ีการควบคมุ และการแทรกแซงของรฐั บาลด้วย
ประเภทของสกลุ เงนิ ดจิ ิตอล (Cryptocurrency)
สกลุ เงินดิจติ อลสามารถแบง่ ได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1. บทิ คอยน์ (Bitcoin)
2. อลั คอยน์ (Altcoins)
4. บิทคอยน์ (Bitcoin) เป็นสกุลเงินดิจิตอลสกุลแรก (Cryptocurrency) ที่กําเนิดขึ้นเมื่อ
ปี 2009
5. อัลคอยน์ (Altcoins) ย่อมาจาก Alternative Coins หรือแปลตรงตัวได้ว่าเหรียญ
ทางเลอื ก ซึง่ เป็นกลุ่มสกุลเงินดจิ ิตอลตา่ ง ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากบิทคอยน์ Bitcoin เช่น อีเธอเรียม (Ethereum)
บทิ คอยน์ แคช (Bitcoin Cash) ไลท์คอยน์ (Litecoin) และรปิ เป้ิล (Ripple) เป็นต้น ซึ่งแต่ละเหรียญจะมีที่มา
และคุณสมบตั ิทแี่ ตกตา่ งกันออกไป
ปัจจุบันนี้มีสกุลเงินดิจิตอลนับพันที่มีอยู่จริงโดยมีมูลค่าตลาดรวมกว่า 120 พันล้านเหรียญสหรัฐ
(ปัจจุบนั บทิ คอยนม์ คี ่ามากกวา่ 50% ของมลู คา่ ทั้งหมด)
สกุลเงนิ ดิจิตอลถึงต้องใชร้ ะบบบลอ็ กเชน
เพราะระบบบล็อกเชนสามารถแก้ไขปัญหาทีเ่ กดิ ข้ึนกับระบบการเงินในปจั จุบนั ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
ความโปรง่ ใสในระบบการเงิน ความถูกต้องในการทําธุรกรรม ความปลอดภัยของระบบการเงิน รวมไปถึงเพิ่ม
ความเรว็ ในการทําธุรกรรมทางการเงินข้ามพรมแดน และสามารถลดค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการต่าง ๆ ลงไป
ไดด้ ้วย และด้วยเหตุผลดังกล่าวอาจกล่าวไดว้ า่ Cryptocurrency คอื อนาคตของโลกการเงนิ
Cryptocurrency คือ สกุลเงินดิจิตอล หรือสกุลเงินเสมือนที่ใช้การเข้ารหัสเพื่อทําให้มีความ
ปลอดภัยซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปลอมแปลงหรือจ่ายซํ้า สกุลเงินดิจิตอลจํานวนมากเป็นระบบการ
กระจายอํานาจบนพื้นฐานของเทคโนโลยีบล็อคเชนที่เป็นบัญชีแยกประเภทกระจายและมีการบังคับใช้โดย
เครอื ขา่ ย ทแี่ ตกตา่ งกนั ของคอมพวิ เตอร์ ฟเี จอรท์ ี่มกี ารกาํ หนดของครปิ โตเคอเรนซีก็คือมันมักจะไม่ออกโดย
ผู้มีอํานาจส่วนกลางใด ๆ การแสดงผลของมันในทางทฤษฎีมีภูมิคุ้มกันต่อการแทรกแซงของรัฐบาลหรือการ
จัดการ
สกุลเงินดิจิตอลที่ใช้บล็อคเชนตัวแรกคือบิทคอยน์ซึ่งยังคงเป็นที่นิยมและมีค่ามากที่สุด ปัจจุบันน้ี
มีสกุลเงินดิจิตอลสํารองหลายพันฟังก์ชั่นหรือข้อกําหนดต่างๆ สกุลเงินเหล่านี้บางส่วนถือเป็นโคลน ของบิท
คอยน์ในขณะท่ีสกุลเงนิ อ่นื ๆ เปน็ ฟอรค์ หรือเป็นสกุลเงนิ ดิจติ อลใหมท่ ี่แยกออกจากทม่ี ีอยแู่ ลว้
การทางานสกลุ เงนิ ดจิ ิตอล (Cryptocurrency)
สกุลเงินดิจิตอลเป็นระบบที่ช่วยให้การชําระเงินของการทําธุรกรรมออนไลน์ปลอดภัยที่เป็นตัวเงิน
ในแง่ของ "โทเค็น" เสมือนจริงที่เป็นตัวแทนรายการบัญชีแยกประเภทภายในระบบของตัวเอง "คริปโต"
47
หมายถงึ ขอ้ เทจ็ จริงทีว่ ่ามีการใช้อัลกอริธมึ ในการเข้ารหัสและเทคนิคการเข้ารหัสที่หลากหลายเช่นการเข้ารหัส
เส้นโคง้ วงรี, คู่คียส์ าธารณะและส่วนตัวและฟงั กช์ ่ันแฮช
ขอ้ ดแี ละขอ้ เสยี ของ สกลุ เงนิ ดิจิตอล (Cryptocurrency)
ขอ้ ดีของสกลุ เงินดิจติ อล (Cryptocurrency)
สกุลเงนิ ดจิ ิตอลถอื เปน็ สัญญาว่าจะทาํ ใหก้ ารโอนเงนิ ง่ายขึ้นระหว่างทั้งสองฝาุ ยเพือ่ ทําธุรกรรมได้ง่าย
ข้ึนโดยไมจ่ ําเป็นต้องมีบุคคลที่สามที่เชื่อถือได้เช่นธนาคารหรือบริษัทบัตรเครดิต การโอนเหล่านี้อํานวยความ
สะดวกผ่านการใช้กุญแจสาธารณะและกุญแจส่วนตวั เพ่อื ความปลอดภัย
ในระบบสกุลเงินดิจิตอลที่ทันสมัย "กระเป๋าเงิน" หรือที่อยู่บัญชีของผู้ใช้มีรหัสสาธารณะและใช้
กุญแจสว่ นตัวในการเซน็ ธรุ กรรม การโอนเงินเสรจ็ สิน้ ด้วยคา่ ธรรมเนียมการดําเนินการขั้นตํ่าทําให้ผู้ใช้สามารถ
หลีกเลี่ยงคา่ ธรรมเนียมที่เรยี กเกบ็ จากธนาคารและสถาบันการเงนิ สว่ นใหญส่ ําหรับการโอนเงนิ ได้
หวั ใจสาํ คญั ทสี่ ามารถดึงดดู ใจและเป็นหน้าที่ของบิทคอยน์ด้วยก็คือเทคโนโลยีบล็อคเชนที่ใช้ในการ
จัดเก็บบัญชีแยกประเภทออนไลนข์ องธุรกรรมทั้งหมดที่เคยดําเนินการโดยใช้บิทคอยน์ซึ่งเป็นโครงสร้างข้อมูล
สําหรับบัญชีแยกประเภทนี้ที่มีการคุกคามจากแฮกเกอร์ที่จํากัดและยังสามารถคัดลอกไปยังคอมพิวเตอร์ทุก
เครือ่ งที่ใช้งานซอฟตแ์ วร์บทิ คอยน์ได้
บล็อกใหม่ท่สี รา้ งข้นึ ทกุ บล็อคจะต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้ทําบัญชีของผู้ใช้แต่ละคนในตลาดทํา
ใหแ้ ทบจะเปน็ ไปไมไ่ ดท้ จี่ ะปลอมแปลงประวัติการทําธุรกรรม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นว่าบล็อกเชนนี้มีการใช้
งานท่สี าํ คัญในเทคโนโลยเี ชน่ การลงคะแนนแบบออนไลน์ และการระดมทุนมวลชนและสถาบันการเงินขนาด
ใหญ่เช่น JPMorgan Chase มองเห็นศักยภาพของสกุลเงินดิจิตอลในการลดต้นทุนการทําธุรกรรมโดยทําให้
การประมวลผลการชาํ ระเงนิ มปี ระสิทธิภาพมากขน้ึ
ขอ้ เสยี ของสกลุ เงินดจิ ติ อล (Cryptocurrency)
อย่างไรก็ตามเนื่องจากสกุลเงินดิจิตอลเป็นสิ่งเสมือนจริงและไม่มีที่เก็บส่วนกลางทําให้ความสมดุล
ของเงินดิจิตอลจะถูกลบออกจากส่วนของความผิดพลาดในคอมพิวเตอร์ หากไม่มีสําเนาสํารองของการถื อ
ครองหรือถ้าหากใครสูญเสียกญุ แจส่วนตัวไป ในขณะเดียวกันนจ้ี ะไมม่ ีหน่วยงานใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรกลาง
, รฐั บาลหรอื บริษัทใดๆทจ่ี ะสามารถเขา้ ถึงทรพั ย์สนิ หรือข้อมูลสว่ นตวั ได้
ลักษณะของการทําธุรกรรมของสกุลเงินดิจิตอลกึ่งไม่ระบุชื่อทําให้เหมาะสําหรับโฮสต์ของกิจกรรม
ที่เลวร้ายเช่นการฟอกเงินและการหลีกเลี่ยงภาษี อย่างไรก็ตามผู้ให้การสนับสนุนสกุลเงินดิจิตอลมักให้
ความสําคญั กับการไมเ่ ปดิ เผยตัวตนอยา่ งมาก
สกุลเงินดิจติ อลบางตวั เปน็ สว่ นตัวมากกว่าตัวอื่น ตัวอย่างเช่น บิทคอยน์เป็นทางเลือกที่ค่อนข้างแย่
สําหรับการทาํ ธุรกจิ ออนไลนท์ ี่ผิดกฎหมายและการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ของการทําธุรกรรมบิทคอยน์
ทําให้เจ้าหน้าที่ทางการจับกุมและดําเนินคดีอาชญากร มีเหรียญที่เน้นความเป็นส่วนตัวมากกว่า
เช่น แดช, ซแี คชหรอื โมเนโร ซึ่งยากตอ่ การติดตาม
48
แหลง่ อ้างองิ
jib-ex.com เกรด็ ความรเู้ ก่ียวกบั พน้ื ฐานการลงทนุ สกลุ เงินดิจิทลั [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ที่มา
https://www.jib-ex.com/knowledge-center/posts/what-is-cryptocurrency
[18 กนั ยายน 2563]
siamblockchain.com เกรด็ ความรู้เก่ยี วกับขา่ วสาร Cryptocurrency เพอื่ คนไทย [ระบบออนไลน]์ .
แหลง่ ทม่ี า https://siamblockchain.com/2018/03/11/Cryptocurrency [18 กันยายน 2563]
bitblockthai.com เกรด็ ความร้เู กี่ยว Cryptocurrency คอื อะไร [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ท่ีมา
https://bitblockthai.com/about-cryptocurrency/ [18 กันยายน 2563]
medium.com เกร็ดความรเู้ กย่ี ว Cryptocurrency สกุลเงินดิจิทัล [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา
https://medium.com/@saimakepuengudom/cryptocurrency [18 กนั ยายน 2563]