49
บทท่ี 6
การทาธรุ กิจดิจทิ ัลบนสอื่ สงั คมออนไลน์
บทนา
ในโลกยคุ ปัจจบุ นั น้ี เราต่างไดย้ ินคาํ ว่า เทคโนโลยี ดจิ ิทัล ออนไลน์ และนวัตกรรมอยู่บ่อยครงั้ ใน
ชวี ิตประจําวนั ทัง้ ด้านการติดต่อสอ่ื สาร การเกบ็ ข้อมลู หรือการทาํ ธุรกรรมทางการเงิน แต่หลายคนก็ยังไม่
คนุ้ เคยกับการนําสิง่ เหล่านมี้ าใชก้ ับการทาํ งานในเชงิ อตุ สาหกรรม All Around Plastics ฉบับนีจ้ ะพาทุกทา่ น
ไปทําความรู้จักกับนวัตกรรมดิจิทัลท่จี ะมาช่วยเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพของการทํางานในแง่มมุ ธรุ กิจและอุตสาหกรรม
ใหม้ ากย่ิงขนึ้
ความหมายของธุรกจิ ดิจทิ ลั
Digital Business คือ การนําเทคโนโลยตี ่างๆเข้ามาพัฒนาธรุ กจิ ที่ทาํ อยเู่ พ่ือเพ่ิมความสะดวกสบาย
ใหท้ งั้ ผูป้ ระกอบการและผูบ้ ริโภคในการเลอื กซื้อสินค้าหรือบริการตา่ ง ๆ แตจ่ ุดประสงค์หลกั ๆ ก็คือการหาทาง
เพ่มิ ยอดขายให้กบั ธุรกจิ น่นั เอง เชน่ การนํา Application มาชว่ ยในการเขา้ ถงึ ผู้บริโภคยคุ ใหมท่ ีช่ อบใช้ smart
phone,การสรา้ งช่องทางขายผ่านสอ่ื Social mediaตา่ ง ๆ และการทําโฆษณารวมไปถงึ การสั่งซ้ือและจดั ส่ง
สนิ คา้ ในแบบ online เป็นต้น ภาพรวมของ Digital Business คือการเปล่ยี นแปลงธุรกิจที่มอี ยู่แบบเดิมให้เป็น
ธุรกิจแบบท่มี ีการใช้เทคโนโลยเี ขา้ มาชว่ ยปรับเปลย่ี นโครงสร้าง
ความหมายของส่อื สงั คมออนไลน์
สื่อสังคมออนไลน์ หมายถงึ สื่อดิจทิ ัลทเี่ ป็นเคร่ืองมอื ในการปฏบิ ัตกิ ารทางสงั คม (Social Tool) เพ่ือ
ใชส้ ่อื สารระหวา่ งกันในเครือข่ายทางสังคม (Social Network) ผ่านทางเว็บไซตแ์ ละโปรแกรมประยกุ ต์บนสื่อ
ใด ๆ ที่มีการเชือ่ มต่อกับอินเทอรเ์ น็ต โดยเน้นใหผ้ ใู้ ช้ทัง้ ทเี่ ป็นผสู้ ง่ สารและผูร้ บั สารมสี ่วนร่วม (Collaborative)
อย่างสรา้ งสรรค์ ในการผลติ เนอ้ื หาขน้ึ เอง (User-GenerateContent: UGC) ในรูปของขอ้ มลู ภาพ และเสยี ง
ประเภทของสื่อสงั คมออนไลน์
ประเภทของสื่อสังคมออนไลน์ มีด้วยกันหลายชนิด ขึ้นอยู่กับลักษณะของการนํามาใช้โดยสามารถ
แบ่งเปน็ กลมุ่ หลักดังน้ี
1. Weblogs หรือเรียกสนั้ ๆ วา่ Blogs คอื สอื่ ส่วนบุคคลบนอนิ เทอรเ์ นต็ ท่ใี ชเ้ ผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร
ความรู้ ขอ้ คิดเหน็ บนั ทกึ ส่วนตัว โดยสามารถแบ่งปันให้บุคคลอ่นื ๆ โดยผู้รับสารสามารถเข้าไปอ่าน หรือแสดง
ความคดิ เห็นเพิ่มเติมได้ ซึ่งการแสดงเนื้อหาของบล็อกนั้นจะเรียงลําดับจากเนื้อหาใหม่ไปสู่เนื้อหาเก่า ผู้เขียน
และผู้อ่านสามารถค้นหาเนื้อหาย้อนหลังเพื่ออ่านและแก้ไขเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา เช่น Exteen, Bloggang,
Wordpress,Blogger, Okanation
50
2. Social Networking หรือเครือข่ายทางสังคมในอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นเครือข่ายทางสังคมที่ใช้
สําหรับเชื่อมต่อระหว่างบุคคล กลุ่มบุคคล เพื่อให้เกิดเป็นกลุ่มสังคม (Social Community) เพื่อร่วมกัน
แลกเปลี่ยนและแบ่งปันข้อมูลระหว่างกันทั้งด้านธุรกิจ การเมือง การศึกษา เช่น Facebook, Hi5, Ning,
Linked in,MySpace, Youmeo, Friendste
3. Micro Blogging และ Micro Sharing หรือที่เรียกกันว่า “บล็อกจิ๋ว” ซึ่งเป็นเว็บเซอร์วิสหรือ
เว็บไซต์ท่ใี หบ้ ริการแกบ่ ุคคลทัว่ ไป สาํ หรับให้ผู้ใชบ้ ริการเขียนข้อความสั้นๆ ประมาณ 140 ตัวอักษร ที่เรียกว่า
“Status” หรือ “Notice” เพื่อแสดงสถานะของตัวเองว่ากําลังทําอะไรอยู่ หรือแจ้งข่าวสารต่าง ๆ แก่กลุ่ม
เพื่อนในสังคมออนไลน์ (Online Social Network) (Wikipedia,2010) ทั้งนี้การกําหนดให้ใช้ข้อมูลในรูป
ข้อความสนั้ ๆ กเ็ พือ่ ใหผ้ ู้ใช้ท่เี ปน็ ท้ังผูเ้ ขยี นและผอู้ า่ นเข้าใจง่าย ทนี่ ิยมใช้กันอย่างแพร่หลายคือ Twitter
4. Online Video เป็นเว็บไซตท์ ่ีให้บริการวิดีโอออนไลน์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งปัจจุบันได้รับความ
นิยมอย่างแพร่หลายและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเนื้อหาที่นําเสนอในวิดีโอออนไลน์ไม่ถูกจํากัดโดยผัง
รายการท่ีแนน่ อนและตายตวั ทําให้ผู้ใช้บริการสามารถติดตามชมได้อย่างต่อเนื่อง เพราะไม่มีโฆษ คั่น รวมทั้ง
ผู้ใช้สามารถเลือกชมเนื้อหาได้ตามความต้องการและยังสามารถเชื่อมโยงไปยังเว็บวิดีโออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้
จํานวนมากอีกด้วย เชน่ Youtube, MSN, Yahoo
5. Poto Sharing เป็นเว็บไซต์ที่เน้นให้บริการฝากรูปภาพโดยผู้ใช้บริการสามารถอัพโหลด
และดาวน์โหลดรูปภาพเพื่อนํามาใช้งานได้ ที่สําคัญนอกเหนือจากผู้ใช้บริการจะมีโอกาสแบ่งปันรูปภาพแล้ว
ยังสามารถใช้เป็นพื้นที่เพื่อเสนอขายภาพที่ตนเองนําเข้าไปฝากได้อีกด้วย เช่น Flickr, Photobucket,
Photoshop,Express, Zooom
6. Wikis เป็นเว็บไซต์ที่มีลักษณะเป็นแหล่งข้อมูลหรือความรู้ (Data/Knowledge) ซึ่งผู้เขียนส่วน
ใหญ่อาจจะเป็นนักวิชาการ นักวิชาชีพหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านต่างๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม
วัฒนธรรม ซึ่งผู้ใช้สามารถเขียนหรือแก้ไขข้อมูลได้อย่างอิสระ เช่น Wikipedia, Google Earth,diggZy
Favorites Online
7. Virtual Worlds คือการสร้างโลกจินตนาการโดยจําลองส่วนหนึ่งของชีวิตลงไป จัดเป็นสื่อสังคม
ออนไลนท์ บี่ รรดาผูท้ อ่ งโลกไซเบอรใ์ ชเ้ พอ่ื สือ่ สารระหวา่ งกนั บนอินเทอรเ์ น็ตในลักษณะโลกเสมือนจริง (Virtual
Reality) ซง่ึ ผู้ที่จะเข้าไปใช้บริการอาจจะบริษัทหรือองค์การด้านธุรกิจ ด้านการศึกษา รวมถึงองค์การด้านสื่อ
เช่น สํานักข่าวรอยเตอร์ สํานักข่าวซีเอ็นเอ็น ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อพื้นที่เพื่อให้บุคคลในบริษัทหรือ
องค์กรได้มีชอ่ งทางในการนาํ เสนอเรอ่ื งราวต่างๆ ไปยงั กลุ่มเครือข่ายผใู้ ช้สื่อออนไลน์ ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่ม ลูกค้า
ทั้งหลัก และรองหรือ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ของบริษัท หรือองค์การก็ได้ ปัจจุบันเว็บไซต์ที่ใช้หลัก Virtual
Worlds ทป่ี ระสบผลสาํ เร็จและมชี ่อื เสียง คอื Second life
8. Crowd Sourcing มาจากการรวมคําของคําสองคําคือ Crowd และ Outsourcing เป็นหลักการ
ขอความรว่ มมอื จากบคุ คลในเครอื ขา่ ยสงั คมออนไลน์ โดยสามารถจดั ทําในรปู ของเว็บไซต์ที่มีวัตถุประสงค์หลัก
เพื่อคน้ หาคาํ ตอบและวธิ ีการแกป้ ัญหาตา่ งๆทง้ั ทางธรุ กิจ การศึกษา รวมทั้งการสื่อสาร โดยอาจจะเป็นการดึง
51
ความร่วมมือจากเครือข่ายทางสังคมมาช่วยตรวจสอบข้อมูลเสนอความคิดเห็นหรือให้ข้อเสนอแนะ กลุ่มคน
ท่เี ขา้ มาให้ข้อมูลอาจจะเป็นประชาชนทั่วไปหรือผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่อยู่ในภาคธุรกิจหรือแม้แต่ใน
สังคมนักข่าว ข้อดีของการใช้หลัก Crowd souring คือ ทําให้เกิดความหลากหลายทางความคิดเพื่อนํา
ไปสูก่ ารแก้ปัญหาที่มีประสิทธภิ าพ ตลอดจนชว่ ยตรวจสอบหรือคัดกรองข้อมูลซึ่งเป็นปัญหาสาธารณะร่วมกัน
ได้ เช่น Idea storm, Mystarbucks Idea
9. Podcasting หรือ Podcast มาจากการรวมตัวของสองคํา คือ “Pod” กับ “Broadcasting”
ซึ่ง “POD” หรือ PersonalOn - Demand คือ อุปสงค์หรือความต้องการส่วนบุคคล ส่วน“Broadcasting”
เป็นการนําสื่อต่างๆ มารวมกันในรูปของภาพและเสียง หรืออาจกล่าวง่าย ๆ Podcast คือ การบันทึกภาพ
และเสียงแล้วนํามาไว้ในเว็บเพจ (Web Page) เพื่อเผยแพร่ให้บุคคลภายนอก (The public in general)
ทส่ี นใจดาวนโ์ หลดเพอื่ นําไปใช้งาน เชน่ Dual Geek Podcast, Wiggly Podcast
10. Discuss / Review/ Opinion เป็นเว็บบอร์ดที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถแสดงความคิดเห็น
โดยอาจจะเกี่ยวกับ สินค้าหรือบริการ ประเด็นสาธารณะทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เช่น Epinions,
Moutshut, Yahoo!Answer, Pantip,Yelp
อปุ กรณ์เคร่ืองมอื ทางสอ่ื สงั คมออนไลน์
1. คอมพวิ เตอร์ คอื เครอ่ื งคาํ นวณ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ที่สามารถทํางานคํานวณผลและเปรียบเทียบค่า
ตามชุดคําสั่งด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ได้ให้
คําจํากัดความของคอมพิวเตอร์ไว้ค่อนข้างกะทัดรัดว่า เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทําหน้าที่เสมือน
สมองกล ใช้สําหรับแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์ หรืออาจกล่าวได้ว่า เครื่อง
คอมพิวเตอร์หมายถึง เครื่องมอื ท่ชี ่วยในการคาํ นวณและการประมวลผลขอ้ มลู
2. สมาร์ทโฟน (SmartPhone) คือ โทรศัพท์มือถือที่นอกเหนือจากใช้โทรออก-รับสายแล้วยัง
มีแอพพลิเคชั่นให้ใช้งานมากมาย สามารถรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน 3G, Wi-Fi และสามารถใช้งาน
โซเชียลเน็ตเวิร์คและแอพพลิเคชั่นสนทนาชั้นนํา เช่น LINE, Youtube, Facebook, Twitter ฯลฯ โดยที่ผู้ใช้
สามารถปรับแตง่ ลกู เลน่ การใช้งานสมาร์ทโฟนให้ตรงกับความต้องการได้มากกว่ามือถือธรรมดา ผู้ผลิตสมาร์ท
โฟนรุ่นใหม่ ๆ นิยมผลิตสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอระบบสัมผัส, ใส่กล้องถ่ายรูปที่มีความละเอียดสูง, ออกแบบ
ดีไซน์ใหส้ วยงามทันสมัย, มแี อพพลิเคช่นั และลูกเลน่ ท่ีนา่ สนใจ
3. แท็บเล็ต (Tablet) คือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีหน้าจอระบบสัมผัสขนาดใหญ่ มีขนาดหน้าจอ
ตั้งแต่ 7 นิ้วขึ้นไป พกพาได้สะดวก สามารถใช้งานหน้าจอผ่านการสัมผัสผ่านปลายนิ้วได้โดยตรง
มีแอพพลิเคชั่นมากมายให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะรับ-ส่งอีเมล์, เล่นอินเทอร์เน็ต, ดูหนัง, ฟังเพลง, เล่นเกม
หรือแม้กระทั่งใช้ทํางานเอกสารออฟฟิต ข้อดีของแท็บเล็ตคือมีหน้าจอที่กว้าง ทําให้มีพื้นที่การใช้งานเยอะ
มีนํ้าหนักเบา พกพาได้สะดวกกว่าโน๊ตบุ๊คหรือ คอมพิวเตอร์ สามารถจดบันทึ กหรือใช้เป็นอุปกรณ์
เพ่อื การศกึ ษาไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
52
อปุ กรณ์เครอื ขา่ ย
1. เซิร์ฟเวอร์ (Server) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครื่องแม่ข่าย เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หลัก
ในเครือข่าย ที่ทําหน้าที่จัดเก็บและให้บริการไฟล์ข้อมูลและทรัพยากรอื่นๆ กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ
ใน เครือข่าย โดยปกติคอมพิวเตอร์ที่นํามาใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์มักจะเป็นเครื่องที่มีสมรรถนะสูง และมีฮาร์ดดิสก์
ความจําสงู กว่าคอมพิวเตอร์เครื่องอืน่ ๆ ในเครอื ขา่ ย
2. ไคลเอนต์ (Client) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครื่องลูกข่าย เป็นคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายที่ร้อง
ขอ บริการและเขา้ ถึงไฟลข์ ้อมูลท่จี ดั เก็บในเซริ ์ฟเวอร์ หรือพดู งา่ ย ๆ ก็คือ ไคลเอนต์ เป็นคอมพิวเตอร์ ของผู้ใช้
แต่ละคนในระบบเครือข่าย
3. ฮับ (HUB) หรือ เรียก รีพีตเตอร์ (Repeater) คืออุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกลุ่มคอมพิวเตอร ฮับ
มหี นา้ ทีร่ บั สง่ เฟรมข้อมูลทกุ เฟรมที่ได้รบั จากพอรต์ ใดพอรต์ หนง่ึ ไปยังพอร์ตท่ีเหลอื คอมพวิ เตอร์ที่เชื่อมต่อเข้า
กบั ฮบั จะแชร์แบนดว์ ิธหรอื อตั ราข้อมูลของเครือข่าย เพราะฉะนั้นถ้ามีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อมากจะทําให้อัตรา
การสง่ ขอ้ มูลลดลง
4. เนทเวริ ์ค สวติ ช์ (Switch) คอื อปุ กรณ์เครือข่ายที่ทําหน้าที่ในเลเยอร์ที่ 2 และทําหน้าที่ส่งข้อมูล
ทไี่ ดร้ บั มาจากพอร์ตหนึ่งไปยังพอร์ตเฉพาะที่เป็นปลายทางเท่านั้น และทําให้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับพอร์ต
ที่เหลือส่งข้อมูลถึงกันในเวลาเดียวกัน ดังนั้น อัตราการรับส่งข้อมูลหรือแบนด์วิธจึงไม่ขึ้นอยู่กับคอมพิวเตอร์
ปัจจุบันนิยมเชื่อมตอ่ แบบนม้ี ากกวา่ ฮบั เพราะลดปัญหาการชนกนั ของขอ้ มูล
5. เราต์เตอร์ (Router) เป็นอุปรณ์ที่ทําหน้าที่ในเลเยอร์ที่ 3 เราท์เตอร์จะอ่านที่อยู่ (Address)
ของสถานีปลายทางที่ส่วนหัว (Header) ข้อแพ็กเก็ตข้อมูล เพื่อที่จะกําหนดและส่งแพ็กเก็ตต่อไป เราท์เตอร์
จะมีตัวจัดเส้นทางในแพ็กเก็ต เรียกว่า เราติ้งเทเบิ้ล (Routing Table) หรือตารางจัดเส้นทางนอกจากนี้
ยังส่งข้อมูลไปยังเครือข่ายที่ให้ โพรโทคอลต่างกันได้ เช่น IP (Internet Protocol) IPX (Internet Package
Exchange) และ AppleTalk นอกจากนีย้ ังเชือ่ มตอ่ กับเครือขา่ ยอนื่ ได้ เช่น เครอื ข่ายอนิ เทอร์เน็ต
6. บริดจ์ (Bridge) เป็นอุปกรณ์ที่มักจะใช้ในการเชื่อมต่อวงแลน (LAN Segments) เข้าด้วยกัน
ทําให้สามารถขยายขอบเขตของ LAN ออกไปได้เรื่อย ๆ โดยที่ประสิทธิภาพรวมของระบบ ไม่ลดลงมากนัก
เน่ืองจากการติดต่อของเครื่องที่อยู่ในเซกเมนต์เดียวกันจะไม่ถูกส่งผ่าน ไปรบกวนการจราจรของเซกเมนต์อื่น
และเนื่องจากบริดจ์เป็นอุปกรณ์ที่ทํางานอยู่ในระดับ Data Link Layer จึงทําให้สามารถใช้ในการเชื่อมต่อ
เครือข่ายที่แตกต่างกันในระดับ Physical และ Data Link ได้ เช่น ระหว่าง Eternet กับ Token Ring
เปน็ ต้น บรดิ จ์ มักจะถกู ใชใ้ นการเชื่อมเครอื ขา่ ยย่อยๆ ในองค์กรเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายใหญ่ เพียงเครือข่าย
เดียว เพ่อื ใหเ้ ครอื ขา่ ยยอ่ ยๆ เหลา่ นน้ั สามารถตดิ ต่อกับเครอื ข่ายยอ่ ยอน่ื ๆ ได้
7. เกตเวย์ (Gateway) เปน็ อปุ กรณฮ์ าร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายต่างประเภทเข้าด้วยกัน เช่น การ
ใช้เกตเวย์ในการเชื่อมต่อเครือข่าย ที่เป็นคอมพิวเตอร์ประเภทพีซี (PC) เข้ากับคอมพิวเตอร์ประเภทแมคอิน
ทอช (MAC) เป็นตน้
53
ประโยชนแ์ ละข้อจากัดของสงั คมออนไลน์
แม้ลักษณะของเครือข่ายสังคมออนไลน์ จะเป็นสื่อให้ข้อมูลข่าวสารสามารถกระจายออกไปอย่าง
รวดเร็วและกว้างขวางมคี ณุ ประโยชน์มากมายในด้านการติดต่อสื่อสาร แต่ก็เปรียบเสมือนดาบสองคมหากผู้ใช้
ขาดคุณธรรมจริยธรรม สามัญสํานึก การรู้จักเคารพสิทธิ ของผู้อื่น และความระมัดระวังในการใช้แล้ว สังคม
ออนไลน์เหลา่ นีก้ ็จะเป็น"สังคมอนั ตราย"ท่จี ะเปน็ ด้านมดื ของสังคมไทย
ประโยชนข์ อง Social networks เครอื ข่ายสังคมออนไลน์
1. สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลความร้ใู นสิ่งท่ีสนใจรว่ มกันได้
2. เป็นคลังข้อมูลความรู้ขนาดย่อมเพราะเราสามารถเสนอและแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน
ความรู้ หรือตงั้ คาถามในเร่ืองต่างๆ เพอื่ ใหบ้ คุ คลอื่นทีส่ นใจหรือมีคาตอบได้ชว่ ยกนั ตอบ
3. ประหยดั คา่ ใชจ้ า่ ยในการติดตอ่ สือ่ สารกับคนอนื่ สะดวกและรวดเร็ว
4. เปน็ ส่อื ในการนําเสนอผลงานของตัวเอง เชน่ งานเขียน รูปภาพ วดี ิโอต่างๆ เพื่อให้ผู้อื่นได้เข้ามา
รับชมและแสดงความคดิ เห็น
5. ใช้เป็นสื่อในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือบริการลูกค้าสาหรับบริษัทและองค์กรต่างๆ
6. ชว่ ยสรา้ งผลงานและรายไดใ้ ห้แก่ผใู้ ชง้ าน เกดิ การจ้างงานแบบใหมๆ่ ข้ึน
7. คลายเครยี ดได้สาํ หรับผูใ้ ช้ทีต่ อ้ งการหาเพ่อื นคุยเล่นสนกุ ๆ
8. สรา้ งความสัมพนั ธ์ทด่ี ีจากเพือ่ นสูเ่ พอ่ื นได้
ขอ้ จากดั ของSocial networks เครอื ข่ายสงั คมออนไลน์
1. เว็บไซต์ให้บริการบางแห่งอาจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป หากผู้ใช้บริการไม่ระมัดระวัง
ในการกรอกขอ้ มูล อาจถกู ผไู้ มห่ วังดีนาํ มาใชใ้ นทางเสียหาย หรือละเมิดสทิ ธสิ ่วนบุคคลได้
2. Social Network เป็นสังคมออนไลน์ที่กว้าง หากผู้ใช้รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือขาดวิจารณญาณ
อาจโดนหลอกลวงผ่านอินเทอร์เน็ต หรือการนัดเจอกันเพื่อจุดประสงค์ร้าย ตามที่เป็นข่าวตามหน้า
หนังสอื พมิ พ์
3. เป็นช่องทางในการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ขโมยผลงาน หรือถูกแอบอ้าง เพราะ Social Network
Service เป็นส่อื ในการเผยแพรผ่ ลงาน รปู ภาพต่างๆ ของเราใหบ้ คุ คลอืน่ ได้ดแู ละแสดงความคดิ เห็น
4. ข้อมูลที่ต้องกรอกเพื่อสมัครสมาชิกและแสดงบนเว็บไซต์ในรูปแบบ Social Network ยากแก่
การตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ ดังนั้นอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่กําหนดอายุการสมัครสมาชิก หรือการถูก
หลอกโดยบคุ คลที่ไมม่ ตี วั ตนได้
5. ผู้ใช้ที่เล่น socialnetwork และอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานอาจสายตาเสียได้หรือ
บางคนอาจตาบอดได้
6. ถ้าผู้ใช้หมกหมุ่นอยู่กับ socialnetwork มากเกินไปอาจทําให้เสียการเรียนหรือผลการเรียน
ตกตํ่า
54
แหล่งอ้างองิ
smforedu.blogspot.com เกร็ดความรู้เก่ียวกับความหมายของสื่อออนไลน์ [ระบบออนไลน์]
แหล่งที่มา http://smforedu.blogspot.com/2014/02/blog-post.html
[18 กันยายน 2563]
cioworldmagazine.com เกรด็ ความรูเ้ ก่ยี วกบั การประยุกตใ์ ช้ social mebia ในการทาธุรกิจ
[ระบบออนไลน]์ แหล่งท่มี า http://www.cioworldmagazine.com/supon-phrommaphan-
social-media-for-business/ [18 กนั ยายน 2563]
sub-brain.com เกร็ดความรู้เกยี่ วกบั ธุรกรรมดจิ ิทัล [ระบบออนไลน]์ แหล่งที่มา
https://www.sub-brain.com/business/digital-business/ [18 กันยายน 2563
55
บทท่ี 7
จรรยาบรรณและกฎหมายเกี่ยวกับการใช้สอ่ื สังคมออนไลน์
บทนา
ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีเป็นจํานวนมาก และเพิ่มขึ้นทุกวัน การใช้งานระบบเครือข่ายที่ออนไลน์ และส่ง
ข่าวสารถงึ กนั ย่อมมีผทู้ ม่ี ีความประพฤตไิ มด่ ปี ะปน และสรา้ งปัญหาให้กับผู้ใช้อน่ื อยู่เสมอ หลายเครือข่ายจึงได้
ออกกฎเกณฑ์การใช้งานภายในเครือข่ายเพื่อให้สมาชิกใน เครือข่ายของตนยึดถือและปฏิบัติตาม การสร้าง
กฎเกณฑ์ก็เพื่อให้สมาชิกโดยส่วนรวมได้ รับประโยชน์สูงสุด ไม่เกิดปัญหาจากผู้ใช้บางคนที่สร้างความ
เดือดร้อนให้
ดังนน้ั ผ้ใู ช้อินเทอร์เนต็ ทุกคนที่เป็นสมาชกิ เครอื ขา่ ยใดจะต้องเข้าใจกฎเกณฑ์ข้อบังคับ ของเครือข่าย
นั้น มคี วามรับผิดชอบต่อตนเองและผู้ร่วมใชบ้ รกิ ารคนอนื่ และจะต้อง รบั ผดิ ชอบตอ่ การกระทาํ ของตนเองที่เข้า
ไปขอใช้บรกิ ารตา่ ง ๆ บนเครือขา่ ยบนระบบ คอมพวิ เตอร์
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเรียกเข้าใช้มิได้เป็นเพียงเครือข่ายขององค์กร ที่ผู้ใช้สังกัด
อยู่ แต่เป็นการเชื่อมโยงของเครือข่ายต่าง ๆ เข้าหากันหลายพันหลายหมื่น เครือข่าย มีข้อมูลข่าวสารวิ่งอยู่
ระหว่างเครือข่ายเป็นจํานวนมาก การส่งข่าวสารลงใน เครือข่ายนั้นอาจทําให้ข่าวสารกระจายเดินทางไปยัง
เครือข่ายอื่น ๆ อีกเป็นจํานวนมาก หรือแม้แต่การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ฉบับหนึ่ง ก็อาจจะต้องเดิน
ทางผ่านเครือข่าย อีกหลายเครือข่ายกว่าจะถึงปลายทาง ดังนั้นผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตต้องให้ความสําคัญ
และตระหนักถึงปญั หาปริมาณข้อมลู ข่าวสารที่วิง่ อย่บู นเครือขา่ ย
ในฐานะที่เป็นผู้ใช้งาน คุณได้รับสิทธิ์ให้เข้าใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต แต่อย่างไรก็ดีจะต้อง เข้าใจ
กฎเกณฑต์ ่าง ๆ ทแี่ ต่ละเครือข่ายย่อยวางไว้ด้วย ไม่พึงละเมิดสิทธิ์หรือกระทําการใด ๆ ที่สร้างปัญหา หรือไม่
เคารพกฎเกณฑ์ที่แต่ละเครือข่ายวางไว้ และจะต้องปฏิบัติตาม คําแนะนําของผู้บริหารเครือข่ายย่อย ๆ นั้น
อยา่ งเครง่ ครัด
การใช้งานอย่างสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์จะทําให้สังคมอินเทอร์เน็ตน่าใช้และเป็นประโยชน์
ร่วมกันอย่างดี กิจกรรมบางอย่างที่ไม่ควรปฏิบัติจะต้องหลีกเลี่ยง เช่น การส่งกระจายข่าวลือ ไปเป็นจํานวน
มากบนเครือข่าย การกระจายข่าวแบบส่งกระจาย ไปยังปลายทางจํานวนมาก การส่งเอกสารจดหมายลูกโซ่
ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลเสียโดยรวมต่อผู้ใช้ และไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ต่อสังคมอินเทอร์เน็ต เพื่อให้การอยู่
ร่วมกันในสังคมอินเทอร์เน็ตสงบสุข จึงมีผู้พยายามรวบรวมกฎกติกามารยาท และวาง เป็น จรรยาบรรณ
อินเทอร์เนต็ หรือทีเ่ รียกวา่ Netiquette
56
ความหมายของจรรยาบรรณ
จรรยาบรรณ คือ ประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่างกําหนดขึ้น เพื่อ
รกั ษาและส่งเสริมเกียรตคิ ุณชอื่ เสยี งและฐานะของสมาชิก อาจเขยี นเปน็ ลายลกั ษณ์อักษรหรอื ไม่ก็ได้
จรรยาบรรณ หมายถึง ประมวลความประพฤติ ที่ผู้ประกอบวิชาชีพ การงานแต่ละอย่าง กําหนด
ขึ้น เพื่อรักษา และสร้างเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และฐานะของสมาชิก อาจเขียนเป็น ลายลักษณ์อักษร
หรอื ไมก่ ไ็ ด้ (ราชบัณฑติ ยสถาน. 2546 : 289)
จรรยาบรรณ หมายถึง จริยาวิชาชีพ หรือจรรยาวิชาชีพ หรือจริยธรรมวิชาชีพ ซึ่งครอบคลุม
ในทุกเรื่อง ทุกประการ ที่เป็นขอ้ ควรปฏิบตั ิ สาํ หรบั กล่มุ วชิ าชพี (พระราชวรมุนี. 2541 : 39-40)
จรรยาบรรณวิชาชีพ หมายถึง มาตรฐานของคุณค่า แห่งความดีงาม ของการกระทํา หนึ่ง ๆ
หรอื พฤติกรรมโดยรวม ของผูป้ ระกอบวชิ าชพี ใดวชิ าชีพหน่งึ ( มหาวิทยาลัย สุโขทยั ธรรมาธิราช. 2549 : 300)
สรุป จรรยาบรรณ เป็นข้อควรประพฤติที่ดีงาม สําหรับสมาชิก ในวิชาชีพนั้น ๆ ข้อควรประพฤติน้ี
ถ้าเราฝุาฝืนจะเกิดโทษ จรรยาบรรณวิชาชีพจึง เป็นมาตรฐาน ความประพฤติ และวิจารณญาณ ทางศีลธรรม
และวิชาชีพ ที่เป็นกฎเกณฑ์ หรือแบบแผนของความประพฤติ สําหรับยึดถือ เป็นแนวปฏิบัติ ของผู้ประกอบ
วชิ าชีพหนง่ึ หลกั ปฏิบัติดงั กลา่ ว อาศัยหลกั ธรรม ความถกู ตอ้ ง สว่ นใหญ่ กาํ หนดโดยสมาคมวิชาชพี นน้ั ๆ
ความหมายของส่ือสังคมออนไลน์
สื่อสังคมออนไลน์ หมายถึง สื่อดิจิทัลที่เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติการทางสังคม (Social Tool)
เพอ่ื ใช้สอื่ สารระหวา่ งกันในเครอื ขา่ ยทางสังคม (Social Network) ผ่านทางเว็บไซต์และโปรแกรมประยุกต์บน
สื่อใด ๆ ที่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต โดยเน้นให้ผู้ใช้ทั้งที่เป็นผู้ส่งสารและผู้รับสารมีส่วนร่วม
(Collaborative) อย่างสร้างสรรค์ ในการผลิตเนื้อหาขึ้นเอง (User-GenerateContent: UGC) ในรูปของ
ข้อมลู ภาพ และเสยี ง
ความหมายเกี่ยวกบั ธุรกิจ
ธุรกิจ (Business) หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ ที่ทําให้การผลิตสินค้าและบริการ มีการซื้อขาย
แลกเปลีย่ น มีการจําหนา่ ย มีการกระจายสนิ คา้ และมปี ระโยชน์ คอื ไดก้ ําไรจากสนิ ค้าน้นั
การดาํ เนินธรุ กิจ หมายถึง การทาํ กิจกรรมใด ๆ ที่ทําให้เกิดสินค้าหรือบริการ แล้วมีการแลกเปลี่ยน
ซื้อขายกัน และมีวัตถุประสงค์ที่จะได้รับประโยชน์จากสินค้านั้น ๆ โดยผ่านช่องทางการจําหน่าย ในรูปแบบ
ของร้านคา้ ฝากขาย และดําเนนิ ธรุ กิจผ่านระบบอินเทอร์เนต็
57
ความสาคญั ของการนาอินเทอรเ์ น็ตมาใช้ในงานธรุ กิจด้านตา่ ง ๆ
ความสาํ คญั ของการนําอนิ เทอรเ์ นต็ มาใชใ้ นงานธุรกิจดา้ นต่าง ๆ มีดงั น้ี
1. การนําอินเทอรเ์ น็ตมาใช้ในงานดา้ นธรุ กิจการศึกษา (Education) เชน่
- การเรียนรู้ผา่ นระบบอนิ เทอรเ์ น็ต
- การดผุ ลการเรียน
2. การนําอินเทอรเ์ น็ตมาใช้ในงานด้านธุรกจิ การเงินและการธนาคาร (Finance) เช่น
- การใหบ้ ริการกับลูกค้าด้านการเงิน
- การชาํ ระคา่ บรกิ ารตา่ ง ๆ เปน็ ต้น
3. การนําอินเทอรเ์ นต็ มาใช้ในงานทางดา้ นธุรกิจโรงแรม (Hotel) เชน่
- การสัง่ จองท่ีพกั
- การเขา้ ไปดรู ายละเอยี ดท่ีพัก
4. การนําอินเทอร์เน็ตมาใช้ในงานดา้ นธรุ กิจสายการบนิ (Airway) เชน่
- การตรวจดตู ารางการบิน
- การส่งั จองต๋วั เคร่ืองบิน
5. การนําอนิ เทอร์เน็ตมาใชใ้ นงานด้านธรุ กจิ การแพทย์ (Medical Profession) เช่น
- การวนิ ิจฉยั โรค
- การเอก็ ซเรย์
6. การนําอินเทอร์เน็ตมาใช้ในงานด้านธุรกิจบนั เทิง เช่น
- การดตู ารางการฉายภาพยนตร์
- การฉายภาพยนตรต์ ัวอย่าง
7. การนําอนิ เทอรเ์ น็ตมาใช้ในงานดา้ นธรุ กิจการสื่อสาร (Communication) เชน่
- การรับ-ส่งจดหมายอิเลก็ ทรอนิกส์
8. การนาํ อนิ เทอรเ์ น็ตมาใชใ้ นงานด้านธรุ กจิ ตลาดหลกั ทรัพย์ (Stock Exchange) เช่น
- การดขู ้อมลู การซื้อ-ขายหุ้น
9. การนาํ อนิ เทอรเ์ น็ตมาใช้ในงานด้านธรุ กิจสื่อสิง่ พิมพ์ (Printing Media) เชน่
-การดูข้อมลู ข่าวสารประจาํ วัน
58
ลักษณะของธรุ กิจพาณิชยอ์ เิ ลก็ ทรอนิกส์ (E-Commerce)
ลักษณะของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) คือธุรกิจที่ดําเนินการซื้อขาย
บนอินเทอร์เน็ตอย่างเปน็ ระบบและเปน็ การดาํ เนนิ ธุรกิจทนี่ ่าเชอื่ ถือมากกว่า
ขอ้ ดี
- สามารถดําเนนิ การได้ 24 ชั่วโมง
- ลดปัญหาในการเดนิ ทาง
ขอ้ เสยี
- ผู้ซอื้ และผูข้ ายจะตอ้ งเป็นผู้ทีม่ ีความรแู้ ละมคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต
- ตอ้ งมีระบบรักษาความปลอดภัยที่นา่ เชอื่ ถือและไว้วางใจได้
ประโยชนข์ องพาณชิ ย์อเิ ล็กทรอนิกส์
1. ประโยชน์ต่อผบู้ รโิ ภค
- ได้รับความสะดวกรวดเร็วในการซ้อื สนิ คา้
- ทําให้สนิ ค้านัน้ ถกู ลง เพราะไมต่ อ้ งผ่านคนกลาง
2. ประโยชนต์ ่อผู้ผลิต
- สามารถขยายตลาดใหม่ไดม้ ากขน้ึ
- ลดคา่ ใช้จ่ายในการจัดเกบ็ เอกสาร
3. ประโยชน์ตอ่ ผูจ้ ัดจาํ หนา่ ย
- เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพในการดําเนนิ งานและการขาย
- สามารถเข้าถึงลกู ค้าได้ท่วั โลก
วตั ถปุ ระสงคข์ องการนาอินเทอรเ์ น็ตมาใชใ้ นงานธุรกิจ
สรปุ ได้ดังน้ี
1. เพื่อให้ธุรกจิ ของตนเองพรอ้ มให้บริการแก่ลูกค้าบนอนิ เทอรเ์ น็ต
2. เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในการสรา้ งเครอื ข่ายของธุรกิจ
3. เพือ่ ใหข้ ้อมลู ของธรุ กจิ พร้อมใหล้ กู คา้ เข้ามาค้นหาได้
4. เพ่อื เพมิ่ ประสทิ ธิภาพในการใหบ้ รกิ ารลูกค้า
5. เพอ่ื ขยายผลและขอบเขตการโฆษณาและประชาสัมพนั ธ์ให้มากข้ึน
6. เพื่อขจัดปัญหาดา้ นเวลาดําเนนิ การของธรุ กจิ
7. เพื่อขายสินคา้ หรือบริการ
8. เพอื่ นําเสนอขอ้ มูลของธุรกิจแบบมัลตมิ เี ดยี (Multimedia)
9. เพ่ือเขา้ สตู่ ลาดท่ีลกู ค้ามีความตอ้ งการบรโิ ภคสนิ ค้า
59
จรรยาบรรณการใช้งาน อนิ เทอรเ์ นต็
จรรยาบรรณการใช้งาน อนิ เทอร์เน็ต คือ ข้อกําหนดท่ผี ู้ใช้งานอินเทอรเ์ นต็ พง่ึ กระทาํ เพื่อดํารงไว้ซึ่ง
ความสงบ ไม่ขดั ต่อกฎหมาย (เฉลิมพล เหล่าเที่ยง : บ.สายสพุ รรณ จาํ กดั )
1. ผูท้ ใี่ ช้งานอนิ เทอรเ์ น็ตต้องซอ่ื สัตย์ และมีคณุ ธรรม ต้งั หมั่นอยบู่ น กฎหมายบา้ นเมอื ง
2. ไม่นําผลงานของผู้อื่น มาเป็นของตน ในกรณีที่ต้องนํามาใช้งานต้องอ้างถึงบุคคล
หรอื แหลง่ ทมี่ าของขอ้ มูล ท่ีนาํ มาใช้
3. พงึ ระลึกเสมอว่าสิ่งที่นําเสนอบนอินเทอร์เน็ต อาจจะมีเด็กหรือผู้ที่ขาดประสบการณ์เข้ามาดู
ได้ตลอดเวลา ดังนั้นการนาํ เสนอข้อมูลควรทจ่ี ะเป็นไปในทางทด่ี ี มีคณุ ธรรม
4. ไม่ควรใสร่ ้ายปูายสี หรือสงิ่ อืน่ สง่ิ ใดอนั จะทําใหบ้ ุคคลที่สามเกิดความเสียหายได้
5. การใชค้ าํ พูดควรคํานึงถึงบุคคลอื่นๆ ที่อาจจะเข้ามาสืบค้นข้อมูลที่มีหลากหลาย จึงควรใช้คํา
ที่สภุ าพ
6. ไม่ใช้ส่อื อนิ เทอร์เนต็ เป็นเครอ่ื งมอื ในการหลอกลวงผ้อู ่นื ใหห้ ลงผดิ หลงเชอื่ ในทางทผี่ ดิ
7. พึงระลึกเสมอว่า การกระทําผิดทางอินเทอร์เน็ตสามารถที่จะติดตามหาบุคคลที่กระทําได้
โดยง่าย
8. การกระทาํ ความผดิ ทางอนิ เทอร์เนต็ บางกรณีเป็นอาชญากรรม ทมี่ ีความผดิ ทางกฎหมาย
9. ตอ้ งไม่ใช้คอมพวิ เตอรท์ าํ ร้าย หรอื ละเมดิ ผอู้ น่ื
10. ต้องไม่รบกวน สอดแนม แก้ไข หรือเปิดดูแฟูมขอ้ มลู ของผู้อืน่
11. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอรเ์ พ่อื การโจรกรรมข้อมูลขา่ วสาร
12. ตอ้ งไม่ใช้คอมพวิ เตอรส์ ร้างหลกั ฐานทเ่ี ปน็ เท็จ
13. ต้องไมค่ ดั ลอกโปรแกรมของผ้อู ่ืนที่มีลขิ สิทธ์ิ
14. ต้องไม่ละเมดิ การใชท้ รพั ยากรคอมพิวเตอรโ์ ดยทตี่ นเองไม่มีสิทธ์ิ
15. ต้องคํานึงถงึ สง่ิ ท่จี ะเกดิ ขน้ึ กบั สงั คมทเี่ กดิ จากการกระทาํ ของท่าน
16. ต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบยี บ กตกิ า และมีมารยาท
60
จรรยาบรรณของผู้ใช้อินเทอร์เนต็
จรรยาบรรณของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ที่ควรปฏิบัติและถือเป็นมารยาทในการใช้อินเทอร์เน็ตมีอยู่
10 ประการ ดงั น้ี
1. ต้องไมใ่ ชค้ อมพวิ เตอรท์ าํ ร้ายหรอื ละเมิดผู้อน่ื
2. ตอ้ งไมร่ บกวนการทํางานของผอู้ ื่น
3. ต้องไมส่ อดแนมหรือแกไ้ ขเปิดดใู นไฟลข์ องผู้อน่ื
4. ตอ้ งไม่ใช้คอมพวิ เตอรเ์ พอ่ื การโจรกรรมข้อมลู ข่าวสาร
5. ตอ้ งไมใ่ ชค้ อมพวิ เตอรส์ ร้างหลักฐานทเี่ ป็นเท็จ
6. ตอ้ งไมค่ ัดลอกโปรแกรมผ้อู ืน่ ทม่ี ลี ขิ สทิ ธิ์
7. ต้องไมล่ ะเมิดการใช้ทรพั ยากรคอมพิวเตอรโ์ ดยที่ตนเองไม่มสี ทิ ธิ์
8. ต้องไม่นําเอาผลงานของผูอ้ ื่นมาเปน็ ของตน
9. ตอ้ งคํานงึ ถงึ สง่ิ ท่ีจะเกิดขนึ้ กับสังคมอันตดิ ตามมาจากการกระทาํ
10. ตอ้ งใช้คอมพิวเตอรโ์ ดยเคารพกฎระเบยี บ กติกามารยาท
จรรยาบรรณของนกั คอมพวิ เตอร์
จรรยาบรรณของนักคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วยข้อพึงปฏิบัติ และกฎข้อบังคับ แต่กฎข้อบังคับนั้น
ผกู มัดผู้ทเ่ี ป็นสมาชิกของ ACM (Association of Computer Machinery) หลกั การทว่ั ไปมดี งั นี้
1. สมาชิกจะต้องประพฤติตนอย่างซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา เช่น จะต้องไม่นําข้อมูลข่าวสารใด ๆ ท่ี
เป็นความลบั ของนายจา้ งหรอื ลกู ค้า ไม่ว่าอดตี หรอื ปัจจบุ ันไปใชโ้ ดยไม่ไดร้ ับอนญุ าตล่วงหน้า
2. สมาชิกควรพยายามเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของตน และศักดิ์ศรีของวิชาชีพ เช่นสมาชิก
พยายามออกแบบ และพัฒนาระบบที่ทํางาน ตามที่ต้องการได้อย่างเพียงพอ และตรงต่อความจําเป็นในเชิง
ปฏิบตั ิของนายจา้ งหรือลูกค้า
3. สมาชิกจะต้องรับผิดชอบในงานของตนเอง เช่น สมาชิกจะต้องไม่พยายามที่จะประกาศ หรือ
จํากัดตวั เอง ออกจากความรบั ผดิ ชอบ ต่อลกู คา้ ในความผดิ พลาดทต่ี นได้กอ่ ขนึ้
4. สมาชิกจะตอ้ งปฏิบัตติ ัวด้วยความรบั ผดิ ชอบทางวิชาชีพ
61
จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
โดยทั่วไปเมื่อพิจารณาถึงคุณธรรมจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ
แล้ว จะกล่าวถึงใน 4 ประเดน็ ท่รี ู้จักกนั ในลักษณะตัวยอ่ วา่ PAPA ประกอบด้วย
1. ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy) หมายถึง สิทธิที่จะอยู่ตามลําพัง และเป็นสิทธิที่
เจา้ ของสามารถที่จะควบคมุ ข้อมลู ของตนเองในการเปิดเผยให้กับ ผู้อื่น สิทธินี้ใช้ได้ครอบคลุมทั้งปัจเจกบุคคล
กลุม่ บคุ คล และองคก์ ารต่างๆ ปจั จบุ นั มีประเด็นเก่ยี วกับความเปน็ สว่ นตัวทเี่ ปน็ ขอ้ หนา้ สงั เกตดงั นี้
1.1. การเข้าไปดูข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการบันทึกข้อมูลในเครื่อง
คอมพิวเตอร์ รวมทั้งการบนั ทึก-แลกเปลีย่ นขอ้ มลู ท่บี คุ คลเข้าไปใชบ้ ริการเวบ็ ไซต์และกล่มุ ข่าวสาร
1.2 การใช้เทคโนโลยีในการติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคล ซึ่งทําให้
สูญเสยี ความเป็น สว่ นตวั ซงึ่ การกระทาํ เช่นน้ถี ือเป็นการผดิ จริยธรรม
1.3 การใช้ขอ้ มูลของลูกคา้ จากแหลง่ ตา่ งๆ เพ่อื ผลประโยชน์ในการขยายตลาด
1.4 การรวบรวมหมายเลขโทรศพั ท์ ทีอ่ ยอู่ เี มล์ หมายเลขบัตรเครดิต และขอ้ มูลส่วนตัวอื่น ๆ
เพ่ือนําไปสร้างฐานข้อมลู ประวัตลิ ูกคา้ ขึน้ มาใหม่ แลว้ นาํ ไปขายใหก้ ับบรษิ ทั อื่น
ดงั นน้ั เพ่ือเป็นการปอู งกันการละเมดิ สทิ ธคิ วามเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ จึงควรจะต้อง
ระวังการให้ข้อมูล โดยเฉพาะการใช้อินเตอร์เน็ตที่มีการใช้โปรโมชั่น หรือระบุให้มีการลงทะเบียนก่อนเข้าใช้
บริการ เช่น ข้อมูลบตั รเครดติ และทอี่ ยู่อีเมล์
2. ความถูกต้อง (Information Accuracy) ในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และ
เรียกใช้ข้อมูลนั้น คุณลักษณะที่สําคัญประการหนึ่ง คือ ความน่าเชื่อถือได้ของข้อมูล ทั้งนี้ จะขึ้นอยู่กับความ
ถูกต้องในการบันทึกข้อมูลด้วย โดยทั่วไปจะพิจารณาว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลท่ี
จัดเก็บและเผยแพร่ ดังนั้น ในการจัดทําข้อมูลและสารสนเทศให้มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือนั้น ข้อมูลควร
ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะนําเข้าฐานข้อมูล รวมถึงการปรับปรุงข้อมูลให้มีความทันสมัยอยู่
เสมอ นอกจากนี้ ควรใหส้ ทิ ธแิ กบ่ ุคคลในการเข้าไปตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมลู ตนเองด้วย
3. ความเป็นเจ้าของ (Information Property) สิทธิความเป็นเจ้าของ หมายถึง กรรมสิทธิ์ในการ
ถือครองทรัพยส์ ิน ซึง่ อาจเป็นทรัพยส์ นิ ทว่ั ไปทจ่ี ับต้องได้ เช่น คอมพิวเตอร์ รถยนต์ หรืออาจเป็นทรัพย์สินทาง
ปัญญา (ความคดิ ) ทจี่ บั ตอ้ งไมไ่ ด้ เชน่ บทเพลงโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ แตส่ ามารถถ่ายทอดและบันทึก ลงใน
ส่อื ตา่ ง ๆ ได้ เชน่ สิ่งพิมพ์ เทป ซีดีรอม เป็นต้น โดยในการคัดลอกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้กับเพื่อน เป็น
การกระทําทจ่ี ะต้องพจิ ารณาให้รอบคอบก่อนว่าโปรแกรมที่จะทําการคัดลอกนั้น เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ท่ี
ทา่ นมสี ทิ ธ์ในระดบั ใด
4. การเขา้ ถึงขอ้ มลู (Data Accessibility) ปจั จบุ ันการเข้าใช้งานโปรแกรม หรือระบบคอมพิวเตอร์
มักจะมีการกําหนดสิทธิตามระดับของผู้ใช้งาน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการปูองกันการเข้าไปดําเนินการ ต่าง ๆ กับ
ขอ้ มลู ของผู้ใชท้ ไี่ มม่ สี ว่ นเก่ยี วข้อง และเปน็ การรักษาความลับของระบบ
62
อาชญากรรมทางคอมพิวเตอรป์ ระเภทต่าง ๆ
อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Cyber-Crime) เป็นการกระทําที่ผิดกฎหมายโดยใช้วิธีการทาง
อิเล็กทรอนิกส์เพื่อโจมตีระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลที่อยู่บนระบบดังกล่าว ส่วนในมุมมองที่กว้างขึ้น
“อาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับคอมพิวเตอร์” หมายถึงการกระทําที่ผิดกฎหมายใด ๆ ซึ่งอาศัยหรือมีความ
เกี่ยวเนื่องกับระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่าย อย่างไรก็ตาม อาชญากรรมประเภทนี้ไม่ถือเป็นอาชญากรรม
ทางคอมพิวเตอรโ์ ดยตรง
ในการประชุมสหประชาชาตคิ รง้ั ท่ี 10 ว่าดว้ ยการปูองกันอาชญากรรมและการปฏิบัติต่อผู้กระทําผิด
(The Tenth United Nations Congress on the Prevention of Crime and the Treatment of
Offenders) ซึ่งจดั ขึ้นทกี่ รุงเวียนนา เม่อื วนั ท่ี 10-17 เมษายน 2543 ได้มีการจําแนกประเภทของอาชญากรรม
ทางคอมพิวเตอร์ โดยแบง่ เป็น 5 ประเภท คือ การเข้าถงึ โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต, การสร้างความเสียหายแก่ข้อมูล
หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์, การก่อกวนการทํางานของระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่าย, การยับยั้งข้อมูลท่ี
ส่งถึง/จากและภายในระบบหรือเครือขา่ ยโดยไม่ได้รบั อนุญาต และการจารกรรมข้อมูลบนคอมพิวเตอร์
โครงการอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์และการโจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญา (Cyber-Crime and
Intellectual Property Theft) พยายามที่จะเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูล และค้นคว้าเกี่ยวกับ
อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ 6 ประเภท ที่ได้รับความนิยม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและ
ผู้บรโิ ภค นอกจากนี้ยังทําหน้าที่เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับขอบเขตและความซับซ้อนของปัญหา รวมถึงนโยบาย
ปจั จบุ นั และความพยายามในการปัญหานี้
อาชญากรรม 6 ประเภทดงั กลา่ ว ได้แก่
1. การเงนิ – อาชญากรรมท่ขี ัดขวางความสามารถขององค์กรธุรกิจในการทาํ ธรุ กรรม อี-คอมเมริ ์ซ
(หรือพาณชิ ยอ์ ิเล็กทรอนิกส์)
2. การละเมดิ ลขิ สทิ ธ์ิ – การคัดลอกผลงานทม่ี ลี ิขสทิ ธ์ิ ในปัจจุบันคอมพิวเตอรส์ ่วนบคุ คลและ
อินเทอรเ์ น็ตถูกใชเ้ ปน็ สือ่ ในการกอ่ อาชญากรรม แบบเก่า โดยการโจรกรรมทางออนไลน์หมายรวมถึง การ
ละเมิดลิขสทิ ธ์ิ ใด ๆ ท่เี กย่ี วข้องกับการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อจาํ หนา่ ยหรือเผยแพร่ผลงานสรา้ งสรรค์ทไี่ ดร้ ับการ
คุ้มครองลขิ สทิ ธ์ิ
3. การเจาะระบบ – การให้ได้มาซง่ึ สิทธใิ นการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอรห์ รือเครือขา่ ยโดยไม่ได้รับ
อนญุ าต และในบางกรณีอาจหมายถงึ การใช้สิทธิการเข้าถงึ นี้โดยไมไ่ ดร้ ับอนญุ าต นอกจากน้กี ารเจาะระบบยัง
อาจรองรบั อาชญากรรมทางคอมพวิ เตอร์ในรูปแบบอ่นื ๆ (เช่น การปลอมแปลง การก่อการรา้ ย ฯลฯ)
4. การก่อการร้ายทางคอมพิวเตอร์ – ผลสบื เน่ืองจากการเจาะระบบ โดยมจี ดุ มุ่งหมายเพื่อสรา้ ง
ความหวาดกลัว เชน่ เดยี วกับการก่อการรา้ ยทวั่ ไป โดยการกระทาํ ทเ่ี ข้าข่าย การกอ่ การร้ายทางอิเล็กทรอนิกส์
(e-terrorism) จะเกยี่ วข้องกับการเจาระบบคอมพิวเตอร์เพอื่ ก่อเหตุรุนแรงต่อบคุ คลหรือทรัพย์สนิ หรืออย่าง
นอ้ ยกม็ จี ดุ มุ่งหมายเพ่ือสร้างความหวาดกลวั
63
5. ภาพอนาจารทางออนไลน์ – ตามข้อกําหนด 18 USC 2252 และ 18 USC 2252A การ
ประมวลผลหรือการเผยแพร่ภาพอนาจารเด็กถือเป็นการกระทําที่ผิดกฎหมาย และตามข้อกําหนด 47 USC
223 การเผยแพร่ภาพลามกอนาจารในรูปแบบใด ๆ แก่เยาวชนถือเป็นการกระทําที่ขัดต่อกฎหมาย
อินเทอร์เน็ตเป็นเพียงช่องทางใหม่สําหรับอาชญากรรม แบบเก่า อย่างไรก็ดี ประเด็นเรื่องวิธีที่เหมาะสมที่สุด
ในการควบคมุ ช่องทางการสื่อสารที่ครอบคลุมทั่วโลกและเข้าถึงทุกกลุ่มอายุนี้ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงและการ
โตแ้ ยง้ อยา่ งกวา้ งขวาง
6. ภายในโรงเรยี น – ถึงแมว้ ่าอินเทอรเ์ น็ตจะเปน็ แหลง่ ทรัพยากรสําหรับการศึกษาและสันทนาการ
แต่เยาวชนจําเป็นต้องได้รับทราบเกี่ยวกับวิธีการใช้งานเครื่องมืออันทรงพลังนี้อย่างปลอดภัยและมีความ
รับผิดชอบ โดยเปูาหมายหลักของโครงการนี้คือ เพื่อกระตุ้นให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับข้อกําหนดทางกฎหมาย
สทิ ธขิ องตนเอง และวธิ ีท่ีเหมาะสมในการปอู งกนั การใชอ้ ินเทอร์เน็ตในทางที่ผดิ
กฎหมายเทคโนโลยสี ารสนเทศ (IT Law)
กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Law) หรือมักเรียกกันว่า "กฎหมายไอที (IT Law)
ในเบื้องต้น ที่จําเป็นต้องมีการตรากฎหมายขึ้นใช้บังคับ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2541 คณะรัฐมนตรีได้
เหน็ ชอบตอ่ การจัดทําโครงการพฒั นา
กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศที่เสนอโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ สิ่งแวดล้อม
และเห็นชอบ ให้คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ (National Information Technology
Committee) หรือที่เรียกโดยย่อว่า "คณะกรรมการไอทีแห่งชาติ หรือ กทสช. (NITC) ทําหน้าที่เป็นศูนย์กลาง
และประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่กําลังดําเนินการจัดทํากฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศและ
กฎหมายอนื่ ๆ ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง
เนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ มีการเชื่อมโยงกันทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ย่อมมี
ขอ้ มลู สารสนเทศท่สี ง่ ผ่าน จากผู้สง่ ไปยังผรู้ ับ และหากเครอื ข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น ไม่มีระบบความปลอดภัยที่ดี
หรอื รดั กมุ ข้อมูลนั้นอาจจะถูกปรับเปลี่ยน ถูกจารกรรมหรือถูกทําลายไป โดยที่ผู้ส่ง และผู้รับไม่สามารถรับรู้
ได้เลย ผู้ใช้ควรจะมีคุณธรรมและจริยธรรมพื้นฐาน ที่ต้องปฏิบัติควบคู่กับการใช้งาน เพื่อเป็นการใช้งาน
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ร่วมกันอย่าง เหมาะสม ไม่ควรใช้งานโดยคํานึงแต่ผลประโยชน์ของตนเองเพียงฝุาย
เดียวควรจะคํานึงถึงผู้อื่นและเคารพสิทธิผู้อื่นด้วย ถึงแม้ว่าในปัจจุบันบางประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีกฎหมาย
ควบคุมสื่ออินเทอร์เน็ต ก็ยังไม่สามารถควบคุมภัยล่อลวงต่าง ๆ จากสื่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างเด็ดขาดเต็มที่โดยเฉพาะควบคุมดูแลการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร บนสื่ออินเทอร์เน็ตนั้น ก็ยังเป็นปัญหา
โดยเฉพาะการเผยแพรส่ ่ือสารลามกหรือบอ่ นการพนนั
ซึ่งปัญหาดังกล่าว นอกจากจะเกี่ยวข้องกับสิทธิส่วนบุคคลในการเข้าถึงข้อมูล การก้าวก่ายสิทธิ
เสรภี าพในการแสดงออก ซ่ึงเปน็ สิทธิพื้นฐานของประชาชน ยังอาจจะขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญของประเทศ
อีกด้วย อีกทั้งลักษณะพิเศษของข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นเครือข่ายที่มีลักษณะเป็นใย
แมงมุม ซึ่งระบบกระจายความรับผิดชอบไม่มีศูนย์กลางของระบบ และเป็นเครือข่ายข้อมูลระดับโลกยากต่อ
64
การควบคุม และเปน็ ส่อื ที่ไมม่ ตี ัวตนหรอื แหลง่ ทมี่ าทีช่ ดั เจน ทั้งผู้ส่งข้อมูล หรือผู้รับข้อมูล ดังนั้นกฎหมายที่จะ
มากํากับดูแล หรือควบคุมสื่ออินเทอร์เน็ต จะต้องเป็นกฎหมายลักษณะพิเศษ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
แต่ความแตกต่างในระบบการเมือง สังคม และวัฒนธรรม ในแต่ละประเทศยังเป็นปัญหาอุปสรรคในการร่าง
กฎหมายดังกล่าวซึ่งปัจจุบันยังไม่ปรากฏผลเป็นกฎหมายยังคงอยู่ในระยะที่กําลังสร้างกฎเกณฑ์กติกา
ข้ึนมากาํ กบั บรกิ ารอนิ เทอร์เนต็
ทั้งนี้คณะกรรมการไอทีแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อยกร่างกฎหมายไอที
ทัง้ 6 ฉบับ โดยมอบหมายให้ศนู ยเ์ ทคโนโลยีอเิ ล็กทรอนกิ สแ์ ละคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (National Electronics
and Computer Technology Center) หรือที่มักเรียกโดยย่อว่า "เนคเทค" (NECTEC) สํานักงานพัฒนา
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science and Technology Development Agency)
หรอื ทีเ่ รียกโดยย่อวา่ "สวทช." กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ในฐานะสํานักงานเลขานุการ
คณะกรรมการไอทีแห่งชาติ ทาํ หนา้ ท่ีเป็นเลขานกุ ารในการยกรา่ งกฎหมายไอทที ้ัง 6 ฉบับ เนคเทคจึงได้เริ่มต้น
โครงการพัฒนากฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศขึ้น เพื่อปฏิบัติตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลและ
คณะกรรมการไอทแี หง่ ชาติ ในการยกร่างกฎหมายไอทที ง้ั 6 ฉบบั ใหแ้ ลว้ เสร็จ คอื
1. กฎหมายเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Transactions Law) เพื่อรับรอง
สถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้เสมอด้วยกระดาษ อันเป็นการรองรับนิติสัมพันธ์ต่าง ๆ ซึ่งแต่
เดิมอาจจะจัดทาํ ขึ้นในรูปแบบของหนงั สือ ให้เท่าเทยี มกับนติ สิ ัมพนั ธ์รูปแบบใหมท่ ี่จัดทําขึ้น ให้อยู่ในรูปแบบ
ของขอ้ มูลอเิ ลก็ ทรอนิกส์ รวมตลอดทั้งการลงลายมือชื่อในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และการรับฟังพยานหลักฐาน
ทอี่ ยูใ่ นรูปแบบของขอ้ มลู อเิ ล็กทรอนกิ ส์
2. กฎหมายเกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signatures Law) เพื่อรับรองการใช้
ลายมือช่ืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ด้วยกระบวนการใด ๆ ทางเทคโนโลยีให้เสมอด้วยการลงลายมือชื่อธรรมดา อันส่งผล
ต่อความเชื่อมั่นมากขึ้นในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และกําหนดให้มีการกํากับดูแลการให้บริการ
เกี่ยวกับลายมอื ช่อื อิเล็กทรอนิกส์ตลอดจนการให้ บริการอน่ื ทเี่ กยี่ วขอ้ งกับลายมือชือ่ อเิ ลก็ ทรอนิกส์
3. กฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศให้ทั่วถึง และเท่าเทียมกัน (National
Information Infrastructure Law) เพื่อก่อให้เกิดการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
สารสนเทศ อันไดแ้ ก่ โครงขา่ ยโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ สารสนเทศทรัพยากรมนุษย์ และโครงสร้าง
พ้นื ฐานสารสนเทศสําคัญอนื่ ๆ อันเป็นปัจจยั พืน้ ฐาน สําคัญในการพัฒนาสังคม และชุมชนโดยอาศัยกลไกของ
รฐั ซง่ึ รองรับเจตนารมณส์ ําคญั ประการหนงึ่ ของแนวนโยบายพื้นฐานแหง่ รัฐตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 78 ในการ
กระจายสารสนเทศให้ทวั่ ถึง และเท่าเทียมกัน และนับเป็นกลไกสําคัญในการช่วยลดความเหลื่อมลํ้าของสังคม
อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อสนับสนุนให้ท้องถิ่นมีศักยภาพในการปกครองตนเองพัฒนาเศรษฐกิจภายในชุมชน
และนําไปส่สู ังคมแห่งปัญญา และการเรียนรู้
4. กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Law) เพื่อก่อให้เกิดการ
รบั รองสิทธแิ ละใหค้ วามค้มุ ครองขอ้ มลู ส่วนบุคคล ซึ่งอาจถูกประมวลผล เปิดเผยหรือเผยแพร่ถึงบุคคลจํานวน
65
มากได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วโดยอาศัยพัฒนาการทางเทคโนโลยี จนอาจก่อให้เกิดการนําข้อมูลนั้นไปใช้
ในทางมชิ อบอันเป็นการละเมิดต่อเจ้าของข้อมูล ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงการรักษาดุลยภาพระหว่างสิทธิขั้นพื้นฐาน
ในความเปน็ สว่ นตัว เสรีภาพในการตดิ ตอ่ ส่ือสาร และความม่ันคงของรฐั
5. กฎหมายเกี่ยวกับการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (Computer Crime Law)
เพื่อกําหนดมาตรการทางอาญาในการลงโทษผู้กระทําผิดต่อระบบการทํางานของคอมพิวเตอร์ ระบบข้อมูล
และระบบเครอื ขา่ ย ท้งั นเ้ี พอ่ื เปน็ หลักประกนั สิทธเิ สรภี าพ และการคมุ้ ครองการอยู่ร่วมกันของสงั คม
6. กฎหมายเกี่ยวกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Funds Transfer Law)
เพื่อกําหนดกลไกสําคัญทางกฎหมายในการรองรับระบบการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งที่เป็นการโอนเงิน
ระหว่างสถาบนั การเงนิ และระบบการชําระเงนิ รปู แบบใหม่ในรูปของเงินอิเล็กทรอนิกส์ก่อให้เกิดความเชื่อมั่น
ตอ่ ระบบการทําธรุ กรรมทางการเงนิ และการทาํ ธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ สม์ ากยิ่งขน้ึ
66
แหล่งอา้ งอิง
sites.google.com เกรด็ ความรเู้ กีย่ วกับความหมายของจรรณยาบรรณ. [ระบบออนไลน์]. แหลง่ ที่มา
https://sites.google.com/site/crryabrrnwichachiph/khwam-hmay-khxng-crrya-brrn
[18 กันยายน 2563]
sites.google.com เกร็ดความรเู้ ก่ยี วกับบญั ญัติ 10 ประการ [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ที่มา
https://sites.google.com/site/neessareenreen571031089/xachyakrrm-khxmphiwtexr
[18 กนั ยายน 2563]
sites.google.com เกร็ดความร้เู กี่ยวกับจรรณยาบรรณของผใู้ ช้อนิ เทอร์เน็ต [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ท่ีมา
https://sites.google.com/site/socialnetworkappfbigline/12 [18 กันยายน 2563]
phatcharapornsimkham.blogspot เกรด็ ความรู้เกี่ยวกับการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ [ระบบออนไลน์].
แหล่งทมี่ า http://phatcharapornsimkham.blogspot.com/ [18 กันยายน 2563]
67
บทท่ี 8
กรณศี กึ ษาเทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยงอาชีพ
บทนา
ในปจั จบุ นั การมี อาชพี ยคุ ดิจิทัล ไม่จําเป็นว่าจะต้องจบการศึกษาในขั้นอนุปริญญา หรือปริญญาตรี
แตใ่ นขณะเรียนหนงั สอื เรากส็ ามารถทํางานหาเลี้ยงตัวเองหรือครอบครัวได้ในโลกยุคใหม่นี้ เพราะมีเครื่องมือ
ชว่ ยทํางานหารายไดอ้ ย่าง อนิ เทอรเ์ นต็ และเทคโนโลยแี หง่ การเชอ่ื มตอ่ ที่เขา้ ถึงได้ทุกคนจึงเกิดอาชีพยุคดิจิทัล
หรือที่หลายคนชอบเรยี กกันว่า “อาชพี ออนไลน์” อาชพี แนวใหม่นี้ก็กลายเป็นอีกทางเลือก ที่หลาย ๆ คนนิยม
ทําเปน็ อาชพี เสรมิ
อาชีพทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับการใชเ้ ทคโนโลยดี จิ ทิ ลั เชื่อมโยงอาชีพ
1. นักเขียนบทความออนไลน์ ในยุคที่นิตยสารเริ่มล้มหายตายจาก หลายคนจึงนิยมไปอ่านข้อมูล
หรือบทความ (Content) ในโลกออนไลน์แทน เนื่องจากมีความรวดเร็วกว่า และมีข้อมูลทันสมัยกว่าด้วย
จงึ เกดิ อาชพี นาํ เสนอเนอื้ หา (Digital Content) ในเวบ็ ไซตห์ รือสื่อสังคมออนไลน์อย่าง facebook หรือที่เรียก
อาชีพน้วี า่ ผูผ้ ลติ เน้ือหาออนไลน์ หรอื นกั เขยี นบทความออนไลน์ (Digital Content Creator) สําหรับอาชีพนี้
มีข้อได้เปรียบตรงที่ ไม่ต้องใช้ทุนเยอะ เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก หรือกระทั่งสมาร์ทโฟน พร้อม
อนิ เทอรเ์ น็ต ก็สามารถสรา้ งคอนเทนต์ ทีไ่ หนเวลาไหนกไ็ ด้ทันที สว่ นรายได้ก็จะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ผู้ผลิต
เนือ้ หาประจําบริษัท กับผูผ้ ลติ เนอื้ หาอิสระ สาํ หรับผู้ผลิตเนื้อหาประจําบริษัท ก็ตรงตัวเลยคือ เป็นลูกจ้างของ
บรษิ ัทหนึ่ง ท่ีจา้ งให้มาเขียนขา่ วเขยี นบทความ ตามท่บี ริษัทกําหนด โดยมีรายได้เป็นเงินเดือนเหมือนพนักงาน
ทวั่ ไป สว่ น Digital Content อสิ ระ ก็คือนักเขียนออนไลน์ที่มีเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มเผยแพร่คอนเทนต์ของ
ตัวเอง ส่วนรายได้ก็มาจากโฆษณาหรือมีแบรนด์มาจ้างให้ช่วยเขียนคอนเทนต์เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้า
หรือบริการของเขา
2. นักรีวิว อาชีพนี้ก็จะคล้าย ๆ กับนักเขียนบทความออนไลน์ แต่รูปแบบการทําคอนเทนต์จะเน้น
ไปที่การอธิบายลักษณะ คุณประโยชน์ที่ได้รับ และอธิบายความรู้สึกดี ๆ หรือไม่ดีต่อสินค้าหรือบริการของ
ยี่ห้อนั้น ๆ แทน ซึ่งมักเห็นได้ตามเว็บไซต์ เว็บบล็อก หรือถ่ายเป็นวิดีโอรีวิวผ่าน Youtube ส่วนรายได้ก็
เหมือนกรณีนักเขยี นบทความออนไลนเ์ ลย
3. ตวิ เตอร์ออนไลน์ เป็นอาชีพทําคอร์สออนไลน์ขายผ่านเว็บไซต์ จะคล้าย ๆ กับการทําวิดีโอสอน
ผ่าน Youtube แต่ในรูปแบบนี้จะมีความละเอียดกว่ามาก โดยผู้สอนจะต้องอัดคลิปการสอนของตัวเองชนิด
เตม็ รูปแบบ ซ่ึงอาจต้องใช้ทักษะตัดต่อวิดีโอพอสมควร และเทคนิคการสอนระดับมือชีพ เนื่องจากไม่ได้ทําฟรี
อกี ต่อไป เพราะคนที่เข้ามาเรยี น จะต้องเสียค่าบริการในกี่ดูคลิปสอน โดยจะมีส่วนแบ่งเข้าทางเว็บที่ให้บริการ
กับทางผู้สอนที่ทําคอร์สออนไลน์นั้นเอง นอกจากจะอัดคลิปแล้ว อาจต้องทําแบบทดสอบประกอบการสอน
อกี ดว้ ย เรยี กได้ว่า เหมือนเป็นอาจารย์สอนในโรงเรียนคนหนึ่ง แต่นักเรียนที่มาเรียนนั้น คือคนจากทุกอาชีพ
68
หลากหลายวัย และมาจากทั่วประเทศหรือทั่วโลก ซึ่งจะเข้ามายังแพลตฟอร์มที่รวบรวมบทเรียนจากเหล่าติว
เตอรอ์ อนไลนเ์ อาไว้ เช่น coursesquare.co, skilllane.com, taladpanya.com และ udemy.com
4. Influencer เรียกได้ว่าเป็นขั้นต่อไปของ นักเขียนบทความออนไลน์ หรือ นักรีวิวระดับโปร
เนื่องจาก Influencer หมายถึง ผู้มีอิทธิพลในโลกออนไลน์ เป็นกลุ่มหรือบุคคลที่มีผู้ติดตามจํานวนมาก
โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ บุคคลเหล่านี้จะสร้างตัวจากการเป็นนักรีวิว เขียนบทความ หรือทําคอนเทนต์
บนแพลตฟอร์มที่ใช้อยู่ เช่น Facebook, Youtube, Blog, Twitter หรือเว็บไซต์ของตัวเอง หากคอนเทนต์
มีความน่าสนใจและมีเอกลักษณ์ ก็จะเริ่มมีผู้ติดตามเข้ามา จนพอมีจํานวนมาก ก็มีโอกาส “ชักจูง” ผู้กลุ่ม
ผ้ตู ิดตาม ใหเ้ ช่อื ในคอนเทนตท์ ่สี ร้างและเกิดความคล้อยตามได้เลย จึงเป็นเหตุให้หลาย ๆ แบรนด์สินค้า นิยม
จ้าง Influencer ให้ช่วยทําคอนเทนต์โปรโมทขายสินค้าทั้งแบบตรงหรือแบบอ้อม โดยขอยืมพลังของ
Influencer ทส่ี ามารถชกั จงู กลุ่มผตู้ ิดตาม ใหก้ ลายเปน็ ลูกค้าของแบรนดน์ ้ัน ๆ ในอนาคต
5. นักการตลาดดิจิทัล (Digital Marketer) สําหรับอาชีพนี้ ต้องเป็นคนวัยทํางาน
และมีประสบการณ์ในระดับหนึ่ง เนื่องจากเป็นอาชีพที่ต้องสามารถคิดวิเคราะห์ และคาดเดาผลลัพธ์จาก
วางแผนการตลาดที่กําลังดําเนินได้ การตลาดในโลกออนไลน์ ต้องใช้เทคโนโลยีเป็น และรู้จักใช้สื่อออนไลน์
อาทิ Facebook, Google, Youtube และการลงโฆษณาผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ สามารถสร้างการรับรู้สินค้าของ
แบรนด์ ไปยังกลุ่มลูกค้าที่เป็นเปูาหมายได้ และไม่เพียงทํายังไงก็ได้ให้ผู้บริโภคสนใจเท่านั้น ยังต้องเข้าใจ
ผบู้ ริโภคด้วย
6. วาดสติ๊กเกอร์ Line เป็นอาชีพที่ต้องใช้ทักษะการวาดภาพหรือความคิดสร้างสรรค์พอควร
โดยหลังจากที่ Line หรือแอพฯ ส่งข้อความชื่อดัง เปิดโอกาสให้นักวาดทั่วไป สามารถออกแบบสติ๊กเกอร์
ประกอบข้อความไปขายในระบบได้ จึงกลายอาชีพเสริมยอดนิยม ที่หลายคนหาเวลาว่างไปนั่งออกแบบ
สตก๊ิ เกอร์ Line ของตัวเองใหค้ รบ 40 รปู แบบ จากนนั้ กส็ ง่ ไปให้ทาง Line พิจารณา เมื่อผ่านเกณฑ์ ก็จะได้รับ
สทิ ธใ์ิ นการนาํ สติ๊กเกอร์ Line ไปขาย จากนั้นก็รอรับผลตอบแทนในระยะยาว โดยคิดเป็นรายได้จากราคาขาย
เกือบครง่ึ จากคนทีด่ าว์นโหลดซื้อสตกิ๊ เกอร์ท่อี อกแบบเอง ยิง่ มีคนซ้อื เยอะ ก็ย่งิ ไดผ้ ลตอบแทนมากข้นึ
7. ช่างภาพขายภาพออนไลน์ (Stock Photographer) หลังจากสมาร์ทโฟนได้รับการพัฒนา
จนสามารถถ่ายรูปได้สวยเทียบเคียงกับกล้องจริง ๆ ทําให้ทุกคนสามารถเป็นช่างภาพเฉพาะกิจกันได้
จึงเป็นโอกาสดีสําหรับการหารายได้จากการขายภาพออนไลน์ นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของช่างภาพยุคใหม่
ที่ไมต่ ้องไปหาลกู ค้า ทาํ สญั ญา เสนอราคา หรอื โปรโมทตวั เองให้วุ่นวาย เพยี งแค่มภี าพสวย ๆ ที่สื่อความหมาย
ไดใ้ นสมาร์ทโฟน หรือกล้องถ่ายรปู จากนน้ั ก็ไปสมัครเว็บที่รับเป็นตัวแทนขายภาพออนไลน์อย่าง Microstock
ทั้งหลาย ที่เหลือก็รอเงินโอนเข้าบัญชีหลังมีคนมาซื้อ อย่างไรก็ตาม อาจดูเหมือนง่าย ทว่าอาชีพช่างภาพ
ออนไลน์ ก็ต้องใช้ทั้งฝีมือและความอดทนอยู่เหมือนกัน เพราะต้องใช้เวลาไม่น้อย กว่าจะได้กําไรจากภาพ
ที่ขายบนเว็บ และต้องใช้ทักษะเพื่อให้ทางเว็บยอมรับภาพไปขายได้ กับให้ลูกค้าที่เข้ามาเลือกภาพในเว็บ
ยอมซ้ือภาพของเรา จากคแู่ ขง่ นบั แสนนบั ลา้ นทวั่ โลก
69
8. รับจา้ งทํา SEO ปจั จบุ ันเวลาเราเกิดข้อสงสยั อะไร สง่ิ ท่ีทําอย่างแรกคือ ถาม Google เพียงใส่คํา
ค้นหาที่ต้องการ ก็จะมีคําตอบปรากฏขึ้นมาใน “หน้าแรก” ทันที ตรงนี้เองจึงเป็นจุดที่ถูกนํามาใช้ในแผนการ
ตลาดออนไลน์ ด้วยหัวข้อง่าย ๆ ว่า ทํายังไงก็ได้ ให้ชื่อสินค้าหรือบริการของแบรนด์นั้น ๆ มาอยู่ในหน้าแรก
ของ Google ให้ได้ สําหรับวิธีนั้น ก็มีหลากหลายรูปแบบ จึงเกิดผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้โ ดยเฉพาะ
นั่นคือ นักรับจ้างทํา SEO หรือ Search Engine Optimization ซึ่งคนที่ทําอาชีพนี้ จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับ
การใช้ SEO และพอรูว้ ่า Google มวี ธิ ีการคน้ หาและแสดงผลอย่างไร ทจ่ี ะดนั ใหช้ ่ือเว็บของแบรนด์ที่รับจ้างมา
ปรากฏในหน้าคน้ หาหน้าแรกของ Google ได้ โดยไมถ่ ูกเบียดจากแบรนดค์ แู่ ข่ง อาจเรยี กได้เป็นอาชีพที่ต้องใช้
ทักษะ พอ ๆ กับ Digital Marketing แต่มีหนา้ ที่เฉพาะเจาะจงกว่า
9. เกมเมอร์ เกมเมอร์ที่สามารถหารายได้จากการเล่นเกมจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ นักกีฬา
E-Sport กับ Games Caster สําหรับ นักกีฬา E-Sport ก็จะเหมือนกันนักกีฬาจริง ๆ แต่เป็นกีฬา
อิเล็กทรอนิกส์ที่แข่งขันด้วยวิดีโอเกมประเภทต่าง ๆ อาทิ เกมวางแผนการรบ, เกมต่อสู้ เป็นต้น โดยประชัน
ทักษะการควบคุมของผู้เล่นที่เป็นคู่แข่ง ส่วนการแข่งก็มีเงินรางวัล มีถ้วยรางวัลให้เหมือนนักกีฬาของจริงแต่
กว่าจะ มาถึงจุดที่เข้าร่วมแข่งขันได้ ต้องผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนัก และอาจต้องมีสโมสรรองรับ เพื่อคอย
ผลักดันไปยังสนามแข่งต่าง ๆ ได้ ส่วน Games Caster จะเป็นการอัดคลิปวิดีโอการเล่นเกมของตัวเอง
โดยระหว่างการเล่นก็มีบรรยายความรู้สึกไปด้วยขณะเล่น อย่างการแสดงความคิดเห็น การวิจารณ์สิ่งต่าง ๆ
ในเกม การแปลเนื้อเรื่อง รวมถึงการสร้างอารมณ์ขันเพื่อเป็นสีสันให้คนดู ส่วนนี้จะคล้าย ๆ กับ Influencer
คือเหมือนเป็น การสร้างคอนเทนต์ ซึ่งหากถูกใจคนดู ก็จะเกิดเป็นกลุ่มผู้ติดตามภายหลังได้ จากนั้นก็จะมีแบ
รนดส์ ินคา้ หรือผู้สนับสนุนมาขอใหช้ ว่ ยโฆษณาในทส่ี ดุ แตท่ ัง้ น้ียงั มีการหารายไดอ้ ีกรูปแบบคือ การถ่ายทอดสด
ขณะเล่นเกม ผ่านแพลตฟอร์มที่เปิดให้คนดู สามารถบริจาคหรือส่งเงินสนับสนุน Games Caster
ได้ โดยที่ดัง ๆ เลยคือ Twitch ซึ่งจะมีคนเข้ามาบริจาคมากน้อยขนาดไหน ก็ขึ้นอยู่กับจํานวนผู้ติดตาม และ
ความเป็น Influencer ของ Games Caster นนั้ เอง
10. ขายของออนไลน์ ปิดท้ายด้วยอาชีพที่ใคร ๆ ก็ทําได้ และเป็นที่นิยมมากที่สุดอย่างขายของ
ออนไลน์ จากเมื่อก่อนต้องมีหน้าร้าน ถึงจะขายของได้ แต่หลังมีอินเทอร์เน็ต กับบริการเครือค่ายสังคม
ออนไลน์ชื่อดังอย่าง Facebook ก็ช่วยให้เรามี “หน้าร้านออนไลน์” แทน ไม่ต้องมีหน้าร้านจริง ๆ ที่ใช้งบ
ลงทุนมากมายอีกต่อไป ขอเพียงเรามีของที่จะขาย กับรู้จักใช้บริการขนส่งของในประเทศอย่าง EMS, Kerry,
TNT ก็พอแล้ว ปัจจุบันนอกจาก Facebook ยังมีเครื่องมืออื่น ๆ ที่ช่วยให้เหล่าพ่อค้าหรือแม่ค้าออนไลน์
สามารถนําของไปขายผ่านอินเทอร์เน็ตได้เหมือนกัน อาทิ LnwShop, Shopee, Lazada, kaidee, Pinkoi
และอนื่ ๆ ทัง้ หมดถือเป็นแพลตฟอรม์ ใหม่ ท่ีช่วยใหม้ หี น้าร้านออนไลนง์ ่ายข้ึนกวา่ เดมิ
70
ตวั อยา่ งการนา Big Data ไปใช้
ข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data ช่วยให้เราสามารถจัดการงานทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพได้
ต้ังแต่การเก็บขอ้ มลู ของลูกค้าเพอื่ สร้างประสบการณท์ ่ีดใี ห้กับลูกค้า เป็นตน้ ตอ่ นไ้ี ปเป็นตัวอย่างเพียงส่วนหนึ่ง
ของการใชข้ อ้ มูล Big Data
การพัฒนาผลติ ภณั ฑ์
บริษทั Netflix และ บริษัท Procter & Gamble ไดใ้ ชข้ ้อมูล Big Data ช่วยในการคาดการณ์ความ
ต้องการของลูกค้า พวกเขาสร้างโมเดลเชิงคาดการณ์สําหรับผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ โดยการจําแนก
คุณลักษณะที่สําคัญของผลิตภัณฑ์หรือบริการในอดีตและปัจจุบันและสร้างแบบจําลองความสัมพันธ์ระหว่าง
คุณลักษณะเหล่านี้กับความสําเร็จในเชิงพาณิชย์ของข้อเสนอ นอกากนี้ยังมีบริษัท P&G ยังใช้ข้อมูลของสื่อ
สังคมออนไลน์ในการวิเคราะห์ ในการทดสอบตลาดและเปิดตัวสินค้าในช่วงต้น เพื่อวางแผนการผลิตและ
เปดิ ตวั สนิ ค้าใหม่
การคาดการณ์เพือ่ การบารงุ รกั ษาเครื่องจกั ร
ปัจจัยที่ใช้ทํานายการชํารุดของเครื่องจักรนี้ มาจากข้อมูลทั้งที่เป็นแบบมีโครงสร้างเช่น วันเดือนปี
ที่ผลิต รุ่น และข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง เช่นข้อมูลจากเว็นเซอร์ต่าง ๆ เช่นอุณภูมิของเครื่องยนต์ การทํางาน
ผิดปกติของเครืองจักร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะต้องได้รับการวิเคราะห์ก่อนที่จะเกิดปัญหา การวิเคราะห์ ข้อมูล
เหล่านี้ เพื่อกําหนดตารางซ่อมบํารุง เพื่อประหยัดงบการซ่อมบํารุง และรวมไปถึงการสต๊อกอะไหล่ต่าง ๆ
เพื่อใหก้ ารซ่อมบาํ รุงได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ทนั เวลา และประหยดั งบประมาณ
สร้างประสบการณ์ที่ดใี หก้ ับลูกค้า
ในสภาวะการแข่งขันทางการค้าในปัจจุบัน การเสนอประสบการณ์และข้อเสนอที่ดีที่สุดและตรงใจ
แก่ลูกค้าที่สุดก็จะเป็นผู้ได้เปรียบในการแข่งขัน ข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data ช่วยให้ธุรกิจรวบรวมข้อมูล
จากส่อื สงั คมออนไลน์ ผ้เู ข้าชมเวป๊ ไซท์ ผเู้ ข้าใชแ้ อพพลเิ คชนั่ ขอ้ มูลการตอบโต้ทางโทรศัพท์ ข้อมูลการสนทนา
ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ปรับปรุงการสื่อสารกับลูกค้า และเพิ่มมูลค่าให้ได้มากที่สุดด้วยการส่งข้อเสนอสุด
พเิ ศษใหต้ รงใจกับลกู คา้ และยงั ช่วยแกป้ ัญหาที่เกิดกบั ลกู ค้า เป็นการแก้ปัญหาเชงิ รกุ ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
การตรวจสอบการโกงและการปฏิบตั ิตามกฎระเบียบ
การโกงในระบบเครือข่ายอินเตอร์เนตไม่ได้มีเฉพาะจากแฮกเกอร์เท่านั้น ซึ่งเราจะต้องเผชิญกับผู้
เช่ยวชาญในหลาย ๆ รปู แบบ ในระบบการรักษาความปลอดภัยสมัยใหม่นี้ได้มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง การ
ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่สามารถทําให้เราระบุรูปแบบของข้อมูลที่เข้าในรูปที่มิชอบ และไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด
ของเราได้
การเรยี นรู้ของเครอ่ื งจักร Learning Machine
การเรียนรู้ของเครื่องจักร หรือ Learning Machine กําลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ ข้อมูลโดยเฉพาะ
อย่างยิ่งข้อมูลขนาดใหญ่เป็นเหตุผลที่เราสามารถสอนเครื่องจักรได้ การมีข้อมูลขนาดใหญ่ทําให้ง่ายในการ
เตรียมข้อมลู ในการสอนเครือ่ งจักรให้สามารถเรียนรู้ได้
71
ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
โดยปกติประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานเรามักไม่ทราบว่าการดําเนินงานนั้นมีประสิทธิภาพเพียงใด
แต่ในพ้ืนท่ีท่มี ีข้อมูลขนาดใหญ่ ด้วยข้อมูลมูลขนาดใหญ่นี้ทําให้เราสามารถวิเคราะห์ และเข้าถึง การผลิตหรือ
การปฏิบัติงานได้ การตอบรับของลูกค้า รวมถึงปัจจัยอื่นๆที่จะทําให้ธุรกิจหยุดชะงักหรือขัดข้องได้ และ
สามารถคาดการณค์ วามต้องการลว่ งหนา้ ดว้ ยการวิเคราะหข์ ้อมลู ขนาดใหญ่ ข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data นี้
ยังสามารถใชเ้ พื่อปรับปรงุ การตัดสินใจใหส้ อดคล้องกบั ความต้องการของตลาดในปัจจุบนั ไดอ้ ีกด้วย
การขับเคลื่อนในการสรา้ งสรรคส์ ่งิ ใหม่ ๆ
ข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถช่วยคุณในการสรา้ งสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้โดยการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง
บุคคล สถาบัน หน่วยงาน องค์กร และกระบวนการ และดําเนินการกําหนดวิธีการใหม่ในการใช้ข้อมูลเชิงลึก
เหล่านั้น ใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อปรับปรุงการตัดสินใจเกี่ยวกับการพิจารณาเรื่องการเงิน วางแผนและพิจารณา
แผนงาน ตรวจสอบ
เทคโนโลยีดิจิทัลกับการเติบโตแบบทั่วถึง กรณีศึกษาจากจีนที่เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างการเติบโตแบบ
ท่ัวถึง
เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ – Luohan Academy สถาบันวิจัย ที่ริเริ่มขึ้นโดย อาลีบาบา กรุ๊ป โฮ
ลดิ้ง ลิมิเต็ด (NYSE: BABA) ได้เปิดเผยรายงานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีดิจิทัล
กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ระหว่างการประชุมเศรษฐกิจโลกปี 2562 หรือ “เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม”
ที่ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ นําเสนอแนวทางที่เทคโนโลยีดิจิทัลสามารถนําไปสู่การเติบโตแบบทั่วถึงในแบบ
ทีไ่ ม่เคยทาํ ไดใ้ นอดตี หากไดร้ บั การสนบั สนุนจากนโยบายและภาครัฐ
การเปดิ เผยการศึกษาดงั กลา่ วเกดิ ขนึ้ ในการประชุมที่ธนาคารโลกร่วมเป็นเจ้าภาพ ซึ่งมีการปาฐกถา
และเวทสี นทนาของผเู้ ชยี่ วชาญระดับช้ันนํา เชน่ สมเดจ็ พระราชนิ แี ม็กซมิ าแหง่ เนเธอรแ์ ลนด์ซ่งึ เป็นผู้สนับสนุน
พิเศษด้านการเงินและการพัฒนาแบบทั่วถึงของสหประชาชาติ (UN Special Advocate for Inclusive
Finance and Development) นางคริสตาลินา จอร์จีวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารโลก
ศาสตราจารย์ไมเคิล สเปนซ์ จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ นายแจ็คหม่า
ประธานบริหาร อาลีบาบากรุ๊ป และ นายเฉินหลง ผู้อํานวยการ Luohan Academy โดยมีผู้เข้าประชุมใน
เวิลด์ อโี คโนมกิ ฟอร่ัม กวา่ 100 คน เข้าร่วมรับฟัง
รายงานเรื่อง “เทคโนโลยีดิจิทัลและการเติบโตแบบทั่วถึง” เผยถึงประโยชน์ของการปฏิวัติด้าน
ดิจิทลั ในปจั จบุ ันที่สามารถกระจายความมั่งคั่งได้อย่างทั่วถงึ มากกว่าการปฏวิ ัติด้านเทคโนโลยีในอดีตเคยทําได้
โดยพบว่า ในระดบั แมคโคร การกระจายตัวของการนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ไม่ขึ้นอยู่กับระดับรายได้และการ
พัฒนาทางเศรษฐกิจ กรณีศึกษาคือ ประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้มีรายได้ปานกลาง สามารถก้าวขึ้นมาเป็น
ผู้นําด้านอีคอมเมิร์ซและการชําระเงินทางมือถือได้ภายในระยะเวลาไม่ถึงทศวรรษ อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ
ของจีนนับว่าใหญ่ที่สุดในโลก ในปี 2561 มีสัดส่วนถึงร้อยละ 23 ของมูลค่าค้าปลีกโดยรวม เมื่อปี 2554
การชาํ ระเงนิ ทางโทรศพั ทม์ ือถอื ของจีนมีมลู คา่ 15,000 ล้านเหรยี ญสหรัฐ ในขณะที่ของอเมริกามีมูลค่า 8,300
72
ล้านเหรียญ แต่พอถึงปี 2560 การชําระเงินทางมือถือของจีนได้โตขึ้นกว่า 100 เท่าของอเมริกา มีมูลค่ากว่า
22 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
ในระดบั ไมโคร เทคโนโลยดี จิ ิทลั สรา้ งความสะดวกในการรเิ ร่มิ ธุรกิจ การเข้าถึงลูกค้า และการเข้าถึง
แหล่งเงินทุนได้มากกว่า ตัวอย่างที่เด่นชัดคือสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศจีน ที่เทคโนโลยีดิจิทัลได้สร้างการเข้าถึง
โอกาสด้านเศรษฐกจิ ในระดบั ทีไ่ ม่เคยเกิดขนึ้ มาก่อนในอดตี ระยะทางระหวา่ งผซู้ ้ือกับผูข้ ายบนแพลตฟอร์มของ
อาลีบาบามีระยะทางเฉลี่ยราว 1,000 กม. เทียบกับการค้าขายออฟไลน์แบบดั้งเดิมที่มักมีระยะทางห่างกัน
เพียงไม่กี่กิโลเมตร ในด้านของผู้ขาย กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ค้าออนไลน์ในจีนเป็นผู้หญิง ซึ่งต่างจากผู้ค้าแบบ
ดั้งเดมิ นอกจากนี้ อีคอมเมิรซ์ ยังเอื้อประโยชน์แม้แต่ผู้ที่มีข้อบกพร่องทางกายภาพ ในปี 2559 ผู้ขายออนไลน์
บนเถาเปาุ กวา่ 160,000 คน ซ่งึ เปน็ ผู้มีความบกพร่องทางกายภาย สามารถสร้างยอดขายได้กว่า 12,400 ล้าน
หยวน
“สิ่งที่เกิดขึ้นในจีนและตลาดเกิดใหม่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันมหาศาล การของเติบโตในรูปแบบ
ใหม่ รูปแบบท่จี ะทําให้การพัฒนามคี วามท่ัวถงึ เขา้ ถึงคนทุกระดบั ชั้นและทุกกลุ่ม และมีความยั่งยืน” นายเฉิน
หลง ผูอ้ ํานวยการ Luohan Academy กลา่ ว “ด้วยความพยามของทั้งภาครัฐและเอกชน ผนวกกับนโยบายท่ี
ถกู ต้อง ยุคดิจทิ ัลจะสรา้ งโอกาสใหม่ ๆ ให้กบั ประเทศตลาดเกดิ ใหม่ ในแบบที่ไมเ่ คยเกิดขนึ้ มากอ่ น”
สิ่งที่เป็นจุดต่างและจุดเด่นคือ เทคโนโลยีดิจิทัลสามารถแชร์กันใช้ได้โดยไม่ลดทอนคุณค่าและใช้
ต้นทุนเพียงน้อยนิด อีกทั้งยังไม่ต้องอาศัยความสามารถและความรู้มากมายนักหากเทียบกับการปฏิวัติทาง
เทคโนโลยแี ละอุตสาหกรรมอนื่ ๆ ทเ่ี กิดขนึ้ ในอดตี
การศกึ ษาของสถาบันชใี้ หเ้ ห็นถงึ จุดท่ีเทคโนโลยดี ิจิทัลสามารถสร้างความแตกต่างในการเติบโตแบบ
ทว่ั ถึงในจนี และใหข้ อ้ มลู เชิงลึกในการที่จะนําถอดความสําเร็จสู่ประเทศอื่น ๆ ได้ ผลการศึกษามีประเด็นหลัก
ๆ ดงั น้ี
1. ลดขีดขั้นในการใช้ทักษะ ในการที่สนับสนุนให้มีการใช้ดิจิทัลมากขึ้น การลดขีดขั้นในการใช้
เทคโนโลยีสาํ คัญพอ ๆ กับการเสริมสร้างทกั ษะในการใช้เทคโนโลยี ตัวอย่างเช่น คนในหมู่บ้านชนบทที่เข้าร่วม
ในโครงการ เถาเปุาชนบท โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวที่เข้าร่วมเป็นผู้ขายปลีกแบบอีคอมเมิร์ซ
หรือ “e-tailer” (อ-ี เทลเลอร์) สามารถสร้างรายไดเ้ กนิ เท่าตวั เมือ่ เทียบกบั ผ้ทู ่ีไม่ได้เป็นอี-เทลเลอร์ ไม่ว่าจะนับ
ในกล่มุ ผู้มกี ารศกึ ษาระดบั ใด เพราะทักษะในการใช้สร้างอาชีพผ่าน อีคอมเมิร์ซนี้เป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้จากการ
ทํางาน ไมต่ อ้ งอาศยั การศึกษาเลา่ เรยี นจากสถาบันการศึกษา
2. การยกระดับดิจิทัลแพลตฟอร์ม:ดิจิทัลแพลตฟอร์มเป็นรูปแบบใหม่ของการแลกเปลี่ยนและ
ประสานงานกันเพื่อสร้าง อีโคซิสเท็มสําหรับการเติบโตแบบทั่วถึง เปรียบเสมือนฟันเฟืองที่เชื่อมโยงผู้บริโภค
และผู้ผลิตจํานวนมหาศาลเข้าไว้ด้วยกัน และช่วยสร้างความสะดวกในการติดต่อสื่อสารที่ใช้ต้นทุนตํ่า
มปี ระสทิ ธผิ ลสงู และเชอื่ ถือได้
3. สรา้ งการร่วมมือท่ที รงประสทิ ธิภาพระหวา่ งภาครฐั และเอกชน: ดว้ ยรูปแบบใหม่นี การสนับสนุน
จากภาครัฐในการสร้างสิ่งแวดล้อมระดับแมคโครที่เอื้อต่อการเติบโตของภาคเอกชน ตลอดจนการด้านกา ร
73
ลงทนุ ในโครงสรา้ งพน้ื ฐานที่จําเป็นสาํ หรบั ประชากรจะสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล นับเป็นปัจจัยสําคัญยิ่ง
กวา่ ทีเ่ คยเป็นมา
4. การบริหารจัดการผลที่คาดไม่ถึง: ในยุคดิจิทัล เกิดความกังวลนานัปการและทวีความซับซ้อน
กว่าที่เคยเป็นมา อาทิ ประเด็นความกังวลว่าจะมีคนตกงานเพราะการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ ๆ การนํา
ข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่ผิด ความล่าช้าของนโยบายที่มีผลต่อการแข่งขัน (lagging competition
policy) และการเพิ่มขึ้นของความไม่เท่าเทียม ก้าวแรกของการศึกษาความท้าทายเหล่านี้คือการแยก
ขอ้ เทจ็ จรงิ ออกจากการคาดเดาและความกังวล จากกรณีศึกษาประเทศจีนพบว่า ประโยชน์ในการเข้าถึงตลาด
และโอกาสใหม่ ๆ จะเหน็ ได้ชัดกว่าในประเทศทก่ี าํ ลังพฒั นาอื่น ๆ
“รายงานการศึกษาด้านรูปแบบการเติบโตด้วยการอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลในจีนนับว่าเป็นสิ่งท่ี
น่าสนใจอย่างยิ่ง สถิติแสดงให้เห็นว่าอินเทอร์เน็ตที่ใช้บนโทรศัพท์มือถือ อีคอมเมิร์ซ การชําระเงินทาง
โทรศัพท์มือถือ และบริการสินเชื่อผ่านอินเทอร์เน็ต ล้วนกระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตโดยรวม และสร้าง
รูปแบบการเติบโตแบบท่วั ถึงในหลากหลายมิติ” นายไมเคิล สเปนซ์ ผู้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์และ
ศาสตราจารยป์ ระจํามหาวทิ ยาลัยนวิ ยอร์ก กล่าว “เม่ือศึกษาประเทศกําลังพัฒนาอ่นื ๆ เพ่ิมเติม พบว่า เป็นไป
ได้ว่าระบบนิเวศหรืออีโคซิสเท็มที่ขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์มดิจิทัลจะเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโตแบบ
ใหมท่ ีท่ รงพลังยง่ิ ”
Luohan Academy ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน ปีพ.ศ. 2561 ในเมืองหังโจว โดยเน้นศึกษาความ
ท้าทายที่เกิดขน้ึ จากการพัฒนาของเทคโนโลยดี ิจทิ ัล โดยมีผู้ได้รับรางวัลโนเบลกว่า 16 รายและนักวิชาการที่มี
ความโดดเด่นเขา้ ร่วมเปน็ สมาชกิ อยูใ่ นคณะกรรมาธิการ สถาบันฯ มีวัตถุประสงค์ในการที่จะนํานักวิชาการชั้น
นาํ ระดบั โลกมารว่ มกนั ศึกษาประเดน็ ท่ีรุมเรา้ ด้านต่าง ๆ ของเศรษฐกจิ ดจิ ทิ ลั และสร้างงานวิจัยด้านเทคโนโลยี
และผลกระทบทมี่ ีต่อมนุษยชาติ
74
ยุคดิจทิ ลั ไมใ่ ช่แค่การ Transform ธรุ กจิ อย่างเดียว แต่บุคลากรจะต้องได้รับการ Transform
ด้วย กรณศี ึกษาจาก Schneider Electric
ทอมมี่ เหลียง ประธานบริษัท Schneider Electric ประจําภาคพื้นเอเชียตะวันออกและญี่ปุน
ที่หลายคนรู้จักกันในโซลูชั่นด้าน Digital Transformation สําหรับการจัดการพลังงาน และระบบ
Automation ตั้งแต่ บ้าน อาคาร Data Center ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ออกมา
แสดงความคิดเหน็ ถึง การพัฒนาทักษะบุคลากรในยุคดิจิทัล ผ่านกรณีศึกษาของบริษัท Schneider Electric
เอง
Digital Transformation ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี เช่น Cloud, ปัญญาประดิษฐ์ (artificial
intelligence หรอื AI) และ IoT สําหรับอุตสาหกรรม (IIoT) ซึ่งหลายอุตสาหกรรมต่างค่อย ๆ ทยอยกันปฏิรูป
สู่ดิจิทัล นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจในปัจจุบัน สิ่งจําเป็นสําหรับธุรกิจคือต้องแน่ใจด้วยว่า
บคุ ลากรจะตอ้ งได้รับการ "ปฏิรูปทางดิจิทัล" ด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้ที่สามารถปรับใช้เทคโนโลยีได้ดีหรือผู้ที่ก้าว
ทันโลก จะมีความสามารถนําโอกาสที่เกิดในยุค IoT มาใช้กับการทํางานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและมี
ประสิทธิภาพยงิ่ ขึ้น
เพิ่มขีดความสามารถของพนักงาน จากความร่วมมือและการฝึกอบรม แม้ว่าบริษัทมากมายต่าง
ตระหนักดีถึงความสําคัญของการปรับโฉมให้กับคนทํางาน แต่ก็ยังคงมีช่องว่างในเรื่องของทักษะอยู่มาก จาก
รายงานของ Accenture ระบุว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของนายจ้างพูดถึงการขาดแคลน Talent และตัวเลขนี้จะ
เพิ่มข้นึ เมอ่ื มกี ารเปล่ยี นแปลงสู่ยุคดิจิทลั อย่างเต็มรูปแบบ ในภาพรวมของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็ว บริษัทต่างๆ จําเป็นต้องดูแลและสร้างคนทํางานที่พร้อมสําหรับอนาคต ด้วยการลงทุนเรื่องของการ
ฝึกอบรม เพิ่มทักษะให้กับพนักงานและส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในระยะยาวแล้วใช้ไนเดอร์
อิเลค็ ทรคิ ปรบั ตวั และพฒั นาบคุ ลากรอยา่ งไร
ตัวอย่างเช่น ชไนเดอร์ อิเลค็ ทรคิ ให้โอกาสกบั พนกั งานในการฝึกอบรมต่างออฟฟิศ เพื่อให้ได้ทักษะท่ี
แตกต่างรวมถึงมีมุมมองใหม่ ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยเร่งให้เกิดความก้าวหน้าในสายอาชีพ พร้อมส่งเสริมการเติบโต
ทางธุรกจิ ผ้นู าํ ธุรกจิ ในปัจจุบันต้องทาํ มากกว่าการพฒั นาทกั ษะด้าน Hard Skill โดยการเพิ่มทักษะ Soft Skill
เช่น การแก้ปัญหาและ Critical Thinking
บรษิ ัทฯ ยงั มอี กี บทบาทสาํ คญั ในการดูแลผู้ท่ีมีความสามารถพิเศษก่อนเข้าสู่การทํางาน ด้วยการเข้า
ไปมีส่วนร่วมกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ซึ่งอาจรวมถึงความร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัย เพื่อให้นักเรียนมี
ทักษะด้านเทคนิคจากโปรแกรมฝึกงานและการฝึกอบรมในที่ทํางาน รวมถึงการจัดแข่งขันนําเสนอแผนธุรกิจ
ในการทํางานจริง
ประโยชน์ของบุคลากรที่มีความสามารถทางเทคโนโลยี (Smart Workforce) คนทํางานที่มีความ
พร้อมในการใช้ประโยชน์จาก IoT จะมีอนาคตไกล เพื่อพิสูจน์ว่าบริษัทไปได้ดีในยุคดิจิทัล การเปลี่ยนธุรกิจสู่
ดิจิทัลจะปูทางไปสู่การหลอมรวมข้อมูลจากการวางแผนและการดําเนินการจริงเข้าด้วยกัน เพื่อการบริหาร
จัดการสินทรัพย์และความสูญเสีย โดยใช้เทคโนโลยีการบริหารข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลมาช่วยให้
75
ผู้ประกอบการมองเห็นภาพของความสามารถในการทํากําไรในโครงการนั้น ๆ ก่อนที่จะเริ่มดําเนินการ
หรอื ทนบุ าํ รุงดแู ลสินทรพั ยก์ อ่ นทจี่ ะเกดิ ความเสยี หาย
การผสานรวมเทคโนโลยีต่าง ๆ เชน่ อุปกรณ์ AR (augmented-reality) ที่ใช้ IoT ช่วยเพิ่มศักยภาพ
ให้แก่ผู้ใช้งาน ด้วยทักษะและความรู้ใหม่ ๆ ที่ช่วยให้สามารถบริหารจัดการกับสินค้าคงคลังได้ดียิ่งขึ้น
ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อที่มากขึ้นจากการใช้ IoT ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถบํารุงรักษาเชิงพยากรณ์ โดย
นําข้อมูลมาใช้คาดการณ์ถึงความล้มเหลวได้ล่วงหน้า บุคลากรสามารถทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเท่า
ทันเหตุการณ์มากขึ้น ด้วยการดําเนินการซ่อมแซมและเปลี่ยนอุปกรณ์ก่อนที่เครื่องจะทํางานผิดปกติซึ่งส่งผล
ต่อประสิทธิภาพการทํางาน ความก้าวหน้าด้านความฉลาดของเครื่องจักรยังช่วยให้มนุษย์สามารถทํางาน
โต้ตอบกับระบบเซ็นเซอรไ์ ด้ ช่วยเพิม่ ประสทิ ธภิ าพของงานและให้ผลลัพธท์ ดี่ ียิง่ ข้นึ
ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีบํารุงรักษาเชิงพยากรณ์ กระทั่งโซลูชัน AI และเทคโนโลยี ML (machine
learning) ล้วนใช้การจดจํารูปแบบขั้นสูง เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับโปรไฟล์การปฏิบัติงานที่เป็นอัตลักษณ์ของ
สินทรัพย์และกระบวนการต่าง ๆ ข้อมูลที่ได้จากอุปกรณ์เซ็นเซอร์ของเครื่องจักรถูกนํามาเปรียบเทียบกับ
ขอ้ มูลการดําเนินงานได้ในแบบเรียลไทม์ โดยให้การแจ้งเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับปัญหาของอุปกรณ์ต่าง ๆ ช่วย
ให้ผู้ปฏิบตั ิงานสามารถระบปุ ญั หาทอ่ี าจเกดิ ขึน้ ไดล้ ่วงหน้า
เทคโนโลยีในวันนี้จะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีที่ใหม่กว่าในวันพรุ่งนี้ คนทํางานยุคใหม่จําต้องมี
ความสามารถในการควบคุมการใช้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดได้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
ของบริษัท องค์กรจําต้องลงทุนในเรื่องของการอบรมและพัฒนาผู้ที่มีความสามารถโดดเด่น พร้อมกันน้ี
สิ่งสําคัญคือการฝึกอบรมให้กับผู้มีความสามารถที่เพิ่งเข้ามาเริ่มงานใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะมีบุคคล
ที่พร้อมด้วยความสามารถและทักษะความชํานาญเข้ามาร่วมทีมและสามารถทํางานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง
การเปลี่ยนแปลงคือสิ่งเดียวที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในชีวิตและเราจําเป็นต้องดําเนินบทบาทในการสร้างความ
ม่นั คงให้กบั อนาคต
76
แหลง่ อ้างอิง
khundee.com เกร็ดความรู้เกยี่ วกับตวั อยา่ งการนา Big Data ไปใช้ [ระบบออนไลน์]. แหล่งท่ีมา
https://www.khundee.com/big-data [18 กนั ยายน 2563]
banmuang.co.th เกร็ดความรู้เกยี่ วกบั เทคโนโลยดี ิจทิ ัลกบั การเตบิ โตแบบท่ัวถงึ [ระบบออนไลน์].
แหลง่ ทีม่ า https://www.banmuang.co.th/news/it/140853 [18 กนั ยายน 2563]
techsauce.co เกรด็ ความรู้เกี่ยวกบั ยุคดิจิทลั [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ที่มา
https://techsauce.co/tech-and-biz/digital-transformation-case-study-
[18 กนั ยายน 2563]
จดั ทาโดย
นางสาวปรียา ปันธิยะ
แผนกวิชาการจดั การสานกั งาน