The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookrayong, 2020-10-20 05:45:43

วิชาสังคมศึกษา สค 31001 นายเพิ่มพูน ดวงสิม

ภูมิศาสตร์กายภาพ

หนังสือเรยี นสาระการพฒั นาสงั คม

รายวชิ าสงั คมศึกษา

(สค31001)

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

หลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาข้นั พื้นฐาน
พุทธศักราช 2551

(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)

หามจาหนาย

หนงั สือเรียนเลมนี้ จัดพมิ พดวยเงินงบประมาณแผนดนิ เพอ่ื การศกึ ษาตลอดชวี ิตสาหรบั ประชาชน
ลขิ สทิ ธิ์เปนของ สานักงาน กศน. สานกั งานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

สานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั
สานกั งานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร
กระทรวงศึกษาธกิ าร

หนังสอื เรียนสาระการพัฒนาสงั คม

รายวิชาสังคมศกึ ษา (สค31001)

ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย

(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)

เอกสารทางวชิ าการลาดับที่ 37/2557

คานา

สานกั งานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ไดดาเนินการจัดทาหนังสือเรียนชุดใหมน้ี
ขึ้น เพื่อสาหรับใชในการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช
2551 ท่ีมีวัตถุประสงคในการพัฒนาผูเรียนใหมีคุณธรรม จริยธรรม มีสติปญญาและศักยภาพ
ในการประกอบอาชีพการศึกษาตอและสามารถดารงชีวิตอยูในครอบครัว ชุมชน สังคมไดอยางมีความสุข
โดยผูเรียนสามารถนาหนังสือเรียนไปใชดวยวิธีการศึกษาคนควาดวยตนเอง ปฏิบัติกิจกรรม รวมท้ังแบบฝกหัดเพ่ือ
ทดสอบความรูความเขาใจในสาระเนื้อหา โดยเม่ือศึกษาแลวยังไมเขาใจ สามารถกลับไปศึกษาใหมได
ผูเรียนอาจจะสามารถเพิ่มพูนความรูหลังจากศึกษาหนังสือเรียนนี้ โดยนาความรูไปแลกเปล่ียนกับเพื่อนในชั้นเรียน
ศึกษาจากภูมิปญญาทองถิน่ จากแหลงเรยี นรูและจากสื่ออืน่ ๆ

ในการดาเนินการจัดทาหนังสือเรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 ไดรับความรวมมือที่ดีจากผูทรงคุณวุฒิและผูเก่ียวของหลายทานท่ีคนควาและเรียบเรียงเน้ือหา
สาระจากสอ่ื ตาง ๆ เพอื่ ใหไดสอ่ื ทีส่ อดคลองกับหลกั สูตรและเปนประโยชนตอผูเรียนท่ีอยูนอกระบบ
อยางแทจริง สานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ขอขอบคุณคณะที่ปรึกษาคณะผู
เรยี บเรยี ง ตลอดจนคณะผูจัดทาทกุ ทานทีไ่ ดใหความรวมมือดวยดี ไว ณ โอกาสน้ี

สานกั งานสงเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หวังวาหนังสือเรียนชุดนี้จะเป็นประโยชน
ในการจัดการเรียนการสอนตามสมควร หากมีขอเสนอแนะประการใด สานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอธั ยาศยั ขอนอมรับไวดวยความขอบคุณย่งิ

สานกั งาน กศน.
กันยายน 2557

สารบัญ หนา

คานา 1
สารบัญ 2
คาแนะนาในการใชหนงั สอื เรียน 34
โครงสรางรายวชิ าสงั คมศึกษา (สค31001) 43
บทท่ี 1 ภมู ิศาสตร์กายภาพ.........................................................................................
52
เรื่องที่ 1 สภาพภูมศิ าสตร์กายภาพ ....................................................................
เรื่องที่ 2 ลกั ษณะการเกิดปรากฏการณทางธรรมชาติท่สี าคัญ 74

และการปองกันอันตราย .....................................................................
เร่ืองที่ 3 วิธใี ชเครือ่ งมอื ทางภูมศิ าสตร...............................................................
เรื่องที่ 4 ปญหาการทาลายทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอม

ผลการจดั ลาดับความสาคญั ของปญหาทรัพยากรธรรมชาติ
และส่งิ แวดลอม...................................................................................
เรอ่ื งที่ 5 แนวทางปองกนั แกไขปญหาการทาลายทรัพยากรธรรมชาติ
และสิง่ แวดลอม โดยประชาชน ชมุ ชน องคกร ภาครัฐ
ภาคเอกชน..........................................................................................

1

บทท่ี 1 ภมู ศิ าสตร์กายภาพ

สาระสาคัญ

ลกั ษณะทางกายภาพและสรรพส่งิ ในโลก มคี วามสมั พันธซง่ึ กันและกนั และมีผลกระทบตอระบบนิเวศ
ธรรมชาติ การนาํ แผนที่และเคร่ืองมือภมู ศิ าสตรมาใชในการคนหาขอมูลจะชวยใหมีขอมูลทช่ี ดั เจนและนําไปสู
การใชการจัดการไดอยางมีประสทิ ธภิ าพ การปฏสิ ัมพันธระหวางมนษุ ยกับสภาพแวดลอมทางกายภาพ ทาํ ให
เกิดสรางสรรควัฒนธรรมและจิตสํานึกรวมกันในการอนุรกั ษทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอม เพื่อการ
พฒั นาทย่ี ัง่ ยนื

ตัวชี้วดั

1. มคี วามรูความเขาใจเกี่ยวกบั สภาพทางภมู ิศาสตรกายภาพของประเทศไทยกับทวปี ตาง ๆ
2. เปรยี บเทียบสภาพภมู ิศาสตรกายภาพของประเทศไทยกบั ทวปี ตาง ๆ
3. มีความรูความเขาใจในปรากฏการณทางธรรมชาติทเี่ กิดขึน้ ในโลก
4. มที กั ษะการใชเครือ่ งมอื ทางภมู ิศาสตรที่สาํ คัญ ๆ
5. รวู ธิ ีปองกนั ตนเองใหปลอดภัยเมื่อเกดิ ภยั จากปรากฏการณธรรมชาติ
6. สามารถวเิ คราะหแนวโนมและวกิ ฤตส่ิงแวดลอมทเี่ กดิ จากการกระทาํ ของมนุษย
7. มีความรูความเขาใจในการใชนวัตกรรมและเทคโนโลยีดานสิง่ แวดลอมเพ่ือพัฒนา

ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมทยี่ ง่ั ยืน

ขอบขายเน้ือหา

เร่ืองที่ 1 สภาพภมู ศิ าสตรกายภาพ
เรอ่ื งที่ 2 ลกั ษณะการเกิดปรากฏการณทางธรรมชาติ และการปอู งกนั อันตราย
เรื่องที่ 3 วธิ ใี ชเครอื่ งมอื ทางภมู ศิ าสตร
เรื่องที่ 4 ปญหาการทําลายทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอม การจัดลําดับความสําคัญของปัญหา

ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล฾อม
เรอื่ งที่ 5 แนวทางปองกนั แกไขปญหาการทําลายทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม โดยประชาชน

ชมุ ชน องคกแ ร ภาครัฐ ภาคเอกชน

2

เรื่องที่ 1 สภาพภูมิศาสตร์กายภาพ

ภมู ศิ าสตร์กายภาพประเทศไทย

ทาเลทต่ี ง้ั
ประเทศไทยต้ังอยู฽ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต฾ ซ่ึงประกอบด฾วยส฽วนท่ีเป็นแผ฽นดินใหญ฽หรือ
เรียกว฽าคาบสมุทรอินโดจีนหรือแหลมทอง และส฽วนท่ีเป็นหมู฽เกาะใหญ฽น฾อยหลายพันเกาะ ตั้งอย฽ูในแหลมทอง
ระหว฽างละติจูด 5 องศา 37 ลิปดาเหนือกับ 20 องศา 22 ลิปดาเหนือ และลองจิจูด 97 องศา 22 ลิปดา
ตะวนั ออก กบั 105 องศา 37 ลปิ ดาตะวันออก
ขนาด
ประเทศไทยมีเนื้อที่ 513,115 ตารางกิโลเมตร ถ฾าเปรียบเทียบขนาดของประเทศไทยกับประเทศ
ในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต฾ดัวยกันแล฾ว จะมีพ้ืนท่ีขนาดใหญ฽เป็นอันดับท่ีสาม รองจากอินโดนีเซียและ
เมียนมารแ ความยาวของประเทศวัดจาก เหนือสุด ท่ีอําเภอแม฽สาย จังหวัดเชียงรายไปจดใต฾สุดที่อําเภอเบตง
จังหวัดยะลา ประมาณ 1,260 กิโลเมตร ส฽วนความกว฾างมากที่สุด วัดจากด฽านพระเจดียแสามองคแอําเภอ
สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีไปจดตะวันออกสุด ที่อําเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ยาวประมาณ 780
กโิ ลเมตร สาํ หรับส฽วนท่ีแคบที่สุดของประเทศไทยอยู฽ในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธแ วัดจากพรมแดนพม฽าถึงฝั่ง
ทะเลอ฽าวไทยเปน็ ระยะทางประมาณ 10.5 กิโลเมตร
อาณาเขตตดิ ตอ่
ประเทศไทยมอี าณาเขตติดต฽อกบั ประเทศเพ่ือนบ฾านโดยรอบ 4 ประเทศคือ เมยี นมารแ ลาว กัมพชู า
และมาเลเซยี รวมความยาวของ
พรมแดนทางบก ประมาณ
5,300 กโิ ลเมตร และมีอาณา
เขตตดิ ต฽อกบั ชายฝ่ังทะเลยาว
2,705 กิโลเมตร คอื แนวฝั่ง
ทะเลด฾านอา฽ วไทยยาว 1,840
กโิ ลเมตร และแนวชายฝ่งั ดา฾ น
ทะเลอันดามนั ยาว 865
กิโลเมตรดงั น้ี

3

1. เขตแดนท่ีติดต฽อกบั เมยี นมารแ เริม่ ตน฾ ที่อําเภอแม฽สายจงั หวดั เชียงรายไปทางตะวันตก ผ฽านที่จังหวัด
แม฽ฮ฽องสอน ไปสิน้ สุดท่จี งั หวัดระนอง จงั หวัดชายแดนดา฾ นน้มี ี 10 จังหวดั คอื เชียงราย เชยี งใหม฽ แม฽ฮ฽องสอน
ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบรุ ี ประจวบครี ขี ันธแ ชุมพร และ ระนอง มที วิ เขา 3 แนว เป็นเสน฾ กน้ั พรมแดน
ไดแ฾ ก฽ ทิวเขาแดนลาว ทิวเขาถนนธงชยั และทวิ เขาตะนาวศรี นอกจากน้ันยังมีแม฽น้ําสายส้นั ๆ เป็นแนวกน้ั
พรมแดนอยอู฽ ีกคือแม฽น้าํ เมย จังหวัดตากและแมน฽ ้าํ กระบรุ ี จงั หวัดระนอง

2. เขตแดนที่ติดต฽อกับลาว เขตแดนด฾านน้ี เร่ิมต฾นที่อําเภอเชียงแสน ไปทางตะวันออกผ฽านอําเภอ
เชียงของ จังหวัดเชียงรายเข฾าส฽ูจังหวัดพะเยา ไปสิ้นสุดที่จังหวัดอุบลราชธานี ดินแดนท่ีติดต฽อกับลาวมี 11
จังหวัดคือ เชียงราย พะเยา น฽าน อุตรดิตถแ พิษณุโลก เลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อํานาจเจริญ และ
อุบลราชธานี มีแม฽น้ําโขงเป็นเส฾นก้ันพรมแดนทางน้ําที่สําคัญ ส฽วนพรมแดนทางบกมีทิวเขาหลวงพระบางกั้น
ทางตอนบนและทวิ เขาพนมดงรักบางสว฽ นก้นั เขตแดนตอนล฽าง

3. เขตแดนท่ีติดต฽อกับกัมพูชา เริ่มต฾นที่พื้นท่ีบางส฽วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล฽างจาก
อําเภอน้ํายืน จังหวัดอุบลราชธานี มาทางทิศตะวันตก แล฾ววกลงใต฾ท่ีจังหวัดบุรีรัมยแ ไปส้ินสุดที่จังหวัดตราด
จงั หวัดชายแดนท่ตี ดิ ต฽อกบั กัมพูชา มี 7 จังหวัด คอื อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทรแ บรุ ีรัมยแ สระแก฾ว จันทบุรี
และ ตราด มที วิ เขาพนมดงรักและทวิ เขาบรรทดั เปน็ เสน฾ ก้นั พรมแดน

4. เขตแดนที่ติดต฽อกับมาเลเซีย ได฾แก฽ เขตแดนทางใต฾สุดของประเทศ ในพื้นท่ี 4 จังหวัด คือ สตูล
สงขลา ยะลา และนราธวิ าส มแี นวเทอื กเขาสนั กาลาครี ี และแม฽น้ําโก-ลกจงั หวัดนราธิวาสเป็นเสน฾ กัน้ พรมแดน

ภาคเหนือ

ภาคเหนอื ประกอบด฾วยพื้นท่ีของ 9 จังหวัด ได฾แก฽ 1. เชียงราย 2. แม฽ฮ฽องสอน 3. พะเยา 4. เชียงใหม฽
5. น฽าน 6. ลําพนู 7. ลําปาง 8. แพร฽ 9. อุตรดิตถแ

ลกั ษณะภูมิประเทศท่ัวไป เปน็ เทือกเขาสงู
ทอดยาวขนานกันในแนวเหนือ-ใต฾ และระหวา฽ ง
เทือกเขาเหลา฽ นีม้ ีทีร่ าบและมีหบุ เขาสลบั อยู฽ทั่วไป
เทือกเขาที่สาํ คญั คือ เทือกเขาหลวงพระบาง
เทือกเขาแดนลาว เทือกเขาถนนธงชยั เทอื กเขา
ผปี ันนํา้ เทอื กเขาขุนตาลและ เทอื กเขาเพชรบรู ณแ
ยอดเขาทีส่ งู ท่ีสุดในภาคน้ี ได฾แก฽ ยอดอินทนนทแ อย฽ู
ในจังหวัดเชียงใหม฽ มคี วามสูงประมาณ 2,595 เมตร
จากระดับนํา้ ทะเล เทือกเขาในภาคเหนอื เป็น
แหลง฽ กาํ เนดิ ของแมน฽ าํ้ สายยาว 4 สาย ได฾แก฽ แม฽น้ํา
ปิง วัง ยม และน฽าน แม฽น้าํ ดงั กล฽าวนีไ้ หลผา฽ นเขตที่ราบหุบเขา พ้นื ที่ท้ังสองฝ่ังลาํ นํ้าจึงมดี ินอดุ มสมบูรณแเหมาะ
แก฽
การเพาะปลกู ทาํ ให฾มีผูค฾ นอพยพไปต้ังหลักแหลง฽ ในบรเิ วณดงั กลา฽ วหนาแน฽น นอกจากน้ีภาคเหนอื ยังมีแม฽นา้ํ
สายส้ัน ๆ อกี หลายสาย ไดแ฾ ก฽แมน฽ ้ํากก และแม฽น้ําอิง ไหลลงสู฽ แม฽นํา้ โขง ส฽วนแมน฽ า้ํ ปาย แมน฽ าํ้ เมย และแม฽นํา้ ยม
ไหลลงส฽ูแม฽นา้ํ สาละวิน

ภาคกลาง

ภาคกลางประกอบด฾วยพ้ืนที่ของ 22 จังหวัด ได฾แก฽ 1. สโุ ขทยั 2. พิษณโุ ลก 3. กําแพงเพชร 4. พจิ ติ ร
5. เพชรบรู ณแ (ภาคกลางตอนบน) 6. นครสวรรคแ 7. อุทัยธานี 8. ชัยนาท 9. ลพบรุ ี 10. สิงหบแ รุ ี 11. อา฽ งทอง

4

12. สระบรุ ี 13. สุพรรณบุรี 14. พระนครศรีอยธุ ยา 15. นครนายก 16. ปทมุ ธานี 17. นนทบรุ ี 18. นครปฐม
19. กรุงเทพมหานคร 20. สมทุ รปราการ 21. สมทุ รสาคร 22. สมทุ รสงคราม

ลักษณะภูมปิ ระเทศท่ัวไป เป็นท่ีราบดินตะกอนที่สายนํ้าพัดมาทับถม ในบริเวณท่ีราบน้ีมีภูเขาโดด ๆ
ซ่ึงส฽วนใหญ฽เป็นภูเขาหินปูนกระจาย อยู฽ท่ัวไป ภูมิประเทศตอนบนของภาคกลางเป็นที่ราบลูกฟูก คือเป็นที่
สูง ๆ ตํ่า ๆ และมีภูเขาท่ีมีแนวต฽อเนื่องจากภาคเหนือ เข฾ามาถึงพื้นท่ีบางส฽วนของจังหวัดพิษณุโลก และ
เพชรบูรณแ ส฽วนพื้นท่ีตอนล฽างของภาคกลางน้ันเป็นดินดอนสามเหล่ียมปากแม฽นํ้าเจ฾าพระยา ซึ่งเกิดจากการ
รวมตัวของแม฽นํ้าปิง วัง ยม น฽าน นอกจากแม฽น้ําเจ฾าพระยา แล฾วตอนล฽างของภาคกลางยังมีแม฽นํ้าไหลผ฽าน
อีกหลายสาย ได฾แก฽ แม฽นํ้าแม฽กลอง แม฽นํ้าท฽าจีน แม฽น้ําปุาสัก และแม฽นํ้านครนายก เขตน้ีเป็นท่ีราบกว฾างขวาง
ซึ่งเกิดจากดินตะกอน หรือดินเหนียวท่ีสายน้ําพัดพามาทับถมเป็นเวลานาน จึงเป็นพ้ืนท่ีท่ีอุดมสมบูรณแ
เหมาะแก฽การเพาะปลูกมาก และเป็นเขตที่มีประชากรมากท่ีสุดในประเทศไทย ฉะน้ันภาคกลางจึงได฾ช่ือว฽า
เป็นอข฽ู ฾าว อูน฽ า้ํ ของไทย

5

ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื

ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ ประกอบด฾วยพ้นื ท่ีของ 20 จงั หวัด ไดแ฾ ก฽ 1.เลย 2. หนองคาย 3. อดุ รธานี
4. สกลนคร 5. นครพนม 6. ขอนแก฽น 7. กาฬสนิ ธุแ 8. มกุ ดาหาร 9. ชยั ภูมิ 10. มหาสารคาม 11. ร฾อยเอด็
12. ยโสธร 13. นครราชสมี า 14. บรุ ีรัมยแ 15. สรุ นิ ทรแ 16. ศรีสะเกษ 17. อุบลราชธานี 18. อํานาจเจริญ
19. หนองบวั ลําภู 20. บึงกาฬ

ลกั ษณะภูมิประเทศท่ัวไป มีลกั ษณะเปน็ แอ฽งคลา฾ ยจาน ลาดเอียงไปทางตะวันออกเฉยี งใต฾มขี อบเป็น
ภูเขาสูงทางตะวันตกและ
ทางใต฾ ขอบทางตะวนั ตก ได฾แก฽ เทือกเขา
เพชรบูรณแ และเทอื กเขาดงพญาเย็น สว฽ นทางใต฾
ได฾แก฽ เทือกเขาสันกาํ แพง และเทือกเขาพนม
ดงรัก พน้ื ทดี่ ฾านตะวนั ตกเป็นท่รี าบสงู เรียกวา฽
ทีร่ าบสงู โคราช ภูเขาบริเวณน้ีเปน็ ภูเขาหนิ ทราย
ท่รี จ฾ู ักกันดีเพราะเปน็ แหล฽งท฽องเที่ยว คือ
ภูกระดึง ภูหลวง ในจงั หวดั เลย แมน฽ าํ้ ท่สี ําคญั
ของภาคน้ีได฾แก฽ แมน฽ าํ้ ชี และแม฽น้ํามูล ซึ่งมี
แหลง฽ กาํ เนิดจากเทือกเขาทางทิศตะวนั ตก และ
ทางใตแ฾ ล฾วไหลลงส฽ูแม฽น้าํ โขง ทาํ ให฾สองฝ่ังแมน฽ ํ้าเกิดเปน็ ทรี่ าบน้ําท฽วมถงึ เปน็ ตอน ๆ พนื้ ท่รี าบในภาค
ตะวันออกเฉยี งเหนือมกั มีทะเลสาบรปู แอง฽ เป็นจํานวนมาก แตท฽ ะเลสาบเหลา฽ นจี้ ะมีนํ้าเฉพาะฤดฝู นเทา฽ น้ันเม่อื
ถงึ ฤดูร฾อนน้ําก็จะเหอื ดแห฾งไปหมด เพราะดนิ ส฽วนใหญเ฽ ป็นดินทรายไม฽อ฾มุ นํา้
นํ้าจงึ ซึม ผ฽านได฾เรว็ ภาคนี้จงึ มีปญั หาเรือ่ งการขาดแคลนน้ํา และดนิ ขาดความอุดมสมบูรณแ ทาํ ให฾พน้ื ท่บี างแห฽ง
ไมส฽ ามารถใชป฾ ระโยชนใแ นการเกษตรได฾อยา฽ งเตม็ ท่ี เชน฽ ท฽งุ กลุ าร฾องไห฾ ซ่งึ มเี น้ือที่ถงึ ประมาณ 2 ล฾านไร฽
ครอบคลุมพ้ืนท่ี 5 จังหวัด ได฾แก฽ ร฾อยเอ็ด สุรินทรแ มหาสารคาม ยโสธร และศรีสะเกษ ซ่ึงปจั จบุ ันรฐั บาล
ได฾พยายามปรับปรงุ พน้ื ที่ให฾ดีข้นึ โดยใชร฾ ะบบชลประทานสมยั ใหม฽ ทาํ ให฾สามารถเพาะปลูกได฾จนกลายเป็น
แหลง฽ เพาะปลูกข฾าวหอมมะลิท่ดี ที ่สี ุดแหง฽ หน่ึงของประเทศไทย แต฽กป็ ลกู ไดเ฾ ฉพาะหนา฾ ฝนเท฽านัน้ หน฾าแลง฾
สามารถทําการเพาะปลูกได฾เฉพาะบางส฽วนเท฽าน้นั ยงั ไมค฽ รอบคลุมบริเวณทงั้ หมด

ภาคตะวันตก

ภาคตะวนั ตก ประกอบด฾วยพื้นทีข่ อง 5 จังหวดั ได฾แก฽ 1. ตาก 2. กาญจนบรุ ี 3. ราชบุรี 4. เพชรบรุ ี
5. ประจวบคีรีขนั ธแ

ลักษณะภมู ปิ ระเทศทัว่ ไป สว฽ นใหญ฽เป็นเทือกเขาสูง ได฾แก฽ เทือกเขาถนนธงชัย และเทือกเขาตะนาว
ศรีเป็นแนวภูเขาท่ีซับซ฾อนมีท่ีราบแคบ ๆ ในเขตหุบเขาเป็นแห฽ง ๆ และมีที่ราบเชิงเขาต฽อเนื่องกับที่ราบภาค
กลางเทือกเขาเหล฽าน้ีเป็นแหล฽งกําเนิดของ แม฽นํ้าแควน฾อย (แม฽น้ําไทรโยค) และแม฽น้ําแควใหญ฽ (ศรีสวัสดิ์)
ซึ่งไหลมาบรรจบกัน เป็นแม฽น้ําแม฽กลอง ระหว฽างแนวเขามีช฽องทางติดต฽อกับประเทศเมียนมารแได฾ ท่ีสําคัญคือ
ด฽านแม฽ละเมาในจงั หวดั ตาก และดา฽ นพระเจดียสแ ามองคแ ในจงั หวัดกาญจนบุรี

6

ภาคตะวันออก

ภาคตะวนั ออก ประกอบดว฾ ยพน้ื ทีข่ อง 7 จังหวัดไดแ฾ ก฽ 1. ปราจนี บรุ ี 2. ฉะเชงิ เทรา 3. ชลบุรี
4. ระยอง 5. จนั ทบรุ ี 6. ตราด 7. สระแกว฾

ลักษณะภูมิประเทศทั่วไป คือ เป็นท่ีราบใหญ฽อยู฽ทางตอนเหนือของภาค มีเทือกเขาจันทบุรีอยู฽ทาง
ตอนกลางของภาค มีเทอื กเขาบรรทัดอยูท฽ างตะวนั ออกเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว฽างประเทศไทยกับประเทศ
กัมพูชา และมที ่ีราบชายฝ่งั ทะเลซง่ึ อยู฽ระหวา฽ งเทอื กเขาจนั ทบรุ ีกับอา฽ วไทย ถึงแม฾จะเป็นที่ราบแคบ ๆ แต฽ก็เป็น
พ้ืนดนิ ทอ่ี ุดมสมบูรณแเหมาะสาํ หรับการปลกู ไม฾ผล ในภาคนม้ี ีจังหวดั ปราจนี บรุ ีและจงั หวัดสระแก฾วเป็นจังหวัดที่
ไม฽มีอาณาเขตจดทะเล นอกน้ันทุกจังหวัดล฾วนมีทางออกทะเลทั้งสิ้น ชายฝั่งทะเลของภาคเร่ิมจากแม฽นํ้า
บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทราไปถึงแหลมสารพัดพิษ จังหวัดตราด ยาวประมาณ 505 กิโลเมตร เขตพื้นที่
ชายฝ่ังของภาคมีแหลมและอ฽าวอย฽ูเป็นจํานวนมากและมีเกาะใหญ฽น฾อยเรียงรายอย฽ูไม฽ห฽างจากฝั่งนัก เช฽น
เกาะช฾าง เกาะกูด เกาะสีชัง เกาะลา฾ น เป็นตน฾

7

ภาคใต้

ภาคใตป฾ ระกอบด฾วยพ้นื ท่ีของ 14 จงั หวัดไดแ฾ ก฽ 1. ชมุ พร 2. สุราษฎรธแ านี 3. นครศรีธรรมราช
4. พทั ลงุ 5. สงขลา 6. ปัตตานี 7. ยะลา 8. นราธิวาส 9. ระนอง 10. พงั งา 11. กระบี่ 12. ภเู ก็ต 13. ตรงั
14. สตูล

ลักษณะภูมิประเทศท่ัวไป เป็นคาบสมุทรย่ืนไปในทะเลทางตะวันตกของคาบสมุทรมีเทือกเขาภูเก็ต
ทอดตวั เลยี บชายฝงั่ ไปจนถงึ เกาะภูเก็ต ตอนกลางของภาคมีเทือกเขานครศรีธรรมราช ส฽วนทางตอนใต฾สุดของ
ภาคใต฾มีเทอื กเขาสนั กาลาครี ี วางตัวในแนวตะวนั ออก-ตะวันตก และเป็นพรมแดนธรรมชาติก้ันระหว฽างไทยกับ
มาเลเซยี ด฾วย พนื้ ที่ทางชายฝัง่ ตะวนั ออกมที รี่ าบมากกว฽าชายฝั่งตะวันตก ได฾แก฽ ท่ีราบในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช
พัทลุง สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส ชายฝ่ังทะเลดา฾ นตะวนั ออกของภาคใตม฾ ีชายหาดเหมาะสาํ หรับเปน็ ที่
ตากอากาศหลายแห฽ง เช฽น หาดสมิหลา จังหวัดสงขลาและหาดนราทัศนแ จังหวัดนราธิวาส เป็นต฾น เกาะที่สําคัญ
ทางด฾านนี้ ได฾แก฽ เกาะสมุยและเกาะพงัน ส฽วนชายฝั่งทะเลด฾านมหาสมุทรอินเดีย มีเกาะท่ีสําคัญคือ
เกาะภูเก็ต เกาะตรุเตา เกาะยาวและเกาะลันตา นอกจากนี้ ในเขตจังหวัดสงขลาและพัทลุงยังมีทะเลสาบเปิด
(lagoon) ท่ีใหญ฽ที่สุดแห฽งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต฾ คือ ทะเลสาบสงขลา มีความยาวจากเหนือจดใต฾
ประมาณ 80 กิโลเมตร ส฽วนท่ีกว฾างที่สุด ประมาณ 20 กิโลเมตร คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 974 ตารางกิโลเมตร
สว฽ นเหนอื สดุ ของทะเลสาบเปน็ แหลง฽ น้ําจดื เรียกวา฽ ทะเลน฾อย แต฽ทางส฽วนล฽างนํ้าของทะเลสาบจะเค็ม เพราะมี
น฽านนํ้าติดกับอ฽าวไทย นํ้าทะเลจึงไหลเข฾ามาได฾ ในทะเลสาบสงขลามีเกาะอยู฽หลายเกาะ บางเกาะเป็นที่ทํารัง
ของนกนางแอ฽น บางเกาะเป็นที่อยู฽ของเต฽าทะเล นอกจากน้ีในทะเลสาบยังมี ปลา และกุ฾งชุกชุมอีกด฾วย
ส฽วนชายฝ่ังทะเลด฾านตะวันตกของภาคใต฾มีลักษณะเว฾าแหว฽งมากกว฽าด฾านตะวันออก ทําให฾มีทิวทัศนแที่สวยงาม
หลายแหง฽ เช฽น หาดนพรตั นแธารา จังหวดั กระบี่ หม฽เู กาะซมิ ลิ นั จังหวัดพังงา ชายฝั่งตะวันตกของภาคใต฾จึงเป็น
สถานที่ท฽องเที่ยวที่สําคัญแห฽งหน่ึงของประเทศ แม฽น้ําในภาคใต฾ ส฽วนใหญ฽เป็นแม฽น้ําสายส้ัน ๆ ไหลจาก
เทือกเขาลงสู฽ทะเล ที่สําคัญได฾แก฽ แม฽น้ําโก-ลก ซึ่งก้ันพรมแดนไทยกับมาเลเซียในจังหวัดนราธิวาส แม฽นํ้ากระ
บุรีซ่ึงก้ันพรมแดนไทยกับพม฽าในเขตจังหวัดระนอง แม฽น้ําตาปีในจังหวัดสุราษฏรแธานี และแม฽น้ําปัตตานีใน
จังหวัดยะลาและปัตตานี

ทวีปเอเชยี

1. ขนาดที่ต้งั และอาณาเขตติดต่อ

ทวีปเอเชียเปน็ ทวปี ท่ีมขี นาดใหญท฽ ่ีสดุ มีพื้นทีป่ ระมาณ 44 ลา฾ นตารางกิโลเมตร เปน็ ทวีปที่มีพื้นท่ีกว฾าง
ท่ีสุดในโลกต้ังอย฽ูทางทิศตะวันออกของโลก ทวีปเอเชียตั้งอย฽ูระหว฽างละติจูด 1 องศา 15 ลิปดาเหนือถึง 77
องศา 41 ลปิ ดาเหนอื และลองติจดู 24 องศา 4 ลิปดา ตะวันออกถงึ 169 องศา 40 ลปิ ดาตะวันตก
อาณาเขตติดต่อ

ทิศเหนอื ติดกับมหาสมุทรอารกแ ติก
ทิศใต฾ ติดกบั มหาสมุทรอนิ เดยี
ทิศตะวนั ออก ติดกับมหาสมทุ รแปซฟิ ิก
ทิศตะวันตก ตดิ กับเทอื กเขาอูราล ทวปี ยุโรป

2. ลักษณะภมู ิประเทศของทวีปเอเชยี

ทวีปเอเชียมีลักษณะเด฽นคือ มีภูมิประเทศท่ีเป็นภูเขาสูงอยู฽เกือบใจกลางทวีป ภูเขาดังกล฽าวทําหน฾าที่
เหมือนหลังคาโลกเพราะเป็นจุดรวมของเทือกเขาสําคัญ ๆ ในทวีปเอเชียจุดรวมสําคัญ ได฾แก฽ ปามีรแนอต
ยูนนานนอต และอามีเนียนนอต เทือกเขาสูง ๆ ของทวีปเอเชียวางแนวแยกย฾ายไปทุกทิศทุกทางจากหลังคาโลก

8

เช฽น เทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาคุนลุ฾น เทือกเขาเทียนชาน เทือกเขาอัลตินตัก เทือกเขาฮินดูกูซ เทือกเขา
สุไลมาน ยอดเขาเอเวอรแเรสตแ มีระดับสูง 8,850 เมตร จากระดับนํ้าทะเล (29,028 ฟุต) เป็นยอดเขาสูงที่สุด
ในโลกต้ังอย฽ูบนเทือกเขาหิมาลัย ระหว฽างเทือกเขาเหล฽าน้ีมีพื้นที่ค฽อนข฾างราบแทรกสลับอยู฽ ทําให฾เกิดเป็นแอ฽ง
แผ฽นดินท่ีอยู฽ในท่ีสูง เช฽น ที่ราบสูงทิเบต ท่ีราบสูงตากลามากัน ที่ราบสูงมองโกเลีย ที่ราบสูงยูนาน ลักษณะ
ภูมิประเทศดังกล฽าวข฾างต฾นทําให฾บริเวณใจกลางทวีปเอเชียกลายเป็นแหล฽งต฾นกําเนิดของแม฽นํ้าสายสําคัญท่ีมี
รูปแบบการไหลออกไปทุกทิศโดยรอบหลังคาโลก เช฽นไหลไปทางเหนือมีแม฽นํ้าอ็อบ เยนิเซ ลีน฽า
ทางตะวันออกเฉียงเหนือมีแม฽น้ําอามูรแ ทางตะวันออกมีแม฽นํ้าฮวงโห (หวงเหอ) แยงซีเกียง (ฉางเจียง) ซีเกียง
(ซีเจียง) ทางตะวันออกเฉียงใต฾มีแม฽นํ้าแดงโขง เจ฾าพระยา สาละวิน อิระวดี ทางใต฾มีแม฽น้ําพรหมบุตร คงคา
สินธุ ทางตะวันตกมีแม฽นํ้าอามู ดารแยา จากท่ีสูงอามีเนียนนอต มีแม฽นํ้าไทกรีส ยูเฟรตีส บทบาทของล฽ุมน้ํา
เหล฽านี้ คือพัดพาเอาตะกอนมาทับถมที่ราบอันกว฾างใหญ฽ไพศาล กลายเป็นแหล฽งเกษตรกรรมและท่ีอยู฽อาศัย
สําคัญ ๆ ของชาวเอเชีย โดยเฉพาะที่ราบดินดอนสามเหลี่ยมปากแม฽นํ้า จึงกลายเป็นแหล฽งที่มีประชากรอาศัย
อยห฽ู นาแน฽นท่สี ุด

3. ลักษณะภมู อิ ากาศของทวีปเอเชยี

ทวปี เอเชยี โดยส฽วนรวมประมาณ
ครงึ่ ทวปี อยภู฽ ายใต฾อทิ ธิพลของลมมรสมุ ตัง้ แต฽
ปากีสถานถึงคาบสมุทรเกาหลี เปน็ ผลทาํ ใหม฾ ีฝน
ตกชุกในฤดมู รสมุ ตะวันตกเฉียงใต฾ และมีอากาศ
หนาวในฤดูมรสมุ ตะวันออกเฉียงเหนือในเขต
ละตจิ ดู กลางหรือเขตอบอ฽นุ แถบจีนและญ่ปี ุน
จะไดร฾ บั อิทธิพลจากแนวปะทะอากาศบ฽อยครั้ง
ทางชายฝั่งตะวนั ออกของทวีปต้ังแตญ฽ ีป่ ุน
อินโดนเี ซีย จะไดร฾ ับอิทธพิ ลของลมไตฝ฾ ุน และ
ดเี ปรสชน่ั ทาํ ให฾ดินแดนชายฝั่งตะวนั ออกของหมเ฽ู กาะไดร฾ ับ
ความเสยี หายจากลมและฝนเสมอ ทางเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใตแ฾ ละเอเชียใต฾ ซ่งึ อยใ฽ู กล฾ศูนยสแ ูตรจะมี
ปรากฏการณแของหย฽อมความกดอากาศต่ําทําให฾มีอากาศลอยตวั กอ฽ เปน็ พายุฟูาคะนองเกิดขนึ้ เปน็ ประจาํ
ในเวลาบา฽ ย ๆ หรือใกลค฾ ่ํา แถบท่อี ยล฽ู กึ เขา฾ ไปในทวีปห฽างไกลจากทะเลจะมีภูมิอากาศแห฾งแลง฾ เป็นทะเลทราย

4. สภาพทางสังคม วัฒนธรรม ภาษา ศาสนา

เชื้อชาติเผ฽าพันธุแ ประชากร 2 ใน 3 ของประชากรท้ังหมด เป็นพวกมองโกลอยดแ มีพวกคอเคซอยดแ
อยู฽บ฾าง เช฽น ชาวรัสเซียอพยพมาจากยุโรปตะวันออก ประชากรของเอเชียมีความหลากหลาย ด฾านประกอบ
อาชีพ เศรษฐกิจของประเทศในเอเชียขึ้นอย฽ูกับภาคเกษตรกรรม ประชากรส฽วนใหญ฽ ประกอบอาชีพด฾าน
การเกษตร คอื การเพาะปลูก ข฾าว ข฾าวโพด และมีการเล้ียงสัตวแ ทั้งเล้ียงไว฾เป็นอาหาร และทํางาน นอกจากน้ี
ยังมกี ารคา฾ ขาย การประมง การทําเหมอื งแร฽

ลักษณะทางเศรษฐกจิ

1. การเพาะปลูกทําในท่ีราบลุ฽มของแม฽น้ําต฽าง ๆ ได฾แก฽ ข฾าว ยางพารา ปาลแม ปอ ฝูาย ชา กาแฟ
ขา฾ วโพด

9

2. การเลี้ยงสัตวแ ในเขตอากาศแห฾งแล฾งจะเล้ียงแบบเร฽ร฽อนซ่ึงเล้ียงไว฾ใช฾เน้ือและนมเป็นอาหาร ได฾แก฽
อูฐ แพะ แกะ โค ม฾า และจามรี

3. การทาํ ปุาไม฾ ปุาไมใ฾ นเขตเมอื งร฾อนจะเป็นไมเ฾ นื้อแข็ง ผลผลิตท่ไี ด฾สว฽ นใหญน฽ ําไปกอ฽ สร฾าง
4. การประมง ทาํ ในบริเวณแมน฽ ้ําลาํ คลอง หนอง บึงและชายฝงั่ ทะเล
5. การทําเหมืองแร฽ ทวีปเอเชียอดุ มไปดว฾ ยแรธ฽ าตนุ านาชนิด
6. อุตสาหกรรม การทําอุตสาหกรรมหลายประเทศในเอเชีย เริ่มจากอุตสาหกรรมในครัวเรือนแล฾ว
พัฒนาข้ึนเปน็ โรงงานขนาดเลก็ ขนาดกลาง ขนาดใหญ฽

ประชากร

ทวีปเอเชียมีประชากรมากท่ีสุดในโลกประมาณ 3,155 ล฾านคน ประชากรส฽วนใหญ฽มาจากพันธุแ
มองโกลอยดแประชากรอาศัยอยู฽หนาแน฽นบริเวณชายฝ่ังทะเลและที่ราบล฽ุมแม฽น้ําต฽าง ๆ เช฽น ลุ฽มแม฽นํ้า
เจ฾าพระยา ลุ฽มแม฽นํ้าแยงซีเกียง ล฽ุมแม฽น้ําแดงและล฽ุมแม฽น้ําคงคาส฽วนบริเวณท่ีมีประชากรเบาบาง จะเป็น
บริเวณที่แห฾งแลง฾ กันดารหนาวเยน็ และในบรเิ วณท่ีเปน็ ภูเขาซบั ซ฾อน ซ่งึ สว฽ นใหญจ฽ ะเปน็ บริเวณกลางทวีป

ภาษา

1. ภาษาจีน
ภาษาที่ใช฾กันมากในทวีปเอเชีย โดยใช฾กันในประเทศจีน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต฾ เช฽น สิงคโปรแ
ประมาณว฽าประชากรเอเชีย 1,000 ล฾านคน พูดภาษาจีน แต฽เป็นภาษาท่ีแตกต฽างกันไป เช฽น ภาษาแต฾จ๋ิว
ไหหลํา จีนกลาง หรือท่ีเรยี กวา฽ ภาษาแมนดาริน
2. ภาษาอินเดีย

เป็นภาษาที่ใช฾กันแพร฽หลายรองลงมาอนั ดบั 2 โดยสว฽ นใหญ฽ใช฾กนั ในประเทศอินเดีย และปากสี ถาน
3. ภาษาอาหรับ

เป็นภาษาที่ใช฾กันแพรห฽ ลายมากอันดบั 3 โดยใชก฾ นั ในแถบเอเชียตะวนั ตกเฉยี งใต฾

4. ภาษารัสเซีย
เป็นภาษาท่ีใช฾กันมากอันดับ 4 โดยใช฾กันในรสั เซยี และเครอื จกั รภพ

ศาสนา

ทวีปเอเชียเป็นแหล฽งกําเนิดศาสนาท่ีสําคัญของโลก เช฽น ศาสนาคริสตแ ศาสนาอิสลาม ศาสนาพุทธ
ศาสนาฮินดู และยูดาหแ ในเอเชียตะวันตกเฉียงใต฾ประชากรส฽วนใหญ฽นับถือศาสนาฮินดูกว฽า 500 ล฾านคน
ในอินเดีย รองลงมาคือ ศาสนาอิสลามมีผู฾นับถือประมาณ 450 ล฾านคน นอกจากน้ียังมีลัทธิเตเา ลัทธิขงจ้ือ
ที่แพรห฽ ลายในจีน ลทั ธชิ ินโตในญ่ีปนุ

10

ทวปี ยโุ รป
1. ขนาดทตี่ ้งั และอาณาเขตติดตอ่

ทวปี ยโุ รปเป็นทวีปท่มี ลี ักษณะทางกายภาพทเ่ี หมาะสมในการต้งั ถนิ่ ฐานทงั้ ในดา฾ นลกั ษณะภูมิประเทศ
ที่มที ร่ี าบล฽ุม เทือกเขาที่ไม฽ตงั้ ก้ันทางลม มีแม฽นํ้าหลายสาย ลักษณะภูมิอากาศท่ีอบอ฽นุ ช฽มุ ชน่ื มีทรัพยากรธรรมชาติ
คอื เหลก็ และถ฽านหนิ ซึ่งเป็นสว฽ นสาํ คัญอยา฽ งยง่ิ ต฽อการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ฽ จึงสง฽ ผลให฾ทวปี ยุโรป
มปี ระชากรตง้ั ถน่ิ ฐาน
หนาแน฽นทส่ี ุดในโลก อีกทงั้
เป็นทวปี ท่ีมอี ารยธรรมท่ี
เก฽าแก฽ คือ อารยธรรมกรีก
และโรมัน
ทวีปยุโรป เป็นทวีปท่ีต้ังอยู฽
ระหว฽างละติจูด 36 องศา 1
ลิปดาเหนือถึง 71 องศา 10
ลิปดาเหนือและระหว฽างลองติ
จูด 9 องศาตะวันตก ถึง 66
องศาตะวันออก จากพิกัด
ภมู ศิ าสตรแจะสังเกตได฾ว฽า ทวีป
ยุโรปมีพื้นที่ท้ังหมดอยู฽ในซีก
โลกเหนือและอยู฽เหนือเส฾น
ท ร อ ปิ ค อ อ ฟ แ ค น เ ซ อ รแ มี เ ส฾ น สํ า คั ญ ที่ ล า ก ผ฽ า น คื อ
เส฾นอารแกติกเซอรแเคิล และเส฾นลองติจูดท่ี 0 องศา มีเน้ือท่ีประมาณ 9.9 ล฾านตารางกิโลเมตร จึงเป็นทวีปท่ีมี
ขนาดเล็ก โดยมขี นาดเล็กรองจากทวปี ออสเตรเลีย

อาณาเขตติดตอ่
ทิศเหนอื ติดกับมหาสมทุ รอารแกตกิ และขั้วโลกเหนือ จดุ เหนอื สุดอยท฽ู ีแ่ หลมนอรแท (North Cape)
ในประเทศนอรแเวยแ
ทิศใต้ ตดิ กับทะเลเมดิเตอรแเรเนียน จุดใต฾สุดอยูท฽ เ่ี กาะครีต ประเทศกรชี
ทิศตะวันออก ติดต฽อกับทวีปเอเชีย โดยมีเทือกเขาอูราล เทือกเขาคอเคซัสและทะเลแคสเปียนเป็น
เส฾นกนั้ พรมแดน
ทิศตะวันตก ติดต฽อกับมหาสมุทรแอตแลนติก จุดตะวันตกสุดของทวีปอย฽ูที่แหลมโรคาประเทศ
โปรตุเกส

2. ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ

ลกั ษณะภมู ิประเทศแบ฽งออกเปน็ 4 เขต ได฾แก฽

11

1. เขตเทือกเขาตอนเหนือ ได฾แก฽ บริเวณคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ภูมิประเทศส฽วนมากประกอบด฾วย
เทือกเขาสูงและท่ีราบชายฝั่งทะเล เทือกเขาที่สําคัญในบริเวณนี้ได฾แก฽ เทือกเขาเซอรอนและเทือกเขาแกรม
เปียน เน่ืองจากทวีปยุโรปเคยถูกปกคลุมด฾วยน้ําแข็งมาก฽อน บริเวณชายฝ่ังทะเลถูกธารนํ้าแข็งกัดเซาะและ
ทับถม ทาํ ใหเ฾ กิดชายฝงั่ เวา฾ แหวง฽ และอ฽าวน้ําลึกทเ่ี รียกว฽า ฟยอรดแ พบมากในประเทศนอรแเวยแและแคว฾นสกอตแลนดแ

2. เขตท่ีราบสูงตอนกลาง ประกอบด฾วยที่ราบสูงสําคัญ ได฾แก฽ ท่ีราบสูงแบล็กฟอเรสตแตอนใต฾ของ
เยอรมันนี ท่ีราบสูงโบฮีเมีย เขตติดต฽อระหว฽างเยอรมันนีและสาธารณรัฐเช็คที่ราบเมเซตา ภาคกลางของ
คาบสมุทรไซบีเรีย ในเขตประเทศสเปนและโปรตุเกส ท่ีราบสูงมัสชีพซองตรัล ตอนกลางของประเทศฝร่ังเศส

3. เขตท่ีราบตอนกลาง ครอบคลมุ พน้ื ที่ตั้งแต฽ชายฝ่ังมหาสมทุ รแอตแลนติกไปจนถึงเทือกเขา
อูราลในรัสเซีย ตะวันตกของฝร่ังเศส ตอนใต฾ของสหราชอาณาจักรเบลเยี่ยม เนเธอรแแลนดแ เดนมารแก
ภาคเหนือของเยอรมันนีโปแลนดแและบางส฽วนของรัสเซียเป็นบริเวณท่ีมีประชากรอาศัยอย฽ูหนาแน฽นที่สุด
และมีความสําคัญทางเศรษฐกิจอย฽างมาก เนื่องจากเป็นพ้ืนที่เกษตรกรรมท่ีสําคัญของทวีปในบริเวณน้ีมีแม฽น้ํา
ทส่ี าํ คญั ไดแ฾ ก฽ แมน฽ าํ้ ไรนแ แมน฽ ํา้ เชน แมน฽ ้าํ ลัวรแ และแม฽น้ําเอลเบ

4. เขตเทือกเขาตอนใต้ ประกอบด฾วยเทือกเขาสูง เทือกเขาที่สําคัญในบริเวณนี้ได฾แก฽ เทือกเขาแอลป฼
ซ่ึงเป็นเทือกเขาที่มีขนาดใหญ฽ที่สุดในทวีปยุโรป ทอดตัวยาวตั้งแต฽ตะวันออกเฉียงใต฾ของฝรั่งเศสผ฽าน
สวิตเซอรแแลนดแ เยอรมันนี ออสเตรยี เซอรแเบีย ไปจนถงึ ทางเหนอื ของอิตาลี บริเวณยอดเขามีธารน้าํ แข็ง
ปกคลุมเกือบตลอดทัง้ ปี บางชว฽ งเป็นหุบเขาลึก ยอดเขาท่ีสูงท่ีสุดในเทือกเขาแอลป฼ คือ มองตแบลังกแ สูง 4,807
เมตร จากระดับนํ้าทะเล นอกจากน้ียังประกอบด฾วยยอดเขาคอเคซัส ทางตอนใต฾ของรัสเซียมียอดเขาเอลบรูส
สงู 5,642 เมตร จากระดับนํา้ ทะเล ซงึ่ เป็นยอดเขาทีส่ งู ท่สี ุดในยุโรป

แมน่ ้า แม฽นาํ้ ทส่ี าํ คัญในทวปี ยุโรป มีดังนี้

แม่น้าโวลกา เปน็ แมน฽ ํ้าสายยาวท่สี ุดในทวปี มีตน฾ น้าํ อยู฽บริเวณตอนกลางของสหพันธรัฐรัสเซียไหลลง
สท฽ู ะเลแคสเปยี น

แม่น้าดานูบ มีต฾นกําเนิดจากเทือกเขาทางภาคใต฾ของเยอรมัน ไหลผ฽านประเทศออสเตรีย ฮังการี
ยูโกสลาเวีย พรมแดนระหว฽างประเทศบัลแกเรียกับประเทศโรมาเนีย แล฾วไหลลงส฽ูทะเลดํา แม฽นํ้าดานูบเป็น
แม฽น้ําท่ีไหลผ฽านหลายประเทศ ดังนั้นจึงถือว฽าเป็นแม฽นํ้านานาชาติแต฽ในด฾านความสําคัญของการขนส฽งสินค฾า
อุตสาหกรรมนัน้ มีไม฽มากเทา฽ กบั แมน฽ ํ้าไรนแ เนอื่ งจากแม฽นํา้ ดานูบไหลออกส฽ทู ะเลดําซงึ่ เป็นทะเลภายใน

แม่นา้ ไรน์ มตี น฾ กาํ เนิดจากเทอื กเขาแอลป฼ทางตอนใต฾ของสวสิ เซอรแแ ลนดแ ไหลขึ้นไปทางเหนือระหว฽าง
พรมแดนฝรั่งเศสและเยอรมันไปยังเนเธอรแแลนดแ แล฾วไหลลงทะเลเหนือ แม฽น้ําไรนแเป็นแม฽นํ้าท่ีมีความสําคัญ
มาก มปี รมิ าณน้าํ ไหลสมา่ํ เสมอ ไหลผา฽ นทรี่ าบและไหลผ฽านหลายประเทศจึงถือว฽าเป็นแม฽นํ้านานาชาติ และยัง
เป็นเส฾นทางขนส฽งวัตถุดิบและสินค฾าท่ีสําคัญ คือ ถ฽านหิน แร฽เหล็ก และแปูงสาลี โดยเฉพาะการขนส฽งถ฽านหิน
ซ่ึงมีปริมาณมากในย฽านอุตสาหกรรมถ฽านหินของเยอรมัน แม฽น้ําสายน้ีจึงได฾รับสมญานามว฽า “แม฽น้ําถ฽านหิน”
การขนสง฽ สนิ ค฾าผ฽านทางแมน฽ ํ้าไรนแนี้ จะออกสบ฽ู ริเวณปากแมน฽ าํ้ ซ่งึ เปน็ ท่ตี ั้งของเมืองท฽า
รอตเตอรดแ มั (เนเธอรแแ ลนดแ) ซ่ึงเป็นเมืองทา฽ ท่ีสําคญั ทีส่ ดุ ของทวีป

3. ลักษณะภมู อิ ากาศ เขตอากาศ

ปจั จัยท่มี ีอิทธิพลต่อภมู ภิ าคอากาศของทวปี ยโุ รป

1. ละติจูด ทวีปยุโรปมีที่ตั้งอยู฽ระหว฽างละติจูด 36 องศา 1 ลิปดาเหนือ ถึง 71 องศา 10 ลิปดาเหนือ
พนื้ ที่สว฽ นใหญอ฽ ยใู฽ นเขตอบอนุ฽ มเี พยี งตอนบนของทวีปทอี่ ยู฽ในเขตอากาศหนาวเย็นและ ไมม฽ สี ฽วนใดของทวปี
ทอ่ี ยูใ฽ นเขตอากาศรอ฾ น

12

2. ลมประจา ลมประจําที่พัดผ฽านทวีปยุโรป คือ ลมตะวันตก ซึ่งพัดมาจากมหาสมุทรแอตแลนติกเข฾า
ส฽ูทวีปทางด฾านตะวันตก มีผลทําให฾บริเวณฝ่ังตะวันตกของทวีปมีปริมาณฝนค฽อนข฾างมาก อุณหภูมิระหว฽างฤดู
ร฾อนกับฤดูหนาวไม฽ค฽อยแตกต฽างกันมากนัก แต฽ถ฾าลึกเข฾ามาภายในทางด฾านตะวันออกของทวีปซ่ึงติดกับทวีป
เอเชยี นนั้ ปรมิ าณฝนจะลดลงและจะมีความแตกต฽างของอุณหภูมริ ะหวา฽ งฤดูร฾อนกับฤดูฝนมากขนึ้ ดว฾ ย

3. ความใกล้ไกลทะเล ทวีปยุโรปมีชายฝ่ังทะเลยาวและเว฾าแหว฽ง ประกอบกับมีพื้นท่ีติดทะเลถึง 3
ด฾าน ทําให฾ได฾รับอิทธิพลจากทะเลและมหาสมุทรอย฽างทั่วถึง โดยเฉพาะบริเวณท่ีอย฽ูใกล฾ชายฝ่ัง ดังนั้นจึงไม฽มี
พืน้ ท่ีใดในทวีปยโุ รปท่มี ภี ูมอิ ากาศแห฾งแล฾ง

4. ทิศทางของเทือกเขา เทือกเขาส฽วนใหญ฽ในทวีป วางตัวในแนวทิศตะวันออกตะวันตก ทําให฾ไม฽ก้ัน
ขวางทางลมตะวันตกท่พี ดั เขา฾ สท฽ู วปี

5. กระแสน้าในมหาสมุทร บรเิ วณ
ชายฝ่ังมกี ระแสนาํ้ อ฽นุ แอตแลนตกิ เหนอื ไหลผ฽าน
ทางตะวันตกและตะวนั ตกเฉยี งเหนือของทวปี
ทาํ ใหน฾ า฽ นน้ําบรเิ วณเกาะบริเวนใหญแ฽ ละประเทศ
นอรเแ วยไแ ม฽เปน็ นา้ํ แขง็ ในฤดูหนาว จงึ แตกต฽างจาก
บรเิ วณทะเลบอลตกิ ทน่ี ํ้ากลายเป็นน้าํ แข็ง ทาํ ให฾
ประเทศสวีเดน ตอ฾ งเปลีย่ นเส฾นทางการขนสง฽
สนิ คา฾ จากทางเรอื ไปเป็นการขนสง฽ โดยใชเ฾ ส฾นทาง
รถไฟจากสวีเดนไปยังนอรแเวยแแลว฾ จึงนาํ สนิ ค฾าลง
เรือทเี่ มืองท฽าประเทศนอรเแ วยแ

เขตภูมอิ ากาศแบง่ ออกได้เปน็ 7 เขต ดงั นี้

1. ภูมิอากาศแบบทะเลเมดิเตอร์เรเน่ียน ได฾แก฽ บริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอรแเรเนียนในเขตประเทศ
อิตาลี ฝรั่งเศส ภาคใต฾ของสเปน แอลเบเนีย กรีซ บัลแกเรีย และเซอรแเบีย ฤดูร฾อนมีอากาศร฾อน อุณหภูมิ
เฉลีย่ 23 องศาเซสเซยี ส ในฤดหู นาวมีอากาศอบอ฽ุนและมีฝนตกอุณหภูมิเฉลี่ย 8 องศาเซลเซียส ปริมาณฝนตก
เฉล่ยี 500 - 1,000 มลิ ลิเมตรต฽อปี

2. ภูมอิ ากาศแบบทุง่ หญ้าก่ึงทะเลทราย ได฾แก฽ บริเวณภาคกลางของคาบสมุทรไซบีเรยี ตอนเหนือ
ของทะเลดาํ และทะเลแคสเปียนในเขตประเทศ
ฮงั การี ยูเครน โรมาเนีย และตอนใต฾ของรัสเซีย
มฝี นตกนอ฾ ยมาก เฉล่ียปลี ะ 250 -500
มิลลเิ มตรต฽อปี

3. ภูมอิ ากาศแบบพ้นื สมุทร ไดแ฾ ก฽
สหราชอาณาจักร เนเธอรแแลนดแ ฝรงั่ เศส
เดนมารแก เบลเยย่ี ม และตอนเหนือของ
เยอรมนี มีฝนตกชกุ ตลอดทั้งปีเฉลยี่ 750 -
1,500 มิลลเิ มตรต฽อปี ฤดหู นาวอากาศ
ไม฽หนาวจัด อุณหภูมิเฉลีย่ 1 - 7 องศา
เซลเซยี ส เนอื่ งจากได฾รับอิทธิพลจากกระแส
น้าํ อน฽ุ แอตแลนติกเหนอื

13

4. ภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้น ได฾แก฽ บริเวณท่ีราบล฽ุมแม฽น้ําดานูบในฮังการีตอนเหนือของเซอรแเบียและ
โรมาเนีย มีอากาศอบอ฽ุนฝนตกตลอดท้ังปีเฉล่ีย 500 - 1,000 มิลลิเมตรต฽อปี เน่ืองจากได฾รับอิทธิพลความช้ืน
จากทะเล

5. ภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้นภาคพ้ืนทวีป ได฾แก฽ ยุโรปตะวันออก และยุโรปกลาง รัสเซีย สาธารณ
รัฐเช็ค สาธารณรัฐสโลวักและโปแลนดแ ฤดูหนาวมีอากาศหนาวและแห฾งแล฾ง ฤดูร฾อนมีอากาศอบอ฽ุนและมี
ฝนตก อณุ หภูมเิ ฉลี่ย 19-20 องศาเซลเซยี ส ปริมาณฝน 500-750 มลิ ลิเมตรต฽อปี

6. ภูมอิ ากาศแบบไทกา ได฾แก฽ ตอนเหนือของฟินแลนดแ สวีเดน และนอรแเวยแ ฤดูหนาวมีอากาศหนาว
เย็นและยาวนาน อุณหภูมิเฉล่ีย 6 องศาเซลเซียส ฤดูร฾อนอากาศอบอุ฽นอุณหภูมิเฉลี่ย 17 องศาเซลเซียส
มีปรมิ าณฝนตกน฾อยและสว฽ นมากเป็นหมิ ะเฉลี่ย 600 มิลลเิ มตรต฽อปี

7. ภูมิอากาศแบบข้ัวโลกหรือภูมิอากาศแบบทุนดรา ได฾แก฽ ทางเหนือของทวีปที่มีชายฝ่ังติดกับ
มหาสมุทรอารแกตกิ ฤดูหนาวมอี ากาศหนาวจัดและยาวนานปลี ะ 10-11 เดอื น ฤดูรอ฾ นมอี ากาศอบอน฽ุ และ
ส้ันเพียง 1-2 เดอื น อณุ หภูมิเฉล่ียตลอดทัง้ ปปี ระมาณ 10 องศาเซลเซียส ปริมาณฝนตกน฾อยมากและส฽วนมาก
เปน็ หมิ ะ

4. ลกั ษณะเศรษฐกจิ และ สภาพแวดลอ้ มทางสงั คมวัฒนธรรม

ลกั ษณะเศรษฐกิจ

ทวีปยุโรปมคี วามเจรญิ ทัง้ ในด฾านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม โดยมีเขตเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม
ดงั นี้

การทาเกษตรกรรม

1. เขตปลูกขา้ วสาลี ไดแ฾ ก฽ บริเวณที่ราบภาคกลาง โดยเฉพาะบริเวณประเทศฮังการี โรมาเนีย ยูเครน
ซ่งึ เปน็ แหล฽งผลติ ข฾าวสาลีแหลง฽ ใหญ฽

2. เขตทาไร่ปศุสัตว์ ส฽วนใหญ฽จะพบในบริเวณเขตอากาศแห฾งแล฾ง ไม฽ค฽อยเหมาะกับการเพาะปลูก
แต฽มีหญ฾าที่สามารถเลี้ยงสัตวแได฾ เช฽น บริเวณชายฝั่งทะเลแคสเปียน และท่ีราบสูงของทวีป สัตวแท่ีเลี้ยง ได฾แก฽
โคเน้ือ แกะ แพะ ส฽วนการเลี้ยงโคนม จะพบบริเวณเขตอากาศชื้นภาคพื้นสมุทร เน่ืองจากมีทุ฽งหญ฾าอุดม
สมบรู ณแมากกว฽า

3. เขตเกษตรกรรมแบบผสม ไดแ฾ ก฽ เขตที่มีการเล้ียงสัตวแควบค฽ูกับการปลูกพืช เช฽น การปลูกข฾าวสาลี
ข฾าวบาเลยแ การเลย้ี งสัตวแ เช฽น โคเนือ้ โคนม ซึ่งพบมากบริเวณภาคตะวนั ตก และภาคกลางของทวีป

4. เขตเกษตรแบบเมดิเตอร์เรเนียน พบบริเวณเขตชายฝง่ั ทะเลเมดเิ ตอรแเรเนียน เชน฽ อิตาลี กรีซ พืช
สําคญั ได฾แก฽ ส฾ม องุ฽น มะกอก

5. เขตเลีย้ งสตั วแ์ บบเรร่ ่อน มกี ารเล้ยี งสัตวแแ บบทีม่ ีการยา฾ ยถ่ินที่อยเ฽ู พอ่ื หาแหล฽งอาหารแหล฽งใหม฽
ที่อุดมสมบรู ณกแ ว฽า บรเิ วณท่ีมกี ารเลยี้ งสัตวแแบบเร฽ร฽อน คือ บริเวณท่ีมีอากาศหนาวเย็น เช฽น ชายฝ่ังมหาสมุทร
อารแกติก หรอื เขตอากาศแบบทนุ ดรา

การป่าไม้

แหล฽งปุาไม฾ที่สําคัญของทวีป คือ เขตภูมิอากาศแบบไทกา บริเวณคาบสมุทร สแกนดิเนเวีย ซึ่งจะมี
ปุาสนเป็นบริเวณกว฾าง

14

การประมง

จากลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของทวปี ยโุ รปทมี่ ชี ายฝ่ังทะเลยาวและเวา฾ แหว฽ง ติดทะเล ทั้ง 3 ด฾าน ประกอบ
กับการมีกระแสนาํ้ อุ฽นแอตแลนตกิ เหนอื ไหลผ฽านทาํ ให฾ในฤดูหนาวนํ้าไมเ฽ ปน็ น้ําแข็ง จงึ กลายเป็นแหลง฽ ประมง
ท่สี าํ คัญของทวีป มชี อ่ื ว฽า “ดอกเกอรแ์ บงก์ (Dogger Bank)

การเหมอื งแร่

ทวีปยุโรปมที รพั ยากรท่มี ีความสาํ คัญมากต฽อการทําอตุ สาหกรรม ไดแ฾ ก฽ เหลก็ และถ฽านหิน
แรถ฽ า฽ นหิน ใช฾เปน็ เชื้อเพลงิ ในการถลุงเหล็ก โดยมแี หล฽งถ฽านหนิ ที่สําคญั เช฽น ภาคเหนอื ของฝร่งั เศส
และภาคกลางของเบลเย่ียม เยอรมนั เป็นต฾น
แร฽เหล็ก เมื่อผ฽านการถลุงแล฾วจะนําไปใช฾ในอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล฾า โดยมีแหล฽งแร฽เหล็กท่ี
สําคัญ เชน฽ ประเทศสวเี ดน ฝรั่งเศส
น้ํามันปโิ ตรเลยี มมี 2 แหล฽งท่ีสาํ คญั คอื ทะเลเหนือ และทะเลดํา

การอตุ สาหกรรม

ทวีปยุโรปเป็นศูนยแกลางอุตสาหกรรมท่ีสําคัญแห฽งหน่ึงของโลก ประเทศท่ีมีช่ือเสียงมาก คือ สหราช
อาณาจักร ฝรั่งเศส เบลเย่ียม สวีเดน โดยบริเวณนี้จะมีแร฽เหล็กและถ฽านหินซ่ึงเป็นส฽วนสําคัญในการทํา
อตุ สาหกรรม

สภาพแวดลอ้ มทางสงั คมและวัฒนธรรม

ลักษณะประชากร

1. มปี ระชากรมากเป็นอนั ดบั 4 ของโลก และหนาแนน฽ มากเป็นอันดบั 2 ของโลก
2. มีการกระจายประชากรท่ัวทั้งทวีป เน่ืองจากความเหมาะสมในด฾านสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ
และทรพั ยากร
3. บรเิ วณท่มี ปี ระชากรหนาแนน฽ คอื บรเิ วณที่ราบภาคตะวนั ตกและภาคกลางของทวปี สว฽ นบรเิ วณ
ที่มปี ระชากรเบาบาง คอื บรเิ วณคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย และเขตยุโรปตะวันออก

ประวัตศิ าสตร์ แบง฽ ได฾ 3 สมัยคอื

1. สมัยโบราณ หรือ อารยธรรมสมยั คลาสสคิ มกี รีกและโรมนั เป็นศูนยแกลางความเจริญ โดยตั้งม่ันอย฽ู
ทางตอนใต฾ของทวีปยุโรปในแถบทะเลเมดิเตอรเแ รเนียน

กรีก ชนชาติกรกี ไดถ฾ า฽ ยทอดมรดกทางศลิ ปวัฒนธรรมไว฾หลายประการ ได฾แก฽

1. การปกครอง ชาวกรีกไดใ฾ หส฾ ิทธิราษฎรในการลงคะแนนเสียงเลอื กเจ฾าหนา฾ ท่ีฝุายปกครอง
2. ศิลปวัฒนธรรม ชาวกรกี มคี วามสามารถในด฾านวรรณคดี การละคร และสถาปัตยกรรม
สถาปตั ยกรรมทม่ี ชี ่อื เสยี ง คือ วิหารพาเธนอน นอกจากนีย้ ังมีการแข฽งขนั กีฬาท่เี ป็นทร่ี ฾จู ักกันดี คอื กฬี า
โอลิมปิก
3. ปรชั ญาความคิด นกั ปรชั ญากรีกทีม่ ชี ื่อเสียง คอื อรสิ โตเติล และเพลโต

โรมัน ชนชาติโรมันได฾รับความเจริญต฽าง ๆ จากกรีก ส่ิงท่ีชาวโรมันได฾ถ฽ายทอดให฾กับชนรุ฽นหลังคือ
ประมวลกฎหมาย และภาษาละติน

15

2. สมัยกลาง ในช฽วงนี้ยุโรปมีศึกสงครามเกือบตลอดเวลา จนทําให฾การพัฒนาด฾านต฽าง ๆ ต฾องหยุดชะงัก
ยุคนี้จึงได฾ชื่อว฽าเป็น “ยุคมืด” หลังจากผ฽านพ฾นช฽วงสงครามจึงเป็นช฽วงของการฟ้ืนฟูศิลปะวิทยาการเริ่มให฾
ความสําคัญกับมนุษยแมากขึ้น เรยี กยุคนว้ี ฽า ยคุ เรอเนสซองซ (Renaissance)

3. สมัยใหม่ ยุคน้ีเป็นยุคแห฽งการแสวงหาอาณานิคม ทําให฾ศิลปวัฒนธรรมของชาติตะวันตกแผ฽ขยาย
ไปยังดนิ แดนตา฽ ง ๆ นอกจากนย้ี ังมีเหตุการณแสาํ คัญ คอื การปฏิวัตวิ ิทยาศาสตรแแ ละการปฏวิ ัตอิ ตุ สาหกรรม

ทวปี อเมริกาใต้

1. ขนาดท่ีตั้งและอาณาเขตตดิ ต่อ
ทวีปอเมริกาใต฾เป็นทวีปที่ใหญ฽เป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากทวีปเอเชีย ทวีปแอฟริกา และทวีป
อเมริกาเหนือ มีพื้นท่ีประมาณ 17.8 ล฾านตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 299 ล฾านคน รูปร฽างของทวีป
อเมริกาใต฾คล฾ายคลึงกับทวีปอเมริกาเหนือ คือ มีลักษณะคล฾ายรูปสามเหลี่ยมหัวกลับ มีฐานกว฾างอย฽ูทางทิศ
เหนือ สว฽ นยอดสามเหล่ียมอยท฽ู างทศิ ใต฾
ต้ังอยู฽ในแถบซีกโลกใต฾ ระหว฽างละติจูด 12 องศา 25 ลิปดาเหนือ ถึง 56 องศาใต฾และลองติจูด 34
องศา 47 ลิปดาตะวันตก ถึง 81 องศา 20 ลปิ ดาตะวนั ตก อาณาเขตของทวปี อเมรกิ าใตม฾ ีดังนี้
อาณาเขตตดิ ต่อ
ทิศเหนือ ติดกับทวีปอเมริกาเหนือ โดยมีคลองปานามาเป็นเส฾นกั้นเขตแดนและติดต฽อกับทะเล
แคริบเบยี น ในมหาสมทุ รแอตแลนตกิ จดุ เหนือสดุ อยทู฽ ีแ่ หลมกายนี าสในประเทศโคลอมเบีย
ทิศใต้ ติดกับทวีปแอนตารแกติกา มีช฽องแคบเดรกเป็นเส฾นก้ันเขตแดน จุดใต฾สุดอย฽ูที่แหลมโฟรแวารแด
ในคาบสมทุ รบรันสวกิ ประเทศชิลี
ทศิ ตะวนั ออก ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก จุดตะวันออกสดุ อยทู฽ ี่แหลมโคเคอรสู ในประเทศบราซลิ
ทิศตะวันตก ติดกบั มหาสมุทรแปซฟิ กิ จดุ ตะวนั ตกสุดอยูท฽ ่แี หลมปารนี เยสในประเทศเปรู
2. ลักษณะภมู ปิ ระเทศ
ลักษณะภูมปิ ระเทศของทวีปอเมริกาใต฾สามารถแบ฽งออกได฾ 3 ลักษณะไดแ฾ ก฽
1. เขตเทอื กเขาตะวันตก ได฾แก฽ บริเวณเทอื กเขาแอนดสี ซ่ึงทอดตวั ยาวขนานไปกับชายฝ่ังมหาสมุทร
แอตแลนติก ตั้งแต฽ทางเหนือบริเวณทะเลแคริบเบียนไปจนถึงแหลมฮอรแนทางตอนใต฾ มีความยาวประมาณ
7,200 กิโลเมตร เป็นแนวเทือกเขาท่ียาวท่ีสุดในโลกยอดเขาสูงที่สุดในบริเวณนี้ คือ ยอดเขาอะคองคากัว
สูงประมาณ 6,924 เมตร จากระดับน้ําทะเล บริเวณตอนกลางของเทือกเขามีที่ราบสูงท่ีสําคัญคือ ที่ราบสูง
โบลิเวีย มีความสูงถึง 4,500 เมตร จากระดับน้ําทะเล และมีขนาดกว฾างใหญ฽เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากท่ี
ราบสูงทิเบต บนท่ีราบสูงแห฽งนี้มีทะเลสาบซึ่งเป็นทะเลสาบที่สูงท่ีสุดในโลก ได฾แก฽ ทะเลสาบติติกากา
ในประเทศเอกวาดอรแ
2. เขตท่ีราบสงู ตะวนั ออก ประกอบดว฾ ยท่รี าบสูงสําคัญ 3 แห฽ง ได฾แก฽
ที่ราบสูงกิอานา ตั้งอยู฽ทางตอนเหนือของทวีป ในเขตประเทศเวเนซูเอลา กายอานาซูรินาเม เฟรนซแ
เกียนา และภาคเหนอื ของบราซลิ มีลกั ษณะทเี่ ป็นที่ราบสงู สลบั กบั เทือกเขาสลบั ซบั ซ฾อน
ทร่ี าบสูงบราซิล ตง้ั อย฽ูตอนกลางของทวีป บริเวณตะวันออกของประเทศบราซิล ตั้งอย฽ูระหว฽างท่ีราบ
ลุม฽ แม฽นาํ้ แอมะซอน ทร่ี าบลมุ฽ แมน฽ ํ้าปารานา และท่รี าบลม฽ุ แม฽นาํ้ ปารากวัย ทางตะวันออกมีความสูงชัน จากนั้น
คอ฽ ย ๆ ลาดตา่ํ ลงไปทางตะวันตก
ที่ราบสูงปาตาโกเนีย ตั้งอย฽ูทางตอนใต฾ของทวีป ในเขตประเทศอารแเจนตินาทางตะวันออกค฽อนข฾าง
ราบเรยี บและคอ฽ ย ๆ สูงข้นึ ไปเรอื่ ย ๆ ทางตะวนั ตก

16

3. เขตท่ีราบลุ่มแม่น้า อย฽ูบริเวณตอนกลางของทวีป เป็นท่ีราบดินตะกอนที่มีความอุดมสมบูรณแและ
กว฾าง ต้ังอย฽ูระหว฽างเทือกเขาแอนดีสและที่ราบสูงทางตะวันออก เขตที่ราบลุ฽มแม฽นํ้าที่สําคัญของทวีปอเมริกา
ใต฾มี 2 บริเวณไดแ฾ ก฽

ทรี่ าบลมุ่ แม่น้าแอมะซอนหรอื อเมซอน เปน็ ทีร่ าบลม฽ุ แมน฽ ้ําท่ีใหญ฽ท่สี ุดในโลก มีพ้ืนที่ประมาณ 7 ล฾าน
ตารางกิโลเมตร มีแม฽นํ้าหลายสายไหลผ฽าน ส฽วนมากมีต฾นกําเนิดจากเทือกเขาแอนดีสและไหลส฽ูมหาสมุทร
แอตแลนตกิ แมน฽ ้าํ ทีส่ ําคญั ทีส่ ดุ ในบรเิ วณน้ีคอื แมน฽ ้าํ แอมะซอน

ที่ราบลุ่มแม่น้าโอริโนโค อยู฽ทางตอนเหนือของทวีป ในเขตประเทศโคลอมเบีย และเวเนซุเอลา
บริเวณนี้เป็นเขตเลี้ยงสตั วทแ ส่ี าํ คัญของทวปี อเมริกาใต฾

แม฽น้าํ ทส่ี าํ คัญในทวปี อเมรกิ าใต฾ ได฾แก฽
แมน่ ้าแอมะซอน มคี วามยาว 6,440 กิโลเมตร เป็นแม฽นํ้าท่ีมีความยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจาก
แมน฽ ํ้าไนลแ มีต฾นกาํ เนิดจากเทอื กเขาแอนดีส ไหลผา฽ นประเทศบราซิล ไหลลงสมู฽ หาสมทุ รแอตแลนติก
แม่น้าปารานา มีความยาว 2,800 กิโลเมตรมีต฾นกําเนิดจากที่สูงทางตะวันออกของทวีป ไหลผ฽าน
ประเทศบราซลิ ปารากวยั อารเแ จนตนิ า ลงสม฽ู หาสมทุ รแอตแลนตกิ บรเิ วณอา฽ วริโอเดอลาพลาตา
แม่น้าปารากวยั มคี วามยาว 2,550 กิโลเมตร มตี ฾นกาํ เนดิ จากทสี่ ูงในประเทศบราซิลไหลผ฽านประเทศ
บราซลิ ปารากวยั ไปรวมกบั แม฽น้าํ ปารานาในเขตประเทศอารแเจนตินา

3. ลักษณะภมู อิ ากาศ

ปจั จยั ที่มอี ิทธิพลตอ่ ภมู อิ ากาศของทวปี อเมริกาใต้
1. ละติจูด พ้ืนท่ีส฽วนใหญ฽ของทวีปครอบคลุมเขตอากาศร฾อน และประมาณ 1 ใน 3 ของพื้นท่ีทวีป
เปน็ อากาศแบบอบอ฽นุ ภูมิภาคทางเหนอื ของทวปี จะมีฤดูกาลท่ตี รงข฾ามกบั ภมู ภิ าคทางใต฾
2. ลมประจา ไดแ฾ ก฽

2.1 ลมสินค฾าตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ฽านมหาสมุทรแอตแลนติกจึงนําความช฽ุมชื้นเข฾าสู฽ทวีป
บริเวณชายฝั่งตะวนั ออกเฉยี งเหนอื

2.2 ลมสนิ คา฾ ตะวันออกเฉยี งใตพ฾ ัดผ฽านมหาสมุทรแอตแลนตกิ จึงนําความช฽ุมชื้น เข฾าส฽ทู วปี บรเิ วณ
ชายฝ่งั ตะวนั ออกเฉยี งใต฾

2.3 ลมตะวันตกเฉียงเหนือ พัดผ฽านมหาสมุทรแปซิฟิกจึงนําความช฽ุมช้ืนเข฾าสู฽ทวีปบริเวณชายฝ่ัง
ตะวันตกของทวีป ตง้ั แตป฽ ระมาณละติจูด 40 องศาใตล฾ งไป

3. ทศิ ทางของเทือกเขา ทวีปอเมริกาใต฾มีเทือกเขาสูงอย฽ูทางตะวันตกของทวีป ดังนั้นจึงเป็นส่ิงท่ีก้ัน
ขวางอิทธิพลจากทะเลและมหาสมุทร ทําให฾บริเวณที่ใกล฾เทือกเขา ค฽อนข฾างแห฾งแล฾ง แต฽ในทางตรงกันข฾าม
ชายฝั่งดา฾ นตะวนั ออกจะไดร฾ บั อิทธพิ ลจากทะเลอย฽างเตม็ ที่

4. กระแสน้า มี 3 สายท่สี าํ คญั คอื
4.1 กระแสนํา้ อุน฽ บราซิล ไหลเลียบชายฝัง่ ของประเทศบราซลิ
4.2 กระแสนา้ํ เยน็ ฟอลแกแลนดแ ไหลเลียบชายฝง่ั ประเทศอารเแ จนตนิ า
4.3 กระแสนาํ้ เย็นเปรู (ฮัมโบลดแ) ไหลเลยี บชายฝงั่ ประเทศเปรแู ละชลิ ี

17

เขตภมู อิ ากาศแบ่งออกได้เป็น 8 เขต ดงั น้ี

1. ภมู อิ ากาศแบบป่าดิบช้นื ได฾แก฽ บรเิ วณทีร่ าบลุม฽ แม฽น้าํ แอมะซอน เปน็ บริเวณท่ีมีอากาศเย็น ปุาดิบ
ช้นื ที่กว฾างใหญ฽ทส่ี ุดในโลกส฽วนใหญ฽มพี น้ื ที่อย฽ปู ระเทศบราซิล มีอุณหภูมิสูงเฉล่ีย 27 องศาเซลเซียส มีฝนตกชุก
เกอื บตลอดทั้งปีประมาณ 2,000 มิลลิเมตรต฽อปี

2. ภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้าเขตร้อน ได฾แก฽ บริเวณตอนเหนือและใต฾ของลุ฽มแม฽นํ้าแอมะซอน มีอากาศ
รอ฾ นและแหง฾ แลง฾ ฤดรู อ฾ นมีฝนตกแตไ฽ ม฽ชุกเหมอื นในเขตปาุ ดิบชน้ื อณุ หภูมิสูงเฉล่ีย 27 องศาเซลเซียส
มีลกั ษณะอากาศคล฾ายกับภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

2. ภูมิอากาศแบบทะเลทราย ไดแ฾ ก฽ ภาคใตข฾ องเปรแู ละภาคเหนือของชลิ ี เปน็ บริเวณท่ีรอ฾ นและ
แห฾งแล฾งมาก มีปริมาณฝนตกเฉล่ียตํ่ากว฽า 250 มิลลิเมตรต฽อปี และบางครั้งฝนไม฽ตกยาวนานติดต฽อกันหลาย
เดือน ทะเลทรายท่ีสําคัญในบริเวณนี้ได฾แก฽ ทะเลทรายอะตากามาในประเทศชิลี ในบริเวณน้ีมีฝนตกน฾อยกว฽า
50 มิลลิเมตรต฽อปี บางครั้งฝนไม฽ตกติดต฽อกันเป็นเวลานานหลายปี จัดเป็นทะเลทรายที่แห฾งแล฾งมากท่ีสุดแห฽ง
หนง่ึ ของโลก

4. ภูมิอากาศแบบทงุ่ หญา้ กง่ึ ทะเลทราย ได฾แก฽ ทางตะวนั ออกของประเทศอารแเจนตินาจนถึงที่ราบสูง
ปาตาโกเนีย อุณหภูมิไม฽สูงนักเฉลี่ย 18 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวมีอากาศหนาวเย็น ฤดูร฾อนมีอากาศร฾อน
ปรมิ าณฝนน฾อยประมาณ 500 มิลลเิ มตรตอ฽ ปี

5. ภมู อิ ากาศแบบเมดเิ ตอรเ์ รเนียน ไดแ฾ ก฽ บริเวณชายฝ่ังมหาสมทุ รแปซฟิ ิก ตอนกลางของประเทศชิลี
ในฤดูร฾อนมีอากาศรอ฾ นและแห฾งแลง฾ ฤดูหนาวมฝี นตก

6. ภูมิอากาศแบบอบอุ่นช้ืน ได฾แก฽ บริเวณตะวันตกเฉียงใต฾ของทวีป ต้ังแต฽ตอนใต฾ของบราซิล
ปารากวัย อุรุกกวัย และตะวันออกเฉียงเหนือของอารแเจนตินา อากาศในบริเวณน้ีไม฽แตกต฽างกันมากนัก
ฤดหู นาวมีอากาศอบอุน฽ ฤดรู ฾อนมีฝนตกเฉลย่ี 750 – 1,500 มลิ ลิเมตรต฽อปี

7. ภูมิอากาศแบบภาคฟื้นสมุทร ได฾แก฽ บริเวณชายฝั่งทะเลอากาศหนาวจัด มีฝนตกเกือบตลอดทั้งปี
โดยเฉพาะในฤดหู นาวและฤดูใบไมร฾ ฽วงเฉล่ีย 5,000 มิลลิเมตรตอ฽ ปี

8. ภมู ิอากาศแบบท่ีสูง ไดแ฾ ก฽ บริเวณเทอื กเขาแอนดสี เป็นบริเวณที่มีความแตกต฽างกันมาก ข้ึนอยู฽กับ
ระดับความสูงของพ้ืนที่ คือ บริเวณที่ราบมีอุณหภูมิสูงและฝนตกชุก เมื่อสูงขึ้นอุณหภูมิและปริมาณน้ําฝน
จะลดลงไปเร่ือย ๆ ย่ิงสูงกว฽าระดับน้ําทะเลประมาณ 3,000 เมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีประมาณ 15
องศาเซลเซียส ปริมาณฝนตกเฉลี่ย 1,000 มิลลิเมตรต฽อปี ในขณะท่ีประเทศอื่นที่อยู฽บริเวณเส฾นศูนยแสูตร
แต฽ต้ังอย฽ูบนที่ราบ เช฽น มาเลเซีย มีอุณหภูมิเฉล่ีย 27 องศาเซียส และมีฝนตกชุกตลอดท้ังปีสูงกว฽า 2,500
มลิ ลิเมตรต฽อปี

4. ลักษณะเศรษฐกจิ และสภาพแวดล้อมทางสงั คม วฒั นธรรม

ลักษณะเศรษฐกจิ

การทาเกษตรกรรม
1. จากลักษณะอากาศของทวีป เหมาะกับการปลูกพืชเมืองร฾อน เช฽น กาแฟ กล฾วย โกโก฾ อ฾อย ยาสูบ
โดยเฉพาะกาแฟมผี ฾ผู ลติ รายใหญ฽ คอื บราซิลและโคลมั เบยี
2. บริเวณท่ีราบล฽ุมแม฽น้ําปารานา–ปารากวัย–อุรุกวัย มีความเหมาะสมในการปลูกข฾าวสาลี เนื่องจาก
อยใ฽ู นเขตอบอนุ฽ และเปน็ ท่ีราบล฽ุมแมน฽ ํ้าท่ีมีความอดุ มสมบรู ณแโดยเฉพาะในเขตประเทศอารเแ จนตนิ า
3. การเพาะปลูกในทวีปมีท้ังการเพาะปลูกเป็นไร฽การค฾าขนาดใหญ฽ ที่เรียกว฽า เอสตันเซีย และมีการ
เพาะปลูกแบบยงั ชีพ

18

การเลย้ี งสัตว์

การเลีย้ งสตั วใแ นทวีปอเมริกาใต฾กระทาํ อยา฽ งกวา฾ งขวาง ดงั นี้
1. ทุง฽ หญ฾าปามปัส เปน็ เขตปศุสัตวแขนาดใหญ฽ มีการเล้ียงโคเน้อื โคนม แกะ
2. ท฽งุ หญา฾ ยาโนส และทง฽ุ หญ฾าแกมโปส เปน็ เขตเลีย้ งโคเนอ้ื
3. ทุ฽งหญา฾ กง่ึ ทะเลทราย บรเิ วณที่ราบสูงปาตาโกเนีย มกี ารเลย้ี งแกะพันธขแุ น
ประเทศที่สง฽ เนอ้ื สตั วแเป็นสินคา฾ ออกจาํ นวนมาก คือ ประเทศอารแเจนตนิ า อุรุกวยั บราซลิ

การประมง

แหล฽งประมงท่ีสําคัญของทวปี คอื บรเิ วณชายฝ่ังประเทศเปรูและชลิ ี ซึง่ มกี ระแสน้ําเย็นเปรู (ฮัมโบลดแ)
ไหลผ฽าน มีปลาแอนโชวีเป็นจํานวนมาก นอกจากน้ียังมีการจับปลาตามล฽ุมแม฽น้ําต฽าง ๆ โดยชาวพ้ืนเมือง
อีกดว฾ ย แต฽เป็นการจบั ปลาเพอื่ ยังชีพ

การปา่ ไม้

การทําปุาไม฾ในทวีปมีไม฽มากนักเนื่องจากความไม฽สะดวกในการคมนาคมและการขนส฽ง เขตที่มี
ความสาํ คัญในการทาํ ปาุ ไม฾ คอื ภาคตะวันออกเฉียงใต฾ของบราซลิ

การทาเหมืองแร่

ทวีปอเมริกาใต฾เป็นแหล฽งผลิตพืชเมืองร฾อนและสินแร฽ การทําเหมืองแร฽มีความสําคัญรองจากการทํา
เกษตรกรรม โดยมแี หลง฽ แรท฽ ี่สาํ คญั ดงั น้ี

อุตสาหกรรม

การอตุ สาหกรรมในทวปี ยงั ไม฽ค฽อยมคี วามเจริญมากนัก เน่ืองจากขาดเงินทุน และยังต฾องอาศัยความร฽วมมือ
และการร฽วมลงทุนจากต฽างชาติ ประเทศที่มีความเจริญทางด฾านอุตสาหกรรม คือ อารแเจนตินา บราซิล ชิลี
เวเนซเุ อลา

ทวีปอเมรกิ าเหนอื

1. ขนาดทตี่ ั้งและอาณาเขตตดิ ต่อ

ทวีปอเมริกาเหนือเป็นทวีปที่มีขนาดกว฾างใหญ฽โดยมีขนาดใหญ฽เป็นอันดับที่ 3 ของโลกรองจากทวีป
เอเชยี และทวปี แอฟรกิ ามพี ้นื ท่ปี ระมาณ 24 ล฾านตารางกิโลเมตร รูปร฽างของทวีปอเมริกาเหนือมีลักษณะคล฾าย
สามเหลี่ยมหัวกลับมีฐานกว฾างอยู฽ทางทิศเหนือส฽วนยอดสามเหลี่ยมอย฽ูทางทิศใต฾ ด฾วยความกว฾างใหญ฽ของทวีป
จึงมีความหลากหลายท้ังในด฾านลักษณะทางกายภาพทรัพยากรธรรมชาติและเป็นที่รวมของชนชาติหลาย
เช้ือชาติจนกลายเป็นเบ฾าหลอมทางวัฒนธรรม อีกท้ังมีความเจริญก฾าวหน฾าในด฾านเทคโนโลยีและเป็นศูนยแรวม
ของวัฒนธรรมตา฽ ง ๆ ตง้ั อยู฽ในแถบซีกโลกเหนอื ระหว฽างละติจดู 7 องศา 15 ลิปดาเหนือถึง 83 องศา 38 ลิปดา
เหนือและลองจจิ ดู 55 องศา 42 ลิปดาตะวันตก 172 องศา 30 ลปิ ดาตะวันออก

อาณาเขตตดิ ต่อ

ทิศเหนือ ติดกับทะเลโบฟอรแตในมหาสมุทรอารแกติกและขั้วโลกเหนือ จุดเหนือสุดอยู฽ท่ีแหลมมอริส
เจซปุ เกาะกรีนแลนดแแ ละประเทศแคนาดา

19

ทิศใต้ ตดิ กบั ทวปี อเมรกิ าใต฾ (มีคลองปานามาเป็นเสน฾ แบ฽งทวีป) ทะลแคริบเบียนในมหาสมุทรแปซิฟิก
และอา฽ วเม็กซโิ กในมหาสมทุ รแอตแลนติก

ทิศตะวันออก ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก จุดตะวันออกสุดของทวีปอยู฽ที่คาบสมุทรลาบราดอรแ
ประเทศแคนาดา

ทิศตะวันตก ติดกบั มหาสมุทรแปซิฟิก จุดตะวันตกสุดของทวีปอย฽ูท่ีแหลมปรินซแออฟเวลรัฐอะลาสกา
ประเทศสหรฐั อเมรกิ า

20

2. ลกั ษณะภูมิประเทศ

ลกั ษณะภูมิประเทศของทวีปอเมริกาเหนือ สามารถแบง่ ออกได้ 3 ลักษณะ ได้แก่
1. เขตเทือกเขาภาคตะวันออก เร่ิมต้ังแต฽เกาะนิวฟันดแแลนดแทางตะวันออกเฉียงเหนือของแคนาดา
จนถึงตะวันออกเฉียงใต฾ของสหรัฐอเมริกา ประกอบด฾วยเทือกเขาและท่ีราบสูงแต฽ไม฽สูงนัก ยอดเขาท่ีสูงท่ีสุด
คือ ยอดเขามิตเชล มีความสูง 2,037 เมตร เทือกเขาท่ีสําคัญ คือ เทือกเขาแอปปาเลเซียน นอกจากนี้ยังมีท่ี
ราบแคบ ๆ ขนานไปกบั ชายฝง่ั ทะเล บางส฽วนลาดลงทะเลกลายเปน็ ไหลท฽ วปี
2.เขตเทือกเขาสูงภาคตะวันตก ได฾แก฽ พ้ืนท่ีชายฝ่ังตะวันตกด฾านมหาสมุทรแปซิฟิก ตั้งแต฽เทือกเขา
ตอนเหนือสุดบริเวณช฽องแคบแบริง ทอดตัวยาวทางใต฾ของทวีป ประกอบด฾วยเทือกเขาสูงสลับซับซ฾อนจํานวน
มาก ยอดเขาทีส่ งู ทสี่ ดุ คือ ยอดเขาแมกคินเลยแ สงู 6,096 เมตร ในเทือกเขาอะลาสกา นอกจากนี้ยังมีเทือกเขา
ร็อกกีและเทอื กเขาแมกเคนซี ระหว฽างเทอื กเขาสงู มีทรี่ าบสงู จํานวนมาก ทสี่ ําคญั ไดแ฾ ก฽ ท่ีราบสูงอะลาสกา
ทีร่ าบโคโรราโด ทรี่ าบสูงเม็กซิโก และทีร่ าบสูงบรติ ชิ โคลมั เบยี เขตเทือกเขาสูงบริเวณน้ีมีภูมิประเทศท่ีสวยงาม
ท่ีมีท้ังเทือกเขาสูง สลับกับที่ราบสูง หุบเขาลึกชัน เกิดเป็นโตรกเขาท่ีเกิดจากการกัดเซาะของแม฽น้ํา โตรกเขา
ท่ีมีชื่อเสียงท่ีสุด คือ แกรนด์แคนยอน (grand canyon) ที่เกิดจากการกัดเซาะของแม฽นํ้าโคโรราโด
รฐั แอริโซนาประเทศสหรัฐอเมรกิ า
3. เขตท่ีราบภาคกลาง เป็นท่ีราบขนาดกว฾างใหญ฽ อย฽ูระหว฽างเทือกเขาตะวันออกและตะวันตก
เริ่มตงั้ แต฽ชายฝ่ังมหาสมุทรอารแติกจนถึงชายฝ่ังอ฽าวเม็กซิโก มีลักษณะเป็นท่ีราบลูกคลื่นอันเกิดจากการกระทํา
ของธารน้ําแข็งและการทับถมของตะกอนจากแม฽นํ้า ท่ีราบท่ีสําคัญ ได฾แก฽ ท่ีราบล฽ุมทะเลสาบท้ังห฾า ท่ีราบลุ฽ม
แม฽นาํ้ แมกแคนซี ที่ราบล฽มุ แมน฽ ํ้ามสิ ซิสซปิ ปี-มสิ ซรู ่ี ที่ราบแพรีและท่ีราบชายฝั่งอ฽าวเมก็ ซโิ ก

แมน่ า้ ท่สี าคญั ในทวีปอเมรกิ าเหนอื มดี ังน้ี

แม่นา้ มิสซสิ ซปิ ปี เกิดจากเทอื กเขาสูงทางตะวนั ตกของทวีป เป็นแม฽นา้ํ สายท่ียาวท่ีสุดในทวีปไหลผ฽าน
ท่ีราบกว฾างลงสู฽อ฽าวเม็กซิโก เป็นเขตที่ราบท่ีมีตะกอนทับถมเป็นบริเวณกว฾าง จึงเหมาะแก฽การเพาะปลูกและ
เป็นเขตประชากรหนาแนน฽

แม่น้าเซนต์ลอวเ์ รนซ์ ไหลจากทะเลสาบเกรตเลค ออกสม฽ู หาสมุทรแอตแลนติก แม฽น้ําสายน้ีใช฾ในการ
ขนส฽งสินค฾าหรือวัตถุดิบทางอุตสาหกรรม (เน่ืองจากบริเวณรอบ ๆ เกรตเลคเป็นเขตอุตสาหกรรม) แต฽ปัญหา
สําคัญของแม฽น้ําสายน้ี คือ จะมีระยะท่ีเดินเรือไม฽ได฾ในฤดูหนาว ลักษณะพิเศษของแม฽น้ําเซนตแลอวแเรนซแ คือ
มกี ารขุดรอ฽ งน้าํ และสร฾างประตกู ัน้ นํ้าเปน็ ระยะ ๆ เนื่องมาจากบริเวณแม฽นํ้ามีแก฽งน้ําตกขวางหลายแห฽งเส฾นทาง
การขนส฽งสนิ ค฾า และเดนิ เรือน้ี เรียกวา฽ “เซนตแลอวเแ รนซซแ เี วยแ” (St. Lawrence Seaway)

แมน่ ้าริโอแกรนด์ ก้ันพรมแดนระหวา฽ งประเทศสหรัฐอเมริกากบั ประเทศเม็กซิโก

3. ลักษณะภมู ิอากาศ

ปัจจัยทม่ี อี ิทธพิ ลต่อภูมอิ ากาศของทวปี อเมริกาเหนอื
1. ละติจูด ทวีปอเมริกาเหนือต้ังอยู฽ระหว฽างละติจูด 7 องศา 15 ลิปดาเหนือ ถึง 83 องศา 38 ลิปดา
เหนือใกล฾ขั้วโลกเหนือ จึงทําให฾มีเขตภูมิอากาศทุกประเภทตั้งแต฽อากาศร฾อนไปจนถึงอากาศหนาวเย็นแบบ
ข้วั โลก
2. ลมประจา ลมประจําที่พดั ผ฽านทวีปอเมริกาเหนือ มีความแตกต฽างกันตามช฽วงละติจูด มีลมประจํา
ที่สําคญั ดงั น้ี

21

1) ลมด฾านตะวันออกเฉียงเหนือ พัดต้ังแต฽ละติจูด 40 องศาเหนือลงไปทางใต฾พัดผ฽านมหาสมุทร
แอตแลนติกเข฾าสู฽ทวีป จึงนําความชุมชื้นมาให฾ชายฝ่ังตะวันออกของทวีปตลอดทั้งปี ต้ังแต฽ตอนใต฾ของ
สหรฐั อเมรกิ า อเมรกิ ากลางและหมเู฽ กาะอินดสิ ตะวนั ตก

2) ลมตะวันตกเฉียงใต฾ พัดตั้งแต฽ละติจูด 40 องศาเหนือถึง 60 องศาเหนือ พัดจากมหาสมุทร
แปซิฟิกเขา฾ สู฽ตอนกลางถงึ ตอนเหนอื ของสหรฐั อเมริกาและตอนใต฾ของแคนาดา

3) ลมขั้วโลก พดั อยู฽บรเิ วณขั้วโลกนําความหนาวเยน็ มาให฾พนื้ ทท่ี างตอนบนของทวปี
3. ความใกล้ไกลทะเล จากลักษณะรูปร฽างของทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งตอนบนจะกว฾างใหญ฽ และค฽อย ๆ
เรียวแคบลงมาทางตอนใต฾ ทําให฾ตอนบนของทวีปได฾รับอิทธิพลจากมหาสมุทรน฾อย จึงทําให฾พื้นที่ตอนบน
มภี มู อิ ากาศคอ฽ นข฾างแหง฾ แลง฾
4. ทิศทางของเทอื กเขา ทิศทางการวางตวั ของเทอื กเขาในทวีปอเมริกาเหนือเป็นส฽วนสําคัญในการทํา
ให฾พ้ืนท่ีทางตอนในของทวีปมีอากาศค฽อนข฾างแห฾งแล฾ง โดยเฉพาะเทือกเขาทางตะวันตกของทวีป ซ่ึงเป็น
เทอื กเขายุคใหม฽ทีส่ งู มาก จึงขวางกนั้ ความชื้นท่มี ากบั ลมประจํา
5. กระแสน้า ทวีปอเมริกาเหนือมีกระแสนํ้า 4 สาย ซึ่งมีอิทธิพลต฽ออากาศบริเวณชายฝั่งโดยกระแส
นา้ํ อน฽ุ ทาํ ให฾อากาศบริเวณชายฝ่งั อบอนุ฽ ชมุ ช้ืน ส฽วนกระแสนา้ํ เย็นทําใหอ฾ ากาศบรเิ วณชายฝ่งั เยน็ และแห฾งแลง฾

1) กระแสน้าํ อน฽ุ กลั ฟส฼ ตรีม ไหลเลยี บชายฝ่งั ตะวนั ออกของเม็กซิโก และสหรัฐอเมริกาทางใต฾ข้ึนไป
ทางตะวนั ออกเฉียงเหนือของเกาะนิวฟนั ดแแลนดขแ องแคนาดา

2) กระแสนํ้าเย็นแลบราดอรแ ไหลเลียบชายฝั่งตะวันตกของเกาะกรีนแลนดแลงมาจนถึงชายฝ่ัง
ตะวันออกของแคนาดา พบกับกระแสน้ําอ฽ุนกัลฟ฼สตรีม บริเวณเกาะนิวฟันดแแลนดแจึงทําให฾บริเวณนี้เป็นแหล฽ง
ปลาชุม เนอ่ื งจากมอี าหารปลาจํานวนมาก กลายเป็นเขตทําประมงท่ีสําคัญ เรียกบริเวณน้ีว฽า “แกรนด์แบงค์”
(Grand Bank)

3) กระแสนํ้าอ฽ุนอลาสกา ไหลเลียบชายฝ่ังตะวันตกของรัฐอลาสกาข้ึนไปทางเหนือจนถึงช฽อง
แคบเบรงิ ทาํ ใหช฾ ายฝั่งอบอุ฽น นํา้ ไม฽เปน็ น้าํ แข็งสามารถจอดเรือได฾ตลอดปี

4) กระแสนํ้าเย็นแคลิฟอรแเนีย ไหลเลียบชายฝ่ังตะวันตกของสหรัฐอเมริกาลงมาทางใต฾จนถึง
ชายฝัง่ คาบสมุทรแคลฟิ อรแเนีย ทําใหช฾ ายฝั่งมีอากาศเย็นและแห฾ง

พายุ พายุทมี่ ีอิทธิพลต฽อลมฟูาอากาศของทวีปอเมริกาเหนือเปน็ อย฽างมากคือ
1. พายุเฮอริเคน เป็นพายุหมุนเขตร฾อน เช฽นเดียวกับใต฾ฝุน พายุนี้เกิดในทะเลแคริเบียน และอ฽าว
เม็กซิโก เป็นพายุที่ทําให฾ฝนตกหนัก คล่ืนลมแรงเคลื่อนตัวจากทะเลเข฾าส฽ูชายฝั่งของสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก
และหมู฽เกาะในทะเลแคริเบยี น
2. พายุทอร์นาโด เนื่องจากบริเวณภาคกลางของสหรัฐอเมริกาเป็นพ้ืนที่โล฽งกว฾าง ทําให฾มวลอากาศ
ปะทะกันได฾ง฽ายเกิดเป็นพายุหมุนทอรแนาโด มีกําลังแรงมาก ก฽อให฾เกิดความเสียหายกับบ฾านเรือนในรอบ 1 ปี
เกิดพายุนไ้ี ดบ฾ ฽อยครั้ง จนได฾รับสมญานามวา฽ “พายปุ ระจาถ่ิน”ของสหรัฐอเมรกิ า

22

เขตภูมิอากาศแบ่งออกไดเ้ ป็น 12 เขต ได้แก่

1. ภูมิอากาศแบบร้อนชื้น ไดแ฾ ก฽ บริเวณชายฝงั่ ตะวนั ออกของอเมรกิ ากลาง และบางส฽วนของหมู฽เกาะ
อินดีสตะวันตก มีอากาศร฾อนเกือบตลอดท้ังปี อุณหภูมิเฉล่ีย 18 องศาเซลเซียสและมีฝนตกชุกเฉล่ีย 1,700
มิลลเิ มตรตอ฽ ปี ในเขตนไี้ ม฽มีฤดูหนาว

2. ภูมิอากาศแบบทะเลทราย ไดแ฾ ก฽ บรเิ วณภาคตะวันตกเฉียงใตข฾ องสหรัฐอเมริกาและภาคเหนือของ
เม็กซิโก มีอากาศร฾อนจดั และมฝี นตกน฾อยมาก เฉลย่ี 250 มิลลเิ มตรต฽อปี

3. ภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้าเขตร้อน ได฾แก฽ ชายฝ่ังตะวันตกของอเมริกากลาง พื้นท่ีส฽วนใหญ฽ของ
เมก็ ซิโก บางสว฽ นของหมเู฽ กาะอินดสี ตะวันตก และทางตอนใตส฾ ุดของคาบสมุทรฟลอริดา มีอุณหภูมิแตกต฽างกัน
มากระหวา฽ งฤดรู อ฾ นและฤดหู นาว คอื ฤดหู นาวอากาศหนาวจดั ฤดรู อ฾ นมอี ากาศร฾อนจัดและมฝี นตก

4. ภมู อิ ากาศแบบทุ่งหญา้ ก่งึ ทะเลทราย ไดแ฾ ก฽ บริเวณชายขอบของเขตทะเลทรายเร่ิมต้ังแต฽บางส฽วน
ของประเทศแคนาดาและเม็กซิโก ทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต฾ของสหรัฐอเมริกา มีลักษณะภูมิอากาศก่ึง
แห฾งแล฾ง ฤดูหนาวมีอากาศหนาวจัด ฤดูร฾อนมีอากาศร฾อนและแห฾งแล฾ง ปริมาณฝนไม฽มากนัก แต฽มากกว฽า ในเขต
ทะเลทราย

5. ภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ได฾แก฽ บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ในเขตรัฐแคลิฟอรแเนีย
ของสหรฐั อเมรกิ า ในฤดรู อ฾ นมอี ากาศไมร฽ ฾อนจดั ในฤดหู นาวมีอากาศอบอุน฽ แห฾งแลง฾ และมีฝนตก

6. ภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้น ได฾แก฽ บริเวณที่ราบชายฝ่ังมหาสมุทรแอตแลนติกและท่ีราบตอนกลาง
ของทวปี อณุ หภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีมคี วามใกล฾เคียงกนั มีฝนตกเกือบตลอดทั้งปีเฉลีย่ 750 มลิ ลิเมตรตอ฽ ปี

7. ภูมิอากาศแบบภาคพื้นสมุทรชายฝั่งตะวันตก ได฾แก฽ ชายฝ่ังมหาสมุทรแปซิฟิกในเขตสหรัฐอเมริกา
และแคนาดา มีฝนตกชุกเกือบตลอดทั้งปีเฉล่ีย 2,000 มิลลิเมตรต฽อปี ฤดูร฾อนมีอากาศร฾อนชื้นและ ฤดูหนาว
มอี ากาศเย็นสบาย

8. ภูมิอากาศแบบชื้นภาคพ้ืนทวีป ได฾แก฽ ตอนใต฾ของประเทศแคนาดารอบ ๆ ทะเลสาบท้ัง 5 และ
ภาคเหนือของสหรฐั อเมรกิ า ในฤดูหนาวมีอากาศหนาวเยน็ ในฤดรู ฾อนมีอากาศอบอน฽ุ และมีฝนตก

9. ภูมิอากาศแบบไทกา ได฾แก฽ ภาคเหนือของประเทศแคนาดา และตอนใต฾ของรัฐอะลาสกา
สหรัฐอเมรกิ า เปน็ บริเวณท่ีมีอากาศหนาวจัด มีหิมะตกติดต฽อกันหลายเดือนฤดูร฾อนมีอากาศเย็น มีปริมาณฝน
ตกน฾อยและระยะส้ัน ๆ

10. ภูมิอากาศแบบทุนดรา ได฾แก฽ ชายฝ่ังมหาสมุทรอารแกติก ภาคเหนือของแคนาดา รัฐอะลาสกา
ของสหรฐั อเมริกา และชายฝ่งั เกาะกรนี แลนดแ มีอากาศหนาวจัดเกือบตลอดทั้งปี ฤดูร฾อนมีช฽วงสั้นและอุณหภูมิ
ตํา่ เฉลยี่ ตลอดทง้ั ปี 10 องศาเซลเซยี ส

11. ภูมิอากาศแบบขั้วโลก ได฾แก฽ ตอนกลางของเกาะกรีนแลนดแ มีอากาศหนาวจัดมีน้ําแข็งปกคลุม
เกอื บตลอดทง้ั ปี บรเิ วณตอนกลางของเกาะมีนํ้าแขง็ ปกคลุมหนาถึง 3,000 เมตร

12. ภูมิอากาศแบบบริเวณภูเขาสูง ได฾แก฽ เทือกเขาสูงในภาคตะวันตก เป็นบริเวณที่มีอุณหภูมิ
แตกต฽างกันมาก ขึ้นอยู฽กับความสูงของพื้นที่ เช฽น ในฤดูร฾อนด฾านท่ีรับแสงแดดอากาศร฾อนจัด ในด฾านตรงกัน
ข฾ามจะมอี ากาศหนาวเย็น ในแถบหุบเขาจะมอี ากาศหนาวเย็นโดยเฉพาะในเวลากลางคนื อณุ หภมู จิ ะต่าํ ลง
เมอ่ื ความสงู เพ่ิมขน้ึ บรเิ วณยอดเขามนี าํ้ แขง็ ปกคลมุ อยู฽ ในบรเิ วณน้มี ีฝนตกนอ฾ ย

23

4. สภาพเศรษฐกจิ และสภาพแวดล้อมทางสงั คมวฒั นธรรม

ลักษณะเศรษฐกจิ ลักษณะเศรษฐกิจของทวีปอเมรกิ าเหนือจะมคี วามแตกต฽างกันคือ ในสหรัฐอเมริกา
แคนาดา จะเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีความเจริญสูง ส฽วนในเขตของเม็กซิโก อเมริกากลางและหม฽ูเกาะอินดีส
ตะวันตกจะมีทั้งเขตเศรษฐกจิ ท่ีเจรญิ แล฾ว และเขตทย่ี งั ตอ฾ งได฾รบั การพัฒนา

การทาเกษตรกรรม
1. เขตปลกู ข้าวสาลี บรเิ วณทีม่ กี ารปลูกข฾าวสาลี ซ่ึงถือเป็นแหล฽งสาํ คญั ของโลก คอื บรเิ วณ
ภาคกลางของแคนาดาและสหรฐั อเมริกา
2. เขตทาไร่ปศุสัตว์ พบในบริเวณท่ีภูมิอากาศค฽อนข฾างแห฾งแล฾ง เช฽น ภาคตะวันตกของแคนาดา
สหรัฐอเมรกิ า และเม็กซโิ ก สัตวแทีเ่ ล้ยี ง คือ โคเน้อื
3. เขตเกษตรกรรมแบบผสม ไดแ฾ ก฽ เขตที่มีการเลยี้ งสัตวแควบคก฽ู บั การปลูกพืช เช฽น ข฾าวสาลี ข฾าวโพด
ส฽วนสัตวแเลย้ี งคอื โคเน้ือ โคนม การเกษตรลักษณะน้พี บบริเวณทางตะวนั ออกของสหรฐั อเมรกิ าและแคนาดา
4. เขตปลูกฝ้าย ได฾แก฽ บรเิ วณทางตะวันตกของสหรฐั อเมรกิ า ซงึ่ เป็นเขตท่ีมีอากาศค฽อนข฾างร฾อนและ
แหง฾ แล฾ง
5. เขตปลกู ผัก ผลไม้และไร่ยาสบู ไดแ฾ ก฽ บรเิ วณทีร่ าบชายฝง่ั มหาสมทุ รแอตแลนติก
6. เขตปลูกพืชเมืองร้อน พืชเมืองร฾อนท่ีนิยมปลูกคือ กล฾วย โกโก฾ อ฾อย กาแฟ ซึ่งมีมากบริเวณ
อเมรกิ ากลางและหมูเ฽ กาะอินดสี ตะวันตก

การประมง

บริเวณท่ีมีการทําประมงกัน อย฽างหนาแน฽น คือ แกรนดแแบงคแ และบริเวณชายฝ่ังมหาสมุทรแปซิฟิก
โดยเฉพาะบรเิ วณที่มีกระแสน้าํ เย็นแคลฟิ อรเแ นยี ไหลผา฽ น

การทาเหมืองแร่

ถ่านหิน สหรัฐอเมรกิ าและแคนาดา สามารถผลิตถ฽านหินได฾เป็นจํานวนมาก โดยมีแหล฽งผลิตที่สําคัญ
คอื บรเิ วณเทือกเขาแอปปาเลเซยี น ในสหรัฐอเมรกิ า และมณฑลควเิ บกของแคนาดา

เหลก็ แหล฽งสาํ คัญ คือ ทะเลสาบเกรตแลค
น้ามนั และกา๊ ซธรรมชาติ พบบริเวณเทือกเขาแอปปาเลเซียนลุม฽ แมน฽ ํ้ามิสซิสซปิ ปี อ฽าวเม็กซิโก
แคลฟิ อรเแ นีย อลาสกา
การทาอุตสาหกรรม สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศผู฾นําในการทําอุตสาหกรรมระดับโลก ส฽วนใหญ฽เป็น
อุตสาหกรรมขนาดใหญใ฽ ช฾เงนิ ทุนเปน็ จาํ นวนมาก สว฽ นประเทศเม็กซิโก และอเมรกิ ากลาง รวมถึงประเทศในหมู฽
เกาะอินดีสตะวันตก อุตสาหกรรมส฽วนใหญ฽เป็นอุตสาหกรรมเกษตรการแปรรูปผลผลิตต฽าง ๆ ซึ่งต฾องอาศัย
การพฒั นาตอ฽ ไป

สภาพแวดล้อมทางสงั คมและวัฒนธรรม

ประชากร

1. บริเวณท่ีมีประชากรหนาแน฽น ได฾แก฽ ชายฝ่ังตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ล฽ุมแม฽นํ้ามิสซิสซิปปี
ลม฽ุ แม฽น้ําเซนตแลอรวแเรนซแ ทรี่ าบสงู ในเมก็ ซโิ ก หมู฽เกาะอินดสี ตะวันตก

2. มผี ฾ูคนหลากหลายเชือ้ ชาติ เชน฽ อนิ เดียนแดง เอสกโิ ม ยโุ รป แอฟริกัน เอเชีย และกลมุ฽ เลือดผสม

24

เขตวัฒนธรรม
1. แองโกอเมริกา หมายถงึ สหรฐั อเมริกาและแคนาดา
2. ลาตินอเมริกา หมายถึง กล฽ุมคนในเมกซิโก อเมริกากลาง และหม฽ูเกาะอินดีสตะวันตก

(ซ่ึงได฾รบั อิทธิพลจากสเปนและโปรตเุ กส)

ทวปี แอฟริกา
1. ขนาดที่ตั้งและอาณาเขตตดิ ต่อ

ทวปี แอฟรกิ ามีขนาดใหญเ฽ ปน็ อนั ดบั 2 รองจากทวปี เอเชีย มีพ้ืนท่ีประมาณ 30.3 ล฾านตารางกิโลเมตร
มีประชากร 600 ล฾านคน อยู฽ระหว฽างละติจูดท่ี 37 องศา 21 ลิปดาเหนือ ถึง 34 องศา 50 ลิปดาใต฾ ลองติจูด
ที่ 51 องศา 24 ลิปดาตะวนั ออกถงึ 17 องศา 32 ลิปดา

อาณาเขตตดิ ต่อ
ทิศเหนือ ติดกับทะเลเมดิเตอรแเรเนียน ในมหาสมุทรแอตแลนติก ช฽องแคบยิบรอลตารแ จุดเหนือสุด
ของทวปี อยู฽ทแ่ี หลมบอน ประเทศตูนิเซีย
ทิศใต้ ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก และมหาสมุทรอินเดีย จุดใต฾สุดของทวีปอยู฽ที่แหลมอะกอลฮัส
(Agulhas) ในประเทศแอฟรกิ าใต฾
ทิศตะวันออก ติดกับทะเลแดง ในมหาสมุทรอินเดีย จุดตะวันออกสุดของทวีปอย฽ูที่แหลมฮาฟูน
ประเทศโซมาเลยี
ทศิ ตะวันตก ตดิ กบั มหาสมุทรแอตแลนติก จดุ ตะวนั ตกสุดของทวีปอย฽ูทแี่ หลมเวิรแดประเทศเซเนกลั

25

2. ลกั ษณะภูมิประเทศ

ลักษณะภมู ิประเทศทวีปแอฟริกาสามารถแบ฽งออกได฾เปน็ 3 ลักษณะดงั นี้
1. เขตทีร่ าบสูง
พื้นท่ีเกือบทั้งหมดของทวีปเป็นที่ราบสูง จนได฾รับสมญาว฽า เป็นทวีปแห฽งท่ีราบสูงโดยทางซีกตะวันออก
จะสูงกวา฽ ซกี ตะวนั ตก ลกั ษณะเด฽นของบรเิ วณทีร่ าบสูงทางภาคตะวนั ออกของทวปี คอื เป็นพ้ืนทีท่ ่ีมี
ภูเขาสูง และภูเขาไฟ ภูเขาไฟท่ีมีช่ือเสียง คือ ภูเขาคิลิมันจาโร (แทนซาเนีย) และมีทะเลสาบหลายแห฽ง เช฽น
ทะเลสาบวิคตอเรยี (ทะเลสาบนํา้ จดื ใหญ฽เปน็ อันดับ 2 ของโลก) ทะเลสาบแทนแกนยกิ าและทะเลสาบไนอะซา
2. เขตทร่ี าบ ทวีปแอฟริกามที รี่ าบแคบ ๆ บริเวณชายฝั่งทะเล
3. เขตเทอื กเขา

เขตเทือกเขาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ คือ เทือกเขาแอตลาส วางตัวขนานกับชายฝ่ังทะเล
เมดเิ ตอรแเรเนยี น เป็นเทอื กเขายุคใหม฽

เทือกเขาทางทศิ ใต฾ คอื เทือกเขาดราเคนสเบริ กแ วางตวั ขนานกับชายฝ่ังมหาสมุทรอนิ เดีย
เปน็ เทอื กเขายคุ เกา฽

แม่นา้ แม฽นํา้ ในทวปี แอฟรกิ าสว฽ นใหญ฽เกิดจากทรี่ าบสงู ตอนกลาง และทางตะวันออกของทวีป ซึ่งมีฝน
ตกชุก เนื่องจากพ้ืนที่ต฽างระดับ แม฽นํ้าจึงกัดเซาะพ้ืนที่ให฾เกิดเป็นแก฽งน้ําตกขวางลําน้ํา จึงเป็นอุปสรรคต฽อการ
คมนาคม แตส฽ ามารถใชป฾ ระโยชนใแ นการผลิตกระแสไฟฟาู ได฾แมน฽ ํ้าทีส่ าํ คญั ได฾แก฽

แม่น้าไนล์ เป็นแม฽น้ําสายท่ียาวที่สุดในโลก ไหลลงส฽ูทะเลเมดิเตอรแเรเนียน ประกอบด฾วยแควสําคัญ
คอื ไวทไแ นวแ บลไู นลแและอัตบารา ปากแมน฽ ํ้าเป็นเดลตา฾

แม่น้าซาอีร์ (คองโก฾) เป็นแม฽น้ําสายยาวอันดับ 2 ของทวีป และเป็นท่ีราบลุ฽มแม฽น้ําท่ีกว฾างขวางนํ้า
ในแม฽นํ้าไหลลงสู฽มหาสมุทรแอตแลนติก

แม่น้าไนเจอร์ ไหลลงสอ฽ู ฽าวกินี
แมน่ ้าแซมเบซี ไหลลงส฽มู หาสมุทรอนิ เดีย ไหลผา฽ นที่ราบสงู และไหลเชี่ยวมาก

3. ลักษณะภมู ิอากาศ เขตอากาศ

ปจั จยั ทม่ี ีอทิ ธพิ ลตอ่ ภมู อิ ากาศของทวปี แอฟรกิ า
1. ละติจูด ทวีปแอฟริกามีเส฾นศูนยแสูตรผ฽านเกือบก่ึงกลางทวีป และต้ังอยู฽ระหว฽างเส฾นทรอปิคออฟ
แคนเซอรแ กับเส฾นทรอปิคออฟแคปริคอรแน ทําให฾มีเขตอากาศร฾อนเป็นบริเวณกว฾าง มีเฉพาะส฽วนเหนือสุดและ
ใต฾สุดทอ่ี ย฽ใู นเขตอบอุ฽น
2. ลมประจา มี 2 ชนดิ คอื
ลมสินค้าตะวันออกเฉียงใต้ พัดจากมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแอตแลนติกทําให฾ฝนชุกบริเวณ
ชายฝง่ั แอฟรกิ าตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต฾กบั ชายฝ่งั อ฽าวกินี
ลมสินค้าตะวันออกเฉียงเหนือ พัดจากตอนในของทวีปมาส฽ูชายฝั่ง จึงนําความแห฾งแล฾งมาส฽ูชายฝ่ัง
ตะวนั ออกเฉยี งเหนือของทวปี
3. กระแสน้า ได฾แก฽
กระแสน้าอุ่นกนิ ี ไหลผา฽ นชายฝ่ังตะวันตกจากมหาสมทุ รแอตแลนติกไปยังอ฽าวกนิ ี
กระแสน้าเย็นคานารี ไหลเลียบชายฝ่งั ตะวนั ตกเฉียงเหนอื ของทวีป
กระแสน้าเย็นเบงเก-ลา ไหลเลยี บชายฝ่งั ตะวันตกเฉยี งใต฾ของทวปี
กระแสน้าอ่นุ โมซมั บกิ ไหลผ฽านบริเวณช฽องแคบโมซมั บิก

26

4. ระยะห่างจากทะเล ด฾วยความกว฾างใหญ฽ของทวีป การมีที่สูงอยู฽โดยรอบทวีปทําให฾อิทธิพลของ
มหาสมุทรเข฾าไปไม฽ถึง ประกอบกับได฾รับอิทธิพลจากทะเลทรายของทวีปเอเชียทางด฾านตะวันออกเฉียงเหนือ
ของทวปี ทาํ ใหท฾ วปี แอฟรกิ ามเี ขตภมู อิ ากาศแหง฾ แล฾งเปน็ บริเวณกว฾าง

ทวีปแอฟริกาสามารถแบ่งเขตอากาศไดเ้ ป็น 8 เขตดังนี้

1. ภูมิอากาศแบบทะเลทราย ได฾แก฽ บริเวณทะเลทรายสะฮาราและทะเลทรายลิเบียทางตอนเหนือ
ของทวีป ในเขตประเทศไนเจอรแ ชาด ลิเบีย มาลี บุรแกินาฟาโซ มอริเตเนีย คิดเป็นพื้นท่ีร฾อยละ 30 ของพ้ืนท่ี
ในทวีปแอฟริกา และถือเป็นเขตทะเลทรายที่มีขนาดใหญ฽ท่ีสุดในโลก ทะเลทรายท่ีสําคัญอีกแห฽งหนึ่ง คือ
ทะเลทรายกาลาฮารี ทางตอนใต฾ของทวีป ในเขตประเทศบอตสวานาและนามิเบีย มีลักษณะอากาศร฾อนและ
แห฾งแล฾งเฉลี่ยสูงกว฽า 35 องศาเซลเซียส อุณหภูมิระหว฽างกลางวันและกลางคืนแตกต฽างกันมาก มีฝนตกน฾อย
เฉล่ียต่าํ กวา฽ 250 มลิ ลเิ มตรตอ฽ ปี

2. ภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทราย ได฾แก฽ บริเวณท่ีราบสูงตอนในของทวีปชายฝั่งตะวันตกและ
ตอนใตข฾ องเส฾นศนู ยแสตู ร ในฤดรู ฾อนมีอากาศร฾อนจัดและมีฝนตกแต฽ไม฽มากนักประมาณ 600 มิลลิเมตรต฽อปี ฤดู
หนาวมีอากาศหนาวจดั บางคร้ังอาจถึงจดุ เยือกแข็ง

3. ภูมิอากาศแบบป่าดบิ ชื้น ไดแ฾ ก฽ บรเิ วณลุ฽มแม฽น้าํ คองโก ท่รี าบสงู ในแอฟริกาตะวนั ออก
ฝั่งตะวันออกของเกาะมาดากสั การแ และชายฝั่งรอบอา฽ วกินี มอี ากาศรอ฾ นอุณหภมู เิ ฉลีย่ 27 องศาเซลเซยี ส
และฝนตกชุกตลอดทง้ั ปมี ากถึง 2,000 มิลลิเมตรต฽อปี

4. ภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้าสะวันนา ได฾แก฽ บริเวณเหนือและใต฾แนวเส฾นศูนยแสูตรในเขตประเทศ
เอธิโอเปยี ซดู าน เคนยา คองโก สาธารณรัฐคองโก แทนซาเนีย และด฾านปลายลมของเกาะมาดากัสการแ
มีอณุ หภูมิร฾อนเกอื บตลอดทัง้ ปี ในฤดูรอ฾ นมีอากาศร฾อนและมีฝนตกปริมาณ 1,500 – 2,000 มลิ ลิเมตรต฽อปี
ฤดหู นาวมอี ากาศหนาวและแหง฾ แลง฾

5. ภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ได฾แก฽ บริเวณชายฝ่ังของประเทศตูนิเซีย แอลจีเรีย โมร็อกโก
และตอนใต฾ของประเทศแอฟริกาใต฾ มีอุณหภูมิไม฽แตกต฽างกันมากนัก ในฤดูร฾อนมีอากาศร฾อนและแห฾งแล฾ง
ในฤดหู นาวมีอากาศอบอุ฽นและมีฝนตก

6. ภูมิอากาศแบบมรสุม ได฾แก฽ ประเทศไลบีเรีย และโกตดิวัวรแ เน่ืองจากได฾รับอิทธิพลจากลมประจํา
ตะวันตกและกระแสนํ้าอุ฽นกินี ส฽งผลให฾มีฝนตกชุกประมาณ 2,500 มิลลิเมตรต฽อปีและมีอากาศร฾อนช้ืน
อุณหภูมเิ ฉลยี่ 20 องศาเซลเซยี ส

7. ภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้น ได฾แก฽ บริเวณตะวันออกเฉียงใต฾ของทวีป ในเขตประเทศแทนซาเนีย
แซมเบีย โมซัมบิก ซิมบับเว มาลาวี สวาซิแลนดแ เลโซโท และแอฟริกาใต฾ ได฾รับอิทธิพลจากกระแสน้ําอุ฽น
โมซัมบกิ และลมคา฾ ตะวันออกเฉยี งเหนอื ทําให฾ฤดหู นาวมอี ากาศอบอนุ฽ ในฤดรู อ฾ นมีฝนตก

8. ภูมิอากาศแบบภูเขา ได฾แก฽ ที่ราบสูงเอธิโอเปีย และท่ีราบสูงเคนยา ทางตะวันออกของทวีป
ลกั ษณะอากาศชน้ื อยูก฽ บั ความสงู ของพน้ื ท่ี ย่ิงสงู ขึน้ อากาศจะเย็นลง และมปี ริมาณฝนตกนอ฾ ยลง

4. ลกั ษณะเศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อมทางสังคมวัฒนธรรม

ลกั ษณะเศรษฐกจิ
การเกษตรกรรม
1. การเพาะปลูกแบบยงั ชพี เป็นการปลกู พชื เพ่อื บรโิ ภคภายในครอบครัว
2. การทาํ ไร฽ขนาดใหญ฽ เป็นการเพาะปลูกเพอ่ื การค฾า พืชทีป่ ลกู เช฽น ยางพารา ปาลมแ นํ้ามนั

27

3. การเกษตรแบบผสม คือ การเพาะปลูกแบบเลี้ยงสัตวแควบคู฽กันไป พืชที่ปลูกคือ ข฾าวโพดข฾าวสาลี
สัตวทแ ่ีเล้ยี ง คือ โคเน้อื โคนม แกะ

4. การเกษตรแบบเมดิเตอรแเรเนียน คือปลูกองุน มะกอก บริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอรแเรเนียนและ
ตอนใต฾ของทวปี

5. การทําไร฽ปศุสัตวแ ส฽วนใหญ฽จะเป็นการเล้ียงแบบปล฽อยคือ การปล฽อยให฾สัตวแหากินในท฽ุงหญ฾า
ตามธรรมชาติ

6. การเลีย้ งสตั วแแ บบเร฽รอ฽ น เป็นการเลย้ี งสตั วใแ นพนื้ ทที่ ีเ่ ป็นทะเลทราย

การป่าไม้
พื้นท่ีท่ีมีความสําคัญในการทําปุาไม฾ คือ แอฟริกาตะวันตก แอฟริกากลาง ปุาไม฾สวนใหญ฽สูญเสียไป
เนอ่ื งจากการทาํ ไร฽เล่ือนลอยและการขาดการบํารุง

การลา่ สัตวแ์ ละการประมง
ชนพื้นเมืองจะดํารงชีพด฾วยการล฽าสัตวแ ส฽วนการประมงมีความสําคัญไม฽มาก การประมงนํ้าจืดจะทํา
ตามลุ฽มแม฽นํ้าสายใหญ฽ และทะเลสาบวิคตอเรีย ส฽วนประมงนํ้าเค็มมักจะทําบริเวณที่มีกระแสน้ําเย็นเบงเก-ลา
ไหลผ฽าน

การทาเหมอื งแร่

เปน็ ทวีปท่มี ีสนิ แรอ฽ ยูเ฽ ปน็ จํานวนมาก ที่สาํ คัญคอื เพชร ทองคํา นํา้ มนั กา฿ ซธรรมชาติ

การอตุ สาหกรรม

การทําอุตสาหกรรมส฽วนใหญ฽ในทวีปแอฟริกา เป็นอุตสาหกรรมท่ีเกี่ยวข฾องกับการแปรรูปผลิตผล
การเกษตร การอุตสาหกรรมส฽วนใหญ฽ยังไม฽ค฽อยเจริญมากนักเนื่องจากยังขาดเงินทุนและผ฾ูเชี่ยวชาญด฾านการ
พัฒนาอตุ สาหกรรม

ประชากร มีประชากรมากเป็นอนั ดับ 2 รองจากทวปี เอเชยี
ประชากรหนาแนน฽ บริเวณล฽มุ แมน฽ ้ํา และบริเวณชายฝ่ังทะเล ประกอบด฾วยเช้ือชาตินิกรอยดแและ
คอเคซอยดแ

ทวีปออสเตรเลียและโอเซยี เนยี
1. ขนาดที่ตั้งและอาณาเขตติดตอ่

ทวีปออสเตรเลียและโอเซียเนีย เป็นท่ีต้ังของประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนดแ ทวีปออสเตรเลีย
ไดร฾ บั สมญานามว฽า ทวปี เกาะ ส฽วนหมู฽เกาะแปซิฟิกซ่ึงเป็นที่ต้ังของประเทศ อ่ืน ๆ ต฽อเนื่องไปถึงทวีปแอนตารแกติก
เรยี กวา฽ โอเชยี เนยี หมายถึง เกาะและหมู฽เกาะในภาคกลางและภาคใต฾ของมหาสมุทรแปซิฟิก รวมท้ังหม฽ูเกาะ
ไมโครนเี ซีย เมลานเี ซีย โปลีนเี ซยี ออสเตรเลยี นิวซีแลนดแ และหม฽ูเกาะมลายู

ทวปี ออสเตรเลียเปน็ ทวีปที่มีขนาดเลก็ ท่สี ุดในโลก มีพ้ืนท่ี 7.6 ล฾าน ตร.กม. มีประชากร 17.5 ล฾านคน
ที่ต้ังของทวีปออสเตรเลียอยู฽ในซีกโลกใต฾ทั้งหมด ตั้งแต฽ละติจูด ที่ 10 องศา 41 ลิปดาใต฾ ถึง 43 องศา 39
ลปิ ดาใต฾ และลองจจิ ดู 113 องศา 9 ลปิ ดาตะวันออก ถึง 153 องศา 39 ลปิ ดาตะวันออก

28

อาณาเขตตดิ ตอ่

ทิศเหนือ ติดต฽อกับทะเลเมดิเตอรแเรเนียนในมหาสมุทรแปซิฟิก จุดเหนือสุดของทวีปอย฽ูที่แหลมยอรแก
มีช฽องแคบทอรเแ รสกน้ั จากเกาะนิวกนิ ี

ทิศตะวันออก ติดกับทะเลคอรัลและทะเลแทสมันในมหาสมุทรแปซิฟิก จุดด฾านตะวันออกสุดอย฽ูท่ี
แหลมไบรอน

ทิศใต้ ติดกับมหาสมทุ รอนิ เดยี จดุ ใต฾สดุ อยท฽ู แี่ หลมวิลสันมีช฽องแคบบาสสแก้นั จากเกาะแทสมาเนยี
ทศิ ตะวนั ตก ติดกับมหาสมทุ รอินเดียจดุ ตะวันตกสุดอย฽ทู แ่ี หลมสตีฟ

ภูมิภาคและประเทศตา่ ง ๆ ของทวปี ออสเตรเลยี

1. ออสเตรเลยี ไดแ฾ ก฽ ออสเตรเลีย และนวิ ซแี ลนดแ
2. หมู฽เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ได฾แก฽ ปาปัวนิวกินี หม฽ูเกาะเซโลมอน ฟิจิ วานูอาตู คิริบาส ซามัว
ตะวันตก ตองกา ตวู าลู นาอูรู ไมโครนีเซยี

2. ลกั ษณะภูมิประเทศของทวปี ออสเตรเลยี และโอเซียเนีย

มีเขตท่ีสูงทางดา฾ นตะวันออก มีฝนตกชกุ ทสี่ ดุ ของทวีป มเี ทอื กเขาเกรตดไิ วดิงอยู฽ทางด฾านตะวนั ออก
มีลักษณะเป็นสันปันนาํ้ ท่ีแบง฽ ฝนทตี่ กลงใหไ฾ หลสู฽ลําธาร เขตท่ีราบตํ่าตอนกลาง พ้ืนท่ีราบเรียบ มีลํานํ้าหลายสาย
ไหลมาอย฽ูบริเวณน้ี และเขตท่ีราบสูงทางด฾านตะวันตกตอนกลางของเขตนี้เป็นทะเลบริเวณทางใต฾และทาง
ตะวันออกเฉียงเหนอื ใช฾เป็นเขตปศุสัตวแแ ละเพาะปลูก

3. ลกั ษณะภมู ิอากาศของทวปี ออสเตรเลยี และโอเซียเนีย

ปจั จัยสาํ คญั ทีท่ าํ ให฾ทวปี ออสเตรเลยี มีภมู ิอากาศตา฽ ง ๆ กนั คือ ต้ังอยใ฽ู นโซนร฾อนใตแ฾ ละอบอนุ฽ ใต฾
มลี มประจําพดั ผา฽ น ลกั ษณะภูมิประเทศและมีกระแสนํ้าอุน฽ และกระแสนํา้ เยน็ ไหลผา฽ น

ลักษณะภมู อิ ากาศของทวีปออสเตรเลยี และโอเซียเนียแบ่งเขตภูมิอากาศเป็น 6 ประเภท คือ
1. ภมู ิอากาศท฽งุ หญา฾ เขตร฾อน
2. ภูมิอากาศท฽ุงหญา฾ กึ่งทะเลทราย
3. ภมู อิ ากาศทะเลทราย
4. ภมู อิ ากาศเมดิเตอรเแ รเนยี น
5. ภูมอิ ากาศอบอน฽ุ ช้ืน
6. ภูมิอากาศภาคพ้นื สมทุ รชายฝัง่ ตะวนั ตก

4. สภาพทางสงั คม เชือ้ ชาติ เศรษฐกิจ ศาสนาและวัฒนธรรม

ประชากร
เช้ือชาติเผ฽าพันธุแของออสเตรเลีย ชาวพ้ืนเมืองดั้งเดิมเป็นพวกผิวดําเรียกว฽าอะบอริจินสแเป็นพวกที่
อพยพมาจากหม฽ูเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ส฽วนใหญ฽อยู฽ทางภาคเหนือและภาคตะวันตกปัจจุบันมี ชาวผิวขาว
ซ่ึงส฽วนใหญ฽เป็นชาวอังกฤษอาศัยอย฽ูจํานวนมากรัฐบาลได฾จัดที่อยู฽ในเขตนอรแทเทิรแนเทริทอร่ี รัฐควีนสแลนดแ
และรัฐออสเตรเลียตะวันตก พวกผิวเหลืองเป็นพวกท่ีอพยพมาภายหลังสงครามโลกครั้งท่ี 2 ได฾แก฽ ชาวจีน

29

ญี่ปุน พวกผิวขาว ส฽วนใหญ฽เป็นพวกท่ีอพยพมาจากประเทศอังกฤษ มีการประกอบอาชีพทางด฾านการเกษตร
คอื ปลูกพืชและเลีย้ งสตั วแ การประมง และอุตสาหกรรม

การกระจายประชากร
รัฐบาลออสเตรเลียมีนโยบายสงวนพ้ืนท่ีไว฾สําหรับชาวผิวขาว คือ นโยบายออสเตรเลียขาวกีดกันผิว
โดยจาํ กัดจาํ นวนคนสผี ิวอ่นื ที่ไม฽ใชผ฽ ิวขาวเข฾าไปต้ังถิ่นฐานในออสเตรเลีย บริเวณที่ประชากรอาศัยอย฽ูหนาแน฽น
ได฾แก฽ ภาคตะวันออกเฉียงใต฾ บริเวณท่ีมีประชากรเบาบาง ได฾แก฽ ตอนกลางของทวีป ภาคเหนือ และภาค
ตะวันตก
ศาสนา
ชาวออสเตรเลยี นบั ถือศาสนาครสิ ตหแ ลายนกิ าย ไดแ฾ ก฽ แองกลกิ ัน โรมันคาทอลกิ โปรแตสแตนสแ
ภาษาที่ใชม฾ ากคือภาษาองั กฤษ
การปกครอง
การแบ฽งแยกทางการเมือง ออสเตรเลียมีระบบการปกครองแบบสหพันธรัฐประกอบด฾วยรัฐต฽าง ๆ
รวม 6 รฐั และดินแดนอิสระท่ไี ม฽ขนึ้ กบั รัฐใด ๆ อีก 2 แห฽ง คอื
1. รัฐนวิ เซาทแเวล เมอื งหลวง ซิดนียแ
2. รฐั วิกตอเรีย เมืองหลวง เมลเบริ นแ
3. รัฐควีนสแลนดแ เมืองหลวง บรสิ เบรน
4. รฐั ออสเตรเลยี ใต฾ เมืองหลวง แอเดเลด
5. รฐั ออสเตรเลยี ตะวนั ตก เมอื งหลวง เพิรธแ
6. รัฐแทนสเมเนยี เมอื งหลวง โอบารตแ
ดนิ แดนอสิ ระ 2 บรเิ วณ ไดแ฾ ก฽
นอรทแ เทิรนแ แทรทิ อรี เมอื งหลวง ดารแวนิ
ออสเตรเลีย แคปิตอลเทรทิ อรี เมอื งหลวงแคนเบอรแรา ออสเตรเลยี เป็นประเทศเอกราช ในเครือจักรภพ
อังกฤษ มีพระนางเจ฾าอลิซาเบธท่ี 2 เป็นพระราชินีและเป็นประมุขของประเทศ มีข฾าหลวงใหญ฽เป็นผ฾ูสําเร็จ-
ราชการแทนพระองคแ
จัดการปกครองระบอบประชาธิปไตยในรูปแบบ สหพันธรัฐการปกครองของออสเตรเลีย เป็นแบบ
รัฐบาลรวม คือ มรี ัฐบาล 2 ระดับ ได฾แก฽ รัฐบาลกลาง รฐั บาลของรัฐ

กิจกรรมท่ี 1.1 สภาพภูมศิ าสตร์กายภาพ
1. ใหบ฾ อกลักษณะภมู ิประเทศและลักษณะเศรษฐกิจของประเทศไทยและทวปี ยโุ รป

ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ ลกั ษณะเศรษฐกจิ

ประเทศไทย

ทวีปยุโรป

30

2. ปจั จัยท่ีมอี ิทธพิ ลตอ฽ ภูมอิ ากาศของทวีปอเมริกาใต฾ คอื
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

3. ปัจจยั สําคญั ที่ทําใหท฾ วีปออสเตรเลียมีสภาพภูมิอากาศท่ีแตกต฽างกนั
..............................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................. .............................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................... .......................................
..............................................................................................................................................................................

31

เร่ืองที่ 2 ลักษณะปรากฏการณท์ างธรรมชาตทิ ีส่ าคัญและ
การปอ้ งกันอันตราย

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ คือ การเปล่ียนแปลงของธรรมชาติ ท้ังในระยะยาวและระยะสั้น
สภาพแวดล฾อมของโลกเปล่ียนแปลงไปตามเวลา ทั้งเป็นระบบและไม฽เป็นระบบ เป็นส่ิงท่ีอย฽ูรอบตัวเรา
มักส฽งผลกระทบต฽อเราในธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงบางอย฽างมีผลกระทบต฽อเรารุนแรงมาก สาเหตุของการ
เปล่ียนแปลงมีท้ังเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและเป็นส่ิงที่มนุษยแทําให฾เกิดข้ึน ในเรื่องน้ีจะกล฽าวถึงสาเหตุและ
ลักษณะปรากฏการณทแ างธรรมชาตทิ ส่ี ําคัญ ดังนี้

1) พายุ

พายุ คือ สภาพบรรยากาศที่เคลื่อนตัวด฾วยความเร็วมีผลกระทบต฽อพื้นผิวโลก โดยบางคร้ังอาจมี
ความเร็วที่ศูนยแกลางถึง 400 กิโลเมตร/ชั่วโมง อาณาบริเวณที่จะได฾รับความเสียหายจากพายุว฽าครอบคลุม
เท฽าใดขึ้นอย฽ูกับความเร็วของการเคลื่อนตัวของพายุ ขนาด ความกว฾าง เส฾นผ฽าศูนยแกลางของตัวพายุ หน฽วยวัด
ความเร็วของพายคุ ือ หน฽วยริกเตอรเแ หมือนการวดั ความรนุ แรงแผ฽นดนิ ไหว

พายุแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ คอื

1. พายุฝนฟ้าคะนอง มีลักษณะเป็นลมพัดย฾อนไปมาหรือพัดเคลื่อนตัวไปในทิศทางเดียวกัน
อาจเกิดจากพายุท่ีอ฽อนตัวและลดความรุนแรงของลมลง หรือเกิดจากหย฽อมความกดอากาศตํ่า ร฽องความกด
อากาศต่าํ อาจไม฽มีทิศทางที่แน฽นอน หากสภาพการณแแวดล฾อมต฽าง ๆ ของการเกิดฝนเหมาะสม ก็จะเกิดฝนตก
มลี มพัด

2. พายุหมุนเขตร้อน (Tropical cyclone) ได฾แก฽ เฮอรแริเคน ไต฾ฝุน และไซโคลน ซ่ึงล฾วนเป็นพายุ
หมุนขนาดใหญ฽เช฽นเดียวกัน และจะเกิดข้ึนหรือเริ่มต฾นก฽อตัวในทะเล หากเกิดเหนือเส฾นศูนยแสูตร จะมีทิศ
ทางการหมุนเวียนทวนเข็มนาฬิกา และหากเกิดใต฾เส฾นศูนยแสูตรจะหมุนตามเข็มนาฬิกา โดยมีช่ือต฽างกันตาม
สถานที่เกดิ คือ

2.1 พายุเฮอร์ริแคน (hurricane) เป็นชื่อเรียกพายุหมุนที่เกิดบริเวณทิศตะวันตกของ
มหาสมุทรแอตแลนติก เช฽น บริเวณฟลอริดา สหรัฐอเมริกา อ฽าวเม็กซิโก ทะเลแคริบเบียน เป็นต฾น รวมทั้ง
มหาสมุทรแปซฟิ ิกบริเวณชายฝงั่ ประเทศเม็กซโิ ก

2.2 พายุไต้ฝุ่น (typhoon) เป็นชื่อพายุหมุนท่ีเกิดทางทิศตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก
เหนือ เช฽น บริเวณทะเลจีนใต฾ อ฽าวไทย อ฽าวตังเก๋ีย ประเทศญ่ีปุน แต฽ถ฾าเกิดในหมู฽เกาะฟิลิปปินสแ เรียกว฽า
บาเกยี ว (Baguio)

2.3 พายุไซโคลน (cyclone) เป็นชื่อพายุหมุนที่เกิดในมหาสมุทรอินเดียเหนือ เช฽น บริเวณ
อา฽ วเบงกอล ทะเลอาหรับ เปน็ ตน฾ แต฽ถ฾าพายุน้เี กิดบรเิ วณทะเลติมอรแและทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ
ออสเตรเลีย จะเรียกว฽า พายุวลิ ลี-วิลลี (willy-willy)

2.4 พายุโซนรอ้ น (tropical storm) เกิดขึน้ เมอื่ พายเุ ขตร฾อนขนาดใหญอ฽ ฽อนกาํ ลังลง
ขณะเคล่อื นตัวในทะเล และความเรว็ ทีจ่ ุดศนู ยกแ ลางลดลงเม่อื เคลอ่ื นเข฾าหาฝัง่

2.5 พายุดีเปรสชัน (depression) เกิดข้ึนเมื่อความเร็วลดลงจากพายุโซนร฾อน ซ่ึงก฽อให฾เกิด
พายุฝนฟาู คะนองธรรมดาหรอื ฝนตกหนกั

32

2.6 พายุทอร์นาโด (tornado) เป็นชื่อเรียกพายุหมุนท่ีเกิดในทวีปอเมริกา มีขนาดเนื้อที่เล็ก
หรือเสน฾ ผา฽ ศูนยกแ ลางน฾อย แตห฽ มนุ ดว฾ ยความเร็วสงู หรอื ความเรว็ ท่จี ดุ ศนู ยกแ ลางสูงมากกวา฽ พายุหมุนอื่น ๆ
ก฽อความเสยี หายไดร฾ ุนแรงในบรเิ วณทพี่ ัดผา฽ นเกิดได฾ทัง้ บนบก และในทะเล หากเกิดในทะเล จะเรียกว฽า
นาคเล่นน้า (water spout) บางคร้ังอาจเกิดจากกล฽ุมเมฆบนท฾องฟูา แต฽หมุนตัวย่ืนลงมาจากท฾องฟูาไม฽ถึง
พนื้ ดนิ มรี ปู ร฽างเหมอื นงวงช฾าง จึงเรียกกนั วา฽ ลมงวง

อนั ตรายของพายุ

1. ความรนุ แรงและอนั ตรายอันเกิดจากพายุไต้ฝุ่น
เมื่อพายทุ ม่ี ีกําลงั ขนาดไตฝ฾ นุ พัดผ฽านทีใ่ ดย฽อมทําใหเ฾ กดิ ความเสียหายร฾ายแรงทว่ั ไป เช฽น บนบกต฾นไม฾
จะลม฾ ถอนราก ถอนโคน บา฾ นเรือนพงั ทับผคู฾ นในบ฾านและทีใ่ กลเ฾ คยี งบาดเจบ็ หรือตาย สวน ไรน฽ าเสียหายหนัก
มาก เสาไฟฟูาล฾ม สายไฟฟูาขาด ไฟฟูาช็อต เกิดเพลงิ ไหม฾และผ฾ูคนอาจเสยี ชีวิตจากไฟฟาู ดูดได฾ ผ฾ูคนทม่ี อี าคาร
พกั อาศยั อย฽ูริมทะเลอาจถกู นํ้าพัดพาลงทะเลจมนํา้ ตายได฾ ดังเช฽น ปรากฎการณทแ ่ีแหลมตะลุมพุก จังหวัด
นครศรธี รรมราช
ในทะเลลมแรงจัดมากคลื่นใหญ฽ เรือขนาดใหญ฽ ขนาดหม่ืนตันอาจจะถูกพัดพาไปเกยฝั่งล฽มจมได฾
บรรดาเรอื เลก็ จะเกิดอันตรายเรือล฽ม ไม฽สามารถจะต฾านความรุนแรงของพายุได฾ คล่ืนใหญ฽ซัดข้ึนริมฝ่ังจะทําให฾
ระดบั น้ําขึ้นสูงมากจนท฽วมอาคารบ฾านช฽องรมิ ทะเลได฾ บรรดาโปะฺ จับปลาในทะเลจะถูกทําลายลงโดยคลน่ื และลม

2. ความรุนแรงและอนั ตรายจากพายโุ ซนร้อน
พายุโซนร฾อนมีความรุนแรงน฾อยกว฽าพายุไต฾ฝุน ฉะนั้น อันตรายจะเกิดจากการที่พายุนี้พัดมาปะทะ
ลดลงในระดับรองลงมาจากพายุไตฝ฾ ุน แต฽ความรนุ แรงท่จี ะทาํ ให฾ความเสียหายก็ยังมีมากเหมือนกัน ในทะเลลม
จะแรงมากจนสามารถทําให฾เรือขนาดใหญ฽ ๆ จมได฾ ต฾นไม฾ถอนรากถอนโคน ดังพายุโซนร฾อนท่ีปะทะฝั่งแหลม
ตะลุมพกุ จังหวัดนครศรีธรรมราช

33

ถา฾ การเตรียมการรบั สถานการณไแ มเ฽ พยี งพอ ไม฽มีการประชาสัมพันธใแ ห฾ประชาชนได฾ทราบ เพ่ือหลีกเลยี่ ง
ภยั อันตรายอยา฽ งทั่วถงึ ไมม฽ ีวิธกี ารดําเนนิ การท่ีเข฾มแข็งในการอพยพ การช฽วยเหลอื ผู฾ประสบภัยต฽าง ๆ
ในระหวา฽ งเกิดพายุ การสญู เสียกย็ ฽อมมกี ารเสยี ท้งั ชวี ิตและทรพั ยแสมบตั ิของประชาชน

3. พายดุ เี ปรสชัน่ เปน็ พายทุ ม่ี ีกาํ ลังอ฽อน ไม฽มอี ันตรายรนุ แรงแตท฽ าํ ใหม฾ ีฝนตกปานกลางทั่วไปตต่ํ าลอกดวท฽ างที่พายุดีเปรสชัน่ พ
50 ตัน ควร
งดเว฾นออกทะเลเพราะอาจจะล฽มลงได฾ และพายุดีเปรสชั่นน้ีเมื่ออย฽ูในทะเลได฾รับไอน้ําหล฽อเล้ียงตลอดเวลา
และไมม฽ สี ่งิ กีดขวางทางลมอาจจะทวีกําลังขึ้นได฾ โดยฉับพลัน ฉะนั้น เม่ือได฾รับทราบข฽าวว฽ามีพายุดีเปรสชั่นข้ึน
ในทะเลก็อย฽าวางใจว฽าจะมีกําลังอ฽อนเสมอไปอาจจะมีอันตรายได฾เหมือนกัน สําหรับพายุ
พัดจัดจะลดน฾อยลงเป็นลําดับ มีแต฽ฝนตกท่ัวไปเป็นระยะนาน ๆ และตกได฾มากถึง 100 มิลลิเมตร ภายใน 12
ชัว่ โมง ซึ่งต฽อไปก็จะทําให฾เกิดนํ้าปุาไหลบ฽าจากภูเขาและปุาใกล฾เคียงลงมาท฽วมบ฾านเรือนได฾ในระยะเวลาส้ัน ๆ
หลงั จากพายุได฾ผา฽ นไปแล฾ว

4. ความรนุ แรงและอันตรายจากพายฤุ ดูร้อน
พายุฤดูร฾อนเป็นพายุท่ีเกิดขึ้นโดยเหตุและวิธีการต฽างกับพายุดีเปรสช่ัน และเกิดบนผืนแผ฽นดินที่ร฾อน
อบอ฾าวในฤดูร฾อนแต฽เป็นพายุท่ีมีบริเวณย฽อม ๆ มีอาณาเขตเพียง 20-30 ตารางกิโลเมตร แต฽อาจมีลมแรงมาก
ถึง 47 น็อต หรือ 87 กิโลเมตรต฽อช่ัวโมง พายุน้ีมีกําลังแรงท่ีจะทําให฾เกิดความเสียหายได฾มาก แต฽เป็นช฽วง
ระยะเวลาส้ัน ๆ ประมาณ 2-3 ชวั่ โมง อันตรายท่เี กิดขึ้นคอื ตน฾ ไม฾หักลม฾ ทบั บ฾านเรือนผ฾ูคน ฝนตกหนักและอาจ
มีลูกเห็บตกได฾ ในกรณที พ่ี ายุมกี าํ ลังแรง
การเตรยี มการปอ้ งกนั อันตรายจากพายุ
1. ตดิ ตามสภาวะอากาศ ฟงั คาํ เตอื นจากกรมอุตนุ ิยมวิทยาสมาํ่ เสมอ
2. สอบถาม แจ฾งสภาวะอากาศร฾อนแกก฽ รมอตุ ุนยิ มวทิ ยา
3. ปลูกสรา฾ ง ซ฽อมแซม อาคารให฾แขง็ แรง เตรียมปอู งกันภยั ให฾สัตวเแ ลย้ี งและพชื ผลการเกษตร
4. ฝกึ ซ฾อมการปอู งกนั ภยั พบิ ัติ เตรียมพรอ฾ มรับมือ และวางแผนอพยพหากจาํ เป็น
5. เตรยี มเครอื่ งอุปโภค บรโิ ภค ไฟฉาย แบตเตอร่ี วทิ ยกุ ระเป฻าหิ้วเพือ่ ติดตามข฽าวสาร
6. เตรยี มพร฾อมอพยพเมอ่ื ไดร฾ บั แจง฾ ให฾อพยพ

34

2) น้าท่วม

สาเหตสุ าํ คัญขึ้นอย฽ูกับสภาพท฾องที่ และความวิปริตผันแปรของธรรมชาติแต฽ในบางท฾องที่ การกระทํา
ของมนุษยแก็มีส฽วนสําคัญ และ เกิดจากมีนํ้าเป็นสาเหตุ อาจจะเป็นน้ําท฽วม น้ําปุาหรืออื่น ๆ โดยปกติ อุทกภัย
เกดิ จากฝนตกหนักต฽อเน่ืองกันเป็นเวลานาน บางคร้ังทําให฾เกิดแผ฽นดินถล฽ม อาจมีสาเหตุจากพายุหมุนเขตร฾อน
ลมมรสุมมีกําลังแรง ร฽องความกดอากาศต่ํามีกําลังแรงอากาศแปรปรวน น้ําทะเลหนุน แผ฽นดินไหว เข่ือนพัง
ซ่ึงทําให฾เกดิ อทุ กภัยได฾ สาเหตุการเกิดอทุ กภยั แบง฽ ได฾เปน็ 2 ชนดิ ดงั นี้

2.1 จากน้าป่าไหลหลากและน้าท่วมฉับพลัน เกิดจากฝนตกหนักติดต฽อกันหลายชั่วโมง ดินดูดซับ
ไม฽ทนั น้ําฝนไหลลงพื้นราบอย฽างรวดเรว็ ความแรงของนาํ้ ทาํ ลายตน฾ ไม฾ อาคาร ถนน สะพาน ชวี ิต ทรัพยสแ ิน

2.2 จากน้าท่วมขังและน้าเอ่อนอง เกิดจากน้ําในแม฽น้ํา ลําธารล฾นตลิ่ง มีระดับสูงจากปกติ ท฽วมและ
แช฽ขัง ทําใหก฾ ารคมนาคมชะงกั เกดิ โรคระบาด ทําลายสาธารณูปโภค และพชื ผลการเกษตร

การปอ้ งกันน้าท่วมปฏบิ ัตไิ ด้ดังน้ี

1. ตดิ ตามสภาวะอากาศ ฟังคําเตือนจากกรมอุตนุ ิยมวทิ ยา
2. ฝึกซ฾อมการปอู งกนั ภยั พบิ ัติ เตรยี มพรอ฾ มรับมอื และวางแผนอพยพหากจําเป็น
3. เตรยี มน้าํ ดื่ม เครือ่ งอปุ โภค บรโิ ภค ไฟฉาย แบตเตอร่ี วิทยุกระเปา฻ หิ้ว เพ่ือตดิ ตามขา฽ วสาร
4. ซ฽อมแซมอาคารใหแ฾ ขง็ แรง เตรยี มปูองกนั ภยั ใหส฾ ตั วเแ ลยี้ งและพืชผลการเกษตร
5. เตรียมพร฾อมเสมอเม่ือไดร฾ บั แจ฾งให฾อพยพไปที่สงู เม่อื อยู฽ในพน้ื ทีเ่ สย่ี งภยั และฝนตกหนักตอ฽ เนือ่ ง
6. ไม฽ลงเล฽นน้ํา ไม฽ขบั รถผา฽ นนาํ้ หลากแมอ฾ ย฽บู นถนน ถ฾าอยูใ฽ กล฾นา้ํ เตรียมเรือเพ่ือการคมนาคม
7. หากอยูใ฽ นพนื้ ท่ีนํ้าท฽วมขงั ปูองกันโรคระบาด ระวังเร่ืองนาํ้ และอาหารต฾องสุก และ สะอาดกอ฽ น

บรโิ ภค

3) แผน่ ดนิ ไหว

เปน็ ปรากฏการณแ การสนั่ สะเทอื นหรอื เขยา฽ ของพืน้ ผิวโลก สาเหตุของการเกิดแผน฽ ดินไหวนั้นส฽วนใหญ฽
เกดิ จากธรรมชาติ โดยแผน฽ ดนิ ไหวบางลกั ษณะสามารถเกิดจากการกระทําของมนุษยแได฾เช฽น การทดลองระเบิด
ปรมาณู การปรับสมดุลเนอื่ งจากน้ําหนกั ของนํ้าท่ีกักเกบ็ ในเขื่อนและแรงระเบิดการทําเหมืองแร฽ เป็นตน฾

การปฏบิ ตั ปิ ้องกนั ตวั เองจากการเกดิ แผ่นดินไหว

กอ่ นเกิดแผ่นดนิ ไหว
1. ควรมีไฟฉายพร฾อมถา฽ นไฟฉาย และกระเปา฻ ยาเตรียมไว฾ในบา฾ น และให฾ทุกคนทราบวา฽ อยู฽ที่ไหน
2. ศึกษาการปฐมพยาบาลเบ้ืองต฾น
3. ควรมีเคร่ืองมือดบั เพลงิ ไว฾ในบา฾ น เชน฽ เคร่อื งดับเพลิง ถงุ ทราย เปน็ ต฾น
4. ควรทราบตําแหนง฽ ของวาลแวปิดน้ํา วาลแวปิดกา฿ ซ สะพานไฟฟูาสาํ หรบั ตัดกระแสไฟฟูา
5. อย฽าวางสิง่ ของหนกั บนชั้น หรอื หง้ิ สงู ๆ เมอื่ แผน฽ ดนิ ไหวอาจตกลงมากเปน็ อันตรายได฾
6. ผกู เครอ่ื งใชห฾ นกั ๆ ใหแ฾ นน฽ กบั พ้ืนผนงั บา฾ น
7. ควรมีการวางแผนเร่ืองจดุ นัดหมาย ในกรณีท่ตี อ฾ งพลดั พรากจากกัน เพ่อื มารวมกันอีกคร้ังในภายหลัง

35

ระหว่างเกิดแผน่ ดินไหว

1. อยา฽ ต่ืนตกใจ พยายามควบคุมสติอยู฽อยา฽ งสงบ
2. ถ฾าอยู฽ในบ฾านให฾ยืนหรือหมอบอย฽ูในส฽วนของบ฾านท่ีมีโครงสร฾างแข็งแรงท่ีสามารถรับน้ําหนักได฾มาก

และใหอ฾ ยูห฽ า฽ งจากประตู ระเบยี ง และหนา฾ ต฽าง
3. หากอยใ฽ู นอาคารสงู ควรตัง้ สติ และรบี ออกจากอาคารโดยเรว็ หนีให฾ห฽างจากสิ่งท่จี ะล฾มทับได฾
4. ถ฾าอย฽ูในที่โล฽งแจ฾ง ให฾อยู฽ห฽างจากเสาไฟฟูา และสิ่งห฾อยแขวนต฽าง ๆ ที่ปลอดภัยภายนอก คือ

ทโ่ี ล฽งแจ฾ง
5. อยา฽ ใช฾ เทียน ไม฾ขีดไฟ หรอื สิง่ ท่ที าํ ใหเ฾ กิดเปลวหรือประกายไฟ เพราะอาจมีแกส฿ ร่วั อยบู฽ รเิ วณนน้ั
6. ถ฾ากาํ ลังขบั รถใหห฾ ยดุ รถและอยูภ฽ ายในรถ จนกระทง่ั การสัน่ สะเทือนจะหยุด
7. หา฾ มใชล฾ ิฟทแโดยเดด็ ขาดขณะเกดิ แผ฽นดนิ ไหว
8. หากอย฽ชู ายหาดให฾อยูห฽ ฽างจากชายฝงั่ เพราะอาจเกดิ คล่นื ขนาดใหญซ฽ ดั เข฾าหาฝง่ั

หลังเกิดแผ่นดนิ ไหว

1. ควรตรวจตวั เองและคนขา฾ งเคียงวา฽ ไดร฾ ับบาดเจ็บหรอื ไม฽ ให฾ทําการปฐมพยาบาลขน้ั ต฾นกอ฽ น
2. ควรรีบออกจากอาคารท่เี สยี หายทันที เพราะหากเกิดแผน฽ ดินไหวตามมา อาคารอาจพังทลายได฾
3. ใส฽รองเท฾าหม฾ุ ส฾นเสมอ เพราะอาจมีเศษแกว฾ หรือวัสดุแหลมคมอ่นื ๆ และสง่ิ หักพงั ท่ิมแทงได฾
4. ตรวจสายไฟ ทอ฽ นํา้ ท฽อแก฿ส ถา฾ แก฿สร่วั ใหป฾ ดิ วาลแวถังแกส฿ ยกสะพานไฟ อย฽าจดุ ไมข฾ ดี ไฟ หรือกอ฽

ไฟจนกวา฽ จะแน฽ใจวา฽ ไมม฽ แี กส฿ รั่ว
5. ตรวจสอบว฽า แกส฿ รว่ั ดว฾ ยการดมกล่ินเท฽าน้นั ถา฾ ไดก฾ ล่นิ ให฾เปิดประตูหน฾าต฽างทุกบาน
6. ให฾ออกจากบริเวณที่สายไฟขาด และวสั ดุสายไฟพาดถึง
7. เปิดวทิ ยุฟังคาํ แนะนาํ ฉุกเฉิน อยา฽ ใชโ฾ ทรศัพทแ นอกจากจาํ เปน็ จริง ๆ
8. สาํ รวจดูความเสยี หายของท฽อส฾วม และทอ฽ นาํ้ ทิง้ ก฽อนใช฾
9. อยา฽ เขา฾ ไปในเขตที่มีความเสียหายสงู หรืออาคารพัง

4) ปรากฏการณ์เรือนกระจก

คาํ วา฽ เรอื นกระจก (greenhouse) หมายถงึ อาณาบรเิ วณที่ปิดล฾อมดว฾ ยกระจกหรือวัสดอุ นื่ ซึง่ มีผล
ในการเก็บกักความร฾อนไว฾ภายใน ในประเทศเขตหนาวนิยมใช฾เรือนกระจกในการเพาะปลูกต฾นไม฾ เพราะ
พลังงานแสงอาทิตยแสามารถผ฽านเข฾าไปภายในได฾แต฽ความร฾อนที่อยู฽ภายในจะถูกกักเก็บ โดยกระจกไม฽ให฾
สะทอ฾ นหรอื แผ฽ออกสูภ฽ ายนอกได฾ทําให฾อุณหภูมิของอากาศภายในอบอ฽ุน และเหมาะสมต฽อการเจริญเติบโตของ
พืชแตกต฽างจากภายนอกท่ยี งั หนาวเย็น นกั วทิ ยาศาสตรจแ งึ เปรียบเทยี บปรากฏการณทแ ่คี วามรอ฾ นภายในโลก
ถูกกับดักความร฾อนหรือก฿าซเรือนกระจก (Greenhouse gases) เก็บกักเอาไว฾ไม฽ให฾สะท฾อนหรือแผ฽ออกส฽ู
ภายนอกโลกวา฽ ปรากฏการณแเรอื นกระจก

โลกของเราตามปกติมีกลไกควบคุมภูมิอากาศโดยธรรมชาติอยู฽แล฾ว กระจกตามธรรมชาติของโลก คือ
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซดแและไอน้า ซึ่งจะคอยควบคุมให฾อุณหภูมิของโลกโดยเฉล่ียมีค฽าประมาณ 15 °C และ
ถ฾าหากในบรรยากาศไม฽มีกระจกตามธรรมชาติอุณหภูมิของโลกจะลดลงเหลือเพียง -20°C มนุษยแและพืชก็จะ
ลม฾ ตายและโลกกจ็ ะเขา฾ สยู฽ ุคนา้ํ แขง็ อกี ครัง้ หนงึ่

สาเหตุสําคัญของการเกิดปรากฎการณแเรือนกระจกมาจากการเพ่ิมขึ้นของก฿าซเรือนกระจกประเ ภท
ตา฽ ง ๆ ได฾แก฽ คาร์บอนไดออกไซดแ (CO2) ไอนํ้า (H2O) โอโซน (O3) มีเทน (CH4)ไนตรัสออกไซดแ (N2O) และ
คลอโรฟลอู อโรคาร์บอน (CFCs) ในสว฽ นของกา฿ ซคารบแ อนไดออกไซดจแ ะเกิดการหมุนเวียนและรักษาสมดุล

36

ตามธรรมชาติ ปญั หาในเร่ืองปรากฏการณเแ รือนกระจกจะไม฽สง฽ ผลกระทบท่รี นุ แรงต฽อมนุษยชแ าตโิ ดยเด็ดขาด
แตป฽ ญั หาทีโ่ ลกของสงิ่ มีชีวติ กําลังประสบอย฽ูในปัจจบุ ันก็คือ ปริมาณก฿าซเรือนกระจกที่อยู฽ในบรรยากาศ

เกดิ การสูญเสียสมดุลขน้ึ ปรมิ าณความเขม฾ ของกา฿ ซเรือนกระจกบางตวั เชน฽ คารบแ อนไดออกไซดแ มีเทน ไนตรสั
ออกไซดแและคลอโรฟลูออโรคารบแ อนกลบั เพ่มิ ปรมิ าณมากข้ึน นบั ตงั้ แตเ฽ กิดการปฏวิ ัติอุตสาหกรรม (industrial
revolution) หรือประมาณปี พ.ศ. 2493 เปน็ ตน฾ มา

กิจกรรมต฽าง ๆ ท่ีทําให฾เกิดการเพิ่มขึ้นของก฿าซเรือนกระจกมีดังนี้คือ 57% เกิดจากการเผาไหม฾ของ
เช้ือเพลิงฟอสซิล (น้ามันเชื้อเพลิง ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ) 17% เกิดจากการใช้สารคลอโรฟลูออโร
คารบ์ อน 15% เกิดจากการผลิตในภาคเกษตรกรรม 8% เกิดจากการตัดไม้ทาลายป่า ส฽วนอีก 3% เกิดจาก
การเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ

นกั วิทยาศาสตรทแ ่ัวโลกไดต฾ ิดตามการเพิ่มขน้ึ ของปริมาณก฿าซเรือนกระจก โดยการใช฾วิทยาศาสตรแและ
เทคโนโลยอี นั ทนั สมยั เช฽น การใช฾ดาวเทยี มสาํ รวจอากาศและสามารถสรุปไดว฾ า฽ ในแตล฽ ะปสี ดั ส฽วนของก฿าซเรือน
กระจกที่ถูกปล฽อยออกจากโลก โมเลกุลของคารแบอนไดออกไซดแจะมีผลต฽อการตอบสนองในการเก็บกัก
ความร฾อนน฾อยมาก แต฽เน่ืองจากปริมาณของคารแบอนไดออกไซดแที่เกิดจากกิจกรรมต฽าง ๆ ของมนุษยแมีมาก
ที่สุด ดงั นัน้ หัวใจสาํ คญั ของการแก฾ปัญหาจึงต฾องม฽ุงประเดน็ ตรงไปทีก่ ารลดปริมาณคารแบอนไดออกไซดแ ซ่ึงเกิด
จากการเผาไหม฾ของเชอ้ื เพลงิ ฟอสซิลก฽อนเป็นอันดับแรก ต฽อจากน้ันจึงค฽อยลดและเลิกการใช฾คลอโรฟลูออโร-
คารแบอนรวมถงึ การควบคุมปรมิ าณของมีเทนและไนตรสั ออกไซดแท่ีจะปล฽อยขึน้ สู฽บรรยากาศ

ผลกระทบตอ่ มนุษยช์ าตจิ ากการเกิดปรากฎการณเ์ รือนกระจก

จากการคาดการณแของนักวิทยาศาสตรแ อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกสูงข้ึนถึงแม฾การเพ่ิมสูงขึ้นจะแสดง
ออกมาเป็นตัวเลขเพียงเล็กน฾อย แต฽อาจส฽งผลกระทบที่รุนแรงต฽อโลกของส่ิงมีชีวิต เพราะการเปลี่ยนแปลง
อุณหภูมเิ ฉลย่ี ของโลกดงั ทเ่ี กิดขึ้นในปัจจบุ นั ทําให฾ความแตกต฽างระหว฽างอุณหภูมิบริเวณเส฾นศูนยแสูตรกับบริเวณ
ขั้วโลกลดน฾อยลงทําให฾เกิดความผันผวนขึ้นในอุณหภูมิอากาศของโลก เช฽น แนวปะทะระหว฽างอากาศร฾อนกับ
อากาศเยน็ ของลมเปล่ียนไปอยา฽ งมากเกดิ สภาวะความกดอากาศต่ํามากข้ึนทําให฾มีลมมรสุมพัดแรง เกิดลมพายุ
ชนิดต฽าง ๆ เช฽น พายุโซนร฾อน ใต฾ฝุน ดีเปรสชั่นและทอรแนาโดข้ึนบ฽อย ๆ หรืออาจเกิดฝนตกหนักผิดพ้ืนท่ี
สมดุลทางธรรมชาติจะเปลี่ยนแปลงไปทําให฾เกิดภัยธรรมชาติ เช฽น ดินถูกนํ้าเซาะพังทลายหรือเกิดอุทกภัย
เฉยี บพลนั เป็นต฾น

นอกจากนี้นักวิทยาศาสตรแยังมีความเชื่อว฽าหากอุณหภูมิเฉล่ียของโลกสูงมากจะทําให฾น้ําแข็งบริเวณ
ขั้วโลกละลาย นํ้าในทะเลและมหาสมุทรจะเพิ่มปริมาณและท฽วมท฾นทําให฾เกาะบางแห฽งจมหายไป เมืองท่ีอย฽ู
ใกล฾ชายทะเลหรือมีระดับพ้ืนที่ตํ่าเช฽น กรุงเทพฯ จะเกิดปัญหานํ้าท฽วมข้ึนและถ฾านํ้าแข็งบริเวณข้ัวโลกละลาย
อยา฽ งตอ฽ เนอ่ื ง กจ็ ะส฽งผลให฾ระดับนาํ้ ทะเลท่วั โลกเพมิ่ สูงข้ึนอกี สามเมตรหรอื มากกว฽านั้น ซงึ่ หมายถึงอุทกภยั
คร้ังใหญ฽จะเกิดข้ึนในโลกอย฽างแน฽นอน จากเอกสารของโครงการส่ิงแวดล฾อมขององคแการสหประชาชาติ
ได฾ประมาณการณแว฽าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกอาจสูงขึ้น 2 ถึง 4°C และระดับนํ้าทะเลอาจสูงขึ้น 20-50
เซนตเิ มตร ในระยะเวลาอีก 10 – 50 ปนี บั จากปัจจบุ ัน

มาตรการปอ้ งกนั ผลกระทบจากการเกดิ ปรากฎการณ์เรอื นกระจก

หลักจากท่ีเราได฾ทราบมูลเหตุแห฽งการเกิดปรากฎการณแเรือนกระจกแล฾ว ข฾อสรุปท่ีดีที่สุดในการแก฾ไข
ปญั หา คือ การลดปริมาณก฿าซเรือนกระจกที่จะถูกปล฽อยออกส฽ูบรรยากาศให฾อยู฽ในสัดส฽วน และปริมาณที่น฾อย
ท่สี ดุ เทา฽ ทีจ่ ะกระทําได฾ การรักษาระดับความหนาแน฽นของก฿าซเรือนกระจกในบรรยากาศที่ท่ัวโลกกําลังปฏิบัติ
มีหลายวิธี ยกตัวอย฽างเช฽น มาตรการของ IPCC (Intergovermental Panel on Climate Change)

37

ซึ่งประมาณการณแเอาไว฾ว฽าการรักษาระดับความหนาแน฽นของก฿าซเรือนกระจกในบรรยากาศให฾อย฽ูในระดับ
เดยี วกับปจั จบุ นั จะต฾องลดการปลดปล฽อยก฿าซเรือนกระจกจากการกระทําของมนุษยแให฾ตํ่าลงจากเดิม 6% และ
ไดเ฾ สนอมาตรการตา฽ ง ๆ ดงั นี้

1. ส฽งเสริมการสงวนและการใช฾พลังงานอย฽างมีประสิทธิภาพสูงสุดดังจะยกตัวอย฽างในบ฾านเมืองของ
เราก็เช฽น การใช฾เครื่องไฟฟูาท่ีมีสลากประหยัดไฟ หรือการเลือกใช฾หลอดฟลูออเรสเซนตแ ชนิดหลอดผอม
เป็นต฾น

2. หามาตรการในการลดปริมาณคารแบอนไดออกไซดแ เช฽น กําหนดนโยบายผู฾ทําให฾เกิดมลพิษต฾อง
เป็นผู฾รับผิดชอบค฽าใช฾จ฽าย ในการบําบัดในบางประเทศมีการกําหนดให฾มีการเก็บภาษีผ฾ูท่ีทําให฾เกิดก฿าซ
คารแบอนไดออกไซดแให฾มากข้นึ ท้งั น้จี ะส฽งผลต฽อการประหยดั พลังงานของประเทศทางอ฾อมด฾วย

3. เลิกการผลิตและการใช฾คลอโรฟลูออโรคารแบอน (CFCs) รวมทั้งค฾นหาสารอื่นมาทดแทนคลอโร
ฟลูออโรคารแบอน ในบางประเทศกําหนดให฾ใช฾ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน(HFCs) แทน สําหรับประเทศไทยของ
เรามีการส฽งเสริมการสร฾างค฽านิยมในการใช฾สเปรย และอุปกรณแท่ีอย฽ูในประเภทที่ปราศจากคลอโรฟลูออโร
คารแบอน (Non-CFCs) เป็นตน฾

4. หันมาใชเ฾ ชอ้ื เพลงิ ท่ีก฽อให฾เกิดคารแบอนไดออกไซดแในปริมาณที่น฾อยกว฽าเมื่อเทียบกับค฽าพลังงานที่ได฾
เช฽น การก฽อสร฾างโครงการรถไฟฟูาของกรุงเทพมหานครจะช฽วยลดการใช฾นํ้ามันเช้ือเพลิงจากการขนส฽งมวลชน
ในแต฽ละวนั ได฾อยา฽ งดีและประสิทธิภาพที่สดุ

5. สนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับแหล฽งพลังงานทดแทนอ่ืน ๆ เช฽น พลังงานแสงอาทิตยแและพลังงาน
นิวเคลียรแให฾เกิดเป็นรูปธรรมและได฾รับความเช่ือม่ันจากประชาชนว฽าจะไม฽ก฽อให฾เกิดมหันตภัยมวลมนุษยแชาติ
ดังที่เกิดขน้ึ ในเชอรโแ นบิวลแ

6. หยุดยั้งการทําลายปุาไม฾และสนับสนุนการปลูกปุาทดแทน สําหรับในประเทศไทยการรณรงคแ
ในเรอื่ งการปลูกปาุ เฉลมิ พระเกียรตินบั เปน็ โครงการที่น฽าสนบั สนนุ อย฽างมาก

5) ภาวะโลกรอ้ น

ภาวะโลกร฾อน หมายถึง การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่เกิดจากการกระทําของมนุษยแ ที่ทําให฾อุณหภูมิ
เฉลย่ี ของโลกเพ่มิ สูงขน้ึ เราจงึ เรยี กวา฽ ภาวะโลกร้อน (Global Warming) กจิ กรรมของมนษุ ยแที่ทาํ ให฾เกิดภาวะ
โลกรอ฾ นคือ กจิ กรรมท่ีทําใหป฾ ริมาณกา฿ ซเรือนกระจกในบรรยากาศเพ่ิมมากข้ึน ไดแ฾ ก฽ การเพิ่มปริมาณก฿าซเรือน
กระจกโดยตรง เช฽น การเผาไหม฾เช้ือเพลิง และการเพ่ิมปริมาณก฿าซเรือนกระจกโดยทางอ฾อม คือ การตัดไม฾
ทาํ ลายปาุ

หากไม฽มกี ารชว฽ ยกนั แก฾ไขปญั หาโลกในวันนี้ ในอนาคตจะสง฽ ผลกระทบดังน้ี
1. ทําให฾ฤดูกาลของฝนเปลี่ยนแปลงไป กระบวนการระเหยและการกล่ันตัวจะเร็วขึ้น หมายถึงว฽า
ฝนอาจจะตกบอ฽ ยข้นึ แตน฽ าํ้ จะระเหยเร็วขนึ้ ด฾วย ทาํ ใหด฾ นิ แห฾งเร็วกวา฽ ปกติในช฽วงฤดูกาลเพาะปลกู
2. ผลผลติ ทางการเกษตรจะลดลง นอกจากผลกระทบโดยตรงจากอุณหภูมิ ฝน ช฽วงระยะเวลาฤดูกาล
เพาะปลกู แลว฾ ยังเกิดจากผลกระทบทางอ฾อมอีกดว฾ ย คือ การระบาดของโรคพชื ศตั รูพชื และวัชพชื
3. สตั วแน้ําจะอพยพไปตามการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมินํ้าทะเล แหล฽งประมงที่สําคัญ ๆ ของโลกจะ
เปลย่ี นแปลงไป
4. มนุษยแจะเสียชีวิตเน่ืองจากความร฾อนมากข้ึน ตัวนําเชื้อโรคในเขตร฾อนเพ่ิมมากขึ้น ปัญหาภาวะ
มลพิษทางอากาศภายในเมอื งจะรนุ แรงมากข้ึน

38

วธิ กี ารลดภาวะโลกร้อน มี 10 วธิ ีดังน้ี

1. ลดการใชพ฾ ลงั งานทไ่ี มจ฽ าํ เป็นจากเครื่องใช฾ไฟฟูา เช฽น เคร่ืองปรับอากาศ พัดลม หากเป็นไปได฾ใช฾วิธี
เปิดหน฾าต฽าง ซ่งึ บางช฽วงทอี่ ากาศดี ๆ สามารถทําได฾ เช฽น หลังฝนตก หรอื ชว฽ งอากาศเย็น เป็นการลดค฽าไฟ และ
ลดความร฾อน เนื่องจากหลักการทําความเย็นนั้นคือ การถ฽ายเทความร฾อนออก ดังนั้นเวลาเราใช฾เคร่ืองปรับอากาศ
จะเกดิ ปริมาณความร฾อนบริเวณหลงั เครอ่ื งระบายความรอ฾ น

2. เลือกใช฾ระบบขนส฽งมวลชน ในกรณีท่ีสามารถทําได฾ ได฾แก฽ รถไฟฟูา รถตู฾ รถเมลแ เน่ืองจากพาหนะ
แต฽ละคัน จะเกิดการเผาผลาญเชื้อเพลิง ซ่ึงจะเกิดความร฾อน และก฿าซคารแบอนไดออกไซดแ ดังนั้นเมื่อลด
ปริมาณจาํ นวนรถ ก็จะลดจาํ นวนการเผาไหมบ฾ นท฾องถนน ในแต฽ละวันลงได฾

3. ช฽วยกันปลูกต฾นไม฾ เพราะต฾นไม฾จะคายความช฽ุมชื้นให฾กับโลก และช฽วยดูดก฿าซคารแบอนไดออกไซดแ
ซ่ึงเป็นสาเหตภุ าวะเรือนกระจก

4. การชวนกนั ออกไปเทยี่ วธรรมชาตภิ ายนอก กช็ ฽วยลดการใชป฾ ริมาณไฟฟาู ได฾
5. เวลาซ้ือของพยายามไม฽รับภาชนะที่เป็นโฟม หรือกรณีที่เป็นพลาสติก เช฽น ขวดนํ้าพยายามนํา
กลับมาใช฾อีก เนื่องจากพลาสติกเหล฽านี้ทําการย฽อยสลายยาก ต฾องใช฾ปริมาณความร฾อน เหมือนกับตอนท่ีผลิต
มันมา ซ่ึงจะก฽อให฾เกิดความร฾อนกับโลกของเรา เราสามารถนํากลับมาใช฾เป็นภาชนะใส฽นํ้าแทนกระติกนํ้า หรือ
ใชป฾ ลูกต฾นไมก฾ ็ได฾
6. ใช฾กระดาษด฾วยความประหยัด กระดาษแต฽ละแผน ทํามาจากการตัดต฾นไม฾ ซ่ึงเป็นเสมือนปราการ
สําคัญของโลกเรา ดังน้ันการใช฾กระดาษแต฽ละแผ฽นควรใช฾ให฾ประหยัดท้ังด฾านหน฾าหลัง ใช฾เสร็จควรนํามาเป็น
วสั ดรุ อง หรือ นํามาเช็ดกระจกกไ็ ด฾ นอกจากน้ีการนาํ กระดาษไปเผากจ็ ะเกิดความร฾อนตอ฽ โลกเราเชน฽ กนั
7. ไม฽สนับสนุนกิจการใด ๆ ที่สิ้นเปลืองทรัพยากรของโลกเรา และควรสนับสนุนกิจการท่ีมีการ
คาํ นงึ ถึงการรกั ษาสิง่ แวดลอ฾ ม

กิจกรรมที่ 1.2 ลักษณะปรากฏการณ์ทางธรรมชาตทิ ่ีสาคญั และการป้องกนั อันตราย

1. ปรากฏการณแเรอื นกระจกคืออะไร
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................... ...................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
................................................................................................................................. .............................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2. ในฐานะท่ีท฽านเป็นส฽วนหน่ึงของประชากรโลกท฽านสามารถจะช฽วยปูองกันและแก฾ไขปัญหาภาวะ
โลกรอ฾ นได฾อยา฽ งไรให฾บอกมา 5 วิธี
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

39

เรื่องที่ 3 วธิ ีใช้เครอ่ื งมอื ทางภมู ิศาสตร์

เคร่ืองมอื ทางภมู ิศาสตรแ
ใช฾ประกอบการเก็บข฾อมูล เพื่อการบรรยายเชิงปริมาณและคุณภาพของสภาพภูมิอากาศโลก เช฽น
จีพีเอส หรือระบบกําหนดตําแหน฽งบนพื้นผิวโลก เข็มทิศ เคร่ืองมือบางชนิดใช฾ประกอบการเรียนและการสอน
ในห฾องเรยี นหรือในหอ฾ งปฏิบตั กิ าร และเคร่ืองมือบางชนิดใช฾ประกอบการศึกษา และเก็บข฾อมูลเฉพาะในสนาม
เท฽านั้น บางครั้งการใช฾เคร่ืองมือต฾องใช฾เคร่ืองคอมพิวเตอรแประกอบด฾วย เช฽น เคร่ืองมือระบบสารสนเทศ
ภูมิศาสตรแหรือท่ีรู฾จักกันในปัจจุบันว฽า GIS (Geographic Information System) ข฾อมูลดาวเทียมหรือ SRS
(Satellite Remote Sensing) ระบบกําหนดตําแหน฽งพ้ืนผิวโลกหรือ GPS (Global Positioning System)
ซ่ึงนักภูมิศาสตรแยุคใหม฽จําเป็นต฾องรู฾ สําหรับในท่ีน้ีจะกล฽าวถึงเครื่องมือ ภูมิศาสตรแที่สําคัญคือ แผนท่ี ลูกโลก
รูปถ฽ายทางอากาศและภาพจากดาวเทยี ม และเคร่ืองมือเทคโนโลยสี ือ่ การศกึ ษาภูมิศาสตรแ

แผนที่
แผนท่ีเป็นส่ิงที่มีความสําคัญมากในการศึกษาวิชาภูมิศาสตรแ เพราะครอบคลุมท้ังลักษณะภูมิประเทศ
ลกั ษณะภมู อิ ากาศ และทรพั ยากรธรรมชาติ รวมทั้งสิง่ ท่ีเกิดข้ึนจากฝีมือของมนุษยแบนพ้ืนผิวโลกด฾วยการจัดทํา
แผนท่ีในปจั จุบนั ได฾มกี ารพัฒนาการข้นึ เป็นลาํ ดบั มกี ารนาํ เอารูปถ฽ายทางอากาศและภาพจากดาวเทียมมาช฽วย
ในการทาํ แผนทีท่ ําให฾สามารถสรา฾ งแผนท่ีไดร฾ วดเรว็ มคี วามถูกตอ฾ งและทนั สมยั กวา฽ ในอดีต
ความหมายของแผนที่
แผนท่ี (Map) หมายถึง การแสดงลักษณะพื้นผิวโลกลงบนแผ฽นราบ โดยการย฽อส฽วนและการใช฾
สัญลกั ษณแไม฽ว฽าเครือ่ งหมายหรือสี แทนสง่ิ ตา฽ ง ๆ บนพื้นผวิ โลก แผนที่จงึ ตา฽ งจากลกู โลกและแผนผัง
เครื่องหมายแผนที่ คือ เครื่องหมายหรือสัญลักษณแที่ใช฾แทนส่ิงต฽าง ๆ บนพ้ืนพิภพ ที่เกิดข้ึนเองและ
ตามธรรมชาติ นอกจากเคร่อื งหมายแล฾ว เรายงั ใชส฾ เี ปน็ การแสดงลักษณะภูมิประเทศอกี ดว฾ ย คอื

40

1. สดี ํา หมายถึง ภมู ิประเทศสําคญั ทางวัฒนธรรมทม่ี นษุ ยแสรา฾ งขน้ึ เชน฽ อาคาร สุสาน วดั สถานท่ี
ราชการตา฽ ง ๆ เป็นตน฾

2. สนี ํา้ เงิน หมายถึง ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศทเ่ี ป็นน้าํ เช฽น ทะเล แมน฽ ํา้ หนอง บึง เปน็ ตน฾
3. สีนาํ้ ตาล หมายถึง ลักษณะภูมิประเทศทีม่ คี วามสูงโดยท่วั ไป เช฽น เส฾นช้ันความสงู
4. สีเขียว หมายถงึ พชื พนั ธไแุ ม฾ต฽างๆ เชน฽ ปุา สวน ไร฽
5. สแี ดง หมายถึง ถนนสายหลัก พน้ื ท่ยี ฽านชมุ ชนหนาแนน฽ และลักษณะภูมิประเทศสําคัญ

วามสาคัญของแผนที่

1. ทาํ ให฾ทราบลกั ษณะทางธรรมชาติของพืน้ ผวิ โลก รวมทงั้ กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ บนพื้นผิวโลก
2. ทาํ ให฾ทราบขอ฾ มูล สถติ ิตา฽ ง ๆ เพอ่ื การเปรยี บเทียบ การพัฒนาการวางแผนในด฾านต฽าง ๆ

รวมทงั้ ด฾านยุทธศาสตรแ

ประโยชน์ของแผนที่

1. ในการศึกษาลักษณะภูมิประเทศ แผนที่จะทําให฾ผู฾ศึกษาทราบว฽าพ้ืนที่ใดมีลักษณะภูมิประเทศ
แบบใดบ฾าง

2. ตอ฽ การศกึ ษาธรณวี ิทยา เพื่อใหท฾ ราบความเป็นมาของแหล฽งทรัพยากร ดนิ หิน แร฽ธาตุ
3. ด฾านสมทุ รศาสตรแและการประมง เพ่อื ให฾ทราบสภาพแวดลอ฾ มชายฝงั่ ทะเล
4. ดา฾ นทรพั ยากรนาํ้ รู฾ขอ฾ มูลเก่ยี วกบั แม฽น้ําและการไหล อ฽างเกบ็ นํา้ ระบบการชลประทาน
5. ดา฾ นปาุ ไม฾ เพ่ือใหท฾ ราบคณุ ลกั ษณะของปาุ ไม฾และการเปลี่ยนแปลงพื้นท่ปี าุ
6. ดา฾ นการใช฾ท่ีดิน เพ่ือให฾ทราบปัจจัยการใชป฾ ระโยชนทแ ดี่ นิ ด฾านตา฽ ง ๆ
7. ดา฾ นการเกษตร การเกษตรมีผลตอ฽ การพฒั นาประเทศ เพือ่ รวู฾ ฽าบรเิ วณใดควรพัฒนา
8. ด฾านส่งิ แวดลอ฾ ม โดยเฉพาะการจดั การทรพั ยากรบรเิ วณต฽าง ๆ
9. ในการวางผังเมือง เพื่อใชข฾ ฾อมูลทางธรรมชาตใิ นการจัดวางผังเมืองใหเ฾ หมาะสม
10. การศกึ ษาโบราณคดี เพ่อื ค฾นหาแหลง฽ ชมุ ชนโบราณและความร฾อู ื่น ๆ
11. ด฾านอตุ นุ ยิ มวทิ ยา เพื่อประโยชนใแ นการเพาะปลูก อตุ สาหกรรม ประมง การปอู งกันอทุ กภยั

ลกั ษณะของส่ิงท่ีแสดงปรากฏบนแผนทป่ี ระกอบด้วย

1. ลกั ษณะของส่งิ ทีเ่ กิดขึน้ เองตามธรรมชาติ เช฽น ทะเล มหาสมทุ ร ทะเลสาบ แม฽นาํ้ ภเู ขา ท่รี าบ
ท่รี าบสูง เกาะ เป็นตน฾

2. ลักษณะของส่งิ ทีม่ นษุ ยสแ ร฾างข้ึน เช฽น เส฾นก้ันอาณาเขต เมือง หม฽ูบ฾าน สถานที่ราชการ ศาสนสถาน
เส฾นทางคมนาคม พน้ื ทีเ่ กษตรกรรม เปน็ ตน฾

ชนดิ ของแผนที่

1. แบ฽งตามขนาดของมาตรส฽วน มี 3 ชนดิ คอื
1.1 แผนทม่ี าตราสว฽ นเลก็ หมายถงึ แผนทท่ี ่มี าตราสว฽ นเล็กกว฽า
1 : 1,000,000
1.2 แผนทมี่ าตราส฽วนกลาง หมายถึง แผนที่ทีม่ ีมาตราส฽วนระหวา฽ ง
1 : 250,000 ถึง 1 : 1,000,000

41

1.3 แผนท่ีมาตราสว฽ นใหญ฽ หมายถงึ แผนทท่ี มี่ มี าตราส฽วนมากกวา฽ 1 : 250,000

2. แบง฽ ตามประเภทการใช฾ ได฾แก฽
2.1 แผนที่กายภาพ หรือแผนทลี่ กั ษณะภมู ิประเทศ (Topographic หรือ Landform หรือ Relief

Map) เป็นแผนท่ีแสดงรายละเอียดของส่ิงท่ีเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เช฽น ทะเล มหาสมุทร เทือกเขาที่ราบสูง
ทีร่ าบ ฯลฯ

2.2 แผนท่ีรัฐกิจ (Political Map) หรือแผนท่ีทั่วไป (General Map) เป็นแผนท่ีแสดงขอบเขต
การปกครองของจงั หวัด รัฐ ประเทศ

2.3 แผนทป่ี ระวตั ิศาสตรแ (Historical Map) เปน็ แผนท่ีแสดงอาณาเขตของอาณาจักรหรือ
จกั รวรรดติ า฽ ง ๆ ในสมยั โบราณ

2.4 แผนท่ีโครงรา฽ ง (Outline) เป็นแผนท่แี สดงโครงรา฽ งของทวีป ประเทศ โดยไมม฽ รี ายละเอียด
ใด ๆ เพื่อใช฾ในการศึกษา เชน฽

2.5 แผนทเ่ี ดนิ เรือ (Nautical Map) เป็นแผนท่ีแสดงเส฾นทางการเดินเรือในท฾องทะเล มหาสมุทร
รวมทง้ั ใช฾สญั ลักษณแสเี พอ่ื แสดงความต้นื ลึกของพืน้ นํ้า

2.6 แผนทีเ่ ศรษฐกจิ (Economic Map) เปน็ แผนทแ่ี สดงเขตกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ต฽าง ๆ รวมทั้ง
แสดงแหล฽งทรัพยากรสําคัญ

องคป์ ระกอบของแผนท่ี

องคปแ ระกอบทสี่ ําคญั ดงั นี้
1. ชื่อแผนท่ีเป็นส่ิงท่ีมีความจําเป็นสําหรับให฾ผู฾ใช฾ได฾ทราบว฽าเป็นแผนที่เร่ืองอะไร แสดงรายละเอียด
อะไรบ฾าง เพื่อให฾ผู฾ใช฾ใชอ฾ ยา฽ งถูกต฾อง และตรงความตอ฾ งการ โดยปกติชื่อแผนที่จะมคี าํ อธิบายเพ่มิ เตมิ แสดง
ไวด฾ ฾วย เช฽น แผนท่ีประเทศไทยแสดงเน้ือท่ีปุาไม฾ แผนทป่ี ระเทศไทยแสดงการแบง฽ ภาคและเขตจงั หวดั เปน็ ต฾น
2. ขอบระวาง แผนทท่ี ุกชนดิ จะมีขอบระวาง ซึ่งเป็นขอบเขตของพื้นที่ในภูมิประเทศที่แสดงบนแผนที่
แผ฽นนั้นมกั จะแสดงด฾วยเส฾นขนานเพือ่ แสดงตําแหน฽งละติจูดกับเส฾นเมรเิ ดยี นเพื่อแสดงตําแหนง฽ ลองจจิ ูดและ
จะแสดงตวั เลขเพ่อื บอกคา฽ พิกดั ภมู ิศาสตรขแ องตําแหน฽งต฽าง ๆ
3. ทศิ ทาง มีความสําคญั ต฽อการคน฾ หาตําแหนง฽ ที่ต้ังของสิง่ ต฽าง ๆ โดยในสมัยโบราณใช฾วิธีดูทิศทางตาม
การขึ้นและตกของดวงอาทิตยแในเวลากลางวัน และการดูทิศทางของดาวเหนือในเวลากลางคืน ต฽อมามีการ
ประดษิ ฐเแ ขม็ ทศิ ซง่ึ เป็นเคร่ืองมือช฽วยในการหาทิศข้ึน เน่ืองจากเข็มของเข็มทิศจะชี้ไปทางทิศเหนือตลอดเวลา
การใช฾ทิศทางในแผนท่ีประกอบกับเข็มทิศหรือการสังเกตดวงอาทิตยแและดาวเหนือจึงช฽วยให฾เราสามารถ
เดินทางไปยังสถานที่ท่ีเราต฾องการได฾ ในแผนที่จะต฾องมีภาพเข็มทิศหรือลูกศรช้ีไปทางทิศเหนือเสมอ ถ฾าหาก
แผนทใี่ ดไม฽ได฾กําหนดภาพเขม็ ทศิ หรือลูกศรไว฾กใ็ หเ฾ ข฾าใจวา฽ ดา฾ นบนของแผนท่ีคือทศิ เหนือ
4. สัญลักษณแ เปน็ เครือ่ งหมายทใ่ี ช฾แทนส่ิงตา฽ ง ๆ ในภูมิประเทศจรงิ เพื่อชว฽ ยใหผ฾ ใ฾ู ชส฾ ามารถอ฽าน
และแปลความหมายจากแผนทไี่ ด฾อย฽างถูกต฾อง ทงั้ นี้ในแผนทจ่ี ะตอ฾ งมีคําอธบิ ายสญั ลักษณแประกอบไว฾ดว฾ ยเสมอ
5. มาตราส฽วน เป็นอตั ราสว฽ นระหวา฽ งระยะทางท่ียอ฽ ส฽วนมาลงในแผนท่ีกับระยะทางจริงในภูมิประเทศ
มาตราสว฽ นชว฽ ยให฾ผู฾ใช฾ทราบว฽าแผนทีน่ ้ัน ๆ ยอ฽ สว฽ นมาจากสภาพในภมู ิประเทศจรงิ ในอัตราส฽วนเทา฽ ใด
มาตราส฽วนแผนท่ีโดยมากจะมี 3 ลักษณะ ได฾แก฽ มาตราส฽วนแบบเศษส฽วน มาตราส฽วนคําพูดและมาตราส฽วน
แบบกราฟิก มาตราส฽วนของแผนท่ี คือ อัตราส฽วนระหว฽างระยะบนแผนท่ีกับระยะในภูมิประเทศ หรือ
ความสัมพันธแระหว฽างระยะทางราบบนแผนที่กับระยะทางราบในภูมิประเทศ การเขียนมาตราส฽วนเขียนได฾
หลายวธิ ี เช฽น 50,000 หรอื 1/50,000 หรอื 1 : 50,000

42

การคานวณระยะทางบนแผนที่

คํานวณไดจ฾ ากสูตร : มาตราสว่ นของแผนที่ = ระยะบนแผนท่ี
ระยะในภมู ปิ ระเทศ

6. เส฾นโค฾งแผนท่ีเป็นระบบของเส฾นขนานและเส฾นเมริเดียนที่สร฾างข้ึนเพื่อกําหนดตําแหน฽งพิกัด
ภมู ศิ าสตรแใหเ฾ ป็นมาตรฐานไวใ฾ ชอ฾ า฾ งองิ ร฽วมกัน ซึ่งประกอบด฾วย

6.1 เส฾นขนาน เปน็ เสน฾ สมมตทิ ี่ลากจากทิศตะวันออก สรา฾ งขึ้นจากการวัดมมุ เริ่มจากเส฾นศูนยแสูตร
ซึง่ มีค฽ามุม 0 องศา ไปยังขว้ั โลกท้งั สองดา฾ น ๆ ละไม฽เกนิ 90 องศา เสน฾ ขนานที่สาํ คญั ประกอบด฾วย

1. เส฾นศนู ยสแ ตู รหรือเส฾นอิเควเตอรแ มีค฽ามมุ 0 องศา
2. เส฾นทรอปิกออฟแคนเซอรแ มีค฽ามมุ 23 องศา 30 ลปิ ดาเหนือ
3. เสน฾ ทรอปกิ ออฟแคปรคิ อรแน มีค฽ามุม 23 องศา 30 ลปิ ดาใต฾
4. เส฾นอารแกติกเซอรแเคิล มีค฽ามมุ 66 องศา 30 ลิปดาเหนือ
5. เสน฾ อนั ตารแกตกิ เซอรแเคลิ มีคา฽ มมุ 66 องศา 30 ลิปดาใต฾
6.2 เส฾นเมริเดียน เป็นเส฾นสมมติที่ลากจากขั้วโลกเหนือไปยังข้ัวโลกใต฾ สร฾างขึ้นจากการสมมติ
เส฾นเมริเดียนปฐม มีค฽ามุม 0 องศา ลากผ฽านตําบลกรีนิช กรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักรไปทางทิศ
ตะวันออกและทิศตะวันตกด฾านละ 180 องศา โดยเส฾นเมริเดียนที่ 180 องศาตะวันออกและ 180 องศา
ตะวันตกจะทับกันเป็นเส฾นเดียวน้ีให฾เป็นเส฾นวันท่ีหรือเส฾นแบ฽งเขตวันระหว฽างชาติ หรือเส฾นแบ฽งเขตวันสากล
เส฾นเมริเดียนแรกหรือเส฾นเมริเดียนปฐม (Prime Meridian) คือเส฾นเมริเดียนท่ีลากผ฽านหอดูดาวแห฽งหนึ่ง
ตาํ บลกรีนิช ใกลก฾ รงุ ลอนดอนในประเทศอังกฤษ ท้ังนี้เพื่อใชเ฾ ป็นหลกั อา฾ งอิงในการนบั เส฾นเมริเดียนอื่น ๆ ต฽อไป
เส฾นเมริเดียนรอบโลกมี 360 เส฾น แบ฽งเป็นเส฾นองศา ตะวันออก 180 เส฾น และเส฾นองศาตะวันตก 180 เส฾น
ความสําคัญของเส฾นเมริเดียน คือ บอกพิกัดของตําแหน฽งที่ต้ังต฽างๆ บนพื้นผิวโลกโดยใช฾ร฽วมกับ เส฾นขนาน
(เส฾นละติจดู ) และใช฾เปน็ แนวแบง฽ เขตเวลาของโลก

43

7. พิกัดภูมิศาสตรแเป็นระบบที่บอกตําแหน฽งของสิ่งต฽าง
ๆ บนพ้ืนผิวโลก โดยอาศัยเส฾นโครงแผนท่ี
ซ่ึงเส฾นขนานและเส฾นเมริเดียนตัดกันเป็นจุดสิ่งต฽าง ๆ บน
พน้ื ผิวโลก โดยอา฽ นค฽าพกิ ัดภมู ิศาสตรเแ ปน็ ละติจูด
(เส฾นขนาน) และลองจิจูด (เสน฾ เมรเิ ดียน)

ดังนั้น ละติจูด เป็นพิกัดของจุดหนึ่งบนเส฾นขนาน ส฽วน
ลองจิจูดก็เป็นพิกัดของจุดหน่ึงบนเส฾นเมริเดียน ซึ่งท้ังละติจูด
และลองจิจูดมีค฽าของมุมเป็นองศา โดย 1 องศา มีค฽าเท฽ากับ 60
ลปิ ดาและ 1 ลิปดา มีคา฽ เทา฽ กบั 60 ฟลิ ิปดา

พิกัดภูมิศาสตรแเป็นระบบที่บ฽งบอกตําแหน฽งท่ีตั้งอย฽ูจุดตําแหน฽งต฽าง ๆ บนพ้ืนผิวโลก โดยอาศัย
โครงข฽ายของเสน฾ โครงแผนทซ่ี ึ่งประกอบด฾วยเสน฾ เมริเดยี นกับเสน฾ ขนานตัดกนั เปน็ “จดุ ”

1) ละติจูด (Latitude) เป็นค฽าของระยะทางเชิงมุม โดยนับ 0 องศา จากเส฾นศูนยแสูตรไปทางเหนือ
หรอื ใตจ฾ นถึง 90 องศาทีข่ ว้ั โลกทั้งสอง

2) ลองจจิ ดู (Longitude) เปน็ ค฽าของระยะทางเชงิ มุม โดยนบั 0 องศา จากเส฾นเมริเดยี นไปทางทศิ
ตะวันออกและทิศตะวนั ตกจนถึง 180 องศา

ปัจจุบันการบ฽งบอกจุดตําแหน฽งบนพื้นผิวโลก สามารถทราบได฾ง฽ายและถูกต฾อง โดยใช฾ จีพีเอส
เคร่ืองมือกําหนดตําแหน฽งบนพื้นผิวโลก (GPS:Global Positioning System) เครื่องมือชนิดน้ี มีขนาดเล็ก
พกพาได฾สะดวก และให฾ขอ฾ มูลตําแหน฽งบนพ้ืนผิวโลกได฾ตรงกับความเป็นจริง ดังนั้นจึงมีผ฾ูนําเคร่ืองมือนี้ไปใช฾ได฾
สะดวกสบายในกิจกรรมต฽าง ๆ ได฾แก฽ การเดินเรือ การเดินทาง ท฽องเที่ยวปุา การเดินทางด฾วยรถยนตแ
เคร่ืองบิน เป็นต฾น เมื่อกดปุมสวิตซแ เคร่ืองจะรับสัญญาณจากดาวเทียมแล฾วบอกค฽าพิกัดภูมิศาสตรแให฾ทราบ
เครอื่ งหมายแผนท่ี

ลูกโลก
องคป์ ระกอบของลกู โลก องคปแ ระกอบหลกั ของลูกโลกจะประกอบไปด฾วย
1. เส฾นเมริเดยี นหรอื เสน฾ แวง เป็นเส฾นสมมตทิ ี่ลากจากข้ัวโลกเหนือไปจดข้วั โลกใต฾ ซึง่ กาํ หนดค฽าเป็น 0
องศา ท่เี มืองกรีนิช ประเทศอังกฤษ
2. เส฾นขนาน หรือเส฾นร฾ุง เป็นเส฾นสมมติที่ลากจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก ทุกเส฾นจะขนานกับ
เส฾นศูนยแสูตร ซึง่ มีคา฽ มมุ เท฽ากับ 0 องศา
การใช้ลูกโลก ลูกโลกใช฾ประกอบการอธิบายตําแหน฽งหรือสถานท่ีของจุดพ้ืนท่ีของส฽วนต฽าง ๆ
ของโลก โดยประมาณ
เข็มทศิ
เข็มทิศเป็นเครื่องมือสําหรับใช฾ในการหาทิศของจุดหรือวัตถุ
โดยมีหน฽วยวัดเป็นองศา เปรียบเทียบกับจุดเริ่มต฾น เข็มทิศใช฾ในการหา
ทศิ โดยอาศยั แรงดึงดูดระหว฽างสนามแม฽เหล็กขั้วโลก (Magnetic Pole)
กับเข็มแม฽เหล็ก ซึ่งเป็นองคแประกอบสําคัญท่ีสุดของเคร่ืองมือนี้
เข็มแมเ฽ หลก็ จะแกวง฽ ไกวได฾โดยอสิ ระในแนวนอน เพ่อื ให฾แนวเข็มช้ีอยู฽ใน

44

แนวเหนือใต฾ ไปยังข้ัวแม฽เหล็กโลกตลอดเวลา หน฾าปัดเข็มทิศซึ่งคล฾ายกับหน฾าปัดนาฬิกาจะมีการแบ฽งโดยรอบ
เป็น 360 องศา ซ่ึงเข็มทิศมีประโยชนแในการเดินทาง เช฽น การเดินเรือทะเล เครื่องบิน การใช฾เข็มทิศจะต฾องมี
แผนทปี่ ระกอบและตอ฾ งหาทิศเหนอื ก฽อนเพอื่ จะไดร฾ ท฾ู ศิ อน่ื

รูปถา่ ยทางอากาศและภาพจากดาวเทียม

รูปถา฽ ยทางอากาศและภาพจากดาวเทยี มเปน็ รปู หรือข฾อมูลตวั เลขทไ่ี ด฾จากการเกบ็ ข฾อมลู ภาคพื้นดนิ
จากกล฾องทตี่ ดิ อยูก฽ บั พาหนะ เชน฽ เคร่ืองบนิ หรอื ดาวเทยี ม โดยมกี ารบันทึกข฾อมลู อย฽างละเอียดหรือหยาบใน
เวลาแตกตา฽ งกัน จึงทาํ ใหเ฾ ห็นภาพรวมของการใช฾พืน้ ทีแ่ ละการเปลี่ยนแปลงตา฽ ง ๆ ตามท่ปี รากฏบนพ้ืนผิวโลก
เชน฽ การเกิดอุทกภยั ไฟปุา การเปลย่ี นแปลง การใช฾ที่ดนิ การก฽อสร฾างสถานที่ เปน็ ตน฾

ประโยชนแของรูปถ฽ายทางอากาศและภาพจากดาวเทียม ท่ีนิยมใช฾กันมากจะเป็นรูปหรือภาพถ฽ายท่ีได฾
จากการสะท฾อนคล่ืนแสงของดวงอาทิตยแข้ึนไปสู฽เครื่องบันทึกที่ติดอย฽ูบนเคร่ืองบินหรือดาวเทียม การบันทึก
ข฾อมูลอาจจะทําโดยใช฾ฟิลมแ เช฽น รูปถ฽ายทางอากาศสีขาวดํา หรือรูปถ฽ายทางอากาศสีธรรมชาติ การบันทึก
ขอ฾ มูลจากดาวเทยี มจะใชส฾ ญั ญาณเป็นตัวเลขแลว฾ จงึ แปลงค฽าตัวเลขเปน็ ภาพจากดาวเทียมภายหลงั

การใช฾รูปถ฽ายทางอากาศและภาพจากดาวเทียม ผู฾ใช฾จะต฾องได฾รับการฝึกหัดเพ่ือแปลความหมายของ
ข฾อมูล การแปลความหมายอาจจะใช฾การแปลด฾วยสายตาตามความสามารถของแต฽ละบุคคลหรือใช฾เคร่ือง
คอมพิวเตอรแและโปรแกรมเข฾ามาช฽วย

เครอ่ื งมอื เทคโนโลยีเพือ่ การศึกษาภมู ิศาสตร์

ในโลกยุคปัจจบุ นั ท่เี ตม็ ไปดว฾ ยข฾อมูลข฽าวสาร และข฾อมูลทเี่ ป็นตวั เลขจํานวนมาก เทคโนโลยีจึงเข฾ามามี
ความสาํ คัญ และจะมีความสาํ คัญมากยงิ่ ข้นึ ในอนาคต เทคโนโลยีทส่ี ําคัญดา฾ นภูมิศาสตรแ คือ ระบบสารสนเทศ
ภูมิศาสตรหแ รือ GIS (Geographic Information System) และระบบกําหนดตําแหน฽งพื้นผิวโลก หรือ GPS
(Global Positioning System) เคร่ืองมือท้ังสองประกอบด฾วยคอมพิวเตอรแ หรือฮารแดแวรแ (Hard ware) ซึ่งมี
ขนาดตา฽ งๆ และโปรแกรมหรือซอฟแวรแ (Software) เปน็ หลกั ในการจัดทาํ ดังน้ี

1) ประโยชนแของเคร่อื งมือเทคโนโลยเี พอ่ื การศึกษาภูมศิ าสตรแ จะคล฾ายกับการใช฾ประโยชนแจากแผนท่ี
สภาพภมู ิประเทศและแผนท่เี ฉพาะเรื่อง เชน฽ จะให฾คําตอบว฽า ถ฾าจะต฾องเดินทางจากจุดหน่ึงไปยังอีกจุดหนึ่งใน
แผนทจ่ี ะมรี ะยะทางเทา฽ ใด และถ฾าทราบความเร็วของรถจะทราบได฾ว฽าจะใช฾เวลานานเท฽าใด

หลงั จากการทาํ งานของระบบสารสนเทศภูมิศาสตรแ คือ การจัดหมวดหมู฽ของข฾อมูลตามความต฾องการ
ท่ีจะนําไปวิเคราะหแการคัดเลือกตัวแปร หรือปัจจัยที่เก่ียวข฾อง การจัดลําดับความสําคัญของปัจจัยและการ
ซ฾อนทับข฾อมูล ตัวอย฽างเช฽น ต฾องการหาพื้นที่ท่ีเหมาะสมสําหรับการปลูกข฾าว โดยแบ฽งออกเป็น 3 ระดับ คือ
เหมาะสมดี เหมาะสมปานกลาง และไม฽เหมาะสม โดยคัดเลือกข฾อมลู 2 ประเภท คือ ดินและสภาพภมู ิประเทศ

2) การใช฾เครื่องมือเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาภูมิศาสตรแ การใช฾เครื่องมือเทคโนโลยีจําเป็นต฾องมี
เครอื่ งคอมพวิ เตอรแและโปรแกรม ผูใ฾ ชจ฾ ะตอ฾ งไดร฾ บั การฝกึ ฝนกอ฽ นท่จี ะลงมอื ปฏบิ ัติ

แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศของไทย

ปัจจุบันได฾มีการคิดค฾นและพัฒนาการข฾อมูลสารเทศอย฽างรวดเร็วและได฾เผยแพร฽ข฾อมูลส฽ูสาธารณชน
มาก โดยเฉพาะการนําข฾อมูลเข฾าเว็บไซดแให฾ประชาชนและผู฾สนใจท่ัวไปเข฾าไปดูข฾อมูลได฾ ซึ่งเป็นประโยชนแ
อยา฽ งมากตามความตอ฾ งการของผใ฾ู ชข฾ ฾อมลู แต฽ขอ฾ มูลบางชนดิ อาจตอ฾ งตดิ ต฽อจากหน฽วยงานน้ัน ๆ โดยตรง
ทั้งจากหน฽วยงานของรัฐที่สําคัญ ๆ คือ กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมแผนท่ีทหารและเอกชนท่ีสําคัญ ๆ คือ
เครื่องเดินอากาศและเดินเรือ เว็บไซตแที่น฽าสนใจ เช฽น ข฾อมูลด฾านสถิติ (www.nso.go.th) ข฾อมูลประชากร

45

(www.dola.go.th) ข฾อมูลดาวเทียม (www.gistda.go.th) ข฾อมูลดินและการใช฾ที่ดิน (www.dld.go.th)
เป็นตน฾

กล฽าวโดยสรุป เครื่องมือทางภูมิศาสตรแใช฾ประกอบการศึกษา และการเก็บข฾อมูลเครื่องมือบางชนิด
เหมาะสําหรับใช฾ในห฾องเรยี น หรือหอ฾ งปฏบิ ัติการ เครื่องมือบางชนิดใช฾ได฾สําหรับในห฾องเรียนและในภาคสนาม
ผู฾ใช฾จะได฾รู฾ว฽าเม่ือใดควรใช฾เครื่องมือภูมิศาสตรแในห฾องเรียนและเม่ือใดควรใช฾ในภาคสนาม เคร่ืองมือบางชนิด
จะมีความซับซ฾อนมาก หรอื ตอ฾ งใช฾รว฽ มกันระหว฽างเคร่ืองคอมพิวเตอรแแ ละโปรแกรม

เครอ่ื งมอื ทางภูมิศาสตรแที่มีความสําคัญมากในปัจจุบันคือ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตรแ (GIS) ซึ่งแปลง
สารสนเทศที่เก่ียวกับพื้นท่ี และข฾อมูลตารางหรือคําอธิบายที่ให฾เป็นข฾อมูลเชิงตัวเลขทําให฾การจัดเก็บเรียกดู
ข฾อมูล การปรับปรุงแก฾ไขและการวิเคราะหแเป็นไปอย฽างรวดเร็ว และถูกต฾องและแสดงผลในรูปแบบแผนที่
กราฟ หรือตารางได฾อย฽างถูกต฾องอีกด฾วย ส฽วนระบบ กําหนดตําแหน฽งบนพื้นผิวโลก (GIS) ใช฾กําหนดจุดพิกัด
ตาํ แหน฽งของวัตถตุ ฽าง ๆ บนผิวโลก โดยอาศยั สญั ญาณจากดาวเทยี มหลายดวงที่โคจรอยร฽ู อบโลก

กจิ กรรมท่ี 1.3 วธิ ีใช้เครือ่ งมือทางภมู ิศาสตร์
1. แผนทหี่ มายถึง

..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................... ...............................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

2. จงบอกประโยชนขแ องการใชแ฾ ผนทมี่ า 5 ข฾อ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................... ...............................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................... .........................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

3. ให฾บอกวิธกี ารใช฾เขม็ ทศิ ค฽กู บั การใช฾แผนทพ่ี อสงั เขป


Click to View FlipBook Version