The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookrayong, 2020-10-20 05:45:43

วิชาสังคมศึกษา สค 31001 นายเพิ่มพูน ดวงสิม

ภูมิศาสตร์กายภาพ

46

เรอื่ งที่ 4 ปญั หาการทาลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ผลการจัดลาดับความสาคญั ของปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล฾อม นั้นได฾มีการสํารวจทัศนคติของประชาชน พบว฽า ปัญหา
สําคัญ 5 ลําดับแรก มีดังนี้ ลําดับที่ 1 การสูญเสียทรัพยากรปุาไม฾ ลําดับท่ี 2 อุทกภัยและภัยแล฾ง ลําดับที่ 3
ความเส่ือมโทรมของทรพั ยากรดนิ และการใชท฾ ี่ดิน ลําดับท่ี 4 มลพิษจากขยะ และลําดับที่ 5 มลพิษทางอากาศ
ดังตารางแสดง ผลการจัดลาํ ดับความสําคัญ ดังตอ฽ ไปนี้

ผลการ ทรัพยากรธรรมชาติ ลาดับความสาคญั
จัดลาดบั และสิ่งแวดล้อม (จาแนกตามวิธีการจัดลาดบั )
(ลาดับท)่ี
จดั ลาดบั ด้วย จดั ลาดับด้วย

มลู ค่าความเสียหาย ทัศนคตปิ ระชาชน

1 ทรพั ยากรปุาไม฾ 12

2 ทรัพยากรนา้ํ 31

3 ทรพั ยากรดนิ และการใช฾ทดี่ ิน 2 6

4 มลพิษจากขยะ 74

5 มลพษิ ทางอากาศ 57

6 มลพษิ ทางนา้ํ 85

7 ทรพั ยากรพลงั งาน 11 3

8 ทรัพยากรทะเลและชายฝงั่ 4 10
9 มลพษิ จากสารอันตราย 98

10 มลพิษจากของเสียอันตรายจากชมุ ชน 6 12

11 ทรพั ยากรและแร฽ 10 9

ทม่ี า : สถาบนั วจิ ัยเพอ่ื การพฒั นาประเทศไทย 2549
ความสําคัญของส่ิงแวดล฾อม คือ เอ้ือประโยชนแให฾ส่ิงมีชีวิตท้ังพืชและสัตวแอยู฽รวมกันอย฽างมีความสุข

มกี ารพึ่งพากันอย฽างสมดลุ มนุษยดแ าํ รงชีพอย฽ไู ด฾ด฾วยอาศัยปัจจยั พน้ื ฐานจากสงิ่ แวดล฾อม ซ่งึ ประกอบด฾วยอาหาร
อากาศ นา้ํ ท่ีอย฽ูอาศัย และยารักษาโรค ส่ิงแวดล฾อมเป็นองคแประกอบท่ีสําคัญของส่ิงมีชีวิตทุกชนิด แต฽ “ทําไม
ส่งิ แวดล฾อมจึงถูกทําลาย” และเกิดปัญหามากมายทั่วทุกมุมโลก เม่ือทําการศึกษาพบว฽า“มนุษยแ”เป็นผ฾ูทําลาย
ส่ิงแวดล฾อมมากที่สดุ สาเหตทุ ีม่ นษุ ยแทาํ ลายสิ่งแวดล฾อมเกิดจากความเห็นแก฽ตัวของมนุษยแเอง โดยมุ฽ง เพ่ือด฾าน
วัตถุและเงนิ มาตอบสนองความต฾องการของตนเอง

47

เม่ือสิ่งแวดล฾อมถูกทําลายมากข้ึน ผลกระทบก็ย฾อนกับมาทําลายตัวมนุษยแเอง เช฽น เกิดการเปลี่ยนแปลง
บรรยากาศของโลก เกิดสภาวะเรือนกระจก ภาวะโลกร฾อนตลอดจนเกิดภัยธรรมชาติต฽าง ๆ เช฽น น้ําท฽วม
แผ฽นดินถล฽ม ควันพิษ นํ้าเน฽าเสีย ขยะมูลฝอย และส่ิงปฏิกูล ซึ่งสิ่งเหล฽าน้ีมีผลโดยตรงและทางอ฾อม และ
ไมส฽ ามารถหลีกเล่ยี งได฾

ผลกระทบจากการใช฾แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห฽งชาติฉบับท่ี 4 ของไทยเกิดจากการโดยนํา
นโยบายการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเข฾ามาใช฾เพื่อม฽ุงพัฒนาเศรษฐกิจเป็นหลัก ทําให฾ประชาชนต่ืนตัวในการทําไร฽ปลูก
พืชเชงิ เดีย่ ว เชน฽ มนั สําปะหลัง อ฾อย ปอ จึงเกิดการทําลายปุาและทรัพยากรธรรมชาติเพ่ือหาพื้นที่ในการปลูก
พืชเชิงเด่ียวตามนโยบายรัฐบาล มีการใช฾ปุ฻ยเคมี ใช฾ยาปราบศัตรูพืช เกิดโรงงานอุตสาหกรรมจํานวนมาก
แต฽ภาครัฐยังขาดการควบคุมอย฽างเป็นระบบและชัดเจน จึงทําให฾เกิดผลกระทบมาจนถึงปัจจุบัน เช฽นปุาไม฾ถูก
ทําลาย ดินเส่ือมคุณภาพ นํ้าเน฽าเสีย เกิดสารเคมีสะสมในแหล฽งนํ้าและดิน เกิดมลพิษ ซ่ึงส่ิงเหล฽านี้เกิด
ผลกระทบโดยตรงและโดยออ฾ ม ตอ฽ สขุ ภาพและการดาํ รงชีวิตของประชาชน ทาํ ให฾เกดิ ความเสียหายต฽อประเทศ
โดยรวม

จากการศึกษาของนกั วชิ าการ พบว฽า การแก฾ไขปัญหาสิ่งแวดล฾อมต฾องแก฾ท่ีตัว “มนุษยแ” น่ันคือจะต฾อง
ให฾ความร฾ู ความเข฾าใจธรรมชาติ เจตคติ มีคุณธรรมจริยธรรม และสร฾างจิตสํานึกให฾เกิดความตระหนักต฽อ
ส่งิ แวดล฾อม ต฽อประชาชน โดยเรียนรู฾จากแหล฽งเรียนร฾ูใหม฽ ๆ สร฾างความตระหนักในปัญหาที่เกิดขึ้น และสร฾าง
การมสี ว฽ นร฽วมในการปูองกนั และแก฾ไขปญั หาทเี่ กิดขึน้ ปัญหาสิ่งแวดล฾อมสาํ คญั ๆ ดังตอ฽ ไปนี้ คือ

1. ป่าไม้

“ปุาไม฾” เป็นศูนยแรวมของสรรพ
ชีวิต เป็นท่ีก฽อกําเนิดสายนํ้า ชีวิตพืชและ
สัตวแที่หลากหลายอีกท้ังเป็นท่ีพึ่งพิงและ
ให฾ประโยชนแแก฽มนุษยแมาแต฽โบราณกาล
เพราะปุาไมช฾ ว฽ ยรักษาสมดุลของธรรมชาติ
และส่ิงแวดล฾อม ควบคุมสภาพดินฟูา
อากาศ กําบังลมพายุ ปูองกันบรรเทา
อุทกภัย ปูองกันการพังทลายของหน฾าดิน
เป็นเสมือนเข่ือนธรรมชาติท่ีปูองกันการ
ต้ืนเขินของแม฽นํ้าลําคลอง เป็นแหล฽งดูด
ซับก฿าซคารแบอนไดออกไซดแและเป็น
โรงงานผลติ ออกซิเจนขนาดใหญ฽ เป็นคลัง
อาหารและยาสมุนไพร และปุาไม฾ ยังเป็น
แหล฽งศึกษาวิจัยและเป็นสถานที่พักผ฽อน
หย฽อนใจของมนุษยแ นอกจากน้ีในผืนปุายังมีสัตวแปุานานาชนิด ซ่ึงมีประโยชนแต฽อมนุษยแและสิ่งมีชีวิตอ่ืน ๆ ใน
หลายลักษณะ ไดแ฾ ก฽ การรักษาสมดลุ ของระบบนิเวศ เชน฽ การควบคุมปริมาณสัตวแปุาให฾อย฽ูในภาวะสมดุล การ
การควบคุมแมลงศัตรพู ืช เป็นป฻ยุ ให฾กับดนิ ในปาุ เป็นต฾น การเปน็ แหลง฽ พันธกุ รรมท่ีหลากหลาย การเป็นอาหาร
ของมนุษยแและสัตวแอ่ืน และการสร฾างรายได฾ให฾แก฽มนุษยแ เช฽น การค฾าจากชิ้นส฽วนต฽าง ๆ ของสัตวแปุา
การจําหน฽ายสัตวแปุา และการเปิดให฾บริการชมสวนสัตวแ เป็นต฾น ดังน้ัน จึงนับว฽าปุาไม฾ให฾คุณประโยชนแ
ทงั้ ทางตรงและทางออ฾ มแกม฽ วลมนษุ ยเแ ป็นอยา฽ งมากมาย หากปาุ ไมเ฾ สื่อมโทรม ชีวิตความเป็นอย฽ูของมนุษยแและ
สตั วอแ ยา฽ งหลกี เล่ียงไม฽ได฾

48

ประเภทของปา่ ไมใ้ นประเทศไทย

ประเภทของปุาไม฾จะแตกต฽างกันไปขึ้นอยู฽กับการกระจายของฝน ระยะเวลาที่ฝนตกรวมท้ังปริมาณ
นํา้ ฝนทาํ ใหป฾ ุาแตล฽ ะแหง฽ มคี วามชุมชน้ื ตา฽ งกนั สามารถจําแนกไดเ฾ ป็น 2 ประเภทใหญ฽ ๆ คือ

1. ปาุ ประเภทท่ไี มผ฽ ลดั ใบ (Evergreen)
2. ปุาประเภททผ่ี ลดั ใบ (Deciduous)

ป่าประเภทท่ไี ม่ผลดั ใบ (Evergreen)

ปุาประเภทนี้มองดเู ขยี วชอม฽ุ ตลอดปี เนอ่ื งจากต฾นไม฾แทบทั้งหมดทข่ี ้นึ อยเู฽ ปน็ ประเภทท่ีไม฽ผลดั ใบ
ปาุ ชนดิ สาํ คัญซงึ่ จัดอย฽ูในประเภทนี้ ได฾แก฽

1. ป่าดงดิบ (Tropical Evergreen Forest or Rain Forest)

ปุาดงดิบที่มอี ย฽ทู ัว่ ในทกุ ภาคของประเทศ แตท฽ ี่มีมากทสี่ ดุ ได฾แก฽ ภาคใต฾และภาคตะวันออกในบริเวณนี้
มีฝนตกมากและมีความชื้นมากในท฾องที่ภาคอื่น ปุาดงดิบมักกระจายอย฽ูบริเวณท่ีมีความชุ฽มช้ืนมาก ๆ เช฽น
ตามหุบเขา ริมแมน฽ ํา้ ลาํ ธาร หว฾ ย แหล฽งนา้ํ และบนภูเขา ซ่งึ สามารถแยกออกเป็นปาุ ดงดบิ ชนิดต฽าง ๆ ดังน้ี

1.1 ปุาดิบชื้น เป็นปุารกทึบมองดูเขียวชอุ฽มตลอดปีมีพันธุแไม฾หลายร฾อยชนิดขึ้นเบียดเสียดกันอยู฽
มักจะพบกระจัดกระจายต้ังแต฽ความสูง 600 เมตร จากระดับน้ําทะเล ไม฾ท่ีสําคัญก็คือ ไม฾ตระกูลยางต฽าง ๆ
เช฽น ยางนา ยางเสยี น สว฽ นไม฾ชั้นรอง คือ พวกไม฾กอ เช฽น กอนาํ้ กอเดอื ย

1.2 ปุาดิบแล฾ง เป็นปุาท่ีอยู฽ในพ้ืนท่ีค฽อนข฾างราบมีความช฽ุมช้ืนน฾อย เช฽น ในแถบภาคเหนือและ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมักอย฽ูสูงจากระดับนํ้าทะเลประมาณ 300-600 เมตร ไม฾ที่สําคัญ ได฾แก฽ มะค฽าโมง
ยางนา พะยอม ตะเคยี นแดง กระเบากลกั และตาเสอื

1.3 ปุาดิบเขา ปุาชนิดน้ีเกิดข้ึนในพื้นท่ีสูง ๆ หรือบนภูเขาตั้ง 1,000-1,200 เมตร ขึ้นไปจาก
ระดับน้ําทะเล ไม฾ส฽วนมากเป็นพวก Gymnosperm ได฾แก฽ พวกไม฾ขุนและสนสามพันปี นอกจากนี้ยังมีไม฾
ตระกลู กอข้ึนอยู฽ พวกไม฾ชัน้ ทีส่ องรองลงมา ได฾แก฽ สะเดาชา฾ ง และขม้ินชนั

2. ปา่ สนเขา (Pine-Forest)

ปาุ สนเขามักปรากฏอย฽ูตามภูเขาสูงส฽วนใหญเ฽ ปน็ พ้ืนท่ีซ่ึงมคี วามสูงประมาณ 200 - 1,800 เมตร
ข้ึนไปจากระดับนํ้าทะเลในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บางทีอาจปรากฏในพ้ืนท่ีสูง
200 -300 เมตร จากระดับน้ําทะเลในภาคตะวันออกเฉียงใต฾ ปุาสนเขามีลักษณะเป็นปุาโปร฽ง ชนิดพันธแุไม฾ที่
สําคัญของปุาชนิดนี้คือ สนสองใบ และสนสามใบ ส฽วนไม฾ชนิดอื่นที่ขึ้นอย฽ูด฾วยได฾แก฽พันธแุไม฾ปุาดิบเขา เช฽น
กอชนดิ ต฽าง ๆ หรือพนั ธุแไมป฾ าุ แดงบางชนดิ คือ เต็ง รัง เหยี ง พลวง เป็นตน฾

49

3. ป่าชายเลน (Mangrove Forest)
บางทีเรียกว฽า “ปุาเลนนํา้ เคม็ ” หรือปุาเลน มีต฾นไม฾ขึ้นหนาแน฽นแต฽ละชนิดมีรากคํ้ายันและรากหายใจ
ปุาชนิดน้ีปรากฏอยู฽ตามที่ดินและริมทะเลหรือบริเวณปากน้ําแม฽น้ําใหญ฽ ๆ ซ่ึงมีน้ําเค็มท฽วมถึงในพื้นท่ีภาคใต฾
มีอยต฽ู ามชายฝัง่ ทะเลทั้งสองด฾าน ตามชายทะเลภาคตะวันออกมีอยู฽ทุกจังหวัดแต฽ท่ีมากที่สุดคือ บริเวณปากน้ํา
เวฬุ อาํ เภอขลงุ จงั หวัดจนั ทบรุ ี
พนั ธุไแ ม฾ท่ีขน้ึ อยูต฽ ามปุาชายเลน ส฽วนมากเปน็ พันธุแไม฾ขนาดเล็กใช฾ประโยชนแสําหรับการเผาถ฽าน และทํา
ฟืนไม฾ชนิดที่สําคัญ คือ โกงกาง ถั่วขาว ถ่ัวขํา โปรง ตะบูน แสมทะเล ลําพูนและลําแพน ฯลฯ ส฽วนไม฾พื้นล฽าง
มักเป็นพวก ปรงทะเล เหงอื กปลาหมอ และปอทะเล เป็นต฾น

4. ปา่ พรหุ รอื ป่าบึงน้าจืด (Swamp Forest)
ปุาชนิดนี้มักปรากฏในบริเวณท่ีมีนํ้าจืดท฽วมมากๆ ดินระบายน้ําไม฽ดี ปุาพรุในภาคกลาง มีลักษณะ
โปรง฽ และมีตน฾ ไมข฾ ึ้นอยู฽ห฽าง ๆ เชน฽ สนุน฽ จกิ โมกบา฾ น หวายนํา้ หวายโปร฽ง ระกํา อ฾อ และแขม ในภาคใต฾ปุาพรุ
มีข้ึนอย฽ูตามบริเวณที่มีน้ําขังตลอดปี ดินปุาพรุ ท่ีมีเนื้อที่มากที่สุดอย฽ูในบริเวณจังหวัดนราธิวาส ดินปาพรุเป็น

50

ซากพืชผุสลายทับถมกัน เป็นเวลานาน ปุาพรุแบ฽งออกได฾ 2 ลักษณะ คือ ตามบริเวณซ่ึงเป็นพรุนํ้ากร฽อยใกล฾
ชายทะเลต฾นเสม็ดจะขึ้นอยู฽หนาแน฽นพื้นท่ีมีต฾นกกชนิดต฽าง ๆ เรียก“ปุาพรุเสม็ด หรือ ปุาเสม็ด” อีกลักษณะ
เป็นปุาทมี่ ีพันธไแุ ม฾ตา฽ ง ๆ มากชนิดขน้ึ ปะปนกัน

ชนดิ พนั ธุแไมท฾ ส่ี าํ คญั ของปุาพรุ ไดแ฾ ก฽ อินทนลิ น้ํา หวา฾ จกิ โสกน้ํา กระท฽ุมน้ํา กันเกรา โงงงัน ไม฾พ้ืนล฽าง
ประกอบด฾วย หวาย ตะคา฾ ทอง หมากแดง และหมากชนิดอนื่ ๆ

5. ป่าชายหาด (Beach Forest)

เป็นปาุ โปร฽งไม฽ผลัดใบขึ้นอยตู฽ ามบรเิ วณหาดชายทะเล น้าํ ไม฽ทว฽ มตามฝ่ังดินและชายเขาริมทะเล ต฾นไม฾
สําคญั ที่ขึ้นอยต฽ู ามหาดชายทะเล ต฾องเป็นพืชทนเค็ม และมักมีลักษณะไม฾เป็นพุ฽มลักษณะต฾นคองอ ใบหนาแข็ง
ไดแ฾ ก฽ สนทะเล หกู วาง โพธท์ิ ะเล กระทงิ ตนี เป็ดทะเล หยีนํา้ มกั มีต฾นเตยและหญ฾าตา฽ ง ๆ ข้นึ อย฽ู
เป็นไม฾พ้ืนล฽าง ตามฝั่งดินและชายเขา มักพบ มะค฾าแต฾ กระบองเพชร เสมา และไม฾หนามชนิดต฽าง ๆ เช฽น
ซงิ ซ่ี หนามหนั กาํ จาย มะดนั ขอ เปน็ ตน฾

ป่าประเภททผ่ี ลัดใบ
ต฾นไม฾ท่ีขึ้นอยู฽ในปุาประเภทน้ีเป็นจําพวกผลัดใบแทบทั้งสิ้น ในฤดูฝนปุาประเภทน้ีจะมองดูเขียวชอ฽ุม
พอถึงฤดูแล฾งต฾นไม฾ ส฽วนใหญ฽จะพากันผลัดใบทําให฾ปุามองดูโปร฽งขึ้น และมักจะเกิดไฟปุาเผาไหม฾ใบไม฾และ
ตน฾ ไมเ฾ ล็ก ๆ ปาุ สาํ คัญซ่ึงอยใ฽ู นประเภทน้ี ไดแ฾ ก฽

1. ปา่ เบญจพรรณ

ปุาผลัดใบผสมหรือปุาเบญจพรรณมีลักษณะเป็นปุาโปร฽งและยังมีไม฾ไผ฽ชนิดต฽าง ๆ ข้ึนอยู฽กระจัด
กระจายท่ัวไปพ้ืนท่ีดินมักเป็นดินร฽วนปนทราย ปุาเบญจพรรณ ในภาคเหนือมักจะมีไม฾สักข้ึนปะปนอย฽ูทั่วไป
ครอบคลุมลงมาถงึ จงั หวัดกาญจนบรุ ี ในภาคกลางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก มีปุาเบญจพรรณ
น฾อยมากและกระจัดกระจาย พันธแุไม฾ชนิดสําคัญ ได฾แก฽ สัก ประดู฽แดง มะค฽าโมง ตะแบก เสลา อ฾อยช฾าง ล฾าน
ยมหอม ยมหิน มะเกลือ เก็ดดํา เก็ดแดง ฯลฯ นอกจากนี้มีไม฾ไผ฽ที่สําคัญ เช฽น ไผ฽ปุา ไผ฽บง ไผ฽ซาง ไผ฽รวก ไผ฽ไร฽
เปน็ ต฾น

2. ป่าเตง็ รัง หรือท่เี รียกกันว่าปา่ แดง

ปุาแพะ ปุาโคก ลักษณะทั่วไปเป็นปุาโปร฽ง ตามพื้นปุามักจะพบต฾นปรง และหญ฾าเพ็ก พ้ืนที่แห฾งแล฾ง
ดินร฽วนปนทราย หรือกรวด ลูกรัง พบอยู฽ทั่วไปในที่ราบและที่ภูเขา ในภาคเหนือส฽วนมากข้ึนอย฽ูบนเขาท่ีมีดิน
ต้นื และแห฾งแล฾งมาก ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปุาแดงหรือปุาเต็งรังนี้มากที่สุด ตามเนินเขาหรือที่ราบดิน
ทราย ชนิดของพันธแุไม฾ท่ีสําคัญในปุาแดง หรือปุาเต็งรัง ได฾แก฽ เต็ง รัง เหียง พลวง กราด พะยอม ต้ิว แต฾ว
มะคา฽ แต ประด฽ู แดง สมอไทย ตะแบก เลือดแสลงใจ รกฟูา ฯลฯ ส฽วนไม฾พื้นล฽างที่พบมาก ได฾แก฽ มะพร฾าวเต฽า
ปุมแปงู หญา฾ เพ็ก ปรงและหญ฾าชนดิ อื่น ๆ

3. ปา่ หญา้ (Savannas Forest)

ปาุ หญ฾าทอี่ ยู฽ทุกภาคเกิดจากปุาท่ีถูกแผ฾วถางทําลายบริเวณพ้ืนดินที่ขาดความสมบูรณแ และถูกทอดทิ้ง
หญ฾าชนิดตา฽ ง ๆ จึงเกิดข้ึนทดแทนและพอถึงหน฾าแล฾งก็เกิดไฟไหม฾ทําให฾ต฾นไม฾บริเวณข฾างเคียงล฾มตาย พ้ืนที่ปุา
หญ฾าจึงขยายมากข้ึนทุกปี พืชที่พบมากท่ีสุดในปุาหญ฾าคือ หญ฾าคา หญ฾าขนตาช฾าง หญ฾าโขมง หญ฾าเพ็กและ
ปุมแปูง บริเวณท่ีพอจะมีความช้ืนอย฽ูบ฾าง และการระบายน้ําได฾ดีก็มักจะพบพงและแขมขึ้นอยู฽ และอาจพบ
ต฾นไม฾ทนไฟขนึ้ อยู฽ เช฽น ตบั เตา฽ รกฟาู ตานเหลอื ติว้ และแต฾ว

ประโยชนข์ องทรพั ยากรป่าไม้

51

ปาไมนอกจากเป็นท่ีรวมของพันธุแพืชและพันธุแสัตวแจํานวนมาก ปุาไม฾ยังมีประโยชนแมากมายต฽อการ
ดาํ รงชวี ิตของมนุษยแทง้ั ทางตรงและทางอ฾อม ดังนี้

ประโยชน์ทางตรง ได฾แก฽ ปจั จัย 4 ประการ
1. จากการนาํ ไม฾มาสร฾างอาคารบ฾านเรือนและผลติ ภณั ฑตแ า฽ ง ๆ เชน฽ เฟอรแนิเจอรแ กระดาษ ไมข฾ ดี ไฟ
ฟนื เป็นตน฾
2. ใช฾เปน็ อาหารจากสว฽ นตา฽ งๆ ของพชื ทะเล
3. ใชเ฾ ส฾นใย ที่ไดจ฾ ากเปลือกไมแ฾ ละเถาวลั ยมแ าถกั ทอ เป็นเคร่อื งนุง฽ ห฽ม เชอื กและอื่นๆ
4. ใชท฾ ํายารกั ษาโรคตา฽ ง ๆ

ประโยชน์ทางอ้อม
1. ปุาไมเ฾ ปน็ เป็นแหลง฽ กําเนิดต฾นนํ้าลําธารเพราะต฾นไม฾จาํ นวนมากในปุาจะทาํ ใหน฾ า้ํ ฝนที่ตกลงมา
ค฽อย ๆ ซึมซับลงในดนิ กลายเป็นน้ําใตด฾ ินที่ซง่ึ จะไหลซมึ มาหลอ฽ เล้ยี งให฾แม฽นาํ้ ลําธารมนี า้ํ ไหลอย฽ตู ลอดปี
2. ปุาไม฾ทําให฾เกิดความชุ฽มช้ืน และควบคุมสภาวะอากาศ ไอนํ้าซึ่งเกิดจากการหายใจของพืช ซึ่งเกิด
ขึ้นอย฽ูมากมายในปุาทําให฾อากาศเหนือปุามีความช้ืนสูงเมื่ออุณหภูมิลดตํ่าลงไอนํ้าเหล฽านั้นก็จะกล่ันตัว
กลายเปน็ เมฆแล฾วกลายเป็นฝนตกลงมา ทําใหบ฾ ริเวณทีม่ ีพนื้ ปุาไม฾มีความชุ฽มชื้นอย฽ูเสมอ ฝนตกต฾องตามฤดูกาล
และไม฽เกิดความแหง฾ แลง฾
3. ปุาไม฾เป็นแหล฽งพักผ฽อนและศึกษาความรู฾ บริเวณปุาไม฾จะมีภูมิประเทศที่สวยงามจากธรรมชาติ
รวมทัง้ สตั วปแ าุ จงึ เป็นแหลง฽ พักผอ฽ นได฾ศึกษาหาความร฾ู
4. ปุาไม฾ช฽วยบรรเทาความรุนแรงของลมพายุ และปูองกันอุทกภัย โดยช฽วยลดความเร็วของลมพายุ
ที่พัดผ฽านได฾ตั้งแต฽ 11 – 44% ตามลักษณะของปุาไม฾แต฽ละชนิด จึงช฽วยให฾บ฾านเมืองรอดพ฾นจากวาตภัยได฾
ซ่งึ เป็นการปอู งกันและควบคุมนา้ํ ตามแมน฽ ํ้าไม฽ใหส฾ ูงขน้ึ มารวดเรว็ ลน฾ ฝ่งั กลายเปน็ อทุ กภยั
5. ปุาไม฾ช฽วยปูองกันการกัดเซาะและพัดพาหน฾าดิน จากน้ําฝนและลมพายุโดยลดแรงปะทะ ลงการ
หลุดเล่ือนของดินจึงเกิดข้ึนน฾อย และยังเป็นการช฽วยให฾แม฽นํ้าลําธารต฽าง ๆ ไม฽ต้ืนเขินอีกด฾วย นอกจากน้ีปุาไม฾
จะเปน็ เสมอื นเครอ่ื งกีดขวางตามธรรมชาติ จึงนบั วา฽ มปี ระโยชนแในทางยทุ ธศาสตรแดว฾ ยเช฽นกนั

สาเหตุสาคญั ของวกิ ฤตการณป์ า่ ไม้ในประเทศไทย
1. การลักลอบตัดไม฾ทําลายปุา ตัวการของปัญหาน้ีคือ นายทุนพ฽อค฾าไม฾ เจ฾าของโรงเล่ือย เจ฾าของ
โรงงานแปรรูปไม฾ ผู฾รับสัมปทานทําไม฾และชาวบ฾านท่ัวไป ซ่ึงการตัดไม฾เพื่อเอาประโยชนแจากเนื้อไม฾ทั้งวิธีที่ถูก
และผิดกฎหมาย ปริมาณปุาไม฾ท่ีถูกทําลายน้ีนับวันจะเพ่ิมข้ึนเร่ือยๆ ตามอัตราเพ่ิมของจํานวนประชากร ยิ่งมี
ประชากรเพมิ่ ขน้ึ เท฽าใด ความต฾องการในการใช฾ไม฾ก็เพิ่มมากขึ้น เช฽น ใช฾ไม฾ในการปลูกสร฾างบ฾านเรือน เครื่องมือ
เครื่องใช฾ในการเกษตรกรรม เครื่องเรอื นและถา฽ นในการหงุ ต฾ม เป็นต฾น
2. การบุกรุกพื้นที่ปุาไม฾เพ่ือเข฾าครอบครองท่ีดิน เมื่อประชากรเพ่ิมสูงข้ึน ความต฾องการใช฾ที่ดิน
เพือ่ ปลูกสร฾างที่อยู฽อาศยั และทดี่ ินทํากนิ ก็อยูส฽ งู ข้ึน เปน็ ผลผลักดันให฾ราษฎรเข฾าไปบุกรุกพ้ืนที่ปุาไม฾ แผ฾วถางปุา
หรือเผาปุาทําไร฽เล่ือนลอย นอกจากนี้ยังมีนายทุนท่ีดินที่จ฾างวานให฾ราษฎรเข฾าไปทําลายปุาเพื่อจับจองที่ดินไว฾
ขายตอ฽ ไป
3. การส฽งเสริมการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตวแเศรษฐกิจเพ่ือการส฽งออก เช฽น มันสําปะหลัง ปอ เป็นต฾น
โดยไม฽ส฽งเสริมการใช฾ท่ีดินอย฽างเต็มประสิทธิภาพท้ัง ๆ ท่ีพื้นที่ปุาบางแห฽งไม฽เหมาะสมที่จะนํามาใช฾ใน
การเกษตร
4. การกําหนดแนวเขตพื้นที่ปุากระทําไม฽ชัดเจนหรือไม฽กระทําเลยในหลาย ๆ พื้นที่ทําให฾เกิดการ
พพิ าทในเรือ่ งทีด่ ินทํากินของราษฎรและท่ีดินปาุ ไมอ฾ ย฽ูตลอดเวลา และเกิดปัญหาในเร่ืองกรรมสทิ ธิท์ ี่ดนิ

52

5. การจัดสรา฾ งสาธารณูปโภคของรัฐ เช฽น เขื่อน อ฽างเก็บน้ํา เส฾นทางคมนาคม การสร฾างเข่ือนขวางลํา
นํ้าจะทําให฾พ้ืนท่ีเก็บนํ้าหน฾าเขื่อนที่อุดมสมบูรณแถูกตัดโค฽นมาใช฾ประโยชนแ ส฽วนต฾นไม฾ขนาดเล็กหรือที่ทําการ
ย฾ายออกมาไม฽ทนั จะถูกนํ้าทว฽ มยืนต฾นตาย เช฽น การสร฾างเขื่อนรัชประภาเพ่ือก้ันคลองพระแสงอันเป็นสาขาของ
แม฽นํ้าพุมดวง แม฽น้ําตาปี ทําให฾นํ้าท฽วมบริเวณปุาดงดิบซึ่งมีพันธุแไม฾หนาแน฽น และสัตวแนานาชนิดเป็นบริเวณ
นบั แสนไร฽ ตอ฽ มาจึงเกิดปญั หานา้ํ เนา฽ ไหลลงลาํ น้ําพมุ ดวง

6. ไฟไหมป฾ ุา มักจะเกดิ ขนึ้ ในช฽วงฤดแู ลง฾ ซึ่งอากาศแห฾งแล฾งและร฾อนจัด ทั้งโดยธรรมชาติและจากการ
กระทาํ ของมนุษยแท่ีอาจลักลอบเผาปาุ หรือเผลอ จดุ ไฟทิ้งไว฾

7. การทําเหมืองแร฽ แหล฽งแร฽ท่ีพบในบริเวณท่ีมีปุาไม฾ปกคลุมอยู฽ มีความจําเป็นท่ีจะต฾องเปิดหน฾าดิน
ก฽อนจึงทําให฾ปุาไม฾ที่ขึ้นปกคลุมถูกทําลายลง เส฾นทางขนย฾ายแร฽ในบางคร้ังต฾องทําลายปุาไม฾ลงเป็นจํานวนมาก
เพอื่ สร฾างถนนหนทาง การระเบดิ หนา฾ ดิน เพอื่ ใหไ฾ ด฾มาซงึ่ แรธ฽ าตุ ส฽งผลถงึ การทาํ ลายปุา

การอนรุ ักษ์ปา่ ไม้
ปุาไม฾ถูกทําลายไปจํานวนมาก จึงทําให฾เกิดผลกระทบต฽อสภาพภูมิอากาศไปท่ัวโลก รวมทั้งความสมดุล
ในแงอ฽ ่นื ด฾วย ดงั นั้น การฟน้ื ฟูสภาพปุาไม฾จึงต฾องดําเนินการเร฽งด฽วน ท้ังภาครัฐภาคเอกชนและ ประชาชน ซ่ึงมี
แนวทางในการกาํ หนดแนวนโยบายด฾านการจัดการปาุ ไม฾ ดงั นี้
1. นโยบายด฾านการกาํ หนดเขตการใช฾ประโยชนทแ ่ีดนิ ปุาไม฾
2. นโยบายด฾านการอนุรักษทแ รพั ยากรปุาไม฾เกย่ี วกับงานปูองกนั รักษาปุา การอนุรักษสแ ิ่งแวดลอ฾ ม
3. นโยบายด฾านการจดั การท่ดี นิ ทํากนิ ใหแ฾ กร฽ าษฎรผ฾ยู ากไร฾ในท฾องถ่นิ
4. นโยบายด฾านการพัฒนาปุาไม฾ เช฽น การทําไม฾และการเก็บหาของปุา การปลูก และการบํารุงปุาไม฾
การคน฾ ควา฾ วจิ ยั และด฾านการอตุ สาหกรรม
5. นโยบายการบริหารทั่วไปจากนโนบายดังกล฽าวข฾างต฾นเป็นแนวทางในการพัฒนาและการจัดการ
ทรัพยากรปุาไม฾ของชาติให฾ได฾รับผลประโยชนแ ท้ังทางด฾านการอนุรักษแและด฾านเศรษฐกิจอย฽างผสมผสาน ทั้งน้ี
เพ่อื ใหเ฾ กิดความสมดลุ ของธรรมชาติและมีทรัพยากรปาุ ไม฾ไวอ฾ ยา฽ งย่ังยนื ตอ฽ ไปในอนาคต

สถานการณท์ รัพยากรปา่ ไม้

การใช฾ประโยชนแจากพื้นท่ีปุาอย฽างต฽อเน่ืองในช฽วงส่ีทศวรรษท่ีผ฽านมาทําให฾ประเทศไทยสูญเสีย พ้ืนที่
ปุาไมแ฾ ลว฾ ประมาณ 67 ลา฾ นไร฽ หรอื เฉลี่ยประมาณ 1.6 ล฾านไร฽ต฽อปี กล฽าวคอื ปี พ.ศ. 2504 ประเทศไทยมพี นื้ ที่
ปาุ อยู฽ถงึ รอ฾ ยละ 53.3 ของพื้นทปี่ ระเทศ หรือประมาณ 171 ล฾านไร฽ และลดลงมาโดยตลอดจนในปี พ.ศ. 2532
ประเทศไทยเหลือพ้ืนที่ปุาเพียงร฾อยละ 27.95 ของพื้นท่ีทั้งหมด หรือประมาณ 90 ล฾านไร฽ รัฐบาลในอดีตได฾
พยายามจะรักษาพ้ืนที่ปุาโดยประกาศยกเลิกสัมปทานการทําไม฾ในปุาบกท้ังหมด ในปี พ.ศ.2532 แต฽หลังจาก
ยกเลิกสัมปทานปุาไม฾ สถานการณแดีข้ึนในระยะแรกเท฽าน้ัน ต฽อมาการทําลายก็ยังคงเกิดขึ้นไม฽แตกต฽างจาก
สถานการณแกอ฽ นยกเลิกสมั ปทานปาุ ไมเ฾ ทา฽ ใดนกั โดยพนื้ ทปี่ าุ ที่ถูกบุกรุกกอ฽ นการยกเลกิ สัมปทาน
(ปี พ.ศ. 2525-2532) เฉล่ียต฽อปีเท฽ากับ 1.2 ล฾านไร฽ และพื้นท่ีปุาที่ถูกบุกรุกหลังการยกเลิกสัมปทาน
(ปี พ.ศ. 2532-2541) เฉลี่ย 1.1 ลา฾ นไรต฽ อ฽ ปี (ตารางท่ี 1)

53

ตารางท่ี 1 พนื้ ทป่ี าุ กอ฽ นและหลงั การยกเลกิ สมั ปทานปุาไม฾

รายการ พนื้ ท่ปี า่ (ล้านไร)่ พ้นื ที่ถูกทาลายเฉลี่ยต่อปี
(ล้านไร)่

ปี พ.ศ. 2504 171.0 -

ปี พ.ศ. 2525 97.8 3.5

ปี พ.ศ. 2532 (ประกาศยกเลิกสมั ปทานปุาไม฾) 89.6 1.2

ปี พ.ศ. 2541 81.1 1.1

2. ภูเขาและแรธ่ าตุ
ภเู ขา เป็นแหล฽งตน฾ กําเนดิ ของแร฽ธาตุ ปุา และแหลง฽ นํา้ ท่ีสําคญั ของประเทศไทย
ภาคเหนือเป็นภาคที่อุดมด฾วยทรัพยากรแร฽ธาตุภาคหนึ่งของประเทศไทย เพราะมีภูมิประเทศที่มี
โครงสร฾างเป็นภูเขา เนินเขาและแอ฽งแผ฽นดิน ในยุคกลางเก฽า กลางใหม฽ ท่ีบริเวณตอนกลางที่ผ฽านการผุกร฽อน
และมีการเปล่ียนแปลงของแผ฽นดิน โดยเฉพาะภูเขาทางตะวันตกที่เป็นแนวของทิวเขา อุดมด฾วยแร฽โลหะ
แร฽อโลหะและแร฽เช้ือเพลงิ
แร฽โลหะ ทส่ี ําคญั ทพ่ี บตามภูเขาหินแกรนิตในภาคเหนอื ได฾แก฽
1. แร฽ดีบุก แหล฽งแร฽ดีบุกท่ีพบในภาคเหนือ อย฽ูในเขตภูเขาของจังหวัดท่ีอยู฽ทางเหนือ และทางภาค
ตะวันตกของภาค คือ จังหวัดแม฽ฮ฽องสอน จังหวัดเชียงใหม฽ จังหวัดลําปาง จังหวัดเชียงราย แต฽มีปริมาณการ
ผลิตไมม฽ ากเทา฽ กบั แหล฽งดีบกุ สาํ คัญทางภาคใต฾
2. ทังสเตนหรอื วุลแฟรม ทพี่ บมากในภาคเหนอื คือแหลง฽ แร฽ซีไรทแ เป็นแรท฽ ่ีสําคัญทางเศรษฐกิจการค฾า
และยุทธปัจจัยสาํ คัญ มกี ารทาํ เหมืองท่ี อาํ เภอดอยหมอก อาํ เภอเวียงปาุ เปูา จังหวดั เชียงราย และพบ
แถบภูเขาสูงในเขต จังหวัดแม฽ฮ฽องสอนมีเหมืองดําเนินการผลิตถึง 10 เหมือง ท่ีสําคัญคือเหมืองท่ี อําเภอ
แม฽ลาน฾อย เหมืองห฾วยหลวง และเหมอื งแม฽สะเรยี ง ทางดา฾ นตะวนั ตกของลม฽ุ น้าํ ยม
3. ตะกั่วและสังกะสี แร฽ตะก่ัวและสังกะสีมักจะเกิดร฽วมกันแต฽ที่พบยังมีปริมาณน฾อยไม฽เพียงพอ ท่ีจะ
นํามาใช฾ในเชิงพาณิชยแเหมือนที่พบในภาคตะวันตก ภาคเหนือมีแหล฽งแร฽ตะก่ัวและสังกะสีในแถบจังหวัด
แมฮ฽ อ฽ งสอน จังหวดั เชียงใหม฽ จงั หวดั ลาํ ปางและจงั หวดั แพร฽
4. ทองแดง แหล฽งแร฽ทองแดงมีอยู฽หลายในแห฽งประเทศ แต฽เป็นแหล฽งแร฽ที่มีมูลค฽าทางเศรษฐกิจเพียง
ไม฽กีแ่ หง฽ บรเิ วณที่พบ ได฾แก฽ ในเขตจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช฽น จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดเลย
แต฽ทีภ่ าคเหนือพบในเขต จงั หวัดอตุ รดิตถแ จงั หวดั แพร฽ จงั หวดั นา฽ น และจงั หวดั ลําปาง

54

5. เหล็ก แหลง฽ แร฽เหลก็ ในประเทศไทยมหี ลายแหง฽ เชน฽ กนั ทั้งท่ีกาํ ลังมกี ารผลิตท่ผี ลิตหมดไปแล฾ว
แต฽แหล฽งท่ีน฽าสนใจที่อาจมีค฽าในอนาคต ได฾แก฽ท่ี อําเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรคแ ที่เขาทับควาย จังหวัดลพบุรี
แหล฽งภูยาง อําเภอเชียงคาน จังหวัดเลย แหล฽งอึมครึม จังหวัดกาญจนบุรี ในภาคเหนือพบท่ีอําเภอแม฽แจ฽ม
จังหวัดเชียงใหม฽ แหลง฽ เดิม อําเภอเถิน จงั หวัดลาํ ปาง

6. แมงกานีส แหล฽งแมงกานีสในภาคเหนือมีแหล฽งผลิตท่ีสําคัญอย฽ูใน จังหวัดลําพูน จังหวัดเชียงใหม฽
จังหวัดลาํ ปาง จังหวดั แพร฽ จังหวดั เชียงราย และจงั หวดั น฽าน

7. นิกเกิลและโครเมียม พบท่ี บ฾านหว฾ ยยาง อําเภอท฽าปลา จังหวัดอุตรดิตถแ นอกจากน้ียังมีแร฽โครไมตแ
ทใี่ ห฾โลหะโครเมียม ซึ่งเปน็ แร฽ผสมเหลก็

แรอ่ โลหะ ทสี่ าคญั ทพ่ี บในภาคเหนือ ไดแ้ ก่
1. ฟลูออไรตแ แหล฽งแร฽ฟลูออไรตแที่สําคัญของประเทศพบในภาคเหนือและภาคตะวันตก ได฾แก฽
ที่อําเภอบ฾านโฮ฽ง อาํ เภอปุาซาง จังหวัดลําพูน อําเภอฝาง แม฽แจ฽ม อําเภอฮอด อําเภออมกเอย จังหวัดเชียงใหม฽
อาํ เภอแม฽สะเรยี ง จังหวัดแมฮ฽ ฽องสอน นอกจากนก้ี ม็ ีท่ีภาคตะวนั ตก และภาคใตข฾ องไทยอีกดว฾ ย
2. แบไรตแ แหล฽งแร฽แบไรตแท่ีสําคัญ นอกจากจะมีมากในภาคใต฾ที่บริเวณเขาหลวง จังหวันครศรีธรรม
ราชและในจงั หวัดสุราษฏรแธานแี ลว฾ ยงั มีแหล฽งสําคัญในภาคเหนืออีกท่ี บริเวณภูไม฾ตอง อําเภอดอยเต฽า อําเภอ
ฮอด จังหวดั เชียงใหม฽ นอกจากนยี้ ังมีใน จงั หวัดแม฽ฮ฽องสอน จงั หวัดลาํ พูน ลําปาง อตุ รดติ ถแ เชยี งราย และแพร฽
3. ยิปซัม แหล฽งยิปซัมท่ีสําคัญมีท่ี จังหวัดนครสวรรคแและพิจิตร ในภาคเหนือได฾แก฽ แหล฽งแม฽เมาะ
อําเภอแม฽เมาะ จังหวัดลําปาง แหล฽งแม฽กั๊วะ อําเภอเกาะคา จังหวัดลําปาง และแหล฽งสองห฾อง อําเภอนํ้าปาด
จังหวัดอตุ รดติ ถแ
4. ฟอสเฟต มีแหล฽งเล็ก ๆ อยู฽ที่ ต.นาแก฾ว อําเภอเกาะคา จังหวดั ลาํ ปาง
5. ดนิ ขาวหรือเกาลิน ได฾มีการพบและผลิตดินขาวในหลายบริเวณทั้งภาคเหนือ ภาคกลางและภาคใต฾
ในภาคเหนอื มแี หลง฽ ดินขาวท่ี อาํ เภอแจ฾ห฽ม จงั หวดั ลําปาง นอกจากน้ียังมีแร฽อโลหะอ่ืน ๆ ท่ีพบในภาคเหนืออีก
เช฽น แร฽หินมา฾ ท่ี จังหวัดเชียงใหม฽ แมฮ฽ ฽องสอน แรใ฽ ยหนิ พบใน จงั หวดั อตุ รดติ ถแ
แร่เชอ้ื เพลงิ ทีส่ ําคัญทางเศรษฐกจิ คือมีการนํามาใชเ฾ ป็นเช้ือเพลิงสําคัญในโรงงานไฟฟูาเครื่องจักรกล
โรงงานอตุ สาหกรรมเคมภี ัณฑแและในกิจกรรมขนสง฽ ต฽าง ๆ เช฽น ในเครื่องบิน รถยนตแ เรือยนตแ เป็นต฾น
1. หินน้ํามัน พบท่ี บ฾านปุาค฽า อําเภอล้ี จังหวัดลําพูน แต฽ยังไม฽ได฾นํามาใช฾ประโยชนแในเชิงพาณิชยแ
เนอ่ื งจากการแยกนํา้ มนั ออกจากหินนาํ้ มนั ต฾องลงทุนสงู
2. ปิโตรเล่ยี ม นํ้ามนั ดบิ กา฿ ซธรรมชาติเหลว พบท่ี อําเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม฽ นํามาใช฾เป็นนํ้ามันหล฽อลื่น
นา้ํ มันดีเซลหมุนเร็วปานกลางและน้ํามันเตา
3. ลิกไนตแ พบที่ อําเภอแม฽เมาะ อําเภอแม฽ทะ จังหวัดลําปาง ใช฾เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานบ฽มยา
โรงไฟฟูา

3. แหล่งนา้

ปัญหาเกี่ยวกับทรพั ยากรนา้
จากพฤติกรรมการบริโภคทรัพยากรธรรมชาติของมนุษยแ ซ่ึงมีผลกระทบต฽อสภาวะแวดล฾อมในโลก
โดยเฉพาะปัญหาเก่ียวกับทรัพยากรนํ้า ซ่ึงเป็นปัจจัยสําคัญในการดํารงชีวิตของมนุษยแ เพราะนํ้าได฾ใช฾ในการ
บรโิ ภคและผลิตเคร่ืองอุปโภคต฽าง ๆ ปจั จุบันปญั หาทรพั ยากรนํ้า มีดังนี้

55

1. ปัญหาทางด฾านปริมาณ
1) การขาดแคลนนา้ํ หรอื ภยั แล฾ง สาเหตุทสี่ ําคญั ไดแ฾ ก฽
1.1 ปาุ ไมถ฾ กู ทําลายมากโดยเฉพาะปาุ ต฾นนาํ้ ลําธาร
1.2 ลกั ษณะพื้นทีไ่ มเ฽ หมาะสม เชน฽ ไม฽มแี หล฽งนา้ํ ดินไมด฽ ูดซับน้ํา
1.3 ขาดการวางแผนการใช฾และอนุรกั ษนแ าํ้ ทเ่ี หมาะสม
1.4 ฝนตกนอ฾ ยและฝนท้งิ ช฽วงเปน็ เวลานาน
2) การเกดิ นาํ้ ท฽วม อาจเกิดจากสาเหตุหนึ่งหรือหลายสาเหตรุ ฽วมกนั ดงั ต฽อไปน้ี
2.1 ฝนตกหนักตดิ ต฽อกนั นาน ๆ
2.2 ปุาไมถ฾ ูกทาํ ลายมาก ทําใหไ฾ ม฽มีสง่ิ ใดจะช฽วยดูดซบั นํ้าไว฾
2.3 ภมู ิประเทศเปน็ ทล่ี มุ฽ และการระบายนํา้ ไมด฽ ี
2.4 นา้ํ ทะเลหนนุ สงู กว฽าปกติ ทําให฾นาํ้ จากแผ฽นดนิ ระบายลงสท฽ู ะเลไมไ฽ ด฾
2.5 แหลง฽ เกบ็ กกั นาํ้ ต้นื เขินหรือได฾รับความเสียหาย จงึ เกบ็ นา้ํ ไดน฾ ฾อยลง

2. ปญั หาด฾านคุณภาพของน้ําไม฽เหมาะสม สาเหตทุ พ่ี บบอ฽ ยไดแ฾ ก฽
1) การทิ้งส่ิงของและการระบายน้ําทิ้งลงสู฽แหล฽งนํ้า ทําให฾แหล฽งน้ําสกปรกและเน฽าเหม็นจนไม฽

สามารถใชป฾ ระโยชนแได฾ มักเกิดตามชุมชนใหญ฽ ๆ ที่อยู฽ใกลแ฾ หล฽งนํา้ หรือท฾องถ่นิ ทม่ี ีโรงงานอุตสาหกรรม
2) ส่ิงท่ีปกคลุมผิวดินถูกชะล฾างและไหลลงส฽ูแหล฽งนํ้ามากกว฽าปกติ มีทั้งสารอินทรียแ สารอนินทรียแ

และสารเคมตี ฽างๆ ทใ่ี ช฾ในกจิ กรรมตา฽ ง ๆ ซึ่งทําให฾น้ําขุ฽นไดง฾ ฽าย โดยเฉพาะในฤดฝู น
3) มแี รธ฽ าตเุ จือปนอยูม฽ ากจนไมเ฽ หมาะแก฽การใชป฾ ระโยชนแ น้ําที่มีแร฽ธาตุปนอย฽ูเกินกว฽า 50 พีพีเอ็ม

นน้ั เม่ือนาํ มาด่มื จะทาํ ให฾เกิดโรคนิว่ และโรคอน่ื ได฾
4) การใช฾สารเคมีท่ีมีพิษตกค฾าง เช฽น สารที่ใช฾ปูองกันหรือกําจัดศัตรูพืชหรือสัตวแ ซ่ึงเมื่อถูกฝน

ชะลา฾ งลงสู฽แหลง฽ น้ําจะก฽อใหเ฾ กิดอันตรายต฽อสิง่ มีชวี ติ
3. ปญั หาการใช฾ทรัพยากรนํ้าอย฽างไม฽เหมาะสม เช฽น ใช฾มากเกินความจําเป็น โดยเฉพาะเมื่อเกิดภาวะ

ขาดแคลนนํ้า หรือการสูบนํ้าใต฾ดินข้ึนมาใช฾มากจนดินทรุด เป็นต฾น ปี พ.ศ. 2541 ธนาคารโลกพยากรณแว฽า
นํ้าในโลกลดลง 1 ใน 3 ของปริมาณน้ําที่เคยมีเม่ือ 25 ปีก฽อน และในปี ค. ศ. 2525 หรืออีก 25 ปีข฾างหน฾า
การใช฾นํ้าจะเพ่ิมอีกประมาณร฾อยละ 65 เน่ืองจากจํานวนประชากรโลกเพิ่มขึ้น การใช฾น้ําอย฽างไม฽ถูกต฾องและ
ขาดการดูแลรักษาทรัพยากรน้ํา ซึ่งจะเป็นผลให฾ประชากรโลกกว฽า 3,000 ล฾านคน ใน 52 ประเทศประสบ
ปัญหาการขาดแคลนนา้ํ

4. ปัญหาความเปลี่ยนแปลงของฟูา อากาศ เนื่องจากปรากฏการณ์ เอล นิโน (EI Nino ) และ
ลา นินา (La Nina) โดยปรากฏการณแที่ผิดธรรมชาติจะเกิดข้ึนประมาณ 5 ปีต฽อครั้ง คร้ังละ 8 -10 เดือน
โดยกระแสนํ้าอ฽ุนในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก บริเวณตะวันออกเคลื่อนลงไปถึงชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ
ของทวีปอเมรกิ าใต฾ (ประเทศเปรู เอกวาดอรแ และชิลีตอนเหนือ) ทําให฾ผิวนํ้าท่ีเคยเย็นกลับอ฽ุนขึ้นและที่เคยอ฽ุน
กลบั เยน็ ลง

เมื่ออุณหภูมิของผิวนํ้าเปลี่ยนแปลงไปก็จะส฽งผลทําให฾อุณหภูมิเหนือนํ้าเปล่ียนไปด฾วยเช฽นกัน เป็นผล
ให฾ความร฾อนและความแห฾งแล฾งในบริเวณท่ีเคยมีฝนชุก และเกิดฝนตกหนักในบริเวณที่เคยแห฾งแล฾ง ลมและ
พายุเปล่ียนทิศทาง เน่ืองจากการเปลี่ยนแปลงดังกล฽าวเกิดเป็นบริเวณกว฾าง จึงส฽งผลกระทบต฽อโลกอย฽าง
กว฾างขวาง สามารถทําลายระบบนิเวศในซีกโลกใต฾ รวมท้ังพ้ืนที่บางส฽วนเหนือเส฾นศูนยแสูตรได฾ สาหร฽ายทะเล
บางแห฽งตายเพราะอุณหภูมิสูง ปลาที่เคยอาศัยนํ้าอ฽ุนต฾องว฽ายหนีไปหานํ้าเย็นทําให฾มีปลาแปลกชนิดเพ่ิมข้ึน
และหลังการเกิดปรากฎการณแ เอล นิโน แล฾ว ก็จะเกิดปรากฎการณแลา นินา ซ่ึงมีลักษณะตรงกันข฾ามตามมา

56

โดยจะเกิดกระแสน้ําอุ฽นและคลื่นความร฾อนในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต฾เคลื่อนย฾อนไปทางตะวันตกทําให฾
บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกที่อุณหภูมิเร่ิมเย็น จะมีการรวมตัวของไอนํ้าปริมาณมาก ทําให฾อากาศ
เย็นลง เกดิ พายุ และฝนตกหนกั โดยเฉพาะในกลุม฽ ประเทศอาเซียน

เอล นิโน เคยก฽อตัวครั้งใหญ฽ในปี พ.ศ. 2525 – 2526 ซ่ึงผลทําให฾อุณหภูมิผิวน้ําสูงกว฽าปกติถึง
9 องศา ฟาเรนไฮตแ ทําลายชีวิตมนุษยแท่ัวโลกถึง 2,000 คน ค฽าเสียหายประมาณ 481,000 ล฾านบาท ปะการัง
ในทะเลแคริบเบยี นเสยี ความสมดลุ ไปร฾อยละ 50 – 97 แต฽ในปี พ.ศ. 2540 กลับก฽อตัวกว฾างกว฽าเดิม ซึ่งคิดเป็น
พน้ื ทีไ่ ดก฾ ว฾างใหญ฽กว฽าประเทศสหรัฐอเมรกิ า โดยเขตน้ําอ฽ุนนอกชายฝ่ังประเทศเปรูขยายออกไปไกลกว฽า 6,000
ไมลแ หรือประมาณ 1 ใน 4 ของเสน฾ รอบโลก อุณหภูมิผิวน้ําวัดได฾เท฽ากันและมีความหนาของน้ําถึง 6 นิ้ว ส฽งผล
ให฾เกิดปรากฎการณแธรรมชาติทเ่ี ลวร฾ายท่ีสดุ ในรอบ 150 ปี โดยเรมิ่ แสดงผลต้ังแตเ฽ ดือนเมษายน 2541

นอกจากน้ีปรากฏการณแเรือนกระจกและการลดลงของพื้นท่ีปุายังส฽งเสริมความรุนแรงของปัญหาอีก
ด฾วย ดงั ตวั อยา฽ งต฽อไปนี้

1) ประเทศไทย ประสบความร฾อนและแห฾งแล฾งรุนแรงท่ัวประเทศ ฝนตกน฾อยหรือตกล฽าช฾ากว฽าปกติ
(ยกเว฾นภาคใต฾ท่ีกลางเดือนสิงหาคมเกิดฝนตกหนักจนนํ้าท฽วม) ปริมาณน้ําในแม฽นํ้า อ฽างเก็บนํ้าและเข่ือน
ลดน฾อยลงมาก รวมท้ังบางจังหวัดมีอุณหภูมิในฤดูร฾อนสูงมาก และเกิดติดต฽อกันหลายวัน เช฽น จังหวัดตาก
มอี ุณหภมู ิในเดือนเมษายน พ.ศ. 2541 สงู ถึง 43.7 องศาเซลเซยี ส ซึ่งนบั วา฽ สงู ที่สดุ ในรอบ 67 ปี นอกจากน้ี
ยงั ทําใหผ฾ ลผลติ ทางการเกษตร โดยเฉพาะไมผ฾ ลลดลง

2) ประเทศอินโดนีเซีย ประสบความแห฾งแล฾ง ทั้งที่อย฽ูในเขตมรสุมและมีปุาฝน เม่ือฝนไม฽ตกจึงทําให฾
ไฟไหม฾ปุาท่ีเกิดข้ึนในเกาะสุมาตรา และบอรแเนียวเผาผลาญปุาไปประมาณ 14 ล฾านไร฽ พร฾อมท้ังก฽อปัญหา
มลพิษทางอากาศเปน็ บรเิ วณกวา฾ ง มีผ฾คู นปวุ ยไขน฾ ับหมนื่ ทัศนวิลัยไมด฽ ีจนทําให฾เคร่ืองบินสายการบินการูดาตก
และมีผู฾เสียชีวิต 234 คน อีกทั้ง ยังทําให฾ผลิตผลการเกษตรตกตํ่า โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟโรบัสตาท่ีส฽งออกมาก
เป็นอนั ดบั หนึ่งไดร฾ บั ความเสยี หายมากเป็นประวตั กิ ารณแ

3) ประเทศปาปัวนิวกินี ได฾รับผลกระทบรนุ แรงที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีคนตายจากภัยแล฾ง 80
คนและประสบปัญหาแล฾งอีกประมาณ 1,000,000 คน

4) ประเทศออสเตรเลีย อากาศแหง฾ แล฾งรุนแรงจนต฾องฆ฽าสตั วแเล้ียงเพราะขาดแคลนนา้ํ และอาหาร
ซง่ึ คาดว฽า ผลผลิตการเกษตรจะเสียหายประมาณ 432 ลา฾ นเหรยี ญ

5) ประเทศเกาหลเี หนือ ปัญหาความแหง฾ แลง฾ รนุ แรงและอดอยากรนุ แรงมาก พชื ไรเ฽ สียหายมาก
6) ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดพายุเฮอรแริเคนทางด฾านฝั่งตะวันตกมากขึ้น โดยเฉพาะภาคใต฾ของรัฐ
แคลฟิ อรเแ นียได฾รับภยั พบิ ัติมากที่สดุ สว฽ นทางฝ่ังตะวันออกซง่ึ มเี ฮอรรแ เิ คนค฽อนขา฾ งมาก คล่นื ลมกบั สงบกวา฽ ปกติ
7) ประเทศเปรูและซิลี เกิดฝนตกหนักและจับปลาได฾น฾อยลง (เคยเกิดฝนตกหนักและน้ําท฽วม
ในทะเลทรายอะตาคามา ประเทศซิลี อย฽างไม฽เคยปรากฏมาก฽อน ทั้งๆ ที่บริเวณน้ีแห฾งแล฾งมากจนประเทศ
สหรัฐอเมริกาขอใชเ฾ ป็นสถานที่ฝกึ นักอวกาศ โดยสมมติว฽าเป็นพ้ืนผวิ ดาวอังคาร)
8) ทวีปแอฟริกา แห฾งแลง฾ รุนแรง พืชไรอ฽ าจเสียหายประมาณครงึ่ หน่งึ

ปัญหาเกี่ยวกบั ทรพั ยากรนา้ ในประเทศไทย

1. การขาดแคลนน้าหรือภยั แล้ง
ในหน฾าแล฾ง ประชากรไทยจะขาดแคลนนํ้าด่ืมนํ้าใช฾จํานวน 13,000 – 24,000 หม฽ูบ฾าน ประชากร
ประมาณ 6 -10 ล฾านคน ซ่ึงโดยส฽วนใหญ฽อย฽ูในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล฽าง การขาดแคลนนํ้าในระดับ
วิกฤตจะเกิดเป็นระยะๆ และรุนแรงขึ้น นํ้าในเขื่อนสําคัญต฽างๆ โดยเฉพาะเข่ือนภูมิพลมีปริมาณเหลือน฾อย

57

จนเกือบจะมีผลกระทบต฽อการผลิตกระแสไฟฟูา และการผลิตนํ้าประปาสําหรับใช฾ในหลายจังหวัด การลด
ปริมาณของฝนและน้ําที่ไหลลงสู฽อ฽างเก็บน้ํา และการเกิดฝนมีแนวโน฾มลดลงทุกภาค ประมาณร฾อยละ 0.42
ต฽อปี เปน็ สงิ่ บอกเหตสุ ําคัญท่ีแสดงให฾เห็นถึงแนวโนม฾ ความรนุ แรงของภัยแลง฾

ตารางแสดงการเปรียบเทยี บปริมาณน้าฝนต่อปีในแตล่ ะภาค

พ.ศ. ปริมาณน้าฝน 2536 ตา่ งจากปรมิ าณเฉลี่ย
ภาค (มลิ ลเิ มตร) (มลิ ลเิ มตร)

2503 – 2536 2535 2535 2536

ทกุ ภาค (ทัว่ ประเทศ) 1,733 1,430 1,594 -303 -139

ภาคเหนอื 1,232 1,142 931 -301 -301

ภาคกลาง 1,226 1,115 1,075 -111 -151

ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ 1,405 1,241 1,176 -164 -229
ภาคตะวนั ออก 2,011 1,534 1,732 -477 -279
1,768 1,457 1,789 -307 25
ภาคใต฾ฝ่ังตะวันออก 2,760 2,088 2,863 -672 103
ภาคใตฝ฾ ั่งตะวนั ตก

สําหรับปริมาณนํ้าท่ีไหลลงสู฽อ฽างเก็บนํ้าของเขื่อนและแม฽น้ําสําคัญ เช฽น เขื่อนภูมิพล เข่ือนสิริกิต์ิและ
แม฽นํ้าเจ฾าพระยา ต้ังแต฽ปี พ.ศ. 2515 เป็นต฾นมา ก็มีปริมาณลดลงเช฽นกัน เนื่องจากต฾นน้ําลําธารถูกทําลายทํา
ให฾ฝนและน้ําน฾อย และขณะเดียวกันความต฾องการใช฾น้ํากลับมีมากและเพิ่มข้ึนเรื่อย ๆ เช฽น การประปานคร
หลวงใช฾ผลิตน้ําประปาประมาณ 1,300 ล฾านลูกบาศกแเมตรต฽อปี การผลักดันน้ําเค็มบริเวณปากแม฽นํ้า
เจ฾าพระยา และแม฽นํ้าท฽าจีนจะต฾องใช฾นํ้าจืด ประมาณ 2,500 ล฾านลูกบาศกแเมตรต฽อปี การทํานาปีใช฾ประมาณ
4,000 ลา฾ นลูกบาศกแเมตร และการทํานาปรังจะใช฾ประมาณ 6,000 ล฾านลูกบาศกแเมตร โดยมีแนวโน฾มของการ
ใช฾เพม่ิ มากขึน้ ทุกปี

แนวโน้มการลดปริมาณนา้ ในเขอื่ นทส่ี าคัญและแม่นา้ เจา้ พระยา

แหลง่ ที่วดั ปรมิ าณ ชว่ งปีท่ีวดั ปรมิ าณน้าเฉลย่ี ตอ่ ปี
(ล้านลกู บาศก์เมตร)

ปริมาณนา้ํ ไหลลงสอ฽ู า฽ งเกบ็ นํ้าเข่อื น พ.ศ. 2515 – 2534 ประมาณ 10,360

ภมู ิพลและเขอ่ื นสริ กิ ิติ์ พ.ศ. 2525 – 2534 ประมาณ 8,760

พ.ศ. 2530 - 2534 ประมาณ 7,000

ปรมิ าณนํา้ ในแมน฽ ้าํ เจา฾ พระยาท่ีไหล พ.ศ. 2515 – 2534 ประมาณ 22,200

58

ผ฽านจังหวัดนครสวรรคแ พ.ศ. 2525 – 2534 ประมาณ1 8,700
พ.ศ. 2530 - 2534 ประมาณ16,000

2. ปญั หาน้าท่วมหรืออทุ กภยั
เกดิ จากฝนตกหนักหรอื ตกตดิ ตอ฽ กันเปน็ เวลานาน ๆ เน่ืองจากการตัดไม฾ทําลายปุา แหล฽งนํ้าต้ืนเขินทํา
ให฾รองรับนํ้าได฾น฾อยลง การก฽อสร฾างท่ีทําให฾น้ําไหลได฾น฾อยลง เช฽น การก฽อสร฾างสะพาน นอกจากน้ีนํ้าท฽วมอาจ
เกิดจากนํ้าทะเลหนุนสูงข้ึน พ้ืนดินทรุดตัวเนื่องจากการสูบน้ําใต฾ดินไปใช฾มากเกินไป พื้นที่เป็นที่ตํ่าและ
การระบายนาํ้ ไม฽ดี และการสูญเสียพื้นที่นํ้าท฽วมขัง ตัวอย฽าง ได฾แก฽ การถมคลองเพื่อก฽อสร฾างที่อย฽ูอาศัย รวมทั้ง
การบกุ รุกพ้ืนทช่ี ุ฽มน้ํา เช฽น กว฿านพะเยา บึงบอระเพ็ด ทะเลสาบสงขลา และหนองหาร จังหวัดสกลนคร เพ่ือใช฾
ประโยชนแอยา฽ งอ่ืน

3. เกิดมลพษิ ทางน้าและระบบนเิ วศถกู ทาลาย
โดยส฽วนใหญ฽แล฾ว น้ําจะเกิดการเน฽าเสียเพราะการเจือปนของอินทรียสาร สารพิษ ตะกอน ส่ิงปฏิกูล
และนํา้ มนั เช้ือเพลิงลงส฽ูแหล฽งนาํ้ ซ่งึ มผี ลใหพ฾ ชื และสตั วแนํ้าเปน็ อันตราย เช฽น การที่ปะการัง ตัวอ฽อนของสัตวแน้ํา
และปลาที่เลี้ยงตามชายฝ่ังบริเวณเกาะภูเก็ตตายหรือเจริญเติบโตผิดปกติ เพราะถูกตะกอนจากการทําเหมือง
แร฽ทบั ถม ไปอุดตนั ชอ฽ งเหงือกทาํ ใหไ฾ ด฾รบั ออกซิเจนไมเ฽ พียงพอ

4. แหล่งน้าตน้ื เขนิ
ดินและตะกอนดินที่ถูกชะล฾างลงสู฽แหล฽งนํ้านั้นทําให฾แหล฽งนํ้าตื้นเขินและเกิดนํ้าท฽วมได฾ง฽าย ซ่ึงเป็น
อปุ สรรคตอ฽ การเดินเรอื และยังเป็นผลเสยี ต฽อการดํารงชวี ติ ของสตั วนแ ้าํ โดยเฉพาะบรเิ วณอา฽ วไทยตอนบน
โดยในแต฽ละปีตะกอนดินถูกพัดพาไปทับถมกันมากถึงประมาณ 1.5 ล฾านตัน การสูบน้ําใต฾ดินไปใช฾มากจน
แผน฽ ดินทรดุ ตวั
ชาวกรุงเทพมหานครและปริมณฑลทั้ง 6 จังหวัดใช฾น้ําบาดาลจํานวนมาก เมื่อปี 2538 พบว฽าใช฾
ประมาณวันละ 1.5 ล฾านลูกบาศกแเมตร ภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจใช฾ประมาณวันละ 1.2 ล฾านลูกบาศกแ
เมตร ทาํ ให฾ดนิ ทรดุ ตวั ลงทีละน฾อย และทําใหเ฾ กดิ น้าํ ท฽วมขงั ไดง฾ ฽ายข้ึน

4. ทรัพยากรดนิ

ปัญหาการใชท฾ ีด่ ินไม฽เหมาะสม และไมค฽ าํ นงึ ถึงผลกระทบตอ฽ สิ่งแวดล฾อม ได฾แก฽
1. การใช฾ทดี่ นิ เพอื่ การเกษตรกรรมอย฽างไม฽ถกู หลักวชิ าการ
2. ขาดการบาํ รุงรักษาดนิ
3. การปล฽อยใหผ฾ วิ ดินปราศจากพชื ปกคลุม ทาํ ให฾สญู เสียความชมุ฽ ช้ืนในดิน
4. การเพาะปลูกท่ีทําให฾ดินเสีย
5. การใช฾ป฻ุยเคมแี ละยากาํ จัดศัตรูพชื เพอื่ เรง฽ ผลิตผล ทาํ ใหด฾ นิ เสื่อมคุณภาพและสารพษิ ตกค฾าง
อย฽ูในดนิ
6. การบกุ รกุ เข฾าไปใช฾ประโยชนแทีด่ ินในเขตปุาไมบ฾ นพืน้ ทท่ี ี่มีความลาดชันสูง
7. รวมทง้ั ปญั หาการขยายตัวของเมอื งทร่ี ุกล้ําเขา฾ ไปในพื้นท่เี กษตรกรรม และการนํามาใชเ฾ ป็นทอ่ี ยู฽
อาศยั ที่ตงั้ โรงงานอตุ สาหกรรม
8. หรอื การเกบ็ ทดี่ นิ ไวเ฾ พ่ือการเก็งกาํ ไร โดยมไิ ดม฾ กี ารนํามาใช฾ประโยชนแแตอ฽ ย฽างใด นอกจากนี้
การเพม่ิ ขน้ึ ของประชากรประกอบกับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงขึ้น ทําให฾ความต฾องการใช฾

ทด่ี ินเพอ่ื การขยายเมือง และอตุ สาหกรรมเพ่ิมจํานวนตามไปด฾วยอยา฽ งรวดเร็ว โดยปราศจากการควบคุมการใช฾

59

ทีด่ นิ ภายในเมอื งให฾เหมาะสม เป็นสาเหตุให฾เกิดปัญหาส่ิงแวดล฾อมภายในเมือง หลายประการ เช฽น ปัญหาการ
ต้ังถิ่นฐาน ปัญหาแหล฽งเสื่อมโทรม ปัญหาการจราจร ปัญหาสาธารณสุข ปัญหาขยะมูลฝอย และการบริการ
สาธารณปู โภคไมเ฽ พียงพอ

นอกจากนั้นปัญหาการพังทลายของดินและการสูญเสียหน฾าดินโดยธรรมชาติ เช฽น การชะล฾าง การกัดเซาะของนํ้า
และลม เป็นต฾น และท่ีสําคัญคือ ปัญหาจากการกระทําของมนุษยแ เช฽น การทําลายปุา เผาปุา การเพาะปลูกผิดวิธี
เป็นตน฾ ก฽อให฾เกดิ การสูญเสียความอุดมสมบูรณแของดินทําให฾ใช฾ประโยชนแจากที่ดินได฾ลดน฾อยลง ความสามารถ
ในการผลิตทางด฾านเกษตรลดน฾อยลงและยังทําให฾เกิดการทับถมของตะกอนดินตามแม฽น้ําลําคลอง เข่ือน
อ฽างเก็บนํ้า เป็นเหตุให฾แหล฽งน้ําดังกล฽าวต้ืนเขิน รวมท้ังการที่ตะกอนดินอาจจะทับถมอย฽ูในแหล฽งที่อย฽ูอาศัย
และที่วางไข฽ของสัตวแน้ํา อีกท้ังยังเป็นตัวกั้นแสงแดดที่จะส฽องลงสู฽พื้นน้ํา สิ่งเหล฽าน้ีล฾วนก฽อให฾เกิดผลกระทบต฽อ
สง่ิ มีชวี ิตในน้ํา นอกจากนีป้ ัญหาความเสื่อมโทรมของดิน อันเน่ืองมาจากสาเหตุดั้งเดิมตามธรรมชาติ คือ การที่
มสี ารเป็นพษิ เกดิ ขึน้ มาพร฾อมกบั การเกดิ ดนิ เชน฽ มโี ลหะหนัก มสี ารประกอบท่ีเปน็ พษิ ซงึ่ อาจทําใหด฾ ินเค็ม
ดินด฽างดินเปร้ียวได฾ โดยเฉพาะปัญหาการแพร฽กระจายของดินเค็มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือการดําเนิน
กิจกรรมเพื่อใช฾ประโยชนแจากท่ีดินอย฽างไม฽เหมาะสม และขาดการจัดการที่ดี เช฽น การสร฾างอ฽างเก็บน้ํา
ในบรเิ วณทม่ี ีเกลือหินสะสมอย฽มู าก นา้ํ ในอ฽างจะซึมลงไปละลายเกลือหินใต฾ดิน แล฾วไหลกลับขึ้นส฽ูผิวดินบริเวณ
รอบ ๆ การผลิตเกลือสินเธาวแในเชิงพาณิชยแ โดยการสูบน้ําเกลือใต฾ดินขึ้นมาต฾มหรือตาก ทําให฾ปัญหาดินเค็ม
แพร฽ขยายออกไปกวา฾ งขวางยง่ิ ข้ึน ยงั มสี าเหตุท่เี กดิ จากสารพิษและสิ่งสกปรกจากภายนอกปะปนอยู฽ในดิน เช฽น
ขยะจากบ฾านเรอื น ของเสยี จากโรงงานอตุ สาหกรรม สารเคมีตกค฾างจากการใช฾ปุ฻ยและยากําจัดศัตรูพืช เป็นต฾น
ลว฾ นแตส฽ ฽งผลกระทบต฽อส่งิ แวดลอ฾ ม และก฽อให฾เกดิ การสูญเสยี ทางเศรษฐกิจ

60

5. สตั วป์ า่

สัตวป์ ่า
สาเหตปุ ญั หาของทรพั ยากรสัตวป์ า่ สาเหตขุ องการสญู พันธแุหรอื ลดจํานวนลงของสัตวปแ าุ มีดงั น้ี
1. การทาํ ลายทีอ่ ยอ฽ู าศัย การขยายพืน้ ทีเ่ พาะปลกู พ้นื ทอ่ี ย฽อู าศัยเพื่อการดํารงชีพของมนุษยแได฾ทําลาย
ทอ่ี ยอ฽ู าศัยและท่ีดาํ รงชีพ ของสตั วปแ ุาไปอยา฽ งไม฽ร฾ูตัว
2. สภาพธรรมชาติ การลดลงหรือสญู พันธแุไปตามธรรมชาติ ของสัตวแปุา เน่ืองจากการปรับตัวของสัตวแ
ปุาให฾เข฾ากับ การดํารงชีวิตในสภาพแวดล฾อมท่ีเปล่ียนแปลงอยู฽ตลอดเวลา สัตวแปุาชนิดท่ีปรับตัวได฾ก็จะมีชีวิต
รอด หากปรับตวั ไมไ฽ ด฾จะลม฾ ตายไป ทาํ ใหม฾ จี ํานวนลดลงและสูญพนั ธแใุ นท่ีสดุ
3. การล฽าโดยตรง โดยสัตวแปุาด฾วยกันเอง สัตวแปุาจะไม฽ลดลงหรือสูญพันธแุอย฽างรวดเร็ว เช฽น เสือโคร฽ง
เสือดาว หมาไน หมาจ้ิงจอกล฽ากวางและเก฾ง ซ่ึงสัตวแที่ถูกล฽าสองชนิดนี้ อาจจะตายลงไปบ฾างแต฽จะไม฽หมดไป
เสียทีเดียว เพราะในธรรมชาติแล฾วจะเกิดความ สมดุลอยู฽เสมอระหว฽างผู฾ล฽าและผ฾ูถูกล฽า แต฽ถ฾าถูกล฽าโดยมนุษยแ
ไมว฽ า฽ จะเป็นการล฽าเพอื่ เป็นอาหาร เพอื่ การกีฬา หรือเพ่ืออาชพี สตั วปแ าุ จะลดลงจํานวนมาก
4. เนื่องจากสารพิษ เม่ือเกษตรกรใช฾สารเคมีในการเพาะปลูก เช฽น ยาปราบศัตรูพืชจะทําให฾เกิด
สารพษิ ตกค฾างในสิง่ แวดล฾อม นอกจากน้ีการสาธารณสุขบางคร้งั จาํ เป็นตอ฾ งกาํ จดั หนู และแมลงเช฽นกัน สารเคมี
ที่ใช฾ในกิจกรรมต฽าง ๆ เหล฽าน้ี มีหลายชนิดท่ีมีพิษตกค฾าง ซ่ึงสัตวแปุา จะได฾รับพิษตามห฽วงโซ฽อาหาร ทําให฾
สารพิษไปสะสมในสตั วปแ าุ มาก หากสารพษิ มีจาํ นวนมากพออาจจะตายลงไดห฾ รอื มผี ลตอ฽ ลูกหลาน เช฽น ร฽างกาย
ไม฽สมบูรณแ ไม฽สมประกอบ ประสิทธิภาพการให฾กําเนิด หลานเหลนต฽อไปมีจํากัดข้ึน ในที่สุดจะมีปริมาณลดลง
และสญู พันธแไุ ป
5. การนําสตั วแจากถน่ิ อื่นเขา฾ มา ตัวอย฽างน้ยี ังปรากฏไมเ฽ ดน฽ ชัดในประเทศไทย แต฽ในบางประเทศจะพบ
ปัญหานี้ เช฽น การนําพังพอนเข฾าไปเพ่ือกําจัดหนู ต฽อมาเมื่อหนูมีจํานวนลดลงพังพอนกลับทําลายพืชผลท่ีปลูก
ไวแ฾ ทน เป็นต฾น

61

6. มลพษิ ทางอากาศ

“มลพิษทางอากาศ” มลพิษทางอากาศเป็นปัญหาสําคัญปัญหาหนึ่งที่เกิดข้ึนในเขตเมือง โดยเฉพาะ
กรุงเทพมหานคร เน่ืองจากมลพิษทางอากาศก฽อให฾เกิดผลกระทบด฾านสุขภาพอนามัย ไม฽ว฽าจะเป็นด฾านกลิ่น
ความรําคาญ ตลอดจนผลกระทบต฽อสุขภาพที่เกี่ยวกับระบบการหายใจ หัวใจและปอด ดังน้ันการติดตามเฝูา
ระวังปรมิ าณมลพิษในบรรยากาศจึงเป็นภารกิจหน่ึงมี่มีความสําคัญ กรมควบคุมมลพิษเป็นหน฽วยงานที่ทําการ
ตรวจวัดคุณภาพอากาศมาอย฽างต฽อเน่ือง โดยทําการตรวจวัดมลพิษทางอากาศท่ีสําคัญ ได฾แก฽ ฝุนละออง
ขนาดเลก็ (ฝุนละอองขนาดไม฽เกิน 10 ไมครอน : PM-10) กา฿ ซซลั เฟอรแไดออกไซดแ (SO2) สารตะกวั่ (Pb)
ก฿าซคารบแ อนมอนอกไซดแ (CO) ไนไตรเจนไดออกไซดแ (NO2) และกา฿ ซโอโซน (O3)

สถานการณม์ ลพิษทางอากาศ
ผลจากการตรวจวัดคณุ ภาพอากาศในชว฽ งเกอื บ 20 ปที ่ผี า฽ นมาก พบวา฽ คุณภาพทางอากาศในประเทศ
ไทยมคี ุณภาพดีขึ้น โดยพิจารณาไดจ฾ ากค฽าสงู สุดของความเข฾มข฾นของสารมลพิษส฽วนใหญ฽อย฽ูในเกณฑแมาตรฐาน
ยกเวน฾ ฝนุ ขนาดเลก็ และกา฿ ซโอโซน ทงั้ น้ีการทคี่ ณุ ภาพอากาศของประเทศไทยมีคุณภาพดีขึ้น มีสาเหตุมาจาก

62

การลดลงของปริมาณการใช฾เชอื้ เพลงิ ในช฽วงวิกฤติเศรษฐกิจและอีกส฽วนหนึ่งมาจากมาตรการของรัฐท่ีมีส฽วนทํา
ใหม฾ ลพษิ ทางอากาศลดลง (ธนาคารโลก 2002) ซง่ึ ได฾แก฽

การรณรงคใแ ห฾ใช฾รถจักรยานยนตแ 4 จังหวะแทนรถจกั รยานยนตแ 2 จงั หวะ เนือ่ งจากรถจักรยานยนตแ
2 จังหวะเป็นแหล฽งกําเนิดสําคัญของการปล฽อยฝุนละออกส฽ูบรรยากาศ การปรับเปล่ียนมาใช฾รถจักรยานยนตแ
4 จงั หวะ จึงจะช฽วยให฾มกี ารปล฽อยฝุนละอองสบ฽ู รรยากาศลดลง

การติดตั้งอุปกรณแกําจัดสารซัลเฟอรแ (Desulfurization) ในโรงไฟฟูาแม฽เมาะในปี พ.ศ.2535
เนอื่ งจากโรงไฟฟูาแม฽เมาะเป็นโรงไฟฟูาท่ีใช฾ถ฽านหินลิกไนตแเป็นเช้ือเพลิงเป็นแหล฽งกําเนิดสําคัญของการปล฽อย
ก฿าซซัลเฟอรแไดออกไซดแ ดังนั้นการติดตั้งอุปกรณแดังกล฽าวทําให฾ปริมาณก฿าซซัลเฟอรแไดออกไซดแในบรรยากาศ
ลดลงอยา฽ งตอ฽ เน่อื งจนอยใู฽ นระดบั ท่ีต่ํากวา฽ มาตรฐาน ตง้ั แตม฽ กี ารตดิ ต้ังอุปกรณแกาํ จัดสารซัลเฟอรแ

การบงั คบั ใชอ฾ ปุ กรณขแ จดั มลพิษในระบบไอเสียรถยนตแประเภท Catalytic converter ในรถยนตใแ หม฽
ในปี พ.ศ. 2536 เนือ่ งจากยานยนตแเปน็ แหลง฽ กาํ เนดิ ก฿าซคารแบอนมอนอกไซดทแ ส่ี ําคญั ส฽งผลให฾ระดับก฿าซ
คารบแ อนมอนอกไซดแลดลงจนอย฽ใู นระดับทตี่ ่ํากว฽ามาตรฐาน

การลดปริมาณสารตะกั่วในน้ํามัน โดยในปี พ.ศ. 2532 รัฐบาลได฾มีมาตรการเร่ิมลดปริมาณตะกั่ว
ในนํ้ามันจาก 0.45 กรัมต฽อลิตรให฾เหลือ 0.4 กรัมต฽อลิตร และในปี พ.ศ. 2535 ได฾ลดลงมาเหลือ 0.15 กรัม
ตอ฽ ลติ ร จนกระท่งั ปลายปี พ.ศ. 2538 รัฐบาลได฾ยกเลิกการใช฾น้ํามันเบนซินที่มีสารตะก่ัว ทําให฾ระดับสารตะก่ัว
ลดลงอย฽างรวดเร็วจนอยูใ฽ นระดับท่ตี ํา่ กว฽ามาตรฐาน

ฝุนละอองขนาดเล็ก และกา฿ ซโอโซน ยงั เป็นสารมลพษิ ที่เป็นปัญหา ซึ่งถึงแม฾จะมีแนวโน฾มลดลงเช฽นกัน
แต฽มลพิษทั้ง 2 ตัวก็ยังสูงเกินมาตรฐาน ท้ังน้ีอาจเป็นเพราะฝุนละอองมีแหล฽งกําเนิดหลากหลาย ทําให฾การ
ออกมาตรการเพื่อลดฝุนละอองทําได฾ยาก โดยแหล฽งกําเนิดฝุนละอองท่ีสําคัญ ได฾แก฽ ยานพาหนะ ฝุนละออง
แขวนลอยคงค฾างในถนน ฝนุ จากการก฽อสรา฾ ง และอตุ สาหกรรม สาํ หรับในพน้ื ทชี่ นบท แหล฽งกําเนดิ ฝนุ ละออง
ที่สําคัญ คือ การเผาไหม฾ในภาคเกษตร ขณะที่ก฿าซโอโซนเป็นสารพิษทุติยภูมิที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว฽าง
สารประกอบอินทรียแระเหยง฽าย (Volatile organic compound: VOC) และออกไซดแของไนโตรเจน โดยมี
ความร฾อนและแสงอาทิตยแเป็นตัวเร฽งปฏิกิริยา ทําให฾ก฿าซโอโซนมีปริมาณสูงสุดในช฽วงเที่ยงและบ฽าย และถูก
กระแสลมพัดพาไปสะสมในบริเวณต฽างๆ ซึ่งจะเห็นได฾ว฽ามีปัจจัยหลายปัจจัยท่ียากต฽อการควบคุมการเกิดของ
ก฿าซโอโซน ทําให฾มาตรการต฽าง ๆ ท่ีกล฽าวมาของภาครัฐ ยังไม฽สามารถลดปริมาณก฿าซโอโซนลงให฾อย฽ูในเกณฑแ
มาตรฐานได฾

มลพิษทางอากาศมีแหล฽งกําเนิดมลพิษและผลกระทบต฽อสุขภาพอนามัยและส่ิงแวดล฾อมแตกต฽าง
และรุนแรงตา฽ งกันไป ท้งั นสี้ ามารถสรุปได฾ ดังตารางท่ี 1

63

ตารางท่ี 1 แหล่งกาเนดิ ท่ีสาคัญและผลกระทบของมลพษิ ทางอากาศ

มลพิษ แหลง่ กาเนิดท่ีสาคัญ ผลกระทบ

ฝนุ่ ละออง การเผาไหม฾ของเครื่องยนตแดีเซล PM-10 มผี ลกระทบต฽อสุขภาพอนามยั
ไมเ่ กนิ 10 ไมครอน ฝุนละออง แขวนลอยคงคา฾ ง ของคนอย฽างสูงเพราะมีขนาดเลก็
(PM-10) ในถนน ฝนุ จากการกอ฽ สรา฾ ง จงึ สามารถแทรกตัวเขา฾ ไปในปอดได฾
และจากอุตสาหกรรม

กา๊ ชซัลเฟอร์ การเผาไหม฾เช้ือเพลงิ ทม่ี ี การสะสมของ SO2 จาํ นวนมาก
ไดออกไซด์ ซัลเฟอรเแ ป็นองคปแ ระกอบ อาจทําใหเ฾ ป็นโรคหอบหดื หรือ
(SO2 ) ซึ่งสว฽ นใหญ฽ คือ ถ฽านหนิ และ มีปัญหาเกยี่ วกับระบบทางเดินหายใจ
นํ้ามันและอาจเกิดจาก นอกจากนก้ี ารรวมตวั กัน ระหว฽าง SO2
สารตะก่ัว กระบวนการทางอตุ สาหกรรม และ NO2 เปน็ สาเหตุสําคัญที่กอ฽ ให฾เกดิ
(Pb) บางชนิด ฝนกรด (acid rain) ซ่ึงทาํ ใหเ฾ กดิ ดิน
เปรยี้ ว และทาํ ใหน฾ ํา้ ในแหล฽งนํา้
กา๊ ชคารบ์ อนได ธรรมชาติต฽าง ๆ มสี ภาพเปน็ กรด
ออกไซด์
(CO) การเผาไหม฾ alkyl lead ที่ผสม สารตะกัว่ เป็นสารอันตรายท่ีส฽งผล
อยูใ฽ นนํา้ มันเบนซิน ทําลายสมอง ไต โลหติ ระบบประสาท
ไนโตรเจนออกไซด์ สว฽ นกลาง และระบบสืบพนั ธแุ โดยเด็ก
NO2 ทีไ่ ด฾รับสารตะกั่วในระดบั สูงอาจมี
พัฒนาการรับรูช฾ ฾ากวา฽ ปกติ และ
การเจริญเตบิ โตลดลง

การเผาไหม฾ของน้ํามนั ท่ีไม฽ CO จะเข฾าไปขัดขวางปรมิ าณก฿าซ
สมบรู ณแ ออกซิเจน (O2) ที่รา฽ งกาย จาํ เป็นตอ฾ ง
ใช฾ ดังน้นั ผท฾ู ีม่ อี าการโรคระบบหัวใจ
และหลอดเลือดจึงมีความเสย่ี งสูงจน
อาจถึงแก฽ชวี ิตได฾ ถ฾าไดร฾ บั CO
ในระดบั สงู

การเผาไหม฾เช้ือเพลิงฟอสซิล การรับ NO2 ในระดบั ตํ่าอาจทําให฾
และยังมบี ทบาทสําคญั ในการ คนทีม่ โี รคระบบทางเดนิ หายใจ
ก฽อตวั ของ O3 และฝุนละออง มคี วามผดิ ปกติของปอด และอาจเพ่ิม
การเจ็บปวุ ยของโรคระบบ ทางเดิน
หายใจในเดก็ ขณะทก่ี ารรบั No2
เป็นเวลานานอาจเพิ่มความไวท่จี ะติด
เช้ือโรคระบบทางเดนิ หายใจและทาํ ให฾

64

มลพิษ แหล่งกาเนิดทสี่ าคญั ผลกระทบ

ปอดมีความผิดปกติอยา฽ งถาวร

กา๊ ชโอโซน การทาํ ปฏิกิริยาระหวา฽ ง O.3 อาจทําให฾เกิดอนั ตรายเฉียบพลนั
O3 สารประกอบอินทรยี แระเหยง฽าย ต฽อสุขภาพ เชน฽ ความระคายเคอื งต฽อ
(Volatileorganic สายตา จมูก คอ ทรวงอก หรอื อาการ
compound: VOC) และ ไอ ปวดหวั นอกจากนย้ี ังอาจทาํ ให฾
ออกไซดขแ อง ไนโตรเจนโดยมี ผลผลิตทางการเกษตรตํ่าลง
ความร฾อนและแสงอาทิตยเแ ป็น
ตัวเร฽งปฏิกิรยิ า

ท่มี า : ธนาคารโลก 2002.

กิจกรรมบทท่ี 4 เร่ือง การทาลายทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม

กิจกรรมท่ี 1 ผ฾ูเรียนคิดว฽าในชุมชนเกิดปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล฾อมในด฾านใดบ฾าง
ให฾เลือก 1 ปัญหา แล฾ววิเคราะหแหาสาเหตุของการเกิดปัญหาและหาสาเหตุของการเกิดปัญหาและหาแนว
ทางแกไ฾ ข

กิจกรรมท่ี 2 ให฾ผ฾ูเรียนศึกษาผลกระทบจากการสร฾างเขื่อนขนาดใหญ฽ต฽อการเปล่ียนแปลงทาง
ธรรมชาติ และจดั ทํารายงาน

กิจกรรมท่ี 3 จงเลือกคาตอบท่ีถูกต้องท่สี ุดเพยี งคาตอบเดียว

1. ปัญหาการจราจรตดิ ขัดตามเมอื งใหญ฽ ๆ นอกจากจะทาํ ให฾เกิดผลเสยี ทางเศรษฐกจิ แล฾ว ยังจะทาํ ให฾

เกดิ ผลเสียทางใดอกี

ก. ทาํ ใหค฾ นฝาุ ฝืนกฎหมาย ข. ทาํ ให฾สงิ่ แวดล฾อมเป็นพิษ

ค. ทําให฾รถยนตแเส่อื มสภาพเร็ว ง. ทําให฾สญู เสยี เวลาไปโดยเปล฽าประโยชนแ

2. เราจะแกอ฾ ากาศเป็นพษิ อย฽างเช฽นในกรงุ เทพฯ โดยวิธใี ดจงึ จะดที ีส่ ุด

ก. ลดจํานวนรถยนตแลง ข. ไม฽สง฽ เสยี งดงั ในโรงภาพยนตรแ

ข. ปลูกตน฾ ไม฾ให฾มาก ง. ขยายเขตเมืองให฾กว฾างออกไปอีก

3. การปูองกนั ไม฽ใหเ฾ กิดปัญหามลพิษ ควรปฏิบัตอิ ย฽างไร

ก. ไม฽สบู บุหรใ่ี นทส่ี าธารณะ

65

ข. ไม฽สง฽ เสียงดังในโรงภาพยนตรแ

ค. ข฾ามถนนตรงทางม฾าลายหรอื สะพานลอย

ง. ติดตงั้ ระบบปอู งกนั ไอเสียในรถยนตแ

4. ประเทศไทยขาดดุลการคา฾ กับตา฽ งประเทศ เพราะเหตใุ ด

ก. สินคา฾ มจี ํานวนน฾อยกว฽าเปูาหมาย

ข. ปรมิ าณการผลิตสนิ ค฾านอ฾ ยลง

ค. ไมส฽ นบั สนุนใหเ฾ อกชนสง฽ สนิ คา฾ ออก

ง. มูลค฽าราคาสินคา฾ ส฽งออกนอ฾ ยกวา฽ มูลคา฽ สนิ คา฾ นาํ เขา฾

5. สาเหตอุ ะไรท่ีทาํ ให฾ฝนมีสภาพเปน็ กรด

ก. กา฿ ซทีม่ อี อกไซดแเป็นตัวประกอบ ข. ซลั เฟอรแไดออกไซดแ

ข. ออกไซดแของไนโตรเจน ง. คารแบอนมอนนอกไซดแ

6. มลภาวะเป็นพษิ ทเี่ กิดผลกระทบตอ฽ ระบบนเิ วศหมายถงึ

ก. ออกซเิ จนในอากาศมปี ริมาณเพ่มิ ขนึ้

ข. คารบแ อนไดออกไซดใแ นอากาศมปี รมิ าณเพิ่มข้ึน

ค. ออกซิเจนในอากาศมีปรมิ าณเท฽าเดมิ

ง. คารแบอนไดออกไซดใแ นอากาศมีปริมาณน฾อยลง

7. ข฾อใดไม฽ใชป฽ ัญหาการสน้ิ เปลืองพลงั งานอนั เกดิ จากปัญหาทรัพยากรและสิง่ แวดล฾อม

ก. ปัญหาการขาดแคลนน้าํ ใช฾ ข. ปญั หาน้ําท฽วมกรงุ เทพฯ

ค. ปัญหาการจราจรตดิ ขดั ง. ปญั หาการศึกษา

8. ข฾อใดเปน็ การใชพ฾ ลงั งานเพ่ือปูองกันและแก฾ไขปัญหาทรัพยากรและส่งิ แวดล฾อม

ก. การทิง้ ขยะมูลฝอย ข. การปลอ฽ ยน้าํ เสยี

ค. การคุมกําเนิดของประชากร ง. การควบคมุ หรือปูองกนั อากาศเสีย

66

เรือ่ งท่ี 5 แนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาการทาลายทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
ส่งิ แวดล้อม โดยประชาชน ชมุ ชน องค์กร ภาครฐั ภาคเอกชน

แนวคดิ ในการอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
1. การอนุรักษแทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง การรู฾จักใช฾ทรัพยากรธรรมชาติอย฽างชาญฉลาด เพื่อให฾
เกิดประโยชนสแ ูงสุดตอ฽ ประชาชนโดยทัว่ ถึงกนั ใช฾ได฾อยา฽ งยาวนาน
2. การอนุรักษแทรัพยากรธรรมชาติเก่ียวข฾องกับประชาชนทุกคน รวมท้ังชุมชน องคแกรภาครัฐและ
ภาคเอกชน
3. การอนุรกั ษแหรือการจดั การทรัพยากร ตอ฾ งคาํ นึงทรพั ยากรอย฽างอ่นื ในเวลาเดยี วกนั ดว฾ ย
เพราะทรัพยากรทุกอย฽างมสี ว฽ นเกีย่ วข฾องและสัมพนั ธกแ ัน
4. ในการวางแผนการจัดการทรัพยากร ต฾องไม฽แยกมนุษยแออกจากสภาพแวดล฾อม ทางสังคมหรือ
วัฒนธรรมหรอื สภาพแวดลอ฾ มตามธรรมชาติ
5. ผ฾ูใชท฾ รพั ยากรธรรมชาติต฾องตระหนกั ถึงความสาํ คญั ของทรัพยากรนนั้ ๆ และใช฾อย฽างชาญฉลาด
ให฾เกดิ ผลดกี บั ทกุ ด฾าน
6. การอนุรกั ษแทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล฾อม นอกจากเพ่ือการกินดีอยู฽ดีแล฾วจําเป็นต฾องอนุรักษแ
เพ่อื ความสวยงามของธรรมชาตดิ ฾วย

การอนุรักษป์ ่าไม้
1. กาํ หนดนโยบายปุาไมแ฾ ห฽งชาตเิ พือ่ เปน็ แนวทางในการจัดการและพฒั นาปุาไมใ฾ นระยะยาว
2. การปลูกปุาสงวน รวมทั้งทํานุบํารุงดูแล โดยให฾ประชาชน และชุมชนมีส฽วนร฽วมในการรักษาดูแล
ปุาไม฾
3. สร฾างจติ สํานกึ ให฾ประชาชนทุกคนไดร฾ ูค฾ ณุ คา฽ ของปุาไม฾ และผลกระทบทเ่ี กดิ จากการตดั ไมท฾ าํ ลายปุา
การอนุรักษ์ทรัพยากรดิน เป็นวิธีการปูองกันเริ่มแรกท่ีดีท่ีสุด ท่ีจะทําให฾มนุษยแได฾ใช฾ประโยชนแของดิน
อย฽างยาวนาน ซึ่งสามารถทําได฾ ดังน้ี
1. ปรับสภาพดนิ หรอื ปลูกพืชทส่ี ามารถปูองกนั การทะลาย การชะล฾าง และการกัดเซาะ
2. ปกคลุมดนิ ใหพ฾ น฾ จากการกระทบของฝนและลม
3. การไถพรวนดินใหถ฾ กู ต฾อง
4. ใชป฾ ระโยชนใแ หเ฾ หมาะสมกบั ลกั ษณะดนิ
การอนุรักษท์ รพั ยากรนา้ วธิ กี ารอนรุ กั ษแทรพั ยากรน้ํา สามารถแก฾ได฾ที่ตวั ต฾นเหตุ ซึ่งก็คอื มนุษยแ
1. ไมท฽ ้ิงเศษขยะมลู ฝอย ส่งิ สกปรกโสโครก ลงไปในแม฽น้ํา ลาํ คลอง
2. ควรมมี าตรการห฾ามไมใ฽ ห฾โรงงานอุตสาหกรรมทิ้งน้าํ เสียลงในแมน฽ า้ํ
3. ประชาชนทุกชมุ ชน องคกแ รภาครฐั และเอกชนทุกหน฽วยงาน ตอ฾ งชว฽ ยกันรกั ษาต฾นน้ําลาํ ธาร
การอนุรักษ์สัตว์ป่า สัตวแเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถทําให฾เพ่ิมจํานวนมากขึ้นได฾ แต฽ถ฾าหาก
สัตวแปุา ชนิดใดสูญพันธแุ ไปแล฾ว จะไม฽สามารถสร฾างพันธุแของสัตวแปุาชนิดนั้น ข้ึนมา ได฾อีก การอนุรักษแสัตวแปุา
จงึ ควรมีหลัก ดงั น้ี
1. การใชก฾ ฎหมายควบคุม เป็นการอนุรักษแสัตวแปุาทางตรง มีการปูองกันและปราบปราม ผู฾กระทําผิด
พระราชบัญญัตสิ งวน และคม฾ุ ครองสัตวปแ าุ อยา฽ งเข฾มงวด

67

2. การสงวนแหล฽งท่ีอย฽ู อาศัยของสัตวแปุา หมายถึงการปูองกันรักษาปุาไม฾ ที่จัดเป็นเขตรักษาพันธแุ
สตั วปแ ุา เขตปุาในอทุ ยานแห฽งชาติ เขตวนอุทยานต฾องมกี ารปูองกนั บํารงุ รกั ษา และการปลูกพนั ธไแุ มข฾ น้ึ มาใหม฽

3. การเพาะพันธแุเพ่ิม เช฽น ตามสวนสัตวแต฽าง ๆ เขตรักษาพันธุแสัตวแหลายแห฽ง เล้ียงสัตวแบางชนิดไว฾ใน
กรงเพื่อเพาะพนั ธุเแ พ่ิม เม่อื มีมากแออัด จึงนาํ สัตวบแ างชนดิ ไปปลอ฽ ยไวใ฾ นปาุ เปิด ของอุทยานแห฽งชาติ

4. การค฾นควา฾ วจิ ยั ทางวชิ าการ ถือได฾วา฽ เปน็ พืน้ ฐานของการจัดการสตั วปแ าุ ให฾มจี ํานวนเพ่ิมข้ึนในระดับ
ท่พี อเหมาะกับอาหารและทห่ี ลบภัยในท฾องทีน่ น้ั ๆ

5. การใช฾ประโยชนจแ ากสตั วตแ ามหลักการอนุรักษแทรัพยากร โดยไม฽เก็บทรัพยากรไว฾ รู฾จักนําทรัพยากร
นั้น ๆ มาใช฾ให฾เป็นประโยชนแมากท่ีสุด เช฽น จัดเป็นแหล฽งเรียนร฾ู จัดสถานที่ชมสัตวแปุา จัดสวนสัตวแให฾เป็นที่
พกั ผอ฽ นหยอ฽ นใจแก฽มนุษยแ เปน็ ตน฾

การอนุรกั ษ์ทรพั ยากรแร่ธาตุ
1. กาํ หนดแผนการใชท฾ รัพยากรแรเ฽ พ่ือใหก฾ ารบรหิ ารทรัพยากรแร฽เป็นไปอยา฽ งต฽อเนอื่ ง
2. วางแผนการนาํ แร฽มาใช฾ประโยชนอแ ย฽างมปี ระสทิ ธิภาพ ไมท฽ าํ ลายส่ิงแวดล฾อมตามธรรมชาติ
3. สง฽ เสรมิ ให฾มีการใชท฾ รัพยากรแรใ฽ หม฾ ากทส่ี ดุ และครบวงจร ตัวอย฽างคือมีการนําแร฽ธาตุที่ใช฾แล฾วมาใช฾
ใหม฽ เช฽น เหลก็ รวมทง้ั ใหร฾ ัฐเขา฾ มามีบทบาทในการควบคุมกลไกการผลติ

แนวทางแกไ้ ขปัญหาวิกฤตการณส์ ง่ิ แวดล้อม
ปัญหาสิง่ แวดล฾อม เปน็ ปัญหาของทุกคนในสังคม เพราะจะมีผลกระทบต฽อทุกคนท่ีอยู฽รวมกัน ท้ังเรื่อง
มลพิษทางอากาศ ทางนํา้ หรอื ขยะมูลฝอย โดยมแี นวทางการแกไ฾ ข ดังนี้

แนวทางการแก้ไขมลพษิ ทางอากาศ
มลพิษทางอากาศส฽วนใหญ฽จะเกิดในชุมชนขนาดใหญ฽ เน่ืองจากมีประชากรอาศัยอยู฽มาก สาเหตุเกิด
จาก ควนั พิษจากรถยนตแ และจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมแี นวทางแก฾ไขปัญหา ดงั ตอ฽ ไปน้ี
1. จัดหาและพัฒนาระบบการตรวจคุณภาพในอากาศ ให฾สามารถวิเคราะหแปริมาณมลพิษทางอากาศ
ชนิดต฽าง ๆ เพือ่ ประเมินคุณภาพในอากาศ
2. หาทางลดปรมิ าณสารมลพษิ ทางอากาศจากแหล฽งกําเนิด เพ่ือให฾สามารถควบคุมและรักษาคุณภาพ
อากาศใหไ฾ ดต฾ ามมาตรฐาน
3. กระตุ฾นให฾ผ฾ูใชร฾ ถยนตแใหค฾ วามสาํ คญั ในการดูแลรกั ษาเคร่ืองยนตแให฾อยูใ฽ นสภาพดีเพ่ือลดควันดํา
4. ออกมาตรการตรวจสอบและตรวจจับรถยนตแที่มคี วนั ดาํ
5. รณรงคใแ หผ฾ ข฾ู ับข่รี ถยนตมแ วี นิ ยั และเคารพในกฎจราจร

แนวทางการแก้ไขมลพิษทางน้า
1. รณรงคใแ ห฾ประชาชนใชน฾ ้ําอยา฽ งประหยัด
2. มกี ารจดั การน้ําแบบบูรณาการใหม฾ ีประสิทธิภาพเพื่อเกดิ ประโยชนสแ ูงสดุ
3. มีมาตรการทเ่ี ขม฾ งวดในการควบคมุ น้ําที่ออกจากโรงงานอุตสาหกรรม
4. ปรบั ปรุงทอ฽ นํ้าท้ิง ไม฽ใหบ฾ ฾านเรือนทิง้ นํ้าใช฾แลว฾ สแ฽ู ม฽นํ้าลําคลอง

แนวทางการแกไ้ ขขยะมูลฝอย
1. หลีกเล่ียงการใช฾โฟมหรือพลาสติก
2. ซอ฽ มแซมแกไ฾ ขเครอื่ งใชท฾ ีช่ ํารุดใหน฾ ํากลับมาใช฾ใหม฽แทนการท้งิ เปน็ ขยะ
3. ควรนําวัสดุทใี่ ช฾แล฾ว เช฽น กระดาษ แกว฾ พลาสตกิ มาแปรรปู กลบั มาใชไ฾ ด฾ใหม฽
4. นาํ ของท่ใี ชแ฾ ลว฾ บางชนิดมาดดั แปลงใช฾ใหมใ฽ ห฾เกดิ ประโยชนแ

68

5. ควรแยกขยะตามประเภท เช฽น ขยะเปยี ก ขยะแหง฾ ขวดพลาสติก ฯลฯ
ในการปอู งกนั แก฾ไขปัญหาการทําลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ฾ มนน้ั ไม฽เพียงแต฽ประชาชน
ทุกคนเทา฽ น้นั แต฽ชุมชน องคกแ รภาครัฐ และภาคเอกชนจะต฾องร฽วมมือร฽วมใจกันเพ่ือการพัฒนาและการอนุรักษแ
ทย่ี งั่ ยืน

กจิ กรรมที่ 4 แนวทางการปอ้ งกันแก้ไขปัญหาการทาลายทรพั ยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม โดยประชาชน ชุมชน องคก์ รภาครฐั ภาคเอกชน

1. เหตุใดจงึ กลา฽ วว฽า “มนษุ ย”แ คอื ตวั การสาํ คญั ทเ่ี ป็นผทู฾ าํ ลายทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ฾ ม
............................................................................................................................................................... ...............
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... .........................
..............................................................................................................................................................................

2. ในชุมชนที่ผ฾ูเรียนอาศัยอยู฽ มีทรัพยากรชนิดใดมากท่ีสุด ผ฾ูเรียนจะมีวิธีช฽วยอนุรักษแทรัพยากร
ชนดิ นน้ั ไดอ฾ ย฽างอยา฽ งไรบ฾าง

1. .....………………………………………………………………………………......................................................
.....………………………………………………………………………………........................................................................

2. .....………………………………………………………………………………......................................................
.....………………………………………………………………………………........................................................................

3. .....………………………………………………………………………………......................................................
.....………………………………………………………………………………........................................................................

4. .....………………………………………………………………………………......................................................
.....………………………………………………………………………………........................................................................

บรรณานุกรม

การศกึ ษาทางไกล, สถาบัน, กรมการศกึ ษานอกโรงเรียน. 2546. ชุดการเรียนทางไกล
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หมวดวิชาพัฒนาสงั คมและชมุ ชน. กรงุ เทพฯ :
โรงพิมพ์ครุ สุ ภาลาดพรา้ ว.

โกเมน จิรัฐกลุ , รศ.ดร.และเสรี ลลี าลยั , รศ. หนงั สอื เรียน ส.504 สังคมศกึ ษา ชัน้ มัธยมศึกษา
ปที ี่ 5. กรงุ เทพฯ : ไทยวฒั นาพานชิ จากัด

คณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร. (พ.ศ. 2553). หนังสือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน

ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 4-6 เลม่ 1 ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย. กรงุ เทพมหานคร : สกสค. ลาดพรา้ ว.

คิม ไชยแสนสุข, รศ. และศนั สนยี ์ วรรณากรู . 2545. ชุดปฏิรูปการเรียนร้หู ลักสูตรการศึกษา
ขัน้ พ้ืนฐาน พ.ศ. 2544 กลุม่ สาระการเรียนรู้ สว่ นศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช่วงชน้ั ที่ 4 สาระ 3 เศรษฐศาสตร์. กรุงเทพฯ : สานักพมิ พป์ ระสานมิตร.

ญาดา ประภาพันธ.์ (2548). ระบบภาษนี ายอากร. กรุงเทพมหานคร : บริษทั เคล็ดไทย จากดั .

ดนัย ไชยโยธา. (2550). ประวตั ศิ าสตรแ์ ละวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์

ธนาคารกรุงเทพ. ลกั ษณะไทย อิเล็กทรอนิกส์. http://laksanathai.com.book two,/poois.aspx สบื คน้

วันที่ 27 สิงหาคม 2557.

นามานุกรมพระมหากษตั ริยไ์ ทย กรงุ เทพ มูลนิธสิ มเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา. (2554). กรุงเทพมหานคร :

ชุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากดั .

ประเวศ วะสี. 2544. เศรษฐกิจพอเพียงและประชาสังคม : แนวทางผลิตฟ้ืนฟูเศรษฐกิจสังคม.
กรงุ เทพฯ : พิมพด์ ี

ปิยพร บญุ เพญ็ . หลักเศรษฐศาสตร์ 3200–0101, 05-110-103. กรงุ เทพฯ :
บริษัท บณั ฑติ สาสน์ จากัด. มปป.

พรรณภิ า ศรสี ุข และผุดผ่อง ปติฐพร. พฒั นาสงั คมและชมุ ชน. กรุงเทพ : บรษิ ัท บางกอก-
บ๊คุ ส์แอนด์มีเดยี จากดั . 2548.

พระราชพงศาวดารกรุงเกา่ ฉบบั หลวงประเสรฐิ และประชุมพงศาวดาร ภาคท่ี 63. (2545).

กรุงเทพมหานคร : บริษัทดา่ นสทุ ธาการพมิ พ.์

ไพฑรู ย์ พงศะบตุ ร และวันชัย ศริ ิรตั น.์ หนังสือเรยี นสังคมศึกษา ส. 504 สังคมศกึ ษา
ช้ันมธั ยมศึกษา ปที ี่ 5. กรงุ เทพมหานคร : บริษัทโรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิชย์ จากัด 2537.

มานติ กิตตจิ งู จติ และสรุ พล เอี่ยมอทู่ รพั ย,์ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม.
กรุงเทพฯ : แสงจนั ทรก์ ารพมิ พ์, ปป.

วไิ ล ทรงโดม , พฒั นาสงั คมและชุมชน. กรงุ เทพฯ : บรษิ ทั สามเจริญพาณิชย,์ 2548
ศิลาจารึกสโุ ขทยั หลกั ท่ี 1 จารกึ พอ่ ขนุ รามคาแหง. (2520). กรุงเทพมหานคร : หอสมดุ แหง่ ชาติ

กรมศิลปากร.

ศุภรตั น์ เกษมศรี ม.ร.ว.; พลตรี. การศกึ ษาประวตั ิศาสตรไ์ ทยเชงิ วเิ คราะห์ : สถาบนั พระมหากษตั รยิ ใ์ น

บรบิ ทสังคมไทย ปาฐกถาชดุ “สิรินธร” ครั้งที่ 28. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .

สมชาย ภคภาสน์ววิ ัฒน์. การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ . วารสารเอเชียปริทศั น์. ปีท่ี 15 ฉบับท่ี 1
(ประจาเดือนมกราคม –เมษายน 2537) : 1-7

สถาบนั การศกึ ษาทางไกล ชุดการเรียนทางไกล หมวดวชิ าพฒั นาสังคมและชมุ ชน
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 2548.

อภินนั ท์ จันตะนี. เอกสารคาสอนเศรษฐศาสตร์ มหภาค 1 . ภาคงชิ าเศรษฐศาสตร์
คณะวิทยาการจัดการ สถาบันราชภัฎพระนครศรอี ยุธยา. กรุงเทพฯ : พทิ ักษอ์ กั ษร. 2541.

อภนิ ันท์ จนั ตะนี และชัยยศ ผลวฒั นา. ระบบเศรษฐกจิ ไทยและการสหกรณ์.
กรุงเทพฯ : สานักพมิ พพ์ ิทกั ษอ์ กั ษร. 2538.

http : //rirs3.royin.go.th/dictionary.asp
http://st. mengrai.ac.th/users/doremon/03_SURAPONG/09.htm
http://st. mengrai.ac.th/users/doremon/03_SURAPONG/20.htm
http://st. mengrai.ac.th/users/doremon/03_SURAPONG/05.htm
http://seas.art.tu.ac.th/6tula.htm
http://th.wikipedia.orq/wiki%EO%B8%9B%E0%B8%A3%E0%b8%B0%E0%...
http://www.thaigoodview.com/node/16621
http://www.parliament.go.th/parcy/889.0.htm
file://C:\DOCUME 1\ADMINI 1\LOCALS 1\Temp\1I2k4IKW.htm
http://dek-d.com/board/view.php?id = 663147
http://www.kr.ac.th/ebook/saiyud/b1.htm
http://www. Pathumthani.go.th/webkm/km. file / lefe –l – k .ppt#256,)
http://sujitwongtheg.com.book two,/poois.aspx เข้าถึงวนั ท่ี 27 สงิ หาคม 2557.


Click to View FlipBook Version