The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มแผนฯ 67 ศธจ.นครพนม เล่ม 1 พ.ย. 66

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bankkclub57, 2024-03-11 00:20:27

เล่มแผนฯ 67 ศธจ.นครพนม เล่ม 1 พ.ย. 66

เล่มแผนฯ 67 ศธจ.นครพนม เล่ม 1 พ.ย. 66

แผนปฏิบัติราชการ ประจำ ปีง ปี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำ นัก นั งานศึก ศึ ษาธิกธิารจัง จั หวัด วั นครพนม สำ นักนังานปลัดลักระทรวงศึกศึษาธิกธิาร


ข บทสรุปสำหรับผู้บริหาร สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ให้สอดคล้องเชื่อมโยงกับแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติ ราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเป็น กรอบแนวทางในการปฏิบัติงานขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้สอดคล้องเชื่อมโยงกับกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี(พ.ศ.2561 – 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566 – 2570) นโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560 – 2579) นโยบายรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ นโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา ภาค 11 ยุทธศาสตร์จังหวัดนครพนม ยุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดนครพนม บริบทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีสาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้ วิสัยทัศน์ บูรณาการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามหลักธรรมาภิบาล ผู้เรียนมีทักษะจำเป็นแห่งอนาคต ของโลกในศตวรรษ ที่ 21 พันธกิจ 1. ส่งเสริม สนับสนุนการบริหารและจัดการศึกษาแบบบูรณาการทุกระดับในพื้นที่ อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ 3. ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างทั่วถึงเหมาะสม ตามศักยภาพและช่วงวัยของผู้เรียน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 4. ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลและพัฒนาสมรรถนะของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ เป้าประสงค์รวม 1. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม มีการบริหารและการจัดการศึกษาแบบบูรณาการ ที่มีประสิทธิภาพ 2. ผู้เรียนได้รับการศึกษาและการเรียนรู้ ที่มีคุณภาพและเท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ 3. ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึงและเสมอภาค 4. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีสมรรถนะที่ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนให้เท่าทัน การเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ ประเด็นยุทธศาสตร์ 1. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง 2. พัฒนากำลังคน เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 3. พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ 4. สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา 5. ส่งเสริมการสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6. พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ


ค่านิยมองค์กร T - N A K H O N : T : Teamwork การทำงานเป็นทีม N : Network ภาคีเครือข่าย A : Accountability ความรับผิดชอบ K : Knowledge องค์ความรู้ H : Happy มีความสุข O : Organization เป็นระบบ N : Next Normal สู่ชีวิตถัดไป จากวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์รวม ประเด็นยุทธศาสตร์และค่านิยมองค์กร ข้างต้นนั้น ได้จัดทำ แผนงานโครงการกิจกรรมต่าง ๆ ตามประเด็นยุทธศาสตร์สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และโครงการ ตามแผนงานบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ให้สอดคล้องกับทิศทางในการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาและเชื่อมโยงยุทธศาสตร์จังหวัดนครพนม เพื่อให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของจังหวัดนครพนม เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เรียบร้อย สมบูรณ์ ครอบคลุมนโยบายสำคัญ เร่งด่วน ของรัฐบาล นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ แผนการพัฒนาการศึกษาภาค 11 และยุทธศาสตร์อื่น ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเอกสารแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด นครพนม ฉบับนี้ได้จัดทำรายละเอียด แผนงาน โครงการและกิจกรรมที่ได้รับจัดสรรงบประมาณจากสำนักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม จัดทำรายละเอียดให้สอดคล้องกับแผนงาน โครงการ กิจกรรมที่กำหนด มีรายละเอียดสรุปงบประมาณ ที่ได้รับจัดสรร งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณพ.ศ. 2566 ไปพลางก่อน ได้รับจัดสรร ตามหนังสือสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ศธ 0208/16026 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2566 รวมทั้งสิ้น 2,435,591 บาท (สองล้านสี่แสนสามหมื่นห้าพันห้าร้อยเก้าสิบเอ็ดบาทถ้วน) จำแนกรายละเอียด ดังนี้ 1. งบรายจ่ายประจำ 2,435,591 บาท (สองล้านสี่แสนสามหมื่นห้าพันห้าร้อยเก้าสิบเอ็ดบาทถ้วน) จำแนก ดังนี้ 1) งบรายจ่ายประจำสำหรับบริหารจัดการ จำนวน 2,260,591 บาท (สองล้านสองแสนหกหมื่นห้าร้อยเก้าสิบเอ็ดบาทถ้วน) 2) งบรายจ่ายประจำสำหรับบริหารจัดการตามภารกิจของหน่วยงาน (8 กลุ่มงาน) จำนวน 8 โครงการ งบประมาณ 175,000 บาท จัดทำโครงการรองรับเพื่อขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา ตามประเด็น ยุทธศาสตร์ที่กำหนด ในการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ในครั้งนี้มีความคาดหวังว่า จะทำให้การขับเคลื่อนการจัดการศึกษาและการบริหาร จัดการศึกษาของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนา พลเมืองของชาติ และเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปการศึกษาอันจะส่งผลในการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนต่อไป


๑ ส่วนที่ 1 บทนำ 1. ความเป็นมา ตามที่พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 หมวด 3 มาตรา 9 (1),(2) ได้กำหนดให้ส่วนราชการต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการไว้เป็นการล่วงหน้าและ แผนปฏิบัติราชการดังกล่าวต้องมีรายละเอียดของขั้นตอน ระยะเวลา และงบประมาณที่จะต้องใช้ใ นการ ดำเนินการของแต่ละขั้นตอน เป้าหมายของภารกิจ ผลสัมฤทธิ์และตัวชี้วัดความสำเร็จของภารกิจหน่วยงาน และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 7 กำหนดให้ส่วนราชการจัดให้มีการทบทวนภารกิจของตน โดยคำนึงยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) (แผนระดับ 1) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบสาม (พ.ศ. 2566 – 2570) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วย ความมั่นคงแห่งชาติพ.ศ. (2566 – 2570) (แผนระดับ 2) นโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา และแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกำลังเงินงบประมาณของประเทศ ความคุ้มค่าของภารกิจและสถานการณ์อื่น ประกอบกันกอรปกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2562 เห็นชอบให้หน่วยงานของรัฐปรับปรุง แผนระดับ 3 ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมือง ที่ดี พ.ศ. 2546 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562 และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ข้อ 11 (2) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด นครพนม จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด นครพนม เพื่อเป็นกรอบและแนวทางในการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และใช้เป็น เครื่องมือในการเร่งรัด กำกับ ติดตาม การดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ได้อย่างมีคุณภาพ และประสิทธิภาพ 2. วัตถุประสงค์ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดนครพนม สำหรับใช้เป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงานในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และแผนระดับ ต่าง ๆ สู่การปฏิบัติประจำปี และเป็นเครื่องมือในการเร่งรัด กำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงาน ของหน่วยงาน 3. วิธีดำเนินงาน 1. ศึกษา วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580) แผนแม่บทภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบสาม (พ.ศ. 2566 – 2570) นโยบาย และแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ(พ.ศ. 2566 – 2570) นโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) นโยบายรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ นโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์สำนักงานปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา ภาค 11 ยุทธศาสตร์จังหวัดนครพนม ยุทธศาสตร์การศึกษา จังหวัดนครพนม บริบทต่าง ๆ และยุทธศาสตร์ระดับต่าง ๆ ทบทวนจุดเน้นการดำเนินงานของหน่วยงานและ วิเคราะห์รายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ได้รับจัดสรร จากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม


๒ 2. เสนอรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (งบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ไปพลางก่อน) ตามที่ได้รับจัดสรรจากสำนักงานปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ และเสนอแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณารายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2566 ไปพลางก่อน) และจัดทำแผนปฏิบัติ ราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดศึกษาธิการจังหวัดนครพนม 3. ประชุมคณะทำงานฯ ที่ได้รับการแต่งตั้งพิจารณาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทาง ตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กำหนด 4. จัดทำเล่มแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ฉบับสมบูรณ์ เสนอ ศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ลงนาม 5. ส่งแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด นครพนม รายงานสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการภาค 11 และแจ้งข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดทราบ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการของหน่วยงาน ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด 6. นำเข้าระบบขออนุมัติโครงการและรายงานผลการดำเนินงานตามโครงการในระบบติดตาม และประเมินผลแห่งชาติ Electronic Monitoring and Evaluation System of National Strategy and Country Reform (eMENSCR) 7. เผยแพร่แผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ผ่านเว็ปไซต์ศธจ.นครพนม www. http://www.npmpeo.go.th/ และรายงานสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการภาค 11 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทราบหลากหลายช่องทาง 8. ทบทวนจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดศึกษาธิการจังหวัดนครพนม (ฉบับปรับปรุงตามงบประมาณที่ได้รับจัดสรร) เมื่อได้รับ งบประมาณจัดสรรเพิ่มเติม จากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 9. กำกับติดตามการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนฯ รายไตรมาสตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กำหนด และจัดทำเล่มรายงานผลการดำเนินงาน 10. จัดทำเล่มรายงานผลการดำเนินงานแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม รายงานสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงาน ศึกษาธิการภาค 11 แจ้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านเว็ปไซต์ศธจ.นครพนม www. http://www.npmpeo.go.th/ 4. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม มีแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงานในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และแผนระดับต่าง ๆ สู่การปฏิบัติประจำปี และเป็นเครื่องมือในการเร่งรัด กำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงาน 2. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม มีการกำกับ ติดตาม ประเมินผลและรายงานผล การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เป็นรายไตรมาส บริหารจัดการ ด้านงบประมาณ ควบคุมการใช้จ่ายให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และการดำเนินงานตามโครงการตามแผนที่กำหนด


๓ ส่วนที่ 2 ข้อมูลสภาพทั่วไป ข้อมูลพื้นฐานและบริบทที่เกี่ยวข้อง แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ ดังนี้ 1. ข้อมูลสภาพทั่วไป 2. ข้อมูลพื้นฐานทางการศึกษาทุกประเภทและทุกระดับ 3. ข้อมูลพื้นฐานหน่วยงาน 4. ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 รายละเอียดข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้ 1. ข้อมูลสภาพทั่วไป ช่วงประมาณ พ.ศ. 2309 สมัยพระบรมราชากู่แก้ว หลังจากชนะศึกกับพระนครานุรักษ์ (คำสิงห์เจ้าราชบุตรเขยผู้ไปสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ 2 (เจ้าองค์หล่อ) แห่งนครเวียงจันทน์ พระองค์ได้ย้ายเมืองข้ามฝั่งแม่น้ำโขงมาที่ปากบังฮวก (ฝั่งประเทศไทยปัจจุบันคือบริเวณวัดมรุกขนคร ตำบล ดอนนางหงส์อำเภอธาตุพนมจังหวัดนครพนม) และต่อมาในปี(พ.ศ.2321 พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก และเจ้าพระยาสุรสิงหนาท ยกทัพมาตีเอาหัวเมืองทางแถบ แม่น้ำโขง รวมไปจนถึงนครเวียงจันทน์เมืองมรุกขนครจึงได้ขึ้นกับกรุงธนบุรีในสมัยนี้ แต่ยังคงปกครอง ตนเองอยู่ หลังจากนั้น ราวปีพ.ศ. 2322 สมัยพระบรมราชา (พรหมา) ได้ย้ายเมืองจากปากบังฮวก มาอยู่ ที่บ้านหนองจันทร์(ห่างจากตัวเมืองนครพนมไปทางธาตุพนม 5 กม.) แล้วสถาปนาเมืองขึ้นใหม่ชื่อว่า “นครราชธานีศรีโคตรบูรณ์” ต่อมาในช่วง พ.ศ. 2330 ได้ย้ายเมืองมาตั้งทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงที่ปากห้วยบังฮวกบรรจบกับแม่น้ำโขง (ปัจจุบันอยู่ระหว่างบ้านดอนนางหงส์ท่า ตำบลดอนนางหงส์อำเภอธาตุพนม เลยลงไปถึงบ้านธาตุน้อยศรีบุญเรือง ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม) เมื่อย้ายมาตั้งที่ปากห้วยบังฮวก 1.1 ประวัติความเป็นมา จังหวัดนครพนม ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ ประเทศไทย มีประวัติสืบทอดยาวนานมาหลายร้อยปีเดิมเคยเป็นมหานครของ “อาณาจักรศรีโคตรบูรณ” ที่รุ่งเรืองในอดีต ประมาณราวต้น พุทธศตวรรษที่ 12 เป็นอาณาจักรอิสระไม่ขึ้นกับใคร ในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ได้เสื่อมอำนาจลงตกอยู่ภายใต้การปกครองของ อาณาจักรขอมต่อมาในราวพุทธศตวรรษที่ 18 ชื่อของ “ศรีโคตรบูรณ์” ได้กลาย มาเป็นเมืองในอาณาจักรล้านช้าง มีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง โดยพระเจ้ากรุงศรี สัตนาคนหุตล้านช้างทรงสร้างเมืองที่ปากห้วยหินบูรณ์(ปากห้วยบรรจบลำ น้ำโขงฝั่งซ้ายตรงข้ามอำเภอท่าอุเทน เหนือเมืองนครพนม) และได้สืบทอด ราชสมบัติต่ออีกหลายพระองค์ ภายหลังย้ายเมืองมาตั้งที่ป่าไม้รวกห้วยศรีมัง ริมแม่น้ำโขงฝั่งซ้าย (คือเมืองเก่าใต้เมืองท่าแขกในปัจจุบัน) ถึงปีพ.ศ.2297 มีพระนครานุรักษ์ครองเมืองศรีโคตรบูรณ์ มีความเห็นว่าเมืองมิได้ตั้งอยู่ที่ ปากห้วยแล้วจึงได้เปลี่ยนนามเมืองใหม่ว่า “เมืองมรุกขนคร” เพราะถือว่าสร้างขึ้น ในดงไม้รวก นามเมืองศรีโคตรบูรณ์จึงเปลี่ยนไปตั้งแต่ครั้งนั้น


๔ ได้ประมาณ 20 ปีน้ำก็ได้กัดเซาะตลิ่งพังลงมามาก จึงได้ย้ายเมืองมาตั้งที่บ้านหนองจันทร์(ห่างจากตัวเมือง นครพนม ไปทางทิศใต้4 กิโลเมตร) ตั้งชื่อเมืองใหม่ว่า “นครบุรีราชธานี” ต่อมาในปี(พ.ศ. 2337 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยน นามเมืองเสียใหม่ว่า “เมืองนครพนม” ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร การที่พระราชทานนามว่า “เมือง นครพนม” สันนิษฐานได้ว่า อาจจะเนื่องด้วยเดิมเมืองนี้เป็นเมืองลูกหลวงมาก่อน เป็นเมืองที่มีความสำคัญ ทางประวัติศาสตร์จึงให'ใช'คำว่า “นคร” หรืออีกนัยหนึ่งคำว่า “นคร” นี้ อาจรักษาชื่อเมืองเดิมไว้คือ “เมือง นครบุรีราชธานี” สวนคำว่า “พนม” อาจจะเนื่องด้วยจังหวัดนี้มีองค์พระธาตุพนมประดิษฐานอยู่ หรืออาจจะ เนื่องจากเดิมมีอาณาเขตไกลไปถึงดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง คือบริเวณเมืองท่าแขก ซึ่งมีภูเขาสลับซับซ้อน มากมาย ไปจนถึงดินแดนของประเทศเวียดนาม จึงใช้คำว่า “พนม” เพราะแปลว่า “ภูเขา” 1.2 ขนาดและที่ตั้ง จังหวัดนครพนม ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) ของประเทศไทย ระหว่างละติจูด ที่ 16-18 องศาเหนือ และลองติจูดที่ 104-105 องศาตะวันออก มีระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 740 กิโลเมตร อาณาเขต จังหวัดนครพนมมีเนื้อที่ประมาณ 5,512.7 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ3,445,414.32 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3 ของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีลักษณะเป็นแนวยาว ตามฝั่งแม่น้ำโขง ประมาณ 153 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้ 1.3 อาณาเขตติดต่อ 2. ข้อมูลพื้นฐานทางการศึกษาทุกประเภทและทุกระดับ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ปฏิบัติภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับการบริหาร และจัดการศึกษา ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษา ในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนพิเศษ 96 หน้า 14 ลงวันที่ 3 เมษายน 2560) กำหนดอำนาจหน้าที่ของสำนักงานศึกษาธิการภาค และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ข้อ 11 การปฏิบัติ ราชการตามอำนาจหน้าที่ นโยบายและยุทธศาสตร์ของส่วนราชการต่าง ๆ ที่มอบหมาย และให้มีอำนาจหน้าที่ ในเขตจังหวัด ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาในทุกระดับทุกประเภทและทุกสังกัดในจังหวัดนครพนม รายละเอียดข้อมูล ดังนี้ - ทิศเหนือ ติดกับอำเภอเซกาและอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ - ทิศใต้ติดกับอำเภอดงหลวงและอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร - ทิศตะวันออก ติดกับแขวงคำม่วง แขวงบลิคำไซ และแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวโดยมีแม่น้ำโขงเป็นแนวกั้นพรมแดน - ทิศตะวันตก ติดกับเขตอำเภออากาศอำนวย อำเภอพรรณนานิคม อำเภอกุสุมาลย์ อำเภอโพนนาแก้ว และอำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร


๕ ข้อมูลสถานศึกษา ครู ผู้สอน คณาจารย์ /นักเรียน/นักศึกษา หน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัด นครพนม ปีการศึกษา 2566 สังกัด จำนวน สถานศึกษา (แห่ง) จำนวนนักเรียน/ นักศึกษา (คน) ครู/ผู้สอน (คน) 1. กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) 525 107,028 6,855 1.1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 480 89,539 6,254 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1 248 31,024 2,183 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2 181 26,961 2,105 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครพนม 51 31,285 1,929 ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดนครพนม 1 269 37 1.2 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โรงเรียนเอกชนประเภทสามัญ 19 6,168 280 1.3 สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) สถานศึกษาของรัฐบาล สถานศึกษาของเอกชน 13 4 9 11,052 3,797 7,255 321 137 184 1.4 สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครพนม (สกร.) และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอ 12 10,742 183 2. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 2.1 มหาวิทยาลัยนครพนม 2.2 มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยาบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครพนม 2.3 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครพนม 2.4 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยนครพนม (พนมพิทยพัฒน์) 4 11,069 648 3. กระทรวงมหาดไทย (มท) 3.1 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 3.2 โรงเรียนสังกัด อบต./เทศบาลตำบล/ และโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัด 416 403 13 13,899 11,463 4,436 1,243 1,073 170 4. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โรงเรียนพระปริยัติธรรม 9 484 86 5. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจตระเวน ชายแดนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 8 744 55 6. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถานรับเลี้ยงเด็กและสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน 7 207 24 รวมทั้งสิ้น 969 143,904 9,094 ที่มา : ระบบคลังข้อมูลกลางด้านการศึกษา ปีการศึกษา 2566 http://www.eduwh.moe.go.th/pub/ 25 กรกฎาคม 2566


๖ จำนวนโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวนโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งสิ้น จังหวัดนครพนม สพฐ. สอศ. สช. ศูนย์ การศึกษา พิเศษ สพป. สกร. นพ.1 สพป. นพ.2 สพม. รัฐบาล เอกชน 1.อำเภอเมือง นครพนม 62 - 7 1 2 5 1 1 79 2.อำเภอปลาปาก 42 - 6 1 1 2 - 1 53 3.อำเภอธาตุพนม 44 - 6 - 1 3 - 1 55 4.อำเภอเรณูนคร 33 - 2 - - 2 - 1 38 5.อำเภอนาแก 53 - 5 1 1 2 - 1 63 6.อำเภอวังยาง 14 - 2 - - - - 1 17 7.อำเภอท่าอุเทน - 42 6 - 1 - - 1 50 8.อำเภอบ้านแพง - 26 3 1 - 1 - 1 32 9.อำเภอศรีสงคราม - 44 6 - 2 2 - 1 55 10.อำเภอนาหว้า - 24 4 - - - - 1 29 11.อำเภอโพนสวรรค์ - 30 2 - 1 1 - 1 35 12.อำเภอนาทม - 15 2 - - 1 - 1 19 รวมทั้งสิ้น 248 181 51 4 9 19 1 12 525 จำนวนโรงเรียนนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งสิ้น จังหวัดนครพนม อปท. สำนัก พระพุทธฯ ตชด. สถาน รับเลี้ยง เด็ก กระทรวง เทศบาล อุดมฯ รร.กีฬา /อบต. ศูนย์เด็กเล็ก 1.อำเภอเมือง นครพนม 6 49 1 - 7 2 1 66 2.อำเภอปลาปาก 2 55 - - - - - 57 3.อำเภอธาตุพนม 2 45 1 - - 1 - 49 4.อำเภอเรณูนคร - 18 1 - - - - 19 5.อำเภอนาแก - 37 1 - - 1 - 39 6.อำเภอวังยาง - 12 - - - - - 12 7.อำเภอท่าอุเทน - 36 - 4 - - - 40 8.อำเภอบ้านแพง - 19 - - - - - 19 9.อำเภอศรีสงคราม - 50 1 - - - - 51 10.อำเภอนาหว้า 2 33 3 - - - - 38 11.อำเภอโพนสวรรค์ - 33 1 2 - - - 36 12.อำเภอนาทม - 16 - 2 - - - 18 รวมทั้งสิ้น 12 403 9 8 7 4 1 444


๗ 3. ข้อมูลพื้นฐานหน่วยงาน 3.๑ การแบ่งหน่วยงานภายในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตามประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศ ณ วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖6 เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้ ข้อ 1 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด แบ่งกลุ่มงานภายใน แบ่งออกเป็น 8 กลุ่มงาน ดังนี้ (๑) กลุ่มอำนวยการ (๒) กลุ่มบริหารงานบุคคล (๓) กลุ่มนโยบายและแผน (๔) กลุ่มพัฒนาการศึกษา (๕) กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผล (๖) กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน (๗) กลุ่มลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน (๘) หน่วยตรวจสอบภายใน ข้อ 2 ให้แต่ละกลุ่มตามข้อ 1 มีหน้าที่และอำนาจรับผิดชอบ ดังนี้ (1) กลุ่มอำนวยการ 1) รับผิดชอบงานธุรการของ กศจ. รวมทั้งปฏิบัติงานราชการเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ ของ กศจ. และตามที่ กศจ. มอบหมาย ๒) รับผิดชอบดำเนินการราชการเกี่ยวกับงานบริหารทั่วไป งานธุรการของสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัด รวมทั้งงานธุรการกับหน่วยงานในพื้นที่รับผิดชอบ 3) ปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับราชการประจำทั่วไปของกระทรวงศึกษาธิการ และประสานงาน ต่าง ๆ ระดับจังหวัด ๔) ดำเนินการเกี่ยวกับงานบริหารการเงิน บัญชี พัสดุและสินทรัพย์ ของสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัด รวมทั้งการเบิกจ่ายเงินของส่วนราชการที่ได้รับมอบหมาย 5) ดำเนินการเกี่ยวกับระบบบริหารงาน การพัฒนาองค์กร และการควบคุมภายใน ๖) ดำเนินงานเกี่ยวกับการสร้างเครือข่าย ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่กิจกรรมและผลงาน ๗) ดำเนินงานเกี่ยวกับอาคารสถานที่ สิ่งแวดล้อม และยานพาหนะ ๘) ดำเนินงานเกี่ยวกับการใช้ระบบดิจิทัลเพื่อการบริหารและการบริการ 9) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับ มอบหมาย


๘ (๒) กลุ่มบริหารงานบุคคล ๑) จัดทำแผน ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและหน่วยงานการศึกษาในจังหวัดให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการและวิชาชีพ 2) เสริมสร้างขวัญกำลังใจ ยกย่องเชิดชูเกียรติ และสิทธิประโยชน์อื่นของข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาในระดับจังหวัด 3) พัฒนาเครือข่าย ระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศของข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาในระดับจังหวัด รวมถึงพัฒนาบุคลากรระดับจังหวัดของกระทรวงศึกษาธิการ ให้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง 4) สนับสนุน ประสานงาน วิจัยให้ความเห็นและบูรณาการความร่วมมือ เกี่ยวกับการจัดระบบ กลไกการบริหารทรัพยากรบุคคลในพื้นที่รับผิดชอบ 5) ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 6) เสนอแนะเกี่ยวกับการพิจารณาวิทยฐานะ ความดีความชอบ การเสริมสร้างขวัญ และกำลังใจ การยกย่องเชิดชูเกียรติ และสิทธิประโยชน์อื่นของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 7) ดำเนินการเกี่ยวกับการให้บริการด้านกฎหมาย นิติกรรม และงานคดีอื่นๆ ของสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัด 8) ดำเนินการเกี่ยวกับการอุทธรณ์ ร้องทุกข์ตามพระราชบัญญัติการศึกษาเอกชน พ.ศ. 2550 9) จัดระบบ กลไก การสร้างองค์กรคุณธรรม และความโปร่งใส ระบบคุณธรรมและ เครือข่ายต่อต้านการทุจริตของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 10) ดำเนินการให้บริการ รับเรื่องราวร้องเรียน ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา จากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน 11) ดำเนินการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เรียน ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และประชาชนผ่านระบบศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ 12) ดูแลควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณ ของวิชาชีพที่คุรุสภากำหนด รวมทั้งให้การสนับสนุน ส่งเสริม ยกย่องและพัฒนาวิชาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพ และจรรยาบรรณของวิชาชีพ ๑3) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือได้รับ มอบหมาย (3) กลุ่มนโยบายและแผน ๑) รับผิดชอบงานธุรการของคณะอนุกรรมการบริหารราชการเชิงยุทธศาสตร์ รวมทั้ง ปฏิบัติงานราชการที่เป็นไปตามอำนาจและหน้าที่ของ กศจ.และตามที่ กศจ. มอบหมาย ๒) จัดทำข้อเสนอยุทธศาสตร์ แนวทางการจัดการศึกษาในจังหวัดที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๓) จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาของจังหวัดและแผนปฏิบัติการของจังหวัด รวมทั้งติดตาม ประเมินผลและรายงานผลตามแผนพัฒนาการศึกษาของจังหวัดและแผนปฏิบัติการของจังหวัด ๔) จัดทำแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด รวมทั้งติดตาม ประเมินผล และรายงาน ๕) วิเคราะห์การจัดตั้งงบประมาณของส่วนราชการหรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ในจังหวัด


๙ ๖) พัฒนาระบบคลังข้อมูล ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ และเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ทางการศึกษา เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลการศึกษาระดับจังหวัด ที่ครอบคลุม ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพื่อการวางแผน การบริหารจัดการศึกษา การติดตาม ประเมินผลและรายงานผล ๗) วิเคราะห์ ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ และให้ข้อเสนอแนะหรือให้ข้อสังเกตการบริหาร งบประมาณของส่วนราชการหรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในจังหวัด ๘) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือ ที่ได้รับมอบหมาย (๔) กลุ่มพัฒนาการศึกษา ๑) รับผิดชอบงานธุรการของคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษา รวมทั้งปฏิบัติ งานราชการที่เป็นไปตามอำนาจและหน้าที่ของ กศจ.และตามที่ กศจ. มอบหมาย ๒) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดตั้ง ยุบ เลิก เปลี่ยนชื่อ และโอนสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ๓) พัฒนาข้อมูล สถิติและสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุม ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเป็นข้อมูลการพัฒนาและแก้ปัญหาการจัดการศึกษาในระดับจังหวัด 4) ประสาน ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทุกช่วงวัย การจัดการศึกษาเพื่อคนพิการ ผู้ด้อยโอกาสและผู้มีความสามารถพิเศษ และการบริหารและการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5) ส่งเสริม สนับสนุน บูรณาการจัดการศึกษาของบุคคล ครอบครัว องค์ชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการและสถาบันสังคมอื่นที่จัดการศึกษา 6) ประสาน ส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างองค์ความรู้และ นวัตกรรมการศึกษา 7) ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนากิจกรรมการศึกษา ทุนการศึกษา สถานศึกษาปลอดภัย เพื่อพัฒนา ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา 8) จัดระบบการประสาน สนับสนุน ช่วยเหลือและการรายงานเหตุภัยพิบัติและภาวะวิกฤต ทางการศึกษาในระดับจังหวัด 9) ส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในสถานศึกษา 10) ส่งเสริมและประสานงานการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการกีฬาเพื่อการศึกษา ๑๑) ส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาเฉพาะกิจ เฉพาะกลุ่ม และเฉพาะพื้นที่ ๑๒) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือ ที่ได้รับมอบหมาย (๕) กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล 1) ขับเคลื่อน ประสานงาน เร่งรัด กำกับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการบริหาร การจัดการศึกษาของหน่วยงานทางการศึกษา ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่รับผิดชอบ 2) ส่งเสริม สนับสนุน วิจัยและดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านวิชาการ การนิเทศและแนะแนว การศึกษาทุกระดับและทุกประเภท รวมทั้งติดตามและประเมินผลระบบบริหารและการจัดการศึกษา 3) ประสานและสนับสนุนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ


๑๐ 4) ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการตรวจราชการ จัดทำแผนการรองรับ การตรวจราชการ และดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจราชการ ของผู้ตรวจราชการกระทรวงในการตรวจราชการ ติดตาม และประเมินผลตามนโยบายและแผนการตรวจราชการของกระทรวง 5) ส่งเสริม วิจัย และพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน กระบวนการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6) กำกับ ติดตาม ประเมินผล นิเทศและรายงานผลตามนโยบายการตรวจราชการและ ติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของส่วนราชการ หรือหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ในจังหวัด ให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และยุทธศาสตร์ชาติ 7) บูรณาการ การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด 8) จัดทำกรอบการประเมินผลการปฏิบัติงานและกำหนดตัวชี้วัดการดำเนินงานในลักษณะ ตัวชี้วัดร่วมการนิเทศการศึกษาของส่วนราชการหรือหน่วยงาน และสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ในจังหวัด ๙) ขับเคลื่อนระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ๑๐) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือ ที่ได้รับมอบหมาย (๖) กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน ๑) ส่งเสริม และสนับสนุน ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการ การบริหารงานบุคคลและ พัฒนาครูและบุคลากรในสถานศึกษาเอกชน ๒) ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และ นวัตกรรมการศึกษาเอกชน ๓) ส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการเกี่ยวกับการจัดตั้ง ขยาย ย้าย โอน ยุบ รวม เลิก เพิกถอน ควบคุม เปลี่ยนแปลงกิจการของสถานศึกษาเอกชนตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ๔) กำกับ ติดตามและดำเนินการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดกิจการของโรงเรียน ประกอบด้วย หลักสูตร คณะกรรมการบริหารโรงเรียน การครอบครองที่ดิน และสวัสดิการครูโรงเรียนเอกชน 5) ประสาน ส่งเสริม ติดตาม ตรวจสอบ และจัดทำข้อมูลการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนเงินกองทุน สงเคราะห์ และสวัสดิการของสถานศึกษาเอกชน ประเภทสามัญศึกษา 6) ประสาน ส่งเสริม ตรวจสอบ และจัดทำข้อมูลสารสนเทศการศึกษาของสถานศึกษาเอกชน ในจังหวัดและบริหารจัดการโดยใช้ระบบดิจิทัลเพื่อประโยชน์ของผู้รับบริการ 7) ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ปส.กช.) ในระดับจังหวัดที่เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของ ปส.กช. โรงเรียนเอกชนในระบบ และ ปส.กช. โรงเรียนเอกชนนอกระบบ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนมอบหมาย 8) ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมการพัฒนาการศึกษาเอกชนของสถานศึกษาเอกชน 9) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับ มอบหมาย


๑๑ (๗) กลุ่มลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน ๑) ส่งเสริม สนับสนุน ประสานงานและดำเนินการกิจการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการ นักเรียน ๒) ส่งเสริม สนับสนุน ศึกษา วิเคราะห์วิจัย เพื่อการพัฒนานักเรียน นักศึกษา โดยผ่าน กระบวนการลูกเสือและยุวกาชาด 3) ส่งเสริมการป้องกัน แก้ไข และคุ้มครอบความประพฤตินักเรียน นักศึกษา 4) ส่งเสริม สนับสนุนและประสานงานการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของนักเรียน นักศึกษา 5) ส่งเสริม สนับสนุนการน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา พระราชปณิธาน พระราชกระแสด้านการศึกษา และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่เกี่ยวกับการศึกษา 6) ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติและ ความปรองดอง สมานฉันท์ 7) สร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรมจริยธรรม และนำแนวคิดตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในการดำเนินชีวิต 8) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือ ที่ได้รับมอบหมาย (๘) หน่วยตรวจสอบภายใน ๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านการบริหาร การเงิน และการบัญชีของส่วนราชการ หรือหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่รับผิดชอบ ๒) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับ มอบหมาย 3.2 คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครพนม (กศจ. นครพนม) ที่ ชื่อ – สกุล หน้าที่ 1 นายวันชัย จันทร์พร ประธานกรรมการ 2 ว่าที่ร้อยเอกวิสาร ปัญญชุณห์ รองประธานกรรมการ 3 นายประเสริฐ หอมดี กรรมการ 4 นายพิชัย วาจนสุนทร กรรมการ 5 นายอภิชัย ทำมาน กรรมการ 6 นายปิยะวิทย์ เชิดกลิ่น กรรมการ 7 นางสาววรินทร์กุล อาภาพูลสวัสดิ์ กรรมการ 8 อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม กรรมการ 9 นายปรีชา จิรพัทธ์พงศกร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 10 นายพิเชฎฐ์ หลั่งทรัพย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 11 นายพยุง สารทอง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 12 นายศตพล ใจสบาย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 13 นายธนวัฒน์ จันทร์ต๊ะบุญ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 14 นายแถวทอง มาตยะโค กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ


๑๒ 15 ศึกษาธิการจังหวัดนครพนม กรรมการและเลขานุการ 16 รองศึกษาธิการจังหวัดนครพนม กรรมการและเลขานุการ 17 ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการ ผู้ช่วยเลขานุการ 18 ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคล ผู้ช่วยเลขานุการ 3.3 คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษา ที่ ชื่อ – สกุล หน้าที่ 1 นายประเสริฐ หอมดี ประธานอนุกรรมการ 2 นางรุ่งทิวา ศรีวรขาน อนุกรรมการ 3 นายอภิชัย ทำมาน อนุกรรมการ 4 นายสนั่น เมตุลา อนุกรรมการ 5 ว่าที่ ร.ต.ณรงค์รัชช์ โชคธนาประสิทธิ์ อนุกรรมการ 6 นางระพีพรรณ พรหมอาจ อนุกรรมการ 7 นางสุวณีย์ ศรีวรมย์ อนุกรรมการ 8 นายวิวัฒน์ชัย คงเพชร อนุกรรมการ 9 ศึกษาธิการจังหวัดนครพนม อนุกรรมการและเลขานุการ 10 รองศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ผู้ช่วยเลขานุการ 11 ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการศึกษา ผู้ช่วยเลขานุการ 12 ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน ผู้ช่วยเลขานุการ 3.4 คณะอนุกรรมการบริหารราชการเชิงยุทธศาสตร์ ที่ ชื่อ – สกุล หน้าที่ 1 นายศตพล ใจสบาย ประธานอนุกรรมการ 2 นางสาววรินทร์กุล อาภาพูลสวัสดิ์ อนุกรรมการ 3 นายปรีชา จิรพัทธ์พงศกร อนุกรรมการ 4 นายสาทิต วารีย์ อนุกรรมการ 5 นายพิศุทธิ์ กิติศรีวรพันธุ์ อนุกรรมการ 6 นางสาวลีลาวดี ชนะมาร อนุกรรมการ 7 นายพัฒน์ธวัตร์ เอี่ยมสม อนุกรรมการ 8 นายสถิต สำราญสุข อนุกรรมการ 9 ศึกษาธิการจังหวัดนครพนม อนุกรรมการและเลขานุการ 10 รองศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ผู้ช่วยเลขานุการ 11 ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน ผู้ช่วยเลขานุการ 12 ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล ผู้ช่วยเลขานุการ ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2566


๑๓ 3.5 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลูกจ้าง สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ลำดับที่ ชื่อ - สกุล ตำแหน่ง หมายเหตุ ผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม จำนวน 2 คน 1 นายธันญ์สุธี ภัคธารีรัตน์ ศึกษาธิการจังหวัดนครพนม 06 1021 9898 2 นางรินทิพย์ วารี รองศึกษาธิการจังหวัดนครพนม 08 8549 3963 กลุ่มอำนวยการ จำนวน 8 คน 3 นางกัญญดา นิ่มน้อย ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการ 08 6404 3872 4 นางดรุณี นาคะนคร เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน 06 5236 1251 5 นายจิรายุส บุญเพิ่ม นักวิชาการเงินและบัญชี 0 4251 1338 6 นางสาวปาลิตา นิ่มน้อย นักจัดการงานทั่วไป 08 9576 4989 7 นางอิสยา ไชยมาตร พนักงานทำความสะอาด 08 8536 2417 8 นางสาวอะนิสา กำมะณี พนักงานทำความสะอาด 09 0029 9900 9 นายเกียรติศักดิ์ ตุลารักษ์ พนักงานขับรถยนต์ 06 2337 8908 10 นายคำดี อุนาราช เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 06 2464 3941 กลุ่มบริหารงานบุคคล จำนวน 5 คน 11 นายณฐกร วงศ์จันลา นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ 08 7122 9835 12 นายเชาวลิต รัมพณีนิล นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ 09 5193 8067 13 นางรฐานิษฐ์พงศ์ธนาวดี นิติกรชำนาญการ 06 2303 1899 14 นางสาวนฎา สีสินธุ์ นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ 09 5193 8067 15 นางสาวฐิตินันท์ พิมพ์โชติ นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ 09 8586 9917 กลุ่มพัฒนาการศึกษา จำนวน 4 คน 16 นางกนกพร ด้วงคำภา ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการศึกษา 08 1117 9643 17 นางสาวศิรินาถ แพฟืน นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ 09 7009 3243 18 นางสาวจิตรลดา ผลโยน นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ 08 6631 2894 19 นางสาวภัทรีญา โกพลรัตน์ นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ 08 4419 1150 กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 2 คน 20 นางจารุนันท์ เนวะมาตย์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน 08 9840 5181 21 นายชยานันท์พิมพานนท์ พนักงานธุรการ 09 2878 9923 กลุ่มลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน จำนวน 2 คน 22 นายครรชิต คูณสาร นักวิชาการศึกษาชำนาญการ 06 5242 1424 23 ว่าที่ ร.ต.รัฐพงษ์ ไกรอัครเดช นักวิชาการศึกษา 08 7543 4302 กลุ่มนโยบายและแผน จำนวน 2 คน 24 นางสาววารุณี คำคลี่ ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน 08 1965 1505 25 นางกรรณิการ์ จำปาขาว นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ 08 5460 3874


๑๔ 3.5 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลูกจ้าง สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม (ต่อ) ลำดับที่ ชื่อ - สกุล ตำแหน่ง หมายเหตุ กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล จำนวน 7 คน 26 นายอดุลย์ ไพรสณฑ์ ผู้อำนวยกลุ่มนิเทศ ติดตามฯ 08 4742 2696 27 นางจีรพร ตติยะรัตน์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ 09 6951 5563 28 นางนัยนา ฉายวงค์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ 08 5924 8487 29 นางสาวอิศราภรณ์ ชูมาศ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ 06 1682 4645 30 นางพัชรินทร์ นวลตา ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ 09 4542 2428 31 นางธนัชญา นามเหลา ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ 08 7629 5895 32 นายอภิวัฒน์ชัย ละมุลมอญ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ 08 1369 9368 หน่วยตรวจสอบภายใน จำนวน 1 คน 33 นางสาวนราธร แก้ววัน ผอ.หน่วยตรวจสอบภายใน 08 4779 1949 เจ้าหน้าที่คุรุสภาจังหวัดนครพนม จำนวน 2 คน 34 นายพีระดนย์ บุตรเวส เจ้าหน้าที่คุรุสภา 08 9761 0977 35 นางสาวอัจจิมา ไชยมาโย เจ้าหน้าที่คุรุสภา 08 7228 8122 ข้อมูล ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 4. ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ภายใต้กรอบแนวคิดแผนระดับ 1 ระดับ 2 และให้มีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับ นโยบาย ยุทธศาสตร์ จุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ แผนปฏิบัติราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม รวมทั้งเชื่อมโยงข้อมูลสู่ระบบติดตามและ ประเมินผลแห่งชาติ (Electronic Monitoring and Evaluation System of National Strategy and country Reform : eMENSCR) ดังนี้ 1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 2. ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) 3. แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ(พ.ศ. 2566 – 2570) 4. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบสาม (พ.ศ. 2566 – 2570) 5. นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566 – 2570) 6. แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560 – 2579) 7. นโยบายของรัฐบาล 8. เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) 9. นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 10. แผนปฏิบัติราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567


๑๕ 11. ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค 12. แผนพัฒนาศึกษาภาค 11 (แผนพัฒนาการศึกษากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน 2) 13. ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดนครพนม 14. แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดนครพนม 15. ผลวิเคราะห์สภาพแวดล้อม รายละเอียดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ดังนี้ 1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กฎหมายหลักในการปกครองประเทศได้กำหนดหมวดสำคัญๆ ที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษา การส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา และการเข้ารับบริการการศึกษาของประชาชน หมวดหน้าที่ของปวงชนชาวไทย มาตรา 50 (4) บุคคลมีหน้าที่เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษา ภาคบังคับ หมวดหน้าที่ของรัฐ มาตรา 54 รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา สิบสองปีตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้อง ดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับ เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตาม ความต้องการในระบบต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิตและจัดให้มีการร่วมมือระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหน้าที่ดำเนินการ กำกับ ส่งเสริม และสนับสนุนให้การจัดการศึกษาดังกล่าวมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ ตามกฎหมาย ว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติซึ่งอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ และการ ดำเนินการและตรวจสอบการดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการศึกษาแห่งชาติด้วย การศึกษาทั้งปวงต้อง มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดีมีวินัย ภูมิใจในชาติ มีความสามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ในการดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับ การดูแล และพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับ หรือให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการ ในระบบต่าง ๆ และได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต รัฐต้องดำเนินการให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตามความถนัดของตน ให้จัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือ ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษาและเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและ ประสิทธิภาพครูโดยให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุนหรือใช้มาตรการหรือกลไกทางภาษี รวมทั้งการให้ ผู้บริจาคทรัพย์สินเข้ากองทุนได้รับประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีด้วย ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติซึ่ง กฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องกำหนดให้การบริหารจัดการกองทุนเป็นอิสระและกำหนดให้มีการใช้จ่าย เงินกองทุนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว หมวดการปฏิรูปประเทศ มาตรา 258 (จ) ให้ดำเนินการปฏิรูปประเทศในด้านการศึกษาให้เกิดผล ดังต่อไปนี้


๑๖ (1) เริ่มดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับ เพื่อให้ เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ให้สมกับวัยโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย (2) ดำเนินการตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา และเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู ให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งปีนับตั้งแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ (3) ให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูมีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม กับความสามารถ และประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล ของผู้ประกอบวิชาชีพครู (4) ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด และปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยสอดคล้องกันทั้งในระดับชาติ และระดับพื้นที่ดังกล่าว หมวดการปฏิรูปประเทศ มาตรา 261 ในการปฏิรูปตามมาตรา 258 จ. ด้านการศึกษา ให้มี คณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระคณะหนึ่งที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะ และร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีดำเนินการ 2. ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561 – 2580) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 65 บัญญัติให้รัฐ พึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็น กรอบในการจัดทำแผนต่างๆให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกัน ไปสู่เป้าหมาย วิสัยทัศน์“ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนา ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เป้าหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนา อย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 6 ด้าน และภารกิจสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการสนับสนุน ให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญทั้ง 6 ด้าน ดังนี้ 1) ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 2) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 4) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 5) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ การประเมินผลการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ 1) ความอยู่ดีมีสุขของคนไทยและสังคมไทย 2) ขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกิจ และการกระจายรายได้ 3) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ 4) ความเท่าเทียมและความเสมอภาคของสังคม 5) ความหลากหลายทางชีวภาพ คุณภาพสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ


๑๗ 6) ประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการเข้าถึงการให้บริการของภาครัฐ 3. แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ(พ.ศ. 2566 – 2570) เป็นแผนแม่บทเพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่ กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ มีผลผูกพันต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น รวมทั้ง การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทด้วย โดยแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบด้วย 23 ประเด็น 62 แผนย่อย (ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การประกาศแผนแม่บทภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติ(พ.ศ. 2561 - 2580) ณ วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2562 ซึ่งเกี่ยวข้องกับภารกิจสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ดังนี้ ประเด็นที่ 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต เป้าหมายที่ 11.1 คนไทยทุกช่วงวัยมีคุณภาพเพิ่มขึ้น ได้รับการพัฒนาอย่างสมดุล ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา และคุณธรรม จริยธรรม เป็นผู้ที่มีความรู้ และทักษะในศตวรรษที่ 21 รักการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และตลอดชีวิต ประเด็นที่ 12 การพัฒนาการเรียนรู้ เป้าหมายที่ 12.1 คนไทยมีการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลเพิ่มขึ้นมีทักษะที่จำเป็น ของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถในการแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผล เพิ่มขึ้น มีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เป้าหมายที่ 12.2 คนไทยได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพตามความถนัดและความสามารถ ของพหุปัญญาดีขึ้น 4. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบสาม (พ.ศ. 2566- 2570) มีวัตถุประสงค์เพื่อ พลิกโฉมประเทศไทยสู่ “สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่า อย่างยั่งยืน” หมายถึง การสร้างการเปลี่ยนแปลง ที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับโครงสร้าง นโยบาย และกลไก เพื่อมุ่งเสริมสร้างสังคมที่ก้าวทันพลวัตของโลก และ เกื้อหนุนให้คนไทยมีโอกาสที่จะพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพพร้อมกับการยกระดับกิจกรรมการผลิต และการให้บริการให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้น โดยอยู่บนพื้นฐานของความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม และ ได้กำหนดเป้าหมายหลักของการพัฒนา จำนวน 5 ประการ ประกอบด้วย 1) การปรับโครงสร้างการผลิต สู่เศรษฐกิจฐาน 2) การพัฒนาคนสำหรับโลกยุคใหม่ 3) การมุ่งสู่สังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรม 4) การเปลี่ยนผ่านการผลิตและบริโภคไปสู่ความยั่งยืน 5) การเสริมสร้างความสามารถของประเทศในการ รับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงภายใต้บริบทโลกใหม่ ดังนั้น เพื่อถ่ายทอดเป้าหมายหลักไปสู่ภาพ ของการขับเคลื่อนที่ชัดเจนในลักษณะของวาระการพัฒนาที่เอื้อให้เกิดการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน และหลายภาคส่วนในการผลักดันการพัฒนาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ให้เกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงได้กำหนด หมุดหมายการพัฒนา จำนวน 13 หมุดหมาย ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงสิ่งที่ประเทศไทยปรารถนาจะ “เป็น” หรือมุ่งหวังจะ“มี”เพื่อสะท้อนประเด็นการพัฒนาที่มีลำดับความสำคัญสูงต่อการพลิกโฉมประเทศไทยสู่ “สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจ สร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน” ภารกิจสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีส่วนเกี่ยวข้องกับหมุดหมายการพัฒนาที่เชื่อมโยงกับ เป้าหมายหลัก ประกอบด้วย 6 หมุดหมาย ดังนี้ หมุดหมายที่ 6 ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและอุตสาหกรรมดิจิทัล ของอาเซียน กลยุทธ์ที่ 1 การขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจไทยด้วยดิจิทัล กลยุทธ์ย่อยที่ 1.2 ส่งเสริมและ พัฒนาผู้ประกอบการในประเทศไทยให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล รวมถึงการนำ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะมาใช้ในการผลิตสินค้าและบริการ เพื่อเพิ่มผลผลิตและความสามารถ ในการ


๑๘ ทำกำไรให้แก่ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น และกลยุทธ์ย่อยที่ 1.4 ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำรงชีพ เป้าหมาย : เศรษฐกิจดิจิทัลภายในประเทศมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น หมุดหมายที่ 8 ไทยมีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ปลอดภัย เติบโตได้อย่างยั่งยืน เป้าหมาย : 1) การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของภาคและการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษขยายตัวเพิ่มขึ้น 2)การพัฒนา เมืองให้มีความน่าอยู่อย่างยั่งยืน มีความพร้อมในการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ เพื่อให้ ประชาชนทุกกลุ่มมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างทั่วถึง กลยุทธ์ที่ 1 การสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก กลยุทธ์ ย่อยที่ 1.2 สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน โดยสร้างเสริมองค์ความรู้ให้กับชุมชนจากสถาบันการศึกษา ในพื้นที่ กลยุทธ์ที่ 2 การส่งเสริมกลไกความร่วมมือภาครัฐ เอกชน ประชาชนและประชาสังคมเพื่อการพัฒนาพื้นที่ และเมือง กลยุทธ์ย่อยที่ 2.1 สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่และเมืองด้วยความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ หลากหลาย รูปแบบ หมุดหมายที่ 9 ไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลงและคนไทยทุกคนมีความคุ้มครองทางสังคม ที่เพียงพอ เหมาะสม กลยุทธ์ที่ 2 การสร้างโอกาสที่เสมอภาคแก่เด็กจากครัวเรือนยากจนข้ามรุ่น กลยุทธ์ย่อย ที่ 2.2 ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะอาชีพที่มีคุณภาพ เป้าหมาย : 1) ครัวเรือนยากจน ข้ามรุ่นมีโอกาสในการเลื่อนสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม 2) คนไทยทุกช่วงวัยได้รับความคุ้มครองทางสังคม ที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต หมุดหมายที่ 11 ไทยสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ กลยุทธ์ที่ 2 การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพประชาชนและชุมชน ในการรับมือภัยธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลยุทธ์ย่อย 2.1 ส่งเสริมให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึงความเสี่ยงและปรับตัวรับมือผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป้าหมาย : สังคมไทยมีภูมิคุ้มกันจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนา แห่งอนาคต กลยุทธ์ที่ 1 คนไทยทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ กลยุทธ์ย่อยที่ 1.1 พัฒนาเด็กช่วงตั้งครรภ์ ถึงปฐมวัยให้มีพัฒนาการรอบด้าน มีอุปนิสัยที่ดี กลยุทธ์ย่อยที่ 1.2 พัฒนาผู้อยู่ในช่วงวัยการศึกษา ระดับพื้นฐานให้มีความตระหนักรู้ในตนเอง มีทักษะดิจิทัลและมีสมรรรถนะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ การดำรง ชีวิตและการทำงาน กลยุทธ์ย่อยที่ 1.4 พัฒนาวัยแรงงานให้มีสมรรถนะที่จำเป็นเพื่อการประกอบอาชีพและ เชื่อมโยงกับโลกของการทำงานในอนาคต กลยุทธ์ย่อยที่ 1.5 พัฒนาผู้สูงอายุให้เป็นพลเมืองมีคุณค่าของ สังคม กลยุทธ์ที่ 3 การเรียนรู้ตลอดชีวิต กลยุทธ์ย่อยที่ 3.1 พัฒนาระบบนิเวศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต กล ยุทธ์ย่อยที่ 3.2 พัฒนาทางเลือกในการเข้าถึงการเรียนรู้สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเรียนในระบบการศึกษาปกติ เป้าหมาย : 1) คนไทยได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย มีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ มีคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคม มีคุณธรรม จริยธรรมและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง อย่างพลิกโฉมฉับพลันของโลก สามารถดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข 2) ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึง การเรียนรู้ตลอดชีวิต หมุดหมายที่ 13 ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ประชาชน กลยุทธ์ที่ 1 การพัฒนาคุณภาพในการให้บริการภาครัฐที่ตอบโจทย์ สะดวกและประหยัด กลยุทธ์ย่อยที่ 1.1 ยกเลิก ภารกิจให้บริการที่สามารถเปิดให้ภาคส่วนอื่นให้บริการแทน กลยุทธ์ย่อยที่ 1.2 ทบทวนกระบวนการทำงาน ของภาครัฐควบคู่กับพัฒนาการบริการภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลแบบเบ็ดเสร็จ กลยุทธ์ที่ 2 การปรับเปลี่ยนการบริหาร จัดการและโครงสร้างของภาครัฐให้ยืดหยุ่น เชื่อมโยง เปิดกว้างและมีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ที่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ กลยุทธ์ย่อยที่ 2.1 เร่งทบทวนบทบาทภาครัฐและกระจายอำนาจการบริหารจัดการ


๑๙ ภาครัฐ กลยุทธ์ย่อยที่ 2.2 สร้างความโปร่งใสและธรรมาภิบาลภาครัฐ กลยุทธ์ที่ 3 ปรับเปลี่ยนภาครัฐเป็น รัฐบาลดิจิทัลที่ใช้ข้อมูลในการบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาประเทศ กลยุทธ์ย่อย ที่ 3.1 ปรับเปลี่ยนข้อมูล ภาครัฐทั้งหมดให้เป็นดิจิทัล กลยุทธ์ย่อยที่ 3.2 ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานภาครัฐเป็นดิจิทัล กลยุทธ์ที่ 4 สร้างระบบบริหารภาครัฐที่ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนและพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะที่จำเป็นในการ ให้บริการภาครัฐดิจิทัลและปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ มาตรการภาครัฐให้เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ กลยุทธ์ ย่อยที่ 4.1 ปรับระบบบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐเพื่อดึงดูดและรักษาผู้มีศักยภาพมาขับเคลื่อนการพัฒนา ประเทศ กลยุทธ์ย่อยที่ 4.2 ยกเลิกกฎหมายที่หมดความจำเป็นและพัฒนากฎหมายที่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ เป้าหมาย : 1) การบริการภาครัฐมีคุณภาพ เข้าถึงได้ 2) ภาครัฐมีขีดสมรรถนะคล่องตัว 5. แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560 – 2579) เป็นแผนที่วางกรอบเป้าหมายและทิศทางการจัด การศึกษาของประเทศ โดยมุ่งจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและความเสมอภาคใน การศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ พัฒนาคนให้มีสมรรถนะในการ ทำงานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ แนวคิดการจัดการศึกษาตาม แผนการศึกษาแห่งชาติ ยึดหลักสำคัญในการจัดการศึกษาประกอบด้วย หลักการ จัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียม และทั่วถึง (Inclusive Education) หลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) และหลักการมีส่วนร่วมของสังคม (All For Education) อีกทั้งยึดตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable -Development Goals : SDGs 2030) ประเด็น ภายในประเทศ (Local Issues) อาทิ คุณภาพของคนช่วงวัย การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศ ความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ และวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม โดยนำยุทธศาสตร์ชาติมาเป็นกรอบ ความคิดสำคัญในการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติโดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ วิสัยทัศน์ : คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิต อย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ 2. เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ชาติ 3. เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคี และร่วมมือผนึกกำลังมุ่งสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. เพื่อนำประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้ำ ภายในประเทศลดลง ยุทธศาสตร์แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560 – 2579) ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับภารกิจของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ เป้าหมาย 1) คนทุกช่วงวัยมีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2) คนทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัด ชายแดนภาคใต้และพื้นที่พิเศษได้รับการศึกษาและเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ 3) คนทุกช่วงวัยได้รับการศึกษา การดูแล และป้องกันจากภัยคุกคามในชีวิตรูปแบบใหม่ แนวทางการพัฒนา 1) พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลัก ของชาติและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2) ยกระดับคุณภาพ


๒๐ และส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3) ยกระดับ คุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในพื้นที่พิเศษ (พื้นที่สูงพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน และ พื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล ทั้งกลุ่มชนต่างเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มชน-ชายขอบ และแรงงานต่างด้าว) 4) พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อการจัดระบบการดูแลและป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ อาทิ อาชญากรรม และความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ ยาเสพติด ภัยพิบัติจากธรรมชาติภัยจากโรคอุบัติใหม่ ภัยจากไซเบอร์ เป็นต้น ยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรมเพื่อสร้างขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ เป้าหมาย 1) กำลังคนมีทักษะที่สำคัญจำเป็นและมีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ 2) สถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่จัดการศึกษาผลิตบัณฑิต ที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศเฉพาะด้าน 3) การวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สร้าง ผลผลิตและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ แนวทางการพัฒนา 1) ผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในสาขาที่ตรงตามความต้องการ ของตลาดงานและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ 2) ส่งเสริมการผลิตและพัฒนากำลังคนที่มี ความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศเฉพาะด้าน 3) ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม ที่สร้างผลผลิตและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป้าหมาย 1) ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทยและทักษะและ คุณลักษณะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 2) คนทุกช่วงวัยมีทักษะความรู้ความสามารถและสมรรถนะตาม มาตรฐานการศึกษาและมาตรฐานวิชาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ตามศักยภาพ 3) สถานศึกษาทุกระดับ การศึกษาสามารถจัดกิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรได้อย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน 4) แหล่ง เรียนรู้ สื่อตำราเรียน นวัตกรรมและสื่อการเรียนรู้มีคุณภาพและมาตรฐาน และประชาชนสามารถเข้าถึงได้ โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ 5) ระบบและกลไกการวัด การติดตามและประเมินผลมีประสิทธิภาพ 6) ระบบ การผลิตครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาได้มาตรฐานระดับสากล 7) ครู อาจารย์ และบุคลากร ทางการศึกษาได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐาน แนวทางการพัฒนา 1) ส่งเสริม สนับสนุนให้คนทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ความสามารถ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเหมาะสม เต็มตามศักยภาพในแต่ละช่วงวัย 2) ส่งเสริมและพัฒนาแหล่ง เรียนรู้ สื่อตำราเรียน และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้มีคุณภาพมาตรฐาน และประชาชนสามารถเข้าถึง แหล่งเรียนรู้ได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ 3) สร้างเสริมและปรับเปลี่ยนค่านิยมของคนไทยให้มีวินัย จิตสาธารณะ และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 4) พัฒนาระบบและกลไกการติดตาม การวัดและประเมินผล ผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพ 5) พัฒนาคลังข้อมูล สื่อ และนวัตกรรมการเรียนรู้ ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน 6) พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา 7) พัฒนาคุณภาพครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา เป้าหมาย 1) ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มี คุณภาพ 2) การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย 3) ระบบ ข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุม ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน เพื่อการวางแผนการบริหาร จัดการศึกษา การติดตามประเมินและรายงานผล


๒๑ แนวทางการพัฒนา 1) เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ 2) พัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย 3) พัฒนาฐานข้อมูลด้านการศึกษาที่มี มาตรฐาน เชื่อมโยงและเข้าถึงได้ ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป้าหมาย 1) คนทุกช่วงวัย มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิด ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ 2) หลักสูตร แหล่งเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ที่ส่งเสริม คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คุณธรรม จริยธรรม และการนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงสู่การปฏิบัติ 3) การวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนวทางการพัฒนา 1) ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในการดำเนินชีวิต 2) ส่งเสริม และพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริม คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 3) พัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม ด้านการสร้างเสริม คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา เป้าหมาย 1) โครงสร้าง บทบาทและระบบการบริหารจัดการการศึกษามีความคล่องตัว ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ 2) ระบบการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลส่งผลต่อ คุณภาพและมาตรฐานการศึกษา 3) ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความ ต้องการของประชาชนและพื้นที่ 4) กฎหมายและรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษารองรับ ลักษณะที่แตกต่างกันของผู้เรียน สถานศึกษา และความต้องการกำลังแรงงานของประเทศ 5) ระบบ บริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษามีความเป็นธรรม สร้างขวัญกำลังใจ และ ส่งเสริมให้ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มตามศักยภาพ แนวทางการพัฒนา 1) ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษา 2) เพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการสถานศึกษา 3) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา 4) ปรับปรุง กฎหมายเกี่ยวกับระบบการเงินเพื่อการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพการจัดการศึกษา 5) พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา 6. นโยบายรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 กรอบนโยบายในการบริหารและพัฒนาประเทศตามกรอบความเร่งด่วน ได้แก่ กรอบระยะสั้น รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นการใช้จ่าย จุดประกายให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ กลับมาเติบโตอีกครั้ง ประกอบกับการเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชนอย่างเร่งด่วนและรวดเร็ว และกรอบระยะกลางและระยะยาว รัฐบาลจะเสริมขีดความสามารถ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับ ประชาชนทุกคน นโยบายของรัฐบาลด้านการศึกษา 8 ประเด็นหลักสำคัญ ประกอบด้วย 1) การปฏิรูป การศึกษาและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งส่งเสริมให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ 2) เสริมสร้าง ศักยภาพของผู้เรียนตามความถนัด ส่งเสริมการอ่านเพื่อสร้างอนาคต สร้างรายได้ 3) จัดทำหลักสูตรและ ให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับความรู้และความสนใจของผู้เรียน 4) ส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาทั้งในด้านสังคม ด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์และการวิจัยชั้นแนวหน้า 5) การศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประเทศและ การปลูกฝังความรักในสถาบันหลักของชาติ 6) ความมีคุณภาพของครูทั้งประเทศรวมไปถึงครูแนะแนว 7) ส่งเสริม


๒๒ การสร้างรายได้แก่นักเรียน นักศึกษาทั้งสายวิชาการและสายอาชีพให้มีรายได้จากวิชาที่เรียน โอกาสฝึกงาน ระหว่างเรียน และ 8) แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เป็นรากฐานสำคัญของความเหลื่อมล้ำ ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในสังคมไทย 7. เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly - UNGA) เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2558 ผู้นำประเทศสมาชิกสหประชาชาติและประเทศไทย รวม 193 ประเทศ ได้ลงนามรับรอง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals; SDGs) ทดแทนเป้าหมายการพัฒนา แห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals ; MDGs) ซึ่งหมดอายุลงในปี 2558 เป้าหมายการพัฒนา ที่ยั่งยืนจะถูกใช้เป็นเครื่องกำหนดทิศทางการพัฒนาทั้งของประเทศไทยและของโลก จนถึงปี ค.ศ.2030 (พ.ศ. 2573) ครอบคลุมระยะเวลา 15 ปี ที่ประกอบด้วย 17 เป้าหมาย (Goal) 169 เป้าประสงค์ (Target) ครอบคลุมประเด็นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล อันเป็นสามเสาหลักของการ พัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ โดยไม่ทิ้งใคร ไว้เบื้องหลัง ไม่ทำลายแหล่งทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นต่อการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งจะต้องร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ประเทศไทยได้กำหนดกลไกการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในรูปแบบคณะกรรมการ โดยมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้ (มติที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน : กพย. เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2562) 1. เห็นชอบหลักการร่างแผนการขับเคลื่อน SDGsสำหรับประเทศไทยตามที่ สศช. เสนอ 2. มอบหมายให้ สศช. ดำเนินงานตามแผนขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ 3. เห็นชอบให้ยกเลิกการดำเนินงานต่าง ๆ ตามที่คณะอนุกรรมการต่าง ๆ ภายใต้คณะกรรมการ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ได้เคยมีข้อสั่งการหรือเคยมีมติ 4. ปรับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับร่างแผนการขับเคลื่อนฯ แผนการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย ประกอบด้วย 1. การสร้างการตระหนักรู้ 2. การเชื่อมโยงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนระดับที่ 2 และแผนระดับที่ 3 ของประเทศ 3. กลไกการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 3.1 คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.) เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน ระดับชาติ เชิงนโยบาย (นายกรัฐมนตรี : ประธาน ปลัดกระทรวง ผู้แทนส่วนราชการ และหน่วยงานต่าง ๆ: กรรมการ สำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) : เลขานุการ) 3.2 คณะอนุกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นกลไกในการแปลงนโยบายและยุทธศาสตร์ ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยสู่การปฏิบัติอย่างบูรณาการ รวม 4 คณะ ประกอบด้วย 3.2.1 คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 3.2.2 คณะอนุกรรมการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 3.2.3 คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลการพัฒนาที่ยั่งยืน 3.2.4 คณะอนุกรรมการการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์


๒๓ 4. การจัดทำโครงการ/การดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการ ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทฯ ด้วยหลักการความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล ( Causal Relationship: XYZ) 5. ภาคีการพัฒนา (ภาคธุรกิจเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคภาคีเพื่อการพัฒนา ระหว่างประเทศ) กพย. ได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานรับผิดชอบและประสานงานหลักการขับเคลื่อน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 1. รายเป้าหมายหลัก (Goal) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 สร้างหลักประกันว่าทุกคน มีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต 2. รายเป้าหมายย่อย (Target) ที่ 4.1/4.2/4.4/4.5/4.6/4.7/4.A/4.C เป้าหมายย่อย 4.1 : สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนสำเร็จการศึกษาระดับ ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียม และไม่มีค่าใช้จ่าย นำไปสู่ผลลัพธ์ทางการเรียนที่มี ประสิทธิผล ภายในปี พ.ศ. 2573 เป้าหมายย่อย 4.2 : สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนเข้าถึงการพัฒนาการดูแล และ การจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา สำหรับเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ เพื่อให้เด็กเหล่านั้น มีความพร้อม สำหรับการศึกษาระดับประถมศึกษา ภายในปี 2573 เป้าหมายย่อย 4.4 เพิ่มจำนวนเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีทักษะที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทักษะทางด้าน เทคนิคและอาชีพสำหรับการจ้างงาน การมีงานที่มีคุณค่า และการเป็นผู้ประกอบการภายในปี 2573 เป้าหมายย่อย 4.5 ขจัดความเหลี่อมล้ำทางเพศด้านการศึกษาและสร้างหลักประกัน ว่ากลุ่ม ที่เปราะบางซึ่งรวมถึงผู้พิการ ชนพื้นเมือง และเด็ก เข้าถึงการศึกษาและการฝึกอาชีพทุกระดับ อย่างเท่าเทียม ภายในปี พ.ศ. 2573 เป้าประสงค์ที่ 4.6 สร้างหลักประกันว่าเยาวชนทุกคนและผู้ใหญ่ในสัดส่วนสูงทั้งชายและหญิง สามารถอ่านออกเขียนได้และคำนวณได้ ภายในปี 2573 เป้าประสงค์ที่ 4.7 สร้างหลักประกันว่าผู้เรียนทุกคนได้รับความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับ ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการศึกษาสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาคระหว่างเพศ การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความสงบสุข และไม่ใช้ความรุนแรง การเป็นพลเมืองของโลก และความนิยมในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมของวัฒนธรรม ต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2573 เป้าประสงค์ที่ 4.A สร้างและยกระดับอุปกรณ์และเครื่องมือทางการศึกษาที่อ่อนไหวต่อเด็ก ผู้พิการ และเพศภาวะ และให้มีสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ปลอดภัย ปราศจากความรุนแรง ครอบคลุม และมีประสิทธิผล สำหรับทุกคน เป้าประสงค์ที่ 4.C เพิ่มจำนวนครูที่มีคุณวุฒิ รวมถึงการดำเนินการผ่านทางความร่วมมือ ระหว่างประเทศในการฝึกอบรมครูในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศพัฒนาน้อยที่สุดและ รัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก ภายในปี 2573 ภารกิจของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รายเป้าหมายหลัก (Goal) ที่ 4 สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิตและทุกรายเป้าหมายย่อย (Target) ที่กระทรวงศึกษาธิการ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบและประสานงานหลักการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน


๒๔ 8. นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566-2570) นโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566 – 2570) ใช้เป็นกรอบทิศทางในการป้องกัน แจ้งเตือน แก้ไข หรือ ระงับยับยั้งภัยคุกคาม เพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงแห่งชาติและรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ อันเป็นเป้าหมาย สูงสุดของประเทศ โดยมีวิสัยทัศน์ว่า “ประเทศชาติมีเสถียรภาพ ประชาชนอยู่ดีมีสุข ปลอดภัยจากภัยคุกคาม ทุกรูปแบบ มีศักยภาพบริหารจัดการความมั่นคงแบบองค์รวม และรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์แห่งชาติอย่างยั่งยืน” และมีเป้าหมายในภาพรวม: ประเทศไทยมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพมากขึ้น ประชาชนดำรงชีวิตโดยปกติสุข รวมทั้งมีการพัฒนาศักยภาพบริหารจัดการ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงแบบองค์รวมและรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ แห่งชาติ โดยมีทั้งสิ้น 17 นโยบายและแผนความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 7 นโยบายและแผนความมั่นคง ดังนี้ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ 1 การเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติกลยุทธ์ หลักที่ 1 การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์กลยุทธ์ย่อยที่ 1.1 ส่งเสริมการเรียนรู้ และการจัดทำ หรือพัฒนาหลักสูตรการศึกษาเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในทุกระดับอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับ ทุกช่วงวัย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและการตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะ ศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในชาติกลยุทธ์ย่อยที่ 1.2 ส่งเสริมการจัดทำและเผยแพร่ชุดข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ สถาบันพระมหากษัตริย์พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ โครงการพระราชดำริ หลักการทรงงานแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป โดยมุ่งเน้นการจัดทำสื่อที่มีความทันสมัย มีการเผยแพร่ในหลายช่องทาง รวมถึง มีการจัดทำระบบการบริหารจัดการ ชุดข้อมูลระหว่างส่วนราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยเฉพาะ การเข้ามามีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน กลยุทธ์หลักที่ 2 การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของคนในชาติอย่างสันติ และเคารพในความแตกต่างหลากหลาย บนพื้นฐานสิทธิมนุษยชน กลยุทธ์ย่อยที่ 2.4 สร้างความตระหนักรู้ การเสริมสร้าง ทัศนคติ และความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักการสิทธิมนุษยชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับ ครอบครัว ชุมชน สถานศึกษา สถานที่ทำงาน ให้บุคคล ตระหนักและปกป้องถึงสิทธิของตนเอง รวมถึงเคารพ และไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น กลยุทธ์ย่อยที่ 2.10 ส่งเสริมให้สถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษา เป็นหน่วยทางสังคม ที่สำคัญในการวางรากฐานความมั่นคงของประเทศ โดยมุ่งเน้นแนวคิดการแบ่งปันและ การทำประโยชน์เพื่อสังคม ส่วนรวม ตลอดจนการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างหลากหลายของคนในชาติ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ 5 การป้องกันและแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลยุทธ์ หลักที่ 2 การยกระดับการพัฒนาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและบริบทของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลยุทธ์ ย่อยที่ 2.2 พัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะ ที่จำเป็นอย่างทั่วถึงผ่านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการและ วิถีชีวิต การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การขยายโอกาสการเข้าถึงการศึกษาอย่างไม่เลือกปฏิบัติเพื่อให้ การศึกษาที่เท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) ทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบของรัฐและ เอกชน การเสริมสร้างบทบาทของครอบครัวและชุมชนให้มีความเป็นปึกแผ่นและสามารถพึ่งพาตนเองได้ การส่งเสริมการเรียนและใช้ภาษาไทยควบคู่กับการใช้ภาษาที่หลากหลาย ตลอดจนการแก้ไขปัญหาความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ 6 การบริหารจัดการผู้หลบหนีเข้าเมืองและผู้โยกย้ายถิ่นฐาน แบบไม่ปกติ กลยุทธ์หลักที่ 1 การป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมือง กลุ่มที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ ของบุคคล กลยุทธ์ย่อยที่ 1.3 คุ้มครองและส่งเสริมสวัสดิการ อาทิ สิทธิด้านการศึกษา สิทธิด้านสาธารณสุข และ สิทธิในการทำงานของกลุ่มที่มีปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลให้เข้าถึงเป็นไปตามกฎหมายภายใน และ


๒๕ พันธกรณีระหว่างประเทศที่ไทยเป็นรัฐภาคี รวมทั้งการมีกองทุนสนับสนุนงบประมาณรองรับการดำเนินงาน ที่เกี่ยวข้อง นโยบายและแผนความมั่นคงที่ 7 การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ กลยุทธ์หลักที่ 2 การพัฒนาขีดความสามารถและสมรรถนะในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์กลยุทธ์ย่อยที่ 2.4 จัดทำและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนในสถานศึกษาเพื่อให้เด็ก และเยาวชนสามารถป้องกันตนเอง จากการค้ามนุษย์ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ 8 การป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด กลยุทธ์หลัก ที่ 1 การเสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคมให้มีภูมิคุ้มกันและสภาวะ แวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและลดความต้องการยาเสพติด กลยุทธ์ย่อยที่ 1.1 สร้างภูมิคุ้มกัน ระดับบุคคล ด้วยการเสริมสร้างทัศนคติและความรู้เท่าทันยาเสพติดทั้งการเสพและการค้า รวมถึงการพัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ให้สอดคล้องกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ทั้งรูปแบบ เนื้อหา วิธีการ และช่องทางการสื่อสาร และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายในทุกขั้นตอน นโยบายและแผนความมั่นคงที่ 9 การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กลยุทธ์หลักที่ 1 การลด ความเสี่ยงจากสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ย่อยที่ 1.3 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ รวมถึงการรับรู้ และตระหนักรู้การจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยที่ถูกต้องให้กับทุกภาคส่วน ทั้งมิติการวิเคราะห์ภัยที่อาจ เกิดขึ้น ความล่อแหลมในพื้นที่ และประเมินสภาพความเปราะบางที่อาจก่อให้เกิดอันตรายทั้งต่อชีวิตและ ทรัพย์สิน นโยบายและแผนความมั่นคงที่ 10 การป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางไซเบอร์ กลยุทธ์ หลักที่ 1 การป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่กระทบ ต่อระบบ โครงสร้างพื้นฐาน สำคัญทางสารสนเทศ กลยุทธ์ย่อยที่ 1.2 ส่งเสริมให้หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศมี มาตรฐาน และแนวทางปฏิบัติในการป้องกัน รับมือ ลดความเสี่ยง รักษาและฟื้นฟูความเสียหายจากภัย คุกคามทางไซเบอร์ที่เท่าทันต่อเหตุการณ์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล 9. นโยบายการจัดการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ นโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศนโยบายและจุดเน้นของ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ดังนี้ หลักการตามนโยบาย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการภารกิจหลักตามยุทธศาสตร์ชาติ ร่าง แผนแม่บทภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2566 - 2580) ฉบับปรับปรุง ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพขับเคลื่อน ประเด็น 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ในแผนย่อยที่ 3.3 การพัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น ประเด็น 12 การพัฒนาการเรียนรู้ และประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบสาม พ.ศ. 2566 – 2570 โดยเฉพาะหมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) รวมทั้งนโยบายและแผนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งหวัง ให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ จึงได้กำหนดหลักการสำคัญ ไว้ดังนี้


๒๖ 1. สร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้เรียนและประชาชน โดยให้ทุกหน่วยงานนำรูปแบบการทำงานที่บูรณาการ การทำงานร่วมกัน และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อสานต่อ ความร่วมมือที่เข้มแข็ง และสร้างหลักประกันว่าทุกคนจะต้องมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ 2. สนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนดำเนินการตามภารกิจด้วยความรับผิดชอบต่อตนเอง องค์กร ประชาชนและประเทศชาติ โดยให้ความสำคัญกับการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผ่านกลไก การรับฟังความคิดเห็นมาประกอบการดำเนินงานที่เป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา 3. ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อมุ่งเน้นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ของภาคการศึกษาที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนและประชาชน โดยมุ่งเป้าหมายการพัฒนาการศึกษา เพื่อร่วมกัน “พลิกโฉมการศึกษาสู่ยุคดิจิทัล” (Transforming Education to Fit in the Digital Era) ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนไปสู่เป้าหมายของการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ โดยคำนึงถึงชาติศาสนา ศิลปะ ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม กีฬา ความปลอดภัย ความมีโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา รวมทั้ง มีสมรรถนะที่สำคัญจำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ นโยบายและจุดเน้นประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย 1.1 สร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของสังคม และป้องกันภัย คุกคามในชีวิตทุกรูปแบบ โดยมีการดำเนินการตามแผนและมาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเข้มข้น 1.2 ปลูกฝังทัศนคติ พฤติกรรม และองค์ความรู้ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์และไซเบอร์อย่าง สร้างสรรค์ 1.3 ส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม สร้างความตระหนักรู้ และจิตสำนึกในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ 1.4 พัฒนาบทบาทและภารกิจด้านความปลอดภัยของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา 2.1 ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้สู่สมรรถนะตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ไปสู่การปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างสมรรถนะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ให้กับผู้เรียน 2.2 จัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมพหุปัญญาให้กับผู้เรียน โดยเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ในรูปแบบ Active Learning, STEM Education, Coding ฯลฯ และกระบวนการส่งต่อในระดับที่สูงขึ้น 2.3 พัฒนากระบวนการเรียนรู้และการวัดผล ประเมินผลฐานสมรรถนะ เพื่อเป็นฐานในการ พัฒนาทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นแห่งอนาคต 2.4 ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพื่อพัฒนาทักษะและสมรรถนะ ด้าน Soft Power ให้กับผู้เรียน 2.5 ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้เรียนรู้ตามความสนใจผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่หลากหลาย 2.6 ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และการฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการ เรียนรู้ (Learning loss)


๒๗ 2.7 พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม ให้มีความทันสมัย น่าสนใจ เหมาะสมกับวัยและบริบทของพื้นที่ 2.8 ส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) ให้กับ ผู้เรียน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2.9 ส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาให้นำผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติไปใช้ในการ วางแผนการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา 2.10 พัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย 3.1 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการ ติดตามและส่งต่อไปยังสถานศึกษาในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งแก้ปัญหาเด็กตกหล่นและออกกลางคัน 3.2 ส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปทุกคน เข้าสู่ระบบการศึกษา เพื่อรับการพัฒนาอย่างรอบด้าน มีคุณภาพ ตามศักยภาพ ตามวัย ต่อเนื่องอย่างเป็นระบบและเป็นไปตาม มาตรฐาน โดยบูรณาการร่วมกันกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3.3 พัฒนาข้อมูลและทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่ม เปราะบาง รวมทั้งกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปีที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา การทำงาน หรือการฝึกอบรม (Not in Education, Employment or Training : NEETs) 3.4 พัฒนาระบบสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว (Home School) และการเรียนรู้ที่บ้านเป็นหลัก (Home–based Learning) รวมทั้งการศึกษาทางเลือกอื่น ๆ 3.5 พัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ในหน่วยงานที่จัดการศึกษาและให้มี หน่วยงานกลางในการขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิตในภาพรวม และการเชื่อมโยงทั้งระหว่างรูปแบบ ประเภท และระดับการศึกษา 4. การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 4.1 พัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา และหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น แบบโมดูล (Modular System) มีการบูรณาการวิชาสามัญและวิชาชีพในชุดวิชาชีพเดียวกัน เชื่อมโยงการจัดการอาชีวศึกษาทั้ง ในระบบ นอกระบบและระบบทวิภาคี รวมทั้งการจัดการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง (Block Course) เพื่อสะสม หน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank) ร่วมมือกับสถานประกอบการในการจัดการอาชีวศึกษาอย่างเข้มข้นเพื่อการ มีงานทำ 4.2 ขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนากำลังคนตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และยกระดับสมรรถนะ กำลังคนตามกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน และมาตรฐานสากล รวมทั้งขับเคลื่อนความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) โดยความร่วมมือกับภาคเอกชนและสถานประกอบการในการผลิตกำลังคนที่ตอบโจทย์ การพัฒนาประเทศ 4.3 พัฒนาสมรรถนะอาชีพที่สอดคล้องกับความถนัด ความสนใจ โดยการ Re-skill Up-skill และ New skill เพื่อให้ทุกกลุ่มเป้าหมายมีการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น พร้อมทั้งสร้างช่องทางอาชีพในรูปแบบ หลากหลายให้ครอบคลุมผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งผู้สูงอายุ โดยมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4.4 ส่งเสริมการพัฒนาระบบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ตามสมรรถนะที่จำเป็นในการเข้าสู่อาชีพ และการนำผลการทดสอบไปใช้คัดเลือกเข้าทำงาน ศึกษาต่อ ขอรับ


๒๘ ประกาศนียบัตรมาตรฐานสมรรถนะการใช้ดิจิทัล (Digital Literacy) การขอรับวุฒิบัตรสมรรถนะภาษาอังกฤษ (English Competency) 4.5 จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาการจัดตั้งธุรกิจ (ศูนย์ Start Up) ภายใต้ศูนย์พัฒนาอาชีพ และการเป็นผู้ประกอบการ และพัฒนาศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา เพื่อการส่งเสริม และพัฒนา ผู้ประกอบการด้านอาชีพทั้งผู้เรียนอาชีวศึกษาและประชาชนทั่วไป โดยเชื่อมโยงกับ กศน. และสถาน ประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชนที่สอดคล้องกับการประกอบอาชีพในวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ 4.6 เพิ่มบทบาทการอาชีวศึกษาในการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการและกำลังแรงงาน ในภาคเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farmer) และกลุ่มยุวเกษตรกรอัจฉริยะ (Young Smart Farmer) ที่สามารถรองรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ 4.7 พัฒนาหลักสูตรอาชีพสำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้อยู่นอกระบบโรงเรียนและประชาชน ที่สอดคล้องมาตรฐานอาชีพเพื่อการเข้าสู่การรับรองสมรรถนะ และได้รับคุณวุฒิวิชาชีพตามกรอบคุณวุฒิ แห่งชาติ 5. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ 5.1 ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการประเมินวิทยฐานะ โดยใช้ระบบการประเมินตำแหน่งและ วิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (Digital Performance Appraisal : DPA) 5.2 ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการ พัฒนาสมรรถนะทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลตามกรอบ ระดับสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competency) สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับอาชีวศึกษา 5.3 พัฒนาครูให้มีความพร้อมด้านวิชาการและทักษะการจัดการเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ รวมทั้งให้เป็นผู้วางแผนเส้นทางการเรียนรู้ การประกอบอาชีพ และการดำเนินชีวิตของผู้เรียนได้ตามความสนใจและความถนัดของแต่ละบุคคล 5.4 ส่งเสริมสนับสนุนการวัดสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผล เพื่อนำผลไปใช้ในการ ยกระดับการเรียนการสอน การวัดผลและประเมินผลในชั้นเรียน 5.5 พัฒนาขีดความสามารถของครู และบุคลากรให้มีสมรรถนะที่สอดคล้องและเหมาะสม กับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต 5.6 ส่งเสริมสนับสนุนการทดสอบสมรรถนะครู และบุคลากรด้านภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ในการทำงาน 5.7 เร่งรัดการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทั้งระบบ ควบคู่กับการให้ ความรู้ด้านการวางแผนและการสร้างวินัยด้านการเงินและการออม 6. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล 6.1 ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการ ด้วยนวัตกรรม และการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาเป็นกลไกหลักในการดำเนินงาน (Digitalize Process) การเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูล (Sharing Data) การส่งเสริมความร่วมมือบูรณาการกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก 6.2 พัฒนาประสิทธิภาพของเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศให้สามารถใช้งานเครือข่าย สื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ 6.3 พัฒนาระบบการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษา โดยยึดหลักความจำเป็น และใช้พื้นที่เป็นฐาน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ


๒๙ 6.4 เสริมสร้างคุณธรรม มาตรฐานทางจริยธรรมและปลุกจิตสำนึกต่อต้านการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล 7. การขับเคลื่อนกฎหมายการศึกษาและแผนการศึกษาแห่งชาติ ดำเนินการจัดทำกฎหมายลำดับรองและแผนการศึกษาแห่งชาติเพื่อรองรับพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติควบคู่กับการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง (ที่มา แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสป.ศธ. ฉบับจัดทำคำของบประมาณ) 10. ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค มี 6 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ภาคใต้ชายแดน โดยที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้เสนอโครงการ เพื่อขอรับ งบประมาณในแผนงานบูรณาการพื้นที่ระดับภาค ภายใต้เป้าหมายทิศทางการพัฒนาภาคทั้ง 6 ภาค ภาคเหนือ : ฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง เชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศในกลุ่ม อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ภาคกลางและพื้นที่กรุงเทพมหานคร : พัฒนากรุงเทพมหานครสู่มหานครทันสมัย และภาคกลาง เป็นฐานการผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูง ภาคตะวันออก : ฐานเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียน ภาคใต้ : ภาคใต้เป็นเมืองท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศระดับโลกเป็นศูนย์กลางผลิตภัณฑ์ ยางพาราและปาล์มน้ำมันของประเทศและเมืองเศรษฐกิจเชื่อมโยงการค้าการลงทุนกับภูมิภาคอื่นของโลก ภาคใต้ชายแดน : เป็นแหล่งผลิตภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่สำคัญของประเทศ และเป็นเมืองชายแดนเชื่อมโยงการค้าและการท่องเที่ยวกับพื้นที่ภาคใต้และการพัฒนาเศรษฐกิจของมาเลเซีย และสิงคโปร์ 11. แผนปฏิบัติราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2567 วิสัยทัศน์ บริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการ ผู้เรียนมีคุณภาพ มีความสุข รู้เท่าทันโลกยุคใหม่ พันธกิจ 1. พัฒนาการศึกษาให้ผู้เรียนมีคุณภาพ คุณธรรม จริยธรรม ความสุข และทักษะสำหรับ โลกยุคใหม่ 2. สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างทั่วถึง เท่าเทียม เหมาะสมตามศักยภาพ และช่วงวัยของผู้เรียนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน 3. พัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลและพัฒนาสมรรถนะของข้าราชการ ครู และบุคลากร ทางการศึกษาให้มีคุณภาพ เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ 4. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ดิจิทัล และนวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการและพัฒนา คุณภาพการศึกษารองรับโลกยุคใหม่ 5. บริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการทุกระดับ ทุกพื้นที่ด้วยกลไกเครือข่ายทางการศึกษา อย่างมีประสิทธิภาพ


๓๐ เป้าประสงค์รวม 1. ผู้เรียนได้รับการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและเท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ 2. ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการ ศึกษาอย่างทั่วถึง เสมอภาค และเท่าเทียม 3. ข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษามีคุณภาพ และสมรรถนะที่ส่งผลต่อการพัฒนา ผู้เรียนให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ 4. หน่วยงานมีการทำงานบนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ดิจิทัล และนวัตกรรมที่เชื่อมโยงและ บูรณาการการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพ 5. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีการบริหารจัดการ ศึกษาแบบบูรณาการที่มีประสิทธิภาพ ประเด็นยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนากำลังคน เพื่อรองรับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ ยุทธศาสตร์ที่ 4 สร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา ยุทธศาสตร์ที่ 5 ส่งเสริมการสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนา อย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์ที่ 6 พัฒนาระบบบริหารจัดการที่เป็นเลิศเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษา ที่มีคุณภาพ 12. แผนพัฒนาการศึกษาภาค11 (แผนพัฒนาการศึกษากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2) ประกอบด้วยจังหวัด สกลนคร นครพนม มุกดาหาร วิสัยทัศน์ “คนทุกช่วงวัยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพสอดคล้องตามทักษะศตวรรษที่ 21 บนพื้นฐานหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงบูรณาการทุกภาคส่วน ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อรองรับเขตพัฒนา เศรษฐกิจพิเศษ” พันธกิจ 1. ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามทักษะในศตวรรษที่ 21 2. ส่งเสริม สนับสนุน ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้ได้รับการพัฒนาทักษะการจัดการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และความสามารถในการจัดการเรียนรู้ด้านพหุปัญญา 3. ส่งเสริม สนับสนุนให้ประชากรทุกช่วงวัยเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม 4. ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะอาชีพ สอดคล้องกับแขตพัฒนา เศรษฐกิจพิเศษ 5. ส่งเสริม สนับสนุนการบริหารจัดการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล ประเด็นยุทธศาสตร์ 1. การพัฒนาการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชาติ 2. การพัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษาให้มีทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 3. การสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษาและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ด้วยบริการการศึกษาทุกช่องทาง


๓๑ 4. การพัฒนาการศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพรองรับการเติบโตของเขตพัฒนาเศรษฐกิจ พิเศษและพื้นที่ชายแดน 5. พัฒนาการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6. การพัฒนาระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ตามหลักธรรมภิบาล สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) เป้าประสงค์ 1. ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 สามารถนำไปประยุกต์ใช้ ในชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2. ครู และบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาให้มีทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และสามารถจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษาตามพหุปัญญาครบทุกด้าน 3. ประชากรทุกช่วงวัยได้รับโอกาสในการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึง เสมอภาคและเป็นธรรม 4. หน่วยงานมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล 5. ประชากรทุกวัยวัยได้รับพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (ที่มา : แผนพัฒนาการศึกษากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 พ.ศ. 2566 – 2570) 13. ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดนครพนม จังหวัดนครพนม กำหนดเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดนครพนม ดังนี้ เป้าหมายการพัฒนาจังหวัด “ เมืองน่าอยู่ ประตูเศรษฐกิจสู่อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ” ตัวชี้วัดความสำเร็จตามเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด “ ประชาชนมีรายได้ต่อหัว (GPP Per Capita) เพิ่มขึ้น ร้อยละ 3 ” (ฐานปี 62 = 80,956 บาท/คน/ปี ) ประเด็นการพัฒนาของจังหวัด มี 6 ประเด็นการพัฒนา ได้แก่ 1. การพัฒนาคุณภาพทางการท่องเที่ยวและบริการ วัตถุประสงค์ “ เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวสามที่สุดในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ” 2. การพัฒนาการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม วัตถุประสงค์ “คุณภาพชีวิตเกษตรกรดีขึ้น ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี สู่วิถีเกษตรที่ยั่งยืน ” 3. การพัฒนาการค้าและการลงทุน วัตถุประสงค์ “ เป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนและการลงทุน ประตูเศรษฐกิจสู่อนุภูมิภาค ลุ่มแม่น้ำโขง” 4. การพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตเพื่อสร้างความสุขอย่างยั่งยืน วัตถุประสงค์ “ สังคมน่าอยู่ คุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขอย่างยั่งยืน ” 5. การรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย วัตถุประสงค์ “ นครพนมเมืองแห่งความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย ” 6. การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน วัตถุประสงค์ “ นครพนมเมืองพัฒนาที่ไร้มลพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้นแบบ การบริหารจัดการแห่งอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เชื่อมโยงพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ” (ที่มา: แผนพัฒนาจังหวัดนครพนม พ.ศ. 2566 – 2570)


๓๒ 14. แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดนครพนม วิสัยทัศน์ มุ่งพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพผู้เรียน1 เป็นพลเมืองที่ดี2 บนพื้นฐานพหุวัฒนธรรม3 นำเทคโนโลยี4 รองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ5 และการพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง6 คำนิยามวิสัยทัศน์ 1. คุณภาพ หมายถึง การจัดการศึกษาให้ผู้เรียน มีสมรรถนะ ความรู้ คู่คุณธรรม มีคุณภาพชีวิต ที่ดี อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข 2. พลเมืองที่ดี หมายถึง ผู้เรียนประพฤติตนและยึดมั่นในหลักศีลธรรมอันดีงามมีจิตสาธารณะ น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติ และพึงปฏิบัติโดยนำค่านิยมหลัก ของคนไทย12 ประการในการดำรงตน 3. พหุวัฒนธรรม หมายถึง การจัดการศึกษาด้วยการเคารพในวัฒนธรรมให้ผู้เรียน มีความเข้าใจ ยอมรับรูปแบบและวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างหลากหลาย 4. เทคโนโลยี หมายถึง ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในการเรียน มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 5. เขตเศรษฐกิจพิเศษ หมายถึง เขตพื้นที่จัดตั้งเฉพาะตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์ต่อการส่งเสริม สนับสนุน อำนวยความสะดวก รวมทั้งให้สิทธิพิเศษบางประการในการพัฒนา 6. หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง การยึดหลักทางสายกลางและความไม่ประมาท คำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผลการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ ความรอบคอบ ระมัดระวังและมีคุณธรรมเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจและการการกระทำ พันธกิจ 1. ส่งเสริม สนับสนุนการศึกษาทุกระดับทุกประเภทอย่างทั่วถึงต่อเนื่องตลอดชีวิตให้เชื่อมโยงและ สอดคล้อง กับทิศทางการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ พื้นที่ชายแดนและการพัฒนาประเทศตามศักยภาพและ โอกาสของพื้นที่ 2. ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาผู้เรียนให้ผู้เรียนเป็นพลเมืองที่ดี มีทักษะการดำรงชีวิต ในศตวรรษที่ 21 และมีความรู้ความสามารถตามหลักการทางพหุปัญญา โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 3. ส่งเสริม สนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนา กำลังคนให้รองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ พื้นที่ชายแดนและการพัฒนาประเทศ 4. ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างเครือข่ายการบูรณาการจัดการศึกษาภายใต้พหุวัฒนธรรมท้องถิ่น 5. ส่งเสริม สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการให้มีคุณภาพตามหลัก ธรรมาภิบาล เป้าประสงค์ 1. ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 สามารถนำไปประยุกต์ใช้ ในชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง


๓๓ 2. ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษามีทักษะและสมรรถนะที่ตอบสนองความต้องการ ของตลาดแรงงานและการแข่งขันประเทศ 3. ผู้เรียนครูและบุคลากรทางการศึกษามีคุณภาพ ทักษะ และสมรรถนะการเรียนรู้ที่จำเป็น ในศตวรรษที่ 21 4. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีการใช้นวัตกรรมและกระบวนการพัฒนาทางการเรียนรู้ ในการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ 5. ประชากรทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาทักษะ สมรรถะและอาชีพเพื่อรองรับการพัฒนา เขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่ชายแดนที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต 6. ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ อย่างทั่วถึงและเสมอภาคด้วยรูปแบบ ที่หลากหลาย 7. หน่วยงานและสถานศึกษามีการส่งเสริมหน่วยงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 8. หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการ ที่มีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี ดิจิทัลตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการได้อย่างสะดวกรวดเร็วโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล ประเด็นยุทธศาสตร์ 1. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง 2. พัฒนากำลังคน การวิจัยเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อรองรับ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่ชายแดน 3. พัฒนาและส่งเสริมศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ 4. สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา 5. พัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6. พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ


๓๔ 15. ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม การวิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis) จุดแข็ง จุดอ่อน 1. จุดแข็ง 1.1 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม มีการกำหนดทิศทาง การบริหารขององค์กร โดยการมีส่วนร่วมของบุคลากร รวมทั้ง มีการเชื่อมโยงการนำกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ 1.2 มีการบริหารจัดการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ ตามหลักธรรมาภิบาล 1.3 ผู้บริหารหน่วยงานมีภาวะผู้นำ มีศักยภาพและ วิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการหน่วยงานและ จัดการศึกษาเชิงกลยุทธ์ ชัดเจน เป็นระบบ 1.4 มีองค์คณะบุคคล คณะกรรมการศึกษาธิการ จังหวัด คณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ในการบริหารด้านการศึกษาในจังหวัดที่ชัดเจน 1.5 มีระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยรองรับ การปฏิบัติงาน และมีการใช้โปรแกรมทางด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการทำงาน เกิดประสิทธิภาพและรวดเร็ว 1.6 มีการบริหารจัดการเป็นระบบ 1.7 บุคลากรในองค์กรมีความสามารถพัฒนา ตนเอง ให้สามารถปฏิบัติงานตามภารกิจงาน ที่ได้รับมอบหมายได้เป็นอย่างดี 1.8 บุคลากรภายในองค์กรให้ความร่วมมือ ปฏิบัติงานเป็นทีม และมีแนวทางในการปฏิบัติงาน ให้บรรลุเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ขององค์กร 2. จุดอ่อน 2.1 บุคลากรตามอัตรากำลังที่กำหนดไม่เพียงพอ ยังขาดบุคลากรตามกรอบโครงสร้างที่กำหนด 2.2 ขาดบุคลากรด้านเทคโนโลยี ด้านคอมพิวเตอร์ 2.3 ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา ยังไม่เชื่อมโยงกันกับหน่วยงานทางการศึกษา และหน่วยงานจัดการศึกษาอื่นในจังหวัด 2.4 บุคลากรบางส่วนไม่ได้รับการอบรมและพัฒนา ในหลักสูตรที่จำเป็นเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน 2.5 การใช้ทรัพยากร วัสดุสิ้นเปลืองไม่ประหยัด และไม่คุ้มค่า 2.6 สิ่งอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน ยังไม่เพียงต่อความจำเป็น 2.7 งบประมาณในด้านการพัฒนาบุคลากร ให้มีความรู้ความสามารถตามสมรรถนะสายงาน และด้านการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ไม่เพียงพอ


๓๕ โอกาส อุปสรรค 3. โอกาส 3.1 ยุทธศาสตร์ชาติและยุทธศาสตร์ต่างๆ กำหนด แนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนในการขับเคลื่อน การจัดการศึกษาในพื้นที่ 3.2 หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องสนับสนุน เป็นเครือข่ายความร่วมมือและ มีส่วนร่วมจัดการศึกษา 3.3 การนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงาน ทำให้บุคลากรเกิดการศึกษา เรียนรู้ ลดระยะเวลา ขั้นตอนการปฏิบัติงานเพิ่มประสิทธิภาพ การปฏิบัติงาน 3.4 ในช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้การปฏิบัติงาน ปรับเปลี่ยนไปตามสภาวการณ์มีการนำเทคโนโลยี สารเทศมาใช้มากขึ้น ติดต่อสื่อการได้อย่างรวดเร็ว 4. อุปสรรค 4.1 ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลต่อ การปฏิบัติงานและการบริหารจัดการการศึกษา ในพื้นที่ 4.2. การบูรณาการระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่เชื่อมโยงกัน 4.3 การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ ดิจิทัลเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ บุคลากร มีทักษะ ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยี


๓๖ ส่วนที่ 3 สาระสำคัญของแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้ศึกษาวิเคราะห์ทบทวนแผนยุทธศาสตร์สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม และบริบท ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ระดับประเทศ ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2566 - 2580) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566 – 2570) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566 - 2570) นโยบายรัฐบาล แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560 – 2579) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) นโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค แผนปฏิบัติราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และยุทธศาสตร์ ทุกระดับที่เกี่ยวข้องกำหนดเป็นกรอบแนวทางในการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม โดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้ 1. วิสัยทัศน์ บูรณาการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามหลักธรรมาภิบาล ผู้เรียนมีทักษะจำเป็นแห่งอนาคต ของโลกในศตวรรษ ที่ 21 2. พันธกิจ 1) ส่งเสริม สนับสนุนการบริหารและจัดการศึกษาแบบบูรณาการทุกระดับในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ 2) ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ 3) ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างทั่วถึง เหมาะสม ตามศักยภาพและช่วงวัยของผู้เรียน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 4) ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลและพัฒนาสมรรถนะของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ 3. เป้าประสงค์รวม 1) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม มีการบริหารและการจัดการศึกษาแบบบูรณาการ ที่มีประสิทธิภาพ 2) ผู้เรียนได้รับการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและเท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ 3) ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึงและเสมอภาค 4) ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีสมรรถนะที่ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนให้เท่าทัน การเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ 4. ประเด็นยุทธศาสตร์ 1) พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง 2) พัฒนากำลังคน เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 3) พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ 4) สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา


๓๗ 5) ส่งเสริมการสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6) พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ 5. เป้าประสงค์ตามประเด็นยุทธศาสตร์ 1) ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและทักษะที่จำเป็น สอดคล้องกับการเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ 2) ผู้เรียนมีสมรรถนะและองค์ความรู้ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในพื้นที่ ภูมิภาคและประเทศ 3) ผู้เรียนมีคุณภาพ ทักษะและคุณลักษณะที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ในโลกยุคใหม่ 4) ครูและบุคลากรทางการศึกษามีสมรรถนะเท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ 5) ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง และเสมอภาคด้วยรูปแบบที่หลากหลาย 6) หน่วยงานและสถานศึกษามีการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 7) หน่วยงานมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ตอบสนอง ความต้องการของผู้รับบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็วและโปร่งใส 6. กลยุทธ์ภายใต้ประเด็นยุทธศาสตร์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง กลยุทธ์ 1.1 ปลูกฝังค่านิยมและหลักคิดที่ถูกต้องเพื่อเสริม สร้างเสถียรภาพสถาบันหลักของชาติ ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 1.2 ยกระดับคุณภาพและสร้างโอกาสการเข้าถึงการศึกษา และพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้/ อาชีพ ด้วยศาสตร์พระราชาและตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัด พื้นที่ชายแดน 1.3 พัฒนากลไกบูรณาการระบบบริหารจัดการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดหรือภัย คุกคามรูปแบบใหม่ 1.4 พัฒนาความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพและโอกาส ทางการศึกษา ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนากำลังคนเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กลยุทธ์ 2.1 พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการ ของตลาดแรงงานในพื้นที่ ภูมิภาคและประเทศ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ กลยุทธ์ 3.1 ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนพัฒนากระบวนการคิดอย่างเป็นระบบผ่านประสบการณ์ ตรงจากการลงมือปฏิบัติ ควบคู่กับการเรียนรู้ผ่านสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล 3.2 ส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลรองรับการเรียนรู้ที่หลากหลาย 3.3 บูรณาการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริม ระเบียบ วินัย คุณธรรม จริยธรรม จิตสาธารณะ ความเป็นพลเมืองและความปลอดภัยของผู้เรียน


๓๘ 3.4 ส่งเสริมการบริหารงานบุคคลของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อยกระดับสมรรถนะ ในการปฏิบัติงาน 3.5 ส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมการบริหารและจัดการศึกษาและพัฒนาบุคลากรวิจัย ทางการศึกษา ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา กลยุทธ์ 4.1 เพิ่มและกระจายโอกาสทางการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษา ตามอัธยาศัย ให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตได้อย่างหลากหลาย ครอบคลุม ทุกพื้นที่ และกลุ่มเป้าหมาย 4.2 ส่งเสริมพัฒนาสื่อการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมต่อการเข้าถึงและ พัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 ส่งเสริมการสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กลยุทธ์ 5.1 ส่งเสริมกิจกรรมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักรู้คุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยรูปแบบที่หลากหลาย ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 6 พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ 6.1 ส่งเสริมและพัฒนาการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการ และบริการประชาชน 6.2 ส่งเสริมสนับสนุนการใช้ฐานข้อมูลกลางด้านการศึกษาให้เป็นเอกภาพ เป็นปัจจุบัน และเชื่อมโยงกันในพื้นที่ 6.3 สร้างและพัฒนากลไกการบริหารจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงทุกระดับ ในพื้นที่ 6.4 ส่งเสริมและสร้างเครือข่ายต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบให้มีส่วนร่วมจัดกิจกรรม รณรงค์เฝ้าระวัง และติดตามพฤติกรรมเสี่ยงการทุจริต 6.5 ส่งเสริมให้มีการพัฒนาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อยกระดับสมรรถนะการปฏิบัติงาน 7. ค่านิยมองค์กร T - N A K H O N : T : Teamwork การทำงานเป็นทีม N : Network ภาคีเครือข่าย A : Accountability ความรับผิดชอบ K : Knowledge องค์ความรู้ H : Happy มีความสุข O : Organization เป็นระบบ N : Next Normal สู่ชีวิตถัดไป


39 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารงาน ของผู้บริหารหน่วยงาน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด เป็นกรอบแนวทางในการ ปฏิบัติงานขับเคลื่อนตามประเด็นยุทธศาสตร์ของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น สำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ดำเนินการจัดทำรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2566 ไปพลางก่อน และเสนอโครงการรองรับงบประมาณในการบริหารจัดการตามภารกิจของหน่วยงานที่จะ ขับเคลื่อนการดำเนินงาน ตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์สำนักงานปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ และเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ทุกระดับที่เกี่ยวข้อง งบประมาณงาน/ โครงการ ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ไปพลางก่อน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ได้รับแจ้งจัดสรรงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ไปพลางก่อน จากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจัดทำ แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม จำนวน 2,435,591 บาท (สองล้านสี่แสนสามหมื่นห้าพันห้าร้อยเก้าสิบเอ็ดบาทถ้วน) รายละเอียด ดังนี้ สรุปงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ไปพลางก่อน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนมที่ได้รับจัดสรรงบประมาณจากสำนักงาน/สำนัก/ศูนย์ ในสังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ข้อมูล ณ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566) ที่ แผนงาน โครงการ กิจกรรม งบรายจ่ายและรายการ รวมทั้งสิ้น 1 แผนงานบุคลากรภาครัฐ 675,500 รายการบุคลากรภาครัฐ 675,500 1. งบดำเนินงาน 675,500 1.1 ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ 675,500 1) ค่าเช่าบ้าน 675,500 2 แผนงานยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ 1,760,091 โครงการ ขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน 1,760,091 กิจกรรมขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในส่วนภูมิภาค 1,760,091 1. งบดำเนินงาน 1,760,091 1.1 ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ 1,523,391 1.2 ค่าสาธารณูปโภค 236,700 รวมทั้งสิ้น (สองล้านสี่แสนสามหมื่นห้าพันห้าร้อยเก้าสิบเอ็ดบาทถ้วน) 2,435,591 ส่วนที่ 4 งบประมาณ/โครการตามประเด็นยุทธศาสตร์ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567


40 รายละเอียดงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ไปพลางก่อน ของสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดนครพนมตามงบประมาณที่ได้รับแจ้งจัดสรร ดังนี้ ที่ รายการ งบประมาณ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 ไปพลางก่อน แผนงานบุคลากรภาครัฐและแผนงานยุทธศาสตร์ รวม 2,435,591 1 แผนงานบุคลากรภาครัฐ รายการบุคลากรภาครัฐ 1. งบดำเนินงาน 1.1 ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ 1) ค่าเช่าบ้าน 675,500 2 แผนงานยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์โครงการ ขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน กิจกรรมขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในส่วนภูมิภาค 1. งบดำเนินงาน 1,760,091 แผนงานยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ฯ 1. งบดำเนินงาน 1.1 ค่าสาธารณูปโภค 236,700 1) ค่าไฟฟ้า 2) ค่าน้ำประปา 3) ค่าโทรศัพท์พื้นฐาน 4) ค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5) ค่าไปรษณีย์ 126,700 60,000 10,000 10,000 30,000 1.2 ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ 1,523,391 1) ค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ จำนวน 1 อัตรา เดือนละ 12,000 บาท x 7 เดือน (อก.) 84,000 2) ค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ จำนวน 1 อัตรา เดือนละ 12,000 บาท x 7 เดือน (อก.) 84,000 3) ค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ จำนวน 1 อัตรา เดือนละ 12,000 บาท x 7 เดือน (สช.) 84,000 4) ค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ จำนวน 1 อัตรา เดือนละ 12,000 บาท x 7 เดือน (ลส.) 84,000 5) ค่าจ้างเหมาทำความสะอาดสำนักงาน (9,000 บาท/เดือน) จำนวน 2 อัตรา x 7 เดือน 126,000 6) ค่าจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัย (9,000 บาท/เดือน) จำนวน 1 อัตรา x 7 เดือน 63,000 7) ค่าจ้างพนักงานขับรถยนต์สำนักงาน (9,500 บาท /เดือน) จำนวน 1 อัตรา x 7 เดือน 66,500


41 1.2 ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ(ต่อ) 8) ค่าจ้างถ่ายเอกสาร 50,700 9) ค่าเบี้ยประชุมกรรมการ อนุกรรมการฯ/กศจ. งบ 301,800 บาท 301,800 10) ค่าเช่ารถยนต์ (รถโดยสาร 12 ที่นั่ง (ดีเซล) (ขนาดปริมาตรกระบอกสูบไม่ต่ำกว่า 2,400 ซีซี) 170,191 บาท /7 เดือน (เฉลี่ยเดือนละ 24,313 บาท) 170,191 11) ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก ค่าพาหนะเดินทางในประเทศ 71,500 12) ค่าซ่อมแซมครุภัณฑ์สำนักงาน / บำรุงรักษา 30,000 13) ค่าวัสดุสำนักงาน 59,200 14) ค่าวัสดุเชื้อเพลิงและหล่อลื่นยานพาหนะ 45,000 15) ค่าดอกไม้ พวงมาลา งานพิธีร่วมกับจังหวัด/หน่วยงาน และงานพิธีสำคัญทางศาสนา 20,000 16) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 5,000 17) ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลา - 18) ค่าบริการกำจัดขยะมูลฝอย 3,500 19) ค่าบริการอินเทอร์เน็ต สป.จัดสรร 20) ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์My Office /โปรแกรม บริหาร ศธจ.นครพนม (พัฒนาภารกิจกลุ่มอก.) (ดำเนินงานและพัฒนา ระบบ My Office อบรมการใช้งาน) 30,000 21) พัฒนาภารกิจกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ดำเนินงานนโยบายศธ. และ กิจกรรมแข่งขันทักษะทางวิชาการโรงเรียนเอกชน) 25,000 22) พัฒนาภารกิจกลุ่มพัฒนาการศึกษา (ดำเนินงานส่งเสริม สนับสนุน คัดเลือกทุนการศึกษานักเรียน) 20,000 23) พัฒนาภารกิจกลุ่มนโยบายและแผน (ดำเนินงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ) 20,000 24) พัฒนาภารกิจกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผล (ดำเนินงาน รายงาน รับการติดตามคำรับรองปฏิบัติราชการ) 20,000 25) พัฒนาภารกิจกลุ่มลูกเสือยุวกาชาดฯ (ดำเนินงานความปลอดภัย ป้องกันและลดอุบัติเหตุ อุบัติภัย ภัยคุกคามต่างๆ ) 20,000 26) พัฒนาภารกิจกลุ่มบริหารงานบุคคล (ดำเนินงานOITองค์กรคุณธรรม การดำเนินงานเสนอ/พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์) 20,000 27) พัฒนาภารกิจหน่วยตรวจสอบภายใน (ดำเนินงานตรวจติดตาม กำกับ แนะนำโรงเรียนเอกชนและรายงาน) 20,000 รวมทั้งสิ้น (สองล้านสี่แสนสามหมื่นห้าพันห้าร้อยเก้าสิบเอ็ดบาทถ้วน) 2,435,591


42 สรุปรายละเอียดโครงการตามประเด็นยุทธศาสตร์/ภารกิจของหน่วยงาน ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง ที่ โครงการ งบประมาณสป.ศธ. งบดำเนินงานศธจ. เจ้าภาพหลัก 1 โครงการส่งเสริมสถานศึกษาขับขี่ ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย ใส่ใจ กรมธรรม์สำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดนครพนม 20,000 กลุ่มลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนากำลังคนเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 2 โครงการการรายงานผลการปฏิบัติ ราชการตามคำรับรองการปฏิบัติ ราชการ ของสำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดนครพนม ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 20,000 กลุ่มนิเทศ ติดตามและ ประเมินผล ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ 3 โครงการพัฒนาความก้าวหน้าทาง วิชาชีพ เสริมสร้างขวัญกำลังใจและ คุณธรรมของบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด นครพนม 20,000 กลุ่มบริหารงานบุคคล 4 โครงการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัดนครพนม เพื่อ ยกระดับประสิทธิภาพในการ ขับเคลื่อนนโยบายจุดเน้นยุทธศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการสู่การปฏิบัติ ประจำปีงบประมาณ 2567 20,000 กลุ่มนโยบายและแผน 5 โครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ ของโรงเรียนเอกชน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 25,000 กลุ่มส่งเสริมการศึกษา เอกชน


43 ที่ โครงการ งบประมาณสป.ศธ. งบดำเนินงาน ศธจ. เจ้าภาพหลัก ยุทธศาสตร์ที่ 4 สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา 6 โครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนา การศึกษาเพื่อสนับสนุนการศึกษา ผู้ด้อยโอกาส สำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดนครพนม ประจำปีงบประมาณ 2567 20,000 กลุ่มพัฒนาการศึกษา ยุทธศาสตร์ที่ 5 ส่งเสริมการสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 7 โครงการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมภายใน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ไม่ใช้ งบประมาณ กลุ่มอำนวยการ ยุทธศาสตร์ที่ 6 พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ 8 โครงการอบรมพัฒนาบุคลากรเพื่อ รองรับการขับเคลื่อนสู่สำนักงานดิจิทัลใน การปฏิบัติงาน 30,000 กลุ่มอำนวยการ 9 โครงการตรวจสอบการใช้จ่าย งบประมาณเงินอุดหนุนของโรงเรียน เอกชนในระบบ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 20,000 หน่วยตรวจสอบ ภายใน รวมงบประมาณโครงการ 175,000


44 รายละเอียดโครงการ / กิจกรรมตามแผนยุทธศาสตร์ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง โครงการ เป้าหมาย ของโครงการ ตัวชี้วัด/ ค่าเป้าหมาย ของตัวชี้วัด งบประมาณ ปี 2567 กลุ่ม รับผิดชอบ แหล่ง งบประมาณ ความสอดคล้อง ยุทธศาสตร์ ย.ชาติ ย.ศธ. 1. โครงการ ส่งเสริม สถานศึกษาขับ ขี่ปลอดภัย สวมหมวก นิรภัย ใส่ใจ กรมธรรม์ สำนักงาน ศึกษาธิการ จังหวัด นครพนม เชิงปริมาณ 1) นักเรียน นักศึกษา ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ทั้ง ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร จากสถานศึกษา จำนวน 300 คน ตระหนักถึง ความสำคัญของการ สวมหมวกนิรภัยขณะ ขับขี่รถจักรยานยนต์ และการซื้อกรมธรรม์ ตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้ประสบภัย จากรถ พ.ศ. 2535 2) นักเรียน นักศึกษา ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร จากสถานศึกษา 300 คน สวมหมวกนิรภัย ขณะขับขี่ รถจักรยานยนต์และซื้อ กรมธรรม์ ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เชิงคุณภาพ 1) นักเรียน นักศึกษา ขับขี่รถจักรยานยนต์ อย่างปลอดภัย และซื้อ กรรมธรรม์ ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วม กิจกรรม 2) สถานศึกษา มีระบบ ในการส่งเสริมนักเรียน นักศึกษาในการขับขี่ รถจักรยานยนต์ เชิงปริมาณ จำนวนนักเรียน จากสถานศึกษาที่ เข้าโครงการ จำนวน 300 คน เชิงคุณภาพ สถานศึกษาที่เข้า ร่วมโครงการมีการ ส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาใน สถานศึกษาสวม หมวกนิรภัยขณะ ขับขี่ รถจักรยานยนต์ และมีการส่งเสริม ให้นักเรียนซื้อ กรมธรรม์ ตาม พระราชบัญญัติ คุ้มครอง ผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 20,000 ลูกเสือฯ ศธจ.นพ. 1 1


45 ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนากำลังคน เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โครงการ เป้าหมาย ของโครงการ ตัวชี้วัด/ ค่าเป้าหมาย ของตัวชี้วัด งบประมาณ ปี 2567 กลุ่ม รับผิดชอบ แหล่ง งบประมาณ ความสอดคล้อง ยุทธศาสตร์ ย.ชาติ ย.ศธ.


Click to View FlipBook Version