ค ำน ำ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เป็นเป้าหมายการ พัฒนา ของโลกมีระยะเวลา 15 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 -2573 ครอบคลุมมิติการพัฒนาทั้งด้านคนเศรษฐกิจและความมั่นคง สิ่งแวดล้อมสันติภาพและความยุติธรรมความเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาประกอบด้วย 17 เป้าหมายหลักและมี 169 เป้าหมายย่อย ที่แสดงขอบเขตของการพัฒนาได้ชัดเจน ทั้งมีการก าหนดตัวชี้วัดและเป้าหมาย เพื่อใช้ส าหรับการ ติดตามความก้าวหน้าและประเมินบรรลุเป้าหมายของการพัฒนานาที่ยั่งยืนอย่างเป็นระบบส าหรับหลักการของ การพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน มุ่งเน้นการพัฒนาที่ครอบคลุม ทั่วถึงไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง การพัฒนา แบบบูรณาการมีการด าเนินงานไปพร้อมกันทุกด้านทุกมิติและการพัฒนาระดับพื้นที่ สร้างความตระหนักให้ผู้มีส่วน เกี่ยวข้องเข้ามีบทบาทและมีส่วนร่วมในการพัฒนา เพื่อให้การแก้ปัญหาสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และมีความ ยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมลงนามรับรองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และได้น ากรอบแนวคิดการพัฒนาที่ ยั่งยืนมาใช้ประกอบการจัดท ายุทธศาสตร์ชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศไทยให้มีความยั่งยืนด้วยการด าเนินงานเพื่อ ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนไปสู่การปฎิบัติของประเทศไทย ก าหนดให้มีคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ ยั่งยืน (กพย.) รับผิดชอบการด าเนินงานในภาพรวม ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบหมายเป็นหน่วยงาน รับผิดชอบประสานหลัก เป้าหมายที่ 4 “สร้างหลักประกันว่าทุก คนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างคลอบคลุมและ เท่าเทียม และสนับสนุนในการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ในการขับเคลื่อน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 กระทรวงศึกษาธิการได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนเป้าหมายการ พัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษาในระดับภาค และระดับจังหวัด เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการด าเนินงานและบูรณาการการท างานร่วมกันในพื้นที่ให้ประสบ ผลส าเร็จและบรรลุเป้าหมาย สามารถสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายการ พัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษาของ ประเทศบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดสมุทรปราการในฐานะตัวแทนระดับจังหวัด ได้ด าเนินการจัดการประชุมคณะท างานขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้าน การศึกษาระดับจังหวัด สมุทรปราการ (SDG4) เพื่อก าหนดกรอบแนวทางและเป้าหมายการด าเนินงานเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย การพัฒนา ที่ยั่งยืนด้านการศึกษาในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยค านึงถึงความสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของ สถานการณ์ บริบท สภาพแวดล้อม ความต้องการในพื้นที่ ประสานกับภาคีเครือข่ายการพัฒนาในพื้นที่ เพื่อจัดท า แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา พ.ศ. 2565 – 2566 จังหวัดสมุทรปราการ น าไปสู่การ ปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมาย และก ากับติดตามและประเมินผลการด าเนินงาน ปัญหาอุปสรรคในการในการ ด าเนินงาน ในระดับจังหวัดให้บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดสมุทรปราการ ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนหน่วยงานทาง การศึกษา ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล ให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะและให้ความร่วมมือ จนท าให้ แผนปฏิบัติ การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา พ.ศ. 2565 – 2566 จังหวัดสมุทรปราการ ฉบับนี้ ส าเร็จสมบูรณ์ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หน่วยงานและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะน าแผนปฏิบัติการฉบับนี้ ไปใช้ประโยชน์ และร่วมกันด าเนินการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายที่ ก าหนดไว้ต่อไป ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดสมุทรปราการ
สารบัญ หน้า ส่วนที่ 1 บทน า 1 1.1 เหตุผลความจ าเป็น 1 1.2 วัตถุประสงค์ 2 1.3 ขั้นตอนการด าเนินงาน 3 1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 3 ส่วนที่ 2 สภาพแวดล้อมและบริบทที่เกี่ยวข้องการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 4 ด้านการศึกษา 2.1 ข้อมูลพื้นฐานด้านการศึกษาตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา 4 2.2 สถานภาพการด าเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา 22 2.3 สรุปประเด็นการพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา 38 ส่วนที่ 3 สาระส าคัญของแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา 40 3.1องค์ประกอบและปัจจัยส าคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา 40 (Value chain) 3.2 รายละเอียดแผนงาน/โครงการการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา 42 รายเป้าหมายย่อย เป้าหมายย่อยที่ 4.1 สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนส าเร็จการศึกษาฯ 42 เป้าหมายย่อยที่ 4.2 สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนเข้าถึงการพัฒนาฯ 46 เป้าหมายย่อยที่ 4.3 สร้างหลักประกันให้ชายและหญิงทุกคนเข้าถึงการศึกษา อาชีวศึกษา 51 อุดมศึกษาฯ เป้าหมายย่อยที่ 4.4 เพิ่มจ านวนเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีทักษะที่เกี่ยวข้องจ าเป็นฯ 54 เป้าหมายย่อยที่ 4.5 ขจัดความเหลี่อมล้ าทางเพศด้านการศึกษาฯ 56 เป้าหมายย่อยที่ 4.6 สร้างหลักประกันว่าเยาวชนทุกคนและผู้ใหญ่ ทั้งชายและหญิงฯ 59 เป้าหมายย่อยที่ 4.7 สร้างหลักประกันว่าผู้เรียนทุกคนได้รับความรู้และทักษะที่จ าเป็นฯ 61 เป้าหมายย่อยที่ 4.a สร้างและยกระดับสถานศึกษา ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณ์ 64 การศึกษาฯ เป้าหมายย่อยที่ 4.b เพิ่มจ านวนทุนการศึกษาทั่วโลกที่ให้แก่ประเทศก าลังพัฒนาฯ 65 เป้าหมายย่อยที่ 4.c เพิ่มจ านวนครูที่มีคุณวุฒิ รวมถึงการด าเนินการผ่านความร่วมมือ 66 ระหว่างประเทศฯ
ส่วนที่ 4 การน าแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ 69 และการติดตามประเมินผล 4.1 การน าแผนปฏิบัติการฯ สู่การปฏิบัติ 69 4.1 การก ากับ ติดตาม และประเมินผล 74 ภาคผนวก 79
1 ส่วนที่1 บทน ำ 1.1 เหตุผลควำมจ ำเป็น สืบเนื่องจากประเทศไทยได้ร่วมลงนามรับรองพันธะสัญญาทางการเมืองระดับผู้น าในเอกสาร “Transforming Our World: The 2030 Agenda for Sustainable Development” ซึ่งเป็นการยืนยัน เจตนารมณ์และก าหนดทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกใน 15 ปีข้างหน้าร่วมกัน เพื่อผลักดันและขับเคลื่อน การแก้ไขปัญหาในทุกมิติ ประกอบด้วย เป้าหมายหลัก 17 เป้าหมาย ที่ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อม ซึ่งในการด าเนินการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ประเทศไทยก าหนดให้มีคณะกรรมการ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นฝ่ายเลขานุการ โดยการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน มุ่งเน้นให้ความส าคัญ กับการด าเนินการในระดับพื้นที่ (Localizing SDGs) และให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ และสังเคราะห์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อถ่ายทอดเป้าหมายร่วมระดับโลก สู่เป้าหมายระดับประเทศและ ระดับพื้นที่ เพื่อให้สามารถน าไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ก าหนดไว้ ทั้งนี้ ในแต่ละ เป้าหมายได้ก าหนดให้มีหน่วยงานหลักรับผิดชอบอย่างชัดเจน ในการนี้ ส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในฐานะฝ่ายเลขานุการ กพย. ได้จัดท ารายงานความก้าวหน้าการด าเนินการขับเคลื่อน SDGs โดยในปี 2562 ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 40 จาก 162 ประเทศ และปี 2563 อยู่ในอันดับ 41 จาก 166 ประเทศ ทั้งนี้ จากรายงานความก้าวหน้าข้างต้น พบปัญหาอุปสรรคส าคัญ คือ การรายงานความก้าวหน้าการด าเนินงานรายเป้าหมายยังขาดความชัดเจนในการ เชื่อมโยงตัวชี้วัดของ SDGs กับตัวชี้วัดของโครงการ/กิจกรรม และไม่มีการก าหนดค่าเป้าหมายหลายเป้าหมาย รวมทั้ง มีการปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดในการประเมินแต่ละปี ท าให้ไม่สามารถเปรียบเทียบความก้าวหน้าได้ หรือ ตัวชี้วัดไม่ตรงกับตัวชี้วัดที่คณะกรรมการสถิติแห่งสหประชาชาติก าหนดไว้ ประกอบกับการที่ประเทศไทยมีการ จัดท ายุทธศาสตร์ชาติ และมีแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 23 ประเด็น สศช. จึงได้วิเคราะห์เปรียบเทียบ ความสัมพันธ์ระหว่างเป้าหมายของ SDGs 17 เป้าหมายกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งพบว่า มีความสัมพันธ์สอดคล้องกัน นอกจากนั้น ยังมีสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผล ต่อการด าเนินงานขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้แก่ คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.) ในคราวประชุม ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2562 พิจารณาการด าเนินงานขับเคลื่อนเป้าหมายการ พัฒนาที่ยั่งยืน และเพื่อให้การขับเคลื่อนส าหรับประเทศไทยมีกรอบแนวทางการด าเนินการที่ชัดเจน น าไปสู่การ ปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและบูรณาการ จึงมีมติเห็นชอบหลักการร่างแผนการขับเคลื่อน SDGs ส าหรับประเทศไทย โดยมอบหมายให้ สศช. ด าเนินงานตามแผนขับเคลื่อนฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ยกเลิกการ ด าเนินงานตามที่คณะอนุกรรมการภายใต้ กพย. ที่ได้เคยมีข้อสั่งการหรือเคยมีมติไว้ รวมทั้งเห็นชอบให้มี การปรับปรุงค าสั่งและอ านาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการภายใต้ กพย. 4 คณะ ต่อมาในคราวประชุมคณะ
2 กรรมการฯ ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการก าหนดหน่วยงานรับผิดชอบ และประสานงานหลักการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 เป้าหมายหลัก (Goal) และ 169 เป้าหมายย่อย (Target) รวมทั้ง มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ ประสานหน่วยงานรับผิดชอบฯ รายเป้าหมายหลักและ เป้าหมายย่อย ด าเนินการขับเคลื่อนตามภารกิจ และรายงานความคืบหน้าการด าเนินงานให้คณะกรรมการฯ ทราบเป็นระยะ กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานรับผิดชอบและประสานงานหลักการขับเคลื่อนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 4 สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุม และเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งในการด าเนินงานที่ผ่านมา ส านักนโยบายและยุทธศาสตร์ ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการด าเนินโครงการจัดท าฐานข้อมูลและระบบติดตามประเมินผลระดับ พื้นที่เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายของสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา SDG4 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2563 โดยการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการขับเคลื่อนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา ร่วมกับส านักงานศึกษาธิการภาค 18 ภาค และส านักบูรณาการกิจการการศึกษา ส ป . (ส านักบูรณาการยุทธศาสตร์การศึกษา สป. เดิม) และมีการคัดเลือกจังหวัดน าร่องเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษาในระดับพื้นที่ (SDG4 Lab) จ านวน 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย อุดรธานี ลพบุรี ปราจีนบุรี สตูล และปัตตานี รวมถึงด าเนินการสร้างการรับรู้ในการจัดท าแผนเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา SDG4 โดยใช้หลักการความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล (XYZ) การจัดท า Roadmap และด าเนินการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 ดังนั้น เพื่อให้การด าเนินงานขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 ที่กระทรวงศึกษาธิการ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุเป้าหมายที่ก าหนด และ สอดคล้องกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จึงจัดท าโครงการจัดท าฐานข้อมูลและระบบติดตาม ประเมินผลระดับพื้นที่เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายของสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืนด้าน การศึกษา SDG4 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ขึ้น 1.2 วัตถุประสงค์ 1) เพื่อใช้เป็นแผนปฏิบัติการส าหรับการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4 Roadmap) ไปสู่การปฏิบัติ 2) เพื่อใช้เป็นกรอบในการประสานจัดเก็บรวบรวมข้อมูลผลการด าเนินงาน ก ากับ ติดตาม และประเมินผลการด าเนินงานขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา ปี พ.ศ. 2565-2566 3) เพื่อจัดท าฐานข้อมูลผลการด าเนินงานส าหรับการรายงานความก้าวหน้าการด าเนินงาน ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (เป้าหมายหลักที่ 4) 1.3 ขั้นตอนกำรด ำเนินงำน 1) ประชุมผู้รับผิดชอบหรือฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการ/คณะท างานขับเคลื่อนเป้าหมายการ พัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษาเพื่อก าหนดกรอบแนวทางหรือแผนการด าเนินงาน 2) ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการด าเนินงานเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่
3 ยั่งยืนด้านการศึกษา 3) จัดประชุมชี้แจง สร้างความรู้ความเข้าใจ กรอบแนวทางหรือแผนการด าเนินงานกับบุคคล หน่วยงาน คณะท างานหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และระดมความเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อก าหนด กรอบแนวทาง หรือแผนการด าเนินงานให้มีความรู้ความเข้าใจตรงกัน ชัดเจน เป็นรูปธรรม 4) จัดประชุมปฏิบัติการจัดท า (ร่าง) แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้านการศึกษา (จังหวัดสมุทรปราการ) โดยรวบรวมข้อมูลแผนงาน/โครงการและงบประมาณที่สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา ทั้ง 10 เป้าหมาย 5) น าเสนอ (ร่าง) แผนปฏิบัติการฯ ให้คณะกรรมการ/คณะท างานขับเคลื่อนเป้าหมายการ พัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษาพิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือข้อเสนอแนะ เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง สมบูรณ์ สอดคล้องกับการด าเนินงานที่เป็นจริง 6) ด าเนินการปรับปรุง (ร่าง) แผนปฏิบัติการฯ น าเสนอประธานคณะกรรมการ/คณะท างานฯ พิจารณาให้ความเป็นชอบ น าไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการด าเนินงานและติดตามประเมินผล รวมทั้งรายงาน ผลการด าเนินงาน 7) จัดพิมพ์เผยแพร่ให้บุคคล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ 1.4 ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ 1) การด าเนินงานขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษาในภาพรวมของประเทศ และในระดับพื้นที่มีความสอดคล้อง เชื่อมโยงกัน สามารถน าไปสู่การบรรลุเป้าหมายที่ก าหนดไว้ได้ 2) บุคคล หน่วยงาน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ ได้รับรู้แผนหรือกรอบแนว ทางการด าเนินงานชัดเจน เป็นรูปธรรม สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการด าเนินงานเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการ พัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษาไปสู่การปฏิบัติให้สอดคล้องกับสภาพบริบท หรือความต้องการการพัฒนาในแต่ละ พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม
4 สภาพแวดล้อมและบริบทที่เกี่ยวข้องการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา ส่วนที่ 2 2.1 ข้อมูลพื้นฐานด้านการศึกษาตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา จังหวัดสมุทรปราการ มีการจัดการศึกษาที่สามารถรองรับการศึกษาในทุกระดับทุกประเภท รวมทั้งมี สถานศึกษาชั้นน าจ านวนมาก ซึ่งมีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการศึกษาทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จ านวนทั้งสิ้น 6 หน่วยงาน ได้แก่ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จ านวน 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1) ส านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 2) ส านักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ส านักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สช.) 3) ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 4) ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และในก ากับของกระทรวงศึกษาธิการ นอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จ านวน 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) 2) องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น (อปท.) กระทรวงมหาดไทย 3) ส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์มีรายละเอียดดัง ดังนี้ ตารางที่ 1 จ านวนสถานศึกษา ผู้เรียน ห้องเรียน และครู/ครูผู้สอน จ าแนกตามสังกัด ปีการศึกษา 2565 สังกัด สถาน ศึกษา ผู้เรียน ห้องเรียน ผู้บริหาร/ ครูผู้สอน รวมทั้งสิ้น 468 268,267 8,937 14,291 1.กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) 285 231,065 7,895 11,358 1.1 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 169 112,600 3,715 6,070 1) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 1 72 32,543 1,205 1,865 2) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 71 28,780 1,109 1,547 3) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ 25 50,993 1,371 2,632 4) ศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดสมุทรปราการ 1 284 30 26 1.2 ส านักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 99 63,560 3,655 4,650 1) เอกชนในระบบ 99 63,560 3,655 4,650 1.3 ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 11 10,175 525 500 อาชีวะภาครัฐ 4 6,853 319 287 1) วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ 1 4,495 160 191 2) วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ 1 1,174 613 45 69 69 28 44 44 3) วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกสมุทรปราการ 1 613 571 69 44 24 24 4) วิทยาลัยการอาชีพพระสมุทรเจดีย์ 1 571 45 24
5 หมายเหตุในส่วนของจ านวนผู้บริหาร/ครูผู้สอน สถานศึกษาระดับอุดมศึกษา และ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ไม่รวม ข้อมูลผู้บริหาร สังกัด สถาน ศึกษา ผู้เรียน ห้องเรียน ครู/ ครูผู้สอน อาชีวะภาคเอกชน 7 3,322 206 213 1) วิทยาลัยเทคโนโลยีสมุทรปราการ (ช.เทค) (ภาคเอกชน) 1 222 21 20 2) เกริกวิทยาลัย 1 523 28 29 3) วิทยาลัยเทคโนโลยีบริหารธุรกิจสมุทรปราการ 1 1,434 72 56 4) วิทยาลัยเทคโนโลยีไทย –ไต้หวัน (บีดีไอ) 1 275 18 23 5) วิทยาลัยเทคโนโลยีสุวรรณภูมิบริหารธุรกิจ 1 376 25 31 6) วิทยาลัยเทคโนโลยีเกวลินบริหารธุรกิจ 1 376 28 33 7) วิทยาลัยไทยโกบอลบริหารธุรกิจ 1 116 14 21 1.4 ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยจังหวัดสมุทรปราการ (กศน.) 6 44,730 - 138 2. ส่วนราชการอื่น 183 37,202 1,042 2,933 2.1 ส านักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) 5 15,965 10 985 1) มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี (วิทยาเขตสมุทรปราการ) (ภาครัฐ) 1 1,641 - 63 2) โรงเรียนสาธิต ม.ราชภัฏธนบุรี 1 182 10 17 3) มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (ภาคเอกชน) 1 7,163 - 413 4) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (วิทยาเขตสมุทรปราการ) 1 6,069 - 431 5) สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ 1 910 - 61 2.2 กระทรวงมหาดไทย (มท.) : กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 122 19,747 934 1,857 1) โรงเรียน 31 14,352 588 793 2) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 91 5,395 346 1,064 2.3 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 56 1,490 98 91 1) ส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสมุทรปราการ 56 1,490 98 91
6 ตารางที่ 2 จ านวนผู้ส าเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานจ าแนกตามระดับชั้น ปีการศึกษา 2564 ล าดับ ที่ สังกัด ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย รวม 1 สพป.สป.เขต 1 4,147 1145 32 5,324 2 สพป.สป.เขต 2 3,729 499 0 4,228 3 สพม.สมุทรปราการ 0 8,410 6356 14766 4 สช. 6,068 3,023 1265 10,356 5 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 1057 600 153 1810 6 สาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี 18 0 0 18 รวม 15,019 13677 7806 36,502 1) ด้านการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา (Access) การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา (Access) น าเสนอด้วย 2 ตัวชี้วัดส าคัญ ประกอบด้วย 1. ร้อยละผู้เรียนต่อประชากรกลุ่มอายุ ที่แสดงโอกาสการได้รับการศึกษา ที่ค านวณจากกลุ่มผู้เรียนที่ เรียนอยู่ในระดับใด ระดับหนึ่งเฉพาะที่มีอายุสอดคล้องกับการศึกษาระดับนั้นเปรียบเทียบกับประชากรกลุ่ม อายุนั้น เป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงโอกาสของการจัดบริการทางการศึกษาที่ท าให้คนไทย ตามช่วงอายุที่เหมาะสม สามารถเข้าถึงหรือได้รับการศึกษาแต่ละระดับชั้นในแต่ละระดับการศึกษาได้ตามสิทธิ หรือตามความต้องการ โดย ปราศจากอุปสรรคอันเนื่องมาจากถิ่นที่อยู่อาศัย เพศ ฐานะทางสังคมและเศรษฐกิจและความผิดปกติทางร่างกาย โดยจ าแนกตามระดับการศึกษา ดังนี้ 1) ระดับก่อนประถมศึกษา (อนุบาล 1-3) ค านวณจากข้อมูลจ านวนนักเรียนทั้งหมดที่เรียน ชั้นอนุบาล 1-3 และจ านวนประชากรทั้งหมดที่อายุ 3-5 2) ระดับประถมศึกษา ( ป.1-6) ค านวณจากข้อมูลจ านวนนักเรียนทั้งหมดที่เรียนชั้น ป.1-6 และจ านวนประชากรทั้งหมดที่อายุ 6-11 ปี 3) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ( ม.1-3) ค านวณจากข้อมูลจ านวนนักเรียนทั้งหมดที่เรียนชั้น ม.1-3 และจ านวนประชากรทั้งหมดที่อายุ 12-14 ปี
7 4) มัธยมศึกษาตอนปลาย ค านวณจากข้อมูลจ านวนนักเรียนทั้งหมดที่เรียนชั้น ม. 4-6 หรือ ปวช. ปีที่ 1-3 และจ านวนประชากรทั้งหมดที่อายุ 15-17 ปี 2. ปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรไทย เป็นตัวชี้วัดตามแผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2560 -2579 ที่แสดงถึงผลการด าเนินงานตามนโยบายการพัฒนาการศึกษาของรัฐบาล ที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและคุณภาพของ รัฐบาลที่ได้ลงทุนและลดความเหลื่อมล้ าทางด้านการศึกษาของประเทศต่อการพัฒนาโดย ส านักงานเลขาธิการสภา การศึกษาได้ศึกษา และวิเคราะห์สภาพการได้รับการศึกษาของประชากรไทยในภาพรวม เพื่อดูแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง ของจ านวนปีการศึกษาเฉลี่ยที่ประชากรไทยได้รับโอกาสทางการศึกษา โดยใช้ข้อมูลการส ารวจสภาวะการท างานของ ประชากรทั่วราชอาณาจักร รอบที่ 3 ซึ่งเป็นการส ารวจในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน โดยส านักงานสถิติแห่งชาติ รายละเอียดดังต่อไปนี้ ตารางที่ 3 ร้อยละผู้เรียนต่อประชากรกลุ่มอายุ 3-17 ปี กลุ่มอายุ จ านวนประชากร จ านวนผู้เรียน ร้อยละ ชาย หญิง รวม 3-5 ปี 23,675 22,283 45,958 32,086 69.81 6-11 ปี 51,279 48,216 99,495 88,405 88.85 12-14 ปี 23,963 22,737 46,700 44,480 95.24 15-17 ปี 23,965 23,343 47,308 33,878 71.61 ตารางที่ 4 ร้อยละผู้เรียนปฐมวัยต่อประชากรกลุ่มอายุ 3-6 ปี อายุ (ปี) จ านวนนักเรียนปฐมวัย จ านวนเด็ก (กรมการปกครอง) ร้อยละ ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง 3 3,999 3,897 7,431 6,946 51.31 48.69 4 6,112 5,918 8,056 7,605 51.17 48.83 5 6,236 5,924 8,188 7,732 51.37 48.63 6 7,121 6,782 8,519 8,012 51.39 48.61 รวม 23,468 22,521 32,194 30,295 51.31 48.69 2) ด้านการตอบโจทย์บริบทที่เปลี่ยนแปลง (Relevancy) ด้านการตอบโจทย์บริบทที่เปลี่ยนแปลง (Relevancy) น าเสนอตัวชี้วัดที่ส าคัญ ได้แก่ สัดส่วนผู้เรียน สายสามัญต่อผู้เรียนอาชีวศึกษา เป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงสัดส่วนของตัวป้อนเข้าสู่ระบบการผลิตก าลังคนระหว่าง บุคลากรสายวิชาการและบุคลากรสายอาชีพ ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ ค านวณจากจ านวนนักเรียนมัธยมศึกษา
8 ตอนปลายประเภทสามัญศึกษา (ม.4-6) รายสถานศึกษา และจ านวนนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายประเภท อาชีวศึกษา (ปวช.1-3) รายละเอียดดังต่อไปนี้ ตารางที่ 5 สัดส่วนผู้เรียนสายสามัญต่อผู้เรียนอาชีวศึกษา จ าแนกตามจังหวัด สัดส่วนผู้เรียน อาชีวศึกษาต่อผู้เรียน สามัญศึกษา จ านวนผู้เรียน สัดส่วนผู้เรียน สายสามัญ สายอาชีวศึกษา สายสามัญต่อสายอาชีว ปีการศึกษา 2562 8676 2787 76 : 24 ปีการศึกษา 2563 9308 2550 78 : 22 ปีการศึกษา 2564 30610 7098 81 : 19 ปีการศึกษา 2565 27,416 5,943 82 : 18 ตารางที่ 6 อัตราส่วนนักเรียนครู 1 คน จ าแนกตามระดับการศึกษา ระดับ ปีการศึกษา 2563 ปีการศึกษา 2564 ก่อนประถมศึกษา 20 17 ประถมศึกษา 18 18 มัธยมศึกษาตอนต้น 17 18 มัธยมศึกษาตอนปลาย 17 19 ตารางที่ 7จ านวนปีการศึกษาเฉลี่ย (Mean Years of Schooling) ปี 2562–2563 ช่วงอายุ ปี สมุทรปราการ ประเทศ 15 - 39 ปี 2562 11.17 10.83 2563 11.96 10.97 40 -59 ปี 2562 9.38 8.32 2563 9.85 8.59 15 -59 ปี 2562 10.34 9.65 2563 10.96 9.86 15 ปี ขึ้นไป 2562 9.88 8.69 2563 10.29 8.86 60 ปีขึ้นไป 2562 7.29 5.22 2563 6.65* 5.42 ที่มา: ปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรไทย ปี 2563 ส านักงานเลขาธิการสภาการศึกษา หมายเหตุ * หมายถึง มีจ านวนปีการศึกษาเฉลี่ยน้อยกว่าปี 2562
9 3) ด้านความเท่าเทียมทางการศึกษา (Equity) ความเท่าเทียมทางการศึกษา (Equity) น าเสนอด้วยตัวชี้วัดส าคัญ ได้แก่ ร้อยละผู้เรียนที่ได้รับการ สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษา โดยใช้ข้อมูลจากส านักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่ รายละเอียดดังต่อไปนี้ ตารางที่ 8 ร้อยละผู้เรียนที่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาระดับก่อน ประถมศึกษาถึง ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับ จ านวนผู้เรียน จ านวนผู้เรียนที่ได้รับ การสนับสนุน ร้อยละ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคเอกชน รวม ก่อนประถมศึกษา 14,714 16,196 14,714 13,996 100 86.42 92.88 ประถมศึกษา 54,572 37,413 54,572 36,309 100 97.05 98.80 มัธยมศึกษาตอนต้น 39,583 8,683 39,583 8,089 100 93.16 98.77 มัธยมศึกษาตอนปลาย 22,659 4,263 22,659 3,875 100 90.90 98.56 คุณภาพการศึกษา (Quality) คุณภาพการศึกษา (Quality) น าเสนอด้วยตัวชี้วัดส าคัญ ได้แก่ 1. ระดับคุณภาพคะแนนการประเมินความสามารถในการอ่าน (RT) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 2. ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) วิชาคณิตศาสตร์ และวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 3. ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2564 ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 4. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไป 5. ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ของนักเรียนระดับ ชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ 6. ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยใช้ข้อมูลจากส านักทดสอบทางการศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ส านักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) รายละเอียดดังต่อไปนี้ ระดับคุณภาพคะแนนการประเมินความสามารถในด้านการอ่าน (RT) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ส านักทดสอบทางการศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ด าเนินการประเมิน ความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test: RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่1 ปีการศึกษา 2564 โดยใน จังหวัดสมุทรปราการมีรายละเอียด ดังนี้
10 ตารางที่ 10 ตารางคะแนนการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ระดับ ด้านการอ่านออกเสียง ด้านการอ่านรู้เรื่อง รวม ด้าน คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ S.D. คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ S.D. คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ S.D. ประเทศ 69.95 13.98 72.79 9.43 71.38 21.43 ศธภ. 2 76.10 13.51 79.36 8.93 77.76 20.30 สพฐ. 69.21 14.50 74.86 9.46 72.07 21.75 สช. 81.37 12.43 76.36 8.25 78.90 18.64 อปท. 65.72 15.69 72.65 9.98 69.18 23.47 กทม. 84.64 10.12 88.66 6.08 86.69 13.97 อว. 83.62 11.83 81.40 7.82 82.51 17.49 สมุทรปราการ 64.01 15.82 70.23 10.17 67.16 23.74 สพฐ. 61.30 15.85 69.26 10.33 65.33 23.86 สช. 79.04 12.12 75.65 7.76 77.34 17.94 อปท. 64.71 17.60 70.47 11.62 67.59 27.08
11 ตารางที่ 11ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จ าแนกตามระดับคุณภาพ ความสามารถด้าน จ านวน ผู้เข้าสอบ คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน นักเรียนที่มี คะแนน ร้อยละ 50 ขึ้นไป 1. ด้านคณิตศาสตร์ ประเทศ 417,078 49.44 21.41 200,874 ศธภ. 2 32,781 56.05 23.00 19,435 สมุทรปราการ 5,155 46.31 20.40 2,153 2. ด้านภาษาไทย ประเทศ 416,810 56.14 20.17 261,464 ศธภ. 2 32,785 61.90 20.37 23,743 สมุทรปราการ 5,154 54.56 19.61 3,070 รวม 2 ด้าน ประเทศ 416,459 52.80 38.60 227,712 ศธภ. 2 32,719 58.99 40.40 21,558 สมุทรปราการ 5,142 50.48 36.66 2,564 ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) วิชาคณิตศาสตร์ และวิชาภาษาไทย ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ส านักทดสอบทางการศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ด าเนินการประเมิน คุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 โดยในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ มีผลการประเมิน ดังนี้
12 ตารางที่ 12 ตารางคะแนนเฉลี่ยการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) วิชาคณิตศาสตร์ และวิชา ภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ความสามารถด้าน จ านวน ผู้เข้าสอบ คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน นักเรียนที่มีคะแนน ร้อยละ 50 ขึ้นไป 1. ด้านคณิตศาสตร์ ประเทศ 417,078 49.44 21.41 200,874 ศธภ. 2 32,781 56.05 23.00 19,435 สมุทรปราการ 5,155 46.31 20.40 2,153 2. ด้านภาษาไทย ประเทศ 416,810 56.14 20.17 261,464 ศธภ. 2 32,785 61.90 20.37 23,743 สมุทรปราการ 5,154 54.56 19.61 3,070 รวม 2 ด้าน ประเทศ 416,459 52.80 38.60 227,712 ศธภ. 2 32,719 58.99 40.40 21,558 สมุทรปราการ 5,142 50.48 36.66 2,564 จากตารางที่ 12 พบว่า ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ รวมความสามารถ ทั้ง 2 ด้าน มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 50.48 ผลการประเมินความสามารถด้านคณิตศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 46.31 และผลการประเมินความสามารถด้านภาษาไทยมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 54.56 เมื่อเปรียบเทียบผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 ของ จังหวัดสมุทรปราการ พบว่า การประเมินคุณภาพผู้เรียน รวมความสามารถทั้ง 2 ด้าน มี คะแนนเฉลี่ยต่ ากว่า ระดับประเทศ
13 ตารางที่ 13 ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 จ าแนกตามระดับคุณภาพ ในจังหวัดสมุทรปราการ จากตารางที่ 13 พบว่า ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 ใน พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ จ าแนกตามระดับคุณภาพ พบว่า ผลการประเมินในภาพรวมความสามารถทั้ง 2 ด้าน พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีคุณภาพอยู่ในระดับดี คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 34.18 รองลงมา คือระดับพอใช้ คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 33.48ระดับดีมาก คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 20.53และระดับปรับปรุง คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 11.78เมื่อพิจารณา รายด้าน พบว่า ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ นักเรียนส่วนใหญ่อยู่ในระดับพอใช้ คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 35.20ระดับ ดับดี คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 28.45ระดับดีมาก คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 18.99และระดับปรับปรุง คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 17.34ตามล าดับ และความสามารถด้านภาษาไทย นักเรียนส่วนใหญ่อยู่ในระดับดี คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 33.91ระดับ ดีมาก คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 27.22ระดับพอใช้ คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 26.69และระดับปรับปรุง คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 11.89ตามล าดับ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ตารางที่ 14 คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบ O-NET ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2564 จังหวัด ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ รวม สมุทรปราการ 50.94 43.15 36.49 34.33 41.23 ศธภ.2 53.33 49.11 39.45 36.02 44.48 ระดับประเทศ 50.38 39.22 36.83 34.31 40.19 จากตารางที่ 14 แสดงคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบของนักเรียนระดับชั้น ป.6 ปีการศึกษา 2564 พบว่า จังหวัดสมุทรปราการ วิชาภาษาไทย มีคะแนนเฉลี่ยมากที่สุด ร้อยละ 50.94 และในส่วนของคะแนนเฉลี่ย ภาพรวม ร้อยละ 41.23ซึ่งสูงกว่าระดับประเทศที่มีค่าเฉลี่ยภาพรวม ร้อยละ 40.19
14 ตารางที่ 15ร้อยละนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีผลคะแนน O-Netผ่านเกณฑ์ ร้อยละ50 ขึ้นไป พื้นที่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สมุทรปราการ 52.73 31.37 13.73 11.14 ระดับ ศธภ.2 58.49 42.55 20.64 14.90 ระดับประเทศ 50.91 23.76 15.14 11.81 จากตารางที่ 15 แสดงร้อยละนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไป พบว่า วิชาภาษาไทย จังหวัดสมุทรปราการ มีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไป ร้อยละ 52.73 และมีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 50.91 วิชาภาษาอังกฤษ จังหวัดสมุทรปราการ มีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50ขึ้นไปร้อย ละ31.37 และมีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 23.76 วิชาคณิตศาสตร์จังหวัดสมุทรปราการ มีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไปร้อยละ 13.73 และมีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ต่ ากว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 15.14 วิชาวิทยาศาสตร์ จังหวัดสมุทรปราการ มีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ร้อยละ 11.14และมีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ต่ ากว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 11.81 ตารางที่ 16 คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบ O-NET ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 จ าแนกตามวิชา พื้นที่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาพรวม สมุทรปราการ 54.49 34.73 25.12 32.04 36.60 ระดับ ศธภ.2 57.90 40.14 29.78 34.64 40.62 ระดับประเทศ 51.19 31.11 24.47 31.45 34.56 จากตารางที่ 16 ผลคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบ O-NET ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 พบว่า จังหวัดสมุทรปราการ วิชาภาษาไทย มีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด ร้อยละ 54.49 และมี คะแนนเฉลี่ยในภาพรวมร้อยละ 36.60 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ ร้อยละ 34.56
15 ตารางที่ 17 ร้อยละนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไป พื้นที่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สมุทรปราการ 87.55 15.61 5.60 4.74 ระดับ ศธภ.2 89.96 27.10 13.08 10.27 ระดับประเทศ 81.24 9.78 5.54 4.70 จากตารางที่ 17 แสดงร้อยละนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไป พบว่า วิชาภาษาไทย จังหวัดสมุทรปราการ มีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไป ร้อยละ 87.55และมีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 81.24 วิชาภาษาอังกฤษ จังหวัดสมุทรปราการ มีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไป ร้อยละ 15.61และมีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 9.78 วิชาคณิตศาสตร์ จังหวัดสมุทรปราการ มีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไป ร้อยละ 5.60และมีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 5.54 วิชาวิทยาศาสตร์ จังหวัดสมุทรปราการ มีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไป ร้อยละ 4.74และมีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 4.70 ตารางที่ 18 คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบ O-NET ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2564จ าแนกตามระดับพื้นที่ พื้นที่ ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาพรวม สมุทรปราการ 49.87 39.14 32.52 25.79 30.74 35.33 ระดับ ศธภ.2 53.53 41.25 37.52 31.14 32.68 39.00 ระดับประเทศ 46.40 36.87 25.56 21.28 28.65 31.57 จากตารางที่ 18 ผลคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบ O-NET ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 พบว่า จังหวัดสมุทรปราการ วิชาภาษาไทย มีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด ร้อยละ 49.87 และมี คะแนนเฉลี่ยในภาพรวมร้อยละ 35.33 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ ร้อยละ 31.57
16 ตารางที่ 19 ร้อยละนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 50 ขึ้นไป พื้นที่ ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สมุทรปราการ 51.69 11.11 16.79 9.11 3.54 ระดับ ศธภ.2 60.38 18.34 25.77 17.55 7.00 ระดับประเทศ 41.92 7.18 7.12 4.84 2.04 จากตารางที่ 19 แสดงร้อยละนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไป พบว่า วิชาภาษาไทย จังหวัดสมุทรปราการ มีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไป ร้อยละ 51.69 และมีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 41.92 วิชาสังคมศึกษา จังหวัดสมุทรปราการ มีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไป ร้อยละ 11.11และมีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 7.18 วิชาภาษาอังกฤษ จังหวัดสมุทรปราการ มีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไป ร้อยละ 16.79และมีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 7.12 วิชาคณิตศาสตร์ จังหวัดสมุทรปราการ มีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไป ร้อยละ 9.11และมีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 4.84 วิชาวิทยาศาสตร์ จังหวัดสมุทรปราการ มีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไป ร้อยละ 3.54 และมีนักเรียนที่มีผลคะแนน O-Net ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 2.04 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ตารางที่ 20 คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบ V-NET ของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2564จ าแนกตามระดับพื้นที่ รายองค์ประกอบ พื้นที่ องค์ประกอบ ภาษาและการ ภาพรวม สื่อสาร การคิดและการ แก้ปัญหา สังคมและ การ ด ารงชีวิต การจัดการงาน อาชีพ สมุทรปราการ 48.45 27.65 44.49 48.45 42.26 ศธภ.2 48.76 30.71 45.22 48.76 43.36 ระดับประเทศ 47.54 27.83 41.89 47.54 41.2
17 จากตารางที่ 20คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบ V-NET ของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 3 (ปวช.3) ปีการศึกษา 2564 พบว่าจังหวัดสมุทรปราการ มีคะแนนเฉลี่ย ภาษาและการสื่อสารและการจัดการงาน อาชีพสูงที่สุด ร้อยละ 48.45 และคะแนนเฉลี่ยในภาพรวมร้อยละ 42.26 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ ร้อยละ 41.2 ภาษาและการสื่อสาร จังหวัดสมุทรปราการ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 48.45 และมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าคะแนน เฉลี่ยระดับประเทศ 47.54 การคิดและการแก้ปัญหา จังหวัดสมุทรปราการ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 27.65 มีคะแนนเฉลี่ยต่ ากว่าคะแนน เฉลี่ยระดับประเทศ 27.83 สังคมและการด ารงชีวิตจังหวัดสมุทรปราการ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 44.49 และมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่า คะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 41.89 การจัดการงานอาชีพ จังหวัดสมุทรปราการ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 48.45 และมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าคะแนน เฉลี่ยระดับประเทศ 47.54 48.45 48.76 47.54 27.65 30.71 27.83 44.49 45.22 41.89 48.45 48.76 47.54 สมุทรปราการ ศธภ. 2 ประเทศ คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบ V-NET ปีการศึกษา 2564 ของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 3 (ปวช.3) การจัดการงานอาชีพ สังคมและ การด ารงชีวิต การคิดและการแก้ปัญหา ภาษาและการสื่อสาร
18 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) ตารางที่ 21 คะแนนเฉลี่ย (Mean) ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอกระบบ โรงเรียน (N-NET) ระดับประถมศึกษา ปีการศึกษา 2564 จ าแนก ตามสาระการเรียนรู้ สาระ ครั้งที่ ประเทศ ศธภ.2 สมุทรปราการ ทักษะการเรียนรู้ ครั้งที่ 1 38.24 41.14 46.25 ครั้งที่ 2 32.81 37.86 42.29 เฉลี่ยรวม 35.61 39.65 44.13 ความรู้พื้นฐาน ครั้งที่ 1 42.35 46.65 46.49 ครั้งที่ 2 41.92 53.71 57.50 เฉลี่ยรวม 42.14 49.85 52.42 การประกอบอาชีพ ครั้งที่ 1 39.83 42.60 51.50 ครั้งที่ 2 40.73 48.21 48.78 เฉลี่ยรวม 40.27 45.15 50.04 ทักษะการด าเนินชีวิต ครั้งที่ 1 43.65 44.87 48.70 ครั้งที่ 2 41.53 48.82 52.61 เฉลี่ยรวม 42.62 46.66 50.79 การพัฒนาสังคม ครั้งที่ 1 48.66 48.97 50.69 ครั้งที่ 2 39.87 46.79 45.20 เฉลี่ยรวม 44.39 47.98 47.73 ภาพรวม ครั้งที่ 1 42.54 44.84 48.73 ครั้งที่ 2 39.37 47.08 49.29 เฉลี่ยรวม 41.00 45.86 49.03
19 จากตารางที่ 21 แสดงคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ปีการศึกษา 2564 จ าแนกตามรายสาระ พบว่า จังหวัดสมุทรปราการ มีคะแนนเฉลี่ยสาระความรู้พื้นฐานสูง ที่สุด ร้อยละ 52.42 และคะแนนเฉลี่ยในภาพรวมร้อยละ 49.03สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 41.00 ตารางที่ 22 คะแนนเฉลี่ย (Mean) ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ปีการศึกษา 2564 จ าแนกตามสาระการเรียนรู้ สาระ ครั้งที่ ประเทศ ศธภ.2 สมุทรปราการ ทักษะการเรียนรู้ ครั้งที่ 1 37.41 42.12 42.96 ครั้งที่ 2 37.22 42.64 43.41 เฉลี่ยรวม 37.32 42.38 43.21 ความรู้พื้นฐาน ครั้งที่ 1 33.67 35.43 34.84 ครั้งที่ 2 34.80 37.71 37.56 เฉลี่ยรวม 34.23 36.56 36.33 การประกอบอาชีพ ครั้งที่ 1 36.47 40.72 40.93 ครั้งที่ 2 38.79 44.67 44.34 เฉลี่ยรวม 37.62 42.68 42.80 ทักษะการด าเนินชีวิต ครั้งที่ 1 39.78 45.33 45.39 ครั้งที่ 2 43.39 49.73 50.38 35.6142.14 40.27 42.62 44.39 39.65 41.0049.85 45.15 46.66 47.98 45.86 44.1352.42 50.04 50.79 47.73 49.03 ทั ก ษ ะ ก า ร เ รี ย น รู้ ค ว า ม รู้ พื้ น ฐ า น ก า ร ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ ทั ก ษ ะ ก า ร ด า เ นิ น ชี วิ ต ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ภ า พ ร ว ม ผ ล ก า รท ด ส อ บท า ง ก า ร ศึ กษ า ร ะ ดับช าติ ด้ าน ก า ร ศึ กษ าน อ ก ร ะ บบโ ร งเ รี ยน (N-NE T) ร ะ ดับป ร ะ ถ ม ศึ กษ า ปี ก า ร ศึ กษ า 2564 จ าแน กต าม ส า ร ะ ก า ร เ รี ยน รู้ ประเทศ ศธภ.2 สมุทรปราการ
20 สาระ ครั้งที่ ประเทศ ศธภ.2 สมุทรปราการ เฉลี่ยรวม 41.57 47.51 48.13 การพัฒนาสังคม ครั้งที่ 1 37.81 41.03 41.18 ครั้งที่ 2 30.54 32.63 33.37 เฉลี่ยรวม 34.21 36.86 36.89 ภาพรวม ครั้งที่ 1 37.02 40.92 41.05 ครั้งที่ 2 36.94 41.47 41.80 เฉลี่ยรวม 36.98 41.19 41.46 จากตารางที่ 22แสดงคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ปีการศึกษา 2564จ าแนกตามรายสาระ พบว่า จังหวัดสมุทรปราการ มีคะแนนเฉลี่ยสาระทักษะการด าเนินชีวิตสูงที่สุด ร้อยละ 48.13และคะแนนเฉลี่ยในภาพรวม ร้อยละ 41.46สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ 36.98 ตารางที่ 23 คะแนนเฉลี่ย (Mean) ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอกระบบ โรงเรียน (N-NET) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปีการศึกษา 2564 จ าแนกตามสาระการเรียนรู้ สาระ ครั้งที่ ประเทศ ศธภ.2 สมุทรปราการ ทักษะการเรียนรู้ ครั้งที่ 1 27.75 30.93 31.89 ครั้งที่ 2 33.52 38.43 38.73 เฉลี่ยรวม 30.73 34.75 35.53 ความรู้พื้นฐาน ครั้งที่ 1 27.37 30.07 30.20 ครั้งที่ 2 30.91 33.59 33.54 37.32 34.23 37.62 41.57 34.21 36.98 42.38 36.56 42.68 47.51 36.86 41.19 43.21 36.3342.80 48.13 36.89 41.46 ทั ก ษ ะ ก า ร เ รี ย น รู้ ค ว า ม รู้ พื้ น ฐ า น ก า ร ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ ทั ก ษ ะ ก า ร ด า เ นิ น ชี วิ ต ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ภ า พ ร ว ม ผ ล ก า ร ท ด ส อ บ ท า ง ก า ร ศึ ก ษ า ร ะ ดั บ ช า ติ ด้ า น ก า ร ศึ ก ษ า น อ ก ร ะ บ บโ ร ง เ รี ย น (N -N E T ) ร ะ ดั บ มั ธ ย ม ศึ ก ษ า ต อน ต้ น ปี ก า ร ศึ ก ษ า 2564 จ า แ น ก ต า ม ส า ร ะ ก า ร เ รี ย น รู้ ประเทศ ศธภ.2 สมุทรปราการ
21 สาระ ครั้งที่ ประเทศ ศธภ.2 สมุทรปราการ เฉลี่ยรวม 29.20 31.86 31.98 การประกอบอาชีพ ครั้งที่ 1 36.64 42.05 46.79 ครั้งที่ 2 32.95 38.20 37.19 เฉลี่ยรวม 34.74 40.09 40.27 ทักษะการด าเนินชีวิต ครั้งที่ 1 32.26 36.36 36.93 ครั้งที่ 2 35.85 41.05 40.35 เฉลี่ยรวม 34.11 38.75 38.75 การพัฒนาสังคม ครั้งที่ 1 30.08 33.09 33.47 ครั้งที่ 2 29.17 31.58 30.99 เฉลี่ยรวม 29.61 32.32 32.15 ภาพรวม ครั้งที่ 1 30.82 34.50 35.26 ครั้งที่ 2 32.48 36.57 36.16 เฉลี่ยรวม 31.67 35.56 35.74 จ ากต า ร างที่ 23 แสดงคะแนนเฉลี่ยผลก า รทดสอบของนักเ รียน ระดับชั้นมั ธยมศึกษา ตอนปลาย ปีการศึกษา 2564 จ าแนกตามรายสาระ พบว่า จังหวัดสมุทรปราการ มีคะแนนเฉลี่ยสาระการ ประกอบอาชีพสูงที่สุด ร้อยละ 40.27 และคะแนนเฉลี่ยในภาพรวม ร้อยละ 35.74 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ย ระดับประเทศ 31.67 30.73 29.20 34.74 34.11 29.61 31.67 34.75 31.8640.09 38.75 32.32 35.53 35.56 31.9840.27 38.75 32.15 35.74 ทั ก ษ ะ ก า ร เ รี ย น รู้ ค ว า ม รู้ พื้ น ฐ า น ก า ร ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ ทั ก ษ ะ ก า ร ด า เ นิ น ชี วิ ต ก า ร พั ฒ น า สั ง ค ม ภ า พ ร ว ม ผ ล ก า รท ด ส อ บท า ง ก า ร ศึ กษ า ร ะ ดับช าติ ด้ าน ก า ร ศึ กษ าน อ ก ร ะ บบโ ร งเ รี ยน (N-NE T) ร ะ ดับมั ธ ยม ศึ กษ าต อ นปล า ย ปี ก า ร ศึ กษ า 2564 จ า แน กต าม ส า ร ะ ก า ร เ รี ยน รู้ ประเทศ ศธภ.2 สมุทรปราการ
22 4) ด้านประสิทธิภาพ (Effciency) ด้านประสิทธิภาพ (Effciency) น าเสนอตัวชี้วัดที่ส าคัญ ได้แก่ สัดส่วนผู้เรียนรัฐเทียบกับเอกชน ปี การศึกษา 2563 จ าแนกตามระดับชั้น ซึ่งจะสะท้อนถึงสัดส่วนของการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาทุกระดับ ระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยค านวณจากจ านวนนักเรียนที่ศึกษาในแต่ละระดับการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดรัฐบาล และจ านวนนักเรียนที่ศึกษาในแต่ละระดับการศึกษาในสถานศึกษาเอกชน ได้แก่ ระดับก่อน ประถมศึกษา ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา (ม.1-6) และระดับอาชีวศึกษา (ปวช. 1-3) รายละเอียด ดังต่อไปนี้ สัดส่วนผู้เรียนรัฐเทียบกับเอกชน ตารางที่ 24 สัดส่วนผู้เรียนรัฐเทียบกับเอกชน ระดับชั้นก่อนประถมศึกษา ถึงระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับ จ านวนผู้เรียน สัดส่วนผู้เรียน รัฐ เอกชน รัฐ ต่อ เอกชน ก่อนประถมศึกษา 21,712 14,763 60 : 40 ประถมศึกษา 52,340 36,065 59 : 41 มัธยมศึกษาตอนต้น 36,182 8,298 81 : 19 มัธยมศึกษาตอนปลาย 27,692 6,186 82 : 18 รวม 137,926 65,312 68 : 32 จากตารางที่ 24 แสดงสัดส่วนผู้เรียนรัฐเทียบกับเอกชน ระดับชั้นก่อนประถมศึกษาถึงระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนปลาย พบว่า ในภาพรวมมีสัดส่วนผู้เรียนรัฐเทียบกับเอกชน 69 : 31 และมีสัดส่วนของผู้เรียน รัฐเทียบกับเอกชนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลายมากที่สุด 83 : 17 2.2 สถานภาพการด าเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา สรุปการติดตามประเมินผลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาในพื้นที่ในรอบปีที่ผ่านมา ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จังหวัดสมุทรปราการ การด าเนินงานการประสานงานและสนับสนุนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัด การศึกษา ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ตามค าสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่สป. 814/2564 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เรื่อง นโยบายการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการประจ าปีงบประมาณพ.ศ. 2565 ในจังหวัดสมุทรปราการ โดยสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาตามนโยบาย ดังต่อไปนี้ 1. ด้านการพัฒนาครูและการจัดการเรียนการสอน 2. ด้านการสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมกับทางสังคม 3. ด้านความร่วมมือ
23 4. ด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา จากการด าเนินการจัดเก็บข้อมูลตามแบบรายงานผลการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัด การศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 2 ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ขอน าเสนอสภาพผลการด าเนินการใน พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ตามประเด็นนโยบายการตรวจราชการ โดยมีรายละเอียดดังนี้ นโยบายที่1 ด้านการพัฒนาครูและการจัดการเรียนการสอน 1.1 การจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนทุกระดับมีส่วนร่วมสร้างสรรค์การเรียนรู้เพื่อให้เกิด สมรรถนะหลัก และพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ (Active Learning) 1) ผลการด าเนินการ โดยภาพรวมของจังหวัดสมุทรปราการ พบว่าหน่วยงานทางการศึกษา และสถานศึกษา ได้ขับเคลื่อนกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนทุกระดับมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ การเรียนรู้เพื่อให้เกิดสมรรถนะหลักและพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ (Active Learning) ซึ่งมี วิธีการแตกต่างกันออกไปตามบริบทของแต่ละหน่วยงาน 2) ปัญหาและอุปสรรค (1) ด้านครูผู้สอน (1.1) ครูผู้สอนขาดประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เนื่องจากเป็น ครูบรรจุใหม่ (1.2) ครูยังขาดความมั่นใจเรื่องการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาสมรรถนะของ ผู้เรียน (1.3) ครูมีภาระงานมาก (1.4) ครูขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning มาประยุกต์ใช้ (2) ด้านการบริหารจัดการ (2.1) จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID -19) ท าให้การ จัดประสบการณ์การปะเมินพัฒนาการไม่ครอบคลุมทุกประเด็น (2.2) ทรัพยากรบุคคลในต าแหน่งการบริหารจัดการงานเอกสารของสถานศึกษา บางแห่ง มีจ านวนไม่เพียงพอ (2.3) ขาดการนิเทศ ติดตาม หรือผู้ให้ค าแนะน าเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning (2.4) รูปแบบการจัดท าและการจัดเก็บเอกสารของแต่ละกิจกรรม มีความแตกต่างกัน จึงท าให้มีความซ้ าซ้อนเกิดขึ้น (3) ด้านสื่อ วัสดุอุปกรณ์ (3.1) อุปกรณ์ เครื่องมือ สื่อการเรียนการสอน ยังไม่เพียงพอต่อการใช้นวัตกรรม ใหม่ ๆ ส าหรับการเรียนการสอน เนื่องจากอุปกรณ์ในการจัดการเรียนการสอนมีเป็นบางห้อง และส่วนใหญ่ครู ต้องการใช้สื่อเพื่อการจัดการเรียนรู้ แต่เมื่ออุปกรณ์ในการสนับสนุนการสอนติดขัด มีโอกาสใช้น้อย (3.2) วัสดุอุปกรณ์ค่อนข้างล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับอุปกรณ์ใหม่ๆ ในปัจจุบัน
24 (4) ด้านอื่น ๆ (4.1) นักเรียนมีความแตกต่างกันด้านพื้นฐานความรู้ ครอบครัว เศรษฐกิจ และ พฤติกรรม ท าให้ความพร้อมในการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน (4.2) การจัดเวลาที่จะส่งเสริมนักเรียนที่ต้องการพัฒนาค่อนข้างติดขัด เพราะ กิจกรรมที่สถานศึกษาจ าเป็นต้องจัดให้ได้ตามที่กระทรวงศึกษาธิการหรือหน่วยงานต้นสังกัดต่าง ๆ ก าหนด ค่อนข้างมาก ท าให้การพัฒนาไม่ต่อเนื่อง นักเรียนจึงเกิดการเบื่อหน่าย ได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร (4.3) จากการจัดการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ในภาคเรียนที่ผ่านมา ท าให้ นักศึกษาขาดวินัยและความเอาใจใส่ในการเรียนและการเข้าร่วมกิจกรรม 3) การแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะ (1) พัฒนาองค์ความรู้ และเทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุกให้กับคุณครู (2) การน าเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนบน digital platform ที่หลากหลายมากขึ้น (3) ควรจัดนิเทศ อบรม แนวทางการจัดการเรียนการสอนให้แก่ครูผู้สอนในสถานศึกษา ให้สามารถปรับวิธีการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียนและมีความยืดหยุ่น (4) ควรปรับลดกิจกรรมพิเศษ เพื่อให้การส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนได้รับการพัฒนา อย่างเต็มที่และพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง (5) ควรปรับกรอบอัตราก าลังของสถานศึกษาในระดับมัธยมศึกษา เนื่องจากปัจจุบัน อัตราก าลังครูผู้สอนหรือบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษามีไม่เพียงพอต่อการจัดการภาระงาน (6) จัดสรรงบประมาณในการสนับสนุนด้านวัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัย ตอบโจทย์ในการใช้จัด การเรียนการสอนแบบ Active Learning ให้กับห้องเรียนทุกห้องทุกชั้นเรียน (7) ลดภาระงาน ลดแบบส ารวจ ลดแบบประเมิน (8) ควรจัดให้เอกชนมีส่วนร่วมในการเข้าร่วมอบรมหรือให้ความรู้ที่ทางภาครัฐจัดเพื่อสนอง นโยบายให้ตรงตามที่รัฐต้องการ (9) มอบหมายผู้รับผิดชอบหลัก ในการด าเนินการจัดท าและจัดเก็บเอกสาร (10) สร้างความตระหนักให้แก่ครูผู้สอน ให้เห็นความส าคัญของการเตรียมพร้อมของระบบ สื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อ การเรียนรู้ ตลอดจนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตให้มีความพร้อมในการจัดการ เรียนรู้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป (11) พัฒนาครูผู้สอนเกี่ยวกับการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนว Active Learning เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์การจัดการเรียนการสอนที่มีความหลากหลาย ให้น าไปปรับใช้ใน สถานศึกษาตนเองได้ต่อไป
25 4) นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการด าเนินงานเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษาที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี (Best Practice) 1) สถานศึกษาในสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ มีการ จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยการจัดค่าย STEM Learning ที่บูรณาการ การเรียนรู้ในรายวิชาต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง 2) สถานศึกษาในสังกัดส านักงานอาชีวศึกษาจังหวัดสมุทรปราการ มีการจัดการเรียน การสอนในรูปแบบของ Flipped classroom 3) ศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดสมุทรปราการ จัดท าสื่อออนไลน์ลงในยูทูบ โดยใช้ Application Animation Stopmotion โดยน าผลงานของผู้เรียนที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์มาผูก เป็นเรื่องราวและผนวกกับหน่วยการเรียนรู้ประจ าเดือน ให้ผู้เรียนทบทวนบทเรียนในหลักการ 3 R 4) ส านักงาน กศน.จังหวัดสมุทรปราการ น านักศึกษาเข้าร่วมโครงการอบรมอาหาร สู่มาสเตอร์เซฟ การท าผัดไทย การท าขนมเปียกปูนกะทิสด และนักศึกษาได้รับการอบรมกฎหมายเยาวชนและ ครอบครัวของส านักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด สมุทรปราการ 1.2 การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองให้มีความทันสมัยและสอดรับกับ วิถีใหม่เหมาะสมกับวัยของผู้เรียนควบคู่กับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นและการเสริมสร้างวิถีชีวิต ของความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง 1) ผลการด าเนินการ โดยภาพรวมจังหวัดสมุทรปราการพบว่า หน่วยงานทางการศึกษา และ สถานศึกษา ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองให้มีความทันสมัย และสอดรับกับวิถีใหม่เหมาะสมกับวัยของผู้เรียนควบคู่กับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น และการ เสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง โดยส่วนใหญ่จะบูรณาการกับกิจกรรมการเรียนการสอน ในชั่วโมงวิชาประวัติศาสตร์วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม พร้อมสอดแทรกหน้าที่ ความเป็นพลเมืองที่ ดีให้กับผู้เรียนทุกระดับชั้นในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมหน้าเสาธง และจัดกิจกรรมภายใต้ โครงการของหน่วยงานและสถานศึกษา 2) ปัญหาและอุปสรรค (1) ด้านครูผู้สอน (1.1) ครูขาดการพัฒนาเทคนิคและวิธีการจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับวิชา ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองให้น่าสนใจ (1.2) จ านวนชั่วโมงสอนที่ก าหนดไว้ในหลักสูตร 1 ชั่วโมง น้อยเกินไป (1.3) ครูผู้สอนมีภาระงานมาก (2) ด้านการบริหารจัดการ (2.1) ความหลากหลายของกระบวนการจัดการ ท าให้การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ทาง ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองถูกจ ากัดอยู่เฉพาะกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส่งผลให้การขับเคลื่อนการด าเนินการด้านประวัติศาสตร์แบบองค์รวมมีข้อจ ากัด
26 (2.2) ขาดการมีส่วนร่วมระหว่างปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ปกครอง สถานศึกษาและผู้เรียน ในการสร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับการสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองให้มีความทันสมัยในสังคมอย่างสงบสุข (2.3) ขาดการมีส่วนร่วมระหว่างปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ปกครอง สถานศึกษาและผู้เรียน ในการสร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับการสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองให้มีความทันสมัย (3) ด้านสื่อ วัสดุอุปกรณ์ (3.1) ขาดสื่อ เทคโนโลยี วัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัยมาสนับสนุนการจัดการเรียนการ สอนประวัติศาสตร์วิถีใหม่ (3.2) บริเวณที่ตั้งของสถานศึกษาขาดแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นที่ น่าสนใจ (4) ด้านอื่น ๆ (4.1) ขาดการมีส่วนร่วมระหว่างปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ปกครอง สถานศึกษาและผู้เรียน ในการสร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับการสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองให้มีความทันสมัย (4.2) นักเรียน/นักศึกษา ขาดความตระหนักในการเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ และ หน้าที่พลเมือง (4.3) ข้อจ ากัดความสามารถข้อผู้เรียน เนื่องจากพยาธิสภาพของโรค 3) การแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะ (1) สร้างสื่อและด าเนินการจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักเรียน/ นักศึกษา (2) สถานศึกษา และครูผู้สอนร่วมกันวางแผน ปรับปรุง และจัดสรรระยะเวลาในการเรียน การสอนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองให้สอดคล้องกับเนื้อหาการเรียนรู้ (3) สร้างเครือข่ายกับชุมชนท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมความรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น 4) นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการด าเนินงานเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน ประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมืองให้มีความทันสมัยและสอดรับกับวิถีใหม่เหมาะสมกับวัยของผู้เรียนควบคู่ กับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นและการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง ที่คิดว่า เป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี (Best Practice) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการและสถานศึกษาในสังกัด มีการ ขับเคลื่อนการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์โดยการจัดตั้งศูนย์วิชาการด้านสังคมศึกษาและประวัติศาสตร์ใน โรงเรียนที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้เพื่อให้เป็นโรงเรียนแกนน าในการให้ความรู้ด้านการจัดกระบวนการ เรียนรู้วิชาสังคมศึกษาและประวัติศาสตร์ แก่โรงเรียนอื่น ๆ ในสังกัด 1.3 การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกประเภทให้มีสมรรถนะ ทางภาษาและดิจิทัล รวมทั้งการจัดการเรียนการสอน 1) ผลการด าเนินการ โดยภาพรวมของจังหวัดสมุทรปราการพบว่า หน่วยงานทางการศึกษา และสถานศึกษาได้พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีสมรรถนะทางภาษาและ ดิจิทัล รวมทั้งการจัดการเรียนการสอน โดยได้ก าหนดเป็นโยบายส าคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่มุ่งเน้น
27 พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัลรวมทั้งการ จัดการเรียนการสอน และได้ด าเนินการภายใต้กิจกรรมและโครงการที่หน่วยงานทางการศึกษาจัดท าขึ้น และมี การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาจากหน่วยงานต้นสังกัด 2) ปัญหาและอุปสรรค (1) ด้านครูผู้สอน (1.1) ครูและบุคลากรขาดการพัฒนาทักษะทางด้านภาษาอย่างต่อเนื่อง (1.2) การพัฒนาทักษะทางดิจิทัลนั้น ครูผู้สอนแต่ละท่านมีพื้นฐานและทักษะทาง ดิจิทัลที่แตกต่างกันจึงท าให้ครูผู้สอนต้องใช้เวลามากในการพัฒนา (2) ด้านการบริหารจัดการ (2.1) ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัลค่อนข้างสูง (2.2) ช่วงเวลาการจัดอบรมมีน้อย และตรงกับช่วงเวลาที่มีการจัดการเรียนการสอน ออนไซต์ (3) ด้านสื่อ วัสดุอุปกรณ์ (3.1) ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการด าเนินงานตามนโยบาย (3.3) ขาดสื่อและอุปกรณ์การเรียนรู้ที่เพียงพอกับความต้องการ และอุปกรณ์ที่ใช้ งานล้าสมัย ไม่รองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี (4) ด้านอื่น ๆ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID19) ท าให้การด าเนินงานบางกิจกรรมต้องปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้เป็นไปตามสถานการณ์ของกระทรวง สาธารณสุข 3) การแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะ (1) ร่วมกันหาแนวทางในการจัดสรรเวลาส าหรับการพัฒนาสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัล ให้กับครูในสังกัด ให้คุณครูได้มีเวลาว่างมากขึ้นส าหรับการพัฒนาตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เป็นภาระ ให้เหนื่อยยากเกินไป (2) ด้านครูผู้สอน และด้านการบริหารจัดการ สามารถแก้ปัญหาร่วมกันได้โดยแบ่งกลุ่ม ครูผู้สอนกระจายครูที่มีความสามารถด้านภาษาและดิจิทัลที่ดี ไปยังกลุ่มย่อยต่างๆ เพื่อให้ครูมีความสามารถ ด้านภาษาและดิจิทัลที่ดีเป็นโค้ชสนับสนุนการพัฒนา คอยให้ค าแนะน าเพื่อดึงศักยภาพด้านภาษาและดิจิทัลแก่ ครูทุกคนในกลุ่ม (3) ปรับปรุง สนับสนุนสื่อและอุปกรณ์กระบวนการเรียนรู้ที่เพียงพอกับความต้องการของ ผู้เรียน
28 4) นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการด าเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพ ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกประเภทให้มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัล รวมทั้งการจัดการเรียนการ สอนที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี (Best Practice) (1) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการและสถานศึกษาในสังกัด มีแนวทางการด าเนินงานในการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกประเภทให้มี สมรรถนะทางภาษาและดิจิทัลที่สามารถเป็นแบบอย่างได้ โดยการจัดตั้งศูนย์พัฒนาศักยภาพครูและบุคคล ทางการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center : HCEC) เพื่อเป็นศูนย์กลางพัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดให้มีสมรรถนะทางวิชาชีพและสมรรถนะที่เหมาะสมในศตวรรษที่ 21 นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางในการทดสอบทักษะด้านภาษาอังกฤษ (English Literacy) และทักษะด้าน เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) ซึ่งถือว่าเป็นทักษะพื้นฐานในสมรรถนะมาตรฐานวิชาชีพครู (2) ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจ าจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดท าสื่อการเรียนการสอน ออนไลน์ผ่าน Youtube Channel “ศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดสมุทรปราการ ศกศ.สป.” โดยให้ครูแต่ละ ท่านได้ออกแบบการเรียนสอน และให้ทีมครูที่มีความสามารถด้านภาษาและดิจิทัลที่ดี เป็นผู้ช่วยในการให้ ค าแนะน า ถ่ายท าวีดิโอ ตัดต่อและอัปโหลดน าเสนอผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ 1.4 การขับเคลื่อนศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) และศูนย์บริหาร เครือข่ายการผลิตและพัฒนาก าลังคนอาชีวศึกษา (Center of Vocational Manpower Networking Management: CVM) 1) ผลการด าเนินการ โดยภาพรวมของจังหวัดสมุทรปราการพบว่า สถานศึกษาในสังกัดส านักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้ขับเคลื่อนศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) และ ศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนาก าลังคนอาชีวศึกษา (Center of Vocational Manpower Networking Management: CVM) โดยด าเนินงานตามคู่มือและขั้นตอนของส านักงานคณะกรรมการการ อาชีวศึกษา ซึ่งแต่ละสถานศึกษามีการด าเนินงานตามความเชี่ยวชาญของสถานศึกษาและบริบทพื้นที่ความ ต้องการทรัพยากรบุคลในพื้นที่นั้นๆ 2) ปัญหาและอุปสรรค (1) ด้านครูผู้สอน ผู้สอนยังไม่ทราบแนวทางในการปฏิบัติงานส าหรับสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน (2) ด้านการบริหารจัดการ ไม่มี (3) ด้านสื่อ วัสดุอุปกรณ์ ขาดห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ครุภัณฑ์/อุปกรณ์ สื่อ ในการจัดการเรียนการสอนที่ ทันสมัย (4) ด้านอื่น ๆ ขาดงบประมาณสนับสนุนจากส่วนงานบริหาร
29 3) การแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะ (1) ขอทราบแนวทางปฏิบัติและค าแนะน าในการด าเนินงานจากต้นสังกัด (สอศ.) (2) ควรสนับสนุนให้ผู้เรียน ได้รับการพัฒนาทักษะทางวิชาชีพ และเพิ่มประสบการณ์จริงมาก ยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนสามารถน าไปประยุกต์ใช้และต่อยอดในการเป็นผู้ประกอบการได้ (3) จัดท าค าของบประมาณจากหน่วยงานต้นสังกัดและงบประมาณจากองค์การบริหารส่วน จังหวัด (อบจ.) 4) นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการด าเนินงานเกี่ยวกับการจัดการสถานศึกษา ภายใต้ศูนย์ความ เป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) และศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนาก าลังคน อาชีวศึกษา(Center of Vocational Manpower Networking Management : CVM) ที่คิดว่าเป็น ต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี (Best Practice) (1) มีนโยบายพัฒนาความเป็นเลิศทางอาชีวศึกษา ผลิตนักเรียน นักศึกษา สอดคล้องกับ ความต้องการของตลาดแรงงานและสถานประกอบการในเขตจังหวัดสมุทรปราการ โดยจัดการเรียนการสอน หลักสูตร English Program ด าเนินการลงนามความร่วมมือกับสถาบันทางการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ และจัดอบรมภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ให้กับครูและนักเรียนนักศึกษา (2) มีการด าเนินการศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) ในกลุ่ม ทั่วไปประกอบด้วย สาขาวิชาเครื่องกล, สาขาวิชาช่างก่อสร้าง, สาขาวิชาช่างเชื่อมโลหะ สาขาวิชาเทคนิค ควบคุมและซ่อมบ ารุงตู้รถไฟ กลุ่มเชี่ยวชาญเฉพาะ (Expert) ประกอบด้วย สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์, สาขาวิชาช่างกลโรงงาน กลุ่มความเป็นเลิศ (Excellent Center) ประกอบด้วย สาขาวิชาช่างอากาศยาน 1.5 ความปลอดภัยของผู้เรียน โดยการสร้างสถานศึกษาปลอดภัย และบริหารจัดการเชิงบูรณา การในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 1) ผลการด าเนินการ โดยภาพรวมของจังหวัดสมุทรปราการพบว่า หน่วยงานทางการศึกษาได้ ด าเนินการบริหารจัดการเพื่อการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID–19) ตามมาตรกา รป้องกันของก รมอน ามัย กระทรวงสาธารณสุข และแนวปฏิบัติ ของ กระทรวงศึกษาธิการสามารถจัดการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน โดยค านึงถึงความปลอดภัยของ นักเรียนเป็นส าคัญ 2) ปัญหาและอุปสรรค (1) ด้านครูผู้สอน (1.1) ครูที่ปรึกษายังขาดความเข้าใจในการใช้ระบบ moe safety center (1.2) ครูและบุคลากร ยังขาดความตระหนักในการปฏิบัติหน้าที่ในการดูแล รักษา ความปลอดภัยของสถานศึกษา (1.3) ครูติดเชื้อโควิด 19 เนื่องจากต้องลงพื้นที่ประสานการจัดกิจกรรมต่างๆ (2) ด้านการบริหารจัดการ (2.1) ขาดงบประมาณในการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ส าหรับนักศึกษา
30 (2.2) การเบิกจ่ายอุปกรณ์ในการท าความสะอาด ฆ่าเชื้อ หน้ากาก ATK ใช้เวลานาน ในช่วงเชื้อระบาดจะหาอุปกรณ์ยาก ท าให้บางช่วงขาดอุปกรณ์ตรวจเชื้อ (2.3) ความไม่เสถียรของ Application MOE Safety Center ซึ่งเป็นเครื่องมือและ ระบบส าคัญในการบริหารข้อมูลเพื่อการช่วยเหลือ (3) ด้านสื่อ วัสดุอุปกรณ์ (3.1) ขาดงบประมาณในการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ส าหรับนักเรียนและนักศึกษา (3.2) ระบบ MOE Safety Center ที่ก าหนดให้สถานศึกษาลงทะเบียนเข้าใช้งานใน บางครั้งมีความไม่เสถียร และมีขั้นตอน ฟังก์ชันการใช้งานที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดูแลระบบยังไม่มี ความรู้ความเข้าใจในการใช้งาน (4) ด้านอื่น ๆ (4.1) ผู้เรียนไม่สามารถปฏิบัติตาม 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC) , 6 มาตรการ เสริม (SSET-CQ) และแนวทาง 7 มาตรการเข้มส าหรับสถานศึกษา ได้ในบางหัวข้อ เช่น การสวมหน้ากาก 100% ตลอดเวลาในสถานศึกษา (4.2) บริบทของชุมชนอยู่ในเขตอุตสาหกรรม ท าให้การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มีความเสี่ยงสูง 3) การแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะ (1) เห็นควรให้มีการสนับสนุนงบประมาณเพื่อด าเนินการในการจัดซื้อชุดตรวจคัดกรองหา เชื้อด้วย ATK และอุปกรณ์ในการควบคุมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาทิ เช่น ชุดPPE เฟสชิลล์ แอลกอฮอล์ เจลล้างมือ ถุงมือ ถังขยะ ถุงขยะส าหรับเก็บขยะอันตราย เป็นต้น (2) ครูที่ปรึกษาควรให้ความรู้ ค าแนะน ากับนักเรียนในการป้องกันการแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นประจ าทุกวัน ติดตามข้อมูลข่าวสารการแพร่ระบาดของเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือ (3) บุคลากรมีการพูดคุย วางแผน และประชุมอย่างต่อเนื่อง ท าให้เกิดการรับรู้ ความเข้าใจ และสามารถด าเนินงานตามโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4) นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการด าเนินงานเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้เรียนโดยการสร้าง สถานศึกษาปลอดภัย ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี (Best Practice) (1) สถานศึกษาในสังกัดส านักงานอาชีวศึกษาจังหวัดสมุทรปราการปฏิบัติตามมาตรการ Sandbox Safety Zone in School ตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขก าหนด โดยจัดให้มีจุดคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ มีแผนเผชิญเหตุ เพื่อรองรับนักเรียน นักศึกษา จัดการเรียนการสอนโดยให้ผู้เรียนมีการเว้น ระยะห่าง หรือมีฉากกั้นในห้องปฏิบัติการแบ่งการรับประทานอาหารของนักเรียนเป็นรอบ ๆ เพื่อลดการแออัด และจัดให้มีการตรวจ ATK อย่างต่อเนื่อง ไม่พบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ในสถานศึกษา (2) ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจ าจังหวัดสมุทรปราการ จัดท าโครงการการป้องกันการแพร่ ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า – 2019 เป็นโครงการที่จัดให้มกระบวนการในการเตรียมความพร้อมก่อนการเปิด
31 เรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า – 2019 และเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติด้านสุขอนามัยส่วนบุคคลและครอบครัว รวมถึงการ ส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากร นโยบายที่2 ด้านการสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมกับทางสังคม 2.1 การค้นหาเด็กวัยเรียนหลุดจากระบบการศึกษาและติดตามให้ความช่วยเหลือเข้าสู่ระบบ การศึกษา 1) ผลการด าเนินการ โดยภาพรวมของจังหวัดสมุทรปราการ พบว่า หน่วยงานทางการศึกษาได้ ด าเนินการการค้นหาเด็กวัยเรียนหลุดจากระบบการศึกษาและติดตามให้ความช่วยเหลือเข้าสู่ระบบการศึกษา ซึ่งสามารถค้นหาเด็กหลุดจากระบบและช่วยเหลือให้เข้าสู่ระบบได้จ านวนมาก แต่ก็ยังคงมีเด็กวัยเรียนที่ค้นหา ไม่พบ และรอการช่วยเหลือให้เข้าสู่ระบบอีกจ านวนหนึ่ง 2) ปัญหาและอุปสรรค (1) เนื่องจากประชากรในจังหวัดสมุทรปราการ มีประชากรแฝงจ านวนมาก ท าให้เกิดการย้าย ถิ่นฐานบ่อย มีผลต่อการติดตามตัวนักเรียน เนื่องจากนักเรียนย้ายถิ่นฐานไปตามผู้ปกครอง (2) สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ท าให้การติดตาม ค้นหาเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคัน เป็นไปได้ล่าช้า และยากล าบาก (3) ปัญหาความยากจนและปัญหาครอบครัวหย่าร้าง (4) สถานศึกษาเอกชนขาดงบประมาณในการออกติดตาม หรือเยี่ยมบ้านนักเรียน 3) การแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะ (1) สืบค้นข้อมูลนักเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และสอบถามข้อมูลนักเรียนที่ยังไม่จบ หลักสูตรหรือขาดเรียนนาน จากเพื่อนร่วมชั้นเรียนซึ่งปัจจุบันก าลังเรียนอยู่ในสถานศึกษา (2) ด าเนินการจัดหาทุนเพื่อการศึกษา (3) ครูประจ าชั้นติดต่อกับผู้ปกครองอยู่เสมอ และด าเนินการเก็บข้อมูลรายบุคคลของ นักเรียนไว้เพื่อการประสานงานด้านการศึกษากับนักเรียนและผู้ปกครอง 4) นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการด าเนินงานเกี่ยวกับการค้นหาเด็กวัยเรียนหลุดจากระบบ การศึกษาและติดตามให้ความช่วยเหลือเข้าสู่ระบบการศึกษา ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี (Best Practice) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการและสถานศึกษาในสังกัดด าเนินการ ติดตามนักเรียนที่ออกกลางคัน ผ่านระบบ “พาน้องกลับมาเรียน” โดยประสานโรงเรียนในสังกัดในการส ารวจ และรวบรวมข้อมูลนักเรียนที่ออกกลางคันทั้งหมด รวมถึงลงพื้นที่เพื่อพูดคุยกับครอบครัวและนักเรียนที่หลุด ออกจากระบบการศึกษา กลางคัน เพื่อให้ความช่วยเหลือและน าพานักเรียนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ส าหรับ กรณีที่ติดตามพบตัวนักเรียนออกกลางคันแต่นักเรียนไม่ประสงค์กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาของโรงเรียนเดิม ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ จะให้ค าแนะน าในเรื่องการประกอบอาชีพและเข้า ศึกษาต่อในระบบการศึกษาของ กศน. หรือสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน
32 2.2 การดูแลเด็กปฐมวัย ด้วยการส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้พัฒนาการสมวัยได้รับ โอกาสทางการศึกษาทั้งในและนอกระบบการศึกษา 1) ผลการด าเนินการ โดยภาพรวมของจังหวัดสมุทรปราการพบว่า หน่วยงานทางการศึกษาได้ ด าเนินการส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้พัฒนาการสมวัยได้รับโอกาสทางการศึกษาทั้งในและนอก ระบบการศึกษา ทั้งผู้เรียนปกติและผู้เรียนที่มีความบกพร่อง ซึ่งผู้เรียนปกติมีผลการประเมินพัฒนาการด้าน ร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญาผ่านเกณฑ์การประเมินพัฒนาการคุณภาพระดับ 3 ทั้ง 4 ด้าน เป็นส่วนมาก 2) ปัญหาและอุปสรรค (1) จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID -19) ท าให้การจัด ประสบการณ์และการประเมินพัฒนาการไม่ครอบคลุมทุกประเด็น (2) ศูนย์การศึกษาพิเศษของจังหวัดสมุทรปราการมีหน่วยบริการอ าเภอเมืองเพียงหน่วยเดียว ไม่เพียงพอต่อการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ทั่วถึง ท าให้ผู้เรียนบางส่วนเกิดปัญหาการขาดเรียน การออกกลางคัน หรือไม่สามารถติดตามได้ ประสิทธิภาพการศึกษาจึงลดลง ท าให้การวางแผนการจัดการศึกษา การวัดและ ประเมินผลเกิดความคลาดเคลื่อนและคุณภาพทางการเรียนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย (3) ครูผู้สอนขาดประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เนื่องจากเป็นครูบรรจุใหม่ 3) การแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะ (1) การน าเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน (2) จัดอบรมให้ความรู้ครูผู้สอนระดับปฐมวัยในการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาตนเอง 4) นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการด าเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนปฐมวัยในสถานศึกษา ของท่าน ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี(Best Practice) แนวทางการร่วมมือกัน MOU ระหว่างศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจ าจังหวัดสมุทรปราการและ โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ จังหวัดกรุงเทพมหานครฯ เพื่อสร้างห้องเรียนคู่ขนานในศูนย์ฯ เพื่อให้นักเรียน สามารถเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้นในจังหวัดสมุทรปราการ และยังคงด าเนินงานอย่างต่อเนื่องในการส่งต่อตาม โครงการส่งต่อนักเรียนเข้าสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้นหรือการอาชีพหรือการด าเนินชีวิตในสังคมตามศักยภาพ ของแต่ละบุคคล มีการน าเทคโนโลยีนวัตกรรม มาใช้ในการจัดท าเกมการศึกษาด้วยโปรแกรม Wordwall นางสาวพุทธรักษา ชลาลัย โรงเรียนวัดบาหญ้าแพรก สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สมุทรปราการ เขต 1 เพื่อประกอบการเรียนรู้ของผู้เรียนปฐมวัย 2.3 การสร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพส าหรับคนพิการและผู้ด้อยโอกาสและ ผู้เรียนที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษทั้งในและนอกระบบการศึกษา 1) ผลการด าเนินการ โดยภาพรวมของจังหวัดสมุทรปราการพบว่า หน่วยงานทางการศึกษาได้ด าเนินการสร้าง โอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพส าหรับคนพิการและผู้ด้อยโอกาสและผู้เรียนที่มีความต้องการ จ าเป็นพิเศษ การศึกษา โดยแต่ละแห่งมีระดับความพร้อมในการด าเนินการที่ต่างกัน เนื่องจากขาดแคลนเงิน
33 สนับสนุนและบุคลากรที่มีความรู้เฉพาะทาง ในขณะที่ศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดสมุทรปราการสามารถ จัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับความต้องการพิเศษของแต่ละประเภทความพิการ มีการคัดกรอง มีการ จัดท าแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program : IEP) ส าหรับเด็กพิการเรียน รวม 9 ประเภท ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) ปัญหาและอุปสรรค (1) นักเรียนได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจน (ทุนเสมอภาค) เป็นรายบุคคล จ านวนน้อยเกินไป ท าให้นักเรียนที่ด้อยโอกาสได้รับทุนไม่ครบทุกคน (2) สถานศึกษาหลายแห่งขาดแคลนผู้ดูแลเฉพาะทาง (3) ผู้ปกครองบางส่วนขาดความรู้ ความเข้าใจและมีเจตคติที่ไม่ดีต่อความบกพร่องของเด็ก และการส่งเด็กเข้ารับการพัฒนาในสถานศึกษา 3) การแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะ (1) ควรจัดหาทุนสนับสนุนให้นักเรียนที่พลาดโอกาสรับทุนเสมอภาคตามระดับความจ าเป็น (2) สร้างเครือข่ายการท างานร่วมกันในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานด้าน การสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เกิดผลชัดเจน 4) นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการด าเนินงานเกี่ยวกับการสร้างโอกาสและการเข้าถึงการศึกษา ที่มีคุณภาพส าหรับคนพิการและผู้ด้อยโอกาสและผู้เรียนที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษ ทั้งในและนอกระบบ การศึกษาที่ท่านคิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี(Best Practice) (1) ศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดสมุทรปราการ จัดท าแผนการจัดการศึกษาเฉพาะ บุ ค ค ล ( Individualized Education Program : IEP) แ ล ะ แ ผ น ก า ร ส อ น ร า ย บุ ค ค ล ( Individual Implementation Plan : IIP ) ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยส าหรับเด็กที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษ อายุ แรกเกิด ถึง ๖ ปี ปรับประยุกต์หลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาและท้องถิ่นสามารถน าไป ปฏิบัติได้จริง โดยมีการท าแบบปรับปรุงทบทวนแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลเทอมละ 2 ครั้ง (2) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการและสถานศึกษาในสังกัดมี แนวทางการด าเนินงานที่สามารถเป็นแบบอย่างได้ ดังนี้ 1) สถานศึกษาบางแห่งจัดตั้งกองทุนเพื่อรับบริจาคเงิน ช่วยเหลือให้แก่นักเรียนด้อยโอกาสและนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษที่พลาดโอกาสรับทุนเสมอภาค 2) มีการ อบรมให้ความรู้แก่คุณครูเพื่อสร้างความเข้าใจในการดูแลนักเรียนด้อยโอกาสและนักเรียนที่มีความต้องการ พิเศษ นโยบายที่3 ด้านความร่วมมือ 3.1 การจัดการศึกษาแบบทวิภาคีสู่คุณภาพมาตรฐาน ผ่านศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่ 1) ผลการด าเนินการ โดยภาพรวมจังหวัดสมุทรปราการพบว่า สถานศึกษาในสังกัดส านักงาน อาชีวศึกษาจังหวัดสมุทรปราการได้ด าเนินการจัดการศึกษาแบบทวิภาคีสู่คุณภาพมาตรฐาน ผ่านศูนย์ อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่ มีการท าความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับสถานประกอบการที่หลากหลาย เพื่อให้สอด รับกับความต้องการของผู้เรียน และตลาดแรงงาน และได้รับการสนับสนุนจากสถานประกอบการ ในการ จัดการเรียนการสอนร่วมกัน มีการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถานประกอบการ รวมทั้งมีการประเมินคุณภาพ
34 ผู้ส าเร็จการศึกษาตามเกณฑ์การประเมิน และโครงสร้างหลักสูตรของสถานศึกษา ภายใต้ส านักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา และผู้ส าเร็จการศึกษามีสมรรถนะวิชาชีพเป็นไปตามความต้องการของสถาน ประกอบการ และสามารถเป็นผู้ประกอบการเองได้ 2) ปัญหาและอุปสรรค (1) สถานศึกษาเอกชนมีข้อจ ากัดในด้านครุภัณฑ์ หรือไม่มีเอกสารครุภัณฑ์มาตรฐานที่ชัดเจน จากต้นสังกัด และข้อจ ากัดด้านห้องเรียนต้องไม่เกินความจุฯ ท าให้เป็นอุปสรรคในการขอขยายสาขา (2) จ านวนผู้เรียนลดลงไม่เพียงพอกับความต้องการของสถานประกอบการ 3) การแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะ (1) มีการจัดฝึกอบรมให้ความรู้กับครูฝึกในสถานประกอบการร่วมกับครูนิเทศ (2) งานทวิภาคี จัดเตรียมแบบฟอร์มบันทึกข้อความขอเปลี่ยนที่ฝึกงานให้บริการกับนักเรียน/ นักศึกษา (3) ให้นักเรียน/นักศึกษา ที่ประสงค์แจ้งขอเปลี่ยนสถานที่ฝึกงานติดต่องานทวิภาคีขอรับ แบบฟอร์มบันทึกข้อความขอเปลี่ยนที่ฝึกงาน โดยติดต่อผ่านครูนิเทศ/หัวหน้าแผนกวิชา/งานทวิภาคี/รองฝ่าย วิชาการ/ผู้อ านวยการ เพื่อแสดงเจตจ านงในการขอเปลี่ยนที่ฝึกงาน โดยให้ระบุปัญหาและอุปสรรคที่เจอใน สถานฝึกงานที่เดิม และแจ้งความประสงค์ที่จะไปฝึกงานที่ใหม่ 4) นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการด าเนินงานเกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี สู่คุณภาพมาตรฐาน ผ่านศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่ ที่คิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี (Best Practice) สถานศึกษาในสังกัดส านักงานอาชีวศึกษาจังหวัดสมุทรปราการมีการท าความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับสถานประกอบการที่หลากหลาย เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของผู้เรียน และตลาดแรงงาน และ ได้รับการสนับสนุนจากสถานประกอบการ ในการจัดการเรียนการสอนร่วมกัน 3.2 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกช่วงวัย โดยการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย และสร้างการเรียนรู้ ตลอดชีวิต เพื่อการพัฒนาทักษะอาชีพ โดยการเพิ่มพูนทักษะ (Re-skill) พัฒนาทักษะ (Up skill) และการ เรียนรู้ทักษะใหม่ (New skill) 1) ผลการด าเนินการ โดยภาพรวมของจังหวัดสมุทรปราการ พบว่า หน่วยงานทางการศึกษาได้ ด าเนินการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกช่วงวัย โดยการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย และสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อการพัฒนาทักษะอาชีพ โดยการเพิ่มพูนทักษะ (Re-skill) พัฒนาทักษะ (Up skill) และการเรียนรู้ทักษะ ใหม่ (New skill) ตามความพร้อมของแต่ละสถานศึกษา ทั้งในด้านหลักสูตรและด้านการพัฒนา 2) ปัญหาและอุปสรรค (1) ด้านครูผู้สอน ขาดบุคลากรที่มีความช านาญเฉพาะด้านในแต่ละหลักสูตร (2) ด้านการบริหารจัดการ ระยะเวลาในการพัฒนาไม่สัมพันธ์กับงบประมาณที่จัดสรร และ นโยบายขาดความต่อเนื่อง (3) วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือในการพัฒนาไม่เพียงพอ และไม่ทันสมัย (4) นักเรียนไม่มีเวลาในการฝึกซ้อม เนื่องจากมีภารงานที่ได้รับมอบหมายจากครูประจ าวิชา
35 3) การแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะ (1) จัดการประชุมครูแต่ละระดับชั้น เพื่อวางแผนและก าหนดภารงานร่วมกันของครูประจ า วิชา แต่ละระดับชั้น และก าหนดเกณฑ์ประเมินชิ้นงาน/ภารงาน ให้เวลาเรียนนักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขัน (2) จัดตารางการฝึกซ้อมและจัดสวัสดิการเพื่อเป็นก าลังใจ สนับสนุนการจัดกิจกรรม (3) ควรจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในการจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ ให้เพียงพอ 4) นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการด าเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกช่วงวัยโดย การจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย และสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อการพัฒนาทักษะอาชีพ โดยการเพิ่มพูน ทักษะ (Re-skill) พัฒนาทักษะ (Up skill) และการเรียนรู้ทักษะใหม่ (New skill) ที่คิดว่า เป็นต้นแบบ หรือแบบอย่างที่ดี (Best Practice) ห้องเรียนเตรียมความพร้อมพื้นฐานอาชีพ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจ าจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดท าสื่อการเรียนการสอนเช่น รูปภาพของจริง การสาธิตและการปฏิบัติโดยออนไลน์ผ่าน youtube channel ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจ าจังหวัดสมุทรปราการ ศกศ.สป. โดยให้ครูแต่ละท่านได้ออกแบบการ เรียนสอน และให้ทีมครูที่มีความสามารถด้านภาษาและดิจิทัลที่ดี เป็นผู้ช่วยในการให้ค าแนะน า ถ่ายท าวีดีโอ ตัดต่อ และอัปโหลดน าเสนอผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ และจัดส่งผลงานกลุ่มไลน์ผู้ปกครองห้องเรียนเตรียม ความพร้อมพื้นฐานอาชีพ นโยบายที่ 4 ด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 4.1 การน านวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษาทุกระดับการศึกษาที่เน้น การมีส่วนร่วม และการส่งเสริมการฝึกทักษะดิจิตอลในชีวิตประจ าวัน 1) ผลการด าเนินการ โดยภาพรวมของจังหวัดสมุทรปราการ พบว่า หน่วยงานทางการศึกษาได้น านวัตกรรมและ เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษาทุกระดับการศึกษาที่เน้นการมีส่วนร่วมและการส่งเสริมการฝึก ทักษะดิจิทัลในชีวิตประจ าวัน ส่งเสริมการน าเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) มาใช้เป็นเครื่องมือ ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนใน รูปแบบอื่นๆ เช่น หลักสูตรออนไลน์หลักสูตรอบรมปฏิบัติการ ออนไลน์การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ขับเคลื่อนนโยบายแพลตฟอร์มด้านการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ DEEP (Digital Education Excellence Platform) การส่งเสริม การจัดการด้วยสื่อการสอนจาก DLTV จัดการเรียนการสอน ในรูปแบบออนไลน์ในหลากหลายรูปแบบ ผ่าน Google Meet, Zoom หรือ การจัดท าวิดีโอการสอนลงใน Youtube จัดท า/น านวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษา 2) ปัญหาและอุปสรรค (1) ด้านครูผู้สอน (1.1) ครูขาดการพัฒนาในการจัดท าสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย (1.2) ครูมีภาระงานมากขึ้น บางโรงเรียนต้องจัดการเรียนการสอนในหลายรูปแบบ และครูจ าเป็นต้องสอนเนื้อหาเดิมซ้ า
36 (1.3) การควบคุมชั้นเรียนในรูปแบบออนไลน์เป็นไปได้ยาก เช่น นักเรียนไม่สนใจ นักเรียนไม่เปิดกล้อง (2) ด้านผู้เรียน (2.1) ผู้เรียนขาดความพร้อมในการเข้าถึงการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว (2.2) สภาพแวดล้อมที่บ้านไม่เอื้อต่อการเรียน (3) ด้านสื่อ วัสดุอุปกรณ์ (3.1) เครื่องคอมพิวเตอร์บางโรงเรียนไม่เพียงพอต่อจ านวนนักเรียน (3.2) อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ได้รับจัดสรร ล้าสมัย ไม่รองรับโปรแกรมใหม่ๆ 3) การแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะ (1) การพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีจ าเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถเฉพาะด้าน และควรมีการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะทางด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง (2) ควรมีการจัดสรรคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบที่ทันสมัยให้ครอบคลุมทุกโรงเรียน (3) ผู้บริหารโรงเรียนและครูร่วมมือกันในการก าหนดเป้าหมายในการจัดการเรียนรู้ที่ต้องการ ให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนเพื่อการพัฒนาผู้เรียนให้มากขึ้น 4) นวัตกรรม/รูปแบบ/แนวทางการด าเนินงานเกี่ยวกับการน านวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษาทุกระดับการศึกษาที่เน้นการมีส่วนร่วม และการส่งเสริมการฝึกทักษะ ดิจิทัลในชีวิตประจ าวัน ที่ท่านคิดว่าเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี (Best Practice) ศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดรูปแบบการศึกษาแบบผสมผสาน รูปแบบการเรียนการสอน Online, On-Hand และ On-Demand เข้าด้วยกัน เพื่อแก้ไขปัญหาในช่วง สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยค านึงถึงความแตกต่างเฉพาะบุคคลของผู้เรียน พร้อม จัดท าสื่อ ใบงาน และเอกสารต่างๆ ส่งให้กับผู้ปกครอง (On Hand) จากนั้นใช้วิธีการสอน Online ควบคู่กับสื่อ ใบงาน ที่ผู้สอนจัดส่งให้ แต่ถ้าหลังจากที่จัดการเรียนการสอน (Online) แล้ว ผู้ปกครองยังไม่เข้าใจหรืออยาก ศึกษาเพิ่มเติมผู้ปกครองสามารถ ดูได้จากวิดีโอ ที่ผู้สอนท าไว้ใน YouTube ได้ตลอดเวลา (On-Demand) และ เครื่องมือส าคัญของการจัดการเรียนรู้ก็คือ สื่อและนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ โดยศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจ าจังหวัดสมุทรปราการเองได้รวบรวมสื่อทั้งในรูปแบบออนไลน์ละรูปแบบใบงานต่างๆ ให้อยู่ในคลังสื่อ ออนไลน์ เพื่อที่ครูผู้สอนทุกคนสามารถแบ่งปันและหยิบยืมสื่อการสอนจากครูทุกคนได้โดยเข้าไปยังคลังสื่อ ออนไลน์ เพื่อเพิ่มความหลากหลายในการจัดกิจกรรมให้กับผู้เรียนได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ผ่านกิจกรรมหรือสื่อเทคโนโลยีที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น
37 2.3 สรุปประเด็นการพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา 1) เป้าหมายย่อย กลุ่มที่มีข้อมูลผลการด าเนินงาน หรือข้อมูลพื้นฐานตามตัวชี้วัดครบถ้วน สมบูรณ์ สามารถน าเสนอความก้าวหน้าหรือสภาพการด าเนินงานขับเคลื่อนเป้าหมายย่อยได้อย่างชัดเจนเป็น รูปธรรม - เป้าหมายย่อย (Target) 4.1สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิง ทุกคนส าเร็จ การศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียม และไม่มีค่าใช้จ่าย น าไปสู่ผลลัพธ์ทางการ เรียนที่มีประสิทธิผล ภายในปี พ.ศ. 2573 - เป้าหมายย่อย (Target) 4.2 สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนเข้าถึง การพัฒนาการดูแล และการจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา ส าหรับเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ เพื่อให้เด็ก เหล่านั้น มีความพร้อมส าหรับการศึกษาระดับประถมศึกษา ภายในปี พ.ศ. 2573 - เป้าหมายย่อย (Target) 4.3 สร้างหลักประกันให้ชายและหญิงทุกคนเข้าถึง การศึกษาอาชีวศึกษาอุดมศึกษา รวมถึงมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ ในราคาที่สามารถจ่ายได้ภายในปี พ.ศ. 2573 - เป้าหมายย่อย (Target) 4.aสร้างและยกระดับสถานศึกษา ตลอดจนเครื่องมือและ อุปกรณ์การศึกษาที่อ่อนไหวต่อเด็กผู้พิการ และเพศภาวะ และจัดให้มีสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ปลอดภัย ปราศจากความรุนแรง ครอบคลุมและมีประสิทธิผลส าหรับทุกคน - เป้าหมายย่อย (Target) 4.b เพิ่มจ านวนทุนการศึกษาทั่วโลกที่ให้แก่ประเทศก าลัง พัฒนาโดยเฉพาะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด รัฐก าลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก และประเทศในทวีปแอฟริกา เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับ อุดมศึกษา รวมถึงการฝึกอาชีพ และโปรแกรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร ด้านเทคนิควิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ ในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศก าลังพัฒนาอื่น ๆ ภายในปี พ.ศ. 2573 - เป้าหมายย่อย (Target) 4.c เพิ่มจ านวนครูที่มีคุณวุฒิ รวมถึงการด าเนินการผ่าน ความร่วมมือระหว่างประเทศในการฝึกอบรมครูในประเทศก าลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศพัฒนา น้อยที่สุดและรัฐก าลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก ภายในปี พ.ศ. 2573 2) เป้าหมายย่อย กลุ่มที่มีข้อมูลผลการด าเนินงาน หรือข้อมูลพื้นฐานบางส่วน ไม่ครบถ้วน สมบูรณ์ แต่สามารถน าเสนอความก้าวหน้าหรือสภาพการด าเนินงานขับเคลื่อนเป้าหมายย่อยได้บางส่วน - เป้าหมายย่อย (Target) 4.6สร้างหลักประกันว่าเยาวชนทุกคนและผู้ใหญ่ ทั้งชาย และหญิงในสัดส่วนสูง สามารถอ่านออกเขียนได้และค านวณได้ ภายในปี พ.ศ. 2573 3) เป้าหมายย่อย กลุ่มที่ไม่มีข้อมูลผลการด าเนินงานและข้อมูลพื้นฐานน้อย ไม่สามารถน า เสนอความก้าวหน้าหรือสภาพการด าเนินงานขับเคลื่อนเป้าหมายได้อย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม จ าเป็นต้องเร่งรัด ด าเนินการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้มีความก้าวหน้าการด าเนินงานในระยะต่อไป) - เป้าหมายย่อย (Target) 4.4 เพิ่มจ านวนเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีทักษะที่เกี่ยวข้อง จ าเป็น รวมถึงทักษะทางด้านเทคนิคและอาชีพส าหรับการจ้างงาน การมีงานที่มีคุณค่า และการเป็น ผู้ประกอบการ ภายในปี พ.ศ. 2573
38 - เป้าหมายย่อย (Target) 4.5 ขจัดความเหลี่อมล้ าทางเพศด้านการศึกษา และสร้าง หลักประกันว่ากลุ่มที่เปราะบาง ซึ่งรวมถึงผู้พิการ ชนพื้นเมือง และเด็กเข้าถึงการศึกษาและการฝึกอาชีพทุก ระดับอย่างเท่าเทียมภายในปี พ.ศ. 2573 - เป้าหมายย่อย (Target) 4.7 สร้างหลักประกันว่าผู้เรียนทุกคนได้รับความรู้และ ทักษะที่จ าเป็นส าหรับส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมไปถึง การศึกษาส าหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนและการมีวิถี ชีวิตที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาคระหว่างเพศ การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความสงบสุขและการไม่ใช้ ความรุนแรง การเป็นพลเมืองของโลก และความชื่นชมในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการที่วัฒนธรรม มีส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี พ.ศ. 2573 สรุปประเด็นการพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษาจังหวัดสมุทรปราการ 1. พัฒนาผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น มีทักษะการเรียนรู้ที่คอบคลุมทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพ วิชาชีวิตและสุขภาวะที่ดี มีทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดในเชิงสร้างสรรค์ และแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นได้มีความสามารถในการท างานร่วมกับผู้อื่น สอดคล้องกับทักษะที่จ าเป็นในศตวรรษที่ 21 มีคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตอาสา มีจิตส านึกรักษ์สิ่งแวดล้อม และน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่การด าเนินชีวิต ให้ ผู้ส าเร็จการศึกษาทุกระดับ/ ประเภทได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพมาตรฐานการศึกษาของชาติรวมทั้ง มีทัศนคติที่ ถูกต้องต่อการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้ อย่างมีความสามัคคีปรองดอง 2. พัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา ให้มีสมรรถนะตาม มาตรฐาน วิชาชีพ มีจรรยาบรรณของวิชาชีพ มีองค์ความรู้และทักษะในด้านพหุปัญญา มีความเป็นมืออาชีพ สามารถใช้ศักยภาพในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีขวัญก าลังใจที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งมี แผนการพัฒนาและการใช้อัตราก าลังครูให้มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะครูระดับปฐมวัย ครูระดับ อาชีวศึกษา ครูสอน ภาษาอังกฤษและภาษาที่สาม 3. ผลิตก าลังคนด้านอาชีวศึกษา และด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีที่มีปริมาณเพียงพอ โดยมีคุณภาพ มีสมรรถนะ มีทักษะในการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพ ผู้มีความสามารถพิเศษด้านพหุปัญญาสามารถต่อยอด การประกอบ อาชีพ ประชาชนในพื้นที่ชุมชนได้รับการศึกษาเพื่อฝึกอาชีพตามความถนัดและความสนใจ รวมทั้งมี ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ที่สามารถน าไปใช้ประโยชน์ได้จริงในเชิงพาณิชย์และการสร้างมูลค่าเพิ่มทางสังคม 4. เพิ่มโอกาสให้คนทุกช่วงวัยเข้าถึงบริการทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตให้ผู้เรียนทุกคน สามารถเข้าถึง การศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกันในทุกระดับและประเภทการศึกษา ได้รับการสนับสนุน ค่าใช้จ่ายตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสามารถเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอด ชีวิต สถานศึกษาได้รับการยกระดับ คุณภาพในการให้บริการ เด็กพิการและด้อยโอกาสได้รับโอกาสทางการศึกษาทั้ง ในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน รวมทั้งมีระบบเทียบโอนผลการเรียนและทักษะประสบการณ์เพื่อขอรับวุฒิ การศึกษาเพิ่มขึ้นได้ 5.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาให้ผู้เรียน สถานศึกษาและหน่วยงาน ทางการศึกษา ทุกระดับทุกประเภทการศึกษาเข้าถึง ทรัพยากรพื้นฐานระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มรองรับการเรียนรู้ที่มี ประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่ม องค์ความรู้และทักษะ ต่อยอดการประกอบอาชีพ /การปฏิบัติงาน รวมทั้งมีศูนย์กลางในการ
39 จัดเก็บรวบรวมสื่อการเรียน การสอน แบบดิจิทัลที่ทันสมัย และระบบฐานข้อมูลกลางทางการศึกษาของจังหวัดที่ ถูกต้องเป็นปัจจุบัน และสามารถเชื่อมโยง กับฐานข้อมูลการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์กับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องได้ 6. พัฒนาระบบบริหารจัดการและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เพื่อให้มี ความคล่องตัวในการบริหารงานการศึกษามากยิ่งขึ้น มีเอกภาพ และเป็นที่ยอมรับของผู้รับบริการ สถานศึกษาทุก ระดับ มีมาตรฐานขั้นต่ าตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ มีธรรมาภิบาลในการบริหาร และมีกลไกการส่งเสริมพลัง ทางสังคม ให้ทุกภาคส่วนเข้ามาด าเนินการร่วมและ/หรือสนับสนุนทรัพยากรในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา รวมทั้งมี กลไกการน าความรู้ทักษะ ประสบการณ์ และภูมิปัญญาของผู้สูงอายุมาถ่ายทอดสู่ผู้เรียนในพื้นที่ชุมชน เพื่อน าไปใช้ ส าหรับการประกอบอาชีพได้
41 สาระส าคัญของแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา 3.1องค์ประกอบและปัจจัยส าคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (Value chain) ตามที่ สศช. ก าหนดให้การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ที่จะท าให้บรรลุเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นองค์ประกอบส าคัญของแผนที่น าทางฯ ที่หน่วยงานรับผิดชอบและประสานงานหลัก ต้องด าเนินการ ซึ่งในการด าเนินงานจัดท าแผนที่น าทางฯ SDG4 Roadmap กระทรวงศึกษาธิการได้น าผลการวิเคราะห์จาก ข้อมูลความเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายย่อยภายใต้เป้าหมายหลักที่ 4 กับเป้าหมายการพัฒนาของแผนแม่บทภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 2 การต่างประเทศ ประเด็นที่ 10 ปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม ประเด็นที่ 11 การพัฒนา ศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต และประเด็นที่ 12 การเรียนรู้ (จากส่วนที่ 3) ดังภาพด้านล่าง รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลความ เชื่อมโยงจากห่วงโซ่คุณค่าของประเทศไทย (Value Chain Thailand) ในเป้าหมายแผนแม่บทย่อย ของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องดังกล่าว
42 ดังนั้น ในการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของการด าเนินงานให้บรรลุเป้าหมายหลักที่ 4 กระทรวงศึกษาธิการจึงได้น า ข้อมูลความสอดคล้องเชื่อมโยงข้างต้นมาใช้เป็นข้อมูลหลักในการวิเคราะห์เพื่อหาองค์ประกอบ หรือกิจกรรม และ กระบวนการ และภายใต้องค์ประกอบ มีปัจจัยใดที่เกี่ยวข้องและท าให้การด าเนินงานสามารถบรรลุเป้าหมายหลัก ที่ 4 ได้ โดยในการวิเคราะห์ต้องวิเคราะห์หาความสอดคล้องเชื่อมโยงและสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ จุดเริ่มต้นของกระบวนการการด าเนินงาน (ต้นทาง) ไปจนกระทั่งสิ้นสุดกระบวนการการด าเนินงาน (ปลายทาง) ที่ ส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายที่ก าหนดไว้ได้ ซึ่งแนวทางการด าเนินงาน คือ น าองค์ประกอบ กระบวนการและปัจจัย จากห่วงโซ่คุณค่าของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ทั้ง 4 ประเด็นที่เกี่ยวข้อง ที่ สศช. ได้จัดท าไว้แล้ว และการ วิเคราะห์ข้อมูลบริบทและสภาวะแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของประเทศไทย เช่น แผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา กรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 แผนการศึกษาแห่งชาติ นโยบายรัฐบาลที่ เกี่ยวข้องกับการศึกษา และนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเป้าหมายการ พัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายหลักที่ 4 มาวิเคราะห์ สังเคราะห์หาองค์ประกอบและปัจจัยส าคัญที่ส่งผลให้การ ด าเนินงานบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายหลักที่ 4 ได้ ซึ่งผลการสังเคราะห์ข้อมูล สรุปได้ดังนี้
รายละเอียดแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนเป้าหมายกาเป้าหมายย่อย (Target) 4.1 สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนส าเร็จการศึกษาระดับประ ทางการเรียนที่มีประสิทธิผล ภายในปี พ.ศ. 2573 ตัวชี้วัด (SDG4 Roadmap) 4.1.1 (1) ร้อยละของเด็กในวัยเรียนชั้น ป.3 ที่มีทักษะการอ่านและการค าน 4.1.1 (2) คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O 4.1.2 อัตราการส าเร็จการศึกษา(1) ระดับประถมศึกษา(2) มัธยมศึกษาตอนแนวทาง/มาตรการ แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม 1. สร้างความตระหนักให้ผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ มีส่วนร่วมในการส่งเสริมพัฒนาเด็กในวัย ป.3 2. ส่งเสริมสนับสนุนการผลิตสื่อการพัฒนาทักษะ การอ่านและการค านวณขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพ มาตรฐาน 3. ส่งเสริมสนับสนุนการจัดท าคลังข้อมูลสื่อและ นวัตกรรมการเรียนรู้ด้านทักษะการอ่านและการ ค านวณขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพและมาตรฐาน สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ 4. ส่งเสริมให้มีการศึกษาวิเคราะห์ผลการ ประเมิน เพื่อพัฒนาให้ตรงตามสภาพปัญหาจริง และน ามาเป็นฐานในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 1.โครงการ (IFTE) วิจัยนวัตกรรมการการศึกการศึกษาจังหวัดสมุทรปราการ - ประชุมชี้แจงการสร้างการรับรู้แนวทางการด าโครงการ IFTE - การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนารูปแบบและแพัฒนาการจัดการเรียนรู้ระดับจังหวัด - นิเทศ ติดตามการด าเนินโครงการฯ - กิจกรรมถอดบทเรียนการสร้างสื่อนวัตกรรมใเรียนรู้และสรุปผลการด าเนินงาน
42 ารพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (รายเป้าหมายย่อย) ะถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียม และไม่มีค่าใช้จ่าย น าไปสู่ผลลัพธ์ นวณขั้นพื้นฐาน O-NET) (1) ภาษาไทย(2) คณิตศาสตร์(3) วิทยาศาสตร์(4) ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) นต้น (3) มัธยมศึกษาตอนปลาย งบประมาณ (บาท) หน่วยงาน เป้าหมาย 2565 2566 แผนแม่บทย่อย ษาเพื่อพัฒนา าเนินงาน แนวทางการ ในการจัดการ 86,000 86,000 ศธจ.(รร.เอกชน) และโรงเรียน สังกัด อปท. 120101
แนวทาง/มาตรการ แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม 5.วางแผนในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนใน ระดับจังหวัด โดยก าหนดเป็นแผนทิศทางการ พัฒนาคุณภาพผู้เรียน NT ในระดับจังหวัด 6. ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการจัดการ เรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถการอ่านและ การค านวณขั้นพื้นฐานให้บรรลุค่าเป้าหมายที่ ก าหนด 7. จัดระบบการติดตามประเมินผลทักษะการ อ่านและการค านวณขั้นพื้นฐาน และน าผลการ ประเมินผลการทดสอบ ทั้งในระดับ สถานศึกษาและในระดับจังหวัดสมุทรปราการ ไปพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยค านึงถึง ผลประโยชน์ของสถานศึกษาเป็นส าคัญ 2.โครงการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนระดับประถมศึกษาในจังหวัดสมุทรปราการ (โรงเรียโครงการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนระดับปในจังหวัดสมุทรปราการ (โรงเรียนเครือข่าย) เครือข่ายเข้าร่วมโครงการ ได้ระบบในการสเรียนรู้ภาษาไทย
43 งบประมาณ (บาท) หน่วยงาน เป้าหมาย 2565 2566 แผนแม่บทย่อย บ ยนเครือข่าย) ประถมศึกษา มีโรงเรียนใน สนับสนุนการ 1,200,000 ม.ราชภัฏธนบุรี 120101
แนวทาง/มาตรการ แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม 8.วิเคราะห์ผลการทดสอบระดับชาติ(O-NET) ของนักเรียนชั้น ป.6 ชั้น ม.3 ปีการศึกษา 2559-2563 เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ให้ สถานศึกษาในจังหวัดสมุทรปราการ น าผลการ ทดสอบระดับชาติมาเป็นฐานในการพัฒนา คุณภาพผู้เรียนชั้น ป.6 ชั้น ม.3 9.วางแผนในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนใน ระดับจังหวัด โดยก าหนดเป็นแผนทิศทางการ พัฒนาคุณภาพผู้เรียน (O-NET) ในระดับ จังหวัดสมุทรปราการ 10.ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการจัดการ เรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET) บรรลุค่าเป้าหมายที่ก าหนด 11.น าผลการประเมินผลการทดสอบทั้งใน ระดับสถานศึกษาและในระดับจังหวัด สมุทรปราการ แจ้งผลการประเมินให้ สถานศึกษา น าผลการประเมินไปพัฒนา คุณภาพผู้เรียน โดยค านึงถึงผลประโยชน์ของ สถานศึกษาเป็นส าคัญ 3.โครงการการทดสอบทางการศึกษาระดับชา(O-NET) ปีการศึกษา 2564 -การประชุมชี้แจงและเตรียมความพร้อมการทดการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับประถมศึกษาปีที่ 6 และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีทีการศึกษา 2564 ระดับศูนย์สอบและระดับสนา-การบริหารจัดการและทดสอบทางการศึกษาระพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้มัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 - สรุปรายงานผลการด าเนินการทดสอบการด าเทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ขั้นพื้นฐาน (Oประถมศึกษาปีที่ 6 และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีทีการศึกษา 2564