51 ภาพรวมทรัพย์สินทางปัญญา มีอะไรบ้าง ตรา ใบชากัญญา ใบกัญชาปลดล๊อกออร์แกนิค ผลิตภัณฑ์ : ส าหรับผู้ที่ต้องการดื่มเพื่อสุขภาพ ใน 1 กระปุก ประกอบด้วยใบชา 50 กรัม ผลิตโดย : บริษัท ก จ ากัด ค าเตือน : ส่ิงบ่งชีท้างภมูิศาสตร์ คุ้มครองสินค้าที่มีลักษณะเฉพาะ มีคุณภาพ หรือมีชื่อเสียง ที่เกิด จากความเฉพาะตัวของแหล่ง ภูมิศาสตร์นั ้นๆ สิทธิบัตรการออกแบบ คุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์ใน ลักษณะการบรรจุภัณฑ์ หรือ ลวดลายที่อยู่บนบรรจุภัณฑ์ในเชิง อุตสาหกรรม ความลับทางการค้า คุ้มครองสูตร กรรมวิธีที่ใช้ในการ ผลิต และเทคนิคลับเฉพาะที่ใช้ ผลิตสินค้านั ้นๆ แบบผังภมูิของวงจรรวม คุ้มครองแบบของวงจรในไมโครชิป ที่อยู่ในเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ ในกระบวนการผลิต สิทธิบัตรการประดิษฐ์หรืออนุสิทธิบัตร คุ้มครองวิจัยผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต รวมถึงระบบ ที่ใช้ควบคุมเครื่องจักร ซึ่งต้องมีความใหม่ และ/หรือขั ้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ ้น เครื่องหมายการค้า ชื่อ ยี่ห้อ แบรนด์ โลโก้ ตราสินค้า หรือสัญลักษณ์ทางการค้า/บริการ เครื่องหมายรับรอง ลิขสิทธ์ิ คุ้มครองซอฟต์แวร์ที่ใช้ใน คอมพิวเตอร์ ส าหรับควบคุม เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต ภาพถ่ายและลวดลายต่างๆ บนบรรจุภัณฑ์ ค าบรรยาย โฆษณาสินค้า อย/ 00-11225-3-0004 น ้าหนักสุทธิ 50 กรัม 0000000
1. ทรัพย์สินทางปัญญาคืออะไร ? ทรัพย์สินทางปัญญา เป็นทรัพย์สินที่เกิดจากผลงานการ ประดิษฐ์ คิดค้น หรือสร้างสรรค์ของมนุษย์ ตามสติปัญญาและ ความช านาญ ที่มาจากชนิดของการสร้างสรรค์หรือวิธีในการ แสดงออกในหลายรูปแบบ โดยทรัพย์สินทางปัญญานั้นอาจ แสดงออกในรูปแบบของสิ่งที่จับต้องได้ เช่น สินค้าต่าง ๆ หรือในรูปของสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เช่น บริการ แนวคิดในการ ด าเนินธุรกิจ กรรมวิธีการผลิตทางอุตสาหกรรม ความลับ ทางการค้า เป็นต้น 52
2. เมื่อไรทรัพย์สินทางปัญญาจะเป็นทรัพย์ที่เป็นสิทธิ โดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อไร ? ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นนิมิตรสิทธิที่เกี่ยวกับผลงานที่มนุษย์สร้าง ขึ้นแล้ว และน ามาใช้เป็นประโยชน์ในทางอุตสาหกรรม สมบัติและ งานอื่นมีลิขสิทธิ์ซึ่งเป็นงานที่เกิดจากการลงทุน ลงแรง การใช้ สติปัญญาในการคิดสร้างงานให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม และ กฎหมายให้ความคุ้มครอง ทั้งไม่มีรูปร่างหรือมีรูปร่างและให้สิทธิ หรือให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ที่คิดสร้างสรรค์งานนั้น 1) การได้มาซึ่งสิทธิโดยการใช้ 2) การได้มาซึ่งสิทธิโดยการจดทะเบียน 53
3. ทรัพย์สินทางปัญญามีอยู่ในที่ใดบ้าง ? ทรัพย์สินทางปัญญาเปรียบเสมือน “ยาด า” ที่แทรก อยู่ในทุกภาคส่วน ทั้งการค้าการลงทุน มีบทบาทใน ฐานะเครื่องมือทางการตลาดที่สร้างโอกาสทางธุรกิจ ให้เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ นักคิดค้น นักประดิษฐ์ นักวิจัย และเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา 54
4. เราจะเข้าถึงและเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างไร ? • สร้างเอง (Greative) • รับโอนสิทธิ (Assignment) : ทางมรดก : ทางการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน 55
5. ท าไมเราต้องป้องกันทรัพย์สินทางปัญญา และจะท าได้อย่างไร ? เนื่องจากทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นปัจจัยหลักที่สามารถช่วย ส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ กล่าวคือเป็นทุนทาง ปัญญาที่สนับสนุนให้เกิดการสร้างสรรค์ และการพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมอย่างยั่งยืน ดังนั้น การพัฒนาระบบการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งแต่ ส่งเสริมการจดทะเบียน การใช้ไปจนถึงการคุ้มครองทรัพย์สินทาง ปัญญา เพื่อสนับสนุนให้มีการน าผลงานวิจัย นวัตกรรม ความคิด สร้างสรรค์ และภูมิปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ จนเป็นปัจจัย ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และจะท าได้โดย ข้อมูลสรุปจากประกาศเรื่อง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) หน้า 114-115) 56
5. ท าไมเราต้องป้องกันทรัพย์สินทางปัญญา และจะท าได้อย่างไร ? (ต่อ) 1) สร้างความตื่นตัวและความตระหนักของธุรกิจและทุกภาคส่วน ถึง ความส าคัญของทรัพย์สินทางปัญญา เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ เป็นต้น ที่มีต่อการสร้างมูลค่าเพิ่ม ต่อยอดการเติบโตของธุรกิจ ยกระดับมาตรฐาน ของสินค้าและบริการ 2) ปรับปรุงมาตรการทางกฎหมายและกลไกการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของ ทรัพย์สินทางปัญญา และบังคับใช้กฎหมาย เพื่อควบคุมการละเมิดทรัพย์สินทาง ปัญญาอย่างมีประสิทธิภาพ และการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม รวมทั้งส่งเสริมก ารพัฒนาร ะบบสิทธิบัตร การจดสิทธิบัตร แล ะลิขสิทธิ์ ภายในประเทศ 3) เร่งรัดการลดขั้นตอนและความซับซ้อนในการจดทะเบียนทรัพย์สินทาง ปัญญา เพื่ออ านวยความสะดวกแก่เจ้าของผู้วิจัย นวัตกรรม ภูมิปัญญาและความคิด สร้างสรรค์ในการครอบครองทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อการ เปลี่ยนแปลงของตลาดมากขึ้น 57
พัฒนาการและความส าคัญของทรัพย์สินทางปัญญาในภาพรวมของการลงทุนในปัจจุบัน ถือได้ว่ามีความส าคัญอยากมากจน คณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติมีมติ เห็นชอบในแผนยุทธศาสตร์ทรัพย์สินทางปัญญา พ.ศ. 2556–2559 ของกรมทรัพย์สินค้าทาง ปัญญา เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์และการใช้ ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ที่สอดคล้องกับศักยภาพของประเทศไทย และ ความต้องการตลาดโลก ตลอดจนใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ รวมถึง การคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น และทรัพยากรชีวภาพของไทยอย่างเหมาะสมทั้งในและ ต่างประเทศสอดคล้องกับมาตรฐานสากล(1) โดยวางเกณฑ์ของยุทธศาสตร์ตามรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ที่ก าหนดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐไว้ในส่วนที่ 9 แนวนโยบาย ด้านวิทยา ศาสตร์ทรัพย์สินทางปัญญา และพลังงาน โดยเฉพาะตามมาตรา 86 (2) ที่ให้มี ส่งเสริมการประดิษฐ์และคิดค้นเพื่อให้เกิดความรู้ใหม่ รักษาและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและ ภูมิปัญญาไทย รวมทั้งให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ------------------------------------------ ข้อมูลจาก เว็บไซด์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2556 58 ความส าคัญของทรัพย์สินทางปัญญากับเศรษฐกิจ
59 แผนปฏิบัติราชการกรมทรัพย์สินทางปัญญา ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570)* วิสัยทัศน์ “เป็นหน่วยงานหลักในการยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ และ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยทรัพย์สินทางปัญญา” พันธกิจ ส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ส่งเสริมการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ *ที่มา : กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ สพ.กยศ. 21 ธันวาคม 2565 เพิ่มเติม
60 ยุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์และใช้ ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ เป้าประสงค์ คนไทยตระหนักถึงความส าคัญ ของทรัพย์สินทางปัญญา อันก่อให้เกิดการ สร้างสรรค์ผลงานทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่ม มากขึ้น ผู้ประกอบการไทยสามารถน า ทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิง พาณิชย์เพิ่มมากขึ้น กลยุทธ์ ส่งเสริมการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการเข้าถึงข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้ เกิดการสร้างสรรค์ผลงานทรัพย์สินทางปัญญา ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และบริการ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์พื้น ถิ่น โดยการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เทคโนโลยี หรือนวัตกรรม ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาระบบ ทรัพย์สินทางปัญญาของไทย เพิ่มเติม
61 ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาระบบคุ้มครองและปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ให้สะดวกรวดเร็ว สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เป้าประสงค์ บริการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญามี ความสะดวกรวดเร็ว ผู้ประกอบการสามารถเข้าสู่ระบบการ คุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในประเทศ และต่างประเทศ การป้องกันและปราบปรามการละเมิด ทรัพย์สินทางปัญญารองรับโลกยุคดิจิทัลอย่างมี ประสิทธิภาพ ทุกภาคส่วนมีจิตส านึกในการเคารพสิทธิ ในทรัพย์สินทางปัญญา กลยุทธ์ เพิ่มประสิทธิภาพการให้ความคุ้มครองสิทธิ ในทรัพย์สินทางปัญญา พัฒนากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อ รองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและสอดคล้องกับ มาตรฐานสากล ส่งเสริมการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทาง ปัญญาทั้งในประเทศและต่างประเทศ บูรณาการสร้างความร่วมมือในการป้องกัน และปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รณรงค์สร้างความตระหนักในการเคารพสิทธิ ในทรัพย์สินทางปัญญาให้กับทุกภาคส่วน เพิ่มเติม
62 สินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นมีมูลค่าเพิ่มด้วยสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยทรัพย์สินทาง ปัญญา การบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาปรับเปลี่ยนเป็นดิจิทัล ผลสัมฤทธิ์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นด้วยสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ศักยภาพของผู้ประกอบการได้รับการส่งเสริมและพัฒนาในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา การบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาด้วยระบบดิจิทัล เป้าหมายการให้บริการ เพิ่มเติม
63 วัตถุประสงค์ในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาเบื้องต้น(1) : ต้องการทราบมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา หาผู้ร่วมลงทุน และเริ่มธุรกิจใหม่ในการต่อยอด หาแหล่งเงินทุน น าทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันธุรกิจ การอนุญาตให้ใช้สิทธิ น าไปใช้ในการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย กรณีเกิดการละเมิด (1) สรุปที่มาจาก : รายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาฉบับย่อ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ณ ธันวาคม 2561 ใช้เพื่อประกอบการบรรยายวิชา น.437 กฎหมายเกี่ยวกับการลงทุนระหว่างประเทศ โดยศาสตราจาร์ยพิเศษ ดร.เดชอดุม ไกรฤทธิ์คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลยัธรรมศาสตร์เท่านั้น การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาเพื่ออะไรบ้าง เพิ่มเติม
64 การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อใช้ประโยชน์ในเชิง พาณิชย์ซึ่งเจ้าของผลงานจะได้รับผลการประเมินมูลค่าของผลงาน ทรัพย์สินทางปัญญาของตนเพื่อน าไปใช้ในการเจรจาธุรกิจ การอนุญาตให้ ใช้สิทธิ และใช้ประกอบการกู้เงินจากสถาบันการเงินตามพระราชบัญญัติ หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 มาตรา 8 (5) (1) --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- (1) มาตรา 8 หลักประกันได้แก่ทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้ (1) กิจการ (2) สิทธิเรียกร้อง (3) สังหาริมทรัพย์ที่ผู้ให้หลักประกันใช้ในการประกอบธุรกิจ เช่น เครื่องจักร สินค้าคงคลัง หรือวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า (4) อสังหาริมทรัพย์ในกรณีที่ผู้ให้หลักประกันประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรง (5) ทรัพย์สินทางปัญญา (6) ทรัพย์สินอื่นตามที่ก าหนดในกฎกระทรวง เพิ่มเติม
65 ประเมินจากต้นทุน เช่น ต้นทุนของการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา สัดส่วนของต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการขาย การบริหาร การจ้างแรงงาน ค่าเครื่องจักร อุปกรณ์ การจัดท าต้นแบบ การทดสอบและทดลอง และการขอจดทะเบียนออก ใบอนุญาต ประเมินจากราคาตลาด การประเมินด้วยราคาตลาดต้องประเมิน ความเหมือนหรือความแตกต่างของทรัพย์สินทางปัญญาที่น ามาใช้เปรียบเทียบ ต้องปรับมูลค่าความแตกต่างให้เหมาะสมกับทรัพย์สินทางปัญญาที่ก าลังประเมิน ค่าอยู่ ประเมินจากรายได้เช่น การคาดการณ์รายได้ในอนาคตจากการถือครอง ทรัพย์สินทางปัญญา ผลตอบแทนการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา (1) ที่มา : สรุปจากบทที่ 3 วิธีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา รายงานผลการศึกษาโครงการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา เสนอต่อกร มทรัพย์สินทางปัญญา โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ มีนาคม 2560 (หน้า 17) ใช้เพื่อประกอบการบรรยายวิชา น.437 กฎหมายเกี่ยวกับการ ลงทุนระหว่างประเทศ โดยศาสตราจาร์ยพิเศษ ดร.เดชอดุม ไกรฤทธิ์คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลยัธรรมศาสตร์เท่านนั้ การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาพื้นฐาน เพิ่มเติม
66
67 บทน า (ต่อ) การพัฒนาการในเรื่องทรัพย์สินทางปั ญญาจึงเป็ นเรื่องที่จ าเป็ น เพราะว่าในทุกประเทศถือว่าเป็ นเรื่องที่สามารถจะสร้ างเป็ นเงินเป็ นทองได้ ซึ่งถ้ าจะดูมูลค่าหลักทรัพย์ที่เป็ นหุ้ นสามัญหรือหุ้ นบุร ิ มส ิ ทธ ิ ์ ในตลาด หลักทรัพย์ปกติจะไม่ทราบถึงการประเมินมูลค่าทรัพย์ของบริษัทนั ้นที่ แท้จริง ถ้าเป็ นโรงงาน เป็ นทรัพย์สินอื่น คงเห็นได้ชัด แต่พอบอกว่าบริษัท Google หรือ Apple มีสิทธิบัตรอยู่ประมาณ 4,000 สิทธิบัตร ทรัพย์สิน ประเภทนี ้จะประเมินคิดเป็ นมูลค่าทางทรัพย์สินของบริษัทได้หรือไม่ ซึ่งก็ไม่ รู้ ว่ามีมูลค่าที่แน่นอนเท่าไร นักวิเคราะห์หลักทรัพย์เองก็ยังไม่ทราบ เพราะว่าคนที่รู้ ที่ดีที่สุดคือคนที่เป็ นเจ้ าของสิทธิบัตร และยิ่งถ้ าเป็ น ความลับทางการค้าประเมินไม่ได้เลย
68 บทน า (ต่อ) ตัวอย่างคือ “โกดัก” ปัจจุบันนี ้จะไม่เห็นชื่อโกดักแล้ว เพราะว่าครั ้ง สุดท้ายที่ขายไปคือตัวสิทธิบัตรที่ขายให้กับสองบริษัท ตกลงซื ้อขาย 350 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ นั่นแสดงว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 100 ปีที่ บริษัทนี ้ตั ้งมา บริษัทได้พัฒนาความรู้ ทางทรัพย์สินทางปัญญาและได้จด ทะเบียนคุ้มครองไว้ แต่อ่านเฉพาะในบัญชีไม่ทราบ มูลค่าทรัพย์สินทาง ปัญญาที่ซ่อนไว้ หากไม่มีการประเมินตีราคาออกมาให้ชัดเจนในงบ การเงินและจะทราบก็ต่อเมื่อคนที่ประสงค์จะซื ้อกิจการของบริษัทที่เห็น คุณค่าในสิทธิบัตรต่าง ๆ นี ้ แต่บางทีซื ้อมาแล้วอาจไม่ได้ใช้อาจจะไม่มี คุณค่าเลยก็ได้
69 บทน า (ต่อ) ส่วนกรณีที่เหลืออยู่ของโกดักขายได้ 350 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งก็เป็ นความรู้ ทาง สิทธิบัตรทั ้งสิ ้นที่รวมเรื่องที่เกี่ยวกับการประดิษฐ์นวัตกรรมต่างๆ ที่ได้จดทะเบียนไว้ โดย เฉพาะที่เป็ นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องการถ่ายรูป บริษัทนี ้จะมีนวัตกรรมเป็นจ านวนมาก เรื่องของ การผลิตกล้องถ่ายรูป ระบบเซ็นเซอร์ ระบบแสงต่างๆ ที่น ามาจดทะเบียนไว้ยังมีคุณค่าอยู่ นี่คือที่มาของคุณค่าของทรัพย์สินทางปัญญา กรณีของบริษัท Apple ที่มีรายรับจาก ยอดขายและบริษัทตามปกติประมาณหลายแสนล้านบาท ก็ดูจากยอดขาย แต่ความจริงที่ อยู่ใต้ตัวเลขนี ้อยู่ภายใต้ความส าคัญอย่างยิ่งยวดคือการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการสร้ าง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จะน ามาใช้ในระบบการสื่อสารโทรคมนาคมในอนาคตได้อย่างมี ความต่อเนื่องเป็ นทั ้งองค์ความรู้ ในระดับประสบการณ์ (Know-How) แต่ทรัพย์สิน Apple ท ี่แพงมากค ื อลิขสิทธิ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร ์ ท ี่บริษัทหวงกันอย่างมากเช่นเดียวกับบริษัท ไมโครซอฟท์ฯ คู่แข่งก็เช่นเดียวกัน และผู้บริโภคหรือผู้ลงทุนก็ไม่รู้ ด้วยว่าสินค้าของบริษัท จะแพงอย่างนี ้ไปอีกนานเท่าใด เพราะทรัพย์สินที่มองเห็นถ้าใช้ไปก็เสี่อมไป แต่ทรัพย์สิน ทางปัญญาโดยเฉพาะถ้าเป็ นความลับทางการค้าไม่มีวันเสื่อม ต้องคุ้มครองให้ดี ต้องยึด คุณค่าไว้ให้ดีจะอยู่ได้นาน เช่นสูตรความลับทางการค้าของบริษัท โคคา-โคล่า
70 บทน า (ต่อ) ตัวอย่างในไทยมีเช่นเครื่องดื่มยี่ห้อ “est” ที่สร้างขึ ้นมาใหม่แทน “Pepsi” ที่บริษัท ไทยเคยเป็ นผู้รับจ้างผลิตมาก่อนมีการยกเลิกสัญญาบริษัทไทยที่เป็ นผู้รับจ้างหลักเอง ก็อาจจะรู้สูตรของ Pepsi แต่ผลิตไม่ได้ ไม่อาจใช้สูตรของเขาได้แม้เมื่อเลิกสัญญากัน แล้วเพราะตอนที่ไปท าสัญญากับเป๊ ปซี่ สัญญาคงต้องระบุไว้ว่าถ้าสัญญานี ้เลิกกันไม่ ว่าด้วยเหตุใดก็ตามในอนาคตจะต้องไม่ผลิตสินค้าในลักษณะเดียวกันนี ้แข่งขันโดยใช้ ตราที่คล้ายคลึงกัน และที่ส าคัญคือความลับทางการค้ าที่บริษัทซึ่งเป็ นเจ้ าของ ความลับทางการค้าได้เปิ ดเผยให้ เพราะฉะนั ้นจึงต้องสร้ าง “est” ขึ ้นมาใหม่ ในความ เป็ นจริงบริษัทคงไม่อาจทราบสูตรที่เป็ นความลับทางการค้าได้หมด เพราะบริษัท เจ้าของจะไม่ปล่อยให้ความลับนี ้มาเผยแพร่ต่อคนนอก โดยจะส่งผู้แทนที่ได้รับความ ไว้วางใจมากที่สุดเดินทางมาผสมหัวน ้าเชื ้อเอง จะมีคนที่เก็บความลับนี ้ไว้ คือคุณค่า สูตรนี ้ไว้ตลอด ถ้าไม่มีสูตรโรงงานก็ท าอะไรไม่ได้ ต้องสร้ างแบรนด์ใหม่ขึ ้นมา ต้อง สร้างค่านิยมของลูกค้าใหม่ขึ ้นมา
71 นั่นคือความส าคัญที่แสดงให้เห็นบอกว่าในส่วนของการค้าใน โลกปัจจุบันนั ้นเน้นไปให้ความส าคัญเป็ นอย่างมากกับการลงทุน ในทรัพย์สินทางปัญญาที่บริษัทยักษ์ใหญ่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ของอเมริกาในปัจจุบันนี ้ ไม่ว่าจะเป็ น Apple, Microsoft, Google หรือ IBM ที่บริษัทชั ้นน าเหล่านี ้ล้วนมียอดขายใกล้งบประมาณของ ไทย มีทรัพย์สินกระจายอยู่ในทุกรูปแบบ แต่บริษัทใหญ่เหล่านี ้จะ มีมูลค่าของสิทธิบัตรมากมาย ทุกบริษัทต่างจะพยายามพัฒนา และสะสมไว้ทั ้งหมด และสามารถจะน าออกมาใช้ได้โดยพัฒนา โปรแกรมออกไปเรื่อย ๆ ท าให้ราคาที่แท้จริงของทรัพย์สินเหล่านี ้ ยากต่อการประเมินมูลค่าให้ถูกต้อง
72 ส าหรับการเป็ นที่ปรึกษากฎหมายให้กับบริษัทเหล่านี ้ก่อนที่จะเข้า ไปท างานกับบริษัทนั ้นต้องให้ลงนาม Non-Disclosure Agreement คือสัญญาห้ามเปิ ดเผยข้อมูล เพราะเมื่อเขาอนุญาตให้เข้าฟังการ บรรยายว่าบริษัทผลิตสินค้าอย่างไร นโยบายมีอย่างไร ซึ่งรวมถึงการ อบรมความรู้ ไปถึงเรื่องกุศโลบายของการวางสินค้ า เช่น Nano Technology ตัว Silicon รูปใหม่เป็ นสิทธิบัตรของบริษัทยักษ์ใหญ่ทาง คอมพิวเตอร์อเมริกา เพราะตั ้งแต่ปี พ.ศ. 2520 มีค าว่า nano ตอนนั ้น นักวิทยาศาสตร์ของบริษัทดังกล่าวได้รางวัล Nobel Price แต่คน ภายนอกแม้แต่ลูกจ้างที่เข้าถึงข้อมูลนี ้ต้องท าสัญญาห้ามใช้และ เปิ ดเผยข้อมูล
73 ปัจจุบันนี ้การค้นคว้าข้อมูล ตาของเครื่องคอมพิวเตอร์อ่านได้เร็วกว่าตา มนุษย์ เป็ นตัวโปรแกรมคอมพิวเตอร์สามารถอ่านได้เร็วกว่ามนุษย์สามารถ แปลงข้อมูลภาษามนุษย์ที่ถูกเก็บไว้ในรูปของอิเล็กทรอนิกส์เป็นภาษามนุษย์ เร็วขึ ้น แต่ Nano Technology เร็วกว่านั ้นอีกเป็ น 100 เท่า คงมีปัญหาว่า ในขณะค้ นพบนั ้นคนบริโภคยังไม่เข้ าใจ แต่ว่านักวิทยาศาสตร์ได้คิดไว้ ล่วงหน้าถึง 20 ปี อีกทั ้งบริษัทดังกล่าวได้เก็บไว้เป็ นความลับทางการค้า จน ใกล้ ๆ จะเป็ นผลิตภัณฑ์จึงมาจดเป็ นสิทธิบัตร ได้คุ้มครองไปอีก 20 ปี หรือ เป็ นงานอนัเป็ นล ิ ขส ิ ทธ ิ ์ ได ้ รับความค ้ ุ มครอง 50 ปี จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันทุก อย่างจะมีเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา และการลงทุนที่มีอยู่มากมายในตัว ทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็ นยา ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม แม้กระทั่ง เครื่องมือต่าง ๆ ก็ล้วนแต่เป็ นเรื่องของความสามารถของมนุษย์และจาก สติปัญญาของมนุษย์ที่ผลิตสินค้าออกมามากมาย
74 การลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญานั ้น เป็ นการลงทุนมีความเสี่ยง คือเป็ น ลงทุนที่คาดหมายว่าจะได้งานเทคโนโลยีสูง น าไปใช้ กับอุตสาหกรรมหรือ การค้าและจะสร้างรายได้ให้ได้อย่างมหาศาลและแต่หากเป็ นการลงทุนที่ไม่ได้ งานชิ ้นใหม่ก็จะไม่ได้เงิน เช่นถ้าจะผลิตยารักษาโรคประเภท HIV ลงทุนเป็ นสิบ ปี แล้วยังไม่ได้ยาใหม่ ต้นทุนนี ้จะไปตัดเป็ นค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนสะสม ณ วัน หนึ่งข้างหน้า ในการลงทุนบางกรณีผลิตสินค้าออกขาย 10 ปี ยังไม่คืนทุน มี แนวคิดของการลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญาในลักษณะนี ้เกิดขึ ้นในประเทศ ตะวันตกที่มีการบังคับใช้กฎหมายสนับสนุนการค้นคว้าวิทยาการใหม่และให้ การค ้ ม ุ ครองอยา่งเข ้ มงวด ไม่ให ้ ก ็ ม ี การละเม ิ ดส ิ ทธ ิ ์ ได ้โดยง่าย ประเทศไทยนั ้น ยังไม่ได้พัฒนาแนวความคิดในเรื่องนี ้มากเท่าใด แต่เชื่อว่าในอนาคตต้องมีการ พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพราะนักลงทุนไทยเริ่มรู้ สึกกับการสูญเสียโอกาส ซึ่งเมื่อ หากไม่ระมัดระวังก็จะสูญเสียการลงทุนการขยายตลาดไปอย่างมาก เพราะฉะนั ้นการเก็บตัวเลขการลงทุนของผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่งจะถูกเก็บไว้หมด แม้กระทั่งการโฆษณาเครื่องหมายการค้าแชมพูสระผม
75 ตัวอย่างเช่นเครื่องหมาย “e..” แบรนด์นี ้ไม่เคยมีการออกสู่ตลาดเลยก็ต้อง เริ่มลงทุนตั ้งแต่ 1 บาท จ้างนักแสดงเป็ น 10 ล้านบาท เพราะฉะนั ้นค าว่า “e..” คือการลงทุนในตัวทรัพย์สินทางปั ญญา ชื่อนี ้จะมีความส าคัญอ ย่างไร เพราะว่าเริ่มลงทุนไปแล้ว จนกระทั่งอีกสิบปี จากนี ้ไป ชื่อนี ้จะดังเหมือนกับ “โค้ก” เหมือนกับ “เป๊ ปซี่” เมื่อมีคนเลียนแบบขึ ้น จะฟ้ องคดีละเมิดได้อย่างไร อาจจ าต้องคิดรวบรวมต้นทุนไว้ตั ้งแต่ค่าจ้างนักแสดง ค่าโฆษณาทุกชิ ้นที่ออก สื่อทั ้งหมดเก็บไว้หมด เวลาจะฟ้ องร้ องจะได้ชี ้แจงได้ว่าท าไมประชาชนถึงรู้ ว่า เครื่องหมายการค้ามีชื่อเสียง ท าไมจึงมีคนอยากจะลอกเลียน จะได้วางรูปคดี เรียกค่าเสียหายได้เต็มจ านวนที่ได้ลงทุนไป ส่วนศาลจะพิจารณาให้เป็ นอีกเรื่อง หนึ่ง แต่เป็ นหลักการเบื ้องต้นของการพิสูจน์ความเสียหาย เพราะว่าค่า เครื่องหมายการค้าแต่ละอันนั ้นมีมูลค่าแตกต่างกันอย่างไร
76 การวางยุทธศาสตร์ของการลงทุนทางทรัพย์สินทางปัญญามีส่วน ส าคัญอย่างกรณีผลิตภัณฑ์มาไทยใหม่ ๆ เช่น แชมพูสระผมยี่ห้อ “R.…” โฆษณาออกมาครั ้งแรกไม่ประทับใจ ใช้เงินค่าโฆษณาไปปี ละประมาณ 50 ล้านบาท โฆษณาทั่วประเทศผ่านทุกสื่อ แต่ก็ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่ สมบูรณ์ การลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญาของสินค้าแชมพู “R.…” ตอบ แทนปี แรกก็ยังไม่ติดตลาด ต้ องออกโฆษณาชุดใหม่ จากจุกเขียว เปลี่ยนเป็ นจุกเหลือง สมมติว่าเป็ น “R….Special” ขึ ้นมาอีกดูว่าการตอบ รับของตลาดผู้บริโภคจะดีขึ ้นหรือไม่ หากเริ่มดีขึ ้นก็เป็นจุกสีฟ้ าเปลี่ยนรุ่น ของแบรนด์เดิมไปเรื่อย ๆ นี่คือการลงทุนเป็ นการค่อย ๆ วางให้ผู้บริโภค ติดกับเครื่องหมายการค้า และพอได้ลูกค้าได้เริ่มติดตลาดก็น าสินค้าเกรด Premium ใหม่คือ “H….& Sh….” มาแทนจะเห็นว่า “H….& Sh….” ไม่ ต้องลงทุนมาก
77 เพราะแค่ค าโฆษณาว่าเป็ นสินค้าขายดีอันดับหนึ่งของ อเมริการวมกับที่ได้สร้ างพื ้นฐานให้ผู้บริโภคจาก “R….” แล้ว เมื่อลงไปในตลาด ทุกคนก็อยากจะลอง “H….& Sh….” ตอนนี ้ สินค้ าทุกตัวติดตลาดแล้ ว นี่คือยุทธศาสตร์ในการลงทุน ทางด้านทรัพย์สินทางปัญญา ในเรื่อง Software ก็เหมือนกัน เช่นกรณีที่นักร้ องชาวเกาหลีคนหนึ่งเต้นได้ประทับใจคนดู มี คนดูประมาณ 1,000 ล้านคน ท าให้ค่าตัวการแสดงของเขา แพงมาก ท่าเต้นของเขาคือการลงทุน
78 ประเด็นในการวางยุทธศาสตร์ทุกอย่างในเรื่องของการลงทุนเช่นเดียวกับ บริษัทผู้ลงทุนทางตรง การที่จะมาลงทุนที่ไทย ไม่ได้มาลงทุนเฉพาะเรื่องของการ น าเงินมาลงทุนมาขายสินค้า แต่การลงทุนก็ต้องน าเทคโนโลยีมาด้วย เช่น เวลา มาขอส่งเสริมการลงทุนก็บังคับให้เขาเปิ ดเผยเทคโนโลยีให้คนไทยให้มีการโอน เทคโนโลยีด้วย แต่เวลาท าจริง ๆ จะได้ผลส าเร็จแต่ไหนอาจเป็ นอีกเรื่อง เพราะ ขึ ้นอยู่กับทางราชการที่จะบังคับการให้เป็ นไปตามเงื่อนไขที่ให้สิทธิพิเศษตาม กฎหมาย แต่อาจจะพอท าให้คนไทยมีความเชี่ยวชาญได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งก็ยังไม่ ถึงขนาดจะคิดผลิตภัณฑ์ได้ แต่ส่วนของงานที่ใช้ Know-How จะมีการคิดค่า Product กับค่า Technical Know-How รวมกันไป ดังนั ้นบริษัทที่มาลงทุนใน ไทย ไม่ใช่ได้ไปแต่เฉพาะเงินก าไรจากการขายสินค้า หรือก าไรจากการขาย วัตถุดิบ แต่ยังมี Royalty Fee คือค่าสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่โรงงานใน ไทยใช้เครื่องหมายการค้า ใช้ความรู้ ทางเทคนิคด้วย และลงทุนในต่างประเทศ เช่น อเมริกาซึ่งเป็ นต้นแบบของการคุ้มครองสิทธิทางปัญญาที่ใหญ่ที่สุด
79 ปัจจุบันนี ้อเมริกา เช่น บริษัท ABC (ชื่อสมมติ) มีการท า R & D ปี หนึ่งมี ค่าใช้จ่ายประมาณ 7,000 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ถ้าให้บริษัทแม่คือ ABC World Trade Corp. รับไว้คนเดียวก็แย่ เพราะมีสาขาอีกประมาณ 100 สาขา ทั่วโลกควรรับภาระนี ้ด้วย ยุทธศาสตร์ของอเมริกา คือค่า R & D 7,000 ล้าน เหรียญ ไปเป็ นตัวแบ่งให้กับทุกสาขาทั่วโลก สมมติว่าปี นี ้ 7,000 ล้านเหรียญ น า 7,000 ล้านเหรียญ หาร 100 สาขาเหลือสาขาละ 70 ล้านเหรียญ หรือไม่ก็ น าไปหารตามจ านวนขนาดหรือปริมาณยอดขายของแต่ละประเทศ บริษัทเอา ต้นทุนที่ลงไปน าไปเฉลี่ยแยกทั่วโลก ซึ่งมีปัญหาด้านภาษีอากรมากในขณะนั ้น ยุทธศาสตร์ของการลงทุนจึงมีการวางแผนทั ้งหมดของผู้เป็ นเจ้าของทรัพย์สิน ทางปัญญา อย่างกรณีที่ยกตัวอย่างเป็ นเรื่องจริงที่กระจายการลงทุนไปทั่วโลก ท าให้สถานะทางการเงินของบริษัทแม่ดีขึ ้น
80 การลงทุนทางทรัพย์สินทางปัญญา อาจไม่มีผู้บริหารหรือผู้น าของรัฐบาล ให้ความส าคัญมาก อาจเป็ นเพราะความไม่เข้าใจลึกซึ ้งในทรัพย์สินทางปัญญา และกรมทรัพย์สินทางปัญญาก็ไม่สามารถควบคุมก ากับดูแลให้พัฒนาในทุก ๆ ด้านที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาได้เท่าที่ควร ในเรื่องนี ้ไทยเคยประสบ กับปัญหากับประเทศอื่นในเรื่องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เช่นกรณี เรื่อง Trade Name “ข้าวหอมมะลิ” ไทยจดไม่ได้เพราะพบว่าได้มีการจดก่อน ไทย เมื่อรู้ ก็สูญเสียเครื่องหมายและคุณค่าในสายพันธุ์บางส่วนของข้าวหอม มะลิแล้ว
81 ดังนั ้นในเรื่องการลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญาของทุกประเทศถือเป็ นเรื่อง ส าคัญมากเพราะว่าไม่ว่าประเทศใดๆ ก็หวงเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็ นเรื่อง ส ิ ทธ ิ บตัร ล ิ ขส ิ ทธ ิ ์ ต่าง ๆ ท ี่สามารถน ามาประยก ุ ต ์ใช ้ในอต ุ สาหกรรมการผลิต การ บริการได้ เพราะฉะนั ้นในไทยซึ่งมี R & D ไม่ถึง 0.5% ของ GDP ในขณะที่ประเทศ อื่นมีมากกว่า 10% ความแข็งแกร่งของการลงทุนที่นักลงทุนมองมาที่ไทยจึงไม่ใช่ R & D และทรัพย์สินทางปัญญา การลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเทศท าหมด มูลค่าส่งออกทรัพย์สิน ทางปั ญญาส าคัญมาก ปั จจุบันไทยมีกฎหมายทรัพย์สินทางปั ญญาเพิ่มขึ ้น มากมายในด้านเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายร่วม สิทธิบัตร อน ุ ส ิ ทธ ิ บัตร ส ิ่งบ่งช ี ท ้ างภ ู ม ิ ศาสตร ์ แบบผังวงจรรวม และล ิ ขส ิ ทธ ิ ์ที่น ามา ประยุกต์ใช้ทางการค้าได้คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งดูจะเป็ นโอกาสที่ส าคัญที่สุด ควรจะพัฒนาไปไกลได้ ส่วนเรื่องของความลับทางการค้า ภูมิปัญญาทางท้องถิ่นที่ ในอดีตไม่เคยมี ก็มีกฎหมายคุ้มครองแล้ว
82 ความส าคัญคือทรัพย์สินทางปัญญานั ้นมีมูลค่ามหาศาล ไม่มีนักลงทุนคนไหนไม่รู้ จัก การลงทุนตรงนี ้จะสร้างศักยภาพ ความมั่นคงของบริษัทได้ ไม่ใช่มีแต่แรงงาน ประเทศที่เปิ ดใหม่ แรงงานถูกกว่าไทย ฉะนั ้นต้องมุ่งส่งเสริมพัฒนา เรื่องนี ้ต้อง พัฒนาด้านการลงทุน การวิจัย การส่งเสริมงานทรัพย์สินทาง ปัญญาให้มาก โดยเฉพาะสัญญาของทรัพย์สินทางปัญญานั ้น จะเป็ นการสร้างความมั่นคงของบริษัทอย่างแท้จริงในระยะยาว เช่น Apple, Google
83 ตัวอย่างเช่นยุทธศาสตร์ของการวางสินค้าของตนเองที่มี ของดีแต่ไม่ได้ ใช้ เหมือน เช่น บริ ษัทยักษ์ ใหญ่ในวงการ คอมพิวเตอร์ของอเมริกาที่ท าคอมพิวเตอร์PC ก่อนบริษัทอื่น มี ทั ้ง Small, Medium และ Large Main Frame ที่บริษัทเป็ นคน คิดหมด แต่ระบบของคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ในขณะเริ่มต้นต้อง อยู่ในห้องปรับอากาศและไม่คิดว่าจะต้องหาอะไรมา เพื่อจะ สามารถใช้กับคอมพิวเตอร์แบบพกพาได้ ในเวลานั ้นบริษัทยัง ไม่เชื่อว่าธุรกิจ PC จะดีขึ ้น อุตสาหกรรมทุกประเภทโดยเฉพาะ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ยังต้องใช้คอมพิวเตอร์ของบริษัทอยู่ แต่ ในที่สุดก็พ่ายแพ้กับความคิดของตนเองต้องขายกิจการ PC ให้กับบริษัทจีน
84 ดังนั ้นการมีทรัพย์สินทางปัญญาที่ตัวเองไม่ได้ใช้ เก็บไว้หวงไว้ มากเกินความจ าเป็ น ใช้ผิดที่ผิดเวลา อาจเป็ นผลท าให้การ ลงทุนเสียหาย การวางแผนการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทาง ปัญญาจึงเป็ นเรื่องส าคัญ ความส าเร็จทุกอย่างไม่ได้มาโดยง่าย ถ้ าเป็ นนักลงทุนกระบวนการคิดนอกจากจะลงทุนในด้ าน อุตสาหกรรมโดยตรงแล้ว ผู้ลงทุนคงไม่อาจจะหลีกการลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญานี ้ได้เพื่อความมั่งคงของตัวเอง ไม่ใช่นั ้น แล้วการลงทุนของตัวเองก็จะอยู่เพียงแต่เรื่องแรงงานถูก ซึ่งหมด สมัยแล้วเพราะจ าเป็ นต้องมีการลงทุนและแสวงหาทรัพย์สินทาง ปัญญา ต้องมีการท า R & D ให้มากที่สุดเท่าที่จะท าได้
85 การลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญา ในรูปแบบของการลงทุนไม่ว่าจะเป็นการ ลงทุนผ่านการส่งเสริมการลงทุนหรือไม่ก็ตามจะเห็นว่าตัวแฝงอันหนึ่งที่เป็นส่วนที่ ส าคัญคือ การถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นต้นทุนที่ส าคัญอย่างหนึ่งของนักลงทุน และนัก ลงทุนนั้นจะแยกเทคโนโลยีที่เป็นทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ออกจากทรัพย์สินที่จับต้อง ได้ ส่วนที่แยกออกคือ เทคโนโลยี ความลับทางการค้า เครื่องหมายการค้า สูตรการ ผลิต รวมทั้งสิทธิบัตร (ถ้ามี) เพราะต้องการจะให้ได้รับเงินลงทุนเร็ว สิ่งแรกที่บริษัท แม่จะได้จากบริษัทลูกเมื่อตั้งโรงงานคือ ค่าสิทธิ บริษัทลูกยังไม่ท าก าไรเลยแต่บริษัท แม่เริ่มถอนทุนแล้ว เพราะฉะนั้นจึงบอกว่าการลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญาที่มี ความส าคัญ คือการพัฒนาและวิจัย การค้นคว้าอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะเป็นงานวิจัย ของบริษัทลูก เช่นปัจจุบันญี่ปุ่นมาตั้งงานวิจัยที่ไทยเป็นจ านวนมาก งานวิจัยจะท าให้ ตัวของบริษัทญี่ปุ่นสามารถจะตั้งมูลค่าได้ เช่น วิจัยเรื่องความหวานที่เกี่ยวกับเรื่อง การบริโภคน้ าตาล เพื่อจะลดสารที่สร้างโรคเบาหวาน ส่วนที่ 2 การบริหารเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา
86 กรมทรัพย์สินทางปัญญามีหน้าที่จะต้องสนับสนุนในขณะเดียวกันภาคเอกชนมีภารกิจที่ ส าคัญที่จะต้องเรียนรู้ในเรื่องการลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญา บางครั้งการลงทุนนั้นอาจจะไม่มาก เช่น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ปัจจุบันนี้มี GI (Thai Geographical Indication) เช่น เวลาไปซื้อของ OTOP จะมีเรื่องสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เช่น ข้าวหอมมะลิจังหวัดสุรินทร์ ที่ว่าได้ GI นั้น หมายความว่า การที่ต้องเสนอผลิตภัณฑ์ไปเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบว่าข้าวหอมมะลินี้ปลูกโดยใช้ สารอินทรีย์ และมีสายพันธุ์ที่เป็นสายพันธุ์ของข้าวหอมมะลิที่ปลูกในภาวะสภาพแวดล้อมในเขตนี้ เท่านั้น เพราะฉะนั้นที่อื่นจะไปใช้ GI ของข้าวหอมมะลิจังหวัดสุรินทร์ไม่ได้ สิ่งแรกที่จะท าให้การ ขับเคลื่อนของทุนเป็นไปอย่างภาคภูมิและเป็นไปอย่างเข้มแข็ง คือ การวางคุณค่าของทรัพย์สิน ทางปัญญาไว้ให้เป็นที่ประจักษ์ ไทยจะละเลยไม่ตรวจสอบทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้ เช่น ไข่เค็มไช ยา ท าไมไข่แดงจึงมีสีแดงกว่าไข่เค็มลพบุรี หรือไข่เค็มเมืองย่าโม สิ่งเหล่านี้จะเป็นหลักการ เบื้องต้นอย่างง่าย ๆ ว่าคุณค่าของทรัพย์สินทางปัญญานั้นมีเพิ่ม เช่น ไข่เค็มไชยาที่จังหวัดสุราษฎร์ ธานีเลี้ยงเป็ดด้วยอาหารทะเล เช่นหอยซึ่งมีแคลเซี่ยมสูงมาก ไข่แดงจึงมีสีแดง ในขณะที่ไข่เค็มที่ จังหวัดลพบุรีเป็นไข่เค็มที่หุ้มด้วยดินสอพอง แต่ละจังหวัดจะมีเอกลักษณ์ของตัวเองนั่นคือการ พัฒนา ส่วนที่ 2 การบริหารเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา (ต่อ)
87 ในขณะเดียวกัน SMEs จะจดสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร เป็ นส่วนที่ส าคัญของการ ลงทุน เช่น จดเรื่องการล้างแอร์โดยไม่ต้องถอดแอร์ ใช้กล้องส่องเข้าไป ก็ สามารถเป็ นสิ่งประดิษฐ์ ได้ สามารถจดสิทธิบัตร และขาย Licence เพราะฉะนั ้นการลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญามีอยู่ทุกรูปแบบของการลงทุน เพียงแต่ว่าจะเน้นมูลค่าของการลงทุนทรัพย์สินทางปัญญานั ้นออกมาได้ อย่างไรเท่านั ้น ในหลายธุรกิจถือว่าเป็ นธุรกิจที่ไม่เปิ ดเผยทรัพย์สินทาง ปัญญาเท่าใด เหมือนเช่นสูตรทางการค้า เช่นสูตรน ้าอัดลม PEPSI กับ EST คนละสูตรกันหรือไม่ นี่ก็เป็ นลักษณะความหวงแหนและคุณค่าของทรัพย์สิน ทางปัญญาที่มีการลงทุนค่อนข้างสูงเพราะต้องการเก็บไว้เป็ นความลับ เช่น สูตร COCA-COLA คนรู้สูตรมีอยู่ 7 คนทั่วโลก เดินทางไปผสมสูตรหัวน ้าเชื ้อ ให ้ เท่านนั้ แต่ละประเทศม ี หน ้ าท ี่เอาน า ้ บริสท ุ ธิ์ 99.99% มาใส่กับก๊าซ แต่หัว เชื ้อให้คนรู้สูตรเป็ นคนผสม หรือการ Re-Brand เครื่องหมายการค้าเก่ามาก ก็ มีการสร้ างเครื่องหมายการค้าที่เป็ นรูปแบบใหม่ทางด้านเทคโนโลยี สีสัน เปลี่ยนไปตามลักษณะของผู้บริโภค เป็ นเรื่องของการลงทุนในทรัพย์สินทาง ปัญญาเช่นกัน ส่วนที่ 2 การบริหารเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา (ต่อ)
88 อีกกรณีหนึ่งเป็นข้อสังเกตของเจ้าของเครื่องหมายการค้าคือ ก่อนจะน าสินค้าไปขาย ต่างประเทศ มีหลายประเทศที่เจ้าของเครื่องหมายนั้นน าสินค้าไปขายแล้วขายสินค้าไม่ได้ เพราะว่ามีคนแอบน าเครื่องหมายการค้าของเจ้าของไปจดทะเบียนแล้ว ท าให้หมดสิทธิ ขายสินค้า เช่น สเปนได้น าเครื่องหมายที่มีเจ้าของไปจดทะเบียนที่สเปนเรียบร้อยแล้ว และการจดทะเบียนนั้นก็เหมือนไทยในสมัยก่อน คือไม่ต้องพิสูจน์ว่าเป็นคนใช้ หรือเป็น คนที่ผลิตสินค้าออกใช้ ส่วนในอเมริกาเป็นประเทศที่ต้องผลิตสินค้าออกใช้ เวลาจะไปจดสินค้าของไทย ต้องส่งสินค้าไปจดที่อเมริกาและน าใบขนเข้ามา แต่หลายประเทศจดได้เลยโดยที่ยังไม่มี สินค้า เพียงแต่มีเจตนาที่จะใช้สินค้า รวมทั้งไทยด้วยมีความเสี่ยง เพราะฉะนั้นเมื่อไทย ผลิตสินค้าเสร็จไทยขายไม่ได้หลายประเทศ ไทยต้องฟ้องเพื่อเพิกถอน เพราะ แนวความคิดเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาจะไม่ซ้ ากัน ดังนั้นการลงทุนทางทรัพย์สินทาง ปัญญาจึงจ าเป็นอย่างมากเพื่อป้องกันการส่งออก การขายของไทยไม่ให้ถูกข้อจ ากัดโดย การละเมิดสิทธิของผู้อื่น ส่วนที่ 2 การบริหารเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา (ต่อ)
การบริหารเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทาง ปัญญาได้เตรียมพร้อมเกี่ยวกับเรื่องของประชาคมอาเซียน เรื่อง ของการรวมตัวกันของกลุ่มอาเซียนโดยเฉพาะในเรื่องของการเข้า พิธีสารกรุงมาดริด (Madrid Protocol) ในด้านของสิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้า การลงทุนทางด้านนี้มีกรณีที่น่าศึกษา เพราะว่าต่อไปการท าสัญญาการลงทุนต่าง ๆ รวมทั้งการ คุ้มครองเครื่องหมายการค้าจะเป็นหลักการที่ส าคัญของการ คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่คุ้มค่า 89 ส่วนที่ 2 การบริหารเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา (ต่อ)
สรุปแผนยุทธศาสตร์ทรัพย์สินทางปัญญา พ.ศ. 2556 - 2559 ปัจจุบันหลายประเทศได้ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาและเทคโนโลยีเป็น พื้นฐานในการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันและสร้างรายได้ให้แก่ ประเทศ และประเทศไทยก็อยู่ในกรอบยุทธศาสตร์เดียวกัที่จ าเป็นต้อง ปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีในทุกสาขาวิทยาการที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ความจ าเป็นในการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของ ประเทศให้มีความก้าวหน้า และสามารถน าการประดิษฐ์ การคิดค้นและ สร้างสรรค์ผลงานทางทรัพย์สินทางปัญญามาใช้พัฒนาเป็นสินค้าและ บริการที่มีคุณภาพแก่ผู้บริโภค รวมตลดถึงการใช้ประโยชน์การคุ้มครอง การปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและการพัฒนาบุคลากร 90 ส่วนที่ 2 การบริหารเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา (ต่อ)
ปัญหาการพัฒนาและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศ ไทย รวมทั้งการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ยังขาดประสิทธิภาพ ท าให้เกิดความล่าช้า และไม่อาจพัฒนาไม่เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ของเทคโนโลยี ประเทศไทยอยู่ในระดับที่ยังต้องการพัฒนาทั้งในด้านการ สร้างสรรค์นวัตกรรม การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาที่ปัจจุบันมีอยู่น้อยมาก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งในปี 2554 สถาบันนานาชาติเพื่อพัฒนาการบริหาร (International Institute for Management Development หรือ IMD) ได้จัดอันดับความสามารถในการ แข่งขันของไทยอยู่ในล าดับที่ 27 จาก 59 ประเทศ และการประชุมเวทีเศรษฐกิจ โลก (World Economic Forum หรือ WEF) ได้จัดอันดับความสามารถในการ แข่งขันของไทยอยู่ในล าดับที่ 39 จาก 142 ประเทศ 91 ส่วนที่ 2 การบริหารเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา (ต่อ)
ในแผนยุทธศาสตร์ที่ส าคัญคือให้ถือว่าการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศ นั้นควรสอดคล้องกับ นโยบายการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งครอบคลุม การค้าการลงทุนทั้งในด้าน 1) การอุตสาหกรรมเพื่อ ก) ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในประเทศด้วยการเพิ่ม ประสิทธิ ภาพการผลิต การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนและยกระดับ คุณภาพมาตรฐานสินค้าเข้ามาตรฐานสากล และส่งเสริมให้มีการลงทุนวิจัยและพัฒนาด้าน เทคโนโลยีและนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ทั้งในกระบวนการผลิตและออกแบบผลิตภัณฑ์ตรง ตามความต้องการของผู้บริโภค ข) ยกระดับภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ใช้ภูมิปัญญาทั้งทาง วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นประโยชน์แก่กระบวนการผลิต ประกอบผสม ค) เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับสินค้าให้มีคุณภ าพ มีคว ามปลอดภัยตาม มาตรฐานสากล 92 ส่วนที่ 2 การบริหารเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา (ต่อ)
2) การตลาด การค้าและการลงทุน เพื่อ ก) ส่งเสริมนโยบายการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมและป้องกัน การผูกขาดตัดตอน ส่งเสริมและพัฒนาบทบาทขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับ การคุ้มครองผู้บริโภคทั้งภาครัฐและเอกชน ข) สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการในด้านการคุ้มครองและ ป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของสินค้าและผลิตภัณฑ์ไทยทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ 93 ส่วนที่ 2 การบริหารเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา (ต่อ)
วัตถุประสงค์ของแผนยุทธศาสตร์ตามที่วางไว้คือ 1. ส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์และการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญา ในเชิงพาณิชย์ 2. พัฒนาระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่น และทรัพยากรชีวภาพของไทย 3. ป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 4. พัฒนาระบบการศึกษา เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ เสริมสร้างจริยธรรม และปลูกจิตส านึกการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของประชาชน ตลอดจน พัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาสาขาต่างๆ 5. สนับสนุนแหล่งเงินทุนเพื่อการวิจัยพัฒนา สร้างสรรค์ ใช้ประโยชน์ใน เชิงพาณิชย์ คุ้มครอง และปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 94 ส่วนที่ 2 การบริหารเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา (ต่อ)
ประเด็นยุทธศาสตร์ประกอบด้วย 7 ยุทธศาสตร์ คือ 1. ยุทธศาสตร์สร้างสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญา และกลยุทธ์ ประการแรกคือ เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญาของ ไทย โดยเฉพาะในสาขาที่ไทยมีศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก และในสาขา ที่ตลาดต้องการ ซึ่งมีแผนการด าเนินการตามกลยุทธ์ที่ก าหนดไว้ดังนี้ 1) ส่งเสริมการสร้างทรัพย์สินทางปัญญาจากการวิจัยพัฒนา พื้นฐานและการต่อยอดนวัตกรรม โดยบูรณาการระหว่างหน่วยงาน และ ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ทั้งในระดับประเทศและท้องถิ่น 2) สนับสนุนการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนในการพัฒนา เทคโนโลยี นวัตกรรม 95 ส่วนที่ 2 การบริหารเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา (ต่อ)
2. ยุทธศาสตร์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประการที่สอง เพื่อให้มีการน าทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทยไปใช้ประโยชน์ อย่างแท้จริง พัฒนาเป็นสินค้าและบริการที่สร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีการ ก าหนดกลยุทธ์ 1) ส่งเสริมผู้ประกอบการให้ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและ บริการ 2) พัฒนาสินค้าและบริการให้สามารถท าตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึง การสร้างตรา (Branding) ให้เป็นที่ยอมรับแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ 3) สนับสนุนการสร้างตลาดกลางทรัพย์สินทางปัญญา และการจับคู่ธุรกิจด้าน ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมีประสิทธิภาพ และ 4) บูรณาการการท างานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพย์สิน ทางปัญญา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และสามารถน าทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างแท้จริง เช่น หน่วยจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและ องค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ เป็นต้น 96 ส่วนที่ 2 การบริหารเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา (ต่อ)
3. ยุทธศาสตร์การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ประการที่สาม เพื่อสร้างระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา สอดคล้อง กับมาตรฐานสากล เหมาะสม และเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี รวมทั้ง พัฒนาระบบการคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น และทรัพยากรชีวภาพ มีการก าหนด กลยุทธ์ไว้ดังนี้ 1) ปรับองค์กรทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นองค์กรพึ่งพาตนเองได้ เพื่อให้ สามารถบริหารงานได้อย่างเป็นอิสระ คล่องตัว รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุด 2) พัฒนาระบบการตรวจสอบและจดทะเบียนสิทธิบัตร และเครื่องหมาย การค้า ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และถูกต้อง โดยปรับปรุงคู่มือแนวทางการ ตรวจสอบของผู้ตรวจสอบเพื่อให้ผลการตรวจสอบ มีคุณภาพ กระบวนการ ตรวจสอบมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมทั้งมีระบบการควบคุมคุณภาพการ ตรวจสอบที่เป็นที่ยอมรับ 97 ส่วนที่ 2 การบริหารเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา (ต่อ)
3) พัฒนาระบบและกฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ของไทยให้เหมาะสมกับระดับการพัฒนาประเทศ ทันต่อการ เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี รวมทั้งเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาด้าน ทรัพย์สินทางปัญญาที่จะช่วยให้ทรัพย์สินทางปัญญาไทยได้รับการ คุ้มครองที่ดีขึ้นในต่างประเทศ 4) สนับสนุนให้มีกฎหมายและระบบคุ้มครองภูมิปัญญา ท้องถิ่น และทรัพยากรชีวภาพของไทย และผลักดันให้หลักการ คุ้มครองดังกล่าวได้รับการยอมรับในระดับสากล 98 3. ยุทธศาสตร์การคุ้มครองฯ (ต่อ) 3. ยุทธศาสตร์การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (ต่อ) ส่วนที่ 2 การบริหารเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา (ต่อ)
4. ยุทธศาสตร์การป้องกัน และปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทาง ปัญญา ประการที่สี่ เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทาง ปัญญาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเป็นธรรมทางการค้า มีการ ก าหนดกลยุทธ์ไว้ดังนี้ 1) บูรณาการการท างานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน และ ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้การท างานเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ จริงจัง และต่อเนื่อง 2) ด าเนินกระบวนการทางกฎหมายต่อผู้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่าง รวดเร็ว และน ากฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับมาใช้ในการด าเนินคดีกับผู้กระท า ผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจัดการท าลายของกลางละเมิดทรัพย์สินทาง ปัญญาอย่างต่อเนื่อง 99 ส่วนที่ 2 การบริหารเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา (ต่อ)
3) พัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามการละเมิด ทรัพย์สินทางปัญญา ให้สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันสมัย และเท่าทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนเยียวยาผู้ ได้รับผลกระทบจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และ 4) พัฒนา ปรับปรุง และบูรณาการระบบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ การปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้สามารถติดตาม และประเมินผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ 100 4. ยุทธศาสตร์ป้ องกันฯ (ต่อ) 4. ยุทธศาสตร์การป้องกัน และปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (ต่อ) ส่วนที่ 2 การบริหารเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา (ต่อ)