กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๐๑ เหตุใดเหตุหนึ่งตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๙๑ และมาตรา ๙๙๒ อีกไม่ได้ บุคคลที่จะนําเช็คไปยื่นให้ธนาคารรับรองนั้น มี ๒ พวก ได้แก่ ๑. ผู้ทรงเช็ค ถ้าผู้ทรงเช็คนําเช็คไปยื่นให้ธนาคารรับรอง บรรดาผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลังทั้งปวงจะหลุด พ้นจากความรับผิดชอบ คือถ้าต่อมาธนาคารไม่จ่ายเงินแล้วผู้ทรงจะไปไล้เบี้ยผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลังไม่ได้จะไล่เบี้ย ได้เฉพาะธนาคารเท่านั้น ๒. ผู้สั่งจ่าย ถ้าผู้สั่งจ่ายเป็นผู้นําเช็คไปยื่นให้ธนาคารรับรอง ผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลังทั้งปวงจะไม่หลุดพ้น จากความรับผิด คืออาจถูกผู้ทรงไล่เบี้ยได้เสมอเมื่อธนาคารไม่จ่ายเงินตามเช็คนั้น ๗ เช็คขีดคร่อม ๗.๑ ความหมาย เช็คขีดคร่อม “เช็คขีดคร่อม” หมายถึง เช็คที่มีการขีดเส้นคู่ขนานไว้ที่ด้านหน้าของเช็ค ซึ่งมี ๒ ชนิด คือ ๗.๒ ประเภทของเช็คขีดคร่อม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เรามีการแบ่งประเภทของเช็คขีดคร่อมไว้ ๒ ประเภท คือ ๗.๒.๑ เช็คขีดคร่อมทั่วไป หมายถึงเช็คที่มีเส้นคู่ขนานไว้ด้านหน้าโดยในระหว่างเส้นคู่ขนานนั้นอาจจะ ไม่มีข้อความอะไรเลยหรือมีคําว่า “และบริษัท” หรือคําย่อใด ๆ ก็ได้ เช็คขีดคร่อมทั่วไปนี้ผู้ทรงเช็คจะนําไปยื่นให้ ธนาคารจ่ายเป็นเงินสดไม่ได้ จะต้องนําเช็คไปเข้าบัญชีจัดการขอให้ธนาคารเป็นผู้ไปเบิกให้เพราะเช็คชนิดนี้จะใช้เงิน ตามเช็คนั้นได้แต่เฉพาะให้แก่ธนาคารเท่านั้น 48 ๔๘เพียงแต่ผู้ทรงจะนําเช็คไปเข้าบัญชีธนาคารใดก็ได้ ๔๘ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๙๔ วรรคแรก
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๐๒ ๗.๒.๒ เช็คขีดคร่อมเฉพาะ หมายถึงเช็คที่มีเส้นคู่ขนานขีดไว้ที่ด้านหน้าเช็ค และในระหว่างเส้น คู่ขนานจะมีชื่อของธนาคารใดธนาคารหนึ่งลงไว้โดยเฉพาะ เช็คชนิดนี้จะมีการใช้เงินตามเช็คให้แก่ธนาคารที่ระบุไว้ เท่านั้น49 ๔๙ ดังนั้นผู้ทรงเช็คจะต้องนําเช็คไปเข้าบัญชีกับธนาคารที่ระบุลงไว้ในเส้นคู่ขนานเท่านั้น ๗.๓ บุคคลที่มีสิทธิขีดคร่อมเช็ค สําหรับบุคคลที่มีสิทธิในการขีดคร่อมเช็คตามกฎหมายมี ดังนี้ ๑. ผู้สั่งจ่ายเช็คหรือผู้ทรงเช็ค ซึ่งอาจจะขีดคร่อมเช็คธรรมดาให้เป็นเช็คขีดคร่อมทั่วไปก็ได้หรืออาจจะขีด คร่อมเช็คธรรมดาหรือเช็คขีดคร่อมทั่วไป ให้เป็นเช็คขีดคร่อมเฉพาะก็ได้50 ๕๐ ๒. ธนาคาร ซึ่งธนาคารมีสิทธิที่จะขีดคร่อมเช็คธรรมดาที่ไม่มีขีดคร่อม หรือเช็คขีดคร่อมทั่วไปให้เป็นเช็ค ขีดคร่อมเฉพาะให้แก่ธนาคารอื่นเพื่อเรียกเก็บเงินก็ได้51 ๕๑ อนึ่ง . .. เช็คขีดคร่อมทั่วไปหรือเช็คขีดคร่อมเฉพาะนั้น ผู้ทรงจะเติมคําลงว่า “ห้ามเปลี่ยนมือ” ลงไว้ก็ได้ 52 ๕๒ ๗.๔ ผลในทางกฎหมายเกี่ยวกับเช็คขีดคร่อม ๗.๔.๑ การขีดคร่อมเช็คนั้นถือว่าเป็นส่วนสําคัญอันหนึ่งของเช็ค ใครจะลบล้างย่อมไม่เป็นการชอบด้วย กฎหมาย53 ๕๓ ถ้าหากมีการลบล้างการขีดคร่อมเช็คนั้น ให้ถือว่าการลบล้างนั้นเป็นอันใช้ไม่ได้ และเช็คนั้นยังเป็นเช็ค ขีดคร่อมอยู่ ๗.๔.๒ ถ้ามีการนําเช็คขีดคร่อมเฉพาะให้แก่ธนาคารมากกว่าหนึ่งขึ้นไปมาเบิกเอาแก่ธนาคารใด ให้ธนาคาร นั้นบอกปัดเสียอย่าใช้เงินให้ เว้นแต่ที่ขีดคร่อมให้แก่ธนาคารในฐานะเป็นตัวแทนเรียกเก็บเงิน ถ้าธนาคารใดได้ใช้เงินไปตามเช็คขีดคร่อมไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ธนาคารจะต้องรับผิดต่อผู้เป็น เจ้าของอันแท้จริงแห่งเช็คนั้น54 ๕๔ แต่ถ้าธนาคารใดได้ใช้เงินไปโดยถูกต้องตามกฎหมายโดยสุจริตและปราศจากความประมาทเลินเล่อ ให้ถือ ว่าธนาคารนั้น (รวมทั้งผู้สั่งจ่าย) ได้ใช้เงินแก่ผู้เป็นเจ้าของอันแท้จริงแล้ว55 ๕๕ ๔๙ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๙๔ วรรคสอง ๕๐ ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๙๕(๑) และ (๒) ๕๑ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๙๕(๔) และ (๕) ๕๒ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรามา ตรา ๙๙๕(๓) ๕๓ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๙๖ ๕๔ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๙๗ ๕๕ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๙๘
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๐๓ ๗.๔.๓ ธนาคารใดได้รับเงินไว้ ตามเช็คขีดคร่อมเพื่อผู้เคยค้าของตนโดยสุจริตและปราศจากความประมาท เลินเล่อ แม้จะปรากฏว่าผู้เคยค้านั้นไม่มีสิทธิหรือมีสิทธิเพียงอย่างบกพร่องในเช็คนั้น การที่ธนาคารได้รับเงินไว้ ย่อมไม่ทําให้ธนาคารนั้นจะต้องรับผิดต่อผู้เป็นเจ้าของอย่างแท้จริงแห่งเช็คนั้นแต่อย่างใด56 ๕๖ ๗.๔.๔ บุคคลใดได้รับเช็คขีดคร่อมของเขามา ซึ่งมีคําว่า “ห้ามเปลี่ยนมือ” บุคคลนั้นย่อมไม่มีสิทธิในเช็คนั้น ยิ่งไปกว่า และไม่สามารถให้สิทธิในเช็คนั้นต่อไปได้ดีกว่า สิทธิของบุคคลอันตนได้เช็คของเขามา……๕๗ ซึ่งกรณีนี้ เป็นไปตามหลักทั่วไปที่ว่า “ผู้รับโอนย่อมไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน” นั่นเองและถือว่าเป็นข้อยกเว้นของ ประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์มาตรา ๙๐๕ วรรคสอง และสามด้วย (โดยไม่ต้องคํานึงว่าผู้ที่ได้รับโอนเช็คขีดคร่อมที่มีข้อความ ดังกล่าวจะสุจริตหรือไม่ ๕๖ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๐๐) ๕๗ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๙๙)
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๐๔ บทที่ ๖ ตั๋วเงินปลอม ๑. การลงลายมือชื่อปลอม การลงลายมือชื่อในตั๋วเงินที่ถือว่าเป็นตั๋วเงินปลอม ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๐๘ นั้นมี ๒ กรณี คือ ๑. เป็นตั๋วเงินที่เกิดจากลายมือชื่อในตั๋วเงินเป็นลายมือชื่อปลอม คือลายมือชื่อที่เจ้าของมิได้เป็นผู้เขียนเองแต่ เป็นบุคคลอื่นได้เขียนไว้เพื่อให้บุคคลภายนอกเข้าใจว่าเป็นลายมือชื่อของเจ้าของที่แท้จริง ซึ่งอาจจะเป็นการเขียน ปลอมลายมือชื่อของผู้สั่งจ่าย หรือผู้สลักหลังก็ได้ ๒. เป็นตั๋วเงินที่เกิดจากลายมือชื่อที่ลงโดยปราศจากอํานาจ คือการที่บุคคลอื่นได้เขียนแทนให้เจ้าของโดยที่ เจ้าของไม่ได้มอบอํานาจให้กระทํา แต่กรณีนี้เจ้าของชื่อที่แท้จริงได้ให้สัตยาบันในภายหลังก็ให้ถือว่าลายมือชื่อที่ลง โดยปราศจากอํานาจนั้นใช้ได้ เสมือนลายมือชื่อที่แท้จริงมาตั้งแต่ต้น58 ๕๘ ผลของการลงลายมือชื่อปลอม ๑. ลายมือชื่อปลอมหรือลายมือชื่อที่ลงโดยปราศจากอํานาจนั้นเป็นอันใช้ไม่ได้ คือให้ถือว่าไม่มีการลง ลายมือชื่อในตั๋วเงิน แต่บุคคลผู้ปลอมลายมือชื่อนั้นจะต้องรับผิดเสมือนเป็นลายมือชื่อของตนเอง (คือต้องรับผิด เพราะได้ลงลายมือชื่อของตนในตั๋วเงินตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๐๐ นั่นเอง) ๒. การที่ลายมือชื่ออันหนึ่งอันใดในตั๋วเงินเป็นลายมือชื่อปลอม ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงลายมือชื่ออื่น ๆ ในตั๋วเงิน คือให้ถือว่าลายมือชื่ออื่น ๆ ในตั๋วเงินนั้นยังคงสมบูรณ์59 ๕๙ ๓. เมื่อใดลายมือชื่อในตั๋วเงินเป็นลายมือชื่อปลอมหรือลายมือชื่อที่ลงโดยปราศจากอํานาจ ลายมือชื่อนั้น เป็นอันใช้ไม่ได้ ใครจะอ้างอิงอาศัยแสวงสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อยึดหน่วงตั๋วไว้ หรือเพื่อทําให้ตั๋วนั้นหลุดพ้น หรือเพื่อบังคับการใช้เงินเอาแก่คู่สัญญาแห่งตั๋วนั้นไม่ได้เป็นอันขาด เว้นแต่คู่สัญญาฝ่ายที่จะพึงถูกยึดหน่วงหรือถูก บังคับใช้เงินนั้นจะอยู่ในฐานะเป็นผู้ต้องตัดบทมิให้ยกลายมือชื่อปลอม หรือลงโดยปราศจากอํานาจนั้นขึ้นเป็นข้อ ต่อสู้60 ๖๐ ๕๘ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๐๘ วรรคสอง ๕๙ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๐๐๖ ๖๐ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๐๘ วรรคแรก
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๐๕ นํ้า ลม ไฟ เมฆ หมอก ดิน ลม ไฟ เมฆ ตัวอย่าง ตามรูป ดินออกตั๋วแลกเงินสั่งนํ้าให้จ่ายเงินแก่ลม ลมสลักหลังโอนให้ไฟ ฟ้าได้ลักตั๋วเงินจากไฟ และปลอมลายมือชื่อของไฟสลักหลังโอนให้เมฆ และเมฆได้สลักหลังโอนต่อให้หมอกซึ่งหมอกรับโอนไว้โดยสุจริต ดังนี้ เมื่อพิจารณาตามผลของตั๋วเงินปลอมดังที่กล่าวไว้ข้างต้น จึงสรุปได้ว่า ๑. ลายมือชื่อของไฟเป็นอันใช้ไม่ได้เพราะไฟมิได้ลงลายมือชื่อด้วยตนเอง แต่ให้ถือว่าเป็นลายมือชื่อของ ฟ้า ซึ่งฟ้าจะต้องรับผิดในฐานะผู้สลักหลังตาม ป.พ.ฟ.มาตรา ๙๐๐ และ ๙๑๔ ๒. แม้ลายมือชื่อของไฟจะเป็นลายมือชื่อปลอดและใช้ไม่ได้ แต่ลายมือชื่อของดิน ลม และเมฆยังคงมี ผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๐๐๖ ๓. ถ้าไฟเรียกตั๋วเงินคืนจากหมอก หมอกจะต้องคืนให้แก่ไฟ เพราะแม้หมอกจะสุจริตแต่เมื่อเป็นเรื่องตั๋ว เงินปลอมแล้ว หมอกจะอ้างอิงอาศัยอาศัยแสวงสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อจะยึดหน่วงตั๋วไว้ไม่ได้ หรือถ้าหมอกนําตั๋วไปขึ้นเงินกับนํ้า แต่นํ้าปฏิเสธการจ่ายเงิน ดังนั้นหมอกจะไล่เบี้ยดินและลมไม่ได้ เพราะจะเป็นการอาศัยลายมือชื่อปลอมเพื่อไล่เบี้ย ซึ่งกฎหมายห้ามมิให้กระทําเด็ดขาด และจะไล่เบี้ยนํ้าหรือไฟก็ ไม่ได้เพราะทั้งสองมิได้ลงลายมือชื่อในตั๋วเงิน แต่หมอกมีสิทธิไล่เบี้ยฟ้าและเมฆ ให้รับผิดในฐานะผู้สลักหลังได้ ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๙๐๐, ๙๑๔ และ ๑๐๐๖ เพราะไม่ต้องห้าม ตาม ประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๐๐๘ คือไม่ถือว่าหมอกได้อาศัยลายมือชื่อปลอมเพื่อไล่เบี้ยแต่อย่างใด อนึ่ง........ถ้าตามตัวอย่างปรากฏว่าไฟได้รู้เห็นในการปลอมลายมือชื่อของฟ้าด้วยแต่ได้นิ่งเฉยเสียไม่ว่า เพราะเหตุใดก็ตาม ถือว่าไฟได้อยู่ในฐานเป็นผู้ต้องตัดบทมิให้ยกลายมือชื่อปลอมนั้นขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ดังนั้นถ้าไฟ เลือกตั๋วคืนจากหมอก หมอกไม่ต้องคืนให้และถ้าหมอกจะไล่เบี้ยก็สามารถไล่เบี้ยไฟได้เช่นกัน ตัวอย่าง โทได้ปลอมลายมือชื่อของเอก ออกเช็คสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินแก่ตรี ตรีได้สลักหลังโอนให้จัตวา และจัตวาได้สลักหลังโอนให้พิเศษซึ่งพิเศษได้รับโอนไว้โดยสุจริต เมื่อพิเศษนําเช็คไปขึ้นเงินธนาคารปฏิเสธการ จ่ายเงิน ดังนั้นพิเศษจะฟ้องร้องไล่เบี้ยใครได้บ้าง และถ้าเอกเรียกเช็คคืนจากพิเศษ พิเศษจะต้องคืนให้หรือไม่ เพราะเหตุใด BANK ตรี จัตวา พิเศษ เอก ตรี จัตวา
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๐๖ จากตัวอย่างดังกล่าวมีหลักกฎหมายที่จะนํามาใช้วินิจฉัย คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๐๐, ๙๑๔ , ๑๐๐๖ และ ๑๐๐๘ ๑. เมื่อธนาคารไม่จ่ายเงิน พิเศษสามารถไล่เบี้ยบุคคลเหล่านี้ได้ คือ - โท เพราะถือว่าโทได้ลงลายมือชื่อในเช็คนั้นในฐานะผู้สั่งจ่าย - ตรี และจัตวา ซึ่งได้ลงลายมือชื่อในเช็คนั้นในฐานะผู้สลักหลัง เพราะแม้ลายมือชื่อของเองจะ เป็นลายมือชื่อปลอม ก็ไม่กระทบกระทั่งถึงลายมือชื่อของตรีและจัตวาแต่อย่างใด ส่วนธนาคารและเอกไม่ต้องรับผิดต่อพิเศษ เพราะมิได้ลงลายมือชื่อในตั๋วเงิน ๓. ถ้าเอกเรียกชื่อคืนจากพิเศษ พิเศษต้องคืนให้เพราะแม้พิเศษจะสุจริต แต่กฎหมายห้ามมิให้ พิเศษอาศัยลายมือชื่อปลอมเพื่อเสวกสิทธิในการยื่นหน่วงตั๋วไว้ **ข้อสังเกต ๑. บุคคลที่ได้รับลงลายมือชื่อของตนก่อนลงลายมือชื่อปลอม ไม่ต้องรับผิดชอบต่อผู้ทรงใด ๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายทําให้อยู่ในฐานะเป็นผู้ต้องตัดบทมิให้ยกข้อลายมือชื่อปลอมขึ้นมาต่อสู้ผู้ทรง ๒. บุคคลผู้ลงลายมือชื่อปลอมต้องรับผิดเสมือนเป็นลายมือชื่อของตนเอง ๓. บุคคลที่ได้ลงลายมือชื่อในภายหลังลายมือชื่อปลอมต้องรับผิดชอบต่อผู้ทรงเสมอ ๒.๒ การแก้ไขตั๋วเงิน การแก้ไขรายการในตั๋วเงินซึ่งถือว่าตั๋วเงินนั้นเป็นตั๋วเงินปลอมตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๐๗ นั้นจะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ดังนี้ คือ จะต้องเป็นการแก้ไขภายหลังที่ตั๋วเงินนั้น เป็นตั๋วเงินที่สมบูรณ์แล้ว การแก้ไขนั้นคู่สัญญาผู้ต้องรับผิดตามตั๋วเงินมิได้ยอมรับหมดทุกคน เพราะถ้าคู่สัญญาได้ยินยอมกับการแก้ไข หมดทุกคนแล้ว ตั๋วเงินนั้นก็จะยังมีผลสมบูรณ์ ใช้บังคับได้ตามกฎหมาย ไม่เป็นตั๋วเงินปลอมตามมาตรานี้ การแก้ไขนั้นจะต้องเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในข้อสําคัญ เช่น การแก้ไขเปลี่ยนแปลงวันที่ที่ลง หรือ จํานวนเงินอันจะพึงใช้ หรือเวลาในการใช้เงินเป็นต้น (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๐๗ วรรค สาม) ถ้าการแก้ไขนั้นเป็นการแก้ไขในข้อที่ไม่สําคัญแล้ว ตั๋วเงินนั้นยังคงสมบูรณ์ไม่เสียไป ผลของการแก้ไขข้อความในตั๋วเงิน ๑. ถ้าการแก้ไขข้อความนั้นเห็นประจักษ์ (คือเห็นถึงการแก้ไขข้อความนั้นได้อย่างชัดเจน) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๐๗ วรรคแรก กําหนดไว้ว่า “ถ้าตั๋วเงินใดมีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อความในข้อสําคัญโดยที่คู่สัญญาทั้งปวงรู้ต้องรับผิดตามตั๋วเงินมิได้ยินยอมด้วยหมดทุกคน และถ้า การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นเห็นประจักษ์ ให้ถือว่าตั๋วเงินนั้นเป็นอันเสียไป เว้นแต่ยังคงใช้ได้ต่อคู่สัญญา ผู้ทําการแก้ไข เปลี่ยนแปลงนั้น เห็นผู้ที่ได้ยินยอมด้วยกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นกับทั้งผู้สลักหลังในภายหลัง”
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๐๗ ตัวอย่าง ดินออกตั๋วแลกเงินสั่งให้นํ้าจ่ายเงินแก่ลม ๑๐,๐๐๐ ลมสลักหลังโอนให้ไฟ ไฟได้แก้ไขจํานวน เงินเป็น ๑๑๐,๐๐๐ บาท ซึ่งการแก้ไขนั้นเห็นได้ชัดเจนและได้สลักหลังให้เมฆ เมฆได้สลักหลังให้หมอกเมื่อตั๋วถึง กําหนด นํ้าไม่จ่ายเงิน ดังนี้หมอกจะไล่เบี้ยใครได้บ้าง เพราะเหตุใด นํ้า ลม ไฟ เมฆ หมอก ดิน ลม ไฟ เมฆ ดังนี้เมื่อการแก้ไขนั้นเห็นประจักษ์ให้ถือว่าตั๋วเงินนั้นเป็นอันเสียไป หมอกจะไล่เบี้ยดินผู้สั่งจ่ายและลมผู้ สลักหลังไม่ได้ (เว้นแต่ดินหรือลมจะได้ยินยอมด้วยกับการแก้ไขนั้น) แต่หมอกยังสามารถไล่เบี้ยไฟผู้ซึ่งแก้ไข และ เมฆผู้สลักภายหลังการแก้ไขนั้นได้ ในจํานวนเงินที่แก้ได้แล้วคือ ๑๑๐,๐๐๐ บาท อนึ่ง……ถ้าไฟได้จ่ายเงินให้แก่หมอกไปแล้ว ๑๑๐,๐๐๐ บาท ไฟก็ไม่มีสิทธิไล่เบี้ยดินและลมได้ เพราะถือว่าตั๋วเงินนั้นเสียไปแล้วใช้ไม่ได้ 2. ถ้าการแก้ไขข้อความนั้นเห็นไม่ประจักษ์ (คือเห็นไม่ชัดเจน) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๐๐๗ วรรคสอง ได้กําหนดไว้ว่า “ถ้าตั๋วเงินใดได้มีผู้แก้ไข เปลี่ยนแปลงในข้อความสําคัญแต่ความเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ประจักษ์ ผู้ทรงที่ชอบด้วยกฎหมายจะถือเอาประโยชน์ จากตั๋วเงินนั้นเสมือนกับว่ามิได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเลยก็ได้ และจะบังคับการใช้เงินตามเนื้อความเดิมแห่งตั๋วนั้น ก็ได้” เช่น ตามตัวอย่างข้างต้น ถ้าตอนที่ไฟได้แก้ไขจํานวนเงินจาก ๑๐,๐๐๐ บาท,เป็น ๑๑๐,๐๐๐ บาทนั้น ได้ แก้ไขอย่างแนบเนียนมากมองด้วยสายตาเปล่าแทบไม่เห็นเลย ดังนี้ เมื่อนํ้าไม่จ่ายเงินแก่หมอก หมอกซึ่งเป็นผู้ทรง โดยชอบด้วยกฎหมายย่อมมีสิทธิที่จะไล่เบี้ยบุคคลเหล่านี้ได้ คือ -ดินและลม ซึ่งต้องรับผิดตามเนื้อความเดิมก่อนที่จะมีการแก้ไข คือ ๑๐,๐๐๐ บาท - ไฟและเมฆ ซึ่งต้องรับผิดตามเนื้อความที่มีการแก้ไขใหม่คือ ๑๑๐,๐๐๐ บาท (แต่อย่างไรก็ตามเมื่อหมอก ไล่เบี้ยบุคคลดังกล่าวแล้ว จะไล่เบี้ยรวมกันแล้วต้องไม่เกินจํานวน ๑๑๐,๐๐๐ บาท) สรุป 1. ผู้ที่ได้ทําการแก้ไข หรือผู้ที่ได้ยินยอมด้วยกับการแก้ไข และผู้ที่ได้สลักหลังในภายหลังการแก้ไข (ไม่ว่า จะได้ยินยอมด้วยหรือไม่) จะต้องรับผิดตามเนื้อความในตั๋วเงินที่ได้มีการแก้ไขใหม่แล้วเสมอไม่ว่าการแก้ไข เปลี่ยนแปลงในข้อสําคัญนั้นจะเห็นประจักษ์หรือไม่ก็ตาม 2. ผู้ที่อยู่ก่อนการแก้ไขจะไม่ต้องรับผิดถ้าการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในข้อสําคัญนั้นเห็นได้ประจักษ์และตน มิได้ยินยอมด้วยกับการแก้ไขตั๋วนั้น แต่ถ้าการแก้ไขตั๋วนั้นเห็นไม่ประจักษ์ตนก็จะรับผิดเฉพาะตามเนื้อความเดิม ก่อนที่จะมีการแก้ไขเท่านั้น
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๐๘ บทที่ ๗ การฟ้องคดี และอายุความ อายุความคือ กําหนดระยะเวลาที่กฎหมายให้ผู้มีสิทธิเรียกร้องใช้สิทธิเรียกร้องของตน หากใช้สิทธิเมื่อพ้น กําหนดอายุความแล้วคู่กรณีย่อมยกเหตุแห่งความสิ้นสุดของอายุความขึ้นกล่าวอ้างได้และในกรณีเช่นนี้ศาลจําต้อง ยกฟ้องอายุความเรื่องตั๋วเงินนี้กฎหมายได้บัญญัติไว้เป็นกรณีพิเศษและต่างๆกันเนื่องจากในตั๋วเงินนั้นมีคู่สัญญา อยู่ด้วยกันหลายประเภทกล่าวคือ ๑.อายุความการฟ้ องผู้รับรองตั๋วแลกเงินและผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน มาตรา๑๐๐๑“ในคดีฟ้ องผู้รับรองตั๋วแลกเงินก็ดีผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินก็ดีท่านห้ามมิให้ฟ้ องเมื่อพ้นเวลา สามปีนับแต่ตั๋วนั้น ๆถึงกําหนดใช้เงิน” มาตรานี้บทบัญญัติกําหนดอายุความการฟ้ องคู่สัญญาซึ่งอยู่ในฐานะเป็นลูกหนี้ชันต้นให้รับผิดตามตั๋ว ้ ซึ่ง ได้แก่ (๑) ผู้รับรองตั๋วแลกเงิน (๒) ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน ซึ่งต้องผูกพันรับผิดเช่นเดียวกับผู้รับรองตั๋วแลกเงิน ตามมาตรา ๙๘๖ ระหว่างเวลาแห่งอายุความ ในคดีฟ้องผู้รับรองตั๋วแลกเงินก็ดี ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินก็ดี ท่านห้ามมิให้ฟ้องพ้นเวลาสามปีนับแต่วันตั๋ว นั้นๆ ถึงกําหนดใช้เงิน61 ๖๑ อายุความในการฟ้องกฎหมายกําหนดไว้ว่าจะต้องฟ้องเสียภายในกําหนดเวลาไม่เกิน ๓ ปีนับแต่วันที่ตั๋วเงิน นั้นถึงกําหนดใช้เงินกล่าวคือถ้าเป็นตั๋วแลกเงินต้องฟ้องผู้รับรองภายใน ๓ ปีนับแต่วันที่ตั๋วแลกเงินถึงกําหนดใช้เงิน ถ้าเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินต้องฟ้องผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินภายใน ๓ ปีนับแต่วันที่ตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นถึงกําหนดใช้เงิน สําหรับกรณีที่ผู้ออกตั๋วตกลงให้ผู้ทรงกรอกวันถึงกําหนดใช้เงินเอาเองและผู้ทรงได้กรอกวันถึงกําหนดใช้เงิน ตามที่ตกลงกันไว้ดังนี้อายุความเริ่มนับแต่วันที่ผู้ทรงกรอกวันลงไป ข้อสังเกต ๖๑ เสาวนีย์ อัศวโรจน์. “อายุความ”, คําอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน ,มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์,กรุงเทพฯ:ปีพ.ศ.๒๕๔๘.หน้า ๓๙๘
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๐๙ (๑) กล่าวคือมาตรา๑๐๐๑มิได้ระบุถึงเฉพาะตัวบุคคลที่ถูกฟ้องซึ่งได้แก่ผู้รับรองตั๋วแลกเงินซึ่งต้องรับผิดโดย เฉพาะเจาะจงในฐานะลูกหนี้ชั้นต้นตามมาตรา ๙๓๗ ซึ่งต้องรับผิดตามจํานวนเงินและเนื้อความซึ่งตนรับรองไว้กับ ฟ้องผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งผูกพันตามตั๋วเสมือนผู้รับรองตั๋วแลกเงินตามมาตรา ๙๘๖วรรคแรกแต่ตัวบุคคลที่จะ ใช้สิทธิฟ้องกฎหมายมิได้กําหนดไว้ว่าเป็นผู้ใดดังนั้นคงจะมิได้หมายความเฉพาะผู้ทรงซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ตามตั๋ว เงินเท่านั้นที่จะมีสิทธิฟ้องแต่คงจะเป็นบุคคลใดก็ได้ที่มีสิทธิฟ้องตามกฎหมายตั๋วเงินอาจเป็นผู้สลักหลังซึ่งเข้าถือเอา ตั๋วตามมาตรา ๙๖๗ วรรคสามหรืออาจจะเป็นผู้รับอาวัลซึ่งได้ใช้เงินไปตามตั๋วย่อมได้สิทธิไล่เบี้ยตามมาตรา ๙๔๐ วรรคสามหรืออาจจะเป็นทายาทผู้สืบสิทธิก็ได้ (๒) การฟ้องผู้รับอาวัลผู้รับรองตั๋วแลกเงินหรือการฟ้องผู้รับอาวัลผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินก็ย่อมมีกําหนดอายุ ความตามกฎหมายมาตรานี้คือ ๓ ปีเพราะผู้รับอาวัลย่อมผูกพันเป็นอย่างเดียวกันกับบุคคลซึ่งตนประกันตามมาตรา ๙๔๐วรรคแรก (๓) ที่น่าสงสัยและหาคําตอบไม่ได้ก็คือ เพราะเหตุใดกฎหมายตามมาตรานี้จึงมิได้บัญญัติไปถึงธนาคารผู้ รับรองเช็คตามมาตรา ๙๙๓ วรรคแรกซึ่งจะมีฐานะเป็นลูกหนี้ชั้นต้นตามตั๋วเงินเช่นเดียวกันถ้าจะให้ผู้เขียนคาดเดาก็ เข้าใจว่ากฎหมายไทยคงได้ไปเอาแบบอย่างมาจากกฎหมายของอังกฤษ ซึ่งตามกฎหมายของอังกฤษแล้วถือว่าเช็คนั้น เป็นตั๋วแลกเงินชนิดหนึ่งคือถ้าเป็นตั๋วแลกเงินที่สั่งให้ธนาคารใช้เงินเมื่อทวงถามตามกฎหมายของอังกฤษเรียกว่าเช็ค ดังนั้นอายุความตามกฎหมายอังกฤษ สําหรับผู้จ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินซึ่งรับรองการใช้เงินแล้วกับธนาคารซึ่งรับรอง การใช้เงินตามตั๋วแลกเงินซึ่งเป็นเช็คจึงมีอายุความเท่ากันเพราะเป็นตั๋วเงินประเภทเดียวกันจึงหมายความว่าตั๋วเงิน ตามกฎหมายของอังกฤษจึงมี๒ ประเภทคือตั๋วแลกเงินและตั๋วสัญญาใช้เงินอายุความจึงได้กําหนดไว้เฉพาะตั๋วแลก เงินซึ่งครอบคลุมไปถึงเช็คด้วยกับตั๋วสัญญาใช้เงินแต่กฎหมายไทยได้แยกเช็คออกมาเป็นตั๋วเงินอีกประเภทหนึ่งแต่ มิได้กําหนดอายุความเพิ่มเติมขึ้นใหม่สําหรับเช็คจึงทําให้อายุความการฟ้องธนาคารซึ่งรับรองการใช้เงินตามเช็คขาด หายไป ต่อปัญหานี้ทําให้เมื่อเกิดคดีการฟ้องธนาคาร ซึ่งรับรองการใช้เงินตามเช็คแล้ว จําต้องกลับไปใช้อายุความ ทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่กําหนดอายุความไว้ถึง๑๐ปีซึ่งอันที่จริง แล้วกฎหมายตั๋ว เงินนั้นเป็นกฎหมายพาณิชย์เป็นกฎหมายพิเศษเฉพาะเรื่องอีกทั้งได้กําหนดอายุความการฟ้องคดีของตนไว้เป็นการ ต่างหากจึงน่าที่จะแสดง ให้เห็นถึงวัตถุประสงค์ของกฎหมายตั๋วเงินว่าหนี้ตามตั๋วเงินซึ่งเป็นตราสารเปลี่ยนมือได้ซึ่ง ทําให้คู่สัญญามีได้ไม่จํากัดจํานวนควรมีอายุความที่รวบรัดไม่ควรมีอายุความที่ยืดยาวดังเช่นหนี้สามัญทั่วไปต่อ ปัญหาต่อไปนี้ทําให้เกิดข้อเปรียบเทียบที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่าง ๓ ปีกับ๑๐ปีซึ่งเป็นการฟ้องร้องลูกหนี้ ชั้นต้นเหมือนกัน ในมูลหนี้ตามตั๋วเงินเหมือนกัน เป็นเพียงตั๋วเงินต่างประเภทกันเท่านั้นต้นกําเนิดหรือที่มาของ แคชเชียร์เช็ค(Cashier cheque) ก็น่าจะเกิดจากปัญหาข้างต้นดังกล่าว ธนาคารซึ่งเป็นองค์กรทางธุรกิจคงจะไม่ยอม เอาตัวเข้าผูกพันทางสัญญาตั๋วเงินเป็นเวลายาวนานถึง๑๐ปีโดยไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนที่คุ้มค่าด้วยการยอม รับรองการใช้เงินตามเช็ค แคชเชียร์เช็คเป็นเช็คที่ผู้ได้มาจะต้องเอาเงินไปซื้อจากธนาคารหรือมีบัญชีเงินฝากกับ ธนาคารแล้วให้ธนาคารออกเช็คชนิดนี้ให้แทนการเบิกเงินสดออกมา
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๑๐ ตัวอย่าง เช่นนายเดชามีภูมิลําเนาอยู่ที่กทมาตราต้องการซื้อที่ดินแปลงหนึ่งอยู่ในอําเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ในราคาห้าล้านบาทนายเดชาไม่กล้านําเงินสดจํานวนห้าล้านบาทไปชําระในวันนัดจดทะเบียนโอนที่ดินเนื่องจากเกรง อันตรายนายเดชาจึงไปที่ธนาคารซึ่งตนมีบัญชีเงินฝากอยู่แต่แทนที่จะเบิกเงินสดจํานวนห้าล้านบาทก็ขอให้ธนาคาร ออกแคชเชียร์เช็คกล่าวคือเป็นเช็คที่ธนาคารนั้นเองเป็นผู้สั่งจ่ายสั่งธนาคารเดียวกันที่อําเภอเมือง จังหวัดจันทบุรีเป็น ผู้จ่ายจ่ายให้แก่ผู้รับเงินซึ่งอาจจะระบุชื่อของเจ้าของที่ดินลงไปก็ได้แล้วนายเดชาก็นําเช็คฉบับนี้ไปมอบชําระหนี้ค่า ที่ดินในวันจดทะเบียนโอนให้แก่เจ้าของที่ดิน เป็นเช็คที่ยอมรับกันในวงการทั่วไปว่าธนาคารต้องจ่ายเงินตามเช็ค ดังกล่าว เพราะหากผู้ใดไม่มีเงินอยู่ในบัญชีเงินฝากกับธนาคาร ธนาคารก็คงไม่ออกเช็คดังกล่าวมาให้ผู้นั้น ๒ อายุความกรณีผู้สลักหลังฟ้ องผู้สลักหลังและฟ้ องผู้สั่งจ่าย มาตรา๑๐๐๓ “ในคดีผู้สลักหลังทั้งหลายฟ้องไล่เบี้ยกันเอง และไล่เบี้ยเอาแก่ผู้สั่งจ่ายแห่งตั๋วเงินท่านห้ามมิ ให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาหกเดือนนับแต่วันที่ผู้สลักหลังเข้าถือเอาตั๋วและใช้เงินหรือนับแต่วันที่ผู้สลักหลังนั้นเองถูก ฟ้อง” ระยะเวลาแห่งอายุความ ความตามมาตรานี้เป็นบทบัญญัติที่กําหนดอายุความที่ผู้สลักหลังฟ้องไล่เบี้ยกันเองกล่าวคือ ผู้สลักหลังคน หนึ่งคนใดอาจถูกผู้ทรงฟ้องไล่เบี้ยบังคับเอาเงินตามตั๋วเมื่อผู้สลักหลังซึ่งถูกบังคับใช้เงินได้ใช้เงินไปตามตั๋วและได้ เข้าถือเอาตั๋วเงินนั้นผู้สลักหลังคนนี้ย่อมมีสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาผู้สลักหลังคนก่อนและผู้สั่งจ่ายโดยต้องฟ้องเสีย ภายในเวลา๖เดือนนับแต่ผู้สลักหลังคนดังกล่าวนี้เข้าถือเอาตั๋วเงินตามมาตรา ๙๖๗ วรรคสามเช่นเดียวกับผู้สลัก หลังคนหน้าที่ถูก ผู้สลักหลังคนหลังที่เข้าถือเอาตั๋วเงินฟ้องตนเมื่อตนได้ใช้เงินไปและเข้าถือเอาตั๋ว ก็จะมีอายุความในการไล่ เบี้ยต่ออีก๖เดือนเช่นกันจนกว่าจะไปฟ้องถึงต้นสายคือผู้สั่งจ่ายเมื่อผู้สั่งจ่ายได้ใช้เงินตามตั๋วแล้วทุกอย่างก็เป็น อันยุติ ฎีกาที่๖๒๘/๒๕๐๔ คดีที่โจทก์ฟ้องในฐานะผู้สลักหลังตั๋วเงินไล่เบี้ยเอาจากจําเลยเป็น ผู้สลักหลังด้วยกันต้องถือว่า โจทก์เป็นผู้สลักหลังหาใช่ผู้ทรงเช็คในขณะนั้นไม่อายุความฟ้องร้องจึงต้องปรับ ด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา๑๐๐๓ หาใช่๑๐๐๒ ไม่ ตัวอย่างคําพิพากษาฎีกา ฎีกาที่๑๖๕๗-๑๖๕๘/๒๕๑๖อายุความที่ผู้ทรงเช็คจะฟ้องเรียกเงินตามเช็คจากผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลัง เริ่ม ตั้งแต่วันที่เช็คถึงกําหนดหรือวันที่ลงในเช็คมิใช่เริ่มนับแต่วันที่ผู้สั่งจ่ายมอบเช็คให้(กับมีฎีกาที่ ๘๖๘/๒๕๐๙) ฎีกาที่๑๖๑/๒๕๑๘ อายุความฟ้องผู้สั่งจ่ายเช็คมีกําหนด๑ปีตามาตรา๑๐๐๒ นับตั้งแต่วันออกเช็คซึ่งเป็น วันที่ตั๋วเงินถึงกําหนดต้องจ่ายเงิน มิใช่วันที่ผู้ทรงยื่นเช็คต่อธนาคาร แล้วธนาคารไม่จ่ายเงิน (กับมีฎีกาที่๕๔๕/ ๒๕๒๑, ๑๔๑๐/๒๕๒๕) อนึ่ง เช็คไม่ลงวันที่ออกเช็คหากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายทําการโดยสุจริตจดวันตามที่ ถูกต้องแท้จริงลง วันที่จดลงนั้นเป็นวันออกเช็คและตั้งต้นนับอายุความตั้งแต่วันนั้น
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๑๑ ฎีกาที่ ๒๔๙๙/๒๕๑๙ ในชั้นพิจารณาคู่ความรับกันว่า เช็คพิพาทจําเลยออกให้โจทก์ก่อนฟ้อง ๓ ปีแต่ไม่ได้ลง วันที่สั่งจ่ายไว้ธนาคารได้ลงวันที่สั่งจ่ายในเช็คโดยจําเลยไม่รู้เห็นด้วยแต่เงินในบัญชีของจําเลยไม่มีดังนี้เมื่อไม่มี ข้อเท็จจริงว่าเหตุใดจําเลยผู้ออกเช็คจึงไม่ลงวันที่ขณะออกเช็คจึงถือเป็นปริยายว่าจําเลยยินยอมให้โจทก์ลงวันที่ใน เช็คเอาเอง และได้ลงวันที่โดยสุจริต อายุความนับตั้งแต่วันที่ระบุในเช็คตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๐๐๒ เมื่อนับถึงวันฟ้องยังไม่พ้น๑ปีจึงไม่ขาดอายุความ(กับมีฎีกาที่ ๙๓๘/๒๕๒๑) ฎีกาที่ ๔๖๙/๒๕๒๖โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงเช็คมีสิทธิฟ้องจําเลยผู้สั่งจ่ายให้รับผิดใช้เงินตามเช็คได้ภายในเวลา๑ ปีนับแต่วันที่เช็คถึงกําหนดใช้เงินตามมาตรา๑๐๐๒ เมื่อวันออกเช็คคือวันที่๕ธันวาคม ๒๕๒๒ เป็นวันหยุดราชการ และเป็นวันหยุดของธนาคาร โจทก์ไม่สามารถเรียกเก็บเงินในวันนั้นได้อายุความจึงเริ่มนับแต่วันที่๖ซึ่งจะครบ๑ปี ในวันที่๕ธันวาคม ๒๕๒๓ และวันถัดไปเป็นวันเสาร์และวันอาทิตย์โจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๒๓ ซึ่งเป็น วันเริ่มทํางานใหม่ได้ไม่ขาดอายุความตามมาตรา๑๖๑ ฎีกาที่ ๙๒๒/๒๕๒๖เดิมโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทซึ่งเป็นเช็คเงินสดและขีดคร่อมได้โอนเช็คให้ข. และส. แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจึงโอนเช็คคืนโจทก์การที่โจทก์โอนเช็คไปโดยมิได้ลงลายมือชื่อจึงมิใช่ผู้สลักหลังลอย ตามมาตรา ๙๑๙ เมื่อโจทก์ได้เช็คคืนมาจึงมีฐานะเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทมีสิทธิฟ้อง จําเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายภายใน๑ปี นับแต่วันที่ตั๋วเงินถึงกําหนดตามมาตรา๑๐๐๒ คดีไม่ขาดอายุความ(กับมีฎีกาที่๑๗๕๒/๒๕๒๖) ข้อสังเกต มีข้อสังเกตอีกเช่นกันกล่าวคือมาตรา๑๐๐๓ บัญญัติเฉพาะกรณีผู้สลักหลังซึ่งเข้าถือเอาตั๋วฟ้องผู้สลักหลังคน หน้าตนต่อๆไป ฟ้องผู้สั่งจ่ายแต่มิได้บัญญัติถึงกรณีผู้รับอาวัลซึ่งใช้เงินไปตามตั๋วแล้วได้สิทธิไล่เบี้ยมาตามมาตรา ๙๔๐วรรคสามที่จะฟ้องร้อง เอาเงินตามตั๋วต่อไปแต่ไม่มีกฎหมายกําหนดอายุความไว้สําหรับกรณีนี้ดูตามคํา พิพากษาฎีกาก็กําหนดให้ใช้อายุความทั่วไปคือ๑๐ปี ในเรื่องของอายุความตามตั๋วเงินนี้ผู้เขียนมีความเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีปัญหามากจึงขอแสดงความคิดเห็นดังนี้ ตามมาตรา ๙๔๐วรรคแรกที่บัญญัติว่า “ผู้รับอาวัลย่อมผูกพันเป็นอย่างเดียวกันกับบุคคลซึ่งตนประกัน” จากบทบัญญัติดังกล่าวนี้มักเข้าใจกันว่า ผู้รับอาวัลมีความรับผิดตามตั๋วเงินเป็นอย่างเดียวกันกับบุคคลซึ่งตนประกันเช่นเข้ารับอาวัลให้แก่ผู้สลักหลัง คนหนึ่งดังนั้นผู้สลักหลังคนนี้มีความรับผิดตามตั๋วเงินฉบับนี้เป็นอย่างใดผู้รับอาวัลก็รับผิดตามตั๋วเงินฉบับนี้เป็น อย่างนั้นแต่ผู้เขียนมีความเห็นว่าคําว่า “ผูกพัน” ตาม มาตรา ๙๔๐ วรรคแรกนั้นมีความหมายที่กว้างกว่าเฉพาะ หน้าที่และความรับผิดตามตั๋วเงินเท่านั้นการที่บุคคลมีความผูกพันซึ่งกันและกันควรจะผูกพันทั้งสิทธิและหน้าที่ เช่น ความผูกพันระหว่างสามีภริยาบิดามารดากับบุตร เจ้าหนี้กับลูกหนี้ถ้าหากกฎหมายเจาะจงเฉพาะหน้าที่และความรับ ผิดไม่เกี่ยวไปถึงสิทธิกฎหมายควรจะใช้ข้อความว่า” ผู้รับอาวัลย่อมมีหน้าที่และความรับผิดเช่นเดียวกันกับบุคคล ซึ่งตนประกัน” คําว่า “ผูกพัน” ตามกฎหมายมาตรานี้ ผู้เขียนมีความเห็นว่าหมายความถึงนิติสัมพันธ์ เป็นความ ผูกพันกันทางกฎหมายนิติสัมพันธ์ระหว่าง เจ้าหนี้และลูกหนี้นั้นถ้าว่ากันตามหลักกฎหมายแล้ว เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิอยู่ เหนือลูกหนี้ส่วนหน้าที่และความรับผิดนั้นเป็นของลูกหนี้ที่มีต่อเจ้าหนี้แต่หลักกฎหมายนั้นส่วนมากมักจะมี
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๑๒ ข้อยกเว้นเช่นนิติสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ตามสัญญาตั๋วเงินเจ้าหนี้ได้แก่ผู้ทรงตามมาตรา ๙๐๔ ก็จะมีสิทธิ อยู่หลายประการ เช่นสิทธิยึดหน่วงตั๋วเงิน(มาตรา ๙๐๕วรรคสอง) สิทธิโอนตั๋วเงิน(มาตรา ๙๑๗ วรรคและมาตรา ๙๑๘) สิทธิไล่เบี้ย (มาตรา ๙๕๙) แต่ในขณะเดียวกันผู้ทรงก็มีหน้าที่ เช่นหน้าที่ทํา คําคัดค้านตามมาตรา ๙๖๐ หน้าที่ขอความยินยอมหรือทําคําบอกกล่าว กรณียอมรับเอาการรับรองเบี่ยงบ่ายของผู้จ่ายตามมาตรา ๙๓๕และ มาตรา ๙๓๖เป็นต้น สําหรับคู่สัญญาฝ่ายลูกหนี้ตามตั๋วเงินเช่นผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลังตั๋วแลกเงินย่อมมีหน้าที่และความรับผิด ตามมาตรา ๙๐๐อันเป็นความรับผิดตามหลักทั่วไปของบุคคลผู้ลงลายมือชื่อของตนในตั๋วเงินกับมาตรา ๙๑๔ อัน เป็นความรับผิดเฉพาะเจาะจงที่จะต้องใช้เงินเมื่อตั๋วแลกเงินนั้นขาดความเชื่อถือ แต่หากผู้ทรงไม่ทําหน้าที่ให้ถูกต้อง ตามแบบระเบียบกล่าวคือไม่ทําคําคัดค้านตามกําหนดกฎหมายระบุไว้ผู้สั่งจ่ายและบรรดาผู้สลักหลังก็ย่อมบังเกิด สิทธิที่ไม่จําต้องใช้เงินตามตั๋วเงิน(มาตรา ๙๗๓)ดังนั้นความถูกต้องน่าจะเป็นดังนี้การที่ผู้สลักหลังซึ่งเข้าถือเอาตั๋ว เงินไล่เบี้ยผู้สลักหลัง คนหน้าและผู้สั่งจ่ายมีอายุความ๖เดือนตามมาตรา๑๐๐๓ ผู้รับอาวัลให้แก่ผู้สลักหลังคน หนึ่งซึ่งได้ใช้เงินไปตามตั๋วเงินหลังจากถูกไล่เบี้ยแล้วผู้รับอาวัลคนดังกล่าวมาใช้สิทธิไล่เบี้ยที่ได้มาตามมาตรา ๙๔๐ วรรคสามที่จะไล่เบี้ยเอาแก่ผู้สลักหลังและผู้สั่งจ่ายก็ ต้องมีอายุความ๖เดือนเช่นกันเพราะเขามีความผูกพันเป็น อย่างเดียวกันทั้งสิทธิและหน้าที่ ไม่เห็นด้วยที่จะให้บุคคลหนึ่งมีสิทธิเพียง๖เดือนแต่อีกบุคคลหนึ่งมีสิทธิตั้ง๑๐ปี ทั้งที่มีความผูกพันตามตั๋วเป็นอย่างเดียวกัน อีกกรณีหนึ่งที่เป็นเหตุผลว่าผู้รับอาวัลซึ่งได้ใช้เงินไปตามตั๋วเงินตามมาตรา ๙๔๐วรรคสามแล้วใช้สิทธิไล่เบี้ย ลูกหนี้ตามตั๋วเงินต่อไปควรจะมีอายุความเพียงใด ตัวอย่างก. ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้คํามั่นสัญญาว่าจะใช้เงินจํานวนหนึ่งให้แก่ข. ข.สลักหลังโอนตั๋วต่อให้ค. ค.สลักหลังส่งมอบตั๋วต่อให้ง. ง. จึงเป็นผู้ทรงคนปัจจุบันโดยมีก. เป็นผู้ออกตั๋ว ข. และค. เป็นผู้สลักหลังตั๋วฉบับนี้ มีนายคํ้าเข้ามารับอาวัลให้แก่ค. เมื่อตั๋วถึงกําหนดใช้เงินก. ผู้ออกตั๋วปฏิเสธการใช้เงินหากง. ผู้ทรงจะใช้สิทธิไล่เบี้ย ฟ้องคดีเอากับบรรดาลูกหนี้ตามตั๋ว อายุความก็จะเป็นดังนี้หากง. ฟ้องค. และ ข. อายุความก็จะเป็นไปตามมาตรา ๑๐๐๒ คือ๑ปีนับแต่วันตั๋วถึงกําหนด(ตั๋วสัญญาใช้เงินโดยหลักแล้วไม่มีกฎหมายบัญญัติให้ต้องทําคําคัดค้านเว้น แต่เป็นตั๋วซึ่งออกจากต่าง-ประเทศ) หาก ง. ฟ้องนายคํ้าผู้รับอาวัลค. อายุความ๑ปีเช่นเดียวกันตามมาตรา ๙๔๐ วรรคแรก เพราะผู้รับอาวัลย่อมผูกพันเป็นอย่างเดียวกันกับบุคคลซึ่งตนประกันหาก ง. จะฟ้อง ก. ผู้ออกตั๋ว อายุ ความก็จะเป็นไปตามมาตรา๑๐๐๑คือ ๓ ปีนับแต่ตั๋วถึงกําหนดใช้เงิน สมมติว่า ง. ฟ้องนายคํ้านายคํ้าใช้เงินไปตามตั๋วแล้ว ได้ตั๋วมาอยู่ในความครอบครองนายคํ้าไม่มีฐานะเป็นผู้ ทรงตามมาตรา ๙๐๔ แต่ได้สิทธิไล่เบี้ยมาตามมาตรา ๙๔๐วรรคสามที่จะไล่เบี้ยค. และข. ผู้สลักหลังและก. ผู้ออก ตั๋วหากนายคํ้าฟ้องก.ผู้ออกตั๋วมีอายุความกําหนดไว้ที่มาตรา๑๐๐๑คือ ๓ ปีแต่หากนายคํ้าจะฟ้องค. และ ข. ผู้ สลักหลัง ให้ใช้อายุความทั่วไปคือ๑๐ปีโดยอ้างว่าเพราะไม่มีกฎหมายตั๋วเงินกําหนดอายุความไว้กลับกลายเป็นว่า หากนายคํ้าฟ้องค.และ ข. ซึ่งมีฐานะเป็นลูกหนี้ชั้นสองอายุความ๑๐ปีแต่พอมาฟ้องก. ซึ่งมีฐานะเป็นลูกหนี้ชั้นต้น กลับมีอายุความเพียง ๓ ปีดังนี้ผู้เขียนจึงมีความเห็นว่าหากนายคํ้าฟ้องค. และ ข. ผู้สลักหลัง เขาจะมีอายุความ
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๑๓ เพียง๖เดือนตามมาตรา๑๐๐๓ ประกอบด้วยมาตรา ๙๔๐วรรคแรกทํานองเดียวกันหากหันกลับมาเปรียบเทียบ ความรับผิดของผู้สลักหลังกับผู้รับอาวัลผู้สลักหลังผู้นี้หากตั๋วเงินขาดความเชื่อถือผู้สลักหลังผู้นี้จะมีความรับผิด ต่อผู้ทรงตามอายุความของมาตรา๑๐๐๒ คือ๑ปีส่วนผู้รับอาวัลคนดังกล่าวผูกพันเป็นอย่างเดียวกันกับบุคคลซึ่ง ตนประกันคือ๑ปีเช่นกันตามมาตรา ๙๔๐วรรคแรกดังนั้นจึงขอยืนยันว่าทั้งสิทธิและหน้าที่ของบุคคลคู่นี้ต้องเท่า เทียมกันเพราะเขาผูกพันเป็นอย่างเดียวกัน ในกรณีตั๋วเงินสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือจะเห็นความขัดแย้งที่ชัดเจนยิ่งขึ้นกล่าวคือตั๋วเงินสั่งจ่ายให้แก่ ผู้ถือให้โอนโดยการส่งมอบตามมาตรา ๙๑๘ หากผู้ทรงโอนโดยการสลักหลังผู้ทรงคนดังกล่าวจะกลายเป็น ผู้รับอาวัลให้แก่ผู้สั่งจ่ายโดยผลของกฎหมายตามมาตรา ๙๒๑ปัญหามีว่าหากผู้รับอาวัลคนดังกล่าวนี้ถูกผู้ทรงไล่ เบี้ยและได้ใช้เงินไปตามตั๋วแล้วพร้อมทั้งได้ตั๋วเงินมาอยู่ในความครอบครองหากใช้หลักเกณฑ์ตามมาตรา ๙๔๐ วรรคสามไม่มีกฎหมายกําหนดอายุความไว้สําหรับการที่ผู้รับอาวัลผู้นี้จะใช้สิทธิไล่เบี้ยต่อจึงใช้อายุความทั่วไปคือ ๑๐ปีแต่หากว่าการใช้หลักเกณฑ์ตามมาตรา ๙๐๔ ที่ว่าตั๋วเงินสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือบุคคลใดถืออยู่ก็นับว่าเป็นผู้ทรง หากใช้สิทธิของความเป็นผู้ทรงไล่เบี้ยผู้สั่งจ่ายจะมีอายุความกําหนดไว้คือ๑ปีตามมาตรา๑๐๐๒ มองเห็นปัญหาที่ ขัดแย้งกันหรือไม่ระหว่างสิทธิที่แตกต่างกันในบุคคลคนเดียวกัน
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๑๔ บทที่ ๘ บัญชีเดินสะพัด ๑. ความหมายบัญชีเดินสะพัด มาตรา ๘๕๖ อันว่าสัญญาบัญชีเดินสะพัดนั้น คือสัญญาซึ่ งบุคคลสองคนตกลงกนวั ่าสืบแต่นั้นไป หรือในชัวเวลาก่ าหนดอันใดอันหนึ่ง ให้ตัดทอนบัญชีหนี ํ้ทั้ งหมดหรือแต่บางส่วนอันเกิดขึ้นแต่กิจการใน ระหวางเขาทั ่้ งสองนั้นหักกลบลบกน และคงชําระแต ั ่ส่วนที่เป็ นจํานวนคงเหลือโดยดุลภาค ๒. ลักษณะของบัญชีเดินสะพัด จากบทบัญญัติดังกล่าวสามารถแยกลักษณะสําคัญของสัญญาบัญชีเดินสะพัดได้ดังนี้ ๑.๑.๑ เป็นสัญญาต่างตอบแทนระหว่างบุคคล ๒ คน กล่าวคือ คู่สัญญาต่างมีหนี้ต้องชําระต่อกันและ กัน จึงต้องอยู่ในบังคับบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๑ ลักษณะ ๔ นิติกรรม และ บรรพ ๒ ลักษณะ ๒ สัญญา ๑.๑.๒ เป็นสัญญาไม่มีแบบ จากบทวิเคราะห์ศัพท์ทําให้เห็นว่าเพียงแต่คู่สัญญาแสดงเจตนาเป็นคํา เสนอสนองตรงกัน อาจตกลงกันโดยชัดแจ้งให้มีสัญญาบัญชีเดินสะพัดขึ้น หรืออาจตกลงโดยปริยาย หากเข้า ลักษณะตามบทวิเคราะห์ศัพท์ ก็เกิดเป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัดขึ้นโดยไม่ต้องทําเป็นหนังสือ หรือมีหลักฐานเป็น หนังสือ ก็ฟ้องร้องบังคับได้ ๑.๑.๓ สัญญาบัญชีเดินสะพัดจะมีกําหนดเวลาหรือไม่มีกําหนดเวลาก็ได้ โดยบทวิเคราะห์ศัพท์ ใช้ถ้อยคําเกี่ยวกับอายุของสัญญาบัญชีเดินสะพัดว่า “สืบแต่นั้นไปหรือในชั่วเวลากําหนดอันใดอันหนึ่ง” ซึ่งตามแนว คําพิพากษาศาลฎีกาได้วินิจฉัยการสิ้นสุดของสัญญาบัญชีเดินสะพัดแบบมีกําหนดเวลา และแบบไม่มีกําหนดเวลาไว้ ต่างกัน ซึ่งจะกล่าวโดยละเอียดในบทต่อไป
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๑๕ ๑.๑.๔ ให้ตัดทอนบัญชีหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน อันเกิดขึ้นแต่กิจการในระหว่างเขาทั้งสอง นั้นหักกลบลบกัน และคงชําระแต่ส่วนที่เป็นจํานวนคงเหลือโดยดุลภาค ข้อความตามบทวิเคราะห์ศัพท์นี้แสดงให้ เห็นว่าจะเป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัดได้ ต้องมีหนี้ ๓ ประการคือ (๑) ต้องจัดให้มีบัญชีหนี้ บัญชีหนี้ต้องทําขึ้นเป็นเอกสารมีข้อความแสดงการเป็นเจ้าหนี้ลูกหนี้เป็นราย ๆ ไป อาจเป็นบัญชีที่ตกลงกันให้ฝ่ายเดียวทําขึ้นก็ได้ เอกสารบัญชีที่ ต้องทําขึ้นไม่ใช่แบบหรือหลักฐานเป็นหนังสือ อีกฝ่ายไม่จําต้องลงชื่อในสมุดบัญชีเพราะไม่ใช่เรื่องกู้ยืม (๑) คําพิพากษาฎีกาที่ ๘๑/๒๕๐๙ การที่นาย ซ.ได้ออกเงินและสิ่งของให้นาง ก.ทําการประมง เมื่อ ได้ปลามาส่งให้แก่นาย ซ.แล้ว นาย ซ.ก็รับขนส่งไปให้นางบุญแถมขาย นางบุญแถมจะหักเงินค่าขายปลาของนางบุญ แถมไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ และอีก ๕ เปอร์เซ็นต์เป็นค่าบําเหน็จของนาย ซ. เพราะนาย ซ.ออกทุนให้นาง ก.แล้วส่งบิล และเงินค่าขายปลาให้นาย ซ. นาย ซ.ลงบัญชีไว้แล้วมอบบิลให้นาง ก.ไปลงบัญชีของตนเพื่อจะได้ตรวจสอบคิดหัก บัญชีกัน ทําให้รู้ได้ว่าฝ่ายใดยังเป็นเจ้าหนี้ลูกหนี้กันจํานวนเงินเท่าใดโดยมีสมุดบัญชีเบิกเงินรายวัน สมุดบัญชีนํ้ามัน (ที่ใช้ในการเดินเรือ) สมุดบัญชีขายปลาเป็นพยานหลักฐาน เช่นนี้ นิติสัมพันธ์ระหว่างนาง ก. กับนาย ซ.เข้า ลักษณะบัญชีเดินสะพัดตามมาตรา ๘๕๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หาใช่ลักษณะกู้ยืมไม่ จึงไม่ จําต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของฝ่ายที่ต้องรับผิด และมีอายุความ ๑๐ ปี (๒) ต้องให้มีการหักทอนบัญชีเป็นคราว ๆ เนื่องจากสัญญาบัญชีเดินสะพัดคู่สัญญาต่างเป็นเจ้าหนี้ลูกหนี้ มาตรา ๘๕๖ จึงกําหนดมีการตัด ทอนบัญชีหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนตามระยะเวลาแล้วแต่จะตกลงกันโดยตรงหรือโดยปริยาย การหักทอนบัญชีหนี้ แต่บางส่วนอาจกําหนดทุกเดือนหรือทุกระยะ ๓ เดือน หากมิได้กําหนดกันไว้ว่าให้หักทอนบัญชีโดยระยะเวลา อย่างไรให้ถือเอาเป็นกําหนดหกเดือนตามมาตรา ๘๕๘ การหักทอนบัญชีเป็นคราว ๆ ดังกล่าวสัญญาบัญชีเดินสะพัด ก็ยังคงมีอยู่ต่อไป เป็นการหักทอนเพื่อให้รู้ว่าใครเป็นเจ้าหนี้ลูกหนี้ใครในขณะนั้นเท่าใด จะได้ใช้หนี้กันสําหรับคราว นั้น หรือนําหนี้ที่ค้างชําระลงบัญชีและคิดบัญชีหักทอนบัญชีกันในคราวต่อไปจนกว่าสัญญาจะสิ้นสุด โดยลูกหนี้อาจ ต้องเสียดอกเบี้ยตามข้อสัญญา ตัวอย่างข้อตกลงโดยตรงให้หักทอนบัญชีเป็นคราว ๆ ทุกเดือน คําพิพากษาฎีกาที่ ๖๕๘-๖๕๙/๒๕๑๑ ข้อตกลงของจําเลยที่ยอมให้โจทก์ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์คิด ดอกเบี้ยทบต้นเป็นรายเดือน โดยโจทก์เรียกดอกเบี้ยอยู่แล้วในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นั้น เป็นข้อตกลงตาม ประเพณีการค้าที่คํานวณดอกเบี้ยทบต้นในบัญชีเดินสะพัด จึงใช้ได้ไม่เป็นโมฆะ ตัวอย่างข้อตกลงโดยปริยายให้หักทอนบัญชีเป็นคราว ๆ ทุกเดือน คําพิพากษาฎีกาที่ ๘๕๒/๒๕๒๑ การเดินสะพัดทางบัญชี ธนาคารลงบัญชีเป็นเจ้าหนี้และลูกหนี้คํานวณ ดอกเบี้ยจากเงินคงเหลือที่เป็นส่วนลูกหนี้ทุกเดือน ลูกหนี้ทราบยอดที่ธนาคารแจ้งไม่คัดค้านอย่างใด ถือว่าได้หัก ทอนกันแล้ว และไม่ขัดต่อ มาตรา ๘๕๖
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๑๖ (๓) ต้องชําระหนี้ที่เหลือในการหักทอนบัญชี ขณะบัญชียังเดินสะพัด การนําเช็คหรือเงินมาเข้าบัญชีเดินสะพัดมิใช่เป็นการกระทําเพื่อชําระหนี้ เพราะการนําเช็คหรือเงินมาเข้าบัญชีเดินสะพัดเป็นการเดินสะพัดทางบัญชีซึ่งอาจทําให้ลูกค้าของธนาคารเป็นเจ้าหนี้ หรือ ลูกหนี้ธนาคารก็ได้ มาตรา ๘๕๖ ใช้คําว่า “คงชําระแต่ส่วนที่เป็นจํานวนคงเหลือโดยดุลภาค” หากฝ่าย ลูกหนี้ไม่ชําระอาจต้องเสียดอกเบี้ยตามข้อตกลง หรือถูกบอกเลิกสัญญาได้ สัญญาบัญชีเดินสะพัดนั้นเป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างหนึ่ง ต้องจัดทําให้มีบัญชีหนี้ มีการหักหนี้และ ชําระหนี้เมื่อถึงเวลาซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วไปว่า บัญชีเดินสะพัดนั้นมีองค์ประกอบดังนี้ 1. สัญญาซึ่งบุคคลสองคนตกลงกัน 2. ว่าสืบแต่นั้นไป หรือในชั่วเวลากําหนดอันใดอันหนึ่ง 3. ให้ตัดทอนบัญชีหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน 4. อันเกิดขึ้นแต่กิจการในระหว่างเขาทั้งสองนั้นหักกลบลบกัน และ 5. คงชําระแต่ส่วนที่เป็นจํานวนคงเหลือโดยดุลภาค ข้อยกเว้นสัญญาบัญชีเดินสะพัด 1. เป็นสัญญาที่ไม่มีแบบจะทําโดยวาจาก็ได้ ไม่จําต้องทําเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือ 2. ต้องมีบัญชีหนี้ที่เป็นหลักฐานเป็นหนังสือซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องถือไว้ 3. หนี้ที่เกิดขึ้นที่จะนํามาหักกลบลบหนี้กันนั้นไม่จําต้องเป็นหนี้ที่ถึงกําหนดระยะเวลาก็ได้ 4. หนี้ที่จะนํามาหักกลบลบหนี้กันนั้นทั้งสองฝ่ายต้องตกลงกันที่จะให้หักกลบลบกันได้และต้องนํามาลงไว้ ในบัญชีหนี้ 5. ถ้าไม่มีการกําหนดระยะเวลาไว้ให้ทําการหลักกลบลบหนี้กันภายในระยะเวลา ๖ เดือน 6. ถ้ามีการหักกลบลบหนี้กันแล้วในส่วนที่เหลืออีกฝ่ายสามารถเรียกให้อีกฝ่ายชําระได้ และถ้าไม่มีการ ชําระให้สามารถที่จะคิดดอกเบี้ยทบต้นได้ ตามมาตรา ๘๖๐ ในกรณีที่ไม่เข้าสัญญาบัญชีเดินสะพัดจะ คิดดอกเบี้ยทบต้นไม่ได้ ต้องใช้หลักการหักกลบลบหนี้ธรรมดา ๓ การสิ้นสุดบัญชีเดินสะพัด ๓.๑การสิ้นสุดของสัญญาบัญชีเดินสะพัดตามหลักสัญญาทั่วไป ๓.๒ การสิ้นสุดของสัญญาบัญชีเดินสะพัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๓ ลักษณะ ๑๙ บัญชี เดินสะพัด มาตรา ๘๕๗ การนําตั๋วเงินลงเป็นรายการในบัญชีเดินสะพัดนั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าได้ลงด้วย เงื่อนไขว่าจะมีผู้ชําระเงินตามตั๋วนั้นถ้าและตั๋วนั้นมิได้ชําระเงินไซร้ จะเพิกถอนรายการอันนั้นเสียก็ได้ มาตรา ๘๕๘ ถ้าคู่สัญญามิได้กําหนดกันไว้ว่าให้หักทอนบัญชีโดยระยะเวลาอย่างไรไซร้ ท่านให้ถือเอาเป็น
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๑๗ กําหนดหกเดือน มาตรา ๘๕๙ คู่สัญญาฝ่ายใดจะบอกเลิกสัญญาบัญชีเดินสะพัดและให้หักทอนบัญชีกันเสียในเวลาใด ๆ ก็ ได้ ถ้าไม่มีอะไรปรากฏเป็นข้อขัดกับที่กล่าวมานี้ มาตรา ๘๖๐ เงินส่วนที่ผิดกันอยู่นั้นถ้ายังมิได้ชําระ ท่านให้คิดดอกเบี้ยนับแต่วันที่หักทอนบัญชีเสร็จเป็น ต้นไป ภาคผนวก ก หนังสือสัญญาขายลดตั๋วเงิน
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๑๘ หนังสือสัญญาขายลดตั๋วเงิน วันที่…………………………………………… ข้าพเจ้า…………………………………………………อยู่บ้านเลขที่………………………….. ตรอก/ซอย………………………………………………ถนน…………………………………………….. ตําบล…………………………………………………..อําเภอ/เขต………………………………………... จังหวัด……………………………………………..ขอทําสัญญานี้ให้ไว้กับ…………………………………. …………………………………………………….ซึ่งต่อไปนี้จะ เรียกว่า……………………………………..ดังมีข้อความต่อไปนี้ ๑. ข้าพเจ้าได้นําตั๋วเงินตามรายละเอียดปรากฏด้านหลังของหนังสือนี้ (ต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า “ตั๋วเงิน”) มา ข า ย ล ด ใ ห้ กั บ ………………………………………………แ ล ะ ไ ด้ รั บ เ งิ น จาก…………………………………………ค รบ ถ้ว น แ ล้ว ใน วัน ทํ าสั ญ ญ านี้ ข้าพ เจ้ารับ ร อ งว่ า …………………………………………จะได้รับเงินเต็มจํานวนตามที่ปรากฏใน “ตั๋วเงิน” เมื่อ “ตั๋วเงิน” ถึงกําหนด ชําระ ๒. หาก………………………………………………….ไม่หรือไม่สามารถเรียกให้ใช้เงินหรือเรียก เก็บเงินหรือรับชําระเงิน เมื่อ “ตั๋วเงิน” ถึงกําหนดชําระ ข้าพเจ้าตกลงชําระเงินคืน ให้แก่……………………………….ตามจํานวนเงินที่ปรากฏใน “ตั๋วเงิน” นั้น พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อย ละ…………………ต่อปี นับจากวันครบกําหนดของ “ตั๋วเงิน” จนถึงวันที่ข้าพเจ้าชําระเงินเสร็จสิ้นและยินยอม ให้…………………………………หักเงินจํานวนดังกล่าวออกจากบัญชีกระแสรายวัน เลขที่………………………ซึ่งข้าพเจ้ามีอยู่กับ………………….. ………………หากโดยผลแห่งการนี้ ทําให้ บัญชีกระแสรายวันของข้าพเจ้าปรากฏเป็นเงินเบิกเกินบัญชีแล้วข้าพเจ้ายินยอมให้………………………….คิด ดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดได้ตามกฎหมาย ๓. หากข้าพเจ้าประพฤติผิดสัญญานี้แม้แต่ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือผิดนัดในการชําระหนี้แก่…………..…. ข้าพเจ้ายินยอมให้……………….ฟ้องร้องบังคับ ให้ข้าพเจ้าชําระหนี้พร้อมกับค่าสินไหมทดแทน และอุปกรณ์แห่ง หนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวอีก และ ข้าพเจ้าขอสละข้อต่อสู้ทั้งปวงบรรดาที่จะพึงมีต่อ……………………ไม่ ว่าด้วยประการใดๆ ทั้งสิ้น ๔. ยอดเงินจํานวนให้ที่ปรากฏเป็นสิทธิของข้าพเจ้าที่มีอยู่กับ…………………………….. ทั้งในปัจจุบัน และอนาคตตลอดจนทรัพย์สินอื่นใดของข้าพเจ้าที่มีอยู่หรือจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของ …………………….. ให้ถือว่าเป็นเงินหรือทรัพย์สินประกันการชําระหนี้ของข้าพเจ้าซึ่งมีต่อ…………………..ซึ่งข้าพเจ้ายอม ให้……………………………จําหน่ายจ่ายโอนได้ตามที่เห็นสมควร อนึ่งหาก………………………………
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๑๙ เรียกร้องไม่ว่าในเวลาใดๆ ข้าพเจ้าจะจัดหาเงินสดหรือหลักทรัพย์อย่างอื่นตามที่…………………………………. เห็นสมควรเพื่อเป็นหลักประกันหนี้และความรับผิดชอบของข้าพเจ้าซึ่งมีต่อ…………………………………….. เพื่อเป็นหลักฐานแห่งการนี้ ข้าพเจ้าได้ลงลายมือชื่อให้ไว้เป็นสําคัญต่อหน้าพยานข้างท้ายนี้ ลงชื่อ……………………………………ผู้ให้สัญญา (……………………………………) ลงชื่อ……………………………………พยาน (……………………………………) ลงชื่อ……………………………………พยาน (……………………………………)
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๒๐ รายละเอียดของตั๋วเงินซึ่งนํามาขายลดให้กับ ก. เช็ค เช็คธนาคาร เช็คหมายเลขที่ วันถึงกําหนดชําระ จํานวนเงิน รวมเงิน ข. ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วสัญญาใช้เงินเลขที่……………………………………..จํานวนเงิน………………………………… วันออกตั๋ว…………………………………………………วันถึงกําหนดชําระ………………………... ผู้ออกตั๋ว………………………………………… ผู้รับเงิน…………………………………… ค. ตั๋วแลกเงิน ตั๋วแลกเงินเลขที่……………………………………. จํานวนเงิน……………………………… วันออกตั๋ว……………………………………………….. วันถึงกําหนด ชําระ………………………... ผู้สั่งจ่าย/ผู้ออกตั๋ว………………………………………… ผู้จ่าย/ผู้รับรอง………………………….. ผู้รับเงิน…………………………………………………..
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๒๑ บรรณานุกรม ภาษาไทย หนังสือ และตํารา วารี นาสกุล. กฎหมายธุรกิจ. กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยรามคําแหง.๒๕๓๖.
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๒๒ ปรีชา บุญญานันต์. กฎหมายแพ่งลักษณะตั๋วเงิน-บัญชีเดินสะพัด-ธุรกิจธนาคาร. [มาตราป.ท.:มาตราป.พ.], ๒๕๓๙. จิตติ ติงศภัทิย์. กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วย บัญชีเดินสะพัดและตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์,๒๕๓๓. จิตติ ติงศภัทิย์. กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยบัญชีเดินสะพัด และตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์,๒๕๒๘ จริยา กมุทมาศ. การบัญชีเกี่ยวกับตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:ศรีสง่าวิชาการ,๒๕๓๗. จุฑามาศ กิจเจริญ. การบัญชีตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:บริษัทเอเซียแปซิฟิค พริ้นติ้ง จํากัด, ๒๕๓๙. ลําใย มากเจริญ. การบัญชีตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:เอ็ดดูเท็กซ,๒๕๔๘. ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม, สมจิตร์ ทองศรี. ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค (ศึกษาจากคําพิพากษาฎีกา). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม, ๒๕๓๑. ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม, วิรุณลักษณ์ ตราชูธรรมาตรา คําพิพากษาฎีกาเกี่ยวกับ ตั๋วเงิน (ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๘๒- ๒๕๒๓). กรุงเทพฯ:นิติบรรณการ, ๒๕๒๔. พัฒน์กมล (โสภณ) อรรถพิศาลโสภณ. คําอธิบายกฎหมายตั๋วเงินและบัญชีเดินสะพัด. กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัย รามคําแหง, ๒๕๓๓. อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง. คําอธิบายกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:นิติบรรณการ,๒๕๓๘. อัมพร ณ ตะกั่ว. ทุ่งคําอธิบายกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:นิติบรรณการ,๒๕๔๓. อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง. คําอธิบายกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:นิติบรรณการ,๒๕๓๒. ไพฑูรย์ คงสมบูรณ์. คําอธิบายกฎหมายลักษณะตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:นิติธรรม,๒๕๕๐. ประทีป เฉลิมภัทรกุล. คําอธิบายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด. กรุงเทพฯ:สํานักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณ ทิตยสภา, ๒๕๕๐. ประภาศน์ อวยชัย. คําอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วย ตั๋วเงิน และบัญชีเดินสะพัด (รวมทั้ง ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค). กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยรามคําแหง,๒๕๒๒. สหธน รัตนไพจิตร. คําอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:วิญญชน,๒๕๔๓. นิคม ทั่งสุวรรณ. คําอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วย ตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:นิติบรรณการ ,๒๕๓๑. เสาวนีย์ อัศวโรจน์. คําอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์,๒๕๔๓. วิชัย ตันติกุลานันท์. คําอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:พิมพ์อักษร ,๒๕๔๕.
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๒๓ เสาวนีย์ อัศวโรจน์. คําอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:บริษัท ด่านสุท ธาการพิมพ์,๒๕๔๘. ประภาศน์ อวยชัย. คําอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงินและบัญชีเดินสะพัด. กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยรามคําแหง,๒๕๒๓. จิตติ ติงศภัทิย์. คําอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยบัญชีเดินสะพัดและตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,๒๕๒๔. วีระ โชคเหมาะ. คู่มือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงินและ บัญชีเดินสะพัด. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคําแหง, ๒๕๒๗. Jurisprudence Group. แพ่งพิสดาร เล่ม ๓. กรุงเทพฯ:บริษัทประชาชน จํากัด,๒๕๓๕ Jurisprudence Group. แพ่งพิสดาร เล่ม ๓ ฉบับปรับปรุงใหม่ ปี ๒๕๓๙. กรุงเทพฯ:Jurisprudence Group, ๒๕๓๙. Jurisprudence Group. แพ่งพิสดาร เล่ม ๓ ฉบับปรับปรุงใหม่ ปี ๒๕๔๑ บัญชีเดินสะพัด ประกันภัย ตั๋วเงิน หุ้นส่วน-บริษัท ครอบครัว. กรุงเทพฯ:ห.จ.ก.แสงจันทร์การพิมพ์,๒๕๔๑. สหธน รัตนไพจิตร. ย่อหลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:นิติธรรม,๒๕๓๓. สหธน รัตนไพจิตร. ย่อหลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:นิติธรรม,๒๕๓๕ อุดม เฟื่องฟุ้ง,บรรณาธิการ. รวมคําบรรยาย ภาคหนึ่ง สมัยที่ ๔๗ ปีการศึกษา ๒๕๓๗ เล่มที่ ๑๒. กรุงเทพฯ:สํานักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา,๒๕๓๗. อุดม เฟื่องฟุ้ง, บรรณาธิการ. รวมคําบรรยายภาคหนึ่ง สมัยที่ ๔๗ ปีการศึกษา ๒๕๓๗ เล่มที่ ๙. กรุงเทพฯ: สํานักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา, ๒๕๓๗. มาณพ สังขมิตร. เลตเตอร์ ออฟ เครดิต และเอกสารประกอบ. กรุงเทพฯ:บํารุงสาส์ส, ๒๕๓๗. เจริญ เจษฎาวัลย์. วิธีขายลดตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:พอดี,[๒๕๓-?] เจริญ เจษฎาวัลย์. วิธีขายลดตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:พอดี, ๒๕๓๗. สหธน รัตนไพจิตร. หลักกฎหมายตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:วิญ�ูชน, ๒๕๓๘. สหธน รัตนไพจิตร. หลักกฎหมายตั๋วเงิน. กรุงเทพฯ:วิญ�ูชน, ๒๕๕๐. ประพันธ์ ศิริรัตน์ธํารง. หลักการบัญชี ๒. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ศรีสยาม, ๒๕๒๖. สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. เอกสารการสอนชุดวิชากฎหมายพาณิชย์ ๓.นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช , ๒๕๓๖. สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. เอกสารการสอนชุดวิชากฎหมายพาณิชย์ ๓.นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช , ๒๕๓๒.
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๒๔ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. เอกสารการสอนชุดวิชากฎหมายพาณิชย์๓.นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช , ๒๕๓๘. เสาวนีย์ อัศวโรจน์. “อายุความ”, คําอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพฯ, พ.ศ.๒๕๔๘. ประวัติผู้บรรยาย ชื่อ - ชื่อสกุล : นายโกญจนาท เจริญสุข วัน เดือน ปีเกิด : ๒๖ กุมภาพันธ์
กฎหมายตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด และตราสารเปลี่ยนมือ รหัสวิชา 300210 สาขาวิชานิติศาสตร์ สถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค ผู้ช่วยศาสตราจารย์โกญจนาท เจริญสุข ๑๒๕ สถานที่เกิด : จังหวัดตาก วุฒิการศึกษา : สําเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จาก โรงเรียนสรรพวิทยาคม ปีการศึกษา ๒๕๓๗ สําเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต จาก มหาวิทยาลัยรามคําแหง ปีการศึกษา ๒๕๔๐ สําเร็จการศึกษานิติศาสตรมหาบัณฑิต(กฎหมายธุรกิจ) จาก มหาวิทยาลัยรามคําแหง ปีการศึกษา ๒๕๔๕ ประกาศนียบัตรอบรมวิชาว่าความ สํานักฝึกอบรมวิชาว่าความ สภาทนายความ ปี พ.ศ.๒๕๔๑ ประกาศนียบัตรอบรมกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ รุ่นที่๖ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ตําแหน่งหน้าที่ การงานปัจจุบัน : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจํา สาขานิติศาสตร์สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค ปรึกษากฎหมายบริษัทมาวิมล หินอ่อน และแกรนิต จํากัด หัวหน้าสํานักงานโกญจนาท คอนซัลแตนท์ แอนด์ ลอว์ เฟิร์ม อดีตการทํางาน : รองคณบดีฝ่ายฝ่ายกิจการพิเศษคณะนิติศาสตร์ รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ กรรมการสภาวิชการวิทยาลัยชุมชนตาก กรรมการโปรแกรมนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกําแพงเพชร รักษาการหัวหน้าสาขากฎหมายธุรกิจ มหาวิทยาลัยทักษิณ อาจารย์ประจําคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา ที่ปรึกษากฎหมายบริษัทASAHI MAT จํากัด ที่ปรึกษากฎหมายบริษัทโคบายาชิ จํากัด