Basic Life Support
คุณสุดารตั น์ สียา พยาบาลวิชาชีพ
Aim : จดุ มงุ่ หมาย
1. มีความรูค้ วามเขา้ ใจเพ่ือทาใหเ้ กิดทกั ษะมีความมน่ั ใจการชว่ ยชีวิต
ขนั้ พ้ืนฐาน BLS ผูใ้ หญแ่ ละเด็ก
2. สามารถชว่ ยเหลือเม่ือผูป้ ่วยไมร่ ูส้ ึกตวั ,ไมห่ ายใจและชว่ ยนวดหวั ใจ
เม่ือหวั ใจหยุดเตน้ ได้
3. การใช้ AED
4. สามารถชว่ ยเหลือเม่ือผูป้ ่วยสูดสาลกั ได้ (Chocking)
โดย 1. Presentation
2. VDO/สาธิต
3. Practice
การช่วยฟ้ื นคืนชีพ : ความหมาย
• การปฏิบตั ิการเพ่ือชว่ ยชีวิตคนท่ีหวั ใจหยุดเตน้ หรือหยุด
หายใจกะทนั หนั
• เพ่ือฟ้ืนการทางานของระบบไหลเวียนโลหิตใหก้ ลบั มา
• ทางานอยา่ งมีประสิทธิภาพ
ไมเ่ กิดความพิการทางสมองและอวยั วะอ่ืนๆ
• ใหผ้ ูป้ ่วยมีสญั ญาณชีพ หวั ใจกลบั มาเตน้ ไดเ้ อง
(Return of Spontaneous Circulation : ROSC)
**ควรทาภายใน 3-5 นาที**
การช่วยฟ้ื นคืนชีพ ?
Cardiopulmonary Resuscitation (CPR)
การช่วยชวี ติ
การช่วยกูช้ พี
การนวดหวั ใจ ผายปอด
การปฏบิ ตั กิ ารช่วยชวี ติ
4
สาเหตุของภาวะหวั ใจหยุดเตน้
✢ ปฏิกริยาแพอ้ ยา่ งรุนแรง
✢ เสียเลือดมาก
✢ การไดร้ บั ยาเกินขนาด
✢ ไฟฟา้ ดูด
✢ สาลกั ควนั ไฟ
✢ จมน้า
✢ ส่ิงแปลกปลอมอุดกน้ั ทางเดินหายใจ
✢ ฯลฯ
สาเหตุของภาวะหวั ใจหยุดเตน้
โรคหลอดเลือดหวั ใจอุดตนั
กลา้ มเน้ือหวั ใจขาดเลือด
ภาวะหวั ใจหอ้ งล่างเตน้ พร้ิว
(Ventricular Fibrillation , VF) Heart Attack
การช่วยฟ้ื นคืนชีพ : มี 2 ระดบั
การชว่ ยฟ้ืนคืนชีพขนั้ พ้ืนฐาน
BLS = Basic Life Support
ไมใ่ ชอ้ ุปกรณ์ หรือใชอ้ ุปกรณเ์ บ้ืองตน้
ปัจจุบนั รวมถึงการใชเ้ คร่ือง AED
การชว่ ยฟ้ืนคืนชีพขนั้ สูง
(ACLS = Advanced Cardiac Life Support)
ใชเ้ คร่ืองมือทางการแพทยแ์ ละใหย้ า
ทุกคนที่หมดสติ
ไม่รูส้ ึกตวั ,ไมห่ ายใจ
หรือหายใจเฮือก
ไม่มีชีพจร(บุคลากร
ทางการแพทย)์
WHERE ? ทุกท่ ีเพียงแคร่ ูเ้ บอรเ์ พ่ ือขอความชว่ ยเหลือ
ชว่ ยดว้ ยคะมีคนหมดสติ โทร 1669
ชว่ ยโทร 1669
และขอเคร่ือง AED มา
ดว้ ย
10
ภาวะหลงั หวั ใจหยุดเตน้
➢ 15 วินาที เป็นลม หมดสติ
➢ 30 วินาที คล่ืนไฟฟา้ สมองเร่ิม
ผิดปกติ หยุดหายใจหรือ
หายใจเฮือก
➢ 30-60 วินาที รูมา่ นตาถา่ งขยาย
➢ 4-6 นาที สมองเร่ิมเสียหาย
➢ 8-10 นาที สมองเสียหายจนแกไ้ ข
ไมไ่ ด้
ภาวะหลงั หวั ใจหยดุ เตน้ : โอกาสรอดชีวิต
22 % ในโรงพยาบาล มีคนเห็น
1 % ในโรงพยาบาล ไมม่ ีคนเห็น
4% นอกโรงพยาบาล มีคนเห็น และทา CPR
2 % นอกโรงพยาบาล และทา CPR โดยทีมแพทย์
ฉุ กเฉิ น
30 % ถา้ สามารถช็อคไฟฟา้ ภายใน 3-5 นาที
ประวตั ิการช่วยฟ้ื นคืนชีพ
✢ ปี ค.ศ.1957 (พ.ศ. 2500) มีการเขยี นหนังสือ ABC ของการ
ชว่ ยชีวิต
✢ นาเสนอโดย 2 องคก์ ร
: American Heart Association(AHA)
: European Resuscitation Council
✢ ประเทศไทย : คณะกรรมการมาตรฐานการชว่ ยชีวิต
✢ Thai Resuscitation Council (TRC)
✢ ต.ค CPR 2015
✢ ลา่ สุด CPR 2020
ห่วงโซ่ของการรอดชีวิต(Chain of survival)
คือปจั จยั ท่ีจะเพ่ิมโอกาสรอดชีวิตใหก้ บั ผูป้ ่วยมากท่ีสุด ประกอบดว้ ย
ของปี 2015
➢ การประเมินผปู้ ่ วย เรียกขอความช่วยเหลือหรือเรียกบริการ
การแพทยฉ์ ุกเฉินทนั ที
➢ การทาการกดหนา้ อกอย่างถกู ตอ้ งและทนั ท่วงที
➢ การทาช็อกไฟฟ้าหวั ใจ เม่ือมีขอ้ บ่งช้ี
➢ การช่วยฟ้ื นคืนชีพขนั้ สงู อย่างมีประสิทธิภาพ
➢ การดแู ลภายหลงั การช่วยฟ้ื นคืนชีพ
ห่วงโซ่ของการรอดชีวิต(Chain of survival)
คือปัจจยั ท่ีจะเพ่ิมโอกาสรอดชีวิตใหก้ บั ผูป้ ่วยมากท่ีสุด ประกอบดว้ ย
ของปี 2020 ผูใ้ หญ่
ห่วงโซ่ของการรอดชีวิต(Chain of survival)
คือปัจจยั ท่ีจะเพ่ิมโอกาสรอดชีวิตใหก้ บั ผูป้ ่วยมากท่ีสุด ประกอบดว้ ย
ของปี 2020 เด็ก
CPR 2015 และ 2020
เนน้ “การกดนวดหวั ใจอย่างมีประสิทธิภาพ” (High Quality CPR)
C = Compression การกดหนา้ อก
A = Airway การเปิ ดทางเดินหายใจ
B = Breathing การช่วยหายใจ
ขนั้ ตอน BLS
***เนน้ 3 C CHECK ,CALL,CARE***
1. Scene safety
2. Check responsiveness
3. Call for help
4. ตรวจสอบการหายใจและชีพจร
5. Chest compressionทนั ที ใชห้ ลกั C-A-B
6. Defibrillation =AED
Scene safety
สถานการณป์ ลอดภยั โดยดู
➢ ไฟ
➢ ควนั
➢ น้ามนั
➢ แกส๊
➢ พ้ืนท่ีไม่เปี ยกน้า
➢ สตั วม์ ีพิษ
➢ การแพร่กระจายเช้ือ
Check responsiveness
ตบท่ีหวั ไหล่คนไขแ้ ละตะโกนเรียกเสียงดงั ๆ
“คณุ ๆ เป็ นยงั ไงบา้ ง”
ถา้ ไม่ตอบสนอง ไม่รสู้ ึกตวั
ถือว่าหมดสติ
ตอ้ งรีบขอความช่วยเหลือ
Call for help
“คณุ ๆ เป็ นยงั ไงบา้ ง”
“ชว่ ยดว้ ยคะ่ มคี นหมดสต”ิ
“โทร 1669 และขอเครอ่ื ง AED ดว้ ยคะ่ ”
การคลาชีพจร
Adult
เฉพาะเจา้ หนา้ ที่ทางการแพทย์
Check carotid pulse
นาน 5-10 วินาที
ถา้ ไม่มีชีพจร เริ่ม CPR “CAB”
Child ถา้ มีชีพจร เร่ิมช่วยหายใจ ทกุ 5-6
วินาที (10 - 12 ครงั้ ต่อนาที)
Neonatal
เร่ิมทา CPR
C : Chest compression =กดหนา้ อก
สถานท่ ีปลอดภยั
จดั ทา่ นอนหงายบนพ้ืนราบแข็ง
คุกเขา่ อยูด่ า้ นขา้ งผูป้ ่วยหรือยืน
ขา้ งเตียง
ตาแหน่งการกดหนา้ อก
บริเวณคร่ึงล่างของกระดกู หนา้ อก
วางสน้ มือขา้ งหนึ่ง อีกมือหนึ่งวางทบั หรือประสานลงไป
ท่ากดหนา้ อก
• แขนยืดตรง
• ไหลต่ รงแนว
เดียวกบั แขน
• สะโพกเป็นจุด
หมุน
• พุง่ แนวแรงไปท่ีมือ
ทงั้ สองขา้ ง
กลางหนา้ อก แนวหวั นม
กดดว้ ยสน้ มือ
หนา้ อกยุบ 2-2.4 น้ิว คลายใหห้ นา้ อกขยายอย่างเดิม
การกดหนา้ อกท่ีมีประสิทธิภาพ
1.กดแรง (ลึกอยา่ งนอ้ ย 2 น้ิว หรือ 5 ซม.แตไ่ มเ่ กิน 2.5 น้ิว หรือ 6 ซม.)
2.กดเร็ว (100-120 ครงั้ /นาที)
3.ปล่อยใหม้ ีการขยายของทรวงอกกลบั คืนจนสดุ
4.รบกวนการกดหนา้ อกใหน้ อ้ ยที่สุด
5.หลีกเลี่ยงการช่วยหายใจที่มากเกินไป
การชว่ ยหายใจครัง้ ละ 1 วินาที
6.เปล่ียนคนกดทกุ ๆ 2 นาที
การกดหนา้ อกท่ีมีประสิทธิภาพ
หยุดกดหนา้ อก นอ้ ยกว่า 10 วินาที เม่ือ
✢ กดหนา้ อก30 ครัง้ หยุดเพ่ือชว่ ยหายใจ 2 คร้งั
✢ ประเมินผูป้ ่วยเม่ือ CPR ครบ 2 นาที
✢ ขณะเคร่ือง AED กาลงั วิเคราะหค์ ล่ืนไฟฟ้าหวั ใจ
✢ ขณะทาการช็อคไฟฟ้าหวั ใจ
A : Airway เปิ ดทางเดินหายใจ
Head-tilt Chin-lift
กดหนา้ ผาก เชยคาง
A : Airway การเปิ ดทางเดินหายใจ (ผทู้ ี่ผ่านการอบรม)
Jaw Thrust Maneuver
ดึงขากรรไกรข้ึน
B : Breathing การช่วยหายใจ
Mouth to Mouth Face shield
แผน่ กนั สมั ผสั หนา้
บีบจมูก ปากประกบปาก
Pocket Mask
หนา้ กากกนั สมั ผสั
ชว่ ยการหายใจ 2 ครง้ั
ครงั้ ละประมาณ 1วนิ าที
โดยครอบดว้ ย Ambu bag บีบ ๒ ครง้ั
มองดหู นา้ อกยกข้ึนตามการช่วยหายใจ ถือวา่ เพียงพอ
ควรใชค้ นช่วย ๒ คน
B : Breathing การช่วยหายใจ
✢ ช่วยหายใจ 2 ครง้ั
✢ ครง้ั ละ 1 วินาที
✢ สดู ลมหายใจปกติ
✢ มองดหู นา้ อกยกข้ึนตามการช่วยหายใจ
ถือว่าเพียงพอ
กดหนา้ อก 30 ครงั้ สลบั การช่วยหายใจ 2 ครงั้
ทาต่อเนื่อง 5 รอบ (2 นาที)
30 ครัง้ 2 คร้งั
ครบ 2 นาที : ประเมิน
ประเมินความรูส้ ึกตวั การหายใจและชีพจร
ใชเ้ วลาไมเ่ กิน 10 วินาที
ถา้ รูส้ ึกตวั หยุด CPR
ถา้ ยงั หมดสติ ไมห่ ายใจ/หายใจเฮือก ไมม่ ีชีพจร ชว่ ย CPR ตอ่
โดยสลบั เปล่ียนคนกดหนา้ อก
กดหนา้ อก 30 ครงั้ สลบั การช่วยหายใจ 2 ครงั้
อีก 5 รอบ ( 2 นาที )
จนกว่าทีมแพทยฉ์ ุกเฉินมาถึงหรือผปู้ ่ วยฟ้ื น
ครบ 2 นาที : ประเมิน
หายใจไดเ้ อง ยงั รสู้ ึกตวั ไม่ดี
จดั ใหอ้ ยู่ท่าพกั ฟ้ื น (recovery position)
เพ่ือป้องกนั ภาวะทางเดินหายใจอดุ กน้ั
Hands-only CPR
กดหนา้ อกอยา่ งเดียวโดยไมต่ อ้ งชว่ ยหายใจ ดว้ ย
อตั ราการกด 100-120 ครั้ง/นาที
โทร 1669 กดหนา้ อก
การช็อคหวั ใจดว้ ยไฟฟ้า (Defibrillation)
ช็อคไฟฟ้าเม่ือมีขอ้ บง่ ช้ี
หลงั การช็อคไฟฟ้า ทาCPRตอ่ ทนั ที
เคร่ืองกระตุกหวั ใจดว้ ยไฟฟ้า Defibrillator : แบ่งเป็ น
Manual Defibrillator Automated External Defibrillator
(AED)
(AED)เครื่องกระตกุ หวั ใจดว้ ยไฟฟ้าอตั โนมตั ิ
สามารถใชไ้ ดโ้ ดยไมต่ อ้ งมีความรูเ้ ร่ือง
คล่ืนไฟฟ้าหวั ใจ
สามารถวิเคราะหค์ ล่ืนไฟฟ้าหวั ใจ และ
แนะนาใหท้ าช็อคหวั ใจได้
การใชเ้ ครื่อง AED
ปลก๊ั เสียบ ป่ ุมเปิ ดเครื่อง
ป่ มุ ช็อค แผ่นช็อคไฟฟ้า 1. เปิ ด เคร่ือง
ไฟฟ้า
2. แปะ แผน่
3. วิเคราะห์
คล่ืนไฟฟา้ หวั ใจ
4. ช็อคไฟฟ้า
CPR ต่อทนั ที
ตาแหน่ งติดแผ่นช็อคไฟฟ้ า
วิเคราะหค์ ล่ืนไฟฟ้าหวั ใจ
ไม่จบั ตวั ผปู้ ่ วย
Analyzing Heart Rhythm
Do not touch the patient
ถา้ เครื่องแนะนาให้ Shock
ขณะเครื่องจะทาการประจุไฟ ✓ Shock Advised
✓ Charging
เม่ือเคร่ืองประจุไฟพรอ้ มจะมีไฟสีสม้ ✓ Stay clear of the patient
สง่ั การใหท้ ุกคนถอยหา่ งจากผูป้ ่วย
โดย
1 ฉันถอย
2 คุณถอย
3 ทุกคนถอย
กดปุ่มช็อค และทา CPR ตอ่ ทนั ที อกี
2 นาที
ถา้ เคร่ืองไม่แนะนาให้ Shock
No Shock Advised , Start CPR
CPR ต่อทนั ทอี กี 2 นาที
30 2
เราอยู่กบั “เด็กปฐมวยั ”
เส่ียงตอ่ การเกิดบาดเจ็บ
เล็กนอ้ ย-ถึงชีวิต : ทางเดินหายใจ
อุดกน้ั จากการสาลกั ส่ิงแปลกปลอมท่ี
เด็กควา้ เขา้ ปาก
1. สาเหตุจากตวั เด็ก ธรรมชาติตามวยั : 3. สาเหตุจากส่ิงแวดลอ้ ม
ร่างกายยงั เจริญเติบโตไมพ่ รอ้ มสมบูรณ์ การใชผ้ ลิตภณั ฑต์ า่ ง ๆ ไมถ่ ูกตอ้ ง
จิตใจ-อารมณ-์ พฒั นาการยงั ไมพ่ รอ้ มสมบูรณ์ ธรรมชาติ: ฝนตก น้าทว่ ม
สญั ชาติญาณ-อยากรูอ้ ยากเห็น กายภาพ: ส่ิงแวดลอ้ มภายใน-ภาย
เพศ: ชาย > หญิง นอกฯ
2. สาเหตุจากผูด้ ูแล:
ขาดความเอาใจใส่
ไมร่ อบคอบ/ระมดั ระวงั /ประมาท-
เลินเลอ่
สภาพร่างกาย/จิตใจ/อารมณไ์ มค่ งท่ี
ป่วย โกรธ เครียด เศรา้ โศก ฯลฯ