คำนำ ก
สไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนับไม่เกิน 100,000 ร่วมกับคลิปวิดีโอการสอน กลุ่ม
สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอน
ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยเนื้อหาตรงตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 แบ่งเนือ้ หาออกเปน็ 7 เรื่อง ดงั นี้
เร่อื งท่ี 1 จำนวนนบั ไม่เกิน 10,000
เรื่องท่ี 2 จำนวนนับไม่เกิน 100,000
เร่อื งท่ี 3 การเขียนจำนวนในรูปกระจาย
เรื่องที่ 4 การเปรียบเทยี บจำนวนทมี่ ีจำนวนหลกั ไม่เทา่ กัน
เรอื่ งที่ 5 การเปรยี บเทยี บจำนวนทม่ี ีจำนวนหลกั เทา่ กนั
เรอ่ื งท่ี 6 การเรียงลำดบั จำนวน
เรอ่ื งท่ี 7 แบบรูปของจำนวนท่เี พิ่มขนึ้ และลดลงทีละเท่าๆ กนั
ผู้รายงานหวังเป็นอย่างยิ่งวา่ สื่อการสอนนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน เพื่อเป็นแนวทาง
ในการพฒั นาทางดา้ นการเรยี นการสอนใหม้ ีประสิทธภิ าพมากยง่ิ ข้ึน
นางฮะนลิ หมดั เหล็ม
ผูร้ ายงาน
สารบัญ ข
เร่อื ง หนา้
คำนำ ก
สารบญั ข
ท่มี าและความสำคัญ 1
วัตถปุ ระสงค์ของการจดั ทำสอ่ื นวัตกรรม 1
นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ 2
กระบวนการในการออกแบบสรา้ งสอ่ื นวัตกรรม 2
การนำส่ือสไลด์อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เรอ่ื ง จำนวนนบั ไม่เกนิ 100,000 6
รว่ มกบั คลปิ วิดีโอการสอน มาใช้
ผลการพฒั นาสไลด์อิเลก็ ทรอนกิ ส์ เรอื่ ง จำนวนนบั ไม่เกิน 100,000 11
รว่ มกับคลปิ วดิ ีโอการสอน
สรุปผลการพฒั นาสไลด์อิเลก็ ทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนบั ไมเ่ กิน 100,000 13
รว่ มกบั คลปิ วิดีโอการสอน
การเผยแพร่สไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรอื่ ง จำนวนนับไมเ่ กิน 100,000 14
ร่วมกับคลิปวิดีโอการสอน
ประโยชน์ท่ีได้รับ 15
ภาคผนวก 17
- คมู่ อื การใช้สือ่ 18
- สไลดอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์ จำนวนนับไมเ่ กนิ 100,000 22
- คลิปวิดโี อการสอน จำนวนนับไม่เกนิ 100,000 34
- แผนการจดั การเรียนรู้ 35
- ภาพประกอบกจิ กรรมการเรียนการสอน 54
บรรณานุกรม 58
1
รายงานผลการพฒั นาสไลดอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์ เรือ่ ง จำนวนนบั ไม่เกิน 100,000
ร่วมกบั คลปิ วิดโี อการสอน สำหรับนกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3
ชื่อนวัตกรรม การพัฒนาสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนับไม่เกิน 100,000 ร่วมกับคลิปวิดีโอการสอน
สำหรบั นักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 โรงเรยี นเทศบาล ๒ (บ้านหาดใหญ่)
ท่ีมาและความสำคญั
จากสภาพปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้โรงเรียนทั่วประเทศไม่สามารถจะจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนได้ แต่
โรงเรียนก็ต้องเปิดการเรียนการสอนตามปกติแบบวิถีใหม่ ในรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย
รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบ on-line ,on-hand, on-air, on –demand หรือรูปแบบอื่นๆตามความเหมาะสม
กับสภาพความพร้อมของโรงเรียน ครูผู้สอน และผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพเป็นไปตามหลักสูตร
สถานศึกษาเต็มตามศักยภาพ โรงเรียนเทศบาล ๒ (บ้านหาดใหญ่) ได้จัดเรียนการเรียนการสอน 3 รูปแบบ
ได้แก่ รูปแบบ on-line ,on-hand, และ on –demand โดยยึดหลักโรงเรียนหยุดเรียนที่โรงเรียน แต่ผู้เรียน
ทกุ คนต้องไดเ้ รยี นรอู้ ยา่ งทว่ั ถึงเสมอภาค และเตม็ ตามศักยภาพ
สื่อการเรียนการสอน นับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากประการหนึ่งในกระบวนการเรียนการสอน
นอกเหนือจากตัวผูส้ อน ผู้เรียน และเทคนิควิธีการต่าง ๆ บทบาทของสื่อการเรียนการสอน ก็คือ เป็นตัวกลาง
หรือเครื่องมือ หรือช่องทางที่ใช้นำเรื่องราว ข้อมูลความรู้จากผู้สอนไปสู่ผู้เรียน เพื่อทำให้การเรียนรู้หรือ
การเรียนการสอนบรรลุผลสำเรจ็ ตามวัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายท่ีวางไว้ได้เป็นอยา่ งดี สื่อการเรียนการสอน
เปน็ สิ่งท่ีมคี วามจำเป็นในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนไดเ้ กดิ การเรียนรู้ท่หี ลากหลาย และมี
ประสิทธิภาพ และการเรียนการสอนแบบออนไลน์มีความจำเป็นมากในปัจจุบัน เนื่องจากการเรียนรู้
ในศตวรรษที่ 21 ผู้เรียนจำเปน็ ต้องมีทักษะทางด้านการสื่อสาร การใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
การรเู้ ท่าทนั ส่ือ เพอ่ื สง่ เสริมให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวติ
ผู้รายงานจึงได้นำสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนับไม่เกิน 100,000 ร่วมกับคลิปวิดีโอการสอน
มาใช้จัดการเรียนการสอนในรายวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภายใต้สถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามหลักสูตร และครูได้ใช้ส่ือ
เทคโนโลยีมาปรบั ใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน ให้ผู้เรยี นเกิดการพฒั นาไดอ้ ย่างเต็มศกั ยภาพ
วตั ถปุ ระสงคข์ องการจัดทำสือ่ นวตั กรรม
1. เพื่อสร้างและพัฒนาสื่อนวัตกรรมทางการศึกษาที่สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สำหรับใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 3
2. เพอื่ ศึกษาความพึงพอใจของนักเรยี นที่มีต่อสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนับไมเ่ กนิ 100,000
ร่วมกับคลปิ วิดโี อการสอน กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 3
2
นิยามศพั ท์เฉพาะ
1. สไลด์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง สไลด์ที่ผลิตด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป Microsoft PowerPoint
เพื่อนำมาใช้ในการจดั การเรยี นการสอน โดยผสู้ อนจะนำเสนอไปทีละขัน้ ตอน
2. คลปิ วดิ ีโอการสอน หมายถึง การนำสไลด์อเิ ล็กทรอนิกส์มาบนั ทกึ เสียงบรรยายแล้วนำเข้าสู่ระบบ
อนิ เตอรเ์ น็ต
กระบวนการในการออกแบบสร้างสอ่ื นวัตกรรม
สไลดอ์ ิเล็กทรอนิกส์ เรอ่ื ง จำนวนนบั ไม่เกนิ 100,000 ร่วมกับคลิปวดิ ีโอการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ จัดทำขึ้นในรูปแบบสื่อเทคโนโลยี โดยสร้างขึ้นตามกรอบของหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 โดยมีวิธีการสร้างและหาคณุ ภาพดงั น้ี
1. ศึกษา และวิเคราะห์ปัญหาในการจัดเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับชั้น
ประถมศกึ ษาปีที่ 3
2. ศึกษาหลักสูตร ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับ
ปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 คู่มือการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เทคนิคการสร้างสื่อจาก Microsoft PowerPoint การอัดคลิป
วิดโี อ การสร้างข้อสอบและแบบสอบถามด้วย google form
3. วิเคราะห์สาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด และเวลาเรียน เพื่อพัฒนา
สไลดอ์ ิเลก็ ทรอนกิ ส์ เรื่อง จำนวนนบั ไมเ่ กิน 100,000 ร่วมกบั คลิปวิดีโอการสอน ดังตาราง
สาระที่ สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั จำนวนชั่วโมง
2
1 จาํ นวนนบั ไม่เกิน 100,000 ค 1.1 ป.3/1
4
และ 0 อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย 1
และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับไม่เกิน100,000
และ 0
ค 1.1 ป.3/2
เปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับไม่เกิน
100,000 จากสถานการณ์ตา่ ง ๆ
แบบรปู ค 1.2 ป.3/1
ระบุจำนวนที่หายไปในแบบรูปของจำนวนที่
เพมิ่ ขึ้นหรือลดลงทีละเท่าๆ กัน
3
4. กำหนดเนื้อหาในการจัดทำสื่อนวัตกรรม ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้
โดยแบ่งเนอ้ื หาออกเปน็ 7 เรือ่ ง ดงั น้ี
เรอื่ งที่ 1 จำนวนนบั ไมเ่ กิน 10,000
เรือ่ งที่ 2 จำนวนนบั ไมเ่ กิน 100,000
เรื่องท่ี 3 การเขยี นจำนวนในรปู กระจาย
เรอ่ื งท่ี 4 การเปรียบเทียบจำนวนทม่ี จี ำนวนหลักไม่เท่ากัน
เรื่องท่ี 5 การเปรยี บเทียบจำนวนทีม่ จี ำนวนหลักเท่ากัน
เร่ืองท่ี 6 การเรียงลำดบั จำนวน
เรื่องที่ 7 แบบรูปของจำนวนทเ่ี พ่ิมข้นึ และลดลงทลี ะเทา่ ๆ กนั
5. สร้างสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนับไม่เกิน 100,000 ร่วมกับคลิปวิดีโอการสอน เพื่อใช้
ประกอบการเรียนการสอนในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของนักเรียนกลุ่มสาระ
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาตามตัวชี้วัดในหลักสูตร โดยมีขั้นตอน
ดังนี้
5.1 นำเนื้อหาจากการวิเคราะห์หลกั สตู ร กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3
เร่อื ง จำนวนนบั ไม่เกิน 100,000 มาวางรูปแบบโครงเรอ่ื งและเขียนเน้ือเรื่อง
5.2 จดั ทำบัตรเรือ่ ง (Story Card) เพ่อื จดั ลำดับขนั้ ตอนกิจกรรมในการดำเนนิ เร่ือง
5.3 จัดทำบทสื่อสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ (Script) เพื่อแสดงให้เห็นรายละเอียดของสไลด์แต่ละเฟรม
บนหน้าจอ ต้งั แต่ตน้ จนจบ
5.4 ดำเนินการจดั สรา้ งส่ือสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ ตาม Script ทเี่ ขยี นข้นึ
5.5 นำสไลดอ์ ิเล็กทรอนิกส์มาบนั ทึกเสยี งบรรยาย เพ่ือจัดทำเป็นคลปิ วิดีโอการสอน
6. สร้างแบบประเมินความเหมาะสมของสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนับไม่เกิน 100,000
รว่ มกับคลิปวดิ ีโอ โดยใช้แบบประเมินความเหมาะสมแบบมาตราส่วนประมาณคา่ 5 ระดบั
7. น ำ สไลด์อิเล็กทรอนิกส์และคลิปวิดีโอเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน เพื่อตรวจสอบ
ความถูกต้องของเนื้อหา ความเหมาะสมของภาษาและการออกแบบ ด้วยแบบสอบถามชนิดมาตราส่วน
ประมาณค่า 5 ระดับ นำความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน และนำผลของคะแนนเฉลี่ยมาแปลความหมาย ดังน้ี (บุญชม ศรสี ะอาด. 2556 : 100)
คา่ เฉลี่ย 4.51 – 5.00 แปลความว่า เหมาะสมมากท่สี ุด
ค่าเฉล่ีย 3.51 – 4.50 แปลความวา่ เหมาะสมมาก
คา่ เฉลยี่ 2.51 – 3.50 แปลความวา่ เหมาะสมปานกลาง
ค่าเฉลย่ี 1.51 – 2.50 แปลความวา่ เหมาะสมน้อย
คา่ เฉลี่ย 1.00 – 1.50 แปลความว่า เหมาะสมน้อยท่ีสุด
4
จากนั้นทำการวิเคราะห์เพื่อตัดสินคุณภาพของสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ และคลิปวิดีโอ
โดยการพิจารณาจากเกณฑ์เฉลี่ยของผู้เชี่ยวชาญ ปรากฏว่า สไลด์อิเล็กทรอนิกส์และคลิปวิดีโอ ที่สร้างข้ึน
ในภาพรวมมคี วามเหมาะสมอย่ใู นมากท่ีสุด รายละเอยี ดดงั ตาราง
ผลการประเมนิ ความเหมาะสมของสไลด์อิเล็กทรอนกิ ส์ เรอื่ ง จำนวนนับไมเ่ กิน 100,000
รว่ มกบั คลิปวิดโี อการสอน
ความคิดเหน็ ของ
รายการประเมิน ผเู้ ช่ยี วชาญ X S.D ความหมาย
คนที่ คนท่ี คนท่ี
123
1. ด้านเนอื้ หา
1.1 ความสอดคล้องของวัตถุประสงค์กับ 5 5 5 5.00 0.00 เหมาะสมมากทส่ี ดุ
เน้ือหา
1.2 ความเหมาะสมของผูเ้ รยี นกบั เน้อื หา 5 5 5 5.00 0.00 เหมาะสมมากที่สดุ
1.3 ความถูกต้องของเนื้อหา 5 5 5 5.00 0.00 เหมาะสมมากท่สี ดุ
1.4 ความนา่ สนใจของเนื้อหา 4 4 5 4.33 0.58 เหมาะสมมาก
ค่าเฉลี่ยรวมของเน้ือหา 4.75 4.75 5.00 4.83 0.14 เหมาะสมมากที่สุด
2. ด้านภาษา
2.1 ภาษาทใ่ี ช้เหมาะสมของผู้เรียน 5 4 5 4.67 0.58 เหมาะสมมากที่สดุ
2.2 ความชัดเจนในการอธบิ ายเนอื้ หา 5 4 4 4.33 0.58 เหมาะสมมาก
ค่าเฉลีย่ รวมของภาษา 5.00 4.00 4.00 4.50 0.50 เหมาะสมมาก
3. ด้านการออกแบบ
3.1 ความเหมาะสมในการนำเสนอ 5 5 5 5.00 0.00 เหมาะสมมากที่สดุ
3.2 ความเหมาะสมของขนาด รปู แบบและสี 4 4 5 4.33 0.58 เหมาะสมมาก
3.3 ความเหมาะสมในการเชอ่ื มโยงภาพ 4 4 4 4.00 0.00 เหมาะสมมาก
และข้อความ
คา่ เฉล่ยี รวมการออกแบบ 4.33 4.33 4.67 4.44 0.19 เหมาะสมมาก
4. ดา้ นเสียง
4.1 ความเหมาะสมของเสยี งบรรยาย 5 5 4 4.67 0.58 เหมาะสมมากทส่ี ุด
4.2 ความชดั เจนของเสียงบรรยาย 4 4 5 4.33 0.58 เหมาะสมมาก
4.3 ความเหมาะสมของเสยี งเอฟเฟ็กต์ 4 5 5 4.67 0.58 เหมาะสมมากที่สุด
คา่ เฉล่ยี รวมของเสียง 4.33 4.67 4.67 4.56 0.19 เหมาะสมมากทีส่ ุด
ค่าเฉลี่ยโดยรวม 4.58 4.50 4.75 4.61 0.13 เหมาะสมมากท่ีสดุ
5
8. สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง จำนวนนับไม่เกิน 100,000 เป็นข้อสอบ
แบบปรนัย จำนวน 12 ข้อ ให้ครอบคลุมเนื้อหาและจุดประสงค์การเรียนรู้ แล้วนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญ
ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา แล้วหาค่า IOC ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่า ข้อคำถามและตัวเลือก
มคี วามเหมาะสมสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ สามารถนำไปใช้ได้ โดยมคี ่าความสอดคล้องเทา่ กับ 1.00
ทุกขอ้ รายละเอียดดงั ตาราง
ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์การเรียนรู้ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี น เรอ่ื ง จำนวนนบั ไมเ่ กนิ 100,000 สำหรบั นกั เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ข้อที่ ความคิดเหน็ ของผูเ้ ชี่ยวชาญ รวม ค่าเฉลย่ี สรปุ ผล
คนท่ี 1 คนท่ี 2 คนท่ี 3 IOC
1 +1 +1 +1 +3 1.00 ใช้ได้
2 +1 +1 +1 +3 1.00 ใช้ได้
3 +1 +1 +1 +3 1.00 ใช้ได้
4 +1 +1 +1 +3 1.00 ใชไ้ ด้
5 +1 +1 +1 +3 1.00 ใชไ้ ด้
6 +1 +1 +1 +3 1.00 ใชไ้ ด้
7 +1 +1 +1 +3 1.00 ใชไ้ ด้
8 +1 +1 +1 +3 1.00 ใชไ้ ด้
9 +1 +1 +1 +3 1.00 ใช้ได้
10 +1 +1 +1 +3 1.00 ใช้ได้
11 +1 +1 +1 +3 1.00 ใช้ได้
12 +1 +1 +1 +3 1.00 ใชไ้ ด้
9. สร้างแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนับไม่เกิน 100,000
ร่วมกับคลิปวิดีโอการสอน ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเหมาะสม ด้านเนื้อหา ภาษา และให้ข้อเสนอแนะ
แล้วหาค่า IOC ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่า รายการประเมินมีความเหมาะสม สามารถนำไปใช้ได้ โดยมีค่า
ความสอดคล้องรายขอ้ เทา่ กับ 1.00 ทุกขอ้ รายละเอยี ดดังตาราง
6
ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบสอบความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง
จำนวนนบั ไมเ่ กนิ 100,000 รว่ มกบั คลปิ วดิ โี อการสอน สำหรับนักเรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
รายการประเมนิ ความคดิ เหน็ ของผ้เู ชี่ยวชาญ รวม คา่ เฉลีย่ สรุปผล
คนท่ี 1 คนที่ 2 คนที่ 3 IOC ใชไ้ ด้
1. เนอื้ หามีความสอดคล้องกับ +1 +1 +1 +3 1.00 ใช้ได้
ใช้ได้
จุดประสงค์การเรียนรู้ ใชไ้ ด้
2. เนือ้ หามคี วามเหมาะสมกบั นักเรยี น +1 +1 +1 +3 1.00 ใชไ้ ด้
ใชไ้ ด้
3. เนอ้ื หามีความต่อเนื่องและชดั เจน +1 +1 +1 +3 1.00
4. สี ตวั อกั ษร ภาพที่ใช้มีความ +1 +1 +1 +3 1.00
เหมาะสม
5. สอ่ื มคี วามนา่ สนใจ +1 +1 +1 +3 1.00
6. สอื่ ช่วยให้เขา้ ใจเนอื้ หาได้ง่ายขึ้น +1 +1 +1 +3 1.00
10. นำสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนับไม่เกิน 100,000 ร่วมกับคลิปวิดีโอการสอน ที่ปรับปรุง
แก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญมาทดลองใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2563 โดยดู
จากคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นำข้อบกพร่องมาแก้ไขในด้านความน่าสนใจของสื่อ ความชัดเจนของ
ภาษา และความถกู ต้องของเนอื้ หาให้สอดคล้องกบั การวัดและประเมินผล
11. นำสไลด์อิเลก็ ทรอนิกส์ เรอื่ ง จำนวนนบั ไมเ่ กนิ 100,000 ร่วมกบั คลิปวิดโี อการสอน มาใช้จริงกับ
นกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 3 ปีการศกึ ษา 2564
การนำสื่อสไลด์อเิ ล็กทรอนิกส์ เรือ่ ง จำนวนนบั ไมเ่ กิน 100,000 ร่วมกับคลปิ วดิ ีโอการสอน มาใช้
ข้าพเจ้าไดด้ ำเนนิ การ ตามขนั้ ตอนดังนี้
1. ก่อนการดำเนินการสอน ข้าพเจ้าได้อธิบายให้นักเรียนทราบ และเข้าใจบทบาทของนักเรียนตาม
คู่มือในการใช้สไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนับไม่เกิน 100,000 ร่วมกับคลิปวิดีโอการสอน เพื่อใช้
ประกอบการเรียนการสอนในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของผู้เรียนกลุ่มสาระ
การเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 3
2. ทดสอบก่อนเรียน ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง จำนวนนับไม่เกิน 100,000
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 3 ท่ผี ้รู ายงานได้สร้างขน้ึ จาก google form
3. ดำเนินการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรใู้ นรปู แบบ on-line และ on-demand ดังนี้
3.1 ใช้สื่อสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับใช้เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนออนไลน์ด้วย
โปรแกรม Zoom
7
3.2 จัดทำเป็นคลิปวีดิโอการสอน แล้วนำไปอัพโหลดไว้ใน Youtube ช่อง นินิน จา ส่งลิ้งค์
ให้แก่ admin โรงเรียน เพื่ออัพโหลดคลิปวีดิโอขึ้นห้องเรียนออนไลน์ของโรงเรียน และให้นักเรียนในไลน์
หอ้ งเรยี น สำหรบั นกั เรยี นที่ไมส่ ามารถเรยี นออนไลน์ด้วยโปรแกรม Zoom ได้
4. เมื่อเสร็จสิ้นการสอนแล้ว ทำการทดสอบหลังเรียน ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เรอื่ ง จำนวนนับไม่เกิน 100,000 ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 ท่ีผรู้ ายงานไดส้ รา้ งขึน้ จาก google form
8
9
10
5. สอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ด้วยแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสไลด์
อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนับไม่เกิน 100,000 ร่วมกับคลิปวิดีโอการสอน ของนักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 3 ทผี่ ู้รายงานได้สรา้ งขึน้ จาก google form
11
ผลการพัฒนาสไลดอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์ เร่ือง จำนวนนบั ไมเ่ กิน 100,000 ร่วมกบั คลปิ วดิ โี อการสอน
1.ผลการพัฒนาสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรอ่ื ง จำนวนนับไมเ่ กนิ 100,000 ร่วมกบั คลปิ วิดีโอการสอน
สำหรับนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 มดี งั นี้
1.1 สไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนับไม่เกิน 100,000 ร่วมกับคลิปวิดีโอการสอน
ทพ่ี ฒั นาข้นึ มี 7 เรอื่ ง ได้แก่ 1) จำนวนนับไมเ่ กิน 10,000 2) จำนวนนบั ไมเ่ กิน 100,000 3) การเขยี นจำนวน
ในรูปกระจาย 4) การเปรียบเทียบจำนวนท่มี จี ำนวนหลักไมเ่ ท่ากนั 5) การเปรยี บเทยี บจำนวนท่มี ีจำนวนหลัก
เทา่ กนั 6) การเรียงลำดับจำนวน และ 7) แบบรูปของจำนวนทเ่ี พ่มิ ขนึ้ และลดลงทลี ะเทา่ ๆ กนั
1.2 ผลการพิจารณาความเหมาะสมของสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนับไม่เกิน
100,000 ร่วมกับคลปิ วดิ โี อการสอน โดยผ้เู ชย่ี วชาญจำนวน 3 ท่าน รายละเอียดดังตาราง
ผลการประเมินความเหมาะสมของสไลด์อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เร่อื ง จำนวนนับไมเ่ กนิ 100,000
รว่ มกบั คลิปวดิ โี อการสอน
รายการประเมิน X S.D ความหมาย
1. ดา้ นเน้ือหา
1.1 ความสอดคล้องของวัตถุประสงค์กับเน้ือหา 5.00 0.00 เหมาะสมมากท่สี ุด
1.2 ความเหมาะสมของผเู้ รียนกับเนอ้ื หา 5.00 0.00 เหมาะสมมากทีส่ ดุ
1.3 ความถูกต้องของเน้อื หา 5.00 0.00 เหมาะสมมากทส่ี ุด
1.4 ความนา่ สนใจของเนื้อหา 4.33 0.58 เหมาะสมมาก
คา่ เฉลีย่ รวมของเนือ้ หา 4.83 0.14 เหมาะสมมากที่สดุ
2. ด้านภาษา
2.1 ภาษาท่ใี ช้เหมาะสมของผู้เรยี น 4.67 0.58 เหมาะสมมากที่สุด
2.2 ความชัดเจนในการอธิบายเน้ือหา 4.33 0.58 เหมาะสมมาก
ค่าเฉล่ยี รวมของภาษา 4.50 0.50 เหมาะสมมาก
12
รายการประเมนิ X S.D ความหมาย
3. ด้านการออกแบบ
3.1 ความเหมาะสมในการนำเสนอ 5.00 0.00 เหมาะสมมากที่สุด
3.2 ความเหมาะสมของขนาด รูปแบบ และสี 4.33 0.58 เหมาะสมมาก
3.3 ความเหมาะสมในการเช่อื มโยงภาพและข้อความ 4.00 0.00 เหมาะสมมาก
คา่ เฉลย่ี รวมการออกแบบ 4.44 0.19 เหมาะสมมาก
4. ด้านเสียง
4.1 ความเหมาะสมของเสยี งบรรยาย 4.67 0.58 เหมาะสมมากที่สุด
4.2 ความชัดเจนของเสยี งบรรยาย 4.33 0.58 เหมาะสมมาก
4.3 ความเหมาะสมของเสยี งเอฟเฟ็กต์ 4.67 0.58 เหมาะสมมากทสี่ ดุ
ค่าเฉลี่ยรวมของเสียง 4.56 0.19 เหมาะสมมากทส่ี ุด
คา่ เฉล่ยี โดยรวม 4.61 0.13 เหมาะสมมากที่สดุ
ผลการพิจารณาความเหมาะสมของสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนับไม่เกิน 100,000 ร่วมกับ
คลิปวดิ ีโอการสอน โดยผ้เู ช่ยี วชาญจำนวน 3 ท่าน พบว่า สไลดอ์ เิ ล็กทรอนิกส์และคลปิ วิดีโอการสอนที่สร้างข้ึน
ในภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.61 หากพิจารณารายข้อพบว่า ในด้าน
เนื้อหา มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สดุ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.83 ด้านภาษา มีความเหมาะสมอยู่ในระดับ
มาก ค่าเฉลยี่ เทา่ กับ 4.50 ดา้ นการออกแบบ มีความเหมาะสมอยู่ในระดบั มาก คา่ เฉลี่ยเทา่ กับ 4.44 ด้านเสียง
มคี วามเหมาะสมอยู่ในระดับมากทสี่ ดุ คา่ เฉลีย่ เทา่ กับ 4.56
2. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนับไม่เกิน 100,000 ร่วมกับ
คลิปวิดีโอการสอน จากการตอบแบบสอบถามออนไลน์ (google form)
13
เน้ือหามคี วาม เน้ือหามคี วาม เนอ้ื หามคี วาม สึ ตวั อักษร ภาพทใ่ี ช ้ สอื่ มคี วามน่าสนใจ สอ่ื ชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจ
สอดคลอ้ งกับ เหมาะสมกับ ตอ่ เน่อื งและชดั เจน มคี วามเหมาะสม เนอื้ หาไดง้ า่ ยขน้ึ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู ้ นักเรยี น
ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อสไลด์อิเลก็ ทรอนิกส์ เรอ่ื ง จำนวนนบั ไมเ่ กิน 100,000
ร่วมกบั คลิปวิดีโอการสอน รายละเอียดดังตาราง
รายการประเมนิ X S.D ความหมาย
1. เนอ้ื หามคี วามสอดคล้องกับจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 4.31 0.61 มาก
2. เน้ือหามีความเหมาะสมกบั นกั เรยี น 4.32 0.59 มาก
3. เนือ้ หามีความต่อเนื่องและชดั เจน 4.29 0.62 มาก
4. สี ตัวอกั ษร ภาพท่ีใชม้ ีความเหมาะสม 4.35 0.62 มาก
5. สือ่ มีความน่าสนใจ 4.39 0.61 มาก
6. ส่ือช่วยใหเ้ ข้าใจเนอ้ื หาไดง้ ่ายขนึ้ 4.31 0.64 มาก
เฉลี่ย 4.33 0.62 มาก
ความพงึ พอใจของนักเรียนทีม่ ีตอ่ สไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนบั ไม่เกนิ 100,000 ร่วมกับคลปิ
วดิ โี อการสอน ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ระดบั ความพึงพอใจเฉล่ียเทา่ กับ 4.33 หากพจิ ารณารายข้อพบวา่
นักเรยี นมีความพงึ พอใจระดับมาก ทุกข้อ โดยมคี ่าเฉล่ียระหวา่ ง 4.29-4.39
สรุปผลการพฒั นาสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรอ่ื ง จำนวนนับไม่เกนิ 100,000 ร่วมกับคลิปวดิ โี อการสอน
1. สื่อนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น ได้แก่ สไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนับไม่เกิน 100,000 ร่วมกับ
คลิปวิดีโอการสอน มี 7 เรื่อง ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าสไลด์อิเล็กทรอนิกส์และคลิปวิดีโอการสอนที่สร้างข้ึน
มคี วามเหมาะสมอยู่ในระดับมากและมากทีส่ ุด ค่าเฉลย่ี อยูร่ ะหว่าง 4.44–4.83
2. ความคิดเห็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนับ
ไม่เกิน 100,000 ร่วมกบั คลิปวิดโี อการสอน ในภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก มีคา่ เฉล่ยี เทา่ กับ 4.33
14
การเผยแพร่สไลดอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์ เร่อื ง จำนวนนับไม่เกนิ 100,000 ร่วมกับคลิปวิดีโอการสอน
ขา้ พเจ้าได้นำคลปิ วิดีโอการสอน เร่อื ง จำนวนนับไม่เกนิ 100,000 สำหรับนักเรียนช้นั ประถมศกึ ษา
ปที ี่ 3 ไปเผยแพร่ในการประชุมกล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ เวบ็ ไซต์ของโรงเรยี น ห้องเรยี นออนไลน์ ท.2
ไลนก์ ลมุ่ ห้องเรียน และ Youtube ชอ่ ง นินิน จา
http://www.banhatyai.ac.th
ไลน์กลมุ่ หอ้ งเรียน
15
ชอ่ ง Youtube นินนิ จา
ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั
1. ประโยชน์ต่อนกั เรียน
1.1 นกั เรียนมีช่องทางในการเรยี นรู้ท่ีหลากหลายข้นึ
1.2 นักเรยี นสามารถเรียนรูแ้ ละทบทวนบทเรยี นไดต้ ลอดเวลา
1.3 ผลสัมฤทธิ์หลงั เรยี นของนกั เรยี นสงู ข้นึ กวา่ กอ่ นเรยี น
1.4 นกั เรียนมคี วามสุขและสนกุ กบั การเรยี น
1.5 นักเรียนเกดิ ความรบั ผิดชอบและความซื่อสตั ย์ต่อตนเอง
16
2. ประโยชน์ตอ่ ครผู ้สู อน
2.1 ครูได้สไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง จำนวนนับไม่เกิน 100,000 ร่วมกับคลิปวิดีโอการสอน
นำไปใชใ้ นการเรียนการสอนวิชาคณติ ศาสตรไ์ ด้
2.2 ครูได้ปรบั วิธกี ารสอนท่ีทนั สมัยข้นึ โดยการนำส่ือเทคโนโลยมี าใชใ้ นการจัดการเรยี นการสอน
2.3 ครมู แี นวทางการสรา้ งสื่อนวัตกรรม เพอื่ พฒั นาศักยภาพของนกั เรียนให้ดขี ้นึ ต่อไป
2.4 ครูไดเ้ ลอื กใช้สือ่ นวัตกรรมให้เหมาะสมและสนองต่อความตอ้ งการของนักเรยี น
3. ประโยชนต์ ่อโรงเรยี น
3.1 โรงเรียนมีสื่อนวัตกรรมที่นำมาแก้ปัญหาในการจัดการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์
การแพรร่ ะบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
3.2 โรงเรียนมีสื่อเทคโนโลยีของครูผู้สอนที่ได้ผลิตและสร้างขึ้นเพื่อนำมาใช้ในการจัดการเรียน
การสอน
4. ประโยชนต์ ่อผูป้ กครองและชุมชน
4.1 ผู้ปกครองและชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามการเรียนของนักเรียนโดยผ่านช่องทาง
ไลน์กลุม่ หอ้ งเรยี น และเว็บไซต์โรงเรยี น
17
ภภาาคคผผนนววกก
18
คูม่ ือการใชส้ ่ือ
บทบาทของครู
1. ครเู ตรียมสอ่ื ท่สี ร้างจาก PowerPoint ในแตล่ ะแผนให้พร้อมและครบถ้วน
2. ครแู จ้งมาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชี้วดั และจุดประสงคก์ ารเรียนรใู้ ห้นกั เรียนทราบ
3. ครดู ำเนนิ การสอนตามแผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ีกำหนดไว้
3.1 ใช้สื่อสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับใช้เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนออนไลน์ด้วย
โปรแกรม Zoom
3.2 ส่งลิ้งค์และคิวอาร์โค้ดคลิปวีดิโอการสอน ให้นักเรียนในห้องไลน์กลุ่ม ป.3 สำหรับ
นกั เรยี นที่ใช้เรยี นในรปู แบบ on-demand
4. ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดในแต่ละแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อประเมินพัฒนาการของ
นักเรยี นในแตล่ ะคาบทสี่ อน และนักเรียนตอ้ งทำแบบฝกึ หัดถูกต้องร้อยละ 70 ขนึ้ ไป จงึ จะผ่านเกณฑ์
5. เมือ่ เสรจ็ ส้นิ การสอนแล้ว ทำการทดสอบหลังเรยี น ด้วยแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน
เร่อื ง จำนวนนับไมเ่ กนิ 100,000 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ที่สร้างข้ึนจาก google form
6. ใหน้ ักเรียนทำแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสไลด์อิเล็กทรอนิกส์ เร่ือง จำนวนนับ
ไมเ่ กนิ 100,000 ร่วมกบั คลิปวดิ โี อการสอน ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3 ท่ีสรา้ งขน้ึ จาก google form
บทบาทของนักเรียน
สำหรบั นกั เรยี นใช้เรียนรปู แบบ on-line ผา่ นระบบ Zoom
1. ให้นักเรยี นเลือกเขา้ ลิง้ ค์หรือพิมพร์ หัส ID และ Passcode ตามกลุ่มของนักเรยี น ดงั นี้
กลุม่ ที่ 1 (ป.3/1)
https://zoom.us/j/2452535757?pwd=UGZ2Q295dmlLZWEvSGgwWWJUcnY0UT09
Meeting ID: 245 253 5757
Passcode: wZ7Fi3
กลุ่มท่ี 2 (ป.3/2 - ป.3/3)
https://zoom.us/j/2817350021?pwd=elBiSUJwL1NyL1pQclV4anEvYzRRZz09
Meeting ID: 281 735 0021
Passcode: 2Qpyrb
19
2. ใหน้ ักเรียนปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงการใช้หอ้ งเรยี นออนไลน์ ดงั นี้
สำหรับนกั เรียนใช้เรียนรปู แบบ on-demand ผา่ นหอ้ งเรียนออนไลน์ ท.๒ หรือผ่าน youtube
ชอ่ ง นนิ ินจา
กรณีเรยี นผ่านห้องเรยี นออนไลน์ ท.๒
1. ให้นักเรยี นเลอื กใช้ Web browser บนเคร่ืองคอมพวิ เตอร์หรือมือถือของนักเรียนจากนั้นที่
Address bar ใหน้ กั เรียน ใส่ชื่อเว็บไซต์ www.banhatyai.ac.th
2. เลือก ห้องเรียนออนไลน์ ท.๒
3. เลือกหอ้ งเรียนและวชิ าเรยี น
3.1 กรณเี รยี นตามตารางเรียน
3.1.1 เลือกแทบ็ ป.3
20
3.1.2 เลือกวชิ าเรียน (คณิตศาสตร์ ป.3)
13 ก.ค. 64
วชิ าคณติ ศาสตร์ ป.3 (ครงั้ ท่ี 6)
เรอ่ื ง จำนวนนบั ไมเ่ กิน 10,000
คลิกบนภำพเพื่อชมวีดโิ อส่อื กำรสอน
3.2 กรณเี รียนยอ้ นหลงั
3.2.1 เลอื กห้องเรียนชั้น ป.3 จากแทบ็ คลิปย้อนหลัง
3.2.2 เลอื กเรือ่ งทีต่ ้องการศกึ ษาจากตารางเรียน
3.3 ศกึ ษาเน้ือหาและทำกิจกรรมตามคลิปวดิ โี อ
21
กรณเี รยี นผา่ น youtube ชอ่ ง นนิ ินจา
1. ครูส่งลิ้งคแ์ ละควิ อารโ์ ค้ดคลปิ วิดโี อการสอนไปใหก้ บั นักเรยี นในหอ้ งไลน์กลมุ่ ป.3
จำนวนนบั ไม่เกิน 10,000 จำนวนนับไม่เกิน 100,000 การเขยี นจำนวนในรปู กระจาย
การเปรียบเทยี บจำนวน การเปรียบเทยี บจำนวน
ทมี่ ีจำนวนหลักไม่เท่ากนั ท่ีมจี ำนวนหลักเทา่ กนั
การเรียงลำดบั จำนวน แบบรปู ของจำนวนทเี่ พ่ิมขน้ึ และลดลง
2. ให้นกั เรียนศกึ ษาเน้ือหาและทำกิจกรรมตามคลิปวดิ ีโอ
22
สไลดอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์จำนวนนบั ไม่เกนิ 100,000
เรื่องท่ี 1 จำนวนนับไมเ่ กิน 10,000
23
24
สไลดอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์จำนวนนับไม่เกนิ 100,000
เร่ืองท่ี 2 จำนวนนบั ไมเ่ กิน 100,000
25
26
สไลดอ์ ิเลก็ ทรอนิกสจ์ ำนวนนับไม่เกิน 100,000
เรือ่ งท่ี 3 การเขียนจำนวนในรูปกระจาย
27
28
สไลดอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ สจ์ ำนวนนับไม่เกิน 100,000
เรื่องท่ี 4 การเปรยี บเทยี บจำนวนท่ีมีจำนวนหลักไมเ่ ท่ากนั
29
สไลดอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์จำนวนนับไมเ่ กนิ 100,000
เรือ่ งท่ี 5 การเปรียบเทยี บจำนวนท่มี ีจำนวนหลกั เทา่ กัน
30
สไลดอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์จำนวนนบั ไม่เกิน 100,000
เร่อื งที่ 6 การเรยี งลำดบั จำนวน
31
32
สไลดอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์จำนวนนบั ไมเ่ กิน 100,000
เรื่องที่ 7 แบบรูปของจำนวนทีเ่ พิ่มขนึ้ และลดลทีละเท่าๆกัน
33
34
คลิปวดิ ีโอการสอน เรือ่ ง จำนวนนบั ไม่เกิน 100,000
จำนวนนับไมเ่ กิน 10,000 จำนวนนับไมเ่ กิน 100,000 การเขยี นจำนวนในรูปกระจาย
การเปรยี บเทยี บจำนวน การเปรยี บเทียบจำนวน
ทมี่ จี ำนวนหลักไม่เทา่ กัน ที่มีจำนวนหลักเทา่ กัน
การเรยี งลำดับจำนวน แบบรปู ของจำนวนทีเ่ พิ่มข้นึ และลดลง
35
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เรือ่ ง จำนวนนบั ไมเ่ กนิ 100,000
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 เรอ่ื ง การอา่ นและเขยี นตวั เลขฮนิ ดูอารบกิ ตวั เลขไทย และตัวหนังสือ
แสดงจำนวน เวลา 2 ชว่ั โมง
ผสู้ อน นางฮะนิล หมัดเหลม็ โรงเรียนเทศบาล ๒ (บ้านหาดใหญ่)
...........................................................................................................................................
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลที่เกิดขนึ้ จากการดำเนนิ การ สมบัติของการดำเนินการ และการนำไปใช้
2. ตวั ชี้วัด
ค 1.1 ป.3/1 : อ่านและเขียน ตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือ แสดงจำนวนนับไม่เกิน
100,000 และ 0
3. สาระสำคญั
จำนวนนับที่ไม่เกิน 100,000 และ 0 เป็นจำนวนที่ประกอบด้วยหลักหน่วย หลักสิบ หลักร้อย หลักพัน
หลกั หมน่ื และหลกั แสน สามารถอา่ นและเขียนแทนด้วยตัวเลขฮนิ ดูอารบกิ ตวั เลขไทย และตวั หนังสือ ซ่ึงต้อง
ใส่เครื่องหมายจุลภาค (,) ทุกชว่ งสามตำแหนง่ ของจำนวนโดยนบั จากหลักหนว่ ยไปทางซา้ ยมือ
4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อา่ นและเขยี นตัวเลขฮนิ ดูอารบกิ ตวั เลขไทย และตวั หนงั สือแสดงจำนวนนับไม่เกิน 100,000 ได้ (K)
2. เขยี นตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนงั สอื แสดงจำนวนนับไม่เกนิ 100,000และ0ไดถ้ ูกต้อง(P)
3. อา่ นตัวเลขฮนิ ดอู ารบิกและตวั เลขไทย แสดงจำนวนนับไมเ่ กิน 100,000 และ 0 ไดถ้ ูกต้อง (P)
4. นำความรูเ้ กีย่ วกับการอ่านและเขยี นตวั เลขฮินดูอารบกิ ตวั เลขไทย และตวั หนงั สอื แสดงจำนวนนบั ไม่
เกิน 100,000 ไปใช้แกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ได้ (A)
5. สาระการเรยี นรู้
การอา่ นและเขยี นตวั เลขฮนิ ดอู ารบกิ ตวั เลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวน
36
6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ขนั้ นำ
1. ครแู จ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ให้นกั เรยี นทราบ
2. ครจู ดั กิจกรรมโดยใหน้ กั เรยี นดูคลิปวิดโี อ ใตท้ ้องทะเล
2. ขน้ั สอน
1. ครูนำหลักลูกคิดมาใส่ทีละหลักโดยเริ่มจากหลักพัน หลักร้อย หลักสิบ และหลักหน่วย โดยแต่
ละหลักไม่เกิน 9 ลูก แล้วให้นักเรียนบอกจำนวนลูกคิดแต่ละหลัก เขียนตัวเลขฮินดู-อารบิก ตัวเลขไทยและ
ตวั หนงั สือ เช่น ตัวเลขฮินดูอารบิก 5,281
ตัวเลขไทย ๕,๒๘๑
ตวั หนงั สอื หา้ พันสองร้อยแปดสิบเอ็ด
2. ครูจัดลูกคิดแสดงจำนวนนับไม่เกิน 100,000 ให้นักเรียนบอกจำนวนพร้อมทั้งเขียนตัวเลขฮินดู-
อารบิก ตัวเลขไทยและตัวหนงั สอื 3 ตัวอย่าง
3. ครูและนักเรียนร่วมกันบอกจำนวนพร้อมทั้งเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทยและตัวหนังสือ
จากหนังสอื แบบฝกึ หดั รายวิชาพืน้ ฐาน คณิตศาสตร์ ป.3 หนา้ 7
4. ครใู ห้นกั เรยี นทำใบงาน เรือ่ ง จำนวนนับไม่เกิน 10,000 เป็นการบา้ น
37
ชว่ั โมงที่ 2
1. ครแู จง้ จุดประสงค์การเรียนรใู้ ห้นกั เรยี นทราบ
2. ครนู ำลกู คิดใส่ในหลกั ลกู แสดงจำนวนนับ 37,491 ดงั รปู
ครูต้งั คำถามให้นักเรียนตอบดังน้ี
- หลกั หมื่นมีลกู คิดจำนวนกลี่ กู และแสดงจำนวนใด (3 ลูก แสดงจำนวน 30,000)
- หลกั พนั มีลูกคิดจำนวนกี่ลูก และแสดงจำนวนใด (7 ลกู แสดงจำนวน 7,000)
- หลกั ร้อยมลี ูกคดิ จำนวนกีล่ กู และแสดงจำนวนใด (4 ลกู แสดงจำนวน 400)
- หลกั สิบมีลกู คดิ จำนวนกีล่ ูก และแสดงจำนวนใด (9 ลูก แสดงจำนวน 90)
- หลกั หน่วยมีลูกคดิ จำนวนกีล่ ูก และแสดงจำนวนใด (1 ลูก แสดงจำนวน 1)
ใหน้ ักเรยี นบอกจำนวนพร้อมท้งั เขยี นตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทยและตวั หนงั สอื
3. ครูจดั ลกู คดิ แสดงจำนวนนบั ไม่เกนิ 100,000 ให้นกั เรียนบอกจำนวนพร้อมทั้งเขียนตัวเลขฮินดู-อา
รบิก ตวั เลขไทยและตวั หนังสือ 3 ตัวอยา่ ง
4. ครใู หน้ กั เรียนเลน่ เกม O X โดยการเลอื กข้อท่ีถูกตอ้ ง
5. ครใู ห้นักเรียนทำใบงาน เร่อื ง จำนวนนับไม่เกิน 100,000 เป็นการบ้าน
3. ข้ันสรปุ
1. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปส่ิงทีไ่ ดเ้ รียนรูร้ ่วมกนั ดังน้ี การเขยี นตัวเลขแสดงจำนวนนับท่ีมากกว่า
999 แต่ไมเ่ กนิ 100,000 เลขโดดทางซา้ ยของหลกั ร้อยอยู่ในหลักพนั เลขโดดทางซ้ายของหลักพันอยู่ในหลัก
หมืน่ เลขโดดทางซ้ายของหลักหม่นื อยู่ในหลักแสน
9. ส่อื การสอน / แหลง่ เรียนรู้
1. คลิปวดิ ีโอ ใตท้ อ้ งทะเล
2. Powerpoint เรื่อง จำนวนนบั ไม่เกนิ 100,000
3. ใบงาน
38
10. การวดั และประเมนิ ผล
สงิ่ ท่ตี ้องการวัด วิธีวดั เครอื่ งมือวดั เกณฑ์การประเมนิ
ใบงาน 70% ขน้ึ ไป ผ่าน
1. ด้านความรู้ (K) ตรวจจากการทำใบงาน แบบสังเกต ไดค้ ะแนนระดบั คุณภาพดี
พฤติกรรมดา้ น ข้ึนไป
2. ดา้ นทักษะ สังเกตพฤตกิ รรมด้าน ทกั ษะกระบวนการ
แบบสงั เกต ไดค้ ะแนนระดับคุณภาพดี
กระบวนการ (P) ทักษะกระบวนการ พฤติกรรมด้าน ขนึ้ ไป
คณุ ลักษณะ
3. ด้านคุณลกั ษณะ สงั เกตพฤติกรรมดา้ น ทพ่ี งึ ประสงค์
ท่พี ึงประสงค์ (A) คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
39
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรือ่ ง จำนวนนบั ไม่เกิน 100,000
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2 เร่อื ง การเขียนตวั เลขแสดงจำนวนในรปู กระจาย เวลา 1 ชวั่ โมง
ผู้สอน นางฮะนิล หมดั เหล็ม โรงเรียนเทศบาล ๒ (บ้านหาดใหญ)่
...........................................................................................................................................
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลทเ่ี กิดขน้ึ จากการดำเนินการ สมบตั ิของการดำเนินการ และการนำไปใช้
2. ตวั ช้ีวัด
ค 1.1 ป.3/1 : อา่ นและเขยี น ตวั เลขฮินดูอารบิก ตวั เลขไทย และตัวหนงั สือ แสดงจำนวนนบั ไม่เกิน
100,000 และ 0
3. สาระสำคญั
หลักเลขประกอบหลกั หน่วย หลักสบิ หลักรอ้ ย หลกั พัน หลักหมื่น และหลักแสน โดยแตล่ ะหลกั จะมคี า่
ประจำหลักเปน็ 1, 10, 100, 1000, 10,000 และ 100,000 ตามลำดับ ทำใหเ้ ลขโดดทอ่ี ยู่หลกั ต่างกันของ
จำนวนนบั มคี า่ ตา่ งกนั ยกเว้น 0 อยู่ในหลกั ใดกย็ งั มีค่าเทา่ กับ 0
4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกหลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลักพรอ้ มทงั้ เขียนตวั เลขแสดงจำนวนนบั ไมเ่ กิน 1,000 ใน
รปู กระจายได้ (K)
2. เขยี นตวั เลขแสดงจำนวนในรูปกระจายได้ถูกตอ้ ง (P)
3. นำความรูเ้ กย่ี วกบั หลัก ค่าของเลขโดดในแตล่ ะหลัก และการเขียนตวั เลขแสดงจำนวนในรูป
กระจาย ไปใช้แกป้ ญั หาทางคณติ ศาสตร์ได้ (A)
5. สาระการเรยี นรู้
การเขยี นตวั เลขแสดงจำนวนในรปู กระจาย
6. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด
40
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ขั้นนำ
1. ครแู จง้ จดุ ประสงค์การเรยี นรใู้ ห้นักเรียนทราบ
2. ขัน้ สอน
1. ครแู สดงภาพหลักลูกคดิ แสดงจำนวนนับ 46,213 ดังรูป
ครูต้งั คำถามใหน้ ักเรียนตอบดังนี้
- หลักหม่ืนมลี กู คิดจำนวนก่ลี ูก และแสดงจำนวนใด (4 ลกู แสดงจำนวน 40,000)
- หลักพันมลี ูกคดิ จำนวนกล่ี กู และแสดงจำนวนใด (6 ลูก แสดงจำนวน 6,000)
- หลกั ร้อยมลี กู คดิ จำนวนกี่ลูก และแสดงจำนวนใด (2 ลูก แสดงจำนวน 200)
- หลกั สบิ มีลูกคดิ จำนวนกีล่ ูก และแสดงจำนวนใด 1 ลูก แสดงจำนวน 10)
- หลกั หน่วยมีลกู คิดจำนวนกลี่ ูก และแสดงจำนวนใด (3 ลกู แสดงจำนวน 3)
ครูอธิบายการเขียนในรูปกระจายได้ดังนี้ 46,210 = 40,000 + 6,000 + 200 + 10 + 3
3. ครูแสดงภาพหลักลูกคิดอีก 3 ขอ้ แล้วให้นักเรยี นชว่ ยกันตอบคำถาม
4. ครูใหน้ ักเรยี นฝึกทำแบบฝึกหดั จำนวน 5 ข้อ พร้อมกนั โดยการเลอื กคำตอบทถ่ี ูกต้อง
3. ข้นั สรุป
2. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรุปสง่ิ ทีไ่ ดเ้ รียนรรู้ ่วมกัน ดังน้ี การกระจาย เปน็ การเขยี นจำนวนใน
รูปของการบวกค่าของเลขโดดในหลกั ต่าง ๆ ของจำนวนน้ัน และเลขโดดเดียวกัน ถ้าอยู่ ตา่ งหลักกัน จะมคี า่ ไม่
เทา่ กนั ยกเว้น 0 อย่ใู นหลกั ใด กจ็ ะมีค่า เทา่ กบั 0
3. ครใู ห้นักเรียนทำแบบฝึกหดั เรื่อง การเขียนจำนวนในรูปกระจาย หนา้ ท่ี 11 เปน็ การบ้าน
41
9. สือ่ การสอน / แหลง่ เรียนรู้
1. Powerpoint เร่อื ง การเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรปู กระจาย
2. หนงั สอื แบบฝกึ หดั รายวิชาพน้ื ฐาน คณติ ศาสตร์ ป.3
10. การวัดและประเมินผล เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมนิ
สงิ่ ท่ตี ้องการวัด วธิ วี ัด แบบฝึกหัด 70% ข้ึนไป ผา่ น
1. ด้านความรู้ (K) ตรวจจากแบบฝึกหดั แบบสงั เกต ได้คะแนนระดบั คุณภาพดี
2. ดา้ นทักษะ สังเกตพฤตกิ รรมดา้ น พฤติกรรมดา้ น ขึ้นไป
กระบวนการ (P) ทกั ษะกระบวนการ ทกั ษะกระบวนการ
แบบสังเกต ไดค้ ะแนนระดบั คุณภาพดี
3. ดา้ นคณุ ลักษณะ สังเกตพฤติกรรมด้าน พฤติกรรมด้าน ขึ้นไป
ท่พี ึงประสงค์ (A) คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ คณุ ลกั ษณะ
ที่พงึ ประสงค์
42
แผนการจดั การเรียนรู้
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 3
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เร่ือง จำนวนนับไมเ่ กิน 100,000
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 3 เรอื่ ง การเปรียบเทยี บจำนวน เวลา 2 ช่ัวโมง
ผู้สอน นางฮะนลิ หมัดเหล็ม โรงเรยี นเทศบาล ๒ (บ้านหาดใหญ่)
...........................................................................................................................................
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลท่เี กดิ ขนึ้ จากการดำเนนิ การ สมบัติของการดำเนินการ และการนำไปใช้
2. ตัวชี้วัด
ค 1.1 ป.3/2 : เปรยี บเทียบและเรียงลำดบั จำนวนนบั ไม่เกิน 100,000 จากสถานการณต์ ่างๆ
3. สาระสำคัญ
จำนวนนับไม่เกิน 100,000 สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ โดยมีค่าเท่ากันหรือไม่เท่ากันและค่า
ไม่เท่ากันอาจมีค่ามากกว่าหรือน้อยกว่ากันอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น โดยใช้เครื่องหมาย = ≠ > < แสดง
การเปรียบเทียบ
4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. เปรยี บเทียบจำนวนนบั ไม่เกนิ 100,000 ได้ (K)
2. เขียนเปรยี บเทยี บจำนวนนับไมเ่ กนิ 100,000 โดยใชเ้ ครื่องหมาย = ≠ > < ไดถ้ ูกตอ้ ง (P)
3. นำความรู้เก่ียวกับการเปรียบเทียบจำนวนไปใช้แก้ปญั หาทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ (A)
5. สาระการเรียนรู้
การเปรยี บเทียบจำนวน
6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
43
7. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
8. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ข้นั นำ
1. ครูแจ้งจดุ ประสงค์การเรียนรู้ให้นกั เรียนทราบ
2. ครูให้นกั เรยี นดูคลปิ วดิ ีโอ นกช่วยคุณตาเกบ็ ผลไม้
2. ข้นั สอน
1. ครูทบทวนเครื่องหมายทางคณติ ศาสตร์
2. ครูแสดงจำนวนนบั สองจำนวนท่ีไม่เกนิ 100,000 โดยทง้ั สองจำนวนมีจำนวนหลกั ไมเ่ ท่ากัน เช่น
45,000 8,200
ครูถามคำถามให้นกั เรียนชว่ ยกันตอบ ดงั น้ี
- จำนวนสองจำนวนน้เี ท่ากนั หรือไม่ (ไม่เท่ากนั )
- จำนวนทางซา้ ยมือมีก่ีหลกั (5 หลัก)
- จำนวนทางขวามือมีกห่ี ลัก (4 หลัก)
- จำนวนทางซา้ ยจะมากกว่าหรือนอ้ ยกวา่ จำนวนทางขวา (มากกวา่ )
3. ครูแนะนำใหน้ ักเรยี นใชเ้ ครือ่ งหมาย > หรอื < แสดงการเปรยี บเทียบจำนวน
45,000 ......... 8,200 หรือ 8,200 ......... 45,000
4. ครูยกตัวอย่าง จำนวนคู่อื่น ๆ ท่ีมีจำนวนหลักไมเ่ ทา่ กนั อกี 7 ตัวอยา่ งแล้วให้นกั เรียนพจิ ารณา
เปรยี บเทียบพร้อมท้ังอธิบายเหตุผล
5. ครใู หน้ ักเรยี นเปรยี บเทยี บจำนวน โดยให้นักเรียนตอบว่าถูกหรอื ผิด จากโจทย์ที่กำหนดให้
6. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสงิ่ ท่ไี ด้เรียนรรู้ ว่ มกนั ดงั น้ี การเปรียบเทยี บจำนวนทีม่ จี ำนวนหลกั ไม่
เทา่ กนั จำนวนทีม่ ีจำนวนหลักมากกวา่ จะ มากกว่า จำนวนที่มจี ำนวนหลักน้อยกวา่
7. ครูให้นักเรียนทำแบบฝกึ หัด เรื่อง การเปรยี บเทยี บจำนวน หนา้ 13 เป็นการบา้ น
44
ชวั่ โมงท่ี 2
1. ครูแสดงจำนวนนับสองจำนวนท่ีไมเ่ กนิ 10,000 โดยทงั้ สองจำนวนมีจำนวนหลกั เทา่ กนั และเลข
โดดทางซ้ายไมเ่ ท่ากัน เชน่
8,912 9,610
2. ครูถามคำถามใหน้ ักเรยี นช่วยกันตอบ ดงั น้ี
- จำนวนสองจำนวนนเ้ี ท่ากนั หรือไม่ (เทา่ กัน)
- 8 ในหลกั พนั มีคา่ เท่าไร (8,000)
- 9 ในหลกั พนั มคี ่าเทา่ ไร (9,000)
- จำนวนใดมากกว่า (9,610) เพราะเหตใุ ด (9,000 มากกว่า 8,000)
3. ครูแนะนำใหน้ ักเรยี นใช้เครื่องหมาย > หรอื < แสดงการเปรียบเทียบจำนวน
8,912 ......... 9,610 หรือ 9,610 ......... 8,912
4. ครูยกตัวอย่าง จำนวนคู่อ่ืน ๆ ที่มีจำนวนหลกั เทา่ กนั และเลขโดดทางซ้ายไม่เท่ากนั อีก 6 ตวั อย่าง
แล้วใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั พจิ ารณาเปรยี บเทยี บพรอ้ มทัง้ อธบิ ายเหตผุ ล
5. ครใู หน้ ักเรยี นทำแบบฝึกหัด เร่อื ง เปรียบเทียบจำนวน หน้า 16 ข้อ 1 – 6 โดยเตมิ เครื่องหมาย
มากกว่า หรอื น้อยกวา่
6. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันเฉลยคำตอบ
7. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด หนา้ 16 ข้อท่ี 7- 22 เปน็ การบา้ น
3. ขน้ั สรุป
4. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปสง่ิ ที่ไดเ้ รียนร้รู ว่ มกัน ดังน้ี การเปรียบเทยี บจำนวนไม่เกิน 100,000 ท่ี
มจี ำนวนหลกั เท่ากัน ให้เปรยี บเทยี บค่าของเลขโดดในหลกั ทางซา้ ยสุดก่อน ถา้ คา่ ของเลขโดดในหลกั ทางซา้ ย
สุดของจำนวนใดมากกวา่ จำนวนนนั้ จะมากกว่า ถา้ คา่ ของเลขโดดในหลักทางซ้ายสุดของท้งั สองจำนวนเทา่ กัน
ให้เปรียบเทยี บค่าของเลขโดดในหลักถดั ไปทางขวาทีละหลัก
9. สอ่ื การสอน / แหลง่ เรยี นรู้
1. คลิปวดิ ีโอ นกชว่ ยคุณตาเก็บผลไม้
2. Powerpoint เร่ือง การเปรียบเทยี บจำนวน
3. หนังสือแบบฝกึ หัดรายวิชาพ้นื ฐาน คณิตศาสตร์ ป.3
45
10. การวดั และประเมนิ ผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑก์ ารประเมนิ
ส่งิ ท่ตี ้องการวัด วธิ ีวดั แบบฝกึ หัด 70% ข้ึนไป ผา่ น
1. ดา้ นความรู้ (K) ตรวจจากการทำ
แบบสงั เกต ได้คะแนนระดบั คุณภาพดี
แบบฝึกหดั พฤติกรรมด้าน ขึน้ ไป
2. ด้านทักษะ สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ น ทักษะกระบวนการ
กระบวนการ (P) ทักษะกระบวนการ แบบสังเกต ไดค้ ะแนนระดบั คุณภาพดี
พฤติกรรมด้าน ขึ้นไป
3. ด้านคุณลักษณะ สงั เกตพฤติกรรมด้าน คณุ ลักษณะ
ที่พงึ ประสงค์ (A) คณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ ทีพ่ งึ ประสงค์
46
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 เร่ือง จำนวนนบั ไม่เกิน 100,000
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 4 เรื่อง การเรยี งลำดับจำนวน เวลา 1 ชั่วโมง
ผูส้ อน นางฮะนลิ หมัดเหลม็ โรงเรยี นเทศบาล ๒ (บา้ นหาดใหญ่)
...........................................................................................................................................
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลทเ่ี กิดข้นึ จากการดำเนินการ สมบตั ขิ องการดำเนินการ และการนำไปใช้
2. ตวั ช้ีวัด
ค 1.1 ป.3/2 : เปรียบเทยี บและเรยี งลำดบั จำนวนนบั ไมเ่ กิน 100,000 จากสถานการณต์ า่ งๆ
3. สาระสำคัญ
การเรียงลำดับจำนวนหลายๆ จำนวน ทำได้โดยการเปรียบเทียบจำนวนทกุ ๆ จำนวน แล้วเรยี งลำดับ
จำนวนจากนอ้ ยไปมาก หรือจากมากไปน้อย
4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เรียงลำดับจำนวนจากน้อยไปมากและจากมากไปนอ้ ยได้ (K)
2. เขียนแสดงการเรยี งลำดับจำนวนจากน้อยไปมากและจากมากไปน้อยได้ถูกต้อง (P)
3. นำความรู้เกยี่ วกับการเรยี งลำดบั จำนวนไปใชแ้ ก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้ (A)
5. สาระการเรยี นรู้
การเรียงลำดับจำนวน
6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
47
7. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ มั่นในการทำงาน
8. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ข้ันนำ
1. ครแู จ้งจดุ ประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ
2. ครูใหน้ กั เรียนดูคลิปวิดีโอ พลอยซื้อสนิ ค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ต
2. ขั้นสอน
1. ครูอธิบายเรื่อง การเรียงลำดับจำนวนว่า ทำได้โดยหาจำนวนที่มากที่สุดและน้อยที่สุดก่อน นำ
จำนวนมาเรียงจากมากไปน้อยหรือน้อยไปมาก การเรยี งลำดับจำนวนจากน้อยไปมาก ให้เรยี งจากจำนวนที่มี
ค่าน้อยที่สุด ตามด้วยจำนวนที่มีค่ามากขึ้น และจำนวนที่มีค่ามากที่สุดอยู่ท้ายสุด สำหรับการเรียงลำดับ
จำนวนจากมากไปน้อย ให้เรียงจากจำนวนที่มีค่ามากที่สุด ตามด้วยจำนวนที่มีค่าน้อยลงมา และจำนวนที่มี
คา่ นอ้ ยที่สดุ อยทู่ ้ายสดุ
2. ครูแสดงจำนวนราคาสนิ คา้ ที่พลอยซ้ือซุปเปอร์มาร์เก็ต แลว้ อธิบายข้ันตอนการเรียงลำดับจำนวน
จากนอ้ ยไปมาก
26,500 บาท 8,500 บาท 13,657 บาท 1,350 บาท
- ตเู้ ยน็ ราคา 26,500 บาท เปน็ จำนวนหา้ หลกั โทรทัศน์ราคา 8,500 บาท เป็นจำนวนสี่หลัก
เครือ่ งปรบั อากาศ ราคา 13,657 บาท เป็นจำนวนห้าหลกั และหมอ้ หุงขา้ ว ราคา 1,350 บาท เป็นจำนวนส่ี
หลัก
- จำนวนท่ีมีคา่ น้อย คอื จำนวนสีห่ ลกั จำนวนทม่ี คี ่ามาก คอื จำนวนห้าหลัก
- นำจำนวน 8,500 และ 1,350 มาพจิ ารณา โดยพิจารณาค่าของเลขโดดทางซ้ายมือสุดก่อน เลข
โดดของจำนวนใดมีค่านอ้ ยกว่าจำนวนนัน้ จะมคี ่าน้อยกว่า ซึ่งเลขโดด 1 มีค่าน้อยกว่าเลขโดด 8 จึงเรียงลำดับ
จำนวนนอ้ ยไปมาก ได้ 1,350 และ 8,500 ตามลำดบั
- หาจำนวนท่ีเหลือ 26,500 และ 13,657 พิจารณา โดยพจิ ารณาคา่ ของเลขโดดทางซ้ายมือสุด
ก่อน เลขโดดของจำนวนใดมีค่าน้อยกว่าจำนวนนั้นจะมีค่าน้อยกว่า ซึ่งเลขโดด 1 มีค่าน้อยกว่าเลขโดด 2 จึง
เรียงลำดับจำนวนนอ้ ยไปมาก ได้ 13,657 และ 26,500 ตามลำดับ
ดังนัน้ เรียงลำดบั ราคาสนิ ค้าของท่ีพลอยซ้ือได้ดงั น้ี 1,350 8,500 13,657 26,500