1
ประกาศโรงเรยี นตน้ แก้วผดงุ พทิ ยาลยั
เรอ่ื ง ใหใ้ ชห้ ลกั สตู รโรงเรยี นตน้ แกว้ ผดุงพทิ ยาลยั ระดบั ปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖5
ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐)
---------------------------------------------------------
กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีคาสั่ง ที่ สพฐ. ๑๒๒๓/๒๕๖๐ สั่ง ณ วันท่ี ๓ สิงหาคม ๒๕๖๐ ให้ใช้
หลักสูตรปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ เพื่อให้การจัดการศกึ ษาปฐมวยั ทีต่ อ้ งพฒั นาเด็กต้งั แต่ แรกเกดิ – ๖ ปี ให้
มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาท่ีเหมาะสมกับวัย ความสามารถและความ
แตกต่างระหว่างบุคคล เป็นการเตรียมความ พร้อมท่ีจะเรยี นรแู้ ละสรา้ งรากฐานชีวติ ให้พฒั นาเด็กปฐมวัยไปสู่
ความเปน็ มนุษย์ทส่ี มบูรณ์ เปน็ คนดีมวี นิ ยั ภูมใิ จในชาติและ ความรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม
และประเทศชาติ ตามเจตนารมณข์ องรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช 2560 มาตรา 54 และ
ตามคาสัง่ โรงเรียนตน้ แกว้ ผดุงพิทยาลัย 012/๒๕๖5 เร่ืองแตง่ ตัง้ คณะกรรมการปรบั ปรุงและพฒั นาหลักสูตร
สถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน โรงเรียนต้นแก้วผดงุ พิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๕ เพื่อเป็นกรอบและแนวทางใน การ
กาหนดคณุ ลักษณะและทักษะของเดก็ ปฐมวัยให้สอดคล้องกับสมรรถนะเด็กปฐมวยั ดังนนั้ เพอื่ ใหส้ ถานศึกษามี
หลักสูตร การศึกษาปฐมวัยที่เหมาะสมกับเด็กและสภาพท้องถ่ิน โรงเรียนต้นแก้วผดุงพิทยาลัยจึงได้จัดทา
หลักสูตรโรงเรียนต้นแกว้ ผดุง พิทยาลัย ระดับปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖5 ขนึ้
คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐานโรงเรียนต้นแก้วผดุงพิทยาลัย ในการประชุม วันที่ 26
เมษายน ๒๕๖5 มีมติเห็นชอบให้โรงเรียนใช้หลักสูตรโรงเรยี นต้นแก้วผดุงพทิ ยาลัยระดับปฐมวัยพุทธศักราช
๒๕๖5 ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย (พทุ ธศักราช ๒๕๖0) ต้งั แตบ่ ัดนี้เปน็ ต้นไป
ประกาศ ณ วันท่ี 8 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖5
ลงชอื่ ลงชอื่
(นายแสวง แดงคาดี) (นายมานชิ ถาอ้าย)
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน ผอู้ านวยการโรงเรียนต้นแกว้ ผดงุ พิทยาลยั
ก
คานา
ดว้ ยกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศให้สถานศกึ ษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวยั ทุกสังกัด ใชห้ ลักสูตร
การศกึ ษาปฐมวัย ตามคาส่งั กระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. ๑๒๒๓/๒๕๖๐ ลงวนั ท่ี ๓ สงิ หาคม ๒๕๖๐ เรือ่ งให้
ใชห้ ลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ โดยนาหลักสตู รน้ีไปใช้ และปรบั ปรุงใหเ้ หมาะสมกบั เดก็ และ
สภาพท้องถิน่ ตามคาสัง่ โรงเรียนตน้ แกว้ ผดุงพิทยาลยั ท่ี 012/๒๕๖5 เร่อื งแตง่ ตั้งคณะกรรมการปรับปรงุ และ
พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐาน โรงเรียนตน้ แก้วผดุงพิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๖๕ เพื่อเป็นกรอบและ
แนวทางในการกาหนดคุณลกั ษณะและทกั ษะของเดก็ ปฐมวยั ให้สอดคลอ้ งกับสมรรถนะเดก็ ปฐมวยั
โรงเรียนต้นแก้วผดุงพิทยาลัย จึงได้ปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตาม
หลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั (พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) โดยได้ปรบั ปรุงหลกั สูตรให้มคี วามเหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน
นโยบาย และมีความสอดคล้องกับสมรรถนะของเด็กปฐมวัย เพื่อเป็นแนวทางในการกาหนดการจัด
ประสบการณเ์ พ่อื ให้เดก็ มีทักษะท่ีควรจะเปน็ พื้นฐานตามสมรรถนะของเด็กปฐมวยั และการสง่ เสริมพัฒนาการ
ทั้ง ๔ ดา้ นได้แก่ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และสติปัญญาครบทกุ ด้าน เพอ่ื สรา้ งรากฐานคุณภาพชีวิต
ให้เด็กปฐมวัยพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ
ตอ่ ไป
ขอขอบคุณ ผู้ที่เก่ียวข้องทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมในการปรับปรุงและพัฒนา
หลักสตู รฉบับนใ้ี ห้มีความสมบรู ณ์ และเหมาะสมตามบรบิ ทการจัดการศึกษาของโรงเรียนตน้ แก้วผดุงพิทยาลัย
ตง้ั แตภ่ าคเรียนท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ เปน็ ตน้ ไป
นายมานิช ถาอ้าย
ผ้อู านวยการโรงเรยี นต้นแกว้ ผดุงพิทยาลัย
ข
สารบญั หน้า
เรอื่ ง ก
ข
ประกาศโรงเรียนตน้ แกว้ ผดุงพทิ ยาลัย ใหใ้ ช้หลกั สูตรระดบั ปฐมวยั ค
คานา
สารบญั 1
ความนา 2
ปรัชญาการศกึ ษาปฐมวัย
ปรชั ญาการศึกษาปฐมวัย โรงเรียนตน้ แกว้ ผดุงพทิ ยาลยั 2
หลกั การ 2
วสิ ยั ทัศนห์ ลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย 2
วิสัยทศั นห์ ลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย โรงเรียนต้นแกว้ ผดงุ พิทยาลยั
พันธกิจ 2
เป้าหมาย 3
จดุ หมาย
มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 3
ระยะเวลาเรยี น 4
หลกั สตู รความปลอดภยั ทางถนน 4
โครงสร้างของหลักสูตรปฐมวยั
การวเิ คราะหส์ ภาพทีพ่ ึงประสงค์ตามมาตรฐานคุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์ 5
ตารางวิเคราะหส์ าระการเรียนรรู้ ายปี ชว่ งอายุ ๓ – ๔ ปี 5
ตารางวเิ คราะห์สาระการเรียนรู้รายปี ชว่ งอายุ ๔ – ๕ ปี
ตารางวิเคราะห์สาระการเรียนรรู้ ายปี ชว่ งอายุ ๕ – ๖ ปี 6
กาหนดหนว่ ยการจัดประสบการณ์ 7
การจดั ประสบการณ์ 48
การจัดสภาพแวดล้อม ส่อื และแหลง่ เรียนรู้
หน่วยการจดั ประสบการณ์ 63
การประเมนิ พฒั นาการ 84
การบรหิ ารจัดการหลกั สูตร
การนเิ ทศ กากับ ติดตาม การนาหลักสูตรไปส่กู ารปฏิบตั ิ 103
ทฤษฎีทเี่ ลอื กใช้ในการจดั การเรยี นการสอน 115
การสร้างรอยเชอื่ มต่อระหว่างการศึกษาระดบั ปฐมวยั กบั ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 118
ภาคผนวก
122
- แนวทางการประเมินสขุ ภาพอนามัย 123
- คาสง่ั แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทาหลักสูตรสถานศกึ ษาระดับปฐมวยั
125
127
128
135
137
138
145
ค
ความนา
ดว้ ยกระทรวงศึกษาธกิ าร ได้ประกาศให้สถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวยั ทุกสงั กัด ใช้หลกั สูตร
การศกึ ษาปฐมวัย ตามคาสงั่ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ที่ สพฐ. ๑๒๒๓/๒๕๖๐ ลงวนั ท่ี ๓ สงิ หาคม ๒๕๖๐ เร่ืองให้
ใชห้ ลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ โดยนาหลกั สูตรนีไ้ ปใช้ และปรบั ปรงุ ใหเ้ หมาะสมกบั เดก็ และ
สภาพท้องถ่ิน เพ่ือให้ผู้ที่รับผิดชอบในการสอนในระดับปฐมวัยได้มีความรู้ ความเข้าใจในการพัฒนาเด็ก
สามารถนาปรัชญาการศึกษาปฐมวัย และหลักการของหลักสูตรลงสู่การปฏิบัติ บรรลุตามจุดหมายของ
หลักสูตรท่ตี ้องการให้เด็กอายุ ๓ - ๖ ปี ได้พฒั นาทกุ ดา้ นอย่างสมดุลท้งั ดา้ นร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และ
สติปญั ญา
เดก็ อายุ ๓ - ๖ ปี เป็นวยั ทีร่ า่ งกายและสมองของเดก็ กาลังเจริญเติบโต เดก็ ตอ้ งการความรักความเอา
ใจใส่และการดูแลอย่างใกล้ชิด เด็กวัยนี้มีโอกาสเรียนรู้จากการใช้ประสาทสัมผัสท้ังห้า ได้สารวจ เล่น ทดลอง
ค้นพบด้วยตนเอง ได้มีโอกาสในการคิดแก้ปญั หา เลือก ตัดสินใจ ใช้ภาษาส่ือความหมาย คิดริเริ่มสร้างสรรค์
และอยู่ร่วมกับผู้อื่นไดอ้ ย่างมีความสุข ผู้ทร่ี ับผดิ ชอบจงึ มหี น้าที่ในการอบรมเล้ียงดูและจัดประสบการณ์ให้เด็ก
ได้พัฒนาอยา่ งเต็มศักยภาพ ผู้รับผิดชอบจึงต้องส่งเสริมสนบั สนุน ใหค้ วามรกั ความเข้าใจ ความเอาใจใสเ่ ดก็ วัย
น้ีเป็นพิเศษ เพราะเป็นพื้นฐานท่ีช่วยเตรียมพร้อมให้เด็กประสบความสาเร็จในการเรียนและในชีวิตของเด็ก
ต่อไป การนาหลักสูตรนาสู่การปฏบิ ัติจึงเป็นความสาคัญย่ิงต่อการพัฒนาเด็ก และถือเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่
เกย่ี วขอ้ งจะต้องศึกษาและทาความเขา้ ใจในเอกสารหลกั สตู รสถานศึกษา ระดบั ปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ น้ี
โรงเรียนต้นแก้วผดุงพิทยาลยั
๑
ปรชั ญาการศึกษาปฐมวัย
การศึกษาปฐมวัยเป็นการพฒั นาเดก็ ตัง้ แตแ่ รกเกิดถึง ๖ ปีบริบรู ณ์ อย่างเปน็ องคร์ วม บนพ้นื ฐานการ
อบรมเล้ียงดู และการส่งเสริมกระบวนการเรยี นรู้ท่ีสนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละคน
ให้เต็มตามศักยภาพภายใต้บริบทสังคมและวฒั นธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอ้ืออาทร และความ
เข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์เกิดคุณค่าต่อ
ตนเอง ครอบครวั สังคม และประเทศชาติ
ปรชั ญาการศึกษาปฐมวัยของโรงเรียนต้นแกว้ ผดุงพทิ ยาลัย
โรงเรียนต้นแก้วผดุงพิทยาลัย จัดการพัฒนาเด็ก ๓ - ๖ ปี บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดู ส่งเสริม
กระบวนการเรียนรทู้ ีส่ นองต่อธรรมชาติและพฒั นาการเด็กแต่ละคนให้เต็มตามศักยภาพ ใหเ้ ดก็ เรียนรผู้ ่านการ
เล่น การลงมือปฏิบัติ ส่งเสริมการเรียนรู้ ๓ ภาษา ด้วยความรัก ความเข้าใจ และพัฒนาเด็กโดยองค์รวมเพอ่ื
สร้างรากฐานคุณภาพชีวติ ท่ีดี
หลกั การ
เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการอบรมเล้ียงดูและการส่งเสริมพัฒนาการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
ตลอดจนได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรอู้ ย่างเหมาะสม ดว้ ยปฏิสัมพนั ธ์ท่ีดีระหว่างเด็กกับพอ่ แม่ เดก็ กับ
ผู้สอน เด็กกบั ผเู้ ล้ยี งดู หรอื ผู้ทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั การอบรมเล้ียงดู การพัฒนา และให้การศกึ ษาแก่เดก็ ปฐมวัยเพ่ือให้
มีโอกาสพัฒนาตนเองตามลาดับขั้นของพัฒนาการทุกด้านอย่างเป็นองค์รวม มีคุณภาพ และเต็มตามศักยภาพ
โดยกาหนดหลกั การ ดงั น้ี
๑. สง่ เสรมิ กระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการทค่ี รอบคลมุ เดก็ ปฐมวัยทุกคน
๒. ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสาคัญ โดยคานึงถึงความแตกต่างระหวา่ ง
บุคคลและวถิ ีชวี ติ ของเด็ก ตามบรบิ ทของชุมชน สงั คม และวฒั นธรรมไทย
๓. ยึดพัฒนาการและการพัฒนาเด็กโดยองค์รวม ผ่านการเล่นอย่างมีความหมาย และมีกิจกรรมท่ี
หลากหลาย ไดล้ งมอื กระทาในสภาพแวดลอ้ มท่เี อื้อตอ่ การเรยี นรเู้ หมาะสมกับวัย และมีการพักผ่อนเพยี งพอ
๔. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะชีวิต และสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง เปน็ คนดี มีวนิ ยั และมีความสุข
๕. สรา้ งความรู้ ความเข้าใจ และประสานความร่วมมอื ในการพัฒนาเดก็ ระหว่างสถานศึกษากับพ่อแม่
ครอบครวั ชมุ ชน และทุกฝ่ายทเ่ี กี่ยวข้องกับการพฒั นาเด็กปฐมวัย
วสิ ยั ทัศน์หลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยมุ่งพัฒนาเด็กทุกคนให้ได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม
และสติปญั ญา อยา่ งมีคณุ ภาพและต่อเนือ่ ง ได้รบั การจัดประสบการณก์ ารเรยี นร้อู ย่างมคี วามสขุ และเหมาะสม
ตามวัย มีทักษะชีวิต และปฏิบัติตนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และสานึกความเป็น
ไทย โดยความรว่ มมือระหวา่ งสถานศึกษา พอ่ แม่ ครอบครวั ชุมชน และทกุ ฝ่ายที่เก่ียวขอ้ งกบั การพฒั นาเด็ก
วสิ ยั ทศั นก์ ารศึกษาปฐมวยั โรงเรยี นตน้ แก้วผดุงพิทยาลยั
โรงเรียนอนุบาลต้นแก้วผดุงพิทยาลัย เป็นต้นแบบด้านนวัตกรรมการเรียนรู้แบบอนุบาล ๓ ภาษา
และบูรณาการทักษะการคิด สง่ เสริมพฒั นาการตามวัยอย่างเปน็ องค์รวมและสมดุลบนพ้ืนฐานการเรียนรู้คู่ภูมิ
ปัญญาท้องถิ่น
๒
พันธกจิ การจัดการศกึ ษาปฐมวัย
1. จดั การศกึ ษาระดบั ปฐมวยั ให้มคี วามพร้อมดา้ นร่างกาย อารมณ์-จติ ใจ สังคม และสตปิ ญั ญา
2. พฒั นาผเู้ รยี นให้มคี ุณภาพตามมาตรฐาน ผา่ นการจัดประสบการณ์ท่เี น้นผเู้ รียนเป็นสาคัญ
3. พัฒนาผู้เรียนใหม้ คี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม สามารถอยู่รว่ มในสังคมได้อยา่ งมคี วามสุข
4. ส่งเสริมทกั ษะความร้ภู าษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน
5. พัฒนาสื่อ เทคโนโลยี และนวตั กรรมทางการศกึ ษาเพื่อพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
6. ประสานความร่วมมือระหวา่ งโรงเรยี น ผูป้ กครอง ชุมชน และหนว่ ยงานอ่นื เพือ่ สนบั สนนุ การศกึ ษา
7. จัดสภาพแวดลอ้ มทเี่ ออ้ื ตอ่ การเรียนรอู้ ยา่ งมคี วามสขุ ท้ังภายในและนอกหอ้ งเรียน
เป้าหมายของการจัดการศึกษาปฐมวยั
๑. ส่งเสริมพฒั นาการตามวัย
- พฒั นาการด้านร่างกาย
- พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ
- พฒั นาการด้านสงั คม
- พฒั นาการดา้ นสตปิ ัญญา
2. พัฒนาอุปนิสัยรอบดา้ น
- ความซอื่ สัตย์
- ความกตญั ญู
- มวี ินยั
- มีจติ สาธารณะ
- มเี มตตา กรณุ า
- มีจติ สานึก และค่านยิ ม
- มคี วามรับผดิ ชอบตอ่ ตนเองและสังคม
- รักการอ่าน
อนุบาล 1 อ่าน บนั ทึกการอ่าน 20 เรื่อง
อนบุ าล 2 อา่ น บนั ทกึ การอ่าน 30 เรือ่ ง
อนบุ าล 3 อ่าน บันทึกการอา่ น 40 เร่ือง
3. การเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศอยา่ งเปน็ ธรรมชาติ
- เรียนรู้ภาษาจีน
- เรียนรภู้ าษาอังกฤษ
4. มั่นใจ กล้าแสดงออก
- อนุบาล 1 เตน้ ประกอบเพลง
- อนุบาล 2 ผู้นา
- อนุบาล 3 การนาเสนอผลงาน
๓
จุดหมาย
หลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย สาหรบั เดก็ อายุ ๓ - ๖ ปี มุง่ เน้นให้เด็กมีพัฒนาการตามวยั เตม็ ตามศักยภาพ
และมคี วามพรอ้ มในการเรียนรตู้ อ่ ไป จึงกาหนดจดุ หมายเพอื่ ให้เกิดกบั เดก็ เมอ่ื จบการศึกษาระดบั ปฐมวัย ดังนี้
๑. รา่ งกายเจริญเตบิ โตตามวัย แขง็ แรง และมสี ุขนิสยั ที่ดี
๒. สขุ ภาพจติ ดี มสี ุนทรียภาพ แข็งแรง และมสี ขุ นสิ ยั ท่ีดี
๓. มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวินัย และอยู่ร่วมกันกับผูอ้ ื่นได้
อยา่ งมีความสขุ
๔. มีทกั ษะการคดิ การใช้ภาษาส่ือสาร และการแสวงหาความรู้ไดเ้ หมาะสมกบั วยั
มาตรฐานคณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกาหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์จานวน ๑๒ มาตรฐาน
ประกอบด้วย
๑. พัฒนาการดา้ นรา่ งกาย ประกอบดว้ ย ๒ มาตรฐานคือ
มาตรฐานท่ี ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวยั และสุขนสิ ยั ทดี่ ี
มาตรฐานที่ ๒ กลา้ มเนอ้ื ใหญ่และกลา้ มเนือ้ เล็กแขง็ แรง ใชไ้ ดอ้ ย่างคลอ่ งแคลว่ และประสานสัมพนั ธก์ นั
๒. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ประกอบดว้ ย ๓ มาตรฐานคือ
มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจติ ดแี ละมคี วามสุข
มาตรฐานที่ ๔ ชนื่ ชมและแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคล่ือนไหว
มาตรฐานท่ี ๕ มีคณุ ธรรม จริยธรรม และมีจติ ใจทดี่ งี าม
๓. พฒั นาการด้านอารมณ์ สงั คม ประกอบดว้ ย ๓ มาตรฐานคอื
มาตรฐานที่ ๖ มที ักษะชวี ิตและปฏบิ ัติตนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ ส่งิ แวดลอ้ ม วัฒนธรรม และความเป็นไทย
มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผอู้ ่นื ได้อย่างมคี วามสขุ และปฏิบัติตนเปน็ สมาชิกทีด่ ีของสังคมในระบอบ
ประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข
๔. พฒั นาการด้านสติปัญญา ประกอบด้วย ๔ มาตรฐานคอื
มาตรฐานท่ี ๙ ใช้ภาษาส่ือสารไดเ้ หมาะสมกับวัย
มาตรฐานที่ ๑๐ มคี วามสามารถในการคิดทีเ่ ป็นพื้นฐานในการเรยี นรู้
มาตรฐานท่ี ๑๑ มจี นิ ตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์
มาตรฐานที่ ๑๒ มเี จตคติที่ดีต่อการเรยี นรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความร้ไู ดเ้ หมาะสมกับวัย
ตัวบง่ ช้ี
ตวั บ่งช้ีเปน็ เป้าหมายในการพฒั นาเดก็ ท่มี คี วามสัมพนั ธ์สอดคล้องกับมาตรฐานคุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์
สภาพทพ่ี ึงประสงค์
สภาพท่ีพึงประสงค์เป็นพฤติกรรมหรือความสามารถตามวัยท่ีคาดหวังให้เด็กเกิด บนพ้ืนฐาน
พัฒนาการตามวัยหรือความสามารถตามธรรมชาติในแต่ละระดับอายุ เพื่อนาไปใช้ในการกาหนดสาระการ
เรียนรู้ในการจัดประสบการณ์ และประเมินพัฒนาการเด็ก โดยมีรายละเอียดของมาตรฐานคุณลักษณะท่ีพึง
ประสงค์ ตัวบง่ ช้ี และสภาพทีพ่ งึ ประสงค์ ดงั น้ี
๔
ระยะเวลาเรยี น
โรงเรยี นต้นแก้วผดุงพทิ ยาลัยได้จดั การศึกษาปฐมวัย สาหรับเด็ก ๓ - ๖ ปี กาหนดกรอบโครงสร้างเวลา
ในการจัดประสบการณ์สาหรับเด็ก ๓ ปีการศึกษา โดยมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน ต่อ ๑ ปีการศึกษา
ในแตล่ ะวันจะใชเ้ วลาไม่น้อยกว่า ๕ ชวั่ โมง
หลกั สูตรความปลอดภัยทางถนน (Road Safety)
กรอบการจัดทาหลักสูตร หน่วยบูรณาการความปลอดภัยทางถนน โรงเรียนต้นแก้วผดุงพิทยาลัยได้
จัดทาหวั ข้อการจัดประสบการณ์ ดงั น้ี
1. วธิ ีการเดนิ ทางมาโรงเรียน และการปฏิบัติตนให้ปลอดภยั
2. พื้นทีป่ ลอดภยั ภายในโรงเรียน
3. จดุ เส่ยี งภายในโรงเรยี น จดุ เสย่ี งภายนอกโรงเรียน
4. การจราจรภายในโรงเรยี น และการปฏิบัตติ ามกฎจราจรภายในโรงเรียน
5. ความปลอดภยั ในการใชท้ างเท้า
6. อุปกรณ์รกั ษาความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะ
7. ปา้ ยจราจร (ปา้ ยบงั คบั สแี ดง)
8. ปา้ ยจราจร (ป้ายบังคับสีน้าเงนิ )
9. ปา้ ยจราจร (ป้ายเตอื น)
10. การเผชิญเหตุ และวิธเี อาตวั รอด
โดยเน้ือหาในการจัดประสบการณ์ได้จัดทาเป็นหน่วยการจัดประสบการณ์ และเนื้อหาบูรณาการใน
หน่วยการจัดประสบการณ์ต่าง ๆ ท้ังปีการศึกษา โดยเน้ือหาและกิจกรรมจัดประสบการณ์ตามความแตกต่าง
ของแตล่ ะชว่ งวยั
๕
โครงสรา้ งของหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย
เพื่อให้การศึกษาปฐมวัยเปน็ ไปตามหลักการ จดุ หมายทสี่ ถานศกึ ษาไดก้ าหนดไว้ โรงเรียนต้นแก้วผดงุ
พิทยาลัยจงึ ได้กาหนดโครงสรา้ งของหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย ดังน้ี
โครงสรา้ งหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั
ช่วงอายุ อายุ ๓ - ๖ ปี
ประสบการณ์สาคัญ สาระทีค่ วรเรียนรู้
๑. ด้านรา่ งกาย ๑. เรอ่ื งราวเกย่ี วกบั ตวั เดก็
สาระการเรยี นรู้ ๒. ด้านอารมณ์ จิตใจ ๒. เรอื่ งราวเกี่ยวกบั บุคคลและ
๓. ดา้ นสังคม สถานทแ่ี วดลอ้ มเดก็
๔. ดา้ นสตปิ ัญญา ๓. ธรรมชาตริ อบตัว
๔. สงิ่ ตา่ ง ๆ รอบตัวเดก็
จดั การศกึ ษา ๒ ภาคเรียน : ๑ ปีการศึกษา
ชั้นอนบุ าลปที ี่ ๑ อายรุ ะหว่าง ๓ - ๔ ปี
ชน้ั อนุบาลปีที่ ๒ อายุระหวา่ ง ๔ – ๕ ปี
การจดั เวลาเรยี น ชั้นอนบุ าลปีท่ี ๓ อายุระหว่าง ๕ – ๖ ปี
โดยมเี วลาเรียนไม่นอ้ ยกว่า ๑๘๐ วัน : ๑ ปกี ารศึกษา
๕ - ๖ ช่ัวโมง : ๑ วัน
๒๕ - ๓๐ ชัว่ โมง : สปั ดาห์
หมายเหตุ : ๓-๔ ปี มคี วามสนใจ ๘ - ๑๒ นาที
๔-๕ ปี มคี วามสนใจ ๑๒ - ๑๕ นาที
๕-๖ ปี มคี วามสนใจ ๑๕ - ๒๐ นาที
* กจิ กรรมที่ต้องใชค้ วามคิดในกลมุ่ เลก็ และกลุม่ ใหญ่ ไม่ควรใช้เวลาตอ่ เนื่องนานเกินกวา่ ๒๐ นาที
* กิจกรรมที่เดก็ มอี ิสระเลอื กเลน่ เสรี เช่น การเล่นตามมมุ การเล่นกลางแจง้ ใชเ้ วลา ๔๐ – ๖๐ นาที
๖
วเิ คราะหม์ าตรฐานคณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์
พฒั นาการด้านร่างกาย
มาตรฐานท่ี 1 รา่ งกายเจรญิ เตบิ โตตามวยั
ตวั บง่ ชี้ สภาพท่พี ึงประสงค์
ชั้นอนุบาล 1 ชั้นอนบุ าล 2 ช้นั อนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
1.1 นา้ หนักและสว่ นสงู 1.1.1 น้าหนกั และ 1.1.1 น้าหนักและ 1.1.1 น้าหนกั และ
ตามเกณฑ์ สว่ นสูงตามเกณฑ์ของกรม ส่วนสูงตามเกณฑข์ องกรม สว่ นสงู ตามเกณฑ์ของกรม
อนามยั อนามยั อนามยั
1.2 มสี ุขภาพอนามยั 1.2.1 ยอมรับประทาน 1.2.1 ยอมรับประทาน 1.2.1 ยอมรบั ประทาน
และสขุ นิสัยท่ีดี อาหารท่มี ีประโยชนแ์ ละ อาหารทม่ี ปี ระโยชน์และ อาหารทม่ี ปี ระโยชนไ์ ด้
ดมื่ น้าสะอาดเม่อื มีผู้ชีแ้ นะ ด่มื น้าสะอาดได้ด้วย หลายชนดิ และดื่มนา้
ตนเอง สะอาดได้ดว้ ยตนเอง
1.2.2 ล้างมอื ก่อน 1.2.2 ลา้ งมือกอ่ น 1.2.2 ลา้ งมือกอ่ น
รบั ประทานอาหารและ รบั ประทานอาหารและ รับประทานอาหารและ
หลงั จากใช้หอ้ งน้าหอ้ ง หลงั จากใช้หอ้ งนา้ ห้อง หลังจากใช้หอ้ งน้าห้อง
ส้วมเมื่อมผี ู้ชี้แนะ ส้วมดว้ ยตนเอง สว้ มดว้ ยตนเอง
1.2.3 นอนพักผ่อนเปน็ 1.2.3 นอนพกั ผอ่ นเป็น 1.2.3 นอนพกั ผอ่ นเป็น
เวลา เวลา เวลา
1.2.4 ออกกาลังกายเปน็ 1.2.4 ออกกาลังกายเป็น 1.2.4 ออกกาลังกายเป็น
เวลา เวลา เวลา
1.3 รักษาความ 1.3.1 เล่นและทา 1.3.1 เลน่ และทา 1.3.1 เล่น ทากจิ กรรม
ปลอดภัยของตนเองและ กิจกรรมอย่างปลอดภยั กจิ กรรมอยา่ งปลอดภัย และปฏบิ ัตติ ่อผอู้ ่ืนอยา่ ง
ผอู้ ่ืน เมอ่ื มีผ้ชู ้ีแนะ ดว้ ยตนเอง ปลอดภัยด้วยตนเอง
1.3.2 ดแู ลรกั ษาความ 1.3.2 ดูแลรกั ษาความ 1.3.2 ดแู ลรกั ษาความ
ปลอดภยั ของตนเองและ ปลอดภัยของตนเองและ ปลอดภยั ของตนเองและ
ผูอ้ ืน่ ขณะอยูใ่ นสระว่าย ผ้อู น่ื ขณะอยใู่ นสระวา่ ย ผู้อืน่ ขณะอยูใ่ นสระว่าย
นา้ ได้ น้าได้ น้าได้
๗
มาตรฐานที่ 2 กล้ามเน้อื ใหญแ่ ละกลา้ มเนอื้ เลก็ แข็งแรง ใชไ้ ด้อย่างคลอ่ งแคล่ว และประสานสัมพันธ์กนั
ตวั บ่งชี้ สภาพทพ่ี ึงประสงค์
ชน้ั อนุบาล 1 ช้นั อนุบาล 2 ชน้ั อนบุ าล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
2.1 เคลอื่ นไหวรา่ งกาย 2.1.1 การเดินตามแนวท่ี 2.1.1 เดนิ ต่อเท้าไป 2.1.1 เดินตอ่ เทา้ ถอย
หลงั เปน็ เสน้ ตรงไดโ้ ดยไม่
อย่างคล่องแคลว่ กาหนด ข้างหน้าเป็นเสน้ ตรงได้ ตอ้ งกางแขน
ประสานสัมพันธแ์ ละทรง โดยไมก่ างแขน 2.1.2 กระโดดขาเดียว
ไปขา้ งหนา้ ได้อยา่ ง
ตัวได้ 2.1.2 กระโดดสองขาขึ้น 2.1.2 กระโดดขาเดียว ต่อเนือ่ งโดยไมเ่ สยี การ
ทรงตวั
ลงอยู่กบั ท่ี อยกู่ ับท่ีไดโ้ ดยไมเ่ สยี การ
ทรงตวั
2.1.3 ว่งิ แลว้ หยดุ ได้ 2.1.3 ว่งิ หลบหลกี สง่ิ กีด 2.1.3 ว่ิงหลบหลกี ส่งิ กดี
ขวางได้ ขวางได้อยา่ งคลอ่ งแคลว่
2.1.4 รับลูกบอลโดยใช้ 2.1.4 รบั ลกู บอลโดยใช้ 2.1.4 รับลกู บอลท่ี
มอื และลาตัวชว่ ย มอื ท้งั 2 ข้าง กระดอนจากพื้นได้
2.2 ใชม้ ือ - ตา 2.2.1 ใช้กรรไกรตัด 2.2.1 ใช้กรรไกรตัด 2.2.1 ใชก้ รรไกรตัด
ประสานสัมพนั ธ์กัน
กระดาษขาดจากกนั โดย กระดาษตามแนวเสน้ ตรง กระดาษตามแนวโค้งได้
ใช้มอื เดียว ได้โดยไม่มีรอยหยกั
2.2.2 เขียนรปู วงกลม 2.2.2 เขยี นรูปสเ่ี หลย่ี ม 2.2.2 เขียนรูป
ตามแบบได้ ตามแบบไดอ้ ยา่ งมมี ุม สามเหลยี่ มตามแบบได้
ชดั เจน อย่างมมี มุ ชดั เจน
2.2.3 ร้อยวสั ดุท่ีมรี ู 2.2.3 รอ้ ยวสั ดทุ ่มี รี ู 2.2.3 ร้อยวัสดุทีม่ ีรู
ขนาดเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลาง ขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลาง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง
1 เซนตเิ มตรได้ 0.5 เซนติเมตรได้ 0.25 เซนตเิ มตรได้
๘
สมรรถนะ การเคลอื่ นไหวและสขุ ภาวะทางกาย สมรรถนะ
ตัวบง่ ชี้
ชน้ั อนุบาล 1 ชัน้ อนุบาล 2 ช้ันอนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
1.1.1 การเคลอ่ื นไหว (1) วิ่งไดต้ รงไมโ่ ซเซ และ (10) เดนิ ตอ่ เทา้ ไป (15) ว่งิ แบบกา้ วกระโดด
และการทรงตัวโดยใช้
กลา้ มเน้อื มดั ใหญ่ หยุดเองได้ ข้างหนา้ เปน็ เสน้ ตรงโดย (Skipping) หรือวงิ่ แบบ
ม้าควบ (Galloping)
(2) กระโดด 2 เท้าอยู่กบั ไมต่ อ้ งกางแขน (16) เดนิ ต่อเท้าถอยหลงั
ท่ี (11) ปีนปา่ ยเคร่ืองเลน่ เป็นเสน้ ตรง โดยไม่ตอ้ ง
กางแขน
(3) เดนิ ตามเส้นเปน็ (12) เดินลงบนั ไดสลับ
วงกลม ขนาดเสน้ ผ่าศนู ย์ เท้าได้
กลางประมาณ 2 เมตร (13) กระโดดขาเดียวอยู่
(4) วงิ่ ตามเส้นเป็นวงกลม กบั ที่
ขนาดเสน้ ผ่าศูนย์กลาง (14) กระโดดขาเดยี วไป
ประมาณ 2 เมตร ข้างหน้าอยา่ งต่อเนอ่ื งได้
(5) เดินข้ึนบันไดสลับเทา้
ได้
(6) ขวา้ งลกู บอลไป
ข้างหน้าไดแ้ ม่นยาพอควร
(7) เตะลกู บอลไป
ขา้ งหนา้ ใหเ้ ขา้ ช่องท่ี
กาหนด
(8) กระโดด 2 เท้าข้าม
สิ่งของเลก็ ๆ โดยไม่เซ
(9) ยืนขาเดียวโดยไม่เซ
ประมาณ 3 วินาที
1.1.2 การเคลอื่ นไหว (17) ใช้มือจบั ดินสอหรือ (24) วาดรูปส่ีเหลย่ี มตาม (31) วาดรปู สามเหลีย่ ม
โดยใช้กล้ามเนอ้ื มดั เล็ก
อุปกรณ์อ่นื อยา่ งถูกวิธใี น วิธที ม่ี ีผทู้ าให้ดู ตามวธิ ที ม่ี ผี ู้ทาให้ดู
การขดี เขยี น (25) วาดรูปสเี่ หลย่ี มตาม (32) วาดรปู สีเ่ หลีย่ มข้าว
(18) วาดรปู วงกลมตาม รปู ตวั อยา่ ง หลามตดั ตามวธิ ที ม่ี ีผทู้ า
วิธที ม่ี ีผู้ทาให้ดู (26) วาดรูปคนทีม่ ี ให้ดู
(19) วาดรปู วงกลมตาม สว่ นประกอบหา้ ส่วน (33) วาดรปู สามเหลยี่ ม
รูปตวั อยา่ ง (27) ใชก้ รรไกรเลก็ ตดั ตามรูปตัวอยา่ ง
(20) วาดรูปคนท่มี ี กระดาษเป็นเสน้ ตรงยาว (34) วาดรปู สี่เหลี่ยมข้าว
สว่ นประกอบอย่างน้อย 6 นว้ิ ไดอ้ ยา่ งตอ่ เน่อื ง หลามตดั ตามรปู ตวั อย่าง
สามส่วน
๙
ตวั บ่งชี้ สมรรถนะ
1.1.3 ประสาทสัมผัส ชั้นอนุบาล 1 ชัน้ อนุบาล 2 ช้ันอนุบาล 3
กับการเคลื่อนไหว (3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
(21) จับและใช้กรรไกร (28) พับกระดาษเป็น (35) วาดรปู คนทม่ี ี
ส่วนประกอบหกส่วน
เล็กทปี่ ลายมนตดั รูปร่างตา่ งๆ โดยมีผู้ใหญ่
(36) วาดรูปคนที่มี
กระดาษได้ ชว่ ย สว่ นประกอบสิบสว่ น
(37) ใช้กรรไกรตดั
(22) ปกั หมดุ ในช่อง (29) ผูกเชือกร่มเป็นปม
กระดาษตามรอยเสน้ โคง้
ขนาดหมดุ ใหญ่1– 2 ช่อง 1 ชัน้ หรอื เปน็ รปู รา่ งงา่ ยๆ
ได้ (30) แก้ปมเชือกร่ม 2 (38) พบั กระดาษ เป็น
รปู รา่ งตา่ งๆ ดว้ ยตนเอง
(23) รอ้ ยลกู ปัดขนาดเลก็ ชั้นได้
ประมาณเส้นผ่าศนู ย์กลาง
1 ซม.
(39) ยอ่ เข่าเวลากระโดด (47) รบั ลูกบอลขนาด (51) จดั วางสิ่งของหรอื
ลงบันไดขน้ั สุดทา้ ย เส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 8 น้ิว ที่ วสั ดุซ้อนหรือต่อกนั ให้
(40) วง่ิ รอบโตะ๊ โดยไม่ กระดอนขึน้ จากพนื้ ได้ เปน็ รปู รา่ งตา่ งๆ ตาม
ชนโตะ๊ ดว้ ยมือทง้ั สอง ตัวอยา่ งทตี่ ้งั ใหด้ ูโดยวาง
(41) มดุ อุโมงค์หรอื ลอด (48) เคล่ือนไหวรา่ งกาย ของซอ้ นเปน็ บนั ได 4 ข้นั
ใต้โต๊ะโดยหวั ไม่ชน ตามทต่ี กลงกันใหค้ ู่กับ (ดว้ ยของ 10 ชิน้ )
(42) รินน้าจากขวดใส่ สัญญาณเสียงทผ่ี ู้ใหญ่ทา
ถ้วยหรอื ขนั โดยไม่หก ข้ึน โดยเดก็ ไมเ่ หน็ ตน้
(43) จัดวางสิ่งของหรอื เสียง
วสั ดซุ ้อนหรอื ตอ่ กนั ให้ (49) จัดวางสิง่ ของหรือ
เป็นรูปรา่ งตา่ งๆ ตาม วัสดซุ อ้ นหรอื ต่อกันให้
ตัวอยา่ งท่ีตั้งให้ดโู ดยวาง เป็นรูปร่างตา่ งๆ ตาม
ของซ้อนสับหวา่ งให้เปน็ ตวั อย่างท่ตี งั้ ให้ดูโดยวาง
สะพาน (ด้วยของ 3 ชนิ้ ) ของซ้อนเป็นบันได 3 ขัน้
(44) รับลกู บอลขนาด (ดว้ ยของ 6 ชิ้น)
เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลาง 8 นิว้ ท่ี (50) เคลือ่ นไหวรา่ งกาย
โยนมาจากระยะ 2 เมตร ตามทีต่ กลงกนั ใหค้ ู่กับ
โดยรับดว้ ยสองมือ สญั ญาณเสยี ง ที่ผูใ้ หญ่ทา
(45) เดินถือถ้วยใสน่ ้า ขนึ้ โดยเด็กเคลือ่ นไหว
คอ่ นถ้วยโดยไม่หก จาก ร่างกาย 2 แบบตอ่ กัน
ด้านหนึง่ ของห้องไปอีก เมอ่ื ได้ยินสญั ญาณเสียง 2
ด้านหนึ่ง ระยะทาง ชนิดตอ่ กนั
ประมาณ 4 เมตร
๑๐
ตวั บ่งช้ี สมรรถนะ
1.2.1 โภชนาการ ชั้นอนบุ าล 1 ชั้นอนุบาล 2 ชัน้ อนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
1.2.2 สมรรถภาพทาง
กาย (46) ยนื่ มอื รับถว้ ยใส่น้า (55) บอกได้วา่ อาหารใด
คอ่ นถ้วย (3/4 ถว้ ย) แล้ว ไมค่ วรกิน
ส่งต่อใหเ้ พอื่ นได้โดยไม่หก (56) ใช้ช้อนกลางตกั
อาหารทีเ่ ป็นสารับรวม
(52) กนิ อาหาร (53) มีสว่ นรว่ มในการ (64) สามารถวิง่
ติดตอ่ กนั ในระยะทาง
หลากหลายที่มปี ระโยชน์ เตรียมอาหารทม่ี ี 400 – 500 เมตร
ครบ 5 หมแู่ ละดม่ื นา้ ประโยชน์ (เชน่ เดด็ ผกั ๑๑
อยา่ งเพยี งพอโดยมผี ใู้ หญ่ ตีไข่ (4 ปี)
ช่วยเหลอื แนะนา (54) แยกของทก่ี ินได้
ออกจากของท่กี นิ ไม่ได้
(57) ทากจิ กรรมทม่ี กี าร -
เคล่อื นไหวอยา่ งตอ่ เน่ือง
อย่างนอ้ ย 10 – 15
นาที วนั ละ 2 – 3 รอบ
(58) นอนหลับได้
เพียงพอ ต่นื นอนตอนเชา้
อย่างสดชื่น และพรอ้ มที่
จะทากิจกรรมต่างๆ
(59) ไม่งว่ งเหงาหาวนอน
ในเวลากลางวัน ยกเว้น
เวลาทก่ี าหนดให้นอนพกั
(60) เล่นออกกาลงั กาย
อย่างอสิ ระหรือที่กาหนด
ให้รวมกันอยา่ งน้อย 60
นาทตี อ่ วันโดยแต่ละชว่ ง
สามารถทาติดต่อกันได้
15 นาที(เช่น วงิ่ เต้น ป่ัน
จกั รยาน เลน่ กฬี า ฯลฯ)
(61) หวิ้ ยก หรอื แบก
ของนา้ หนักประมาณ 1
กิโลกรมั ในระยะทางสั้นๆ
(62) มแี รงในการฝึก
ทกั ษะหลายครัง้
ตัวบ่งช้ี สมรรถนะ
1.2.3 ความปลอดภยั
ชั้นอนบุ าล 1 ชนั้ อนุบาล 2 ชน้ั อนุบาล 3
1.2.4 การช่วยเหลือ (3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
และดแู ลตนเอง
(63) ชวนเพอื่ นเล่น
กิจกรรมทต่ี ้องมกี าร
เคล่ือนไหว
(65) เลน่ อยา่ งปลอดภัย (71) บอกได้วา่ สภาพใด (73) บอกได้ว่าสิง่ ใดเปน็
ตามคาแนะนาของผู้ใหญ่ เป็นอนั ตรายต่อตนเอง ไม่ อนั ตรายตอ่ ตนเอง
(66) ไมล่ งเลน่ น้าตาม เลน่ ในบรเิ วณทีเ่ สย่ี งต่อ (74) เขา้ ใจเคร่ืองหมาย
ลาพัง (เชน่ อา่ ง สระน้า อนั ตราย สัญลกั ษณ์ท่บี อกอนั ตราย
ฯลฯ) (72) บอกผใู้ หญ่หรือ และทบ่ี อกความปลอดภัย
(67) รจู้ กั ใช้สายตาอย่าง เตอื นเพอ่ื นเม่ือเหน็ (75) รู้จักข้ามถนนเฉพาะ
เหมาะสม หลกี เลี่ยงการ เหตกุ ารณท์ ี่เปน็ อนั ตราย เมอ่ื มีผใู้ หญ่อยู่ดว้ ย และ
ใช้สายตาในท่ีสวา่ งจา้ หรือ ไมข่ ้ามถนนตามลาพงั
มดื เกินไป (เช่น ไมอ่ า่ น (76) บอกเลขหมาย
หนังสือกลางแดดหรอื ที่ โทรศัพทเ์ ม่ือเกดิ เหตุ
แสงไม่พอ ไมด่ ูโทรทัศน์ ฉุกเฉนิ
คอมพิวเตอรใ์ นระยะใกล้ (77) รจู้ กั สถานที่ตั้งของ
และนานเกนิ ไป ไมอ่ า่ น บ้านตนเอง
หนังสอื ขณะท่ีรถแลน่ (78) รู้จกั วธิ ปี ฏิบตั ิตน
ฯลฯ) อย่างปลอดภัยขณะ
(68) รูจ้ กั ถอื ของแหลม เดินทาง
หรอื มคี มทุกชนิดอย่าง
ปลอดภยั โดยไม่วิง่ (เชน่
กรรไกร ไมเ้ สยี บลกู ชิน้
หรือดนิ สอแหลม ฯลฯ)
(69) ไม่ไปกบั คนแปลก
หนา้
(70) รู้ว่าเมอ่ื ต้องการ
ความช่วยเหลือจะตดิ ตอ่
กบั ใคร
(79) แปรงฟนั เองแต่ (93) อาบน้าและทาความ (100) ใช้ช้อนและส้อม
ผู้ใหญ่ยงั ต้องช่วย
สะอาดตนเองได้ กนิ อาหารได้
(80) รจู้ ักแปรงฟันด้วย
ตนเอง (94) สระผมไดเ้ อง (101) ล้างมือ/มือทีเ่ ปือ้ น
หลังเขา้ หอ้ งสว้ ม และ-
๑๒
ตัวบง่ ช้ี สมรรถนะ
ชัน้ อนุบาล 1 ชน้ั อนบุ าล 2 ชน้ั อนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
(81) ทาความสะอาด (95) ตดิ กระดุมทีม่ ีรังดุม ก่อนกนิ อาหารได้เองโดย
ร่างกายหลังปสั สาวะและ ซ่งึ อยู่ด้านหน้าของเส้ือ ไมต่ อ้ งเตือน
อจุ จาระ โดยมีคนชว่ ย ตนเองไดเ้ อง
(82) ทาความสะอาด (96) ใส่เสอ้ื ไดเ้ อง โดย
รา่ งกายหลงั ปสั สาวะและ ร้จู กั ดา้ นหน้าด้านหลังของ
อุจจาระ ได้ดว้ ยตนเอง เสือ้
(83) สระผมโดยมีคนชว่ ย (97) รูจ้ ักปิดปากเวลา
(84) รู้จกั หวีผม จามหรอื ไอ
(85) บอกได้วา่ ต้องการ (98) รู้จกั ล้างผลไมใ้ ห้
จะถา่ ยอุจจาระ สะอาดก่อนกนิ
(86) บอกได้วา่ ต้องการ (99) ใช้ส้วมเปน็ และทา
จะปัสสาวะ ความสะอาดตนเองได้
(87) ใส่รองเท้าชนดิ สวม
ไดแ้ ต่อาจจะสลับขา้ ง
(88) ใสร่ องเท้าชนิดสวม
ได้ถูกขา้ ง
(89) ใช้ช้อนตกั อาหารกิน
ไดด้ ้วยตนเอง โดยไมห่ ก
(90) กนิ อาหารและนา้
ดมื่ ท่ีสะอาด
(91) ชว่ ยเกบ็ ท่นี อน ของ
ใช้สว่ นตัวไว้ในทเี่ หมาะสม
(92) ด่มื น้าหรอื นมจาก
ถว้ ยทถี่ อื ยกข้ึนดมื่ ดว้ ย
ตนเองโดยไมห่ ก
๑๓
มาตรฐานที่ 3 มีสขุ ภาพจติ ดีและมีความสุข สภาพทพี่ ึงประสงค์
ตัวบ่งชี้
ช้นั อนบุ าล 1 ชน้ั อนบุ าล 2 ช้ันอนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
3.1 แสดงออกทาง 3.1.1 แสดงอารมณ์ 3.1.1 แสดงอารมณ์ 3.1.1 แสดงอารมณ์
อารมณไ์ ดอ้ ยา่ ง ความรูส้ ึกไดเ้ หมาะสม ความรูส้ กึ ได้เหมาะสม
เหมาะสม บางสถานการณ์ ตามสถานการณ์ ความรูส้ ึกไดส้ อดคล้องกบั
สถานการณอ์ ยา่ ง
3.2 มคี วามรู้สึกที่ดีตอ่ 3.2.1 กลา้ พดู กลา้ เหมาะสม
ตนเองและผู้อนื่ แสดงออก
3.2.1 กล้าพดู กล้า 3.2.1 กลา้ พูดกล้า
3.2.2 แสดงความพอใจ
ในผลงานตนเอง แสดงออกอยา่ งเหมาะสม แสดงออกอย่างเหมาะสม
บางสถานการณ์ ตามสถานการณ์
3.2.2 แสดงความพอใจ 3.2.2 แสดงความพอใจ
ในผลงานตนเองและ ในผลงานตนเองและ
ความสามารถของตนเอง
ความสามารถของตนเอง
และผ้อู น่ื
มาตรฐานท่ี 4 ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลอ่ื นไหว
ตัวบ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์
ช้นั อนุบาล 1 ชั้นอนุบาล 2 ช้ันอนบุ าล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
4.1 สนใจ มคี วามสุข 4.1.1 สนใจ มคี วามสุข 4.1.1 สนใจ มีความสขุ 4.1.1 สนใจ มีความสขุ
และแสดงออกผา่ นงาน และแสดงออกผา่ นงาน และแสดงออกผ่านงาน
และแสดงออกผา่ นงาน ศลิ ปะ ศิลปะ ศิลปะ
ศิลปะ ดนตรี และการ
เคลอ่ื นไหว 4.1.2 สนใจ มีความสขุ 4.1.2 สนใจ มีความสุข 4.1.2 สนใจ มีความสุข
และแสดงออกผา่ น และแสดงออกผ่าน และแสดงออกผ่าน
เสียงเพลง ดนตรี เสียงเพลง ดนตรี เสียงเพลง ดนตรี
4.1.3 สนใจ มคี วามสุข 4.1.3 สนใจ มคี วามสุข 4.1.3 สนใจ มีความสขุ
และแสดงทา่ ทาง/ และแสดงท่าทาง/ และแสดงทา่ ทาง/
เคลอื่ นไหวประกอบเพลง เคลื่อนไหวประกอบเพลง เคลื่อนไหวประกอบเพลง
จังหวะ และดนตรี จงั หวะ และดนตรี จงั หวะ และดนตรี
๑๔
มาตรฐานที่ 5 มีคณุ ธรรม จริยธรรม และมีจติ ใจท่ดี งี าม
ตวั บง่ ช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์
ช้ันอนุบาล 1 ชน้ั อนุบาล 2 ชั้นอนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
5.1 ซ่ือสัตย์สุจรติ 5.1.1 บอกหรือชไี้ ดว้ ่าสง่ิ 5.1.1 ขออนญุ าตหรือรอ 5.1.1 ขออนุญาตหรอื รอ
ใดเป็นของตนเองและสงิ่ คอยเมือ่ ตอ้ งการสิง่ ของ คอยเม่อื ต้องการสง่ิ ของ
ใดเป็นของผูอ้ ่ืน ผู้อื่นเมื่อมผี ู้ชแ้ี นะ ผอู้ น่ื ดว้ ยตนเอง
5.2 มีความเมตตากรณุ า 5.2.1 แสดงความรัก 5.2.1 แสดงความรัก 5.2.1 แสดงความรกั
และช่วยเหลือแบ่งปนั เพ่อื น และมีเมตตาสตั ว์ เพื่อน และมีเมตตาสตั ว์ เพอื่ น และมีเมตตาสัตว์
เล้ยี ง เลย้ี ง เลี้ยง
5.2.2 แบ่งปนั ผูอ้ น่ื ได้ 5.2.2 ชว่ ยเหลือแบง่ ปัน 5.2.2 ช่วยเหลือแบ่งปนั
เมือ่ มีผชู้ แ้ี นะ ผ้อู น่ื ได้เม่ือมีผู้ชแ้ี นะ ผ้อู นื่ ไดด้ ้วยตนเอง
5.3 มคี วามเหน็ อกเหน็ 5.3.1 แสดงสีหนา้ หรอื 5.3.1 แสดงสีหน้าหรอื 5.3.1 แสดงสหี น้าหรอื
ใจผูอ้ ืน่ ทา่ ทางรับรู้ความรู้สกึ ผู้อื่น ท่าทางรับรู้ความรสู้ กึ ผอู้ ื่น ทา่ ทางรับรูค้ วามรูส้ กึ ผู้อนื่
5.4 มีความรบั ผดิ ชอบ สอดคล้องกับสถานการณ์
5.4.1 ทางานทไ่ี ดร้ บั 5.4.1 ทางานท่ีได้รบั 5.4.1 ทางานท่ไี ดร้ ับ
มอบหมายจนสาเร็จเมือ่ มี มอบหมายจนสาเร็จเมื่อมี มอบหมายจนสาเร็จด้วย
ผู้ชว่ ยเหลอื ผชู้ ้แี นะ ตนเอง
สมรรถนะ พัฒนาการด้านอารมณ์ สมรรถนะ
ตัวบง่ ช้ี
ชั้นอนุบาล 1 ชัน้ อนุบาล 2 ชน้ั อนบุ าล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
3.1 ความคิดเกยี่ วกับ (153) แสดงท่าทางหรอื (154) บอกไดว้ ่าตนเอง (158) บอกลักษณะทาง
ตนเอง วาจาบอกความรู้สกึ รัก
และผูกพนั กบั พ่อแมแ่ ละ ชอบหรือไม่ชอบ สิ่งของ กายของตนเอง
คนใกลช้ ดิ และ/หรือกิจกรรมใด (159) บอกความรสู้ ึก
(155) บอกความรสู้ กึ หรือแสดงพฤติกรรมไม่
ของตนเองทั้งทางบวก สบายใจ กังวลใจในบาง
และทางลบตอ่ สงิ่ ของ เหตกุ ารณ์
บุคคลหรือสภาพต่างๆ ได้
(156) บอกความรูส้ ึก
ของตนเองต่อเหตุการณ์ที่
เกดิ ขน้ึ ได้
๑๕
ตัวบ่งช้ี สมรรถนะ
ช้ันอนุบาล 1 ช้ันอนุบาล 2 ช้นั อนบุ าล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
(157) บอกความรูส้ ึก -
หรือแสดงทา่ ทางผูกพัน
กับสิ่งของทีต่ นรัก ๑๖
3.2 การควบคุมอารมณ์ (160) ควบคมุ อารมณ์ -
ตนเอง ของตนเองได้เมือ่ ประสบ
เหตุการณท์ ่ีไมพ่ อใจหรือ
เมือ่ ทากจิ กรรมที่ยาก
โดยมีผใู้ หญช่ ว่ ย
(161) ไม่แสดงความกลวั
หรือวิตกกังวลกับ
สภาวการณห์ รอื สงิ่ ที่ไม่มี
เหตตุ ้องกลัว โดยมีผใู้ หญ่
ชว่ ย
(162) ไมแ่ สดงความกลัว
หรือวิตกกงั วลกับ
สภาวการณ์หรอื ส่ิงท่ีไมม่ ี
เหตตุ ้องกลวั (เชน่ สระ-
ผม พบแพทยก์ ลวั ความ
มืด)
(163) ไม่ใหค้ วามสนิท
สนมกับคนแปลกหน้า
โดยมีผ้ใู หญ่บอกหรือให้
เหตผุ ล
(164) ไม่ให้ความสนิท
สนมกบั คนแปลกหน้า
(165) ไม่แสดงอาการ
หงุดหงิดจนเกนิ ไปเมื่อ
ต้องทากิจกรรมทีย่ าก
โดยมผี ู้ใหญช่ ่วย
(166) ไมแ่ สดงอาการ
หงดุ หงดิ จนเกินไปเมื่อ
ต้องทากิจกรรมทย่ี าก
ตวั บง่ ช้ี สมรรถนะ
3.3 สมรรถนะของ ช้ันอนบุ าล 1 ชั้นอนบุ าล 2 ชน้ั อนบุ าล 3
ตนเอง (3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
(167) ไม่แสดงอารมณ์ -
โกรธหรอื ไมพ่ อใจจนเกิน
กวา่ เหตุ
(168) หยดุ หรอื สงบ
อารมณ์ไม่ดลี งได้บ้างเม่ือ
ผใู้ หญแ่ นะนา
(169) แสดงความดีใจ (173) อาสาท่ีจะทา
โดยทา่ ทางหรอื วาจา เมอื่ กิจกรรมเพอื่ แสดง
ทาอะไรไดห้ รือสาเร็จ ความสามารถของตน
(170) อวดผลงานของ (174) บอกได้วา่ ตนเองมี
ตนเพือ่ ใหต้ นเองรสู้ กึ ดี ความสามารถในเรอ่ื งใด
และรู้สึกวา่ ตนเองมี
ความสามารถ
(171) ทากจิ กรรมใหม่ๆ
เพอื่ ไดแ้ สดงความ-
สามารถ
(172) แสดงท่าทางพอใจ
เมื่อตนเองมีโอกาสได้
กระทากจิ กรรมหนง่ึ ๆ ท่ี
อยากพดู อยากทา
๑๗
มาตรฐานท่ี 6 มีทักษะชวี ิตและปฏิบตั ิตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ตวั บง่ ช้ี สภาพท่พี งึ ประสงค์
ช้นั อนุบาล 1 ชั้นอนุบาล 2 ช้ันอนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
6.1 ชว่ ยเหลือตนเองใน 6.1.1 แตง่ ตวั โดยมผี ู้ 6.1.1 แตง่ ตวั ด้วยตนเอง 6.1.1 แตง่ ตัวดว้ ยตนเอง
การปฏิบัติกิจวตั ร ชว่ ยเหลอื ได้อยา่ งคล่องแคล่ว
ประจาวัน
6.1.2 รับประทาน 6.1.2 รบั ประทาน 6.1.2 รบั ประทาน
อาหารดว้ ยตนเอง อาหารดว้ ยตนเอง อาหารด้วยตนเองอย่าง
ถกู วธิ ี
6.1.3 ใชห้ ้องน้าห้องสว้ ม 6.1.3 ใช้ห้องนา้ หอ้ งส้วม 6.1.3 ใชแ้ ละทาความ
โดยมผี ้ชู ว่ ยเหลอื ด้วยตนเอง สะอาดห้องน้าห้องส้วม
ด้วยตนเอง
6.2 มวี ินัยในตนเอง 6.2.1 เกบ็ ของเล่นของ 6.2.1 เก็บของเลน่ ของ 6.2.1 เกบ็ ของเล่นของ
ใชเ้ ข้าท่เี มอื่ มีผู้ช้ีแนะ ใช้เข้าทีด่ ้วยตนเอง ใช้เข้าที่อย่างเรยี บร้อย
ด้วยตนเอง
6.2.2 เขา้ แถวตามลาดับ 6.2.2 เข้าแถวตามลาดับ 6.2.2 เข้าแถวตามลาดบั
กอ่ นหลงั โดยไมแ่ ซงคิว กอ่ นหลังโดยไมแ่ ซงควิ ก่อนหลังโดยไม่แซงควิ ได้
ด้วยตนเอง
6.3 ประหยัดและ 6.3.1 ใช้สิง่ ของเครอื่ งใช้ 6.3.1 ใช้สง่ิ ของเครือ่ งใช้ 6.3.1 ใช้สิง่ ของเครอื่ งใช้
พอเพียง
อย่างประหยัดและ อย่างประหยดั และ อย่างประหยัดและ
พอเพยี งเมือ่ มผี ู้ช้ีแนะ พอเพียงเมอ่ื มผี ู้ชแี้ นะ พอเพียงด้วยตนเอง
๑๘
มาตรฐานท่ี 7 รักธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ้ ม วฒั นธรรม และความเปน็ ไทย
ตวั บ่งช้ี สภาพทีพ่ ึงประสงค์
ชน้ั อนุบาล 1 ชั้นอนุบาล 2 ชน้ั อนบุ าล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
7.1 ดูแลรักษาธรรมชาติ 7.1.1 มสี ่วนรว่ มดูแล 7.1.1 มีสว่ นร่วมดูแล 7.1.1 ดูแลรักษา
และสิ่งแวดลอ้ ม รกั ษาธรรมชาติและ รกั ษาธรรมชาติและ ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
ส่งิ แวดล้อมเม่อื มผี ู้ชีแ้ นะ สิง่ แวดลอ้ มเม่อื มผี ู้ชแี้ นะ ด้วยตนเอง
7.1.2 ท้งิ ขยะได้ถกู ที่ 7.1.2 ทงิ้ ขยะไดถ้ กู ที่ 7.1.2 ทงิ้ ขยะไดถ้ กู ที่
7.2 มีมารยาทตาม 7.2.1 ปฏบิ ตั ติ นตาม 7.2.1 ปฏบิ ตั ิตนตาม 7.2.1 ปฏิบัตติ นตาม
มารยาทไทยได้ด้วย มารยาทไทยได้ตาม
วัฒนธรรมไทยและรกั ษา มารยาทไทยไดเ้ มอ่ื มีผู้ ตนเอง กาลเทศะ
ความเป็นไทย ชแ้ี นะ 7.2.2 กล่าวคาขอบคณุ 7.2.2 กลา่ วคาขอบคณุ
และขอโทษด้วยตนเอง และขอโทษดว้ ยตนเอง
7.2.2 กล่าวคาขอบคุณ
และขอโทษเม่ือมีผู้ชี้แนะ 7.2.3 ยืนตรงเมอื่ ได้ยนิ 7.2.3 ยนื ตรงและรว่ ม
เพลงชาตไิ ทยและเพลง รอ้ งเพลงชาตไิ ทยและ
7.2.3 หยดุ ยืนเมอ่ื ได้ยิน สรรเสริญพระบารมี เพลงสรรเสรญิ พระบารมี
เพลงชาตไิ ทยและเพลง
สรรเสรญิ พระบารมี
๑๙
มาตรฐานที่ 8 อยู่รว่ มกบั ผูอ้ นื่ ไดอ้ ย่างมคี วามสุขและปฏบิ ัตติ นเปน็ สมาชกิ ที่ดีของสงั คมในระบอบ
ประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมุข
ตัวบง่ ช้ี สภาพท่ีพึงประสงค์
ชน้ั อนุบาล 1 ชนั้ อนบุ าล 2 ชัน้ อนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
8.1 ยอมรับความ 8.1.1 เลน่ และทา 8.1.1 เลน่ และทา 8.1.1 เล่นและทา
กจิ กรรมร่วมกบั เด็กท่ี กิจกรรมรว่ มกบั เด็กที่
เหมอื นและความ กจิ กรรมรว่ มกับเดก็ ท่ี แตกตา่ งไปจากตน แตกตา่ งไปจากตน
แตกตา่ งระหวา่ งบุคคล แตกต่างไปจากตน
8.2 มีปฏิสัมพันธท์ ่ีดกี ับ 8.2.1 ยิม้ หรือทักทาย 8.2.1 ยมิ้ ทกั ทาย หรือ 8.2.1 ย้มิ ทกั ทาย หรอื
ผอู้ น่ื ผใู้ หญ่และบคุ คลท่คี ุ้นเคย พูดคยุ กับผใู้ หญแ่ ละ พูดคยุ กับผู้ใหญ่และ
ไดเ้ มื่อมผี ชู้ ีแ้ นะ
บุคคลท่คี นุ้ เคยด้วยตนเอง บคุ คลทค่ี ้นุ เคยได้เหมาะ
สมกับสถานการณ์
8.3 ปฏิบตั ิตนเบอื้ งตน้ 8.3.1 ปฏบิ ตั ติ าม 8.3.1 มสี ว่ นร่วมสร้าง 8.3.1 มีส่วนรว่ มสร้าง
ในการเป็นสมาชิกทด่ี ี ข้อตกลงเม่อื มผี ชู้ ี้แนะ ข้อตกลงและปฏบิ ตั ิ ขอ้ ตกลงและปฏิบัติ
ของสงั คม เมือ่ มผี ูช้ ้ีแนะ ตามขอ้ ตกลงด้วยตนเอง
8.3.2 ปฏิบัติตนเป็นผนู้ า 8.3.2 ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้นา 8.3.2 ปฏิบตั ิตนเป็นผู้นา
และผตู้ ามเมื่อมีผูช้ ้ีแนะ และผู้ตามได้ดว้ ยตนเอง และผู้ตามไดเ้ หมาะสมกับ
สถานการณ์
8.3.3 ยอมรับการ 8.3.3 ประนปี ระนอม 8.3.3 ประนปี ระนอม
ประนปี ระนอมแก้ไข แก้ไขปัญหาโดยปราศจาก แกไ้ ขปัญหาโดยปราศจาก
ปญั หาเมื่อมีผชู้ ีแ้ นะ
การใช้ความรนุ แรงเมื่อมผี ู้ การใช้ความรุนแรงด้วย
ชแี้ นะ ตนเอง
๒๐
สมรรถนะ พฒั นาการด้านสังคม สมรรถนะ
ตัวบ่งช้ี
ชนั้ อนุบาล 1 ชนั้ อนุบาล 2 ช้นั อนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
2.1 การมปี ฏสิ มั พันธ์กบั (102) ทกั ทาย พูดคยุ (113) ทักทาย พูดคุย -
ผู้ใหญ่ ถามตอบกับผู้ใหญ่โดยมี ถามตอบกับผ้ใู หญ่ด้วย
ผใู้ หญ่ชว่ ย ตนเอง
(103) ขอความ (114) ชวนผู้ใหญเ่ ลน่
ช่วยเหลอื จากผ้ใู หญ่ ดว้ ย
(104) ทาสง่ิ ตา่ งๆ เพอ่ื (115) รู้จักตอ่ รองและ
เอาใจผ้ใู หญ่ ประนปี ระนอมกบั ผูใ้ หญ่
(105) มีความเชือ่ ม่นั ใน เม่ือมีขอ้ ขัดแย้งกัน
การปฏิสัมพันธก์ บั ผู้ใหญ่ (116) เสนอตวั ชว่ ยเหลอื
คนอ่ืนท่ีไม่ใช่เปน็ พ่อแม่ ผใู้ หญ่
(เชน่ ครหู มอ ฯลฯ) (117) การมสี ่วนรว่ มกบั
(106) มีปฏิสมั พนั ธก์ ับ ผ้ใู หญใ่ นการตดั สนิ ใจ
ผใู้ หญ่อยา่ งเหมาะสมและ หรอื แสดงความเห็นของ
มีสัมมาคารวะ ตนในเรอ่ื งตา่ งๆ
(107) ชว่ ยเหลอื ผใู้ หญ่ (118) รจู้ กั ปรับนา้ เสียง
ทางานบ้านตามสมควร และความดังตาม
(108) ไมม่ ีพฤตกิ รรม สถานการณ์ต่างๆ
กา้ วรา้ วกบั ผู้ใหญ่ (119) ถ่ายทอดขอ้ ความ
(109) รู้จักปรับน้าเสยี ง ท่ีได้รบั จากคนหนง่ึ ไปยัง
และความดงั ตาม อีกคนหนึง่ ได้ถูกตอ้ ง
สถานการณ์ต่างๆ โดยมี
ผ้ใู หญแ่ นะนา
(110) สนใจฟงั ผู้อนื่ พดู
ขณะสนทนา
(111) รู้จกั ผลัดกนั พูด
ผลัดกนั ฟังในกลุ่มสนทนา
(112) ใช้ถอ้ ยคาและ
นา้ เสียงที่ออ่ นโยน
2.2 การมปี ฏสิ มั พันธก์ ับ (120) แสดงความสนใจ (128) สร้าง (133) ชวนเพ่อื นมาเล่น
ด้วยกนั โดยกาหนด
เพื่อนเด็ก เด็กคนอื่น ความสัมพันธท์ ี่ดีอย่าง สถานท่ี
ต่อเน่ืองกบั เพือ่ น เช่น
๒๑
ตัวบ่งชี้ สมรรถนะ
2.3 พฤตกิ รรมการ ช้นั อนบุ าล 1 ชัน้ อนบุ าล 2 ชั้นอนบุ าล 3
ปรับตัวทางสังคม (3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
(121) พูดคยุ และเล่นกบั บอกวา่ คิดถงึ เพื่อน คอย
เพื่อนเด็กดว้ ยกัน ให้มาเล่นดว้ ยกัน เกบ็ ของ
(122) เขา้ รว่ มกจิ กรรม หรอื ขนมไว้ให้เพ่อื น
กลุ่มได้ (129) ฟงั เพือ่ นและ
(123) เล่นอิสระกบั แสดงความคิดเห็น
เพอื่ นเดก็ จานวน 2 คน (130) ช่วยเหลือเพือ่ น
ขนึ้ ไป (131) รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
(124) ไม่แสดงพฤติกรรม กับเพื่อนจนกจิ กรรมนน้ั
กา้ วรา้ วกบั เพือ่ น แลว้ เสรจ็
(125) ยอมรบั ความ (132) เม่อื มปี ญั หา
ชว่ ยเหลือจากเพอ่ื น ขัดแยง้ กับเพื่อน ร้จู กั
(126) บอกช่ือเพือ่ น ตอ่ รองหรอื
อยา่ งน้อย 1 ช่อื ประนีประนอม
(127) ยอมรบั กฎ กตกิ า
เวลาเล่นกับเพื่อน
(134) แบง่ ปนั กับเพ่ือน (136) ถามผลที่เกดิ จาก (142) บอกพฤตกิ รรมทด่ี ี
และผลัดกนั เล่นโดยมี การกระทาของตนเอง ของเดก็ คนอ่นื
ผ้ใู หญค่ อยชว่ ยเหลอื (เช่น ถา้ หนูพดู เสยี งดงั (143) บอกได้ว่าการ
แนะนา ทาไมเพื่อนตอ้ งโกรธ) กระทาของตนเองมีผลต่อ
(135) เมื่อเผชิญ (137) ปรบั เปล่ียน ความรู้สกึ และพฤติกรรม
สภาพแวดล้อมทแ่ี ปลก บทบาทได้ในโอกาสที่ ของผู้อน่ื ได้อยา่ งไร
ใหมก่ ก็ ลา้ ท่ีจะลองทาสิ่ง เหมาะสม
ใหมๆ่ ที่ทา้ ทาย (138) ขอเขา้ ร่วม
กิจกรรมกบั กลุ่มเพอ่ื น
ในขณะทก่ี ลมุ่ กาลงั ทา
กจิ กรรมอยู่
(139) ปลอบเม่ือเห็น
เพือ่ นเจบ็ หรอื ไมส่ บายใจ
(140) ปฏิบัตติ ามกฎ
ระเบยี บของสังคมอย่าง
ง่ายๆ ในครอบครวั /
โรงเรยี น/ชมุ ชน
๒๒
ตวั บ่งชี้ สมรรถนะ
2.4 เหน็ คุณคา่ ของ ช้ันอนบุ าล 1 ช้นั อนบุ าล 2 ชน้ั อนุบาล 3
ความแตกต่าง (3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
(144) เล่นเลยี นแบบ (141) ใช้ทา่ ทางและ (146) บอกได้วา่ บคุ คล
และแสดงความช่ืนชม ภาษาที่เหมาะสมเมอ่ื มี แตล่ ะคนมีความเหมอื น
ความขัดแยง้ ภายในกลุ่ม
วัฒนธรรมและความ และความต่าง
เปน็ อยู่ทแี่ ตกตา่ งไปจาก - (147) เล่นกับกลุม่ เดก็ ที่
ตน แตกตา่ งไปจากตน (เชน่
(145) ปฏบิ ัติตนอยา่ ง ตา่ งภาษา ต่างเชอื้ ชาติ
สภุ าพกับทุกคน รวมถึง ตา่ งชาติพันธ์ุ ต่างพนื้ เพ
คนทม่ี ีสถานภาพทาง ทางเศรษฐกจิ สงั คม หรือ
สงั คม เศรษฐกจิ และ มีความบกพรอ่ งทางกาย
วฒั นธรรมทีต่ า่ งไปจาก และอนื่ ๆ ฯลฯ)
ตน (148) บอกไดว้ ่าคนแต่
ละคนมคี วามสามารถที่
แตกตา่ งกัน
(149) ร้จู ักถามเกี่ยวกับ
ความเหมอื นและความ
แตกตา่ งระหวา่ งบุคคล
(เชน่ ทาไมหนูหนา้ ตา
เหมือนแม)่
(150) ถามคาถาม
เกีย่ วกบั คาท่ีใช้หรอื ความ
เป็นอยู่ หรอื ลักษณะของ
กลมุ่ คนทแ่ี ตกต่างกัน
(151) ถามหรือแสดง
ความคิดเหน็ เก่ยี วกบั
ความเปน็ ธรรมในกล่มุ
เพ่อื น
(152) บอกไดว้ า่ คนแต่
ละคนมีความชอบและไม่
ชอบทแ่ี ตกต่างกัน
๒๓
มาตรฐานที่ 9 ใชภ้ าษาสอ่ื สารได้เหมาะสมกบั วัย สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
ตวั บง่ ช้ี
ช้ันอนุบาล 1 ช้นั อนุบาล 2 ช้นั อนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
9.1 สนทนาโต้ตอบและ 9.1.1 ฟงั ผู้อืน่ พูดจนจบ 9.1.1 ฟังผ้อู น่ื พดู จนจบ 9.1.1 ฟงั ผู้อืน่ พดู จนจบ
เลา่ เรือ่ งให้ผู้อน่ื เขา้ ใจ และพดู โตต้ อบเกย่ี วกับ และสนทนาโตต้ อบ
เรอ่ื งท่ีฟงั เกีย่ วกบั เรอื่ งท่ฟี ัง และสนทนาโตต้ อบอย่าง
ตอ่ เน่อื ง เชื่อมโยงกบั
เร่ืองที่ฟัง
9.1.2 เล่าเรอื่ งด้วย 9.1.2 เล่าเร่อื งเป็น 9.1.2 เลา่ เปน็ เร่ืองราว-
ประโยคสน้ั ๆ ประโยคอยา่ งต่อเนือ่ ง ต่อเน่อื งได้
9.2 สนทนาโตต้ อบ 9.2.1 ฟงั และพูด 9.2.1 ฟัง และพดู 9.2.1 ฟงั และสนทนา
ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน คาศพั ท์ภาษาองั กฤษ คาศพั ท์ภาษาอังกฤษ ประโยคภาษาอังกฤษ
พืน้ ฐานในชวี ติ ประจาวนั พ้ืนฐานในชวี ติ ประจาวนั พื้นฐานในชีวิตประจาวนั พนื้ ฐานในชีวิตประจาวนั
เมือ่ มีผูช้ ้ีแนะ ได้ ได้
9.2.2 ฟัง และพดู 9.2.2 ฟงั และพดู 9.2.2 ฟงั และสนทนา
คาศพั ทภ์ าษาจนี ง่าย ๆ
ได้ คาศัพท์ภาษาจีนพ้ืนฐาน ประโยคภาษาจีนพื้นฐาน
ในชีวติ ประจาวนั ได้ ในชวี ติ ประจาวนั ได้
9.3 เขียนภาพและ 9.3.1 อา่ นภาพและพดู 9.3.1 อ่านภาพ 9.3.1 อา่ นภาพ
สัญลกั ษณ์ได้ ข้อความดว้ ยภาษาของ
ตน สญั ลกั ษณ์ คา พร้อมท้งั ช้ี สัญลกั ษณ์ คา ด้วยการช้ี
หรือกวาดตามองขอ้ ความ หรือกวาดตามองข้อความ
ตามบรรทัด จุดเริ่มตน้ และจดุ จบของ
ข้อความ
9.3.2 ขดี เขยี นอยา่ งมี 9.3.2 เขียนคลา้ ย 9.3.2 เขยี นช่อื ของ
ทศิ ทาง ตวั อักษร ตนเองตามแบบ เขยี น
ข้อความด้วยวิธีทคี่ ิดขน้ึ
เอง
๒๔
มาตรฐานท่ี 10 มคี วามสามารถในการคิดทเี่ ปน็ พืน้ ฐานในการเรียนรู้
ตวั บ่งชี้ สภาพทพี่ งึ ประสงค์
ชั้นอนุบาล 1 ชนั้ อนุบาล 2 ชนั้ อนบุ าล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
10.1 มีความสามารถใน 10.1.1บอกลักษณะของ 10.1.1 บอกลักษณะ 10.1.1 บอกลกั ษณะ
การคิดรวบยอด ส่งิ ต่าง ๆ จากการสงั เกต และส่วนประกอบของสิ่ง ส่วนประกอบ การ
โดยใชป้ ระสาทสมั ผัส ต่าง ๆ จากการสงั เกตโดย เปล่ยี นแปลงหรือ
ใช้ประสาทสมั ผัส ความสัมพันธข์ องส่งิ ต่าง
ๆ จากการสงั เกตโดยใช้
ประสาทสมั ผัส
10.1.2 จับคู่หรือ 10.1.2 จบั ค่แู ละ 10.1.2 จับคแู่ ละ
เปรียบเทยี บสิง่ ตา่ ง ๆ เปรยี บเทียบความ เปรียบเทียบความ
โดยใช้ลกั ษณะหรอื หนา้ ท่ี แตกตา่ งหรือความเหมือน แตกต่างและความเหมือน
การใช้งานเพยี งลักษณะ ของสิ่งต่าง ๆ โดยใช้ ของส่งิ ตา่ ง ๆ โดยใช้
เดียว ลกั ษณะท่ีสงั เกตพบเพียง ลักษณะท่สี งั เกตพบ 2
ลักษณะเดียว ลกั ษณะข้นึ ไป
10.1.3 คดั แยกสิง่ ต่าง ๆ 10.1.3 จาแนกและจัด 10.1.3 จาแนกและจดั
ตามลักษณะหรอื หนา้ ท่ี กลุ่มสงิ่ ต่าง ๆ โดยใช้ กลมุ่ ส่ิงต่าง ๆ โดยใช้
การใชง้ าน อย่างน้อย 1 ลกั ษณะเปน็ ตง้ั แต่ 2 ลักษณะ
เกณฑ์ ขนึ้ ไปเป็นเกณฑ์
10.1.4 เรียงลาดบั 10.1.4 เรยี งลาดบั 10.1.4 เรยี งลาดบั
ส่งิ ของหรอื เหตุการณ์ สิง่ ของหรือเหตุการณ์ ส่ิงของหรอื เหตุการณ์
อย่างนอ้ ย 3 ลาดับ อยา่ งน้อย 4 ลาดบั อยา่ งน้อย 5 ลาดับ
10.2 มคี วาม 10.2.1 ระบผุ ลทีเ่ กิดขนึ้ 10.2.1 ระบุสาเหตุ หรอื 10.2.1 อธิบายเชื่อมโยง
สามารถในการคดิ เชิง ในเหตุการณห์ รอื การ ผลท่ีเกิดข้นึ ในเหตุการณ์ สาเหตุและผลท่ีเกดิ ขนึ้ ใน
เหตุผล กระทาเมอื่ มผี ้ชู แี้ นะ
หรอื การกระทาเมอื่ มผี ู้ เหตกุ ารณห์ รือการกระทา
ชแี้ นะ ดว้ ยตนเอง
10.2.2 คาดเดา หรือ 10.2.2 คาดเดา หรอื 10.2.2 คาดคะเนส่ิงที่
คาดคะเนสิ่งที่อาจเกดิ ข้ึน คาดคะเนสิง่ ท่อี าจเกดิ อาจจะเกดิ ข้ึน และมีส่วน
ข้นึ หรือมสี ่วนร่วมในการ ร่วมในการลงความเหน็
ลงความเห็นจากข้อมูล จากขอ้ มูลอยา่ งมเี หตผุ ล
๒๕
ตัวบ่งชี้ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
ชนั้ อนุบาล 1 ช้ันอนุบาล 2 ชัน้ อนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
10.3 มคี วาม 10.3.1 ตดั สินใจ ในเร่อื ง 10.3.1 ตัดสินใจในเรอื่ ง 10.3.1 ตดั สินใจ
สามารถในการคดิ
แกป้ ัญหาและตดั สนิ ใจ ง่าย ๆ ง่าย ๆ และเร่ิมเรียนรู้ผล ในเรื่องง่าย ๆ และ
ทีเ่ กดิ ขน้ึ ยอมรับผลท่ีเกดิ ขนึ้
10.3.2 แกป้ ัญหา 10.3.2 ระบุปญั หาและ 10.3.2 ระบุปัญหาและ
โดยลองผิดลองถกู แก้ปัญหาโดยลองผิดลอง สรา้ งทางเลอื กและเลอื ก
ถูก วิธีแก้ปัญหา
มาตรฐานที่ 11 มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
ตัวบ่งชี้ สภาพท่พี ึงประสงค์
ช้นั อนบุ าล 1 ชัน้ อนุบาล 2 ช้ันอนบุ าล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
11.1 ทางานศลิ ปะตาม 11.1.1 สรา้ งผลงาน 11.1.1 สร้างผลงาน 11.1.1 สรา้ งผลงาน
จนิ ตนาการและความคิด ศลิ ปะเพ่อื ส่ือสารความคดิ ศลิ ปะเพือ่ สอื่ สารความคดิ ศิลปะเพ่อื สือ่ สารความคิด
สรา้ งสรรค์ ความรสู้ ึกของตนเอง ความรู้สกึ ของตนเอง โดย ความรู้สกึ ของตนเอง โดย
มีการดัดแปลง มกี ารดดั แปลงแปลกใหม่
จากเดิม และมีราย-
ละเอยี ดเพิม่ ข้นึ
11.2 แสดงทา่ ทาง/ 11.2.1 เคลือ่ นไหว 11.2.1 เคลื่อนไหว 11.2.1 เคลอ่ื นไหว
เคล่อื นไหวตาม ทา่ ทางเพ่อื สอื่ สาร ทา่ ทางเพ่อื สื่อสาร ท่าทางเพือ่ สอ่ื สาร
จนิ ตนาการอยา่ ง ความคิด ความรสู้ กึ ของ ความคิด ความรู้สึกของ ความคดิ ความร้สู ึกของ
สรา้ งสรรค์ ตนเอง ตนเองอย่างหลากหลาย ตนเองอย่างหลากหลาย
หรือแปลกใหม่ และแปลกใหม่
๒๖
มาตรฐานท่ี 12 มีเจตคติท่ีดีตอ่ การเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสดงหาความรไู้ ดเ้ หมาะสมกับวยั
ตวั บ่งช้ี สภาพท่ีพึงประสงค์
12.1 มเี จตคติทีด่ ตี อ่ ชน้ั อนุบาล 1 ช้ันอนบุ าล 2 ชั้นอนบุ าล 3
การเรยี นรู้ (3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
12.1.1 สนใจฟังหรือ 12.1.1 สนใจซกั ถาม 12.1.1 สนใจหยบิ
อ่านหนงั สือด้วยตนเอง เกีย่ วกบั สญั ลักษณห์ รอื หนังสือมาอ่านและเขียน
ตัวหนังสือที่พบเห็น สอ่ื ความคิดดว้ ยตนเอง
เป็นประจาอยา่ งต่อเน่ือง
12.1.2 กระตอื รอื รน้ 12.1.2 กระตอื รือรน้
ในการเข้ารว่ มกจิ กรรม ในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม 12.1.2 กระตือรือรน้
ในการเข้าร่วมกิจกรรม
12.2 มีความสามารถใน 12.2.1 คน้ หาคาตอบ 12.2.1 ค้นหาคาตอบ ตั้งแตต่ ้นจนจบ
การแสวงหาความรู้ ของข้อสงสัยตา่ ง ๆ ตาม ของขอ้ สงสัยตา่ ง ๆ ตาม
12.2.1 ค้นหาคาตอบ
วิธีการเมื่อมีผู้ชแ้ี นะ วิธกี ารของตนเอง ของขอ้ สงสยั ต่าง ๆ โดย
ใชว้ ธิ กี ารท่ีหลากหลาย
12.2.2 ใชป้ ระโยค 12.2.2 ใชป้ ระโยค ด้วยตนเอง
คาถามวา่ “ใคร” “อะไร” คาถามว่า “ทไ่ี หน”
ในการคน้ หาคาตอบ “ทาไม” ในการค้นหา 12.2.2 ใช้ประโยค
คาถามวา่ “เมือ่ ไหร่”
คาตอบ “อยา่ งไร” ในการค้นหา
คาตอบ
๒๗
สมรรถนะ พฒั นาการด้านการคิดและสตปิ ัญญา สมรรถนะ
ตัวบง่ ชี้
ช้ันอนุบาล 1 ชน้ั อนุบาล 2 ช้ันอนบุ าล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
4.1 ความจา (175) รอ้ งเพลงจนจบได้ (177) บอกช่ือวนั ในหน่งึ (180) ฮมั ทานองเพลง
(176) ทอ่ งคาคลอ้ งจอง สปั ดาห์ (รอ้ งทานองเพลงใน
หรอื คากลอนสน้ั ๆ ได้ (178) ฟงั นิทานแล้วเล่า ลาคอ) ทคี่ ุ้นเคยได้
ไดพ้ อสังเขป (181) บอกชอ่ื วนั ในหนึ่ง
(179) บอก / เลา่ ไดว้ า่ สปั ดาหโ์ ดยเรยี งลาดับได้
วันน้ที าอะไรท่โี รงเรียน อยา่ งถกู ตอ้ ง
(182) บอกและเรยี กชื่อ
เดอื นได้(ไมจ่ าเป็นต้องทุก
เดอื นและไมเ่ รียงลาดบั )
(183) บอกหมายเลข
โทรศพั ท์ทบ่ี ้านได้
(184) ฟังนิทานแล้วเล่า
รายละเอียดได้ถูกต้อง
(185) บอก / เลา่ ได้ว่า
เมอ่ื วานนี้ทาอะไร (ที่
โรงเรยี น หรือท่บี ้าน)
4.2 การสร้างหรอื - (186) ถามวา่ “อะไร” (188) บอกลกั ษณะหรือ
พัฒนาความคดิ
และ “ท่ไี หน” คุณลกั ษณะเบื้องต้นของ
(187) บอกหรือใช้คาที่ สง่ิ ของ (เช่น ร้อน ยาว
บอกช่วงเวลาของวันได้ หนัก ใหญ่ ขรุขระ แหง้ )
ถกู ต้อง (เชน่ เชา้ (189) บอกได้วา่ ส่งิ ของท่ี
กลางวนั เย็น) วางอยู่นัน้ อย่ดู ้านซา้ ย
หรอื ขวาของเดก็
(190) บอกได้วา่ สิ่งของท่ี
วางอยู่น้ัน อย่ดู ้านซ้าย
หรอื ขวาของผู้ทพ่ี ดู ด้วย
(หนั หน้าเข้าหากัน)
(191) บอกได้และใช้คา
ว่า “เมอ่ื วานน”้ี “วันน”้ี
“พรุ่งน”้ี อย่างถูกต้อง
๒๘
ตวั บง่ ชี้ สมรรถนะ
4.3 ตรรกวทิ ยา และ ชั้นอนบุ าล 1 ชั้นอนุบาล 2 ชนั้ อนุบาล 3
ความมเี หตผุ ล (3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
(192) บอกหรือเรียกชอ่ื
ประเภท คน สัตวส์ งิ่ ของ
พชื (เช่น เดก็ ผู้ใหญ่คน
แก่ / สัตวเ์ ลย้ี ง สัตวป์ ่า /
ผกั ผลไม้)
(193) วาดแผนที่จาก
บา้ นมาโรงเรียนหรอื วาด
แผนผงั ของห้องเรียน/
หอ้ งนอน
(194) บอกเหตุผล (196) ถามวา่ “ทาไม” (201) เปรียบเทยี บความ
เกี่ยวกับการปฏิบตั กิ ิจวัตร และ “อย่างไร” (เช่น แตกตา่ งท่ีเกิดจากการ
(เชน่ เหตุผลท่ีต้องล้างมอื ทาไมนา้ เกาะทีข่ ้างแกว้ กระทาตา่ งกันกบั สง่ิ
กอ่ นรบั ประทานอาหาร เมอ่ื มีนา้ แขง็ อยู่ในแก้ว เดยี วกนั (เชน่ ขา้ วสาร
และหลงั เข้าหอ้ งนา้ แปรง ทาไมมีกลางวัน กลางคนื ) ขา้ วสวย หรอื ขา้ วตม้ ไข่
ฟันตอนเช้า ก่อนนอน (197) ใช้คาวา่ “เพราะ” ต้ม ไขเ่ จียว ไข่ตุน๋ )
และหลงั อาหาร) เพือ่ อธบิ ายเหตุและผลได้ (202) เรียงลาดบั ภาพ
(195) บอกความสมั พันธ์ ในเรื่องท่ัวๆ ไป (ไม่- หรอื เหตุการณ์ในภาพ
ความเก่ียวขอ้ งระหวา่ งส่งิ จาเป็นต้องเปน็ เหตุผลที่ และอธิบายได้
ต่างๆ และปรากฏการณ์ ถูกต้อง) (203) บอกได้วา่ เร่ืองท่ี
ที่เกิดข้นึ ได้หรอื ใช้คาว่า (198) บอกเหตุผล ไดฟ้ ังหรือเหน็ จะจบ
“ถ้า...แล้วจะ...” (เช่น เกี่ยวกับการปฏิบัตติ น อยา่ งไร โดยให้เหตุผล
ฝนตกเราเปียก วนั หยดุ ไม่ ด้านความปลอดภยั (เชน่ ประกอบ
ตอ้ งไปโรงเรยี น กินพริก เหตุผลท่ีต้องไม่เลน่ (เช่น เวลาฟังนทิ านหรือ
จะร้สู กึ เผ็ด) บริเวณริมน้า ไม่เลน่ ไมข้ ีด เห็นเหตกุ ารณ์ต่างๆ)
ไฟ) (204) บอกได้วา่ ใน
(199) บอกเหตุผลในการ รปู ภาพมอี ะไรทีผ่ ดิ ปกติ
ปฏิบตั ติ นในด้านท่ี หรอื อยผู่ ิดท่ีหรือดูแลว้
เกยี่ วกบั การรักษา เป็นไปไมไ่ ด้
สงิ่ แวดล้อม (เชน่ บอก (205) บอกหรอื เข้าใจใน
เหตุผลทต่ี อ้ งไมท่ ้งิ ขยะ เน้ือหาสาระของเรอ่ื งท่ีขา
ตามถนน ไมเ่ ดด็ ดอกไม้ไม่ ขันได้(เช่น บอกเรอื่ งท่ไี ด้
ทาลายของสาธารณะ) ยินหรือภาพทเี่ หน็ นนั้ ตลก
๒๙
ตัวบง่ ช้ี สมรรถนะ
4.4 การคิดอยา่ งมี
วิจารณญาณ ช้นั อนบุ าล 1 ช้นั อนุบาล 2 ชน้ั อนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
4.5 ความตัง้ ใจจดจอ่
(200) บอกไดว้ ่า หรอื ขาขันตรงไหน หรอื
ส่วนประกอบท่สี าคญั บอกเหตทุ ่ีทาให้ขาขัน)
อะไรไมป่ รากฏหรอื (206) บอกไดว้ า่ ของ
หายไปในรูป บางอย่างใชแ้ ทนกันได้
(เช่น ใบตอง ใบบวั ใช้
แทน ถุงกระดาษ
ถงุ พลาสติก ถว้ ยหรือชาม
ใชแ้ ทนกนั ได้)
(207) จดั กลุ่มสิง่ ของ (208) จบั คภู่ าพท่ี (211) บอกได้วา่ สิ่งท่ีเหน็
ตามประเภทโดยใชเ้ กณฑ์ สมั พนั ธก์ ัน (เช่น ของที่ 2 อย่าง เหมือนและ
เดียวในการจดั (เช่น ตาม เหมอื นกัน ของทีใ่ ชค้ กู่ นั ต่างกนั อย่างไร (เชน่ สนุ ัข
สหี รอื ตามรูปทรงหรือ ของทีเ่ ป็นประเภท 2 ตวั เปน็ คนละพนั ธ์ุ
ตามขนาด) เดียวกัน) มะม่วง มะละกอ)
(214) แกป้ ญั หาใน (209) จัดกลุ่มสิง่ ของ (212) บอกความคิดของ
ชวี ิตประจาวนั ได้โดยการ ตามประเภทลักษณะ 2 ตนเกีย่ วกับสภาพหรอื
ลองผิดลองถกู (เชน่ การ เกณฑ์(เชน่ จาแนกตามสี ลักษณะทพี่ บ (เชน่ ร้อน
สวมรองเท้า การสวมเสอ้ื และรปู ทรง) หนาว สนุก)
กลบั ด้าน ติดกระดมุ เสอื้ (210) บอกคาทีม่ ี (213) ร้จู ักใช้ข้อมูล/คาที่
เหล่อื ม) ความหมายตรงข้าม เรียนรู้ใหมม่ าใช้กบั
(215) ร้จู กั ถามเพอ่ื ให้ได้ เกีย่ วกับสง่ิ หรือสภาพท่ี เหตกุ ารณ์สภาพแวดล้อม
วธิ ีการแก้ปญั หา เดก็ พบเห็น (เช่น ชา้ งตวั หรอื กิจกรรมอื่นๆ (เช่น
ใหญ่ หนตู ัว... พระ- เมอื่ เรยี นร้รู ูปส่ีเหลย่ี ม
อาทติ ย์ข้ึนตอนกลางวนั - เด็กสามารถชีบ้ อกไดว้ ่า
พระจนั ทร์ขึน้ ตอน... ไฟ ประตูหน้าต่างเป็นรูป
ร้อน นา้ แขง็ ...) สีเ่ หล่ียมดว้ ย)
(216) แก้ปญั หาโดยใช้ (217) แก้ปญั หาไดห้ ลาย
อุปกรณช์ ่วย (เชน่ ใชไ้ ม้ วธิ แี ละร้จู กั เลอื กวธิ ที ่ี
เขี่ยสิ่งของที่เอื้อมไมถ่ ึง) เหมาะสม
(218) เปดิ หนังสือดูภาพ (221) เปิดหนงั สือดูภาพ (223) เปดิ หนงั สอื ดภู าพ
อยา่ งตอ่ เน่อื งนาน ด้วยตนเองอยา่ งต่อเนอื่ ง ด้วยตนเองอย่างต่อเน่ือง
ประมาณ 3-5 นาทหี รือ นานประมาณ 5-10 นานประมาณ 10-15
นาทีหรือจนจบ นาทีหรอื จนจบ
๓๐
ตัวบ่งชี้ สมรรถนะ
4.6 การคดิ ดา้ น ช้นั อนบุ าล 1 ช้ันอนุบาล 2 ช้ันอนบุ าล 3
คณิตศาสตร์ (3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
จนจบ โดยมีผู้ใหญ่ (222) มสี มาธิในการเลน่ (224) มีความต้งั ใจจดจอ่
ช่วยเหลือ หรือมคี วามตงั้ ใจจดจอ่ ใน และทากจิ กรรมหน่งึ ได้
(219) ฟงั คนอน่ื พดู การทากิจกรรมหน่ึงได้ อย่างต่อเน่อื ง 15-20
ข้อความส้ันๆ จนจบแลว้ อย่างต่อเนอื่ ง 10-15 นาทีหรือจนเสรจ็
โตต้ อบดว้ ยวาจาหรือการ นาทีหรือจนเสรจ็
กระทาจนจบ
(220) มีสมาธใิ นการเลน่
หรือมคี วามต้ังใจจดจ่อใน
การทากจิ กรรมหนึง่ ได้
อยา่ งต่อเนอ่ื ง 5-10 นที
หรอื จนเสร็จ
(225) พดู คาวา่ 1 ถึง (226) พูดคาว่า 1 ถงึ (235) หยบิ ของตาม
10 เรยี งลาดับได้โดยไม่ 20 เรียงลาดับได้โดยไม่ จานวน 6 ถึง 10 ไดแ้ ละ
จาเปน็ ต้องทราบ
ความหมาย จาเปน็ ต้องทราบ บอกจานวนไดอ้ ย่าง
ความหมาย ถูกต้อง
(227) อ่านตวั เลข 1 ถงึ (236) เรยี งลาดับตวั เลข
10 ได้ (ตวั เลขอารบคิ ) อารบิคจาก 1 ถึง 10 ได้
(228) หยิบของตาม (เชน่ โดยใช้บตั รตัวเลข
จานวน 1 ถงึ 5 ไดอ้ ย่าง พลาสติก/ไม)้
ถกู ต้อง (237) นับถอยหลัง
(229) หยิบของตาม เรยี งลาดับจาก 10 ไปถึง
จานวน 6 ถึง 10 ได้ 1
อย่างถกู ตอ้ ง (238) รวมสงิ่ ของ หรอื
(230) หยบิ ของตาม นบั นว้ิ รวมกนั โดยใช้
จานวน 1 ถงึ 5 ไดแ้ ละ จานวน 1-5 ได้(รวม 1
บอกจานวนได้อยา่ ง ครงั้ เช่น 1+2 / 5+5)
ถกู ต้อง (239) รวมส่งิ ของหรือ
(231) หกั ลบโดยนบั น้วิ นบั น้วิ รวมกนั โดยใช้
หรือสงิ่ ของออกจาก จานวน 1-10 ได้(รวม 1
จานวนไมเ่ กนิ 5 ได(้ หัก ครง้ั เชน่ 4+2 / 8+8)
ลบ 1 คร้ัง เช่น 5-3 / 4-
3)
๓๑
ตัวบง่ ชี้ สมรรถนะ
4.7 ความเขา้ ใจ ชน้ั อนบุ าล 1 ช้ันอนุบาล 2 ชั้นอนบุ าล 3
ปรากฏการณ์ และ (3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
วธิ ีการแสวงหา
ขอ้ เทจ็ จริง ทาง (232) บอกจานวน (240) บวกเลข 1 หลกั
วิทยาศาสตร์ สง่ิ ของท่ีเท่ากนั (เช่น หรอื 2 หลกั โดยไมต่ ้อง
ทด
ขนม 3 ชิ้น มจี านวน (241) หกั ลบโดยนับนว้ิ
เท่ากบั กล้วย 3 ลกู ) หรอื ส่ิงของออกจาก
(233) บอกจานวนท่ี จานวนไม่เกิน 10 ได้(
หักลบ 1 ครง้ั เชน่ 8-3 /
มากกวา่ หรอื นอ้ ยกว่า 6-2)
ของส่ิงของประเภท (242) เขยี นตวั เลขได้ 1-
เดียวกนั ภายในจานวน 5 10 (เลขอารบคิ )
(เชน่ สนุ ขั 5 ตัว มี
จานวนมากกวา่ สุนัข 2 (243) เขียนตวั เลขไทย
๑-๑๐ ได้
ตัว / ดนิ สอ 2 แท่ง มี (244) จัดสิ่งของเป็น
จานวนนอ้ ยกว่าดนิ สอ 5 จานวนคู่จานวนค่ภี ายใน
จานวน 10 ได้
แทง่ ) (245) บอกตวั เลขทีเ่ ป็น
(234) บอกจานวนของ เลขคู่และเลขค่ีภายใน
สิ่งของ หรือจานวนครั้ง จานวน 10 ได้
(246) บอกความคงท่ี
ของกิจกรรมในชีวติ - ของเลข 1 หลัก ที่เป็น
ประจาวนั ของตน (เช่น ผลรวมของเลข 2 จานวน
ไดห้ ลายแบบ (เชน่ เม่อื มี
แปรงฟนั อาบน้า กินข้าว การสลบั ท่ี 2+3 หรือ 3
ดืม่ นมวันละกีค่ รง้ั ) + 2 ก็เท่ากบั 5 การ
เปลี่ยนองค์ประกอบ
4+1 เทา่ กับ 3 + 2 )
(247) บอกช่ือสัตว์ต่างๆ (249) บอกชื่อตน้ ไม้ (253) บอกช่อื ผกั ตา่ งๆ
ไดอ้ ยา่ งน้อย 3 ชื่อ (เช่น ตา่ งๆ ไดอ้ ย่างนอ้ ย 3 ช่ือ ได้อยา่ งน้อย 3 ชือ่
แมว ไก่ นก) (250) บอกชอื่ ผลไม้ (254) บอกเล่าลาดบั ขัน้
(248) ทากจิ กรรมท่ี
เก่ียวกบั ส่ิงแวดลอ้ มที่มี ต่างๆ ไดอ้ ย่างนอ้ ย 3 ชื่อ ของพัฒนาการตาม
(251) บอกชือ่ และ ธรรมชาติโดยสังเขป ของ
อธบิ ายหนา้ ทีข่ องส่วน คน สตั วพ์ ืช เชน่ การ
๓๒
ตัวบง่ ช้ี สมรรถนะ
ชน้ั อนุบาล 1 ชน้ั อนบุ าล 2 ชั้นอนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
ชวี ิต (เชน่ ดูแลและให้ ต่างๆ ของรา่ งกายได้ เตบิ โตของพืช ของคน
อาหารสตั ว์รดน้าต้นไม้) โดยสงั เขปอยา่ งน้อย 3 (เชน่ เด็ก-ผใู้ หญ่-คนแก่ /
(261) บอกการปฏิบตั ิตวั อย่าง (เช่น ตาไวด้ หู ไู ว้ฟงั ) ไข่ เป็นไก่-นก- เป็ด /
ในเรอ่ื งการแต่งตวั หรอื (252) อธบิ ายลกั ษณะ เมล็ดพืชเปน็ ตน้ ไม้/ วงจร
การใช้อุปกรณท์ ี่เหมาะสม เฉพาะดา้ นรปู รา่ ง ทา่ ทาง ชีวิตกบ ผีเส้อื )
ในสภาพอากาศที่แตกต่าง พฤติกรรม และทอี่ ยู่ (255) บอกปจั จัยท่ีทาให้
อยา่ งน้อย 1 อย่าง อาศยั ของส่งิ ท่มี ชี ีวติ ได้ คน สตั ว์พืช เจรญิ เตบิ โต
(เชน่ รม่ กนั แดด เสอ้ื กัน อย่างน้อย 1 อย่าง (เช่น ต้นไมต้ อ้ งการนา้
ฝน เสือ้ กนั หนาว) (เช่น นกมีปีกอยบู่ น หรือ ปุย๋ / คนต้องการ
ตน้ ไม/้ ปลามหี างอยู่ใน อาหาร อากาศ และนา้ )
น้า) (256) บอกชอื่ และ
(262) บอกได้วา่ สงิ่ ของ อธบิ ายหนา้ ท่ีของสว่ น
ทาจากอะไรโดยสงั เขป ต่างๆของรา่ งกายได้
(เช่น ไม้เหล็ก พลาสตกิ โดยสงั เขปอย่างน้อย 6
แกว้ ฯลฯ) อย่าง
(263) บอกได้ถงึ การแปร (257) พดู ถึงหรอื ถาม
สภาพของน้า (เช่น เก่ียวกับการเปลี่ยนแปลง
น้าแขง็ ละลายเป็นนา้ / ของรา่ งกายบางสว่ นได้
น้าตม้ เดอื ดกลายเป็นไอ / (เชน่ ผมยาว เล็บยาว
น้าแชแ่ ขง็ กลายเปน็ ทาไมเป็นแผลแลว้ หายได้)
น้าแข็ง) (258) บอกได้วา่ ส่งิ ใดมี
(264) บอกชอื่ วตั ถุทจ่ี ม ชวี ิตและอธิบายลกั ษณะ
และลอยในน้าได้(เช่น ขัน ของสงิ่ ท่มี ชี วี ติ นั้นๆ ได้
ลอยในนา้ ถา้ ขันมีน้าจะ (เชน่ หายใจ ตอ้ งกนิ
จม) อาหาร)
(265) บอกช่อื และการ (259) บอกความ
ใช้งานของอุปกรณ์ต่างๆ แตกต่างระหวา่ งคน พชื
ในชีวติ ประจาวนั อย่าง สตั ว์
น้อย 3 ชือ่ (เชน่ ไม้ (260) บอกความสมั พนั ธ์
กวาด-กวาดบ้าน / ขัน- ระหว่างคน สัตว์พชื และ
ตักนา้ / จาน-ใส่ข้าว / สิง่ แวดล้อมทางกายภาพ
แกว้ -ใสน่ ้า / เคร่อื งใชใ้ น
บา้ น-ในครัว ในห้องน้า)
๓๓
ตัวบง่ ชี้ สมรรถนะ
ชัน้ อนบุ าล 1 ชัน้ อนบุ าล 2 ชั้นอนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
อ่นื ๆ (เช่น คนท้ิงขยะลง
น้า / น้าเน่า ปลาตาย /
ปลกู ตน้ ไมท้ าใหร้ ม่ รื่น)
(266) บอกส่งิ ที่ไม่มีชีวิต
ที่อยรู่ อบตวั อยา่ งน้อย 3
อยา่ ง (เชน่ หิน ดิน ทราย
ไม้น้า)
(267) บอกไดว้ ่าสง่ิ ใดจะ
เกดิ ขน้ึ เมอ่ื นาของอย่าง
น้อย 2 สงิ่ ผสมกัน (เชน่
ผสมแม่สี, ปรงุ อาหารโดย
มีสว่ นผสม)
(268) บอกสิง่ ทีเ่ ห็นบน
ท้องฟ้าได้อย่างนอ้ ย 3
อย่าง (เชน่ ดวงอาทติ ย์
ดวงจันทรเ์ มฆ สายร้งุ
ฝน ดาว)
(269) ชท้ี ิศทางท่ีดวง
อาทิตยข์ ้นึ และตก
(270) บอกช่ือเครอื่ งมือ
เครอ่ื งใช้ที่เป็นเทคโนโลยี
ในชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ย่าง
นอ้ ย 3 ชือ่ (เชน่ โทรศัพท์
(บ้าน มอื ถือ สาธารณะ)
คอมพวิ เตอร์โทรทศั น์
ต้เู ย็น พดั ลม วิทยุ)
4.8 ความเขา้ ใจเกย่ี วกับ (271) บอกชือ่ จริงหรอื (284) บอกไดว้ ่าตนเป็น (276) บอกลกั ษณะบาง
ประการของสมาชกิ ใน
สังคมรอบตัว ชื่อเลน่ ของพอ่ แม่ พี่น้อง คนไทย พดู ภาษาไทย ครอบครัวได้(เช่น คุณตา
หรอื ภาษาท้องถิน่ ผมขาว ใสแ่ วน่ / คณุ ยาย
(272) ใช้คาที่ถกู ตอ้ งใน (285) บอกชื่ออาหาร
ชอบไปวัด)
การเรียกสมาชิกภายใน ประจาในทอ้ งถ่นิ ของตน
ได้อยา่ งนอ้ ย 3 อยา่ ง
ครอบครัว (เช่น ปยู่ า่ ตา
ยาย ลงุ ปา้ น้า อา ฯลฯ)
๓๔
ตัวบง่ ช้ี สมรรถนะ
ช้ันอนุบาล 1 ชนั้ อนบุ าล 2 ชน้ั อนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
(273) บอกได้วา่ สมาชกิ (277) บอกไดว้ า่ ตนเอง
ในครอบครวั ใครเป็น เปน็ ส่วนหน่ึงของสมาชิก
ผู้ชาย ใครเป็นผูห้ ญงิ ในครอบครัว (เช่น หนู
(274) เล่นบทบาทสมมติ เป็นลกู คนเลก็ ของพ่อแดง
เป็นสมาชกิ ในครอบครวั / บ้านเรา...ใจดีทุกคน)
(เชน่ เลน่ พอ่ แมล่ ูก) (278) วาดรูป
(275) เลา่ ถึงการมีสว่ น “ครอบครัวของฉนั ” หรือ
ร่วมในกิจวัตรของ “บ้านของฉนั ” ได้
ครอบครวั ใหผ้ อู้ ่ืนฟังได้ (279) บอกไดว้ ่า
(280) บอกชือ่ ครูได้ ครอบครัวของตนเอง
(281) ช้ธี งชาตไิ ทยได้ เปรยี บเทียบกบั เพื่อนบาง
ถกู ตอ้ ง คน หรือของผอู้ น่ื มี
(282) บอก หรือ เลน่ สมาชกิ ในครอบครวั ท่ี
บทบาทสมมติเป็นอาชพี ตา่ งกนั อย่างไร (เชน่ บา้ น
ไดอ้ ยา่ งน้อย 2 อาชีพ เราไมม่ คี ณุ ยาย / บ้าน...
(เช่น เลน่ เปน็ อาชพี ครู/ ไม่มคี ณุ พอ่ มีแตค่ ุณแม่)
เปน็ ผปู้ ระกาศข่าว/คนขับ (286) บอกได้วา่ ส่ิงใด
รถไฟ) เป็นของตน ครอบครัวตน
(283) มสี ว่ นรว่ มใน และสง่ิ ใดเป็นของผูอ้ ่นื
กจิ กรรมที่สง่ เสรมิ การ (เชน่ ผา้ เช็ดหนา้ ผนื นเ้ี ป็น
พง่ึ พาอาศยั ซึง่ กันและกนั ของเพ่ือน/มะมว่ งต้นนี้
ภายในชุมชนโดยมผี ู้ใหญ่ เปน็ ของบ้านหนู/ ต้นนัน้
ชว่ ย (เชน่ ร่วมงาน เปน็ ของบ้านอื่น)
ทาบญุ /เก็บใบไมร้ อบ (287) บอกบทบาทและ
สนาม/ช่วยเก็บของ) การงานอาชพี ของคน
ตา่ งๆในชมุ ชน (เชน่
พ่อค้าขายของ / บรุ ษุ
ไปรษณีย์ สง่ จดหมาย /
หมอรกั ษาคนปว่ ย / ครู
สอนหนังสือ / พนกั งาน
กวาดถนน)
(288) บอกได้วา่ คน 1
คน สามารถมีหลาย
๓๕
ตวั บง่ ช้ี สมรรถนะ
ชน้ั อนุบาล 1 ชน้ั อนบุ าล 2 ชัน้ อนบุ าล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
4.9 มลภาวะและการ (295) ขับถา่ ยใหเ้ ป็นท่ี (296) บอกผลท่เี กดิ ขนึ้ บทบาท หลายหน้าท่ี เรา
รกั ษาสงิ่ แวดล้อม และใชห้ อ้ งนา้ อยา่ งถกู วิธี จากการรักษาและการ เป็นสมาชิกของหลาย
กล่มุ ได้(เชน่ เปน็ พอ่ เปน็
ทาลายส่ิงแวดลอ้ ม (เชน่ ลุง เป็นตารวจ )
(289) บอกได้ว่าใครมี
ความสามารถในดา้ น
ใดบ้าง (เชน่ คุณปา้ ทา
ขนมอร่อย / แมค่ ้ารา้ นนี้
ทาขนมช้นั อรอ่ ย / คุณลงุ
คนนั้นซอ่ มรถ)
(290) บอกวนั สาคญั ของ
ชาตอิ ย่างน้อย 2 วนั
(291) บอกวนั สาคญั ทาง
ศาสนาของตน อย่างน้อย
1 วนั
(292) บอกได้วา่ ภาษา
พูดท่ไี ด้ยนิ เปน็ ภาษาของ
ตนหรอื ภาษาอ่ืน
(293) บอกไดว้ ่าเครอ่ื ง
แตง่ กายแบบใดเป็นของ
ชาตใิ ด ทอ้ งถนิ่ ใด (เช่น
กิโมโน ชุดไทย ชุดจนี
ชุดชาวเขา)
(294) บอกไดว้ ่าใน
ชุมชนมสี ถานท่ีสาคัญ
อะไรบ้าง (โรงเรียน
โรงพยาบาล ตลาด วดั )
ต้ังอยู่ไกลหรือใกล้บา้ น
(297) ช่ืนชมหรอื เล่าถึง
ความสุขเมือ่ ได้สมั ผัสกับ
ธรรมชาติ(เชน่ น่งั ใต้
ตน้ ไม้มองดูฝนตกมองดู
๓๖
ตวั บง่ ชี้ สมรรถนะ
4.10 ความเขา้ ใจ ชัน้ อนุบาล 1 ชั้นอนบุ าล 2 ชัน้ อนบุ าล 3
เกีย่ วกบั คณุ ค่าเชิง (3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
เศรษฐกิจ
ปลกู ต้นไมท้ ้งิ ขยะ ไม่เป็น ดวงจนั ทรเ์ หน็ ดอกไม้
ท่ี) บาน)
(298) ไมท่ าลาย
ธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม
(เช่น หักก่ิงไมเ้ ด็ดดอกไม้
เก็บเปลอื กหอย ก้อนหิน
ไม่ปสั สาวะหรอื บ้วน
นา้ ลายลงในท่ีสาธารณะ)
(299) บอกได้ว่าจะ
หลีกเล่ียงหรอื ป้องกัน
ตนเองจากบรเิ วณท่ีเปน็
มลภาวะ (เชน่ ปิดปาก
และ จมกู เม่อื เจอควนั ปดิ
หเู มอ่ื เสยี งดัง)
(300) แสดงพฤติกรรม (301) บอกไดว้ ่าเงนิ ใช้ (305) บอกได้วา่ เปน็
การเก็บออมเพอื่ อนาคต สาหรบั แลกเปลยี่ นส่งิ ของ เหรียญ 1 บาท 5 บาท
(เช่น ไมใ่ ชเ้ งนิ จนหมด ไม่ และ/หรือบริการ 10 บาท ได้
ตกั อาหาร/นา้ เกนิ กว่าที่ (302) บอกได้วา่ จะได้ (306) บอกไดว้ า่ เลอื กส่งิ
ตนจะรบั ประทานหมด ไม่ เงนิ ด้วยการทางาน หนึ่งจะไมไ่ ดอ้ กี สง่ิ หน่ึง
หยบิ ของมามากกว่าที่ ประกอบอาชพี สุจริต
จาเป็นต้องใช้) (303) ใช้นา้ และไฟอยา่ ง
ประหยดั (เชน่ ปิดน้าให้
สนิทเม่ือใช้เสรจ็ ไมเ่ ปิดไฟ
หรือโทรทัศนท์ ้ิงไว้)
(304) บอกได้ถงึ
ความสาคัญของการ
แบง่ ปนั เก้ือกลู ทรพั ยากร
ระหวา่ งกนั (แบง่ กนั กิน
แบ่งกันใช้ช่วยกนั สร้าง)
๓๗
สมรรถนะ พฒั นาการดา้ นภาษา สมรรถนะ
ตัวบง่ ชี้
ชั้นอนบุ าล 1 ชน้ั อนุบาล 2 ช้นั อนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
5.1 การเขา้ ใจและการ (307) นาคาท่ีไดเ้ รยี นรู้ (308) เลอื กใชค้ าศพั ท์ (312) บอกได้วา่ สิง่ ใดอยู่
ใชภ้ าษา
ใหมม่ าใชใ้ น ตา่ งๆ ได้อย่างถูกต้องตาม ใกลส้ ่งิ ใดอยู่ไกล เม่อื
ชวี ิตประจาวัน ความหมายที่ต้องการ เปรียบเทียบของ 2 ส่งิ ท่ี
(317) พดู เปน็ ประโยคท่ี โดยเฉพาะคาท่ีใช้ใน อยู่ระยะต่างกนั
มี 3-4 คาโดยมีคานาม กจิ วตั ร (เช่น แปรงฟนั (313) บอกคาทม่ี ี
และกรยิ า (เช่น หนจู ะหา อาบน้า สระผม กินข้าว) ความหมายเหมือนกัน
แม่ / จะกินข้าว / หนูอม่ิ (309) บอกคาทมี่ ี (เช่น หมา กับ สนุ ขั / กนิ
แลว้ / จะไปไหน) ความหมายตรงกนั ข้าม กบั รบั ประทาน /
(318) พูดเป็นประโยคท่ี (เช่น มดื กับ สว่าง / ร้อน ฉ่ี กบั ปัสสาวะ /
มี 5-6 คาขน้ึ ไปอย่าง กับ หนาว / ซ้าย กบั ขวา เยอะ กับ มาก)
ถูกตอ้ ง (เช่น แม่ไป- / หอม กับ เหมน็ ) (314) ถามความหมาย
ซ้อื ของทต่ี ลาดนัด) (310) ใช้คาที่แสดง ของคาท่ตี นไมร่ หู้ รอื ไม่
(320) ทาตามคาสงั่ หรือ ตาแหนง่ แหล่งที่ (เชน่ แนใ่ จ
คาบอกทมี่ ีลักษณะ 2 ขา้ งหน้า หลัง บน ใต้ใน (315) ใชค้ าทแ่ี สดง
ขัน้ ตอนตอ่ เน่อื งกนั ได้ นอก ข้างๆ ถดั ไป ติดกัน คุณลกั ษณะเพอ่ื อธิบาย
(เช่น เอาถว้ ยไปไวใ้ นอ่าง ดา้ นหน้า ด้านหลัง รายละเอยี ดเพมิ่ เตมิ (เช่น
หยิบเสอ้ื มาให้แม่) ระหวา่ ง) ตุ๊กตาสีชมพสู วยดี/ เสือ้ สี
(321) ทาตามคาส่งั หรอื (311) บอกไดว้ ่าสง่ิ ใด แดงตวั ยาว / เดนิ ช้าๆ /
คาบอกทมี่ ีลักษณะ 3 หนกั กวา่ เมอื่ ยกของ 2 สิง่ น้าเยน็ ฯลฯ)
ขัน้ ตอนต่อเนอ่ื งกนั ได้ เปรียบเทยี บกัน (316) อธบิ ายคาง่ายๆ
(เชน่ เอาถ้วยท่ีอยูบ่ นโตะ๊ (319) อธบิ าย เลา่ เร่ือง ได(้ เชน่ แมวเปน็ …....)
ไปไว้ในอ่างแลว้ กลบั มานง่ั โดยใชอ้ ยา่ งน้อย 4 (324) จับใจความและ
ท่)ี ประโยคต่อกันตามลาดับ เลา่ ต่อไดเ้ มื่อไดฟ้ ังนิทาน
(322) เม่ือมีผู้พดู ด้วย เหตกุ ารณ์ หรอื เร่อื งเล่าด้วยคาพูด
ตอบสนองด้วยคาพูดหรอื ของตนเอง
พฤตกิ รรมทต่ี รงเรือ่ ง (325) จับใจความได้
(เชน่ ใครอยากด่มื นา้ ยก ถกู ตอ้ ง ในเรอื่ งท่ฟี ัง
มอื ขึน้ ) และ/หรอื ดแู ล้วพูดหรอื
(323) รว่ มวงสนทนา มี ถามคาถามท่ีเหมาะสมกบั
ส่วนรว่ มทง้ั เปน็ ผ้ฟู งั และผู้ เรือ่ ง
พดู โดยใช้ภาษาท่ีสือ่
ความไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๓๘
ตัวบ่งช้ี สมรรถนะ
ช้นั อนบุ าล 1 ช้ันอนุบาล 2 ชั้นอนบุ าล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
5.2 การสอื่ ความหมาย (326) ฟังนิทานหรือฟัง (328) ชอบฟังนิทานและ -
คนอา่ นหนังสือได้นาน 5 พูดถงึ บางตอนทีช่ อบเป็น ๓๙
นาที พเิ ศษบอ่ ยๆ
(327) บอกความ (329) ฟังเสียงพดู
ต้องการ ความรสู้ กึ ความ (นา้ เสยี ง) และบอกความ
คดิ เห็นของตนเองได้ แตกตา่ งของน้าเสียงว่าผู้
(334) ทาตามคาสง่ั ที่ พดู มคี วามรู้สกึ หรือมี
เปน็ ทา่ ทางของผู้ใหญไ่ ด้ ความตอ้ งการอยา่ งไร
(เช่น เดินไปหาเมอ่ื ผู้ใหญ่ (เช่น พูดเสยี งดงั เสียงดุ
กวกั มอื ) เสียงชน่ื ชม นา้ เสียง
(335) ทาท่าทางต่างๆ ออ่ นโยน เสียงขู่)
เพื่อสอื่ ความหมาย (เชน่ (330) เล่าเรื่องเหตกุ ารณ์
ยมิ้ ทกั ทาย สา่ ยหนา้ เพอ่ื ทีต่ นมีประสบการณ์ให้
ปฏิเสธ ยกมอื เพ่ือขอ ผอู้ ืน่ ฟงั เข้าใจได้
อนญุ าต) (331) เรม่ิ การสนทนาท่ี
ต่อเนือ่ งด้วยคาถามหรอื
คาบอกเลา่
(332) พูดชดั ถ้อยชัดคา
และอาจออกเสียงไม่ชัด
ในเสยี ง “ล” “ร”
(333) รูจ้ ักปรับวธิ กี าร
สอื่ ความหมายดว้ ยภาษา
พดู ใหเ้ หมาะสมกับผฟู้ งั
(เช่น พดู กบั น้อง พดู กับ
ครพู ูดกบั เพ่อื น)
(336) บอกความรูส้ กึ
ของผอู้ ื่นเมอื่ เห็นสีหน้า
ท่าทาง ( เช่น โกรธ กลัว
ตกใจ เสยี ใจ ดีใจ)
(337) บอกความหมาย
หรอื สิ่งท่คี วรทาเม่ือเห็น
สญั ญาณ หรอื สัญลักษณ์
ตา่ งๆ ที่ใช้ใน
ตัวบง่ ช้ี สมรรถนะ
5.3 การอ่านและการ ชน้ั อนุบาล 1 ช้นั อนุบาล 2 ชั้นอนบุ าล 3
เขียน (3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
ชีวติ ประจาวัน (เช่น
สญั ญาณจราจร ไฟเขยี ว
ไฟแดง ทางม้าลาย ป้าย
บอกหอ้ งนา้ หญิง/ชาย)
(338) วาดรูปหรือเลอื ก
รปู เพ่ือสอื่ ความหมายโดย
ใชส้ ัญลักษณ์(เช่น วาดรปู
สัญลักษณ์ แสดงอารมณ์
ตา่ งๆ เช่น ความรัก)
(339) หยิบหนงั สอื มา (342) กวาดสายตาและ (346) ชีต้ วั พยญั ชนะได้
พลกิ ดแู ละทาทา่ อา่ น ใช้นิว้ ชี้จากซา้ ยไปขวาเม่ือ 5 ตัว เม่อื ถาม (เช่น ก ไก่
หนงั สือ
เปิดหนงั สอื และทาท่า อยทู่ ่ไี หน / ช้ตี ัว ช ช้าง)
(340) เปิดหนังสอื ทีม่ ี
ภาพประกอบโดยไม่กลับ อ่าน (347) อา่ นออกเสียง
หวั
(343) เปดิ หนังสือท่มี ี พยญั ชนะได้ 5 ตวั (เช่น
(341) เปดิ หนังสอื ท่ีมี
ภาพจากหนา้ ไปหลัง ภาพจากหน้าแรก เม่อื ช้ีตวั ก ก็อ่านได้ว่า
(358) ร่วมเล่นเกมการ เรียงลาดบั ไปยังหน้า กอ หรือ กอ ไก่ )
เขียนตัวอักษรดว้ ยนิ้วใน
อากาศ สุดท้าย (348) อ่านออกเสยี ง
(344) บอกได้ว่าตัวใด พยัญชนะได้ถกู ต้องเปน็
เปน็ ตัวเลขและตวั ใดเปน็ ส่วนใหญ่
ตวั หนงั สอื (349) ชีบ้ อกพยญั ชนะท่ี
(345) ถามคาหรอื ชือ่ บน จาได้ในคาต่างๆ อย่าง
สง่ิ ของที่ใชใ้ นชีวติ - น้อย 10 ตัว
ประจาวัน (เช่น ชือ่ หนงั - (350) อ่านทีละบรรทัด
สือบนปก ชอ่ื บน-กล่อง จากบนลงมาล่าง โดยไม่
นม / ขนม) เน้นการอ่านถูกตอ้ ง
(359) ขอให้ผู้ใหญ่เขียน (351) ชช้ี อ่ื หรอื ช่ือเล่น
คาทต่ี ้องการให้ดู ของตนทีเ่ ปน็ ตัวพิมพ์/
(360) ขีดเขียนเส้น ตัวเขียนบรรจงได้
ลกั ษณะต่างๆ ตาม (352) อ่านคาง่ายๆ หรือ
ต้นแบบทเี่ หน็ โดยมีผู้ใหญ่ ชอื่ ตนเอง ได้(เชน่ ชื่อเล่น
ช่วยแนะ (เช่น เสน้ ตรง หรอื ชอื่ จริงของตนเอง
เสน้ เฉียง โคง้ หยัก คลืน่ )
๔๐
ตัวบ่งชี้ สมรรถนะ
ช้ันอนบุ าล 1 ชั้นอนุบาล 2 ช้นั อนบุ าล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
หรือคาวา่ หมา บ้าน พ่อ
แม)่
(353) ถามเก่ยี วกบั
เนือ้ หาสาระของขอ้ ความ
ท่พี มิ พ์หรอื เขียน (เช่น
จดหมาย หนงั สอื พิมพ์
ฉลากตา่ งๆ)
(354) บอกประเภท
สงิ่ พมิ พต์ ่างๆ ท่พี บเห็น
อย่างนอ้ ย 2 ประเภท
(เช่น หนังสอื พิมพ์
ใบโฆษณา หนังสือนทิ าน
หนงั สือการ์ตูน)
(355) บอกช่ือหนังสอื ที่
ตนชอบได้อย่างน้อย 2
เรอื่ ง (เชน่ หนูน้อยหมวก
แดง ลกู หมีเลน่ กบั พอ่ หมู
3 ตัว)
(356) พดู ให้ความเห็น
เกย่ี วกับเรอื่ งราวใน
หนงั สอื ทม่ี ีภาพประกอบ
ที่ตนอา่ น ว่าชอบ ไม่ชอบ
หรอื สนใจส่วนไหนของ
เรอื่ ง
(357) อา่ นหนังสือที่มี
ภาพอยา่ งตอ่ เนอื่ งจนจบ
และเล่าได้วา่ เป็นเรื่อง
อะไร
(361) ขีดเขียนเสน้
ลักษณะตา่ งๆ ตาม
ต้นแบบ ที่เหน็ ด้วยตนเอง
(เชน่ เสน้ ตรง เสน้ เฉียง
โค้ง หยกั คลนื่ )
๔๑
ตวั บง่ ชี้ สมรรถนะ
ชัน้ อนุบาล 1 ชัน้ อนบุ าล 2 ช้นั อนบุ าล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
(362) เขียนคาง่ายๆ
ตามตน้ แบบ (เช่น แม่กา
งู)
(363) บอกความ
แตกตา่ งของชดุ พยญั ชนะ
ท่คี ล้ายกัน (เชน่ ก ภ ถ /
ข ช / บ ป ษ / พ ฟ ฬ)
(364) เขียนชื่อตนเอง
หรอื ช่ือเลน่ (ผดิ ได้บา้ ง)
(365) เขยี นชอื่ พอ่ แม่
หรือชื่อเพอ่ื น (ผดิ ได้บา้ ง)
(366) เขียนตวั อักษร
งา่ ยๆ บางตัวได้ตามคา
บอก อย่างน้อย 5 ตัว
(เชน่ ก ข ค ง)
(367) เขียนประโยค
ง่ายๆ (ท่ีมคี าประธาน
กริ ิยา เปน็ อย่างน้อย เช่น
นกบนิ พอ่ กินขา้ ว)
(368) วาดรปู และเขยี น
คาที่เหมาะสม (เช่น ใน
บัตรอวยพรตา่ งๆ เชน่ วนั
พอ่ วนั แม่ ปใี หม่)
(369) เขียน อธิบายสง่ิ ท่ี
ตนวาดหรอื เขียนใหผ้ ู้อ่ืน
เข้าใจได้
๔๒
สมรรถนะ พัฒนาการด้านจริยธรรม สมรรถนะ
ตวั บ่งชี้
ชน้ั อนบุ าล 1 ชน้ั อนุบาล 2 ชั้นอนบุ าล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
6.1 การมีวินัยในตนเอง (370) ใหค้ วามร่วมมอื (383) ควบคุมตนเองให้ -
ในการทากิจวตั รเพอ่ื ให้ไป ทางานจนเสร็จ แมว้ า่ จะมี
โรงเรียนทนั ส่งิ เร้าให้ไปทาอยา่ งอื่น
(371) ไม่แสดงความ (เชน่ เพอื่ นชวน ไปเลน่
กา้ วรา้ วดว้ ยการทารา้ ย / เสียงเพ่อื นคุย / เสยี ง
ตนเอง หรือทาลายข้าว โทรทัศน์)
ของตนเอง โดยผใู้ หญ่
ช่วยเหลอื แนะนาใหม้ ี
พฤติกรรมท่ีเหมาะสม
(373) เชือ่ ฟังและปฏบิ ัติ
ตามกฎระเบยี บของ
โรงเรียน (เช่น ขออนญุ าต
ไปหอ้ งนา้ ไมพ่ ดู แซงครู
ฯลฯ)
(374) ทาตามกฎกตกิ า
เมอ่ื เล่นเกม
(375) อดทนรอคอยท่ีจะ
ได้สง่ิ ท่ีต้องการ (เชน่
ทางานจนเสรจ็ แลว้ จึงไป
เลน่ รอรบั ของ โดยไม่
แยง่ ของจากมอื )
(376) เขา้ แถวตามลาดับ
กอ่ นหลังโดยไมแ่ ซงคิว
(377) ทาตามธรรมเนียม
ของบ้าน (เช่น ถอด
รองเท้าก่อนเข้าบา้ น / ไม่
กนิ อาหารในห้องนอน /
ไปลามาไหว้)
(378) ทาตามสัญญา
หรอื ขอ้ ตกลงงา่ ยๆ
๔๓
ตัวบง่ ชี้ สมรรถนะ
ช้นั อนบุ าล 1 ชนั้ อนบุ าล 2 ชน้ั อนบุ าล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
(379) ทาตามคาแนะนา
และคาขอรอ้ งของพ่อแม่
ญาติผ้ใู หญ่
(380) ทาตามคาแนะนา
และคาขอรอ้ งของครู
(381) แสดงความ
รับผิดชอบโดยทาสิง่ ท่ี
ได้รับมอบใหท้ าในระยะ
สั้นๆ
(เชน่ จดั เรยี งรองเทา้ จดั
โต๊ะ แจกสมดุ )
(382) แสดงความ
รับผดิ ชอบโดยทาสิง่ ท่ี
ได้รับมอบให้ทาในวัน
ถดั ไป (เชน่ ให้เอาใบไม้
รปู ครอบครวั มาจากบ้าน)
6.2 การพัฒนาเก่ยี วกับ (384) แสดงความ (390) บอกได้วา่ การทา (391) พฤตกิ รรมหรอื
ความรู้ผิดชอบชวั่ ดี ออ่ นโยนตอ่ เพือ่ นและ รา้ ยคนหรือสตั ว์ในนทิ าน ภาษาที่สะทอ้ นความรู้สึก
สตั ว์(เช่น ใหอ้ าหารสัตว์/ หรอื เหตกุ ารณท์ ่ีพบเหน็ ผิดชอบชวั่ ดี
สมั ผัสอย่างอ่อนโยน / เป็นสงิ่ ไม่ดี (392) แสดงความชนื่ ชม
ปลอบเพื่อน / ชว่ ยเพ่อื น ในความสามารถ ผลงาน
ทีห่ กลม้ ) หรอื ความสาเร็จของผอู้ ่นื
(385) ไม่เอาของคนอนื่ ดว้ ยตนเอง (เชน่ เอย่ ชม
มาเป็นของตน ตบมือ)
(ความสามารถนค้ี ่อยเป็น (393) ภูมิใจและเลือกที่
ค่อยไปตามระดับอายุ จะทาในส่งิ ทด่ี มี ีประโยชน์
เช่น เกบ็ ของเพื่อนไดเ้ อา ตอ่ ตนเองและสว่ นรวม
ไปคนื เพอ่ื นหรือครูไม่ (เชน่ ช่วยแม่ ทางานบา้ น
หยิบของจากรา้ นค้าโดย พูดจาไพเราะ ขยนั
ไมซ่ อ้ื ) ประหยัด)
(386) ไม่ก้าวร้าว แกลง้
หรอื ทาร้ายคนและสัตว์
๔๔
ตัวบง่ ช้ี สมรรถนะ
ช้นั อนุบาล 1 ชน้ั อนุบาล 2 ชนั้ อนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
อ่นื และไม่ทาลายส่ิงของ
ต่างๆ
(387) กินหรือใช้สง่ิ ตา่ งๆ
ตามคณุ คา่ หรอื ประโยชน์
ไม่ท้งิ ขว้างให้สนิ้ เปลอื ง
หรอื เลอื กตามความแพงที่
ฟุ้งเฟ้อตามโฆษณา โดยมี
ผใู้ หญ่แนะนา
(388) แสดงความรัก
และมนี า้ ใจตอ่ พอ่ แม่
ญาติพี่น้อง ดว้ ยตนเอง
(เช่น แบง่ ของท่ีชอบให้
ชว่ ยถือของ หรอื หยิบของ
ทใี่ ช้ประจาให้โดยไมต่ อ้ ง
ขอ)
(389) แสดงความชนื่ ชม
ในความสามารถ ผลงาน
หรือความสาเร็จของผู้อ่ืน
โดยมีผู้ใหญช่ ว่ ยแนะนา
(เช่น เอย่ ชม ตบมือ)
๔๕
สมรรถนะ พฒั นาการดา้ นการสร้างสรรค์ สมรรถนะ
ตัวบ่งชี้
ชนั้ อนบุ าล 1 ชัน้ อนุบาล 2 ชนั้ อนุบาล 3
(3-4 ขวบ) (4-5 ขวบ) (5-6 ขวบ)
7.1 ศิลปะการแสดง (394) สนใจด้วยการ (402) บอกได้ว่าเพลง 2 (404) สร้างทานองและ
ตัง้ ใจฟังเพลง หรอื ดนตรี เพลงจงั หวะตา่ งกนั (เช่น เนอ้ื เพลงเองได้หรือใช้
(395) ร้องเพลงไดบ้ าง เพลงชา้ เพลงเร็ว) ทานองท่รี ูจ้ ักแต่งเน้อื ใหม่
ตอน โดยมีผู้ใหญช่ ว่ ย (403) ราหรอื เต้นกับ (405) บอกช่ือเพลงที่
(396) เลน่ เครอ่ื งดนตรี ดนตรที ้องถิ่น (เชน่ ราวง ตนเองชอบได้อย่างน้อย
หรือเคร่ืองเคาะจังหวะ ราไทย เต้นระบา 5 เพลง
แบบงา่ ยๆ พื้นเมอื ง) (410) พูดและแสดง
(397) รอ้ งเพลงพร้อม (408) เล่าเรื่องตาม บทบาทสมมติหรอื ละคร
กบั เพ่ือนหรือผใู้ หญ่ จินตนาการโดยใช้สือ่ ตอ่ หน้าผู้ชมดว้ ยตนเอง
(398) ร้องเพลงกบั ต่างๆ ประกอบ (เชน่ ห่นุ
เพื่อนๆ หรอื รอ้ งเปน็ กลมุ่ เครอ่ื งแต่งกาย )
อย่างถูกจงั หวะ (409) พูดและแสดง
(399) ทาเสียงดนตรดี ว้ ย บทบาทสมมติหรือละคร
เสยี งของตนเอง หรือจาก ตอ่ หน้าผชู้ มโดยมีผใู้ หญ่
อุปกรณ์(เช่น ตีกลอง ช่วย
เคาะกระป๋อง เขย่ากล่อง
ใสท่ รายทที่ าเองหรือ
ผู้ใหญช่ ่วยทา ฯลฯ)
(400) ทาทา่ ทางตาม
จนิ ตนาการประกอบ
ดนตรีด้วยตนเองได้
(401) เตน้ หรือเคล่อื น-
ไหวร่างกายตามที่ชว่ ยกนั
กาหนดสอดคล้องกบั
ดนตรีและเนือ้ เพลง
(406) แสดงท่าทางหรอื
บทบาทสมมติต่างๆ ตาม
จินตนาการได้ (เชน่ เปน็
พอ่ แม่ / ครู/ สตั วต์ ่างๆ)
(407) ทาเสยี งหรอื
ท่าทางเลยี นแบบตวั ละคร
(เชน่ เป็นสัตว์/ คน หรอื
๔๖