The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by punza121, 2020-10-29 05:17:12

โครงการเน้ต

intro

การพฒั นาระบบการ ยมื -คนื โครงการวชิ าชพี ด้วย Google Form

Development of Backs Project Borrowing-Returning System
By Google Form

QR Code QR Code
รปู เล่ม ชน้ิ งาน

นายธติ วิ ัฒน์ ยวดยิง่ รหัสนกั ศกึ ษา 6232040038
นายอภิชาติ สุพรรณ์ รหัสนักศึกษา 6232040052

โครงการนเ้ี ป็นสว่ นหนึง่ ของรายวิชาโครงการ รหัสวิชา (3204-8501)
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2563
สาขาวชิ าเทคโนโลยีธุรกจิ ดจิ ิทลั
วิทยาลัยเทคนิคระยอง

การพฒั นาระบบการ ยมื -คนื โครงการวชิ าชพี ด้วย Google Form

Development of Backs Project Borrowing-Returning System
By Google Form

QR Code QR Code
รปู เล่ม ชน้ิ งาน

นายธติ วิ ัฒน์ ยวดยิง่ รหัสนกั ศกึ ษา 6232040038
นายอภิชาติ สุพรรณ์ รหัสนักศึกษา 6232040052

โครงการนเ้ี ป็นสว่ นหนึง่ ของรายวิชาโครงการ รหัสวิชา (3204-8501)
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2563
สาขาวชิ าเทคโนโลยีธุรกจิ ดจิ ิทลั
วิทยาลัยเทคนิคระยอง



บทคดั ยอ่

การจัดทาโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1)เพื่อสร้างระบบการ ยืม-คืน โครงการวิชาชีพ
โดยใช้โปรแกรม Google Forms (2)เพื่ออานวยความสะดวกในการ ยืม-คืน โครงการวิชาชีพ
โดยใช้โปรแกรม Google Forms (3)เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้ระบบ ยืม-คืน โครงการวิชาชีพ
โดยใช้โปรแกรม Google Forms

ปัจจุบันเทคโนโลยีมีความจาเป็นต่อการดารงชีวิตประจาวันของมนุษย์ทั้งในด้านการติ ดต่อ
สื่อสารการทางานหรือด้านการเรียนการสอนและช่วยพัฒนาระบบการทางานต่างๆที่มีความซ้าซ้อน
ให้สามารถใช้งานได้สะดวกมากขึ้น จึงนาเทคโนโลยีคิวอาร์โค้ดมาช่วยให้การยืมคืนเกิดความสะดว ก
มากยง่ิ ขึน้ โดยใชโ้ ปรแกรม Google forms เข้ามาช่วยในการทาแบบการ ยมื -คนื โครงการวชิ าชพี

ผลของโครงการในการประเมินครั้งนี้ได้กลุ่มประเมินจากการเข้าร่วมระบบการ ยืม-คืน
โครงการวิชาชีพ โดยใช้โปรแกรม Google Forms โดยผู้ประเมินดาเนินการวิเคราะห์ข้อมูลและ
แปลความหมายตามลาดับ ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปผู้ตอบแบบประเมินจานวน 218 คนจาแนก
ตามเพศ เพศชายคิดเป็นร้อยละ 38.50 เพศหญิงคิดเป็นร้อยละ 61.50 ของประชากรทั้งหมด
จานวนร้อยละของผู้ตอบแบบประเมิน จาแนกตาม อายุ 15-18 ปี คิด เป็นร้อยละ 63.10 อายุ 19-21 ปี
คิดเป็นร้อยละ 35.50 อายุ 21 ปีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ 1.40 ของประชากรทั้งหมด จานวนร้อยละ
ของผู้ตอบแบบประเมิน จ าแนกตามระดับชั้น ปวช. คิดเป็นร้อยละ 62.80 ระดับชั้นปวส.
คิดเป็นร้อยละ 36.20 ระดับชั้นปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 1.00 จานวนร้อยละของผู้ตอบแบบ
ประเมิน ตอนที่ 2 ความพึงพอใจในด้านต่าง ๆ ของโครงการจากการศึกษาข้อมูลความพึงพอใจขอ
นักเรียนนักศึกษาต่อโครงการ ด้านกราฟิก ด้านเนื้อหา และด้านประโยชน์ที่ได้รับ ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ
ผู้ตอบแบบประเมินจานวน 218คนและให้กลุ่มประเมินที่ได้ไปประสิทธิภาพโดยใช้การหา
ค่าเฉลี่ย ( ̅) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) จากการศึกษาข้อมูลความพึงพอใจของนักเรียน
นักศึกษาต่อโครงการ ด้านกราฟิก ด้านเนื้อหา และด้านประโยชน์ที่ได้รับ รวม 3 ด้าน โดยรวมนักเรียน
นกั ศึกษามคี วามพงึ พอใจในระดบั มากท่สี ุด



กิตติกรรมประกาศ

โครงการนี้สำเร็จได้ด้วยดี เน่ืองจากได้รับความเมตตา การช่วยเหลืออย่างดียิ่งของ
อาจารย์อุทัย ศรีษะนอก หัวหน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลท่ีให้การสนับสนุนในการจัดทำ
โครงการ และแนะนำขอ้ คิดเหน็ ต่าง ๆ จงึ ใคร่ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสงู ณ โอกาสนี้

ขอขอบพระคุณท่าน อาจารย์วิทูล เยื่องอย่าง ครูผู้สอนรายวิชาโครงการท่ีปรึกษาด้าน
วิชาการและการจดั ทำโครงการใหค้ ำแนะนำและข้อคดิ เหน็ ต่าง ๆ ของการทำงานมาโดยตลอด

ขอขอบพระคุณท่าน อทุ ัย ศรีษะนอก ครูที่ปรึกษาโครงการด้านการจัดทำโครงการและให้
ความรู้เกี่ยวกับการสร้าง Google Form เร่ืองการพัฒนาระบบการ ยืม-คืน โครงการวิชาชีพ
ดว้ ยโปรแกรม Google Form

สดุ ทา้ ยน้ีผู้จัดทำมีความซาบซ้ึงในความกรุณาอันย่งิ ใหญ่จากทุกท่าน ท่ีให้คำแนะนำในด้าน
การสร้างGoogle Form และด้านเอกสาร ตลอดจนโครงการสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยและขอขอบคุณมา
ณ โอกาสน้ี

คณะผู้จดั ทำ

สารบญั ง

บทคดั ย่อ หนา้
กติ ติกรรมประกาศ ข
สารบญั ค
สารบัญ(ตอ่ ) ง
สารบัญตาราง จ
สารบญั ภาพ ฉ
สารบัญภาพ(ต่อ) ช
บทท่ี 1 บทนา ซ

1.1 ความเปน็ มาและความสาคัญของโครงการ 1
1.2 วัตถุประสงค์ของโครงการ 2
1.3 ขอบเขตของโครงการ 2
1.4 ผลท่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ 2
1.5 คาจากัดความ 3
บทที่ 2 เอกสารและทฤษฎที ี่เกีย่ วขอ้ ง
2.1 โครงการ (Project) 4
2.2 ระบบ (System) 6
2.3 เทคโนโลยธี ุรกจิ ดิจทิ ลั (Digital Business) 9
2.4 google 18
2.5 การยืม-คืน 27
บทท่ี 3 การดาเนินโครงการ
3.1 การศึกษาข้อมลู เบ้ืองตน้ 30
3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 30
3.3 ขน้ั ตอนการดาเนินงาน 30
3.4 เคร่อื งมอื ทใี่ ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมูล 36
3.5 ขนั้ ตอนการดาเนินการและเกบ็ รวบรวมข้อมลู 36
3.6 พิจารณาจากคะแนนตามเกณฑ์ 37
3.7 สถติ ิที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์ข้อมูล 38

สารบญั (ต่อ) จ

บทที่ 4 ผลการดาเนนิ โครงการ หนา้
4.1 ผลการดาเนินงาน 39
48
บทที่ 5 สรุปผล การอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 48
5.1 สรปุ ผลการดาเนนิ โครงการ 49
5.2 อภปิ รายผลการประเมนิ
5.3 ขอ้ เสนอแนะ

บรรณานุกรม
ภาคผนวก

ภาคผนวก ก แบบเสนอขออนุมัตโิ ครงการ
ภาคผนวก ข ข้นั ตอนการดาเนนิ งาน
ภาคผนวก ค คูม่ อื การใช้งาน
ภาคผนวก ง แบบสอบถามความพึงพอใจ
ประวตั ผิ ู้จดั ทา



สารบัญตาราง

ตารางท่ี หน้า
4.1 การวเิ คราะหข์ ้อมลู การแสดงเพศของผู้ตอบแบบสอบถาม
4.2 การวเิ คราะหข์ ้อมูลการแสดงระดบั ช้ันของผ้ตู อบแบบสอบถาม 39
4.3 การวเิ คราะหข์ ้อมลู การแสดงอายุของผูต้ อบแบบสอบถาม 40
4.4 การวเิ คราะห์ข้อมลู การแสดงสถานะของผ้ตู อบแบบสอบถาม 41
4.5 การวเิ คราะหข์ ้อมลู การแสดงระดบั ความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถาม 42
4.6 การวเิ คราะห์ข้อมูลการแสดงระดบั ความพงึ พอใจของผู้ตอบแบบสอบถาม 43
4.7 การวเิ คราะห์ข้อมูลแสดงระดับความพงึ พอใจของผ้ตู อบแบบสอบถาม 44
4.8 แสดงสรปุ ระดับความพงึ พอใจของผ้ตู อบแบบสอบถาม 45
46

สารบญั ภาพ ช

ภาพที่ หนา้
2.1 องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ 6
2.2 ArcGIS.com 7
2.3 Transform Into Digital 9
2.4 ตัวอย่าง Google Form 22
2.5 วิธีการสมัคร Google 23
2.6 วธิ ีการใช้ Google form 24
2.7 วธิ กี ารสรา้ งเเบบฟอร์มสาเร็จรปู 24
2.8 ขน้ั ตอนการตั้งชอ่ื แบบฟอรม์ 25
2.9 วธิ ีการเลอื กประเภทคาตอบ 25
2.10 วิธีการใช้เครือ่ งมือต่างๆ 26
2.11 วิธีการดหู น้าเเบบฟอรม์ ของผู้ทาเเบบทดสอบ 26
2.12 รปู เเบบฟอร์มของผ้ทู าเเบบทดสอบ 27
3.1 แสดงศกึ ษาหาข้อมลู การใช้ Google Form 31
3.2 แสดงเขา้ Google Form 31
3.3 แสดงใส่ช่อื โครงการและกาหนดหวั ข้อคาถาม 32
3.4 แสดงเลอื กวธิ กี ารตอบแบบสอบถาม 32
3.5 แสดงสรา้ งหัวขอ้ ที่ตอ้ งการคาตอบใหค้ รบตามท่ีตอ้ งการ 33
3.6 แสดงเลือกธมี หรือเลอื กรูปภาพตกแตง่ พืน้ หลัง 33
3.7 แสดงเลือกสีพ้นื หลัง 34
3.8 แสดงคลกิ รูปดวงตาเพื่อแสดงมุมมองของผ้ชู ม 34
3.9 แสดงตรวจสอบข้อมลู ในมุมมองของผู้ชม 35
3.10 แสดงออกแบบและตกแต่งคิวอาร์โคด้ ระบบยืม-คนื Google Form 35
4.1 แผนภูมิแสดงเพศของผตู้ อบแบบสอบถาม 39
4.2 แผนภูมแิ สดงระดับชน้ั ของผตู้ อบแบบสอบถาม 40
4.3 แผนภมู ิแสดงอายุของผ้ตู อบแบบสอบถาม 41
4.4 แผนภมู แิ สดงสถานะของผตู้ อบแบบสอบถาม 42
4.5 แผนภมู ิความพึงพอใจด้านรปู แบบ 43



สารบญั ภาพ (ต่อ)

ภาพท่ี หน้า
4-6 แผนภมู ิความพงึ พอใจด้านการใช้บรกิ าร 44
4-7 แผนภูมิความพงึ พอใจด้านประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั 45
4-8 แผนภูมิแท่งแสดงสถิติระบบ ยมื - คืน โครงการวิชาชีพ ด้วย Google Form 47

1

บทที่ 1

บทนำ

1.1 ควำมเปน็ มำและควำมสำคัญของโครงกำร
ในปจั จุบันคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ ไดเ้ ขา้ มามีบทบาทในชีวิตประจาวันของคนมาก

ยิ่งขึ้นจนกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ขาดไม่ได้เลยก็ว่าได้ โดยนาเอาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
เข้ามาใชใ้ นการอานวยความสะดวกในการทางานการติดต่อสื่อสาร การโทรคมนาคมมากย่ิงขึ้น ท้ังภายใน
ภาครัฐและภาคเอกชนรวมถึงองค์กรที่ทาหน้าที่ในด้านของการค้าและบริการ ได้นาเอาคอมพิวเตอร์และ
เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการรวมถึงการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ของทางองค์กรอีกด้วย
ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรักษาข้อมูลของหน่วยงานรวมไปถึงการควบคุม การตรวจสอบ ขบวนการทางาน
สามารถทาใหเ้ กิดความสะดวกสบายให้กบั ผู้ที่ใช้งาน และยังชว่ ยให้ได้ข้อมลู ทถี่ ูกต้องแม่นยาอกี ดว้ ย

ดังนั้นผู้จัดทาจึงมีแนวคิดในการนาเอาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในการ
สร้างระบบ ยืม-คืน เล่มโครงการวิชาชีพ เป็นการบริหารจัดการของแผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจเนื่องจาก
ปัจจบุ ันทาง แผนกวชิ ามีการจดั ระบบยมื -คนื เอกสารหรือเลม่ โครงการต่างๆดว้ ยวธิ เี ขยี นลงในทะเบียนและ
เก็บไว้เป็นเอกสารในแฟ้มทาให้ข้อมูลสารสนเทศอาจเกิดความผิดพลาดและเสียหายได้จึงมีหน้าที่คิดใน
การนาเอาระบบระบบ ยืม-คืน เล่มโครงการวชิ าชีพ ด้วย Google Form เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการ
ยมื เล่มโครงการวชิ าชีพเพือ่ ใหเ้ กดิ ความถกู ต้องเป็นระบบมากย่งิ ขน้ึ ในการยืม-คนื

จากเหตุผลดังกล่าวทางผู้จัดทาได้ตระหนักถึงความสาคัญของการ ยืม-คืน เล่มโครงการวิชาชีพ
ภายในสาขาวชิ าเทคโนโลยีธุรกจิ ดิจิทัล วิทยาลยั เทคนิคระยองจึงได้จัดทาโครงการระบบการ ยืม-คืน เล่ม
โครงการวิชาชีพ ด้วยโปรแกรม Google Formเพื่ออานวยความสะดวกของนักเรียนนักศึกษาที่จะมายืม
คืนรูปเล่มโครงการและช่วยให้ผู้รับผิดชอบสามารถตรวจเช็คได้ว่าใครได้ยืม-คืน เล่มโครงการวิชาชีพไป
บ้าง

2

1.2 วตั ถุประสงคข์ องโครงกำร
1.2.1 เพื่อสรา้ งระบบการ ยืม-คนื เล่มโครงการวิชาชพี โดยใชโ้ ปรแกรม Google Forms
1.2.2 เพอื่ อานวยความสะดวกในการ ยมื -คนื เลม่ โครงการวชิ าชพี โดยใช้โปรแกรม Google Forms
1.2.3 เพือ่ ศึกษาความพึงพอใจของผใู้ ชร้ ะบบ ยืม-คืน เล่มโครงการวิชาชพี โดยใชโ้ ปรแกรม Google

Forms

1.3 ขอบเขตของโครงกำร
1.3.1 ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ ง
1.3.1.1 ประชากร คือ นักเรียนนักเรยี นนกั ศึกษา แผนกเทคโนโลยีธุรกจิ ดิจิทลั

วิทยาลัยเทคนคิ ระยอง จานวน 504 คน
1.3.1.2 กล่มุ ตัวอยา่ ง คือนกั เรยี นแผนกวิชาเทคโนโลยธี รุ กจิ ดิจิทัล จานวน 217 คน

1.3.2 ขอบเขตชิน้ งาน
1.3.2.1 ด้านฮาร์ดแวร์
1) คอมพวิ เตอร์ AMD Ryzen 5 2500U with Radeon Vega Mobile Gfx

2.00 GHz
2) โทรศัพท์มอื ถือ

1.3.2.2 ดา้ นซอฟต์แวร์
1) Google form
2) Windows 10

1.3.3 เคร่อื งมือท่ีใช้ในการประเมนิ ผล
1.3.3.1 แบบประเมิลผลออนไลน์ Google Forms

1.4 ผลที่คำดว่ำจะไดร้ ับ
1.7.1 ไดร้ ะบบระบบการ ยมื -คืน เลม่ โครงการวิชาชีพ โดย Google Forms
1.7.2 ได้ระบบอานวยความสะดวกในการ ยืม-คืน เล่มโครงการวิชาชีพ โดย Google Forms
1.7.3 ไดศ้ กึ ษาความพึงพอใจของผู้ใชร้ ะบบ ยมื -คืน เล่มโครงการวิชาชพี โดย Google Forms

3

1.5 คำจำกัดควำม
1.5.1 Development หมายถงึ การพฒั นาและความกา้ วหน้าของระบบ
1.5.2 Google Form หมายถึง เอกสารสาหรับการกรอกข้อมลู จะมีแอปกรอกแบบฟอร์มที่สามารถ

เก็บไว้เป็นไฟล์ได้โดยตรง โดยไม่ต้องมากรอกใหม่ และสามารถส่งผ่านอีเมลไปยังผู้รับหลายๆ คน หรือ
กรอกผ่านอนิ เตอรเ์ นต็ แบบออนไลน์ไดโ้ ดยตรง

1.5.3 Borrow – Return หมายถึง ยืม-คืน การบริการที่จัดขึ้นเพื่ออานวยความสะดวกและ
ประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการ ในการใช้ยืม-คืน เล่มโครงการวิชาชีพจัดหามาไว้ มีหน้าที่รับผิดชอบคือการ
ให้บริการยืม การรับคืน บริการยืมต่อ บริการตรวจสอบข้อมูลการยืม-คืนการจัดการระเบียนสมาชิกการ
ตดิ ตามทวงถามบรกิ ารตรวจสอบและรบั รองโครงการวชิ าชีพ

4

บทที่ 2

เอกสารและทฤษฎีท่ีเกีย่ วข้อง

ในการทาโครงการระบบการ ยืม-คืน โครงการวชิ าชีพ ด้วยโปรแกรม Google Formคณะผู้จัดทา
ได้ทาการศึกษาค้นคว้าเอกสารทเ่ี กยี่ วขอ้ งโดยจาแนกเปน็ หัวขอ้ ดงั นี้

2.1 โครงการ (Project)
2.2 ระบบ (System)
2.3 เทคโนโลยีธุรกิจดจิ ทิ ลั (Digital Business)
2.4 google
2.5 การยืม-คืน

2.1 โครงการ (Project)
2.1.1 ความหมายของโครงการ (Project)
โครงการหมายถึงแผนงานย่อย แผนการดาเนินงานหรือกิจกรรมที่จะนาไปปฏิบัติได้

โดยมวี ตั ถปุ ระสงคใ์ นการดาเนินงานอยา่ งชดั แจ้ง มรี ะยะเวลาเร่ิมต้น มรี ะเบียบแบบแผนในการปฏิบัติ
เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กาหนด การดาเนินงานหรือกิจกรรมที่มีความ
สลับซับซ้อนที่ไม่เป็นงานประจาวัน มีการดาเนินงานในเวลาใดเวลาหนึ่งหรือมีการกาหนดระยะเวลา
งบประมาณ ทรัพยากรการบริหาร และมีการออกแบบแนวทางการดาเนินงานที่เฉพาะเจาะจง ที่มุ่ง
ตอบสนองความต้องการของลูกค้าหรือผู้บริโภค เป็นสาคัญ ซึ่งองค์การโดยทั่วไปจะมีการกาหนด
เป้าหมายที่มุ่งให้โครงการสามารถตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า ในขณะที่โครงการจะมีการ
ดาเนินงานควบคู่ไปกับงานประจาขององค์การด้วย แต่โครงการจะมีความแตกต่างออกไปจากหน้าท่ี
ปฏิบัติปกติ สาหรับลักษณะของโครงการได้แก่ มีการกาหนดวัตถุประสงค์ มีการระบุช่วงเวลาเริ่มต้น
และสิ้นสุดโครงการ

2.1.2 ความสาคัญของโครงการ
2.1.2.1 ชว่ ยใหก้ ารดาเนินการสอดคลอ้ งกับนโยบายหรือความตอ้ งการของหน่วยงาน
2.1.2.2 ทาใหก้ ารดาเนนิ งานน้นั มที ิศทางทชี่ ดั เจนและมปี ระสทิ ธิภาพ
2.1.2.3 เปน็ หลักฐานและใชใ้ นการประเมนิ คา่ งานทีผ่ ่านมาและเปน็ แนวทางในการ

ดาเนนิ การครั้งตอ่ ไปได้

5

2.1.3 ประโยชน์ของโครงการ
2.1.3.1 ช่วยอานวยความสะดวกแก่ผู้อ่านให้มีความเข้าใจในเนื้อหาสาระได้อย่างถูกต้อง

ชดั เจนและตรงตามเจตนาของผู้เขียนโครงการ
2.1.3.2 ช่วยประหยัดเวลาแก่ผู้อนุมัติด้วยการใช้เวลาอ่านเพียงเล็กน้อยก็สามารถที่จะ

ตัดสนิ ใจได้
2.1.3.3 ช่วยให้การปฏิบัติงานตามโครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายท่ี

กาหนดไว้
2.1.3.4 เป็นการแสดงถงึ ประสบการณ์การทางานของผู้เขียนโครงการ

2.1.4 ลักษณะของโครงการท่ดี ี
2.1.4.1 สามารถตอบสนองความต้องการหรือแกป้ ญั หาขององค์การหรือหน่วยงานได้
2.1.4.2 มวี ัตถปุ ระสงค์และเปา้ หมายที่ชัดเจน สามารถดาเนินงานและปฏิบตั ิได้
2.1.4.3 รายละเอียดของโครงการตอ้ งสอดคล้องและสัมพันธ์กัน กล่าวคือ วัตถุประสงค์

ของโครงการต้องสอดคล้องกับหลกั การและเหตผุ ล และวิธีการดาเนนิ งานต้องสอดคล้องกบั
วัตถปุ ระสงค์

2.1.4.4 รายละเอยี ดของโครงการสามารถเข้าใจไดง้ ่าย สะดวกตอ่ การดาเนนิ งานตาม
โครงการ

2.1.4.5 เป็นโครงการท่สี ามารถนาไปปฏบิ ตั ิได้ สอดคล้องกับแผนงานหลักขององค์การ
และสามารถติดตามประเมินผลได้

2.1.4.6 โครงการตอ้ งกาหนดขึน้ จากข้อมลู ท่ีมีความเปน็ จริงและเปน็ ข้อมลู ทไ่ี ด้รับการ
วเิ คราะห์อย่างรอบคอบ

2.1.4.7 โครงการตอ้ งได้รบั การสนับสนนุ ในดา้ นทรัพยากรและการบริหารอย่าง
เหมาะสม

2.1.4.8 โครงการตอ้ งมรี ะยะเวลาในการดาเนินงาน กลา่ วคือต้องระบุถงึ วันเวลาทเ่ี ริ่มต้น
และสิ้นสุดโครงการ

2.1.4.9 สามารถติดตามประเมนิ ผลได้
2.1.5 วตั ถุประสงค์ในการเขียนโครงการ

2.1.5.1 เพื่อขออนุมัติจากผู้มีอานาจ
2.1.5.2 เพ่ือของบประมาณ

6

2.1.5.3 เพอ่ื ใหส้ มาชิกทเ่ี ก่ียวข้องได้เข้าใจโครงการ
2.1.5.4 เพอ่ื เพ่ิมศักยภาพในหน่วยงาน
2.1.5.5 เพอื่ เป็นเข็มทิศ ช้แี นวทางในการพฒั นาระบบงาน
2.1.5.6 เพ่อื วเิ คราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง และโอกาสของภารกิจทีจ่ ะต้องปฏบิ ตั ิ
2.2 ระบบ (System)
2.2.1 ความหมายของระบบ (System)

ระบบ (System) ก่อนที่จะทาการวิเคราะห์ระบบนั้น ควรทาความเข้าใจและทาความ
รู้จักกับระบบก่อนว่าระบบคอื อะไร หมายถึงอะไร มีส่วนประกอบหรอื องค์ประกอบทีจ่ ะประกอบเปน็
ระบบได้อย่างไร ซึ่งได้มีผู้ให้คาจากัดความและความหมายของระบบเอาไว้หลายความหมายด้วยกัน
ดังนี้

ระบบ (System) มคี วามหมายตามพจนานกุ รม ฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ.2525 ได้
ให้ความหมายเอาไว้ว่า ระบบ คือ ระเบียบเกี่ยวกับการรวมสิ่งตา่ งๆ ซึ่งมีลักษณะซับซ้อนให้เข้าลาดบั
ประสานเป็นอันเดียวกันตามหลักเหตุผลทาง วิชาการ หรือหมายถึงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติซึ่งมี
ความสมั พันธ์ ประสานเขา้ กัน โดยกาหนดรวมเป็นอันหนึง่ อันเดียวกนั

ระบบ (System) คือ กระบวนการต่างๆ ที่อยู่ในเครือข่ายเดยี วกันและมีความสมั พันธ์
กนั ระหวา่ งกระบวนการเหล่านน้ั และเชื่อมตอ่ กนั เพื่อทางานใดงานหน่งึ ใหบ้ รรลุถงึ เปา้ หมายที่วางไว้

ระบบ (System) คอื กลุ่มขององคป์ ระกอบต่างๆ ทีท่ างานร่วมกนั เพอ่ื จุดประสงค์อัน
เดยี วกนั และเพอ่ื ให้เข้าใจในความหมายของคาว่าระบบทีจ่ ะต้องทาการวิเคราะห์ จึงต้องเข้าใจลักษณะ
ของระบบกอ่ น

ภาพที่ 2.1 องคป์ ระกอบของระบบสารสนเทศ

7

2.2.2 ประเภทของระบบ
ระบบจาแนกออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระบบเปิด (open system) และระบบปิด

(close system) ลักษณะทน่ี า่ สนใจของท้งั สองระบบไดแ้ ก่
ระบบเปิด (open system) คือ ระบบที่ต้องอาศัยการติดต่อสัมพันธ์กับบุคคล

องค์การ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ในลักษณะเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ถือเป็นการ
ทางานขององค์กรที่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม มีการแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูลกับ
สง่ิ แวดลอ้ มภายนอก

ระบบปิด (close system) คือระบบที่ไม่ต้องสนองต่อสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
หรือเป็น ระบบที่มีความสมบูรณ์ภายในตัวเองไม่พยายามผูกพันกับระบบอื่นใดและแยกตนเองออก
จากสภาพแวดลอ้ มต่างๆ ในสังคม

2.2.3 ลกั ษณะสาคญั ของวิธรี ะบบ
เป็นการทางานร่วมกนั ของบุคคลที่เกี่ยวข้องในระบบนัน้ ๆเปน็ การแกป้ ัญหาโดยการใช้

วิธีการทางวิทยาศาสตร์ เป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเหมาะสมเป็นการแบ่งปัญหาใหญ่ๆออกเปน็
ปญั หาย่อยๆ เพ่อื สะดวกในการแก้ไข เน้นใชก้ ารทดลองให้เหน็ จริงเลือกแก้ปัญหาอย่างเปน็ ระบบ โดย
เลอื กที่พอจะแก้ไขได้และเปน็ ปัญหาเรง่ ดว่ นกอ่ น

ภาพท่ี 2.2 ArcGIS.com
2.2.4 ระบบ (System)

กอ่ นทีจ่ ะทาการวิเคราะห์ระบบนั้น ควรทาความเข้าใจและทาความรู้จักกับระบบก่อน
ว่าระบบคืออะไรหมายถึงอะไรมีส่วนประกอบหรือองค์ประกอบที่จะประกอบเป็นระบบได้อย่างไร ซึ่ง
ได้มผี ูใ้ ห้คาจากัดความและความหมายของระบบเอาไว้หลายความหมายดว้ ยกันดังนี้ ระบบ (System)
มีความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ได้ให้ความหมายเอาไว้ว่าระบบคือ

8

ระเบียบเกี่ยวกับการรวมสิ่งต่างๆ ซึ่งมีลักษณะซับซ้อนให้เข้าลาดับประสานเป็นอันเดียวกันตามหลัก
เหตุผลทางวิชการหรือหมายถึงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติซึ่งมีความสัมพันธ์ ประสานเข้ากันโดย
กาหนด รวมเป็นอนั หนึง่ อันเดยี วกัน ระบบ (System) คือ กระบวนการต่างๆที่อยใู่ นเครือข่ายเดียวกัน
และมีความสมั พันธ์กันระหว่างกระบวนการ เหล่านน้ั และเชื่อมต่อกนั เพ่ือทางานใดงานหน่ึงให้บรรลุถึง
เปา้ หมายท่วี างไว้ระบบ (System) คอื กลมุ่ ขององค์ประกอบต่างๆ ทท่ี างานรว่ มกนั เพอื่ จุดประสงค์อัน
เดียวกันและเพือ่ ให้เข้าใจในความหมายของคาว่าระบบที่จะต้องทาการวิเคราะห์จึงต้องเข้าใจลกั ษณะ
ของระบบก่อน ลักษณะของระบบ ระบบมีลักษณะท่คี วรรู้และศึกษาดังน้ี ระบบหมายถึงการรวมของ
สิ่งย่อยๆที่เกี่ยวข้องกัน ตั้งแต่หนึ่งส่วนขึ้นไปเป็นหน่วยเดียวกันเพื่อวัตถุประสงค์หรือความมุ่งหมาย
อย่างเดียวกัน เช่น ระบบราชการแผ่นดินประกอบด้วย กระทรวง ทบวง กรมและกองต่างๆ เป็นต้น
หรือระบบสุริยจักรวาล (Solar System) ระบบ หมายถึง ระบบการทางานขององค์การต่างๆ ที่
ประกอบด้วยระบบย่อยๆหลายระบบรวมกันและทางานร่วมกัน ซึ่งจะต้องมีการปฏิบัติงานอย่างใด
อย่างหนึ่งเพื่อประโยชน์หรือวัตถุประสงค์ร่วมกัน หรืออย่างเดียวกัน เช่น ระบบโรงเรียน ระบบ
โรงพยาบาล ระบบธนาคาร ระบบบริษัท ระบบห้างร้าน เป็นต้น การทางานของหน่วยงานย่อยต่างๆ
ของระบบจะต้องมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องประสานกัน โดยมี วัตถุประสงค์หรือความมุ่งหมายร่วมกัน
หรืออย่างเดียวกนั เช่น ในองค์กรหนึ่งอาจแบ่งออกเป็นหลายฝ่าย หรือหลายแผนกโดยแต่ละฝ่ายหรือ
แต่ละแผนกจะมีหน้าที่ในการทางานร่วมประสานเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน ระบบอาจถูกจาแนกแยก
เป็นประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือหลายประเภท ทั้งนี้สุดแต่ใครเป็นผู้จาแนกและผู้ที่ทาการจาแนกจะ
เห็นว่าควรแบ่งหรอื ควรจะจัดเป็นประเภทใด เช่น เป็นระบบเปิดหรือระบบปิด ระบบเครื่องจักร หรือ
ระบบกึ่งเครื่องจักร เป็นต้น องค์ประกอบของระบบ การที่จะกล่าวหรืออธิบายถึงองค์ประกอบของ
ระบบว่าประกอบด้วยอะไรบ้างนั้นข้ึนอยู่กับความคิดเหน็ ของผู้ทีเ่ กี่ยวข้องกับระบบซึ่งจะไม่เหมือนกัน
แต่โดยท่งั ๆ ไปแล้วมักจะแบ่งองค์ประกอบออกเป็น 2 องค์ประกอบ ใหญๆ่ คือ

2.2.4.1 องค์ประกอบแบบ6M คือ Man, Money, Material, Machine, Management,
และ Morale ดงั รายละเอียดต่อไปน้ี

2.2.4.1 Man หมายถึง บุคลากร คือ ผู้ที่จะต้องเกี่ยวข้องกับระบบงานหรือหมายถึง คน
ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับระบบนั้นเอง อาจจะประกอบไปด้วยผู้บริหารระดับต่างๆ ซึ่งจะมีทั้งผู้บริหาร
ระดับสูง ระดบั กลาง และระดับ ปฏิบัตงิ าน และอาจประกอบดว้ ยนักวิชาการในระดบั ต่างๆ แต่จะนับ
รวมลูกค้าหรือผู้บริโภค ซึ่งเป็นผู้ที่มี ความสาคัญไม่น้อยของระบบด้วยหรือไม่ก็ย่อมสุดแล้วแต่
นกั วชิ าการทางดา้ นบริหารระบบจะตัดสินใจ

2.2.4.2 Money หมายถึง เงินหรือทรัพย์สินที่มีค่าเป็นเงินของระบบ ซึ่งนับเป็นหัวใจท่ี
สาคัญอย่างหนึ่งของระบบ เช่น เงินทุน เงินสด เงินหมุนเวียน เงินคาใช้จ่าย หรือ เงินรายรับ รายจ่าย

9

ต่างๆ เหล่านี้ เป็นต้น ถ้าการเงินของ ระบบไม่ดีพอแล้ว ระบบนั้นย่อมจะประสบกับความยุ่งยากหรอื
อาจถึงแก่การหายนะได้ เพราะฉะนั้น ระบบ ธุรกิจทุกชนิดจะต้องมีความระมัดระวังในเรื่องของ
การเงินเปน็ พิเศษ

2.2.4.3 Material หมายถึง ตัวสินค้าหรือวัสดุที่ใช้ในการผลิตสินค้า ซึ่งเป็นอีก
องค์ประกอบหนงึ่ ที่มีความสาคัญ ของระบบไม่น้อย ปัญหาในเร่อื ง Material หรอื สินคา้ และวัสดุนี้มี 2
ประการใหญ่ๆ

1) ประการแรก เป็นการขาดแคลนวัสดุ เช่น การขาดวัตถุดิบสาหรับใช้ในการ
ผลิตสนิ คา้ ของโรงงานอตุ สาหกรรม เมื่อขาดวัตถุดบิ ทใี่ ช้ในการผลิตกจ็ ะทาให้ไม่มสี นิ ค้าสาหรับขายผล
ก็ คอื การขาดทุน

2) ประการที่สอง คือ การมีวัตถุดิบมากเกินความต้องการ เช่น มีสินค้าที่
จาหน่ายหรอื ขายไม่ออกมากเกินไป ทาใหเ้ งนิ ทนุ ไปจมอยู่กับวตั ถุดิบทาให้เกิดการขาดทุนเช่นเดียวกัน
น้ันเอง

2.2.4.4 Machine หมายถึง เครื่องจักร อุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใชใ้ นโรงงานหรือใน
สานักงาน ซึ่งนับว่าเป็น องค์ประกอบที่สร้างปัญหาให้กับระบบอย่างสาคัญประการหนึ่งเหมือนกัน
ปญั หาท่ีทาให้ได้กาไรหรือขาดทุนมากท่สี ุดของธรุ กจิ มักเกิดจากเคร่ืองจักรและอุปกรณ์การทางานเป็น
ส่วนใหญ่ เช่น เครื่องมีกาลังผลิตไม่พอ เครื่องเก่า หรือเป็นเครื่องที่ล่าสมัยทาให้ต้องเสียค่าซ่อมบารุง
สูงมีกาลังผลติ น้อยประสิทธิภาพ ในการทางาน ต่าแต่ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบารุงหรือค่าทางานที่ล่าชา้
ทางานไมท่ นั กาหนดเวลาท่ีกาหนดไว้ ทาใหเ้ กิดความ เสียหายและขาดรายไดห้ รอื ขาดทุน เปน็ ต้น

2.2.4.5 Management หมายถึง การบริหารระบบ ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทาให้ระบบเกิด
ปัญหา เพราะการบริหาร ที่ไม่ดีหรือการบริหารที่ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ของสภาวะแวดล้อม
หรือไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่อสงั คม เศรษฐกิจและการเมืองที่เรียกกันว่า ไม่เป็นไปตามโลกานุวตั ร
หรือการไดผ้ ู้บริหารท่ีไม่มปี ระสทิ ธภิ าพมาบรหิ ารงาน

2.2.4.6 Morale หมายถงึ ขวัญและกาลังใจของบุคคลในระบบ หรือหมายถงึ คา่ นยิ มของ
คนที่มีต่อระบบหรือต่อ องค์กรมากกว่าซึ่งเป็นค่านิยมของคนในระบบที่มีขวัญและกาลังใจในการ
ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นค่านิยมของผู้บริโภคหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องเพื่อ
สนับสนุนให้ระบบอยูร่ อด และกระตนุ้ จงู ใจด้วยวธิ ีตา่ งๆ ก็มีจุดมุง่ หมายในสิง่ นีร้ ะบบท่ีขาดค่านิยมหรือ
ขาดความเชื่อม่ันของบุคคล ระบบน้นั ก็มกั จะอย่ตู ่อไปไม่ได้จะต้องประสบกับความล้มเหลวในที่สุด

10

2.3 เทคโนโลยีธรุ กิจดจิ ิทัล (Digital Business)
2.3.1 ความหมายเทคโนโลยธี ุรกิจดิจิทลั
Digital Business คือการนาเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาพัฒนาธุรกิจที่ทาอยู่เพื่อเพิ่ม

ความสะดวกสบายให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ
แต่จุดประสงค์หลักๆก็คือการหาทางเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจนั่นเอง เช่น การนา
Application มาช่วยในการเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชอบใช้ smart phone,การสร้างช่องทาง
ขายผ่านสื่อ Social mediaต่างๆและการทาโฆษณารวมไปถึงการสั่งซื้อและจัดส่งสินค้าใน
แบบ online เป็นต้น ภาพรวมของ Digital Business คือการเปลี่ยนแปลงธุรกิจที่มีอยู่แบบเดิม
ให้เป็นธุรกิจแบบท่ีมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้าง

ภาพที่ 2.3 Transform Into Digital
เริ่มต้นจากการสร้างช่องทางใน social media เพื่อนาธุรกิจจาก offlineไปสู่ online
platformปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางธุรกิจให้มีความทันสมัยเหมาะสมกับผู้บริโภคยุคใหม่มากยิ่งขึ้น
เช่นการทาการตลาดยุคดิจิตอลให้ผู้บริโภคมีพลังในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการ มีข้อมูลเกี่ยวกับ
สินค้าหรือบริการให้รับรู้ได้ครบรอบด้าน สร้างความน่าเชื่อถือในbrandให้มากยิ่งขึ้น เพิ่มมูลค่า
ด้วยการสร้างภาพลักษณ์ทาให้ผู้บริโภครู้สึกได้รับการยกระดับเมื่อใช้สินค้าหรือบริการนั้นๆ
พัฒนาสินค้าและบริการให้มีความคิดที่แตกต่าง สร้างสรรค์ ไม่ซ้าใคร ตรงนี้จะทาให้สินค้าหรือ
บริการมีความเป็น Innovation มากย่ิงขึ้นซึ่งจะทาให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่
ต้องการอะไรใหม่ๆที่มีประโยชน์กับชีวิตได้มากยิ่งขึ้นสร้าง facility ที่มีความรวดเร็ว ว่องไว
ให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นอย่างเช่น ช่องทางการสั่งซื้อจัดส่ง–รับสินค้าการชาระเงิน เป็นต้น ทุก
อย่างควรสะดวก ง่ายและรวดเร็วมีระบบการเก็บข้อมูลจากผู้บริโภคเพื่อนาไปปรับปรุงและใช้
วิเคราะห์แนวทางในการดาเนินธุรกิจในภายภาคหน้า ตรงนี้จะต้องใช้เทคโนโลยีในการเก็บและ

11

วิเคราะห์ข้อมูลนั่นเองภายในปี 2020 จะมีการเช่ือมต่ออินเทอร์เน็ตมากกว่า 7 พนั ล้านคนและธุรกิจ
และอุปกรณ์อย่างน้อย 30 พันล้านชิ้น กับผู้คนธุรกิจและสิ่งที่สื่อสารทาธุรกรรมและแม้กระทั่งการ
เจรจาต่อรองกับแต่ละอื่น ๆ ในโลกใหม่ที่เข้ามาในความเป็นอยู่ โลกของดิจิตอลธุรกิจธุรกิจดิจิทัลคือ
การสร้างการออกแบบธุรกิจใหม่ ๆ โดยการทาให้โลกดิจิตอลและโลกทางกายภาพเบลอ สัญญานี้จะ
นาพาผคู้ นธรุ กิจและสิ่งต่างๆท่ีขดั ขวางโมเดลทางธุรกิจที่มีอยู่ซึ่งรวมถึงผู้ที่เกิดจากอินเทอร์เน็ตและยุค
ธุรกิจอีคอมเมิร์ซสิ่งทีท่ าให้ธุรกิจดิจิทลั แตกต่างจากธุรกิจอีเล็คทรอนิคส์คือการมสี ่วนรว่ มของสิง่ ตา่ งๆ
เชือ่ มต่อและชาญฉลาดกับผู้คนและธุรกจิ น่อี าจเป็นการนาหน่วยขา่ วกรองและเซน็ เซอร์ต่างๆมาใช้ใน
เครอื่ งยนต์เคร่ืองบินเจ็ทเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการโดยสารของเจ็ตและเพ่ือลดความจาเป็นในการ
บารุงรักษาเครื่องบินในธรุ กจิ ค้าปลีกธรุ กจิ ดิจิทัลอาจเกี่ยวข้องกับการใหบ้ ริการลูกค้าแฟชั่นรายย่อยใน
โลกที่มีการผสมผสานอย่างลงตัวระหวา่ งรูปแบบดิจิทลั และทางกายภาพที่ผสมผสานขอบเขตระหว่าง
ทั้งสอง ตัวอย่างเช่นลูกค้าจะเข้าสู่ร้านเครื่องแต่งกายขายปลีกลองทาเสื้อโค้ทและระบบจัดเก็บจะรู้
เรื่องนี้ได้ จากนั้นพวกเขาจะฉายภาพของผู้ซื้อบนหน้าจอด้วยเสื้อคลุมและเสนออุปกรณ์เสริมหรือ
ทางเลอื กบางอย่างทเี่ หมาะกับเสื้อผ้าใหม่ตลอดเวลาโดยคานึงถงึ ข้อ จากดั ดา้ นราคาที่วางไว้โดยลูกค้า
ในกระบวนการคุยกัน การซื้อสินค้าอีกตัวอย่างหนึ่งคือความสามารถในการประเมินความเสี่ยงของ
พอร์ตสินเชื่อใหม่สาหรับธนาคารที่มีการรายงานข้อมูลเรียลไทม์โดยตรงจากสินทรัพย์ทางการเงินที่มี
การจัดหาเงนิ ทนุ กรณีเชน่ นีอ้ าจเกิดขึ้นตัวอย่างเชน่ ในระหว่างการชนกันของรถ ระบบในรถยนต์จะไม่
เพียง แต่ช่วยให้ผใู้ ห้การตอบแบบสอบถามทราบถึงความผิดพลาดและสภาพของผ้โู ดยสารและรถยนต์
แลว้ พวกเขากจ็ ะแจง้ ให้ธนาคารทราบเพ่ือประเมินผลงานความเส่ียงในเวลาจริง สมมตวิ ่าเจ้าของไม่อยู่
ในสภาพที่จะชาระเงินไดห้ ากพวกเขาไม่ได้ทางานโดยตรงซ่ึงจะบอกว่าธนาคารจาเป็นต้องเตรียมความ
พร้อมส าหรับก ารผ ิด นัด เงิ นกู ้บา ง คน อาจส ับส น กับ อ ินเ ท อร์เ น็ต ข องส ิ ่ง ต่า งๆ ที่ มีธ ุร กิ จดิ จ ิ ทั ล
อินเทอร์เนต็ ของสิง่ ตา่ งๆมีบทบาทสาคัญในธุรกิจดิจทิ ลั

2.3.2 ธุรกิจดิจิทัล
ธุรกิจดิจิทัลเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างการออกแบบธุรกิจใหม่ๆโดยการทาให้โลก

ดิจิทัลและโลกทางกายภาพเบลอ เกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์และการเจรจาระหว่างธุรกิจและสิ่งต่างๆ
เมื่อมีสิ่งต่างๆเริ่มเจรจากันเองรวมถึงผู้คนและธุรกิจที่เราเริ่มเห็นว่าเราเข้ าสู่โลกใหม่และก่อกวน
อย่างไรในอดีตคนเป็นตัวแทนของสิ่งต่างๆในธุรกิจ ในอนาคตสิ่งที่จะเป็นตัวแทนของตัวเองและจะ
เปลย่ี นวิธีการท่ีธุรกิจมองเห็นโอกาสของมันความจริงแลว้ ธรุ กจิ ดจิ ิทลั จะขัดขวางทุกอุตสาหกรรมและผู้
บริหารธุรกิจ CIO และผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีจะต้องคิดอย่างแตกต่างเพื่อช่วยให้ธุรกิจของตน
หลกี เล่ยี งการหยดุ ชะงกั น่ีคือโลกใหมท่ ที่ าใหค้ นรุ่นก่อนล้าสมัยในขณะทสี่ ร้างโอกาสทยี่ ิ่งใหญ่สาหรับผู้
ที่สามารถมองเห็นโอกาสนี้ได้ ผู้บริหารธุรกิจที่เข้าใจเศรษฐกิจอุตสาหกรรมดิจิทัลในปี 2020 จะมี

12

บทบาทสาคัญในการช่วยให้องค์กรของพวกเขาชนะในยุคใหม่นี้ผู้นาทางธุรกิจที่ประสบความสาเร็จ
จะต้องมีทักษะทางธุรกิจแบบดิจิทัล บทบาทใหม่ ๆ เช่นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ดิจิทัลจะกลายเป็นตัวเร่ง
ปฏิกิริยาบทบาทผู้นาธุรกิจและซีไอโอทั้งหมดจะต้องพัฒนาความเป็นผู้นาและความสามารถด้าน
เทคโนโลยีดจิ ิทัลเพื่อกาหนดและดาเนินกลยทุ ธ์ดจิ ิทัล ในปี 2020 ทักษะด้านความเป็นผู้นาแบบดิจิทัล
จะถูกสันนิษฐานสาหรับผู้นาธุรกิจทั้งหมดและเทียบเท่ากับทักษะการบริหารอื่น ๆ เช่นการเงินผู้นา
ธุรกิจที่ไม่ตอบสนองต่อความท้าทายของธุรกิจดิจิทัลจะพบว่าอาชีพของตัวเองเดินลอด ซีไอโอที่ไม่
ตอบสนองต่อความท้าทายในการเป็นผู้นาอาจจบลงในฐานะผู้ดูแลระบบโครงสร้างพื้นฐานและ
เทคโนโลยดี า้ นหลงั เท่าน้นั ในปี 2020 องคก์ รธุรกิจดจิ ิทัลแหง่ ยุคใหมจ่ ะประสานงานด้าน

สถาปตั ยกรรมธรุ กจิ ดจิ ิทลั ที่สาคญั ทางธรุ กจิ และด้านหลงั ไอทสี ญั ญาของธุรกิจดิจิทัลคือ
ความเป็นหนึ่งของแอพพลิเคชันและสินทรัพย์แบบดิจิทัลที่ทางานร่วมกันเกือบจะช่วยให้สามารถ
พัฒนาขีดความสามารถใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วซึ่งจะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ความจริงจะ
เป็นที่หลายพันล้านสิ่งทั้งปวงมนุษย์และธุรกิจที่เชื่อมต่อกันจะต้องมีวิศวกรรมท่ี ซับซ้อนการรวมและ
การประสานเพื่อให้บรรลุตามคามั่นสัญญาในอนาคตของผู้คนธุรกิจและสิ่งต่างๆเทคโนโลยีดิจิทัล
ผลกั ดนั การปรบั ปรุงในกระบวนการทางธุรกิจแบบดง้ั เดิมและระดบั โมเดลทางธรุ กิจ อยา่ งไรก็ตามการ
ต่อสู้ที่แตกต่างจะเปน็ "ช่วงเวลาทางธุรกิจ" ระดับการสร้างนวตั กรรมดิจิทัลระดบั ที่สามที่สร้างขึ้นโดย
ต้องแข่งขันด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นและความคล่องตัว เทคโนโลยีเช่น Internet of Things และการ
พิมพ์ 3D จะช่วยให้กระบวนการทางธุรกิจดิจิตอลรปู แบบและช่วงเวลาใหม่ตัวอย่างเช่นส่วนทีส่ าคญั ท่ี
ส่งมาจากแคนาดาอาจพบว่าตัวเองหยุดอยู่ที่ชายแดนเนื่องจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรตัดสินใจที่จะ
ตรวจสอบสายการผลิตรถบรรทกุ ทีม่ ีสินค้าของสหรัฐฯเพิม่ เติม ส่วนที่สาคัญจะรูว้ ่ามันไม่ได้เคลื่อนไหว
เพราะจะมีจีพเี อสและสตปิ ัญญาบางอยา่ งที่ต้องรวู้ า่ มันต้องอยู่ในจุดหมายปลายทางในเวลาที่ส้ันกว่าท่ี
เหลือไว้ด้วยความล่าช้า ส่วนนั้นจะสื่อสารผ่านทางอินเทอร์เน็ตเพื่อหาส่วนอื่นๆเช่น ตัวเองที่สามารถ
เปลี่ยนเส้นทางและเปลี่ยนเส้นทางที่ล่าช้าได้ ในขณะเดียวกันจะมีการจัดเตรียมการเปล่ียนเส้นทางไป
ยงั สว่ นท่ลี า่ ช้าไปยังลูกค้าที่ไม่มีเวลาทีต่ อ้ งการองคก์ รที่เกง่ ในระบบเศรษฐกจิ อุตสาหกรรมดิจิทลั จะเป็น
องค์กรที่มีความสามารถทางเทคโนโลยีและมีความซับซ้อนมากขึ้น เรื่องราวดิจิตอลของพวกเขาจะ
เขียนดว้ ยเทคโนโลยี

2.3.3 ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยธี ุรกิจดิจทิ ลั 9 ดา้ น

2.3.3.1 ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์

2.3.3.2 ทักษะการใชอ้ นิ เทอร์เน็ต

2.3.3.3 ทกั ษะการใช้งานเพื่อความมั่นคงปลอดภยั

13

2.3.3.4 ทักษะการใช้โปรแกรมประมวลคา
2.3.3.5 ทักษะการใชโ้ ปรแกรมคานวณ
2.3.3.6 ทกั ษะการใช้โปรแกรมนาเสนองาน
2.3.3.7 ทักษะการใชโ้ ปรแกรมสรา้ งสื่อดจิ ิทลั
2.3.3.8 ทักษะการทางานรว่ มกนั แบบออนไลน์
2.3.3.9 ทกั ษะการใชด้ ิจิทลั เพื่อความมั่นคงปลอดภัย
2.3.4 ประโยชนข์ องการพัฒนาเทคโนโลยธี รุ กิจดจิ ิทลั
2.3.4.1 ประโยชนส์ าหรับขา้ ราชการ

1) ทางานไดร้ วดเร็วลดข้อผดิ พลาดและมคี วามม่นั ใจในการทางานมากขึ้น
2) มีความภาคภูมใิ จในผลงานทีส่ ามารถสรา้ งสรรคไ์ ดเ้ อง
3) สามารถแกไ้ ขปัญหาทเี่ กิดขน้ึ ในการทางานไดม้ ปี ระสิทธภิ าพมากขึน้
4) สามารถระบทุ างเลือกและตดั สินใจไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพมากขน้ึ
5) สามารถบรหิ ารจัดการงานและเวลาไดด้ ีมากขึน้ และช่วยสร้างสมดุลในชีวิต
และการทางาน
6) มีเคร่อื งมอื ชว่ ยในการเรียนรูแ้ ละเติบโตอย่างเหมาะสม
2.3.4.2 ประโยชน์สาหรบั ส่วนราชการและหน่วยงานของรฐั
1) หน่วยงานได้รับการยอมรับว่ามีความทันสมัย เปิดกว้าง และเป็นที่ยอมรับ
ซง่ึ จะชว่ ยดึงดูดและรักษาคนรุ่นใหมท่ ม่ี ีศกั ยภาพสูง มาทางานกับองคก์ รดว้ ย
2) หน่วยงานได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากประชาชนและผู้รับบริการ
มากขึน้
3) คนในองค์กรสามารถใช้ศักยภาพในการทางานที่มีมูลค่าสูง (High Value
Job) มากขึ้น
4) กระบวนการทางานและการสื่อสารของงองค์กร กระชับขึ้น คล่องตัวมาก
ขึน้ และมีประสิทธภิ าพมากขน้ึ
5) หน่วยงานสามารถประหยัดทรัพยากร (งบประมาณและกาลังคน) ในการ
ดาเนนิ งานไดม้ ากข้ึน

14

2.3.5 สาขาวชิ าเทคโนโลยีธุรกจิ ดิจทิ ัล
สาขาวชิ าเทคโนโลยธี ุรกจิ ดิจทิ ัล เป็นสาขาวชิ าทเี่ นน้ ศึกษาเทคโนโลยีในปัจจุบันที่

สง่ ผลตอ่ ธุรกิจ โดยนาเทคโนโลยดี ิจิทัลมาใชใ้ นธุรกิจในทุกด้านเพือ่ ให้ไดร้ ะบบดิจทิ ลั ทถี่ ูกตอ้ งเหมาะสม
และทันสมยั กับธรุ กิจและสรา้ งให้เกิดความไดเ้ ปรยี บทางธุรกจิ ทกุ ดา้ น

2.3.5.1 จดุ ประสงคส์ าขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทลั
1) เพ่ือให้สามารถประยุกต์ใช้ความรแู้ ละทักษะด้านภาษาและการสื่อสาร

ทกั ษะการคิดและการแกป้ ัญหาและทักษะทางสงั คมและการดารงชวี ติ ในการพฒั นาตนเองและวิชาชีพ
2) เพ่ือใหม้ คี วามเข้าใจและสามารถประยุกตใ์ ชห้ ลักการบริหารและการจัดการ

วิชาชีพ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและหลักการของงานอาชีพที่สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการการพัฒนา
วิชาชีพเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าของเศรษฐกิจ สังคม และ
เทคโนโลยี

3) เพื่อให้มีความเขา้ ใจในหลกั การกระบวนการทางานในกลุ่มงานพืน้ ฐานด้าน
เทคโนโลยีธรุ กจิ ดจิ ทิ ัล

4) เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้ความรู้และเทคโนโลยีด้าน เทคโนโลยีธุรกิจ
ดจิ ิทัลในการพัฒนาตนเองและวิชาชพี

5) เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานวิเคราะห์แก้ปัญหา สร้างสรรค์และนาเทคโนโลยี
มาใช้ในการพฒั นางานเทคโนโลยธี ุรกจิ ดจิ ทิ ลั

6) เพือ่ ใหส้ ามารถปฏบิ ัติงาน เทคโนโลยีธรุ กิจดจิ ทิ ลั ในสถานประกอบการและ
ประกอบอาชีพอิสระรวมท้ังการใชค้ วามรู้และทักษะพืน้ ฐานในการศึกษาต่อในระดบั สูงได้

7) เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ซื่อสัตย์สุจรติ มี
ระเบยี บวนิ ยั เป็นผมู้ ีความรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม สิ่งแวดล้อม ต่อตา้ นความรุนแรงและสารเสพตดิ

2.3.5.2 มาตรฐานการศกึ ษาวิชาชพี
1) ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม และคณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์
(1) ด้านคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพได้แก่ความเสียสละ

ความซื่อสัตย์สุจรติ ความกตัญญูกตเวทคี วามอดกลั่นการละเวน้ สิ่งเสพติดและการพนันการมีจิตสานึก
และเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพและสังคม ภูมิใจและรักษาเอกลักษณ์ของชาติไทย เคารพกฎหมาย เคารพ

15

สิทธิของผู้อื่น ประพฤติปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของตนเองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ มจี ติ สาธารณะและจติ สา นกึ รักษาสงิ่ แวดล้อม

(2) ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ได้แก่ความมีวินัย ความรับผิดชอบ
ความรักสามัคคีมีมนุษย์สัมพันธ์ความเชื่อมั่นในตนเอง สนใจใฝ่รู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ขยัน
ประหยดั อดทนตอ่ ตนเอง ตอ่ ต้านความรนุ แรงและการทุจริต ปฏบิ ตั ิตนเองและปฏิบัติงานโดยคาน่ึงถึง
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงความปลอดภัย อาชีวอนามัย การอนุรกั ษ์พลงั งานและสิง่ แวดล้อม

2.3.5.3 ด้านสมรรถนะแกนกลาง
1) ดา้ นความรู้
(1) หลกั การใชภ้ าษาและเทคโนโลยีสารสนเทศเพือ่ การสอื่ สาร
(2) หลกั การใช้เหตผุ ลการคดิ วเิ คราะหก์ ารแก้ปญั หาและการจดั การ
(3) หลกั การดารงตนและอย่รู ว่ มกบั ผู้อื่นในสังคม
(4) หลักการปรบั ตวั และดาเนินชีวิตในสังคมสมยั ใหม่
2) ดา้ นทักษะ
(1) ทักษะการสื่อสารและการเรียนรู้โดยใช้ภาษาและเทคโนโลยี

สารสนเทศ
(2) ทักษะการคิดวิเคราะห์การแก้ปัญหาและการจัดการโดยใช้หลักการ

และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และคณติ ศาสตร์
(3) ทักษะทางสังคมและการดารงชีวิตตามหลักศาสนา วัฒนธรรม และ

ความเป็นพลเมอื งและหลักการพัฒนาบคุ ลกิ ภาพและสุขอนามัย
3) ด้านความสามารถในการประยกุ ต์ใช้และความรบั ผดิ ชอบ
(1) สื่อสารโดยใชภ้ าษาไทย ภาษาต่างประเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศ

ในชวี ติ ประจาวนั และในงานอาชพี
(2) แก้ไขปัญหาและพัฒนางานอาชีพโดยใช้หลักการและกระบวนการ

ทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
(3) ปฏิบัติตนตามหลักศาสนา วัฒนธรรม ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม

ทางสังคมและสทิ ธิหน้าท่พี ลเมือง

16

(4) พัฒนาบุคลิกภาพ สุขอนามัยและคุณลักษณะเหมาะสมกับการ
ปฏิบตั งิ านอาชพี และการอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ืน่

2.3.5.4 ด้านสมรรถนะวชิ าชพี
1) ดา้ นความรู้
(1) หลักทฤษฎีและเทคนิคเชงิ ลกึ ภายใต้ขอบเขตของงานอาชีพ
(2) หลักการคิดวเิ คราะห์ตัดสินใจวางแผนและแกไ้ ขปัญหา
(3) หลกั การประสานงาน ประเมินผลการปฏิบตั งิ านและบรหิ ารจดั การ
(4) หลักการด้านความปลอดภัยและข้อกาหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ

งาน
(5) หลักการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรแู้ ละพัฒนางานอาชพี
(6) หลักการพื้นฐานด้านธุรกิจดิจิทัลและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

ดจิ ทิ ัล
(7) หลกั การวเิ คราะหแ์ ละออกแบบโปรแกรมทางด้านนธุรกจิ ดจิ ิทลั
(8) หลักการคดิ เชงิ ออกแบบ
(9) หลกั การออกแบบระบบฐานขอ้ มลู

2) ด้านทกั ษะ
(1) ทักษะการเลือกและประยุกต์ใช้วิธีการเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ใน

การปฏิบตั งิ าน
(2) ทักษะการคดิ วิเคราะหแ์ ละแก้ปัญหาในการปฏบิ ัตงิ าน
(3) ทักษะการวางแผนการบริหารจัดการ การประสานงานและการ

ประเมนิ ผลการปฏิบัติงานอาชพี
(4) ทักษะการใชค้ อมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศเพอ่ื การเรยี นรู้
(5) ทักษะด้านสุขภาวะและความปลอดภัยตามระเบียบข้อบังคับท่ี

เชื่อมโยงกนั ในการปฏิบตั ิงาน
(6) ทักษะการพัฒนาโปรแกรมบนอุปกรณ์พกพาและอินเทอร์เน็ตสรรพ

ส่งิ

17

(7) ทกั ษะการออกแบบและสรา้ งส่อื ดิจทิ ัล
(8) ทกั ษะการพฒั นาเวบ็ ไซต์เพอ่ื ธรุ กจิ อีคอมเมริ ช์
(9) ทกั ษะการคิดเชงิ ออกแบบนวัตกรรมธุรกจิ ดิจิทลั
(10) ทกั ษะการวางแผนเรม่ิ ตน้ ธุรกจิ ดจิ ทิ ัล (Startup)
3) ด้านความสามารถในการประยุกต์ใช้และความรบั ผิดชอบ
(1) วางแผนดาเนินงานตามหลักการและกระบวนการ โดยคานึงถึงการ
บริหารงานคุณภาพการอนุรักษ์พลังงาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม หลักอาชีวอนามัยและความ
ปลอดภัย และกฎหมายทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
(2) ปฏบิ ัติงานอาชีพ เทคโนโลยธี ุรกิจดิจทิ ัล ตามหลักการและแบบแผนท่ี
กาหนดโดยใช้/เลือกใช/้ ปรบั ใช้กระบวนการปฏิบตั ิงานทเ่ี หมาะสม
(3) เลือกใช้และบารุงรักษาเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ในการงานอาชีพตาม
หลกั การและกระบวนการ โดยคานงึ ถงึ ความประหยัดและความปลอดภัย
(4) ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่อพัฒนาและ
สนับสนนุ งานอาชพี
2.3.5.5 สาขางานธุรกจิ ดจิ ิทลั
1) ตัดสินใจ วางแผนและแก้ไขปัญหาที่ไม่คุ้นเคยหรือซับซ้อนและเป็น
นามธรรม
ในงานอาชพี ธรุ กิจดิจทิ ลั ที่ไมอ่ ยภู่ ายใตก้ ารควบคมุ ในบางเร่ือง
2) ประยุกต์ใชค้ วามรู้ ทกั ษะวิชาชีพ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารใน
การแก้ปญั หาและการปฏิบัติงานธุรกจิ ดิจิทลั
3) บริหารจัดการ ประสานงาน และประเมินผลการปฏิบัติงานอาชีพธุรกิจ
ดิจิทัลด้วยตนเอง
4) วเิ คราะหแ์ ละออกแบบนวตั กรรมธุรกิจดิจทิ ลั
5) ประยุกตใ์ ช้และผลิตนวัตกรรมธรุ กิจดจิ ิทัล
6) เขียนแผนนาเสนอนวตั กรรมธุรกจิ ดจิ ิทัลเพื่อการเริ่มตน้ ธรุ กิจ (Startup)

18

2.3.5.6 สาขางานดจิ ทิ ัลมีเดยี
1) ตัดสินใจ วางแผนและแก้ไขปัญหาที่ไม่คุ้นเคยหรือซับซ้อนและเป็น

นามธรรมในงานอาชพี ธรุ กจิ ดิจทิ ัลท่ไี ม่อย่ภู ายใต้การควบคุมในบางเรื่อง
2) ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะทางวิชาชีพ เทคโนโลยีสารสนเทศและการ

สือ่ สารในการแก้ปญั หาและการปฏบิ ัตงิ านธรุ กิจดิจทิ ลั
3) บริหารจัดการ ประสานงาน และประเมินผลการปฏิบัติงานอาชีพธุรกิจ

ดิจิทลั ด้วยตนเอง
4) ออกแบบสอ่ื ดิจทิ ลั
5) สรา้ งสอ่ื ดิจิทัลสาหรับธุรกิจ
6) เขยี นและนาเสนอแผนนวัตกรรมสื่อดิจิทัลสาหรับธรุ กจิ (Startup)

2.3.5.7 สาขางานโมบายแอพพลิเคช่ันทางธุรกจิ
1) ตัดสินใจ วางแผนและแก้ไขปัญหาที่ไม่คุ้นเคยหรือซับซ้อนและเป็น

นามธรรมในงานอาชีพธรุ กิจดจิ ิทัลท่ไี มอ่ ยูภ่ ายใต้การควบคุมในบางเรื่อง
2) ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะทางวิชาชีพ เทคโนโลยีสารสนเทศและการ

สอ่ื สารในการแก้ปญั หาและการปฏบิ ัตงิ านธรุ กิจดิจทิ ัล
3) บริหารจัดการ ประสานงาน และประเมินผลการปฏิบัติงานอาชีพธุรกิจ

ดจิ ทิ ัลดว้ ยตนเอง
4) ออกแบบส่วนตดิ ต่อผใู้ ช้ของแอพพลิเคช่ัน บนอุปกรณ์พกพา
5) สรา้ งหรอื พฒั นาโปรแกรมทางธรุ กจิ บนอปุ กรณพ์ กพา
6) เขียนและนาเสนอแผนนวัตกรรมโมบายแอพพลิเคชั่นธุรกิจเพื่อเริ่มต้น

ธรุ กจิ
2.3.5.8 สาขางานธุรกิจอีคอมเมริ ์ซ
1) ตัดสินใจ วางแผนและแก้ไขปัญหาที่ไม่คุ้นเคยหรือซับซ้อนและเป็น

นามธรรมในงานอาชพี ธุรกจิ ดิจทิ ัลทีไ่ มอ่ ยู่ภายใตก้ ารควบคุมในบางเรื่อง
2) ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะทางวิชาชีพ เทคโนโลยีสารสนเทศและการ

สื่อสารในการแก้ปญั หาและการปฏบิ ตั งิ านธุรกจิ ดิจทิ ลั

19

ดจิ ิทัลดว้ ยตนเอง 3) บริหารจัดการ ประสานงาน และประเมินผลการปฏิบัติงานอาชีพธุรกิจ

4) ออกแบบสว่ นตดิ ตอ่ ผู้ใช้บนเวบ็ ไซต์ธุรกิจอคี อมเมิร์ซ
5) สร้างหรือพฒั นาเว็บไซตธ์ ุรกิจอีคอมเมริ ์ซ

2.4 google
2.4.1 ประวัติ google
วันที่ 4 กันยายน 1998 บริษัทกูเกิ้ล Google ได้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกโดยในช่วงแรกของ

การกอ่ ตัง้ บริษัทมีพนกั งานไม่ถึง 10คน ชื่อของกูเก้ิล (Google) มาจากคาเรียกนิพจน์คณิตศาสตร์ที่ใช้
เรยี กหมายเลข 1 ตามด้วยเลขศูนย์ 100 ตัว หลังจากการกอ่ ตงั้ บริษทั ได้ไมน่ านในเดอื นสงิ หาคม 1998
แอนดี เบ็กโตลไชม์ (Andy Bechtolsheim) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Sun Microsystems ได้ให้เงินลงทุน
ก้อนสาคัญกับบริษัท Google มูลค่า 100,000 ดอลลาร์และบริษัท Google ก็เริ่มเดินหน้าพัฒนา
บริษัทโดยมสี านกั งานอย่ทู ่ี ชานเมืองเมนโลพาร์ก มลรฐั แคลิฟอร์เนีย บริการค้นหาขอ้ มูลเสิร์ชเอนจินข
อง Google แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วราวกับการระบาดของเชื้อไวรสั จนมีผู้ใช้บริการหลาย
ร้อยล้านคนทั่วโลก บริษัทเสนอขายหุ้นใหม่แก่สาธารณะเป็นครั้งแรก (NASDAQ) 19 สิงหาคม 2004
และเป็นก้าวกระโดดครั้งสาคัญ มูลค่าของบริษัทพุ่งทะยาน ปัจจุบันบริการต่าง ๆ ของ Google มี
มากมายหลายประเภท ตั้งแต่เริ่มต้นด้วยบริการของ Google เอง เช่น บริการเสิร์ชเอนจิน (Search
Engine) ค้นหาข้อมูล บริการกูเกิล ด๊อกส์ (Google Docs) และการเข้าซื้อกิจการ เช่น ยูทูบ
(Youtube) ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) บนอุปกรณ์สมาร์ทโฟน แม้ว่าจะประสบ
ความสาเร็จในหลายธุรกิจบนอาณาจักรของ Google แต่มีหลายบริการของ Google ที่ต้องปิดตัวไป
เนื่องจากภาวะขาดทุนและไม่ก่อให้เกิดรายได้ตามแผนงานที่วางไว้เช่น บริการ Google+ สังคม
ออนไลน์โซเชียลเน็ตเวิร์กที่บริษัทตั้งเป้าล้มแชมป์อย่าง Facebook บริการ Google+ เปิดตัวในปี
2011 และปิดตัวลงในปี 2018 พร้อมปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลผู้ใช้งานก่อนหน้าการปิดตัวไม่นาน
ในวันที่ 2 ตลุ าคม 2015 ไดม้ กี ารปรบั เปล่ยี นโครงสร้างการบริหารครงั้ สาคญั ในบริษัท Google โดยได้
ก่อตั้งบริษัทแห่งใหม่ชื่อ แอลฟาเบต (Alphabet) ทาหน้าที่เป็นบริษัทแม่ของบริษัท Google และ
บริษัทย่อย ๆ ในเครือข่ายทั้งหมด ปัจจุบันบริษัท แอลฟาเบต มีพนักงานมากกว่า 103,459 คน
กระจายอย่ใู นประเทศต่าง ๆ ทัว่ โลกรวมถึงสานกั งานในประเทศไทย

20

2.4.2 เว็บไซต์ Google (www.Google.com) เป็นเว็บไซต์ที่ให้ บริการในการค้นหาข้อมลใน
โลกขออินเตอร์เน็ตโดยค้นหาข้อมูลจากข้อความหรือตัวอักษรที่พิมพ์เข้าไปแล้วทาการค้นหาข้อมูล
รูปภาพหรือเว็บเพจที่เกี่ยวข้องนามาแสดงผลเว็บไซต์Google ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่ม
ผู้ใช้งานอินเทอรเน็ตที่ต้องการค้นหาข้อมูลเว็บไซต์Google แบ่งหมวดหมู่ของการค้นหาออกเป็น 4
หมวดหมู่ด้วยกนั ดังน้คี ือ

2.4.2.1 เว็บ (Web) เป็นการค้นหาข้อมูลในรูปแบบของเว็บไซต์ต่าง ๆ ทั่วโลก โดยการ
แสดงผลจะแสดงเว็บไซตท์ ่มี ีคาทีเ่ ป็น Keyword อย่ภู ายเวบ็ ไซตน์ ัน้

2.4.2.2 รูปภาพ (Images) เป็นการคน้ หารูปภาพจากการแปลคา Keyword
2.4.2.3 กลุ่มข่าว (News) เป็นการค้นหาข้อมูลที่เป็นเนือ้ หาที่อยู่ในข่าวซึ่งมีการระบุชอ่ื
ผูเ้ ขยี นข่าว,หวั ข้อข่าว,วันทแี่ ละเวลาทโี่ พสตข์ ่าว
2.4.2.4 สารบบเว็บ (Web Directory) Google มีการจดประเภทของเว็บไซต์ออกเป็น
หมวดหมู่ซง่ึ เราสามารถค้นหาเว็บในเร่อื งทต่ี ้องการตามหมวดหมวกหม่ทู ี่มอี ยู่ไดเ้ ลย
2.4.3 ผลติ ภัณฑข์ องgoogle
2.4.3.1 ซอฟต์แวร์เดสกท์ อป

1) Google Talk ซอฟตแ์ วรเ์ มสเซนเจอรแ์ ละวโี อไอพี
2) Google Earth ซอฟต์แวร์ดูภาพถ่ายผ่านดาวเทียมและภาพถ่ายทาง
อากาศ ภูมิประเทศของแต่ละประเทศของโลก
3) Picasa ซอฟต์แวร์สาหรับดูภาพภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ใช้งานคู่กับ
เวบ็ ไซตป์ กี าซา
4) Google Pack เปน็ ชดุ ซอฟต์แวรพ์ ร้อมดาวน์โหลด ประกอบด้วย โปรแกรม
ของgoogleเองได้แก่ เดสก์ท็อป ปีกาซา ทูลบาร์ โฟโต้สกรีนเซฟเวอร์ เอิร์ธ ทอร์ก วิดีโอเพลย์เยอร์
และโปรแกรมอ่ืนรวมถงึ ไฟร์ฟอกซ์ สตารอ์ อฟฟศิ อะโดบี รีดเดอร์ สไกป์
5) Google Chrome ซอฟต์แวร์เบราวเ์ ซอร์
6) SketchUp ซอฟตแ์ วร์สาหรับวาดภาพสเก็ตช์ และภาพ 3 มิติ
7) Google sky map ซอฟต์แวร์ที่ใช้ดู แผนที่ดาว ตาแหน่งดาวเคราห์ และ
ดาวฤกษ์ ของ กาแลก็ ซ่ตี า่ งๆๆ
8) Google Map ซอฟต์แวร์สาหรบั ค้นหาแผนที่บนโลก
2.4.3.2 ด้านเอกสาร
1) Google Docs ซอฟต์แวร์ที่ใช้เกี่ยวกับ การเก็บข้อมูล ภาพ ข้อมูล
เหมือนกับ Microsoft word

21

2) Google Sheet ซอฟต์แวร์ ที่ใช้เกี่ยวกับ การทาข้อมูล กราฟเส้น ต่างๆ
เหมอื นกบั Microsoft Excel

3) Google Slides ซอฟแวร์ ที่ใช้เกี่ยวกับ การนาเสนอ ข้อมูล ความรู้
เหมือนกับ Microsoft power point

4) Google Keep ซอฟแวร์ ที่ใช้เกี่ยวกับ การจดบันทึกสิ่งต่างๆหรือสิ่งสาคญั
ซึ่งเหมือนการเก็บข้อมูลใน สมดุ หรอื ไดอาร่ี

2.4.3.3 บริการบนอนิ เทอร์เน็ต
1) Google Search เว็บไซต์เสิร์ชเอนจินค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต มี

ใหบ้ รกิ ารมากกวา่ 100 ภาษา
2) Google Groups บรกิ ารเวบ็ บอรด์ และสร้างเว็บไซตข์ องกลุ่ม
3) Google Image Search บริการค้นหารูปภาพออนไลน์
4) Google Calendar บรกิ ารปฏิทนิ และจดวนั นัดหมาย
5) Gmail บรกิ ารอเี มล
6) Google Zeitgeist บริการเปดิ ให้ดูคาคน้ หา คานยิ ม รูปแบบ และแนวโน้ม

ในการคน้ หาผ่านGoogle Search
7) Google Docs บริการใช้งานซอฟต์แวร์สานักงานรวมถึง เวิร์ด สเปรดชีต

พรีเซนเตชัน ให้ผู้ใช้สามารถได้ฟรีออนไลน์ โดยเพิ่มเติมความสามารถในการแชร์และให้ผู้ใช้หลายคน
สามารถแก้ไขไฟล์เดียวกันพร้อมกันได้โดยผู้ใช้ โดยเริ่มพัฒนาจากซอฟต์แวร์ ไรต์รี (Writely) และ กู
เกิลสเปรดชตี ส์ (Google Spreadsheet) เปดิ ใหบ้ รกิ ารครง้ั แรกเม่ือ 17 กันยายน พ.ศ. 2550

8) Google Translate บริการแปลข้อความผ่านเว็บไซต์ รวมถึงแปลเว็บไซต์
ท้ังหนา้

9) Blogger บริการเขียนบลอ็ ก
10) Blog Search บริการคน้ หาบล็อก
11) Picasa เวบ็ ไซตเ์ กบ็ ภาพ ใชง้ านค่กู บั ซอฟตแ์ วร์ปกี าซา
12) Google Page บรกิ ารสร้างเวบ็ ไซต์
13) Google Notebok บริการสมดุ บันทกึ ออนไลน์
14) Google Maps บริการแผนท่ี ค้นหาทอ่ี ยู่ ค้นหาธรุ กิจและร้านอาหาร
15) YouTube บริการแชร์วดิ โี อ
16) Google Video บรกิ ารคน้ หาวิดีโอออนไลน์

22

17) Google Webmaster ใหบ้ ริการเครอ่ื งมือสาหรบั เวบ็ มาสเตอร์ ตรวจสอบ
เวบ็ ไซต์ ค้นหาดัชนีการค้นหาผ่านgoogle ตรวจสอบโรบอตไฟล์

18) Google Scholar บรกิ ารค้นหาวารสาร หนังสอื สิง่ ตีพิมพท์ างวิชาการ
19) Google Sky ดดู าว และระบบสรุ ยิ ะจักรวาลผ่านเว็บไซต์
20) Google Directory คน้ หาข้อมูลตามหมวดหมู่ ขอ้ มูลจาก ดมี อซ
21) Orkut เครือขา่ ยสงั คมออนไลนล์ ักษณะคลา้ ยกบั Facebook
22) Google AdSense ให้บริการโค้ดสาหรับติดตั้งโฆษณาบนเวบ็ ไซต์ ทางาน
ค่กู บั แอดเวริ ดส์
23) Google AdWords บรกิ ารโฆษณาผา่ นเวบ็ ไซต์ที่ตดิ ตั้งแอดเซนส์
24) Google Analytics บริการนับสถติ ิผู้เขา้ ชมเวบ็ ไซต์ พร้อมระบบวิเคราะห์
ผใู้ ชง้ าน
25) Google Play บริการใช้งานผลิตภัณฑแ์ ละบริการของgoogleผ่านทางชอ่ื
โดเมนส่วนตัว โดยแอปพลิเคชันที่สามารถใช้งานได้เช่น จีเมล แคเลนเดอร์ ทอล์ก ด็อกส์ โดยมีการ
ให้บริการทั้งฟรีและเสียเงนิ
26) iGoogle ในชื่อเดิม เพอร์เซอนอลไลส์ ให้บริการทาหน้าเริ่มตน้ ในการเขา้
ชมเวบ็ ไซต์ โดยสามารถนาเว็บฟีดและแกด็ เจต็ จากเว็บอนื่ มารวมได้
27) Google guru เชิญให้สมาชิก Gmail เข้ามาตั้งคาถามและตอบคาถามได้
โดยมีคะแนนที่ทางgoogleให้เมื่อเข้ามาท่ีgoogle สามารถใช้ตั้งคาถามได้ เป็นเวอร์ชันทดลองให้ไป
ลองใชก้ นั พบแต่ในประเทศไทยเท่าน้นั (ปจั จบุ ันปดิ ใช้งานแลว้ )
28) Google Music บริการฟังเพลง-ดาวน์โหลดเพลงออนไลนจ์ ากgoogle ใน
เบ้อื งตน้ เปดิ ใช้เป็นทางการเฉพาะประเทศสหรฐั อเมรกิ า
29) Stadia บรกิ ารเกมออนไลนท์ ี่เล่นเกมผ่านเกมคลาวดโ์ ดยใช้โครมเปน็ ตัว

เล่น
2.4.4 ความหมายของ google form

Google Form เป็นส่วนหนึ่งในบริการของกลุ่ม Google Docs ที่ช่วยให้เราสร้าง
แบบสอบถามออนไลน์ หรอื ใช้สาหรับรวบรวมข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว โดยทไี่ ม่ต้องเสียคา่ ใช้จ่าย ในการ
ใช้งาน Google Form ผู้ใช้สามารถนาไปปรับประยุกต์ใช้งานได้หลายรูปแบบอาทิ เช่น การทา
แบบฟอร์มสารวจความคิดเห็น การทาแบบฟอร์มสารวจความพึงพอใจ การทาแบบฟอร์มลงทะเบียน
และการลงคะแนนเสยี ง เป็นต้น

23
2.4.4.1 องคป์ ระกอบของ google form

ระบบเอกสารสเปรดชีต งานนาเสนอแบบฟอร์มและภาพประกอบงาน
นาเสนอออนไลน์ การทางานร่วมกนั แบบเรียลไทม์เคร่อื งมือการคน้ หา

2.4.4.2 บทบาทของ google form
Form ใน Google Drive เป็นการสร้างแบบฟอร์มที่ต้องการคาตอบจาก

ผู้ตอบ เพราะการทางานของ Form นั้นเมื่อเราทาการส่งไปถึงผู้รับ โดยให้ผู้รับตอบและส่งคาตอบ
กลับมา เราจะสามารถรู้ว่าผู้ที่ตอบแบบฟอร์มได้เลือกคาตอบ หรือตอบอะไรบ้าง แต่ผู้ที่ตอบ
แบบสอบถามจะไม่รูว้ ่าคาตอบท่ีตัวเองตอบนั้นผิดหรือถูก ซึ่งประโยชน์นี้สามารถนาไปใช้ได้กับการทา
แบบสอบถามออนไลน์ได้เช่นกันผลกระทบทางลบ Google Formต้องใช้อินเทอร์เน็ตตลอดเวลาการ
ประยุกต์ใช้ในด้านการเรียน Google formนอกจากจะฟรีและใช้ง่ายแล้ว สามารถสร้างแบบสอบถาม
หรือฟอร์มนี้ ยังส่งถึงผู้รับได้หลายช่องทาง เช่น ใส่ฟอร์มหรือใส่ลิงค์ของฟอร์มเข้าไปพร้อมอีเมล์ นา
ฟอร์มไปใส่ไว้ในหนา้ บล็อกหรือหน้าเว็บเพจก็ได้การประยุกต์ใชด้ า้ นการประกอบอาชีพ Google form
สามารถนาฟอร์มไปใสไ่ ว้ในหนา้ บล็อกหรือหนา้ เว็บเพจก็ได้

ภาพที่ 2.4 ตวั อย่าง Google Form
2.4.5 ข้อดีของการทาแบบสอบถามออนไลน์

2.4.5.1 กระจายข้อมูลได้ทั่วถึงและสามารถเข้าถึงได้เร็วกว่าการที่เราทาแบบสอบถาม
ออนไลน์จะช่วยให้มีโอกาสได้ผู้เข้าร่วมแบบสอบถามที่ทั่วถึงกว่า ไม่ใช่แค่เพียงในพื้นที่ที่เราสามารถ
เดินแจกแบบสอบถามเท่านั้น อีกทั้งเรายังส่งแบบสอบถามให้ผู้ที่อยู่ภูมิภาคอื่นไปจนถึงผู้ที่อาศัยอยู่
ต่างประเทศสามารถทาแบบสอบถามใหเ้ ราได้ในเวลาอนั รวดเร็วอีกดว้ ย

24

2.4.5.2 ประหยัดงบประมาณการพมิ พ์แบบสอบถามในรูปแบบกระดาษยอ่ มมีคา่ ใชจ้ า่ ย
และแน่นอนว่ายิ่งเยอะยิ่งเห็นความแตกต่าง เพราะฉนั้นการทาแบบสอบถามในรูปแบบออนไลน์จะ
ประหยัดงบประมาณได้เป็นจานวนมาก

2.4.5.3 สามารถยกตัวอย่างให้เห็นรูปธรรมมากขึ้นหากเราต้องการให้ผู้ตอบ
แบบสอบถามได้เห็นสิ่งที่เราต้องการจะสื่อมากขึ้น เช่น หากทาแบบประเมิณผลงานบางอย่างที่เป็น
สิง่ ของ กส็ ามารถใส่ภาพหรือวิดีโอของสิง่ ของน้นั ๆ ลงไปในแบบสอบถามออนไลน์ได้เลย

2.4.5.4 ข้อมูลถกู จดั เก็บอยา่ งเปน็ ระเบยี บหากข้อมลู มคี วามสาคัญ การจัดเก็บเอกสารก็
ยิ่งมีสาคัญตามไปด้วย การที่เอกสารข้อมูลถูกจัดอย่างเป็นระเบียบในบัญชี Google จะยิ่งง่ายต่อการ
คน้ หา

2.4.5.5 สามารถนาข้อมูลไปใช้ต่อได้สะดวก เราสามารถนาผลลัพธ์จากการทา
แบบสอบถามออนไลน์ไปใช้ต่อได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เพราะเราสามารถ Export ข้อมูลผลลัพธ์
ออกมาเป็นไฟล์เพอ่ื นาไปใช้ต่อไดเ้ ลย

2.4.5.6 นอกจากเป็นแบบสอบถามยังใช้ทาการสอบย่อยแบบออนไลน์ได้อีกด้วย เรา
สามารถใช้ Google Form เพื่อสร้างข้อสอบสาหรับการสอบย่อยได้ โดยที่ผู้ทาข้อสอบสามารถตรวจ
คาตอบได้ทนั ทีอีกดว้ ย

2.4.6 ขอ้ ควรระวงั ในการใช้งาน
ระวังการลืมลงชื่อออก (Log-out) เมื่อทาการลงชื่อเข้าใช้ (Log-in) ในคอมพิวเตอร์

หรืออุปกรณ์สาธารณะ: เนื่องจาก Google Form ค่อนข้างสะดวกในการเช็คข้อมูล ซึ่งอาจทาให้
บางครั้งเราต้องการเข้าไปดูความคืบหน้าว่าแบบสอบถามของเรามีคนตอบมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเรา
อาจจะใชง้ านผา่ นคอมพิวเตอรห์ รืออปุ กรณ์สาธารณะแลว้ อาจลืมลงชื่อออก (Log-out) ได้ แล้วถา้ หาก
ท่านใดที่ใช้อีเมลหลักเป็นบัญชีเดียวกันแล้วด้วยนั้น ให้พึงระวังไว้เสมอว่าบัญชีที่ใช้ควรเก็บรักษาให้ดี
เพราะหากมีใครเข้าถึงบัญชีจากการที่เราเปิดดูฟอร์มทิ้งไว้ก็เท่ากับเค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลอีเมลของ
เราได้เชน่ กนั

2.4.7 การใช้ Google Form
เพื่อสร้างแบบสอบถาม Online Google Form เป็นบริการจากบริษัทGoogle ใช้

สร้างแบบสอบถามหรือรวบรวมข้อมูลอื่น ๆ ทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว สามารถนามาประยุกต์ใช้ได้
หลายกรณี เช่น - การวางแผนการจดั งานต่าง ๆ - การสารวจความพึงพอใจหรือความเหน็ - การเก็บ

ข้อมูลแทนการกรอกแบบฟอร์มกระดาษ - การทาแบบทดสอบ - การลงคะแนนเสียง ขั้นตอนการทา
แบบสอบถามออนไลน์

25

2.4.7.1 ใหล้ งชอ่ื เขา้ ใช้ Google Account เพอ่ื ใชบ้ ริการของ Google

ภาพที่ 2.5 วิธีการสมัคร Google
2.4.7.2 เมอื่ สมคั รสมาชิกบัญชี Google เรยี บร้อยเเล้วให้ลงชอ่ื เข้าใชง้ านใหค้ ลกิ ไอคอน
ขวามือเเล้วเลือกท่ีฟอร์ม

ภาพท่ี 2.6 วิธีการใช้ Google form
2.4.7.3 จากน้ันจะเจอหนา้ สรา้ งเเบบฟอรม์ จะมเี เบบฟอร์มสาเร็จรูปต่างๆ ให้เรา
เลือกใช้งานมากมาย หรอื เราสามารถสรา้ งเเบบฟอร์มเองไดโ้ ดยคลิกที่ ดงั รูปต่อไปน้ี

26

ภาพท่ี 2.7 วธิ ีการสร้างเเบบฟอร์มสาเร็จรปู
2.4.7.4 ขั้นตอนการเเนะนาการใช้เคร่อื งมือต่างๆ

1) ตงั้ ชือ่ Form
2) ตงั้ ช่ือรองของ Form
3) อธิบายแบบ Form

ภาพท่ี 2.8 ขนั้ ตอนการต้งั ช่ือแบบฟอรม์
2.4.7.5 เลือกประเภทคาตอบ ตามทตี่ ้องการ

1) ชอ่ื – นามสกลุ
2) คาถามปลายเปิด
3) เลอื กตอบได้เพียง 1 คาตอบ
4) เลือกตอบไดม้ ากกว่า 1 คาตอบ
5) Drop down list เลือกได้ 1 คาตอบ
6) อพั โหลดไฟล์

27

7) แบบใหค้ ะแนน
8) แบบเลือก วัน/เวลา – วันท/่ี เวลา

ภาพท่ี 2.9 วิธกี ารเลือกประเภทคาตอบ

2.4.7.6 การใช้เคร่อื งมอื ตา่ งๆหรือเลือกธมี เปล่ียนสี ได้ดังน้ี
1) เลือก Theme รปู แบบท่ีต้องการ
2) เพิม่ คาถาม
3) เพิม่ ช่ือ หรือ เพ่ิมหวั ข้อ
4) เพิ่มรปู ภาพ
5) เพ่มิ วดิ โี อ
6) เพมิ่ ส่วน / แบง่ หนา้

ภาพท่ี 2.10 วิธีการใชเ้ ครื่องมอื ตา่ งๆ

28
2.4.6.7 เมอื่ ได้ธมี หรือข้อมูลเเบบฟอร์มทเี่ ราต้องการเเลว้ เราสามารถกด Preview โดย
คลกิ ที่ไอคอนรปู ตาเพื่อดหู น้าเเบบฟอร์มของผูท้ าเเบบทดสอบได้

ภาพที่ 2.11 วธิ กี ารดูหนา้ เเบบฟอร์มของผูท้ าเเบบทดสอบ
2.4.6.8 เมอื่ คลิกที่ รปู ตา แล้วจะแสดงหน้าทเ่ี ปน็ ผ้ทู าแบบสอบถามทา

ภาพที่ 2.12 รปู เเบบฟอร์มของผู้ทาเเบบทดสอบ

29

2.5 การยืม-คืน (Circulation Service)
2.5.1 ยืมหมายความวา่ "ขอสงิ่ ของมาใช้ชวั่ ระยะเวลาหน่งึ แล้วคืนใหห้ รือใช้คนื " ในทางกฎหมาย

เป็นสัญญาประเภทสัญญามีชื่อ ซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า "ผู้ให้ยืม" ส่งมอบทรัพย์สินของตนให้แก่
บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า "ผู้ยืม" เพื่อให้ผู้ยืมใช้สอยและผู้ยืมจะได้คืนทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ให้ยืมเม่ือ
เขาใช้สอยเสร็จแล้วแบ่งเปน็ สองประเภทไดแ้ ก่

2.5.1.1 ยืมใช้คงรูป คือ สัญญายืมที่ผู้ให้ยมื ให้ผู้ยืมใชส้ อยทรพั ย์สินสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เปล่า
และผยู้ ืมตกลงวา่ จะคืนทรัพย์สินนั้นเม่ือได้ใชส้ อยเสรจ็ แลว้ บทบัญญตั ติ ้นฉบบั หมวด 1 ยืมใช้คงรูป "ม.
640 อันวา่ ยืมใช้คงรปู นน้ั คือ สัญญาซึ่งบคุ คลคนหนึ่ง เรยี กว่า ผ้ใู หย้ ืมให้บุคคลอีกคนหนงึ่ เรยี กวา่ ผูย้ ืม
ใช้สอยทรพั ยส์ ินสง่ิ ใดสงิ่ หน่ึงได้เปล่าและผยู้ ืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินน้ันเม่ือได้ใช้สอยเสร็จแล้วมาตรา
641 การให้ยมื ใชค้ งรูปนน้ั ทา่ นว่าย่อมบรบิ ูรณ์ต่อเมอ่ื ส่งมอบทรัพยส์ นิ ซ่ึงให้ยมื "

2.5.1.2 ยืมใชส้ ิ้นเปลอื ง คอื สญั ญายืมซึง่ ผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินชนิดใช้ไปสิ้น
ไปนั้นเป็นปริมาณมีกาหนดให้ไปแก่ผู้ยืมและผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินเป็นประเภท ชนิด และ
ปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินซึ่งให้ยืมนั้น โดยการยืมอันมีวัตถุแห่งสัญญาเป็นเงินนั้นเรียก
"กู้ยืม" และจัดเป็นลักษณะหนึ่งของยืมใช้สิ้นเปลืองการยืมทั้งหลายเหล่านี้ นับเป็นพฤติกรรมใน
ชีวิตประจาวนั ของมนุษย์ที่เรยี กได้ว่าไม่มีใครไม่เคยยืมหรือถูกยืม ไม่ว่าจะเป็นของเล็ก ๆ น้อย ๆ เชน่
ดินสอ ปากกา ยางลบ ไปจนถึงของสาคัญต่าง ๆเช่น ทรัพย์สินเงินทอง ทั้งนี้ เหตุผลหนึ่งก็เนื่องจาก
สมาชิกในสังคมมิได้มีฐานะทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกันกับทั้งความจาเป็นหลาย ๆ ด้าน อาทิในการ
ประกอบธุรกิจที่ต้องการทุนสูงหรือทุนหมุนเวียนและอาจรวมถึงกิเลสตัณหาอยากได้อยากมีจนเกิด
สานวนไทยวา่ "กหู้ นยี้ มื สนิ " การยมื จงึ ก่อให้เกดิ สิทธิและหนา้ ท่ีระหว่างผู้ใหย้ มื กับผู้ยืม ซ่ึงบางทีนาไปสู่
ความวิวาทบาดทะเลาะในสังคม ดังนั้นเพื่อความสงบเรียบร้อยของส่วนรวมกฎหมายจึงเข้ามาควบคมุ
พฤติกรรมในการยืม บทบัญญัติต้นฉบับหมวด หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง "ม.650 อันว่ายืมใช้สิ้นเปลือง
นั้น คือ สัญญาซึ่งผู้ให้ยมื โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพยส์ ินชนิดใช้ไปส้ินไปนั้นเป็นปริมาณมีกาหนดให้ไปแก่ผู้
ยมื และผยู้ ืมตกลงวา่ จะคืนทรัพย์สนิ เปน็ ประเภทชนดิ และปริมาณเชน่ เดียวกนั ให้แทนทรัพยส์ ินซง่ึ ให้ยืม
น้นั

2.5.2 การยมื -คืน คือ บริการยมื คืนหรือท่เี ราร้จู กั กนั ในอีกช่อื หน่งึ ว่า บรกิ ารจ่าย – รบั แต่ท้ังสอง
นี้มีความหมายเชิงบริการที่เหมือนกันคือ การบริการท่ีจัดข้ึนเพื่ออานวยความสะดวกและประโยชน์แก่
ผูใ้ ช้บริการ ในการยืมเลม่ โครงการที่แผนกจัดหามาไว้ มีหนา้ ทรี่ บั ผดิ ชอบคือการใหบ้ ริการยืม - การรับ
คนื บรกิ ารตรวจสอบข้อมลู การยมื -คนื การจดั การระเบยี นสมาชิก

30

2.5.3 บทบาทหนา้ ทขี่ องบริการยมื -คนื
2.5.3.1 การควบคุมงานบริการยืม-คืน เป็นภารกิจและเป้าหมายหลักขององค์กร ซึ่ง

มงุ่ เน้นไปทค่ี วามต้องการให้ผู้ใชท้ ุกคนสามารถเขา้ ถงึ สารสนเทศได้ อกี ทั้งยังต้องได้รบั สิทธิในการได้รับ
บริการอย่างเทา่ เทยี ม และ ตอบสนองความตอ้ งการมีสารสนเทศไว้ในมือ

2.5.3.2 ประชาสัมพันธ์ห้องสมุด จุดให้บริการประชาสัมพันธ์นั้นเป็นจุดแรกที่ผู้มาใช้
บริการสามารถพบเห็นและต้องการเขา้ มาติดต่อ เมื่อเขาเหลา่ น้ันต้องการความชว่ ยเหลือหรือตอ้ งการ
ข้อมูลในส่วนอื่นๆของห้องสมุดเพิ่มเติม ซึ่งทั้งนี้ประชาสัมพันธ์ห้องสมุดจะต้องสร้างความประทับใจ
ด้วยการมีจิตบริการ ซึ่งจะมีผลต่อทัศนคติของผู้มาใช้บริการและสิ่งนี้อาจจะเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของ
ห้องสมดุ ไดอ้ ีกทางหนึ่งดว้ ย

2.5.4 นยิ ามของการยืม
กฎหมายของหลายๆประเทศมิไดน้ ยิ ามของ "การยืม" ไว้โดยตรง แต่ให้นิยามประเภท

ต่างๆของการยืมไว้ ซึ่งนักกฎหมายอธิบายว่าเป็นเพราะ "ความหมายของสัญญายืมมีปัญหาว่าไม่
สามารถที่จะให้ความหมายที่เป็นที่ยอมรับกันได้" และ "ไม่มีความจาเป็นที่จะต้องให้ความหมายของ
สัญญายืมเฉยๆเนื่องจากไม่มีประโยชน์เพราะเมื่อสัญญายืมมีเพียง 2 ประเภท คือ สัญญายืมใช้คงรูป
กับสัญญายืมใช้สิ้นเปลืองจึงควรให้ความหมายของสัญญายืมใช้คงรูปและสัญญายืมใช้สิ้นเปลืองไว้
โดยตรง จะมีความชัดเจนเป็นการเฉพาะเจาะจงและเป็นประโยชน์มากกว่า"อย่างไรก็ดี ในวงวิชาการ
ของประเทศไทยมีผู้พยายามให้นยิ ามของสญั ญายืมไวห้ ลายคน เชน่

จิ๊ด เศรษฐบุตร ศาสตราจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า "เป็น
สัญญาซึ่งคูส่ ัญญาฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า 'ผู้ให้ยืม' ได้ส่งมอบทรพั ย์สนิ ให้แก่คู่สญั ญาอีกฝ่ายหนึง่ เรียกว่า 'ผู้
ยมื ' เมื่อใช้ทรัพย์สินแล้วผยู้ ืมต้องคืนใชใ้ ห"้

กมล สนธิเกษตริน ศาสตราจารย์คณะเดียวกัน ว่า " สัญญาซึ่งคู่สัญญาฝ่ายหน่ึง
เรียกว่า 'ผู้ให้ยืม' ได้ส่งมอบทรัพย์สินให้แก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า 'ผู้ยืม' เพื่อได้ใช้ทรัพย์สินน้ัน
และผ้ยู มื ต้องคืนทรัพยส์ นิ ที่ยมื แกผ่ ู้ให้ยมื "

ผไทชิต เอกจริยกร ศาสตราจารย์คณะเดียวกัน ว่า "สัญญายืม เป็นสัญญาซึ่งบุคคล
ฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า 'ผู้ให้ยืม' ให้บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า 'ผู้ยืม' ได้ใช้สอยทรัพย์สิน และผู้ยืมตกลงว่า
จะคนื ทรัพย์สินให้"

ดังนั้น โดยปรกติสัญญายืมจึงต้องมีลักษณะเป็นการทีผ่ ูใ้ ห้ยืมส่งมอบทรัพย์สนิ ใหผ้ ูย้ มื
ใชส้ อย และผยู้ ืมเมอื่ ใช้สอยเสร็จกค็ นื ทรัพยส์ นิ นั้นให้แกผ่ ู้ให้ยมื

31

2.5.5 สญั ญาใดจะเป็นสญั ญายมื หรือไม่ตอ้ งพจิ ารณาเปน็ รายกรณีไป
2.5.5.1 ฎ.122/2501 โจทก์มอบเงินใหจ้ าเลยไปหาซื้อกระบือให้โจทก์ มใิ ช่เป็นเรื่องกู้ยืม

เงิน ไม่จาเป็นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ เมื่อจาเลยไม่ซื้อกระบือให้โจทก์โจทก์ก็ฟ้องเรียกเงินคืนจาก
จาเลยได้

2.5.5.2 ฎ.1631/2508 การเล่นแชร์เปียหวยเกิดขึ้นจากความตกลงกันในระหว่างผู้เลน่
จึงเป็นสญั ญาชนดิ หนึ่ง แต่การเล่นแชรเ์ ปยี หวยไม่เป็นการกู้ยืม แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนงั สือก็ฟ้องร้อง
กันได้ การประมูลให้ดอกเบี้ยกันก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการให้ดอกเบี้ยในการกู้ยืม หากเป็นลักษณะการ
ประมูลว่าใครจะให้ประโยชน์สูงกว่ากันเท่านั้น มิได้กาหนดอัตราให้เรียกร้องกันได้อย่างไร เมื่อไม่มี
กฎหมายห้ามก็ใช้บังคบั ได้ จาเลยก็ไม่มีเหตุที่จะอ้างไดว้ า่ จาเลยได้ทรัพย์ไปโดยไม่มมี ูลท่ีจะอ้างได้ตาม
กฎหมาย กรณีนไี้ มเ่ ป็นลาภมคิ วรได้

2.5.5.3 ฎ.4805/2540 จาเลยเป็นเจ้าของเรือประมงสี่ลานาปลามาขายแก่โจทก์ โดย
โจทกใ์ หจ้ าเลยยมื เงนิ และทดรองจ่ายจา่ ยคา่ ใช้จา่ ยต่าง ๆ เกีย่ วกบั ประมงของจาเลยไปกอ่ น เมื่อจาเลย
นาสัตว์น้ามาขายแก่โจทก์ภายหลัง โจทก์จึงคิดหักหนี้เงินที่จาเลยรับล่วงหน้าและทดรองจ่ายไป ดังนี้
นิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจาเลยดังกล่าวมิใช่เป็นการกู้ยืม แต่เป็นการรับเงนิ ไปเป็นทนุ หมนุ เวียนใน
การทาการประมงของจาเลย กล่าวคือ โจทก์รับดาเนินการในภาระต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเฉพาะกับ
เรือประมงที่จะออกทะเลโดยมุ่งท่ีจะซื้อสัตว์น้าจากเรือของจาเลย สาหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่โจทก์
ออกไปจะนามาหกั กับค่าซื้อขายสัตว์น้าท่เี รือแตล่ ะลาได้มา ต่างกบั การก้ยู ืมเงนิ ทัว่ ๆ ไปทีไ่ มม่ ขี ้อผูกมัด
วา่ จะตอ้ งใชจ้ ่ายเงินได้เฉพาะเร่ือง และถอื เอาผลประโยชน์จากดอกเบย้ี เป็นสาคญั นิติสัมพันธ์ระหว่าง
โจทก์กับจาเลยจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนประเภทหนึ่ง ไม่มีแบบ และย่อมสมบูรณ์ด้วยการแสดง
เจตนา ในเมื่อมใิ ชก่ ารกยู้ ืม จึงฟอ้ งร้องบังคบั กนั ได้โดยไมจ่ าตอ้ งมีหลกั ฐานเป็นหนงั สอื มาแสดง

32

บทที่ 3
วธิ ีการดาเนนิ งานโครงการ

การดาเนินโครงการ “ระบบการ ยืม-คืน เลม่ โครงการวชิ าชพี ดว้ ยโปรแกรม Google Form”
มรี ายละเอียดในการดาเนนิ งานโครงการ ดงั นี้

3.1 การศกึ ษาข้อมูลเบื้องต้น
3.2 ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง
3.3 ข้ันตอนการดาเนินงาน
3.4 เคร่อื งมือทีใ่ ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
3.5 ขน้ั ตอนการดาเนนิ การและเก็บรวบรวมข้อมลู
3.6 พิจารณาจากคะแนนตามเกณฑ์
3.7 สถติ ิท่ใี ช้ในการวเิ คราะห์ขอ้ มลู
3.1 การศกึ ษาข้อมูลเบ้ืองต้น
3.1.1 ความหมายของโครงการ
3.1.2 ความหมายของระบบ
3.1.3 ความหมายของเทคโนโลยีธุรกจิ ดิจิทลั
3.1.4 ความหมายของ google
3.1.5 การยืม-คืน
3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
3.2.1 ประชากร คือ นักศกึ ษาแผนกคอมพิวเตอร์ธรุ กิจทั้งหมด จานวน 504 คน
3.2.2 กล่มุ ตวั อยา่ ง คือ นกั ศึกษาแผนกคอมพวิ เตอร์ธุรกจิ จานวน 217 คน
3.3 ขน้ั ตอนการดาเนนิ งาน
3.3.1 ศกึ ษาหาข้อมลู เกี่ยวกับการใช้ Google Form

33

ภาพที่ 3.1 แสดงศึกษาหาข้อมลู การใช้ Google Form
3.3.2 วางแผนการสรา้ งระบบยืม-คืน Google Form
3.3.3 สร้างระบบยมื -คืน Google Form

3.3.3.1 เขา้ โปรแกรม Google Form

ภาพท่ี 3.2 แสดงเขา้ Google Form

34

3.3.3.2 ใส่ช่อื โครงการและกาหนดหวั ข้อคาถาม

ภาพที่ 3.3 แสดงใส่ชื่อโครงการและกาหนดหวั ข้อคาถาม
3.3.3.3 เลอื กวิธกี ารตอบแบบสอบถาม

ภาพท่ี 3.4 แสดงเลือกวธิ ีการตอบแบบสอบถาม

35

3.3.3.4 สร้างหวั ข้อทต่ี ้องการคาตอบใหค้ รบตามทตี่ ้องการ

ภาพที่ 3.5 แสดงสรา้ งหวั ขอ้ ทีต่ ้องการคาตอบให้ครบตามท่ตี อ้ งการ
3.3.3.5 เลือกธมี หรอื เลือกรูปภาพตกแต่งพนื้ หลงั

ภาพท่ี 3.6 แสดงเลอื กธีมหรือเลอื กรปู ภาพตกแต่งพืน้ หลัง

36

3.3.3.6 เลอื กสพี ืน้ หลัง

ภาพที่ 3.7 แสดงเลอื กสีพ้นื หลงั
3.3.3.7 คลกิ รูปดวงตาเพ่ือแสดงมมุ มองของผ้ชู ม

ภาพที่ 3.8 แสดงคลิกรปู ดวงตาเพ่ือแสดงมุมมองของผชู้ ม

37

3.3.3.8 ตรวจสอบข้อมูลในมุมมองของผชู้ ม

ภาพท่ี 3.9 แสดงตรวจสอบข้อมลู ในมุมมองของผ้ชู ม
3.3.4 ออกแบบและตกแตง่ คิวอาร์โค้ดระบบยืม-คนื Google Form

ภาพท่ี 3.10 แสดงออกแบบและตกแตง่ ควิ อาร์โค้ดระบบยืม-คนื Google Form
3.3.5 ทดลองใช้ระบบยืมคนื Google Form

38

3.4 เครอ่ื งมอื ท่ใี ชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมลู
3.4.1 แบบสอบถาม ระบบการ ยืม-คืน เล่มโครงการวิชาชีพ ด้วยโปรแกรม Google Form

ของนักเรียนระดับชั้น ปวส.2 กลุ่ม 2 สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยเทคนิคระยอง ซึ่งประกอบด้วย
เพศ อายุ ระดับช้ัน

3.4.2 ข้อมูลการสร้างระบบการ ยืม-คืน เล่มโครงการวิชาชีพ ด้วยโปรแกรม Google Form ของ
นักเรียนระดับชั้น ปวส.2 กลุ่ม 2 สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยเทคนิคระยอง แบ่งออกเป็น
3 ดา้ น ได้แก่

3.4.2.1 ดา้ นรปู แบบ
3.4.2.2 ด้านเนอ้ื หาสาระ
3.4.2.3 ดา้ นประโยชนทีไ่ ดร้ ับ

3.5 ขั้นตอนการดาเนนิ การและเก็บรวบรวมขอ้ มูล
3.5.1 ศกึ ษาวตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ
3.5.2 กาหนดตวั บ่งชี้ที่ต้องการถามตามวัตถุประสงค์
3.5.3 รวบรวมขอ้ คาถาม ข้อความ หรอื พฤติกรรมจากตวั บง่ ชีท้ ก่ี าหนดไวใ้ หม้ ากท่ีสดุ
3.5.4 พิจารณาแต่ละข้อคาถามว่ามีความเป็นปรนัยหรือความชัดเจนทางภาษาเหมาะที่จะใช้กับ

กล่มุ ตวั อย่าง/ผ้ใู หข้ ้อมลู ทีจ่ ะไปสอบถามหรือไม่
3.5.5 กาหนดสเกลหรอื คาตอบท่เี หมาะสม
3.5.6 วเิ คราะหผ์ ลการทดลองใช้
3.5.7 จัดพิมพแ์ บบสอบถามฉบับสมบูรณ์
3.5.8 ผศู้ กึ ษาไดเ้ ก็บข้อมลู ด้วยแบบสอบถามกับกลุ่มตวั อยา่ งนักศึกษาแผนกคอมพิวเตอร์ธรุ กิจ

จานวน 217 คน
3.5.9 ระหว่างการเก็บรวบรวมข้อมลู ผู้ทาโครงการตรวจสอบความครบถว้ นสมบรู ณข์ อง

แบบสอบถามความเรียบร้อยของแบบสอบถามท้ังหมดอีกครั้งและเกบ็ รวบรวม เพ่ือนามาวเิ คราะหข์ ้อมลู
ต่อไป

39

3.6 พิจารณาจากคะแนนตามเกณฑ์

3.6.1 เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบสอบถามการสร้างระบบการ ยืม-คืน เล่ม

โครงการวชิ าชีพ ดว้ ยโปรแกรม Google Form กลุ่มตวั อยา่ งโครงการมีขน้ั ตอนดังตอ่ ไปนี้

สร้างแบบสอบถาม ซง่ึ มมี าตรส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดบั

5 หมายถึง มากทส่ี ดุ

4 หมายถึง มาก

3 หมายถึง ปานกลาง

2 หมายถึง นอ้ ย

1 หมายถึง นอ้ ยทสี่ ดุ

3.6.2 การวิเคราะห์แบบสอบถามความคิดเห็นของนักศึกษาการสร้างระบบการ ยืม-คืน เล่ม

โครงการวิชาชีพ ด้วยโปรแกรม Google Form ของนักศึกษา ปวส.2 กลุ่ม 2 สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ

กาหนดช่วงของคา่ เฉลย่ี ดงั น้ี

คา่ เฉล่ีย ความหมาย

4.50 – 5.00 หมายถึง มีความคิดเหน็ อยใู่ นระดับมากทีส่ ดุ

3.50 – 4.49 หมายถงึ มีความคิดเหน็ อยใู่ นระดับมาก

2.50 – 3.49 หมายถึง มคี วามคดิ เหน็ อย่ใู นระดับปานกลาง

1.50 – 2.49 หมายถงึ มคี วามคดิ เห็นอยูใ่ นระดบั นอ้ ย

0.00 – 1.49 หมายถงึ มคี วามคิดเหน็ อยู่ในระดบั น้อยทีส่ ดุ

40

3.7 สถิติท่ใี ช้ในการวิเคราะห์ข้อมลู

3.7.1 คา่ สถิตริ ้อยละ (Percentage) มสี ูตรดงั น้ี

สตู ร p= f×100
n
เมอ่ื กาหนดให้

p แทน คา่ รอ้ ยละ

f แทน จานวนหรือความถีท่ ่ีตอ้ งการหาค่าร้อยละ

n แทน จานวนข้อมลู ทั้งหมด

3.7.2 การหาค่าเฉลยี่ (x)̅

สูตร x=̅ x
N
เม่อื กาหนดให้

x แทน คะแนนเฉลี่ย

x แทน ผลรวมท้งั หมดของคะแนน
N แทน จานวนคะแนนในข้อมูลนน้ั

3.7.3 การหาคา่ เบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D. Standard Deviation)

สูตร S.D.= √N  x2(N  x2 )

N(n-1)

เมือ่ กาหนดให้

S.D. คือ ค่าเบ่ยี งเบนมาตรฐานของกลุ่มตัวอย่าง

N x2 คือ ผลรวมยกกาลงั สองของคะแนนทุกจานวน

( x2) คือ ผลรวมคะแนนทุกจานวนยกกาลังสอง

N คอื จานวนผ้ตู อบแบบสอบถามทัง้ หมด

41

บทท่ี 4
ผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู

4.1 ผลการดาเนินการ
การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปจากการติดตามประเมินผลระบบ ยืม - คืน โครงการวิชาชีพ

ด้วย Google Form ผู้ประเมินดาเนินการวิเคราะห์ข้อมูลและแปลความหมายตามลาดับ ดังนี้
ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ระดับความพึงพอใจ ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ
จานวนผ้ตู อบแบบสอบถามความพงึ พอใจ จานวน 218 คน
ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู ทั่วไป
ตารางที่ 4.1 การวเิ คราะหข์ ้อมูลการแสดงเพศของผู้ตอบแบบสอบถามแผนกเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล
ทไี่ ดเ้ ข้ารว่ ม ระบบ ยมื - คนื โครงการวิชาชพี ดว้ ย Google Form

ลาดับที่ เพศ จานวน (คน) รอ้ ยละ

1. ชาย 84 38.50

2. หญิง 134 61.50

รวมท้ังสิ้น 218 100

จากตารางที่ 4.1 พบว่าการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามเพศ คิดเป็น
ร้อยละของผู้ที่เข้าร่วมระบบ ยืม - คืน โครงการวิชาชีพ ด้วย Google Form และส่งแบบสอบถาม
กลบั คืนดังนี้ เพศชายคิดเป็นร้อยละ 38.50 ของประชากรท้ังหมดและเพศหญิง คดิ เปน็ รอ้ ยละ 61.50
ของประชากรท้ังหมด สรปุ ด้วยแผนภมู ิ ภาพท่ี 4.1 แผนภูมแิ สดงเพศของผตู้ อบแบบสอบถาม

แผนภูมิแสดงเพศของผตู้ อบแบบสอบถาม

61.50% 38.50% ชาย
หญิง

ภาพที่ 4.1 แผนภมู ิแสดงเพศของผู้ตอบแบบสอบถาม


Click to View FlipBook Version