ตามลำดับ ส่วนจังหวัดที่มีพ้ืนที่เกษตรกรรมน้อยที่สุด คือ ส่วนพื้นที่เกษตรกรรมประเภทอื่น ๆ มีการ
จังหวดั มกุ ดาหาร มพี ืน้ ที่เพียงแค่ 1,383,412.61 ไร่ ใน กระจายตวั ดังน้ี กลา่ วคือ
ส่วนของการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่เกษตรจาก 1) พ้ืนท่ีปลกู พืชสวน แหลง่ สำคญั ในการปลูก
ข้อมูลของกรมพฒั นาที่ดนิ ตง้ั แตป่ พี .ศ. 2545-2558 พบว่า พืชสวนกระจายอยู่ตามจังหวัดนครราชสีมา จังหวัด
ในอดีตตงั้ แตป่ พี .ศ. 2545 ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือมีการ ศรีสะเกษ จงั หวดั อุดรธานี และจังหวดั สกลนคร เป็นตน้
ใช้ท่ีดินเพื่อทำการเกษตร ทั้งสิ้นจำนวน 74,016,453.19
ไร่ และพบว่าการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรกลับลดลง 2) พ้นื ที่ปลกู ไม้ผล ไมย้ นื ต้น ท่สี ำคัญกระจาย
1,562,491.96 ไร่ ในปี พ.ศ.2558 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการ อยู่ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุดรธานี จังหวัด
เปลี่ยนแปลงร้อยละ - 0.61 ต่อปี กล่าวได้ว่าการใช้ที่ดิน เลย และจังหวัดบึงกาฬ โดยมีพืชเศรษฐกิจในกลุ่มนี้ท่ี
เพื่อการเกษตรในช่วง 13 ปที ผ่ี ่านมามีสดั สว่ นทีล่ ดลงเพยี ง สำคัญ ไดแ้ ก่ ยางพารา
เล็กน้อย ส่วนการใช้ที่ดินในระดับจังหวัดที่มีสัดส่วนการ
เปล่ียนแปลงของการใชป้ ระโยชน์ท่ดี ินเพอ่ื การเกษตรปรับ 3) พื้นที่แหล่งน้ำและประมง ส่วนใหญ่อยู่ใน
เพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ จังหวัดอำนาจเจริญ ร้อยละ 1.21 จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดบุรีรัมย์
หรือเพิ่มขึ้น 205,632.50 ไร่ รองลงมาได้แก่ จังหวัดเลย จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองคาย ซึ่งจังหวัดเหล่านี้
และจงั หวดั อุบลราชธานี ตามลำดับ สว่ นจงั หวดั ท่ีมีการใช้ มักมีแหล่งน้ำธรรมชาติ และระบบชลประทานขนาดใหญ่
พื้นที่เพื่อทำการเกษตรลดลง พบว่าจังหวัดมหาสารคามมี เชน่ เขอ่ื น อ่างเกบ็ นำ้ เป็นต้น
สัดส่วนของพื้นที่ทำการเกษตรลดลงมากที่สุด ร้อยละ -
0.95 ต่อปี หรือลดลง 360,467.32 ไร่ รองลงมา ได้แก่ ในส่วนของจำนวนครัวเรือนเกษตรและแรงงาน
จงั หวดั สกลนคร และจงั หวัดนครราชสีมา ตามลำดบั เกษตรพบว่าจำนวนครัวเรือนเกษตรทั้งหมดในภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ ปีเพาะปลูก 2558/2559 เพิ่มข้ึน
การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตร สามารถ จากปีเพาะปลูก 2550/2551 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ
แบ่งได้เป็น นาข้าว พื้นที่ปลูกพืชไร่ พื้นที่ปลูกพืชผัก 0.374 ต่อปี หรือจาก 2,693,853 ครัวเรือน เป็น
พน้ื ทีป่ ลกู ไมด้ อกไม้ประดบั พน้ื ทีป่ ลูกไมผ้ ลไมย้ ืนต้น พื้นท่ี 2,773,651 ครวั เรอื น แต่ขณะเดยี วกันขนาดของครัวเรือน
แหล่งน้ำและการทำประมง พื้นที่การเกษตรอื่น ๆ (เช่น เกษตรที่มีลักษณะที่ใหญ่ขึ้น จากขนาด 3.95 คนต่อ
ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ โรงเรือนทางการเกษตร เป็นต้น) ครัวเรือน เพิ่มขึ้นเป็น ขนาด 4.33 คนต่อครัวเรือน คิด
ประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรในภาค เป็นสัดส่วนการเปลี่ยนแปลงร้อยละ 1.21 ส่วนประชากร
ตะวันออกเฉียงเหนือในปี พ.ศ.2558 พบว่า ส่วนมากเปน็ เกษตรทีอ่ าศยั อยู่ในช่วงปีเพาะปลกู พบว่ามจี ำนวนเพ่ิมขนึ้
พ้ืนทน่ี าขา้ ว ครอบคลมุ พื้นท่ีประมาณ 43,762,498.67 ไร่ คดิ เปน็ สัดส่วนร้อยละ 2.67
คดิ เปน็ สดั ส่วนรอ้ ยละ 60 ของพื้นทีก่ ารเกษตรรวมท้งั หมด
รองลงมา เป็นพื้นที่ปลูกพืชไร่ มีพื้นที่ประมาณ ส่วนสถานการณ์แรงงานภาคเกษตรในภาค
17,229,116.77 ไร่ เป็นสัดส่วนร้อยละ 24 นอกจากนี้มี ตะวันออกเฉียงเหนอื มีจำนวนแรงงานเพิ่มข้นึ แตค่ รัวเรือน
พื้นที่เกษตรอ่ืน ๆ พื้นที่ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พื้นที่ปลกู พืช กลับมีขนาดเล็กลง ทั้งนี้เป็นไปได้ว่าประชากรวัยแรงงาน
สวน พืน้ ท่แี หล่งน้ำ/ประมง ตามลำดับ ในครัวเรือนเกษตรออกไปทำงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น
และไม่ได้อาศัยอยู่กับครอบครัวเดิม อีกทั้งการทำเกษตร
และพื้นที่นาข้าวและพื้นที่ปลูกพืชไร่ถือเป็น ได้อาศัยเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตมาใช้ในไร่นา
ประเภทพน้ื ทเี่ กษตรกรรมทีม่ ขี นาดใหญแ่ ละมคี วามสำคญั มากขึน้ จึงพึ่งพากำลงั แรงงานคนน้อยลง ครัวเรือนเกษตร
ต่อเศรษฐกิจภาคการเกษตรของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ จึงมีขนาดเล็กลง โดยขนาดแรงงาน ซึ่งเป็นแรงงานที่อยู่
โดยสัดส่วนของพื้นที่นาข้าวระดับจังหวัดที่สูงกว่าร้อยละ ในช่วงอายุ 15-64 ปี มีขนาดเพิ่มขึ้นจาก 2.82 คนต่อ
7 จะกระจายตวั อย่ใู นจังหวัดนครราชสมี า จังหวัดบุรีรัมย์ ครัวเรือนเป็น 2.91 คนต่อครัวเรือนคิดเป็นสัดส่วนการ
จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุดรธานี เปลี่ยนแปลงร้อยละ 3.19 ขณะเดียวกันก็สอดคล้องกับ
จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด และ จำนวนประชากรแรงงานเกษตรท่ีเพ่ิมข้ึน 96,054 คน คิด
จังหวัดสกลนคร เป็นต้น โดยพ้ืนที่นาข้าวในจังหวัด เป็นสัดส่วนร้อยละ 14.71 เมื่อคิดอัตราส่วนระหว่าง
อุบลราชธานีจะมีสัดส่วนมากที่สุดร้อยละ 11.47 ส่วน แรงงานภาคเกษตรต่อประชากรเกษตรนอกวัยแรงงาน
พื้นที่ปลูกพืชไร่กระจายอยู่ตามจังหวัดหลักๆ ซึ่งคิดเป็น พบว่า มีอัตราส่วนลดลง จาก แรงงานภาคเกษตร 1 คน
สดั สว่ นมากกวา่ ร้อยละ 5 คือ จงั หวัดนครราชสีมา จังหวดั ต่อประชากรเกษตรนอกวัยแรงงาน 0.56 คนเหลือเพียง
บุรีรัมย์ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดเลย และจังหวัดกาฬสินธุ์ อัตราส่วนแรงงานภาคเกษตร 1 คนต่อประชากรเกษตร
โดยจงั หวัดนครราชสีมา มีสัดส่วนพ้ืนทพี่ ชื ไร่มากที่สุดร้อย นอกวยั แรงงาน 0.42 คน
ละ 22.91
3-2
สำหรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของสาขา ที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นเมืองหลักในภูมิภาคช่วง
อุตสาหกรรมมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GRP) ร้อยละ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 5 เป็นต้น
20.68 ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคตะวันออก ไป เช่น จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น จังหวัด
เฉียงเหนือในปีพ.ศ. 2558 หรือ 178,409 ล้านบาท โดย อุบลราชธานี และจังหวัดอุดรธานี เป็นต้น โดยจังหวัด
เพิ่มขึ้นจาก 97,703 ล้านบาท ในปีพ.ศ. 2548 โดยมี นครราชสีมาเป็นอำเภอที่มีการกระจุกตัวของจำนวน
สัดส่วน 16.58 ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภาค โรงงานมากที่สุด โดยจังหวัดนครราชสีมามีจำนวนโรงงาน
ตะวันออกเเฉียงเหนือ และ โดยมีอัตราการเติบโตเฉล่ีย ถึง 7,538 แห่ง รองลงมาคือ จังหวัดขอนแก่น จังหวัด
ของสาขาอุตสาหกรรมในช่วงปีพ.ศ. 2543 – 2558 อยู่ที่ อุบลราชธานี จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดร้อยเอ็ด
เฉลี่ยร้อยละ 11.56 ต่อปี ส่วนของการเหมืองแรพ่ ิจารณา ตามลำดับ ส่วนจังหวัดรอบนอกที่มีการกระจายตัวของ
จากมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในปี พ.ศ. 2548 จะพบว่า โรงงานอุตสาหกรรมอย่างเบาบาง เช่น จังหวัดอำนาจ
สาขาการทำเหมืองแร่ และเหมืองหินของภาค เจริญ จังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดนครพนม เป็นต้น โดย
ตะวันออกเฉียงเหนือ มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมเพยี งร้อย พื้นที่เหล่านี้จะเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ที่มีบทบาททาง
ละ 0.66 ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภาค เศรษฐกจิ ด้านเกษตรกรรมเป็นสาขาการผลิตหลกั
ตะวันออกเฉยี งเหนอื หรอื 3,901 ล้านบาท ต่อมาเพม่ิ ขน้ึ
เปน็ 7,882 ล้านบาท แตม่ สี ดั สว่ นตอ่ มูลคา่ ผลิตภัณฑ์มวล นอกจากจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมแล้วจังหวัด
รวมภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้น คือร้อยละ 0.91 นครราชสีมายังคงเป็นพื้นทที่ ี่มมี ูลคา่ เงนิ ลงทนุ มากทส่ี ุดคือ
ของมลู ค่าผลิตภณั ฑ์มวลรวมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใน 158,026.75 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 33.02 ของ
ปพี .ศ. 2558 จำนวนเงินทุนอุตสาหกรรมทั้งภาค รองลงมาคือ จังหวัด
ขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัด
ในปีพ.ศ. 2559 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี อุดรธานี ตามลำดับ และจังหวัดนครราชสีมายังคงเป็น
จำนวนโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งสิ้น 42,550 แห่ง และคิด พื้นที่ที่มีการกระจุกตัวของคนงานอุตสาหกรรมมากที่สุด
เป็นร้อยละ 30.43 ของจำนวนโรงงานทั้งหมดในประเทศ โดยมีจำนวนทั้งส้ิน 135,525 คน หรือคิดเปน็ สัดสว่ นสงู ถงึ
ไทย และเมื่อพิจารณาถึงจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมใน ร้อยละ 37.92 ของคนงานทั้งหมดในจังหวัด ซึ่งนับเป็น
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงปีพ.ศ. 2549 – 2559 จะ สัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับพื้นที่จังหวัดอื่น ๆของภาค
พบว่าจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยที่จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอุดรธานี เป็นพื้นที่ที่มี
เฉียงเหนือ มีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมี จำนวนการจ้างงานรองลงมาในลำดับที่สอง และส่วน
อัตราการลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 0.32 ต่อปี นอกจาก ลำดับทีส่ ี่ และลำดับที่ห้า ได้แก่ จังหวัดอบุ ลราชธานี และ
จำนวนโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่จะมีอัตราการเพิ่ม จังหวัดกาฬสินธุ์ ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ในภาคที่มีจำนวน
ลดลงอย่างต่อเนื่องแล้ว ในส่วนของจำนวนแรงงานใน คนงานน้อยกว่า 5,000 คน ได้แก่ จังหวัดอำนาจเจริญ
ภาคอุตสาหกรรมก็มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย โดยในปี จงั หวดั บงึ กาฬ และจังหวัดนครพนม เปน็ ต้น
พ.ศ. 2559 ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื มจี ำนวนแรงงานใน
ภาคอตุ สาหกรรม ทง้ั ส้นิ 357,426 และมีอตั ราลดลงเฉล่ีย สำหรับขนาดของโรงงานอุตสาหกรรมในภาค
อยู่ที่ร้อยละ 0.55 ในฃ่วง 10 ปี ที่ผ่านมา และจำนวน ตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อพิจารณาจำแนกตามมูลค่าการ
แรงงานในปีพ.ศ. 2559 คิดเป็นร้อยละ 9.08 ของจำนวน ลงทุน พบว่าส่วนใหญ่จะเป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาด
แรงงานภาคอตุ สาหกรรมท้งั หมดในประเทศไทย ย่อมหรือขนาดเล็กที่มีเงินทุนไม่เกิน 50 ล้านบาทสูงถึง
41,333 แหง่ หรอื รอ้ ยละ 97.14 ของโรงงานอตุ สาหกรรม
ส่วนมูลค่าเงินลงทุนในด้านอุตสาหกรรมของ ทั้งหมด รองลงมาคือ โรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางที่มี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่าง เงินลงทุนระหว่าง 50-200 ล้านบาท จำนวน 876 แห่ง
ต่อเนื่องในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา โดยในช่วงปีพ.ศ. 2549 – หรือร้อยละ 2.06 ของโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมด และ
2559 จำนวนเงินลงทุนด้านอุตสาหกรรมของภาค โรงงานอตุ สาหกรรมขนาดใหญ่ ทมี่ เี งินลงทุนมากกว่า 200
ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื มีอตั ราเพิม่ เฉลย่ี อยู่ทร่ี อ้ ยละ 10.55 ล้านบาท จำนวน 341 แห่ง หรือเพียงร้อยละ 0.80 ของ
ต่อปี โดยในปีพ.ศ. 2558 มีมูลค่าเงินลงทุนด้าน โรงงานอุตสาหกรรมทงั้ หมด และเมอ่ื พจิ ารณาจำแนกตาม
อุตสาหกรรมอยู่ที่ 478,648.70 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ จำนวนแรงงาน พบว่าในปีพ.ศ. 2559 ภาคตะวันออก
7.97 ของจำนวนเงินลงทุนด้านอุตสาหกรรมทั้งหมดใน เฉียงเหนือมีจำนวนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ทั้งสิ้น
ประเทศไทย 357,426 คน เมื่อพิจารณาตามขนาดจำนวนแรงงานจะ
พบว่าอุตสาหกรรมขนาดย่อมหรือขนาดเล็ก (แรงงานไม่
ในส่วนของการกระจายตัวของอุตสาหกรรมใน เกิน 50 คน) จะมีจำนวนมากทีส่ ดุ คือ 41,850 แห่ง หรือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในปี พ.ศ.2559 พบว่าพื้นท่ี รอ้ ยละ 98.35 ของโรงงานทงั้ หมด
จงั หวดั ที่เป็นศูนยก์ ลางหลักของภาคมาแต่เดิมและจังหวัด
3-3
บทบาทและศกั ยภาพ สาขาการผลิตหนึง่ ทีม่ คี วามสำคญั โดยเฉพาะพชื เศรษฐกิจ
จากการวิเคราะห์ประกอบกับแผนการพัฒนา เช่น ข้าว ยางพารา และพิชพลังงาน ตลอดจนนโยบาย
ต่าง พบว่าการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้สอง แผนการพัฒนา และการลงทุนจากภาครัฐ ที่สะท้อน
ลักษณะ กล่าวคือ หากการดำเนินการเป็นไปตามกรอบ ความสำคัญของภาค มีแนวโน้มการพัฒนาที่ชัดเจนใน
การพัฒนาและแผนการพัฒนาวางไว้ ภาคตะวันออก ภาคอุตสาหกรรมและภาคการเงิน และการเพิ่มขึ้นของ
เฉียงเหนือจะมีการพัฒนาในตอนกลางของภาคโดยเน้น การลงทุนภาคเอกชนโดยเฉพาะในพืน้ ทจี่ งั หวัดหลัก ทำให้
ที่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและระบบนวัตกรรม อัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีศักยภาพในการพัฒนาด้าน
ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอ เศรษฐกิจสงู
นิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่สำคัญของประเทศ และ
อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื เป็นภาคท่ีมีขนาดใหญ่
โดยมีพ้ืนท่ีจังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา จังหวัด มีลักษณะภูมิประเทศ คุณสมบัติดิน ที่เหมาะสมในการ
ชัยภูมิและจังหวัดบุรีรัมย์เป็นพ้ืนท่ีสำคัญของการพัฒนา เพาะปลูกพชื พรรณได้ หลากหลายประเภท นับต้ังแต่ข้าว
พืชอาหารสัตว์ พชื พลังงาน พชื สวนยนื ตน้ ผกั ผลไม้ ทำ
นอกจากการพัฒนาพื้นที่ตอนในของ ให้สามารถผลิตสินค้าทางการเกษตรที่มคี วามหลากหลาย
ภาคแล้ว การพัฒนาตามแนวชายแดนจะเกิดขึ้นจาก และปริมาณผลผลิตจำนวนมาก โดยบริเวณที่ปลูกข้าว
พื้นที่ที่มีศักยภาพอยู่แต่เดิมและอยู่ภายใต้แผนการ แหล่งสำคัญของภาค เช่น บริเวณแอ่งโคราช
พัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน โดย ทุ่งกุลาร้องไห้ เขตติดต่อระหว่างจังหวัดนครราชสีมา
ประกอบด้วยพื้นที่จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม ร้อยเอ็ด และสุรินทร์และพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งกระจายอยู่ตาม
และจังหวัดมุกดาหาร โดยมีการส่งเสริมการประอบ จังหวัดต่าง ๆ ทางตอนเหนือของจังหวัด และตอนล่างใน
กิจการเกี่ยวกับการผลิตและกิจการที่เกี่ยวข้องกับ เขตชลประทานหรอื ใกลก้ บั ลำน้ำสำคัญสายต่าง ๆ มีแหล่ง
โลจิสติกส์ การพัฒนาในรูปแบบดังกล่าวย่อมส่งผลต่อ เรียนรู้ ศูนย์การวิจัยและค้นคว้าด้านการเกษตร รวมถึง
ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่และทำให้ภาค แปลงสาธิต ซึ่งเป็นที่บ่มเพาะความรู้และนำเทคโนโลยีท่ี
ตะวันออกเฉียงเหนือเป็นทั้งฐานการผลิตและฐานการ ทันสมัยมาใชใ้ นการทำการเกษตรมาอย่างต่อเนือ่ งกระจาย
ส่งออกแก่ประเทศในภูมิภาคได้อย่างครบวงจร ตัวอยู่ในพื้นที่หลักของภาคโดยเฉพาะจังหวัดหลักๆ ของ
ภาคเชน่ นครราชสมี า ขอนแก่น และอุบลราชธานี เป็นตน้
ในอีกลักษณะความเป็นไปได้ของการพัฒนา ซึ่งสถาบันการศึกษาและศูนย์ค้นคว้าหลายแห่งนี้เป็นท่ี
จะพบว่าพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาจเกิดปัญหา หวังอย่างยิ่งว่าจะช่วยให้ภาคการเกษตรในภาคตะวันออก
จากการเข้ามาของบริษัทข้ามชาติ ที่เข้ามาใช้พื้นที่ตาม เฉียงเหนือมีความเข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถในการ
นโยบายส่งเสริมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษหรือ แข่งขันได้และเติบโตอย่างยั่งยืน และความได้เปรียบเชิง
ในคลัสเตอร์อุตสาหกรรม โดยที่อุตสาหกรรมในภูมิภาค ทำเลที่ตั้งและการคมนาคมขนส่ง ทำให้ภาคตะวันออก
ได้เกิดการเรียนรู้ ดูดซับเทคโนโลยี ประชากรภายใน เฉียงเหนือสามารถเชื่อมโยงการกระจายสินค้าทาง
ภูมิภาคไม่มีการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ย่อมทำให้ไม่ การเกษตรระหว่าง 4 ภูมิภาคเข้าด้วยกัน คือ
เกิดมูลค่าเพ่ิมภายในพื้นท่ีการพัฒนา ซึ่งจะส่งผลต่อชีวิต กรงุ เทพมหานคร ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ตอนบน ภาค
ความเป็นอยู่ของประชากรภายในภูมิภาคและความ ตะวนั ออกเฉียงเหนอื ตอนลา่ ง และภาคตะวันออก รวมท้ัง
มั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมและส่ิงแวดล้อม นอกจากนั้น ภูมิภาคอินโดจีนผ่านสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน
การเปิดตลาดร่วมยังเป็นโอกาสให้อุตสาหกรรมหรือ ลาว และมีนโยบายของภาครัฐที่เอื้อต่อการพัฒนาและ
บริษัทต่างประเทศเข้ามาทำตลาดในประเทศ ดังนั้นหาก เติบโตทางด้านเกษตรกรรม เช่น แผนพัฒนาพลังงาน
บริษัทภายในประเทศไม่มีความแข็งแรงมากเพียงพอ ทดแทน 15 ปี (พ.ศ. 2551 - 2565) และนโยบายการ
ย่อมได้รับผลกระทบจากความร่วมมือดังกล่าวอย่าง พัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอื่น ๆ (ข้าว พืชไร่) ซึ่งจะ
หลีกเล่ียงไม่ได้ ดังน้ันลักษณะความเป็นไปจึงยังคงต้องมี ส่งผลตอ่ ความต้องการปริมาณพืชอาหารและพลงั งานเพิ่มข้ึน
การพิจารณาเพื่อหาทางป้องกันและตอบสนองต่อการ ในอนาคต เช่น อ้อย และมันสำปะหลัง เป็นต้น ตลอดจน
เปลี่ยนแปลงในอนาคต การลงทุนและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมที่บุกเบิกเข้ามาใน
พ ื ้ น ท ี ่ ภ า ค ต ะ ว ั น อ อ ก เ ฉ ี ย ง เ ห น ื อ ต ่ อ เ น ื ่ อ ง ม า ต ั ้ ง แ ต่
จากที่ตั้งเชิงกายภาพที่เชื่อมโยงการพัฒนากับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบบั ต่าง ๆ ส่งผล
ประเทศกลุ่มลุ่มแมน่ ้ำโขง กลุ่ม CLMV และภูมิภาคอื่น ๆ ให้เกิดการขยายตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดบิ จาก
ของประเทศได้โดยสะดวก ฐานทรัพยากรที่จำเป็นต่อการ การเกษตรในพื้นที่ เช่น อุตสาหกรรม อุตสาหกรรม
พัฒนาเศรษฐกิจมีอยู่อย่างหลากหลาย ทั้งทางกายภาพ ผลิตภัณฑ์จากพืช เติบโตในพื้นที่อย่างต่อเนื่องยาวนาน
มนุษย์ สังคมและวัฒนธรรม การพัฒนาการเกษตรเป็น
3-4
ทำให้อุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องกับ มาก ได้แก่ พื้นที่จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม
การเกษตรเหล่านเี้ ป็นแหล่งรองรบั ผลผลิตท่ีสำคัญในพื้นท่ี จังหวัดยโสธร จงั หวัดบึงกาฬ และจงั หวัดอำนาจเจริญ
อีกทั้งเมื่อมีการส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงาน
ทดแทน ทำให้ผลผลติ ซึง่ ป้อนเป็นวตั ถุดิบมีราคาสงู ข้ึน ซ่ึง บทบาทและศักยภาพการพัฒนาการท่องเที่ยว
เป็นผลดีต่อการยกระดับรายได้ของเกษตรที่ปลูกพืชชนิด ของพื้นที่ บทบาทที่สำคัญของพื้นที่ภาคตะวันออก
นน้ั ๆ เฉียงเหนือ คือการเป็นประตูไปสู่อนุภูมิภาคในลุ่มแม่น้ำ
โขง ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว และเวียดนาม เชื่อมต่อการ
จากแนวนโยบายการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว (Hub & Springboard) ไปยังเมืองสำคัญและ
ดังกล่าว ส่งผลให้ในปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมมีบทบาท แหล่งท่องเที่ยวอนุภูมิภาค การพัฒนาเมืองพรมแดนเป็น
สำคัญต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออก จุดพักผ่อนและแหล่งบริการที่มีคุณภาพระหว่างการ
เฉียงเหนือมากเป็นลำดับที่สองเป็นภาคตติยภูมิ (การค้า เดินทาง โดยการมีที่พักที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นดี มี
และบรกิ าร) และมีแนวโนม้ การเตบิ โตอยู่ในระดับสูงอย่าง การบริการผ่อนคลายให้แก่นักท่องเที่ยวระหว่างการ
ต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งในปีพ.ศ. 2543 ภาคการผลิต เดินทาง อาทิเช่น สถานบันเทิง สปา และแหล่งท่องเท่ยี ว
ขั้นทุติยภูมิ มีสัดส่วนต่อมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของภาค เพื่อสุขภาพ เนื่องจากประเทศไทยมีชื่อเสียงในด้านการ
ตะวันออกเฉยี งเหนือ อยูท่ ่ี ร้อยละ22.31 และเพ่ิมขึ้นเป็น นวดแผนไทย การดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพร อาหารที่มี
27.02 ในปีพ.ศ. 2553 ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นไปเป็นร้อยละ คุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม ความหลากหลายของการ
29.12 ในปีพ.ศ. 2558 ซึ่งสัดส่วนต่อโครงสร้างทาง บริการอาหารและเครื่องดื่มที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับ
เศรษฐกิจของภาคทุติยภูมิมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และยังคงมี ประเทศอนื่ ในอนุภูมิภาคน้ี
บ ท บ า ท ต ่ อ โ ค ร ง ส ร ้ า ง ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ข อ ง จ ั ง ห ว ั ด ภ า ค
ตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น ปญั หาและข้อจำกดั
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฐานะเป็น
จากการศึกษาภาพรวมของสถานการณ์ด้าน ภูมิภาคล้าหลังทางเศรษฐกิจ (logging region) ของ
อุตสาหกรรมพบว่าในปีพ.ศ. 2559 ภาคตะวันออก ประเทศมีภัยคุกคามทางชายแดน เช่น การค้ายาเสพติด
เฉียงเหนือมีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งสิ้น 42,550 แห่ง คิด การคา้ มนุษย์ การลกั ลอบเข้าเมือง มภี าวะความเหลอื่ มล้ำ
เป็นร้อยละ 17.64 ของจำนวนโรงงานทั้งหมดในประเทศ ทางเศรษฐกิจระหว่างจังหวัดหลักและจังหวัดอื่น ๆ ของ
ไทย โดยมีอตั ราการเพิ่มเฉลีย่ ในชว่ งปีพ.ศ. 2549 – 2559 ภาค และการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายทั้งระดับระหว่าง
อยู่ที่ร้อยละ 0.32 มีมูลค่าเงินลงทุนในด้านอุตสาหกรรม ประเทศ และภายในประเทศจะส่งผลต่อการพัฒนาทาง
478,648.70 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.97 ของจำนวน เศรษฐกิจ
เงินลงทุนด้านอุตสาหกรรมทั้งหมดในประเทศไทย และมี ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรต้นทุน ได้แก่
อัตราเพิ่มเฉล่ียอยูท่ ี่ร้อยละ 10.55 ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา คุณภาพดิน และการขาดแคลนน้ำ ส่งผลกระทบต่อความ
นอกจากน้ภี าคอตุ สาหกรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อเนื่องและประสิทธิภาพในการผลิตทางการเกษตร การ
ยังก่อให้เกิดการจ้างงาน 357,426 คน โดยมีอัตราเพ่ิม ขาดการวางแผนทำการเกษตรที่เหมาะสมจึงทำให้
เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 1.46 ในฃ่วง 10 ปี ที่ผ่านมา คิดเป็น ประสิทธิภาพในการผลิตต่ำ ทั้งนี้การทำเกษตรกรรมใน
ร้อยละ 0.55 ของจำนวนแรงงานภาคอตุ สาหกรรมทง้ั หมด พื้นที่ส่วนใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นการทำ
ในประเทศไทย เกษตรที่อาศัยน้ำฝนเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่พื้นท่ี
เกษตรกรรมเพียงส่วนน้อยได้รับประโยชน์จากการ
การวิเคราะห์กลุ่มอุตสาหกรรมและพื้นที่ที่มี ชลประทาน โดยพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ในเขตพื้นที่
บทบาทในปัจจุบัน โดยการคัดกรองอุตสาหกรรมที่มี ชลประทานแต่ละจังหวัดรวมทั้งสิ้นคิดเป็นสัดส่วนไม่มาก
บทบาทต่อโครงสร้าง (จำนวนโรงงาน เงินลงทุน แรงม้า นักเมื่อเทียบกับพื้นที่ใช้น้ำทั้งหมด พื้นที่ใช้น้ำที่ได้รับ
รวม และแรงงานรวม) และ การคัดกรองอุตสาหกรรมที่มี ประโยชน์จากโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าก็ยังมีสัดส่วนท่ี
ศักยภาพในการพัฒนาโดยคัดเลือกอุตสาหกรรมที่ นอ้ ยมาก ขณะทสี่ ดั สว่ นทเ่ี หลอื ถึงกว่ารอ้ ยละ 90 อาศัยใช้
สอดคล้องกับแผนในการพัฒนาอุตสาหกรรมและประเทศ เพียงน้ำฝนเป็นหลักเท่านั้น ซึ่งเป็นข้อจำกัดของการทำ
พบว่า พืน้ ทีท่ ่มี ศี กั ยภาพดา้ นอตุ สาหกรรมปานกลาง ได้แก่ เกษตรกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้นการ
พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดร้อยเอ็ด บริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพจึงมีความจำเป็นอย่าง
จังหวัดเลย และจังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่ที่มีศักยภาพด้าน ยิ่งที่ต้องเป็นตัวแปรหลักในการพิจารณาเพื่อจะวางแผน
อุตสาหกรรมน้อย ได้แก่ พ้นื ท่ีจังหวดั มหาสารคาม จงั หวัด ทำการเกษตร และมีพื้นที่ถูกทิ้งร้างและใช้ประโยชน์ได้ไม่
หนองบัวลำภู จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสกลนคร และ
จงั หวดั มกุ ดาหาร พืน้ ทที่ ี่มศี ักยภาพด้านอตุ สาหกรรมน้อย
3-5
เตม็ ศกั ยภาพอีกจำนวนมาก เชน่ พ้ืนทดี่ นิ เคม็ พนื้ ท่ีท่ขี าด แนวโน้มการพฒั นาดา้ นเศรษฐกจิ
แคลนน้ำและอยู่นอกเขตชลประทาน ความผันผวนของ จากการคาดการณ์แนวโน้มการขยายตัว
ราคาผลผลิตในตลาดโลก และผลกระทบจากการ
เปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทำให้เกิดปัญหาในแง่ของการ ทางเศรษฐกจิ ของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ในชว่ งปี พ.ศ.
เพาะปลกู และสภาพอากาศไมค่ งที่ส่งผลตอ่ พชื บางชนดิ 2560 – 2580 เป็นระยะเวลา 20 ปี พบว่า ในปี พ.ศ.
2560 GRP (CVMs) มีมูลค่า 931,101 ล้านบาท และ
ข้อจำกัดในการพัฒนาการท่องเที่ยวของพื้นที่ ขยายตัวอย่างต่อเนื่องเป็น 1,994,945 ล้านบาท ในปี
เชิงกายภาพ ข้อจำกัดที่สำคัญของภาคตะวันออก พ.ศ.2580 ซึ่งมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (Compound
เฉียงเหนือได้แก่ระยะของแหล่งท่องเที่ยวที่ห่างไกลกัน Annual Growth Rate : CAGR) ทร่ี อ้ ยละ 3.88
ค่อนข้างมากทำให้ต้องใช้ระยะเวลาการเดินทางยาวนาน
แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญระดับนานาชาติมีจำนวนไม่มาก สำหรับการขยายตัวของภาคเกษตรกรรม
และแหล่งท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังไม่ตรง พบว่า แนวโน้มการขยายตัวจากมูลค่า 153,546 ล้าน
กับความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติในกลุ่มที่ได้ทำ บาท เป็น 314,036 ล้านบาท ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยมี
การตลาดการท่องเที่ยว ปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ค่า CAGR เท่ากับ ร้อยละ 3.64 ส่วนการขยายตัวของ
ได้แก่ความเปราะบางของพื้นที่การท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ภาคอุตสาหกรรม พบว่า แนวโน้มการขยายตัวจาก
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติบางแห่งพบว่ามีจำนวน มูลค่า 256,116 ล้านบาท เป็น 769,203 ล้านบาท
นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเกินกว่าขีดความสามารถใน ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยมีค่า CAGR เท่ากับ ร้อยละ 5.65
การรองรับนกั ทอ่ งเทีย่ ว (Carrying Capacity) ซ่ึงประเทศ และการขยายตัวของภาคการค้าและบริการ พบว่า
ไทยเองยังไม่มีระบบการจัดการในการจำกัดปริมาณ แนวโน้มการขยายตัวจากมูลค่า 515,256 ล้านบาท เป็น
นักท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดความเสื่อมโทรมและพังทลาย 948,594 ล้านบาท ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยมีค่า CAGR
ของแหล่งท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังแหล่ง เท่ากับ ร้อยละ 3.10 จากการวิเคราะห์ดังกล่าว เห็นได้
ท่องเที่ยวทางธรรมชาติไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพือ่ การศึกษา อย่างชัดเจนว่า ภาคนอกเกษตรกรรม โดยเฉพาะ
ธรรมชาติแตใ่ ชแ้ หล่งท่องเท่ียวธรรมชาตเิ ป็นแหล่งสันทนา ภาคอุตสาหกรรม ยังคงมีฐานะเป็นฐานเศรษฐกิจที่สำคญั
การจัดการท่องเที่ยวในรูปแบบเดิม ๆ เน้นการพักผ่อน ของภาคตะวันออกเฉยี งเหนือในอนาคต
และสังสรรค์ ส่งผลต่อการนำขยะและสิ่งปฏิกูลเข้าไปใน
แหล่งท่องเที่ยวและขาดจิตสำนึกในการนำกลับออกมา สำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มรายจังหวัด
จากแหล่งท่องเที่ยว นอกจากนี้แหล่งท่องเที่ยวที่มีใน ระหว่างปี พ.ศ.2560 – 2580 พบว่า นครราชสีมา ยังคง
ปัจจุบันขาดการสร้างมูลค่าเพิ่ม เป็นการท่องเที่ยวที่เน้น เป็นจังหวัดที่มีมูลค่า GPP CVMs ที่สูงที่สุดของภาคที่
การชมแหล่งท่องเที่ยว ทำให้ไม่สามารถนำรายได้จากการ 361,034 ล้านบาท ในปี พ.ศ.2580 รองลงมาได้แก่
ท่องเที่ยวได้มาก การเพิ่มมูลค่าของแหล่งท่องเที่ยวผ่าน ขอนแก่น (334,737 ล้านบาท) อุบลราชธานี (213,497
กระบวนการพฒั นากิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างสรา้ งสรรค์ ลา้ นบาท) และอุดรธานี (194,816) ตามลำดบั ส่วนจังหวัด
สนับสนุนให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักท่องเที่ยวและ ท่ีมมี ูลค่าดังกล่าวตำ่ ทสี่ ุด คอื อำนาจเจรญิ (13,956) และ
ชุมชนที่เป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดการเรียนรู้วิถี เมื่อพิจารณาอัตราการเติบโตเฉลย่ี (CAGR) พบว่า จังหวัด
ช ี ว ิ ต แ ล ะ ใ ช ้ เ ว ล า ใ น แ ห ล ่ ง ท ่ อ ง เ ท ี ่ ย ว พ ั ฒ น า ไ ป สู่ ก า ร ที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงกว่าระดับภาค ได้แก่
ทอ่ งเทย่ี วสร้างสรรค์ ทำใหท้ อ้ งถิน่ มรี ายไดเ้ พิ่มขึ้นจากการ หนองคาย (ร้อยละ 5.65) เลย (ร้อยละ 5.15) มุกดาหาร
ทอ่ งเที่ยว (ร้อยละ 5.15) อุดรธานี (รอ้ ยละ 4.93) อุบลราชธานี (รอ้ ย
ละ 4.91) ขอนแก่น (ร้อยละ 4.55) บึงกาฬ (ร้อยละ
ข้อจำกัดในการพัฒนาการท่องเที่ยวของพื้นท่ี 4.43) นครพนม (ร้อยละ 4.42) และ กาฬสินธุ์ (ร้อยละ
เชิงทุนมนุษย์ บุคลากรหรือประชาชนที่ให้บริการการ 3.90) ส่วนจังหวัดที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ
ท่องเที่ยวยังขาดองค์ความรู้ด้านภาษาโดยเฉพาะ สกลนคร (ร้อยละ 1.18)
ภาษาต่างประเทศ พื้นฐานภาษาต่างประเทศได้แก่
ภาษาอังกฤษ และปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาเป็น สำหรับแนวโน้มด้านเกษตรกรรมของภาค
อันดับหนึ่งดังนั้นภาษาอังกฤษเพียงภาษาเดียวอาจไม่ ตะวันออกเฉียงเหนือมีโอกาสในการพัฒนาเป็นแหล่ง
เพยี งพอในการใหบ้ รกิ ารแก่นักท่องเท่ยี วอกี ต่อไป อาหารหรอื ครัวโลกอีกแห่งหนงึ่ ของประเทศไทย เนอ่ื งจาก
เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการผลิตพืชอาหารต่าง ๆ
โดยเฉพาะข้าว ปศุสัตว์ และไม้ผลต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมี
โอกาสเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน
อุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการเกษตร และอุตสาหกรรม
3-6
อาหาร เนื่องจากในปัจจุบันภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถือ ชายแดน เป็นต้น เพื่อที่จะคัดกรองให้เหลือเพียง
เป็นแหล่งวตั ถดุ บิ ดา้ นการเกษตรท่สี ำคัญของอตุ สาหกรรม อุตสาหกรรมที่เป็นไปตามนโยบายของประเทศ ก่อนที่จะ
พลังงานทดแทนในส่วนของการผลิตเอทานอล เนื่องจาก นำไปคัดเลือกเปน็ อตุ สาหกรรมเปา้ หมายของพนื้ ที่ต่อไป
เป็นแหล่งผลิตผลทางการเกษตรที่สำคัญ คือ ข้าว มัน
สำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบที่สำคัญของ จากกรอบการพัฒนาในช่วงเวลาต่าง ๆ ที่
อุตสาหกรรมพลังงานทดแทนทั้งสิ้น โดยแนวโน้มการ กำหนดให้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวนโยบาย
พัฒนาด้านการเกษตรของภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาจ หลักที่จะยกระดับเป็นพื้นที่ซึ่งได้รับการเพิ่มศักยภาพการ
สรุปไดด้ ังนี้ แข่งขันด้านเศรษฐกิจโดยการยกมาตรฐานและประสิทธิ
ภาพการผลิตด้านการเกษตร การพัฒนาศักยภาพการ
การส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์เพ่ือ ประกอบการด้านอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมบริการและ
สนับสนุนการผลิตอาหารปลอดภัย ปัจจุบันตลาดสินค้า การท่องเที่ยว การพัฒนาระบบชลประทานให้เต็ม
เกษตรอินทรีย์และผลิตภัณฑ์ปลอดสารขยายตัวอย่าง ศักยภาพ การเตรียมการรองรับอุตสาหกรรมพลังงาน
ต่อเนื่อง ผู้บริโภคให้ความสนใจและนิยมบริโภคเพิ่มขึ้น ทดแทน (Ethanol) โดยมีโครงการพัฒนาที่สำคัญ เช่น
ด้วยกระแสความใส่ใจกับอาหารเพื่อสุขภาพ การทำ โครงการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ในทุ่งกุลาร้องไห้เพ่ือ
เกษตรอินทรีย์หรือเกษตรปลอดสารพิษในภาคตะวันออก การส่งออก โครงการจัดการผลิตเอทานอลในภาค
เฉยี งเหนอื กระจายอยู่ในจังหวดั ต่าง ๆ ทม่ี คี วามเหมาะสม ตะวันออกเฉียงเหนือ แนวคิดการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ
และศักยภาพในการทำเกษตร และการส่งเสริมประสิทธิ พิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ เปน็ ตน้ ซงึ่ แนวคดิ ดงั กล่าวสอด
ภาพการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักที่มีฐานอุตสาหกรรมแปร รับกับแนวนโยบายในระดับอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ
รูปรองรับ เช่น มันสำปะหลัง และอ้อย โดยนโยบายการ การส่งเสริมศักยภาพด้านอุตสาหกรรม และการพัฒนา
ส่งเสริมอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนและการลงทุนของ พลงั งานทดแทน
โรงงานน้ำตาล และโรงงานผลิตเอทานอลในภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือที่จะมีกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นใน นอกจากน้ยี ทุ ธศาสตร์การส่งเสรมิ การลงทุนของ
อนาคตก็สามารถรองรับผลผลติ พืชดงั กลา่ วได้ ซึ่งเป็นการ ภาครัฐมีแนวคิดที่จะดำเนินการปรับเปลี่ยนทิศทางการ
ใช้วัตถุดิบในพื้นที่ทำให้ทั้งการทำเกษตรกรรมและ ส่งเสริมการลงทุน เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้าง
ภาคอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเองมี เศรษฐกจิ ไทย รวมทัง้ อำนวยความสะดวกให้เกิดการลงทนุ
เสถียรภาพและเกิดประสิทธิภาพในการผลิต ซึ่งปัจจุบัน (Facilitation) ผา่ นสิทธปิ ระโยชน์ Non-tax และบริการท่ี
ปัญหาของพืชพลังงานประสบปัญหาหลายด้านและมีมา ครบวงจร เพื่อส่งเสริมการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
อย่างต่อเนื่อง เช่น ความเสียหายของผลผลิตจากการ (Inbound & Outbound) รวมทั้งกระตุ้นความสำคัญกับ
ทำลายของโรคระบาดและแมลงศัตรูพืช ขาดแคลนน้ำใน ก า ร ส ่ ง เ ส ร ิ ม ก า ร ล ง ท ุ น ไ ท ย ใ น ต ่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ม า ก ขึ้ น
การเพาะปลกู เนื่องจากฝนท้ิงช่วงและไม่มีการเก็บกักน้ำที่ นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
เพียงพอ และอาจประสบปัญหาในอนาคตจากการแข่งขนั ของธุรกิจไทยโดยการวัดผลจากคุณค่าของโครงการลงทนุ
และแย่งวัตถุดิบระหว่างอุตสาหกรรมอาหารและ (Outcomes) มีการกำหนด KPI ที่ชัดเจน เพื่อสามารถ
อตุ สาหกรรมพลงั งานทดแทน วดั ผลประโยชน์และความคมุ้ ค่าของการส่งเสรมิ การลงทุน
ได้
สำหรับทิศทางการลงทุน และแนวทางการ
พัฒนาด้านอุตสาหกรรม เป็นการศึกษาแนวโน้มของ นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมที่จะมีบทบาท ลงทุน (BOI) ยังได้กำหนดกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะส่งเสริม
หรือมีความสำคัญกับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือใน ในอนาคต อันประกอบไปด้วย 4 กลุ่มหลัก และ
อนาคต โดยบริษัทที่ปรึกษาจะทำการการคัดกรอง อตุ สาหกรรม 10 Custer สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนอื
อุตสาหกรรมเป้าหมายในขั้นนี้พิจารณาจากนโยบาย ครอบคลุมในทุกกลุ่มกิจการโดยเฉพาะอุตสาหกรรม
ทางด้านอุตสาหกรรมและการพัฒนาประเทศ โดยให้ การเกษตรและกิจการที่เกี่ยวข้อง อุตสาหกรรมพลังงาน
ความสำคัญกับแผนแม่บทการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ทดแทน และกิจการเพ่อื ส่งเสริมการท่องเทีย่ ว
พ.ศ. 2555 - 2574 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติฉบับท่ี 11 พ.ศ. 2555 - 2559 และข้อมูลสำคัญ เมื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาควบคู่กับ
อน่ื ๆ ไม่วา่ จะเปน็ ยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาโครงสรา้ งพ้นื ฐาน นโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนงานโครงการในระดับต่าง ๆ
ด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ.2558-2565 แผนแม่บท และจากผลการจัดลำดับค่าคะแนนของกลุ่มอุตสาหกรรม
การพัฒนาพลังงานทดแทน และโครงการพัฒนาเขต ที่มีบทบาทในปัจจุบันของพื้นท่ี จะพบว่าอุตสาหกรรมที่มี
เศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ และเขตเศรษฐกิจ ทิศทางการลงทุนและพัฒนาที่เหมาะสม และมีศักยภาพ
3-7
สูง ในเชิงเศรษฐกิจต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใน กรุงเทพฯ – หนองคาย และสาย
อนาคต ได้แก่ กลุ่มอตุ สาหกรรมอาหาร กลุ่มอตุ สาหกรรม ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง กรุงเทพฯ –
ต่อเนื่องจากการเกษตร (ผลิตภัณฑ์พืชไร่ เช่น ข้าว มัน อุบลราชธานี , โครงการพัฒนาสถานีรถไฟสำหรับ
สำปะหลัง อ้อย และ ข้าวโพด เป็นต้น) กลุ่มอุตสาหกรรม ขนส่งสินค้า ช่วงแผนระยะสั้น ได้แก่ สถานีบ้าน
พลังงานทดแทน กลุ่มอุตสาหกรรมยานพาหนะ และ เกาะ จ.นครราชสีมา สถานีบัวใหญ่ จ.นครราชสีมา
อุปกรณ์ รวมทง้ั การซอ่ มฯ , เคร่ืองจกั รเคร่ืองกล และกลุม่ และสถานีบุฤษี จ.สุรินทร์ และโครงการพัฒนาสถานี
อตุ สาหกรรมโลจิสตกิ ส์ และบรรจุภัณฑ์ รถไฟสำหรับขนส่งสินค้า ช่วงแผนระยะกลาง ได้แก่
สถานีโนนพยอม จ.ขอนแก่น สถานีกุดจิก จ.
แนวโน้มจากผลการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ จาก นครราชสีมา และสถานีหนองตะไก้ จ.อุดรธานี 5)
กรอบการพัฒนาในช่วงเวลาต่าง ๆ ที่กำหนดให้ กลุ่มพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากเขต
พื้ น ที่ ภ า ค ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ มี แ น ว น โ ย บ า ย ห ลั ก ที่ เศรษฐกิจพิเศษ ได้แก่ จังหวัดมุกดาหาร อยู่ใน
จะยกระดับเป็นพื้นที่ซึ่งได้รับการเพิ่มศักยภาพการ บริเวณตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร (ที่
แข่งขันด้านเศรษฐกิจโดยการยกมาตรฐานและ ส.ป.ก.) ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรขอใช้พื้นที่ และ
ประสิทธิภาพการผลิตด้านการเกษตร การพัฒนา บางส่วนเป็น นสล. ซึ่งจะต้องดำเนินการถอนสภาพ
ศักยภาพการประกอบการด้านอุตสาหกรรมบริการ และขอใช้ประโยชน์ต่อไป 1,085 ไร่ และมีแนวคิด
และการท่องเที่ยว การพัฒนาระบบชลประทานให้ ในการพัฒนาพื้นที่เป็นย่านการค้าส่งและขนส่งต่อ
เต็มศักยภาพ การเตรียมการรองรับอุตสาหกรรม เนื่องหลายรูปแบบ โดยพัฒนาให้เป็นเขตประกอบ
พลังงานทดแทน (Ethanol) เมื่อนำมาวิเคราะห์ การ การอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าข้าม
ควบคู่ไปกับสถานการณ์ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม แดน สถานีขนส่งผู้โดยสารที่เชื่อมโยงการเดินทาง
ในปัจจุบันอาจแบ่งกลุ่มพื้นที่พัฒนาอุต ส าหกร ร ม ทั้งในระดับเมืองและระดับภูมิภาค เขต
หลักได้ออกเป็น 1) กลุ่มพื้นที่ศูนย์กลาง พาณิชยกรรม ตลาดกลางสินค้าเกษตร ปรับปรุง
อุตสาหกรรมหลักเดิมเหล่าน้ี ได้แก่ พ้ืนท่ีที่มีบทบาท กิจกรรมบริเวณเขตพื้นที่เขตการค้าดั้งเดิมให้เป็น
ทั้งในแง่ของจำนวนโรงงานอุตสาหกรรม มูลค่า เขตการค้าปลอดภาษี ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เป็นตลาด
เงินทุน แรงงาน และกำลังการผลิต รวมท้ังเป็นที่ตั้ง การ ค้าชายแด นที่มีความทันส มัยแล ะมีร ะบ บ ก า ร
ของเขตประกอบการอุตสาหกรรม ทำให้มีศักยภาพ จัดการที่มีมาตรฐาน ซึ่งอยู่ในการพัฒนาเขต
ที่จะต่อยอดด้านการพัฒนาต่อไปในอนาคต เช่น เศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 1 และจังหวัดหนองคาย ใน
จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น และจังหวัด เขต ต.โพนสว่าง อ.เมืองหนองคาย ซึ่งการนิคม
ชัยภูมิ เป็นต้น 2) กลุ่มพื้นที่ส่งเสริมอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้อนุมัติ
ทดแทน จะกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่ง จัดตั้งนิคมฯ แล้วเมื่อ 25 ก.ย. 57 มีเนื้อที่ประมาณ
วัตถุดิบที่สำคัญของภาค โดยเฉพาะผลผลิต เช่น 2,960 ไร่ ซึ่งอยู่ในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ
อ้อย มันสำปะหลัง เป็นต้น รวมทั้งพื้นที่ที่เหมาะ ระยะที่สอง 6) กลุ่มพ้ืนที่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเชิง
สำหรับส่งเสริมและพัฒนาพลังงานสะอาด เช่น นิเวศ เป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่มุ่งสู่การพัฒนา
พลังงานลมในเขตจังหวัดนครราชสีมา พลังงาน เมืองอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบพร้อมกับยกระดับ
แสดงอาทิตย์ เป็นต้น ตามแนวคิดการพัฒนา เขตประกอบการอุตสาหกรรมให้เป็นต้นแบบการ
อุตสาหกรรมในรูปแบบคลัสเตอร์ 3)กลุ่มพื้นที่ พัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมเข้าสู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ
ส่งเสริมอุตสาหกรรมทั่วไป จะกระจายตัวอยู่ในพื้นท่ี เช่น จังหวัดนครราชสีมา (อ.เมืองนครราชสีมา
ซึ่ ง เ ป็ น แ ห ล่ ง วั ต ถุ ดิ บ ที่ ส ำ คั ญ ข อ ง ภ า ค โ ด ย เ ฉ พ า ะ และอ.สีค้ิว) และจังหวัดขอนแก่น
ผลผลิต เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพด
4) กลุ่มพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากระบบ แนวโน้มการพัฒนาเพื่อไปสู่การรองรับการ
โครงข่ายคมนาคมขนส่ง และ โลจิสติกส์ อาทิ พื้นที่ ท่องเที่ยว โดยมีการระบุแนวทางการพัฒนาการมุ่งเน้น
ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการพัฒนาด้านโครงข่าย และชูจุดประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในด้านอู่อารยธรรม
คมนาคม เช่น โครงการรถไฟสาย ของประเทศและของภูมิภาค ในด้านการเป็นดินแดนท่ี
ตะวันออกเฉียงเหนือ : สายบัวใหญ่-ร้อยเอ็ด- เก่าแก่ ก่อกำเนิดอารยธรรมและวัฒนธรรมที่หลากหลาย
มุกดาหาร - นครพนม , แผนการพัฒนาระบบรถไฟ มีหลักฐานทางโบราณคดีหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ทั้ง
ความเร็วสูงสายตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โบราณสถาน วถิ กี ารดำเนินชีวิตทีน่ ่าสนใจ โดยการพัฒนา
3-8
โครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการ การ ทางเศรษฐกิจ และส่งผลต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมให้มีมูลค่า
จดั การดา้ นมาตรฐานแห่งชาตทิ ี่มีเครอื่ งหมายรบั รอง ท้ังนี้ สงู ข้ึน และอตั ราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น
ประเด็นดังกล่าวมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเส้นทาง
คมนาคมในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื เพิม่ ข้ึนมากเพื่อเข้าสู่ ผลิตภัณฑ์มวลรวม ภาคเกษตรกรรม พ.ศ.2555
แหล่งทอ่ งเทยี่ ว แตใ่ นขณะที่แหล่งท่องเท่ียวเหล่าน้ันไม่ได้ เท่ากับ 86,000ล้านบาท ซึ่งไม่สอดคล้องโดย Nominal
รับการพัฒนาการดูแลรักษาและการสนับสนุนให้เกิด GRP : 304,593 ล้านบาท และ GRP CVMs : 141,114
กิจกรรมการท่องเท่ียวท่ีสรา้ งประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ลา้ นบาท ซึง่ สงู กวา่ เปา้ หมายที่ตง้ั ไว้ เนือ่ งจากการส่งเสริม
ให้แก่นักท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวไม่เห็นความสำคัญ นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านเกษตรกรรม ซึ่งส่งผลต่อ
หรือต้องการเดินทางท่องเที่ยวยกเว้นการเดินทาง คุณภาพการผลิต ทั้งปริมาณและมูลค่าทางเศรษฐกิจที่
ทอ่ งเทีย่ วแสวงบญุ หรือทำบุญในเทศกาลและงานประเพณี เพมิ่ ขึ้น
ที่สำคัญ เช่นงานสักการะพระธาตุพนม งานแห่เทียน
พรรษา ที่ยังมนี ักท่องเทีย่ วและผู้แสวงบุญให้ความสำคัญ ผลิตภณั ฑม์ วลรวม ภาคอุตสาหกรรม พ.ศ.2555
อยู่ และสำหรับการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มพัฒนาไปใน เทา่ กับ 125,000 ล้านบาท ซึ่งไม่สอดคล้อง โดย Nominal
ทิศทางที่ดีคือการท่องเที่ยงเชิงกีฬา นอกจากนี้ควร GRP : 303,126 ล้านบาท และ GRP CVMs : 213,161
เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวไปยังประเทศเพ่ือนบ้าน ล้านบาท (โดยประมาณ) ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
เนื่องจากการการส่งเสริมการผลิตด้านอุตสาหกรรม การ
การติดตามสถานการณ์ ด้านเศรษฐกิจ ส่งเสริมการลงทุน การสนับสนุนคลัสเตอร์การผลิตด้าน
เปรียบเทียบกับผังภาค 2600 อุตสาหกรรม และเขตส่งเสริม/เขตประกอบการ
อตุ สาหกรรมตา่ ง ๆ
ผังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2600 ได้ดำเนิน
การจัดทำตั้งแต่ พ.ศ. 2550 โดยมุ่งเน้นให้เป็นผังแม่บท ผลิตภัณฑ์มวลรวม ภาคการคา้ และบรกิ าร พ.ศ.
การพัฒนาพื้นที่เชิงกายภาพ ที่บูรณาการในสาขาต่าง ๆ 2555 เท่ากับ 296,000 ล้านบาท ไม่สอดคล้อง โดย
อยา่ งเปน็ องค์รวม เพือ่ ใช้เป็นกรอบนโยบายและทิศทางการ Nominal GRP : 669,881 ล้านบาท และGRP CVMs :
พัฒนาพื้นที่ให้กับจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ซึ่งกระบวนการ 486,889 ล้านบาท (โดยประมาณ) ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย
วางผังภาคคำนึงถึงศักยภาพ โอกาสการพัฒนาพื้นที่ และ ที่ตั้งไว้ เนื่องจากการพัฒนาด้านการค้าและบริการ ซ่ึง
สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน เพ่อื นำไปกำหนด ส่งผลต่อการเพ่ิมมูลค่าการผลติ
วิสัยทัศน์และนโยบายการพัฒนาพื้นที่ อันจะนำไปสู่การ
พัฒนาเมืองและชนบทอย่างสมดุลและย่ังยืน ทั้งนี้ผังภาคที่ เป้าหมาย : การจา้ งงานในภาคเกษตรกรรม
วางไว้ได้วางระยะเวลาในการพัฒนาถึง 50 ปี และมีการ ในปีพ.ศ. 2555 อยู่ที่ 6,140,000 คน พบว่าไม่
แบ่งระยะการพัฒนาไว้ จากระยะเวลาที่ผ่านมาได้เกิด สอดคลอ้ งกับเปา้ หมาย เนื่องจากในปัจจุบันมแี รงงานภาค
มาตรการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายประการ ทั้งปัจจัย เกษตรกรรมอยู่ที่ 8,278,304 คน ซึ่งจำนวนแรงงานภาค
สถานการณภ์ ายนอกและภายใน อาทเิ ชน่ ระบบเศรษฐกิจ เกษตรกรรมในภาคใต้ในช่วง 8 ปี (พ.ศ. 2550-2558)
โลก กรอบกติกาความร่วมมือระหว่างประเทศ การเข้าสู่ เติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 1.29 ต่อปี โดยแนวโน้มการจ้าง
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนา งานในภาคเกษตรกรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะ
เขตเศรษฐกิจพิเศษและสังคมแห่งชาติ การลงทุนพัฒนา มีแนวโน้มลดจำนวนลงเนื่องจากการการเปลี่ยนแปลง
โครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ของประเทศ การพัฒนา โครงสรา้ งทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉยี งเหนือจาก
เศรษฐกิจพิเศษ การเจริญเติบโตของเมืองในภูมิภาค เป็น ภาคเกษตรกรรมไปสู่กิจกรรรมทางเศรษฐกิจนอกภาค
ต้น ปัจจัยการพัฒนาต่าง ๆ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ได้ เกษตรมากขน้ึ ท้ังในเขตชนบทและเขา้ สู่เมืองใหญ่
ส่งผลให้สภาพการณ์การพัฒนาพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปใน เป้าหมาย : พื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการ
หลายด้าน พัฒนาให้เป็นพ้ืนทีเ่ กษตรกรรม
- พื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกข้าว ได้แก่
การตดิ ตามด้านเปา้ หมาย จังหวัดอุบลราชธานี นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และ
เป้าหมาย : ผลิตภัณฑ์มวลรวม รอ้ ยเอด็
ผลิตภัณฑ์มวลรวม พ.ศ.2555 เท่ากบั 508,000 - พื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกมันสำปะหลัง
ล้านบาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ โดย ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ และ
Nominal GRP : 1,277,599 ล้านบาท และ GRP CVMs ขอนแกน่
: 843,700 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ต้ังไว้ เนื่องจาก - พื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกอ้อยโรงงาน
มีกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งเอื้อต่อกิจกรรม ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี กาฬสินธ์ุ
และชยั ภมู ิ
3-9
- พนื้ ท่ที ่เี หมาะสมกบั การปลูกยางพารา ไดแ้ ก่ - อุบลราชธานี : ศูนย์กลางการผลิตและส่ง
พืน้ ทตี่ ามรอยแนวตะเข็บชายฝ่งั แม่น้ำโขงและประเทศลาว ออก อุตสาหกรรมอาหาร สนิ ค้า OTOP
พื้นที่ปลูกยางส่วนใหญ่อยู่ในเขตจังหวัดหนองคาย
อุดรธานี เลย สกลนคร และนครพนม และพื้นที่ตามรอย - อุดรธานี : ศูนย์กลางการผลิตสินค้า
แนวตะเข็บชายแดนประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัด อุตสาหกรรมเกษตรเพื่อการส่งออกไปยังประเทศลาว
บุรรี ัมย์ สรุ ินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ตอนบน และอตุ สาหกรรมตอ่ เน่ืองจากแรโ่ พแทช
สอดคล้องกับลักษณะทั่วไปทั้งในแง่กายภาพ มีความสอดคล้องกับภาพรวมในแง่ของพื้นที่
คุณสมบัติดิน ชนิด ประเภท ของพืชเศรษฐกิจในพื้นท่ี อุตสาหกรรมหลัก กลุ่มพื้นที่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมหลัก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพื้นที่ภาคที่มีขนาดใหญ่ มี มีการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากสัมปทานเหมืองแร่
ลักษณะภูมิประเทศ คุณสมบัติดิน ที่เหมาะสมในการ โพแทชทั้งจังหวดั อดุ รธานี และจังหวดั ชัยภมู ิ ไดแ้ ก่ พ้นื ท่ีที่
เพาะปลกู พชื พรรณได้ หลากหลายประเภท นับตงั้ แตข่ ้าว มีบทบาททั้งในแง่ของจำนวนโรงงานอุตสาหกรรม มูลค่า
พชื อาหารสัตว์ พชื พลงั งาน พืชสวนยืนต้น ผักผลไม้ ทำ เงินทุน แรงงาน และกำลังการผลิต ยังคงได้แก่ จังหวัด
ให้สามารถผลิตสินค้าทางการเกษตรที่มคี วามหลากหลาย นครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอุบลราชธานี
และปริมาณผลผลิตจำนวนมาก โดยบริเวณที่ปลูกข้าว เป็นต้น และ กลุ่มอุตสาหกรรมเคมี และปุ๋ยเคมีจะมี
แหล่งสำคัญของภาค เช่น บริเวณแอ่งโคราช บทบาทต่อเนื่องจากสัมปทานเหมืองแร่โพแทชสู่ตลาด
ทุ่งกุลาร้องไห้ เขตติดต่อระหว่างจังหวัดนครราชสีมา อนุภูมิภาค แนวโน้มของอุตสาหกรรมที่จะมีบทบาทและ
ร้อยเอ็ด และสุรินทร์และพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งกระจายอยู่ตาม ศักยภาพในอนาคตของพื้นที่ ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรม
จังหวัดต่างๆ ทางตอนเหนือของจังหวัด และตอนล่างใน อาหาร อุตสาหกรรมตอ่ เนื่องจากการเกษตร อุตสาหกรรม
เขตชลประทานหรือใกล้กับลำน้ำสำคัญสายต่าง ๆ ภาค พลังงานทดแทน อุตสาหกรรมยานพาหนะ และอุปกรณ์
ตตะวันออกเฉียงเหนือมีโอกาสในการพัฒนาเป็นแหล่ง รวมทั้งการซ่อมฯ , เครื่องจักรเครื่องกล อุตสาหกรรม
อาหารหรอื ครัวโลกอกี แหง่ หน่งึ ของประเทศไทย เน่อื งจาก โลจิสติกส์ และบรรจุภณั ฑ์
เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการผลิตพืชอาหารต่าง ๆ
โดยเฉพาะข้าว ปศุสัตว์ และไม้ผลต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมี เปา้ หมาย : พืน้ ทีอ่ ตุ สาหกรรมรอง
โอกาสศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการ
อุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการเกษตร และอุตสาหกรรม ผลิต และส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุนต่าง ๆ
อาหาร ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ สกลนคร และ
หนองคาย มีความสอดคล้องกับภาพรวมในแง่ของพื้นที่
เป้าหมาย : การจ้างงานในภาคอุตสาหกรรม อตุ สาหกรรมรอง แนวโนม้ ของอตุ สาหกรรมทจี่ ะมีบทบาท
เป้าหมายการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรม ในปี และศกั ยภาพในอนาคตของพ้ืนที่ ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรม
พ.ศ. 2555 อยู่ที่ 2,300,000 คน ซึ่งไม่สอดคล้องกับ อาหาร อุตสาหกรรมตอ่ เนื่องจากการเกษตร อุตสาหกรรม
เป้าหมาย เนื่องจากในปัจจุบันมีแรงงานอยู่ที่ 357,426 พลังงานทดแทน อุตสาหกรรมยานพาหนะ และอุปกรณ์
คน จำนวนการจ้างงานอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก รวมทั้งการซ่อมฯ , เครื่องจักรเครื่องกล อุตสาหกรรม
เฉียงเหนอื ในชว่ ง 10 ปี (พ.ศ. 2549-2559 เติบโตเฉล่ยี อยู่ โลจิสตกิ ส์ และบรรจุภณั ฑ์
ที่ร้อยละ 0.55 ต่อปี) แนวโน้มการจ้างงานในภาค เป้าหมาย : พื้นที่อุตสาหกรรมในเขตชายแดน
อุตสาหกรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในพื้นที่ที่เป็น (เขตสง่ เสรมิ เศรษฐกิจ)
ศูนย์กลางอุตสาหกรรม เช่น จังหวัดนครราชสีมา เน้นการพัฒนาเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของ
ขอนแก่น จะมีแนวโน้มลดจำนวนลงเนื่องจากการ ภาคอุตสาหกรรมเช่อื มโยงกบั ประเทศเพ่ือนบ้าน : จังหวัด
ปรับเปลี่ยนไปใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีเข้ามาแทนท่ี หนองคาย มุกดาหาร และนครพนม ซึ่งเขตเศรษฐกิจ
แรงงาน พิเศษชายแดนระยะที่ 1 จะได้แก่ จังหวัดมุกดาหาร และ
เป้าหมาย : พื้นที่อุตสาหกรรมหลัก ประกอบ เขตเศรษฐกิจชายแดนระยะ ที่ 2 ได้แก่ จังหวัดหนองคาย
ด้วย 4 พืน้ ที่ พืน้ ท่ีเขตเศรษฐกิจพิเศษ รัฐจะสนับสนนุ โครงสร้างพ้ืนฐาน
- นครราชสีมา : Cluster อุตสาหกรรมช้ิน สิทธิประโยชน์ ส่งเสริมการลงทุน การบริหารแรงงานต่าง
ส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมผ้าไหม ด้าวแบบไป-กลับ การให้บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ และ
และส่งิ ทอ กจิ การอ่นื ที่จำเปน็ เพอ่ื ดึงดดู FDI
- ขอนแก่น : ศูนย์กลางการผลิตอุตสาหกรรม
อาหาร และพลังงานทดแทน (เอทานอล) อุตสาหกรรม
ซอฟต์แวร์
3-10
การตดิ ตามด้านนโยบาย สังคมแห่งชาติ ฉบับต่าง ๆ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี
นโยบาย : การสรา้ งความมนั่ คงด้านอาหาร และ ผลผลติ ทางการเกษตรที่หลากหลาย เช่น ข้าว พืชอาหาร
เศรษฐกิจแก่เกษตรกรรายย่อย โดยลดการพึ่งพาปัจจัย สตั ว์ พืชพลังงาน พืชสวนยืนตน้ ผักผลไม้ ทำใหส้ ามารถ
ภายนอก ทำการเกษตรแบบยั่งยืนให้มีความสัมพันธ์และ ผลิตสินค้าทางการเกษตรที่มีความหลากหลายและ
เกื้อกูลกับสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของแต่ละภูมิ ปริมาณผลผลิตจำนวนมาก พอเพียงต่อการบริโภคใน
นิเวศ พืชที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ได้แก่ ข้าว ประเทศ
มันสำปะหลัง และออ้ ย
สอดคล้องกับลักษณะทั่วไปทั้งในแง่กายภาพ ข้อเสนอแนะคือ ควรมีการฝึกอบรมด้าน Food
คุณสมบัติดิน ชนิด ประเภท ศักยภาพด้านวัตถุดิบและ Safety, SPS, และ Good Agricultural Practice แก่เกษตรกร
ผลผลิตของพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ เช่น ข้าว อ้อย มัน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อพัฒนาด้านการเกษตรที่
สำปะหลัง และปศสุ ัตว์ เป็นต้น ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ สามารถนำมาปรับใช้กับด้านการพัฒนาผลผลิตทาง
ในการกา้ วไปสกู่ ารเป็นผผู้ ลิตในระดบั ภูมภิ าค โดยเริ่มจาก การเกษตร และเพิ่มศักยภาพด้านการเกษตรของภาค
การสร้างความพร้อม โดยการปรับ แก้ไขกฎระเบียบ
ปัญหาคอขวด เพื่ออำนวยความสะดวกและลดอุปสรรคที่ นโยบาย : การเพิ่มขีดความสามารถในการ
มีพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ (แรงงาน วัตถุดบิ ดึงดดู แข่งขันสำหรับเกษตรกรที่มีความพร้อมในการผลิตเชิง
เทคโนโลยีใหม่ มาตรฐาน วิจัยและพัฒนา จัดเขตพื้นที่ พาณิชย์ ให้สามารถประกอบธุรกิจเกษตรและสามารถ
พัฒนาและจัดเขตพื้นที่ศูนย์ทดสอบ ฯลฯ) พัฒนา แขง่ ขนั กับผู้ผลติ อน่ื ได้
คลัสเตอร์และการเข้าไปสู่การเป็นผู้ผลิตในภูมิภาคจาก
การสร้าง ASEAN Supply Chain และพัฒนาการผลิตที่ ให้ความสำคัญในการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพ
เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีผลผลิตที่จะได้รับประโยชน์ และผลิตภัณฑ์จากข้าวหอมมะลิ หม่อนไหมและฝ้าย พืช
จากมาตรการดังกลา่ ว เชน่ ขา้ ว ออ้ ย มันสำปะหลงั พลังงานทดแทน สัตว์เศรษฐกิจต่าง ๆ การวิจัยศักยภาพ
ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงนโยบายด้าน เชงิ พน้ื ท่ี การวิจัยเพอื่ เตรยี มความพร้อมด้านบุคลากรและ
เกษตรกรรม ได้แก่ การส่งเสริมประสิทธิภาพการปลูกพืช พฒั นาศกั ยภาพอุตสาหกรรมแปรรปู ท่ีเกีย่ วเนอื่ ง
เศรษฐกจิ หลักทมี่ ีฐานอุตสาหกรรมแปรรปู รองรบั เชน่ มัน
สำปะหลัง และอ้อย โดยนโยบายการส่งเสรมิ อุตสาหกรรม สอดคล้องกับแนวทางการปรับโครงสร้างการ
พลังงานทดแทนและการลงทุน ส่งเสริมการทำเกษตร ผลิตภาคเกษตร โดยการปรับเปลี่ยนจากการผลิตสินค้า
อินทรีย์เพื่อสนับสนุนการผลิตอาหารปลอดภัย ปรับปรุง เกษตรขั้นปฐมเป็นสินค้าเกษตรแปรรูปที่มีมูลค่าสูงมี
สภาพดินได้ ควรส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชทนเค็มและ คุณภาพและมาตรฐานสากลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถใน
พืชชนิดที่ต้องการน้ำน้อย มีระยะเวลาการปลูกสั้น เช่น การแข่งขัน และการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและ
หนอ่ ไม้ฝรั่ง แคนตาลปู พลังงาน ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือมีตลาดในการกระจาย
นโยบาย : สนับสนุนเกษตรกรให้ทำการเกษตร และจำหน่ายสินคา้ ที่มีขนาดใหญ่ และผลผลิตหลากหลาย
แนวเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการเสริมสร้างการเรียนรู้และ ประเภท โดยเฉพาะสัตว์มีชีวิต เช่น โคเนื้อ โคนม ซึ่งเป็น
จัดการทรัพยากรเพื่อความมั่นคงและระบบนิเวศของ สัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น เนื้อสัตว์ใช้บริโภค เป็นต้น
ชุมชน นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์จากสัตว์อื่น ๆ ซึ่งถือ
มุ่งพัฒนาภาคเกษตรกรรม เป็นฐานการผลิตที่ เป็นผลผลิตแปรรูปจากการเกษตร และอุตสาหกรรม
แข็งแกร่งในการผลิตเพื่อให้พอเพียงต่อการบริโภคใน อาหาร รวมทั้งผลผลิตจากพืช เช่น ข้าว อ้อย และมัน
ประเทศ โดยคำนึงถึงการบริโภคภายใน ความเหมาะสม สำปะหลัง ซง่ึ เปน็ พืชเศรษฐกิจหลักของภาค
ทางสภาพภูมิศาสตร์ ศักยภาพของแต่ละท้องถิ่น และ
ศักยภาพทางการตลาดของผลผลิตที่ได้ สอดคล้องกับ ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทิศทางและกรอบการพัฒนาในระดับต่าง ๆ ของทั้ง (Climate Change) จะส่งผลกระทบ ซำ้ เติมต่อความอุดม
ระดับประเทศ ภาค ที่เน้นการเสริมสร้างและพัฒนา สมบูรณ์ของดิน ป่าไม้เกิดความเสื่อมโทรม แหล่งน้ำขาด
ศักยภาพทุนมนุษย์ การสร้างความเปน็ ธรรมและลดความ แคลน ผลผลิตทางการเกษตรลดลง เกิดโรคระบาดในพืช
เหลื่อมล้ำในสังคม การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และสัตว์ จึงควรทำการจัดระบบการผลิตให้สอดคล้องกับ
และแข่งขันได้อย่างยั่งยืน เช่น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ ศักยภาพพื้นที่และความต้องการของตลาดตั้งแต่ตน้ น้ำถึง
ปลายน้ำทั้งด้านกายภาพและเศรษฐกิจ รวมทั้งส่งเสริม
การรวมกลุ่มทางการเกษตรจากกิจการเจ้าของคนเดียว
เป็นการประกอบการในลักษณะสหกรณ์ หา้ งหนุ้ ส่วน และ
บรษิ ทั เพอื่ ใหเ้ กดิ การประหยดั จากขนาด
3-11
นโยบาย : ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม มาตรฐาน วิจัยและพัฒนา จัดเขตพื้นที่พัฒนาและจัดเขต
เกษตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าเกษตร และให้มีการ พน้ื ทีศ่ นู ยท์ ดสอบ ฯลฯ)
จัดการด้านคุณภาพให้ตรงกับความต้องการของตลาด
พรอ้ มท้ังปรับปรุงคณุ ภาพ และมาตรฐานสนิ ค้าเกษตรและ นโยบาย : การรวมกลุ่มและการกระจายตัวด้าน
ผลติ ภัณฑ์ต้ังแต่ไรน่ าจนถึงโต๊ะอาหาร ทต่ี งั้ ของเขตอตุ สาหกรรมทีเ่ ป็นยุทธศาสตร์
การพัฒนาปรับปรุงระบบควบคุมคุณภาพและ - อุตสาหกรรมการผลิต (Production Industry)
ตรวจสอบรับรองสินค้าเกษตรและอาหารให้ได้มาตรฐาน เช่น เครื่องแต่งกาย เครื่องหนัง รองเท้า
และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค เฟอร์นิเจอร์ เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องจักร
ตั้งแต่ระดับ ไรน่ าจนถงึ โตะ๊ อาหาร ซ่ึงมีความสอดคลอ้ งกบั สำนักงาน อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
แนวทางการปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร โดยการ ยานยนต์ เปน็ ต้น
ปรับเปลี่ยนจากการผลิตสินค้าเกษตรขั้นปฐมเป็นสินค้า
เกษตรแปรรูปที่มีมูลค่าสูงมีคุณภาพและมาตรฐานสากล - อุตสาหกรรมบริการชุมชน ได้แก่ อุตสาหกรรม
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีตลาดในการกระจาย และ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs และ OTOP)
จำหน่ายสินค้าที่มีขนาดใหญ่ และผลผลิตหลากหลาย ได้แก่ อุตสาหกรรม เกษตรแปรรูป เครื่องด่ืม
ประเภท โดยเฉพาะสัตว์มีชีวิต เช่น โคเนื้อ โคนม ซึ่งเป็น สง่ิ ทอ ซอ่ มเคร่อื งยนต์ เป็นตน้
สัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น เนื้อสัตว์ใช้บริโภค เป็นต้น สอดคล้องกับนโยบายการรวมกลุ่มและการ
นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์จากสัตว์อื่น ๆ ซึ่งถือ
เป็นผลผลิตแปรรูปจากการเกษตร และอุตสาหกรรม ก ร ะ จ า ย ต ั ว ด ้ า น ท ี ่ ต ั ้ ง ข อ ง เ ข ต อ ุ ต ส า ห ก ร ร ม ท ี ่ เ ป็ น
อาหาร รวมทั้งผลผลิตจากพืช เช่น ข้าว อ้อย และมัน ยุทธศาสตร์ การรวมกลุ่มของ Cluster อุตสาหกรรมการ
สำปะหลงั ซึง่ เปน็ พชื เศรษฐกิจหลักของภาค ผลิต เช่น เครื่องจักรสำนักงาน อุปกรณ์ไฟฟ้าและ
อเิ ล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ส่วนใหญ่จะอยู่ในพ้นื ท่ีศูนย์กลาง
นโยบาย : สง่ เสริมการวจิ ัยและพัฒนาเทคโนโลยี ซ่ึงเป็นท่ตี ั้งของทงั้ เขตประกอบการอตุ สาหกรรม และนิคม
พลังงานจากวัตถุดิบการเกษตร เช่น การใช้สินค้าเกษตร อุตสาหกรรม ได้แก่ พน้ื ท่อี ำเภอเมอื งนครราชสมี า เปน็ ตน้
ผลิตเอทานอล ไบโอดเี ซล หรือแกส๊ ชวี ภาพ
ปัญหาและอุปสรรคคือ ยังขาดมาตรการจูงใจ
เนน้ การวิจัยการผลติ เชอื้ เพลิงชีวภาพ (Biofuel) ทางด้านภาษีและมาตรการอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการ
จากผลติ ผลและวสั ดเุ หลอื ใช้ทางการเกษตร ข้าว ออ้ ย มัน รวมกลุ่มของอุตสาหกรรมในพื้นที่ จึงควรมีมาตรการเพ่ือ
สำปะหลัง ข้าวฟ่างหวาน โดยเฉพาะในจังหวัดกาฬสินธ์ุ สนับสนุนในแง่ของการรวมกลุ่มทั้งอุตสาหกรรมต้นน้ำ
นครราชสีมา ขอนแก่น และอุบลราชธานี กลางน้ำ และปลายน้ำ เช่น มาตรการทางภาษี เป็นต้น
เพื่อพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมเครือข่ายการผลิต (Value
มีความสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาใน chain) ท่มี ีประสทิ ธภิ าพ
ระดับต่าง ๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีโอกาสใน
การพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมพลังงาน นโยบาย : การสนับสนุนอุตสาหกรรมซึ่งมีฐานของ
ทดแทนและอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการเกษตร และ ทรพั ยากรท่ีสามารถนำมาใชเ้ ป็นวัตถดุ บิ ในการผลติ
อุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากในปัจจุบันภาคตะวันออก
เฉียงเหนือ ถือเป็นแหล่งวตั ถดุ ิบท่ีสำคัญของอตุ สาหกรรม (1) อุตสาหกรรมอาหารและแปรรูปสินค้าเกษตร
พลังงานทดแทนในส่วนของการผลิตเอทานอล กลุ่ม ไดแ้ ก่
อุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบจากการเกษตรในพื้นที่ เช่น มีความสอดคล้องในแง่ของทิศทางการเติบโต
อตุ สาหกรรมอาหาร ทีเ่ ปน็ แหลง่ รองรบั ผลผลิตท่ีสำคัญใน
พื้นที่ และสามารถพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรม ของอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบในพื้นที่ ทั้งวัตถุดิบจาก
พลังงานทดแทนในพน้ื ทอี่ ย่างมปี ระสิทธิภาพ พืช และปศุสัตว์ และนิคมอุตสาหกรรมจากวัตถุดิบใน
พื้นที่ยังไม่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนา โรงงาน
ปัญหาคือ ความผันผวนของราคาผลผลิตของ อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ไม่กระจุกตัวรวมกลุ่มกันเป็น
สินค้าเกษตรในตลาดโลกที่เป็นผลผลิตที่สำคัญของภาค Cluster และไม่ก่อให้เกิดความประหยัดในแง่การกระจุก
ตะวันออก เช่น อ้อย และมันสำปะหลัง เป็นต้น ภาครัฐ ตัว Agglomeration
ควรมีการปรับ แก้ไขกฎระเบียบ ปัญหาคอขวด เพื่อ
อำนวยความสะดวกและลดอุปสรรคที่มีพัฒนาโครงสร้าง (2) อุตสาหกรรมยางพารา : นิคมอุตสาหกรรมหรือ
พื้นฐานรองรับ (แรงงาน วัตถุดิบ ดึงดูดเทคโนโลยีใหม่ เขตอุตสาหกรรม
เช่น การผลิตยางยานพาหนะ ถุงมือยาง ยางรัด
ของ เป็นต้น ในจังหวัดหนองคาย มีความสอดคล้องในแง่
ของทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบในพื้น
โดยเฉพาะจังหวัดบึงกาฬ และหนองคาย และ
นิคมอุตสาหกรรมจากวัตถุดิบในพื้นที่ยังไม่ได้รับการ
ส่งเสริมและพัฒนา ยางพาราถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่ได้รับ
3-12
การส่งเสริมในเขตอีสานใต้ ก่อให้เกิดการขยายตัวของ ตะวันออกเฉียงเหนือจะเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมต่อเนื่องจากยางพาราทั้งอุตสาหกรรมต้นนำ้ พลังงานทดแทนจากวตั ถดุ ิบท่สี ำคัญในอนาคต
กลางน้ำ และปลายนำ้
(7) อตุ สาหกรรมซอฟแวร์
(3) อตุ สาหกรรมโพแทช จังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์กลางการพัฒนา
เช่น อุตสาหกรรมปุ๋ยเคมี อุตสาหกรรมเคมี ใน
อุตสาหกรรมซอฟแวร์ยังไม่มีการพัฒนาอุตสาหกรรม
จังหวดั อุดรธานี เริ่มมีการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนอื่ งจาก ต่อเนื่องเท่าที่ควร อุตสาหกรรมซอฟแวร์ในพื้นที่ยังต้อง
สัมปทานเหมืองแร่โพแทชทั้งจังหวัดอุดรธานี แต่ ได้รับการสง่ เสริมจากภาครัฐผา่ นสถาบนั การศกึ ษาในพ้นื ที่
ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขนึ้ ทั้งในธรรมชาติเองและ เน่ืองจากขาดมาตรการจงู ใจและสนบั สนนุ จากภาครัฐและ
ชุมชนโดยรอบ เช่น ปัญหาดินเค็ม ดินทรุด เป็นต้น ทั้งน้ี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรสนับสนุนอุตสาหกรรมในกลุ่ม
อุตสาหกรรมปุ๋ยเคมี อุตสาหกรรมเคมี ในภาค ซอฟแวร์และดิจิตัลจะเป็นอุตสาหกรรมในกลุ่มเครื่องมือ
ตะวันออกเฉียงเหนอื สามารถเชื่อมโยงในแง่ตลาดสินค้าใน อัจฉริยะและหุ่นยนต์ ใช้เทคโนโลยเี มคาทรอนิกส์ (Smart
ภมู ิภาคอนิ โดจีน Devices & Robotics – Mechatronics) ตามแนวคิด
Thailand 4.0
(4) อตุ สาหกรรมผา้ ไหมและสงิ่ ทอ
การพฒั นาในจังหวดั นครราชสมี า ชัยภูมิ บุรรี มั ย์ นโยบาย : การจัดการอุตสาหกรรมในพื้นท่ี
ชายแดนโดยการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เพ่ือ
และสรุ ินทร์ สอดคล้องกับศักยภาพและทิศทางการเติบโต เป็นฐานการผลิตและกระจายสินค้าไปสู่ประเทศเพื่อน
ของอุตสาหกรรมผ้าไหมทั้งนครราชสีมา และชัยภูมิ บา้ น
ศูนย์กลางอุตสาหกรรมผ้าไหมมีการกระจุกตัวอยู่ในเขต
อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา และสามารถ มีการประกาศพื้นที่เขตเศรษฐกจิ พิเศษชายแดน
เชื่อมโยงอุตสาหกรรมต้นน้ำ และปลายน้ำในจังหวัดรอบ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ เขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งในระยะที่ 1
นอก เช่น ชยั ภูมแิ ละสุรนิ ทร์ ได้ (มุกดาหาร) และระยะท2ี่ (หนองคาย) ยงั ขาดมาตรการจูง
ใจแก่นักลงทุนที่ชดั เจนและเปน็ รูปธรรม ขาดมาตรการใน
(5) อตุ สาหกรรมยานยนตแ์ ละชิ้นสว่ น การสนับสนุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพ่ือรองรับการ
การพัฒนาในจังหวดั นครราชสีมา เปน็ ศนู ย์กลาง ลงทุน ควรเรง่ สนับสนุนเขตเศรษฐกจิ พิเศษท้ังในระยะท่ี 1
(มุกดาหาร) และระยะที่2 (หนองคาย) จะสามารถ
R&D และ ICT City ด้านยานยนต์สอดคล้องกับแนวทาง เชื่อมโยงฐานการผลิตด้านอุตสาหกรรมกับภูมิภาคอินโด
และนโยบายของพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมือง จนี ผ่านสปป.ลาว
นครราชสีมา เป็นทั้งที่ตั้งของทั้งเขตประกอบการ
อุตสาหกรรม และนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งได้รับการ นโยบาย : ให้มียุทธศาสตร์การพัฒนาการ
ส่งเสริมจากนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบ ทอ่ งเที่ยวโดยแยกเป็นกล่มุ จงั หวัด
Cluster อตุ สาหกรรมยานยนต์ และอิเล็กทรอนกิ ส์
บทบาทและนโยบายการพัฒนาด้านการ
แต่ปัญหาการปรับเปลยี่ นจากแรงงานมนษุ ยไ์ ปสู่ ท่องเทย่ี วในเขตพ้นื ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ม่งุ เนน้ การ
เครื่องจักร และต้นทุนในแง่ของแรงงานและขาดแคลน พัฒนาโดยการจัดกลุ่มตามภาพรวมกลุ่มจังหวัด โดยบาง
แรงงานทม่ี ที ักษะฝีมอื ดงั นนั้ ควรพฒั นาโครงสร้างพื้นฐาน นโยบายอาจมีการเพิ่มเติมการจัดกลุ่มพิเศษเพิ่มเติม เชน่
เพื่อสนุบสนุนอุตสาหกรรมเครือข่ายการผลิต (Value กลุ่มจงั หวัด'สนุก' นครพนม – สกลนคร – มุกดาหาร เป็น
chain) ที่เชื่อมโยงกับภาคตะวันออกตามแนวระเบียง ต้น
เศรษฐกิจภาคตะวันออกผ่านท่าเรือแหลมฉบังภายใต้
แนวคิดอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart จากการวิเคราะห์ความสอดคล้องการพัฒนา
Electronics) ตามบทบาทนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยการแยก
การพัฒนาตามกลุ่มจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
(6) อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน (เอทานอล) เปน็ การส่งเสริมแบบเกาะกลุ่มการพัฒนาท่ีมงุ่ เน้นการช่วย
โดยอ้อย และ มันสำปะหลัง เป็นวัตถุดิบ มี และผลักดันกัน ในรูปแบบโครงข่าย โดยกลุ่มพัฒนาต้อง
เมืองหลักเมืองศูนยก์ ลางด้านการทอ่ งเที่ยว เพื่อจุดให้เกดิ
ศูนย์กลางในจังหวัดขอนแก่น และนครราชสีมาสอดคล้อง สง่ เสรมิ นโยบายในภาพรวม
กับศักยภาพด้านอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน (เอทานอล)
ในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีศกั ยภาพจากวัตถุดิบที่ ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาตามกรอบ
สำคัญ คือ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย และผลจากแผนพัฒนา นโยบายท่ี 1 ถงึ นโยบายท่ี 3 น้ัน กรอบนโยบายระหวา่ ง ปี
พลังงานทดแทน 15 ปี (พ.ศ. 2551 - 2565) ซึ่งภาค พ.ศ.2600 กับ กรอบนโยบายใหม่ๆ ที่เข้ามาบทบาทการ
พัฒนาในปัจจุบัน บางนโยบายอาจมีการเปลี่ยนแปลงไป
3-13
บ้างเล็กน้อย แต่ยังคงกรอบภาพรวมในการพัฒนาอยู่ ซ่ึง พัฒนาตามนโยบายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาให้เกิดความ
กรอบนโยบายในอนาคตอาจไม่ตรงตามความเป็นจริงที่มี เชอื่ มโยงของระบบคมนาคมและโครงข่ายการสญั จรทกุ มติ ิ
การวางแผนในปัจจุบัน หรือสถานะภาพการณ์ปัจจุบัน เป็นกระบวนและแนวคิดที่ใช้อ้างอิงการพัฒนาตามแผน
เท่าใดนัก ดังนั้นการพัฒนาตามกรอบนโยบายด้านการ ของหนว่ ยงานตา่ ง ๆในปจั จุบันเพือ่ ให้เกดิ ความสอดคล้อง
ท่องเที่ยวของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้มีการยึด การพฒั นาจากกรอบนโยบายหลัก
แผนการพัฒนาจากแผนปัจจุบันเป็นหลักเพราะมีการ
วิเคราะห์ คาดการณ์จากสภาพปัจจุบัน ในส่วนกรอบ 3.2 ประชากรและสงั คมวัฒนธรรม
นโยบาย ปี พ.ศ.2600 ให้ยึดเป็นกรอบภาพรวมหลัก
เนื่องจากมีความละเอียดและเจาะจงกับพื้นที่มาก กว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์
กรอบนโยบายหลกั เศรษฐกิจอยู่บนพื้นที่ศูนย์กลางของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำ
โขง มีอาณาเขตติดต่อกับสปป.ลาว ด้านตะวันออกและ
นโยบาย : ให้จังหวัดทางภาคตะวันออก ด้านเหนือ และด้านใต้ติดต่อกับกัมพูชา ประกอบกับ
เฉียงเหนือทุกกลุ่มจังหวัดได้รับประโยชน์จากการพัฒนา ลักษณะภูมิประเทศของพน้ื ที่เปน็ ท่รี าบสงู มีความลาดเอียง
ตามยุทธศาสตร์ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก - ตะวันตก ไปทางตะวันออก มีลักษณะคล้ายกระทะและพื้นที่ส่วน
(East-West Economic Corridor) และยุทธศาสตร์ ใหญ่มีลักษณะเป็นที่ราบ ส่งผลให้ภาคตะวันออก
ระเบยี งเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ (North - South Economic เฉียงเหนือมีขนาดประชากรภายในพื้นที่มากเป็นอันดับท่ี
Corridor) 1 ของประเทศ คิดเป็นร้อยละ 33.29 ของจำนวน
ประชากรทั้งประเทศ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็น
ความสอดคล้องและความเหมาะสมในการ ภาคที่มีประชากรมากที่สุดซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับ
พัฒนาด้านการท่องเท่ียวในทิศทางทีเ่ หมาะสม ตามกรอบ ประชากรของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและ
ยุทธศาสตร์การพัฒนาตามเขตระเบียงเศรษฐกิจตามแนว ภาคเหนือรวมกัน โดยในปี 2559 ภาคตะวันออก
ตะวนั ออก - ตะวันตก (East-West Economic Corridor) เฉียงเหนือมีจำนวนประชากรภายในพื้นที่ทั้งสิ้น 21.95
และยุทธศาสตร์ระเบียงเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ (North - ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่จะกระจายตัวอยู่ทั่วไปใน
South Economic Corridor) เป็นการเช่ือมโยงความ เขตชนบทประมาณ 14.28 ลา้ นคน คดิ เป็นร้อยละ 65.09
สอดคลอ้ งในการพฒั นาโดยภาพรวมในระดับภูมภิ าค และ ของจำนวนประชากรทั้งภาค และมจี ำนวนประชากรอาศยั
เชื่อมโยงระดับประเทศ รวมการพัฒนาเชื่อมโยงกับ อยู่ในเขตชุมชนเมืองทั้งสิ้น 7.66 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ
ประเทศเพื่อนบ้าน การพัฒนาตามเขตระเบียงเศรษฐกิจ 34.91 มีสัดส่วนประชากรเมืองต่อประชากรชนบทเท่ากบั
ตามแนวตะวันออก - ตะวันตก (East-West Economic 1 : 2 ทั้งนี้ ประชากรกรภายในภาคส่วนใหญ่จะมีการต้ัง
Corridor) และยุทธศาสตร์ระเบียงเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ ถิ่นฐานหนาแน่นบริเวณพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยมี
(North - South Economic Corridor) เปน็ บทบาทการ จำนวนประชากรทั้งสิ้น 2.63 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ
พัฒนาที่ยึดโยงความเป็นภาพรวมเพื่อเป็นกรอบความ 11.99 ของจำนวนประชากรทั้งภาค รองลงมาได้แก่
ร่วมมือการพัฒนาซึ่งมีความสอดคล้องในการพัฒนากับ จงั หวัดอบุ ลราชธานี จังหวดั ขอนแก่น จังหวดั บรุ ีรมั ย์ และ
นโยบายตา่ ง ๆในปจั จุบนั จังหวัดอุดรธานี มีจำนวนประชากรรวมทั้งสิ้น 1.86 ล้าน
คน (ร้อยละ 8.49 ของจำนวนประชากรทั้งภาค) 1.80
นโยบาย : ใหจ้ ังหวัดทางภาค ล้านคน (ร้อยละ 1.80) 1.59 ล้านคน (ร้อยละ 7.24) และ
ตะวนั ออกเฉียงเหนือเป็นจดุ เช่ือมโยงด้านการทอ่ งเที่ยวทัง้ 1.58 ล้านคน (ร้อยละ 7.19) ตามลำดับ โดยจังหวัด
ทางอากาศ ทางถนน และทางรถไฟ (ในอนาคต) ไปสู่ มุกดาหารเป็นจังหวัดที่มีจำนวนประชากรอาศัยอยู่น้อย
แหลง่ ทอ่ งเท่ียวในประเทศลาว กัมพชู า เวียดนาม และจีน ทส่ี ดุ ภายในภาค
ตอนใต้
ทั้งนี้ จำนวนประชากรรวมของภาคตะวันออก
นโยบายการพัฒนาด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อ เฉยี งเหนอื ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา (พ.ศ.2549-2559) จะมี
ส่งเสริมทั้งด้าน เศรษฐกิจ การค้า และการบริการอื่น ๆ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงประชากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เป็นนโยบายทางภาครัฐที่มีการสนับสนุน ส่งเสริมเพื่อ แต่มีอัตราการเพิ่มในระดับต่ำ โดยในปี 2549 ภาค
เชือ่ มโยงใหเ้ กดิ ความครอบคลุมทุกระบบ ทั้ง ทางบก ทาง ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื มจี ำนวนประชากรทั้งสนิ้ 21.38 ลา้ น
ราง ทางน้ำ ทางอากาศ เพื่อเชื่อมโยงท้ังในระดับภมู ภิ าค คน และเพิ่มขึ้นเป็น 21.59 ล้านคน และ 21.95 ล้านคน
รวมทั้งการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านตามแผนการ
ตลาดการทอ่ งเที่ยวอนภุ ูมภิ าคลุม่ แมน่ ้ำโขง (พ.ศ. 2558 –
2563) กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศอื่น ๆ เช่น
CLMVT (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม ไทย) การ
3-14
ในปี 2554 และ ปี 2559 ตามลำดับ โดยมีอัตราการ ล้านคน
เปลี่ยนแปลงประชากรเพิ่มขึ้นในระดับต่ำเฉลี่ยร้อยละ 21.96
0.20 คนตอ่ ปี ในช่วงปี พ.ศ.2549-2554 และร้อยละ 0.33
คนต่อปี ในช่วงปี พ.ศ.2554-2559 ตามลำดับ อันเป็นผล 17.76
มาจากอัตราการเพ่มิ สุทธขิ องจำนวนประชากรภายในภาค 9.79
ตะวันออกเฉียงเหนือในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีแนวโน้ม
ลดลงอย่างต่อเนื่องแต่ยังคงมีอัตราการเพิ่มสุทธิเป็นบวก ล้านคน 2549 2559 2579
จาก 5.56 คนต่อประชากร 1000 คน ในปี 2549 เป็น 9.80
2.17 คนต่อประชากร 1,000 คน ในปี 2559 ตามลำดับ รูปที่ 3.2-1 แสดงการเปลยี่ นแปลงประชากรวยั เด็ก
สง่ ผลทำให้ในอีก 20 ปี ขา้ งหน้า (พ.ศ.2579) คาดว่า ภาค 14.37ตั้งแตป่ ี พ.ศ. 2549-2579
ตะวนั ออกเฉียงเหนือจะมีจำนวนประชากรท้ังสิ้นประมาณ 26.43
23.23 ล้านคน โดยจังหวัดบึงกาฬเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการ 2549 2559 2579
เปลี่ยนแปลงประชากรมากที่สุดภายในภาคเฉลี่ยร้อยละ
0.72 ตอ่ ปี รองลงมาไดแ้ ก่ จังหวัดอุบลราชธานี (อตั ราการ รปู ที่ 3.2-2 แสดงการเปล่ยี นแปลงประชากรวัยสงู อายุ
เพิ่มเฉลี่ยร้อยละ 0.45 ต่อปี) จังหวัดเลย (อัตราการเพ่ิม ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2549-2579
เฉลี่ยรอ้ ยละ 0.43 ตอ่ ปี) จงั หวัดมกุ ดาหาร (อตั ราการเพ่ิม
เฉลี่ยร้อยละ 0.42 ต่อปี) และจังหวัดอุดรธานี (อัตราการ ดังนั้น จากการที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี
เพ่มิ เฉล่ียรอ้ ยละ 0.34 ต่อป)ี ตามลำดบั ประชากรสงู วยั จำนวนเพ่ิมมากข้นึ จำเปน็ ตอ้ งมีมาตรการท่ี
มีความหลากหลายและครอบคลุมเพื่อให้สามารถกำหนด
จากการที่ประชากรภายในภาคตะวันออก นโยบายและแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ได้อย่างมี
เฉียงเหนือในอนาคตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ อันเป็น ประสิทธิภาพ โดยส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งพา
ผลสืบเนื่องมาจากภาวะเจริญพันธุ์ที่ลดต่ำลงและ ตนเองได้และมีการใช้วิถีชีวิตเชิงบวก อาทิเช่น จัดให้มี
ประชากรมีชีวิตยืนยาวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การ อุปกรณ์ เครื่องช่วยเหลือต่าง ๆ และปรับปรุง
เปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางอายุและเพศของประชากร สภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ทางกายภาพให้ผู้สูงอายุ
ภายในภาคเป็นอย่างมาก โดยจะเห็นได้จากการที่ ยังคงสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะช่วยลด
ประชากรวัยเด็กมีแนวโน้มสัดส่วนลดลงอย่างต่อเนื่อง ระยะเวลาที่ผู้สูงอายุต้องพึ่งพาการดูแลโดยผู้อื่น ใน
ในขณะที่ประชากรวัยสูงอายุกลับมีแนวโน้มสัดส่วนเพ่ิม ขณะเดียวกันพื้นที่ควรตระหนักถึงความรับผดิ ชอบในการ
สูงขึ้นอย่างรวดเร็วและก้าวกระโดดเมื่อเปรียบเทียบกับ ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้สูงอายุ ครอบครัว หรือชุมชนที่ไม่
ประชากรกล่มุ อายุอน่ื ๆ ซงึ่ จะเห็นไดว้ ่า ในช่วงระยะเวลา สามารถให้การดูแลได้ โดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้สงู อายุท่ี
เพียง 20 ปีข้างหน้า ประชากรวัยสูงอายุของภาค ต้องให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนมากกว่าผู้อื่น อาทิเช่น ผู้ท่ี
ตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ส่งผล ยากจน ผู้สูงอายุวัยปลาย ผู้ที่มีความพิการ หรือ ผู้สูงอายุ
ให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเปลี่ยนผ่านจากการเป็น ที่อยู่คนเดียว และผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพา มากกว่าที่จะให้
สังคมสูงวัย (Aging Society) ไปสู่สังคมสูงวัยอย่าง การช่วยเหลือแก่ผู้สูงอายุทุกคนเหมือนกันทั้งหมด
สมบูรณ์ในปี 2570 ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จะส่งผล ตลอดจนการออกแบบชุมชนและผังเมืองที่เอื้อต่อการใช้
กระทบตอ่ ความเป็นอยขู่ องสมาชิกครอบครัวนับตง้ั แต่การ ชวี ิตทมี่ ีคุณภาพของประชากรวยั สูงอายใุ นอนาคต
ดูแลผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพา การคงไว้ของรายได้ผู้สูงอายุ
ตลอดจน ผลที่เกิดต่อพลวัตทางเศรษฐกิจของจังหวัดและ ลักษณะทางสังคมวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลง
ภาค โดยจะเห็นได้จากอัตราส่วนระหว่างประชากรวัย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีพบว่าปัจจยั จำนวนมากที่สง่ ผลต่อ
แรงงานต่อผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 7
คน ต่อผู้สงู อายุ 1 คน ในปี 2549 เป็น 5 คนต่อผสู้ ูงอายุ 1
คน ในปี 2559 และคาดว่า จะลดลงเหลือเพียง 2 คน ต่อ
ผู้สูงอายุ 1 คน ในปี 2579 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการที่คน
ในวัยแรงงานจะมีภาระในการที่ต้องให้การเกื้อหนุน
ผ้สู ูงอายุเพ่มิ ข้นึ
3-15
การเปลี่ยนแปลงสังคมและวัฒนธรรมของภาคตะวันออก ต่อสภาพสังคมของภาคเป็นอย่างมาก คือ แผนพัฒนา
เฉียงเหนือ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม เศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 11 (พ.ศ.2555-2559)
สามารถเกดิ ได้จากปจั จัย 2 ประการ คือ ที่ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาภาคไว้เป็นฐานการผลิตพชื
อาหารและพืชพลังงานทดแทนของประเทศ รวมถึงเป็น
1) การเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายในสังคม ภาค ฐานการผลิตอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและเอทานอล
ตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคที่มีความหลากหลายทาง ของประเทศ นอกจากนั้นยังเป็นประตูการค้า การลงทุน
ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีที่แตกต่างกันไปในแต่ละ และการท่องเที่ยวเชื่อมโยงสู่อินโดจีน ด้วยมีที่ตั้งทาง
ท้องถิน่ แต่ละจังหวดั สาเหตุทภี่ าคตะวันออกเฉียงเหนือมี ภูมิศาสตร์ท่ีเปน็ ศูนย์กลางของกลุม่ ประเทศอนภุ ูมิภาคลุม่
ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผล แม่น้ำโขง (Greater Mekhong Sub-region : GMS) ซึ่ง
มาจาก การเป็นศูนย์รวมของประชากรหลากหลายเช้ือ ทิศทางการพัฒนาดังกล่าวได้ถูกกำหนดเป็นแนวทางใน
ชาติ การอพยพย้ายถิ่นที่อยู่ การกวาดต้อนไพร่พลหรือ การวางผงั พฒั นาภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ พ.ศ. 2600 ได้
จากการหนีภัยสงครามเมื่อครั้งอดีต และมีการติดต่อกัน กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคให้เป็น “ประตู
ระหวา่ งกล่มุ สังคมท้งั ภายในภาคและประเทศใกลเ้ คียง จน เศรษฐกิจการค้าเชื่อมโยงสู่อินโดจีน เป็นศูนย์กลาง
ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมขึ้น ตัวอย่างเช่น คมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ รักษาแหล่งข้าวชั้นดีและ
คนอสี านแถบจังหวัดเลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร ข้าวหอมมะลิ พัฒนาเมืองศูนย์กลางหลัก” ด้วยการ
อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ที่มีพรมแดนติดต่อกับ สปป. กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคอีสานให้เป็นจุดเชื่อม
ลาว คนทั้งสองประเทศมีการเดินทางไปมาหากัน ทำให้ โยงในระดับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่ง ความเชื่อมโยงท่ี
เกิดการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมและ เกิดขึ้นนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคด้วยเป็นการเปิด
ประเพณีระหว่างกัน ซึ่งเราจะพบว่าชาวไทยอีสานและ โอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ จะเห็นได้จาก
ชาวลาวแถบลุ่มแม่น้ำโขงมีวัฒนธรรมประเพณีและ การเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์กรระหว่างประเทศ เช่น การ
รูปแบบการดำเนนิ ชีวิตที่ความคล้ายคลึงกัน เช่น สำเนียง เข้าร่วมเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) รวมถึงโครงการ
การพูด อาหารที่นิยมบริโภค เช่น ข้าวเหนียว ลาบ เป็น พัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลมุ่
ตน้ ดนตรหี มอลำ ประเพณีการทำบญุ ข้าวประดบั ดนิ เป็น แม่น้ำโขง (GMS) ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
ต้น อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ คนอีสานแถบจังหวัดสุรินทร์ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMES) เป็นต้น ทั้งน้ี
บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา มีการติดต่อกันกับคน ยุทธศาสตร์สำคัญท่ีเป็นแรงขับเคลื่อนในการเปลี่ยนแปลง
กัมพูชา มีการรับเอาวัฒนธรรมของกัมพูชามาประยุกต์ใช้ คือ การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และ
ซง่ึ สว่ นใหญแ่ ล้ววฒั นธรรมประเพณขี องคนทั้งสองเชื้อชาติ แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของ
กม็ คี วามคล้ายคลึงกันอย่ตู ัง้ แตย่ คุ ทวารวดี เช่น คำท้องถ่ิน ไทย พ.ศ.2558-2565 ทำให้มีการพัฒนาเส้นทางการ
คำราชาศัพท์ งานช่างพื้นบ้าน งานช่างในราชสำนัก ท่ี คมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงภูมิภาคของโลกครั้งใหญ่ อาทิ
ยังคงสะท้อนความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกันอย่างกลมกลืน ทางหลวง สะพานข้ามแม่น้ำโขง รถไฟความเร็วสูง การ
ของบ้านเมืองทั้งสองตั้งแต่อดีต การแลกเปลี่ยนทาง พัฒนาสนามบินนานาชาติ ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ
วัฒนธรรม เป็นกระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่อดตี ตะวันออก-ตะวันตก (East-West Corridor) อันเป็นการ
และใช้เวลานานอย่างค่อยเป็นค่อยไปจนเกิดการ กระตนุ้ ความเป็นเมอื งให้กับหัวเมืองหลกั ในภาค พร้อมกับ
ผสมผสานทางวัฒนธรรมดงั ทเ่ี หน็ ในปัจจบุ นั ซึง่ ในช่วง 10 ปริมาณการค้าชายแดนที่จะเพิ่มสูงขึ้นในทิศทางเดียวกับ
ปีที่ผ่านมาจึงไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจาก การบริโภคที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน จะเห็นว่าภาค
อิทธิพลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจะมาจากปัจจัยภายนอก ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ไดเ้ ปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากพ้ืนท่ี
มากกวา่ ปจั จยั ภายใน ชายขอบของประเทศที่ถูกมองข้ามในอดีตเป็นพื้นที่เข้าถงึ
อย่างสะดวกด้วยการคมนาคมขนส่งที่รวดเร็ว เป็นสะพาน
2) การเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายนอกสังคม เชื่อมต่อทางเศรษฐกิจกับอินโดจีนและเมียนมาร์ ซึ่งเป็น
การเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายนอกสังคม ประกอบด้วย การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สำคัญให้แก่ประเทศไทย
ปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ สถานการณ์ทางการเมืองและ และการเป็นประตเู ศรษฐกิจการค้าเช่ือมโยงสอู่ ินโดจีน ทำ
เศรษฐกิจระดบั โลก ยทุ ธศาสตร์ นโยบาย แผนงาน รวมถงึ ให้การลงทนุ ภาคเอกชนทมี่ แี นวโนม้ ขยายตวั อยา่ งต่อเน่ือง
โครงการของหนว่ ยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรัฐบาลในช่วงท่ผี ่าน ตาม ระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนจากเศรษฐกิจเพื่อยังชีพมา
มาได้กำหนดเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และผัง เป็นเศรษฐกิจในระบบทุนนิยม ที่มีโครงสร้างที่มีการค้า
แม่บทสำหรับการวางผังเมืองในระดับต่าง ๆ ซึ่งมีกล่าว
รายละเอยี ดแลว้ ในบทท่ี 2 โดยแผนพฒั นาท่สี ำคญั ทส่ี ่งผล
3-16
และบริการเป็นหลัก รองลงมาคือ ภาคอุตสาหกรรม และ ปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ที่สามารถต่อยอดสร้าง
ภาคเกษตรกรรม ตามลำดับ เปน็ การสะทอ้ นศักยภาพการ คณุ คา่ ทางเศรษฐกิจได้
สร้างรายได้ให้คนในภาคผ่านการจ้างงานที่เพิ่มมากข้ึน
ตั้งแต่แรงงานในภาคการผลิต ปัญญาชน นักวิชาการ ปญั หาและขอ้ จำกดั
ตลอดจนผู้บริหารระดับสูง และการมีงานทำและรายได้ท่ี ประชากรในระดับอำเภอของภาคตะวันออก
อาจปรับตัวสูงขึ้นของคนในภาคจะช่วยหนุนกำลังซื้อ ซึ่ง เฉียงเหนือมีแนวโนม้ ที่จะประสบปัญหาเร่ืองการลดลงของ
จะช่วยเสริมสร้างการขยายตัวทางการค้า และการก่อร่าง จำนวนประชากรได้ในอนาคต เนื่องจากอัตราการเพิ่มของ
สร้างตัวของชุมชนขนาดใหญ่ อันจะนำไปสู่การขยายตัว ประชากรในบางพื้นที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง อัน
แบบสงั คมเมือง (Urbanization) ในอนาคต เนื่องจากการลดลงตามธรรมชาติ หรือการย้ายถิ่นออกของ
ประชากร
บทบาทศกั ยภาพ การลดลงของประชากรวัยเด็กอย่างต่อเน่ืองที่เป็น
โครงสร้างพีรามิดประชากรของภาคตะวันออก ผลมาจากการลดลงของอัตราการเพิ่มตามธรรมชาติ จน
เฉียงเหนือจะมีลักษณะเป็นพีรามิดฐานแคบ ในขณะท่ี ส่งผลกระทบในระยะยาวในเรื่องของการลดลงของอัตรา
ส่วนกลางของพีรามิดจะปล่องขึ้นโดยเฉพาะประชากรวัย การเข้าสู่วัยแรงงาน จนเป็นผลให้ขาดแคลนแรงงานที่จะ
แรงงานช่วงอายุ 45-59 ปี และในช่วงปลายของพีรามิดจะ ป้อนสู่ภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจต่าง ๆ ในขณะที่ความ
มีลักษณะกว้างขึ้นโดยเฉพาะในช่วงอายุ 80 ปี ขึ้นไป ซ่ึง ต้องการแรงงานในระบบเศรษฐกิจของพื้นท่ยี งั คงมีแนวโน้ม
เป็นสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรในวัย เพิ่มมากข้ึนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ในอนาคตการนำเข้า
เด็กและวัยแรงงานช่วงตอนต้นเป็นสำคัญ ซึ่งพีรามิดใน แรงงานจากต่างประเทศอาจเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งรัฐต้องมี
ลักษณะนี้เป็นผลดีต่อการพัฒนาภาคมากกว่าพีรามิดแบบ มาตรการในการควบคุมดูแลการนำเข้าแรงงานจาก
ฐานกวา้ งๆ เพราะแสดงใหเ้ ห็นวา่ ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ ต่างประเทศให้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากจะ
ยังคงมีประชากรวัยทำงานที่เป็นกำลังทางเศรษฐกิจใน ส่งผลถึงความมั่นคงของประเทศได้โดยเฉพาะอย่างย่ิง
สัดส่วนทมี่ ากกวา่ ประชากรในวยั พ่ึงพา แรงงานที่ผิดกฎหมายทั้งหลายเพราะอาจนำมาซึ่งปัญหา
การกา้ วเข้าสูส่ งั คมของผ้สู ูงอายุของภาคตะวันออก อาชญากรรมตา่ ง ๆ ได้
เฉียงเหนือ ส่งผลให้ต้องมีการเตรียมความพร้อมทางด้าน จากการที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีประชากรสูง
ประชากร ทั้งในส่วนการพัฒนาและเสริมทักษะของ วัยจำนวนเพิ่มมากขึ้นจำเป็นต้องมีมาตรการที่มีความ
ผู้สูงอายุ ตลอดจนการกำหนดมาตรการและโครงการที่จะ หลากหลายและครอบคลุมเพื่อให้สามารถกำหนดนโยบาย
เป็นสวัสดิการให้ประชากรสูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิต และแนวทางในการพฒั นาพนื้ ที่ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ โดย
ความเป็นอยู่ทั่วไป หรือเรื่องสุขภาพอนามัย เพื่อเป็นการ สง่ เสรมิ ให้ประชาชนสามารถพง่ึ พาตนเองได้และมีการใช้วิถี
รองรบั การเพิ่มข้นึ ของจำนวนผูส้ ูงอายใุ นอนาคต ชีวิตเชิงบวก อาทิเช่น จัดให้มีอุปกรณ์ เครื่องช่วยเหลือ
มคี วามหลากหลายทางดา้ นวัฒนธรรม เนอื่ งจากมี ต่างๆ และปรับปรุงสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ทาง
กลุ่มหลายชาติพันธุ์กระจายอยู่ในพื้นที่ และยังคงรักษา กายภาพให้ผู้สูงอายุยังคงสามารถเคลื่อนไหวไดด้ ้วยตนเอง
เอกลักษณ์วัฒนธรรมไว้ทั้งด้านการดำเนินชีวิต ความเชื่อ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาที่ผู้สูงอายุต้องพึ่งพาการดูแลโดย
และประเพณี ซึ่งยังมีการสืบทอดอย่างต่อเนื่องจนถึง ผู้อื่น ในขณะเดียวกันจังหวัดต่าง ๆ ในภาคตะวันออก
ปัจจุบัน ข้อได้เปรียบด้านต้นทุนทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะ เฉียงเหนือควรตระหนักถึงความรับผิดชอบในการให้ความ
เป็นประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปกรรม ประเพณี และ ชว่ ยเหลือแกผ่ ู้สูงอายุ ครอบครัว หรือชมุ ชนทีไ่ ม่สามารถให้
ด้วยตำแหน่งที่ตั้ง จึงทำให้ภาคมีศักยภาพในการส่งเสริม การดแู ลได้ โดยมเี ป้าหมายเปน็ กลุม่ ผสู้ ูงอายุที่ต้องให้ความ
เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในอนุภูมิภาค ช่วยเหลือเร่งด่วนมากกว่าผู้อื่น อาทิเช่น ผู้ที่ยากจน
ลุ่มแมน่ ้ำโขงได้ ผู้สูงอายุวัยปลาย ผู้ที่มีความพิการ หรือ ผู้สูงอายุที่อยู่คน
ลักษณะทางสังคมของคนอีสาน มีลักษณะเปิด เดียว และผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพา มากกว่าที่จะให้การ
และยืดหยุ่น สามารถเปิดรับความแตกต่างทางวัฒนธรรม ช่วยเหลือแก่ผู้สูงอายุทุกคนเหมือนกันทั้งหมด ตลอดจน
ได้ง่าย คนต่างถิ่นที่เข้ามาใหม่ที่เข้ามาประกอบอาชีพท้ัง การออกแบบชุมชนและผังเมืองที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตที่มี
ด้านบริการและการค้าขาย จึงสามารถปรับตัวเข้ากับ คุณภาพของประชากรวัยสูงอายุในอนาคต
สังคมคนอีสานได้ไม่ยากนัก และมีวัฒนธรรมและภูมิ รูปแบบของการพึ่งพิงกันระหว่างกลุ่มประชากร
ในช่วงอายุต่าง ๆ จะเปลี่ยนไป โดยพบว่าโครงสร้าง
ประชากรที่เปลี่ยนไปนี้จะทำให้จำนวนประชากรในวัยเด็ก
ที่ต้องพึ่งพิงวัยทำงานลดลงแต่กลับมีวัยผู้สูงอายุที่ต้อง
3-17
พึ่งพิงวัยทำงานเพิ่มขึ้น เมื่อวัยเด็กลดลงก็จะส่งผลต่อการ ในอีก 15ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2574) ภาค
ลดลงของวัยผู้ใหญ่ท่ีเป็นวยั ทำงานด้วย ถ้าหากวัยผู้สูงอายุ ตะวนั ออกเฉียงเหนือ มีประชากร 22.89 ล้านคน
มากกว่าวัยทำงาน ก็จะพบกับปัญหาของการขาดที่พึ่งพิง
ของกลุ่มคนสูงอายุ ในแต่ละครอบครัวก็จะมีสมาชิกที่จะ ในอีก 20 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2579) ภาค
ดูแลผู้สูงอายุน้อยลง ปัญหาผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งก็จะมีมาก ตะวันออกเฉียงเหนือ มีประชากร 23.23 ล้านคน
ขนึ้ ตามลำดบั
จากการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง
การเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม และ การเข้าสู่ ดา้ นสังคมและวฒั นธรรมในชว่ ง 10 ปีท่ผี ่านมา ภาคไดเ้ ข้า
ยุคโลกาภิวัตน์ ส่งผลต่อขนบธรรมเนียมประเพณีใน สู่ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม และ การเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์
ท้องถิ่นเดิมที่อาจเลือนหายไป ค่านิยมแบบวัตถุนิยม เนื่องจากระบบสื่อสารไร้พรมแดนทำให้อิทธิพลของ
เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนอีสานทีเ่ น้นการแสวงหาความ วัฒนธรรม ระบบเศรษฐกิจ และความเจริญเข้ามาในภาค
รำ่ รวย ซ่ึงเมอื่ ไม่สามารถบรรลเุ ปา้ หมายได้ คนบางกลุ่มจึง ส่งผลต่อความคิด วิถีชีวิต การบริโภคนิยม ซึ่งทำให้คน
ลุกขึ้นต่อสู้เรียกร้องจากรัฐ กลายเป็นปัญหาความขัดแยง้ อีสานมีโอกาสในการยกระดับความเป็นอยู่ เลื่อนฐานะ
และความไม่เปน็ ระเบียบในสงั คม ผนวกกับแรงผลักดันจากภายในที่มีพื้นฐานจากความ
ยากจน ในการสรา้ งตัวตนใหม่ในการเป็นผูม้ ีความทันสมัย
การเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจในภาคทำให้ และภาคภูมิใจกับอัตลักษณ์ที่ทันสมัย พยายามปรับตัว
แรงงานออกจากภาคเกษตรเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและ ตามการเปลยี่ นแปลงของสังคมท้ังระดับทอ้ งถิ่นและระดับ
บริการในเมอื งใหญ่มากขึ้น รวมถึงการเคลื่อนย้ายคนและ นานาชาติ คนอีสานในความเป็นอีสานใหม่ คือ นักต่อสู้
แรงงานในกลุ่มอนุภาคลุ่มน้ำโขง การเข้าสู่ความเป็นเมือง ชีวิต ผู้มีจินตนาการใหม่ ๆ ผู้มีทักษะฝีมือด้านแรงงาน
และการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว นำไปสู่ปัญหา ผู้ผลิตอาหารของประเทศและของโลก ผู้มีความรู้ทักษะ
สังคมเมืองควบคู่กัน เช่น อาชญากรรม ปัญหาคุณภาพ สมัยใหม่และมีการศึกษา มีความมั่นใจตัวเอง และพร้อม
ชวี ติ ปญั หาสง่ิ แวดล้อม เป็นตน้ เปิดรับแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกับผู้คนที่หลากหลาย
ซึ่งอัตลักษณ์อีสานใหม่เหล่านี้มีฐานรากมาจากความเป็น
แนวโนม้ การพัฒนา ท้องถน่ิ และวฒั นธรรมอสี านเดิมเสมอ ดงั นน้ั ด้วยตวั ตนคน
ในการคาดประมาณประชากรของภาคตะวันออก อีสานในบริบทอีสานใหม่น้ี ทำให้ภาคอีสานกลายเปน็ พน้ื ที่
เฉียงเหนือในอีก 20 ปี ข้างหน้า (พ.ศ.2579) ได้ใช้ข้อมูล ยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศ อนุภูมิภาคลุ่มแม่โขง
จำนวนประชากรของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการ และการเชื่อมต่อกับนานาชาติทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม
ปกครอง ปี พ.ศ.2559 เป็นปีฐานในการวิเคราะห์ ซึ่งเม่ือ และการเมือง แต่การเปลี่ยนแปลงสังคมและวัฒนธรรม
พิจารณาลักษณะของการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากร ไปสู่ความเป็นอีสานใหม่ แต่สิ่งที่ต้องสูญเสียหรือถูก
ภายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่ปี พ.ศ.2549-2559 แลกเปลี่ยน คือ ขนบธรรมเนียมประเพณใี นท้องถิ่นเดิมที่
พบว่า มีลักษณะของการเพิ่มประชากรเป็นแบบอนุกรม นบั วนั จะย่งิ เลอื นหายไป กฎจารีตในสังคมเดิมจากน้ีต่อไป
เรขาคณิต (Geometric Growth) ดงั นัน้ ที่ปรึกษาจึงได้ใช้ ไม่สามารถใช้ควบคุมสังคมได้แล้ว เช่น วิธีการกล่าวหาว่า
แบบจำลองเชิงทวีกำลัง (Exponential Method) มาใช้ คนเป็นปอบ ที่คนในสังคมอีสานใช้เรียกคนที่ชอบทำ
ในการคาดประมาณจำนวนประชากรในอนาคตของภาค ตวั แปลกแยกและเป็นที่หวาดกลวั ของชมุ ชนว่าจะเป็นกลมุ่
ตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นการคาดการณ์ที่ใช้กับ คนทีจ่ ะทำให้ระบอบจารีตสังคมเสยี คนทีผ่ ดิ แปลกนจี้ ะถกู
กรณีศึกษาในบริเวณพื้นที่ที่มีสภาพการเปลี่ยนแปลงใน ขับไล่ออกจากสงั คมทอ้ งถิ่น ถา้ มองในยุคนี้เช่อื ว่าคนอีสาน
อดีตด้วยอัตราที่ค่อนข้างคงที่ ทั้งนี้ ในการคาดประมาณ ส่วนใหญ่คงเป็นปอบกนั หมดเพราะทำผดิ จารตี แทบทุกคน
จำนวนประชากรจะทำการคาดการณ์จากระดับหนว่ ยยอ่ ย แต่ปัจจุบันมีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะยดึ ติดคา่ นิยมน้ี
ที่สุดคือ อำเภอเพื่อใช้เป็นผลรวมขึ้นไปยังระดับจังหวัด หรือแม้แต่ธรรมเนียมการแต่งงานทีป่ ัจจุบันสาวอสี านบาง
และระดับภาคต่อไป โดยจากผลการคาดประมาณจำนวน กลุ่มมีค่านยิ มแตง่ งานกบั ฝรั่ง เป็นต้น
ประชากรในอนาคตของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในอีก
20 ปขี า้ งหน้า พบว่า การติดตามสถานการณ์ด้านประชากรและ
สังคมวัฒนธรรมเปรียบเทียบกับผังภาค
ในอีก 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2564) ภาค ตะวนั ออกเฉียงเหนอื พ.ศ.2600
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ มปี ระชากร 22.25 ลา้ นคน
การติดตามด้านเปา้ หมาย
ในอี ก 10 ข้ า งห น้ า (พ. ศ . 2569) ภ า ค เป้าหมาย : จำนวนประชากร
ตะวันออกเฉียงเหนอื มีประชากร 22.57 ลา้ นคน
3-18
เป้าหมายประชากร พ.ศ. 2555 คอื 22.00 ลา้ น พ.ศ. 2555 โครงสร้างประชากร พบวา่
คน พบวา่ ประชากรจริง พ.ศ. 2555 มจี ำนวน 21.70 ล้าน - วัยเด็ก (0-4 ปี) ร้อยละ 6.03
คน โดยมีจำนวนประชากรต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ - วัยเรียน (5-19 ป)ี รอ้ ยละ 21.01
ประมาณ 369,394 คน - วยั ทำงาน (20-64 ป)ี ร้อยละ 64.89
- วยั สงู อายุ (65 ปขี ้นึ ไป) ร้อยละ 8.07
แนวโน้มของประชากรในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา เมื่อพิจารณาสัดส่วนของโครงสร้างประชากร
(พ.ศ. 2548-2555) มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอย่าง
ตอ่ เน่อื งจาก 21,328,111 คน ใน พ.ศ. 2548 (ปฐี าน) เปน็ พบวา่ มที ศิ ทางเดยี วกับสถานการณ์ปัจจบุ นั
21,489,324 คน ใน พ.ศ. 2552 และปรับตัวเพิ่มขึ้น แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร
เล็กน้อยเป็น 21,945,392 คน ใน พ.ศ. 2555 มีอัตราการ
เปลี่ยนแปลงเฉล่ยี เพิ่มขึน้ ร้อยละ 0.25 ต่อปี ของภาคในชว่ ง 7 ปที ีผ่ ่านมา (พ.ศ. 2548-2555) พบวา่ ใน
ภาพรวมภาคจะมีสัดส่วนและจำนวนประชากรวัยแรงงาน
เมื่อพิจารณาแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงจำนวน มากที่สุด ส่วนประชากรวัยเด็กเป็นกลุ่มอายุที่มีแนวโน้ม
ประชากรของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือในช่วง 10 ปี (พ.ศ. ของจำนวนและสัดส่วนประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง
2549-2559) ที่ผ่านมา พบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี ในขณะที่ประชากรวยั สงู อายุกลบั มสี ดั ส่วนเพ่มิ ขึ้นสูงอย่าง
แนวโน้มอัตราการเพิ่มของประชากรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ ต่อเนื่อง ในอนาคตอันใกล้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำลงั
0.26 ต่อปี ซ่ึงเพมิ่ ข้นึ จากเดมิ เพยี งเล็กน้อย จะก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์
(Aging Society) เป็นสังคมที่มีสัดส่วนประชากรอายุ 60
เปา้ หมาย : ประชากรเมอื งและประชากรชนบท ปีขน้ึ ไปในอัตราเท่ากับหรอื มากกว่าร้อยละ 20 ข้ึนไป
เป้าหมายประชากรเมืองและชนบท พ.ศ. 2555
มีการกำหนดสัดส่วนประชากรเมืองต่อประชากรชนบท การตดิ ตามด้านนโยบาย
เทา่ กับ 16.00 : 84.00 นโยบาย : อนรุ ักษ์และพัฒนาแหลง่ โบราณคดี
พ.ศ. 2555 พบว่า มีสัดส่วนประชากรเมืองต่อ โบราณสถาน และพ้ืนท่ีสำคญั ทางประวัตศิ าสตร์
ประชากรชนบทเท่ากับ 32.04 : 67.96 โดยมีประชากร มีการกำหนดพื้นทีอ่ นรุ ักษ์และพฒั นาโบราณคดี
เมืองสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด และจำนวนประชากร ในบริเวณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย อำเภอพิมาย
ชนบทต่ำกว่าเปา้ หมายทกี่ ำหนด จังหวัดนครราชสีมา อุทยานประวัติศาสตร์พนมรงุ้ อำเภอ
ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2548-2555) เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ อุทยานประวัติศาสตรภ์ ู
ประชากรเมืองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อันเป็นผล พระบาท อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี พระธาตุพนม
มาจากการยกฐานะขององค์การบริหารส่วนตำบลเป็น อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม แหล่งโบราณคดีบ้าน
เทศบาล โดยใน พ.ศ. 2548 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี เชียง และ จังหวัดอุบลราชธานีครอบคลุมสองฝ่ังลำนำ้ มูล
จำนวนเทศบาลทั้งสิ้น 354 แห่ง และเพิ่มขึ้นเป็น 798 ผาแตม้ อำเภอโขงเจยี มและพ้นื ที่โดยรอบ
แหง่ ใน พ.ศ. 2555 หรอื เพม่ิ ขน้ึ 444 แห่ง พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ที่ได้รับการดำเนินงาน
เมื่อพิจารณาแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงจำนวน ต่างๆ ทั้งด้านวิชาการ การอนุรักษ์ การพัฒนา ตลอดจน
ประชากรเมืองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในชว่ ง 10 ปี เปิดให้บริการเป็นแหล่งท่องเที่ยว ขณะเดียวกันพื้นท่ี
ที่ผ่านมา จะพบว่าปัจจัยทางด้านการบริหารการปกครอง โดยรอบบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ก็ยังมีแหล่ง
จะมีผลต่อการเพิ่มขึ้นของประชากรเมืองภายในพื้นที่ โบราณคดี โบราณสถานแห่งอื่น ๆ ปรากฏทั่วทั้งประเทศ
โดยเฉพาะการยกฐานะขององค์การบริหารส่วนตำบลเป็น นับพันแห่ง หลายแห่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็น
เทศบาล โดยจะเห็นได้จากการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โบราณสถานของชาติ นโยบายด้านนีจ้ ึงให้ความสำคญั กบั
ของจำนวนเทศบาลภายในพื้นที่จาก 373 แห่ง ใน การดำเนนิ งานสำรวจ ศึกษา เพ่ือจัดทำขอ้ มูลให้เปน็ ระบบ
พ.ศ. 2549 เป็น 889 แห่ง ใน พ.ศ. 2559 คือมีอัตราการ สากล แล้วนำมาสู่แนวทางการพัฒนาด้านต่าง ๆ ทั้งการ
เปลยี่ นแปลงถึงรอ้ ยละ 138.34 บูรณะปฏิสังขรณ์ การปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อให้เป็นแหล่ง
เปา้ หมาย : โครงสรา้ งประชากร เรยี นรู้ และแหล่งสร้างรายไดใ้ ห้กบั ประชาชนและประเทศ
เป้าหมายโครงสรา้ งประชากร พ.ศ. 2555 ซึง่ เปน็ ไปตามทศิ ทางการพัฒนาประเทศ
แบง่ เปน็ นโยบาย : พฒั นาพืน้ ท่แี หล่งโบราณคดี และ
- วยั เด็ก (0-4 ป)ี ร้อยละ 7.24 โบราณสถานให้เป็นแหล่งทอ่ งเทย่ี ว
- วยั เรยี น (5-19 ปี) ร้อยละ 24.05 นโยบายนม้ี ุง่ เน้นไปที่การพฒั นาแหลง่ โบราณคดี
- วยั ทำงาน (20-64 ปี) รอ้ ยละ 60.36 โบราณสถาน ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทั้งในระดับท้องถนิ่
- วยั สูงอายุ (65 ปขี นึ้ ไป) ร้อยละ 8.35
3-19
และระดับประเทศ เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างมี ตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมีความหลากหลายทัง้ ในลักษณะ
ประสทิ ธภิ าพ การกำหนดนโยบายนี้จึงมงุ่ เนน้ ไปที่พ้ืนทีท่ ่มี ี ของป่าดิบเมืองร้อน ป่าสน ป่าเบญจพรรณ ป่าแดง และ
ศักยภาพที่เหมาะสมต่อการพัฒนา มีแหล่งท่องเที่ยว ปา่ หญ้า
ประเภทอื่น ๆ ให้สามารถเชื่อมโยงได้บริเวณที่เหมาะต่อ
การพัฒนาได้แก่ แหล่งโบราณคดีในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ เมื่อพิจารณาข้อมูลสถิติป่าไม้ของศูนย์สารสนเทศ
(รอ้ ยเอ็ด ยโสธร มหาสารคาม สุรนิ ทร์ และศรสี ะเกษ และ สำนักแผนงานและสารสนเทศ กรมป่าไม้ ในช่วง
พื้นท่โี ดยรอบ) เมอื งโบราณฟา้ แดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธ์ุ พ.ศ.2548-พ.ศ.2558 พบว่า พน้ื ท่ีป่าไมม้ จี ำนวนลดลงจาก
และพนื้ ทีโ่ ดยรอบ ปราสาทเขาพระวิหาร พิพิธภัณฑ์สิริน พ.ศ.2548 ที่มีพื้นที่ป่าไม้ทั้งสิ้น 15,834,125 ไร่หรือ
ธร (Jurassic World) หรอื พิพธิ ภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูก้มุ ขา้ ว ประมาณ 25,334.60 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ
15.01 ของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นขนาดเนื้อ
ผังนโยบายเป็นกรอบชี้นำการพัฒนาทาง ที่ 15,660,166.45 ไร่ หรือประมาณ 25,056.27 ตาราง
กายภาพที่มีการกำหนดลักษณะพื้นที่การใช้ประโยชน์ กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 14.85 ของพื้นที่ภาคตะวันออก
ที่ดิน จำแนกประเภทกิจกรรมหลักที่สำคัญทางผังเมือง เฉียงเหนอื ใน พ.ศ.2558 การเปลย่ี นแปลงลดลงของพื้นที่
และกำหนดสัดส่วนแต่ละประเภทเพื่อรองรับประชากร ป่าไม้จำนวนเล็กน้อยดังกล่าว เป็นผลมาจากส่วนราชการ
และกิจกรรมในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสม ภาคเอกชนและประชาชนเห็นความสำคัญของป่าไม้มาก
สอดคล้องตามนโยบายการพัฒนาผังประเทศที่มุ่งสู่การ ขึ้น ประกอบกับแผนงานและโครงการสนับสนุนและ
พัฒนาที่มีเป้าหมายเพื่อให้ประชากรในภาคต่าง ๆ มีวิถี ส่งเสริมให้เกิดการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ร้อยละ 40
ชวี ิตและความเป็นอยทู่ ่ีดีข้นึ และเป็นการพัฒนาอยา่ งยง่ั ยนื ของพน้ื ท่ีประเทศ และการแกไ้ ขปัญหาการบกุ รกุ ท่ีดินของ
แหล่งโบราณคดีเหลา่ นี้มีการพัฒนาให้เปน็ ศูนย์เรียนรู้และ รัฐ เช่น โครงการแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ (โครงการ
แหล่งท่องเที่ยว ยกเว้นปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งเกิดข้อ One Map) จึงส่งผลให้มีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ขัดแย้งกับทางกัมพูชา จึงปิดจุดผ่อนปรนเพื่อการ และสิ่งแวดล้อมและปลูกป่าเพื่อลดปัญหาการลดลงของ
ท่องเที่ยวไป แต่บริเวณที่เป็นสถูปคู่ ผามออีแดง ที่อยู่ใน พนื้ ท่ปี า่ ไม้ในอดตี
ดินแดนไทยยงั เปดิ ใหท้ อ่ งเที่ยวเปน็ ปกติ
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาข้อมูลสถิติการเกดิ ไฟ
3.3 ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ป่าในภาคตะวันออกเฉยี งเหนือที่ พ.ศ.2559 มีจำนวนการ
เกิดไฟป่าสูงถึง 1,560 ครั้ง ก่อให้เกิดพื้นที่เสียหายกว่า
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีทรัพยากรธรรมชาติ 26,709 ไร่ ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางธรรมชาติ
หลากหลาย และยังคงมีความอุดมสมบูรณ์อยู่เป็นจำนวน ประกอบกับสถานการณ์การบุกรุกและเปลี่ยนแปลงพื้นที่
มาก โดยสามารถสรุปสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง ป่าไมไ้ ปเป็นพื้นท่ีเกษตรกรรมและพืน้ ท่ีเมือง ล้วนสะทอ้ น
ศักยภาพ ปัญหาและแนวโน้มของทรัพยากรธรรมชาติแต่ ให้เห็นแนวโน้มการลดลงของพื้นที่ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์
ละประเภทได้ดังนี้ และมีศักยภาพในการเป็นต้นน้ำลำธารในอนาคตทั้งสิ้น
หากไม่มีการดูแลและเฝา้ ระวังอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
ทรัพยากรป่าไม้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็น
ที่ตั้งของป่าไม้ตามกฎหมายจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ทรัพยากรดิน กลุ่มชุดดินที่พบในภาค
อุทยานแห่งชาติจำนวน 24 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตะวันออกเฉียงเหนือมีความหลากหลายของประเภทกลุ่ม
จำนวน 10 แห่ง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าจำนวน 13 แห่ง วน ชุดดินมากถึง 52 กลุ่มชุดดิน โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาค
อทุ ยานแห่งชาติจำนวน 28 แห่ง สวนพฤกษศาสตร์จำนวน ตะวนั ออกเฉียงเหนอื ซ่ึงมีการคน้ พบกลุ่มชดุ ดินที่ 40 เช่น
3 แห่ง ป่าสงวนแห่งชาติ 350 แห่ง ส่งผลให้พื้นที่บริเวณ ในจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบรุ ีรมั ย์ จังหวัดอบุ ลราชธานี
ด้านตะวันออกและด้านใต้ของภาค ไม่ว่าจะเป็นในอำเภอ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัด
นาแห้ว อำเภอด่านซ้าย อำเภอภูเรือ อำเภอภูหลวง อุดรธานี ฯลฯ ดินจะมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย ดินสี
จังหวัดเลย อำเภอหนองบัวแดง อำเภอคอนสาร อำเภอ น้ำตาลอ่อน บางแห่งอาจพบจุดประสีในดินชั้นล่าง มีการ
ภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ อำเภอวังน้ำเขียว อำเภอ ระบายน้ำดี ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ pH 4.5-5.5 ดินจะมี
ปากช่อง อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา อำเภอน้ำยืน ความเหมาะสมในการปลูกพืชไร่ และไม้ผล และพื้นที่ที่มี
อำเภอนาจะหลวย อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี การกระจายตัวของกลุ่มชุดดินที่ 17 เช่น ในจังหวัดศรีสะ
อำเภอดงหลวง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ฯลฯ มี เกษ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดสกลนคร จังหวัดอุดรธานี
ศักยภาพในการเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารและช่วยสมดุลของ เป็นต้น ดินจะมีลักษณะเป็นดินทรายแป้งละเอียด สี
ธรรมชาติ นอกจากนี้ ทรัพยากรป่าไม้ที่พบในภาค น้ำตาลอ่อนถึงสีเทา มีจุดประสีน้ำตาล เหลือง หรือแดง
3-20
บางแหง่ พบศิลาแลงออ่ นหรือก้อนสารเคมีสะสมพวกเหล็ก แม่น้ำพอง แม่นำ้ เลย แม่น้ำพรม แม่นำ้ สงคราม และแม่น้ำ
และแมงกานีสในดินล่าง มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ pH พระเพลิง
ประมาณ 4.5-5.5 ดินจะมีความเหมาะสมในการใช้ทำนา
- น้ำใต้ดินหรือน้ำบาดาลมีศักยภาพ
เมื่อพิจารณาการเปล่ียนแปลงทรัพยากรดินของ ค่อนข้างต่ำ โดยอัตราการให้น้ำเฉลี่ย 5-10 ลูกบาศก์เมตร
พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงระยะเวลา ตอ่ ช่ัวโมง ท่รี ะดบั ความลกึ 30 เมตร
พ.ศ.2550-พ.ศ.2560 พบว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิง
ปริมาณหรือคุณภาพอย่างชัดเจนเช่นทรัพยากรประเภท อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาสถานการณ์
อื่น เนื่องจากทรัพยากรดินมีลักษณะและคุณสมบัติ การเปลี่ยนแปลงในเชิงพื้นที่และคุณภาพ ทรัพยากรน้ำมี
เฉพาะตัวท่ตี ้องใชร้ ะยะเวลายาวนานในการยอ่ ยสลายและ การเปลีย่ นแปลงทสี่ ำคัญในประเด็นต่าง ๆ ดังน้ี
เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติ ทรัพยากรดินในพื้นที่ภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือจึงยังคงประสบกับปัญหาความอุดม - พ.ศ.2550-พ.ศ.2560 แหลง่ น้ำและพนื้ ที่
สมบูรณ์ของดินต่ำ ปัญหาดินทรายจัด และปัญหาดินเค็ม ชุ่มน้ำที่มีการขึ้นทะเบียน โดยเฉพาะพื้นที่ชุ่มน้ำที่มี
ซึ่งแม้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องจะตระหนัก ความสำคญั ระดบั ทอ้ งถิ่นยังคงประสบกับสถานการณก์ าร
และรับทราบถึงคุณสมบัติและปัญหาทรัพยากรดิน และ รุกล้ำการใช้พื้นที่ริมน้ำ การปล่อยของเสียลงสู่แหล่งน้ำ
ดำเนินโครงการต่าง ๆ มากมายเพื่อให้เกิดการ และการขาดการทบทวนและปรับนโยบายการพัฒนาดา้ น
เปลี่ยนแปลงและปรับปรุงคุณสมบัติและลักษณะดินที่ ต่างๆ ให้สอดคล้องกับการอนุรักษ์แหล่งน้ำ และพื้นที่ชุ่ม
เหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืช และสามารถใช้ประโยชน์ น้ำ เช่น พื้นที่ชุ่มน้ำหนองหาน อำเภอเมือง จังหวัด
ทรัพยากรดินอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่จากการใช้ สกลนคร แม่น้ำโขงบริเวณไหลผ่านจังหวัดหนองคาย
ประโยชน์ที่ดินที่ไม่สอดคล้องกับสมรรถนะของที่ดินและ จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอำนาจเจริญ
หลักการอนุรกั ษ์ดินและน้ำ อาจก่อให้เกดิ ปัญหาทรัพยากร และจังหวัดอุบลราชธานี ห้วยเสือเต้น อำเภอน้ำพอง
ดนิ ที่ทวคี วามรนุ แรงมากขึ้นไดใ้ นอนาคต จังหวัดขอนแก่น เป็นต้น อันเป็นผลจากการขาดการ
กำหนดการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากร
ทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรน้ำของภาค อย่างทั่วถึง การกวดขันและดูแลอย่างเคร่งครัด และการ
ตะวันออกเฉียงเหนือในช่วง พ.ศ.2550-พ.ศ.2560 ไม่มี ขาดงบประมาณสนับสนุนและบุคคลากรดำเนินการดูแล
การเปลี่ยนแปลงในแง่มุมของประเภท จำนวนและที่ตั้ง และจัดการ นอกจากนี้ ในช่วงระยะเวลา พ.ศ.2550-
ของทรัพยากรนำ้ แต่อย่างใด กลา่ วคอื พ.ศ.2560 พนื้ ท่ีชมุ่ น้ำ ทัง้ ในลักษณะหนอง คลอง บงึ ฯลฯ
ยังมิได้มีการสำรวจและขึ้นทะเบียนเพิ่มเติมจากเดิมแต่
- พื้นที่ลุ่มน้ำหลักสำคัญของภาค อยา่ งใด
ตะวันออกเฉียงเหนือประกอบด้วยลุ่มน้ำโขง ลุ่มน้ำชี ลุ่ม
น้ำมลู และลุ่มน้ำป่าสกั - พ.ศ.2550-พ.ศ.2560 เกิดการ
เปลี่ยนแปลงคุณภาพนำ้ ในแหล่งนำ้ ผิวดินต่าง ๆ เช่น การ
- พื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำจำแนกตามมติ เปล่ียนแปลงคุณภาพน้ำจากระดบั ดีหรือประเภทที่ 2 เป็น
คณะรัฐมนตรี มีครอบคลุมทั้ง พื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ 1A คุณภาพน้ำระดับพอใช้หรือประเภทที่ 3 ของแม่น้ำพอง
1B 2 3 4 และช้ันคณุ ภาพลุ่มนำ้ ท่ี 5 โดยพนื้ ที่ช้ันคุณภาพ มูล ลำตะคองตอนบน ฯลฯ อนั เป็นผลจากการเพิ่มขน้ึ ของ
ลุ่มน้ำท่มี ขี นาดมากทส่ี ุด ได้แก่ พนื้ ทชี่ ั้นคณุ ภาพลมุ่ น้ำที่ 5 จำนวนประชากรและการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว
(คิดเป็นรอ้ ยละ 63 ของพ้นื ทภี่ าคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ) ในระยะเวลาที่ผา่ นมา
- พื้นที่ชุ่มน้ำที่ขึ้นทะเบียนและอยู่ นอกจากนี้ จากการเป็นที่ตั้งของพื้นท่ี
ภายใต้ความดูแลรับผิดชอบของสำนักงานงานนโยบาย อตุ สาหกรรมและอยู่อาศยั ของประชากรจำนวนมาก มีการ
และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ เปลีย่ นแปลงทรัพยากรน้ำในแงม่ มุ ของความต้องการใช้น้ำ
พ.ศ.2542 จนถึงปัจจุบันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี ในปริมาณทสี่ ูงขึ้นอกี ดว้ ย
จำนวนทั้งสิ้น 14,750 แห่ง โดยเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มี
ความสำคัญระดับระหว่างประเทศที่ขึ้นทะเบียน ทรัพยากรแร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
แรมซาร์ไซต์ พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ เป็นแหล่งแร่โพแทชที่สำคัญระดับโลก แร่โพแทชมีการ
พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ และพื้นที่ชุ่มน้ำที่มี กระจายตัวอยู่ในแทบทุกจังหวัดของพื้นที่ภาค
ความสำคัญระดับท้องถิ่น ตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัด
อุดรธานี จังหวัดหนองคาย จังหวัดมหาสารคาม จังหวัด
- แหล่งน้ำผิวดินที่สำคัญของภาค กาฬสินธุ์ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครพนม จังหวัด
ตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ แม่น้ำมูล แม่น้ำชี แม่น้ำโขง นครราชสีมา จังหวัดร้อยเอด็ จังหวัดขอนแก่นและจังหวัด
3-21
ศรีสะเกษ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่มีศักยภาพแร่โพแทชที่ บุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี อำเภอดงหลวง อำเภอคำ
ชะอี จังหวัดมุกดาหาร ฯลฯ
สำคัญ ได้แก่ แหล่งแร่โพแทชอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
แหล่งแร่โพแทชวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร แหล่งแร่โพ ภาวะมลพิษ จากผลการตรวจวัดคุณภาพ
แทชบำเหนจ็ ณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ แหลง่ แร่โพแทชนาเชือก สิ่งแวดล้อม พ.ศ.2550-พ.ศ.2559 ของกรมควบคมุ มลพิษ
จังหวัดมหาสารคาม แหล่งแร่โพแทชจักราช จังหวัด แม้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ประสบกับปัญหามลพิษ
นครราชสีมา แหล่งแร่โพแทชบ้านประคำ จังหวัด ทางอากาศและเสียง แต่ในส่วนคณุ ภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน
นครราชสีมา แหล่งแร่โพแทชบ้านทุ่ม จังหวัดขอนแก่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า แหล่งน้ำผิวดินหลายๆ
แหล่งแรโ่ พแทชขอนแก่น จงั หวัดขอนแก่น แห่ง ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำพอง แม่น้ ำมูล แม่น้ำลำ
ตะคองตอนบนมีการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำจากระดับดี
แนวโน้มการพัฒนาทรัพยากรแร่โพแทช หรือประเภทที่ 2 เปน็ คณุ ภาพน้ำระดับพอใช้หรือประเภท
และแรอ่ ่นื ๆ ในอนาคต จึงเป็นการพฒั นาและใช้ประโยชน์ ที่ 3 และแหล่งน้ำผิวดินลำตะคองตอนล่างมีคุณภาพน้ำ
ภายใต้กฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี กฎระเบียบต่าง ๆ ระดบั เสอื่ มโทรมหรือประเภทท่ี 4
เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐและเอกชน และ
เป็นไปตามแนวทางการจัดการแร่ตามยุทธศาสตร์การ อย่างไรก็ตาม จากแผนงานและโครงการ
บริหารจดั การแร่ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) แผนแม่บทการ จำนวนมากที่มุ่งเน้นการแก้ไขและป้องกันภาวะมลพิษใน
บรหิ ารจดั การแร่ พ.ศ.2560-2564 และพระราชบัญญัตแิ ร่ พื้นที่ เช่นแผนยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
พ.ศ.2560 ซึ่งมีแนวทางการบริหาร จัดการทรัพยากรแร่ท่ี และสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พ.ศ.2560–
สำคัญ คือ การจำแนกเขตแหล่งแร่ การบูรณาการวาง 2564 แผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม
แผนการใช้ประโยชน์และดแู ล จัดการทรัพยากรแรร่ ว่ มกัน ในระดับจังหวัด โครงการก่อสร้างและ/หรือเพิ่ม
ระหว่างพื้นที่ ระหว่างจังหวัดในภาคมากขึ้น นอกจากนี้ ประสิทธิภาพระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียชุมชน ฯลฯ
ยังมีแนวโน้มของการจัดทำบัญชีทรัพยากรแร่ที่มีความ จึงส่งผลให้เกิดการเฝ้าระวังภาวะมลพิษอากาศและเสียง
ชดั เจนถึงเขตแหล่งแร่เพอื่ การทำเหมือง พื้นที่หรือชนิดแร่ โดยเฉพาะในพื้นที่ตั้งชุมชนเมืองที่มีการจราจรติดขัดและ
ที่สมควรสงวน หวงห้ามหรืออนุรักษ์ไว้ จึงช่วยทำให้เกิด พื้นที่ตั้งอุตสาหกรรม ตลอดจนการดูแล รักษาคุณภาพน้ำ
การสงวนและอนุรักษ์ทรัพยากรแร่ที่มีประสิทธิภาพมาก ในแม่น้ำสายหลักและในลุ่มน้ำ เช่น อูน ลำชี เสียว พอง
ขน้ึ มูล ลำตะคองตอนบน ฯลฯ ที่มีคุณภาพน้ำวิกฤตให้มี
คณุ ภาพน้ำอยใู่ นระดบั พอใช้ขนึ้ ไป
ความหลากหลายทางนิเวศวิทยา ความ
อุดมสมบูรณ์และหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ป่าใน จากข้อมูลที่กล่าวข้างต้น เมื่อติดตาม
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นผลมาจากการเป็นที่ตั้งของ สถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
อทุ ยานแหง่ ชาติ เขตรักษาพันธส์ุ ตั ว์ป่า เขตหา้ มลา่ สัตว์ป่า เปรยี บเทียบกบั กลยุทธ์และแผนงานที่กำหนดไว้ในผังภาค
และพื้นที่ป่าไม้ตามกฎหมายต่าง ๆ โดยชนิดพันธุ์ไม้ที่พบ 2600 พบว่า โครงการภายใต้กลยุทธ์และแผนงานต่าง ๆ
เชน่ ยางนา พนั จำ เคีย่ มคะนอง ตะเคยี นทอง ตะเคยี นหิน นั้น แม้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ทรัพยากร
ตะแบกใหญ่ สมพง เต็ง รัง เหียง พลวง ไม้ตองแตม ปอหู ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยังต้องมีการดำเนินการดูแล
พญาไม้ มะขามปอ้ มดง ขุนไม้ สนสามพัน เป็นต้น สำหรับ รักษา ฟ้นื ฟูและเฝา้ ระวัง แต่ในรายละเอียดเป้าหมายและ
สัตว์ป่าที่พบ ได้แก่ ช้างป่า เก้ง กวาง เสือโคร่ง เสือลาย พื้นที่เป้าหมายยังมีความไม่ครอบคลุมและเหมาะสมกับ
เมฆ กระทิง ชะนีมือขาว ชะนีมงกุฎ ลิงกัง กระรอก สถานการณท์ รพั ยากรธรรมชาตใิ นภาค อกี ทงั้ จากการขาด
(รวมท้งั พญากระรอกดำ) ชะมด กิง้ กา่ สวน จ้ิงเหลน งเู ขยี ว บุคคลากรและงบประมาณในการดำเนนิ การ ตลอดจนการ
หางไหม้ งูเห่า งูจงอาง กบนา กบหนอง อึ่งขาดำ อึ่งจิ๋ว ขาดการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน ส่งผลให้
นกเงือกกรามช้าง นกกก นกเงือกสีน้ำตาล นกแก๊ก นก การดำเนนิ กลยุทธ์และแผนงานยังไม่สมั ฤทธผิ์ ลตามท่ตี ง้ั ไว้
โกโรโกโส นกพญาไฟ นกแต้วแล้วสีน้ำเงิน นกขุนแผน
ฯลฯ โดยพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเป็นแหล่งความ ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกลยุทธ์และ
หลากหลายทางชีวภาพ ได้แก่ อำเภอนาแห้ว อำเภอด่าน แผนงานในอนาคต จึงควรมีการดำเนินการทบทวนและ
ซ้าย อำเภอภูเรือ อำเภอภหู ลวง จังหวัดเลย อำเภอหนอง ระบุพื้นที่ดำเนินการและเป้าหมายที่สอดคล้องและ
บัวแดง อำเภอคอนสาร อำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ การระบุงบประมาณและ
อำเภอวังน้ำเขียว อำเภอปากช่อง อำเภอครบุรี จังหวัด หน่วยงานดำเนินการที่ชัดเจน นอกจากนี้ ในส่วนของการ
นครราชสีมา อำเภอน้ำยืน อำเภอนาจะหลวย อำเภอ ปรับปรุงรายละเอียดกลยุทธ์และแผนงาน ควรกำหนด
แผนงานและกลยุทธ์ในเชิงพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อเป็นการ
ส่งเสริมให้เกิดการควบคุมและดูแลการใช้ประโยชน์ที่ดิน
3-22
และการดำเนนิ การวางและจัดทำผงั เมอื ง ท้งั ในระดับภาค ในเชิงคุณภาพและปริมาณของหน่วยงานต่าง ๆ ที่
จังหวัดและท้องถิ่น อันนำไปสู่การอนุรักษ์และพัฒนา เกีย่ วข้องท้งั ในระดับประเทศ ภาค และทอ้ งถน่ิ
ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
นโยบาย : การอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ ฟื้นฟูพื้นที่ป่า
การติดตามสถานการณ์ ด้านทรัพยากร เสื่อมโทรม พร้อมทั้งการปลูกป่าเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มพื้นที่ปา่
ธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มเปรียบเทยี บกบั ผงั ภาค 2600 ไมใ้ ห้เป็นแหล่งต้นนำ้ ลำธาร และคงไวซ้ ง่ึ ความหลากหลาย
ทางชวี ภาพ
เมื่อติดตามสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมเปรียบเทียบกับกลยทุ ธ์และแผนงานที่กำหนด การลักลอบตัดไม้ทำลายป่าเพื่อการค้า การ
ไว้ในผังภาค 2600 พบว่า โครงการภายใต้นโยบายและ เพาะปลูกและอยู่อาศัยทำให้พื้นที่ป่าไม้ลดลงอย่าง
แผนงานต่างๆ นั้น แม้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ ต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมกระจายอยู่ใน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยังต้องมีการ พื้นที่ป่าไม้ ทำให้เกิดภาวะแห้งแล้งและอุทกภัยที่รุนแรง
ดำเนินการดูแล รักษา ฟื้นฟูและเฝ้าระวัง แต่ใน มากขนึ้ จากปญั หาดงั กล่าวทำให้ส่วนราชการ ภาคเอกชน
รายละเอียดเป้าหมายและพื้นที่เป้าหมายยังมีความไม่ และประชาชนได้เห็นความสำคัญของป่าไม้มากขึ้นจึงไดม้ ี
ครอบคลุมและเหมาะสมกับสถานการณ์ทรัพยากร การรณรงค์ใหอ้ นุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
ธรรมชาติในภาค และสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการ และปลูกป่าเพื่อลดปัญหาดังกล่าว ในการจัดทำผังภาค
เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศซึ่งทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผล ตะวันออกเฉียงเหนือได้เล็งเห็นถึงความสำคัญจึงได้มีการ
กระทบต่อทรพั ยากรท่ีมีอยู่ เสนอนโยบายการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ โดยการ
จัดทำระบบฐานข้อมูลพื้นที่ป่าไม้ให้เป็นระบบ เพื่อ
นโยบาย : การวางแผนการอนุรักษ์ทรัพยากร สามารถนำมาเป็นฐานข้อมูลในการวางแผนการอนุรักษ์
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ลุ่มน้ำพื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นท่ี และพัฒนาในด้านต่าง ๆ ได้ การสนับสนุนให้ท้องถิ่นเป็น
ป่าไม้ และพืน้ ทที่ ่มี ีความสำคญั ในด้านทรัพยากรธรรมชาติ ผู้ดูแลและมีส่วนร่วมในการจัดการไฟป่ามากขึ้น โดย
และสิ่งแวดล้อมเพื่อใช้เป็นแผนแม่บทในการอนุรักษ์ เฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันและการเฝ้าระวัง พร้อมทั้ง
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มอยา่ งย่ังยนื อนุรกั ษ์ ฟ้นื ฟูพื้นทป่ี ่าไมใ้ หม้ ีความอดุ มสมบูรณ์
จากการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ทำให้เกิดปัญหา นโยบาย : แผนการใช้ประโยชน์ที่ดินให้
ความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลให้เกิด เหมาะสมกับสมรรถนะของดินพร้อมทั้งฟน้ื ฟทู รพั ยากรดิน
ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในบรเิ วณทม่ี ปี ญั หาเพอ่ื ให้เกิดการใช้ทรพั ยากรอยา่ งยัง่ ยนื
และเกิดภาวะมลพิษท่สี ่งผลต่อคุณภาพชีวติ ของประชาชน
การพัฒนาในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นให้มีการใช้ทรัพยากร ทรัพยากรดินก็นับว่าเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ควร
ธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ทำลายคุณภาพ จะนำมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขในการที่จะเพิ่มผลผลิต
สิ่งแวดล้อม การดำเนินการบริหารจัดการด้านการฟื้นฟู ทางการเกษตรตอ่ หนว่ ยของพื้นที่ เนื่องจากดินมีศกั ยภาพ
ทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางด้านทรัพยากรดิน ทรัพยากร ในการผลิตตำ่ เมื่อเปรยี บเทยี บกบั ภาคอ่นื และดนิ มปี ัญหา
น้ำ ทรัพยากรแร่ธาตุ ทรัพยากรป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม ในการใช้ประโยชน์หลายอย่าง เช่น ปัญหาการชะล้าง
เพื่ออนุรักษ์ให้คงไว้ซึ่งระบบนิเวศวิทยาที่อุดมสมบูรณ์ พังทลายของดิน (soil erosion) ปัญหาเกี่ยวกับสภาพ
และความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ จึงเป็นนโยบาย ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติทาง
ที่สำคัญในการพฒั นา กายภาพของดินไม่ดี การใช้ประโยชนข์ องดนิ ไม่เหมาะสม
กับชั้นสมรรถนะ การใช้ประโยชน์ของดินไม่เกิดผล
ปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใน ประโยชน์สูงสุดต่อหน่วยของพื้นที่ และปัญหาดินเค็มอัน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือประสบกับปัญหาโดยเฉพาะ เป็นสาเหตหุ น่ึงท่ที ำใหผ้ ลผลิตต่อไรต่ ่ำมากโดยเฉพาะพน้ื ที่
แมน่ ้ำสายหลักทส่ี ำคญั ท่ีไหลผ่านเมืองไดเ้ กดิ ปัญหาน้ำเน่า ซึ่งมีความเค็มจัดจนไม่สามารถปลูกพืชได้เลย จึงควรมี
เสีย เนื่องจากการระบายของเสียลงสู่แหล่งน้ำ การบุกรุก นโยบายในการแก้ไขปัญหาดำเนินการทบทวนพื้นที่
พื้นที่สองฝั่งแม่น้ำ รวมถึงการใช้พื้นที่และประเภท เป้าหมายและวิธีดำเนินการ โดยมุง่ เนน้ การปรับตัวและใช้
กิจกรรมบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ คูคลอง ที่มีผลกระทบต่อ ประโยชน์อย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และควบคุม
คุณภาพน้ำ การใช้ทรัพยากรดินไม่ตรงตามสมรรถนะของ กิจกรรมและลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินไม่ให้มีความ
ดิน และการรุกล้ำเข้าไปใช้ประโยชน์ในพืน้ ที่ชุม่ นำ้ ดังนัน้ รุนแรง ตลอดจนหาแนวทางการใช้ทรัพยากรดินอย่าง
จึงควรมีการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ ย่งั ยนื
คงอยู่ต่อไป โดยทบทวนพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินการ
บูรณาการฐานข้อมูลทรพั ยากรธรรมชาติป่าไม้ สัตว์ป่าทง้ั
3-23
นโยบาย : การจัดการมลพิษเพื่อลดปัญหา นโยบาย : การเพ่มิ พนื้ ท่ปี ่าไม้เพอื่ รกั ษาความชุ่ม
ส่งิ แวดล้อมและทำใหป้ ระชาชนมคี ุณภาพชีวิตทดี่ ขี ึน้ ชื้นให้แก่พื้นท่ีต้นน้ำลำธาร และกันพื้นท่ีต้นน้ำลำธารและ
พนื้ ท่ีช่มุ น้ำเปน็ พืน้ ทสี่ งวน
ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญในเมือง
ขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งปัญหามลพิษ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่
ทางอากาศ มลพษิ ทางเสยี ง มลพิษทางนำ้ และปัญหาขยะ มากท่ีสุดในประเทศคอื ประมาณ 1 ใน 3 ของพนื้ ท่ีทง้ั หมด
มูลฝอย เป็นต้น ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อ มีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ ทรัพยากรป่าไม้ ซ่ึง
คุณภาพชีวิตของประชากรและกิจกรรมการผลิตในพื้นท่ี พบปัญหาป่าไม้เสื่อมโทรม แม้ที่ผ่านมาจะมีนโยบายด้าน
ในพื้นท่ี และส่งผลให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา ดังนั้น การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการจัดการป่าไม้ในเขตต้นน้ำ
จึงได้มีการเสนอให้มีนโยบายการจัดการด้านปัญหา แต่สิ่งสำคัญอีกประการคือต้องสร้างความรู้ความเข้าใจ
สิ่งแวดล้อมของเมือง เพื่อส่งเสริมให้ประชากรในพื้นที่มี และตระหนักรู้ และประสานความร่วมมือระหว่างภาครฐั
คุณภาพชีวิตที่ดี โดยการกำหนดแผนการจัดการ เอกชนและองคก์ รชุมชนทอ้ งถิน่
สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมตลอดจนมาตรการต่าง ๆ ที่
สามารถนำไปสู่การปฏิบัตไิ ดจ้ ริง นโยบาย : การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและ
แหลง่ นำ้ ในพ้ืนทกี่ ลางน้ำและพื้นที่ทา้ ยน้ำอยา่ งบูรณาการ
นโยบาย : การกำหนดสิทธิการใช้น้ำ (Water
Right) แ ล ะ ค ว า ม ต ้ อ ง ก า ร น ้ ำ ข อ ง ส ิ ่ ง แ ว ด ล ้ อ ม ผังนโยบายมีความสอดคล้องกับสภาพปัจจุบันที่
(Environmental Water Requirements) เกิดขึ้น และหากมีโครงการพัฒนาต่าง ๆ ได้ตามแผนใน
อนาคต จะต้องมีการปรับปรุงผังนโยบายการจัดการน้ำ
นโยบายเพื่อเป็นแนวทางการวางแผนในการ ตามรปู แบบท่เี ปลี่ยนไป แต่พบปญั หาความไม่แน่นอนของ
กำหนดสทิ ธแิ ละปริมาณการใช้น้ำ สิทธขิ องการใชน้ ้ำของผู้ สภาวะภูมิอากาศ ท่ีมีการเปลีย่ นแปลงตลอดเวลาและยาก
ได้เสียผลประโยชน์ทั้งในลุ่มน้ำและระหว่างลุ่มน้ำ ทั้งใน ท่ีจะคาดการณ์ อาจทำให้ผังบริหารจัดการน้ำต้องมีการ
เรื่องของลำดับการได้รับสิทธิและปริมาณการใช้น้ำจาก ทบทวนตามสถานการณ์ จงึ ควรเพม่ิ เตมิ องคค์ วามรู้ในการ
สิทธิ ความต้องการน้ำของสิ่งแวดล้อม จำเป็นต้องมีการ จัดทำผังบริหารจัดการน้ำ ให้มีความเหมาะสม ตาม
กระตุ้นเพื่อสร้างจิตสำนึก และกำหนดเป็นนโยบาย หรือ สถานการณ์ และรองรบั การะบวนการการตดั สินใจ
วาระแห่งชาติ เพ่อื ใหก้ ารปฏิบัติเป็นรูปธรรมมากท่ีสุดเพ่ือ
ไม่ใหเ้ กดิ ข้อขดั แย้งของผใู้ ช้น้ำจากกจิ กรรมตา่ ง ๆ นโยบาย : การวางแผนการพัฒนาแหล่งเก็บกัก
น้ำ การจัดสรรน้ำและกระจายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
นโยบาย : การอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำลำ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม และเสมอภาคในการใช้
ธาร พ้ืนท่ีลุม่ นำ้ และพ้ืนทช่ี มุ่ นำ้ เพอื่ เพิม่ ปริมาณน้ำ รักษา ทรัพยากรน้ำ ลดปัญหาการขาดแคลนน้ำและปัญหาน้ำ
สภาพแวดลอ้ มและความหลากหลายทางชวี ภาพ ท่วม
พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลุ่มน้ำประธาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมลี ุ่มน้ำสายหลัก 3 ลุ่ม
อยู่ 3 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำโขง ลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำมูลและมี น้ำ คือ ลุ่มน้ำโขง ลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำมูล มีลุ่มน้ำย่อยท้ัง
พื้นที่บางส่วนของภาคเป็นบริเวณต้นน้ำของลุ่มน้ำป่าสัก 88 ลุ่มน้ำ การคำนึงถึงแผนเพื่อบริหารจัดการทรัพยากร
และพื้นที่ชุ่มน้ำของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถ น้ำทั้งในระดับชาติ ระดับลุ่มน้ำและระดับท้องถิ่น ที่มี
จัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำแบ่งได้เป็น 3 ระดับ กฎหมายรองรับ โดยให้องค์กรระดับชาติมีหน้าที่ในการ
ได้แก่ พ้ืนทชี่ ่มุ นำ้ ทมี่ คี วามสำคญั ระดับนานาชาติ พ้ืนท่ีชุ่ม กำหนดนโยบายกำกับและประสานให้เกิดการนำนโยบาย
น้ำที่มีความสำคัญระดับท้องถิ่น พื้นที่ชุ่มน้ำที่มี ไปสกู่ ารปฏิบัติและใหอ้ งคก์ รระดบั ลมุ่ น้ำและระดบั ทอ้ งถนิ่
ความสำคัญระดับชาติ และพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญ มีหน้าที่ในการจัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำ
ระดับท้องถิ่น จากนโยบายในการอนุรักษ์และฟื้นฟู ท้ัง โดยให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมจึงมีความสำคัญ
การกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมแก่การสงวนและรักษาพื้นท่ี นโยบายมีความสอดคล้องกับสภาพปัจจุบันที่เกิดขึ้น และ
ล่มุ น้ำและกำหนดพนื้ ที่เพ่อื การพฒั นาแหลง่ นำ้ ควรมีการ หากมีโครงการพัฒนาตา่ ง ๆ ได้ตามแผนในอนาคต จะต้อง
ทบทวนปรับนโยบายการพัฒนาด้านต่าง ๆ ให้สอดคล้อง มีการปรับปรุงผังนโยบายการจัดการน้ำ ตามรูปแบบท่ี
กับการอนุรักษ์พ้นื ท่ชี มุ่ น้ำ โดยเฉพาะอย่างยงิ่ นโยบายการ เปลี่ยนไปแม้จะ ปัญหาความไม่แน่นอนของสภาวะ
พัฒนาพื้นที่เกษตรกรรม การประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์ ภูมิอากาศ ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและยากที่จะ
น้ำ การพัฒนาการท่องเที่ยวการพัฒนาเส้นทางการและ คาดการณ์ อาจทำให้ผังบริหารจัดการน้ำต้องมีการ
สอดคล้องกับกรอบนโยบายการพัฒนาทรัพยากรน้ำและ ทบทวนตามสถานการณ์ รวมถงึ จำเป็นต้องศึกษาโครงการ
แหล่งน้ำของชาติ
3-24
ภาพรวมทัง้ ลุ่มน้ำตา่ ง ๆ ทั้งในดา้ นนำ้ ทว่ มและน้ำแลง้ เพ่ือ คือ พื้นที่ลุ่มและมีโอกาสในการเกิดน้ำท่วมขัง แบ่ง
การจัดการที่เหมาะสม ออกเปน็ 2 กลุม่ ไดแ้ ก่ พ้นื ท่ีทเี่ กดิ นำ้ ท่วมซำ้ ซาก คือ พน้ื ที่
ที่มีสถิตกิ ารเกิดน้ำท่วมทุกปี (บริเวณทุ่งกุลาร้องไห้ อยู่ใน
นโยบาย : แผนการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำเน่า ลุ่มน้ำชี คือ จังหวัดมหาสารคาม กาฬสินธุ์ และยโสธร)
เสยี ในแมน่ ำ้ ลำคลอง ให้มคี ณุ ภาพท่ีอยใู่ นเกณฑม์ าตรฐาน และพนื้ ที่นำ้ ทว่ มขงั เกิดจากน้ำล้นตลงิ่ ในฤดูฝน ได้แก่ ลุ่ม
และไม่ส่งผลกระทบตอ่ ประชาชนและระบบนเิ วศ น้ำชีและสาขาบริเวณจังหวัดขอนแก่น และร้อยเอ็ด
บรเิ วณลุ่มน้ำมลู คอื จงั หวดั ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
จากการสำรวจของกรมควบคุมมลพิษพบว่า
แหล่งน้ำของภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางแห่งที่อยู่ใน พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้ง พื้นที่ที่มีความ
ระดับเสื่อมโทรม ปัญหาคุณภาพน้ำที่สำคัญของแหล่งน้ำ เสีย่ งตอ่ การเกดิ ภยั แล้งในภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ ได้แก่
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ การปนเปื้อนของ จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม และ
แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมดและฟีคอลโคลิฟอร์มใน บุรีรัมย์ ซึ่งปัญหาภัยแล้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะ
พื้นที่ชุมชนหนาแน่น ท่ีนโยบายในการแก้ไขปัญหา เป็นปัญหาด้านการขาดแคลนน้ำในการอุปโภค บริโภค
คุณภาพน้ำจึงควร ปรับปรุง ทบทวน กฎหมาย ข้อบังคับ และการขาดนำ้ เพื่อการกเกษตรกรรม ซึ่งส่วนใหญ่ของใน
มาตรการ ให้สามารถบังคับใช้ได้อย่างจริงจัง การสร้าง พื้นท่ชี นบท ต้องอาศัยน้ำฝนเป็นหลักอยา่ งเดียว
ระบบเฝ้าระวังและตรวจวัดคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำ และ
การควบคุมกิจกรรมการใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มหรือโคลนถล่ม
ลำคลอง ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำอย่างจริงจังและ ดินถล่มส่วนใหญ่มักเกิดภายหลังฝนตกหนักมากบริเวณ
เขม้ งวด ภูเขาซึ่งเป็นต้นน้ำ บริเวณตอนบนของภาคตะวันออก
เฉียงเหนือ พื้นที่ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดดินถล่ม ได้แก่
นโยบาย : การนำน้ำใต้ดินมาใช้ในพื้นที่ที่ขาด จังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ นครราชสีมา ขอนแก่น
แคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค โดยคำนึงถึงผลกระทบ อุดรธานี และสกลนคร ปัญหาที่มีความสำคัญที่สุดในการ
ทางด้านสิ่งแวดล้อมเป็นสำคญั ทำให้การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาดินถล่ม
การใช้น้ำใต้ดินเป็นทางเลือกหน่ึงที่สามารถพัฒนาข้ึนมาใช้ เป็นไปอย่างไม่ราบรื่น คือ การตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่
ประโยชนไ์ ด้ และสามารถแก้ไขปญั หาการขาดแคลนน้ำได้ เนื่องจากในปัจจุบันมนุษย์มีการตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัย
ทั้งยังเป็นแหล่งน้ำหลักในพื้นที่ที่ไม่มีน้ำผิวดินและเป็น หนาแน่นขึน้ และยังขยายพ้ืนที่เมืองออกไปเรื่อย ๆ ทำให้
แหล่งน้ำเสริมหรือเปน็ แหล่งน้ำสำรองในกรณที ่ีมีนำ้ ผวิ ดิน มกี ารใช้ประโยชน์ที่ดินทีไ่ มเ่ หมาะสม ป่าไม้ขาดความอุดม
ไมเ่ พียงพอ แต่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนอื เป็นแหล่งนำ้ ใต้ สมบรู ณ์ จึงมคี วามเส่ียงท่ีจะเกิดปัญหาดินถล่ม
ดินที่มีความเค็มจนใช้การไม่ได้ เพราะมีหินเกลืออยู่ใน
ระดับตื้นและปริมาณน้ำฝนที่จะไหลซึมลงไปเติมชั้นน้ำ พนื้ ท่เี สี่ยงตอ่ การเกิดแผน่ ดนิ ไหว การเกดิ ภัย
บาดาลมีเพียงร้อยละ 3 ของปริมาณน้ำฝนที่ได้รับเท่าน้ัน พิบัติในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าพื้นที่ในภูมภิ าคนี้
ทำให้การพัฒนานำนำ้ ใต้ดินมาใชม้ ขี ้อจำกัด นโยบายที่จะ มีรอยเลื่อนกระจายตัวอยู่ไม่มากนัก มักพบในบริเวณทาง
นำมาใช้จึงควรมีการศึกษาผลกระทบที่เกิดจากการนำน้ำ ทิศตะวันตกและทางตอนใต้ของพื้นที่ ซึ่งมีความรุนแรง
ใต้ดินมาใช้โดยคำนึงถึงคุณภาพน้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อ น้อยมากเมื่อเทียบกับภูมภิ าคอื่น และอยู่ในเขต 0 คือเขต
ร่างกายและสิ่งแวดล้อมได้ และทบทวน ปรับปรุง ความเสียหายเล็กน้อย ประกอบกับเหตุแผ่นดินไหวที่เกิด
มาตรการ กฎหมาย ข้อบังคับให้สอดคล้องกับแผนการ ในภูมิภาคสามารถพบได้น้อย เนื่องจากไม่มีรอยเลื่อนมี
พัฒนาดา้ นต่าง ๆ พลังตง้ั อยูใ่ นพ้ืนท่ี
3.4 ภัยพบิ ตั ิ พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า ภาคตะวันออก
เฉียงเหนอื มักพบการเกดิ ไฟป่าในพื้นทีอ่ ุทยานแห่งชาติท่ีมี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือประสบปัญหาภัยพิบัติ อยู่มากทางทศิ ตะวันตกของภมู ิภาค ลกั ษณะพื้นท่ีการเกิด
หลายรูปแบบ ทั้งน้ีโดยสามารถสรุปสถานการณ์การ ไฟป่าค่อนข้างรุนแรง มีแนวโน้มคงที่และเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
เปลี่ยนแปลง ศักยภาพ ปัญหาและแนวโน้มของภัยพิบัติ พื้นทีท่ ค่ี วรสง่ เสริมการควบคุมและป้องกันเป็นพิเศษได้แก่
แต่ละประเภทได้ดังน้ี พื้นท่ีอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ และพืน้ ท่บี ริเวณจังหวดั ชยั ภมู ิ
เลย อุดรธานี นครราชสีมา และขอนแก่น เนื่องจากเป็น
พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย ในพื้นที่ภาค พืน้ ที่ทีไ่ ด้รบั ความเสียหายจากไฟปา่ เป็นจำนวนมากท่สี ุด
ตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยจาก พ้นื ทเ่ี สยี่ งตอ่ ภัยทเี่ กดิ ข้นึ จากมนุษย์ ความเสย่ี ง
ของโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออกฉียงเหนือ
ปริมาณฝนที่ตกลงมาเป็นน้ำป่าไหลหลากอย่างฉับพลัน
3-25
สามารถแบง่ ได้เป็น 3 ระดบั คือ ระดับความเสี่ยงสว่ นมาก ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้การใช้น้ำอย่างประหยัดและมี
อยู่ในระดบั ความเส่ียงระดบั กลาง จำนวน 9 จงั หวดั ไดแ้ ก่ คุณค่า การกำหนดแผนและแนวทางการเพาะปลูกพืชใน
จังหวัดอบุ ลราชธานี กาฬสินธุ์ บุรีรมั ย์ สุรนิ ทร์ ชัยภมู ิ เลย ฤดูแล้ง จัดทำบัญชรี ายชอ่ื เกษตรกรพน้ื ทเ่ี พาะปลูกการจัด
ศรีสะเกษ สกลนคร และหนองคาย รองลงมาคือ ระดับ โซนนิ่งการกำหนดหวงระยะเวลาและจำนวนพืชที่จะ
ความเสี่ยงน้อย จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด เพาะปลูกให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำ การจัดตั้งศูนย์
อำนาจเจริญ มหาสารคาม นครพนม มุกดาหาร ยโสธร บัญชาการเหตุการณ์ภัยแล้งระดับจังหวัด/อำเภอ และ
บึงกาฬ หนองบัวลำภู และกลุ่มจังหวัดท่ีอยู่ในระดับความ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินภัยแลงระดับองคกรปกครองส่วน
เสี่ยงสูง จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ท้องถ่นิ เป็นต้น
ขอนแก่น และอุดรธานี ซึ่งมีสถิติการเกิดอุบัติภัยแล้ว
บอ่ ยคร้ัง อย่างไรก็ตามจำเป็นจะต้องมีการบูรณาการ
งานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ได้แก่
การติดตามสถานการณ์ ด้านภัยพิบั ติ หน่วยงานระดับท้องถิ่น หน่วยงานส่วนภูมิภาค ภาค
เปรียบเทยี บกบั ผงั ภาค 2600 ประชาสังคม องค์กรชมุ ชน และภาคเอกชน การใหค้ วามรู้
และทกั ษะเกีย่ วกบั การจัดการภัยพิบัติกับทกุ ภาคสว่ น การ
เมื่อติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติเปรียบเทียบกบั เสริมพลงั เครือข่ายทางสังคมให้แกท่ ้องถิ่น เพ่ือให้สามารถ
กลยุทธ์และแผนงานที่กำหนดไว้ในผังภาค 2600 มี จดั การปญั หาร่วมกนั
ขอ้ เสนอแนะในการปรบั ปรุงในอนาคต เพ่ือสรา้ งมาตรการ
และลดผลกระทบให้เกิดความเสยี หายนอ้ ยทสี่ ดุ นโยบาย : การปอ้ งกนั ภัยดินถลม่
บูรณาการงานร่วมมือกันของหน่วยงานท่ี
นโยบาย : การปอ้ งกนั ภัยธรรมชาตจิ ากนำ้ ทว่ ม เกี่ยวข้องทุกระดับ ได้แก่ หน่วยงานระดับท้องถ่ิน
การป้องกันและควบคุมภัยพิบัติ เพื่อให้เกิด หน่วยงานส่วนภูมิภาค ภาคประชาสังคม องค์กรชุมชน
ความเสียหายน้อยที่สุด เช่น กำหนดพื้นที่เสี่ยงภัยจากนำ้ และภาคเอกชน การเฝา้ ระวังและตดิ ตามสภาพอากาศ ขอ้ มูล
ท่วมประจำ และนำ้ ท่วมฉับพลันพรอ้ มแผนงานการอพยพ ปริมาณน้ำฝน ระดับนำ้ ในแมน่ ้ำ จากกรมอตุ ุนิยมวิทยา และ
หรือเคลื่อนย้ายประชาชน การพัฒนาระบบเตือนภัย คำเตือนจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมทั้ง
ล่วงหน้าให้มีประสิทธิภาพ เพื่อจะได้หาทางป้องกันหรือ ติดตามข้อมูลในเว็บไซน์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
ลดภยั พิบัติน้นั ได้ทันทว่ งที การพฒั นาพน้ื ทป่ี ่าชุมชน ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา กรม
การป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัยมี ชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตลอด
การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยมี 24 ชั่วโมง ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัยล่วงหน้าแก่
มาตรการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั เชน่ การพัฒนา ประชาชนโดยตรงผ่านข่ายการสื่อสารของทางราชการ
ระบบเตือนภัย การกำหนดพื้นที่ปลอดภัย การจัดตั้งศูนย์ สื่อมวลชน วิทยุชุมชน หอกระจายข่าว ฯลฯ รวมถึงการ
บรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เป็นต้น อย่างไรก็ตามจำเป็น จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยดินถล่มระดับจังหวัด/
จะต้องมีการการบูรณาการงานร่วมกันของหน่วยงานที่ อำเภอ และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินภัยแล้งระดับองค์กร
เกี่ยวข้องทุกระดับ ได้แก่ หน่วยงานระดับท้องถ่ิน ปกครองส่วนท้องถิ่น
หน่วยงานส่วนภูมิภาค ภาคประชาสังคม องค์กรชุมชน นโยบาย : พ้นื ทีเ่ สย่ี งภยั จากวตั ถอุ นั ตราย
และภาคเอกชน การให้ความรู้ และทักษะเกี่ยวกับการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่กลุ่มโรงงาน
จัดการภยั พบิ ัตกิ ับทกุ ภาคสว่ น การเสรมิ พลังเครอื ข่ายทาง และโรงงานเดี่ยวตั้งกระจายอยู่ในพืน้ ทีภ่ าค ส่วนใหญ่เปน็
สังคมใหแ้ กท่ อ้ งถ่ิน เพื่อให้สามารถจัดการปัญหาร่วมกนั โรงงานขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs มักเป็น
นโยบาย : การป้องกันภยั ธรรมชาติจากภัยแลง้ โรงงานผลิตในแหล่งชุมชน และไม่มีมาตรการในการ
การป้องกันภัยธรรมชาติจากภัยแล้งมีการ ควบคุมความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อ
ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยมี การเกดิ ภยั พบิ ตั ิจากโรงงาน
มาตรการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั เชน่ การติดตาม อย่างไรกต็ าม หน่วยงานท่ีเกยี่ วข้องไดม้ ีการออก
และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ ตลอดจนปัญหาการใช้น้ำของ กฎหมายควบคุม ติดตามผลการดำเนินงาน รวมถึง
ภาคส่วนต่าง ๆ อย่างใกลชิดทั้งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค น้ำ แนวทางป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น
เพื่อรักษาระบบนิเวศ น้ำเพื่อการเกษตร เพื่อการแจ้งเตือน จากการดำเนินงาน และการรองรับการเกิดภัยจาก
การพัฒนาแหล่งน้ำโดยการก่อสร้าง/ปรับปรุง/ฟ้ืนฟูแหล่ง อตุ สาหกรรมอนั ตราย โดยมกี ารจัดหาและปรบั ปรงุ พ้ืนท่ีที่
น้ำและดูแลแหล่งน้ำให้สามารถกักเก็บน้ำได้มากขึ้น การ เหมาะสม การพัฒนาพื้นท่ีพิเศษที่มีแนวกันชน และการมี
ปรับปรุงประสิทธิผลของกลุ่มผู้ใช้น้ำ เช่น รณรงค์ ระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานรองรับ มีการ
กำหนดแนวนโยบายการจัดการพื้นที่ที่มีความเสี่ยงที่จะ
3-26
เกิดอันตรายจากวัตถุอันตราย โดยให้มีการควบคุม อยู่ที่ร้อยละ 20.52 ทั้งนี้ จังหวัดที่มีจำนวนชุมชนเมือง
อุตสาหกรรมอันตรายให้อยู่ในพื้นที่จัดเตรียมไว้ ไม่ให้มี เพิ่มขึ้นมากที่สุดสามอันดับ ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด มี
การปะปนกับชมุ ชน จำนวนชุมชนเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ 54 แห่ง จังหวัดกาฬ
สินธ์ มีชุมชนเมืองเพิ่มขึ้น 54 แห่ง จังหวัดขอนแก่น มี
3.5 การพัฒนาเมอื งและชนบท ชุมชนเมืองเพิ่มขึ้น 50 แห่ง และจังหวดั สกลนคร มีชุมชน
เมืองเพิ่มขึ้น 50 แห่ง ในขณะที่ จังหวัดมหาสารคาม มี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นศูนย์กลาง ชุมชนเมืองเพ่มิ ข้ึนเพยี ง 8 แหง่
เศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ใน
ตำแหน่งศูนย์กลางของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ซ่ึง จากการติดตามและวิเคราะห์ ขนาดและ
มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว โดยมีแนว การกระจายตัวของเมืองและชุมชนในภาคตะวันออก
ชายแดนติดต่อกับ สปป.ลาว กัมพูชา และสามารถ เฉียงเหนือ พบว่า ขนาดและการกระจายตัวของเมือง
เชื่อมโยงต่อไปเวียดนามและจีนตอนใต้ได้อย่างสะดวก มี ยังคงมีความสัมพันธ์กับลักษณะของการตั้งถิ่นฐานของ
โอกาสการพัฒนาจากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาด ประชากรอย่างมาก โดยเฉพาะขนาดและการกระจายตวั
ใหญ่ทเี่ ช่ือมโยงพ้นื ทีเ่ ศรษฐกจิ หลกั ของประเทศสู่ภาค เช่น ที่มีขนาดใหญ่และการกระจายตัวที่มีความกระจุกตัวสูง
โครงข่ายรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง ทางหลวงพิเศษ ยังคงอยใู่ นบริเวณพนื้ ท่ีดังต่อไปนี้
ระหว่างเมือง รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ
ชายแดน อกี ทงั้ ประเทศเพ่อื นบ้านมีอตั ราการขยายตัวทาง พื้นที่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและ
เศรษฐกิจสูง มีความต้องการสินค้าและบริการมากขึ้น จึง แหล่งท่องเที่ยว อันได้แก่ บริเวณชุมชนที่มีการเข้าถึง
ต้องมีการพัฒนาการวิจัยเพื่อใช้ความรู้ เทคโนโลยี ระบบโครงข่ายคมนาคมและบริการสาธารณูปโภคครบ
นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ในการเสริมสรา้ งความ ครัน โดยเฉพาะบริเวณชุมชนที่เชื่อมโยงกับทางหลวง
เข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในภาคให้มีการเจริญเติบโตได้ แผ่นดินหมายเลข 2 และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22
อย่างเต็มศักยภาพ นำเอาความรู้ ทุน เทคโนโลยีและ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงจังหวัดอุดรธานี สกลนคร นครพนม
น ว ั ต ก ร ร ม จ า ก ภ า ย น อ ก ม า ช ่ ว ย ข ั บ เ ค ล่ื อ น ก า ร พ ั ฒ น า สู่ สปป.ลาว โครงข่ายถนนตามแนวเส้นทางแนวระเบียง
โดยเฉพาะเมืองนครราชสีมา เมืองอุบลราชธานี เมือง เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (EWEC) ตามทางหลวง
ขอนแก่น และเมืองอุดรธานี โดยมีเมืองมุกดาหาร เป็น แผ่นดินหมายเลข 12 ซึ่งผ่านจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น
เมืองศนู ย์กลางเศรษฐกิจชายแดน มหาสารคาม กาฬสนิ ธุ์ มกุ ดาหาร และเช่อื มสู่ สปป.ลาว
รวมทัง้ เส้นทางรถไฟที่เชื่อมโยงกบั พื้นท่ีชุมชนเมืองหลัก
การพิจารณาการกระจายตัวของเมืองใน 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย เส้นทาง
ระดับประเทศ ปี 2559 พบว่า ประเทศไทย มกี ารกระจาย กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี และเส้นทางสายใหม่ เชื่อมโยง
ตัวของเมืองทั้งสิ้น 2,441 แห่ง ได้แก่ เทศบาลนคร 30 บ้านไผ่ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด มุกดาหาร นครพนม
แห่ง เทศบาลเมือง 109 แห่ง เทศบาลตำบล 2,233 แห่ง ดังนั้น พื้นที่มีความสำคัญในการเป็นศูนย์กลางทาง
สำหรับการศึกษาเรื่องการพัฒนาเมืองและชนบท ได้ เศรษฐกิจของภาค ได้แก่ ทน.นครราชสีมา และทน.
ทำการศึกษา ความหมายของเมืองและการศึกษาโครงการ ขอนแก่น ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นเมืองศูนย์กลางหลักทาง
วางผงั ในระดับนโยบาย อนั ได้แก่ ผงั ประเทศ ผังภาค และ เศรษฐกิจและการค้า และเมืองศูนย์กลางรอง ได้แก่ ทน.
ผังอนภุ าคแล้ว ซ่งึ กำหนดให้ พื้นที่เมอื ง คอื พ้ืนที่ทเ่ี ป็นเขต อุดรธานี ทน.อุบลราชธานี ทม.เลย ทม.หนองคาย ทม.
เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และจาก นครพนม ทม.มกุ ดาหาร เป็นต้น
การศึกษา พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเทศบาล
ทั้งสิ้น 892 แห่ง โดยแบ่งเป็นเทศบาลนคร 5 แห่ง พื้นที่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจการค้า
เทศบาลเมือง 39 แห่ง และเทศบาลตำบล 790 แห่ง ชายแดนและเขตเศรษฐกจิ พิเศษ อันได้แก่ บริเวณทีม่ กี าร
สำหรับพื้นที่ชนบท เป็นพื้นที่ที่อยู่นอกเขตเทศบาล เชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจการค้าชายแดนและการ
(องค์กรบรหิ ารส่วนตำบล) คมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นชุมชนเมืองที่มีบทบาท
สำคญั ตอ่ กิจกรรมทางเศรษฐกิจของภาค ในการเชื่อมโยงสู่
จากการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเมืองในภาค ประเทศ สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนามและจีน ผ่านด่าน
ตะวันออกเฉียงเหนือ เปรียบเทียบ พ.ศ. 2549 – 2559 การค้าชายแดนที่สำคัญบริเวณด่านศุลกากรหนองคาย
พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการเปลี่ยนแปลงของ มุกดาหาร นครพนม และ ด่านช่องเม็ก จังหวัด
ชุมชนเมืองทั้งสิ้น 513 แห่ง ซึ่งจากเดิมปี พ.ศ. 2549 อุบลราชธานี โดยจุดเชื่อมต่อที่สำคัญ ได้แก่ สะพาน
มีจำนวนชุมชนเมืองรวม 379 แห่ง และเพิ่มเป็น 892 แห่ง มติ รภาพไทย-ลาวแห่งท่ี 1 (หนองคาย-เวยี งจันทน)์ สะพาน
ในปี พ.ศ. 2559 โดยมีอัตราการเปลี่ยนแปลงอยู่ท่ี มิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)
ร้อยละ 8.94 โดยมีการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ชุมชนเมือง และผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-
32,969.46 ตร.กม. โดยมีอัตราการเปล่ียนแปลงของพื้นที่
3-27
แขวงคำม่วน) นอกจากนี้ นโยบายการพัฒนาพื้นที่เขต จากโครงการรถไฟทางคู่ สายชุมทางจิระ โคราช –
เศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 1 บริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษ ขอนแก่น
จังหวัดมุกดาหาร และนโยบายการพัฒนาพื้นที่เขต
เศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 2 บริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3) ชุมชนศูนย์กลางระดับจังหวัด-อำเภอ มี
จงั หวัดหนองคาย และเขตเศรษฐกจิ พเิ ศษจังหวัดนครพนม แนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นมาจากการพัฒนาเมืองและการ
ยังส่งผลต่อการพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจ การกระจุก เพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตเพิ่ม
ตัวประชากร และการขยายตัวของเมืองบริเวณชุมชน ขึ้นมาจากชุมชนศูนย์กลางระดับอำเภอ ได้แก่ ทม.
ชายแดนอย่างตอ่ เนอ่ื งในอนาคต อำนาจเจริญ ทม.กันทรลกั ษ์ ทม.บัวใหญ่ ทม.นางรอง ทม.
วารินชำราบ ทม.พิบูลมังสาหาร ทม.เมืองพล ทม.หนอง
พื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการตั้งถิ่นฐาน สำโรง ทต.โชคชัย ทต.พิมาย ทต.สูงเนิน ทต.กลางดง ทต.
เดิมซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งประกอบอาชีพ ประโคนชัย ทต.ลำปลายมาศ ทต.ขามใหญ่ ทต.บ้านเป็ด
อันได้แก่ แหล่งเพาะปลูกและเกษตรกรรม แหล่งประมง ทต.เมืองเก่า ทต.น้ำพอง ทต.หนองบัว ทต.กุมภวาปี ทต.
และการเพาะเลี้ยงสัตว์ อันได้แก่ ที่ราบบริเวณ พังโคน ทต.สว่างแดนดิน ทต.ธาตุพนม ในขณะที่ ชุมชน
แอ่งสกลนครทางเหนือ ซึ่งมีแม่น้ำสงครามและแม่น้ำก่ำ เมืองที่มีแนวโน้มการเติบโตอยู่ในชุมชนศูนย์กลางระดับ
ไหลผ่านไปออกแม่น้ำโขง และที่ราบบริเวณแอ่งโคราช จังหวัด-อำเภอเช่นเดิม ได้แก่ ทม.ศรีสะเกษ ทม.ยโสธร
ซึ่งมีแม่น้ำมูลและแม่น้ำชี ผ่านจากทางตะวันตกไปออก ทม.ชัยภูมิ ทม.หนองบัวลำภู ทม.กาฬสินธุ์ ทม.ชุมแพ
แมน่ ำ้ โขงทางตะวันออก โดยเฉพาะบรเิ วณทงุ่ กุลาร้องไห้ ทต.อุบล
ซ ึ ่ ง เ ป ็ น ร า บ ก ว ้ า ง ใ ห ญ่ ม ี ค ว า ม อ ุ ด ม ส ม บ ู ร ณ ์ ใ น ก า ร
ทำเกษตรกรรม เป็นพื้นที่ตั้งแต่เขตจังหวัดบุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งอยู่บริเวณศูนย์
สุรินทร์ มหาสารคาม ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด ยโสธร และ
อุบลราชธานี ตลอดจนบริเวณที่ราบลุ่มต่ำใกล้กับลำน้ำ กลางของอนภุ าคล่มุ นำ้ โขง จึงมศี ักยภาพการพัฒนาเป็น
โขง มชี ุมชนตงั้ เรียงรายตลอดแนวชายฝ่งั แมน่ ำ้ โขง
ศูนย์กลางเศรษฐกิจและบริการ เชื่อมโยงสู่ประเทศ
บทบาทและศกั ยภาพ
จากนโยบายการพัฒนาเมือง การพัฒนาเขต เพื่อนบ้าน การจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกจิ พิเศษในพ้นื ท่ี
เศรษฐกจิ พิเศษการคา้ ชายแดน การพฒั นาระบบคมนาคม
ขนส่งและโลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว ส่งผลต่อการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 แห่ง คือ เขตเศรษฐกิจ
เปลี่ยนแปลงแนวโนม้ ทศิ ทางของลำดบั เมือง โดยพบว่า พิเศษมุกดาหาร ประกอบด้วย อำเภอเมืองมุกดาหาร
1) ชุมชนศนู ย์กลางระดับภาค ทีม่ ีแนวโน้มเติบโต
เพิ่มขึ้นมาจากชุมชนศูนย์กลางระดับจังหวัด ได้แก่ ทน. ครอบคลุมตำบลคำอาฮวน นาสีนวน บางทรายใหญ่
อุดรธานี ทน.อุบลราชธานี เป็นชุมชนที่เติบโตขึ้นมาจาก
ชุมชนศูนย์กลางระดับจังหวัด-อำเภอ อันเนื่องมาจากการ มกุ ดาหาร และศรบี ญุ เรือง อำเภอหว้านใหญ่ ครอบคลมุ
พัฒนาฐานเศรษฐกิจด้านเกษตรกรรม การค้าและการ
ท่องเที่ยว ตลอดจนศูนย์กลางการศึกษาและการวิจัย ตำบลชะโนด บางทรายน้อย ป่งขาม และหว้านใหญ่
ในขณะที่ ทม.มุกดาหาร มีศักยภาพในการยกลำดับข้ึน
เป็นศูนย์กลางระดับภาค เนื่องโดย นโยบายการสนับสนนุ และอำเภอดอนตาล ครอบคลมุ ตำบลดอนตาล และโพธ์ิ
เขตเศรษฐกิจพิเศษ และการค้าขายแดน
2) ชุมชนศูนย์กลางระดับจังหวัด มีจำนวนชุมชน ไทร เขตเศรษฐกิจพเิ ศษหนองคาย ประกอบดว้ ย อำเภอ
เมืองมากกว่าที่คาดการณ์ไว้สูงมาก โดยมีแนวโน้มเติบโต เมืองหนองคาย ครอบคลุมตำค่ายบกหวาน ในเมือง
เพิ่มขึ้นมาจากชุมชนศูนย์กลางระดับจังหวัด-อำเภอ ผล
จากการขยายตัวของขนาดประชากร ได้แก่ ทม.บุรีรัมย์ บ้านเดื่อ พระธาตุบังพวน โพธิ์ชัย โพนสว่าง มีชัย
ทม.สุรินทร์ ทม.เลย ทม.หนองคาย ทม.สารคาม ทม.
ร้อยเอ็ด ทม.สกลนคร ทม.นครพนม ทน.มุกดาหาร ทม. เวียงคุก สกี าย หนองกอมเกาะ หาดคำ และหนิ โงม และ
ปากชอ่ ง นอกจากนัน้ แล้ว พบว่า ทน.สีคว้ิ และทน.บ้านไผ่
เพิม่ ขนึ้ มาจากชุมชนศูนยก์ ลางระดับอำเภอ ซึง่ ขยายตวั ต่อ อำเภอสระใคร ครอบคลุมตำบลสระใคร และเขต
เนือ่ งมาจากศูนยก์ ลางระดบั ภาคและระดบั จงั หวดั และผล
เศรษฐกิจพิเศษนครพนม ประกอบด้วย อำเภอเมือง
นครพนม ครอบคลุมตำบลกุรุคุ ท่าค้อ นาทราย นาราช
ควาย ในเมือง บ้านผึ้ง โพธิ์ตาก หนองญาติ หนองแสง
อาจสามารถ และอำเภอท่าอุเทน ครอบคลุมตำบล
โนนตาล เวนิ พระบาท และรามราช ทั้งน้ี การดำเนนิ การ
จัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าว ช่วยส่งเสริม
และอำนวยความสะดวกด้านการคา้ การลงทนุ สนบั สนนุ
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงกิจกรรม
ทางเศรษฐกิจของภาคเหนอื กบั ประเทศเพื่อนบา้ น ทำให้
เกิดการพัฒนาพื้นที่ชุมชนเมืองและการเติบโตทาง
เศรษฐกิจ นโยบายการพัฒนาเป็นฐานการผลิต
เกษตรอินทรีย์และปลอดภัย โดยในพื้นที่ภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ทำการเกษตรมากท่สี ุดของ
3-28
พื้นที่เกษตรกรรมทั้งประเทศ โดยเฉพาะบริเวณทุ่งกุลา รูปแบบก า ร อ ยู่ อาศัยได้ขยายตัวออกไปรุกล้ำพื้นที่
ร้องไห้ เป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพดีที่สุดของ เกษตรกรรม พื้นที่แหล่งน้ำธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อ
ประเทศ ดังน้ัน การสง่ เสรมิ ศกั ยภาพด้านการเกษตรดว้ ย สภาพแวดล้อม รวมถึงความสามารถในการจัดการของ
การนำเทคโนโลยีและการส่งเสริมความรู้ทางด้านการ เสียจากกิจกรรมของประชากรท่ีเพิ่มขึ้น ปัญหาการ
จัดการและการแปรรูปสินค้าทางเกษตร จะช่วยสร้าง พฒั นาเมอื งแบบเติบโตเดี่ยวและขาดความเชื่อมโยงของ
มูลค่าเพ่มิ และสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรกรรม ระบบเมือง ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของเมืองอย่าง
ของภาค การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งและโครงสร้าง รวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวโน้มการเติบโตของ
พื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจหลักของ ชุมชนศูนย์กลางระดับจังหวัด- อำเภอ ไม่สอดคล้องกับ
ประเทศสู่ภาค และเชื่อมโยงสู่พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ การเติบโตของชุมชนศูนย์กลางระดับจังหวัด ซึ่งจะเห็น
ชายแดน เช่น โครงข่ายรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง ได้ว่าการเติบโตของชุมชนเมืองที่เป็นชุมชนเมืองขนาด
ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง จะทำให้เกิดโอกาสทาง กลางมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ การ
เศรษฐกิจ และการพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่อง ความ พัฒนาชุมชนเมืองที่เป็นชุมชนขนาดค่อนข้างใหญ่กลับ
หลากหลายของทรัพยากรการท่องเที่ยว ได้แก่ แหล่ง ไม่สอดคล้องกับระบบชุมชนเมือง เป็นผลให้ขาดความ
ท่องเที่ยวซากดึกดาบรรพ์ไดโนเสาร์ ยุคก่อน เชื่อมโยงของระบบศูนย์กลางเมอื งหลกั ศูนย์กลางเมือง
ประวัติศาสตร์ โบราณคดีบ้านเชียง อารยธรรมขอม รอง และศูนย์กลางชุมชน โดยชุมชนศูนย์กลางระดับ
แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและธรรมชาติ และ แหล่ง ภาคในเทศบาลนครนครราชสมี า เทศบาลนครขอนแก่น
ท่องเท่ยี วเชิงกีฬา ทส่ี ามารถสร้างแรงดงึ ดดู นักทอ่ งเทย่ี ว เทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลนครอุดรธานี มี
นานาชาติและนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มได้ ศูนย์กลาง แนวโน้มที่จะเกิดการพัฒนาเมืองแบบการเติบโตเดี่ยว
การศึกษาและการวิจัย โดยมีสถาบันการศึกษาและ โดยเฉพาะเทศบาลนครขอนแก่นและเทศบาลเมืองศิลา
สถาบันวิจัย ตั้งอยู่ในพื้นที่ 12 แห่ง ซึ่งมีความสามารถ ที่มีขนาดของเมืองและประชากรเติบโตสูง ปัญหาการ
เฉพาะทางที่โดดเด่น เช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้าน อพยพย้ายถิ่น จากทำเลท่ีต้ังของเมืองท่ีมีเส้นทาง
สาธารณสุขและเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เชื่อมโยงกับแหล่งงานที่สำคัญ ได้แก่ ย่านการค้า พื้นที่
ด้านวิศวกรรมศาสตร์และแปรรูปอาหาร และ เกษตรกรรม และย่านอุตสาหกรรม ส่งผลให้พื้นที่ภาค
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตสกลนคร ด้าน ตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพื้นท่ีรองรับกลุ่มแรงงานจาก
เกษตรและประมง เป็นตน้ แหล่งงานดังกล่าว ส่งผลต่อกิจกรรมในพนื้ ท่ี เมืองทม่ี ี
ความหนาแน่นและขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว สง่ ผล
ปัญหาและขอ้ จำกัด กระทบต่อพ้ืนที่เกษตรกรรม และที่โล่งว่างของเมือง มี
แนวโน้มก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพพน้ื ที่และ
การพัฒนาเมืองที่ผ่านมาจนปัจจุบัน ได้ก่อให้เกิด ปัญหาด้านส่ิงแวดล้อม ความไม่เป็นระเบียบของเมือง
ผลกระทบที่ไม่พึงปรารถนา เช่น ปัญหาด้านที่อยู่อาศัย ปัญหาอุทกภัย จากลักษณะการต้ังถ่ินฐานของ
ปัญหาด้านการบริการสาธารณูปโภคและสาธารณสุข ประชาชนในอดีตท่ีมีความผูกพันกับแหล่งน้ำ ทั้งใน
ปัญหาสิง่ แวดล้อม ที่เพิ่มขึ้นก่อใหเ้ กดิ ความไม่น่าอยู่ ส่ิง ด้านการอุปโภคบริโภค การคมนาคมขนส่ง และ
เหล่านลี้ ว้ นส่งผลต่อการพฒั นาเมอื ง การตงั้ ถิน่ ฐาน และ การค้า จึงส่งผลให้มีการต้งั ถิ่นฐานของ ชุมชนเมือง
คุณภาพชีวิต ของประชากร ปัญหาการขยายตัวของ กระจายตัวรุกล้ำพืน้ ท่ีเกษตรกรรม และพื้นท่ีลุ่ม
เมืองไม่เป็นระเบียบ ผลจากการพัฒนาแหล่ง รวมถึงการรุกล้ำแหล่งน้ำตามธรรมชาติ และการ
กิจกรรมและ โครงสร้างพื้นฐานที่สามารถเชื่อมโยง ก่อสร้างท่ีกีดขวางลำน้ำจากการพัฒนา เช่น การ
และให้บริการประชากรได้มากขึ้น ส่งผลให้เกิดการ ก่อสร้างที่มีการเปล่ียนแปลงระดับพื้นท่ีเดิม รวมถึง
ขยายตัวของ ประชากรในพ้ืนท่ีแหล่งกิจกรรม และ ข า ด ก า ร ว า ง แ ผ น ก า ร ใ ช ้ ท่ี ด ิ น แ ล ะ ก า ร จั ด ก า ร ด ้ า น
ความต้องการใช้ประโยชน์ที่ดินนอกย่านศูนย์กลาง สาธารณูปโภคที่เหมาะสม ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง
เมืองเดิมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประชากรแฝงและ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ผลจากการพัฒนาโดยเน้นการเติบโต
แรงงานจากแนวโน้มดังกล่าวทำให้เมืองมีการขยายตัว ทางด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก ทำให้เมือง มีการขยายตัว มี
เพื่อรองรับความต้องการทอ่ี ยู่อาศัยและบริการบริเวณ ความต้องการพัฒนาพื้นที่เพอ่ื รองรับประชากรและ
พนื้ ท่ีโดยรอบแหล่งกิจกรรมดังกล่าว และการพัฒนาไป แรงงานที่เพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาด้านทรัพยากรและ
ตามถนน สายหลักที่สามารถเดินทางเข้าถึงได้สะดวก สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาทรัพยากรน้ำเพ่ือการ
ก่อให้เกิดความแออัดของการจราจร การตั้งถิ่นฐานใน อุปโภคบริโภค ซึ่งมีความต้องการจากกิจกรรม
อุตสาหกรรม และชุมชนสูง ส่งผลต่อความขัดแย้งใน
3-29
การบริหารจัดการ ปัญหาของเสียทั้งจากครัวเรือน ม่วน) ทำให้สามารถเชื่อมต่อไปยัง สปป.ลาว เวียดนาม
และโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำ และจีนตอนใต้ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตาม
ปัญหาพื้นท่ีรองรับการพัฒนา จากสภาพการขยายตัว นโยบายการเชื่อมโยงระบบการขนส่งในเขตเศรษฐกิจ
ของพื้นท่ีการค้าชายแดนตามนโยบาย และศักยภาพใน พิเศษ 3 แห่ง ได้แก่ เขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร เขต
การติดต่อค้าขายและคมนาคมขนส่งกับประเทศเพ่อื น เศรษฐกิจพิเศษหนองคาย และเขตเศรษฐกิจพิเศษ
บ้าน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของการค้าระหว่างประเทศ นครพนม จึงคาดว่าทม.มุกดาหาร ทม.หนองคาย และ
ส่งผลให้ทิศทางการขยายตัวและความต้องการใช้ ทม.นครพนม จะมีบทบาทในการพัฒนาเป็นประตูการค้า
ประโยชน์ที่ดินบริเวณพื้นที่ด่านการค้า ชายแดนและ และศูนย์กลางโลจิสติกส์เชื่อมโยงระหว่างประเทศเพื่อน
จุดผ่อนปรนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเน่อื ง อย่างไรก็ตาม จาก บ้าน และเป็นชมุ ชนศนู ยก์ ลางระดบั ภาคในอนาคต
สภาพทางภูมิศาสตร์และลักษณะทางกายภาพของ
พ้ืนที่ซึ่งเป็นพ้ืนท่ีป่าไม้เป็นส่วนใหญ่ รวมถึงพน้ื ที่สงวน (2) การเชื่อมโยงกิจกรรมการพัฒนาระหว่าง
รักษาเพอื่ ความม่ันคง สง่ ผลให้การพัฒนาบริเวณดังกลา่ ว ภาค การพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นฐานการ
มีข้อจากัด ทั้งน้ี การกำหนดพื้นที่รองรับที่เหมาะสม ผลิตด้านเกษตรกรรม ยกระดับการผลิตและการสร้าง
และมีขอบเขตชัดเจนเป็นแนวทางหนึ่ง ในการพัฒนา มูลค่าเพิ่ม โดยใช้โอกาสจากการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม
เมืองและชุมชนบริเวณดังกล่าว เพ่ือให้สามารถใช้
ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ควบคุมการ ขนส่งที่เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจหลักภาคกลางและพื้นท่ี
ขยายตัวท่ีไม่พึงประสงค์ ตลอดจนการเข้าสู่สังคม ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เพื่อพัฒนาเมือง
ผู้สูงอายุ ลักษณะโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุของภาค และขยายฐานเศรษฐกิจใหม่ๆ ของภาค โดยสร้างความ
ตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มสัดส่วนสูงขึ้นเช่นเดียว เข้มแข็งของฐานเศรษฐกิจภายในควบคู่กับการแก้ปัญหา
กับภาพรวมของประเทศ เปน็ ผลใหภ้ าระพึ่งพงิ สงู ขึ้น จึง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเสริมศักยภาพ
ต้องมีการเตรียมความพร้อมของรัฐเพื่อรองรับสังคม ของโครงสร้างพื้นฐานและเมือง และเชื่อมโยงเศรษฐกิจ
ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนเมืองขนาดเล็กและ ระหว่างภาคและประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาค โดยมีเทศบาล
ชุมชนชนบท ซึ่งมีประชากรวัยแรงงานเนื่องจากปัญหา นครนครราชสีมา และเทศบาลนครขอนแก่น เป็นเมือง
การอพยพย้ายถิ่นไปทำงาน ซึ่งต้องมีการจัดสวัสดิการ ศูนย์กลางหลักในระดับภาคเพื่อรองรับศูนย์กลางการค้า
และการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น และการเตรียมตัวใน บริการ ธรุ กิจบริการสขุ ภาพ บรกิ ารการศึกษา ธรุ กิจดิจิทัล
ระยะยาว การคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ เชื่อมโยงกับศูนย์กลาง
แนวโน้มดา้ นการพฒั นาเมอื งและชนบทในอนาคต ระดับภาค ได้แก่ เทศบาลนครสกลนคร และเทศบาลเมือง
ความเชื่อมโยงของการพัฒนาเมืองในอนาคต มหาสารคาม และเชื่อมโยงกับชุมชนศูนย์กลางระดับ
ส่งผลต่อแนวโน้มการพัฒนาเมืองและชนบทในอนาคต จังหวัด-อำเภอ ได้แก่ เทศบาลเมืองสุรินทร์ เทศบาลเมือง
โดยสามารถแบ่งระดับการเชื่อมโยงและอิทธิพลที่ส่งผล ศรีสะเกษ เทศบาลเมืองชัยภูมิ เทศบาลเมืองหนองคาย
ต่อการพัฒนาพืน้ ที่ ดังนี้ เทศบาลเมอื งร้อยเอ็ด เทศบาลเมอื งกาฬสินธุ์ และเทศบาล
เมืองมุกดาหาร ซึ่งเป็นเมืองที่เติบโตและมีบทบาทใน
(1) การเชื่อมโยงการพัฒนากับประเทศเพื่อน อนาคตต่อไป
บ้าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความเชื่อมโยงกับ
อนุภูมิภาค GMS PBGEC และ AEC ซึ่งส่งผลให้มีบทบาท (3) การเชื่อมโยงกลุ่มพื้นที่เมืองและชนบท
หลักการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ภายในภาค มีแนวทางการพัฒนามาจากการสร้างความ
เชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่าของระบบเศรษฐกิจภาคเข้ากับ เข้มแข็งศักยภาพของฐานเศรษฐกิจในพื้นที่ พัฒนาพื้นท่ี
ระบบเศรษฐกิจของประเทศ และภมู ภิ าคเอเชียตะวันออก ทุ่งกุลาร้องไห้ให้เป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง
เฉียงใต้ โดยมีบทบาทด้านโลจิสติกส์เพื่อเชื่อมโยงการค้า ในพื้นที่จังหวัดยโสธร สุรินทร์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม และ
การบริการ และการลงทุน เป็นศูนย์กลางการกระจาย
ความเจริญไปส่ภู มู ิภาค ตามแนวเสน้ ทางระเบยี งเศรษฐกิจ ศรีสะเกษ โดยปรับกระบวนการผลิต ให้อยู่ภายใต้
แนว EWEC และ EWEC 2 และสะพานมิตรภาพเชื่อมโยง
ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน 3 แห่ง ได้แก่ สะพานมิตรภาพ มาตรฐานเกษตรปลอดภยั พัฒนาห่วงโซเ่ กษตรอินทรีย์ให้
ไทย-ลาวแหง่ ที่ 1 (หนองคาย-เวียงจันทน์) สะพานมิตรภาพ ครอบคลุมทุกขน้ั ตอนการผลติ พร้อมทง้ั ขยายพื้นที่เกษตร
ไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) และผ่าน อินทรีย์ ควบคู่กับการพัฒนาแหล่งน้ำ การฟื้นฟูและ
สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-แขวงคำ อนุรักษ์ป่าไม้ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ควบคู่กับการส่งเสริมการ
พัฒนากลุ่มท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
(เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย ขอนแก่น
กาฬสินธุ์) แหล่งท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง (เลย
หนองคาย บงึ กาฬ นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี และ
3-30
สกลนคร) และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ (เลย ชัยภูมิ) พื้นที่ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการเพิ่มศักยภาพพื้นที่
จึงคาดว่าการพัฒนาพื้นที่ชุมชนเมืองในศูนย์กลางระดับ บรเิ วณต่าง ๆ ทง้ั ภายในและรอบเขตเมืองหลัก
อำเภอและชมุ ชนศูนยก์ ลางระดับทอ้ งถิน่ จะมอี ทิ ธิพลและ อย่างไรก็ตาม รูปแบบการขยายตัวของชุมชนเมืองหลัก
แนวโน้มการเติบโตแบบยงั่ ยืน ออกไปยังพื้นที่ต่อเนื่องโดยรอบ โดยมีทิศทางขยายตัว
ออกไปตามแนวเส้นทางคมนาคมมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการ
ซึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการขยายตัวของเมืองในภาค เปล่ียนแปลงการใชป้ ระโยชนท์ ดี่ ินเพอื่ รองรับการอยู่อาศัย
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ มีปัจจยั ดังตอ่ ไปน้ี และย่านชุมชนเพ่ิมขน้ึ ซ่ึงมแี นวโนม้ กอ่ ใหเ้ กิดความขดั แยง้
จากการใช้ประโยชน์ที่ดินดังกล่าว ปัญหามลภาวะ และ
(1) นโยบายของรัฐในการกำหนดทิศ ความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม ในขณะที่องค์กร
ทางการพัฒนา และส่งเสริมบทบาทของพื้นที่ภาค ปกครองส่วนท้องถ่ินไม่สามารถบรหิ ารจัดการ และพัฒนา
ตะวันออกเฉียงเหนือ ในบริเวณต่าง ๆ เพื่อเป็นประตู โครงสร้างพื้นฐานได้อย่างเพียงพอ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต
การค้าเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในกลุ่ม และสภาพแวดลอ้ มชมุ ชนได้ในอนาคต
ประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ส่งผลต่อการพัฒนา การตดิ ตามสถานการณด์ ้านการพฒั นาเมืองและชนบท
บทบาทเมืองหลักเพื่อการค้าการบริการ และคมนาคม
ขนส่ง และพื้นที่ด่านการค้าชายแดน ส่งผลให้เกิดพื้นที่ เปรยี บเทียบกับผังภาค 2600
การติดตามดา้ นเปา้ หมาย
ยา่ นกิจกรรมท่ีเกยี่ วข้องกบั การค้า และคมนาคมขนสง่ เพื่อ เป้าหมาย : การขยายตัวเติบโตของระบบเมือง
รองรับกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มขึ้นทั้งเมืองศูนย์กลางหลักของ ในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
จงั หวัด และในพ้ืนทบ่ี ริเวณดา่ นการค้าชายแดน
ประกอบกับแนวโน้มการขยายตัวของเมือง
(2) การเพิ่มจำนวนของประชากรในเขต โครงการพัฒนาภาครัฐ การลงทุนของเอกชน ศักยภาพ
ชุมชนเมือง จากนโยบายส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของ และความพร้อมของเมือง ขนาดและบทบาท เขตอิทธิพล
จากการให้บริการของเมือง จึงจัดเมืองออกเป็น 4 ลำดับ
จังหวัดที่เป็นศูนย์กลางด้านการค้า และการบริการ การ ดังนี้
ท่องเที่ยว และการค้าชายแดน ส่งผลต่อความต้องการ
แรงงานนอกภาคการเกษตร มีแนวโน้มดึงดดู แรงงานเข้าสู่ - เมืองลำดับ 1 เป็นเมืองขนาดใหญ่ มี
พ้นื ทีเ่ ขตชมุ ชนเมือง และแหล่งงานในพื้นที่จังหวัดมากขึ้น ศักยภาพในการพัฒนาเป็นศนู ยก์ ลางหลกั ของภาค
โดยเฉพาะแหลง่ งานภาคการค้าการบรกิ าร
- เมืองลำดับ 2 เป็นเมืองขนาดใหญ่
(3) ปัจจัยทางด้านกายภาพ ส่งผลต่อ รองรับเมืองลำดับ 1 มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์
ทิศทาง และแนวโน้มการขยายตัวของย่านชุมชนและ กลางใหบ้ ริการระดับรองของภาค มีบทบาทเป็นศูนย์กลาง
แหล่งกจิ กรรมที่มศี ักยภาพออกไปโดยรอบเขตชุมชนเมือง บริหารราชการระดบั จงั หวดั ขนาดใหญ่ เป็นแหล่งงานด้าน
หลัก และตามแนวเส้นทางคมนาคมขนส่งระหว่างเมือง อุตสาหกรรมและการบรกิ าร
ศูนย์กลางหลักกับพื้นที่โดยรอบ ทั้งเพื่อการอยู่อาศัย
พาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม โดยมีปัจจัยหลักจาก - เมืองลำดับ 3 เป็นเมืองศูนย์กลางระดับ
ศักยภาพของกิจกรรม และการพัฒนาโครงสร้างพืน้ ฐานที่ อำเภอ ทมี่ ศี กั ยภาพในการใหบ้ ริการระหวา่ งอำเภอภายใน
มปี ระสทิ ธิภาพ จงั หวดั หรอื ในอำเภอในจงั หวดั ใกลเ้ คยี ง
(4) ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ จากปัจจัย - เมืองลำดับ 4 เป็นเมืองมีศักยภาพใน
หลักด้านแหล่งวัตถุดิบ การเข้าถึง และแรงงาน ส่งผลต่อ การให้บริการในเขตอิทธิพลไม่ไกลนัก เป็นศูนย์กลาง
การพัฒนากลุ่มของประเภทกิจกรรมการใชป้ ระโยชน์ท่ีดิน ระดับอำเภอภายในจงั หวัด
ลักษณะเดียวกัน (Agglomeration) ได้แก่ ย่านโรงงาน
อุตสาหกรรม และการคมนาคมขนส่ง ก่อให้เกิดการ - ชุมชนชนบท เป็นชุมชนขนาดเล็ก ท่ี
ขยายตัวของประชากรแรงงานในพน้ื ที่อย่างรวดเรว็ ให้บริการขั้นพื้นฐานเพื่อการอยู่อาศัยเป็นแหล่งรวบรวม
ผลผลติ และบริการแกพ่ ้นื ท่เี กษตรกรรมรอบนอก
(5) ปัจจัยทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน
โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคมขนส่ง ซึ่งส่งผลต่อการเข้าถึง แนวคิดของนโยบายนี้มคี วามสอดคล้องกับ
การบริการและแหล่งงาน ทั้งนี้การพัฒนาโครงข่าย สถานการณ์ปัจจุบันในบางส่วน ถึงแม้ว่าการพัฒนาระบบ
เส้นทางคมนาคมในพื้นที่เมืองหลักต่าง ๆ มีแนวโน้มการ เมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเป็นไปตามนโยบาย
พัฒนาโครงข่ายหลักเพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงแหล่ง และวิสัยทัศน์ของแต่ละจังหวัด มีความสัมพันธ์ต่อกันทั้ง
กจิ กรรม และพ้นื ท่ีการคา้ ชายแดน ในขณะท่ีโครงขา่ ยสาย ภายในจังหวัดและกลุ่มจังหวัด พื้นที่ส่งเสริมเศรษฐกิจ
ยอ่ ยได้รับการพฒั นาเพ่มิ ขนึ้ และปรับปรงุ เพื่อบรรเทาปัญหา และพื้นที่ที่มีกิจกรรมสำคัญ แต่สำหรับการขยายตัวของ
การจราจรบนเส้นทางหลัก โดยเฉพาะในเขตเมืองหลัก และ
3-31
เมือง ประชากร และกิจกรรม จะยังคงเป็นไปอย่าง เมืองใกล้เคียงโดยรอบซึ่งทำให้เกิดการขยายตัวในระยะ
ต่อเนื่องตามการเติบโตตามธรรมชาติ ตอ่ ไป
- ขนาดของเมือง เป็นไปตามจำนวน - ศูนย์กลางบริการพื้นที่เกษตรและ
ประชากรที่สมดุลกับขีดความสามารถในการรองรับของ ชุมชนชนบทในพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรและอุตสาหกรรม
พ้นื ท่ี มีชุมชนศูนย์กลางเพิ่มขึ้น ทั้งโดยการตั้งถิ่นฐานใหม่และ
การขยายตัวของชุมชนชนบทเดิม เพื่อทำหน้าที่ให้บริการ
- ชุมชนชนบทในปริมณฑลของเมือง มี แก่ประชาชนในภาคเกษตรและอุตสาหกรรมที่ขยายตัว
บทบาทในการเป็นศูนย์กลางบริการแก่พื้นที่เกษตรกรรม เพิ่มข้ึน
โดยรอบ แต่ยังคงขาดความเชื่อมโยงกับชุมชนเมือง และ
ระบบเมืองด้วยโครงข่ายคมนาคมที่สะดวก รวดเร็ว - ผลจากการพัฒนาเมืองหลักและ
ประหยดั พลงั งาน เมืองในกลุ่มเมืองหลักจะทำให้กลุ่มเมืองในภาคตะวันออก
เฉียงเหนือตอนบน กลุ่มเมืองในภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ
การติดตามดา้ นนโยบาย ตอนล่างมีความสมดุล และเชื่อมโยงทั้งภายในภาคและ
นโยบาย : พฒั นาเมอื งและการเช่อื มโยง ระหว่างภาค รวมทั้งชุมชนตามแนวชายแดนในประเทศ
นโยบายการพฒั นาเมอื งแบบกลมุ่ เมอื งตาม เพอ่ื นบา้ น
บทบาทและศักยภาพ
นโยบายการพัฒนาระบบเมืองขนาดกลาง
- พัฒนากลุ่มเมืองศูนย์กลางหลัก และเครือข่ายชนบท เน้นวางและจัดทำผังเมืองในเมือง
(Core Cluster) เป็นกลุ่มการพัฒนาที่เชื่อมโยงระหว่าง ศูนย์กลางหลัก เมืองศูนย์กลางรองและเมืองในกลุ่ม เพ่ือ
ภาคเปน็ ศูนยก์ ลางหลักของภาค กำกับการเติบโตของเมืองให้อยู่ในขนาดที่เหมาะสม จัด
ระเบียบการใช้ที่ดิน ให้การเติบโตและการพัฒนาภายใน
- พัฒนากลุ่มเมืองศูนย์กลาง พื้นที่เมืองเป็นไปอย่างมีแผน เหมาะสมกับศักยภาพและ
บริการ (Service Cluster) เป็นกลุ่มสนับสนุนการพัฒนา เป้าหมายการพัฒนาที่กำหนดโดยไม่ทำลายทรัพยากร
เมืองหลักของภาค และเชื่อมโยงสู่การพัฒนาพื้นที่ชนบท ธรรมชาติ และพัฒนากลุ่มเมืองเชื่อมโยงกับชนบท และ
กลมุ่ ชมุ ชนศูนยก์ ลางบริการ เชอ่ื มโยงระหวา่ งเมืองในลกั ษณะเครอื ข่าย
- พฒั นากลมุ่ เมอื งศนู ยก์ ลางระดับ มีการวางและจัดทำผังเมือง จะทำในทุกระดับ
อำเภอและชนบท ตอ่ เน่อื งจากผังภาค คือ ผังเมืองรวมระดับจังหวดั ผังเมือง
รวมระดบั ชมุ ชน และผงั พัฒนาพน้ื ทีเ่ ฉพาะ
มกี ารพฒั นาเมอื งศนู ย์กลางหลักของ
ภาค คอื - ผังเมืองรวมระดับจังหวดั จะมีความสอดคล้อง
กับผังภาค ทั้งในเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน ระบบเมือง
- เมืองนครราชสีมา ทำหน้าทีเ่ ปน็ และชนบทภายในจังหวัดและระหว่างจังหวัด โครงสร้าง
ศนู ย์กลางหลกั ของภาค เชอื่ มโยงระหว่างเมืองหลักในภาค พื้นฐานและบริการสาธารณะ การใช้ประโยชน์ที่ดิน
ต่างๆ และกรงุ เทพฯ จำแนกประเภทเป็นเขตพื้นที่สงวน เขตพื้นที่อนุรกั ษ์ และ
เขตพนื้ ทก่ี ารพัฒนา
- เมืองขอนแก่น ทำหน้าที่เป็น
ศูนยก์ ลางหลกั ของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ตอนบน - พัฒนากลุ่มเมืองเชื่อมโยงกับชนบท และ
เชื่อมโยงระหว่างเมืองในลักษณะเครือข่าย โดยพึ่งพากัน
ผลจากการพฒั นาทั้งในดา้ นเศรษฐกจิ ในดา้ นโครงสรา้ งพ้ืนฐานเศรษฐกจิ และสงั คม
สังคมและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการค้าชายแดน ทำ
ใหศ้ นู ย์กลางหลักของภาคเพ่ิมขึ้นอกี 2 แหง่ นโยบาย : การพัฒนาชมุ ชนชนบท การพฒั นา
เครือข่ายกลุ่มพ้นื ท่เี มอื ง–ชนบทอย่างย่ังยืน
- เมืองอุดรธานี ทำหน้าที่เป็นศูนย์
กลางหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนควบคู่กับ - กลมุ่ นครราชสมี า สรุ ินทร์ บุรีรมั ย์ ชัยภมู ิ
เมอื งหนองคายท่เี ป็นประตชู ายแดน - กลุม่ ขอนแกน่ มหาสารคาม รอ้ ยเอ็ด กาฬสินธ์ุ
- กลุ่มเมืองอดุ รธานี หนองคาย เลย และ
- เมืองอุบลราชธานี ทำหน้าที่เป็น หนองบัวลำภู
ศูนย์กลางหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ตอนลา่ งด้าน - กลุ่มเมอื งอบุ ลราชธานี ยโสธร ศรสี ะเกษ และ
การเกษตร การท่องเท่ยี ว อตุ สาหกรรม การค้าและบริการ อำนาจเจรญิ
และเป็นเมืองในพื้นที่พิเศษการค้าชายแดนแม่น้ำโขง - กลุม่ เมอื งมุกดาหาร นครพนม และสกลนคร
ร่วมกบั มุกดาหารและนครพนม มีความสอดคล้องกบั ปัจจุบันคือ เกิดการพัฒนา
ชนบทให้เกิดความสมดุลกับการพัฒนาเมือง เช่น พัฒนา
- การพัฒนากลุ่มเมืองศูนย์กลาง
ระดับอำเภอและชนบทศูนย์กลางบริหาร การบริการด้าน
เศรษฐกิจ สังคม และการเกษตรในพื้นที่ เป็นกลุ่ม
ศูนย์กลางเดิมที่มีศักยภาพอยู่แล้วและสามารถเชื่อมโยง
3-32
สาธารณูปโภคสาธารณูปการ สิ่งอำนวยความสะดวกและ ขอบโดยรอบและตอนกลางของภาค ซึ่งเป็นเขตแนว
ความจำเป็นข้ันพื้นฐาน สำหรบั การอยูอ่ าศัยในชุมชนและ เทือกเขา ได้แก่ เทือกเขาเพชรบูรณ์ตะวันออกและทิวเขา
การประกอบอาชีพในพ้ืนทีเ่ กษตรกรรมจะทำใหก้ ารตัง้ ถน่ิ พังเหย วางตัวอยู่ด้านตะวันตกของภาค ได้แก่ จังหวัด
ฐานชมุ ชนมคี วามมน่ั คง นครราชสมี า ชัยภมู ิ เลย เทือกเขาสนั กำแพงและเทือกเขา
พนมดงรัก วางตัวด้านใต้ของภาค ได้แก่ จังหวัด
- การพัฒนาชนบทสามารถเพิ่มผลผลิตการ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และเทือกเขา
เกษตรด้วยการปรับปรุงเทคโนโลยีทางการผลิตแทนการ ภูพานวางตัวตอนกลางค่อนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ
ขยายพ้นื ท่เี พาะปลกู เพ่ือลดการขยายตวั ของชุมชนเข้าไป ตอนบน ได้แก่ จังหวัดสกลนคร มุกดาหาร ซึ่งเป็นแนว
ตั้งถิ่นฐานทำลายพื้นที่ที่มีคุณค่าทรัพยากรธรรมชาติและ เทือกเขาที่แบ่งภาคตะวันออกเฉยี งเหนือออกเป็นทีร่ าบ 2
สิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการมีงานทำด้านการท่องเที่ยว บริเวณใหญ่ คอื ที่ราบสกลนคร (แอง่ สกลนคร) และท่รี าบ
และอุตสาหกรรมตอ่ เนื่องเกษตร ช่วยลดการอพยพเขา้ ไป โคราช (แอ่งโคราช) และแหล่งน้ำธรรมชาติ พบบริเวณ
ทำงานในเมือง และการเพิ่มผลผลิตด้วยการพัฒนา จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ
เทคโนโลยีการผลิตแทนการขยายพื้นที่จะส่งผลให้เมืองมี อุบลราชธานี ขอนแก่น อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ โดย
การเติบโตทางเศรษฐกิจทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการ พื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่อุตสาหกรรมและคลังสินค้า
ใหบ้ ริการแก่ชนบททำ กระจายอยู่ในทุกจงั หวดั ของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ
- กลุ่มเมอื งตา่ ง ๆ เปน็ ทต่ี ั้งศาลากลางจงั หวัดให้ การใช้ประโยชน์ที่ดินของภาคตะวันออก
เปน็ ศูนย์กลางของพ้นื ที่โดยรอบ มีบทบาทดา้ นการค้า การ เฉยี งเหนอื พ.ศ. 2550 พ.ศ. 2555 และ พ.ศ. 2559 เมอ่ื
บรกิ าร การศกึ ษา การแพทยแ์ ละสาธารณสุข เปรียบเทียบกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน พ.ศ. 2545 พบว่า
อตั ราการเปล่ยี นแปลงการใช้ประโยชนท์ ดี่ ินในแต่ละช่วงปี
- การคมนาคมขนส่ง การปศุสัตว์ การผลิต มีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายภาครัฐที่ชี้นำการ
พลังงานทดแทน ศูนย์การวิจัยค้นคว้า ด้านการผลิต ขับเคลื่อนประเทศผ่านแผนพัฒนาและโครงการต่าง ๆ
อตุ สาหกรรมเกษตร พชื ผักผลไมเ้ มอื งหนาว การทอ่ งเที่ยว ส่งผลตอ่ การเปลี่ยนแปลงแบง่ ตามชว่ งเวลาดังน้ี
เชิงธรรมชาติ การขนส่งเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ และ
เมืองหนา้ ด่านชายแดน การใช้ประโยชน์ที่ดินของภาคตะวันออก
เฉียงเหนือใน พ.ศ. 2550 พ.ศ. 2555 และ พ.ศ. 2559
เม่ือการพัฒนาชนบทสามารถเพิ่มผลผลผลิต เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน พ.ศ. 2545
การเกษตรด้วยการปรับปรุงเทคโนโลยีทางการผลิตแล้ว พบวา่
สิ่งสำคัญ อีกประการคือ การเชื่อมโยงกลุ่มพื้นที่เกษตร
และการเชื่อมโยงกลุ่มเครือข่ายเกษตรกร เพื่อให้เกิดการ อัตราการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน
ประสานรองรับการพัฒนาช่องทางการตลาดอย่างพาณิชย์ ของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น
อิเล็กทรอนกิ สท์ ่ขี ยายตวั เพิม่ ขึน้ ให้เกดิ ความสะดวก อย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ พ.ศ. 2545-2559 นั้น อันดับแรก
คือ พื้นที่อุตสาหกรรมและคลังสินค้า มีอัตราการ
3.6 การใชป้ ระโยชนท์ ่ีดิน เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดนิ ช่วง พ.ศ. 2545-2550
เท่ากบั ร้อยละ 257.84 ชว่ ง พ.ศ. 2545-2555 เท่ากบั รอ้ ย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีเนื้อที่จำนวน ละ 205.68 และช่วง พ.ศ. 2545-2559 เท่ากับร้อยละ
168,752.60 ตารางกิโลเมตร โดยการใช้ประโยชน์ที่ดิน 165.58 รองลงมา คือ พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง มี
พ.ศ. 2545 พบว่า พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม อัตราการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ช่วง พ.ศ.
จำนวน 107,266.93 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 2545-2550 เทา่ กบั 15.46 ช่วง พ.ศ. 2545-2555 เท่ากบั
63.54 ของพื้นที่ทั้งหมด รองลงมาคือ พื้นที่ป่าไม้ จำนวน 8.65 และชว่ ง พ.ศ. 2545-2559 เท่ากบั 6.48 พ้นื ท่ีแหล่ง
48,911.72 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 29.03 พื้นท่ี น้ำ มีอัตราการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ช่วง
อื่น ๆ จำนวน 5,947.03 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ พ.ศ. 2545-2550 เท่ากับ 12.59 ช่วง พ.ศ. 2545-2555
3.52 พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 3,743.51 เท่ากับ 7.70 และช่วง พ.ศ. 2545-2559 เท่ากับ 5.37
ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 2.22 พื้นที่แหล่งน้ำ และพื้นที่เกษตรกรรม มีอัตราการเปลี่ยนแปลงการใช้
จำนวน 2,832.23 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 1.68 ประโยชน์ที่ดิน ช่วง พ.ศ. 2545-2550 เท่ากับ 2.02 ช่วง
และพ้นื ที่อตุ สาหกรรมและคลงั สินคา้ เป็นจำนวนน้อยที่สุด พ.ศ. 2545-2555 เท่ากับ 1.11 และช่วง พ.ศ. 2545-
จำนวน 11.18 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 0.01 2559 เท่ากบั 0.82
ตามลำดับ ซึ่งส่วนใหญ่พื้นที่ชุมชนเมืองและสิ่งปลูกสร้าง
จ ะ ก ร ะ จ ุ ก ต ั ว อ ย ู ่ ใ น เข ต เม ื อ ง ข อ ง จั ง ห ว ั ดน ค ร รา ชส ีมา
ขอนแก่น อุดรธานี สกลนคร นครพนม และกระจายตัว
ประปรายตามแนวถนนสายหลักของภาค พ้ืนทีป่ า่ ไม้ต้งั อยู่
3-33
การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินภาค ตะวันตกเฉียงใต้ของนครราชสีมา (อำเภอนครราชสีมา
ตะวันออกเฉียงเหนือในระยะ 14 ปี (2545-2559) ซึ่งมี อำเภอปักธงชัย) ด้านใต้ของบุรีรัมย์ (อำเภอเมืองบุรีรัมย์
ช่วงท่ีประเทศไทยผา่ นพ้นวกิ ฤตเิ ศรษฐกิจของประเทศ ทำ อำเภอบ้านกรวด) สุรินทร์ (อำเภอสนม อำเภอศีขรภูมิ)
ให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่โครงสร้าง ด้านตะวันออกติดแม่น้ำโขงของอำนาจเจริญ (อำเภอลือ
ทางเศรษฐกิจของภาคปรับตัวเข้าสู่ภาคการเกษตรมาก อำนาจเจริญ) และบึงกาฬ (อำเภอบึงโขงหลง) ด้านเหนือ
ยิ่งขึ้น ทำให้สัดส่วนการใช้ประโยชน์พื้นที่เกษตรกรรม ของขอนแก่นเชื่อมต่อด้านตะวันออกเฉียงใต้ของ
ค่อนข้างมาก เพราะเปน็ พ้นื ทภ่ี าคท่มี ีขนาดใหญ่ มีลักษณะ หนองบัวลำภูต่อเนื่องถึงจังหวัดเลย และพื้นที่ที่มีความ
ภูมิประเทศ คุณสมบัตดิ นิ ทเ่ี หมาะสมในการเพาะปลูกพืช เหมาะสมเพื่ออุตสาหกรรมและคลังสินค้าของภาค
พรรณได้หลากหลายประเภท นับตั้งแต่ข้าว พืชอาหาร ตะวันออกเฉียงเหนือ มีค่าอยู่ระหว่าง 0-1 พบพื้นท่ี
สัตว์ พืชพลังงาน พืชสวนยืนต้น ผักผลไม้ ทำให้สามารถ เหมาะสมบริเวณด้านตะวันตกเฉียงใต้ของนครราชสีมา
ผลิตสินค้าทางการเกษตรที่มีความหลากหลายและ เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรม
ปริมาณผลผลิตจำนวนมาก โดยบริเวณที่ปลูกข้าวที่สำคญั อาหาร อุตสาหกรรมผ้าไหมและสง่ิ ทอ ต่อจากสระบุรี และ
ของภาค เช่น บริเวณแอ่งโคราช ทุ่งกุลาร้องไห้ เขตตดิ ต่อ ตามแนวเส้นทางคมนาคมสายหลักของบุรีรัมย์ สุรินทร์
ระหว่างจังหวัดนครราชสีมา ร้อยเอ็ด และสุรินทร์ มีการ ด้านตะวันออกของชัยภูมิ เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมรอง เพ่ือ
ลงทนุ และพฒั นาด้านอุตสาหกรรมทีบ่ ุกเบิกเข้ามาในพ้ืนที่ รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการผลิต ต่อเนื่องด้าน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อเนื่องมาตั้งแต่แผนพัฒนา ใต้ของขอนแก่น ต่อเนื่องถึงอุดรธานี เลย และตลอดริม
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดการ แม่น้ำโขงของหนองคาย
ขยายตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมท่ีใช้วัตถุดิบจากการเกษตร
ในพื้นที่ ความได้เปรียบเชิงทำเลที่ตั้งและการคมนาคม ปัญหาและข้อจำกัด
ขนส่ง ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถเชื่อมโยง การใช้ประโยชน์ที่ดินของภาคตะวันออก
การกระจายสินค้าทางการเกษตรระหว่าง 4 ภูมิภาคเข้า เฉียงเหนือนั้น พบความเหมาะสมของพื้นที่ส่วนใหญ่เป็น
ด้วยกัน คือ กรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พน้ื ทเ่ี กษตรกรรมและพื้นท่ปี า่ ไม้ รองลงมาคือ พนื้ ท่ีชุมชน
ตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาค และสิ่งปลูกสร้าง พื้นที่อุตสาหกรรมและคลังสินค้า ด้วย
ตะวนั ออก รวมท้งั ภูมภิ าคอินโดจีน ผ่านสปป.ลาว ปัจจยั สภาพภมู ิประเทศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่ีมี
แนวเทือกเขาทางด้านตะวันตกและด้านใต้ของภาค พื้นที่
ศักยภาพของการใชป้ ระโยชน์ทดี่ นิ ค่อย ๆ ลาดลงสู่ทางด้านตะวันออกซึ่งมีแม่น้ำโขง รวมถึง
พิจารณาจากแบบจำลอง LCM ท่ีใชป้ ัจจยั ต่าง ๆ การมีเทือกเขาภูพานอยู่ตอนกลางของภาค ทำให้บริเวณ
จำนวน 42 ชั้นข้อมูล (นั้นพื้นที่มีศักยภาพมากจะมีค่า พื้นที่ราบของภาคตะวันออกเฉียงเหนือแบ่งออกเป็น 2
เท่ากับ 1 หรือใกล้ 1 ในขณะที่พื้นที่มีศักยภาพน้อยจะมี ส่วน คือ ที่ราบโคราช (แอ่งโคราช) และที่ราบสกลนคร
ค่าเท่ากับ 0 หรือใกล้ 0) พบว่าพื้นที่ความเหมาะสมเพ่ือ (แอ่งสกลนคร) มีแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ คือแม่น้ำชี
เกษตรกรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มคี ่าอยรู่ ะหวา่ ง และแม่น้ำมูล ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของภาค อีกทั้งภาค
0-1 พบพื้นที่เหมาะสมสูงสุดบริเวณตอนกลางของจังหวัด ตะวันออกเฉียงเหนือยังเป็นภูมิภาคที่เป็นประตูสู่อาเซียน
นครราชสีมา เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกมัน ด้านตะวันออก เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านคือ สปป.ลาว
สำปะหลัง และอ้อยโรงงาน และอยโู่ ดยรอบพืน้ ทที่ มี่ รี ะดบั และกัมพูชา สง่ ผลใหพ้ ืน้ ท่ปี า่ ไม้ และพื้นที่เกษตรกรรมมัก
ความสูงเชิงเลข (DEM) ซึ่งเป็นบริเวณที่ราบเนินตะกอน ถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง เส้นทาง
รูปพัด (Alluvial fan) ที่เกิดจากทางน้ำไหลจากหุบเขาลง คมนาคมขนส่งเป็นหลัก และพัฒนาเพ่ือพืน้ ทอี่ ตุ สาหกรรม
สู่พื้นราบ ได้แก่ จังหวดั บุรรี ัมย์ สรุ ินทร์ อบุ ลราชธานี เป็น และคลังสินคา้ และเชื่อมโยงด้านตะวันตกของภาคเข้ากบั
พื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกข้าว จังหวัดยโสธร ชัยภูมิ ภาคกลางของประเทศ
อำนาจเจริญ บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี เลย เมือ่ นำปจั จัยตา่ ง ๆ มาพิจารณาร่วมกบั นโยบาย
กาฬสินธุ์ นครพนม มุกดาหาร และบริเวณที่ราบแอ่ง แผน และยุทธศาสตร์ของการพัฒนาภาคตะวันออก
สกลนครและแอ่งโคราช ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมดั้งเดิม เฉียงเหนือ พบว่า พื้นที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาภาค
ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนพื้นที่ที่มีความ ตะวันออกเฉียงเหนือต่อไปในอนาคต ล้วนกระจุกตัว
เหมาะสมเพื่อชุมชนและสิ่งปลูกสร้างของภาคตะวันออก อยู่บริเวณพื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้างเดิม โดยเฉพาะ
เฉียงเหนือ มีค่าอยู่ระหว่าง 0-1 พบพื้นที่เหมาะสมสูงสุด จังหวัดขนาดใหญ่ที่สำคัญของภาค ได้แก่ นครราชสีมา
กระจกุ ตัวอยู่บริเวณแอ่งโคราชและแอ่งสกลนคร ตลอดจน อุบลราชธานี บึงกาฬ ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย
แม่น้ำสายหลักของภาค และกระจุกตัวมากบริเวณด้าน
3-34
นครพนม มุกดาหาร รวมถึงจังหวัดท่ีมีพื้นที่ติดแม่น้ำโขง ทำให้พื้นทีช่ ุมชนและสิ่งปลูกสร้าง พื้นที่อุตสาหกรรมและ
และกระจายตัวตามแนวเส้นทางคมนาคมขนส่งต่าง ๆ คลังสินค้า และพื้นที่เกษตรกรรมมีแนวโน้มการขยายตัว
โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก- บริเวณขอบของภาค ดังนั้น การวางแผนพัฒนาภาค
ตะวันออก (East-West Corridor) และแนวระเบียง ตะวันออกเฉียงเหนือ จำเป็นต้องมีการจัดการทรัพยากร
เศรษฐกิจภาคกลาง (Central Corridor) จนมีการกำหนด น้ำ โครงข่ายคมนาคมขนส่ง ให้เหมาะสม กระจาย
เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษถึง 5 พื้นที่ ๆ เชื่อมต่อกับ เชื่อมโยงทั้งภาค และสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ
สปป.ลาว (หนองคาย อุบลราชธานี บึงกาฬ นครพนม จำเป็นต้องมีการนำมาตรการทางผังเมืองมาร่วมในการ
มุกดาหาร) แต่ละเขตเศรษฐกิจมขี อบเขตพน้ื ท่ีเชื่อมต่อกัน พัฒนาอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดการรุกล้ำและส่ง
และมีบทบาทหน้าที่ที่กำหนดให้แตกต่างกัน โดยจังหวัด ผลกระทบตอ่ พื้นที่ท่ีมคี วามอ่อนไหวตา่ ง ๆ ได้แก่ พื้นที่ป่า
หนองคายมีบทบาทเพ่ือเป็นศูนย์กลางโลจิสตกิ ส์ บึงกาฬมี ไม้ พ้นื ท่ีลุม่ นำ้ พื้นท่ีชมุ่ นำ้ พน้ื ท่ีคุ้มครองสิง่ แวดลอ้ ม พืน้ ที่
บทบาทเพอื่ ลดการเชอื่ มตอ่ ภมู ิภาคอาเซียนกับสาธารณรัฐ มรดกโลก และให้มีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เดิมและพื้นที่
ประชาชนจีน นครพนมมีบทบาทเพื่อเชื่อมโยงเวียดนาม ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นแบบเข้มข้น ให้เต็มสมรรถนะ
ตอนเหนือผ่าน สปป.ลาว มุกดาหารมีบทบาทเพ่ือ ของพื้นที่ทดแทนการขยายขนาดพื้นที่เพิม่ พัฒนาจุดผา่ น
เชือ่ มโยงเวียดนามตอนกลางและสาธารณรัฐประชาชนจีน แดนถาวรให้ได้มาตรฐานสากลเพื่อรองรับประชาคม
ตอนใต้ และอุบลราชธานมี ีบทบาทเพื่อเป็นศูนยก์ ลางการ อาเซียน และเพอ่ื การพฒั นาต่อไปในอนาคต
ท่องเที่ยว การค้า การขนส่งกับเวียดนามตอนใต้และ
กัมพูชา ส่งผลให้เกิดการผลักดันให้เกิดการยกระดับจุด การติดตามสถานการณ์ด้านการใช้ประโยชน์
ผ่อนปรนเป็นจดุ ผ่านแดนถาวร และพัฒนาด่านถาวรให้ได้ ท่ดี นิ เปรยี บเทียบกบั ผงั ภาค 2600
มาตรฐานมากขึ้น ส่วนกลุ่มจังหวัด (Cluster) ได้แก่
จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ชัยภูมิ สนับสนุนให้ การตดิ ตามด้านเปา้ หมาย
เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม การขนส่ง การค้า เป้าหมาย : การใช้ประโยชน์ที่ดินชุมชนและส่ิง
อุตสาหกรรมแปรรูป สิ่งทอ ชิ้นส่วนยานยนต์ การ ปลกู สรา้ ง
ท่องเที่ยวเชิงนิเวศและศิลปวัฒนธรรม บริเวณจังหวัด เนื่องจากพื้นที่ชุมชนเมืองและสิ่งปลูกสร้างของ
ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สนับสนุนให้เป็นศูนย์กลางสินค้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เกษตรพื้นบ้านและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม บริเวณ และเพิ่มมากกว่าปีเป้าหมาย พ.ศ. 2600 ตั้งแต่ พ.ศ.
จงั หวัดขอนแกน่ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ส่งเสริม 2555 ซึ่งใน พ.ศ. 2579 มีพื้นที่เพิ่มมากกว่า 1.8 เท่าของ
ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว การบริการระดับภาค ปีเป้าหมาย โดยเกิดจากเกิดจากปัจจัยภายนอก ได้แก่
การศกึ ษา สาธารณสุข การขนส่ง พลงั งานทดแถน บริเวณ โครงการความร่วมมือ GMS, ACMECS, WTO, โครงการ
จังหวัดหนองบัวลำภู อุดรธานี เลย ส่งเสริมสนับสนุนให้ พัฒนาของประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว และกัมพูชา)
เป็นประตูเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน ศูนย์กลางการ อาทิเช่น โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมโยงกับสะพานข้าม
ทอ่ งเทีย่ ว ตลาดสินคา้ เกษตร แม่น้ำโขง สปป.ลาว, แม่น้ำเหือง โครงการยุทธศาสตร์
สี่เหลี่ยม ฯลฯ) ส่วนปัจจัยภายใน ได้แก่ แผนพัฒนา
ทั้งนี้ ข้อจำกัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตั้งแต่ฉบับที่ 6 ยุทธศาสตร์
โดยส่วนใหญ่ที่พบ ได้แก่ ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินผิด การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาค
ประเภทโดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้และพื้นเกษตรกรรมถูก ตะวันออกเฉียงเหนือ ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด
เปลีย่ นแปลงเป็นการใช้ประโยชนท์ ด่ี ินประเภทอนื่ การเข้า แบบบูรณาการ ส่งผลให้มีการพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับการ
มาของต่างชาติ ที่อาจส่งผลต่อการถือครองทรัพย์สินใน พัฒนาต่าง ๆ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การขยายพื้นที่ชุมชน
พื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งคาบเกี่ยวกับเขตป่ าตาม และสิ่งปลูกสร้างเพื่อรองรับการพัฒนา รวมทั้งมีแนวโน้ม
กฎหมาย เช่น จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น จังหวัด การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของพื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูก
อุบลราชธานี จังหวัดมุกดาหาร การประสบปัญหาภัยแล้ง สร้างในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากปัจจัย
โดมหินเกลือ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณผลผลิตและคุณภาพของ ภายนอกและปัจจัยภายในตามกรอบการพฒั นาต่าง ๆ
ผลผลติ ไม่ได้มาตรฐาน ไมค่ ้มุ กับการลงทนุ ได้ผลตอบแทน เปา้ หมาย : การใช้ประโยชนท์ ดี่ นิ เกษตรกรรม
น้อย ประกอบกับเส้นทางคมนาคมขนส่งทางรถไฟ ยังไม่ พื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มขึ้นมากกว่าเป้าหมาย
ครอบคลุมและเชอ่ื มโยงเป็นโครงขา่ ยท้ังภาค เปน็ อปุ สรรค ตั้งแต่ พ.ศ. 2545 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในการสนับสนุนและพัฒนาจงั หวดั ทอ่ี ยตู่ อนกลางของภาค จนกระทั่ง พ.ศ. 2579 โดยมากกว่า พ.ศ. 2600 ถึง 1.27
เท่า โดยเกิดจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ โครงการความ
ร่วมมือ GMS, ACMECS, WTO เพื่อส่งเสริมการเป็น
ศูนย์กลางอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร สนับสนุนการผลิต
3-35
การเกษตรกรรมอย่างเหมาะสมทั้งด้านพื้นที่เพาะปลูก การเกษตรกรรมอย่างเหมาะสมทั้งด้านพื้นที่เพาะปลูก
ชนิดของพืช การทำ Contract Farming ในถั่วเหลือง ชนิดของพืช การทำ Contract Farming ปัจจัยภายใน
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ละหุ่ง มันฝรั่ง ข้าวโพดหวาน เม็ด ได้แก่ การกำหนดนโยบายให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มะม่วงหิมพานต์ ยูคาลิปตัส ถั่วลิสง ปัจจัยภายใน ได้แก่ เปน็ แหล่งผลิตหลกั ทางการเกษตรของประเทศยิ่งส่งผลทำ
การกำหนดนโยบายให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นแหล่ง ให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ เพื่อพัฒนาเป็นชุมชนและส่ิง
ผลิตหลักทางการเกษตรของประเทศ และพื้นท่ี ปลูกสร้าง รวมถึงใช้เพื่อการเกษตรกรรม ทำให้มีการบุก
เกษตรกรรมยังคงมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รุกพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งการเพิ่มขึ้นของประชากรส่งผลต่อความ
เนื่องจากปัจจัยภายนอกซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ใน ต้องการที่ดินในการทำกนิ ดังนนั้ จงึ เกิดการบุกรุกพื้นท่ีป่า
พ.ศ. 2600 เพราะสภาพภูมิประเทศ ความไม่อดุ มสมบูรณ์ เพื่อเปลี่ยนเป็นพื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง พื้นท่ี
ของดิน ทำให้เกษตรกรต้องใช้พื้นที่เพาะปลูกจำนวนมาก เกษตรกรรม ประกอบกับการส่งเสริมการพัฒนา
เพอื่ เปน็ การเพิม่ ผลผลิตและผลตอบแทน ภาคอตุ สาหกรรมแปรรูปการเกษตร สภาพภูมปิ ระเทศที่มี
การแพร่กระจายของเกลือในพื้นดิน ทำให้ได้ผลผลิตจาก
เป้าหมาย : การใชป้ ระโยชน์ท่ีดนิ พ้ืนท่ีป่าไม้ การเกษตรต่ำ จึงจำเป็นต้องมพี ืน้ ที่การเกษตรจำนวนมาก
สัดส่วนพื้นที่ป่าไม้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งใน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มากเพียงพอ ดังนั้นภาครัฐจำเป็นต้อง
พ.ศ. 2579 มีพื้นที่น้อยกว่าปีเป้าหมายถึง 1.53 เท่า โดย ใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่า
เกิดจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ โครงการความร่วมมือ และส่งเสริม สนบั สนนุ ใหม้ ีการพฒั นาเกษตรกรรมในพ้ืนที่
GMS, ACMECS, WTO เพื่อส่งเสริมการเป็นศูนย์กลาง ที่คุณสมบัติดินไม่ดีพอสำหรบั การเพาะปลกู ให้สามารถทำ
อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร สนับสนุนการผลิตการ การเพาะปลูกได้ผลผลิตที่มีประสิทธิภาพและมีปริมาณ
เกษตรกรรมอย่างเหมาะสมทั้งด้านพื้นที่เพาะปลูก ชนิด มากพอ ต่อการส่งเข้าสู่กิจกรรมอุตสาหกรรมแปรรูป
ของพืช การทำ Contract Farming ทำให้มีการบุกรุก การเกษตร
พื้นที่ป่าไม้ เพื่อพัฒนาเป็นชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึง
ใช้เพื่อการเกษตรกรรม ปัจจัยภายใน ได้แก่ การกำหนด นโยบาย : พนื้ ที่พฒั นาเมอื งและอตุ สาหกรรม :
นโยบายให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นแหล่งผลิตหลัก จำกดั พน้ื ทีพ่ ฒั นาให้อยู่เฉพาะพ้นื ทีภ่ ายในเขตเทศบาล
ทางการเกษตรของประเทศ และมีแนวโน้มพื้นที่ป่าไม้ และพ้ืนท่ีภายในผังเมืองรวม
ยังคงมีการลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่พื้นที่ชุมชนและ
สิ่งปลูกสร้าง รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรม ของภาค พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงพ้ืน
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ ยังคงมสี ัดสว่ นการใชป้ ระโยชน์พ้ืนที่ อุตสาหกรรม มีสัดส่วนของการใช้ประโยชน์ที่ดินท่ีเพ่มิ ข้นึ
เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดมุกดาหาร สกลนคร อย่างต่อเนื่อง อันเกิดจากการพัฒนาโครงข่ายโครงสร้าง
นครพนม ที่เน้นให้เป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้า พื้นฐานจากโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ
เกษตรกรรมคุณภาพดี และอุตสาหกรรมแปรรูป โดยเฉพาะการพัฒนาเส้นทางคมนาคมให้เชื่อมโยงกันใน
การเกษตร กลุ่มจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ที่เนน้ ภูมิภาคอาเซียน อาทิ โครงการ EWC การพัฒนาพื้นท่ี
ให้เป็นการเกษตรผลไม้เมืองหนาว ดังนั้น ภาครัฐ เศรษฐกิจ ให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถเพิ่มขีด
จำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อป้องกันการบุก ความสามารถในการแข่งขนั สนับสนุนการลงทุน จึงส่งผล
รกุ พ้นื ทปี่ า่ ไม้ และการพัฒนาพนื้ ท่ีป่าเสอ่ื มโทรมและพื้นที่ ใหเ้ กดิ การพัฒนาในพ้ืนท่อี ย่างตอ่ เนือ่ ง แต่ด้วยพืน้ ท่ีชุมชน
รกร้างใหเ้ ป็นพน้ื ท่ปี ่า และสิ่งปลูกสร้าง โดยเฉพาะพื้นที่อุตสาหกรรม เกิดการ
การติดตามด้านนโยบาย ขยายตัวอย่างรวดเร็วและไร้ระเบียบไม่สอดคล้องกับ
1) นโยบายการใชป้ ระโยชนท์ ด่ี นิ ศักยภาพของพ้ืนท่ี ประกอบกับการด้อยเทคโนโลยีในการ
นโยบาย : พน้ื ท่ีสงวนและอนรุ ักษ์ : สงวน และ พัฒนาเพิ่มผลผลิตของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งภาครัฐ
ควบคุมรกั ษาไว้ในอนาคตสำหรบั ประโยชนส์ ่วนรวม ไมใ่ ห้ จำเป็นต้องบังคับการใช้กฎหมายผังเมืองในการควบคุม
มกี ารพฒั นาเขา้ ไปรกุ ล้ำ เพอ่ื รักษาสมดลุ ของระบบนเิ วศ การพัฒนาพื้นที่ให้เป็นตามกรอบการพัฒนา โดยให้มีการ
สงิ่ แวดล้อม และความสมบรู ณ์ทางธรรมชาติ ขยายตัวของชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง อุตสาหกรรมในพื้นท่ี
พื้นที่ป่าไม้ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดลง เขตเทศบาลและเขตอุตสาหกรรมที่ผังเมืองกำหนด
อย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ โครงการ ประกอบกบั ใหม้ กี ารกำหนดยา่ นให้สอดคล้องกับศักยภาพ
ความร่วมมือ GMS, ACMECS, WTO เพือ่ สง่ เสริมการเป็น ของพ้นื ท่ี และระบบขนสง่ โลจิสติกส์
ศูนย์กลางอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร สนับสนุนการผลิต
3-36
นโยบาย : พ้นื ทีเ่ กษตรกรรม : เปน็ ภาคการผลติ (2) นโยบายการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจ :
หลักของประเทศและภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ พืน้ ทภี่ าคตะวนั ออกเฉยี งเหนือมีชายแดนเปน็ ระยะทางท่ี
ยาว สามารถสรา้ งความเชอ่ื มโยงทางเศรษฐกจิ ได้
พื้นที่เกษตรกรรมมีสัดส่วนการเพิ่มของพื้นที่
อย่างต่อเนื่อง อันเกิดจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ โครงการ นโยบาย : การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจ
ความร่วมมอื GMS, ACMECS, WTO เพื่อส่งเสรมิ การเป็น ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน : เพื่อการใช้ประโยชน์
ศูนย์กลางอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร สนับสนุนการผลิต พื้นที่ตามแนวชายแดน ส่งเสริมการลงทุนจากประเทศ
การเกษตรกรรมอย่างเหมาะสมทั้งด้านพื้นที่เพาะปลูก เพื่อนบ้าน หรือนกั ลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนท้องถ่นิ ใน
ชนิดของพืช การทำ Contract Farming แต่ทั้งนี้สภาพ บริเวณพนื้ ทร่ี ฐั บาลจัดสรรตามแนวชายแดน
ภูมิประเทศที่มีการแพร่กระจายของเกลือในพื้นดิน ทำให้
ได้ผลผลิตจากการเกษตรต่ำ ดังนั้นภาครัฐจำเป็นต้อง การกำหนดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน
กำหนดการใช้ทีด่ นิ เกษตรกรรมใหเ้ หมาะสมกับสภาพพน้ื ที่ การยกระดับด่านชายแดน การเปิดจุดผ่อนปรนเพิ่มข้ึน
เพื่อการผลิตทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ มีการ อันเกิดจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ โครงการความร่วมมือ
ฟื้นฟูและพัฒนาทรัพยากรดินให้สามารถผลิตผลทาง GMS ส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางของอาเซียน และปัจจัย
การเกษตรเพิ่มขึ้น และสร้างแรงจูงใจให้กับการทำ ภายใน การพัฒนาเศรษฐกิจบริเวณชายแดนให้เกิดการ
เกษตรกรรมอย่างยั่งยนื จัดให้มีการบริหารจัดการน้ำจาก ลงทุนจากต่างชาติ โดยนำแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน
ลุ่มน้ำชี มูล และโขง มาทำงานแบบเช้า-เย็นกลับ ใช้วัตถุดิบจากประเทศเพื่อน
บ้าน โดยการยกเว้นภาษีการนำเข้า และเป็นแหล่ง
นโยบาย : พนื้ ทคี่ ้มุ ครองสภาพสิง่ แวดล้อม: ท่องเที่ยว แต่ยังขาดความชัดเจนในการกำหนดจัดสรร
กำหนดนโยบายการใชท้ ่ดี นิ ให้สอดคล้องและเหมาะสมกบั พนื้ ทตี่ ามแนวชายแดนอย่างชัดเจน บรเิ วณพน้ื ทีก่ ำหนดให้
ศักยภาพของพื้นที่ และส่งเสริมรักษาทรพั ยากรธรรมชาติ เป็นเขตเศรษฐกิจการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน
และสภาพส่งิ แวดล้อม พื้นที่บางแห่งยังอยู่ในบริเวณพื้นที่ป่าไม้ เขตอุทยาน
แห่งชาติ เขตพื้นที่อนุรักษ์ ส่งผลให้บางครั้งเกิดการ
พื้นที่คุ้มครองสภาพสิ่งแวดล้อม สัดส่วนของพื้นที่ ลักลอบนำเข้าสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ยากต่อการ
คงเดิม เพราะกำหนดให้เป็นพื้นที่กันออก อันเกิดจาก ควบคุมดูแลทั่วถึง ซึ่งภาครัฐจำเป็นต้องมีมาตรการ
ปัจจัยภายใน ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การบริหารจัดการ กำหนดการใช้ประโยชน์บริเวณพื้นที่ป่าไม้ เขตอุทยาน
ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยการ แหง่ ชาติ เขตพน้ื ทอ่ี นรุ ักษ์ ท่ีชดั เจน และมีการยกระดบั จุด
เร่งรัดฟื้นฟูทรัพยากรดิน น้ำ และป่าไม้อย่างเป็นระบบ ผ่อนปรนบางจุดที่มีศักยภาพเพียงพอให้เป็นด่านถาวร
โดยวางแผนจดั การลุ่มน้ำอย่างบูรณาการ สง่ เสรมิ การปลกู เพอื่ การใช้ประโยชนข์ องพ้ืนที่อย่างเตม็ ประสิทธิภาพ และ
ป่าเศรษฐกิจ ป่าชุมชน และไม้ยืนต้น ให้มีการพัฒนาและ เพื่อให้เกิดมาตรการที่เคร่งครัด ป้องกันการอาศยั พื้นที่ปา่
จัดหาแหลง่ น้ำใหเ้ พยี งพอสำหรบั การผลติ อปุ โภค บริโภค ไมช้ ว่ ยบดบังลกั ลอบนำเขา้ สนิ คา้
และให้มีการสร้างระบบเตือนภัย และจิตสำนึกในการ
อนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม โดยสนับสนุน (3) นโยบายพื้นที่เกษตรกรรม : เป็นพื้นที่
กระบวนการการมีส่วนร่วมของทกุ ภาคสว่ นและให้ราษฎร เกษตรกรรมยาวนานแต่ยังไม่ได้รับการจัดระบบบริหาร
เข้า มามีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการและเฝ้าระวัง และการจดั การทด่ี ี เกษตรกรประสบปญั หาหนี้สิน
เตือนภัย แต่สภาพพืน้ ทีป่ ่าไม้ของภาคยังมีการลดลงอย่าง
ต่อเนื่อง จากการเพิ่มขึ้นของประชากรส่งผลต่อความ นโยบาย : การสร้างความมั่นคงทางอาหารและ
ต้องการที่ดินในการทำกิน ก่อให้เกิดการบุกรุกพื้นที่ป่า เศรษฐกิจแก่เกษตรกรรายย่อยโดยลดการพึ่งพาปัจจัย
เพื่อเปลี่ยนเป็นพื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง พื้นท่ี ภายนอก ทำการเกษตรแบบยั่งยืน ให้มีความสัมพันธแ์ ละ
เกษตรกรรม รวมถึงการส่งเสริมการพัฒนาภาค เกื้อกูลกับสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของแต่ละภูมิ
อุตสาหกรรมแปรรูป ซึ่งภาครัฐจำเป็นต้องบังคับการใช้ นิเวศ
กฎหมายผังเมืองในการควบคุมการพฒั นาพื้นที่ให้เป็นตาม
กรอบการพัฒนา และต้องใช้ พรบ.ป่าไม้ พ.ศ. 2535 และ พื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนใหญ่
พรบ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 ยังคงเปน็ พืน้ ทเี่ กษตรกรรม และมีแนวโน้มการเพ่ิมขึ้นของ
ตามมาตรา 43 และมาตรา 45 อยา่ งเคร่งครดั พื้นที่เกษตรกรรมจาก พ.ศ. 2559-2579 อย่างต่อเนื่อง
อันเกิดจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ โครงการความร่วมมือ
GMS, ACMECS, WTO เพื่อส่งเสริมการเป็นศูนย์กลาง
อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร สนับสนุนการผลิตการ
เกษตรกรรมอย่างเหมาะสมทั้งด้านพื้นที่เพาะปลูก ชนิด
3-37
ของพืช การทำ Contract Farming แต่ด้วยสภาพภูมิ GMS, ACMECS, WTO เพื่อส่งเสริมการเป็นศูนย์กลาง
ประเทศประสบปัญหาสภาพดินเค็มจากชั้นโพรงหินเกลือ อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร สนับสนุนการผลิตการ
ภัยแล้งจากการมีแหล่งน้ำเพียง 3 แหล่งหลัก คือ แม่น้ำชี เกษตรกรรมอย่างเหมาะสมทั้งด้านพื้นที่เพาะปลูก ชนิด
มูล และแม่น้ำโขง ทำให้ผลผลิตการเกษตรไม่ได้เต็ม ของพืช การทำ Contract Farming ประกอบกับการ
ศักยภาพของพื้นที่ และยังขาดระบบคมนาคมขนส่ง สนับสนุนเกษตรกรรมแปลงใหญ่ การจัดตั้งศูนย์วิจัยใน
โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟที่ช่วยสนับสนุนการขนส่งสินค้า การพัฒนาคุณภาพทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ
เกษตรในปริมาณมาก ๆ และต้นทุนต่ำ ทำให้บางจังหวัด เมล็ดพันธุ์ข้าว หม่อนไหมและฝ้าย ยาง พืชพลังงาน
ยังไม่สามารถเปน็ ตลาดกลางของสินคา้ ทีค่ รบวงจรไดอ้ ย่าง ทดแทน มีการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบ
สมบูรณ์ ซึ่งภาครัฐจำเป็นต้องกำหนดการใช้ที่ดิน โลจิสติกส์ให้เกิดความเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
เกษตรกรรมให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่เพื่อการผลิตทาง ได้แก่ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ที่มีในภาคตะวันออก
การเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ มีการฟื้นฟูและพัฒนา เฉียงเหนือถึง 5 แห่ง แต่ทั้งนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ทรัพยากรดินให้สามารถผลิตผลทางการเกษตรเพิ่มข้ึน ยังคงมีปัญหาดา้ นศักยภาพของดินยังคงประสบปัญหาดนิ
และสร้างแรงจูงใจให้กับการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน เค็ม ความอุ้มน้ำของดิน และการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง
จัดใหม้ กี ารบริหารจัดการน้ำจากลุม่ นำ้ ชี มลู และโขง และ ที่ส่งผลต่อจำนวนผลผลิตและคุณภาพของผลผลิตทาง
จัดระบบชลประทานให้ทั่วถึง และพัฒนาระบบขนส่งทาง การเกษตร รวมถึงการขาดแรงจูงใจในกลุ่มผู้ลงทุนจาก
รถไฟให้มีโครงข่ายครอบคลมุ ทว่ั ถงึ ทงั้ ภาค ภาคเอกชนทง้ั ในประเทศและต่างประเทศ ในการยา้ ยฐาน
การผลิตภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ให้กระจายในภาค
นโยบาย : การสนับสนุนเกษตรกร ให้ทำการ ตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงเกิดการกระจุกตัวของ
เกษตรแนวเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการเสริมสร้างการ ภาคอุตสาหกรรมในเมืองขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ และ
เรียนรู้ และจัดการทรัพยากร เพื่อความมั่นคง และระบบ ทักษะของแรงงานส่วนใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นิเวศของชุมชน ยังคงเป็นทักษะด้านการเกษตรมากกว่าทักษะด้าน
อุตสาหกรรม ซึ่งภาครัฐจ้องมีมาตรการจูงใจที่เห็นเป็น
พื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนใหญ่ รูปธรรมมากกว่าด้านภาษี เพื่อชักจูงให้กลุ่มผู้ลงทุนใน
ยังคงเป็นพ้นื ทเี่ กษตรกรรม และมแี นวโนม้ การเพิ่มขึ้นของ ประเทศและต่างประเทศ สนใจในการลงทุนในภาค
พื้นที่เกษตรกรรมจาก พ.ศ. 2559-2579 อย่างต่อเนื่อง ตะวันออกเฉียงเหนือ และต้องมีการพัฒนา ฟื้นฟู
อันเกิดจากปัจจัยภายในทีภ่ าครัฐส่งเสริมและสนับสนนุ ให้ ศักยภาพของดินและแหล่งน้ำ ให้สนับสนุนภาค
เกษตรกรทำการเกษตรแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยผลิต อุตสาหกรรม และพัฒนาทักษะแรงงานให้ตอบสนองกับ
การเกษตรกรรมอย่างเหมาะสมตามสภาพภูมปิ ระเทศ ให้ ภาคอุตสาหกรรม
เกดิ การแปรรปู ผลิตผลทางการเกษตร เพ่ือความยัง่ ยืน แต่
ส่วนใหญ่ขนาดพื้นที่ถือครองของเกษตรกรในภาค นโยบาย : การส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม
ตะวันออกเฉียงเหนือ ยังไม่เป็นการเกษตรแปลงใหญ่ ทำ เกษตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแกสินค้าเกษตร และให้มีการ
ให้ได้ผลผลิตได้ไม่มากพอแปรรูปส่งขายตลาด ประกอบ จัดการด้านคุณภาพให้ตรงกับความต้องการของตลาด
กับเกษตรกรคาดหวังผลผลิตจำนวนมาก โดยขาดความ พรอมทั้งปรับปรุงคุณภาพ และ มาตรฐานสินค้าเกษตร
เข้าใจของแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบกับ ทำให้ และผลิตภัณฑต์ ้งั แต่ไร่นาจนถึงโตะ๊ อาหาร
ยังมีการพึ่งพาปุ๋ย สารเคมี เพื่อให้ได้ผลผลิตจำนวนมาก
แต่ไม่ก่อใหเ้ กิดความย่ังยืน ซ่งึ ภาครัฐ ควรมีมาตรการจงู ใจ พื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนใหญ่
และสนับสนุนผลผลิตสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปจาก ยงั คงเป็นพนื้ ทเ่ี กษตรกรรม และมแี นวโนม้ การเพ่ิมข้ึนของ
การเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่มาตรการ พื้นที่เกษตรกรรมจาก พ.ศ. 2559-2579 อย่างต่อเนื่อง
สนบั สนุนเกษตรแปลงใหญ่ในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื อันเกิดจากปัจจัยภายในที่ภาครัฐส่งเสริมและสนับสนนุ ให้
เกษตรกรทำการเกษตรแนวเศรษฐกิจพอเพียง เกษตร
นโยบาย : การเพิ่มขีดความสามารถในการ อินทรีย์ แต่ส่วนใหญ่ขนาดพื้นที่ถือครองของเกษตรกรใน
แข่งขันสำหรับเกษตรกรที่มีความพร้อมในการผลิตเชิง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังไม่เป็นการเกษตรแปลงใหญ่
พาณิชย์ ให้สามารถประกอบธุรกิจเกษตร และสามารถ ทำให้ได้ผลผลิตได้ไม่มาก ดังนั้น เกษตรกรจำนวนมาก ยัง
แขง่ ขันกบั ผู้ผลติ อนื่ ได้ พึ่งพาการใช้ปุ๋ยและสารเคมี เพื่อให้ได้ผลผลิตจำนวนมาก
จึงส่งผลให้เกิดมาตรการกีดกันสินค้าเกษตรของไทย ซ่ึง
พื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนใหญ่ ภาครัฐ จำเป็นต้องใช้มาตรการควบคุมคุณภาพ ตั้งแต่ต้น
ยังคงเป็นพ้นื ทเ่ี กษตรกรรม และมแี นวโน้มการเพิ่มข้ึนของ น้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำของกระบวนการผลิตสินค้า
พื้นที่เกษตรกรรมจาก พ.ศ. 2559-2579 อย่างต่อเนื่อง เกษตร จนได้สินค้าเกษตรที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล
อันเกิดจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ โครงการความร่วมมือ
3-38
จนถงึ ผูบ้ รโิ ภค และควรเรง่ การส่งเสริมความรู้ ความเขา้ ใจ และเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดนของภาค ซึ่งปัญหาที่พบส่วน
พัฒนาเทคนิคในการเพาะปลูก ให้แก่เกษตรกร และ ใหญ่คือ แรงงานของภาคยังคงเดินทางออกไปยังพื้นที่อื่น
ผ้ปู ระกอบการระดับไรน่ า ฟารม์ โรงงาน ในการผลิตสนิ คา้ เนื่องจากทักษะของแรงงานยังไม่สามารถตอบสนองความ
แปรรูปสินค้า ไดอ้ ยา่ งมาตรฐานและปลอดภัย ต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมในภาคได้ ประกอบกับ
จังหวัดบริเวณชายแดนซึ่งมีการข้ามแดนของแรงงานจาก
นโยบาย : การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา ประเทศเพื่อนบ้านที่สามารถเดินทางไปกลับใน 1 วันได้
เทคโนโลยีพลังงานจากวัตถุดิบการเกษตร เช่น การใช้ สะดวก ส่งผลให้การจ้างงานของผู้ประกอบการ
สินคา้ เกษตรผลิตเอทานอล ไบโอดเี ซล หรอื แกส๊ ชีวภาพ อุตสาหกรรมมักเลือกแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน
มากกว่า ด้วยค่าตอบแทนที่ต่ำกว่าแรงงานในพื้นที่ใน
พ้นื ทีป่ ่าไมข้ องภาคตะวันออกเฉยี งเหนือมีขนาด ขณะที่มีทักษะและศักยภาพไม่แตกต่างกันมากนัก ดังนั้น
ลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ. 2545-2559 และพื้นที่ ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งส่งเสริมทักษะของแรงงานให้
คาดการณ์ในอนาคตยังคงมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน อันเป็น สอดคล้องและสามารถตอบสนองไดต้ รงตามความตอ้ งการ
ผลจากปัจจัยภายใน ยุทธศาสตร์ที่ 4 การบริหารจัดการ ของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในภาค และมีมาตรการ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และ แรงจูงใจใหเ้ กิดการลงทุนในภาคเพิ่มมาขึ้น จากกลมุ่ ทนุ ทั้ง
ภาครัฐส่งเสริมมาตรการสงวนและอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำ ในประเทศและต่างประเทศ เพื่อลดการเคลื่อนย้าย
พื้นที่ชุ่มน้ำ แหล่งน้ำต้นทุน และการใช้พลังงานทางเลือก แรงงานในภาคไปยังภาคอื่น ๆ พร้อมมาตรการควบคุม
อ่นื ๆ เพ่อื ลดปริมาณการใชพ้ ลงั งานจากซากฟอสซลิ แตใ่ น กำกับดูแลแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ในการเข้ามา
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงพบวา่ ขนาดของพื้นที่ปา่ ไม้ ทำงานในภาค
ลดลงอย่างต่อเนื่อง มีการบุกรุกเปลี่ยนเป็นพื้นที่การ
เกษตร และยังพบผลกระทบจากอุบัตภิ ัยทางธรรมชาติ ไม่ นโยบาย : การสนับสนุนอุตสาหกรรมซึ่งมีฐาน
ว่าจะเปน็ ภัยแลง้ อุทกภยั ปัญหาดินเค็ม รวมถึงผลกระทบ ของทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต
ด้านสิ่งแวดล้อม จากภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ ทั้งอุตสาหกรรมอาหารและแปรรูปสินค้าเกษตร
สภาพแวดล้อมของแหล่งน้ำต้นทุนของภาค ซึ่งภาครัฐ อุตสาหกรรมยางพารา อุตสาหกรรมโพแทช อุตสาหกรรม
กำหนดมาตรการและบทลงโทษเกี่ยวกับการทำลาย ผ้าไหมและสิ่งทอ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน
สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้ประชาชน ผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมเอทานอล อตุ สาหกรรมซอฟต์แวร์
อุตสาหกรรมตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรแหล่งน้ำต้นทุน
ป่าไม้ โดยให้เข้ามีสว่ นรว่ มในการสงวนและอนรุ ักษ์ และมี พื้นที่อุตสาหกรรมและคลังสินค้ามีแนวโน้ม
มาตรการแรงจูงใจให้กับผู้ที่ใช้เศษวัสดุจากภาคเกษตร เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพื้นที่เกษตรกรรมซึ่งเป็นแหล่ง
หรือพลังงานทางเลอื ก วัตถุดิบของภาคยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เช่นกัน อันเป็นผลจากด้านอุตสาหกรรมให้มีการพัฒนา
(4) นโยบายพ้นื ทอ่ี ุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรของภูมิภาค
นโยบาย : การรวมกลุ่มและการกระจายตวั ด้าน อินโดจีน แผนแม่บทยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเหมืองแร่
ที่ตั้งของเขตอุตสาหกรรมที่เป็นยุทธศาสตร์ของภาค ท้ัง และอุตสาหกรรมต่อเนื่องเชื่อมโยงกับการพัฒนา
อุตสาหกรรมกระบวนการ อุตสาหกรรมการผลิต และ อุตสาหกรรมโพแทชและเกลือหิน และปัจจัยภายใน ใน
อตุ สาหกรรมการบริการชมุ ชน การยกระดับฐานการผลิตหลักของภาค เพิ่มศักยภาพการ
พื้นที่อุตสาหกรรมและคลังสินค้ามีแนวโน้ม แข่งขันด้านอุตสาหกรรม การผลิตและพัฒนาให้เกิด
เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพื้นที่คาดการณ์ในอนาคตพบว่า cluster ของอุตสาหกรรม ยุทธศาสตร์การพัฒนาขีด
พื้นที่ศักยภาพอยู่บริเวณจังหวัดที่มีความพร้อมด้าน ความสามารถในการแข่งขันภาคเหนือ ยุทธศาสตร์ที่ 2
โครงข่ายคมนาคมขนส่ง อันเป็นผลจากปัจจัยภายนอก การขยายฐานอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดน
ด้านอุตสาหกรรมให้มีการพัฒนาเป็นศูนย์กลางของ ของภาค แต่ด้วยปญั หาท่พี บส่วนใหญ่คือ แรงงานของภาค
อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรของภูมิภาคอินโดจีน แผน ยังคงเดินทางออกไปยังพื้นที่อื่น เนื่องจาก ทักษะของ
แมบ่ ทยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเหมอื งแรแ่ ละอตุ สาหกรรม แรงงานยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่ม
ต่อเนื่องเชื่อมโยงกับการพัฒนาอุตสาหกรรมโพแทชและ อุตสาหกรรมในภาคได้ จึงจำเปน็ ต้องเรง่ พัฒนาทักษะและ
เกลือหิน และปัจจัยภายใน ในการยกระดับฐานการผลิต ฝีมือของแรงงานในพื้นที่ ให้มีการพัฒนา ปรับปรุงระบบ
หลักของภาค เพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านอุตสาหกรรม การเรียนการสอนของสถาบันการศึกษาในภาค ให้มีการ
การผลิตและพัฒนาให้เกิด cluster ของอุตสาหกรรม เรียนการสอนเฉพาะด้าน เพื่อให้ได้แรงงา นที่มี
ยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ศักยภาพและสามารถตอบสนองความต้องการของ
ภาคเหนือ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การขยายฐานอุตสาหกรรม
3-39
ภาคอุตสาหกรรมในภาคได้ และมีมาตรการแรงจูงใจให้ ส่งผลกระทบต่อการดำรงชพี การเกษตรและอุตสาหกรรม
เกดิ การลงทุนในภาคเพ่ิมมาขึ้น จากกลุม่ ทนุ ทง้ั ในประเทศ ในภาค ซึง่ ภาครัฐกำหนดมาตรทางผังเมอื ง และมีข้อบังคบั
และตา่ งประเทศ ใช้อย่างเคร่งครัด เกี่ยวกับพื้นที่สงวนและอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีข้อกำหนดยังคับ
นโยบาย : การจัดการอุตสาหกรรมในพื้นท่ี เฉพาะเกี่ยวกับพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่แหล่งน้ำ
ชายแดนโดยการตงั้ เขตเศรษฐกิจชายแดน ธรรมชาติ ให้มีระยะและแนวกันชนที่ชัดเจน เพื่อป้องกัน
ผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาพื้นที่เกษตรกรรม
พื้นที่เขตเศรษฐกิจชายแดน การพั ฒนา อุตสาหกรรม แหล่งท่องเที่ยว และโครงสรา้ งพืน้ ฐานต่างๆ
โครงสร้างพื้นฐาน อันเป็นผลจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ ของภาค และสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักใน
โครงการความร่วมมือ GMS, ACMECS, WTO เพื่อ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอย่างจำกัดให้ถูกต้องในทุก
ส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร ภาคส่วน และกำหนดให้พื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติและ
โครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขง โครงการรถไฟสาย สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ลุ่มน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่ป่าไม้ เป็น
ขอนแก่น-เชียงยืน-ยางตลาด-โพนทอง (ร้อยเอ็ด)- พ้ืนท่ีอนุรักษ์ และเปน็ พ้ืนทถ่ี ูกกันออก กอ่ นพิจารณาพ้ืนที่
มุกดาหาร และปัจจัยภายใน ยุทธศาสตร์การพัฒนาขีด เพื่อการพฒั นาอื่น ๆ ต่อไป
ความสามารถในการแข่งขันภาคเหนือ ยุทธศาสตร์ที่ 2
ขยายฐานอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดนของ นโยบาย : การอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ ฟื้นฟูป่าเสื่อม
ภาค แต่พื้นที่จัดตั้งเขตเศรษฐกิจชายแดนมีขนาดพื้นที่ไม่ โทรม พร้อมทั้งการปลูกป่าเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มพื้นทีป่ า่ ไม้ให้
มาก อาจเป็นอุปสรรคให้การสนับสนุนให้เกิดเขตนิคม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร และคงไว้ซึ่งความหลากหลายทาง
อตุ สาหกรรมขนาดใหญ่ ราคาทดี่ นิ ก้าวกระโดดไปเกินจาก ชวี ภาพ
ราคาประเมิน สง่ ผลใหต้ น้ ทนุ การลงทุนอุตสาหกรรมสูงขน้ึ
โครงสรา้ งพนื้ ฐาน และเสน้ ทางบางเส้นทางในการเชอ่ื มต่อ พ้ืนทป่ี ่าไมข้ องภาคตะวันออกเฉยี งเหนือมีขนาด
ทางชายแดน ยังคงเป็นอุปสรรคในการผ่านไปยังประเทศ ลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ. 2545-2559 และพื้นที่
เพื่อนบ้าน รวมถึงพิธีการกรมศุลกากร พิธีการและ คาดการณ์ในอนาคตยังคงมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน อันเป็น
กฎหมายด้านการขนส่งที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ ผลจากปัจจัยภายใน ยุทธศาสตร์ที่ 4 การบริหารจัดการ
เพื่อนบ้าน ซึ่งภาครัฐ กำหนดการใช้ประโยชน์ในพืน้ ทีเ่ ขต ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และ
เศรษฐกิจชายแดนให้ชัดเจน มีมาตรการควบคุมการก่อ ภาครัฐส่งเสริมมาตรการสงวนและอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำ
มลภาวะทางสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม พน้ื ทชี่ ุม่ น้ำ แหลง่ นำ้ ตน้ ทนุ แต่ทง้ั น้ีพน้ื ทป่ี ่าไมม้ ีแนวโน้มที่
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางคมนาคมขนส่งใน ลดลงและมักถูกเปลี่ยนการใช้ประโยชน์เป็นพื้นท่ี
ส่วนที่ไม่สมบูรณ์ให้ดีขึ้น ส่งเสริมให้ความรู้ ความเข้าใจ เกษตรกรรมเป็นอันดับแรก รองมาคือ การบุกรุกเพื่อเปน็
เกี่ยวกบั พธิ กี ารและกฎหมายของประเทศเพอ่ื นบ้าน ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง และอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
เนื่องจากขอบเขตและฐานข้อมูลของพื้นที่ป่าไม้ และ
(5) นโยบายการอนุรักษ์และพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ยังขาดความเป็นระบบ ซ่ึง
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม ภาครัฐจำเป็นต้องมีการประกาศเขตทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ลุ่มน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่ป่าไม้ ให้
น โ ย บ า ย : ก า ร ว า ง แ ผ น ก า ร อ น ุ ร ั ก ษ์ ชัดเจน และมีระบบตรวจสอบขอบเขตพื้นที่ได้ ก่อนการ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ลุ่มน้ำ พื้นที่ พัฒนาต่าง ๆ และส่งเสริมให้มีการฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อม
ชุ่มน้ำ พื้นที่ป่าไม้ และพื้นที่ที่มีความสำคัญในด้าน โทรม
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใช้เป็นแผนแม่บทใน
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่าง นโยบาย : แผนการใช้ประโยชน์ที่ดินให้
ย่งั ยนื เหมาะสมกับสมรรถนะของดนิ พร้อมทัง้ ฟน้ื ฟทู รัพยากรดิน
ในบริเวณที่มีปัญหา เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่าง
พน้ื ทปี่ ่าไมข้ องภาคตะวันออกเฉยี งเหนือมีขนาด ยัง่ ยนื
ลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ. 2545-2559 และพื้นที่
คาดการณ์ในอนาคตยังคงมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน อันเป็น พ้นื ท่ีป่าไม้ของภาคตะวันออกเฉยี งเหนือมีขนาด
ผลจากปัจจัยภายใน ยุทธศาสตร์ที่ 4 การบริหารจัดการ ลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ. 2545-2559 และพื้นที่
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และ คาดการณ์ในอนาคตยังคงมีแนวโนม้ ลดลงเชน่ กนั ในขณะ
ภาครัฐส่งเสริมมาตรการสงวนและอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำ ที่ภาคเกษตรกรรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจาก
พื้นที่ชุ่มน้ำ แหล่งน้ำต้นทุน แต่ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ การบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ อันเป็นผลจากปัจจัยภายใน
โดยเฉพาะพื้นที่ป่า พื้นที่ชุ่มน้ำ ถูกรุกรานและทำให้ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
เสื่อมสภาพ แหล่งน้ำต้นทุนขาดการบริหารจัดการที่ดี
3-40
และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน แต่เนื่องจากภาคตะวันออก นโยบาย : การอนรุ กั ษ์และฟ้ืนฟพู น้ื ที่ตน้ น้ำลำ
เฉียงเหนือมีศักยภาพของดินต่ำ ประกอบกับการถือครอง ธาร พนื้ ทีล่ มุ่ นำ้ พน้ื ที่ชมุ่ นำ้ เพอื่ เพ่มิ ปริมาณน้ำ รกั ษา
ที่ดินของเกษตรกรมีขนาดเล็ก ทำให้ได้ผลผลิตทาง สภาพแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ
การเกษตรน้อย จึงเกิดการขยายพื้นที่เพื่อการเกษตร
เพิ่มขึ้น เพื่อให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์ พื้นที่แหล่งน้ำของภาคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่าง
ที่ดินผิดประเภท ซึ่งภาครัฐส่งเสริมให้มีการฟื้นฟูพื้นที่ที่มี ต่อเนื่อง อันเป็นผลจากปัจจัยภายในยุทธศาสตร์ที่ 4 การ
ศักยภาพดินต่ำ ป้องกันการแพร่กระจายความเค็มของดิน บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่าง
จัดให้มีการรวมกลุ่มของเกษตรกรที่มีที่ดินถือครองขนาด ยั่งยืน เร่งรัดฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ การพัฒนาและจัดหา
เล็กให้มีการรวมกลุ่ม เพื่อให้ได้ผลผลิตทางการเกษตร แหล่งน้ำให้เพียงพอ แต่ยังคงพบปัญหาการรุกล้ำพื้นที่
เทียบเท่าการผลิตจากเกษตรแปลงใหญ่ ส่งเสริมการปลกู ทรัพยากรน้ำ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่ลุ่มน้ำ และ
พืชเศรษฐกิจที่ทนความเค็ม หรือเหมาะสมกับศักยภาพ ความเสื่อมโทรมของคุณภาพทรัพยากรแหล่งน้ำ จึงต้องมี
ของดนิ ทดแทนการเพาะปลกู พืชแบบเดิม ก า ร ก ำ ห น ด พ ื ้ น ท ี ่ เ ห ม า ะ ส ม ใ น ก า ร ส ง ว น ร ั ก ษ า พ ื ้ น ที่
ทรพั ยากรน้ำตน้ ทุน และกำหนดให้พ้ืนทล่ี มุ่ นำ้ พนื้ ทีช่ ุ่มน้ำ
นโยบาย : การจัดการมลพิษเพื่อลดปัญหา เป็นพ้นื ทอ่ี นุรกั ษ์ เปน็ พนื้ ท่ถี กู กนั ออก ก่อนพิจารณาพ้ืนท่ี
ส่งิ แวดลอ้ มและทำใหป้ ระชาชนมีคณุ ภาพชวี ิตที่ดขี ึน้ เพอ่ื การพัฒนาอืน่ ๆ ตอ่ ไป
พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้างของภาคมีการ นโยบาย : การเพิม่ พื้นท่ีป่าไมเ้ พอื่ รักษาความชุ่ม
ขยายตวั เพมิ่ ขึน้ อยา่ งต่อเนื่อง อันเปน็ ผลจากปัจจัยภายใน ชนื้ ให้แกพ่ น้ื ท่ีต้นน้ำลำธาร และกนั พื้นทีต่ ้นนำ้ ลำธารและ
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ พนื้ ทีช่ มุ่ น้ำเป็นพื้นท่สี งวน
และส่งิ แวดลอ้ มอย่างย่งั ยืน และภาครฐั ส่งเสรมิ การพัฒนา
เมืองอย่างยั่งยืน แต่ด้วยเมืองขนาดใหญ่ของภาค พ้นื ทป่ี า่ ไมข้ องภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีขนาด
ตะวันออกเฉียงเหนือ พบปัญหามลภาวะทางสิ่งแวดล้อม ลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ. 2545-2559 และพื้นท่ี
ไม่ว่ามลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ ปัญหาขยะมูลฝอย คาดการณ์ในอนาคตยังคงมีแนวโน้มลดลงเช่นกนั ในขณะ
ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชากรในพื้นที่ ซึ่ง ที่ภาคเกษตรกรรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจาก
ภาครัฐกำกับการใช้มาตรการอยา่ งเคร่งครัดในการจัดการ การบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ อันเป็นผลจากปัจจัยภายใน
ส่ิงแวดล้อมและเขตควบคุมมลพิษ ตาม พรบ.ส่งเสริมและ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 และส่งเสริม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ยังคงพบการบุกรุกพื้นท่ี
มาตรการแรงจูงใจสำหรบั การลดการก่อมลพษิ ป่า สภาพป่าเสื่อมโทรม การลักลอบตัดไม้ ล่าสัตว์ และ
ปัญหาปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ทรัพยากรน้ำ ไม่ว่าจะเป็น
(6) นโยบายพื้นที่ต้นน้ำลำธารในแต่ละลุ่มน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่ลุ่มน้ำ และความเส่ือมโทรมของคุณภาพ
และพน้ื ทช่ี มุ่ น้ำ ทรัพยากรแหล่งน้ำ ซึ่งการกำหนดพื้นที่เหมาะสมในการ
สงวนรักษาพ้ืนทท่ี รพั ยากรป่าไม้ ทรพั ยากรแหล่งน้ำตน้ ทนุ
นโยบาย : การกำหนดสิทธิการใช้น้ำ (Water และกำหนดให้พื้นที่ป่าไม้ พื้นที่ลุ่มน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ เป็น
Right) แ ล ะ ค ว า ม ต ้ อ ง ก า ร น ้ ำ ข อ ง ส ิ ่ ง แ ว ด ล ้ อ ม พื้นที่อนุรกั ษ์ เป็นพื้นที่ถูกกนั ออก ก่อนพิจารณาพ้ืนท่เี พือ่
(Environmental Water Requirements) การพัฒนาอื่น ๆ ต่อไป และให้มีการปรับปรุงกฎหมาย
เกี่ยวกบั การอนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาติให้มีการเพิ่มระดบั
พื้นที่แหล่งน้ำของภาคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่าง การลงโทษในผู้กระทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม
ต่อเนื่อง อันเป็นผลจากปัจจัยภายในยทุ ธศาสตร์ที่ 4 การ สนับสนุนให้เกิดภาคีในทุกภาคสว่ นให้เกิดความรว่ มมือใน
บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่าง การอนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ
ยั่งยืน เร่งรัดฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ การพัฒนาและจัดหา
แหล่งน้ำให้เพียงพอ แต่ด้วยการเพิม่ ขึ้นของประชากร ทำ
ใหเ้ กดิ การขยายตัวของพื้นท่ีชุมชนและสง่ิ ปลูกสรา้ ง ทำให้
เกิดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยเฉพาะปัญหาด้านทรัพยากรน้ำ เกิดภาวะการณ์ขาด
แคลนน้ำในฤดแู ลง้ ปญั หาอุทกภยั ซ่งึ ภาครัฐควรมกี ารวาง
แผนการใช้น้ำของทุกภาคส่วนในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำและ
ระหว่างลุ่มน้ำในภาค จัดลำดับความต้องการตามความ
เหมาะสมของการใช้ประโยชน์ในแต่ละกิจกรรมของพื้นที่
เพื่อลดความขัดแย้งในพื้นที่ และให้มีการฟื้นฟู
สภาพแวดล้อมของแหล่งน้ำ
3-41
(7) นโยบายพ้นื ทปี่ ระวัติศาสตรแ์ ละศิลปวฒั นธรรม ขนส่งทางนำ้ ของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือเปน็ รูปแบบการ
นโยบาย : การอนรุ ักษ์และพฒั นาแหลง่ โบราณคดี ขนส่งทางลำน้ำ มีแม่น้ำสายหลักที่ใช้ในการขนส่ง คือ
แม่น้ำมูล แม่น้ำชี และแม่น้ำโขง แต่จะตื้นเขินในฤดูแล้ง
โบราณสถาน และพ้ืนท่สี ำคญั ทางประวตั ศิ าสตร์ ทำให้ไมส่ ามารถใชเ้ ปน็ การคมนาคมขนส่งทด่ี ีไดต้ ลอดทงั้ ปี
การกำหนดพื้นที่นโยบายอนุรักษ์และแหล่ง ส่วนการขนส่งทางอากาศปัจจุบันมีท่าอากาศยานเพียง
9 แห่ง
โบราณคดี โบราณสถาน และพื้นที่สำคัญทางประวัติ
ศาสตร์ อันเป็นผลจากปัจจัยนอกด้านการท่องเที่ยว เกิด 1) การคมนาคมขนส่งทางถนน มีเส้นทางสาย
การเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอินโด หลักของภาคเป็นทางหลวงหมายเลข 2 หรือถนนมิตรภาพ
จีน แตก่ ารพัฒนาทางเศรษฐกจิ การใช้พนื้ ท่เี พ่ือการขยาย เชื่อมต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคกลาง สิ้นสุดท่ี
ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง พื้นที่อุตสาหกรรมและคลัง จังหวัดหนองคายเชื่อมต่อไปยัง สปป.ลาว และยังมีทาง
สินค้า มีกลุ่มผู้ลงทุนจากนอกพื้นที่เข้ามาลงทุน เกิดการ หลวงสายรองที่เชื่อมต่อไปยังภาคต่าง ๆ และจังหวัดใน
เปลี่ยนแปลงทางด้านภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อม การรุก ภูมิภาค เช่น ทางหลวงหมายเลข 12 และทางหลวง
ล้ำพื้นที่แหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญ การหายไปของ หมายเลข 22 เป็นต้น ในปี 2558 กรมทางหลวงมี
วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ซึ่งต้องกำหนดให้มี ระยะทางในความรับผิดชอบถนนในภาคตะวันออก
ข้อกำหนดทางผังเมืองในเรื่องระยะห่างจากพื้นที่อนุรักษ์ เฉียงเหนือเป็นระยะทาง 19,434 กิโลเมตร ซึ่งแบ่งเป็น
ทางประวัติศาสตร์ และกำหนดให้เป็นพื้นที่ถูกกันออก ถนนคอนกรีต 842 กิโลเมตร ลาดยาง 18,365 กิโลเมตร
กอ่ นพิจารณาพน้ื ท่เี พื่อการพฒั นาอื่น ๆ ต่อไป ลูกรัง 3 กิโลเมตร และทางก่อสร้างและทางรักษาสภาพ
224 กโิ ลเมตร
นโยบาย: การพฒั นาพ้นื ทีแ่ หล่งโบราณคดแี ละ
โบราณสถานให้เปน็ แหลง่ ท่องเที่ยว เม่ือเปรียบเทียบปริมาณการเดนิ ทางโดยรวมบน
โครงข่ายทางหลวงระหว่าง ปี 2558-2550 พบว่าเพิ่มข้ึน
พื้นที่อนุรักษ์และแหล่งโบราณคดี โบราณสถาน จาก 34,868 ลา้ นคัน-กม. ตอ่ วัน ในปี 2550 เปน็ 62,404
และพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ อันเป็นผลจากปัจจัย ล้านคัน-กม. ต่อวัน ในปี 2558 คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้น
นอกด้านการท่องเที่ยว เกิดการเชื่อมโยงเส้นทางการ เฉลี่ยร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นการใช้รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน
ท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอินโดจีน แต่ด้วยการพัฒนา คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 9.73 ต่อปี
ทางเศรษฐกิจ การใช้พื้นที่เพื่อการขยายชุมชนและ รถบรรทุกขนาดเล็ก คิดเป็นอัตราการเพิม่ ขึ้นเฉลี่ยร้อยละ
สิ่งปลูกสร้าง พื้นที่อุตสาหกรรมและคลังสินค้า มีกลุ่มผู้ 6.49 ต่อปี และรถจักรยานยนต์ คิดเป็นอัตราการเพิ่มข้ึน
ลงทุนจากนอกพื้นที่เข้ามาลงทุน เกิดการเปลี่ยนแปลง เฉลี่ยร้อยละ 5.06 ต่อปี ตามลำดับ
ทางด้านภูมิทัศนแ์ ละสภาพแวดลอ้ ม การรุกล้ำพื้นท่แี หล่ง
ประวัติศาสตร์ที่สำคัญ การหายไปของวัฒนธรรม และ 2) การคมนาคมขนส่งทางราง มีบทบาทและ
สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ซึ่งต้องมีการกำหนดให้มีข้อกำหนด ความสำคัญน้อยกว่าการขนส่งทางถนน โครงขา่ ยคมนาคม
ทางผังเมืองในเรื่องระยะห่างจากพื้นที่อนุรักษ์ทาง ขนส่งทางรางมีเสน้ ทางแยกไปยังภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
ประวัติศาสตร์ และกำหนดให้เป็นพื้นที่ถูกกันออกก่อน และภาคเหนือที่สถานี ชุมทางบ้านภาชี จังหวัด
พิจารณาพื้นที่เพื่อการพัฒนาอื่น ๆ ต่อไป และส่งเสริมให้ พระนครศรีอยุธยา มีเส้นทางแยกเป็น 3 เส้นทาง ได้แก่
เกิดการพัฒนาอย่างถูกต้องทางวิชาการ เพื่อการพัฒนา เสน้ ทางตอนลา่ งชว่ งสระบรุ ี-อุบลราชธานี มีระยะทาง575
แหล่งประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว กิโลเมตร เสน้ ทางตอนบนช่วงนครราชสมี า สุดปลายทางท่ี
ระดบั ประเทศและระดบั นานาชาติ สถานีรถไฟท่านาแลง้ สปป.ลาว มีระยะทาง 628 กโิ ลเมตร
และเส้นทางตอนกลางช่วงแก่งคอย เป็นเส้นทางลัดไป
3.7 การคมนาคมขนสง่ และโลจสิ ติกส์ เชื่อมที่สถานีรถไฟชุมทางบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
มีระยะทางประมาณ 181 กโิ ลเมตร
ภาพรวมด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ของภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าการขนส่งทางถนนเป็น เมื่อเปรียบเทียบปริมาณผู้โดยสารรถไฟในภาค
รูปแบบการขนส่งที่มีปริมาณสูงที่สุดและเป็นรูปแบบการ ตะวันออกเฉียงเหนือระหว่างปี 2550-2558 พบว่า
ขนส่งหลักของภาค โดยมีทางหลวงหมายเลข 2 หรือถนน มีแนวโนม้ การขยายตัวลดลงคิดเป็นอัตราการเตบิ โตลดลง
มิตรภาพ เช่ือมต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคกลาง เฉลี่ยร้อยละ 2.8 ต่อปี ส่วนปริมาณการขนส่งสินค้ามี
และยังมีทางหลวงสายรองที่เช่อื มตอ่ ไปยังภาคตา่ ง ๆ และ แนวโน้มการขยายตัวลดลงคิดเป็นอัตราการเติบโตลดลง
จังหวัดในภูมิภาค สำหรับการขนส่งทางรางของภาค เฉล่ยี รอ้ ยละ 0.9 ตอ่ ปี
ตะวันออกเฉียงเหนือยังมีบทบาทน้อยกว่าการขนส่งทาง
ถนน แต่สามารถเชือ่ มโยงการขนสง่ กับ สปป.ลาว ได้ การ
3-42
3) การคมนาคมขนส่งทางน้ำ เป็นรูปแบบการ บทบาทและศักยภาพ
ขนส่งทางลำน้ำ โดยแม่น้ำสายหลักที่ใช้ในการขนส่งทาง ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื มีเปา้ หมายการพัฒนา
ลำน้ำ ได้แก่ แม่น้ำมูล และแม่น้ำชี ซึ่งแม่น้ำทั้งสองสาย เป็น “อีสานพึง่ พาตนเอง” ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
จะตื้นเขินในฤดูแล้งทำให้ไม่สามารถใช้เป็นการคมนาคม สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 เพื่อให้สามารถก้าวผ่านจาก
ขนส่งท่ีดไี ดต้ ลอดทง้ั ปี สว่ นแมน่ ำ้ โขงท่เี ป็นแม่น้ำตามแนว ความยากจน และกับดักรายไดป้ านกลาง โดยไดส้ นบั สนนุ
ชายแดนสามารถใช้ในการคมนาคมขนส่งได้ระยะทางส้ัน ศักยภาพด้านการเกษตรกรรม อาทิ ขา้ วหอมมะลิคณุ ภาพ
เนื่องจากมีเกาะแก่งเดินเรือได้สะดวกเฉพาะฤดูน้ำหลาก สูง และผลผลิตเกษตรอินทรีย์ที่มีอยู่เดิมบริเวณทุ่งกุลา
แต่อยู่ในระดับที่สามารถสนับสนุนการท่องเที่ยวได้ ร้องไห้ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางไปสู่
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจึงมีศักยภาพในการคมนาคม การเกษตรแปรรูป เน้นกลุ่มเกษตรประเภทปศุสัตว์ มัน
ขนส่งทางนำ้ นอ้ ยกว่าภาคอ่ืน สำปะหลัง อ้อย และข้าวโพด ประกอบกับอุตสาหกรรม
เพื่อส่งเสริมการผลิต ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เมอ่ื เปรยี บเทียบปริมาณการขนส่งทางลำน้ำของ ตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมาที่จะเติบโตเป็น
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือระหว่างปี 2549-2558 พบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (Super Cluster)
จำนวนเที่ยวเรือและจำนวนผู้โดยสาร มีแนวโน้มขยายตวั และอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต (New S-Curve) อาทิ
เพิ่มขึ้นคิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 10.7 อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า
และร้อยละ 6.1 ต่อปี ตามลำดบั อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์โทรคมนาคมในอนาคต และ
เป็นผลิตภัณฑ์ของภาคที่ส่งออกไปค้าขายยังต่างประเทศ
4) การคมนาคมขนส่งทางอากาศ มีท่าอากาศ- ผา่ นตอนลา่ งของภาคซงึ่ อยู่ใกล้กับระเบียงเศรษฐกิจพเิ ศษ
ยานจำนวน 9 แห่ง ได้แก่ (1) ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ (2) ภาคตะวันออก (EEC) รวมทั้งแนวระเบียงเศรษฐกิจตาม
ท่าอากาศยานอุบลราชธานี (3) ท่าอากาศยานขอนแก่น กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประชาคม
(4) ท่าอากาศยานอุดรธานี (5) ท่าอากาศยานเลย (6) ท่า เศรษฐกิจอาเซียน (AEC) กรอบความร่วมมือทาง
อากาศยานร้อยเอ็ด (7) ท่าอากาศยานสกลนคร และ (8) เศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) และความ
ท่าอากาศยานนครพนม (9) ทา่ อากาศยานนครราชสมี า ร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจา้ พระยา-แมโ่ ขง (ACMECS)
นอกจากน้ี รัฐบาลได้กำหนดบทบาทเมืองสำคัญ
เมื่อเปรียบเทียบจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสาร ที่มีศักยภาพและความสามารถในการเชื่อมโยงโครงข่าย
ระหว่างปี 2550-2558 พบว่ามีจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้นคิด คมนาคมขนส่งและโลจิสติกสใ์ นภาคตะวันออกเฉียงเหนอื
เป็นอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 17.0 ต่อปี จำนวน โดยให้จังหวัดขอนแก่นและนครราขสีมาเป็นเมือง
ผู้โดยสารมีอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 18.8 ต่อปี เม่ือ ศูนย์กลางการค้า การลงทุน การบริการสุขภาพและ
เปรียบเทยี บจำนวนผู้โดยสารในปี 2558 กับความจุในการ ศูนย์กลางการศึกษา ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอันดับความเจริญ
รองรับผู้โดยสารของท่าอากาศยานแต่ละแห่ง พบว่า ของเมืองในภาคสูง มีตำแหน่งที่ตั้งอยู่บนจุดตัดโครงข่าย
ท่าอากาศยานที่จำนวนผู้โดยสารมีความหนาแน่นเกิน คมนาคมและแนวพัฒนาที่สำคัญ อาทิ แนวระเบียง
ความสามารถในการรองรับเพื่อให้บริการได้ในระดับการ เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic
ให้บริการที่ดีตามที่ออกแบบไว้ ได้แก่ ท่าอากาศยาน Corridor) ที่จังหวัดขอนแก่น แนวระเบียงเศรษฐกิจกลาง
อุดรธานี ท่าอากาศยานอุบลราชธานี และท่าอากาศยาน (Central Economic Corridor) ที่จังหวัดนครราชสีมา
สกล และท่าอากาศยานขอนแก่น แสดงให้เห็นถึง รวมทั้งมีแนวเส้นทางรถไฟสายสิงคโปร์-คุนหมิง (SKRL)
ความจำเป็นต้องปรับปรุงเพื่อเพิ่มความสามารถในการ พาดผ่าน ส่งผลให้จังหวัดขอนแก่นและนครราชสีมามี
รองรับผโู้ ดยสารเพื่อรองรบั การใช้งานในอนาคต ลักษณะเป็นเมืองชุมทาง ที่มีศักยภาพสามารถรวบรวม
ผู้โดยสารและสินค้า เพื่อกระจายและส่งต่อไปยังเมือง
5) การคาดการณ์ปริมาณการเดินทางและการ ชายแดนหรือประเทศคู่ค้า โดยมีความร่วมมือจาก
ขนส่งในอนาคต พบวา่ การเดนิ ทางระหวา่ งภาคตะวันออก สปป.ลาว ในการเชื่อมเส้นทางรถไฟจากหนองคาย-ท่านา
เฉียงเหนือกับภาคอื่น ๆ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.38 ส่วน แล้ง-เวียงจันทน์ สู่เมืองหลวงของสปป.ลาว และสะพาน
การเดินทางภายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเพิ่มขึ้น ข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 เชื่อมจังหวัดนครพนมและเมอื งท่า
เฉลี่ยร้อยละ 4.30 ในขณะที่การขนส่งสินค้าระหว่างภาค แขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ทำให้เกดิ การแพร่สะพัดของ
ตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคอื่น ๆ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การ
3.46 ส่วนการขนส่งสนิ ค้าภายในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
เพม่ิ ข้นึ เฉลย่ี รอ้ ยละ 4.08 โดยรวมในช่วง 20 ปี ระหว่างปี
2560-2580 ทั้งปริมาณการเดินทางและการขนส่งสินค้า
จะขยายตวั ประมาณ 2 เทา่
3-43
ท่องเที่ยว และการจ้างงานซึ่งจะช่วยให้ภาคตะวันออก ตามภูมิภาคต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดการกระจายความเจริญ
เฉียงเหนือสามารถไปสเู่ ป้าหมายท่ีตั้งไว้ได้ และการตั้งถิ่นฐานออกไปสู่สภาพที่เหมาะสมกับการ
เชอ่ื มโยงเมืองหลักด้วยระบบรางและรถไฟความเรว็ สูง
เมื่อพิจารณาแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
ด้านคมนาคมขนส่ง พ.ศ. 2558-2565 ที่จะมีการดำเนิน การคมนาคมขนสง่ ทางอากาศ มโี ครงการพฒั นา
โครงสร้างระบบคมนาคมขนส่งขนาดใหญ่ ( Mega ท่าอากาศยานอุดรธานี เพิ่มความสามารถในการรองรับ
Project) ตามนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาจาก ผูโ้ ดยสารในอนาคต และผลักดนั ใหท้ ่าอากาศยานอดุ รธานี
ยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เป็นศูนย์กลาง (Hub) การบินขนาดใหญ่ของภาค
แห่งชาติ อาทิ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถรองรองเที่ยวบินได้มากขึ้น
(SEZ) การพฒั นาเขตเศรษฐกจิ พเิ ศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะเที่ยวบนิ จากตา่ งประเทศ
ประกอบกับกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ และ
ยุทธศาสตร์ของจีนที่ต้องการขยายอิทธิพลมายังประเทศ การติดตามสถานการณด์ า้ นคมนาคมขนสง่
กลุ่มอาเซียนเพิ่มขึ้น เพื่อแสวงหาเส้นทางในการขนส่ง และโลจสิ ติกส์เปรยี บเทียบกบั ผงั ภาค 2600
สินค้า รวมทั้งการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวที่มี
แนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เหล่านี้จะเป็นโอกาสในการพัฒนา การตดิ ตามดา้ นนโยบาย
ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพและบทบาทของพื้นที่ภาค นโยบาย : ยกระดับการให้บริการของถนนใน
ตะวันออกเฉียงเหนือในฐานะที่เป็นจุดเชื่อมโยงการ โครงข่ายหลกั
เดินทางและขนส่งสินค้าจากประเทศลาว เวียดนาม และ โดยการปรบั ปรงุ โครงข่ายทางหลวงให้เหมาะสม
จนี ตอนใต้ ทง้ั ในแง่ของการคา้ การลงทุนและการท่องเทยี่ ว กับการใช้ประโยชน์ เพื่อเชื่อมต่อกับพืน้ ท่ีเป้าหมาย ได้แก่
แหลง่ อตุ สาหกรรม เกษตรกรรม และประตกู ารคา้ รวมถึง
แนวโนม้ ดา้ นคมนาคมขนสง่ และโลจิสตกิ ส์ในอนาคต การเชื่อมต่อกับการคมนาคมขนส่งระบบอื่น มีระบบ
จากปริมาณการเดินทางและการขนส่งที่มี Motorway ที่เอื้ออำนวยให้การเดินทางและขนส่งใน
ระยะไกลไดร้ บั ความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
แนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ส่งผลให้การคมนาคม ผลการติดตามโครงข่ายคมนาคมขนสง่ ทางถนน
ขนส่งรูปแบบต่าง ๆ ต้องมีแผนการพัฒนาเพื่อรับมือกับ ที่มีประสิทธิภาพมีความจำเป็นเพื่อรองรับปริมาณการ
ปริมาณการเดินทางทีเ่ พิ่มมากขึ้น โดยการคมนาคมขนสง่ เดินทางและขนส่งที่เพิ่มมากขึ้น จากการเปลี่ยนแปลง
ทางถนนมีโครงการทางหลวงพเิ ศษระหว่างเมืองเช่ือมโยง สภาพเศรษฐกิจและสงั คม สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ด้าน
เส้นทางคมนาคมสู่ภูมภิ าคตา่ ง ๆ จำนวน 4 สายทาง เพื่อ การสรา้ งความสามารถในการแขง่ ขัน ของยุทธศาสตร์ชาติ
เป็นการแบ่งเบาการจราจรจากถนนทางหลวงสายหลัก 20 ปี และ ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค เมือง และพื้นที่
เพิ่มความสะดวกสบายจากการมีทางเลือกในการเดนิ ทาง เศรษฐกิจ เพื่อกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคของประเทศ
ที่เพิ่มมากขึ้น และยังมีเส้นทางที่เชื่อมต่อกับประเทศ ไทย ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบ
เพ่อื นบา้ นมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือท่ีในปัจจุบันไม่มี โลจิสติกส์ และยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างประเทศ
ขอบเขตที่ตดิ กับชายแดน หรือประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งการ เพื่อการพัฒนา ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ในการ
คมนาคมขนส่งที่สะดวกสบายจะช่วยผลักดันทั้งด้าน เชื่อมโยงเมืองหลักของภูมิภาค และพื้นที่พัฒนาเขต
การค้าระหว่างประเทศ และด้านการพัฒนาโครงสร้าง เศรษฐกิจพิเศษชายแดน บริเวณประตูการค้าระหว่าง
พ้ืนฐาน ประเทศ
นโยบาย : การเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคด้วย
การคมนาคมขนส่งทางราง มีการพัฒนา คมนาคมระบบรางอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มการใช้
โครงข่ายรถไฟทางคู่ เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการเดนิ การขนสง่ ทางน้ำ
รถให้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น รองรับความ แนวคิดของนโยบายนี้ในส่วนของการขนส่งทาง
ต้องการด้านการขนส่งคนและสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยไม่ รางสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่แผนงานต้องมี
ต้องมีการรอหลีก ส่งผลถึงความเชื่อมั่นในการให้บริการ การปรับปรุง ส่วนนโยบายในส่วนของการขนส่งทางนำ้ ไม่
ของระบบ ทำให้ผู้ประกอบการดา้ นการขนส่งสินค้าหนั มา มีความจำเป็นแล้ว การขนส่งทางน้ำจะช่วยให้ระบบ
ใช้บริการระบบรางมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้ สามารถดึงดูดให้มีผู้ใช้บริการมากขึ้นทั้งการโดยสารและ
พลังงานและลดต้นทุนการขนส่งของประเทศในภาพรวม การขนส่งสินค้า ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีโครงการรถไฟความเร็วสูง เพื่อเป็น สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถใน
ทางเลือกสำหรับผู้เดินทางที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว การแข่งขัน และยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบน
ในการเดนิ ทางมากขน้ึ อกี ทง้ั ยังเป็นการเช่อื มต่อเมืองหลัก คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ของยุทธศาสตร์
3-44
ชาติ 20 ปี และ ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค เมือง และ บก (Dry Port) ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย จุดที่
พื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคของ กำหนดให้เป็นย่านกองเก็บตู้สินค้าตามนโยบายผังภาค
ประเทศไทย ยทุ ธศาสตร์การพฒั นาโครงสรา้ งพ้ืนฐานและ 2600 ไม่ไดอ้ ยู่ในพืน้ ที่ท่ีเหมาะสมตอ้ งมีการปรับปรุง
ระบบโลจิสติกส์ และยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่าง
ประเทศเพื่อการพัฒนา ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ใน นอกจากนี้ แนวทางในการผลักดันสินค้าหลัก
การเชื่อมโยงเมืองหลักของภูมิภาค และพื้นที่พัฒนาเขต ของภาคให้มาใช้ประตูการค้าของภาคตะวันออก
เศรษฐกิจพิเศษชายแดน บริเวณประตูการค้าระหว่าง เฉียงเหนอื นนั้ ไมไ่ ด้ตอบโจทย์เรอ่ื งการลดต้นทนุ เนือ่ งจาก
ประเทศ รวมท้ัง ยทุ ธศาสตร์การสร้างความเปน็ ธรรมและ เส้นทางการขนส่งสินค้าจะถูกเลือกจากค่าขนส่งใน
ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และยุทธศาสตร์การเติบโตท่ี ภาพรวมจากต้นทางถงึ ประเทศปลายทาง
เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ
แผนพฒั นาฯ ฉบับท่ี 12 เน่อื งจากการขนสง่ ทางรถไฟเป็น นโยบาย : พัฒนาท่าอากาศยานในพื้นที่ให้เป็น
รูปแบบทส่ี ามารถเขา้ ถึงไดส้ ำหรับประชาชนทุกระดบั และ ศูนยก์ ลางการคมนาคมขนสง่ ทางอากาศ
เป็นรปู แบบการขนสง่ ทเ่ี ป็นมิตรตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ให้จังหวัด
ในส่วนของการขนส่งทางน้ำ ในช่วงของการ อุดรธานีเป็นศูนย์กลางการคมนาคมนส่งทางอากาศ ซ่ึง
จัดทำผังภาค 2600 นั้นยังไม่มีการก่อสร้างสะพาน เน้นไปที่การคมนาคมขนส่งของผู้โดยสารเป็นหลัก และ
มิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ที่มุกดาหาร และ แห่งที่ 3 จังหวัดขอนแก่น กำหนดให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคม
ที่นครพนม การขนส่งสินค้าใช้แพขนานยนต์ข้ามฟาก ขนส่งทางระบบราง และทางอากาศ ซ่งึ เน้นไปทก่ี ารขนส่ง
และการขนส่งผู้โดยสารโดยใช้เรือข้ามฟาก หลังจาก สินค้าเป็นหลัก ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
มีการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 กำหนดให้จังหวัดอุบลราชธานี เป็นเมืองศูนย์กลาง
ที่มุกดาหาร และ แห่งที่ 3 ที่นครพนม แล้วการเดินทาง คมนาคมขนสง่
และขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ใช้การขนส่งทางถนน
เป็นหลกั การพัฒนาทา่ เรอื พาณิชย์เพื่อขนส่งสินค้าจึงไม่มี มคี วามสอดคลอ้ งกับสถานการณป์ ัจจบุ นั ยกเวน้
ความจำเปน็ บทบาทดา้ นการเป็นศนู ยก์ ลางการขนส่งสินค้าทางอากาศ
ท่าอากาศยานที่มีจำนวนผู้โดยสารสูงสุดในภาค ได้แก่ ท่า
นโยบาย : สนับสนุนการขนส่งต่อเนื่องหลาย อากาศยานนานาชาติอุดรธานี ท่าอากาศยานนานาชาติ
รปู แบบ และเพม่ิ ศกั ยภาพด้านโครงสรา้ งพื้นฐานการขนสง่ อบุ ลราชธานี และท่าอากาศยานขอนแก่น ตามลำดบั ดา้ น
ใหท้ ันสมยั การขนส่งสนิ ค้า ทา่ อากาศยานทม่ี ปี รมิ าณการขนส่งสินค้า
สูงสุดเปน็ เช่นเดียวกบั ในกรณขี องจำนวนผ้โู ดยสาร คือ ทา่
แนวคิดส่วนใหญ่ของนโยบายนี้สอดคล้องกับ อากาศยานนานาชาติอุดรธานี ท่าอากาศยานนานาชาติ
สถานการณ์ปัจจุบัน แต่การกำหนดที่ตั้งของสิ่งอำนวย อบุ ลราชธานี และทา่ อากาศยานขอนแกน่ ตามลำดับ
ความสะดวกบางส่วนไม่สอดคลอ้ งกับสถานการณ์ปัจจบุ ัน
การสง่ เสรมิ ใหเ้ กิดการขนสง่ ต่อเนื่องหลายรูปแบบ เพ่ือให้ นโยบาย : รักษามาตรฐานการให้บริการ ในด้าน
เกิดการลดต้นทุนการขนส่ง จะช่วยเพิ่มความสามารถใน ของความน่าเชื่อถือของระบบ
การแข่งขันของประเทศ และลดความแออัดและมลพิษ
จากการขนสง่ ทางถนน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านการ เพื่อดึงดูดให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าหันมาใช้
สร้างความสามารถในการแข่งขัน และยทุ ธศาสตร์ดา้ นการ บริการ แต่พบปัญหาการขาดความน่าเชื่อถือของระบบ
สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นปัญหาหลักของการขนส่งสินค้าทางรถไฟ หาก
ของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และ ยุทธศาสตร์การพัฒนา สามารถแก้ปัญหานี้ได้ก็จะเพิ่มโอกาสที่ผู้ประกอบการจะ
โครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ ของแผนพัฒนาฯ หนั มาใชร้ ะบบรถไฟในการขนส่งสนิ คา้ โดยปัญหาดังกล่าว
ฉบับที่ 12 รวมทั้ง ยุทธศาสตร์การเติบโตที่เป็นมิตรกับ มีดังนี้ ข้อจำกัดของทางเดี่ยว สภาพโครงสร้างทางรถไฟ
สิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของแผนพัฒนาฯ สภาพรถจกั รลอ้ เล่อื น ความพอเพยี งของรถจักรล้อเล่ือนที่
ฉบับที่ 12 เนื่องจาการขนส่งทางรถไฟเป็นรูปแบบการ จะให้บริการ ความล่าช้าในการจัดหารถจักรล้อเลื่อน
ขนสง่ ที่เปน็ มติ รตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม เพมิ่ เตมิ
ทั้งนี้ แผนงานการพัฒนาจุดเชื่อมโยงการขนส่ง นโยบาย : ยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ
สินค้าในปัจจุบัน ประกอบด้วย การพัฒนาสถานีขนส่ง ที่ช่องทางการค้าหลัก และพัฒนาช่องทางการค้าที่มี
สินคา้ ของกรมการขนส่งทางบก การพฒั นาลานกองเก็บตู้ ประสิทธภิ าพ
สินค้า (CY) ซึ่งอยู่ในโครงการก่อสร้างทางคู่และทางสาย
ใหม่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และการพัฒนาท่าเรือ สอดคล้องตามแนวทางการพัฒนาระบบ NSW
ให้เชื่อมโยงสมบูรณ์ และแก้ไขอุปสรรคการค้าระหว่าง
ประเทศ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพืน้ ฐานและ
สิ่งอำนวยความสะดวก ของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
ระบบโลจสิ ตกิ ส์ของไทย ฉบบั ท่ี 3
3-45
นโยบาย : พัฒนาเครือข่ายเชื่อมโยงศูนย์ ระบบ NSW ให้เชื่อมโยงสมบูรณ์ และการพัฒนา
รวบรวมและกระจายสนิ คา้ กระบวนการโลจิสติกส์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ การเร่ง
แกไ้ ขอปุ สรรคการคา้ ระหว่างประเทศ ตามยทุ ธศาสตรก์ าร
เพิ่มบทบาทจุดเชื่อมโยงการขนส่งในการสร้าง พฒั นาโครงสร้างพ้นื ฐานและส่งิ อำนวยความสะดวก
มูลค่าเพิ่มให้แก่ภาคการขนส่ง โดยการขยายรูปแบบการ
ให้บริการของ ICD ส่งเสริมให้พัฒนา Logistics Center นโยบาย : สนับสนุนให้ผู้ประกอบการขนาด
ในบริเวณพื้นที่หลังท่าของท่าเรือที่สำคัญ และนำ ก ล า ง แ ล ะ ข น า ด เ ล ็ ก ( SMEs) ห ั น ม า ใ ช ้ บ ร ิ ก า ร
(Outsourcing) ของผใู้ ห้บริการโลจิสติกส์
เทคโนโลยดี ้านสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้
ในแง่ของแนวคิดนโยบายนี้สอดคล้องกับ เนอื่ งจากกวา่ รอ้ ยละ 70 ของผู้ประกอบการของ
ไทยในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ เป็นบริษัทขนาดเล็ก
สถานการณ์ปัจจุบัน สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาส่ิง จำเป็นต้องช่วยสนับสนุน เช่น การยกระดับให้เป็นผู้ให้
อำนวยความสะดวกและศูนย์บริการโลจิสติกส์ ตาม บริการในลกั ษณะ Contract Logistics หรอื Third Party
ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวย Logistics และประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศในงาน
ความสะดวก ของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบ โลจิสตกส์ สนับสนุนด้านการลงทุนในแผนภาพแบบของ
โลจิสติกส์ของไทย ฉบับที่ 3 แต่ในแง่ของรายละเอียดมี BOI หรือการให้เงินกู้ยืมในการพัฒนาศักยภาพในการ
ให้บริการงานด้านโลจิสติกส์ของบริษทคนไทย ส่งเสริม
ความคลาดเคลื่อน เนื่องจากในปัจจุบันภาคตะวันออก และถ่ายทอดเทคโนโลยี สอดคล้องกับกลยุทธ์การพัฒนา
เฉียงเหนือไมม่ ี ICD รวมทง้ั ไม่มกี ารขนส่งสินคา้ ทางนำ้ ศักยภาพผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (Logistics Service
Providers: LSPs) ให้สามารถแข่งขันได้ ตามยุทธศาสตร์
นโยบาย : พัฒนาระบบและเทคโนโลยี การพัฒนาเพิ่มมูลค่าระบบห่วงโซ่อุปทาน ของแผน
สารสนเทศรวมท้ังข้อมูลดา้ นโลจิสตกิ ส์ ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาระบบโลจสิ ตกิ สข์ องไทย
สอดคล้องกับแนวทางการเชื่อมโยงการค้าสู่ 3.8 ดา้ นสาธารณปู โภคและสาธารณปู การ
รูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) ตาม สามารถสรปุ สถานการณ์การเปลี่ยนแปลง ศักยภาพ
ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาเพม่ิ มูลคา่ ระบบห่วงโซอ่ ุปทาน และ ปัญหาและแนวโน้มของแตล่ ะประเภทได้ดังน้ี
การพัฒนาระบบ NSW ให้เชื่อมโยงสมบูรณ์ และการ
พัฒนากระบวนการโลจิสติกส์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ การบริการดา้ นการศกึ ษา
ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและส่ิง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการจัดการศึกษาครบใน
อำนวยความสะดวก ของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา ทุกระดับ ตั้งแต่ก่อนประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษา
ระบบโลจิสตกิ ส์ของไทย และมีการกระจายตวั อย่างทั่วถึง ระดบั การศึกษาจะตั้งอยู่
ในเขตอำเภอเมืองและอำเภอรอบนอกของทุกจังหวัด
นโยบาย : พัฒนาบุคลากรทางดา้ นโลจสิ ติกส์ท่ีมี ขณะที่มหาวิทยาลัยกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งภาค โดยเฉพาะ
คุณภาพใหเ้ พียงพอตอ่ ความต้องการ ในตอนกลางและตอนลา่ งของภาค
สภาพการปัญหาในการบริการด้านศึกษาของภาค
สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนามาตรฐาน ตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ การกระจุกตัวของบริการ
วิชาชีพโลจิสติกส์ และการพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์ ศึกษาระดบั มัธยมศกึ ษา อาชวี ศึกษาและอุดมศกึ ษา พบว่า
ยังมกี ารใหบ้ ริการกระจกุ ตวั ในพน้ื ท่ีเมืองหลัก
ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ตามยุทธศาสตร์การ จังหวัดที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางการบริการทาง
พัฒนาปัจจัย สนับสนุนด้าน โลจิสติกส์ ของแผน การศึกษาหลัก คือ จังหวัดขอนแก่น อุบลราชธานี และ
ยุทธศาสตร์การพฒั นาระบบโลจิสตกิ ส์ของไทย มหาสารคาม และนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความ
พรอ้ มสูง โดยเฉพาะในระดบั อุดมศึกษา
นโยบาย : พัฒนามาตรฐานการให้บริการ การบริการด้านสาธารณสุข
โลจิสติกส์ รวมทั้งข้อกฎหมาย ข้อบังคับที่สนับสนุน ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื มีสถานบริการสาธารณสขุ
กิจกรรมโลจสิ ตกิ ส์ กระจายตัวในทุกพื้นที่ของภาคทั้งโรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพตำบล โรงพยาบาลของรัฐทุกสังกัด โรงพยาบาล
นโยบายน้ีสอดคลอ้ งกับสถานการณป์ ัจจุบัน แต่ ศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน รวมถึง
แนวทางกล่าวถึงเฉพาะการปรับปรุงกฎหมายการขนส่ง โรงพยาบาลเอกชนซงึ่ สถานบริการสาธารณสุข
ภายในประเทศ แนวทางการพัฒนามาตรฐานการให้
บริการโลจิสติกส์ และข้อกฎหมายสนับสนุนกิจกรรม
โลจิสติกส์ของแผนยุทธศาสตร์การพฒั นาระบบโลจิสติกส์
ของไทย ฉบับที่ 3 ประกอบด้วย การเชื่อมโยงการค้าสู่
รูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) และการ
พัฒนาศักยภาพผูใ้ หบ้ ริการโลจิสติกส์ (Logistics Service
Providers: LSPs) ให้สามารถแข่งขันได้ ตามยุทธศาสตร์
การพัฒนาเพิ่มมลู ค่าระบบห่วงโซ่อุปทาน และการพฒั นา
3-46
สภาพการปัญหาในการบริการด้านสถานบริการ อาชีวศึกษา อุดมศึกษา และสถาบันวิจัย ที่สร้างองค์
สาธารณสุขของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ความไม่
เพียงพอของบุคลากร ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางแพทย์ ความรู้ใหม่และศาสตร์เฉพาะทางให้ตอบสนองกับการ
ทนั ตแพทย์ และพยาบาล
เปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม สอดคล้องกับความ
จังหวัดที่ถือเป็นศูนย์กลางหลักภาค ทางด้านการ ต้องการของตลาดแรงงานและการแข่งขันในเวทีสากล
บริการสาธารณสุข ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา
และอุบลราชธานี เนื่องจากเป็นศูนย์กลางทางด้านการ เช่น มุ่งเน้นการผลิตกำลังคนที่มีทักษะการทำงานในพืน้ ท่ี
บริการ วิทยาศาสตร์การแพทย์ สถานพยาบาลและ
บุคลากรที่มีความพร้อมสูง ขณะที่ศูนย์กลางรอง ได้แก่ เช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช
อุดรธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ ที่มีความพร้อม
ค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลศูนย์ของ มงคลอีสาน (วิทยาเขตขอนแก่น) มหาวิทยาลัยอุบล
ภาค
ราชธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นต้น โดย
โครงสร้างพน้ื ฐาน
ไฟฟ้าที่ใช้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาจาก กำหนดให้มีศูนย์กลางการศึกษาอยู่ในพื้นที่จังหวัด
2 ส่วนหลัก คือ ส่วนที่ผลิตภายในประเทศและส่วนท่ี ขอนแก่น นครราชสมี า และอุบลราชธานี
นำเข้าจาก สปป.ลาว ซึ่งสูงถึงร้อยละ 68.0 ของปริมาณ
การใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของ ส่วนที่เหลือเป็นการผลิตเองใน นโยบาย : การพฒั นาด้านสาธารณสขุ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 28.0 และนำเข้าจาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการพัฒนาด้านการ
ภาคเหนือและภาคกลาง ร้อยละ 4.0 ในภาคตะวันออก บริการสาธารณสุข โดยการเสริมสร้างสุขภาพอนามัยของ
เฉียงเหนือมีโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการผลิตพลังงานไฟฟ้า ประชาชนให้แข็งแรง ประชาชนมีความรู้ด้านสาธารณสุข
จำนวน 25 แห่ง ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และไดร้ บั ริการสาธารณสขุ เทา่ เทียมและเสมอภาคกนั การ
จำนวน 11 แห่ง โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ จำนวน 1 แห่ง จัดบริการแพทย์ทางเลือกในสถานพยาบาลและศูนย์
โรงไฟฟา้ พลงั งานพลงั สุริยะ จำนวน 9 แห่ง และโรงไฟฟา้ ชุมชน การจัดตั้งศูนย์บริการการรักษาและฟื้นฟูสุขภาพ
พลังงานลม จำนวน 4 แหง่ และส่งเสริมบริการธุรกิจบริการสุขภาพ รวมถึงการ
ปัจจุบันภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องนำเข้า ยกระดับขีดความสามารถด้านบุคลากรและความเชี่ยว-
ไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ในสดั สว่ นทสี่ ูง จงึ สามารถใชไ้ ฟฟ้าได้ ชาญทางการแพทย์ สาธารณสุขสมัยใหม่ ภูมิปัญญา
อย่างเพียงพอ แต่ยังคงมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงด้าน ท้องถิ่นและการแพทย์ไทยในการให้บริการและเป็นศูนย์
พลังงานของภาค ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าหาก สขุ ภาพในภมู ิภาค
เกิดเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ สปป.ลาว ไม่สามารถส่งกระแส นโยบาย : ด้านการสื่อสารและเทคโนโลยี
ไฟฟ้ามายังไทยได้ ดังนั้นจึงควรมีการพัฒนาพลังงาน สารสนเทศ
ทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทติ ย์ และพลงั งานชีวมวล ซึ่ง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็น
ในพื้นที่มีแหล่งวัตถุดิบทางการเกษตรอยู่จำนวนมาก เครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเพื่อการเพิ่มมูลค่าของภาค
เพื่อใช้เป็นพลังงานสำรองในภาคอุตสาหกรรมและ การผลิต การบริการและการสร้างความสะดวกสบายใน
พาณชิ ยกรรม การดำเนินชีวิต โดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนท้ัง
การตดิ ตามสถานการณ์ดา้ นสาธารณณูปโภค ภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการพาณิชย์ ภาคการศึกษา
และสาธารณปู การเปรียบเทยี บกบั ผังภาค 2600 ภาคสังคม ภาคสาธารณสุข รวมถึงการพัฒนาที่เหมาะสม
การตดิ ตามด้านนโยบาย กับเศรษฐกิจและการพัฒนาพื้นที่ สำหรับการพัฒนาด้าน
นโยบาย : การพัฒนาด้านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของภาคตะวันออก
การพัฒนาด้านการศึกษาของภาคตะวันออก เฉียงเหนือ เช่น
เฉียงเหนือโดยการยกระดับการศึกษาและการเรียนรู้การ - การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาครัฐ
ใชเ้ ทคโนโลยีท่ที ันสมัย เพ่อื ใหก้ า้ วทันการพัฒนาของโลกท่ี (E-Government) มี
ไร้พรหมแดน ส่งเสริมและสนับสนุนการกระจายโอกาส
ทางการศึกษาแก่ประชาชนให้สามารถเข้าถึงได้จากทุก - การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศใน
พื้นที่ในเมืองและชนบท พัฒนาหลักสูตรสถาบัน
ภาคอตุ สาหกรรม (E-Industry)
- นโยบายการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศใน
ภาคการพาณชิ ย์ (E-Commerce)
- นโยบายการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศใน
ภาคการศกึ ษา (E-Education)
- นโยบายการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศใน
ภาคสังคม (E-Society)
3-47
- นโยบายการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศใน การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
อย่างกา้ วกระโดดเปน็ กุญแจสำคญั ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ
ภาคสาธารณสขุ (E-Health) สังคม สิ่งแวดล้อม และเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนในสังคมทุก
นโยบาย : ดา้ นพลงั งาน เพศ ทุกวัย แนวโน้มจากการพัฒนาดังกล่าวยังส่งผลต่อ
การจัดหาแหล่งผลิตและจัดหาพลังงานใน ประเทศท้งั ในมิติเศรษฐกิจ สังคม
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องมีการจัดหาพลังงานให้ การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ
เพียงพอต่อความต้องการภายในภาค เพราะพลังงานเป็น นวัตกรรมมีประสิทธภิ าพ สามารถขับเคลื่อนประเทศไทย
ปัจจัยที่สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของภาค ทั้งนี้ได้มี ไปสู่เศรษฐกิจสังคมฐานความรู้และเพิ่มขีดความสามารถ
นโยบายส่งเสริม สนับสนุน และสร้างความร่วมมือในการ ในการแข่งขนั ของประเทศ บคุ ลากรดา้ นวทิ ยาศาสตร์และ
แลกเปลี่ยนด้านเทคโนโลยีพลังงาน การช่วยเหลือทาง เทคโนโลยีได้รับการพัฒนาให้สมดุลทั้งปริมาณและ
เทคนิค การค้นคว้าวิจัย รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลด้าน คุณภาพ ลดการพึ่งพิงผลิตภัณฑ์อุปกรณ์และเทคโนโลยี
พลังงานและการอนุรักษ์พลังงานในระดับชุมชนผ่านทาง จากต่างประเทศ ประชาชนได้รับประโยชน์จากการลงทนุ
สถาบันการศึกษาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านการวิจัยและพัฒนา ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีมี
สำหรับการพัฒนาด้านพลังงานของภาคตะวันออก ความรอบรูแ้ ละความสามารถดา้ นวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี
เฉียงเหนือ เช่น รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการจัดหา และนวัตกรรมเพิ่มขึ้น รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่รวดเรว็
พลังงานไฟฟ้าจากประเทศเพ่ือนบ้าน การพัฒนาพลังงาน มีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีและสามารถใช้วิทยาศาสตร์
ทดแทนอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย เทคโนโลยีและนวตั กรรมใหเ้ ป็นประโยชนต์ อ่ การดำรงชวี ติ
ดา้ นพลงั งานทดแทน ของตนเอง การวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด ควรมีการคำนึงถึงประเด็น
3.9 สรุปประเดน็ สถานการณแ์ ละ สำคัญหลายประเด็นที่มีผลต่อการวางแผนนโยบายของ
แนวโนม้ การเปลีย่ นแปลง ภาคในแต่ละส่วนพ้ืนทีข่ องประเทศ โดยให้ความสำคญั ถึง
การเปลี่ยนแปลงของบริบทการพัฒนาในสังคมโลก การ
3.9.1 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ส่งผลต่อการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการรวมตัวของประชาคมกิจ
เปลีย่ นแปลงสถานการณ์ อาเซียน ความพร้อมในการรองรับการเกิดนวัตกรรมแบบ
ก้าวกระโดดของทุกภาคส่วน บริบทการเปลี่ยนของบริบท
จากการวิเคราะห์และบูรณาการข้อมูลระหว่าง ด้านประชากร พลังงาน อาหาร และสิ่งแวดล้อม
สาขา ในการพัฒนาภาค จากหลากหลายประเด็นในการ สถานการณ์ด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ไปจนถึง
พัฒนา ท้งั ในระดบั นโยบายและผลการดำเนินการที่เกดิ ขนึ้ แรงงานในทกุ ระดับอีกดว้ ย
สามารถระบถุ งึ การเปล่ียนแปลงทีส่ ่งผลต่อการพัฒนาภาค
โดยผลการบูรณาการการวิเคราะหเ์ ป็นดงั นี้ แนวโน้มสังคมโลก ประเด็นสำคัญท่ี
เกิดขึ้นคือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของโลก องค์การ
1) สถานการณโ์ ลก สหประชาชาติประเมินว่า พ.ศ. 2544-2563 จะเป็น
บริบทการพัฒนาของโลก ทั้งในด้านการ ศตวรรษแหง่ ผ้สู ูงวยั จากการเพมิ่ ขึ้นของประชากรผู้สูงอายุ
โดยสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 12.3 ในปี 2558
วิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเกิดสาขา เป็นร้อยละ 13.8 ในปี 2563 ขณะที่วัยแรงงาน (อายุ 25-
อุตสาหกรรมผสมผสานการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ 59 ปี) จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 45.4 เป็นร้อยละ
ตอบสนองความต้องการในภาคการผลิต การบริการ และ 475.7 ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่หลังจากปี 2563 วัย
พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในห้ากลุ่มหลัก ได้แก่ แรงงานจะลดลงอย่างตอ่ เน่อื ง สว่ นวยั เดก็ (0-24 ปี) ลดลง
กลุ่มอาหาร เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ กลุ่ม จากร้อยละ 42.3 เป็นร้อยละ 40.8 การเข้าสูส่ ังคมผู้สูงวัย
สาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ กลุ่ม จะส่งผลต่อการเตรียมการในการวางแผนด้านการบริการ
เครื่องมืออุปกรณ์อัจฉรยิ ะ หุ่นยนต์ และระบบเครือ่ งกลท่ี สาธารณสุขเป็นสำคัญ เพราะเป็นประเด็นความเข้าใจที่
ใช้ระบบอิเลกทรอนิกส์ควบคุม กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยี เกิดขนึ้ โดยทัว่ ไป คอื ผู้สูงอายจุ ะมีความสามารถในการดูแล
อินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อและบังคับอุปกรณ์ต่าง ๆ ปัญญา ตนเองที่ลดน้อยลง ต้องการการดูแลด้านสาธารณสุขเป็น
ประดิษฐ์และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว กลุ่มอุตสาหกรรม พิเศษจากภาวะของโรคภัยไข้เจ็บตามวัย อย่างไรก็ตาม
สร้างสรรค์ วัฒนธรรมและบรกิ ารท่ีมีมลู คา่ สงู ซ่ึงมนษุ ย์จะ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลต่อการวางแผนของผัง
สามารถเข้าถึงข้อมูลและองค์ความรู้ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ภาคในอนาคตที่ต้องเน้นการสร้างเสริมมาตรฐานของการ
เทคโนโลยีจะส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
แรงงานมีพัฒนาทักษะและเป็นที่ต้องการของตลาด
แรงงาน
3-48
บริการสาธารณสุข และประสิทธิภาพในการให้บริการที่ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น พร้อมกับพัฒนา
ทั่วถึง และมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เศรษฐกิจบนฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รวมไปถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานการเดินทาง การ นวัตกรรม รูปแบบการค้าจึงมีแนวโน้มไปสู่การค้าเสรี
คมนาคมขนส่งรูปแบบใหม่ที่เหมาะสม รูปแบบและ เฉพาะกลุ่มมากขึ้น และมีการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่
สภาพแวดล้อมเมืองที่ต้องมีความพร้อมในการให้ความ หลากหลายขึน้ จึงต้องกำหนดยุทธศาสตรก์ ารแข่งขนั และ
สะดวก และป้องกันประเด็นปัญหาอื่น ๆ ที่อาจเกิดข้ึน ความร่วมมอื ระหวา่ งประเทศท่ีชัดเจน
เช่น ปัญหาอาชญกรรมกับผู้สูงวัย ซึ่งเป็นปัญหาสังคมที่
ต้องตระหนักถึงให้มาก นอกจากนี้ยังพบการเกิดความ สถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลก การ
เหล่ือมล้ำในมิติต่าง ๆ อันเป็นผลจากความแตกต่างด้าน เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ส่งผล
รายได้ ความรู้ ทักษะ การเข้าถึงด้านโครงสร้างพื้นฐาน กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมและกิจกรรม
ทางเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและ ของมนุษย์เพิ่มมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
วัฒนธรรม เนื่องจะไดร้ ับอิทธพิ ลจากกระแสวัฒนธรรมโลก ส่งผลต่อความเป็นอยู่ วิถีชีวิต และการดำรงชีพ ทั้งนี้การ
ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ทัศนคติ ความเชื่อ มุ่งลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตอ่
ความสัมพันธร์ ะหว่างบุคคล การเรียนรูแ้ ละการบริโภคใน จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งในเชิงกายภาพและ
รปู แบบตา่ ง ๆ เกิดการสรา้ งวัฒนธรรมร่วมสมัย กิจกรรม นับเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง โดยการปรับลด
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง (Mitigation) และการ
สถานการณ์เศรษฐกิจโลก แนวโน้ม ปรบั ตวั เพ่ือรองรบั การเปล่ยี นแปลง (Adaptation) ภายใต้
เศรษฐกิจโลก ในระยะ 5 ปีข้างหน้าเศรษฐกิจของโลกยัง แ น ว ท า ง ก า ร พ ั ฒ น า อ ย ่ า ง ย ั ่ ง ย ื น ( Sustainable
เติบโตได้ช้า และมีความเสี่ยงจากความผันผวนในระบบ Development) ในเชิงเศรษฐกิจและสังคม จากความ
เศรษฐกิจและการเงินโลกในเกณฑ์สูง ส่งผลให้ประเทศ แปรปรวนที่เกิดขึ้นทำให้เกิดข้อตกลงระหว่างประเทศ
ไทยต้องเผชิญกับความเสี่ยงสำคัญ คือความไม่แน่นอน เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ วาระการพัฒนาที่
ของการปรับเปลี่ยนทิศทางการดำเนินนโยบายการเงิน ยั่งยืน พ.ศ.2573 (Sustainable Development Goals–
ของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ตลาดเกิดใหม่มี SDGs) ที่เน้นขจัดความยากจนให้หมดไป ประชาชนมี
บทบาทสูงขึ้น ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ สุขภาพที่ดี มีระบบการศึกษา มีความเทา่ เทยี มกนั ทางเพศ
เศรษฐกิจ ประเทศต่าง ๆ รวมกลุ่มทางเศรษฐกิจใน ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบยั่งยืน มีระบบ
ภูมิภาคมากขึ้น ผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ โครงสรา้ งพื้นฐานท่รี องรบั การพฒั นาอตุ สาหกรรมที่ยั่งยืน
รูปแบบใหม่ทั่วโลกเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง ทำให้รูปแบบ ลดความไม่เท่าเทียมกันทั้งภายในประเทศและระหว่าง
การค้ามีความเป็นเสรีและแข่งขันอย่างเข้มแข็งขึ้น และ ประเทศ มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคแบบยั่งยืน
ตลาดการเงินโลกที่ไร้พรมแดน ซึ่งเป็นผลจากเทคโนโลยี เตรียมความพร้อมในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพ
และนวัตกรรมทางการเงินมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ภูมิอากาศ สงวนรักษาทรัพยากรธรรมชาติและความ
ประกอบกับการเปิดเสรีภาคการเงินในอาเซียน ทำให้เกิด หลากหลายทางชีวภาพ มีการจัดการทรัพยากรทางทะเล
การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ภาคการเงนิ อย่างยั่งยืน ส่งเสริมให้สังคมมีความสุข มีความยุติธรรม
ของไทยต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทาง และส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาในระดับโลก
การเงินให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ตลอดจนการ รว่ มกนั
เปิดเสรีมากขึ้นของอาเซียน ในภาคการค้าและบริการ
โดยเฉพาะภาคการเงิน เป็นโอกาสสำคัญในการ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศท่ีเกดิ ขึ้น ส่งผล
เคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิต ทุน แรงงานอย่างเสรี ทำให้ ชัดเจนต่อการพัฒนาเมืองและชนบทในด้านการใช้
ภาคการผลิตสามารถขยายตลาดและพัฒนาตนเองให้มี ประโยชนท์ ดี่ ิน การเปลี่ยนแปลงภมู ิอากาศทำใหเ้ กดิ ความ
ความเข้มแข็งมากขึ้น อีกทั้งรูปแบบการค้าเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงของฤดูกาลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฤดฝู น ซ่ึงเป็น
ไปสู่การค้าเสรี การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่หลากหลาย ช่วงเวลาที่พื้นที่เกษตรกรรมต้องการน้ำ การมาถึงของฤดู
ขน้ึ ฝนที่ล่าช้าทำให้เกิดผลกระทบต่อการทำเกษตรกรรม
รวมทั้งการเกิดฝนตกทีห่ นักและตอ่ เน่ือง ทำให้ปริมาณน้ำ
นับเป็นโอกาสของประเทศไทยในการใช้ ในพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบชลประทานการส่งน้ำ
ประโยชน์จากความเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคและภูมิภาคให้ เพื่อการเกษตรได้รับผลกระทบ พื้นที่เกษตรกรรมเกิดน้ำ
สนับสนุนการพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าร่วมกัน ทั้งนี้การเกิด ท่วม การวางแผนการใช้ประโยชนท์ ีด่ ินเพ่ือการเกษตร จึง
ตลาดการเงินโลกทีไ่ ร้พรมแดนผลกั ดันใหภ้ าคการเงินของ จำเป็นต้องใหค้ วามสำคญั กับการเปลีย่ นแปลงภูมิอากาศที่
ไทยต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเงิน เกิดขึ้น นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศยังส่งผลต่อ
การเกิดโรคพืช และการระบาดของศัตรูพืชที่มากกว่า
3-49
ปกติ ทำให้การวางผังภาคจำเป็นต้องคำนึงถึงแผนและ ความรู้ที่สามารถอบรมและสร้างบุคลากร รวมทั้ง
ยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ตามมาอย่าง วิทยาการใหม่ๆ ให้ตอบสนองปัญหา และเตรียมพร้อมใน
ต่อเนื่อง ทั้งด้านของชนิดพืชและพืชพันธุ์ท่ีเหมาะสม การรับมอื ของแต่ละภาคไดด้ ขี ้นึ
ต่อการเกษตรกรรมในพืน้ ที่ ความสามารถในการต้านทาน
ต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โรคและศัตรูพืช 2) กรอบความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศ
จนกระทั่งควรมีนโยบายด้านการอบรมให้ความรู้ ค ว า ม ต ก ล ง ห ุ ้ น ส ่ ว น ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ
ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ ควรตระหนักไปถึงการสร้าง
เครอื ขา่ ย และความเข้มแข็งในพนื้ ที่อย่างยง่ั ยืน Regional Comprehensive Economic Partnership
การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศยังส่งผลโดย (RCEP) กรอบการเจรจา RCEP เป็นความตกลงที่มี
ออ้ มตอ่ การพัฒนาพ้นื ทเี่ มืองและการผังเมอื ง โดยประเด็น คุณภาพและทันสมัย บนผลประโยชน์ร่วมกันอย่างรอบ
ความสำคญั ทีเ่ กิดข้ึนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภมู อิ ากาศ ด้านในการสนับสนุนการขยายการค้าและการลงทุนใน
เพื่อส่งผลให้เกิดการตระหนักถึงความสำคัญของ ภูมิภาค รวมทั้งส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกจิ และ
ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ พื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติ เช่น การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน เป็นระบบการค้า
แหล่งต้นน้ำ หรือพื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่ชายฝั่งทะเล ซึ่งได้รับ เสรีที่ใช้กฎระเบียบเดียวกันของภาคีทั้งหมด 16 ประเทศ
การให้ความสนใจที่ส่งต่อปถึงกลไกการดูแลมลพิษ หรือ นอกจากนี้ ยังเป็นไปเพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจของอาเซียน
มลภาวะที่อาจเกิดขึ้นจากทั้งกิจกรรมและการพัฒนาด้าน เขา้ กับเศรษฐกิจโลก (Global Supply Chain) ครอบคลุม
อุตสาหกรรม และกิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจหลากหลาย ทุกประเด็นที่ประเทศไทยเคยทำความตกลงไว้แล้วใน
ดา้ น ทอี่ าจส่งผลกระทบต่อทรพั ยากรดังกล่าว กรอบภูมิภาคและทวิภาคีต่าง ๆ โดยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน
มากขึ้น หรือขจัดมาตรการทางภาษี มาตรการอื่นใดที่
ระบบการคมนาคมขนส่งและการเชื่อมต่อ ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนการพัฒนาที่ยั่งยืน แต่
โครงข่ายการสัญจร เป็นประเด็นที่ทำให้ความสำคัญต่อ ผลการประชุมที่ผ่านมายังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่อง
ผลกระทบของการเปล่ียนแปลงสภาพภมู ิอากาศอย่างมาก รูปแบบการเปิดตลาดได้ เนื่องจากระบบหรือกฎหมายท่ี
ผลที่เกิดขึ้นจากแนวเส้นทางและแนวเขตทางที่มีผลต่อ ดแู ลเรื่องทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา และการแข่งขนั ของประทศ
เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ สมาชิก 16 ประเทศ ประเทศสมาชิกอาเซียนให้ความ
เกดิ ผลกระทบตอ่ ทรัพยากรธรรมชาติ ทศิ ทางการไหลของ สำคัญกับ ECEP มาก เน่ืองจากเป็นความตกลงเขตการค้า
น้ำ และพื้นที่รองรับน้ำเป็นบริเวณกว้าง ดังนั้นจึงต้อง เสรีซ้อนความตกลงการค้าเสรีเดิมที่มีอยู่แล้ว ดังน้ัน
คำนึงถึงการวางแนวเส้นทางคมนาคมและการเชื่อมต่อ ผลประโยชน์สุทธิของไทยจึงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่าง ๆ ซ่ึง
เพ่ือไมใ่ ห้เกิดปญั หาตอ่ การพัฒนาเมืองและชนบทดงั ทผี่ า่ น ส่งผลทั้งทางบวกและทางลบ ดังนั้นจึงควรมีมาตรการ
มา โดยเฉพาะระบบคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ที่มีผล รองรับทัง้ มาตรการทางภาษแี ละไมใ่ ช่ภาษี
ต่อระบบเศรษฐกจิ ภาคในภาพรวม ซึ่งตอ้ งใหค้ ณุ ค่าในการ
พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนา โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One
ระบบคมนาคมขนส่งที่มีมูลค่าสูง และอาศัยความร่วมมือ Belt , One Road : OBOR) เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของ
จากหลายภาคส่วน เช่น โครงการรถไฟระหว่างเมือง จีน ในการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจ ไปสู่ภาคใต้
เช่อื มโยงกับพ้ืนท่ภี าคอน่ื ๆ ไปจนถงึ ประเทศเพ่อื นบ้าน และภาคตะวันตกของจีน ทไ่ี ม่มที างออกสู่ทะเล และสร้าง
ความม่นั คงทางพลงั งาน และการเข้าถึงทรพั ยากรผ่านการ
ทั้งนี้ในการสื่อสาร ระบบสื่อสารและ เชื่อมโยงเส้นทางการค้าระหว่างประเทศภูมิภาคอาเซียน
เทคโนโลยีจะต้องมีความทันสมัยและยืดหยุ่นกว่าเดิม เป็นจุดยุทธศาสตร์ทีส่ ำคญั ทางเศรษฐกิจ และความมัน่ คง
เพื่อให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพ สำหรับจีน ทั้งในแง่การเป็นแหล่งพลังงานและทรัพยากร
ภูมิอากาศที่แปรปรวนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและ ตลาด ฐานการผลิต และเส้นทางออกสู่ทะเล จึงไม่น่า
บ่อยครั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการบริการด้าน แปลกใจทีจ่ ีนพยายามเชื้อเชิญให้อาเซียนเข้าเป็นส่วนหนึ่ง
สาธารณสุขที่จำเป็นต้องมีความสามารถในการรับมือกับ ของ OBOR โดยริเริ่มความช่วยเหลือและความร่วมมือ
โรคใหม่ๆ และการกลบั มาของเชอื้ โรคในอดตี เช่น วัณโรค ด้านต่าง ๆ กับอาเซยี น
ไข้สมองอักเสบ ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของ
สภาพภูมิอากาศ โดยระบบการศึกษาจะต้องมีการอบรม OBOR มีการพัฒนาโครงข่ายเชื่อมโยง
ให้ความรู้ความเข้าใจในระดับพื้นฐาน และการศึกษาที่มี ระหว่างประเทศ และเส้นทางเพิ่มเติมที่จะเชื่อมต่อกับ 2
ความเชี่ยวชาญที่เฉพาะเจาะจงเป็นพิเศษในประเด็นท่ี ระเบียงเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งการลงทุนของจีนกับประเทศ
เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการตั้งศูนย์วิจัยหรือศูนย์เครือข่าย พัฒนาแล้วตามเส้นทางสายไหมใหม่ มีแนวโน้มจะช่วยให้
การดำเนินงานตามแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยง
ร ะ ห ว ่ า ง ก ั น ใน อ า เ ซ ี ย น (Master Plan on ASEAN
3-50
Connectivity: MPAC) บรรลุผลสำเร็จได้ง่ายขึ้น โดย ความสามารถและโอกาสการแข่งขันในเวทีการค้าโลก
เฉพาะความเชอื่ มโยงดา้ นโครงสร้างพน้ื ฐาน ผ่านกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน คือ สนับสนุนให้มีการเชื่อมโยง
ระหว่างกัน (Connectivity) เพื่อให้เกิดการเพิ่มขีด
กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) โดย
การรวมกลุ่ม AEC ของไทย เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการ การรวมกลุ่มกนั ในอนภุ มู ิภาค (Community)
พัฒนาของภาค และประเทศในหลากหลายด้าน โดยใน
การพัฒนาเมืองและชนบทมีความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศ
เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคแรงงาน และภาค กลุ่มลุ่มแม่น้ำอิระวดี-เจา้ พระยา-แม่น้ำโขง (ACMECS)
บริการ มีโครงการความร่วมมือทางการค้าของพื้นที่ เขต เป็นข้อตกลงในการอำนวยความสะดวกด้านการค้า และ
เศรษฐกิจพิเศษชายแดน การสร้างงาน และการพัฒนา การลงทุน ความร่วมมือทางด้านเกษตรกรรม อตุ สาหกรรม
ระบบคมนาคมขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดขึ้นตาม การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม การท่องเที่ยว สาธารณสขุ
ไปในพื้นทเ่ี หล่านน้ั การพยายามร่วมมอื พฒั นากนั ในระบบ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของ 5 ประเทศ คือ
อุตสาหกรรมในการผลิต ทั้งด้านวัตถุดิบ แรงงาน กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม และไทย โดยเน้น
เครอื่ งจกั ร เทคโนโลยี การบรรจุหบี ห่อ การขนสง่ และการ เศรษฐกิจทย่ี ั่งยนื
กระจายสินค้า ตลอดจนกลไกด้านภาษี และการ
แลกเปลี่ยนข้อมูลที่สนับสนุนด้านการเช่าที่ดินเพื่อการ ความริเริ่มอ่าวเบงกอลสำหรับความ
พาณชิ ยแ์ ละอุตสาหกรรม เป็นตน้ ร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ
(BIMSTEC) ส่งเสรมิ ความร่วมมอื 9 สาขา ดา้ นการลงทุน
ในด้านการคมนาคมมีการบูรณาการเส้น อุตสาหกรรม เทคโนโลยี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การ
ทางคมนาคมเข้ากับแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งการค้า ท่องเที่ยว การเกษตร หลังงาน การขนส่ง และ
เศรษฐกิจชายแดน เพื่อส่งเสริมให้เกิดความคล่องตัว สาธารณูปโภค ของสมาชิก 7 ประเทศ ความร่วมมือ
และสะดวกในการเดินทาง และปลอดภัย นอกจากนี้ยังมี ดงั กล่าวทำใหค้ วามชดั เจนในการพฒั นาโครงการตามแผน
โครงการโครงข่ายระบบสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (Grid) ด้านการคมนาคมขนส่งและระบบโลจสิ ตกิ ส์มีความชัดเจน
และโครงการเชื่อมโยงท่อก๊าซธรรมชาติอาเซียนกับ และมนี ำ้ หนักมากขน้ึ จากบทบาทความเปน็ ศนู ยก์ ลางของ
เมียนมาร์ ซึ่งช่วยให้เกิดความมั่นคงและทางเลือกด้าน พื้นที่ รวมไปถึงภาพความร่วมมือในด้านการค้าและการ
พลังงานของประเทศและภาคไดม้ ากขน้ึ อกี ดว้ ย ลงทุน จากตลาดกลุ่มอาเซียนไปสู่ตลาดเอเชียและ
ตลาดโลก ผ่านช่องทางการสนับสนุนและความร่วมมือที่
การศึกษาและการสาธารณสขุ เป็นอีกสว่ น หลากหลายขึน้ โดยในทางอ้อมความรคู้ วามเขา้ ใจทางด้าน
หนึ่งของผลความรว่ มมือที่เกิดขึ้นจากประชาคมเศรษฐกิจ เทคโนโลยี วิทยาการ และรายละเอียดด้านความพร้อม
อาเซียน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน ซึ่งมีการเดินทางมา ดา้ นอน่ื ๆ จะได้รับผลกระทบให้รีบเรง่ พัฒนา หรือมีความ
รับการบริการจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้มีความ ชดั เจนมากขนึ้ จากโครงการนอ้ี กี ดว้ ย
จำเป็นต้องให้ความสนใจและเพิ่มประสิทธิภาพของ
ประชากรกลุ่มน้ี รวมท้งั การระมัดระวงั ประเด็นด้านพาหะ 3) นโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงาน
หรอื เชื้อโรคตดิ ต่อในบางชนดิ ท่อี าจแพรส่ กู่ นั ได้ โครงการสำคญั
ทงั้ นี้ในประเดน็ ด้านสังคมวัฒนธรรมทีเ่ ริ่มมี ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีรายละเอียด
การเข้ามาของประชากรชาวต่างชาติ ทำให้บางส่วนของ ยทุ ธศาสตร์ท่ีเก่ียวข้องกับการพฒั นาภาคอยู่ 3 ยุทธศาสตร์
ภาคมีการเปลี่ยนแปลงของย่านและกลุ่มชาตพิ ันธ์ในพื้นที่ คือ ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
โดยเริ่มมีการรวมกลุ่มของประชากรชาวต่างชาติ ซึ่งอาจ ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่า
เกิดปัญหาด้านสังคมและอาชญากรรม หรือปัญหาความ เทียมกันทางสังคม และยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความ
เหลอื่ มลำ้ ทางสังคมตามมาได้ เติบโตบนคุณภาพชวี ติ ท่ีเป็นมติ รกับสงิ่ แวดลอ้ ม ซึ่งปรากฏ
เป็นรายละเอียดของประเด็นการพัฒนาพื้นที่เมืองและ
โครงการพัฒนาความร่วมมือทาง ชนบทของภาค ที่สำคัญหลาย ๆ ด้าน ทั้งด้านพัฒนาพ้นื ท่ี
เศรษฐกิจในอนุภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) เป็นโครงการ อุตสาหกรรม และให้ความสำคัญกับพื้นที่เกษตรกรรม
ความรว่ มมอื ของประเทศในกล่มุ สมาชกิ 6 ประเทศ ได้แก่ ควบคู่ไปกับการพัฒนาพ้ืนที่เศรษฐกิจพิเศษและเมือง โดย
กัมพูชา ไทย ลาว เวียดนาม เมียนมา และจีน เป็นการ เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับพื้นที่กรุงเทพมหานครและเขต
รวมกลุ่มเพื่อส่งเสริมการขยายตัวด้านอุตสาหกรรม เศรษฐกิจพิเศษชายแดน การพัฒนาเมืองศูนย์กลางและ
การเกษตร การค้า การลงทุนและบริการ เพื่อให้เกิดการ การกระจายความเจริญไปในพื้นที่ต่าง ๆ โดยรอบในภาค
จ้างงาน, ยกระดับการครองชีพ, การถ่ายทอดเทคโนโลยี อยา่ งท่วั ถึง
และการศึกษาระหว่างกัน, การใช้ทรัพยากรธรรมชาติท่ี
ส่งเสริมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มขีด
3-51