การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งระบบราง ที่เกี่ยวข้องกับผังภาคที่ผ่านมา จะอยู่ในช่วงแผนพัฒนา
เช่อื มตอ่ กบั เมอื งศูนย์กลางความเจรญิ ทั่วประเทศ ที่ส่งผล เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10, 11 และ 12 ซ่ึง
ต่อรูปแบบการเดนิ ทาง และการขนสง่ สนิ คา้ หรือเครอื ขา่ ย ส่งผลให้เกิดการบูรณาการการพัฒนาเมืองและพื้นท่ีชนบท
ระบบโลจิสติกส์ทั้งหมด ทั้งในภาค พื้นที่ต่อเชื่อมท้ัง ของภาคอย่างตอ่ เนื่อง โดยกำหนดให้พืน้ ท่ีเมอื งต้องมีการ
ประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน ยุทธศาสตร์ชาติยัง พัฒนาอย่างมีคุณภาพ ซึ่งหมายรวมถึงการพัฒนาท่ี
ส่งผลต่อการใหค้ วามสำคัญตอ่ ระบบสังคมวฒั นธรรม และ สอดคล้องเหมาะสมกับความต้องการและลักษณะ
ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนหลากหลายด้าน ทั้งด้าน กิจกรรม โดยเกิดประโยชน์สูงสุดและไม่สร้างผลกระทบ
การพัฒนาการสาธารณสุข การพัฒนาด้านการศกึ ษา การ ด้านลบต่อส่วนอื่น ๆ ซึ่งการพัฒนาที่มีคุณภาพของ
ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ การบริหารวิชาการ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นการระบุถึง
และการวิจัย โครงสร้างพ้ืนฐานที่ต้องคำนึงถึงในการใช้ ความพร้อมของระบบโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม
งาน และให้บริการที่ครอบคลุมและเท่าเทียมทั้งผู้สูงอายุ ขนส่ง ตลอดจนระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการที่
และผู้ด้อยโอกาส การพัฒนาระบบพื้นที่สาธารณะ ครบถ้วน ซ่งึ ครอบคลุมประเด็นความเหมาะสมขั้นพ้ืนฐาน
ที่มีประโยชน์สะท้อนถึงการให้คุณค่าความสำคัญต่อ ของการพัฒนาพื้นที่เมืองและชนบทอย่างครบถ้วนและ
ส่ิงแวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาติในภาค ครอบคลุม
การพัฒนาเมืองและพื้นที่ที่ประสานการ ทั้งนี้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
พัฒนาจากหลากหลายด้านเข้าด้วยกันอย่างเหมาะสม ท้ัง แห่งชาติฉบับที่ 12 จะมีการเจาะจงแนวทางการพัฒนา
ดา้ นอตุ สาหกรรม เกษตรกรรม การพฒั นาส่พู นื้ ท่ีท่ีมีความ เมืองให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยระบุถึงการพัฒนาเป็น
ยั่งยืนในหลากหลายด้าน ทั้งการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับ ฐานเศรษฐกิจชั้นนำ ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาด้าน
สิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน มีอาชีพ อุตสาหกรรมโดยตรงในหลากหลายพื้นที่ รวมทั้งการให้
อย่ดู ีกินดี อย่างบรู ณาการและย่ังยืน ความสำคัญกับพื้นที่ที่มีความโดดเด่น และศักยภาพ
การเกษตรในแต่ละภาคของประเทศ ทั้งแหล่งผลิตข้าว
ประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) โมเดล พืชผัก ผลไม้ พืชเมืองหนาว พืชเศรษฐกิจเพื่อการส่งออก
การพัฒนาเศรษฐกิจโดยรัฐบาล ช่วยกระตุ้นและเร่งการ รวมทั้งการประมงและการปศุสัตว์ในพื้นที่ มีผลต่อการใช้
พัฒนาด้านเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรม และภาค ประโยชน์ที่ดิน การกำหนดเขตพื้นที่การผลิตทาง
การเกษตรอย่างชัดเจน โดยเป็นการพัฒนาที่เน้นการ อุตสาหกรรมและพื้นที่เกษตร รวมทั้งการบริหารจัดการ
เปลี่ยนแปลงสู่อนาคตของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาได้มี สาธารณูปโภคที่ตามมา ทั้งระบบน้ำดิบ น้ำประปา ระบบ
การบูรณาการให้เกิดความกระชับและชัดเจนใน ไฟฟา้ และแหล่งพลงั งานในแต่ละภาคสว่ น
รายละเอียดของโครงการทีส่ อดรบั ตามผังภาค โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งลักษณะของการบูรณาการโครงการเพื่อสอดรับ แผนยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากร
กับงบประมาณแบบบูรณาการ ทำให้เกิดกระแสการ ธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม เป็นแผนระดับภาค ระยะ 5 ปี
แข่งขันและการพัฒนาด้านอตุ สาหกรรม และเทคโนโลยีท่ี จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินงานของทุกภาค
ส่งผลตอ่ กระบวนการการผลติ ซึ่งสะท้อนตอ่ ถงึ เทคโนโลยี ส่วนที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
การใช้พลังงานอย่างประหยัด ฉลาด สะอาด และมี และสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงความเชื่อมโยงของนโยบายและ
ทางเลือก ไปจนถงึ กระแสการใหค้ วามสำคญั ต่อผลกระทบ แผน และยุทธศาสตร์การดำเนินงานของหน่วยงานที่
ด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้จากนโยบายการ เกี่ยวข้องในทุกระดับ ความสอดคล้องกับสถานการณ์และ
ทวงคืนผนื ป่า การเร่งรดั การพัฒนาการรักษาปา่ ต้นนำ้ และ ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ช่วงเวลานั้น ๆ และ
แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่มีผล ตอบสนองความตอ้ งการของพื้นที่ ซึ่งจะเป็นกลไกสำหรับ
ตอ่ การพฒั นาเมือง ทั้งแหลง่ นำ้ การบริหารจดั การดา้ นภัย การขับเคลื่อนและการแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติ เพื่อการ
พิบัติ โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วม ไปจนกระทั่งการเตรียม จัดการทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ซึ่งจะสง่ ผลให้
ความพร้อมต่อแรงงานข้ามชาติ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประชาชนดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขภายใต้คุณภาพ
และการเข้ามาของสังคมดจิ ิทัล ซึ่งเป็นนโยบายที่สามารถ สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม บนพื้นฐานของหลักเศรษฐกิจ
เร่งให้เกิดการบูรณาการทางโครงการและผังปฏิบัติการ พอเพียง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยส่งเสริมให้ทุกภาค
ของภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับ ส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อใหเ้ กิดการปรับเปลยี่ นพฤติกรรม
ระยะเวลาทีเ่ กดิ ขน้ึ ทีจ่ ะสรา้ งคุณภาพสง่ิ แวดล้อมที่ดีให้กับพนื้ ทตี่ ่อไป
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (Special
ฉบับที่ 12 เปน็ นโยบายการพฒั นาประเทศทส่ี ่งผลต่อการ Economic Zone : SEZ) มีวัตถุประสงค์สำคัญให้เกิด
พัฒนามาสผู่ งั ภาคทง้ั ทางตรงและทางออ้ ม โดยแผนพัฒนา การกระจายความเจริญสูภ่ มู ภิ าคโดยใชโ้ อกาสจากอาเซยี น
3-52
ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของ โครงข่ายถนนระหว่างเมืองหลักและเชื่อมเมืองหลักกับ
ประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่บริเวณ ด่านพรมแดนให้เป็น 4 ช่องจราจร การพัฒนาโครงสร้าง
ชายแดน รวมท้งั เพมิ่ ความสามารถในการแข่งขนั และการ พื้นฐานดา้ นศุลกากร การก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่าง
เชอ่ื มโยงกบั ประเทศเพื่อนบา้ น เมืองในเส้นทางที่มีความจำเป็น ตลอดจนผลักดันการ
พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกดา้ นการขนส่งทางถนน เช่น
เขตเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ จุดพักรถบรรทุก สถานีขนส่งสินค้า ศูนย์เปลี่ยนถ่าย
ด้านอุตสาหกรรม การรวมกลุ่มของธุรกิจและสถาบันที่ ระหว่างการขนส่งทางรางกับทางถนน เพื่อให้เกิดระบบ
เกี่ยวขอ้ งท่ดี ำเนินกจิ กรรมอยู่ในพืน้ ที่ใกลเ้ คียงกัน โดยมี ขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ สามารถรองรับการค้า การ
ความรว่ มมอื เก้ือหนุน เชอ่ื มโยงซง่ึ กนั และกนั อย่างครบ ลงทุนท่ีจะสูงขน้ึ จากการเขา้ สูป่ ระชาคมอาเซียน
วงจร ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน เพื่อพัฒนาความ
เข้มแข็งของห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) เสริมสร้าง (3) แผนงานการพฒั นาโครงข่ายการขนส่ง
ศักยภาพด้านการลงทุนของประเทศไทย และช่วย ทางน้ำ โดยการพิจารณาความเหมาะสมในการพัฒนา
กระจายความเจริญไปส่ภู ูมภิ าคและทอ้ งถ่นิ ท่าเรอื ลำน้ำและท่าเรือชายฝ่ังทะเลด้านอ่าวไทยและทะเล
อันดามัน เพื่อประโยชน์ในการขนส่งสินค้าทั้งภายในและ
นโยบายคลัสเตอร์ เป็นการยกระดับพื้นท่ี ระหว่างประเทศ และเป็นการเปิดประตูการขนส่งด้านฝ่ัง
ที่มีศักยภาพและเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรม ทะเลอนั ดามนั ทส่ี ามารถเช่ือมโยงเป็นสะพานเศรษฐกิจกับ
เป้าหมาย เพื่อรองรับกิจการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและ ท่าเรือฝั่งอ่าวไทย รวมทั้งเป็นทางเลือกในการขนส่งท่ี
อุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยจะมีการเชื่อมโยงของ ประหยัดและเปน็ มติ รกบั สง่ิ แวดล้อมในพืน้ ที่ใหม่
องค์ประกอบต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่คลัสเตอร์ ทั้งผู้ผลิตต้น
น้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ อุตสาหกรรมสนับสนุน สถาบัน 4) ผงั ประเทศไทย ผังภาค
การศึกษา สถาบันวิจัย องค์กรของรัฐและเอกชน รวมทั้ง ผงั ประเทศไทย พ.ศ. 2600 เป็นกรอบการ
จะมีการสนับสนนุ จากภาครัฐอย่างบูรณาการในด้านต่างๆ
เช่น การพัฒนาคนและเทคโนโลยี การพัฒนาโครงสร้าง พัฒนาด้านการผังเมืองของประเทศ การพัฒนาภาคต้อง
พื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ การให้สิทธปิ ระโยชน์ทั้งดา้ น คำนึงถึงภาพรวมการพัฒนาที่บูรณาและสอดคล้องท้ัง
ภาษีและที่มิใช่ภาษี การสนับสนุนด้านเงินทุน การแก้ไข ระบบเมือง กลุ่มเมือง และลำดับความสำคัญ ซึ่งสะท้อน
กฎระเบยี บที่เปน็ อุปสรรค เป็นต้น ลักษณะที่ตั้งและบทบาทหน้าที่ของแต่ละย่านพื้นที่หรือ
กลุ่มจังหวัดนั่นเอง โดยผังภาคจะประกอบด้วยกลุ่มเมือง
แผนพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานด้าน ศูนย์กลางสามกลุ่ม ซึ่งผังประเทศได้บูรณาการตำแหน่ง
คมนาคมขนส่งของไทย โดยแผนงานการพัฒนาภายใต้ ทต่ี งั้ และบทบาทหนา้ ท่ขี องกลุ่มเมอื งเหลา่ นั้น ซึง่ สง่ ผลต่อ
ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การพัฒนาในเชิงนโยบายทั้งด้านเกษตรกรรม แหล่ง
ขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 ที่เกี่ยวข้องกับการ ท่องเทยี่ ว ทรพั ยากรธรรมชาติ การค้าชายแดน แหล่งวิจัย
พฒั นาภาค สรุปดังน้ี และพัฒนาองค์ความรู้ โดยผังประเทศจะส่งผลต่อการ
พัฒนาในด้านแผนและนโยบายที่ส่งทอดลงมาอย่าง
(1) แผนงานการพัฒนาโครงข่ายรถไฟ ตอ่ เน่ืองในผงั ภาค
ระหว่างเมือง การพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมืองจะ
ดำเนินการปรับปรุงระบบอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน 3.9.2 สรุปประเด็นสถานการณ์และแนวโน้ม
การขนส่งทางราง และพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ที่มีความ การเปลยี่ นแปลง
พร้อมดำเนินการ 6 สายแรก และเร่งผลักดันให้สามารถ
ดำเนินการก่อสร้างทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน (Standard จากสถานการณโ์ ลก ปัจจัยภายนอก และปัจจัย
Gauge) เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและสาธารณรัฐ ภายใน และผลการบูรณาการการวิเคราะห์ข้อมูลของการ
ประชาชนจีน (จีนตอนใต้) เพื่อให้รถไฟเป็นทางเลือกใหม่ พัฒนาภาค สถานการณแ์ ละแนวโนม้ การเปลีย่ นแปลงของ
ของการเดินทาง และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ภาค จะยังดำเนินต่อไปตามแผนและกลยุทธ์ที่ผังภาคได้
ของประเทศ วางไว้ การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การพัฒนาพื้นท่ี
จะขึ้นอยู่กับบทบาทหน้าที่ของแต่ละภาค ที่มีผลมาจาก
(2) แผนงานการเพิม่ ขีดความสามารถทาง การกระจายการพัฒนาจาเมอื งศูนย์กลางหลักของประเทศ
หลวงเพื่อเชื่อมโยงฐานการผลิตที่สำคัญของประเทศและ สู่หัวเมืองขนาดใหญ่ในระดับภาค ซึ่งคาดว่าจะมีการให้
เชอ่ื มโยงกบั ประเทศเพอ่ื นบา้ น โดยปรบั ปรงุ ถนนเช่อื มโยง ความสำคญั ต่อภาคและพื้นที่ตอ่ เนอ่ื งมากข้ึนในการบูรณา
แหล่งเกษตรและแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการปรับปรุง
3-53
การด้านพื้นที่ การพัฒนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นด้าน ภาคมีแนวโน้มลดลง มีการบุกรุกเพื่อทำเป็นพื้นท่ี
การผังเมือง รวมทั้งประเด็นการแก้ไขปัญหา การป้องกัน เกษตรกรรม รวมถึงเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวและที่พัก
และการเตรียมความพร้อมด้านภยั ธรรมชาติ ด้านอุทกภยั นักท่องเที่ยว ส่วนพื้นที่เกษตรกรรมมีแนวโน้มเพิม่ ขึ้นจาก
ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างกันในระดับภาค ตั้งแต่ การลุกล้ำพ้ืนท่ีปา่ และพน้ื ท่ีเมอื ง ชุมชนสิ่งปลกู สรา้ ง และ
ช่วงที่เป็นแหล่งต้นนำ้ ในภาคเหนือ พื้นที่ราบลุ่มรองรับนำ้ พื้นที่อุตสาหกรรม มีพื้นที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาด้าน
ในภาคกลาง และพื้นที่ที่ต้องมีการพัฒนาระบบ เศรษฐกิจ โดยเฉพาะพื้นที่เมืองที่เปิดให้มีการจัดสรรบ้าน
ชลประทานเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งอย่างภาค เด่ียวให้เกิดการบริโภคพื้นที่ในแนวราบขนาดใหญ่
ตะวันออกเฉียงเหนือ การเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่จะมี ก่อให้เกิดปัญหาการกระจัดกระจายของเมืองตามมา ซึ่ง
แรงกระตุ้นการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ที่สำคัญอีก สง่ ผลกระทบในวงกว้าง สามารถสรปุ ไดด้ ังนี้
ประเด็นหนึ่งคือการพัฒนาด้านเศรษฐกิจที่มีความ
เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งบทบาทของการเป็น (1) ผลกระทบตอ่ การวางผังพัฒนาเมือง
พ้ืนทีเ่ ขตเศรษฐกจิ พิเศษบริเวณชายแดน รวมไปถึงการทำ ไม่อาจคาดการณ์ขอบเขตที่ดินที่จะขยายในอนาคต และ
หน้าที่เป็นพื้นที่ทางผ่านสำคัญด้านการคมนาคมขนส่ง ไม่สามารถคาดการณ์ทศิ ทางการเติบโตของเมืองว่าเป็นไป
และระบบโลจิสติกส์ระหว่างภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ตามแผนหรอื ผงั การพฒั นาพืน้ ทีห่ รือไม่ ปจั จัยให้ค่าใช้จ่าย
ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะเป็น การลงทุนการจัดสรรและราคาขายมีระดับสูงกว่าควรจะ
บทพิสูจน์การทำหน้าที่ของแต่ละภาคต่อกลไกเศรษฐกิจ เป็นซึ่งผลักดันให้ระดับราคาที่อยู่อาศัยโดยรวมในตลาด
ระหว่างประเทศที่ได้วางไว้ ทั้งนี้จากลกั ษณะของทีต่ ั้งทาง สูงขึ้น การขาดความเชื่อมโยงระหว่างการใช้ที่ดินกับการ
ยุทธศาสตร์จะทำให้ความสำคัญของแต่ละภาค มีบทบาท คมนาคมและขนส่ง และประเด็นสำคัญคือ การทำลาย
ที่สำคัญต่อเนื่องไปในอนาคตอย่างสม่ำเสมอ ทั้งยัง โครงสร้างพื้นฐานทางธรรมชาติและพื้นที่การเกษตร จะ
สามารถสนับสนุนการพัฒนาในโครงการเชิงพื้นที่ด้าน สูญเสียพ้นื ทก่ี ารเกษตรหรือพนื้ ทีค่ วรค่าแก่การสงวนรักษา
ต่างๆ กบั พื้นท่ีตอ่ เนอ่ื งของแต่ละภาคได้อยา่ งดี ส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของโครงสร้างพื้นฐานทาง
ธรรมชาติที่มีอยู่เดิม ก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลน
การใชป้ ระโยชน์ทด่ี ิน ทรัพยากรธรรมชาติและ อาหารคุณภาพ และเกิดการไหลบ่าของน้ำผิวดินซึ่งใน
สิ่งแวดล้อม แต่ละภาคของประเทศไทยมีความโดดเด่น ที่สุดจะเป็นภาระของรัฐในการลงทุนสร้างระบบป้องกัน
ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน และบำรงุ รกั ษาในท่สี ุด
เนื่องจากลักษณะทางกายภาพ ส่งผลให้ภาคเหนือ ภาค
ด้านทิศตะวัน (ภาคตะวันตก) และภาคตะวันออก (2) ผลกระทบด้านสภาวะแวดล้อม เกิด
เฉียงเหนือในส่วนของเขาใหญ่ เทือกเขาเพชรบูรณ์ การใช้พลังงานในภาคการคมนาคมและขนส่ง โดยเฉพาะ
เทือกเขาภูพาน เป็นฐานทรัพยากรป่าไม้เป็นแหล่งต้นน้ำ รถยนต์ส่วนบุคคลและรถบรรทุกขนส่งสินค้า การพัฒนา
ลำธารที่สำคัญของประเทศไทย ที่หล่อเลี้ยงภาค ได้สร้างระยะทางที่ห่างไกลระหว่างที่อยู่อาศัยกับแหล่ง
การเกษตรและอุตสาหกรรม ในพื้นที่ภาคกลาง ภาค งานซ่งึ โครงสรา้ งกายภาพไดท้ ำให้ประชาชนมีความจำเป็น
ตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือทีเ่ ป็นแหล่งปลกู ในการเดินทาง โดยผลที่ได้รับได้กระทบถึงการ
ขา้ วหอมมะลสิ ่งออกท่ีใหญ่ท่สี ุดของประเทศไทย ส่วนภาค เปลี่ยนแปลงภาวะภูมิอากาศและคุณภาพส่ิงแวดล้อมของ
กลางเป็นภาคที่มีระบบชลประทานและความพร้อมด้าน ประเทศอยา่ งหลกี เลยี่ งไม่ได้
โครงสร้างพื้นฐานจึงก่อให้เกิดการตั้งถิ่นฐาน และการทำ
เกษตรกรรมเป็นย่างมาก ส่งผลให้มีประชากรกรอาศยั อยู่ (3) ผลกระทบด้านการเกษตรและด้าน
อย่างหนาแน่นเนื่องจากใกล้แหล่งงานและใกล้เมือง อุทกภัย การกระจัดกระจายของเมือง ที่ดินมากกว่าร้อย
ศูนย์กลางของประเทศ ส่วนภาคใตเ้ ปน็ ภาคทอ่ี ดุ มสมบูรณ์ ละ 70 เป็นพื้นที่การเกษตร ซึ่งมีลักษณะเป็นที่ลุ่มซึ่งมี
ไปดว้ ยทรพั ยากรทางทะเล และทรัพยากรปา่ ไม้ เนอื่ งจาก บทบาทการเป็นพื้นที่กักเก็บและรองรับน้ำตามธรรมชาติ
ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ จึงส่งผลให้เกิดการใช้ จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จะเกิดปัญหาอุทกภยั โดย
ประโยชน์ทรัพยากรเหล่านั้นในด้านการท่องเที่ยว ที่เมอื งไม่อาจคาดการณ์ได้ เช่น การไหลท่วมของน้ำผิวดิน
นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งปลูกพืชเศรษฐกิจประเภทปาล์ม ในบริเวณที่ตั้งของชุมชน และการไหลบ่าอย่างรุนแรงของ
นำ้ มนั และยางพารา อกี ด้วย นำ้ ฝนในช่วงฤดนู ้ำหลาก
จากการเปล่ียนแปลงการใชป้ ระโยชน์ท่ีดนิ (4) ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ การ
ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 – 2559 นั้นพบว่า พื้นที่ป่าไม้ในแต่ละ กระจัดกระจายของเมืองอาจส่งผลเชิงบวกทางเศรษฐกิจ
ในช่วงแรกของการพัฒนาเนื่องจากการลงทุนโครงสร้าง
พื้นฐานเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดินและการก่อสร้าง
3-54
อาคาร แต่ในระยะยาวจะส่งผลเชิงลบต่อเมืองทัง้ ทางดา้ น เพิ่มขึ้นใหม่ และยังมีชุมชนที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นมา
ความเหมาะสมเชิงเศรษฐศาสตร์การใช้ที่ดิน และความไม่ จากชุมชนศูนย์กลางระดับอำเภออีกหลายแห่ง ซึ่งชุมชน
คมุ้ คา่ ในการลงทนุ โครงสร้างพื้นฐานสำหรับสาธารณะ เมืองที่มีแนวโน้มการเติบโตอยู่ในชุมชนศูนย์กลางระดับ
จังหวัด-อำเภอ เป็นไปตามที่กำหนดไว้เช่นเดิม แต่ยังมี
นอกจากนี้ การใช้ประโยชน์ที่ดินพื้นที่ป่า ชุมชนเดิมที่กำหนดไว้ในชุมชนศูนย์กลางระดับจังหวัด-
ไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่ป่าชายเลน และพื้นที่ประวัติศาสตร์ อำเภอ แต่ปัจจุบันกลับพบว่า มีแนวโน้มการเติบโตน้อย
และวัฒนธรรมเกิดจากปัจจยั ภายนอก ได้แก่ กรอบความ ซึ่งยังคงมีจำนวนประชากรอยู่ในชุมชนศูนย์กลางระดับ
ร่วมมือในโครงการ ACMECS, BIMSTEC และมาตรการ อำเภอ ดังกล่าวมาแล้วในการสรุปการเติบโตของชุมชน
บทบาทการเป็นครวั โลก ทำใหม้ กี ารบุกรุกพืน้ ท่ีปา่ ไม้ เพ่ือ เมอื ง
พัฒนาเป็นชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงใช้เพื่อการ
เกษตรกรรม สถานการณ์และแนวโนม้ การเปลย่ี นแปลงด้าน
เศรษฐกิจและสังคม จากข้อมูลของสำนักงาน
จากการติดตามพบว่าไม่สอดคล้องกับ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
เป้าหมายใน พ.ศ. 2600 เน่ืองจากสดั ส่วนพ้นื ทปี่ ่าไมล้ ดลง ภาคตะวันเฉียงเหนือเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยว
อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง จัดเป็นสิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยวที่มีความสำคัญใน
รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรม ยังคงมีสัดส่วนการใช้ประโยชน์ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมถึงพื้นที่ สิ่งของ กิจกรรม หรือ
พื้นที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัด ที่เน้นให้เป็นแหล่ง มิติอื่นใดที่สามารถให้คุณค่าเชิงการท่องเที่ยว สำหรับ
ผลิตและแปรรูปสินค้าส่งออกทางการเกษตร ดังนั้น แนวโน้มด้านเกษตรกรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี
ภาครัฐจำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย และการ โอกาสในการพัฒนาเป็นแหล่งอาหารหรือครัวโลกอีกแห่ง
พัฒนาพนื้ ท่ีป่าเส่อื มโทรมและพื้นทรี่ กรา้ งใหเ้ ปน็ พ้นื ทีป่ ่า หนง่ึ ของประเทศไทย เนื่องจากเปน็ พ้ืนท่ีทมี่ ีศกั ยภาพในการ
ผลิตพืชอาหารต่าง ๆ โดยเฉพาะข้าว ปศุสัตว์ และไม้
การพฒั นาเมืองและชนบท การวิเคราะห์ลำดับ ผลต่างๆ นอกจากนี้ยังมีโอกาสเป็นศูนย์กลางด้าน
เมือง ได้ศึกษาลำดับความสำคัญของชุมชน โดยพิจารณา อุตสาหกรรมพลังงานทดแทนอุตสาหกรรมต่อเนื่องจาก
จากความสำคัญของนโยบาย สถานการณ์ปัจจุบันในด้าน การเกษตร และอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากในปัจจุบัน
ต่าง ๆ ได้แก่ ขนาดประชากร ความหนาแน่นประชากร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถือเป็นแหล่งวัตถุดิบด้าน
รายได้ของเศรษฐกิจและการค้า อุตสาหกรรม การ การเกษตรท่ีสำคญั ของอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนในส่วน
ท่องเที่ยว บริการสาธารณสุข การบริการทางการศึกษา ของการผลิตเอทานอล เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตผลทาง
การบริหารราชการ และการคมนาคมขนส่ง โดยจะชี้ การเกษตรท่ีสำคญั คอื ขา้ ว มันสำปะหลงั อ้อย ข้าวโพด ซ่ึง
ประเด็นและแนวโน้มทิศทางของลำดับเมืองในปัจจุบัน ถือเป็นวัตถุดิบที่สำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน
สาเหตุและปัจจัย ในเมืองหลักหรือเมืองท่ีมีบทบาทสำคัญ ทั้งสิ้น และภาคอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนมากที่สุดคือ
ของภาค ซ่งี มีรายละเอียดดงั ต่อไปน้ี อตุ สาหกรรมการเกษตร อตุ สาหกรรมพลังงานทดแทน
(1) ชุมชนศูนย์กลางระดับภาค เมือง สถานการณ์และแนวโนม้ การเปลยี่ นแปลง
หลักของแต่ละภาคมีการโตตามการวางผังภาค 2600 มี ดา้ นคมนาคมขนส่งและโครงสรา้ งพื้นฐาน
แนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นมาจากชุมชนศูนย์กลางระดับ
จังหวดั ชมุ ชนท่มี ีแนวโนม้ และศกั ยภาพจากแนวนโยบาย 1) ด้านคมนาคมขนส่ง
และความพร้อมด้านต่าง ๆ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีศักยภาพสูง
ได้แก่ ทน.อุบลราชธานี ทน.อุบลราชธานี ทำให้มีการ
เติบโตทางเศรษฐกจิ และการพัฒนาเมืองอยา่ งรวดเร็วตาม การเชื่อมโยงการคมนาคมภายในประเทศ และภายนอก
แนวเส้นทางระเบยี งเศรษฐกจิ ประเทศ มีโครงข่ายคมนาคมเชอ่ื มโยงท้ังทางถนน ทางราง
และทางอากาศ จากฐานข้อมูลและแบบจำลองด้านการ
(2) ชุมชนศูนย์กลางระดับจังหวัด มี ขนส่งระดับประเทศ (National Model: NAM) พบว่าใน
แนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นมาจากชุมชนศูนย์กลางระดับ อีก 20 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2580) การเดินทางระหว่าง
จังหวัด-อำเภอ โดยเป็นชุมชนเมอื งใหมท่ ีม่ ีแนวโน้มเติบโต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคอื่น ๆ จะเพิ่มขึ้นเฉล่ีย
เพิ่มขึ้นมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร หรือเป็น ร้อยละ 3.38 ส่วนการเดินทางภายในภาค
ชุมชนเมืองทม่ี ีแนวโน้มเติบโตของเมอื งเพอ่ื รองรับกิจกรรม ตะวันออกเฉียงเหนอื จะเพมิ่ ข้นึ เฉลีย่ รอ้ ยละ 4.30 ในขณะ
ทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองท่ีต่อเนื่องมาจากชุมชน ที่การขนส่งสินค้าระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับ
เมืองหลัก ภาคอื่น ๆ จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.46 ส่วนการขนส่ง
สินคา้ ภายในภาคตะวันออกเฉยี งเหนือจะเพมิ่ ขึ้นเฉลี่ยร้อย
(3) ชุมชนศูนย์กลางระดับจังหวัด-
อำเภอ แนวโน้มเติบโตเพิ่มข้ึนมาจากการพัฒนาเมอื งและ
การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร ซึ่งเป็นชุมชนเมืองท่ี
3-55
ละ 4.08 โดยรวมในช่วง 20 ปี ระหว่างปี 2560-2580 ท้ัง สำหรับระบบบำบัดน้ำเสียเดิม ควรฟ้ืนฟูและปรับปรุง
ปริมาณการเดินทางและการขนส่งสินค้าจะขยายตัว ระบบใหส้ ามารถดำเนินการได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ประมาณ 2 เท่านอกจากนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี
ศักยภาพและความสามารถในการเชื่อมโยงโครงข่าย (4) การจัดการขยะมูลฝอย ต้องทำการ
คมนาคมขนส่งและโลจิสติกสใ์ นภาคตะวันออกเฉียงเหนอื แก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทางโดยทำการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้น
โดยให้จังหวัดขอนแก่นและนครราขสีมาเป็นเมือง ทาง ปรมิ าณขยะมลู ฝอยปริมาณมาก เกิดจากการขาดการ
ศูนย์กลางการค้า การลงทุน การบริการสุขภาพและ จัดการทีเ่ หมาะสม อีกหนง่ึ ปญั หาทคี่ วรให้ความสำคญั คือ
ศูนย์กลางการศึกษา ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอันดับความเจริญ การให้ความรู้ในการคัดแยกขยะมูลฝอยตั้งแค่ระดับ
ของเมืองในภาคสูง มีตำแหน่งที่ตั้งอยู่บนจุดตัดโครงข่าย ครัวเรือน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดการขยะให้มี
คมนาคมและแนวพัฒนาที่สำคัญ อาทิ แนวระเบียง ประสิทธิภาพสูงสุด การลดปริมาณการเกิดขยะมูลฝอย
เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic และการรไี ซเคลิ ขยะมูลฝอย
Corridor) ที่จังหวัดขอนแก่น แนวระเบียงเศรษฐกิจกลาง
(Central Economic Corridor) ที่จังหวัดนครราชสีมา (5) พัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
รวมทั้งมีแนวเส้นทางรถไฟสายสิงคโปร์ – คุนหมิง (SKRL) และการส่อื สาร
พาดผา่ น
- ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะในเรื่อง
2) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเมือง ของการปกป้องขอ้ มลู ส่วนบคุ คล และกฎหมายทเ่ี กี่ยวข้อง
เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างพื้นที่เมืองและชนบทนั้น กับทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะต้องแก้ไขให้ทันสมัยและ
การเสรมิ สรา้ งชุมชนใหไ้ ด้รับการพัฒนาจงึ มีความสำคญั ใน เหมาะสมกบั สถานการณป์ ัจจบุ นั
ฐานที่เป็นกลไกสำคัญในการกระจายความเจริญ เพื่อ
นำไปสู่การเจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ สำหรับ - ปัญหาคุณภาพการศึกษาไทย
ขอ้ เสนอแนะ และแนวทางปรับปรุงด้านโครงสร้างพ้ืนฐาน ตกต่ำ ต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วน และอาจพัฒนา
มีดงั นี้ ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อ
ยกระดับองค์ความรู้และคุณภาพการศึกษาของประชาชน
(1) ระบบไฟฟ้า มีแนวโน้มความต้อง สำหรับในด้านอุตสาหกรรมจำเป็นต้องเพิ่มกำลังคนด้าน
การใช้ไฟฟ้าในสัดส่วนที่เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นจึงควรมีการ ICT ยกระดับมาตรฐานความรู้ความสามารถของบุคลากร
พัฒนาพลังงานทดแทนควบคู่ไปด้วย เช่น พลังงาน ด้าน ICT และการเพมิ่ ความสามารถในการเข้าถงึ ICT
แสงอาทิตย์ และพลังงานชีวมวล ซึ่งในพื้นที่มีแหล่ง
วัตถุดิบทางการเกษตรอยู่จำนวนมาก เพื่อใช้เป็นพลังงาน - การเขา้ ถึง Internet ของคนไทย
สำรองในภาคอุตสาหกรรมและพาณชิ ยกรรม ยังมีไมม่ ากนัก เนือ่ งจากค่าใชจ้ า่ ยค่อนข้างสูงเม่ือเทียบกับ
ประเทศอื่นในภูมิภาคใกล้เคียง หากสามารถทำให้
(2) การประปาส่วนภูมิภาคมีแผน ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ก็จะ
ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบและขยายพื้นที่การบริการใน ช่วยยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนา
ประปาเมอื งและพน้ื ทเ่ี ศรษฐกิจ เพอ่ื รองรบั การเตบิ โตของ ด้าน ICT ของประเทศไดม้ ากข้นึ
เมือง ประชากร และรองรับความต้องการใช้น้ำประปาใน
อนาคต ท้ังนกี้ ารประปาส่วนภูมภิ าคไดม้ กี ารวางและจดั ทำ - ปัญหาความมั่นคงปลอดภัยใน
โครงการการพัฒนาประปาอยา่ งต่อเนื่อง เช่น การวางท่อ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในปัจจุบัน มี
ขยายเขตจำหน่ายน้ำ การสำรองกรณีจำเป็นเร่งด่วนเพื่อ แนวโน้มมากขึ้น มีการจารกรรมทางอุตสาหกรรม การก่อ
การย้ายแนวท่อ รวมถึงการสำรองกรณีเร่งด่วนเพื่อแก้ไข การร้ายต่อรัฐ การสอดแนมเพื่อล้วงความลับของชาติ การ
ปัญหาภัยแล้งและอทุ กภัย โจมตีเครือข่ายของสถาบันทางการเงิน และการโจมตี
ระบบสารสนเทศและสื่อสารของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม
(3) การจัดการน้ำเสยี ลดปรมิ าณนำ้ เสีย ภาพรวมสถานภาพการพัฒนาด้านความมัน่ คงปลอดภัยทาง
ณ จุดกำเนิด นอกจากนี้ควรประสานและดำเนินการ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทยยัง
เพื่อให้มีการจัดสรรงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วน ขาดการประสานงานกันระหว่างหนว่ ยงานต่าง ๆ จะตอ้ งมี
ท้องถิ่น พร้อมทั้งจัดระบบให้ท้องถิ่นเก็บค่าบริการบำบัด การปรับปรงุ กฎหมายทเ่ี กี่ยวข้องอยา่ งจรงิ จังต่อไป
น้ำเสียเพื่อให้มีรายได้ที่เพียงพอมาใช้ในการดูแล
บำรุงรกั ษาขยายพน้ื ท่ใี ห้บริการบำบดั น้ำเสยี ในพ้ืนที่วิกฤต (6) พัฒนาด้านการศึกษา ควรมีการ
หรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ ดา้ นการศึกษาในพ้ืนท่ีอย่างต่อเน่ือง
ไม่ว่าจะเป็นโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยหรือวิทยาเขต
ต่างๆ รวมทั้งเปิดสอนหลักสูตรการศึกษาสายวิชาชีพเพิม่
ในระดับอาชีวศึกษาให้มีความหลากหลายและสอดคล้อง
กับความต้องการของพื้นที่ การให้ทุนการศึกษาในทุก
ระดับ รวมถึงการส่งเสริมให้ประชาชนตามพื้นที่ชายแดน
และถน่ิ ท่หี า่ งไกลได้รบั การศึกษาภาคบงั คับหรือสูงกวา่
3-56
(7) พัฒนาด้านสาธารณสขุ พัฒนาสถาน เศรษฐกิจที่มีความสำคัญ สำหรับภาคตะวันออก
บริการขั้นพื้นฐาน เนื่องจากในปัจจุบันสถานบริการ เฉียงเหนือนั้น ใน พ.ศ.2558 มีมูลค่ารวมของการค้า
สาธารณสุข โดยเฉพาะสถานบริการสาธารณสุขระดับ ชายแดนทั้งสิ้น 152,529 ล้านบาท หรือ คิดเป็นร้อยละ
ท้องถิ่นค่อนข้างครอบคลุมทั่วพื้นที่ แต่ในด้านคุณภาพ 15.23 ของมูลค่าการค้าชายแดนรวมทั้งประเทศ โดย
และมาตรฐานของสถานบริการสาธารณสุขบางแห่ง การคา้ ชายแดนสว่ นใหญเ่ ป็นการคา้ กบั สปป.ลาว
โดยเฉพาะด้านบุคลากรทางการแพทย์ อุปกรณ์และ
เทคโนโลยีต่าง ๆ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายการ โดยการเชื่อมโยงของกลุ่มธุรกิจและ
รักษาพยาบาลกับโรงพยาบาลในระดับสงู ยงั คอ่ นข้างต่ำ อตุ สาหกรรมในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื พืน้ ที่การพัฒนา
ทั้ง 2 รูปแบบ ได้แก่ 1) Super Cluster ยานยนต์และ
3.10 บูรณาการผลการวเิ คราะห์ ชิ้นส่วน เป็นกิจการเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง 2)
Super Cluster เครือ่ งใช้ไฟฟา้ อิเลก็ ทรอนิกส์และอุปกรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นภาคที่มีเนื้อท่ี โทรคมนาคม โดยกิจการส่วนใหญ่จะเปน็ การออกแบบทาง
กว้างขวาง คิดเป็นพื้นที่กว่าร้อยละ 30 ของประเทศไทย อิเล็กทรอนิกส์ผลิตภัณฑ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้
ครอบคลุม 20 จังหวัด และมีแนวชายแดนต่อ สปป.ลาว เทคโนโลยีขั้นสูง 3) คลัสเตอร์เป้าหมาย : อุตสาหกรรม
และกัมพูชา จากการที่ภาคเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ จึงมีแผน เกษตรแปรรูป โดยกิจการเป้าหมายในคลัสเตอร์ ได้แก่
และโครงการพัฒนาเพื่อมุง่ พฒั นาภาคใหม้ ศี ักยภาพในการ การปรบั ปรุงพนั ธ์ุพืชและสัตว์ สารสกดั /ผลติ ภณั ฑจ์ ากสาร
พัฒนาพื้นที่ โดยอาศัยฐานการผลิตและทรัพยากรที่มีอยู่ สกัด สารออกฤทธิ์ (Active Ingredient) อาหารทาง
ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการทำหน้าที่เป็นประตู การแพทย์ (Medical Food) การคัดคุณภาพบรรจุเก็บ
เชื่อมต่อสู่ต่างประเทศ โดยพบว่ามีจุดผ่านแดนแบ่งเป็น รักษาพืชผักผลไม้หรือดอกไม้ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และ
15 ด่านถาวร 23 จุดผ่อนปรน ซึ่งก่อให้เกิดศักยภาพใน ศูนย์กลางการค้าสินค้าเกษตร พื้นที่เป้าหมายในภาค
ด้านการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อน ตะวันออกเฉียงเหนือ : พื้นที่ปศุสัตว์ มันสำปะหลัง อ้อย
บา้ นไดเ้ ป็นอย่างดี และข้าวโพด ได้แก่ขอนแก่น นครราชสีมา ชัยภูมิและ
บุรีรมั ย์
ในดา้ นประชากรพบว่าภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ
มีขนาดประชากรภายในพื้นที่มากเป็นอันดับที่ 1 ของ ในอีกลักษณะความเป็นไปได้ของการ
ประเทศ คิดเป็นร้อยละ 33.29 ของจำนวนประชากรท้ัง พัฒนาจะพบว่าพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาจเกิด
ประเทศ ในช่วงระยะเวลาเพียง 20 ปีข้างหน้า ประชากร ปัญหาจากการเข้ามาของบริษัทข้ามชาติ ที่เข้ามาใช้พื้นที่
วัยสูงอายุของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามนโยบายส่งเสริมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษหรือ
เกือบเท่าตัว ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเปลี่ยน ในคลสั เตอร์อุตสาหกรรม โดยท่อี ตุ สาหกรรมในภูมิภาคได้
ผ่านจากการเป็นสังคมสูงวัย (Aging Society) ทำให้ภาค เกิดการเรียนรู้ ดูดซับเทคโนโลยี ประชากรภายในภูมภิ าค
ตะวันออกเฉียงเหนือเกิดปัญหาการขาดแคลนประชากร ไม่มีการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ย่อมทำให้ไม่เกิด
และแรงงานที่จะป้อนสู่ภาคเศรษฐกิจได้ในอนาคต ซ่ึง มลู ค่าเพมิ่ ภายในพ้ืนทก่ี ารพฒั นา ซ่ึงจะส่งผลต่อชีวิตความ
ปรากฎการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเปน็ เร่งด่วนที่จะต้องมี เป็นอยู่ของประชากรภายในภูมิภาคและความมั่นคงทาง
การพัฒนาทุนมนุษย์ของแรงงานในพื้นที่เพื่อที่จะให้ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นการเปิด
สามารถเป็นส่วนขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจของพื้นที่ยังคง ตลาดร่วมยังเป็นโอกาสให้อุตสาหกรรมหรือบริษัท
ขยายตัวต่อไปในขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับแรงงานที่มี ต่างประเทศเข้ามาทำตลาดในประเทศ ดังนั้นหากบริษัท
แนวโน้มมีจำนวนลดลงและแรงงานที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น ภายในประเทศไม่มีความแข็งแรงมากเพียงพอย่อมได้รับ
เรอื่ ย ๆ ในอนาคต ผลกระทบจากความร่วมมือดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้นลักษณะความเป็นไปได้จึงยังคงต้องมีการพิจารณา
ในด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างทางเศรษฐกิจ เพื่อหาทางป้องกันและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงใน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใน พ.ศ.2558 มีมูลค่าผลิตภณั ฑ์ อนาคต
มวลรวม ณ ราคาประจำปี เท่ากับ 1,327,918 ล้านบาท
โดยแบ่งออกเป็นภาคการผลิต 2 ภาคการผลติ ไดแ้ ก่ ภาค ในภาคอุตสาหกรรม ภาคตะวันออก
เกษตรกรรม ที่มีมูลค่า 275,920 ล้านบาท หรือ คิดเป็น เฉียงเหนือมักได้รับการเน้นไปที่การลงทุนสร้าง
ร้อยละ 20.78 ของมูลค่ามวลรวม และภาคนอก ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ (infra-structure) ของ
เกษตรกรรม ทม่ี ีมลู ค่า 1,051,998 ลา้ นบาท หรอื คิดเป็น ประเทศ ได้แก่ การสร้างทางหลวงสายประธาน การ
ร้อยละ 79.22 ของมูลค่ามวลรวม พัฒนาเส้นทางรถไฟ การปรับปรุงการประปา และการ
สร้างเขื่อนเพื่อการชลประทานและการผลิตกระแสไฟฟ้า
จากข้อได้เปรียบด้านที่ตั้งที่มีระยะทาง พลังน้ำ ส่งเสรมิ การลงทนุ ของเอกชนในด้านอตุ สาหกรรม
ของแนวเขตชายแดนมากกว่าภาคอื่น ๆ การค้าชายแดน
ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นอีกกิจกรรมทาง
3-57
และเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรม สินค้าสำเร็จรูป อีกท้ัง ภายนอกในระดับนานาชาติ โดยได้รับการส่งเสริม ผ่าน
ส่งเสริมการศึกษาข้ันอุดมศกึ ษาในพนื้ ท่ี ทางการพัฒนานโยบายเชิงพื้นที่ของภาครัฐ กลุ่มเมือง
ศูนย์กลางอุตสาหกรรมหลักของภาค ศูนย์กลางขนส่ง
อย่างไรก็ตามการพัฒนาดังกล่าวต้องมี การค้า อุตสาหกรรม แปรรูป สิ่งทอ เป็นประตูเชื่อมโยง
ความสอดคล้องไปกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน อัตราการ ของภาค เป็นกลุ่มพื้นที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินของภาคตะวันออก และอารยธรรม โดยมีศูนย์กลางหลัก อยู่ที่จังหวัด
เฉียงเหนือ ที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์และสุรินทร์ กลุ่มเมือง
ตั้งแต่ พ.ศ. 2545-2559 นั้น อันดับแรก คือ พื้นท่ี ศูนย์กลางการบริหาร การค้าและการคมนาคมขนส่ง
อุตสาหกรรมและคลังสินค้า มีอัตราการเปลี่ยนแปลงการ เชื่อมโยงแนวระเบียงเศรษฐกิจ มีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัด
ใช้ประโยชน์ที่ดินเพิ่มขึ้นมากที่สุด รองลงมา คือ พื้นที่ ขอนแก่น และมีจังหวัดในกลุ่มได้แก่ จังหวัดกาฬสินธ์ุ
ชมุ ชนและสง่ิ ปลกู สร้าง ในขณะที่การใชป้ ระโยชน์ประเภท มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และจังหวัดชัยภูมิกลุ่มเมือง
ป่าไม้ มีสัดส่วนลดลงอย่างต่อเนื่อง และการเปลี่ยนแปลง ศูนย์กลางการค้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร มาตรฐาน
พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี เกษตรปลอดภัย แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิ ที่เชื่อมโยงการ
การกระจุกตัวอยู่บริเวณเขตเมืองของจังหวดั นครราชสีมา ท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านข้างเคียงด้วย โดยมี
ขอนแก่น อุดรธานี สกลนคร นครพนม และอุบลราชธานี ศนู ย์กลางอยูท่ ่ี จงั หวดั อุบลราชธานี และมจี ังหวัดในกลมุ่
และมกี ารกระจายตวั ประปรายตามแนวถนนสายหลัก ได้แก่ จังหวัดอำนาจเจริญ ยโสธร ศรีสะเกษ และจังหวัด
สุรนิ ทร์ กลุ่มเมืองประตูการคา้ ชายแดน การท่องเทยี่ วครบ
ด้านการพัฒนาเมอื งและชนบท วงจร การผลิตทางการเกษตร อุตสาหกรรมแปรูปและ
เป้าหมายการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ แฟชั่นระดับภูมิภาค มีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดมุกดาหาร
เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยมุ่งเน้น และจังหวัดในกลุ่มได้แก่ จังหวัดสกลนครและนครพนม
สร้างความเข้มแข็งของฐานเศรษฐกิจภายในควบคู่กับการ กลุ่มเมืองศูนย์กลางการค้าชายแดน การท่องเที่ยวเชิง
แก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซ่ึง ธรรมชาติ การผลติ อุตสาหกรรมการเกษตร ฐานการขนส่ง
กำหนดบทบาทของการพัฒนาเมืองให้จังหวัดขอนแก่นและ ที่เชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ มีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัด
นครราชสีมา เป็นเมืองศูนย์กลางหลักของภาคในด้านการค้า อุดรธานี และมีจังหวัดที่มีการพัฒนาในกลุ่มเดียวกัน คือ
การลงทุน การบริการสุขภาพและศูนย์กลางการศึกษา และ จงั หวดั เลย หนองบวั ลำภู หนองคาย และสกลนคร
จังหวัดนครราชสีมา ยังเพิ่มบทบาทในการเป็นศูนย์กลาง
อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและอาหารครบวงจรอีกด้วย ดา้ นการใชป้ ระโยชนท์ ่ดี ิน
ควบคูก่ บั การพัฒนาเมืองศูนย์กลางระดับจังหวัดให้เป็นเมือง จากกระแสการเปลี่ยนแปลงจากภายนอกและ
น่าอยู่ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการพัฒนาด้านเกษตรกรรม ภายในประเทศมีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายการ
บริเวณพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งเป็นแหล่งการผลิตข้าวหอม พัฒนาประเทศไทยและถ่ายทอดนโยบายไปสู่ภาคต่าง ๆ
มะลิคุณภาพสูงในจังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร ตามบทบาท ศักยภาพ ปัญหา ข้อจำกัด และแนวโน้มการ
ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบรุ รี มั ย์ ควบคู่กับการพัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนา โดยคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงและเงื่อนไขโอกาส
เพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรกรรม การส่งเสริมการ หรือผลกระทบจากนโยบาย ยุทธศาสตร์การพัฒนา การ
ปรับเปลี่ยนเกษตรกรรมชนิดใหม่ตามศักยภาพของพื้นที่ใน พัฒนาตามฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การ
จังหวัดหนองบัวลำภู เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม เปลยี่ นแปลงสภาพภูมิอากาศและภยั พบิ ัติ การเติบโตและ
อุบลราชธานี และศรีสะเกษ รวมถงึ การฟ้ืนฟูทรัพยากรป่าไม้ กระแสการพัฒนาด้านเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ทั้ง
ให้คงความอุดมสมบูรณ์และรักษาความหลากหลายทาง ภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การค้าบริการ และการ
ชีวภาพ นอกจากนี้ การพัฒนาเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ เน้น ท่องเที่ยว แนวโน้มและรูปแบบการขยายตัวหรือลดด้าน
การส่งเสริมศักยภาพจากการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่ง ประชากร การพฒั นาโครงขา่ ยการเชอื่ มโยงและโครงสร้าง
ที่เชื่อมโยงจากพื้นที่เศรษฐกิจหลักภาคกลางและชุมชนเมือง พื้นฐาน โดยปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลต่อรูปแบบการตั้งถ่ิน
ตามแนวเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก เพ่ือ ฐานและรูปแบบการพฒั นาเมืองทั้งในพ้ืนทเ่ี มืองเดิม พ้ืนท่ี
เชื่อมโยงสู่พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนของภาค เพ่ือ รองรับการขยายตัวของเมือง การขยายตัวของชุมชนใน
สร้างความเข้มแข็งของฐานเศรษฐกิจภายในให้มีอัตราการ เขตชนบทและพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งจะส่งผลต่อการ
เติบโตทสี่ ูงเพยี งพอตอ่ การลดความเหลื่อมล้ำในระยะยาว เปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน การกำหนดบทบาท
ระบบเมืองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการ แนวทางการวางแผนการใช้ทรัพยากร และการกำหนด
พัฒนาไปตามกลไก ในเชิงพื้นท่ี โดยทก่ี ลุ่มพ้ืนท่ีศูนย์กลาง
หลักยังคงเป็นกลุ่ม ที่มีการพัฒนาและเชื่อมโยงกับพื้นท่ี
3-58
รูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินทั้งในสถานการณ์ปัจจุบัน การเกษตร เน้นเกษตรปลอดภัย สร้างผลิตภัณฑ์ทาง
และในอนาคต การเกษตรจากวสั ดทุ างการเกษตร บรเิ วณจงั หวัดอุดรธานี
เลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ กาฬสินธุ์ ขอนแกน่
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพื้นที่ที่มี มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ
ศักยภาพและแนวโน้มการพัฒนาทั้งในระดับภูมิภาคและ อีกทั้งยังมีศักยภาพในการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน
ในระดบั ภูมิประเทศ อนั เนื่องมาจากโครงการความร่วมมือ และจีนตอนใต้ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และ
ระหว่างประเทศต่าง ๆ เช่น กรอบความร่วมมือทาง การท่องเที่ยว ทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม
เศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS-EC: Greater บริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร และ
Mekong Sub-region Economic Cooperation ท่องเที่ยวอารยธรรมขอม บริเวณจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์
Program) ซึ่งจากกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศทำ ศรีสะเกษ
ให้เกิดแผนแมบ่ ท แผนงานโครงการตา่ ง ๆ ทส่ี ่งผลกระทบ
ต่อทิศทางการพัฒนา แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้าน หากพิจารณาผลการวิเคราะห์ศักยภาพ
การใช้ประโยชน์ที่ดินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อันได้แก่ พื้นที่เพื่อชุมชนและสิ่งปลูกสร้างของภาคตะวันออก
แผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เฉียงเหนอื พบวา่ กระจกุ ตวั อยู่บรเิ วณแอ่งโคราชและแอ่ง
เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าจากทางถนนสู่ สกลนคร ตลอดจนแม่น้ำสายหลักของภาค และกระจุกตัว
ระบบรางและทางน้ำ โครงการสร้างเขตเศรษฐกิจ มากบรเิ วณดา้ นตะวันตกเฉยี งใต้ของนครราชสมี า (อำเภอ
พิเศษ ศูนย์บริการนำเข้า-ส่งออกแบบเบ็ดเสร็จ และ นครราชสีมา อำเภอปักธงชัย) ด้านใต้ของบุรรี ัมย์ (อำเภอ
ศูนย์โลจสิ ตกิ สร์ วมคลงั สินค้าในบรเิ วณชายแดนไทย-สปป. เมืองบุรีรัมย์ อำเภอบ้านกรวด) สุรินทร์ (อำเภอสนม
ลาวในจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำเภอศีขรภูมิ) ด้านตะวันออกติดแม่น้ำโขงของ
อุบลราชธานี และพิจารณาจากกรอบนโยบายใน อำนาจเจริญ (อำเภอลอื อำนาจเจรญิ ) และบงึ กาฬ (อำเภอ
ระดับประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผน บึงโขงหลง) ด้านเหนือของขอนแก่นเชื่อมต่อด้าน
พัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ การพัฒนาภาค เมือง ตะวันออกเฉียงใต้ของหนองบัวลำภู ต่อเนื่องถึงเลย ส่วน
และพื้นที่เศรษฐกิจ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดน ศักยภาพพื้นที่เพื่ออุตสาหกรรมและคลังสินค้าของภาค
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ ตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณด้านตะวันตกเฉียงใต้ของ
โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงสาย นครราชสีมา เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์
ตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีสถานีหลักนครราชสีมา อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมผ้าไหมและสิ่งทอ ต่อ
ขอนแก่น หนองคาย และการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว จากสระบุรี และตามแนวเส้นทางคมนาคมสายหลักของ
เชื่อมโยงและอำนวยความสะดวกสู่แหล่งท่องเที่ยว ทำให้ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ด้านตะวันออกของชัยภูมิ เป็นพื้นที่
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีศักยภาพสูงในการเชื่อมโยง อุตสาหกรรมรอง เพื่อรองรับการขยายตัวของ
การคมนาคมภายในประเทศ และภายนอกประเทศ ด้วย อุตสาหกรรมการผลิต ต่อเนื่องด้านใต้ของขอนแก่น
โครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงทั้งทางถนน ทางราง และทาง ต่อเนื่องถึงอุดรธานี เลย และตลอดริมแม่น้ำโขงของ
อากาศ และส่งเสริมศักยภาพของภาคตะวันออก หนองคาย
เฉียงเหนือให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงการพัฒนา E-W
Economic Corridor โดยมีจังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์ ด้านการคมนาคมขนส่งและโครงสรา้ งพน้ื ฐาน
กลาง มีโครงข่ายคมนาคมทางบกสนับสนุนการขนส่งทั้ง การพัฒนาด้านคมนาคมตามยุทธศาสตร์ชาติ
ผู้โดยสารและสินค้า มีสนามบินพาณิชย์ ที่ขอนแก่น 20 ปี และยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 มปี ระเด็นทม่ี งุ่ เนน้
อุดรธานี อุบลราชธานี บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด เชื่อมโยงการ การพัฒนาประเทศให้มีความสามารถในการแข่งขันเป็น
ท่องเที่ยวภายในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน เป็น ศูนย์กลางการค้าภูมิภาค (Regional Trading Nation)
แหล่งผลิตทางการเกษตร และอุตสาหกรรมแปรรูป ควบคู่กับการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon
ผลิตผลการเกษตรที่สำคัญของภาค มีการผลิตพลังงาน Society) โดยมีกรอบการพัฒนาพ้ืนทด่ี งั นี้
ชีวภาพ มีแหลง่ ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ คือ บ้านเชยี ง การพัฒนาโครงข่ายระหว่างเมืองภาคตะวันออก
จังหวัดอุดรธานี และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่มีความ เฉียงเหนือ ได้แก่ เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ-
โดดเด่นเฉพาะตัวของจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น เลย ขอนแก่น-หนองคาย ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี
รวมถึงการมีศักยภาพเป็นแหล่งผลิตและการค้าข้าวที่ เส้นทางสายบ้านไผ่–นครพนม เส้นทางสายนครสวรรค์ –
สำคัญบริเวณทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บ้านไผ่ และเส้นทางสายอุบลราชธานี – ช่องเม็ก สง่ ผลให้
บุรีรัมย์ สุรินทร์ มีพื้นที่รองรับการลงทุนที่เป็นมิตรกับ เกิดการเชื่อมโยงจังหวัดสำคัญในภาคและระหว่างภาค
สิ่งแวดล้อม เหมาะกับการแปรรูปสินค้าและอุตสาหกรรม ตลอดจนเชื่อมโยงสู่ประเทศเพื่อนบ้านผ่านเมืองชายแดน
3-59
อาทิ สปป.ลาว และกัมพูชา โดยมีโครงการก่อสร้าง การพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟทำให้เกิด
โครงข่ายรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงในอีก 4 ปี การเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่แนวรถไฟความเร็วสูง
ข้างหน้า (พ.ศ. 2565) ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา สร้างโอกาสทางธุรกิจ ความเจริญของเมืองจากความ
โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย อันจะส่งผล สะดวกในการเข้าถึงแหล่งงานและสถานที่ท่องเที่ยว และ
ให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ดังนั้น จังหวัดที่เป็นสถานีหลัก
และยุทธศาสตร์การสร้างความเป็นธรรมและลดความ ของเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพฯ -หนองคาย เช่น
เลื่อมล้ำในสังคมของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคายเหล่าน้จี ะ
แหง่ ชาติ ฉบับท่ี 12 กลา่ วคอื มีการเติบโตของเมืองในแนวโน้มที่สูงมากข้ึนในอนาคต
โดยเฉพาะบรเิ วณรอบสถานีทจี่ ะมีระดบั การพฒั นาเพิม่ ข้นึ
การพัฒนาโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟทางคู่ หนาแน่น จงึ เป็นโอกาสที่จะเข้าไปทำธรุ กิจในพ้ืนที่จังหวัด
และรถไฟความเร็วสูงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เหลา่ น้ี โดยธุรกจิ ทมี่ ีศกั ยภาพ ไดแ้ ก่ ธุรกิจอสงั หารมิ ทรพั ย์
การเดินทาง โดยผู้โดยสารบางส่วนจากการเดินทาง ค้าส่ง-ค้าปลีก โลจิสติกส์ รถเช่า โรงแรม และร้านอาหาร
รูปแบบถนน ราง และอากาศ มีแนวโน้มหันมาใช้รถไฟ เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน
ความเร็วสูง เพราะได้ประโยชน์จากการประหยัดเวลา การท่องเที่ยว และการขยายตัวของเมอื งอย่างรวดเรว็
ในการเดินทาง โดยเฉพาะผู้โดยสารเดิมที่เดินทางโดย
รถไฟแบบด่วนพิเศษ รถโดยสารปรับอากาศ เครื่องบิน
และรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งการเดินทางที่ใช้เวลาสั้นลงอย่าง
นอ้ ย 1 เทา่ จะช่วยลดตน้ ทนุ คา่ เสยี โอกาสจากการใช้เวลา
ไปทำกิจกรรมอื่นที่สร้างรายได้หรือให้ประโยชน์สูงกว่า
อาทิ เวลาระหว่างรอขึ้นเครื่องบิน เที่ยวบินดีเลย์ และ
เวลาที่เสียไปในช่วงการจราจรติดขดั ทั้งนี้การปรบั เปลี่ยน
พฤติกรรมการเดนิ ทางจากถนนสรู่ าง (Shift Mode) จะทำ
ให้เกิดพฤติกรรมการเดินทาง รูปแบบการเดินทาง และ
จำนวนเที่ยวการเดินทางแบบเที่ยวไป-กลับเพื่อไปทำงาน
และธุรกิจ (Work and Business Trip) ภายในภาคมาก
ขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการเดินทางทางถนนลดลง ลดปัญหา
การจราจรตดิ ขัด และลดอบุ ัตเิ หตทุ างถนนได้อย่างยงั่ ยนื
3-60
3-61
รปู ที่ 3.10-1 แนวคดิ การเชื่อมโยงดา้ นคมนาคมขนสง่ และโลจิสตกิ สใ์ นภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื
ดา้ นโครงสร้างพนื้ ฐาน และวิเคราะห์ผลด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการได้
ปัจจุบันระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ดังน้ี
ส่วนมากในพื้นที่แต่ละภาคนั้นยังไม่ครอบคลุมการ
ให้บริการในพื้นที่ระดับจังหวัด อีกทั้งยังมีปัญหาด้านการ 1) กำหนดย่านกิจกรรมให้สอดคล้องกับการ
ขาดแคลนน้ำใช้เพื่อการอุปโภคและบรโิ ภค ปัญหาภัยแล้ง พัฒนาสาธารณูปโภคและสาธารณูปการโดยเฉพาะอย่าง
ปัญหาการขาดแคลนพื้นที่เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่กำจัดขยะ ยิง่ พน้ื ทเี่ ขตเมอื ง
มูลฝอย รวมถึงการบำบัดของเสีย จากการศึกษาด้าน
สาธารณูปโภคและสาธารณูปการ พบว่า การบริการด้าน 2) กำหนดแผนพัฒนาพื้นที่ที่เป็นรูปธรรมและ
ประปา อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของสำนักงานการ พิจารณาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรูปแบบเมือง
ประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งมีสำนักงานย่อยกระจายการ ประหยดั พลงั งาน และเมอื งสีเขียว
ให้บริการในทุกจังหวัด มีปริมาณการผลิตและจำหน่าย
เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของประชากร 3) วางแผนการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค
สำหรับแนวโน้มความต้องการใช้น้ำประปาในอนาคตมี และสาธารณูปการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
ความต้องการเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้การประปาส่วนภูมิภาคมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้บริการประปา การจัดการขยะ
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบและขยายพื้นที่การ มลู ฝอยและระบบระบายนำ้
บริการในประปาเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อรองรับการ
เติบโตของเมือง ประชากร และรองรับความต้องการใช้ 4) ปรบั ปรุงโครงสร้างพน้ื ฐานและบรกิ ารสำหรบั
น้ำประปาในอนาคต ทุกกลุ่มประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนและผู้สูงอายุ
ระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนพืน้ ทีช่ ุมชนเมืองขนาด นอกจากนี้ยังเน้นการพัฒนาศักยภาพท้องถิ่นในการ
ใหญ่ส่วนมากมีการก่อสร้างระบบบำบัดและรวบรวมน้ำ บริหารจัดการพื้นที่และดูแลรักษาสาธารณูปโภคและ
เสีย แต่ยังคงไม่เพียงพอต่อการบำบัดน้ำเสียในปัจจุบัน สาธารณูปการ
และในอนาคต สำหรับพื้นที่ที่ยังไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย
พื้นที่ที่จะเกิดน้ำเสีย ได้แก่ พื้นที่ที่มีการตั้งถิ่นฐานที่
หนาแน่น ศูนย์กลางเขตเมืองเดิม พื้นที่เมืองท่องเที่ยว
และพื้นที่อุตสาหกรรม อีกทั้งค่าความสกปรกมีแนวโน้มท่ี
เพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม จึง
จำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรการบำบัดน้ำเสียอย่าง
ชัดเจน และเพิ่มศักยภาพในการให้บริการรายเขตการ
ปกครองเป็นสำคญั
การกำจัดมูลฝอยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เ ป ็ น ส ่ ว น น ้ อ ย ท ี ่ มี ก า ร จ ั ด ก า ร ข ย ะ ถ ู ก ต ้ อ ง ต า ม ห ลั ก
สขุ าภบิ าล สว่ นใหญเ่ ป็นการกำจดั ขยะมูลฝอยแบบเทกอง
และฝังกลบ (Uncontrolled หรือ Open Dump) ซึ่ง
ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะ และปัญหาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ
ตามมาอีกมากมาย และแนวโน้มการเกิดขยะมูลฝอยใน
อนาคต พบว่ามีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการเพิ่มข้ึน
ของจำนวนประชากร การขยายตัวของเศรษฐกิจ และ
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลาย
ยาก ประกอบกับระบบกำจัดขยะที่มีอยู่ไม่เพียงพอกับ
ปรมิ าณขยะท่เี กดิ ข้นึ ทำใหเ้ กดิ ขยะตกคา้ งสะสม
ดงั นน้ั เพอื่ ให้การพัฒนาเชงิ กายภาพมีประสิทธิภาพ
และสอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของประชากรและ
กิจกรรม จากผลการวิเคราะห์เพื่อประเมินสถานการณ์
จากปัจจัยภายในและภายนอกของพื้นที่ เพื่อบูรณาการ
3-62
บทที่ 4 : สรปุ ขอ้ เสนอแนะแนวทางการปรับปรงุ ผังภาค
เพื่อให้การปรับปรุงผังภาค สามารถตอบสนอง มาตรการการพัฒนาพื้นที่ระดับจังหวัด ด้านการใช้
วัตถุประสงค์และการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ประโยชน์ที่ดิน การพัฒนาเมือง การคมนาคม และการ
ไดอ้ ยา่ งครบถ้วนสมบรู ณแ์ ละมีประสทิ ธภิ าพ ควรคำนึงถึง ขนส่ง การสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และการดำรง
สถานการณ์ภายนอกและสถานการณ์ภายในที่ส่งผลต่อ รักษาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม
การพัฒนาพื้นที่ เพื่อให้เกิดแนวทางปรับปรุงผังภาค
ตะวันออกเฉียงเหนอื อย่างมีประสิทธภิ าพต่อไป กลุ่มที่ 2 ผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน
กำหนดกรอบแนวทางและแผนงานการใช้ประโยชน์ที่ดิน
4.1ขอ้ เสนอแนะเชงิ กระบวนการและระบบ ในพื้นที่ หนึ่งพื้นที่ใด เพื่อการพัฒนาเมืองและการดำรง
ตดิ ตามสถานการณพ์ ัฒนาพนื้ ทีร่ ะดับ รักษาเมืองบริเวณที่เกี่ยวข้อง และชนบท แบ่งเป็น 2
ภาค ประเภท ได้แก่
กรมโยธาธิการและผังเมืองวางและจัดทำนโยบาย 4) ผังเมืองรวม แผนผัง มาตรการ ข้อกำหนด
ระดับภาคเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและการดำรง ผงั เมอื งรวมจังหวัด และผงั เมอื งรวมเมอื ง/ชมุ ชน
รักษาพื้นที่ที่มีขอบเขตเกินหนึ่งจังหวัด ในด้านการใช้
ประโยชน์ที่ดินการพัฒนาเมืองและชนบท การคมนาคม ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน พื้นที่โล่ง โครงการคมนาคม
และการขนส่ง การสาธารณูปโภค สาธารณูปการและ ขนส่ง กิจการสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และบริการ
บริการสาธารณะ รวมทั้งบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สาธารณะ
และสง่ิ แวดลอ้ ม
5) ผังเมืองเฉพาะ แผนผังและโครงการ
ระบบการวางผังเมืองของประเทศไทยใน ดำเนินการ เพื่อพัฒนาหรือดำรงรักษาบริเวณเฉพาะแห่ง
ปจั จบุ นั แบ่งเป็น 2 กลุ่ม 5 ประเภท หรือ กิจการที่เกี่ยวข้องในเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้อง
หรอื ชนบท
กลุ่มที่ 1 ผังนโยบายการใช้ประโยชน์พื้นท่ี
กำหนดกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ของการพัฒนา ในการติดตามเปรียบเทียบกับผัง ภาค
ประเทศในด้านการใช้พื้นที่เพื่อให้หน่วยงานของรัฐ ตะวันออกเฉียงเหนือ 2600 โดยการวิเคราะห์
ดำเนินการ แบ่งเปน็ 3 ประเภท องค์ประกอบและกระบวนการในการวางและจัดทำผังภาค
พบว่าการวางและจัดทำผังภาคจะมีลักษณะที่มุ่งเน้นการ
1) ผังนโยบายระดับประเทศ กรอบนโยบาย พัฒนาพื้นที่ในระดับภาค อันนำไปสู่นโยบายในการ
การพัฒนาพื้นที่ระดับประเทศ ด้านการใช้พื้นที่ การ กระจายการพัฒนาลงในพื้นที่ที่มีศักยภาพที่เหมาะสม
พัฒนาเมอื งและชนบท โครงสร้างพน้ื ฐานหลกั การพัฒนา สอดคล้องกันทั้งทางกายภาพ เศรษฐกิจ สังคมและ
พื้นที่พเิ ศษ การรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม ประชากร ประเด็นสาระสำคัญของผังภาค ประกอบด้วย
ฯลฯ สว่ นสำคัญหลกั 8 สว่ น ได้แก่
2) ผังนโยบายระดับภาค แผนผังนโยบาย 1) วิสัยทัศน์ในการวางและจัดทำผังภาค เป็น
การพฒั นาพืน้ ท่ีภาค ช้ีนำการพัฒนาและดำรงรักษาพ้ืนที่ การกำหนดบทบาทของภาคในปัจจุบันและอนาคต
ที่มีขอบเขตเกินหนึ่งจังหวัดในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน
การพัฒนาเมือง การคมนาคม และการขนส่ง การ 2) วัตถปุ ระสงคใ์ นการวางและจัดทำผังภาค
สาธารณูปโภค สาธารณูปการ และการบำรุงรักษา
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม 3) เป้าหมายของการพัฒนา ได้แก่ ด้าน
ประชากร ด้านเศรษฐกิจ ด้านแรงงานและการจ้างงาน
3) ผังนโยบายระดับจังหวั ด แผนผัง ด้านศูนย์กลางของภูมิภาค ลำดับความสำคัญของชุมชน
ยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่จังหวัด เป็นแนวทาง/ และเขตเศรษฐกิจพิเศษ และด้านการจัดการการใช้
ประโยชน์ที่ดนิ
4-1
4) กลยุทธ์ในการพัฒนาเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับการพัฒนาเมือง
ขา้ งตน้ ชนบท ทรัพยากรธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ
และสังคม
5) แนวคิดโครงสร้างเพื่อการพัฒนาพื้นที่ เป็น
การกำหนดการบูรณาการระบบการใช้ทด่ี นิ และโครงสร้าง 7) ผังกลยุทธ์เพื่อการพัฒนา เป็นการกำหนด
พื้นฐานทุกด้านอันจะเป็นทางเลือกและการประเมิน ช่วงระยะการพัฒนาและกำหนดกรอบนโยบายระดับ
ทางเลอื กในการพัฒนา จงั หวดั
6) ผังนโยบายของภาค เป็นผังนโยบายระยะ 8) นโยบาย มาตรการ และวิธีการนำผังไปสู่
ยาวในการวางแผนพัฒนาและบริหารจัดการด้านการใช้ การปฏิบัติ
4-2
รูปที่ 4.1-1 องคป์ ระกอบและขั้นตอนในการวางผงั ภาค 2600
4-3
สำหรับองค์ประกอบของผังภาคตาม (ฌ) แผนผังแสดงแหล่งทรัพยากร
พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ได้ระบุ ธรรมชาติ สงิ่ แวดล้อม และระบบนิเวศ
องค์ประกอบผังนโยบายระดับภาค ตามมาตรา 16 ต้อง
ประกอบดว้ ย (ญ) แผนผงั แสดงผังน้ำ
1) วัตถุประสงค์ในการวางและจัดทำผัง (ฎ) แผนผังแสดงการเชื่อมโยงกับประเทศ
นโยบายระดบั ภาค ในภมู ิภาค
2) แผนทีแ่ สดงเขตผงั นโยบายระดบั ภาค (ฏ) แผนผงั อ่ืนๆ ตามความจำเป็น
3) แผนผังที่ทำขึ้นเป็นฉบับเดียวหรือหลาย ใ น ก ร ณี ท ี ่ ผ ั ง น โ ย บ า ย ร ะ ด ั บ ภ า ค ไ ม ่ มี
ฉบับ โดยมีสาระสำคญั ดงั ต่อไปนี้ สาระสำคญั ประการใดตาม (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) (ช) (ซ)
(ฌ) (ญ) หรือ (ฎ) จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก
(ก) แผนผังแสดงการใช้ประโยชน์ท่ีดิน คณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติโดยมีเหตุผล
อันสมควร และให้ระบุเหตุผลดังกล่าวไว้ในผังนโยบาย
(ข) แผนผังแสดงการตั้งถิ่นฐานและระบบ ระดับภาคน้นั ด้วย
ชุมชน
4) นโยบาย มาตรการ และวิธีดำเนินการเพ่ือ
(ค) แผนผังแสดงระบบการคมนาคมและ ปฏิบตั ติ ามวตั ถุประสงคข์ องผงั นโยบายระดบั ภาค
การขนส่ง
5) การบริหารและพัฒนาการผังเมือง วิธี
(ง) แผนผังแสดงระบบสาธารณูปโภค ปฏิบัติ และความร่วมมือของหน่วยงานและภาคส่วนท่ี
สาธารณูปการ และบริการสาธารณะ ตามโครงสร้าง เกีย่ วขอ้ ง รวมทง้ั กรอบระยะเวลาในการดาเนินการ
พืน้ ฐาน
ทัง้ น้มี ขี น้ั ตอนและกระบวนการวางและจัดทำผัง
(จ) แผนผงั แสดงเขตพัฒนาการท่องเที่ยว นโยบายระดับภาค ซึ่งประกอบด้วยการรวบรวม การ
วิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ตลอดจนการมีส่วนร่วม เพื่อให้ได้
(ฉ) แผนผงั เพ่ือการพฒั นาเมอื งและชนบท ผลสัมฤทธิ์ตามองค์ประกอบของผังนโยบายระดับภาค
โดยขั้นตอนและกระบวนการแสดงดังรปู ท่ี 4.1-2
(ช) แผนผงั พ้นื ทพ่ี ฒั นาพิเศษ
(ซ) แผนผังแสดงแหล่งศิลปวัฒนธรรมและ
ประวัตศิ าสตรท์ ้องถน่ิ
4-4
ท่ีมา : กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
รูปที่ 4.1-2 ขัน้ ตอนและกระบวนการวางและจดั ทำผังนโยบายระดับภาค
4-5
แนวทางการติดตามสถานการณ์พื้นที่การ ย้อนหลังอย่างน้อย 10 ปีแล้ว ข้อมูลปัจจุบัน (ข้อมูล
พฒั นาพน้ื ท่รี ะดับภาค ครบถ้วนตามปีทีส่ ามารถหาได้ลา่ สดุ )
สำหรับการติดตามสถานการณ์และทิศทางการ 5. หากไม่มีความสอดคล้อง และมีบริบทการ
พัฒนานโยบายระดับภาค เพื่อวิเคราะห์ความสอดคล้อง พัฒนาที่เปลี่ยนไป หรือมีสถานการณ์ท่ีกระทบต่อพืน้ ท่ใี ห้
กับเป้าหมายและนโยบายที่ตั้งไว้ มีแนวทางและระบบใน เสนอแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ ตลอดจนประเด็นที่ใช้
การติดตาม ซึ่งต้องมีกระบวนการในการศึกษาและ เป็นข้อพิจารณาในการปรับปรุงหรือจัดทำผังภาคคร้ัง
รวบรวมข้อมูลในด้านบริบทการพัฒนาประเทศ ความ ตอ่ ไป
เชื่อมโยงกับภูมิภาคอื่นๆ กรอบความร่วมมือระหว่าง
ประเทศ นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ นอกเหนือจากการวิเคราะห์และจัดทำ
ตลอดจนสถานการณ์และแนวโน้มการพัฒนาพื้นที่ภาคใน รายละเอียดข้อมูลแล้ว ในขั้นตอนของการศึกษายัง
มิติเชงิ เศรษฐกจิ ประชากร สังคม ด้านทรพั ยากรธรรมชาติ ประกอบไปด้วยการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความ
สิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน ด้านการ คิดเห็นของแตล่ ะภาคสว่ น โดยจะนำข้อมูลต่างๆ ท่ไี ด้จาก
พัฒนาเมืองและชนบท ด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสตกิ ส์ การประชุมนำมาสรุปและร่วมประมวลผล ตลอดจน
ด้านสาธารณูปโภคสาธารณูปการ เพื่อความสมบูรณ์ใน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และควรมีกรณีศึกษาการวางผังของ
การประเมิน และเพื่อเป็นการกำหนดแนวทางในการ ต่างประเทศ
เสนอแนะ ในการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ระยะเวลา ในการศึกษา ซึ่งแบ่งกลุ่มและระยะเวลาใน ระบบการติดตามสถานการณ์การพัฒนาพื้นท่ี
การศกึ ษาโดยมีรายละเอยี ด ดังนี้ ระดบั ภาค
ประกอบด้วย 2 ประเด็นหลัก นั้นคือ การ
1. การศึกษาผังภาคที่ได้จัดทำขึ้น และ ติดตามด้านเป้าหมาย การติดตามด้านผังนโยบายราย
รายละเอียดผังภาค ด้านกรอบแนวคิดในการวางและ สาขา (การติดตามด้านผังกลยุทธ์ ใช้ติดตามในเรื่องการ
จัดทำผัง เป้าหมาย วัตถุประสงค์ รายละเอียดทั้งใน คมนาคมขนสง่ และโลจิสติกส)์
ภาพรวม และรายละเอียดปลีกย่อย รวมทั้งข้อมูลเงื่อนไข การติดตามเป้าหมาย เป้าหมายควรแบ่งเป็น
และสถานการณ์ที่เป็นผลในการวางและจัดทำผังภาคใน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยมีเป้าหมายใน
เวลานน้ั เพ่อื เป็นข้อมลู เรม่ิ ต้นในการเขา้ ใจถงึ สถานการณท์ ่ี เรื่องตา่ งๆ ดังต่อไปน้ี
เกิดขึ้นตอ่ ไป 1. ด้านประชากร
2. การรวบรวมศึกษาและทบทวน เป็น - จำนวนประชากร
กระบวนการแรกก่อนที่จะดำเนินงานในข้ันตอนอื่นๆ โดย - โครงสร้างอายุ
มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลพื้นฐานย้อนหลังอย่าง - จำนวนประชากรเมืองและชนบท
น้อย 10 ปี วิเคราะห์สถานการณ์ภายในและภายนอก 2. ด้านเศรษฐกจิ
ที่ส่งผลการพัฒนาภาค ความเชื่อมโยงทางกายภาพ - สัดส่วนโครงสรา้ งทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ และสังคมในระดับต่างๆ รวมถึงประเด็นการ - อัตราการเตบิ โตของมลู คา่ ทางเศรษฐกจิ
พัฒนาอื่นๆ วิเคราะห์นโยบาย ยุทธศาสตร์ และ - กำลงั แรงงาน
แผนพัฒนาประเทศ ตลอดจนแผนงานและโครงการที่ - พ้นื ทเ่ี ปา้ หมายทางเศรษฐกจิ
สำคัญ โดยช้ีให้เหน็ ถึงโอกาสและศักยภาพการพัฒนาพ้นื ท่ี 3. ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน (ขึ้นอยู่กับ
แตล่ ะภาค ประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินในแต่ละ
ภาค)
3. การวเิ คราะหศ์ กั ยภาพ ปญั หา ขอ้ จำกดั ใน - พื้นที่เกษตรกรรม (พื้นที่อนุรักษ์
ขั้นตอนนี้เป็นผลจากการรวบรวมข้อมูลในระดับแรกแล้ว เกษตรกรรม-พื้นท่ีปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม-พื้นที่
นำมาวิเคราะห์ในแต่ละระดับของพื้นที่ รวมถึงความ ชนบทและเกษตรกรรม)
เชื่อมโยงในแต่ละสาขา เพื่อวิเคราะห์และจัดกลุ่ม - พื้นที่ป่าไม้ (พื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้-พื้นที่
ในแตล่ ะกลุม่ พื้นที่ และวิเคราะหใ์ นภาพรวม ฟื้นฟสู ภาพป่าไม้-พืน้ ทีส่ งวนไวเ้ พ่อื การรกั ษาสภาพป่าและ
นเิ วศวิทยา)
4. การติดตามสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ใน - พนื้ ทช่ี มุ ชน
ด้านเศรษฐกิจ ประชากร สังคม ด้านทรัพยากรธรรมชาติ - พื้นที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพ
สิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน ด้านการ สิง่ แวดลอ้ ม การประมง และการท่องเทย่ี ว
พัฒนาเมืองและชนบท ด้านคมนาคมขนส่งและ - พ้นื ท่อี ตุ สาหกรรม
โลจิสติกส์ ด้านสาธารณูปโภคสาธารณูปการ ในด้าน
เป้าหมายและนโยบายซึ่งนอกจากต้องมีการศึกษาข้อมูล
4-6
- พ้ืนที่ประวตั ิศาสตร์ และศิลปวฒั นธรรม พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ซึ่งประกอบด้วย
4. ดา้ นการพฒั นาเมืองและชนบท ผงั นโยบายในรายสาขาดงั ตอ่ ไปน้ี
- ลำดับชมุ ชนเมอื ง 1. ผังนโยบายด้านการใชป้ ระโยชนท์ ด่ี นิ
- บทบาทเมือง (ชุมชนศูนย์กลางการ 2. ผงั นโยบายดา้ นการตงั้ ถ่ินฐานและระบบ
บริหารและบริการ-ชุมชนบริการเศรษฐกิจ-ชุมชนบริการ
เกษตร-ชุมชนบริการทางสังคม-ชมุ ชนคมนาคมขนสง่ ) ชมุ ชน
- กลไกการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ 3. ผังนโยบายด้านระบบการคมนาคมและการ
Cluster (กลุ่มพื้นที่ศูนย์กลางหลัก Core Cluster-
กลุ่มพื้นที่ศูนย์กลางบริการ Service Cluster-การพัฒนา ขนสง่
เครือขา่ ยเมือง-ชนบท (Urban - rural network) 4. ผงั นโยบายด้านระบบสาธารณปู โภค
5. ดา้ นการศกึ ษา
- มาตรฐานการให้บริการดา้ นการศกึ ษา สาธารณปู การ และบรกิ ารสาธารณะ ตาม
6. ด้านสาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐาน
- สถานบรกิ ารสาธารณสขุ 5. ผังนโยบายดา้ นเขตพฒั นาการท่องเทย่ี ว
- บุคลากรทางการสาธารณสขุ 6. ผังนโยบายด้านการพัฒนาเมอื งและชนบท
- มาตรฐานการใหบ้ ริการ 7. ผงั นโยบายการพัฒนาพืน้ ท่ีพิเศษ
7. ดา้ นการอนรุ ักษพ์ ลงั งาน 8. ผงั นโยบายศลิ ปวัฒนธรรมและ
- การใช้พลังงานทดแทน ประวัติศาสตรท์ ้องถิ่น
8. ด้านทรพั ยากรและแหล่งนำ้ 9. ผงั นโยบายทรัพยากรธรรมชาติ
- การมีแหล่งน้ำใช้อยา่ งพอเพียง สิง่ แวดลอ้ ม และระบบนเิ วศ
9. ดา้ นการคมนาคมขนส่ง 10. ผังนโยบายน้ำ
- การคมนาคมทางบก 11. ผงั นโยบายการเชอื่ มโยงกับประเทศใน
- การคมนาคมทางนำ้ ภมู ิภาค
- การคมนาคมทางอากาศ น อ ก จ า ก น ี ้ ค ว ร ม ี ก า ร ต ิ ด ต า ม ผ ั ง ก ล ย ุ ท ธ์
การติดตามด้านผังนโยบาย ประกอบด้วยแผนงาน/โครงการ ซึ่งประกอบด้วย กลยุทธ์
ติดตามความสอดคล้องนโยบายในรายสาขาว่า เพ่ือการพฒั นาระยะ 5 ปี กลยทุ ธ์เพอื่ การพัฒนาระยะ 10
สอดคล้องกับสถานการณ์หรือไม่ โดยให้เป็นไปตาม ปี กลยุทธ์เพื่อการพัฒนาระยะ 15 ปี ติดตามความ
สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งนี้ใช้ในการติดตาม
และวิเคราะหส์ าขาการคมนาคมขนส่งและโลจสิ ตกิ ส์
4-7
รูปที่ 4.1-3 แนวทางในการตดิ ตามสถานการณก์ ารเปล่ียนแปลง
รปู ที่ 4.1-4 แนวทางในการตดิ ตามสถานการณ์ดา้ นเป้าหมาย ด้านนโยบาย และดา้ นกลยทุ ธ์
4-8
รูปท่ี 4.1-5 ระบบการตดิ ตามสถานการณก์ ารพฒั นาพื้นที่ระดบั ภาค
ในส่วนของการติดตามแล้วพบว่าไม่สอดคล้อง ของประเทศก่อนระยะเวลาดังกล่าวก็ได้ โดยทั้งน้ีต้องให้
ในบางประเด็น จะต้องมีการเสนอแนะให้มีการปรับปรุง เป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการตาม พ.ร.บ.การผัง
บางส่วน ปรับปรุงเป็นส่วนใหญ่ หรือจัดทำผังใหม่ ตามที่ เมือง พ.ศ. 2562
พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
พ.ศ. 2562 ที่มาตรา 12 จัดให้มีการทบทวนนโยบายและ
แผนการบรหิ ารจดั การที่ดนิ และทรพั ยากรดินของประเทศ
ทุกหา้ ปี หรือในกรณีที่มีความจำเป็น เพื่อให้สอดคล้องกับ
ยุทธศาสตร์ชาติ หรือนโยบายการบริหารประเทศ หรือ
สภาวการณท์ างเศรษฐกิจและสังคมจะจดั ใหม้ ีการทบทวน
นโยบายและแผนการบรหิ ารจัดการทด่ี นิ และทรพั ยากรดนิ
4-9
4.1.1 ขอ้ เสนอแนะเชิงนโยบาย การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว โดยเป็นการมุ่งเน้น
ความหมายในการสร้างสรรค์จุดเด่น และศักยภาพ
จากการทบทวนผังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้มีความ
2600 ทั้งวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ แนวคิด และนโยบายการ เฉพาะเจาะจงในการแข่งขัน และแตกต่างจากภาคอื่นๆ
พัฒนาภาค ซึ่งได้แบ่งระยะเวลา (Phasing) ของช่วงการ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์เพื่อให้เกิด
พัฒนาในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2551 -2555) 15 ปี ความสอดคล้องและสนับสนุนซึ่งกันและกันได้อีกด้วย
(พ.ศ. 2551-2565) 30 ปี (พ.ศ. 2551-2580) และ 30 ปี ทั้งนี้หากมีการจัดทำผังภาคครั้งใหม่ควรคำนึงถึง
(พ.ศ. 2551-2600) พบว่านโยบายการพัฒนาของภาค สถานการณ์โลก การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ กรอบความ
ตะวันออกเฉียงเหนือที่กำหนดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา มี ร่วมมือระหวา่ งประเทศ แผนพัฒนาที่เก่ียวข้อง และปัจจัย
ความต่อเนื่องและครอบคลุมในประเด็นสำคัญใน ภายในต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของ
หลากหลายประเด็น กล่าวคือ มีการกำหนดกรอบการ พื้นที่ อีกทั้งการปรับปรุงกลยุทธ์ แผนงานโครงการ และ
พัฒนาที่ระบุถึงประเด็นการพัฒนาในด้านการผลิต มาตรการใหส้ ามารถถ่ายทอดสกู่ ารปฏบิ ัติ เพ่อื ปรบั เปล่ยี น
ยางพารา กจิ กรรมดา้ นการบรกิ าร และส่วนที่เกย่ี วขอ้ งกับ ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์มาก
การเกษตร เช่น การผลิตอาหารฮาลาล การแปรรูป ยิ่งขนึ้
ผลิตผลทางการเกษตร รวมไปถึงการเนน้ การใช้ทรัพยากร
ธรรมชาติที่มีคุณค่า และความหลากหลายในด้านสังคม
วฒั นธรรม มาเปน็ จุดขายและต่อยอดในการกำหนดกรอบ
4-10
ทบทวนบรบิ ทของการพัฒนาประเทศ ทบทวนการวางผังภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือปี พ.ศ. 2600
ทบทวนผังประเทศกบั บทบาทของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ - วิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนแปลง ปัจจัย นโยบายที่สนับสนุน/ ปัญหา ข้อกำจัด ทิศทาง
และแนวโน้มการพฒั นาท่ีสง่ ผลกับพืน้ ที่
ความเชื่อมโยงกบั ภมู ภิ าคอ่นื ๆ - ทบทวนเนอื้ หาสาระผังภาคในประเด็นวิสัยทศั น์ เปา้ หมาย นโยบาย
- MEGA TREND - วิเคราะห์เปรียบเทยี บความแตกตา่ งและความสอดคล้องกบั สถานการณใ์ นปจั จุบัน
- กรอบความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศ
(ประชาคมอาเซียน/การพัฒนาอย่างยงั่ ยนื (SDGs) ฯลฯ ศึกษากฎหมาย กฎระเบยี บท่ีเกยี่ วข้อง
นโยบายและยทุ ธศาสตร์การพัฒนาประเทศ - กฎหมายทเี่ กยี่ วข้องกบั พนื้ ทีส่ งวนรักษา
- ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี - กฎหมายทเ่ี กยี่ วข้องกบั การพัฒนาพ้นื ที่
- ไทยแลนด์ 4.0
- แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ฉ.12
- นโยบายการพัฒนากลมุ่ จังหวดั /จงั หวัด
- เขตเศรษฐกิจชายแดน
- โครงการพฒั นาสำคัญขนาดใหญอ่ ืน่ ๆ
ศกึ ษาและวิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงและแนวโนม้ ต่างๆ ท่ีส่งผลต่อการพัฒนาเชิงพน้ื ท่ี
- สภาพพน้ื ทด่ี า้ นกายภาพ และการเปลย่ี นแปลงดา้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม กรณศี ึกษา
- โครงสร้าง การเปลย่ี นแปลงและแนวโนม้ ดา้ นเศรษฐกจิ (เศรษฐกจิ ภาพรวม/เกษตรกรรม/อุตสาหกรรม/การคา้ การ ต่างประเทศ
บรกิ าร และการทอ่ งเทีย่ ว) กรอบแนวทางและ
- สถานการณแ์ ละแนวโน้มการเปลยี่ นแปลงดา้ นประชากร แรงงานและสงั คมทีส่ ง่ ผลตอ่ การพฒั นาเมอื ง ทศิ ทางการปรบั ปรุง
- สถานการณ์ การเปล่ียนแปลงและความต้องการการใช้พนื้ ท่ีในอนาคต
- ลกั ษณะ ขนาดการกระจายตัว การเปล่ียนแปลงและแนวโนม้ การพัฒนาเมอื ง ผังภาค
- สถานการณ์ ความตอ้ งการดา้ นคมนาคมขนส่งและโลจสิ ติกส์ ตะวันออกเฉียงเหนือ
- สถานการณ์ ประเดน็ ปญั หา ศกั ยภาพ ขอ้ จำกัด และความตอ้ งการดา้ นสาธารณปู โภคในอนาคต
- สถานการณก์ ารใหบ้ รกิ าร ปญั หา ศกั ยภาพ แนวโนม้ การเปลยี่ นแปลงและความต้องการดา้ นสาธารณูปโภคในอนาคต
- สาเหตุ และปจั จยั การเกิดภยั พบิ ัติ และสถานการณ์ ประสิทธิภาพ ขีดความสามารถ และแนวทางในการบรหิ ารจดั การ
และบรรเทาสาธารณภยั
- สถานการณ์ปจั จบุ ัน ความตอ้ งการ และแนวทางการวางแผนดา้ นการจัดการทรพั ยากรน้ำในอนาคต
รปู ที่ 4.1-6 กรอบการทำงานเพื่อเสนอแนะเชงิ นโยบาย
4-11
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากการทบทวนผัง ประโยชน์ที่ดินเพื่อพื้นที่เกษตรกรรม ปัจจุบันปัญหาด้าน
ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ สามารถแบ่งเปน็ ดา้ นทสี่ ำคัญ นโยบาย และการเปลี่ยนแปลงของความต้องการทางการ
เกษตร ทำให้เกิดการเปลี่ยนชนิดของพืชเศรษฐกิจตาม
โดยมีรายละเอียดดงั ต่อไปน้ี ความตอ้ งการและราคาของตลาด ส่งผลใหป้ ริมาณผลผลติ
ผันผวน ส่งผลให้เกิดผลผลิตล้นตลาด หรือผลผลิตต่ำกว่า
4.1.2 ด้านการการใช้ประโยชน์ทีด่ ิน ปริมาณความต้องการ ดังนั้น ภาครัฐควรสนับสนุนระบบ
การใช้ประโยชน์ท่ีดิน บริหารจัดการแหล่งน้ำใหเ้ หมาะสม
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม และสอดคล้องตามศักยภาพของพื้นที่ และกำหนดเขต
สำหรับขอ้ เสนอแนะ และแนวทางปรับปรุงด้าน อนุรักษ์พื้นทีเ่ กษตรกรรมชน้ั ดขี องภาค
การใชป้ ระโยชน์ท่ีดิน ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ควรคำนึงถึงใช้นโยบายพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับ 6) การอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ประวัติศาสตร์
ศักยภาพของพื้นที่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาและการใช้ และแหล่งศิลปวัฒนธรรมเป็นทุนเสริมสร้างการพัฒนา
ประโยชน์ที่เหมาะสม ตลอดจนธำรงไว้ซึ่งทรัพยากร พื้นที่แหล่งโบราณคดี โบราณสถาน เมืองโบราณ ชุมชน
ธรรมชาตอิ ันทรงคุณคา่ ดงั ตอ่ ไปน้ี โบราณ และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในภาค
1) พื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้ เป็นพื้นที่มี ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื หลายแหง่ ยังไม่ไดร้ ับการดำเนินงาน
ความสำคัญต่อการรักษาความสมดุลและเป็นแหลง่ ต้นนำ้ ใดๆ ซึ่งในการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์และ
ลำธาร หากเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพการใช้ประโยชน์ ศิลปวัฒนธรรม จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการ
หรือเกิดความเสียรุนแรงอาจผลต่อทรัพยากรต้นทุนของ ดำเนินงานสำรวจ ศึกษา เพื่อจัดทำข้อมูลพื้นที่ให้เป็น
ภาคในระยะยาวได้ ระบบสากล เพอื่ การอนรุ ักษ์ และพฒั นาพน้ื ทใ่ี หเ้ ป็นแหล่ง
2) พื้นที่ฟื้นฟูสภาพป่าไม้ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ เรียนรู้ และแหล่งสร้างรายได้ให้กับประชาชน ชุมชนและ
ป่าสงวนแห่งชาติเดิมที่ถูกบุกรุกและเป็นพ้ืนที่ป่าเสื่อม ประเทศ นอกจากนี้ควรมีข้อกำหนดทางผังเมืองในเรื่อง
โทรม ซึ่งความต้องการในการที่จะรักษาพื้นที่ทรัพยากร ระยะห่างจากพื้นทีอ่ นุรกั ษ์ทางประวตั ิศาสตร์ และพน้ื ท่ถี กู
ธรรมชาติให้มีความสำคัญในเชิงนิเวศต่อภาคน้ัน กนั ออกก่อนพิจารณาพืน้ ท่ี เพือ่ การพัฒนาอ่ืน ๆ ตอ่ ไป
จำเป็นต้องนำพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมเหล่านั้นกลับคืนมา
เพื่อให้เกิดการฟื้นคืนสภาพป่าไม้ เพื่อเป็นแหล่งผลิตและ 4.1.3 ดา้ นการพฒั นาเมอื งและชนบท
แหล่งอาหารของภาคต่อไป
3) การสงวน อนุรักษ์ และฟื้นฟูพื้นที่ป่า สำหรับข้อเสนอแนะเชงิ นโยบายดา้ นการพฒั นา
อนุรักษ์และพื้นที่ต้นน้ำลำธาร การอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ให้ เมืองและชนบท มดี งั น้ี
เพิ่มเติมในพื้นที่ที่มีศักยภาพให้ครบตามจำนวน ป้องกัน 1) การเชื่อมโยงการพัฒนากับประเทศ
การสญู เสียพ้ืนทีป่ า่ ตน้ น้ำลำธาร จากการใช้ประโยชนท์ ด่ี นิ เพ่ือนบ้าน แตล่ ะภาคของประเทศไทยมคี วามเชือ่ มโยงกบั
ผิดประเภท ส่งผลใหพ้ ้ืนทีป่ า่ ไม้ พื้นที่สงวน อนุรักษ์ พื้นท่ี อนุภูมิภาคด้วยตำแหน่งที่ในทำเลทางภูมิศาสตร์ที่
ต้นน้ำลำธาร พื้นที่ชุ่มน้ำ มีสัดส่วนพื้นที่ลดลงอย่าง เหมาะสม ซึ่งส่งผลให้มีบทบาทหลักการเป็นศูนย์กลาง
ต่อเนื่อง นอกจากนี้ควรมีการกำหนดเขตและการใช้ เศรษฐกิจของอนุภูมิภาค เชื่อมโยงห่วงโซม่ ูลค่าของระบบ
ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้อย่างชัดเจน และบังคับใช้อย่าง เศรษฐกิจภาคเข้ากับระบบเศรษฐกิจของประเทศ และ
เครง่ ครัด ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีบทบาทด้าน
4) การพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมให้สอดคล้อง โลจิสติกส์เพ่ือเชื่อมโยงการค้า การบริการ และการลงทนุ
กับศักยภาพการผลิต โดยใชว้ ตั ถดุ ิบในทอ้ งถนิ่ หรือนำเข้า เป็นศูนย์กลางการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค ตาม
วัตถุดิบจากภายนอก จากข้อมูลพื้นที่อุตสาหกรรมและ แนวเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนว GMS และการพัฒนา
คลังสินค้าของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่ามีสัดส่วน โครงสร้างพื้นฐานตามนโยบายการเชื่อมโยงระบบการ
เพมิ่ ขน้ึ อยา่ งตอ่ เนอ่ื งแต่การขยายตวั ของภาคอตุ สาหกรรม ขนส่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 10 แห่ง ในทุกภาค ส่งผลให้
ก่อให้เกิดปัญหาสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน พื้นที่เมืองชายแดนหลักของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมี
โดยรอบแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ และพื้นที่สงวน ดังนั้น บทบาทในการพัฒนาเป็นประตูการค้าและศูนย์กลาง
ภาครัฐจำเป็นต้องกำหนดการใช้ที่ดินอุตสาหกรรมให้ไม่ โลจิสติกส์เชื่อมโยงระหว่างประเทศเพื่อนบ้านโดย
รบกวนตอ่ ชมุ ชน โดยกำหนดให้อยูใ่ นเขตผังเมืองรวม เพื่อ อัตโนมัติ และเปน็ ชมุ ชนศูนยก์ ลางระดับภาคในอนาคต
ความเป็นระเบยี บเรียบรอ้ ยและสภาพแวดล้อมท่ดี ี 2) การเชือ่ มโยงกิจกรรมการพัฒนาระหว่าง
5) การกำหนดเขตอนุรักษ์พื้นที่เกษตรกรรม ภาค การพัฒนาภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก
สำคัญของภาค เพื่อให้เกิดความสมดุลของการใช้ เฉียงเหนอื และภาคใต้ เป็นฐานการผลิตด้านเกษตรกรรม
ยกระดับการผลิตและการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยใช้โอกาส
4-12
จากการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงพื้นที่ รวมทั้งพื้นที่ที่เหมาะสำหรับส่งเสริมและพัฒนา
เศรษฐกิจหลักภาคกลางและพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาค พลังงานสะอาด เช่น พลังงานลม พลังงาน
ตะวนั ออก (EEC) เพ่อื พัฒนาเมอื ง และขยายฐานเศรษฐกจิ แสงอาทิตย์ เป็นต้น ตามแนวคิดการพัฒนา
ใหม่ ๆ ของภาค โดยสร้างความเข้มแข็งของฐานเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมในรูปแบบคลัสเตอร์
ภายในควบคู่กับการแก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม การเสริมศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานและ (3) พื้นที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมทั่วไป
เมือง และเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างภาคและประเทศใน
กลุ่มอนุภูมิภาค โดยมีเมืองหลังตามแนวแกนการพัฒนา จะกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบที่
เป็นเมืองศูนย์กลางหลักในระดับภาคเพื่อรองรับศูนย์กลาง สำคัญของภาค โดยเฉพาะผลผลิต เช่น ข้าว อ้อย
การค้า บริการ ธุรกิจบริการสุขภาพ บริการการศึกษา มันสำปะหลัง ข้าวโพด ยางพารา และปาล์มน้ำมนั
ธุรกจิ ดจิ ิทลั การคมนาคมขนส่งและโลจสิ ติกส์ เช่ือมโยงกับ
ศนู ยก์ ลางระดบั ภาค (4) พื ้ น ที ่ พั ฒ น า อุ ต ส า ห ก ร ร ม
3) การเชื่อมโยงกลุ่มพื้นที่เมืองและชนบท ต่อเนื่องจากระบบโครงข่ายคมนาคมขนส่ง และโลจิ
ภายในภาค มีแนวทางการพัฒนามาจากการสร้างความ สติกส์ อาทิ เช่น พื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ
เข้มแข็งศักยภาพของฐานเศรษฐกิจในพื้นที่ พัฒนาพื้นที่ พัฒนาด้านโครงข่ายคมนาคม เช่น โครงการรถไฟ
เกษตรชั้นดี พื้นที่เขตชลประทาน เช่น พัฒนาทุ่งกุลา ทางคู่, แผนการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง,
ร้องไห้ให้เป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง หรือ โครงการพัฒนาสถานีรถไฟสำหรับขนส่งสินค้า ช่วง
พัฒนาเกษตรในพื้นที่สูง พืชสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) แผนระยะสั้น ช่วงแผนระยะกลาง และช่วงแผน
โดยปรับกระบวนการผลิต ให้อยู่ภายใต้มาตรฐานเกษตร ระยะยาว
ปลอดภัย พัฒนาห่วงโซ่เกษตรอินทรีย์ให้ครอบคลุมทุก
ขน้ั ตอนการผลิต พร้อมทงั้ ขยายพนื้ ที่เกษตรอนิ ทรีย์ ควบคู่ 2) พื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องจาก
กบั การพฒั นาแหลง่ นำ้ การฟื้นฟูและอนรุ กั ษป์ า่ ไมใ้ นพื้นที่
ป่าต้นน้ำ ควบคู่กับการส่งเสริมการพัฒนากลุ่มท่องเที่ยว เขตเศรษฐกิจพิเศษ จะพัฒนาให้เป็นเขตประกอบ
เชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จึงคาดว่าการพัฒนา การ การอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าข้าม
พื้นที่ชุมชนเมืองในศูนย์กลางระดับอำเภอและชุมชน แดน สถานีขนส่งผู้โดยสารที่เชื่อมโยงการเดินทาง
ศูนย์กลางระดับท้องถิ่น จะมีอิทธิพลและแนวโน้มการ ท้ังในระดับเมืองและระดับภูมิภาคเขตพาณิชยกรรม
เตบิ โตแบบยัง่ ยืน ตลาดกลางสินค้าเกษตร ปรับปรุงกิจกรรมบริเวณ
เ ข ต พื้ น ที่ เ ข ต ก า ร ค้ า ดั้ ง เ ดิ ม ใ ห้ เ ป็ น เ ข ต ก า ร ค้ า ป ล อ ด
4.1.4 ด้านเศรษฐกจิ และสงั คม ภาษี ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เป็นตลาดการค้าชายแดน
ที่มีความทันสมัยและมีระบบการจัดการที่มี
สำหรับแนวนโยบายในการปรับปรงุ และพฒั นา มาตรฐาน พื้นที่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ
ดา้ นเศรษฐกิจและสังคม มดี งั น้ี เป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่มุ่งสู่การพัฒนาเมือง
อุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบพร้อมกับยกระดับเขต
1) พัฒนาด้านอุตสาหกรรม พื้นท่ีที่มี ประกอบการอุตสาหกรรมให้เป็นต้น แบบการ
พัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมเข้าสู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ
ศักยภาพด้านอุตสาหกรรมสูงในแต่ละภาคตามนโยบาย
ส่งเสริมการลงทุนของ BOI ควรมีการพัฒนาพื้นที่ 3) พัฒนาด้านการเกษตร การพัฒนาเป็น
อุตสาหกรรมใหส้ อดคลอ้ งกบั ศักยภาพการผลติ ได้แก่
แหล่งอาหารหรอื ครัวโลก เนื่องจากเป็นพื้นที่ทีม่ ีศักยภาพ
(1) พื้นที่ศูนย์กลางอุตสาหกรรม ในการผลิตพืชอาหารต่างๆ โดยเฉพาะข้าว ปศุสัตว์ และ
ไม้ผลต่างๆ นอกจากนี้ยังมีโอกาสเป็นศูนย์กลางด้าน
หลักเดิมเหล่านี้ ได้แก่ พื้นที่ที่มีบทบาททั้งในแง่ของ อุตสาหกรรมพลังงานทดแทนอุตสาหกรรมต่อเนื่องจาก
จำนวนโรงงานอุตสาหกรรม มูลค่าเงินทุน แรงงาน การเกษตร และอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากในปัจจุบัน
และกำลังการผลิต รวมท้ังเป็นที่ตั้งของเขตประกอบ แต่ละภาคมีศักยภาพในการปลูกพืชพลังงานทดแทน ถือ
การอุตสาหกรรม ทำให้มีศักยภาพที่จะต่อยอดด้าน เป็นแหลง่ วตั ถดุ ิบดา้ นการเกษตรทีส่ ำคัญของอุตสาหกรรม
การพัฒนาต่อไปในอนาคต พลังงานทดแทนในส่วนของการผลิตเอทานอล เนื่องจาก
เป็นแหล่งผลิตผลทางการเกษตรที่สำคัญ คือ ข้าว มัน
(2) พื้ น ที่ ส่ ง เ ส ริ ม อุ ต ส า ห ก ร ร ม สำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบที่สำคัญของ
อุตสาหกรรมพลังงานทดแทนทั้งสิ้น นอกจากนี้ การ
ทดแทน จะกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่ง ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อสนับสนุนการผลิต
วัตถุดิบที่สำคัญของภาค โดยเฉพาะผลผลิต เช่น
อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น
4-13
อาหารปลอดภัย ปัจจุบันตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์และ ศักยภาพ สำหรับท่าอากาศยานนานาชาติ ส่วนท่าอากาศ
ผลิตภัณฑ์ปลอดสารขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคให้ ยานอืน่ ของกรมท่าอากาศยานปรบั ปรงุ ให้ได้มาตรฐานเพอ่ื
ความสนใจและนิยมบริโภคเพิ่มขึ้นด้วยกระแสความใส่ใจ เปน็ สนามบินภมู ิภาค
กับอาหารเพอ่ื สุขภาพ
แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 กำหนดแนวทาง
4) พัฒนาการท่องเที่ยว ควรมุ่งเน้นและ การพัฒนา แผนงานโครงการ และพื้นที่ที่จะพัฒนาไว้
ค่อนข้างชัดเจน โดยมีโครงการเพื่อการพัฒนาด้าน
ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่หลากหลายที่กระจายตาม คมนาคมและโลจสิ ติกส์ ตัวอย่างเชน่
แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของแต่ละภาค พัฒนาโครงสร้าง
พื้นฐานเส้นทางคมนาคมทั้งทางรถและทางอากาศเพิ่มข้นึ (1) โครงการก่อสร้างขยายถนนจาก
มากเพื่อเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว นอกจากนี้แหล่งท่องเที่ยว
ชุมชนยังไม่ไดร้ ับการพัฒนายกระดับให้มคี ณุ คา่ และมลู ค่า 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร เพื่อรองรับปริมาณการ
การนำอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของชุมชนมาต่อยอดให้ เดินทางและขนส่งสนิ คา้ ในพื้นท่ี
เกิดการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้การพัฒนา
ภาคบนเชื่อมโยงกับการลงทุนขนาดใหญ่ (Mega (2) โครงการรถไฟความเรว็ สงู ขนาดทาง
Project) เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
(Man-made Attraction) จะเป็นแนวทางในการเชิญ มาตรฐาน เพื่อทำหน้าที่เป็นโครงข่ายหลักในการขนส่ง
ชวนให้เกิดการลงทุนการสร้างสวนสนุกหรือศูนย์การ ผู้โดยสาร
เรียนรู้ขนาดใหญ่ (Theme Park) ซึ่งในระยะที่ผ่าน
มามีความพยายามแต่ยังไม่มีความสำเร็จเป็นรูปธรรม (3) โ ค ร ง ก า ร พ ั ฒ น า ร ะ บ บ ข น ส่ ง
การพัฒนาการลงทุนขนาดใหญ่ (Mega Project) ใน
ด้านกีฬาและสันทนาการ (Recreation) เพื่อรองรับ สาธารณะในเมืองหลกั ในภูมภิ าค
การแข่งขันกีฬาระดับชาติและนานาชาติ
(4) โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
4.1.5 ด้านคมนาคมขนส่งและโครงสร้าง
พนื้ ฐาน และระบบโลจิสติกส์ในภาพรวม เพื่อลดความเข้มการใช้
พลังงาน (Energy Intensity: EI) และลดต้นทนุ โลจิสติกส์
ด้านคมนาคมขนส่ง สำหรับแนวนโยบายด้าน ของประเทศ
คมนาคมขนสง่ มีดังนี้
ด้านโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับแนวนโยบาย
1) พัฒนาโครงข่ายระบบถนน เสนอแนะ ด้านโครงสรา้ งพนื้ ฐาน มดี ังนี้
โครงข่ายถนนตามหน้าที่การใช้งานและลำดับความ
สัมพันธ์ของแต่ละเส้นทาง เพื่อเชื่อมโยงเมืองศูนย์กลาง การพัฒนาเมือง เพื่อให้เกิดความสมดุลระหวา่ ง
ระดับภาคไปยังเมืองลำดับรองลงไปและพื้นที่ชนบทได้ พ้ืนที่เมอื งและชนบทน้ัน การเสรมิ สร้างชุมชนใหไ้ ดร้ ับการ
อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาเส้นทางคมนาคมเพ่ือ พัฒนาจึงมีความสำคัญในฐานที่เป็นกลไกสำคัญในการ
เชื่อมโยงกับต่างประเทศในการขยายโอกาสในการพัฒนา กระจายความเจริญ เพื่อนำไปสู่การเจริญเติบโตอย่างมี
เป็นประตูการค้าในอนาคต เสถียรภาพ สำหรับข้อเสนอแนะ และแนวทางปรับปรุง
ด้านโครงสร้างพื้นฐานควรมีนโยบายส่งเสริมในด้านต่างๆ
2) การพัฒนาโครงข่ายระบบราง ปรับปรุง มดี งั นี้
โครงสรา้ งพ้นื ฐานระบบนาคมขนส่งทางรางท่ีมีอยู่เดิมให้มี
ประสิทธิภาพมากขึ้น (สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตรงต่อ 1) พัฒนาด้านพลังงาน ควรมีการพัฒนา
เวลา มีความถี่ในการให้บริการที่เหมาะสม) และพัฒนา พลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงาน
เส้นทางสายใหม่เพื่อขยายโครงข่ายช่วยให้ระบบสามารถ ชีวมวล ซึ่งในพื้นที่มีแหล่งวัตถุดิบทางการเกษตรอยู่
ดึงดูดให้มีผู้ใช้บริการมากขึ้นท้ังการโดยสารและการขนส่ง จำนวนมาก เพ่ือใช้เป็นพลงั งานสำรองในภาคอตุ สาหกรรม
สนิ คา้ อีกทงั้ ยังช่วยลดต้นทนุ โลจสิ ติกส์ของประเทศ และพาณิชยกรรม
3) การพัฒนาการขนส่งทางอากาศสนับสนุน 2) พัฒนาด้านประปาและการจัดหาแหล่งน้ำ
การเปน็ ศนู ย์กลางทางการบินของภมู ิภาค ควรพัฒนาท่า การวางและจัดทำโครงการการพัฒนาประปาอย่าง
อากาศยานให้สอดคล้องตามปริมาณผู้โดยสารและ ต่อเนื่อง รวมถึงการสำรองกรณีเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหา
ภัยแล้งและอุทกภัย และโครงการปรับปรุงแหล่งน้ำ และ
การเตรียมรองรับเมืองการพัฒนาด้านการค้าและการ
ท่องเที่ยวในระดับนานาชาติ ตลอดจนเป็นพื้นที่ต่อเนื่อง
กับเมืองศูนย์กลางธุรกิจการค้าหรือแหล่งท่องเที่ยวใน
ระดบั นานาชาติ
3) การจัดการน้ำเสีย ลดปริมาณน้ำเสีย ณ จดุ
กำเนิด โดยประสานและดำเนินการกับองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียเพิ่มเติมในพื้นท่ี
วิกฤตหรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ให้สอดคล้องกับสภาพ
4-14
พื้นที่ ปัญหาชุมชนและสถานภาพของคุณภาพแหล่งน้ำ ตำบลโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยจะกำหนด
ทั้งนี้การอนุมตั จิ ัดสร้างระบบบำบัดน้ำเสยี แหง่ ใหม่จะต้อง พื้นที่กันชน (Buffer Zone) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจาก
ได้รับการพิจารณาให้เป็นไปตามลำดับความสำคัญของ สารเคมแี ละวัตถอุ นั ตราย
พ้ืนท่ี
- ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นภัย
4) การจัดการขยะมลู ฝอย ควรดำเนนิ การตาม พิบตั ทิ เ่ี กดิ จากธรรมชาติ ไดแ้ ก่ พืน้ ที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม พ้ืนท่ี
Roadmap การจัดการขยะมลู ฝอยและของเสยี อันตราย เสี่ยงภยั แล้ง พื้นที่เสี่ยงภยั ดินถล่ม พื้นที่เสี่ยงภยั แลง้ โดย
พัฒนาระบบป้องกันและแจ้งเตือนภัยด้วยเทคโนโลยีและ
พัฒนาด้านการศึกษา ควรมีการส่งเสริมและ นวัตกรรมที่ทันสมัย ซึ่งจะกำหนดพื้นที่อพยพที่เหมาะสม
สนบั สนนุ ด้านการศกึ ษาในพื้นทอ่ี ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ไมว่ ่าจะเปน็ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชนและ
โครงการจดั ต้ังมหาวิทยาลยั หรือวิทยาเขตต่าง ๆ หลักสูตร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การสร้างความรู้กับประชาชนและ
ทเ่ี ปดิ สอนควรมคี วามหลากหลายและสอดคลอ้ งตามความ ความเข้าใจในเรื่องการลดความเส่ียงจากการเกิดภัยพิบัติ
ต้องการแรงงานของภาคการตลาดในปัจจุบัน รวมถึงการ ตลอดจนความเสียหายจากภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นกับชีวิต
เปิดสอนสาขาวิชาใหม่ๆ เพือ่ รองรับการพัฒนาที่จะเกดิ ข้ึน และทรัพย์สิน ลดการพัฒนาที่รุกล้ำเข้าในเขตพื้นที่เสี่ยง
ในอนาคตอีกด้วย สถาบันการศึกษาส่วนใหญ่ระดับภาค ต่อการเกิดภยั พิบัตหิ รอื พน้ื ท่ีทไ่ี มเ่ หมาะสมในการพฒั นา
นอกจากจะเป็นสถานที่ให้บริการทางการศึกษาแล้วยังมี
ส่วนช่วยในการพัฒนาสังคม การวิจัย การวางแผน 2. การกำหนดพื้นที่ปลอดภัยในการตั้งถ่ิน
ประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ การเสริมสร้าง ฐาน เป็นการกำหนดพื้นที่ปลอดภัย จากผลกระทบของ
ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ตลอดจนเป็น ภัยพิบัติที่เหมาะสมต่อการตั้งถิ่นฐานและขยายตัวของ
ศนู ย์กลางในการเผยแพรว่ ัฒนธรรมอกี ดว้ ย เมือง รวมทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกจิ และโครงสร้างพื้นฐาน
ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับศักยภาพและข้อจำกัดทาง
พัฒนาด้านสาธารณสุข แนวทางการพัฒนา กายภาพ และเลี่ยงการพัฒนาบริเวณพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
ด้านสาธารณสุขในอนาคต ควรมีความสอดคล้องกับ โดยการใช้มาตรการทางผังเมือง เช่น ผังเมืองรวมเมือง/
นโยบายยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องด้านสาธารณสุขทั้งใน ชุมชน เทศบัญญัติท้องถิ่นหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นในการ
ระดับประเทศและภาค และมติคณะรัฐมนตรีที่สำคัญ ควบคมุ
ตา่ งๆ โดยรายละเอยี ดแนวทางการพฒั นาดา้ นสาธารณสุข
ควรมีการดำเนินการพัฒนาสถานบริการขั้นพื้นฐาน 4.1.7 ดา้ นการควบคุมมลภาวะ
พัฒนาบริการสุขภาพเฉพาะทาง พัฒนาบริการสุขภาพ
เพื่อดูแลผู้สูงอายุ พัฒนาการบริการให้เป็นศนู ย์กลางด้าน การเติบโตของเมืองอย่างรวดเรว็ และการพัฒนา
สขุ ภาพ และการรักษาพยาบาลในระดบั นานาชาติ เศรษฐกิจโดยขาดการวางแผนรับมือกับผลกระทบทาง
สิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือประสบกับ
4.1.6 ด้านการป้องกันและบรรเทาภัยพบิ ตั ิ ปัญหาต่างๆ เช่น ประสบปญั หาพ้ืนท่ีชมุ่ นำ้ เส่อื มโทรมจาก
การบุกรุกพื้นที่ชุมน้ำ ส่งผลให้สูญเสียความหลากหลาย
จากผลกระทบของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทางชีวภาพและระบบนิเวศในวงกว้าง การบุกรุกป่าเพื่อ
และอนาคตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำเป็นตอ้ งมีการ ทำการเกษตรกรรม เปน็ ต้น ดังน้นั จึงจำเปน็ ตอ้ งพิจารณา
กำหนดกรอบแนวทางเพื่อรับมือ และเตรียมความพร้อม และวางแนวทางการพัฒนาพื้นที่ควบคู่กับการวางแผน
ในการรบั มือกบั สถานการณ์และลดผลกระทบจากภัยพบิ ตั ิ จัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน และการป้องกันและ
ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมีการกำหนด แก้ปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการพัฒนา
แนวทางในการป้องกนั และบรรเทาภยั ต่าง ๆ ดังน้ี อย่างสมดลุ โดยมกี รอบแนวทาง ดังน้ี
1. การกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินสำหรับ 1. การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้เพื่อกักเก็บก๊าซเรือน
พื้นที่เสี่ยงภัย และจัดระดับความรุนแรงของแต่ละ กระจกและมลภาวะจากการดำเนินกิจกรรรม โดยการ
ประเภทภยั พบิ ตั ิ เปน็ การกำหนดการใชป้ ระโยชน์ท่ีดินให้ สง่ เสริมให้เกิดการเพ่ิมพื้นทป่ี า่ ไมใ้ นท่ดี ินของรัฐ บรเิ วณริม
เหมาะสมในการลดผลกระทบที่เกิดจากภัยพิบัติ และ แม่น้ำ ลำคลอง และริมถนน ตลอดจนเพิ่มมาตรการจูงใจ
ควบคุมการขยายตัวของเมืองไม่ให้ขยายไปในพื้นที่ที่มีความ ให้ภาคเอกชน การฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้เดิมให้กลับมามีสภาพ
เสี่ยงที่ก่อให้เกิดความเสียหายและมีผลกระทบต่อชีวิตและ สมบูรณ์ การกำหนดแนวทางและมาตรการในการอนุรกั ษ์
ทรพั ยส์ นิ ของประชาชนและสาธารณะ โดยแบง่ ตามระดบั ความ พน้ื ทปี่ า่
รนุ แรงของภัยพิบตั แิ ละพ้นื ทเี่ สยี่ ง ดังน้ี
2. การเฝ้าระวังและฟื้นฟูพ้ืนที่ที่มีปัญหา
- ภัยพิบัติทีเ่ กิดขนึ้ จากมนษุ ย์ เปน็ มลพิษ ในส่วนของภาคตะวันออกเฉียงไม่มีพื้นที่ที่ถูก
พื้นที่เสี่ยงภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตราย เช่น บริเวณ กำหนดให้เป็นเขตควบคุมมลพิษ แต่ยังมีบางพื้นที่ที่ยัง
ตำบลโพนสว่าง อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย
4-15
ประสบกับปัญหามลพิษที่มาในรูปแบบของฝุ่น ควัน อยู่ 4.1.9 ด้านการพัฒนาการทอ่ งเท่ยี ว
เป็นประจำ เช่น ในพื้นที่ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง
จังหวัดนครราชสีมา ตำบลเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว จังหวัด เป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับ
ยโสธร อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ตำบลมีชัย อำเภอ ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ เพื่อความยั่งยืนของการ
เมือง จังหวัดหนองคาย และอำเภอนาอาน อำเภอเมือง ท่องเที่ยวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาแหล่ง
จังหวัดเลย ที่ประสบปัญหามลพิษทางอากาศเป็นประจำ ท่องเที่ยวให้เป็นกลุ่ม (Cluster) สร้างการเชื่อมโยงการ
ซึ่งมีแนวโน้มอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ท่องเที่ยวในแต่กลุ่ม ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมดำเนิน
หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบเสียหายต่อคุณภาพ กิจการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเท่ียว เพื่อยกระดับคุณภาพ
สิ่งแวดล้อม ดังนั้น นโยบายการเฝ้าระวังและฟื้นฟูพื้นทีท่ ี่ ชวี ิตท่ีดขี องชุมชน โดยมีการกำหนดนโยบาย ดังนี้
มีปัญหามลพิษจำเป็นต้องเน้นการควบคุมและลดมลพิษ
รวมทั้งการป้องกันมลพิษที่เกิดขึ้นในอนาคต โดยการ 1. การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในเมือง
กำหนดแนวทางการควบคุม ลดและกำจัดมลพิษ เพ่ือ ศูนย์กลางรองและพื้นที่ที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยว
แก้ไขปัญหามลพิษได้อย่างรวดเร็ว การวางแผนการใช้ สถานที่ท่องเที่ยวในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือมีหลายแห่ง
ประโยชน์ที่ดินที่ควบคุมกิจกรรมและป้องกันมลพิษ การ ที่กระจายอยู่ในแต่ละจังหวัด ซึ่งยังขาดการพัฒนา สร้าง
เพ่ิมมาตรการและบทลงโทษต่อผู้ทลี่ กั ลอบปล่อยมลพิษ มูลค่าและรายได้ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่าง
เต็มที่ ทำให้กิจกรรมการท่องเที่ยวเกิดขึ้นกระจุกตัวอยู่
4.1.8 ด้านการพัฒนาพื้นทพ่ี ฒั นาพิเศษ เฉพาะเมืองที่เป็นเมืองหลัก ดังนั้นจึงควรส่งเสริมให้เกิด
การท่องเที่ยวในพื้นที่อื่น ๆ ที่มีศักยภาพตามบริบทของ
เพอ่ื สง่ เสริมขดี ความสามารถในการแขง่ ขันด้าน พื้นที่นั้น เพื่อให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวจาก
เศรษฐกิจและการทอ่ งเทยี่ ว โดยสร้างโอกาสให้พนื้ ทท่ี ม่ี ี เมืองท่องเที่ยวหลักไปสู่เมืองท่องเที่ยวรอง ตลอดจนการ
ศกั ยภาพเกดิ การลงทุน การกระจายรายได้ การพฒั นาใน พัฒนาให้ตอบโจทย์กับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านการ
พื้นทท่ี ีส่ ำคัญ ดังนี้ ทอ่ งเทีย่ ว
1. การส่งเสรมิ ดา้ นการลงทุน การเพิ่มบทบาท 2. การส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เชื่อมโยงใน
ของพื้นที่และท้องถิ่นในการบริหารจัดการและมาตรการ ภูมิภาค ระหว่างภูมิภาค และระดับนานาชาติ โดยการ
ส่งเสริมการลงทุนที่สอดคล้องกับเป้าหมายอุตสาหกรรม พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างภาค
และบริการในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเฉพาะการพัฒนา ตะวันออกเฉียงเหนือและภูมภิ าคอ่ืนๆ ให้ด้วยระบบขนสง่
ธุรกิจขนาดเล็ก SMEs โดยใช้มาตรการสนับสนุนจาก สาธารณะที่หลากหลาย สะดวกสบาย ปลอดภัย และได้
ภาครัฐ การอนุญาตให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการจัดสรร มาตรฐาน การพัฒนาเส้นทางบริเวณพื้นที่ชายแดนเพื่อให้
งบประมาณหรือกู้เงินเพื่อนำมาสร้างโครงสร้างพื้นฐานใน เป็นประตูการทอ่ งเท่ยี วส่ปู ระเทศเพอื่ นบ้าน
การลงทุน เพิ่มมาตรการหรือภาษีสำหรับอุตสาหกรรมท่ี
ไมไ่ ดม้ ีการสง่ เสรมิ และสรา้ งปญั หาใหก้ ับพน้ื ท่ี 4.2 ข้อเสนอแนะสู่การปฏิบตั ิ
2. สนับสนุนการเชื่อมโยงของพื้นที่ตามแนว 4.2.1 การจัดตั้งองค์กรบริหารและกำกับ
พื้นที่เศรษฐกิจ เป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ผังภาคองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการวางผัง
โดยผ่านการเพิ่มขนาดของเศรษฐกิจจากการลงทุนข้าม ภาคและการปฏบิ ัติ
แดน พื้นที่ชายแดน และพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดย
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวกด้าน ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชการ
การขนส่ง การพัฒนาศูนย์กระจายสินค้า เพื่อรองรับการ อาณาจักรไทย บัญญัติให้ประเทศไทยเป็นรัฐเดี่ยวมี
ขนส่งในเสน้ ทางหลกั และกระจายสินค้าไปยังพน้ื ที่อืน่ รูปแบบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
เป็นประมุข โดยการจัดโครงสร้างการบริหารราชการ
3. สนับสนุนให้ภาคประชาชนร่วมในการ แผน่ ดิน แบง่ เปน็ 3 ส่วน คือ
พัฒนา เพื่อเป็นการส่งเสริมความสามารถของวิสาหกิจ
ชุมชนและภาคเอกชนในพ้นื ที่ โดยการจัดกจิ กรรมสง่ เสริม 1) การบริหารราชการส่วนกลาง ประกอบด้วย
การเรียนรู้ในภาคครัวเรือนต่อการเปลี่ยนแปลงเชิง
เศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาแรงงานให้มี สำนักนายกรฐั มนตรี กระทรวง และกรม
ทักษะในการทำงานและทักษะที่เก่ียวข้องกับงานและ
เศรษฐกิจที่เกดิ ขึน้ ในอนาคต 2) การบริหารราชการส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย
จังหวดั และอำเภอ
4-16
3) การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย (1) ให้มีองค์กรทำหน้าที่ด้านการพัฒนาเชิง
พนื้ ที่เพื่อการประสานการพัฒนาทัง้ ระบบ
กรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การ
บรหิ ารส่วนตำบล เทศบาล และเมอื งพทั ยา (2) การประสาน สรา้ งความสมั พันธ์ระหว่าง
องค์กรการบริหารทุกระดับให้เข้าไปสู่เป้าหมายของการ
การวางแผนและการนำแผนไปปฏิบัติทุกระดบั จะ พฒั นาเดยี วกนั
อยู่ในโครงสร้างของการบริหารราชการที่กำหนดให้
หน่วยงานทุกส่วนราชการต้องจัดทำแผนพัฒนาเพื่อจัดตัง้ (3) สร้างระบบกระบวนการวางแผน และ
เงินงบประมาณตามอำนาจหน้าที่ พิจารณา ได้แก่ แผน การบริหารพัฒนาที่เชื่อมโยงจากบนสู่ล่าง และจากระดับ
นโยบายแห่งรัฐ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ลา่ งสู่บนได้ด้วยรูปแบบคณะกรรมการ
แผนพัฒนารวมในแต่ละโครงสร้างสาขา แผนพัฒนาส่วน
ภูมิภาค แผนพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผัง ความสัมพนั ธข์ ององค์กรในระดบั วางผัง/แผน
เมืองรวมในเขตเมืองและชุมชน และการปฏบิ ตั ิ
องค์กรวางแผนและพัฒนาระดับชาติ ได้แก่ ความสัมพันธ์การวางแผนและการใช้แผนจะ
คณะรัฐมนตรี สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นไปตามสายลำดับการบังคับบัญชา และอำนาจหน้าที่
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตามโครงสร้างของการแบ่งส่วนราชการและกฎหมายที่
และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ เกยี่ วข้อง คือ
สังคมแห่งชาติ
1) จากบนสู่ล่าง เป็นการวางแผนและการนำ
นอกจากนี้ องค์กรที่เกี่ยวข้องกบั การวางผังภาค แผนไปปฏบิ ัติ เร่มิ จากแผนนโยบายรัฐบาล ไปสู่ท้องถ่ิน
และการปฏิบัติ ยังประกอบไปด้วย องค์การวางแผนและ
พัฒนาในการบริหารราชการส่วนกลาง องค์กรการ 2) จากล่างสู่บน เป็นการสะท้อนปัญหาและ
วางแผนและพัฒนาบริหารราชการส่วนภูมิภาค จังหวัด ความต้องการแก้ไขปัญหาและพัฒนา เริ่มจากประชาชน
และอำเภอ องคก์ รการวางแผนและพัฒนาบรหิ ารราชการ ในท้องถิ่น ไปสู่รฐั บาล
ส่วนท้องถิ่น องค์กรการวางแผนและพัฒนาบริหาร
ราชการทหาร รัฐวิสาหกิจ องค์กรคณะกรรมการวางแผน 3) การประสานแนวนอน เป็นการประสานใน
และพัฒนาสาขาด้านต่างๆ และองค์กรการวางผังภาค การดำเนินการทั้งการประสานหน่วยงานภายในส่วน
พฒั นาด้านตา่ งๆ เปน็ ตน้ ราชการเดียวกัน และกับส่วนราชการต่างกนั ทั้งระดับบน
สู่ล่าง และล่างสู่บนเพื่อการวางแผนและปฏิบัติให้เป็นไป
แนวทางแก้ไขขององคก์ รการจัดทำผังและการ ตามแผนรวมถึงการปฏิบัติภารกิจหน้าที่ตามกฎหมาย
นำไปปฏิบัติ ต่างๆ ที่กำหนดเป็นหน้าที่ของหน่วยงาน และการ
ประสานด้วยการจัดตง้ั คณะกรรมการในรูปแบบต่างๆ
1) ปญั หา สามารถสรปุ ปญั หาสำคัญๆ ไดด้ ังนี้
4.2.2 การประสานงานระหว่างหน่วยงานวาง
(1) ขาดองค์กรประสานการพัฒนาพื้นที่ ผงั ภาค
การพัฒนาเมืองในด้านต่างๆ ที่จะอยู่อำนาจหน้าที่ของ ปัญหาการประสานระหว่างองค์กรในการวาง
หน่วยงานราชการส่วนกลาง และการกำหนดแผนงาน ผงั ภาค
โครงการพัฒนา แนวนโยบายของรัฐ มติคณะรัฐมนตรี สามารถสรปุ ประเด็นหลักๆ ไดด้ งั นี้
นโยบายของกระทรวงเป็นสำคัญ โดยยังคงกำหนด (1) ขาดการประสานการจัดทำแผนพัฒนารวม
แผนงานโครงการ เพื่อการพัฒนาเมืองในเชิงพื้นที่อย่าง เชิงพื้นที่ระหว่างหน่วยงานส่วนราชการ ทั้งแผนงาน
จรงิ จัง โครงการระยะสั้น 1-5 ปี ระยะปานกลาง 5-10 ปี และ
ระยะยาวมากกว่า 10 ปีขึ้นไปอย่างเป็นระบบเป้าหมาย
(2) บทบาทองคก์ รปกครองทอ้ งถน่ิ ในการ พื้นที่รวมกัน ทำให้ไม่สามารถสร้างความชัดเจนของการ
พัฒนาพนื้ ท่ีในทกุ ระดับได้
พฒั นายังมีจำกดั (2) หน่วยงานส่วนราชการต่างๆ ยังขาดความรู้
ความเข้าใจในการจัดทำผังพัฒนาเชิงพื้นที่ ซึ่งจะเป็น
(3) ขาดเอกภาพของการพิจารณาอนญุ าต ประโยชน์ตอ่ การประสานแผน และงบประมาณการพฒั นา
ในทุกโครงสร้างสาขาต่างๆของแต่ละพื้นที่เป้าหมายได้
การใช้ประโยชนท์ ่ดี ินในเขตผงั เมอื งรวมทอี่ ยู่ในอำนาจของ อยา่ งเป็นระบบ ประหยัด และมปี ระสทิ ธิภาพ
กฎหมาย (3) ความแตกต่างโครงสร้างองค์กรทำให้มีความ
แตกต่างในอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ จึงมีผลต่อการจัดทำ
2) แนวทางแก้ไข สามารถสรุปแนวทางแก้ไข
ได้ดังนี้
4-17
ผัง/แผนพัฒนาที่แตกต่างกัน จึงทำให้องค์กรไม่สามารถท่ี (1) ท้องถิ่นยังมีขอบเขตอำนาจหน้าที่จำกัด ไม่
จะจัดทำผัง/แผนโครงการพฒั นาตามแนวทางของผังเมอื ง สามารถกำหนดแผนงานโครงการตามความต้องการของ
กำหนดได้ ทอ้ งถ่นิ เองได้โดยตรง การกำหนดแผนงานโครงการพัฒนา
ยังคงต้องผ่านการเห็นชอบของจังหวัดและอนุมัติจาก
(4) ขาดองค์กรในการจัดทำผังพัฒนารวมเชิง กระทรวงมหาดไทย
พนื้ ท่ี ซ่งึ จะทำให้การจัดทำแผนของหน่วยราชการตา่ งๆ มี
การประสานงานกันมากข้ึน เพือ่ กอ่ ใหเ้ กดิ การยอมรับและ (2) รายได้ของท้องถิ่นมีน้อย ไม่เพียงพอต่อการ
นำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังและมีความเป็นเอกภาพของ ดำเนินโครงการพัฒนาพ้ืนที่ในลักษณะ องค์รวมตามแผน
การพัฒนาพื้นที่มากขึ้นทั้งในระดับแผนชาติ แผนภาค แผน แม่บทหรือแผนพัฒนาระยะปานกลาง 5 ปี ได้ครบตาม
จังหวัด แผนอำเภอ แผนพัฒนาเมือง แผนพัฒนาชุมชน โครงการที่กำหนดได้
ตำบล หมบู่ า้ น และพ้ืนทพี่ ิเศษตา่ งๆ
(3) โครงสร้างขององค์กรท้องถิ่นมีขนาดเล็ก ยัง
(5) ทุกหน่วยงานต่างมีอิสระในการจัดทำ ขาดบุคลากรเพื่อทำหน้าที่ด้านต่างๆ อีกมาก โดยเฉพาะ
แผนงานโครงการเพื่อตั้งงบประมาณการพัฒนาตาม ด้านการวางแผนและการจดั ทำโครงการพฒั นา
แผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงาน ทำให้ไม่สามารถ
ประสานการจดั ทำแผนการพัฒนาอยา่ งเป็นระบบ เพอ่ื การ แนวทางการสง่ เสริมและสนบั สนนุ องค์กรวาง
จัดสรรงบประมาณให้สอดรับกับแผนที่วางไว้ และนำไปสู่ ผังและการปฏบิ ัติ
การจัดทำแผนปฏิบัติการโครงการพัฒนารวมในเขตพื้นที่ได้
ทัง้ ระบบ สามารถสรปุ ประเด็นหลกั ๆ ได้ดงั น้ี
(1) สร้างและประสานความสัมพันธ์ระหว่าง
ปญั หาการประสานระหว่างหนว่ ยงานวางผัง องค์กรการบริหารทุกระดับให้เข้าไปสู่เป้าหมายของการ
กับหนว่ ยงานปฏิบัติ พฒั นาเดยี วกนั
(2) สร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ในปัญหา และ
สามารถสรปุ ประเด็นหลักๆ ได้ดงั น้ี ความต้องการพัฒนาองค์กรเพื่อประสิทธิภาพการบริหาร
(1) หน่วยงานปฏิบตั ไิ ม่ได้มีส่วนร่วมในการจดั ทำ พัฒนาร่วมกัน
ผังพัฒนาแต่เริ่มต้น ทำให้ไม่สามารถกำหนดขอบเขตของ (3) นำนโยบาย แผนการพัฒนาในระดับชาติไปสู่
แนวทางการพัฒนาทอ่ี ยู่ในอำนาจหน้าทีร่ ับผดิ ชอบได้ การปฏบิ ตั ิได้อย่างเปน็ รปู ธรรมในรูปของคณะกรรมการ
(2) หนว่ ยงานวางแผนไมใ่ ชห่ น่วยงานปฏิบัติ ทำให้ (4) สร้างระบบกระบวนการวางแผน และการ
ไม่ทราบข้อจำกัดและขีดความสามารถของหน่วยงานปฏิบตั ิ บริหารพฒั นาทเ่ี ชอ่ื มโยงจากบนส่ลู ่างและจากระดับล่างส่บู น
เช่น การกำหนดโครงการถนนสายหลักที่จะต้องใช้เงิน (5) สร้างความรู้ความเข้าใจในปัญหา ข้อจำกัด
งบประมาณจำนวนมาก หรือโครงการที่จะต้องเวนคืน ในภารกจิ ของหน่วยงานท่ีรับผดิ ชอบ ความต้องการพัฒนา
อสังหาริมทรัพย์ทีจ่ ะมีผลกระทบตอ่ ประชาชนเปน็ จำนวน แก้ไขปัญหา ความจำเป็นที่จะต้องได้รับการสนับสนุน
มาก ช่วยเหลือ ที่จะได้รับจากคณะกรรมการเพื่อประสิทธิภาพ
(3) ขาดความเชื่อมโยงในการวางแผนพัฒนา ในการบริหารพฒั นา
โครงสร้างพื้นฐานในเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบทั้งในเขต (6) สร้างระบบการบริหารพัฒนาให้มีทิศทาง
เมอื ง ชานเมอื ง ชานเมืองและพนื้ ทช่ี ุมชนชนบท โดยแตล่ ะ ระเบียบแบบแผนที่ชัดเจน โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
หน่วยงานต่างดำเนินการไปตามเป้าประสงค์ของแผนงาน และประหยดั งบประมาณ
แต่ละหนว่ ยงานกำหนดเปน็ หลัก (7) จัดตั้งองค์กรทำหน้าที่ด้านการพัฒนาเชิง
(4) มีความซ้ำซ้อนในบทบาทหน้าที่ของหน่วย พื้นท่ี เพอ่ื การประสานการพัฒนาท้งั ระบบ
งานทีเ่ กยี่ วข้อง และขาดการประสานในการจัดทำแผนงาน
โครงการร่วมกัน เช่น การก่อสร้าง ปรับปรุงถนนที่อยู่ใน 4.2.3 ข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินการ
การควบคุมกำกับดูแลหลายท้องถิ่น แต่มิได้ประสานการ ระหวา่ งองคก์ รทีเ่ กยี่ วข้อง
ดำเนินการรว่ มกนั
แนวทางของการจัดทำแผนพฒั นาในอนาคต
ปัญหาขององค์กรท้องถ่ินต่อการจดั ทำผังและ ปจั จัยภายใน
การนำไปปฏบิ ตั ิ
(1) วิสัยทัศน์ของการพัฒนาประเทศที่จะ
สามารถสรปุ ประเด็นหลกั ๆ ได้ดังน้ี เนน้ ความเชอื่ มโยงของการพฒั นาเชิงพืน้ ท่ีมากข้ึน
(2) เครอ่ื งช้ีวดั ผลสำเร็จทั้งในด้านคุณภาพ
และปรมิ าณให้ปรากฏเป็นรปู ธรรมทีส่ ามารถตรวจวัดได้ใน
ทุกระดับพ้นื ที่และชมุ ชน
4-18
(3) จัดทำเป็นผังพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อง่าย เพิ่มมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตรและการประมง เป็น
ต่อการประเมินผล ต้น ทั้งน้ี ข้ึนอยู่กับนโยบายของรัฐบาล
(4) การจัดสรรเงินงบประมาณการพัฒนา ข้อเสีย หากไม่มีความรอบครอบและรัดกุมใน
ตอ้ งสอดรบั กับผังพฒั นาเชิงพน้ื ทท่ี กุ ดา้ นอย่างเป็นระบบ การเปิดเสรีในด้านต่างๆ อาจเกิดผลกระทบกับธุรกิจของ
คนในประเทศได้ เช่น การเปิดตลาดการลงทุนด้านธุรกิจ
(5) องค์กรปกครองท้องถิ่นจะมีบทบาท ค้าปลีกและค้าส่งให้กับบริษัทข้ามชาติอย่างไม่มีข้อจำกัด
หน้าที่ในการพัฒนาพ้นื ทที่ อ้ งถนิ่ มากขน้ึ ก็อาจไปกระทบกับการประกอบอาชีพค้าปลีกค่าส่งราย
ย่อยของคนไทย ซึ่งมีเงินทุนในการประกอบกิจการน้อย
ปัจจยั ภายนอก อำนาจต่อรองน้อย ทำให้บริษัทต่างชาติดึงลูกค้าไปจาก
(1) เขตการค้าและการลงทุนเสรีระหว่าง ธุรกิจของคนไทย และต้องปิดกิจการลงเพราะขาดทุน
หากไม่สามารถปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กบั สภาวการณไ์ ด้
ต่างประเทศ และการร่วมมือประสานการพัฒนาพื้นที่
เศรษฐกจิ รว่ มกนั ระหวา่ งประเทศเพ่ือนบา้ น บทบาทองคก์ รการปกครองกบั การวางแผน
และพัฒนาพืน้ ท่ีในอนาคต
(2) ความเป็นสากลของการจัดทำผังที่ใช้
พัฒนาเชิงพื้นที่จะเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจในการ 1) รัฐบาล การพัฒนาเชิงพื้นที่จะถูกกำหนดให้
เลือกลงทุนในพื้นที่ของทุกประเทศทั่วโลกในประเทศไทย เป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาของรัฐ ให้แปรผลของนโยบาย
ด้วยระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศทางภมู ิศาสตร์ไร้พรมแดน รัฐหรือแผนพัฒนาระดับชาติเป็นแผนปฏิบัติการลงบน
เป้าหมายพืน้ ท่ใี นทุกระดบั
ข้อเสนอแนะการจดั ทำผงั พฒั นาในอนาคต
(1) กำหนดนโยบายและมาตรการการ 2) การบริหารส่วนกลาง กระบวนจัดทำ
แผนพัฒนาจะเน้นการพัฒนาเชิงพื้นที่มากขึ้น โดยการใช้
พัฒนาของรัฐ เนน้ การพัฒนาเชงิ พืน้ ทมี่ ากข้นึ เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือการดำเนินการ ซึ่งจะ
(2) จัดทำและใชผ้ งั ประเทศ เป็นผงั พฒั นา ทำให้เกิดการประสานและเชื่อมโยงในกระบวนจัดทำแผน
และพัฒนามากขึ้น
พื้นทีร่ วมเชิงรูปธรรมระดับประเทศ
(3) จัดทำและใช้ผังประเทศและผังภาค 3) การปกครองส่วนภูมิภาค ผู้ว่าราชการ
จังหวัด จะเป็นองค์กรการบริหารพัฒนาในส่วนของการ
เป็นเครื่องมือชี้นำการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันกับผังเมืองรวม พัฒนาพื้นที่เชิงเศรษฐกิจมากขึ้น เพื่อการขับเคลื่อนการ
จังหวัด ผังเมืองรวมอำเภอ ผังเมืองรวมเมืองและชุมชน พัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดที่จะสะท้อนกลับไปสู่
ภาค และประเทศ
(4) การจัดทำผังเมืองรวมระดับชุมชน
เมือง อำเภอ และจังหวัด เพื่อเป็นฐานการรองรับการ 4) องค์กรปกครองท้องถิ่น ท้องถิ่นจะมี
พัฒนาตามผังภาค และผังประเทศ บทบาทต่อการกำหนดแผนงานโครงการพัฒนาในท้องถิ่น
หรอื ร่วมกบั ทอ้ งถิน่ อ่ืนๆ เพ่มิ มากขึน้
(5) กำหนดให้หน่วยงานทุกส่วนราชการ
จัดทำผังพัฒนาในสาขาต่างๆ ที่รับผิดชอบรวมกันในเชิง องคก์ รหนว่ ยงานกับการนำผังประเทศไปสู่
พื้นที่ ภายใต้กรอบแนวทางการพัฒนาของผังประเทศ ผัง การปฏบิ ัติ
ภาค ฯลฯ องค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการนำผัง
ภาคไปสู่การปฏบิ ตั ิ ประกอบไปด้วยองคก์ รและหน่วยงาน
แนวทางของการจดั ต้ังองค์กรในอนาคต จากทุกภาคส่วนในสงั คม โดยมีหน่วยงานจากสว่ นราชการ
ปจั จยั ภายใน เป็นหน่วยงานหลักในการวางแผนนโยบายในด้านต่างๆ
ได้แก่ แผนนโยบายด้านอุตสาหกรรม แผนนโยบายด้าน
(1) แนวนโยบาย และการปรับเปลี่ยน เกษตรกรรม แผนนโยบายการท่องเท่ยี ว แผนนโยบายการ
โครงสรา้ งระบบราชการ คมนาคมและขนส่ง แผนนโยบายด้านพลังงาน แผน
นโยบายด้านการศึกษา แผนนโยบายด้านสาธารณสุข
(2) การบริหารพฒั นาเชงิ ระบบ แผนนโยบายด้านการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากร
(3) เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมกับ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แผนนโยบายด้านการพัฒนา
เมืองและระบบชุมชน
ภาครฐั ในการพัฒนา การจดั ตั้งองค์กรกลางประสานการวางผังและ
ปัจจัยภายนอก การนำไปปฏบิ ตั ิ
(1) การเข้าร่วมลงทุนขององค์กรร่วมทุน
ระหวา่ งประเทศในรูปบริษัทมหาชนข้ามชาติ
(2) การร่วมดำเนินการองค์กรพัฒนา
ระหว่างรัฐต่อรัฐประเทศเพื่อนบ้านในการพัฒนาพื้นท่ี
เศรษฐกจิ ชายแดน
ข้อดี ทำให้มีการระดมเงินทุนจากต่างประเทศ
เกดิ การถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดการสรา้ งงาน เกดิ การ
4-19
ประธานกรรมการ
รองประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ
คณะกรรมการ
รฐั มนตรีว่าการกระทรวง - ผู้อำนวยการ เลขานกุ าร ผู้ทรงคณุ วุฒิ
- กระทรวงมหาดไทย สำนกั งบประมาณ - อธบิ ดีกรมโยธาธิการ - กายภาพ
- กระทรวงคมนาคม - เลขาธกิ ารคณะกรรมการ และผังเมือง - เศรษฐกจิ สังคม
- กระทรวงอตุ สาหกรรม พฒั นาการเศรษฐกิจ - สงั คม
- กระทรวงเกษตรฯ และสังคมแหง่ ชาติ ผู้ช่วยเลขานุการ - ส่ิงแวดล้อม
- กระทรวงการคลัง ฯลฯ - สำนักงานคณะกรรมการ - ผังเมอื ง
- กฎหมาย
นโยบายการผังเมือง
แห่งชาติ
รูปท่ี 4.2.3-1 โครงสร้างคณะกรรมการจดั ตงั้ องค์กรกลางประสานงานการวางผังและการนำไปปฏิบตั ิ
อำนาจหน้าที่ แหล่งโบราณสถาน การพัฒนาเมืองใหม่และอื่นๆ ในระดับ
(1) พิจารณาให้ความเห็นชอบการจัดทำผัง ภาคและจงั หวดั เพือ่ เสนอขอความเห็นชอบตอ่ คณะรัฐมนตรี
เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบอนุมัติให้
ใช้ผังประเทศ (8) ให้ความเห็นชอบในแผนงานโครงการ
(2) เสนอนโยบายและแผนพัฒนาพื้นที่ต่อ พัฒนาขององค์การวิสาหกิจเพื่อการพัฒนาพื้นที่ ตามท่ี
คณะรัฐมนตรี เพ่อื พจิ ารณาอนุมตั ิ คณะกรรมการบริหารการผังเมืองภาคเสนอเพื่อขอความ
(3) อนุมัติแผนงานหรือโครงการของหน่วย เห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรพี จิ ารณา
ราชการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกำหนดวงเงินรายจ่าย
กำลังคน กำลังวัสดุ อุปกรณ์ และทรัพยากรการบริหาร (9) กำหนดเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานและ
รวมทั้งพิจารณากำหนดโครงการที่จะใช้กู้หรือขอความ วงเงินรายจา่ ยสำหรบั การบริหารงานขององค์การวิสาหกิจ
ช่วยเหลอื จากต่างประเทศ เพื่อการพัฒนาพ้นื ที่
(4) พิจารณาปรึกษาหารือแก้ไขแผนงานหรือ
โครงการ ตลอดจนวงเงินรายจ่ายของแผนงานและ (10) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการใช้
โครงการในการพฒั นาพน้ื ท่ี จ่ายเงิน การวางและวัสดุของหนว่ ยราชการทเี่ กย่ี วข้องเพ่ือ
(5) กำหนดวิธดี ำเนินกจิ การของหนว่ ยราชการ เปน็ ไปอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
ท่เี กี่ยวขอ้ งเพอื่ ให้การพฒั นาพ้นื ที่ เป็นไปโดยเหมาะสม
(6) แต่งตั้งประธานคณะกรรมการ และ (11) แต่งตั้งพนักงานพัฒนาพื้นที่ เพ่ือ
กรรมการผูท้ รงคุณวฒุ ขิ องคณะกรรมการองคก์ ารวิสาหกิจ รบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ตั ิงาน
เพอ่ื การพฒั นาพ้นื ที่
(7) ให้ความเห ็ นชอบตามที ่ คณะกรรม (12) แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุ ฒิ ใน
การบริหารการผังเมืองภาคเสนอในการพัฒนาพื้นที่พิเศษ คณะกรรมการบริหารการผงั เมืองระดบั ภาค
เพื่อการเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว ที่อยู่อาศัย การ
อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมศิลปวัฒนธรรม (13) แต่งตั้งคณะอนุกรรมหรือคณะทำงานเพ่ือ
ช่วยเหลือด้านปฏบิ ตั ิงานตามทมี่ อบหมาย
(14) รายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อเป็นมติ
คณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินกิจการอื่นใดที่จำเป็นในการ
บริหารการพัฒนาใหป้ ระสบความสำเร็จ
(15) ออกระเบียบ ประกาศ และคำสั่ง เพ่ือ
ปฏบิ ตั กิ ารตามระเบยี บน้ี
4-20
(16) ควบคุม อำนวยการ ตรวจสอบ ติดตาม ต้องได้รับการพัฒนาตั้งแต่ระดับในระบบการศึกษา และ
และประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนพฒั นาฯ การส่งเสริมสาขาวิชาชีพในด้านวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี
4.2.4 การบริหารงบประมาณ
งบประมาณที่จัดสรรให้แก่องค์กรปกครอง
สำนักงบประมาณกำหนดให้ส่วนราชการ สว่ นท้องถิน่
รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานรัฐ รายงานผลสัมฤทธิ์การ
ปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ตามมติ พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการ
คณะรัฐมนตรี เมอื่ วันที่ 23 สงิ หาคม 2559 เรื่อง มาตรการ ก ร ะ จ า ย อ ำ น า จ ใ ห ้ แ ก ่ อ ง ค ์ ก ร ป ก ค ร อ ง ส ่ ว น ท ้ อ ง ถิ่ น
เพิ่มประสิทธิภาพการใชจ้ ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพิม่ เตมิ มาตรา 30 (4) กำหนดการ
งบประมาณ พ.ศ.2560 เป็นรายเดอื นรายไตรมาส โดยนำ จัดสรรภาษีและอากร เงินอุดหนุน และรายได้อื่นให้แก่
ผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายและตัวชี้วัดของกระทรวง/ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับการ
หน่วยงาน ไปใช้กำกับตดิ ตามแผน/ผลการปฏบิ ัติงานและ ดำเนินการตามอำนาจและหนา้ ท่ีขององค์กรปกครองส่วน
การใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งในภาพรวมสามารถเบิกจ่ายได้ ท้องถิ่นแต่ละประเภทอย่างเหมาะสม โดยตั้งแต่
ตามเปา้ หมายที่มติคณะรัฐมนตรกี ำหนด
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 เป็นต้นไป ให้องค์กรปกครอง
การจดั สรรงบประมาณและประสทิ ธภิ าพใน
การพัฒนาประเทศ ส่วนท้องถิ่นมีรายได้คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้สุทธิของ
รัฐบาลไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้า เพื่อให้การกระจาย
การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายภาครัฐเพื่อการ อำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสอดคล้องกับ
พัฒนาประเทศของไทยลดลงจากปีก่อน โดยในปี หลักการตามพระราชบญั ญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการ
พ.ศ.2560 ลดลงจากปี พ.ศ.2559 ประมาณ 56,000 ก ร ะ จ า ย อ ำ น า จ ใ ห ้ แ ก ่ อ ง ค ์ ก ร ป ก ค ร อ ง ส ่ ว น ท ้ อ ง ถ่ิ น
ล้านบาท โดยรายจา่ ยกระทรวงศกึ ษาธิการ ดา้ นการศึกษา พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ต้องการให้มีการ
ยังคงได้รับการจัดสรรในสัดส่วนที่สูงสุดเมื่อเปรียบเทียบ กระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น
กบั ดา้ นอน่ื ๆ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 18.8 ใน พ.ศ.2560 รองลงมา โดยมีเป้าหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็น
คือ งบกลาง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง หน่วยงานหลักในการจัดบริการสาธารณะในระดับพื้นที่
กระทรวงกลาโหม และกระทรวงคมนาคม ในสัดส่วนร้อย (Area) และสอดคล้องกับข้อเสนอของคณะกรรมการการ
ละ 14.8, 12.2, 8, 7.8 และ 5.5 ตามลำดับ ส่วนรายจ่าย กระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้ง
ของกระทรวงพลังงาน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
และกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปรายได้ขององค์กร
0.1-0.2 ของงบประมาณรายจา่ ยปี พ.ศ.2560
ปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้สามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น
กล่าวโดยสรุป เมื่อเปรียบเทียบการจัดสรร โดยจะมีการเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อให้องค์กรปกครอง
งบประมาณรายจ่ายในดา้ นต่างๆ เพื่อการพัฒนาประเทศ ส่วนท้องถิ่นมีรายได้ที่จัดเก็บเองเพิ่มขึ้น จึงเห็นควร
ไทย ด้านการศึกษามีการใช้จ่ายมากที่สุด แต่กลับมี จัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในสัดสว่ น
ประสิทธิภาพในด้านนี้ค่อนข้างต่ำ สะท้อนให้เห็นถึงการ ร้อยละ 29.36 ของรายได้สุทธิของรัฐบาล (ไม่รวมเงินกู้)
จัดสรรงบประมาณที่ไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร เป็นจำนวน 687,891.6175 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก
รองลงมาคอื ด้านกลมุ่ โครงสร้างพน้ื ฐาน เชน่ โทรคมนาคม ป ี งบ ป ร ะ ม า ณ พ. ศ . 2559 จ ำ นวน 31,391. 7384
ขนส่ง ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาและลงทุนเพิ่มมากขึ้น ซ่ึง ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 4.8 โดยจัดสรรเป็นเงินอุดหนุน
เกดิ จากการพฒั นาโครงขา่ ยด้านการขนสง่ และโลจสิ ตกิ สท์ ่ี ใหแ้ ก่องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่ จำนวน 246,091.6175
มีการพัฒนาให้ครอบคลุมทั่วถึงมากขึ้น รวมทั้งด้าน ล้านบาท
โทรคมนาคมที่มีการพัฒนาให้สามารถตอบสนองการ
สื่อสารในทุกพื้นที่ และการสื่อสารที่ไร้พรหมแดน ทั้งใน นอกจากน้ี ยังมีประเด็นเร่ืองรายได้ภาษีที่ไม่เท่า
ระบบพื้นฐานและระบบไร้สาย ส่วนรายจ่ายในด้านที่ถูก เทยี มกัน เนื่องจากพน้ื ทท่ี ม่ี คี วามเจรญิ มากอยูแ่ ล้วมรี ายได้
จัดว่าอยู่ในระดับต่ำ คือรายจ่ายด้านพลังงาน การ
ท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม รวมไปถึงด้านวิทยาศาสตร์ ภาษีท้องถิ่นมากกว่า จึงยิ่งสามารถนำมาพัฒนาพื้นที่ได้
และเทคโนโลยีของประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข มากกว่า ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นความเหลื่อมล้ำของความ
ระดบั การผลติ ใหม้ ีแรงจูงใจในการทำวิจัยและพัฒนา หรือ เจริญจะมีมากขึ้น รวมถึงปัญหาการใช้งบประมาณของ
สร้างนวัตกรรม และระดับบุคลากรด้านนี้ของประเทศที่ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นที่มักเน้นในเรื่องการสร้าง
โครงสร้างพื้นฐานมากเกินไป เช่น การสร้างถนนและส่ิง
ปลกู สรา้ ง ทำใหล้ ะเลยต่อการใช้จา่ ยด้านสังคม การพฒั นา
คน และการจัดลำดับการแก้ปัญหาของท้องถิ่นให้
สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
4-21
การศึกษา สาธารณสุข ส่งิ แวดล้อม ศาสนาและวัฒนธรรม 4.2.5 การใช้กฎหมายที่เกี่ยวขอ้ ง
เป็นต้น
กฎหมายทเี่ ก่ียวขอ้ งกับการพฒั นาพนื้ ท่ี
ขอ้ เสนอแนะแนวทางการจดั สรรงบประมาณ อาทิ เช่น พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562
ภาพรวมและแนวโน้มของการจัดสรรงบประมาณ พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ.
นำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในเรื่องการจัดสรร 2562 พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศ
งบประมาณเพื่อการพัฒนา ดงั นี้ ไทย พ.ศ.2522
กฎหมายทเี่ ก่ียวข้องกบั การสงวนรกั ษา
(1) ในพื้นที่ที่มีการค้าชายแดน ที่มีรายได้ภาษี
เพิ่มขึ้น จากกิจกรรมการค้าที่เพิ่มขึ้นใหน้ ำรายได้ทีไ่ ด้เพ่มิ อาทิ เชน่ พระราชบัญญตั ิทรพั ยากรน้ำ พ.ศ.
มาส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยวให้ขยายตัวมากขึ้น 2561 พระราชบญั ญัตสิ ่งเสรมิ และรักษาคุณภาพ
โดยให้เป็นการตัดสินใจของหน่วยงานบริหารในท้องถ่ิน สิ่งแวดลอ้ มแห่งชาติ พ.ศ.2535 พระราชบญั ญตั ปิ า่ สงวน
เปน็ หลกั แห่งชาติ พ.ศ. 2507 พระราชบญั ญัตสิ ่งเสรมิ การบริหาร
จัดการทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง่ั พ.ศ.2558
(2) รณรงค์ให้องค์กรปกครองในท้องถิ่นให้
ความสำคัญกับการพัฒนาคนในท้องถิ่นให้มากขึ้น 4.4 ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ
เนื่องจากทรพั ยากรคนจะเป็นพื้นฐานของการพัฒนา การ นอกจากข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และ
สง่ เสริมการศกึ ษาและสาธารณสขุ ข้อเสนอแนะในการนำผังไปสู่การปฏิบัติแล้ว เพื่อให้
การศึกษาและการวางผังภาคในครั้งต่อไปเป็นไปอย่าง
(3) การสง่ เสริมการลงทุนให้กระจายตัวของการ สมบูรณ์ มีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การปฏิบัติตามที่ต้ัง
ลงทุนไปสู่พื้นที่ต่างจังหวัดที่มีความพร้อม ในเรื่อง วัตถุประสงค์ไว้ ยังมีข้อเสนอแนะอื่นๆ ที่ควรคำนึงถึง
โครงสร้างพื้นฐานและเรอื่ งกำลังแรงงาน ดงั ต่อไปนี้
(4) พฒั นาดา้ นโครงสรา้ งพ้ืนฐานให้เพยี งพอ (1) ข้อมูลทุติยภูมิและผลการศึกษาของขอ้ มูล
การเงิน การคลัง และระบบงบประมาณกับ
การนำผังไปปฏบิ ัติ รายสาขาท่ีเกี่ยวขอ้ งยังมีความแตกต่างกนั อย่ใู นหลายส่วน
เพื่อให้การพัฒนาด้านการจัดการทางด้าน โดยเฉพาะข้อมูลในรายละเอียด ในด้านของระยะเวลา
การเงิน การคลังและงบประมาณมีประสิทธิภาพในระยะ และช่วงเวลาในการเก็บข้อมูล ซึ่งข้อมูลในหลายส่วนต้อง
ยาวตามแนวทางที่วางไว้บรรลวุ ัตถุประสงค์ มดี งั น้ี นำมาวิเคราะห์ประมวลร่วมกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ
(1) มีหน่วยงานกลาง ทำหน้าที่บูรณาการการ ประชากร สังคม วฒั นธรรม สาธารณูปโภค สาธารณูปการ
จัดเก็บและใช้จ่ายงบประมาณ ประสานงาน ตรวจสอบ สิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรในด้านต่างๆ ไป
และติดตามการดำเนินการ ระหว่างหน่วยงานที่เป็น จนกระทั่งข้อมูลในด้านของเทคโนโลยี หรือระบบการ
ผู้ดำเนินการกับหน่วยงานที่รับผิดชอบทางด้านการเงิน คมนาคมขนส่ง จะทำให้การวิเคราะห์จากกลุ่มข้อมูลที่ได้
การคลัง และระบบงบประมาณ รวมถึงหน่วยงานที่กำกับ ไมเ่ ทยี่ งตรงเทา่ ที่ควร
ดแู ลทางด้านเศรษฐกิจมหาภาคของประเทศ (2) ลำดับความสำคัญและรายละเอียดของ
(2) มีเกณฑ์การวัดและประเมินผลสำเร็จ จาก
ข้อมูลในแต่ละรายสาขา ควรมีความต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน
การใชจ้ า่ ยงบประมาณในการดำเนนิ งานตามกรอบอย่างมี บนฐานข้อมูลเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างหรือความ
ประสทิ ธภิ าพ คลาดเคล่ือน โดยเฉพาะอย่างยิง่ รายละเอียดข้อมูลแผนท่ี
และแนวเขตรอยต่อ เช่น รอยต่อพื้นที่ป่า แนวเขต
(3) ทบทวนและปรับปรุงรูปแบบและระบบ ชายแดนต่อเน่อื งประเทศเพอื่ นบ้าน หรอื พื้นท่ีขอบเขตริม
การเงิน การคลัง และงบประมาณเป็นระยะ เพื่อให้เกิด ฝั่งทะเล และเขตน่านน้ำ นโยบายการใช้แผนที่ประเภท
ประสิทธิภาพสูงสุดในการนำผังไปใช้ และให้มีความ เดี่ยวหรือฐานข้อมูลเดี่ยวเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลหรือแผน
ทันสมัยสอดคล้องกับเหตุการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง ที่ตั้งต้นในการทำงาน (ฺBase Map) ในลักษณะของ One
Map ซึ่งจะช่วยให้ข้อมลู ที่เกิดข้ึนในด้านตา่ งๆ โดยเฉพาะ
ตลอดเวลา อย่างยิ่งในด้านกายภาพทับซ้อนกันได้ในมิติของขนาด
(4) จัดทำประมาณการณ์ทางเศรษฐกิจระยะ รูปรา่ งและความละเอยี ด
ปานกลางและระยะยาว ภายใตภ้ าวะและปัจจยั เสีย่ งตา่ งๆ แนวทางดังกล่าวจะช่วยในการลดปัญหา
พร้อมทั้งมีเป้าหมายท่ีชัดเจนในการประมาณการณ์ในแต่ ความขัดแย้งและความน่าเชื่อถือระหว่างหน่วยงานรัฐ
ละช่วง เพื่อที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำกรอบ
การศึกษาทางเศรษฐกิจ และทิศทางการพัฒนามาบูรณา
การในการจดั สรรงบประมาณในอนาคตได้
4-22
ดว้ ยกนั เองหรอื ผมู้ หี นา้ ที่รบั ผิดชอบ ผูม้ ีสว่ นได้สว่ นเสียกับ ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์หรือเหตุการณ์
ประเด็นดงั กลา่ ว และยังชว่ ยใหน้ โยบายทีม่ ีความคาบเกย่ี ว ในบางประเด็นเป็นผลกระทบเชิงนโยบายซึ่งต้องการการ
ระหว่างหน่วยงานหรือแผนงานที่ต้องนำไปขยายใน แก้ไขที่เร่งด่วน ร่างผังเมืองรวมเมือง ผังเมืองรวมชุมชน
รายละเอียดร่วมกันในแต่ละหน่วยงานสามารถสอดคล้อง จนกระท่งั ถึงผงั เฉพาะ การแก้ไขในระดบั นโยบายของทาง
สอดประสานกันได้โดยงา่ ยทำใหก้ ารนำไปประยกุ ต์ใช้หรือ ภาคหากเกิดความล่าช้าจะส่งผลกระทบต่อผังในลำดับ
ปฏบิ ตั ิใช้จริงสามารถทำไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว อื่นๆ ซึ่งทำให้การบังคับใช้ผังโดยเฉพาะอย่างยิ่งทาง
กฎหมายไม่เกดิ ประสิทธภิ าพและประสทิ ธิผล
ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวควรมีการหารือ
ร่วมกันในความถูกต้องและรายละเอียดที่จะนำไปใช้งาน การแก้ไขในประเด็นย่อย อาทิ ประเด็น
ตัวอย่างเช่นข้อมูลระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงหรอื ด้านการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม ปัญหาภัยพิบัติ
ทหารกับหน่วยงานด้านทรัพยากรหรือกรมป่าไม้แหล่งนำ้ อทุ กภยั ซ่งึ ในปัจจุบันมกี ารเปลีย่ นแปลงอย่างรวดเร็วจาก
และพ้นื ที่เกษตรกรรมท่ีมีความเกย่ี วโยงกนั อย่างชัดเจนซึ่ง สภาวะการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกหรอื ปัญหาโลก
ต้องการการบูรณาการข้อมูลแลกเปลี่ยนรายละเอียด ร้อนที่เป็นที่ทราบกันดีอยู่ทั่วโลก ผลกระทบด้าน
เพื่อให้การนำไปใช้งานในแต่ละหน่วยงานมีความถูกต้อง สิ่งแวดล้อมต่างๆ ส่งผลถึงการวางผังภาคในเชิงเศรษฐกจิ
น่าเชื่อถือและสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือแก้ไขให้เกดิ สังคมสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะประเด็นซึ่งมี ความสำคัญใน
ความถูกต้องได้ต่อไปในอนาคต ดา้ นของการจัดสรรงบประมาณ เช่น การปรบั ปรงุ เส้นทาง
คมนาคม การเดินทางในรูปแบบต่าง ๆ สนามบิน สถานี
น อ ก เ ห น ื อ จ า ก ก า ร จ ั ด ท ำ ฐ า น ข้ อ มู ล รถไฟ ทา่ เรือ ซ่งึ ล้วนแลว้ แต่ใช้งบประมาณในการปรับปรงุ
ร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายในประเทศแล้ว ในการ หรือริเริ่มโครงการค่อนข้างสูง การศึกษาซ่ึงเพิ่มเติมขึ้นใน
ทำงานเชิงมหภาค มีความจำเป็นต้องบูรณาการข้อมูล ระหว่างระยะเวลาในการประเมินและปรับปรุงผัง ซึ่ง
ร่วมกับหน่วยงานต่างประเทศโดยเฉพาะหน่วยงานด้าน เป็นมาจากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือธรรมชาติใน
ความมั่นคงซึ่งมีประเด็นในเรื่องของอาณาเขตของแต่ละ ระหว่างช่วงเวลาดงั กล่าว หากสามารถแก้ไขและปรับปรงุ
ประเทศ แหลง่ ทรพั ยากร เชน่ ความเชอ่ื มโยงของแหล่งนำ้ ในรายละเอียดได้ จะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังจาก
การไหลระบายของแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เขตป่าไม้ และ เริ่มโครงการไปแล้ว หรือทำให้โครงการต่าง ๆ ดังกล่าว
แหล่งทรัพยากรตามธรรมชาติ ตลอดจนข้อมูลเชิงสังคม ข้างต้นทยี่ กตัวอยา่ ง ประสบผลสมั ฤทธิ์และมปี ระสทิ ธภิ าพ
วัฒนธรรมด้านประชากรเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ แหล่งกำเนิด ไดอ้ ย่างสูงสุดตามท่ีวางนโยบายไวต้ ่อไป
ทีม่ าของกลุ่มชนในแนวเขตรอยตอ่ ระหว่างประเทศ เปน็ ต้น
(5) การให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผังภาค
(3) การบูรณาการในผังภาคระหว่างสาขา ท้ัง
มีความสำคัญในขั้นตอนการวางผังและการนำไปใช้ทั้งใน
ลำดับการพัฒนาที่สอดคล้องกับงบประมาณ และ ส่วนของสาธารณชน หรือประชาชนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง
หน่วยงานท่ีตอ้ งรบั ผดิ ชอบ ซงึ่ บางคร้ังมีความซำ้ ซ้อน หรือ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือมี
บางครั้งเป็นหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบเป็นหน่วยงาน หน้าที่รับผิดชอบกับผลการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายท่ี
เดียวที่รับผิดชอบในหลายสาขา ซึ่งทำให้การบูรณาการ เกดิ ขึน้ จากทางภาคในทกุ ภาคสว่ น โดยเนน้ ความเช่อื มโยง
เกิดรอยต่อที่ไม่สามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้ตรงตาม ของผังภาคที่เกี่ยวข้องกับผังนโยบายในระดับชาติและ
วัตถุประสงค์ หรือช่วงเวลาที่เหมาะสมตามความต้องการ ระดับนานาชาติ ซึ่งสะท้อนมาสู่ผังภาค รวมทั้งผลที่จะ
ท่ีเกดิ ข้ึนจริง เกดิ ข้นึ จากนโยบายท่ีถกู กำหนดขึ้นในตวั ของผังภาคเอง สู่
พื้นที่ทั้งในลักษณะของผังรายละเอียดหรือผังกฎหมายใน
(4) การเพิ่มเติมประเด็นการแก้ไขผังหรือ ลำดับตามมา และโครงการหรือนโยบายที่จะเกิดขึ้นจาก
ความสอดคล้องของหน่วยงานผู้รับผิดชอบในพื้นที่ด้าน
นโยบายในด้านต่างๆ ระหว่างช่วงเวลา การปรับปรุงผัง ตา่ ง ๆ
ภาคควรมีความยืดหยุ่นและสามารถให้รายละเอียดท่ี
แตกต่างกัน โดยหากมีความจำเป็นเร่งด่วนเพิ่มเข้ามาใน (6) กระบวนการและวิธีการในการวางและ
พื้นที่ภาค ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากเหตุการณ์
นอกเหนือจากแผนที่วางไว้ในผั งภาค เช่น การ จัดทำผังภาค เป็นที่เข้าใจและยอมรับทั้งจากหน่วยงานที่
เปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์ทางการเมือง การ เกี่ยวข้อง ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท้ัง
เปล่ียนแปลงจากสถานการณค์ วามม่ันคง ผังภาค สามารถ ภาครัฐและเอกชน รวมทั้งประชาชน ซึ่งจะทำให้
ปรับแก้ไขในรายละเอียดด้านต่างๆ เหล่านั้นให้เหมาะสม รายละเอียดของผังภาคที่เกิดขึ้นต่อไปในอนาคตเป็นท่ี
ได้ก่อนระยะเวลาการประเมินเพื่อการปรับปรุงผังที่ ยอมรับได้ง่ายมากขึ้น และให้ความสำคัญต่อขั้นตอนการ
กำหนดไว้ได้ วางผงั ในทกุ ขั้นตอน
4-23
โดยเฉพาะอย่างยงิ่ รายละเอียดในด้านของ เฉพาะที่มีความสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่าง
เจตนารมณ์ของผัง กระบวนการในการวางและจัดทำผัง เป็นรูปธรรม
รายละเอียดของผัง และข้อมูลข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับ
ทางภาคทั้งหมด รวมถึงที่มาของฐานข้อมูล หน่วยงานที่ ผลต่าง ๆ ดังที่ได้กล่าวมา หากถูกนำไป
จะทำหรือประสานงานในการทำให้ผังเกิดความสำเร็จ ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นอย่างเป็นวง
สมบูรณ์ในแต่ละขั้นตอน ไปจนถึงการนำไปประยุกต์หรอื กว้าง จะเป็นผลดีต่อการพัฒนาการวางและจัดทำผังภาค
ปฏิบตั ิใช้จรงิ ต่อไปในอนาคต ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบสนองนโยบายถึง
บทบาทของภาคต่อนโยบายระดับประเทศ แต่จะเป็น
(7) การให้ความรู้ความเข้าใจถึงความ นโยบายในระดับทั้งที่สะท้อนลงสู่รายละเอียดในระดับ
กายภาพ เศรษฐกิจ และสังคม ซึง่ สง่ ผลกระทบโดยตรงตอ่
สอดคล้องต่อเนื่องของผังในลำดับต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับผัง ประชาชนในพน้ื ท่ี อย่างเป็นรปู ธรรมจบั ตอ้ งได้
ประเทศมาสู่ภาค ต่อเนอื่ งไปสผู่ งั จงั หวัด ผงั เมืองรวมเมือง
หรือผังเมืองรวมชุมชน และผังเฉพาะในระดับกายภาพ (9) การทบทวนกรณีศึกษาของต่างประเทศ
ต่อไป จะช่วยให้ประชาชนมีความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ นำความรู้ที่ได้มาปรับใช้กับการวางผังภาค เป็นการ
ของผังภาคได้อย่างดียิ่งขึ้น และเห็นความสำคัญต่อ ปรับปรุงผังภาคให้มีประสิทธิภาพและมาตรฐาน โดย
แนวนโยบายท่ปี รากฏอยู่ในผังภาคเหลา่ น้ี ทำการศึกษากระบวนการวางผังภาค กฎหมายการวางผัง
การนำผังไปสู่การปฏิบัติ การประเมิน และกระบวนการมี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการวางและ สว่ นรว่ ม ซ่ึงจะทำใหก้ ารวางผงั ภาคมีประสิทธภิ าพมากขึ้น
จัดทำผังในลำดับอื่นๆ ซึ่งต้องอาศัยกรอบแนวคดิ นโยบาย และนำไปประยุกต์ใช้เป็นข้อเสนอแนะสำหรับการ
และรายละเอียดด้านยุทธศาสตร์และการวางแผนต่างๆท่ี ปรบั ปรงุ ผงั ภาคตอ่ ไป
ปรากฏอยู่ในผงั ภาค นำไปเปน็ ประเดน็ หรือสาระสำคัญใน
การวางและจัดทำผังในรายละเอียดลำดับต่อ ๆไป เพ่ือ (10) การประชุมกล่มุ ยอ่ ยกับหนว่ ยงานต่างๆ ที่
ไม่ให้เกิดความขัดแย้ง หรือเหลื่อมล้ำหรือซ้อนทับใน เกย่ี วขอ้ ง
บทบาทหน้าที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทหน้าที่ในการ
ควบคุมหรือบังคับตามกฎหมายซึ่งจะทำให้ภาพรวมของ
การบังคับใช้ผังเมืองในระดับต่าง ๆที่ต่อเนื่องกันจากผัง
ภาค มีประสิทธิภาพและมีความน่าเชื่อถือต่อประชาชน
และหนว่ ยงานภาครฐั ทีเ่ ก่ียวขอ้ งตอ่ ไป
(8) แนวทางการประชาสัมพันธ์ถึงผลสัมฤทธิ์
ของทางภาคท่ีเกิดขึน้ เพื่อสะท้อนตอบต่อวัตถุประสงค์ใน
การวางและจัดทำผังภาคมีความจำเปน็ อยา่ งยิ่ง เพราะจะ
ช่วยทำใหเ้ กดิ ความเข้าใจถึงความสำเร็จหรือเงื่อนไขความ
จำเป็นในการวางและจดั ทำผังภาคที่เกดิ ขึน้ มาแต่ในอดตี
ทง้ั ดา้ นความสามารถในการแข่งขันของแต่
ละภาคต่อประเด็นด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาสะพาน
เศรษฐกิจ หรือการเนน้ ความสำเร็จทเ่ี กดิ จากแนวนโยบาย
ที่วางไว้ในโครงการความร่วมมือด้านต่าง ๆของกรอบการ
พฒั นาซง่ึ ภาคนำมาใชก้ ำหนดนโยบายการพัฒนาพ้นื ทใ่ี ห้มี
ประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแสดงถึงประสิทธิภาพของการ
พัฒนาที่เกิดข้ึนผ่านกระบวนการการพัฒนาเมืองชนบท
และการใช้ประโยชน์ที่ดินรวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่ง
สอดคล้องกับการกำหนดนโยบายของผังภาคไปจนถึง
กรอบและแนวทางการพัฒนาในการวางผังเมืองในระดับ
กฎหมายหรือผังพื้นที่ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนาในระดับ
อนุภาคระดับจังหวัดระดับเมืองระดับชุมชนและพื้ นที่
4-24