แบบฝกึ ดั
เรอ่ื ง การอ่านออกเ ียงบทร้อยแก้ว
คาขีแ้ จง ใ น้ ักเรียนเลอื กอา่ นเรอื่ ง ท่นี กั เรียน นใจใน นงั อื ารานกุ รมไทยแลว้ รปุ ใจความ
าคญั ของเรอ่ื งท่ีอา่ นมาพอ งั เขป
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………
๙๑
โคลงภาพพระราชพงศาวดาร
พนั ท้ายนร งิ ์ถวายชวี ติ
( น่วยที่ ๔ ภาพท่ี ๑)
ผแู้ ตง่
พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระนราธปิ ประพันธ์พงศ์
ทีม่ าของเรอื่ ง
คัดจาก นัง ือโคลงภาพพระราชพงศาวดารพระบาท มเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่ วั
จดุ มุง มายในการแต่ง
๙๒
เพ่ือ ดุดี ีรกรรมของพันท้ายนร ิง ์ท่ียอมเ ีย ละชี ิตของตนเองเพ่ือรัก า
พระราชกา นดท่มี มี าทกุ มัยมิใชเ่ ือ่ มเ ยี และ ญู ายไป เพราะตนเพยี งคนเดีย
ลกั ษณะคาประพันธ์
เปน็ โครง ี่ ุภาพ
เนอ้ื เร่ืองย่อ
เมือ่ มเดจ็ พระพทุ ธเจ้าเ ือประพา ปากน้า ได้ประทับเร่ือเอกชัยเข้ามาถึงตาบล
โคกขามลาคลองลัก ณะคดเค้ีย นายท้ายเรือด้ ยค ามลาบาก ทาใ ้โขนเรือ ัก
พันท้ายนร ิง ์ จึงรับผิดชอบขอใ ้พระเจ้าประ ารชี ิตตน เพื่อเอาโขนเรือ และ
รี ะมาเซน่ ร งทา าลตามประเพณี มเดจ็ พระเจา้ เ ือพระราชทานโท ใ ้ แต่ทรงโปรด
ใ ้ปั้นรูปพันท้ายนร ิง ์ขึ้นมาฟันคอรูปแทน พันท้ายนร ิง ์ไม่ยอม กรา บทูลรบ
เร้าใ ้พระเจ้าเ ือประ ารชี ิตตนใ ้ได้ พระเจ้าเ ือก็ต้องจาพระทัย ังเพชฌฆาต
ประ าชี ิตพันท้าย นร ิง ์ แล้ ใ ้นา ีร ะของพันท้ายนร ิง ์ กับโขนเรือ เซ่นไ ้
ท่ี าล เพือ่ เป็นทเี่ ตือนใจคนทั่ ไป
ขอ้ คดิ ที่ไดร้ ับจากเร่อื ง
๑. มคี ามกตญั ญูตอ่ ผมู้ พี ระคณุ
๒. รูจ้ ักเ ยี ละชี ติ เพื่อปกป้องพระราชกา นดใ ้คงอยู่ตลอดไป
๓. ปลูกจิต านึกใ เ้ ยา ช์ นไทยเ น็ คุณคา่ เ ีย ละของ รี ะชนไทย
ลกั ษณะเด่นของเรอื่ ง
๑.เป็นโคลง ่ี ภุ าพทมี่ ีใจค ามกระชับไดค้ ามชดั เจนใชค้ านอ้ ย แตก่ ินค ามมาก
เช่นกนั
๙๓
ภูมปี ลอบกลับต้งั ขอบรรลัยพอ่
จา ่ังเพชฌฆาตฟนั ฟาดเกลา้
๒.เป็นเรอ่ื งทใ่ี ค้ ติ อนใจในเรือ่ งค ามเป็นอยูท่ ่มี ีค ามรับผดิ ชอบ และ ละชี ติ
เพื่อรกั าค าม กั ด์ิ ทิ ธ์ของกฎ มายไ ้
๓.เปน็ เกร็ดค ามรดู้ า้ นประ ัติ า ตรท์ น่ี ่า นใจยง่ิ
ความรปู้ ระกอบเร่ืองกลอน
กลอนมี ลายชนิด แตท่ ่ีเป็น ลัก คอื กลอน ภุ าพ
ถา้ เข้าใจกลอน ุภาพอย่างดแี ล้ ก็ ามารถเข้าใจกลอนอืน่ ได้โดยงา่ ย
กลอน ุภาพ มี ๔ ชนิด คอื กลอน ๖ กลอน ๗ กลอน ๘
และกลอน ๙ ในที่นี้จะแนะนาเฉพาะกลอน ๘
กฎเกณฑบ์ งั คบั ของกลอน ๘
๑) แตล่ ะ รรคมีแปดคา
๒) คา ุดทา้ ยของ รรค น้าทกุ รรค ( รรค ดบั และ รรครอง) ต้อง ัมผั กับคาท่ี
๓ รือคาที่ ๕ ของ รรค ลงั ( รรครับ- รรค ง่ ) คา ุดท้ายของ รรคที่ ๒ ( รรครับ) ต้อง
ัมผั กับ รรค ุดท้ายของ รรคที่ ๓ ( รรครอง) ถ้าจะแต่งบทอ่ืนต่อไปอีกต้องใ ้ ุดท้าย
ของบทต้น ( รรค ง่ ) มั ผั กบั คา ุกท้ายของ รรคที่ อง ( รรครับ) ของบทตอ่ ๆ ไป
๓) เ ้นโยงระ า่ ง รรคเรยี ก า่ ัมผั นอก ( ัมผั ระ) ขาดไม่ได้ ่ นเ ้นโยงไ ้
ใน รรคเดีย กันเป็นคู่ๆ นั้น เรียก ่า ัมผั ใน ( ัมผั ระ) แต่ไม่บังคับ กลอน ุนทรภู่มัก
นิยม ัมผั ใน ดงั น้ี
“แม้ม้ ยดนิ ิน้ ฟ้าม า มุทร ไม่ นิ้ ดุ ค ามรัก มคั ร มาน
แม้เกิดในใต้ ล้า ธุ าธาร ขอพบพานพิ า ไมค่ ลาดคลา”
๙๔
๔) คา ุดท้ายวรรคที่ ๑ (วรรค ดับ รือวรรค ลับ) นิยมเ ียงวรรณยุกต์ทั้ง ๕
เ ียงคา ุดท้ายวรรคที่ ๒ นิยมเ ียง เอก โท จัตวา ที่นิยมมากคือ จัตวา คา ุดท้าย
วรรคท่ี ๓ นิยมเ ียง ามัญ รือเ ียงตรี ที่นิยมมากคือ ามัญ คา ุดท้ายวรรคท่ี ๔ นิยม
เ ยี ง ามญั รือเ ียงตรีทน่ี ิยมมากคือ ามัญ
เรอ่ื ง พระสรุ ิโยทัยขาดคอช้าง
( นว่ ยที่ ๔ ภาพท่ี ๒)
ผูแ้ ต่ง
พระบาท มเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่ ัว
ที่มาของเรอื่ ง
คัดมาจาก นัง ือโคลงภาพพระราชพงศาวดารเป็นโคลงบรรยายภาพที่10
แผ่นดนิ มเดจ็ พระม าจกั รพรรดิและโคลงบรรยายภาพท่ี 56 แผ่นดิน มเดจ็
พระเจา้ เ อื
๙๕
จดุ มุ่งหมายในการแตง่
เพือ่ ดุดี ีรกรรมของ มเด็จพระ ุริโยทัยท่ีมีค ามรัก และค ามเ ีย ละพระ
ชนมช์ พี ช่ ยปกปอ้ งพระ ามีจากข้า กึ ใ ้รอดพระชนมช์ ีพ
ลักษณะคาประพันธ์
เปน็ โคลง ี่ ุภาพ
เนื้อเร่ืองยอ่
พระเจ้าบุเรงนอง ก ัตริย์พม่า ยกกองทัพประชิดติดเมือง มเด็จพระม า
จักรพรรดิจึงยกพลออกไปออก ู้รบ มเด็จพระ ุริโยทัยพระมเ ีทรงเคร่ืองพิชัย
งคราม ทรงช้างโดยเ ด็จด้ ย เม่ือช้างพระที่นั่งของพระม าจักรพรรดิไป
ประจัน นา้ และชนกบั ชา้ งทรงของพระเจา้ แปรทัพ นา้ ชา้ งของพระม า จักรพรรดิ
เ ียทีกลับ ลัง ิง่ เตลิด พระเจ้าแปรก็ขบั ชา้ งตาม พระ รุ โิ ยทยั ทรง ไ ช้างเข้าขัดข าง
พระเจ้าแปรจงึ ใชพ้ ระแ งของ้า ฟนั พระ รุ ิโยทยั น้ิ พระชนมอ์ ยู่บนคอช้างนั่นเอง
ขอ้ คิดที่จากเรอื่ ง
๑ ต้องมคี ามกตัญญูต่อผูม้ ีพระคุณ
๒ รูจ้ ักเ ยี ละชี ิตเพอ่ื ปกปอ้ งประเท ชาตจิ ากข้า กึ ัตรู เพือ่ ใ ้ได้มาเพื่อค าม
เปน็ ไทยตลอดไป
๓ ปลกู จติ านกึ ใ ้เยา ชนไทยเ ็นคณุ ค่าของค ามเ ยี ละของ ีรชนไทย
ลักษณะเดน่ ของเรอื่ ง
๑.เปน็ โคลง ี่ ภาพทไ่ี พเราะใช้คาบรรยายใ ้ผอู้ า่ นเกดิ จินตภาพ เชน่
๙๖
ขุนมอญร่อนงา้ วฟาด ฉาดฉะ
ขาดแล่งตราบอุระ รบุ ด้ิน
๒.เป็นเร่อื งท่ใี ค้ วามร้ทู างดา้ นประวัติศา ตร์อย่างดียิ่ง ทาใ ้ผอู้ า่ นเกิดความ
ภาคภมู ใิ จในวีร ตรไี ทยทไ่ี ดป้ ระกอบวีรกรรมอันควรแก่การยกย่อง
๓.เป็นเรอื่ งทีใ่ ้คติชีวติ ในเร่อื งความกตัญญแู ละความเ ีย ละ
โคลงสีส่ ุภาพ
โคลงมี ลายชนิด แต่ทน่ี ิยมเปน็ ลกั คอื โคลง ี่ ุภาพ
๑ รูปแบบของโคลงสส่ี ุภาพ
ตวั อยา่ งโคลงสี่สภุ าพ พงึ ยล ทา่ นเอย
ควรจาโคลง ่นี ้ี ่ีพรอ้ ม
เ ยี งเดน่ เ นาะนอ
บท น่งึ จัดพรรคพล
เจ็ดเอก ี่โทดล แน่วใ ้ชวนฝัน
คารน่ื มั ผั นอ้ ม
๙๗
โคลง ่ี ุภาพจากลิลติ พระลอที่เรามักจดจาแบบอย่าง คือ
เ ยี งลือเ ียงเลา่ อ้าง อนั ใด พ่ีเอย
เ ียงยอ่ มยอย ใคร ท่ั ล้า
องเขือพี่ ลับใ ล ลืมต่ืนฤาพ่ี
องพีค่ ดิ เองอา้ อย่าได้ถามเผือ
๒ .กฎเกณฑบ์ งั คบั ของโคลงสส่ี ภุ าพ
๑.โคลง ี่ ุภาพ ๑ บท มี ๔ บาท รือ ๔ บรรทัด แตล่ ะบาทมี ๒ รรค รรค น้า
มี ๕ คา รรค ลงั ของบาทที่ ๑-๓ มี รรคละ ๒ คา แต่บาทท่ี ๑ และบาทท่ี ๓ เพม่ิ คา
รอ้ ย รรคละ ๒ คา ่ นบาทท่ี ๔ รรค ลงั มี ๔ คา รปุ โคลง ่ี ุภาพ ๑ บท มี ๓๐ คา
และมคี า ร้อยอีก ๔ คา
๒. มั ผั บงั คบั เปน็ ัมผั ระ ดรู ูปแบบทีโ่ ยงไ ้ ชดุ แรกคอื คาท่ี ๗,๑๒,๑๙ ชุดที่
องคอื คาท่ี ๑๔ กับ ๒๖
๓.กา นดคาเอก ๗ ตาแ น่ง และคาโท ๔ ตาแ นง่ ตาแ นง่ คาเอกและคาโทใน
บาทที่ ๑ ตรงกบั คาที่ ๔-๕ ลับท่กี นั ได้
คาเอก คือ คาท่ีมีรปู รรณยุกต์เอกกากบั รอื ใชค้ าตายแทนคาเอก
คาโท คอื คาทีม่ ี รรณยุกต์โทกากบั
๔.คา ร้อย เตมิ ท้ายบาทที่ ๑ และบาทที่ ๓ เพือ่ ใ ้ได้ค ามครบถา้ ได้ค ามครบ
แล้ ไม่จาเปน็ ตอ้ งใช้คา รอ้ ย คา รอ้ ยของโคลงมี ๒ คา คาตน้ มี น้าท่ีเช่อื มค ามต่อกบั คา
ข้าง นา้ ่ นคาท้ายเปน็ คาเ รมิ ขึ้นใ ้เตม็ รอื เพื่อค ามไพเราะและชดั เจนข้ึน ตั อยา่ ง
คา รอ้ ย รือคาท้าย เชน่ เอย เฮย แฮ นอ เทอญ พ่อ แม่ พี่ เป็นต้น
๕.คาเอกโท และโทโท คือ ใช้คาเอกและโทในตาแ น่งท่ีผดิ เช่น น้า เขยี น
เปน็ น่า อยา่ งน้เี รียก า่ เอกโท รอื เลน่ เขยี นเปน็ เ ลน้ อยา่ งน้ีเรียก า่ โทโท ปัจจบุ ัน
ไม่นิยมใช้เอกโท และโทโท เพราะใชค้ าไม่ตรงค าม มาย และขาดค ามพิถีพิถนั
๖.คาที่ ๗,๑๒,๑๙,๓๐ ไมน่ ยิ มใชร้ ปู รรณยุกต์
๙๖
๙๘
แบบฝกึ ทักษะ
เรื่องบทเสภาสามัคคีเสวก
ตอนวิศวกรรมาและสามมัคคีเสวก
คาช้ีแจง : ใ น้ ักเรียนเติมขอ้ ความลงในช่องวา่ งใ ้ถกู ต้อง
๑.ผ้แู ตง่ เร่ืองน้คี อื ใคร
๒.เร่อื งพระ รุ ิโยทัยขาดคอชา้ งเกดิ ขน้ึ ใน มยั ใด
๓.เรื่องน้ีแตง่ ดว้ ยคาประพันธช์ นดิ ใด
๔.บทร้อยกรองเรื่องนค้ี ัดมาจากท่ีใด
๕.เรอื่ งพระ รุ ิโยทัยขาดคอช้างเปน็ การทา งครามระ วา่ งใครกับใคร
๖.ขอ้ คิดทีไ่ ดจ้ ากเรอ่ื ง พระ รุ โิ ยทยั (ตอบ ๓ ข้อ)
รามเกียรติ์
ตอน นารายณป์ ราบนนทก
( น่ ยที่ ๔ ภาพท่ี ๓)
ผู้แต่ง
พระบาท มเด็จพระพุทธย ดฟา้ จุ าโลกม าราชมีพระนามเดมิ า่ ด้ ง พระชนก
คื ล งพนิ ิจ ัก ร กับพระชนนคี ื ดา เรื ง ทรงขึ้นคร งราชย์ ลงั จาก มเด็จพระเจ้า
กรุงธนบรุ ีเ ด็จ รรคต เป็นปฐมก ัตรยิ แ์ ่งราช ง ์จกั รี ตล ดรชั กาลพระ งคท์ รงทา
งครามทง้ั กบั พม่าและปราบ ั เมื งต่าง ๆ ทรง ร้างระเบยี บการปกคร ง ฟื้นฟู
พระพุทธ า นา ิลปะ า ตร์ และ ัก ร า ตร์ ร บร มชาระกฎ มายตรา ามด งจน
มบูรณ์ และพระ งคย์ งั เปน็ ก โี ดยทรงพระราชนิพนธ์ รรณคดีไ ้ ลายเร่ื ง ได้แก่
รามเกยี รต์ิ ดา ลงั ณุ รุท และกล นนิรา เรื่ งรบพมา่ ทท่ี า่ ดนิ แดง
๙๗
ท่มี าของเรือ่ ง
นาเค้าเร่ืองมาจากม ากาพย์รามายณะของอนิ เดีย
จดุ มุ่งหมายในการแตง่
เพือ่ ร บร มรามเกยี รตใิ์ ้ มบูรณ์ และเพือ่ แ ดงพระเกียรติของพระราม รือ
พระม าก ัตริย์ไทย
ลักษณะคาประพนั ธ์
แตง่ ด้ ยกลอนบทละคร
กลอนบทละคร เป็นคาประพันธ์ชนิด น่ึง ซ่ึงแต่งข้ึนเพ่ือใช้ในการเล่นละคร ต้อง
อา ยั ทานองขับรอ้ งและเคร่ืองดนตรีประกอบ แต่งเ ร็จต้องนาไปซักซ้อมปรับปรุง ดังน้ัน
จาน นคาของแตล่ ะ รรคจึงไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับจัง ะขับร้องเป็น าคัญ ่าโดย ลักมีแต่
๖ คา ถึง ๙ คา แต่ท่ีปรากฏ ่าใช้มาก ุด คือ ๖ คา เช่นเรื่องรามเกียรต์ิ เฉพาะ รรคแรก
ข้ึนต้น ใช้ ๒ คา ถึง ๔-๕ คา บางครา ก็ ่ง ัมผั ไปยัง รรคที่ ๒ บางครา ก็ไม่ ่ง คาท่ีใช้
เชน่ เม่ือน้นั , บัดนี้, น้องเอ๋ยนอ้ งรัก
แม้กลอน ดับ จะใช้คาพูดเพียง องคา ก็ถือถือ ่าเต็ม รรค โดยลัก ณะ ัมผั ใน
รรคและนอก รรค นิยมใช้แบบกลอน ุภาพ แต่งเป็นตอน ๆ พอจบตอน น่ึง ข้ึนตอน
ต่อไปใ ม่ ไม่ต้องรับ ัมผั ไปถึงตอนท่ีจบ เพราะอาจเปลี่ยนทานองตามบทบาทตั ละคร
ที่ขนึ้ ต้น ่า เมอื่ นัน้ ใช้ า รับพระเอก รือผู้นาในเรื่อง บัดนั้น ใช้ า รับเ นา กลอนน้ีเป็น
กลอนผ ม คอื กลอน ๖ กลอน ๗ กลอน ๘ รือ กลอน ๙ ผ มกันตามจัง ะ มีแผนผัง
และตั อยา่ ง
๙๘
เรื่องยอ่
นนทกมี นา้ ท่ลี ้างทา้ เท ดาอยู่ท่ีเชงิ เขาไกรลา เม่ือเท ดาพากันไปเฝา้ พระ
อิ ร พ กเท ดาชอบข่มเ งนนทกอยเู่ ปน็ ประจาด้ ยการลูบ ั บ้าง ตบ ั บ้าง จนกระทั่ง
ผมร่ ง มดนนทกแค้นใจเป็นอันมาก จึงไปเฝา้ พระอิ ร กราบทลู า่ ตนไดร้ บั ใช้มานาน ยงั
ไมเ่ คยไดร้ ับ ่ิงตอบแทนเลย จงึ ทลู ขอใ น้ ิ้ เปน็ เพชร มฤี ทธชิ์ ี้ผ้ใู ดก็ใ ้ผู้น้ันตายได้ พระ
อิ รก็ประทานใ ้ตามขอ เมอ่ื เท ดามาลบู รี ะเลน่ เช่นเคย นนทกกช็ ี้ใ ต้ ายลงเป็น
จาน นมาก พระอิ รทรงทราบกก็ ร้ิ โปรดใ พ้ ระนารายณ์ไปปราบ พระนารายณแ์ ปลง
เปน็ นางฟา้ มายั่ ย น นนทกนกั รักจึงเก้ีย นาง นางแปลงจึงช นใ น้ นทกราตามนางกอ่ น
จงึ จะรับรัก นนทกตกลงราตามไปจนถึงทา่ ราที่ใช้น้ิงเพชรชี้เข่าตนเอง นนทกลม้ ลง ก่อน
ตายนนทกเ ็นนางแปลงปรากฏร่างเปน็ พระนารายณ์ จึงตอ่ ่าพระนารายณ์มอี านาจ มีถึง
๔ กร เ ตใุ ดจงึ ตอ้ งทาอุบายมา ลอกล งตน พระนารายณจ์ งึ ใ น้ นทกไปเกิดใ มใ่ ้มีถงึ
๒๐ มือ แล้ พระองคจ์ ะตามไปเกิดเป็นมนุ ยม์ เี พียง ๒ มือลงไป ูด้ ้ ย นนทกจงึ ไปเกดิ เป็น
ท กัณฐ์ ่ นพระนารายณ์กอ็ ตารลงมาเป็นพระราม
แนวคิด
อานาจเม่ืออยู่กับผู้ทไี่ มร่ ู้จกั ใช้ยอ่ มเปน็ โท
คณุ ค่างานประพนั ธ์
๑.คุณคา่ ดา้ นวรรณศิลป์
การดาเนนิ เรอ่ื งร ดเร็ กระชับ ใชค้ าชมค ามงามของนางแปลงไดอ้ ยา่ ง
เ น็ ภาพพจน์ เ มาะ า รับการนาไปแ ดงโดยมีการขบั รอ้ งและใชด้ นตรีประกอบ
๒.คุณค่าด้านสังคม
ังคมจะ งบ ขุ อยไู่ ดถ้ ้าคนเรามีน้าใจต่อกัน ช่ ยเ ลือเกื้อกูลกนั ไม่ขม่ เ ง
นา้ ใจกัน
๙๙
แบบฝกึ หัด
เรอ่ื งรามเกยี รติ์ ตอนนารายณป์ ราบนนทก
คาช้แี จง :ใ ้นกั เรียนทาเครื่ ง มาย / นา้ ข้ ค ามที่ถูกต้ ง และ X น้าข้ ค ามท่ไี ม่
ถกู ต้ ง ตามข้ เทจ็ จริง
....... ๑. รามเกยี รตมิ์ ีมาแต่คร้งั ุโขทัย ดงั ปรากฏใน ลิ าจารกึ ลักท่ี ๑ เร่ื งถา้ พระราม
....... ๒. รชั กาลท่ี ๑ โปรดเกลา้ ใ ้นักปราชญร์ าชบัณฑติ ช่ ยกันแตง่ บทละครเร่ื งรามเกียรต์ิขน้ึ มา
ใ มใ่ เ้ ปน็ ฉบบั ที่ มบรู ณ์
....... ๓. พระบาท มเด็จพระพุทธย ดฟา้ จุ าโลกม าราช มีพระนามเดมิ ่า บุญมา ท งด้ ง
....... ๔. พระบาท มเด็จพระพทุ ธย ดฟ้าจุ าโลกม าราช มพี ระชนกคื ล งพินิจ ัก ร กับ
พระชนนคี ื ดา เรื ง
....... ๕. พระบาท มเด็จพระพทุ ธย ดฟ้าจุ าโลกม าราชเคยเปน็ ล งยกบัตรเมื งราชบุรี
....... ๖. มเด็จพระ ัครมเ มี พี ระนามเดมิ ่า นาค
....... ๗. พระบาท มเด็จพระพทุ ธย ดฟ้าจุ าโลกม าราชทรงปราบดาภิเ กขึ้นคร งราชย์ เมื่
นั ที่ ๑๐ มิถุนายน พ. . ๒๓๒๕
....... ๘. ตล ดรัชกาลที่ ๑ พระ งค์ทรงทา งครามกับพมา่ ถึง ๙ ครง้ั
....... ๙. รชั กาลที่ ๑ รรคตเทื่ พ. . ๒๓๕๒ ร มพระชนมายไุ ด้ ๗๓ พรร า
....... ๑๐. นริ า รบพม่าทท่ี า่ ดนิ แดง บทละครเร่ื ง ณุ รุท และไตรภมู ิโลก ินจิ ฉัย เป็นพระราช
นพิ นธ์ในรชั กาลที่ ๑
๑๐๐
แบบฝึกหัด
เรอ่ื งรามเกยี รติ์ ตอนนารายณป์ ราบนนทก
คาชแ้ี จง : ใ ้นักเรียน รุปเนือ้ เรอ่ื งโคลงภาพพระราชพงศาวดาร เรอื่ งรามเกียรต์ิ
ตอนนารายณป์ ราบนนทก รวมถงึ คุณค่าแตล่ ะดา้ นในวรรณคดีลงในช่องวา่ งโดย
ใชร้ ูปแบบของ( Main mapping)
๑๐๑
หลักศลิ าจารึก
( น่ ยท่ี ๔ ภาพท่ี ๔)
ผแู้ ต่ง
พ่อขุนรามคาแ งม าราชเป็นราชโอร ของพ่อขุน รีอินทราทิตย์และนางเ ือง มี
พระเช ฐาธิราชคือ พ่อขุนบ้านเมือง พ่อขุนรามคาแ งมีค ามเข็มแข็งกล้า าญใน
การ งคราม ามารถชนชา้ งชนะขุน ามชนเจ้าเมืองฉอด เมื่อพ่อขุนบานเมือง รรคต พ่อ
ขุนรามคาแ งได้ครองราชย์ และได้ทรงขยายอาณาเขตไปอย่างก ้างข าง ทรงปกครอง
โุ ขทัย ใ ้ งบ ุขตลอดรัชกาล
ท่ีมาของเร่อื ง
เมอื่ พ. . ๒๓๗๖ พระบาท มเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยู่ ั ขณะทรงผน ชแต่ยังมิได้
เ ด็จข้ึนครองราชย์ ได้เ ด็จไปธุดงค์ทางภาคเ นือ ทรงพบ ลัก ิลาจาลึกและพระแท่
นมนังค ิลาที่เนอนปรา าทเก่าเมือง ุโขทัย จึงโปรดใ ้นามาไ ้ท่ีกรุงเทพฯ นักโบราณคดี
นั นิ ฐาน า่ เปน็ ลิ าจารึก ทพ่ี ่อขุนรามคาแ งโปรดใ จ้ ารึกเมือ่ ประมาณ พ. . ๑๘๒๖
๑๐๒
จุดมุ่ง มายในการแตง่
เพื่อเปน็ ลักฐานทางประ ัติ า ตรแ์ ละอัก ร า ตร์
ลัก ณะคาประพนั ธ์
ร้อยแก้ บรรยายโ าร
เร่ืองยอ่
ิลาจารึกพ่อขุนรามคาแ งมเี นื้อ าทแ่ี บ่งเปน็ ๓ ตอนใ ญ่ ๆ คอื
ตอนท่ี ๑ ตง้ั แตบ่ รรทัดที่ ๑ ถึงบรรทดั ที่ ๑๘ ของด้านที่ ๑ เปน็ พระราชประ ตั ิ
ของพ่อขุนรามคาแ งม าราชที่เกยี่ กบั พระราชจริยา ัตรต้ังแต่ยังทรงพระเยา ์จนกระทั่ง
เ ด็จข้นึ เ ยราช มบัติ ณ กรงุ ุโขทัย ซง่ึ เล่าไ ด้ ้ ยพระองค์เอง โดยทรงใช้ รรพนามแทน
พระองค์ า่ “กู”
ตอนที่ ๒ ตง้ั แตบ่ รรทดั ท่ี ๑๘ ของด้านที่ ๑ ถึงบรรทัดที่ ๑๑ ของด้านที่ ๔ มีผู้อื่น
เป็นผู้เล่าเก่ีย กับ ภาพบ้านเมืองของกรุง ุโขทัย ภาพ ังคม การเมือง การปกครอง
ลิ ป ฒั นธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และชี ติ ค ามเป็นอยู่ของประชาชนในรัช มัยพ่อ
ขนุ รามคาแ งม าราชกลา่ ถงึ ค ามเจริญรงุ่ เรืองทางพทุ ธ า นา การ ร้างพระแท่นมนังค
ลิ ายาต การ รา้ งพระธาตใุ นเมือง รี ชั นาลยั การประดิ ฐ์ตั อกั รไทย
ตอนท่ี ๓ ตง้ั แต่บรรทดั ที่ ๑๑ ของด้านที่ ๔ ไปจนจบ มีเน้ือ า ดุดีพระเกียรติพ่อ
ขุนรามคาแ งม าราช และกล่า ถึงอานาเขตอันก างใ ญ่ของกรุง ุโขทัยในรัช มัยของ
พระองค์
คณุ ค่าทไี่ ด้รบั จากเรอ่ื ง
๑. ด้านประ ัติ า ตร์ ได้ใ ้ค ามรู้เกี่ย กับพระราชประ ัติพ่อขุนรามคาแ ง
ค ามรทู้ างโบราณคดี พระปรีชา ามารถของพ่อขุนรามคาแ ง ค ามเจริญรุ่งเรือง ภาพ
ังคม มยั กรงุ ุโขทัย
๒. ดา้ น งั คม ใ ้ค ามร้ดู า้ นกฎ มายและการปกครอง มัยกรุง ุโขทยั
๑๐๓
๓. ดา้ นวฒั นธรรมใ ้ค ามร้เู ก่ยี กบั ขนบธรรมเนยี ม ฒั นธรรม ประเพณีของ มัย
กรุง โุ ขทยั
๔. ด้านภาษาได้ทราบถึงการกาเนดิ อัก รไทยและ รรณคดีไทย
คณุ คา่ งานประพันธ์
๑. คณุ คา่ ดา้ นเนอื้ หา
เม่ืออ่านและพิจารณา รรณกรรมเร่ืองน้ี จะเ ็น ่ามีเน้ือ า าคัญอยู่ ๒ ่ นคือ
่ นทเี่ ป็นพระราชประ ัติและพระราชจรยิ า ัตรของพ่อขนุ รามคาแ งม าราชตง้ั แต่ยังทรง
พระเยา ์จนกระทั่งเ ด็จข้ึนเ ยราชย์ เม่ือพระองค์ดารงอยู่ใน ถานภาพใด คือ
ลูก น้อง และผู้นาประเท ก็ทรงประพฤติปฏิบัติพระองค์ได้ อดคล้องเ มาะ มกับ
ภาพน้ัน ๆ ในตอนท่ีทรงเล่าถึงพระราชประ ัติของพระองค์เองน้ัน ะท้อนใ ้เ ็นถึง
ลกั ณะ ครอบครั ไทย มัยโบราณท่ี มาชิกในครอบครั มีค ามรักค าม ามัคคี
กนั มีค่านยิ มท่ีค รแก่การยกย่อง ซ่งึ เป็นค่านยิ ม ดา้ นคณุ ธรรม คือลูกมีค ามกตัญญูกตเ ที
ตอ่ ผทู้ เ่ี ป็นพ่อแม่ และเคารพผูเ้ ป็นพี่ เปน็ ต้น
่ นทเี่ ลา่ ถึง ภาพ ังคมและค ามเป็นอยู่ของไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ไม่ ่าจะเป็นด้าน
อาชพี กฎ มาย การ าล การทา งคราม การปกครองก็ตาม ได้ ะทอ้ นใ เ้ ็นถงึ พระปรีชา
ามารถและบุคลิกภาพของพ่อขุนรามคาแ งในฐานะพระม าก ัตริย์ผู้ยึดธรรมะในการ
ปกครองประเท
๒. คณุ คา่ ด้านวรรณศิลป์
ิลปะการใช้ถ้อยคาและ าน นโ าร ก่อใ ้เกิดอารมณ์และค ามรู้ ึกได้ตามคา
บรรยายและพรรณนา จะ ังเกตได้ ่า คา ่ นใ ญ่เป็นคาไทยโดด ๆ บางคร้ังใช้คาไทย
โบราณ เช่น กู พี่ น้อง เตียมแต่ แ ก ้าง ฯลฯ ประโยค ่ นใ ญ่เป็นประโยคค ามเดีย
้นั ๆ มคี าม มายชัดเจนตรงไปตรงมา เช่น แม่กูชื่อนางเ ือง กูบาเรอแก่พ่อกู ฯลฯ ่ น
ลีลา าน นโ ารจะมีเอกลัก ณ์ คือ กล่า ั้นๆ ตรง ๆ ซ้า ๆ เช่น ได้ช้างได้ง ง ได้ป่ั
ได้นาง ไดเ้ งือนไดท้ อง ฯลฯ บางครง้ั จะซา้ คาเป็นคู่ ๆ เช่น มาก ้ม มาก าน กินอร่อย
กนิ ดี เป็นตน้
๑๐๔
๓. คณุ ค่าดา้ นสังคม
กล่า ถึง ภาพชี ิตและ ภาพ ังคมของชา ุโขทัย ทาใ ้เกิดค ามภาคภูมิใจใน
บรรพบุรุ ของไทยและเกียรติภูมิของประเท เป็นอย่างมาก แ ดงใ ้เ ็นค าม ัมพันธ์
ระ ่างก ัตริย์กับประชาชนได้ค ามรู้เร่ืองการปกครอง แ ดงใ ้เ ็นค่านิยมเก่ีย กับ
การเปน็ ผู้นาของประเท ่า ผู้นาประเท จะต้ององอาจ กล้า าญ รับผิดชอบ และเ ีย ละ
เพ่ือประโยชน์ ขุ ของคนในชาติ แ ดงใ เ้ น็ ค่านยิ ม เก่ีย กับค ามกตัญญูต่อบุพการีและ
ญาติพ่ีน้อง เม่ือพระองค์ได้ ่ิงใดมาก็จะนามาถ ายแด่พระราชบิดา พระราชมารดา เม่ือ
พระราชบิดา รรคตก็ทรงดูแลพระเช ฐาตราบจน ้ินรัชกาล พระองค์จึงได้ทรง
ข้นึ ครองราชย์ตอ่ มา เปน็ รรณคดีเล่มแรกของไทยที่เป็น ลักฐานทางอัก ร า ตร์
ประ ัติ า ตร์ และ โบราณคดี ทาใ ้ทราบประ ัติ า ตร์ มัย ุโขทัยอย่างชัดเจน
ได้ ึก า ิ ัฒนาการทางภา าได้ค ามรู้เรื่องการประดิ ฐ์อัก รไทยและลัก ณะ
การเรยี บเรยี งถอ้ ยคา
๑๐๕
แบบฝึกหดั
เรือ่ ง คณุ ค่าและขอ้ คดิ ศิลาจารกึ หลกั ท่ี ๑
คาชแ้ี จง : ใ ้นักเรยี นตอบคาถามต่อไปน้ใี ้ถกู ต้อง
คุณค่าและข้อคิดศิลาจารึก ลักท่ี ๑
ด้านเนอื้ า
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
ด้านวรรณศลิ ป์
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
ดา้ น ังคม
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๑๐๖
ขอ้ คิดทไี่ ด้รบั
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
ความรทู้ ่ีไดร้ ับ
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
งา่ ย ๆ แบบนี้
หนทู าไดค้ ะ
๑๐๗
บรรณานกุ รม
กระทร ง กึ าธิการ. (๒๕๕๙). นงั อื เรียนราย ชิ าภา าไทย รรณคดี จิ ัก ์. กรงุ เทพฯ:
องคก์ ารคา้ ของ ก ค.
บญุ เรือน รัฐ ิเ . (๒๕๕๔). ิ ธิ ภา า และ รรณคดี ิจกั .์ กรงุ เทพฯ: บริ ทั
านักพมิ พ์ เดอะบุค ์ จากัด.
ผกามา รี เย็นบุตร และคณะ. (๒๕๕๗). ภา าไทย ๒ เล่ม ๑. นนทบุรี. บริ ัท านกั พมิ พ์
เอมพนั ธ์ จากดั .
ผกามา รี เยน็ บุตร และคณะ. (๒๕๕๗). ภา าไทย ๒ เล่ม ๒. นนทบุรี. บริ ทั านกั พมิ พ์
เอมพนั ธ์ จากัด.
ัญเพ็ญ เทพโ ภา. (๒๕๕๘). ครบเคร่อื งเรอื่ ง ลักภา าไทย ฉบบั นักเรียน นัก ึก า.
กรุงเทพฯ: บริ ทั านักพิมพ์ พ. . พฒั นา จากดั .
ิเชยี ร เก ประทุม. (๒๕๕๗). ลักภา าไทย. กรงุ เทพฯ: บริ ทั านักพิมพ์ พ. . พัฒนา
จากดั .
บรรณานกุ รมภาพ
( น่ ยที่ ๔ ภาพที่ ๑) : https://sites.google.com/a/bodin3.ac.th/krurakket/kholng-phaph-phra-rach-phngsawdar
( น่ ยที่ ๔ ภาพที่ ๒) : https://sites.google.com/a/bodin3.ac.th/krurakket/kholng-phaph-phra-rach-phngsawdar
( น่ ยที่ ๔ ภาพที่ ๓) : https://ramakien.wordpress.com/2017/04/23/
( น่ ยท่ี ๔ ภาพที่ ๔) : https://sites.google.com/a/hatyaiwit.ac.th/sila-caruk-phxkhun-ramkhahaeng/2-prawati-
sila-caruk
๑๐๘
“…การ ึก ามไิ ด้มาจากการฟงั โอ าท
รอื แม้จะฟังบรรยาย ่ัง อนของครูบาอาจารย์
การ ึก านน้ั มาจากการ งั เกต การดู การฟงั
ของแตล่ ะคน มายค าม ่าดูแล้ ฟังแล้
มาพิจารณาใ เ้ ป็นประโยชน์แก่ตน กน็ บั ่า
เป็นการ กึ าและและเป็นการ กึ าท่ดี ที ่ี ุด…”
พระบรมราโช าทของพระบาท มเด็จพระบรมชนกาธิเบ ร
ม าภมู ิพลอดลุ ยเดชม าราช บรมนาถบพติ ร
พระราชทานแก่นิ ิตของม า ทิ ยาลยั รนี ครนิ ทร ิโรฒ
ทิ ยาเขต งขลาในพธิ พี ระราชทานปรญิ ญาบัตร
ันจนั ทรท์ ่ี ๒๔ กนั ยายน ๒๕๒๑