The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยที่ 6 เรื่องการคูณ โดยคุณครูกัลยา กะสิรักษ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ป.3

แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยที่ 6 เรื่องการคูณ โดยคุณครูกัลยา กะสิรักษ์

แผนการจดั การเรยี นรู้
วชิ า คณติ ศาสตร์

ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๖

เรอ่ื ง เศษสว่ น
จำนวน ๑๓ ชวั่ โมง

โดย
นางกลั ยา กะสิรักษ์
ครูโรงเรยี นวดั นโิ ครธาราม

โครงสร้างหน่วยการเรยี นรู้
รายวชิ าคณติ ศาสตร์ 3 ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 3 กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวนผลทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการ
ดาเนินการ สมบตั ขิ องการดาเนินการ และนาไปใช้
ตวั ช้วี ดั :
ค 1.1 ป.3/3 บอก อา่ นและเขยี นเศษสว่ นแสดงปรมิ าณส่งิ ตา่ ง ๆ และแสดงสง่ิ ต่าง ๆ ตามเศษสว่ นที่กาหนด
ค 1.1 ป.3/4 เปรียบเทยี บเศษส่วนทีต่ ัวเศษเท่ากนั โดยทตี่ ัวเศษน้อยกวา่ หรอื เทา่ กบั ตัวสว่ น
ค 1.1 ป.3/10 หาผลบวกของเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากันและผลบวกไม่เกิน 1 และหาผลลบของเศษส่วนที่มีตัวส่วน
เทา่ กนั
ค 1.1 ป.3/11 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวกเศษส่วนท่ีมีตัวส่วนเท่ากันและผลบวกไม่เกิน 1 และ
โจทยป์ ญั หาการลบเศษส่วนทม่ี ตี ัวสว่ นเท่ากัน

หน่วย ช่อื หน่วยการเรียนรู้ / แผนการจัดการเรยี นรู้ เวลา
ที่ (ช่วั โมง)

เศษส่วน 13

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 1 เร่อื ง การเตรยี มความพร้อม 1

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2 เรอ่ื ง การอ่านและการเขียนเศษส่วน(1) 1

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 3 เร่ือง การอา่ นและการเขียนเศษส่วน(2) 1

6 แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 4 เรื่อง การเปรียบเทียบและเรียงลาดบั เศษสว่ นทตี่ ัวสว่ นเทา่ กนั (1) 1
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 5 เรอ่ื ง การเปรียบเทียบและเรียงลาดบั เศษสว่ นทตี่ วั สว่ นเท่ากนั (2) 1
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 6 เรื่อง การเปรยี บเทยี บและเรยี งลาดบั เศษสว่ นทตี่ วั เศษเทา่ กนั (1) 1
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 7 เรื่อง การเปรียบเทยี บและเรียงลาดบั เศษสว่ นทต่ี วั เศษเท่ากัน(2) 1

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 8 เรื่อง การบวกเศษส่วนทม่ี ตี วั สว่ นเท่ากนั 1

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 9 เรอ่ื ง การลบเศษสว่ นท่ีมตี ัวสว่ นเท่ากนั 1

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 10 เรอ่ื ง โจทยป์ ัญหาการบวกและโจทย์ปญั หาการลบเศษสว่ นทมี่ ีตวั 1
สว่ นเท่ากนั (1)

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 11 เรือ่ ง โจทยป์ ัญหาการบวกและโจทย์ปัญหาการลบเศษส่วนที่มีตวั 1
ส่วนเท่ากนั (2)

รว่ มคิดรว่ มทา “กิจกรรมตรงใจให้เลย 1

แบบทดสอบทา้ ยบท 1

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า ค 13101 ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 3
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6 เรือ่ ง เศษส่วน เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง
เรอื่ ง การเตรยี มความพรอ้ ม

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวน ผลท่ี
เกิดขึ้นจากการดาเนนิ การ สมบตั ขิ องการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตวั ชว้ี ัด :-
ทักษะพ้ืนฐานของนกั เรียน

1.การพบั กระดาษท่ีเป็นการแบง่ กระดาษออกเป็นส่วนทเ่ี ทา่ กัน
2.รปู เรขาคณิตชนิดต่าง ๆ
3.การบวกและการลบจานวนนับ
4.การเปรยี บเทยี บและเรียงลาดับจานวนนับ
คาสาคญั
เศษสว่ นตวั เศษ ตวั ส่วน การบวกเศษส่วน การลบเศษส่วน การเปรยี บเทยี บเศษส่วน โจทย์ปัญหา
การบวกเศษส่วนโจทย์ปญั หาการลบเศษส่วน
สาระการเรยี นรู้
1.ความรู้

เศษสว่ น
2.ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ

1.ความสามารถในการสื่อสารความหมายทางคณิตศาสตร์
2.การแกป้ ญั หา
3.การเช่อื มโยง
4.การให้เหตุผล
5.การคดิ สร้างสรรค์
3.คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1.มวี นิ ยั
2.ใฝเ่ รยี นรู้
3.มุ่งม่นั ในการทางาน

กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้
1.ครูกล่าวใช้ข้อมูลในหนังสือเรียนหน้าเปิดบทสนทนากับนักเรียนเพ่ือกระตุ้นความสนใจเกี่ยวกับ

สถานการณ์ในชีวติ ประจาวันและการแบง่ ส่งิ ต่าง ๆ ออกเปน็ สว่ นทีเ่ ท่ากนั โดยใช้คาถาม เช่น
− ในภาพมขี นมอะไรบา้ ง (ขนมชัน้ ใบเตย ขนมชนั้ อัญชนั ขนมเปียกปูน สังขยาฟักทอง)
− ขนมแต่ละชนิดมีลักษณะอย่างไร (ขนมช้ันและขนมเปียกปูนอยู่ในถาด แต่ละถาดมีขนาดเท่ากัน
ขนมแต่ละถาดแบง่ เป็น 6 ช้ิน เท่า ๆ กัน สงั ขยาฟักทองแบ่งเป็น 5 ชิ้น เท่า ๆ กัน)
จากนัน้ ครูใชค้ าถามเก่ยี วกับการแบ่งขนมชนั้ และขนมเปยี กปนู เพ่ือนาเขา้ สบู่ ทเรียน เชน่
− ถา้ มีขนมเปียกปูนเต็มถาดจะได้ขนมเปียกปูนท้ังหมดกี่ชน้ิ (6 ชนิ้ )
− เหลือขนมเปียกปูนในถาดก่ีช้ิน (1 ช้ิน) จากขนมเปียกปูนทั้งหมดกี่ช้ิน (6 ชิ้น) กินขนมเปียกปูนไป
แลว้ ก่ชี ้ิน (5 ช้นิ )
− ถาดท่ีแก้วตาถือมีขนมช้ันกี่ช้ิน (5 ช้ิน) เป็นขนมชั้นใบเตยกี่ชิ้น (4 ช้ิน) เป็นขนมช้ันอัญชันก่ีช้ิน (1
ชิ้น) ถ้าแก้วตามีขนมชั้นเต็มถาดจะมีขนมชั้นก่ีช้ิน (6 ชิ้น) แก้วตามีขนมช้ันท้ังหมดคิดเป็นเศษส่วน
เทา่ ไรของถาด
2.ครูนาเข้าสู่บทเรียนโดยการแนะนาว่าในบทเรียนนี้จะเรียน เกี่ยวกับจานวนอีกชนิดหน่ึงท่ีไม่ใช่

จานวนนบั ซึ่งเรียกจานวนนัน้ วา่ เศษสว่ น
3.ครูให้นักเรียนทากิจกรรมพับเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เพ่ือเตรียมความพร้อมในการเรียนเรื่องเศษส่วน

ตามหนังสือเรียนหน้า 192 โดยครูเตรียมกระดาษรูปสี่เหลี่ยม ท่ีมีความยาวแต่ละด้านเท่ากับความกว้างของ
กระดาษ A4 หรือครูอาจให้นักเรียนเตรียมกระดาษมาเองคนละส่ีถึงห้าแผ่น จากน้ันครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม
และแจกกระดาษ รูปส่ีเหล่ียมกลุ่มละ 10 แผ่นหรือตามความเหมาะสม ครูเร่ิมกิจกรรมโดยใช้คาถามกระตุ้น
นกั เรียนว่า

− ถ้าครูจะพับกระดาษแผ่นน้ีเพื่อแบ่งกระดาษ ออกเป็น 2 ส่วน เท่า ๆ กัน ครูจะพับได้อย่างไร
จากนั้นครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันหาวิธีพับกระดาษ 1 แผ่นออกเป็น 2 ส่วน เท่า ๆ กัน จะมีวิธีพับได้
อย่างไรบ้าง ให้ได้วิธที ี่แตกต่างกนั มากท่ีสุด แล้วขีดเส้นตามรอยพับ ในระหวา่ งทากจิ กรรมครูหยิบตวั อยา่ งการ
พบั กระดาษท่ีเตรยี มไว้หรอื กระดาษที่นกั เรยี นพับแล้ว มาสนทนากบั นักเรียน โดยใช้คาถามว่า

− นักเรียนรู้ได้อย่างไรว่า กระดาษ 1 แผ่นท่ีนามาพับน้ันรอยพับจะแบ่งกระดาษออกเป็น 2 ส่วนที่
เท่ากัน ซ่ึงนักเรียนอาจให้เหตุผลว่า กระดาษ 2 ส่วนนี้ทับกันสนิท โดยลองตัดตามรอยพับ แล้วนากระดาษ 2
สว่ นน้มี าซอ้ นทับกันได้พอดีเป็นตน้ เม่ือนักเรียนแน่ใจวา่ กระดาษท้ัง 2 ส่วนเท่ากัน แล้วให้นักเรียนขดี เสน้ ตาม
รอยพับ จากน้ันครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันหาวิธีพับกระดาษ 1 แผ่น เพ่ือแบ่งกระดาษออกเป็น 2 ส่วน
เทา่ ๆ กัน ให้ไดว้ ธิ ีทแี่ ตกต่างกันมากทีส่ ดุ แล้วขีดเส้นตามรอยพบั ขณะที่นักเรยี นทากจิ กรรม ครูเดินดูนกั เรียน
แต่ละกลุ่มแลว้ เลือกกลุ่มท่ีมีวิธพี ับที่แตกต่างกัน ให้ออกมานาเสนอและอภิปรายร่วมกันหน้าชั้นเรยี นโดยครูใช้
คาถามดงั ตอ่ ไปนี้

− รอยพบั แบ่งกระดาษแผน่ นีเ้ ปน็ 2 สว่ นเท่า ๆ กนั ใช่หรอื ไม่

− นกั เรยี นรู้ไดอ้ ย่างไรวา่ รอยพับแบง่ กระดาษเป็น 2 ส่วนเท่ากัน

− มีวิธีพับกระดาษ 1 แผ่น ให้เป็น 2 ส่วน เท่า ๆ กัน ได้อย่างไรบ้าง จากนั้นครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม

ช่วยกันพับกระดาษเพ่ือแบ่งกระดาษออกเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน แล้วให้นาเสนอวิธีพับกระดาษที่แตกต่างกัน

และอภิปรายร่วมกัน แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มพับกระดาษ เพื่อแบ่งกระดาษออกเป็น 8 ส่วนเท่า ๆ กัน

นาเสนอวิธีพับกระดาษท่ีแตกต่างกันและอภิปรายร่วมกัน ครูสนทนากับนักเรียนว่าจากกิจกรรมที่นักเรียนพับ

กระดาษเพ่ือแบ่งกระดาษออกเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน 4 ส่วนเท่า ๆ กัน และ 8 ส่วนเท่า ๆ กัน เป็นการแบ่ง

กระดาษ 1 แผ่น ออกเป็นสว่ นที่เท่า ๆ กนั คล้ายกับการแบ่งขนม 1 ถาด ออกเปน็ ส่วนท่ีเทา่ ๆ กัน ในหน้าเปิด

บทของบทเรยี นนี้ ซึง่ เปน็ การกล่าวถงึ จานวนอีกชนิดหนงึ่ ทเ่ี รียกวา่ เศษส่วน

4.ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยให้นักเรียนแต่ละคนทาใบงานเตรียมความ

พรอ้ ม ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้องและรว่ มกนั สรปุ ส่งิ ท่ไี ดเ้ รยี นรู้

สือ่ การเรยี นรู้

1.หนงั สอื เรยี นคณิตศาสตร์ ป.3

2.ใบงานที่ 1 การเตรยี มความพรอ้ ม

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

จดุ ประสงคก์ าร วิธวี ัด เคร่ืองมือวัด เกณฑ์การประเมิน

เรียนรู้

1.ดา้ นความรู้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน 50% ขนึ้ ไป ถอื ว่าผ่านเกณฑ์

การประเมนิ

2.ด้านทักษะ สังเกตพฤตกิ รรมด้าน แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรียนได้คะแนนระดับ

กระบวนการ (P) ทกั ษะกระบวนการ ด้านทกั ษะ คณุ ภาพดีข้ึนไป

กระบวนการ

3.ด้านคณุ ลกั ษณะท่ี สังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียนได้คะแนนระดบั

พึงประสงค์ (A) คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ ดา้ นคุณลกั ษณะ คณุ ภาพดีขึ้นไป

ทพี่ งึ ประสงค์

เกณฑก์ ารประเมินแบบฝึกหัด/ใบงาน

ประเด็นการประเมิน ระดับคุณภาพ
1.ความถกู ต้องของเน้อื หา
2. รูปแบบ 4 3 21

3. ความเปน็ ระเบียบ เน้อื หาสาระของ เน้อื หาสาระของ เนือ้ หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ

ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเปน็ ผลงานถูกต้อง ผลงานไม่ถูกต้อง

ครบถ้วน ส่วนใหญ่ บางประเดน็ เป็นสว่ นใหญ่

การนาเสนอ การนาเสนอถูกต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่

น่าสนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถูกต้องบางสว่ น เป็นไปตามเกณฑ์

เหมาะสมกับ

สถานการณ์

ผลงานมีความ ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ

เปน็ ระเบียบ ข้อบกพร่อง ขอ้ บกพร่อง เปน็ ระเบยี บ

เล็กนอ้ ย บางสว่ น

เกณฑป์ ระเมินคณุ ภาพ

10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดบั 4 4 - 6 คะแนน หมายถึง พอใช้ ระดบั 2

7 - 9 คะแนน หมายถงึ ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง ระดับ 1

เกณฑก์ ารให้คะแนนดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางาน

ทักษะและกระบวนการ: การใหเ้ หตผุ ล

คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการให้เหตุผลทีป่ รากฏให้เห็น

4 : ดมี าก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจอย่างมีเหตุผล

3 : ดี มกี ารอ้างอิงที่ถูกต้องบางสว่ น และเสนอแนวคิดประกอบการตดั สินใจ

2 : พอใช้ เสนอแนวคดิ ไมส่ มเหตุสมผลในการประกอบการตดั สินใจ

1 : ควรปรบั ปรงุ แกไ้ ข มคี วามพยายามเสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจ

ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปัญหา

คะแนน:ระดับคณุ ภาพ ความสามารถในการแก้ปญั หาที่ปรากฏใหเ้ หน็

4 : ดมี าก ใช้กระบวนการแกป้ ัญหาได้สาเรจ็ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ อธิบายถึงเหตผุ ล
3 : ดี หลักการและขั้นตอนในการแก้ปัญหาได้เข้าใจชดั เจนนามาซ่งึ คาตอบทีถ่ ูกต้อง
2 : พอใช้ ใชก้ ระบวนการแก้ปัญหาไดส้ าเร็จ แตน่ ่าจะอธบิ ายถึงเหตุผล
1 : ควรปรับปรงุ แก้ไข หลกั การและข้ันตอนในการแกป้ ญั หาได้ดกี วา่ นี้
มกี ระบวนการแกป้ ัญหา สาเรจ็ เพียงบางสว่ น อธิบายถงึ เหตผุ ล
หลักการและขั้นตอนในการแก้ปัญหาได้บางสว่ น
มรี อ่ งรอยการแกป้ ญั หาบางส่วน เริ่มคิดใช้เหตผุ ล หลักการและขน้ั ตอน
ในการแก้ปญั หา แลว้ หยุด อธิบายตอ่ ไม่ได้ แกป้ ัญหาไม่สาเรจ็

ทกั ษะ และกระบวนการ: การเชื่อมโยง สรุปองค์ความรู้

คะแนน:ระดบั ความสามารถในการเช่อื มโยงท่ีปรากฏให้เหน็

คณุ ภาพ

นาความรู้ หลกั การ และวิธีการทางคณิตศาสตร์ในการเชอ่ื มโยงกบั สาระคณิตศาสตร์

4 : ดีมาก หรือกจิ กรรมท่ตี ้องใช้องคค์ วามรทู้ เ่ี รยี นได้ถูกต้องทุกกิจกรรมเพ่ือช่วยในการแกป้ ัญหา

หรือประยุกต์ใช้ได้อยา่ งสอดคล้องและเหมาะสม

นาความรู้ หลักการ และวิธีการทางคณิตศาสตร์ในการเชอื่ มโยงกบั สาระคณิตศาสตร์

3 : ดี หรือกิจกรรมทีต่ ้องใช้องคค์ วามรูท้ ่ีเรยี นไดเ้ ป็นส่วนใหญ่

เพอื่ ช่วยในการแก้ปัญหาหรอื ประยกุ ตใ์ ช้ไดบ้ างส่วน

2 : พอใช้ นาความรู้ หลกั การ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยงกบั สาระคณิตศาสตร์หรอื
กจิ กรรมท่ีตอ้ งใช้องค์ความรทู้ ่ีเรียนไดบ้ างส่วน

1 : ควรปรับปรุง นาความรู้ หลักการ และวิธีการทางคณิตศาสตร์ในการเช่อื มโยงยงั ไม่เหมาะสม สรุป

แกไ้ ข องค์ความรู้ท่ีได้

เกณฑ์การให้คะแนนดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ : นักเรยี นใฝเ่ รียนรู้

คะแนน : ระดบั คณุ ลักษณะที่ปรากฏให้เห็น
คุณภาพ

3 : ดมี าก - มคี วามสนใจ / ความต้งั ใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้

2 : ดี - มคี วามสนใจ / ความต้ังใจเป็นบางครง้ั

1 : พอใช้ - มีความสนใจ / ความตง้ั ใจในระยะเวลาส้นั ๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ : นกั เรยี นมีความมุ่งมัน่ ในการทางาน

คะแนน : ระดับ คณุ ลักษณะท่ีปรากฏใหเ้ ห็น
คุณภาพ

3 : ดมี าก - สง่ งานกอ่ นหรอื ตรงกาหนดเวลานดั หมาย
- รบั ผิดชอบในงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายและปฏิบัตติ นเองจนเปน็ นสิ ยั

2 : ดี - ส่งงานชา้ กว่ากาหนด แตไ่ ด้มีการติดต่อชแ้ี จงผูส้ อน มเี หตุผลทร่ี ับฟังได้
- รับผดิ ชอบในงานทไี่ ด้รบั มอบหมายและปฏบิ ตั ติ นเองจนเปน็ นสิ ัย

1 : พอใช้ - สง่ งานชา้ กว่ากาหนด
- ปฏบิ ัตงิ านโดยต้องอาศัยการชแี้ นะ แนะนา ตักเตือนหรือใหก้ าลังใจ

บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

1. ผลการเรยี นรทู้ ่ีเกิดข้ึนกับผเู้ รยี น

1.1 ผ้เู รยี นผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ

1.2 ผ้เู รียนไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน คน

ไดแ้ ก่

1.3 ผเู้ รียนได้รบั ความรู้ :

1.4 ผู้เรียนเกิดทกั ษะกระบวนการ :

1.5 ผู้เรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม :

2. ปัญหา / อุปสรรค

3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข

ลงชอื่ ผ้สู อน

คิดเห็นของรองผู้อานวยการสถานศึกษา

คดิ เหน็ ของผู้อานวยการสถานศึกษา ลงชอื่
(นางสาวอทุ ัยวรรณ ทบั ทมิ ทองสุข)

รองผอู้ านวยการโรงเรียน

ลงช่ือ
(นายสทิ ธชิ ยั ทองคง)
ผู้อานวยการโรงเรยี น

ใบงานที่ 1
เรื่อง เตรียมความพรอ้ ม
เขยี นเศษส่วนแสดงจานวนของแต่ละสว่ นพรอ้ มทัง้ บอกตัวเศษและตวั สว่ น

ตัวเศษ
ตวั สว่ น

ตัวเศษ
ตัวสว่ น

ตัวเศษ
ตัวส่วน

ตัวเศษ
ตัวสว่ น

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 3
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า ค 13101 เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6 เรื่อง เศษส่วน
เร่ือง การอ่านและการเขยี นเศษส่วน(1)

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวนผลท่ี
เกิดขน้ึ จากการดาเนนิ การ สมบัติของการดาเนินการ และนาไปใช้
ตวั ช้ีวดั : ค 1.1 ป.3/3 บอก อ่านและเขียนเศษสว่ นแสดงปรมิ าณส่ิงตา่ ง ๆ และแสดงส่ิงต่าง ๆ ตามเศษส่วนท่ี
กาหนด
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้สตู่ วั ช้ีวดั
1.บอกเศษส่วนที่แสดงปริมาณของส่ิงตา่ ง ๆ และแสดงสงิ่ ตา่ ง ๆ ตามเศษส่วนทก่ี าหนดโดยที่ตัวเศษนอ้ ยกว่า
หรือเท่ากับตัวส่วน (K)
2.อา่ นและเขยี นเศษส่วนท่ีแสดงปรมิ าณของส่ิงตา่ ง ๆ และแสดงส่งิ ตา่ ง ๆ ตามเศษส่วนที่กาหนดโดยท่ตี ัวเศษ
น้อยกว่าหรอื เทา่ กับตัวส่วน (P)
3.นักเรยี นมคี วามมุ่งในการทางานและสามารถนาความรู้ทไ่ี ดไ้ ปตอ่ ยอดในการเรียนเรื่องต่อไป (A)
สาระสาคัญ

เศษสว่ นเป็นสญั ลักษณแ์ สดงจานวนซงึ่ ประกอบด้วยตัวเศษและตวั สว่ น ตัวเศษแสดงจานวนของสว่ นที่
กลา่ วถึงเขียนไว้ด้านบนของเส้นคน่ั ตัวสว่ นแสดงจานวนของส่วนท่ีเท่า ๆ กนั ทง้ั หมดเขยี นไว้ดา้ นล่างของเส้น
ค่นั เชน่ 1 , 2 , 6 เศษส่วนทีต่ ัวเศษเท่ากบั ตัวสว่ นมีคา่ เท่ากับ 1

4 5 13

สาระการเรียนรู้
1.ความรู้
การอา่ นและการเขียนเศษส่วน
2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
1.การสอ่ื สารและการสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์
2.การเชือ่ มโยง
3.การใหเ้ หตุผล
3.คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1.มวี นิ ัย
2.ใฝ่เรียนรู้
3.มุ่งมนั่ ในการทางาน

ช้ินงานหรือภาระงาน
ใบงานที่ 2 เรือ่ ง การอา่ นและการเขยี นเศษสว่ น

กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้
1.ครนู าเข้าสู่บทเรียนโดยนาสื่อของจรงิ มาแบ่งออกเปน็ 2 สว่ น เท่า ๆ กนั เชน่ ขนมชนั้ ขนมปงั แผ่น โดย

ถามนกั เรียน ดังนี้
− ถา้ ต้องการแบง่ ขนมชั้นออกเปน็ 2 ส่วน เท่า ๆ กัน จะต้องแบง่ อยา่ งไร

จากน้นั ครูติดบตั รภาพขนมเค้กท่ีแบ่งออกเป็น 2 ส่วน เท่า ๆ กนั และแจกบตั รภาพเคก้ ที่แบ่งออกเป็น 2
สว่ น เท่า ๆ กัน ใหน้ กั เรียนคนละ 1 บตั ร แล้วตดั บัตรภาพเคก้ ตามเส้นท่ีแบง่ ไว้ ครูถามนักเรยี น ดังน้ี

− เค้ก 1 ก้อน แบง่ ออกเปน็ กี่ช้นิ (2ช้นิ )
− แตล่ ะช้นิ เท่ากนั หรือไม่ (เท่ากัน)
2.ครูอธบิ ายวา่ เคก้ 1 ก้อน แบง่ เป็น 2 ชิน้ เทา่ ๆ กัน เคก้ แต่ละช้ินเปน็ 1 ใน 2 ของเค้ก 1 ก้อน จานวนที่
แสดงปริมาณของเค้กแต่ละช้นิ เรียกว่า เศษส่วน เขียนเศษส่วนแสดงจานวนของเค้ก แต่ละช้ินเป็น 1 อา่ นว่า

2

เศษหน่ึงส่วนสองโดย 1 คือ ตัวเศษแสดงจานวนของส่วนที่กล่าวถึงเขียนไว้ด้านบนของเส้นค่ัน 2 คือ ตัวส่วน
แสดงจานวนของส่วนท่ีเท่า ๆ กัน ท้ังหมดเขียนไว้ด้านล่างของเส้นคั่นตามรูปในหนังสือเรียนหน้า 193 ที่แบ่ง
เค้ก 1 กอ้ น เปน็ 2 สว่ นเทา่ ๆ กนั ดงั นี้

เคก้ 1 ก้อน แบง่ เค้ก 1 ก้อน เป็น 2 ช้นิ เท่า ๆ กัน เค้กแตล่ ะ
ชิ้นเป็น 1 ใน 2 ของเคก้ 1 ก้อน เขยี นเศษส่วน
แสดงจานวนของเคก้ แตล่ ะชน้ิ เป็น 1

2

จากน้ันครูยกตัวอย่างการแบ่งสิ่งของออกเป็น 2 ส่วน เท่า ๆ กัน แบบอื่น เช่น การแบ่งขนมช้ัน
ออกเป็น 2 ส่วนเทา่ ๆ กัน ในชว่ งต้นช่ัวโมงนามาให้นักเรียนบอกเศษสว่ นโดยแต่ละช้ินของขนมชน้ั ที่แบ่งแสดง
จานวนด้วยเศษหนึ่งสว่ นสอง (1) หรอื ใช้การพบั กระดาษทแ่ี บง่ กระดาษ ออกเป็น 2 ส่วน เท่า ๆ กัน แตล่ ะส่วน

2

แสดงจานวน 1 จนนักเรยี นได้ข้อสรุปว่าการแบ่งส่ิงใดก็ตาม ถ้าแบ่งออกเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน แต่ละส่วน คือ

2

1 ของส่ิงนั้น เช่น แบ่งกระดาษ 1 แผ่น ออกเป็น 2 ส่วน เท่า ๆ กัน แต่ละส่วนท่ีแบ่ง คือ 1 ของกระดาษ 1

22

แผน่ นั้น

จากน้นั ครใู หน้ ักเรียนชว่ ยกนั เขียนและอ่านเศษสว่ นแสดงจานวนขนมปังแตล่ ะช้นิ ในกรอบทา้ ยหนังสอื
เรียนหนา้ 193 หรอื ครูอาจนาภาพการแบ่งขนมปังออกเป็น 2 ส่วนเทา่ ๆ กัน แบบอน่ื หรือครูอาจยกตวั อยา่ ง
เพม่ิ เติมเก่ยี วกบั การแบง่ ส่ิงของออกเป็น 2 สว่ นเทา่ ๆ กนั แลว้ ให้นกั เรยี น ชว่ ยกนั เขียนและอ่านเศษสว่ นท่ีได้
จากการแบ่งสิ่งของเหล่านนั้

3.ครตู ิดบัตรภาพการแบ่งรูปส่ีเหล่ียมออกเปน็ 3 สว่ น เท่า ๆ กนั บนกระดานแล้วถามนักเรยี นวา่ รูป
ส่ีเหลีย่ มรูปนแ้ี บง่ ออกเป็นกสี่ ่วน เทา่ ๆ กัน (3 ส่วน) แต่ละสว่ นแสดงเศษสว่ นใด (1)

3

4.ครอู าจอธบิ ายเพ่มิ เตมิ ว่ารปู สเ่ี หลย่ี ม 1 รูป แบ่งเปน็ 3 ส่วน เทา่ ๆ กัน แตล่ ะสว่ นเป็น 1 ใน 3 ของ
รปู สี่เหลี่ยม 1 รูป เขียนเศษส่วนแสดงจานวนแตล่ ะสว่ นเปน็ 1 อ่านว่า เศษหนง่ึ สว่ นสาม ครูถามนักเรยี นว่า

3

ตวั เศษคือจานวนใด (1) ตวั ส่วนคือจานวนใด(3) ดังน้ี

4.ครอู าจอธิบายเพม่ิ เติมว่า รูปสีเ่ หลีย่ ม 1 รูป แบง่ เป็น 3 ส่วน เทา่ ๆ กัน แตล่ ะสว่ นเปน็ 1 ใน 5 ของ
รปู สี่เหลี่ยม 1 รูป เขยี นเศษส่วนแสดงจานวนแตล่ ะสว่ นเปน็ 1 อา่ นว่า เศษหนงึ่ ส่วนสาม ครถู ามนักเรียนว่า

5

ตัวเศษคือจานวนใด (1) ตวั ส่วนคือจานวนใด (5) ดงั น้ี

จากนั้นครูยกตัวอย่างการแบ่งกระดาษหรือการแบ่งรูปต่าง ๆ ออกเป็น 6 ส่วน เทา่ ๆ กัน 7 ส่วน เท่า
ๆ กัน 8 ส่วน เท่า ๆ กัน ... แลว้ ให้นักเรียนบอกเศษส่วนท่ีแสดงจานวนของแต่ละส่วนท่ีแบ่งว่าเป็นเศษส่วนใด
ของทง้ั หมด แล้วให้นักเรียนเขียนเศษสว่ นแสดงจานวนของแต่ละส่วนพร้อมท้ังบอกตัวเศษและตัวส่วนในกรอบ
ท้ายหนังสือเรียนหน้า 194 โดยครูให้นักเรียนสังเกตว่า รูป 1 รูป จะแบ่งเป็นกี่ส่วนก็ได้แต่ต้องแบ่งให้แต่ละ
ส่วนเท่ากัน จากนน้ั ให้นักเรียนทาแบบฝกึ หัด 6.1.1 หนา้ 136 – 137 และทาใบงานเพมิ่ เติม

ส่อื การเรยี นรู้

1.หนงั สอื เรยี นคณติ ศาสตร์ ป.3

2.ใบงานท่ี 2 เรอ่ื ง การอ่านและการเขยี นเศษสว่ น

การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

จดุ ประสงคก์ าร วิธีวดั เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมนิ

เรยี นรู้ 50% ขนึ้ ไป ถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
การประเมนิ
1.ดา้ นความรู้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน นกั เรียนได้คะแนนระดบั
คุณภาพดีขึน้ ไป
2.ดา้ นทักษะ สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสงั เกตพฤติกรรม
ด้านทักษะ นักเรียนได้คะแนนระดบั
กระบวนการ (P) ทักษะกระบวนการ กระบวนการ คุณภาพดีข้นึ ไป
แบบสังเกตพฤติกรรม
3.ดา้ นคณุ ลกั ษณะที่ สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ น ด้านคณุ ลกั ษณะ
พงึ ประสงค์ (A) คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ ท่พี ึงประสงค์

เกณฑก์ ารประเมินแบบฝึกหัด/ใบงาน

ประเดน็ การประเมิน ระดับคุณภาพ
1.ความถูกต้องของเน้ือหา
2. รูปแบบ 4 3 21

3. ความเป็นระเบยี บ เน้ือหาสาระของ เน้ือหาสาระของ เน้ือหาสาระของ เนอื้ หาสาระของ

ผลงานถกู ต้อง ผลงานถกู ต้องเปน็ ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกตอ้ ง

ครบถ้วน ส่วนใหญ่ บางประเด็น เปน็ สว่ นใหญ่

การนาเสนอ การนาเสนอถกู ต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่

น่าสนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางสว่ น เป็นไปตามเกณฑ์

เหมาะสมกับ

สถานการณ์

ผลงานมคี วาม ผลงานสว่ นใหญม่ ี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ

เป็นระเบียบ ขอ้ บกพร่อง ข้อบกพร่อง เป็นระเบียบ

เลก็ นอ้ ย บางส่วน

เกณฑ์ประเมนิ คณุ ภาพ

10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดบั 4 4 - 6 คะแนน หมายถงึ พอใช้ ระดับ 2

7 - 9 คะแนน หมายถึง ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง ระดับ 1

เกณฑ์การให้คะแนนดา้ นทักษะและกระบวนการทางาน
ทกั ษะและกระบวนการ: การใหเ้ หตผุ ล

คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการให้เหตุผลท่ีปรากฏให้เหน็

4 : ดมี าก มีการอ้างอิง เสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสนิ ใจอย่างมีเหตุผล

3 : ดี มกี ารอ้างอิงท่ถี ูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสนิ ใจ

2 : พอใช้ เสนอแนวคิดไม่สมเหตุสมผลในการประกอบการตดั สินใจ

1 : ควรปรบั ปรุงแกไ้ ข มคี วามพยายามเสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจ

ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปัญหา

คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาทป่ี รากฏใหเ้ ห็น

4 : ดมี าก ใชก้ ระบวนการแก้ปัญหาไดส้ าเร็จ อยา่ งมีประสิทธิภาพ อธิบายถงึ เหตผุ ล
หลักการและขน้ั ตอนในการแกป้ ัญหาได้เขา้ ใจชัดเจนนามาซง่ึ คาตอบท่ถี ูกต้อง

3 : ดี ใช้กระบวนการแก้ปัญหาได้สาเรจ็ แตน่ ่าจะอธบิ ายถึงเหตุผล
หลักการและขน้ั ตอนในการแก้ปัญหาได้ดีกว่านี้

2 : พอใช้ มกี ระบวนการแกป้ ัญหา สาเรจ็ เพียงบางส่วน อธิบายถงึ เหตผุ ล
หลักการและข้นั ตอนในการแกป้ ญั หาได้บางส่วน

1 : ควรปรบั ปรุงแก้ไข มีร่องรอยการแก้ปัญหาบางสว่ น เริม่ คดิ ใช้เหตุผล หลกั การและขนั้ ตอน
ในการแก้ปัญหา แลว้ หยุด อธบิ ายตอ่ ไม่ได้ แกป้ ัญหาไมส่ าเรจ็

ทกั ษะ และกระบวนการ: การเชอ่ื มโยง สรปุ องค์ความรู้

คะแนน:ระดับ ความสามารถในการเชอื่ มโยงที่ปรากฏใหเ้ ห็น

คุณภาพ

นาความรู้ หลกั การ และวิธีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชื่อมโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์

4 : ดีมาก หรือกจิ กรรมท่ตี ้องใช้องค์ความรู้ท่ีเรียนได้ถกู ต้องทุกกจิ กรรมเพื่อชว่ ยในการแกป้ ญั หา

หรอื ประยุกต์ใชไ้ ด้อย่างสอดคลอ้ งและเหมาะสม

นาความรู้ หลักการ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่อื มโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์

3 : ดี หรอื กิจกรรมทต่ี ้องใช้องคค์ วามรู้ที่เรียนไดเ้ ปน็ ส่วนใหญ่

เพอื่ ชว่ ยในการแกป้ ญั หาหรอื ประยุกตใ์ ช้ได้บางส่วน

2 : พอใช้ นาความรู้ หลักการ และวธิ ีการทางคณิตศาสตร์ไปเช่อื มโยงกับสาระคณติ ศาสตร์หรือ
กิจกรรมท่ีต้องใช้องคค์ วามรู้ที่เรียนไดบ้ างสว่ น
1 : ควรปรบั ปรงุ นาความรู้ หลกั การ และวิธกี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่อื มโยงยังไมเ่ หมาะสม สรปุ
แก้ไข องค์ความรู้ท่ีได้

เกณฑ์การใหค้ ะแนนด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ : นักเรยี นใฝ่เรียนรู้

คะแนน : ระดับ คุณลักษณะที่ปรากฏให้เห็น
คณุ ภาพ

3 : ดีมาก - มคี วามสนใจ / ความตง้ั ใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้

2 : ดี - มีความสนใจ / ความตั้งใจเป็นบางครัง้

1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความต้ังใจในระยะเวลาสนั้ ๆ ชอบเล่นในเวลาเรียน

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ : นกั เรียนมคี วามมุง่ มน่ั ในการทางาน

คะแนน : ระดบั คณุ ลักษณะทป่ี รากฏใหเ้ หน็

คณุ ภาพ

3 : ดมี าก - ส่งงานกอ่ นหรือตรงกาหนดเวลานัดหมาย
- รับผดิ ชอบในงานทไี่ ดร้ ับมอบหมายและปฏบิ ัตติ นเองจนเปน็ นสิ ยั

2 : ดี - สง่ งานชา้ กว่ากาหนด แต่ได้มีการตดิ ต่อช้ีแจงผูส้ อน มเี หตุผลท่ีรับฟังได้
- รบั ผิดชอบในงานท่ีได้รบั มอบหมายและปฏิบัติตนเองจนเปน็ นสิ ยั

1 : พอใช้ - ส่งงานช้ากวา่ กาหนด
- ปฏิบตั ิงานโดยตอ้ งอาศยั การชแ้ี นะ แนะนา ตักเตือนหรอื ใหก้ าลงั ใจ

บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

1. ผลการเรยี นรู้ท่ีเกดิ ข้ึนกับผเู้ รยี น

1.1 ผเู้ รยี นผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ

1.2 ผู้เรยี นไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน คน

ไดแ้ ก่

1.3 ผ้เู รยี นได้รบั ความรู้ :

1.4 ผู้เรียนเกิดทกั ษะกระบวนการ :

1.5 ผู้เรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม :

2. ปัญหา / อุปสรรค

3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข

ลงชอื่ ผ้สู อน

คิดเห็นของรองผู้อานวยการสถานศึกษา

คดิ เหน็ ของผู้อานวยการสถานศึกษา ลงชอื่
(นางสาวอทุ ัยวรรณ ทบั ทมิ ทองสุข)

รองผอู้ านวยการโรงเรียน

ลงช่ือ
(นายสทิ ธชิ ยั ทองคง)
ผู้อานวยการโรงเรยี น

ใบงานท่ี 2
เรอ่ื ง การอา่ นและการเขยี นเศษสว่ น
ให้ใส่เครื่องหมาย ✓ รปู ใดทแ่ี บ่งเป็นส่วนเทา่ ๆ กนั ให้เขยี นเศษสว่ นแสดงจานวนของ
แต่ละสว่ นพรอ้ มท้งั บอกตัวเศษและตวั ส่วน

ตัวเศษ
ตวั สว่ น

ตวั เศษ
ตัวส่วน

ตวั เศษ
ตวั ส่วน

ตวั เศษ
ตวั สว่ น

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ รหสั วชิ า ค 13101 เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 6 เรื่อง เศษส่วน
เร่ือง การอา่ นและการเขียนเศษสว่ น(2)

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวนผลท่ี
เกดิ ข้ึนจากการดาเนินการ สมบัติของการดาเนินการ และนาไปใช้
ตวั ชว้ี ัด : ค 1.1 ป.3/3 บอก อ่านและเขียนเศษส่วนแสดงปริมาณสง่ิ ต่าง ๆ และแสดงส่ิงต่าง ๆ ตามเศษส่วนท่ี
กาหนด
จุดประสงคก์ ารเรียนรสู้ ู่ตวั ชี้วดั
1.บอกเศษส่วนท่ีแสดงปริมาณของสิ่งตา่ ง ๆ และแสดงสง่ิ ต่าง ๆ ตามเศษสว่ นทก่ี าหนดโดยทตี่ วั เศษน้อยกวา่
หรอื เท่ากับตวั สว่ น (K)
2.อ่านและเขียนเศษส่วนที่แสดงปรมิ าณของสิ่งตา่ ง ๆ และแสดงสิ่งตา่ ง ๆ ตามเศษสว่ นท่ีกาหนดโดยทีต่ ัวเศษ
นอ้ ยกวา่ หรอื เท่ากับตวั สว่ น (P)
3.นักเรียนมคี วามมุง่ ในการทางานและสามารถนาความรู้ทีไ่ ดไ้ ปต่อยอดในการเรียนเร่ืองต่อไป (A)
สาระสาคญั

เศษส่วนเปน็ สญั ลกั ษณแ์ สดงจานวนซึ่งประกอบดว้ ยตวั เศษและตัวส่วน ตวั เศษแสดงจานวนของส่วนที่
กลา่ วถึงเขยี นไว้ดา้ นบนของเส้นค่นั ตัวส่วนแสดงจานวนของส่วนทีเ่ ท่า ๆ กนั ทง้ั หมดเขยี นไว้ดา้ นลา่ งของเส้น
ค่นั เชน่ 1 , 2 , 6 เศษสว่ นท่ีตัวเศษเทา่ กับตวั ส่วนมคี ่าเท่ากบั 1

4 5 13

สาระการเรยี นรู้
1.ความรู้
การอ่านและการเขียนเศษสว่ น
2.ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
1.การสื่อสารและการสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์
2.การเชอ่ื มโยง
3.การให้เหตผุ ล
3.คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1.มวี ินัย
2.ใฝเ่ รียนรู้
3.มุง่ มนั่ ในการทางาน

ชิน้ งานหรอื ภาระงาน
ใบงานท่ี 3 เรือ่ ง การอ่านและการเขียนเศษส่วน

กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้
1.ครกู ลา่ วทักทายนักเรยี นจากนัน้ การแบ่งสิ่งของออกเป็นสว่ นแต่ละสว่ นเทา่ ๆ กัน และเขียนเศษส่วน

แสดงจานวนของแต่ละสว่ นทีเ่ ทา่ กันแลว้ จากนน้ั ครยู กตวั อย่างเศษส่วนทแ่ี สดงส่วนท่ีระบายสใี นรปู ตา่ ง ๆ เพื่อ
แสดงเศษส่วนท่ีตัวเศษมากกว่า 1 เช่น 2 ซ่ึงนักเรียนต้องเข้าใจก่อนว่า 1 คือส่วนที่ระบายสี 1 ส่วน จาก

44

ท้ังหมด 4 ส่วน ถ้าเป็น 2 คือการระบายสี 2 ส่วน จากท้ังหมด 4 ส่วน ครูถามนักเรียนว่าตัวเศษคืออะไร (2)

4

ตัวส่วนคืออะไร (4) โดยครูอาจติดบัตรภาพการระบายสี 2 ของรูปสี่เหลี่ยมที่แบ่งเป็น 4 ส่วน เท่า ๆ กัน แล้ว

4

ระบายสี 2 ส่วน ตามหนังสือเรียนหน้า 195 ครูใช้คาถามว่าระบายสีแสดงเศษส่วนได้อย่างไรบ้างนักเรียนอาจ
ตอบได้ ดงั น้ี

2.ครูให้นักเรียนเขียนเศษส่วนแสดงจานวนของส่วนที่ระบายสีพร้อมระบุตัวเศษและตัวส่วน ครูอาจ
ยกตัวอย่างเพ่ิมเติมโดยเขียนเศษส่วนแสดงจานวนของส่วนที่ระบายสีเป็นจานวนอื่น เช่น 3 ให้นักเรียน

4

ระบายสีแสดงเศษส่วนและเขียนเศษส่วน พร้อมทั้งระบุตัวเศษและตัวส่วนนักเรียนแต่ละคนอาจระบายสีแสดง
เศษส่วนไม่เหมือนกัน ครูอาจให้นักเรียนท่ีระบายสีแตกต่างกันออกมาแสดงให้เพื่อนดหู น้าช้ันเรียน จากนั้นครู
ให้นักเรียนช่วยกันบอกเศษส่วนแสดงจานวนส่วนท่ีระบายสีเขียนเศษส่วนพร้อมท้ังระบุตัวเศษและตัวส่วนใน
กรอบทา้ ยหนังสือเรยี นหน้า 195 ครูให้นักเรียน สังเกตว่าตัวเศษ คอื ส่วนที่ระบายสีตวั สว่ นคอื ส่วนที่แบง่ เท่า ๆ
กันท้ังหมด

3.ครูฝึกการเขียนเศษส่วนแสดงจานวนของส่วนท่ีระบายสีที่ตัวเศษ ไม่เท่ากับ 1 หลาย ๆ จานวน
หลาย ๆ แบบ จากนั้นครูถามนักเรยี นว่า ถ้าระบายสขี องสว่ น ท่ีเท่ากันทง้ั หมดจะเขียนเศษสว่ นได้อย่างไร ตาม
หนังสือเรยี นหน้า 196 ครูอาจติดบตั รภาพท่ีแสดงการระบายสี 4 ส่วนจากท้ังหมด 4 สว่ น แล้วถามนักเรียนว่า
จากบัตรภาพเขียนแสดงเศษส่วนได้อย่างไร พร้อมระบุตัวเศษและตัวส่วน ( 4 ตัวเศษคือ 4 ตัวส่วนคือ 4) ครู

4

อธิบายว่า รูปสี่เหล่ียม 1 รูป แบ่งเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน ระบายสี 4 ส่วนใน 4 ส่วน หมายถึงระบายสี แต่ละ
ส่วนของรูปจนเต็มรูป 1 รูป ดังน้ัน เศษส่วนน้ีจึงเท่ากับ 1 ครูถามนักเรียนว่า ถ้าแบ่ง รูปสี่เหลี่ยม 1 รูปเป็น 3
ส่วน เท่า ๆ กัน ระบายสี ท้ังหมด 3 ส่วน เขียนเศษส่วนแสดงส่วนท่ีระบายสีได้อย่างไร และเศษส่วนนั้นมีค่า
เท่าไร (เขียนเศษส่วนแสดงสว่ นท่ีระบายสเี ป็น 3 มคี ่าเท่ากับ 1) ครอู าจยกตวั อย่างรูปอน่ื ทรี่ ะบายสีเต็มรปู เช่น

3

6 ตามหนังสอื เรยี นหน้า 196

6

4.ครูเน้นย้าการอ่านและการเขียนเศษส่วนโดย ให้นักเรียนช่วยกันดรู ูปที่ระบายสีในกรอบท้ายหนงั สือ

เรียนหน้า 196 ท่ีเก่ียวกับการเขียน เศษส่วนแสดงส่วนท่รี ะบายสีของรปู ต่าง ๆ ท่ีแบ่งออกเป็นส่วนทีเ่ ท่า ๆ กัน

พร้อมท้ังระบุ ตัวเศษและตัวส่วนและบอกว่าเศษส่วนใดมีค่าเท่ากับ 1 ครูให้นักเรียนสังเกต และสรุปให้ได้ว่า

เศษส่วนท่ีตวั เศษเท่ากบั ตวั สว่ นเป็นเศษส่วน ที่เทา่ กับ 1 เชน่ 3 , 4 , 7 12

3 4 7 12

5.ครแู บ่งนกั เรยี นเปน็ กล่มุ ให้แตล่ ะกล่มุ ช่วยกนั ทากจิ กรรมเศษสว่ นแสนสนุก

6.ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยให้นักเรียนแต่ละคนเขียนเศษส่วนแสดงจานวนของส่วนท่ี

ระบายสีพร้อมทั้งเขียนคาอ่านและระบายสีหรือแรเงารูปเพื่อแสดงเศษส่วนที่กาหนด ครูและนักเรียนร่วมกัน

ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและร่วมกนั สรุปส่ิงท่ีได้เรยี นรู้ จากนัน้ ให้นกั เรียนทาแบบฝึกหัด 6.1.2 หนา้ 138 – 142

และทาใบงานเพม่ิ เตมิ

ส่ือการเรียนรู้

1.หนงั สอื เรียนคณิตศาสตร์ ป.3

2.ใบงานที่ 3 เรอ่ื ง การอา่ นและการเขียนเศษส่วน

การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

จุดประสงคก์ าร วธิ วี ดั เคร่ืองมอื วัด เกณฑ์การประเมิน

เรียนรู้

1.ดา้ นความรู้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน 50% ข้ึนไป ถือวา่ ผ่านเกณฑ์

การประเมนิ

2.ด้านทกั ษะ สังเกตพฤติกรรมด้าน แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั

กระบวนการ (P) ทกั ษะกระบวนการ ดา้ นทักษะ คณุ ภาพดีขน้ึ ไป

กระบวนการ

3.ด้านคณุ ลกั ษณะท่ี สงั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรยี นได้คะแนนระดบั

พงึ ประสงค์ (A) คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ ด้านคณุ ลักษณะ คุณภาพดีขน้ึ ไป

ทพ่ี ึงประสงค์

เกณฑ์การประเมินแบบฝกึ หัด/ใบงาน

ประเด็นการประเมิน ระดับคุณภาพ
1.ความถกู ต้องของเนอ้ื หา
4 3 21
2. รปู แบบ
เน้อื หาสาระของ เนือ้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของ เนือ้ หาสาระของ

ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเป็น ผลงานถูกต้อง ผลงานไม่ถูกตอ้ ง

ครบถว้ น ส่วนใหญ่ บางประเด็น เปน็ สว่ นใหญ่

การนาเสนอ การนาเสนอถูกต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่

น่าสนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางสว่ น เปน็ ไปตามเกณฑ์

3. ความเป็นระเบียบ เหมาะสมกับ ผลงานสว่ นใหญ่มี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ
สถานการณ์ ข้อบกพร่อง ขอ้ บกพร่อง เป็นระเบียบ
เลก็ นอ้ ย บางส่วน
ผลงานมคี วาม
เป็นระเบียบ

เกณฑป์ ระเมนิ คณุ ภาพ

10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดับ 4 4 - 6 คะแนน หมายถึง พอใช้ ระดบั 2

7 - 9 คะแนน หมายถึง ดี ระดับ 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง ระดบั 1

เกณฑก์ ารให้คะแนนดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางาน

ทกั ษะและกระบวนการ: การให้เหตผุ ล

คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการใหเ้ หตุผลทป่ี รากฏให้เหน็

4 : ดีมาก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจอย่างมเี หตุผล

3 : ดี มกี ารอ้างอิงท่ถี ูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคดิ ประกอบการตดั สนิ ใจ

2 : พอใช้ เสนอแนวคิดไม่สมเหตสุ มผลในการประกอบการตดั สนิ ใจ

1 : ควรปรับปรงุ แก้ไข มคี วามพยายามเสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจ

ทกั ษะและกระบวนการ : การแกป้ ัญหา

คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการแกป้ ัญหาที่ปรากฏให้เห็น

4 : ดีมาก ใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหาไดส้ าเร็จ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ อธิบายถงึ เหตุผล
หลกั การและขน้ั ตอนในการแก้ปัญหาได้เขา้ ใจชัดเจนนามาซึง่ คาตอบทีถ่ ูกต้อง

3 : ดี ใช้กระบวนการแกป้ ญั หาไดส้ าเรจ็ แตน่ า่ จะอธิบายถงึ เหตุผล
หลกั การและข้ันตอนในการแก้ปัญหาได้ดกี ว่านี้

2 : พอใช้ มีกระบวนการแกป้ ัญหา สาเร็จเพียงบางส่วน อธบิ ายถึงเหตผุ ล
หลกั การและข้นั ตอนในการแก้ปญั หาได้บางส่วน

มรี ่องรอยการแก้ปัญหาบางสว่ น เร่ิมคดิ ใชเ้ หตผุ ล หลกั การและขั้นตอน
1 : ควรปรบั ปรุงแกไ้ ข ในการแกป้ ญั หา แล้วหยดุ อธิบายตอ่ ไม่ได้ แก้ปัญหาไม่สาเรจ็

ทักษะ และกระบวนการ: การเช่ือมโยง สรุปองค์ความรู้

คะแนน:ระดบั ความสามารถในการเชอ่ื มโยงท่ีปรากฏให้เห็น

คุณภาพ

นาความรู้ หลักการ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเชื่อมโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์

4 : ดีมาก หรือกิจกรรมที่ต้องใชอ้ งคค์ วามรูท้ ี่เรียนได้ถูกต้องทุกกจิ กรรมเพ่ือช่วยในการแก้ปัญหา

หรอื ประยุกตใ์ ช้ได้อย่างสอดคล้องและเหมาะสม

นาความรู้ หลักการ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ในการเชื่อมโยงกับสาระคณติ ศาสตร์

3 : ดี หรือกิจกรรมที่ต้องใช้องคค์ วามร้ทู เ่ี รียนไดเ้ ปน็ สว่ นใหญ่

เพือ่ ชว่ ยในการแก้ปญั หาหรอื ประยุกตใ์ ช้ไดบ้ างสว่ น

2 : พอใช้ นาความรู้ หลักการ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตร์ไปเชือ่ มโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์หรือ
กิจกรรมที่ต้องใชอ้ งคค์ วามรู้ที่เรยี นได้บางส่วน

1 : ควรปรับปรุง นาความรู้ หลกั การ และวิธีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่ือมโยงยงั ไม่เหมาะสม สรปุ

แกไ้ ข องค์ความรู้ที่ได้

เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนใฝเ่ รยี นรู้

คะแนน : ระดบั คณุ ลักษณะทป่ี รากฏใหเ้ หน็
คณุ ภาพ

3 : ดีมาก - มคี วามสนใจ / ความต้ังใจตลอดระยะเวลาการเรียนรู้

2 : ดี - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจเปน็ บางครั้ง

1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจในระยะเวลาส้ันๆ ชอบเล่นในเวลาเรียน

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ : นกั เรียนมีความม่งุ มน่ั ในการทางาน

คะแนน : ระดับ คณุ ลักษณะทีป่ รากฏใหเ้ หน็

คณุ ภาพ

3 : ดีมาก - ส่งงานก่อนหรือตรงกาหนดเวลานดั หมาย
- รับผิดชอบในงานทไี่ ด้รับมอบหมายและปฏิบตั ติ นเองจนเป็นนิสยั

2 : ดี - ส่งงานช้ากว่ากาหนด แตไ่ ด้มกี ารตดิ ต่อช้แี จงผูส้ อน มเี หตผุ ลท่ีรับฟงั ได้
- รบั ผิดชอบในงานท่ีได้รบั มอบหมายและปฏิบตั ิตนเองจนเป็นนสิ ยั

1 : พอใช้ - สง่ งานชา้ กวา่ กาหนด
- ปฏิบัติงานโดยต้องอาศยั การชีแ้ นะ แนะนา ตักเตือนหรือใหก้ าลงั ใจ

บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

1. ผลการเรยี นรู้ท่ีเกดิ ข้ึนกับผเู้ รยี น

1.1 ผเู้ รยี นผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ

1.2 ผู้เรยี นไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน คน

ไดแ้ ก่

1.3 ผ้เู รยี นได้รบั ความรู้ :

1.4 ผู้เรียนเกิดทกั ษะกระบวนการ :

1.5 ผู้เรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม :

2. ปัญหา / อุปสรรค

3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข

ลงชอื่ ผ้สู อน

คิดเห็นของรองผู้อานวยการสถานศึกษา

คดิ เหน็ ของผู้อานวยการสถานศึกษา ลงชอื่
(นางสาวอทุ ัยวรรณ ทบั ทมิ ทองสุข)

รองผอู้ านวยการโรงเรียน

ลงช่ือ
(นายสทิ ธชิ ยั ทองคง)
ผู้อานวยการโรงเรยี น

ใบงานท่ี 3
เรือ่ ง การอ่านและการเขียนเศษส่วน
เขยี นเศษสว่ นแสดงจานวนของสว่ นทร่ี ะบายสี

ตอบ ตอบ

ระบายสีหรอื แรเงาแสดงเศษส่วน







แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3
เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ รหสั วชิ า ค 13101
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 เรอ่ื ง เศษส่วน
เร่ือง การเปรียบเทียบและเรยี งลาดบั เศษสว่ นท่ีตวั ส่วนเทา่ กัน(1)

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน ผลที่
เกดิ ขนึ้ จากการดาเนินการ สมบัตขิ องการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวชีว้ ดั : ค 1.1 ป.3/4 เปรียบเทียบเศษส่วนทีต่ วั เศษเทา่ กันโดยทตี่ ัวเศษน้อยกว่าหรือเท่ากบั ตัวส่วน
จุดประสงค์การเรยี นรู้สตู่ ัวชี้วัด
1.บอกวิธีเปรยี บเทยี บและเรยี งลาดับเศษสว่ นทต่ี ัวสว่ นเท่ากัน โดยทต่ี วั เศษนอ้ ยกวา่ หรือเท่ากบั ตวั ส่วน (K)
2.เปรยี บเทยี บและเรยี งลาดับเศษส่วนทต่ี วั สว่ นเท่ากัน โดยทต่ี ัวเศษน้อยกวา่ หรือเทา่ กบั ตวั สว่ น (P)
3.นกั เรยี นมคี วามมงุ่ ในการทางานและสามารถนาความรู้ทไี่ ด้ไปตอ่ ยอดในการเรยี นเรื่องต่อไป (A)
สาระสาคญั

การเปรยี บเทียบเศษสว่ นที่ตวั ส่วนเทา่ กัน ใหด้ ูทตี่ ัวเศษ ถา้ ตัวเศษของเศษสว่ นใดมากกวา่ เศษส่วนนน้ั
จะมากกวา่

การเรยี งลาดบั เศษสว่ นทต่ี ัวส่วนเทา่ กันให้พจิ ารณาตวั เศษ ถา้ เรยี งลาดบั เศษส่วนจากมากไปน้อยให้
เขยี นเศษส่วนเรียงลาดับจาก
สาระการเรียนรู้

1.ความรู้
การเปรยี บเทยี บและเรียงลาดับเศษส่วนทีต่ วั สว่ นเท่ากนั

2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
1.การสอื่ สารและการสื่อความหมายทางคณติ ศาสตร์
2.การเช่อื มโยง
3.การให้เหตุผล

3.คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1.มีวินัย
2.ใฝ่เรยี นรู้
3.มุ่งมนั่ ในการทางาน

ชิน้ งานหรอื ภาระงาน
ใบงานที่ 4 เร่อื ง การเปรยี บเทียบและเรียงลาดับเศษสว่ นที่ตัวสว่ นเทา่ กนั

กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้

1.ครูกล่าวทักทายนักเรียน จากน้ันครูติดบัตรภาพโหลแก้วความจุ 1 ลิตรที่แบ่งเป็น 5 ส่วนเท่า ๆ กัน

แล้วระบายสี 2 สว่ น แทนน้าส้มครูชวนสนทนาว่าน้าส้ม 2 ส่วน ใน 5 ส่วน เขยี นเศษส่วนแสดงปริมาณของน้า

สม้ เป็น 2 ลติ ร

5

2.ครูติดภาพโหลแก้วความจุ 1 ลิตร ท่ีแบ่งเป็น 5 ส่วน เท่า ๆ กัน แล้วระบายสี 3 ส่วน แทนน้าฝรั่ง

แล้วถามนักเรียนว่า เขียนเศษส่วนแสดงปริมาณของน้าฝร่ังเป็นเศษส่วนเท่าไร ( 3 ลิตร) ครูติดภาพ โหลแก้ว

5

ความจุ 1 ลิตร ที่แบ่งเป็น 5 ส่วน เท่า ๆ กัน แล้วระบายสี 4 ส่วน แทนน้าสับปะรด แล้วถามนักเรียนว่าเขียน

เศษสว่ นแสดงปรมิ าณของน้าสบั ปะรดเปน็ เศษส่วนเท่าไร ( 4 ลิตร)

5

3.ครูให้นักเรียนสังเกตโหลแก้วในบัตรภาพแต่ละบัตรว่ามีรูปร่างและมีความจุ 1 ลิตร เท่ากัน และ

แบ่งเป็น 5 สว่ น เท่า ๆ กัน แลว้ สังเกตปรมิ าตรของน้าแต่ละชนิดวา่ เป็นอยา่ งไร (น้าส้ม นอ้ ยกว่าน้าฝรัง่ น้าส้ม

น้อยกว่าน้าสับปะรด น้าฝร่ังน้อยกว่าน้าสับปะรด หรือ น้าฝร่ังมากกว่าน้าส้ม น้าสับปะรดมากกว่าน้าส้ม น้า

สับปะรดมากกว่านา้ ฝร่งั )

4.ครูเขียนคาตอบของนักเรียนบนกระดาน เช่น น้าส้มน้อยกว่าน้าฝรั่ง ครูถามนักเรียนว่า น้าส้มมี

ปรมิ าตรเท่าไร ( 2 ลิตร) ครูเขียนน้าส้ม 2 ลิตร บนกระดาน แล้วถามนักเรียนว่าน้าฝร่ังมีปริมาตรเท่าไร ( 3
55 5
ลติ ร)

5.ครูเขียนน้าฝรั่ง 3 ลิตร บนกระดาน แล้วให้นักเรียนเปรียบเทียบ น้าส้ม 2 ลิตร กับ น้าฝร่ัง 3 ลิตร

5 55

จะไดว้ ่า น้าสม้ 2 ลติ ร มีปรมิ าตรน้อยกวา่ นา้ ฝรั่ง 3 ลติ ร หรอื กลา่ วไดว้ ่า 2 น้อยกว่า 3 ดงั นี้

5 5 55

น้าสม้ 2 ลิตร มีปริมาตรน้อยกวา่ น้าฝร่ัง 3 ลิตร

55

นน่ั คือ 2 น้อยกว่า 3

55

ครอู ธบิ ายวา่ การนาเศษส่วนมาเปรียบเทียบกัน เศษส่วนนัน้ ตอ้ งมาจากส่ิงเดยี วกัน ในที่น้คี ือน้าส้มกับ

น้าฝรั่งในโหลแก้วท่ีมีรูปร่างและขนาด 1 ลิตรเท่ากัน และแบ่งเป็น 5 ส่วน เท่า ๆ กัน จึงสามารถนามา

เปรียบเทียบกันได้ครูถามนักเรียนว่า 2 กับ 3 เศษส่วนใดมากกว่า ( 3) จากนั้นครูเขียนน้าส้มน้อยกว่าน้า
55 5
สบั ปะรดบนกระดาน แล้วถามนักเรียนว่า น้า ส้มมีปรมิ าตรเท่าไร ( 2 ลิตร) ครเู ขียนน้าสม้ 2 ลติ ร บนกระดาน
55
แล้วถามนักเรียนว่า น้าสับปะรดมีปริมาตรเท่าไร ( 4 ลิตร) ครูเขียนน้าสับปะรด 4 ลิตร บนกระดาน แล้วให้
55

นักเรียนเปรียบเทียบน้าส้ม 2 ลิตร กับ น้าสับปะรด 2 ลิตร จะได้ว่า น้าส้ม 2 ลิตร มีปริมาตรน้อยกว่าน้า
5 55
สับปะรด 2 ลิตร หรือกล่าวได้ว่า 2 น้อยกว่า 4 ครูให้นักเรียนเปรียบเทียบ 2 กับ 4 ว่าเศษส่วนใดมากกว่า
5 55 55
(4) ครูให้นักเรียนเปรียบเทียบปริมาตรของน้าฝร่ังกับน้าสับปะรดในทานองเดียวกัน จะได้วา่ น้าฝรั่ง 3 ลิตร มี
55
ปริมาตรน้อยกว่า น้าสับปะรด 4 ลิตร หรือกล่าวได้ว่า 3 น้อยกว่า 4 ครูใหน้ ักเรียนเปรียบเทียบ 3 กับ 2 ว่า
5 55 55
เศษสว่ นใดมากกว่า (4) จากน้ันครูใหน้ กั เรียนช่วยกนั ตอบคาถามในกรอบทา้ ย หนงั สือเรียนหน้า 199
5
2.ครูติดแถบกระดาษขนาดเทา่ กนั 2 แถบ บนและล่างแต่ละแถบแบง่ เปน็ 4 ส่วน เท่า ๆ กัน ระบายสี

แต่ละส่วน ตามหนังสือเรียนหน้า 200 แล้วถามนักเรียนว่าแถบกระดาษบนระบายสีแสดงเศษส่วนเท่าไร ( 2)

4

แถบกระดาษล่างระบายสี แสดงเศษส่วนเท่าไร (3) ครใู ห้นักเรยี นเปรยี บเทียบ 2 กบั 3 โดยพิจารณาจากการ

4 44

ระบายสีในแถบกระดาษ จะเห็นว่าการระบายสีของแถบกระดาษบนน้อยกว่า แถบกระดาษล่าง ดังน้ันจึง

สรุปวา่ 2 น้อยกว่า 3 เขียนแทนด้วย 2 < 3 หรือ 3 มากกวา่ 2 เขียนแทนด้วย 3 > 2
44 44 4 4 44

ครูยกตัวอย่างเพิ่มเตมิ เก่ียวกับการเปรียบเทยี บเศษส่วน โดยการระบายสีในรูปภาพ โดยวาดภาพแล้ว
ระบายสีให้นักเรียนเปรียบเทียบเศษส่วนท่ีแสดงส่วนที่ระบายสีน้ัน 2 - 3 ตัวอย่าง จากน้ันครูให้นักเรียน
ชว่ ยกันเปรียบเทยี บเศษส่วน โดยเติมเครอ่ื งหมาย > หรือ < ในกรอบท้ายหนงั สือเรียนหน้า 200 โดยพิจารณา
ทีละข้อจากเศษส่วนที่เป็นส่วนท่ีระบายสีของรูปต่าง ๆ แลว้ นามาเปรียบเทียบกันครูอาจใชค้ าถามว่าเศษส่วน
ของส่วนที่ระบายสีนั้นเป็นเท่าไรก่อนแล้วจึงนาเศษส่วนท้ังสองน้ันมาเปรียบเทียบกัน ครูให้นักเรียนสังเกตว่า
การนาเศษส่วนมาเปรียบเทียบกัน ในแต่ละข้อน้ันตัวส่วนต้องเท่ากันและเม่ือนาเศษส่วนท่ีตัวส่วน เท่ากันมา
เปรยี บเทียบกันให้สังเกตที่ตัวเศษถ้าตัวเศษของเศษส่วนใดมากกว่าเศษส่วนน้ันจะมากกว่า หรือ ถา้ ตัวเศษของ
เศษสว่ นใดน้อยกว่าเศษส่วนนัน้ จะน้อยกวา่

3.ครูยกตัวอย่างการเปรียบเทียบเศษส่วน โดยใช้ข้อสรุปว่าการเปรียบเทียบเศษส่วนที่ตัวส่วนเท่ากัน
ใหส้ ังเกตที่ตวั เศษ ถ้าตัวเศษของเศษส่วนใดมากกวา่ เศษส่วนน้ันจะมากกวา่ เชน่ เปรียบเทยี บ 8 กับ 4 จะ

10 10

สังเกตได้ว่า เศษส่วนทั้งสองจานวนมีตัวส่วนเท่ากันคือ 10 พิจารณาที่ตัวเศษ จะได้ 8 > 4 ดังน้ัน 8 > 4

10 10

หรือ 4 < 8

10 10

ถ้ามีนักเรียนท่ียังไม่สามารถเปรียบเทียบเศษส่วนได้ครูอาจนาแถบกระดาษที่ระบายสีแสดงเศษส่วน

8 กับ 4 แล้วให้นักเรียนเปรียบเทียบส่วนที่ระบายสี แล้วจึงนาเศษส่วนมาเปรียบเทียบกัน จากน้ันครูให้

10 10

นักเรียนช่วยกันเปรียบเทียบเศษส่วนโดยเติมเครื่องหมาย > หรือ < ตามหนังสือเรียนหน้า 201 แล้วให้

พจิ ารณาเติมตัวเลข แสดงจานวนในช่องวา่ งในกรอบทา้ ยหนังสือเรยี นหน้า 201 เพ่ือให้การเปรียบเทยี บถูกตอ้ ง

นกั เรยี นอาจเติมตวั เลขแสดงจานวนไดห้ ลายจานวน ครูอาจถามว่าได้จานวนใดบ้าง เพราะเหตุใด เช่น ในข้อ 1

นักเรียนอาจเติมตัวเศษเป็น 1 ในช่องว่าง ได้จานวนเดียว แต่ในข้อ 2 นักเรียนอาจเติม ตัวเศษเป็น 1 2 3 4

หรือ 5 ในช่องว่างก็ได้เพราะตัวเศษ 1 2 3 4 หรือ 5 ทุกจานวนน้อยกว่าตัวเศษ 6 จากน้ัน ให้นักเรียนทา

แบบฝกึ หัด 6.2.1 หนา้ 143 – 144 และทาใบงานเพม่ิ เตมิ

ส่อื การเรยี นรู้

1.หนังสอื เรียนคณิตศาสตร์ ป.3

2.ใบงานท่ี 4 เรอื่ ง การเปรียบเทยี บและเรยี งลาดับเศษส่วนท่ีตวั สว่ นเท่ากนั

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

จุดประสงคก์ าร วิธีวดั เคร่ืองมอื วดั เกณฑก์ ารประเมิน

เรยี นรู้

1.ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน 50% ขึน้ ไป ถือว่าผ่านเกณฑ์

การประเมนิ

2.ด้านทักษะ สงั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียนได้คะแนนระดับ

กระบวนการ (P) ทักษะกระบวนการ ด้านทักษะ คณุ ภาพดีขึน้ ไป

กระบวนการ

3.ดา้ นคณุ ลกั ษณะที่ สังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั

พึงประสงค์ (A) คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ ดา้ นคุณลกั ษณะ คุณภาพดีขนึ้ ไป

ทีพ่ ึงประสงค์

เกณฑ์การประเมนิ แบบฝึกหัด/ใบงาน

ประเด็นการประเมิน ระดบั คุณภาพ
1.ความถกู ต้องของเนื้อหา
2. รปู แบบ 4 3 21

3. ความเป็นระเบียบ เนือ้ หาสาระของ เนือ้ หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ

ผลงานถกู ต้อง ผลงานถกู ต้องเปน็ ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกต้อง

ครบถว้ น ส่วนใหญ่ บางประเด็น เปน็ สว่ นใหญ่

การนาเสนอ การนาเสนอถูกต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่

นา่ สนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางส่วน เป็นไปตามเกณฑ์

เหมาะสมกับ

สถานการณ์

ผลงานมีความ ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ

เปน็ ระเบียบ ขอ้ บกพร่อง ข้อบกพร่อง เปน็ ระเบยี บ

เลก็ นอ้ ย บางส่วน

เกณฑป์ ระเมนิ คุณภาพ

10 - 12 คะแนน หมายถึง ดีมาก ระดบั 4 4 - 6 คะแนน หมายถึง พอใช้ ระดับ 2

7 - 9 คะแนน หมายถงึ ดี ระดับ 3 1-3 คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง ระดบั 1

เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นทักษะและกระบวนการทางาน

ทักษะและกระบวนการ: การให้เหตุผล

คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการให้เหตุผลที่ปรากฏใหเ้ หน็
4 : ดีมาก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจอยา่ งมีเหตุผล
3 : ดี มกี ารอ้างอิงทถี่ ูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคดิ ประกอบการตดั สินใจ
2 : พอใช้ เสนอแนวคิดไม่สมเหตุสมผลในการประกอบการตดั สนิ ใจ
1 : ควรปรับปรงุ แก้ไข มคี วามพยายามเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสินใจ

ทักษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา

คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการแกป้ ญั หาท่ปี รากฏให้เห็น

4 : ดมี าก ใช้กระบวนการแก้ปัญหาได้สาเร็จ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ อธบิ ายถึงเหตผุ ล
หลกั การและขั้นตอนในการแก้ปัญหาได้เข้าใจชดั เจนนามาซงึ่ คาตอบที่ถูกต้อง

3 : ดี ใช้กระบวนการแก้ปัญหาได้สาเรจ็ แตน่ ่าจะอธบิ ายถึงเหตุผล
หลักการและข้นั ตอนในการแก้ปญั หาได้ดีกวา่ น้ี

2 : พอใช้ มกี ระบวนการแกป้ ัญหา สาเรจ็ เพียงบางสว่ น อธิบายถงึ เหตผุ ล
หลักการและขน้ั ตอนในการแก้ปัญหาได้บางส่วน

มรี อ่ งรอยการแก้ปญั หาบางสว่ น เรม่ิ คิดใช้เหตผุ ล หลกั การและขน้ั ตอน
1 : ควรปรบั ปรุงแกไ้ ข ในการแก้ปัญหา แลว้ หยุด อธบิ ายต่อไม่ได้ แก้ปัญหาไมส่ าเรจ็

ทกั ษะ และกระบวนการ: การเช่ือมโยง สรุปองค์ความรู้

คะแนน:ระดบั ความสามารถในการเชอ่ื มโยงท่ีปรากฏให้เห็น

คุณภาพ

นาความรู้ หลกั การ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ในการเช่อื มโยงกับสาระคณติ ศาสตร์

4 : ดมี าก หรือกิจกรรมทีต่ ้องใช้องคค์ วามรทู้ ่ีเรียนได้ถกู ต้องทุกกิจกรรมเพ่ือช่วยในการแกป้ ัญหา

หรอื ประยุกตใ์ ช้ได้อย่างสอดคล้องและเหมาะสม

นาความรู้ หลกั การ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ในการเช่อื มโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์

3 : ดี หรือกจิ กรรมท่ตี ้องใชอ้ งค์ความรูท้ ี่เรียนได้เป็นส่วนใหญ่

เพื่อช่วยในการแกป้ ัญหาหรือประยกุ ตใ์ ช้ได้บางสว่ น

2 : พอใช้ นาความรู้ หลกั การ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยงกบั สาระคณิตศาสตร์หรอื
กจิ กรรมที่ตอ้ งใช้องคค์ วามรทู้ ่ีเรยี นไดบ้ างสว่ น

1 : ควรปรับปรงุ นาความรู้ หลักการ และวิธีการทางคณิตศาสตร์ในการเชอ่ื มโยงยังไมเ่ หมาะสม สรุป

แกไ้ ข องค์ความรทู้ ่ีได้

เกณฑ์การให้คะแนนดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ : นักเรยี นใฝเ่ รียนรู้

คะแนน : ระดบั คุณลักษณะที่ปรากฏให้เห็น
คุณภาพ

3 : ดมี าก - มคี วามสนใจ / ความตงั้ ใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้

2 : ดี - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจเป็นบางครง้ั

1 : พอใช้ - มีความสนใจ / ความตงั้ ใจในระยะเวลาส้นั ๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ : นกั เรยี นมคี วามมงุ่ มน่ั ในการทางาน

คะแนน : ระดับ คณุ ลักษณะท่ีปรากฏใหเ้ ห็น
คุณภาพ

3 : ดมี าก - สง่ งานกอ่ นหรอื ตรงกาหนดเวลานดั หมาย
- รบั ผิดชอบในงานทไี่ ดร้ ับมอบหมายและปฏิบัตติ นเองจนเปน็ นสิ ยั

2 : ดี - ส่งงานชา้ กว่ากาหนด แตไ่ ด้มีการติดต่อชแ้ี จงผูส้ อน มเี หตุผลทร่ี ับฟังได้
- รับผดิ ชอบในงานทไี่ ด้รบั มอบหมายและปฏบิ ตั ติ นเองจนเปน็ นสิ ัย

1 : พอใช้ - สง่ งานชา้ กว่ากาหนด
- ปฏบิ ัตงิ านโดยต้องอาศยั การชีแ้ นะ แนะนา ตักเตือนหรือใหก้ าลังใจ

บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

1. ผลการเรยี นรู้ท่ีเกดิ ข้ึนกับผเู้ รยี น

1.1 ผเู้ รยี นผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ

1.2 ผู้เรยี นไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน คน

ไดแ้ ก่

1.3 ผ้เู รยี นได้รบั ความรู้ :

1.4 ผู้เรียนเกิดทกั ษะกระบวนการ :

1.5 ผู้เรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม :

2. ปัญหา / อุปสรรค

3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข

ลงชอื่ ผ้สู อน

คิดเห็นของรองผู้อานวยการสถานศึกษา

คดิ เหน็ ของผู้อานวยการสถานศึกษา ลงชอื่
(นางสาวอทุ ัยวรรณ ทบั ทมิ ทองสุข)

รองผอู้ านวยการโรงเรียน

ลงช่ือ
(นายสทิ ธชิ ยั ทองคง)
ผู้อานวยการโรงเรยี น

ใบงานท่ี 4
เร่ือง การเปรยี บเทียบที่ตวั ส่วนเทา่ กัน
เติมเครื่องหมาย > หรอื <










>
>>



>>



>





แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 5 ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3
เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ รหสั วชิ า ค 13101
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 เรอ่ื ง เศษส่วน
เร่ือง การเปรียบเทียบและเรยี งลาดบั เศษส่วนท่ีตวั สว่ นเท่ากัน(2)

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวน ผลที่
เกดิ ขนึ้ จากการดาเนินการ สมบัตขิ องการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวชีว้ ดั : ค 1.1 ป.3/4 เปรียบเทียบเศษส่วนท่ีตวั เศษเทา่ กันโดยท่ีตวั เศษนอ้ ยกวา่ หรอื เท่ากบั ตัวส่วน
จุดประสงค์การเรยี นรู้สตู่ ัวชี้วัด
1.บอกวิธีเปรยี บเทยี บและเรยี งลาดับเศษสว่ นท่ตี ัวสว่ นเทา่ กัน โดยทตี่ วั เศษนอ้ ยกวา่ หรอื เท่ากับตัวส่วน (K)
2.เปรยี บเทยี บและเรยี งลาดับเศษส่วนทต่ี วั สว่ นเทา่ กัน โดยทตี่ ัวเศษน้อยกว่าหรือเทา่ กบั ตวั สว่ น (P)
3.นกั เรยี นมคี วามมงุ่ ในการทางานและสามารถนาความรู้ที่ไดไ้ ปตอ่ ยอดในการเรยี นเรื่องต่อไป (A)
สาระสาคญั

การเปรยี บเทียบเศษสว่ นที่ตวั ส่วนเทา่ กัน ให้ดทู ตี่ ัวเศษ ถ้าตัวเศษของเศษส่วนใดมากกวา่ เศษส่วนนนั้
จะมากกวา่

การเรยี งลาดบั เศษสว่ นทต่ี ัวส่วนเทา่ กนั ให้พจิ ารณาตวั เศษ ถา้ เรียงลาดบั เศษส่วนจากมากไปน้อยให้
เขยี นเศษส่วนเรียงลาดับจาก
สาระการเรียนรู้

1.ความรู้
การเปรยี บเทยี บและเรียงลาดับเศษส่วนทต่ี ัวส่วนเทา่ กนั

2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
1.การสอื่ สารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์
2.การเช่อื มโยง
3.การให้เหตุผล

3.คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1.มีวินัย
2.ใฝ่เรยี นรู้
3.มุ่งมนั่ ในการทางาน

ชิน้ งานหรอื ภาระงาน
ใบงานที่ 5 เร่อื ง การเปรยี บเทียบและเรยี งลาดับเศษสว่ นที่ตวั สว่ นเทา่ กนั

กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้
1.ครูกล่าวทักทายนักเรียนจากน้ันแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทากิจกรรม

เรียงลาดับเศษส่วนท่ีตัวส่วนเท่ากัน โดยแจกอุปกรณ์กลุ่มละ 1 ชุด ซึ่งประกอบด้วย กระดาษ A4 จานวน 2
แผ่น และแถบกระดาษขนาดเท่ากัน 6 แถบ แต่ละแถบ แบ่งเป็น 6 ส่วน เท่า ๆ กันพร้อมระบายสีดังรูปตาม
หนังสือเรียนหน้า 202 แล้วให้นักเรียนช่วยกันเรียงลาดับแถบกระดาษตามส่วนที่ระบายสีจากน้อยไปมาก
พร้อมทั้งเขียนเศษส่วนแสดงส่วนท่ีระบายสีจากน้อยไปมาก ในกระดาษ A4 เม่ือทากิจกรรมเสร็จแล้ว ครูและ
นักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง และครูใช้คาถามเพ่ือร่วมกันสรุปเก่ียวกับเรียงลาดับเศษส่วนท่ีตัวส่วน
เท่ากนั ดงั นี้

− นักเรียนมีวิธีคิดในการเรียงลาดับเศษสว่ นที่ตวั ส่วนเทา่ กันจากนอ้ ยไปมากได้อย่างไร (เรียงจากแถบ
กระดาษตามส่วนท่ี ระบายสีจากน้อยไปมากแล้วเขียนเศษส่วน แสดงส่วนท่ีระบายสีน้ันก็จะได้เศษส่วนที่เรียง
จากนอ้ ยไปมากด้วย)

− นักเรียนได้ข้อสังเกตจากการเรียงลาดับเศษส่วนจากแถบกระดาษอย่างไร นักเรียนอาจตอบคาถาม
ไม่ได้ครูอธิบายเพิม่ เติมว่า เมื่อเขยี นเศษสว่ นทเ่ี รยี งลาดับจากน้อยไปมาก ตามสว่ นที่ระบายสีจะได้ดังนี้ 1 2 3

66 6

4 5 6 จะสังเกตได้ว่า เศษส่วนทุกจานวนมีตัวส่วนเท่ากัน คือ 6 และมีตัวเศษเขียนเรียงกัน 1 2 3 4 5 6

666

จากน้อยไปมาก จากนั้นครูให้นักเรียน แต่ละกลุ่มช่วยกันเขียนเศษส่วนโดยเรียงลาดับเศษส่วนจากมากไปน้อย
ในกระดาษ A4 ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องและร่วมกันสรุปว่าการเรียงลาดับเศษส่วนท่ีตัว
ส่วน เท่ากันจากน้อยไปมากให้เขียนเศษส่วนเรียงลาดับจากเศษส่วนที่ตัวเศษน้อยไปมาก ถ้าเรียงลาดับ
เศษสว่ นจากมากไปน้อย ให้เขียนเศษส่วนเรยี งลาดับจากเศษส่วนที่ตัวเศษมากไปนอ้ ย

2.ครูยกตัวอยา่ งเศษส่วนตาม หนังสอื เรยี นหน้า 203 เชน่ 3 6 1 และ 5 แล้วใหน้ ักเรียนเรียงลาดับ

77 7 7

เศษส่วนจากมากไปน้อยและจากน้อยไปมาก จะได้ดังน้ีเรียงลาดับเศษส่วน จากมากไปน้อยได้ 6 5 3 1

7 77 7

เรียงลาดับเศษส่วนจากน้อยไปมากได้ 1 3 5 6 ครูอาจให้นักเรียนช่วยกันสรุปการเรียงลาดับเศษส่วนที่ตัว

7 77 7

ส่วนเท่ากันว่าทาอย่างไร นักเรียนอาจตอบว่าการเรียงลาดับเศษส่วนท่ีตัวส่วนเท่ากัน ถ้าเรียงลาดับเศษส่วน
จากน้อยไปมากให้เขียนเศษสว่ นเรยี งลาดับจากเศษส่วนท่ีตัวเศษน้อยไปมาก ถ้าเรียงลาดับเศษส่วนจากมากไป
น้อย ให้เขียนเศษส่วนเรียงลาดับจากเศษส่วนท่ีตัวเศษมากไปน้อย จากน้ันครูให้นักเรียนช่วยกันเรียงลาดับ
เศษส่วนท่ีตัวส่วนเท่ากันจากมากไปน้อยและจากน้อยไปมากในกรอบท้ายหนังสือเรียนหน้า 203 ครูและ
นักเรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง

3.ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียนเป็นรายบคุ ล โดยใหน้ ักเรียนแตล่ ะคน เติมเครือ่ งหมาย > หรอื <
หรอื ตัวเลข แสดงจานวนในข้อท่ี 1 ซึง่ ในการเติมตัวเลข แสดงจานวนในข้อ 3) และ 4) อาจเติมได้หลายจานวน
ให้นักเรียนเลือกตอบเพียงจานวนเดียว และให้นักเรียนเรียงลาดับเศษส่วนท่ีกาหนดให้ในข้อที่ 2 และ 3 ตาม
หนังสือเรียนหน้า 204 ครแู ละนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้องและร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ จากน้ันให้
นักเรยี นทาแบบฝกึ หดั 6.2.2 หน้า 145 – 147 และทาใบงานเพมิ่ เติม

ส่ือการเรยี นรู้

1.หนงั สือเรยี นคณติ ศาสตร์ ป.3

2.ใบงานท่ี 5 เร่อื ง การเปรยี บเทียบและเรยี งลาดับเศษส่วนทต่ี ัวส่วนเทา่ กนั

การวดั และประเมินผลการเรียนรู้

จุดประสงค์การ วิธวี ัด เครอื่ งมือวัด เกณฑก์ ารประเมนิ

เรยี นรู้

1.ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน 50% ข้ึนไป ถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์

การประเมนิ

2.ด้านทักษะ สงั เกตพฤตกิ รรมด้าน แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนได้คะแนนระดบั

กระบวนการ (P) ทักษะกระบวนการ ด้านทกั ษะ คุณภาพดีขน้ึ ไป

กระบวนการ

3.ดา้ นคุณลักษณะท่ี สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรียนได้คะแนนระดับ

พึงประสงค์ (A) คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ ดา้ นคุณลกั ษณะ คณุ ภาพดีข้นึ ไป

ท่พี ึงประสงค์

เกณฑ์การประเมนิ แบบฝกึ หัด/ใบงาน

ประเด็นการประเมนิ ระดบั คุณภาพ
1.ความถกู ต้องของเนอ้ื หา
2. รปู แบบ 4 3 21

3. ความเป็นระเบยี บ เนื้อหาสาระของ เนื้อหาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เนือ้ หาสาระของ

ผลงานถูกต้อง ผลงานถูกต้องเป็น ผลงานถกู ต้อง ผลงานไม่ถูกต้อง

ครบถ้วน ส่วนใหญ่ บางประเดน็ เป็นส่วนใหญ่

การนาเสนอ การนาเสนอถูกต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่

นา่ สนใจและ เป็นสว่ นใหญ่ ถกู ต้องบางสว่ น เป็นไปตามเกณฑ์

เหมาะสมกับ

สถานการณ์

ผลงานมคี วาม ผลงานส่วนใหญ่มี ผลงานมี ผลงานไมม่ ีความ

เปน็ ระเบียบ ขอ้ บกพร่อง ขอ้ บกพร่อง เป็นระเบียบ

เล็กน้อย บางสว่ น

เกณฑป์ ระเมินคุณภาพ

10 - 12 คะแนน หมายถึง ดีมาก ระดับ 4 4 - 6 คะแนน หมายถงึ พอใช้ ระดบั 2

7 - 9 คะแนน หมายถงึ ดี ระดับ 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ระดบั 1

เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางาน
ทักษะและกระบวนการ: การให้เหตุผล

คะแนน:ระดบั คุณภาพ ความสามารถในการให้เหตผุ ลท่ปี รากฏใหเ้ ห็น

4 : ดมี าก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจอยา่ งมเี หตุผล

3 : ดี มีการอ้างอิงทถี่ ูกต้องบางสว่ น และเสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจ

2 : พอใช้ เสนอแนวคิดไมส่ มเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสนิ ใจ

1 : ควรปรบั ปรุงแกไ้ ข มคี วามพยายามเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสนิ ใจ

ทักษะและกระบวนการ : การแก้ปัญหา

คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการแก้ปญั หาทปี่ รากฏให้เห็น

4 : ดมี าก ใช้กระบวนการแกป้ ญั หาไดส้ าเร็จ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ อธิบายถึงเหตุผล
หลักการและขั้นตอนในการแก้ปัญหาได้เขา้ ใจชดั เจนนามาซงึ่ คาตอบท่ีถูกต้อง

3 : ดี ใช้กระบวนการแกป้ ัญหาได้สาเร็จ แตน่ า่ จะอธิบายถึงเหตุผล
หลักการและข้ันตอนในการแก้ปญั หาได้ดกี วา่ น้ี

2 : พอใช้ มกี ระบวนการแกป้ ัญหา สาเรจ็ เพียงบางสว่ น อธบิ ายถึงเหตผุ ล
หลกั การและขน้ั ตอนในการแก้ปัญหาได้บางส่วน

1 : ควรปรับปรุงแก้ไข มรี อ่ งรอยการแกป้ ัญหาบางสว่ น เรมิ่ คดิ ใชเ้ หตุผล หลักการและขนั้ ตอน
ในการแกป้ ญั หา แลว้ หยุด อธิบายต่อไม่ได้ แก้ปัญหาไม่สาเร็จ

ทักษะ และกระบวนการ: การเช่ือมโยง สรุปองค์ความรู้

คะแนน:ระดบั ความสามารถในการเชือ่ มโยงท่ีปรากฏให้เห็น

คุณภาพ

นาความรู้ หลักการ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชื่อมโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์

4 : ดีมาก หรือกิจกรรมที่ต้องใชอ้ งคค์ วามรูท้ ี่เรียนได้ถูกต้องทุกกจิ กรรมเพ่ือชว่ ยในการแกป้ ัญหา

หรอื ประยุกตใ์ ช้ได้อย่างสอดคลอ้ งและเหมาะสม

นาความรู้ หลักการ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตร์ในการเชื่อมโยงกับสาระคณติ ศาสตร์

3 : ดี หรือกิจกรรมที่ต้องใช้องค์ความร้ทู ่ีเรียนไดเ้ ป็นส่วนใหญ่

เพือ่ ชว่ ยในการแก้ปัญหาหรอื ประยกุ ต์ใช้ไดบ้ างสว่ น

2 : พอใช้ นาความรู้ หลักการ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ไปเชือ่ มโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์หรือ
กิจกรรมที่ต้องใชอ้ งค์ความรู้ที่เรยี นได้บางส่วน

1 : ควรปรับปรุง นาความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตร์ในการเช่ือมโยงยงั ไม่เหมาะสม สรปุ

แกไ้ ข องค์ความรู้ที่ได้

เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนใฝเ่ รียนรู้

คะแนน : ระดบั คณุ ลักษณะทป่ี รากฏใหเ้ หน็

คณุ ภาพ

3 : ดีมาก - มคี วามสนใจ / ความตง้ั ใจตลอดระยะเวลาการเรียนรู้

2 : ดี - มคี วามสนใจ / ความตง้ั ใจเปน็ บางครั้ง

1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจในระยะเวลาส้ันๆ ชอบเล่นในเวลาเรยี น

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ : นกั เรียนมีความมุง่ ม่นั ในการทางาน

คะแนน : ระดับ คณุ ลักษณะทีป่ รากฏใหเ้ หน็

คณุ ภาพ

3 : ดีมาก - ส่งงานก่อนหรือตรงกาหนดเวลานดั หมาย
- รับผิดชอบในงานท่ีได้รบั มอบหมายและปฏบิ ัตติ นเองจนเป็นนิสัย

2 : ดี - ส่งงานช้ากว่ากาหนด แต่ได้มกี ารตดิ ต่อช้แี จงผูส้ อน มเี หตผุ ลท่ีรับฟงั ได้
- รบั ผิดชอบในงานทไี่ ดร้ บั มอบหมายและปฏิบัติตนเองจนเป็นนสิ ยั

1 : พอใช้ - สง่ งานชา้ กวา่ กาหนด
- ปฏิบัติงานโดยต้องอาศัยการชแ้ี นะ แนะนา ตักเตือนหรือใหก้ าลังใจ

บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

1. ผลการเรยี นรู้ท่ีเกดิ ข้ึนกับผเู้ รยี น

1.1 ผเู้ รยี นผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ

1.2 ผู้เรยี นไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน คน

ไดแ้ ก่

1.3 ผ้เู รยี นได้รบั ความรู้ :

1.4 ผู้เรียนเกิดทกั ษะกระบวนการ :

1.5 ผู้เรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม :

2. ปัญหา / อุปสรรค

3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข

ลงชอื่ ผ้สู อน

คิดเห็นของรองผู้อานวยการสถานศึกษา

คดิ เหน็ ของผู้อานวยการสถานศึกษา ลงชอื่
(นางสาวอทุ ัยวรรณ ทบั ทมิ ทองสุข)

รองผอู้ านวยการโรงเรียน

ลงช่ือ
(นายสทิ ธชิ ยั ทองคง)
ผู้อานวยการโรงเรยี น

ใบงานที่ 5
เรื่อง เรียงลาดบั เศษสว่ นทต่ี ัวสว่ นเท่ากนั
เตมิ คาตอบลงในช่องว่าง
1.เรียงลาดับจากน้อยไปมาก ตอบ



2.เรียงลาดบั จากน้อยไปมาก ตอบ



3.เรยี งลาดับจากนอ้ ยไปมาก ตอบ



4.เรยี งลาดบั จากมากไปน้อย ตอบ



5. เรยี งลาดบั จากมากไปนอ้ ย ตอบ



6. เรียงลาดบั จากมากไปนอ้ ย ตอบ


7. เรยี งลาดับจากมากไปนอ้ ย ตอบ



แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6 ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3
เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ รหสั วชิ า ค 13101
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 เรื่อง เศษส่วน
เรอื่ ง การเปรียบเทยี บและเรียงลาดบั เศษส่วนที่ตัวเศษเท่ากัน(1)

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวน ผลท่ี
เกดิ ข้นึ จากการดาเนนิ การ สมบตั ขิ องการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวชว้ี ัด : ค 1.1 ป.3/4 เปรยี บเทียบเศษส่วนท่ตี ัวเศษเทา่ กัน โดยท่ีตวั เศษน้อยกวา่ หรือเทา่ กบั ตัวสว่ น
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ส่ตู ัวช้ีวัด
1.บอกวธิ ีเปรียบเทยี บและเรยี งลาดบั เศษสว่ นทีต่ วั สว่ นเทา่ กัน โดยทต่ี วั เศษนอ้ ยกว่าหรือเท่ากบั ตวั สว่ น (K)
2.เปรยี บเทยี บและเรยี งลาดับเศษส่วนที่ตัวสว่ นเทา่ กัน โดยทตี่ วั เศษน้อยกว่าหรอื เท่ากับตัวสว่ น (P)
3.นักเรียนมีความมุง่ ในการทางานและสามารถนาความรู้ท่ไี ด้ไปตอ่ ยอดในการเรียนเร่ืองต่อไป (A)
สาระสาคญั

การเปรียบเทียบเศษส่วนท่ีตัวเศษเท่ากัน ให้ดูที่ตัวส่วน ถ้าตัวส่วนของเศษส่วนใด มากกว่า เศษส่วน
นน้ั จะนอ้ ยกว่าการเรียงลาดบั เศษส่วนทีต่ ัวเศษเท่ากนั ให้พิจารณาตัวส่วนถ้าเรียงลาดับเศษสว่ นจากมากไปน้อย
ให้เขียนเศษส่วนเรียงลาดับจากเศษส่วนที่ตัวส่วนน้อยไปมากถ้าเรียงลาดับเศษส่วนจากน้อยไปมากให้เขียน
เศษส่วนเรยี งลาดบั จากเศษส่วนทต่ี วั ส่วนมากไปน้อย
สาระการเรียนรู้

1.ความรู้
การเปรียบเทียบและเรียงลาดับเศษสว่ นทตี่ วั ส่วนเทา่ กัน

2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
1.การสื่อสารและการส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
2.การเชอ่ื มโยง
3.การให้เหตุผล

3.คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1.มวี ินยั
2.ใฝเ่ รียนรู้
3.มงุ่ มน่ั ในการทางาน

ชิน้ งานหรือภาระงาน
ใบงานที่ 6 เรื่อง การเปรยี บเทียบและเรียงลาดบั เศษส่วนท่ีตัวเศษเทา่ กัน

กิจกรรมการจดั การเรียนรู้

1.ครูกล่าวทักทายนักเรียนติดบัตรภาพขวดโหลที่มีความจุ 1 ลิตร ใบที่ 1 ที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วน เท่า

ๆ กัน ระบายสี 1 ส่วน แทนน้าส้ม ครูถามนักเรียนว่าน้าส้มเป็นเศษส่วนเท่าไร ( 1 ลิตร) ครูติดบัตรภาพขวด

2

โหล ทมี่ ีความจุ 1 ลิตร ใบที่ 2 ท่ีแบ่งออกเปน็ 4 ส่วน เทา่ ๆ กนั ระบายสี 1 ส่วน แทนน้าฝรง่ั ครถู ามนักเรียน

ว่า น้าฝร่ังเป็นเศษส่วนเท่าไร ( 1 ลิตร) ครูติดบัตรภาพขวดโหลท่ีมีความจุ 1 ลิตร ใบที่ 3 ที่แบ่งออกเป็น 5

4

ส่วน เท่า ๆ กัน ระบายสี 1 ส่วน แทนน้าสับปะรด ครูถามนักเรียนว่าน้าสับปะรดเป็นเศษส่วนเท่าไร ( 1 ลิตร)

5

ครูให้นักเรียนสังเกตขวดโหลในบัตรภาพแต่ละบัตร ว่ามีรูปร่างและมีความจุ 1 ลิตร เท่ากัน และระบายสี 1

ส่วนเท่ากัน แล้วสังเกตปริมาตรของน้าแต่ละชนิดว่าเป็นอย่างไร (น้าส้มมากกว่าน้าฝรั่ง น้าส้มมากกว่าน้า

สบั ปะรด นา้ ฝรั่งมากกว่าน้าสับปะรด หรือ น้าฝรง่ั น้อยกว่าน้าส้ม น้าสบั ปะรดน้อยกว่าน้าส้ม น้าสับปะรดน้อย

กว่าน้าฝร่ัง) ครูเขียนคาตอบของนกั เรยี นบนกระดาน เชน่ นา้ ส้มมากกวา่ นา้ ฝรง่ั

2.ครูถามนักเรียนว่าน้าส้มมีปริมาตรเท่าไร ( 1 ลิตร) ครูเขียนน้าส้ม 1 ลิตร บนกระดาน แล้วถาม
22
นกั เรียนว่า น้าฝรงั่ มีปริมาตรเท่าไร ( 1 ลิตร) ครูเขียนน้าฝรง่ั 1 ลิตร บนกระดาน แล้วให้นักเรยี นเปรียบเทียบ
44
น้าส้ม 1 ลิตร กับ น้าฝร่ัง 1 ลิตร จะได้วา่ น้าส้ม 1 ลิตร มีปริมาตรมากกว่า น้า ฝร่ัง 1 ลิตร หรอื กล่าวได้ว่า
24 2 4
1 มากกว่า 1 ดงั นี้
24

3.ครูอธิบายว่าการนาเศษส่วนมาเปรียบเทียบกัน เศษส่วนนั้นต้องมาจากส่ิงเดียวกัน ในที่น้ีคือ น้าส้ม

กับน้าฝร่ังในขวดโหลท่ีมีรูปร่างและขนาด 1 ลิตรเท่ากัน แต่ละใบแบ่งเป็นส่วนเท่า ๆ กัน และมีน้าอยู่ 1 ส่วน

เท่ากัน จึงสามารถนามาเปรียบเทียบกันได้ครูถามนักเรียนว่า 1 กับ 1 เศษส่วนใด มากกว่า (1) จากน้ันครู
24 2
เขียนน้า ส้มมากกว่าน้าสับปะรด บนกระดาน แล้วถามนักเรียนว่า น้าส้มมีปริมาตรเท่าไร (1 ลิตร) ครูเขียน
2
น้าส้ม 1 ลิตร บนกระดาน แล้วถามนักเรียนว่า น้าสับปะรดมีปริมาตรเท่าไร (1 ลิตร) ครูเขียนน้าสับปะรด 1
2 55
ลติ ร บนกระดาน แล้วให้นักเรยี นเปรยี บเทยี บ น้าสม้ 1 ลิตร กบั น้าสับปะรด 1 ลติ ร จะได้วา่ น้าส้ม 1 ลิตร มี
2 52
ปริมาตร มากกว่า น้าสับปะรด 1 ลิตร หรือกล่าวได้ว่า 1 มากกว่า 1 ครูให้นักเรียนเปรียบเทียบ 1 กับ 1 ว่า
5 25 25
เศษส่วนใดน้อยกว่า (1) ครูให้นักเรียนเปรยี บเทียบปริมาตรของน้าฝรั่งกับนา้ สับปะรดในทานองเดียวกนั จะได้
5

ว่า น้าฝร่ัง 1 ลิตร มีปริมาตรมากกว่าน้าสับปะรด 1 ลิตร หรือกล่าวได้ว่า 1 มากกว่า 1 ครูให้นักเรียน
4 5 45
เปรียบเทียบ 1 กับ 1 ว่าเศษส่วนใดน้อยกว่า (1) จากนั้นครูให้นักเรียนช่วยกันตอบคาถาม ในกรอบท้าย
45 5
หนงั สอื เรยี นหนา้ 205 ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง

− น้าส้ม 1 ลิตร มปี ริมาตร มากกว่าหรือนอ้ ยกว่า น้าฝร่งั 1 ลิตร นักเรยี นรู้ได้อย่างไร

24

− นา้ สม้ 1 ลิตร มปี รมิ าตร มากกวา่ หรือน้อยกว่า นา้ สบั ปะรด 1 ลิตร นกั เรียนรไู้ ด้อยา่ งไร

25

− นา้ สบั ปะรด 1 ลติ ร มปี รมิ าตรมากกวา่ หรือนอ้ ยกว่า น้าฝรง่ั 1 ลติ ร นักเรยี นรู้ได้อยา่ งไร

54

− น้าสับปะรด 1 ลิตร มีปริมาตรมากกว่าหรือน้อยกว่า น้าฝร่ัง 1 ลิตร นักเรียนรู้ได้อย่างไร นักเรียน

54

ควรจะตอบได้ว่าปรมิ าตรของสิง่ ใดมากกวา่ หรือน้อยกว่าโดยพิจารณาจากปรมิ าตรของ นา้ ในรูปภาพ

จากน้ันครูเช่ือมโยงไปสู่เศษส่วน โดยใช้คาถาม เช่น 1 มากกว่าหรือน้อยกว่า 1 เพราะอะไรนักเรียน

54

ควรตอบได้ว่า 1 น้อยกวา่ 1 เพราะในการแบ่งสง่ิ ของต่าง ๆ ที่มาจาก สิ่งเดยี วกัน เช่นในท่ีนี้ขวดโหลแตล่ ะใบมี

54

ความจุ 1 ลติ ร เทา่ กัน การแบ่งเป็น 1 ส่วน ใน 5 ส่วน

จึงน้อยกว่าการแบ่งเป็น 1 ส่วน ใน 4 ส่วน ซึ่งนักเรียนอาจจะแสดงแนวคิดในการตอบคาถาม จาก

การแสดงปริมาตรของน้าผลไม้เพื่อเปรียบเทียบเศษส่วนที่แบ่งเป็น 1 ส่วน ใน 2 ส่วน แบ่งเป็น 1 ส่วน ใน 4

ส่วน และ แบ่งเป็น 1 สว่ น ใน 5 ส่วน ตามลาดับ ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย จนได้ข้อสรุปว่า ในการแบ่ง

สิ่งของต่าง ๆ ท่ีมาจากส่ิงเดียวกัน ถ้าแบ่งเป็นส่วนเท่า ๆ กัน หลายส่วน แต่ละส่วนจะมีค่าน้อยกว่าการ

แบ่งเป็นส่วนเท่า ๆ กัน ที่มีจานวนส่วนน้อยกว่า เช่น แบ่งขวดโหล ใบท่ี 1 เป็น 10 ส่วน เท่า ๆ กัน ใบที่ 2

แบง่ เป็น 5 สว่ น เท่า ๆ กัน จะไดว้ า่ แตล่ ะสว่ นของขวดโหล ใบท่ี 1 จะนอ้ ยกว่า แต่ละส่วนของขวดโหลใบที่ 2

4.ครูติดแถบกระดาษขนาดเท่ากนั 2 แถบ แถบบนและแถบล่าง แถบบนแบง่ กระดาษออกเป็น 3 สว่ น

เท่า ๆ กัน และระบายสี 2 ส่วน ครูถามนักเรียนว่า เศษส่วนท่ีแสดงส่วนที่ระบายสีเป็นเท่าไร (2) แถบล่างแบ่ง

3

กระดาษออกเป็น 5 ส่วน เท่า ๆ กัน และระบายสี 2 ส่วน ครูถามนักเรียนว่าเศษส่วน ท่ีแสดงส่วนท่ีระบายสี

เป็นเท่าไร (2) ตามหนังสือเรียนหน้า 206 ครใู ห้นักเรียนเปรียบเทียบ 2 กับ 2 โดยพิจารณาจากการระบายสี
5 35
ในแถบกระดาษจะเหน็ ว่าการระบายสีของแถบกระดาษ แถบบนมากกว่าแถบล่าง ดงั นั้น จงึ สรปุ วา่ 2 มากกว่า
3
2 เขียนแทนด้วย 2 > 2 หรือ 2 นอ้ ยกวา่ 2 เขียนแทนด้วย 2 < 2
5 35 5 3 53
5.ครูยกตัวอย่างเพ่ิมเติมเก่ียวกับการเปรียบเทียบเศษส่วน โดยการระบายสีในรูปภาพ โดยวาดภาพ

แล้วระบายสี ให้นักเรียนเปรียบเทียบเศษส่วนท่ีแสดงส่วนท่ีระบายสีอีก 2 - 3 ตัวอย่างจากนั้น ครูให้นักเรียน

ช่วยกันเปรยี บเทียบเศษส่วนโดยเตมิ เคร่ืองหมาย > หรอื < ในกรอบท้ายหนังสอื เรียนหน้า 206 โดยพจิ ารณาที

ละข้อจากเศษส่วนที่เป็นส่วนท่ีระบายสีของรูปต่าง ๆ แล้วนามาเปรียบเทียบกัน ครูอาจใช้คาถามว่าเศษส่วน

ของส่วนที่ระบายสีน้ันเป็นเท่าไรก่อนแล้วจึงนาเศษส่วนท้ังสองนั้นมาเปรียบเทียบกัน ครูให้นักเรียนสังเกตว่า

การนาเศษส่วนมาเปรียบเทียบกันในแต่ละข้อนั้น ตัวเศษเท่ากันและเม่ือนาเศษส่วนท่ีตัวเศษเท่ากันมา

เปรยี บเทียบกนั ให้สงั เกตท่ตี วั ส่วน ถ้าตัวส่วนของเศษส่วนใดมากกว่า เศษสว่ นนั้น จะนอ้ ยกว่า หรอื ถา้ ตวั สว่ น

ของเศษสว่ นใดน้อยกวา่ เศษสว่ นนั้นจะมากกวา่

6.ครูยกตัวอย่างการเปรียบเทียบเศษส่วนท่ีตัวเศษเท่ากันโดยใช้ข้อสรุปว่าการเปรียบเทียบเศษส่วนท่ี

ตัวเศษเท่ากันให้สังเกตท่ีตัวส่วนถ้าตัวส่วนของเศษส่วนใดมากกวา่ เศษส่วนน้ันจะน้อยกว่า เช่น เปรียบเทียบ 4

8

กับ 4 จะสังเกตได้ว่า เศษส่วนทั้งสองจานวนมตี ัวเศษเทา่ กันคอื 4 พิจารณาท่ตี ัวสว่ น จะได้ 8 > 5

5

ดังนน้ั 4 < 4 หรอื 4 > 4

8 5 58

7.ครูให้นักเรียนช่วยกันเปรียบเทียบเศษส่วนโดยเติมเครื่องหมาย > หรือ < ตามหนังสือเรียนหน้า

207 แล้วให้พิจารณาเตมิ ตวั เลขแสดงจานวนในชอ่ งว่างในกรอบท้ายหนังสือเรียนหนา้ 207 จากนนั้ ให้นักเรยี น

ทาแบบฝึกหัด 6.3.1 หน้า 148 – 149 และทาใบงานเพิม่ เติม

ส่อื การเรียนรู้

1.หนังสอื เรยี นคณติ ศาสตร์ ป.3

2.ใบงานที่ 6 เร่อื ง การเปรียบเทียบและเรยี งลาดับเศษสว่ นทต่ี ัวเศษเท่ากนั

การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

จดุ ประสงคก์ าร วิธีวัด เครอ่ื งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมนิ

เรยี นรู้

1.ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน 50% ขน้ึ ไป ถอื วา่ ผ่านเกณฑ์

การประเมิน

2.ดา้ นทักษะ สังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรียนได้คะแนนระดับ

กระบวนการ (P) ทักษะกระบวนการ ด้านทกั ษะ คุณภาพดีขึ้นไป

กระบวนการ

3.ดา้ นคุณลักษณะที่ สงั เกตพฤติกรรมด้าน แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดับ

พงึ ประสงค์ (A) คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ ดา้ นคณุ ลกั ษณะ คุณภาพดีขนึ้ ไป

ทีพ่ ึงประสงค์

เกณฑ์การประเมนิ แบบฝึกหัด/ใบงาน

ประเด็นการประเมิน ระดบั คุณภาพ
1.ความถกู ต้องของเนื้อหา
2. รปู แบบ 4 3 21

3. ความเป็นระเบียบ เนือ้ หาสาระของ เนือ้ หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ

ผลงานถกู ต้อง ผลงานถกู ต้องเปน็ ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกต้อง

ครบถว้ น ส่วนใหญ่ บางประเด็น เปน็ สว่ นใหญ่

การนาเสนอ การนาเสนอถูกต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่

นา่ สนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางส่วน เป็นไปตามเกณฑ์

เหมาะสมกับ

สถานการณ์

ผลงานมีความ ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ

เปน็ ระเบียบ ขอ้ บกพร่อง ข้อบกพร่อง เปน็ ระเบยี บ

เลก็ นอ้ ย บางส่วน

เกณฑป์ ระเมนิ คุณภาพ

10 - 12 คะแนน หมายถึง ดีมาก ระดบั 4 4 - 6 คะแนน หมายถึง พอใช้ ระดับ 2

7 - 9 คะแนน หมายถงึ ดี ระดับ 3 1-3 คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง ระดบั 1

เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นทักษะและกระบวนการทางาน

ทักษะและกระบวนการ: การให้เหตุผล

คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการให้เหตุผลที่ปรากฏใหเ้ หน็
4 : ดีมาก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจอยา่ งมีเหตุผล
3 : ดี มกี ารอ้างอิงทถี่ ูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคดิ ประกอบการตดั สินใจ
2 : พอใช้ เสนอแนวคิดไม่สมเหตุสมผลในการประกอบการตดั สนิ ใจ
1 : ควรปรับปรงุ แก้ไข มคี วามพยายามเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสินใจ

ทักษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา

คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการแก้ปญั หาท่ปี รากฏให้เห็น

4 : ดมี าก ใช้กระบวนการแกป้ ัญหาได้สาเร็จ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ อธบิ ายถึงเหตผุ ล
หลกั การและขั้นตอนในการแก้ปัญหาได้เขา้ ใจชัดเจนนามาซง่ึ คาตอบที่ถูกต้อง

3 : ดี ใช้กระบวนการแก้ปัญหาได้สาเรจ็ แต่น่าจะอธบิ ายถงึ เหตุผล
หลักการและข้นั ตอนในการแก้ปัญหาได้ดกี วา่ น้ี

2 : พอใช้ มกี ระบวนการแกป้ ัญหา สาเรจ็ เพยี งบางส่วน อธิบายถงึ เหตผุ ล
หลักการและขน้ั ตอนในการแก้ปัญหาได้บางส่วน

มรี อ่ งรอยการแก้ปญั หาบางสว่ น เรม่ิ คิดใช้เหตผุ ล หลักการและขน้ั ตอน
1 : ควรปรบั ปรุงแกไ้ ข ในการแก้ปัญหา แลว้ หยุด อธบิ ายต่อไม่ได้ แก้ปัญหาไมส่ าเรจ็

ทกั ษะ และกระบวนการ: การเช่ือมโยง สรุปองค์ความรู้

คะแนน:ระดบั ความสามารถในการเชือ่ มโยงท่ีปรากฏใหเ้ ห็น

คุณภาพ

นาความรู้ หลกั การ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ในการเชอ่ื มโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์

4 : ดมี าก หรือกิจกรรมทีต่ ้องใช้องคค์ วามรทู้ เี่ รยี นได้ถกู ต้องทุกกิจกรรมเพื่อช่วยในการแกป้ ัญหา

หรอื ประยุกตใ์ ช้ได้อย่างสอดคล้องและเหมาะสม

นาความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชื่อมโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์

3 : ดี หรือกจิ กรรมท่ตี ้องใชอ้ งค์ความรูท้ เี่ รียนได้เปน็ ส่วนใหญ่

เพื่อช่วยในการแกป้ ญั หาหรือประยกุ ต์ใช้ไดบ้ างส่วน

2 : พอใช้ นาความรู้ หลกั การ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยงกบั สาระคณิตศาสตร์หรอื
กจิ กรรมที่ตอ้ งใช้องค์ความรทู้ ่ีเรยี นได้บางสว่ น

1 : ควรปรับปรงุ นาความรู้ หลักการ และวิธีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชอื่ มโยงยงั ไมเ่ หมาะสม สรุป

แกไ้ ข องค์ความรทู้ ่ีได้

เกณฑ์การให้คะแนนดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ : นักเรยี นใฝเ่ รียนรู้

คะแนน : ระดบั คุณลักษณะที่ปรากฏให้เห็น
คุณภาพ

3 : ดมี าก - มคี วามสนใจ / ความตงั้ ใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้

2 : ดี - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจเป็นบางครง้ั

1 : พอใช้ - มีความสนใจ / ความตงั้ ใจในระยะเวลาส้นั ๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ : นกั เรยี นมคี วามมงุ่ มน่ั ในการทางาน

คะแนน : ระดับ คณุ ลักษณะท่ีปรากฏใหเ้ ห็น
คุณภาพ

3 : ดมี าก - สง่ งานกอ่ นหรอื ตรงกาหนดเวลานดั หมาย
- รบั ผิดชอบในงานทไี่ ดร้ ับมอบหมายและปฏิบัตติ นเองจนเปน็ นสิ ยั

2 : ดี - ส่งงานชา้ กว่ากาหนด แตไ่ ด้มีการติดต่อชแ้ี จงผูส้ อน มเี หตุผลทร่ี ับฟังได้
- รับผดิ ชอบในงานทไี่ ด้รบั มอบหมายและปฏบิ ตั ติ นเองจนเปน็ นสิ ัย

1 : พอใช้ - สง่ งานชา้ กว่ากาหนด
- ปฏบิ ัตงิ านโดยต้องอาศยั การชีแ้ นะ แนะนา ตักเตือนหรือใหก้ าลังใจ

บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

1. ผลการเรยี นรทู้ ่ีเกิดข้ึนกับผเู้ รยี น

1.1 ผ้เู รยี นผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ

1.2 ผ้เู รียนไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน คน

ไดแ้ ก่

1.3 ผเู้ รียนได้รบั ความรู้ :

1.4 ผู้เรียนเกิดทกั ษะกระบวนการ :

1.5 ผู้เรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม :

2. ปัญหา / อุปสรรค

3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข

ลงชอื่ ผ้สู อน

คิดเห็นของรองผู้อานวยการสถานศึกษา

คดิ เหน็ ของผู้อานวยการสถานศึกษา ลงชอื่
(นางสาวอทุ ัยวรรณ ทบั ทมิ ทองสุข)

รองผอู้ านวยการโรงเรียน

ลงช่ือ
(นายสทิ ธชิ ยั ทองคง)
ผู้อานวยการโรงเรยี น

ใบงานที่ 6
เรอื่ ง การเปรยี บเทยี บท่ีตวั เศษเทา่ กัน
เติมเคร่อื งหมาย > หรอื <










>
>>



>>



>




Click to View FlipBook Version