แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 7 ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3
เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ รหสั วชิ า ค 13101
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 เรอ่ื ง เศษสว่ น
เรอื่ ง การเปรียบเทยี บและเรียงลาดับเศษส่วนที่ตัวเศษเท่ากัน(2)
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน ผลที่
เกดิ ข้นึ จากการดาเนินการ สมบัตขิ องการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวชว้ี ัด : ค 1.1 ป.3/4 เปรียบเทียบเศษส่วนท่ตี ัวเศษเทา่ กันโดยทต่ี ัวเศษนอ้ ยกวา่ หรอื เท่ากบั ตวั ส่วน
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้สู่ตัวช้ีวดั
1.บอกวธิ ีเปรียบเทยี บและเรียงลาดับเศษสว่ นที่ตวั สว่ นเทา่ กัน โดยทีต่ ัวเศษนอ้ ยกว่าหรือเท่ากบั ตวั ส่วน (K)
2.เปรยี บเทยี บและเรยี งลาดับเศษสว่ นท่ตี ัวสว่ นเทา่ กนั โดยทตี่ วั เศษน้อยกว่าหรือเท่ากับตัวส่วน (P)
3.นักเรียนมีความมงุ่ ในการทางานและสามารถนาความรู้ที่ได้ไปตอ่ ยอดในการเรียนเร่ืองต่อไป (A)
สาระสาคญั
การเปรียบเทียบเศษส่วนท่ีตัวเศษเท่ากัน ให้ดูที่ตัวส่วน ถ้าตัวส่วนของเศษส่วนใด มากกว่า เศษส่วน
นน้ั จะนอ้ ยกว่าการเรียงลาดบั เศษสว่ นท่ีตัวเศษเท่ากนั ให้พิจารณาตัวส่วนถ้าเรียงลาดบั เศษส่วนจากมากไปน้อย
ให้เขียนเศษส่วนเรียงลาดับจากเศษส่วนที่ตัวส่วนน้อยไปมากถ้าเรียงลาดับเศษส่วนจากน้อยไปมากให้เขียน
เศษส่วนเรยี งลาดบั จากเศษส่วนทตี่ วั ส่วนมากไปน้อย
สาระการเรียนรู้
1.ความรู้
การเปรียบเทยี บและเรียงลาดับเศษส่วนท่ีตัวส่วนเท่ากัน
2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
1.การส่ือสารและการสื่อความหมายทางคณติ ศาสตร์
2.การเชอ่ื มโยง
3.การใหเ้ หตุผล
3.คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1.มีวินยั
2.ใฝเ่ รียนรู้
3.มงุ่ ม่นั ในการทางาน
ชิน้ งานหรือภาระงาน
ใบงานที่ 7 เร่อื ง การเปรยี บเทียบและเรียงลาดบั เศษสว่ นที่ตัวเศษเทา่ กนั
กิจกรรมการจดั การเรียนรู้
1.ครูกล่าวทักทายนักเรียนครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทากิจกรรมเรียงลาดับ
เศษส่วนที่ตัวเศษเท่ากันโดยแจกอุปกรณ์กลุ่มละ 1 ชุด ซงึ่ ประกอบด้วยกระดาษ A4 จานวน 2 แผ่น และแถบ
กระดาษขนาดเท่ากนั 5 แถบ
แถบท่ี 1 แบ่งเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน ระบายสที ั้ง 2 สว่ น
แถบท่ี 2 แบง่ เปน็ 3 สว่ น เทา่ ๆ กนั ระบายสี 2 สว่ น
แถบที่ 3 แบง่ เป็น 5 สว่ นเท่า ๆ กนั ระบายสี 2 สว่ น
แถบที่ 4 แบ่งเปน็ 9 ส่วนเทา่ ๆ กัน ระบายสี 2 ส่วน
แถบที่ 5 แบง่ เปน็ 10 สว่ น เท่า ๆ กัน ระบายสี 2 สว่ น
ดังรูปตามหนังสือเรียนหน้า 208 แล้วให้นักเรียนช่วยกันเรียงลาดับแถบกระดาษตามส่วนที่ระบายสี
จากน้อยไปมากพร้อมทั้งเขียนเศษส่วนแสดงส่วนท่ีระบายสี จากน้อยไปมากในกระดาษ A4 เมื่อทากิจกรรม
เสร็จแล้ว ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและครูใช้คาถามเพ่ือร่วมกันสรุปเก่ียวกับการเรียงลา
ดบั เศษสว่ นท่ตี วั เศษเท่ากนั ดงั นี้
− นักเรยี นมวี ธิ คี ิดในการเรยี งลาดบั เศษส่วนทต่ี วั เศษเทา่ กันจากน้อยไปมากได้อย่างไร (เรียงจากแถบ
กระดาษตามส่วนท่รี ะบายสจี ากน้อยไปมากแล้วเขยี นเศษส่วนแสดงสว่ นท่ีระบายสีนั้นกจ็ ะไดเ้ ศษส่วนทเี่ รียง
จากน้อยไปมากดว้ ย)
นกั เรยี นได้ขอ้ สังเกตจากการเรียงลาดับเศษส่วนจากแถบกระดาษอย่างไร นักเรยี นอาจตอบคาถาม
ไมไ่ ด้ครอู ธบิ าย เพิ่มเติมวา่ เมื่อเขียนเศษส่วนทเี่ รียงลาดับจากน้อยไปมากตามส่วนทร่ี ะบายสีจะได้ดงั น้ี 2 2
10 9
2 2 2 จะสังเกตได้วา่ เศษสว่ นทกุ จานวนมตี ัวเศษเทา่ กนั คือ 2 และมีตวั ส่วนเขียนเรยี งกัน 10 9 5 3 2 จาก
532
มากไปนอ้ ย
2.ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเขียนเศษส่วนโดยเรียงลาดับเศษส่วน จากมากไปน้อยในกระดาษ
A4 ครูและนกั เรียน ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง และร่วมกัน สรุปว่าการเรียงลาดับเศษส่วนที่ตัวเศษเท่ากัน
ให้ พิจารณาตัวส่วน ถ้าเรียงลาดับเศษส่วนจากมาก ไปน้อยให้เขียนเศษส่วนเรียงลาดับจากเศษส่วนที่ตัวส่วน
น้อยไปมาก ถ้าเรียงลาดับเศษส่วนจากน้อยไปมาก ให้เขียนเศษส่วนเรียงลาดับจากเศษส่วนท่ีตัวส่วนมากไป
นอ้ ย
3.ครยู กตวั อยา่ งเศษสว่ นตามหนงั สือเรยี นหน้า 209 เชน่ 3 3 3 และ 3 แล้วให้นักเรยี นเรยี งลา
754 8
ดบั เศษสว่ นจากมากไปนอ้ ยและจากน้อยไปมาก จะไดด้ งั นี้ เรยี งลาดับเศษส่วนจากมากไปน้อยได้ 3 3 3 3
4578
เรียงลาดบั เศษสว่ นจากน้อยไปมากได้ 3 3 3 3
8754
4.ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยให้นักเรียนแต่ละคน เติมเคร่ืองหมาย > หรือ
< หรือตัวเลขแสดงจานวนในข้อท่ี 1 ซ่ึงในการเติมตัวเลขแสดงจานวนในข้อ 2) 3) และ 4) อาจเติมได้หลาย
จานวนใหน้ ักเรียนเลือกตอบเพียงจานวนเดียวและให้นักเรียนเรียงลาดบั เศษส่วนท่ีกาหนดใหใ้ นขอ้ ท่ี 2 และ 3
ตามหนังสือเรียนหน้า 210 ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องและร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้
จากน้นั ใหน้ กั เรยี นทาแบบฝึกหัด 6.3.2 หน้า 150 – 151 และทาใบงานเพ่มิ เตมิ
สือ่ การเรียนรู้
1.หนังสือเรยี นคณติ ศาสตร์ ป.3
2.ใบงานที่ 7 เรอ่ื ง การเปรยี บเทียบและเรียงลาดับเศษสว่ นทีต่ วั สว่ นเท่ากนั
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
จดุ ประสงค์การ วธิ วี ัด เครอื่ งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมนิ
เรยี นรู้
1.ดา้ นความรู้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน 50% ขึน้ ไป ถือวา่ ผ่านเกณฑ์
การประเมนิ
2.ด้านทกั ษะ สังเกตพฤติกรรมด้าน แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดับ
กระบวนการ (P) ทกั ษะกระบวนการ ดา้ นทักษะ คุณภาพดีข้นึ ไป
กระบวนการ
3.ด้านคุณลกั ษณะท่ี สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนได้คะแนนระดับ
พงึ ประสงค์ (A) คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ ดา้ นคณุ ลักษณะ คณุ ภาพดีขน้ึ ไป
ทีพ่ ึงประสงค์
เกณฑก์ ารประเมินแบบฝึกหัด/ใบงาน
ประเด็นการประเมิน ระดับคุณภาพ
1.ความถูกต้องของเน้อื หา
2. รปู แบบ 4 3 21
3. ความเป็นระเบียบ เนอื้ หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของ
ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเป็น ผลงานถกู ต้อง ผลงานไม่ถูกต้อง
ครบถ้วน สว่ นใหญ่ บางประเดน็ เป็นสว่ นใหญ่
การนาเสนอ การนาเสนอถกู ต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่
นา่ สนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางส่วน เปน็ ไปตามเกณฑ์
เหมาะสมกบั
สถานการณ์
ผลงานมีความ ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ
เป็นระเบยี บ ข้อบกพร่อง ข้อบกพร่อง เปน็ ระเบยี บ
เล็กน้อย บางสว่ น
เกณฑ์ประเมินคุณภาพ
10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดบั 4 4 - 6 คะแนน หมายถึง พอใช้ ระดบั 2
7 - 9 คะแนน หมายถงึ ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง ระดบั 1
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางาน
ทกั ษะและกระบวนการ: การใหเ้ หตผุ ล
คะแนน:ระดบั คุณภาพ ความสามารถในการให้เหตุผลท่ีปรากฏให้เหน็
4 : ดีมาก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล
3 : ดี มกี ารอ้างอิงทถ่ี ูกต้องบางสว่ น และเสนอแนวคดิ ประกอบการตดั สินใจ
2 : พอใช้ เสนอแนวคดิ ไม่สมเหตุสมผลในการประกอบการตดั สินใจ
1 : ควรปรบั ปรุงแก้ไข มคี วามพยายามเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสนิ ใจ
ทกั ษะและกระบวนการ : การแกป้ ญั หา
คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาทป่ี รากฏให้เห็น
4 : ดีมาก ใช้กระบวนการแกป้ ัญหาได้สาเร็จ อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ อธบิ ายถึงเหตุผล
หลักการและขนั้ ตอนในการแกป้ ญั หาได้เขา้ ใจชัดเจนนามาซง่ึ คาตอบท่ีถูกต้อง
3 : ดี ใช้กระบวนการแก้ปญั หาไดส้ าเร็จ แต่น่าจะอธบิ ายถึงเหตุผล
หลักการและขัน้ ตอนในการแกป้ ัญหาได้ดีกวา่ น้ี
2 : พอใช้ มกี ระบวนการแกป้ ัญหา สาเรจ็ เพยี งบางสว่ น อธบิ ายถึงเหตผุ ล
หลกั การและขน้ั ตอนในการแก้ปญั หาได้บางส่วน
1 : ควรปรบั ปรงุ แก้ไข มีร่องรอยการแกป้ ญั หาบางสว่ น เริ่มคิดใช้เหตุผล หลกั การและขั้นตอน
ในการแกป้ ญั หา แลว้ หยุด อธิบายต่อไม่ได้ แกป้ ัญหาไมส่ าเรจ็
ทกั ษะ และกระบวนการ: การเชื่อมโยง สรปุ องค์ความรู้
คะแนน:ระดบั ความสามารถในการเช่ือมโยงที่ปรากฏใหเ้ ห็น
คณุ ภาพ
นาความรู้ หลกั การ และวิธีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชื่อมโยงกับสาระคณติ ศาสตร์
4 : ดีมาก หรอื กิจกรรมทต่ี ้องใชอ้ งคค์ วามรทู้ ี่เรยี นได้ถูกต้องทุกกิจกรรมเพ่ือชว่ ยในการแกป้ ญั หา
หรือประยุกต์ใชไ้ ด้อย่างสอดคล้องและเหมาะสม
นาความรู้ หลกั การ และวิธีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชื่อมโยงกับสาระคณติ ศาสตร์
3 : ดี หรอื กิจกรรมท่ตี ้องใช้องค์ความรูท้ ีเ่ รียนได้เปน็ ส่วนใหญ่
เพือ่ ชว่ ยในการแกป้ ัญหาหรือประยุกตใ์ ช้ได้บางสว่ น
2 : พอใช้ นาความรู้ หลักการ และวธิ ีการทางคณิตศาสตร์ไปเชอื่ มโยงกบั สาระคณิตศาสตรห์ รอื
กจิ กรรมท่ีต้องใช้องค์ความรทู้ ่ีเรยี นได้บางสว่ น
1 : ควรปรบั ปรงุ นาความรู้ หลกั การ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเชอ่ื มโยงยังไมเ่ หมาะสม สรุป
แกไ้ ข องค์ความรทู้ ี่ได้
เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนใฝ่เรียนรู้
คะแนน : ระดับ คุณลักษณะท่ีปรากฏใหเ้ ห็น
คุณภาพ
3 : ดีมาก - มคี วามสนใจ / ความตัง้ ใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้
2 : ดี - มคี วามสนใจ / ความต้ังใจเปน็ บางครั้ง
1 : พอใช้ - มีความสนใจ / ความตง้ั ใจในระยะเวลาสน้ั ๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ : นกั เรยี นมีความมุ่งมนั่ ในการทางาน
คะแนน : ระดบั คณุ ลักษณะท่ีปรากฏใหเ้ ห็น
คุณภาพ
3 : ดีมาก - สง่ งานกอ่ นหรอื ตรงกาหนดเวลานดั หมาย
- รับผิดชอบในงานท่ีได้รับมอบหมายและปฏบิ ตั ติ นเองจนเปน็ นิสัย
2 : ดี - ส่งงานชา้ กวา่ กาหนด แต่ได้มีการตดิ ต่อชี้แจงผ้สู อน มีเหตุผลทร่ี บั ฟงั ได้
- รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมายและปฏบิ ัตติ นเองจนเป็นนิสัย
1 : พอใช้ - ส่งงานชา้ กว่ากาหนด
- ปฏิบัติงานโดยต้องอาศัยการช้แี นะ แนะนา ตักเตือนหรือใหก้ าลังใจ
บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรทู้ ่ีเกิดข้ึนกับผเู้ รยี น
1.1 ผ้เู รยี นผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ
1.2 ผ้เู รียนไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน คน
ไดแ้ ก่
1.3 ผเู้ รียนได้รบั ความรู้ :
1.4 ผู้เรียนเกิดทกั ษะกระบวนการ :
1.5 ผู้เรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม :
2. ปัญหา / อุปสรรค
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
ลงชอื่ ผ้สู อน
คิดเห็นของรองผู้อานวยการสถานศึกษา
คดิ เหน็ ของผู้อานวยการสถานศึกษา ลงชอื่
(นางสาวอทุ ัยวรรณ ทบั ทมิ ทองสุข)
รองผอู้ านวยการโรงเรียน
ลงช่ือ
(นายสทิ ธชิ ยั ทองคง)
ผู้อานวยการโรงเรยี น
ใบงานที่ 7
เรือ่ ง เรียงลาดับเศษสว่ นทตี่ วั เศษเทา่ กนั
เตมิ คาตอบลงในช่องว่าง
1.เรียงลาดับจากนอ้ ยไปมาก ตอบ
2.เรยี งลาดับจากน้อยไปมาก ตอบ
3.เรียงลาดบั จากนอ้ ยไปมาก ตอบ
4.เรยี งลาดับจากมากไปนอ้ ย ตอบ
5. เรียงลาดับจากมากไปน้อย ตอบ
6. เรียงลาดับจากมากไปน้อย ตอบ
7. เรยี งลาดบั จากมากไปน้อย ตอบ
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 8
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า ค 13101 ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3
หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เร่อื ง เศษสว่ น เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง
เรือ่ ง การบวกเศษสว่ นทม่ี ีตวั สว่ นเทา่ กัน
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวน ผลท่ี
เกดิ ขนึ้ จากการดาเนินการ สมบัติของการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตัวช้ีวดั : ค 1.1 ป.3/10 หาผลบวกของเศษสว่ นท่มี ตี วั สว่ นเท่ากนั และผลบวกไมเ่ กิน 1 และหาผลลบของ
เศษส่วนที่มตี ัวส่วนเทา่ กนั
จุดประสงค์การเรียนรสู้ ตู่ ัวชี้วัด
1.บอกวิธีหาผลบวกของเศษส่วนท่ตี วั สว่ นเท่ากนั โดยท่ีผลบวกไมเ่ กิน 1 (K)
2.หาผลบวกของเศษสว่ นทตี่ ัวส่วนเท่ากนั โดยทผี่ ลบวกไมเ่ กิน 1 (P)
3.นักเรยี นมคี วามมุ่งในการทางานและสามารถนาความรู้ท่ีไดไ้ ปต่อยอดในการเรยี นเร่ืองต่อไป (A)
สาระสาคญั
การหาผลบวกของเศษส่วนท่ีตวั ส่วนเท่ากนั ใหน้ าตัวเศษบวกกันโดยตวั ส่วนคงเดิม
สาระการเรียนรู้
1.ความรู้
การบวกเศษสว่ นทมี่ ตี วั สว่ นเทา่ กนั
2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
1.การแก้ปัญหา
2.การสอ่ื สารและการสือ่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์
3.การเช่อื มโยง
4.การให้เหตผุ ล
3.คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1.มีวนิ ัย
2.ใฝ่เรียนรู้
3.มุ่งมน่ั ในการทางาน
ช้ินงานหรือภาระงาน
ใบงานที่ 8 เรื่อง การบวกเศษส่วนที่มีตวั สว่ นเทา่ กนั
กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้
1.ครูนาเขา้ สบู่ ทเรียนโดยใช้สถานการณ์วา่
เหยือกใบหนึง่ มนี มเย็น 5 ลิตร เหยอื กอกี ใบหนึง่ มีนมเย็น 1 ลิตร นามาเทรวมกันไดน้ มเย็นทั้งหมดก่ลี ิตร
88
- ครูติดบัตรภาพเหยือกใบแรกท่ีมีความจุ 1 ลิตร แบ่งเป็น 8 ส่วน เท่า ๆ กัน ระบายสี 5 ส่วน แทน
ปรมิ าตรนมเย็น
- ครูถามนักเรียนว่าเหยือกใบแรกมีนมเย็นเป็นเศษส่วนเท่าไร ( 5 ลิตร) ครูติดบัตรภาพเหยือกใบท่ี
8
สองท่ีมีความจุ 1 ลิตร แบ่งเป็น 8 สว่ น เท่า ๆ กัน ระบายสี 1 สว่ น แทนปริมาตรนมเย็น
- ครูถามนกั เรยี นวา่ เหยือกใบที่สองมนี มเยน็ เป็นเศษสว่ นเท่าไร ( 1 ลิตร)
8
- ครูถามนักเรียนว่าถ้าเทนมเย็นมารวมกันในเหยือกใบที่สามท่ีมีความจุ 1 ลิตร และแบ่งเป็น 8 ส่วน
เท่า ๆ กัน จะได้นมเย็นในเหยือกใบท่ีสามเป็นเศษส่วนเท่าไร นักเรียนอาจยังตอบไม่ได้ครูใช้การระบายสีช่วย
ในการอธิบาย ดงั น้ี
- ครอู ธิบายวา่ เหยือกใบแรกมนี มเย็นอยู่ 5 ลติ ร ระบายสแี สดงปรมิ าตรนมเยน็ ดงั รปู
8
เหยือกใบทสี่ องมีนมเย็นอยู่ 1 ลติ ร ระบายสแี สดงปริมาตรนมเยน็ ดังรูป
8
เมอ่ื นามาเทรวมกันในเหยือกใบทสี่ ามครูระบายสี 5 ส่วน และเพิ่มอกี 1 ส่วน ดงั รปู
- ครูถามนักเรียนว่า ในเหยือกใบที่สามมีนมเย็นเป็นเศษส่วนเท่าไร ( 6 ลิตร) ครูเขียน 6 ลิตร ในรูป
88
สุดท้ายเพื่อให้นักเรียนสรุปว่า เม่ือนานมเย็นมาเทรวมกันได้นมเย็นทง้ั หมด 6 ลิตร ครูเขียนประโยคสัญลักษณ์
8
แสดงการบวกเศษส่วนได้ ดังน้ี 5 + 1 = 6 ครอู ธิบายเพิ่มเติมว่า ในตัวอย่างนเ้ี หยือกท่มี ีนมเยน็ อยู่เป็นเหยือก
888
ที่มีรูปร่างและขนาด 1 ลิตรเท่ากัน และแต่ละใบแบ่งเป็น 8 ส่วน เท่า ๆ กัน จึงสามารถนาเศษส่วนมาบวกกัน
ได้เช่น 5 + 1 = 6 จากน้ันครูให้นกั เรยี นช่วยกันอภิปรายเก่ียวกับสถานการณ์ในกรอบท้ายหนังสือเรียนหน้า
888
211 ว่า เม่ือขุนและต้นกล้า เทน้าลงในขวดโหลใบใหม่ท่ีมีรูปร่างและขนาดความจุเท่ากันน้าจะล้นขวดโหล
หรือไม่ เพราะเหตุใด นักเรยี นควรตอบได้ว่าน้าไม่ลน้ ขวดโหล น้าจะเต็มขวดโหลพอดีเพราะต้นกล้ามีน้าอยู่ 2
5
ขุนมีน้าอยู่ 3 เมื่อนามาเทรวมกนั จะได้ 2 + 3 = 5 น้าจะเตม็ ขวดโหลพอดี
5 555
2.ครูติดแถบกระดาษที่แบ่งเป็น 5 สว่ น เทา่ ๆ กัน ให้หาผลบวกของ 2 กับ 1 โดยใช้การถามตอบ ดงั น้ี
55
− ระบายสแี สดง 2 ไดอ้ ย่างไร นกั เรยี นอาจตอบว่าระบายสี 2 ส่วนจาก 5 สว่ น ดังนี้
5
− ระบายสแี สดง 1 ไดอ้ ย่างไร ถา้ เปน็ การบวกจะต้องระบายเพ่ิมจากท่ีมีอยู่นกั เรยี นอาจระบายสี ดังน้ี
5
− รูปที่ได้จากการระบายสีทงั้ หมดเป็นเศษสว่ นเทา่ ไร ( 3) คิดได้อย่างไร (นับส่วนที่ระบายสีได้ 3 ส่วน
5
จาก 5 ส่วน) ครเู ขยี นประโยคสัญลักษณ์การบวกเศษสว่ น
− จะได้ 2 + 1 = 3 ครูอธิบายเพ่ิมเตมิ ว่า ในตัวอย่างน้ีแถบกระดาษแบ่งออกเป็น 5 ส่วน เท่า ๆ กัน
55 5
ครั้งแรกระบายสี 2 ส่วน คร้ังที่สองระบายสีเพิ่มอีก 1 ส่วน รวมเป็นระบายสี 3 ส่วน จาก 5 ส่วน จึงสามารถ
นาเศษสว่ นมาบวกกนั ได้ดังนี้ 2 + 1 = 3 ครูใหน้ ักเรียนสังเกตสว่ นที่ระบายสีแดง 2 และส่วนที่ระบายสีเขียว
555 5
1 รวมสว่ นทีร่ ะบายสีท้ังหมด 3
55
ดังน้ัน 2 + 1 = 3 เน่ืองจากใช้กระดาษแผ่นเดิมที่แบ่งเป็น 5 ส่วน เท่า ๆ กัน ดังนั้นผลบวกของ
555
เศษส่วนจึงมีตวั ส่วน คงเดิมเป็น 5 และระบายสีแสดงการนาตัวเศษของเศษส่วนสองจานวนมารวมกัน คือ ตัว
เศษ 2 บวกกบั ตวั เศษ 1 เป็น 3 ดังน้นั ผลบวกของเศษส่วนจงึ เปน็ การนาตัวเศษมารวมกัน
3.ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่า การบวกเศษส่วนที่ตัวสว่ นเท่ากันหาผลบวกโดยนาตวั เศษบวกกับตัว
เศษ ตัวส่วนคงเดิม ครูให้นักเรียนช่วยกันหาผลบวกของเศษส่วนในกรอบท้ายหนังสือเรียนหน้า 212 และ
รว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
4.เม่ือนักเรยี นเข้าใจการบวกเศษส่วนท่ีมีตวั ส่วนเท่ากนั โดยใช้แถบกระดาษและได้ขอ้ สรุปร่วมกันแล้ว
ว่า การบวกเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากัน หาผลบวกได้โดยนาตัวเศษบวกกับตัวเศษตัวส่วนคงเดิม จากนั้นครู
ยกตวั อย่างการหาผลบวกของเศษสว่ นทีม่ ีตัวส่วนเทา่ กนั ตามหนงั สอื เรียนหน้า 213 ดังนี้
3+4
88
วธิ ีทา 3 + 4 = 3+4
88 8
=7
8
ดังนน้ั 3 + 4 = 7
88 8
5.ครูยกตัวอย่างเพิ่มเติมอีก 2-3 ตัวอย่าง แล้วให้นักเรียนช่วยกันหาผลบวกของเศษส่วนท่ีตัวส่วน
เท่ากันในกรอบตามหนังสือเรียน หน้า 213 ครูให้นักเรียนสังเกตผลบวกของ เศษส่วนบางข้อที่ได้ผลบวกเป็น
ตัวเศษเท่ากับตัวส่วนนักเรียนอาจตอบได้ 2 คาตอบ เช่น ข้อ 9 จะได้ + = หรืออาจตอบเป็น
1 กไ็ ด้จากน้นั ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
6.ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยให้นักเรียนแต่ละคนหาผลบวกของเศษส่วน
ตามหนังสือเรียนหน้า 214 ก่อนที่จะตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน ครูอาจให้นักเรียนทบทวนข้อสรุป
เก่ียวกับ การหาผลบวกของเศษส่วนท่ีตัวส่วนเท่ากนั ดังน้ี การบวกเศษส่วนท่ีมีตัวสว่ นเทา่ กัน หาผลบวกได้ โดย
นาตัวเศษบวกกับตัวเศษ ตัวส่วนคงเดิม จากน้ันครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องและสรุปสง่ิ ที่ได้
เรยี นรู้ จากนนั้ ครูให้นกั เรียนทาแบบฝกึ หัด 6.4 หน้า 152 – 154 และทาใบงานเพม่ิ เติม
สอื่ การเรียนรู้
1. หนังสือเรยี นคณิตศาสตร์ ป.3
2. ใบงานที่ 8 เรื่อง การบวกเศษสว่ นทมี่ ีตวั สว่ นเท่ากัน
การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
จดุ ประสงค์การ วธิ ีวดั เครื่องมือวดั เกณฑก์ ารประเมิน
เรียนรู้
1.ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน 50% ขนึ้ ไป ถือว่าผ่านเกณฑ์
การประเมนิ
2.ด้านทกั ษะ สงั เกตพฤตกิ รรมด้าน แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรียนได้คะแนนระดบั
กระบวนการ (P) ทักษะกระบวนการ ด้านทักษะ คุณภาพดีขึน้ ไป
กระบวนการ
3.ด้านคณุ ลักษณะที่ สงั เกตพฤติกรรมด้าน แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนได้คะแนนระดบั
พึงประสงค์ (A) คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ ด้านคุณลกั ษณะ คุณภาพดีขน้ึ ไป
ท่ีพงึ ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมินแบบฝึกหัด/ใบงาน
ประเด็นการประเมิน ระดับคุณภาพ
1.ความถูกต้องของเน้อื หา
2. รปู แบบ 4 3 21
3. ความเป็นระเบียบ เนอื้ หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของ
ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเป็น ผลงานถกู ต้อง ผลงานไม่ถูกต้อง
ครบถ้วน สว่ นใหญ่ บางประเดน็ เป็นสว่ นใหญ่
การนาเสนอ การนาเสนอถกู ต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่
นา่ สนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางสว่ น เปน็ ไปตามเกณฑ์
เหมาะสมกบั
สถานการณ์
ผลงานมีความ ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ
เป็นระเบยี บ ข้อบกพร่อง ข้อบกพร่อง เปน็ ระเบยี บ
เล็กน้อย บางสว่ น
เกณฑ์ประเมินคุณภาพ
10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดบั 4 4 - 6 คะแนน หมายถึง พอใช้ ระดบั 2
7 - 9 คะแนน หมายถงึ ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง ระดบั 1
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นทกั ษะและกระบวนการทางาน
ทกั ษะและกระบวนการ: การใหเ้ หตผุ ล
คะแนน:ระดบั คุณภาพ ความสามารถในการให้เหตุผลท่ีปรากฏใหเ้ ห็น
4 : ดีมาก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล
3 : ดี มกี ารอ้างอิงทถ่ี ูกต้องบางสว่ น และเสนอแนวคดิ ประกอบการตดั สินใจ
2 : พอใช้ เสนอแนวคดิ ไม่สมเหตุสมผลในการประกอบการตดั สินใจ
1 : ควรปรบั ปรุงแก้ไข มคี วามพยายามเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสนิ ใจ
ทกั ษะและกระบวนการ : การแกป้ ญั หา
คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาทป่ี รากฏให้เหน็
4 : ดีมาก ใช้กระบวนการแกป้ ัญหาได้สาเร็จ อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ อธบิ ายถึงเหตุผล
หลักการและขนั้ ตอนในการแกป้ ญั หาได้เขา้ ใจชัดเจนนามาซ่ึงคาตอบท่ีถูกต้อง
3 : ดี ใช้กระบวนการแก้ปญั หาไดส้ าเร็จ แต่น่าจะอธบิ ายถึงเหตุผล
หลักการและขัน้ ตอนในการแกป้ ัญหาได้ดีกวา่ น้ี
2 : พอใช้ มกี ระบวนการแกป้ ัญหา สาเรจ็ เพยี งบางสว่ น อธบิ ายถึงเหตผุ ล
หลกั การและขน้ั ตอนในการแก้ปญั หาได้บางส่วน
1 : ควรปรบั ปรงุ แก้ไข มีร่องรอยการแกป้ ญั หาบางสว่ น เริ่มคิดใช้เหตุผล หลกั การและขั้นตอน
ในการแกป้ ญั หา แลว้ หยุด อธิบายต่อไม่ได้ แกป้ ัญหาไมส่ าเรจ็
ทกั ษะ และกระบวนการ: การเชื่อมโยง สรปุ องค์ความรู้
คะแนน:ระดบั ความสามารถในการเช่ือมโยงที่ปรากฏใหเ้ ห็น
คณุ ภาพ
นาความรู้ หลกั การ และวิธีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชื่อมโยงกับสาระคณติ ศาสตร์
4 : ดีมาก หรอื กิจกรรมทต่ี ้องใชอ้ งคค์ วามรทู้ ี่เรยี นได้ถูกต้องทุกกิจกรรมเพ่ือชว่ ยในการแกป้ ญั หา
หรือประยุกต์ใชไ้ ด้อย่างสอดคล้องและเหมาะสม
นาความรู้ หลกั การ และวิธีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชื่อมโยงกับสาระคณติ ศาสตร์
3 : ดี หรอื กิจกรรมท่ตี ้องใช้องค์ความรูท้ ีเ่ รียนได้เปน็ ส่วนใหญ่
เพือ่ ชว่ ยในการแกป้ ัญหาหรือประยุกตใ์ ช้ได้บางสว่ น
2 : พอใช้ นาความรู้ หลักการ และวธิ ีการทางคณิตศาสตร์ไปเชอื่ มโยงกบั สาระคณิตศาสตรห์ รอื
กจิ กรรมท่ีต้องใช้องค์ความรทู้ ่ีเรยี นได้บางสว่ น
1 : ควรปรบั ปรงุ นาความรู้ หลกั การ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเชอ่ื มโยงยังไมเ่ หมาะสม สรุป
แกไ้ ข องค์ความรทู้ ี่ได้
เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนใฝ่เรียนรู้
คะแนน : ระดับ คุณลักษณะท่ีปรากฏใหเ้ ห็น
คุณภาพ
3 : ดีมาก - มคี วามสนใจ / ความตัง้ ใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้
2 : ดี - มคี วามสนใจ / ความต้ังใจเปน็ บางครั้ง
1 : พอใช้ - มีความสนใจ / ความตง้ั ใจในระยะเวลาสน้ั ๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ : นกั เรยี นมีความมุ่งมนั่ ในการทางาน
คะแนน : ระดบั คณุ ลักษณะท่ีปรากฏใหเ้ ห็น
คุณภาพ
3 : ดีมาก - สง่ งานกอ่ นหรอื ตรงกาหนดเวลานดั หมาย
- รับผิดชอบในงานท่ีได้รับมอบหมายและปฏบิ ตั ติ นเองจนเปน็ นิสัย
2 : ดี - ส่งงานชา้ กวา่ กาหนด แต่ได้มีการตดิ ต่อชี้แจงผ้สู อน มีเหตุผลทร่ี บั ฟงั ได้
- รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมายและปฏบิ ัตติ นเองจนเป็นนิสัย
1 : พอใช้ - ส่งงานชา้ กว่ากาหนด
- ปฏิบัติงานโดยต้องอาศัยการช้แี นะ แนะนา ตักเตือนหรือใหก้ าลังใจ
บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรทู้ ่ีเกิดข้ึนกับผเู้ รยี น
1.1 ผ้เู รยี นผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ
1.2 ผ้เู รียนไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน คน
ไดแ้ ก่
1.3 ผเู้ รียนได้รบั ความรู้ :
1.4 ผู้เรียนเกิดทกั ษะกระบวนการ :
1.5 ผู้เรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม :
2. ปัญหา / อุปสรรค
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
ลงชอื่ ผ้สู อน
คิดเห็นของรองผู้อานวยการสถานศึกษา
คดิ เหน็ ของผู้อานวยการสถานศึกษา ลงชอื่
(นางสาวอทุ ัยวรรณ ทบั ทมิ ทองสุข)
รองผอู้ านวยการโรงเรียน
ลงช่ือ
(นายสทิ ธชิ ยั ทองคง)
ผู้อานวยการโรงเรยี น
ใบงานที่ 8
เรื่อง การบวกเศษสว่ นท่มี ีตัวสว่ นเทา่ กนั
แสดงหาผลบวกเศษสว่ น
+
วิธที า
+
วิธีทา
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 9
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า ค 13101 ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 6 เรือ่ ง เศษสว่ น เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง
เรอื่ ง การลบเศษสว่ นท่ีมตี ัวส่วนเทา่ กัน
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน ผลที่
เกิดข้นึ จากการดาเนนิ การ สมบตั ขิ องการดาเนินการ และนาไปใช้
ตวั ชวี้ ดั : ค 1.1 ป.3/10 หาผลบวกของเศษสว่ นทม่ี ตี ัวส่วนเทา่ กันและผลบวกไมเ่ กนิ 1 และหาผลลบของเศษสว่ นท่มี ี
ตัวส่วนเทา่ กัน
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้สตู่ วั ช้ีวดั
1.บอกวธิ ีหาผลลบของเศษส่วนท่ีตวั สว่ นเท่ากนั โดยที่ผลบวกไม่เกิน 1 (K)
2.หาผลลบของเศษส่วนทตี่ ัวส่วนเท่ากนั โดยที่ผลบวกไม่เกิน 1 (P)
3.นักเรียนมีความม่งุ ในการทางานและสามารถนาความรู้ทไี่ ดไ้ ปต่อยอดในการเรียนเร่ืองต่อไป (A)
สาระสาคัญ
การหาผลลบของเศษสว่ นที่ตัวส่วนเทา่ กนั ใหน้ าตวั เศษลบกนั โดยตัวสว่ นคงเดิม
สาระการเรียนรู้
1.ความรู้
การลบเศษส่วนทมี่ ีตัวสว่ นเท่ากัน
2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
1.การแกป้ ญั หา
2.การสอ่ื สารและการสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
3.การเช่ือมโยง
3.คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1.มวี ินยั
2.ใฝ่เรยี นรู้
3.มุ่งมั่นในการทางาน
ชิน้ งานหรอื ภาระงาน
ใบงานที่ 9 เรือ่ ง การลบเศษส่วนท่ีมีตวั สว่ นเท่ากนั
กิจกรรมการจัดการเรียนรู้
1.ครนู าเข้าสู่บทเรียนโดยใชส้ ถานการณว์ ่า
โถใบท่ี 1 มีน้าสม้ 4 ลิตร เทนา้ ส้ม 1 ลิตร จากโถใบที่ 1 ลงในโถใบท่ี 2 เหลอื น้าส้มในโถใบ
55
ที่ 1 กลี่ ิตร
ครตู ดิ บัตรภาพโถใบท่ี 1 ทีม่ ีความจุ 1 ลิตร แบง่ เป็น 5 ส่วน เทา่ ๆ กัน ระบายสี 4 ส่วน
แทนปริมาตรนา้ สม้
ครูถามนักเรยี นวา่ โถใบที่ 1 มีน้าส้มเป็นเศษส่วนเทา่ ไร ( 4 ลติ ร)
5
ครถู ามนักเรียนถ้าเทนา้ ส้มจากโถใบท่ี 1 ลงในโถใบท่ี 2 1 ลติ ร
5
ในโถใบท่ี 2 จะมนี ้าส้มเป็นเศษสว่ นเท่าไร ( 1 ลิตร)
5
ครตู ดิ บัตรภาพโถใบท่ี 2 ท่มี ีความจุ 1 ลติ ร แบ่งเปน็ 5 ส่วนเท่า ๆ กัน ระบายสี 1 สว่ น แทน
ปริมาตรน้าส้ม
ครูถามนักเรียนวา่ โถใบท่ี 2 มนี า้ สม้ เปน็ เศษส่วนเท่าไร ( 1 ลิตร) ครถู ามนกั เรียนว่า
5
หลังจากท่เี ทน้าส้มจากโถใบท่ี 1 ลงในโถ
ใบท่ี 2 แลว้ น้าสม้ ในโถใบท่ี 1 จะมากขนึ้ หรอื น้อยลง (น้อยลง)
ครูอธบิ ายเพิ่มเติมวา่ น้าส้มในโถใบท่ี 1 จากเดิมมีอยู่ 4 ส่วน ใน 5 สว่ น เทออกไป 1 สว่ น ใน
5 สว่ น จะเหลือนา้ ส้ม 3 ส่วน ใน 5 ส่วน ดงั นั้น น้าส้มในโถใบที่ 1 เป็นเศษส่วนเทา่ ไร ( 3 ลติ ร)
5
ครตู ิดบัตรภาพใบท่ี 3 แทน โถใบท่ี 1 ระบายสี 3 สว่ น ใน 5 สว่ น ครถู ามนักเรยี นว่านา้ ส้มใน
โถใบท่ี 1 เปน็ เศษส่วนเทา่ ไร (3 ลติ ร) ครอู ธิบายเพ่ิมเติมโดยใชก้ ารระบายสีชว่ ยในการอธิบาย ดังน้ี
5
โถใบท่ี 1 มนี า้ สม้ อยู่ 4 ลิตร ระบายสแี สดงปรมิ าตรน้าส้ม ดังรปู
5
เทนา้ ส้ม 1 ลติ ร จากโถใบที่ 1 ลงในโถใบที่ 2 มนี า้ สม้ ในโถ
5
เหลอื นา้ สม้ ในโถใบที่ 1 ดงั รปู
ครูถามนักเรียนว่าเหลือน้าส้มในโถใบที่ 1 เป็นเศษส่วนเท่าไร (3 ลิตร) ครูเขียน 3 ลิตร ในรูปสุดท้าย
55
เพ่ือให้นักเรียนสรุปว่า เมื่อเทน้าส้มออกไปแล้วเหลือน้าส้มในโถใบท่ี 1 3 ลิตร ครูเขียนประโยคสัญลักษณ์
5
แสดงการลบเศษส่วนได้ดังนี้ 4 − 1 = 3 ครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า ในตัวอย่างน้ีโถท่ีมีน้าส้มอยู่เป็นโถที่มีรูปร่าง
555
และขนาด 1 ลติ รเท่ากนั และแตล่ ะใบแบ่งเป็น 5 ส่วน เท่า ๆ กนั จึงสามารถนาเศษสว่ นมาลบกันได้
เช่น 4 − 1 = 3 จากนัน้ ครูให้นักเรยี นช่วยกันอภปิ รายเก่ียวกบั สถานการณใ์ นกรอบทา้ ยหนังสอื เรยี นหน้า 215
555
วา่ โถใบที่ 1 มีน้าส้ม 4 ลติ ร เทน้าส้ม 3 ลิตร จากโถใบท่ี 1 ลงในโถใบท่ี 2 เหลือน้าสม้ ในโถใบท่ี 1 กี่ลิตร ครู
55
อธิบายว่า มีน้าส้ม 4 ส่วน ใน 5 ส่วนเทออกไป 3 ส่วน ใน 5 ส่วน เหลือน้าส้ม 1 ส่วน ใน 5 ส่วน จะได้4 − 3
55
= 1 ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปคาตอบเหลอื นา้ ส้มในโถใบท่ี 1 1 ลติ ร
55
2. ครยู กตัวอยา่ งการหาผลลบของเศษสว่ นที่มตี วั ส่วนเทา่ กัน โดยใช้แถบกระดาษ ตามหนังสือเรียน
หน้า 216 เชน่ 5 − 2 = จากโจทย์ครูใหห้ าผลลบของเศษส่วนทีต่ ัวส่วนเทา่ กันโดยใช้แถบกระดาษและถาม
77
นักเรยี น ดงั น้ี
− ตอ้ งใชแ้ ถบกระดาษที่แบง่ เป็นกสี่ ่วนเท่า ๆ กัน (7 สว่ น เทา่ ๆ กัน)
− ระบายสแี สดงเศษส่วนใดก่อน เพราะเหตุใด (ระบายสแี สดง 5 กอ่ น เพราะ 5 เปน็ ตวั ต้ัง)
77
− ระบายสีแสดง 5 ตอ้ งระบายสกี ่สี ่วน (ระบายสี 5 สว่ น ใน 7 ส่วน)
7
ครตู ดิ แถบกระดาษท่รี ะบายสี 5 สว่ นใน 7 สว่ น แสดงบนกระดานและใชค้ าถามเพ่ือใหน้ ักเรยี นสรุป
เกย่ี วกับการหาผลลบของเศษส่วนทมี่ ีตวั สว่ นเท่ากนั ดงั น้ี
− แถบท่รี ะบายสีแสดงเศษสว่ นใด ( 5)
7
− จากโจทย์ 5 ลบด้วยเศษสว่ นใด ( 2)
77
− แสดงการลบดว้ ย 2 ได้อยา่ งไร
7
คาถามขอ้ สุดทา้ ยนคี้ รูอาจอธบิ ายว่าการแสดงการเอาออกไป 2 ส่วน ใน 7 ส่วน นัน้ ทาได้หลายวิธี เช่น
การกากบาท การขีดออก การตดั ออก หรือ การโยงลูกศรออกไป ครูแสดงการเอาออกไป โดยการกากบาท ดัง
รูป
ครถู ามนักเรยี นวา่ เหลอื ส่วนท่ีระบายสีที่ไมไ่ ด้กากบาทเปน็ เศษสว่ นเทา่ ไร ( 3) ครูและนักเรยี นรว่ มกัน
7
สรุปคาตอบ จะได้ ครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า ในการกากบาทแสดงการเอาออกไป 2 ส่วน ใน 7 ส่วน นั้น จะ
กากบาทสว่ นใดกไ็ ด้ เช่น
ครูใหน้ ักเรยี นสังเกตส่วนทีร่ ะบายสี 5 และสว่ นท่กี ากบาทออกไป 2 เหลอื ส่วนทร่ี ะบายสีทไี่ ม่มี
77
กากบาท 3 ดงั นน้ั 5 − 2 = 3
7 777
3.ครูยกตัวอย่างการหาผลลบของเศษส่วนท่ีตัวส่วน เท่ากนั อีก 2 - 3 ตัวอย่างแล้วรว่ มกนั สรุปเก่ยี วกับ
การลบเศษส่วนท่ตี ัวส่วนเท่ากันวา่ ในการหาผลลบ ของเศษส่วนที่ตัวส่วนเท่ากัน ทาได้โดยนาตัวเศษมาลบกัน
ตวั ส่วนคงเดิม จากนัน้ ครใู ห้นกั เรียน ช่วยกันหาผลลบของเศษส่วนที่มีตวั ส่วนเท่ากนั ในกรอบท้ายหนังสือเรยี น
หนา้ 216 และรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
4.ครูยกตวั อยา่ งการหาผลลบของเศษส่วนทีม่ ตี ัวสว่ นเท่ากันตามหนังสือเรยี นหน้า 217
4−1
55
วิธีทา 4 − 1 = 4−1
55 5
=3
5
ดงั น้นั 4 − 1 = 3
55 5
ครูยกตัวอย่างเพิ่มเติมอีก 2 - 3 ตัวอย่างแล้วให้นักเรียนช่วยกันหาผลลบของเศษส่วนท่ีตัวส่วนเท่ากัน
ในกรอบตามหนังสอื เรยี นหนา้ 217 จากน้นั ครูและนักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
5.ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนเป็นรายบุคคลโดยให้นักเรียนแต่ละคนหาผลลบของเศษส่วนตาม
หนังสือเรียนหน้า 218 ก่อนที่จะตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนครูอาจให้นักเรียนทบทวนข้อสรุปเก่ียวกับ
การหาผลลบของเศษสว่ นท่ตี ัวส่วนเทา่ กันดังนีก้ ารลบเศษสว่ นท่ีมตี วั สว่ นเท่ากนั หาผลลบได้โดยนาตวั เศษมาลบ
กัน ตัวส่วนคงเดิมจากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องและสรุปสิ่งท่ีได้เรียนรู้ จากนั้นครูให้
นักเรียนทาแบบฝกึ หัด 6.5 หน้า 155 – 157 และให้ทาใบงานเพิ่มเติม
สื่อการเรียนรู้
1.หนังสอื เรียนคณิตศาสตร์ ป.3
2.ใบงานที่ 9 เรอื่ ง การลบเศษส่วนทีม่ ตี วั สว่ นเท่ากัน
การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
จดุ ประสงค์การ วิธวี ดั เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมนิ
เรียนรู้ ใบงาน 50% ข้ึนไป ถอื ว่าผ่านเกณฑ์
การประเมนิ
1.ดา้ นความรู้ (K) ตรวจใบงาน แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรียนได้คะแนนระดบั
ด้านทักษะ คุณภาพดีขึน้ ไป
2.ด้านทกั ษะ สังเกตพฤติกรรมด้าน กระบวนการ
แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรยี นได้คะแนนระดับ
กระบวนการ (P) ทกั ษะกระบวนการ ดา้ นคณุ ลักษณะ คณุ ภาพดีขนึ้ ไป
ท่พี งึ ประสงค์
3.ดา้ นคุณลักษณะที่ สังเกตพฤตกิ รรมดา้ น
พึงประสงค์ (A) คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์
เกณฑ์การประเมินแบบฝึกหัด/ใบงาน
ประเดน็ การประเมิน ระดบั คุณภาพ
1.ความถกู ต้องของเน้อื หา
2. รปู แบบ 4 3 21
3. ความเป็นระเบยี บ เน้อื หาสาระของ เน้ือหาสาระของ เนือ้ หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ
ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเปน็ ผลงานถกู ต้อง ผลงานไม่ถูกตอ้ ง
ครบถว้ น สว่ นใหญ่ บางประเด็น เปน็ ส่วนใหญ่
การนาเสนอ การนาเสนอถูกต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่
นา่ สนใจและ เปน็ สว่ นใหญ่ ถูกต้องบางสว่ น เป็นไปตามเกณฑ์
เหมาะสมกบั
สถานการณ์
ผลงานมีความ ผลงานสว่ นใหญ่มี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ
เป็นระเบยี บ ขอ้ บกพร่อง ข้อบกพร่อง เปน็ ระเบยี บ
เล็กน้อย บางส่วน
เกณฑ์ประเมินคณุ ภาพ
10 - 12 คะแนน หมายถึง ดีมาก ระดบั 4 4 - 6 คะแนน หมายถึง พอใช้ ระดบั 2
7 - 9 คะแนน หมายถงึ ดี ระดับ 3 1-3 คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง ระดับ 1
เกณฑ์การให้คะแนนดา้ นทักษะและกระบวนการทางาน
ทกั ษะและกระบวนการ: การให้เหตผุ ล
คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการให้เหตผุ ลที่ปรากฏให้เหน็
4 : ดมี าก มีการอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจอย่างมเี หตุผล
3 : ดี มกี ารอ้างอิงท่ถี ูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสนิ ใจ
2 : พอใช้ เสนอแนวคิดไม่สมเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสินใจ
1 : ควรปรบั ปรุงแกไ้ ข มคี วามพยายามเสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจ
ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปัญหา
คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการแกป้ ัญหาทป่ี รากฏให้เห็น
4 : ดมี าก ใชก้ ระบวนการแก้ปัญหาไดส้ าเร็จ อย่างมีประสิทธภิ าพ อธิบายถงึ เหตผุ ล
หลักการและขั้นตอนในการแกป้ ัญหาได้เขา้ ใจชดั เจนนามาซ่ึงคาตอบทถี่ ูกต้อง
3 : ดี ใช้กระบวนการแก้ปัญหาได้สาเร็จ แตน่ ่าจะอธิบายถงึ เหตุผล
หลักการและขน้ั ตอนในการแกป้ ญั หาได้ดีกวา่ นี้
2 : พอใช้ มกี ระบวนการแกป้ ัญหา สาเรจ็ เพยี งบางส่วน อธิบายถงึ เหตุผล
หลักการและขน้ั ตอนในการแก้ปญั หาได้บางสว่ น
1 : ควรปรบั ปรุงแก้ไข มีร่องรอยการแก้ปัญหาบางสว่ น เร่ิมคดิ ใช้เหตุผล หลักการและขัน้ ตอน
ในการแก้ปัญหา แลว้ หยุด อธิบายตอ่ ไม่ได้ แก้ปัญหาไมส่ าเรจ็
ทกั ษะ และกระบวนการ: การเชอ่ื มโยง สรปุ องค์ความรู้
คะแนน:ระดับ ความสามารถในการเช่อื มโยงทีป่ รากฏใหเ้ หน็
คุณภาพ
นาความรู้ หลกั การ และวิธีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่ือมโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์
4 : ดีมาก หรือกจิ กรรมท่ตี ้องใช้องค์ความรู้ท่ีเรียนได้ถกู ต้องทุกกจิ กรรมเพื่อชว่ ยในการแกป้ ัญหา
หรอื ประยุกต์ใช้ได้อยา่ งสอดคล้องและเหมาะสม
นาความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชื่อมโยงกับสาระคณิตศาสตร์
3 : ดี หรอื กิจกรรมทีต่ ้องใชอ้ งคค์ วามรู้ที่เรียนได้เปน็ ส่วนใหญ่
เพอื่ ชว่ ยในการแก้ปัญหาหรอื ประยุกตใ์ ช้ได้บางส่วน
2 : พอใช้ นาความรู้ หลักการ และวธิ ีการทางคณิตศาสตร์ไปเชอ่ื มโยงกบั สาระคณติ ศาสตรห์ รอื
กจิ กรรมท่ีตอ้ งใช้องคค์ วามรู้ที่เรยี นได้บางสว่ น
1 : ควรปรบั ปรุง นาความรู้ หลกั การ และวิธกี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเชือ่ มโยงยังไม่เหมาะสม สรปุ
แกไ้ ข องค์ความรทู้ ่ีได้
เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ : นกั เรียนใฝเ่ รียนรู้
คะแนน : ระดับ คณุ ลกั ษณะที่ปรากฏใหเ้ หน็
คุณภาพ
3 : ดีมาก - มคี วามสนใจ / ความตัง้ ใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้
2 : ดี - มีความสนใจ / ความต้ังใจเปน็ บางคร้งั
1 : พอใช้ - มีความสนใจ / ความตั้งใจในระยะเวลาส้นั ๆ ชอบเล่นในเวลาเรียน
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ : นักเรียนมคี วามมุง่ มั่นในการทางาน
คะแนน : ระดับ คณุ ลกั ษณะที่ปรากฏให้เห็น
คุณภาพ
3 : ดมี าก - สง่ งานก่อนหรือตรงกาหนดเวลานัดหมาย
- รับผดิ ชอบในงานทไี่ ดร้ บั มอบหมายและปฏบิ ตั ติ นเองจนเป็นนิสัย
2 : ดี - สง่ งานชา้ กว่ากาหนด แตไ่ ด้มกี ารตดิ ต่อชี้แจงผสู้ อน มีเหตผุ ลทีร่ ับฟังได้
- รับผดิ ชอบในงานที่ไดร้ บั มอบหมายและปฏิบัติตนเองจนเป็นนิสยั
1 : พอใช้ - สง่ งานช้ากว่ากาหนด
- ปฏิบัตงิ านโดยต้องอาศยั การช้ีแนะ แนะนา ตักเตือนหรอื ให้กาลังใจ
บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรู้ท่ีเกดิ ข้ึนกับผเู้ รยี น
1.1 ผเู้ รยี นผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ
1.2 ผู้เรยี นไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน คน
ไดแ้ ก่
1.3 ผ้เู รยี นได้รบั ความรู้ :
1.4 ผู้เรียนเกิดทกั ษะกระบวนการ :
1.5 ผู้เรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม :
2. ปัญหา / อุปสรรค
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
ลงชอื่ ผ้สู อน
คิดเห็นของรองผู้อานวยการสถานศึกษา
คดิ เหน็ ของผู้อานวยการสถานศึกษา ลงชอื่
(นางสาวอทุ ัยวรรณ ทบั ทมิ ทองสุข)
รองผอู้ านวยการโรงเรียน
ลงช่ือ
(นายสทิ ธชิ ยั ทองคง)
ผู้อานวยการโรงเรยี น
ใบงานที่ 9
เรื่อง การบวกเศษสว่ นท่มี ีตัวสว่ นเทา่ กนั
แสดงหาผลลบเศษสว่ น
-
วิธที า
-
วิธีทา
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 10 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3
เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ รหสั วชิ า ค 13101
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 6 เรื่อง เศษสว่ น
เร่ือง โจทยป์ ญั หาการบวกและโจทย์ปญั หาการลบเศษสว่ นที่มีตัวสว่ นเท่ากัน(1)
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวน ผลท่ี
เกิดขึน้ จากการดาเนนิ การ สมบตั ขิ องการดาเนินการ และนาไปใช้
ตัวชว้ี ดั : ค 1.1 ป.3/11 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาการบวกเศษส่วนทมี่ ตี วั ส่วนเทา่ กันและผลบวกไมเ่ กนิ 1
และโจทยป์ ัญหาการลบเศษส่วนทีม่ ตี ัวสว่ นเทา่ กนั
จุดประสงคก์ ารเรียนรสู้ ู่ตวั ช้ีวัด
1.บอกวิธีแสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวกเศษส่วนทตี่ วั ส่วนเท่ากนั และผลบวกไม่เกนิ 1 (K)
2.แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวกเศษส่วนที่ตวั สว่ นเทา่ กนั และผลบวกไมเ่ กนิ 1 (P)
3.นกั เรียนมคี วามมุ่งในการทางานและสามารถนาความรู้ที่ไดไ้ ปต่อยอดในการเรยี นเร่ืองต่อไป (A)
สาระสาคัญ
การแกโ้ จทย์ปญั หาทาไดโ้ ดยอา่ นทาความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปญั หา หาคาตอบและตรวจสอบ ความ
สมเหตสุ มผลของคาตอบ
สาระการเรียนรู้
1.ความรู้
โจทยป์ ัญหาการบวกและโจทย์ปัญหาการลบเศษส่วนทม่ี ีตัวส่วนเท่ากัน
2.ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
1.การแกป้ ญั หา
2.การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์
3.การเช่อื มโยง
3.คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งม่นั ในการทางาน
ชิน้ งานหรือภาระงาน
ใบงานท่ี 10 เรื่อง โจทยป์ ญั หาการบวกและโจทย์ปัญหาการลบเศษส่วนทม่ี ีตวั สว่ นเทา่ กัน
กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้
1.ครูทบทวนการหาผลบวกและการหาผลลบเศษส่วนท่ีมีตัวส่วนเท่ากันโดยใช้การถาม - ตอบ เช่น
6 + 4 เท่ากับเท่าไร ครูให้นักเรยี นหาผลบวกโดยใชข้ ้อสรุปว่าการหาผลบวกของเศษส่วน ที่ตัวสว่ นเท่ากัน
12 12
ให้นาตัวเศษบวกกันโดยตัวส่วนคงเดิม ดังนั้น 6 + 4 = 3 = 6+4 = 10 ครูยกตัวอย่างการบวก
12 12 7 12 12
เศษสว่ นทตี่ ัวสว่ นเทา่ กนั อกี 2 - 3 ตัวอยา่ ง
จากนน้ั ครูนาเสนอสถานการณ์ตามหนังสือเรยี น หน้า 219 เชน่
“แมท่ านมเย็นโดยผสมนม 6 ลิตร และนา้ แดง 1 ลติ ร แมไ่ ด้นมเยน็ ก่ลี ิตร”
88
ครูและนักเรยี นชว่ ยกันวเิ คราะห์โจทยโ์ ดยใชก้ าร ถาม - ตอบ ดังน้ี
โจทยถ์ ามอะไร (แม่ไดน้ มเย็นกี่ลิตร)
− โจทย์บอกอะไร (แมท่ านมเย็นโดยผสมนม 6 ลิตร และนา้ แดง 1 ลติ ร)
88
− หาคาตอบได้อย่างไร (หาคาตอบโดยการนา 6 บวกกับ 1)
88
− เขยี นประโยคสญั ลักษณ์ได้อย่างไร ( 6 + 1 = )
88
ครูอธบิ ายโดยตดิ แถบกระดาษทีแ่ บง่ เป็น 8 ส่วน เทา่ ๆ กัน บนกระดานแลว้ ใหน้ ักเรยี นออกมาระบายสแี สดง
การบวก 6 กบั 1 จะได้ ดังรปู
88
ครูให้นักเรียนช่วยกันหาผลบวก จะได้ว่า 6 + 1 = 7 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปคาตอบ ดังน้ัน แม่
888
ได้นมเยน็ 7 ลิตร ครูอธิบายว่าการเขียนแสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเขียนสิ่งที่โจทย์บอกและหาคาตอบ
8
ได้ ดังน้ี
จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบโดยพิจารณาว่า โจทย์ข้อนี้
เป็นการหาคาตอบโดยการบวก ดังน้ัน 7 เป็นคาตอบท่สี มเหตสุ มผล เพราะ 7 มากกว่า 6
8 88
2.ครูทบทวนการหาผลลบของเศษส่วนที่ตัวส่วนเท่ากัน เช่น 9 - 7 = เท่ากับเท่าไร ครูให้นักเรียน
10 10
หาผลลบ โดยใช้ข้อสรุปว่า การหาผลลบของเศษส่วนที่ตัวส่วนเท่ากนั ให้นาตัวเศษมาลบกันโดยตัวส่วนคงเดิม
ดงั นน้ั 9 - 7 = 3 = 9−7 = 2 ครยู กตวั อย่างการลบเศษสว่ นท่ีตวั ส่วนเทา่ กัน
10 10 7 10 10
อกี 2 - 3 ตวั อย่าง จากนน้ั ครนู าเสนอสถานการณต์ ามหนงั สือเรียนหนา้ 220 เชน่
“ปา้ มรี บิ บน้ิ ยาว 1 เมตร ตดั ไปทาดอกไม้ประดษิ ฐ์ 7 เมตร เหลือริบบน้ิ กเ่ี มตร”
10
ครูและนักเรียนชว่ ยกนั วิเคราะหโ์ จทย์ โดยใช้การถาม - ตอบ ดังนี้
− โจทย์ถามอะไร (เหลือรบิ บนิ้ กเี่ มตร)
− โจทยบ์ อกอะไร (ปา้ มีริบบน้ิ ยาว 1 เมตร ตดั ไปทาดอกไม้ประดษิ ฐ์ 7 เมตร)
10
− หาคาตอบไดอ้ ยา่ งไร (หาคาตอบโดยการลบ)
− ริบบิ้นยาว 1 เมตร ถ้าแบ่งเป็น 10 ส่วน เท่า ๆ กัน จะได้ความยาวริบบ้ินเป็นเศษส่วน
เท่าไร ( 10 เมตร)
10
− เขียนประโยคสญั ลกั ษณ์ไดอ้ ย่างไร ( 10 − 7 = )
10 10
ครูอธิบายโดยติดแถบกระดาษที่แบ่งเป็น 10 ส่วน เท่า ๆ กัน บนกระดาน แล้วให้นักเรียนออกมา
ระบายสีแสดงการลบ 10 กับ 7 จะได้ ดังรูป
10 10
3.ครูให้นกั เรยี นชว่ ยกันหาผลลบ จะได้วา่ 10 − 7 = 3 ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ คาตอบ
10 10 10
ดงั น้ัน เหลอื ริบบิน้ 7 เมตร ครูอธิบายวา่ การเขยี นแสดงวิธหี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาเขียนสิ่งท่โี จทย์บอก
10
และหาคาตอบได้ ดงั น้ี
จากน้ันครูและนักเรียนร่วมกันตรวจคาตอบ โดยพิจารณาวา่ โจทย์ข้อนี้เป็นการหาคาตอบโดยการลบ
ดังน้ัน 3 เป็นคาตอบที่ถูกต้อง เพราะ 3 + 7 = 10 หรอื 1 ครใู ห้นกั เรยี นสังเกตว่า เน่ืองจากการลบเศษ
10 10 10 10
ส่วนตัวส่วนของตัวต้ังต้องเท่ากับตัวส่วนของตัวลบ ดังนั้นในการแบ่งริบบ้ิน 1 เมตร ออกเป็นก่ีส่วนเท่า ๆ กัน
นั้น พิจารณาได้จากตัวส่วนของตัวลบ ในท่ีนี้ตัวส่วนของตัวลบคือ 10 จึงต้องแบ่งริบบ้ิน 1 เมตรออกเป็น 10
สว่ นเท่า ๆ กัน ไดเ้ ปน็ 10 เมตร แล้วนา มาลบกบั 7 เมตร ได้ผลลบเปน็ 3 เมตร
10 10 10
4.ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเขียนประโยคสัญลักษณ์และ แสดงวิธีหาคา
ตอบ ตามหนังสอื เรียนหน้า 221 กลมุ่ ละ 1 ข้อ แลว้ ให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอ วิธหี าคาตอบจนครบ
ทุกข้อโดยครูอาจเดินสารวจแนวคิดของนักเรียนแต่ละกลุ่ม จากน้ันนาแนวคิดของนักเรียนมาอภิปรายเพ่ือหา
ข้อสรุป
5.ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยให้นักเรียนแต่ละคนเขียนประโยคสัญลักษณ์
และแสดงวิธีหาคาตอบตามหนงั สอื เรียนหน้า 222 ครูและนักเรยี นร่วมกันตรวจสอบความถูกตอ้ งและสรุปสิง่ ที่
ได้เรยี นรู้ จากนน้ั ครใู ห้นักเรยี นทาแบบฝกึ หดั 6.6 หน้า 158 – 160 และใหท้ าใบงานเพิ่มเตมิ
สอ่ื การเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นคณิตศาสตร์ ป.3
2.ใบงานท่ี 10 เร่ือง โจทย์ปัญหาการบวกและโจทยป์ ัญหาการลบเศษส่วนทม่ี ตี ัวส่วนเท่ากัน
การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
จุดประสงคก์ าร วธิ ีวัด เครอื่ งมือวัด เกณฑ์การประเมิน
เรียนรู้
1.ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน 50% ขึ้นไป ถือวา่ ผ่านเกณฑ์
การประเมิน
2.ดา้ นทกั ษะ สังเกตพฤตกิ รรมด้าน แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรียนได้คะแนนระดบั
กระบวนการ (P) ทักษะกระบวนการ ด้านทกั ษะ คุณภาพดีข้ึนไป
กระบวนการ
3.ดา้ นคุณลักษณะที่ สังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนได้คะแนนระดบั
พึงประสงค์ (A) คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ ด้านคณุ ลักษณะ คณุ ภาพดีข้นึ ไป
ทีพ่ ึงประสงค์
เกณฑก์ ารประเมินแบบฝกึ หัด/ใบงาน
ประเด็นการประเมิน ระดับคุณภาพ
1.ความถกู ต้องของเนอื้ หา
4 3 21
เนอื้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของ เน้อื หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ
ผลงานถูกต้อง ผลงานถูกต้องเป็น ผลงานถกู ต้อง ผลงานไมถ่ ูกต้อง
ครบถ้วน ส่วนใหญ่ บางประเด็น เป็นส่วนใหญ่
2. รปู แบบ การนาเสนอ การนาเสนอถกู ต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่
3. ความเปน็ ระเบียบ น่าสนใจและ เปน็ ส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางสว่ น เป็นไปตามเกณฑ์
เหมาะสมกับ
สถานการณ์ ผลงานสว่ นใหญ่มี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ
ผลงานมีความ ข้อบกพร่อง ข้อบกพร่อง เปน็ ระเบยี บ
เป็นระเบยี บ เล็กน้อย บางส่วน
เกณฑ์ประเมินคุณภาพ
10 - 12 คะแนน หมายถึง ดีมาก ระดับ 4 4 - 6 คะแนน หมายถึง พอใช้ ระดับ 2
7 - 9 คะแนน หมายถงึ ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง ระดบั 1
เกณฑ์การใหค้ ะแนนด้านทักษะและกระบวนการทางาน
ทักษะและกระบวนการ: การใหเ้ หตุผล
คะแนน:ระดบั คุณภาพ ความสามารถในการให้เหตุผลทีป่ รากฏให้เห็น
4 : ดมี าก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสินใจอย่างมเี หตุผล
3 : ดี มกี ารอ้างอิงท่ถี ูกต้องบางสว่ น และเสนอแนวคดิ ประกอบการตดั สนิ ใจ
2 : พอใช้ เสนอแนวคดิ ไม่สมเหตุสมผลในการประกอบการตัดสนิ ใจ
1 : ควรปรบั ปรงุ แก้ไข มคี วามพยายามเสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจ
ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา
คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการแกป้ ญั หาที่ปรากฏใหเ้ ห็น
4 : ดีมาก ใชก้ ระบวนการแก้ปญั หาไดส้ าเร็จ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ อธิบายถงึ เหตุผล
หลกั การและขน้ั ตอนในการแก้ปญั หาได้เข้าใจชดั เจนนามาซ่งึ คาตอบที่ถูกต้อง
3 : ดี ใชก้ ระบวนการแก้ปญั หาไดส้ าเร็จ แต่น่าจะอธิบายถึงเหตุผล
หลักการและขนั้ ตอนในการแก้ปญั หาได้ดีกวา่ นี้
2 : พอใช้ มกี ระบวนการแกป้ ัญหา สาเร็จเพียงบางสว่ น อธิบายถึงเหตผุ ล
หลกั การและขน้ั ตอนในการแก้ปัญหาได้บางส่วน
1 : ควรปรบั ปรุงแก้ไข มรี อ่ งรอยการแก้ปญั หาบางสว่ น เริม่ คดิ ใชเ้ หตผุ ล หลกั การและข้นั ตอน
ในการแก้ปญั หา แล้วหยดุ อธิบายต่อไม่ได้ แก้ปญั หาไมส่ าเร็จ
ทักษะ และกระบวนการ: การเชอ่ื มโยง สรุปองค์ความรู้
คะแนน:ระดบั ความสามารถในการเชอ่ื มโยงทป่ี รากฏใหเ้ ห็น
คณุ ภาพ
นาความรู้ หลักการ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชอื่ มโยงกับสาระคณิตศาสตร์
4 : ดีมาก หรือกจิ กรรมท่ีต้องใชอ้ งค์ความรูท้ ี่เรยี นได้ถกู ต้องทุกกจิ กรรมเพื่อชว่ ยในการแกป้ ญั หา
หรอื ประยุกต์ใช้ได้อย่างสอดคลอ้ งและเหมาะสม
นาความรู้ หลักการ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชือ่ มโยงกับสาระคณติ ศาสตร์
3 : ดี หรอื กจิ กรรมทตี่ ้องใชอ้ งค์ความรู้ที่เรียนได้เปน็ ส่วนใหญ่
เพอ่ื ชว่ ยในการแกป้ ญั หาหรือประยกุ ตใ์ ช้ไดบ้ างส่วน
2 : พอใช้ นาความรู้ หลักการ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยงกับสาระคณติ ศาสตร์หรอื
กจิ กรรมท่ีต้องใชอ้ งคค์ วามรู้ที่เรียนไดบ้ างส่วน
1 : ควรปรบั ปรุง นาความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชอ่ื มโยงยังไมเ่ หมาะสม สรปุ
แกไ้ ข องค์ความรทู้ ี่ได้
เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนใฝเ่ รยี นรู้
คะแนน : ระดบั คุณลกั ษณะที่ปรากฏให้เหน็
คุณภาพ
3 : ดีมาก - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้
2 : ดี - มีความสนใจ / ความต้งั ใจเปน็ บางครงั้
1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความต้งั ใจในระยะเวลาสนั้ ๆ ชอบเล่นในเวลาเรียน
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ : นักเรียนมีความมงุ่ มน่ั ในการทางาน
คะแนน : ระดับ คณุ ลักษณะท่ปี รากฏใหเ้ ห็น
คุณภาพ
3 : ดีมาก - สง่ งานกอ่ นหรอื ตรงกาหนดเวลานดั หมาย
- รบั ผดิ ชอบในงานทีไ่ ด้รับมอบหมายและปฏบิ ัติตนเองจนเปน็ นสิ ยั
2 : ดี - สง่ งานชา้ กว่ากาหนด แต่ได้มีการตดิ ต่อชี้แจงผู้สอน มเี หตผุ ลทรี่ บั ฟงั ได้
- รับผดิ ชอบในงานท่ไี ด้รบั มอบหมายและปฏบิ ตั ิตนเองจนเป็นนิสัย
1 : พอใช้ - ส่งงานชา้ กวา่ กาหนด
- ปฏิบตั งิ านโดยตอ้ งอาศัยการชีแ้ นะ แนะนา ตักเตือนหรือให้กาลงั ใจ
บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรู้ท่ีเกดิ ข้ึนกับผเู้ รยี น
1.1 ผเู้ รยี นผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ
1.2 ผู้เรยี นไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน คน
ไดแ้ ก่
1.3 ผ้เู รยี นได้รบั ความรู้ :
1.4 ผู้เรียนเกิดทกั ษะกระบวนการ :
1.5 ผู้เรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม :
2. ปัญหา / อุปสรรค
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
ลงชอื่ ผ้สู อน
คิดเห็นของรองผู้อานวยการสถานศึกษา
คดิ เหน็ ของผู้อานวยการสถานศึกษา ลงชอื่
(นางสาวอทุ ัยวรรณ ทบั ทมิ ทองสุข)
รองผอู้ านวยการโรงเรียน
ลงช่ือ
(นายสทิ ธชิ ยั ทองคง)
ผู้อานวยการโรงเรยี น
ใบงานท่ี 10
เรื่อง โจทยป์ ญั หาการบวกและโจทยป์ ญั หาการลบเศษส่วนทม่ี ตี วั สว่ นเท่ากนั (1)
เขยี นประโยคสญั ลักษณแ์ ละแสดงวธิ ีหาคาตอบ
1.หนดู ชี ่วยแมท่ ำอาหารโดยใชน้ ำ้ ปลา 5 ถ้วยตวง และเกลอื 2 ถ้วยตวง หนดู ใี ชน้ ้ำปลาและ
10 10
เกลอื ในการทำอาหารกถ่ี ้วยตวง
ประโยคสญั ลกั ษณ์
วิธที ำ
ตอบ
2.ฟ้าใสว่งิ เปน็ ระยะทาง 2 กโิ ลเมตร ฟา้ รงุ่ วิ่งเปน็ ระยะทาง 1 กโิ ลเมตร ฟ้าใสเดนิ ได้ระยะทางนอ้ ย
55
กว่าฟา้ รุง่ กีก่ ิโลเมตร
ประโยคสญั ลักษณ์
วิธีทำ
ตอบ
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 11 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3
เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ รหสั วชิ า ค 13101
หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรอ่ื ง เศษสว่ น
เรือ่ ง โจทยป์ ัญหาการบวกและโจทย์ปญั หาการลบเศษสว่ นที่มีตัวสว่ นเท่ากัน(2)
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวน ผลท่ี
เกดิ ขึ้นจากการดาเนนิ การ สมบตั ิของการดาเนินการ และนาไปใช้
ตัวชว้ี ัด : ค 1.1 ป.3/11 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ญั หาการบวกเศษส่วนทมี่ ตี วั ส่วนเทา่ กันและผลบวกไมเ่ กนิ 1
และโจทยป์ ญั หาการลบเศษส่วนท่ีมตี ัวสว่ นเทา่ กนั
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ส่ตู ัวช้ีวดั
1.บอกวธิ ีแสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวกเศษส่วนทตี่ วั ส่วนเท่ากนั และผลบวกไม่เกนิ 1 (K)
2.แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวกเศษส่วนที่ตวั สว่ นเทา่ กนั และผลบวกไมเ่ กนิ 1 (P)
3.นักเรยี นมีความมุง่ ในการทางานและสามารถนาความรู้ที่ไดไ้ ปต่อยอดในการเรยี นเร่ืองต่อไป (A)
สาระสาคัญ
การแก้โจทย์ปญั หาทาไดโ้ ดยอา่ นทาความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปญั หา หาคาตอบและตรวจสอบ ความ
สมเหตุสมผลของคาตอบ
สาระการเรียนรู้
1.ความรู้
โจทยป์ ญั หาการบวกและโจทย์ปัญหาการลบเศษส่วนทม่ี ีตัวส่วนเท่ากัน
2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
1.การแก้ปัญหา
2.การสือ่ สารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์
3.การเชอ่ื มโยง
3.คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุง่ มัน่ ในการทางาน
ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน
ใบงานที่ 11 เร่ือง โจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหาการลบเศษส่วนทม่ี ีตวั สว่ นเทา่ กัน
กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้
1.ครูทบทวนข้ันตอนการแก้โจทย์ปัญหาการบวกเศษส่วนท่ีเป็นโจทย์ปัญหาพ้ืนฐานง่าย ๆ ก่อน โดย
ครเู น้นยา้ ในเรอ่ื งการวเิ คราะห์โจทยป์ ญั หาและการวาดรปู ประกอบการวางแผนการแก้ปัญหาเพ่ือจะชว่ ยใหก้ าร
เขียนประโยคสัญลักษณ์การบวกง่ายขึ้น ครูนาเสนอสถานการณ์โดยติดแถบโจทย์ปัญหาตามหนังสอื เรียนหน้า
223 เช่น
“แมซ่ ื้อนา้ ตาลปบี 2 กโิ ลกรมั ซ้อื น้าตาลปีบน้อยกวา่ น้าตาลทราย 1 กิโลกรัม แม่ซ้ือน้าตาลทรายกี่กโิ ลกรัม”
44
จากนน้ั ครูและนักเรียนชว่ ยกันวิเคราะหโ์ จทยป์ ัญหาโดยใช้การถาม - ตอบ ดังนี้
− โจทย์ถามอะไร (แมซ่ ้ือนา้ ตาลทรายก่ีกโิ ลกรมั )
− โจทยบ์ อกอะไร (แม่ซื้อนา้ ตาลปบี 2 กโิ ลกรมั ซื้อนา้ ตาลปีบนอ้ ยกว่าน้าตาลทราย 1 กโิ ลกรมั )
44
− หาคาตอบไดอ้ ยา่ งไร นกั เรียนอาจตอบคาถามยังไม่ไดค้ รูและนกั เรียนช่วยกันวาดรปู เพอื่ วิเคราะห์
โจทยป์ ัญหาวา่ จะใช้การบวกหรือการลบในการหาคาตอบ โดยใชก้ ารถาม - ตอบ ดังน้ี
− แม่ซ้ือน้าตาลปีบมาก่ีกิโลกรัม ( 2 กิโลกรัม) ครูติดแถบกระดาษท่ีแบ่งเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน แสดง
4
น้าตาลปีบ 1 กิโลกรัม แล้วถามนักเรียนว่า ถ้าน้าตาลปีบ 1 กิโลกรัมแบ่งเป็น 4 ส่วน เท่า ๆ กัน แม่ซื้อน้าตาล
ปีบ 2 กิโลกรัม นักเรียนต้องระบายสีแถบกระดาษก่ีส่วน (2 ส่วน) ครูให้นักเรียนออกมาระบายสีในแถบ
4
กระดาษบนกระดาน 2 สว่ น ใน 4 สว่ น ดงั น้ี
จากโจทย์แม่ซื้อน้าตาลปีบน้อยกว่าน้าตาลทราย 1 กิโลกรัม ครูถามนักเรียนว่า แม่ซ้ือน้าตาลปีบหรือน้าตาล
4
ทรายมากกว่าและมากกว่าอยู่เท่าไร (แม่ซ้ือน้าตาลทรายมากกว่าและมากกว่าอยู่ 1 กิโลกรัม) ครูถามว่าจาก
4
แถบกระดาษท่รี ะบายสีแสดงนา้ ตาลปีบ 2 กิโลกรัม นั้น จะต้องระบายสีเพม่ิ หรือตอ้ งตัดส่วนท่ีระบายสอี ยแู่ ล้ว
4
ออก (ต้องระบายสีเพิ่ม) ครูถามต่อไปว่าต้องระบายสีเพิ่มอีกกี่ส่วน (ระบายสีเพ่ิมอีก 1 ส่วน) ครูติดแถบ
กระดาษทีร่ ะบายสแี สดงน้าตาลทรายท่แี มซ่ ือ้ มาให้เหน็ เทยี บกนั ดงั รูป
ครูถามนักเรียนว่าต้องหาคาตอบของโจทย์ปัญหานี้ด้วย การบวกหรือการลบ(การบวก)เขียนเป็น
ประโยคสัญลักษณ์ได้อย่างไร ( 2 + 1 = ) ครใู ห้นักเรียนชว่ ยกันหาคาตอบพรอ้ มท้ังเขียนแสดงวิธีหาคาตอบ
44
ดังนี้
ครใู ห้นักเรยี นช่วยกันสรุปคาตอบและตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ โดยการเทียบกบั โจทย์
ปญั หาวา่ นา้ ตาลทรายมากกวา่ น้าตาลปีบ ดงั นั้น คาตอบ 3 เปน็ คาตอบท่ีสมเหตุสมผล เพราะ 3 มากกวา่ 2
4 44
2.ครูทบทวนการแก้โจทย์ปัญหาการลบทีเ่ ปน็ พน้ื ฐานโดยเน้นการวิเคราะห์โจทย์จากน้ัน ครนู าเสนอ
สถานการณ์โดยตดิ แถบโจทย์ปัญหาบนกระดาน ตามหนงั สือเรียนหน้า 224 เชน่ “วนั แรกขนุ ว่ิงได้ 9
10
กิโลเมตร วนั แรกวิ่งได้มากกว่าวันท่สี อง 2 กโิ ลเมตร วนั ทส่ี องขนุ วิ่งไดร้ ะยะทางก่ีกิโลเมตร”
10
จากน้ันครูและนกั เรียนช่วยกันวิเคราะหโ์ จทยป์ ญั หา โดยใชก้ ารถาม - ตอบ ดังนี้
− โจทย์ถามอะไร (วันทส่ี องขุนวิ่งได้ระยะทางกี่กโิ ลเมตร)
− โจทยบ์ อกอะไร (วนั แรกขุนว่งิ ได้ 9 กิโลเมตร วันแรกว่ิงได้มากกว่าวันที่สอง 2 กิโลเมตร)
10 10
− หาคาตอบไดอ้ ยา่ งไร นักเรียนอาจตอบคาถามยงั ไม่ได้ครูและนกั เรียนช่วยกันวาดรปู เพื่อวเิ คราะห์
โจทย์ปญั หาว่า จะใช้การบวกหรอื การลบในการหาคาตอบ โดยใชก้ ารถาม - ตอบ ดังนี้
− วันแรกขุนวิ่งได้ก่ีกิโลเมตร ( 9 กิโลเมตร) ครูติดแถบกระดาษ ที่แบ่งเป็น 10 ส่วน เท่า ๆ กัน
10
แสดงระยะทาง 1 กิโลเมตร แล้วถามนักเรียนว่า ถ้าระยะทาง 1 กิโลเมตรแบง่ เป็น 10 ส่วน เท่า ๆ กัน วันแรก
ขุนวิ่งได้ 9 กิโลเมตร นักเรียน ต้องระบายสีแถบกระดาษก่ีส่วน (9 ส่วน) ครูให้นักเรียนออกมาระบายสีใน
10
แถบกระดาษบนกระดาน 9 ส่วน ใน 10 ส่วน ดังน้ี
จากโจทย์วันแรกขุนว่ิงได้มากกว่าวันที่สอง 2 กิโลเมตร ครูถามนักเรียนว่า วันท่ีสองขุนวิ่งได้
10
ระยะทางมากกว่าหรือ น้อยกว่าวันแรกอยู่เท่าไร (วันท่ีสองขุนวิ่งได้ระยะทางน้อยกว่าวันแรก 2 กิโลเมตร)
10
ครูถามว่าจากแถบกระดาษ ท่ีระบายสีแสดงระยะทางท่ีขุนวิ่งได้ในวันแรก 9 กิโลเมตรนั้น จะต้องระบายสี
10
เพ่ิมหรือต้องตัดส่วนที่ระบายสีอยู่แล้วออก (ต้องตัดส่วนท่ีระบายสีอยู่แล้วออก) ครูถามต่อไปว่าต้องตัดส่วนที่
ระบายสีอยู่แล้วออกไปกี่ส่วน (ต้องตัดส่วนท่ีระบายสีอยู่แล้วออกไป 2 ส่วน) ครูติดแถบกระดาษ ท่ีระบายสี
แสดงระยะทางที่ขนุ วิ่งไดใ้ นวันท่สี องมาให้เหน็ เทยี บกัน ดังรูป
ครถู ามนักเรียนว่า ต้องหาคาตอบของโจทย์ปญั หานดี้ ้วย การบวกหรอื การลบ (การลบ) เขยี นเปน็
ประโยคสญั ลกั ษณ์ ได้อย่างไร ( 9 − 2 = ) ครูใหน้ กั เรียนช่วยกันหาคาตอบพร้อมท้ังเขียนแสดงวิธีหา
10 10
คาตอบ ดังน้ี
ครูให้นักเรียนช่วยกันสรุปคาตอบและตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ โดยการเทยี บกบั โจทย์
ปัญหาว่า วันท่ีสองขุนวิ่งได้ระยะทางน้อยกว่าวันแรก ดังนั้น คาตอบ 7 เป็นคาตอบท่ีสมเหตุสมผล เพราะ
10
7 น้อยกว่า 9
10 10
3.ครแู บ่งนกั เรียนเป็นกลุ่ม ให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มช่วยกันเขยี นประโยคสญั ลกั ษณแ์ ละแสดงวิธหี า
คาตอบตามหนังสือเรียนหน้า 225
4.ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียนเป็นรายบคุ คล โดยใหน้ ักเรยี นแต่ละคนเขียนประโยคสญั ลักษณ์
และแสดงวธิ หี าคาตอบตามหนงั สือเรยี นหนา้ 226 ครูและนกั เรยี นร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้องและสรุปสิ่งที่
ได้เรียนรู้ จากนั้นครูให้นักเรยี นทาแบบฝึกหัด 6.7 หน้า 161 - 163
ส่ือการเรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี นคณติ ศาสตร์ ป.3
2.ใบงานที่ 10 เร่ือง โจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหาการลบเศษสว่ นที่มตี วั ส่วนเท่ากัน
สือ่ การเรยี นรู้
1.หนงั สือเรยี นคณิตศาสตร์ ป.3
2.ใบงานที่ 10 เรื่อง โจทยป์ ัญหาการบวกและโจทยป์ ัญหาการลบเศษสว่ นทีม่ ตี วั ส่วนเท่ากัน
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
จุดประสงคก์ าร วิธีวดั เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมิน
เรียนรู้
1.ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน 50% ขึน้ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
การประเมิน
2.ด้านทกั ษะ สงั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียนได้คะแนนระดบั
กระบวนการ (P) ทักษะกระบวนการ ด้านทกั ษะ คณุ ภาพดีขึ้นไป
กระบวนการ
3.ดา้ นคุณลกั ษณะที่ สงั เกตพฤตกิ รรมด้าน แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนได้คะแนนระดบั
พึงประสงค์ (A) คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ ด้านคุณลักษณะ คณุ ภาพดีขน้ึ ไป
ท่ีพงึ ประสงค์
เกณฑก์ ารประเมนิ แบบฝกึ หัด/ใบงาน
ประเดน็ การประเมนิ ระดับคุณภาพ
1.ความถกู ต้องของเน้ือหา
2. รูปแบบ 4 3 21
3. ความเปน็ ระเบยี บ เน้ือหาสาระของ เน้อื หาสาระของ เน้อื หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ
ผลงานถูกต้อง ผลงานถกู ต้องเป็น ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกตอ้ ง
ครบถว้ น สว่ นใหญ่ บางประเดน็ เปน็ ส่วนใหญ่
การนาเสนอ การนาเสนอถูกต้อง การนาเสนอ การนาเสนอไม่
นา่ สนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางส่วน เปน็ ไปตามเกณฑ์
เหมาะสมกบั
สถานการณ์
ผลงานมคี วาม ผลงานส่วนใหญ่มี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ
เป็นระเบยี บ ข้อบกพร่อง ขอ้ บกพร่อง เปน็ ระเบียบ
เลก็ น้อย บางส่วน
เกณฑ์ประเมนิ คณุ ภาพ
10 - 12 คะแนน หมายถึง ดีมาก ระดบั 4 4 - 6 คะแนน หมายถงึ พอใช้ ระดับ 2
7 - 9 คะแนน หมายถงึ ดี ระดับ 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง ระดับ 1
เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านทกั ษะและกระบวนการทางาน
ทกั ษะและกระบวนการ: การให้เหตุผล
คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการใหเ้ หตผุ ลท่ปี รากฏให้เหน็
4 : ดมี าก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสนิ ใจอย่างมีเหตุผล
3 : ดี มกี ารอ้างอิงที่ถูกต้องบางสว่ น และเสนอแนวคดิ ประกอบการตดั สินใจ
2 : พอใช้ เสนอแนวคิดไมส่ มเหตุสมผลในการประกอบการตัดสนิ ใจ
1 : ควรปรับปรงุ แกไ้ ข มคี วามพยายามเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสินใจ
ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา
คะแนน:ระดบั คุณภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาที่ปรากฏใหเ้ หน็
4 : ดีมาก ใชก้ ระบวนการแก้ปัญหาได้สาเร็จ อย่างมีประสิทธภิ าพ อธิบายถงึ เหตผุ ล
หลักการและขั้นตอนในการแก้ปญั หาได้เข้าใจชดั เจนนามาซ่งึ คาตอบทีถ่ ูกต้อง
3 : ดี ใช้กระบวนการแก้ปญั หาได้สาเรจ็ แตน่ า่ จะอธบิ ายถึงเหตุผล
หลกั การและขั้นตอนในการแก้ปัญหาได้ดีกว่านี้
2 : พอใช้ มกี ระบวนการแกป้ ัญหา สาเรจ็ เพยี งบางส่วน อธิบายถงึ เหตผุ ล
หลกั การและขนั้ ตอนในการแกป้ ญั หาได้บางสว่ น
1 : ควรปรบั ปรุงแกไ้ ข มรี ่องรอยการแกป้ ญั หาบางส่วน เริ่มคิดใช้เหตผุ ล หลักการและขน้ั ตอน
ในการแก้ปัญหา แล้วหยดุ อธิบายตอ่ ไม่ได้ แกป้ ัญหาไมส่ าเร็จ
ทักษะ และกระบวนการ: การเชอ่ื มโยง สรปุ องค์ความรู้
คะแนน:ระดับ ความสามารถในการเชือ่ มโยงท่ีปรากฏให้เห็น
คณุ ภาพ
นาความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชอ่ื มโยงกบั สาระคณิตศาสตร์
4 : ดีมาก หรอื กจิ กรรมทีต่ ้องใช้องคค์ วามรทู้ ี่เรยี นได้ถูกต้องทุกกจิ กรรมเพ่ือช่วยในการแกป้ ญั หา
หรือประยุกต์ใชไ้ ด้อย่างสอดคล้องและเหมาะสม
นาความรู้ หลกั การ และวิธกี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเชื่อมโยงกับสาระคณติ ศาสตร์
3 : ดี หรือกิจกรรมท่ีต้องใชอ้ งค์ความรู้ทเ่ี รยี นได้เป็นส่วนใหญ่
เพ่อื ช่วยในการแก้ปญั หาหรือประยุกต์ใช้ได้บางสว่ น
2 : พอใช้ นาความรู้ หลกั การ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ไปเช่ือมโยงกับสาระคณิตศาสตรห์ รือ
กิจกรรมท่ีตอ้ งใช้องคค์ วามรู้ท่ีเรียนได้บางส่วน
1 : ควรปรบั ปรุง นาความรู้ หลักการ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ในการเชื่อมโยงยงั ไมเ่ หมาะสม สรปุ
แกไ้ ข องค์ความรูท้ ี่ได้
เกณฑก์ ารให้คะแนนดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ : นักเรียนใฝเ่ รยี นรู้
คะแนน : ระดบั คุณลกั ษณะที่ปรากฏให้เห็น
คณุ ภาพ
3 : ดีมาก - มคี วามสนใจ / ความต้ังใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้
2 : ดี - มีความสนใจ / ความตั้งใจเป็นบางครั้ง
1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความตง้ั ใจในระยะเวลาส้นั ๆ ชอบเล่นในเวลาเรียน
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ : นกั เรียนมคี วามม่งุ มั่นในการทางาน
คะแนน : ระดับ คณุ ลักษณะทปี่ รากฏใหเ้ หน็
คุณภาพ
3 : ดมี าก - ส่งงานกอ่ นหรอื ตรงกาหนดเวลานัดหมาย
- รบั ผดิ ชอบในงานท่ไี ดร้ บั มอบหมายและปฏิบัติตนเองจนเป็นนิสัย
2 : ดี - สง่ งานชา้ กวา่ กาหนด แตไ่ ด้มกี ารติดต่อชีแ้ จงผูส้ อน มเี หตุผลทีร่ ับฟังได้
- รบั ผดิ ชอบในงานทไ่ี ด้รับมอบหมายและปฏบิ ัตติ นเองจนเปน็ นิสยั
1 : พอใช้ - ส่งงานช้ากวา่ กาหนด
- ปฏิบตั ิงานโดยต้องอาศยั การชแี้ นะ แนะนา ตักเตือนหรือใหก้ าลังใจ
บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรู้ท่ีเกดิ ข้ึนกับผเู้ รยี น
1.1 ผเู้ รยี นผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ
1.2 ผู้เรยี นไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน คน
ไดแ้ ก่
1.3 ผ้เู รยี นได้รบั ความรู้ :
1.4 ผู้เรียนเกิดทกั ษะกระบวนการ :
1.5 ผู้เรยี นมคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม :
2. ปัญหา / อุปสรรค
3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
ลงชอื่ ผ้สู อน
คิดเห็นของรองผู้อานวยการสถานศึกษา
คดิ เหน็ ของผู้อานวยการสถานศึกษา ลงชอื่
(นางสาวอทุ ัยวรรณ ทบั ทมิ ทองสุข)
รองผอู้ านวยการโรงเรียน
ลงช่ือ
(นายสทิ ธชิ ยั ทองคง)
ผู้อานวยการโรงเรยี น
ใบงานที่ 11
เรื่อง โจทยป์ ัญหาการบวกและโจทยป์ ญั หาการลบเศษส่วนท่มี ตี วั ส่วนเทา่ กนั (2)
เขียนประโยคสญั ลกั ษณ์และแสดงวธิ หี าคาตอบ
1.สายไฟเส้นแรกยาว 7 เมตร สายไฟเสน้ แรกยาวกว่าสายไฟเสน้ ทสี่ อง 3 เมตร สายไฟเสน้ ท่สี อง
11 11
ยาวกเี่ มตร
ประโยคสัญลกั ษณ์
วิธีทำ
ตอบ
2.มานีเกบ็ ไขไ่ กไ่ ด้ 5 ตะกร้า เก็บไข่เป็ดได้น้อยกวา่ ไกไ่ ข่ 1 ตะกรา้ มานีเกบ็ ไขเ่ ป็ดได้กตี่ ะกร้า
99
ประโยคสญั ลักษณ์
วธิ ีทำ
ตอบ
ร่วมคดิ ร่วมทา “กจิ กรรมตรงใจใหเ้ ลย”(1 ชัว่ โมง)
อุปกรณ์
− บตั รเศษสว่ น 5 ชุด ชุดละอยา่ งน้อย 6 บตั ร แตล่ ะชุดมเี ศษสว่ นที่ตวั ส่วนเทา่ กนั (บตั รเศษสว่ นทีค่ รู
เตรยี มไวต้ ้องมผี ลบวก ไม่เกนิ 1 หรือครอู าจนาบัตรเศษส่วนมาจากสอื่ เพ่ิมเตมิ ที่ไดจ้ ากการสแกน QR
code จากหน้าแรกของบทนี้)
− บตั รเคร่อื งหมาย 1 ชดุ มี4 บัตร
เตรยี มสถานท่ี
หอ้ งโล่งหรอื จดั โตะ๊ เรยี นเป็นคู่ หรอื เป็นกลุ่มตามจานวนสมาชิกทั้ง 2 ทมี
วิธีจดั กิจกรรม
1.ครูให้นักเรียนจับคู่กันหรือแบ่งเป็นทีม 2 ทีม และแจกอุปกรณ์คู่ละ 1 ชุด หรือทีมละ 1 ชุด ประกอบด้วย
บัตรเศษส่วน 6 บัตร และบัตรเครื่องหมาย 4 บัตร จากนั้นให้นักเรียนตกลงกันว่า ใครหรือทีมใดจะเร่ิมเล่น
กอ่ น โดยบตั รเศษสว่ นและบัตรเคร่ืองหมายทุกใบจะคว่า ไว้
2.ผู้ที่เริ่มเล่นก่อนหรือทีมที่เร่ิมเล่นก่อนจะหยิบบัตรเคร่ืองหมายหงายไว้1 บัตร กรณี ท่ีหยิบได้บัตรคร่ือง
หมาย + หรือ - ให้ผู้เล่นแต่ละคนหรือแต่ละทีมหยิบบัตรเศษส่วนขึ้นมา 2 บัตร แล้วหาผลบวกหรือผลลบตาม
บัตรเครอ่ื งหมาย ผู้เล่นคนใดหรือทีมใดท่ีได้ผลบวกหรอื ผลลบมากกวา่ จะได้คะแนน 1 คะแนน กรณีท่ีหยิบได้
บตั รเครื่องหมาย > หรือ < ให้ผู้เล่นแต่ละคนหรอื แต่ละทมี หยิบบัตรเศษส่วนขน้ึ มา 1 บัตร ผู้เล่นคนใดหรือทีม
ใดที่ได้เศษส่วนท่ีสอดคล้องกับบัตรเคร่ืองหมาย จะได้คะแนน 1 คะแนน 3. เมื่อเล่นครบ 10 รอบ ให้นับ
คะแนนที่ได้ผู้เล่นคนใดหรือทีมใดได้คะแนนมากกว่าจะเป็นผู้ชนะ จากน้ันให้นักเรียนทาแบบฝึกท้าทายหน้า
164 - 166
คะแนนเต็ม 30 คะแนน แบบทดสอบท้ายหนว่ ย เวลา 60 นาที
เรือ่ ง เศษส่วน
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การเนนิ การของจานวนผลท่ี
เกดิ ขนึ้ จากการดาเนนิ การ สมบตั ิของการดาเนนิ การ และนาไปใช้
ตวั ช้ีวัด :
ค 1.1 ป.3/3 บอก อา่ นและเขยี นเศษสว่ นแสดงปริมาณสง่ิ ตา่ ง ๆ และแสดงสง่ิ ตา่ ง ๆ ตามเศษสว่ นที่
กาหนด
ค 1.1 ป.3/4 เปรียบเทียบเศษส่วนทต่ี ัวเศษเทา่ กัน โดยที่ตวั เศษน้อยกว่าหรอื เทา่ กับตัวสว่ น
ค 1.1 ป.3/10 หาผลบวกของเศษส่วนที่มีตัวสว่ นเทา่ กนั และผลบวกไมเ่ กิน 1 และหาผลลบของเศษส่วนที่มี
ตวั ส่วนเทา่ กนั
ค 1.1 ป.3/11 แสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวกเศษสว่ นท่ีมตี ัวส่วนเท่ากันและผลบวกไม่
เกนิ 1 และโจทย์ปญั หาการลบเศษสว่ นท่มี ตี วั ส่วนเทา่ กนั
1.รปู ใดตอ่ ไปนมี้ ีสว่ นที่แรงเงาเป็น 2 (ค 1.1 ป.3/3)
4
ก. ข. ค. ง. ไม่มีขอ้ ใดถูก
2.จากภาพสว่ นท่แี รเงาคิดเป็นเศษสว่ นเท่าใดของภาพ (ค 1.1 ป.3/3)
ก. 5 ข. 4 ค. 4 ง. 4
45 8 9
3.เศษสว่ นในข้อใดมีค่า “นอ้ ยกวา่ 5” (ค 1.1 ป.3/4) ง. 5
7 7
ก. 3 ข. 7 ค. 6
77 7
4.ขอ้ ใดเปน็ การเรียงลาดับเศษส่วนจาก “มากไปนอ้ ย” (ค 1.1 ป.3/4)
ก. 5 , 4 , 3 ข. 7 , 9 , 2 ค. 5 , 7 , 10 ง. 5 , 1 , 10
555 999 15 15 15 14 14 14
5.การเปรียบเทียบเศษสว่ นในข้อใดถกู ต้อง (ค 1.1 ป.3/4) ง. 2 > 3
ก. 1 > 2 ข. 5 > 5 ค. 5 < 5 77
53 4 12 9 10
6.ข้อใดเปน็ การเรียงลาดับเศษสว่ นจาก “น้อยไปมาก” (ค 1.1 ป.3/4)
ก. 3 , 3 , 3 ข. 4 , 4 , 4 ค. 9 , 7 , 10 ง. 5 , 1 , 10
11 7 5 548 13 13 13 14 14 14
7.ขอ้ ใดเปน็ คาตอบของ 2 + 3 (ค 1.1 ป.3/10)
77
ก. 5 ข. 4 ค. 5 ง. 4
77 14 14
8.ขอ้ ใดเป็นคาตอบของ 5 - 2 (ค 1.1 ป.3/10)
99
ก. 5 ข. 3 ค. 3 ง. 4
90 99
9.แดงซื้อข้าวเหนยี วแดง 6 ถาด ซ่ึงมากกว่าวนุ้ กะทิใบเตย 1 ถาดแดงซื้อว้นุ กะทใิ บเตยก่ีถาดข้อความข้างตน้
88
สอดคลอ้ งกับประโยคสัญลักษณ์ในข้อใด (ค 1.1 ป.3/11)
ก. 6 + 1 = ข. 6 - 1 = ค. - 1 = 6 ง. ถกู ข และ ค
88 88 88
10.ดายา้ ยต้นผักกาดไปปลูกในแปลงทเี่ ตรียมไว้วนั แรกดาปลูกได้ 4 แปลง วนั ท่ีสองปลกู เพม่ิ อีก 2 แปลง
77
ดาปลกู ผกั กาด 2 วันได้ทัง้ หมดกแี่ ปลง (ค 1.1 ป.3/11)
ก. 1 แปลง ข. 5 แปลง ค. 6 แปลง ง. 5 แปลง
7 7 7 14