แผนการจดั การเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๔
เสนอ
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.พัชรีภรณ์ บางเขยี ว
จัดทำโดย
นางสาวนิศาชล ยุนรัมย์
เลขที่ ๑๕ รหัส ๖๒๘๑๑๒๔๐๔๑ หมูเ่ รยี น D๗
รายงานนเี้ ปน็ ส่วนหนงึ่ ของวชิ า วทิ ยาการจัดการเรียนรู้
รหัสวิชา ๑๑๙๐๓๐๑ คณะครศุ าสตร์
ภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
มหาวิทยาลยั ราชภัฏบา้ นสมเดจ็ เจา้ พระยา
คำนำ
รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา วิทยาการจัดการเรียนรู้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษา
กระบวนการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ กล่าวคือ การจัดการ
เรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีจุดเน้นเป็นความเข้าใจ สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้
ในการออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพเตม็ รปู และใชใ้ นอนาคตไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
โดยรายงานเล่มนี้ประกอบไปด้วยตารางโครงสร้างรายวิชา คำอธิบายรายวิชา และแผนการจัดการ
เรียนรู้ที่ได้ออกทดลองสอนในปีการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วย ๑๔ ส่วน
ได้แก่ ๑.สาระ/มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๒.จุดประสงค์การเรียนรู้ ๓.สาระสำคัญ ๔.สาระการเรียนรู้
๕.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๖.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๗.ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑
๘.การบรู ณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ๙.ชน้ิ งาน/ภาระงาน ๑๐.การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
๑๑.สื่อการเรยี นรู/้ แหลง่ การเรยี นรู้ ๑๒.การวัดและประเมินผล ๑๓.บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
ท้ังนผี้ จู้ ัดทำขอขอบพระคณุ ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.พชั รภี รณ์ บางเขียว ที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำ
ตลอดระยะเวลาการจัดทำรายงานเล่มนี้ และให้คำปรึกษาในการแก้ไขแผนการจัดการเรียนรู้ให้สมบูรณ์
มากยิ่งขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับการจัดการเรียนรู้
ในห้องเรยี น หากผิดพลาดประการใด ผจู้ ดั ทำขอน้อมรบั และจะนำไปปรับปรุงตอ่ ไป
นศิ าชล ยุนรมั ย์
ผจู้ ดั ทำ
สารบญั
เร่ือง หนา้
แผนการจัดการเรียนร…ู้ ……………………………………………………………………………………………….๑
คำอธบิ ายรายวชิ า……………………………………………………………………………………………………….๔
ตารางโครงสร้างรายวชิ า………………………………………………………………………………………………๘
แผนการจัดการเรยี นรู้ โรงเรยี นสายปัญญา ในพระบรมราชนิ ูปถมั ภ์
(ขนั้ ทดลองสอน)……………………………………………………………………………………………………….๑๑
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ าการอกแบบการจัดการเรยี นรู้
วชิ าภาษาไทย……………………………………………………………………………………………………………๗๑
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ใี ช้สอบสอน……………………………………………………………………………..๘๘
สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย แผนการจดั การเรียนรู้ ๑
ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๔ ภาคเรยี นที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๔
ครูผสู้ อน นางสาวนศิ าชล ยนุ รัมย์ รายวชิ าพนื้ ฐาน
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง/๑หน่วยกติ
๑. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ท 1.1 ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิด เพอื่ นำไปใชต้ ัดสินใจ แกป้ ญั หาในการ
ดำเนนิ ชวี ิตและมีนิสยั รกั การอ่าน
ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียน เขยี นสือ่ สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขียนเร่ืองราวใน
รูปแบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่างมีประสิทธิภาพ
ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดอู ย่างมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด และ
ความรสู้ กึ ในโอกาสตา่ ง ๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณและสร้างสรรค์
ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลงั ของ
ภาษา ภูมิปญั ญาของภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
ท 5.1 เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณคา่
และนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ ได้
ตัวชี้วดั
มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพอ่ื นำไปใชต้ ดั สนิ ใจ
แก้ปญั หาในการดำเนนิ ชีวติ และมีนิสัยรกั การอา่ น
ท 1.1 ม.4-6/5 วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ แสดงความคดิ เห็นโตแ้ ยง้ เกยี่ วกบั เรือ่ งท่ีอ่าน และ
นำเสนอความคดิ ใหมอ่ ยา่ งมีเหตผุ ล
มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียน เขียนส่ือสาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียน
เรอื่ งราวในรปู แบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งมี
ประสทิ ธิภาพ
ท 2.1 ม.4-6/1 เขียนสอ่ื สารในรูปแบบตา่ งๆได้ตรงตามวัตถปุ ระสงค์ โดยใชภ้ าษาเรยี บเรยี ง
ถูกต้อง มีข้อมูลและสาระสำคัญชดั เจน
๒
มาตรฐานท่ี ท 3.1 สามารถเลือกฟงั และดอู ยา่ งมวี จิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้
ความคดิ และความรู้สึกในโอกาสตา่ ง ๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณและสร้างสรรค์
ท 3.1 ม.4-6/5 พูดในโอกาสตา่ ง ๆ พดู แสดงทศั นะโตแ้ ยง้ โน้มนา้ วใจ และเสนอแนวคิด
ใหมด่ ้วยภาษาถูกตอ้ งเหมาะสม
ท 3.1 ม.4-6/6 มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพูด
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปัญญาของภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ
ท 4.1 ม.4-6/2 ใชค้ ำและกลุ่มคำสรา้ งประโยคตรงตามวตั ถุประสงค์
ท 4.1 ม.1/3 วเิ คราะหช์ นิดและหนา้ ทข่ี องคำในประโยค
ท 4.1 ม.1/4 วเิ คราะหค์ วามแตกตา่ งของภาษาพูดและภาษาเขยี น
ท 4.1 ม.1/6 จำแนกและใชส้ ำนวนทเ่ี ปน็ คำพงั เพย และสุภาษิต
ท 4.1 ม.2/2 วิเคราะหโ์ ครงสร้างประโยคสามญั ประโยครวมและประโยคซ้อน
ท 4.1 ม.2/4 ใชค้ ำราชาศัพท์
ท 4.1 ม.3/2 วิเคราะห์โครงสรา้ งแระโยคซับซ้อน
ท 4.1 ม.3/3 วิเคราะห์ระดบั ภาษา
มาตรฐานที่ ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เหน็ คณุ คา่ และนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ ได้
ท 5.1 ม.4-6/4 สังเคราะหข์ อ้ คิดจากวรรณคดแี ละวรรณกรรม เพ่อื นำไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ
จริง
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (ภาพรวมทงั้ หมด)
๑. ดา้ นความรู้ (K)
1. อธิบายการสะกดคำที่ถกู ต้อง รู้หลกั ของการสะกดคำ (K)
2. อธิบายความหมาย ท่ีมาของถอ้ ยคำสำนวนได้ (K)
3. อธบิ ายหลกั การใช้คำ ไวยากรณต์ า่ ง ๆ และคำนงึ ถงึ ความเหมาะสมได้ (K)
4. อธิบายองค์ประกอบประโยค จำแนกประโยคได้ถกู ต้องและเหมาะสม (K)
5. อธบิ ายความเป็นมา เน้ือหา ประวัตผิ ูแ้ ตง่ บอกลักษณะคำประพันธ์ เรอ่ื งทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี (K)
6. อธิบายคณุ คา่ ของบทประพันธ์เรอื่ ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี (K)
7. ตอบได้สอดคลอ้ งกับคำถาม (K)
8. อธิบายหลกั ของการพูดท่ัวไปได้ถกู ตอ้ ง (K)
9. อธบิ ายลักษณะของการพดู ระหว่างบุคคลได้ (K)
10.อธบิ ายลักษณะของการพดู ในกลุ่มและการพดู ใหส้ มั ฤทธผิ์ ลได้ (K)
11. อธิบายความหมายและเขา้ ใจเนือ้ หา (K)
๓
๒. ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. นกั เรยี นคิด วเิ คราะหข์ อ้ คำถามได้ (P)
2. นกั เรยี นสามารถแยกแยะคำผดิ คำถกู ได้ (P)
3. นกั เรยี นสามารถแยกแยะความเหมาะสมของการใชค้ ำโดยคำนงึ ถงึ สถานที่ บคุ คล (P)
4. วเิ คราะหข์ ้อคิด แนวคดิ ของเรือ่ งได้ (P)
5. แสดงความคดิ เห็นได้สอดคลอ้ งกบั คำถาม (P)
6. อ่านจับใจความของเรอ่ื ง (P)
7. วเิ คราะหแ์ ละประเมนิ คา่ บทประพันธไ์ ด้ (P)
8. อธบิ ายและยกตวั อยา่ งการพดู จากเรือ่ งท่อี ่านได้ (P)
9. อธบิ ายและยกตัวอยา่ งการพูดในกลุ่ม (P)
10.สามารถคดิ วเิ คราะห์ แยกแยะข้อทีผ่ ิดและถกู ได้ (P)
๓. ดา้ นเจตคติ (A)
1. ตระหนักถงึ การใช้คำไทยท่ีถกู ต้อง (A)
2. เหน็ คุณค่าของสำนวนไทย และอนุรกั ษส์ ำนวนไทยยิง่ ขึน้ (A)
3. ตระหนกั ถึงความเหมาะสมในการใชค้ ำและประโยค (A)
4. เหน็ คณุ คา่ ของขา้ ว และสำนกึ บญุ คณุ ของชาวนา (A)
5. ตระหนักและเหน็ คุณคา่ ของขา้ ว และชาวนามากข้ึน (A)
6. ตระหนกั ถงึ คณุ คา่ ของบทประพนั ธ์ เร่อื ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี (A)
7. มที ัศนคติทดี่ ีในการพูด (A)
8. มมี ารยาทในการพดู (A)
9. มที ัศนคตทิ ด่ี ใี นการพูดในกลุม่ และการพดู ให้สัมฤทธ์ิผล (A)
10.มีมารยาทในการฟงั การดูและการพดู (A)
11.ตระหนกั ถึงคุณค่าและความสำคญั ของวิชาภาษาไทย (A)
๔
คำอธบิ ายรายวชิ า
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รหสั วิชา ท31101 รายวชิ า ภาษาไทยพ้นื ฐาน 1
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาและฝึกการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรอง ตีความ แปลความเรื่องที่อ่าน วิเคราะห์
วิจารณ์แสดงความคิดเห็น ตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน การเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ
รายงาน สงั เคราะหค์ วามรู้จากส่อื ส่ิงพิมพอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์ และแหลง่ เรยี นรตู้ ่าง ๆ มาพัฒนาการเรยี น ศึกษาและ
ฝึกการเขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ เช่นอธิบาย พรรณนา โครงการและรายงานการดำเนินโครงการโดยใช้
ภาษาเรียบเรียงถูกต้องและสาระสำคัญชัดเจน เขียนเรียงความ ย่อความ จากสื่อที่มีรูปแบบและเนื้อหา
ที่หลากหลาย ผลิตงานเขียนของตนเองในรูปแบบต่าง ๆ เช่น สารคดี บันเทิงคดี ประเมินงานเขียนของผู้อ่ืน
โดยนำมาพัฒนางานเขียนของตนเอง เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า เรื่องที่น่าสนใจตามหลักการเขียนเชิง
วิชาการและใช้ข้อมูลสารสนเทศอ้างอิงอย่างถูกต้อง บันทึกการศึกษาค้นคว้า เพื่อนำไปพัฒนาตนเองอย่าง
สมำ่ เสมอ มมี ารยาทในการอ่านโดยใช้กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ สังเคราะห์และประเมินคา่
สรุปแนวคิดและแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดู วิเคราะห์แนวคิดการใช้ภาษาและความ
น่าเชื่อถือจากเรื่องที่ฟังและดู ประเมินเรื่องที่ฟงั และดูแล้วกำหนดแนวทาง นำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชวี ติ
มีวิจารณญาณในการเลือกเรื่องท่ีฟังและดู พูดในโอกาสต่าง ๆ พูดแสดงทรรศนะ โต้แย้ง โน้มน้าวใจและเสนอ
แนวคิดใหม่ อธิบายธรรมชาติของภาษา พลังของภาษาและลักษณะของภาษา ใช้คำและกลุ่มคำสร้างประโยค
ตรงตามจุดประสงค์ใช้ภาษาเหมาะสมกับโอกาส กาลเทศะและบุคคลรวมทั้งคำราชาศัพท์อย่างเหมาะสม แต่ง
บทร้อยกรอง วิเคราะห์อิทธิพลของภาษาต่างประเทศและภาษาถิ่น อธิบายและวิเคราะห์หลักการสร้างคำใน
ภาษาไทย วเิ คราะห์ ประเมินการใชภ้ าษาจากส่ือสงิ่ พิมพ์และส่ืออิเล็กทรอนกิ ส์ วิเคราะห์วิจารณ์วรรณคดีและ
วรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์วรรณคดี เชื่อมโยงลักษณะเด่นของวรรณคดี ควบไปกับการเรียนรู้ทาง
ประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของสังคมในอดีต ประเมินคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะที่เป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมของชาติ รวมทั้งรวบรวมวรรณกรรมพื้นบ้านมาอธิบายภูมิปัญญาทางภาษา ท่องจำบทอาขยานและ
อธบิ ายบทร้อยกรองทีม่ คี ณุ ค่าตามความสนใจและนำไปอา้ งอิงได้
เห็นคุณค่าของการเรียนรู้ การอ่าน การเขียน การฟังและการดู สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
มีความสามารถในการตัดสินใจนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ มีวิจารณญาณ
มีความคิดสร้างสรรค์ รักษาภาษไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ มีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยม
ที่เหมาะสม รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตยส์ ุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน มีจิต
สาธารณะและรกั ความเป็นไทย ชืน่ ชม เห็นคณุ ค่าและภูมิใจในภาษาประจำชาติ
๕
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ท 1.1 ม.4-6/1 ม4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7 ม.4-6/8 ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/1 ม4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7 ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/1 ม4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/1 ม4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7
ท 5.1 ม.4-6/1 ม4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6
รวมทั้งหมด 36 ตัวชี้วดั
๖
คำอธิบายรายวชิ า
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รหัสวิชา ท31102 รายวชิ า ภาษาไทยพ้นื ฐาน 2
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศึกษาและฝึกการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง ตีความ แปลความเรื่องที่อ่านวิเคราะห์
วิจารณ์แสดงความคิดเห็น ตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน การเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิดบันทึก ย่อความ
รายงาน สงั เคราะหค์ วามรูจ้ ากส่อื สง่ิ พมิ พ์อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ และแหล่งเรยี นรู้ตา่ ง ๆ มาพฒั นาการเรยี น ศกึ ษาและ
ฝึกการเขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ เช่นอธิบาย พรรณนา โครงการและรายงานการดำเนินโครงการโดย
ใช้ภาษาเรียบเรียงถูกต้องและสาระสำคัญชัดเจน เขียนเรียงความ ย่อความ จากสื่อที่มีรูปแบบและเนื้อหา
ท่หี ลากหลาย ผลิตงานเขียนของตนเองในรูปแบบต่าง ๆ เช่นสารคดี บันเทงิ คดี ประเมนิ งานเขียนของผู้อ่ืนโดย
นำมาพัฒนางานเขียนของตนเอง เขียนรายงานการศกึ ษาคน้ คว้า เรื่องที่น่าสนใจตามหลักการเขียนเชิงวิชาการ
และใช้ข้อมูลสารสนเทศอ้างอิงอย่างถูกต้อง บันทึกการศึกษาค้นคว้า เพื่อนำไปพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ
มีมารยาทในการอ่านโดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์และประเมินค่า สรุปแนวคิดและแสดงความ
คิดเห็นจากเรือ่ งที่ฟังและดู วิเคราะห์แนวคดิ การใชภ้ าษาและความน่าเชื่อถือจากเรื่องที่ฟังและดู ประเมินเรือ่ ง
ที่ฟังและดูแล้วกำหนดแนวทาง นำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต มีวิจารณญาณในการเลือกเรื่องที่ฟังและดู
พดู ในโอกาสตา่ ง ๆ พดู แสดงทรรศนะ โตแ้ ย้ง โน้มนา้ วใจและเสนอแนวคิดใหม่
อธิบายธรรมชาติของภาษา พลังของภาษาและลักษณะของภาษา ใช้คำและกลุ่มคำ สร้างประโยคตรง
ตามจุดประสงค์ใช้ภาษาเหมาะสมกับโอกาส กาลเทศะและบุคคลรวมทั้งคำราชาศัพท์อย่างเหมาะสมแต่งบท
ร้อยกรอง วิเคราะห์อิทธิพลของภาษาต่างประเทศและภาษาถิ่น อธิบายและวิเคราะห์ หลักการสร้างคำใน
ภาษาไทย วิเคราะห์ ประเมินการใช้ภาษาจากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ วิเคราะห์วิจารณ์วรรณคดีและ
วรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์วรรณคดี เชื่อมโยงลักษณะเด่นของวรรณคดีควบไปกับการเรียนรู้ทาง
ประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของสังคมในอดีต ประเมินคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะที่เป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมของชาติ รวมทั้งรวบรวมวรรณกรรมพื้นบ้านมาอธิบายภูมิปัญญาทางภาษา ท่องจำบทอาขยานและ
อธบิ ายบทรอ้ ยกรองทม่ี คี ณุ คา่ ตามความสนใจและนำไปอา้ งองิ ได้
เห็นคุณค่าของการเรียนรู้ การอ่าน การเขียน การฟังและการดู สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
มีความสามารถในการตัดสินใจนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ มีวิจารณญาณ มีความคิด
สร้างสรรค์ รักษาภาษไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ มีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม รักชาติ ศาสน์
กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน มีจิตสาธารณะและรักความเป็น
ไทย ช่นื ชม เหน็ คุณค่าและภูมใิ จในภาษาประจำชาติ
๗
มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด
ท 1.1 ม.4-6/1 ม4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7 ม.4-6/8 ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/1 ม4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7 ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/1 ม4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/1 ม4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7
ท 5.1 ม.4-6/1 ม4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6
รวมท้ังหมด 36 ตัวชี้วดั
๘
ตารางโครงสรา้ งรายวชิ า
วชิ าภาษาไทย๑ ภาคเรียนที่๑ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 รหสั วิชา ท 31101
หน่วย
เรื่อง จำนวนชวั่ โมง แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยท่ี ๑ ๑
เลอคา่ วรรณคดีไทย ๑. ออกเสียงไพเราะเสนาะทำนอง ๑ ๒-๔
๒. อเิ หนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง ๓ ๕-๖
หน่วยท่ี ๒ ๓. วิเคราะห์คุณคา่ งานประพันธ์ ๒ ๗
มณีพลอยรอ้ ยแสง ๔. สรุปคณุ ค่างานประพันธ์ ๑
๕. ความรูแ้ ละขอ้ นา่ สงั เกตเก่ียวกับภาษา (คำ) ๓ ๘-๑๑
หน่วยที่ ๓ ๖. การเขยี นรายงานทางวิชาการ ๓ ๑๒-๑๔
มหาชาติธรรมแสดง
รวม ๑๔ ๑๕-๑๖
หน่วยท่ี ๔ ๑๗
นมสั การคณุ านุคุณ ๑. ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี ๒ ๑๘
๒. การประเมนิ คุณค่า ๑
๓. การเขียนสอื่ สารในรูปแบบอธิบาย ๑ ๑๙-๒๔
๔. ความรู้และขอ้ สงั เกตเกย่ี วกับภาษา (เสียง ๖
,อกั ษร)
๕. การสง่ สารด้วยการพูด ๓ ๒๕-๒๗
รวม ๑๓
๑. มหาชาตหิ รือมหาเวสสันดรชาดก ๓ ๒๘-๓๐
๒. การประเมินคุณคา่ งานประพันธ์ ๑ ๓๑
๓. การเขยี นบนั ทกึ ความรู้ ๑ ๓๒
๔. อทิ ธพิ ลของภาษาถิ่น ๑ ๓๓
๕. ภาษาเพ่ือการสอื่ สารผา่ นอนิ เทอร์เน็ต ๑ ๓๔
รวม ๗
๑. นมัสการมาตาปิตคุ ณุ และอาจารยิ คณุ ๒ ๓๕-๓๖
๒. การวิเคราะหแ์ นวคดิ ๑ ๓๗
๓. การสง่ สารดว้ ยการเขยี น ๓ ๓๘-๔๐
รวม ๖
รวมทัง้ สิน้ ๔๐
๙
วิชาภาษาไทย๒ ภาคเรยี นที่๒ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 รหสั วชิ า ท 311๐๒
หนว่ ย
เร่อื ง จำนวนชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยที่ 1 1
นิราศเลศิ ล้ำ ปฐมนิเทศ 1 2
3-4
หน่วยที่ 2 1. การอ่านออกเสยี ง/ท่องจำ 1 5
เวตาลปญั จวิงศติ 2. นิราศนรินทรค์ ำโคลง 2 6-7
3. การประเมินค่างานประพันธ์ 1 8
หน่วยที่ 3 4. แตง่ โคลงสสี่ ุภาพ 2 9
อุดมมงคลสูตร 5. การส่ือสารของมนุษย์ 1
6. การรบั สารด้วยการฟงั 1 10-11
หนว่ ยท่ี 4 12
จิตสราญดว้ ยวรรณกรรม รวม 8 13
14
1. นทิ านเวตาล 2
2. การประเมินคุณคา่ 1 15-22
3. ผงั มโนภาพ 1
4. การพดู สรุปแนวคดิ 1 23
5. คำ 7 ชนิด 7 24
รวม 13
1. มงคลสูตรคำฉนั ท์ 2
2. การอ่านออกเสยี งคำไทยทม่ี าจาก 1
ภาษาบาลีและสันสกฤต 1 25
3. สรุปแนวคดิ 3 26-28
4. การใชค้ ำซำ้ คำซอ้ น คำประสม
7
รวม
2 29-30
1. หวั ใจชายหนุม่ 1 31
2. ประเมินคณุ คา่ วรรณกรรม 2 32-34
3. การรับและสง่ สารดว้ ยการอา่ น 2 35-36
4. การสง่ สารดว้ ยการเขยี น 1 37
5. การสือ่ สารเพ่ือกิจธรุ ะ 1 38
6. ระดับภาษา 2 39-40
7. การอ่านเพ่อื พัฒนาตน
10
รวม
40
รวมทงั้ สิน้
๑๐
ปกแผน
๑๑
โรงเรียนสายปญั ญา ในพระบรมราชนิ ูปถมั ภ์
แผนการจัดการเรยี นรูป้ รบั พนื้ ฐาน
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท31101
ภาคเรยี นที่ 1
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ปีการศกึ ษา 2564 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
หนว่ ยการเรียนรยู้ ่อยท่ี
เรือ่ ง ปรับพน้ื ฐาน เวลาสอน 1 คาบ
เร่อื ง การสะกดคำและถ้อยคำ ผู้สอนนางสาวนิศาชล ยนุ รัมย์
สำนวนการใชค้ ำและการใชป้ ระโยค
1. สาระ/มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวดั
สาระ
สาระที่ 1 การอา่ น
สาระที่ 2 การเขยี น
มาตรฐานการเรยี นรู้
ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของ
ภาษา ภมู ปิ ญั ญาของภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ขิ องชาติ
ตวั ชี้วัด
ท 4.1 ม.4-6/2 ใชค้ ำและกลุ่มคำสร้างประโยคตรงตามวตั ถปุ ระสงค์
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. อธบิ ายการสะกดคำทีถ่ ูกตอ้ ง รหู้ ลกั ของการสะกดคำ
2. อธบิ ายความหมาย ท่ีมาของถอ้ ยคำสำนวนได้
3. อธิบายหลกั การใช้คำ ไวยากรณต์ ่างๆ และคำนงึ ถึงความเหมาะสมได้
4. อธบิ ายองคป์ ระกอบประโยค จำแนกประโยคไดถ้ กู ตอ้ งและเหมาะสม
2.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
1. นกั เรยี นคิด วเิ คราะหข์ ้อคำถามได้
2. นกั เรียนสามารถแยกแยะคำผดิ คำถูกได้
3. นกั เรยี นสามารถแยกแยะความเหมาะสมของการใชค้ ำโดยคำนงึ ถงึ สถานท่ี บคุ คล
2.3 ดา้ นเจตคติ (A)
1. ตระหนักถึงการใช้คำไทยทถ่ี ูกต้อง
2. เห็นคุณคา่ ของสำนวนไทย และอนรุ กั ษส์ ำนวนไทยยิง่ ขนึ้
3. ตระหนักถงึ ความเหมาะสมในการใช้คำและประโยค
๑๒
3. สาระสำคัญ
การสะกดคำ เป็นพื้นฐานของการเรียนในรายวิชาภาษาไทย เนื่องด้วยถ้าหากมีการใช้คำและสะกดคำผิด
อาจทำความหมายของคำคาดเคลื่อน และทำให้การสื่อสารไม่เข้าใจกัน ถ้อยคำสำนวน เป็นส่วนสำคัญและ
เป็นวัฒนธรรมอันดีของไทยที่ควรอนุรักษ์ บำรุงรักษาให้อยู่คู่ไทยสืบต่อไป เพราะการใช้สำนวนจะทำให้การ
พดู จาหรือการดา่ ทอ เบาบางลง
การใช้คำหรือใช้ประโยค มีส่วนสำคัญที่ทำให้เราเข้าใจลักษณะและรู้วิธีการใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้
ถูกต้องและเหมาะสม ดังนั้น ในการใช้คำหรือประโยคในทุก ๆ ครั้ง นักเรียนควรวิเคราะห์ความเหมาะสมท้ัง
ภาษาและสถานที่ รวมไปถึงบุคคลที่เรากำลังสนทนาด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสื่อสารกันได้ถูกต้องและ
เหมาะสม
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ (K)
4.1.1 หลักการสะกดคำ และตัวอย่างคำทส่ี ะกดถกู ตอ้ ง
4.1.2 ความหมาย ท่ีมา และตัวอยา่ งของถ้อยคำสำนวน
4.1.3 หลกั การใช้คำ การใชไ้ วยากรณ์ท่ีเหมาะสม และตัวอยา่ งการใช้ทม่ี ีระดับภาษา
4.1.4 ความหมาย องค์ประกอบ การจำแยกประโยคและชนดิ ของประโยค
4.1.5 แนวข้อสอบ o-net
4.2 ทักษะ/กระบวนการ (P)
4.2.1 สามารถเขา้ ใจ รับรแู้ ละเขียนคำไทยสะกดได้อย่างถกู ต้อง
4.2.2 วเิ คราะห์ถ้อยคำสำนวนไดห้ ลากหลาย
4.2.3 วเิ คราะหก์ ารใชค้ ำและประโยคไดถ้ กู ตอ้ งและถูกกาลเทศะ
5. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
รักชาติ
ซ่อื สัตย์สุจริต
มีวินัย
✓ ใฝ่เรียนรู้
อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
✓ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
✓ รกั ความเป็นไทย
มีจิตสาธารณะ
๑๓
6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
✓ ความสามารถในการสื่อสาร
✓ ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแก้ปญั หา
✓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. ทักษะของผ้เู รยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L)
✓ ทกั ษะการอา่ น (Reading)
✓ ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
ทกั ษะการ คดิ คำนวณ (Arithmetic)
ทกั ษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem
solving)
ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทักษะด้านความร่วมมอื การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork
and leadership)
ทักษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทกั ษะดา้ น การสือ่ สาร สารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทนั ส่อื (Communication information and
media literacy)
ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร (Computing)
ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ทกั ษะการเปลีย่ นแปลง (Change)
✓ ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
ภาวะผ้นู ำ (Leadership)
8. การบูรณาการตามพระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ
✓ บรู ณาการหลกั สูตรโรงเรยี นมาตรฐานสากล (World-class Standard School)
✓ IS 1 การศกึ ษาค้นคว้าสรา้ งองคค์ วามรู้ (Research and Knowledge Formation)
IS 2 การสอื่ สารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
IS 3 การนำองคค์ วามรู้ไปใชบ้ ริการสังคม (Social Service Activity)
บูรณาการกบั หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
บูรณาการกบั ประชาคมอาเซยี น
บรู ณาการโรงเรยี นวถิ พี ทุ ธ
บรู ณาการกิจกรรมสภานักเรียน
๑๔
บูรณาการโครงการอนรุ กั ษ์พันธกุ รรมพชื อนั เนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตน
ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)
บูรณาการกบั โรงเรียนส่ิงแวดล้อมศกึ ษาและโรงเรยี นปลอดขยะ (Zero Waste School)
บูรณาการกับคา่ นยิ ม 12 ประการ
มคี วามรักชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
ซื่อสัตย์ เสยี สละ อดทน มีอดุ มการณ์ในสิ่งทด่ี งี ามเพอื่ ส่วนรวม
กตญั ญูต่อพอ่ แม่ ผ้ปู กครอง ครบู าอาจารย์
ใฝห่ าความรู้ หมน่ั ศกึ ษาเลา่ เรยี นทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม
✓ รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม
มศี ีลธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี อ่ ผอู้ ่ืน เผ่ือแผแ่ ละแบง่ ปนั
เข้าใจ เรียนรู้การเปน็ ประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ ท่ีถกู ตอ้ ง
มรี ะเบยี บวินยั เคารพกฎหมาย ผูน้ อ้ ยรจู้ กั การเคารพผใู้ หญ่
มีสตริ ู้ตวั รคู้ ดิ ร้ทู ำ รู้ปฏบิ ตั ิตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั
รู้จกั ดำรงตนอยู่โดยใชห้ ลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงตามพระราชดำรสั ของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัว รจู้ ักอดออมไว้ใชเ้ มือ่ ยามจำเป็น มไี ว้พอกิน พอใช้
ถ้าเหลอื กแ็ จกจา่ ยจำหนา่ ยและพร้อมท่จี ะขยายกจิ การเม่อื มคี วามพรอ้ มเมอ่ื มี
ภมู ิคุม้ กัน
ทดี่ ี
มีความเขม้ แขง็ ท้งั ร่างกายและจติ ใจ ไมย่ อมแพต้ ่ออำนาจฝา่ ยตำ่ หรอื กิเลส มคี วาม
ละอายเกรงกลัวตอ่ บาปตามหลกั ของศาสนา
คำนึงถึงผลประโยชนข์ องสว่ นรวมและของชาตมิ ากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง
บรู ณาการขา้ มกลุ่มสาระการเรยี นรู้ (ระบุ)
.............................................................................
อื่นๆ (ระบ)ุ
.............................................................................................................................
9. ช้นิ งานหรอื ภาระงาน ( หลกั ฐาน / ร่องรอยแสดงความรู้ )
-
๑๕
10. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั ตอนการเรยี นการสอน
ข้ันนำ
1. ครูกลา่ วทักทายนักเรียน
2. ครใู หน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน ผา่ น Google form
ขั้นสอน
1. ครซู ักถาม ในประเด็นคำถามว่า
- นกั เรยี นคิดวา่ การใชส้ ำนวนสำคญั กบั ประเทศเราอยา่ งไร (ตามดลุ ยพินจิ ของนักเรียน)
- ยกสถานการณก์ ารใชส้ ำนวนทต่ี วั เองเคยพบเจอ (ตามดุลยพนิ จิ ของนกั เรียน)
2. ครูอธิบายเนื้อหาจากสอ่ื powerpoint (ดงั แนบทา้ ยแผน)
3. ครูยกสำนวนมา 2 สำนวนทีเ่ ปน็ รูปภาพเปดิ แผน่ ปา้ ย แล้วถามนักเรยี นวา่ เคยได้ยิน
สำนวนนไ้ี หม แล้วมคี วามหมายวา่ อะไร
4. ครูใหน้ ักเรยี นยกตัวอย่างสำนวนที่เคยได้ยนิ มาผา่ น แอปพลิเคชนั mentimeter
5. ครใู ชข้ ้อสอบ o-net มาสอน เรื่องละ 2 ขอ้ พรอ้ มอธิบายอย่างละเอยี ด
ขน้ั สรปุ
1. นกั เรยี นและครรู ว่ มสรุปการสะกดคำและถอ้ ยคำสำนวน การใชค้ ำรวมไปถึงการใช้
ประโยค ว่ามีความสำคัญอยา่ งไร และควรใชใ้ นสถานการณ์ใด
2. นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น ผา่ น Google form
11. สื่อการเรยี นร/ู้ แหล่งการเรยี นรู้
สื่อการเรยี นรู้
1. สือ่ powerpoint ปรบั พื้นฐาน
2. แอปพลิเคชนั Google form
3. แอปพลเิ คชนั mentimeter
๑๖
แหล่งการเรียนรู้
1. E-Book
2. ห้องสมุดโรงเรียนสายปญั ญา ในพระบรมราชินูปถัมภ์
3. Google classroom
12. การวดั และประเมินผล วธิ กี ารวัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑก์ ารผ่าน
การถามตอบ
ส่งิ ท่ีต้องการวัด การถามตอบ คำถาม ไดค้ ะแนนไมต่ ่ำกว่า
รอ้ ยละ 70
ด้านความรู้ การถามตอบ
1. อธบิ ายการสะกดคำท่ถี ูกตอ้ ง ร้หู ลกั การถามตอบ ขอ้ สอบ -
ของการสะกดคำ แบบฝกึ หัด ได้ 9 คะแนนขนึ้ ไป
2. อธบิ ายความหมาย ทมี่ าของถอ้ ยคำ การถามตอบ จากคะแนนเตม็ 14
สำนวนได้
3. อธิบายหลักการใช้คำ ไวยากรณ์ต่างๆ คำถาม ไดค้ ะแนนไมต่ ำ่ กวา่
และคำนงึ ถงึ ความเหมาะสมได้ รอ้ ยละ 70
4. อธบิ ายองค์ประกอบประโยค จำแนก
ประโยคได้ถูกตอ้ งแหละเหมาะสม
ด้านทักษะ/กระบวนการ
1. นกั เรยี นคิด วเิ คราะหข์ ้อคำถามได้
2. นกั เรยี นสามารถแยกแยะคำผดิ คำถกู
ได้
3. นกั เรยี นสามารถแยกแยะความ
เหมาะสมของการใชค้ ำโดยคำนงึ ถงึ
สถานที่ บคุ คล
ด้านเจตคติ
1. ตระหนกั ถึงการใชค้ ำไทยทถ่ี ูกต้อง
2. เหน็ คุณค่าของสำนวนไทย และอนรุ ักษ์
สำนวนไทยย่ิงข้นึ
3. ตระหนักถงึ ความเหมาะสมในการใช้คำ
และประโยค
13.กจิ กรรมเสนอแนะ
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
๑๗
บันทกึ ผลหลังการการจดั การเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรู้
1.1ด้านความรู้
ม.4/1 นักเรียนท้งั หมดมคี วามกระตือรอื ร้นในการเรยี น เขา้ ใจเน้อื หาละร่วมกันตอบคำถาม
ม.4/2 นกั เรียนท้งั หมดมีความกระตอื รอื ร้นในการเรยี น เขา้ ใจเน้อื หาละรว่ มกนั ตอบคำถาม
ม.4/9 นักเรียนร้อยละ 50 ของทั้งหมด มีความกระตอื รือร้นในการเรียน เข้าใจเนื้อหาละร่วมกนั
ตอบคำถาม อกี รอ้ ยละ 50 ไมไ่ ด้เขา้ เรียน ครจู งึ ทบทวนเนื้อหาย้อนหลังในคาบตอ่ ไป
ม.4/10 นกั เรยี นทง้ั หมดมคี วามกระตอื รอื รน้ ในการเรยี น เขา้ ใจเนือ้ หาละรว่ มกนั ตอบคำถาม
1.2ด้านทักษะ/กระบวนการ
นกั เรยี น ม.4/1, 4/2, 4/10 สามารถคดิ วิเคราะห์ แยกแยะคำถูกผิดได้ และตระหนกั ถงึ
บรบิ ทของการใชค้ ำและประโยค ส่วน ม.4/9 นกั เรยี นบางสว่ นคดิ วเิ คราะหไ์ ดต้ รงประเดน็ แตเ่ ปน็
เพียงสว่ นน้อย สว่ นมากไม่ตอบคำถาม
1.3ด้านเจตคติ
นกั เรยี น ม.4 ทั้ง 4 หอ้ ง ตระหนักถงึ การสะกดคำท่ถี ูกต้องรวมไปถงึ ความเหมาะสมในการใช้
ประโยคและการใชค้ ำตา่ ง ๆ ให้ถูกกาลเทศะ
2. ปญั หา/อปุ สรรค
เนอ่ื งจากเปน็ การเปดิ เทอมใหม่ ทำให้นกั เรยี นบางคนท่เี ปน็ นักเรยี นใหม่ยงั ไม่รูว้ า่ ตนเองต้อง
เขา้ ลิงก์เรียนในคาบไหน ทำใหเ้ กดิ ความวุ่นวาย เพราะบางคนเขา้ ไมไ่ ด้ หรอื ยงั ไมม่ เี มลของโรงเรียนใน
การเรียน
3. แนวทางแกไ้ ข
ครูประสานงานโดยการเพ่ิมอีเมลของนกั เรยี นท่ตี กหลน่ เขา้ ไปใน Google Classroom ของ
หอ้ งเพอ่ื แก้ปัญหาการหาหอ้ งเรียนไมเ่ จอ
ลงชอื่ ...................น...ิศ..า..ช...ล...ย...นุ ..ร..ัม...ย..์..................
( นางสาวนศิ าชล ยนุ รัมย์ )
นสิ ติ ฝึกประสบการณว์ ิชาชีพครู (ขั้นทดลองสอน)
๑๘
ข้อเสนอแนะของครูพเี่ ลี้ยง
(.....) เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ทีส่ อดคลอ้ งตามมาตรฐานตวั ชวี้ ัดหรอื ผลการเรียนรูข้ องรายวชิ า
(.....) เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ีส่ ามารถจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนทมี่ ุ่งเน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั
ขอ้ เสนอแนะเพ่มิ เติม
.......................................................................................................................................
ลงช่อื ..............................................................
( นางอังคนาง บญุ ศริ ิ )
ครูพเี่ ล้ยี ง
ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
(.....) เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่สอดคล้องตามมาตรฐานตัวชว้ี ัดหรอื ผลการเรยี นรขู้ องรายวิชา
(.....) เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ทส่ี ามารถจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนท่มี งุ่ เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคญั
ข้อเสนอแนะเพิม่ เติม
.......................................................................................................................................
ลงช่อื ..............................................................
( นายเอกวฒั น์ พัฒนวิบูลย์ )
หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
๑๙
โรงเรยี นสายปญั ญา ในพระบรมราชนิ ปู ถมั ภ์
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1๕
กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท31101
ภาคเรียนที่ 1
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
หนว่ ยการเรยี นรยู้ อ่ ยท่ี 1
เรื่อง มณพี ลอยรอ้ ยแสง เวลาสอน 1 คาบ
เรือ่ ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี(1) ผู้สอนนางสาวนศิ าชล ยนุ รัมย์
1. สาระ/มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด
สาระ
สาระท่ี 1 การอ่าน
สาระท่ี 2 การเขยี น
สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐานการเรยี นรู้
ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ เพื่อนำไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาในการ
ดำเนนิ ชีวิตและมนี ิสยั รักการอ่าน
ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียน เขียนสือ่ สาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขยี นเรอื่ งราวใน
รปู แบบต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ท 5.1 เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็นวจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคณุ คา่
และนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตจริงได้
ตัวชี้วดั
ท 1.1 ม.4-6/5 วเิ คราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นโตแ้ ยง้ เกย่ี วกบั เรือ่ งทอ่ี ่าน และ
นำเสนอความคดิ ใหมอ่ ย่างมีเหตผุ ล
ท 2.1 ม.4-6/1 เขยี นส่ือสารในรูปแบบตา่ งๆไดต้ รงตามวัตถุประสงค์ โดยใชภ้ าษาเรียบเรียง
ถกู ต้อง มีข้อมลู และสาระสำคญั ชดั เจน
ท 5.1 ม.4-6/4 สังเคราะหข์ อ้ คดิ จากวรรณคดีและวรรณกรรม เพ่ือนำไปประยุกต์ใช้ในชวี ิต
จริง
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. อธิบายความเป็นมา เนือ้ หา ประวัตผิ แู้ ตง่ บอกลักษณะคำประพันธ์ เรือ่ งทกุ ข์ของชาวนา
ในบทกวี
๒๐
2.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
1. วิเคราะห์ข้อคิด แนวคิด ของเร่ืองได้
2.3 ดา้ นเจตคติ (A)
1. เหน็ คุณคา่ ของขา้ ว และสำนึกบญุ คณุ ของชาวนา
3. สาระสำคญั
ทุกข์ของชาวนาในบทกวี เป็นบทความพระราชนพิ นธท์ ี่นำมาจากหนังสือรวมบทพระราชนิพนธ์ใน
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่อง มณีพลอยร้อยแสง เป็นเรื่องที่แสดงพระราชดำริ
เกี่ยวกับบทกวีของไทยและบทกวีจีนที่กล่าวถึงชีวิตและความทุกข์ยากของชาวนา และสอดแทรกข้อคิด
ท่ีเปน็ ประโยชนส์ ามารถนำไปปรบั ใช้ในชีวิตได้
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ (K)
4.1.1 ความเปน็ มา ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี
4.1.2 ลกั ษณะของคำประพนั ธ์
4.1.3 เนื้อหาของเร่ือง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี ของ จิตร ภมู ิศักด์ิ
4.2 ทักษะ/กระบวนการ (P)
4.2.1 การอ่าน
4.2.2 การเขยี น
4.2.3 การคิดวเิ คราะห์
5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
รักชาติ
ซือ่ สัตย์สจุ ริต
✓ มีวนิ ยั
✓ ใฝ่เรยี นรู้
✓ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
✓ มุง่ ม่ันในการทำงาน
✓ รกั ความเปน็ ไทย
มจี ติ สาธารณะ
6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
✓ ความสามารถในการสือ่ สาร
✓ ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ญั หา
๒๑
✓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. ทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L)
✓ ทกั ษะการอา่ น (Reading)
✓ ทักษะการ เขยี น (Writing)
ทักษะการ คิดคำนวณ (Arithmetic)
ทกั ษะดา้ นการคดิ อย่างมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ัญหา (Critical thinking and
problem
solving)
ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทักษะด้านความร่วมมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผนู้ ำ (Collaboration , teamwork
and leadership)
✓ ทกั ษะด้านความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
✓ ทกั ษะด้าน การสือ่ สาร สารสนเทศ และร้เู ทา่ ทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
✓ ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ทักษะการเปลย่ี นแปลง (Change)
✓ ทกั ษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
ภาวะผนู้ ำ (Leadership)
8. การบูรณาการตามพระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาติ
✓ บรู ณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School)
IS 1 การศกึ ษาคน้ คว้าสรา้ งองคค์ วามรู้ (Research and Knowledge
Formation)
✓ IS 2 การสือ่ สารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
IS 3 การนำองค์ความรไู้ ปใชบ้ ริการสังคม (Social Service Activity)
✓ บูรณาการกับหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
บูรณาการกบั ประชาคมอาเซียน
บูรณาการโรงเรยี นวถิ พี ุทธ
บูรณาการกจิ กรรมสภานักเรยี น
บูรณาการโครงการอนรุ กั ษพ์ นั ธกุ รรมพชื อันเนือ่ งมาจากพระราชดำรสิ มเดจ็ พระเทพรตั น
๒๒
ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)
บรู ณาการกบั โรงเรียนสิง่ แวดลอ้ มศึกษาและโรงเรยี นปลอดขยะ (Zero Waste School)
บูรณาการกบั ค่านิยม 12 ประการ
มคี วามรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ซอื่ สตั ย์ เสียสละ อดทน มีอดุ มการณใ์ นสิ่งทีด่ งี ามเพอื่ ส่วนรวม
กตญั ญูตอ่ พอ่ แม่ ผูป้ กครอง ครบู าอาจารย์
ใฝ่หาความรู้ หมน่ั ศึกษาเล่าเรยี นทั้งทางตรงและทางออ้ ม
✓ รกั ษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยอนั งดงาม
มีศลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดีตอ่ ผู้อื่น เผือ่ แผแ่ ละแบ่งปัน
เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมขุ ทีถ่ กู ต้อง
มีระเบียบวนิ ัย เคารพกฎหมาย ผูน้ ้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่
มสี ติรตู้ ัว รูค้ ดิ รทู้ ำ รปู้ ฏบิ ัติตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัว
✓ ร้จู ักดำรงตนอยูโ่ ดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงตามพระราชดำรสั ของ
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว รูจ้ ักอดออมไวใ้ ชเ้ มื่อยามจำเป็น มีไว้พอกนิ พอใช้
ถา้ เหลือกแ็ จกจ่ายจำหน่ายและพร้อมท่จี ะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อมเมื่อมี
ภมู คิ ุ้มกัน
ทด่ี ี
มคี วามเข้มแขง็ ทงั้ ร่างกายและจติ ใจ ไมย่ อมแพ้ต่ออำนาจฝา่ ยตำ่ หรอื กิเลส มีความ
ละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา
คำนึงถงึ ผลประโยชนข์ องสว่ นรวมและของชาตมิ ากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง
บูรณาการข้ามกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ (ระบ)ุ
.............................................................................
อืน่ ๆ (ระบุ)
.............................................................................................................................
9. ช้นิ งานหรอื ภาระงาน ( หลกั ฐาน / ร่องรอยแสดงความรู้ )
-
๒๓
10. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ ตอนการเรยี นการสอน
ขน้ั นำ
1. แบบทดสอบก่อนเรียน ผา่ น Google form จำนวน 10 ข้อ
2. ครูตั้งคำถามวา่ “นกั เรยี นกนิ ขา้ วกนั หรอื ยงั ” แลว้ กลา่ วถึงราคาขา้ ว โดยยกข่าวเกี่ยว
กับขา้ วท่ถี ูกกดราคา ทส่ี ง่ ผลใหข้ ้าวท่เี รารบั ประทานมีราคาสงู ข้ึน
ขน้ั สอน
1. ครอู ธบิ ายเน้ือหาเร่ือง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี จากสอ่ื powerpoint (ดังแนบท้ายแผน)
2. ครูให้นกั เรยี นอา่ นบทประพนั ธข์ อง จติ ร ภูมิศกั ดิ์ ในสื่อทคี่ รูใช้ และอธิบายให้นักเรยี นฟงั
โดยการถอดบทประพนั ธ์ทีละบท
3. ครูซกั ถามในประเด็นคำถาม
- นกั เรยี นคิดวา่ ขา้ ว สำคญั กบั เราไหม เพราะเหตใุ ด ( ตามดุลยพินิจของนักเรียน )
- จากบทประพันธข์ อง จิตร ภูมิศกั ดิ์ นักเรยี นคดิ วา่ เขาตอ้ งการสอ่ื อะไร ( ตามดลุ ยพินจิ ของ
นกั เรยี น )
ขน้ั สรปุ
1. นกั เรยี นและครรู ว่ มสรุปเนอ้ื หา ทุกขข์ องชาวนาในบทกวขี อง จิตร ภมู ศิ กั ด์ิ
2. นกั เรยี นรว่ มกจิ กรรมการตอบคำถาม เพอ่ื ทดสอบความรหู้ ลงั เรยี น เรอ่ื ง ทกุ ขข์ องชาวนา
ในบทกวีของ จิตร ภมู ศิ กั ด์ิ ผ่านแอปพลเิ คชัน Quizizz
11. สือ่ การเรยี นร้/ู แหลง่ การเรียนรู้
สอ่ื การเรียนรู้
1. สอื่ Powerpoint เรื่อง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี
2. หนังสอื เรียนวรรณคดีวจิ กั ษ์ ม.4
3. แหลง่ ข่าวจากอนิ เทอรเ์ น็ตท่นี า่ เช่ือถือ
4. แอปพลิเคชนั Quizizz
5. แอปพลิเคชนั Google form
แหล่งการเรียนรู้
1. E-Book เรื่อง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี
2. หอ้ งสมดุ โรงเรียนสายปญั ญา ในพระบรมราชนิ ปู ถมั ภ์
3. Google Classroom
๒๔
12. การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวดั เครื่องมือวดั เกณฑ์การผา่ น
สิง่ ที่ต้องการวัด การถามตอบ คำถาม
ไดค้ ะแนนไม่ต่ำกว่า
ด้านความรู้ การถามตอบ คำถาม ร้อยละ 70
1. อธิบายความเปน็ มา ประวตั ิผแู้ ต่ง บอก
ลกั ษณะคำประพันธ์ เร่ืองทกุ ข์ของชาวนา ไดค้ ะแนนไม่ตำ่ กวา่
ในบทกวีได้ ร้อยละ 70
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ
2. วเิ คราะห์ข้อคดิ แนวคิด ของเร่ืองได้
ดา้ นเจตคติ
1. เห็นคุณค่าของขา้ ว และสำนกึ บุญคุณ การถามตอบ คำถาม ได้คะแนนไม่ตำ่ กว่า
ของชาวนา
รอ้ ยละ 70
13.กิจกรรมเสนอแนะ
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
๒๕
บันทึกผลหลังการการจัดการเรียนรู้
2. ผลการเรยี นรู้
2.1ด้านความรู้
ม.4/1 นกั เรียนทัง้ หมด มคี วามเข้าใจในเนอื้ หาและร่วมตอบคำถาม
ม.4/2 นักเรยี นทง้ั หมด มคี วามเขา้ ใจเนื้อหาและร่วมตอบคำถาม
ม.4/9 นักเรยี นร้อยละ 50 ของทงั้ หมดมีความเขา้ ใจในเนือ้ หาท่ีครูสอน สว่ นอกี 50 ไม่ได้เข้า
เรยี นจึงต้องอธิบายย้อนหลงั เพอ่ื ทวนความรูอ้ ีกรอบ
ม.4/10 นกั เรยี นทง้ั หมด มีความเขา้ ใจในเนอื้ หาและรว่ มตอบคำถาม
2.2ดา้ นทักษะ/กระบวนการ
นกั เรยี น ม.4/10 ,4/1, 4/2 สามารถคดิ วเิ คราะห์แนวคดิ ของเรอ่ื งได้ สามารถตอบคำถาม
ไดต้ รงประเดน็ ส่วน ม.4/9 มนี กั เรียนสว่ นนอ้ ยที่วเิ คราะหแ์ ละตอบคำถามไดต้ รงประเด็น
2.3ดา้ นเจตคติ
นกั เรยี น ม.4 ทงั้ 4 หอ้ ง มีความตระหนักในคณุ คา่ ของขา้ วและชาวนา โดยสังเกตจากการ
ตอบคำถาม
2. ปัญหา/อปุ สรรค
เนื่องจากเป็นการเรียนการสอนผา่ นรูปแบบออนไลน์ ทำให้การพูดคุยกันคอ่ นข้างทีจ่ ะลำบาก
เพราะ นักเรียนไม่สะดวกที่จะเปิดไมค์ตอบคำถาม ทำให้ครูไม่สามารถรู้ได้ว่านักเรียนไม่เข้าใจเนื้อหา
ตรงส่วนไหน และอาจจะเป็นเพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บางคนอาจจะช้าหรือสัญญาณขาดหาย
ในบางชว่ ง ซึ่งอาจทำใหส้ ิ่งทคี่ รพู ูดไปนกั เรียนไม่ได้ยนิ
3. แนวทางแกไ้ ข
ครอู ธิบายยำ้ ๆ และสอบถามนักเรียนบ่อยข้นึ เผือ่ ว่านักเรียนสายอาจจะหลดุ ไป
ลงชือ่ ...................น...ิศ..า..ช..ล....ย..ุน...ร..ัม..ย...์ ..................
( นางสาวนศิ าชล ยนุ รมั ย์ )
นสิ ิตฝึกประสบการณ์วชิ าชพี ครู (ข้นั ทดลองสอน )
๒๖
ขอ้ เสนอแนะของครพู ่ีเลย้ี ง
(.....) เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ สี่ อดคลอ้ งตามมาตรฐานตัวชีว้ ัดหรอื ผลการเรียนรู้ของรายวชิ า
(.....) เปน็ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่สามารถจดั กิจกรรมการเรียนการสอนที่มงุ่ เนน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคญั
ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เติม
.......................................................................................................................................
ลงชอื่ ..............................................................
( นางองั คนาง บญุ ศิริ )
ครพู ่เี ลยี้ ง
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้
(.....) เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ีสอดคลอ้ งตามมาตรฐานตัวช้ีวัดหรือผลการเรยี นรขู้ องรายวชิ า
(.....) เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่สามารถจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนที่ม่งุ เน้นผ้เู รยี นเป็นสำคัญ
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ
.......................................................................................................................................
ลงช่ือ..............................................................
( นายเอกวัฒน์ พฒั นวบิ ลู ย์ )
หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
๒๗
โรงเรยี นสายปญั ญา ในพระบรมราชนิ ปู ถมั ภ์
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑๖
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ท31101
ภาคเรียนท่ี 1
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
หนว่ ยการเรียนรู้ย่อยท่ี 1
เร่ือง มณพี ลอยรอ้ ยแสง เวลาสอน 1 คาบ
เรือ่ ง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี(2) ผสู้ อนนางสาวนิศาชล ยนุ รมั ย์
1. สาระ/มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชวี้ ดั
สาระ
สาระท่ี 1 การอ่าน
สาระที่ 2 การเขยี น
สาระท่ี 5 วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐานการเรยี นรู้
ท 1.1 ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพื่อนำไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปญั หาในการ
ดำเนินชีวิตและมนี ิสัยรกั การอา่ น
ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขยี น เขยี นสอื่ สาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเรื่องราวใน
รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คณุ คา่
และนำมาประยุกต์ใช้ในชวี ิตจรงิ ได้
ตัวชว้ี ัด
ท 1.1 ม.4-6/5 วิเคราะห์ วจิ ารณ์ แสดงความคิดเหน็ โต้แยง้ เก่ยี วกับเร่ืองทอ่ี ่าน และ
นำเสนอความคดิ ใหม่อยา่ งมีเหตุผล
ท 2.1 ม.4-6/1 เขยี นสอื่ สารในรปู แบบตา่ งๆไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ โดยใชภ้ าษาเรยี บเรียง
ถูกตอ้ ง มีขอ้ มลู และสาระสำคญั ชดั เจน
ท 5.1 ม.4-6/4 สงั เคราะหข์ ้อคดิ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรม เพอ่ื นำไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ิต
จริง
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. อธิบายความเปน็ มา ประวตั ผิ ู้แตง่ บอกลกั ษณะคำประพนั ธ์ เรอ่ื งทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี
ได้
2.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
1. แสดงความคดิ เห็นได้สอดคลอ้ งกบั คำถาม
๒๘
2. อ่านจบั ใจความของเรอ่ื ง
2.3 ดา้ นเจตคติ (A)
1. ตระหนักและเหน็ คณุ ค่าของข้าว และชาวนามากข้ึน
3. สาระสำคญั
ทุกข์ของชาวนาในบทกวี เป็นบทความพระราชนิพนธท์ ี่นำมาจากหนังสือรวมบทพระราชนิพนธ์ใน
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่อง มณีพลอยร้อยแสง เป็นเรื่องทีแ่ สดงพระราชดำริ
เกี่ยวกับบทกวีของไทยและบทกวีจีนที่กล่าวถึงชีวิตและความทุกข์ยากของชาวนา และสอดแทรกข้อคิดท่ี
เปน็ ประโยชน์สามารถนำไปปรบั ใช้ในชวี ติ ได้
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ (K)
4.1.1 ความเปน็ มา ทุกข์ของชาวนาในบทกวี
4.1.2 ลักษณะของคำประพันธ์
4.1.3 เน้อื หาของเร่ือง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี ของ หล่ีเชิน
4.2 ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
4.2.1 การอ่าน
4.2.2 การเขยี น
4.2.3 การคดิ วิเคราะห์
5. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
รักชาติ
ซือ่ สตั ย์สจุ ริต
✓ มีวินัย
✓ ใฝเ่ รยี นรู้
✓ อยู่อยา่ งพอเพียง
✓ มุ่งมัน่ ในการทำงาน
✓ รกั ความเป็นไทย
มีจิตสาธารณะ
6. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
✓ ความสามารถในการส่อื สาร
✓ ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแกป้ ญั หา
✓ ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
๒๙
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. ทักษะของผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C + 2L)
✓ ทกั ษะการอา่ น (Reading)
✓ ทักษะการ เขียน (Writing)
ทักษะการ คิดคำนวณ (Arithmetic)
ทกั ษะดา้ นการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ัญหา (Critical thinking and
problem
solving)
ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผ้นู ำ (Collaboration , teamwork
and leadership)
ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
✓ ทักษะดา้ น การสื่อสาร สารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทนั สอ่ื (Communication information and
media literacy)
ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
✓ ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ทกั ษะการเปลย่ี นแปลง (Change)
✓ ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
ภาวะผนู้ ำ (Leadership)
8. การบูรณาการตามพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาติ
✓ บรู ณาการหลกั สตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School)
IS 1 การศึกษาคน้ คว้าสรา้ งองค์ความรู้ (Research and Knowledge
Formation)
✓ IS 2 การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
IS 3 การนำองค์ความร้ไู ปใช้บริการสังคม (Social Service Activity)
✓ บรู ณาการกบั หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
บรู ณาการกบั ประชาคมอาเซียน
บรู ณาการโรงเรียนวถิ ีพทุ ธ
บูรณาการกิจกรรมสภานักเรยี น
บูรณาการโครงการอนรุ ักษ์พันธุกรรมพืชอนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริสมเดจ็ พระเทพรตั น
ราชสดุ า สยามบรมราชกมุ ารี (อพ.สธ.)
บูรณาการกับโรงเรยี นสงิ่ แวดล้อมศึกษาและโรงเรยี นปลอดขยะ (Zero Waste School)
บูรณาการกับคา่ นยิ ม 12 ประการ
๓๐
มคี วามรักชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
ซ่อื สตั ย์ เสียสละ อดทน มอี ุดมการณ์ในสง่ิ ทดี่ ีงามเพื่อส่วนรวม
กตญั ญูต่อพอ่ แม่ ผูป้ กครอง ครบู าอาจารย์
ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเลา่ เรียนท้งั ทางตรงและทางอ้อม
✓ รักษาวัฒนธรรมประเพณไี ทยอนั งดงาม
มศี ลี ธรรม รักษาความสัตย์ หวงั ดีตอ่ ผู้อนื่ เผื่อแผ่และแบง่ ปัน
เข้าใจ เรียนรู้การเปน็ ประชาธปิ ไตย อันมพี ระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุขทถ่ี ูกตอ้ ง
มรี ะเบียบวนิ ยั เคารพกฎหมาย ผนู้ อ้ ยรู้จักการเคารพผใู้ หญ่
มีสตริ ู้ตวั รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏบิ ัตติ ามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั
✓ รู้จักดำรงตนอยู่โดยใชห้ ลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงตามพระราชดำรัสของ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั รู้จกั อดออมไว้ใชเ้ มือ่ ยามจำเป็น มีไวพ้ อกนิ พอใช้
ถา้ เหลอื กแ็ จกจา่ ยจำหน่ายและพร้อมทจ่ี ะขยายกิจการเม่อื มีความพรอ้ มเมื่อมี
ภูมิคุ้มกัน
ทดี่ ี
มีความเขม้ แข็งทัง้ ร่างกายและจติ ใจ ไม่ยอมแพ้ตอ่ อำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มคี วาม
ละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลกั ของศาสนา
คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและของชาตมิ ากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง
บูรณาการข้ามกลุม่ สาระการเรยี นรู้ (ระบ)ุ
.............................................................................
อน่ื ๆ (ระบุ)
.............................................................................................................................
9. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน ( หลักฐาน / ร่องรอยแสดงความรู้ )
1. ใบงานเรอื่ ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี
๓๑
10. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นตอนการเรียนการสอน
ข้ันนำ
1. ครทู บทวนความรู้ ในบทกวีของ จิตร ภมู ิศักดิ์ ว่าเปน็ คำประพนั ธป์ ระเภทใด และ
เนื้อความกลา่ วถึงเร่อื งใด
2. ครูซักถามดว้ ยประเดน็ คำถามวา่ นกั เรียนคดิ ว่า เนื้อความของหลเ่ี ชนิ จะเหมือนหรือต่าง
จากของจิตร ภูมศิ กั ดิ์ (ตามดุลยพินิจของนกั เรียน )
ขั้นสอน
1. ครอู ธบิ ายเนือ้ หาเรื่อง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี จากส่อื powerpoint (ดังแนบทา้ ยแผน)
2. ครูใหน้ ักเรยี นอา่ นบทประพนั ธ์ของ หล่เี ชิน แล้วจบั ใจความสำคญั ของเรอ่ื ง
3. ครใู หน้ ักเรยี นดูภาพ แลว้ แสดงความคิดเห็นเหน็ ผา่ น แอปพลิเคชัน Padlet
ถึงความแตกต่างของ 2 ภาพนี้ พร้อมกับเปิดวิดโี อการเตน้ กำรำเคยี วประกอบภาพ
ขัน้ สรุป
1. นกั เรยี นและครรู ว่ มสรุปเนอ้ื หา ทุกขข์ องชาวนาในบทกวขี องหล่ีเชนิ เปรียบเทียบกับบท
กวีของจติ ร ภมู ศิ ักดิ์ และสรุปเน้อื หาของกวีท้ังสองคน และแนวทางการนำไปประยุกต์ใชใ้ น
ชีวติ ประจำวนั
11. ส่อื การเรียนรู้/แหลง่ การเรียนรู้
สอื่ การเรยี นรู้
1. สอื่ Powerpoint เร่ือง ทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี
2. หนงั สอื เรยี นวรรณคดีวิจักษ์ ม.4
3. แอปพลเิ คชนั Padlet
แหลง่ การเรยี นรู้
1. E-Book เรอ่ื ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี
2. ห้องสมุดโรงเรียนสายปัญญา ในพระบรมราชินูปถมั ภ์
3. Google Classroom
๓๒
12. การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวดั เครอ่ื งมือวัด เกณฑก์ ารผา่ น
การถามตอบ คำถาม
สิ่งทตี่ อ้ งการวัด ได้คะแนนไมต่ ำ่ กว่า
การเขียนแสดง แบบประเมนิ ร้อยละ 70
ด้านความรู้ ความคดิ เห็น การตอบคำถาม
1. อธิบายความเป็นมา ประวัตผิ ู้แตง่ บอก ได้คะแนนอยูใ่ นระดบั
ลักษณะคำประพนั ธ์ เร่ืองทุกขข์ องชาวนา ดี
ได้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ
1. แสดงความคิดเหน็ ไดส้ อดคล้องกบั
คำถาม
2. อา่ นจับใจความของเร่ือง การถามตอบ ได้คะแนนไม่ตำ่ กว่า
การถามตอบ คำถาม รอ้ ยละ 70
ด้านเจตคติ
1. ตระหนกั และเห็นคุณค่าของข้าวและ คำถาม ไดค้ ะแนนอยู่ในระดับ
ชาวนามากข้ึน ดี
13.กจิ กรรมเสนอแนะ
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….......
......................................................................................................................................................................
๓๓
บนั ทกึ ผลหลงั การการจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
1.1 ด้านความรู้
ม.4/1 นักเรยี นทัง้ หมด มคี วามเขา้ ใจในเนอื้ หาและรว่ มตอบคำถาม
ม.4/2 นักเรียนทั้งหมด มคี วามเข้าใจเนื้อหาและร่วมตอบคำถาม
ม.4/9 นักเรียนรอ้ ยละ 55 ของท้ังหมดมคี วามเขา้ ใจในเน้ือหาท่คี รูสอน สว่ นอกี 45 ไมไ่ ด้เข้า
เรียนจงึ ตอ้ งอธิบายยอ้ นหลงั เพื่อทวนความรูอ้ ีกรอบในคาบต่อไป
ม.4/10 นักเรยี นทัง้ หมด มีความเข้าใจในเนื้อหาและรว่ มตอบคำถาม
1.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ
นักเรียน ม.4/10 ,4/1, 4/2 สามารถคิดวิเคราะห์แนวคิดของเรื่องได้ สามารถตอบคำถาม
ไดต้ รงประเดน็ และอ่านจับใจความสำคญั ของเร่ืองได้ สว่ น ม.4/9 มนี กั เรยี นสว่ นนอ้ ยท่ีวิเคราะห์และ
ตอบคำถามไดต้ รงประเดน็
1.3 ดา้ นเจตคติ
นักเรียน ม.4 ทั้ง 4 ห้อง มีความตระหนักในคุณค่าของข้าวและชาวนา โดยสังเกตจากการ
ตอบคำถาม และมคี วามรับผดิ ชอบตอ่ งานท่ไี ดร้ ับ
2. ปัญหา/อปุ สรรค
นักเรียนไม่สะดวกที่จะเปิดไมค์ตอบคำถาม ซึ่งอาจจะเป็นเพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บาง
คนอาจจะช้าหรือสัญญาณขาดหายในบางช่วง ซึ่งอาจทำให้สิ่งที่ครูพูดไปนักเรียนไม่ได้ยิน และใน
บางครง้ั ครูก็ได้ยนิ เสียงนักเรียนไม่ชดั อาจจะเป็นเพราะสญั ญาณอินเทอรเ์ นต็ ของครดู ้วย
3. แนวทางแกไ้ ข
ครูอธิบายย้ำ ๆ และสอบถามนักเรียนบ่อยขึ้น เผื่อว่านักเรียนสายอาจจะหลุดไป และ
พยายามตรวจเช็กสัญญาณอินเทอรเ์ นต็ ของตนเองมากขึ้น
ลงชื่อ.....................น...ศิ ..า..ช...ล...ย...นุ ..ร..มั...ย..์................
( นางสาวนิศาชล ยุนรมั ย์ )
นสิ ติ ฝึกประสบการณว์ ชิ าชีพครู (ขนั้ ทดลองสอน )
๓๔
ขอ้ เสนอแนะของครพู ่ีเลย้ี ง
(.....) เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ทสี่ อดคลอ้ งตามมาตรฐานตวั ชวี้ ัดหรือผลการเรยี นรู้ของรายวิชา
(.....) เปน็ แผนการจัดการเรยี นรูท้ ส่ี ามารถจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนทีม่ ุ่งเนน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคญั
ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เติม
.......................................................................................................................................
ลงช่อื ..............................................................
( นางอังคนาง บญุ ศิริ )
ครพู ่เี ลี้ยง
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
(.....) เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ทสี่ อดคลอ้ งตามมาตรฐานตัวชีว้ ัดหรอื ผลการเรยี นรูข้ องรายวชิ า
(.....) เปน็ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ส่ี ามารถจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนทีม่ ุ่งเน้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญ
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ
.......................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..............................................................
( นายเอกวฒั น์ พฒั นวิบลู ย์ )
หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
๓๕
ตวั อย่างงานทม่ี อบหมาย
๓๖
โรงเรยี นสายปญั ญา ในพระบรมราชนิ ปู ถมั ภ์
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๑๗
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท31101
ภาคเรียนที่ 1
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
หน่วยการเรียนรู้ย่อยท่ี 2
เรอ่ื ง มณพี ลอยรอ้ ยแสง เวลาสอน 1 คาบ
เร่อื ง การประเมินคณุ ค่า ผู้สอนนางสาวนศิ าชล ยนุ รัมย์
1. สาระ/มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวัด
สาระ
สาระที่ 1 การอา่ น
สาระที่ 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐานการเรยี นรู้
ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอ่ื นำไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปญั หาในการ
ดำเนินชวี ิตและมีนสิ ัยรกั การอ่าน
ท 5.1 เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็นวจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คณุ คา่
และนำมาประยกุ ต์ใช้ในชีวติ จรงิ ได้
ตัวช้วี ัด
ท 1.1 ม.4-6/5 วเิ คราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นโต้แย้งเก่ียวกับเรอ่ื งทีอ่ า่ น และ
นำเสนอความคิดใหมอ่ ย่างมเี หตุผล
ท 5.1 ม.4-6/4 สังเคราะหข์ ้อคดิ จากวรรณคดีและวรรณกรรม เพื่อนำไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิต
จริง
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2.1 ด้านความรู้ (K)
1. อธบิ ายคณุ คา่ ของบทประพนั ธเ์ รอ่ื ง ทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี
2. ตอบไดส้ อดคล้องกบั คำถาม
2.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. วเิ คราะห์และประเมนิ คา่ บทประพันธไ์ ด้
2.3 ด้านเจตคติ (A)
1. ตระหนักถึงคณุ คา่ ของบทประพนั ธ์ เรื่อง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี
๓๗
3. สาระสำคญั
การประเมินคุณค่า เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเล็งเห็น หลังจากที่ได้อ่านหรือได้ศึกษาบทประพันธ์
เรื่อง ทุกข์ของชาวนาในบทกวีแล้ว สิ่งที่ต้องทำหลังจากนั้นคือการวิเคราะห์และประเมินคุณค่า
ตลอดจนสามารถนำไปปรับใชใ้ นชวี ิตเพ่ือการดำรงชวี ติ
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ (K)
4.1.1 คณุ คา่ ในบทประพันธ์
4.2 ทักษะ/กระบวนการ (P)
4.2.1 การอา่ น
4.2.2 การคดิ วิเคราะห์
5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
รกั ชาติ
ซอื่ สัตยส์ จุ ริต
มวี ินยั
✓ ใฝ่เรียนรู้
✓ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง
✓ มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
รักความเปน็ ไทย
มีจิตสาธารณะ
6. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการสือ่ สาร
✓ ความสามารถในการคดิ
✓ ความสามารถในการแกป้ ัญหา
✓ ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. ทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C + 2L)
✓ ทกั ษะการอา่ น (Reading)
ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
ทกั ษะการ คดิ คำนวณ (Arithmetic)
✓ ทกั ษะดา้ นการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking
and problem solving)
ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทักษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผูน้ ำ (Collaboration , teamwork
๓๘
and leadership)
✓ ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural
understanding)
ทักษะด้าน การส่อื สาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร (Computing)
✓ ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ทักษะการเปลย่ี นแปลง (Change)
✓ ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
ภาวะผนู้ ำ (Leadership)
8. การบรู ณาการตามพระราชบญั ญัติการศกึ ษาแหง่ ชาติ
บรู ณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School)
IS 1 การศึกษาคน้ ควา้ สรา้ งองคค์ วามรู้ (Research and Knowledge Formation)
IS 2 การส่อื สารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
IS 3 การนำองค์ความร้ไู ปใช้บริการสงั คม (Social Service Activity)
✓ บรู ณาการกบั หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
บรู ณาการกบั ประชาคมอาเซยี น
บรู ณาการโรงเรียนวิถีพทุ ธ
บรู ณาการกิจกรรมสภานักเรียน
บูรณาการโครงการอนุรกั ษพ์ นั ธุกรรมพืชอันเน่อื งมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตน
ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)
บรู ณาการกับโรงเรียนสง่ิ แวดล้อมศกึ ษาและโรงเรยี นปลอดขยะ (Zero Waste School)
บรู ณาการกับคา่ นยิ ม 12 ประการ
มีความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ซอ่ื สัตย์ เสียสละ อดทน มอี ุดมการณ์ในสง่ิ ทดี่ ีงามเพื่อสว่ นรวม
กตญั ญตู อ่ พ่อแม่ ผูป้ กครอง ครบู าอาจารย์
ใฝ่หาความรู้ หม่นั ศึกษาเล่าเรียนท้ังทางตรงและทางอ้อม
รักษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยอันงดงาม
มศี ีลธรรม รกั ษาความสัตย์ หวงั ดีต่อผ้อู ่ืน เผอื่ แผแ่ ละแบ่งปนั
เขา้ ใจ เรยี นรู้การเป็นประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ ท่ีถกู ต้อง
มรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย ผนู้ ้อยรูจ้ ักการเคารพผใู้ หญ่
มสี ตริ ้ตู ัว รคู้ ดิ รู้ทำ ร้ปู ฏิบตั ิตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั
✓ รจู้ กั ดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงตามพระราชดำรัสของ
๓๙
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ วั รูจ้ กั อดออมไว้ใชเ้ ม่อื ยามจำเป็น มีไว้พอกนิ พอใช้
ถ้าเหลือก็แจกจา่ ยจำหนา่ ยและพร้อมท่ีจะขยายกิจการเมื่อมคี วามพร้อมเมอื่ มี
ภูมคิ มุ้ กัน
ที่ดี
มคี วามเขม้ แข็งทง้ั รา่ งกายและจิตใจ ไมย่ อมแพต้ ่ออำนาจฝ่ายต่ำหรอื กิเลส มีความ
ละอายเกรงกลวั ต่อบาปตามหลักของศาสนา
คำนึงถึงผลประโยชนข์ องสว่ นรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง
บรู ณาการขา้ มกลมุ่ สาระการเรียนรู้ (ระบ)ุ
.............................................................................
อ่ืนๆ (ระบุ)
.............................................................................................................................
9. ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน ( หลกั ฐาน / รอ่ งรอยแสดงความรู้ )
1.แบบฝึกทักษะเรือ่ ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี ของโรงเรียน
10. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั ตอนการเรียนการสอน
ขน้ั นำ
1. ครทู บทวนความรใู้ นเรื่องทุกขข์ องชาวนาในบทกวีในคาบท่ีผ่านมา โดยยกบทประพันธ์
ของกวที ้งั สองมา แลว้ อธิบายและตั้งคำถามใหน้ ักเรยี นไดม้ ีส่วนร่วม
1.1 ทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี มาจากหนังสือเลม่ ใด (ขน้ึ ภาพหนังสือจำนวน 4 เลม่ )
1.2 ครูยกบทกลอนมา 1 บทเพอื่ เชอื่ มโยงเข้าเนอ้ื หาการประเมนิ คุณคา่
“เคยหมอบใกลไ้ ด้กล่นิ สคุ นธ์ตลบ ละอองอบรสรนื่ ชื่นนาสา
สน้ิ แผน่ ดินสนิ้ รสสคุ นธา วาสนาเรากส็ ้นิ เหมอื นกลิ่นสคุ นธ”์
(นริ าศภเู ขาทอง)
ขนั้ สอน
1. ครอู ธิบายเนอื้ หาเรื่อง การประเมินคุณคา่ จากทุกข์ของชาวนาในบทกวี ผา่ นสือ่
powerpoint
(ดงั แนบท้ายแผน)
2. ครตู ัง้ ประเด็นคำถามเรือ่ ง การประเมินคณุ ค่า เรอ่ื งทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี มาให้
นกั เรยี นรว่ มกนั ตอบ (มที ง้ั แบบมตี วั เลอื กและไมม่ ตี วั เลือกจำนวน 5 ขอ้ )
3. ครใู ห้นกั เรยี น เปดิ แผน่ ปา้ ยตอบคำถาม จำนวน 4 แผน่ ปา้ ย
๔๐
4. นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั 20 ข้อ จากเอกสารประกอบการเรยี นรหู้ นา้ 55-56
ขน้ั สรปุ
1. นกั เรยี นและครรู ว่ มสรุปภาพรวม เรือ่ ง ทกุ ขข์ องชาวนาในบทวี
11. สอ่ื การเรียนรู้/แหล่งการเรยี นรู้
ส่ือการเรยี นรู้
1. สื่อ Powerpoint เรือ่ ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี
2. หนงั สอื เรยี นวรรณคดวี ิจักษ์ ม.4
แหล่งการเรียนรู้
1. E-Book เร่อื ง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี
2. ห้องสมดุ โรงเรียนสายปญั ญา ในพระบรมราชินูปถัมภ์
3. Google Classroom
๔๑
12. การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวดั เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การผา่ น
ส่งิ ท่ีต้องการวัด การถามตอบ คำถาม
ไดค้ ะแนนไม่ต่ำกว่า
ด้านความรู้ การถามตอบ คำถาม รอ้ ยละ 70
1. อธิบายคุณค่าของบทประพนั ธ์
2. ตอบไดส้ อดคล้องกบั คำถาม ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า
ร้อยละ 70
ด้านทักษะ/กระบวนการ
1. วิเคราะหแ์ ละประเมนิ ค่าบทประพันธ์
ได้
ดา้ นเจตคติ
1. ตระหนักถึงคุณคา่ ของบทประพนั ธ์ สังเกตการถาม คำถาม ได้คะแนนไมต่ ่ำกว่า
ตอบ ร้อยละ 70
13.กิจกรรมเสนอแนะ
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
๔๒
บันทกึ ผลหลังการการจดั การเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรู้
1.1 ดา้ นความรู้
ม.4/1 นักเรยี นท้ังหมด มคี วามเข้าใจในเนอ้ื หาและร่วมตอบคำถาม
ม.4/2 นักเรยี นท้งั หมด มีความเข้าใจเน้ือหาและร่วมเลน่ เกมตอบคำถาม
ม.4/10 นักเรยี นทัง้ หมด มีความเขา้ ใจในเน้อื หาและร่วมตอบคำถาม
1.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ
นักเรียน ม.4/10 ,4/1, 4/2 สามารถคิดวิเคราะห์แนวคิดและประเมินคุณค่าด้านต่าง ๆ
ของเรื่องได้ และสามารถตอบคำถามไดต้ รงประเดน็
1.3 เจตคติ
นักเรียน ม.4 ทั้ง 4 ห้อง มีความตระหนักในคุณค่าของข้าวและชาวนา โดยสังเกตจากการ
ตอบคำถาม และมคี วามรับผดิ ชอบตอ่ งานท่ไี ด้รับ
2. ปญั หา/อปุ สรรค
นกั เรยี นไมส่ ะดวกทจ่ี ะเปดิ ไมค์ตอบคำถาม อาจจะเปน็ เพราะสญั ญาณอนิ เทอรเ์ นต็ ท่บี างคน
อาจจะช้าหรือสัญญาณขาดหายในบางช่วง ซึ่งอาจทำให้สิ่งทีค่ รูพดู ไปนักเรียนไม่ไดย้ นิ และในบางคร้ัง
ครกู ็ได้ยนิ เสยี งนกั เรียนไมช่ ดั อาจจะเป็นเพราะสัญญาณอินเทอรเ์ น็ตของครดู ้วย
3. แนวทางแกไ้ ข
ครูอธิบายย้ำ ๆ และสอบถามนักเรียนบ่อยขึ้น เผื่อว่านักเรียนสายอาจจะหลุดไป และ
พยายามตรวจเช็กสญั ญาณอนิ เทอร์เน็ตของตนเองมากขน้ึ
นศิ าชล ยุนรมั ย์
ลงชื่อ..............................................................
( นางสาวนิศาชล ยนุ รมั ย์ )
นสิ ิตฝกึ ประสบการณว์ ิชาชีพครู (ขั้นทดลองสอน )
๔๓
ข้อเสนอแนะของครูพเ่ี ล้ยี ง
(.....) เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่สี อดคลอ้ งตามมาตรฐานตัวชี้วัดหรอื ผลการเรยี นร้ขู องรายวชิ า
(.....) เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ่สี ามารถจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนท่มี ่งุ เน้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญ
ข้อเสนอแนะเพม่ิ เติม
.......................................................................................................................................
ลงชื่อ..............................................................
( นางอังคนาง บญุ ศริ ิ )
ครูพ่ีเลย้ี ง
ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
(.....) เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ทส่ี อดคลอ้ งตามมาตรฐานตัวช้ีวัดหรอื ผลการเรียนรขู้ องรายวชิ า
(.....) เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ท่สี ามารถจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนท่มี ่งุ เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคญั
ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม
.......................................................................................................................................
ลงชือ่ ..............................................................
( นายเอกวัฒน์ พัฒนวิบูลย์ )
หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
๔๔
แบบฝกึ ทกั ษะของทางโรงเรยี น
๔๕
๔๖
โรงเรียนสายปญั ญา ในพระบรมราชนิ ูปถมั ภ์
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๒๕
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท31101
ภาคเรียนที่ 1
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ปีการศกึ ษา 2564 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
หนว่ ยการเรยี นรูย้ ่อยท่ี 5
เรอ่ื ง มณพี ลอยร้อยแสง เวลาสอน 1 คาบ
เรื่อง การส่งสารดว้ ยการพูด (1) ผู้สอนนางสาวนิศาชล ยนุ รัมย์
1. สาระ/มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั
สาระ
สาระที่ 3 การฟงั การดแู ละการพูด
มาตรฐานการเรยี นรู้
ท 3.1 สามารถเลอื กฟงั และดอู ยา่ งมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด และ
ความรู้สึกในโอกาสตา่ ง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
ตัวช้วี ัด
ท 3.1 ม.4-6/5 พูดในโอกาสตา่ ง ๆ พดู แสดงทัศนะโตแ้ ยง้ โน้มน้าวใจ และเสนอแนวคดิ
ใหม่ดว้ ยภาษาถูกตอ้ งเหมาะสม
ท 3.1 ม.4-6/6 มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. อธิบายหลกั ของการพูดทว่ั ไปไดถ้ กู ต้อง
2. อธบิ ายลกั ษณะของการพูดระหว่างบคุ คลได้
2.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1.อธบิ ายและยกตวั อยา่ งการพดู จากเรื่องท่ีอา่ นได้
2.3 ด้านเจตคติ (A)
1. มีทศั นคตทิ ด่ี ีในการพดู
2. มีมารยาทในการพูด
3. สาระสำคญั
การพูดเป็นทักษะการสื่อสารอย่างหนึ่ง ที่ถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจหรือความ
ต้องการ ด้วยเสยี ง ภาษา และกิรยิ าทา่ ทาง เพ่อื ใหผ้ ู้ฟังรบั รู้ เขา้ ใจตรงตามจดุ ประสงค์ของผ้พู ดู