The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ นิศาชล ยุนรัมย์ D๗ เลขที่15

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nisachol.9191, 2022-05-10 10:52:33

แผนการจัดการเรียนรู้ นิศาชล ยุนรัมย์ D๗ เลขที่15

แผนการจัดการเรียนรู้ นิศาชล ยุนรัมย์ D๗ เลขที่15

๔๗

4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ (K)
4.1.1 คณุ ลักษณะของผู้พดู
4.1.2 หลักการพดู ท่ัวไป
4.1.3 การพูดระหว่างบคุ คล และข้อสรปุ

4.2 ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
4.2.1 การพูดระหว่างบคุ คล

5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
 รกั ชาติ
 ซื่อสัตย์สจุ รติ
 มวี ินัย
✓ ใฝเ่ รียนรู้
 อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
✓ ม่งุ ม่ันในการทำงาน
 รักความเปน็ ไทย
 มีจติ สาธารณะ

6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
✓ ความสามารถในการสอื่ สาร
✓ ความสามารถในการคิด

 ความสามารถในการแก้ปญั หา
✓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ

 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. ทกั ษะของผูเ้ รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L)

ทกั ษะการอ่าน (Reading)
 ทักษะการ เขียน (Writing)
 ทกั ษะการ คิดคำนวณ (Arithmetic)
 ทักษะดา้ นการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ัญหา (Critical thinking and
problem

solving)
 ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)

✓ ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผ้นู ำ (Collaboration , teamwork
and leadership)

๔๘

 ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
✓ ทกั ษะด้าน การสอื่ สาร สารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทันส่อื (Communication information and
media literacy)

 ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร (Computing)
✓ ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)

 ทกั ษะการเปลย่ี นแปลง (Change)
✓ ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills)

 ภาวะผ้นู ำ (Leadership)
8. การบรู ณาการตามพระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแหง่ ชาติ

บรู ณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School)
IS 1 การศึกษาคน้ ควา้ สรา้ งองคค์ วามรู้ (Research and Knowledge Formation)

IS 2 การส่ือสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
IS 3 การนำองคค์ วามรู้ไปใช้บรกิ ารสงั คม (Social Service Activity)

บรู ณาการกับหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
บรู ณาการกับประชาคมอาเซยี น
บรู ณาการโรงเรยี นวถิ ีพุทธ
บูรณาการกจิ กรรมสภานกั เรยี น
บูรณาการโครงการอนุรกั ษ์พันธกุ รรมพชื อนั เน่ืองมาจากพระราชดำรสิ มเด็จพระเทพรตั น
ราชสดุ า สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)
บูรณาการกบั โรงเรียนสิ่งแวดล้อมศกึ ษาและโรงเรยี นปลอดขยะ (Zero Waste School)
บรู ณาการกับคา่ นิยม 12 ประการ

มคี วามรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
ซื่อสัตย์ เสยี สละ อดทน มีอดุ มการณ์ในสิง่ ทด่ี งี ามเพอ่ื สว่ นรวม
กตญั ญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครบู าอาจารย์
✓ ใฝห่ าความรู้ หม่นั ศกึ ษาเลา่ เรียนทง้ั ทางตรงและทางอ้อม
รกั ษาวฒั นธรรมประเพณีไทยอนั งดงาม
มีศีลธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวังดตี อ่ ผอู้ ่ืน เผ่อื แผ่และแบ่งปนั
เขา้ ใจ เรียนรู้การเปน็ ประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ ที่ถูกตอ้ ง
มรี ะเบยี บวินยั เคารพกฎหมาย ผ้นู ้อยร้จู ักการเคารพผใู้ หญ่
มสี ติรตู้ วั รู้คดิ ร้ทู ำ รู้ปฏิบตั ติ ามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั
รู้จกั ดำรงตนอย่โู ดยใชห้ ลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงตามพระราชดำรัสของ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รู้จกั อดออมไว้ใชเ้ มื่อยามจำเป็น มไี วพ้ อกนิ พอใช้

๔๙

ถ้าเหลอื ก็แจกจ่ายจำหนา่ ยและพร้อมทจ่ี ะขยายกิจการเมือ่ มีความพรอ้ มเมอื่ มี
ภมู ิคุม้ กนั

ทด่ี ี
มคี วามเขม้ แข็งทัง้ รา่ งกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ตอ่ อำนาจฝา่ ยต่ำหรอื กเิ ลส มีความ
ละอายเกรงกลวั ต่อบาปตามหลักของศาสนา
คำนึงถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวมและของชาตมิ ากกว่าผลประโยชนข์ องตนเอง
บรู ณาการขา้ มกลุ่มสาระการเรยี นรู้ (ระบุ)
.............................................................................
อืน่ ๆ (ระบุ)
.............................................................................................................................

9. ชิน้ งานหรอื ภาระงาน ( หลกั ฐาน / ร่องรอยแสดงความรู้ )

-

10. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

ขนั้ ตอนการเรียนการสอน

ข้ันนำ

1. ครูยกบทกลอนของสนุ ทรภู่มาให้นกั เรียนช่วยกนั พิจารณา ความว่า

“ถึงบางพูดพูดดเี ป็นศรศี ักดิ์ มคี นรักรสถอ้ ยอรอ่ ยจติ

แม้นพูดชว่ั ตัวตายทำลายมติ ร จะชอบผิดในมนษุ ยเ์ พราะพูดจา”

(นิราศภูเขาทอง)

2. ครูใหน้ กั เรยี นทายสำนวนจากภาพที่ครใู ห้ดู จำนวน 3 ภาพ โดยแต่ละสำนวนจะเกี่ยวกบั

การพูด ครเู ฉลยพรอ้ มกับบอกความความหมายของสำนวนนนั้ เพ่อื โยงเข้ากับเน้อื หาท่จี ะสอน

ขั้นสอน
1. ครูอธิบายเนื้อหาเร่ือง การพูดระหว่างบุคคล โดยใช้สอ่ื powerpoint (ดังแนบทา้ ยแผน)
2. ครูให้นกั เรยี นแสดงความคดิ เห็น ผ่านกลอ่ งขอ้ ความ Google meet จากประเดน็ การพูด

เรื่องทักทายปราศรัยด้วยไมตรจี ติ และพดู จาไมค่ ดิ มักผิดใจกนั ที่ครใู หอ้ า่ น ด้วยประเด็นคำถาม
ดังต่อไปนี้

๕๐

2.1 จากบทความเร่ืองทักทายปราศรยั ด้วยไมตรี นกั เรยี นคิดว่าสถานการณด์ งั กล่าว
เหมาะสมหรือไม่อยา่ งไร

๕๑

2.2 จากบทความเร่อื งพดู จาไม่คดิ มักผิดใจกัน นกั เรียนคดิ วา่ สถานการณด์ ังกลา่ วเหมาะสม
หรอื ไม่อยา่ งไร

2.3 และถา้ นกั เรยี นเปน็ ดวงใจ นักเรยี นจะทำพฤตกิ รรมอยา่ งดวงใจหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด

3. ครูต้ังประเด็นคำถามดงั นี้ “ทำไม? การพดู เราต้องคำนึงถึง เพศ วัยและอาชีพ” เพือ่ ทบทวน
หลักการพดู ท่วั ไปใหก้ ับนักเรยี น

ข้นั สรปุ
1. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ การพดู ระหวา่ งบคุ คล

11. สือ่ การเรียนร้/ู แหลง่ การเรยี นรู้
สอ่ื การเรียนรู้
1. สอ่ื Powerpoint
2. หนงั สือหลกั ภาษาและการใชภ้ าษาเพอ่ื การส่อื สาร ชั้น ม.4

แหลง่ การเรยี นรู้
1. E-Book เรือ่ ง การส่งสารด้วยการพูด
2. หอ้ งสมุดโรงเรยี นสายปัญญา ในพระบรมราชนิ ปู ถัมภ์
3. Google Classroom

๕๒

12. การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวัด เครื่องมอื วดั เกณฑ์การผ่าน
สิง่ ทีต่ ้องการวัด
การถามตอบ คำถาม ไดค้ ะแนนไมต่ ่ำกวา่
ด้านความรู้ รอ้ ยละ 70
1. อธบิ ายหลักของการพดู ทถ่ี ูกต้องได้
2. อธิบายลักษณะของการพูดระหว่าง
บคุ คลได้

ด้านทักษะ/กระบวนการ

1. อธบิ ายและยกตวั อย่างการพดู จากเรอ่ื ง การถามตอบ คำถาม ไดค้ ะแนนไม่ตำ่ กว่า
ที่อา่ นได้
ร้อยละ 70

ดา้ นเจตคติ สงั เกตการตอบ คำถาม ได้คะแนนไมต่ ่ำกว่า
1. มที ัศนคติทดี่ ีในการพูด คำถาม รอ้ ยละ 70

2. มมี ารยาทในการพูด

13.กิจกรรมเสนอแนะ
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................

๕๓

บันทกึ ผลหลังการการจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้

1.1 ด้านความรู้
ม.4/1 นักเรยี นท้ังหมด มีความเข้าใจในเนอ้ื หา สามารถพดู ไดถ้ ูกหลักและร่วมตอบคำถาม
ม.4/2 นักเรยี นทง้ั หมด มีความเข้าใจในเนอ้ื หา สามารถพูดได้ถกู หลักและร่วมตอบคำถาม
ม.4/9 นกั เรียนรอ้ ยละ 70 ของท้ังหมดมคี วามเข้าใจในเนื้อหาท่ีครูสอน สว่ นอกี 30 ไม่ได้เขา้

เรียนจงึ ตอ้ งอธิบายย้อนหลัง
ม.4/10 นกั เรยี นทั้งหมด มคี วามเข้าใจในเน้ือหา สามารถพูดไดถ้ ูกหลกั และร่วมตอบคำถาม

1.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ
นักเรียน ม.4/10 ,4/1, 4/2 สามารถคิดวิเคราะห์และสามารถอธิบายพร้อมกับยกตัวอย่าง

การพดู ที่ดีได้ รวมไปถึงสามารถตอบคำถามได้ตรงประเดน็ สว่ น ม.4/9 มนี กั เรยี นส่วนน้อยทีว่ เิ คราะห์
และตอบคำถามไดต้ รงประเด็น

1.3 ดา้ นเจตคติ
นกั เรยี น ม.4 ทง้ั 4 หอ้ ง มีทศั นคตทิ ่ีดตี ่อการพดู และมมี ารยาทในการพูดท่ดี ี โดยสงั เกตจาก

การตอบคำถาม แตม่ บี า้ งบางส่วนทีไ่ ม่เปดิ ไมค์หรือพมิ พ์ตอบ

2. ปัญหา/อปุ สรรค
นักเรียนไม่สะดวกที่จะเปิดไมค์ตอบคำถาม อาจจะเป็นเพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บางคน

อาจจะช้าหรือสัญญาณขาดหายในบางช่วง รวมไปถึงนักเรียนบางคนเรียนผ่านมือถือเครื่องเดียว ซ่ึง
อาจทำให้ส่ิงที่ครูพดู ไปนกั เรยี นไมไ่ ดย้ ิน และในบางคร้ังครูก็ไดย้ นิ เสยี งนักเรยี นไมช่ ดั อาจจะเป็นเพราะ
สัญญาณอินเทอร์เนต็ ของครูดว้ ย

3. แนวทางแก้ไข
ครูอธิบายย้ำ ๆ และสอบถามนกั เรียนบอ่ ยขึ้น เผ่อื วา่ นกั เรียนสายอาจจะหลุดไป และ

พยายามตรวจเชก็ สญั ญาณอนิ เทอรเ์ นต็ ของตนเองมากขนึ้

ลงช่ือ.................น...ศิ ..า..ช..ล....ย..ุน...ร..ัม..ย...์ ....................
( นางสาวนิศาชล ยนุ รมั ย์ )

นสิ ติ ฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชีพครู (ขัน้ ทดลองสอน)

๕๔

ขอ้ เสนอแนะของครูพี่เลีย้ ง
(.....) เปน็ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่สี อดคลอ้ งตามมาตรฐานตวั ชว้ี ัดหรือผลการเรยี นร้ขู องรายวชิ า
(.....) เป็นแผนการจดั การเรยี นรทู้ สี่ ามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มงุ่ เน้นผู้เรยี นเป็นสำคญั

ข้อเสนอแนะเพม่ิ เติม
.......................................................................................................................................

ลงชอื่ ..............................................................
( นางองั คนาง บุญศิริ )
ครูพ่เี ลีย้ ง

ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
(.....) เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ทส่ี อดคลอ้ งตามมาตรฐานตวั ชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ของรายวิชา
(.....) เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่สามารถจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนทมี่ ุ่งเนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคญั

ข้อเสนอแนะเพ่ิมเตมิ
.......................................................................................................................................

ลงช่อื ..............................................................
( นายเอกวัฒน์ พัฒนวบิ ูลย์ )
หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้

๕๕

โรงเรยี นสายปญั ญา ในพระบรมราชินูปถมั ภ์

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒๖

กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท31101
ภาคเรียนที่ 1
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
หนว่ ยการเรียนร้ยู ่อยที่ 5
เรื่อง มณีพลอยร้อยแสง เวลาสอน 1 คาบ

เร่ือง การสง่ สารด้วยการพดู (2) ผู้สอนนางสาวนศิ าชล ยนุ รัมย์

1. สาระ/มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด
สาระ
สาระท่ี 3 การฟงั การดูและการพูด
มาตรฐานการเรยี นรู้
ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดอู ย่างมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด และ
ความรู้สึกในโอกาสตา่ ง ๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
ตวั ชีว้ ดั
ท 3.1 ม.4-6/5 พูดในโอกาสต่าง ๆ พูดแสดงทัศนะโต้แยง้ โนม้ น้าวใจ และเสนอแนวคดิ
ใหม่ด้วยภาษาถูกต้องเหมาะสม
ท 3.1 ม.4-6/6 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2.1 ด้านความรู้ (K)
1. อธิบายลักษณะของการพูดในกลมุ่ และการพูดให้สัมฤทธผิ์ ลได้
๒. มมี ารยาทในการพดู
2.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. อธิบายและยกตวั อยา่ งการพดู ในกลุม่
2.3 ดา้ นเจตคติ (A)
1. มที ศั นคตทิ ด่ี ีในการพดู ในกลุ่มและการพดู ให้สัมฤทธผ์ิ ล
2. มมี ารยาทในการฟัง การดูและการพูด

3. สาระสำคญั
การพูดเป็นทักษะการสื่อสารอย่างหนึ่ง ที่ถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจหรือความ

ต้องการ ด้วยเสียง ภาษา และกิริยาท่าทาง เพื่อให้ผู้ฟังรับรู้ เข้าใจตรงตามจุดประสงค์ของผู้พูด
ทั้งการพูดในกลุ่มที่น่าสนใจ และหากผู้พูดมีทักษะการพูดที่ดีจะทำให้การสื่อสารนั้นสัมฤทธิ์ผล และ
เกิดประโยชน์ทง้ั ตอ่ ตัวผู้พดู และผ้ฝู ัง

๕๖

4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ (K)
4.1.1 ความหมายของการพดู ในกลมุ่
4.1.2 หลักการปฏบิ ัติ และจดุ ประสงคข์ องการพูดในกล่มุ
4.1.3 ขอ้ สรปุ ของการพูดในกลุ่ม
4.1.4 ความหมายของการพดู ให้สมั ฤทธ์ผิ ล
4.1.5 ข้อควรระลึกในการปฏิบตั แิ ละขอ้ สรปุ ของการพูดใหส้ ัมฤทธผ์ิ ล
4.1.6 ความสำคญั ของการพูด
4.1.7 มารยาทในการพูด

4.2 ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
4.2.1 การพูดในกลมุ่ และการพูดให้สมั ฤทธิ์ผล
4.2.2 การฟงั
4.2.3 การดู

5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
 รกั ชาติ
 ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
 มวี นิ ัย
✓ ใฝเ่ รยี นรู้
 อยอู่ ยา่ งพอเพียง
✓ มุง่ มน่ั ในการทำงาน
 รักความเปน็ ไทย
 มีจติ สาธารณะ

6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
✓ ความสามารถในการสอ่ื สาร
✓ ความสามารถในการคดิ

ความสามารถในการแก้ปญั หา
 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. ทักษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L)
ทักษะการอา่ น (Reading)
 ทักษะการ เขยี น (Writing)
 ทักษะการ คิดคำนวณ (Arithmetic)

๕๗

ทักษะดา้ นการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem solving)

 ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
✓ ทกั ษะดา้ นความร่วมมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผนู้ ำ (Collaboration ,
teamwork

and leadership)
 ทกั ษะดา้ นความเข้าใจต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)

✓ ทักษะดา้ น การสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เทา่ ทนั ส่ือ (Communication information
and

media literacy)
 ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร (Computing)

✓ ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
 ทักษะการเปล่ียนแปลง (Change)

✓ ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
 ภาวะผู้นำ (Leadership)
8. การบรู ณาการตามพระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ

บรู ณาการหลกั สูตรโรงเรยี นมาตรฐานสากล (World-class Standard School)
IS 1 การศึกษาคน้ ควา้ สรา้ งองคค์ วามรู้ (Research and Knowledge Formation)
IS 2 การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
IS 3 การนำองคค์ วามรไู้ ปใช้บริการสงั คม (Social Service Activity)

บูรณาการกบั หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
บูรณาการกบั ประชาคมอาเซียน
บรู ณาการโรงเรียนวถิ ีพทุ ธ
บูรณาการกจิ กรรมสภานกั เรยี น
บูรณาการโครงการอนุรกั ษพ์ ันธุกรรมพชื อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำรสิ มเด็จพระเทพรตั น
ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)
บรู ณาการกับโรงเรียนส่ิงแวดล้อมศกึ ษาและโรงเรยี นปลอดขยะ (Zero Waste School)
บรู ณาการกบั คา่ นยิ ม 12 ประการ

มคี วามรักชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
ซ่ือสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสงิ่ ทีด่ งี ามเพื่อส่วนรวม
กตญั ญูตอ่ พอ่ แม่ ผปู้ กครอง ครบู าอาจารย์
✓ ใฝ่หาความรู้ หม่ันศกึ ษาเลา่ เรียนทง้ั ทางตรงและทางอ้อม
รกั ษาวฒั นธรรมประเพณีไทยอันงดงาม
มศี ีลธรรม รกั ษาความสัตย์ หวงั ดีตอ่ ผ้อู ่นื เผ่อื แผแ่ ละแบง่ ปัน

๕๘

เข้าใจ เรียนร้กู ารเป็นประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุขที่ถกู ตอ้ ง
มรี ะเบยี บวินัย เคารพกฎหมาย ผูน้ อ้ ยร้จู ักการเคารพผ้ใู หญ่
มีสตริ ตู้ วั รู้คิด รทู้ ำ รปู้ ฏบิ ัติตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว
รูจ้ กั ดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรสั ของ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั รูจ้ กั อดออมไวใ้ ช้เม่ือยามจำเป็น มีไวพ้ อกนิ พอใช้
ถา้ เหลอื ก็แจกจา่ ยจำหน่ายและพรอ้ มท่จี ะขยายกิจการเมอื่ มีความพร้อมเมอ่ื มี
ภูมิคุ้มกัน
ทีด่ ี
มคี วามเข้มแขง็ ทงั้ ร่างกายและจิตใจ ไมย่ อมแพ้ตอ่ อำนาจฝ่ายต่ำหรอื กิเลส มีความ
ละอายเกรงกลวั ต่อบาปตามหลักของศาสนา
คำนึงถงึ ผลประโยชนข์ องส่วนรวมและของชาติมากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง
บรู ณาการขา้ มกลุม่ สาระการเรียนรู้ (ระบุ)
.............................................................................
อืน่ ๆ (ระบ)ุ
.............................................................................................................................

9. ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน ( หลักฐาน / ร่องรอยแสดงความรู้ )
1. พดู แนะนำตนเอง ตามประเด็นท่คี รกู ำหนด

10. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นตอนการเรยี นการสอน
ขัน้ นำ
1. ครูทบทวนเน้ือหาการพดู ระหวา่ งบคุ คลจากคาบทแ่ี ลว้
2. ครใู หน้ ักเรยี นดูคลิปวิดโี อ “จะเกดิ อะไรข้ึนถ้าไมม่ เี สียงเปน็ เวลาหนง่ึ ป”ี แล้วตั้งประเดน็
คำถามดังนี้

๕๙

2.1 นกั เรยี นจะมวี ธิ ตี ดิ ตอ่ สอ่ื สารกนั รูปแบบไหนหากไมม่ เี สยี งพดู
2.2 นกั เรยี นคดิ วา่ เสยี ง หรอื การพดู สำคญั กบั ตวั นกั เรยี นมากนอ้ ยเพยี งใด เพราะ
เหตใุ ด
ข้ันสอน
1. ครอู ธบิ ายเน้ือหาการพูดในกลมุ่ และการพูดให้สัมฤทธผิ์ ล ผ่านส่อื Powerpoint (ดังแนบ
ทา้ ยแผน)
2. ครูใหน้ กั เรยี นชมคลิปวิดีโอ ซึง่ เป็นตวั อย่างการเลา่ เรอื่ งทไ่ี ดอ้ า่ นหรือฟังมา แล้วสรปุ ทา้ ย
คลิป

3. ครูให้นกั เรยี นชมคลิปวิดีโอ “การเล่าเร่อื งอยา่ งไรให้นา่ สนใจ” แลว้ สรุปหลงั การดคู ลปิ
วดิ ีโอ โดยให้นกั เรียนจบั ใจความประเดน็ สำคัญของเรอื่ งท่ีฟงั แล้วครูส่มุ ถาม ด้วยประเด็นคำถามดงั น้ี

2.1 ให้นักเรยี นบอกหลักการเล่าเรอ่ื งอยา่ งไรใหน้ า่ ฟัง จากที่ดคู ลปิ วดิ โี อ

3. ครใู ห้นักเรยี นนิยามคำว่า กำลงั ใจ ของตนเอง เพื่อโยงเนือ้ หาการพดู ให้กำลงั ใจ
ข้ันสรุป

1. นกั เรยี นและครสู รปุ การพดู ในกลมุ่ และการพดู ใหส้ มั ฤทธผ์ิ ล

๖๐

11. สือ่ การเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้
สอ่ื การเรียนรู้
1. สอ่ื Powerpoint เร่อื ง การส่งสารดว้ ยการพดู
2. หนงั สือหลกั ภาษาและการใช้ภาษาเพื่อการสอื่ สาร ชัน้ ม.4
3. แอปพลิเคชนั Youtube

แหลง่ การเรยี นรู้
1. E-Book เรื่อง การสง่ สารดว้ ยการพูด
2. ห้องสมดุ โรงเรียนสายปญั ญา ในพระบรมราชินปู ถัมภ์
3. Google Classroom

12. การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวัด เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์การผา่ น
สิง่ ที่ต้องการวัด การถามตอบ คำถาม
ไดค้ ะแนนไม่ต่ำกว่า
ด้านความรู้ ร้อยละ 70
1. อธบิ ายลักษณะของการพูดในกลุ่มและ
การพดู ใหส้ มั ฤทธ์ิผลได้
๒. มมี ารยาทในการพูด

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ
1. อธิบายและยกตวั อยา่ งการพูดในกลุ่ม การถามตอบ คำถาม ได้คะแนนไม่ตำ่ กวา่
ได้ รอ้ ยละ 70

ดา้ นเจตคติ

1. มีทศั นคติทด่ี ใี นการพดู สงั เกตการตอบ คำถาม ได้คะแนนไม่ตำ่ กว่า

2. มมี ารยาทในการฟัง การดูและการพดู คำถาม รอ้ ยละ 70

13.กิจกรรมเสนอแนะ
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................

๖๑

บนั ทึกผลหลงั การการจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้

1.2 ด้านความรู้
ม.4/1 นกั เรียนทงั้ หมด มีความเขา้ ใจในเนอ้ื หา สามารถพูดไดถ้ กู หลักและร่วมตอบคำถาม
ม.4/2 นักเรยี นทงั้ หมด มีความเขา้ ใจในเนอ้ื หา สามารถพดู ได้ถูกหลกั และรว่ มตอบคำถาม
ม.4/10 นกั เรยี นทงั้ หมด มีความเขา้ ใจในเน้อื หา สามารถพูดได้ถูกหลักและรว่ มตอบคำถาม

1.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ
นักเรียน ม.4/10 ,4/1, 4/2 สามารถคิดวิเคราะห์และสามารถอธิบายพร้อมกับยกตัวอย่าง

และรหู้ ลกั การการพดู ในกลมุ่ และการพูดให้สมั ฤทธิ์ผลได้ รวมไปถึงสามารถตอบคำถามได้ตรงประเดน็

1.3 ดา้ นเจคติ
นักเรียน ม.4 ทั้ง 3 ห้อง มีทัศนคติที่ดีต่อการพูดและมีมารยาทในการพูดที่ดี โดยสังเกตจาก

การตอบคำถาม แตม่ ีบา้ งบางส่วนท่ไี ม่เปิดไมค์แตใ่ ช้การพิมพต์ อบแทน

2. ปญั หา/อปุ สรรค
นักเรียนไม่สะดวกที่จะเปิดไมค์ตอบคำถาม ซึ่งอาจจะเป็นเพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บาง

คนอาจจะช้าหรือสัญญาณขาดหายในบางช่วง ซึ่งอาจทำให้สิ่งที่ครูพูดไปนักเรียนไม่ได้ยิน และใน
บางครงั้ ครูก็ได้ยนิ เสียงนักเรียนไม่ชัดอาจจะเป็นเพราะสัญญาณอนิ เทอรเ์ นต็ ของครดู ้วย

3. แนวทางแกไ้ ข
ครูอธิบายย้ำ ๆ และสอบถามนักเรียนบ่อยขึ้น เผื่อว่านักเรียนสายอาจจะหลุดไป และ

พยายามตรวจเช็กสญั ญาณอนิ เทอร์เนต็ ของตนเองมากขึ้น

ลงชอ่ื .................น...ศิ ..า..ช..ล....ย..นุ...ร..ัม..ย...์ ....................
( นางสาวนิศาชล ยนุ รัมย์ )

นิสติ ฝกึ ประสบการณ์วิชาชพี ครู (ขัน้ ทดลองสอน)

๖๒

ข้อเสนอแนะของครูพ่ีเลี้ยง
(.....) เป็นแผนการจดั การเรยี นรทู้ สี่ อดคลอ้ งตามมาตรฐานตัวชี้วัดหรือผลการเรยี นรู้ของรายวิชา
(.....) เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ที่สามารถจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนท่ีมุง่ เน้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั

ขอ้ เสนอแนะเพ่มิ เตมิ
.......................................................................................................................................

ลงช่ือ..............................................................
( นางอังคนาง บญุ ศิริ )
ครูพ่เี ล้ยี ง

ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
(.....) เปน็ แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่สอดคลอ้ งตามมาตรฐานตัวชว้ี ัดหรอื ผลการเรยี นรูข้ องรายวิชา
(.....) เป็นแผนการจัดการเรยี นรูท้ สี่ ามารถจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนท่ีมุง่ เนน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคัญ

ข้อเสนอแนะเพม่ิ เติม
.......................................................................................................................................

ลงชอื่ ..............................................................
( นายเอกวฒั น์ พัฒนวบิ ูลย์ )
หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้

๖๓

โรงเรียนสายปญั ญา ในพระบรมราชินูปถมั ภ์

แผนการจดั การเรียนรตู้ ิว o-net

กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า 22101
ภาคเรยี นท่ี 1
หน่วยการเรียนรู้ที่ - ปีการศกึ ษา 2564 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 2
หนว่ ยการเรยี นร้ยู ่อยที่ -
เร่ือง ตวิ o-net เวลาสอน 1 คาบ

เรือ่ ง ตวิ o-net ผู้สอนนางสาวนศิ าชล ยนุ รัมย์

1. สาระ/มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั
สาระ
สาระท่ี 4 หลักการใช้ภาษา
มาตรฐานการเรยี นรู้
ท 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของ
ภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
ตวั ช้ีวดั
ท 4.1 ม.1/3 วิเคราะห์ชนดิ และหน้าท่ีของคำในประโยค
ท 4.1 ม.1/4 วิเคราะห์ความแตกต่างของภาษาพดู และภาษาเขียน
ท 4.1 ม.1/6 จำแนกและใชส้ ำนวนที่เปน็ คำพงั เพย และสุภาษติ
ท 4.1 ม.2/2 วิเคราะห์โครงสรา้ งประโยคสามัญ ประโยครวมและประโยคซอ้ น
ท 4.1 ม.2/4 ใช้คำราชาศพั ท์
ท 4.1 ม.3/2 วเิ คราะหโ์ ครงสรา้ งแระโยคซับซอ้ น
ท 4.1 ม.3/3 วเิ คราะหร์ ะดบั ภาษา

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ด้านความรู้ (K)
1. อธิบายความหมายและเขา้ ใจเนอื้ หา
2.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. สามารถคิด วเิ คราะห์ แยกแยะขอ้ ที่ผิดและถูกได้

2.3 ดา้ นเจตคติ (A)
1. ตระหนักถึงคุณคา่ และความสำคัญของวชิ าภาษาไทย

๖๔

3. สาระสำคญั
รายวิชาภาษาไทย เป็นวิชาหลักในการสอบวัดผลระดับประเทศ เนื้อหาที่ใช้ติวก็ประกอบไปด้วย

เนื้อหาที่หลากหลาย ปะปนกันไปทั้งการสะกดคำ การใช้ประโยค การอ่านจับใจความสำคัญ ความหมาย
โดยตรง โดยนัย เป็นต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะครูเล็งเห็นและเตรียมความพร้อมในการข้างหน้าที่นักเรียนจะได้
ลงสนามจรงิ

4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ (K)
1. การอ่านจับใจความ ความหมายของคำ และเนือ้ หาวิชาภาษาไทยช่วงช้ันที่ 3
4.2 ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. การอา่ น คิด วิเคราะห์

5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
 รกั ชาติ
 ซ่ือสตั ยส์ จุ ริต
 มวี ินยั
✓ ใฝ่ความรู้
 อยูอ่ ย่างพอเพียง
✓ มุ่งมัน่ ในการทำงาน
✓ รักความเปน็ ไทย
 มจี ิตสาธารณะ

6. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
✓ ความสามารถในการส่อื สาร
✓ ความสามารถในการคดิ
✓ ความสามารถในการแก้ปัญหา
✓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ

 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 8C + 2L)

✓ ทักษะการอ่าน (Reading)
✓ ทักษะการ เขียน (Writing)
 ทกั ษะการ คดิ คำนวณ (Arithmetic)

✓ ทกั ษะด้านการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ัญหา (Critical thinking
and problem solving)

 ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)

๖๕

✓ ทกั ษะด้านความร่วมมอื การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration ,
teamwork

and leadership)
 ทักษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)

✓ ทักษะด้าน การสื่อสาร สารสนเทศ และร้เู ทา่ ทันสอ่ื (Communication information
and

media literacy)
 ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร (Computing)
 ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
 ทกั ษะการเปลยี่ นแปลง (Change)

✓ ทักษะการเรยี นรู้ (Learning Skills)
 ภาวะผู้นำ (Leadership)
8. การบรู ณาการตามพระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ

✓ บูรณาการหลกั สตู รโรงเรยี นมาตรฐานสากล (World-class Standard School)
✓ IS 1 การศกึ ษาค้นควา้ สร้างองคค์ วามรู้ (Research and Knowledge Formation)

IS 2 การสือ่ สารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
IS 3 การนำองค์ความรู้ไปใชบ้ รกิ ารสงั คม (Social Service Activity)
บรู ณาการกบั หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
บูรณาการกับประชาคมอาเซียน
บรู ณาการโรงเรยี นวถิ ีพุทธ
บรู ณาการกิจกรรมสภานักเรยี น
บรู ณาการโครงการอนรุ กั ษพ์ ันธุกรรมพชื อนั เน่ืองมาจากพระราชดำรสิ มเด็จพระเทพรตั น
ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)
บรู ณาการกบั โรงเรยี นส่งิ แวดลอ้ มศึกษาและโรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School)
บูรณาการกบั คา่ นิยม 12 ประการ
มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
ซือ่ สตั ย์ เสียสละ อดทน มีอดุ มการณใ์ นส่งิ ท่ีดีงามเพ่ือสว่ นรวม
กตญั ญูต่อพ่อแม่ ผูป้ กครอง ครบู าอาจารย์
✓ ใฝห่ าความรู้ หมนั่ ศึกษาเล่าเรยี นทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม
✓ รกั ษาวัฒนธรรมประเพณไี ทยอนั งดงาม
มศี ีลธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวังดีตอ่ ผู้อื่น เผอ่ื แผแ่ ละแบง่ ปนั
เขา้ ใจ เรียนรูก้ ารเป็นประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมุขทถ่ี ูกต้อง
มรี ะเบยี บวนิ ัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรจู้ กั การเคารพผูใ้ หญ่
มีสติรตู้ ัว รู้คดิ รูท้ ำ ร้ปู ฏบิ ัตติ ามพระราชดำรัสของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั

๖๖

ร้จู กั ดำรงตนอยูโ่ ดยใชห้ ลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งตามพระราชดำรสั ของ
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ร้จู ักอดออมไวใ้ ช้เมอ่ื ยามจำเป็น มไี วพ้ อกนิ พอใช้
ถา้ เหลอื กแ็ จกจา่ ยจำหนา่ ยและพร้อมท่ีจะขยายกจิ การเมอ่ื มีความพรอ้ มเม่อื มี
ภมู ิค้มุ กัน
ท่ีดี
มคี วามเข้มแขง็ ท้งั รา่ งกายและจติ ใจ ไม่ยอมแพต้ ่ออำนาจฝ่ายตำ่ หรือกิเลส มคี วาม
ละอายเกรงกลัวตอ่ บาปตามหลกั ของศาสนา
คำนงึ ถึงผลประโยชนข์ องสว่ นรวมและของชาตมิ ากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง
บูรณาการขา้ มกลมุ่ สาระการเรียนรู้ (ระบุ)
.............................................................................
อื่นๆ (ระบุ)
.............................................................................................................................

9. ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน ( หลักฐาน / ร่องรอยแสดงความรู้ )
-

10. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นตอนการเรียนการสอน
ข้นั นำ
1. ครตู งั้ ประเด็นคำถามว่า ทำไมเราถงึ ตอ้ งติว o-net พรอ้ มบอกเหตผุ ลในการตวิ ครั้งน้ี

ขนั้ สอน
1. ครแู ละนกั เรียนวเิ คราะห์ข้อสอบ จากไฟล์ pdf ทคี่ รนู ำเสนอ
2. ครอู ธบิ ายแต่ละขอ้ อยา่ งละเอยี ด เพ่อื ความเข้าใจของนักเรียน

ขัน้ สรปุ
1. ครสู รุปภาพรวมในการตวิ o-net

11. สือ่ การเรียนร้/ู แหลง่ การเรียนรู้
สือ่ การเรยี นรู้
1. ข้อสอบจริง o-net ม.3 ปี 60
แหล่งการเรยี นรู้
1. หอ้ งสมดุ โรงเรียนสายปัญญา ในพระบรมราชนิ ูปถัมภ์

๖๗

12. การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวัด เคร่ืองมอื วดั เกณฑก์ ารผา่ น
การถามตอบ คำถาม ไดค้ ะแนนไม่ต่ำกว่า
ส่ิงทีต่ ้องการวัด การถามตอบ คำถาม
ร้อยละ 70
ดา้ นความรู้ สงั เกตการถาม คำถาม ไดค้ ะแนนไม่ตำ่ กวา่
1.อธิบายความหมายและเขา้ ใจ ตอบ
รอ้ ยละ 70
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ
1.สามารถคิด วเิ คราะห์ แยกแยะข้อท่ีผิด ไดค้ ะแนนไม่ตำ่ กว่า
และถูกได้ ร้อยละ 70
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1.ตระหนกั ถึงคณุ คา่ และความสำคัญของ
วิชาภาษาไทย

13.กจิ กรรมเสนอแนะ
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................

๖๘

บนั ทึกผลหลังการการจัดการเรยี นรู้
1. ผลการเรียนรู้

1.1 ดา้ นความรู้
นกั เรยี นชน้ั ม.2 ไดร้ ับความรู้ในการติวคร้ังน้ี และเข้าใจเน้ือหา

1.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ
นกั เรยี นสามารถคดิ วเิ คราะห์ ขอ้ ผดิ ข้อถกู ได้

1.3 คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
นกั เรยี นตระหนกั ถึงความสำคญั ของรายวชิ าภาษาไทย

2. ปัญหา/อปุ สรรค
เนื่องด้วยเป็นการติวผ่านระบบออนไลน์ อาจมีบางช่วงทีส่ ัญญาณอินเทอร์เน็ตขาดหาย จึงทำ

ให้การรบั สารและส่งสารของครูและนักเรียนบกพร่อง หรอื เสยี งหายบางช่วง

3. แนวทางแกไ้ ข
ครูอธบิ ายย้ำ ๆ ข้อน้นั เพ่อื เช็ควา่ นกั เรียนเขา้ ใจหรือไม่ และเช็กวา่ นกั เรยี นจะไดย้ นิ ทกุ คน

ลงชื่อ.........................น..ศิ...า..ช..ล....ย..ุน...ร..ัม..ย...์ ............
( นางสาวนิศาชล ยุนรมั ย์ )

นิสิตฝกึ ประสบการณว์ ิชาชีพครู (ข้นั ทดลองสอน)

๖๙

ข้อเสนอแนะของครูพ่ีเล้ียง
(.....) เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ส่ี อดคลอ้ งตามมาตรฐานตวั ช้ีวัดหรอื ผลการเรียนรขู้ องรายวชิ า
(.....) เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ีส่ ามารถจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนทมี่ ่งุ เน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญ

ข้อเสนอแนะเพ่ิมเตมิ
.......................................................................................................................................

ลงชื่อ..............................................................
( นางองั คนาง บญุ ศริ ิ )
ครูพเ่ี ลี้ยง

ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
(.....) เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ทสี่ อดคลอ้ งตามมาตรฐานตัวช้ีวัดหรอื ผลการเรยี นรขู้ องรายวชิ า
(.....) เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ีสามารถจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนท่ีมงุ่ เน้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั

ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม
.......................................................................................................................................

ลงช่อื ..............................................................
( นายเอกวฒั น์ พัฒนวิบลู ย์ )
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้

๗๐

๗๑

รหัส ท ๑๕๑๐๑ แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๓ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ รายวชิ าภาษาไทย เวลา ๖ ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๑ ชั่วโมง
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๓ เรอื่ ง ครอบครวั พอพียง
ช่อื ผู้สอน นางสาวนศิ าชล ยนุ รมั ย์ เรือ่ ง การอ่านจับใจความ

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๑ การอ่าน

มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพือ่ นำไปตัดสินใจแก้ปญั หา
ในการดำเนินชีวิตและมนี สิ ัยรกั การอ่าน
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม

มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่าง
เหน็ คณุ ค่าและนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจริง
๒. ตวั ช้ีวดั

ท ๑.๑ ป.๕/๕ วเิ คราะหแ์ ละแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับเรื่องท่อี ่าน เพอ่ื นำไปใชใ้ นการดำเนนิ ชวี ิต
ท ๑.๑ ป.๕/๘ มมี ารยาทในการอ่าน
ท ๕.๑ ป.๕/๑ สรปุ เรอ่ื งจากวรรณคดีและวรรณกรรมทอี่ ่าน
๓. สาระสำคญั
การอ่านจบั ใจความ เปน็ การอ่านเพอื่ หาสว่ นสำคญั ของเรอื่ ง ซ่งึ เรยี กวา่ ใจความ จะปรากฏอย่ตู ามส่วน
ย่อหน้าต่าง ๆ ของเร่อื งทอี่ ่าน อาจจะอยสู่ ว่ นตน้ สว่ นกลาง หรอื ส่วนท้ายของยอ่ หน้า
๔. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม)
ด้านความรู้ (Knowledge)

๑. อา่ นจับใจความสำคญั ได้
๒. สรุปเรื่องทอ่ี ่านได้
ด้านทักษะ / กระบวนการ (Process)
๑. วเิ คราะห์ แยะแยะใจความสำคญั กบั พลความได้
๒. อธิบายข้อควรปฏิบัตใิ นการอ่านจบั ใจความ รว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็
ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)
๑. มมี ารยาทในการอ่าน

๗๒

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๔. ใฝ่เรยี นรู้ (๔.๑ , ๔.๒)
๖. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน (๖.๑ , ๖.๒)
๗. รกั ความเปน็ ไทย (๗.๑ , ๗.๒)

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการส่อื สาร (๑.๑ , ๑.๒ , ๑.๔)
๒. ความสามารถในการคดิ (๒.๑ , ๒.๔)
๔. ความสารถในการใช้ทกั ษะชีวติ (๔.๑ , ๔.๓)

๕. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขน้ั นำ
๑. ครตู ้งั คำถามว่า นักเรยี นรจู้ กั การอา่ นจบั ใจความหรือไม่ แล้วการอา่ นจบั ใจความมีลักษณะอย่างไร

(ตามดุลยพนิ จิ ของนกั เรียน)
๒. ครูสมุ่ ถามนกั เรียนรายบุคคล จำนวน ๓ คน
ขน้ั กระบวนการเรยี นรู้
๓. ครูอธบิ ายเนื้อหาการอ่านจบั ใจความ และบอกขน้ั ตอนข้อควรปฏบิ ัติในการอ่านจับใจความท่ี

ถกู ต้อง
๔. ครูยกตวั อย่างและอธิบายการอ่านจบั ใจความสำคญั ทป่ี รากฏอยูใ่ นหนงั สอื เรยี นไปพรอ้ ม ๆ กบั

นกั เรยี น
- ตวั อย่างใจความสำคญั ทอ่ี ย่สู ว่ นต้น
- ตวั อยา่ งใจความสำคัญทีอ่ ยสู่ ว่ นกลาง
- ตวั อยา่ งใจความสำคญั ท่อี ยูส่ ่วนท้าย

๕. ครูยกตัวอยา่ งบทความท่นี อกเหนอื จากหนังสอื เรียน แลว้ ใหน้ ักเรียนรว่ มกับอภปิ รายว่าใจความ
สำคญั อยสู่ ว่ นใดของบทความท่ยี กมา

ขั้นสรปุ
๖. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ การอา่ นจบั ใจความ ครซู ักถามข้อควรปฏิบัติในการอ่านจบั ใจความและ
ให้นกั เรยี นรว่ มกันตอบ
๗. นกั เรยี นทำใบงานจำนวน ๕ ขอ้ สง่ ในคาบเรยี น
๖. สื่อ / แหลง่ การเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชีวิต ภาษาพาทีช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
๒. ใบงาน

๗๓

๗. กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผล

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีวดั เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
ใบงาน
อ่านจับใจความสำคญั ได้ การทำใบงาน ใบงาน ระดับคุณภาพ ๓ ผา่ น
(K) การทำใบงาน ใบงาน เกณฑ์

สรปุ เรอื่ งทอี่ ่านได้ (K) แบบสังเกต ระดบั คณุ ภาพ ๓ ผ่าน
คำถาม เกณฑ์
วิเคราะห์ แยะแยะ การทำใบงาน
ใจความสำคญั กับพล แบบสังเกต ระดบั คุณภาพ ๓ ผ่าน
ความได้ (P) สงั เกตพฤติกรรม เกณฑ์
การถามตอบ
อธิบายขอ้ ควรปฏบิ ัตใิ น ระดับคณุ ภาพ ๕ ผ่าน
การอ่านจับใจความ สังเกตพฤติกรรม เกณฑ์
ร่วมกันแสดงความ
คิดเหน็ (P) หรอื ร้อยละ ๖๐ ผา่ น
เกณฑ์
มีมารยาทในการอา่ น(A)
ระดับคณุ ภาพ ๕ ผา่ น
เกณฑ์

หรือร้อยละ ๖๐ ผา่ น
เกณฑ์

๗๔

ใบงานทีม่ อบหมาย

เกณฑ์การใหค้ ะแนนใบงาน

ขอ้ ละ ๑ คะแนน (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน)
ได้ ๓ คะแนนขึน้ ไปถือวา่ ผ่าน (ถกู ๓ ขอ้ ) คะแนนตำ่ กว่า ๓ ไมผ่ า่ น

๗๕

แบบสงั เกตการตอบคำถามการอภิปรายแสดงความคิดเหน็

คำชแ้ี จง : ทำเคร่อื งหมาย ✓ ลงในชอ่ งระดบั คะแนนพฤติกรรมท่ีนกั เรียนปฏิบตั ดิ งั น้ี

ระดับ ๓ หมายถึง แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ มาก
ระดับ ๒ หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ ห็นปานกลาง
ระดบั ๑ หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ ห็นน้อย

พฤตกิ รรม/ สนใจและ มีส่วนรว่ ม มีมารยาท ผลการ หมาย
ลำ ระดับคะแนน ใหค้ วาม ในการ ในการอา่ น ประเมนิ เหตุ
ดบั ร่วมมอื ใน แสดงความ
ที่ ชื่อ-สกุล การตอบ คดิ เหน็
คำถาม
รวม

๓๒๑๓๒๑๓๒๑ ไม่
ผ่าน ผ่าน
ชือ่ -สกลุ









๑๐
เกณฑ์การประเมนิ

คะแนนตั้งแต่ ๕ คะแนนขน้ึ ไป
๗-๙ = ดี
๔-๖ = พอใช้
๑-๓ = ปรบั ปรงุ

คะแนนตำ่ กวา่ ๕ ไมผ่ า่ น

๗๖

แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

หนว่ ยที่ ๑ เรอ่ื ง ครอบครวั พอเพียง (การอา่ นจับใจความ)
วนั ที่……………………………………………………………

ครูผสู้ อนเปน็ ผูป้ ระเมิน

ทำเครือ่ งหมาย ✓ ลงในช่องระดับคะแนนตามความคดิ เหน็

ใฝ่เรียนรู้ ม่งุ มั่นใน รักความ รวม

เลขที่ ชื่อ-สกุล การทำงาน เปน็ ไทย

๓๒๑๓๒๑๓๒๑



















๑๐

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ๓ คะแนน

พฤตกิ รรมที่ปฏิบตั ิชัดเจนและบอ่ ยคร้งั ๒ คะแนน

พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบตั ิบางคร้ัง ๑ คะแนน

หมายเหตุ เกณฑ์การผ่านรอ้ ยละ ๖๐ นักเรียนจะตอ้ งได้คะแนน ๖ คะแนน

๗๗

แบบประเมนิ สมรรถนะ

หน่วยที่ ๑ เร่ือง ครอบครวั พอเพยี ง (การอา่ นจับใจความ)
วันที่……………………………………………………………

ครผู สู้ อนเป็นผปู้ ระเมนิ

ทำเคร่อื งหมาย ✓ ลงในช่องระดบั คะแนนตามความคดิ เหน็

การสอ่ื สาร การคิด การใช้ รวม

เลขท่ี ชือ่ -สกลุ ทักษะชวี ติ

๓๒๑๓๒๑๓๒๑



















๑๐

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัตชิ ัดเจนและสม่ำเสมอ ๓ คะแนน

พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั ชิ ดั เจนและบอ่ ยครง้ั ๒ คะแนน

พฤตกิ รรมทีป่ ฏบิ ัติบางครั้ง ๑ คะแนน

หมายเหตุ เกณฑก์ ารผ่านร้อยละ ๖๐ นักเรยี นจะตอ้ งไดค้ ะแนน ๖ คะแนน

๗๘

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๔๕

รหสั ท ๒๑๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย

ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
เวลา ๕ ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑๒ เรื่อง การสร้างคำ เวลา ๑ ชั่วโมง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๔๕ เร่อื ง คำประสม

ช่อื ผู้สอน นางสาวนศิ าชล ยนุ รมั ย์

สอนวันที่ ๑ เดือน ธนั วาคม พ.ศ.๒๕๖๔

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย

มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา
และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
๒. ตัวช้ีวดั

ท ๔.๑ ม.๑/๒ สร้างคำในภาษาไทย
๓. สาระสำคญั

คำประสมเกดิ จากคำมลู ทมี่ คี วามหมายต่างกันตัง้ แต่ ๒ คำขนึ้ ไปมารวมกนั แลว้ เปน็ คำที่มีความหมาย
ใหม่ หรอื ยงั คงมเี ค้าของความหมายเดมิ การสรา้ งคำประสมทำใหภ้ าษาไทยมคี ำใชเ้ พม่ิ มากขึ้น
๔. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม)

ดา้ นความรู้ (Knowledge)
๑. อธบิ ายความหมาย ลักษณะ ประเภท และประโยชนข์ องคำประสมได้

ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ (Process)
๑. สร้างคำประสมได้
๒. วิเคราะห์ แยกแยะคำประสมได้

ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)
๑. เหน็ ความสำคญั ของการสรา้ งคำประสม

๕. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
๔. ใฝเ่ รียนรู้ (๔.๑ , ๔.๒)
๖. มุ่งมน่ั ในการทำงาน (๖.๑ , ๖.๒)
๗. รกั ความเป็นไทย (๗.๒)

๖. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร (๑.๑ , ๑.๒ , ๑.๔)
๒. ความสามารถในการคิด (๒.๑ , ๒.๔)
๔. ความสารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต (๔.๑ , ๔.๒ , ๔.๓)

๗๙

๗. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ข้นั นำ
๑. ครูตั้งคำถามวา่ นักเรียนรูจ้ ักคำประสมหรอื ไม่ พร้อมยกตัวอย่างคำมา ๑ คำ คือคำวา่ “ลกู เสือ”

แลว้ ถามว่าคำนเ้ี ป็นคำประสมหรอื ไม่ (ตามดลุ ยพนิ ิจของนักเรียน)
๒. ครสู ่มุ ถามนกั เรยี นรายบุคคล จำนวน ๓ คน
ขั้นกระบวนการเรยี นรู้
๓. ครูอธบิ ายเน้อื หาการสรา้ งคำประสม ความหมาย ลักษณะของคำ ประเภทของคำประสม
๔. ครูตง้ั คำถามใหน้ กั เรียนรว่ มกันอภิปรายประโยชน์ของคำประสม พรอ้ มถามทบทวนความรถู้ งึ

ความหมายและลักษณะของคำประสม
๕. ครใู ห้นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ ๔ คน ใหส้ รา้ งคำประสมจากคำท่คี รกู ำหนดให้จากบตั รคำ โดยครู

จะใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั คดิ แล้วส่งตัวแทนกลุ่มมาเขียนคำทค่ี ิดใหม่หน้ากระดานให้ได้มากทส่ี ุดและถกู ตอ้ ง
จำนวน ๕ คำ

- ตวั อยา่ งเช่น ครูกำหนดคำวา่ ลกู นกั เรยี นก็ช่วยกันสร้างคำใหม่ เชน่ ลกู เสือ ลูกนอ้ ง เป็น
ต้น โดยกลุม่ ไหนสร้างคำไดม้ ากท่ีสดุ แลว้ แต่ละคำเป็นคำประสม จะไดร้ บั ๑ คะแนน

ขน้ั สรุป
๖. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรู้ เรอ่ื ง คำประสม
๗. ครมู อบหมายใบงานให้นกั เรยี น

๘. สอื่ / แหลง่ การเรยี นรู้
๑. บตั รคำ
๒. ใบงาน เรือ่ ง คำประสม

๙. กระบวนการวดั ผลและประเมนิ ผล ๘๐

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ วี ัด เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
คำถาม
อธิบายความหมาย สงั เกตพฤติกรรมการ ระดับคณุ ภาพ ๕ ผา่ น
ลกั ษณะ ประเภท และ ตอบคำถาม งานกลุ่ม เกณฑ์
ประโยชน์ของคำประสม ใบงาน
ได้ (K) สงั เกตพฤติกรรมการมี แบบสงั เกต ร้อยละ ๗๐ ผ่านเกณฑ์
สร้างคำประสมได้ (P) ส่วนรว่ มในการทำงาน
ระดับคณุ ภาพ ๘ ผา่ น
วิเคราะห์ แยกแยะคำ กลุ่ม เกณฑ์
ประสมได้ (P) การทำใบงาน
ร้อยละ ๗๐ ผา่ นเกณฑ์
เหน็ ความสำคัญของการ สังเกตพฤติกรรม ระดับคณุ ภาพ ๔ ผ่าน
สรา้ งคำประสม(A)
เกณฑ์

ระดบั คณุ ภาพ ๕ ผา่ น
เกณฑ์

รอ้ ยละ ๗๐ ผา่ นเกณฑ์

๘๑

ใบงานทมี่ อบหมาย

๘๒

แบบประเมินใบงาน

คำชแ้ี จง ทำเครือ่ งหมาย ✓ ลงในช่องคะแนนทเ่ี ห็นสมควรตามจรงิ

ระดับ ๓ หมายถงึ ดี วิเคราะห์ แยกแยะ รวม
ระดบั ๒ หมายถงึ พอใช้ ๓๒๑๓๒๑ ๖
ระดบั ๑ หมายถึง ปรบั ปรุง

เลขที่ ชือ่ -สกลุ






เกณฑ์การประเมิน

เกณฑก์ ารประเมนิ ระดับคณุ ภาพ

๓ ๒ ๑

วิเคราะห์ คดิ วิเคราะห์ ลกั ษณะ คดิ วเิ คราะห์ ลกั ษณะ คิด วเิ คราะห์ ลักษณะ
ของคำประสมและ ของคำประสมและ
ของคำประสมและ สามารถจำแนกตาม สามารถจำแนกตาม
โครงสร้างคำได้ จำนวน โครงสรา้ งคำได้ ตำ่ กว่า
สามารถจำแนกตาม ๑๐ คำข้นึ ไป ๑๐ คำ

โครงสร้างคำได้ถกู ตอ้ ง แยกแยะคำประสมได้ แยกแยะคำประสมได้
ถกู ต้องตามประเภท ถกู ตอ้ งตามประเภท ตำ่
ทกุ คำ จำนวน ๑๐ คำขึ้นไป กว่า ๑๐ คำ

แยกแยะ แยกแยะคำประสมได้

ถูกตอ้ งตามประเภททกุ

คำ

คะแนนต้งั แต่ ๔ คะแนนขึ้นไป

๕-๖ = ดี

๓-๔ = พอใช้

๑-๒ = ปรบั ปรุง

ต่ำกวา่ ๔ คะแนนถือว่าไม่ผา่ นเกณฑ์

๘๓

แบบสังเกตการตอบคำถามการอภิปรายแสดงความคดิ เหน็

คำชแ้ี จง : ทำเครือ่ งหมาย ✓ ลงในชอ่ งระดับคะแนนพฤติกรรมท่นี กั เรียนปฏบิ ตั ดิ ังน้ี

ระดับ ๓ หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นมาก
ระดบั ๒ หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ หน็ ปานกลาง
ระดบั ๑ หมายถงึ แสดงพฤติกรรมให้เหน็ น้อย

พฤตกิ รรม/ สนใจและ มีสว่ นรว่ ม เหน็ ผลการ หมาย
ลำ ระดับ ให้ความ ในการแสดง ความสำคญั ประเมนิ เหตุ
ดบั คะแนน ร่วมมือใน
ที่ การตอบ ความ ของการ รวม
คำถาม คิดเหน็ สร้างคำ
ชอื่ -สกุล
ประสม

๓๒๑๓๒๑๓๒๑ ไม่
ช่อื -สกลุ ผ่าน ผา่ น






เกณฑ์การประเมนิ คะแนนต้ังแต่ ๕ คะแนนขนึ้ ไป

๗-๙ = ดี
๔-๖ = พอใช้
๑-๓ = ปรับปรงุ
คะแนนตำ่ กว่า ๕ ไมผ่ า่ น

๘๔

แบบสงั เกตงานกลุ่ม

คำชี้แจง : ทำเคร่ืองหมาย ✓ ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมทีน่ กั เรียนปฏิบัตดิ งั นี้

ระดับ ๓ หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมให้เห็นมาก
ระดับ ๒ หมายถงึ แสดงพฤติกรรมใหเ้ ห็นปานกลาง
ระดบั ๑ หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ ห็นนอ้ ย

พฤตกิ รรม/ สนใจและ มสี ่วนรว่ ม กระตือรือรน้ รับฟัง
ในการ ในการหา ความ
ลำ ระดบั ใหค้ วาม แสดง คำตอบ คดิ เหน็ ผลการ หมาย
ความ ของผอู้ ่ืน ประเมนิ เหตุ
ดบั ที่ คะแนน รว่ มมอื ใน คิดเหน็

การหา

ชอ่ื -สกลุ คำตอบ รวม

๓๒๑๓๒๑ ๓ ๒ ๑ ๓๒๑ ไม่
ช่อื -สกุล ผ่าน ผ่าน






เกณฑ์การประเมิน

คะแนนตัง้ แต่ ๘ คะแนนขนึ้ ไป
๙-๑๒ = ดี
๕-๘ = พอใช้
๑-๔ = ปรบั ปรุง

คะแนนต่ำกวา่ ๘ ไมผ่ ่าน

๘๕

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

หนว่ ยท่ี ๑๒ เร่ือง การสรา้ งคำ (คำประสม ) วนั ท่ี ๑ ธันวาคม ๒๕๖๔

ครผู สู้ อนเปน็ ผปู้ ระเมนิ

ทำเครือ่ งหมาย ✓ ลงในช่องระดับคะแนนตามความคดิ เห็น

ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมัน่ ใน รักความ รวม

เลขที่ ชือ่ -สกุล การทำงาน เปน็ ไทย

๓๒๑๓๒๑๓๒๑



















๑๐

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบตั ิชดั เจนและสมำ่ เสมอ ๓ คะแนน

พฤตกิ รรมท่ปี ฏบิ ัติชัดเจนและบอ่ ยครัง้ ๒ คะแนน

พฤตกิ รรมที่ปฏิบตั ิบางคร้ัง ๑ คะแนน

หมายเหตุ เกณฑก์ ารผา่ นร้อยละ ๖๐ นักเรียนจะต้องได้คะแนน ๖ คะแนน

๘๖

แบบประเมนิ สมรรถนะ

หน่วยที่ ๑๒ เร่ือง การสรา้ งคำ (คำประสม) วันที่ ๑ ธนั วาคม ๒๕๖๔

ครผู สู้ อนเปน็ ผู้ประเมิน

ทำเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในชอ่ งระดบั คะแนนตามความคดิ เห็น

การส่ือสาร การคิด การใช้ รวม

เลขท่ี ช่ือ-สกุล ทักษะชวี ติ

๓๒๑๓๒๑๓๒๑ ๙



















๑๐

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ชิ ัดเจนและสมำ่ เสมอ ๓ คะแนน

พฤติกรรมท่ีปฏิบัตชิ ัดเจนและบ่อยครง้ั ๒ คะแนน

พฤตกิ รรมที่ปฏิบัตบิ างคร้ัง ๑ คะแนน

หมายเหตุ เกณฑก์ ารผา่ นรอ้ ยละ ๖๐ นกั เรียนจะตอ้ งได้คะแนน ๖ คะแนน

๘๗

แผนท่ใี ช้สอบสอน

๘๘

โรงเรยี นสายปญั ญา ในพระบรมราชินปู ถมั ภ์

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๑๗

กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท31101
ภาคเรียนท่ี 1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
หนว่ ยการเรียนรูย้ อ่ ยที่ 2
เรอ่ื ง มณพี ลอยรอ้ ยแสง เวลาสอน 1 คาบ

เร่อื ง การประเมินคณุ ค่า ผสู้ อนนางสาวนิศาชล ยนุ รัมย์

1. สาระ/มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวัด
สาระ
สาระที่ 1 การอา่ น
สาระที่ 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐานการเรยี นรู้
ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคิด เพอื่ นำไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ัญหาในการ
ดำเนินชีวิตและมีนสิ ัยรกั การอ่าน
ท 5.1 เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็นวจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคณุ ค่า
และนำมาประยกุ ต์ใช้ในชีวติ จรงิ ได้
ตัวช้ีวัด
ท 1.1 ม.4-6/5 วเิ คราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นโต้แยง้ เก่ียวกบั เรอ่ื งที่อ่าน และ
นำเสนอความคิดใหมอ่ ย่างมเี หตุผล
ท 5.1 ม.4-6/4 สังเคราะหข์ ้อคดิ จากวรรณคดีและวรรณกรรม เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชวี ิต
จริง

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. อธบิ ายคณุ คา่ ของบทประพนั ธเ์ รอ่ื ง ทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี
2. ตอบไดส้ อดคล้องกบั คำถาม

2.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
1. วิเคราะห์และประเมนิ คา่ บทประพันธไ์ ด้

2.3 ดา้ นเจตคติ (A)
1. ตระหนักถึงคณุ คา่ ของบทประพนั ธ์ เรื่อง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี

๘๙

3. สาระสำคญั
การประเมินคุณค่า เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเล็งเห็น หลังจากที่ได้อ่านหรือได้ศึกษาบทประพันธ์

เรื่อง ทุกข์ของชาวนาในบทกวีแล้ว สิ่งที่ต้องทำหลังจากนั้นคือการวิเคราะห์และประเมินคุณค่า
ตลอดจนสามารถนำไปปรบั ใชใ้ นชวี ิตเพื่อการดำรงชวี ิต

4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ (K)
4.1.1 คณุ คา่ ในบทประพันธ์
4.2 ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
4.2.1 การอา่ น
4.2.2 การคิดวเิ คราะห์

5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
 รกั ชาติ
 ซื่อสตั ย์สจุ ริต
 มวี นิ ยั
✓ ใฝ่เรยี นรู้
✓ อยอู่ ย่างพอเพยี ง
✓ มุ่งมั่นในการทำงาน
 รักความเปน็ ไทย
 มจี ติ สาธารณะ

6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
 ความสามารถในการสื่อสาร
✓ ความสามารถในการคดิ
✓ ความสามารถในการแก้ปัญหา
✓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

7. ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 8C + 2L)
✓ ทกั ษะการอา่ น (Reading)

ทักษะการ เขยี น (Writing)
 ทกั ษะการ คดิ คำนวณ (Arithmetic)

✓ ทักษะด้านการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking
and problem solving)

๙๐

 ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
 ทักษะด้านความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork

and leadership)
✓ ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural
understanding)

 ทักษะดา้ น การสือ่ สาร สารสนเทศ และรูเ้ ท่าทนั ส่ือ (Communication information and
media literacy)

 ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร (Computing)
✓ ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)

 ทักษะการเปลีย่ นแปลง (Change)
✓ ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills)

 ภาวะผู้นำ (Leadership)
8. การบรู ณาการตามพระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาติ

บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-class Standard School)
IS 1 การศกึ ษาคน้ คว้าสรา้ งองคค์ วามรู้ (Research and Knowledge Formation)
IS 2 การส่อื สารและการนำเสนอ (Communication and Presentation)
IS 3 การนำองคค์ วามรู้ไปใช้บริการสงั คม (Social Service Activity)

✓ บูรณาการกบั หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
บูรณาการกับประชาคมอาเซยี น
บูรณาการโรงเรียนวถิ พี ทุ ธ
บรู ณาการกจิ กรรมสภานักเรียน
บูรณาการโครงการอนุรักษ์พนั ธุกรรมพชื อนั เนื่องมาจากพระราชดำรสิ มเดจ็ พระเทพรตั น
ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)
บูรณาการกับโรงเรยี นสิ่งแวดลอ้ มศกึ ษาและโรงเรยี นปลอดขยะ (Zero Waste School)
บรู ณาการกับคา่ นยิ ม 12 ประการ

มคี วามรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ซือ่ สตั ย์ เสียสละ อดทน มอี ดุ มการณ์ในสิ่งทดี่ งี ามเพ่ือส่วนรวม
กตญั ญตู อ่ พอ่ แม่ ผปู้ กครอง ครบู าอาจารย์
ใฝห่ าความรู้ หมน่ั ศกึ ษาเล่าเรยี นท้งั ทางตรงและทางออ้ ม
รกั ษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม
มีศีลธรรม รกั ษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผ่อื แผ่และแบ่งปนั
เข้าใจ เรยี นรูก้ ารเปน็ ประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมุขท่ีถูกต้อง
มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผนู้ อ้ ยร้จู กั การเคารพผใู้ หญ่

๙๑

มีสติร้ตู วั รูค้ ดิ รทู้ ำ รู้ปฏบิ ตั ิตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู วั
✓ รูจ้ กั ดำรงตนอย่โู ดยใชห้ ลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งตามพระราชดำรัสของ

พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั รจู้ กั อดออมไว้ใชเ้ มอื่ ยามจำเป็น มไี ว้พอกนิ พอใช้
ถ้าเหลือกแ็ จกจา่ ยจำหนา่ ยและพรอ้ มทจ่ี ะขยายกิจการเมอื่ มคี วามพรอ้ มเม่อื มี
ภมู ิคมุ้ กนั
ท่ดี ี
มคี วามเข้มแขง็ ท้งั ร่างกายและจติ ใจ ไม่ยอมแพต้ ่ออำนาจฝ่ายตำ่ หรือกเิ ลส มีความ
ละอายเกรงกลัวตอ่ บาปตามหลักของศาสนา
คำนงึ ถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวมและของชาตมิ ากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง
บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ (ระบ)ุ
.............................................................................
อืน่ ๆ (ระบุ)
.............................................................................................................................

9. ชิน้ งานหรอื ภาระงาน ( หลักฐาน / ร่องรอยแสดงความรู้ )
1.แบบฝกึ ทักษะเรอ่ื ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี ของโรงเรียน

10. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ ตอนการเรยี นการสอน
ขั้นนำ
1. ครูทบทวนความรูใ้ นเร่ืองทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวใี นคาบทีผ่ า่ นมา โดยยกบทประพนั ธ์
ของกวที ้ังสองมา แล้วอธบิ ายและตั้งคำถามใหน้ ักเรยี นไดม้ สี ่วนร่วม
1.1 ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี มาจากหนงั สอื เลม่ ใด (ข้นึ ภาพหนังสือจำนวน 4 เล่ม)
1.2 ครยู กบทกลอนมา 1 บทเพอื่ เชือ่ มโยงเข้าเนอื้ หาการประเมนิ คุณคา่

“เคยหมอบใกล้ได้กลิ่นสคุ นธ์ตลบ ละอองอบรสรนื่ ชื่นนาสา
ส้ินแผน่ ดนิ สน้ิ รสสคุ นธา วาสนาเราก็สนิ้ เหมอื นกล่นิ สคุ นธ”์

(นริ าศภูเขาทอง)
ขนั้ สอน

1. ครอู ธบิ ายเนอ้ื หาเรอ่ื ง การประเมนิ คณุ คา่ จากทุกขข์ องชาวนาในบทกวี ผา่ นสอื่
powerpoint
(ดังแนบท้ายแผน)

2. ครูตัง้ ประเดน็ คำถามเรื่อง การประเมนิ คณุ คา่ เร่ืองทุกข์ของชาวนาในบทกวี มาให้
นกั เรยี นรว่ มกนั ตอบ (มที ง้ั แบบมตี วั เลอื กและไมม่ ตี วั เลือกจำนวน 5 ขอ้ )

3. ครใู ห้นกั เรยี น เปดิ แผน่ ปา้ ยตอบคำถาม จำนวน 4 แผ่นป้าย

๙๒

ข้ันสรุป
1. นกั เรยี นและครรู ว่ มสรุปภาพรวม เรือ่ ง ทกุ ขข์ องชาวนาในบทวี
๒. นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั 20 ข้อ จากเอกสารประกอบการเรียนรู้หนา้ 55-56 เป็น

การบา้ น

11. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรยี นรู้
ส่ือการเรยี นรู้
1. สอื่ Powerpoint เรอื่ ง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี
2. หนงั สอื เรยี นวรรณคดีวจิ ักษ์ ม.4
แหล่งการเรยี นรู้
1. E-Book เรอ่ื ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี
2. ห้องสมุดโรงเรียนสายปญั ญา ในพระบรมราชนิ ูปถัมภ์
3. Google Classroom

๙๓

12. การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวดั เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การผา่ น
ส่งิ ท่ีต้องการวัด การถามตอบ คำถาม
ไดค้ ะแนนไม่ต่ำกว่า
ด้านความรู้ การถามตอบ คำถาม รอ้ ยละ 70
1. อธิบายคุณค่าของบทประพนั ธ์
2. ตอบไดส้ อดคล้องกบั คำถาม ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า
ร้อยละ 70
ด้านทักษะ/กระบวนการ
1. วิเคราะหแ์ ละประเมนิ ค่าบทประพันธ์
ได้

ดา้ นเจตคติ
1. ตระหนักถึงคุณคา่ ของบทประพนั ธ์ สังเกตการถาม คำถาม ได้คะแนนไมต่ ่ำกว่า

ตอบ ร้อยละ 70

13.กิจกรรมเสนอแนะ
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................

๙๔

บันทึกผลหลังการการจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้

1.1 ด้านความรู้
ม.4/1 นักเรียนทัง้ หมด มีความเขา้ ใจในเนอ้ื หาและรว่ มตอบคำถาม
ม.4/2 นักเรียนท้ังหมด มีความเขา้ ใจเน้อื หาและรว่ มเลน่ เกมตอบคำถาม
ม.4/10 นักเรยี นท้ังหมด มีความเขา้ ใจในเนื้อหาและรว่ มตอบคำถาม

1.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ
นักเรียน ม.4/10 ,4/1, 4/2 สามารถคิดวิเคราะห์แนวคิดและประเมินคุณค่าด้าน ต่าง ๆ

ของเรื่องได้ และสามารถตอบคำถามไดต้ รงประเด็น

1.3 เจตคติ
นักเรียน ม.4 ทั้ง 4 ห้อง มีความตระหนักในคุณค่าของข้าวและชาวนา โดยสังเกตจากการ

ตอบคำถาม และมีความรบั ผดิ ชอบตอ่ งานทไ่ี ด้รบั

2. ปัญหา/อปุ สรรค
นกั เรียนไมส่ ะดวกท่จี ะเปิดไมค์ตอบคำถาม อาจจะเป็นเพราะสัญญาณอินเทอร์เนต็ ท่บี างคน

อาจจะช้าหรือสัญญาณขาดหายในบางช่วง ซึ่งอาจทำให้สิ่งทีค่ รูพูดไปนักเรียนไม่ได้ยิน และในบางคร้ัง
ครูกไ็ ดย้ นิ เสียงนักเรยี นไมช่ ดั อาจจะเป็นเพราะสัญญาณอินเทอรเ์ น็ตของครดู ้วย

3. แนวทางแกไ้ ข
ครูอธิบายย้ำ ๆ และสอบถามนักเรียนบ่อยขึ้น เผื่อว่านักเรียนสายอาจจะหลุดไป และ

พยายามตรวจเช็กสญั ญาณอินเทอร์เนต็ ของตนเองมากขึน้

นศิ าชล ยุนรมั ย์
ลงชอื่ ..............................................................

( นางสาวนิศาชล ยุนรมั ย์ )
นิสติ ฝึกประสบการณว์ ิชาชีพครู (ขน้ั ทดลองสอน )

๙๕

ข้อเสนอแนะของครพู ี่เล้ียง
(.....) เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีสอดคลอ้ งตามมาตรฐานตัวช้วี ัดหรอื ผลการเรยี นร้ขู องรายวิชา
(.....) เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ทีส่ ามารถจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนท่มี ุ่งเน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ

ขอ้ เสนอแนะเพิม่ เตมิ
.......................................................................................................................................

ลงช่ือ..............................................................
( นางอังคนาง บญุ ศิริ )
ครูพเ่ี ลี้ยง

ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
(.....) เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่สอดคลอ้ งตามมาตรฐานตวั ชวี้ ัดหรอื ผลการเรยี นรขู้ องรายวชิ า
(.....) เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ทสี่ ามารถจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนทม่ี ่งุ เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ

ข้อเสนอแนะเพม่ิ เติม
.......................................................................................................................................

ลงชอื่ ..............................................................
( นายเอกวฒั น์ พฒั นวบิ ลู ย์ )
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้

๙๖

แบบฝึกทักษะของทางโรงเรียน


Click to View FlipBook Version