1
2 รายงานผลการศึกษาแนวทางพลิกโฉมคณะ เทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จัดทำโดย คณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉม คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มิถุนายน 2566
3 รายนามคณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร 1) อุปนายกสภามหาวิทยลัย ประธานกรรมการ (ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ชุติมา สัจจานันท์) 2) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ (ศาสตราจารย์นายแพทย์วุฒิชัย ธนาพงศธร) 3) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ (รองศาสตราจารย์ ดร.เทื้อน ทองแก้ว) 4) กรรมการนโยบายวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต กรรมการ (รองศาสตราจารย์ ดร.จินดา ขลิบทอง) 5) กรรมการนโยบายวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต กรรมการ (รองศาสตราจารย์ ดร.สมนึก เอื้อจิระพงษ์พันธ์) 6) ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ กรรมการ (ดร.อัครินทร์ ทองขาว) 7) ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน เลขานุการ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วาสนา ชาชิโย) 8) รองศาสตราจารย์ ดร.ผุสดี พรผล ผู้ช่วยเลขานุการ 9) นางสินีนาฏ ปิยสวัสดิ์ธาดา ผู้ช่วยเลขานุการ
ก คำนำ ด้วยสภามหาวิทยาลัยตระหนักถึงความสำคัญของการพลิกโฉมการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยและ ของหน่วยงานต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับบริบทและนิเวศการเรียนรู้ใหม่ที่เปลี่ยนไปอย่างพลิกผัน คณะ เทคโนโลยีการเกษตรได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างรุนแรง แม้การเกษตรเป็นหัวใจของ การพัฒนาประเทศและรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน สภามหาวิทยาลัยจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการ พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โดยมีศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. ชุติมา สัจจานันท์ อุปนายกสภา มหาวิทยาลัยเป็นประธาน และมีคณะกรรมการประกอบที่เน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายประกอบด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 ราย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการนโยบาย วิชาการ จำนวน 2 ราย และประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ โดยมีผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการ และงานทะเบียน เป็นเลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการจำนวน 2 ราย รายงานผลการศึกษาแนวทางพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยภูเก็ตนี้ จัดทำขึ้นด้วยกระบวนการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อ เก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานการจัดการศึกษาสาขาเกษตรศาสตร์ การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิในสภามหาวิทยาลัย การสนทนากลุ่มกับคณาจารย์และบุคลากรคณะเทคโนโลยีการเกษตร และการประชุมเชิงปฏิบัติการ คณะกรรมการ และนำเสนอบทสรุปผู้บริหาร และรายงานผลการศึกษาประกอบด้วย ความเป็นมาของ การศึกษา วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการ ผลการศึกษา และข้อเสนอแนะ ข้อมูลที่ได้ใช้ประกอบการตัดสินใจของ สภามหาวิทยาลัยในการเลือกแนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตรต่อไป ขอขอบคุณคณะกรรมการทุกท่านที่ให้ความร่วมมือร่วมใจ อุทิศตนและอุทิศเวลา ใช้ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในการจัดทำรายงานฉบับนี้ และขอขอบคุณ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านในการ ให้ข้อมูลและรายละเอียด รวมทั้งการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ จนรายงานฯ ฉบับนี้สำเร็จได้ด้วยดี คณะกรรมการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
ข สารบาญ รายละเอียด หน้า คำนำ…………………………………………………………………………………………………………………………………………….….ก สารบาญ............................................................................................................................. ...............................ข บทสรุปสำหรับผู้บริหาร........................................................................................................................................................1 ผลการศึกษาแนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร......................................................................................10 1. ความเป็นมาของการศึกษา...................................................................................................................10 2. วัตถุประสงค์.........................................................................................................................................11 3. วิธีดำเนินการ........................................................................................................................................12 4. ผลการศึกษา ........................................................................................................................................13 5. ข้อเสนอแนะ.........................................................................................................................................38 บรรณานุกรม........................................................................................................................................................................40 ภาคผนวก กคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร.........................................41 ภาคผนวก ขคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร.........44 ภาคผนวก คผลการศึกษาของคณะทำงานทั้งสามชุด.......................................................................................................48 ภาคผนวก งผลการรับฟังความคิดเห็นของอาจารย์ และบุคลากรสายสนับสนุนคณะเทคโนโลยีการเกษตร...............56 ภาคผนวก จสรุปข้อเสนอแนะแนวทางการพลิกโฉมจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต่อความคิดเห็นของอาจารย์ และบุคลากรสายสนับสนุน คณะเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตรในระยะเวลา สามเดือน ...............................................................................................................................................................................62 ภาคผนวก ฉผลการรับฟังความคิดเห็นจากการสัมภาษณ์กรรมการสภามหาวิทยาลัย..................................................67 ภาคผนวก ชคำอธิบายตัวชี้วัดโมเดลที่ 2 และโมเดลที่ 3................................................................................................71 ภาคผนวก ซ ภาพกิจกรรม...................................................................................................................................................88
1 บทสรุปสำหรับผู้บริหาร บริบทของโลกและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาอย่าง พลิกผัน หลักสูตรต่าง ๆ หลายหลักสูตรไม่ได้รับความสนใจจากนักศึกษา จำนวนนักศึกษาลดลงอย่างต่อเนื่อง กอปรกับการจัดการศึกษาอาจยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดงานที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่าง ทันต่อสถานการณ์ ทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องพลิกโฉมมหาวิทยาลัย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจึงได้ดำเนินโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยและขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยในเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งได้ใช้ความสามารถและศักยภาพอย่างมีประสิทธิภาพ มีการพัฒนาองค์การ และเป็นที่พึ่งของท้องถิ่นและสังคมได้ในทุกสถานการณ์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เป็นหน่วยงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตที่ เผชิญกับความท้าทายดังกล่าวอย่างมากที่สุด จากสถานการณ์ปัญหาที่จำนวนนักศึกษาลดลงอย่างต่อเนื่อง และหลายหลักสูตรต้องปิดรับนักศึกษา สภามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนา กำลังคนและใช้ศักยภาพของทรัพยากรบุคคล สถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยให้ เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ท้องถิ่นและประเทศชาติ ดังนั้นสภามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตในการประชุมครั้งที่ 2/2566 วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 จึงมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะ เทคโนโลยีการเกษตร จำนวน 6 ราย เพื่อศึกษาแนวทางพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัย ราชภัฏภูเก็ต วัตถุประสงค์ รายงานการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้(1) ศึกษาและให้ความเห็นเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์พลิกโฉม คณะเทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2566-2570 (2) วิเคราะห์ สังเคราะห์แนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร (3) กำหนดตัวชี้วัดในการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงาน และ (4) วางระบบการกำกับติดตาม และ ประเมินผลการดำเนินงาน วิธีการศึกษา คณะกรรมการดำเนินงานโดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา มีขั้นตอน ดังนี้ 1. ศึกษาและสังเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย มติที่ประชุมสภา มหาวิทยาลัย มติคณะกรรมการนโยบายวิชาการ มติที่ประชุมสภาวิชาการ ข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับคณะ แผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2566-2570 แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ระยะ 5 ปี พ.ศ.2566-2570 แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 คณะเทคโนโลยีการเกษตร แผนพัฒนา
2 ความเป็นเลิศ และแผนการผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 2. วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน และการ สัมมนาแบบมีส่วนร่วมของคณาจารย์และบุคลากรคณะเทคโนโลยีการเกษตร จำนวน 30 คน โดย คณะกรรมการนำข้อมูลที่ได้จากการสังเคราะห์ในข้อ 1 มาใช้สังเคราะห์ร่วมกับข้อมูลที่ได้จากการสัมมนาแบบ มีส่วนร่วม และการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยนำมาสังเคราะห์ และยกร่างเป็นโมเดลแนวทางการพลิกโฉมคณะ เทคโนโลยีการเกษตร จำนวน 2 โมเดล 3. พัฒนาตัวชี้วัดให้มีความสอดคล้อง และเหมาะสมกับโมเดลที่พัฒนาขึ้น เพื่อใช้ขับเคลื่อนผลการ ดำเนินงาน 4. ออกแบบระบบการกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงาน ผลการศึกษา ผลการศึกษาจำแนกเป็นสองส่วน ส่วนที่ 1 ผลการศึกษาสถานการณ์ในภาพรวม ประกอบด้วย (1) สถานการณ์การจัดการศึกษาสาขาเกษตรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในภาคใต้ (2) บทวิเคราะห์สถานการณ์ของ คณะเทคโนโลยีการเกษตร และ ส่วนที่ 2 ผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์ ประกอบด้วย (1) ผลการวิเคราะห์ แผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2566-2570 นำเสนอโดยคณะเทคโนโลยีการเกษตร (โมเดลที่ 1) (2) แนวทางการพลิกโฉมและตัวชี้วัดคณะเทคโนโลยีการเกษตรจากการวิเคราะห์และสังเคราะห์ และนำเสนอโดยคณะกรรมการ (โมเดลที่ 2 และโมเดลที่ 3) (3) ระบบการกำกับติดตาม และประเมินผล ดัง รายละเอียดต่อไปนี้ 1. ผลการศึกษาสถานการณ์ในภาพรวม 1.1 สถานการณ์การจัดการศึกษาสาขาเกษตรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในภาคใต้ 1.1.1 มหาวิทยาลัยในภาคใต้ที่เปิดสอนหลักสูตรทางการเกษตร สาขาเกษตรศาสตร์ และ ศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง มีจำนวนทั้งหมด 9 มหาวิทยาลัย เปิดสอนโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏ จำนวน 5 แห่ง คิดเป็น ร้อยละ 55.55 เปิดสอนโดยมหาวิทยาลัยของรัฐกลุ่มเดิม จำนวน 3 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 33.33 และกลุ่ม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล จำนวน 1 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 11.11 โดยส่วนใหญ่เปิดสอนในคณะ วิทยาศาสตร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยส่วนน้อยที่มีการจัดตั้งเป็นคณะ เทคโนโลยีการเกษตรโดยเฉพาะ 1.1.2 จำนวนหลักสูตรทางการเกษตร สาขาเกษตรศาสตร์ และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในภาคใต้ มี หลักสูตรทั้งหมดจำนวน 33 หลักสูตร เปิดสอนเป็นหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต จำนวน 30 หลักสูตร คิดเป็น ร้อยละ 90.91 หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต จำนวน 3 หลักสูตร คิดเป็นร้อยละ 9.09 โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏ ภูเก็ตเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยส่วนน้อยที่เปิดสอนหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต
3 1.1.3 จำนวนนักศึกษาที่รับเข้าเรียนในปีการศึกษา 2564 มหาวิทยาลัยที่รับนักศึกษาเข้า เรียนจำนวนสูงสุดตามลำดับ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยที่รับนักศึกษาเข้าเรียนจำนวนน้อยที่สุดตามลำดับ ได้แก่ มหาวิทยาลัย ราชภัฏนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏ ภูเก็ตเป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่มีจำนวนนักศึกษาน้อย แต่มีการจัดตั้งเป็นคณะเทคโนโลยีการเกษตรโดยเฉพาะ 1.1.4 จำนวนนักศึกษาคงอยู่ในปีการศึกษา 2564 มหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาคงอยู่จำนวน สูงสุดตามลำดับ ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาคงอยู่จำนวนน้อยที่สุดตามลำดับ ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏ ภูเก็ตเป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่มีจำนวนนักศึกษาคงอยู่น้อย 1.2 บทวิเคราะห์สถานการณ์ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร 1.2.1 จำนวนอาจารย์มีอาจารย์จำนวนทั้งหมด 24 คน ลาศึกษาต่อเต็มเวลา 1 คน จำนวน นักศึกษาระดับปริญญาตรี(รุ่น 2562-2565) จำนวน 132คน สัดส่วนเฉลี่ยอาจารย์ต่อนักศึกษา 1: 6คน 1.2.2 จำนวนหลักสูตรที่เปิดสอน มี 1 หลักสูตร(3 วิชาเอก) โดยมีหลักสูตรที่ดำเนินการขอ ปิดจำนวน 2 หลักสูตร ในช่วงเวลา 5 ปีที่ผานมา พบว่า จำนวนนักศึกษามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน มีจำนวนนักศึกษาออกกลางคันสูง (รุ่น 2558-2561) คิดเป็น ค่าเฉลี่ยร้อยละ 7 และมีนักศึกษาที่ สำเร็จการศึกษาตามรอบระยะเวลาการศึกษาต่ำ (รุ่น 2558-2561) คิดเป็น ค่าเฉลี่ยร้อยละ 25 1.2.3 งบประมาณ คณะเทคโนโลยีการเกษตร ใช้งบประมาณเป็นอัตราเงินเดือนบุคลากรสาย วิชาการและบุคลากรสายสนับสนุน ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ.2562-2566 ดังนี้ 12.879 ล้านบาท 13.198 ล้านบาท 13.414 ล้านบาท 14.035 ล้าน และ 15.297 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับ เงินเดือนบุคลากรสายวิชาการและบุคลากรสายสนับสนุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ คณะ เทคโนโลยีการเกษตร ได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดินและรายได้เป็นค่าวัสดุและครุภัณฑ์ที่ได้รับจัดสรรตาม พันธกิจ ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ.2561-2566 ดังนี้ 29.670 ล้านบาท 6.614 ล้านบาท 5.579 ล้านบาท 9.734 ล้านบาท 8.888 ล้านบาท 4.071 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งการจัดสรรงบประมาณมีแนวโน้มลดลงอย่าง ต่อเนื่อง 1.2.4 คณะเทคโนโลยีการเกษตรมีสิ่งสนับสนุนการเรียนการสอน ประกอบด้วย อาคารคณะ เทคโนโลยีการเกษตร อาคารวิจัยพืช ห้องปฏิบัติการวิจัยพืช โรงเพาะชำ อาคารเทคโนโลยีอาหาร ห้องปฏิบัติการเคมีอาหาร ห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาทางอาหาร อาคารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อีกทั้งมหาวิทยาลัยมี การตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลอันดามัน ศูนย์บริการวิชาการเกษตรและอาหารอันดามัน และศูนย์นวัตกรรมส ปาและการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งมีอาจารย์คณะเทคโนโลยีการเกษตรเป็นหลักในการบริหารจัดการ ศูนย์
4 1.2.5 คณะเทคโนโลยีการเกษตรมีเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกทั้งองค์กร ภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 12 หน่วยงาน และมีอาจารย์ที่มีความเข้มแข็งในการบริการวิชาการเพื่อการ พัฒนาท้องถิ่น 1.2.6 ผลการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน คณะเทคโนโลยีการเกษตร ในรอบ 5 ปี ย้อนหลัง (ปีการศึกษา 2560–2564) คณะเทคโนโลยีการเกษตรได้รับคะแนน 4.43, 4.62, 3.98, 4.60 และ 4.74 คะแนนตามลำดับ โดยปีการศึกษา 2564 มีผลการประเมินมากที่สุด ได้รับคะแนน 4.74 คะแนน อยู่ใน ระดับดีมาก และปีการศึกษา 2562 มีผลการประเมินน้อยที่สุด ได้รับคะแนน 3.98 คะแนน อยู่ในระดับดี ทั้งนี้ คณะกรรมการประเมินฯ ได้มีข้อเสนอแนะให้คณะเร่งผลักดันให้อาจารย์สร้าง ผลงานวิจัยเพื่อการเผยแพร่เพิ่มมากขึ้น เพื่อการเข้าสู่การขอตำแหน่งทางวิชาการ และสร้างจุดเด่นพันธกิจ ของคณะโดยมุ่งเน้นการบูรณาการด้านการบริการวิชาการกับการเรียนการสอน การวิจัยและศิลปวัฒนธรรม โดยมีการส่งเสริมให้นักศึกษามีประสบการณ์ในสถานประกอบการ และหาแนวทางปิดจุดอ่อนของจำนวน นักศึกษาที่ลดน้อยลง
5 2. ผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์ 2.1 ผลการวิเคราะห์แผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2566-2570 นำเสนอโดยคณะเทคโนโลยีการเกษตร (โมเดลที่ 1) ภาพที่ 1 โครงสร้างองค์กรตามแผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร (โมเดลที่ 1) บทวิเคราะห์แผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2566-2570 ซึ่งจัดทำโดย คณะเทคโนโลยีการเกษตร โมเดลที่ 1 คณะกรรมการวิเคราะห์ข้อมูลแล้วพบว่า ยังไม่สะท้อนการพลิกโฉมที่ สอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีการเกษตร โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. การบริหารยังคงใช้โครงสร้างองค์กรรูปแบบเดิม มีโครงสร้างการบริหารตามแนวดิ่งที่ไม่สามารถ ตอบโจทย์การพลิกโฉมคณะ และมหาวิทยาลัยภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีการเกษตร ส่งผลให้นักศึกษามีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง และต้องปิดหลักสูตร 2. พันธกิจที่นำเสนอครอบคลุมพันธกิจของมหาวิทยาลัยทุกด้าน แต่ยังไม่สะท้อนการ บูรณาการ และยังไม่ได้ใช้จุดแข็งซึ่งเป็นด้านบริการวิชาการของคณะเพื่อสร้างความโดดเด่นให้แก่คณะ 3. ระบบการบริหารภาระงานของบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุนยังไม่ชัดเจน ไม่สามารถ ประเมินภาระงานที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของวงการเกษตร สังคม และประเทศ 4. ระบบการบริหารจัดการโครงการที่ของบประมาณจากหน่วยงานภายนอก ยังไม่เป็นไปตาม ระบบโครงสร้างการบริหารงานของคณะ และระบบการบริหารทรัพยากรที่จะสร้างความเข้มแข็งให้แก่คณะ 5. ชื่อศูนย์บริการวิชาการไม่สะท้อนความเชี่ยวชาญของคณะ และไม่ตอบโจทย์ความต้องการของ ท้องถิ่น 6. แผนยุทธศาสตร์ฯ มีตัวชี้วัดจำนวน 19 ตัว จำแนกพันธกิจเป็นรายด้าน ได้แก่ (1) ด้านบริการ วิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มีตัวชี้วัดจำนวน 5 ตัว (2) ด้านการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตตอบสนองต่อความ
6 ต้องการของชุมชน ท้องถิ่น มีตัวชี้วัดจำนวน 5 ตัว (3) ด้านการวิจัย มีตัวชี้วัดจำนวน 5 ตัว และ (4) ด้าน บริหารจัดการ มีตัวชี้วัดจำนวน 4 ตัว 2.2 แนวทางการพลิกโฉมและตัวชี้วัดคณะเทคโนโลยีการเกษตรจากการวิเคราะห์และสังเคราะห์ และนำเสนอโดยคณะกรรมการ (โมเดลที่ 2 และโมเดลที่ 3) ผลการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดทำแนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร นำเสนอเป็นโมเดลที่ 2 และโมเดลที่ 3 ดังนี้ 2.2.1 โมเดลที่ 2 รูปแบบโครงสร้างเน้นศูนย์ความเป็นเลิศและพันธกิจการบริการวิชาการ แก่สังคม หมายเหตุ อาจเพิ่มศูนย์ความเป็นเลิศในเกษตรมูลค่าสูงเฉพาะด้าน กรณีที่มีความพร้อมด้านบุคลากร ภาพที่ 2 โมเดลแนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โมเดลที่ 2 โมเดลที่ 2 เป็นโมเดลที่แตกต่างจากโมเดลที่ 1 โดยปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรเป็นลักษณะศูนย์ ความเป็นเลิศ 2.2.1.1 โมเดลที่ 2 มีรายละเอียด ดังนี้ 1) เป็นการบริหารรูปแบบใหม่ มีโครงสร้างการบริหารตามแนวราบ โดยมีการ จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ จำนวน 3 ศูนย์ ได้แก่ (1) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิทยาการอาหารพื้นถิ่นภูเก็ต (2) ศูนย์ความเป็นเลิศอาหารฮาลาล และ (3) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านท่องเที่ยวเชิงเกษตรและสุขภาพ เพื่อ ดำเนินงานตามพันธกิจเฉพาะทางเชิงบูรณาการแทนโครงสร้างการบริหารแบบเดิมที่เป็นสาขาวิชา
7 2) ศูนย์ความเป็นเลิศมีเป้าหมายการดำเนินการในลักษณะบูรณาการพันธกิจที่เน้นการ บริการวิชาการ การวิจัย และการจัดทำหลักสูตรระยะสั้นในระบบคลังหน่วยกิต โดยมีความร่วมมือในการ จัดการเรียนการสอนหลักสูตรของคณะร่วมกับคณะอื่น/หน่วยงานอื่น ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย 3) เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการในลักษณะของการเลี้ยงตัวเองได้ มีการวิเคราะห์ต้นทุน จุดคุ้มทุน รายรับ รายจ่าย การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชีตามมาตรฐานการสอบบัญชี 4) การบริหารระดับคณะ มีผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทำหน้าที่บริหารศูนย์ให้ บรรลุตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้โดยมีฐานะเทียบเท่ารองคณบดี และมีสำนักงานคณบดีทำหน้าที่เป็นสำนักงานใน การประสานงาน 5) การบริหารจัดการทรัพยากร สถานที่ ครุภัณฑ์ ของศูนย์ความเป็นเลิศทั้ง 3 ศูนย์ มี หลักการใช้ทรัพยากรร่วมกัน 6) โครงสร้างการบริหารรูปแบบใหม่นี้ไม่มีการแบ่งสาขาวิชา เพื่อให้เกิดการบูรณาการ องค์ความรู้ และการทำงานที่มีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน 7) การพัฒนาหลักสูตรใหม่ของคณะต้องมีการบูรณาการความรู้ ความเชี่ยวชาญ และ ประสบการณ์ของศูนย์ความเป็นเลิศ 8) อาจารย์ในคณะต้องเลือกสังกัดศูนย์ความเป็นเลิศ จำนวน 1 ศูนย์ ที่สอดคล้องกับ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความสนใจของอาจารย์ แต่ทั้งนี้ต้องมีผลงานตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้และสามารถ ให้ความร่วมมือทำงานร่วมกับศูนย์อื่น ๆ ได้หรือขอย้ายไปสังกัดคณะอื่นในหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง 2.2.1.2 พันธกิจและตัวชี้วัดของโมเดลที่ 2 โมเดลที่ 2 มีจำนวน 4 พันธกิจรวมตัวชี้วัดจำนวน 31 ตัว จำแนกรายด้าน ดังนี้ (1) ด้านบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มีตัวชี้วัดจำนวน 10 ตัว (2) ด้านการวิจัย มีตัวชี้วัดจำนวน 5 ตัว (3) ด้านการยกระดับคุณภาพการศึกษา มีตัวชี้วัดจำนวน 10 ตัว และ (4) ด้านบริหารจัดการ มีตัวชี้วัดจำนวน 6 ตัว
8 2.2.2 โมเดลที่ 3 รูปแบบศูนย์ความเป็นเลิศเพิ่มเติมจากโมเดลที่ 2 โดยขยายพื้นที่ศูนย์ความ เป็นเลิศด้านการเกษตรเชิงบูรณาวิทยาเขตตรัง หมายเหตุ อาจเพิ่มศูนย์ความเป็นเลิศในเกษตรมูลค่าสูงเฉพาะด้าน กรณีที่มีความพร้อมด้านบุคลากร ภาพที่ 3 โมเดลแนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โมเดลที่ 3 2.2.2.1 โมเดลที่ 3 มีรายละเอียด ดังนี้ 1) เป็นการบริหารรูปแบบโดยใช้แนวคิดของโมเดลที่ 2 จำนวน 31 ตัวชี้วัด 2) เพิ่มเติมศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเกษตรเชิงบูรณาการ วิทยาเขตตรัง โดยคณะ เทคโนโลยีการเกษตรทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการบริหารจัดการร่วมกับคณะอื่น/หน่วยงานในพื้นที่/ชุมชน ท้องถิ่น และต้องใช้พื้นที่วิทยาเขตตรังเป็นพื้นที่การเรียนรู้ (Learning Space) ทางการเกษตร การฝึกปฏิบัติ จริง การสร้างฟาร์มต้นแบบ 2.2.2.2 พันธกิจและตัวชี้วัดของโมเดลที่ 3 โมเดลที่ 3 มีจำนวน 4 พันธกิจ และเพิ่มเติมศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเกษตรเชิง บูรณาการวิทยาเขตตรัง รวมตัวชี้วัดจำนวน 34 ตัว จำแนกตามพันธกิจ ดังนี้ (1) ด้านบริการวิชาการเพื่อการ พัฒนาท้องถิ่น มีตัวชี้วัดจำนวน 10 ตัว (2) ด้านการวิจัย มีตัวชี้วัดจำนวน 5 ตัว (3) ด้านการยกระดับคุณภาพ การศึกษา มีตัวชี้วัดจำนวน 10 ตัว (4) ด้านบริหารจัดการ มีตัวชี้วัดจำนวน 6 ตัว และตัวชี้วัดของศูนย์ความ เป็นเลิศด้านการเกษตรเชิงบูรณาการวิทยาเขตตรัง จำนวน 3 ตัว
9 2.2.3 แนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.2566 คณะกรรมการฯกำหนดตัวชี้วัดจำนวน 6 ตัว เพื่อเป็น OKRs ผลการดำเนินงานในช่วง ระยะเวลา กรกฎาคม–กันยายน พ.ศ.2566 ประกอบด้วย 1) จำนวนผู้ประกอบการใหม่ที่ได้รับการสนับสนุน ทางวิชาการจากคณะ เป้าหมาย 5 ราย 2) จำนวนหลักสูตรระยะสั้นใหม่ที่เชื่อมโยงกับระบบคลังหน่วยกิต และ ตอบสนองต่อตลาดงานการพัฒนาเชิงพื้นที่และประเทศที่สอดคล้องกับการผลิตกำลังคนตามความต้องการของ อุตสาหกรรม S-Curve และเศรษฐกิจ BCG เป้าหมาย 5 หลักสูตร 3) รายได้รวมจากการบริการวิชาการและ หลักสูตรระยะสั้น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกช่วงวัย เป้าหมาย 5 แสนบาท 4) จำนวน ผู้เข้าร่วมโครงการบริการวิชาการ เป้าหมาย 300 คน 5) จำนวนผู้ติดตามผ่าน Facebook และ Tiktok ในการ ประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับการสร้างภาพลักษณ์ของคณะ เป้าหมาย จำนวนผู้ติดตาม ไม่น้อยกว่า 3,000 คน 6) บุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุนของคณะทุกคนจะต้องลงนามทำข้อตกลง Individual KPI กับ คณบดี/อธิการบดี สำหรับปีงบประมาณ 2567 ภายในเดือนกันยายน 2566 เป้าหมาย ร้อยละ 100 3. ระบบการกำกับติดตาม และประเมินผลการดำเนินงาน คณะกรรมการจะดำเนินงานออกแบบการวางระบบการกำกับ ติดตาม ประเมินผล ภายหลังที่สภา มหาวิทยาลัยพิจารณาโมเดลแล้ว และได้มอบนโยบายให้คณะเทคโนโลยีการเกษตรดำเนินการ โดยกำหนดให้ รายงานผลการดำเนินงานต่ออธิการบดี ในรอบ 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน และ 12 เดือน เพื่ออธิการบดีจะได้ รายงานผลต่อสภามหาวิทยาลัยต่อไป ข้อเสนอแนะ จากผลการศึกษาที่นำเสนอมีข้อเสนอแนะต่อสภามหาวิทยาลัยพิจารณาดำเนินการดังนี้ 1) เลือกแนวทาง/รูปแบบการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร ตัวชี้วัด ที่นำเสนอ เพื่อเป็นกรอบ การพัฒนาคณะเทคโนโลยีการเกษตร 2) มอบมหาวิทยาลัย โดยคณะเทคโนโลยีการเกษตร จัดทำแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวและระยะสั้น เพื่อดำเนินการตามแนวทางและตัวชี้วัดที่กำหนด 3) มอบมหาวิทยาลัยโดยฝ่ายวางแผนปรับแนวทางการทำแผนปฏิบัติการและตัวชี้วัดใหม่สำหรับ คณะเทคโนโลยีการเกษตรตามที่คณะกรรมการนำเสนอ รวมทั้งประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงาน คณะให้สอดคล้องกัน เพราะพบว่าตัวชี้วัดแบบเดิมนอกจากมีความซ้ำซ้อนเพราะขาดการสังเคราะห์แล้ว ยังไม่ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพหรือพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตรได้ 4) มอบมหาวิทยาลัยสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่คณาจารย์และบุคลากร รวมทั้งกำกับติดตามและ รายงานผลการดำเนินงานทั้งในช่วงระยะสั้น (ปีงบประมาณ 2566) รายไตรมาสและระยะยาว รายปีต่อสภา มหาวิทยาลัย 5) เสนอให้สภามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตมีมติในการสรรหาคณบดีให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 เดือน
10 ผลการศึกษาแนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร 1. ความเป็นมาของการศึกษา บริบทของโลกและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาอย่างพลิก ผัน หลักสูตรต่าง ๆ หลายหลักสูตรไม่ได้รับความสนใจจากนักศึกษา จำนวนนักศึกษาลดลงอย่างต่อเนื่อง กอปรกับการจัดการศึกษาอาจยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดงานที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่าง ทันต่อสถานการณ์ ทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องพลิกโฉมมหาวิทยาลัย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจึงได้ดำเนินโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยและขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยในเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งได้ใช้ความสามารถและศักยภาพอย่างมีประสิทธิภาพ มีการพัฒนาองค์การ และเป็นที่พึ่งของท้องถิ่นและสังคมได้ในทุกสถานการณ์ สภามหาวิทยาลัย ในคราววประชุม ครั้งที่ 2/2566 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 มีมติให้แต่งตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแนวทางการพลิก โฉมการดำเนินงานพันธกิจที่รับผิดชอบ สร้างความเปลี่ยนแปลงใหม่ที่สามารถผลักดันให้คณะ เทคโนโลยีการเกษตรได้ปรับตัว ปรับมุมมอง และสร้างมิติใหม่ในการดำเนินงานพันธกิจ ที่เกิดประโยชน์ส่งผล กระทบต่อมหาวิทยาลัย ชุมชน และท้องถิ่นในอนาคต คณะกรรมการจึงได้วางแผนงานโดยกำหนด Timeline การดำเนินงานไว้ดังนี้ ตารางที่ 1 แสดงแผนการดำเนินงานคณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร เดือน จุดมุ่งหมาย ผลการดำเนินงาน กุมภาพันธ์ -มีนาคม พ.ศ.2566 1 . ก ำ ห น ด ก ร อ บ แ น ว ค ิดใน การศึกษาและรวบรวมข้อมูล 2. กำหนดหน้าที่ความรับผิดอบ 1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลแนวทาง พลิกโฉมจากมติที่ประชุมสภา วิชาการ คณะกรรมการนโยบาย วิชาการ และสภามหาวิทยาลัย 2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ การจัดการศึกษาด้านการเกษตร 3 . ข ้ อ ม ู ล พ ื ้ น ฐ า น ข อ ง ค ณ ะ เทคโนโลยีการเกษตร ประกอบด้วย ข้อมูลบุคลากรสายวิชาการและสาย สนับสนุน ข้อมูลนักศึกษา ข้อมูล งบประมาณ ข้อมูลสิ่งสนับสนุนการ ด ำ เ นิน ง านต าม พ ัน ธก ิ จ แ ล ะ เครือข่ายความร่วมมือ
11 เดือน จุดมุ่งหมาย ผลการดำเนินงาน เมษายน พ.ศ.2566 1. สำรวจความคิดเห็นของ บุคลากรของคณะ เทคโนโลยีการเกษตร ข้อมูลความต้องการจำเป็นในการ พ ล ิ ก โ ฉ ม ข อ ง บ ุ ค ล า ก ร ค ณ ะ เทคโนโลยีการเกษตร โดยใช้การมี ส่วนร่วม 2. สัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ทรง คุณวุฒิ 2. ข้อมูลความต้องการจำเป็นในการ พลิกโฉม และ Positioning ของคณะ เทคโนโลยีเกษตร พฤษภาคม พ.ศ.2566 1. ยกร่างโมเดลแนวทางการพลิก โฉม 2. กำหนดตัวชี้วัด 1. โมเดลแนวทางการพลิกโฉมคณะ เทคโนโลยีการเกษตร 2. ตัวชี้วัดแต่ละโมเดล มิถุนายน พ.ศ.2566 นำเสนอรายงานผลการดำเนินงาน การศึกษาแนวทางการพลิกโฉม คณะเทคโนโลยีการเกษตร สภามหาวิทยาลัยพิจารณาโมเดล 2. วัตถุประสงค์ รายงานผลการศึกษาแนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร มีวัตถุประสงค์เพื่อ 2.1 ศึกษาและให้ความเห็นเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2566-2570 2.2 วิเคราะห์ สังเคราะห์แนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร ให้สอดคล้องกับบริบท ปัจจุบัน 2.3 กำหนดตัวชี้วัดในการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของ คณะ เทคโนโลยีการเกษตร ให้มีความสอดคล้องกับพันธกิจหลัก มติคณะกรรมการนโยบายวิชาการ มติสภา มหาวิทยาลัย แผนพลิกโฉมของมหาวิทยาลัย และทิศทางการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำเสนอสภามหาวิทยาลัย 2.4 วางระบบการกำกับติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด และให้มหาวิทยาลัยรายงาน เสนอต่อสภามหาวิทยาลัย
12 3. วิธีดำเนินการ 3.1 ขั้นวิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลจากการศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง และความ ต้องการและจำเป็นในการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร 3.1.1 คณะกรรมการได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจำนวน 3 ชุด และจัดทำปฏิทิน การดำเนินงาน เพื่อดำเนินการศึกษาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ ดังนี้ 3.1.1.1 คณะอนุกรรมการ ชุดที่ 1 ดำเนินการศึกษาและสังเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 1) สังเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่เป็นมติที่ประชุมประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ คณะเทคโนโลยีการเกษตร จากมติที่ประชุมของสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการนโยบายวิชาการ และสภา วิชาการ 2) ศึกษาผลการศึกษาสถานการณ์การจัดการศึกษาเกี่ยวกับการเกษตรในเขตพื้นที่ ภาคใต้จากระบบ CHE QA Online ปีการศึกษา 2564 3) ดำเนินการประชุมเพื่อสังเคราะห์ข้อมูล จำนวน 2 ครั้ง ในวันที่ 14 มีนาคม 2566 และวันที่ 21 มีนาคม 2566 3.1.1.2 คณะอนุกรรมการ ชุดที่ 2 ดำเนินการศึกษาและสังเคราะห์ดังนี้ 1) จัดทำข้อมูลนักศึกษาจากแหล่งข้อมูลระบบบริการการศึกษา (reg.pkru.ac.th) และวิเคราะห์โดยการจำแนกเป็นนักศึกษาปัจจุบัน ข้อมูลออกกลางคัน และการสำเร็จ การศึกษา 2) จัดทำข้อมูลงบประมาณจำแนกเป็นงบประมาณแผ่นดิน งบประมาณเงิน รายได้ สำหรับการได้รับจัดสรรค่าวัสดุ และครุภัณฑ์ โดยใช้แหล่งข้อมูลจากคณะเทคโนโลยีการเกษตร 3) จัดทำข้อมูลบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน และค่าจ้างเงินเดือน ของบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน ปีงบประมาณ 2562-2566 โดยใช้แหล่งข้อมูลจากงานการ เจ้าหน้าที่และนิติการ 4) จัดทำข้อมูลทรัพยากรและสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ โดยใช้แหล่งข้อมูลจาก คณะเทคโนโลยีการเกษตร และกองนโยบายและแผน 5) จัดทำข้อมูลจำแนกตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับคณะเทคโนโลยีการเกษตรตาม แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ระยะ 5 ปี พ.ศ.2566-2570, แผนปฏิบัติราชการประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2566 มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และแผนพัฒนาความเป็นเลิศ และแผนการผลิตกำลังคน ระดับสูงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ พ.ศ.2566-2570 มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เพื่อเชื่อมโยง ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับคณะเทคโนโลยีการเกษตร และดำเนินการประชุมเพื่อสังเคราะห์ข้อมูล และศึกษาผลการ ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 คณะเทคโนโลยีการเกษตร โดยใช้ แหล่งข้อมูลจากกองนโยบายและแผน
13 3.1.1.3 คณะอนุกรรมการ ชุดที่ 3 ดำเนินการในการรวบรวมข้อมูลจากการสนทนากลุ่ม จากการจัดสัมมนา แสดงความคิดเห็นแนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร จากบุคลากรสาย วิชาการและสายสนับสนุน รวม 30 คน และการสัมภาษณ์เชิงลึก จากผู้ทรงคุณวุฒิจากสภามหาวิทยาลัยที่มี ภูมิลำเนาในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 3 คน 3.1.2 ขั้นสังเคราะห์โมเดลและการกำหนดตัวชี้วัด 3.1.2.1 จากการวิเคราะห์ข้อมูลในข้อ 3.1.1 คณะกรรมการได้นำข้อมูลดังกล่าว มา วิเคราะห์แผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2566-2570 เพื่อศึกษาความเชื่อมโยงและ ความสอดคล้องระหว่างแผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2566-2570 (โมเดลที่ 1) กับ แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ระยะ 5 ปี พ.ศ.2566-2570 แผนปฏิบัติราชการประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2566 มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และแผนพัฒนาความเป็นเลิศและแผนการผลิตกำลังคน ระดับสูงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ พ.ศ.2566-2570 มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต หรือไม่อย่างไร และวิเคราะห์ผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ของคณะ เทคโนโลยีการเกษตร ในไตรมาสที่ 2 ซึ่งเป้าหมายในการวิเคราะห์ข้อมูลในขั้นตอนนี้ เพื่อให้ทราบผลการศึกษา ว่าแผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2566-2570 ที่คณะเทคโนโลยีการเกษตรได้จัดทำ ขึ้น ส่งผลกระทบต่อการพลิกโฉมของคณะเทคโนโลยีการเกษตรหรือไม่มากน้อยเพียงใด 3.1.2.2 คณะกรรมการได้ยกร่างโมเดลแนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โดยใช้ผลการศึกษาจากข้อ 1) และศึกษาความเป็นไปได้โดยใช้หลักการ 4 M ประกอบด้วย กำลังคน (Man) งบประมาณ (Money) วัสดุ (Materials) และการจัดการ (Management) เพื่อสร้างปัจจัยสู่การพลิกโฉม จึงได้ยก ร่างโมเดล จำนวน 2 โมเดล 4. ผลการศึกษา 4.1 ผลการศึกษาสถานการณ์ในภาพรวม 4.1.1 สถานการณ์การจัดการศึกษาสาขาเกษตรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในภาคใต้ ตามที่คณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการในคณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร ที่ 1/2566 ลงวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โดยมีอำนาจ หน้าที่ในการวิเคราะห์สถานภาพการจัดการศึกษาหลักสูตรในสาขาที่เกี่ยวข้องกับเกษตรของมหาวิทยาลัย ราชภัฏทั่วประเทศ และสถาบันการศึกษาอื่นในประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตภาคใต้ เพื่อเป็นข้อมูลในการ นำเสนอคณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตรต่อไป โดยมีการวิเคราะห์ แผนรับนักศึกษา จำนวนนักศึกษารับเข้า จำนวนนักศึกษาปัจจุบัน จำนวนผู้สำเร็จการศึกษา การมีงานทำและ ประกอบอาชีพอิสระ และรายชื่ออาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร ในปีการศึกษา 2564 โดยจากการรวมรวบ ข้อมูลรายชื่อหลักสูตรที่เกี่ยวกับเกษตร ในภาคใต้ ทั้งหมด 10 สถาบัน มีทั้งหมด 33 หลักสูตร ดังนี้
14 1. มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต คณะเทคโนโลยีการเกษตร มีทั้งหมด 1 หลักสูตร ได้แก่ - หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมเกษตรเพื่อความยั่งยืน 2. มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา คณะเทคโนโลยีการเกษตร มีทั้งหมด 3 หลักสูตร ได้แก่ 2.1 หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาการผลิตและการจัดการผลิตภัณฑ์อาหาร 2.2 หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร 2.3 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอาหาร 3. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีทั้งหมด 3 หลักสูตร ได้แก่ 3.1 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพืชศาสตร์ 3.2 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสัตวศาสตร์ 3.3 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประมง 4. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มีทั้งหมด 3 หลักสูตร ได้แก่ 4.1 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ 4.2 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสัตวศาสตร์และธุรกิจปศุสัตว์ 4.3 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร 5. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีทั้งหมด 1 หลักสูตร ได้แก่ - หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ 6. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย คณะเกษตรศาสตร์ มีทั้งหมด 6 หลักสูตร ได้แก่ 6.1 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรอัจฉริยะ 6.2 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพืชสวนประดับและภูมิทัศน์ 6.3 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจเกษตร 6.4 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสัตวศาสตร์ 6.5 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพืชศาสตร์ 6.6 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 7. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย คณะอุตสาหกรรมเกษตร มีทั้งหมด 2 หลักสูตร ได้แก่ 7.1 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการอาหารและบริการ 7.2 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร
15 8. มหาวิทยาลัยทักษิณ มีทั้งหมด 5 หลักสูตร ได้แก่ - คณะอตุสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ 8.1 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร 8.2 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร - คณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน 8.3 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสัตวศาสตร์ 8.4 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ 8.5 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและการพัฒนา ชุมชน 9. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มีทั้งหมด 2 หลักสูตร ได้แก่ 9.1 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์และนวัตกรรม 9.2 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์อาหารและนวัตกรรม 10. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีทั้งหมด 7 หลักสูตร ได้แก่ - คณะทรัพยากรธรรมชาติ 10.1 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ 10.2 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวาริชศาสตร์ 10.3 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสัตวศาสตร์ 10.4 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการเกษตรและการจัดการ - คณะอุตสาหกรรมเกษตร 10.5 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร 10.6 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีวัสดุและบรรจุภัณฑ์ 10.7 หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม อาหาร คณะกรรมการได้วิเคราะห์ข้อมูลโดยมีรายละเอียดดังนี้ 4.1.1.1 มหาวิทยาลัยในภาคใต้ที่เปิดสอนหลักสูตรทางการเกษตร สาขาเกษตรศาสตร์ และ ศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง มีจำนวนทั้งหมด 9 มหาวิทยาลัย เปิดสอนโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏ จำนวน 5 แห่ง คิดเป็น ร้อยละ 55.55 เปิดสอนโดยมหาวิทยาลัยของรัฐกลุ่มเดิม จำนวน 3 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 33.33 และกลุ่ม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล จำนวน 1 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 11.11 โดยส่วนใหญ่เปิดสอนในคณะ วิทยาศาสตร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยส่วนน้อยที่มีการจัดตั้งเป็นคณะ เทคโนโลยีการเกษตรโดยเฉพาะ
16 4.1.1.2 จำนวนหลักสูตรทางการเกษตร สาขาเกษตรศาสตร์ และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในภาคใต้ มีหลักสูตรทั้งหมดจำนวน 33 หลักสูตร เปิดสอนเป็นหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต จำนวน 30 หลักสูตร คิด เป็นร้อยละ 90.91 หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต จำนวน 3 หลักสูตร คิดเป็นร้อยละ 9.09 โดยมหาวิทยาลัยราช ภัฏภูเก็ตเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยส่วนน้อยที่เปิดสอนหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต 4.1.1.3 จำนวนนักศึกษาที่รับเข้าเรียนในปีการศึกษา 2564 มหาวิทยาลัยที่รับนักศึกษาเข้า เรียนจำนวนสูงสุดตามลำดับ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยที่รับนักศึกษาเข้าเรียนจำนวนน้อยที่สุดตามลำดับ ได้แก่ มหาวิทยาลัย ราชภัฏนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏ ภูเก็ตเป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่มีจำนวนนักศึกษาน้อย แต่มีการจัดตั้งเป็นคณะเทคโนโลยีการเกษตรโดยเฉพาะ 4.1.1.4 จำนวนนักศึกษาคงอยู่ในปีการศึกษา 2564 มหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาคงอยู่จำนวน สูงสุดตามลำดับ ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาคงอยู่จำนวนน้อยที่สุดตามลำดับ ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏ ภูเก็ตเป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่มีจำนวนนักศึกษาคงอยู่น้อย 4.1.2 บทวิเคราะห์สถานการณ์ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร 4.1.2.1 จำนวนบุคลากรสายวิชาการ มีจำนวนทั้งสิ้น 24 คน ลาศึกษาต่อเต็มเวลา 1 คน จำนวนนักศึกษาระดับปริญญาตรี(รุ่น 2562-2565) จำนวน 132คน สัดส่วนเฉลี่ยอาจารย์ต่อนักศึกษา 1: 6 คน และมีบุคลากรสายสนับสนุนจำนวน 10 คน ตารางที่2 แสดงจำนวนบุคลากรสายวิชาการ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จำแนกตามวุฒิการศึกษา ที่ วุฒิการศึกษา ประเภทตำแหน่ง ปริญญาเอก ปริญญาโท ปริญญาตรี รวม ต่างประเทศ ในประเทศ 1 ข้าราชการ 2 2 1 1 6 2 พนักงานมหาวิทยาลัย 2 8 8 - 18 รวม 4 10 9 1 24 ที่มา : คณะเทคโนโลยีการเกษตร
17 ตารางที่ 3 แสดงจำนวนบุคลากรสายวิชาการ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จำแนกตามวุฒิการศึกษาและตำแหน่ง ทางวิชาการ ที่ วุฒิการศึกษา ตำแหน่งทางวิชาการ ปริญญาเอก ปริญญาโท ปริญญาตรี รวม 1 อาจารย์ 10 8 1 19 2 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ 4 1 - 5 รวม 14 9 1 24 ที่มา : คณะเทคโนโลยีการเกษตร ตารางที่4 แสดงจำนวนบุคลากรสายสนับสนุน ที่ ประเภท ปฏิบัติงาน รวม 1 ข้าราชการ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ 1 2 พนักงานมหาวิทยาลัย(แผ่นดิน) เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 2 คน 2 3 พนักงานมหาวิทยาลัย(เงินรายได้) เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 1 คน นักวิทยาศาสตร์1 คน 2 4 พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 1 คน นักวิทยาศาสตร์2 คน 3 5 ลูกจ้างโครงการ เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ 1 6 ลูกจ้างชั่วคราว ช่างไฟฟ้า 1 รวม 10 ที่มา : คณะเทคโนโลยีการเกษตร 4.1.2.2 จำนวนหลักสูตรที่เปิดสอน มี 1 หลักสูตร (3 วิชาเอก) โดยมีหลักสูตรที่ดำเนินการขอ ปิดจำนวน 2 หลักสูตร ในช่วงเวลา 5 ปีที่ผานมา พบว่า จำนวนนักศึกษามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน มีจำนวนนักศึกษาออกกลางคันสูง (รุ่น 2558-2561) คิดเป็น ค่าเฉลี่ยร้อยละ 7 และมีนักศึกษาที่ สำเร็จการศึกษาตามรอบระยะเวลาการศึกษาต่ำ (รุ่น 2558-2561) คิดเป็น ค่าเฉลี่ยร้อยละ 25 4.1.2.3 งบประมาณ คณะเทคโนโลยีการเกษตร ใช้งบประมาณเป็นอัตราเงินเดือนบุคลากรสาย วิชาการและบุคลากรสายสนับสนุน ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ.2562-2566 ดังนี้ 12.879 ล้านบาท 13.198 ล้านบาท 13.414 ล้านบาท 14.035 ล้าน และ 15.297 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับ เงินเดือนบุคลากรสายวิชาการและบุคลากรสายสนับสนุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ คณะ เทคโนโลยีการเกษตร ได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดินและรายได้เป็นค่าวัสดุและครุภัณฑ์ที่ได้รับจัดสรรตาม พันธกิจ ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ.2561-2566 ดังนี้ 29.670 ล้านบาท 6.614 ล้านบาท 5.579 ล้านบาท 9.734 ล้านบาท 8.888 ล้านบาท 4.071 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งการจัดสรรงบประมาณมีแนวโน้มลดลงอย่าง ต่อเนื่อง
18 ตารางที่ 5 แสดงค่าจ้างเงินเดือนบุคลากรสายวิชาการ และสายสนับสนุน ปีงบประมาณ 2562-2566 ที่ งบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 2563 2564 2565 2566 1 งบประมาณแผ่นดิน 12,403,020 12,702,900 12,732,720 13,334,640 14,574,000 1.1 ข้าราชการ 3,187,500 3,687,060 2,981,760 2,868,120 3,993,000 1.2 พนักงานมหาวิทยาลัย (เงินแผ่นดิน) 8,990,880 8,782,200 9,507,960 9,785,400 9,882,120 1.3 พนักงานราชการ 224,640 233,640 243,000 681,120 698,880 2 งบประมาณเงินรายได้ 476,400 496,080 681,360 700,920 723,240 2.1 พนักงานมหาวิทยาลัย (เงินรายได้) 476,400 496,080 515,760 530,520 549,600 2.2 ลูกจ้างชั่วคราว - - 165,600 170,400 173,640 รวม 12,879,420 13,198,980 13,414,080 14,035,560 15,297,240 ที่มา : งานการเจ้าหน้าที่และนิติการ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต คณะเทคโนโลยีการเกษตร ได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดินและรายได้(ค่าวัสดุและครุภัณฑ์ที่ได้รับ จัดสรรตามพันธกิจ) ตารางที่ 6 แสดงงบประมาณแผ่นดินและรายได้ ปีงบประมาณ พ.ศ.2561-2566 ที่ ประเภท งบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 2562 2563 2564 2565 2566 1 งบประมาณ แผ่นดิน 27,987,200 2,947,900 2,643,600 2,037,600 7,685,200 2,282,200 2 งบประมาณ เงินรายได้ 1,872,300 3,666,600 2,936,200 7,696,980 1,203,000 1,788,990 รวม 29,670,000 6,614,500 5,579,800 9,734,580 8,888,200 4,071,100 ที่มา : คณะเทคโนโลยีการเกษตร 4.1.2.4 คณะเทคโนโลยีการเกษตรมีสิ่งสนับสนุนการเรียนการสอน ประกอบด้วย 1) อาคารคณะเทคโนโลยีการเกษตร 1 หลัง มีทั้งหมด 5 ชั้น (1) ชั้นที่ 1 ประกอบด้วย สำนักงานคณบดี ห้องประชุม และห้องเตรียมอาหาร (2) ชั้นที่ 2 ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ห้องพักเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ห้องเรียนรายวิชาศึกษาทั่วไป ห้องรับประทานอาหาร และห้องโสตทัศนูปกร (3) ชั้นที่ 3 ประกอบด้วย ห้องเรียนบรรยาย และห้องปฏิบัติการกลาง (4) ชั้นที่ 4 ประกอบด้วย ห้องพักอาจารย์ ห้องประชุมสาขาวิชาการจัดการ ทรัพยากรเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว ห้องปฏิบัติการโรคสัตว์น้ำ ห้องปฏิบัติการดินและน้ำ และห้องเรียนสาขา วิชาเอกเทคโนโลยี การจัดการประกอบการอาหาร
19 (5) ชั้นที่ 5 ประกอบด้วย ห้องพักอาจารย์ ห้องปฏิบัติการเขียนแบบ ห้องปฏิบัติการกลาง ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว 2) อาคารวิจัยพืช ประกอบด้วย ห้องพักอาจารย์ ห้องเรียนบรรยาย ห้องปฏิบัติการ วิจัยพืช และโรงพาะชำ 3) อาคารสาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร 2 หลัง ประกอบด้วย โรงงานต้นแบบ ห้องปฏิบัติการเคมีอาหาร และห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาทางอาหาร 4) อาคารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประกอบด้วย โรงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ห้องพักอาจารย์ ห้องเรียน ห้องจัดเก็บวัตถุดิบ และโรงผลิตอาหารสัตว์น้ำ 5) โรงเรือนปฏิบัติการเกษตร 6) บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ 7) แปลงปฏิบัติการเกษตร 8) ศูนย์บริการวิชาการ (1) ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลอันดามัน (2) ศูนย์บริการวิชาการเกษตรและอาหารอันดามัน (3) ศูนย์นวัตกรรมสปาและการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ 4.1.2.5 เครือข่ายความร่วมมือ MOU คณะเทคโนโลยีการเกษตรได้มีการบันทึกความร่วมมือ กับหน่วยงานภายนอก ตารางที่ 7 แสดงหน่วยงานที่บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ที่ หน่วยงานที่บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ วัน/เดือน/ปี 1 สมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย (ยมท.) 21 มีนาคม 2566 2 โครงการความร่วมมือการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการกับการ ทำงานด้านเกษตร นวัตกรรมทางการเกษตรและเทคโนโลยีอาหาร 7 มีนาคม 2566 3 สมาคมผู้บริโภคมุสลิม 1 มีนาคม 2566 4 วิทยาลัยเทคนิคพังงา 3 กุมภาพันธ์2566 5 วิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลประมงพื้นบ้านเขาไข่นุ้ยเพื่อส่งเสริม รายได้และการท่องเที่ยวในชุมชน 19 มกราคม 2566 6 วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเครื่องแกงเขาไข่นุ้ย 19 มกราคม 2566 7 สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพังงา 1 ธันวาคม 2565 8 องค์การบริหารส่วนตำบลหล่อยูง 26 สิงหาคม 2565 9 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 26 มีนาคม 2564 10 สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต 1 พฤศจิกายน 2563
20 ที่ หน่วยงานที่บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ วัน/เดือน/ปี 11 ไร่วานิช (Vanich Farm) 13 กันยายน 2560 12 องค์การบริหารส่วนตำบลสาคูจังหวัดภูเก็ต 27 เมษายน 2559 4.1.2.6 ผลการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน คณะเทคโนโลยีการเกษตร ในรอบ 5 ปี ย้อนหลัง (ปีการศึกษา 2560–2564) คณะเทคโนโลยีการเกษตรได้รับคะแนน 4.43, 4.62, 3.98, 4.60 และ 4.74 คะแนนตามลำดับ โดยปีการศึกษา 2564 มีผลการประเมินมากที่สุด ได้รับคะแนน 4.74 คะแนน อยู่ใน ระดับดีมาก และปีการศึกษา 2562 มีผลการประเมินน้อยที่สุด ได้รับคะแนน 3.98 คะแนน อยู่ในระดับดี ภาพที่4 ผลการประกันคุณภาพการศึกษาภายในรอบ 5 ปี เมื่อวิเคราะห์เป็นรายองค์ประกอบ พบว่า องค์ประกอบที่ 1 การผลิตบัณฑิต ได้รับคะแนน 4.12, 4.19, 3.85, 4.40 และ 4.44 คะแนน ตามลำดับ โดยปีการศึกษา 2564 มีผลการประเมินมากที่สุด ได้รับคะแนน 4.44 คะแนน อยู่ในระดับดี และปี การศึกษา 2562 มีผลการประเมินน้อยที่สุด ได้รับคะแนน 3.85 คะแนน อยู่ในระดับปานกลาง องค์ประกอบที่ 2 การวิจัย ได้รับคะแนน 4.29, 5.00, 4.24, 4.38 และ 4.97 คะแนนตามลำดับ โดย ปีการศึกษา 2561 มีผลการประเมินมากที่สุด ได้รับคะแนน 5.00 คะแนน อยู่ในระดับดีมาก และปีการศึกษา 2562 มีผลการประเมินน้อยที่สุด ได้รับคะแนน 4.24 คะแนน อยู่ในระดับดี องค์ประกอบที่ 3 การบริการวิชาการ ได้รับคะแนน 5.00, 5.00, 2.50, 5.00 และ 5.00 คะแนน ตามลำดับ โดยปีการศึกษา 2560, 2561, 2563 และ 2564 มีผลการประเมินมากที่สุด ได้รับคะแนน 5.00 คะแนน อยู่ในระดับดีมาก และปีการศึกษา 2562 มีผลการประเมินน้อยที่สุด ได้รับคะแนน 2.50 คะแนน อยู่ ในระดับต้องปรับปรุง องค์ประกอบที่ 4 ด้านศิลปวัฒนธรรมและความเป็นไทย ได้รับคะแนน 5.00 อยู่ในระดับดีมาก ทุกปี การศึกษา 4.43 4.62 3.98 4.6 4.74 ปีการศึกษา 2560 ปีการศึกษา 2561 ปีการศึกษา 2562 ปีการศึกษา 2563 ปีการศกึษา 2564 ผลการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน คณะเทคโนโลยีการเกษตร
21 องค์ประกอบที่ 5 การบริหารจัดการ ได้รับคะแนน 5.00, 5.00, 4.67, 5.00 และ 5.00 คะแนน ตามลำดับ โดยปีการศึกษา 2560, 2561, 2563 และ 2564 มีผลการประเมินมากที่สุด ได้รับคะแนน 5.00 คะแนน อยู่ในระดับดีมาก และปีการศึกษา 2562 มีผลการประเมินน้อยที่สุด ได้รับคะแนน 4.67 คะแนน อยู่ ในระดับดีมาก องค์ประกอบที่ 6 จุดเน้นตามบริบทของคณะ ได้รับคะแนน 4.00, 5.00, 5.00 คะแนนตามลำดับ โดยปีการศึกษา 2562 มีผลการประเมิน 4.00 คะแนน อยู่ในระดับดี และปีการศึกษา 2563 และ 2564 มีผล การประเมิน 5.00 คะแนน อยู่ในระดับดีมาก **องค์ประกอบที่ 6 จุดเน้นตามบริบทของคณะ เริ่มมีการดำเนินการในปีการศึกษา 2562 ภาพที่ 5 ผลการประกันคุณภาพการศึกษาภายในรอบ 5 ปี 4.12 4.29 5 5 5 0 4.19 5 5 5 5 0 3.85 4.24 2.5 5 4.67 4 4.4 4.38 5 5 5 5 4.44 4.97 5 5 5 5 องค์ประกอบที่ 1 องค์ประกอบที่ 2 องค์ประกอบที่ 3 องค์ประกอบที่ 4 องค์ประกอบที่ 5 องค์ประกอบที่ 6 ปีการศึกษา 2560 ปีการศึกษา 2561 ปีการศึกษา 2562 ปีการศึกษา 2563 ปีการศึกษา 2564
22 4.2 ผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์ 4.2.1 ความเห็นเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมของคณะเทคโนโลยีการเกษตรที่ นำเสนอสภามหาวิทยาลัย 1) ข้อคิดเห็นของคณะกรรมการที่มีต่อแผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมของคณะ เทคโนโลยีการเกษตร ที่ได้จัดเตรียมนำเสนอสภามหาวิทยาลัย โดยคณะเทคโนโลยีการเกษตรเป็นผู้ดำเนินการ จัดทำ โดยมีความคิดเห็น ดังนี้ (1) การบริหารยังคงใช้โครงสร้างองค์กรรูปแบบเดิม มีโครงสร้างการบริหารตาม แนวดิ่งที่ไม่สามารถตอบโจทย์การพลิกโฉมคณะ และมหาวิทยาลัยภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางด้าน เทคโนโลยีการเกษตรซึ่งส่งผลทำให้จำนวนนักศึกษาลดลงอย่างต่อเนื่อง และปิดหลักสูตร (2) พันธกิจที่นำเสนอครอบคลุมพันธกิจของมหาวิทยาลัยทุกด้าน แต่ยังไม่สะท้อน การบูรณาการ และยังไม่ใช่จุดแข็งด้านบริการวิชาการของคณะ (3) ระบบการบริหารภาระงานของบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุนยังไม่ ชัดเจน ไม่สามารถประเมินภาระงานที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของวงการเกษตร สังคม และประเทศ (4) ระบบบริหารจัดการโครงการที่ของบประมาณจากหน่วยงานภายนอก ยังไม่ เป็นไปตามระบบโครงสร้างการบริหารงานของคณะ และระบบบริหารทรัพยากรที่จะสร้างความเข้มแข็งให้แก่ คณะ (5) ชื่อศูนย์บริการวิชาการไม่สะท้อนความเชี่ยวชาญของคณะและไม่ตอบโจทย์ความ ต้องการของท้องถิ่น (6) เป้าหมายในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 พบว่า มีการกำหนดตัวชี้วัดไว้ 19 ตัว เมื่อ วิเคราะห์แล้วไม่ส่งผลให้เกิดการพลิกโฉมของคณะเทคโนโลยีการเกษตร และขับเคลื่อนสู่เป้าหมายของ ยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยได้
2) โครงสร้างองค์กรคณะเทคโนโลยีการเกษตรตามแผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมค ภาพที่ 6 โครงสร้างองค์กรคณะเทคโนโลยีการเกษตรตามแผนยุทธศา
23 คณะเทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2566-2570 (โมเดลที่ 1) าสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2566-2570 (โมเดลที่ 1)
3) โครงสร้างการบริหารคณะเทคโนโลยีการเกษตรตามแผนยุทธศาสตร์พลิกโ ภาพที่ 7 โครงสร้างการบริหารคณะเทคโนโลยีการเกษตรตามแผนยุทธศ
24 ฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2566-2570 (โมเดลที่ 1) ศาสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2566-2570 (โมเดลที่ 1)
25 ตารางที่ 8 แสดงตัวชี้วัดของแผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2566-2570 (โมเดลที่ 1) KPIs แผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2566-2570 (โมเดลที่ 1) ลำดับ ชื่อตัวชี้วัด หน่วยนับ เป้าหมายสิ้นปี งบประมาณ 67 1. ด้านบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น (5 ตัวชี้วัด) 1 จำนวนชุมชนที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตรและอาหาร ชุมชน 5 2 จำนวนผลิตภัณฑ์ สินค้าทางการเกษตรและอาหารที่ได้รับการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ 15 3 รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มช่องทางการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ ร้อยละ 15 4 จำนวนชุมชนต้นแบบที่พึ่งตนเองได้ ชุมชน 4 5 รายได้จากศูนย์บริการวิชาการ ล้านบาท 0.5 2. การจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน ท้องถิ่น (5 ตัวชี้วัด) 1 จำนวนผู้เรียนหลักสูตร CWIE ด้านเกษตรและอาหาร คน 80 2 รายได้จากหลักสูตร CWIE ด้านเกษตรและอาหาร ล้านบาท 0.24 3 จำนวนผู้เรียนหลักสูตรระยะสั้น Credit, Non-Credit และหลักสูตร อบรม คน 200 4 รายได้จากหลักสูตรระยะสั้น Credit, Non-Credit และหลักสูตรอบรม ล้านบาท ต่อรุ่น 1 5 อัตราการคงอยู่ของนักศึกษา ร้อยละ 95 3. ด้านการวิจัย (5 ตัวชี้วัด) 1 จำนวนชุมชนที่ได้รับการยกระดับด้วยงานวิชาการ วิจัย งานสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ชุมชน 3 2 จำนวนงบประมาณด้านการวิจัย และนวัตกรรมจากแหล่งทุนภายนอก (อาจารย์สายวิทยาศาสตร์ 60,000 บาท/คน) ล้านบาท 4 3 จำนวนผลงานวิจัยที่เผยแพร่ ผลงาน 15 4 ผลงานวิจัยที่นำไปจดลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตร ผลงาน 2 5 จำนวนผลงานที่นำไปใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น ผลงาน 4 4. ด้านบริหารจัดการ (4 ตัวชี้วัด) 1 ระดับความพึงพอใจของผู้ปฏิบัติงานต่อการบริหารจัดการ ระดับ 4 2 ร้อยละของอาจารย์ที่มีตำแหน่งทางวิชาการ ร้อยละ 33 3 ร้อยละของสายสนับสนุนที่มีตำแหน่งก้าวหน้าทางวิชาการ ร้อยละ 30 4 จำนวนกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กิจกรรม 12 รวมทั้งหมด 19 ตัวชี้วัด
26 4.2.2 วิเคราะห์ สังเคราะห์แนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร ให้สอดคล้องกับบริบท ปัจจุบัน ปัจจุบันมหาวิทยาลัยในภาคใต้ที่เปิดสอนหลักสูตรทางการเกษตร สาขาเกษตรศาสตร์ และศาสตร์ที่ เกี่ยวข้อง มีจำนวนทั้งหมด 9 มหาวิทยาลัย เปิดสอนโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏ จำนวน 5 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 55.56 เปิดสอนโดยมหาวิทยาลัยกลุ่มเดิม จำนวน 3 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 33.33 และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จำนวน 1 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 11.11 โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีการจัดตั้งเป็น คณะเทคโนโลยีการเกษตรโดยตรง จำนวนหลักสูตรทางการเกษตร สาขาเกษตรศาสตร์ และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ในภาคใต้ มีหลักสูตร ทั้งหมด จำนวน 33 หลักสูตร เปิดสอนหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต จำนวน 30 หลักสูตร คิดเป็นร้อยละ 90.91 หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต จำนวน 3 หลักสูตร คิดเป็นร้อยละ 9.09 โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตเป็น หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต จำนวนนักศึกษาที่รับเข้าเรียน มหาวิทยาลัยที่รับนักศึกษาเข้าเรียนจำนวนสูงสุดตามลำดับ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัย ที่รับนักศึกษาเข้าเรียนจำนวนน้อยที่สุดตามลำดับ ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัย ราชภัฏยะลา และมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตเป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่มีจำนวน นักศึกษาน้อย แต่มีการจัดตั้งเป็นคณะเทคโนโลยีการเกษตรโดยตรง จำนวนนักศึกษาคงอยู่ในปีการศึกษา 2564 มหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาคงอยู่จำนวนสูงสุดตามลำดับ ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และมหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาคงอยู่จำนวนน้อยที่สุดตามลำดับ ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตเป็น มหาวิทยาลัยเดียวที่มีจำนวนนักศึกษาคงอยู่น้อย แต่มีการจัดตั้งเป็นคณะเทคโนโลยีการเกษตรโดยตรง ดังนั้น จะเห็นว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เป็นหนึ่งในสองของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่จัดตั้งเป็นคณะ แต่มีจำนวนนักศึกษาน้อย จากการวิเคราะห์และสังเคราะห์ สรุปแนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร เชิง เปรียบเทียบ เป็นรูปแบบการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร แบ่งเป็น 2 รูปแบบ (โมเดล) ดังนี้
27 4.2.2.1 ผลการวิเคราะห์แนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โมเดลที่ 2 1) แนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โมเดลที่ 2 (1) เป็นการบริหารรูปแบบใหม่มีโครงสร้างการบริหารตามแนวราบ โดยมีการจัดตั้ง ศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อดำเนินพันธกิจเฉพาะทางเชิงบูรณาการแทนโครงสร้างการบริหารแบบเดิมที่เป็น สาขาวิชา (2) ศูนย์ความเป็นเลิศมีเป้าหมายการดำเนินการในลักษณะบูรณาการพันธกิจที่เน้น การบริการวิชาการ การวิจัย และการจัดทำหลักสูตรระยะสั้นในระบบคลังหน่วยกิต โดยมีความร่วมมือในการ จัดการเรียนการสอนหลักสูตรของคณะ ร่วมกับคณะอื่น/หน่วยงานอื่น ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย (3) เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการในลักษณะของการเลี้ยงตัวเองได้ มีการวิเคราะห์ ต้นทุน จุดคุ้มทุน รายรับ รายจ่าย การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชีตามมาตรฐานการสอบบัญชี (4) การบริหารในระดับคณะมีผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทำหน้าที่บริหารศูนย์ ให้บรรลุตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ โดยมีฐานะเทียบเท่ารองคณบดี และมีสำนักงานคณบดีทำหน้าที่เป็นสำนักงาน ในการประสานงาน (5) การบริหารจัดการทรัพยากร สถานที่ ครุภัณฑ์ ของศูนย์ความเป็นเลิศทั้ง 3 ศูนย์ มีหลักการใช้ทรัพยากรร่วมกัน (6) โครงสร้างการบริหารรูปแบบใหม่นี้ไม่มีการแบ่งสาขาวิชา เพื่อให้เกิดการบูรณา การองค์ความรู้และการทำงานที่มีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน
2) โครงสร้างองค์กรตามแนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร ภาพที่8 โครงสร้างองค์กรตามแนวทางการพ
28 โมเดลที่ 2 พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โมเดลที่ 2
3) โครงสร้างการบริหารแนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร ภาพที่9 โครงสร้างการบริหารแนวทางการพ
29 ร โมเดลที่ 2 พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โมเดลที่ 2
30 ตารางที่ 9 แสดงตัวชี้วัดของแนวทางพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โมเดลที่ 2 ลำดับ ชื่อตัวชี้วัด หน่วยนับ เป้าหมายสิ้นปี งบประมาณ 67 1. ด้านบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น (10 ตัวชี้วัด) 1 จำนวนหมู่บ้าน/ชุมชนเป้าหมายที่คณะเข้าดำเนินโครงการพัฒนาท้องถิ่นอย่าง ต่อเนื่องและยั่งยืนด้วยนวัตกรรมที่เกิดจากกระบวนการวิศวกรสังคม หมู่บ้าน/ ชุมชน 1 2 จำนวนผู้ประกอบการที่ได้รับการสนับสนุนทางวิชาการจากคณะ ราย 15 3 จำนวนผู้เรียนที่ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรม/ฝึกอบรม/แหล่งเรียนรู้ตลอดจนการ เข้าถึงสื่อในรูปแบบ Lifelong Learning คน 300 4 จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการบริการวิชาการ คน 1,000 5 จำนวนผู้เรียนชาวต่างชาติที่เรียนในหลักสูตรระยะสั้น คน 100 6 จำนวนภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่ร่วมมือกับ คณะในการดำเนินโครงการพัฒนาท้องถิ่นในพื้นที่บริการ เครือข่าย 10 7 จำนวนโครงการบริการวิชาการที่สืบสาน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ท้องถิ่น เพื่อเพิ่มคุณค่าและ/หรือมูลค่าให้แก่ชุมชนท้องถิ่นและประเทศ โครงการ 3 8 ผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่บริการได้รับการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิตภัณฑ์ 1 9 จำนวนหลักสูตรระยะสั้นที่เชื่อมโยงกับระบบคลังหน่วยกิต และตอบสนองต่อ ตลาดงานการพัฒนาเชิงพื้นที่และประเทศที่สอดคล้องกับการผลิตกำลังคนตาม ความต้องการของอุตสาหกรรม S-Curve และเศรษฐกิจ BCG หลักสูตร 20 10 รายได้รวมจากการบริการวิชาการ การจัดการศึกษา หลักสูตรระยะสั้น เพื่อ ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกช่วงวัย บาท 3 ล้าน 2. ด้านการวิจัย (5 ตัวชี้วัด) 1 จำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรม ของคณะได้รับการเผยแพร่ในระดับชาติ TCI 1 ผลงาน 15 2 จำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรม ของคณะได้รับการเผยแพร่ในระดับนานาชาติใน ฐาน SCOPUS หรือ ISI ผลงาน 5 3 จำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรม ผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม และผลงาน สร้างสรรค์ที่ได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ผลงาน 1 4 งบประมาณด้านการวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก ล้านบาท 10 5 จำนวนอาจารย์อาคันตุกะจากต่างประเทศ (Visiting Professor) ที่มาช่วยใน การพัฒนาบริการวิชาการ งานวิจัย และการเรียนการสอน คน 1 3. ยกระดับคุณภาพการศึกษา (10 ตัวชี้วัด) 1 อัตราการได้งานทำ ทำงานตรงสาขา ประกอบอาชีพอิสระทั้งตามภูมิลำเนาและ นอกภูมิลำเนาของบัณฑิต ภายในระยะเวลา 1 ปี ร้อยละ 80
31 ลำดับ ชื่อตัวชี้วัด หน่วยนับ เป้าหมายสิ้นปี งบประมาณ 67 2 ร้อยละของบัณฑิตที่ได้รับผลการประเมินสมรรถนะบัณฑิต โดยสถาน ประกอบการผู้ใช้บัณฑิตที่มีผลประเมินมากกว่า 4.01 จาก 5 คะแนน ร้อยละ 80 3 ร้อยละของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่มีผลผ่านเกณฑ์ทดสอบการใช้ภาษาอังกฤษตาม มาตรฐาน CEFR ในระดับ B1 ขึ้นไป หรือเทียบเท่ามาตรฐานสากลอื่น ๆ ร้อยละ 80 4 ร้อยละของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่มีผลผ่านเกณฑ์ทดสอบทักษะด้านดิจิทัล IC3 หรือเทียบเท่ามาตรฐานสากลอื่น ร้อยละ 80 5 ร้อยละของนักศึกษาเข้าใหม่เทียบกับแผนรับนักศึกษา ร้อยละ 80 6 ระดับความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนการสอนและสิ่งสนับสนุนการเรียน การสอน ระดับ 4 7 ร้อยละของหลักสูตรที่มีผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในตั้งแต่ 4.01 ขึ้น ไป หรือ AUN-QA ไม่ต่ำกว่า 4 จาก 7 ร้อยละ 100 8 ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับคณะปีการศึกษา 2566 ระดับ 4.80 9 อัตราการออกกลางคันของนักศึกษา (Drop Out) ร้อยละ 6 10 ร้อยละของนักศึกษาที่ต้องการมีรายได้ระหว่างเรียนได้รับการดูแลและจัดหา ช่องทางให้มีรายได้ระหว่างเรียน ร้อยละ 100 4. ด้านบริหารจัดการ (6 ตัวชี้วัด) 1 จำนวนอาจารย์ที่ได้รับตำแหน่งทางวิชาการ ด้านการรับใช้สังคมและท้องถิ่น คน 1 2 ร้อยละของอาจารย์ที่ได้รับการรับรองสมรรถนะตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพ PK-PSF ร้อยละ 10 3 จำนวนอาจารย์ที่ได้รับตำแหน่งทางวิชาการสูงขึ้น คน 2 4 จำนวนของบุคลากรสายสนับสนุนที่เข้าสู่ตำแหน่งสูงขึ้น คน 1 5 จำนวนผู้ติดตามผ่าน Facebook และ Tiktok ในการประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับ การสร้างภาพลักษณ์ของคณะ จำนวน ผู้ติดตาม 10,000 6 ร้อยละผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาการทำงานเป็นทีม ร้อยละ 100 รวม 31 ตัวชี้วัด
32 4.2.2.2 ผลการวิเคราะห์แนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โมเดลที่ 3 1) แนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โมเดลที่ 3 ใช้แนวคิดของโมเดล 2 แต่เพิ่มศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเกษตรเชิงบูรณาการ วิทยาเขตตรัง โดยคณะเทคโนโลยีการเกษตรทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการบริหารจัดการร่วมกับคณะอื่น/ หน่วยงานในพื้นที่/ชุมชนท้องถิ่น และต้องใช้พื้นที่วิทยาเขตตรังเป็นพื้นที่การเรียนรู้ (Learning Space) ทางการเกษตร การฝึกปฏิบัติจริง การสร้างฟาร์มต้นแบบ
2) โครงสร้างองค์กรตามแนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษ ภาพที่10 โครงสร้างองค์กรแนวทางการพลิ
33 ษตร โมเดลที่ 3 ลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โมเดลที่ 3
3) โครงสร้างการบริหารตามแนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีกา ภาพที่11 โครงสร้างการบริหารตามแนวทางกา
34 ารเกษตร โมเดลที่ 3 ารพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โมเดลที่ 3
35 ตารางที่ 10 แสดงตัวชี้วัดแนวทางการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โมเดลที่ 3 ลำดับ ชื่อตัวชี้วัด หน่วยนับ เป้าหมายสิ้นปี งบประมาณ 67 1. ด้านบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น (10 ตัวชี้วัด) 1 จำนวนหมู่บ้าน/ชุมชนเป้าหมายที่คณะเข้าดำเนินโครงการพัฒนาท้องถิ่นอย่าง ต่อเนื่องและยั่งยืนด้วยนวัตกรรมที่เกิดจากกระบวนการวิศวกรสังคม หมู่บ้าน/ ชุมชน 1 2 จำนวนผู้ประกอบการที่ได้รับการสนับสนุนทางวิชาการจากคณะ ราย 15 3 จำนวนผู้เรียนที่ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรม/ฝึกอบรม/แหล่งเรียนรู้ตลอดจนการ เข้าถึงสื่อในรูปแบบ Lifelong Learning คน 300 4 จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการบริการวิชาการ คน 1,000 5 จำนวนผู้เรียนชาวต่างชาติที่เรียนในหลักสูตรระยะสั้น คน 100 6 จำนวนภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่ร่วมมือกับ คณะในการดำเนินโครงการพัฒนาท้องถิ่นในพื้นที่บริการ เครือข่าย 10 7 จำนวนโครงการบริการวิชาการที่สืบสาน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ท้องถิ่น เพื่อเพิ่มคุณค่าและ/หรือมูลค่าให้แก่ชุมชนท้องถิ่นและประเทศ โครงการ 3 8 ผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่บริการได้รับการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิตภัณฑ์ 1 9 จำนวนหลักสูตรระยะสั้นที่เชื่อมโยงกับระบบคลังหน่วยกิต และตอบสนองต่อ ตลาดงานการพัฒนาเชิงพื้นที่และประเทศที่สอดคล้องกับการผลิตกำลังคนตาม ความต้องการของอุตสาหกรรม S-Curve และเศรษฐกิจ BCG หลักสูตร 20 10 รายได้รวมจากการบริการวิชาการ การจัดการศึกษา หลักสูตรระยะสั้น เพื่อ ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกช่วงวัย บาท 3 ล้าน 2. ด้านการวิจัย (5 ตัวชี้วัด) 1 จำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรม ของคณะได้รับการเผยแพร่ในระดับชาติ TCI 1 ผลงาน 15 2 จำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรม ของคณะได้รับการเผยแพร่ในระดับนานาชาติใน ฐาน SCOPUS หรือ ISI ผลงาน 5 3 จำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรม ผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม และผลงาน สร้างสรรค์ที่ได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ผลงาน 1 4 งบประมาณด้านการวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก ล้านบาท 10 5 จำนวนอาจารย์อาคันตุกะจากต่างประเทศ (Visiting Professor) ที่มาช่วยใน การพัฒนาบริการวิชาการ งานวิจัย และการเรียนการสอน คน 1 3. ยกระดับคุณภาพการศึกษา (10 ตัวชี้วัด) 1 อัตราการได้งานทำ ทำงานตรงสาขา ประกอบอาชีพอิสระทั้งตามภูมิลำเนาและ นอกภูมิลำเนาของบัณฑิต ภายในระยะเวลา 1 ปี ร้อยละ 80
36 ลำดับ ชื่อตัวชี้วัด หน่วยนับ เป้าหมายสิ้นปี งบประมาณ 67 2 ร้อยละของบัณฑิตที่ได้รับผลการประเมินสมรรถนะบัณฑิต โดยสถาน ประกอบการผู้ใช้บัณฑิตที่มีผลประเมินมากกว่า 4.01 จาก 5 คะแนน ร้อยละ 80 3 ร้อยละของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่มีผลผ่านเกณฑ์ทดสอบการใช้ภาษาอังกฤษตาม มาตรฐาน CEFR ในระดับ B1 ขึ้นไป หรือเทียบเท่ามาตรฐานสากลอื่นๆ ร้อยละ 80 4 ร้อยละของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่มีผลผ่านเกณฑ์ทดสอบทักษะด้านดิจิทัล IC3 หรือเทียบเท่ามาตรฐานสากลอื่น ร้อยละ 80 5 ร้อยละของนักศึกษาเข้าใหม่เทียบกับแผนรับนักศึกษา ร้อยละ 80 6 ระดับความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนการสอนและสิ่งสนับสนุนการเรียน การสอน ระดับ 4 7 ร้อยละของหลักสูตรที่มีผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในตั้งแต่ 4.01 ขึ้น ไป หรือ AUN-QA ไม่ต่ำกว่า 4 จาก 7 ร้อยละ 100 8 ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับคณะปีการศึกษา 2566 ระดับ 4.80 9 อัตราการออกกลางคันของนักศึกษา (Drop Out) ร้อยละ 6 10 ร้อยละของนักศึกษาที่ต้องการมีรายได้ระหว่างเรียนได้รับการดูแลและจัดหา ช่องทางให้มีรายได้ระหว่างเรียน ร้อยละ 100 4. ด้านบริหารจัดการ (6 ตัวชี้วัด) 1 จำนวนอาจารย์ที่ได้รับตำแหน่งทางวิชาการ ด้านการรับใช้สังคมและท้องถิ่น คน 1 2 ร้อยละของอาจารย์ที่ได้รับการรับรองสมรรถนะตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพ PK-PSF ร้อยละ 10 3 จำนวนอาจารย์ที่ได้รับตำแหน่งทางวิชาการสูงขึ้น คน 2 4 จำนวนของบุคลากรสายสนับสนุนที่เข้าสู่ตำแหน่งสูงขึ้น คน 1 5 จำนวนผู้ติดตามผ่าน Facebook และ Tiktok ในการประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับ การสร้างภาพลักษณ์ของคณะ จำนวน ผู้ติดตาม 10,000 6 ร้อยละผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาการทำงานเป็นทีม ร้อยละ 100 รวม 31 ตัวชี้วัด ศูนย์ตรัง (3 ตัวชี้วัด) 1 จำนวนผู้รับบริการวิชาการจากศูนย์ตรัง คน 500 2 รายได้จากศูนย์ตรัง บาท 1 ล้าน 3 จำนวนหลักสูตรบูรณาการ/sand box หลักสูตร 1 รวมทั้งหมด 34 ตัวชี้วัด
37 4.2.3 ผลการวิเคราะห์ OKRs เพื่อขับเคลื่อนให้คณะเทคโนโลยีการเกษตร ดำเนินการพลิกโฉม ผลการดำเนินงานช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน พ.ศ.2566 ตารางที่ 11 แสดง OKRs ผลการดำเนินงานช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน พ.ศ.2566 OKRs ผลการดำเนินงานจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2566 ลำดับ ชื่อตัวชี้วัด หน่วยนับ เป้าหมาย 1 จำนวนผู้ประกอบการใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนทางวิชาการจากคณะ ราย 5 2 จำนวนหลักสูตรระยะสั้นใหม่ที่เชื่อมโยงกับระบบคลังหน่วยกิต และ ตอบสนองต่อตลาดงานการพัฒนาเชิงพื้นที่และประเทศที่สอดคล้อง กับการผลิตกำลังคนตามความต้องการของอุตสาหกรรม S-Curve และเศรษฐกิจ BCG หลักสูตร 10 3 รายได้รวมจากการบริการวิชาการและหลักสูตรระยะสั้น เพื่อส่งเสริม การเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกช่วงวัย บาท 5 แสน 4 จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการบริการวิชาการ คน 300 5 จำนวนผู้ติดตามผ่าน Facebook และ Tiktok ในการประชาสัมพันธ์ ที่เกี่ยวกับการสร้างภาพลักษณ์ของคณะ จำนวน ผู้ติดตาม 3000 6 บุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุนของคณะทุกคนจะต้องลงนาม ทำข้อตกลง Individual KPI กับคณบดี/อธิการบดี สำหรับ ปีงบประมาณ 2567 ภายในเดือนกันยายน 2566 ร้อยละ 100 4.2.4 วางระบบ การกำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานของคณะเทคโนโลยีการเกษตรตาม ตัวชี้วัดตาม และเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการได้มีการออกแบบการวางระบบการกำกับ ติดตาม ประเมินผล ภายหลังที่สภา มหาวิทยาลัยได้พิจารณาโมเดลแล้ว และได้มอบนโยบายให้คณะเทคโนโลยีการเกษตรดำเนินการ โดย กำหนดให้คณะรายงานผลการดำเนินงานในรอบ 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน และ 12 เดือน ต่ออธิการบดี และ อธิการบดีรายงานผลการดำเนินงานต่อสภามหาวิทยาลัย
38 5. ข้อเสนอแนะ จากผลการศึกษาที่นำเสนอมีข้อเสนอแนะต่อสภามหาวิทยาลัยพิจารณาดำเนินการดังนี้ 5.1 เลือกแนวทาง/รูปแบบการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร ตัวชี้วัด ที่นำเสนอ เพื่อเป็นกรอบ การพัฒนาคณะเทคโนโลยีการเกษตร 5.2 มอบมหาวิทยาลัย โดยคณะเทคโนโลยีการเกษตร จัดทำแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวและระยะสั้น เพื่อดำเนินการตามแนวทางและตัวชี้วัดที่กำหนด 5.3 มอบมหาวิทยาลัยโดยฝ่ายวางแผนปรับแนวทางการทำแผนปฏิบัติการและตัวชี้วัดใหม่สำหรับ คณะเทคโนโลยีการเกษตรตามที่คณะกรรมการนำเสนอ รวมทั้งประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงาน คณะให้สอดคล้องกัน เพราะพบว่าตัวชี้วัดแบบเดิมนอกจากมีความซ้ำซ้อนเพราะขาดการสังเคราะห์แล้ว ยังไม่ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพหรือพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตรได้ 5.4 มอบมหาวิทยาลัยสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่คณาจารย์และบุคลากร รวมทั้งกำกับติดตามและ รายงานผลการดำเนินงานทั้งในช่วงระยะสั้น (ปีงบประมาณ 2566) รายไตรมาส และระยะยาว รายปีต่อสภา มหาวิทยาลัย 5.5 เสนอให้สภามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตมีมติในการสรรหาคณบดีให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 เดือน
39 บรรณานุกรม กองนโยบายและแผน สำนักงานอธิการบดี. (2565). แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ระยะ 5 ปี พ.ศ.2566-2570: มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. กองนโยบายและแผน สำนักงานอธิการบดี. (2564). แผนพัฒนาความเป็นเลิศและแผนการผลิตกำลังคน ระดับสูงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ พ.ศ.2566-2570: มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. กองนโยบายและแผน สำนักงานอธิการบดี. (2563). คู่มือการประเมินผลแผนยุทธศาสตร์เฉพาะด้าน มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562-2563: มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. กองนโยบายและแผน สำนักงานอธิการบดี. (2564). รายงานผลการประเมินแผนยุทธศาสตร์เฉพาะด้าน มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562-2563: มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. คณะเทคโนโลยีการเกษตร. (2563). รายงานการประเมินตนเอง (Self Assessment Report : SAR) ปีการศึกษา 2562 : คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. คณะเทคโนโลยีการเกษตร. (2564). รายงานการประเมินตนเอง (Self Assessment Report : SAR) ปีการศึกษา 2563 : คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. คณะเทคโนโลยีการเกษตร. (2565). รายงานการประเมินตนเอง (Self Assessment Report : SAR) ปีการศึกษา 2564 : คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. คณะเทคโนโลยีการเกษตร. (2566). แผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร ปีงบประมาณ พ.ศ.2566-2570: คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. คณะเทคโนโลยีการเกษตร. (2565). แผนปฏิบัติราชการและงบประมาณรายจ่าย ประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2566: คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. คณะกรรมการนโยบายวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. (2566). มติที่ประชุมนโยบายวิชาการที่เกี่ยวข้อง กับคณะเทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2564-2565: มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. คณะกรรมการสภาวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. (2566). มติที่ประชุมสภาวิชาการที่เกี่ยวข้องกับคณะ เทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2564-2565: มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. สำนักงานสภามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. (2566). มติการประชุมสภามหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการพลิกโฉมคณะ เทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2563-2565: มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต.