40 ภาคผนวก
41 ภาคผนวก ก คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร
42
43
44 ภาคผนวก ข คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะ เทคโนโลยีการเกษตร
45
46
47
48 ภาคผนวก ค ผลการศึกษาของคณะทำงานทั้งสามชุด
49 1) ข้อมูลพื้นฐานคณะเทคโนโลยีการเกษตร ปัจจุบันคณะเทคโนโลยีการเกษตร มีบุคลากรทั้งสิ้น 34 สิ้น แบ่งเป็นบุคลากรสายวิชาการ 24 คน ประกอบด้วยอาจารย์คุณวุฒิปริญญาเอก 14 คน อาจารย์คุณวุฒิปริญญาโท 9 คน และคุณวุฒิปริญญาตรี 1 คน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ 6 คน และตำแหน่งอาจารย์ 18 คน นอกจากนี้ยังมี บุคลากรสายสนับสนุน 10 คน โดยคณะเทคโนโลยีการเกษตรมีอาคารในการจัดการเรียนการสอน การปฏิบัติการ การบริหาร สำนักงาน จำนวน 5 หลัง มีโรงเรือนการเกษตร 1 หลัง แปลงเกษตร 1 แปลง และบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ 1 บ่อ สำหรับงบประมาณที่คณะเทคโนโลยีการเกษตรได้รับการจัดสรร ย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2562-2566 มีแนวโน้มลดลงเนื่องจากมีจำนวนนักศึกษาลดลง ส่วนในปีงบประมาณ 2565 คณะได้รับการ จัดสรรงบประมาณในการจัดซื้อครุภัณฑ์ จึงมียอดการจัดสรรงบประมาณสูงกว่าทุกปี 4 10 0 2 7 0 0 1 10 0 2 4 6 8 10 12 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาจารย์ บุคลากรสายสนับสนุน บุคลากรคณะเทคโนโลยีการเกษตร ป.เอก ป.โท ป.ตรี - 5,000,000.00 10,000,000.00 2562 2563 2564 2565 2566 สรุปงบประมาณที่ได้รับจัดสรร คณะเทคโนโลยีการเกษตร ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 - 2566 เงินแผ่นดิน เงินรายได้ (จ.-ศ.) เงินรายได้ (ส.-อา.) แหล่งทุนภายนอก รวมจัดสรร
50 2) ข้อมูลการวิเคราะห์มติสภามหาวิทยาลัย มติสภาวิชาการ และมติคณะกรรมการนโยบายวิชาการ ตามที่คณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการในคณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร ที่ 1/2566 ลงวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โดยมีอำนาจ หน้าที่ในการสังเคราะห์ผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย สภาวิชาการ และ คณะกรรมการนโยบายวิชาการ ที่เกี่ยวข้องกับคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ซึ่งแบ่ง ออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ๆ ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการ ด้านการเรียนการสอน และด้านหลักสูตร โดยสรุป ประเด็นสำคัญได้ดังนี้ ผลการดำเนินการดำเนินการตามมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย 1. ในการดำเนินการควบรวมคณะเทคโนโลยีการเกษตรกับคณะอื่น ๆ มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการทบทวน ตามข้อเสนอแนะ และสอบถามไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) โดยสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ให้ข้อเสนอแนะว่า คณะเทคโนโลยีการเกษตร เป็นคณะที่จัดตั้งภายใต้กฎกระทรวง ได้รับการจัดสรรเงินในการ บริหารงานโดยงบประมาณแผ่นดิน จึงเห็นควรให้มหาวิทยาลัยพิจารณาทบทวน โดยการปรับรูปแบบหลักสูตรให้มี การจัดการเรียนการสอนเชิงบูรณาการ มีความทันสมัย ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม และความต้องการ ของตลาดงานและผู้เรียน คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรบุคคล และทรัพยากรการบริหาร ทั้งอาคาร สถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ ร่วมกันเพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของคณะเทคโนโลยีการเกษตร เห็นควรนำนโยบายของกระทรวงการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง บทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการขับเคลื่อนประเทศ นโยบาย การพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) มาบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาของคณะเทคโนโลยีการเกษตร นำ ศักยภาพของอาจารย์สร้างการบริการแก่ชุมชนท้องถิ่น ทั้งด้านเกษตรและการท่องเที่ยวของอันดามัน 2. คณะเทคโนโลยีการเกษตรดำเนินโครงการจัดทำแผนพัฒนาคณะเทคโนโลยีการเกษตร เมื่อวันที่ 1 –2 มีนาคม 2564 ณ ห้องประชุมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โดยเชิญ รศ.พ.ต.ต.ดร.ดนุวศิน เจริญ ผู้อำนวยการศูนย์ นวัตกรรมทางธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เป็นวิทยากร โดยมีผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ผู้บริหารและคณาจารย์คณะเทคโนโลยีการเกษตร และบุคลากรสายสนับสนุน ตลอดจนศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันเข้าร่วม เพื่อร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์และแนวทางการพัฒนาเพื่อพลิกโฉม คณะเทคโนโลยีการเกษตรให้ตรงตามความต้องการของผู้เรียนและผู้ใช้บัณฑิต สอดคล้องกับนโยบายมหาวิทยาลัย นโยบายจังหวัด และแผนยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี และนำเข้าที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 5/2564 ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 3. คณะเทคโนโลยีการเกษตรได้มีการจัดทำแผนพัฒนาคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัย ราชภัฏภูเก็ต ระยะ 5 ปี พ.ศ.2565–2569 ขึ้น ซึ่งมีการกำหนดเป้าประสงค์ กลยุทธ์ ตัวชี้วัด ระยะเวลา และผู้รับผิดชอบ 4. คณะเทคโนโลยีการเกษตรได้จัดโครงการทบทวนแผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร ปี พ.ศ.2566-2570 ระหว่างวันที่ 27-28 ธันวาคม 2564 เพื่อให้แผนยุทธศาสตร์ของคณะฯ มีความเหมาะสม
51 สอดคล้องกับนโยบายของสภามหาวิทยาลัย และเป็นการพลิกโฉมคณะฯ ในด้านต่าง ๆ โดยมี ศาสตราจารย์ นพ.วุฒิชัย ธนาพงศธร กรรมการสภามหาวิทยาลัยฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นวิทยากร และมีนายนิติธร เทพบุตร กรรมการสภามหาวิทยาลัยฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ ให้คำแนะนำเพิ่มเติมในการจัดทำแผนคณะฯ ผ่านการมีส่วนร่วม ของอาจารย์ และบุคลากรในคณะฯ 5. คณะเทคโนโลยีการเกษตรได้เสนอกรอบแนวคิดในการพัฒนาหลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรม บัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรม และนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบาย วิชาการครั้งที่ 15/2564 วันที่ 8 ธันวาคม 2564 โดยมีมติที่ประชุมให้ทบทวนและปรับแก้เพื่อความสมบูรณ์ ของแผนพลิกโฉมให้ผู้เรียนได้รับ 2 ปริญญา 6. คณะเทคโนโลยีการเกษตรได้เปิดรับรับนักศึกษา 1 หลักสูตร คือ หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมเกษตรเพื่อความยั่งยืน ในปีการศึกษา 2565 ประกอบด้วย 3 วิชาเอก ได้แก่ วิชาเอก เทคโนโลยีการประกอบการธุรกิจอาหาร วิชาเอกเทคโนโลยีภูมิทัศน์และพืชสวน และ วิชาเอกการจัดการ ทรัพยากรเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว 7. คณะเทคโนโลยีการเกษตรมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานต่างๆ เช่น ชาส้มควาย ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. และได้รับรางวัลโปรดักส์เกรด A จาก ธกส. 8. คณะเทคโนโลยีการเกษตรมีการบูรณาการการจัดการเรียนการสอนกับคณะวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี เช่น วิชาฟาร์มอัจฉริยะ และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการทางการเกษตร เป็นต้น 9. คณะเทคโนโลยีการเกษตรมีการดำเนินการบูรณาการงานวิจัยกับศาสตร์ต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว การจัดการธนาคารปูม้า การสื่อความหมาย การตลาดและการสื่อสาร เป็นต้น 10. คณะเทคโนโลยีการเกษตรมีการจัดทำหลักสูตรระยะสั้น จำนวน 11 หลักสูตร ในรูปแบบของ ระบบคลังหน่วยกิต 11. มหาวิทยาลัยได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนาคณะเทคโนโลยีการเกษตร ที่ 2083/2565 เมื่อ 14 มิถุนายน 2565 โดยได้มีการเชิญผู้บริหารมหาวิทยาลัยและผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภายเข้า มาร่วมวิพากษ์แผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร ปี พ.ศ.2566-2570 เพื่อให้ได้ข้อมูลจากหลากหลาย ทิศทางเพื่อจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น คณะเทคโนโลยีการเกษตรได้มีการปรับรูปแบบ แผนยุทธศาสตร์ให้มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยโดยมีการกำหนดเป็น ยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ กล ยุทธ์ โครงการ ตัวชี้วัด และผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน คณะเทคโนโลยีการเกษตรได้มีการวิพากษ์แผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร ปี พ.ศ.2566-2570 ใหม่อีกครั้ง วันที่ 24 มิถุนายน 2565 โดยมีคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ร่วม พิจารณาและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์ฯ โดยได้มีการปรับจากเดิมให้เป็นรูปเล่มที่มีความ สมบูรณ์ยิ่งขึ้นและมีเนื้อหาที่ครอบคลุมในด้านต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก ข้อมูลเชิง ทรัพยากร การคำนวณต้นทุนเป็นต้น
52 ผลการดำเนินการดำเนินการตามมติที่ประชุมสภาวิชาการ 1. ดำเนินการควบรวมหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประมง และสาขาวิชา เทคโนโลยีอาหาร โดยพัฒนาเป็นหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตและพัฒนา ผลิตภัณฑ์เกษตร ซึ่งประกอบด้วย 3 วิชาเอก ได้แก่ เทคโนโลยีผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป เทคโนโลยีการผลิตพืช เพื่อธุรกิจ และเทคโนโลยีการผลิตสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ประมง โดยมีการจัดกลุ่มวิชาเป็นกลุ่มแบบวิชาโท วิชาเอก และนำเสนอต่อที่ประชุมนโยบายวิชาการครั้งที่ 12/2564 วันที่ 1 กันยายน 2564 โดยมีมติให้คณะ ทบทวนหลักสูตร เนื่องจากกรอบแนวคิดดังกล่าวยังไม่ใช่การบูรณาการหลักสูตรตามแผนพลิกโฉมตามแผน มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตที่มุ่งเน้นในเกิดการบูรณาการการเกษตรกับอาหาร 2. คณะเทคโนโลยีการเกษตรเสนอกรอบแนวคิดการปรับปรุงหลักสูตรกับคณะครุศาสตร์ เป็น หลักสูตรครุครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรม และนำเสนอในที่ ประชุมคณะกรรมการนโยบายวิชาการครั้งที่ 15/2564 วันที่ 8 ธันวาคม 2564 โดยมีมติที่ประชุมให้ทบทวน และปรับแก้เพื่อความสมบูรณ์ของแผนพลิกโฉมให้ผู้เรียนได้รับ 2 ปริญญา 3. คณะเทคโนโลยีการเกษตรมีการบูรณาการการจัดการเรียนการสอนร่วมกับคณะอื่น ๆ โดยมีการใช้ ทรัพยากรของคณะเทคโนโลยีการเกษตร เช่น ห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ผลการดำเนินการดำเนินการตามมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายวิชาการ 1. ดำเนินการควบรวมหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประมง และสาขาวิชา เทคโนโลยีอาหาร โดยพัฒนาเป็นหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตและพัฒนา ผลิตภัณฑ์เกษตร ซึ่งประกอบด้วย 3 วิชาเอก ได้แก่ เทคโนโลยีผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป เทคโนโลยีการผลิตพืช เพื่อธุรกิจ และเทคโนโลยีการผลิตสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ประมง โดยมีการจัดกลุ่มวิชาเป็นกลุ่มแบบวิชาโท วิชาเอก และนำเสนอต่อที่ประชุมนโยบายวิชาการครั้งที่ 12/2564 วันที่ 1 กันยายน 2564 โดยมีมติให้คณะ ทบทวนหลักสูตร เนื่องจากกรอบแนวคิดดังกล่าวยังไม่ใช่การบูรณาการหลักสูตรตามแผนพลิกโฉมตามแผน มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตที่มุ่งเน้นในเกิดการบูรณาการการเกษตรกับอาหาร 2. คณะเทคโนโลยีการเกษตรเสนอกรอบแนวคิดการปรับปรุงหลักสูตรกับคณะครุศาสตร์ เป็น หลักสูตรครุครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรม และนำเสนอในที่ ประชุมคณะกรรมการนโยบายวิชาการครั้งที่ 15/2564 วันที่ 8 ธันวาคม 2564 โดยมีมติที่ประชุมให้ทบทวน และปรับแก้เพื่อความสมบูรณ์ของแผนพลิกโฉมให้ผู้เรียนได้รับ 2 ปริญญา 3. คณะเทคโนโลยีการเกษตร กำลังดำเนินการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นจำนวน 10 หลักสูตร จากทุกสาขาวิชาในคณะ 3) ข้อมูลการวิเคราะห์ความสอดคล้องของแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2566-2570 และแผน ยุทธศาสตร์พลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร พ.ศ.2566-2570 คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เดิมชื่อหมวดวิชาการเกษตร ก่อตั้งมาพร้อมกับวิทยาลัย ครูภูเก็ต มุ่งผลิตบัณฑิตการเกษตรเพื่อพัฒนาท้องถิ่น สอดคล้องตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย ซึ่งสังกัดกลุ่มที่ 3กลุ่ม พัฒนาชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนอื่น (Area-based and Community Engagement) “สถาบันอุดมศึกษาที่พันธกิจและ
53 ยุทธศาสตร์มุ่งสู่การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและชุมชนที่มีวัตถุประสงค์หรือประโยชน์ร่วมกัน การเป็นแหล่งเรียนรู้ ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน และการให้ประชาชนมีโอกาสเรียนรู้ตลอดชีวิต อันจะ นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีพื้นที่บริการตามปฏิญญาราชภัฏ 60ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่” การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ภูมิภาคและของโลก ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ของเทคโนโลยี สภาพแวดล้อม ภูมิอากาศ โครงสร้างประชากรและรูปแบบการดำรงชีวิตในสังคม รวมทั้งผลกระทบจาก การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นตัวเร่งสำคัญให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ในทุกมิติทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ในปีการศึกษา 2565คณะเทคโนโลยีการเกษตร มีการจัดการเรียนการสอน จำนวน 3 หลักสูตร คือ หลักสูตร วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประมง หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร และ หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมเกษตรเพื่อความยั่งยืน และมีศูนย์บริการวิชาการ จำนวน 3ศูนย์ คือ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลอันดามัน ศูนย์บริการวิชาการเกษตรและอาหารอันดามัน และศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและ นวัตกรรม (AIC) ตามที่คณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการใน คณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร ที่ 1/2566 ลงวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566 โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โดยมีอำนาจหน้าที่สังเคราะห์ผลการประเมินแผน ยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในส่วนผลการดำเนินงานของคณะเทคโนโลยีการเกษตร แบ่งเป็นประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัฒนธรรมองค์กร อัตลักษณ์นักศึกษา เอกลักษณ์ และ ยุทธศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือและ กลไกสำคัญในการบริหารและขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพันธกิจให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม และสามารถบรรลุ เป้าหมายในการเป็น “คณะแห่งการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านการเกษตรและอาหาร มุ่งพัฒนาท้องถิ่นอันดามันให้ ยั่งยืนบนฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ตามวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ 4) ข้อมูลการสังเคราะห์ผลการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระหว่างปีการศึกษา 2560-2564 มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มีกำหนดประเมินคุณภาพการศึกษาภายในทุกปีการศึกษา คณะเทคโนโลยีการเกษตรจึงได้สังเคราะห์ผลการดำเนินงานในรายงานผลการประกันคุณภาพภายใน คณะเทคโนโลยีการเกษตร ในรอบ 5 ปี ย้อนหลัง (ปีการศึกษา 2560 - 2564) โดยสรุปได้ดังนี้ ผลการดำเนินงานในรายงานผลการประกันคุณภาพภายใน คณะเทคโนโลยีการเกษตร ในรอบ 5 ปี ย้อนหลัง (ปีการศึกษา 2560 – 2564) คณะเทคโนโลยีการเกษตรได้รับคะแนน 4.43, 4.62, 3.98, 4.60 และ 4.74 คะแนนตามลำดับ โดยปีการศึกษา 2564 มีผลการประเมินมากที่สุด ได้รับคะแนน 4.74 คะแนน อยู่ในระดับดีมาก และปีการศึกษา 2562 มีผลการประเมินน้อยที่สุด ได้รับคะแนน 3.98 คะแนน อยู่ในระดับดี ทั้งนี้หากแบ่งปัจจัยที่มีผลต่อคะแนนการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน จะสามารถสรุปแยกตาม องค์ประกอบได้ดังนี้
54 องค์ประกอบที่ 1 การผลิตบัณฑิต 1. ในการประกันคุณภาพภายใน คณะเทคโนโลยีการเกษตร ปีการศึกษา 2562 มีการเพิ่มตัวบ่งชี้มาก ขึ้นจากเดิม 6 ตัวบ่งชี้ เป็น 8 ตัวบ่งชี้ ส่งผลให้มีตัวหารคะแนนมากขึ้น 2. ในการประกันคุณภาพภายใน คณะเทคโนโลยีการเกษตร ปีการศึกษา 2562 มีนักศึกษาระดับ ปริญญาตรีปีสุดท้ายที่ผ่านเกณฑ์การวัดผล CEFR (B1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายที่เข้า สอบ ซึ่งมีนักศึกษาสอบได้คะแนนผ่านเกณฑ์เพียง 2 คน จาก 29 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 6.90 3. ในการประกันคุณภาพภายใน คณะเทคโนโลยีการเกษตร ปีการศึกษา 2562 มีนักศึกษาระดับ ปริญญาตรีปีสุดท้ายที่ผ่านเกณฑ์ IC3 หรือเทียบเท่า หรือตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของ นักศึกษาชั้นปีสุดท้ายที่เข้าสอบเพียง ซึ่งมีนักศึกษาสอบได้คะแนนผ่านเกณฑ์เพียง 5 คน จาก 28 คน คิดเป็น ร้อยละ 17.86 องค์ประกอบที่ 2 การวิจัย 1. ในการประกันคุณภาพภายใน คณะเทคโนโลยีการเกษตร ปีการศึกษา 2562 มีการเพิ่มตัวบ่งชี้มาก ขึ้นจากเดิม 3 ตัวบ่งชี้ เป็น 4 ตัวบ่งชี้ ส่งผลให้มีตัวหารคะแนนมากขึ้น 2. ในการประกันคุณภาพภายใน คณะเทคโนโลยีการเกษตร ปีการศึกษา 2562 มีจำนวนอาจารย์ ประจำและนักวิจัยที่ปฏิบัติงานจริง (ไม่นับรวมผู้ลาศึกษาต่อ) ทั้งหมด 29 คน อาจารย์ประจำคณะได้รับเงิน สนับสนุนทำงานวิจัยจากแหล่งเงินภายในและภายนอกสถาบัน จำนวน 1,318,523 บาท โดยคิดเป็นสัดส่วน 45,466.31 บาทต่อคน ซึ่งเกณฑ์กำหนดกลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 60,000 บาทต่อคน ส่งผล ให้คะแนนในช่องดังกล่าวลดลง องค์ประกอบที่ 3 การบริการวิชาการ 1. ในการประกันคุณภาพภายใน คณะเทคโนโลยีการเกษตร ปีการศึกษา 2562 มีการเปลี่ยนแปลง และเพิ่มตัวบ่งชี้จากปีการศึกษา 2561 มากขึ้นจากเดิม 1 ตัวบ่งชี้ เป็น 2 ตัวบ่งชี้ ส่งผลให้มีตัว หารคะแนน มากขึ้น 2. ในการประกันคุณภาพภายใน คณะเทคโนโลยีการเกษตร ปีการศึกษา 2562 มีชุมชนเป้าหมายใหม่ ที่ได้รับการพัฒนา 5 ชุมชน และไม่มีชุมชนเป้าหมายที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามแผนเสริมสร้าง ความสัมพันธ์กับชุมชน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 0 องค์ประกอบที่ 4 การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม - องค์ประกอบที่ 5 การบริหารจัดการ 1. ในการประกันคุณภาพภายใน คณะเทคโนโลยีการเกษตร ปีการศึกษา 2562 มีการเปลี่ยนแปลง และเพิ่มตัวบ่งชี้จากปีการศึกษา 2561 มากขึ้นจากเดิม 2 ตัวบ่งชี้ เป็น 3 ตัวบ่งชี้ ส่งผลให้มีตัวหารคะแนนมาก ขึ้น
55 2. ในการประกันคุณภาพภายใน คณะเทคโนโลยีการเกษตร ปีการศึกษา 2562 คณะยังไม่มีแนว ปฏิบัติที่ดีการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการกับการทำงาน 3. ในการประกันคุณภาพภายใน คณะเทคโนโลยีการเกษตร ปีการศึกษา 2562 คณะขาดการถ่ายทอด แผนกลยุทธ์และแผนงาน คู่มือแนวปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ของคณะผ่านช่องทางที่หลากหลาย 4. ในการประกันคุณภาพภายใน คณะเทคโนโลยีการเกษตร ปีการศึกษา 2562 คณะขาดแนวปฏิบัติที่ ดีเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการกับการทำงาน (WIL) องค์ประกอบที่ 6 จุดเน้นตามบริบทของคณะ (ไม่นำมาคำนวณคะแนน) - 5) ข้อมูลการสังเคราะห์ผลการประเมินแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในส่วนผลการดำเนินงานของ คณะเทคโนโลยีการเกษตร ตามที่คณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการในคณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร ที่ 1/2566 ลงวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร โดยมีอำนาจ หน้าที่สังเคราะห์ผลการประเมินแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในส่วนผลการดำเนินงานของคณะ เทคโนโลยีการเกษตร ในการนี้คณะเทคโนโลยีการเกษตรจึงได้สรุปผลการประเมินแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในส่วน ผลการดำเนินงานของคณะเทคโนโลยีการเกษตร ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2563-2565 ประกอบด้วย ทั้งหมด 94 ตัวชี้วัด โดยสามารถจำแนกผลการดำเนินงานรายปีงบประมาณได้ดังนี้ 1. ผลการประเมินแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในส่วนผลการดำเนินงานของคณะ เทคโนโลยีการเกษตร ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มีตัวชี้วัดที่บรรลุผลตามแผนทั้งสิ้น 21 ตัวชี้วัด จาก 33 ตัวชี้วัด คิดเป็นร้อยละ 63.64 2. ผลการประเมินแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในส่วนผลการดำเนินงานของคณะ เทคโนโลยีการเกษตร ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มีตัวชี้วัดที่บรรลุผลตามแผนทั้งสิ้น 24 ตัวชี้วัด จาก 41 ตัวชี้วัด คิดเป็นร้อยละ 58.54 3. ผลการประเมินแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในส่วนผลการดำเนินงานของคณะ เทคโนโลยีการเกษตร ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีตัวชี้วัดที่บรรลุผลตามแผนทั้งสิ้น 36 ตัวชี้วัด จาก 50 ตัวชี้วัด คิดเป็นร้อยละ 70.00
56 ภาคผนวก ง ผลการรับฟังความคิดเห็นของอาจารย์ และบุคลากรสายสนับสนุน คณะเทคโนโลยีการเกษตร
57 ความคิดเห็นรายบุคคล และการประชุมกลุ่ม จากจำนวนผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น 28 คน สรุปเป็น 4 ประเด็น ดังนี้ 1. Man 1. ปรับ Mindset ของอาจารย์ และบุคลากรสายสนับสนุนด้วยวิธีการ Soft skills เพื่อให้การทำงาน ขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการจัดกิจกรรมเปิดใจยอมรับการทำงานและร่วมมือร่วมใจสู่เป้าหมาย ขององค์กร 2. จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ของอาจารย์ และบุคลากรสายสนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น กีฬาสาน สัมพันธ์ ค่ายประสบการณ์ (โครงการสร้างความสุขในการทำงานการทำกิจกรรม OUTING ของบุคลากรเพื่อ สร้างความสมานสามัคคี มีความเสียสละ มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน นำไปสู่การทำงานเป็นทีมที่มีศักยภาพ สามารถทำงานและพัฒนางานให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ 3. ส่งเสริมให้อาจารย์พัฒนาตนเองตามพันธกิจของมหาวิทยาลัยทั้งด้านการเรียนการสอน วิจัย บริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม 4. เปิดโอกาสให้บุคลากรสายสนับสนุนเข้าร่วมอบรมในหัวข้อที่ตนเองสนใจ โดยไม่มีข้อจำกัดว่าต้อง ผ่านการอบรมตามหัวข้อที่มหาวิทยาลัยกำหนดก่อน 5. จัดกิจกรรมพัฒนาสมรรถนะอาจารย์ และบุคลากรสายสนับสนุนเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ โดย จัดพื้นที่สำหรับให้คำปรึกษาในการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ และจัดกิจกรรม KM หรือระบบพี่เลี้ยงให้ คำปรึกษาในการเข้าสู่ตำแหน่ง ทั้งนี้จะต้องมีการสำรวจความต้องการ กำหนดหัวข้อ KM และให้ผู้สนใจ ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม (การสร้างนิเวศวิจัย เช่น คลินิกวิจัย ระบบคู่พี่เลี้ยง) 6. ดำเนินงานหรือจัดกิจกรรมบริการวิชาการที่นำไปสู่การขอตำแหน่งทางวิชาการได้ 7. จัดทำฐานข้อมูลความเชี่ยวชาญของบุคลากรในคณะ รวมถึงรวบรวมฐานข้อมูลงานวิจัย โดย เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ใน Website ของคณะด้วยรูปแบบที่สวยงาม และน่าสนใจ 8. กำหนดให้มีบุคลากรต่างชาติประจำคณะ สำหรับสนับสนุนการทำวิจัย โดยประสานความร่วมมือ กับสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ 9. กำหนดนโยบายหรือแนวทางที่ทำให้บุคลากรทุกคนปฏิบัติตามระเบียบและขั้นตอนการดำเนินงาน ตามที่ได้กำหนดไว้ 2. Management 1. จัดทำโครงสร้างการบริหารงานภายในคณะที่เป็นระบบ และชัดเจน 2. สรรหาผู้บริหารคณะตามโครงสร้างที่กำหนดไว้ โดยพิจารณาคัดเลือกบุคลากรภายในหรือภายนอก มหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพในการบริหารงาน วางตนเป็นกลาง มีภาวะผู้นำ มีเป้าหมายการดำเนินงานที่ชัดเจน
58 และสามารถขับเคลื่อนงานได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม (จิตอาสา สู้งาน มีวิสัยทัศน์) พร้อมที่จะนำพาคณะไปสู่ เป้าหมายที่กำหนดไว้ 3. ปรับรูปแบบการบริหารจัดการ และขั้นตอนสำหรับงานบริการวิชาการ เช่น การขออนุญาตเดินทาง ไปราชการ การขออนุญาตผู้ปกครอง อาจทำเป็นคู่มือ หรือผังขั้นตอนการดำเนินการที่ชัดเจน เข้าใจง่าย มีการ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในช่องทางที่เข้าถึงได้ง่าย 4. กำหนดภาระงานของอาจารย์ และบุคลากรสายสนับสนุนที่เหมาะสม ชัดเจน ไม่ทับซ้อนกัน และมี การกระจายภาระงานอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงศักยภาพของแต่ละบุคคล สอดคล้องกับแนวทางการ ประเมินผลการปฏิบัติงาน และมีการประชุมเพื่อติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง 5. ปรับโครงสร้างการบริหารงานให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยแบ่งตามความเชี่ยวชาญของอาจารย์ เช่น อาจารย์ท่านใดมีความสามารถด้านวิจัยก็ควรดูแลด้านนั้น ๆ เป็นหลัก 6. จัดทีมอาจารย์หรือบุคลากรสายสนับสนุนที่ดูแลงานบริการวิชาการเป็นการเฉพาะ เพื่อให้สามารถ ตอบสนองต่อผู้เข้ารับบริการอย่างเป็นระบบ และชัดเจน 7. ปรับระบบการประเมินบุคลากรสายสนับสนุนที่ประเมินจากการปฏิบัติงานจริง ไม่ใช่ประเมินจาก เอกสารเพียงอย่างเดียว รวมทั้งพัฒนาระบบการประเมินในรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทาง การทำงานในปัจจุบัน 8. ปรับคำสั่งคณะกรรมการดำเนินงานของคณะ ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการทำงาน ทั้งนี้ จะต้องพิจารณาภาระงานร่วมด้วย 9. แก้ไขการบริหารจัดการโดยให้อำนาจการบริหารในวิชาเอกที่สอดคล้องกับการประเมิน 10. จัดทำกรอบภาระงานของบุคลากร TOR ทุก 6 เดือน เพื่อใช้ประเมินผลการปฏิบัติงาน 11. จัดทำรายงานการทำงานประจำวัน โดยกำหนดแบบฟอร์ม ข้อตกลงต่าง ๆ ร่วมกัน กำหนด รูปแบบการควบคุม กำกับ และติดตาม อาจจะกำหนดส่งทุกสัปดาห์ รวมถึงมีระบบการจัดเก็บข้อมูลรายบุคคล 12. จัดทำระบบสารสนเทศสำหรับการตัดสินใจในการบริหารงานและบุคลากร 13. ปรับกระบวนการหรือวิธีการสื่อสารภายในองค์กรให้ชัดเจน และมีการติดตามที่เป็นระบบ รวมทั้ง จัดสรรเวลาสำหรับการพูดคุยนอกเวลา ระหว่างบุคลากรภายในคณะ เช่น Coffee Time หรือช่วงเวลา รับประทานอาหารกลางวัน และอาจรวมเข้ากับการจัดการเรียนรู้ภายในคณะ (KM) 14. ยกร่างระเบียบรายได้ใหม่ โดยให้ผู้ดำเนินงาน และนักศึกษามีรายได้ระหว่างเรียนจากการบริการ วิชาการ และผลผลิตที่เกิดจากการเรียนการสอน 15. ร่วมกันคิด และพิจารณาเพื่อหาคำขวัญ สโลแกน หรือวลีเด็ด สี ต้นไม้ เพลง บูม โลโก้ ที่บ่งบอก ถึงตัวตนหรืออัตลักษณ์ของคณะ และสร้างภาพลักษณ์ที่แสดงถึงอัตลักษณ์นั้น ๆ 16. ประชาสัมพันธ์คณะผ่านสื่อ หรือช่องทางต่าง ๆ ที่หลากหลาย โดยคำนึงถึงความทันสมัย น่าสนใจ ตรงกับความต้องการของคนทุกช่วงวัย และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดไว้ เช่น info-graphic, video-clip youtube, story telling ที่ทำให้ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วม มีการนำเสนอนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ น่าสนใจ มีการ
59 กำหนดภาระงานประชาสัมพันธ์ที่มีการเผยแพร่เป็นประจำและสม่ำเสมอ เช่น การออกกำลัง brain gym การ ปลูกพืชมงคล การทำอาหารสุขภาพ สูตรเบเกอรี่สุขภาพ อาจมีอินฟลูเอนเซอร์ช่วยประชาสัมพันธ์ มี คณะทำงานเฉพาะเพื่อทำคอนเทนต์หรือประชาสัมพันธ์คณะ โดยมีการดำเนินงานดังนี้ 1) รับสมัครทีมทำงานภายในคณะที่มีความสนใจ (อาสาสมัคร) หรือ 2) แต่งตั้งคณะทำงาน กำหนดภาระงานที่ชัดเจน พร้อม KPI ในการประเมิน 3) Personal KPI เพื่อหาช่องว่าง และกำหนดภาระงานด้านการประชาสัมพันธ์ให้แก่บุคลากรในคณะ 4) รับสมัครนักศึกษาที่มีจิตอาสา มีความสนใจ และสามารถเก็บชั่วโมง กยศ. หรือชั่วโมงการ ปฏิบัติงานอื่น ๆ ในหลักสูตรได้ 17. เปิดช่องทางการเข้าถึงการให้บริการ เช่น เฟซบุ๊ก เบอร์โทร Line หรือ Line@ 18. จัดกิจกรรมประจำเดือนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน มีการนำเสนอผลงานหรือผลการดำเนินงาน อย่างเป็นรูปธรรม (EVENT) 19. บริหารจัดการ ปรับปรุง และพัฒนาพื้นที่เพื่อสร้างภูมิทัศน์ที่สวยงาม ทันสมัย และดึงดูดความ สนใจ 20. สร้างเครือข่าย หรือยกระดับความสัมพันธ์เครือข่ายกับชุมชน ผู้ประกอบการธุรกิจ หน่วยงาน ภาครัฐ เพื่อนำไปสู่การดำเนินงานของคณะที่มีความหลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล 21. จัดลำดับความสำคัญของการเข้าถึง หรือการสืบค้นข้อมูลของคณะให้อยู่ในลำดับต้นของ มหาวิทยาลัย เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในลำดับต้น 22. บริการให้คำปรึกษาด้านการเกษตร (คลินิกเกษตร) ศูนย์บริการวิชาการเกษตร โดยกำหนดแนว ทางการดำเนินงานที่ชัดเจน และเป็นรูปธรรม 23. บริหารจัดการชุดโครงการวิจัยเชิงพื้นที่ที่มีการบูรณาการร่วมกันตามความเชี่ยวชาญของแต่ละ ศาสตร์ เพื่อให้เกิดนวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์หรือแก้ปัญหาภายในชุมชนได้อย่างแท้จริง 24. เพิ่มเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเฉพาะด้านเกี่ยวกับการเกษตรโดยตรง เพื่อช่วยในการเตรียมและดูแลแปลง เกษตรประกอบการเรียนการสอน และการบริหารงานด้านต่าง ๆ 3. Money 1. สร้างนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ ที่สามารถสร้างรายได้ โดยให้บริการหรือจำหน่ายในศูนย์ให้บริการของ คณะ 2. จัดตั้งศูนย์จัดหารายได้จากการบริการวิชาการ ร้านค้า คาเฟ่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่ผลิต จากฟาร์ม โรงแปรรูปอาหารของคณะ จัดทำเป็นอาหารว่าง เช่น เต้าฮวย ฟรุตสลัด แซนวิชผักสุขภาพ เบเกอรี่ ให้บริการแก่ผู้เข้ามาใช้บริการเช่าห้องประชุมของคณะ มีการจัดสรรเจ้าหน้าที่ที่ประจำศูนย์ให้บริการ หรือ
60 จำหน่ายสินค้าและอาหาร สร้างรายได้ให้แก่คณะ บุคลากร และนักศึกษา รวมทั้งมีการจัดสรรรายได้บางส่วน ให้แก่มหาวิทยาลัย 3. สร้างตลาดการซื้อขายแบบออนไลน์ เช่น page/ line group 4. จัดตลาดนัดโดยเปิดโอกาสให้นักศึกษา บุคลากรภายใน และภายนอกเข้ามามีส่วนร่วม อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง 4. Material 1. จัดทำหรือปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัย มีการบูรณาการข้ามศาสตร์ เช่น เกษตรและพัฒนาชุมชน เกษตรกับครุศาสตร์ เกษตรกับธุรกิจ และข้ามคณะ รวมถึงหลักสูตรที่เน้นการสร้างทักษะ Soft Skill เช่น เปิด หลักสูตรด้านอาหารควบรวมกับสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ ด้าน culinary science หรือด้านอาหารสุขภาพ หรือ future food หรือทำการ module วิชาเอก วิชาโท ให้นักศึกษาเลือกลงเรียน 2. จัดทำหลักสูตรปริญญาตรีหลักสูตรต่อเนื่อง โดยลงนามความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิค อาชีวศึกษา ฯลฯ 3. บูรณาการหลักสูตรร่วมกับสาขาวิชาคหกรรม ในรูปแบบของสถาบันอาหาร มีการจัดการเรียนการ สอน (สวยและเก็บรักษาได้นาน) การวิจัยวิเคราะห์อาหาร การทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบในรูปแบบของโรงงาน อาหาร โดยพูดคุยวางแนวทางการจัดการเรียนการสอน กรอบแนวคิดร่วมกันระหว่างหลักสูตรและคณะ และ วางแผนเรื่องงบประมาณ 4. จัดทำหลักสูตร CWIE จัดการเรียนการสอนควบคู่กับการใช้สถานปฏิบัติการก่อนออกสู่การฝึก ประสบการณ์วิชาชีพจริง เช่น หลักสูตรการเลือกซื้อไข่มุกแท้อันดามัน หลักสูตรการกินอาหารเพื่อสุขภาพ หลักสูตรการท่องเที่ยวเพื่อสุนทรียภาพ การนวดเพื่อสุขภาพ 5. จัดทำหลักสูตรที่สร้างรายได้ เช่น หลักสูตรระยะสั้นด้านอาหาร หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาด้าน อาหาร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ/ประมง หรือสหวิทยาการเกษตรหรือการส่งเสริมนวัตกรรม การเกษตร ผังเมืองเรื่องการจัดการพื้นที่ ทั้งภาคปกติ และภาคสมทบ (เสาร์ อาทิตย์) 6. จัดการเรียนการสอนแบบ team teaching และในกรณีรายวิชาปฏิบัติให้มีการคิดภาระงานแยก เนื่องจากต้องมีการเตรียมการสอนมากกว่า และวิชาปฏิบัติควรมีค่าวัสดุมากกว่าวิชาทฤษฎี โดยมีการพูดคุย หารือ เพื่อหาแนวทางการแก้ไข และกำหนดเป็นนโยบายให้ชัดเจน 7. ร่วมมือกับชุมชน ผู้ประกอบการธุรกิจ สถานประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ เพื่อใช้สถานที่ และ ทรัพยากรเป็นแหล่งเรียนรู้ 8. จัดตั้งศูนย์ให้บริการเกี่ยวกับการเกษตรทั้งในและนอกที่ตั้งของมหาวิทยาลัย 9. บริหารจัดการเครื่องมือ วัสดุ ครุภัณฑ์ อย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า และสามารถใช้งาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล 10. จัดให้มี Learning Space ด้านเกษตรและอาหาร สำหรับนักศึกษา บุคลากร และบุคคลทั่วไป เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ และจัดหารายได้ เช่น แปลงเกษตรอัจฉริยะ โรงงานอาหาร กระชัง หรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ
61 เช่น ตลาด หรืองานอีเว้นท์ การสร้างจุดเด่นในการเรียนรู้ เช่น ต้นไม้ พืช หรือสัตว์ภายในคณะ บูรณาการด้าน การเกษตรทุกด้าน เช่น พืช ประมง อาหาร และท่องเที่ยว มีทรัพยากรเกษตร เช่น ไม้ผลที่ทำให้เด็กหรือ บุคลากรสามารถใช้ประโยชน์ได้ โดยดำเนินการภายในระยะเวลา 3 เดือน ดังนี้ 1) จัดการสภาพแวดล้อม ปลูกพืช ต้นไม้ ที่นั่ง ที่พัก สำหรับการทำงานที่เหมาะสม 2) วางแผน วางผังแปลงอัจฉริยะ 3) วางแผน กำหนดแนวทางการดำเนินการตลาดเกษตร 4) ทำปฏิทินกิจกรรมการเรียนรู้พิเศษสำหรับบุคลากรและนักศึกษา 11. สร้างโรงเรือนและแปลงปฏิบัติการเรียนรู้ด้านเกษตร (งบประมาณในการบริหารจัดการ) มีการ จัดสรรแปลงต้นแบบ จัดสรรเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการประจำแปลง / สถานที่สอนปฏิบัติการทางด้านพืชไร่ / ห้อง แล็บ/ แปลงผัก : บ่อเลี้ยงประมง / โรงแปรรูป ฯลฯ 12. ปรับบริเวณด้านข้างอาคารของคณะให้เป็นฟาร์มเกษตรตัวอย่าง Smart Farm ปรับพื้นที่โรงเรือน เป็นแปลงเกษตร ปลูกผัก พืชมะเม่า ส้มควาย ฯลฯ 13. จัดพื้นที่แสดงผลงานของคณะ เช่น รางวัล ผลงานของนักศึกษา ผลงานของอาจารย์
62 ภาคผนวก จ สรุปข้อเสนอแนะแนวทางการพลิกโฉมจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ต่อความคิดเห็นของอาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุน คณะเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตรเกษตรในระยะเวลาสามเดือน
63 1. Man 1. ปรับเปลี่ยน Mindset และพฤติกรรม 1.1 ปรับเปลี่ยน Mindset โดยเริ่มต้นจากตนเอง เรียนรู้และเข้าใจศักยภาพของผู้ร่วมงานในทุก ช่วงวัยเพื่อจะได้บริหารงานให้เหมาะสมกับบุคคล และทำงานร่วมกันได้ด้วยความเป็นหนึ่งเดียว 1.2 รู้วิธีการปรับเปลี่ยน Mindset ว่าควรทำอย่างไร ทั้งการปรับเปลี่ยนด้วยตนเอง และ ปรับเปลี่ยนโดยผู้อื่น วิธีการปรับเปลี่ยน คือ 1) มองกลุ่มลูกค้าว่าเป็นใคร 2) ลงมือทำทันที 3) ไม่ต้องกลัวความ ล้มเหลว 1.3 เปลี่ยนแปลงตนเองจนเกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กร “กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก” โดยไม่กลัว ความผิดพลาด แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง “คิดดี ทำดี” 2. ปรับหลักการทำงาน 2.1 รู้หน้าที่ของตนเองว่าควรทำอย่างไร โดยใช้หลักการระเบิดจากข้างใน 2.2 ทำงานน้อยแต่ได้งานมากทั้งปริมาณ และคุณภาพ เช่น จัดกิจกรรมบริการวิชาการที่สามารถบูรณา การกับการเรียนการสอน และการวิจัย 2.3 ไม่นำข้อจำกัดของงบประมาณมาเป็นเงื่อนไขในการทำงาน 3. การพัฒนาบุคลากร 3.1 อาจารย์พัฒนาตนเอง และให้ความสำคัญกับการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการในรูปแบบการ บริการวิชาการ 3.2 การทำวิจัยของอาจารย์จะต้องยู่ภายใต้ศูนย์ความเป็นเลิศที่ตัวเองสังกัด เพื่อนำผลวิจัยที่ได้มา ใช้ในการบริการวิชาการ 3.3 สร้างการเปลี่ยนแปลง และการแข่งขันในองค์กร โดยการปรับตัวของบุคลากร เช่น การ Reskill, Upskill, New skill ทำธุรกิจออนไลน์ได้ 3.4 บุคลากรสามารถร่วมกันจัดทำแผนธุรกิจที่นำมาซึ่งรายได้ 2. Management 1. โครงสร้างการบริหาร/ผู้บริหาร 1.1 เลือกผู้บริหารหรือผู้นำที่มีภาวะผู้นำ กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก เพื่อความสำเร็จของ องค์กร 1.2 ผู้บริหาร และฝ่ายสนับสนุนต้องมีทิศทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกัน ทำให้เกิดความ ไว้วางใจ เคารพบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย อันจะส่งผลให้งานนั้นประสบความสำเร็จ 1.3 มหาวิทยาลัยต้องปรับเปลี่ยนระเบียบที่เอื้อต่อการทำงานของบุคลากร และบุคลากรต้องคิดว่า จะสนับสนุนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยอย่างไร
64 1.4 เปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร เช่น เปลี่ยนเป็นศูนย์ความเป็นเลิศ (Excellent Center) ใน ด้านต่าง ๆ ตามศักยภาพ และจัดลำดับการทำงาน คือ 1) การให้บริการวิชาการ 2) การจัดการเรียนการสอน และ 3) การวิจัย 2. ภาระงาน/การประเมินภาระงาน 2.1 กำหนดกรอบภาระงานของบุคลากรให้ชัดเจน โดยยึดกรอบภาระงานตามกลุ่มมหาวิทยาลัย (กลุ่ม 3 กลุ่มพัฒนาชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนอื่น) อาจารย์แต่ละคนจะต้องระบุได้ชัดเจนว่ามีการลงพื้นที่ทำงาน ที่ไหน อย่างไร มีการเขียนรายงานการปฏิบัติงานประจำวัน อาจจะกำหนดส่งทุกสัปดาห์ และสามารถ ตรวจสอบได้ด้วยหลักฐาน รวมทั้งกำหนดวิธีการประเมินผลอย่างเหมาะสม 2.2 จัดทำ KPI เพื่อใช้ในการกำกับติดตามการดำเนินงานของบุคลากร โดยคำนึงถึงพันธกิจหลัก ตามกลุ่มมหาวิทยาลัย การเป็นมหาวิทยาลัยเชิงพื้นที่ที่เน้นการบริการวิชาการชุมชน ท้องถิ่น จึงกำหนดภาระ งาน บริการวิชาการเป็นอันดับแรก และกำหนด OKRs ระหว่างคณะ กับมหาวิทยาลัย 2.3 กำหนดภาระงานสอนให้เหมาะสม เช่น ภาระงานสอนเหลือเพียง 6 ชั่วโมง/สัปดาห์ เพื่อให้ อาจารย์มุ่งเน้นการบริการวิชาการที่บูรณาการกับการเรียนการสอน และการวิจัย ซึ่งส่งผลกระทบ (Impact) ให้แก่พื้นที่ที่ลงไปบริการวิชาการ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเป็นผู้กำหนด KPI จากภาระงาน หรือรายได้ที่เกิดจาก ภาระงาน นั้น ๆ การดำเนินการลักษณะนี้จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเป็น “ศูนย์บริการวิชาการ” 2.4 สร้าง Engagement และให้ความสำคัญกับอาจารย์ในการประเมินตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ เช่น สร้างรายได้ 500,000 บาท จากศูนย์ความเชี่ยวชาญในระยะเวลาสามเดือน จัดทำหลักสูตร sandbox การสอนเป็นแบบ block course 3. การบริหารงาน 3.1 ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กร โดยมีแกนนำที่มีความรู้ความสามารถที่หลากหลาย 3.2 การทำงานร่วมกันระหว่างคณะและมหาวิทยาลัย ทั้งรูปแบบการทำงาน การประเมินผลการ ปฏิบัติงาน และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกับการทำงานของคณะในรูปแบบใหม่ เช่น ต้องระบุ สังกัดของอาจารย์ให้ชัดเจน เช่น สังกัดศูนย์ความเป็นเลิศ ย้ายไปสังกัดคณะอื่นตามความรู้ความสามารถ 3.3 ภายใต้สภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นควรมีการปรับเปลี่ยนแนวคิด วิธีการทำงาน หากยังคง มีการทำงานแบบเดิม จัดเรียนการสอนแบบเดิมคณะก็ไม่สามารถพัฒนาเพื่อไปต่อได้ และหากกำหนดให้เป็น Creativity university ต้องมีการสร้าง Innovation และ Product ใหม่ให้เกิดขึ้น หรือสร้างวัฒนธรรมองค์กร ให้เกิดขึ้น 3.4 สร้างภาพลักษณ์ของคณะที่ทำให้สาธารณชนเห็นว่าคณะมีความเชี่ยวชาญ และมีจุดเด่นใน ศาสตร์ใดบ้าง 3.5 ระบุเป้าหมายให้ชัดเจน (Lock เป้า) กำหนดยุทธศาสตร์ และมองว่าผลที่จะเกิดขึ้นคืออะไร โดยมีกระบวนการที่ประกอบด้วย Design→ Development→Implementation →กำกับติดตาม →Evaluation
65 3. Money 1. ผลิตภัณฑ์/นวัตกรรมที่สร้างรายได้ สร้างสินค้าในรูปแบบผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของคณะ และพื้นที่ 2. รายได้จากการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ/ศูนย์ให้บริการ/แหล่งเรียนรู้ จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ/ศูนย์ให้บริการ/แหล่งเรียนรู้ที่หารายได้จากเครือข่าย ชุมชน เช่น การจัด กิจกรรมบริการวิชาการให้แก่ชุมชน เพื่อสร้างการรับรู้ และสร้างความเชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญของบุคลากรว่า สามารถเป็นที่พึ่งทางวิชาการ และด้านต่าง ๆ ได้ เพื่อนำไปสู่การนำชุมชนเข้าสู่ห้องเรียนที่สร้างรายได้ให้เกิดขึ้น เงินรายได้สามารถนำมาใช้ในการเปิดหลักสูตรที่ไม่จำกัดคุณสมบัติผู้เรียน การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการ บริการวิชาการที่บูรณาการในด้านต่าง ๆ จนเกิดเป็นรายได้ นับว่าเป็นการดำเนินงานภายใต้ Business Model อย่างแท้จริง 3. การบริหารงบประมาณ 3.1 กำหนดนโยบาย และดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมในการลดรายจ่ายฟุ่มเฟือย เสริมรายได้ และ มีโครงการสร้างรายได้ที่โดนใจ รวมทั้งใช้หลักการ R2R (Routine to Research) เป็นการพัฒนางานประจำสู่ งานวิจัย ที่นอกจากจะมีผลงานวิจัยแล้วยังนำผลงานวิจัยไปใช้ในการพัฒนางานได้ด้วย 3.2 คณะสามารถบริหารเงินรายได้โดยอิสระ โดยการปรับเปลี่ยนระเบีบบทางการเงินของ มหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการทำงาน หรือการออกระเบียบการหารายได้ที่สร้างแรงจูงใจในการ ทำงาน 3.3 สร้างมูลค่า และคุณค่าของบุคลากร ผลิตภัณฑ์ รวมถึงผลงาน เพื่อการจัดหารายได้ โดยใช้ ช่องทาง Digital Marketing การนำสินค้ามาขายในรูปแบบ online (Digital Marketing) โดยสร้างสินค้าให้มี คุณภาพ มีการรับประกันโดยคณะ และมหาวิทยาลัย ดังตัวอย่าง Model Products Online Marketing Products
66 4. Material 1. ศูนย์ความเป็นเลิศ/ศูนย์ให้บริการ/แหล่งเรียนรู้ 1.1 สร้างศูนย์ความเป็นเลิศ/ศูนย์ให้บริการ/แหล่งเรียนรู้ที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของคณะ เพื่อใช้เป็น สถานที่ให้บริการ เป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่หน่วยงานอื่น และสามารถสร้างหารายได้ให้แก่คณะ มหาวิทยาลัย รวมทั้งอาจารย์ และนักศึกษาที่มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน เช่น Smart Farm ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 1.2 สร้างแหล่งเรียนรู้ที่ไม่ใช่ห้องเรียน เป็นสถานที่ปฏิบัติงานจริงที่ร่วมกับชุมชน ภาคีเครือข่าย ใช้ เป็นพื้นที่ในการจัดการเรียนการสอน หรือการทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน 2. หลักสูตร จัดทำหลักสูตรที่ทันสมัยตอบสนองความต้องการ เช่น จัดทำหลักสูตร sandbox, nondegree การสะสมหน่วยการเรียนรู้ หรือธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank ) 3. เครือข่ายความร่วมมือ สร้างเครือข่ายศิษย์เก่า Stakeholder ชุมชน สถานประกอบการที่ประสานงาน และทำงานร่วมกัน สิ่งสำคัญในประเด็น Material คือ การนำข้อมูลจากทุก ๆ ข้อ (3 M) ที่กล่าวไว้ข้างต้นมาบริหาร จัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่ยึดติดว่าผู้ใดเป็นเจ้าของ
67 ภาคผนวก ฉ ผลการรับฟังความคิดเห็นจากการสัมภาษณ์คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภามหาวิทยาลัย
68 ประเด็นคำถาม 1. ท่านเห็นว่าสภาพปัจจุบันของคณะเทคโนโลยีการเกษตร เป็นอย่างไร ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะอะไร และมีปัญหาอะไร 2. ท่านคิดว่าคณะเทคโนโลยีการเกษตร ควรปรับตัวอย่างไรในปัจจุบัน และอนาคต 3. ท่านมีข้อเสนอแนะอะไรในการพัฒนาคณะเทคโนโลยีการเกษตรให้ดีขึ้นให้มีความมั่นคง และยั่งยืน สภาพปัจจุบัน/ปัญหาที่พบ/สาเหตุของปัญหา ผู้บริหาร 1. ผู้บริหารระดับสูงไม่กำกับดูแลเท่าที่ควร 2. เปลี่ยนผู้รักษาราชการแทนคณบดีบ่อย และไม่มีคณบดีตัวจริงในการบริหารงาน 3. ไม่มีผู้บริหารมานำการเปลี่ยนแปลง 4. การกำกับ ติดตาม รวมถึงการบริหารงานไม่เหมาะสม และไม่ชัดเจน อาจารย์และบุคลากร 1. อาจารย์รู้สึกไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน ทำให้ขาดขวัญกำลังใจในการทำงาน 2. อาจารย์ยังไม่ปรับตัวเท่าที่ควร 3. การทำงานขาดการประสานความร่วมมือ และความเป็นหนึ่งเดียว นักศึกษา/การรับนักศึกษา 1. นักศึกษาไม่สนใจเรียนด้วยสาเหตุต่าง ๆ เช่น รายวิชาไม่ตรงกับความต้องการ ทำให้จำนวน นักศึกษาลดลง 2. หลักสูตรถูกปิด เงินรายได้ลดลง และสังคมขาดความเชื่อมั่น การบริหารคณะ/บริหารหลักสูตร 1. นโยบาย ทิศทาง และแนวทางการทำงานยังเป็นแบบเดิม ขาดความชัดเจน รวมทั้งขาดความ สร้างสรรค์และทันสมัย 2. แผนงานไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะเป็นแผนงานที่กว้าง คลุมเครือ ปฏิบัติได้ยาก 3. กฎระเบียบยังเป็นแบบเดิมซึ่งไม่เอื้อต่อการทำงานในยุคปัจจุบัน 4. ขาดการประชาสัมพันธ์ผลงานของคณะ 5. ไม่มีผลงานที่ทันสมัย โดดเด่น และน่าสนใจ 6. ภาพลักษณ์ของวิชาชีพไม่ท้าทาย และไม่ตอบโจทย์สังคม 7. งบประมาณเพื่อใช้ในการดำเนินงานและพัฒนาคณะมีน้อย 8. ภูมิทัศน์ของคณะไม่จูงใจให้เข้ามาเรียน ด้วยสภาพบรรยากาศและพื้นที่รอบคณะขาดการปรับปรุง และ พัฒนา 9. หลักสูตรไม่ทันสมัย ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ และค่านิยมของคนในสังคมสนสนใจ และให้ความสำคัญกับวิชาชีพอื่นมากกว่า
69 10. หลักสูตรปิดตัวลงทำให้ขาดโอกาสรับนักเรียน 11. กระแสสังคมสนใจวิชาชีพอื่นมากกว่าวิชาชีพด้านการเกษตร 12. ศิษย์เก่าไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของสังคม แนวทางการปรับตัว ผู้บริหาร 1. ควรรสรรหาคณบดีตัวจริง 2. ก่อนการเลือกคณบดีควรให้อธิการบดีซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดมารักษาราชการคณบดีในช่วงวิกฤติของ คณะเพื่อนำไปสู่การพลิกโฉม 3. หารูปแบบการบริหารงานให้ชัดเจนก่อนที่จะเลือกคณบดี อาจารย์และบุคลากร 1. อาจารย์และบุคลากรต้องตระหนักรู้ ทั้งรู้หน้าที่ รู้อนาคต และมีการวางแผนพัฒนาตนเองในรอบ เดือน/ รอบปี รวมทั้งนำระบบเทคโนโลยีมาบันทึกเพื่อรายงานผลการปฏิบัติงาน 2. พัฒนาอาจารย์และบุคลากรตามความสามารถเฉพะทางให้เหมาะสมกับงาน และกลุ่มงาน 3. ประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรเป็นรายไตรมาส 4. อาจารย์และบุคลากรต้องกำหนดแนวทางพัฒนาตนเอง และผู้บริหารระดับสูงต้องลงไปช่วยเหลือ การบริหารคณะ/บริหารหลักสูตร 1. มีการทบทวนพันธกิจ แนวทางการดำเนินงานที่สามารถปฏิบัติได้จริง อย่างรวดเร็วภายใน ระยะเวลาที่กำหนดไว้ 2. สร้างบรรยากาศ หรือสภาพแวดล้อมที่เป็นต้นแบบของเกษตรรูปแบบใหม่ สร้างศูนย์เรียนรู้ที่เป็นที่ พึ่งของท้องถิ่น 3. กำหนดมาตรฐานของคณะ และอาจารย์อย่างชัดเจน 4. กำหนดภาระงาน หัวหน้างานผู้รับชอบงานแต่ละด้านอย่างชัดเจน 5. ควรศึกษากรณีตัวอย่างเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่สามารถใช้ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านต่าง ๆ 6. นำผลงาน/ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากความร่วมมือของเครือข่ายโดยเฉพาะการใช้นวัตกรรมทาง การเกษตรไปต่อยอดสร้างรายได้
70 ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาให้มั่นคงและยั่งยืน ผู้บริหาร 1. ผู้บริหารต้องวิเคราะห์ปัญหาที่แท้จริง วางแผนและร่วมแก้ปัญหา โดยใช้หลักธรรมาภิบาล 2. สรรหาผู้บริหารที่มีคุณสมบัติเหมาะสมซึ่งสามารถปฏิบัติตามระเบียบข้อกำหนด โดยมีการ ประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นระยะ ๆ อาจารย์และบุคลากร บุคลากรควรปรับตัว แสวงหาความรู้ แนวทาง และประสบการณ์ใหม่ เพื่อความอยู่รอด การบริหารคณะ/บริหารหลักสูตร 1. กำหนดข้อบังคับ หรือระเบียบในการกำหนดหลักการ แนวทางในการดำเนินงานของคณะใน รูปแบบการเลี้ยงตัวเองได้เป็นหลัก 2. ควรไปศึกษาดูงานการเกษตรรูปแบบใหม่ในพื้นที่ฝั่งอันดามัน เพื่อนำมาปรับใช้เป็นต้นแบบ พร้อม ทั้งจัดกิจกรรมถอดบทเรียนเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาการบริหารคณะในรูปแบบใหม่
71 ภาคผนวก ช คำอธิบายตัวชี้วัด โมเดลที่ 2 และโมเดลที่ 3
72 ลำดับ ตัวชี้วัด คำอธิบายตัวชี้วัด 1 จำนวนหมู่บ้าน/ชุมชนเป้าหมายที่คณะเข้า ดำเนินโครงการพัฒนาท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืนด้วยนวัตกรรมที่เกิดจากกระบวนการ วิศวกรสังคม รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : หมู่บ้าน/ชุมชน หมายถึง หมู่บ้าน/ชุมชนที่คณะ เทคโนโลยีการเกษตรเข้าไปถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อช่วยให้เกิดการพัฒนา คุณภาพชีวิต หรือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หรือ เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมอันเป็นผล มาจากการวางแผนพัฒนาเชิงพื้นที่ เกณฑ์การประเมิน : นับจำนวนหมู่บ้าน/ชุมชนที่คณะเทคโนโลยีการเกษตรเข้า ไปดำเนินโครงการพัฒนาท้องถิ่นในงบประมาณ พ.ศ. 2567 2 จำนวนผู้ประกอบการที่ได้รับการสนับสนุนทาง วิชาการจากคณะ รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : ผู้ประกอบการ หมายถึง บุคคลนิติบุคคลที่เป็น ผู้ประกอบการในพื้นที่บริการ โดยเป็นการประกอบการธุรกิจ บริการ มีวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งธุรกิจอย่างชัดเจน การสนับสนุนทางวิชาการ หมายถึง ได้รับองค์ความรู้เพื่อ การพัฒนาจากคณะเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อดำเนินการบรรลุ ตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง หรือมีความก้าวหน้าในการ ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในด้านรายได้ ผลประกอบการ ด้านการตลาด ด้านภาพลักษณ์ หรืออื่น ๆ ที่แสดงถึง ความสำเร็จตามเป้าหมาย วัตถุประสงค์หรือแผนงานตาม กำหนด เกณฑ์การประเมิน : นับจำนวนผู้ประกอบการที่ได้รับการสนับสนุนทางวิชาการ จากคณะเทคโนโลยีการเกษตร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เท่านั้น 3 จำนวนผู้เรียนที่ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรม/ ฝึกอบรม/แหล่งเรียนรู้ตลอดจนการเข้าถึงสื่อ ในรูปแบบ Lifelong Learning รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีการศึกษา 2566 (1 มิถุนายน 2566 - 31 พฤษภาคม 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : รายได้รวมจากการบริการวิชาการ การจัดการศึกษา
73 ลำดับ ตัวชี้วัด คำอธิบายตัวชี้วัด หลักสูตรระยะสั้น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคน ทุกช่วงวัย หมายถึง ค่าธรรมเนียมการศึกษาจากการจัด การศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เกณฑ์การประเมิน : นับจำนวนรายได้รวมจากการบริการวิชาการ การจัดการ ศึกษา หลักสูตรระยะสั้น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ของคนทุกช่วงวัย ในปีการศึกษา 2566 4 จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการบริการวิชาการ รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการบริการวิชาการ หมายถึง ประชาชน เยาวชน นักศึกษา อาจารย์บุคลากรในพื้นที่ที่เข้า ร่วมโครงการบริการวิชาการที่คณะเทคโนโลยีการเกษตรจัด ขึ้นทั้งภายในและนอกพื้นที่มหาวิทยาลัย เกณฑ์การประเมิน : นับจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการบริการวิชาการ ในประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 5 จำนวนผู้เรียนชาวต่างชาติที่เรียนในหลักสูตร ระยะสั้น รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีการศึกษา 2566 (1 มิถุนายน 2566 - 31 พฤษภาคม 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : ผู้เรียนชาวต่างชาติหมายถึง นักศึกษาและผู้เรียน ชาวต่างชาติที่เข้าศึกษาในหลักสูตรระยะสั้น และหลักสูตรที่ ให้ประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตรของคณะ เทคโนโลยีการเกษตร เกณฑ์การประเมิน : นับจำนวนผู้เรียนชาวต่างชาติที่เรียนในหลักสูตรระยะสั้น ในปีการศึกษา 2566 6 จำนวนภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่ร่วมมือกับคณะในการ ดำเนินโครงการพัฒนาท้องถิ่นในพื้นที่บริการ รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : ภาคีเครือข่าย หมายถึง เครือข่ายความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม หรือกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ที่เข้า ร่วมดำเนินโครงการพัฒนาท้องถิ่นกับคณะ
74 ลำดับ ตัวชี้วัด คำอธิบายตัวชี้วัด เทคโนโลยีการเกษตร เข้าไปร่วมการดำเนินโครงการพัฒนา ท้องถิ่นร่วมกับภาคีนั้น ๆ โดยลักษณะความร่วมมือเป็นความ ร่วมมืออย่างเป็นทางการ มีบันทึกข้อตกลงความร่วมมืออย่าง เป็นทางการ และมีการดำเนินกิจกรรมตาม MOU ในปีนั้น ๆ การเข้าร่วมเป็นคณะทำงานคณะกรรมการในการดำเนิน โครงการพัฒนาท้องถิ่นร่วมกัน การร่วมมืออย่างไม่เป็น ทางการ หรือการมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาท้องถิ่นอย่างใน ลักษณะอื่น ที่มีข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นรูปธรรม เกณฑ์การประเมิน : นับเฉพาะจานวนภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ ภาคประชาสังคม ที่มีการทำกิจกรรมร่วมกับคณะ เทคโนโลยีการเกษตรในการดำเนินโครงการพัฒนาท้องถิ่นใน พื้นที่บริการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เท่านั้น 7 จำนวนโครงการบริการวิชาการที่สืบสาน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเพิ่มคุณค่าและ/หรือมูลค่าให้แก่ชุมชน ท้องถิ่นและประเทศ รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : โครงการบริการวิชาการที่สืบสาน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเพิ่มคุณค่าและ/หรือมูลค่าให้แก่ ชุมชนท้องถิ่นและประเทศ หมายถึง โครงการที่คณะ เทคโนโลยีการเกษตรให้บริการวิชาการ การอนุรักษ์และ พัฒนาศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของท้องถิ่น ที่สอดคล้อง กับความต้องการและความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาและ สร้างความเข็มแข็งให้กับสังคมและชุมชนในพื้นที่ (Local Need) เกณฑ์การประเมิน : นับจำนวนโครงการบริการวิชาการที่สืบสาน อนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเพิ่มคุณค่าและ มูลค่าให้แก่ชุมชนท้องถิ่นและประเทศ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 8 ผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่บริการได้รับการ ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : ผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่บริการได้รับการยกระดับ
75 ลำดับ ตัวชี้วัด คำอธิบายตัวชี้วัด มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน หมายถึง ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้รับ การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนใน 6 ประเด็น ได้แก่ (1) นวัตกรรมผลิดภัณฑ์ (2) พัฒนาและออกแบบบรรจุภัณฑ์ (3) พัฒนาและออกแบบกระบวนการผลิต (4) พัฒนามาตรู ฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (5) การพัฒนาและออกแบบเทคโนโลยี การผลิต ในระดับ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเทคโนโลยีขั้นสูง (6) การพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบต้นน้า (พืช สัตว์เศรษฐกิจตัวรอง และวัฒนธรรม) เกณฑ์การประเมิน : นับจานวนผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่บริการได้รับการ ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 9 จำนวนหลักสูตรระยะสั้นที่เชื่อมโยงกับระบบ คลังหน่วยกิต และตอบสนองต่อตลาดงานการ พัฒนาเชิงพื้นที่และประเทศที่สอดคล้องกับการ ผลิตกำลังคนตามความต้องการของ อุตสาหกรรม S-Curve และเศรษฐกิจ BCG รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีการศึกษา 2566 (1 มิถุนายน 2566 - 31 พฤษภาคม 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : หลักสูตรระยะสั้นที่เชื่อมโยงกับระบบคลังหน่วยกิต และ ตอบสนองต่อตลาดงานการพัฒนาเชิงพื้นที่และประเทศที่ สอดคล้องกับการผลิตกำลังคนตามความต้องการของ อุตสาหกรรม S-Curve และเศรษฐกิจ BCG หมายถึง หลักสูตรระยะสั้นที่จัดการศึกษาตอบสนองการพัฒนาเชิง พื้นที่ ตามจุดเน้น 4 ด้าน คือ การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ สุขภาพ อาหารและการแปรรูป เกณฑ์การประเมิน : นับจำนวนหลักสูตรระยะสั้นที่เชื่อมโยงกับระบบคลังหน่วย กิต และตอบสนองต่อตลาดงานการพัฒนาเชิงพื้นที่และ ประเทศที่สอดคล้องกับการผลิตกำลังคนตามความต้องการ ของอุตสาหกรรม S-Curve และเศรษฐกิจ BCG ในปี การศึกษา 2566 10 รายได้รวมจากการบริการวิชาการ การจัดการ ศึกษา หลักสูตรระยะสั้น เพื่อส่งเสริมการ เรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกช่วงวัย (รายรับที่ยัง ไม่หักค่าใช้จ่าย) รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีการศึกษา 2566 (1 มิถุนายน 2566 - 31 พฤษภาคม 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : รายได้รวมจากการบริการวิชาการ การจัดการศึกษา หลักสูตรระยะสั้น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคน
76 ลำดับ ตัวชี้วัด คำอธิบายตัวชี้วัด ทุกช่วงวัย หมายถึง ค่าธรรมเนียมการศึกษาจากการจัด การศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โดยไม่หักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เกณฑ์การประเมิน : นับจำนวนรายได้รวมจากการบริการวิชาการ การจัดการ ศึกษา หลักสูตรระยะสั้น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ของคนทุกช่วงวัย ในปีการศึกษา 2566 11 จำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรม ของคณะได้รับ การเผยแพร่ในระดับชาติ TCI 1 รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : ผลงานวิจัย นวัตกรรม ของคณะเทคโนโลยีการเกษตรได้รับ การเผยแพร่ในระดับชาติ TCI 1 ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เกณฑ์การประเมิน : นับจำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรม ของคณะได้รับการ เผยแพร่ในระดับชาติ TCI 1 ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 12 จำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรม ของคณะได้รับ การเผยแพร่ในระดับนานาชาติในฐาน SCOPUS หรือ ISI รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : ผลงานวิจัย นวัตกรรม ของคณะเทคโนโลยีการเกษตรได้รับ การเผยแพร่ในระดับนานาชาติในฐาน SCOPUS หรือ ISI ใน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เกณฑ์การประเมิน : นับจำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรม ของคณะได้รับการ เผยแพร่ในระดับนานาชาติในฐาน SCOPUS หรือ ISI ใน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 13 จำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรม ผลงานรับใช้ ท้องถิ่นและสังคม และผลงานสร้างสรรค์ที่ ได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : ผลงานวิจัย นวัตกรรม ผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม และ ผลงานสร้างสรรค์ที่ได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เกณฑ์การประเมิน : นับจำนวนผลงานวิจัย นวัตกรรม ผลงานรับใช้ท้องถิ่นและ
77 ลำดับ ตัวชี้วัด คำอธิบายตัวชี้วัด สังคม และผลงานสร้างสรรค์ที่ได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สิน ทางปัญญา ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 14 งบประมาณด้านการวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : งบประมาณด้านการวิจัยจากแหล่งทุนภายนอก หมายถึง งบประมาณที่คณะเทคโนโลยีการเกษตรได้รับการสนับสนุน จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และงบประมาณแผ่นดินที่ได้รับ จัดสรรในการทำวิจัย นวัตกรรม ผลงานรับใช้ท้องถิ่นและ สังคม และผลงานสร้างสรรค์เปรียบเทียบกับงบประมาณเงิน รายได้คณะเทคโนโลยีการเกษตรในการสนับสนุนด้านการวิจัยฯ เกณฑ์การประเมิน : งบประมาณด้านการวิจัยฯ จากแหล่งทุนภายนอก ใน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 / งบประมาณด้านการวิจัยฯ จาก เงินรายได้ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 X 100 15 จำนวนอาจารย์อาคันตุกะจากต่างประเทศ (Visiting Professor) ที่มาช่วยในการพัฒนา บริการวิชาการ งานวิจัย และการเรียนการ สอน รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีการศึกษา 2566 (1 มิถุนายน 2566 - 31 พฤษภาคม 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : อาจารย์อาคันตุกะจากต่างประเทศ (Visiting Professor) หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญ/ผู้ทรงคุณวุฒิชาว ต่างประเทศที่ปฏิบัติงาน ณ คณะเทคโนโลยีการเกษตร และ แบบออนไลน์ ณ มหาวิทยาลัยต้นสังกัด ในปีการศึกษา 2566 เกณฑ์การประเมิน : นับจำนวนจำนวนอาจารย์อาคันตุกะจากต่างประเทศ (Visiting Professor) ที่มาช่วยในการพัฒนาบริการวิชาการ งานวิจัย และการเรียนการสอน ในปีการศึกษา 2566 16 อัตราการได้งานทำ ทำงานตรงสาขา ประกอบ อาชีพอิสระทั้งตามภูมิลำเนาและนอก ภูมิลำเนาของบัณฑิต ภายในระยะเวลา 1 ปี รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีการศึกษา 2566 (1 มิถุนายน 2566 - 31 พฤษภาคม 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : อัตราการได้งานทำ ทำงานตรงสาขา ประกอบอาชีพ อิสระทั้งตามภูมิลำเนาและนอกภูมิลำเนาของบัณฑิต ภายในระยะเวลา 1 ปี หมายถึง ประกาศนียบัตร วุฒิบัตร
78 ลำดับ ตัวชี้วัด คำอธิบายตัวชี้วัด เกียรติบัตร หรือเอกสาร หลักฐาน และสิ่งบ่งชี้ใด ๆ ที่แสดงถึง มาตรฐานความรู้ความสามารถ สมรรถนะ ศักยภาพของ บุคคลว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษา ฝึกอบรม การทดสอบ การ ประเมิน หรืออื่น ๆ ในลักษณะเดียวกันทางวิชาการหรือ วิชาชีพ ซึ่งออกหรือรับรองโดยองค์กร หน่วยงาน บุคคลที่เป็น ที่ยอมรับในสาขาวิชานั้น ๆ เกณฑ์การประเมิน : จำนวนนักศึกษาที่ได้ในปีการศึกษา 2564 / จำนวน นักศึกษาทั้งหมดในปีการศึกษา 2565 x 100 17 ร้อยละของบัณฑิตที่ได้รับผลการประเมิน สมรรถนะบัณฑิต โดยสถานประกอบการผู้ใช้ บัณฑิตที่มีผลประเมินมากกว่า 4.01 จาก 5 คะแนน รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีการศึกษา 2566 (1 มิถุนายน 2566 - 31 พฤษภาคม 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : ร้อยละของบัณฑิตคณะเทคโนโลยีการเกษตรที่จบ การศึกษาในปีการศึกษา 2566 ที่ได้รับผลการประเมิน สมรรถนะบัณฑิต โดยสถานประกอบการผู้ใช้บัณฑิตที่มีผล ประเมินมากกว่า 4.01 จาก 5 คะแนน เกณฑ์การประเมิน : ค่าเฉลี่ยการประเมินของบัณฑิตทั้งหมดที่ได้รับผลการ ประเมินสมรรถนะบัณฑิต โดยสถานประกอบการผู้ใช้บัณฑิต ในปีการศึกษา 2566 / คะแนนเต็ม 5 ของการประเมิน สมรรถนะบัณฑิต x 100 18 ร้อยละของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่มีผลผ่านเกณฑ์ ทดสอบการใช้ภาษาอังกฤษตามมาตรฐาน CEFR ในระดับ B1 ขึ้นไป หรือเทียบเท่า มาตรฐาน สากลอื่น ๆ รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีการศึกษา 2566 (1 มิถุนายน 2566 - 31 พฤษภาคม 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : มาตรฐาน CEFR หมายถึง มาตรฐานสากลที่ใช้อธิบาย ระดับความเชี่ยวชาญทางภาษา(Common European Framework of Reference for Languages) ที่ใช้สาหรับ การเรียนการสอนและการประเมินในการเรียนภาษาอังกฤษที่ บอกถึงความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ ทักษะการพูด การฟัง การอ่านและการเขียน เกณฑ์การประเมิน : จำนวนนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่ผ่านเกณฑ์ทดสอบการใช้ ภาษาอังกฤษตามมาตรฐาน CEFR ในระดับ B1 ในปี
79 ลำดับ ตัวชี้วัด คำอธิบายตัวชี้วัด การศึกษา 2566 / จำนวนนักศึกษาครูชั้นปีที่ 4 ในปี การศึกษา 2566 x 100 19 ร้อยละของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่มีผลผ่านเกณฑ์ ทดสอบทักษะด้านดิจิทัล IC3 หรือเทียบเท่า มาตรฐานสากลอื่น รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีการศึกษา 2566 (1 มิถุนายน 2566 - 31 พฤษภาคม 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : IC3 Digital Literacy Certificate หมายถึง ประกาศนียบัตรที่รับรองความรู้และทักษะคอมพิวเตอร์ขั้น พื้นฐาน และเป็นประกาศนียบัตรที่ถูกกำหนดเป็นมาตรฐาน เป็น Neutral Vendor Standard โดย Global Digital Literacy Council และรองรับโดยกระทรวงไอซีที กระทรวง วัฒนธรรม และสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ซึ่ง ประกอบด้วย 3 Modules คือ ความรู้พื้นฐานการใช้งาน คอมพิวเตอร์ (Computing Fundamentals)การใช้งาน โปรแกรมสำนักงาน (Key Applications) และ การใช้งาน อินเทอร์เน็ต และการสื่อสารสังคมออนไลน์ (Living Online) เกณฑ์การประเมิน : จำนวนนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่ผ่านเกณฑ์ทดสอบทักษะด้าน ดิจิทัล IC3 ในปีการศึกษา 2566 / จำนวนนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ทั้งหมด ในปีการศึกษา 2566 x 100 20 ร้อยละของนักศึกษาเข้าใหม่เทียบกับแผนรับ นักศึกษา รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีการศึกษา 2566 (1 มิถุนายน 2566 - 31 พฤษภาคม 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : นักศึกษาเข้าใหม่ หมายถึง จำนวนนักศึกษาระดับปริญญา ตรีชั้นปีที่ 1 ที่รายงานตัวเข้าศึกษา ในปีการศึกษา 2566 เปรียบเทียบกับแผนรับนักศึกษา ปีการศึกษา 2566 เกณฑ์การประเมิน : จำนวนนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 ที่รายงานตัวเข้า ศึกษา ในปีการศึกษา 2566 / จำนวนนักศึกษาตามแผนรับ นักศึกษา ในปีการศึกษา 2566 x 100 21 ระดับความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียน การสอนและสิ่งสนับสนุนการเรียนการสอน รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (1 ตุลาคม 2566 – 30 กันยายน 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ ประกอบด้วย
80 ลำดับ ตัวชี้วัด คำอธิบายตัวชี้วัด 1. ด้านการส่งเสริมและสวัสดิการนักศึกษา ได้แก่ ความพึง พอใจเกี่ยวกับระบบการดูแลช่วยเหลือนักศึกษารายบุคคล การให้คำปรึกษาและดูแลนักศึกษา การขอรับทุนของ นักศึกษาจากหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก การให้ความ สนับสนุนช่วยเหลือนักศึกษาที่ประสบภาวะขาดแคลนทุน ทรัพย์ในระหว่างการศึกษารวมถึงนักศึกษาที่มีความประพฤติ ดี มีผลงานด้านกิจกรรมดีเด่น 2. ความพึงพอใจด้านบริการทางการศึกษา หมายถึง ความ พึงพอใจเกี่ยวกับการบริการแก่นักศึกษา การให้คำแนะนา เรื่องระเบียบหรือวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวกับการเรียนการสอน เช่น ความพึงพอใจ ในหลักสูตรการจัดการเรียนการสอน การจัด โครงการนอกเหนือหลักสูตร รวมถึงความพึงพอใจเกี่ยวกับ การรับรู้ข้อมูล ข่าวสาร และระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ได้อย่าง รวดเร็ว และถูกต้อง 3. ความพึงพอใจด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ หมายถึง ความพึงพอใจเกี่ยวกับการใช้บริการเทคโนโลยี การเข้าถึง ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ เพื่อค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ การศึกษาหรืองานวิจัย การใช้บริการอินเทอร์เน็ต Wifi รวมถึงการใช้บริการห้องสมุด 4. ความพึงพอใจด้านภูมิทัศน์และกายภาพ หมายถึง ความ พึงพอใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่ในการจัดกิจกรรม สันทนาการ สิ่งแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึง ความปลอดภัยของนักศึกษาและบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย ในการใช้พื้นที่ และอาคารเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ เกณฑ์การประเมิน : ความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ กำหนดเกณฑ์การประเมินเป็น 5 ระดับ ดังนี้ ค่าคะแนนเฉลี่ย 0.00 - 1.50 อยู่ในระดับน้อยที่สุด ค่าคะแนนเฉลี่ย 1.51 - 2.50 อยู่ในระดับน้อย ค่าคะแนนเฉลี่ย 2.51 – 3.50 อยู่ในระดับปานกลาง ค่าคะแนนเฉลี่ย 3.51 – 4.50 อยู่ในระดับมาก ค่าคะแนนเฉลี่ย 4.51 – 5.00 อยู่ในระดับมากที่สุด
81 ลำดับ ตัวชี้วัด คำอธิบายตัวชี้วัด 22 ร้อยละของหลักสูตรที่มีผลการประเมิน คุณภาพการศึกษาภายในตั้งแต่4.01 ขึ้นไป หรือ AUN-QA ไม่ต่ำกว่า 4 จาก 7 รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีการศึกษา 2566 (1 มิถุนายน 2566 – 31 พฤษภาคม 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : ร้อยละของหลักสูตร ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร ที่มีผล การประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน 4.01 ขึ้นไป หรือ รูปแบบ AUN-QA ตั้งแต่ระดับ 4 ขึ้นไป เกณฑ์การประเมิน : นับผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ภายใน ปีการศึกษา 2566 23 ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับคณะ ปีการศึกษา 2566 รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีการศึกษา 2566 (1 มิถุนายน 2566 – 31 พฤษภาคม 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับ มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2566 ประกอบด้วย ผลการ ดำเนินงานระดับคณะ จำนวน 8 องค์ประกอบ 53 ตัวบ่งชี้ ดังนี้ 1. Expected Learning Outcomes 5 ตัวบ่งชี้ 2. Programme Structure and Content 7 ตัวบ่งชี้ 3. Teaching and Learning Approach 6 ตัวบ่งชี้ 4. Student Assessment 7 ตัวบ่งชี้ 5. Academic Staff 8 ตัวบ่งชี้ 6. Student Support Services 6 ตัวบ่งชี้ 7. Facilities and Infrastructure 9 ตัวบ่งชี้ 8. Output and Outcomes 5 ตัวบ่งชี้ เกณฑ์การประเมิน : นับผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ปีการศึกษา 2566 24 อัตราการออกกลางคันของนักศึกษา (Drop Out) รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีการศึกษา 2566 (1 มิถุนายน 2566 - 31 พฤษภาคม 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : อัตราของการออกกลางคัน หมายถึง ข้อมูลจำนวน นักศึกษาออกกลำงคันจากสาเหตุและปัจจัยต่าง ๆ ต่อจำนวน นักศึกษารับเข้าของแต่ละสาขาวิชาในปีการศึกษานั้น ๆ เกณฑ์การประเมิน :
82 ลำดับ ตัวชี้วัด คำอธิบายตัวชี้วัด จำนวนนักศึกษาออกกลางคัน ในปีการศึกษา 2566 / จำนวนนักศึกษาทั้งหมด ในปีการศึกษา 2566 x 100 25 ร้อยละของนักศึกษาที่ต้องการมีรายได้ระหว่าง เรียนได้รับการดูแลและจัดหาช่องทางให้มี รายได้ระหว่างเรียน รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีการศึกษา 2566 (1 มิถุนายน 2566 - 31 พฤษภาคม 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : นักศึกษาที่ต้องการมีรายได้ระหว่างเรียนได้รับการดูแล และจัดหาช่องทางให้มีรายได้ระหว่างเรียน หมายถึง นักศึกษาที่มีความต้องการมีรายได้ระหว่างเรียนได้รับการดูแล จากคณะเทคโนโลยีการเกษตรในการจัดหาช่องทางการจัดหา รายได้ให้กับนักศึกษา เกณฑ์การประเมิน : จำนวนนักศึกษาที่ได้รับการดูแลและจัดหาช่องทางให้มี รายได้ระหว่างเรียน ปีการศึกษา 2566 / จำนวนนักศึกษาที่ ต้องการมีรายได้ระหว่างเรียนได้รับการดูแลและจัดหาช่องทาง ให้มีรายได้ระหว่างเรียน x 100 26 จำนวนอาจารย์ที่ได้รับตำแหน่งทางวิชาการ ด้านการรับใช้สังคมและท้องถิ่น รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : ตำแหน่งทางวิชาการ หมายถึง ตำแหน่งที่แสดงถึงความ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิสูง มีคุณธรรม และมีจรรยาบรรณในการสอน การวิจัย และวิชาการ การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทาง วิชาการพิจารณาจากคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ความรู้ ความสามารถด้านการสอน ผลงานทางวิชาการและจริยธรรม และจรรยาบรรณทางวิชาการ ที่มีปริมาณและคุณภาพที่แสดง ถึงความเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานั้น ประกอบด้วย ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผลงานวิชาการรับใช้ท้องถิ่นและสังคม หมายถึง ผลงานที่ เป็นประโยชน์ต่อสังคมหรือท้องถิ่นที่เกิดขึ้นโดยใช้ความ เชี่ยวชาญ ในสาขาวิชาอย่างน้อยหนึ่งสาขาวิชา และ ปรากฏผลที่สามารถประเมินได้เป็นรูปธรรม โดยประจักษ์ต่อ สาธารณะ ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่นและสังคมนี้ต้อง เป็นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นทางด้านใดด้าน หนึ่ง หรือหลายด้าน เกี่ยวกับชุมชน วิถีชีวิต การศึกษา
83 ลำดับ ตัวชี้วัด คำอธิบายตัวชี้วัด ศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม อาชีพเศรษฐกิจ การเมืองการ ปกครอง คุณภาพชีวิต หรือสุขภาพ หรือเป็นผลงานที่นำไปสู่ การจดทะเบียนสิทธิบัตรหรือทรัพย์สินทางปัญญา ในรูปแบบ อื่นที่สามารถแสดงได้เป็นที่ประจักษ์ว่าสามารถใช้แก้ปัญหา หรือพัฒนาสังคม และก่อให้เกิดประโยชน์อย่างชัดเจน หรือ เป็นการเปลี่ยนแปลงในความตระหนักและการรับรู้ในปัญหา และแนวทางแก้ไขของชุมชน ทั้งนี้ ไม่นับรวมงานที่แสวงหากา ไรและได้รับผลตอบแทนส่วนบุคคลในเชิงธุรกิจ เกณฑ์การประเมิน : จำนวนอาจารย์ที่ยื่นขอตำแหน่งทางวิชาการด้านการรับใช้ สังคมและท้องถิ่น ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 / จำนวน อาจารย์ทั้งหมด ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 x 100 27 ร้อยละของอาจารย์ที่ได้รับการรับรอง สมรรถนะตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพ PK-PSF รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : PK-PSF เป็นกรอบมาตรฐานวิชาชีพอาจารย์ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต โดยใช้แนวคิดตามกรอบมาตรฐาน วิชาชีพอาจารย์ตามแนวทางการส่งเสริมคุณภาพการจัดการ เรียนการสอนของอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา ภายใต้ความ รับผิดชอบของสมาคมเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์ และองค์กรระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย(ควอท) องค์ประกอบที่ 1 องค์ความรู้ (Knowledge) ประกอบด้วย 2 มิติ คือ 1.1 ความรู้ในศาสตร์สาขาวิชาของตน 1.2 ความรู้ในศาสตร์การสอนและการเรียนรู้ องค์ประกอบที่ 2 สมรรถนะ (Competencies) ประกอบด้วย 4 มิติ คือ 2.1 ออกแบบและวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของ ผู้เรียนอย่ำงมีประสิทธิภาพ 2.2 ดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่ำงมีประสิทธิภาพ 2.3 เสริมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้และสนับสนุนการ เรียนรู้ของผู้เรียน
84 ลำดับ ตัวชี้วัด คำอธิบายตัวชี้วัด 2.4 วัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน พร้อมทั้งสามารถให้ข้อมูลป้อนกลับอย่างสร้างสรรค์ องค์ประกอบที่ 3 ค่านิยม (Values) ประกอบด้วย 2 มิติ คือ 3.1 คุณค่ าในก ารพัฒนาวิช าชีพอ า จ ารย์ และการพัฒนา ตนเองอย่ างต่อเนื่อง 3.2 ธำรงไว้ซึ่งจรรย าบรรณแห่งวิชาชีพอ า จ ารย์คุณภ า พ การจัดก ารเรียนก า รสอนในแต่ละองค์ประกอบข้างต้น กำหนดให้มีระดับของคุณภ าพของแต่ละองค์ประกอบ จำนวน 4 ระดับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพัฒ นากานรของอาจารย์ขอ ง อาจารย์ด้านการจัดการเรียนการสอน โดยใน 4 ระดับมีดังนี้ ระดับที่ 1 เป็นครูที่มีคุณภาพ (Beginner/Fellow Teacher) เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในศาสตร์ของตนและประยุกต์ใช้ได้ มีความรู้ความเข้าใจในศาสตร์การเรียนรู้เบื้องต้น สามารถ ออกแบบกิจกรรม จัดบรรยากาศใช้ทรัพยากรและสื่อการ เรียนรู้ โดยคำนึงถึงผู้เรียนและปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ สามารถวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนน ำผล ประเมินมำใช้ปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนรู้ พัฒนาตนเอง อย่างต่อเนื่อง เปิดใจรับฟังความคิดเห็นจำกผู้ที่เกี่ยวข้อง และ ปฏิบัติตามจรรย าบรรณวิชำชีพอาจารย์ขององค์กร ระดับที่ 2 อาจารย์ชำนาญการ เป็นครูที่เกื้อกูลเพื่อนร่วม วิชาชีพฯ (Competent / Professional Teacher) เป็นผู้มี คุณภาพการจัดการเรียนการสอนระดับที่ 1 ที่มีความรู้ลึกใน ศาสตร์ของตน และติดตามความก้าวหน้าของความรู้ใน ศาสตร์อย่างสม่ำเสมอ มีความรู้ความเข้าใจในศาสตร์การ เรียนรู้ สามารถจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้เรียน กำกับ ดูแลและติดตามผลการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างมีระบบ ให้คำปรึกษาชี้แนะแก่เพื่อนอาจารย์ในศาสตร์ได้ และ ส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพภายใน องค์กร ระดับที่ 3 อาจารย์เชี่ยวชาญ เป็นครูที่มีคุณภาพในองค์กร (Proficient / Scholarly Teacher) เป็นผู้มีคุณภาพการ จัดการเรียนการสอนระดับที่ 2 ที่เชี่ยวชาญในศาสตร์ของตน
85 ลำดับ ตัวชี้วัด คำอธิบายตัวชี้วัด ศาสตร์การเรียนรู้และการจัดการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ นำ ผลการวิจัยในชั้นเรียนมาพัฒนาการจัดการเรียนรู้ เป็นพี่เลี้ยง และผู้ชี้แนะในระดับองค์กรด้านการจัดการเรียนรู้ และ นโยบายด้านจรรยาบรรณวิชาชีพอาจารย์ ระดับที่ 4 ปรมาจารย์ เป็นครูที่เป็นผู้น าในการพัฒนา วิชาชีพครูในระดับชาติหรือระดับนานาชาติ (Mastery Teacher) เป็นผู้มีคุณภาพาการจัดการเรียนการสอนระดับที่ 3 ที่เป็นผู้นำในศาสตร์ของตน ศาสตร์การเรียนรู้และการ จัดการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ เป็นที่ยอมรับทั้งภายในและ ภายนอกองค์กร มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและกลยุทธ์ ในการพัฒนาองค์ความรู้ และการจัดการเรียนรู้ในระดับชาติ และนานาชาติ เป็นผู้นำเชิงนโยบายด้านจรรยาบรรณทาง วิชาชีพอาจารย์ เกณฑ์การประเมิน : จำนวนอาจารย์ที่ได้รับการรับรองสมรรถนะตามกรอบ มาตรฐานวิชาชีพ Pk-PSF หรือกรอบมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ อื่น ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 / จำนวนอาจารย์ทั้งหมด ใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 x 100 28 จำนวนอาจารย์ที่ได้รับตำแหน่งทางวิชาการ สูงขึ้น รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : ตำแหน่งทางวิชาการ หมายถึง ตำแหน่งที่แสดงถึงความ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิสูง มีคุณธรรม และมีจรรยาบรรณในการสอน การวิจัย และวิชาการ การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทาง วิชาการพิจารณาจากคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ความรู้ ความสามารถด้านการสอน ผลงานทางวิชาการและจริยธรรม และจรรยาบรรณทางวิชาการ ที่มีปริมาณและคุณภาพที่แสดง ถึงความเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานั้น ประกอบด้วย ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาจารย์ที่มีตำแหน่งทางวิชาการสูงขึ้น หมายถึง อาจารย์ ที่ได้รับแต่งตั้งให้มีตำแหน่งทางวิชาการรวมถึงมีตำแหน่งทาง วิชาการที่สูงขึ้น เกณฑ์การประเมิน :
86 ลำดับ ตัวชี้วัด คำอธิบายตัวชี้วัด จำนวนอาจารย์ที่มีตำแหน่งทางวิชาการ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 29 จำนวนของบุคลากรสายสนับสนุนที่เข้าสู่ ตำแหน่งสูงขึ้น รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : บุคลากรสายสนับสนุนที่เข้าสู่ตำแหน่งสูงขึ้น หมายถึง บุคลากรสายสนับสนุนที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าสู่ตำแหน่งที่ สูงขึ้น รวมถึงที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของคณะ กรรมการฯ ตามประกาศสภามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เรื่อง หลักเกณฑ์การประเมินเพื่อแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนใน สถาบันอุดมศึกษาและพนักงานมหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่ง สูงขึ้น พ.ศ. 2562 เกณฑ์การประเมิน : จำนวนบุคลากรสนับสนุนที่เข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น ใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 30 จำนวนผู้ติดตามผ่าน Facebook และ Tiktok ในการประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับการสร้าง ภาพลักษณ์ของคณะ รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : การประชาสัมพันธ์หมายถึง การติดต่อสื่อสารจากคณะ เทคโนโลยีการเกษตรไปสู่ นักศึกษา อาจารย์ และประชาชนที่ เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเชื่อถือ ภาพลักษณ์ และความรู้ เกี่ยวกับคณะ เกณฑ์การประเมิน : จำนวนผู้ติดตามผ่าน Facebook และ Tiktok ในการ ประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับการสร้างภาพลักษณ์ของคณะ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 31 ร้อยละผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาการทำงานเป็น ทีม รอบเวลาเก็บข้อมูล : ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (1 ตุลาคม 2566 - 30 กันยายน 2567) คำอธิบายตัวชี้วัด : โครงการพัฒนาการทำงานเป็นทีม หมายถึง โครงการที่ ส่งเสริมให้บุคลากรภายในคณะเทคโนโลยีการเกษตรร่วมทำ โดยมีความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกัน และก่อให้เกิดการทำงาน ร่วมกันเป็นทีม
87 ลำดับ ตัวชี้วัด คำอธิบายตัวชี้วัด เกณฑ์การประเมิน : บุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุนทุกคนเข้าร่วม โครงการพัฒนาการทำงานเป็นทีม
88 ภาคผนวก ซ ภาพกิจกรรม
89 การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการพลิกโฉมคณะเทคโนโลยีการเกษตร วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์2566 เวลา ณ ห้องประชุมลิขิต 2 โรงแรมสวนดุสิตเพลส มหาวิทยาลัยสวนดุสิต