The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กองการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
ขอขอบคุณผู้สนับสนุน กองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
และวิสาหกิจชุมชมที่นำเสนอตัวอย่างการปลูกกัญชา มา ณ โอกาสนี้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ponkanok.cbs, 2022-10-07 16:59:37

การปลูกกัญชาทางการแพทย์ของวิสาหกิจชุมชนเพื่อให้ได้ตามมาตรฐานทางการแพทย์ และถูกต้องตามกฏหมายที่กำหนด

กองการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
ขอขอบคุณผู้สนับสนุน กองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
และวิสาหกิจชุมชมที่นำเสนอตัวอย่างการปลูกกัญชา มา ณ โอกาสนี้

Keywords: การปลูกกัญชาทางการแพทย์

การปลกู กญั ชาทางการแพทยของวสิ าหกจิ ชุมชนเพอื่ ใหไ ดต ามมาตรฐานทางการแพทย
และถูกตอ งตามกฏหมายท่กี ำหนด

รัชพล กลสราวุธ *

(ภาพจากบริษัท Depositphotos สหรัฐอเมรกิ า 2009-2022)

* กองการแพทยท์ างเลอื ก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
ขอขอบคุณผู้สนับสนนุ กองทุนภูมปิ ญั ญาการแพทย์แผนไทย
และวสิ าหกจิ ชุมชมทีน่ าํ เสนอตวั อยา่ งการปลกู กัญชา มา ณ โอกาสนี้

การปลกู กัญชาทางการแพทยข องวิสาหกิจชุมชนเพ่ือใหไ ดตามมาตรฐานทางการแพทย
และถกู ตองตามกฏหมายทก่ี ำหนด

บทนำ
กัญชา เปนพืชที่ขึ้นอยูในเขตอบอุนของทวีปเอเชีย สันนิษฐานวา มีการกระจายพันธุเปนบริเวณ

กวางอยูทางตอนกลางของ ทวีป ไดแกพื้นท่ีทางตอนใต ของแควนไซบีเรีย ประเทศเปอรเซีย ทาง ตอนเหนือของ
ประเทศอินเดียบริเวณแควนแคชเมียร และเชิงเขาหิมาลัย และประเทศจีน เปนพืชที่ไดรับการบนั ทึกไวในเอกสาร
เกา หลายเลมวา มีการปลูกใชประโยชนโดยการทำอาหาร และนำเสนใยมาใชประโยชนเปนพชื เสนใย และปจจุบัน
มีการปลูกอยางแพรหลายทั่วโลก จากหลักฐาน ทางโบราณคดี พบวา มนุษยมีการนำพืชสกุลกัญชามาใชประเปน
ระยะเวลามากกวา 10,000 ป (Thomas and ElSohly, 2016 และ Bonini et al., 2018) และมีหลักฐาน
การใชประโยชน จากเสนใยในพื้นท่ีอยิ ปิ ตและตะวันออกกลาง ตอมาแพรก ระจายไปสูยุโรปในชวง ป 1,000 และ

2,000 ป กอนคริสตกาล และในชวง ค.ศ.
1606 มีการนำมาปลูกเพื่อใชประโยชนจาก
เสนใย ใชเปนยาสมุนไพร มีหลักฐานในการใช
ประโยชนใ นตะวนั ออกกลางและเอเชีย ในชว ง
600 ป กอ นคริสตกาล และในศตวรรษท่ี 19
ประเทศในยุโรปตะวันตกไดนำกัญชามาใช
เปนยารักษาโรคตางๆ เชน โรคลมบาหมู
บาดทะยัก โรคไขขอ ไมเกรน โรคหอบหดื โรค
ประสาทสว นปลายออนเพลีย และอาการนอน
ไมหลบั

สำหรับประเทศไทย พบวา มีการปลูก
กัญชามาตั้งแตอดีตในสมัยสมเด็จพระนารายณมหาราช ซึ่งอยูในชวง ป พ.ศ. 2199 – 2231 ผานบันทึกตำรา
พระโอสถพระนารายณ เปนตำรายาที่แพทยประกอบถวายมีสวนประกอบของพืชกัญชาเปนสวนประกอบหลัก 2
ตำรับ ไดแก ตำรับยาทิพกาศมีสวนประกอบเปน ใบพืชสลุ กัญชา 16 สวน และตำรับยาศุขไสยาศนมีสวนประกอบ
เปนใบพืชสกุลกัญชา 12 สวน (Picheansoonth et al., 1999) การปลูกพืชกัญชาสวนใหญจะปลูกบนพืชที่สูง
ทางภาคเหนอื โดยชาวเขาเผา มง ลีซอ และอาขา ซง่ึ ชาวเขากลุมน้ี มกี ารนำเสน ใยพืชสกลุ กัญชามาใชประโยชนใน
การทอผา ตัดเย็บเครื่องนุมหม พืชสกุลกัญชาเปนพืชที่ผูกพันและเปนสวนหนึ่งของวิถีชีวิตของชนเผามายาวนาน
(สำนักงาน ปปส. ภาคเหนือ,2544)

กัญชาจึงเปนพืชเศรษฐกิจที่มีประโยชนสามารถนำมาใชในอุตสาหกรรมทางการพทยและสุขภาพ
สามารถสรางรายไดโดยตรงและตอยอดพัฒนาเปนผลิตภัณฑที่เกี่ยวของไดหลากหลายมีมูลทางเศรษฐกิจใหกับ

ประเทศไดปล ะหลายแสนลานบาท รวมถึง
การพัฒนาพื้นที่ปลูกเปนแหลงทองเที่ยว
เชิงเกษตรใหแกผูที่สนใจ โดยที่เกษตรกร
ห ร ื อ ก ล ุ  ม เ ก ษ ต ร ก ร ท ี ่ ร ว ม ต ั ว ก ั น เ ป น
วิสาหกิจชุมชน ผูปลูก เปนตนน้ำของหวง
โซการผลิต จำเปนตองมีองคความรูในการ
ปลูกตั้งแตเรื่องการคัดเลือกสายพันธุพืช
กัญชาไปจนถึงการเก็บเกี่ยว เพื่อใหได
ผลผลิตที่มีความปลอดภัยและมีคุณภาพ
กรมการแพทยแผนไทยและการแพทย
ทางเลือก เปนองคกรที่มีความรูทาง
วิชาการ และเปนเลิศดานการวิจัยและ
พัฒนาพันธุพืชสมุนไพรเพื่อนำไปตอยอด
ในการผลิตยาสมนุ ไพรและผลติ ภัณฑตางๆ
สำหรับใชในการรักษาและจัดบริการใหแกประชาชน รวมทั้งเปนองคกรถายทอดองคความรูทางวิชาการดานพืช
สมนุ ไพรสเู กษตรกร สามารถสรางรายไดใ หแกกลุมเกษตรกรในพื้นที่อยางตอเนื่อง จากกระแสความต่ืนตัวของภาค
ประชาชน เกษตรกร และภาคธุรกิจทใี่ หความสนใจในการปลูกพืชกัญชาเปนจำนวนมาก โดยเกษตรกรท่ีรวมตัวกัน
เปนกลุมวิสาหกิจชุมชน ใหความ
สนใจในการปลูกเชิงพาณิชย และ
อุตสาหกรรม แตดวยขอจำกัดองค
ความรูทางดานวิชาการและความ
ชัดเจนของการปลูกกัญชาตาม
หลักวิชาการซึ่งเปนสวนสำคัญใน
การพัฒนาประสิทธิภาพของการ
ปลูกกัญชาอันเปนความหวังของ
กลุมเกษตรกรที่รวมตัวกันเปน
วสิ าหกจิ ชุมชนทจ่ี ะพฒั นาการปลูก
กัญชาใหประสบความสำเร็จตาม
มุงหมาย

ดังนั้น การปลูกกัญชาทางการแพทยของ
วิสาหกิจชุมชน เพื่อใหไดตามมาตรฐานทางการแพทยและ
ถูกตองตามกฏหมายที่กำหนด ตองตรวจสอบความถูกตองใน
พ้ืนที่ปลูกของ วิสาหกิจชุมชนตามเอกสารคำขอที่ย่ืนขอรับ
อนุญาตปลูกกัญชา และผูรับอนุญาตมีหนาที่ตองปฏิบัติตาม
แนวทางของกฏหมายที่กำหนด โดยไดยึดหลักการปลูกกัญชา
ตามแนวทางการพจิ ารณาอนญุ าตใหปลูกกัญชา พ.ศ. 2563
ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาทีไ่ ดกำหนดไว และ
ดำเนินการตามกฏกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาต

ผลิต นำเขา สง ออก จำหนา ย หรอื มีไวใ นครอบครองซึ่ง
ยาเสพติดใหโทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา พ.ศ.
2564 ซึ่งมีผลบังคับใชอยูในขณะนั้น และคำนึงถึง
มาตรฐานทางการเกษตรอินทรียและการเก็บเกี่ยวที่ดี
โดยแนวทางการปลูกกัญชาจะเริ่มตั้งแตการเพาะเมล็ด
และปลูกในชว งเดอื นสงิ หาคม ซงึ่ ตนกญั ชาจะเริ่มออก
ดอกในชวงกลางเดือนตุลาคม และจะเริ่มเก็บเกี่ยวได
ตั้งแตปลายเดือนธันวาคม จนถึงเดือนมกราคม และ
ขั้นตอนการเตรียมวัสดุการปลูก วิธีการดูแลกัญชา
มาตรฐานการรักษาความปลอดภัย และการเก็บเกี่ยว
ชอดอกกัญชาใหไดคุณภาพ ปลอดจากสารปนเปอน
ตางๆ มีปริมาณสาร THC ตามมาตรฐานทางการแพทย
พรอมสงให กรมการแพทยแผนไทยและการแพทย
ทางเลอื ก เพ่อื นำไปผลิตเปน ยารกั ษาผูป วยตอไป ในทาย
บทนี้จะมีขอยกกรณีตัวอยางวิธีการปลูกกัญชาทาง
การแพทยของวิสาหกิจชุมชนบางแหงที่ไดทำขอตกลง
ความรวมกับกรมไวใหไดศึกษาเปนตัวอยางเพื่อนำไป
ประยกุ ตใชใ นการปลกู ตอ ไป

1. ลักษณะพืชกญั ชา
กอนที่จะนำเสนอเน้ือหาการปลูกกัญชาของวิสาหกิจชุมชุมชนจะนำพาทานใหรูจักพืชกัญชาเปน

เบื้องตนในสวนที่สำคัญและสอดคลองการปลูกกัญชาของวิสาหกิจชุมชนพอสังเขป คือ กัญชา เปนพืชสกุล
Cannabis อยูในวงศ Cannabaceae มี 3 สายพันธุที่พบบอย ไดแก สายพันธุซาติวา (Cannabis sativa) สาย

พันธุอินดิกา (Cannabis indica)
แ ล ะ ส า ย พ ั น ธ ุ  รู เ ด อ ร า ลิ ส
(Cannabis ruderalis) สวนคำวา
มาลีฮวนนา (Marijuana) เปนคำ
แสลงที่ใชสวนดอกของตนกัญชา
นำมาสูบ (สำนักงานคณะกรรมการ
อาหารและยา)

ซาติวา (Cannabis sativa)
เปน ภาษาละติน แปลวา เพาะปลูก
มแี หลงกำเนิดบริเวณเสนศูนยสูตร
เชน โคลัมเบีย เมก็ ซิโก (ทวปี
อเมริกา) ตอนกลางของทวีป
แอฟริกา และเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต ลกั ษณะสายพันธุ ซาตวิ ามีลำตน หนา ความสงู เมื่อเติบโตเตม็ ทีป่ ระมาณ 6
เมตร ใบยาว เรียว สเี ขยี วออน (เมอื่ เทียบกับอินดิกา) ระยะเวลาการเตบิ โตพรอมเกบ็ เกี่ยว 9-16 สปั ดาห ชอบแดด
และ อากาศรอน ซาติวามีสาร THC (Tetrahydrocannabinol) ท่อี อกฤทธิ์กระตนุ ประสาท (Psychoactive) สงู
กวา อนิ ดิกา ลกั ษณะชอดอก Sativa เปนทรงยาวคอนขา งแนน ซ่งึ สายพนั ธุใ นประเทศไทยสว นมากจะเปน สายพนั ธุ
Sativa ไมว า จะเปน หางกระรอกกานแดง (Thai Stick) หาง
กระรอกอสิ าน ตะนาวศรกี า นแดงและกานเขยี ว เกริงกระเวีย
หางเสอื เปน ตน

ลักษณะชอ ดอก sativa

อินดิกา (Cannabis indica)
แหลงกำเนิดที่คนพบในอินเดีย
และบรเิ วณตะวันออกกลาง
อินดิกามีลำตนพุมเต้ีย ความสูง
เมื่อเติบโตเต็มที่ประมาณ 180
เซนติเมตร ใบกวาง สั้น สีเขียว
เขม (เมื่อเทียบกับซาติวา) กิ่ง
กานดกหนา ระยะเวลาการ
เติบโตพรอมเก็บเก่ียว 6-8
สัปดาห ชอบที่รมและอากาศ
เ ย ็ น อ ิ น ด ิ ก า ม ี ส า ร CBD
(Cannabidiol) ซ่ึงออกฤทธิ์ระงบั ประสาท (Sedative) ทำใหกลา มเนอื้ ผอนคลาย ลดอาการปวดเรื้อรงั
ลักษณะชอดอก Indica เปน ทรงส้นั ชอดอกแนน มาก ขอ
ยกตัวอยางสายพนั ธุ indica เกิดจากการผสมสายพนั ธุอน่ื ๆ
เชน (ประชาชาตธิ รุ กิจออนไลน บรษิ ทั มติชน จำกัด
(มหาชน))

Harle-Tsuฮารละ’ สึ (Harle-Tsu) สายพันธกุ ัญชา
Indica Dominant 60% เกิดจากการผสมระหวา งพนั ธุ
Sour Tsunami และ Harlequin ออกมาเปนสายพันธกุ ัญชา
ทเ่ี ปรียบเสมอื นยาแกป วด และใหสาร CBD สงู มาก เม่ือเทียบ
กบั สาร THC สดั สว นอยทู ี่ 22 : 1 ถูกนำมาใชในการรกั ษา
โรคตาง ๆ เชน ไมเกรน ภาวะซมึ เศรา การนอนไมห ลับ การ
อักเสบ และภาวะปวยทางจิตจากเหตุการณร ุนแรง

ลักษณะชอดอก Indica
แคนนาโทนกิ (Cannatonic) เปน สายพนั ธุ Indica และ Sativa อยางละ 50% เกดิ จากการผสมระหวา ง
พนั ธุ Reina Madre และ NYCD เม่อื สกดั ออกมาจะไดส าร CBD ประมาณ 6-17% และสาร THC ประมาณ 6%
โดยกญั ชาสายพนั ธุน้ีสามารถจำแนกปรมิ าณสาร CBD ตอสาร THC ได 3 รปู แบบคือ 1.มอี ัตราสว นของสาร CBD
และ THC เทากนั อยูท่ี 1 : 1 2.มีอตั ราสว นของสาร CBD มากกวา THC 3.มีอตั ราสวนของสาร THC มากกวา
CBD

ชารล็อตต เว็บ (Charlotte’s Web) กัญชาที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก เปนสายพันธุที่มี Indica Dominant
60% ใหส าร CBD ในปรมิ าณทีส่ ูง โดยมอี ัตราสว นของสาร CBD ตอ สาร THC อยูท ี่ 27 : 1 ดวยปริมาณสาร THC
ที่ต่ำมาก จึงมักจะนำไปใชในผลิตภัณฑเพื่อสุขภาพ ชวยบำบัดอาการออนเพลีย เหนื่อยลา ในรูปแบบของน้ำมัน
CBD (CBD oil) เพราะสายพนั ธุน้ไี มท ำใหเกดิ การมึนเมาและไมมีผลตอ สมอง

รูเดอราลิส (Cannabis ruderalis)
กัญชาสายพันธุรูเดอราลิสมีแหลงกำเนิด
บริเวณตอนกลางและตะวันออกของทวีป
ยุโรป มีลำตนเตี้ยที่สุดในบรรดา 3 สาย
พันธุ ดูคลายวัชพืช ใบกวางมี 3 แฉก
เติบโตเร็ว อยูไดทั้งอากาศรอนและเย็น
ปริมาณสาร THC นอ ย (เม่อื เทยี บกับสอง
สายพันธุแรก) แตมี CBD สูง มักนำไป
ผสมขามสายพันธุ (hybrid) กับซาติวา
และอนิ ดกิ า เพือ่ ใหไ ด คณุ สมบัติทางยา
(ทมี่ า : สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา)

ลักษณะลำตน Ruderalis

ลกั ษณะชอดอก Ruderalis ทรงยาวคอ นขางโปง

การจำแนกเพศตน กญั ชาแบง ได 3 เพศ

ตนตัวผู ตาดอกของตนพืชสกุลกัญชาใน
ร ะ ย ะ ก อ น อ อ ก ด อ ก ข อ ง ต น ต ั ว ผู ม ี ล ั ก ษ ณ ะ
กระเปาะกลม ตามรูปภาพ

ตนตวั ผู
ตนตัวเมีย ตาดอกของตน พืชสกุลกัญชาในระยะ
กอนออกดอกของตนตัวเมีย มีเสนขนสีขาวหรือเกสรเพศ
เมีย (pistil) ออกมาจากกลบี เล้ยี ง (calyx)

ตนตัวเมยี
ตนกระเทย ตาดอกของตนกัญชาในระยะกอนออก
ดอกจะมีเสน ขนสีขาวหรือเกสรตัวเมยี และใตใบจะมีลักษณะ
กระเปาะกลมเปน เพศผใู นตน เดยี วกนั

ตน กระเทย

ลักษณะทางกายวิภาคของตนกญั ชา

Lower ดอก

node ตา

fan leaves ใบ

stalk ลําตน้

trichomes ไตรโคม
cola ชอ่ ดอก

pistils เกสรตวั เมยี

calyx กลบี เลยี งหมุ ้ รงั ไข่

sugar leaf ใบเลยี งดอก

seed เมล็ด

stem กงิ่

ที่ ม า : Thai High Herbs
(2019)

ทมี่ า: คูมือสำหรับเกษตรกรการปลูกกญั ชาทางการแพทยแบบเกษตรอนิ ทรยี 
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พ.ศ. 2562

ประโยชนข องสาร THC และ CBD ในกัญชา
• สาร CBD มีฤทธิ์ชวยลดการอักเสบ ลดการชักเกร็ง ชวยใหสงบ ผอนคลาย และมีคุณสมบัติยังยั้งการ
เจรญิ เตบิ โตของเซลลเ นือ้ งอกหลายชนิดในหลอดทดลอง
• สาร THC มีผลตอจิต ประสาท ทำใหผอนคลาย นอนหลับ ลดอาการคลื่นไส อาเจียน และกระตุนให
อยากอาหาร

2. ผลการปลกู กัญชาทางการแพทย
ตั้งแตกรมการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก โดยกองการแพทยทางเลือก ไดเปดให

วิสาหกิจชุมชนดำเนินการแจงความประสงคขอดำเนินการทำขอตกลงความรวมมือการปลูกกัญชาทางการแพทย
โดยมีวิสาหกิจชุมชนรวมทำขอตกลงความ
รวมมือ (MOA) จำนวน 994 แหง (ขอมูล
ณ วันท่ี 10 มิ.ย.65) ซึ่งในจำนวนดังกลาว
มีการยื่นคำขออนุญาตผลิต จำหนาย หรือมี
ไวใ นครอบครองกญั ชาทางการแพทย ตาม
พ.ร.บ.ยาเสพติดใหโทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.
2562 มาตรา 21 แหง กำหนดให ในวาระ
เริ่มแรกภายในระยะเวลา 5 ป นับแตวันที่
พ.ร.บ.นี้ใชบังคับการขอรับใบอนุญาตผลิต
นำเขา หรือสงออกซึ่งยาเสพติดใหโทษใน
ประเภท 5 เฉพาะกัญชาเพื่อประโยชนทาง

การแพทยหรือการรักษาผูปว ยตามมาตรา 26/2 (1) แหง พ.ร.บ.ยาเสพติดใหโทษ พ.ศ.2522 ซึ่งแกไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัตินี้ ใหอนุญาตไดเฉพาะกรณีที่ผูขออนุญาตเปนหนวยงานของรัฐตามมาตรา 26/5 (1) แหง
พ.ร.บ.ยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. 2522 ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี ฉะนั้นในการยื่นคำขออนุญาตใน
วาระเร่มิ แรกนนั้ กรมการแพทยแ ผนไทยและ
การแพทยทางเลือก โดยกองการแพทย
ทางเลือกตองเปนผูดำเนินกิจการแทน
วิสาหกิจชุมชน ซึ่งในเวลานั้นมีวิสาหกิจ
ชุมชนมายื่นคำขออนุญาตผลิตปลูกกับ
กรมการแพทยแผนไทยและการแพทย
ทางเลือก จำนวน 65 ราย โดยไดปฏิบัติ
ตามแนวทางการปฏิบัติการปลูกกัญชาทาง
การแพทย สำนักงานคณะกรรมการอาหาร
และยา พ.ศ.2562 พรอมทั้งหลักฐาน
เอกสารตา งๆ ตามที่สำนกั งานคณะกรรมการ
อาหารและยากำหนด ในจำนวนนี้ไดรับ
ใบอนุญาตแลว 65 แหง จำนวนตนการปลูก 805,420 ตน ใชพื้นที่การเพาะปลูก 684,580 ตารางเมตร
คิดเปนนำ้ หนักชอ ดอกแหง ที่คาดวา จะไดร ับ 161,084 กโิ ลกรมั

ผลการดำเนินงานการปลูกกญั ชาทางการแพทย กองการแพทยทางเลือก พ.ศ. 2565
2.1.หนว ยงานท่ที ำขอ ตกลงความรวมมือกับกรมการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก

2.2 ผลผลิตการปลูกกัญชาทางการแพทยของวิสาหกิจชุมชนที่ไดรับใบอนุญาตจากสำนักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา (รายละเอยี ดแนบทายภาคผนวก)

วสิ าหกิจชุมชน 4
ทไี่ ดร บั อนญุ าตผลิต (ปลูก) กัญชา

จํานวน 65 แหง

จาํ นวนตนกญั ชา
ทไ่ี ดรับอนญุ าตผลิต (ปลกู ) กัญชา

จํานวน 805,420 ตน

ขนาดพนื้ ทที่ ไ่ี ดรบั อนุญาตผลิต (ปลูก)
กัญชา จาํ นวน 684,580 ตารางเมตร

หรือ 427.86 ไร

ตอมาในภายหลังไดมีการแกไขกฏหมายใหมตามกฏกระทรวงสาธารณสุขการขออนุญาตผลิต นำเขา สงออก
จำหนาย หรือมีไวในครอบครอง ซงึ่ ยาเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท 5 เฉพาะกญั ชา พ.ศ.2564

โดยไดกำหนดให
ประธาน
วิสาหกิจชุมชน
เ ป น ผ ู  ด ำ เ นิ น
กิจการ และให
ย ื ่ น ค ำ ข อ ไ ด  ที่
สำนักงาน
ส า ธ า ร ณ สุ ข
จังหวัดในพ้ืนที่ท่ี
เปนที่ตั้งของ วิสาหกิจชุมชนเอง โดยยื่นคำขออนุญาตผานทางอิเล็กทรอนิกส ระบบสารสนเทศ e-submission
สำนักงานคณะกรรมการ
อาหารและยา โดยไมตอง
ย ื ่ น ผ  า น ก อ ง ก า ร แ พ ท ย
ทางเลือก กรมการแพทย
แ ผ น ไ ท ย แ ล ะ ก า ร แ พ ท ย
ทางเลอื ก

ขนั้ ตอนการเขา้ ใชง้ านระบบสาํ รสนเทศ e-submission
ซึ่ง ณ ปจจุบัน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดใหโทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565
ปลดล็อกกัญชาไมใชพืชเสพติดอีกตอไปโดยมีผลบังคับใชเมื่อพนกำหนด 120 วัน นับแตวันประกาศในราชกิจจา
นเุ ษกษา (ต้งั แตว นั ที่ 9 มิถนุ ายน 2565 เปน ตน ไป) กญั ชาไมเ ปนยาเสพติด ยกเวน สารสกดั ทม่ี ปี รมิ าณสาร

เตตราไฮโดรแคนนาบินอล (tetrahydrocannbiod, THC) เกินรอยละ 0.2 โดยน้ำหนัก ยังเปนยาเสพติดตอง
ดำเนินการขออนุญาต
ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด
ใหโทษ (ยส5) จึงทำ
ใหการปลูกกัญชาไม
ตองยื่นขออนุญาตกับ
สำนักงานคณกรรมการ
อาหารและยา

เพียงแตเขาไปจดแจงแสดงความประสงคในการปลูกกัญชาผานทาง Application ปลูกกัญ หรือ website กัญชา
ของสำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
3. สถานที่และรูปแบบการปลูกกญั ชา

ผูขออนุญาตผลิตกัญชาโดยการปลูกตองดำเนินการเตรียมสถานที่ปลูกกัญชาในรูปแบบตามท่ี
ผขู ออนุญาตไดดำเนินการยื่นเอกสารคำขออนุญาตปลูกกัญชากับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ใหถูกตอง
ตามคำขอนั้น จากการติดตามควบคมุ กำกับผลการดำเนินการปลูกกัญชาทางการแพทยข องวสิ าหกิจชุมชนที่ไดร ับ
ใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พบวา สวนใหญคำขออนุญาตปลูกกัญชาของวสิ าหกิจชุมชน
จะมที ้งั 3 รปู แบบ ดังนี้

การปลูกในระบบปด (Indoor Lighting) ที่เปนการปลูกในสถานที่ปด โดยมีการควบคุม
สภาพแวดลอมในการปลูก เชน
แสง อุณหภูมิ ความชื้น การ
หมุนเวียนของอากาศ ปริมาณ
ก า ซ อ อ ก ซ ิ เ จ น แ ล ะ ก า ซ
คารบอนไดออกไซด ในกรณีการ
ปลูกกัญช าในโ รงเรือนปด
จะตองมีการติดตั้งระบบระบาย
ความรอ น เพราะในโรงเรอื นจะมี
ความรอนสะสมอยู ซึ่งระบบ
ระบายความรอนที่นิยมใช คือ

ระบบพัดลมไอระเหย ซึ่งมีหลักการทำงานคือ พัดลมดูดอากาศออกจากโรงเรือน โดยฝงตรงขามที่ติดตั้งพัดลมจะ
ติดตัง้ แผงระบายอากาศทีม่ ีนำ้ ไหลผานจะทำใหอุณหภมู ิในโรงเรือนเย็นลง ผปู ลูกจำเปนตอ งทราบถึงปจจัยเบื้องตน
ที่สำคัญ สำหรับการปลูกในระบบปดตามระยะการเจริญเติบโตของตนกัญชา เพ่ือเปนขอมูลเบื้องตนประกอบการ
ปลูกกัญชาไดอยางมีประสิทธิภาพ เพ่ือใหไดผลผลิตสูงสุดและลดตนทุนการผลิตตอหนวยพื้นท่ีลง โดยมี

รายละเอียดของแตละปจจัยตามระยะการเจริญเติบโตของตนกัญชา ดังนี้ (คูมือสำหรับเกษตรกร การผลิตพชื สกุล
กญั ชา (Cannabis sativa L.) เพอ่ื ประโยชนทางการแพทยและอตุ สาหกรรม กรมวชิ าการเกษตร 2564)

การปลกู กัญชาแบบระบบปด

ร ะ ย ะ ข ย า ย พ ั น ธุ เปน
ขั้นตอนการเตรียมตนพันธุทั้งดวยวิธีการ
เพาะเมล็ดและวิธีการตัดชำที่มีชวงเวลา 14
วัน โดยมีความตองการปจจัยสำหรับการ
เจริญเติบโต ไดแก ความเขมแสง 150-200
ไมโครโมลตอตารางเมตรตอวินาทีและมี
ชว งเวลาความยาวแสงตอ วัน 18 ชว่ั โมง โดย
มีอุณหภูมิภายในหองปลูก 21-23 องศา
เซลเซียส และมีความชึ้นสัมพัทธถึง 100
เปอรเ ซน็ ต

การขยายตน พันธุกัญชา

ระยะการเจริญเติบโตทางดาน
ลำตน เปน ระยะทตี่ น กัญชามีการเจรญิ เติบโตลำตนที่
เพิ่มขึ้นอยางรวดเร็ว โดยท่ัวไปใชระยะเวลาตั้งแต
21-42 วัน ขึ้นอยูกับสายพันธุโดยมีความตองการ
ปจ จัยสำหรับการเจริญเติบโต ดานความเขมของแสง
450-500 ไมโครโมลตอตารางเมตรตอ วนิ าที และ
มีชวงเวลาความยาวแสงตอ วัน 16-18 ชั่วโมงตอวนั
โดยมีอุณหภูมิภายในหองปลูก 26-29 องศา
เซลเซียส ขณะที่ความช้ืนสัมพัทธอ ยูระหวาง 75-80
เปอรเซ็นต และ ตองการปรมิ าณคารบอนไดออกไซด
1,200-1,500 ppm

การเตบิ โตของลำตน
ระยะกอนออกดอก (pre-flowering) เปนระยะที่ตนพืชสกุลกัญชาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงการ
เจริญเติบโตดานลำตนไปสูระยะการออก
ดอก โดยท่ัวไปใชร ะยะเวลาประมาณ 3-7
วัน ซ่ึงมีความตองการปจจัยสำหรับการ
เจริญเติบโตคอนขางซับซอน โดยมีความ
ตองการความเขมของแสง 450-500
ไมโครโมลตอตารางเมตรตอวินาที และ
ตองการมากขึ้นถึง 700-800 ไมโครโมล
ตอตารางเมตรตอวินาทีแตกลับตองการ
ชวงเวลาความยาวแสงตอวันลดลงเปนไม
เกิน 12 ชั่วโมงตอวัน โดยมีอุณหภูมิ
ภายในหองปลูก 26-29 องศาเซลเซียส
ขณะที่ความชื้นสัมพัทธลดลงเปน 55-67 เปอรเซ็นต และตองการปริมาณคารบอนไดออกไซด 1,200-1,500
ppm

ระยะออกดอกเต็มท่ี (blooming) เปนระยะที่ตนกัญชา มีการพัฒนาชอดอก เกิดการ
เปลี่ยนแปลงของปริมาณสารสำคัญตางๆ ภายในชอดอก ซึ่งจะใชระยะเวลาในการพัฒนาประมาณ 48-70 วัน
ขนึ้ อยูกบั สายพนั ธุ โดยมีความตอ งการปจจัย
ดานความเขมแสง ความยาวแสง อุณหภูมิ
และความชื้นสัมพัทธ ในระดับเดียวกันกับ
ระยะกอนออกดอก คือ ความเขมแสง 700-
800 ไมโครโมล ตอตารางเมตรตอวินาที
ความยาวแสง 12 ชั่วโมงตอวัน อุณหภูมิ
ภายในหองปลูก 26-29 องศาเซลเซียส
และความชื้นสัมพัทธ 55-67 เปอรเซ็นต
แตไ มตอ งการเพ่มิ ปริมาณคารบอนไดออกไซดใ นระยะน้ี ชอดอกกัญชา

การปลูกในระบบกึ่งปด เปนการปลูกในโรงเรือน (Greenhouse) โดยใชแสงจากธรรมชาติหรือ
แสงจากหลอดไฟเทียม และอาจมีการควบคุมสภาพแวดลอมในการปลูกอื่น ๆ รวมดวย เปนการปลูกภายในสภาพ
โรงเรือนท่ีมีการควบคุมสภาพแวดลอมและปจจัยสำหรับการเจริญเติบโตเพียงบางสวน โดยยังมีความตองการใช

ประโยชนจากปจจัยควบคุมการ
เจรญิ เตบิ โตตามธรรมชาติ ในการ
ปลูกกัญชาตามฤดูกาลปกติ เชน
แสงและความยาวแสง การปลูก
ใ น ร ะ บ บ ก ึ ่ ง ป  ด ส า ม า ร ถ เ พ่ิ ม
ประสทิ ธิภาพของการผลิตใหกับผู
ปลูกโดยการขยายฤดูปลูกที่ปกติ
มีเพียงครั้งเดียวตอปใหสามารถ
ปลูกไดมากขึ้นตามความตองการของผูปลูก นอกจากน้ีการ
ปลูกกัญชาภายใตระบบกึ่งปดยังเปนการใชประโยชนโรงเรือน
ในการปกปองพืชทั้งในระยะเยาววัย (seedling stage) ที่
คอ นขางมคี วามออนแอ และระยะเจรญิ เตบิ โตดานการสรางกิ่ง
ใ บ ก า น ( vegetative stage) แ ล ะ ก า ร พ ั ฒ น า ช  อ ด อ ก
(flowering stage) จากสภาพแวดลอมและศัตรู พืช ใน
ธรรมชาติรูปแบบของโรงเรือนแบบกงึ่ ปดที่นิยมใชก ันโดยทั่วไป
มีหลายแบบตามความสามารถในการลงทุนและวัตถุประสงค
ของผปู ลูกเปน สำคัญ

การปลกู กญั ชาแบบ Green House

การปลูกในระบบเปด (Outdoor) เปน การปลกู ในสถานท่ีปลูกแบบแปลงปลูกกลางแจงในการ
ปลูกกัญชาผูปลูกจำเปนตองทราบถึงสภาพแวดลอมเบื้องตนท่ีเหมาะสมในการปลูกกลางแจงเพื่อท่ีจะเปนขอมูล

เบื้องตนประกอบการตัดสินใจใน
การปลูก และสามารถปลูกกัญชา
ไดอยางมีประสิทธิภาพเหมาะสม
กับศักยภาพของพืน้ ท่ีสงผลใหไดผล
ผลิตสูง ตนทุนการผลิตตอหนวย
การผลิตต่ำซึ่งสภาพแวดลอมท่ี
สงผลตอการเจริญเติบโตของพืช
กัญชา โดยตัองใหความสำคัญใน
เรอื่ งท่สี ำคญั ๆ คือ

การปลกู กัญชาแบบระบบเปด

สภาพภูมิอากาศ ปริมาณน้ำฝน กัญชาตองการความชื้นมากท่ีสุดในชว ง 6 สัปดาหแรกเนื่องจาก
เปนชวงที่เมล็ดกำลังงอก
และเมอื่ หลงั จาก 6 สปั ดาห
ห ล ั ง ก า ร ง อ ก จ า ก เ ม ล็ ด
กัญชาสามารถทนตอการ
สภาพแหงแลงได เนื่องจาก
ตนกัญชามีรากที่สามารถ
หยั่งลึกลงในดิน 2-3 เมตร
ทำใหสามารถหาความชื้นที่
สะสมอยูบริเวณดังกลาว
อยางไรก็ตามการอยูใน
สภาพแวดลอมที่แหงแลงรุนแรง สงผลใหการเจริญเติบโตลดลงและ แคระแกรน โดยทั่วไปตนกัญชาตองการ
ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 500-600 มิลลิเมตรตอวงจรชีวิต โดยตองการปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 250-350 มิลลิเมตร
ในชวงระยะการเจริญเติบโตทางลำตน ซึ่งความตองการน้ำของกัญชามีความแตกตางกันขึ้นอยูกับสายพันธุกัญชา
ดิน สภาพอากาศ และการจัดการภายในแปลง

ความสั้น-ยาวของวัน กัญชาเปนพืชวันสั้น ความสั้น – ยาวของวันสัมพันธกบั ปริมาณแสงที่ไดร ับ
ในแตละวัน ปริมาณแสงที่ตนกัญชา ไดรับแสงตอวันมีผลตอการพัฒนาจากระยะการเจริญเติบโตทางลำตนไปสู

ระยะออกดอก ดังนั้นการวางแผนการ
ปลูกที่เหมาะสมตามชวงเวลาสั้น – ยาว
ของวัน จะทำใหพืชกัญชาที่ปลูกมี
ผลผลิตสูง เนื่องจากตนกัญชา มี
ชวงเวลาการเจริญเติบโตทางลำตนท่ี
ยาวนานเพียงพอทำใหสามารถผลิต
ชอ ดอก หรอื ผลผลติ ทเี่ พม่ิ ขนึ้

อุณหภูมิเปนปจจัยท่ีมี
บทบาทตอการเจริญเติบโตในแตละ
ระยะของพืชกัญชา พืชกัญชาสามารถ
ปรับตัวเจริญเติบโตไดดีตั้งแตอุณหภูมิ
19-28 องศาเซลเซียส มีการศึกษาการปลูกกัญชาเพื่อเสนใยในเขตเมดิเตอรเรเนียน พบวา อุณหภูมิสะสม
(growing degree day; GDD) ท่ีเหมาะสมกับการปลูกเพอื่ เสนใยอยรู ะหวา ง 1,900–2,000 องศาเซลเซียส และ
อุณหภูมิสะสมสำหรับการปลูกเพ่ือเมล็ด (grain) อยูระหวาง 2,700-3,000 องศาเซลเซียส (กรมวิชาการเกษตร
2564)

คุณสมบัติดิน กัญชาสามารถเจริญเตบิ โตไดดีในดนิ ที่มีโครงสรางรวนซุย (loose) ระบายน้ำไดดี
และมีอินทรยี ว ตั ถสุ ูง สภาพดินท่ีเหมาะสมควรมีคาความเปน กรด – ดาง อยูระหวาง 5.8-6 และเนื้อดนิ ทเ่ี หมาะสม

ในการปลูกคือ ดินรวนปนทราย (sandy loam) แต
เนื้อดินที่ควรหลีกเลี่ยง คือ ดินเหนียวจัด (heavy
clay) เนื่องจากมีการระบายน้ำและอากาศไมดี และ
ดินทราย (sandy soil) มีขอจำกัดเรื่องของการอุมน้ำ
พื้นที่ปลูกกัญชา สภาพดินไมควรมีชั้นดินดานภายใน
แปลง นอกจากจะทำใหรากของพืชกัญชา เม่ือ
เจริญเติบโตไปถึงชั้นดินดานรากจะมีลักษณะ เปนรูป
ตัว L ทำใหป ระสิทธภิ าพการดูดใชน ้ำ และธาตอุ าหาร
ลดลง นอกจากนี้ชัน้ ดินดานสง ผลใหเกิดการระบายน้ำ
ไมดี เกิดสภาพน้ำขังใตผิวดิน (water logging) ทำให
ตนกัญชาภายในแปลงเกิดรากเนา โดยเฉพาะในชวง
ระยะตนกลา
4.วสั ดุการปลูกกัญชา
4.1. การเตรียมวัสดุการปลูกกัญชา ปญหาที่พบ วัสดุปลูกไมเพียงพอ และอาจมีความเสี่ยงใน
เรื่องการปนเปอนโลหะหนัก
ขอกำหนดมาตรฐานเกษตรอินทรียที่เกี่ยวของ วัสดุปลูกเปนวัสดุที่อนุญาตใหใชในระบบเกษตร
อินทรีย
เกณฑสำคัญในการเลือกวัสดุปลูก คือ มีอยูใน
ทองถิน่ และมีราคาถูก มเี พียงพอ มีความเสยี่ งต่ำในการปนเปอน
โลหะหนัก เปนวัสดุที่อนุญาตใหใชในระบบเกษตรอินทรีย มี
สวนผสมที่ทำใหวัสดุระบายน้ำไดดี มีความเปนกรด - ดาง ใน
ระดับที่ 6 – 6.5 มีธาตุอาหารเพียงพอ ทั้งธาตุอาหารหลัก
อาหารรอง และจุลธาตุ สวนผสมวัสดุปลูก ควรใชดินไมนอย
กวา 50% โดยปริมาตร เปนหนาดินที่ลึกไมเกิน 30 ซม. เปน
ดินรวน ระบายน้ำไดดี และไมมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและ
วัชชพชื ปนเปอ น

สภาพดินรว นซุย

โดยหลกั การแลว สภาพดนิ การปลูกกญั ชาตองมีลักษณะรวนซุย ไมแ ข็งหรือจับตวั กันเปนกอนเม่ือ
ใชม ือสมั ผสั ดินจะใหความรูส ึกทน่ี มิ่ มคี วามยดื หยนุ ได หาก
ดนิ รวนมคี วามช้นื แตไมแ ฉะคา PH 5.6-6.5 เปนกรดนิดๆ
วัสดุเปนอะไรก็ได แตอยาใหมีพิษ เมื่อบีบแลวคลายมือ
ออกดินรวนสามารถจับตัวเปนกอนได และเมื่อใชนิ้วเข่ีย
ดินจะแตกกระจายตัวได ตองมีลักษณะโปรง หากดินที่ใช
ปลูกตนไมไมสามารถระบายน้ำและอากาศไดหมายถึงดิน
ไมมีความโปรง รากตนกัญชาจะไมสามารถชอนไชหา
อาหารได รากพืชจะไดรับผลกระทบโดยการขาดอากาศ
หายใจ ไมมีออกซิเจนที่ชวยในการเจริญเติบโต มีผลทำให
เกิดโรครากเนาไดที่ในที่สุด ซึ่งเปนปญหากับตนกัญชา
อยางมาก นอกจากนี้แลวดินที่ดีตองมีธาตุอาหารครบถวน
ธาตุหลักที่พืชตองการคือ ไนโตรเจน ฟอสโฟรัส

โปรแตสเซี่ยม และยังตองการแรธาตุรอง ธาตุเสริม ซึ่งใหความสำคัญไมแพกับธาตุหลัก หากตนกัญชาขาดธาตุ
อาหารจะแสดงออกทางใบของตนกัญชา แสดงถึงความปวยซึ่งไดรับสารอาหารไมเพียงพอ มีผลทำใหตนกัญชา
เจริญเติบโตชาและไมต อเนื่อง หากขาดสารอาหารมากจะทำใหตนกัญชาตายไดประกอบกบั ถาเปน ดินทั่วไปที่ไดมา
จากธรรมชาติโดยไมผานวิธีการใดๆ จะพบเห็นหนอนทราย มีลักษณะลำตัวอวนกลมสีขาว เปนศัตรูพืชที่อาศัยอยู
ในดินมันจะกัดกินรากตนไม สงผลใหรากเกิดความ
เสียหาย ระบบการลำเลียงสารอาหารของพืชผิดปกติไป
จากเดิม ในระยะยาวหากไมไดรับการแกไขปญหา ตน
กัญชาจะเสยี หายและตายไปอยางชา ๆ และถาใชสารเคมี
ในการกำจัดลงไปในดินปลูกมันจะไปทำลายระบบนิเวศ
ของสิ่งมีชีวิตในดิน ทำใหดินไมอุดมสมบูรณ ความรวน
ซุย ความโปรงจะคอยๆหมดไป เวลารดน้ำจะมีปญหา
มากเนื่องจากการใชสารเคมีทำใหดินแข็ง การไหลซึม
ของน้ำไมมีประสิทธิภาพ ทำใหตนกัญชาขาดสารอาหาร
ไปหลอเลี้ยงสวนตางๆ ของตน สำหรับวัสดุการปลูกที่
สำคัญที่ชาวเกษตรกรไดใหคำแนะนำไวที่ควรใชในการ
ปลูกพอสรุปไดด งั นี้ (อา งองิ จาก www.technologychaoban.com) ขุยมะพรา วผสมพีทมอสล เพอรไลต

4.1.1 ขุยมะพราว คือ เปลือกมะพราวที่ปนเอาใยออก หรือปนใหใยละเอียดเปนขุยๆ
ละเอียด ประมาณเม็ดทราย แหง สนิท (ไมใชเ ปลอื กสับ) มีคณุ สมบัตเิ บา อุมนำ้ ไดด ี และเกบ็ ความชื้นไดนาน

4.1.2 พที มอสส (Peat moss) คอื ซากพืชที่ทับถม
กันเปนเวลาหลายรอยป ซึ่งสามารถใชซากพืชของ
เราที่ทับถมกันได ขอดีคือพวกนี้จะไมทำใหเกิด
ชองวาง อากาศไมเขาไปในดินจนทำใหดินรวนซุย
เกบ็ ความชนื้ ไดดี อมุ นำ้ แตไมแฉะมาก
3.1.3 เพอรไลต (Perlite) คือ หินภูเขาไฟเนื้อแกว
สารที่มีน้ำหนักเบา มีความพรุนสูง และมีลักษณะ
คลายหิน รักษาความสมดุลระหวางปริมาณน้ำและ
อากาศใตดิน คุณสมบัติฉนวนชวยรักษาอุณหภูมิ
ของดิน ชว ยดูดซมึ สะสมยาฆาแมลง ยากำจัดวชั พชื และปุยเคมี
4 . 1 . 4 เ ว อ ร  ม ิ ค ู ไ ล ท
( Vermiculite) คือ แรพบในรูป Aluminum Iron –
Magnesium Silicate ม ี ธ า ต ุ อ า ห า ร ฟ อ ส ฟ อ รั ส
โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม น้ำหนักเบา
เปนกลาง ไมละลายนำ้ ดดู ซบั นำ้ ไดดี
4.1.5 ปุยหมักมูลไสเดือน
(Vermicompost) คอื เปน เศษซากอินทรียวัตถุตางๆ
รวมทั้งดินและจุลินทรียที่ไสเดือนเดินกินเขาไปแลว
ผานกระบวนการยอยสลายอินทรียวัตถุเหลานั้น
ภายในลำไสของไสเดือนดิน แลวจึงขับถายเปนมูล มี
ลักษณะรวนละเอียด มีสีดำออกน้ำตาล โปรงเบา มีความพรุน ระบายน้ำและอากาศไดดีมาก มีความจุความชื้นสูง
และมปี ริมาณอนิ ทรียวตั ถุสูงมาก ปุยท่ีสำคญั สำหรบั กญั ชาในชวงที่ทำใบ
4.1.6 มูลคางคาว จะมีแรธาตุสูงแตเหมาะชวงทำดอก มูลคางคาวจะมีสองแบบ คือ
แบบเกาและใหม ตอ งใชแบบเกาเทานนั้
4.1.7 กระดูกสัตวปน มีแรธาตุแคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส ไนโตรเจน และ ธาตุอาหารอีก
หลายชนิด เพ่มิ อินทรียว ัตถุ ปรบั สภาพดินเกา กระตนุ ใหแตกราก เรง ดอก

4.1.8 สำหรับภาชนะการปลูก ควรเตรียมวัสดุการปลูกให
แลวเสร็จลวงหนากอนยายปลูก 7 วัน และใหรดน้ำวัสดุปลูกใหชุม
น้ำ และจัดวางในพื้นที่ที่จะปลูกจริง ในกรณีใชเขงเปนภาชนะปลูก
ควรใชเขงมีขนาดเสนผาศูนยกลาง 68 ซม. สูง 52 ซม. มีปริมาตร
ประมาณ 120 ลิตร ซึ่งจะใชวัสดุปลูกไดราว 60 ลิตร หรือ อาจใช
กระถางผา (Smart pot) คือ กระถางผา ระบายน้ำไดดี ไมทำใหน้ำ
ขังจนอาจจะเกิดรากเนา มีน้ำหนักเบาอากาศถายเทไดสะดวกข้ึน
และดดู ซบั สารอาหารไดม ากขน้ึ พืชเจริญเตบิ โตไดดี หรือใชแอรพอต
(Air pot) คอื กระถางพลาสติกที่มีรูรอบๆ กระถางทำให ระบายนำ้ ได
ดี อากาศถายเทไดสะดวกขึ้น สามารถเปลี่ยนกระถางไดงายมาก
เพียงแกะ
ตัวล็อกออกมา หลักการงายๆ ใหดานขางแลกเปลี่ยน
ความช้นื กับอากาศได ในกรณกี ารปลูกในแปลงปลูก ให
เลือกพื้นที่ปลูกที่มีการระบายน้ำไดดี และไมมีการใช
สารเคมกี ำจดั ศตั รพู ืช มกี ารเตรยี มดนิ ในลกั ษณะเดียวกับ
การปลกู ผัก คือ ไถพรวน 1 – 2 ครงั้ กอ น และยกรอ งสูง
10 – 15 ซม. หรืออาจกอขอบแปลงปลูก เพอ่ื ยกแปลง
ปลูกใหสงู ข้นึ

ภาชนะปลูก Airpot

กระถางผา

4.2.วิธกี ารปลกู

วิธีการเพาะเมล็ดกญั ชา ปญ หาทม่ี ักพบ

- เมลด็ ไมงอกหรือมีอัตราการงอกต่ำ หรอื เมลด็ มเี ชื้อรา สวน
ใหญมักพบวา การเก็บเมล็ดพันธุไมไดคุณภาพ เมล็ดออน
เกนิ ไป หรือหลงั จากการเก็บเกย่ี วไมถ กู วิธี

- เมล็ดพันธุมีทั้งตัวผูและตัวเมียปะปนกัน เนื่องจากผูผลิต
เมลด็ พันธไุ มสามารถจำแนกเพศของเมลด็ ไวก อน

- ปลายรากที่งอกออกมาแหง เปนสีน้ำตาล เพราะความชื้น
ไมเ พียงพอ

ขอกำหนดมาตรฐานเกษตรอินทรีย เมล็ดพันธุควรเปนที่
ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย และตอ งไมคลุกสารเคมปี องกนั กำจดั ศตั รูพชื และสารอื่นๆ ทไี่ มอ นญุ าตใหใชในระบบ
เกษตรอินทรีย และสารที่ใชเพื่อกำจัดศัตรูพืช หรือกระตุนการงอกเมล็ดพันธุตองเปนสารที่อนุญาตใหใชในระบบ
เกษตรอนิ ทรีย

ก า ร เ พ า ะ เ ม ล ็ ด พั น ธ ุ  ม ี อ ยู คา PH 6.3–6.8 กลอ งสญู ญากาศขนาดฝามือ และตองมี
หลากหลายวิธี กอนอื่นจะตองคัดเลือกลักษณะ อุณหภูมิ ความชื้น ออกซิเจน และอยูในความมืดที่
เมล็ดพันธุกัญชาที่ดีตองอวบแนนสมบูรณ ผิวแข็ง เหมาะสม โดยนำทิชชสู องแผนแลววางไวใ นกลองแลวพรม
เรียบเนียน สีคอนขางไปทางน้ำตาลแก ขั้วแหงสุก น้ำใหพอชุม จากนั้นนำเมล็ดกัญชาวางลงในทิชชู แลวนำ
ไมม ีรอยปริแตก ถาเรามเี มล็ดเยอะ หวา นไปไดเ ลย ทิชชูแผนใหมมาประกบปดเมล็ดไวพนน้ำอีกครั้งให
จะเกิดขึ้นเอง แตถาเรามีปริมาณจำกัด มีวิธีการ พอประมาณแคชื้นเทานั้น (หามแฉะ) และปดฝาให
เพาะเมล็ดที่งายและที่นิยมใชกันทั่วไป การเพาะ เรียบรอยเก็บในที่มืด ใชเวลา 1-3วัน ถาไมงอกหลังจาก
เมล็ดดวยกระดาษทิชชู โดยมีอุปกรณที่ตองใชใน เวลานี้ก็ขบตูดเมล็ดแลวอบตออีก 1-2 วัน ถาเปดออกมี
การเพาะเมล็ดกัญชา กระดาษทิชชู น้ำสะอาดที่มี

รากงอกออกมาประมาณหนึ่ง ก็แสดงวาพรอมสำหรับการนำลงไปปลูกในดินไดเลย (ตามรูป) อุปกรณการเพาะ
เมล็ดพันธุกัญชา (อางอิง https://www.cana-seed.com/) หรืออาจใชวิธีการอื่นๆ อีกไดหลากหลายวิธีสุด
แลว แตค วามถนดั หรอื ประสบการณข องแตละแหง ทายสุดขอใหเ มลด็ งอกมาแลวนำไปเพาะเลย้ี งขยายพันธตุ อไป

การอนุบาล (Seedling) ตนกลา ปญหาที่มักพบ ตนกลาเนาตาย เพราะวัสดุเพาะเลี้ยงตนกลา
ระบายน้ำไมด ี หรอื เพาะปลกู ตนกลา ลกึ เกินไป ตนกลา
ยืดยาวจนลมพับ เพราะบริเวณที่วางตนกลามีแสงไม
เพียงพอ หรือ เมื่อรดน้ำตนกลา แลวตนลม เพาะปลูก
ตน กลา ตนื้ เกนิ ไป
ขอกำหนดมาตรฐานเกษตรอินทรีย วัสดุเพาะ
ตองเปนวัสดุที่อนุญาตใหใชในระบบเกษตรอินทรีย
สารที่ใชเพื่อกำจัดโรคและแมลง รวมทั้ง สารที่ใชเปน
ธาตุอาหาร หรือเรงการเจริญเติบโตตนกลา ตองเปน
สารที่อนญุ าตใหใชใ นระบบเกษตรอินทรยี 

(การอนุบาลตน กลา ในถาดเพาะเมล็ดพันธ)ุ

การอนุบาลตนกลาของวิสาหกิจชุมชนใหความสำคัญในชวงระยะเวลา 1-2 สัปดาห พอรากออก
มาแลว ก็จะเริ่มเอารากลงดิน เอาลงวสั ดปุ ลูก สวนใหญจะใชพีทมอสส หรอื โคโคพ ที โดยใชโ คโคพีทผสมพีทมอสส
และก็ใสเพอรไ ลตล งไปเล็กนอ ย รดนำ้ ใหช ุม หลงั จากนัน้ ใชปากกาหรือตะเกียบจมิ้ ลงไปใหเ ปน รู เอาเมล็ดทีม่ ีรากลง
ไปฝงและรดน้ำใหชุม น้ำก็ตองเปนน้ำที่มีกรดออนๆ 6.3-68 วัสดุพวกนี้ทีด่ ีเพราะวามนั ตองมอี าหารไมมาก ตอน
เล็กๆ ไมจำเปนตองมีอาหารมากมาย ถาเราเก็บอนุบาลดวยแสงหลอดไฟ อาจจะตองมีแอปพลิเคชั่นไววัดคาแสง
150-300 PPFD 18 ชั่วโมง แตถาเปนแสงแดดธรรมชาติจะอันตราย ตองมีการพรางแสงดวยซาแรนและ
ความช้ืนดวย ตอ งไมใ หรับแสงโดยตรง ไมใ หรอ นดวย กระถางท่ีใชปลูกใชแกวกระดาษกาแฟหรือถาดพลาสติกใบ
เล็กๆ ก็ได นำมาเจาะกนใสพีทมอสสลงไปใหต่ำกวาแกว ประมาณ 2-3 เซนติเมตร แลวก็ทำรูปลูกลงไปแลวฝง
เพราะเวลาที่โตขึ้นมามันจะยาว เราจะถมวัสดุ
ลงไปเร่ือยๆ จนถึงใบเล้ยี ง

ระยะเล้ียงใบ (Vegetative) 4-8 สัปดาห ระยะเลยี้ งใบ
ธาตุที่สำคัญก็คือ ไนรโตรเจน ระยะการสราง
ราก กิ่งใบ ตนประเภท Auto flowering
ประมาณ 4-8 สัปดาห ควรเลือกไซซกระถาง
ใหเหมาะสม รากไปไมไดตนจะชะงัก ตน
ประเภท Photoperiod ขนาดกระถางจะขึ้นอยู
กับระยะเวลาทำใบ เนนปุยไนโตรเจนเปนหลัก
แนะนำปยุ มลู ไสเดอื น ฮอรโมนไข

ระยะทำใบ ใหเปดแสงดวยจะดีกวา เพราะแสงบานเราสูงสุด 14 ชั่วโมง ถาอยากใหตนโตเร็ว
ใหใชแสง 16-20 ชั่วโมง ความเขมแสง 400-700 ppfd ชวงเริ่มทำดอกตองใสปุยที่เพิ่มฟอสฟอรัสและ
โพแทสเซียมเขาไป อยากใหผลผลิตสูงตองมีการ
จัดทรง โดยการเทรนดนิ่ง (Topping) คือ การ
ตัดตามขอเอายอดไปเสียบชำได หลักการคือ
เพียงแควาใหแตละกิ่งโดนแสงเทาๆ กัน
(Fimming) คือการตัดตรงยอดเลยสองวิธีทำเพ่ือ
ไมใหตนสูง แตจะทำใหตนออกขางๆ Low
stress คือ การ Topping แลวแตกกง่ิ มา 2-3 ก่งิ
แลวดึงลง ก็จะไดยอดเพิ่มขึ้นหลายๆ ยอด High
Stress/supercoping ถายอดไหนเจริญโตกวา
ยอดอื่น ตองหมุนๆ ใหมันแตกและพับหลบ และ
จะเจริญเติบโตชากวาเพื่อน Lollipop คือ
ขางๆ จะมีใบเยอะ ทำใหอากาศไมถายเท ไม
โดนแสงใหอากาศผานไมได อาจทำใหเกิดรา
จึงตองตัดตนใหโปรง Sea of green คือ การ
ปลูกแบบถี่ๆ ขางลางไมเอา เอาแตยอดบน
สวน Screen of Green (SCROG) คือ การใช
ตาขายเปนตัวชวย มีหนาที่ 2 อยาง ตอนใบ
เล็กกางกิ่งมันออกตาขายจะทำใหกิ่งมันกาง
ออกตอนที่ตนยังเล็กอยู ตอนทำดอกตาขาย
จะชวยเหลือไมใหดอกหัก ถาไมทำเทคนิคน้ี
ตน ไหนท่ดี อกใหญๆ ดอกอาจจะหักได การใชตาขายชว ยพยุงตนกญั ชา

การทำ Fimming และ Topping

ระยะทำดอก (Flowering) 8-12 สัปดาห ระยะทำดอกถามีตนตัวผู ตองเปลี่ยนแสงเปด 12
ปด 12 ชวงที่เปลี่ยน
แสงจะเริ่มแสดงเพศ
ตองการคนเดินดูเอาใจ
ใส เจอตัวผูเ มื่อไรตัดท้ิง
เมื่อนั้น อยาไปเก็บ
เพราะสารมันจะ
หายไปเรื่อยๆ ระยะนี้
จะตองใหปุยที่เปน
โ พ แ ท ส เ ซี ย ม
ฟอสฟอรัส มากขึ้น ท่ี
บอกวา เปน NPK มี
การพนฮอรโมนไข ให
สาหรายแดง สาหราย

สกัดทะเลลงไป แตอ ยาฉดี พนท่ดี อก เพราะมันจะมีความชื้น ทำใหเ กิดราเทา เพราะกญั ชาเปนพืชทดี่ ดู น้ำและปุยได
เร็วมาก แทนที่มันจะไดสารอาหารจากรากไปดูดไปหมด พอถึงชวงทำดอก ไรแดงจะเริ่มมาเยอะ ตองใชตัวห้ำ
ตัวเบียน แมลงเตาทอง
พวกนี้จะมาชวยกินไรแดง
แมลงหว่ีขาวกย็ ังอยใู นชวง
นี้ ชวงทำดอกอุณหภูมิ
ตองเย็น ลดความชื้น ถา
ไมลดราจะขึ้น ลดชั่วโมง
แสง แตเพิ่มความเขมของ
แสง แสงเขมไมร อ นไมชน้ื

ระยะทำดอก

4.3. การเกบ็ เก่ยี วและการจดั การหลังการเกบ็ เกีย่ วชอ ดอก
ปญหาทพ่ี บ จะเก็บเก่ียวผลผลติ เร็วเกนิ ไป ทำใหไดส ารสำคัญนอย หรือมีคุณภาพไมด ี

ขอกำหนดมาตรฐานเกษตรอินทรีย ภาชนะที่ใชในการ
เก็บเกี่ยวผลผลิตตองสะอาด ไมปนเปอนมลพิษ หรือสารท่ี
ไมอนุญาตใหใชในเกษตรอินทรีย มีการจัดแยกผลผลิต
เกษตรอินทรียและที่ไมใชเกษตรอินทรียออกจากกัน และ
จดบันทึกปริมาณผลผลิตเกษตรอินทรียที่เก็บเกี่ยวไดในแต
ละครั้ง
การเก็บชอดอกใหดูที่ไตรโคม ตองเปนสีขาวขุนและมีสี
เหลืองอำพัน 20 เปอรเซ็นต วิธีดูนี้เฉพาะพันธุที่จะเอา THC ใชกลองสองพระในการดูไตรโคมวาเก็บไดหรือยัง

ตองตรวจสอบทีละตน ไมสามารถดูเปนแปลงได ก็
สามารถดูไดที่เกสรก็ได เกสรตองแหงเปนสีน้ำตาล
หรือสีเหลือง ดูที่ไครโตม ไมไดสังเกตที่ใบรวงหรือไม
พอตัดตนเสร็จเอาใบใหญออกกอน เพราะวาตอนทำ
แหงจะคายน้ำออกมากกวา ดอกจะแหง ตัดใบใหญ
ออกกอน แลวคอยนำดอกเอาไปแขวนตากไวในรมใน
ท่แี หงในหองแอรที่อุณหภมู ิ 16-22 องศาเซลเซยี ส มี
ความชื้นราว 50% ในหองมืด มีอากาศถายเท หรือ
อาจใชพัดลมเปาชวยเพื่อใหมันแหงไดทุกดอกทุกชอ
เมื่อดอกแหงพอเหมาะ (ความชื้นในชอดอกเหลือ
ประมาณ 60-65%) ซึ่งโดยทั่วไปจะใชเวลาในการ
ตากประมาณ 5 – 7 วัน สามารถตรวจสอบวา ดอกแหงไดพอเหมาะหรือไมโดยการใชนิ้วกดที่ชอดอก ถาแหง
พอดี กานชอ ดอกจะหักออกไดโดยงาย นคี่ ือ การทำแหง ตอ จากการทำแหง ก็จะดรายทรมิ (Dry TRIM) คือการ
เอาใบเล็กๆ ที่อยูติดกับดอกออก เพราะเราตองการสารที่สูง จึง
ไมต องเอาใบไปดว ย เพราะสารภายในใบนน้ั ตำ่ หลังจากตากชอ
ดอกแหงสนิทดีแลวเก็บใสแพ็คในถุงพลาสติกสูญญากาศตองช่ัง
น้ำหนักและบันทึกชอดอกที่เก็บเกี่ยวได ระวังอยาใหชอดอกที่
เก็บเกี่ยวแลว โดนน้ำ ความชื้น และความรอน แลวนำสงให
กรมการแพทยแผนและการแพทยทางเลือกตอไป (กอนสงชอ
ดอกแหง ใหกรมตองผานการตรวจหาโลหะหนักใหเ รยี บรอยกอน
แพ็คใสถุงหรือขวดโหลสูญญากาศที่ปลอดจากเชื้อโรค)

การตากชอ ดอก

ขอ ควรระวงั

การกำจัดศัตรูพืช ปญหาที่พบบอย แมลงศัตรูพืชที่พบในกัญชา คือ ไรแดง แมลงหวี่ขาว
เพลีย้ ออ น เพลย้ี แปง เพลยี้ หอย หอยทาก หนอนกัดราก ตั๊กแตน หนอนเจาะลำตน โรคเหยี่ ว จากเช้อื รา

สำหรับขอกำหนดมาตรฐานเกษตรอินทรีย ระบุใหเลือกใชสารที่ใชเพื่อกำจัดโรคแมลง ตองเปน
สารที่อนุญาตใหใชใน
ระบบเกษตรอินทรยี 

โรคพชื ใหเ หมาะกับชนิดของโรคทเ่ี กิดขนึ้ เชน เพลีย้ กระโดด พวกน้ีจะกำจัดงาย ขอแนะนำที่ควร
ใชพวกน้ำสม ควนั ไม แชสะเดาฉดี ก็จะหาย ปฏิบัติ ในชวงทำใบ จะ
มีแมลงและศัตรูพืชเขา
มารบกวนตนพืชกัญชา
ฉะนั้นควรเลือกใชสาร
ปอ งกันกำจดั แมลงและ

- สบูโปแตสเซี่ยม ใชกำจัดไรแดง เพลี้ยออน เพลี้ยแปง เพล้ีย
หอย ใหใชสบูออน 2 ชอนโตะ ผสมน้ำ 1 ลิตร ความเขมขน 1-3% อาจผสม
พริกสดบด 1 ชอ นโตะ กระเทียมบด 1 หัว และหอมใหญบด 1 ลกู เลก็

- พริก สำหรับกำจัดไรแดง เพลี้ยออน เพลี้ยแปง เพลี้ยหอย
บดพริกสด 200 กรัม ใหละเอียด เติมน้ำ 4 ลิตร ตมจนเดือด อาจเติมสบูออนนิดหนอย เจือจางน้ำอีก 4 ลิตร

กอนนำไปฉีดพน

- เมธาไรเซียมหรือ
บิเวอเรีย ใชสำหรับ
กำจัดหนอนและ
ตัก๊ แตน ฉดี พน

- ไตรโคเดอรมา
ปอง กันโรคเหี่ยว
ฉีดพน

- แมลงหวี่ขาว จะเจอใตใบตองเปดที่ใตใบจะเจอแมลงหวี่จับอยูใตใบ ตอนฉีดยาก็ตองฉีดใตใบ ไรแดงจะเจอหนัก
ในชวงทำดอก ดูงายๆ ถาบนใบมีจุดขาวๆ ก็ไปเลิกดูขางลาง จะเจอตัวเล็กๆ เหมือนแมงมุม ไรแดงจะกำจัดยาก
สกั นิด เวลาไรแดงมา ตองเอาตน ทีม่ ีไปกำจดั ทอ่ี ื่น กญั ชาปลูกไมยาก แตว า ดูแลยาก

สรปุ รปู แบบการปลูกกญั ชาทางการแพทยของวิสาหกจิ ชมุ ชนทีไ่ ดดำเนินการปลกู ในพื้นทม่ี ีขอดี ขอเสยี
แตกตางกนั ออกไป ดังน้ี

การเปรียบเทยี บรูปแบบของระบบการการปลกู พืชกัญชา

รูปแบบ ขอ ดี ขอ เสยี ขอพิจารณา
การปลูก
ระบบเปด - ตน ทุนตำ่ เนื่องจากปลกู - ปลกู ไดเ พียงครง้ั เดยี วตอป - เหมาะกับ เกษตรกรในพ้ืนท่ีมี
ในสภาพแวดลอมตาม - ไมส ามารถควบคมุ ปจจัยเสย่ี ง ความเหมาะสมสูง สำหรบั ปลกู
ธรรมชาติโดยไมม ีการ ตางๆ ได ทำใหเ กดิ ความเส่ียง พืชกญั ชา
ควบคุมใดๆ จากเกิดโรคและแมลง

ระบบปด - สามารถปลูกไดทกุ ที่ โดย - ตนทนุ การผลิตสูงทสี่ ุด - เหมาะกบั ระบบ การผลติ พืช
ไมม ีขอ จำกัดของ เนอื่ งจากตองใชอปุ กรณควบคมุ กญั ชาระดบั อุตสาหกรรมเพ่ือใช
สภาพแวดลอม ปจ จยั การผลิต ประโยชนท างการแพทย ซ่ึง
- สามารถปลูกและเก็บ - อาจมขี อจำกัดของ เรื่องระบบ ตองการผลผลิต ท่ีมีความ
เกยี่ วผลผลติ ไดห ลายรอบ ไฟฟาและ ควรมีระบบ สมำ่ เสมอและมีคณุ ภาพสูง
ตอป บรหิ ารจัดการ ความเส่ียง
- สามารถควบคุมปจจัย
การผลติ ไดห มดทกุ อยา ง
- ผลผลิตมีความสมำ่ เสมอ
และมีคุณภาพสูง
- ปองกันการโดนทำลาย
จากสภาพแวดลอ มโรค
และแมลงไดเปนอยางดี
- ระบบรักษาความ
ปลอดภัยไดมาตรฐานและ
มีประสิทธภิ าพสูงสดุ

การเปรยี บเทยี บรูปแบบของระบบการการปลูกพชื กัญชา (ตอ )

รูปแบบ ขอดี ขอ เสยี ขอพจิ ารณา
การปลกู
ระบบกงึ่ ปด - สามารถเพิ่มรอบการปลูก และเกบ็ - ตน ทนุ สงู กวา ระบบ - เหมาะกบั พ้ืนท่ี ท่ีมปี ริมาณ
(Green เกย่ี วผลผลติ ไดมากกวา หน่ึงครง้ั ตอ ป เปด แตนอ ยกวา แสง/ ชว งความยาวแสง ตอ
house) - ควบคมุ ปจ จยั การผลติ ไดบ างสว น ระบบปด เนอ่ื งจาก วนั ทเ่ี หมาะสมสำหรับปลูก
- ปองกันการโดนทำลาย จาก อาจมีการตดิ ต้ัง กญั ชา เนือ่ งจากระบบกง่ึ ปด
สภาพแวดลอม เชน ฝน ลมและพายุ อปุ กรณควบคมุ ปจจยั ยงั คงใชป ระโยชนจ ากแสง
- ควบคุมการระบาดของโรคและแมลง การผลติ ท่จี ำเปน ธรรมชาติเปน หลัก
ไดร ะดับหนึ่ง เพมิ่ เติม เชน แสงไฟ
สำหรบั การดำเนินงานการปลูกกัญชาทางการแพทยข องวิสาหกจิ ชมุ ชน ทีไ่ ดร บั ใบอนุญาตปลูกกัญชาทาง
การแพทยนั้น ไดดำเนินการภายใตบริบทที่ยังเปนยาเสพติดใหโทษประเภท 5 จึงตองดำเนินการตามกฏหมายที่
กำหนดและตามแนวปฎบิ ัตขิ องสำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยาโดยเฉพาะในปรเดน็ ตอ ไปน้ี

5. สถานที่ปลูกกัญชา จากการติดตามวิสาหกิจชุมชนดานสถานที่ปลูกกัญชาแสดงเลขที่ที่ตั้งและที่อยูตามท่ี
ปรากฏในคำขอรับอนุญาต (แบบกญั ชา ๑) สถานที่ขออนุญาตตองมีพิกัดของสถานที่ ขนาดของพ้ืนท่ี และรูปแบบ
ตรงตามคำขอรับอนุญาตและแบบแปลนของสถานที่ตามเอกสารประกอบคำขอ และไดจัดทำแนวเขตพื้นที่
เพาะปลูกไดชัดเจน มีรั้วปดกั้นโดยรอบสถานที่ ประตูทางเขาออกพื้นที่ปลูกสวนใหญทำจากวัสดุแข็งแรงและ

ทนทาน สามารถปองกันการเขาถงึ
จากบุคคลภายนอกที่ไมเกี่ยวของ
และจำกัดจำนวนประตู เขาออกให
นอยที่สุดเทาที่จำเปน โดยคำนึงถึง
ทางหนีไฟดวย หากดัดแปลง
โครงสรางของอาคารสถานที่ ตอง
ไ ด  ร ั บ อ น ุ ญ า ต ต า ม ก ฎ ห ม า ย ท่ี
เกี่ยวของ (ตามประกาศ
คณะกรรมการควบคุมยาเสพติด
ใหโทษ เรื่อง การจัดเตรียมสถานที่
และควบคุมการปลูกกัญชา
พ.ศ. 2564 )

สถานที่ขออนุญาตปลกู กัญชาตองมพี กิ ัดของสถานท่ี/คาพกิ ัด GPS ถกู ตอ งตามใบคำขออนญุ าตปลูก

แสดงแนวเขตพืน้ ท่ีปลกู ตองชัดเจนตอ งแขง็ แรงทนทาน
6. การรักษาความปลอดภัยกัญชา วิสาหกิจชุมชนที่ยื่นการขออนุญาตแลว จากการตรวจพบวา มีการจัดเตรียม
ระบบรักษาความปลอดภัย อยางนอยตองติดตั้งกลองวงจรปด (CCTV) บริเวณพื้นที่ปลูก รวมถึงบริเวณประตู

ทางเขาออกตองมีการควบคุมการเขาถึง
จากบุคคลภายนอก โดยติดตั้งกุญแจ
ล็อคหรือการควบคุม มีกลองวงจรปด
(CCTV) ตองมีระบบบันทึกความจำ และ
ใหสำรองไฟลขอมูล (back-ups data)
โดยอาจถายโอนขอมูลไวในอุปกรณ
รูปแบบอื่น ๆ อย่ำงนอย 6 เดือน และ
จัดทำแผนรักษาความปลอดภัยบริเวณ
พื้นทป่ี ลูกและพ้ืนทโี่ ดยรอบ พรอมทั้งจัด
ใหมีรายชื่อผูรับผิดชอบดานความ
ปลอดภัย ชองทางการติดตอกรณีฉุกเฉิน
และจัดใหมีมาตรการตรวจสอบมิให
บุคคลที่เกี่ยวของลักลอบนำกัญชาออก
นอกพน้ื ที่

ตดิ ตั้งกลองวงจรปด



ดำเนนิ การจัดทำผงั แสดงใหเ ห็นถงึ ขน้ั ตอนการปฏิบตั ิ (SOP) ดานการรกั ษาความปลอดภยั

เขา้ พนื้ ท่ีปลกู

เจา้ หนา้ ท่ี บคุ คลภายนอก

กรอกแบบฟอรม์ ขออนญุ าต
พรอ้ ม

บตั รประจาํ ตวั ประชาชน

เช็คระบบตา่ งๆ อนญุ าต ไม่อนญุ าต
(โดยเจา้ ท่ผี รู้ บั ผิดชอบ) เขา้ ชมพนื้ ท่ปี ลกู
พรอ้ มเปล่ียนเครื่องแตง่ กาย
ออกจากพนื้ ท่ปี ลกู
เขา้ พนื้ ท่ปี ลกู

ปฏบิ ตั ิงานตามปกติ จดบนั ทกึ อาการและรูป
กรณีฉกุ เฉิน อปุ กรณืท่ีมคี วามเสียหาย

แจง้ เจา้ หนา้ ท่ที ่ีรบั ผิดชอบเพ่ือแกไ้ ข

ตดิ ตอ่ สถานีตาํ รวจทอ้ งถ่ินและผดู้ แู ล
เจา้ หนา้ ท่ีมาภายใน 20 นาที

7. การควบคมุ การปลกู กญั ชา
วิสาหกิจชุมชนมีคูมือขั้นตอนการปฏิบัติงานในการควบคุมการปลูกและ การเก็บเกี่ยว เพื่อให

ผลผลิตมีคุณภาพมาตรฐานตรงตามความตองการของตลาด และมีปริมาณสิ่งปนเปอน เชน สารปนเปอน โลหะ
หนัก หรือสารอื่นที่อาจเปนอันตรายตอรางกาย ไมเกินปริมาณที่กำหนดไว ตามประกาศคณะกรรมการควบคุมยา
เสพติดใหโทษ เรื่อง การตรวจหรือการวิเคราะหเพื่อตรวจสอบปริมาณสารแคนนาบิไดออล (Cannabidiol, CBD)
สารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) หรือสาระสำคัญอื่น และปริมาณสารปนเปอน
โลหะหนัก หรือสารอื่น หรือ สิ่งปนเปอนที่อาจเปนอันตรายตอรางกายในกัญชาที่ไดจากการผลิตโดยการปลูก
พ.ศ.2564 (ตามประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพตดิ ใหโทษ พ.ศ.2564) ทั้งนเี้ มือ่ ไดร ับอนญุ าตใหผ ลิตกัญชา
โดยการปลกู แลว ตองดำเนนิ การตามข้นั ตอนทไ่ี ดร บั อนุญาตเทา นั้น
8. การเก็บรกั ษากัญชา

สำหรับการเก็บรักษาชอดอกกัญชาพบวา วิสาหกิจชุมชนมีการแตงตั้งรายชื่อผูรับผิดชอบเปนผู
ควบคุมสถานที่จัดเก็บกัญชา โดย
ไดรับมอบหมายจากผูขออนุญาต
เปนลายลักษณอักษรและ
จัดเตรียมสถานที่หรืออุปกรณใน
การเก็บรักษา ใหมีการแยกเก็บ
กัญชาเปนสัดสวนจากยาหรือวัตถุ
อื่น และเก็บในที่ซึ่งมั่นคงแข็งแรง
และมีกุญแจใสไวหรือเครื่อง
ปองกันอยางอื่นที่มีสภาพเทา
เทียมกัน

การเกบ็ รักษากญั ชา

ดำเนินการจัดทำผังแสดงใหเหน็ ถึงขน้ั ตอนการปฏิบัติ (SOP) ดา นการเก็บเก่ียว

แจง้ เจา้ หนา้ ท่ที ่เี ก่ียวขอ้ ง

เตรยี มเคร่อื งมือและอปุ กรณใ์ นการเกบ็ เก่ียว

เกบ็ เกี่ยวชอ่ ดอก/เมล็ด

เก็บรวบรวมใส่ภาชนะ กรณีไม่สามารถเดินทางไดท้ นั ที
ท่มี ีการป้องกนั สญู หาย

เกบ็ กญั ชาไวใ้ นสถานท่ี
จดั เตรยี มไวพ้ รอ้ มขนส่ง

เกบ็ รกั ษาไวต้ เู้ ซฟนริ าภยั ในหอ้ ง

ผอ.กองการแพทยท์ างเลือกมกี ลอ้ ง
วงจรปิด

9. การขนสง กัญชา
วิสาหกจิ ชุมชนมคี มู ือขั้นตอนการปฏบิ ตั ิงานในการขนสง กญั ชา โดยมสี ำระสำคญั ดงั ตอ ไปน้ี
9.1 การแจงกำหนดการขนสงกัญชา ตองแจงลวงหนาเปนหนังสือพรอมสำเนาใบอนุญาตผลิต

(ปลูก) ไมนอยกวา 7 วันกอนการขนสง ตามแบบขนสง ทั้งนี้ใหแจงหนังสือดังกลาวทางอิเล็กทรอนิกส เวนแตไม
สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสได ใหการยื่นหนังสือแจงการขนสงกัญชา ณ สถานที่ ดังตอไปนี้
สถานที่ผลิต(ปลูก) ตั้งอยูในกรุงเทพฯ ใหยื่น ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
สถานที่ผลิต(ปลูก) ตั้งอยูในจังหวดั อื่น ใหยื่น ณ สำนักงานสาธารณสขุ จังหวัด เมื่อสำนักงานคณะกรรมการอาหาร
และยา หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ไดรับหนังสือแจงกำหนดการขนสงกัญชาแลว ใหมีหลักฐานการรบั แจง
ใหแกผูร บั อนญุ าตดว ย ตามตวั อย่างบนั ทกึ ควบคมุ การจัดส่งยาเสพติดใหโ้ ทษประเภท 5 กัญชา

9.2 การขนสงกัญชา ยานพาหนะที่ใชในการขนสงตองมีระบบปองกันการสูญหาย การเขาถึง
และการมองเหน็ จากบคุ คลภายนอก ภาชนะบรรจุกญั ชาตองมกี ารปด ผนกึ หรือระบบนิรภัยปองกันมใิ หมีการเขาถึง
กัญชาในระหวางการขนสงไดโดยงาย จนกระทั่งขนสงกัญชาไปถึงผูรับ ตองมีผูรับผิดชอบควบคุมการขนสงอยาง

นอยสองคน ผูควบคุม
ก า ร ข น ส  ง ต  อ ง มี
ภาพถาย หรือขอมูล
ท า ง อ ิ เ ล ็ ก ท ร อ น ิ ก ส
หรือสำเนาของหนังสือ
แจงกำหนดการขนสงท่ี
มีการลงรับแจง และ
สำเนาใบอนุญาตผลิต
(ปลูก) ยาเสพติดให
โทษในประเภท 5
เฉพาะกัญชา แสดงให
พ น ั ก ง า น เ จ  า ห น  า ท่ี
ตรวจสอบไดระหวาง
การขนสง

การขนสงกัญชา

ตัวอยา่ งบนั ทึกควบคุมการจัดสง่ ยาเสพติดใหโ้ ทษประเภท 5 (กัญชา)

สว่ นท่ี ๑: ผูร้ ับอนญุ าต

ซอ่ื ผ้รู ับอนญุ าต: (นาย/นาง/นางสาว) ซ่อื ...................................................... สกุล ....................................................

ใบอนุญาต: (ผลติ /นำเขา้ /ส่งออก/จำหนา่ ย/มไี ว้โนครอบครอง) เลขท่ี.................................................................

สถาน'ท่ที ี่'ได'้ รับอนุญาต.........................................วนั ทจ่ี ดั สง่ ......................... ระบุเวลาท่เี รม่ิ จัดส่ง......... ................

รายละเอียดของกญั ซาทจี่ ัดส่ง

รปู แบบ : กัญซา รายละเอยี ด (เขน่ ข่อดอกแห้ง/สด ใบแหง้ /สด) ........................................................................

□ น้ําหนกั /ปรมิ าณของกัญซา (โปรดระบ)ุ .....................................................

เลขหมายครั้งทที่ ำการผลิต........................................วนั ท่ผี ลติ /เก็บเกย่ี ว..........................................

□ นา้ํ หนกั /ปริมาณของกัญซา (โปรดระบ)ุ .....................................................

เลขหมายครงั้ ท่ที ำการผลิต........................................วนั ทีผ่ ลติ /เก็บเก่ยี ว ..........................................

ลกั ษณะซองภาซนะบรรจุ.............................................................จำนวนภาซนะบรรจ.ุ .........................................

สถานทจ่ี ดั สง่ ....................................................................................................................................................

ลงซ่อื ผู้รับอนญุ าต/ผแู้ ทน..........................................................................

(...............................................................)

ส่วนท่ี ๒ ผู้ฃนส่ง

รายซอ่ื ผฃู้ นสง่ ๑).......................................... เลขท่ีบัตรประซาซน.............................................................

๒)........................................ เลขทบี่ ัตรประซาซน............................................................

หมายเลขโทรศัพทท์ ี่ใข้ติดต่อ .......................................................................................................................

พาหนะที่ใซ้ขนส่ง............................................................ เลขทะเบียนพาหนะ................................................

วันทีจ่ ัดส่ง...................................................... ระบุเวลาทใ่ี ข้ใบการจัดสง่ ..................................................

เส้นทางการขนส่งจาก............................ ไปยงั ............................ระบจุ ดุ แวะพัก (ถ้ามี)..............................................

ลงซ่อื ผู้ฃนส่ง....................................................... ลงซ่อื ผขู้ นส่ง.....................................................

(…...................................................) (…............................................... )

สว นท่ี ๓ ผรู ับ

รายซือ่ ผรู้ บั ................................................................................เลขทบ่ี ตั รประซาขน............................................
ซอื่ สถานที่รบั ......... .............................................ต้งั อยเ ลฃท.ี่ .....................ถนน...................................................
หมท ่.ี .....................ตำบล/แขวง....... ........................อำเภอ/เขต................................... ....จงั หวัด.........................
วนั ที่รับ............................................................. ........ ระบเวลาทไี่ ดรับ...................................................................
( ) ขา พเจา ขอรับรองวาไดตรวจลอบและรบั กญั ชาตามท่ีไดระบุไวขา งตน ครบถวนเรียบรอ ยแลว
( ) ขาพเจาตรวจสอบกญั ซาทจ่ี ัดสงแลว พบปญหา ดังนี้

( ) นํา้ หนัก/ปริมาณ/จำนวน ไมต รงตามท่ีจดั สง รายละเอียด....................................................................
( ) ภาชนะบรรจุหรือกัญซาท่จี ัดสง ชำรดุ เสยี หาย รายละเอียด................................................................
( ) อ่นื ๆ โปรดระบุ

ลงซ่อื ผูรับ..................................................................
(...........................................................)

หนังสอื แจงการขนสงกญั ชา

เรียน ผวู า ราชการจังหวัด...................................../เลขาธกิ ารสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ผบู ังคบั การตำรวจภูธรจังหวดั /ผูบัญชาการตำรวจนครบาล
ขา พเจา...................................................................................เปนผูร ับอนุญาต/ผูด ำเนินกิจการ

ในหนงั สือสำคญั แสดงการอนุญาตเลขท.ี่ ...........................................................................
ณ สถานทีท่ ี่ไดรับอนญุ าตชอ่ื .........................................................................................ตั้งอยเู ลขท่.ี ..........................
ตำบล/แขวง......................................อำเภอ/เขต...........................................จงั หวดั ..............................................
รหสั ไปรษณีย...................................โทรศัพท..........................................โทรสาร..................................
E-mail………………………………………………………………………………………………
ประเภทใบอนญุ าต

(1) ผลติ ยาเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา
(2) นำเขายาเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา
(3) ครอบครองยาเสพติดใหโ ทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา
(4) จำหนา ยยาเสพตดิ ใหโทษในประเภท 5 เฉพาะกญั ชา
(5) สงออกยาเสพติดใหโ ทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา
ผคู วบคมุ การขนสง คอื .................................................เลขทีบ่ ัตรประจำตัวประชาชน........................................

มคี วามประสงคจ ะขอขนสง กญั ชา รายละเอียดตามบันทึกควบคมุ การจัดสงยาเสพตดิ ใหโทษ
ในประเภท 5 (กัญชา) ท่ีแนบทายมาดว ยแลว ขาพเจารับรองวาจะสงมอบกัญชาตามทรี่ ะบุในบนั ทกึ ฯ ตรง
ตามขอกำหนด

พรอ มหนังสือฉบับนี้ขาพเจาไดแนบหลกั ฐานตา งๆ มาดวย คือ
(1) สำเนาหนังสอื สำคัญเพ่ือแสดงการอนญุ าตซ่งึ ยาเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา
(2) อนื่ ๆ

ลงลายมอื ช่อื .............................................................ผรู ับอนุญาต/ผดู ำเนนิ กจิ การ
(..............................................)

ตวั อยา งแบบฟอรมการขนสง

ณ........................................................................................................................................
ขา พเจา..........................................................................เลขบัตรประจำตวั ประชาชน.........................................
ท่อี ยูตามบัตรประชาชน......................................................................................................................................
เบอรโ ทรศัพท. ...............................................
ผูข นสง ผลผลติ กัญชา เก็บเก่ียวครั้งท่ี................จำนวน....................กโิ ลกรมั
โดยใชพ าหนะยีห่ อ...................................................สี......................................ทะเบียนรถ....................................
กำหนดจดุ พัก ดงั น้ี
...........................................................................ถงึ เวลา.....................................ออกเดินทางเวลา...........................
...........................................................................ถึงเวลา.....................................ออกเดินทางเวลา............................
...........................................................................ถึงเวลา.....................................ออกเดนิ ทางเวลา............................
...........................................................................ถงึ เวลา.....................................ออกเดินทางเวลา............................
...........................................................................ถงึ เวลา.....................................ออกเดินทางเวลา............................

...............................................
(..............................................)

ผูข นสง

ตน ทาง ปลายทาง
ณ............................................................................... ........................................................................................
.................................................................................... ........................................................................................
เริม่ เดนิ ทางเวลา......................................... ถงึ เวลา.........................................
วันท.่ี ........................................................... วันท.่ี ...........................................
ผอู นุญาตใหขนสงตรวจสอบสินคาเรยี บรอย ผรู บั สนิ คาปลายทางตรวจสอบสินคาเรยี บรอ ย
................................................... . ……..............................
(................................................) (...................................)
วันท.ี่ .......................................... วันที.่ ................................

ดำเนนิ การจัดทำผงั แสดงใหเ หน็ ถงึ ข้ันตอนการปฏิบตั ิ (SOP) ดา นการขนสง

ช่อดอก ที่เก็บเกี่ยวแลว้

ลงบนั ทึกจำนวน ปริมาณ
และบันทึกภาพ

เกบ็ รวบรวมใสภ่ าชนะที่มีการ
ป้องกนั การสญู หาย

ดำเนนิ การโดยใช้รถที่มีระบบป้องกนั แจง้ เจา้ หนา้ ท่ีผเู้ กย่ี วขอ้ งทกุ ระดบั
การสญู หายระหว่างการขนสง่ ต่างจงั หวดั แจง้ ผวู้ ่าราชการจงั หวดั

วางแผนกาํ เสน้ ทาง

บนั ทึกภาพและ
รายละเอียดการสง่ มอบ

ขนส่งไปยัง กองพัฒนายาแผนไทยและสมนุ ไพร
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก

10. การจำหนา ยกญั ชา
ในกรณีกอนประกาศปลดล็อกพชื กญั ชาไมใ ชยาเสพติด ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุ

ชื่อยาเสพติดใหโทษในประเภท 5 พ.ศ.2565 การจำหนายตองปฏิบัติตามกฏหมายยาเสพติดที่กำหนดไวตองมี
ผูรับผิดชอบดานการจำหนาย และมีขั้นตอนการจำหนาย (ตามกฏกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต
นำเขา สง ออก จำหนา ย หรือมีไวในครอบครองซงึ่ ยาเสพตดิ ใหโทษในประเภท 5 ฉพาะกัญชา พ.ศ. 2564) ดังน้ี

1. แจงเจาหนา ท่ที ีเ่ กี่ยวขอ ง กอ นการจำหนาย
2. ถายบตั รประชาชนผูท ม่ี ารับพรอมกรอกเอกสารที่เกี่ยวของ
3. บันทึกการจำหนาย โดยเอกสารเกี่ยวกับการจำหนาย มีการเก็บเอกสารที่เกี่ยวของไวเพือ่ สามารถ
ตรวจสอบได

สว นที่จำหนาย
1. ปริมาณชอดอกกญั ชาทั้งหมดสง มอบใหคลงั ยา กองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร กรมการ

แพทยแ ผนไทยและการแพทยทางเลือก
2. ลำตน /ราก/ใบ ของกญั ชาที่ปลกู ภายในโครงการ สามารถนำไปใชป ระโยชนตอไป

หมายเหตุ
ในการจำหนายทุกครั้งทำการบนั ทึกลงในระบบสารสนเทศของ อย.เพ่อื ใหม ีการตรวจสอบยอนหลงั ได

ดำเนนิ การจัดทำผังแสดงใหเหน็ ถึงขั้นตอนการปฏิบัติ (SOP) ดานการจำหนาย

แจง้ เจา้ หนา้ ท่ที ่เี กี่ยวขอ้ ง

บนั ทกึ
จำนวน/ปรมิ าณ/วันที่

เกบ็ รวบรวมใส่ภาชนะท่ีมี
การป้องกนั การสญู หาย

ดาํ เนนิ การโดยใชร้ ถยนตท์ ่ีมี

ระบบปอ้ งกนั การสญู หาย
ระหวา่ งขนสง่

การจาํ หน่าย
กองพฒั นายาไทยและสมนุ ไพร
กรมพฒั นาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก

11. การทำลายกญั ชา
วิสาหกิจชุมชนมคี ูมือขั้นตอนการปฏิบัติงานในการทำลายกัญชา จากการติดตามการทำลายของ

เสียจากกัญชาจะใชวิธีฝงกลบเปนสวนใหญ โดยมีสาระสำคัญ คือ (1) การทำลายยาเสพติดใหโ ทษในประเภท 5
กัญชาสามารถดำเนินการไดโดยการ ฝงกลบ การทำปุยหมัก หรือ การเผาในเตาเผา อยางใดอยางหนึ่ง (2) ใน
ระหวางการปลูก หรือหลังการเก็บเกี่ยว หากมีความจำเปนตองทำลายยาเสพติดใหโทษในประเภท 5 กัญชาที่ได
จากการปลูก เชนมีปริมาณสารปนเปอน โลหะหนัก หรือสารอื่นที่อาจเปนอันตรายตอรางกายเกินมาตรฐานท่ี
กำหนดไวในประกาศคณะกรรมการควบคุม ยาเสพติดใหโทษวาดวยการวิเคราะหเพื่อตรวจสอบปริมาณสาร

แคนนาบิไดออล (Cannabidiol, CBD ) สารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC ) หรือ
สารสำคัญอื่น และปริมาณสารปนเปอน โลหะหนัก หรือสารอื่น หรือสิ่งปนเปอนที่อาจเปนอันตรายตอรางกายใน
กัญชาที่ไดจากการผลิตโดยการปลูก ผูรับอนุญาตตองแจงการทำลาย ตอสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแหงทองที่ที่สถานที่ผลิตตั้งอยู แลวแตกรณี ภายใน 7 วันนับจากวันที่ทราบผล
การตรวจจากหองปฏิบัติการตรวจวิเคราะห (3) ทำลายยาเสพติดใหโทษในประเภท 5 กัญชาตามวิธีการที่ระบุไว
ในคูมือขั้นตอนการปฏิบัติงานในการทำลายกัญชาภายใตการควบคุมของพนักงานเจาหนาที่ (4) เมื่อดำเนินการ
ทำลายแลว เสรจ็ ใหบ ันทกึ ไวในบญั ชรี ับจา ยและรายงานการผลิตยาเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท 5

ผังงาน SOP การปฎบิ ตั ิงานดานการทำลายของเสียจากกญั ชา

ของเสยี กัญชา ลงบนั ทึกจำนวน ปรมิ าณ

เก็บรวบรวมใส่ภาชนะท่มี ี
การปอ้ งกันการสญู หาย

แจง้ ขออนุมตั สิ ำนักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา

ฝง� กลบ บนั ทกึ ภาพเป�นหลกั ฐาน

ตวั อยางแบบฟอรม การทำลายของเสียจากกญั ชา

สถานที่.............................................................................................................................................

ขาพเจา .............................................เลขบัตรประจำตวั ประชาชน.....................................................

ท่ีอยูตามบตั รประจำตัวประชาชน..........................................................................................................

...................................................................................................................................................................

เบอรโ ทรศัพท. .................................................................ผขู อทำลายของเสยี จากกัญชาทางการแพทย

ณ....................................................................................ของเสยี จากกญั ชาในการเกบ็ เก่ยี วคร้ังที่...............

วนั ที่.......................................................เวลา..............................นา หนักท่ีขอทำลาย..................กโิ ลกรัม

ชือ่ ผูขอทำลาย ผอู นุญาต พยาน

ลงชื่อ................................................ ลงชื่อ.............................................. ลงชอื่ ..............................................

(.......................................) (....................................) (....................................)

ตำแหนง ......................................... ตำแหนง......................................... ตำแหนง .........................................

วันท่.ี ............................................... วนั ท่ี............................................... วันท่.ี ...............................................

12. การทำบญั ชรี ับจายยาเสพติดใหโทษ
การจัดทำบัญชีรับจายยาเสพติดใหโทษ วิสาหกิจชุมชนตองเสนอรายงานตอเลขาธิการ

คณะกรรมการอาหารและยา เปนรายเดือนและรายป และใหเก็บรักษาไวและพรอมที่จะแสดงตอพนักงาน
เจาหนาที่ไดทุกเวลาในขณะเปดทำการ ทั้งนี้ ภายในหาปนับแตวันที่ลงรายการครั้งสดุ ทายในบัญชแี ละรายงานให
เปนไปตามแบบท่คี ณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ตามแบบฟอรมที่กำหนดทา ยนี้



13. การทำบัญชรี ายงานยาเสพติดใหโทษในประเภท 5 (เฉพาะกญั ชา)
จาการตรวจสอบการทำบัญชีรายงานยาเสพติดใหโทษในประเภท 5 (เฉพาะกัญชา) (ร.ย.ส.5-พ

กัญชา/เดือน/ป) ที่ไดรับอนุญาตปลูกกัญชาทางการแพทยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา วิสาหกิจ
ชมุ ชนตอ งจัดทำบญั ชีเสนอตอเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาทราบเปน รายเดอื นและรายป ภายใน 30 วัน
นับแตวันสิ้นเดือนหรือสิ้นป แลวแตกรณี บัญชีดังกลาวใหเก็บรักษาไวภายใน 5 ป นับแตวันที่ลงรายการครั้ง
สุดทายในบัญชีและพรอมที่จะแสดงตอเจาพนักงานเจาหนาที่ไดทุกเวลาในขณะเปดทำการ ตามแบบฟอรมท่ี
กำหนดทา ยน้ี




Click to View FlipBook Version