The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กระบวนการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำกระดาษข่อย เพื่องานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by balllysa, 2022-06-20 23:40:43

กระบวนการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำกระดาษข่อย เพื่องานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์

กระบวนการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำกระดาษข่อย เพื่องานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์

๓. การทุบเยอ่ื ขอ่ ย
ในการเตรียมเยื่อข่อยก่อนการนาไปหล่อเป็นกระดาษน้ันจะต้องทุบข่อยเป็นขั้นตอน
สุดท้ายเพ่ือให้เส้นใยมีความละเอียดพร้อมต่อการนาไปหล่อทาเป็นกระดาษข่อย การทุบเยื่อข่อย
(ภาพท่ี ๓๒) ทาได้โดยเตรยี มเขียงไมท้ ่มี ขี นาดหนา้ กว้างพอเหมาะ เขยี งไมท้ ี่เหมาะสมควรทามาจากไม้
มะขาม สาหรับค้อนที่ใช้ทุบทาจากไม้เน้ือแข็งขนาดที่เหมาะสมคือมีน้าหนักข้างละประมาณ
๑ กิโลกรัม มีวิธีการทุบข่อยคือนาเยื่อข่อยท่ีผ่านการต้มแล้วมาบีบน้าออกให้เป็นเย่ือแห้ง ทุบด้วย
ค้อนไม้ด้วยมือท้ัง ๒ ข้างเป็นจังหวะ ๑-๒-๓ ออกแรงให้สม่าเสมอกัน ทุบไปจนกว่าเยื่อข่อยจะมีความ
ละเอียดมีลักษณะคล้ายก้อนสาลีปั้นเป็นก้อนเตรียมไว้สาหรบั การหล่อกระดาษ หากยังไม่ทาการหล่อ
กระดาษให้นาไปแช่ตู้เย็นไว้เพ่ือป้องกันไม่ให้เยื่อข่อยเหล่าน้ีแห้ง มิเช่นน้ันจะต้องเริ่มกระบวนการทุบ
ขอ่ ยใหมอ่ กี ครั้งเพอ่ื ใหไ้ ด้เย่ือข่อยพร้อมทาการหล่อกระดาษ

ภาพที่ ๓๒ การทบุ เย่ือข่อยดว้ ยคอ้ นไม้
ทม่ี า: นฤมล ศิลปชัยศรี

๔. การหล่อกระดาษข่อย
เยื่อข่อยท่ีผ่านการทุบจนมีลักษณะยุ่ยแล้วสามารถนามาใช้หล่อขึ้นรูปกระดาษได้โดย
นาภาชนะทรงสูงอย่างเช่น กระป๋องหรือถัง (ในอดีตใช้ครุไม้ไผ่) ใส่น้าและนาเยื่อข่อยที่ป้ันเตรียมไว้
มาตีให้เย่ือกระจาย การตีเยื่อจะต้องใช้ค้อนไม้ค่อย ๆ ตีไปจนกว่าจะพบว่าเยื่อท่ีลอยอยู่ในน้านั้นไม่
กระจุกตัวกันเป็นก้อน ขนั้ ตอนน้ีสาคัญมากหากไมส่ ามารถตีจนเย่ือข่อยละเอียดในการหล่อกระดาษที่
ได้จะมีความหยาบ ไม่ค่อยเรียบ
การหล่อกระดาษ ให้เตรียมแม่พิมพ์ซึง่ เรียกว่า พะแนง ทาจากไมต้ ีข้นึ เปน็ ลักษณะกรอบรูป
ขึงด้วยผ้ามุ้งไนลอน หากทาแม่พิมพ์ท่ีมีความยาวมากสาหรับช่างทากระดาษท่ียังไม่มีความชานาญ
จะต้องใช้คนช่วยจับอย่างน้อย ๒ คน เพื่อไม่ให้น้าหนักของกระดาษถ่วงกับน้าจนทาให้เยื่อกระดาษ
ไม่เรียบ จากน้ันให้วางพะแนงให้ปร่ิมน้า เทเย่ือลงไปเกลี่ยให้กระจายเสมอกัน (ภาพท่ี ๓๓) ยกขึ้นใน
ลกั ษณะเอียง แลว้ จึงใชไ้ ม้ซางหรืออาจเปน็ ท่อพลาสติกอย่างทรงกระบอกก็ได้ใชส้ าหรับรดี น้าท่ีอุ้มอยู่
กบั เยื่อกระดาษก่อนนาออกก่อนตากแดด (ภาพที่ ๓๔)

๔๐

ภาพท่ี ๓๓ การหล่อกระดาษขอ่ ย
ทีม่ า: นฤมล ศิลปชัยศรี

ภาพที่ ๓๔ การรีดนา้ ก่อนผึ่งตากแดด
ทีม่ า: นฤมล ศลิ ปชยั ศรี

๔๑

๕. การผงึ่ กระดาษ
เย่ือข่อยเป็นเส้นใยที่มีความเหนียวและแห้งไว จึงควรผ่ึงไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก
ไม่ร้อนจนเกินไป การตากในท่ีท่ีแดดแรงหรือมีความร้อนสูง ส่งผลให้กระดาษอาจจะงอตัวได้
เม่ือกระดาษแห้งแลว้ สามารถลอกออกมาเป็นกระดาษข่อยสามารถนาไปใชง้ านไดท้ ันที (ภาพที่ ๓๕)
การนากระดาษข่อยไปใช้มี ๒ ลักษณะ คือ อย่างแรกนากระดาษเพ่ือใช้ทาสมุดจะต้องนา
กระดาษท่ีแห้งสนิทดีแล้วขัดด้วยหินเกล้ียง หรือเปลือกหอยเบี้ย เพื่อให้กระดาษที่เนื้อแน่นเหมาะ
สาหรับนาไปใช้เขียนหนังสือหรือวาดภาพ และอย่างที่สองคือ การนากระดาษมาใช้สาหรับงานศิลปะ
อื่น ๆ เช่นงานประติมากรรม หรือเช่น การทาหัวโขนในขั้นตอนการปิดกระดาษ กระดาษที่ใช้ไม่ต้อง
ขัดสามารถปิดทบั ไดต้ ามตอ้ งการ

ภาพท่ี ๓๕ การผ่ึงกระดาษขอ่ ย
ท่มี า: นฤมล ศลิ ปชัยศรี

ลกั ษณะกระดาษข่อยจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกดิ จังหวัดพระนครศรอี ยุธยา
กระดาษข่อยของศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีลักษณะหนาบางไม่
สม่าเสมอกันในช่วงแรก ๆ ของการทา ต่อมาเม่ือมีแนวทางการหล่อกระดาษที่เหมาะสมแล้ว จึงได้
กระดาษที่มีความบางพอเหมาะในการใช้เพ่ือปิดหัวโขน และกระดาษท่ีมีความหนาเหมาะสมกับการ
นามาใชท้ าสมุดไทย นอกจากนกี้ ระดาษข่อยจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกดิ ยังเป็นกระดาษทท่ี าขึน้ เพื่อใช้
สาหรับการทางานศิลปะ และงานในแนวทางอนุรักษ์วัตถุทางศิลปะท่ีชารุด ท้ังที่เป็นการอนุรักษ์งาน
สมุดไทย และกระดาษสาหรับใช้ในหนว่ ยงานอนรุ ักษ์หนังสอื เป็นตน้
กระดาษมลี กั ษณะที่คอ่ นขา้ งหนา มคี วามแขง็ แรง แตไ่ ม่ขาวเท่ากระดาษโบราณ มสี ีน้าตาล
คล้ายสีของเปลือกไม้ (ภาพท่ี ๓๖) เน่ืองจากกระดาษข่อยได้มาจากต้นข่อยจากแหล่งทมี่ าหลากหลาย
มีทั้งที่เป็นลาต้นแก่และลาตน้ อ่อน มีเย่ือที่ให้สีแตกต่างกัน เมื่อนามารวมกันเพื่อทากระดาษข่อยจึงได้
กระดาษทม่ี สี ีเข้มกวา่ สมัยโบราณทีม่ กี ารคดั แยกสขี องเย่ือไดด้ ีกว่า

๔๒

ภาพท่ี ๓๖ แผ่นกระดาษข่อยจากศนู ยศ์ ลิ ปาชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรอี ยธุ ยา
ทม่ี า: นฤมล ศลิ ปชยั ศรี

กระบวนการทากระดาษข่อยเพื่อเผยแพรส่ ู่สาธารณะของนายนิศษิ ย์ ฤทธเิ วช

นายนิศิษย์ ฤทธิเวช เป็นผู้ท่ีมีประสบการณ์การทากระดาษมากว่า ๒๐ ปี การเร่ิมต้นการ
ทากระดาษข่อยเกิดจากการที่มีใจรักและช่ืนชอบในกระดาษข่อยซึ่งเป็นกระดาษโบราณ และเร่ิมต้น
ควา้ ควา้ วิธกี ารทากระดาษข่อยตั้งแต่อายุ ๑๖ ปี ซงึ่ ได้รับการถ่ายทอดความรู้การทากระดาษข่อยจาก
บุตรสาวและบุตรชายของนางลูกอิน คือ นางสุวลีและนายสมชาติ ผู้สืบทอดทายาทช่างทากระดาษ
จากคลองบางซ่อน บางซื่อ กรุงเทพฯ (นิศิษย์ ฤทธิเวช, สัมภาษณ์, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๐) ความ
เช่ยี วชาญในการทากระดาษข่อยของนายนิศษิ ย์ ฤทธเิ วชไมเ่ พยี งถ่ายทอดให้แก่สถาบัน หรือหน่วยงาน
ภาครัฐในการนาวิชาการทากระดาษข่อยไปเป็นส่วนเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ด้านภูมิปปัญญาไทย
เท่านั้น แต่นายนิศิษย์ ฤทธิเวชยังได้เผยแพร่ให้แก่ภาคเอกชนด้วย อาทิ การอบรมเชิงปฏิบัติการการ
ทากระดาษช่อยในกิจกรรมพเิ ศษระหวา่ งแสดงนิทรรศการ “จิต ตระ ธา นี เกิดจตุ ิ ๓ ตามรอยสีไทย”
ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๐ ณ ห้องอเนกประสงค์ มิวเซียมสยาม กรุงเทพ ฯ ซ่ึงเป็นกิจกรรมที่
ภาคเอกชนจัดข้ึนและมีประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก ซ่ึงกระบวนการถ่ายทอดความรู้นี้
นายนิศิษย์ปรบั ปรงุ มาจากการสอนในรายวชิ าเลือกให้แก่นักเรยี นโรงเรียนชา่ งฝมี ือในวงั (ชาย)

กระบวนการในการเร่ิมต้นเรียนรู้วิธีการทากระดาษ นายนิศิษย์กล่าวว่า จะเร่ิมต้นจากการ
คัดเลือกแหล่งต้นข่อยซ่ึงเป็นต้นไม้ท่ีสามารถข้ึนได้เองตามธรรมชาติ การคัดเลือกก่ิงหรือลาต้นที่มี
ความเหมาะสมจะต้องใช้ความชานาญในการสังเกต เปลือกข่อยจะต้องไม่แก่จนเกินไป จะทาให้ลอก
จากลาต้นหรือกิ่งยาก และให้สีที่เข้มส่งผลต่อการทากระดาษด้วย (ภาพท่ี ๓๗) เมื่อได้แหล่งต้นข่อย
แล้ว จงึ ทาการลอกเปลอื กข่อยทันที

วิธีการท่ีแตกตา่ งจากโบราณที่จะตอ้ งนึง่ ให้เปลอื กข่อยรอ่ นเสยี ก่อนลอกออกมา อาจเปน็ ผล
มาจากการแก้ไขปัญหาเรื่องการเคล่ือนย้ายวัตถุดิบ เนื่องจากต้นข่อยสดจะมีน้าหนักมากและตัดจาก
แหลง่ ธรรมชาติท่ีอาจอยหู่ า่ งไกล การนากิง่ ข่อยมานงึ่ เพ่ือลอกเปลือกข่อยอยา่ งโบราณจงึ เปน็ ไปได้ยาก
(ภาพท่ี ๓๘)

๔๓

ภาพที่ ๓๗ การตดั ต้นข่อยที่มีความเหมาะสมแก่การทากระดาษ
ที่มา: นศิ ิษย์ ฤทธิเวช

ภาพท่ี ๓๘ การลอกเปลือกข่อยจากตน้ ที่เพงิ่ ตดั
ทม่ี า: นิศิษย์ ฤทธเิ วช

๔๔

เมื่อลอกเปลือกข่อยแล้วจึงนามาตากให้แห้ง ป้องกันไม่ให้เกิดความชื้นหรือเกิดรา จากนั้น
จึงเป็นขั้นตอนการเสียดข่อย (ภาพที่ ๓๙) ซึ่งเป็นข้ันตอนที่สาคัญอย่างย่ิง เพราะเป็นข้ันตอนเร่ิมต้น
ของการได้เยือ่ กระดาษทด่ี ีท่ีสดุ มีผลต่อสีท่ีแตกตา่ งกัน

ผู้ที่ทาการเสียดข่อยจะต้องใช้มีดเล็กค่อยลอกเยื่อออกมา คัดแยกเย่ือแห้งท่ีลอกออกมาให้
เป็นกลุ่มเดียวกัน เยื่อที่อยู่ชั้นในสุดของลาต้น หรือก่ิงจะทาให้ได้กระดาษที่มีสีอ่อน หรือขาวกว่า
เปลือกชั้นนอก เม่ือเสียดข่อยให้มีขนาดเล็กลง และคัดแยกสีของเยื่อเสร็จสิ้นแล้วจึงนาไปต้มให้เป่ือย
ยยุ่ พร้อมสาหรับข้นั ตอนทุบเย่อื ตอ่ ไป

ภาพที่ ๓๙ การคดั เปลือกข่อย
ที่มา: นศิ ษิ ย์ ฤทธเิ วช

นายนิศิษย์ ฤทธิเวชได้พัฒนากระบวนการทากระดาษข่อยเพ่ือเผยแพร่สู่สาธารณะให้
สามารถเข้าใจง่ายและมีระยะเวลาเรียนรู้สั้นลง จัดเป็นกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการทากระดาษข่อย
ขึน้ ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๐ ณ หอ้ งอเนกประสงค์ มิวเซียมสยาม กรุงเทพ ซ่งึ จากดั จานวนผู้เรียน
ช้ันเรียนละ ๑๕ คน (ภาพท่ี ๔๐), (ภาพท่ี ๔๑) ผลจากการฝึกอบรมทาให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
สามารถทบุ เยอ่ื ขอ่ ยท่เี ตรยี มไว้ และนาไปหลอ่ กระดาษจนสามารถทาเปน็ สมดุ ไทย ๑ เลม่

จากความนิยมและความสนใจในกระดาษข่อยของกลุ่มบุคคลในวงการเอกสารโบราณและ
วงการศลิ ปะไทย เกดิ เปน็ ความต้องการสร้างเครือข่ายของคนทากระดาษข่อยซึง่ เผยแพร่บางส่วนแล้ว
ในเพจ คนรักสมุดไทย ท่ีมีสมาชิก ๒, ๐๒๑ คน (https://www.facebook.com /groups/
870779356332336/ เข้าถึงเมื่อ ๒ เมษายน ๒๕๖๑)

๔๕

ภาพที่ ๔๐ นายนศิ ิษย์ ฤทธเิ วชกาลงั สาธติ การหล่อกระดาษข่อย
ที่มา: นฤมล ศิลปชัยศรี

ภาพท่ี ๔๑ ผลงานของผเู้ ขา้ อบรมการทากระดาษข่อยกับนายนิศิษย์ ฤทธเิ วช
ที่มา: นฤมล ศิลปชยั ศรี

๔๖

แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพกระดาษขอ่ ย

จากการปฏิบตั กิ ารทากระดาษข่อยของศูนย์ศลิ ปาชพี เกาะเกดิ จังหวัดพระนครศรอี ยธุ ยา
พบว่า การทากระดาษข่อยมีความหนาและมีสีน้าตาลเข้ม จึงทาการทดลองปรับปรุงวิธีการเพื่อเป็น
แนวทางในการพัฒนากระดาษข่อยให้มีลักษณะบางและมีความขาวเหมาะแก่การทาไปใช้เพ่ือการ
ออกแบบผลติ ภณั ฑ์ เช่น ของที่ระลกึ มากย่งิ ข้นึ

๑. เตรียมเย่อื ข่อยตามกระบวนการการตัดข่อย การลอกเย่ือ การต้มและการทุบ จนได้เยื่อ
ขอ่ ยท่พี รอ้ มสาหรับการหล่อกระดาษ (ภาพที่ ๔๒)

๒. ป้ันเยื่อข่อยที่ทุบแล้วเป็นก้อนตามความต้องการของการหล่อกระดาษ หากต้องการทา
กระดาษท่ีมีความหนาและขนาดเท่ากันให้ชั่งน้าหนักไว้ก่อน จดบันทึกเพ่ือให้ได้ขนาดเท่า ๆ กัน
ทุกคร้งั จากนนั้ นาก้อนเยื่อข่อยใสล่ งในถังน้า ตีเยือ่ ด้วยมอื ใหเ้ ยือ่ กระจายตัวเสมอกัน (ภาพท่ี ๔๓)

๓. ตีเยื่อข่อยให้เยื่อกระจายไม่จับตัวกันเป็นก้อน (ภาพที่ ๔๔) ย่ิงตีละเอียดมากจะทาให้ได้
กระดาษข่อยที่มีความขาวมากข้นึ

๔. เทเยื่อลงบนพะแนงที่ขึงด้วยผ้าไนล่อนจากนั้นยกข้ึนแล้วใช้ไม้ซางรีดน้าออกก่อนนาไป
ตากแดด (ภาพท่ี ๔๕)

๕. นาเปลือกหอยเบี้ยท่ีมีลักษณะกลมพอดีมือ มาขัดกระดาษข่อยที่ลอกออกจากพะแนง
เพอื่ ให้ไดก้ ระดาษข่อยท่ีมีความเรียบและมเี น้ือแนน่ (ภาพที่ ๔๖)

๖. จากนั้นทากาวแป้งเปียกเคลือบและการจะขัดอีกครั้งเรียกวิธีการน้ีว่า การลบสมุด
จัดทาเป็นสมุดไทยขนาด ๑ คืบจานวน ๒ พับ (ภาพท่ี ๔๗) หากต้องการกระดาษข่อยสาหรับการปิด
หวั โขนและเครือ่ งศิราภรณท์ ี่ใชใ้ นการแสดงละครกไ็ ม่ตอ้ งทากาวแป้งเปยี กและการขัดกระดาษ

ภาพที่ ๔๒ เย่ือข่อยท่จี ะใช้ในการหล่อกระดาษ
ทีม่ า: นฤมล ศลิ ปชัยศรี

๔๗

ภาพท่ี ๔๓ ตเี ยอื่ ข่อยไมใ่ ห้จับตัวเปน็ ก้อน
ท่มี า: นฤมล ศลิ ปชยั ศรี

ภาพที่ ๔๔ การหล่อเย่ือกระดาษข่อย
ท่ีมา: นฤมล ศิลปชยั ศรี

๔๘

ภาพที่ ๔๕ การรดี หลอ่ เย่ือกระดาษขอ่ ยและนาไปตากแดด
ท่ีมา: นฤมล ศลิ ปชยั ศรี

ภาพที่ ๔๖ การกวดกระดาษข่อยดว้ ยเปลือกหอยเบย้ี เพ่ือใหก้ ระดาษเนยี นแนน่
ท่มี า: นฤมล ศิลปชัยศรี

๔๙

ภาพที่ ๔๗ สมดุ ไทยขนาด ๑ คบื จานวน ๒ พับ
ทีม่ า: นฤมล ศลิ ปชยั ศรี

ผลิตภณั ฑ์กระดาษข่อยของศนู ย์ศลิ ปาชีพเกาะเกดิ จังหวดั พระนครศรีอยุธยา

การจาหน่ายกระดาษข่อยเป็นแผ่นกระดาษมีขนาดต่าง ๆ รวมถึงจัดทาเป็นสมุดไทยเปล่า
ให้ผู้ท่ีสนใจเลือกซื้อเพื่อไปสร้างสรรค์เป็นผลงานลักษณะไทยหรือเป็นของท่ีระลึก ราคาจาหน่าย
กระดาษข่อยของศนู ย์ศิลปาชพี เกาะเกิดตามขนาด กาหนดราคาไวด้ ังน้ี (ตารางที่ ๑ )

ตารางที่ ๑
ราคากระดาษข่อยจดั จาหน่ายทีศ่ นู ย์ศิลปาชพี เกาะเกดิ จงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา

ขนาดกระดาษ/เซนติเมตร ราคาจาหน่าย/ บาท

๒๑x๓๐ ๑๒๐
๓๐x๔๐ ๓๐๐
๔๐x๖๐ ๔๐๐
๖๐x๙๐ ๘๐๐
๒๒๐x๗๕ ๔,๐๐๐
๒๒๐x๖๖ ๓,๓๐๐
๑๑๐x๘๕ ๒,๐๐๐

หมายเหตุ ข้อมลู เมอื่ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๖๐

นอกจากกระดาษข่อยท่ีจาหน่ายเป็นแผ่นตามขนาดต่าง ๆ แล้ว ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด
ไดจ้ ดั ทาของท่รี ะลึกเป็นสมดุ ไทยขาวขนาดเลก็ กวา้ งประมาณ ๑ คบื ยาวประมาณ ๗ พบั (ภาพที่ ๔๘)
ในราคาประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ บาทด้วย สาหรับผู้ที่ต้องการสมุดไทยที่มีความยาวอย่างสมุดไตรภูมิ
สมดุ พระมาลยั กม็ จี าหน่ายในราคาเริม่ ต้นท่ีประมาณ ๔,๐๐๐ บาท (ภาพท่ี ๔๙)

๕๐

ภาพท่ี ๔๘ สมุดคบื ขนาด ๗ พบั
ทม่ี า: นฤมล ศิลปชัยศรี

ภาพที่ ๔๙ สมุดไทยขาวขนาดยาว
ที่มา: นฤมล ศลิ ปชยั ศรี

๕๑

กระดาษข่อยมีบทบาทสาคัญ ในการจดั สรา้ งสมุดพระปาฏิโมกขป์ ระกอบชดุ สังเค็ดถวายแด่
วัดในโอกาสงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี ๙ ซ่ึง
นายสมชาย ศุภลักษณ์อาไพพร นายช่างศิลปกรรมอาวุโส กลุ่มงานศิลปะประยุกต์และเครื่องเคลือบ
ดินเผา สานักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรให้ความเห็นเก่ียวกับการคัดสรรกระดาษข่อยมาใช้ในการจัดทา
สมุดพระปาฏิโมกข์ เกยี่ วกับคุณสมบตั ขิ องกระดาษข่อยไวว้ ่า

สาเหตุท่ีเลอื กใชก้ ระดาษข่อยเพราะมอี ายุการใช้งานยาวนานไมถ่ ูกทาลายจากแมลงไดง้ า่ ย
ในอดตี ใชก้ ระดาษขอ่ ยบันทึกเร่อื งราวเป็นอักษร เชน่ พระไตรปิฎก สมดุ ปาฏิโมกข์ สมุด
พระมาลยั นิทานชาดก ตาราช้าง ม้า โค กระทั่งตารานวด.
(ทาสมุดขอ่ ย “ปาฏิโมกข”์ พระราชพิธใี นหลวง ร.๙, เดลนิ ิวส์ หน้า ๙)
ใน ด้ า น ของ คุณส มบั ติ ก ร ะด า ษ ข่ อย ที่ ให้ คว า มแ ข็ง แ ร ง ท น ท า น จ น เ ป็ น ที่ท ร า บ กั น ดี ว่ า
กระดาษข่อยแม้วา่ มีคณุ ภาพด้อยกว่ากระดาษจากต่างประเทศในเรื่องของความหนาที่ไมส่ ม่าเสมอกัน
แต่อายุของกระดาษนบั วา่ เปน็ กระดาษท่ีมีอายุการใช้งานทย่ี าวนานหลายรอ้ ยปี
กลวิธีในการยืดอายุของกระดาษคือการเคลือบผิวกระดาษด้วยยางรักบริเวณปกและสัน
สมุด ยางรักน้ีเมื่อทาแล้วให้สีดามันกันความชื้นและแมลงกัดแทะได้ และเพื่อความสวยงามปกที่ทา
ด้วยยางรกั จงึ ตกแต่งดว้ ยการปิดทองลายรดนา้ ดงั เช่น สมดุ พระปาฏโิ มกข์ (ภาพท่ี ๕๐) ท่ีจดั สร้างข้ึน
ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี ๙ ซ่ึงเป็นรัชสมัยท่ี
ภมู ิปัญญาการทากระดาษข่อยไดร้ ับการฟืน้ ฟขู ้ึนอีกครั้ง

ภาพที่ ๕๐ สมดุ พระปาฏโิ มกขป์ กลายรดน้า
ท่ีมา: สมพงษ์ สงคล้งิ

๕๒

จากกระบวนการต่าง ๆ สะท้อนปัญหาของกระบวนการทากระดาษของศูนย์ศิลปาชีพ
เกาะเกิด ซึ่งพบว่ามีข้อจากัดในด้านพื้นท่ี ส่งผลให้ข้ันตอนบางขั้นตอนไม่สามารถทาได้ดีเมื่อเทียบ
กระบวนการอย่างในสมัยโบราณ เชน่ ในการหมักเยื่อทตี่ ้องใชน้ ้าเป็นจานวนมาก และควรเป็นน้าไหล
ท่ีชะล้างยางของเปลือกไม้ให้สะอาด ขั้นตอนการหล่อกระดาษที่ควรหล่อในน้าท่ีนิ่งและมีบริเวณกว้าง
ซงึ่ ข้อจากดั เหล่านี้ส่งผลต่อคุณภาพของกระดาษที่ให้สีนา้ ตาลมากกว่าสีขาว แนวทางในการปรบั แก้ไข
ที่ได้จากการฝกึ ปฏบิ ัติคือ การทุบเยื่อทต่ี ้องแหลกละเอยี ด ยิง่ ใหเ้ วลาและกาลังในการทุบมากข้ึนเท่าไร
เย่ือที่ได้จะมีความอ่อนนุ่ม และเมื่อหล่อกระดาษแล้วจะได้กระดาษที่มีเนื้อละเอียด ขาว เช่นเดียวกับ
กระดาษขอ่ ยโบราณได้

เมอ่ื ทาการทดลองปฏิบัติพบวา่ แนวทางการปรบั ปรงุ คือ การนาเยื่อข่อยทีห่ มักในน้าปูนขาว
มาล้างให้สะอาดมากที่สดุ เพื่อป้องกันสารเคมตี กค้างจากปูนขาวปนเป้ือนในกระดาษเม่ือทาเสร็จแลว้
ซ่ึงจะส่งผลให้กระดาษเส่ือมสภาพเร็วขึ้น เย่ือข่อยท่ีมีสีคล้าสามารถปรับปรุงได้ด้วยการทุบเยื่อเป็น
เวลานาน และหล่อกระดาษในมลี ักษณะบางลงจะได้กระดาษทีม่ ีความขาวขน้ึ ได้

กระบวนการพฒั นาผลติ ภัณฑก์ ระดาษขอ่ ยเชิงพาณชิ ย์

กระดาษข่อยเปน็ ผลติ ภัณฑจ์ ากธรรมชาตทิ ่ีเปน็ มติ รกับสง่ิ แวดลอ้ ม เน่ืองจากข้นั ตอนในการ
ทากระดาษไม่กอ่ ให้เกิดมลพิษ มีลักษณะเชน่ เดียวกบั งานศิลปะหตั ถกรรมทใ่ี ช้วสั ดุในท้องถน่ิ มาพัฒนา
ให้เกิดมูลค่าสูงขึ้น การพัฒนาผลิตภัณฑ์กระดาษข่อยทาขึ้นเพื่อประโยชน์ทางคุณค่าของวัสดุต่องาน
ศลิ ปะไทยจงึ ใชแ้ นวทางเชิงพาณชิ ย์ในการพัฒนา โดยวเิ คราะหน์ ิยามของคาว่า เชงิ พาณชิ ยไ์ ว้ว่า คาวา่
เชิง มีความหมายว่า ฐาน (มติชน, ๒๕๔๕, หน้า ๒๗๙) และคาว่าพาณิชย์ มีความหมายว่า การค้า
(มตชิ น, ๒๕๔๕, หนา้ ๖๒๑) กระดาษข่อยเชิงพาณิชย์ จึงหมายถึงกระดาษข่อยท่ีมฐี านทางการค้า ซง่ึ
การค้าน้ันจะต้องอาศัยกลยุทธ์การบริหารการตลาดเข้ามาเป็นกระบวนการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
กระดาษข่อยเชงิ พาณชิ ย์

พิษณุ จงสถิตย์วัฒนา (๒๕๔๔) ได้กล่าวถึงการบริหารการตลาด และระดับความต้องการ
(อุปสงค์) ไว้ว่าลักษณะหรือระดับของความต้องการจาแนกออกเป็น ๘ ประเภท คือ อุปสงค์ติดลบ
อุปสงค์เป็นศูนย์ อุปสงค์แอบแฝง อุปสงค์ถดถอย อุปสงค์ไม่สม่าเสมอ อุปสงค์เต็มพิกัด อุปสงค์
ล้นเหลือ อุปสงค์ไม่พึงประสงค์ โดยแบ่งตลาดไว้ ๔ ประเภท คือ ตลาดผู้บริโภค ตลาดองค์กร ตลาด
ตา่ งประเทศ และ ตลาดรฐั บาล (พิษณุ จงสถติ ย์วฒั นา, ๒๕๔๔, หนา้ ๓-๕)

ความตอ้ งการกระดาษขอ่ ยระดบั ตา่ งๆ
กระดาษข่อยเป็นผลิตภัณฑ์ย้อนยุคที่เริ่มมีผู้ให้ความสนใจมากยิ่งขึ้นต้ังแต่ พ.ศ. ๒๕๕๘
เป็นต้นมาและเป็นท่ีรู้จักในฐานะกระดาษข่อยที่ใช้ทาสมุดพระปาฏิโมกข์ในงานพระราชพิธีถวายพระ
เพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ความต้องการกระดาษ
(อปุ สงค์) จงึ สามารถแบง่ ได้ ๓ ประเภท คือ
๑. อุปสงค์ติดลบ หมายถึงการไม่ชอบหรือไม่ยอมใช้ จึงต้องวิเคราะห์ถึงสาเหตุและหาทาง
ในการปรับเปล่ียนทัศนคติ ดว้ ยการปรับปรงุ กระดาษขอ่ ย การลดราคา หรือการสง่ เสรมิ การตลาด
สาเหตุท่ีทาให้ยังมีผู้ไม่ชอบใช้ ทั้งที่เป็นกลุ่มท่ีสามารถเลือกกระดาษข่อยเป็นส่วนหน่ึงใน
วัสดุท่ีใช้ในงานสร้างสรรค์ได้ เช่น กลุ่มศิลปินศิลปะไทย กลุ่มผู้ที่ช่ืนชอบสมุดข่อย จากการสารวจ

๕๓

ตลอดปี ๒๕๖๐ พบว่าผู้ที่ยังไม่ยอมใช้ให้ความเห็นว่า กระดาษข่อยมีราคาสูง และคิดว่ากระดาษสา
สามารถใช้ทดแทนได้ เชน่ ผทู้ ี่ทาหวั โขน

๒. อุปสงค์เป็นศูนย์ หมายถึง ผู้บริโภคไม่สนใจหรือยังไม่มีความต้องการจึงควรเน้นการชกั
จูงและกระตุ้นให้เห็นคุณค่าของกระดาษด้วยการประชาสัมพันธ์ หรือการให้ความรู้เพื่อสร้างความ
ตอ้ งการ

กระดาษข่อยยังเป็นผลิตภัณฑ์กระดาษที่มีผู้ต้องการใช้อย่างจากัด เน่ืองจากขาดการ
ประชาสัมพันธ์ จึงทาให้เกิดกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่สนใจหรือยังไม่มีความต้องการ ซึ่งการส่งเสริมความรู้
และการประชาสัมพันธ์ท่ดี จี ะชว่ ยใหผ้ ู้บริโภคกลมุ่ น้ีไมก่ ลายเป็นอุปสงค์เปน็ ศูนยใ์ นท่สี ดุ

๓. อุปสงค์แอบแฝง หมายถึง สภาวะตลาดที่ความต้องการยังไม่สามารถตอบสนองใน
ปจั จบุ ัน จะตอ้ งคาดคะเนศกั ยภาพตลาดเพ่ือตอบสนองอุปสงคแ์ อบแฝงน้ี

การคาดหวังใหก้ ระดาษข่อยเป็นมากกวา่ กระดาษข่อยท่ีใช้ทาสมุด หรือเป็นกระดาษข่อยที่
มีคุณสมบัติอ่ืน ๆ ที่พิเศษกว่ากระดาษท่ัวไป ความคาดหวังดังกล่าวหากได้รับการคิดค้นและพัฒนา
ผลิตภัณฑ์กระดาษข่อยจะส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายที่อาจไม่ใช่กลุ่มศิลปิน หรือผู้ท่ีช่ืนชอบกระดาษข่อย
แบบประเพณีเพมิ่ ขน้ึ มาได้

ประเภทของตลาดกระดาษข่อย

๑. ตลาดผูใ้ ช้กระดาษข่อย
กลุ่มเป้าหมายน้ีคือ บุคคลที่เลือกใชก้ ระดาษข่อยเพื่องานสรา้ งสรรค์ศิลปะไทยแขนงต่าง ๆ
ได้แก่ ช่างศิลปะต่าง ๆ ช่างเขียนภาพ ช่างทาหัวโขน และช่างทาสมุด ตลอดจนนักอนุรักษ์ที่ใช้
กระดาษข่อยทาสมุดข่อยเพ่ือคัดลอกงานเขียน และนากระดาษข่อยมาใช้ซ่อมแซมงานศิลปะ และ
เอกสารโบราณ
๒. ตลาดองคก์ ร
กลุ่มเป้าหมายน้ีคือ องค์กรหรือตลาดธุรกิจท่ีส่งเสริมและชูประเด็นการทาธุรกิจแบบ
ย้อนยุค การนากระดาษข่อยมานาเสนอให้เกิดความน่าสนใจใหม่ และขยายเป็นสินค้าที่มีทางเลือก
มากยิ่งขึน้ ตลาดองค์กรนี้อาจเป็นผู้ใช้กระดาษข่อย หรอื เปน็ คนกลางที่เล็งเหน็ โอกาสในทางการค้าจึง
เป็นกลุ่มผ้ซู ้ือรายสาคัญทคี่ วรสนับสนนุ ให้เกิดการซ้ืออย่างต่อเนอื่ งและซื้อในปริมาณมาก
๓. ตลาดตา่ งประเทศ
กระดาษจากตา่ งประเทศมีการพฒั นาการทาและกระบวนการเชงิ พาณิชย์เป็นอยา่ งดี มีการ
นาเข้าจากประเทศในเอเชียที่สาคัญ คือ ประเทศจีน และประเทศญ่ีปุ่น ซึ่งมีกระดาษเย่ือไผ่ กระดาษ
สา กระดาษจากหม่อน ซ่ึงเป็นกระดาษที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับกระดาษข่อย แต่จากการสัมภาษณ์
นักอนุรักษ์พบว่า ความสามารถในการนากระดาษข่อยเข้าสู่ตลาดต่างประเทศน้ัน สามารถเร่ิมต้นได้
จากการนากระดาษข่อยเป็นกระดาษท่ีใชใ้ นงานอนุรกั ษ์เพ่ือซ่อมแซม ซงึ่ ในตา่ งประเทศมกี ระดาษข่อย
อยูเ่ ป็นจานวนมาก จึงเปน็ การขยายฐานผซู้ ือ้ โดยเชือ่ มโยงเร่อื งการอนรุ กั ษ์
๔. ตลาดรัฐบาล
ผลิตภัณฑท์ ี่เก่ยี วกับศิลปวฒั นธรรม เปน็ ผลิตภัณฑท์ ี่รฐั บาลควรผู้ซ้ือท่สี าคัญ เพราะรัฐบาล
มีหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีกิจกรรมและภารกิจมากมายด้านการทานุบารุงศิลปวัฒนธรรม ซ่ึงเป็นหนึ่งใน

๕๔

พันธกิจของสถานศึกษาของรัฐบาลด้วย หากรัฐบาลให้การส่งเสริมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์กระดาษ
ข่อยจะเป็นการช่วยให้กระดาษข่อยเป็นท่ีรู้จักมากยิ่งขึ้น ผ่านโครงการ กิจกรรม ของหน่วยงาน
ราชการ ตลาดรฐั บาลจงึ เป็นตลาดท่ีมีความสาคัญมาก แตก่ ารเจาะตลาดรัฐบาลได้จะต้องเชื่อมโยงกับ
นโยบายซึ่งเป็นหวั ใจสาคัญทีส่ ่งผลให้บางหน่วยงานอาจมีข้อจากัดต่อการสนับสนุนได้

กลยุทธก์ ารออกแบบและพัฒนากระดาษข่อยเพ่ืองานศิลปะไทยเชงิ พาณิชย์

กลยุทธ์การออกแบบและพัฒนากระดาษข่อยเพื่องานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์คือ การนา
กระดาษข่อยมาใช้เพื่องานสร้างสรรค์ นอกเหนือไปจากการใช้แบบประเพณีนิยมคือ การนากระดาษ
ข่อยมาใช้เพ่ือทาสมุดไทย (สมุดข่อย) จาเป็นต้องอาศัยกลยุทธ์ในการออกแบบและพัฒนากระดาษให้
มีคุณสมบัติท่ีเอ้ือต่อการนาเสนอเพ่ือการพาณิชย์ อรัญ วานิชกร (๒๕๕๙) กล่าวถึงความจาเป็นของ
การต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นที่จะต้องอาศัยแนวคิดต่าง ๆ เพ่ือความยั่งยืนในการส่งเสริมและพัฒนา
ภูมิปัญญาท้องถ่ิน โดยควรคานึงถึงส่ิงต่าง ๆ ท่ีจะเป็นการพัฒนาให้เกิดผลเชิงพาณิชย์ ได้แก่ เปลี่ยน
วิธีใช้, พลิกมุมมอง, เพ่ิมคุณสมบัติ, ลดคุณสมบัติ, แทนท่ีด้วยส่ิงใหม่, ลาดับรูปแบบใหม่, พลิกกลับ,
ผสมผสาน (อรัญ วานิชกร, ๒๕๕๙, หน้า ๕๓-๕๔)

จากแนวทางการพัฒนาผลติ ภณั ฑ์จากภูมิปัญญาพบว่า สามารถนามาปรับใช้กับการพัฒนา
กระดาษข่อยเพื่องานศลิ ปะไทยเชิงพาณิชย์ โดยอาศยั การสารวจข้อมูลเบ้ืองต้นเกีย่ วกับความต้องการ
ของผูใ้ ช้กระดาษ จากผผู้ ลติ และผ้จู าหน่ายเพ่ือใชใ้ นการบริหารการตลาดของกระดาษข่อยตอ่ ไป

การบริหารการตลาดของกระดาษข่อย
การบริหารการตลาดของกระดาษข่อย เป็นกระบวนการบริหารด้านต่าง ๆที่ส่งเสริมให้
กระดาษข่อยเป็นท่ีต้องการของผู้ซ้ือ จาเป็นต้องอาศัยการวางแผน การปฏิบัติงาน และการวิเคราะห์
โดยเลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นจุดเริ่มต้น ด้านการวางแผน ประกอบด้วยการเลือกตลาดเป้าหมายและ
การพัฒนาส่วนประสมการตลาด ด้านการปฏิบัติงาน ประกอบด้วยการปฏิบัติตามแผนที่กาหนดไว้
เพอื่ วดั ผลและวเิ คราะห์
การเลอื กตลาดเป้าหมายผูซ้ ้อื กระดาษข่อย
ตลาดเป้าหมาย คือ กลุ่มผู้ซื้อ (ผู้บรโิ ภค) หลักของกระดาษข่อย คือ ตลาดผู้ใช้กระดาษข่อย
เป็นหลัก ซ่ึงตลาดผู้ใช้คือผู้ที่มีทุนทางความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ผู้ท่ีมีความชื่นชอบของเก่า หรือ
ซาบซึง้ ในคณุ คา่ ของกระดาษข่อยซึ่งเปน็ กระดาษทมี่ ปี ระวตั กิ ารทาทย่ี าวนาน
ตลาดผู้ใช้กระดาษข่อยสามารถแบ่งเป็นตลาดที่เล็กลง ได้ดังนี้ (ภาพท่ี ๕๑) ๑. ช่างเขียน
ภาพและสร้างสรรค์งานจิตรกรรมไทยแนวประเพณี ๒. ช่างทาสมุดไทย ๓. ช่างทาหัวโขน ๔. ศิลปิน
ศลิ ปะไทยร่วมสมยั และ ๕. นกั อนุรักษ์ ซอ่ มแซมสมุดขอ่ ยโบราณ
ผู้ใช้กระดาษข่อยเพ่ืองานสร้างสรรค์ท้ังท่ีเป็นงานสร้างสรรค์แบบประเพณี (ตามแนวทาง
อยา่ งโบราณ) และงานสรา้ งสรรค์แบบใหม่ ล้วนแตเ่ ป็นกลมุ่ เป้าหมายสาคัญ ซ่ึงกลมุ่ เป้าหมายกลุ่มน้ีมี
กาลังซื้อเพราะสามารถทาให้กระดาษข่อยมีมูลค่าเพ่ิมสูงขึ้นเม่ือสร้างสรรค์เป็นผลงานแล้ว อาทิ
สมดุ ข่อย ผลงานจิตรกรรม ประตมิ ากรรม ตลอดจนนักอนุรักษ์ท่ีสามารถนาเสนอลกั ษณะพิเศษในการ
ใช้กระดาษข่อยเพ่อื ซ่อมแซมซ่งึ เดิมใชก้ ระดาษอ่ืนตา่ งชนดิ กับโบราณวัตถุได้

๕๕

ช่างเขียนภาพ

ชา่ งทาสมดุ ไทย ช่างทาหวั โขน

ศลิ ปินศลิ ปะไทย นกั อนรุ ักษ์
ร่วมสมยั

ภาพท่ี ๕๑ ตลาดเปา้ หมายผูซ้ ้ือกระดาษข่อย
ท่ีมา: นฤมล ศลิ ปชยั ศรี

การพัฒนาสว่ นประสมการตลาดกระดาษข่อย
กลุ่มผู้ซื้อกระดาษข่อย ส่วนมากคือกลุ่มผู้ใช้กระดาษโดยตรง และอาจจะมีผู้ซ้ือที่นามา
จาหน่ายต่อหรือกลุ่มผู้ท่ีเลือกกระดาษข่อยเพ่ือทากิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการต่าง ๆ ซึ่งหลังจาก
วเิ คราะห์และเลือกกลุ่มเป้าหมายได้แลว้ กาหนดให้กลมุ่ เป้าหมายในทีน่ ้ีคอื ตลาดผูใ้ ช้กระดาษข่อยเป็น
หลกั ข้ันตอนต่อไปจึงเป็นการพัฒนาสว่ นประสมการตลาดกระดาษข่อยเพ่ือตลาดเป้าหมายนนั้
พษิ ณุ จงสถิตยว์ ัฒนา (๒๕๔๔) อธิบายนยิ ามสว่ นประกอบการตลาดไว้วา่
สว่ นประสมการตลาดคอื ปจั จัยแปรผนั ทางการตลาดท่ผี ู้บรหิ ารการตลาดเสนอใหแ้ กต่ ลาด
เป้าหมาย เพ่ือบาบัดความต้องการพร้อมท้ังนาความพอใจสูงสุดมาสู่ตลาดเป้าหมาย ส่วน
ประสมการตลาดเป็นปัจจัยแปรผันทางการตลาดท่ีผู้บริหารสามารถควบคุมได้ และเป็น
หน้าท่ีของผู้บริหารท่ีจาเป็นต้องปรับปัจจัยแปรผันเหล่านี้ให้สอดคล้องกับความ
เปล่ียนแปลงของตลาดเป้าหมายและสภาวะการแข่งขันในตลาด เพื่อสร้างความได้เปรียบ
เหนอื คแู่ ข่งขัน และสรา้ งความพอใจใหแ้ กล่ ูกคา้ เปา้ หมาย.
(พิษณุ จงสถิตยว์ ัฒนา, ๒๕๔๔, หนา้ ๑๐)
สาหรับการพัฒนาส่วนประสมการตลาดกระดาษข่อย พบว่า ส่วนประสมการตลาด
ประกอบด้วย ๑. ผลิตภัณฑ์ ๒. ราคา ๓. ช่องทางการจัดจาหน่าย และ ๔. การส่งเสริมผลิตภัณฑ์
(ภาพที่ ๕๒) ผลิตภัณฑ์กระดาษข่อยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการฟ้ืนฟู เป็นสินค้าท่ีมีลักษณะพิเศษใน
เรือ่ งคณุ ภาพที่มีความแข็งแรงทนทาน เหมาะแก่การใชเ้ ปน็ วสั ดุในงานสร้างสรรค์งานศลิ ปะ อย่างไรก็
ตาม จากการสารวจพบว่า กระดาษข่อยมีราคาค่อนข้างสูง ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาคอื แรงงาน จานวน
ผู้ทาส่งผลให้ราคาขยับเพิ่มสูงขึ้น ในการวางแผนการตลาดจาเป็นต้องลดต้นทุนแรงงานและยังคง
คุณภาพของผลิตภัณฑ์ไว้ สมพงษ์ สงคล้ิง ผู้ประกอบการทากระดาษข่อย ให้ความเห็นด้านการนา
กระดาษข่อยมพัฒนาส่สู ินค้าเชงิ พาณิชยน์ อกเหนือจากเป็นวัสดุสร้างสรรคศ์ ิลปะไทยแนวประเพณี ว่า

๕๖

จากประสบการณ์ในการผลิตกระดาษข่อยให้กับศูนย์ศลิ ปาชีพ เราใช้แรงงานประมาณ ๒๐
คน ถ้าทาในเชิงพาณิชย์อาจจะไม่คุ้มค่าแรงงานเม่ือเปรียบเทียบกับผลที่ได้ ปกตินักเรียน
ศิลปาชีพจะมีรายได้ประจาเดือนอยู่แล้ว การทางานกระดาษข่อยจึงไม่มีค่าแรง เราจะจัด
ตารางการผลิตกระดาษในจังหวะที่ว่างจากการเรียน เช่น วันเสาร์ รายได้จากการขาย
ส่งเข้ามูลนิธิและหักไว้ส่วนหน่ึงเพ่ือปันผลให้กับนักเรียน ดูเหมือนจะเป็นเร่ืองยากถ้า
ทาในเชิงพาณิชย์. (สมพงษ์ สงคล้งิ , สัมภาษณ์ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๑)

ผลติ ภณั ฑ์ การจดั จาหน่าย

ผ้บู ริโภค

ราคา การสง่ เสริม
ผลิตภณั ฑ์

ภาพท่ี ๕๒ ส่วนประสมการตลาดกระดาษข่อย
ท่มี า: นฤมล ศลิ ปชยั ศรี

อุปสรรคทางด้านต้นทุนการผลิตส่งผลต่อการจัดจาหน่ายและการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ด้วย
การจัดจาหน่ายของทางศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จาหน่ายโดยตรงกับแหล่ง
ผลิต และทางส่ือออนไลน์ เฟสบุ๊ค (ภาพท่ี ๕๓) ซึ่งเป็นช่องทางที่สามารถติดต่อเพื่อสอบถามราคา
ขนาด และการจัดสง่ ไดโ้ ดยตรง ผขู้ ายได้ราคาอยา่ งที่ตอ้ งการ คอื ต้นทนุ บวกกาไรแลว้ หากผขู้ ายนาไป
ฝากขายตามร้านค้าต่าง ๆ อาจเป็นการเสียโอกาสทางการค้าในเร่ืองของการประชาสัมพันธ์ เว้นแต่
มีผู้ซ้ือกระดาษข่อยไปเพื่อจาหน่ายต่อ ประโยชน์ของร้านค้าออนไลน์คือ ผู้ขายสามารถกาหนดราคา
ไมใ่ หส้ งู จนเกินไป ผู้ซอ้ื สามารถคานวนราคาเปรยี บเทียบขนาดต่าง ๆ ได้ เพราะการฝากขายยงั ร้านค้า
ต่าง ๆ อาจมีค่าดาเนินการ ค่าพ้ืนท่ีซ่ึงมีมูลค่าสูงประมาณร้อยละ ๒๕-๓๐ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาขาย
กระดาษข่อยต้องปรบั ตัวเพมิ่ สงู ขึ้น

ต้นทนุ ในการทากระดาษข่อยของศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวดั พระนครศรีอยธุ ยาคานวน
จากตน้ ทนุ วตั ถุดบิ และต้นทุนคา่ แรง จากข้อมูลสมั ภาษณพ์ บว่า แรงงานสาหรบั การทากระดาษข่อยมา
จากนักเรียนของศูนย์ศิลปาชีพฯ ซ่ึงเป็นผู้ที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาการฝึกฝีมือและได้รับเงินตอบ
แทนรายเดอื น การทากระดาษจึงมลี กั ษณะของจิตอาสา และแบง่ ปนั ผลประโยชนเ์ ม่ือจาหน่ายได้

๕๗

สมพงษ์ สงคล้ิง กลา่ วถงึ ตน้ ทนุ ในการทากระดาษขอ่ ย ทสี่ ่งผลต่อราคากระดาษข่อย โดย
ใหค้ วามเห็นวา่ ราคากระดาษเป็นผลมาจากค่าแรงซ่ึงการทากระดาษข่อยไม่มีข้ันตอนทซี่ บั ซ้อนมากนัก
แตต่ อ้ งอาศยั แรงงานเป็นจานวนมากเพ่อื ให้ได้เยื่อข่อยท่ีทุบจนละเอียดตามอย่างวิธีการของโบราณ

หากได้ลงมือทาด้วยตนเองจะตอบได้เลยว่า การทากระดาษข่อยน้ันไม่ยาก แต่มีเง่ือนไข
บางประการท่ีเป็นอุปสรรคต่อการผลิต เช่น เวลา แรงงาน ในกรอบของเวลาแด้แก่การ
หมัก ต้องใช้เวลาถึง ๓-๔ วัน และแรงงานในการทุบและลอกเปลือก ถ้าทาในเชิงพาณิชย์
ต้องใช้ตนมากและผลที่ได้รับอาจจะไม่คุ้มค่าแต่ถ้าทาเพ่ือฟื้นฟูหรือเชิงอนุรักษ์อันน้ีไม่ยาก
เกนิ ไป. (สมพงษ์ สงคล้งิ , สัมภาษณ์ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๑)

ภาพท่ี ๕๓ รา้ นค้าออนไลน์ กระดาษข่อยและสมดุ ไทย
ทม่ี า: นฤมล ศิลปชัยศรี

อย่างไรก็ตามการจัดจาหนา่ ยด้วยการลดต้นทุนการผลติ เพื่อเพ่ิมช่องทางการจาหน่าย เป็น
แนวทางท่ีดีท่ีผู้ผลิตกระดาษข่อยควรปรับตัวเพื่อให้เกิดช่องทางที่เพ่ิมมากขึ้น และสามารถส่งเสริม
ผลติ ภัณฑใ์ ห้สอดคลอ้ งกับกิจกรรมสง่ เสริมการตลาด สร้างฐานผซู้ ือ้ ใหมๆ่

สมพงษ์ สงคลิ้ง กลา่ วว่า “สมุดขอ่ ยที่ขายดคี อื ขนาด ๔๐x๑๓ เซนติเมตร โดยกลุ่มลกู คา้
ที่เป็นพระภิกษุ กลุ่มคนเรียนศิลปะที่มีประสบการณ์ทางศิลปะสูง” (สมพงษ์ สงคลิ้ง, สัมภาษณ์
๑๒ มกราคม ๒๕๖๑) กลุ่มลูกค้าที่ซื้อสมุดข่อยจะนาไปใช้เพ่ือคัดลอกคัมภีร์โบราณ หรือตาราท่ี
ต้องการให้อยู่ในลักษณะโบราณ ซ่ึงไม่เพียงรูปลักษณ์ของสมุดเท่านั้นท่ีกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ชื่นชอบ
แตย่ งั ตอ้ งการใหว้ สั ดุทใ่ี ช้ทามคี วามเป็นด้ังเดิมคือเป็นกระดาษข่อยเช่นเดียวกบั ท่ีเคยมีมาในอดีต จาก
การสารวจและสอบถามพบว่าราคากระดาษช่อยค่อนขา้ งสูงและเมื่อนามาทาสมุดข่อยย่งิ ส่งผลให้สมุด
ขอ่ ยตอ่ เลม่ มีมูลคา่ ตั้งแตห่ ลักรอ้ ยจนถึงหลกั หมนื่ บาท สมพงษ์ สงคลง้ิ จาแนกกลมุ่ ลูกคา้ ไว้ ดังน้ี

อันดับแรก น่าจะหากลุ่มที่สนใจกระดาษข่อย ซ่ึงต้องเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนที่ชอบอักษร
โบราณ กลมุ่ คนท่ีชอบเก็บคมั ภรี ์เก่า ๆ อันดับที่ ๒ กล่มุ ของวัดหรอื ท่ีเก่ียวกับพระสงฆ์ จาก
ประสบการณท์ ี่ทากระดาษข่อยมา ๓ ปี มีพระสงฆจ์ ากวัดต่าง ๆ ใหค้ วามสนใจจานวนมาก
ส่วนใหญน่ าไปคัดลอกตาราเก่า ๆ เน่ืองจากตาราเก่ามีความเสยี หาย ชารุดไปตามกาลเวลา
อีกกลุ่มหนึ่งก็คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ นักศึกษา เช่นกลุ่มนักศึกษาศิลปะไทยตามสถาบันต่าง ๆ

๕๘

กลุ่มนี้น่าจะมีบทบาทในการอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป. (สมพงษ์ สงคล้ิง, สัมภาษณ์ ๑๕
เมษายน ๒๕๖๑)
ในดา้ นการสง่ เสริมผลติ ภณั ฑ์ใหส้ ามารถใช้ประโยชนม์ ากข้นึ ดว้ ยการนาคณุ สมบตั ขิ อง
กระดาษข่อยซ่ึงเป็นกระดาษทผ่ี ลิตขึ้นมาอยา่ งจากดั มแี หล่งทากระดาษทไี่ มแ่ พร่หลาย ทาให้กระดาษ
ข่อยเป็นสินค้าหายาก มีราคาสูง และเป็นที่ต้องการของกลุ่มนักอนุรักษ์ ทั้งท่ีเป็นนักอนุรักษ์ส่วน
ราชการ และนักอนุรักษ์อิสระ หากการส่งเสริมกระดาษข่อยด้วยการเพิ่มศักยภาพในการใช้งานให้มี
ความหลากหลายมากข้ึนจะเป็นการเพ่ิมโอกาสทางการตลาดซ่ึงกระดาษข่อยเป็นผลิตภัณฑ์ในทาง
วัฒนธรรมการส่งเสริมจงึ นาเอกลกั ษณแ์ ละคุณค่าทางประวัตศิ าสตรเ์ ปน็ เคร่อื งชีน้ าดว้ ย
จฑุ ามาส เรอื งยศจนั ทนา นกั อนรุ ักษ์อิสระใหค้ วามเหน็ เกย่ี วกบั การนากระดาษขอ่ ยมาใช้
ในงานอนุรักษ์ซึ่งจะเป็นอีกหน่ึงกลุ่มผใู้ ช้ที่จะทาใหก้ ระดาษข่อยยังคงเปน็ ท่ีตอ้ งการทั้งในประเทศและ
ต่างประเทศ หากแต่ต้องปรับตัวในด้านกระบวนการผลิต ที่จะต้องลดต้นทุนด้านเวลาและแรงงาน
เพือ่ ใหก้ ระดาษขอ่ ยไม่มรี าคาสูงเกินไป วา่
ในไทยและต่างประเทศมีเอกสารโบราณท่ีทาจากกระดาษข่อยจานวนมาก แต่ในปัจจุบัน
การอนุรักษ์ใช้กระดาษสาในการซ่อมช้ินงาน เนื่องจากมีผู้ผลิตกระดาษข่อยเพ่ือใช้ในงาน
อนุรักษ์จานวนไม่มากและมีราคาสูง ดังนั้น เราควรปรับกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมที่มี
ต้นทุนสูงท้ังในเร่ืองเวลาและค่าใช้จ่าย เพ่ือจะได้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ในเชิงพาณิชย์.
(จุฑามาส เรอื งยศจนั ทนา, สมั ภาษณ์ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๐)
ดา้ นการสร้างสรรคศ์ ลิ ปะร่วมสมัยด้วยเทคนิคภาพพิมพซ์ ึง่ วารี แสงสุวอ ศิลปนิ ภาพพมิ พ์
และอาจารย์ประจาหลักสตู รทศั นศิลป์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎสงขลา ใชก้ ระดาษหลากหลายชนดิ ในงาน
สรา้ งสรรค์ สาหรบั กระดาษขอ่ ยทว่ี ารี แสงสวุ อใช้ในงานสร้างสรรคเ์ ทคนคิ ภาพพมิ พ์แกะไม้พบว่า
การพิมพ์ลงบนกระดาษข่อย ซึ่งมีลักษณะเป็นระนาบที่ตามปกติ เทคนิคน้ีก็ใช้พิมพ์บน
กระดาษลักษณะนี้อยู่แล้ว แต่ตัวกระดาษข่อยจะมีสีตวั กระดาษเองเฉพาะ ซึ่งถ้านับเป็นคา่
นา้ หนักกถ็ อื ว่าอยูใ่ นระดบั ทเี่ ป็นน้าหนักเทา การเลือกใช้สีหมึกพมิ พ์ ควรจะตอ้ งวางแผนใน
การพิมพ์ผลงานที่ส่งเสริมลักษณะพิเศษของวัสดุให้คงอยู่. (วารี แสงสุวอ, สัมภาษณ์ ๒
สงิ หาคม ๒๕๖๐)
จากการศึกษาเกี่ยวกับการนากระดาษข่อยมาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆตลอดจนการ
ส่งเสริมให้กระดาษข่อยมีความสาคัญด้วยกลวิธีต่าง ๆ จึงอาจกล่าวได้ว่า กระดาษข่อยท่ีมีแหล่งผลิต
สาคัญอยู่ท่ีศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และการเผยแพร่องค์ความรู้จาก
นายนิศิษย์ ฤทธิเวช ครูช่างทากระดาษผู้มีประสบการณ์การทากระดาษ ๒๐ ปี ตลอดจนมีการ
จาหน่ายกระดาษข่อยให้แก่กลุ่มผู้ใช้กระดาษข่อยที่มีความนิยมกระดาษด้ังเดิมของไทย เมื่อพิจารณา
คุณค่าภูมิปัญญาการทากระดาษโดยอาศัยแนวคิดจากผู้ทากระดาษ ผู้ใช้กระดาษ และแหล่งเผยแพร่
ผลงานศลิ ปะ ซง่ึ มีประเดน็ ทีน่ า่ สนใจคือ
๑. การออกแบบและพฒั นากระดาษข่อยจะไมเ่ ป็นไปเพ่ือลดทอนคุณค่าด้ังเดิม
๒. กระดาษข่อยเปน็ กระดาษทแ่ี สดงคณุ ค่าและความงามให้แกง่ านสรา้ งสรรคศ์ ิลปะไทย

รว่ มสมัย
๓. กระดาษขอ่ ยควรมีมูลคา่ ท่สี ามารถจบั ตอ้ งได้ ไม่สงู จนเกนิ ไป

๕๙

สรปุ

กลมุ่ ตวั อย่างกระดาษข่อยท่ีใช้ในงานประเภทตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ กระดาษขอ่ ยท่พี บใน สมยั
กรุงศรีอยุธยา สมัยกรุงธนบรุ ี และสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งกระดาษข่อยท่ีทาข้ึนจากศูนย์ ศิลปา
ชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแสดงลักษณะร่วมและลักษณะต่างของคุณภาพกระดาษด้วย
การสังเกต

กระดาษข่อยในแต่ละสมัยมีลักษณะร่วมกันคือมีความเหนียวแข็งแรงทนทาน มีผิวสัมผัสท่ี
ไมเ่ รยี บเนียนเทา่ กระดาษฝร่งั สาหรบั ลักษณะท่ีมีความแตกตา่ งของกระดาษข่อยในสมัยกรุงศรีอยุธยา
และสมัยกรุงรตั นโกสนิ ทร์คือมีสีของกระดาษทมี่ ลี ักษระขาวกวา่ กระดาษข่อยในปจั จุบัน โดยมีปจั จัยที่
จากวัตถุดบิ ในการทาและกรรมวิธีบางอยา่ งทปี่ รับเปลย่ี นให้เหมาะสมกบั สภาพแวดล้อม ได้แก่ข้ันตอน
การคดั เยอื่ (เสียดข่อย) และการหมักเย่ือ ซง่ึ วิธีโบราณจะล้างเยือ่ ในนา้ คลองท่ีมนี ้าไหลผา่ น ปัจจบุ ันไม่
สามารถทาเช่นน้ันได้ จึงปรับใหแ้ ชใ่ นอ่างหรอื โอง่ ซง่ึ เปน็ น้าขังส่งผลต่อการทาความสะอาดเยื่อเชน่ กัน

กระดาษขอ่ ยสมัยกรุงศรอี ยุธยา สมยั กรุงธนบรุ ี และสมัยกรุงรตั นโกสินทร์เป็นกระดาษท่ีทา
ขนึ้ อยา่ งกว้างขวาง เปน็ กระดาษที่ทาในท้องถ่ินและมีความสาคัญตอ่ การนาไปใชห้ ลากหลายดา้ น ทงั้ ท่ี
ใช้ในพระศาสนา ใช้ในราชสานัก และใช้เพ่ือสื่อสารคัดลอกตาราเป็นความรู้ในหมู่ชาวบ้าน เช่น
ตารายา ตารานวด เป็นต้น กระดาษข่อยที่หล่อขึ้นพิเศษให้มีลักษณะบางไม่สามารถใช้เขียนได้เพราะ
บางเกินไป จะนาไปใช้เพ่ือทางานศิลปะ ได้แก่ กระดาษรองสาหรับตีทองคาเปลว กระดาษปิดหัวโขน
หัวหุ่นกระบอก หรือกระดาษข่อยที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการทาเครื่องศิราภรณ์สาหรับการแสดงละคร
ด้วย เพราะคณุ สมบัติท่ีมีความเหนยี วแข็งแรงทนทาน มีนา้ หนักเบา จึงเหมาะกบั การนามาสวมใส่เพื่อ
ใช้ในการแสดง กระดาษข่อยเม่ือนามาปิดทับกันด้วยกาวแป้งเปียกมีลักษณะคล้ายเนื้อไม้สามารถ
นาไปทายางรกั เพอ่ื ปิดทองคาเปลวหรือตกแตง่ ดว้ ยกระจกเกรยี บไดด้ ว้ ย

ลักษณะของกระดาษข่อยในสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์มีความหลากหลายท้ังใน
เร่ืองของเนื้อกระดาษ ขนาด และสีสัน พบว่ากระดาษข่อยที่ทาจากเยื่อข่อยสีเข้มจะได้กระดาษข่อย
สีน้าตาลอมเหลืองจะถูกนามาย้อมด้วยเขม่าดินกลายเป็นสมุดไทยดาซ่ึงทาผสมกับกาวแป้งเปียก
ส่งผลให้กระดาษมีความหนาขึ้น ข้อสังเกตถึงลักษณะกระดาษข่อยแบบต่าง ๆ ได้ดังนี้ ๑. กระดาษ
ข่อยในสมุดไทยขาว มีเนื้อละเอียดขาวนวล เมื่อผ่านการใช้งานจะมีลักษณะนุ่มลงคล้ายผ้าฝ้าย ๒.
กระดาษในสมุดไทยดา มีความแข็ง และหนาจากการเคลือบผิวกระดาษ บางฉบับที่เป่ือยชารุดมี
ลกั ษณะเป็นฝนุ่ ผงคล้ายไมย้ ุ่ย ๓. กระดาษทใ่ี ชใ้ นงานศลิ ปะไทยอื่น ๆ อาจจะไมต่ อ้ งคานึงถึงความหนา
ที่สมา่ เสมอกนั นกั เช่นการนากระดาษขอ่ ยมาใชท้ าเครือ่ งศิราภรณ์สาหรับการแสดงละคร

อย่างไรก็ตาม กระดาษที่มีอายุมากอย่างเช่นกระดาษต้ังแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึง
ต้นกรุงรัตนโกสินทร์จะมีลักษณะที่สมบูรณ์หรือคงสภาพกระดาษดั้ งเดิมได้นั้น มีปัจจัยสา คัญ อี ก
ประการหน่งึ นอกเหนอื จากกระบวนการทากระดาษข่อยนนั่ คือการเกบ็ รักษา

สมุดไทยท่ีมีประวัติการเก็บรักษาท่ีดีเช่นเดิมเคยเป็นสมุดไทยของเช้ือพระวงศ์ พระเถระ
มักเป็นสมุดไทยที่ได้รับการเก็บรักษาเป็นอย่างดี เสื่อมสภาพหรือชารุดเพียงเล็กน้อย แตกต่างจาก
สมุดไทยของชาวบ้านที่อาจจะป้องกันการเส่ือมสภาพได้ยากกว่าการซ่อมแซมสมดุ ไทยทชี่ ารุดเสียหาย
เหล่านี้ มักใช้วิธีการปะ ต่อเติม เนื้อกระดาษให้เต็มสมบูรณ์ กระดาษท่ีเหมาะสมท่ีสุดในการซ่อมแซม
คอื กระดาษขอ่ ย บางคร้งั ใชก้ ระดาษสาทดแทน แต่ไม่ดีเท่าเนือ้ กระดาษข่อยซึง่ เปน็ วัสดุชนิดเดียวกัน

๖๐

ต่อมาเมื่อมีการฟื้นฟูกระบวนการการทากระดาษข่อยอย่างโบราณ เกิดเป็นกระดาษข่อย
จากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดจาหน่ายจนเป็นที่รู้จักในชื่อ “กระดาษข่อย
ศูนย์ศิลป์ฯเกาะเกิด” ด้วยกระบวนการทาที่เข้าใจง่ายลดทอนข้ันตอนด้ังเดิมบางอย่างลง เพ่ือให้ทา
กระดาษขอ่ ยได้โดยไมต่ ้องมขี ้อจากดั ด้านพน้ื ท่ี ขั้นตอนที่ลดทอนลงน้ีจะนาไปสู่การถ่ายทอดภมู ิปัญญา
การทากระดาษขอ่ ยให้แก่สาธารณะ สามารถทากระดาษขอ่ ยดว้ ยเครือ่ งมือท่ีมีอย่างจากดั ได้

ลักษณะกระดาษข่อยจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่าเป็น
กระดาษข่อยท่ีทาขน้ึ เพื่อใชส้ าหรบั การทางานศลิ ปะ และการนาไปใช้ซ่อมแซมงานในแนวทางอนุรักษ์
วัตถทุ างศิลปะที่ชารุด ทัง้ ทเี่ ปน็ การอนุรักษ์งานสมุดไทย กระดาษในหน่วยงานอนุรักษ์หนงั สือ เป็นต้น
กระดาษมลี ักษณะท่ีค่อนขา้ งหนา มคี วามแขง็ แรง แตไ่ ม่ขาวเท่ากระดาษโบราณ มีสีคลา้ ยสีของเปลือก
ไม้ เน่ืองมาจากต้นข่อยที่ได้จากแหล่งที่หลากหลาย มีท้ังท่ีเป็นลาต้นแก่และลาต้นอ่อน มีเยื่อที่ให้สี
แตกต่างกัน เม่ือนามารวมกันเพื่อทากระดาษข่อยจึงได้กระดาษท่ีมีสีเข้มกว่าสมัยโบราณที่มีการคัด
แยกสีของเยือ่ ไดด้ ีกวา่

จากกล่มุ ตัวอยา่ งกระดาษขอ่ ยท่ีใช้ศึกษาความสาคัญของกระดาษข่อยซึ่งสะท้อนภมู ิปัญญา
ของคนไทยท่ีนาเย่ือจากต้นข่อยมาผ่านข้ันตอนต่าง ๆ เกิดเป็นกระดาษท่ีทาขึ้นเพื่อการใช้งานใน
ลักษณะเฉพาะ ด้วยคุณสมบัติของเย่ือกระดาษที่เหนยี วและยึดตอ่ กันได้ดีแม้ไม่มีสารเคมีประสานใดๆ
ส่งผลให้สมุดหรืองานศิลปะท่ีทาข้ึนจากกระดาษข่อยมีอายุยาวนาน และยังคงสภาพได้นานนับร้อยปี
การฟ้นื ฟูองค์ความรู้ด้านภูมิปญั ญาการทากระดาษข่อยจึงเป็นสงิ่ ที่มีประโยชน์อยา่ งสูง เพราะเป็นการ
ส่งเสริมให้เล็งเห็นถึงคุณค่าของวัสดุและคุณค่าของการคิดแก้ไขปัญหาของคนไทยในอดีต ซ่ึงกระดาษ
ข่อยจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกดิ จังหวดั พระนครศรีอยุธยา ไดน้ าเสนอองค์ความรู้เหลา่ นหี้ ลักสูตรสอน
ให้กับเยาวชนจากชนบทและทากระดาษข่อยเพ่ือจาหน่ายในปัจจุบัน การนาองค์ความรู้จากอดีต
ผสมผสานกับการถ่ายทอดความรู้ในปัจจุบันจะเกิดเป็นกระบวนการการอนุรักษ์การทากระดาษข่อย
ซ่ึงการนาไปใช้เพื่องานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์จะเป็นการส่งเสริมให้กระดาษข่อยได้ทาหน้าท่ีของ
กระดาษทางศิลปะซ่ึงเป็นคณุ ค่าดั้งเดิมของศิลปะไทยแม้ว่าจะมีการนากระดาษชนิดอื่น ๆ ที่หาได้ง่าย
มาทดแทน แต่คณุ สมบัติความแข็งแรง และคณุ ค่าของกระดาษข่อยที่เป็นวสั ดดุ ้ังเดมิ ของศิลปะไทยน้ัน
ไมม่ กี ระดาษเหลอื ใช้อืน่ ใดมาทดแทนได้

ด้านการตลาดกระดาษข่อย พบว่ากลุ่มผู้ใช้กระดาษข่อยที่เป็นเป้าหมายหลัก ได้แก่ กลุ่ม
ศิลปิน พระสงฆ์ นักอนุรักษ์และผู้ที่ชื่นชอบสมุดไทยและสามารถขยายฐานกลุ่มเป้าหมายไปยังตลาด
อื่นๆ ได้แก่ ตลาดองค์กร (ภาคเอกชน) ตลาดรัฐบาลจาเป็นต้องได้รับการประชาสัมพันธแ์ ละนาเสนอ
คุณค่าของภูมิปัญญาที่ใช้เป็นเคร่ืองช้ีนาให้เกิดความนิยมและสนับสนุนให้กระดาษข่อยสามารถเป็น
กระดาษที่ใช้ในงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ ได้ ต้นทุนการผลิตกระดาษข่อย เป็นอุปสรรคสาคัญในการ
พยายามลดต้นทุนกระดาษเพ่ือลดราคาลงเน่ืองจากต้นทุนแรงงาน ซ่ึงการลดต้นทุนนี้สามารถปรับ
แนวทางการค้ากระดาษในรูปแบบอ่ืนๆ เช่น โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ (workshop) โดยให้ผู้ซื้อ
(ผู้ใชก้ ระดาษ) เป็นผลู้ งมอื ปฏิบัติการทากระดาษข่อยเปน็ การส่งเสริมให้เกิดการเผยแพร่องค์ความรู้ได้
อกี ทางหนึ่ง และตน้ ทุนแรงงานลดลง หากคานึงถึงคณุ ค่าในด้านภูมิปญั ญาการทากระดาษข่อยซึ่งเป็น
กระดาษดั้งเดิมของไทยแล้ว การส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากกระดาษข่อยท่ี
หลากหลาย นบั ได้ว่าเป็นการสนับสนุนให้กระดาษขอ่ ยมีบทบาทสาคญั ต่องานศิลปะไทยในทส่ี ุด

๖๑

บทท่ี ๔
ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู

ภูมิปัญญาการทากระดาษข่อยของไทยเป็นศาสตร์แห่งความรู้ที่น่าศึกษาและลงมือปฏิบัติ
อย่างย่ิง ด้วยเป็นพ้ืนความรู้ทางการเกษตร การฝึกการสังเกตเยื่อไม้ ต้องอาศัยความพิถีพิถันในการ
เรยี นรู้ จดบันทกึ และถา่ ยทอดใหค้ วามรู้แก่บุคคลอ่นื ๆ

กิจการการทากระดาษข่อยเคยรุ่งเรืองอย่างมากเพราะใช้ประโยชน์ไดห้ ลากหลาย จนต่อมา
เกิดการแข่งขันเกี่ยวกับกิจการกระดาษ ซ่ึงมีกระดาษจากต่างประเทศเข้ามาและมีคุณภาพท่ีดีกว่าใน
เร่ืองของความเรียบและความหนาท่ีสม่าเสมอกว่า จึงทาให้กิจการทากระดาษข่อยเร่ิมลดจานวนลง
ประกอบกับเกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานทากระดาษตั้งแต่สมัยรัชกาลท่ี ๕ (เลิกทาส) ส่งผลต่อ
กจิ การทากระดาษดว้ ยเช่นกัน กิจการการทากระดาษขอ่ ยท่ียงั คงสืบทอดกิจการต่อมาได้แกบ่ า้ นช่างที่
ให้สมาชกิ ในครอบครวั เป็นผู้สืบทอดความรแู้ ละประกอบเปน็ อาชีพ

การวิจัยกระบวนการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทากระดาษข่อยเพื่องานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์
มีวัตถุประสงค์ในการท่ีจะศึกษาประวัติการใช้กระดาษข่อยในประเทศไทย ความสาคัญในการท่ีจะ
อนุรักษ์การทากระดาษข่อย การสืบสานกระบวนการทากระดาษข่อยเพ่ือนาเสนอให้ผู้ท่ีสนใจ และให้
คนในทอ้ งถนิ่ สามารถรเิ ริ่มการทากระดาษข่อยดว้ ยตนเอง อนั จะนาไปสกู่ ารผลิตผลงานในเชิงพาณิชย์
ต่อไปได้ จากการศึกษาขอ้ มูลทั้งภาคทฤษฎแี ละปฏิบตั ิสามารถวเิ คราะหผ์ ลการวจิ ัยได้ดังน้ี

การวเิ คราะห์คุณคา่ ของกระดาษข่อยในมิติประวัติศาสตร์

กระดาษขอ่ ยเปน็ กระดาษด้ังเดิมของไทย ทาข้ึนจากเปลือกด้านในของก่ิงข่อย หรอื ต้นข่อย
ท่ีไม่แก่จัด กรรมวิธีการทากระดาษข่อยเป็นเช่นเดียวกับการทากระดาษจากเยื่อของธรรมชาติ
อย่างเช่น หม่อน สา ไผ่ หรือแม้แต่ต้นข้าว คุณสมบัติที่พิเศษของกระดาษข่อยคือ มีเส้นใยหรือเยื่อที่
เหนียวและยาว ทาให้ในเวลาหล่อกระดาษเย่ือจะทาการประสานกันเป็นแผ่นโดยไม่ต้องอาศัย
สารเคมีใด ๆ

เอกสารท่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับกรรมวิธีการทากระดาษ พบว่ามีหน่ึงฉบับใน
สมัยกรุงศรีอยุธยาและอีกสามฉบับในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันการเผยแพร่กระบวนการทา
กระดาษมีมากขึ้นโดยได้รับองค์ความรู้จากการจดบันทึกและการถ่ายทอดโดยช่างผู้สบื ทอดกิจการทา
กระดาษจากบรรพบุรุษ ดังนี้

ลาลแู บร์ (๒๕๕๗) ในจดหมายเหตุลาลูแบร์ ราชอาณาจกั รสยาม เปน็ เอกสารภาษาฝรั่งเศส
บนั ทกึ เร่ืองราวตา่ ง ๆ ในประเทศไทยไว้ในรัชกาลสมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช กรุงศรีอยุธยา ข้อความ
ที่กล่าวถึงกระดาษข่อยเป็นเพียงการทาความรู้จักกระดาษของไทยที่สามารถนาไปใช้งานได้
หลากหลาย แต่มีคุณภาพไม่ดีเมื่อเทียบกับกระดาษฝร่ัง แต่กระดาษข่อยมีความคงทน ท้งั ท่ที นต่อการ
เปล่ียนแปลงสภาพอากาศ และการกัดแทะจากแมลงหรือปลวกทาให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
เอกสารนี้ชี้ชวนให้เห็นว่า กระดาษข่อยในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นสินค้าท่ีสาคัญ และในเวลาน้ันมี
กิจการการทากระดาษท่ีเจริญรุ่งเรือง ดังจะพบสมุดไทยจานวนมากที่เขียนขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา
ยังคงมีสภาพมาจนถงึ ปัจจบุ นั แม้ว่าจะมีการชารดุ ไปบา้ งก็ตาม

๖๒

กระบวนการทากระดาษสมัยกรุงศรีอยุธยาท่ีปรากฏในหลักฐานภาคเอกสารมาจาแนกข้อมลู
(ตารางที่ ๒) พบว่าไม่เพียงการทากาวแป้งเปียกเพ่ือเสริมความหนาและความแข็งแรงของกระดาษ
แล้วยังมีแนวทางในการป้องกันกระดาษเสื่อมสภาพจากแมลงและความชื้นด้วยการเคลือบยางรั ก
บรเิ วณปกและสนั สมุด

ตารางท่ี ๒
กระบวนการทากระดาษสมัยกรงุ ศรีอยธุ ยาทป่ี รากฏในหลกั ฐานภาคเอกสาร

เอกสาร การเตรยี ม ขัน้ ตอนการทา คณุ ภาพกระดาษ การนากระดาษ
เย่ือข่อย ไปใช้
จดหมายเหตุ - - หนาไมส่ ม่าเสมอ
ลาลูแบร์ ฯ - นาเปลือกกะพ้ี - ไม่ขาว - สมุดไทยขาว
ตน้ ข่อย มาย่อย - สมุดไทยดา
ละเอียดเหมอื น - ทายางรักป้องกัน
เศษผ้าขร้ี ิ้ว แมลง

วารสารวชิรญาณวิเศษ ๒ ฉบับ คือ วชิรญาณวิเศษ เล่มท่ี ๖ แผ่น ๒๐ วันพฤหัสบดีท่ี ๑๙
มีนาคม รัตนโกสินทร์ศก ๑๐๙ และวชิรญาณวิเศษ เล่มท่ี ๖ แผ่น ๒๑ วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มีนาคม
รัตนโกสินทร์ศก ๑๐๙ กล่าวถึงคุณค่าของกระดาษข่อยที่เป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษท่ีคิดประดิษฐ์
ขึ้นใช้ในประเทศ และยังนาเสนอกระบวนการทากระดาษข่อยอย่างละเอียด ในแต่ละขั้นตอนของการ
ทากระดาษข่อยนั้น ผู้เขียนได้อธิบายถึงสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การทากระดาษไว้ด้วย กล่าวคือผู้ท่ี
จะทากระดาษควรอาศัยอยู่ริมน้า อาจเป็นลาคลองหรือมีบ่อน้าท่ีสามารถลงไปหล่อกระดาษได้
กระดาษข่อยต้องการแม่น้าท่ีมีน้าไหลผ่าน ตั้งแต่ขั้นตอนการลอกเย่ือ เพ่ือให้น้าชะล้างเยื่อให้สะอาด
และได้เส้นใยที่มีความขาว ความแตกต่างของกระดาษข่อยในอดีตกับปัจจบุ ัน ส่วนหน่ึงมาจากน้าท่ใี ช้
ในการทากระดาษข่อย เดิมใช้น้าคลอง (น้าท่า) ซึ่งมีปริมาณมาก มีความสะอาด แต่ปัจจุบันการทา
กระดาษใชก้ ารหมกั เย่ือและหลอ่ กระดาษในถงั ที่มีน้าพอสมควรซงึ่ ส่งผลต่อคุณภาพของกระดาษดว้ ย

กรรมวิธีการทากระดาษที่ปรากฏในวารสารวชิรญาณวิเศษเป็นเอกสารท่ีสาคัญอย่างมาก
โดยผู้วิจัยตั้งข้อสันนิษฐานว่าเดิมทีองค์ความรู้ต่าง ๆ ทางการช่างของไทย มักจะไม่ได้บันทึกข้ันตอน
การทาไว้เป็นลายลักษณ์อกั ษร เพราะยังมผี ูส้ ืบสานเทคนิค หรอื วธิ ีการอยอู่ ยา่ งต่อเนื่อง การช่างหลาย
หลายประเภทจึงไม่มีตาราที่ว่าด้วยการช่างโบราณอย่างชัดแจ้ง หากแต่เป็นส่วนประกอบบรรยาย
เพียงเล็กน้อยเท่านั้น สาหรับการนาเสนอกระบวนการทากระดาษข่อยที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร
วชิรญาณวิเศษ (สมัยรัชกาลที่ ๕) นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านภูมิปัญญาการทา
กระดาษข่อยน้ีใหแ้ พร่หลายมากกวา่ เดิมเพื่อป้องกนั ไมใ่ หค้ วามรเู้ หลา่ น้ันสูญหายไป

เอกสารสาคัญอีกฉบับท่ีผู้วิจัยนามาใช้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์กระดาษข่อยของไทยคือ
ปาฐกถาเร่ืองการทากระดาษข่อยของพระยากสิการบัญชา ผู้เขียนบอกเล่าประสบการณ์การทา
กระดาษของตนตั้งแต่เม่ือครง้ั อายุยังน้อย เอกสารฉบบั นีแ้ มว้ า่ จะเผยแพร่ในปี พ.ศ. ๒๔๗๖ แต่ผเู้ ขียน
ได้ย้อนเวลากลับไปถึงราว ๓๐ ปีก่อนหน้านั้น เรียบเรียงถึงแหล่งท่ีมาของต้นข่อยที่ใช้ในการทา

๖๓

กระดาษ การคัดสรรส่วนท่ีพอเหมาะในการลอกเยื่อ ผู้เขียนสามารถอธิบายได้ชัดเจน จึงสันนิษฐาน
ไดว้ า่ ต้นข่อยวัตถุดิบในการทากระดาษข่อยน้นั มเี ป็นจานวนมาก ช่างทากระดาษข่อยสามารถคัดแยก
เยอ่ื ข่อยทีม่ ีความขาวกวา่ ได้เปน็ จานวนมาก กระดาษท่ีไดจ้ ึงมีสที ่สี ว่างกว่าในปัจจบุ นั (ปัจจุบันใชเ้ ยือ่ ที่
มีอยู่อย่างจากัดในการทากระดาษซึ่งมีสีเข้ม) และเอกสารน้ีได้เป็นเอกสารอ้างอิงในการจัดทาหนังสือ
การทาสมุดไทยและการเตรียมใบลานของกรมศิลปากร ซึ่งเรียบเรียงข้ันตอนให้มีความกระชับ ได้
ใจความพรอ้ มภาพประกอบให้เกิดความเขา้ ใจมากขึ้น

กระบวนการทากระดาษสมัยกรุงธนบุรี-กรุงรัตนโกสินทร์ท่ีปรากฏในหลักฐานภาคเอกสาร
แสดงลกั ษณะร่วมและลักษณะตา่ งไว้ (ตารางที่ ๓) สะทอ้ นการทาความเขา้ ใจกระบวนการทากระดาษ
จากผู้สังเกต ผู้ลงมือปฏิบัติ ผู้จดบันทึก ซึ่งความแตกต่างเหล่านี้ไม่เพียงเกิดจากความเข้าใจเท่าน้ัน
ยังสะท้อนการปรับตัวทางสภาพแวดล้อมและสังคมที่เปล่ียนไป เพื่อให้ได้กระดาษข่อยที่มีคุณภาพที่ดี
และมคี ณุ คา่ ทางภูมิปญั ญา

ตารางท่ี ๓
กระบวนการทากระดาษสมัยกรุงธนบรุ ี-กรุงรตั นโกสินทร์ที่ปรากฏในหลักฐานภาคเอกสาร

เอกสาร การเตรยี ม ขัน้ ตอนการทา คณุ ภาพ การนากระดาษ
เย่ือข่อย
กระดาษ ไปใช้

วชริ ญาณวิเศษ - ตดั กิ่งข่อย หรอื - ตม้ เคยี่ วเย่อื ข่อยไป - ผิวกระดาษ - สมุดไทยขาว

เลม่ ท่ี ๖ แผ่น ๒๐ ตน้ ขอ่ ยท่ีเล็กๆ กวา่ จะเปื่อย ไม่สม่าเสมอ - สมดุ ไทยดา

วันพฤหสั บดีท่ี มาปอกเอาเปลือก -ใส่ตะกรา้ ลา้ งนา้ ฟอก

๑๙ มนี าคม ชัน้ ในมาใช้ ใหข้ าวจนหมดสดี ่าง

รัตนโกสนิ ทรศ์ ก - นาไปผ่งึ แดดจน แลว้ จึงใส่ครกตาไปจน

๑๐๙ แห้ง แช่เย่ือข่อย ละเอียด

ในตมุ่ ใหญๆ่ - หยบิ เอามาใสน่ ้าท่า

ใส่น้าดา่ งท่ีกลัน่ กวนดู เตรียมหลอ่

แล้วพอท่วม กระดาษ

- แช่จนเป่อื ยย่ยุ

วชริ ญาณวิเศษ - ทาพมิ พ์หล่อกระดาษ - ผิวกระดาษ - สมุดไทยขาว

เลม่ ท่ี ๖ แผ่น ๒๑ ด้วยไมร้ าง ใช้ผา้ ขาว ไม่สมา่ เสมอ - สมุดไทยดา

วนั พฤหสั บดีท่ี เนอื้ บางขึงให้ตึง กนั - กระดาษเพลา

๒๖ มีนาคม - วางพิมพ์ลงในสระ ให้ สนั นษิ ฐานวา่

รัตนโกสนิ ทร์ นา้ ปริ่มเสมอกนั ในขน้ั ตอนการ

ศก ๑๐๙ - นาเย่ือข่อยท่ลี ะเอยี ด หล่อกระดาษ

ใส่ลงในถงั หรอื ครุ เทลง ในน้าคลอง

พมิ พก์ วนและเกล่ียให้ อาจวาง

๖๔

เอกสาร การเตรียม ขั้นตอนการทา คุณภาพ การนากระดาษ
เย่อื ข่อย
กระดาษ ไปใช้

กระจายเสมอกันท่ัวผนื พะแนงหรือ

ไม่ให้นา้ กระเทอื น แลว้ จงั หวะไม่

จึงยกขึน้ ตาก เสมอกนั

– ใชย้ อดกล้วยหรือลา

ตน้ บอน มาคลึงรีดเพ่ือ

จะให้เนื้อกระดาษเรียบ

แล้วยกไปผง่ึ แดดไว้จน

แผน่ ผ้านั้นแหง้

ปาฐกถา เรือ่ งการ - นาตน้ ข่อยมารม - ตม้ ขอ่ ย ๒๔ ชว่ั โมง - กระดาษ - สมดุ ไทยขาว

ทากระดาษข่อย ไฟ ลอกเปลอื ก แลว้ แชป่ ูนขาวเพื่อเป็น เพลาทาง่าย - สมดุ ไทยดา

ของพระยากสิการ ตากแดด แล้ว ด่างกัดข่อย กว่ากระดาษ - กระดาษเพลา

บญั ชา นาไปแช่นา้ ๓ วนั -ทุบขอ่ ยด้วยค้อนไม้ ขอ่ ยใชท้ าสมดุ - กระดาษรอง

๓ คืน ๓ ตะหลบ แล้วจงึ ปน้ั -สามารถทาได้ ดอกไมเ้ ทยี น

- ฉีกให้เป็นฝอย เปน็ กอ้ นกลม คุณภาพดีข้ึน - กระดาษทา

เล็กยาว ๑ เมตร - ทาพมิ พ์หล่อ(พะแนง) หากรัฐบาลให้ หมันยาเรือ

แยกสีเยื่อข่อย ใช้ไม้สักบดุ ้วยผา้ มุ้ง การสนบั สนุน

- นาปนู ขาวผสม ย้อมยางมะพลับจนแข็ง เครื่องจักร

นา้ มาเคล้า ทงิ้ ไว้ - นาพะแนงลงบ่อน้านงิ่

๒ คืน ตขี ่อยในครุเทลง

พะแนงยกข้นึ ๙๐องศา

- ใช้ไม้ซางเป็นไม้คลึง

หนงั สือการทา - ตัดกง่ิ ข่อยไม่แก่ - ตม้ ขอ่ ย ๒๔ ชวั่ โมง - ความหนา - สมุดไทยขาว
สมุดไทยและการ
เตรียมใบลาน ลอกเปลอื กทนั ที แลว้ แช่ปนู ขาวเพือ่ เป็น ข้ึนอย่กู ับการ - สมุดไทยดา

หรอื นาไปลนไฟ ดา่ งกัดข่อย ปั้นเยอื่ ก่อน - กระดาษเพลา

หากข่อยแหง้ แลว้ -ทบุ ข่อยดว้ ยค้อนไม้ นามาหล่อเป็น - กระดาษรอง

จงึ ลอกตากแดด ๓ ตะหลบ แล้วจงึ ปั้น แผ่น กะขนาด ดอกไม้เทียน

- แชเ่ ปลอื กข่อยที่ เป็นก้อนกลม พอดีกระดาษ - กระดาษดาม

นา้ ไหล ๓-๔ วัน - ทาพมิ พห์ ลอ่ (พะแนง) จะหนาเทา่ กัน ของชา่ งตีทองคา

- ฉีกให้เป็นฝอย ใชไ้ มส้ กั บดุ ้วยผ้าม้งุ

แยกสเี ย่ือขอ่ ย ย้อมยางมะพลับจนแข็ง

๖๕

เอกสาร การเตรยี ม ขน้ั ตอนการทา คณุ ภาพ การนากระดาษ
เยื่อข่อย กระดาษ ไปใช้

- นาปูนขาวผสม - นาพะแนงลงบ่อน้านงิ่
น้ามาเคลา้ ทง้ิ ไว้ ตีขอ่ ยในครเุ ทลง
๒ คืน พะแนงยกขึ้น ๘๐องศา

- ใชไ้ มซ้ างเปน็ ไมค้ ลึง

จากเอกสารต่าง ๆ ทาให้ตระหนักได้ว่าการเผยแพร่องค์ความรู้ในลักษณะของการตีพิมพ์
เผยแพร่เริ่มมีขึ้นภายหลังท่ีกระบวนการพิมพ์หนังสือเกิดข้ึนแล้ว แต่เดิมการถ่ายทอดความรู้มักใช้วิธี
มุขปาฐะ คือสอนด้วยวิธกี ารบอกกล่าวและลงมือปฏิบัติ ซ่ึงการเผยแพร่ความรู้ด้วยการตีพิมพ์เอกสาร
เริ่มต้นขน้ึ ในสมยั รชั กาลที่ ๕ และยงั คงมเี อกสารลักษณะเดยี วกนั เผยแพรม่ าจนถึงปจั จุบันดว้ ย

จากเอกสารและหลกั ฐานสมุดไทยสะท้อนประวตั ิศาสตร์การทากระดาษข่อยของไทย ซ่ึงคง
จะริเริ่มขึ้นมานานแล้วก่อนท่ีจะมีผู้จดบันทึกถึงเร่ืองราวของกระดาษข่อยซ่ึงทาขึ้นจากพืชในท้องถิ่น
ความนิยมในกระดาษข่อยเกิดขึ้นไปพร้อมกับการขยายความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ ทั้งความเชื่อ ศาสนา
ประเพณีรวมถึงการปกครองด้วย กระดาษข่อยมีส่วนร่วมในกิจการต่าง ๆ ของประเทศรวมถึงคุณค่า
ทางจติ ใจดว้ ย

กระบวนการทากระดาษข่อยของไทยจากเอกสารต่าง ๆ ที่เผยแพร่ต้ังแต่สมัยรัชกาลที่ ๕
จนถึงรัชกาลท่ี ๙ ทาให้ทราบถึงกรรมวิธีท่ีมีการสืบทอดองค์ความรู้อันเป็นเอกลักษณ์และเป็นมรดก
ทางวัฒนธรรมของไทย โดยมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะสมกับปัจจัยต่าง ๆ อันได้แก่ วัตถุดิบ
อปุ กรณ์ แรงงาน และสภาพแวดล้อม ซ่งึ หลกั ฐานเหล่านี้เม่ือนาไปลงมือปฏิบัตกิ ารทากระดาษอาจจะ
ต้องมีการปรับเปล่ียนเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับช่างท่ีมีประสบการณ์น้อยและต้องการค้นพบ
เทคนิคทเ่ี หมาะสมกบั ตนเองมากทีส่ ดุ

ประโยชนข์ องข้อมูลทางประวัตศิ าสตรเ์ ป็นผลดตี ่อการนาเสนอกลยุทธ์การตลาดท่ีสามารถ
นาข้อมูลด้านต่าง ๆ ที่สะท้อนรากของวัฒนธรรมเป็นเคร่ืองมือในการประชาสัมพันธ์หรอื สนับสนุนให้
กระดาษข่อยเป็นท่ีรู้จักในกล่มุ เปา้ หมายใหม่ แม้ว่าข้อมูลทางประวตั ิศาสตร์บางอย่างไม่สามารถทาได้
ในปจั จบุ ัน

การส่งเสริมการตลาดโดยใช้ต้นทุนทางภูมิปัญญาเป็นตัวขับเคล่ือนน้ี ต้องอาศัยการ
ขับเคลื่อนและสนับสนุนจากหนว่ ยงานของรัฐและการสนับสนุนจากตลาดองค์กรที่เล็งเหน็ โอกาสของ
กระดาษข่อยที่สามารถขยายฐานกลุ่มเป้าหมายจากกลมุ่ ผู้ใช้เดิม เช่น กลุ่มพระสงฆ์ท่ีนากระดาษข่อย
มาคัดลอกพระคัมภีร์ นักอนุรักษ์ท่ีต้องการใช้กระดาษข่อยเพ่ือซ่อมแซมสมุดข่อยโบราณที่ชารุด
มาสู่กลุ่มศิลปินร่วมสมัยที่ใช้กระดาษข่อยซึ่งมีเอกลักษณ์ในการสร้างสรรค์ ท่ีผ่านมากระดาษข่อยเป็น
กระดาษทไ่ี ด้รับความสนใจในฐานะเครื่องช้วี ัดความก้าวหน้าและพัฒนาการของชาติผา่ นกระดาษข่อย
ซึ่งเป็นกระดาษในยุคแรกเรม่ิ ของไทยด้วย

๖๖

การวเิ คราะห์การต่อยอดการใชก้ ระดาษข่อยด้านตา่ ง ๆ

กระดาษข่อยเป็นกระดาษท่ีแสดงภูมิปัญญาของช่างไทยในการท่ีจะคิดสร้างส่ิงท่ีเป็น
องค์ความรู้ท้ังท่ีไว้ใช้สาหรับการเขียน การวาด และการปั้น ข้อจากัดของกระดาษข่อยได้ดังน้ี
(ตารางที่ ๔) ซ่ึงเปน็ สว่ นหนึง่ ของการสรา้ งสรรค์งานศิลปะแทบท้ังส้นิ

ตารางท่ี ๔ ข้อจากัด
ตารางแสดงคุณสมบตั ขิ องกระดาษข่อย
๑. ใช้แรงงานคนในการผลติ ค่อนขา้ งมาก
ลักษณะเดน่
๒. ยังขาดการประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงคุณค่า
๑. เส้นใยมีลักษณะยาวและเหนียวสามารถยดึ ของกระดาษขอ่ ย
เกาะไดด้ ี ๓. ราคาต่อหน่วยค่อนข้างสูงเม่ือเทียบกับ
๒. มีความคงทนอายใุ ช้งานนาน กระดาษในทอ้ งตลาด

๓. เป็นกระดาษที่ลดมลภาวะของเสียจาก
กรรมวิธกี ารทา
๔. เส้นใยสามารถนากลบั มาใชห้ ลอมเปน็
กระดาษใหม่ได้โดยไม่เสียคุณภาพ

กระดาษข่อยเป็นกระดาษท่ีใช้ในงานศิลปะไทยหลายประเภท ตลอดจนอยู่ในขั้นตอน
การนากระดาษข่อยซ่ึงเป็นกระดาษท่ีไม่ผ่านเคร่ืองจักรอุตสาหกรรมในการผลิตแต่ละข้ันตอน
ยังเป็นการส่งเสริมให้ตระหนักถึงคุณค่าภูมิปัญญาของไทยไม่ให้สูญหายไป แม้ว่าการทากระดาษข่อย
จะมีผู้นาไปใช้ไม่มากนัก ส่วนมากเป็นจิตรกร ประติมากร หรืองานประดิษฐ์จากกระดาษต่าง ๆ
แต่การนาภูมิปัญญาท่ีครั้งหนึ่งเคยสาคัญต่อการพัฒนาประเทศกลับมาเรียนรู้อีกคร้ัง จึงเป็นเร่ือง
สาคัญเป็นการสบื ต่อจากกระดาษข่อยสมัยอยธุ ยา ต้นกรงุ รตั นโกสินทร์มาจนถงึ ปัจจบุ ัน

การส่งเสริมให้ท้องถ่ินนาภูมิปัญญาการทากระดาษข่อยมาใช้เพ่ืองานพาณิชย์โดยนา
กระดาษข่อยซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นไปนาเสนอแก่ศิลปิน และผู้สร้างสรรค์งานศิลปะประเภทต่าง ๆ
เพ่ือให้ข้อเสนอแนะและกาหนดแนวทางปรับปรุงเพ่ือให้กระดาษข่อยสามารถเป็นกระดาษที่
แพร่หลายในวงการศิลปะได้ งานสร้างสรรค์จากกระดาษข่อยแบ่งออกเป็น ๒ ประเภทคือ ผลงาน
สรา้ งสรรค์ ๒ มิติ และงานสร้างสรรค์ ๓ มิติ

ผลงานสร้างสรรค์จากกระดาษข่อยควรเป็นการนาเสนอผลิตภัณฑ์กระดาษที่มีความ
แตกต่างจากหน้าท่ีการใช้งานแบบเดิม ๆ ซ่ึงการนากระดาษข่อยไปใช้น้ันควรยังคงรักษาสภาพของ
กระดาษข่อยให้คงเดิมมากที่สุด เพราะเส้นใย สีสัน และเนื้อกระดาษคือเอกลักษณ์ที่ทาให้มีความ
แตกต่างจากกระดาษทั่วไป ดังนั้นในการออกแบบสร้างสรรค์งานศิลปะหรืองานประดิษฐ์จึงควร
คานึงถงึ ประเดน็ นดี้ ้วย

๖๗

แนวทางการปรับปรงุ คณุ ภาพกระดาษข่อยเพื่องานศิลปะไทยเชงิ พาณชิ ย์

การนากระดาษข่อยมาใช้เพื่องานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์ ทั้งที่เป็นผลงานสร้างสรรค์ ๒ มิติ
เช่นภาพวาดเขียนสี ภาพพิมพ์แกะไม้ และผลงานสร้างสรรค์ ๓ มิติ อย่างเช่นประติมากรรมกระดาษ
ข่อย หัวโขนจากกระดาษข่อย เป็นต้น นอกจากงานสร้างสรรค์เหล่าน้ีแล้ว กระดาษข่อยยังสามารถ
นาไปใช้เพอื่ การสร้างสรรค์ของที่ระลึก หรืองานประดษิ ฐ์ งานฝีมอื อ่ืน ๆ ตามคณุ ลักษณะของกระดาษ
ซง่ึ เป็นงานหตั ถกรรมโบราณของไทย

แนวทางการปรับปรุงคุณภาพกระดาษข่อยเพ่ืองานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์คือ การศึกษา
ข้อดีและข้อควรปรับปรุงจากการสร้างสรรค์ผลงานท้ัง ๒ มิติ และ ๓ มิติ กาหนดเป็นแนวทางการ
ปรับปรุง และกาหนดกลยุทธ์ในการออกแบบกระดาษข่อยเพื่อผลงานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์และ
สร้างสรรค์ตัวอย่างผลงานศิลปะไทยเพ่ือนาเสนอให้เห็นถึงโอกาสของการนากระดาษข่อยมาจาหนา่ ย
เพ่ืองานสร้างสรรค์ศิลปะไทยได้ ซึ่งจากการวิเคราะห์คุณภาพกระดาษข่อยในงานศิลปะ สามารถ
กาหนดแนวทางการปรับปรุงไดด้ ังตารางที่ ๕

ตารางที่ ๕

คณุ ภาพกระดาษขอ่ ยในงานศิลปะ และแนวทางการปรบั ปรุง

เทคนิค ขอ้ ดี ข้อเสนอแนะ แนวทางการปรบั ปรุง

เกี่ยวกับคณุ ภาพกระดาษ

งานสร้างสรรค์ -กระดาษข่อยมี -สีของกระดาษข่อยไม่ขาว -การทากระดาษควรเน้น

๒ มติ ิ คณุ ภาพดเี นื้อแน่น อย่างกระดาษที่ใช้ในงาน ขั้นตอนการเสียดข่อยให้

มีความยืดหยุ่นตัวสูง ภาพพมิ พ์ทว่ั ไป ได้เยื่อข่อยที่มีความขาว

สามารถทนต่อแรง เป็นจานวนมากที่สุดและ

เสียดทานเช่นการ -เนื้อกระดาษไม่เท่ากัน ผู้ทากระดาษข่อยจะต้อง

นาไปใช้ในเทคนิค ตลอดท้งั แผ่น ไ ม่ น า เ ย่ื อ ท่ี มี สี เ ข้ ม ม า

ภาพพิมพ์ได้ -การเคลือบกาวแป้งเปียก ปะปน เพ่ือจัดคุณภาพ
อ า จ ไ ม่ ทั่ ว ถึ ง จึ ง ท า ใ ห้ มี และราคาของกระดาษให้
เหมาะสมแก่ผูใ้ ชไ้ ด้
ลกั ษณะซมึ น้าบ้าง

สีพ้ืนของกระดาษข่อยที่มี - ก า ร เ ต รี ย ม ก ร ะ ด า ษ

ลั ก ษ ณ ะ ค่ อ น ข้ า ง เ ข้ ม สาหรับใช้ในงานว าด

มากกว่ากระดาษขาวที่ใช้ เขียน งานจิตรกรรมท่ี

สาหรับการวาด ต้องการพื้นผิวท่ีมีความ

เรียบ กันน้าซึมหรือดูด

ซับเนื้อสีมากเกินไปด้วย

การเคลือบกาวแป้ง หรือ

ก า ว เ ม็ ด ม ะ ข า ม ผ ส ม

ดินสอพองอย่างเช่นการ

๖๘

เทคนคิ ขอ้ ดี ข้อเสนอแนะ แนวทางการปรบั ปรุง

งานสรา้ งสรรค์ เก่ยี วกับคณุ ภาพกระดาษ
๓ มติ ิ
ท า ร อ ง พ้ื น ใ น ง า น

จิตรกรรมไทยโบราณ

-เน้ือกระดาษข่อยไม่ -การหล่อกระดาษเพื่อใช้ กระดาษควรมีลักษณะ

จาเป็นต้องเท่ากัน สาหรบั ปิดหวั โขนต้องหล่อ บางด้วยการทุบเย่ือจน

ตลอดแผน่ ให้บางเพ่ือสามารถปิดหัว เป่ือยยุ่ยเป็นพิเศษก่อน

ไดป้ ระณตี น า ไ ป ห ล่ อ เ พื่ อ ใ ช้ เ ป็ น

ก ร ะ ด า ษ ส า ห รั บ ง า น

ประติมากรรมได้

กระบวนการการสืบทอดการทากระดาษข่อยเพ่ืองานศิลปะไทยด้วยการศึกษาจาก
แหล่งความร้ทู งั้ จากเอกสารต่าง ๆ และแหล่งทากระดาษข่อย การฝกึ ปฏิบตั ิและถา่ ยทอดความรู้ให้กับ
สถานศึกษาท่ีมีการจัดการเรียนสอนด้านศิลปะไทยและนากระดาษข่อยไปใชง้ านตามคุณลกั ษณะของ
กระดาษท่ีทาสาเร็จ ตลอดจนการการนาไปสู่การพัฒนาการทากระดาษข่อยเพ่ือคุณภาพท่ีเหมาะสม
กับการใช้งานและเป็นท่ีต้องการมากย่ิงขึ้นส่งผลให้กระดาษข่อยเป็นกระดาษที่สามารถกลายเป็น
กระดาษที่ใช้ในวงการศิลปะและนามาใช้เพื่องานประดษิ ฐ์ได้

การนากระดาษข่อยไปใช้เพ่ืองานศิลปะไทย ซึ่งกระดาษข่อยมาใช้ในงานศิลปะสามารถใช้
ทัง้ กระดาษข่อยที่มีความหนาเพื่องานวาดเขียน งานภาพพิมพ์ และนากระดาษข่อยแบบบางมาใช้เพื่อ
งานประติมากรรม (paper mache) เน่ืองจากกระดาษที่มีความหนาบางไม่สม่าเสมอกันน้ีไม่เป็น
ปัญหาในการใช้งาน การปิดกระดาษข่อยหลายช้ันจะย่ิงช่วยให้ชิ้นงานมีความแข็งแรงมากยิ่งข้ึน
โดยใช้แมพ่ มิ พ์ปูนทาเปน็ แม่พมิ พช์ ิ้นแลว้ จึงประกบกนั เปน็ รูปรา่ ง

การทดแทนกระดาษข่อยด้วยกระดาษอื่น ๆ ในงานศิลปะ มักเป็นไปเพื่อการลดต้นทุนจึง
ไม่สามารถนาเสนอคุณสมบัติด้านภมู ปิ ัญญาการทากระดาษข่อย และการคดั สรรวสั ดุท่ีมคี วามแข็งแรง
ทนทานได้ หากต้องการส่งเสริมให้ผลงานศิลปะที่ทาขึ้นจากกระดาษสามารถแสดงคุณค่าด้าน
ภูมิปัญญาของไทยไว้จึงควรใช้กระดาษข่อยซ่ึงเป็นกระดาษท่ีเป็นภูมิปัญญาด้ังเดิมท่ีมีคุณค่าของไทย
และยังสะท้อนวิธีการคดั สรรวัสดุท่เี หมาะสมที่สดุ ในการทางานศลิ ปะไทยดว้ ย

ผลงานสร้างสรรค์ ๒ มิติ

๑. ภาพพมิ พ์แกะไม้
ผลงานภาพพิมพ์แกะไม้ (ภาพท่ี ๕๔) ขนาด ๒๕ x ๓๐ เซนติเมตร จานวน ๒ ช้ินงาน
ซ่ึงเป็นผลงานของอาจารย์วารี แสงสุวอ ศิลปินและอาจารย์จากคณะศิลปกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัย
ราชภัฏสงขลาสร้างสรรค์ด้วยเทคนิคภาพพิมพ์แกะไม้ ๑ สี (ภาพที่ ๕๕) และแม่พิมพ์แกะไม้ ๔ สี
(ภาพที่ ๕๖)

๖๙

ภาพท่ี ๕๔ แม่พิมพ์แกะไม้และภาพพมิ พ์บนกระดาษขอ่ ยของวารี แสงสวุ อ
ท่มี า: วารี แสงสุวอ

ภาพท่ี ๕๕ ผลงานภาพพมิ พแ์ กะไม้หน่งึ สขี องวารี แสงสุวอ
ท่มี า: นฤมล ศิลปชยั ศรี

๗๐

ภาพท่ี ๕๖ ผลงานภาพพิมพแ์ กะไม้ส่ีสีของวารี แสงสวุ อ
ท่มี า: นฤมล ศลิ ปชยั ศรี

ภาพพิมพ์แกะไม้เป็นเทคนิคการพิมพภ์ าพโดยใช้แม่พิมพ์ทแ่ี กะขึ้นจากไม้กระดานตามแบบ
ทไ่ี ดร้ า่ งไว้ เมอื่ แกะไมล้ งบนแบบจะไดภ้ าพสลบั ดา้ นกนั และเมื่อกลิง้ หมกึ พิมพ์หรือสีลงบนแม่พิมพ์แล้ว
จึงนามาทาบลงบนกระดาษข่อยที่เตรียมไว้กบั แม่พิมพ์ไม่ให้เคลื่อนในระหว่างทาการพิมพ์ เทคนิคของ
การพมิ พภ์ าพลงบนกระดาษจะต้องใช้กระดาษท่ีมีความยืดหย่นุ ตวั สูง สาหรับกระดาษข่อยท่ีใช้ในการ
สร้างสรรค์ด้วยเทคนคิ ภาพพิมพ์แกะไม้เน่ืองจากเป็นเทคนิคพิมพ์กระดาษแห้ง ไม่ต้องการให้กระดาษ
มีความช้ืน เพราะกระดาษข่อยเป็นกระดาษที่ไม่มีกาวประสานใช้เย่ือของข่อยประสานกันตาม
ธรรมชาตใิ นขณะหล่อ ดังน้นั การใชก้ ระดาษขอ่ ยในขณะแหง้ จะเปน็ การรักษาสภาพกระดาษได้ดีกว่า

ข้อเสนอแนะเกีย่ วกับคุณภาพของกระดาษขอ่ ยที่ใชใ้ นการพมิ พ์ภาพแม่พิมพแ์ กะไม้ คอื
๑. กระดาษข่อยมคี ณุ ภาพดีเนอื้ แนน่
๒. มคี วามยดื หยุ่นตวั สงู สามารถทนตอ่ แรงเสยี ดทานในลักษณะของการทาภาพพิมพ์ได้
๓. ปญั หาทีพ่ บคอื สขี องกระดาษขอ่ ยไมข่ าวอย่างกระดาษท่ีใช้ในงานภาพพิมพ์ท่ัวไป
๔. กระดาษขอ่ ยมีราคาค่อนข้างสงู
จากความคิดเห็นของศิลปิน สามารถกาหนดแนวทางในการปรับปรงุ ได้ว่า การทากระดาษ
ควรเน้นขั้นตอนการเสียดข่อยให้ได้เย่ือข่อยท่ีมีความขาวเป็นจานวนมากที่สุดและผู้ทากระดาษข่อย
จะตอ้ งไมน่ าเย่ือทม่ี ีสเี ข้มมาปะปน เพ่อื จดั คุณภาพและราคาของกระดาษใหเ้ หมาะสมแก่ผู้ใชไ้ ด้

๗๑

๒. จิตรกรรมสีฝนุ่ ปิดทองคาเปลว
ผลงานจติ รกรรมไทย (ภาพที่ ๖๗) ของผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์นิโรจน์ จรุงจติ วทิ วสั ศิลปนิ และ
อาจารย์ประจาวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ สร้างสรรค์ผลงาน
บนกระดาษข่อยเปน็ งานเขยี นสีฝนุ่ ปดิ ทองคาเปลวขนาด ๒๕ x ๓๐ เซนติเมตร จานวน ๑ ชนิ้

ภาพที่ ๕๗ ผลงานจิตรกรรมของผชู้ ่วยศาสตราจารยน์ ิโรจน์ จรงุ จิตวทิ วสั
ท่มี า: นฤมล ศิลปชัยศรี

จิตรกรรมเขียนสีบทกระดาษข่อย เป็นผลงานสร้างสรรค์ที่เขียนข้ึนอย่างเช่นท่ีปรากฏใน
สมุดภาพหรือตาราภาพท่ีมีมาแต่โบราณ การเขียนสีบนกระดาษข่อยจึงต้องเพ่ิมขั้นตอนการลบสมุด
เช่นเดียวกับการทาสมุดไทย คือการขัดด้วยก้อนหินแล้วจึงทาเคลือบด้วยน้ากาวแป้งเปียก แล้วขัดอีก
ครั้งก่อนนาไปใช้ การลบสมุดจะช่วยให้กระดาษข่อยมีความหนาและแข็งแรงขึ้น ดูดซึมน้าน้อยลง
เหมาะกับการนาไปเขียนและวาดภาพระบายสีสาหรับการปิดทอง ศิลปินใช้ยางรักแต้มเช่นเดียวกับ
การเคลือบปกสมุด ยางรักนี้เองท่ีมีความเหนียวคงทนเมื่อปิดทองแล้วเพ่ิมความแวววาวให้กับผลงาน
ศิลปะได้

ขอ้ เสนอแนะเก่ยี วกับคุณภาพของกระดาษขอ่ ยในการเขียนภาพจติ รกรรมคอื
๑. เนือ้ กระดาษไมเ่ ทา่ กันตลอดทง้ั แผ่น
๒. การเคลือบกาวแปง้ เปยี ก อาจไมท่ ัว่ ถงึ จงึ ทาให้มลี ักษณะซมึ นา้ บ้าง
๓. โดยรวมเป็นที่นา่ พอใจ เปน็ กระดาษในเทคนคิ โบราณแตค่ วรปรบั ปรุงเรอ่ื งสพี ้ืนของ

กระดาษขอ่ ยที่มีลกั ษณะค่อนข้างเข้มมากกวา่ กระดาษขาวท่ีใช้สาหรับการวาด

๗๒

จากความคิดเห็นของศิลปิน สามารถกาหนดแนวทางในการปรับปรุงได้ว่า การเตรียม
กระดาษสาหรับใช้ในงานวาดเขียน งานจิตรกรรมท่ีต้องการพื้นผิวที่มีความเรียบ กันน้าซึมหรือดูดซับ
เนื้อสีมากเกินไปด้วยการเคลือบกาวแป้ง หรือกาวเม็ดมะขามผสมดินสอพองอย่างเช่นการทารองพ้ืน
ในงานจติ รกรรมไทยโบราณ

กระดาษขอ่ ยท่มี คี วามหนา สามารถนาไปสรา้ งสรรค์งานจติ รกรรมได้หลากหลายเทคนคิ
จากข้อเสนอแนะเกี่ยวกับคณุ ภาพของกระดาษข่อยในการเขียนภาพจิตรกรรมพบวา่ เนอื้ กระดาษข่อย
ไมเ่ ทา่ กันตลอดท้งั แผน่ การเคลือบกาวแป้งเปยี ก อาจไม่ทัว่ ถงึ จึงทาให้มลี กั ษณะซึมนา้ บ้าง ซงึ่ มีวิธกี าร
ปรับปรุงกระดาษในข้ันตอนการเตรียมกระดาษก่อนการสร้างสรรค์ได้ด้วยการเคลือบผิวกระดาษดว้ ย
กาวแป้งเปียกสามารถกันน้ากันซึมได้แต่ไม่ดีเท่ากับการทารองพ้ืนด้วยกาวเม็ดมะขาวแคลเซียม
คาร์บอเนต (ภาพท่ี ๕๘) เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพพ้ืนผิวให้มีความแข็งแรงและกันการซึมของสีท่ีระบาย
ได้ หากไมต่ ้องการรองพื้นกระดาษยังสามารถใช้เทคนิคอืน่ ๆ ในการสรา้ งสรรคง์ านศิลปะได้ คือ การ
ใชส้ ีชอลค์ ซงึ่ มคี วามเปน็ น้ามนั เม่อื ระบายลงบนกระดาษแล้วสามารถยึดเกาะได้ดี

ภาพที่ ๕๘ กาวเมด็ มะขาวแคลเซยี มคาร์บอเนต
ทม่ี า: นฤมล ศลิ ปชัยศรี

ผลงานของนฤมล ศลิ ปชัยศรีทม่ี แี นวคดิ ถงึ การระลึกถึงความทรงจาในวยั เด็ก ภายหลงั การ
เสียชีวิตของคุณพ่อซ่ึงเป็นผู้ที่มอบสีชอล์คให้เป็นอุปกรณ์วาดภาพ จึงนาเสนอด้วยสีที่เคยเก็บรักษาไว้
เกดิ เปน็ งานศลิ ปะบนกระดาษข่อยดว้ ยสชี อลค์ น้ามนั ซง่ึ มีความหนืดสามารถปิดทองคาเปลวลงไปได้

การใช้เทคนิคดังกล่าวเพื่อนาเสนอกระดาษข่อยที่สามารถนาไปใช้ได้อย่างหลากหลายตาม
ความต้องการของศิลปิน และมีมูลค่า คุณค่าต่อจิตใจ เนื่องจากกระดาษข่อยเป็นกระดาษที่ทาข้ึนโดย
ปราศจากเครอื่ งจักรและเปน็ ภมู ิปญั ญาด้ังเดิมของคนไทยด้วย

ขน้ั ตอนการสรา้ งสรรค์
๑. นากระดาษข่อยทม่ี ีความหนามาเคลือบผิวด้วยกาวแก้งเปยี ก ตากแดดใหแ้ หง้ แล้วขัด

ดว้ ยหินหรอื เปลอื กหอยให้เนื้อกระดาษแนน่
๒. ระบายสีชอลค์ แล้วปดิ ทองคาเปลวเต็มแผ่น
๓. ใชเ้ ทคนิคขูดตามแบบร่างเปน็ ภาพสาเรจ็ (ภาพที่ ๕๙) (ภาพที่ ๖๐)

๗๓

ภาพที่ ๕๙ จิตรกรรมเขยี นสปี ิดทอง (๑) ร่วมแสดงนทิ รรศการ “สจั จะทา” หอศิลปก์ รุงไทย
ที่มา: นฤมล ศิลปชยั ศรี

ภาพที่ ๖๐ จิตรกรรมเขยี นสปี ิดทอง (๒) รว่ มแสดงนิทรรศการ “สัจจะทา” หอศลิ ปก์ รุงไทย
ทม่ี า: นฤมล ศลิ ปชัยศรี

๗๔

ผลงานสรา้ งสรรค์ ๓ มิติ

๑. กระดาษข่อยในงานปดิ หัวโขน (ภาพที่ ๖๑) ผลงาน นฤมล ศลิ ปชยั ศรี และการปดิ
กระดาษหัวโขนของนิศษิ ย์ ฤทธิเวช (ภาพท่ี ๖๒)

ภาพที่ ๖๑ การปิดหวั โขนดว้ ยกระดาษข่อย
ทม่ี า: นฤมล ศลิ ปชัยศรี

ภาพท่ี ๖๒ การปิดหวั โขนด้วยกระดาษข่อย ผลงานนิศษิ ย์ ฤทธิเวช
ท่ีมา: นิศิษย์ ฤทธเิ วช

๗๕

ศิราภรณ์ คือเคร่ืองประดับศีรษะ อาทิหัวโขนท่ีใช้เพ่ือการแสดงโขน หัวโขนที่ใช้เหล่าน้ัน
ควรมีน้าหนักเบา แข็งแรง และเข้ากับรูปหน้าของผสู้ วมใส่ หัวโขนโบราณทาข้ึนจากกระดาษข่อยซ่งึ มี
คุณสมบัติตรงตามความจาเป็นในการใช้หัวโขนเพื่อการแสดง ปัจจุบันหัวโขนทาข้ึนด้วยวัสดุที่
หลากหลาย ทั้งที่เป็นหัวโขนจากกระดาษสา กระดาษน้าตาลห่อพัสดุ หรือแม้กระท่ังจากการหล่อ
ด้วยเรซ่นิ หัวโขนเหล่านีม้ ีตน้ ทุนค่อนข้างตา่ เมื่อนามาจาหนา่ ยในราคาสูงจึงใหผ้ ลกาไรที่มากกว่า ผูท้ า
หัวโขนเพอ่ื การคา้ จึงไม่นิยมใชก้ ระดาษข่อยเพราะมรี าคาต่อแผ่นค่อนขา้ งสูง

ในขณะท่ีหัวโขนที่ใช้กรรมวิธีและวัสดุแบบโบราณมีคุณค่าและมีมูลค่าสูงกว่า การทา
หัวโขนจากกระดาษข่อยเพ่ือเป็นหัวโขนท่ีระลึก เป็นการแสดงการอนุรักษ์ภูมิปัญญาขององค์ความรู้
ดง้ั เดิมไวใ้ หอ้ ย่คู ูก่ บั การสรา้ งสรรคม์ รดกทางวฒั นธรรมไทย

ข้อเสนอแนะเก่ียวกบั คณุ ภาพของกระดาษขอ่ ยในงานปดิ หัวโขนคือ
๑. เนื้อกระดาษข่อยไมจ่ าเป็นตอ้ งเท่ากนั ตลอดแผน่
๒. การหล่อกระดาษเพื่อใช้สาหรบั ปดิ หวั โขนจะต้องหล่อให้มีความบาง เพอ่ื ใช้ในการปิด

หวั โขนหรอื งานประตมิ ากรรมจากกระดาษได้อยา่ งประณีต
จากความคดิ เหน็ ของศิลปนิ สามารถกาหนดแนวทางในการปรับปรุงไดว้ ่า กระดาษสาหรับ
การปดิ หัวโขนควรเปน็ กระดาษท่ีมลี กั ษณะบาง ทาจากเย่อื ทท่ี ุบจนเป่ือยยุย่ เป็นพเิ ศษ พยายามไม่ให้มี
ส่ิงแปลกปลอมในพะแนงหล่อกระดาษ เช่น เศษเย่ือท่ีหยาบ เป็นต้น การทุบเย่ือข่อยนอกจากจะช่วย
ให้กระดาษมีความขาวแล้วยังช่วยให้กระดาษมีความอ่อนนุ่ม สามารถใช้ปิดหัวโขนได้ดีเช่นเดียวกับ
การทาประติมากรรมกระดาษ
๒. ประติมากรรมจากกระดาษข่อย (กระปุกหมู)

กระดาษข่อยที่ใช้สาหรับการทาประติมากรรมกระดาษทปี่ รากฏในงานศิลปะไทย ได้แก่
กระดาษปดิ หวั โขนจงึ นากรรมวิธเี ดยี วกนั นี้มาประดษิ ฐเ์ ปน็ ผลิตภัณฑอ์ น่ื ไดแ้ ก่ กระปุกหมูซึ่งเป็น
ผลงานทสี่ รา้ งความน่าสนใจและแสดงคุณสมบัติของกระดาษข่อยในการปดิ ทบั ซ้อนกันแล้วเกิดเปน็
งานประติมากรรมทแี่ ขง็ แรงได้

ข้ันตอนการสรา้ งสรรค์
๑. ปั้นต้นแบบด้วยดินน้ามันตามแบบร่างทกี่ าหนดไว้ แล้วจึงหล่อด้วยปูนซีเมนต์หรือ

ปูนปลาสเตอร์โดยแบ่งเปน็ พมิ พ์ ๒ ชน้ิ (ภาพท่ี ๖๓)
๒. ถอดพิมพแ์ ลว้ ตากให้แห้ง จากนน้ั นากระดาษข่อยแบบบางมาทบุ นา้ เปลา่ แลว้ ปิดใน

แม่พิมพ์ชน้ั แรก แลว้ จงึ นากาวแปง้ เปียกทาในช้ันตอ่ ไป ปดิ กระดาษข่อยประมาณ
๘-๑๐ ช้นั (ภาพท่ี ๖๔)
๓. กวดดว้ ยหินและเครอื่ งมอื ปั้นใหก้ ระดาษผนกึ แน่นกบั แมพ่ มิ พ์
๔. ถอดพิมพแ์ ล้วประกอบเข้าเปน็ รูปรา่ งสมบรู ณ์ เจาะชอ่ งเปน็ กระปุกออมสนิ
(ภาพท่ี ๖๕)
๕. ระบายสีตกแตง่ ใหส้ วยงาม (ภาพที่ ๖๖)

๗๖

ภาพท่ี ๖๓ ดนิ น้ามันต้นแบบกระปุกหมู
ท่ีมา: นฤมล ศิลปชัยศรี

ภาพที่ ๖๔ การปดิ กระดาษข่อยกระปกุ หมู
ทม่ี า: นฤมล ศิลปชัยศรี

๗๗

ภาพที่ ๖๕ กระปุกหมูท่ปี ิดกระดาษข่อยสมบรู ณ์
ทม่ี า: นฤมล ศิลปชัยศรี

ภาพที่ ๖๖ ประตมิ ากรรมจากกระดาษข่อย (กระปุกหมู)
ท่มี า: นฤมล ศลิ ปชยั ศรี

๗๘

คณุ สมบัติของกระดาษข่อยที่ดใี นงานประติมากรรมกระดาษคือ กระดาษข่อยมีเส้นใยท่ี
เหนยี วแขง็ แรงเมื่อมาปดิ ทับซ้อนกนั แล้วทาใหโ้ ครงสร้างของผลงานมีความคงทนไมห่ อ่ ตัว หรือออ่ นตวั
เม่ือถอดจากแม่พิมพแ์ ลว้ การปิดกระดาษข่อยจงึ ใช้ปรมิ าณกระดาษนอ้ ยและเหน็ ผลท่ีดี

ผลงานสร้างสรรค์สนิ คา้ ท่ีระลึก

๑. แผน่ ทองคารปู สตั ว์จาลองของที่ระลึกจากพพิ ิธภณั ฑ์เจา้ สามพระยา
กระดาษข่อยอย่างหนาที่ใช้ทาสมุดไทยน้ันมีความหนาคล้ายกับแผ่นหนัง ความหนาของ
กระดาษข่อยสามารถนามาใช้สร้างสรรค์ได้หลายเทคนิค สาหรับการทาแผ่นทองคาจาลอง ใช้เทคนิค
เจาะกระดาษเช่นเดียวกับการเจาะหนัง เกิดเป็นลวดลาย (ภาพที่ ๖๗) และการปิดทอง (ภาพท่ี ๖๘)
รูปแบบท่ีนามาใช้ได้แรงบันดาลใจมาจาก แผ่นทองคารูปสัตว์หิมพานต์ในกรุพระปรางค์วัดมหาธาตุ
ปัจจุบันเก็บรักษา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา (ภาพที่ ๖๙) สามารถนาไปเป็น
ของฝาก งานตกแตง่ โดยเพม่ิ ความหอมใหก้ ระดาษเพือ่ เกิดประโยชนใ์ ชส้ อยดว้ ย (ภาพที่ ๗๐)
ขั้นตอนการสร้างสรรค์
๑. ร่างแบบจากแผน่ ทองคาตน้ แบบเพื่อจาลองเปน็ งานสรา้ งสรรค์
๒. ใช้เหลก็ ปลายมนสาหรับงานหนัง ขดู ใหเ้ ป็นร่องตามเส้นรา่ งท่ีกาหนดไว้
๓. ใชเ้ ครอื่ งมือสลกั เจาะลวดลายเป็นเส้น
๔. ปิดกระดาษที่สลักลายแล้วบนกระดาษขอ่ ยอีกชน้ั หนึง่ ทากาวผนกึ ให้แน่น
๕. ทาสีน้ามันใสพอหมาดรอจนแห้งแล้วจึงปิดด้วยทองคาเปลว การปดิ ทองทันทีหลงั สีแหง้

ใหม่ ๆ จะสามารถปดิ ทองให้สกุ สวา่ งได้ หากปดิ ทองคาเปลวในขณะทส่ี ีน้ามนั ยงั หมาดสี
ท่ีไดจ้ ากการปดิ ทองจะหมน่ หรือทเ่ี รยี กว่า ทองจม

ภาพท่ี ๖๗ เทคนคิ เจาะกระดาษเกดิ เป็นลวดลาย
ท่ีมา: นฤมล ศิลปชยั ศรี

๗๙

ภาพที่ ๖๘ การปิดทองคาเปลวบนกระดาษข่อย
ทม่ี า: นฤมล ศลิ ปชัยศรี

ภาพที่ ๖๙ แผน่ ทองคารูปสตั วใ์ นกรุพระปรางค์วดั ราชบรู ณะ จังหวัดพระนครศรอี ยุธยา
ท่มี า: พิพิธภณั ฑสถานแหง่ ชาติเจ้าสามพระยา จงั หวดั พระนครศรีอยุธยา

ภาพท่ี ๗๐ แผน่ ทองคาจาลองรปู สตั ว์หิมพานต์
ทีม่ า: นฤมล ศิลปชยั ศรี

๘๐

๒. สมุดฝร่ังจากกระดาษขอ่ ย
สมุดฝร่ัง เป็นคาโบราณใช้เรียกสมุดที่ทาข้ึนจากต่างประเทศ เป็นกระดาษท่ีนามาเย็บสัน
และเปิดใช้ตามความถนัดอย่างสมุดที่ใช้กันในปัจจุบัน การทาสมุดฝรั่งจากกระดาษข่อย (ภาพท่ี ๗๑)
เป็นการนากระดาษและวธิ ีการเย็บสมุดอย่างวิธีโบราณมาประกอบเข้าเปน็ สมุดทส่ี ามารถใช้งานได้จริง
เน้ือในเป็นกระดาษข่อยชนิดบางที่เรียกว่า กระดาษเพลา แต่เดิมใช้สาหรับเขียนจดหมาย และยังใช้
สาหรับงานศลิ ปะอื่น ๆ ไดอ้ กี ด้วย การทาสมุดข่อยท่ีแตกตา่ งไปจากรูปแบบเดมิ อย่างสมุดไทย จึงเป็น
การนาเสนอรูปแบบทส่ี ามารถใชง้ านในชวี ติ ประจาวันของศิลปินและผู้ทีร่ ักในงานกระดาษข่อยได้
ขน้ั ตอนการสร้างสรรค์
๑. นากระดาษขอ่ ยชนดิ บางมาพบั ใหไ้ ด้ ๔ แผน่ เล็กซ้อนกนั เป็น ๑ พับ
๒. นากระดาษแตล่ ะพบั มาเยบ็ เข้าเล่มอยา่ งเช่นวธิ กี ารซ่อมหนงั สือโบราณ
๓. ทาสันด้วยกาวแปง้ เปยี กแลว้ จงึ นาปกจากกระดาษแข็ง (กระดาษหลังรปู เบอร์ ๓๒) มา

ประกอบเปน็ ปก
๔. นากระดาษข่อยแบบหนามาห้มุ สนั นอกเพื่อความสวยงาม สามารถวาดภาพระบายสไี ด้
สมดุ ฝรั่งตา่ งจากสมุดไทย สมดุ ฝร่ังนบั จานวนหน้าจากจานวนกระดาษที่เข้าเล่ม โดยมากมี
หน่วยในการเรียกเป็นหน้ายกและมีจานวนหน้าตามหน้ากระดาษท่ีใช้เข้าเล่ม ในขณะที่สมุดไทยเป็น
สมุดที่มีเพียง ๒ หน้าเท่าน้ัน เรียกหน้าเร่ิมต้นเร่ืองว่า “หน้าต้น” และเมื่อกลับด้านสมุดเรียกว่า
“หน้าปลาย” แต่ละหน้าที่พับเรียงต่อกันนั้นเรียกเป็นจานวนพับเพื่อใช้บ่งบอกความยาวของ
กระดาษสมุด

ภาพท่ี ๗๑ สมดุ บนั ทึกกระดาษข่อย
ทม่ี า: นฤมล ศิลปชยั ศรี

๘๑

๒. สมดุ ขอ่ ยจว๋ิ ของทรี่ ะลกึ
สมุดข่อยเป็นเอกลักษณ์ของสมุดไทย มีรูปแบบท่ีเป็นที่รู้จักในฐานะสมุดโบราณของไทย
ด้วยลักษณะการพับท่ีทาให้สมุดไทยมีเพียง ๒ หน้าคือ หน้าต้นและหน้าปลายน้ันเมื่อนามาเป็นของท่ี
ระลกึ (ภาพท่ี ๗๒)

ภาพที่ ๗๒ สมดุ ข่อยจิ๋ว
ทีม่ า: นฤมล ศลิ ปชัยศรี

ขน้ั ตอนการสรา้ งสรรค์
๑. นากระดาษขอ่ ยชนดิ บางมาพับสลบั ไปมาจานวน ๗ พับ (ขนาด ๗x๔ เซนตเิ มตร)
๒. รีดใหเ้ รียบดว้ ยเครอ่ื งบีบอดั ให้แน่น
๓. นากระดาษขอ่ ยมาตกแตง่ สันสมดุ ใหค้ ล้ายคลึงกับสมดุ ข่อยขนาดใหญ่
สมดุ ขอ่ ยจวิ๋ น้ีเม่ือนาไปวางจาหนา่ ยในแหลง่ ท่ีเปน็ แหลง่ ทางวัฒนธรรม ได้แก่ รา้ นคา้ ของ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจา้ สามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร้านค้าของหอศิลป์ในสถานศึกษา
ศิลปะ

๓. โคมไฟฉลุลายดอกไม้รว่ ง
กระดาษข่อยที่หล่อให้มีความหนา (เพื่อใช้สาหรับทาสมุดไทย) สามารถใช้เป็นวัสดุในการ
ทาโคมไฟได้ เนื่องจากคุณสมบัติของกระดาษข่อยท่ีมีความหนา และยืดหยุ่นตัวสูง มีเส้นใยท่ีเหนียว
คงทน การนามาทาโคมไฟด้วยการฉลุลายเป็นดอกไม้ร่วง (ภาพที่ ๗๓) เม่ือเปิดไฟแล้วสะท้อนเป็น
ลวดลายสวยงาม นอกจากนผี้ วิ กระดาษทห่ี ลอ่ ไมส่ มา่ เสมอกัน กลายเป็นความงดงามเม่ือสะท้อนไฟอีก
ด้วยซ่ึงเป็นการนาข้อบกพร่องบางอย่างของกรรมวิธกี ารทากระดาษข่อยมาสง่ เสรมิ ให้เกิดประโยชน์
ข้นั ตอนการสรา้ งสรรค์
๑. รา่ งภาพตน้ แบบจากแรงบนั ดาลใจในดอกไม้ร่วงภาพจิตรกรรมฝาผนงั
๒. เลือ่ ยไม้และประกอบวงจรไฟฟา้ ทาสรี อแห้ง
๓. นากระดาษข่อยแบบหนามารา่ งแล้วนาเหล็กรูปวงกลมตอกเป็นลวดลาย

๘๒

๔. พับตามรอยแลว้ ประกอบเขา้ กบั ส่วนฐานปิดกระดาษด้วยกาวแป้งเปียก
๕. ตรวจสอบความเรียบรอ้ ย
ในการทาโคมไฟโดยใช้กระดาษข่อยเปน็ แผ่นกรองแสงน้ี จะตอ้ งเลือกใช้หลอดไฟท่ีไม่
ส่งผ่านความร้อน เพื่อป้องกันการสะสมความร้อนในกระดาษซ่ึงอาจเกิดอันตรายได้ ดังน้ันจึงควรใช้
หลอดไฟ แอลอีดี LED ซึ่งให้แสงสว่างแต่ไม่ส่งผ่านความร้อน กระดาษข่อยท่ีหล่อไม่สม่าเสมอกันจะ
สะทอ้ นแสงไฟกลายเป็นลวดลายเยอ่ื กระดาษท่ีงดงามได้

ภาพที่ ๗๓ โคมไฟปรลุ ายกระดาษข่อย ขนาด ๑๑ x ๔๕ เซนติเมตร
ท่มี า: นฤมล ศลิ ปชัยศรี

๓. เครอ่ื งแขวนตาขา่ ยหนา้ ช้างและดอกไม้ประดิษฐ์
เคร่ืองแขวนไทยแต่เดิมเป็นเคร่ืองแขวนดอกไม้สด ใช้เพื่อบูชาในวันสาคัญทางศาสนา
และใช้ประดับอาคารบรเิ วณหน้าต่างเพื่อใหเ้ กิดความงดงามและมีกล่ินหอม มรี ปู ร่างต่าง ๆ ซึ่งปรากฏ
มาแลว้ ตัง้ แต่ตน้ กรุงรัตนโกสนิ ทร์
การนากระดาษข่อยมาประดิษฐ์เป็นเครื่องแขวนจึงเป็นการนาเสนอผลงานสร้างสรรค์จาก
กระดาษข่อยท่ีแตกต่างไปจากการใช้กระดาษข่อยในแบบเดิม สาหรับการนากระดาษข่อยมาใช้
ประดิษฐ์นั้นใช้กระดาษข่อยแบบบางตัดเป็นรูปสามเหลี่ยมแนวยาวม้วนจนเกิดรูปทรงต่าง ๆ
(ภาพท่ี ๗๔) จึงออกแบบลวดลายแลว้ รอ้ ยกนั เปน็ เครือ่ งแขวนตาข่ายหนา้ ช้าง (ภาพท่ี ๗๕)
กระดาษข่อยแบบบางนีแ้ ม้ว่าจะมีความหนา บางไม่เทา่ กนั กไ็ ม่เป็นอปุ สรรคในการประดิษฐ์
เนอ่ื งจากใช้เทคนิคการมว้ นซึ่งทาใหล้ ูกปดั กระดาษมีความแขง็ แรงย่ิงขน้ึ ด้วย นอกจากจะม้วนกระดาษ
ใหม้ ีลกั ษณะคล้ายลกู ปดั แลว้ ยังนามาประดิษฐ์เป็นดอกไมเ้ พื่อใช้ในงานตกแต่งด้วย (ภาพท่ี ๗๖)

๘๓

ข้นั ตอนการสรา้ งสรรค์
๑. รา่ งภาพตาข่ายหน้าชา้ ง โดยกาหนดให้มขี นาดประมาณ ๓๐ เซนตเิ มตร
๒. กาหนดจานวนลูกปดั กระดาษทรงรตี ่อการใช้ ๑ ช้นิ งาน
๓. ประดษิ ฐ์ลกู ปัดด้วยการตดั กระดาษขอ่ ยแบบบางให้มลี กั ษณะเปน็ ทางยาวปลายแหลม

พนั ปลายไมแ้ หลมขนาดเลก็ จนเกิดเป็นลกู ปัด
๔. ร้อยลูกปัดกระดาษข่อยเป็นตาข่ายหน้าช้างเช่นเดียวกับที่ร้อยด้วยดอกไม้แล้วนาไป
แขวนประดบั หอ้ ง

ภาพท่ี ๗๔ ลกู ปดั กระดาษขอ่ ย
ท่มี า: นฤมล ศิลปชัยศรี

ภาพท่ี ๗๕ เครือ่ งแขวนตาขา่ ยหน้าชา้ ง
ท่มี า: นฤมล ศลิ ปชยั ศรี

๘๔

ภาพท่ี ๗๖ ดอกจาปีกระดาษข่อย
ทม่ี า: นฤมล ศลิ ปชัยศรี

๕. สรอ้ ยลูกปัดจากกระดาษข่อย
กระดาษข่อยแบบบางเม่อื นามามว้ นทบั กันแลว้ เกดิ เป็นก้อนกลมคล้ายลูกปดั การทับซ้อน
กันแบบน้ีส่งผลให้ลูกปัดมีความแข็ง แล้วเมื่อนาไปเคลือบเพ่ือป้องกันน้าซึมแล้วยิ่งทาให้ลูกปัดมีความ
แขง็ แรงคลา้ ยลกู ปดั ไมม้ ากย่ิงขึน้ การนากระดาษข่อยมาประดิษฐ์เป็นลกู ปดั เพอื่ ร้อยเป็นเครื่องประดับ
จากกระดาษเป็นการนากระดาษข่อยท่ีมีมูลค่าสูงมาตัดเพ่ือให้เกิดชิน้ งานเล็ก ๆ เป็นผลงานท่ีสามารถ
ใช้งานได้แม้ว่าจะมีการนากระดาษอ่ืน ๆ มาใช้ทาลูกปัดกระดาษมาบ้างแล้วก็ตาม แต่กระดาษข่อยมี
ลักษณะของผิวสัมผัสท่ีน่าสนใจประกอบกับเนื้อสีของกระดาษสามารถระบายสีต กแต่งให้เกิดความ
งามได้ สง่ ผลใหก้ ารนากระดาษขอ่ ยมาประดษิ ฐเ์ ป็นเครื่องประดับเกิดความนา่ สนใจได้
ข้ันตอนการสรา้ งสรรค์
๑. ตัดกระดาษขอ่ ยเป็นเสน้ ตามตอ้ งการ กาหนดใหป้ ลายแหลม หรือมนเปน็ รปู ทรงตา่ งกัน

เพื่อม้วนเปน็ ลูกปดั ที่มรี ปู ร่างแปลกตา (ภาพท่ี ๗๗)
๒. ระบายสลี ูกปัดใหเ้ กิดความงาม
๓. คัดแยกลูกปัดท่ีมีขนาดและรูปแบบที่เหมือนกันและคล้ายคลึงกัน นามาร้อยเป็น
สร้อยคอและกาไลข้อมอื แบบต่าง ๆ (ภาพที่ ๗๘)

๘๕

ภาพท่ี ๗๗ ลูกปัดกระดาษขอ่ ยแบบตา่ ง ๆ
ทมี่ า: นฤมล ศิลปชยั ศรี

ภาพที่ ๗๘ สรอ้ ยคอและกาไลข้อมือลูกปดั กระดาษข่อย
ทม่ี า: นฤมล ศลิ ปชยั ศรี

๘๖

งานอนุรักษโ์ บราณวัตถุ ศิลปวตั ถุ

การนากระดาษข่อยมาใช้ในงานอนุรักษ์มีท่ีมาจากการเล็งเห็นคุณค่าของวัสดุที่ใช้เพ่ือการ
อนุรักษ์ กระดาษข่อยเป็นกระดาษท่ีมีคุณสมบัติพิเศษคือ มีเส้นใยทเี่ หนยี วและแขง็ แรง สมุดไทย และ
ศิลปกรรมของไทยบางอย่างท่ีทาขึ้นจากกระดาษล้วนทาขึ้นจากกระดาษข่อย การอนุรักษ์และ
ซ่อมแซมศิลปวัตถุ โบราณวตั ถจุ ากกระดาษจึงควรใช้กระดาษข่อยซ่ึงเปน็ กระดาษชนิดเดียวกันมาเพ่ือ
ทาการอนุรกั ษ์ดว้ ย

อริศร์ เทียนประเสริฐและคณะ กล่าวถึงกระดาษในงานอนุรักษ์ไว้ในคู่มือการอนุรักษ์
ศิลปกรรม : จิตรกรรมบนผ้าใบและงานกระดาษ อธิบายความรู้ท่ัวไปเกี่ยวกับกระดาษว่า “กระดาษ
หมายถึง วัตถุแผ่นบางๆ โดยทามาจากใยเปลือกไม้ ฟาง เศษผ้า และอาจมีส่วนผสมอย่างอื่นเพื่อช่วย
ใหค้ ุณสมบตั ิของกระดาษดขี นึ้ ” (อรศิ ร์ เทยี นประเสรฐิ , ๒๕๕๔, หนา้ ๑๖๓) หนงั สอื ค่มู อื การอนุรักษ์
ฉบับนี้เรียบเรียงจากแหล่งความรู้หลากลาย แสดงภาพของประวัติศาสตร์การทากระดาษด้วยเส้นใย
จากธรรมชาติด้วยกระบวนการที่ไม่ผ่านเครื่องจักร เช่นข้ันตอนการผลิตกระดาษของญี่ปุ่นโบราณ
ขั้นตอนการผลิตกระดาษแบบดั้งเดิมของชาวยุโรป เพื่อนามาศึกษาคุณสมบัติของกระดาษ โดยให้
ความเห็นไว้ว่า “คุณสมบัติของกระดาษข้ึนอยู่กับเส้นใยพืช ซึ่งจะถูกทาให้แตกแยกออกจากกัน ก่อน
จะถกู นาไปสร้างขน้ึ ใหม่เปน็ แผ่นกระดาษ” (อริศร์ เทียนประเสริฐ, ๒๕๕๔, หนา้ ๑๗๘)

หลักฐานการใช้กระดาษข่อยของไทย พบว่าคือสมุดไทยเป็นส่วนใหญ่ ทั้งที่ทาข้ึนเพื่อใช้ใน
งานราชการและยังมีสมุดไทยอีกเป็นจานวนมากท่ีทาขึ้นเพื่อใช้งานกันในหมู่ชาวบ้าน พระสงฆ์ และ
หมอยา สมุดข่อยเหล่านั้นมีขนาดที่แตกต่างกัน จึงสันนิษฐานได้ว่าแท้ที่จริงแล้วขนาดของสมุดไทยท่ี
กาหนดไว้ท้ังสิ้น ๗ ขนาดนั้นเป็นเพียงขนาดสมุดที่จาหน่ายกันมากกว่าจนเป็นท่ีนิยมและกลายขนาด
เปน็ มาตรฐานในการจาหน่ายขึน้ มา สาหรบั สมดุ ไทยท่มี ีขนาดนอกเหนือไปจากมาตรฐานเป็นสมุดท่ีทา
ขึ้นตามขนาดของพะแนงที่ใช้ในการหล่อกระดาษ การทากระดาษข่อยในปัจจุบันจึงสามารถกาหนด
ขนาดของกระดาษขนึ้ ใหมไ่ ดต้ ามความต้องการ

กระดาษข่อยของไทยทาข้ึนจากเส้นใยข่อยล้วน ๆ ส่งผลให้กระดาษข่อยนี้มีสภาพที่คงทน
การทากระดาษข่อยเพ่ือใช้ในงานอนุรักษจ์ ึงช่วยสง่ เสริมให้การซ่อมแซมหรืออนรุ กั ษ์กระดาษเปน็ ไปได้
อยา่ งดี กล่าวคอื การนากระดาษข่อยมาใชซ้ ่อมแซมสมุดไทยท่ชี ารดุ จึงเป็นการนาวสั ดุชนิดเดยี วกันมา
ซอ่ มแซมเปน็ การยืดอายกุ ระดาษไดด้ กี ว่าการนาวัสดอุ ่ืนปะปน

การอนุรักษ์โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ทาขึ้นจากกระดาษ หรือมีกระดาษเป็นส่วนประกอบ
จะต้องใช้วัสดุท่ีมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันในการซ่อมแซมส่วนท่ีชารุดเป็นการอนุรักษ์ช้ินงานโดยไม่นา
วสั ดุอืน่ ทตี่ ่างชนดิ กันเข้ามาแทนทีว่ ัสดเุ ดิม ดงั น้ัน ศลิ ปวัตถุ โบราณวตั ถุเหล่าน้ันจาเปน็ ต้องใช้กระดาษ
อย่างเช่นเดียวกับของโบราณมีคุณลักษณะใกล้เคียงกับเนื้อกระดาษเดิมจึงนาไปสู่การค้นคว้าเพ่ือการ
ผลิตกระดาษข่อยเพ่ือการอนุรักษ์สมุดไทย โดยคณะทางานด้านการอนุรักษ์ได้ทาการศึกษาเกี่ยวกับ
คณุ สมบตั ขิ องกระดาษและความสาคญั ของการนามาใช้ในงานอนุรักษ์

กระดาษท่ีใช้ในงานอนุรักษ์ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุโดยมากใช้กระดาษที่มีความบางเบา
เหมาะแก่การนาไปใช้ซ่อมแซมและเพ่ือป้องกันการเส่ือมสภาพ จิราภรณ์ อรัณยะนาค กล่าวถึง
คุณภาพของกระดาษโบราณไว้ในหนงั สอื เรื่อง การดูแลรกั ษาศิลปะโบราณวตั ถุ ไวว้ ่า

๘๗

กระดาษทามาจากเส้นใยพชื องค์ประกอบหลักคอื เซลลูโลส รองลงไปคือลิกนนิ แป้ง
นา้ ตาล กาว ยาง ฯลฯ กระดาษทผี่ ลติ ดว้ ยมือในระยะแรก ๆ ประกอบด้วยเซลลูโลสล้วน ๆ
เน่อื งจากผลิตจากเส้นใยพชื ...กระบวนการผลติ กระดาษเหลา่ นี้ ใชว้ สั ดธุ รรมชาตทิ ัง้ สิน้
กระดาษเหลา่ นี้จงึ คงสภาพไดด้ ีกว่ากระดาษท่ผี ลิตในระยะหลัง ๆ ต้ังแตค่ ริสตวรรษที่ ๑๘
เป็นตน้ มา. (จริ าภรณ์ อรัณยะนาค, ๒๕๓๙ หนา้ ๑๓๓)
กระดาษข่อยได้รับความสนใจมากย่ิงข้ึนในปัจจุบัน พบว่าผลงานวิจัยของจุฑามาส
เรืองยศจันทนา (๒๕๖๐) ทางานวิจัยเกี่ยวกับการอนุรักษ์กระดาษข่อยเร่ือง การศึกษาความ
เสื่อมสภาพและการอนุรักษ์หนังสือสมุดไทยที่มีภาพเขียนสี กรณีศึกษาหนังสือสมุดไทย เลขทะเบียน
ร.ว. ๓ วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีประเด็นเก่ียวกับการสกัดเย่ือจากต้นข่อย
เพ่ือให้ได้กระดาษที่มีคุณภาพสูงสุดโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์เพ่ือให้ได้กระดาษข่อยที่ปราศจาก
สิ่งแปลกปลอมอน่ื อันเน่ืองมาจากกระบวนการทากระดาษเพ่ืออนรุ ักษ์คณุ คา่ ดัง้ เดิมของกระดาษข่อย
และนาไปใช้ใหเ้ กิดประโยชนใ์ นการซอ่ มแซมศิลปวัตถุท่ีทาขน้ึ จากกระดาษข่อย
สาเหตุของการเสื่อมสภาพกระดาษข่อยส่วนหนึ่งพบว่ามาจากขั้นตอนการทากระดาษข่ อย
บางขั้นตอน อาทิการนาเยื่อข่อยหมักน้าปูนขาวแล้วไม่สามารถล้างออกให้สะอาดได้เนื่องจากไม่มีน้า
คลองที่เป็นน้าไหล การล้างทาความสะอาดในอ่างจะต้องใช้น้าปริมาณมากเพ่ือชะล้างให้เยื่อข่อย
สะอาด จงึ ใชว้ ิธกี ารต้มเย่ือขอ่ ยกับโซดาไฟจนเป่ือยยยุ่ (ภาพที่ ๗๙) แทนการหมกั ด้วยน้าปูนขาวอย่าง
โบราณ แลว้ ล้างให้สะอาดเพียงเยอ่ื ขอ่ ยซึ่งเปน็ เซลลูโลส องค์ประกอบท่แี ทจ้ ริงของกระดาษข่อย

ภาพที่ ๗๙ การต้มเย่ือข่อยกับโซดาไฟ
ท่ีมา : จฑุ ามาส เรอื งยศจนั ทนา

การอนุรักษ์โบราณวัตถุประเภทกระดาษ ได้แก่ สมุดไทยซึ่งเป็นกระดาษข่อยการอนุรักษ์
จะตอ้ งเลือกใชว้ สั ดอุ ยา่ งเดียวกันจึงจะเหมาะสม กระดาษขอ่ ยมคี วามหนาไมเ่ ท่ากนั การซ่อมแซมสมุด
ไทยที่ชารุดโดยมากเกิดจากแมลงและสัตว์กัดแทะ จะต้องเลือกเน้ือกระดาษท่ีมีความเหมาะสม เช่น
ส่วนเนื้อใน ส่วนมุม ใช้กระดาษข่อยท้ังแบบบางและหนาเพ่ือให้การเติมส่วนท่ีขาดหายไปสมบูรณ์

๘๘

(ภาพท่ี ๘๐) ข้อเสนอแนะเกย่ี วกับคุณภาพของกระดาษข่อยในงานอนุรักษ์กระดาษ คือ กระดาษข่อย
ที่มีเนอื้ หนามากจะไม่สามารถนามาใช้ได้ และการซอ่ มแซมสมุดไทยจาเปน็ ต้องใชก้ ระดาษข่อยที่มีเนื้อ
บางเบาและสามารถใช้พู่กันน้าแบ่งเย่ือกระดาษให้เป็นไปตามรูปทรงของการชารุด การทากระดาษ
ขอ่ ยเพือ่ ใช้ซ่อมแซมศิลปวัตถจุ ากกระดาษข่อยจึงควรทากระดาษที่มลี ักษณะบาง (ภาพที่ ๘๑) เพื่อให้
งา่ ยตอ่ การทาการอนุรักษ์ แตค่ วรมีเนอ้ื กระดาษท่ลี ะเอยี ดจึงตอ้ งควบคุมการทบุ เย่ือให้มีความละเอียด
เมื่อทาการหลอ่ กระดาษจะได้กระดาษตามท่ตี อ้ งการ

ภาพท่ี ๘๐ การนากระดาษข่อยมาซ่อมแซมสมุดไทยทช่ี ารุด
ทีม่ า: นฤมล ศิลปชยั ศรี

ภาพท่ี ๘๑ การหล่อกระดาษขอ่ ยแบบบางเพื่องานอนรุ ักษ์ซอ่ มแซมศลิ ปวัตถจุ ากกระดาษ
ทีม่ า: นฤมล ศลิ ปชยั ศรี

๘๙


Click to View FlipBook Version