The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กระบวนการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำกระดาษข่อย เพื่องานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by balllysa, 2022-06-20 23:40:43

กระบวนการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำกระดาษข่อย เพื่องานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์

กระบวนการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำกระดาษข่อย เพื่องานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์

ความสาคญั ของกระดาษข่อยเชงิ อนรุ ักษ์สามารถทาได้ ๒ ประการคอื
๑. เพ่ือการอนุรักษ์ด้านการซ่อมแซม คือการนากระดาษข่อยมาใช้เพื่อการซ่อมแซม
บารุงรกั ษาเพ่ือยดื อายขุ องโบราณวัตถเุ หลา่ น้ัน
นอกจากการนากระดาษข่อยมาใช้ในการอนรุ กั ษ์ ในการซ่อมแซมศลิ ปวตั ถุ โบราณวตั ถุจาก
กระดาษข่อยแล้ว ในการอนุรักษ์ด้านเทคนิคหรือภูมิปัญญาทางศิลปกรรมเปน็ สิ่งท่ีสามารถส่งเสริมใน
แนวทางอนรุ กั ษไ์ ด้เช่นกัน ดังเช่น ชฎาโบราณท่ใี ช้ในการแสดงละคร (ภาพท่ี ๘๒) (ภาพที่ ๘๓)
กระดาษข่อยเชิงอนุรักษ์จึงเป็นการส่งเสริมให้เกิดการนากระดาษข่อยซ่ึงเป็นวัสดุเดียวกับ
ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุนามาใช้ซ่อมแซม หรือเสริมให้เกิดความแข็งแรงเป็นการยืดอายุวัตถุเหล่าน้ันให้
ยาวนานขึ้น เพราะคุณภาพของกระดาษที่มีความยืดหยุ่นตัวสูงเหมาะกับการนามาใช้ในการอนุรักษ์
ศิลปวัตถุและโบราณวัตถุท่ีทาขึ้นจากกระดาษด้วย เช่น สมดุ ไทย ซึ่งอาจมีความชารุดโดยมากเกิดจาก
แมลงกดั แทะและชารดุ จากสภาพการใชง้ าน
๒. เพ่ือการอนุรักษ์ด้านเทคนิคงานสร้างสรรค์ คือ การนาเทคนิคการสร้างสรรค์งานศิลปะ
ไทยท่มี ีกระดาษข่อยเปน็ สว่ นประกอบกลับมาใช้ เป็นการส่งเสรมิ คุณค่าของภูมิปัญญาการทากระดาษ
ข่อยและองคค์ วามรใู้ นการเลอื กสรรวสั ดทุ ีม่ ีความคงทนแข็งแรงมาใชใ้ นการสรา้ งสรรค์
ศิลปกรรมไทยที่ทาข้ึนจากกระดาษ หรือมีกระดาษเป็นส่วนประกอบน้ัน โดยมากทาขึ้น
จากกระดาษข่อย การส่งเสริมให้นากระดาษข่อยมาใช้เพ่ือการสร้างสรรค์งานศิลปะไทยจึงเป็นการ
อนุรักษ์ทางด้านเทคนิคท่ีสาคัญมาก ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาในเร่ืองของเทคนิคการทา การคัด
สรรวัสดุที่มีคุณภาพเพื่อสร้างเป็นงานศิลปะเป็นประโยชน์ต่อการนาเสนอคุณค่าและคุณสมบัติท่ีเกิด
จากมรดกภูมปิ ญั ญาของไทย
การทากระดาษข่อยข้ึนเพื่อใช้ในงานอนุรักษ์จึงเป็นสิ่งที่กาลังได้รับการตอบรับ เพราะ
ตระหนักในคุณค่าของวัสดุเพ่ือการอนุรักษ์ด้วย โบราณวัตถุท่ีทาขึ้นจากกระดาษมีความจาเป็น
อย่างมาก เนื่องจากยังไม่มีกระดาษชนิดใดท่ีให้คุณสมบัติท่ีเหนียว แข็ง และมีน้าหนักเบาทดแทน
กระดาษข่อยได้ แม้ว่าจะมีการนากระดาษสาท้ังจากประเทศไทย ประเทศพม่า และประเทศญ่ีปุ่นมา
ใช้ทดแทนบา้ งแล้วก็ตาม แต่กระดาษข่อยยงั เป็นกระดาษที่มคี ุณสมบัติเหมาะสมกวา่
ผู้ใช้สมุดข่อยบางส่วน ใช้สมุดข่อยเพ่ือการคัดลอกข้อความ ภาพวาดจากสมุดข่อยต้นฉบับ
ซ่ึงโยมากเป็นสมบัติของพิพิธภัณฑ์ หรือหอสมุดแห่งชาติ ในปีพ.ศ. ๒๕๖๐ พบว่ามีผู้นาสมุดข่อยจาก
ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยาใช้สาหรับการคัดลอกลายเส้นเอกสารโบราณ
สมยั อยธุ ยาเรอื่ งกระบวนแห่พระศพ (ภาพที่ ๘๔), (ภาพท่ี ๘๕)

๙๐

ภาพที่ ๘๒ ชฎาท่ใี ชใ้ นการแสดงละคร
ที่มา: นฤมล ศิลปชัยศรี

กระดาษปดิ ชฎา

ภาพที่ ๘๓ ชฎาที่ชารุด แสดงชัน้ ของกระดาษข่อยในการทาชฎาเพอื่ การแสดง
ทีม่ า: นฤมล ศลิ ปชัยศรี

๙๑

ภาพที่ ๘๔ ปกสมดุ ข่อย สมุดคัดลอกกระบวนแห่พระศพ สมยั กรงุ ศรีอยธุ ยา
ที่มา: ยุวเรศ วทุ ธีรพล

ภาพท่ี ๘๕ การใชส้ มดุ ข่อยเพ่ือการคดั ลอกตน้ ฉบับสมุดไทย
ที่มา: ยวุ เรศ วทุ ธีรพล

๙๒

กลยทุ ธใ์ นการส่งเสรมิ กระดาษขอ่ ยเพอื่ งานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์

กระดาษข่อยเป็นกระดาษท่ีมีลักษณะเด่นและมีข้อจากัดบางอย่าง การนากระดาษข่อยมา
ใชเ้ พอื่ ผลงานศลิ ปะไทยเชิงพาณชิ ย์จึงควรให้ความสาคญั กบั ลักษณะเด่น ท้งั ในเรือ่ งของภูมิปัญญาการ
ทากระดาษดั้งเดิมของไทย อายุการใช้งานที่ยาวนาน ความคงทนแข็งแรง และเส้นใยที่ยาวทาให้
กระดาษมีความเหนียว ไม่ขาดง่าย และนามาประกอบกับข้อเสนอแนะท่ีได้จากศิลปิน และ
ผู้ปฏิบัติงานด้านการอนุรักษ์ จึงสะท้อนคุณภาพของกระดาษข่อยจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัด
พระนครศรีอยุธยาไดว้ า่ กระดาษขอ่ ยนเ้ี ป็นกระดาษที่เหมาะสาหรบั งานศลิ ปะทุกประเภททต่ี ้องอาศัย
คุณสมบัติความคงทนของกระดาษ หรืองานประดิษฐ์ที่ตอ้ งอาศัยความหนาและแข็งแรงจึงนาไปสกู่ าร
ออกแบบผลงานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์ โดยอาศัยหลักในการออกแบบที่มุ่งเน้นไปยังคุณค่าของเยื่อ
กระดาษท่ีเป็นคุณสมบัติพิเศษ สามารถเพ่ิมมูลค่าและยังคงราคาท่ีสามารถซ้ือได้ เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคมี
ความลังเลในการตัดสนิ ใจซอื้ สินคา้ ที่มลี ักษณะใกล้เคยี งกนั โดยมีกลยทุ ธ์ในการออกแบบดงั นี้

การพัฒนาความคิดและสร้างสิ่งท่ีเป็นสัญลักษณ์ของวัตถุดิบในชุมชน นาสิ่งเดิมท่ีมีอยู่แล้ว
มาพัฒนาให้มีความน่าสนใจมากย่ิงข้ึน มีหลักการดาเนินการ ๓ ประการ ได้แก่ ภูมิปัญญาท้องถิ่น

สากล การริเรม่ิ สร้างสรรค์ พัฒนาทรัพยากรบุคคล

๑. ภมู ปิ ญั ญาท้องถนิ่
ภูมิปัญญาท้องถิ่นของกระดาษข่อยน้ีแม้วา่ จะมีแหลง่ ผลติ สาคัญคือ ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่องค์ความรู้ในการทากระดาษเป็นองค์ความรู้สากล ซึ่งทุกประเทศ
สามารถทาได้ สามารถนาไปพัฒนาวัตถุดิบได้ ดังน้ันการเลือกวัตถุดิบท่ีมีอยู่ในท้องถิ่นของไทย อย่าง
เย่ือข่อยซึ่งพบว่าบริเวณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จึงเป็นส่ิงท่ีสาคัญต่อการใช้เป็น
แนวทางในการออกแบบเพื่อส่งเสริมคุณค่าภูมิปัญญาท้องถ่ินและเลือกสัญลักษณ์บางประการของ
ศิลปะในสมัยกรุงศรีอยุธยาเพื่อใช้ในการออกแบบ เป็นการสะท้อนผลงานศิลปะกับแหล่งพ้ืนที่ทาง
ประวัติศาสตร์ ดังเช่นการนารูปแบบของแผ่นทองคาในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ ซึ่งมี
ความน่าสนใจจึงเลือกแผ่นทองคารูปสัตว์หิมพานต์ซ่ึงเป็นภูมิปัญญาด้านการออกแบบของท้องถิ่นจะ
ไดแ้ พร่หลายเปน็ ท่ีร้จู กั ต่อไป

๒. การรเิ ริ่มสร้างสรรค์

แต่เดิมกระดาษข่อยมักใช้เพื่อการทาสมุดไทย ซึ่งปัจจุบันศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัด
พระนครศรีอยุธยาผลิตกระดาษข่อยเพ่ือรองรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ในลักษณะของสมุด และกระดาษ
เพื่อการวาดภาพ และการเขียนบันทึกวรรณกรรมต่างๆ จึงเกิดเป็นความคิดในการริเร่ิมสร้างผลงาน
อ่ืนๆที่เป็นของใช้ในชีวิตประจาวัน เพ่ือเป็นของที่ระลึก ตลอดจนส่งเสริมให้ใช้เป็นวัตถุดิบในการทา
ผลงานศิลปะไทยด้วยเทคนิคและวิธีการด้ังเดิม ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบันที่เน้นท่ีรูปแบบ เช่น การใช้
กระดาษขอ่ ยเพอ่ื ปิดหวั โขนเปน็ ตน้

๓. พฒั นาทรพั ยากรบุคคล
การทากระดาษขอ่ ยสามารถเปน็ บทเรียนในการจดั การเรยี นการสอนในรายวชิ าตา่ ง ๆ เชน่
วชิ าการอนรุ กั ษ์ศิลปะไทย วิชาปุราณวิทยา วชิ าเทคนคิ และวัสดุในงานศิลปะไทย ซง่ึ วทิ ยาลัยเพาะชา่ ง
สาขาวิชาหัตถศิลป์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ได้ทดลองนากรรมวิธีการทา
กระดาษข่อยมาใช้เป็นส่วนหน่ึงของการเรียนการสอนแล้วเพ่ือเป็นการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มี

๙๓

ความรคู้ วามเข้าใจและสามารถนาไปปฏบิ ัติได้ต่อไป จากกลยุทธใ์ นการออกแบบกระดาษข่อยเพ่ืองาน
ศลิ ปะไทยเชงิ พาณชิ ยน์ าไปสู่การออกแบบและสรา้ งสรรค์ผลงานศิลปะไทยเชิงพาณชิ ยโ์ ดยนาลักษณะ
เดน่ ของกระดาษขอ่ ยมานาเสนอ

จากหลักการดาเนินการ ๓ ด้าน คือการจัดการด้านภูมิปัญญาท้องถ่ิน การคิดริเร่ิม
สร้างสรรค์ และการพัฒนาบุคคลากร เมื่อกิจการกระดาษข่อยสามารถสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจได้จงึ
นาไปส่กู ารวเิ คราะห์โอกาสในทางการตลาด ซ่ึงตลาดผ้ใู ช้กระดาษข่อยเปน็ เปา้ หมายใหญ่และเป็นผู้ซื้อ
ด้ังเดิม การขยายฐานการตลาด จาเป็นต้องอาศัย ตลาดอื่น ๆ ร่วมด้วย จากการวิจัยพบว่า ตลาดท่ี
ควรได้รับการผลักดันและมีส่วนร่วมในการดาเนินการพัฒนาการใช้กระดาษข่อยเพ่ืองานศิลปะไทย
เชงิ พาณชิ ย์คือ ตลาดองค์กร และตลาดรัฐบาล

ตลาดองค์กร เป็นตลาดเอกชนท่ีผู้ที่จะเข้าร่วมในกิจการกระดาษข่อยอาจเป็นกลุ่มผู้ใช้
กระดาษข่อยมาแต่เดิม และผันตนเองสู่การค้าท่ีมีขนาดใหญ่ขึ้น นาไปสู่การขายกระดาษข่อยในฐานะ
คนกลาง กลุ่มเป้าหมายนี้คือ องค์กรหรือตลาดธุรกิจท่ีส่งเสรมิ และชูประเด็นการทาธรุ กิจแบบย้อนยคุ
การนากระดาษข่อยมานาเสนอให้เกิดความน่าสนใจใหม่ และขยายเป็นสินค้าที่มีทางเลือกมากย่ิงขึ้น
ตลาดองค์กรนี้อาจเป็นผู้ใช้กระดาษข่อย หรือเป็นคนกลางท่ีเล็งเห็นโอกาสในทางการค้าจึงเป็นกลุ่มผู้
ซ้ือรายสาคัญที่ควรสนับสนุนให้เกิดการซ้ืออย่างต่อเนื่องและซ้ือในปริมาณมาก ตลาดองค์กรนี้ยัง
สามารถนาองค์ความรู้การทากระดาษข่อยแบบโบราณเป็นคอร์สฝึกอบรมท่ีสรา้ งรายได้โดยตรงใหก้ บั
ผู้ทากระดาษในฐานะวิทยากรได้อกี ด้วย

ตลาดรัฐบาล ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม เป็นผลิตภัณฑ์ที่รัฐบาลควรผ้ซู ้ือที่สาคญั
เพราะรัฐบาลมหี น่วยงานตา่ ง ๆ ที่มกี จิ กรรมและภารกิจมากมายด้านการทานุบารุงศิลปวัฒนธรรม ซ่งึ
เปน็ หน่ึงในพนั ธกจิ ของสถานศึกษาของรัฐบาลด้วย หากรัฐบาลใหก้ ารส่งเสริมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์
กระดาษข่อยจะเป็นการช่วยให้กระดาษข่อยเป็นท่ีรู้จักมากยิ่งขึ้น ผ่านโครงการ กิจกรรม ของ
หนว่ ยงาน โดยเร่มิ ต้นจากสถานศกึ ษาทดี่ าเนนิ การสอนทางด้านศลิ ปะ ใหค้ วามรทู้ างดา้ นการออกแบบ
สรา้ งสรรค์สง่ิ ใหม่ ๆ เช่นของท่ีระลึก โดยใชห้ ลักการเปลี่ยนหน้าท่ีการใชง้ านเดิม โดยยังคงคุณค่าและ
เสน่หข์ องกระดาษข่อยไว้

บทบาทของหน่วยงานรฐั บาลต่อการพฒั นาการตลาดกระดาษข่อย

๑. วิทยาลยั เพาะช่างสนบั สนุนความรดู้ า้ นภมู ปิ ญั ญาไทยจากแหลง่ เรียนร้จู ริง
แนวทางการสืบทอดภูมิปัญญาการทากระดาษข่อยประการหนึ่งคือ การให้ความรู้แก่
เยาวชนท่ีทางานสร้างสรรค์และเรียนรู้ผลงานศิลปะไทย โดยศึกษาการทากระดาษข่อยจากแหล่ง
ความรู้และลงมือปฏิบัติ ในโครงการทัศนศึกษาแหล่งความรู้ภูมิปัญญาไทยเม่ือวันท่ี ๒๔ มิถุนายน
พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งทางศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีนักศึกษาจากวิทยาลัยเพาะ
ช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์เข้าร่วมซึ่งเป็นช่วงเวลาปิดภาคเรียน เป็นการ
เตรียมความพร้อมกอ่ นเปิดภาคการศึกษาทีจ่ ะเรม่ิ ต้นการเรยี นทาหัวโขนและการเรยี นวิชาปรุ าณวิทยา
ซง่ึ มบี ทเรยี นหน่งึ ทว่ี ่าดว้ ยภมู ปิ ญั ญาของช่างไทยแขนงต่าง ๆ (ภาพที่ ๘๖), (ภาพที่ ๘๗)

๙๔

ภาพท่ี ๘๖ เยาวชนในโครงการทัศนศึกษาแหลง่ ความรู้ภูมิปัญญาไทยเรียนรู้การทากระดาษขอ่ ย
ท่ีมา: นฤมล ศลิ ปชยั ศรี

ภาพท่ี ๘๗ เยาวชนในโครงการฯ ฝกึ ทบุ เย่อื ข่อยเตรยี มหล่อกระดาษ
ท่มี า: นฤมล ศิลปชัยศรี

๙๕

ภายหลังการเข้าร่วมโครงการทัศนศึกษาแหล่งความรู้ภูมิปัญญาไทยเรียนรู้การทากระดาษ
ข่อยและรับความรู้จากทางศูนย์ศิลปาชีพฯ เยาวชนกลุ่มดังกล่าวเข้าร่วมในการคัดเลือกช่างฝีมือ
เพื่อเขียนอักษรขอมและทาลายรดน้าปกสมุดพระปาฏิโมกข์เพื่อใช้ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิง
พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ด้วย ซ่ึงมีผู้ท่ีผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจาก
วทิ ยาลยั เพาะช่าง มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลรตั นโกสนิ ทรเ์ ขา้ รว่ มเขียนอักษรขอมและเขียนปก
สมดุ ลายรดนา้ จานวน ๔ คน (ภาพที่ ๘๘)

ภาพที่ ๘๘ เยาวชนจากโครงการทศั นศกึ ษาแหลง่ ความรภู้ ูมิปญั ญาไทยรว่ มการทาสมุดพระปาฏิโมกข์
ท่มี า: สมพงษ์ สงคลงิ้

จากการดาเนินโครงการทัศนศึกษาแหล่งความรู้ภูมิปัญญาไทยซ่ึงเป็นกระบวนการเพ่ือ
แนวทางการสบื ทอดภูมปิ ญั ญาการทากระดาษขอ่ ยนั้น นาไปสู่การจัดให้มีกจิ กรรมเสรมิ ความรู้ ใน
รายวิชาปุราณวิทยา สาขาวิชาหัตถศิลป์ วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
รัตนโกสินทร์ข้ึน ในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๐ (ภาพท่ี ๘๙) ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก
นักศึกษาได้สัมผัสกับการทากระดาษข่อยซ่ึงมีมูลค่าสูงด้วยตนเองเม่ือกระดาษแห้งแล้วจึงนาไปใช้
ประโยชนเ์ ป็นสว่ นหน่ึงของงานสรา้ งสรรคต์ ่อไป

ภาพที่ ๘๙ การสาธิตการทากระดาษขอ่ ยให้แกน่ ักศึกษาวทิ ยาลยั เพาะชา่ ง
ทม่ี า: นฤมล ศิลปชยั ศรี

๙๖

การถ่ายทอดความรู้ด้านการทากระดาษข่อยให้แก่นักศึกษา สาขาวิชาหัตถศิลป์ วิทยาลัย
เพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ และประเมินความเข้าใจและทัศนคติที่มีต่อ
กระดาษข่อยและการนาไปใช้ประโยชน์ โดยให้นักศึกษาและผู้เข้าร่วมกิจกรรม จานวนรวม ๓๑ คน
หญงิ ๒๑ คน ชาย ๑๐ คน ไดต้ อบแบบสอบถามซ่ึงมีคาถามเก่ียวกบั กระดาษข่อย (ตารางที่ ๖) ดังนี้

ตารางที่ ๖
การประเมนิ ความร้คู วามเขา้ ใจและทศั นคติที่มีต่อกระดาษขอ่ ยและการนาไปใช้ประโยชน์

ความเข้าใจกระดาษข่อย นอ้ ย นอ้ ย ปาน มาก มากทสี่ ดุ

ที่สดุ กลาง

๑. กระดาษข่อยเปน็ กระดาษโบราณท่ี 0 ๑ คน ๓ คน ๑๒ คน ๑๕ คน

นา่ สนใจ (๓.๒%) (๙.๗%) (๓๘.๗%) (๔๘.๔%)

๒. กระดาษข่อยเปน็ กระดาษท่มี ีประโยชน์ ๑ คน 0 ๓ คน ๑๐ คน ๑๗ คน

ตอ่ งานศิลปะไทย (๓.๒%) (๙.๗%) (๓๒.๓%) (๕๔.๘%)

๓. กระดาษข่อยมีวิธีการทาที่ค่อนข้างยาก 0 ๑ คน ๖ คน ๑๓ คน ๑๑ คน

(๓.๒%) (๑๙.๔%) (๔๑.๙%) (๓๕.๕%)

๔. การทุบเย่อื ข่อยจะทาใหเ้ ย่ือขาวขน้ึ 0 ๑ คน ๖ คน ๒๐ คน ๔ คน

(๓.๒%) (๑๙.๔%) (๖๔.๕%) (๑๒.๙%)

๕. ขนั้ ตอนการหล่อกระดาษสาคัญต่อการ ๑ คน ๒ คน ๕ คน ๑๑ คน ๑๒ คน

ทากระดาษขอ่ ย (๓.๒%) (๖.๕%) (๑๖.๑%) (๓๕.๕%) (๓๘.๗%)

๖. กระดาษข่อยมีเย่ือทีเ่ หนยี ว ๑ คน 0 ๖ คน ๑๑ คน ๑๓ คน

(๓.๒%) (๑๙.๔%) (๓๕.๕%) (๔๑.๙%)

๗. กระดาษข่อยเหมาะแกก่ ารทาสมดุ ๑ คน 0 ๔ คน ๑๔ คน ๑๒ คน

(๓.๒%) (๑๒.๙%) (๔๕.๒%) (๓๘.๗%)

๘. กระดาษข่อยเหมาะกบั การทางาน ๒ คน ๒ คน ๑๐ คน ๑๒ คน ๕ คน

ประตมิ ากรรม (๖.๕%) (๖.๕%) (๓๒.๓%) (๓๘.๗%) (๑๖.๑%)

๙. กระดาษข่อยเหมาะแกก่ ารทางาน ๑ คน 0 ๖ คน ๑๓ คน ๑๑ คน

ประดษิ ฐ์ งานฝีมือ (๓.๒%) (๑๙.๔%) (๔๑.๙%) (๓๕.๕%)

๑๐. ควรมีวัสดใุ ชท้ ดแทนกระดาษข่อย 0 ๕ คน ๑๓ คน ๙ คน ๔ คน

หรอื ไม่ (๑๖.๑%) (๔๑.๙%) (๒๙%) (๑๒.๙%)

จากการประเมินความรู้ความเขา้ ใจและทศั นคตทิ ่มี ีต่อกระดาษข่อยและการนาไปใชป้ ระโยชน์
ท่ีมีต่อความคิดเห็นการใช้วัสดุทดแทนกระดาษข่อยในงานศิลปะ พบว่ามีผู้ตอบความเห็นปานกลาง
เปน็ จานวนมากวิเคราะหไ์ ด้ว่า ปจั จยั หลายประการทาใหผ้ ู้ตอบเล็งเห็นว่า กระดาษขอ่ ยเปน็ กระดาษท่ี
มีมูลค่าสูง และเป็นของหายาก ซ่ึงอาจใช้วัสดุอ่ืนทดแทนเพื่อลดภาระด้านต้นทุนโดยไม่ได้คานึงถึง
คุณภาพต่อการนาไปใช้ จึงนากระดาษที่ใช้ในงานศิลปะอย่างเช่น การทาประติมากรรมจากกระดาษ

๙๗

โดยทาการทดลองใชก้ ระดาษ ๓ ชนิด คือ กระดาษข่อย กระดาษสาและกระดาษน้าตาลหอ่ พัสดุ (ภาพ
ที่ ๙๐) มาใช้ พบว่าการปดิ กระดาษขอ่ ยเพียงสองชน้ั ให้ความแข็งแรงมากกวา่ กระดาษสาและกระดาษ
น้าตาลห่อพัสดุ เมื่อเปรียบเทียบความละเอียดต่อแผ่นจะเห็นเส้นใยที่แสดงความเหนียวของกระดาษ
ข่อยได้ชัดเจนในขณะที่กระดาษสามีลักษณะบางแต่เส้นใยไม่แข็งแรงเท่ากระดาษข่อย และกระดาษ
น้าตาลห่อพัสดุเป็นกระดาษที่มีความหยาบจะต้องทาให้เปื่อยก่อนนาไปใช้และไม่ได้ผลดีเท่ากระดาษ
ข่อย

⚫ กระดาษขอ่ ย ⚫ กระดาษสา ⚫ กระดาษน้าตาลห่อพสั ดุ

ภาพท่ี ๙๐ กระดาษประเภทตา่ ง ๆ และการเปรียบเทียบเส้นใยกระดาษด้วยการสังเกต
ทีม่ า: นฤมล ศิลปชยั ศรี

๒. มหาวิทยาลยั ศลิ ปากรสนับสนนุ องค์ความรดู้ า้ นการอนุรกั ษเ์ อกสารโบราณดว้ ย
กระดาษข่อย

มหาวิทยาลยั ศลิ ปากรมีแนวทางการสนบั สนุนองคค์ วามรู้และเผยแพร่แก่ประชาชนดา้ น
ศิลปะไทยมาอย่างต่อเน่ือง ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ จัดโครงการเสวนาวิชาการ การอนุรักษ์กระดาษไทย
และเส้นใยธรรมชาติ “ข่อย” (ภาพที่ ๙๑) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่ผลงานระดับปริญญาโท
ด้านการอนุรักษ์ มีผู้สนใจเป็นจานวนมาก เพราะกระดาษข่อยเป็นกระดาษท่ีอยู่ในความทรงจาและ
การรับรู้ของคนไทยมานาน แต่น้อยคนที่จะมีประสบการณ์ในการทาและทราบถึงประโยชน์ที่เก่ียว
เนื่องกัน ซ่ึงการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์โดยใช้กระดาษข่อยเป็นตัวประสาน หรือเป็น
กระดาษเพ่ือการซ่อมแซม ส่งผลให้เป็นแนวทางที่ดีในการอนุรักษ์โบราณวัตถุ เน่ืองจากสมุดไทย
จานวนมากท่ีชารุดจาเป็นต้องใช้กระดาษชนิดเดียวกัน (กระดาษข่อย) จึงจะเหมาะสม ท่ีผ่านมาใช้
กระดาษทดแทนซง่ึ มรี าคาถูกกวา่ ผลที่ไดร้ ับไม่เหมอื นกับการใชก้ ระดาษข่อยซง่ึ มีความแข็งแรงกว่าเม่ือ
ทบั ซ้อนกนั หลาย ๆ ชน้ั ยิง่ เกดิ ความแขง็ แรง

บทบาทการเผยแพร่ความรู้ของหน่วยงานรัฐมีความสาคัญต่อการเผยแพร่ภูมิปัญญาอย่าง
ยิง่ กระดาษข่อยเป็นกระดาษท่ีมลี ักษณะเฉพาะ การประชาสมั พันธ์ในหลากหลายช่องทางจะเป็นการ
เปิดโอกาสให้ตลาดการค้ากระดาษข่อย และของท่ีระลึกจากกระดาษข่อยเป็นท่ีต้องการมากขึ้น ซึ่ง
หน่วยงานรัฐด้านสถานศึกษาสามารถดาเนินการได้ และจะเห็นผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น หากมีการ
สง่ เสรมิ ใหจ้ ัดเป็นการอบรมเชงิ ปฏิบัติการ โดยผู้เขา้ รับการอบรมจะได้รับกระดาษข่อยทท่ี าขึ้นเอง

๙๘

ภาพท่ี ๙๑ โปสเตอร์เสวนาวชิ าการ การอนรุ กั ษ์กระดาษไทยและเส้นใยธรรมชาติ “ข่อย”
ที่มา: จฑุ ามาส เรอื งยศจนั ทนา

ภาพท่ี ๙๒ บรรยากาศการสาธิตวิธีการอนรุ กั ษส์ มดุ ไทยดว้ ยกระดาษข่อย
ทม่ี า: นฤมล ศลิ ปชยั ศรี

๙๙

บทบาทขององคก์ รเอกชนตอ่ การพฒั นาการตลาดกระดาษข่อย

องค์กรเอกชนมีส่วนสาคัญในการสนับสนุนผลิตภัณฑ์กระดาษข่อยให้เป็นท่ีรู้จักมาย่ิงข้ึน
ด้วยแนวทางเชน่ เดยี วกับหนว่ ยงานรฐั บาล คอื การจัดกจิ กรรมสง่ เสริมความรู้ และจดั คอร์สอบรมที่จะ
สามารถสร้างรายได้ให้กับวิทยากร ปัจจุบัน คอร์สอบรมจานวนไม่น้อยที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่
ผู้ประกอบการ โรงเรียนสอนด้านศิลปะที่มุ่งเน้นการอบรมระยะสั้นและมีผลงานสาเร็จสร้างความ
พึงพอใจให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม หากกิจกรรมในลักษณะดังกล่าวสามารถจัดเป็นกิจกรรมต่อเน่ืองจะ
สามารถสร้างพื้นท่ีทางการตลาดได้ จุดเด่นของโครงการเหล่าน้ีคือ ควรกาหนดค่าเข้าอบรมราคา
พอเหมาะไม่สูงจนเกินไป จะช่วยให้ตดั สนิ ใจเลือกเรียนง่ายขน้ึ และบางชว่ งเวลาสามารถจัดเป็นบริการ
วิชาการทไี่ มค่ ดิ ค่าตอบแทนได้ดว้ ย ดงั เชน่ กิจกรรมของ ดร.นฤมล ศิลปชยั ศรที ไ่ี ปจัดกจิ กรรมเผยแพร่
ความรู้ทางด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถ่ินใน โครงการถ่ายทอดองค์ความรู้และ
พัฒนาทักษะการสร้างสรรค์กระดาษข่อยเพื่องานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์ ณ ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ภาพที่ ๙๓) ผู้เรียนได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ และสามารถนาเทคนิคการ
เปลีย่ นหนา้ ทกี่ ารใช้งานเดิมของกระดาษเป็นการประดิษฐ์เครื่องประดับ ของท่ีระลกึ ได้และจาหน่ายที่
รา้ นค้าพิพธิ ภัณฑสถานแหง่ ชาติ เป็นตน้ (ภาพที่ ๙๔)

บทบาทขององค์กรเอกชนจะเป็นแรงผลักดันใหผ้ ทู้ ากระดาษข่อยได้รับรู้แหล่งการจาหน่าย
กระดาษและสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะที่สามารถจาหน่ายได้ โดยยังนาเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ
กระดาษมานาเสนอด้วย เช่นการม้วนกระดาษให้เป็นลูกปัด ร้อยเป็นเครื่องประดับ หรือเคร่ืองแขวน
ซงึ่ ไมม่ ีต้นทุนทเี่ พิ่มขน้ึ และยังสามารถจาหนา่ ยกระดาษได้ในราคาทีส่ ูงข้ึนอีกด้วย กลุ่มจติ ตระ ธานี ที่
จัดกิจกรรมอยากทาข่อยให้ข่อยทาข้ึน ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ (ภาพท่ี ๙๕) โดยครูหน่ึง นิศิษย์ ฤทธิเวช
เป็นผู้สอน กิจกรรมน้ีเป็นกิจกรรมที่ใชส้ ื่อสังคมออนไลน์ในการประชาสัมพันธ์ และมีผู้สมัครเรียนเต็ม
ในระยะเวลาอันสั้น นับว่าเป็นปรากฏการณ์สาคัญอย่างหนึ่งที่สะท้อนว่าสังคมยังคงต้องการกิจกรรม
ทางวฒั นธรรมอยา่ งสม่าเสมอ และสามารถนาไปต่อยอดสร้างรายได้ในท่ีสดุ (ภาพท่ี ๙๖)

ภาพที่ ๙๓ ดร.นฤมล ศลิ ปชยั ศรี ถา่ ยทอดทักษะการแปรรูปกระดาษข่อยเป็นผลิตภณั ฑ์ลกู ปัด
ทม่ี า: นฤมล ศิลปชัยศรี

๑๐๐

ภาพที่ ๙๔ การจาหน่ายสมุดขอ่ ยจ๋วิ รา้ นคา้ ของพิพิธภัณฑสถานแหง่ ชาติ
ทีม่ า: นฤมล ศลิ ปชัยศรี

ภาพท่ี ๙๕ โปสเตอร์กจิ กรรม อยากทาขอ่ ยใหข้ ่อยทา
ทมี่ า: กลุ่มจิต ตระ ธานี

๑๐๑

ภาพที่ ๙๖ บรรยากาศกิจกรรม อยากทาข่อยให้ข่อยทา
ท่ีมา: นิศิษย์ ฤทธเิ วช

สรปุ

การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากกระดาษเป็นส่ิงท่ีต้องนาเสนอคุณค่าของกระดาษท่ี
นามาใชร้ ว่ มดว้ ย กระดาษขอ่ ยเป็นกระดาษท่มี ีตน้ ทุนสงู ใชแ้ รงงานและความชานาญจึงจะได้กระดาษ
ข่อยทมี่ ีคณุ ภาพดี และกระดาษค่อยเป็นกระดาษท่ีมคี ุณคา่ ในฐานะท่เี ป็นกระดาษดั้งเดิมของไทย เปน็
ทีร่ ู้จกั ในลักษณะของงานหัตถกรรมเช่นเดียวกับกระดาษต่างประเทศที่ยังคงวิธีการทากระดาษด้วยมือ
ทุกข้ันตอน ความแตกต่างระหว่างกระดาษจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เครื่องจักรกล เครื่องทุ่น
แรงในการผลิตกับกระดาษท่ีใช้กรรมวิธีแบบงานช่างทาด้วยมือและแรงงานมนุษย์ ความแตกต่างนี้
สะท้อนคุณค่าของความสามารถของมนุษย์ การทากระดาษท่ีมีคุณภาพดีจึงส่งผลให้กระดาษมีมูลค่า
สูงกว่ากระดาษจากโรงงานอุตสาหกรรมการนากระดาษข่อยมาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะไทยเพ่ือ
จาหน่ายจึงควรให้ความรู้เก่ียวกับความเป็นมาของกระดาษข่อย ข้ันตอนการทาอย่างย่อและ
ยกตวั อยา่ งกระดาษโบราณทีย่ งั ทรงคณุ ค่าถงึ ทุกวันน้ี

การวิเคราะห์ด้านประวัติความเป็นมาของกระดาษข่อยในประเทศไทยพบว่าความเป็นมา
ของการทากระดาษข่อยที่ปรากฏในเอกสารและหลักฐานจากสมุดไทยในสมัยต่าง ๆ สะท้อน
ความสาคัญของภูมิปัญญาอย่างหน่ึงของไทย กิจการการทากระดาษที่มีข้ึนในสมัยกรุงศรีอยุธยาจวบ
จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์แสดงให้เห็นถึงความเฟื่องฟูในอดีตและค่อย ๆ ลดบทบาทลง ด้วยปัจจัย
หลากหลายประการ อาทิ สภาพแวดล้อมท่ีไม่เอ้ือต่อการทากระดาษข่อยซ่ึงมีลักษณะการทา ด้วย
แรงงานคน และต้องอาศัยแหล่งน้าที่สะอาดในการหล่อกระดาษ ปัจจุบันสภาพแวดล้อมเหล่านั้น
กาลังสูญไป การทากระดาษข่อยจึงปรบั ตวั ลดขนั้ ตอนหรอื ข้อจากัดตา่ ง ๆ เพอื่ ใหส้ ามารถทากระดาษ
ขอ่ ยได้ในท่สี ดุ เช่นการหมกั เยือ่ ในภาชนะปดิ และการหล่อกระดาษในอา่ งนา้

๑๐๒

การวเิ คราะห์ความสาคัญของกระดาษข่อยเชิงอนรุ ักษ์ พบว่าการนากระดาษข่อยมาใช้เพื่อ
งานอนุรักษ์ศิลปวัตถุและโบราณวัตถุที่ทาขึ้นจากกระดาษข่อยนั้นมีความสาคัญอย่างยิ่ง เพราะ
กระดาษข่อยเป็นวัสดุเช่นเดียวกับโบราณวัตถุเหล่าน้ัน เม่ือนามาใช้ซ่อมแซม หรือเติมเต็มให้อยู่ใน
สภาพท่ีสมบูรณ์ข้ึนเป็นการยืดอายุมรดกทางศิลปกรรมได้ทางหน่ึง เช่น การเติมเน้ือกระดาษในสมุด
ไทยซ่ึงอาจจะชารุดไปเพราะแมลงกัดแทะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าแนวทางการอนุรักษ์ภูมิปัญญา
ในการนากระดาษข่อยมาใช้สร้างสรรค์งานศิลปะไทยด้วยเทคนิคและวัสดุอย่างโบราณ เช่นการทา
หัวโขนด้วยการปิดกระดาษข่อยซ่ึงเป็นวัสดุดั้งเดิม และนาเทคนิคและวัสดุดังกล่าวมาปรับใช้กับงาน
ประติมากรรมจากกระดาษเพื่อส่งเสริมให้กระดาษข่อยยังเป็นวัสดุท่ีใช้ในงานศิลปะไทยเช่นในอดีต
เปน็ การส่งเสรมิ กระดาษข่อยเชิงอนุรกั ษ์ได้

การวิเคราะห์กระบวนการสืบทอดการทากระดาษข่อยเพื่องานศิลปะไทยพบว่า แต่เดิม
กระดาษข่อยจะนาไปใช้เพ่ือการทาสมุดไทยเป็นหลักซึ่งในปัจจุบันสมุดไทยที่ทาขึ้นใหม่เพื่อใช้นั้นมี
จานวนลดลง โดยมากใช้สาหรับวาดภาพเขียนสีแบบจิตรกรรมไทยประเพณี การฟ้ืนฟูภูมิปัญญาการ
ทากระดาษขอ่ ยเปน็ การให้ความรู้ และเห็นถงึ คุณคา่ ทางวัฒนธรรมในการใช้กระดาษข่อยของไทยและ
เพ่ือส่งเสริมคุณค่าและมูลค่าให้งานศิลปะเพิ่มมากข้ึน กระบวนการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทากระดาษ
ข่อยมีข้ันตอนต่าง คือ การศึกษาจากแหล่งความรู้ท้ังจากเอกสารต่าง ๆ และแหล่งทากระดาษข่อย
การฝึกปฏิบัติและถ่ายทอดความรู้ให้กับสถานศึกษาที่มีการจัดการเรียนสอนด้านศิลปะไทย และการ
นากระดาษข่อยไปใช้งานตามคุณลักษณะของกระดาษ จึงมีการถ่ายทอดภูมิปัญญาการทากระดาษ
ให้กับวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์แล้วจึงส่งเสริมส่งเสริมให้
ท้องถ่ินนาภูมิปัญญาการทากระดาษข่อยมาใช้เพื่องานพาณิชย์โดยนาไปสร้ างสรรค์เป็นผลงานศิลปะ
๒ มิติ และ ๓ มิติ พบว่าการนาไปทางานศิลปะ ๓ มิติ สามารถใช้กระดาษข่อยท่ีมีลักษณะความหนา
บางไมเ่ ท่ากนั น้ันไดอ้ ยา่ งไม่มปี ัญหาเท่ากบั การนาไปใช้สรา้ งสรรค์งาน ๒ มติ ิ อาทิภาพเขยี นสี และงาน
ภาพพิมพ์ เป็นต้น จากการสร้างสรรค์งานศิลปะจากกระดาษข่อยได้ข้อเสนอแนะเพ่ือนาไปสู่แนว
ทางการปรับปรงุ คณุ ภาพกระดาษตอ่ ไป

แนวทางการปรับปรุงคุณภาพกระดาษข่อยเพื่องานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์ พบว่า ข้อดีของ
การนาไปใช้ในงานศิลปะ ๒ มิติคือ กระดาษข่อยมีคุณภาพดีเน้ือแน่น มีความยืดหยุ่นตัวสูง สามารถ
ทนต่อแรงเสียดทานเช่นการนาไปใชใ้ นเทคนคิ ภาพพิมพ์ได้ ข้อเสนอแนะคือ สีของกระดาษข่อยไม่ขาว
อย่างกระดาษท่ีใช้ในงานภาพพิมพ์ท่ัวไป เน้ือกระดาษไม่เท่ากันตลอดทั้งแผ่น การเคลือบกาวแป้ง
เปียก อาจไม่ทั่วถึงจึงทาให้มีลักษณะซึมน้าบ้าง และสีพ้ืนของกระดาษข่อยที่มีลักษณะค่อนข้างเข้ม
มากกว่ากระดาษขาวที่ใช้สาหรับการวาด โดยมีแนวทางการปรับปรุงคือ การทากระดาษควรเน้น
ขั้นตอนการเสียดข่อยให้ได้เยื่อข่อยที่มีความขาวเป็นจานวนมากท่ีสุดและผู้ทากระดาษข่อยจะต้องไม่
นาเยื่อที่มีสีเข้มมาปะปน เพื่อจัดคุณภาพและราคาของกระดาษให้เหมาะสมแก่ผู้ใช้ได้ ในการเตรียม
กระดาษสาหรับใช้ในงานวาดเขียน งานจิตรกรรมที่ต้องการพื้นผิวที่มีความเรียบ กันน้าซึมหรือดูดซับ
เน้ือสีมากเกินไปด้วยการเคลือบกาวแป้ง หรือกาวเม็ดมะขามผสมดินสอพองอย่างเช่นการทารองพื้น
ในงานจิตรกรรมไทยโบราณ และข้อดีของการนาไปใช้ในงานศิลปะ ๓ มิติคือ เนื้อกระดาษข่อยไม่
จาเป็นต้องเท่ากันตลอดแผ่น ข้อเสนอแนะ การหล่อกระดาษเพ่ือใช้สาหรับปิดหวั โขนต้องหล่อให้บาง

๑๐๓

เพื่อสามารถปิดหัวได้ประณีต โดยมีแนวทางการปรับปรุง คือ ควรทาให้กระดาษมีลักษณะบางด้วย
การทุบเยอ่ื จนเปื่อยยุ่ยเปน็ พเิ ศษกอ่ นนาไปหลอ่ เพ่ือใชเ้ ป็นกระดาษสาหรบั งานประติมากรรมได้

กลยุทธ์ในการออกแบบผลงานศิลปะจากกระดาษข่อยเชิงพาณิชย์โดย การกาหนดหลักใน
การดาเนินการเพ่ือการพัฒนาความคิดและสรา้ งสิ่งที่เป็นสญั ลักษณ์ของวัตถุดิบในชุมชน นาสิ่งเดิมที่มี
อยู่แล้วมาพัฒนาให้มีความน่าสนใจมากยิ่งข้ึน มีหลักการดาเนินการ ๓ ประการ ได้แก่ ภูมิปัญญา

ท้องถ่นิ สากล การริเริ่มสรา้ งสรรค์ พฒั นาทรัพยากรบุคคล ซ่ึงหลักท้งั ๓ ประการนีเ้ ปน็ การสง่ เสริมให้

เกิดการออกแบบกระดาษข่อยเพ่ืองานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์นาไปสู่การออกแบบและสร้างสรรค์
ผลงานศิลปะไทยเชงิ พาณชิ ย์ โดยนาลักษณะเดน่ ของกระดาษข่อยมานาเสนอ

การส่งเสริมการตลาดจากตลาดผู้ใช้กระดาษข่อย ไปสู่ตลาดองค์กร และตลาดรัฐบาลจะ
เป็นการเพิ่มความสามารถในการจาหน่ายกระดาษข่อยซ่ึงมีต้นทุนทางวัฒนธรรมท่ีมีคุณค่ามาอย่าง
ยาวนาน การผลักดันให้กระดาษข่อยมีประโยชน์ใช้สอยมากกว่าเดิม คือ การพัฒนากระดาษในด้าน
การเปล่ียนแปลงหน้าท่ีใช้งาน เดิมใช้กระดาษข่อยเพื่อการเขียนและการวาด การออกแบบผลิตภัณฑ์
ใหก้ ลายเป็นเคร่อื งประดับจากกระดาษ หรือเครอ่ื งแขวนท่ีต้องใช้เทคนิคการร้อยดอกไม้เป็นส่วนเสริม
ใหแ้ สดงเอกลักษณใ์ นงานศลิ ปะไทยเพิม่ มากขึ้น

ผลงานศิลปะไทยจากกระดาษข่อยจากการวิจัยคือ ภาพเขียนสีปิดทอง งานสลักดุนลาย
เป็นแผ่นทองคารปู สัตว์หมิ พานตจ์ าลองของทรี่ ะลึกจากพิพธิ ภัณฑ์เจ้าสามพระยา การทาสมดุ ฝร่ังจาก
กระดาษข่อย โคมไฟฉลุลายดอกไม้ร่วง เครื่องแขวนตาข่ายหน้าช้างและดอกไม้ประดิษฐ์
ประติมากรรมจากกระดาษข่อย (กระปุกหมู) และสร้อยลูกปัดกระดาษข่อย ผลงานสร้างสรรค์เหลา่ นี้
เป็นผลจากการวิเคราะห์และกาหนดแนวทางปรับปรุงคุณภาพของกระดาษข่อยและการนาไปใช้ ซ่ึง
การนาไปใช้เพื่องานศิลปะ ๒ มิติ ควรใช้กระดาษข่อยแบบหนาท่ีมีการเคลือบกระดาษทั้ง ๒ ด้าน
อย่างดีแล้ว และควรมีสีขาว และผลงานศิลปะ ๓ มิติ เหมาะสมกับกระดาษข่อยแบบบางท่ีอาจมี
คณุ ภาพความหนาบางไม่สม่าเสมอกัน

จากการนากระดาษข่อยมาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะ พบว่า การนามาสร้างสรรค์เป็น
ผลงาน ๓ มิติ อย่างเช่น การทาลูกปัดจากกระดาษข่อย และการทาตาข่ายหน้าช้างเป็นการนาเสนอ
ความงามของกระดาษข่อยได้ดี แม้ว่าจะไม่ได้ระบายสีก็เกิดเป็นความงามท่ีแสดงอัตลักษณ์ของ
กระดาษข่อยได้ และยังเป็นการนากระดาษข่อยท่ีมีเน้ือกระดาษหนาบางไม่เท่ากันท่ีอาจเป็นอุปสรรค
ตอ่ การทางานสร้างสรรค์อ่นื ๆ มาใช้ได้

๑๐๔

บทท่ี ๕
สรปุ ผล อภปิ รายผลและข้อเสนอแนะ

ข่อยเป็นพืชสาคัญต่อกิจการทากระดาษของไทยมาตั้งครั้งแรกเร่ิมทากระดาษ แม้ว่าจะมี
พืชอีกจานวนมากที่สามารถนามาใช้ทากระดาษได้กต็ าม แตข่ อ่ ยยงั เปน็ ที่นยิ มและยังคงใช้เป็นวัตถุดิบ
หลกั ในการทากระดาษแบบด้ังเดิมเสมอมา คณุ สมบตั ิของเย่ือข่อยที่ให้เส้นใยท่ีมีความเหนยี ว เสน้ ยาว
และเมื่อประสานกันด้วยการหล่อในน้าด้วยแม่พิมพ์พะแนงไม้ซึ่งขึงด้วยผ้าไนล่อนให้ตึงแล้ว จะได้
กระดาษขอ่ ยทใี่ ช้ในงานด้านตา่ ง ๆ เป็นอย่างดี อาทิ สมดุ ไทยขาว สมดุ ไทยดา กระดาษเพลา กระดาษ
ปิดหวั โขน และกระดาษทใ่ี ชใ้ นกจิ การตีทอง เปน็ ต้น

พบข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับภูมิปัญญาการทากระดาษของไทยว่า มีการริเริ่มทากระดาษข้ึน
เพื่อใช้ภายในประเทศ แหล่งวัตถุดิบสาคัญอยู่บริเวณภาคกลางและย่านท่ีทากระดาษจะต้องอาศัยอยู่
บริเวณท่ีมีแหล่งน้าอันเป็นทาเลท่ีเหมาะสมในการหล่อกระดาษซ่ึงเป็นขั้นตอนสาคัญในการทา
กระดาษข่อย ต่อมาเม่ือเข้าสู่ช่วงเวลาที่กระดาษจากต่างประเทศเข้ามามีบทบาทในการใช้งาน
ภายในประเทศมากขึ้น อีกทั้งยังมีมาตรฐานและความสวยงามกว่า กระดาษข่อยจึงได้รับผลกระทบ
ตลอดจนการขาดแคลนแรงงานภายหลงั การเลกิ ทาสส่งผลให้ช่างทากระดาษเร่มิ ลดจานวนลง

โครงการวิจัย กระบวนการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทากระดาษข่อยเพ่ืองานศิลปะไทย
เชงิ พาณิชย์สามารถสรปุ ผลไดด้ งั นี้

สรุปผล อภปิ รายผลการวิจัย

คณุ ค่าของกระดาษขอ่ ยในมติ ิประวตั ศิ าสตร์
กระดาษข่อยเป็นวัสดุสาคัญท่ีอยู่เบื้องหลังผลงานศิลปะและมรดกทางวัฒนธรรมของไทย
ท้ังที่ใช้ในการเป็นส่ือกลางในการส่ือสาร เช่นการนาไปใช้เป็นสมุดไทย และกระดาษข่อยยังใช้ในงาน
ศิลปะดว้ ย
เอกสารและงานวิจัยต่าง ๆ ท่ีเก่ียวกับงานกระดาษข่อยหรือกระดาษโบราณของไทยที่
น่าสนใจได้แก่ วชิรญาณวิเศษ และปาฐกถาเร่ืองการทากระดาษข่อย ซ่ึงนาเสนอวิธีการอย่างโบราณ
ในการทากระดาษและมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับคุณภาพของกระดาษขอ่ ยและปัญหาของการใช้กระดาษ
ข่อยใหก้ วา้ งขวางขนึ้
กระบวนการทากระดาษข่อยถ่ายทอดกันในหมู่ช่างทากระดาษไม่ได้แพร่หลายหรือได้รับ
ความนิยมมากนัก เม่ือกระดาษจากต่างประเทศเข้ามามีบทบาทร่วมกับความเจริญทางด้าน
กระบวนการพิมพ์ ส่งผลให้การนากระดาษข่อยมาใชซ้ ่ึงสว่ นมากใช้ในงานเขียนเรมิ่ มีจากัด และค่อยๆ
ลดบทบาทลงในท่ีสุด แต่ใจปัจจุบันมีความพยายามการถ่ายทอดองค์ความรู้การทากระดาษข่อยผ่าน
เอกสาร หรือตาราการทากระดาษด้วยเกรงว่า ภูมิปัญญาเหล่านี้จะสูญหายไป จนต่อมามีผู้ท่ีสนใจใน
การทากระดาษข่อยอย่างโบราณขึ้นจงึ จัดให้มีการเรียนการสอนการทากระดาษข่อยตามอย่างโบราณ
ท่ี โรงเรียนช่างฝีมือในวัง (ชาย) และศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สถานการณ์
ของกระดาษข่อยไทยในปัจจุบันมีแนวโน้มท่ีจะได้รับความสนใจ ได้รับการศึกษาและผลิตขึ้นเพื่อใชใ้ น

๑๐๕

งานอนุรักษ์ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุที่ทาข้ึนจากกระดาษและเพ่ือการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะไทย ทั้งนี้
การอนรุ กั ษว์ สั ดุทางศลิ ปะของไทยไว้จะเปน็ การสะท้อนให้เห็นถึงการตระหนักในคุณคา่ ของภูมิปัญญา
การทากระดาษแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตามข้อเสนอแนะท่ีสนับสนุนตรงกันคือ การทากระดาษของไทย
สมควรไดร้ บั การสืบทอดทั้งที่เปน็ เหตผุ ลในเร่อื งของการใช้งานและการอนุรักษ์ภมู ปิ ัญญาของไทย

กระดาษข่อยท่ีพบในสมยั กรุงศรีอยธุ ยา สมยั กรุงธนบรุ ี สมยั กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ และกระดาษ
ข่อยที่ทาขึ้นจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแสดงลกั ษณะร่วมและลักษณะต่าง
ของคุณภาพกระดาษได้จากการสังเกต โดยมีลักษณะร่วมกันคือมีความเหนียวแข็งแรงทนทาน
มีผิวสัมผัสที่ไม่เรียบเนียนเท่ากระดาษฝร่ัง สาหรับลักษณะต่างท่ีกระดาษในสมัยกรุงศรีอยุธยา-สมัย
กรุงรัตนโกสินทร์มีคือสีกระดาษท่ีมีความขาวกว่ากระดาษข่อยที่ทาขึ้นในปัจจุบัน อันเกิดจากวัตถุดิบ
ในการทาและกรรมวิธีบางอย่างท่ีปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม คือข้ันตอนการคัดเย่ือ
(เสียดข่อย) และการหมักเยื่อ แต่เดิมการล้างเย่ือจะทาในน้าคลองที่มีน้าไหลผ่าน ปัจจุบันไม่สามารถ
ทาเช่นนั้นได้ จึงปรับให้แช่ในอ่างซึ่งส่งผลต่อการทาความสะอาดเยื่อเช่นกัน ด้วยกรรมวิธีท่ีแตกต่าง
สง่ ผลตอ่ คณุ ภาพกระดาษดว้ ย

การวิเคราะห์ด้านประวัติความเป็นมาของกระดาษข่อยในประเทศไทยพบว่าความเป็นมา
ของการทากระดาษข่อยท่ีปรากฏในเอกสารและหลักฐานจากสมุดไทยในสมัยต่าง ๆ สะท้อน
ความสาคัญของภูมิปัญญาอย่างหน่ึงของไทย กิจการการทากระดาษที่มีขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา
จวบจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์แสดงให้เห็นถึงความเฟ่ืองฟูในอดีตและค่อยๆ ลดบทบาทลง ด้วย
ปัจจัยหลากหลายประการ อาทิ สภาพแวดล้อมท่ีไม่เอื้อต่อการทากระดาษข่อยซึ่งมีลักษณะการทา
ดว้ ยแรงงานคน และตอ้ งอาศยั แหล่งน้าท่สี ะอาดในการหล่อกระดาษ ปัจจุบันสภาพแวดล้อมเหล่าน้ัน
กาลังสูญไป การทากระดาษข่อยจงึ ปรบั ตวั ลดขัน้ ตอนหรอื ขอ้ จากัดต่าง ๆ เพ่อื ใหส้ ามารถทากระดาษ
ขอ่ ยได้ในที่สดุ เช่นการหมักเยอื่ ในภาชนะปดิ และการหลอ่ กระดาษในอ่างนา้

การวิเคราะหก์ ารตอ่ ยอดการใชก้ ระดาษข่อยด้านต่าง ๆ
แต่เดิมกระดาษข่อยจะนาไปใช้เพ่ือการทาสมุดไทยเป็นหลักซ่ึงในปัจจุบันสมุดไทยท่ีทาขึ้น
ใหมเ่ พื่อใช้นั้นมจี านวนลดลง โดยมากใชส้ าหรับวาดภาพเขียนสแี บบจติ รกรรมไทยประเพณี การฟ้ืนฟู
ภูมิปัญญาการทากระดาษข่อยเป็นการให้ความรู้ และเห็นถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมในการใช้กระดาษ
ขอ่ ยของไทยและเพ่ือสง่ เสรมิ คุณค่าและมูลค่าให้งานศลิ ปะเพิ่มมากข้นึ กระบวนการอนุรักษ์ภมู ิปัญญา
การทากระดาษข่อยมีข้ันตอนต่าง คือ การศึกษาจากแหล่งความรู้ทั้งจากเอกสารต่าง ๆ และแหล่งทา
กระดาษข่อย การฝกึ ปฏิบตั แิ ละถ่ายทอดความรู้ให้กบั สถานศึกษาท่ีมีการจดั การเรยี นสอนด้านศิลปะ
ไทย และการนากระดาษข่อยไปใช้งานตามคุณลักษณะของกระดาษ จึงมีการถ่ายทอดภูมิปัญญาการ
ทากระดาษให้กับวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์แล้วจึงส่งเสริม
ส่งเสริมให้ท้องถิ่นนาภูมิปัญญาการทากระดาษข่อยมาใช้เพ่ืองานพาณิชย์โดยนาไปสร้างสรรค์ เป็น
ผลงานศิลปะ ๒ มิติ และ ๓ มิติ พบว่าการนาไปทางานศิลปะ ๓ มิติ สามารถใช้กระดาษข่อยท่ีมี
ลักษณะความหนาบางไม่เท่ากันน้ันได้อย่างไม่มีปัญหาเท่ากับการนาไปใช้สร้างสรรค์งาน ๒ มิติ อาทิ
ภาพเขียนสี และงานภาพพมิ พ์ เปน็ ตน้ จากการสรา้ งสรรค์งานศลิ ปะจากกระดาษข่อยได้ข้อเสนอแนะ
เพอื่ นาไปสูแ่ นวทางการปรับปรุงคุณภาพกระดาษต่อไป

๑๐๖

การนากระดาษข่อยมาใช้เพื่องานอนุรักษ์ศิลปวัตถุและโบราณวัตถุท่ีทาข้ึนจากกระดาษ
ข่อยน้ันมีความสาคัญอย่างยิ่ง เพราะกระดาษข่อยเป็นวัสดุเช่นเดียวกับโบราณวัตถุเหล่านั้น
เม่ือนามาใช้เพื่อการซ่อมแซม หรือเติมเต็มให้อยู่ในสภาพท่ีสมบูรณ์ข้ึนเป็นการยืดอายุมรดกทาง
ศิลปกรรมได้ทางหนงึ่ เช่น การเตมิ เนอ้ื กระดาษในสมุดไทยซึ่งอาจจะชารุดไปเพราะแมลงกัดแทะ เป็น
ต้น นอกจากน้ียังพบว่าแนวทางการอนุรักษ์ภูมิปัญญาในการนากระดาษข่อยมาใช้สร้างสรรค์งาน
ศิลปะไทยด้วยเทคนิคและวัสดุอย่างโบราณ เช่นการทาหัวโขนด้วยการปิดกระดาษข่อยซึ่งเป็นวัสดุ
ดั้งเดิม และนาเทคนิคและวัสดุดังกล่าวมาปรับใช้กับงานประติมากรรมจากกระดาษเพ่ือส่งเสริมให้
กระดาษข่อยยงั เป็นวสั ดุท่ีใช้ในงานศลิ ปะไทยเช่นในอดีต เปน็ การส่งเสริมกระดาษข่อยเชงิ อนุรักษ์ได้

แนวทางการปรบั ปรงุ คุณภาพกระดาษข่อยเพ่ืองานศลิ ปะไทยเชงิ พาณชิ ย์
แนวทางการปรับปรุงคุณภาพกระดาษข่อยเพ่ืองานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์ พบว่า ข้อดีของ
การนาไปใช้ในงานศิลปะ ๒ มิติคือ กระดาษข่อยมีคุณภาพดีเนื้อแน่น มีความยืดหยุ่นตัวสูง สามารถ
ทนตอ่ แรงเสียดทานเชน่ การนาไปใชใ้ นเทคนคิ ภาพพิมพ์ได้ ขอ้ เสนอแนะคือ สขี องกระดาษข่อยไม่ขาว
อย่างกระดาษท่ีใช้ในงานภาพพิมพ์ทั่วไป เน้ือกระดาษไม่เท่ากันตลอดทั้งแผ่น การเคลือบกาวแป้ง
เปียก อาจไม่ทั่วถึงจึงทาให้มีลักษณะซึมน้าบ้าง และสีพื้นของกระดาษข่อยท่ีมีลักษณะค่อนข้างเข้ม
มากกว่ากระดาษขาวท่ีใช้สาหรับการวาด โดยมีแนวทางการปรับปรุงคือ การทากระดาษควรเน้น
ขั้นตอนการเสียดข่อยให้ได้เยื่อข่อยที่มีความขาวเป็นจานวนมากท่ีสุดและผู้ทากร ะดาษข่อยจะต้อง
ไม่นาเยอื่ ทม่ี สี ีเขม้ มาปะปน เพือ่ จดั คุณภาพและราคาของกระดาษใหเ้ หมาะสมแกผ่ ู้ใชไ้ ด้ ในการเตรียม
กระดาษสาหรับใช้ในงานวาดเขียน งานจิตรกรรมท่ีต้องการพื้นผิวที่มีความเรียบ สามารถกันน้าซึม
หรือดูดซับเน้ือสีมากเกินไปด้วยการเคลือบกาวแป้ง หรือกาวเม็ดมะขามผสมดินสอพองอย่างเช่นการ
ทารองพ้ืนในงานจิตรกรรมไทยโบราณ และข้อดีของการนาไปใช้ในงานศิลปะ ๓ มิติคือ เนื้อกระดาษ
ข่อยไม่จาเป็นต้องเท่ากันตลอดแผ่น ข้อเสนอแนะการหล่อกระดาษเพื่อใช้สาหรับปิดหัวโขนต้องหล่อ
ให้บางเพื่อหัวได้อย่างประณีต โดยมีแนวทางการปรับปรุง คือ ควรทาให้กระดาษมีลักษณะบางด้วย
การทุบเยื่อจนเปื่อยยยุ่ เป็นพเิ ศษกอ่ นนาไปหล่อเพือ่ ใชเ้ ป็นกระดาษสาหรับงานประติมากรรมได้
กลยุทธใ์ นการส่งเสรมิ กระดาษข่อยเพือ่ งานศลิ ปะไทยเชงิ พาณิชย์
การกาหนดหลกั ในการดาเนินการเพื่อการพัฒนาความคิดและสร้างสง่ิ ท่ีเป็นสญั ลกั ษณ์ของ
วัตถุดิบในชุมชน นาสิ่งเดิมที่มีอยู่แล้วมาพัฒนาให้มีความน่าสนใจมากย่ิงข้ึน มีหลักการดาเนินการ

๓ ประการ ได้แก่ ภูมิปัญญาท้องถิ่นสากล การริเริ่มสร้างสรรค์ พัฒนาทรัพยากรบุคคล ซ่ึงเป็นการ

ส่งเสริมให้เกิดการออกแบบกระดาษข่อยเพื่องานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์นาไปสู่การออกแบบและ
สร้างสรรคผ์ ลงานศลิ ปะไทยเชิงพาณชิ ย์ โดยนาลกั ษณะเด่นของกระดาษข่อยมานาเสนอ

กลยุทธ์การออกแบบและพัฒนากระดาษข่อยเพื่องานศิลปะไทยเชิงพาณิชย์คือ การนา
กระดาษข่อยมาใช้เพื่องานสร้างสรรค์นอกเหนือไปจากการใช้แบบดั้งเดิมคือการนากระดาษข่อยมาใช้
เพื่อทาสมุดไทย อรัญ วานิชกร (๒๕๕๙) กล่าวถึงความจาเป็นของการต่อยอดภูมิปัญญาท้อถ่ินท่ี
จะต้องอาศัยแนวคิดต่าง ๆ เพื่อความย่ังยืนในการส่งเสริมและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยควร
คานึงถึงสิ่งต่าง ๆ ที่จะเป็นการพัฒนาให้เกิดผลเชิงพาณิชย์ ได้แก่ เปล่ียนวิธีใช้, พลิกมุมมอง,
เพ่ิมคุณสมบัติ, ลดคุณสมบัติ, แทนที่ด้วยส่ิงใหม่, ลาดับรูปแบบใหม่, พลิกกลับ, ผสมผสาน
(อรญั วานชิ กร, ๒๕๕๙, หน้า ๕๓-๕๔)

๑๐๗

ผลงานศิลปะไทยจากกระดาษข่อยจากการวิจัยคือ ภาพเขียนสีปิดทอง งานสลักดุนลาย
เปน็ แผน่ ทองคารปู สัตว์หมิ พานตจ์ าลองของท่รี ะลึกจากพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา การทาสมุดฝรั่งจาก
กระดาษข่อย โคมไฟฉลุลายดอกไม้ร่วง เครื่องแขวนตาข่ายหน้าช้าง ดอกไม้ประดิษฐ์ ประติมากรรม
จากกระดาษข่อย (กระปุกหม)ู และสร้อยลูกปดั กระดาษข่อย ผลงานสร้างสรรคเ์ หลา่ นี้เปน็ ผลจากการ
วิเคราะห์และกาหนดแนวทางปรับปรุงคุณภาพของกระดาษข่อยและการนาไปใช้ ซึ่งการนาไปใช้เพ่ือ
งานศิลปะ ๒ มติ ิ ควรใชก้ ระดาษข่อยแบบหนาท่ีมีการเคลือบกระดาษท้ัง ๒ ดา้ นอยา่ งดีแลว้ และควร
มีสีขาว และผลงานศิลปะ ๓ มิติ เหมาะสมกับกระดาษข่อยแบบบางที่อาจมีคุณภาพความหนาบางไม่
สมา่ เสมอกัน

สาหรับผลงานสร้างสรรค์ท่ีสะท้อนความงามและคุณค่าของกระดาษข่อยได้ดี เช่น
ลูกปัดกระดาษข่อย เป็นผลงานท่ีแสดงความเป็นกระดาษข่อยได้ดี ได้แก่ สีสันของเย่ือกระดาษ และ
การนามาใช้เพ่อื ทางานประดษิ ฐ์ งานศิลปะทหี่ ลากหลาย

เน่ืองจากกระดาษข่อยเป็นวัสดุท่ีมีมูลค่าสูง ราคาแพง และยังมีแหล่งผลิตที่ค่อนข้างจากัด
จึงมแี นวคิดในการทดแทนกระดาษข่อยดว้ ยกระดาษอืน่ ๆ เพอื่ ใชใ้ นงานศิลปะไทย ซง่ึ การนากระดาษ
ชนิดอ่ืน ๆ มาใช้ทดแทนนั้นเพ่ือเป็นการลดต้นทุนของวัสดุ ไม่ใช่การนามาใช้เพราะมีคุณสมบัติท่ี
ใกล้เคยี งกัน และไม่สะทอ้ นภมู ิปญั ญาการทากระดาษข่อยซึ่งเป็นมรดกทางศลิ ปวฒั นธรรมของไทย

ห า ก ต้ อ ง ก า ร ส่ ง เ ส ริ ม ให้ ผ ล งา น ศิ ล ป ะ ที่ ท าขึ้ น จา ก ก ร ะ ดา ษ ส า ม า รถ แ ส ด ง คุ ณ ค่าด้าน
ภูมิปัญญาของไทยไว้ จึงควรใช้กระดาษข่อยซึ่งเป็นกระดาษท่ีเป็นภูมิปัญญาด้ังเดิมที่มีคุณค่าของไทย
และยงั สะทอ้ นวธิ ีการคัดสรรวสั ดทุ ่ีเหมาะสมทส่ี ุดในการทางานศิลปะไทยด้วย

บทบาทของหนว่ ยงานรฐั บาลตอ่ การพัฒนาการตลาดกระดาษข่อย
ตลาดของกระดาษข่อย ได้แก่ ตลาดผู้ใช้กระดาษ ตลาดองค์กร ตลาดต่างประเทศ และ
ตลาดรัฐบาล การส่งเสริมให้ตลาดทั้ง ๔ นี้ให้ความสนใจและสนับสนุนกิจการการทากระดาษอย่าง
ยั่งยืน จาเป็นต้องอาศัยบทบาทหรือความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐ และองค์กรเอกชน
จากการศึกษาพบว่าหน่วยงานรัฐท่ีเป็นสถานศึกษา สามารถจัดกิจกรรมท่ีช่วยกระตุ้นการรับรู้ของ
ประชาชนให้เห็นประโยชน์ของการทากระดาษข่อยซ่ึงเป็นกระดาษในภูมิปัญญาดั้งเดิม การจัด
กิจกรรมที่ไม่มุ่งหวังผลกาไรขะช่วยให้เกิดความเข้าใจในผลิตภัณฑ์กระดาษ ความยากและความ
ประณีตในการทาทกุ ขนั้ ตอน สาหรับองค์กรเอกชน พบว่ามคี วามพยายามให้เกดิ การมสี ว่ นรว่ มของทุก
ภาคส่วนท่ีสามารถร่วมกันผลักดันให้กระดาษข่อยเป็นกระดาษที่ใคร ๆ ก็ทาได้ โดยให้ผู้ทากระดาษ
เป็นวิทยากร เป็นคอร์สอบรมท่ีสามารถสร้างรายได้ให้แก่ผู้ทากระดาษได้ทางหน่ึง และเป็นการ
จาหน่ายกระดาษข่อยตามจานวนของผู้เข้ารบั การอบรมได้ด้วย
กระดาษข่อยเคยเป็นกระดาษที่มีความสาคัญ แม้ว่าในระยะเวลาอันส้ันจะยังไม่สนองตอบ
ตลาดทางเศรษฐกิจได้ดีเท่าท่ีควร แต่การสนับสนุนให้จัดกิจกรรมส่งเสริมความเข้าใจและการเรียนรู้
ด้านภูมิปัญญาการทากระดาษจะสามารถสร้างฐานทางความคิด และต่อยอดไปสู่การใช้กระดาษข่อย
เพื่องานสร้างสรรค์ โดยกลุ่มผู้ใช้เดิม และสร้างกลุ่มผู้ใช้ใหม่ โดยมีตลาดองค์กร และตลาดรัฐบาลเปน็
ผู้ให้การสนับสนนุ จะเป็นการอนรุ กั ษก์ ระบวนการทากระดาษข่อยได้อยา่ งยัง่ ยืน

๑๐๘

ข้อเสนอแนะ

การนาองค์ความรู้จากอดีตผสมผสานกับการถ่ายทอดความรู้ในปัจจุบันจะเกิดเป็น
กระบวนการการอนุรักษ์การทากระดาษข่อย ซงึ่ การนาไปใช้เพื่องานศลิ ปะไทยเชิงพาณชิ ยจ์ ะเป็นการ
สง่ เสริมใหก้ ระดาษข่อยได้ทาหน้าท่ีของกระดาษทางศิลปะซง่ึ เป็นคณุ ค่าด้ังเดิมของศิลปะไทยแม้ว่าจะ
มีการนากระดาษชนิดอ่ืน ๆ ท่ีหาได้ง่ายมาทดแทน แต่คุณสมบัติ ความแข็งแรง และคุณค่าของ
กระดาษข่อยทีเ่ ปน็ วัสดดุ ้งั เดมิ ของศิลปะไทยนนั้ ไม่มีกระดาษเหลือใชอ้ น่ื ใดมาทดแทนได้

การปรับปรงุ คณุ ภาพของเยือ่ ข่อยให้มีเน้ือท่ีละเอียด สามารถทาได้ดังนี้
๑. คดั เยื่อท่มี เี นอ้ื ออ่ น หากพบว่ามีเยื่อแก่มาปะปนใหค้ ดั ออกไวต้ า่ งหาก โดยสามารถ

ปรับปรงุ เยอื่ ไดด้ ว้ ยการตม้ กับนา้ ปนู ขาว หรอื ตม้ ด้วยโซดาไฟ
๒. เมือ่ ต้องการทบุ เยื่อข่อยซงึ่ ปัจจุบันทบุ ดว้ ยเขียงไม้กบั ค้อนไม้ ซึง่ เขียงจะสึกกรอ่ น

เปน็ รอ่ ง ควรปาดเนอื้ เขียงสว่ นบนให้เรยี บอยูเ่ สมอ เพื่อการทบุ ข่อยทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพ
(หรือนามาทุบบนกอ้ นหนิ ท่ดี งั เชน่ แบบโบราณ ซ่ึงใชเ้ ขยี งหินกบั คอ้ นไม้ ซึง่ อาจประยุกต์
ด้วยการตาในครกหนิ แทน)
๓. การทบุ เยอื่ ควรทุบทลี ะนอ้ ย ไม่ควรทบุ ก้อนเยอ่ื กระดาษทีละมากๆ และควบคุมไมใ่ ห้
เยอื่ แหง้ ในขณะทุบ
๔. ทดลองตีเย่ือ หาพบว่ายังมเี ยื่อกระดาษหยาบหรอื กระจุกตัวเปน็ ก้อนทึบให้นาข้นึ มาทุบ
ใหม่อีกคร้ัง
การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากกระดาษเป็นส่ิงที่ต้องนาเสนอคุณค่าของกระดาษท่ี
นามาใชร้ ่วมด้วย กระดาษขอ่ ยเป็นกระดาษทมี่ ีต้นทุนสงู ใช้แรงงานและความชานาญจึงจะได้กระดาษ
ข่อยทีม่ คี ณุ ภาพดี และกระดาษค่อยเปน็ กระดาษที่มคี ุณค่า ในฐานะทเ่ี ป็นกระดาษดงั้ เดิมของไทย เป็น
ทร่ี ้จู กั ในลกั ษณะของงานหัตถกรรมเชน่ เดียวกับกระดาษต่างประเทศท่ยี ังคงวธิ ีการทากระดาษด้วยมือ
ทุกข้ันตอน ความแตกต่างระหว่างกระดาษจากโรงงานอุตสาหกรรมท่ีต้องใช้เครื่องจักรกล เครื่องทุ่น
แรงในการผลิตกับกระดาษที่ใช้กรรมวิธีแบบงานช่างทาด้วยมือและแรงงานมนุษย์ ความแตกต่า งนี้
สะท้อนคุณค่าของความสามารถของมนุษย์ การทากระดาษที่มีคุณภาพดีจึงส่งผลให้กระดาษมีมูลค่า
สูงกว่ากระดาษจากโรงงานอุตสาหกรรมการนากระดาษข่อยมาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะไทยเพื่อ
จาหน่ายจึงควรให้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของกระดาษข่อย ขั้นตอนการทาอย่างย่อและ
ยกตวั อยา่ งกระดาษโบราณทย่ี งั ทรงคณุ คา่ ถงึ ทุกวนั น้ี
หากคานึงถึงคุณค่าในด้านภูมิปัญญาการทากระดาษข่อยซึ่งเป็นกระดาษดั้งเดิมของไทย
แล้ว การส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากกระดาษข่อยที่หลากหลาย นับได้ว่าเป็นการ
สนบั สนุนใหก้ ระดาษขอ่ ยมีบทบาทสาคัญตอ่ งานศลิ ปะไทยในท่สี ดุ

๑๐๙

บรรณานุกรม

ภาษาไทย
กรมศิลปากร. (๒๕๕๑). วิชาอาชพี ชาวสยามจากหนงั สือวชิรญาณวเิ ศษ ร.ศ.๑๐๙-๑๑๐. กรุงเทพฯ:

กรมศิลปากร.
กลมุ่ บริษัทยูคอม จากดั (มหาชน), (๒๕๔๓). หวั โขน สมบัติศลิ ป์ แผ่นดนิ ไทย. กรงุ เทพฯ: กลุม่ บรษิ ัท

ยูคอม จากัด (มหาชน).
กสิกรบญั ชา,พระยา. (๒๔๗๖). ปาฐกถาเรือ่ งการทากระดาษขอ่ ย. พระนคร: บารุงนุกลู กิจ.
ก่องแกว้ วรี ะประจักษ.์ (๒๕๕๓). การทาสมุดไทยและการเตรียมใบลาน. กรุงเทพฯ: สานักหอสมดุ

แห่งชาติ กรมศลิ ปากร.
คนรักสมุดไทย. สบื ค้นเมื่อ ๒ เมษายน ๒๕๖๑, จากเฟสบุ๊คhttps://www.facebook.com /

groups/870779356332336/ คนรกั สมุดไทย
จิราภรณ์ อรณั ยะนาค.(๒๕๓๙). การดูแลรักษาศลิ ปโบราณวัตถุ. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์มหาวิทยาลัย

ธรรมศาสตร์.
จฑุ ามาส เรอื งยศจนั ทนา. (๒๕๖๐). “การสกัดเซลลูโลสและการทากระดาษจากเปลอื กข่อย.”

Veridian E-Journal Silpakorn University. ๔, ๓ (พฤษภาคม-มถิ ุนายน), ๕๐-๕๙.
___________. (สัมภาษณ์ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๐). นักอนรุ กั ษ์อสิ ระ. สมั ภาษณ์โดย ดร.นฤมล ศลิ ปชัยศร.ี
แซมซัม เอียน. (๒๕๕๘). ประวัติศาสตรก์ ระดาษโลก. แปลจาก Paper: An Elegy. แปลโดย พลอยแสง

เอกญาต.ิ กรุงเทพฯ: โอเพ่นเวิลด์ส.
“ทากระดาษไทย” วชิรญาณวิเศษ เล่มที่ ๖ แผ่น ๒๐ วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ มีนาคม ร.ศ. ๑๐๙.
___________. วชริ ญาณวเิ ศษ เลม่ ท่ี ๖ แผน่ ๒๑ วนั พฤหัสบดที ่ี ๒๖ มนี าคม ร.ศ. ๑๐๙.
“ทาสมุดข่อย “ปาฏโิ มกข์” พระราชพิธีในหลวง ร.๙.” (๒๕๖๐). เดลนิ ิวส์, ฉบับท่ี ๒๔๖๗๖ ,๑, ๙.
นิศษิ ย์ ฤทธเิ วช. (สมั ภาษณ์ ๑๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๐). ครสู อนทากระดาษข่อยโรงเรยี นช่างฝมี อื ในวงั

ชาย. สัมภาษณโ์ ดย ดร.นฤมล ศิลปชัยศรี.
พชั ราภรณ์ ฤทธ์ิอนิ ทรางกรู . (๒๕๔๕). ศึกษาเร่ือง ตน้ ทุนและผลตอบแทนการผลติ กระดาษสาของ

อตุ สาหกรรมในครวั เรอื น: กรณศี กึ ษา ตาบลต้นเปา อาเภอสนั กาแพง จงั หวัดเชียงใหม่.
(วทิ ยานพิ นธ์บัญชีมหาบัณฑติ , มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่).
พษิ ณุ จงสถิตย์วัฒนา. (๒๕๔๔). การบริหารการตลาด : การวเิ คราะห์ กลยุทธ์ และการตัดสนิ ใจ.
กรุงเทพฯ: สานกั พิมพิมพ์มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร.์
ภูวรา ธนกลุ ราเชนทร.์ (๒๕๕๘). การผลติ กระดาษจากเปลือกหน่อไม้บงหวานและการใช้ประโยชน์.
(วิทยานพิ นธ์ศลิ ปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาคหกรรมเพ่ือพัฒนาชมุ ชน, มหาวิทยาลัย
รามคาแหง).
มติชน. (๒๕๔๗). พจนานกุ รมฉบบั มติชน. กรุงเทพฯ: มตชิ น.
ยทุ ธนาพงศ์ แดงเพง็ . (๒๕๔๗). การผลิตเยอื่ กระดาษและกระดาษหัตถกรรมจากวตั ถุดิบในทอ้ งถิ่น.
วารสารวิทยาศาสตร์บรกิ าร, ๕๒, ๑๖๕ (พฤษภาคม), ๑๒-๑๔.

๑๑๐

บรรณานกุ รม (ตอ่ )

ภาษาไทย
ลาลแู บร์, ซมิ อง เดอร์. (๒๕๕๗). จดหมายเหตุ ลาลแู บร์ ราชอาณาจกั รสยาม. แปลจาก

Du Royaume de Siam. แปลโดยสันต์ ท. โกมลบตุ ร. นนทบรุ ี: ศรปี ัญญา.
วารี แสงสวุ อ. (สมั ภาษณ์ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๐). อาจารย์ประจาสาขาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ

สงขลา. สมั ภาษณ์โดย ดร.นฤมล ศิลปชัยศรี.
วาเลอรี แฮนเซน. (๒๕๕๗). พลกิ ประวัติศาสตร์เสน้ ทางสายไหม. แปลจาก The Silk Road : A new

history. แปลโดย นงนชุ สิงหเดชะ. กรุงเทพฯ: มติชน.
ศานติ ภกั ดีคา. (บรรณาธกิ าร). (๒๕๕๒). จดหมายเหตวุ ดั พระเชตุพนสมยั รัชกาลท่ี ๑-๔. กรุงเทพฯ:

คณะสงฆ์วดั พระเชตพุ นวิมลมังคลารามและมลู นธิ ี “ทุนพระพุทธยอดฟา้ ” ในพระบรม
ราชปู ถัมภ.์
ศลิ ปากร, กรม. (๒๕๕๕). วชิ าอาชีพชาวสยาม. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.
สมพงษ์ สงคลิง้ . (สัมภาษณ์ ๑๖ มิถนุ ายน ๒๕๖๐) ครูสอนทากระดาษขอ่ ยศูนย์ศลิ ปาชพี เกาะเกดิ .
สมั ภาษณ์โดย ดร.นฤมล ศลิ ปชัยศรี.
___________. (สัมภาษณ์ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๑). ครูสอนทากระดาษข่อยศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด.
สัมภาษณ์โดย ดร.นฤมล ศลิ ปชัยศรี.
___________. (สัมภาษณ์ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๑). ครูสอนทากระดาษข่อยศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด.
สมั ภาษณโ์ ดย ดร.นฤมล ศิลปชยั ศรี.
สานักนายกรฐั มนตรี. (๒๕๕๙). แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-
๒๕๖๔) สบื คน้ เมื่อ ๑๐ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๑, จาก http://www.nesdb.go.th/ewt_dl_
link.php?nid=6422
เสาวนีย์ สกุ ใส (๒๕๕๒) การเปรียบเทยี บกระบวนการผลิตกระดาษสาญีป่ ุ่นระหวา่ งการใชน้ า
กระเจย๊ี บมอญและสารยูรามีน : กรณีศกึ ษาโรงงานกระดาษสาตาบลหว้ ยไคร้ อาเภอ
แม่สาย จังหวัดเชียงราย. (วิทยานพิ นธ์บรหิ ารธรุ กิจมหาบัณฑติ สาขาวชิ าการจดั การทว่ั ไป,
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เชียงราย).
หอสมุดแหง่ ชาต.ิ (๒๕๔๒). สมุดภาพไตรภูมฉิ บบั กรุงศรีอยุธยา-ฉบับกรุงธนบรุ เี ลม่ ๑. กรงุ เทพฯ: กรม
ศลิ ปากร.
___________. ตาราชกมวย (เสน้ หรดาล). เลขท่ี ๑๑. หมวดตาราภาพ สมุดไทยดา.
___________. ตาราแมว. เลขที่ ๒๔๑. หมวดสัตวศาสตร์
___________. สมุดภาพพระพุทธบาท ว่าด้วยภาพลายลักษณะพระพุทธบาท. เลขท๔ี่ ๙. หมวดตาราภาพ
อรัญ วานิชกร. (๒๕๕๙). การออกแบบผลิตภณั ฑ์ทอ้ งถนิ่ . กรงุ เทพฯ: สานักพิมพ์แห่งจฬุ าลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั .
อรศิ ร์ เทยี นประเสริฐ และคณะ. (๒๕๕๔). คู่มือการอนุรักษศ์ ลิ ปกรรม : จติ รกรรมบนผ้าใบและงาน
กระดาษ. กรุงเทพฯ: โครงการศิลปากรพัฒนาเศรษฐกจิ เชงิ สรา้ งสรรค์ สถาบนั วิจยั และ
พัฒนา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร.

๑๑๑

บรรณานกุ รม (ต่อ)

ภาษาต่างประเทศ
Hunter, Dard, ๑๙๗๔. Papermaking: the history and technique of an ancient craft.

New York: Dover Publications

.

๑๑๒

ภาคผนวก

๑๑๓

เรอ่ื งทากระดาษไทย
วชิรญาณวเิ ศษ เล่มที่ ๖ แผน่ ๒๐ วนั พฤหสั บดีที่ ๑๙ มีนาคม รัตนโกสินทร์ศก ๑๐๙

หนา้ แรกของวชิรญาณวเิ ศษ เล่มท่ี ๖ แผน่ ๒๐ วันพฤหัสบดที ี่ ๑๙ มนี าคม รตั นโกสินทร์ศก ๑๐๙

๑๑๔

กระดาษเปนของใช้การต่าง ๆ ท่ัวโลกย่อมทาใช้ทุกชาติทุกภาษา ใช้สาหรับเขียนหนังสือแล
ตีพิมพ์หนังสือบ้าง สาหรับใช้ทาสมุดดา สมุดขาว ไว้เขียนหนังสือบ้าง ที่สุดจะใช้ห่ออะไร ๆ ก็ได้
เพราะฉนั้นการท่ีทากระดาษ จึงเปนอุบายหาเลี้ยงชีวิตของคนหลายประเทศด้วยกันได้อย่างหนึ่ง
กระดาษทมี่ ใี ชซ้ ือ้ ขายอยใู่ นเมืองไทยนี้มหี ลายอยา่ ง มาแตป่ ระเทศฝรั่งบ้าง มาแต่ประเทศจีนและ ยปี่ ุ่
นบ้าง กระดาษท่ีมาแต่ประเทศฝร่ังเปนกระดาษดี ใชเ้ ขียนหนงั สือและตพี มิ พ์หนงั สอื ทั้งใช้ทาบาญชีทุก
อย่างดีมากเจ้ากระทรวงทุกแห่งย่อมใช้กระดาษฝรั่งทั้งสิ้นกระดาษมาแต่ประทศจีนแลยี่ปุ่นเปนแต่ใช้
ทาวา่ ว พวกจีนใชเ้ ขยี นหนังสือจีนแลห่ออะไร ๆ ได้บ้าง แลกระดาษทีเ่ กิดขึ้นในเมืองไทย เปนฝมี อื ชาว
สยามทาใช้สอยแลซื้อขายกันก็มีแต่เน้ือกระดาษไม่สู้ดีเหมือนกระดาษแต่ต่างประเทศ กระดาษมาแต่
ต่างประเทศคือกระดาษน้าส้มแลกระดาษฟาง แลกระดาษอะไรอีกหลายอย่าง กระดาษท่ีเกิดข้ึนใน
เมืองไทยคือกระดาษข่อย ในเมืองไทยคงจะมีวิธีทาต่าง ๆ กันเปนแน่ ด้วยกระดาษเน้ือผิดกันหลาย
ส่วน ข้าพเจ้าจะขอยกข้ึนกล่าวแต่วิธีทากระดาษท่ีเกิดขึ้นในเมืองไทยอย่างเดียว กระดาษมาแต่
ต่างประเทศเขาจะทาอย่างไร มีวิธีอย่างไร ข้าพเจ้าไม่สามารถเพื่อจะนามากล่าวได้จะพูดชี้แจงได้แต่
วิธีทากระดาษในสยาม ที่เคยได้รู้ได้เห็นมาบ้างเล็กน้อย แต่คงไม่พิศดารกว้างขวางได้แต่พอเปนเค้า
ความเทา่ น้ัน

กระดาษข่อยเขาทาด้วยเปลือกข่อย ซ่ึงเรียกว่า กระดาษข่อย ก็เมื่อแรกที่เขาจะทากระดาษ
ข่อยนี้ เขาเลือกตัดเอาแขนงข่อยที่งาม ๆ หรือต้นข่อยท่ีเล็กๆ มาปอกเอาเปลือกขูดลอกเอาเปลือก
ชั้นนอกออกเสียได้ทีละมาก ๆ แล้ว เอาไปผ่ึงแดดไว้ให้แห้ง จึงรวมในตุ่มหรือไหใหญ่ ๆ ทีละมาก ๆ
แล้วเอาน้าด่างท่ีกล่ันแล้วเทลงในตุ่มหรือไหพอถ้วมเปลือกข่อยท่ีในนั้น แช่เปลือกข่อยไปกว่าจะเปื่อย
ยุ่ยหรือปูนขาวก็ได้ แต่ถ้าใช้ปูนขาว แช่ต้องใส่ปูนขาวพอสมควร จึงเทน้าท่าลงก่อนให้ปูนขาวละลาย
แช่ไว้ได้สามคืนหรือสี่คืน ดา่ งหรอื ปูนขาวน้ันกก็ ัดเปลือกข่อยยุ่ยไป เขาจงึ เอามาใสห่ ม้อขนาดใหญ่ต้ม
เคยี่ วไปกวา่ จะเปื่อย เมอ่ื เปลือกข่อยเปื่อยแล้ว จงึ เอาออกจากหม้อไปใสต่ ะกร้าไปล้างน้า ฟอกให้ขาว
จนหมดสดี า่ ง แล้วจงึ ใสค่ รกตาไปจนแหลกละเอียด เม่อื ตาเกือบได้ท่ีจงึ หยิบเอามาใส่น้าท่ากวนดู เหน็
วา่ แหลกละเอียดใชไ้ ด้แล้ว จงึ ใสต่ ะกร้าหรอื ภาชนะอะไรก็ได้ สาหรับจะไดเ้ อาไปหลอ่ เปนแผน่ กระดาษ
ที่ๆจะหล่อเยื่อกระดาษให้เป็นแผ่นน้ี ต้องอาไศรยน้า ทาบนบกไม่ได้ น้าก็ต้องเปนน้าในสระหรือบ่อที่
กว้างจึงจะได้ หรอื จะทาในลาคลองก็ได้ แตต่ ้องเปนเวลาท่นี ้าในคลองไม่ใชค่ ราวข้ึนลง เพราะการหล่อ
กระดาษต้องอาไศรยน้าน่ิงๆ อยูเ่ สมอ ถึงน้าในสระหรือบ่อถ้าเปนเวลาลมพัดน้ากระเทือนก็ไม่ได้ เมื่อ
คราวที่จะหล่อแผ่นกระดาษต้องมีไม้รางสี่เหล่ียมสาหรับหล่อแผ่นกระดาษ รางน้ันเขาทาด้วยไม้จริง
แต่เปน็ ไมท้ ่ีอาจลอยอยู่บนนา้ ได้ เชน่ ไม้ง้ิวเปนต้น รางหลอ่ แผ่นกระดาษนัน้ มีไม้ใหญ่ๆสองอันมขี ื่อสกัด
หัวท้าย รูปเหมือนรางรถแตรมเวหรือที่เรียกว่ารถราง ที่ใช้อยู่ทุกวันน้ีกว้างประมาณศอกหนึ่งยาว ๒
ศอกเศษ ท่ีว่าน้ีพอเปนตัวอย่าง ใช่จะมีกว้างยาวเท่าน้ีทีเดียวก็มิได้ แล้วแต่เขาประสงค์จะใด้
แผน่ กระดาษกวา้ งยาวเทา่ ใดเขาก็ทาให้ไม้รางนั้นยาวตามประสงค์ เพราะว่าเม่ือเขาทารางเปนอย่างไร
แผ่นกระดาษก็มีมุมกวา้ งยาวเทา่ ไมร้ างนนั้ เหมือนตวั พิมพ์ทเี่ ขาหล่อส่งิ ท้ังปวงเปนตน้ เร่ืองนจี้ ะมีต่อไป.

๑๑๕

เร่อื งทากระดาษไทย (ตอ่ )
วชริ ญาณวเิ ศษ เลม่ ท่ี ๖ แผน่ ๒๑ วนั พฤหสั บดที ่ี ๒๖ มนี าคม รัตนโกสินทรศ์ ก ๑๐๙

หนา้ แรกของวชิรญาณวเิ ศษ เลม่ ท่ี ๖ แผน่ ๒๑ วนั พฤหสั บดที ่ี ๒๖ มีนาคม รตั นโกสินทร์ศก ๑๐๙

๑๑๖

ไม้รางสาหรับหล่อแผน่ กระดาษนัน้ เหมือนตวั พิมพ์ทีเ่ ขาหล่อส่ิงทั้งปวง แล้วเขาจงึ เอาผ้าขาวท่ี
เน้ือบางเป็นผืนกว้างยาวเท่าไม้รางนั้น แลเหลาไม้ไผ่ให้กลมเท่านิ้วก้อย ๔ อันพันเข้ากับริมผ้าซึ่งเปน
ขอบใหต้ งึ เอาตะปหู รือเหลาไม้ไผเ่ ป็นลม่ิ ตอกไม้ขอบผ้าติดกับไมร้ างไม้น้ันให้แน่น ไมใ่ หเ้ ขย้อื นได้ เมื่อ
จะทาให้เปนแผ่นกระดาษ เขาจึงเอาไม้รางที่ขึงผ้าขาวติดแล้วน้ัน ไปวางลงในน้าท่ีสระหรือบ่อแต่ต้อง
กวาดต้อนไม่ให้ผงหรือใบไม้ลอยอยู่ที่น่ันได้ทั้งน้าต้องให้สอาดดีด้วย เขาเอาไม้ปักค้าไม้รางน้ันไว้
ข้างล่างใหเ้ สมอกนั ทัง้ ส่ีมุมเพื่อไม่ให้จมหรือลึกไปมากกวา่ ความต้องการ จาเพาะพอถว้ มแผน่ ผ้าเท่าน้ัน
แลต้องตรวจดูน้าที่ข้ึนมาขังอยู่ในรางน้านั้นให้เสมอกันตลอดรางด้วย ถ้าน้าในรางนั้นลึกบ้างตื้นบ้างก็
ไม่ดี เมื่อทากระดาษเปนแผ่นแล้วมักหนาๆ บางๆ ไม่เสมอกัน เมื่อเขาจัดไม้รางสาหรับหล่อ
แผ่นกระดาษแลตรวจดูน้าเสมอตลอดได้ที่แล้ว เขาจึงเอาเยื่อกระดาษท่ีตาแหลกละเอียดแล้วนั้น ใส่
ลงในถังหรือครุแต่พอสมควร เทน้าท่าลงในน้ันมือกวนไป จนเย่ือกระดาษกระจายละเอียดดีแล้วจึง
เอาไปเทลงท่ีรางสาหรับหล่อแผ่นกระดาษน้ัน แลเมื่อเกล่ียให้กระจายเสมอกันท่ัวผืนผ้า มิใช่เทลง
คราวเดียวพอแผ่นก็หาไม่ ต้องกวนไปเทไปหลายๆ เท่ียว กว่าจะพอแผ่นกระดาษ แต่เวลาที่เทลงหรือ
เกล่ียด้วยมือต้องค่อยบรรจงทีเดียวไม่ให้น้ากระเทือนได้ ถ้าน้ากระเทือนเย่ือกระดาษท่ีลอยอยู่บน
แผ่นผ้าน้ันก็ไม่เสมอ มักเล่ือนไหลไปรวมกันอยู่ เมื่อเขาเกล่ียเยื่อกระดาษกระจายได้ที่แล้ว จึ่งยกข้ึน
ใหพ้ ้นนา้ แต่เม่อื ยกขนึ้ ตอ้ งสองคนอยู่หัวท้าย เวลายกตอ้ งค่อยประคองขน้ึ ให้พร้อมกนั ถ้าเอียงข้างน้ี
บา้ งขา้ งโน้นบา้ ง แผ่นกระดาษก็ใชไ้ มไ่ ด้ มกั หนาๆ บางๆ เพราะเย่อื กระดาษยังลอยอยู่ตามนา้ น้าไหล
ไปข้างไหนก็รวนไปตาม เม่ือยกไม้รางแผ่นกระดาษข้ึนพ้นน้าแล้ว เยื่อกระดาษท่ีลอยอยู่น้ันก็ลงติดอยู่
กับแผ่นผ้า เขาจึงเอาไปพิงไว้ในที่ใดท่ีหนึ่งก็ได้ แล้วเอายอดกล้วยที่ยังไม่คล่ีออกหรือลาต้นบอนท่ี
เกล้ียงกลมดี มาคลึงรีดเพ่ือจะให้เน้ือกระดาษเรียบเข้าแล้วยกไปผ่ึงแดดไว้จนแผ่นผ้านั้นแห้ง
กระดาษท่ตี ดิ อยู่กับแผ่นผา้ ก็แหง้ ไป จงึ ลอกออกเปนแผ่นๆ จะซือ้ ขายหรือใช้เขยี นหนังสอื หรอื ทาเปนส
มุดดาสมุดขาวก็ได้ เปนเสร็จการทากระดาษแต่เท่านี้ จะต้องการมากน้อยเท่าใดก็ทาไปจนพอแต่
ความปราดถนา การท่ีทากระดาษให้เปนแผ่นนี้ไม่ต้องใช้ยางอะไรติดก็เปนแผ่นได้ ด้วยเขาหล่อเย่ือ
กระดาษท่ีลอยอยู่บนแผ่นผ้าด้วยน้า เมื่อยกรางข้ึนเย่ือน้ันก็เกรอะติดอยู่กับแผ่นผ้าติดกันตลอดท่ัวไป
ท้งั ราง การท่ีทากระดาษนเี้ ขาทาได้ทุกฤดู ตาบลท่ที ากระดาษข่อย คือบางซอ่ นเปนที่ทาเลเขาทามาก
กระดาษข่อยเม่ือทาเปนแผ่นแล้วกว้างศอกหนึ่งยาวสกั สองศอก ราคาขาย ๑๐๐ แผ่นเป็นเงิน ๕ สลงึ
ผู้ที่รับมาขายๆ แผ่นละ ๒ อัฐ รวม ๑๐๐ แผ่น เปนเงิน ๓ บาทกับ ๑ เฟื้อง หักทุนแล้วคงมีกาไล ๗
สลึงกับ ๑ เฟ้ือง

กระดาษข่อยเมื่อเป็นแผ่นแล้วเรียกว่ากระดาษเพลาก็มี จะประสงค์เหตุอย่างไรจึงเรียกว่า
กระดาษเพลาหาทราบเหตุเดิมไม่ แต่ท่ีเรียกว่ากระดาษเพลานั้นก็คือกระดาษข่อยท่ีเป็นแผ่นๆ น้ีเอง
แลเน้อื กระดาษข่อยน้ี ไมเ่ กลีย้ งดีเหมือนกระดาษฝรั่ง เพราะไม่มีใครท่ีจะคิดทาให้ดีขนึ้ กว่านั้นไป เปน
แต่เคยทามาอย่างไรก็ทาตามกันไปอย่างนั้น ถ้ามีผู้คิดทากระดาษข่อยนี้ให้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน กระดาษ
ข่อยก็คงดีขึ้นกว่าน้เี ปนแน่ การทจี่ ะใช้กระดาษเขียนหนังสอื หรือทาบาญชตี ่าง ๆ ทุกกระทรวง ยอ่ มใช้
กระดาษฝรั่งทั้งส้ิน กระดาษข่อยไม่ได้ใช้เลย ที่ยังคงใช้อยู่ก็แต่หัวเมืองท่ีไกลแต่กรุงเทพฯที่ไม่ค่อยมี
กระดาษฝร่ังใช้ ถึงจะมีบา้ งกน็ ้อยไมพ่ อใชก้ ารท่วั ไป

กระดาษที่เขาทายังมีอีกอย่างหนึ่ง ที่เรียกว่ากระดาษไผ่คือเขาเอาไม้ไผ่มาทา กระดาษไผ่นี้
เนื้อละเอียดแลแขงดี คล้ายกระดาษฝรัง่ แต่ไม่ดีเหมือนกระดาษฝรง่ั ทีเดียว แต่คงดีกว่ากระดาษข่อย

๑๑๗

ที่ใช้อยู่น้ีมาก เห็นจะเปนเพราะผู้ทาละเอียดแลไม่ละเอียดเท่าน้ัน กระดาษไผ่น้ีเมื่อเขาจะทาก็ตัดเอา
หนอ่ ไมไ้ ผส่ สี ุกท่ีขนึ้ สูงประมาณสักสองวา ยงั ไม่ทันเปนใบกาลังกาบยังหุ้มอยู่ เขาตัดเอาหน่อไม้ไผ่สีสุก
เช่นนั้นมาแล้วตัดทอนเปนท่อน ๆ ตัดที่ข้อท้ิงเสีย ผ่าให้เปนร้ิวเล็ก ๆ เหมือนจักตอกลอกเอาผิว
ชั้นนอกแลเยื่อชั้นในออกเสยี เหลือไว้แต่เนื้อไม้ไผ่ช้นั กลาง แล้วเอามาทุบให้แตกละเอียด จึงเอาไปแช่
น้าด่างหรือน้าปูนขาวให้เปื่อยยุ่ย แล้วเอาไปต้มตาโดยลาดับเหมือนกระดาษข่อย ท้ังเมื่อจะทาให้เปน
แผ่นก็ทาเหมือนกระดาษข่อยท้ังส้ิน ต่างแต่เนื้อกระดาษไผ่น้ีแขงดีกว่ากระดาษข่อยมาก ใช้เขียน
หนังสือดีกวา่ กระดาษข่อย แตถ่ ้าจะใช้ทาเปนสมุดดาสมุดขาวไม่ทนเหมือนกระดาษข่อย แลประเทศท่ี
เคยทากระดาษไผ่น้ี คือหัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออกแขวงเมืองอุบลราชธานี ราคาท่ีซ้ือขายก็เหมือน
ราคากระดาษข่อยนี้

กระดาษข่อยเมื่อเขาจะทาใหเ้ ปนสมุดไทยทุกอย่าง เขากเ็ อากระดาษท่ีทาเปนแผ่นแล้วนั้นมา
ตัดออกกะกว้าง ๕ น้ิวหรือ ๖ น้ิวตามแต่ทาให้กว้างเท่าใด ยาวก็ยาวตามแผ่นกระดาษ เมื่อแผ่นเดียว
ไม่พอก็เอามาติดต่อกันเข้าหลายๆ แผ่นกว่าจะพอ จึงพับจีบให้เท่ากว้างที่กะไว้น้ันจนตลอดแผ่นแล้ว
เอาอะไรท่ีหนัก ๆ เปนต้นว่าท่อนไม้หรือก้อนศิลาอัดทับไว้จนได้ท่ี ถ้าจะทาให้เปนสมุดขาวก็คงไวต้ าม
สีเดิมของกระดาษ เมื่อจะทาให้เปนสมุดดาก็เอาเขม่าควันไต้หรือเขม่าไฟก็ได้ มาผสมกับน้าเข้าทาให้
ทั่วตลอดแผ่นสมดุ ท้ัง ๒ น่า เมื่อเวลาทาลบดว้ ยเขม่าน้ันต้องทากลางแจง้ เวลาแดดจดั ๆ จงึ จะดี ทาลบ
ไปหลาย ๆ เท่ียวกว่าจะได้ที่ คร้ังแห้งแล้วก็เอาอะไรทับอัดไว้อีก จนได้ท่ีจึงเอาออกมา เพ่ือจะทาให้
เนื้อสมุดเกลี้ยงดี ก็เอาลูกสะบ้าหรือลูกศิลาที่เกล้ยี งก็ได้ ขัดถูไปจนตลอดเน้ือสมุดก็เกลี้ยงดีข้ึนเทา่ น้นั
สมดุ ทเ่ี ขาขดั นี้ขายได้ราคากว่าสมุดทีไ่ ม่ได้ขัด สมดุ ดามปี ระโยชน์มากในการใช้เขียนร่างจดหมาย หรอื
เขยี นเรียงเร่ืองอะไรๆ ทัง้ ส้นิ ทกุ อย่าง ราคาสมุดดาอยา่ งเลวที่เรียกวา่ สมดุ ความ เลม่ ละ ๘ อฐั สมดุ ดา
ที่ขดั แล้วขนาดกลางราคาเล่มละ ๓๒ อฐั .

๑๑๘

ประวัตผิ ูว้ จิ ยั

๑. ชอื่ สกลุ ดร.นฤมล ศลิ ปชัยศรี
๒. ตาแหนง่ ปัจจบุ ันอาจารยป์ ระจาสาขาวชิ าหตั ถศิลป์ วิทยาลัยเพาะชา่ ง มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยี

ราชมงคลรัตนโกสินทร์
๓. หนว่ ยงานทสี่ ามารถติดต่อได้

๘๖ ถนนตรีเพชร แขวงวังบรู พาภิรมย์ เขตพระนคร กรงุ เทพฯ ๑๐๒๐๐
e-mail: [email protected]
๔. ประวัตกิ ารศกึ ษา
ปริญญาเอก มหาวิทยาลัยบรู พา หลกั สูตรปรชั ญาดษุ ฎีบณั ฑติ

สาขาวชิ าไทยศกึ ษา, ๒๕๕๗.
ปริญญาโท มหาวิทยาลยั ศิลปากร หลักสูตรศิลปศาสตรม์ หาบณั ฑติ

สาขาวิชาประวัตศิ าสตร์ศลิ ปะ, ๒๕๔๙.
ปรญิ ญาตรี สถาบนั ราชภฎั สวนสนุ นั ทา หลกั สตู รศลิ ปศาสตร์บณั ฑิต

โปรแกรมศลิ ปกรรม, ๒๕๔๕.
๕. สาขาวิชาการทม่ี คี วามชานาญพเิ ศษ

การอนรุ กั ษ์ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ
การจดั การพิพธิ ภณั ฑ์
ผลิตกระดาษขอ่ ย สมุดไทย

๑๑๙


Click to View FlipBook Version