The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือทูลเกล้าถวายรายงานการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by WALAILAK BOTANIC PARK, 2024-03-19 10:13:37

หนังสือทูลเกล้าถวายรายงานการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

หนังสือทูลเกล้าถวายรายงานการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ MAHA CHAKRI SIRINDHORN Natural History Museum, Walailak University


คณะผู้จัดทำ� ที่ปรึกษา ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำ รงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นายพรชัย จุฑามาศ รองผู้อำ นวยการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริฯ ดร.ปิยรัษฎ์ ปริญญาพงษ์ เจริญทรัพย์ ผู้ช่วยผู้อำ นวยการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริฯ ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ ผู้อำ นวยการศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มวล. บรรณาธิการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ่งรวี จิตภักดี ผู้อำ นวยการอุทยานพฤกษศาสตร์ /รองผู้อำ นวยการศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มวล. กองบรรณาธิการ อาจารย์ธีรวัฒน์ กล่าวเกลี้ยง อาจารย์ประจำสำ นักวิชาศิลปศาสตร์ นางรวมพร คงจันทร์ รักษาการแทนหัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการเรียนรู้ อุทยานพฤกษศาสตร์ นางสาวสายฝน จิตนุพงศ์ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ฝ่ายพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา อุทยานพฤกษศาสตร์ นางสาวสมรักษ์ เจียมธีรสกุล ภัณฑารักษ์และบทนิทรรศการ ผู้จัดพิมพ์ ศูนย์ประสานงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริฯ อพ.สธ.- มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ศิลปกรรมและรูปเล่ม นายศักดิ์ดา ใบมิเด็น นายช่างเทคนิค ฝ่ายพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา อุทยานพฤกษศาสตร์ พิมพ์ที่ บริษัท อะวา ๒๐๑๓ จำกัด ๙๔ ถนนสามมิตร ตำ บลหาดใหญ่ อำ เภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ๙๐๑๑๐ พิมพ์ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๖๕ จำ นวน ๕ เล่ม


ด้วยกระหม่อมข้าพระพุทธเจ้า คณะทำ�งานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำ�ริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) - มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์


เกริกพระเกียรติ ก้องภพ เลอลบหล้า พระปรีชา น่านิยม สมประสงค์ เป็นปิ่นปราชญ์ ราชนารี จักรีวงค์ เจตน์จำ นง สืบศาสตร์ พระราชบิดา เพื่อแมกไม้ ได้สมบูรณ์ ก่อนสูญหาย พืชหลากหลาย สายพันธุ์ พลันรักษา สืบวิถี รังสรรค์ ภูมิปัญญา สานคุณค่า อพ.สธ. ก่อสิ่งดี ปณิธาน เพื่อส่วนรวม ร่วมพลิกฟื้น จึงมั่งคั่ง ยั่งยืน ทุกพื้นที่ บนรากฐาน ความพอเพียง เคียงชีวี ทุกคนมี รอยยิ้ม อิ่มเอมใจ พระทรงเป็น แบบอย่าง การสร้างสรรค์ นับร้อยพัน พระราชกิจ วินิจฉัย คือ “เจ้าฟ้านักอนุรักษ์” พิทักษ์ไทย ชาติสดใส สูงส่ง ทรงพระเจริญ ฯ เจ้าฟ้านักอนุรักษ์ ธีรวัฒน์ กล่าวเกลี้ยง ร้อยกรอง


พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ MAHA CHAKRI SIRINDHORN Natural History Museum, Walailak University



ส�รจ�กอธิก�รบดี มห�วิทย�ลัยวลัยลักษณ์ การจัดตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ปี พ.ศ.๒๕๓๕ ได้กำาหนดให้มีการพัฒนาพื้นที่ทั้งหมดของ มหาวิทยาลัย ซึ่งมีเนื้อที่ ๙,๕๙๔ ไร่ เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ภายใต้ชื่ออุทยานการศึกษาเฉลิมพระเกียรติ “มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวโรกาสเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี และเพื่อสนองแนวพระราชดำาริ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการศึกษาวัฒนธรรม และด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน แนวคิดหลักของการจัดทำา โครงการอุทยานการศึกษาเฉลิมพระเกียรติ คือการใช้พื้นที่ทั้งหมดของมหาวิทยาลัยให้เป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ทั้งในระบบเเละนอกระบบตามอัธยาศัยและตลอดชีวิต เน้นการสร้างความหลากหลายดุลยภาพ และความตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น จริยธรรม วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น วิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน โดยมุ่งพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์สู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยสมบูรณ์แบบ ที่มุ่งเน้นพัฒนา ด้านวิชาการ มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำาของโลก และมุ่งเน้นผลิตบัณฑิตที่สามารถทำางานได้ทั่วโลก เพื่อสนองตอบแผนแม่บทในการจัดตั้งอุทยานการศึกษาเฉลิมพระเกียรติ “มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” ดังกล่าว ในปี พ.ศ.๒๕๓๙ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้จัดตั้งอุทยานพฤกษศาสตร์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิตด้านพฤกษศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ โดยมุ่งเน้นการศึกษาวิจัย และรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์พืชเขตร้อนในวงศ์ต่าง ๆ การเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ นันทนาการ การจัดเส้นทางศึกษาพันธุ์ไม้และธรรมชาติในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มุ่งเน้นการท่องเที่ยว ทางธรรมชาติในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค โดยในปี พ.ศ.๒๕๕๗ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้เข้าร่วม สนองโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำาริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) และได้รับพระราชานุญาตให้จัดตั้งศูนย์ประสาน อพ.สธ. - มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๒ เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และพัฒนาด้านทรัพยากรทั้ง ๓ ฐาน คือ ทรัพยากรกายภาพ ทรัพยากรชีวภาพ และทรัพยากรวัฒนธรรมและภูมิปัญญาให้เกิดประโยชน์แท้ แก่มหาชนในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ผ่านกิจกรรมประชุมกลุ่มและฝึกอบรมงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน งานฐานทรัพยากรท้องถิ่น ตลอดจนการดำาเนินงานด้านการบริการวิชาการ และการศึกษาวิจัยตามแนวทาง พระราชดำาริฯ อพ.สธ. ตลอดจนจัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การเข้าค่ายเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การบริการที่พัก ห้องประชุม และลานกางเต็นท์ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่งดงาม เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่สร้างสุนทรียภาพและจิตสำานึกด้าน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีศักยภาพโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดสร้างแหล่ง เรียนรู้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ซึ่งได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า “อ�ค�รพิพิธภัณฑ์ธรรมช�ติวิทย� เทพรัตนร�ชสุด�ฯ มห�วิทย�ลัยวลัยลักษณ์” เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๔ ซึ่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้มีความมุ่งมั่นในการดำาเนินงานสนองพระราชปณิธานในด้านการอนุรักษ์ ส่งเสริม และต่อยอดด้าน ทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมภูมิปัญญาตามแนวทางโครงการพระราชดำาริฯ อพ.สธ.ให้มีความยั่งยืน และเกิดประโยชน์แท้แก่มหาชนสืบไป (ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำารงธัญวงศ์) รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ๙


๑๐


สารจากผู้อำ�นวยการศูนย์ประสานงาน อพ.สธ. - มวล. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้เข้าร่วมสนองโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) เพื่อสืบสานพระปณิธานในการอนุรักษ์ ทรัพยากรของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงได้ จัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ภายใต้แนวคิด “ตามรอยเจ้าฟ้านักอนุรักษ์จากยอดเขาถึงใต้ทะเล” โดยนำการดำ เนินงานของ อพ.สธ.ในการอนุรักษ์ ทรัพยากรท้องถิ่นภายใต้ ๓ ฐานทรัพยากรได้แก่ ทรัพยากรกายภาพ ทรัพยากรชีวภาพ และทรัพยากร วัฒนธรรมภูมิปัญญา เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “เจ้าฟ้านักอนุรักษ์” ด้วยการเผยแพร่งานสนองพระราชดำริฯ การอนุรักษ์ฐานทรัพยากร และแสดงถึงอัตลักษณ์ ศักยภาพของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่ก่อตั้งครบ ๓๐ ปี ในฐานะมหาวิทยาลัย วิจัยแนวหน้าของโลก และมหาวิทยาลัยสีเขียว เป็นสถาบันอุดมศึกษาศูนย์กลางงานวิจัยหลักของท้องถิ่น ภาคใต้ และเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิตแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่ออาคารพิพิธภัณฑ์ ธรรมชาติวิทยาแห่งนี้ว่า “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” และ พระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย “ส.ธ.” ประดับที่ป้ายชื่อพิพิธภัณฑ์ด้วย เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๔ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่มีต่อพสกนิกรในภาคใต้และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อย่างหาที่สุดมิได้ ทรงพระราชทานพระราชานุญาตให้มหาวิทยาลัยจัดตั้งศูนย์ประสานงาน อพ.สธ. - มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อร่วมกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องดำ เนินการศึกษาวิจัย พัฒนาองค์ความรู้ ให้บริการ วิชาการสู่ชุมชนท้องถิ่น ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริฯ (อพ.สธ.) พื้นที่ภาคใต้ตอนบน และต่อยอดนำองค์ความรู้ดังกล่าวเผยแพร่สู่สาธารณะผ่านพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้เป็นต้นแบบแหล่งเรียนรู้ในการสร้างจิตสำ นึกรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติและวัฒนธรรมภูมิปัญญา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะมุ่งพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทุกพื้นที่ในมหาวิทยาลัยให้เกิดการเชี่อมโยง และ สนับสนุนการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้มีความเติบโต เข้มแข็ง เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต เผยแพร่องค์ความรู้งานอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) ในพื้นที่ภาคใต้สำ หรับเยาวชน นักวิชาการ และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งโรงเรียน และองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช และ ประเทศชาติสืบไป (ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์) ผู้อำ นวยการศูนย์ประสานงาน อพ.สธ. - มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ๑๑


การจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยลักษณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ สนองงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำาริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการสร้างจิตสำานึกรักทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น ประกอบกับในปัจจุบันสังคมได้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งเรื่องภูมิอากาศ และการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล แน่นอนว่าบทบาทของพิพิธภัณฑ์ย่อมมีความสำาคัญเป็นอย่างมากในการเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวของ ธรรมชาติที่ยังคงอยู่และสูญหายไปแล้ว รวมทั้งนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สามารถถ่ายทอดให้ผู้คนในแหล่งที่ รวบรวมไว้ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นพิพิธภัณฑ์ยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นการออกแบบพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้ มีการพัฒนารูปแบบสื่อนิทรรศการและกิจกรรมต่าง ๆ ของพิพิธภัณฑ์ให้น่าสนใจและตอบโจทย์ต่อการเรียนรู้ของเยาวชน และนักท่องเที่ยวในการสร้างจินตนาการ ทำาให้เกิดการเรียนรู้ที่ขยายวงกว้างมากขึ้น เพื่อให้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฯ เป็นหนึ่งในกลไกที่จะ กล่อมเกลาเยาวชนให้เติบโตขึ้นอย่างมีศักยภาพ พร้อมเป็นผู้ใหญ่ในสังคมแห่งการทำางานเพื่อร่วมพัฒนา ประเทศอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในฐานะสถาบันการศึกษาที่มุ่งเน้นการวิจัยในระดับสากลได้มีความตระหนัก ถึงความสำาคัญในการนำาองค์ความรู้จากสหวิชาการที่ได้ดำาเนินการร่วมกับชุมชนและองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคใต้ไปใช้เป็นฐานในการพัฒนาชุมชนและสังคม โดยมีการ คัดเลือกองค์ความรู้จากงานวิจัยและบริการวิชาการที่ดำาเนินงานโดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ มหาวิทยาลัยในเครือข่ายศูนย์ประสานงาน อพ.สธ. นำาผลงานจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ภายใต้แนวคิด “จ�กยอดเข�ถึงใต้ทะเล” นำาเสนอแก่นเรื่อง (Theme) คือ อพ.สธ. - มวล.อนุรักษ์และพัฒน�ฐ�นทรัพย�กรจ�กยอดเข�ถึงใต้ทะเล เพื่อประโยชน์แท้ แก่มห�ชน เป็นผลงานวิจัยที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ดำาเนินการสนองพระราชดำาริทั้งการวิจัยเชิงพื้นที่ (Area-Based Research) จากยอดเขาถึงใต้ทะเล และการวิจัยเชิงประเด็น (Issue - Based Research) คือ ฐานทรัพยากร (ทรัพย์สิ่งสินตน) แก่นเรื่องที่จัดแสดงนำาเสนอโดยลำาดับเรื่องตามพื้นที่ซึ่งออกแบบ คํานํา ๑๒


แนวคิดและเนื้อหานิทรรศการโดยคณะอนุกรรมการฝ่ายนิทรรศการภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาวิชา ทั้งด้านสังคมศาสตร์และมนุษยวิทยา ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านสถาปัตย กรรมศาสตร์และการอกกแบบ และด้านศิลปศาสตร์ โดยแต่ละห้องจัดแสดงเนื้อหานำาเสนอใน ๒ ด้าน ด้านแรก คือ ความรู้ทั่วไปเชิงพื้นที่ ด้านที่สอง คือ งานวิจัยของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ผ่านการนำาเสนอ เป็น ๘ ห้องหลัก คือ ๑) ห้องเกริกไกรเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ ๒) ห้องหวนดูทรัพย์สิ่งสินตน ๓) ห้องเขาหลวง ทรัพยากรมากมี ๔) ห้องศักยภาพมากล้นมีให้เห็น ๕) ห้องทรัพยากรลุ่มนำ้าปากพนัง ๖) ห้องชายฝั่งอุดมสมบูรณ์ ๗) ห้องบริบูรณ์ทรัพยากรอ่าวไทย และ ๘) ห้องประโยชน์แท้แก่มหาชน เพื่อบอกเล่าถึงพระอัจฉริยภาพ และสายพระเนตรอันยาวไกลของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการทรงสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศวร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และการดำาเนินงานสนองพระราชดำาริฯ โดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในฐานะศูนย์ประสานงาน อพ.สธ. - มวล. เพื่อให้ชุมชนสามารถนำาทรัพยากร ท้องถิ่นที่มีอยู่เพื่อการอนุรักษ์ พัฒนา และต่อยอดให้เกิดประโยชน์แท้แก่มหาชนสืบไป หนังสือเล่มนี้จัดทำาขึ้นเพื่อทูลเกล้าถวายรายงานความคืบหน้าในการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในโอกาสที่มหาวิทยาลัยได้รับพระราชานุญาตเป็นเจ้าภาพ จัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั้งที่ ๑๑ ทรัพยากรไทย ๓๐ ปี อพ.สธ. ประโยชน์แท้แก่มหาชน ในระหว่างวันที่ ๑๙ - ๒๔ กันยายน ๒๕๖๕ ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าเสด็จ เป็นการส่วนพระองค์ในการเป็นประธานเปิดการประชุมดังกล่าว ในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕ ทั้งนี้ คณะผู้จัดทำาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นสื่อเผยแพร่ความรู้แนวคิดด้านการดำาเนินงานโครงการ อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำาริฯ (อพ.สธ.) และองค์ความรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติและ วัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำาคัญของภาคใต้ตามแนวคิด “ตามรอยเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ จากยอดเขาถึงใต้ทะเล” ซึ่งมหาวิทยาลัยได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านนิทรรศการทั้ง ๘ ห้อง ภายในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งนี้ โดยมุ่งหวังให้เป็นแหล่งเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจในการปลูกฝังจิตสำานึกรักทรัพยากรให้เกิดขึ้นในจิตใจ ของเยาวชนและผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฯ ดังพระราโชวาทของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ว่า “การรักทรัพยากร คือ การรักชาติ รักแผ่นดิน” (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ่งรวี จิตภักดี) รองผู้อำานวยการศูนย์ประสานงาน อพ.สธ. - มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ๑๓


สารจากอธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ............................................................ ๘ สารจากผู้อำ นวยการศูนย์ประสานงาน อพ.สธ. - มวล. ........................................... ๑๐ บทนำ ...................................................................................................................... ๑๒ สารบัญ .................................................................................................................... ๑๔ ความเป็นมาในการจัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ................................................................................... ๑๖ แนวคิดและหัวข้อการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ................................................................................... ๓๘ ห้องที่ ๑ เกริกไกรเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ ........................................................................ ๔๐ ห้องที่ ๒ หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน ............................................................................... ๔๘ ห้องที่ ๓ เขาหลวงทรัพยากรมากมี .......................................................................... ๕๖ ห้องที่ ๔ ศักยภาพมากล้นมีให้เห็น .......................................................................... ๖๒ ห้องที่ ๕ ทรัพยากรลุ่มนํ้าปากพนัง .......................................................................... ๖๘ ห้องที่ ๖ ชายฝั่งอุดมสมบูรณ์ .................................................................................. ๗๘ ห้องที่ ๗ บริบูรณ์ทรัพยากรอ่าวไทย ........................................................................ ๘๔ ห้องที่ ๘ ประโยชน์แท้แก่มหาชน ............................................................................ ๘๘ อนาคตและทิศทางการบริหารจัดการ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ............ ๙๒ ภาคผนวก ก. รูปแบบอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ............................................................................... ๙๖ ข. ภาพถ่ายพื้นที่ก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (ถ่าย ณ วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๕) ................... ๙๘ สารบัญ ๑๔


๑๕


ในการจัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน มีฐานทรัพยากรท้องถิ่นที่มีความโดดเด่น ทั้งด้านกายภาพและมรดกภูมิปัญญา ซึ่งมีพื้นที่ติดเทือกเขาหลวงและทะเลฝั่งอ่าวไทย เป็นแหล่งทรัพยากร ทางธรรมชาติที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ ความหลากหลายทางชีวภาพ อีกทั้งเป็นพื้นที่ที่ถือเป็นศูนย์กลาง อารยธรรมโบราณของภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรศรีวิชัย และอาณาจักรตามพรลิงค์ และศรีธรรมราช มหานคร ถือเป็นแหล่งศูนย์รวมด้านมรดกศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่สำคัญของไทย จึงถือเป็น หน่วยงานที่มีศักยภาพในการสานต่อโครงการพระราชดำ ริฯ (อพ.สธ.) ได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ มุ่งเน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความตระหนักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ มาใช้ประโยชน์ อย่างรู้คุณค่า และยั่งยืนจากชุมชนไปสู่สังคม ซึ่งจะนำ ไปสู่การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนบนพื้นฐาน ของการมีจิตสำ นึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศไทยต่อไป เพื่อสนองงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์โดยการบริหารงานในสมัย ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำ รงธัญวงค์ ดำ รงตำ แหน่งอธิการบดี ได้มอบหมายให้ ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ รองอธิการบดีซึ่งกำกับดูแลหน่วยงานอุทยานพฤกษศาสตร์ประสานงานกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำ ริฯ (อพ.สธ.) ในการดำ เนินการเสนอขออนุมัติงบประมาณการก่อสร้าง พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฯ จากสำ นักงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งโครงการก่อสร้างได้ผ่านมติ ครม. เมื่อ วันที่ 10 ตุลาคม 2561 อนุมัติงบประมาณเป็นเงิน 367.5 ล้านบาท (สามร้อยหกสิบเจ็ดล้านห้าแสน บาทถ้วน) ออกแบบสถาปัตยกรรม และตกแต่งภายในโดยบริษัทนูเซ็นจำกัด และได้เริ่มก่อสร้างอาคาร ในปีงบประมาณ 2562 โดยห้างหุ้นส่วนจำ กัด คงมั่นการช่าง เป็นผู้ประมูลการก่อสร้างในวงเงิน งบประมาณ 301,880,000 บาท (สามร้อยหนึ่งล้านแปดแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) สัญญาเลขที่ 42/2562 สัญญาลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 29 กันยายน 2563 ปรากฏว่าเมื่อสิ้นสุดสัญญา ผู้รับเหมาก่อสร้างได้ประมาณ 23 % โดยผู้รับเหมาอ้างว่าบริษัทขาดสภาพคล่องทางการเงิน มหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์จึงได้ประกาศยกเลิกสัญญา และดำ เนินการจัดหาบริษัทผู้รับเหมารายใหม่ โดยบริษัท สยามธรรมานนท์ จำกัด สัญญาเลขที่ 126/2564 สัญญาลงวันที่ 13 กันยายน 2564 และกำ หนด สิ้นสุดสัญญาก่อสร้างวันที่ 7 ธันวาคม 2565 แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า COVID 19 ส่งผลให้การก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ฯ มีความล่าช้ากว่าแผนงานที่กำ หนด เพราะปัญหา การขาดแรงงานก่อสร้าง แต่บริษัทผู้รับเหมาได้ส่งแผนเร่งรัดการก่อสร้าง โดยกำ หนดจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จ ในวันที่ 30 เมษายน 2566 และมหาวิทยาลัยจะดำ เนินการควบคุมกำกับการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด เพื่อโครงการก่อสร้างเสร็จตามแผน และสามารถเปิดบริการแหล่งเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ภายในปี พ.ศ. 2566 นี้ ความเป็นมา ในการออกแบบแนวคิดนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายนิทรรศการภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาวิชา ทั้งด้านสังคมศาสตร์และมนุษยวิทยา ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ และด้านศิลปศาสตร์ เพื่อร่วมระดมความรู้และประสบการณ์มาสนับสนุน สกัดเป็นองค์ความรู้ในการจัดแสดงนิทรรศการทั้ง ๘ ห้องของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฯ แห่งนี้ ประกอบด้วย ๑๖


๑. นายพรชัย จุฑามาศ รองผู้อำ นวยการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริฯ (ที่บรึกษา) ๒. ดร.ปิยรัษฎ์ ปริญญาพงศ์ เจริญทรัพย์ ผู้ช่วยผู้อำ นวยการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริฯ (ที่บรึกษา) ๓. ผศ.ดร.รุ่งรวี จิตภักดี ผู้อำ นวยการอุทยานพฤกษศาสตร์ (ประธานอนุกรรมการ) รองผู้อำ นวยการศูนย์ประสานงาน อพ.สธ. - มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ๔. รศ.ดร.มัลลิกา เจริญสุธาสินี คณบดีสำ นักวิชาวิทยาศาสตร์ (กรรมการ) ๕. รศ.ดร.วาริน อินทนา สำ นักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (กรรมการ) ๖. ผศ.ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี ผู้อำ นวยการศูนย์บริการวิชาการ (กรรมการ) ๗. อ.ดร.นายสัตวแพทย์มาโนชญ์ ยินดี วิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์อัครราชกุมารี (กรรมการ) ๘. ผศ.ดร.ทนงศักดิ์ อิ่มใจ สำ นักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (กรรมการ) ๙. ผศ.ดร.สิริพร สมบูรณ์บูรณะ สำ นักวิชาศิลปศาสตร์ (กรรมการ) ๑๐. รศ.ดร.มัลลิกา เจริญสุธาสินี สำ นักวิชาศิลปศาสตร์ (กรรมการ) ๑๑. ผศ.ดร.วิรุจ ถิ่นนคร สำ นักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ (กรรมการ) ๑๒. อาจารย์สุผาณิต วิเศษสาธร สำ นักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ (กรรมการ) ๑๓. อาจารย์จาตุรันต์ พิบูลย์ สำ นักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ (กรรมการ) ๑๔. นางสาวสายฝน จิตนุพงศ์ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป อุทยานพฤกษศาสตร์ (กรรมการและเลขานุการ) ๑๕. นางณัชธัญนพ สุขใส เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป อุทยานพฤกษศาสตร์ (กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ) มีหน้าท ี่ ๑. จัดเตรียมเนื้อหา ข้อมูล สถานที่ และวัสดุอุปกรณ์จัดแสดงนิทรรศการในอาคารพิพิธภัณฑ์ ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ๒. ประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ ในการจัดแสดงและการนำ เสนอนิทรรศการให้เป็นไปด้วยความ เรียบร้อยแล้ว เสนอให้คณะกรรมการดำ เนินงานจัดการประชุมได้รับทราบต่อไป ๓. ปฏิบัติงานตามที่คณะอนุกรรมการอำ นวยการมอบหมาย ประสานงานและร่วมปฏิบัติงานกับ อนุกรรมการฝ่ายต่าง ๆ อันเกี่ยวข้องกับฝ่ายจัดนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฯ เพื่อให้การ ดำ เนินงานจัดการประชุมวิชาการและนิทรรศการ ทรัพยากรไทย : ๓๐ ปี อพ.สธ. ประโยชน์แท้แก่มหาชน สำ เร็จลุล่วงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ๑๗


คณะกรรมการชุดนี้ได้ให้ข้อเสนอแนะแนวคิดในการออกแบบเนื้อหานิทรรศการที่สอดคล้องกับ แก่นเรี่อง โดยให้ข้อเสนอแนะข้อมูลจากงานวิจัยและรูปแบบเทคนิคการนำ เสนอในห้องนิทรรศการต่อ ผู้รับเหมาจัดสร้างให้เป็นไปตามกรอบแนวคิดที่เสนอแนะ เพื่อให้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฯ แห่งนี้เป็น แหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าชมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติตามเป้า ประสงค์ที่มุ่งหวังไว้ การออกแบบอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ออกแบบอาคารเป็นเลข สื่อความหมายถึงความต่อเนื่องยั่งยืน (Infinity) ในการอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมภูมิปัญญา มีส่วนจัดแสดงลานจำลองนํ้าตกกรุงชิง สัญลักษณ์ของ ความอุดมสมบูรณ์ของเทือกเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช และลานชายหาด เพื่อเป็นสัญลักษณ์ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรอ่าวไทย ตามแนวคิด “ตามรอยเจ้าฟ้านักอนุรักษ์จากยอดเขาถึงใต้ทะเล” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 8 แบบอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ๑๘


ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฯ ตั้งอยู่ริมอ่างกักเก็บนํ้าขนาดใหญ่ภายในพื้นที่ตั้งอุทยาน พฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งมีฉากหลังเป็นเทือกเขาหลวง ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์จะจัดแสดง เนื้อหานิทรรศการเป็น ๘ ห้องนิทรรศการ คือ ๑) ห้องเกริกไกรเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ ๒) ห้องหวนดูทรัพย์สิ่ง สินตน ๓) ห้องเขาหลวงทรัพยากรมากมี ๔) ห้องศักยภาพมากล้นมีให้เห็น ๕) ห้องทรัพยากรลุ่มน้าปากพนัง ํ ๖) ห้องชายฝั่งอุดมสมบูรณ์ ๗) ห้องบริบูรณ์ทรัพยากรอ่าวไทย ๘) ห้องประโยชน์แท้แก่มหาชน เนื้อหา การจัดแสดงนิทรรศการต้องการนำ เสนอแก่นเรื่อง (Theme) คือ อพ.สธ. - มวล.อนุรักษ์และพัฒนาฐาน ทรัพยากรจากยอดเขาถึงใต้ทะเล เพื่อประโยชน์แท้แก่มหาชน วิเคราะห์แก่นเรื่องเพื่อกำ หนดเรื่องจัดแสดงว่า เป็นงานวิจัยที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ดำ เนินการสนองพระราชดำ ริทั้งการวิจัยเชิงพื้นที่ (Area-Based Research) จากยอดเขาถึงใต้ทะเล และการวิจัยเชิงประเด็น (Issue-Based Research) คือ ฐานทรัพยากร (ทรัพย์สิ่งสินตน) แก่นเรื่องที่จัดแสดงนำ เสนอโดยลำดับเรื่องตามพื้นที่ที่ผู้ออกแบบได้กำ หนดไว้ แต่ละห้อง จัดแสดงนำ เสนอใน ๒ ด้าน (Aspect) ด้านแรก คือ ความรู้ทั่วไปเชิงพื้นที่ ด้านที่สอง คือ งานวิจัยของ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และปิดท้ายด้วยห้องจิตสำ นึกที่มุ่งกระตุ้นจิตสำ นึกรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และ มรดกทางด้านวัฒนธรรมภูมิปัญญาผ่านสื่อภาพยนต์สั้น และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ในบรรยากาศ ห้องนั่งพักผ่อนคลาย ชมวิวลานน้าตก และลานชายหาด เพื่อซึมซับบรรยากาศและสร้างความรักให้เกิดขึ้น ํ ในจิตใจของเหล่าเด็กและเยาวชน ดังพระราชดำ รัสของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่ว่า “...การสอนและอบรมให้เด็กมีจิตสำ นึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ควรใช้วิธีปลูกฝังให้เด็กเห็น ความงดงามความน่าสนใจของพืชพรรณ และเกิดความปิติที่จะศึกษาและอนุรักษ์ต่อไป การใช้วิธีการสอนการอบรมที่ให้รู้สึกกลัวว่า หากไม่อนุรักษ์แล้วจะเกิดผลเสีย เกิดอันตรายแก่ตนเอง จะทำ ให้เด็กเกิดความเครียดซึ่งจะเป็นผลเสียต่อประเทศในระยะยาว...” พระบรมราโชวาทสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ อาคารที่ประทับในสำ นักงานชลประทานเขต ๑ ถนนทุ่งโฮเตล จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๖ ๑๙


การออกแบบพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีวัตถุประสงค์ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยจัดแสดงนิทรรศการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางธรรมชาติวิทยา และวัฒนธรรมภูมิปัญญาด้วยเทคโนโลยี สมัยใหม่ สร้างความน่าสนใจและกระตุ้นการเรียนรู้แก่ผู้เข้าชม เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิตแก่นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิตแก่นักเรียน และบุคคลทั่วไป และเป็นแหล่งท่องเที่ยว ของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อจัดแสดงนิทรรศการทางธรรมชาติวิทยา วัตถุประสงค์ที่ ๑ วัตถุประสงค์ที่ ๓ วัตถุประสงค์ที่ ๒ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยมีเป้าหมายในการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฯ มุ่งหวังให้เป็นแหล่ง เรียนรู้ตามอัธยาศัยที่มีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปสนใจเข้าชมไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน ต่อปี เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรรมชาติวิทยาและวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีความโดดเด่นเป็นที่ยอมรับในระดับ ประเทศ และสามารถสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการเผยแพร่องค์ความรู้ให้ขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ในการร่วมดำ เนินงานสนองพระราชดำ ริฯ อพ.สธ. และการดำ เนินงานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมให้เกิดการนำ ไปพัฒนาต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มสร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีแก่ชุมชน ในวงกว้างต่อไป แผนภูมิรูปภาพแสดงความเชื่อมโยงวัตถุประสงค์ในการสร้างอาคาร พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ วัตถุประสงค์หลัก ในการสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ๒๐


แผนภูมิแสดงความมุ่งหมายสูงสุดตามลำ�ดับในการจัดสร้างอาคาร พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ความมุ่งหมายสูงสุดตามลำ�ดับในการจัดสร้าง อาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ความแตกต่างที่สำคัญของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาหน่วยงานสนองพระราชดำ ริ อพ.สธ.อื่น ๆ คือ ๑. เป็นครั้งแรกของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาสนองพระราชดำ ริฯ ที่อยู่ในเมืองมหาวิทยาลัย สมบูรณ์แบบ (Comprehensive University) ซึ่งจัดการเรียนการสอนครอบคลุมทั้งด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในท้องถิ่นภาคใต้ ๒. เป็นครั้งแรกของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาสนองพระราชดำ ริฯ ที่จัดแสดงงานวิจัยทั้ง ๓ ฐาน ทรัพยากรในลักษณะสหวิทยาการ บูรณาการทั้งงานวิจัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ งานวิจัยสังคมศาสตร์และ มนุษยศาสตร์ ที่เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นจุดเด่นของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยวิจัยที่เป็นหลักในท้องถิ่นภาคใต้ตอนบน ผลิตงานวิจัยที่มีเข็มมุ่งเพื่อการพัฒนาประเทศ ตามกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ชาติ ๓. เป็นครั้งแรกของการจัดพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาสนองพระราชดำ ริควบคู่ไปกับอุทยาน พฤกษศาสตร์ซึ่งมีกิจกรรมที่หลากหลายสำ หรับนักศึกษา เยาวชน ครอบครัว และประชาชน เป็นแหล่ง เรียนรู้ธรรมชาติวิทยา และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญของภาคใต้ และของประเทศ นอกจากการจัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฯ แล้ว ภายในพื้นที่อุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ ๑,๓๕๐ ไร่ ได้มีการจัดสร้างแหล่งเรียนรู้สนับสนุนพิพิธภัณฑ์ ธรรมชาติวิทยาฯ เพื่อเสริมเติมเต็มให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต สามารถเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมเรียนรู้ได้อย่าง ครบวงจร ๒๑


ผังแสดงแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในพื้นที่อุทยานพฤกษศาสตร์ ๑,๓๕๐ ไร่ อ่างเก็บนํ้าในพื้นที่อุทยานพฤกษศาสตร์ มีเนื้อที่ 160 ไร่ โดยได้มีการจัดสร้างอาคารที่พักสำ หรับผู้เข้าพักเป็นแบบหมู่คณะ พื้นที่ลานกางเต็นท์ เส้นทาง ศึกษาธรรมชาติ หอชมฟ้า Bota Sky Tower และสถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่า พร้อมแอ่งนํ้าขนาดใหญ่ ที่สามารถจัดกิจกรรมกีฬาทางนํ้าสำ หรับให้บริการผู้ที่มาพักค้างแรม แหล่งเรียนรู้พืชพรรณไม้นานาชนิด กิจกรรมการดูนก การสำ รวจเส้นทางธรรมชาติ ฝึกอบรมสัมมนา นันทนาการ รวมทั้งโครงการและ กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ต่าง ๆ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ แรงบันดาลใจ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อนำ ไปสู่การสร้างกระบวนการเรียนรู้เชิงวิชาการ และการสร้างจิตสำ นึก ในการอนุรักษ์ทรัพยากรและภูมิปัญญาวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป ๒๒


ผังพื้นที่แหล่งเรียนรู้พรรณไม้ในสวนสมุนไพร อุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ลานกางเต็นท์ในพื้นที่อุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ๒๓


ศูนย์เรียนรู้วิทยาศาสตร์ และภูมิปัญญา อุทยานพฤกษศาสตร์ ๒๔


แปลงรวบรวมสายพันธุ์กล้วย อพ.สธ. - มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ๒๕


เส้นทางศึกษาธรรมชาติเรือนยอดไม้ “หอชมฟ้า Bota Sky Tower” ซึ่งสามารถเดินชมพรรณไม้ในอุทยานระดับเรือนยอด และทัศนียภาพเทือกเขาหลวง ๒๖


๒๗


อีกทั้งมหาวิทยาลัยต้องการให้การบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุตามเป้าประสงค์ที่มหาวิทยาลัย และ อพ.สธ. กำ หนดไว้ จึงมีความจำ เป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดสร้างแหล่งเรียนรู้สนับสนุนตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ดังกล่าว ซึ่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้มีความประสงค์ในการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์สนับสนุน “ชาติพันธุ์มานิ” เพื่อส่งเสริมและต่อยอดให้เกิดแหล่งเรียนรู้ด้านฐานทรัพยากรวัฒนธรรมภูมิปัญญา เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต ด้านชาติพันธุ์กับภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ในการดำรงชีวิตท่ามกลางทรัพยากรป่าไม้บนฐาน ของการพึ่งพิงอย่างสมดุลและพอเพียง โดยพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์มานิดังกล่าวจะเสริมศักยภาพแหล่งเรียนรู้ ต่าง ๆ ในพื้นที่อุทยานพฤกษศาสตร์ครอบคลุมการนำชมส่วนการจัดแสดงนิทรรศการภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ ธรรมชาติวิทยาฯ ทั้ง ๘ ห้อง การนำชมนิทรรศการหมุนเวียน การนำชมแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ภายในเขตพื้นที่ อุทยานพฤกษศาสตร์ โดยแนวคิดและสาระการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์สนับสนุน “ชาติพันธุ์มานิ” (ซาไก) เชื่อมโยงกับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สนองพระราชดำ ริ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) การสร้างพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์มานิดังกล่าว ได้นำ เสนอวิถีชีวิตของ “มานิ” เป็นพื้นที่ให้ผู้คนเข้าใจ กลุ่มคนเหล่านี้มากขึ้น รวมถึงเคารพสิทธิทางวัฒนธรรมของพวกเขา อีกทั้งพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ “มานิ” จะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่นำ เสนอภาพวิถีชีวิตทุกแง่มุมของกลุ่ม “มานิ” อย่างละเอียดและชัดเจนที่สุดใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเป็นพื้นที่การเรียนรู้สำคัญในการศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ในภาคใต้ของประเทศไทย โดยที่ไม่จำ เป็นต้องเข้าไปคุกคามหรือบุกรุกพื้นที่จริงของพวกเขา ๒๘


ภาพกราฟฟิกจำ�ลองพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์มานิ ๒๙


ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์มานิได้รับการสนับสนุนงบประมาณเบื้องต้นจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำ นวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านบาทถ้วน) เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๔ และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้วางแผนประสานแหล่งทุน อื่น ๆ เช่น สำ นักงานกองสลาก บริษัท SCG บริษัทปูนซิเมนต์ไทย และ การปิโตรเลียม แห่งประเทศไทย (ปตท.) เพื่อสนับสนุนพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์มานิให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ สำคัญในการศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ในภาคใต้ของประเทศไทยตามเจตนารมณ์การอนุรักษ์ ฐานทรัพยากรวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ภาพวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์มานิ จังหวัดสตูล ๓๐


๓๑


อาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นอาคาร ๒ ชั้น และห้องในชั้นลอย ๑ ห้อง เส้นรอบรูปอาคารเป็นสัญลักษณ์ไม่มีที่สิ้นสุด (Infinity) หรือเลข เพื่อสื่อถึง การสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนไม่มีที่สิ้นสุด อาคารมีพื้นที่ใช้สอย ๑๓,๖๔๔ ตารางเมตร ชั้นล่าง พื้นที่ใช้สอยประกอบด้วย ห้องประชุม ๕๐๐ ที่นั่ง ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ห้องสมุด ห้องรับรอง ร้านจำ หน่ายของที่ระลึก พื้นที่สำ นักงาน และงานสนับสนุน ชั้นสอง เป็นพื้นที่ จัดแสดงนิทรรศการภายใต้แนวคิด“ตามรอยเจ้าฟ้านักอนุรักษ์จากยอดเขาถึงใต้ทะเล” ห้องที่ ๑ ถึงห้องที่ ๗ ชั้นลอยเป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการห้องที่ ๘ รูปแบบอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 8 ๓๒


๓๓


ชั้นลอย พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการห้องที่ ๘ ๓๔


ชั้น ๒ พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการห้องที่ ๑ ถึง ๗ ลานนํ้าตกกรุงชิง และลานชายฝั่งทะเล ๓๕


ชั้น ๑ โถงต้อนรับ ห้องสมุด ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ห้องเอนกประสงค์ สำ�นักงาน ห้องรับรอง ๓๖


๓๗


แนวคิดและหัวข้อการจัดแสดง พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดแสดงเนื้อหาการดำาเนินงาน สนองพระราชดำาริฯ ๓ กรอบหลัก คือ ๑) กรอบการเรียนรู้ทรัพยากร เป็นการสำารวจเก็บรวบรวม และปลูก รักษาทรัพยากร ๒) กรอบการใช้ประโยชน์ เป็นการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากร ศูนย์ข้อมูลและ การวางแผนพัฒนาทรัพยากร ๓) กรอบการสร้างจิตสำานึก กรอบก�รดำ�เนินง�น 8 กิจกรรมของ อพ.สธ. ๓ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๘ ๗ ๒ ๑ ๓๘


Area Based Research : จ�กยอดเข�ถึงใต้ทะเล Issue Based Research : ฐ�นทรัพย�กรท้องถิ่น (ทรัพย์สิ่งสินตน) อพ.สธ. - มวล. โครงก�รอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องม�จ�กพระร�ชดำ�ริฯ สนองพระร�ชดำ�ริ โดย มห�วิทย�ลัยวลัยลักษณ์ การจัดแสดงนิทรรศการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นการรวบรวมองค์ความรู้ อัตลักษณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมภูมิปัญญาของภาคใต้ นำาเสนอผ่านสื่อนิทรรศการภายใน ๘ ห้องจัดแสดง และพื้นที่ภายนอกสองส่วน คือ ลานนำ้าตกกรุงชิง (Mountain Court) กับลานชายฝั่งทะเล (Ocean Court) พื้นที่จัดแสดงไล่ระดับและเปิดมุมมองสู่เขาหลวง อุทยานพฤกษศาสตร์ ช่วยสร้างความน่าสนใจ สร้างประสบการณ์ตามรอยเจ้าฟ้านักอนุรักษ์จากยอดเขา ถึงใต้ทะเล ให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้อย่างเพลิดเพลิน เข้าใจถึงการอนุรักษ์ฐานทรัพยากรชุมชนท้องถิ่นภาคใต้ ตามแนวทางการสนองพระราชดำาริของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และภาคีเครือข่าย เนื้อหาการจัดแสดงนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์ นำาเสนอแก่นเรื่อง (Theme) คือ อพ.สธ. - มวล. อนุรักษ์และพัฒนาฐานทรัพยากรจากยอดเขา ถึงใต้ทะเล เพื่อประโยชน์แท้แก่มหาชน แนวคิดหลักในการจัดทำาเนื้อหาการจัดแสดงนิทรรศการในห้องต่าง ๆ ภายในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้นำาหลักการดำาเนินงานของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำาริฯ อพ.สธ. ซึ่งมุ่งเน้นการดำาเนินงานให้ชุมชนได้ศึกษาเรียนรู้ศักยภาพของตนเอง ในต้านทรัพยากรท้องถิ่นของตนทั้งด้านกายภาพ ชีวภาพ และวัฒธรรมภูมิปัญญา ซึ่งเป็นการหวนดูทรัพย์สิ่ง สินตน และนำาทรัพยากรชุมชนมีอยู่ไปอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยกำาหนด เนื้อหานิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฯ เป็น ๘ ห้อง คือ ๑) ห้องเกริกไกรเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ ๒) ห้องหวนดูทรัพย์สิ่งสินตน ๓) ห้องเขาหลวงทรัพยากรมากมี ๔) ห้องศักยภาพมากล้นมีให้เห็น ๕) ห้องทรัพยากรลุ่มนำ้าปากพนัง ๖) ห้องชายฝั่งอุดมสมบูรณ์ ๗) ห้องบริบูรณ์ทรัพยากรอ่าวไทย ๘) ห้องประโยชน์แท้แก่มหาชน มีเป้าหมายในการสื่อสารเพื่อต้องการให้ผู้ชมได้ตระหนักถึงความสำาคัญ ของทรัพยากรและได้หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน และนำาไปวิเคราะห์พัฒนาและใช้ประโยชน์ต่อยอดสร้างมูลค่า และรายได้สู่ชุมชน เพื่อสะท้อนถึง “ศักยภาพมากล้นมีให้เห็น” และนิทรรศการดังกล่าวมุ่งหวังสร้างการรับรู้ เข้าใจ ภารกิจที่สำาคัญของโครงการพระราชดำาริฯ อพ.สธ. - มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในการอนุรักษ์และ ใช้ประโยชน์ทรัพยากรเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในฐานะสถาบัน อุดมศึกษาที่มีบทบาททางด้านวิชาการและมีผลงานวิจัยที่โดดเด่นในระดับสากล เป็นองค์กรในการถ่ายทอด องค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน อันจะส่งผลให้ชาวบ้านไทยได้ประโยชน์ และเป็นประโยชน์แท้แก่มหาชน ตามเจตนารมย์ในการดำาเนินงาน ของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำาริฯ อพ.สธ.ที่มุ่งหวังไว้ โดยเนื้อหาการจัดแสดง นิทรรศการทั้ง ๘ ห้องมีดังนี้ ผังรูปภ�พแสดงก�รวิเคร�ะห์แกนเรื่อง (Theme) เพื่อกำ�หนดเรื่องที่จัดแสดงนิทรรศก�ร ๓๙


เกริกไกรเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ ๑ ห้อง ๑ เกริกไกรเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ ๔๐


๔๑


เกริกไกรเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ พระราชประวัติ การก่อตั้ง อพ.สธ. เป้าหมายรวม และภารกิจ ผังพื้นที่ห้องนิทรรศการเกริกไกรเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ มีเนื้อหาจัดแสดงแบ่งเป็น ๔ ส่วนหลัก ได้แก่ ๑. โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริฯ (อพ.สธ.) จัดแสดงเรื่อง แรกเริ่ม อนุรักษ์ทรัพยกรธรรมชาติที่สวนจิตรลดา การก่อตั้ง อพ.สธ. เป้าหมายรวม และการดำ เนินงาน ๓ กรอบ ๘ กิจกรรม ห้องที่ ๑ นิทรรศการ “เกริกไกรเจ้าฟ้านักอนุรักษ์” ๔๒


“...ทุกวันนี้ประเทศไทยยังมีทรัพยากรพร้อมมูล ทั้งทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรบุคคล ซึ่งเราสามารถนำ มาใช้เสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์และเสถียรภาพอันถาวรของบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี ข้อสำคัญเราจะต้องรู้จักใช้ทรัพยากรทั้งนั้นอย่างฉลาด คือไม่นำ มาทุ่มเทใช้ให้สิ้นเปลืองโดยไร้ประโยชน์..” พระราชดำ�รัสในการเสด็จออกมหาสมาคมในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช ๒๕๒๙ วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๙ ๔๓


๒. เจ้าฟ้านักอนุรักษ์ และเจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ จัดแสดงพระราชประวัติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เจ้าฟ้านักอนุรักษ์ และพระประวัติสมเด็จ พระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ ๔๔


๓. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นหลักในถิ่น เป็นเลิศสู่สากล จัดแสดงสารานุกรมมหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์ตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบันด้วยเทคนิค Projection Mapping ๔๕


๔. ให้ศึกษาตั้งแต่ยอดเขาถึงใต้ทะเล จุดเริ่มต้นการตามรอยเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ ผลงานวิจัยและ บริการวิชาการงานอนุรักษ์ฐานทรัพยากรภาคใต้ภายใต้โครงการสนองพระราชดำาริฯ ของมหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์ ๔๖


ดังนั้นผู้ที่เข้าชมห้องนิทรรศการเกริกไกรเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ได้รับรู้ถึงพระอัจฉริยภาพและ สายพระเนตรอันยาวไกลของฟ้าหญิงแห่งราชวงศ์จักรีทั้ง ๒ พระองค์ ในการทรงสืบสานพระราชปณิธาน ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศวร มหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงดำ เนินงานเพื่อให้ชุมชนสามารถนำ ทรัพยากรท้องถิ่นที่มีอยู่เพื่อการอนุรักษ์ พัฒนา และต่อยอดให้เกิดประโยชน์แท้แก่มหาชนสืบไป ๔๗


วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช (ภาพโดย นายแพทย์รังสิต ทองสมัคร) ๒ ห้อง ๒ หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน ๔๘


๔๙


จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับทรัพยากรถิ่นใต้ งานวิจัย และงานสนองพระราชดำ ริ อาทิ งานฐานข้อมูล ทรัพยากรงานฝึกอบรม งานฐานทรัพยากรท้องถิ่นและงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน คลังข้อมูลด้านการ ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ งานวิจัยด้านโบราณคดี ศิลปะวัฒนธรรม ภูมิปัญญา การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร ในอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ภายในห้องนิทรรศการ “หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” แบ่งการจัดแสดงเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรก เรื่อง มหาวิทยาลัยวิจัยในดินแดนแห่งความรุ่งโรจน์ ส่วนที่สอง เรื่อง หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน เพื่อบอกเล่าเรื่องราว ฐานทรัพยากรที่โดดเด่นของจังหวัดนครศรีธรรมราชและภาคใต้ โดยนำองค์ความรู้จากงานวิจัยของ คณาจารย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และภาคีเครือข่ายมาสังเคราะห์และคัดเลือกสกัดเป็นองค์ความรู้นำ เสนอ ผ่านสื่อนิทรรศการ ส่วนที่ ๑ เนื้อหากล่าวถึงนครศรีธรรมราช ดินแดนแห่งความรุ่งโรจน์แต่อดีต และมหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์ที่มุ่งสู่มาตรฐานมหาวิทยาลัยสีเขียว มหาวิทยาลัยวิจัยสากลระดับโลก ในห้องนี้จะเล่าถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของนครศรีธรรมราชเป็นเมืองอารยธรรมโบราณมา ตั้งแต่อดีต มีร่องรอยมรดกทางด้านวัฒนธรรมและโบราณคดีที่สำคัญและมีคุณค่าแก่ศึกษาเรียนรู้และ อนุรักษ์ไว้สู่อนุชนรุ่นหลัง โดยในพื้นที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้พบแหล่งโบราณสถานในพื้นที่ตั้ง มหาวิทยาลัยที่สำ คัญคือ โบราณสถานตุมปัง ซึ่งจากการขุดค้นและศึกษาทางด้านโบราณคดีพบว่า เป็นศาสนสถานในสมัยศตวรรษที่ ๑๘ (สมัยปลายสุโขทัย) พบโบราณวัตถุชิ้นสำคัญคือ พระโพธิสัตว์ในศาสนา พุทธมหายาน และเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์ถัง ถือเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นภาคใต้ ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ผังพื้นที่ห้องนิทรรศการหวนดูทรัพย์สิ่งสินตน ห้องที่ ๒ นิทรรศการหวนดูทรัพย์สิ่งสินตน ๕๐


Click to View FlipBook Version