สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สำนักงาพนรคะณระากชรบรมญั กญารตั กิ ฤษฎีกา สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ใหใ้ ช้บทบญั ญัติแห่งประมวลรษั ฎากร
สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎพกี ทุาธศักราช ๒๔๘สำ๑นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สำนักงานคใณนะพกรระรมปกรามรากภฤษิไธฎยกี สามเด็จพระเจา้ สอำยนูห่ กั วั งอานาคนณันะทกมรหรมดิ กลารกฤษฎีกา
คณะผูส้ ำเรจ็ ราชการแทนพระองค์
สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ตามปสำรนะักกงาาศนปครณะะธการนรมสกภาารผก้แูฤษทฎนีกราาษฎร สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ลงวนั ท่ี ๔ สิงหาคม พทุ ธศักราช ๒๔๘๐)
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกอาาทติ ย์ทพิ อาภสาำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ตราไว้ ณพลสวำ.นันอทัก.เงี่ จา๓นา้ ๑พคณรมะะีนยกาารครพมมชิ กเพายรุทนกธทฤศษรกั ฎโยรกี าธาชนิ ๒๔๘๑ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สำนักงานคณะกรรมการกเปฤษน็ ฎปีกีทาี่ ๕ ในรัชกาลปสำัจนจักุบงันานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สำนักงานคณะกรรมการกฤโษดฎยกี ทา ี่สภาผู้แทนรสาำษนฎักงราลนงคมณตะิวก่ารรสมกมาครวกฤรษตฎรีกาาประมวลรัษฎสาำกนักรงเพานื่อคปณระับกรปรรมุงกการากรฤษฎกี า
รัษฎากรตามหลกั ความเป็นธรรมแก่สังคม
สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สำนักงาขนอคงณสะภการผรแู้มกทานรรกาฤษจษึงฎฎมกีราีพดรังะตบ่อรไปมนราี้ ชโสอำงนกักางารนใคหณ้ตะรการพรมรกะารรากชฤบษฎัญีกญา ัติขึ้นไว้โดยคสำำนแักนงะานนคำณแะลกะรยรินมกยาอรกมฤษฎีกา
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑ พระราชบัญญัติน้ีให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติแห่ง
สำนักงาปนรคะณมะวกลรรรษัมกฎาารกกรฤษพฎุทีกธาศักราช ๒๔๘๑สำ”นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สำนมักางตานรคาณ๒ะก๑รรใมหก้ใาชรก้พฤรษะฎรกี าาชบัญญัตินี้ตั้งสแำนตัก่วงันานทคี่ ณ๑ะเกมรษรมากยานรกฤพษุทฎธีกศาักราช ๒๔๘๒
สำนักงาเนปค็นณตะ้นกไรปรมการกฤษฎกี า สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สำนมักางตานราคณ๓ะกใรหรม้ใชก้ปารรกะฤมษวฎลีกราษั ฎากรตามทสี่ตำรนาักไวงา้ตนอ่ คทณา้ ะยกพรรรมะกราารชกบฤัญษฎญีกัตาินี้เปน็ กฎหมาย
ต้ังแต่วันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๒ เป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติในลักษณะ ๒ หมวด ๖
สำนักงาวน่าคดณ้วะยกอรารกมรกแารสกตฤมษปฎ์นกี น้ัา ให้ใชเ้ ป็นกฎสหำมนากั ยงาตน้งั คแณตะ่วกันรทรมี่ ๑กามรกิถฤุนษาฎยีกนา พทุ ธศักราชส๒ำน๔ัก๘ง๒านเคปณ็นะตกน้รรไมปการกฤษฎีกา
สำนมักางตานราคณ๔ะกนรรบั มแกตารว่ กันฤใษชฎพ้ ีกราะราชบญั ญัตินส้ี ำใหนักย้ งกาเนลคกิ ณะกรรมการกฤษฎีกา
สำนกั งานคณะกรรมการกฤ((ษ๑๒ฎ))ีกพพา รระะรราาชชบบัญญั ญญตััตสลิเิำงนกั ินักษรงณัชานชะคูปเณกก็บะากเรงรนิพรมคุทกา่ ธานศรากกั ฤรรษา.ศฎช.ีก๒า๑๔๑๖๙๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สำน(๓กั ง)าพนครณะระากชรบรมัญกญารตักลิฤษักฎษีกณาะการเกบ็ ภาษสคี ำนา่ ทกั งไ่ี ารน่อคอ้ ณยะพกรุทรธมศกัการรกาฤชษฎ๒ีก๔า๖๔
(๔) พระราชบญั ญตั ิเปลี่ยนวิธีเก็บภาษยี า ร.ศ. ๑๑๙
สำนกั งานคณะกรรมการกฤ(ษ๕ฎ)ีกปา ระกาศพระรสาำชนทักางนานยคกณเงะินกอรรามกกราสรวกนฤษใหฎญีกา่ค้างเก่าและเดสำินนสักำงรานวจคณต้นะกผรลรไมมก้ใาหรกมฤ่ ษฎีกา
๑ ราชกจิ จานุเบกษา เล่ม ๕๖/-/หนา้ ๑/๑ เมษายน ๒๔๘๒
- ๒ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สำหรับเก็บเงินอากรสวนใหญ่ รตั นโกสินทรศก ๑๓๐
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๖ฤ)ษพฎีกระำราชบัญญัติภสาำษนเีกั งงนิ ำไนดค้ ณพะุทกธรศรกัมรกาำรชก๒ฤษ๔ฎ๗ีก๕ำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๗) พระราชบัญญตั ภิ าษีการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๕
ส(๘ำน)กั พงำรนะคราณชะบกัญรรญมกัตำิภรากษฤษกี ฎารีกธำนาคารและกสาำรนปกั รงะำกนนั คภณยั ะกพรรุทมธกศำกั รรกาฤชษฎ๒ีก๔ำ๗๖
(๙) บรรดาพิกัดอัตรา ข้อบังคับ กฎ ประกาศและบทกฎหมายอ่ืน ซ่ึงออกเพื่อแก้ไข
สำนกั เงพำม่ินเคตณิมะหกรรอื รดมำกเำนรกินฤกษาฎรตีกำามกฎหมายดังสกำนลกัา่ งวำขน้าคงณตน้ะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
อากรแสตมป์ ใหสแ้ยำลนกะกัเลนงำิกับนพตค้ังรณแะะตรก่วารันชรมบใชกัญ้บำรญทกบัฤตษัญิอฎาญีกกัตำริใแนสลตักมษปณ์ พะุท๒สธำนหศกัักมงวรำดานชค๖ณ๒ะแ๔กหร๗่งรป๕มรกกะำรัมบกวบฤลษรรรฎัษดีกฎาำาพกิกรัดวอ่าดัต้วรยา
สำนกั ขง้อำนบคงั ณคบัะกกรรฎมแกลำะรบกฤทษกฎฎีกหำมายอื่น ซง่ึ ออสกำนเพกั งอ่ื ำแนกค้ไณขะเพกริ่มรเมตกิมำหรรกือฤดษำฎเีกนำินการตามพระสรำานชกั บงำญั นญคณัตะนิ กน้ั รรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั งรำานค๕ณะบกรรรรมดกาำพรกรฤะษรฎาีกชำบัญญัติ ประสกำนาศกั งำพนิกคัดณอะักตรรรามกขำ้อรกบฤังษคฎับีกำกฎและบท
กฎหมายที่ให้ยกเลิกตามความในมาตรา ๔ วรรคแรกน้ัน ยังคงให้ใช้บังคับได้ในการเก็บภาษีอากร
สำนกั จงำำนนควนณพะกุทรธรศมักกรำารกชฤตษ่างฎีกๆำ กอ่ นใช้ประมสวำลนรกั ษังำฎนาคกณระกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส่วนพระราชบัญญัติ พิกัดอัตรา ข้อบังคบั กฎและบทกฎหมายท่ีให้ยกเลิกตามความ
ในมาตรา ๔ วรรสคำสนุดกั ทง้ำานยคกณ็ยะังกครงรใมหก้ใำชร้กบฤังษคฎับีกไดำ้ในการเก็บอสาำกนรกัทงี่จำนะพคณึงเะรกียรกรเมกก็บำรไดก้ฤกษ่อฎนีกใชำ้บทบัญญัติ
ในลกั ษณะ ๒ หมวด ๖ แหง่ ประมวลรัษฎากรว่าด้วยอากรแสตมป์
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงำาน๖คณะใกหร้รรัฐมมกำนรตกรฤีวษ่าฎกีกาำรกระทรวงกสาำรนคกั ลงำังนมคีหณนะ้กาทรรี่รมักกษำรากกฤาษรฎใีกหำ้เป็นไปตาม
พระราชบัญญตั ินี้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ผู้รบั สนองพระบสำรนมกั รงาำชนโคอณงกะการรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
พิบลู สงคราม
สำนกั งำนคณะกรนรามยกกำรรฐักมฤษนฎตีกรำี สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๓ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ประมวลรษั ฎากร
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำลนักคษณณะกะรร๑มกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ข้อความเบือ้ งต้น
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎราีกำ๑ กฎหมายนสใี้ำหน้เกั รงยี ำนกคว่าณะ“กปรรระมมกวำรลกรฤัษษฎฎาีกกำร” สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๒ค๒ณะใกนรปรมระกมำรวกลฤรษษั ฎฎีกาำกรนี้ เว้นแต่ขสอ้ ำคนวกั างมำนจคะณแสะกดรงรใมหกเ้ หำร็นกเฤปษน็ ฎอีกยำ่างอน่ื
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก“ฤรษฐั มฎนีกำตร”ี หมายควสาำมนวกั า่ งำรนัฐคมณนะตกรรผี รรู้มกั กษำรากกฤาษรฎตีกาำมประมวลรษั ฎสาำกนรกั นงำ้ี นคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
“อธิบดี”๓ หมายความว่า อธิบดีกรมสรรพากรหรือผู้ที่อธิบดีกรมสรรพากร
มอบหมาย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
“ผวู้ ่าราชการจังหวดั ” หมายความรวมถึงผูว้ ่าราชการกรงุ เทพมหานครด้วย
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก“ฤอษำเฎภีกอำ” หมายความสำวน่ากั นงำานยคอณำเะภกอรรสมมกุหำรบ์ กัญฤษชฎีอีกำำเภอ หรือสมหุ ส์บำญั นกชั งเี ขำนตคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
“นายอำเภอ” หมายความรวมถึงหัวหน้าเขต และปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้า
ประจำกิ่งอำเภอดส้วำนยกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
“ทีว่ า่ การอำเภอ” หมายความรวมถึงทวี่ า่ การเขต และที่ว่าการกิ่งอำเภอด้วย
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก“ฤอษงฎคีก์กำารของรัฐบาลส”ำนหกั มงำานยคคณวาะกมรวร่ามอกำงรคก์กฤาษรฎขีกอำงรัฐบาลตามกสฎำนหกั มงาำนยคว่าณดะ้วกยรรกมากรำรกฤษฎีกำ
จัดต้ังองค์การขอสงำรนัฐกั บงาำลนคแณละะกกริจรกมากรำขรกอฤงษรัฐฎตีกาำมกฎหมายทส่ีจำัดนตกั ้ังงำกนิจคกณาะรกนร้ันรมแกลำระกหฤมษาฎยีกคำวามรวมถึง
หน่วยงานธรุ กิจที่รฐั บาลเป็นเจา้ ของซ่งึ ไม่มฐี านะเปน็ นติ บิ ุคคลดว้ ย
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก“ฤปษรฎะีกเทำ ศไทย” หรือสำ“นรกั างชำอนาคณณะากจรักรรม”กำหรกมฤาษยฎคีกวำามรวมถึงเขตสไหำนลกั ่ทงวำนีปคทณี่เปะก็นรสริทมกธำิ รกฤษฎีกำ
ของประเทศไทยตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศท่ียอมรับนับถือกันโดยท่ัวไป และตามความตกลง
กบั ตา่ งประเทศดว้สยำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๓๔ บรรดารสัษำนฎกั างกำนรคปณระะกเภรรทมตก่าำรงกๆฤษซฎึ่งีกเำรียกเก็บตามปสำรนะักมงวำนลครณัษะฎการกรรมนกำี้ รกฤษฎีกำ
จะตราพระราชกฤษฎีกาเพือ่ การตอ่ ไปน้ีก็ได้ คอื
ส(๑ำน)กั ลงดำนอคตั ณราะกหรรรมือกยำกรเกวฤ้นษเพฎีื่อกำใหเ้ หมาะสมกสับำเนหกั ตงุกำนารคณณะ์ กกิจรรกมากรำรหกรฤอื ษสฎภีกาำพของท้องที่
บางแหง่ หรือท่ัวไป
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๒ฤ)ษฎยีกกำเว้นแก่บุคคลหสำรนือกั องงำคน์คกณาระรกะรหรมวก่าำงรปกรฤะษเฎทีกศำตามข้อผูกพันสทำนี่ปกั รงะำเนทคศณไะทกยรมรมีอกยำู่ รกฤษฎีกำ
ต่อองค์การสหปรสะำนชกาั ชงำานตคิ ณหะรกือรตรามมกกำรฎกหฤมษาฎยีกรำะหว่างประเทสำศนกัหงรำือนตคาณมะสกรัญรญมกาำรหกรฤือษตฎาีกมำหลักถ้อยที
ถอ้ ยปฏิบัตติ อ่ กันกับนานาประเทศ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๓ฤ)ษยฎกีกำเว้นแก่รฐั บาลสอำนงกัคง์กำานรคขณอะงกรรัฐรบมากลำรเกทฤศษบฎาีกลำ สขุ าภิบาล อสงำคน์กกั างรำนศคาสณนะการหรมรกือำรกฤษฎีกำ
องคก์ ารกศุ ลสาธารณะ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒ มาตรา ๒ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๑๐ ลงวันที่ ๗ พฤศจิกายน
สำนกั พงทุำนธศคกัณระากชร๒รม๕ก๒ำ๐รกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๓ มาตรา ๒ นิยามคำว่า “อธิบดี” แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวล
รษั ฎากร (ฉบบั ที่ ๑๓สำ)นพกั .ศง.ำน๒ค๕ณ๒ะ๗กรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๔ มาตรา ๓ แก้ไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพม่ิ เติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๔ำน๙ค๖ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๔ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
การลดหรือยกเว้นตาม (๑) (๒) และ (๓) น้ัน จะตราพระราชกฤษฎีกายกเลิกหรือ
สำนกั เงปำลนี่ยคนณแะปกรลรงมกกไ็ ดำร้ กฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๓คณทะวกิ๕รรถม้ากเำจร้ากพฤษนฎักีกงำานดังตอ่ ไปนี้เสหำ็นนวกั ่างำผนู้ตค้อณงหะการไรมม่คกวำรรตก้อฤงษไฎดีก้รำับโทษจำคุก
หรือไม่ควรถูกฟ้องร้อง ให้มีอำนาจเปรียบเทียบโดยกำหนดค่าปรับแต่สถานเดียวในความผิดต่อไปน้ี
สำนกั เงวำ้นนแคตณค่ ะวการมรผมดิกำตรากมฤมษาฎตีกรำา ๑๓ คอื สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
หรือทั้งปรับทั้งจส(ำำ๑ซน)ึ่งกั คโงทำวนษาคมจณผำะิดคกทุกรรี่มไมมีโกท่เำกษรินกปหฤรษกับฎเสีดกถำือานนทเดี่เกียิดวขหึ้นรใสือนำมนกีโกั รทงุงำษเนทปคพรณับมะกหหรารรนมือกคจำรำรใกคหฤุก้เษไปมฎ็นีก่เกอำินำนหากจเดขืออนง
สำนกั องธำนิบคดณี ถะก้ารเกรมดิ กขำึ้นรใกนฤจษังฎหีกวำดั อ่นื ใหเ้ ป็นอำสนำนากัจงขำอนงคผณวู้ ะ่ากรรารชมกกาำรรจกังฤหษวฎดั ีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๒) ความผิดที่มีโทษปรับหรือโทษจำคุกเกินหกเดือนแต่ไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับ
ทั้งจำซึ่งโทษจำคสุกำเนกกั ินงำหนกคเณดะือกนรแรมตก่ไมำร่เกกฤินษหฎนีกึ่งำปีให้เป็นอำนสาำนจกัขงอำงนคคณณะะกกรรรรมมกกำรากรฤซษ่ึงฎปีกำระกอบด้วย
อธบิ ดี อธิบดีกรมการปกครอง และอธบิ ดีกรมตำรวจหรอื ผทู้ ีไ่ ด้รบั มอบหมาย
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกถฤ้าษผฎู้ตีก้อำงหาใช้ค่าปรับสตำนากัมงทำี่นเปครณียะบกเรทรีมยกบำภรากยฤใษนฎรีกะำยะเวลาท่ีผู้มีอสำำนนกั างจำนเปครณียะบกเรทรียมกบำรกฤษฎีกำ
กำหนดแลว้ ใหถ้ อื วา่ เปน็ อันคมุ้ ผู้ตอ้ งหามใิ ห้ถกู ฟ้องร้องต่อไปในกรณีแห่งความผดิ น้นั
สถำา้นผกั ู้มงอีำนำคนณาจะกเปรรรมยี กบำเรทกียฤบษตฎาีกมำวรรคหน่ึงเหน็สำวน่ากัไมงำ่คนวครณใชะอ้กำรนรมากจำเปรกรฤยี ษบฎเทีกำียบ หรือเม่ือ
เปรียบเทยี บแล้วผู้ตอ้ งหาไม่ยอมตามที่เปรยี บเทียบ หรือยอมแลว้ แต่ไม่ชำระค่าปรับภายในระยะเวลา
สำนกั ทงี่ำผนู้มคีอณำะนการจรมเปกำรรียกบฤษเทฎียีกบำ กำหนดให้ดสำำนเนกั ินงำกนาครณฟะ้อกรงรรม้อกงำตร่อกฤไปษฎแีกลำะในกรณีน้ีหส้าำมนมกั งิใำหน้ดคำณเนะกินรกรมากรำรกฤษฎีกำ
เปรยี บเทยี บตามกสฎำนหกั มงาำนยอคณน่ื อะกกี รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๓ ตรี๖ บุคคสลำในดกั จงำะนตค้อณงเะสกียรรเงมินกเำพรกิ่มฤภษาฎษีกีอำากรตามบทบสัญำนญกั ัตงำิแนหค่งณปะรกะรมรมวกลำรกฤษฎีกำ
รษั ฎากรน้ี และบคุ คลนน้ั ยินยอมและชำระเงินเพ่ิมภาษอี ากรตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงแล้ว
ใหถ้ ือวา่ เปน็ อนั คมุ้สำบนคุ กั คงลำนนคน้ั ณมะใิ กหรต้ ร้อมงกรำบัรกผฤิดษเสฎียีกเำงนิ เพ่ิมภาษีอาสกำนรกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎราีกำ๓ จัตวา๗ ในสกำนรณกั งีทำนี่บคทณบะัญกญรรัตมิแกหำร่งกปฤรษะฎมีกวำลรษั ฎากรกำหสำนนดักใงหำ้บนคุคณคละกไปรรเมสกียำรกฤษฎีกำ
ภาษีอากร ณ ท่ีวา่ การอำเภอ รัฐมนตรีจะประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้ไปเสีย ณ สำนกั งาน
แห่งอื่นก็ได้ ในกรสณำนีเกัชง่นำนว่คานณี้กะการรรเสมียกำภรากษฤีอษาฎกีกรำนั้น ให้ถือว่าสเปำน็นกั กงาำนรสคมณบะกูรรณรม์เมก่ือำรไกดฤ้รษับฎใบีกำเสร็จรับเงิน
ซ่ึงหัวหน้าสำนักงานแหง่ น้ันได้ลงลายมือชือ่ รับเงนิ แล้ว
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๓คณเบะญกรจร๘มกเำมร่ือกมฤเีษหฎตีกุอำันควรเชอ่ื ว่ามสกีำนารกั หงำลนีกคเณลย่ีะกงกรรามรเกสำียรกภฤาษษฎีอีกาำกร ใหอ้ ธิบดี
มีอำนาจเข้าไปหรอื ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าพนกั งานสรรพากรเขา้ ไปในสถานท่ีหรือยานพาหนะใด
สำนกั เงพำื่อนคทณำกะการรรตมรกวำรจกคฤ้นษฎยีกึดำ หรืออายัดบสัญำนชกั ี งเำอนกคสณาะรกรหรมรือกำหรลกฤักษฐฎาีกนำอื่นที่เกี่ยวกับสหำนรืกัองสำันนคนณิษะฐการนรมวก่าำรกฤษฎีกำ
ส๕ำมนากั ตงรำนา ค๓ณทะวกิ รแรกม้ไกขำเพรก่ิมฤเตษิมฎโีกดำยพระราชบัญญสัตำิแนกกั ้ไงขำเนพคิ่มณเตะิมกปรรระมมกวำลรรกัษฤฎษาฎกีกรำ(ฉบับท่ี ๒๕)
พ.ศ. ๒๕๒๕
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก๖ฤมษาฎตรีกาำ ๓ ตรี เพิ่มโดยสพำรนะกั รงาำชนบคัญณญะัตกแิ รกรไ้มขกเพำรม่ิ กเตฤมิษปฎรีกะำมวลรษั ฎากร (ฉสบำบันทกั ี่ง๘ำน) คพณ.ศะ. ก๒ร๔ร๙ม๔กำรกฤษฎีกำ
๗ มาตรา ๓ จัตวา เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๘) พ.ศ.
๒๔๙๔ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๘ มาตรา ๓ เบญจ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่
สำนกั ๒ง๕ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๒ม๕กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๕ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เกย่ี วกบั ภาษีอากรทจี่ ะตอ้ งเสียได้ท่ัวราชอาณาจักร
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกในฤษจังฎหีกวำัดอ่ืนนอกจาสกำกนรกั ุงงเำทนพคมณหะการนรคมรกำใรหก้ผฤู้วษ่าฎรีกาำชการจังหวัดหสำรนือกั สงรำรนพคาณกะรกเรขรตมกมำี รกฤษฎีกำ
อำนาจเช่นเดยี วกบั อธิบดตี ามวรรคหนง่ึ สำหรบั ในเขตท้องทีจ่ ังหวัดหรือเขตนนั้
สกำานรกั ทงำำนกคาณรตะการมรวมรกรำครกหฤนษึ่งฎหีกรำือวรรคสองตส้อำงนทกั งำำในนครณะหะกวร่ารงมเกวำลรากพฤษระฎอีกาำทิตย์ขึ้นถึง
พระอาทิตยต์ ก หรอื ในระหว่างเวลาทำการของผ้ปู ระกอบกิจการนนั้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ว่าเก่ียวกับภาษีอสมาำกานตรกั รทงาำ่ีจนะ๓คตณฉ้อะ๙งกเรสบรียมรรกถดำ้าราทกบฤำัญษเปชฎ็นีีกเำภอกาษสาารต่าแงลปะรหะสลำเักทนฐกัศางเนำจน้ตาคพ่าณงนะๆักกงรซารึ่งนมเกปกำี่ยรระวกกเฤมับษินฎหหีกรรำือือสพันนนัิษกงฐาานน
สำนกั เงจำ้านหคนณา้ ะทกจ่ี ระรสม่งั กใำหรบ้ กุคฤคษลฎใีกดำที่มีหน้าท่ีรบั ผสิดำชนอกั บงำจนัดคกณาะรกแรปรลมเกปำ็นรภกฤาษษาฎไีกทำยให้เสร็จภายใสนำเนวกัลงาำทน่ีสคมณคะวกรรกร็ไมดก้ ำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงำาน๓คณสะัตกตรร๑ม๐กำเรพกื่อฤปษรฎะีกโำยชน์แห่งการสจำันดกัเกงำ็บนภคาณษะีอการรกมรกตำารมกฤปษรฎะีกมำวลรัษฎากร
การตรวจสอบและรบั รองบญั ชจี ะกระทำได้กแ็ ต่โดยบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตจากอธบิ ดี
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกบฤุคษคฎลีกทำี่จะขอใบอนุญสำานตกั จงาำกนอคณธิบะกดรีตรามมกคำรวกาฤมษใฎนีกวำรรคก่อน ต้องสเำปน็นกั ผงู้ำทนี่มคีคณุณะกสรมรบมัตกำิ รกฤษฎีกำ
และปฏิบัตติ ามระเบยี บท่อี ธบิ ดกี ำหนดโดยอนมุ ตั ิรฐั มนตรี
สบำุคนคกั งลำในดคไณด้ระกับรใรบมอกนำรุญกาฤตษดฎังีกกำล่าวแล้ว ถ้าฝส่ำานฝกัืนงรำะนเคบณียะบกทรร่ีอมธกิบำดรกีกฤำษหฎนีกดำ อธิบดีอาจ
พิจารณาสงั่ ถอนใบอนญุ าตเสยี ก็ได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกบฤทษบฎัญีกำญัติแห่งมาตรสาำนนกัี้จงะำในชค้บณังะคกับรรใมนกเขำรตกจฤังษหฎวีกัดำใด ให้อธิบดสีปำรนะกั กงาำนศคโดณยะกอรนรุมมัตกำิ รกฤษฎีกำ
รัฐมนตรี สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
การประกาศ ใหป้ ระกาศในราชกจิ จานุเบกษา
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๓ อัฏฐ๑๑ กำหนดเวลาการยนื่ แบบแสดงรายการหรอื แจ้งรายการต่าง ๆ ก็ดี
กำหนดเวลาการอสุทำนธกัรงณำน์กค็ดณี หะรกือรรกมำกหำนรกดฤเวษลฎาีกกำารเสียภาษอี าสกำนรตกั งาำมนทคี่กณำะหกนรรดมไวกใ้ำนรกปฤรษะฎมีกวำลรัษฎากรนี้
ก็ดี ถ้าผู้มีหน้าท่ีต้องปฏิบัติตามกำหนดเวลาดังกล่าวมิได้อยู่ในประเทศไทย หรือมีเหตุจำเป็นจนไม่
สำนกั สงาำนมคาณรถะจกระรปมฏกิบำรัตกิตฤาษมฎกีกำำหนดเวลาได้ สเมำนื่อกั องธำิบนดคณีพิจะการรรณมากเำหร็กนฤเปษ็นฎีกกำารสมควรจะใหสำ้ขนยักางยำหนครือณใะหก้เรลรม่ือกนำรกฤษฎีกำ
กำหนดเวลาออกไปอกี ตามความจำเปน็ แกก่ รณีกไ็ ด้
สกำำนหกั งนำดนเควณละากตร่ารงมกๆำรทกี่กฤษำหฎีกนำดไว้ในประมสวำลนรกั ัษงำฎนาคกณระนกี้ รเรมมื่อกรำัฐรกมฤนษตฎรีกีเำห็นเป็นการ
สมควร จะขยายหรอื เลื่อนกำหนดเวลานั้นออกไปอีกตามความจำเป็นแกก่ รณีกไ็ ด้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั งรำานค๓ณนะกวร๑ร๒มกผำู้ใรดกฤรู้ษอฎยีกู่แำล้วไม่อำนวยสคำวนากั มงำสนะคดณวะกกหรรรมือกขำัรดกขฤวษาฎงีกเจำ้าพนักงาน
ผู้กระทำการตามหน้าท่ีตามความในมาตรา ๓ เบญจ มีความผิดต้องระวางโทษปรบั ไม่เกินห้าพันบาท
สำนกั หงรำนอื คจณำคะกุกไรมรมเ่ กกนิ ำรหกนฤึง่ ษเฎดีกอื ำน หรอื ทัง้ ปรบั สทำนง้ั กัจงำำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส๙ำมนากั ตงรำานค๓ณฉะกเพรม่ิรโมดกยำพรรกะฤรษาฎชบีกัญำ ญัตแิ กไ้ ขเพม่ิ เสตำมิ นปกั รงะำมนวคลณรัษะกฎรารกมรก(ฉำรบกับฤทษ่ี ๑ฎี๐กำ) พ.ศ. ๒๔๙๖
๑๐ มาตรา ๓ สัตต เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๔ำน๙ค๖ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๑ มาตรา ๓ อัฏฐ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ.
๒๔๙๖ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๒ มาตรา ๓ นว เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๔ำน๙ค๖ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๖ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ ๓ ทศ๑๓ ผสู้ใำดนไกั มง่ปำนฏคิบณัตะิกตรารมมคกำำรสกั่งฤเษจฎ้าีกพำนักงานประเสมำินนกั งหำรนือคพณะนกักรงรมานกำรกฤษฎีกำ
เจ้าหน้าทต่ี ามความในมาตรา ๓ ฉ มคี วามผดิ ตอ้ งระวางโทษปรบั ไมเ่ กินห้าพนั บาท
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๓ เอกาทศ๑๔ เพ่ือประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร
สำนกั องธำนิบคดณีมีอะกำรนรามจกกำำรหกฤนษดฎใหีกำ้ผู้มหี น้าท่ีเสียภสำานษกั ีองาำกนรคณแะลกะรผรมู้ มหีกนำร้ากทฤจี่ ษา่ ฎยีกเำงนิ ไดม้ แี ละใช้เสลำขนปกั งรำะนจคำณตะัวกในรรกมากรำรกฤษฎีกำ
ปรฐั ฏมิบนัตติกรีารตามปสรำะนมกั งวำลนรคัษณฎะากกรรรมไกดำ้ตรากมฤษหฎลีกักำเกณฑ์ และวสิธำีกนากั รงำทน่ีอคธณิบะดกรีกรำมหกนำรดกฤษทฎั้งีนกำ้ี โดยอนุมัติ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกกฤาษรกฎำีกหำนดตามวรรคสหำนนกั่งึ งใำหน้ปครณะะกการศรมในกรำรากชฤกษจิ ฎจีกาำนเุ บกษา สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั งรำานค๓ณทะกวรารทมศกำ๑ร๕กฤผษู้ใฎดีกฝำ่าฝืนหรือไม่ปสำฏนิบกั งัตำิตนาคมณปะกรระรกมากศำรทกี่อฤอษกฎีกตำามความใน
มาตรา ๓ เอกาทศ ต้องระวางโทษปรับไมเ่ กนิ สองพันบาท
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๓ เตรส๑๖ ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจดั เก็บภาษี ให้อธบิ ดีมอี ำนาจ
ออกคำสั่งให้ผู้จ่าสยำเนงิกันงไำดน้พคึงณปะรกะรเรมมินกตำรากมฤมษาฎตีกรำา ๔๐ ซึ่งไม่มสีหำนนกั ้างทำนี่หคักณภะากษรีรณมกทำร่ีจก่าฤยษตฎาีกมำลักษณะ ๒
หักภาษี ณ ท่ีจ่ายตามหลักเกณฑ์ เง่ือนไข และอัตราที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ในการนี้ให้นำมาตรา
สำนกั ๕งำ๒นคมณาตะกรราร๕มก๓ำรมกาฤตษรฎาีกำ๕๔ มาตรา ๕ส๕ำนมกั างำตนรคาณ๕ะ๘กรรมมากตำรรากฤ๕ษ๙ฎีกมำาตรา ๖๐ แลสะำมนากั ตงำรนาค๖ณ๓ะกมรรามใชกำ้ รกฤษฎีกำ
บังคับโดยอนุโลมสำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๓ จตุทศ๑๗ สใำนนกกั งรำณนีคทณี่ตะ้อกงรหรักมกภำารษกีฤณษฎทีก่ีำจ่ายตามบทบสัญำนญกั ัตงิำแนหค่งณปะรกะรมรมวกลำรกฤษฎีกำ
รัษฎากร ให้ผมู้ หี นา้ ท่ีหักภาษี ณ ที่จ่าย หักภาษี ณ ทจ่ี า่ ยและนำสง่ ก่อนไม่ว่าการจ่ายเงนิ น้ันจะเกิดข้ึน
จากคำสั่งหรอื คำบสำังนคกับั งขำอนงคศณาะลกหรรรมือกตำารมกกฤฎษหฎมีกาำยหรอื เหตุอ่นื สใำดนกกั ต็ งาำนมคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตรฎาีกำ๓ ปัณรส๑๘ เสพำื่อนปกั รงะำนโยคชณนะ์ใกนรกรามรกนำรำกสฤ่งภษาฎษีกีเำงินได้หัก ณ ทส่ีจำ่านยักงตำานมคมณาตะกรราร๕มก๒ำรกฤษฎีกำ
การนำส่งภาษีเงินได้ตามมาตรา ๗๐ และมาตรา ๗๐ ทวิ และการนำส่งภาษีมูลค่าเพ่ิมตามมาตรา
๘๓/๕ และมาตรสาำน๘กั ๓งำ/น๖คณผะู้มกีหรรนม้ากทำ่ีนรกำฤสษ่งฎภีกาำษีอาจเลือกวสิธำีนนำกั สง่งำนเงคินณภะากษรรีใมหก้แำกร่กกฤรษมฎสีกรำรพากรตาม
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส๑ำ๓นมกั างตำนราคณ๓ะทกศรรเมพกิ่มำโรดกยฤพษรฎะีกรำาชบัญญัติแก้ไขสเำพนิ่มกั เงตำิมนปครณะะมกวรลรรมัษกฎำารกกรฤษ(ฉฎบีกับำที่ ๑๐) พ.ศ.
๒๔๙๖
สำนกั ๒ง๕ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๒ม๕กำรก๑๔ฤษมาฎตีกรำา ๓ เอกาทศ แสกำ้ไนขกัเพงำิ่มนเตคมิ ณโดะกยรพรรมะกราำรชกบฤัญษญฎัตีกิแำก้ไขเพ่ิมเติมปรสะมำนวกัลงรำัษนฎคาณกระก(ฉรบรมับกทำี่ รกฤษฎีกำ
พุทธศกั ราช ๒๕๒๐ส๑ำ๕นมกั างตำนรคาณ๓ะกทรวรามทกศำรเกพฤ่ิมษโฎดีกยำประกาศคณะสปำฏนิกัวัตงำิ นฉคบณับะทกี่ ร๑ร๐มกลำงรวกันฤทษ่ีฎ๗ีกำพฤศจิก ายน
๑๖ มาตรา ๓ เตรส เพ่ิมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๒ค๑ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๗ มาตรา ๓ จตุทศ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่
๑๒) พ.ศ. ๒๕๒๖ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๘ มาตรา ๓ ปัณรส เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเตมิ ประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๔๘) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๖ค๒ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๗ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หลักเกณฑ์ วิธีการ เง่ือนไข และระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวงแทนวิธีนำส่งตามท่ีบัญญัติใน
สำนกั มงาำนตคราณทะเี่กกรย่ี รวมขก้อำรงกกฤ็ไดษ้ฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งจะกำหนดระยะเวลานำส่งเงินภาษีเกินกว่าที่บัญญัติใน
มาตราทเ่ี กย่ี วข้องสแำตน่ลกั ะงำกนรคณณไี ะมก่ไรดร้ มกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตรฎาีกำ๓ โสฬส๑๙ บสรำรนดกัาหงำมนาคยณเระียกกรรหมนกำังรสกือฤแษจฎ้งีกใหำ้เสียภาษีอากรสำแนบกั บงำในบคกณำะกกับรภรมาษกำี รกฤษฎีกำ
รแาลยะงบารนรดเอากเอสกาสรหสาำรลนหกั กั ลฐงัากำนนฐหาคนณรือหะหกรรือนรหังมสนกือังำอรสก่ืนือฤใทษดี่กฎรทีกมตี่ำส้อรงรมพี จาัดกทรตำ้อหสงำรในชอื กั ้ใใงนชำ้กนตาคารณมตทะิดกี่บตรัญร่อมกญกับัตำผริใกนู้เสฤปียษรภฎะีากมษำวีอลารกัษรฎหารกือร
สำนกั บงุคำนคคลณใดะกหรรรมือกทำี่ผรกู้เสฤีษยภฎีกาำษีอากรหรือบสุคำคนลกั ใงดำนตค้อณงใะชก้ใรนรมกกาำรรตกิดฤตษ่อฎกีกำับกรมสรรพากสรำนอกั งาำจนกครณะะทกำรดร้มวยกำรกฤษฎีกำ
กระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน
กฎกระทรวง สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งให้กำหนดหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารเกี่ยวกับการจดั ทำ การส่ง
สำนกั กงาำรนรคับณะตกลรอรมดกจำนรกกาฤรษเฎกีก็บำรกั ษาท่ีเก่ียวขส้อำนงไกั วง้ดำน้วคยณซะ่ึงกตร้อรมงสกอำรดกคฤลษ้อฎงีกกำับหลกั เกณฑ์ตสาำนมกักงฎำหนคมณายะวกา่รดรม้วกยำรกฤษฎีกำ
ธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๓ สัตตรส๒๐ เพ่ือประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร
สำนกั ใงหำ้นบคุคณคะลกดรังรตม่อกำไปรกนฤ้ีเษปฎ็นีกผำู้มีหน้าที่รายงสาำนนขกั ้องมำนูลคเกณ่ียะวกกรรับมบกุคำรคกลฤทษ่ีมฎีธีกุรำกรรมลักษณะสเำฉนพกั างะำในนคปณีทะ่ีลกร่วรงมมกาำรกฤษฎีกำ
เฉพาะทอี่ ยู่ในควาสมำนคกัรองำบนคครณอะงกตรอ่ รกมรกมำรสกรฤรษพฎาีกกำรภายในเดือนสมำีนนากั คงำมนขคอณงะทกุกรปรมี กำรกฤษฎีกำ
(๑) สถาบันการเงินตามกฎหมายวา่ ดว้ ยธุรกจิ สถาบันการเงนิ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๒ฤ)ษสฎถีกาำบนั การเงินขสอำงนรกััฐงทำมี่ นีกคฎณหะกมรารยมเฉกำพรากะฤจษัดฎตีก้ังำข้ึน สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๓) ผู้ใหบ้ รกิ ารเงินอิเลก็ ทรอนกิ ส์ตามกฎหมายวา่ ด้วยระบบการชำระเงนิ
สธำรุ นกกั รงรำมนคลณักษะกณระรมเฉกพำรากะฤตษาฎมีกวำรรคหน่ึง หมาสยำนคกัวงาำมนวค่าณธะุรกกรรรมรมกำทรี่มกีลฤักษษฎีกณำะอย่างหน่ึง
อยา่ งใดในปที ล่ี ว่ งมา ดงั ตอ่ ไปนี้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ)ษฝฎาีกกำหรอื รบั โอนเงสินำนทกั กุ งบำนญั คชณรี ะวกมรกรนัมตกำ้งั รแกตฤส่ ษาฎมีกพำนั คร้งั ขึ้นไป สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๒) ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันต้ังแต่ส่ีร้อยครั้งและมียอดรวมของธุรกรรม
ฝากหรอื รับโอนเงสินำรนวกั มงำกนันคตณ้ังแะกตร่สรอมงกลำ้ารนกฤบษาฎทีกขำึ้นไป สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
รายการข้อมูลเก่ียวกับบุคคลท่ีมีธุรกรรมลักษณะเฉพาะที่ต้องรายงานตามวรรคหน่ึง
สำนกั แงลำนะควธิณีกะากรรรรามยกงำารนกฤใษหฎเ้ ปีกำน็ ไปตามที่กำหสำนนดกั ใงนำกนฎคกณระะกทรรรมวกงำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สจำำนนกั วงำนนคครณ้ังะหกรรือรยมอกำดรรกวฤมษขฎอีกงำธุรกรรมฝากสหำรนือกั รงับำนโอคณนเะงกินรตรมากมำวรรกรฤคษสฎอีกงำ ให้กำหนด
เพมิ่ ขึน้ ได้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกใหฤอ้ษธฎิบีกดำ ีมีหน้าที่ในกาสรำนเกกั บ็ งำรนกั คษณาขะก้อรมรลูมทก่ไีำดรก้รฤับษตฎาีกมำมาตราน้แี ละใสหำ้เนกกั็บงขำน้อคมณลู ดะกงั กรรลมา่ กวำรกฤษฎีกำ
ไวไ้ มเ่ กินสิบปนี ับแตว่ ันท่ีกรมสรรพากรไดร้ บั ขอ้ มูล
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๙ มาตรา ๓ โสฬส แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่
๕๓) พ.ศ. ๒๕๖๔ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๐ มาตรา ๓ สัตตรส เพ่ิมโดยพระราชบญั ญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบบั ท่ี ๔๘) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๖ค๒ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๘ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๓ อัฏฐารส๒๑ ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้มีหน้าที่รายงานผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ
สำนกั ตงาำนมคมณาตะกรราร๓มกสำรัตกตฤรษสฎีกใหำ ้อธิบดีมีอำนสาำจนสกั ั่งงใำหน้ผคู้มณีหะกนร้ารทมี่รกาำยรกงฤาษนฎปีกฏำิบัติให้ถูกต้องสภำานยกั ใงนำนระคยณะะเกวรลรามทก่ีำรกฤษฎีกำ
กำหนด
สผำู้มนีหกั งนำ้านทค่ีรณาะยกงรารนมผกู้ใำดรกไมฤ่ปษฎฏีกิบำัติตามคำสั่งขสอำงนอกัธงิบำดนีตคณามะวกรรรรมคกหำนรก่ึงฤใษหฎ้อีกธำิบดีมีอำนาจ
พิจารณามีคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองไม่เกินหน่ึงแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหน่ึงหมื่นบาท
สำนกั ตงลำนอคดณเวะลการทรมย่ี กงั ฝำร่ากฝฤืนษอฎยีกู่หำรือจนกวา่ จะสไดำน้ปกั ฏงบิำนัตคใิ หณถ้ ะูกกรตรอ้ มงกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๔ค๒ณ๒ะกใรหร้รมัฐกมำรนกตฤรษีวฎ่าีกกำารกระทรวงกสาำรนคกั ลงำังนรคักณษะากกรารรมตกาำมรกปฤรษะฎมีกวำลรัษฎากรนี้
สำนกั แงลำนะคใหณ้มะีอกรำรนมากจำแรตกฤ่งตษั้งฎเีกจำ้าพนักงานปรสะำเนมกัินงแำนลคะเณจะ้ากพรนรมักกงำารนกอฤ่ืนษโฎดีกยำประกาศในราสชำนกกัิจงจำานนคุเณบะกกษรารกมับกำรกฤษฎีกำ
ออกกฎกระทรวง
ส(ำ๑น)กั ใงหำน้ใชค้หณระือกรใรหม้ยกกำเรลกิกฤแษสฎีตกำมป์โดยกำหนสดำในหกั ้นงำำนมคาณแะลกกรเรปมลก่ียำรนกกฤับษฎแีกสำตมป์ท่ีใช้ได้
ภายในเวลาและเงื่อนไขทกี่ ำหนด แตต่ ้องใหเ้ วลาไม่นอ้ ยกวา่ หกสบิ วนั
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๒ฤ)ษกฎำีกหำ นดกจิ การอ่ืนสเำพน่ือกั ปงำฏนบิ คตัณกิ ะากรรตรมามกำปรรกะฤมษวฎลีกรำษั ฎากรนี้ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
กฎกระทรวงน้นั เมื่อไดป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว้ ให้ใช้บังคบั ได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๔ ทวิ๒๓ คนต่างด้าวผู้ใดจะเดินทางออกจากประเทศไทยต้องเสียภาษีอากร
สำนกั ทง่ีคำน้าคงณชำะรกะรรมแกลำะรหกรฤือษทฎีกี่จำะต้องชำระแมสำ้จนะกั ยงังำไนมค่ถณึงะกกำรหรมนกดำชรกำรฤะษฎหีกรำือจัดหาประกสันำนเงกั ินงำภนาคษณี อะากกรรรมใกหำ้ รกฤษฎีกำ
เสร็จส้ินตามบทบสญั ำนญกั ัตงำิแนหค่งณปะรกะรมรวมลกรำัษรกฎฤาษกฎรีกนำ้กี ่อนออกเดินทสำานงกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๔ ตรี๒๔ ให้สคำนนตกั ่างำงนดค้าณวซะก่ึงจรระมเกดำินรทกฤาษงอฎอีกำกจากประเทศสไำทนยกั งยำ่ืนนคคำณระ้อกงรตรมากมำรกฤษฎีกำ
แบบท่ีอธิบดีกำหนด เพ่ือขอรบั ใบผ่านภาษีอากรภายในกำหนดเวลาไม่เกินสิบห้าวนั ก่อนออกเดินทาง
ไม่ว่ามเี งินภาษีอาสกำรนทกั ีต่งำอ้ นงคชณำระะกหรรรมือกไมำร่ กฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
การย่ืนคำร้องตามความในวรรคก่อน ถ้าผู้ยื่นคำร้องมีภูมิลำเนาหรือพักอยู่ในเขต
สำนกั จงังำหนวคัดณพะกรระรนมคกรำหรกรฤอื ษจฎังหีกำวัดธนบุรี ให้ยสน่ื ำตนอ่กั องำธนิบคดณีหะรกือรผรมู้ทกี่ไดำรร้ กับฤมษอฎบีกหำ มาย ถ้ามีภูมสิลำำนเันกงาำหนรคอื ณพะักกอรรยมใู่ นกำรกฤษฎีกำ
เขตจงั หวัดอื่นใหย้ ืน่ ตอ่ ผูว้ า่ ราชการจงั หวัดนน้ั หรือผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมาย
สคำนนตกั ง่าำงนดค้าณวะผกู้ใรดรไมมก่ยำ่ืนรกคฤำษร้ฎอีกงขำ อรับใบผ่านภสำานษกั ีองาำนกครตณาะมกรครวมากมำใรนกวฤรษรฎคีกกำ่อนหรือยื่น
คำร้องแล้วแต่ยังไม่ได้รับใบผ่านภาษีอากร เดินทางออกจากประเทศไทยหรือพยายามเดินทางออก
สำนกั จงาำกนปคณระะเกทรศรมไทกยำรกนฤอษกฎจีกาำกจะมคี วามผิดสำตนากัมงบำนทคบณัญะญกรัตริแมหก่งำปรกรฤะษมฎวีกลำรัษฎากรนี้ ใหส้คำนนตกั ่างงำนดค้าวณผะู้นก้นัรรเมสกียำรกฤษฎีกำ
เงินเพ่ิมร้อยละ ๒ส๐ำนขกั งอำงนเคงินณภะการษรีอมากกำรรกทฤ่ีจษะฎตีก้อำงเสียทั้งส้ินอสีกำดน้วกั ยงำเนงคินณเพะกิ่มรตรามมกมำรากตฤรษาฎนีกี้ใำห้ถือเป็นค่า
ภาษีอากร
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๕๖๒ ส๒ำ๑นมกั างตำรนาค๓ณอะกัฏรฐรามรสกำเรพกิ่มฤโดษยฎพีกรำะราชบัญญัติแกส้ไำขนเกัพงิ่มำเนตคิมณประะกมรวรลมรกัษำฎรกากฤรษ(ฎฉีกบำับท่ี ๔๘) พ.ศ.
๒๒ มาตรา ๔ แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตแิ กไ้ ขเพมิ่ เติมประมวลรษั ฎากร (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๑ค๓ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๓ มาตรา ๔ ทวิ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ.
๒๕๐๒ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๔ มาตรา ๔ ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๐ค๒ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๙ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎราีกำ๔ จัตวา๒๕ บสทำนบกััญงำญนัตคิมณาะตกรรารม๔กำทรวกิฤแษลฎะีกมำาตรา ๔ ตรี ไสมำ่ในชกับ้ งังำคนับคแณกะ่คกนรรตมา่ กงำรกฤษฎีกำ
ด้าวผู้เดินทางผ่านประเทศไทย หรือเข้ามา และอยู่ในประเทศไทยช่ัวระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะ
รวมกันไมเ่ กนิ เก้าสสำิบนวกั ันงำในนคปณีภะากษรีใรดมกโดำรยกไฤมษ่มฎเี งีกนิ ำได้พงึ ประเมินสำหนรกั อืงำคนนคตณา่ ะงกดร้ารวมทกี่อำรธกบิ ฤดษีปฎรีกะำกาศกำหนด
โดยอนุมตั ิรัฐมนตรี
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
อากรทจี่ ะตอ้ งเสยี สมตำานาตมกั รงมาำานต๔ครณาเบะ๔กญรจทร๒มว๖กิ หำรใรหกือฤ้ผไษมู้รฎับ่ ถีกค้าำำไรม้อม่ งีกตใ็ าหม้อมอากตใสรบำานผกั่๔างนำตภนราคี ษณตอีระาวกกจรรรสมตอกาบำมวรแา่กบฤผบษ้ยู ทฎ่ืนีกี่อคำธำิบรด้อีกงมำหีภนาษดี
สำนกั ใงหำแ้นกค่ผณู้ยะืน่กรครำมรกอ้ ำงรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ถ้าในการตรวจสอบตามความในวรรคก่อนปรากฏว่า ผู้ย่ืนคำร้องมีเงินภาษีอากรท่ี
ต้องเสียตามมาตสรำาน๔กั งำทนวคิ ณและกะรผรู้ยม่ืนกคำรำกรฤ้อษงฎไดีก้นำ ำเงินภาษีอาสกำนรมกั งาำชนำครณะะคกรรบรถม้วกนำรแกลฤ้วษกฎ็ดีกีำหรือไม่อาจ
ชำระได้ท้ังหมดหรือได้ชำระแต่บางส่วน และผู้ยื่นคำร้องได้จัดหาผู้ค้ำประกันหรือหลักประกันที่อธิบดี
สำนกั หงรำนือคผณู้ว่าะรการชรมกกาำรรจกังฤหษวฎดั ีกหำรือผู้ท่ีได้รับมสอำบนหกั งมำานยคเณห็นะกสรมรคมกวรำรมกาฤเปษฎ็นีกปำระกันเงินค่าภสาำษนีอกั งาำกนรคนณ้ันะแกลร้วรมกก็ดำี รกฤษฎีกำ
ใหอ้ ธบิ ดหี รือผู้วา่ ราชการจังหวดั หรือผทู้ ่ีได้รับมอบหมายออกใบผ่านภาษีอากรให้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๔ ฉ๒๗ ในกรณที ี่ผู้รบั คำร้องตามมาตรา ๔ ตรี พิจารณาเหน็ ว่า ผู้ยื่นคำรอ้ งมี
สำนกั เงหำตนุผคลณสะกมรครวมรกจำระกตฤ้อษงฎเดีกินำ ทางออกจากสำปนรกั ะงเำทนศคณไทะยกรเปรม็นกกำารรกรฤีบษดฎี่กวำนและช่ัวคราวสำแนลกั ะงำผนู้ยคื่นณคะำกรร้รอมงกมำี รกฤษฎีกำ
หลักประกันหรือสหำลนักกั ทงำรนัพคยณ์อะยกู่ใรนรปมกรำะรเกทฤศษไฎทีกยำพอคุ้มค่าภาษสีอำนากักงรำทนี่คค้าณงะหกรรือรมทก่ีจำะรตก้อฤษงชฎำีกรำะ ให้อธิบดี
หรอื ผ้วู ่าราชการจงั หวดั หรอื ผ้ทู ไี่ ดร้ บั มอบหมายออกใบผ่านภาษีอากรให้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๔ สัตต๒๘ ภายใต้บังคับมาตรา ๔ อัฏฐ ใบผ่านภาษีอากรให้มีอายุใช้ได้
สิบห้าวันนับแต่วสัำนนอกั องกำนถค้ณามะีกกรารรมขกอำตรก่อฤอษาฎยีกุใำบผ่านภาษีอาสกำนรกักง่อำนนคสณ้ินะอการยรุมอกธำิบรกดฤีหษรฎือีกผำู้ว่าราชการ
จงั หวัดหรอื ผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมายจะตอ่ อายใุ ห้อีกสบิ ห้าวันก็ได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๔ อัฏฐ๒๙ คนต่างดา้ วซ่ึงมีความจำเป็นต้องเดินทางเข้าออกประเทศไทยเป็น
ปกติธรุ ะเก่ยี วกับกสำานรกัปงรำะนกคอณบะอการชรมพี กหำรรือกวฤชิษาฎชีกพี ำ จะยนื่ คำรอ้ สงตำน่อกั องธำบินคดณหี ระกอื รผรูว้ มา่ กรำารชกกฤาษรฎจีกงั ำหวัดหรือผทู้ ี่
ได้รับมอบหมาย แล้วแต่กรณี ขอให้ออกใบผ่านภาษีอากรให้ใช้เปน็ ประจำกไ็ ด้ ถา้ ผู้รบั คำร้องพิจารณา
สำนกั เงหำ็นนวค่าณคะนกตรร่ามงกดำ้ารวกผฤู้นษั้นฎมีกีคำวามจำเป็นดสังำทนี่รกั ้องงำนขคอณแะลกะรมรมีหกลำักรปกฤรษะกฎีันกำหรือหลักทรัพสยำ์อนยกั ู่ใงนำนปครณะเะทกศรรไทมกยำรกฤษฎีกำ
พอคุ้มค่าภาษีอากสรำนทกัี่คง้าำงนหครณือะทก่ีจระรมตก้อำงรชกำฤรษะฎแีกลำ้ว จะออกใบผส่าำนนกัภงาำษนีอคาณกะรกใรหร้ตมากมำรแกบฤบษทฎี่อีกำธิบดีกำหนด
สำนกั ๑ง๓ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๒ม๗กำรก๒๕ฤษมาฎตีกรำา ๔ จัตวา แก้ไสขำเนพกั ่ิมงเำตนิมคโณดยะพกรรระมรากชำกรกำหฤษนฎดแีกกำ้ไขเพ่ิมเติมประสมำวนลกั รงัษำนฎคากณระก(ฉรบรับมกทำ่ี รกฤษฎีกำ
๒๕๐๒ ส๒ำ๖นมกั างตำรนาค๔ณะเบกรญรจมกเพำิ่รมกโดฤยษพฎรีกะำราชบัญญัติแก้ไสขำเนพกั ่ิมงเำตนิมคปณระะมกวรลรมรัษกำฎรากกฤรษ(ฎฉบีกับำ ท่ี ๑๖) พ.ศ.
๒๗ มาตรา ๔ ฉ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๖) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๐ค๒ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๘ มาตรา ๔ สัตต เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ.
๒๕๐๒ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๙ มาตรา ๔ อัฏฐ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๐ค๒ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๑๐ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ก็ได้ ใบผ่านภาษีอากรเช่นว่าน้ีให้มีกำหนดเวลาใช้ได้ตามที่ระบุในใบผ่านภาษีอากรน้ัน แต่ต้องไม่เกิน
สำนกั กงวำน่าหคนณ่งึะรก้อรยรมแกปำดรสกฤบิ ษวฎนั ีกนำับแตว่ นั ออก สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงำาน๔คณนะวก๓ร๐รมคกำนรตก่าฤงษดฎ้าีกวำผู้ใดเดินทางอสอำนกกัจงาำกนปครณะะเกทรศรมไทกยำรโกดฤยษไมฎีก่มำีใบผ่านภาษี
อากร ซ่ึงต้องมีตามความในประมวลรัษฎากรน้ี ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือจำคุกไม่
สำนกั เงกำนิ นหคนณึง่ ะเกดรอื รนมกหำรรกือฤทษ้งั ฎปีกรำับท้ังจำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สคำนนตกั ง่าำงนดค้าณวผะใู้กดรพรมยกาำยรากมฤกษรฎะีกทำำการเชน่ ว่านสั้นำนตกั ้องำงนระควณาะงกโรทรษมเกชำน่ รกเดฤียษวฎกีกนั ำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๔ ทศ๓๑ ให้อสำธนิบกั ดงีหำนรคือณผะู้ซกึ่งรอรธมิบกดำรีมกอฤบษหฎมีกำายสั่งให้ดอกเบสำี้ยนแกั กง่ผำนู้ไดค้รณับะคกรืนรเมงกินำรกฤษฎีกำ
ภาษีอากรในอัตราร้อยละ ๑ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีอากรที่ได้รับคืนโดยไม่คิดทบต้น
ทัง้ นี้ ตามหลักเกณสำฑน์แกั ลงำะนเงค่อื ณนะไกขรทร่ีกมำกหำรนกดฤโษดฎยีกกำฎกระทรวง สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ดอกเบ้ียที่ให้ตามวรรคหน่ึงมิให้เกินกว่าจำนวนเงินภาษีอากรท่ีได้รับคืน และให้จ่าย
สำนกั จงาำกนเคงณนิ ะภการษรอีมากกำรรกทฤ่จี ษัดฎเีกกำ็บไดต้ ามประมสวำลนรกั ัษงำฎนาคกณระนกี้ รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกลำักษณะ ๒ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ภาษีอากรฝา่ ยสรรพากร สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
หมวด ๑
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนบกั งทำเนบคด็ ณเสะรก็จรรทมัว่ กไปำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๕ ภาษีอากรซึ่งบัญญัติไว้ในลักษณะน้ี ให้อยู่ในอำนาจหน้าที่และการ
สำนกั คงวำนบคคณมุ ขะกอรงรกมรกมำสรกรรฤพษาฎกีกรำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงำาน๖คณะใกนรกรรมณกำีทรกั้งปฤษวฎงซีกำึ่งคณะบุคคลเสปำ็นนกัผงู้มำีนหคนณ้าทะกี่แรลรมะกคำณรกะฤนษั้นฎมีกิใำช่นิติบุคคล
ให้ผู้อำนวยการหรอื ผ้จู ัดการคณะน้นั เป็นผ้รู ับผิดชอบ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงำาน๗คณะบกรรรรดมากรำารกยฤกษาฎรีกรำายงาน หรือเสอำกนสกั งาำรนอคื่นณซะกึ่งรบรรมิษกัทำรหกรฤือษหฎ้ีากงำหุ้นส่วนจด
ทะเบยี นเปน็ นิติบุคคลตอ้ งทำยน่ื น้นั ให้กรรมการหรือผู้เปน็ หนุ้ สว่ นหรอื ผ้จู ัดการเป็นผูล้ งลายมือชือ่
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๘๓๒ หมายเรียก หนังสือแจ้งให้เสียภาษีอากร หรือหนังสืออ่ืนซ่ึงมีถึงบุคคล
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๓๐ มาตรา ๔ นว เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๖) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๐ค๒ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๓๑ มาตรา ๔ ทศ แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไ้ ขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๒๕)
พ.ศ. ๒๕๒๕ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๓๒ มาตรา ๘ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๔)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๒ก๙รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๑๑ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ใดตามลักษณะนี้ ให้ส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือให้เจ้าพนักงานสรรพากรนำไปส่ง ณ
สำนกั ภงูำมนิลคำณเนะการรหมรกือำถรกิ่นฤทษี่อฎยีกู่ ำหรือสำนักงาสนำนขกัองงำบนุคคณคละกนรั้นรมในกำรระกหฤวษ่าฎงีกพำระอาทิตย์ขึ้นสำถนึงกั พงรำนะคอณาทะกิตรยร์ตมกกำรกฤษฎีกำ
หรือในเวลาทำการของบุคคลน้ัน ถ้าไม่พบผู้รับ ณ ภูมิลำเนา หรือถิ่นท่ีอยู่ หรือสำนักงานของผู้รับ จะส่ง
ให้แก่บคุ คลใดซึ่งสบำรนรกั ลงุนำนิตคิภณาวะกะรแรลมว้ กแำลรกะฤอษยฎู่หีกรำือทำงานในบ้าสนำนหกัรงือำสนำคนณักะงการนรมทกี่ปำรรากกฤฏษวฎ่าีกเำป็นของผู้รับ
น้ันกไ็ ด้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกกฤรษณฎีไีกมำ่สามารถส่งตาสมำนวกัิธงีใำนนวครณรคะกหรนรมึ่งไกดำ้รหกฤรษือฎบีกุคำคลนั้นออกไปสนำอนกกั งรำานชคอณาะณการจรมักกรำรกฤษฎีกำ
ขใหอ้ใงชบ้วุคิธคีปลิดนหั้นมาหยรสหือำนบนกั ้ัางงสนำือนทแคี่บจณุค้งะคหกลรรนรือมั้นหกมนำีชังรสก่ือฤืออษอยฎ่ืนู่ในีกแำทละ้วเแบตีย่กนรตณามี ใสกนำฎทนหกั่ีซงม่ึงำเานหยค็นวณไ่าดะดก้ง้ว่ารยรยกมณากรำรททกะี่อฤเยษบู่ฎียหีกนรำือราสษำนฎักรคงารนั้ง
สำนกั สงุดำนทค้าณยะหกรรอืรมโฆกษำรณกฤาษขอ้ฎคีกำวามยอ่ ในหนงั สสำอืนพกั งิมำพนท์คณ่จี ำะหกนรร่ามยกเปำรน็ กปฤษกตฎีิกในำท้องทีน่ ัน้ ก็ไดส้ ำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
เม่อื ไดป้ ฏิบตั ติ ามวิธดี งั กลา่ วข้างตน้ แล้ว ใหถ้ ือวา่ เปน็ อันไดร้ ับแลว้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๙๓๓ เว้นแต่จะมีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ถ้าจำเป็นต้องคำนวณเงินตรา
สำนกั ตง่าำนงคปณระะกเรทรศมกเปำร็นกฤเงษินฎตีกำราไทยเพ่ือปสฏำนิบกั ัตงำิกนาครณตะากมรรลมักกำษรณกฤะษนฎี้ีกใำห้คิดตามอัตสรำานแกั งลำกนคเปณละก่ียรนรมซก่ึงำรกฤษฎีกำ
กระทรวงการคลงั ประกาศเปน็ คราว ๆ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๙ ทวิ๓๔ เว้นแต่จะมีบัญญัติไว้เป็นอย่างอ่ืน ถ้าจะต้องตีราคาทรัพย์สินหรือ
สำนกั ปงรำนะคโยณชะนกอ์รร่นื มใกดำเปรก็นฤเษงินฎีกใำหถ้ อื ราคาหรอื สคำนา่ อกั งันำพนึงคมณใี ะนกวรนั รทมกีไ่ ดำรร้ กับฤทษรฎัพีกยำ์สินหรือประโยสำชนนกั ์นงั้นำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๑๐ เจ้าพนักงานผู้ใดโดยหน้าที่ราชการตามลักษณะนี้ ได้รู้เรื่องกิจการ
สำนกั ขงอำนงผคู้เณสะียกภรารษมีอกาำรกกรฤหษรฎือีกขำองผู้อ่ืนทเ่ี ก่ียสวำขน้อกั งงหำน้าคมณมิใะหกรน้ รำมอกอำกรแกจฤษง้ แฎกีกผ่ ำู้ใด หรือยังให้ทสำรนากับงกำันนไคปณโะดกยรวริธมีใกดำรกฤษฎีกำ
เว้นแต่จะมีอำนาจทจ่ี ะทำได้โดยชอบดว้ ยกฎหมาย
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๑๐ ทวิ๓๕ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร อธิบดีมีอำนาจเปิดเผย
สำนกั รงาำยนลคะณเะอกยี รดรดมงักตำอ่รกไปฤษนฎ้ี ีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๑)๓๖ ชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ฐานภาษีมูลค่าเพ่ิม หรือจำนวน
ภาษีมูลคา่ เพมิ่ ท่ถี สกู ำปนรกั ะงำเมนนิคณเพะมิ่ กเรตริมมขกำอรงกผฤู้ปษรฎะีกกำอบการจดทะสเบำนยี กันงนำนั้นคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๒) ช่ือผเู้ สยี ภาษอี ากรและจำนวนภาษีอากรทเี่ สีย
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๓ฤ)ษชฎอ่ืีกผำ สู้ อบบัญชี แสลำะนพกั ฤงำตนิกคาณรณะก์ขรอรมงผกู้สำรอกบฤบษัญฎีกชำีเกย่ี วกับการตสรำวนจกั สงอำนบคแณละะกรบัรรรมอกงำรกฤษฎีกำ
บัญชีตามมาตรา ส๓ำนสกัตั งตำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ทัง้ น้ี ตามระเบยี บทร่ี ัฐมนตรกี ำหนด
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๔๙๔ ส๓ำ๓นมกั างตำรนาค๙ณะแกกร้ไรขมเพกิ่มำรเตกิมฤโษดฎยีกพำระราชบัญญัติแสกำไ้ นขกัเพงิ่มำนเตคิมณปะรกะรมรวมลกรำัษรฎกาฤกษรฎ(ีกฉำบบั ท่ี ๘) พ.ศ.
๓๔ มาตรา ๙ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๘) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๔ำน๙ค๔ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๓๕ มาตรา ๑๐ ทวิ แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพิม่ เติมประมวลรษั ฎากร (ฉบบั ท่ี ๒๕)
พ.ศ. ๒๕๒๕ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๓๖ มาตรา ๑๐ ทวิ (๑) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรษั ฎากร (ฉบับท่ี
สำนกั ๓ง๐ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๓ม๔กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๑๒ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎราีกำ๑๑ เว้นแต่จสะำมนีบกั งทำบนัญคณญะัตกิหรรรมือกอำธริบกดฤษีจะฎสีก่ังำเป็นอย่างอื่นสใำหน้นกั ำงเำงนินคภณาะษกีอรรามกกรำรกฤษฎีกำ
ไปเสีย ณ ที่ว่าการอำเภอ และการเสียภาษีอากรนั้นให้ถือว่าเป็นการสมบูรณ์เมื่อได้รับใบเสร็จรับเงิน
ซ่ึงนายอำเภอไดล้ สงำลนากั ยงมำนือคชณ่อื ระบักรเงรินมแกำลร้วกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๑๑ ทวิ๓๗ ถส้าำผนู้เกั สงียำนภคาณษะีอการกรมรตกำ้อรงกกฤาษรฎขีกอำใบแทนใบเสรส็จำนทกั ี่เงจำ้านพคนณักะกงารนรมไกดำ้ รกฤษฎีกำ
ออกใหไ้ ปแลว้ ใหสข้ ำอนรกั บั งำไดน้คณณะทกว่ีร่ารกมากรำรอกำฤเภษอฎโีกดำยเสียค่าธรรมสเำนนียกั มงฉำนบคับณละะกร๕ร๐มกสำตรกางฤคษ์ฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎราีกำ๑๒๓๘ ภาษอี สาำกนรกั ซงง่ึำนตค้อณงเะสกียรหรมรือกนำรำกสฤ่งษตฎาีกมำลกั ษณะน้ีเมอื่ สถำงึ นกกั ำงหำนนคดณชำะรกะรรแมลก้วำรกฤษฎีกำ
ถ้ามิไดเ้ สยี หรอื นำส่ง ใหถ้ อื เป็นภาษอี ากรคา้ ง
สเำพน่ือกั ใงหำน้ไคดณ้รัะบกชรรำมรกะำภรกาฤษษีอฎาีกกำรค้าง ให้อธสิบำนดกัีมงีอำนำคนณาะจกสร่ัรงมยกึดำหรกรฤือษอฎาีกยำัดและขาย
ทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรบั ผิดเสียภาษีอากรหรือนำส่งภาษีอากรได้ทั่วราชอาณาจักร โดยมิต้อง
สำนกั ขงอำนใหคศ้ณาะลกอรรอมกกหำมรกายฤษยดึฎหีกำรือสั่ง อำนาจสดำังนกกั ลง่าำวนอคธณบิ ะดกจีระรมมกอำบรใกหฤร้ษอฎงีกอำธิบดีหรอื สรรพสำานกกัรงเขำนตคกณไ็ ดะ้กรรมกำรกฤษฎีกำ
ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอมี
อำนาจเช่นเดียวกสับำอนธกั ิบงำดนีตคาณมะวกรรรรคมสกอำงรภกาฤยษใฎนีกเขำตท้องท่ีจังหวสัดำหนกัรืองำอนำคเภณอะนกร้ันรมแกตำ่สรำกหฤรษับฎนีกาำยอำเภอน้ัน
จะใช้อำนาจส่ังขายทอดตลาดได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัด
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกวฤิธษีกฎารีกยำึดและขายทอสดำนตกั ลงาำดนทคณรัพะกยร์สรินมกใำหร้ปกฤฏษิบฎัตีกิตำามประมวลกสฎำหนมกั งาำยนวคิธณีพะิจการรรณมกาำรกฤษฎีกำ
ความแพง่ โดยอนสุโลำนมกั สงำ่วนนควณธิ กีะการรรอมากยำัดรใกหฤ้ปษฏฎิบีกำตั ิตามระเบยี บสทำ่อีนธกั ิบงำดนีกคำณหะนกดรรโดมยกอำรนกมุ ฤัตษริฎฐั ีกมำนตรี
เงินที่ไดจ้ ากการขายทอดตลาดดงั กล่าว ให้หักค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการยึดและ
สำนกั ขงาำยนทคณอดะกตรลรามดกำแรลกะฤเษงฎนิ ีกภำาษอี ากรคา้ ง สถำา้ นมกั ีเงงำินนเหคณลือะกใหรรค้ มืนกแำกรก่เจฤ้าษขฎอีกงำทรัพยส์ ิน สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรตามวรรคสอง ให้หมายความรวมถึงผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวก
ไมจ่ ำกดั ความรับผสดิำนในกั งหำ้านงคหณ้นุ ะสกว่ รนรมนกิตำิบรคุกฤคษลฎดีกว้ ำย๓๙ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีากำ๑๒ ทวิ๔๐ เมสื่อำนไดกั ้มงำีคนำคสณั่งะยกึดรหรรมือกอำรากยฤัดษตฎาีกมำมาตรา ๑๒ แสลำ้วนักหง้าำนมคผณู้ใดะทกำรรลมากยำรกฤษฎีกำ
ย้ายไปเสยี ซอ่ นเร้น หรือโอนไปให้แก่บคุ คลอืน่ ซึง่ ทรพั ยส์ นิ ท่ีถูกยดึ หรืออายดั ดงั กล่าว
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๑๒ ตรี๔๑ เพ่อื ประโยชน์ในการดำเนนิ การตามมาตรา ๑๒ ให้ผู้มีอำนาจตาม
สำนกั มงาำนตคราณะ๑ก๒รรหมรกอืำรสกรฤรษพฎาีกกำรจังหวัดมีอำนสาำจนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส(๑ำน)กั องอำนกคหณมะากยรเรรมียกกำผรู้ตกฤ้อษงรฎับีกผำ ิดชำระภาษีอสาำนกกัรงคำ้านงคแณละะกบรรุคมคกลำรใกดฤๆษฎทีกี่มำีเหตุอันควร
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก๓๗ฤษมาฎตีกรำา ๑๑ ทวิ เพม่ิ โสดำยนพกั รงะำรนาคชณบัญะกญรตั ริแมกกไ้ ำขรเกพฤ่ิมษเตฎิมีกปำระมวลรษั ฎากรสำพนทุ กั ธงศำกันรคาณช ะ๒ก๔ร๘รม๒กำรกฤษฎีกำ
พ.ศ. ๒๕๒๕ ส๓ำ๘นมกั างตำรนาค๑ณ๒ะกแรกร้ไมขกเำพริ่มกเฤตษิมฎโดีกยำพระราชกำหนสดำแนกกั ้ไงขำเนพค่ิมเณตะิมกปรรระมมกวำลรรกัษฤฎษาฎกีกรำ(ฉบับที่ ๑๑)
๓๙ มาตรา ๑๒ วรรคหก เพ่ิมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๒)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๒ก๖รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๔๐ มาตรา ๑๒ ทวิ เพ่ิมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๑) พ.ศ.
๒๕๒๕ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๔๑ มาตรา ๑๒ ตรี เพ่ิมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๒ค๕ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๑๓ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
เชอ่ื ว่าจะเป็นประโยชนแ์ กก่ ารจดั เก็บภาษีอากรคา้ งมาให้ถ้อยคำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๒ฤ)ษสฎี่ังกบำ ุคคลดังกล่าวสใำนนกั (ง๑ำ)นใคหณ้นะำกบรรัญมชกีำเรอกกฤสษาฎรีกหำ รือหลักฐานอส่ืนำนอกั ันงจำนำเคปณ็นะแกกรร่กมากรำรกฤษฎีกำ
จดั เกบ็ ภาษอี ากรคา้ งมาตรวจสอบ
ส(ำ๓น)กั องำอนกคคณำะสก่ังรเรปม็นกำหรนกังฤสษือฎใีกหำ้เจ้าพนักงานสสำนรกัรงพำานกครณทะำกกรรามรกตำรรวกจฤคษ้นฎีกหำรือยึดบัญชี
เอกสาร หรอื หลกั ฐานอื่นของบคุ คลดงั กล่าวใน (๑)
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกกฤาษรดฎีกำเำนินการตาม ส(๑ำน) กั หงรำนือค(ณ๒ะ)กตร้อรมงใกหำร้เวกลฤษาลฎ่วีกงำหน้าไม่น้อยกสวำ่นาเกั จง็ดำนวคันณนะับกแรตรม่วกันำรกฤษฎีกำ
ได้รับหมายเรยี กหสรำือนคกั งำำสนั่งคกณาะรกอรอรมกกคำำรสก่งั ฤแษลฎะีกทำำการตาม (๓ส) ำตน้อกั งงเำปน็นคไณปะตการมรรมะกเำบรกยี ฤบษทฎี่อีกธำบิ ดีกำหนด
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๑๓๔๒ เจ้าพสนำักนงกั างนำนผคู้ใณดฝะก่ารฝรืนมบกำทรบกัญฤษญฎัตีกิมำ าตรา ๑๐ มสีคำวนากั มงผำนิดคตณ้อะงกรระรวมากงำรกฤษฎีกำ
โทษจำคกุ ไมเ่ กนิ หน่ึงปี หรือปรบั ไม่เกินสองหมนื่ บาท หรอื ท้ังจำท้ังปรับ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
หมวด ๑ ทวิ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ คณะสกำรนรกั มงกำนารควณินะจิ กฉรรัยมภกาำษรอีกฤากษรฎ๔ีก๓ำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๑๓ ทวิ๔๔ ให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรประกอบด้วย ปลัด
สำนกั กงรำนะคทณระวกงรกรามรกคำรลกังฤเษปฎ็นีกปำระธานกรรมสำกนากั รงำอนธคิบณดะกีกรรรมมสกำรรรกพฤาษกฎรีกำอธิบดีกรมศุสลำกนากั กงำรนคอณธิบะกดรีกรมรกมำรกฤษฎีกำ
สรรพสามิต ผู้อำสนำนวกั ยงกำนาครณสำะกนรักรงมากนำรเกศฤรษษฎฐีกกำิจการคลัง เลสขำนากัธงิกำานรคคณณะกะรกรมรกรำมรกกาฤรษกฎฤีกษำ ฎีกา และ
ผทู้ รงคณุ วฒุ อิ ีกจำนวนสามคนซ่ึงรฐั มนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกใหฤษ้คฎณีกะำกรรมการแตส่ำงนตกั้ังงขำ้านรคาณชะกการรรมสกังำกรัดกกฤษระฎทีกำรวงการคลังเสปำ็นนเกั ลงำขนาคนณุกะากรรแรลมกะำรกฤษฎีกำ
ผ้ชู ว่ ยเลขานกุ าร
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๑๓ ตรี๔๕ ให้กรรมการซ่ึงรัฐมนตรีแต่งต้ังตามมาตรา ๑๓ ทวิ มีวาระอยู่ใน
สำนกั ตงำำแนหคณนง่ะคกรรรามวกลำะรสกาฤมษปฎี ีกกำรรมการซึง่ พ้นสจำนากกั งตำำนแคหณนะง่ กตรารมมวกาำรรกะฤอษาจฎไีกดำร้ ับแต่งต้ังเป็นสกำนรรักมงำกนาครณอีกะกไดรร้ มกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงำาน๑คณ๓ะจกรัตรวมาก๔ำ๖รกนฤษอฎกีกจำากการพ้นจาสกำตนำกั แงำหนนค่งณตะากมรรวมากรำะรตกาฤมษมฎาีกตำรา ๑๓ ตรี
กรรมการซึง่ รฐั มนตรแี ต่งตั้งพ้นจากตำแหนง่ เมอ่ื
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ)ษตฎาีกยำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส(๒ำน)กั ลงาำนอคอณกะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๖ก๒รรมกำรก๔๒ฤษมาฎตีกรำา ๑๓ แก้ไขเพส่ิมำเนติกัมงโดำนยคพณระะรการชรบมัญกำญรัตกิแฤกษ้ไฎขีกเพำิ่มเติมประมวลสรำัษนฎกั างกำรนค(ฉณบะับกทร่ี ร๔ม๘ก)ำรกฤษฎีกำ
พระราชกำหนดแกไ้ สข๔ำ๓เนพหกั่มิ มงเตวำดนิมปค๑รณะทะมวกวิรลครรณมษั ะกฎกำารรกกรรมฤก(ษฉาฎบรีกับวำินทิจี่ ๑ฉ๑ัยภ) าพษ.ศีอ.า๒ก๕รสำ๒มน๕ากั ตงรำาน๑ค๓ณะทกวริ รถมึงกมำารตกรฤาษ๑ฎ๓ีกำอัฏฐ เพ่ิมโดย
๔๔ มาตรา ๑๓ ทวิ เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๒ค๕ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๔๕ มาตรา ๑๓ ตรี เพ่ิมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๑) พ.ศ.
๒๕๒๕ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๔๖ มาตรา ๑๓ จัตวา เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๑) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๒ค๕ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๑๔ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๓) รัฐมนตรีให้ออก
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๔ฤ)ษเฎปีก็นำคนไรค้ วามสสามำนากัรงถำหนรคือณเสะกมรือรนมไกรำ้ครวกาฤมษสฎาีกมำารถ หรือเปน็ สบำนคุ กัคงลำลน้มคลณะะลการยรมกำรกฤษฎีกำ
(๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพพิ ากษาถงึ ที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด
ทไ่ี ด้กระทำโดยปรสะำนมกัาทงำหนรคอื ณคะวการมรผมดิกำลรหกโุฤทษษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ในกรณที ก่ี รรมการพน้ จากตำแหนง่ ก่อนวาระ ให้รัฐมนตรแี ตง่ ตง้ั ผู้อ่ืนเป็นกรรมการแทน
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกกฤรษรฎมีกกำารซึ่งได้รับแสตำ่งนตกั ั้งงตำนาคมณวระกรรครสมอกงำรอกฤยษู่ในฎีกตำำแหน่งได้เพียสงำนเทกั ่างำกนำคหณนะดกรเวรมลกาำรกฤษฎีกำ
ของผู้ซ่ึงตนแทน สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎราีกำ๑๓ เบญจ๔๗สำกนากัรงปำรนะคชณุมะคกณรระมกกรำรรมกฤกษารฎวีกนิำิจฉัยภาษอี ากสรำตน้อกั งงมำนกี ครณรมะกกรารรมมกาำรกฤษฎีกำ
ประชมุ ไม่น้อยกว่ากง่ึ หนึ่งของจำนวนกรรมการทงั้ หมดจึงเป็นองคป์ ระชุม
สถำ้านปกั งรำะนธคาณนะกกรรรรมมกกำารรกไฤมษ่อฎยีกู่ใำนท่ีประชุม ใสหำน้กกัรงรำมนกคาณระเกลรือรมกกกำรรรกมฤกษาฎรีกคำ นหนึ่งเป็น
ประธานในทปี่ ระชมุ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤตษิขฎอีกงำคณะกรรมกาสรำนใหกั ง้ถำือนเคสณียะงกขร้ารงมมกาำรกกฤกษรฎรมีกำการคนหน่ึงใหสำ้มนีเกัสงียำงนหคนณึ่งะใกนรรกมากรำรกฤษฎีกำ
ลงคะแนน ถา้ คะแนนเสียงเทา่ กัน ใหป้ ระธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มข้ึนอีกเสยี งหนึง่ เปน็ เสียงชี้ขาด
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๑๓ ฉ๔๘ ให้กรรมการในคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรเป็นเจ้าพนักงาน
สำนกั ตงาำมนคปณระะมกรวรลมกกฎำหรกมฤาษยฎอีกาำญา สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๑ค๓ณะสกัตรตรม๔๙กำรคกณฤษะกฎรีกรำมการตามมาสตำรนากั ๑งำ๓นคทณวะิ มกรอี รำมนกาำจรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ)ษกฎำีกหำนดขอบเขตในสกำนารกั ใงชำนอ้ คำนณาะจกขรอรมงเกจำ้ารพกนฤษักฎงาีกนำประเมินและพสนำนักกังงาำนนเคจณ้าหะนกร้ารทม่ี กำรกฤษฎีกำ
(๒) กำหนดหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และระยะเวลาในการตรวจสอบและประเมินภาษีอากร
ส(๓ำน)กั วงินำนจิ คฉณัยปะกัญรหรมากเกำี่ยรกวฤกษับฎภีกาำษีอากรท่กี รมสสำรนรกัพงาำกนรคขณอะคกวรารมมกเหำร็นกฤษฎีกำ
(๔) ใหค้ ำปรึกษาหรอื เสนอแนะแก่รัฐมนตรีในการจัดเกบ็ ภาษีอากร
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกกฤาษรฎกีกำำหนดตาม (๑ส)ำนแกัลงะำน(ค๒ณ) ะเกมรื่อรไมดก้รำัรบกคฤวษาฎมีกเำห็นชอบจากสคำณนักะงรำัฐนมคณนะตกรรีแรลมกะำรกฤษฎีกำ
ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาแลว้ ใหเ้ จา้ พนกั งานประเมินและพนักงานเจ้าหนา้ ท่ีปฏบิ ตั ิตาม
สคำำนวกั ินงำจิ นฉคัยณขะอกงรครณมกะำกรรกรฤมษกฎาีกรำวินิจฉัยภาษีอสาำกนรกั ตงาำนมค(ณ๓ะ)กใรหร้เมปก็นำทรก่ีสฤุดษแฎีลกำะในกรณีท่ีมี
การเปล่ียนแปลงคำวินิจฉัยในภายหลัง คำวินิจฉัยเปล่ียนแปลงน้ันมิให้มีผลใช้บังคับย้อนหลัง เว้นใน
สำนกั กงรำนณคีทณี่มะีคกรำรพมิพกาำรกกษฤาษอฎันีกถำึงท่ีสุดมีผลเปส็นำนกกั างรำเนปคลณี่ยะนกรแรปมลกงำครกำฤวษินฎิจีกฉำัย ก็ให้เจ้าพนสักำนงากั นงำปนรคะณเะมกินรหรมรกือำรกฤษฎีกำ
พนักงานเจ้าหน้าสทำนี่มกัีองำำนนคาจณดะกำเรนรมินกกำารรกตฤษามฎีคกำำพิพากษาในสสำ่วนนกั ทงำี่เนปค็นณโะทกษรยรม้อกนำหรกลฤังษไดฎ้ีเกฉำพาะบุคคล
ซ่ึงเป็นคู่ความในคดีน้ัน
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๑๓ อัฏฐ๕๐ กรรมการซ่ึงรัฐมนตรีแต่งต้ัง ซ่ึงมีส่วนได้เสียในเร่ืองใดท่ีต้อง
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๔๗ มาตรา ๑๓ เบญจ เพ่ิมโดยพระราชกำหนดแกไ้ ขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบบั ท่ี ๑๑) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๒ค๕ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๔๘ มาตรา ๑๓ ฉ เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
๒๕๒๕ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๔๙ มาตรา ๑๓ สัตต เพิ่มโดยพระราชกำหนดแกไ้ ขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๒ค๕ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๑๕ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
วนิ ิจฉยั ตามมาตรา ๑๓ สัตต (๓) จะเขา้ รว่ มประชมุ หรอื ลงมติในเร่ืองน้ันมิได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
หมวด ๒
สำนกั งำนคณะกรรมวธิกกีำรากรฤเกษ่ียฎวีกแำกภ่ าษีอากรปสรำะนเกั มงินำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ประเมิน สมำานตกั งรำานค๑ณ๔ะกภรรามษกีอำรากกฤรษปฎรีกะำเมิน คือท่ีมีรสะำนบกัุไงวำ้ในนคหณมะวกรดรนมั้นกำๆรกฤวษ่าเฎปีก็นำ ภาษีอากร
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๑๕๕๑ เว้นแต่จะมีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในหมวดต่าง ๆ แห่งลักษณะนี้
ใหใ้ ชบ้ ทบัญญัตใิ นสหำนมกั วงดำนนค้บี ณังคะับกรแรกม่กกาำรรภกฤาษษฎีอีกากำ รประเมนิ ทุกสปำนระกั เงภำนทคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๑๖๕๒ “เจ้าสพำนนกัักงงำานนคปณระะกเรมรมินก”ำรหกมฤาษยฎคีกวำามว่า บุคคลสหำนรือกั งคำณนคะณบะุคกครลรมซกึ่งำรกฤษฎีกำ
รฐั มนตรีแตง่ ตั้ง สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สว่ น ๑ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ การยืน่ สรำานยกั กงำานรคแณละะกกรารรมเสกียำรภกาฤษษอี ฎาีกกำร
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎราีกำ๑๗ การย่ืนรสาำยนกกั างรำนใคหณย้ ะ่ืนกภรารมยใกนำรเวกลฤาษทฎก่ีีกำำหนดไวใ้ นหมสวำดนวกั ่างดำ้วนยคภณาะษกีอรรามกกรำรกฤษฎีกำ
ตา่ ง ๆ และตามแบบแสดงรายการท่ีอธบิ ดีกำหนด
สถำ้านอกั ธงิบำนดคีตณ้อะงกกรารรมรกาำยรกงฤานษฎปีกรำะจำปี หรือบัญสำชนีงกั บงำดนุลคณหะรกือรบรัญมกชำีอรก่ืนฤๆษฎปีกรำะกอบแบบ
แสดงรายการใด ก็ให้สั่งเรียกได้ กับให้อธิบดีมีอำนาจสั่งผู้ต้องเสียภาษีอากรให้มีสมุดบัญชีพิเศษ
สำนกั แงลำนะคใหณ้กะกรรอรกมขก้อำครกวฤาษมฎทีกี่ตำ้องการลงในสสมำนุดกับงัญำนชคีนณ้ันะไกดร้ รเมพก่ือำสระกดฤษวกฎแีกำก่การคำนวณเสงำินนภักงาำษนีอคาณกะรกทรี่ตรม้อกงำรกฤษฎีกำ
เสียตามลักษณะนี้ เมือ่ อธิบดมี คี ำสง่ั ตามที่ว่ามาน้ี ผู้ยนื่ รายการหรอื ผตู้ อ้ งเสียภาษีอากรตอ้ งปฏบิ ตั ิตาม
สเำพนอื่ กั ปงรำนะคโยณชะนกใ์รนรมกการำรจกดั ฤเกษ็บฎีกภำาษอี ากร สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๑) ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งบุคคลเป็นการทั่วไปให้มีบัญชีพิเศษ
สำนกั แงลำนะคใหณ้กะรกอรรกมขก้อำครวกาฤมษทฎ่ตีีก้อำ งการลงในบญัสำชนนีกั น้ังำนคคำณส่ังะเกชร่นรมวา่กนำร้ใี กหฤป้ ษรฎะีกกำาศในราชกิจจสาำนนุเกับงกำษนคาณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส(๒ำน)กั ใงหำ้อนธคิบณดะีมกรีอรำมนกาำจรกกำฤหษนฎดีกใำห้ผู้ยน่ื รายกาสรหำนรกัืองผำู้ตน้อคงณเสะกียรภรามษกีอำรากกฤรษจฎัดีกทำำบัญชีงบดุล
หรือบัญชีอ่ืน ๆ แสดงรายการหรือแจ้งข้อความใด ๆ และย่ืนต่อเจ้าพนักงานประเมินพร้อมกับการย่ืน
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๕๐ มาตรา ๑๓ อัฏฐ เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๑) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๒ค๕ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๕๑ มาตรา ๑๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๘)
พ.ศ. ๒๕๐๔ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๕๒ มาตรา ๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๐ก๒รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๑๖ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
รายการตามแบบแสดงรายการท่ีอธิบดีกำหนด๕๓
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๑๘ รายการท่ีย่ืนเพ่ือเสียภาษีอากรน้ัน ให้อำเภอหรือเจ้าพนักงานประเมิน
เป็นผู้ประเมินตาสมำทน่ีกกั ำงำหนนคดณไะวก้ใรนรหมมกวำรดกภฤาษษฎีอีกาำกรนั้น ๆ แลสะำเนมกัื่องไำดน้ปครณะะเกมรินรมแกลำ้วรกใหฤษ้แฎจีก้งจำ ำนวนภาษี
อากรทป่ี ระเมินไปยังผูต้ อ้ งเสยี ภาษอี ากร ในกรณีน้จี ะอุทธรณ์การประเมนิ กไ็ ด้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกในฤษกฎรณีกำีที่ผู้ต้องเสียภสาำษนีอกั างกำนรคถณึงแะกกร่ครวมากมำตรกาฤยษเสฎียีกกำ่อนได้รับแจ้งสจำำนนกั วงนำนภคาณษะีอการกรมรกทำ่ี รกฤษฎีกำ
ไปปรยะังเมทินายใาหท้อหำรเือภผสอำู้อหนืน่ รกั ทืองีค่ำเจนร้าคอพณบนคะกักรรองรางมนทกปรำัพรรกะยฤเ์มมษรินฎดแีกกจำ้งแจลำว้ นแวตนก่ ภรณาษีส๕ีอ๔ำนากักงรำทน่ีปคณระะเกมรินรมไปกยำรังกผฤู้จษัดฎกีกาำรมรดกหรือ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกถฤ้าษเมฎ่ือีกปำ ระเมินแล้วไสมำน่ตกั้องงำเนรคียณกะเกกร็บรหมรกือำรเกรฤียษกฎคีกืนำภาษีอากร กสาำรนแกั จง้งำจนำคนณวะนกรภรามษกีำรกฤษฎีกำ
อากรเป็นอันงดไม่ต้องกระทำ แต่อำเภอหรือเจ้าพนักงานประเมินยังคงดำเนินการตามมาตรา ๑๙
มาตรา ๒๐ และมสาำตนรกั างำ๒น๑คณไะดก้๕ร๕รมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
การประเมนิ ตามวรรคหนงึ่ และวรรคสอง ให้นำมาตรา ๒๗ มาใชบ้ งั คับโดยอนุโลม๕๖
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๑๘ ทวิ๕๗ ในกรณีจำเป็นเพื่อรักษาประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร
เจ้าพนักงานประสเำมนินกั งมำีอนำคนณาะจกทรร่ีจมะกปำรระกฤเมษินฎเีกรำียกเก็บภาษีจสาำกนผกั ู้ตงำ้อนงคเสณียะภกรารษมีกก่อำรนกถฤึงษกฎำีกหำนดเวลาย่ืน
รายการได้ เมื่อได้ประเมินแล้วให้แจ้งจำนวนภาษีที่ต้องเสียไปยังผู้ต้องเสียภาษีและให้ผู้ต้องเสียภาษี
สำนกั ชงำำรนะคภณาะษกภีรรามยกในำรเกจฤด็ ษวฎันีกนำับแต่วันได้รับสแำจนง้ กักงาำรนปครณะะเมกรนิ รมในกำกรรกณฤษนี ฎี้จีกะำอทุ ธรณก์ ารปรสะำนเมกั ินงำกน็ไดคณ้ ะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สภำานษกั งีทำี่ปนรคะณเะมกินรเรรมียกกำรเกก็บฤษตฎาีกมำความในวรรคสกำน่อกันงใำหน้ถคือณเะปก็นรเรคมรกดำริตกขฤอษงฎผีกู้ตำ้องเสียภาษี
ในการคำนวณภาษี
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกในฤษกฎารีกใำช้อำนาจตามสคำวนากั มงใำนนคมณาตะกรารรนม้ีเจกำ้ารพกนฤักษงฎาีกนำประเมินจะสสั่งำในหกั้ยงื่นำนราคยณกะากรรตรมามกำรกฤษฎีกำ
แบบทีอ่ ธบิ ดกี ำหนดด้วยก็ได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๑๘ ตรี๕๘ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๘ ทวิ ในกรณีเจ้าพนักงานประเมินได้
สำนกั ปงรำนะคเมณินะใกหร้เรสมียกภำรากษฤี ษบฎุคีกคำลผู้มีหน้าท่ีเสสียำภนากั ษงำีจนะคตณ้อะงกชรำรรมะกภำารกษฤีนษ้ันฎพีกรำ้อมทั้งเบ้ียปรสับำแนลักะงเำงนินคเณพะิ่มกตรารมมทกำ่ี รกฤษฎีกำ
บัญญัติไว้ในหมวดน้ี ภายในสามสิบวันนบั แตว่ นั ไดร้ บั แจง้ การประเมนิ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส๕ำ๓นมกั างตำนราคณ๑ะ๗กวรรรมรคกสำรากมฤแษกฎ้ไีกขำเพิ่มเติมโดยพรสะำรนากั ชงบำนัญคญณัตะิแกกร้ไรขมเกพำิ่มรเกตฤิมษปฎรีกะำมวลรัษฎากร
(ฉบับที่ ๒๕) พ.ศ. ๒๕๒๕
สำนกั พงุทำนธศคกัณระากชร๒รม๔ก๘ำ๓รก๕๔ฤษมาฎตีกรำา ๑๘ วรรคสอสงำนเพกั ิ่มงำโนดยคพณระะกรรารชมบกัญำรญกัตฤิแษกฎ้ไีกขำเพ่ิมเติมประมวสลำรนัษกั ฎงาำกนรคณ(ฉะบกับรทรม่ี ๒ก)ำรกฤษฎีกำ
พุทธศกั ราช ๒๔๘๓ส๕ำ๕นมกั างตำรนาค๑ณ๘ะกวรรรรมคกสำารมกฤเพษ่ิฎมโีกดำยพระราชบัญญสำัตนิแกั กง้ไำขนเพคิ่มณเะตกิมรปรรมะกมำวรลกรฤัษษฎฎาีกกำร (ฉบับที่ ๒)
๕๖ มาตรา ๑๘ วรรคสี่ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัตแิ ก้ไขเพมิ่ เติมประมวลรษั ฎากร (ฉบับท่ี
สำนกั ๒ง๕ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๒ม๕กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๕๗ มาตรา ๑๘ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ.
๒๔๙๗ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๕๘ มาตรา ๑๘ ตรี เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๒ค๗ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๑๗ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๑๙๕๙ เว้นแต่จะมีบทบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น กรณีที่เจ้าพนักงานประเมิน
สำนกั มงีเำหนตคณุอันะกครวรรมเกชำื่อรกว่ฤาษผฎู้ใีกดำแสดงรายกาสรำตนากั มงแำนบคบณทะี่ยกื่นรรไมมก่ถำูกรตกฤ้อษงฎตีกาำมความจริงหรสือำนไมกั ่บงำรนิบคูรณณะก์ใหรร้เมจก้าำรกฤษฎีกำ
พนักงานประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกผู้ยื่นรายการนั้นมาไต่สวน และออกหมายเรียกพยานกับส่ัง
ให้ผู้ยื่นรายการหสรำือนพกั ยงาำนนคนณ้ันะนกำรบรมัญกชำีรเกอฤกษสฎาีกรำหรือหลักฐานสอำนื่นกั องันำนคควณรแะกกร่เรร่ือมงกมำรากแฤสษดฎงีกไดำ้ แต่ต้องให้
เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วันส่งหมาย ท้ังน้ี การออกหมายเรียกดังกล่าวจะต้องกระทำ
สำนกั ภงาำนยคในณเะวกลรารสมอกงำปรกี นฤบัษฎแีตกำว่ ันทไี่ ด้ย่ืนรายสกำานรกั ไงมำน่ว่าคกณาะรกยรน่ื รมรากยำรกกาฤรษนฎนั้ ีกจำะได้กระทำภาสยำในนกั เงวำลนาคทณี่กะฎกหรรมมากยำรกฤษฎีกำ
เกวำ้นหแนตด่กหรณรือีปเวรลาากสทฏำ่ีรนหัฐกัลมงักนำนฐตาครนณีหหะรกรือรืออรมธมีเิบกหดำตรีขุกอยฤันาษคยฎหวีกรรำสืองเลสื่อัยนวอ่าผอู้ยก่ืนไปรสหาำนยรือกักงไามำรน่ มคทีเณจั้งตะนกน้ี รแารลหม้วลกแีำกตรเก่วลัฤน่ียษใงดฎภจีกาะำษเปีอ็นากวันรหหรลือัง
สำนกั เงปำ็นนกคณรณะกีจรำรเมปก็นำเรพกฤ่ือษปฎรีกะำโยชน์ในการคสืนำนภกั างษำีนอาคกณระกอรธริบมกดำีจระกอฤนษุมฎีักตำิให้ขยายเวลากสำานรกัองอำกนหคณมาะยกรเรรียมกกำรกฤษฎีกำ
ดังกล่าวเกินกว่าสองปีก็ได้ แต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ได้ยื่นรายการ แต่กรณีขยายเวลาเพื่อ
ประโยชนใ์ นการคสืนำนภกัางษำอีนาคกณระใกหรข้ รยมากยำรไดกไ้ฤมษ่เฎกีกินำกำหนดเวลาตสาำมนทกั ง่ีมำสีนิทคธณิขะอกครรืนมภกาำษรกีอฤาษกฎรีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๒๐๖๐ เมื่อไสดำ้จนัดกั กงาำนรตคณามะมกรารตมรกาำร๑ก๙ฤษแฎลีกะำทราบข้อควาสมำแนลกั ้วงำเนจค้าณพะนกักรรงมานกำรกฤษฎีกำ
ประเมินมีอำนาจท่ีจะแก้จำนวนเงินท่ีประเมินหรือท่ียื่นรายการไว้เดิมโดยอาศัยพยานหลักฐานที่
ปรากฏ และแจง้ จสำำนนวกั นงเำงนนิ คทณี่ตะ้อกงรชรำมรกะำอรีกกไฤปษยฎังีกผำู้ต้องเสยี ภาษีอสาำกนรกั งใำนนกครณณะีนกจี้รระมอกทุ ำธรรกณฤษ์กฎารีกปำระเมนิ ก็ได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎราีกำ๒๑๖๑ ถ้าผู้ตส้อำงนเกัสงียำภนาคษณีอะากกรรรมไมก่ปำรฏกิบฤตัษิตฎีกามำ หมายหรอื คำสสำั่นงขกั องำงนเจค้าณพะนกักรรงมากนำรกฤษฎีกำ
ประเมินตามมาตสรำาน๑กั ง๙ำนหครณือะไกมร่ยรมอกมำตรอกบฤษคฎำีกถำามเม่ือซักถามสำโนดกั ยงไำมน่มคีเณหะตกุผรลรมอกันำสรกมฤคษวฎรีกเำจ้าพนักงาน
ประเมินมีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้องและแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระไปยัง
สำนกั ผงตู้ำน้อคงเณสะียกภรารษมกีอำารกกรฤษในฎกีกรำณีนหี้ า้ มมิให้อสำทุ นธกั รงณำน์กคาณรปะกรระรเมมินกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงำาน๒ค๒ณ๖ะก๒รรใมนกกำารรกปฤรษะฎเีกมำินตามมาตราส๒ำน๐กั งหำนรือคณมาะตกรรราม๒กำ๑รกผฤู้ตษ้อฎงีกเำสียภาษีต้อง
รบั ผิดเสียเบ้ียปรับหนึง่ เท่าของจำนวนเงินภาษีที่ตอ้ งชำระอีก
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๒๓๖๓ ผู้ใดไม่ยื่นรายการให้อำเภอหรือเจ้าพนักงานประเมิน แล้วแต่กรณี
มีอำนาจออกหมาสยำนเรกั ียงำกนตคัวณผะู้นกั้นรรมมากไตำร่สกวฤนษฎแีกลำะออกหมายเสรำียนกกั พงำยนาคนณกะับกสรั่งรใมหก้ผำรู้ทก่ีไฤมษ่ยฎ่ืนีกรำายการหรือ
พยานนัน้ นำบัญชีหรือพยานหลักฐานอนื่ อนั ควรแก่เรื่องมาแสดงได้ แต่ต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า
สำนกั เงจำ็ดนวคนั ณนะับกแรรตมว่ กนั ำสรก่งหฤษมฎายีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๓ก๔รรมกำรก๕๙ฤษมาฎตีกรำา ๑๙ แก้ไขเพส่ิมำเนตกั ิมงโำดนยคพณระะรการชรกมำกหำนรกดฤแษกฎ้ไขีกเำพิ่มเติมประมวลสรำัษนฎกั างกำรนค(ฉณบะับกทร่ี ร๑ม๖ก)ำรกฤษฎีกำ
๒๔๙๔ ส๖ำ๐นมกั างตำรนาค๒ณ๐ะกแรกรไ้ มขกเพำิม่รกเตฤมิ ษโฎดยีกพำระราชบญั ญตั ิแสกำนไ้ ขกั เงพำ่ิมนเคตณิมปะรกะรมรวมลกรำัษรฎกฤากษรฎ(ีกฉำบับท่ี ๘) พ.ศ.
๖๑ มาตรา ๒๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๖)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๐ก๒รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๖๒ มาตรา ๒๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๕)
พ.ศ. ๒๕๒๕ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๖๓ มาตรา ๒๓ แก้ไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพิม่ เตมิ ประมวลรษั ฎากร (ฉบับที่ ๘) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๔ำน๙ค๔ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๑๘ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๒๔๖๔ เมื่อได้จัดการตามมาตรา ๒๓ และทราบขอ้ ความแล้ว อำเภอหรือเจ้า
สำนกั พงนำนักคงณานะกปรรระมเกมำินรกแฤลษ้วฎแีกตำ่กรณี มีอำนาสจำปนกรั ะงำเนมคินณเงะินกภรรามษกีอำารกกรฤษแฎลีกะำแจ้งจำนวนภาสษำนีอกั างกำรนทค่ีตณ้อะกงชรรำมรกะำรกฤษฎีกำ
ไปยงั ผตู้ ้องเสียภาษอี ากร ในกรณีนี้จะอทุ ธรณก์ ารประเมนิ ก็ได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๒๕๖๕ ถ้าผู้ได้รับหมายหรือคำส่ังของอำเภอหรือเจ้าพนักงานประเมิน
สำนกั แงลำน้วคแณตะ่กกรรณรมี กไมำร่ปกฏฤษิบฎัตีกิตำามหมายหรือสำคนำกั สงั่ำงนขคอณงอะกำรเรภมอกหำรรกือฤเษจฎ้าีกพำนักงานประเมสำินนตกั างำมนมคาณตะรการร๒ม๓กำรกฤษฎีกำ
หปรระือเไมมินย่ เองินมภตอาษบีอคสาำำกถนรากัตมงาเำมมนท่ือค่ีรซณู้เักหะถก็นารวรม่ามโถดกูกำยตรไกม้อฤง่มษเีแหฎลีกตะำุผแลจอ้งจันำสนมวคนวภราสษอำนำีอเกัาภงกอำรนหไปครณยือังเะจผก้าู้ตรพร้อมนงกเักสำงียรากภนฤาปษษรฎีอะีกาเำกมรนิ ใมนีอกำรนณาีนจี้
สำนกั หง้าำนมคมณิใหะอ้กทุรรธมรกณำร์กกาฤรษปฎรีกะำเมิน สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงำาน๒คณ๖ะ๖ก๖รรเมวก้นำแรกตฤ่จษะฎบีกัญำญัติไว้เป็นอยสำ่านงกัองื่นำในนคลณักะษกรณรมะกนำี้ รใกนฤกษาฎรีกปำระเมินตาม
มาตรา ๒๔ หรือมาตรา ๒๕ ผู้ต้องเสียภาษีต้องรบั ผดิ เสียเบีย้ ปรบั อกี สองเท่าของจำนวนเงินภาษีทตี่ ้อง
สำนกั ชงำำรนะคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๒ค๗ณ๖ะ๗กรรบมุคกคำลรกใดฤษไมฎ่เีกสำียหรือนำส่งภสาำษนีภกั างำยนในคณกำะหกรนรดมเกวำลรากตฤาษมฎทีก่ีำบัญญัติไว้ใน
หมวดต่าง ๆ แห่งลักษณะนี้เก่ียวกับภาษีอากรประเมิน ให้เสียเงินเพ่ิมอีกร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือนหรือ
สำนกั เงศำษนขคอณงะเกดรอื รนมขกอำรงกเงฤินษภฎาีกษำที ่ีต้องเสยี หรสือำนนำกั สงง่ำโนดคยณไมะกร่ รวรมมเกบำย้ี รปกรฤับษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สใำนนกกั รงณำนีอคธณิบะดกีอรนรมุมกัตำิใรหก้ขฤยษาฎยีกกำำหนดเวลาชสำำรนะกั หงรำืนอคนณำสะ่กงภรรามษกีแำลรกะฤไดษ้มฎีกีกาำรชำระหรือ
นำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาท่ีขยายให้นั้น เงินเพ่ิมตามวรรคหน่ึงให้ลดลงเหลือร้อยละ ๐.๗๕ ต่อ
สำนกั เงดำือนนคหณระอื กเรศรษมขกำอรงกเดฤษอื ฎนีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
การคำนวณเงินเพิ่มตามวรรคหน่ึงและวรรคสอง ให้เริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดเวลาการ
ยื่นรายการหรือนสำำสน่งกั ภงาำนษคีจณนะถกึงรวรันมชกำำรรกะฤหษรฎือีกนำำส่งภาษี แต่เสงำนิ นเกัพง่ิมำทนค่ีคณำนะกวรณรไมดก้มำริใหกฤ้เกษินฎจีกำำนวนภาษีท่ี
ต้องเสียหรอื นำสง่ ไม่ว่าภาษีท่ีต้องเสียหรือนำส่งนั้นจะเกิดจากการประเมินหรือคำสั่งของเจ้าพนกั งาน
สำนกั หงรำนอื คคณำวะนิกรจิ รฉมัยกอำุทรกธฤรษณฎ์หีกรำือคำพพิ ากษาสขำอนงกั ศงาำนลคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๒ค๗ณทะกวริ๖ร๘มกเบำรี้ยกปฤรษับฎตีกาำมมาตรา ๒๒ แสลำนะกัมงาำตนรคาณ๒ะ๖กรแรลมะกเำงรินกเฤพษ่ิมฎตีกาำมมาตรา ๒๗
ให้ถอื เปน็ เงินภาษี
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกเบฤี้ยษปฎีกรำับตามวรรคหสนำ่ึงนอกั างจำนงดคหณระืกอรลรดมลกงำไรดก้ตฤษามฎีกระำ เบียบที่อธิบดสำีกนำกั หงนำนดคโณดะยกอรนรุมมกัตำิ รกฤษฎีกำ
รฐั มนตรี ระเบยี บสดำงันกกั ลง่าำนวคนณีใ้ หะป้กรรระมกกาำศรใกนฤรษาฎชีกกำจิ จานุเบกษา สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั ๒ง๔ำน๘ค๒ณะกรรมกำรก๖๔ฤษมาฎตีกรำา ๒๔ แก้ไขเพสิ่มำเนตกัิมงโำดนยคพณระะรการชรบมัญกำญรักติฤแษก้ไฎขีกเพำ ่ิมเติมประมวลสรำัษนฎกั างกำนร คพณุทะธกศรักรรมากชำรกฤษฎีกำ
พ.ศ. ๒๕๐๒ ส๖ำ๕นมกั างตำรนาค๒ณ๕ะกแรกร้ไมขกเำพร่ิมกเฤตษิมฎโดีกยำพระราชบัญญสัตำิแนกกั้ไขงำเพน่ิมคเณตะิมกปรรระมมกวำลรรกัษฤฎษาฎกีกรำ(ฉบับที่ ๑๖)
๖๖ มาตรา ๒๖ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๕)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๒ก๕รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๖๗ มาตรา ๒๗ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๓)
พ.ศ. ๒๕๒๗ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๖๘ มาตรา ๒๗ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๒๕) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๒ค๕ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๑๙ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๒๗ ตรี๖๙ เวส้นำนแกั ตง่จำนะมคณีบทะกบรัญรมญกัตำริไกวฤ้เปษ็นฎีกอำย่างอื่น การขสอำคนืนกั ภงำานษคีอณาะกกรรแรมลกะำรกฤษฎีกำ
ภาษีที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย และนำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ควรต้องเสียภาษีหรือท่ีไม่มีหน้าที่
ต้องเสีย ให้ผู้มีสิทสำธนิขกั องคำนืนคยณ่ืนะคกำรรร้อมงกขำอรกคฤืนษภฎาีกยำในสามปีนับแสตำน่วันกั งสำุดนทค้าณยะแกหรร่งมกกำำหรนกฤดษเวฎลีกาำย่ืนรายการ
ภาษีตามท่ีกฎหมายกำหนด เว้นแต่
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤษ) ฎในีกกำ รณีผู้มีสิทธิขสอำนคกัืนงไำดน้ยคื่นณระกายรรกมากรำเรมก่ือฤพษ้นฎีกเวำลาที่กฎหมายสำกนำกั หงำนนดคหณระือกไรดร้มยกื่นำรกฤษฎีกำ
ภราายยกในาสรภามาปยนีในับเแวสตลำว่นานัทกั ทงี่รำัี่ไฐนดมคย้ นณืน่ ตะรรกาีหรยรกรมือากรอำธรกิบฤดษีขฎยีกาำยหรือเล่ือนอสอำนกกัไปงำนใหคณ้ผู้มะกีสริทรมธิขกำอรคกืนฤษยฎื่นีกคำำร้องขอคืน
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๒ฤ)ษใฎนีกกำรณีผู้มีสิทธิขสอำคนืนกั องำุทนธครณณะ์กการรรมปกรำะรเกมฤินษตฎาีกมำหมวดน้ีหรือเปสำ็นนคกั ดงำีในนคศณาละกใรหร้ผมู้มกำี รกฤษฎีกำ
สิทธิขอคืนย่ืนคำร้องขอคืนภายในสามปีนับแต่วันท่ีได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินเป็น
หนังสอื หรอื นบั แตส่วำนนั กัทงีม่ ำนีคคำพณิพะการกรษมากถำงึรทกฤ่ีสษุดฎแีกลำว้ แตก่ รณี สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
คำร้องขอคืนตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามแบบท่ีอธิบดีกำหนด และให้ผู้มีสิทธิขอคืน
สำนกั ยง่ืนำนคคำณร้อะกงขรรอมคกืนำรณกฤษทฎี่วีก่าำการอำเภอท้อสงำทน่ีทกั งี่ผำู้มนีสคิทณธะิขกรอรคมืนกมำรีภกูมฤิลษำฎเีกนำาหรือ ณ สถาสนำนทกั ่ีองื่นำนตคาณมะทก่ีอรธริบมกดำี รกฤษฎีกำ
กำหนด สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๒๗ จัตวา๗๐ เพ่ือประโยชน์ในการคืนภาษีอากรตามบทบัญญัติแห่งประมวล
สำนกั รงษั ำนฎคาณกระกเรจร้ามพกนำรักกงฤาษนฎปีกรำะเมินอาจส่งหสนำงันสกั อืงำแนจคง้ ณควะกามรรแมกก่ผำู้มรกีสฤิทษธฎิขีกอำคนื หรือบคุ คลสอำ่ืนนทกั ง่ีเกำน่ียควณข้อะกงมรรามใหกำ้ รกฤษฎีกำ
ถอ้ ยคำ หรอื สง่ เอสกำสนากั รงหำนรอืคหณละกกั รฐรามนกอำันรกคฤวษรฎแีกกำ่เรือ่ งเพ่ือประกสอำนบกั กงาำรนพคิจณาะรกณรรามไดกำ้ตรากมฤทษ่เีฎหีก็นำสมควร
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคสณ่วนะก๒รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
การอทุ ธรณ์
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎราีกำ๒๘ การอุทธสรำณนกัน์ งนั้ ำนใคหณอ้ ะทุ กธรรรณมกต์ ำารมกแฤบษบฎีกทำ่อี ธิบดีกำหนดสำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๒ค๙ณะใกนรกรมารกอำรุทกธฤรษณฎ์กีกาำรประเมินภาษสีอำนากกั รงำทนี่อคำณเภะอกมรรหี มนก้าำทรก่ีปฤรษะฎเมีกินำ ให้อุทธรณ์
ไดต้ ามเกณฑ์และวิธกี ารดงั ต่อไปนี้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ)ษฎใหีก้อำุทธรณ์การปสรำะนเกัมงินำนขคอณงอะำกเรภรมอกตำ่อรเกจฤ้าษพฎนีกักำงานประเมินสภำานยกั ใงนำนกคำณหะนกดรร๑ม๕กำรกฤษฎีกำ
วนั นบั แต่วนั ไดร้ บัสำแนจกั ง้ งกำานรคปณระะกเมรรนิ มกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๒)๗๑ เว้นแต่ในกรณีห้ามอุทธรณ์ตามความในมาตรา ๒๑ หรือมาตรา ๒๕ ให้อุทธรณ์
สำนกั กงาำนรปคณระะเกมรินรมขกอำงรเกจฤ้าษพฎนีกักำงานประเมินสตำ่อนผกั ู้วงำ่านรคาชณกะการรรจมังกหำวรัดกภฤษาฎยีกในำกำหนดสิบหส้าำวนันกั นงำับนแคตณ่วะันกไรดร้รมับกำรกฤษฎีกำ
แจง้ คำวินจิ ฉยั อทุ ธรณ์ หรือรบั แจง้ การประเมินตามความในมาตรา ๑๘ ทวิ มาตรา ๒๐ หรือ มาตรา ๒๔
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๖๙ มาตรา ๒๗ ตรี เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๓ค๔ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๗๐ มาตรา ๒๗ จตั วา เพ่ิมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ.
๒๕๓๔ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๗๑ มาตรา ๒๙ (๒) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่
สำนกั ๑ง๒ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๔ร๙ม๗กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๒๐ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๓) เว้นแต่ในกรณีห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา ๓๓ ให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของ
สำนกั ขงา้ำหนคลณวงะปกรระรมจกำำจรังกหฤวษัดฎตีกอ่ ำศาลภายในกำสหำนนกั ดงำ๑น๕คณวะันกรนรบัมแกตำรว่ กนั ฤทษี่ไฎดีก้รำับแจง้ คำวนิ ิจฉสยั ำนอกัทุ งธำรนณค์ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงำาน๓คณ๐ะ๗ก๒รรใมนกกำรากรฤอษุทฎธีกรำณ์การประเมสินำภนกัางษำีอนาคกณระทกีร่อรำมเกภำอรไกมฤ่มษีหฎีกนำ้าที่ประเมิน
ให้อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน โดยให้อุทธรณ์ตามเกณฑ์
สำนกั แงลำนะควธิณีกะากรรดรมงั ตกอ่ำรไกปฤนษี้ ฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส(๑ำน)กั เ(งวกำน้)นแถคต้าณเใ่ จะนก้ากรพรรนณมักกหี งำ้าารมนกอฤปษุทระฎธเรีกมณำินต์ ผาู้ทมำมกาาตรรปาระส๒ำเม๑นินกั หงมำรีสนอื ำคมนณาักตะงกรารานรอ๒มยก๕ู่ใำนรกเขฤตษจฎังีกหำวัดพระนคร
สำนกั หงรำนือคจณังหะกวรัดรธมนกบำรุรกี ฤใหษฎ้อีกุทำธรณ์ต่อคณะสกำรนรกั มงกำนาครณพะิจการรรณมกาำอรุทกธฤรษณฎีก์ ซำึ่งประกอบด้วสยำนอกัธงิบำดนีคหณรือะกผรู้แรทมนกำรกฤษฎีกำ
ผแู้ ทนกรมอยั การและผู้แทนกรมมหาดไทย
สำนกั (งขำ)นคถณ้าเะจก้ารพรมนกักำงรากนฤษปฎรีกะำเมินผู้ทำการปสำรนะกั เงมำินนมคีณสำะนกรักรงมากนำอรกยฤู่ใษนฎเขีกตำ จังหวัดอื่น
ให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ซ่ึงประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ แทน
สำนกั สงรำรนพคาณกะรกเรขรตมหกรำรือกผฤูแ้ ษทฎนีกำและอยั การจังสหำนวดักั งหำรนอื คผณู้แะทกนรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๒) เว้นแต่ในกรณีห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา ๓๓ ให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของ
คณะกรรมการพิจสำานรกัณงาำนอคุทณธะรกณร์ตรม่อกศำารลกภฤษายฎีใกนำกำหนดเวลาสสำานมกั สงำิบนวคันณนะับกรแรตม่วกันำรไกดฤ้รษับฎแีกจำ้งคำวินิจฉัย
อุทธรณ์
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกคฤณษะฎกีกรำรมการพจิ ารณสำานอกั ุทงธำนรณคณ์ตะากมรร(กม)กำจระกมฤีหษลฎาีกยำคณะก็ได๗้ ๓ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงำาน๓คณ๑ะ๗ก๔รรกมากรำอรุกทฤธษรฎณีก์ไำม่เป็นการทุเลสาำกนกาั รงำเสนียคณภาะกษรีอรามกกรำรถก้าฤไษมฎ่เีกสำียภาษีอากร
สำนกั ภงาำนยคในณเะวกลรารทมี่กกำฎรหกฤมษายฎีกกำำหนดให้ถือเปส็นำนภกั างษำนีอคาณกระกคร้ารงมตกาำมรมกฤาตษรฎาีกำ๑๒ เว้นแต่กรสณำนีทกั ่ีผงู้ำอนุทคธณระณก์ไรดร้มรับกำรกฤษฎีกำ
อนุมัติจากอธิบดีให้รอคำวินจิ ฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาได้ ก็ให้มหี น้าที่ชำระภายในสามสิบวนั นับแต่
วันได้รบั แจ้งคำวนิ สิจำนฉกัยั งอำทุ นธครณณะกห์ รรรือมไกดำ้รรบั กทฤษราฎบีกคำำพิพากษาถึงสทำนีส่ กัุดงำแนลค้วณแะตก่กรรรณมกี ำรกฤษฎีกำ
ในกรณีที่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสียภาษีอากรเพิ่มขึ้น ผู้อุทธรณ์จะต้องชำระภายใน
สำนกั กงำำหนคนณดเะวกลรารเมชก่นำรเดกยีฤวษกฎับีกวำรรคกอ่ น สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๓ค๒ณ๗ะ๕กรเรพมื่อกกำรากรฤวษินฎจิ ีกฉำัยอทุ ธรณต์ ามสมำานตกั รงาำน๒ค๙ณะหกรรือรมมกาำตรรกาฤษ๓ฎ๐ีกำเจา้ พนกั งาน
ประเมิน ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือกรรมการในคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ แล้วแต่กรณี มีอำนาจ
สำนกั องอำนกคหณมะากยรเรรมียกกำผรกู้อฤุทษธฎรีกณำ์มาไต่สวน อสอำกนหกั งมำานยคเณรียะกกรพรยมากนำรกกฤับษสฎ่ังีกใำห้ผู้อุทธรณ์หรสือำนพกั ยงาำนนคนณ้ันะนกำรสรมมุกดำรกฤษฎีกำ
บญั ชี หรอื พยานหสลำนกั กัฐงาำนนอคยณ่าะงกอรื่นรมอกนั ำครวกรฤแษกฎ่เีกรำื่องมาแสดงไดส้ แำนตกั่ตง้อำงนใคหณ้เวะลการลรมว่ กงหำรนก้าฤไษมฎ่นีกอ้ ำยกว่าสิบห้า
วันนับแตว่ นั สง่ หมาย
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
พ.ศ. ๒๕๐๒ ส๗ำ๒นมกั างตำรนาค๓ณ๐ะกแรกร้ไมขกเำพร่ิมกเฤตษิมฎโดีกยำพระราชบัญญสัตำิแนกกั้ไขงำเนพคิ่มณเตะิมกปรรระมมกวำลรรกัษฤฎษาฎกีกรำ(ฉบับที่ ๑๖)
๗๓ มาตรา ๓๐ วรรคสอง เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๒)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๒ก๖รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๗๔ มาตรา ๓๑ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๘)
พ.ศ. ๒๕๐๔ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๗๕ มาตรา ๓๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๖)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๐ก๒รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๒๑ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๓๓๗๖ ผู้อุทสธำรนณกั ์คงำนนใคดณไมะก่ปรฏรมิบกัตำิตรกาฤมษหฎมีกาำยเรียกหรือคำสสำน่ังตกั งาำมนมคาณตะรการร๓ม๒กำรกฤษฎีกำ
หรือไม่ยอมตอบคำถามเมื่อซักถามโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ผู้น้ันหมดสิทธิที่จะอุทธรณ์คำวินิจฉัย
อทุ ธรณ์ต่อไป สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๓๔๗๗ คำวินสำิจนฉกั ัยงอำนุทคธณระณก์ขรรอมงกผำู้มรกีหฤนษ้าฎทีกี่พำิจารณาอุทธสรำณน์ตกั งาำมนมคาณตะรการร๒ม๙กำรกฤษฎีกำ
หรือมาตรา ๓๐ ใสหำ้ทนำกั เงปำน็นคหณนะงั กสรอื รแมลกะำใรหกฤ้สษ่งไฎปีกยำังผูอ้ ทุ ธรณ์ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคสณว่ นะก๓รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
บทกำหนดโทษ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๓๕๗๘ ผู้ใดสไมำน่ปกั ฏงำิบนัตคิตณาะมกรมรามตกรำารก๑ฤษ๗ฎีกมำาตรา ๕๐ ทวสิำมนากั ตงำรนาคณ๕ะ๑กรหรมรือกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๖๙ เวน้ แตจ่ ะแสดงวา่ ได้มเี หตสุ ุดวิสยั ต้องระวางโทษปรับไม่เกนิ สองพันบาท
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๓๕ ทวิ๗๙ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๒ ทวิ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี
สำนกั แงลำนะคปณรับะกไรมร่เมกกนิ ำสรอกงฤแษสฎนีกบำาท สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สใำนนกกั รงณำนีทคี่ผณู้กะรกะรทรมำกคำวรากมฤผษิดฎตีกาำมวรรคหนึ่งเสปำ็นนนกั งิตำิบนุคคณคละกถร้รามกกาำรรกกรฤะษทฎำีกคำวามผิดของ
นิติบุคคลน้ันเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบ
สำนกั ใงนำกนาครณดะำกเรนรินมกงาำรนกขฤอษงฎนีกิตำิบุคคลนั้น หสรำือนใกันงกำนรณคณีทะ่ีบกุครรคมลกดำังรกกฤลษ่าฎวมีกำีหน้าท่ีต้องส่ังกสำานรกัหงรำือนกครณะะทกำรรกมากรำรกฤษฎีกำ
และละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษ
ตามท่บี ญั ญตั ิไว้ในสวำนรรกั คงำหนนคึง่ ณดะว้ กยรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๓๕ ตรี๘๐ ผสู้ใำดนไกัมง่ปำนฏคิบณัตะิตการมรมมกาำตรรกาฤษ๗ฎ๑ีกำตรี หรือย่ืนราสยำงนาักนงำหนครณือเะอกกรรสมากรำรกฤษฎีกำ
หรอื หลักฐานตามมาตรา ๗๑ ตรี โดยแสดงข้อมลู ไม่ถูกต้องครบถ้วนโดยไมม่ ีเหตอุ ันสมควร ตอ้ งระวาง
โทษปรบั ไมเ่ กินสอสงำนแกัสงนำบนาคทณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๐ก๒รรมกำรก๗๖ฤษมาฎตีกรำา ๓๓ แก้ไขเพส่ิมำเนติกัมงโดำนยคพณระะรการชรบมัญกำญรัตกิแฤกษ้ไฎขีกเพำ่ิมเติมประมวลสรัำษนฎกั างกำรน(คฉณบะับกทรี่ ร๑ม๖ก)ำรกฤษฎีกำ
พ.ศ. ๒๕๐๒ ส๗ำ๗นมกั างตำรนาค๓ณ๔ะกแรกร้ไมขกเำพริ่มกเฤตษิมฎโดีกยำพระราชบัญญสัตำิแนกกั ้ไขงำเพน่ิคมเณตะิมกปรรระมมกวำลรรกัษฤฎษาฎกีกรำ(ฉบับท่ี ๑๖)
๗๘ มาตรา ๓๕ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๔๑)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๕ก๙รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๗๙ มาตรา ๓๕ ทวิ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายท่ี
เกยี่ วกบั ความรับผดิ สในำนทกัางงอำนาญคณาขะอกงรผรู้แมทกนำนรกติ ฤบิ ษคุ คฎลีกำพ.ศ. ๒๕๖๐ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๘๐ มาตรา ๓๕ ตรี เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๔๗) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๖ค๑ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๒๒ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๓๖๘๑ ผู้ใดโดยรู้อยู่แล้วหรือจงใจไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือคำสั่งของ
สำนกั องธำนิบคดณีหะรกือรผรู้ซมึ่งกอำรธกิบฤดษีมฎอีกบำหมายหรือสรสรำพนกัางกำรนจคังณหะวกัดรรเมจ้กาพำรนกักฤงษาฎนีกปำระเมิน ผู้ว่ารสาำชนกกั างรำนจคังหณวะัดกรหรมรกือำรกฤษฎีกำ
กรรมการ ที่ออกตามมาตรา ๑๒ ตรี มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๓ หรอื มาตรา ๓๒ หรือไม่ยอมตอบคำถาม
เม่อื ซักถาม ตอ้ งรสะำวนากั งงโำทนษคจณำะคกกุ รไรมมเ่ กกำนิ รหกฤนษึง่ ฎเดีกอื ำน หรอื ปรบั ไสมำ่เนกนิกั งสำอนงคพณันะบการรทมกหำรรอื กทฤั้งษจฎำีกทำง้ั ปรบั
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎราีกำ๓๗๘๒ ผู้ใดกสรำะนทกั ำงกำานรคดณงั ะตก่อรไรปมนก้ีำตรก้อฤงษระฎวีกาำงโทษจำคุกตัง้สแำนตกัส่ งาำมนเคดณอื ะนกถรึงรเมจก็ดำรกฤษฎีกำ
ปแี ละปรับตงั้ แตส่ ส(อ๑ำงน)พกั โันงดำบยนาเคจทณตถะนึงกสารอแรงมจแก้งสขำรน้อกบคฤวาษทาฎมีกเำท็จ หรือให้ถ้อสยำคนกัำเงทำน็จคหณระือกรตรอมบกคำรำกถฤาษมฎดีก้วำยถ้อยคำอัน
สำนกั เงปำ็นนเคทณ็จะหกรรือรมนกำำพรยกาฤนษหฎีกลำักฐานเท็จมาแสสำนดกังงเำพนื่อคหณละีกกรเลรมี่ยกงกำรากรฤเสษียฎภีกำาษีอากรหรือเสพำ่ือนขกั องำคนืนคภณาะษกีอรรามกกรำรกฤษฎีกำ
ตามลกั ษณะนี้ หรือ
ส(ำ๒น)กั โงดำนยคคณวะากมรเรทม็จกำโรดกฤยษฉฎ้อีกโำกงหรืออุบายสำหนกรั ืงอำโนดคยณวะิธกีกรารมรกอำื่นรกใดฤทษฎำีกนำองเดียวกัน
หลกี เลย่ี งหรอื พยายามหลกี เลย่ี งการเสียภาษอี ากรหรือขอคืนภาษีอากรตามลักษณะนี้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๓๗ ทวิ๘๓ ผู้ใดโดยเจตนาไม่ยื่นรายการที่ต้องย่ืนตามลักษณะน้ี เพ่ือหลีกเล่ียง
การเสียภาษีอากรสำตนอ้ กั งงรำะนวคาณงะโทกรษรจมำกคำุกรกไมฤ่เษกฎนิ ีกหำนึ่งปี หรือปรสบั ำไนมกั ่เงกำินนสคอณงะแกสรนรมบกาำทรกหฤรษือฎทีกง้ั ำจำทงั้ ปรบั
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๓๗ ตรี๘๔ คสวำานมกั ผงิดำนตคาณมะมการตรรมากำ๓รก๗ฤษมฎาตีกำรา ๓๗ ทวิ หสรืำอนมกั างตำนราคณ๙ะ๐ก/ร๔รมทกำ่ี รกฤษฎีกำ
ผู้กระทำความผิดสเำปน็นกั ผงู้มำนหี คนณ้าะทกี่เรสรียมภกาำรษกีอฤาษกฎรีกหำรือนำส่งภาษสีอำานกกั รงำแนลคะณเปะก็นรครวมากมำรผกิดฤทษ่ีเฎกีกย่ี ำวกับจำนวน
ภาษีอากรที่หลีกเลี่ยงหรือฉ้อโกงตั้งแต่สิบล้านบาทต่อปีภาษีขึ้นไป หรือจำนวนภาษีอากรที่ขอคืน
สำนกั โงดำยนคควณาะมกเรทร็จมกโำดรยกฉฤ้อษโฎกีกงำหรอื อุบาย หรสอืำนโดกั ยงำวนธิ คีกณาระอกนื่รรใมดกทำำรนกอฤษงเฎดีกียำวกนั ตง้ั แต่สอสงำลน้ากั นงบำนาคทณตะ่อกปรีภรมาษกำี รกฤษฎีกำ
ขึ้นไป และผมู้ ีหนา้ ที่เสยี ภาษีอากรหรอื นำส่งภาษอี ากรดงั กล่าวไดก้ ระทำในลักษณะทเ่ี ป็นกระบวนการ
หรือเป็นเครือข่ายสโำดนยกั สงำรน้าคงธณุระกกรรรรมมกอำันรเกปฤ็นษเฎทีก็จำหรือปกปิดเงสินำไนดกั ้พงึงำนปครณะเะมกินรรหมรกือำรรากยฤไษดฎ้ ีเกพำ่ือหลีกเลี่ยง
หรือฉ้อโกงภาษีอากร และมีพฤติกรรมปกปิดหรือซ้อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
สำนกั เงพำ่ือนมคิณใหะ้ตกิดรรตมากมำทรกรฤัพษยฎส์ ีกินำนัน้ ได้ ให้ถอื วส่าำคนวกั างมำนผคิดณดะังกกรลร่ามวกเปำร็นกคฤวษาฎมีกผำดิ มลู ฐานตามสกำฎนหักมงำานยควณ่าดะกว้ ยรรกมากรำรกฤษฎีกำ
ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เมื่ออธิบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการพิจารณา
กล่ันกรองความผสิดำนทกัางงำภนาคษณีอะากกรรรมทก่ีเขำร้ากขฤ่าษยฎคีกวำามผิดมูลฐานสสำ่งนขกั ้องำมนูลคทณี่เะกก่ียรวรขม้อกงำรใหกฤ้สษำฎนีกักำงานป้องกัน
และปราบปรามการฟอกเงินแล้ว ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการ
สำนกั ฟงอำนกคเงณินะตกอ่รรไปมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สคำณนกั ะงกำนรครณมะกการรรตมกาำมรวกรฤรษคฎหีกำนึ่ง ประกอบสดำน้วกั ยงำอนธคิบณดะกี รรรอมงกอำธรกิบฤดษี ฎแีกลำะที่ปรึกษา
กรมสรรพากรทกุ คน
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
พ.ศ. ๒๕๒๕ ส๘ำ๑นมกั างตำรนาค๓ณ๖ะกแรกร้ไมขกเำพริ่มกเฤตษิมฎโดีกยำพระราชกำหนสดำแนกกั ้ไงขำเนพค่ิมณเตะิมกปรรระมมกวำลรรกัษฤฎษาฎกีกรำ(ฉบับที่ ๑๑)
๘๒ มาตรา ๓๗ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๔๑)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๕ก๙รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๘๓ มาตรา ๓๗ ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพ่มิ เตมิ ประมวลรษั ฎากร (ฉบับท่ี ๔๑)
พ.ศ. ๒๕๕๙ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๘๔ มาตรา ๓๗ ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๔๕) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๖ค๐ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๒๓ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนหคมณวะดกร๓รมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ภาษเี งนิ ได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคสณว่ นะก๑รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎขีก้อำความท่วั ไป สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๓๘ ภาษีเงินได้น้ีอยู่ในประเภทภาษีอากรประเมิน และให้เจ้าพนักงาน
ประเมนิ เปน็ ผู้ประสเำมนินกั เงกำน่ยี ควกณับะกภรารษมใี กนำหรกมฤวษดฎนีกี้ ำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎราีกำ๓๙๘๕ ในหมสวำดนนกั ้ีงเำวนน้ คแณตะข่ กอ้ รครมวากมำรจกะฤแษสฎดีกงำใหเ้ ห็นเป็นอยส่าำงนอกัื่นงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
“เงินได้พึงประเมิน”๘๖ หมายความว่า เงินได้อันเข้าลักษณะพึงเสียภาษีในหมวดนี้
เงินได้ที่กล่าวน้ีใหส้หำนมกัางยำคนวคาณมะรกวรมรตมลกอำรดกถฤึงษทฎรีกัพำย์สิน หรือปรสะำโนยกั ชงนำน์อคยณ่างะอกื่นรรทม่ีไกดำ้รรับกฤซษึ่งอฎาีกจำคิดคำนวณ
ได้เป็นเงิน เงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรบั เงินได้ประเภทต่าง ๆ ตามมาตรา
สำนกั ๔ง๐ำนคแณละะเกครรรดมติกำภรากษฤีตษาฎมีกมำาตรา ๔๗ ทวสิำดน้วกั ยงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส“ำบนรกั ิษงำัทนหครณือะหกร้ารงมหกุ้นำสรก่วฤนษนฎิตีกิบำุคคลในเครือสเดำนียกัวงกำันน”คณหะมการยรมคกวำารมกวฤ่าษฎบีกรำิษัทหรือห้าง
หนุ้ สว่ นนิติบุคคลตง้ั แตส่ องนิตบิ ุคคลขน้ึ ไปซ่งึ มคี วามสัมพนั ธ์กนั ในลกั ษณะ ดงั ต่อไปน้ี
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤษ) ฎผีกู้ถำือหุ้นหรือผู้เปส็นำนหกั ุ้นงสำน่วคนณเกะิกนรกรวม่ากกำร่ึงกจฤำษนฎวีกนำผู้ถือหุ้นหรือผสู้ำเปนก็ันงหำนุ้นคสณ่วะนกใรนรนมิกตำิ รกฤษฎีกำ
บุคคลหนง่ึ เป็นผูถ้ อื ห้นุ หรือเปน็ หนุ้ ส่วนเกนิ กว่ากึ่งจำนวนผถู้ ือห้นุ หรือผ้เู ป็นหนุ้ สว่ นในอีกนิติบคุ คลหน่งึ
ส(๒ำน)กั ผงู้ถำนอื คหณุ้นะหกรรือรมผกเู้ ปำร็นกหฤุ้นษสฎ่วีกนำซึ่งถือหุ้นหรือสำเปนกั็นงหำุ้นนคสณ่วนะกในรรนมิตกิบำรุคกคฤลษหฎนีก่ึงำมีมูลค่าเกิน
กว่าร้อยละห้าสิบของทุนทั้งหมด ถือหุ้นหรือเปน็ หนุ้ ส่วนในอกี นิตบิ ุคคลหน่ึงมีมูลค่าเกินกว่าร้อยละห้า
สำนกั สงิบำนขคอณงทะกนุ รทรง้ัมหกมำรดกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๓) นิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกนิติบุคคลหน่ึงเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
ของทนุ ทั้งหมด หสรำือนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๔) บุคคลเกินกว่าก่ึงจำนวนกรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งมีอำนาจจัดการในนิติ
สำนกั บงุคำนคคลณหะนกึง่ รรเปมก็นำกรรกรฤมษกฎาีกรำหรอื เปน็ ผเู้ ป็นสหำนนุ้ กั สงว่ำนนคซณงึ่ มะีอกำรรนมากจำจรัดกกฤาษรฎใีกนำอกี นิติบุคคลหสนำึ่งนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส“ำปนีภกั งาำษนี”คณหะมการยรคมวกาำมรกวฤ่าษปฎีปีกรำะดทิ นิ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
“บริษัทจดทะเบียน”๘๗ หมายความว่า บริษัทจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยตลาด
สำนกั หงลำนกั คทณรพัะกยร์แรหมกง่ ปำรรกะฤเทษฎศีกไทำย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๘๕ มาตรา ๓๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๖)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๐ก๒รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๘๖ มาตรา ๓๙ นิยามคำว่า “เงนิ ได้พึงประเมิน” แกไ้ ขเพิม่ เติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติม
ประมวลรษั ฎากร (ฉสบำนบั ทกั ง่ี ๑ำน๓ค) ณพ.ะศก.ร๒ร๕ม๒กำ๗รกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๘๗ มาตรา ๓๙ นิยามคำวา่ “บริษัทจดทะเบยี น” เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล
สำนกั รงษั ำฎนาคกณระ(กฉรบรับมทก่ี ำ๒ร๑ก)ฤพษ.ฎศีก. ๒ำ ๕๑๗ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๒๔ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
“บริษัทจัดการกิจการลงทุน”๘๘ หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้
สำนกั ปงำรนะคกณอะบกกริรจมกกาำรรจกัดฤษกฎาีกรำลงทุนตามกฎสหำนมกั างยำนวค่าณด้วะกยรกรามรกคำรวกบฤคษุมฎกีกิำจการค้าขายอสัำนนกกั รงะำนทคบณถะึงกครวรมากมำรกฤษฎีกำ
ปลอดภัยหรือผาสกุ แหง่ สาธารณชน
ส“ำกนอกั งงทำนนุ ครณวมะก”ร๘ร๙ม(กยำกรเกลฤกิ ษ)ฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
“บริษัทเงินทุน”๙๐ หมายความว่า บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ตาม
สำนกั กงฎำนหคมณาะยกวรา่ รดมว้ กยำกรากรฤคษวฎบีกคำุมกจิ การค้าขสาำยนอกั ันงำกนรคะณทบะกถรึงรคมวกาำมรกปฤลษอฎดีกภำยั หรอื ผาสุกแหสำ่งนสกั างธำานรคณณชะนกรรมกำรกฤษฎีกำ
บุคคลท่ตี ้ังข้นึ ตามส“กำบนฎรกัหิษงมำัทนายหคไณรทือะยกหรห้ารงรมหอื กุ้ทนำรีต่สก้งั่วฤขนษ้นึ นฎติีตกาำิบมุคกฎคหล”มา๙๑ยขหอมสงำาตนย่ากั งคงปวำรนาะคมเณวท่าะศกบรแรรลมิษะกัทใำหรหห้กรฤมือษาหยฎ้าคีกงำวหาุ้นมรสว่วมนถนึงิติ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ)ษฎกีกิจำการซึ่งดำเนินสกำนารกั เงปำน็นคทณาะงกคร้ารหมรกือำรหกาฤกษำฎไีกรำโดยรัฐบาลต่าสงำปนรกั ะงำเนทคศณอะงกครร์กมากรำรกฤษฎีกำ
ของรัฐบาลต่างประเทศ หรือนิติบุคคลอ่ืนทต่ี ้ังข้นึ ตามกฎหมายของตา่ งประเทศ
ส(ำ๒น)กั กงำิจนกคาณระรก่วรมรคม้กาำซรกึ่งฤไดษ้ฎแีกกำ่ กิจการท่ีดำเสนำนินกั กงาำรนรค่วณมะกกัรนรเมปก็นำรทกาฤงษคฎ้าีกหำรือหากำไร
ระหว่างบริษัทกับบริษัท บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติ
สำนกั บงุคำนคคลณหะกรรือรรมะกหำรวก่าฤงษบฎรีกิษำัทและ/หรือหสำ้านงกัหงุ้นำนสค่วณนะนกิตริบรมุคกคำลรกกฤับษบฎุคีกคำลธรรมดา คสณำนะกับงุคำนคคลณทะี่มกิใรชร่นมิกตำิ รกฤษฎีกำ
บุคคล ห้างหุ้นส่วนสามญั หรือนติ บิ คุ คลอ่นื
ส(๓ำน)๙กั ๒งำมนลูคนณิธะหิกรรรอื มสกมำารคกมฤษทฎ่ีปีกรำะกอบกิจการซสำ่ึงนมกัีรงาำยนไคดณ้ แะตก่ไรมร่รมวกมำรถกึงฤมษลู ฎนีกิธำิหรอื สมาคม
ท่รี ัฐมนตรปี ระกาศกำหนดตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข)
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๓ฤษ/๑ฎีก)๙ำ๓ กองทุนรวสมำทน่ีเกั ปง็ำนนนคิตณิบะุกครครลมทกำ่ีตร้ังกขฤ้ึนษฎตีกาำมกฎหมายไทสยำนหกั รงือำนทค่ีตณ้ังขะก้ึนรตรมากมำรกฤษฎีกำ
กฎหมายของตา่ งสป(ำ๔รนะ)กั๙เทง๔ำศนนคิตณิบะุคกครรลมทก่ีอำรธกิบฤดษีฎกีกำำหนด สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ราชกิจจ า
โดยอนุมัติรัฐมนตรี และประกาศใน
สำนกั นงเุำบนกคษณาะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
“คณะบุคคลท่ีมิใช่นิติบุคคล”๙๕ หมายความว่า บุคคลตั้งแต่สองคนข้ึนไปตกลง
กระทำการร่วมกันสอำนนั กั มงใิำชน่เคปณ็นะหก้ารงรหมนุ้กำสร่วกนฤสษาฎมีกญั ำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส๘ำ๘นมกั างตำรนาค๓ณ๙ะกนริยรามมกคำำรวก่าฤ“ษบฎรีกิษำัทจดั การกิจกาสรลำนงทกั ุนงำ”นเคพณมิ่ ะโดกยรพรมระกรำารชกบฤัญษฎญีกัตำิแก้ไขเพิ่มเติม
ประมวลรษั ฎากร (ฉบับท่ี ๒๑) พ.ศ. ๒๕๑๗
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก๘๙ฤษมาฎตีกรำา ๓๙ นิยามคสำวำน่ากั “งกำอนงคทณุนะรกวรมร”มกยกำรเลกิกฤโษดฎยีกพำระราชบัญญัติแสกำน้ไขกั เงพำิ่มนเคตณิมะปกรระรมมวกลำรกฤษฎีกำ
รษั ฎากร (ฉบับที่ ๕๒) พ.ศ. ๒๕๖๒
ส๙ำ๐นมกั างตำรนาค๓ณ๙ะกนริยรามมกคำำรวกา่ ฤ“ษบฎรีกิษำัทเงินทุน” เพ่ิมสโำดนยกัปงรำะนกคาณศคะณกระรปมฏกิวำัตริกฉฤบษับฎทีก่ี ๑ำ ๐ ลงวันที่ ๗
พฤศจิกายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๒๐
สำนกั เงพำมิ่ นเคติมณปะรกะรมรวมลกรำษั รฎก๙๑าฤกษมราฎต(ีกฉรำบาับ๓ท๙่ี ๕น) ิยพา.ศม.ค๒ำสว๕ำ่าน๒กั“๑งบำรนิษคัทณหะรกือรหร้ามงกหำุ้นรสก่วฤนษนฎิตีกิบำุคคล” เพิ่มโดยสพำรนะกั รงาำชนกคำณหะนกดรแรกม้ไกขำรกฤษฎีกำ
แก้ไขเพิ่มเติมประมวส๙ลำ๒นรมัษกั าฎงตำารนกาครณ๓(ฉ๙ะบกบั นรทริยมี่า๒กม๕ำคร)ำกพวฤ่า.ศษ“.ฎบ๒ีกร๕ำิษ๒ัท๕หรือห้างหุ้นสสำ่นวนกั นงำิตนิบคุคณคะลก”รร(๓ม)กเำพร่ิกมฤโดษยฎพีกรำะราชบัญญัติ
๙๓ มาตรา ๓๙ นิยามคำว่า “บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล” (๓/๑) เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติ
สำนกั แงกำไ้นขคเพณม่ิ ะเกตริมรปมรกะำมรวกลฤรษษั ฎฎีกากำร (ฉบับท่ี ๕๒)สพำน.ศกั .ง๒ำน๕ค๖ณ๒ะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๙๔ มาตรา ๓๙ นิยามคำว่า “บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล” (๔) เพิ่มโดยพระราชกำหนด
แกไ้ ขเพิม่ เตมิ ประมวสลำนรษั กั ฎงำานกครณ(ฉะบกับรทรม่ี ๑ก๔ำร) กพฤ.ศษ.ฎ๒ีก๕ำ๒๙ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๙๕ มาตรา ๓๙ นิยามคำว่า “คณะบุคคลทีม่ ิใช่นติ ิบุคคล” เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม
สำนกั ปงรำะนมควณละรกษั รฎรามกกรำ(รฉกบฤับษทฎ่ี ๓ีก๙ำ ) พ.ศ. ๒๕๕๗สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๒๕ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
“ขาย”๙๖ หมายความรวมถึง ขายฝาก แลกเปลี่ยน ให้ โอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ
สำนกั คงรำนอบคณคระอกรงรในมกอำสรังกหฤาษรฎิมีกทำรัพยไ์ มว่ า่ ดว้ ยสวำนิธใีกั ดงำแนลคะณไะมกว่ รา่ รจมะกมำรีคก่าฤตษอฎบีกแำทนหรือไม่แต่ไสมำนร่ วกั มงำถนึงคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๑) ขาย แลกเปล่ียน ให้ หรือโอนกรรมสิทธิ์หรอื สิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์
ใหแ้ ก่ส่วนราชการสำหนรกั ืองำรนฐั ควิสณาะหกรกรจิ มทก่ีมำริใชก่บฤษรษิฎีกัทำหรอื ห้างหุ้นสสว่ ำนนนกั ติงำิบนคุ คคณละตการมรมหกลำักรเกกฤณษฑฎีก์ เำงือ่ นไข และ
ราคาหรอื มลู ค่าตามทกี่ ำหนดโดยพระราชกฤษฎกี า
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๒ฤษ) ฎกีกาำรโอนโดยทาสงำมนกัรงดำกนใคหณ้แะกกร่ทรามยกำารทกซฤึษ่งกฎีรกำรมสิทธิ์หรือสสิทำนธกั ิคงรำนอคบณคะรกอรรงมในกำรกฤษฎีกำ
อสงั หาริมทรพั ย์ ส“ำรนากัคงาำขนาคยณ”๙ะ๗กรหรมมากยำครวกาฤมษรฎวีมกถำ งึ ราคาท่เี จา้ พสนำนกั กังางนำนปครณะเะมกนิ รกรำมหกนำรดกตฤาษมฎมาีกตำรา ๔๙ ทวิ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก“ฤสษทิ ฎธีกิคำรอบครอง”๙๘สหำนมกัายงำคนวคาณมถะกึงรสริทมกธคิำรรกอฤบษคฎรีกอำงในการถือครอสงำอนสกั งังหำนาคริมณทะกรัพรรยม์ กำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำส่วน ๒ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
การเก็บภาษีจากบคุ คลธรรมดา
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๔ค๐ณ๙ะ๙กรรเมงินกำไดรก้พฤึงษปฎรีกะำเมินนั้นคือ เงสินำไนดกั ้ปงำรนะคเภณทะกดรังรตม่อกไำปรกนฤี้ รษวฎมีกตำลอดถึงเงิน
ค่าภาษีอากรทีผ่ ูจ้ ่ายเงินหรอื ผอู้ ื่นออกแทนใหส้ ำหรับเงินไดป้ ระเภทตา่ ง ๆ ดังกล่าว ไมว่ ่าในทอดใด๑๐๐
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ)ษ๑ฎ๐๑ีกำเงินได้เน่ืองจาสกำกนากั รงจำน้าคงแณระงกงรารนมไกมำ่วรา่กจฤะษเฎปีก็นำเงินเดือน ค่าจส้ำานงกั เงบำี้ยนเคลณี้ยะงกโรบรมนกัสำรกฤษฎีกำ
เบ้ียหวัด บำเหน็จสำบนำกั นงำานญคณเงะินกครร่ามเชก่าำรบก้าฤนษฎเงีกินำท่ีคำนวณได้จสำานกกัมงูลำคน่าคขณอะงกกรรามรไกดำร้อกยฤู่บษ้าฎนีกทำี่นายจ้างให้
อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินท่ีนายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน
สำนกั หงรำนือคปณระะกโยรชรมนกใ์ ดำรกๆฤบษรฎรีกดำาที่ได้เน่อื งจาสกำกนากั รงจำนา้ งคแณระงกงรารนมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๒)๑๐๒ เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่
ว่าจะเป็นค่าธรรสมำนเนกั ียงำมนคคณ่าะนการยรมหกนำ้รากคฤษ่าสฎี่กวำนลด เงินอุดสหำนนุนกั งใำนนงคาณนะทกีร่ทรำมกเำบรี้ยกปฤษรฎะีกชำุม บำเหน็จ
โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินท่ีคำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านท่ีผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่า
สำนกั เงชำ่านคเงณนิ ะทกี่ผรรู้จมา่ กยำเงรนิกฤไดษ้จฎ่าีกยำชำระหนี้ใด ๆสซำนึ่งผกั งู้มำีเนงินคณไดะ้มกีหรรนมา้ กทำ่ีตรก้อฤงชษำฎรีกะำ และเงิน ทรพั สยำ์สนนิักงหำนรคือณประกะโรยรชมนกำ์ รกฤษฎีกำ
ใด ๆ บรรดาท่ีได้เนื่องจากหน้าท่ีหรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าท่ีหรือ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก๙๖ฤษมฎาตีกรำา ๓๙ นิยามคสำำวน่ากั “งขำนายค”ณเะพก่ิมรโรดมยกพำรรกะฤรษาชฎกีกำำหนดแก้ไขเพ่ิมสเตำนิมกัปงรำะนมควณลระักษรฎรามกกรำรกฤษฎีกำ
(ฉบับท่ี ๙) พ.ศ. ๒๕๒๕
ส๙ำ๗นมกั างตำรนาค๓ณ๙ะกนริยรามมกคำำรวก่าฤ“ษรฎาีกคำาขาย” เพ่ิมโดยสพำรนะกั รงาำชนกคำหณนะดกแรรกมไ้ ขกเำพริ่มกเฤตษิมฎปีกระำมวลรษั ฎากร
(ฉบบั ท่ี ๙) พ.ศ. ๒๕๒๕
สำนกั รงัษำฎนาคกณระ(กฉรบรับมทก่ี ำ๙ร)ก๙พ๘ฤ.ษมศา.ฎต๒ีกร๕ำา๒๓๕๙ นิยามคำสวำ่านกั“สงำิทนธคิคณรอะบกครรรมอกง”ำรเกพฤ่ิมษโดฎยีกพำระราชกำหนดสแำกน้ไขกั เงพำิ่นมเคตณิมะปกรระรมมวกลำรกฤษฎีกำ
พ.ศ. ๒๔๙๖ ส๙ำ๙นมกั างตำรนาค๔ณ๐ะกแรกร้ไมขกเำพริ่มกเฤตษิมฎโดีกยำพระราชบัญญสัตำิแนกกั ้ไขงำเพนิ่มคเณตะิมกปรรระมมกวำลรรกัษฤฎษาฎกีกรำ(ฉบับท่ี ๑๐)
๑๐๐ มาตรา ๔๐ วรรคหน่ึง แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร
สำนกั (ฉงำบนบั คทณี่ ๑ะ๓กร) รพม.ศก.ำ๒รก๕ฤ๒ษ๗ฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๐๑ มาตรา ๔๐ (๑) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่
๑๓) พ.ศ. ๒๕๒๗ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๐๒ มาตรา ๔๐ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่
สำนกั ๑ง๓ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๒ม๗กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๒๖ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ตำแหนง่ งานหรืองานท่ีรบั ทำใหน้ ้นั จะเป็นการประจำหรือชั่วคราว
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๓ฤ)ษ๑ฎ๐ี๓กำค่าแห่งกู๊ดวิลสลำ์ นคกั่างแำหน่งคลณิขะสกิทรรธมิ์ หกำรรือกสฤิทษธฎิอีกยำ่างอื่น เงินปีหสรำือนเกั งงินำนไดค้มณีละักกษรรณมกะำรกฤษฎีกำ
เป็นเงินรายปีอันไดม้ าจากพินยั กรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล
ส(๔ำน)กั เงงำนิ นไคดณท้ ะ่เี ปกร็นรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ก)๑๐๔ ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบ้ียเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบ้ียต๋ัวเงิน
สำนกั ดงอำนกคเบณี้ยะกเงรินรมกกู้ยำืมรกไมฤ่วษ่าฎจีกะำมีหลักประกสันำหนรกั ืองำไนมค่ ดณอะกกรเรบมี้ยกเำงรินกกฤู้ยษืมฎทีกำี่อยู่ในบังคับตส้อำงนถกั ูกงหำนักคภณาะษกีไรวร้มณกำรกฤษฎีกำ
ทกฎี่จ่หายมตาายมดกังกฎลห่ามวสาำยหนวรกั ่าืองดผำน้วลยคตภณ่าางะรกษะรีเรงหมินวกไ่าำดงร้ปรกาิโฤคตษารฎไเีกถลำ่ถียอมนเฉกพับาระาสค่วานสจำทำนหี่เกัหนงลำ่านือยคจตณา๋ัวกเะงกถินรูกหรหมรักกือำภตรารกษาฤสีษไวาฎ้รีกณแำสทดี่จง่สายิทตธาิในม
สำนกั หงนำน้ีทค่ีบณระิษกทั รรหมรกือำหรก้างฤหษุ้นฎสีกำ่วนนติ ิบุคคล หสำรนือกั นงิตำนบิ คุคณคะลกอร่ืนรเมปก็นำรผกู้อฤอษกฎแีกลำะจำหนา่ ยครั้งสแำนรกกั งในำนรคาณคาะตกร่ำรกมวก่าำรกฤษฎีกำ
ราคาไถถ่ อน รวมท้งั เงินได้ท่ีมลี ักษณะทำนองเดียวกนั กบั ดอกเบีย้ ผลประโยชน์หรอื ค่าตอบแทนอื่น ๆ
ที่ไดจ้ ากการใหก้ ้ยู สืมำนหกัรงือำจนาคกณสะทิ กธริเรรมียกกำรรอ้กงฤใษนฎหีกนำ้ีทกุ ชนิดไม่วา่ สจำะนมกั หี งำลนักคปณระะกกรันรมหกรำอื รไกมฤก่ ษ็ตฎาีกมำ
(ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดท่ีได้จากบริษัทหรือ
สำนกั หง้าำนงหคุ้ณนสะก่วรนรนมิตกิบำรุคกคฤลษฎหีกรำือสถาบันการสเงำนินกัทงี่มำนีกคฎณหะมการยรโมดกยำเรฉกพฤาษะฎขีกอำงประเทศไทยสจำนัดกัตง้ังำขน้ึนคสณำะหกรรับรมใหกำ้ รกฤษฎีกำ
กู้ยืมเงินเพ่ือส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของ
กำไรที่อยู่ในบังคบัสำตน้อกั งงถำูกนหคักณภะกาษรรีไมวก้ ณำรกทฤ่ีจษา่ ฎยีกำตามกฎหมายสวำ่านดกั้วงยำภนาคษณีเะงกินรไรดม้ปกโิำตรรกเฤลษียฎมีกเำฉพาะสว่ นท่ี
เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดงั กลา่ ว๑๐๕
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎเพีกื่ำอประโยชน์ใสนำกนากั รงำคนำคนณวะณกรเรงมินกไำดร้ตกฤาษมฎวีกรำรคหนึ่ง ในกรสณำนีทกั ่ีงบำุตนครณชอะกบรดรม้วกยำรกฤษฎีกำ
กฎหมายท่ยี ังไม่บสรำรนลกั นุ งิตำนภิ คาณวะะกเปรร็นมผกมู้ ำเีรงกนิ ฤไษดฎ้ แีกลำะความเป็นสสาำมนภี กั รงยิำนาขคอณงะบกิดรรามแกลำะรมกาฤรษดฎาีกไำดม้ ีอยู่ตลอด
ปีภาษี ให้ถือว่าเงินได้ของบุตรดังกล่าวเป็นเงินได้ของบิดา แต่ถ้าความเป็นสามีภริยาของบิดาและ
สำนกั มงาำนรดคณามะิไกดร้มรมีอกยำู่ตรกลฤอษดฎปีกีภำาษี ให้ถือว่าเสงำินนไกั ดง้ขำนอคงณบุตะกรรดรังมกกลำ่รากวฤเปษ็นฎีเกงำินได้ของบิดาสหำรนือกั ขงอำนงคมณาระดกรารผมู้ใกชำ้ รกฤษฎีกำ
อำนาจปกครอง หรอื ของบดิ าในกรณีบดิ ามารดาใชอ้ ำนาจปกครองร่วมกนั ๑๐๖
สำนกั คงำวนาคมณในะกวรรรรมคกสำอรกงใฤหษ้ใฎชีก้บำังคับกับบุตรบสำุญนธกั รงำรนมคทณ่ียะังกไรมร่บมรกรำลรกุนฤิตษิภฎาีกวำะซ่ึงเป็นผู้มี
เงินได้ด้วยโดยอนโุ ลม๑๐๗
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎ(คีก)ำเงินโบนัสที่จส่าำยนแกั กงำ่ผนู้ถคือณหะุ้นกรหรมรือกำผรู้เกปฤ็นษหฎุ้นีกสำ ่วนในบริษัทหสำรนือักหง้าำนงหคณุ้นะสก่วรนรนมกิตำิ รกฤษฎีกำ
บคุ คล สำนกั (งงำ)นเคงณินะลกดรทรมุนกขำอรงกบฤรษิษฎัีทกำหรือห้างหุ้นสส่วำนนนกั ิงตำิบนุคคคณละเกฉรพรมากะำสร่วกนฤทษฎี่จีก่ายำ ไม่เกินกว่า
กำไรและเงินท่กี นั ไว้รวมกัน
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎ(จีก)ำเงินเพิ่มทุนขสอำงนบกั รงำิษนัทคหณระือกหรร้ามงกหำุ้นรกสฤ่วษนฎนีกิตำิบุคคลซ่ึงตั้งจสาำกนกกั ำงไำรนทค่ีไณดะ้มการหรมรกือำรกฤษฎีกำ
เงินทก่ี ันไว้รวมกนั สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั ๑ง๖ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๐ม๒กำรก๑๐ฤ๓ษมฎาีกตำรา ๔๐ (๓) แกส้ไำขนเพกั ิ่มงำเตนิมคโณดะยกพรรระมรกาำชรบกัญฤญษฎัตีกิแำก้ไขเพิ่มเติมประสมำนวลกั รงัษำนฎคากณระก(ฉรบรมับกทำี่ รกฤษฎีกำ
ที่ ๒๙) พ.ศ. ๒๕๓๔ส๑ำ๐น๔กั มงาำตนรคาณ๔ะ๐กร(๔รม) ก(กำ)รแกกฤ้ไษขฎเพีกิ่มำเติมโดยพระราสชำบนัญกั งญำัตนแิคกณไ้ ขะกเพร่ิมรมเตกิมำปรกระฤมษวฎลีกรำัษฎากร (ฉบับ
๑๐๕ มาตรา ๔๐ (๔) (ข) วรรคหน่ึง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล
สำนกั รงษั ำฎนาคกณระ(กฉรบรับมทกี่ ำ๕ร๒ก)ฤพษ.ฎศีก. ๒ำ ๕๖๒ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๐๖ มาตรา ๔๐ (๔) (ข) วรรคสอง เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร
(ฉบับท่ี ๖) พ.ศ. ๒ส๕ำ๒น๓กั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๐๗ มาตรา ๔๐ (๔) (ข) วรรคสาม เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร
สำนกั (งฉำบนับคทณ่ี ๖ะก) รพร.มศก. ำ๒ร๕ก๒ฤษ๓ฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๒๗ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(ฉ) ผลประโยชน์ที่ได้จากการท่บี ริษทั หรอื ห้างหนุ้ ส่วนนิติบุคคลควบเข้ากนั หรือ
สำนกั รงบั ำนชคว่ งณกะนั กรหรมรอืกำเลรกิกฤกษนั ฎซีกง่ึำตรี าคาเป็นเงสนิ ำไนดกั เ้ งกำินนกควณ่าะเงกนิรรทมุนกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ช)๑๐๘ ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนการเป็นหุ้นส่วน โอนหน่วยลงทุน หรือโอนหุ้น
หุ้นกู้ พันธบัตร หสรำืนอกัตง๋ัวำเนงคินณหะรกือรรตมรกาำสรากรฤแษสฎดีกงำสิทธิในหน้ีทส่ีบำรนิษกั ัทงำหนรคือณหะ้ากงรหรมุ้นกสำ่วรนกฤนษิตฎิบีกุคำคลหรือนิติ
บุคคลอื่นเป็นผู้ออก รวมทั้งเงนิ ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุนให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิตบิ ุคคลที่
สำนกั เงปำ็นนกคอณงะทกนุรรรมวกมำรทกฤงั้ ษนฎี้ เีกฉำพาะซ่ึงตรี าคาสเำปนน็ กั เงงำนิ นไคดณ้เกะนิกกรรวมา่ กทำลี่ รงกทฤุนษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
จากการถอื หรอื คสรอำนบกั ค(งซรำอ)น๑งค๐โณ๙ทะเเงกคินรนรสดม่วิจกนทิ ำรแลั กบฤ่งษขฎอีกงำกำไร หรือผลสปำนรกัะงโำยนชคนณ์อะ่ืนกใรดรมในกำลรักกษฤษณฎะีกเำดียวกันที่ได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎ(ฌีกำ)๑๑๐ ผลประโสยำชนกันง์ทำน่ีไดค้รณับะจกรารกมกกาำรรโกอฤนษฎคีกรำิปโทเคอร์เรนสซำีหนรกั ืองำโนทคเคณนะกดริจริทมักลำรกฤษฎีกำ
ทง้ั นี้ เฉพาะซง่ึ ตีราคาเปน็ เงนิ ไดเ้ กินกว่าทล่ี งทนุ
ส(๕ำน)๑กั ๑ง๑ำนเคงนิณหะกรอืรรปมรกะำโรยกชฤนษ์อฎยีกา่ำงอ่ืนทไ่ี ดเ้ นือ่ งสจำนากกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ก) การใหเ้ ช่าทรพั ย์สนิ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีก(ำข) การผิดสัญสญำนาเกั ชง่าำซน้ือคทณระพักรยรส์ มนิ กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ค) การผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อนซึ่งผู้ขายได้รับคืนทรัพย์สินที่ซ้ือขายน้ันโดย
ไมต่ อ้ งคนื เงนิ หรือสปำนระกั โงยำนชคนณท์ ะ่ไี ดกรร้ รบั มไกวำ้แรลก้วฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ในกรณี (ก) ถ้าเจ้าพนักงานประเมนิ มีเหตุอันควรเชื่อว่า ผู้มีเงินได้แสดงเงนิ ได้
สำนกั ตง่ำำนไปคไณมะ่ถกูกรตรม้อกงำตรากมฤคษวฎาีกมำเป็นจริง เจ้าสพำนนกัักงงำานนคปณระะกเรมรินมมกีำอรำกนฤาษจฎปีกรำะเมินเงินได้นส้ันำนตกัางมำจนำคนณวะนกเรงรินมกทำี่ รกฤษฎีกำ
ทรัพย์สินนั้นสมคสวำรนใกัหง้เำชน่าคไณด้ตะการมรปมกกตำริ กแฤลษะฎใหีกำ้ถือว่าจำนวนเสงำินนทกั ี่ปงำรนะคเมณินะกนรี้เรปม็นกเำงรินกไฤดษ้พฎึงีกปำระเมินของ
ผู้มีเงินได้ ในกรณีน้ีจะอุทธรณ์การประเมินก็ได้ ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์ตามส่วน ๒
สำนกั หงมำนวคดณ๒ะกลรกัรมษกณำระก๒ฤษมฎาีกใำช้บังคับโดยอนสำุโลนมกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ในกรณี (ข) และ (ค) ให้ถือว่าเงินหรือประโยชน์ท่ีได้รับไวแ้ ล้วแต่วันทำสัญญา
จนถงึ วนั ผิดสัญญสาำทน้ังกัสงิน้ ำนเคปณ็นะเงกนิ รรไดมพ้กำึงรปกรฤะษเฎมีกนิ ำของปที ่ีมกี ารผสิดำนสกั ญั งำญนาคนณั้นะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๖) เงินได้จากวิชาชีพอิสระ คือวิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป วิศวกรรม
สำนกั สงถำนาปคณัตยะกกรรรรมมกำกรากรฤบษัญฎีกชำี ประณีตศิลปสกำรนรกั มงำหนรคือณวะิชการชรมีพกอำิสรกระฤอษื่นฎีกซำ่ึงจะได้มีพระรสาำชนกักฤงษำนฎคีกณาะกกำรหรนมกดำรกฤษฎีกำ
ชนิดไว้ ส(ำ๗น)กั เงงำินนไคดณ้จะากกรรกมากรำรรับกฤเหษมฎาีกทำ ่ีผู้รับเหมาตส้อำงนลกั งงทำนุนคดณ้วะยกกรารมรจกำัดรหกฤาษสัฎมีกภำาระในส่วน
สำคญั นอกจากเคร่ืองมอื
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๘ฤ)ษเฎงีกินำได้จากการธุรสกำิจนกั กงาำนรพคณาณะกิชรยร์มกกาำรรเกกฤษษตฎรีกำการอุตสาหกรสรำนมกั กงำานรคขณนสะก่งรหรมรกือำรกฤษฎีกำ
การอน่ื นอกจากทสี่รำะนบกั ุไงวำใ้นนคณ(๑ะ)กรถรงึ ม(ก๗ำ)รกแฤลษว้ ฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
เงินค่าภาษีอากรตามวรรคหน่ึง ถ้าผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ฉบับที่ ๕๒) พ.ศ. ส๒๑ำ๐๕น๘๖กั ม๒งาำตนรคาณ๔ะก๐รร(๔ม)ก(ำชร)กฤแษก้ไฎขีกเำพิ่มเติมโดยพรสะำรนากัชงบำัญนญคณัติแะกกร้ไรขมเพกิ่ำมรเกตฤิมษปฎรีกะำมวลรัษฎากร
๑๐๙ มาตรา ๔๐ (๔) (ซ) เพ่ิมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๙)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๖ก๑รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๑๐ มาตรา ๔๐ (๔) (ฌ) เพ่ิมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๙)
พ.ศ. ๒๕๖๑ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๑๑ มาตรา ๔๐ (๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี
สำนกั ๑ง๖ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๐ม๒กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๒๘ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประเภทใด ไม่ว่าทอดใด หรือในปภี าษีใดก็ตาม ให้ถือเปน็ เงินได้ประเภทและของปีภาษีเดียวกันกับเงิน
สำนกั ไงดำท้น่ีอคอณกะแกทรรนมใกหำ้นรกั้นฤ๑ษ๑๒ฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั งรำานค๔ณ๐ะกทรวรมิ๑๑ก๓ำรกผฤู้ใษดฎสีก่งำสินค้าออกไปสำตน่ากั งงปำนรคะณเทะกศรใรหม้แกกำร่หกรฤือษฎตีกาำมคำสั่งของ
สำนกั งานใหญ่ สาขา ตัวการ ตัวแทน นายจา้ ง หรอื ลูกจ้างให้ถือว่าการท่ีได้ส่งสินค้าไปน้ันเป็นการขาย
สำนกั ใงนำปนครณะเะทกศรรไมทกยำดร้วกยฤษแฎลีกะำให้ถือราคาสสินำคน้ากั ตงำานมครณาะคการตรลมากดำรใกนฤวษันฎทีก่ีสำ่งไปเป็นเงินไสดำ้พนึงกั ปงำรนะคเณมินะกใรนรปมีทกำี่ รกฤษฎีกำ
ส่งไปนัน้ สคำวนากั มงใำนนวครณระคกกรอ่รมนกมำิใรหก้ใฤชษบ้ ฎังีกคำบั ในกรณที ่สี นิ สคำนา้ นกั งั้นำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ)ษเฎปีกน็ ำของทส่ี ่งไปเปสน็ำนตกัวั งอำยนา่คงณหะรกอื รเรพมอ่ื กกำรากรวฤจิษยัฎโีกดำยเฉพาะ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๒) เปน็ ของผา่ นแดน
ส(ำ๓น)กั เงปำน็นคขณอะงกทรี่นรมำกเขำร้ากมฤาษในฎีกรำาชอาณาจักรสแำลน้วกั สงำ่งนกคลณับะอกอรรกมไปกำใรหก้ผฤู้สษ่งฎเีกขำ้ามาภายใน
หนึ่งปีนับแตว่ นั ทส่ี ินค้านน้ั เข้ามาในราชอาณาจกั ร
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๔ฤษ) ฎเปีกำ็นของท่ีส่งอสอำกนไกั ปงำนนอคกณระการชรอมากณำรกาฤจษักฎรีกแำล้วส่งกลับคสืนำเนขกั ้างำมนาคใณหะ้ผกู้สร่รงมในกำรกฤษฎีกำ
ราชอาณาจกั รภายในหนึง่ ปนี บั แต่วันท่ีสง่ สินคา้ ออกไปนอกราชอาณาจกั ร
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๔๑๑๑๔ ผู้มีเงินได้พงึ ประเมินตามมาตรา ๔๐ ในปีภาษที ลี่ ว่ งมาแล้วเน่อื งจาก
สำนกั หงนำน้าคทณี่งะากนรหรมรกือำกริจกกฤษารฎทีกี่ำทำในประเทศสไำทนกัยงำหนรคือณเนะก่ือรงรจมากกำรกกิจฤกษาฎรีกขำองนายจ้างในสำปนรกั ะงเำทนศคไณทะยกรหรมรกือำรกฤษฎีกำ
เนื่องจากทรัพย์สสินำทนี่อกั ยงำู่ในนคปณระะกเทรรศมไกทำยรกตฤ้อษงฎเีกสำียภาษีตามบทสบำนัญกั ญงำัตนิใคนณสะ่วกนรนรมี้ไมก่วำร่ากเงฤินษไฎดีก้นำ้ันจะจ่ายใน
หรือนอกประเทศ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกผฤู้อษยฎู่ใีกนำประเทศไทยสมำนีเงกั ินงำไนดค้พณึงะปกรระรมเมกินำรตกาฤมษมฎีกาำตรา ๔๐ ในปสีภำนากัษงีทำน่ีลค่วณงะมการแรมลก้วำรกฤษฎีกำ
เนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ
ต้องเสยี ภาษเี งนิ ไสดำต้ นากั มงบำนทคบณญั ะญกรัตริใมนกสำ่วรนกฤนษีเ้ มฎอ่ืีกนำ ำเงนิ ได้พงึ ปรสะำนเมกั ินงำนนน้ั คเณขา้ะกมรารใมนกปำรระกเฤทษศฎไีกทำย
ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหน่ึงหรือหลายระยะรวมเวลาทั้งหมดถึงหน่ึงร้อย
สำนกั แงปำนดคสณบิ วะกันรใรนมปกภี ำรากษฤีปษใี ฎดีกใำหถ้ อื วา่ ผนู้ ้นั เปสำ็นนผกั อู้ งยำนใู่ นคปณระะกเรทรมศกไทำรยกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๔ค๑ณะทกวริ๑ร๑ม๕กำใรนกกฤรษณฎีีกกำารโอนกรรมสิสทำธนิ์หกั รงือำนสคิทณธิคะกรรอรบมคกรำอรกงใฤนษอฎสีกังำหาริมทรัพย์
โดยไม่มคี า่ ตอบแทน ใหถ้ อื ว่าผ้โู อนเป็นผูม้ ีเงนิ ไดแ้ ละตอ้ งเสียภาษีตามบทบญั ญตั ิในสว่ นน้ี
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๔ค๒ณ๑ะ๑ก๖รรเมงกนิ ำไรดกพ้ฤึงษปฎรีกะำเมนิ ประเภทสตำ่อนไกัปงนำ้ีนใคหณ้ไดะ้รกับรรยมกกเำวร้นกไฤมษต่ ฎ้อีกงำรวมคำนวณ
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๒ก๗รรมกำรก๑๑ฤ๒ษมฎาีกตำรา ๔๐ วรรคสอสงำนเพกั ิ่งมำโนดยคพณระะกรรารชมกกำำหรนกดฤแษกฎ้ไขีกเำพ่ิมเตมิ ประมวลสรำัษนฎกั างกำนร ค(ฉณบะับกทร่ีร๑ม๓ก)ำรกฤษฎีกำ
๒๕๐๒ ส๑ำ๑น๓กั มงาำตนรคาณ๔ะ๐กรทรวมิ กเพำิ่มรกโดฤยษพฎรีกะำราชบัญญัติแก้ไสขำเนพกั ิ่มงเำตนิมคปณระะมกวรลรมรัษกฎำรากกฤรษ(ฎฉบีกับำ ที่ ๑๖) พ.ศ.
๑๑๔ มาตรา ๔๑ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๘)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๔ะ๙ก๔รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๑๕ มาตรา ๔๑ ทวิ เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ.
๒๕๒๕ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๑๖ มาตรา ๔๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๔ะ๙ก๖รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๒๙ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
เพ่ือเสียภาษเี งนิ ได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ)ษคฎ่าีกเำบ้ยี เล้ยี ง หรือสคำา่ นพกั างหำนนคะณซะง่ึ กลรูกรจม้ากงำรหกรฤือษผฎู้รีกับำหนา้ ทีห่ รือตำสแำหนนกั ่งงำงนานคณหะรกอื รผรม้รู ับกำรกฤษฎีกำ
ทำงานให้ได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติการตามหน้าท่ีของตนและได้
จ่ายไปทง้ั หมดในกสำานรนกั งั้นำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๒) ค่าพาหนะและเบ้ียเลี้ยงเดินทางตามอัตราที่รัฐบาลกำหนดไว้โดยพระราช
สำนกั กงฤำนษคฎณกี ะากวร่ารดม้วกยำอรัตกฤราษคฎ่าีกพำาหนะและเบส้ยี ำเนลกัยี้ งงำเนดคินณทะากงรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
โดยจำเป็นเพื่อกาส(รำ๓เนด)กั๑ิน๑งท๗ำนาเคงงิณนจาคะกก่ารตเดร่ามินงกถทำ่ินราใกงนซฤกษ่ึงานฎรีกาเยำขจ้า้ารงับจง่าายนใเหป้ล็นสูกคำจนร้ั้งากั แงงเำรฉนกพคหณาะระือสกใร่วนรนมกทกาี่ลำรรูกกกจลฤ้าับษงถฎไิ่นดีกำ้จเด่าิมยเทม้ัง่ือหกมาดร
สำนกั จง้าำงนไคดณ้สะ้ินกสรุดรมลกงำแรลก้วฤษแฎตีก่ขำ้อยกเว้นนี้มิใหสำ้รนวกัมงถำึงนเคงณินคะก่ารเดรมินกทำารงกทฤษี่ลฎูกีกจำ้างได้รับในการสกำนลกัับงถำิ่นนคเดณิมะแกลรระมในกำรกฤษฎีกำ
การเขา้ รบั งานของนายจ้างเดิมภายในสามรอ้ ยหกสบิ ห้าวันนับแต่วนั ท่ีการจา้ งครงั้ กอ่ นได้สิ้นสดุ ลง
ส(ำ๔น)กั ใงนำนกครณณะีทก่ีนรรามยกจำ้ารงกแฤลษะฎลีกูกำจ้างได้ทำสัญสญำนากั กงันำนโดคยณสะุกจรรริตมกก่อำรนกใฤชษ้พฎรีกะำราชบัญญัติ
ภาษีเงินได้ พุทธศักราช ๒๔๗๕ มีข้อกำหนดว่านายจ้างจะชำระเงินบำเหน็จ เงินค่าธรรมเนียม
สำนกั เงงำินนคค่าณนะากยรรหมนก้าำรหกรฤือษเฎงีิกนำโบนัสให้แก่ลูกสำจน้ากังงเปำน็นคจณำะนกวรนรเมดกียำวรกเมฤื่อษกฎาีกรำงานที่จ้างได้สสิ้นำสนุดกั งลำงนแคลณ้วะกแรมร้เมงินกำรกฤษฎีกำ
เต็มจำนวนน้ันจะได้ชำระภายหลังที่ใช้บทบัญญัติในส่วนนี้ก็ดี เงินบำเหน็จ เงินค่าธรรมเนียม เงินค่า
นายหน้า หรือเงินสำโนบกันงัสำนสค่วนณทะกี่เปรร็นมคก่าำรจก้าฤงษแฎรงีกงำานอันได้ทำใสนำเนวกัลงาำกน่อคนณใะชก้พรรรมะกรำารชกบฤัญษฎญีกัตำิภาษีเงินได้
พทุ ธศักราช ๒๔๗๕ น้นั ไมต่ ้องรวมคำนวณเพ่ือเสียภาษีเงนิ ได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๕ฤ)ษฎเงีกินำเพ่ิมพิเศษปรสะำจนำกั ตงำำนแคหณนะ่งกรแรลมะกเำงรินกคฤ่าษเฎชีก่าำบ้าน หรือบ้านสำทนี่ใกัหง้อำนยคู่โดณยะไกมร่ตรม้อกงำรกฤษฎีกำ
เสียค่าเช่า สำหรบั สขำน้ารกั างำชนกคาณรสะกถรารนมทกูตำรหกรฤอื ษสฎถีกาำนกงสลุ ไทยในสตำ่านงกั ปงรำนะคเทณศะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๖) เงนิ ได้จากการขาย หรือส่วนลดจากการซ้ืออากรแสตมป์ หรือแสตมป์ไปรษณียากร
สำนกั ขงอำนงรคัฐณบะากลรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๗) เบี้ยประชุมกรรมาธิการหรือกรรมการหรือค่าสอน ค่าสอบท่ีทางราชการหรือ
สถานศึกษาของทสาำงนรกัางชำกนาครณจะ่ากยรใรหม้ กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๘)๑๑๘ ดอกเบีย้ ดงั ตอ่ ไปน้ี
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ(ก) ดอกเบี้ยสสำลนากั กงำอนอคมณสะินกหรรรมือกดำอรกกฤเษบฎ้ียีกเงำินฝากออมสินสำขนอักงงรำัฐนบคณาละเกฉรพรมากะำรกฤษฎีกำ
ประเภทฝากเผอ่ื เรยี ก
สำนกั งำน(คขณ) ะดกอรกรเมบก้ียำเรงกินฤฝษาฎกีกปำระเภทออมทสรำพั นยกั ์ทงำี่ไนดค้รณับจะการกรสมหกกำรรกณฤ์ ษฎีกำ
(ค) ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเม่ือทวงถาม
สำนกั ปงรำนะคเภณทะกอรอรมมทกรำรัพกยฤ์เษฉฎพีกาำะกรณีท่ีผู้มีเงสินำไนดกั ้ไงดำ้นรับคณดอะกกรเรบม้ียกดำังรกกฤลษ่าฎวใีกนำจำนวนรวมกสันำนทกัั้งงสำิ้นนคไมณ่เะกกินรหรมนกึ่งำรกฤษฎีกำ
หมน่ื บาทตลอดปสีภำานษกั นี งำัน้ นคทณงั้ ะนก้ี รตรามมกหำรลกกั ฤเษกฎณีกฑำ์ วธิ กี าร และสเงำ่ือนนกั งไขำนทคอี่ ณธบิะกดรีปรมระกกำรากศฤกษำฎหีกนำด
(๙)๑๑๙ การขายสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดก หรือสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมิได้มุ่ง
สำนกั ใงนำทนคางณกะากรรคร้มาหกำรรือกหฤาษกฎำีกไำร แต่ไม่รวมถสึงำเรนือกั กงำำนปคั่นณเะรกือรทรม่ีมกีรำะรวกาฤงษตฎ้ังีกแำต่หกตันข้ึนไปสำเรนือกั กงำลนไคฟณหะกรรือรเมรกือำรกฤษฎีกำ
ยนตท์ ม่ี รี ะวางตง้ั แตห่ า้ ตนั ขน้ึ ไปหรือแพ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๑๗ มาตรา ๔๒ (๓) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่
สำนกั ๑ง๖ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๐ม๒กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๑๘ มาตรา ๔๒ (๘) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่
๒๙) พ.ศ. ๒๕๓๔ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๑๙ มาตรา ๔๒ (๙) แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชกำหนดแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ ประมวลรษั ฎากร (ฉบบั ที่ ๙)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๒ก๕รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๓๐ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๑๐)๑๒๐ เงินได้ท่ีไดร้ บั จากการรับมรดก
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤษ๑ฎ)๑ีก๒ำ๑ รางวัลเพ่ือสกำานรกั ศงึกำนษคาณหะรกือรคร้มนกคำวร้ากใฤนษวฎิทีกยำาการ รางวัลสสำลนากั กงำกนินคแณบะ่งกรหรมรืกอำรกฤษฎีกำ
สลากออมสินของรัฐบาล รางวัลท่ีทางราชการจ่ายให้ในการประกวดหรือแข่งขันซึ่งผู้รับมิได้มีอาชีพ
ในการประกวดหสรำือนแกั ขงำ่งนขคันณหะกรรือรสมินกบำรนกรฤาษงฎวีกัลำที่ทางราชการสจำน่ากัยงใำหน้เคพณ่ือะปกรระรมโยกชำรนก์ใฤนษกฎาีกรำปราบปราม
การกระทำความผดิ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ๒ษฎ) ีกบำำนาญพเิ ศษ บสำำนเหกั นงำจ็ นพคเิ ณศะษกรบรำมนกาำญรกตฤกษทฎอีกดำ หรือบำเหน็จสตำนกกัทงอำดนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สงเคราะห์ ส(ำ๑น๓กั )งำคน่าคสณินะไกหรมรมทกดำแรทกฤนษเพฎีก่ือำละเมิด เงินทส่ีไดำน้จกัางกำกนาครณปะรกะรกรมันกภำัยรกหฤรษือฎกีกาำรฌาปนกิจ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ๔ษฎ)๑ีก๒ำ๒ (ยกเลิก) สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๑๕)๑๒๓ เงินได้ของชาวนาท่ีได้จากการขายข้าวอันเกิดจากกสิกรรมที่ตนและหรือ
ครอบครัวไดท้ ำเอสงำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๑๖) เงนิ ไดท้ ไ่ี ด้รบั จากกองมรดกซึ่งต้องเสียภาษตี ามความในมาตรา ๕๗ ทวิ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ๗ษฎ) ีกเงำินได้ตามท่จี ะสไดำน้กกัำงหำนนดคยณกะเกวร้นรโมดกยำกรกฎฤกษรฎะีกทำรวง สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๑๘)๑๒๔ รางวัลสลากบำรุงกาชาดไทย เงินได้จากการขายหรือส่วนลดจากการซื้อ
สลากบำรงุ กาชาดสไำทนยกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๑๙)๑๒๕ ดอกเบ้ียที่ได้รบั ตามมาตรา ๔ ทศ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๒ฤ๐ษฎ)๑ีก๒ำ๖ (ยกเลิก) สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส((๒๒ำน๑๒กั ))ง๑๑ำ๒๒น๘๗ค((ณยยกกะกเเลลรริกิกม)) กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๒ฤ๓ษฎ)๑ีก๒ำ๙ (ยกเลิก) สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส๑ำ๒น๐กั มงาำตนรคาณ๔ะ๒กร(๑รม๐ก) ำแรกก้ไฤขษเพฎิ่มีกเำตมิ โดยพระราชสบำญั นญกั งัตำแิ นกค้ไณขเะพกมิ่ รเรตมิมกปำรระกมฤวษลฎรีัษกำฎากร (ฉบับที่
๔๐) พ.ศ. ๒๕๕๘
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก๑๒ฤ๑ษมฎาีกตำรา ๔๒ (๑๑) แสกำ้ไนขกัเพงิ่มำนเตคมิ ณโดะยกพรรรมะกราำชรกบฤัญษญฎัตีกแิ ำก้ไขเพิ่มเติมปรสะำมนวลักงรำัษนฎคาณกระก(ฉรบรมับกทำี่ รกฤษฎีกำ
๑๖) พ.ศ. ๒๕๐๒ ส๑ำ๒น๒กั มงาำตนรคาณ๔ะ๒กร(ร๑ม๔ก)ำยรกกเฤลษิกฎโดีกยำพระราชบัญญสัตำิแนกกั ้ไงขำเนพค่ิมณเตะิมกปรรระมมกวำลรรกัษฤฎษาฎกีกรำ(ฉบับท่ี ๓๙)
พ.ศ. ๒๕๕๗
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก๑๒ฤ๓ษมฎาีกตำรา ๔๒ (๑๕) แสกำ้ไนขกัเพงิ่มำนเตคิมณโดะยกพรรรมะกราำชรกบฤญั ษญฎัตีกิแำก้ไขเพมิ่ เติมปรสะำมนวกัลงรำษั นฎคาณกระก(ฉรบรมับกทำ่ี รกฤษฎีกำ
๑๘) พ.ศ. ๒๕๐๔
ส๑ำ๒น๔กั มงาำตนรคาณ๔ะ๒กร(ร๑ม๘ก)ำรเพก่ิฤมษโดฎยีกปำระกาศของคณสะำนปกัฏงิวำัตนิ คฉณบับะกทรี่ ร๒ม๐ก๖ำรลกงฤวษันฎทีกี่ ำ๑๕ กันยายน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๑๕
สำนกั พงทุำนธศคักณระากชร๒รม๕ก๑ำ๕รก๑๒ฤ๕ษมฎาีกตำรา ๔๒ (๑๙) เสพำ่ิมนโกั ดงยำนปคระณกะากศรขรอมงกคำณรกะฤปษฏฎิวีกัตำิ ฉบับท่ี ๒๐๖ สลำงนวักันงทำี่ น๑ค๕ณกะันกรยรามยกนำรกฤษฎีกำ
พ.ศ. ๒๕๒๕ ส๑ำ๒น๖กั มงาำตนรคาณ๔ะ๒กร(ร๒ม๐ก)ำยรกกเฤลษิกฎโดีกยำพระราชบัญญสัตำิแนกกั ้ไงขำเนพค่ิมณเตะิมกปรรระมมกวำลรรกัษฤฎษาฎกีกรำ(ฉบับที่ ๒๖)
๑๒๗ มาตรา ๔๒ (๒๑) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๙)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๓ก๔รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๒๘ มาตรา ๔๒ (๒๒) ยกเลิกโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๔)
พ.ศ. ๒๕๒๙ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๒๙ มาตรา ๔๒ (๒๓) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๕๒)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๖ก๒รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๓๑ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๒๔)๑๓๐ (ยกเลิก)
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๒ฤษ๕ฎ)๑ีก๓ำ๑ เงินประโยสชำนน์ทกั ดงำแนทคนณทะกี่ผรู้ปรมระกกำรันกตฤษนฎไดีก้รำับจากกองทุนสำปนรกั ะงกำนันคสณังะคกมรตรมากมำรกฤษฎีกำ
กฎหมายวา่ ดว้ ยการประกนั สงั คม
ส(ำ๒น๖กั )ง๑ำ๓น๒คเณงิะนกไรดร้จมากกำกรกาฤรษโอฎนีกกำ รรมสิทธ์ิหรืสอำสนิทกั ธงิำคนรคอณบะคกรรอรงมใกนำรอกสฤังษหฎาีกรำิมทรัพย์โดย
ไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม เฉพาะเงินได้จากการโอน
สำนกั ใงหำ้แนกค่บณุตะกรชรรอมบกดำ้วรกยฤกษฎฎหีกมำายน้นั ในสว่ นสทำนไี่ มกั ง่เกำนินคยณ่สี ะบิ กลรา้ รนมบกำารทกตฤอ่ ษบฎตุีกรำหนง่ึ คนตลอดสปำนภี กัางษำนีน้ันคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ผู้สืบสันดาน หรอื สค(ำ๒ู่สน๗มกั ร)ง๑สำ๓น๓เคฉณเพงะินากะไรเดรง้มทินก่ีไไดำดร้ใ้รกนับฤสษจว่ ฎานกีกทำกไ่ี มารเ่ กอินุปยก่สี าิบรละา้สหนำรนบือกั าจงทำาตนกลคกอณาดะรปกใรีภหรา้มโษดกนียำร้นัเกสฤนษ่หฎาีกจำากบุพการี
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๒ฤ๘ษฎ)๑ีก๓ำ๔ เงินได้ที่ได้รสับำนจกัางกำกนาครณอะุปกกรรามรกะำโรดกยฤหษนฎ้าีกทำ ี่ธรรมจรรยาสหำรนือกั จงำานกคกณาระใกหรร้โดมกยำรกฤษฎีกำ
เสน่หาเน่ืองในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ทั้งน้ี จากบุคคลซึ่งมิใช่บุพการี
ผู้สบื สันดาน หรือสคำ่สูนมกั รงสำนเฉคพณาะะกเรงรนิ มไกดำ้ใรนกสฤ่วษนฎทีกีไ่ำมเ่ กนิ สิบลา้ นสบำานทกั ตงำลนอคดณปะภี การษรมีนก้ันำรกฤษฎีกำ
(๒๙)๑๓๕ เงินได้ท่ีได้รับจากการให้โดยเสน่หาท่ีผู้ให้แสดงเจตนาหรือเห็นได้ว่ามีความ
สำนกั ปงำรนะคสงณคะ์ใกหร้ใรชม้เกพำ่ือรปกฤระษโฎยีกชำน์ในกิจการศาสสำนนากั งกำิจนกคาณรศะกึกรษรามกหำรรือกกฤิจษกฎาีกรำสาธารณประโสยำชนนกั ์ งตำานมคหณละักกเรกรณมฑกำ์ รกฤษฎีกำ
และเง่ือนไขทกี่ ำหนดในกฎกระทรวง สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๔๒ ทวิ๑๓๖ เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา ๔๐ (๑) และ (๒) ยอมให้
สำนกั หงักำนคค่าณใชะ้จก่ารยรมเปกน็ำรกกาฤรษเหฎมีกาำไดร้ อ้ ยละ ๕๐สำนแกัตง่รำวนมคกณนั ะตกอ้ รงรไมมก่เำกรินกฤ๑ษ๐ฎี๐กำ,๐๐๐ บาท๑๓ส๗ำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สใำนนกกั รงณำนีสคาณมะภี กรริยรามตก่าำรงกฝฤ่าษยตฎี่ากงำมีเงินได้ตามวสรำรนคกั หงำนนึ่งคแณละะกครรวมากมำเรปก็นฤสษาฎมีกีภำริยาได้มอี ยู่
ตลอดปภี าษี ใหต้ า่ งฝ่ายตา่ งหักค่าใชจ้ า่ ยได้ตามเกณฑ์ในวรรคหนง่ึ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๔๒ ตรี๑๓๘ เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา ๔๐ (๓) เฉพาะที่เป็นค่า
แห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแสหำน่งกัลงิขำนสคิทณธะ์ิหกรรือรมสกิทำธริอกฤยษ่าฎงีอกำ่ืน ยอมให้หักสคำ่านใกั ชง้จำน่าคยณไดะก้ตรารมมทก่ีำกรำกหฤนษฎดีกโดำ ยพระราช
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก๑๓ฤ๐ษมฎาีกตำรา ๔๒ (๒๔) ยสกำเนลกัิกงโำดนยคพณระะรการชรบมัญกำญรัตกิแฤกษ้ไฎขีกเพำิ่มเติมประมวลสรำัษนฎักางกำรนค(ฉณบะับกทรี่ ร๕ม๒ก)ำรกฤษฎีกำ
พ.ศ. ๒๕๖๒ ส๑ำ๓น๑กั มงาำตนรคาณ๔ะ๒กร(๒รม๕ก) ำเพรก่ิมฤโดษยฎพีกรำะราชบญั ญัติแกสไ้ ำขนเพกั ม่ิงำเตนิมคปณระะกมรวรลมรกัษำฎรากกฤรษ(ฎฉีกบำบั ท่ี ๒๗) พ.ศ.
๒๕๓๓
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก๑๓ฤ๒ษมฎาีกตำรา ๔๒ (๒๖) แสกำ้ไนขกัเพงิ่มำนเตคมิ ณโดะยกพรรรมะกราำชรกบฤัญษญฎัตีกแิ ำก้ไขเพม่ิ เติมปรสะำมนวกลั รงำัษนฎคาณกระก(ฉรบรมับกทำ่ี รกฤษฎีกำ
๔๓) พ.ศ. ๒๕๕๙
ส๑ำ๓น๓กั มงาำตนรคาณ๔ะ๒กร(๒รม๗ก) ำเพรกม่ิ ฤโดษยฎพีกรำะราชบญั ญัตแิ กสไ้ ำขนเพกั ม่ิงำเตนิมคปณระะกมรวรลมรกัษำฎรากกฤรษ(ฎฉีกบำบั ท่ี ๔๐) พ.ศ.
๒๕๕๘
สำนกั ๒ง๕ำน๕ค๘ณะกรรมกำรก๑๓ฤ๔ษมฎาีกตำรา ๔๒ (๒๘) เพสมิ่ำนโดกั ยงพำนระครณาชะกบรญั รญมัตกแิำรกกไ้ ขฤเษพฎิม่ ีกเตำิมประมวลรัษฎสาำกนรกั (ฉงำบนบั คทณี่ ๔ะ๐กร) รพม.ศก.ำรกฤษฎีกำ
๒๕๕๘ ส๑ำ๓น๕กั มงาำตนรคาณ๔ะ๒กร(๒รม๙ก) ำเพรกิม่ ฤโดษยฎพีกรำะราชบัญญตั ิแกส้ไำขนเพกั ่มิงำเตนิมคปณระะกมรวรลมรกษั ำฎรากกฤรษ(ฎฉีกบำับที่ ๔๐) พ.ศ.
๑๓๖ มาตรา ๔๒ ทวิ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี
สำนกั ๑ง๖ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๓ม๔กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๓๗ มาตรา ๔๒ ทวิ วรรคหน่ึง แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรษั ฎากร
(ฉบบั ที่ ๔๔) พ.ศ. ๒ส๕ำน๖ก๐ั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๓๘ มาตรา ๔๒ ตรี เพ่ิมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๑๐ ลงวันที่ ๗ พฤศจิกายน
สำนกั พงทุำนธศคักณระากชร๒รม๕ก๒ำ๐รกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๓๒ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
กฤษฎกี า๑๓๙
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกในฤกษรฎณีกำีสามภี ริยาตา่ งสฝำน่ายกั ตงำ่านงคมณีเงะนิ กไรดร้ตมากมำรวกรฤรษคฎหีกนำึ่ง และความเปสำ็นนสกั างมำนีภครณิยาะไกดร้มรมอี กยำู่ รกฤษฎีกำ
ตลอดปภี าษี ใหต้ า่ งฝ่ายตา่ งหกั คา่ ใชจ้ า่ ยตามเกณฑใ์ นวรรคหน่ึง
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๔๓๑๔๐ เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา ๔๐ (๕) ยอมให้หักค่าใช้จ่าย
สำนกั ไงดำ้ตนาคมณทะี่กกำรหรมนกดำโรดกยฤพษรฎะีกรำาชกฤษฎกี า สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๔ค๔ณ๑ะ๔ก๑รรมเงกินำรไดกฤ้พษึงฎปีกรำะเมินตามควาสมำในนกั มงำานตครณาะ๔ก๐รรม(๖ก)ำรยกอฤมษใฎหีก้หำักค่าใช้จ่าย
สำนกั ไงดำต้นาคมณทะี่กกำรหรมนกดำโรดกยฤพษรฎะีกรำาชกฤษฎีกา สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๔ค๕ณ๑ะ๔ก๒รรมเงกินำรไดกฤ้พษึงฎปีกรำะเมินตามควาสมำในนกั มงำานตครณาะ๔ก๐รรม(๗ก)ำรยกอฤมษใฎหีก้หำักค่าใช้จ่าย
ไดต้ ามทีก่ ำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๔๖๑๔๓ เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา ๔๐ (๘) ยอมให้หักค่าใช้จ่าย
ไดต้ ามทจี่ ะได้กำหสนำนดกัโดงำยนพครณะะรการชรกมฤกษำรฎกีกฤาษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๔๗๑๔๔ เงินสไำดน้พกั ึงงปำนรคะณเมะินกรตรามมกมำรากตฤรษาฎ๔ีกำ๐ เมื่อได้หักตสาำนมกัมงาำตนรคาณะ๔ก๒รรทมกวำิ รกฤษฎีกำ
ถึงมาตรา ๔๖ แลสว้ ำนเพกั งือ่ ำเนปค็นณกะากรรบรรมรกเำทรากภฤาษรฎะีกภำาษีใหห้ กั ลดหสยำ่อนนกั งไดำนอ้ คีกณดะงั กตร่อรไมปกนำ้ีรกฤษฎีกำ
(๑) ลดหย่อนให้สำหรบั
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎ(กีก)ำ๑๔๕ ผ้มู ีเงินไดส้ ๖ำน๐กั ,๐งำ๐น๐คณบะากทรรมกำรกฤษฎีกำ
(ข)๑๔๖ สามหี รอื ภริยาของผ้มู ีเงนิ ได้ ๖๐,๐๐๐ บาท สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั (งคำ)น๑ค๔๗ณะบกุตรรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก๑๓ฤ๙ษมฎาีกตำรา ๔๒ ตรี วรรสคำหนนกั ่ึงงำแนกคไ้ ขณเพะก่มิ รเตรมิมโกดำยรพกฤระษรฎาีกชำบัญญตั ิแกไ้ ขเพิ่มสำเตนิมักปงรำนะมควณละรกษั รฎรามกกรำรกฤษฎีกำ
(ฉบับท่ี ๔๔) พ.ศ. ๒๕๖๐
ส๑ำ๔น๐กั มงาำตนรคาณ๔ะ๓กรแรกม้ไกขำเพรก่ิมฤเตษิมฎโีกดำยพระราชบัญญสัตำิแนกกั ้ไงขำเนพค่ิมณเตะิมกปรรระมมกวำลรรกัษฤฎษาฎกีกรำ(ฉบับที่ ๑๒)
พ.ศ. ๒๔๙๗
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก๑๔ฤ๑ษมฎาีกตำรา ๔๔ แก้ไขเพส่ิมำนเตกั ิมงโำดนยคพณระะกรารชรมบกัญำญรกัตฤิแษก้ไฎขีกเำพ่ิมเติมประมวลสรำัษนฎกั างกำรนค(ฉณบะับกทรี่ ร๑ม๒ก)ำรกฤษฎีกำ
พ.ศ. ๒๔๙๗
ส๑ำ๔น๒กั มงาำตนรคาณ๔ะ๕กรแรกม้ไกขำเพรกิ่มฤเตษิมฎโีกดำยพระราชบัญญสัตำิแนกกั ้ไงขำเนพค่ิมณเตะิมกปรรระมมกวำลรรกัษฤฎษาฎกีกรำ(ฉบับท่ี ๑๒)
พ.ศ. ๒๔๙๗
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๔ะ๙ก๖รรมกำรก๑๔ฤ๓ษมฎาีกตำรา ๔๖ แก้ไขเพสิ่มำนเตกั ิมงโำดนยคพณระะกรารชรมบกัญำญรกัตฤิแษก้ไฎขีกเำพิ่มเติมประมวลสรำัษนฎกั างกำรนค(ฉณบะับกทรี่ ร๑ม๐ก)ำรกฤษฎีกำ
พ.ศ. ๒๕๐๔ ส๑ำ๔น๔กั มงาำตนรคาณ๔ะ๗กรแรกม้ไกขำเพรก่ิมฤเตษิมฎโีกดำยพระราชบัญญสัตำิแนกกั ้ไงขำเนพค่ิมณเตะิมกปรรระมมกวำลรกรัษฤฎษาฎกีกรำ (ฉบับที่ ๑๘)
๑๔๕ มาตรา ๔๗ (๑) (ก) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตแิ กไ้ ขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับ
สำนกั ทงี่ำ๔น๔ค)ณพะ.กศ.รร๒ม๕ก๖ำ๐รกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๔๖ มาตรา ๔๗ (๑) (ข) แกไ้ ขเพ่มิ เติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรษั ฎากร (ฉบับ
ท่ี ๔๔) พ.ศ. ๒๕๖๐สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๔๗ มาตรา ๔๗ (๑) (ค) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับ
สำนกั ทงี่ำ๔น๔ค)ณพะ.กศ.รร๒ม๕ก๖ำ๐รกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๓๓ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๑)๑๔๘ บุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้มีเงนิ ได้ หรือบุตรชอบด้วยกฎหมาย
สำนกั ขงอำนงคสณามะกีหรรรือมภกำรริยกาฤขษอฎงีกผำู้มีเงินได้ คนลสำะน๓กั ง๐ำน,๐ค๐ณ๐ะกรบรามทกำแรกลฤะษสฎำีกหำรับบุตรชอบดสำ้วนยกั กงฎำนหคมณาะยกตรั้งรแมกตำ่ รกฤษฎีกำ
คนท่ีสองเป็นต้นไปที่เกิดในหรือหลังปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ให้หักลดหย่อนได้เพ่ิมอีกคนละ ๓๐,๐๐๐ บาท
โดยในการนับลำดสำบั นบกั ุตงรำนใคหณน้ ะับกลรำรดมับกำขรอกงฤบษุตฎรีกทำกุ คนไม่ว่าจะสมำีชนีวกั ติ งอำนยหู่คณรือะไกมรก่รม็ตกาำมรกฤษฎีกำ
(๒) บุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ คนละ ๓๐,๐๐๐ บาท แต่รวมกันต้อง
สำนกั ไงมำ่เนกคินณสะากมรครมนกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ให้นำบุตรตาม (๑สำ)นทกั ้ังงหำนมคดณมใะานกหรกักรรมกณก่อำีผนรู้มกแีเฤงลษิน้วฎไจีกดึงำ้มนีบำบุตุตรทรตั้งา(ม๑)ส(๒ำแน)ลกัมะงาำห(น๒ักค)ณเกวะาก้นรรแหรตมัก่ใกลนำดกรกหรฤณยษ่อีผฎนู้มีกีสเำงำินหไรดับ้มบีบุตุตรร
สำนกั ตงาำมนค(ณ๑ะ)กทร่ีมรมีชกีวำติ รอกยฤู่รษวฎมีกเำป็นจำนวนตง้ั สแำตน่สกั างมำนคคนณข้ึนะกไปรรมจกะำนรำกบฤุตษรฎตีกาำม (๒) มาหักไสมำไ่นดกั ้ งแำตนถ่ค้าณบะุตกรรรตมากมำรกฤษฎีกำ
(๑) มีจำนวนไม่ถึงสามคนให้นำบุตรตาม (๒) มาหักได้ โดยเม่ือรวมกับบุตรตาม (๑) แล้วต้องไม่เกิน
สามคน สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
การนับจำนวนบุตร ให้นับเฉพาะบุตรท่ีมีชีวิตอยู่ตามลำดับอายุสูงสุดของบุตร
สำนกั โงดำยนใคหณน้ ะบั กรรวรมมกทำ้งั รบกตุ ฤรษทฎีไ่ีกมำ่อยใู่ นเกณฑ์ไดสำ้รนับกั กงาำรนหคักณละดกหรรยมอ่ กนำดรก้วฤยษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
การหักลดหย่อนสำหรับบุตร ให้หักได้เฉพาะบุตรซ่ึงมีอายุไม่เกินย่ีสิบห้าปี
และยังศึกษาอยสู่ในำนมกั หงำานวคิทณยะากลรัรยมหกรำือรกชฤั้นษอฎุดีกมำ ศึกษา หรือสซำึ่งนเกัปง็นำนผคู้เยณาะวก์รหรมรกือำศรกาฤลษสฎั่งีกใหำ ้เป็นคนไร้
ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถอันอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดู แต่มิให้หักลดหย่อนสำหรับบุตร
สำนกั ดงังำกนลค่าณวะทก่ีมรรีเงมินกไำดร้พกฤึงษปฎระีกเำมินในปีภาษีทสี่ลำ่วนงกั มงาำนแลคณ้วตะ้ังกแรตรม่ ๓กำ๐ร,ก๐ฤ๐ษ๐ฎีกบำาทขึ้นไป โดยเสงำินนไกั ดง้พำนึงปคณระะเกมรินรนมกั้นำรกฤษฎีกำ
ไม่เขา้ ลักษณะตามสำมนากัตงรำานค๔ณ๒ะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
การหักลดหยอ่ นสำหรับบตุ รดงั กล่าว ให้หักได้ตลอดปภี าษไี มว่ ่ากรณที ี่จะ
สำนกั หงักำนไคดณ้น้ัะนกจระรมมีกอำยรู่ตกลฤษอฎดีกปำีภาษีหรือไม่ สแำลนะกั ใงนำกนครณณะีบกุตรรรมบกุญำรธกรฤรษมฎนีก้ันำให้หักลดหย่อสำนนใกันงฐำานนคะณบะกุตรรรบมุญกำรกฤษฎีกำ
ธรรมไดแ้ ตฐ่ านะเดยี ว
สำนกั (งงำ)นเคบณยี้ ปะกรระรกมันกภำรัยกทฤ่ผี ษู้มฎีเีกงินำ ได้จ่ายไปในปสีำภนากัษงีสำนำหครณับะกการรรมปกระำรกกันฤชษีวฎิตีกขำองผู้มเี งินได้
ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ท้ังน้ี เฉพาะในกรณีท่ีกรมธรรม์ประกันชีวิตมี
สำนกั กงำำนหคนณดะเวกลรรามตกั้งำแรตก่สฤษิบฎปีกีขำ้ึนไป และการสปำนรกัะงกำันนคชณีวิตะกนรั้นรไมดก้เำอรากปฤรษะฎกีกัำนไว้กับผู้รับปรสะำนกักันงภำนัยคทณี่ปะรกะรกรอมกบำรกฤษฎีกำ
กจิ การประกันชีวติ ในราชอาณาจกั ร๑๔๙
สำนกั ใงนำนกครณณะีสการมรมีหกรำือรภกรฤิยษาฎขีกอำงผู้มีเงินได้มีกสำานรกปั งรำะนกคันณชะีวกิตรรแมลกำะรคกวฤาษมฎเีกปำ็นสามีภริยา
ได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้หักลดหย่อนได้ด้วยสำหรับเบี้ยประกันที่จ่ายสำหรับการประกันชีวิตของสามี
สำนกั หงรำนอื คภณรยิะกานรรัน้ มตกาำมรกเกฤณษฎฑีก์ใำนวรรคหนึ่ง๑๕ส๐ำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั (งจำ)น๑ค๕ณ๑ะ(กยรกรเมลกกิ ำ)รกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ฉ)๑๕๒ (ยกเลิก)
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ฉบบั ที่ ๔๖) พ.ศ. ๒ส๑๕ำ๔น๖๘ก๑ั มงาำตนรคาณ๔ะ๗กร(ร๑ม)ก(คำร) ก(๑ฤ)ษแฎกีก้ไำขเพิ่มเติมโดยพสรำะนรกั างชำบนัญคณญัะตกิแรกร้ไมขกเพำ่ิมรกเตฤิมษปฎรีกะำมวลรัษฎากร
๑๔๙ มาตรา ๔๗ (๑) (ง) วรรคหนึ่ง แก้ไขเพ่ิมเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อย
สำนกั แงหำง่นชคาณติะฉกบรบัรมท่ีก๓ำ๗รกเฤรษือ่ งฎีกกาำรแก้ไขเพ่ิมเติมสปำรนะกั มงวำลนรคัษณฎะากกรรรลมงกวำนั รทก่ี ฤ๒ษ๘ฎกีกุมำภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒ส๕ำ๓น๔กั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๕๐ มาตรา ๔๗ (๑) (ง) วรรคสอง แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวล
รษั ฎากร (ฉบบั ที่ ๔)สพำน.ศกั .ง๒ำน๕ค๑ณ๖ะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๕๑ มาตรา ๔๗ (๑) (จ) ยกเลิกโดยพระราชกำหนดแกไ้ ขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบบั ที่ ๑๖)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๓ก๔รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๓๔ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(ช)๑๕๓ เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพซ่ึงเป็นไปตามหลักเกณฑ์
สำนกั วงิธำีกนาครณแะลกะรเรงม่ือกนำรไขกฤทษ่ีกฎำีกหำนดโดยกฎกรสะำทนรกั วงงำตนาคมณมะากตรรรมาก๖ำร๕กฤตษรฎี (ีก๒ำ) ตามจำนวนสทำี่จน่ากั ยงำจนรคิงณแตะก่ไมรร่เมกกินำรกฤษฎีกำ
๑๐,๐๐๐ บาท๑๕๔
สำนกั ใงนำนกครณณะสี การมรีหมกรอืำรภกรฤิยษาฎขีกอำงผู้มีเงินได้จ่าสยำเนงนิกั งสำะนสคมณเขะกา้ รกรอมงกทำุนรกสฤำษรฎอีกงเำล้ยี งชีพตาม
วรรคหน่ึง และความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้หักลดหย่อนได้ด้วยสำหรับเงินสะสมของ
สำนกั สงาำมนหีคณรอื ะภกรรรยิ มากทำ่ีจร่ากยฤเษขฎา้ ีกกำองทนุ สำรองเสลำย้ี นงกั ชงีพำนนคน้ั ณตะากมรเรกมณกฑำรใ์ กนฤวษรฎรีกคำหนงึ่ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
บริษัทประกันชีวิตสำสนหกั (งกซำร)น๑ณค๕์ณ๕หะดรกืออรนกรมเาบกยี้ำยจรเ้ากงงฤินสษกำฎหู้ยีกืมรำับทก่ีผาู้มรีเกงู้ยินืมไดเง้จินส่าเำยพนใื่อกัหซง้แำ้ือนกคเ่ธชณน่าาะซกคอ้ื รารหรมหรกือรำือสรกรสฤา้ถษงาอฎบาีกันคำากราอรยเงู่อินาอศ่ืนัย
สำนกั โงดำยนจคำณนะอกงรอรามคกาำรรทกฤ่ีซษ้ือฎหีกรำือสร้างเป็นปรสะำกนันกั กงำานรคกณู้ยืมะกนรั้นรมตกามำรจกำฤนษวฎนีกทำี่จ่ายจริงแต่ไมส่เำกนินกั ง๑ำ๐นค,๐ณ๐ะ๐กรบรมากทำรกฤษฎีกำ
ทงั้ นี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
อาคารดงั กลา่ วใหส้หำมนากั ยงำคนวคาณมระกวมรรถมึงกอำารคกาฤรษพฎรีก้อำมท่ดี ินด้วย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ฌ)๑๕๖ เงินสมทบท่ีผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมายว่าด้วย
สำนกั กงาำรนปครณะะกกันรรสมงั กคำมรกตฤาษมฎจีกำำนวนทีจ่ ่ายจริงสำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ในกรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ ซ่ึงเป็นผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเข้า
กองทุนประกันสังสคำมนตกั างมำนวครณรคะหกรนร่ึงมแกำลระกคฤวษาฎมีกเปำ ็นสามีภริยาไสดำ้มนีอกั ยงำู่ตนลคอณดะปกีภรรามษกี ใำหรก้หฤักษลฎดีกหำย่อนได้ด้วย
สำหรบั เงินสมทบของสามีหรอื ภรยิ าทจี่ า่ ยเขา้ กองทุนประกนั สังคมดังกล่าวตามเกณฑใ์ นวรรคหน่งึ ๑๕๗
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎ(ญีกำ)๑๕๘ ค่าอุปกาสรำะนเกัลงี้ยำงนดคูบณิดะากมรรามรกดำารขกอฤงษผฎู้มีกีเำงินได้ รวมท้ังสบำิดนากั มงาำนรดคาณขะอกงรสรมากมำี รกฤษฎีกำ
หรือภริยาของผู้มสีเำงนินกั ไงดำ้นคคนณละะกสรารมมหกำมร่ืนกบฤษาฎทีกโดำ ยบุคคลดังกสลำ่านวกั ตงำ้อนงคมณีอะากยรุหรมกกสำิบรปกฤีขษ้ึนฎไีกปำมีรายได้ไม่
เพยี งพอแกก่ ารยงั ชพี และอยู่ในความอุปการะเลยี้ งดูของผู้มีเงินได้ ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และ
สำนกั เงงำอ่ื นนคไณขทะกอี่ รธริบมดกปีำรรกะฤกษาฎศีกกำำหนด สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ค่าอุปการะเลี้ยงดูตามวรรคหนึ่ง ให้หักลดหย่อนสำหรับเงินได้พึงประเมิน
ประจำปี พ.ศ. ๒๕สำ๔น๗กั งทำน่ีจคะตณ้อะงกยรรื่นมรกาำยรกกาฤรษใฎนีกปำี พ.ศ. ๒๕๔๘สเำปน็นกั ตงำน้ นไคปณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ฎ)๑๕๙ ค่าอุปการะเล้ียงดูบิดามารดา สามีหรือภริยา บุตรชอบด้วยกฎหมาย
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส๑ำ๕น๒กั มงาำตนรคาณ๔ะ๗กร(๑รม) ก(ฉำ)รยกกฤเษลฎิกีกโดำยพระราชบัญญสัตำนิแกักง้ไขำนเพคิ่มณเตะิมกปรรรมะมกวำรลกรัษฤษฎฎากีกรำ (ฉบับท่ี ๔๔)
พ.ศ. ๒๕๖๐
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก๑๕ฤ๓ษมฎาีกตำรา ๔๗ (๑) (ช)สเำพน่ิมกั โงดำยนพครณะะรการชรกมำกหำนรดกแฤกษ้ไฎขีกเพำ่ิมเติมประมวลสรำัษนฎกั างกำรนค(ฉณบะับกทรี่ร๑ม๒ก)ำรกฤษฎีกำ
พ.ศ. ๒๕๒๖
ส๑ำ๕น๔กั มงาำตนรคาณ๔ะ๗กร(ร๑ม)ก(ำชร)กวฤรษรคฎหีกนำ ่ึง แก้ไขเพิ่มเตสิมำโนดกั ยงปำนระคกณาะศกครณรมะกรักำรษกาฤคษวฎามีกสำงบเรียบร้อย
แหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี ๓๗ เรือ่ ง การแก้ไขเพ่มิ เตมิ ประมวลรัษฎากร ลงวันท่ี ๒๘ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔
สำนกั ทง่ีำ๓น๗คณเระือ่ กงรกรามรกแำกร้ไก๑ข๕ฤเ๕พษมม่ิ ฎาเีกตตำิมรปาร๔ะ๗มว(ล๑ร)ัษ(ซฎ)าสกแำกรน้ไกัลขงงเำวพนนั ่ิมคทเตณี่ ๒ิมะ๘โกดรยกรปมุ มภรกะาำกพราันกศธฤค์ ษพณฎ.ศะีกร.ำกั๒ษ๕า๓ค๔วามสงบเรสียำบนรกั ้องำยนแคหณ่งชะากตริ รฉมบกับำรกฤษฎีกำ
พ.ศ. ๒๕๓๓ ส๑ำ๕น๖กั มงาำตนรคาณ๔ะ๗กร(ร๑ม)ก(ฌำร)กเฤพษิ่มฎโดีกยำพระราชบัญญสัตำิแนกกั ้ไงขำเพนค่ิมณเตะิมกปรรระมมกวำลรรกัษฤฎษาฎกีกรำ(ฉบับท่ี ๒๗)
๑๕๗ มาตรา ๔๗ (๑) (ฌ) วรรคสอง เพ่ิมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎาก ร
สำนกั (ฉงำบนับคทณี่ ๑ะ๖กร) รพม.ศก.ำ๒รก๕ฤ๓ษ๔ฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๕๘ มาตรา ๔๗ (๑) (ญ) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๓๖)
พ.ศ. ๒๕๔๘ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๕๙ มาตรา ๔๗ (๑) (ฎ) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๓๗)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๕ก๒รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๓๕ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ บิดามารดาหรือบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงิน
สำนกั ไงดำ้นหครณือะบกุครรคมลกอำ่ืนรกทฤ่ีผษู้มฎีเีกงำินได้เป็นผู้ดูแลสำตนากั มงกำนฎคหณมะากยรวร่ามดก้ำวรยกกฤาษรฎสีก่งำเสริมและพัฒสนำนาคกั ุณงำนภคาณพะชกีวริตรคมนกำรกฤษฎีกำ
พิการ คนละหกหมื่นบาท โดยบุคคลดังกล่าวต้องเป็นคนพิการซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการตาม
กฎหมายว่าด้วยสกำานรกั สง่งำนเสครณิมะแกลรระมพกัฒำรนกาฤคษุณฎีกภำาพชีวิตคนพสิกำานรกั งหำรนือคเณปะ็นกครรนมทกุพำรพกลฤษภฎาีกพำมีรายได้ไม่
เพยี งพอแก่การยังชพี และอยู่ในความอุปการะเล้ยี งดขู องผ้มู ีเงินได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และ
สำนกั เงงำ่ือนนคไณขะกรรวรมมทก้ังำรจกำฤนษวฎนีกคำนพิการและสคำนนทกั งุพำพนคลณภะากพรใรนมกคำวรากมฤอษุปฎีกกำาระเล้ียงดูขอสงำผนู้มกั ีงเงำินนคไดณ้ทะก่ีอรธริบมดกำี รกฤษฎีกำ
ประกาศกำหนด สำนกั กงำานรคหณักะลกดรรหมยก่อำรนกสฤำษหฎรีกับำ บุตรบุญธรรสมำนใกั หงำ้หนักคไณดะ้ใกนรฐรามนกำะรบกุตฤษรบฎีกุญำธรรมเพียง
สำนกั ฐงาำนนคะเณดะียกวรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ค่าอุปการะเลี้ยงดูตามวรรคหนึ่ง ให้หักลดหย่อนสำหรับเงินได้พึงประเมิน
ประจำปี พ.ศ. ๒๕สำ๕น๒กั งทำนจี่ คะตณอ้ ะงกยรร่นื มรกาำยรกกาฤรษใฎนีกปำี พ.ศ. ๒๕๕๓สเำปนน็กั ตงำ้นนไคปณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ฏ)๑๖๐ เงนิ ท่ีบริจาคแก่พรรคการเมือง หรือเงนิ ทรพั ย์สิน หรือประโยชน์อน่ื ใดที่
สำนกั ใงหำ้เนพคอ่ื ณสะนกับรรสมนกุนำรกกาฤรษจฎัดีกกำิจกรรมระดมทสุนำนขกั องงำพนรครณคะกการรรเมมกือำงรตกฤามษกฎฎีกำหมายประกอบสำรนัฐกัธงรำรนมคนณูญะวกา่รดรม้วกยำรกฤษฎีกำ
พรรคการเมืองตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่รวมกันไม่เกินหน่ึงหม่ืนบาท ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงอื่ นไขที่อธิบสดำนปี กัรงะำกนาคศณกะำกหรนรมดกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๒)๑๖๑ ในกรณีสามีภรยิ าต่างฝ่ายต่างมีเงนิ ได้ การหักลดหย่อนตาม (๑) (ก) และ (ข)
สำนกั ใงหำห้นกัคณลดะกหรยรอ่ มนกรำรวกมฤกษันฎไีดกำ้ ๑๒๐,๐๐๐ บสาำนทกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
และ (ค) ใหห้ กั ไดส้เ(ฉ๓ำนพ)กั๑า๖งะ๒ำสนใาคนมณกหี ะรรกณอื รภรีผมรู้มกยิ ีเำงารินแกลไฤดะษ้มบฎิไตุ ีกดรำ้เทป่ีอ็นยผู่ใู้อนยปู่ใรนะปเทรสศะำนเไททกั งศยำไนทคยณกะการรรหมักกลำรดกหฤยษ่อฎนีกตำาม (๑) (ข)
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๔ฤษ) ฎในีกำกรณีผู้มีเงินไดสำ้ถนึงกั แงกำน่คควณามะกตรารยมใกนำรรกะฤหษวฎ่าีกงำปีภาษี ให้หักสลำดนหกั ยงำ่อนนคไณดะ้เกสรมรือมกนำรกฤษฎีกำ
ผ้ตู ายมชี ีวติ อยตู่ ลอดปีภาษที ่ีผูน้ น้ั ถงึ แก่ความตาย
ส(๕ำน)๑กั ๖ง๓ำนใคนณกะรกณรีผรมูม้ กีเงำินรกไดฤ้เษปฎน็ ีกกำองมรดก ใหห้ สักำนลกัดงหำนยค่อณนไะดก้ร๖รม๐ก,๐ำร๐ก๐ฤษบฎาีกทำ
(๖)๑๖๔ ในกรณีผู้มีเงินได้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
สำนกั ใงหำ้นหคักณละดกหรรยม่อกนำไรดก้ตฤาษมฎีก(๑ำ ) (ก) สำหรับสผำนู้เปกั ็นงำหนุ้นคสณ่วะนกรหรรมือกบำรุคกคฤลษใฎนีกคำณะบุคคลแต่ลสำะนคักนงซำนึ่งเคปณ็นะผกู้อรรยมู่ใกนำรกฤษฎีกำ
ประเทศไทย แต่รวมกนั ต้องไมเ่ กนิ ๑๒๐,๐๐๐ บาท
ส(ำ๗น)กั๑๖ง๕ำนเคมณื่อะไดกร้หรักมลกดำรหกยฤ่อษนฎีตกำาม (๑) (๒) (๓สำ)น(กั๔ง)ำน(๕ค)ณหะกรรือรม(๖ก)ำรแกลฤ้วษฎเหีกำลือเท่าใดให้
หักลดหย่อนได้อีกสำหรับเงินบริจาคดังต่อไปน้ี โดยให้หักได้เท่าจำนวนที่บริจาคแต่ต้องไม่เกินร้อยละ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส๑ำ๖น๐กั มงาำตนรคาณ๔ะ๗กร(ร๑ม)ก(ฏำร)กเพฤษ่ิมฎโดีกยำพระราชบัญญัสตำิแนกกั้ไขงำเพน่ิคมเณตะิมกปรรระมมกวำลรรกัษฤฎษาฎกีกรำ(ฉบับท่ี ๕๑)
พ.ศ. ๒๕๖๒
สำนกั ๔ง๔ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๖ม๐กำรก๑๖ฤ๑ษมฎาีกตำรา ๔๗ (๒) แกส้ไำขนเพกั ่ิมงำเตนิมคโณดะยกพรรระมรกาำชรบกัญฤญษฎัตีิกแกำ้ไขเพ่ิมเติมประสมำนวลกั รงัษำนฎคาณกระก(ฉรบรมับกทำี่ รกฤษฎีกำ
๔๔) พ.ศ. ๒๕๖๐ ส๑ำ๖น๒กั มงาำตนรคาณ๔ะ๗กร(ร๓ม)กแำกร้ไกขฤเพษิ่มฎเีกตำิมโดยพระราชบสัญำนญกั ัตงิำแนกค้ไขณเพะกิ่มรเตรมิมกปำรระกมฤวษลฎรัษีกฎำ ากร (ฉบับท่ี
๑๖๓ มาตรา ๔๗ (๕) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่
สำนกั ๔ง๔ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๖ม๐กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๖๔ มาตรา ๔๗ (๖) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี
๔๔) พ.ศ. ๒๕๖๐ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๖๕ มาตรา ๔๗ (๗) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๙) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๐ค๘ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๓๖ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
๑๐ ของเงนิ ทเ่ี หลือนั้น
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ(ก) เงินทบี่ รจิ สาำคนแกั กงำส่ นถคาณนะพกยรารบมากลำรแกลฤะษสฎถีกาำนศกึ ษาของทสางำนรากั ชงำกนาครณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ข) เงินท่ีบริจาคเป็นสาธารณประโยชน์แก่องค์การหรือสถานสาธารณกุศล
หรือแก่สถานพยสาำบนากั ลงำแนลคะณสะถการรนมศกึกำรษกาฤอษ่ืนฎนีกำอกจากที่กล่าสวำในนกั ง(ำกน)คณทะ้ังกนรี้รตมากมำรทกี่รฤัฐษมฎนีกำตรีประกาศ
กำหนดในราชกจิ จานุเบกษา สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
หุ้นสว่ นนติ ิบุคคลสทมำี่ตาน้ังตกั ขรงนึ้าำนต๔คา๗ณมกะทกฎวรหิ๑รม๖ม๖ากยำรใไหทกฤ้ผยษมู้ไดฎีเง้รีกนิับำไเดค้ตรดามติ มในากตารราสคำ๔นำน๐กั งวำ(ณ๔นคภ) ณา(ขษะ)กี โซรดรึ่งยมไดใกห้รำบัรน้ กจำฤอาษกัตฎบรีการำภิษาัทษหเี งรินือไหด้า้ทงี่
สำนกั บงรำนิษคัทณหะรกือรรหม้ากงำหรุ้กนฤสษ่วฎนีกนำิติบุคคลนั้นตส้อำนงเกั สงียำนหคาณระดก้วรยรผมลกำตร่ากงฤขษอฎงีกหำนึ่งร้อยลบด้วสยำนอกััตงรำานภคณาษะกีเงรินรมไดก้ำรกฤษฎีกำ
ดังกล่าวน้ัน ได้ผลลัพธ์เท่าใดให้คูณด้วยจำนวนเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรท่ีได้รับ ผลลัพธ์ท่ี
ได้เป็นเครดิตในกสำานรกัคงำำนนควณณะภการษรมี ใกนำรกกรฤณษีฎทีก่ีบำริษัทหรือห้างสหำนุ้นกั สง่ำวนนคนณิตะิบกุครรคมลกผำรู้จก่าฤยษเฎงินีกำได้ประกอบ
กิจการท่ีตอ้ งเสยี ภาษีเงินได้หลายอัตรา ผู้จ่ายเงนิ ได้ต้องระบุในหนงั สือรบั รองการหักภาษี ณ ที่จา่ ยให้
สำนกั ชงัดำนเจคนณวะา่ กเรงรนิ มไกดำ้ทรี่จก่าฤยษนฎั้นีกจำำนวนใดได้มสาำจนากักงกำิจนกคาณระทก่ีตรอ้รมงเกสำียรภกฤาษษฎเี งีกินำไดใ้ นอัตราใดส๑ำ๖น๗กั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
เครดิตภาษีที่คำนวณได้ตามความในวรรคหนึ่งให้นำมารวมคำนวณเป็นเงินได้
พึงประเมินเพื่อเสสียำนภกัางษำีเนงคินณไดะก้ตรารมมเกกำณรกฑฤ์ใษนฎมีกาำตรา ๔๘ เป็นสเำงนินกั ภงาำนษคีทณ้ังสะก้ินรเรทม่ากใำดรกใฤหษ้นฎำีกเคำรดิตภาษีท่ี
คำนวณได้ดังกล่าวหักออกจากภาษีที่ต้องเสีย ถ้ายังขาดหรือเหลือเท่าใดให้ผู้มีเงินได้เสียภาษีสำหรับ
สำนกั จงำำนนควนณทะกีข่ รารดมหกรำือรกมฤสี ษิทฎธีกไิ ดำ ้รบั เงินจำนวสนำทน่ีเกัหงลำือนนคณ้ันคะกืนรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สคำวนากั มงำในนควณรระคกรหรนมึ่งกแำรลกะฤวษรฎรีกคำสองมิให้ใช้บังสคำนับกั แงกำน่ผคู้มณีเงะินกไรดรม้ซกึ่งมำริไกดฤ้มษีภฎูมีกิลำำเนาอยู่ใน
ประเทศไทยและมไิ ด้เป็นผอู้ ยู่ในประเทศไทย
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกในฤกษรฎณีกำีที่บรษิ ัทหรือหส้าำนงหกั ุ้นงำสน่วคนณนะิตกบิรรุคมคกลำรผก้จู ฤ่าษยฎเงีกินำได้แสดงข้อควสาำมนกทั งก่ี ำำนหคนณดะใกหรร้ตม้อกงำรกฤษฎีกำ
ระบุในหนังสอื รับรองการหกั ภาษี ณ ท่ีจ่ายตามวรรคหนง่ึ ไม่ถูกต้องอันเป็นเหตใุ ห้เครดิตภาษีท่ีคำนวณ
ไดม้ ีจำนวนเกินกวสา่ำนทกั่ผี งู้มำีเนงคนิ ณไดะพ้กรึงรไมดก้รำับรกใหฤษ้ผฎจู้ ีก่ายำ เงนิ ได้รบั ผดิ สรำว่ นมกักงับำนผคู้มณีเงะินกไรดรเ้มทก่าำกรับกฤจษำฎนีกวำนเงนิ ทีไ่ ด้รับ
คนื เกินไปหรือที่ชำระไว้ไม่ครบ และถ้าผ้จู ่ายเงินได้หรือผู้มีเงินได้ไม่ชำระเงินดังกล่าวภายในเจ็ดวันนับแต่
สำนกั ไงดำ้รนับคณหนะกังรสรือมแกำจร้งกจฤาษกฎเีกจำ้าพนักงานปรสะำเนมกั ินงำนใหค้ถณือะกวร่ารเมงินกำจรำกนฤวษนฎีทกำี่เรียกให้ชำระสเำปน็นักภงำานษคีอณาะกกรรครม้ากงำรกฤษฎีกำ
ในกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบพบว่า เครดิตภาษีที่คำนวณได้มีจำนวนน้อยกว่าที่ผู้มีเงินได้
พึงได้รับ ให้แจ้งผสู้มำีเนงกันิ งไำดนท้ ครณาะบกถรงึ รสมทิ กธำริทกี่จฤะษไฎดีก้รับำ เงินที่เหลอื นส้นั ำคนนืกั งตำานมคกณฎะหกมรรามยก๑ำ๖ร๘กฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎราีกำ๔๘๑๖๙ เงนิ ไสดำพ้ นึงกั ปงำรนะคเมณนิ ะตก้อรรงมเสกียำรภกาฤษษเี งฎินีกไำด้ดังต่อไปน้ี สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส(ำ๑น)กั๑๗ง๐ำนเคงินณไะดก้พรรึงมปกรำะรกเมฤินษเฎมีกื่อำได้หักตามมาสตำนรากั ง๔ำน๒คณทะวกิ ถรรึงมมกาำตรรกาฤษ๔ฎ๗ีกำหรือมาตรา
สำนกั ๑ง๖ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๓ม๔กำรก๑๖ฤ๖ษมฎาีกตำรา ๔๗ ทวิ แกส้ไขำนเพกั ิ่มงเำตนิมคโณดยะพกรรระมรกาชำรกกำฤหษนฎดีแกกำ้ไขเพ่ิมเติมประสมำวนลกั รงัษำนฎคากณระก(ฉรบรมับกทำี่ รกฤษฎีกำ
(ฉบับท่ี ๓๒) พ.ศ. ๒ส๑๕ำ๖น๔๗ก๐ั มงาำตนรคาณ๔ะ๗กรทรวมิ วกรำรรคกหฤนษึ่งฎีแกกำ้ไขเพิ่มเติมโดยสพำรนะกั รงาำชนบคัญณญะัตกิแรกร้มไขกเพำรมิ่ กเฤตษิมปฎรีกะำมวลรษั ฎากร
๑๖๘ มาตรา ๔๗ ทวิ วรรคสี่ เพ่มิ โดยพระราชบญั ญัตแิ กไ้ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลรัษฎากร (ฉบบั ที่ ๓๒)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๔ก๐รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๖๙ มาตรา ๔๘ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๘)
พ.ศ. ๒๕๐๔ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๗๐ มาตรา ๔๘ (๑) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐ ลงวันที่ ๗ พฤศจิกายน
สำนกั พงทุำนธศคกัณระากชร๒รม๕ก๒ำ๐รกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๓๗ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
๕๗ เบญจ แล้ว เหลือเท่าใดเป็นเงินได้สุทธิ ต้องเสียภาษีในอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีเงินได้
สำนกั ทงา้ำนยคหณมวะกดรนรี้มกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๒)๑๗๑ สำหรับผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ ๑๒๐,๐๐๐ บาทข้ึนไป การคำนวณภาษี
ตาม (๑) ให้เสียไมสน่ำนอ้ กัยงกำวนา่ครณ้อะยกลระรม๐ก.ำ๕รกขฤอษงฎยีกอำดเงนิ ได้พงึ ปรสะำเนมกัินง๑ำ๗น๒คณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
การนับจำนวนเงนิ ได้พึงประเมนิ ตาม (๒) ไม่รวมถึงเงินได้พงึ ประเมินตามมาตรา ๔๐
สำนกั (ง๑ำ)น๑ค๗๓ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
รวมคำนวณภาษตี ส(า๓ำมน)๑กั (๗ง๑๔ำ)นผแคู้มลณีเะงะินก(ร๒ไรด)ม้จกกะ็ไำเดรลก้ ือสฤกำษหเฎสรีกียบั ำภเงานิ ษไีใดนต้ อาัตมรมาารสต้อำรนยากัลง๔ะำ๐น๑ค๕(ณ๔.ะ๐)ก(รกขร)อมงแกเลงำะรินกไ(ฤดชษ้โ)ดฎดยีกงั ไำตม่อ่ตไ้อปงนน้ี ำไป
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ(ก) ดอกเบี้ยสพำันนธกั บงำัตนรคณดอะกกรเรบม้ียกเำงรินกฝฤาษกฎธีกนำาคารในราชอสำานณกั างจำนักครณดะอกกรรเบมก้ียำรกฤษฎีกำ
เงนิ ฝากสหกรณ์ ดอกเบ้ียหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงนิ ท่ีได้จากบรษิ ัทหรือห้างหุ้นสว่ นนติ ิบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น
ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมทสำี่ไนดกั้จงาำกนบครณิษะัทกรหรรมือกหำร้ากงฤหษุ้นฎสีก่วำนนิติบุคคลหสรำือนนกั ิตงิบำนุคคคณละอกื่นรรดมอกกำรเกบฤ้ียษทฎ่ีไีกดำ้จากสถาบัน
การเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดต้ังข้ึนสำหรับให้กู้ยืมเงินเพ่ือส่งเสริมเกษตรกรรม
สำนกั พงาำนณคชิ ณยะกกรรรรมมกหำรรือกฤอษตุ ฎสีกาหำ กรรม สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ข) ผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงิน หรือตราสารแสดง
สทิ ธิในหนี้ที่บริษทัสำหนรกัืองหำน้างคหณนุ้ ะสกว่รรนมนกติ ำบิรกุคฤคษลฎหีกรำอื นิติบุคคลอนื่ สเำปนน็กั ผงำอู้ นอคกณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ค) ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนพันธบัตร หุ้นกู้ หรือต๋ัวเงิน หรือตราสาร
สำนกั แงสำนดคงสณิทะกธริใรนมหกนำร้ีทก่ีบฤรษิษฎัทีกหำ รือห้างหุ้นส่สวำนนนกั ิตงำิบนุคคคณละหกรรือรมนกิตำิบรกุคฤคษลฎอีก่ืนำเป็นผู้ออก ทสั้งำนนี้กั เงฉำพนาคะณทะี่ตกีรรรามคกาำรกฤษฎีกำ
เป็นเงนิ ได้เกนิ กว่าสทำนล่ี กังงทำุนนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยจะเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ ๑๐.๐ ของเงินได้
สำนกั โงดำยนไคมณ่ตะ้อกงรนรำมไกปำรรวกมฤคษำฎนีกวำณภาษีตาม (๑ส)ำนแกัลงะำน(๒ค)ณกะ็ไกดร้สรมำหกำรรับกเฤงินษฎไดีก้ตำามมาตรา ๔๐สำ(๔นกั) ง(ขำน) คทณ่ีไดะ้รกับรรจมากกำรกฤษฎีกำ
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ต้ังขึ้นตามกฎหมายไทย หรือสถาบันการเงินท่ีมีกฎหมายโดยเฉพาะ
ของประเทศไทยจสัดำตน้ังกั ขงึ้นำนสคำหณระบั กใรหรมก้ กูย้ ำืมรเกงฤนิ ษเพฎื่อีกสำง่ เสริมเกษตรสกำรนรกั มงำพนาคณณชิ ะยกกรรรมรมกำหรกรฤือษอฎตุ ีกสำาหกรรม๑๗๕
(๔)๑๗๖ ผู้มเี งินไดจ้ ะเลือกเสียภาษีโดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (๑) และ (๒)
สำนกั กง็ไำดน้คเณฉะพการะรมเงกินำรไกดฤ้ตษาฎมีกมำาตรา ๔๐ (ส๘ำน) กัทง่ีไำดน้รคับณจะการกรกมากรำรขกาฤยษอฎสีกังำหาริมทรัพยส์อำันนักเปงำ็นนมคณรดะกกรหรมรือกำรกฤษฎีกำ
อสงั หารมิ ทรพั ยท์ ี่ไดม้ าโดยมไิ ด้ม่งุ ในทางการค้าหรอื หากำไรดังตอ่ ไปนี้
สำนกั งำน(คกณ) ะเงกินรรไมดก้จำารกกกฤาษรฎขีกาำยอสังหาริมทสรำัพนยกั ์องำันนเคปณ็นะมกรรดรมกกหำรรือกอฤษสัฎงหีกำาริมทรัพย์ที่
ได้รับจากการให้โดยเสน่หา ให้หักค่าใช้จ่ายร้อยละ ๕๐ ของเงินได้ เหลือเท่าใดถอื เป็นเงินได้สุทธิแล้ว
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส๑ำ๗น๑กั มงาำตนรคาณ๔ะ๘กร(๒รม) กวรำรรคกหฤนษึ่งฎีกแกำ้ไขเพิ่มเตมิ โดยสพำรนะกั รงาำชนกคำหณนะดกแรกรม้ไขกเำพรม่ิ กเฤตษมิ ฎปีรกะำมวลรัษฎากร
(ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๓๔
สำนกั (ฉงำบนับคทณี่ ๔ะ๔กร) รพม.ศก.ำ๒รก๑๕๗ฤ๖๒ษ๐มฎาีกตำรา ๔๘ (๒) วรรสคำหนนกั ึ่งงำแนกค้ไขณเะพกิ่มรเรตมิมกโดำยรกพฤรษะรฎาีกชำบญั ญัตแิ ก้ไขเพิ่มสำเตนิมกั ปงรำนะมควณละรกัษรฎรามกกรำรกฤษฎีกำ
๕) พ.ศ. ๒๕๒๑ ส๑ำ๗น๓กั มงาำตนรคาณ๔ะ๘กร(๒รม) กวำรรรกคฤสษองฎีกเพำ่ิมโดยพระราชสกำำนหกันงดำแนกค้ไขณเะพกิ่มรเรตมิมกปำรระกมฤวษลฎรัษีกำฎากร (ฉบับที่
๑๗๔ มาตรา ๔๘ (๓) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี
สำนกั ๒ง๙ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๓ม๔กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๗๕ มาตรา ๔๘ (๓) วรรคสอง แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร
(ฉบับที่ ๕๒) พ.ศ. ๒ส๕ำน๖ก๒ั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๗๖ มาตรา ๔๘ (๔) เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๒ค๕ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๓๘ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
หารด้วยจำนวนปีท่ีถือครองได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใด ให้คำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ ได้เท่าใดให้
สำนกั คงูณำนดค้วณยะจกำรนรวมนกปำรีทกถ่ีฤือษคฎรีกอำงผลลพั ธท์ ไี่ ดสเ้ ปำน็นกั เงงำินนภคาณษะที กต่ีรรอ้ มงกเสำียรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ข) เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไดม้ าโดยทางอื่นนอกจาก (ก) ให้หัก
คา่ ใช้จ่ายได้ตามทสี่กำำนหกั นงำดนโคดณยะพกรระรรมากชำกรกฤฤษษฎฎกี ีกาำ เหลือเทา่ ใดถสอืำนเปกั ็นงำเนงินคไณดะ้สกุทรรธมิ แกลำรว้ กหฤาษรฎดีกว้ ำยจำนวนปที ี่
ถือครอง ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้คำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ ได้เท่าใดให้คูณด้วยจำนวนปีท่ี
สำนกั ถงือำนคครอณงะกผรลรลมัพกำธรท์ กีไ่ฤดษ้เปฎีก็นำเงินภาษที ่ีตอ้ งสเำสนยี กั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
แล้วต้องเสียไม่เกนิสใำนรนอ้ กกั ยรงลณำะนีทค๒่ีเณส๐ะียกภขรอารษงมรกีโาดำครยกาไขฤมษา่นยฎำ๑ีกไ๗ำป๗รวมคำนวณสภำนาษกั งีตำานมคณ(๑ะก) รแรลมะกำ(ร๒ก)ฤเษมฎ่ือีกคำำนวณภาษี
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกในฤกษรฎณีกำีที่เสียภาษีโดยสนำนำไกั ปงรำนวมคณคำะนกรวรณมภกาำรษกีตฤาษมฎีก(๑ำ) และ (๒) ใหส้หำักนคกั ง่าำในชค้จณ่ายะรก้อรรยมลกะำรกฤษฎีกำ
๕๐ ของเงินได้ตาม (ก) หรือตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาตาม (ข) แล้วแต่กรณี เหลือเท่าใด
นำไปรวมคำนวณสภำานษกั ีกงำับนเคงนิณไะดก้อรยรม่างกอำรืน่ กฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
คำว่า “จำนวนปีที่ถือครอง” ใน (ก) หรือ (ข) หมายถึงจำนวนปีนับตั้งแต่ปีท่ีได้
สำนกั กงรำนรคมณสิะทกธร์ิหรมรกือำสริทกฤธษิคฎรีกอำบครองในอสสังำนหกั างรำิมนทคณรัพะกยร์ รถมึงกปำีรทกี่โฤอษนฎกีกรำรมสิทธ์ิหรือสสำิทนธกั ิคงำรนอคบณคะรกอรรงมในกำรกฤษฎีกำ
อสังหาริมทรัพยน์ ้นั ถ้าเกินสบิ ปีให้นบั เพียงสบิ ปแี ละเศษของปีให้นับเป็นหนึ่งปี
ส(ำ๔น/กั ๑ง)ำ๑น๗ค๘ณผะู้มกีเรงรินมไกดำ้รจกะฤเลษืฎอีกกำเสียภาษีในอัตสำรนากัรง้อำยนลคะณะ๕กรขรอมกงเำงรินกฤไดษ้สฎ่วีกนำ ท่ีเกินยี่สิบ
ล้านบาท โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (๑) และ (๒) ก็ได้ สำหรับเงินได้ตามมาตรา ๔๐
สำนกั (ง๘ำ)นคทณี่เปะก็นรเรงมินกไำดร้จกาฤกษกฎาีกรำโอนกรรมสิทสธำิ์หนรกั ืองำสนิทคธณิคะรกอรบรมคกรำอรงกใฤนษอฎสีกังำหาริมทรัพย์โสดำยนไกั มง่มำนีคค่าณตอะกบรแรทมกนำรกฤษฎีกำ
ใหแ้ ก่บุตรชอบด้วสย(๕ำกน)ฎ๑กั ๗หง๙ำมนผาคยู้มณซีเงะ่ึงินกไมรไดรร่ ม้จวกะมำเถรลงึกือบฤกตุษเรสฎบยีีกญุภำ าธษรรโี ดมยทไมไี่ ม่ต่ไอ้ ดสงร้ำนนับำกัยไงปกำเรนววค้นมณตคะาำกมนรมรวามณตกภรำารากษ๔ฤีต๒ษาฎม(ีก๒(ำ๖๑)) และ (๒)
สำนกั กง็ไำดน้คสณำะหกรรับรมเงกินำรไกดฤ้พษึงฎปีกรำะเมินตามมาสตำนรากั ง๔ำน๐คณ(๑ะ)กรแรลมะกำ(ร๒ก)ฤษซฎ่ึงเีกปำ็นเงินท่ีนายจส้าำงนจกั ่างยำนใหคณ้คะรก้ังรเดรมียกวำรกฤษฎีกำ
เพราะเหตุออกจากงาน ซึ่งได้คำนวณจ่ายจากระยะเวลาท่ีทำงานและได้จ่ายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขท่ีอธสิบำนดกัีกงำำหนคนณดะโกดรรยมใกหำ้นรกำฤเงษินฎไีกดำ้พึงประเมินดสังำนกกัลง่าำวนหคักณคะก่ารใรชม้จก่าำยรเกปฤ็นษฎจีกำำนวนเท่ากับ
๗,๐๐๐ บาท คูณด้วยจำนวนปีที่ทำงาน แต่ไม่เกินเงินได้พึงประเมิน เหลือเท่าใดให้หักค่าใช้จ่ายอีก
สำนกั รง้อำยนลคะณะ๕ก๐รรขมอกำงรเงกนิ ฤทษเ่ีฎหีกลำือนน้ั แล้วคำนสวำณนกั ภงาำษนคตี ณามะอกรัตรรมากภำารษกีเฤงษนิ ฎไีกดำ้ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ในกรณีเงินได้พึงประเมินดังกล่าวจ่ายในลักษณะเงินบำเหน็จจำนวนหนึ่งและเงิน
บำนาญอีกจำนวนสำหนนกั ่ึงงำในหค้ถณือะวก่ารเรฉมพกาำะรเกงฤินษทฎี่จีก่าำยในลักษณะเสงำินนบกั ำงเำหนนค็จณเะปก็นรรเมงินกซำรึ่งกนฤาษยฎจีก้าำงจ่ายให้คร้ัง
เดยี วเพราะเหตอุ อกจากงานและให้ลดค่าใชจ้ า่ ยจำนวน ๗,๐๐๐ บาท ลงเหลอื ๓,๕๐๐ บาท
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกจฤำษนฎวีกนำปีที่ทำงานตสาำมนวกั รงรำนคคหณนะึ่งกรใรนมกกรำรณกีเฤงษินฎบีกำำเหน็จหรือเงสินำอนื่นกั งใำดนใคนณละักกษรรณมกะำรกฤษฎีกำ
เดียวกัน ที่ทางราสชำนกกาั รงำจน่าคยณใะหก้ถรือรมจกำำนรวกนฤษปฎีทีกี่ใชำ ้เป็นเกณฑ์คสำำนนวกั ณงำเนงินคบณำะกเหรรนม็จกหำรรืกอฤเงษินฎอีก่ืนำในลักษณะ
เดยี วกนั นั้นตามกฎหมาย ระเบียบ หรือขอ้ บงั คับของทางราชการ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกในฤษกาฎรีกคำำนวณจำนวนสำปนีทกั ่ีทงำำนงคาณนะนกรอรกมจกาำกรกกฤรษณฎีตีกาำมวรรคสาม เศสำษนขกั องงำนปคี ถณ้าะถกึงรหรมนก่ึงำรกฤษฎีกำ
รอ้ ยแปดสบิ สามวนั ใหถ้ อื เป็นหนง่ึ ปี ถา้ ไมถ่ งึ หนง่ึ รอ้ ยแปดสิบสามวันใหป้ ดั ทงิ้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๗๗ มาตรา ๔๘ (๔) วรรคสอง แกไ้ ขเพมิ่ เติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรษั ฎากร
สำนกั (ฉงำบนบั คทณ่ี ๑ะ๔กร) รพม.ศก.ำ๒รก๕ฤ๒ษ๙ฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๗๘ มาตรา ๔๘ (๔/๑) เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๔๐)
พ.ศ. ๒๕๕๘ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๗๙ มาตรา ๔๘ (๕) เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๓ค๔ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๓๙ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(๖)๑๘๐ ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ ๕ ของเงินได้ส่วนที่เกินยี่สิบล้านบาท
สำนกั โงดำยนไคมณ่ตะอ้ กงรนรำมไกปำรรวกมฤษคฎำนีกวำณภาษตี าม (ส๑ำ)นแกั งลำะนค(๒ณ)ะกก็ไรดรม้ สกำำหรกรฤับษเงฎนิ ีกไำดต้ ามมาตรา ส๔ำ๐นกั (ง๘ำ)นทคณ่ไี ดะร้กับรรจมากกำรกฤษฎีกำ
การอุปการะหรือจากการให้โดยเสน่หาจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ท่ีไม่ได้รับยกเว้นตาม
มาตรา ๔๒ (๒๗)สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๗)๑๘๑ ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ ๕ ของเงินได้ส่วนที่เกินสิบล้านบาท
สำนกั โงดำยนไคมณ่ตะ้อกงรนรำมไกปำรรวกมฤษคฎำนีกวำณภาษตี าม (ส๑ำ)นแกั งลำะนค(๒ณ)ะกก็ไรดรม้ สกำำหรกรฤับษเงฎินีกไำดต้ ามมาตรา ส๔ำ๐นกั (ง๘ำ)นคทณไี่ ดะ้รกับรรจมากกำรกฤษฎีกำ
กขนารบอธุปรรกมาเรนะียโมดปยสรหำะนนเกัพ้างณำทนี่ีธครทณรั้งะมนกจี้รจรรามรกกยบำารุคหกคฤรลืษอซฎจ่ึงีกามำกิใกช่บารุพใกหา้โรดี ผยู้สสเสำืบนนสกั ่หันงำาดนเานคน่ืณอหะงกรในรือรพคมู่สิธกีมำหรรรกสือฤษตทฎาี่ไมีกมำ่ไโดอ้รกับายสกแเหว้น่ง
สำนกั ตงาำมนคมณาตะรการร๔ม๒กำร(๒ก๘ฤษ) ฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๔ค๘ณะทกวรริ๑ม๘๒กำรใกหฤ้อษงฎคีก์กำารของรัฐบาลสเำสนียกั ภงำานษคีเงณินะไกดร้แรมทกนำผรู้ขกฤายษสฎินีกำค้าทอดหนึ่ง
ทอดใดหรือทุกทอดท่ีซื้อสินค้าขององค์การของรัฐบาลตามวิธีการ อัตรา และประเภทสินค้าตามที่
สำนกั กงำำหนคนณดโะดกยรรกมฎกกำรระกทฤษรวฎงีกำทง้ั น้ี เฉพาะสสำำนหกัรงับำเนงคินณไดะจ้การกรมกกาำรรขกาฤยษสฎินีกคำ้านนั้ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ภาษที เ่ี สยี แทนตามวรรคหน่งึ ใหถ้ อื เป็นเครดิตของผ้เู สียภาษีในการคำนวณภาษี๑๘๓
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๔๘ ตรี๑๘๔ (ยกเลิก)
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
พิจารณาเห็นว่า สผมำู้มานีเตกังริงนาำไนด๔ค้ย๙ณ่ืน๑ะร๘กา๕รยรกมในากรำกรเรงกณินฤไษีทดฎ่ีผ้ตีกู้ม่ำำีเกงวิน่าไจดำ้มนิไดวน้ย่ืนทสรี่คำาวนยรกั กตงาำ้อนรงเคยงณิน่ืนะไกดใหร้ รห้เมจรก้าือพำเรจนก้าักฤพษงนาฎนักีกงปำารนะปเมรินะเโมดินย
สำนกั องนำนุมคัตณิอะธกิบรดรีมมีอกำำรนกาฤจษทฎี่จีกะำกำหนดจำนวสนำเนงินกั งไดำน้สคุทณธะิขก้ึนรรมทกั้งนำรี้ กโดฤยษถฎือีกเำงินหรือทรัพยส์สำินนซกั ่ึงงเำปน็นคกณระรกมรสรมิทกธำิ์ รกฤษฎีกำ
หรือเข้ามาอยู่ในครอบครองของผู้มีเงินได้ หรือรายจ่ายของผู้มีเงินได้ หรือฐานะความเป็นอยู่ หรือ
พฤติการณ์ของผสู้มำนีเงกั ินงำไนดค้ หณระือกรสรถมิตกิเำงรินกฤไดษ้ฎขีกอำงผู้มีเงินได้เอสงำนหกั รงือำนขคอณงผะกู้อรื่นรทมกี่กำรระกทฤษำฎกีิกจำการทำนอง
เดียวกับของผู้มีเงินได้เป็นหลักในการพิจารณา แล้วทำการประเมินแจ้งจำนวนเงินที่ต้องชำระไปยัง
สำนกั ผงู้ตำน้อคงเณสะยี กภรารษมกี ำทรัง้กนฤษ้ี ใฎหีกน้ ำำบทบัญญตั มิ สาำตนรกั างำ๑น๙คณถะึงกมรารตมรกาำร๒ก๖ฤษมฎาีกใำชบ้ งั คบั โดยอนสโุ ำลนมักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส๑ำ๘น๐กั มงาำตนรคาณ๔ะ๘กร(๖รม) กเพำริ่มกโดฤยษพฎรีกะำราชบัญญัติแกส้ไขำเนพกั ิ่มงเำตนิมคปณระะกมรวรลมรัษกำฎรากกฤรษ(ฎฉบีกัำบท่ี ๔๐) พ.ศ.
๒๕๕๘
สำนกั ๒ง๕ำน๕ค๘ณะกรรมกำรก๑๘ฤ๑ษมฎาีกตำรา ๔๘ (๗) เพิ่มสโำดนยกั พงำรนะรคาณชะบกัญรญรมัตกิแำกร้ไกขฤเพษ่ิมฎเีกตำิมประมวลรัษฎาสกำนร กั(ฉงบำนับคทณ่ี ๔ะ๐ก)รรพม.ศก.ำรกฤษฎีกำ
พทุ ธศกั ราช ๒๕๒๐ส๑ำ๘น๒กั มงาำตนรคาณ๔ะ๘กรทรวมิ กแำกร้ไกขฤเพษิ่มฎเีกตำิมโดยประกาศคสณำนะกัปงฏำิวนัตคิ ณฉบะับกรทรี่ ม๑ก๐ำรลกงฤวันษทฎ่ีีก๗ำ พฤศจิกายน
๑๘๓ มาตรา ๔๘ ทวิ วรรคสอง เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่
สำนกั ๒ง๖ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๒ม๕กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๘๔ มาตรา ๔๘ ตรี ยกเลกิ โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่มิ เตมิ ประมวลรษั ฎากร (ฉบับท่ี ๓๐) พ.ศ.
๒๕๓๔ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๘๕ มาตรา ๔๙ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๔ะ๙ก๖รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๔๐ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๔๙ ทวิ๑๘๖ ในกรณีที่เป็นการโอนกรรมสิทธ์ิหรือสิทธิครอบครองใน
สำนกั องสำนังคหณาะรกิมรทรมรกัพำยรก์โดฤษยฎมีกีหำรือไม่มีค่าตอสำบนแกั ทงำนนคไณมะ่วก่ารรรามคกาำรทก่ีซฤื้อษฎขีกาำยกันตามปกตสิำในนกั ทง้อำนงคตณละากดรขรมอกงำรกฤษฎีกำ
อสังหาริมทรัพยน์ ้ันจะเป็นอย่างไรก็ตาม ให้เจ้าพนักงานประเมินกำหนดราคาขายอสังหาริมทรัพย์นั้น
โดยถือตามราคาสปำนระกั งเมำนินคทณุนะทกรรรัพมยก์เำพรก่ือฤเษรียฎีกกำเก็บค่าธรรมเสนำนียกัมงจำดนคทณะะเบกรียรนมสกิทำรธกิแฤลษะฎนีกำิติกรรมตาม
ประมวลกฎหมายทด่ี ินซงึ่ เป็นราคาท่ใี ชอ้ ยูใ่ นวนั ที่มกี ารโอนน้นั สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
พงึ ประเมนิ ตามมสามตำานรตกัารง๔าำน๐๕ค๐ณห๑ะกั ๘กภ๗รารษมใหเีกงำ้บนิ รุคไกดคฤไ้ ษลวฎท้ หีกุก้าำคงรหาุ้นวสท่ว่ีจนา่ ยบเงรสินิษำไัทนดกั้พสงงึำมปนารคคะณมเะมกหนิ รรตรือามคมกณวำรธิ ะกดี บฤงั ษุคตฎคอ่ ีกลไปำผนู้จ้ี่ายเงินได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ)ษฎในีกกำรณีเงินได้พึงสปำรนะกั เงมำินนตคณามะมกรารตมรกาำร๔ก๐ฤษ(๑ฎีก) ำและ (๒) ให้คสูณำนเงกั ินงไำดน้พคึณงปะรกะรรเมมินกำรกฤษฎีกำ
ท่ีจ่ายด้วยจำนวนคราวท่ีจะต้องจ่าย เพ่ือให้ได้จำนวนเงินเสมือนหน่ึงว่าได้จ่ายท้ังปีแล้วคำนวณภาษี
ตามเกณฑ์ในมาตสรำาน๔กั ง๘ำนเคปณ็นะเงกินรรภมากษำีทรก้ังสฤษิ้นฎเทีก่าำใดใหห้ ารด้วยสจำนำนกั งวำนนคครณาะวกทรี่จระมตก้อำรงกจฤ่าษยฎไีกดำ้ผลลพั ธ์เป็น
เงินเทา่ ใดให้หกั เป็นเงินภาษีไวเ้ ทา่ นัน้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกถฤ้าษกฎารีกหำ ารด้วยจำนวสนำนคกั รงาำวนทคี่จณะะตก้อรรงมจก่าำยรตกาฤมษคฎวีกาำมในวรรคก่อสนำไนมกั ่ลงงำตนัวคเณหะลกือรเรศมษกำรกฤษฎีกำ
เท่าใด ให้เพ่ิมเงินเท่าจำนวนท่ีเหลือเศษน้ันรวมเข้ากับเงินภาษีท่ีจะต้องหักไว้ครั้งสุดท้ายในปีนั้น
เพอ่ื ให้ยอดเงนิ ภาสษำีทนกั่หี งักำรนวคมณทะงั้ กปรีเรทม่ากกำรับกจฤำษนฎวีกนำภาษีท่จี ะตอ้ งสเสำนยี กัทงง้ั ำปนีคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๑) และ (๒) ซึ่งเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้
สำนกั คงรำน้ังเคดณียะวกเพรรรมากะำเรหกตฤุอษอฎกีกจำากงานซึ่งไดส้คำำนนกั วงณำนจค่าณยะจการกรรมะกยำระกเวฤลษาฎทีก่ีทำ ำงานและไดส้จำ่านยกั ตงาำนมคหณละักกเกรรณมฑกำ์ รกฤษฎีกำ
เวทิธา่ีกใาดรใหแ้หลกัะเเปง่ือ็นนเงสไนิ ำขนภทกัาี่องษธำไีนิบวคดเ้ ทณีก่าะำนกหรนั้ นร๑มด๘ก๘ใำหรก้คฤำษนฎวีกณำภาษีตามเกณสำฑน์ใกันงมำนาตคณราะก๔ร๘รม(ก๕ำร)กเฤปษ็นฎเีกงินำ ภาษีทั้งสิ้น
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกในฤษกฎรณีกำีเงินได้พึงประสเำมนินกั ตงำานมคมณาะตกรรารม๔ก๐ำรก(๒ฤษ) ฎนีกอำกจากที่ระบุไวส้ใำนนกวั งรำรนคคสณาะมกทร่ีจรม่ากยำรกฤษฎีกำ
ให้แกผ่ ู้รับซึ่งมไิ ด้เป็นผู้อย่ใู นประเทศไทย ใหค้ ำนวณหักในอัตราร้อยละ ๑๕.๐ ของเงนิ ได้๑๘๙
ส(ำ๒น)กั๑๙ง๐ำนใคนณกะรกณรรีเมงินกำไรดก้พฤึงษปฎรีกะำเมินตามมาตสรำานกั๔ง๐ำน(ค๓ณ)ะแกลรระมก(๔ำร)กใฤหษ้คฎำีกนำวณหักตาม
อตั ราภาษเี งินได้ เวน้ แต่
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ(ก) ในกรณีเงสินำไนดกั ้พงำงึ นปครณะเะมกนิรรตมากมำมรากตฤรษาฎีก๔ำ๐ (๓) และ (๔สำ)นนักองกำนจคากณทะกรี่ ระรบมุไกวำ้ รกฤษฎีกำ
ใน (ข) (ค) (ง) และ (จ) ท่ีจ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ
๑๕.๐ ของเงินได้สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ข) ในกรณีเงินได้พึงประเมินท่ีระบุในมาตรา ๔๘ (๓) (ก) และ (ค) ให้
สำนกั คงำำนนควณณะหกักรใรนมอกัตำรรกาฤรษ้อฎยีกลำะ ๑๕.๐ ของเสงำนิ นไกั ดง้ ำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำน(คคณ) ะในกรกรรมณกีเำงรินกไฤดษ้พฎงึ ีกปำระเมินท่ีระบุใสนำมนากั ตงำรนาค๔ณ๘ะก(๓รร)ม(กขำ)รใกหฤ้ถษือฎวีก่าำผ้อู อกตั๋วเงิน
สำนกั ๒ง๘ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๓ม๔กำรก๑๘ฤ๖ษมฎาีกตำรา ๔๙ ทวิ แกส้ไำขนเพกั งิ่มำเนตคิมณโดะยกพรรระมรกาำชรบกัญฤษญฎัตีกิแำก้ไขเพ่ิมเติมประสมำนวลกั รงัษำนฎคากณระก(ฉรบรับมกทำี่ รกฤษฎีกำ
พ.ศ. ๒๕๐๒ ส๑ำ๘น๗กั มงาำตนรคาณ๕ะ๐กรแรกม้ไกขำเพรก่ิมฤเตษิมฎโีกดำยพระราชบัญญสัตำิแนกกั ้ไงขำเนพค่ิมณเตะิมกปรรระมมกวำลรกรัษฤฎษาฎกีกรำ (ฉบับที่ ๑๖)
๑๘๘ มาตรา ๕๐ (๑) วรรคสาม เพ่ิมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่
สำนกั ๑ง๖ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๓ม๔กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๘๙ มาตรา ๕๐ (๑) วรรคส่ี เพ่ิมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี
๑๖) พ.ศ. ๒๕๓๔ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๙๐ มาตรา ๕๐ (๒) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี
สำนกั ๑ง๖ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๓ม๔กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๔๑ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ผู้ออกตราสารแสดงสิทธิในหน้ี หรอื นติ บิ คุ คลผโู้ อนตั๋วเงนิ หรอื ตราสารดังกล่าว ใหแ้ ก่ผูม้ หี น้าท่ีเสยี ภาษี
สำนกั เงงำินนไคดณ้ตะากมรสร่วมนกนำรี้เกปฤ็นษผฎู้จีก่าำยเงินได้พึงปรสะำเนมกั ินงำแนลคะณใะหก้เรรรียมกกเำกร็บกภฤษาษฎีกีเงำินได้จากผู้มีเงสินำไนดกั ้ใงนำอนัตครณาะรก้อรยรมลกะำรกฤษฎีกำ
๑๕.๐ ของเงนิ ไดแ้ ละให้ถอื ว่าภาษีท่เี รียกเกบ็ น้นั เป็นภาษที ห่ี กั ไว้
สำนกั งำน(คงณ) ใะนกกรรรมณกีเำงรินกไฤดษ้พฎึงีกปำระเมินตามมสาำตนรกั างำ๔น๐คณ(๔ะก)ร(รกม)กทำร่ีมกิไฤดษ้รฎะีกบำุใน (ข) และ
(ค) แห่งมาตรานี้ ถ้าผู้จ่ายเงนิ ได้มใิ ชเ่ ป็นนิตบิ ุคคลและจ่ายให้แก่ผูร้ ับซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยไม่ต้อง
สำนกั หงักำนภคาณษะตี การมรมมากตำรรกาฤนษี้ ฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ร้อยละ ๑๐.๐ ขอสงำเนงินกั งไดำน้ (คจณ) ะในกรกรรมณกำีเงรินกฤไดษ้พฎีึงกปำ ระเมินตามมสาำตนรกั างำ๔น๐คณ(๔ะก)ร(รขม)กใำหรก้คฤำษนฎวีกณำหักในอัตรา
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ(ฉ)๑๙๑ ในกรสณำนีเกังงินำนไดค้พณึงะปกรรระมเกมำินรกตฤาษมฎมีกาำตรา ๔๐ (๔ส)ำ(นซกั )งำแนลคะณะ(ฌกร)รมใหก้ำรกฤษฎีกำ
คำนวณหกั ในอตั รารอ้ ยละ ๑๕.๐ ของเงินได้
ส(ำ๓น)กั๑๙ง๒ำนใคนณกะรกณรรีเงมินกไำดรก้พฤึงษปฎรีกะำเมินตามมาตสรำาน๔กั ง๐ำน(ค๕ณ) ะแกลระรม(ก๖ำ)รกทฤ่ีจษ่าฎยีกใำห้แก่ผู้รับซ่ึง
มิได้เป็นผูอ้ ยู่ในประเทศไทยใหค้ ำนวณหกั ในอัตราร้อยละ ๑๕.๐ ของเงนิ ได้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๔ฤ)ษ๑ฎ๙ีก๓ำนอกจากกรณสำีตนากั มงำ(น๕ค)ณในะกกรรรณมกีผำู้จร่กายฤษเงฎินีกตำามมาตราน้ีเปสำ็นนรกั ัฐงบำนาคลณอะงกคร์รกมากรำรกฤษฎีกำ
ของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่น ซึ่งจ่ายเงินได้พึงประเมิน
ตามมาตรา ๔๐ (ส๕ำ)น(กั ๖งำ)น(๗คณ) หะกรรือรม(๘กำ)รแกตฤ่ไษมฎ่รีกวำมถึงการจ่ายคส่าำนซกั้ืองพำืชนผคณลทะการงรกมากรำเรกกษฤตษรฎใีกหำ้กับผู้รับราย
หน่ึง ๆ มีจำนวนรวมท้ังส้ินต้ังแต่ ๑๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป แม้การจ่ายนั้นจะได้แบ่งจ่ายคร้ังหนึ่ง ๆ ไม่ถึง
สำนกั ๑งำ๐น,๐คณ๐ะ๐กรบรามทกกำร็ดกี ฤใหษฎ้คีกำนำ วณหักในอัตสรำานรกั ้องยำนลคะณ๑ะกขรอรงมยกอำรดกเฤงินษฎไดีก้พำ ึงประเมินแตส่เฉำนพกั างะำเนงคินณไดะ้ใกนรรกมากรำรกฤษฎีกำ
ประกวดหรอื แขง่ สข(๕ำนั น)ใ๑กัห๙งค้๔ำนำในคนวณกณะรกณหรักีเรงตมินากไมำดรอ้กพัตฤึงรษปาฎภรีกะาำเษมเี ินงินตไาดม้ มาตรสาำน๔กั ๐งำน(๘ค)ณเะฉกพรารมะกทำี่จร่ากยฤใษหฎ้แีกกำ่ผู้รับซึ่งขาย
สำนกั องสำนงั หคณาระิมกทรรรมพั กยำ์รใกหฤค้ ษำฎนีกวำณหักดงั ต่อไปสนำี้นกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ก) สำหรับอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกหรืออสังหาริมทรัพย์ท่ีได้รับจาก
การให้โดยเสน่หาสำในหกั ้คงำำนนควณณะภการษรมีตกาำมรกเกฤณษฎฑีก์ใำนมาตรา ๔๘ส(ำ๔น)กั (งกำน) คเปณ็นะกเงรินรมภกาำษรีทกฤั้งษสฎิ้นีกเทำ ่าใด ให้หัก
เปน็ เงินภาษีไวเ้ ท่านั้น
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ(ข) สำหรับอสสำังนหกั างรำิมนคทณรัพะกยร์ทร่ีไมดก้มำรากโดฤษยฎทีกาำงอ่ืนนอกจากส(ำกน)ักใงหำ้หนคักณค่าะใกชร้จรม่ากยำรกฤษฎีกำ
เป็นการเหมาตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา แล้วคำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา ๔๘ (๔) (ข)
เป็นเงนิ ภาษที ้ังส้ินสเำทนา่กั ใงดำนใคหณห้ ะักกเรปรน็ มเกงำนิ รภกฤาษษฎีไวีก้เำทา่ นั้น สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๖)๑๙๕ ในกรณีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มี
สำนกั คงา่ำนตคอณบแะกทรนรใมหก้ถำรอื กวฤ่าษผฎู้โอีกนำ เป็นผู้จ่ายเงนิสำไนดกั้ โงดำนยใคหณ้ผะู้โกอรนรมหกกั ำภรากษฤษีตฎาีกมำเกณฑ์ใน (๕) สเวำน้นกัแงตำ่กนรคณณีกะการรรโมอกนำรกฤษฎีกำ
ให้แก่บุตรชอบด้วสยำกนฎกั งหำมนาคยณซะึ่งกไรมร่รมวกมำถรกึงฤบษุตฎรีกบำุญธรรม ให้ผู้โสอำนนหกั งักำภนาคษณีไะวก้รร้อรยมลกะำร๕กฤขษอฎงีกเำงนิ ได้เฉพาะ
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๖ก๑รรมกำรก๑๙ฤ๑ษมฎาีกตำรา ๕๐ (๒) (ฉ)สเำพน่ิมกั โงดำยนพครณะะรการชรกมำกหำนรดกแฤกษ้ไฎขีกเพำิ่มเติมประมวลสรำัษนฎกั างกำรนค(ฉณบะับกทรี่ ร๑ม๙ก)ำรกฤษฎีกำ
๑๖) พ.ศ. ๒๕๓๔ ส๑ำ๙น๒กั มงาำตนรคาณ๕ะ๐กร(ร๓ม)กแำกร้ไกขฤเพษ่ิมฎเีกตำิมโดยพระราชกสำำหนนกั ดงำแนกค้ไขณเพะกิ่มรเตรมิมกปำรระกมฤวษลฎรัษีกฎำ ากร (ฉบับที่
๑๙๓ มาตรา ๕๐ (๔) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่
สำนกั ๑ง๓ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๒ม๗กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๙๔ มาตรา ๕๐ (๕) เพ่ิมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๙) พ.ศ.
๒๕๒๕ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๙๕ มาตรา ๕๐ (๖) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่
สำนกั ๔ง๐ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๕ม๘กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๔๒ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ในสว่ นที่เกินย่สี ิบลา้ นบาท
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๕๐ ทวิ๑๙๖ ให้ผู้มีหน้าท่ีหักภาษี ณ ท่ีจ่าย ออกหนังสือรับรองการหักภาษี
ณ ที่จ่ายที่ได้หักไสวำ้แนลกั ้วงำในนคปณีภะากษรีใรหม้แกำกร่ผกู้ถฤูกษหฎัีกกำภาษี ณ ท่ีจ่ายสำสนอกั งงฉำบนัคบณมะีขก้อรครวมากมำรตกรฤงษกฎันีกำในกรณีและ
ตามกำหนดเวลา ดงั ต่อไปนี้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ)ษใฎนีกกำรณีตามมาตรสาำน๓กั งเำตนรคสณใะหก้อรอรมกกในำรทกนั ฤทษทีฎีกกุ ำครง้ั ทมี่ กี ารหกั สภำานษกั ีงณำนคทณี่จะา่ กยรรมกำรกฤษฎีกำ
ภาษี หรอื ภายในหส(๒ำนน่ึง)กัเใดงนำือนกนครนณณับะีตแกาตรมรว่ มมันกาทตำีผ่รรก้ถู าฤูกษ๕หฎ๐ักีกภำ(า๑ษ)ี ใณห้อทอีจ่ กา่ ภยาอสยำอนใกนกั จงวาำันกนทงคาี่ณน๑ะใ๕กนรรกระุมมหกภวำา่ารพงกปันฤีภษธฎ์ขาษีกอำีงปีถัดจากปี
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๓ฤ)ษใฎนีกกำรณีตามมาตรสาำน๕กั ๐งำน(๒คณ) (ะ๓ก)รรหมรกือำร(ก๔ฤ)ษใฎหีก้อำอกในทันทีทุกสคำรน้ังกั ทงำี่มนีกคาณรหะกักรภรามษกำี รกฤษฎีกำ
ณ ทีจ่ า่ ย
สหำนนกงัั สงำอื นรคบั ณระอกงรกรามรกหำกัรกภฤาษษฎี ณีกำท่ีจา่ ยให้ใชต้ สาำมนแกั บงบำนทคี่อณธะิบกดรีกรำมหกนำรดกฤษฎีกำ
อธิบดีมีอำนาจยกเว้นการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ท่ีจ่ายได้ในกรณีท่ี
สำนกั เงหำน็นสคมณคะวกรรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๕ค๑ณ๑ะ๙ก๗รรมเจก้าำพรกนฤักษงฎาีกนำประเมินอาจสส่งำหนนกั งังำสนือคแณจะ้งกครวรามมกแำรกก่บฤุคษคฎลีกำห้างหุ้นส่วน
บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลให้ยน่ื บัญชจี ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๑) (๒) (๓) (๔) และ
สำนกั (ง๗ำ)นหคณรือะกพรยรามนกหำรลกักฤฐษาฎนีกอำ่ืนอันควรแกส่เรำนื่อกังเงพำนื่อคตณระวกจรสรอมบกำกรากรฤหษักฎภีกำาษี ณ ที่จ่ายไสดำ้ตนากั มงำทน่ีเคหณ็นะสกมรรคมวกรำรกฤษฎีกำ
และผูไ้ ดร้ ับหนังสสือำแนจกั ้งงคำวนาคมณตะ้อกงรปรมฏกบิ ำัตรกติ ฤาษมฎภีกายำ ในสบิ หา้ วันนสับำนแกั ตง่วำนันทคณีไ่ ดะร้กบั รรหมนกงั ำสรอืกแฤษจง้ฎคีกวำาม
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีากำ๕๒๑๙๘ บุคคสลำนหกั ้างงำหนุ้นคสณ่วะนกรบรรมษิ กัทำรกสฤมษาคฎมีกำหรือคณะบคุ คสลำซน่ึงกั มงีหำนนค้าณทะ่ีหกักรภรมาษกำี รกฤษฎีกำ
ตามมาตรา ๕๐ (๑) (๒) (๓) และ (๔) ต้องนำเงินภาษีท่ีตนมีหน้าที่ต้องหักไปส่ง ณ ท่ีว่าการอำเภอ
ภายในเจด็ วนั นบั แสำตนว่ กันั งทำนี่จคา่ ยณเะงกินรรไมมกว่ ำา่ รตกนฤจษะฎไีกดำ้หกั ภาษีไวแ้ ลว้สหำนรกัอื งไำมน่ คณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ภาษีท่ีคำนวณหักไว้ตามมาตรา ๕๐ (๕) และ (๖) ให้ผู้มีหน้าท่ีหักภาษีนำส่งต่อ
สำนกั พงำนนักคงณานะกเรจร้ามหกนำร้ากทฤี่ผษู้รฎับีกจำดทะเบียนสิทสำธนิแกั ลงะำนนคิตณิกะรกรรมรใมนกขำรณกะฤทษฎ่ีมีกีกำารจดทะเบียนสำแนลักะงหำน้าคมณพะนกักรรงมานกำรกฤษฎีกำ
เจ้าหน้าท่ีลงนามรับรู้ยอมให้ทำหรือบันทึกไว้จนกว่าจะได้รับเงินภาษีที่นำส่งไว้ครบถ้วนถูกต้องแล้ว
และในกรณีท่ไี ม่มสีกำานรกั จงดำนทคะณเบะียกนรรสมทิ กธำแิรลกฤะษนฎิตีกกิ ำรรม ใหน้ ำส่งตสำานมกั วงรำรนคคหณนะ่ึงก๑ร๙ร๙มกำรกฤษฎีกำ
ภาษหี ัก ณ ท่ีจา่ ยตามวรรคสองให้ส่งเป็นรายไดแ้ ผ่นดินตามระเบียบทีร่ ฐั มนตรีกำหนด
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๕ค๒ณะทกวรริ๒ม๐๐กำรกก่อฤนษถฎึงีกกำำหนดเวลาย่ืนสำรนากัยงกำานรคตณาะมกครวรมามกำในรกมฤาษตฎรีกาำ๕๖ ผู้มีเงิน
สำนกั ๒ง๕ำน๒ค๑ณะกรรมกำรก๑๙ฤ๖ษมฎาีกตำรา ๕๐ ทวิ เพ่ิมสำโดนยกั พงำรนะคราณชะกกำรหรนมดกแำรกก้ไขฤเษพฎิ่มีกเตำิมประมวลรัษฎสาำกนรกั ง(ฉำนบคับณท่ีะ๕ก)รรพม.ศก.ำรกฤษฎีกำ
พ.ศ. ๒๔๙๔ ส๑ำ๙น๗กั มงาำตนรคาณ๕ะ๑กรแรกม้ไกขำเรพก่ิมฤเษติมฎโีกดำยพระราชบัญญสำัตนิแกั กง้ไำขนเพคิ่มณเะตกิมรปรรมะกมำวรลกรฤัษษฎฎาีกกำร (ฉบับที่ ๘)
๑๙๘ มาตรา ๕๒ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๙)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๒ก๕รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๙๙ มาตรา ๕๒ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร
(ฉบบั ท่ี ๑๑) พ.ศ. ๒ส๕ำน๒กั๕งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๐๐ มาตรา ๕๒ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๔ำน๙ค๗ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๔๓ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ได้พึงประเมินประเภททีไ่ ม่ต้องถูกหักภาษี ณ ท่ีจา่ ย ถ้ามีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป
สำนกั จงะำนนคำณภะากษรีตรามมกำเกรกณฤฑษฎ์ในีกมำ าตรา ๔๘ ไสปำชนำกั รงะำนตค่อณอะำกเภรรอมกณำรทก่ีฤว่ษากฎาีกรำอำเภอพร้อมสกำับนกยั ง่ืนำรนาคยณกะากรรตรมามกำรกฤษฎีกำ
แบบที่อธิบดกี ำหนดกไ็ ด้
สภำนาษกั งีทำี่นชคำณระะกตรารมมคกำวรากมฤใษนฎวีกรำรคก่อน ให้ถสือำนเปกั ็งนำเนคครณดะิตกขรรอมงกผำู้ตรก้อฤงษเสฎียีกำภาษีในการ
คำนวณภาษี สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๔๐ ให้เปสน็ มำหานตนกั ร้างาำทน่ีข๕คอ๓ณง๒ะเจ๐ก๑้ารพรมในนกักำกงรรากณนฤผษีรูจ้ัฐฎา่บีกยำาเลงหนิ รทือีจ่ อะงตคร์กวาจสรสำรนอัฐกับบงใำาหนล้แคเนปณว่็นะ่ากผจรู้จำร่านมยกวเำนงรินเกงไฤนิ ดษภ้พฎาึงีกษปำที รี่จะะเมติน้อตงหามัก
สำนกั ตงาำนมคมณาตะกรราร๕มก๐ำรนกั้นฤษไฎดีก้คำำนวณและจดสไำวน้ใกั นงฎำนีกคาณเบะิกกรเงรินมแกำลร้วกแฤลษะฎใีกหำ้เป็นหน้าที่ที่จสะำหนักกั งเงำนินคจณำนะกวรนรนมั้นกำรกฤษฎีกำ
ก่อนจ่าย แต่ถ้ามิได้มีการต้ังฎีกาเบิกเงินก็ให้เจ้าพนักงานผู้จ่ายเงินปฏิบัติตามมาตรา ๕๐ มาตรา ๕๒
และมาตรา ๕๙ โสดำยนอกั นงำุโนลมคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๕๔๒๐๒ ถ้าผสู้จำ่านยกั เงงำินนตคาณมะมการตรมรกาำ๕รก๐ฤษแฎลีกะำมาตรา ๕๓ มสิไำดน้หกั ักงแำนลคะณนะำกเงรินรมสก่งำรกฤษฎีกำ
หรือได้หักและนำเงินส่งแล้วแตไ่ ม่ครบจำนวนที่ถูกตอ้ ง ผจู้ ่ายเงนิ ตอ้ งรบั ผดิ ร่วมกับผู้มีเงินได้ในการเสีย
ภาษที ่ีตอ้ งชำระตสาำมนจกั ำงนำนวนคณเงะนิ กภรารษมกที ำี่มริไกดฤ้หษักฎแีกลำะนำสง่ หรือตสาำมนจกั ำงนำนวคนณทะี่ขการดรไมปกำแรลก้วฤแษตฎก่ ีกรำณี
ในกรณีที่ผู้จ่ายเงินได้หักเงินภาษีไว้ตามมาตรา ๕๐ หรือมาตรา ๕๓ แล้ว ให้ผู้มีเงิน
สำนกั ไงดำ้ซนึ่งคตณ้อะงกเรสรียมภกาำษรกีพฤ้นษคฎวีกาำมรับผิดท่ีจะตส้อำนงชกั ำงำรนะคเงณนิ ะภการษรมีเทก่าำรจกำฤนษวฎนีกทำี่ผู้จ่ายเงินได้หสักำไนวกั ้แงลำน้วนคณ้ันะแกลรระมใหกำ้ รกฤษฎีกำ
ผูจ้ ่ายเงินรับผดิ ชำสรำะนเกั งงนิ ำภนาคษณีจะำกนรรวมนกนำนั้รกแฤตษ่ฝฎ่าีกยำเดยี ว สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๕๕ อำนาจสกำานรกั เงกำ็บนเคงณินะภการษรมีโดกยำรวกิธฤีหษักฎไีกวำ้ตามมาตรา ๕ส๐ำนแกั งลำะนมคาณตะรการร๕ม๓กำรกฤษฎีกำ
มใิ หเ้ ปน็ เหตุเสือ่ มสิทธขิ องเจ้าพนักงานประเมนิ ในการทีจ่ ะเรยี กเกบ็ เงนิ ภาษนี ั้นโดยวิธีอื่น
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๕๖๒๐๓ ให้บุคคลทุกคน เว้นแต่ผู้เยาว์ หรือผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้
สำนกั คงวำนาคมณสาะมกรารรมถกหำรรือกเฤสษมฎือีกนำไร้ความสามสาำรนถกั ยงำ่ืนนรคาณยกะการรรเมกกี่ยำวรกกับฤเษงฎินีกไดำ ้พึงประเมินทส่ีตำนนักไดงำ้รนับคใณนระะกหรรวม่ากงำรกฤษฎีกำ
ปีภาษีท่ีล่วงมาแล้วพร้อมท้ังข้อความอ่ืน ๆ ภายในเดือนมีนาคม ทุก ๆ ปี ตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่อ
เจา้ พนกั งานซึ่งรฐั สมำนนตกั งรำีแนตค่งณตะง้ั กถร้ารบมคุ กคำลรกนฤนั้ ษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๑) ไม่มสี ามีหรอื ภริยาและมีเงินไดพ้ ึงประเมินในปภี าษีท่ลี ่วงมาแล้วเกิน ๖๐,๐๐๐ บาท
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๒ฤษ) ฎไมีก่มำ ีสามีหรือภรสิยำานแกั ลงำะนมคีเณงินะกไรดร้พมึงกปำรรกะฤเษมฎินีกใำนปีภาษีที่ล่วงสมำนาแกั งลำ้วนเคฉณพะากะรตรมากมำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๔๐ (๑) ปสรำะนเกัภงทำนเดคยี ณวะเกกรินรม๑ก๒ำร๐ก,๐ฤษ๐ฎ๐ีกำบาท สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๓) มีสามหี รือภรยิ าและมเี งนิ ได้พงึ ประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแลว้ เกิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท
สำนกั หงรำนอื คณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๔) มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเฉพาะตาม
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๐๑ มาตรา ๕๓ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๑)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๔ะ๙ก๗รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๐๒ มาตรา ๕๔ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖)
พ.ศ. ๒๕๐๒ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๐๓ มาตรา ๕๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๓)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๒ก๗รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๔๔ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๔๐ (๑) ประเภทเดยี วเกิน ๒๒๐,๐๐๐ บาท๒๐๔
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกในฤษกฎรณีกำีห้างหุ้นส่วนสสำานมกััญงำหนรคือณคะณกระรบมุคกคำรลกทฤ่ีมษิฎใชีก่นำิติบุคคลมีเงินสไำดน้พกั งึงำปนรคะณเะมกินรใรนมปกำี รกฤษฎีกำ
ภาษีท่ีล่วงมาแล้วเกินจำนวนตาม (๑) ให้ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการย่ืนรายการเก่ียวกับเงินได้พึง
ประเมินในช่ือขอสำงนหกั ้างงำหนคุ้นณสะ่วกนรหรมรกือำครกณฤะษบฎีุกคำคลนั้นที่ได้รับสำในนกั รงะำหนควณ่างะปกรีภรามษกำีทรี่ลกฤ่วษงมฎีกาำแล้วภายใน
กำหนดเวลาและตามแบบเช่นเดียวกับวรรคก่อน การเสียภาษีในกรณีเช่นน้ีให้ผู้อำนวยการหรือ
สำนกั ผงู้จำนัดคกณาะรกรรับรผมิดกำเสรกียฤภษาฎษีกีใำนช่ือของห้างสหำนุ้นกัสง่วำนนคหณรือะกครณรมะกบำุรคกคฤลษนฎั้นีกจำ ากยอดเงินไสดำ้พนึงกั ปงำรนะคเณมินะกทรั้งรสมิ้นกำรกฤษฎีกำ
แเสตม่ลือะนคเนปไ็นมบ่จุคำตค้อลสงำธยนรื่นกัรงรมำาดนยาคกคณานะรกเเดงรินรียมวไกดไำม้สร่มำกหีกฤรษาับรฎแจีกบำำน่งแวนยกเงินทไดั้ง้พนสีึ้งำผปนู้เรกัปะง็นเำมนหินคุ้นดณสังะ่วกกนลรหร่ามรวกือเพำบร่ือกุคเฤคสษีลยฎภใีกนาำคษณีอีกะบแุคตค่ถล้า
สำนกั หง้าำนงหคุ้นณสะก่วรนรหมรกือำรคกณฤะษบฎคุีกคำ ลนั้นมภี าษีคส้าำงนชกั ำงรำะนคใหณ้ผะเู้กปร็นรมหกุ้นำสรก่วฤนษหฎรีกือำบุคคลในคณะสบำุคนคกั ลงำทนกุ คคณนะรก่วรมรมรับกำรกฤษฎีกำ
ผิดในเงนิ ภาษที ค่ี า้ งชำระนั้นด้วย
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๕๖ ทวิ๒๐๕ เพ่ือประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีก่อนถึงกำหนดเวลาตามมาตรา
สำนกั ๕ง๖ำนคใหณ้ผะู้มกีหรรนม้ากทำ่ีรยก่ืนฤรษาฎยีกกำารตามมาตราส๕ำน๖กั มงำานตครณาะ๕ก๗รรมมกาตำรรกาฤ๕ษ๗ฎีกทำวิ และมาตราสำ๕น๗กั งตำรนี คยณื่นะรการยรกมากรำรกฤษฎีกำ
ตามแบบท่ีอธิบดีกำหนด แสดงรายการเงินได้เฉพาะตามมาตรา ๔๐ (๕) (๖) (๗) หรือ (๘) ไม่ว่าจะมี
เงินได้ประเภทอสื่นำรนวกั มงำอนยคู่ดณ้วะยกหรรรมือกไำมร่กทฤี่ไษดฎ้รีกับำต้ังแต่เดือนมสกำนรกัางคำมนถคึณงเะดกือรนรมมกิถำุนรกาฤยษนฎีกภำายในเดือน
กันยายนของทุกปภี าษี
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกเงฤินษไฎดีก้ตำามมาตรา ๔๐สำ(น๕กั )งำตนาคมณวระกรครรหมนก่ึงำรไกมฤ่รษวฎมีกถำึงเงินกินเปล่าสเำงนินกั ชง่วำนยคคณ่ากะ่กอรสรรม้ากงำรกฤษฎีกำ
เงินคา่ ซอ่ มแซม คสา่ ำแนหกั ่งงำอนาคคณาระหกรรรอื มโรกงำเรรกือฤนษทฎ่ีไีกดำร้ ับกรรมสทิ ธส์ิ ำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
การย่ืนรายการตามวรรคหน่ึง ให้คำนวณภาษีตามมาตรา ๔๘ โดยหักลดหย่อนตาม
สำนกั มงาำนตคราณะ๔ก๗รรใมหก้กำ่ึงรหกฤนษ่ึงฎแีกลำะชำระภาษีถส้าำมนพี กั รง้อำนมคกณบั ะกการรรยมน่ื กรำารยกกฤาษรฎนีก้ันำต่อเจ้าพนักงาสนำนตกั างมำมนาคตณระากร๕ร๖มกำรกฤษฎีกำ
ภาษีที่ชำระตามวรรคสาม ให้ถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีท่ีต้องชำระตาม
มาตรา ๕๗ จัตวาสำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎราีกำ๕๗๒๐๖ ถา้ ผสู้มำีเนงินกั งไดำน้พคึงณปะรกะรเมรมินกตำารมกมฤษาตฎรีกาำ ๕๖ วรรค ๑สเำปน็นักงผำู้เนยคาณว์ ะผกูท้ รี่ศรมากลำรกฤษฎีกำ
สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถหรือเป็นผู้อยู่ในต่างประเทศ ให้เป็นหน้าท่ี
ของผู้แทนโดยชอสบำนธกัรงรำมนคผณู้อะนกุบรรามลกผำรู้พกิทฤักษฎษีก์ หำ รือผู้จัดการกสิจำนกกั างรำอนันคกณ่อะกใหรร้เกมิกดำเรงกินฤไษด้ฎพีกึงำประเมินน้ัน
แลว้ แตก่ รณี ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๕๖ วรรค ๑ และเปน็ ตัวแทนในการชำระภาษีสำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๕ค๗ณะทกวริ๒ร๐ม๗กำถรกา้ ฤผษู้มฎีเงีกนิ ำไดพ้ งึ ประเมินสตำนามกั งมำานตครณาะ๕กร๖รมวกรำรรคกฤ๑ษถฎึงีกแำกค่ วามตาย
เสียก่อนที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติตามมาตรา ๕๖ วรรค ๑ หรือก่อนที่ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาลหรือ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ฉบบั ท่ี ๔๔) พ.ศ. ๒ส๒๕ำ๐น๖๔ก๐ั มงาำตนรคาณ๕ะ๖กรวรรมรกคำหรนกฤึ่งษแฎกีก้ไขำเพ่ิมเติมโดยพสรำะนรกัาชงำบนัญคญณัตะิแกกรร้ไขมเกพำ่ิมรเกตฤิมษปฎรีกะำมวลรัษฎากร
๒๐๕ มาตรา ๕๖ ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่
สำนกั ๑ง๓ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๒ม๗กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๐๖ มาตรา ๕๗ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๘)
พ.ศ. ๒๕๐๔ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๐๗ มาตรา ๕๗ ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่
สำนกั ๑ง๘ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๐ม๔กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๔๕ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ผู้พิทักษ์ได้ปฏิบัติตามมาตรา ๕๗ ให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดการมรดก หรือทายาท หรือผู้ครอบครอง
สำนกั ทงรำนัพคยณ์มะรกดรกรมแกลำ้วรแกตฤ่กษรฎณีกำี ปฏิบตั ิแทน สแำลนะกั โงดำยนเคฉณพะากะรใรนมกกาำรรยกืน่ฤรษาฎยีกกำารเงินได้พึงปสรำะนเมกั งินำขนอคงณผะู้ตการยรนม้ักนำรกฤษฎีกำ
ให้รวมเงินได้พึงประเมินของผู้ตายและของกองมรดกที่ได้รับตลอดปีภาษีที่ผู้นั้นถึงแก่ความตาย
เป็นยอดเงินไดพ้ งึสปำนรกัะงเมำนนิ คทณี่จะะกตรอ้ รงมยกืน่ ำรทกั้งฤสษิน้ ฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำหรับในปีต่อไปถ้ากองมรดกของผู้ตายยังมิได้แบ่งและมีเงนิ ได้พึงประเมินในปีภาษี
สำนกั ทงี่ลำน่วคงณมาะกแรลร้วมเกกำินรจกฤำษนฎวีกนำตามมาตรา ๕สำ๖นกั(๑งำ)นใคหณ้ผะู้จกัดรกรมากรำมรรกดฤกษหฎีกรือำ ทายาทหรือผสำู้คนรกั องบำนคครณอะงกทรรรัพมยกำ์ รกฤษฎีกำ
มรดก แลว้ แตก่ รณสำี นมกัีหงนำน้าทคณ่ีจะะตกรอ้ รงมปกฏำบิรกตั ฤิตษาฎมีกบำทบัญญัตใิ นสส่วำนนนกั ีใ้ งนำนชคื่อณกอะกงมรรรมดกกำขรอกฤงผษู้ตฎาีกยำ๒๐๘
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎราีกำ๕๗ ตรี๒๐๙ (สยำกนเกลั งกิ ำ)นคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงำาน๕คณ๗ะกจรัตรวมาก๒ำ๑ร๐กฤษภฎาีกยำใต้บังคับมาตสรำานกั๖ง๔ำนกคณาระยก่ืรนรรมากยำกรกาฤรษตฎาีกมำมาตรา ๕๖
มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๗ ทวิ มาตรา ๕๗ ตรี หรือมาตรา ๕๗ เบญจ ถา้ มีภาษตี อ้ งเสียให้ชำระตอ่ อำเภอ
สำนกั ณงำนทคีว่ ณา่ กะากรรอรมำเกภำรอกทฤอ้ ษงฎทีก่ภี ำายในกำหนดสเวำลนากั พงำรนอ้ คมณกะบั กกรารรมยก่นืำรรกาฤยษกฎาีกรำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๕ค๗ณะเกบรญรมจก๒๑ำ๑รกฤ(ยษกฎเีกลำกิ ) สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๕๗ ฉ๒๑๒ ใสนำกนากั รงเำกน็บคภณาะษกรีเรงมินกไำดร้จกาฤกษสฎาีกมำีและภริยานั้นสำในหกั ้สงำานมคีแณละะกภรรรมิยกาำรกฤษฎีกำ
ต่างฝ่ายต่างมีหนส้าำทน่ียกั ่ืนงำรนาคยณกาะกรเรกร่ียมวกกำรับกเฤงิษนฎไดีก้พำึงประเมินที่ตสนำไนดกั ้รงับำนในครณะะหกวรร่ามงปกำีภรากษฤีทษี่ฎลี่กวงำมาแล้วตาม
มาตรา ๕๖
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกในฤกษรฎณีกำีทเ่ี งินได้พึงปรสะำเนมกั ินงไำมนอ่ คาณจะแกยรกรมไดก้อำรยกา่ ฤงษชฎดั ีกแำจ้งวา่ เป็นของสสำานมกัีหงรำอืนภครณิยะากแรตรมล่ กะำรกฤษฎีกำ
ฝ่ายจำนวนเท่าใด ให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของสามีและภริยาฝ่ายละก่ึงหน่ึง เว้นแต่เงินได้พึง
ประเมินตามมาตรสาำน๔กั ๐งำน(๘ค)ณสะากมรีแรมลกะำภรรกิยฤาษจฎะีกแำบ่งเงินได้พึงปสรำะนเกัมงินำเนปค็นณขะอกงรแรตม่กลำะรฝก่าฤยษตฎาีกมำส่วนท่ีตกลง
กันก็ได้ แต่รวมกันต้องไม่น้อยกว่าเงินได้พึงประเมินท่ีได้รับ ถ้าตกลงกันไม่ได้ ให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน
สำนกั ขงอำนงสคาณมะแี กลรระมภกรำยิ รากฝฤ่าษยฎลีกะำกง่ึ หนึง่ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สามีและภริยาจะตกลงยื่นรายการและเสียภาษีรวมกัน โดยให้ถือเอาเงินได้พึงประเมิน
ของตนเป็นเงนิ ไดส้ขำอนงกั สงาำนมคีหณรือะกภรรรยิ มากอำีกรกฝฤ่าษยฎหีกนำึ่งก็ได้ หรือจะสแำยนกกั ยงืน่ำนรคาณยกะการรรแมลกะำเรสกียฤภษาฎษีกีเำฉพาะส่วนท่ี
เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๑) โดยมิให้ถือเอาเป็นเงินได้ของอีกฝ่ายหนึ่งก็ได้ แต่ถ้ามีภาษี
สำนกั คงา้ำงนชคำณระะกสรารมมแีกลำระกภฤรษยิ ฎาีกตำ้องร่วมรบั ผดิ ใสนำกนากั รงเำสนียคภณาะษกทีรร่คี มา้ กงำชรำกรฤะษนฎนั้ ีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สเำมน่ือกั ไงดำ้เนลคือณกะยก่ืนรรรมากยำกรากรฤตษาฎมีกวำรรคสองและสวำนรรกั คงำสนาคมณใะนกปรีภรมากษำีใรดกแฤษล้ฎวีกใำห้ถือว่าเป็น
สำนกั (ฉงำบนับคทณี่ ๑ะ๓กร) รพม.ศก.ำ๒รก๒๕๐ฤ๒๘ษ๗มฎาีกตำรา ๕๗ ทวิ วรรสคำสนอกั งงำแนกค้ไขณเพะกิ่มรเตรมิมโกดำยรพกรฤะษรฎาีกชกำำหนดแก้ไขเพิ่มสเำตนิมกั ปงรำะนมควณละรกัษรฎรามกกรำรกฤษฎีกำ
๒๕๕๕ ส๒ำ๐น๙กั มงาำตนรคาณ๕ะ๗กรตรรมี ยกกำเรลกิกฤโดษยฎพีกรำะราชกำหนดแกส้ไำขนเกัพงมิ่ ำเนตคมิ ณประะกมรวรลมรกษั ำฎรากกฤรษ(ฎฉีกบำบั ท่ี ๑๘) พ.ศ.
๒๑๐ มาตรา ๕๗ จัตวา แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรษั ฎากร (ฉบบั ท่ี
สำนกั ๒ง๕ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๒ม๕กำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๑๑ มาตรา ๕๗ เบญจ ยกเลิกโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๘)
พ.ศ. ๒๕๕๕ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๑๒ มาตรา ๕๗ ฉ เพ่ิมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ.
สำนกั ๒ง๕ำน๕ค๕ณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๔๖ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
วิธีการยื่นรายการสำหรับปีภาษีนั้นตลอดไป เว้นแต่อธิบดีจะอนุมัติให้เปล่ียนแปลงวิธีการเลือกย่ืน
สำนกั รงาำยนกคาณระดกงั รกรลมา่กวำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงาำน๕ค๘ณ๒ะ๑ก๓รรภมกายำรใกนฤเดษือฎนีกำมกราคมทุก ๆสำปนี กั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๑) ให้หัวหน้าส่วนราชการในกระทรวง ทบวง กรม หัวหน้าส่วนราชการตามท้องที่
สำนกั หงรำนือคอณงคะก์กรารรมรกัฐำบรกาฤลษยฎื่นีกรำายการตามแสบำบนกัทง่ีอำนธิบคณดีะกกำรหรนมกดำไรปกยฤังษเฎจีก้าำพนักงานประสเำมนินกั งแำสนดคณงระากยรรกมากรำรกฤษฎีกำ
จ่ายเงนิ ได้พึงประสเ(มำ๒นนิ )กั ตใงหาำมน้บมคุคาณคตะลรการหร๔้ามง๐กหำุ้แนรกตสฤ่ถ่วษ้านฎอีกธบำบิ รดิษีเัทหน็ สสมมาคควมรสจหำนะรยกั ืองกคำเนณวคน้ ะณไบมะุคต่กคอ้รรลงมปผกฏู้มำบิีหรกตันฤิก้าษไ็ทดฎ่ีห้ีกักำภาษีเงินได้
สำนกั ตงาำมนมคาณตะรการร๕ม๐กำยร่ืนกฤรษายฎกีกาำรตามแบบท่ีอสธำิบนดกั ีกงำำนหคนณดะตก่อรเรจม้ากพำนรกักฤงษานฎปีกำระเมินแสดงราสยำกนากั รงเำกน่ียควณกะับกเรงรินมไกดำ้ รกฤษฎีกำ
พึงประเมนิ ตามมาตรา ๔๐ (๑) (๒) และ (๔)
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๕๙ พร้อมกับการนำเงินภาษีส่งตามมาตรา ๕๒ ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน
สำนกั บงรำนิษคัทณสะกมรารคมมกำหรกรฤือษคฎณีกะำบุคคลอื่น ยื่นสำรนากั ยงกำนารคตณาะมกแรรบมบกทำรี่อกธฤิบษดฎีกีกำำหนด แสดงกสาำรนหกั ักงำภนาคษณีเะปก็นรรรมายกำรกฤษฎีกำ
ตัวผู้มเี งินไดพ้ ึงประเมิน สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๖๐๒๑๔ เพื่อประโยชน์แห่งการคำนวณยอดเงินได้พึงประเมินของผู้ต้องเสีย
สำนกั ภงาำนษคี ใณหะ้ถกือรวรม่าเกงำินรภกฤาษษฎีทีกี่ไำด้หักและนำสส่งำตนากัมงคำนวาคมณใะนกมรารมตกราำร๕กฤ๐ษฎมีกาตำ รา ๕๒ และมสำานตกั รงาำน๕ค๓ณะเปกร็นรเมงกินำรกฤษฎีกำ
ได้พึงประเมินท่ีผสู้ตำ้นอกังเงสำนียคภณาะษกีไรดร้รมับกำสร่กวฤนษจฎำีกนำวนเงินภาษีทสี่หำักนแกั งลำะนนคำณสะ่งกไรวร้นม้ันกำใรหก้ถฤือษเฎปีก็นำเครดิตของ
ผู้ต้องเสยี ภาษีในการคำนวณภาษี
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๖๐ ทวิ๒๑๕ ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีตามหมวดนี้
เจ้าพนักงานประสเำมนินกั มงำีอนำคนณาะจกทรรี่จมะกปำรรกะฤเมษินฎีกเรำียกเก็บภาษีสจำานกกั บงุคำนคคลณใะดกรๆรมกก่อำนรกถฤึงษกฎำีกหำนดเวลาย่ืน
รายการตามความในมาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ หรือมาตรา ๕๗ ทวิ แลว้ แต่กรณีก็ได้ เมอ่ื ไดป้ ระเมนิ แล้ว
สำนกั ใงหำแ้นจค้งณจะำกนรวรนมกภำารษกีทฤ่ีปษฎระีกเำมินไปยงั ผตู้ อ้ สงเำสนียกั ภงำานษคี ณในะกกรรรณมีนกจี้ำระกอฤุทษธฎรีกณำ์การประเมนิ กส็ไำดน้ ักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ภาษีที่ประเมินเรียกเก็บตามความในวรรคก่อน ให้ถือเป็นเครดิตของผู้ต้องเสียภาษี
ในการคำนวณภาสษำจี นากั กงยำนอคดณเงะินกไรดรส้มทุกธำริทก้งั ฤปษี ฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎราีกำ๖๑๒๑๖ บุคคลสใำดนมกั ชีงำื่อนใคนณหะนกังรสรอืมสกำำครกญั ฤใษดฎีๆกำแสดงวา่ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส(๑ำน)กั เงปำน็นเคจณ้าะขกอรงรทมรกัพำรยก์สฤินษอฎันีกรำะบุไว้ในหนงั สสอืำนสกั ำงคำัญนคแณละะกทรรรัพมยก์สำรนิ กนฤั้นษกฎอ่ีกใำห้เกิดเงินได้
พึงประเมนิ หรอื
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๑๑) พ.ศ. ๒๔๙๗ ส๒ำ๑น๓กั มงาำตนรคาณ๕ะ๘กรแรกม้ไกขำเรพก่ิมฤเตษิมฎโีกดำยโดยพระราชบสัญำนญกั ัตงิแำนกค้ไขณเพะกิ่มรเตรมิมกปำรระกมฤวษลฎรัษีกฎำ ากร (ฉบับที่
๒๑๔ มาตรา ๖๐ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๒)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๔ะ๙ก๗รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๑๕ มาตรา ๖๐ ทวิ เพ่ิมความโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๐)
พ.ศ. ๒๔๙๖ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๑๖ มาตรา ๖๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๔ะ๙ก๖รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๔๗ - สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒) เป็นผู้ได้รับเงินไดพ้ ึงประเมนิ โดยหนังสอื สำคัญเช่นว่านัน้
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกเจฤ้าษพฎนีกำักงานประเมินสำมนีอกั ำงนำนาคจณปะรกะรเรมมินกเำรรียกกฤเษกฎ็บีกภำาษีท้ังหมดจสาำกนผกั ู้มงีชำน่ือคใณนหะกนรังรสมืกอำรกฤษฎีกำ
สำคัญน้ันก็ได้ แต่ถ้าบุคคลนั้นต้องโอนเงินได้พึงประเมินให้แก่บุคคลอื่น บุคคลนั้นมีสิทธิหักเงินภาษี
จากจำนวนเงินซ่ึงสตำอ้นงกั โงอำนนคใหณแ้ ะกกบ่รรุคมคกลำอรกน่ื ฤตษาฎมีกสำว่ น สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๖๒๒๑๗ ในกสรำณนีผกั ู้งยำังนไคมณ่บะรกรรลรุนมิตกิภำรากวฤะษผฎู้ทีกำี่ศาลสั่งให้เป็นสคำนนไกั รง้คำนวคามณสะากมรรามรกถำรกฤษฎีกำ
หจารกือทเสรมัสือตน์ เไปร็น้ควผาู้มสมีเำงสนินากั ไมงดำาน้สรคุทถณธผิถะู้ทกึงจถี่รรำงึ มแนกกวำค่นรวตกาฤ้อมษงตเฎสาีกียยำภบาุคษคี ผลู้แททต่ี นงั้ ตโดสวั ำยแนชทกั อนงบำจนธัดครกรณามะรกทผรร้อูรพั มนยกุบ์สำารินลกหฤผรษ้พูอื ฎิทผีก้รูักำบั ษป์ ผร้จูะัดโยกชานร์
สำนกั มงรำนดคกณทะากยรรามทกหำรรือกฤผษู้อฎื่นีกทำ่ีครอบครองทสรำัพนยกั ง์มำรนดคกณะตกัวรแรทมนกำหรรกือฤทษฎรัสีกตำ ี แล้วแต่กรณสีำเนปกั ็นงผำนู้มคีหณนะ้ากทรี่ตรม้อกงำรกฤษฎีกำ
ปฏิบัติการตามบทบัญญัติแห่งส่วนน้ี แทนผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ผู้ที่ศาลส่ังให้เป็นคนไร้ความสามารถ
หรอื เสมอื นไรค้ วาสมำสนากั มงำานรคถณผะทู้ กถ่ีรรึงมแกกำ่ครวกาฤมษตฎาีกยำ บุคคลท่ีต้งั ตสวั ำแนทกั นงำหนครอืณผะู้รกบัรรปมรกะำโรยกชฤนษจ์ ฎาีกกำทรสั ต์นน้ั
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกมฤาษตฎรีกาำ๖๓๒๑๘ บุคคสลำนใดกั ถงำูกนหคักณภะากษรรีไมว้กณำรกทฤ่ีจษ่าฎยีกแำ ละนำส่งแล้วสเำปน็นกั จงำำนนควณนะเงกินรรเกมินกำรกฤษฎีกำ
กว่าที่ควรต้องเสียภาษีตามส่วนน้ี บุคคลน้ันมีสิทธิได้รับเงินจำนวนท่ีเกินน้ันคืน แต่ต้องย่ืนคำร้องขอ
คืนต่อเจ้าพนักงาสนำนปกั รงะำนเมคินณภะการยรใมนกสำารมกฤปษีนฎับีกแำต่วันสุดท้ายสแำหน่งกั กงำำนหคนณดะเกวรลรมายก่ืำนรรกาฤยษกฎาีกรำภาษีตามที่
กฎหมายกำหนด
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกบฤุคษคฎลีกใำดท่ีไม่มีหน้าทสี่ตำน้อกังงยำื่นนรคาณยะกการรรเมกก่ียำวรกกฤับษเงฎินีกไำด้พึงประเมินสใำนนปกั ีภงำานษคี ณแตะก่ถรูกรหมักกำรกฤษฎีกำ
ภาษีไว้ ณ ท่ีจ่าย สแำลนะกันงำำสน่งคแณละ้วกรบรุคมคกลำนรก้ันฤมษีสฎิทีกธำิได้รบั เงินจำนสวำนนทกั ่ีถงำูกนหคักณแะลกะรนรมำสก่งำรไวก้แฤลษ้วฎนีกั้นำ คืน แต่ต้อง
ย่ืนคำร้องขอคืนต่อเจ้าพนักงานประเมินภายในสามปีนับแต่วันท่ี ๓๑ มีนาคม ของปีถัดจากปีท่ีถูกหัก
สำนกั ภงาำนษคีไวณ้ ะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สมำานตกั รงำาน๖คณ๔ะ๒ก๑๙รรมเวก้นำรแกตฤ่กษรฎณีกำีตามมาตรา ๑สำ๘นกัทงวำินถค้าณภะากษรีรทมี่ตก้อำงรเกสฤียษตฎาีกมำบทบัญญัติ
แหง่ สว่ นนมี้ ีจำนวนตั้งแต่ ๓,๐๐๐ บาทขน้ึ ไป ผู้ต้องเสยี ภาษีจะชำระเป็นสามงวด ๆ ละเท่า ๆ กัน ก็ได้ คือ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรก(๑ฤ)ษ๒ฎ๒ี๐กำในกรณีท่ีต้องสเำสนียกั ตงาำนมคมณาตะกรารร๕มก๖ำรตกรฤี ษหฎรีกือำมาตรา ๕๗ จสัตำวนาักงงำวนดคทณ่ีหะนกึ่งรรตม้อกงำรกฤษฎีกำ
ชำระตามกำหนดในมาตราดังกล่าว งวดท่ีสองต้องชำระภายในหน่ึงเดือนนับแต่วันที่ต้องชำระงวดที่
หนง่ึ และงวดทสี่ าสมำนตกั้องงำชนำครณะภะการยรใมนกหำนรกง่ึ ฤเดษอื ฎนีกนำับแตว่ นั สุดทส้าำยนทกั ี่ตง้อำนงชคำณระะกงรวรดมทกี่สำรอกงฤษฎีกำ
(๒) ในกรณอี ่ืน งวดท่หี น่งึ ตอ้ งชำระภายในสามสิบวันนบั แต่วนั ไดร้ ับแจง้ จำนวนภาษี
สำนกั ทงี่ปำนรคะณเมะินกรงรวมดกทำร่สี กอฤงษตฎ้อีกงำชำระภายในหสนำนึ่งเกั ดงอืำนนคนณับะแกตร่วรมันกสำุดรทกฤ้ายษทฎีก่ีตำอ้ งชำระงวดทส่ีหำนน่ึงกั งแำลนะคงณวะดกทรี่สรมากมำรกฤษฎีกำ
ตอ้ งชำระภายในหสนำนง่ึ กเั ดงือำนนคนณับะแกตรว่รมันกสำดุ รทกา้ฤยษทฎ่ีตีกอ้ำ งชำระงวดทสสี่ ำอนงกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั พงทุำนธศคกัณระากชร๒รม๔ก๘ำ๓รก๒๑ฤ๗ษมฎาีกตำรา ๖๒ แก้ไขเพสำ่ิมนเตกั ิมงำโนดยคพณระะกรรารชมบกัญำรญกัตฤิแษกฎ้ไีกขำเพิ่มเติมประมวสลำรนัษกั ฎงาำกนรคณ(ฉะบกับรทรมี่ ๒ก)ำรกฤษฎีกำ
พ.ศ. ๒๕๕๗ ส๒ำ๑น๘กั มงาำตนรคาณ๖ะ๓กรแรกม้ไกขำเพรก่ิมฤเตษิมฎโีกดำยพระราชบัญญสัตำิแนกกั ้ไงขำเนพค่ิมณเตะิมกปรรระมมกวำลรรกัษฤฎษาฎกีกรำ(ฉบับท่ี ๓๘)
๒๑๙ มาตรา ๖๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๑)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๒ก๕รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๒๐ การยื่นรายการเสียภาษีตามมาตรา ๕๖ ตรี ซึ่งเพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม
ประมวลรัษฎากร (สฉบำนับกั ทงี่ ำ๑น๑ค)ณพะ.ศก.รร๒ม๕ก๒ำ๕รกไฤดษ้มฎีกีการำแก้ไขเป็น “มาสตำรนากั ๕งำ๖นคทณวิ”ะกโดรรยมผกลำกรากรฤปษระฎกีกาำศแก้คำผิดใน
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๙ ตอนที่ ๑๗๗ หน้า ๔๘๖๒ ลงวันท่ี ๓๐พฤศจิกายน ๒๕๒๕ แต่โดยท่ีการประกาศแก้
สำนกั คงำำผนิดคณใหะแ้ กกรแ้ รตมเ่ กฉำพรากะฤทษีป่ ฎรีากกำฏมาตรา ๕๖ ตสรำี น(เกัดงมิ ำ)นจคงึ ณมิไะดกแ้ รกร้ไมขกเลำขรกมฤาตษรฎาีกทำีป่ รากฏในมาตรสาำ๖น๔กั ง(ำ๑น)คณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๔๘ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
การชำระภาษีตาม (๑) ถา้ ไม่ชำระภาษีงวดใดงวดหนึ่งภายในเวลาท่ีกำหนดไว้ ผูต้ ้อง
สำนกั เงสำียนภคาณษะีหกรมรดมสกิทำรธกิทฤี่จษะฎชีกำำระภาษีเป็นราสยำนงวกั ดงำตน่อคไณปะแกลรระมตก้อำงรเกสฤียษเฎงินีกเำพ่ิมตามมาตรสาำน๒กั๗งำสนำคหณระับกงรวรดมทกำี่ รกฤษฎีกำ
ไมช่ ำระและงวดต่อ ๆ ไป๒๒๑
สกำานรกั ชงำำนระคภณาะษกรีตรามมกำ(๒รก)ฤไษมฎ่เปีกำ็นเหตุให้ยกเวส้นำกนากั รงเำสนียคเณงินะกเพรริ่มมตกาำมรมกฤาษตฎรีกาำ๒๗ และถ้า
ไมช่ ำระภาษีงวดใดงวดหนึ่งภายในเวลาท่กี ำหนดไว้ ผู้ต้องเสยี ภาษีหมดสทิ ธทิ ่ีจะชำระภาษีเปน็ รายงวด
สำนกั ตงอ่ำนไปค๒ณ๒ะ๒กรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำสว่ น ๓ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกกำารเกบ็ ภาษีจสากำนบกั รงิษำนัทคแณละะกหรร้ามงหกำนุ้ รสกว่ฤนษนฎีติกำิบคุ คล๒๒๓ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
มาตรา ๖๕๒๒๔ เงินได้ที่ต้องเสียภาษีตามความในส่วนน้ีคือกำไรสุทธิซ่ึงคำนวณได้
สำนกั จงาำนกครณายะไกดร้รจมากกำกริกจฤกษาฎรีกหำรือเนื่องจากสกำินจกักงาำรนทคี่กณระะกทรรำมใกนำรรอกบฤษรฎะีกยำะเวลาบัญชีหสักำดน้วกั ยงำรนาคยณจะ่ากยรตรมามกำรกฤษฎีกำ
เงื่อนไขท่ีระบุไว้ในมาตรา ๖๕ ทวิ และมาตรา ๖๕ ตรี และรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวให้มีกำหนด
สิบสองเดอื น เวน้ สแำตน่ใกั นงกำนรณคณดี ะังกตรอ่ รไมปกนำจี้รกะฤนษ้อฎยีกกำวา่ สบิ สองเดือสนำกน็ไกั ดง้ำคนือคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ก) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเริ่มตั้งใหม่จะถือวันเริ่มตั้งถึงวันหน่ึงวันใดเป็น
สำนกั รงอำบนคระณยะะกเรวรลมากบำรัญกชฤแีษรฎกีกกำ็ได้ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ส(ขำน)กั บงรำินษคทั ณหะรกอื รหร้ามงกหำรุ้นกสฤ่วษนฎนีกติ ำิบุคคลอาจยน่ื สคำนำกัร้องำงนตค่อณอะธกิบรดรีขมอกำเปรกลฤ่ียษนฎวีกันำสุดท้ายของ
รอบระยะเวลาบญั ชี ในกรณีเช่นว่านใี้ ห้อธิบดีมีอำนาจส่ังอนุญาตหรอื ไม่อนุญาต สุดแตจ่ ะเห็นสมควร
สำนกั คงำำนสคั่งเณชะ่นกวร่ารนมก้ันำตร้อกฤงแษจฎ้งีกใำห้บริษัทหรือสหำ้านงกั หงุ้นำนสค่วณนะนกิตริบรมุคกคำลรกผฤู้ยษื่นฎคีกำำร้องทราบภายสำในนกัเวงำลนาคอณันะสกมรครมวกรำรกฤษฎีกำ
และในกรณีท่ีอธิบดีส่ังอนุญาต ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลา
บัญชีทอ่ี ธบิ ดกี ำหสนำดนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
การคำนวณรายได้และรายจ่ายตามวรรคหน่ึงให้ใช้เกณฑ์สิทธิ โดยให้นำรายได้ที่
สำนกั เงกำิดนขค้ึนณใะนกรรอรมบกรำะรยกะฤเษวฎลีกาำบัญชีใด แม้วส่าำจนะกั ยงังำไนมค่ไณดะ้รกับรชรมำรกะำรใกนฤรษอฎบีกรำะยะเวลาบัญชสำีนน้ันักมงำานรควณมคะกำรนรวมณกำรกฤษฎีกำ
เป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น และให้นำรายจ่ายท้ังสน้ิ ท่ีเกี่ยวกับรายได้น้ันแม้จะยังมิได้จ่ายใน
รอบระยะเวลาบญั สำชนนี กั ้ันงมำนาครวณมะคกำรรนมวกณำรเปกฤน็ ษราฎยีกจำา่ ยของรอบรสะำยนะกั เวงำลนาคบณัญะชกนีรรั้นมกำรกฤษฎีกำ
ในกรณีจำเป็น ผู้มีเงินได้จะขออนุมัติต่ออธิบดีเพื่อเปล่ียนแปลงเกณฑ์สิทธิ และ
สำนกั วงิธำีกนาครณทะากงรบรมัญกชำีเรพก่ือฤษคฎำนีกำวณรายได้และสรำานยกั จงำ่านยคตณามะกวรรรรมคกสำอรกงกฤษ็ไดฎ้ ีกแำละเมื่อได้รับอสนำุมนัตกั งิจำานกคอณธะิบกดรีแรมลก้วำรกฤษฎีกำ
ให้ถอื ปฏบิ ัติตั้งแตสร่ ำอนบกั รงำะนยคะณเวะลการบรมญั กชำีทรก่ีอฤธษิบฎดีกกี ำำหนดเปน็ ตน้ สไำปนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒ส๒๕ำ๒น๒๑กั๗มงาำตนรคาณ๖ะ๔กรวรรมรกคำสรอกงฤษแฎก้ไีกขำเพ่ิมเติมโดยพรสะำนรากั ชงกำนำหคนณดะแกกร้ไรขมเกพำิ่มรเกตฤิมษปฎรีกะำมวลรัษฎากร
๒๒๒ มาตรา ๖๔ วรรคสาม เพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพม่ิ เตมิ ประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๓)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๒ก๗รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๒๓ ส่วนที่ ๓ การเก็บภาษีจากบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล มาตรา ๖๕ ถึง มาตรา ๗๖ ตรี
แก้ไขเพิ่มเตมิ โดยพรสะำรนากั ชงบำญันญคณตั ิแะกก้ไรขรเมพกิม่ ำเรตกมิ ฤปษระฎมีกวำลรัษฎากร (ฉบสบั ำทนี่ กั๘ง)ำพน.คศณ. ๒ะ๔กร๙ร๔มกำรกฤษฎีกำ
๒๒๔ มาตรา ๖๕ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับท่ี ๑๓)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๒ก๗รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๔๙ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
มาตรา ๖๕ ทวิ๒๒๕ การคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิในส่วนนี้ให้เป็นไปตาม
สำนกั เงงำื่อนนคไณขดะกังรตรอ่ มไกปำนร้ีกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๑) รายการทรี่ ะบไุ วใ้ นมาตรา ๖๕ ตรี ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย
ส(ำ๒น)กั คงำ่านสคึกณหะรกอรรแมลกะำรคก่าฤเษสฎ่ือีกมำราคาของทรสัพำนยกั์สงินำนใหคณ้หะักกไรดร้ตมากมำรหกลฤษักฎเกีกณำ ฑ์ วิธีการ
เง่ือนไข และอัตราทกี่ ำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา๒๒๖
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกกฤาษรฎหีกักำค่าสึกหรอแสลำะนคกั ่างำเสน่ืคอณมะรการครามดกังำรกกลฤ่าษวฎีกใหำ ้คำนวณหักสตำานมกั สงำ่วนนคเณฉะลกี่ยรแรมหก่งำรกฤษฎีกำ
ระยะเวลาท่ไี ด้ทรสพั(ำ๓ยน)์สกั๒ินง๒ำ๗นนน้ัรคามณคาะากทรรรมัพกยำ์รสกินฤอษื่นฎีกนำอกจาก (๖) สใหำน้ถกั ืองำตนาคมณระากครารทมกี่พำึงรซก้ืฤอษทฎรีกัพำย์สินน้ันได้
สำนกั ตงาำนมคปณกะตกิแรลระมใกนำกรกรฤณษีทฎี่มีกีกำารตีราคาทรสัพำยน์สกั ินงำเนพคิ่มณขะึ้นกรหร้ามมกมำริใกหฤ้นษำฎรีกาำคาที่ตีราคาเพสิ่มำขน้ึนกั มงำานรควณมคะกำรนรวมณกำรกฤษฎีกำ
กำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ ส่วนทรัพย์สินรายการใดมีสิทธิหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาก็ให้หักค่า
สึกหรอและค่าเสส่ือำมนรกั างำคนาคใณนกะการรรคมำกนำรวกณฤกษำฎไีกรำสุทธิหรือขาดสทำนุนกั สงุทำนธคิตณามะกหรลรักมเกกำรณกฑฤษ์ วฎิธีกีกำาร เงื่อนไข
และอัตราเดิมที่ใช้อยู่ก่อนตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้น โดยให้หักเพียงเท่าที่ระยะเวลาและมูลค่าต้นทุนที่
สำนกั เงหำลนอืคอณยะู่สกำรหรมรกับำทรรกพัฤษยฎส์ ีกินำนนั้ เท่านนั้ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๔)๒๒๘ ในกรณีโอนทรัพย์สิน ให้บริการ หรือให้กู้ยืมเงิน โดยไม่มีค่าตอบแทน
ค่าบริการหรือดอสกำเนบกั ี้ยงำหนครือณมะีกคร่ารตมอกบำรแกทฤนษฎคีก่าำบริการหรือดสอำกนเกับงี้ยำนตค่ำกณวะ่ากรรารมคกาำตรลกาฤดษโฎดีกยำไม่มีเหตุอัน
สมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินค่าตอบแทน ค่าบรกิ ารหรือดอกเบ้ียน้ันตามราคาตลาด
สำนกั ใงนำวนนั คทณี่โะอกนรรใมหกบ้ ำรรกกิ ฤาษรฎหีกรำือให้กู้ยมื เงนิ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
ที่เหลืออยู่ในวันสส(ุด๕ำนท)๒กั ้า๒งย๙ำนขเงคอินณงรตะอกรรบารรมทะกรยำัพะรกยเวฤ์สลษินาฎบีกหัญำรือชีหในหี้ส้คิำนนซวึ่งณสมำีคคน่า่ากั หหงำรรนือือครรณาาะคคกาารเเรปปม็น็นกเำเงงรินกินฤตตษรรฎาาีกไตทำ่ายงปอรยะ่าเงทใดศ
สำนกั องยำน่าคงหณนะกึ่งรดรังมนก้ี ำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ก) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนอกจาก (ข) ให้เลือกใช้วิธีการ
คำนวณค่าหรือรสาำคนากั ขงอำนงเคงณินะตกรรารมทกรำัรพกยฤ์สษินฎีกหำรือหนี้สินเปส็นำเนงิกนั งตำรนาคไณทะยกตรรามมกอำัตรรกาฤถษัวฎเีกฉำลี่ยระหว่าง
อัตราซ้ือและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ท่ีธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ หรือวิธีการ
สำนกั คงำำนนควณณะคก่ารหรมรกือำรรากคฤาษขฎอีกงำเงินตราหรือทสำรนัพกั ยง์สำนินคเณป็นะกเงรินรมตกรำารไกทฤยษตฎาีกมำอัตราถัวเฉลี่ยสำทนี่ธักนงาำนคคาณรพะการณรมิชกยำ์ รกฤษฎีกำ
รับซ้ือซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ และคำนวณค่าหรือราคาของหนี้สินเป็นเงินตราไทย
ตามอัตราถัวเฉลส่ียำทนี่ธกั นงำานคคาณระพการณรมิชกยำร์ขกาฤยษซฎึ่งีกธำนาคารแห่งปสรำะนเกัทงศำนไทคณยไะดก้ครรำมนกวำณรกไฤวษ้ หฎีกรำือวิธีการอ่ืน
ซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีรัฐมนตรีประกาศ
สำนกั กงำำนหคนณดะใกนรรรามชกกำริจกจฤาษนฎุเีกบำกษา ท้ังน้ี เมสำ่ือนใกัชง้วำิธนีกคาณระใกดรใรนมกกาำรรกคฤำษนฎวีกณำ ค่าหรือราคาสดำังนกกั ลงำ่านวคแณละ้วกรใหรม้ใกชำ้ รกฤษฎีกำ
วธิ ีการน้ันตลอดไปสำนเวกั น้ งแำนตคจ่ ณะไะดก้รรับรมอกนำุมรกตั ฤิจษากฎอีกธำบิ ดจี ึงจะเปลสีย่ ำนนแกั ปงำลนงคไดณ้ ะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั ๑ง๖ำน) คพณ.ศะ.ก๒ร๕ร๐ม๒กำรก๒๒ฤ๕ษมฎาีกตำรา ๖๕ ทวิ แกส้ไขำนเพกั ่ิมงเำตนิมคโณดยะกพรรระมรกาชำรบกัญฤญษัตฎิแีกกำ้ไขเพ่ิมเติมประสมำนวลกั รงัษำนฎคากณระก(ฉรบรมับกทำี่ รกฤษฎีกำ
รัษฎากร (ฉบับที่ ๒๕ส๒ำ)๒น๖พกั ม.ศงา.ำตน๒รค๕าณ๒๖ะ๕๕กรทรมวิก(๒ำร)กวฤรษรฎคีกหำน่ึง แก้ไขเพิ่มเตสิมำนโดกั ยงำพนรคะณราะชกบรัญรมญกัตำริแกกฤ้ไขษเฎพีก่ิมำเติมประมวล
๒๒๗ มาตรา ๖๕ ทวิ (๓) แก้ไขเพ่มิ เติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพมิ่ เตมิ ประมวลรัษฎากร (ฉบับ
สำนกั ทงี่ำ๑น๖ค)ณพะ.กศ.รร๒ม๕ก๓ำ๔รกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๒๘ มาตรา ๖๕ ทวิ (๔) แก้ไขเพิม่ เติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพมิ่ เติมประมวลรัษฎากร (ฉบับ
ท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๒๑ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๒๙ มาตรา ๖๕ ทวิ (๕) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตแิ ก้ไขเพม่ิ เติมประมวลรัษฎากร (ฉบับ
สำนกั ทง่ีำ๕น๐ค)ณพะ.กศ.รร๒ม๕ก๖ำ๒รกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
- ๕๐ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
(ข) กรณีธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอ่ืนตามที่รัฐมนตรีกำหนด ให้ใช้
สำนกั วงิธำีนกคารณคะกำนรรวมณกำคร่ากหฤษรือฎีกราำคาของเงินตสรำานกั ทงรำนัพคยณ์สะินกรหรมรืกอำหรนกฤี้สษินฎเีกปำ็นเงินตราไทยสตำนากมั งอำัตนคราณถะัวกเรฉรมลกี่ยำรกฤษฎีกำ
ระหว่างอตั ราซื้อและอตั ราขายของธนาคารพาณชิ ยท์ ธี่ นาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้
สเำงนินกัตงรำานคทณรัพะกยร์สรนิมกหำรรกือฤหษนฎีส้ ีกินำซึ่งมีค่าหรือรสาำคนากั เงปำน็ นเคงณนิ ะตกรรารตม่ากงำปรรกะฤเษทฎศีกำท่ีรับมาหรือ
จ่ายไปในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชี ให้ใช้วิธีการคำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทยตามราคา
สำนกั ตงลำนาคดณในะวกันรรทม่ีรกับำมรกาฤหษรฎือีกจำ่ายไปนั้น สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
หรอื ราคาตลาดแสล(๖ำ้วนแ)กั ตรงอ่าำคนยาค่าสงณในิ ะดคกจา้ระครนมง้อกเหยำรลกกือวฤใา่ ษนแฎวลีกนั ะำสใุดหท้ถา้ ือยรขาอคงารนอสเ้ี บปำนร็นกัะรงยาำะคนเาควสณลินาะคบก้ารัญรคชมงใีกเหหำรค้ลกำือฤนยษวกฎณมีกาตำสาำมหรราบัคารทอุนบ
สำนกั รงะำยนะคเณวละการบรัญมกชำใี รหกมฤด่ ษว้ ฎยีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
การคำนวณราคาทุนตามวรรคก่อนเม่ือได้คำนวณตามหลักเกณฑ์ใด ตามวิชาการ
บัญชีใหใ้ ช้หลักเกสณำฑนกัน์ งน้ั ำนตคลณอดะกไปรรเมวกน้ ำแรกตฤ่จษะฎไดีก้รำบั อนุมตั จิ ากอสธำิบนกัดงีจำึงนจคะณเปะกลรีย่ รนมหกลำรักกเฤกษณฎฑีก์ไำด้
(๗) การคำนวณราคาทุนของสินค้าที่ส่งเข้ามาจากต่างประเทศนั้น เจ้าพนักงาน
สำนกั ปงรำนะคเมณินะมกอีรรำมนกาำจรปกรฤะษเฎมีกินำโดยเทียบเคียสงำกนับกั รงำานคคาณทุนะกขรอรงมสกนิ ำรคก้าฤปษรฎะีกเำภทและชนิดเดสียำนวกกั งับำทน่ีสค่งณเขะก้ารไปรมใกนำรกฤษฎีกำ
ประเทศอื่นได้ ส(๘ำน)๒กั ๓ง๐ำน(คยกณเะลกกิ ร)รมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๙)๒๓๑ การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้จะกระทำได้ต่อเมื่อเป็นไปตาม
สำนกั หงลำนักคเณกณะกฑรร์ มวิธกีกำรากรฤษแฎลีกะำเงื่อนไขที่กำหสำนนดกั โงดำนยคกณฎะกกรระรทมกรำวรงกฤแษตฎ่ถีก้าำได้รับชำระหนสำี้ในนกั รงอำนบครณะยะกะรเรวมลกาำรกฤษฎีกำ
บัญชีใด ใหน้ ำมาคสำำนนกั วงณำนเปค็นณระากยรไรดม้ใกนำรรกอฤบษรฎะีกยำะเวลาบญั ชนี นั้สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
หนี้สูญรายใดได้นำมาคำนวณเป็นรายได้แล้ว หากไดร้ ับชำระในภายหลังก็มิให้นำมา
สำนกั คงำำนนควณณะเปกรน็ รรมากยำไรดกอ้ ฤกี ษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(๑๐)๒๓๒ สำหรับบริษัทจำกัดท่ีต้ังข้ึนตามกฎหมายไทย ให้นำเงินปันผลท่ีได้จาก
บริษัทจำกัดท่ีต้ังสขำึ้นนตกั างมำนกคฎณหะมการรยมไกทำยรกหฤรษือฎสีกถำาบันการเงินสทำี่มนีกกั งฎำหนมคณายะโกดรรยมเฉกพำรากะฤขษอฎงีกปำระเทศไทย
จัดตั้งขึ้นสำหรับให้กยู้ ืมเงินเพ่ือสง่ เสริมเกษตรกรรม พาณชิ ยกรรม หรืออุตสาหกรรม และเงนิ ส่วนแบ่งกำไร
สำนกั ทงี่ไำดน้จคาณกะกกิจรกรมารกรำร่วกมฤคษ้าฎมีกาำรวมคำนวณเปส็นำนรากั ยงไำดน้เคพณียะงกกร่ึงรหมนก่ึงำขรกอฤงษจำฎนีกวำนที่ได้ เว้นแตส่บำรนิษักังทำจนำคกณัดะทก่ีตรร้ังมขึ้กนำรกฤษฎีกำ
ตามกฎหมายไทยดังต่อไปนี้ ไม่ต้องนำเงินปันผลท่ีได้จากบริษัทจำกัดท่ีตั้งข้ึนตามกฎหมายไทย หรือ
สถาบันการเงินทส่ีมำนีกกั ฎงำหนมคาณยะโกดรยรมเฉกพำรากะฤขษอฎงีกปำ ระเทศไทยจสัดำนตกั ั้งงขำ้ึนนคสณำหะกรรับรมใหก้ำกรู้ยกืมฤษเงฎินีกเำพ่ือส่งเสริม
เกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม และเงินส่วนแบ่งกำไรที่ได้จากกิจการร่วมค้า มารวม
สำนกั คงำำนนควณณะเปกร็นรรมากยำไรดก้ ฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
สำนกั งำนค(กณ)ะบกรรรษิ มทั กจำรดกทฤะษเบฎีกียำน สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
(ข) บริษัทจำกดั นอกจาก (ก) ซ่ึงถือหุ้นในบริษัทจำกัดผู้จา่ ยเงินปันผลไมน่ ้อยกว่า
สำนกั รงอ้ ำยนลคะณ๒ะก๕รรขมอกงำหรุ้นกทฤ้ัษงหฎมีกดำที่มีสิทธิออกเสสำียนงกัในงำบนรคิษณัทะจกำรกรัดมผกู้จำ่รายกเฤงษินฎปีกันำผลและบริษัทจสำำกนัดกั ผงำ้จู น่าคยณเงะินกปรนัรมผกลำรกฤษฎีกำ
ไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทจำกัดผรู้ ับเงนิ ปันผลไมว่ า่ โดยทางตรงหรือโดยทางออ้ ม
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๓๐ มาตรา ๖๕ ทวิ (๘) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเตมิ ประมวลรษั ฎากร (ฉบับที่ ๕๐)
สำนกั พง.ำศน.ค๒ณ๕ะ๖ก๒รรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๓๑ มาตรา ๖๕ ทวิ (๙) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตแิ ก้ไขเพมิ่ เติมประมวลรัษฎากร (ฉบับ
ท่ี ๒๕) พ.ศ. ๒๕๒๕สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ
๒๓๒ มาตรา ๖๕ ทวิ (๑๐) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลรัษฎากร
สำนกั (ฉงำบนับคทณี่ ๕ะ๒กร) รพม.ศก.ำ๒รก๕ฤ๖ษ๒ฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ สำนกั งำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ