The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สัมมนาการจัดการกิจการคณะสงฆ์ขาว (ปริ้นต์)พื้นวอล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by buddha_eyes, 2022-02-02 07:58:58

สัมมนาการจัดการกิจการคณะสงฆ์ขาว (ปริ้นต์)พื้นวอล

สัมมนาการจัดการกิจการคณะสงฆ์ขาว (ปริ้นต์)พื้นวอล

มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

Mahachulalongkornrajavidyalaya University ,Thailand

เอกสารประกอบการสมั มนา

รายวิชา สมั มนาการจดั การกจิ การคณะสงฆ์ บส ๐๐๘

การจดั การกิจการคณะสงฆ์
ในด้านสาธารณสงเคราะห์

เรียบเรียงโดย

พระใบฎกี าสิทธิชยั จตฺตวิโล (โวหาร)
พระฉัตร์ฐพฒั น์ อาภาธโร (วีระยอง)

เสนอ

พระอาจารย์ชนินสิทธิ์ สทุ ธิจิตฺโต

หลักสตู รประกาศนียบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย

จ.สงขลา

“งานสาธารณสงเคราะหเ์ ปน็ ชวี ติ
ของพระสงฆแ์ ละประชาชน”

.....................................................................

สมเดจ็ พระมหาธีราจารย์
ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม

คำนำ

เอกสารประกอบสัมมนาเล่มนี้ชื่อว่า เอกสารประกอบสัมมนาการจัดการกิจการคณะสงฆ์ ที่เป็น
หลักสูตร การบริหารกิจการคณะสงฆ์เป็นรายวิชาบังคับทุกภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษาระดับหลักสูตร
ประกาศนยี บัตรการบรหิ ารกิจการคณะสงฆ์ คณะสังคมศาสตร์ ว่าดว้ ยศกึ ษาการสัมมนาเชงิ ปฏิบตั กิ าร โดยให้
นิสิตร่วมกันจัดสัมมนาโดยนำประเด็นปัญหาทีน่ ่าสนใจทางสังคมมาร่วมกันอภิปาย เสนอความคิดเหน็ และ
วเิ คราะหห์ าทางออกร่วมกัน พรอ้ มท้ังแนวทางการประยุกต์เชงิ บรู าณการเพ่อื แก้ไขปญั หาของสังคมในปัจจบุ นั

ดังน้ันคณะผู้จดั ทำ จึงได้เรียบเรียงองค์ความร้เู กี่ยวกับการสัมมนา ใหม้ ีความเข้าใจ และประเด็นองค์
ความรู้ของการจัดการกิจการคณะสงฆ์ ซึ่งมที ั้งหมด ๖ หัวข้อย่อย แต่ทางคณะผู้จัดทำ ขอเรียบเรยี งเพยี งแต่
“องค์ความรู้ด้านสาธารณะสงเคราะห์”

อย่างไรก็ตาม การจัดการสัมมนากิจการคณะสงฆ์ ทั้งภาควิชาการและปฏิบัติ เป็นส่วนหนึ่งของ
รายวิชา เพื่อให้เกิดความเข้าใจในกระบวนการ ซึ่งจำต้องมีในการประชุมเชิงปฏิบัติการ โดยมีการกำหนด
ประเด็น และเขยี นโครงการการจดั สัมมนาตามหลักและทฤษฎขี องการสมั มนาอย่างแท้จริง จึงเหน็ วา่ รายวิชา
สัมมนาการจัดการกิจการคณะสงฆ์นั้นเกิดคุณค่าอย่างยิ่งต่อผู้ที่กำลังศึกษา สามารถนำไปประยุกต์กับการ
ทำงานภายในองคก์ รของตนเองไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ

ขอกราบขอบพระคุณครูบาอาจารยท์ ั้งหลาย ที่เมตตาให้ความรู้กับคณะผู้เรียบเรียง ทั้งครูพระสงฆ์
ครูฆราวาสธมั ม์ จนทำให้รายงานฉบับน้ีประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี ความดีใด ๆ อันจะพงึ มจี ากรายงานเลม่
นี้ ผู้เขยี นขอนอบน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบชู า สงั ฆบชู า ครูอปุ ชั ฌาย์อาจารยิ า บิดามารดา และผู้มีส่วน
ชว่ ยเหลอื ทกุ ทา่ น ไม่ว่าจะเปน็ ดา้ นกำลังใจ ด้านกำลังกาย หรอื ด้านสติปญั ญา

คณะผเู้ รียบเรยี งรายวชิ า สัมมนาการจดั การกจิ การคณะสงฆ์
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั

Mahachulalongkornrajavidyalaya University
ธันวาคม ๒๕๖๔

สำรบญั

หนา้
บทคัดย่อ...............................................................................................1
บทนำ การสมั มนาพระพทุ ธศาสนามีความสำคญั และจำเปน็ อย่างไร...........3
การบริหารจดั การกิจการคณะสงฆ์..........................................................7
การสาธารณสงเคราะห์..........................................................................8
การจดั การ...........................................................................................10
ทฤษฎีการบริหาร..................................................................................10
ผลการวิเคราะห์เกี่ยวกบั การพฒั นาการจดั การงานสาธารณสงเคราะห์

ของพระสงั ฆาธิการ.....................................................................12
แนวคำสอนในพระพทุ ธศาสนาทีเ่ กี่ยวข้องกบั สาธารณสงเคราะห์..............17
ปรชั ญาพื้นฐานงานสาธารณสงเคราะห์ทีส่ อดคลอ้ งกบั

คำสอนในพระพทุ ธศาสนา...........................................................19
หลักการสำคัญของงานสาธารณสงเคราะห์.............................................19
บทบาทของพระสงฆ์ดา้ นสาธารณสงเคราะห.์ ..........................................20
พระสงฆ์ “นกั สาธารณสงเคราะห์”.........................................................23
ตัวอยา่ งโครงการดา้ นสาธารณสงเคราะห์................................................25

สำรบญั (ต่อ)

หนา้
บทสรปุ ................................................................................................38
บรรณานุกรม........................................................................................41
ภาคผนวก............................................................................................44

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 1
การบรหิ ารกิจการคณะสงฆ์ในด้านสาธารณสงเคราะห์

การบริหารกิจการคณะสงฆใ์ นด้านสาธารณสงเคราะห์

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare

บทคดั ยอ่

วัดเป็นตัวแทนสถาบันพระพุทธศาสนา โดยมีมหาเถรสมาคมและพระสังฆาธิการ เป็นผู้ปกครอง
บริหารคณะสงฆ์และการพระศาสนาให้เป็นไปโดยความเรียบร้อยตามพระธรรมวินัย กฎหมายบ้านเมือง
และระเบยี บประเพณีของสังคมไทยในทุกสว่ นทุกระดบั พระสังฆาธิการ เป็นพระภกิ ษุผดู้ ำรงตำแหน่งทางการ
ปกครองคณะสงฆ์ เป็นผู้ขับเคลื่อนการบริหารกิจการคณะสงฆ์ และ การพระพุทธศาสนาให้ปฏิบัติถูกต้อง
ตามภารกิจ ๖ ประการ ประกอบด้วย การปกครอง การศาสนศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่
พระพุทธศาสนา การสาธารณูปการ และการสาธารณสงเคราะห์ โดยนัยนี้ มุ่งเน้นการจัดการสาธารณ
สงเคราะห์ ได้แก่ การดำเนินกิจการตา่ ง ๆ เพ่อื ใหเ้ ปน็ สาธารณประโยชน์ของแกห่ น่วยงานหรือของบุคคลหรือ
คณะบุคคล หรือการช่วยเหลือเกื้อกูล หรือการอุดหนุนจุนเจือสถานที่ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติหรือประชาชน
ทั่วไป การสาธารณสงเคราะห์ จึงมคี วามสำคญั ในฐานะเป็นการดำเนนิ การชว่ ยเหลือสังคม ทางวัตถุและจิตใจ
ในรูปแบบตา่ ง ๆ

การศึกษาค้นคว้ารายงานนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทพระสังฆาธิการ ที่มีต่อการพัฒนา
สาธารณสงเคราะห์ ประกอบด้วย บทบาทในการจัดการสาธารณสงเคราะห์ในด้านต่างๆ ผลจาก การศึกษา
ปรากฏดังน้ี

บทบาทในดา้ นสาธารณะสงเคราะห์
๑ .บทบาทด้านการบรหิ ารสาธารณะสงเคราะห์ เชน่ การชว่ ยเหลอื ชมุ ชนเมอ่ื มภี ัยรรมชาติ หรอื การ
สอนอาชพี ใหก้ บั ผวู้ า่ งงานหรือบุคคลทส่ี นใจ
๒. บทบาทดา้ นการส่งเสริมและสนบั สนนุ การจดั การสาธารณะสงเคราะห์ เปน็ บทบาทที่พระสงั ฆาธิ
การ ไดด้ ำเนนิ การทไ่ี ม่แตกตา่ งจากการบรหิ ารการศึกษาสงเคราะห์
๓. การสมั มนา การแกไ้ ขปญั หา การหาทางแกไ้ ข การพฒั นา การบูรณาการเชิงประยุต์ เพ่อื เปน็ องค์
ความรใู้ นทางปฏิบตั สิ บื ไป

คำสำคญั : การสาธารณะสงเคราะห์, พระสงั ฆาธิการ

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 2
การบรหิ ารกิจการคณะสงฆใ์ นด้านสาธารณสงเคราะห์

Abstract

The temple represents the Buddhist Institute. with the Supreme Sangha Council
and the Patriarch to be the governor of the Sangha and religion to be in order in
accordance with the Dharma and Discipline civil law and traditions of Thai society in all
parts and levels bishop is a monk who holds an administrative position in the Sangha to
drive the administration of Sangha affairs and Buddhism to perform properly according
to 6 missions, comprising government, religious education, education, welfare
propagation of Buddhism public utility and public welfare. In this sense, it focuses on
the management of public welfare, i.e. the operation of various activities for the public
benefit of an agency or of a person or a group of persons. or assistance or subsidizing a
place that is in the public domain or the general public public welfare Therefore, it is
important as an action to help society. physically and mentally in different ways

The study researched this report. The objective is to study the role of monks.
towards development Public Welfare consists of roles in public welfare management in
various fields. The results of the study are as follows:

Role in public welfare
1. Roles of public welfare administration, such as helping communities when
disaster strikes or teaching careers to the unemployed or interested persons
2. The role in promoting and supporting the management of public welfare is
the role that the Patriarch has performed differently from the Welfare Education
Administration.
3. Seminar, problem solving Finding solutions, developing, implementing
integration to be a body of knowledge in practice

Keywords : Public welfare, Monk

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 3
การบรหิ ารกิจการคณะสงฆ์ในด้านสาธารณสงเคราะห์

บทนำ

การสัมมนาพระพทุ ธศาสนามคี วามสำคัญและจำเป็นอยา่ งไร

พระพุทธศาสนาอยู่คู่กับโลกของเรามาอยา่ งยาวนานกว่า ๕๐๐๐ ปี ที่สืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่นมาอย่าง
ยาวนาน เริ่มต้นตั้งแต่สมัยพทุ ธกาล ที่พระพุทธเจ้าทรงออกบวชและตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าจนได้มีลูกศิษย์
ติดตามมากมาย โดยในยุคพระพุทธเจา้ ไดเ้ ผยแผ่ศาสนาด้วยพระองค์เองภายใน ชมพูทวีปหรอื ในปัจจบุ ันคือ
เอเชยี ใต้กบั อินเดียนน่ั เอง ซ่งึ ในยคุ ทพ่ี ระองคท์ รงเผยแผศ่ าสนาอยูน่ ั่นกถ็ อื เป็นยคุ ที่รงุ่ เรอื งของศาสนาเปน็ อยา่ ง
มาก แต่เมอ่ื พระองคไ์ ด้ทรงปรินิพพานก็ทำใหศ้ าสนาพทุ ธเกิดความวุ่นวายเลก็ นอ้ ยเพราะขาดผู้นำท่ีคอยชี้นำ
ทางอยา่ งพระพุทธเจ้าไป แตถ่ งึ อย่างนัน้ พระพุทธศาสนากย็ งั คงสืบต่อมาได้ ซงึ่ หลักธรรมทพ่ี ระพทุ ธเจา้ ทรงส่ัง
สอนไว้นั้นก็ได้ถูกจารกึ ไว้เป็นคัมภีร์ที่มีช่ือเรียกว่า พระไตรปิฎก แต่ก็ยังมีพระอัครสาวกของพระพุทธเจ้า ๒
องค์ทค่ี ่อยชว่ ยทำนบุ ำรงุ พระพุทธศาสนา คอื พระมหาโมคคัลลานเถระ เปน็ พระภิกษุอัครสาวกเบ้ืองซา้ ยของ
พระพุทธเจ้า และ พระสารีบุตร ผู้เป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา คอยเป็นผู้ชี้แนะแนวทางต่าง ๆ ซึ่งท้ัง
พระอคั รสาวกทง้ั ๒ ก็เป็นผนู้ ำการสงั คายนาอยูห่ ลายคร้ัง โดยการสงั คายนาก็มีตอ่ มาเรอื่ ย ๆ การสังคายนาก็
คอื การประชมุ หารือกันถงึ หลักธรรมทเี่ ผยแพรอ่ อกไปว่ามเี นอ้ื หาใจความตรงตามทป่ี รากฏในคมั ภรี ์หรือไม่ และ
เมอ่ื เวลาผา่ นไปจนกระทั่งศาสนาได้เผยแพรอ่ อกไปเป็นวงกวา้ ง และกนิ ระยะเวลาหลายพนั ปจี นกระท่งั ลกู ศษิ ย์
ท่ีได้รับการสงั่ สอนจากพระพุทธเจ้านัน่ เริ่มหายไป นน่ั ทำให้หลกั ธรรมทเี่ ผยแพรอ่ อกไปเกิดการบิดเบือนจาก
ความเปน็ จรงิ บา้ งกน็ ำหลกั ความเชอ่ื และตำนานมาผสมจนไมเ่ หลอื เคา้ โครงของพุทธศาสนาอยู่ น่ันจงึ เปน็ เหตุ
ให้การสัมมนาทางพระพุทธศาสนามคี วามสำคญั เปน็ อยา่ งมาก แตอ่ ย่างท่ีเราทราบตามประวัติศาสตรไ์ ด้บนั ทึก
ไว้ว่าการสัมมนาทางพระพุทธศาสนาเริ่มเลือนลางหายไปตามกาลเวลา หลักสำคัญทางพระพุทธศาสนาก็
หายไปด้วยเช่นกัน ซึ่งหากทุกคนยังคงนิ่งเฉยต่อเหตุการณ์นี้ก็จะยิ่งทำให้แก่นใจความสำคัญของ
พระพทุ ธศาสนาน้ันจางหายไปด้วย

ซ่งึ ทางออกสำหรับเรอ่ื งนกี้ จ็ ำเปน็ ตอ้ งอาศัยกลุ่มผนู้ ำทางศาสนาทจ่ี ะตอ้ งเข้ามามบี ทบาทในการทำการ
สมั มนาทางพระพุทธศาสนาเพอ่ื เผยแพรใ่ หห้ ลุ่มคนท่ีเข้าใจผดิ ทางพระพทุ ธศาสนาได้เข้าใจแก่นแทข้ องศาสนา
มากยิ่งขน้ึ และนอกจากนช้ี าวพทุ ธทัง้ หลายกค็ วรทจ่ี ะเลอื กเผยแพร่ข้อมลู หลักกธรรมทางพระพุทธศาสนาด้วย
ใจจรงิ โดยไมม่ ุ่งเนน้ ไปทางการหาผลประโยชน์จากการใชค้ วามเช่ือมาหลอกลวงผทู้ ีศ่ รัทธาในพระพุทธศาสนา
จะเหน็ ได้ว่าหากทุกคนทุกหนว่ ยงานร่วมมือร่วมใจกันหันมาช่วยกันเผยแพรศ่ าสนาในมุมมองท่ถี ูกต้องตามหลกั
พระไตรปฎิ กก็จะทำใหพ้ ระพทุ ธศาสนาจะคงอยูร่ ่วมกบั พวกเราชาวโลกชาวพุทธทกุ คนสบื ไป

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 4
การบริหารกจิ การคณะสงฆ์ในด้านสาธารณสงเคราะห์

พระพุทธเจ้าได้ทรงประทานพระพุทธโอวาทแก่พระสาวกในคราวที่ทรงส่งออกไปประกาศ
พระพุทธศาสนารุ่นแรก ว่า “ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเที่ยวจาริกไป เพื่อประโยชนส์ ุขแก่ชนจำนวนมาก
เพื่ออนุเคราะหช์ าวโลก เพื่อประโยชน์เกื้อกลู และความสขุ แก่ทวยเทพและมนุษย์ท้ังหลาย” ตามคำสอน
เร่อื งทศิ ๖ ซงึ่ พระพทุ ธเจ้าทรงกล่าวถงึ หน้าทีข่ องพระสงฆ์ที่จะพงึ มีตอ่ พทุ ธบรษิ ทั ไว้ ๖ ประการ ประกอบด้วย
ห้ามมิใหก้ ระทำความชัว่ ใหต้ ้งั อยู่ในความดี อนุเคราะห์ด้วยน้ำใจอนั งาม ใหไ้ ด้ฟงั สง่ิ ท่ยี งั ไม่เคยฟงั ทำสิ่งท่ีฟัง
แล้วให้แจ่มแจ้ง และบอกทางสวรรค์ให้ ด้วยเหตุนี้ พระพุทธศาสนาจึงเป็นศาสนา หนึ่งของโลกที่มีบทบาท
สำคัญยิ่งในการหล่อหลอมหรือขัดเกลาอุปนิสัยใจคอของบุคคลให้ละเอียดอ่อน มีความรกั ความเมตตา และ
ความเอื้ออาทรต่อกนั และกัน มหี ลกั คำสอนที่มีลกั ษณะเป็นสากล สามารถ พิสูจนไ์ ดด้ ว้ ยวธิ กี ารปฏบิ ัตใิ หเ้ ข้าถึง
(จำนงค์ อดิวฒั นสทิ ธ์ิ, 2547)

ปัจจุบันวัดเป็นศูนย์กลางแห่งการรวมน้ำใจของบรรดาพุทธศาสนิกชน มีหน้าที่ในการวาง รากฐาน
ความเจริญให้แก่สังคม ส่งเสริมความเป็นปึกแผ่น ความมั่นคงให้แก่สังคม ช่วยลดปัญหาสังคม ส่งเสริม
ประสิทธิภาพการควบคุมทางสังคม หรือกล่าวได้ว่าวัดเป็นศูนยก์ ลางทางศาสนาและวัฒนธรรม ผู้คนใช้เป็น
บรรทัดฐานในการดำเนนิ ชวี ติ และเปน็ เอกลักษณ์ของสงั คม ซึ่งจะพบไดจ้ ากการแสดงออก ทางศลิ ปะ วรรณคดี
คตธิ รรม ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี เป็นต้น ต้งั แตอ่ ดตี จนกระท่ังถงึ ปัจจุบัน วดั และ พระสงฆ์ยงั มีบทบาทเป็น
ผู้นำทางกิจกรรม เป็นผู้นำทางดา้ นจิตใจของคนในสงั คมแล้ว พระสงฆ์ยังมี บทบาทตอ่ สังคมส่วนรวมในด้าน
ตา่ ง ๆ เช่น การพัฒนาสงั คม การสงั คมสงเคราะห์ การสงเคราะห์ผู้ตก ทกุ ข์ไดย้ าก ผู้ทไี่ ดร้ ับความลำบาก หรือ
แม้กระท่งั ชว่ ยแกป้ ญั หาตา่ ง ๆ ทเี่ กดิ ข้นึ ในสงั คม (พระธรรมปฎิ ก (ป.อ. ปยตุ ฺโต), 2543)

วัดเป็นตัวแทนสถาบันพระพุทธศาสนา โดยมีมหาเถรสมาคมและพระสังฆาธิการ เป็นผู้ปกครอง
บรหิ ารคณะสงฆ์และการพระศาสนาใหเ้ ปน็ ไปโดยความเรยี บรอ้ ยตามพระธรรมวนิ ัย กฎหมายบ้านเมอื ง และ
ระเบียบประเพณีของสังคมไทยในทุกส่วนทุกระดับ โดยคำว่า พระสังฆาธิการ หมายถึง พระภิกษุผู้ดำรง
ตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์ เป็นผูข้ ับเคลื่อนการบริหารกิจการคณะสงฆ์ และการพระพุทธศาสนาให้
ปฏิบัติถูกต้อง (สำนักงานเจ้าคณะภาค 16, 2547) ส่วนคำว่า การคณะ 385 วารสารศิลปศาสตร์ราชมงคล
สวุ รรณภมู ิ ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 (มกราคม-เมษายน 2563) สงฆ์ หรือการพระศาสนาน้ี หมายถึง ภารกิจ ๖ ประการ
ประกอบด้วย การปกครอง การศาสนศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา
การสาธารณูปการ และการสาธารณสงเคราะห์ โดยวิธีดำเนินการทั้ง ๖ ประการดังกล่าว บางประการมี
กำหนดไว้ในระเบยี บกฎมหาเถรสมาคม แต่บางประการคงเป็นไปตามจารีตทีถ่ อื ปฏบิ ัติตามจารีตก็มอี ยู่ (กอง
แผนงาน กรมการศาสนา กระทรวงศกึ ษาธิการ, 2540)

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 5
การบริหารกิจการคณะสงฆใ์ นด้านสาธารณสงเคราะห์

โดยนัยน้ีสาธารณสงเคราะห์ ได้แก่ การดำเนินกิจการต่าง ๆ เพื่อใหเ้ ป็น สาธารณประโยชนข์ องแก่
หน่วยงานหรือของบุคคลหรอื คณะบุคคล หรือการช่วยเหลือเกื้อกูล หรือการ อุดหนุนจุนเจือสถานที่ซ่งึ เป็น
สาธารณสมบัติหรอื ประชาชนท่วั ไป ๔ ประการ ไดแ้ ก่

(๑) การดำเนนิ กิจการเพ่ือชว่ ยเหลือเกื้อกลู ได้แก่ การท่วี ดั หรือคณะสงฆ์ดำเนนิ การเองซ่ึงกิจอย่าง
ใดอย่างหนง่ึ มี วตั ถปุ ระสงค์ให้เป็นสาธารณประโยชน์ เชน่ กจิ การหนว่ ยอบรมประจำตำบลกจิ การห้องสมุดเพอื่
ประชาชน จดั อบรมวิชาชีพให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น เป็นต้น

(๒) การช่วยเหลือเกื้อกูลกิจการของผู้อื่นเพื่อสาธารณประโยชน์ ได้แก่ การช่วยเหลือสนับสนุน
ส่งเสริมกจิ การของรฐั หรอื ของเอกชนหรอื ผู้ใด ผู้หนงึ่ ดำเนินการ และการน้ันเปน็ ไปเพอ่ื การสาธารณะประโยชน์
เช่น การพัฒนาหมูบ่ ้าน การพัฒนาตำบล ขุดสระน้ำขนาดใหญเ่ พื่อเป็นแหล่งอุปโภคและเป็นสถานทีพ่ กั ผ่อน
หย่อนใจ อนุรกั ษ์วฒั นธรรม และส่ิงแวดลอ้ ม การจดั หาทนุ เพอ่ื การสงเคราะห์และอ่นื ๆ

(๓) การเก้ือกูลสถานที่อนั เปน็ สาธารณสมบัติ ได้แก่ การสรา้ งถนน ขดุ ลอกคูคลอง สรา้ งโรงพยาบาล
และจดั ซอ้ื เครือ่ งมือแพทยส์ ร้างการประปา สรา้ งเครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา้ ปลกู ต้นไม้ และอ่ืน ๆ และ

(๔) การเกื้อกูลประชาชนหรือสรรพสัตว์ ได้แก่ การช่วยเหลือประชาชนในการคอยช่วยเหลือ เช่น
จดั ตั้งหนว่ ยอาสาสมคั รบรรเทาสาธารณะภัย ชว่ ยเหลอื ประชาชนท้งั ด้านไฟไหม้และน้ำท่วมพร้อมมอบเคร่ือง
อุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย หรอื ในยามปกตกิ ต็ ้งั กองทุนทำอาหารเลย้ี งเด็กกำพร้าและเด็กดอ้ ยโอกาส หรือ
กระบวนการสงเคราะห์ ปวงชนผูป้ ระสบภยั พบิ ัตจิ ากวินาศภยั อบุ ัติเหตุ และสาธารณะภยั ซึ่งไดแ้ ก่ คอื ความ
ยากจน ความเจบ็ ไข้ (พระเทพปริยตั ิสธุ ี (วรวิทย์ คงคฺ ปญฺโญ ), 2540)

การสาธารณสงเคราะห์จึงมีความสำคญั ในฐานะเป็นการดำเนนิ การชว่ ยเหลอื สงั คมทางวตั ถุ และจติ ใจ
ในรปู แบบต่าง ๆ ทีไ่ ม่ขดั ต่อพระธรรมวนิ ัย ไดแ้ ก่ โครงการบรรพชาและอปุ สมบทพระภิกษุ และสามเณรภาค
ฤดรู ้อน โครงการสงเคราะห์ภิกษสุ งฆส์ ามเณรและวดั ที่ประสพภยั ขาดแคลน วัดและ เจ้าอาวาสภิกษสุ งฆ์ซ่ึงเปน็
ผนู้ ำในการพัฒนาชมุ ชนและสงั คม เชน่ ใหส้ ถานทีเ่ ป็นทีจ่ ดั ประชุมอบรม เยาวชนและประชาชนด้านอาชีพต่าง
ๆ การสรา้ งถนนเข้าหมบู่ า้ น การออมทรัพยใ์ หส้ ถานทเี่ ปน็ แหลง่ ประปาหม่บู ้าน การสนับสนนุ การศกึ ษาแกเ่ ดก็
นักเรียน การช่วยเหลือผปู้ ว่ ยยากไร้ เป็นตน้ (พระมหาบวั ปิยวณฺโณ, 2549)

อย่างไรก็ตาม สภาพปัญหาของสังคมไทยวิถีชีวิตของประชาชนที่รับอารยธรรมตะวันตกมาก ข้ึน
กระท่งั ความจำเป็นในการประกอบอาชีพ ทำใหบ้ คุ คลทเี่ คยเข้าร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ภายในวดั ลดลงไปด้วย
ความสัมพนั ธร์ ะหว่างวัดและพระสงฆ์กบั ประชาชนก็ห่างกนั ขาดการสง่ เสริมการให้

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 6
การบรหิ ารกิจการคณะสงฆ์ในด้านสาธารณสงเคราะห์

ความรว่ มมอื ในกิจกรรมการทำนบุ ำรงุ ดแู ลรกั ษาวดั และกิจการในพระพทุ ธศาสนาเท่าทค่ี วร ส่งผลให้
โอกาสของประชาชนที่จะได้ศึกษารับรหู้ ลกั ธรรมทางศาสนาน้อยลง มผี ลให้คณุ ธรรมจรยิ ธรรมในสงั คม เส่ือม
ลง ประกอบกับวัดมีหลายแห่งไดม้ ุ่งเน้นการพัฒนาในด้านวัตถุ มีการกอ่ สรา้ งทใ่ี หญ่โตสวยงาม ใช้งบประมาณ
จำนวนมาก ทำให้เกินความจำเปน็ และไม่สอดคลอ้ งกับสภาพชุมชนเศรษฐกิจ และ การใช้งาน เกิดการทำลาย
สภาพแวดล้อมของวดั มงุ่ หารายได้เขา้ วดั มากเกินไป พระสงฆไ์ ม่สนใจศึกษา เลา่ เรียน รวมทั้งการปฏิบัติและ
เผยแผ่แกป่ ระชาชน (สำนกั งานพระพทุ ธศาสนาแห่งชาติ, 2550) ไมม่ อี งค์ความรู้หรือขาดเอาใจใส่ท่ีเพียงพอ
ต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโดยไม่ได้จัดตามเกณฑ์ มาตรฐานในการพัฒนาวัดอย่างต่อเนื่องทั้งในด้าน
การศึกษา และการสาธารณสงเคราะห์ เป็นต้น (กองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ,
2561)

รูปภาพ 1• เจ้าประคณุ สมเดจ็ พระมหาธรี าจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม ใน
ฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม
มอบแนวทางการดาเนินงานสาธารณสงเคราะห์เพ่ือสังคมท่ีย่ังยืน โดยฝ่ าย
สาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม และคณะกรรมการฝ่ ายสาธารณ
สงเคราะห์ ประจาจงั หวัด รว่ มบูรณาการงานในพนื้ ที่ ประสานสามัคคีองค์กร
ภาคเี ครอื ขา่ ย •

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 7
การบริหารกจิ การคณะสงฆใ์ นด้านสาธารณสงเคราะห์

การบรหิ ารจัดการกิจการคณะสงฆ์

มีนักวิชาการทางพระพุทธศาสนาได้ให้ความหมายของ
บทบาทในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ไว้ดังนี้ พระพรหมโมลี
(สมศักดิ์อุปสโม) ได้กล่าวไว้ว่าการบริหารกิจการคณะสงฆ์นั้นพระ
สังฆาธิการเป็นบุคลากรอัน สำคัญยิ่งของพระพุทธศาสนาในฐานะที่
ได้รับมอบหมายจากพุทธบริษัทให้เป็นผู้นำในกิจการด้านต่างๆ
ของพระพุทธศาสนาความเจริญหรอื ความเสอื่ มของพระพุทธศาสนา
จะสัมพันธ์อย่างยิ่งกับคุณภาพของพระสังฆาธิการ ระดับต่าง ๆ
ภารกิจของพระสังฆาธิการนั้นนอกจากหน้าที่ตามปกติของพระสงฆ์คือการสอนธรรม ะปฏิบัติแก่พุทธบริษัท
แล้วยังมีภารกิจด้านการบริหารจัดการกิจการพระพุทธศาสนาอีก ๖ ด้าน กล่าวคือ ด้านการปกครอง ด้าน
การศาสนศึกษา ด้านการศึกษาสงเคราะห์ ด้านการเผยแผ่ ด้านงานการสาธารณูปการและด้านสาธารณะ
สงเคราะห์การบริหารจัดการ ภาระงานดา้ นตา่ ง ๆ ดังกล่าวนั้นลว้ นต้องอาศัยบคุ ลากรทม่ี ีความรู้ความสามรถ
ในดา้ นนั้น ๆ อยา่ งเพียงพอจงึ จะสำเร็จลุลว่ งดังเป้าหมายได้

พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ปยุตฺโต) ได้กล่าวว่า
บทบาทของพระสังฆาธิการหรือพระสงฆ์ที่แท้จริงถูก
กำหนดโดย พระธรรมวินัยเป็นหลักนอกเหนือจากการ
ประพฤติปฏบิ ตั ติ ามพระวนิ ัยแล้วก็จัดว่าเปน็ บทบาทเสริม
เช่นเดยี วกันกบั แนวคิดท่ีไดก้ ลา่ วไว้ว่า “เมื่อบุคคลอยู่ใน
องค์การความคาดหวังขององค์การถือเป็นบทบาท
คาดหวังท่ีมีความสำคัญและ เป็นมาตรฐานสำหรบั การประเมนิ พฤตกิ รรมอย่างเป็นทางการ” โดยนัยนีก้ ็
หมายความว่าบทบาทของพระสังฆาธิการ ย่อมขึ้นอยู่กับการกำหนดตามพระธรรมวินัยเป็นสำคัญ ส่วน
บทบาทตามความคาดหวังของสังคมกถ็ ือเป็นบทบาทเสริมอีกด้วย

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 8
การบริหารกจิ การคณะสงฆใ์ นด้านสาธารณสงเคราะห์

การสาธารณสงเคราะห์

สาธารณสงเคราะห์ หมายถึง การช่วยเหลือสังคมในด้านต่าง ๆ การจัดกิจการอันเป็นประโยชน์
เป็นกิจกรรมที่วัดหรือพระภิกษุสงฆ์ดำเนินกิจการเพื่อให้เป็นสาธารณะประโยชน์ในด้านสังคมสงเคราะห์
ทั้งการสงเคราะห์บุคคล และสาธารณสงเคราะห์ (พระเทพปรยิ ัติสธุ ี (วรวิทย์ คงฺคปญฺโญ ), 2540) อาจกลา่ ว
ได้ว่า ความสำคัญของภารกิจด้านนี้ว่า การสาธารณะสงเคราะห์เป็นการจัดให้การสงเคราะห์ในด้านต่าง ๆ
แกป่ ระชาชนผอู้ ปุ ถัมภบ์ ำรุงวดั ทายกทายิกาของวัดหรอื ประชาชนทั่วไป วดั เป็นสว่ นหน่งึ ของสังคม วัดอยู่ได้
กต็ ้องพึง่ บา้ นและบ้านอยู่ได้ก็ต้องพ่งึ วัด วัดเปน็ ศนู ยก์ ลางของสงั คม พระสงฆเ์ ปน็ ท่พี ง่ึ ทางใจของประชาชน เมื่อ
ประชาชนเดือดร้อนในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็เป็นหน้าที่ของวัดจะต้องจัดการสงเคราะห์ช่วยเหลือ การสาธารณ
สงเคราะห์จึงเป็นหน้าที่ของวัดและเจ้าอาวาสจะต้องดำเนินการบรหิ ารงานทุกด้านเกี่ยวกับ การสงเคราะห์
ประชาชนในขอบเขตท่วี ัดจะจัดได้

การสาธารณสงเคราะห์ ยังเป็นกจิ กรรมการทำงานช่วยเหลือชาวบา้ นหรือคนส่วนมากหรือ คนทั่วไป
หน้าที่ของเจ้าอาวาสตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ข้อ ๔ บัญญัติไว้ว่า
“ให้ความสะดวกตามสมควรในการบำเพ็ญกศุ ล” ความหมายของขอ้ นี้ คอื ใหว้ ัดกับบ้านตา่ งถ้อยท่ีถอ้ ยอาศยั
ซ่ึงกนั และกัน ชาวบ้านชว่ ยกนั ทำนุบำรงุ วดั บางคนถึงจะยากจนหาเชา้ กนิ ค่ำ อาศยั กระท่อมที่ชำรุดทรุด โทรม
เป็นที่พำนกั อาศยั แต่ด้วยแรงศรัทธามีเงินเพียงเล็กน้อยก็บริจาคสมทบสร้างกุฏิ วิหาร ถาวรวัตถุ ในวัด เพ่ือ
ความผาสุกของพระ ทางวัดจึงมีหน้าที่ตอ้ งอำนวยความสะดวกแก่ชาวบ้านบ้าง ในทางที่ชอบ นับว่าเป็นงาน
ดา้ นการสาธารณสงเคราะหโ์ ดยตรง (พระราชรัตนมุนี (ชยั วฒั น์ ปญฺญาสิริ), 2538)

ดังนั้น การสาธารณสงเคราะห์จึงมีความสำคัญในฐานะเป็นการดำเนินการช่วยเหลือสังคมทางวัตถุ
และจิตใจในรูปแบบต่าง ๆ ที่ไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย ได้แก่โครงการบรรพชาและอุปสมบทพระภิกษุและ
สามเณรภาคฤดูรอ้ น โครงการสงเคราะห์ภิกษุสงฆ์สามเณรและวัดท่ีประสบภัยขาดแคลน วัดและเจ้าอาวาส
ภิกษสุ งฆซ์ ึ่งเป็นผู้นำในการพฒั นาชมุ ชนและสงั คม เช่น ให้สถานทเี่ ป็นทจี่ ดั ประชุมอบรมเยาวชนและประชาชน
ดา้ นอาชีพตา่ ง ๆ การสร้างถนนเขา้ หมูบ่ ้าน การออมทรัพย์ให้สถานทเ่ี ป็นแหล่งประปาหมู่บ้าน การสนับสนุน
การศกึ ษาแกเ่ ด็กนกั เรยี น การชว่ ยเหลือผปู้ ่วยยากไร้ เปน็ ต้น (พระมหาบัว ปิยวณฺโณ, 2549)

ประการสำคัญ คือ หลักการในการบริหารวัดยุคใหม่นั้น ให้ความสำคัญกับเจ้าอาวาส ซึ่งเป็น
พระสังฆาธกิ ารระดับวดั เปน็ ผู้นำของพระภิกษสุ ามาเณร และคฤหสั ถ์ทม่ี อี ยู่ในวดั เจา้ อาวาสจึงมี ความสำคัญ
ที่สุดต่อความเจริญรุ่งเรอื ง สันติสุข และความมัน่ คงของวัด โดยทำหน้าที่เป็นผู้บริหารกิจการต่าง ๆ ของวัด
เปน็ ผู้ปกครองบงั คับบญั ชา กำกบั ดแู ล แนะนำสงั่ สอนพระภกิ ษุสามเณรและฆราวาสผู้อยู่ในวัดใหม้ คี วามเปน็

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 9
การบริหารกจิ การคณะสงฆใ์ นดา้ นสาธารณสงเคราะห์

ระเบยี บเรยี บรอ้ ยดงี าม ให้อยู่ในศีลธรรมอนั ดี ให้มีความสมัครสมานสามคั คปี รองดองกนั ให้รว่ ม แรงรว่ มใจกนั
ปฏิบัตศิ าสนกจิ ดำเนนิ กจิ กรรมและโครงการต่างๆ ของวัดให้สำเรจ็ ไปด้วยดี มปี ระสทิ ธภิ าพ สงู สดุ และใหว้ ดั มี
ความเจรญิ รงุ่ เรอื งถาวรมนั่ คง เป็นศูนย์กลางชุมชนในการใหก้ ารศึกษาอบรมศลี ธรรม จริยธรรม ภาวนาธรรม
คือ สมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน แก่ชุมชน และประชาชนทั้งใกล้และไกล ให้เป็นที่พึ่งทางใจแก่
สาธุชนได้อย่าแท้จริง เจ้าอาวาสต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการบริหารและการจัดการ วัด นอกจากจะมที ั้ง
ศาสตร์และศิลป์แล้ว ในการบริหารและการจัดการวัดจะต้องประกอบด้วย การวางแผน การจัดองค์การ
การบรหิ ารงานบคุ คล การอำนวยการ การประสานงาน การประเมินผลงาน และ การงบประมาณ

สรุปได้ว่า งานสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์ไทยโดยเฉพาะระดับวัดมคี วามสำคญั มาก โดยมีพระ
สงั ฆาธิการในทุกระดบั มีสว่ นสำคัญมากในการขบั เคล่ือนงานดา้ น สาธารณสงเคราะหแ์ ก่ประชาชน และชมุ ชน
เปน็ อยา่ งมาก เปน็ การดำเนนิ การชว่ ยเหลอื สงั คมทางวัตถแุ ละพัฒนาจิตใจควบคู่กันไปในรปู แบบ ต่าง ๆ ที่ไม่
ขดั กบั พระธรรมวนิ ัย และงานสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆน์ อกจากจะเป็นการช่วยเหลือผคู้ น ในสิ่งที่เขา
ต้องการ และมีความจำเปน็ แล้ว ยังเป็นการสร้างความผูกพนั ระหว่างพระสงฆ์ องค์กรสงฆ์ วัด และชาวบ้าน
ชุมชน และหน่วยงานของรฐั หนว่ ยงานเอกชน อยา่ งดีทสี่ ุดอีกทางหน่งึ ดว้ ย อนั พนื้ ฐาน สำคญั ในการสรา้ งสาน
สัมพนั ธ์สามัคคปี รองดองของคนในสังคม

การสาธารณสงเคราะหด์ า้ นการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาและ
สรา้ งศาสนทายาท

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 10
การบริหารกจิ การคณะสงฆใ์ นด้านสาธารณสงเคราะห์

การจัดการ

แนวคิดการจัดการได้รับการพัฒนาขึ้นมาตามแบบวิธีการ
ทางวิทยาศาสตร์ จนเกิดเป็นทฤษฎี การบริหารที่มุ่งจะวิเคราะห์
ศึกษาถึงการบริหารอย่างเป็นระบบ โดย เฮนรี่ ฟาโย (Henry
Fayol) นักบริหารชาวฝรั่งเศสได้วางรากฐานสำคัญของทฤษฎีการ
บริหารทั่วไป อันเป็นที่ยอมรับกันอย่าง กว้างขวาง ทฤษฎีอันหนึง่
ที่ว่าด้วยหน้าที่ในการบริหาร ๕ ประการ คือ การวางแผน การจัด
องค์กร การบังคับบัญชา การประสานงาน และการควบคุม ซึ่ง
ต่อมาได้มีการนำไปพัฒนาและปรับปรุง จนกลายเป็นตำราการ
บรหิ าร เช่น ทฤษฎีของ ลเู ธอร์ กลู ิค (Luther Gulick) ศาสตราจารย์
การบริหาร รัฐกิจชาวอเมริกัน ที่ได้ขยายแนวคดิ ของฟาโย (Fayol)
กำหนดหน้าทีใ่ นการบรหิ ารทเ่ี รียกกนั วา่ POSDCORB (สุปรีชา กมลาศน์, 2545)

ทฤษฎกี ารบริหารอยา่ งเปน็ ระบบ โดย เฮนรี่ ฟาโย (Henry Fayol)

การวางแผน การจดั องคก์ ร การบงั คบั การ การควบคุม
บญั ชา ประสานงาน

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 11
การบรหิ ารกิจการคณะสงฆใ์ นดา้ นสาธารณสงเคราะห์

การบริหารการจัดการเป็นกระบวนการวางแผนการจัดองค์การ การดำเนินงาน และ การควบคมุ เพื่อ
ความสำเร็จตามเป้าหมาย (Wagner J.A.. & Hollenbeck J.R., 1995) การบริหารจึง เป็นศิลปะของการ
ทำงานใหบ้ รรลุเปา้ หมาย ท่ีพร้อมดว้ ยกระบวนการวางแผน การจดั องค์กร การเปน็ ผู้นำ และการควบคุม (Holt
D.H., 1993) กล่าวคือ การบริหารเป็นศิลปะในการทำให้สิ่งต่าง ๆ ได้รับการกระทำจนเป็นผลสำเร็จ โดยท่ี
ผู้บรหิ ารมักไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติ แต่ผู้บริหารเป็นผู้ใช้ศิลปะทำให้ผู้ปฏิบัติได้ทำงานจนสำเร็จ ตามจุดม่งุ หมายที่
ผู้บริหารตดั สนิ ใจเลือก (เตมิ ศักด์ิ ทองอินทร์, 2547)

นักวิชาการด้านการจัดการในปัจจุบันมีความเห็นเป็นไปในแนวทางเดียวกันว่าควรให้นิยาม
ความหมายของ การจัดการ หรือการบรหิ าร เพ่ือใชเ้ ป็นแนวทางรว่ มกนั ในการอธบิ ายขอบขา่ ยของลกั ษณะการ
จัดการ แม้จะไม่สามารถอธิบายได้ครอบคลุมหรอื อธบิ ายได้เพยี งบางสว่ นเท่านัน้ ก็ตาม ก็เป็นสิ่งท่ีควรกระทำ
เพื่อให้เกดิ ความกระจ่างชัดเจนขึน้ (ตุลา มหาพสธุ านนท์, 2554)

โดยทั่วไป การจัดการ หมายถึง การปฏิบัติงาน กิจกรรมขั้นตอนทั้งหลายหรือกระบวนการที่
นกั บรหิ ารนำมาใช้ในหนว่ ยงาน การบรหิ ารมลี กั ษณะผสมผสานกนั ของท้งั ศาสตร์และศิลป์ เป็นการ ดำเนินการ
ในการวางแผนตดั สินใจ การจัดองค์การ การนำ การควบคมุ ทรพั ยากรพ้นื ฐานขององคก์ าร อนั ไดแ้ ก่ ทรพั ยากร
การเงิน สินทรัพย์ถาวร ข้อมูลและทรัพยากรมนุษย์ เพื่อที่จะช่วยให้องค์การบรรลุ เป้าหมายอย่างมี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผล เป็นการดำเนินงานด้านการสั่งการ การจัดองค์กร และ การพัฒนาบุคลากร
เทคโนโลยี และเงนิ ทุนไปใช้ในระบบการดำเนินงานที่มกี ารจดั หาบริการและสนิ ค้า ไปส่ผู ้อู ืน่ (Cook. Curtis W.
& Hunsaker, 2001)

สรุปไดว้ า่ การบรหิ ารการจัดการเป็นกระบวนการท่ีใช้ท้ังศาสตร์และศลิ ป์มาผนวกกับ การทำงานใน
องค์กรเพอื่ ใหก้ ารดำเนินงานเปน็ ไปอยา่ งรวดเรว็ มีคณุ ภาพและพงึ พอใจแก่ผ้รู ับบริการ หรอื ผู้ใช้สนิ ค้า เปน็ ต้น
นอกจากนี้ การบริหารจัดการยังมุ่งไปสู่การบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้โดยอาศัย ปัจจัยต่าง ๆ และวิธีการ
ปฏิบัติงานให้เกิดผลในทางปฏิบัติมากที่สุด โดยนำเอาการบริหารทรัพยากร มาประกอบตามกระบวนการ
บริหาร เพอ่ื ใหบ้ รรลวุ ัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 12
การบรหิ ารกจิ การคณะสงฆใ์ นด้านสาธารณสงเคราะห์

ผลการวเิ คราะหเ์ กยี่ วกบั การพฒั นาการจดั การงานสาธารณ
สงเคราะหข์ องพระสงั ฆาธกิ าร

1.ดา้ นการดาเนนิ กจิ การเพ่อื

ชว่ ยเหลอื เกอื้ กลู

-ประสานความรว่ มมือทกุ ภาค
สว่ นของสงั คม

-วางกรอบแนวทางในการพฒั นา

4.ดา้ นการเกอื้ กลู ประชาชน แนวทางการ 2.ดา้ นการช่วยเหลอื เกอิ้ กลู
ท่วั ไป พฒั นาการจดั การ กิจการของผอู้ ่ืนเพ่ือ
สาธารณประโยชน์
-พฒั นาความรูท้ างโลกและทาง งานสาธารณ
ธรรม -จดั ใหม้ ีระบบการวางแผนท่ดี ี
สงเคราะห์
-กาหนดแผนพฒั นาให้ -จดั หางบประมาณและอปุ กรณ์
สอดคลอ้ งกบั สภาพและปฏิบตั ิ ในการอานวยความสะดวก

ไดจ้ รงิ

3.ดา้ นการเกอื้ กลู สาธารณสมบตั ิ
สถานท่ีอนั เป็นสาธารณสมบตั ิ

-ประสานความรว่ มมือกบั ชมุ ชน

-สรา้ งความเขา้ ใจใหก้ บั ชมุ ชน

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 13
การบรหิ ารกิจการคณะสงฆใ์ นด้านสาธารณสงเคราะห์

จากแผนภมู สิ ามารถอธบิ ายโดยสงั เขป ดงั นี้

๑. ด้านการดำเนนิ กิจการเพือ่ ช่วยเหลอื เก้อื กูล ประชาชน สงั คม หรือคนในชุมชนมกี ารติดต่อ กับวัด
น้อยลง หน่วยงานราชการ หรือองค์กรคณะสงฆน์ ั้น จำเป็นที่จะต้องยกระดับความรู้ความสามารถ ของพระ
สังฆาธิการหรอื พระภิกษุสงฆ์ ให้มีศักยภาพความสามารถที่จะดำเนินกิจการช่วยเหลอื เกื้อกูล ประชาชนหรือ
สงั คมต่อไป ซึง่ หากเกดิ ปญั หาแล้วนั้นในทุกปัญหาตอ้ งมรี ะยะเวลา และความเหมาะสม ของกาลเวลา เพราะ
บางปญั หากม็ ใิ ชจ่ ะแกไ้ ขได้ อาจจะตอ้ งรอองค์ประกอบทพ่ี รอ้ มสำหรบั การแก้ปญั หาน้ัน ๆ มาถึงก่อนก็เป็นได้
แนวทางการพัฒนา ต้องประสานความร่วมมือในทุกฝ่ายทุกภาคส่วน ของสังคม และต้องประมวลข้อปัญหา
และอปุ สรรค เพอ่ื ทจ่ี ะไดส้ งั เคราะห์ปญั หาทมี่ ีอยู่แล้วนำมาตกผลึก ความคิดวางกรอบแนวทางการพัฒนาเพื่อ
สาธารณสงเคราะหใ์ ห้กบั ชุมชนสังคม และต้องมีความตอ่ เนื่อง ในการพัฒนาเพอ่ื สาธารณสงเคราะห์ ในอนั ทจ่ี ะ
เปน็ ประโยชน์กับคนหม่มู ากหรอื ชมุ ชนสังคม โดยรวมให้มคี วามเจริญและมกี ารพัฒนาไป เป็นขั้นตอนโดยที่มี
ความร่วมมือจากหลายฝ่ายมาช่วยกันพัฒนาก็จะได้ มีความเจริญก้าวหน้าไปได้ อย่างลงตวั และมีความเป็น
อันหนึ่งอันเดียวกันทั้งทางความคิด และทางการปฏิบัติด้วย เพื่อให้ประโยชน์อันเกิดความร่วมมือนี้ได้เกิด
ประโยชน์กบั ชมุ ชนและสังคมหรือหม่บู ้านใน การเกอ้ื กูล สาธารณสงเคราะห์ของพระสังฆาธกิ ารสัมฤทธผิ์ ล

๒. ด้านการช่วยเหลือเก้ือกลู กิจการของผู้อนื่ เพอ่ื สาธารณประโยชน์ การทำงานของ พระสงั ฆาธกิ าร
ในปจั จุบันมแี นวโน้มและความเปล่ียนแปลงทางสังคมไปอย่างรวดเร็ว และมคี วาม ซับซอ้ นของปัญหามากขึ้น
ทุกขณะ ปัญหาด้านการช่วยเหลือเกื้อกูลกิจการของผู้อ่ืนเพ่ือ สาธารณประโยชน์ ที่พระสังฆาธิการไดท้ ำน้นั
ก็มคี วามยากในหลาย ๆ เร่ืองไมว่ า่ จะเป็นการขาด งบประมาณ ขาดการแคลนกำลังบคุ ลากร ขาดการสนับสนนุ
ด้านปัจจัยทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อถือของชุมชนและประชาชน และคนในชุมยังไม่มีความเข้าใจ
พระสงฆ์ว่ามีหน้าที่หรือมีขอบเขต อย่างไร พระสังฆาธิการต้องใช้ความอดทน ความเพียรพยายาม ความ
ตั้งใจอย่างจรงิ จัง และความมีศรัทธาในเรื่องท่ีทำนั้น ๆ ด้วยเพือ่ ที่จะใหก้ ารช่วยเหลือเกื้อกูลกิจการของผู้อนื่
เพื่อสาธารณประโยชน์ เป็นไปอย่างดีและเป็นส่วนที่จะนำพาหรือสามารถพัฒนาชุมชนให้เจริญต่อไปเท่าท่ี
กำลงั และความสามารถจะกระทำได้แนวทางการพัฒนาในสังคมหรือชมุ ชนของพระสงั ฆาธิการนน้ั เปน็ ตัวเช่ือม
การพัฒนานัน้ ให้เกิดมีได้ต้องประกอบดว้ ยองค์ประกอบในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน ที่สำคัญต้องมีระบบของการ
วางแผนงานท่ีดี โดยเริ่มจากการวางแผนเร่อื งคนหรอื บุคลากร ตอ่ มาเรือ่ งเงินหรอื งบประมาณ รวมถึง อุปกรณ์
หรือเครอ่ื งมือตา่ ง ๆ ท่ีจะช่วยอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานให้ได้รบั ความสะดวก และ ประหยัดเวลา
และงบประมาณ และประการสุดท้ายต้องวางแผนเรื่องการจัดการแผนทุกหน้าที่ให้เกิด ความสมดุลตาม
วัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายท่ีวางไว้ พระสังฆาธิการควรนำหลกั การเหล่าน้ีมา ประยุกต์ใชก้ ับหลักธรรมเรื่อง

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 14

การบริหารกิจการคณะสงฆ์ในด้านสาธารณสงเคราะห์

ของหลักอปริหานยิ ธรรม คือ ธรรมนำความเจริญมาให้หมคู่ ณะ เชน่ เรอื่ งความสามคั คพี รอ้ มกันทำงาน หรือ
ความคิดเห็นที่เป็นไปในแนวทางเดียวกันก็จะช่วยการทำงาน และอีกประการหนึ่งความเป็นมืออาชีพก็คือ
ความยอมรับนับถือและให้เกียรติคนอื่นหรือเคารพผู้อื่น 458 Journal of Liberal Art of Rajamangala
University of Technology Suvarnabhumi Vol.2 No.2 (May-August 2020) เป็นต้น ก็จะทำให้การ
ทำงานเป็นไปด้วย ความราบรื่นและรวดเร็ว ก็จะเป็นการทำกิจกรรมช่วยเหลือ เกื้อกูลผู้อื่นเพ่ือ
สาธารณประโยชนด์ ้วย และที่สำคัญชุมชนและประชาชนจะไดป้ ระโยชน์ฝา่ ยเดียว

๓. ด้านการเกื้อกูลสาธารณสมบัติสถานที่อันเป็นสาธารณสมบัติ ความแตกต่างในปัญหา ปัจจบุ ัน
นัน้ มีความซบั ซ้อนและมคี วามละเอยี ดอ่อนและมีความจำกดั ในหลายเรอ่ื งหลายประการด้วยกัน ในการท่ีพระ
สังฆาธิการควรจะตอ้ งมีการประมวลปัญหาและหาความเป็นไปได้ในแนวทางท่ีจะนำมา แก้ปัญหาต่าง ๆ ใน
การเกื้อกูลสาธารณสมบัติสถานที่อันเป็นสาธารณสมบัติของชุมชน มีองค์ประกอบ และข้อปัญหาที่จะต้อง
พจิ ารณาเปน็ เรือ่ ง ๆ และเปน็ กรณไี ป โดยทต่ี อ้ งใชห้ ลกั เหตผุ ล และหลกั การคิด และการประยกุ ต์ใช้หลักพุทธ
วิถีและหลักวิทยาศาสตร์ประสานนำหลักทั้งสองอย่างนำมาใช้อย่างมคี วามยืดหยุ่นและมีความลงตัวก็อาจจะ
สามารถแกป้ ัญหาได้ทงั้ น้ี เพือ่ ทีจ่ ะได้นำหลกั การเหลา่ นี้นำใชแ้ ก้ปญั หา ตา่ ง ๆ ให้บรรเทาเบาบางหรือใหป้ ัญหา
ลดน้อยลง เพื่อการรักษา และการทำนุบำรุงในด้านการเกื้อกูล สาธารณสมบัติสถานที่อันเป็นสาธารณสมบัติ
ของชุมชนเพ่ือให้ได้ใช้งานกันต่อไป ได้แนวทางการพัฒนา ต้องมีการวางแผนท่ีมีหลักการแนวทางในลักษณะ
การประยุกต์ ในหลายมิติหรือในหลาย ๆ แนวทางที่มา จากความร่วมมือ และการร่วมใจของคนในชุมชน
ในแนวทางและแนวความคิดและการปฏบิ ัติทีต่ ้อง สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน ทั้งทางด้านความคดิ และ
ทางด้านการปฏิบัติในการเกื้อกูลสาธารณสมบัติสถานเพื่อให้เป็นประโยชน์กับคนหมู่มาก พระสังฆาธิการ
ตอ้ งการหลัก ในการรวบรวมความรว่ มมือของคนในชุมชน เพ่ือการประสานความสามัคคีของคนในชุมชนและ
หน่วยงานหรือองคก์ รท่ีเกี่ยวข้อง โดยการสรา้ งความเข้าใจในแนวทางตา่ ง ๆ เพื่อการเกือ้ กลู สาธารณสมบัติ
สถานใหเ้ ป็นสมบัติ และความภาคภูมใิ จของคนและประชาชนในชุมชน ดว้ ยการรวมพลังความสามคั ครี ะหว่าง
ชุมชนในส่วน ต่าง ๆ เพื่อนำความเจริญและการพัฒนาในด้านการเกื้อกูลสาธารณสมบัติสถานที่อันเป็นสา
ธารณสมบตั ิ ใหเ้ ป็นประโยชนก์ ับชมุ ชนต่อไป

๔. ด้านการเกื้อกูลประชาชนทวั่ ไป จากสภาพที่เปลย่ี นไปอยา่ งมากของสงั คมทำใหป้ ัญหาของชุมชน
กับวัดมีมากข้ึนในบริบทหลาย ๆ อย่าง ทั้งทางด้านความคิดและความเชื่อถือของคนในชุมชนและ สังคม จงึ
จำเป็นทพี่ ระสงั ฆาธกิ ารจะต้องมีการกล่ันกรองปญั หาต่าง ๆ ท่ีเกดิ ข้ึนทุก ๆ เรอื่ ง ในแต่ละปัญหานั้นมีความ
แตกตา่ งกันและมีความซบั ซ้อนตามเหตุตามปัจจยั น้นั ๆ กเ็ ป็นสิ่งท่ี ทา้ ทายความสามารถของพระสังฆาธิการ
จะต้องใชค้ วามอดทน ความพยายาม ต้องมคี วามมุง่ มน่ั และศรัทธา ในการที่จะสรา้ ง และนำพาความเจริญและ
เพ่ือการพฒั นากับชุมชนโดยไม่เห็นแก่ ความลำบากและ อุปสรรคตา่ ง ๆ ทีม่ มี าก

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 15
การบริหารกจิ การคณะสงฆใ์ นดา้ นสาธารณสงเคราะห์

ต้องอดทนและฝา่ ฟนั สง่ิ ตา่ ง ๆ ของปัญหาท่ีเกิดขึ้นเพือ่ การนำพาความเจรญิ มา สู่สังคมให้จงได้ ใน
การที่จะเปน็ การสงเคราะห์ประชาชนทั่ว ๆ ไปที่เป็นการเกื้อกูลเพื่อสรา้ งความสุข ให้กับคนหมู่มาก นี่ก็เปน็
ภารกิจที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของพระสังฆาธิการที่จะต้องทำให้ได้แนวทาง การพัฒนา พระสังฆาธิการต้อง
พัฒนาความรู้ และความเข้าใจในบริบทต่าง ๆ ของชุมชนและประชาชน ทั่วไป เพื่อเป็นการกำหนดแผนการ
พฒั นาใหส้ อดคลอ้ งกับความเปน็ จริง เพ่ือทีจ่ ะได้กำหนดแนวทาง การพัฒนาเพอ่ื การเก้ือกลู ประชาชนทั่วไปได้
อย่างตรงจุดตรงประเด็นในทุกส่วนและทุกเรื่องราวที่มีความ จำเปน็ และเป็นทีต่ ้องการของคนในชมุ ชนตาม
แนวทางและความปรารถนาของชมุ ชน พระสังฆาธกิ าร ตอ้ งใช้การประยกุ ต์หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา
พร้อมกับบูรณาการความรู้ทั้งทางโลก และทางธรรมเพื่อการวิเคราะห์สังเคราะห์ และการนำมาเป็นแผนที่
จะต้องนำไปใช้หรือปฏบิ ตั ิได้จริง สิ่งสำคัญจะต้องเปน็ การดำเนินการท่ีเปน็ ไปในแนวทางที่เป็นประโยชน์กบั คน
หมมู่ าก และตอ้ งมี ความถูกตอ้ งชดั เจนมีความยุตธิ รรมในการดำเนินแนวทางในดา้ นการเกื้อกลู ประชาชนท่วั ไป
ให้ไดร้ ับผลดีความเจริญให้เกดิ ข้ึนจากการดำเนนิ การในสง่ิ เหล่านน้ั

ฝา่ ยสาธารณสงเคราะหข์ องมหาเถรสมาคม

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 16
การบรหิ ารกจิ การคณะสงฆใ์ นด้านสาธารณสงเคราะห์

พลงั บวร

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 17
การบริหารกจิ การคณะสงฆ์ในดา้ นสาธารณสงเคราะห์

แนวคำสอนในพระพุทธศาสนาท่เี กี่ยวข้องกบั สาธารณสงเคราะห์

แนวคำสอนในพระพุทะศาสนามุ่งชว่ ยเหลือประชาชนเป็นส่วนใหญ่ ที่เห็นได้ชัดคือหลักสังคหวัตถ๔ุ
ซงึ่ ประกอบด้วย ทาน ปิยวาจา อัตถจรยิ า และสมานตั ตา

ในเร่อื งของทาน พระพทุ ธเจ้ามงุ่ ทธ่ี รรมทานมากกวา่ อามิสทาน ธรรมทานไดแ้ ก่การช่วยเหลือแนะนำ
ในส่งิ ท่ดี ีทีมีประโยชน์ ชีช้ ่องทางใหบ้ ุคคลสามารถแก้ไขปัญหาใหล้ ลุ วงไปดว้ ยตนเอง

ส่วนปยิ วาจานั้น พระพทุ ธเจา้ เน้นว่าตอ้ งเปน็ ถ้อยคำทีไ่ พเราะอ่อนหวานที่ประกอบด้วยสจั จะคอื ความ
จรงิ ใจและตอ้ งเกิดประโยชน์แกผ่ ทู้ ี่เจรจาด้วย

ในด้านอัตถจริยา ซึ่งหมายถึงการประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น พระพุทธเจ้าเน้นท่ี
โลกตถจรยิ า คอื การทำประโยชน์แกบ่ คุ ลลในวงกว้าง ไมจ่ ำกดั เฉพาะตนหรือญาติผใู้ กล้ชดิ

และสมานัตตา คือการรู้จักปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กบั ผูอ้ ืน่ ได้ สงั คหวัตถุ๔ เป็นหลกั ธรรมท่ีสนับสนุนหลักของ
สังคมสงเคราะห์ นอกจากนี้ยงั มหี ลักธรรมอืน่ ที่เข้ากันไดก้ บั ความมุง่ หมายและวิธีการของสังคมสงเคราะห์ ที่
สำคัญและสามารถเข้าใจได้ชดั เจน คอื หลักพรหมวหิ าร๔ อทิ ธิบาท๔ และอริยสัจ ๔

พรหมวิหาร๔ เป็นหลักธรรมทีแ่ สดงคณุ สมบัติของนักสงั คมสงเคราะห์ ผู้ทจ่ี ะชว่ ยเหลือผอู้ ่นื ได้จะตอ้ ง
ประกอบดว้ ยเมตตาธรรม กรณุ าธรรม มุทติ าธรรม และอเุ บกขาธรรม ซง่ึ หมายถึงผู้ที่เพียบพร้อมดว้ ยพรหม
วิหาร๔

ผู้ที่จะทำงานช่วยเหลือผูอ้ ่ืนได้จริงจัง จะต้องมีอิทธิบาท๔ คือ ฉันทะ - ความพอใจในงาน วิริยะ –
ความขยนั หมน่ั เพยี ร จิตตะ – ความเอาใจใสช่ นดิ ใจจดจอ่ ในงาน และวิมังสา - การพิจารณาใคร่ครวญว่างาน
ที่ทำได้ผลดี หรือมขี อ้ บกพร่องควรแก้ไขประการใด

อริยสัจ๔ คือหลักธรรมที่มีความสำคัญยิ่งต่อการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ ผู้ที่ต้องการความ
ชว่ ยเหลือเปรียบเสมือนผ้มู ที กุ ข์ ในโลกนไี้ มม่ ีอะไรนา่ พงึ ปรารถนาไปกว่า “ความพ้นทุกข์” ความพ้นทุกข์จะมี
ได้ เพราะบุคคลรู้หลักอริยสัจ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรจ และมรรค หลักอริยสัจ๔ สอนให้บุคคลมีความเข้าใจ
เกี่ยวกับทุกข์ สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์เห็นแจ้งเรื่องความดับทุกข์ และหนทางให้ถึงความดับทุกข์ ในการ
ปฏบิ ตั งิ านสังคมสงเคราะห์ นอกจากนกั สังคมสงเคราะห์จะตอ้ งรู้แจง้ ในเรือ่ งขา้ งตน้ ยงั ต้องพยายามให้ผู้ที่มา
รับความช่วยเหลือไดร้ แู้ ละเข้าใจ จนสามารถแกไ้ ขปญั หาดว้ ยตนเองไดต้ ามสมควร

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 18
การบริหารกิจการคณะสงฆ์ในด้านสาธารณสงเคราะห์

แนวคาสอนในพระพุทธศาสนาทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั สาธารณสงเคราะห์

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 19
การบรหิ ารกิจการคณะสงฆ์ในด้านสาธารณสงเคราะห์

ปรชั ญาพ้นื ฐานของงานสาธารณสงเคราะห์ซ่งึ สอดคลอ้ งกบั คำสอนในพระพุทธศาสนา

๑. ปรัชญาพื้นฐานของงานสังคมสงเคราะห์คือ การช่วยเหลือบุคคลเพื่อให้เขาพัฒนาจนกระท่ัง
สามารถช่วยตนเองได้ ในเร่อื งนพ้ี ระพุทธเจ้าไดท้ รงสอนหลกั การของการพ่ึงตนเอง ให้บุคคลฝึกตนเพอื่ ให้เปน็ ที่
พึงของตนเองได้ ไม่คดิ หวังพึง่ แตค่ นอน่ื ดังพทุ ธภาษติ ว่า

“ตนแลเป็นที่พ่ึงแห่งตน คนอื่นใครเล่าพึงเป็นท่ีพึ่งได้ เพราะบุคคลฝึกตนดีแล้วย่อมได้ทีพ่ ่งึ ซึ่งได้
โดยยาก” กจิ การบางอยา่ งแม้โดยลกั ษณะแล้วต้องพึงพาอาศยั กัน กย็ ังทรงสอนวา่ ให้รจู้ ักลงมอื ทำด้วยตนเอง
ก่อน รู้จกั ทำตนใหม้ ีคณุ ธรรมทีผ่ ้อู ่นื จะเมตตาสงเคราะห์อนุเคราะหใ์ ห้ได้เท่ากบั อาศัยตนเองในการทำตัวให้มีท่ี
พึ่งอาศัย

พระพทุ ธเจ้าทรงใหห้ ลกั การในการสงเคราะห์ผอู้ ืน่ ว่า ต้องระวงั การสงเคราะหใ์ นลักษณะท่จี ะทำใหเ้ ขา
อ่อนแอลงไป การสงเคราะหท์ ่ดี จี ะต้องไมก่ อ่ ใหเ้ กิดนสิ ัยทีร่ อการช่วยเหลอื จากผอู้ ่ืน ซ่งึ ตรงกับปรัชญาพื้นฐาน
ของการสังคมสงเคราะห์

๒. สังคมสงเคราะห์เปน็ ศาสตร์ทยี อมรับค่านิยมทางจติ ใจและอารมณ์ของผ้รู บั การสงเคราะหซ์ ึ่งไปกัน
ไดก้ ับได้กับหลักคำสอนของพระพทุ ธศาสนา ซ่ึงใหค้ วามสำคญั แก่จิตใจเปน็ เรือ่ งใหญ่ พระพุทธศาสนาสอนว่า
บุคคลจะสขุ หรอื ทุกขอ์ ยกู่ บั จิตใจเปน็ ประการสำคัญ ส่ิงอื่นๆ เปน็ เคร่ืองประกอบท่สี ำคญั รองลงมาดังพุทธพจน์
ท่ีว่า “เม่อื จติ เศรา้ หมอง ทคุ ตเิ ปน็ อนั หวังได้ และเมอ่ื จิตผอ่ งใส สคุ ติเปน็ อันหวังได้เช่นเดยี วกัน”

หลักการสำคัญของงานสาธารณสงเคราะห์

๑. หลกั ปัจเจกภาพของบคุ คล ยดึ หลกั ว่าทุกคนมคี วามเปน็ ตวั ของตัวเอง มลี กั ษณะเฉพาะตัวเองและ
ย่อมแตกต่างกนั ทงั้ ดา้ นกริ ิยาท่าที อุปนิสัยใจคอ ความรู้สกึ นกึ คดิ และความสามารถ นักสงั คมสงเคราะห์จะไม่
นำบคุ คลใดมาเปรยี บเทียบวา่ ทำไมเขาจึงไม่เหมอื นเรา หรือทำไมคนสองคนจึงไมเ่ หมอื นกัน

๒. หลักการยอมรับศักด์ิศรขี องมนุษย์ นกั สงั คมสงเคราะห์จะถือว่าผู้ท่ีมารับความช่วยเหลอื แม้เขา
จะยากจน พิการ อ่อนแออย่างไร เขาก็เป็นมนุษย์ มีคุณค่ามีศักดิ์ศรี มีความสามารถที่จะพัฒนาได้ จึงต้อง
ปฏิบัตติ เ่ิ ขาในฐานะทเี่ ขาเป็นมนษุ ย์ไม่รังเกยี จเหยียดหยาม

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 20
การบรหิ ารกิจการคณะสงฆ์ในด้านสาธารณสงเคราะห์

๓. หลักการไม่ตำหนิติเตียน นักสังคมสงเคราะห์จะต้องมีทัศนคติที่ดีต่อผู้รับบริการ ไม่ตำหนิการ
กระทำของผู้รบั บรกิ าร พจิ ารณาพฤติกรรมของเขา (ซึ่งบางทอี าจเป็นพฤตกิ รรมทไ่ี ม่ถกู ไมค่ วร) ด้วยความเห็น
ใจ พยายามเข้าใจปัญหาของเขาไม่ให้เกิดความร้สู ึกว่าเขาถูกตำหนโิ ดยผทู้ ีเ่ ขาต้ังใจมาขอความช่วยเหลือ

๔. หลักการมีสว่ นร่วม นกั สงั คมสงเคราะห์ยดึ หลักว่าในการทำงานน้ันตอ้ ง “ทำกบั ” ไม่ใช่ “ทำงาน
เพื่อ” ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เมื่อมีหลักการให้ผู้รับความช่วยเหลือตัดสินใจด้วยตนเอง ผู้รับความ
ชว่ ยเหลือก็ยอ่ มสามารถให้ความรว่ มมอื กบั นักสังคมสงเคราะห์มากข้ึน

บทบาทของพระสงฆด์ ้านสาธารณสงเคราะห์

หน้าทีท่ างสงั คมของพระสงฆเ์ กิดจากองค์ประกอบ ๓ ประการคือ
๑. การดำเนินชวี ติ ของพระสงฆ์เรม่ิ ตอ้ งเกย่ี วขอ้ งกบั คฤหสั ถ์ในเรอ่ื งปจั จยั ๔
๒. สภาวะเหตุการณ์ในสงั คม เรียกร้องตอ้ งการใหม้ กี ารเปลยี่ นแปลงไปในทางทด่ี ีขน้ึ
๓. คุณธรรม เมตตาธรรม กรณุ าธรรม ของพระสงฆ์ทตี่ ้องช่วยเหลือผอู้ ื่นให้พน้ ทุกข์
บทบาททางสังคมที่พระสงฆท์ ำไดด้ ีท่ีสุดคือ บทบาทด้านการศกึ ษา การสาธารณสุข การพัฒนาจิตใจ
ประชาชน การสงเคราะหท์ างจิต และการพัฒนาท้องถิน่ ซง่ึ ท้ังหมดน้หี ากพจิ ารณาถงึ จดุ มงุ่ หมายว่าทำไปเพื่อ
ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้เกิดปญั หา เพอ่ื แกไ้ ขปัญหาเมื่อเกดิ ขน้ึ แล้ว และเพ่ือการเปลยี่ นแลงไปในทางที่ดขี นึ้ กค็ ือการสงั คม
สงเคราะห์น้นั เอง

บทบาทด้านการศึกษา วัดให้สถานที่เป็นโรงเรียนและอาคารเรียน พระเป็นผู้สอนและอบรม

เยาวชนให้รู้หนังสือ ให้เป็นผูม้ ีศีลธรรมและความรับผดิ ชอบต่อสังคม อนุเคราะห์การจดั ตั้งโรงเรียนสอนเดก็
ก่อนวยั เรยี น ชักชวนชาวบ้านให้สนบั สนนุ ด้านทุนการศกึ ษาและอุปกรณ์การเรยี น

บทบาทด้านการแพทย์และสาธารณสุข พระสงฆใ์ นอดีตและปัจจุบันให้การรักษาพยาบาลแก่

ชาวบา้ นในทุกระดบั ความเจ็บไข้ โรคบางอย่างโรคหายดว้ ยแรงศรทั ธาทผ่ี ู้ป่วยมีต่อพระ

บทบาทด้านการพฒั นาจติ ใจ พระสงฆใ์ ห้ธรรมทานแกป่ ระชาชน จติ ใจท่พี ฒั นาแล้วจะไม่วุ่นวาย

จะเข้าใจในความหมายของคำว่า “ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม” นอกจากนี้การสอนปฏิบัติวิปัสสนา
กรรมฐานก็สามารถชว่ ยให้เกดิ ความสขุ สงบทางจติ ใจไดม้ าก

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 21
การบริหารกิจการคณะสงฆ์ในด้านสาธารณสงเคราะห์

บทบาทด้านการสงเคราะหท์ างจิต ดา้ นน้พี ระสงฆ์มบี ทบาทมาก และมีส่วนชว่ ยสขุ ภาพจิตของ

ประชาชนไดม้ าก ดงั ทท่ี า่ นเจา้ คณุ พระศรวี สิ ุทธิ์โมฬีไดก้ ล่าววา่ งานสังคมสงเคราะห์ท่ีพระสงฆ์จทำได้โดยตรง
คอื งานสงเคราะหท์ างจติ ใจเป็นหลักอาจถือไดว้ า่ พระสงฆเ์ ปน็ นกั สงั คมสงเคราะหจ์ ติ เวช

จากการศึกษาบทบาทพระสงฆ์ในงานสังคมสงเคราะห์จิตเวช พบว่าพระสงฆ์ในวัดที่มีการเจริญ
วิปัสสนากรรมฐานถึงร้อยละ 82.20 ทำหน้าทด่ี ้านนี้ สว่ นใหญ่ใหค้ ำปรึกษาโดยใช้หลักธรรม ท่นี ่าสนใจคือร้อย
ละ 71.28 ของพระสงฆ์ที่ให้การสงเคราะหท์ างจิตมกี ารติดต่อกับนักสังคมสงเคราะห์ แสดงว่าพระสงฆท์ ่าน
ทนั สมัย โดยไดส้ ่งต่อผู้รบั ความช่วยเหลือทเี่ จบ็ ป่วยเกินขอบเขตที่สงฆจ์ ะให้การบำบดั ไดไ้ ปให้นักสังสงคราะห์
และมกี ารติดตามผลว่าได้รับการช่วยเหลืออยา่ งไร หรือไมด่ ้วย

บทบาทด้านการพัฒนาท้องถ่ิน ในชนบทพระสงฆม์ บี ทบาทมากในฐานะผู้นำด้านความคดิ ริเร่ิม

และระดมความร่วมมือของชาวบ้านในการพัฒนาต่างๆ พระเปน็ ผู้นำในชุมชน งานพัฒนาตา่ งๆต้องอาศัยวดั
และพระสงฆ์

ข้อเสนอแนะ

พระสงฆ์มบี ทบาทเปน็ อันมากในดา้ นสงั คมสงเคราะห์ มกี ารวิจยั ปริญญาโทท่พี บวา่ พระสงฆป์ ระสงคท์ ่ี
จะมีบทบาทในการพัฒนาสังคมเพิ่มขึ้น และท่านคิดว่าท่านมีความพร้อม ประชาชนเองหรือแม้แต่รัฐบาลก็
ต้อนรับบทบาทนข้ี องพระสงฆ์ และพระสงฆก์ ็สามารถประยกุ ต์ใช้หลกั ธรรมของพระพทุ ธเจ้าในการสงเคราะห์
ได้เปน็ อย่างดี

ประเดน็ จงึ ไมไ่ ดอ้ ยู่ท่ีว่า ควรสง่ เสริมให้พระสงฆม์ ีบทบาทเพิ่มมากขึ้นทางดา้ นสังคมสงเคราะห์หรือไม่
แตอ่ ยู่ที่ว่าควรสนบั สนนุ พระสงฆใ์ หม้ ีบทบาทท่เี ป็นประโยชน์ต่อสังคมมากขึน้ อย่างไร

ในประเดน็ ขา้ งต้น ผู้เขยี นมีข้อเสนอดังน้คี อื

๑. เนือ่ งจากสงั คมเปลยี่ นแปลงตลอดเวลา การสังคมสงเคราะห์ไดข้ ยายขอบเขตและมีระเบียบแบบ
แผนมากข้ึนตามการเปลี่ยนแปลง พระสงฆ์ในยุคปัจจุบันเป็นผูส้ นใจใฝ่หาความรูอ้ ยูแ่ ล้ว จะเปน็
การดีหากท่านจะได้หาความรู้เพ่ิมเติมในวิชาการสมัยใหมท่ ี่สามารถจะนำมาใชร้ องรบั หรอื เสริม
หลักธรรมในพระพุทธศาสนาเช่นความรู้ทางด้านจิตวิทยา สังคมวิทยา การแพทย์ การเกษตร
หรอื หลกั วิชาการสงั คมสงเคราะห์

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 22
การบรหิ ารกจิ การคณะสงฆ์ในด้านสาธารณสงเคราะห์

ซง่ึ ความจริงอาจเปน็ ความรทู้ ่ที ่านรูอ้ ยูแ่ ล้วและเคยใชแ้ นะนำชาวบา้ นมาแล้วด้วย เพยี งแตศ่ ึกษาเพมิ่ เตมิ ใหเ้ ปน็
กระบวนการเทา่ นัน้

๒. พระสงฆ์ควรเนน้ บทบาทการสงเคราะหท์ างจิตใจเปน็ หลกั และอาจหาทางสงเคราะห์นอกวดั เช่น
ออกเยี่ยมใหก้ ำลังใจคนเจ็บป่วยตามโรงพยาบาล หรือตามสถานท่ีที่เหมาะสมอาจเป็นสถานกักกันคุกตะราง
ผปู้ ว่ ยใกล้จะตาย หรอื นกั โทษรอการประหาร เม่ือเห็นพระก็จะอบอุ่นใจ อนง่ึ ในการทจี่ ะส่งเสรมิ ให้ประชาชน
เข้าหาวัดเพ่ือสงบจติ ใจ ทางวดั เองกต็ อ้ งปรับปรงุ บริเวณวัดใหส้ ะอาดรม่ เย็นดึงดดู ให้ประชาชนไปใช้สถานท่ี

๓. สถาบันสงฆ์ควรเป็นผู้ริเริ่มโครงการต่างๆ ให้พระสงฆ์ได้มีโอกาสเพิ่มพูนบทบาทในด้านการ
สงเคราะห์และการพัฒนามากขึ้น แม้สถาบนั ของฆราวาสก็ควรอาราธนาพระสงฆใ์ ห้เข้ารว่ มกจิ กรรมสงเคราะห์
และพัฒนาตา่ งๆ จะเปน็ ทางหนง่ึ ท่ีทำใหศ้ าสนกิ ชนและคนทวั่ ไปเพิม่ ความเคารพศรทั ธาในพระสงฆ์มากยิง่ ขึน้

หลกั การ แนวทาง เปา้ หมาย ผ้ไู ด้รบั ผลประโยชน์

การสงเคราะห์ ช่วยเหลอื แบบให้ แกไ้ ขปัญหาและ คณะสงฆแ์ ละ
เปลา่ สถานการณเ์ รง่ ด่วน ประชาชนผตู้ กทกุ ข์
การเกือ้ กลู
สนบั สนนุ ไดย้ าก
การพฒั นา
การบรู ณาการ การมีสว่ นรว่ ม สนบั สนนุ กิจกรรม คณะสงฆแ์ ละ
รว่ มกบั หนว่ ยงานอื่น ประชาชนผตู้ อ้ งการ
สรา้ งภาคีเครอื ข่าย
ความช่วยเหลือ

สง่ เสรมิ คุรภาพชีวติ คณะสงฆแ์ ละ
และผลกั ดนั งานสงั ฆ ประชาชนมีสว่ นรว่ ม

พฒั นาสสู่ งั คม ในการแกไ้ ขปัญหา

สง่ เสรมิ การประยกุ ต์ คณะสงฆ์ ประชาชน
หลกั พทุ ธศาสนาเพื่อ และภาคีเครอื ข่าย

สงั คม

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 23
การบรหิ ารกิจการคณะสงฆใ์ นดา้ นสาธารณสงเคราะห์

พระสงฆ์ “นักสาธารณสงเคราะห์”

ผู้เขยี นขอจบบทความเรือ่ ง “พระพทุ ธศาสนากับการสังคมสงเคราะห”์ ด้วยการกล่าวถงึ ผลงานด้าน
สังคมสงเคราะห์ของพระสงฆ์รูปหนึ่ง ที่ได้เจริญรอยตามพุทธปฏิปทาในด้านการสังคมสงเคราะห์ตามครูบา
อาจารย์ และยังความเลื่อมใสศรัทธาของญาติธรรม ไดแ้ ก่ พระใบฎีกาสิทธชิ ัย จตตฺ วโิ ล (โวหาร)

ประวัติ

ประวตั ขิ องพระใบฎกี าสิทธชิ ยั นามสกลุ โวหาร ฉายา จตฺตวิโล เกิดวันที่ 18 มกราคม 2533 อายุ 31
ปี ที่อยู่อาศัยภูมิลำเนาเดิม บ้านเลขที่ 133 บ้านป่าบาก หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพทั ลุง
ชื่อบิดา นายประสิทธิ์ โวหาร ชื่อมารดานางอาภรณ์ ตาสาย นายสิทธชิ ัย โวหาร ได้เข้ามาอปุ สมบท ใน
พระพุทธศาสนา ตอนอายุ 25 ปี ณ.วนั ท่ี 27 เดอื นกรกฎาคม พ. ศ. 2558 ณ.วดั ปา่ บาก ตำบลทุ่งนารี อำเภอ
ปา่ บอน จงั หวดั พัทลุง

พระอปุ ัชฌาย์ พระครูรตั นศลี คณุ เจา้ อาวาสวดั ควนแสวง ,
พระกรรมวาจาจารย์ พระใบฎกี าถาวรปวโร เจ้าอาวาสวัดปา่ บอนบน ,
พระอนสุ าวนาจารย์ พระชเู ชษฐ์ ฐานวีโร วัดป่าบอนบน
ปัจจุบันพรรษาที่ 7 สังกัดวัดป่าบากตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง อดีตเจ้าอาวาส
พระครพู นาภิรัต หรอื พระสมใจ ตสิ สฺ โร และปจั จบุ ันพระใบฎกี าสิทธชิ ัย จตตฺ วโิ ล นามสกลุ โวหาร ได้มาเป็น
เจ้าอาวาส ปัจจบุ ันน้ี

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 24
การบรหิ ารกจิ การคณะสงฆใ์ นดา้ นสาธารณสงเคราะห์

Timeline การขบั เคลื่อนงานเครอื ข่ายพลังบวร

พ.ศ. 2559

โครงการบรรพชาสามเณร

พ.ศ.2560

โครงการทาดีเพื่อพอ่ หลวงชว่ ยเหลือ
ผู้ประสบภัย

พ.ศ.2561

โครงการชว่ ยเหลือสถานการโควิด

พ.ศ.2562 พ.ศ.2563

โครงการช่วยเหลอื ผู้สูงอายแุ ละเด็กพิเศษ โครงการทาดีเพ่อื พ่อหลวงช่วยเหลือ
ผ้ปู ระสบภยั น้าท่วม
พ.ศ.2564

โครงการบรรพชาสามเณร

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 25
การบริหารกจิ การคณะสงฆใ์ นด้านสาธารณสงเคราะห์

ปี ๒๕๕๙ ชอื่ โครงการบรรพชาสามเณร

ความเป็นมาของโครงการและความสำคัญ (แนวคิด)

ในการดำเนินชีวิตของเยาวชนในแต่ละวันเยาวชนต้องเผชิญกันสิ่งแวดล้อมที่ยั่วยุให้เกิดความโลภ
ความโกรธและความหลง จึงจำเปน็ ตอ้ งตอ่ สู้กับกเิ ลสตัณหาซ่ึงเกิดจากความไมร่ ู้เพอ่ื ใหไ้ ดม้ าซ่ึงสุขเวทนาและ
หลีกเลี่ยงทุกขเวทนา พลังท่ีจะต่อสู้กับกเิ ลส ตัณหาได้คอื พลังสตแิ ละพลงั ปัญญา ซง่ึ จะเกดิ ข้ึนจากการฝึกหัด
อบรมด้วยหลักธรรมอย่างเป็นขน้ั ตอนตอ่ เนือ่ งและสม่ำเสมอ จนสามารถยกระดับจติ ใจขึ้นสูงเหนอื กเิ ลสตณั หา
ได้ จึงจะได้ชือ่ วา่ เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เราจะเห็นว่าหลกั พระพุทธศาสนาจะ เน้นถึงการยอมรับศกั ยภาพของ
มนุษย์ พระพุทธองคท์ รงเน้นใหเ้ ห็นถึงความสำคัญ ในการพัฒนาชีวติ ให้กา้ วไปสูเ่ ป้าหมายทดี่ ี

ซึ่งพระพุทธศาสนาเห็นว่า หลักการพัฒนาชีวติ มนุษย์จะพัฒนาดว้ ยหลักไตรสิกขาในด้านพฤติกรรม
(ศีล) ด้านจิตใจ (สมาธ)ิ และดา้ นปัญญา (ปัญญา) (พระธรรมปฎิ ก (ป.อ.ปยตุ โฺ ต), 2537) โดยหลกั การดังกล่าว
ถือเป็นพื้นฐานในการพัฒนาให้เยาวชน เป็นมนุษย์ท่ีมีคุณภาพ ซึ่งจำ เป็นจะต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กันทั้ง ๓
ดา้ น นอกเหนือจากน้ียงั มหี ลกั ธรรมในพระพทุ ธศาสนาที่ สามารถนำมาประยกุ ต์ใช้ในการพัฒนาเยาวชนได้ตาม
ความเหมาะสม โดยสถาบนั ทางสังคมที่อยรู่ อบข้างเป็นกัลยาณมิตรทดี่ ีใน การแนะนำ

เมื่อเล็งเห็นปัญหาทางสังคมของเยาวชนหลายด้าน ทั้งปัญหาเร่ืองครอบครัว ปัญหาเรื่องยาเสพติด
ปญั หาเร่ืองเดก็ ดอ้ ยโอกาส จึงเริ่มสร้างโครงการบรรพชาสามเณรเกดิ ขึน้

วัตถปุ ระสงคข์ องโครงการ

๑. เปน็ การเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนา
๒. สร้างศาสนทายาทในพระพทุ ธศาสนา
๓. ใช้เวลาว่างของเยาวชนใหเ้ กิดประโยชน์
๔. แกไ้ ขปญั หาเยาวชนในสงั คมเรื่องยาเสพตดิ
๕. อนเุ คราะห์และแกไ้ ขปัญหาเยาวชนในเร่ืองครอบครัว
๖. พัฒนาเยาวชนในเรอ่ื งการศึกษาเลา่ เรียน
๗. อบรมเยาวชนให้มคี วามรู้ในเร่อื งของพระพทุ ธศาสนา
๘. ปลูกสรา้ งเยาวชนให้เปน็ คนดขี องสงั คม เพ่อื พัฒนาสังคมตอ่ ไปในอนาคต

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 26
การบริหารกิจการคณะสงฆ์ในดา้ นสาธารณสงเคราะห์

๙. ช่วยเหลือเดก็ ที่ด้อยโอกาสทางสงั คม
๑๐. เพอ่ื ปลูกฝงั ความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ และความสามัคคี ในหมเู่ ยาวชน ให้มีจติ

สาธารณะ, ใฝส่ ันติ, และมที ี่พึง่ อย่างแทจ้ รงิ ในตนเอง
๑๑. เพื่อหลอ่ หลอมเด็กและเยาวชนทงั้ ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบตั ิ ใหเ้ ปน็ คนดีมีพฤตกิ รรมทพ่ี งึ

ประสงคจ์ นติดเป็นนสิ ัย
๑๒. เพอื่ ปรบั พฤติกรรมเดก็ และเยาวชนไทยใหเ้ ข้าสู่วถิ ีชีวติ ที่ดงี าม โดยการสร้างสิ่งแวดลอ้ มใหม่
๑๓. เพอ่ื สรา้ งภูมิคุ้มกนั ใหเ้ ดก็ และเยาวชนไทยรเู้ ทา่ ทนั ต่อการเปลย่ี นแปลงของสงั คมและวัฒนธรรม
๑๔. เพอ่ื ตระหนกั รู้ ในคุณคา่ ของประเพณี วฒั นธรรมไทยและสามารถนำไปใชไ้ ดอ้ ย่างภาคภมู ิ
๑๕. เพื่อสง่ เสริมสนบั สนนุ และสร้างความตระหนกั รู้ให้กบั เดก็ และเยาวชนไทย ในคุณคา่ ของ

ประเพณี วัฒนธรรมไทย วฒั นธรรมชาวพุทธ และสามารถนำหลักธรรมคำสอนทาง
พระพุทธศาสนา การปฏบิ ตั ติ ามหลักศลี 5 ไปใช้ในวิถชี วี ติ ได้อยา่ งภาคภูมิ

เปา้ หมายเชงิ คุณภาพ

๑. เดก็ และเยาวชนมนี สิ ัยดีดา้ นความสะอาด มรี ะเบยี บ สภุ าพ ตรงเวลา รักการนัง่ สมาธมิ นี ำ้ ใจ
เอื้อเฟือ้

๒. เด็กและเยาวชนมพี ฤติกรรมหา่ งไกลยาเสพตดิ อบายมุข ความก้าวร้าวรุนแรง การมเี พศสมั พนั ธ์
ก่อนวัยอนั ควร เป็นลูกท่ดี ีของพอ่ แม่ และเป็นศิษยท์ ี่ดขี องครอู าจารย์

๓. เด็กและเยาวชนมีภูมิคมุ้ กนั ตนเอง ปฏบิ ตั ิศีล 5 และรเู้ ทา่ ทนั ต่อการเปล่ยี นแปลงของสังคม
๔. สามเณรทผ่ี า่ นการบรรพชา รอ้ ยละ 95 มคี ุณลกั ษณะใฝ่ เรียนรู้ ใฝ่ ดี อยู่ รว่ มกบั ผู้อน่ื ได้ มที ักษะ

การแก้ปญั หา มที กั ษะในการทำงาน อยู่อย่างพอเพียง และมพี ฤตกิ รรมท่ีดชี ่วยเหลอื บำเพญ็
ประโยชนต์ อ่ สังคมและพระพทุ ธศาสนา

ประโยชน์ทไี่ ด้รับ

๑. พระพุทธศาสนาได้รบั การสบื ต่อจากเยาวชน
๒. เด็กและเยาวชนไดผ้ ู้สืบทอดพระพุทธศาสนา และมคี วามจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา

พระมหากษัตริย์
๓. เด็กและเยาวชนมคี วามรู้ ความเข้าใจ มีทกั ษะปฏิบัติด้านความมีวินัย เคารพ อดทน อย่างย่ังยืน
๔. เยาวชนได้รับโอกาสทางสงั คมในด้านศกึ ษาเล่าเรยี น

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 27
การบริหารกจิ การคณะสงฆ์ในดา้ นสาธารณสงเคราะห์

๕. เด็กและเยาวชนไดร้ ับการพัฒนา มคี ุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ใฝร่ ู้ ใฝเ่ รียน ใฝ่ดี สอดคลอ้ งกบั
จดุ เนน้ มาตรการ และตวั ชีว้ ัดความสำเร็จ

๖. เด็กและเยาวชนได้รับการพัฒนา ปลูกฝังด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ
พอเพยี งสงั คมมีเมด็ พันธ์ทุ ่เี ตบิ โตอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

๗. ลดปัญหาเยาวชนในสงั คมเรือ่ งยาเสพตดิ
๘. ลดปญั หาเยาวชนในเร่อื งครอบครัว
๙. พระพทุ ธศาสนาจะไดร้ บั การปกปอ้ งจากสังคม
๑๐.ครอบครวั ของเณรทีบ่ รรพชามีความสขุ
๑๑.สร้างความศรัทธาให้แก่ชุมชน
๑๒.ชุมชนมีความรกั ความสามัคคี และมสี ่วนรว่ มในการพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ของเดก็ และ

เยาวชน

การปฏบิ ตั ิ (ลักษณะการทำงาน เร่ิมตน้ จนจบวธิ ีการ)

๑. จัดตงั้ คณะกรรมการหลายภาคี ประกอบด้วย ฝ่ายอำนวยการ ฝา่ ยหลักสูตรการฝึกอบรม ฝา่ ย
ผลติ และพฒั นาส่ืออบรม ฝา่ ยจัดหาเงินทุนสนับสนนุ โครงการ ฝ่ายทะเบียน ฝา่ ยพฒั นาพระ
วิทยากรและพ่เี ลี้ยง ฝ่ายจดั หาอฐั บริขาร ฝา่ ยวิจัยและสรปุ ผลการประเมินโครงการ ฯลฯ

๒. นำเสนอโครงการต่อหนว่ ยงานทเ่ี กีย่ วข้อง
๓. จดั การประชุมชีแ้ จงผู้บรหิ ารระดบั เขตพื้นทกี่ ารศึกษา และหน่วยงานต่างๆ ในชว่ งวนั หยุดราชการ
๔. จัดประชมุ เตรยี มการ ผู้อำนวยการโรงเรียน ครพู ีเ่ ล้ียงท่ีมจี ติ อาสาชว่ ยงานฝกึ อบรมสามเณรใน

พื้นท่ี
๕. รบั สมคั รเด็กและเยาวชนที่สมคั รใจบรรพชาในแตล่ ะปี
๖. เตรียมความพร้อมศูนยฝ์ ึกอบรมในอำเภอ / ตำบล
๗. จัดต้งั ทีมฝึกอบรมใหส้ อดคลอ้ งกบั จำนวนสามเณร และจำนวนศนู ย์ฝึกอบรม
๘. เตรยี มวสั ดุ อุปกรณ์ โสต สือ่ อัฐบรขิ าร ทนุ สนับสนนุ โครงการ
๙. ดำเนินการอบรมเตรียมการกอ่ นบวช
๑๐.บรรพชาสามเณรร่นุ ตา่ งๆ
๑๑.ฝกึ อบรมตามหลักสูตร
๑๒.ตดิ ตามประเมินผล

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 28
การบรหิ ารกิจการคณะสงฆ์ในด้านสาธารณสงเคราะห์

ภาคปฏิบตั ิ

๑. บทฝกึ กจิ วตั รความดี ในชีวิตประจำวนั เชน่ ไมน่ อนต่ืนสาย ต่นื ขึ้นมาเกบ็ ท่ีนอนทันที, ฝกึ รกั ษา
ศีล 5, ฝกึ รักษาศลี 8 ในวันพระ, ช่วยเหลอื งานบา้ นและงานโรงเรียน เปน็ ต้น

๒. ฝกึ ซ้อมคำกล่าวบทขานนาค คำขอสรณคมน์และศลี
๓. ฝึกกจิ กรรมการทำงานเปน็ ทมี การมรี ะเบยี บวนิ ัย การอยรู่ ว่ มในสังคม และกจิ กรรมทางศาสนพธิ ี

เปน็ ต้น
๔. การสวดมนต์ ทำวัตรเช้า – เยน็
๕. การฝกึ ทำสมาธิให้เกดิ ปญั ญา
๖. การออกเดนิ บิณฑบาตโปรดญาติโยม
๗. กิจกรรมการออกกำลงั กาย
๘. กจิ กรรมการทำความสะอาดเสนาสนะแบบจติ อาสา
๙. กิจกรรมการหลอ่ หลอมพทุ ธบุตร
๑๐.กิจกรรมการเดนิ ธดุ งค์ แสวงบุญพัฒนาวัด และกจิ กรรมสร้างกระแสศีลธรรมในชุมชน

ภาคทฤษฎี

พุทธประวัติ ประวัติพุทธสาวก – พุทธสาวิกา หลกั ธรรมในพระพทุ ธศาสนา ฯลฯ

ส่ือการเรยี นรู้

๑. คมู่ อื บรหิ ารจัดการฝกึ อบรม
๒. คูม่ อื ประจำตัวสามเณร บทสวดมนต์
๓. DVD ประกอบการสอนตามหลักสตู ร เชน่ Animation, ภาพถ่ายจากสถานทจ่ี รงิ ในสงั เวชนยี

สถาน 4 แหง่ , PowerPoint เปน็ ตน้
๔. หนงั สอื อา่ นประกอบประจำศูนย์
๕. แฟ้มสะสมผลงานสามเณร (Portfolio)
๖. กระดาษ อปุ กรณเ์ ครอ่ื งเขยี น
๗. คอมพิวเตอร์ เครอื่ งพมิ พเ์ อกสาร เคร่อื งฉายภาพ จอรับภาพ โทรทศั น์ ฯลฯ
๘. แบบประเมิน ขอ้ สอบวัดความรู้

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 29
การบรหิ ารกิจการคณะสงฆ์ในด้านสาธารณสงเคราะห์

ปัญหาและอปุ สรรค

๑. ขาดทนุ สนับสนนุ โครงการ
๒. ขาดบุคคลกรในดา้ นต่างๆ
๓. ขาดการพัฒนาดา้ นการประชาสัมพนั ธท์ างการสอื่ สาร

แนวทางการแกไ้ ข (วธิ กี ารแก้ไข)

๑. จดั หางบประมาณในโครงการ
๒. จดั หาบุคคลกรในการประสานงานช่วยเหลือ
๓. สนับสนุนการประชาสัมพันธ์และการสือ่ สาร

ข้อเสนอแนะ

๑. การประยุกต์ใช้พทุ ธปรัชญาในการจัดการโครงการบรรพชาสามเณรภาค ฤดูร้อน จังหวัดพทั ลงุ
เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ยังต้องมีการสร้างสมประสบการณ์และสร้างองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ
ตอ่ ไป

๒. การจัดโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน (ในทุกพื้นที่) ควรได้รับความ ร่วมมือจากทกุ ฝ่าย
โดยเฉพาะความร่วมมือจากทางภาครัฐ เพราะโครงการฯ น้ี เปน็ โครงการท่ี มงุ่ พัฒนาเยาวชนของ
ชาติให้มีความรู้ความสามารถมีคุณธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีมุ่งพัฒนาเยาวชนของชาติให้มี
ความรู้ความสามารถมีคณุ ธรรม และมคี ณุ ภาพชวี ติ ท่ีดี

๓. การจดั โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ควรมีการเตรียมความพร้อม ให้สมบูรณ์ก่อนจะเปดิ
โครงการ ท้ังด้านอาคารสถานที่ บคุ ลากรท่ีจะมาช่วยขบั เคลอ่ื นโครงการ ฝ่ายสนับสนุนสิ่งต่าง ๆ
โดยเฉพาะด้านงบประมาณต้องเตรยี มการให้พรอ้ มใหส้ มบูรณ์กอ่ นจะเปดิ โครงการ ทงั้ ดา้ นอาคาร
สถานท่ี บุคลากรท่จี ะมาช่วยขับเคลอ่ื นโครงการ

๔. การประยุกต์ใช้หลักพุทธปรัชญา ถือเป็นแนวคิดหนึ่งที่จะช่วยให้การจัด โครงการบรรพชา
สามเณรภาคฤดูรอ้ นเกิดการพัฒนาทีย่ ัง่ ยืน ทกุ ฝา่ ยจึงควรศึกษาและทำความ เขา้ ใจเพือ่ ทำให้การ
ประยุกตใ์ ชเ้ กิดประสิทธภิ าพมากข้นึ

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 30
การบริหารกิจการคณะสงฆ์ในดา้ นสาธารณสงเคราะห์

สรปุ โครงการ

โครงการบรรพชาสามเณรเกดิ ขน้ึ เน่ืองดว้ ยจาก ความต้องการในการเสริมสร้างและพฒั นาเยาวชนให้
เป็นคนดี เปน็ ผ้มู ีภูมิรภู้ มู ิธรรม เพือ่ เข้าไปสู่ในสงั คมปจั จบุ ัน และเตบิ โตดว้ ยความแขง็ แกร่งอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
ให้กับสังคมต่อไป และยังเป็นการสร้างศาสนทายาทเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศ อีกทั้งยังช่วยลด
ปัญหาของเยาวชนในด้านต่างๆ ของสังคมเชน่ ปัญหาด้านครอบครวั ปัญหาด้านยาเสพติด ปัญหาด้านความ
ยากจน ปญั หาดา้ นการศึกษา และยังมุ่งเนน้ ให้เกิดพัฒนาศักยภาพของเยาวชนอกี ดว้ ย

ธรรมยาตรา

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 31
การบรหิ ารกจิ การคณะสงฆ์ในด้านสาธารณสงเคราะห์

ปี ๒๕๖๒ ชอื่ โครงการชว่ ยเหลอื ผสู้ งู อายแุ ละเดก็ พเิ ศษ

ความเป็นมาของโครงการและความสำคญั (แนวคิด)

เนอื่ งดว้ ยในปัจจุบันการเจ็บปว่ ยด้วยโรคต่างๆมแี นวโน้มเพม่ิ มากขึน้ ซึ่งในหลายๆโรคจะปรบั เปล่ยี นไป
ตามภาวะเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ซึ่งมีผลตอ่ พฤติกรรมของประชาชนที่เกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามวิถีชีวติ และ
โรคท่ีมีการเจ็บปว่ ยเพม่ิ ขึน้ ส่วนใหญ่จะเป็นโรคไม่ติดตอ่ เร้อื งรังอาทิ เช่น โรคความดันโลหิตสงู โรคเบาหวาน
โรคหัวใจหลอดเลอื ด เป็นต้น ซึ่งต้องได้รบั การรกั ษาตลอดชวี ิตและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจนเกิดความ
พิการได้ถา้ ไม่ได้รับการรักษา หรือขาดการปฏิบัตติ วั ท่ีถูกต้องนอกจากนี้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่งสังคมผุ้สูงอายุ
ซ่งึ มแี นวโน้มเพ่ิมข้นึ อย่างตอ่ เน่ือง ผูส้ ูงอายเุ ป็นวยั ทม่ี คี วามเปราะบางดา้ นสขุ ภาพกาย การจัดระบบการดูแล
เพ่ือให้เป็นผู้สูงอายุทม่ี ีคณุ ภาพ อกี ทงั้ ผสุ้ งู อายสุ ว่ นใหญ่มภี าวะเจ็บปว่ ยดว้ ยโรคเร้อื รงั ซ่งึ ปญั หาดังกล่าวท้ังใน
ผู้ปว่ ยโรคเรือ้ งรัง ผูส้ ุงอายุและผุ้พกิ าร มักส่งผลกระทบต่อทั้งญาติ ผดู้ แู ลและผ้ปู ่วย ในบางรายญาติไมม่ เี วลาที่
จะมาดูแลหรือบางรายก็ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพ อนึ่ง ผู้ป่วยประชาชนในชุมชนตลอดจน
อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นบุคคลท่ีใกลช้ ิดกับผูป้ ่วย และเข้าถึงประชาชนได้มากที่สุด
อีกทั้ง อสม.เป็นเครือข่ายสุขภาพในระดับชุมชนที่มีความรู้และมีศักยภาพในการปฏิบตั ิงาน มีบทบาทหนา้ ที่
กระจายความรู้ทางด้านสุขภาพ เพื่อให้ชุมชน มีความรู้ความสามารถในการป้องกันไม่ให้เกิดการเจ็บป่วย
หรือเมือ่ เจ็บป่วยก็สามารถรักษาเบือ้ งต้นป้องกันและฟื้นฟสู ภาพไม่ให้เกดิ ภวะแทรกซ้อนหรือความพิการได้
ทางวดั ปา่ บาก ได้เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือคนพิการและผปู้ ่วยเร้อื รัง ผูพ้ ิการไดร้ ับการดูแลสุขภาพ
การเฝ้าระวังป้องกันภาวะแทรกซ้อน ลดความพิการซ้ำซ้อน อยู่อย่างมีคุณภาพ และส่งผลให้ประชาชนใน
ชมุ ชนมีคณุ ภาพชีวิตทีด่ ยี ่ิงขนึ้

วัตถุประสงค์ของโครงการ

๑. ชว่ ยเหลือบรรเทาทกุ ขใ์ หก้ บั ผสู้ งู อายุ ในระยะหนงึ่
๒. ชว่ ยอนุเคราะหเ์ ด็กพิเศษ หรอื ผปู้ ่วยติดเตยี ง และผปู้ ว่ ยเรอื้ รงั
๓. เพ่ือใหผ้ ู้พกิ าร ผปู้ ่วยเร้อื รงั ไดร้ บั การดูแลสขุ ภาพและช่วยเหลอื ใหม้ ีคณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ีขึ้น

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 32
การบริหารกิจการคณะสงฆใ์ นด้านสาธารณสงเคราะห์

ประโยชน์ท่ไี ดร้ บั

๑. ได้นำความรูค้ วามสามารถในการศกึ ษาการสาธารณสงเคราะห์ไปใชแ้ กไ้ ขปัญหาท่เี กิดขน้ึ
๒. ไดเ้ ป็นบคุ ลากรทีเ่ ผยแผธ่ รรมมะพรอ้ ม ๆ ท้งั การชว่ ยเหลือสงเคราะหใ์ นเวลาเดยี วกนั
๓. ชว่ ยเหลอื บรรเทาทุกขใ์ หก้ บั ผู้สงู อายุ และเด็กพเิ ศษ และผูป้ ว่ ย
๔. เกดิ ความรว่ มมอื ร่วมใจสามัคคีกนั ในชมุ ชน
๕. เพ่ือสรา้ งความศรทั ธา
๖. รอ้ ยละ 90% ผูพ้ กิ ารและผปู้ ว่ ยเรอื้ รงั ได้รับการดูแลสขุ ภาพและสามารถชว่ ยเหลือใหม้ คี ณุ ภาพ

ชวี ติ ที่ดขี ้ึน
๗. .กลุม่ เปา้ หมายผดู้ ูแลคนพกิ ารและผปู้ ว่ ยเรอื้ รังเขา้ อบรมมีความรแู้ ละทกั ษะในการดแู ลเพ่ิมข้ึน

รอ้ ยละ 80%

การปฏิบัติ (ลกั ษณะการทำงาน เรม่ิ ตน้ จนจบวธิ กี าร)

๑. ประสานงานผู้นำชมุ ชน ,อสม. ,หน่วยงานองคก์ รบรหิ ารส่วนตำบล
๒. มีการจัดการประชุมในการบรหิ ารงานตามฝา่ ย
๓. มกี ารนดั หมายล่วงหน้ากอ่ นลงพน้ื ท่ี
๔. ลงพนื้ ที่ดว้ ยตนเอง
๕. เปดิ รบั บริจาคกองทนุ โครงการตามสือ่ ออนไลน์
๖. อธิบายโครงการใหช้ มุ ชนได้มีความเข้าใจ
๗. ลงพื้นท่ชี ว่ ยเหลือผทู้ ีป่ ระสบปญั หาดว้ ยตนเอง

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 33
การบริหารกิจการคณะสงฆ์ในดา้ นสาธารณสงเคราะห์

ปัญหาและอุปสรรค

๑. การเดนิ ทาง คมนาคมยากลำบาก
๒. ขาดการสนบั สนนุ
๓. ขาดงบประมาณในการช่วยเหลอื
๔. ขาดบคุ ลากรช่วยเหลือ
๕. ขาดแคลนเครือ่ งอปุ โภค บรโิ ภค และปัจจยั ๔
๖. การสอ่ื สาร การติดตอ่
๗. ขาดความเข้าใจในชมุ ชน

แนวทางการแกไ้ ข (วธิ ีการแก้ไข)

๑. แสดงเปา้ หมายของโครงการด้วยความเข้าใจและเหตผุ ล
๒. อธบิ ายแนวคิดและวัตถุประสงค์ ผลประโยชน์ และการปฏิบตั ิ
๓. ขออนุเคราะหจ์ ากหน่วยงานภาคสว่ นหลายๆด้าน
๔. พฒั นาการส่ือสารใหท้ ่ัวถงึ ทั้งชมุ ชนออนไลน์ ชมุ ชนใกลเ้ คยี ง และชมุ ชนหา่ งไกล

ขอ้ เสนอแนะ

๑. ควรจดั หางบประมาณในการสนบั สนุน
๒. ควรมีการแลกเปล่ยี นความคดิ เห็นการทำงานและทัศนคตติ ่างๆ และการประชุมเพือ่ แก้ไขปญั หา
๓. ควรสง่ เสริมใหม้ คี วามเข้าใจในโครงการมากขึ้น
๔. เปดิ โครงการเปน็ กองทนุ เพอื่ ช่วยเหลอื ผสู้ งู อายุ คนพิการ เดก็ พเิ ศษ
๕. เขียนโครงการและนำไปปรกึ ษาทกุ ภาคส่วน
๖. จดั หาบคุ ลากรหรอื จติ อาสาเพ่อื ช่วยเหลือ หรอื ผ้เู ชี่ยวชานเฉพาะด้าน
๗. แนะนำให้ทางคณะสงฆ์และชาวบา้ นทกุ ๆ ฝ่ายเกีย่ วกับการสนบั สนนุ โครงการ
๘. ควรมีการปรบั ปรงุ ในทุกๆดา้ น ทกุ ๆ การสอ่ื สาร

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 34
การบรหิ ารกิจการคณะสงฆ์ในด้านสาธารณสงเคราะห์

สรปุ โครงการ

พระสงฆ์ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือสงเคราะห์ประชาชน โครงการช่วยเหลือผู้สูงอายุ
ผู้ป่วยเรื้อรงั และเด็กพิเศษ เป็นการจัดการอย่างมรี ะบบ และมุ่งเน้นไปในการสงเคราะห์และช่วยเหลือคนที่
ประสบถึงปญั หา เพือ่ บรรเทาทกุ ขช์ ว่ ยเหลอื และอนเุ คราะห์ตอ่ สงั คม เพราะถอื ว่าพระสงฆ์ก็ยังเป็นส่วนหน่ึง
ของโลก เป็นส่วนหนึ่งของสงั คม จึงไม่นิ่งดูดาย ปญั หาทเ่ี กดิ ขน้ึ ในสงั คม เพราะในบางสว่ นของพ้ืนที่ ตัวภาครัฐ
เองกจ็ ะมีบทบาทไม่เพยี งพอ พระสงฆจ์ ึงรว่ มกับทางหน่วยงานตา่ ง ๆ และประสานความช่วยเหลือให้แก่สังคม
ในโครงการต่อไป

(ในโครงการไมไ่ ดถ้ ่ายรปู เดก็ พิเศษเกบ็ ไว้)

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 35
การบรหิ ารกิจการคณะสงฆ์ในดา้ นสาธารณสงเคราะห์

ปี ๒๕๖๓ ชอ่ื โครงการทาดเี พอื่ พอ่ หลวงชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั นา้ ทว่ ม

ความเป็นมาของโครงการและความสำคัญ (แนวคิด)

ในขณะท่ีประเทศไทย ไดเ้ กดิ อทุ กภัยขน้ึ หลายพืน้ ที่ เปน็ เหตุใหป้ ระชาชนชาวไทย จำนวนมาก ได้รับ
ความเสยี หาย ทง้ั ชีวติ และทรัพยส์ นิ เกิดความเดือดร้อน ตอ้ งการความช่วยเหลอื ในทกุ ๆ ดา้ น เป็นอย่างมาก
ทางวัดป่าบาก จังหวัดพัทลุง ร่วมกับหน่วยงานในชุมชน จึงได้จัดโครงการ "ทำดีเพื่อพ่อหลวงช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัยน้ำทว่ ม" เพื่อรับบริจาคเงนิ เพื่อนำไปช่วยเหลอื ผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งกำลังได้รับความเดอื ดร้อน
และยังบรรเทาความทุกข์ยากของชาวบา้ น ท่ีกำลังเจอสถานการณ์ท่ีลำบาก เพื่อที่จะแบ่งปัน รอยยิ้ม น้ำใจ
และสิง่ ของตา่ งๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้กันและกัน ทั้งผู้รับและผู้ให้ และคนที่พบความลําบากเจอสถานการณ์
วกิ ฤตก็จะ มีกำลังใจมากยง่ิ ข้นึ โดยยึดหลักธรรมของ สังคหวัตถ๔ุ

วตั ถุประสงค์ของโครงการ

๑. เพื่อสง่ ความชว่ ยเหลือดา้ นมนษุ ยธรรมแกผ่ ู้ประสบภยั พิบตั ิ
๒. เพอ่ื ใหผ้ ปู้ ระสบภัย ไดม้ ขี วญั กำลังใจและไมร่ สู้ กึ วา่ ถกู ทอดท้ิง
๓. เพ่ือเปิดโอกาสใหญ้ าติโยมไดท้ ำทาน
๔. เพื่อเป็นการสละทรัพย์ภายนอกเพ่ือมาสรา้ งทรพั ย์ภายใน
๕. เพื่อใหเ้ กิดความสามัคคใี นหมคู่ ณะ
๖. เพื่อให้ชุมชน ไดบ้ ำเพญ็ ประโยชนต์ อ่ ผปู้ ระสบภัยและสงั คม
๗. เพือ่ ทำบุญถวายเป็นพระราชกศุ ลแด่ในหลวงราชกาลท่๙ี

ประโยชน์ทไ่ี ดร้ ับ

๑. ผ้ปู ระสบภยั มขี วญั และกำลงั ใจ และไมร่ สู้ ึกว่าถูกทอดทงิ้
๒. ผปู้ ระสบภัยได้รับความชว่ ยเหลอื จากสงั คมเสมอภาคกนั ทุกคน
๓. คนในชมุ ชน ได้ช่วยกนั บำเพญ็ ประโยชนก์ บั ผปู้ ระสบภัยและสงั คม

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 36
การบริหารกิจการคณะสงฆ์ในดา้ นสาธารณสงเคราะห์

๔. ไดน้ ำความรู้ความสามารถในการศกึ ษาการสาธารณสงเคราะห์ไปใช้แก้ไขปญั หาทีเ่ กดิ ขึ้น
๕. ไดเ้ ป็นบคุ ลากรทีเ่ ผยแผ่ธรรมมะพรอ้ ม ๆ ท้งั การชว่ ยเหลอื สงเคราะหใ์ นเวลาเดยี วกนั
๘. เกดิ ความรว่ มมอื ร่วมใจสามัคคกี ันในชุมชน

การปฏิบัติ (ลักษณะการทำงาน เริ่มต้นจนจบวิธกี าร)

๑. ปรกึ ษาทางคณะสงฆ์ ผหู้ ลกั ผใู้ หญห่ ลายๆทา่ น
๒. ปรกึ ษากรรมการและไวยาวจั กรของวัด
๓. ตดิ ตอ่ ผู้นำชมุ ชนและหน่วยงานภาคส่วนตา่ งๆ
๔. มกี ารจดั การประชมุ ในการบรหิ ารงานตามฝา่ ย
๕. ตดิ ต่อยานพาหนะช่วยเหลือสนบั สนุน
๖. เปิดรบั บริจาคกองทนุ โครงการตามสือ่ ออนไลน์
๗. บณิ ฑบาตนำของแหง้ ไปชว่ ยเหลือชุมชน
๘. อธบิ ายโครงการใหช้ มุ ชนได้มคี วามเขา้ ใจ
๙. ลงพืน้ ท่ชี ว่ ยเหลอื ชมุ ชนผ้ปู ระสบภัยด้วยตนเอง

ปัญหาและอุปสรรค

๑. การเดนิ ทาง คมนาคมยากลำบาก
๒. ขาดการสนบั สนนุ
๓. ขาดงบประมาณในการเผยแผ่
๔. ขาดบุคลากรชว่ ยเหลอื
๕. ขาดแคลนเครือ่ งอปุ โภค บรโิ ภค และปจั จัย ๔
๖. การสอื่ สาร การติดต่อ

แนวทางการแกไ้ ข (วิธีการแกไ้ ข)

๑. การขอความอนเุ คราะหจ์ ากญาตโิ ยมทีม่ พี าหนะ
๒. ขออนุเคราะหจ์ ากหนว่ ยงานภาคสว่ นหลายๆดา้ น
๓. พัฒนาการสือ่ สารใหท้ ว่ั ถงึ ทั้งชุมชนออนไลน์ ชมุ ชนใกล้เคยี ง และชมุ ชนห่างไกล

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 37
การบริหารกจิ การคณะสงฆ์ในด้านสาธารณสงเคราะห์

ขอ้ เสนอแนะ

๑. ควรจัดหางบประมาณในการสนบั สนุน
๒. ควรมกี ารแลกเปลีย่ นความคดิ เห็นการทำงานและทศั นคตติ ่างๆ และการประชมุ เพ่ือแกไ้ ขปัญหา
๓. ควรสง่ เสรมิ ใหม้ คี วามเขา้ ใจในโครงการมากข้ึน
๔. เปดิ โครงการเป็นกองทนุ เพ่อื ช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภัย
๕. เขียนโครงการและนำไปปรกึ ษาทุกภาคสว่ น
๖. จดั หาบคุ ลากรหรอื จติ อาสาเพือ่ ช่วยเหลือ
๗. แนะนำให้ทางคณะสงฆแ์ ละชาวบา้ นทกุ ๆฝา่ ย เกยี่ วกับสถานการณป์ ญั หา
๘. ควรมีการปรับปรงุ ในทุกๆด้าน ทกุ ๆ การส่ือสาร

สรปุ โครงการ

โครงการเพือ่ พ่อหลวงถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โครงการน้ีทำให้เกิดความสามัคคีในชมุ ชน
และยงั เห็นความร่วมมอื ของทกุ ภาคฝ่าย แม้จะยงั เปน็ โครงการทเ่ี ลก็ ๆ และยงั ขาดงบประมาณ ทั้งด้านสิ่งของ
อุปโภค และบริโภคอย่างมาก รว่ มถงึ ปัจจัยในการชว่ ยเหลือ แตก่ ย็ ังทำใหโ้ ครงการสำเรจ็ ได้ ต่อไปจะได้นำไป
พัฒนาโครงการให้ดีขึ้นมากกว่านี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม และยังเป็นพัฒนางาน
พระพุทธศาสนากับงานสงั คมสงเคราะหอ์ กี ประการหน่งึ ดว้ ย

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 38
การบริหารกิจการคณะสงฆใ์ นด้านสาธารณสงเคราะห์

บทสรปุ

การดำเนนิ กิจการเพื่อชว่ ยเหลือเก้ือกูลนั้น วัดและพระสงั ฆาธกิ ารนน้ั เป็นแกนหลกั ในการขับเคลื่อน

กจิ การในฝ่ายพทุ ธจักรเพอื่ ประกบั ฝา่ ยอาณาจกั รในการรว่ มมือร่วมแรงกันพัฒนาชุมชน ใหม้ ีความเจริญ เพราะ

วัดก็มีความพร้อมในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานที่ และปัจจัยอื่น ๆ พอที่พระสังฆาธิการจะได้

ช่วยเหลือเก้ือกลู แกส่ งั คมชุมชนได้ ซ่งึ วัดกย็ งั ถือว่าเป็นองคก์ รคณะสงฆท์ ่ยี ังมี ประสทิ ธิภาพในการทำงานด้าน

สาธารณสงเคราะห์เพ่อื ชว่ ยเหลือเก้ือกลู แกป่ ระชาชนทั่วไป ที่อาจจะ ไดร้ บั ความเดือดรอ้ นในเรอ่ื งตา่ ง ๆ ไดถ้ ือ

ไดว้ า่ วดั ยังมีความมัน่ คงและมีศักยภาพในระดับหน่ึงทีเดียวท่ี ขบั เคลื่อนงานเหล่านไ้ี ดเ้ ป็นอยา่ งดีการช่วยเหลือ

เกอื้ กลู กิจการของผู้อ่นื เพื่อสาธารณประโยชน์ได้แก่ พระสงั ฆาธิการและต้องใหก้ ารชว่ ยเหลือเกื้อกูลด้วยความ

ตั้งใจและให้เกิดความเป็นธรรมเป็นประโยชน์ที่ เกิดแก่ชุมชนหมู่มากเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและมีความ

จำเปน็ ต้องใช้วิจารณญาณในการไตรต่ รอง และหาเหตุผลในการทำงานตอ้ งมีความรอบร้แู ละรอบคอบสามารถ

ในการช่วยเหลอื เก้อื กลู ผอู้ น่ื เพ่ือสาธารณประโยชนใ์ หเ้ กดิ ในวงกว้างเป็นทไ่ี ว้เนือ้ เช่อื ใจในการทำหน้าท่ขี องพระ

สังฆาธิการ เพราะว่าวดั เป็นสถาบนั หลักทีจ่ ะสามารถพอทีจ่ ะใหค้ วามอนุเคราะห์และให้ความช่วยเหลอื เกื้อกลู

ผอู้ ่นื ให้ไดร้ บั ประโยชนจ์ ากการจัดสรรหรือการจัดหาหรอื การจัดการในเร่ืองต่าง ๆ ใหเ้ กิดความเหมาะสม

และมีความเปน็ ธรรมเพอ่ื ประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมตอ่ ไปด้วยความหวังที่จะนำพาชุมชนใหเ้ กิดความเจริญ

และผาสุกต่อไป การเกื้อกูลสาธารณสมบัติสถานที่อันเป็นสาธารณสมบัติมีความน่าเป็นหว่ งในเรื่องของ การ

อนรุ ักษแ์ ละการดูแลรักษา ทนี่ ับวนั นานไปสิ่งท่ีเปน็ สาธารณสมบตั สิ ถานกจ็ ะมีความทรดุ โทรมลงไป เร่ือย ๆ แม้

จะมีการดูแลรกั ษาอยา่ งดี แต่ในทางการอนรุ ักษ์น้ันมคี วามละเอยี ดและซับซอ้ นมากในเรือ่ ง ทางเทคนิค และวธิ ี

ในการอนรุ ักษ์หรือรักษาใหอ้ ยคู่ งเดิมน้นั ในทางปฏบิ ัตมิ คี วามยากไมน่ ้อยจำเปน็ ท่ีคน หรอื ประชาชนในชุมชน

ต้องตระหนักและใหค้ วามสำคญั กอ่ นที่สาธารณสมบัติสถานจะเกดิ ความเสยี หาย จนไมอ่ าจเยยี วยาได้ในฐานะ

ท่ีพระสังฆาธิการหรอื วดั หรือองค์ที่มีหน้าทต่ี อ้ งรบั ผดิ ชอบตอ้ งหนั มายอมรับ และใหค้ วามสำคญั ในการดแู ล สา

ธารณสมบัติสถานให้มีความคงทนถาวรสืบไป อย่างน้อยก็เพือ่ เป็น การสืบทอดในสิ่งที่บรรพบุรุษในรุ่นก่อน

หนา้ น้ไี ดส้ ะสมเอาไวไ้ ดช้ ืน่ ชมกัน และเปน็ การ ประกาศ ความสามารถในงานศลิ ปกรรมได้เปน็ อยา่ ง

ดีว่าคนในยุคก่อนก็มีความสามารถไมแ่ พค้ น ในยุคนี้เหมือนกัน การเกื้อกูลประชาชนทั่วไปซ่ึง

พระสังฆาธิการหรือวัดที่ถือ ว่าเป็นศูนย์กลางของชุมชนที่มี

ความ ใกล้ชิดกับประชาชน ม า ก ก ว ่ า ห น ่ ว ย ง า น อ ื ่ น ห รื อ

อ ง ค์ ก ร อ ื ่ นแม ้ ใ น ป ั จ จ ุ บั น บ้านกับวดั อาจห่างเหินกันไป

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 39

การบรหิ ารกจิ การคณะสงฆ์ในด้านสาธารณสงเคราะห์

พระสังฆาธิการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์ทุกระดับ มีบทบาทหน้าที่ สำคัญ ๖
ภารกิจ ได้แก่ การปกครอง การศาสนศกึ ษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนา การสาธารณ
สงเคราะห์ และการสาธารณูปการ โดยภารกิจทั้ง ๖ ภารกิจดังกล่าวนี้ พระสังฆาธิการ จำเป็นต้องบริหาร
จัดการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีงามตามหลักพระธรรมวินัยและกฎหมาย บ้านเมือง ทั้งยังต้องอาศัย
ศาสตร์และศลิ ปใ์ นการจัดการเปน็ สำคัญด้วย

สาธารณสงเคราะห์ โดยนยั เปน็ ภารกจิ ของพระสังฆาธิการ เปน็ การดำเนนิ การ สาธารณประโยชน์เพอ่ื
ช่วยเหลือเกื้อกูลแก่คนในชุมชนและสังคม อันเป็นบทบาทหน้าที่สำคัญของคณะสงฆ์ ในด้าน ๔ คือ (๑)
การดำเนินกิจการเพือ่ ช่วยเหลอื เกื้อกูล (๒) การชว่ ยเหลือเก้ือกูลกิจการ ของผู้อ่ืนเพือ่ สาธารณประโยชน์
(๓) การเกอ้ื กลู สาธารณสมบัตสิ ถานท่อี นั เป็นสาธารณสมบตั ิ และ (๔) การเกื้อกลู ประชาชนหรอื สรรพสัตว์
โดยนยั นี้ การสาธารณสงเคราะหเ์ ปน็ บทบาทสำคัญ ของพระสงฆ์และวัดในฐานะเปน็ การดำเนนิ การช่วยเหลือ
สังคมทางวัตถแุ ละจติ ใจในรปู แบบตา่ ง ๆ ทีไ่ ม่ขดั ต่อพระธรรมวนิ ยั และกฎหมายของบ้านเมอื งด้วย

การจัดการจึงเปน็ สง่ิ สำคัญ เพ่ือใหก้ ารดำเนนิ การสาธารณสงเคราะหอ์ ย่างมรี ะบบระเบียบ แบบแผน
เกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และทำให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่นบรรลุ วัตถุประสงค์ที่
กำหนดไว้ด้วยความร่วมมือของกลุ่มบุคคลให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามท่ีกำหนดไว้ ซึ่งหลกั การของการจัดการ
สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน รวมถึงวัด ได้ตั้งแต่กระบวนการ
วางแผน กำหนดนโยบาย และการนำแผนไปปฏบิ ัติ เพ่ือใหไ้ ด้ผลงาน ที่มีคณุ ภาพตามวัตถปุ ระสงค์ที่ได้กำหนด
ไว้ ผลของการปฏิบัตจิ ะเป็นไปตามแผนที่ไดว้ างไว้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการบรหิ ารการจัดการที่เป็นระบบแบบมี
หลักการ และมีการลงมือปฏิบัติด้วยความสามัคคี เป็นสำคัญ เพื่อทำให้การจัดการเกิดประสิทธิภาพและ
ประสทิ ธผิ ลสูงสุด

พระสงฆย์ ังมีบทบาทเปน็ อันมากในดา้ นสงั คมสงเคราะห์ มกี ารวิจยั ปริญญาโทที่
พบว่าพระสงฆ์ประสงค์ท่ีจะมีบทบาทในการพัฒนาสังคมเพิ่มขึ้น และท่านคิดว่าท่านมี
ความพร้อม ประชาชนเองหรือแม้แต่รัฐบาลก็ต้อนรับบทบาทนี้ของพระสงฆ์ และ
พระสงฆ์กส็ ามารถประยุกต์ใช้หลักธรรมของพระพทุ ธเจ้าในการสงเคราะห์ได้เปน็ อยา่ งดี

ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า ควรส่งเสริมให้พระสงฆ์มีบทบาทเพิ่มมากขึ้นทางด้าน
สังคมสงเคราะหห์ รอื ไม่ แต่อยู่ทีว่ า่ ควรสนบั สนนุ พระสงฆ์ใหม้ ีบทบาทท่ีเป็นประโยชน์ต่อ
สงั คมมากขนึ้ อยา่ งไร

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 40
การบริหารกิจการคณะสงฆใ์ นด้านสาธารณสงเคราะห์

ในประเด็นขา้ งต้น ผูเ้ ขียนมขี อ้ เสนอดังนี้คือ

๑. เนื่องจากสังคมเปลีย่ นแปลงตลอดเวลา การสังคมสงเคราะห์ได้ขยายขอบเขตและมรี ะเบยี บแบบ
แผนมากขึน้ ตามการเปลีย่ นแปลง พระสงฆใ์ นยคุ ปจั จบุ ันเปน็ ผู้สนใจใฝห่ าความรู้อยู่แล้ว จะเป็นการดีหากท่าน
จะไดห้ าความรเู้ พ่มิ เติมในวิชาการสมยั ใหม่ท่ีสามารถจะนำมาใช้รองรบั หรอื เสริมหลกั ธรรมในพระพุทธศาสนา
เชน่ ความรู้ทางด้านจิตวทิ ยา สังคมวทิ ยา การแพทย์ การเกษตร หรอื หลักวิชาการสงั คมสงเคราะห์ ซง่ึ ความจรงิ
อาจเป็นความรู้ที่ท่านรู้อยู่แล้วและเคยใช้แนะนำชาวบ้านมาแล้วด้วย เพียงแต่ศึกษาเพิ่มเติมให้เป็น
กระบวนการเท่านนั้

๒. พระสงฆค์ วรเนน้ บทบาทการสงเคราะหท์ างจติ ใจเปน็ หลกั และอาจหาทางสงเคราะหน์ อกวัด เชน่
ออกเยี่ยมให้กำลังใจคนเจ็บป่วยตามโรงพยาบาล หรือตามสถานที่ที่เหมาะสมอาจเป็นสถานกักกันคุกตะราง
ผู้ป่วยใกลจ้ ะตาย หรือนักโทษรอการประหาร เมื่อเห็นพระก็จะอบอุ่นใจ อน่ึง ในการทจ่ี ะส่งเสรมิ ให้ประชาชน
เข้าหาวัดเพ่อื สงบจติ ใจ ทางวัดเองกต็ ้องปรับปรงุ บรเิ วณวัดใหส้ ะอาดรม่ เย็นดงึ ดูดให้ประชาชนไปใช้สถานที่

๓. สถาบันสงฆ์ควรเป็นผู้ริเริ่มโครงการต่างๆ ให้พระสงฆ์ได้มีโอกาสเพิ่มพูนบทบาทในด้านการ
สงเคราะห์และการพฒั นามากข้ึน แมส้ ถาบันของฆราวาสกค็ วรอาราธนาพระสงฆ์ให้เข้ารว่ มกจิ กรรมสงเคราะห์
และพฒั นาตา่ งๆ จะเปน็ ทางหน่ึงทที่ ำใหศ้ าสนิกชนและคนทัว่ ไปเพ่มิ ความเคารพศรัทธาในพระสงฆม์ ากยิง่ ขนึ้

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 41
การบริหารกจิ การคณะสงฆใ์ นดา้ นสาธารณสงเคราะห์

พระพรหมโมลี(สมศกั ดอิ์ ปุ สโม), พธิ ีมอบประกาศนยี บตั รหลักสูตรประกาศนยี ์บตั รการบรหิ ารกิจการ
คณะสงฆ,์ (กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พม์ หาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั , 2549), หน้าข.

พระราชวรมนุ ี(ประยทุ ธป์ ยุตฺโต), สถาบนั สงฆใ์ นสังคมไทย, (กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พก์ ารศาสนา, 2527),
หน้า 274

กรมการศาสนา. (2542). คมู่ อื การบรหิ ารและการจัดการวดั ฉบบั ยอ่ . กรุงเทพมหานคร:
โรงพมิ พ์การศาสนา.

พระเทพปรยิ ัตสิ ธุ ี(วรวิทยค์ งคฺ ปญโฺ ญ ). (2545). เอกสารประกอบการบรรยาย เร่ืองการคณะสงฆแ์ ละ
การพระศาสนา. กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พม์ หาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย.

พระธรรมปฎิ ก (ป.อ. ปยุตโฺ ต). (2543). การศกึ ษา: เคร่อื งมอื พัฒนาทย่ี งั ต้องพัฒนา. (พิมพค์ รัง้ ท่ี 9).
กรุงเทพมหานคร: สหธรรมกิ

พระราชรัตนมนุ ี (ชยั วฒั น์ ปญฺญาสริ )ิ . (2538). การจัดสาธารณูปการและสาธารณะสงเคราะห์ของวดั .
กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพก์ ารศาสนา.

พระสมุหว์ ศิน วสิ ุทโฺ ธ (พงษศ์ ักดิ์) Phrasamuwasin Visuddho (Pongsak)
งานวจิ ยั การพฒั นาการจัดการงานสาธารณสงเคราะห์ของพระสงั ฆาธิการ อำเภอเมอื ง จังหวดั

ราชบุรี มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย วารสารศิลปศาสตร์ราชมงคลสวุ รรณภูมิ ปที ี่ 2 ฉบับท่ี 2
(พฤษภาคม-สงิ หาคม 2563)
พระครปู ราโมทยป์ ญั ญาวฒั น์ (บญุ เลิศ เตชปุญฺโณ) Phrakhru Pramotepanyawat (Boonlert Tajapuñño)

งานวิจยั การจดั การสาธารณสงเคราะห์ของพระสงั ฆาธกิ าร ในอำเภอบางคนที จงั หวัด
สมุทรสงคราม มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั วารสารศลิ ปศาสตร์ราชมงคลสุวรรณภูมิ ปที ี่ 2
ฉบบั ที่ 1 (มกราคม-เมษายน 2563)

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 42
การบรหิ ารกจิ การคณะสงฆ์ในดา้ นสาธารณสงเคราะห์

สถาบันพระสงั ฆาธกิ าร สำนกั งานพระพุทธศาสนาแห่งชาต.ิ (2555). คู่มอื พระสังฆาธิการ. (พมิ พค์ รง้ั ท่ี 2).
กรุงเทพมหานคร: สำนักงานพระพุทธศาสนาแหง่ ชาติ

รปู ปก DMC
กนก แสนประเสรฐิ . (2549). เอกสารคมู่ ือวา่ ดว้ ยประมวลพระราชบญั ญตั ิคณะสงฆ์. กรงุ เทพมหานคร:

สำนกั งานพระพทุ ธศาสนาแหง่ ชาติ.
กองแผนงาน กรมการศาสนา กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2540). คมู่ อื พระสงั ฆาธกิ ารวา่ ดว้ ยพระราชบัญญตั ิ

กฎ ระเบยี บ และคำสง่ั ของคณะสงฆ์. กรงุ เทพมหานคร: การศาสนา.
สืบคน้ จาก http://npt.onab.go.th/menue/standard.pdf.
จำนงค์ อดวิ ัฒนสทิ ธ์.ิ (2547). สงั คมวิทยาตามแนวพทุ ธศาสตร.์ กรุงเทพมหานคร: ธรรมสภา.
ตุลา มหาพสุธานนท์. (2554). หลกั การจัดการ. กรุงเทพมหานคร: พ.ี เอ็น.เค. แอนด์สกายพริน้ ตง้ิ ส์.
เติมศักด์ิ ทองอนิ ทร.์ (2547). ความรเู้ บอื้ งตน้ ทางการบรหิ ารรฐั กิจ. กรุงเทพมหานคร:

มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย.
Religious Meeting Assisiconferences การสัมมนาพระพทุ ธศาสนามคี วามสำคัญและจำเป็นอยา่ งไร

November 16, 2018 https://www.assisiconferences.com
Facebook ฝา่ ยสาธารณสงเคราะหข์ องมหาเถรสมาคม
พระมหากำพล คุณงฺกโร พธ.ม. (Phramahakumphol Kunangkaro, M.A.)1 บทความ

การพฒั นาเยาวชนแนวพุทธ The Development of the Youths According to the
Buddhist Way
รายงาน กองทนุ สขุ ภาพตำบล เทศบาลตำบลบ้านพร้าว “ โครงการ ชว่ ยเหลือคนพกิ ารและผู้ปว่ ยเร้ือรงั ”
ตำบลบา้ นพรา้ ว อำเภอป่าพะยอม จงั หวัดพทั ลงุ กนั ยายน 2560
https://localfund.happynetwork.org/project/finalreport/2191

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 43
การบรหิ ารกจิ การคณะสงฆ์ในดา้ นสาธารณสงเคราะห์

พินจิ ลาภธนานนท์ , สายชล ปญั ญชติ , ภูเบศ วณิชชานนท์ และพริ ญาณ์ แสงปญั ญา
ถอดบทเรยี นงานสาธารณสงเคราะห์ วิถพี ุทธของคณะสงฆ์ไทย โครงการการศึกษาแนวทาง
สาธารณสงเคราะหว์ ิถพี ทุ ธของคณะสงฆ์ไทย

โครงการบรรพชาสามเณรฟ้ืนฟพู ระพทุ ธศาสนาทวั่ ไทย
https://www.dhammakaya.net/blog/2014/09/16/

พระครจู ติ ตาภริ ม (ภมู พิ ฒั น์ ปภสสฺ โร (ภักดชี น)) , ณิศภ์ าพรรณ ควู เิ ศษแสง , สวสั ดิ์ อโณทัย
การประยุกต์ใช้พทุ ธปรชั ญาในการจดั การโครงการบรรพชาสามเณร ภาคฤดูรอ้ น
อำเภอทุ่งใหญ่ จงั หวดั นครศรธี รรมราช เพ่ือการพฒั นาที่ยง่ั ยนื มหาวทิ ยาลยั เซนตจ์ อหน์

Administration of Sangha Affairs in Public Welfare 44
การบรหิ ารกจิ การคณะสงฆใ์ นดา้ นสาธารณสงเคราะห์

ความรูท้ ่ัวไปเกย่ี วกับการสัมมนา อบรม ฝกึ ฝน ชแ้ี จง แนะนำ สั่งสอน ปลกู ฝังทศั นะคติและ
ให้คำปรึกษา ในเรื่องที่เกี่ยวข้องหรือแสวงหา ข้อตกลง
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการสัมมนา เป็นพื้นฐาน ด้วยวิธีการอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเสรี
เบ้อื งต้นในการเรยี นรู้วิธีการสัมมนา ซ่ึงจะกอ่ ให้เกิดความ ซักถาม ถกเถียง ปรึกษาหารือ ภายในหัวข้อที่กำหนด ซ่ึง
เขา้ ใจ การร่วมคิดรว่ มวิเคราะห์ ปรึกษาและเปลี่ยนเรียนรู้ ผลจากการสัมมนา จะช่วยให้ระบบและวิธีการทำงานมี
ระหว่างกลุ่ม เพื่อหาทางออกของปัญหาร่วมกัน สร้าง ประสทิ ธิภาพ สงู ขน้ึ
ปฏิสมั พนั ธร์ ะหว่างกันด้วยกันส่ือสารซงึ่ เป็นที่มาของคำว่า
สัมมนา จาก ความหมายข้างต้นสรุปได้ว่า การสัมมนา
หมายถึง การประชุมเพื่อ แสวงหาความรู้ แลกเปลี่ยน
ความหมายของการสัมมนา เรียนร้แู ละความคิดเหน็ โดยมีวัตถุประสงค์หรอื การศึกษา
ในเรอื่ งเดียวกัน รวมทงั้ รว่ ม วิเคราะห์ปญั หา หาแนวทาง
เทคนิคการหล่อหลอมแนวความคิดในรูปของ แก้ไข และหาข้อสรุปร่วมกัน เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อ
การประชุมกลุ่ม ร่วมคิดหาแนวทางจากการ หารือและ ส่วนรวมร่วมกัน ดังนั้น การสอนวิชาสัมมนา
แนวคดิ ตามหลักการมีส่วนร่วมในการวิเคราะหป์ ัญหา ซ่ึง เป็นกระบวนการหนึ่งของกิจกรรมการเรียนรู้ ศึกษา
ได้มนี ักวชิ าการไดใ้ ห้ ความหมาย ดงั ตอ่ ไปนี้ ค้นคว้า โดยวิธีการ ต่างๆ เป็นการฝึกทักษะการคิดอย่าง
เป็นระบบ การวิเคราะห์ปัญหา และการเสนอแนว
สมคิด แก้วสนธิ และสุนันท์ ปัทมาคม. (2545 ทางแก้ไข การแสดงออกโดยการพูด การสนทนา
หน้า 45) กล่าวว่า การสัมมนาเป็นการจัด ในลักษณะ การอภิปรายที่เกี่ยวกับเนื้อหาของเรื่องนั้นๆ เพื่อให้ได้
อภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประสบการณ์ หรอื ข ้ อ ส ร ุ ป ข อ ง แ น ว ท า ง ท ี ่ ม ี ค ว า ม เ ป็ น ไ ป ไ ด้ โ ด ย ว ิ ธ ี ก า ร
เป็นการระดมความคิด เรื่องใดเรื่องหนึ่ง เหมาะส หรับ ปรกึ ษาหารือรว่ มกัน
กรณีที่ผู้เข้าร่วมสัมมนามีประสบการณ์ ผู้เข้าร่วมประชมุ
ทกุ คน มคี วามเท่าเทียมกันในการแสดงความคดิ เห็น ไม่มี ประโยชนข์ องการสัมมนา
วิทยากร มีแต่ผู้ประสานงาน หรือผู้จัด ดำเนินการคอย
อำนวยความสะดวก และใหผ้ เู้ ขา้ ร่วมสมั มนาจะเลือกผู้นำ ผลของการจดั สัมมนา หรือการจัดการเรียนการ
กลุ่มการสัมมนาจาก ผู้เข้าร่วมสัมมนาด้วยกัน เพื่อเป็น สอนสัมมนา ก่อให้เกิดความ เจริญก้าวหน้าทางวิชาการ
ตัวแทนในการรายงานการอภิปรายและดำเนินการสัมมนา อันเป็นผลมาจากการศึกษา ค้นคว้า เพื่อเสนอบทความ
ไป ตามตาราง ทีก่ ำหนดไว้ ทางวชิ าการ และการประมวลข้อเท็จจรงิ ทางวิชาการใหม่
ๆ เพื่อนำเสนอในรูปของเอกสารประกอบการสัมมนา
ไพโรจน์ เนียมนาค (2554 หน้า 2) การสัมมนา สามารถนำไปเปน็ แนวทางในการปรบั ปรุง แก้ปญั หา หรือ
“Seminar” หมายถงึ การประชุมเพ่ือ แลกเปล่ียนความรู้ สร้างสรรค์ การทำงาน ดังได้มีนักวิชาการ กล่าวถึง
และความคิดเห็นเพื่อหาข้อสรุปในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ผล ประโยชน์ของการสัมมนา ดังตอ่ ไปนี้
ของการสัมมนาถือว่า เป็นเพยี งขอ้ เสนอแนะผู้ที่เกี่ยวข้อง
จะนำไปปฏิบัติตามหรือไม่ก็ได้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อ


Click to View FlipBook Version