แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบูรณาการที่ 9 หน่วยที่ 4
รหสั วชิ า 20000-1404 คณติ ศาสตรธ์ ุรกิจและบริการ 2-0-2 สอนครงั้ ท่ี 9 (17-18)
ช่ือหน่วย/เรอ่ื ง ดอกเบยี้ จานวน 2 ช.ม.
แนวคิด
ในธรุ กจิ ทวั่ ไปมกี ารฝากเงนิ และกู้เงนิ แบบต่างๆ สงิ่ ทจ่ี าเป็นในเร่อื งน้คี อื ดอกเบย้ี เงนิ ต้น เงนิ รวม ระยะเวลา
ของการฝากเงนิ หรอื กเู้ งนิ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1 อธบิ ายวธิ กี ารคานวณหาดอกเบย้ี จากเงนิ ฝากและเงนิ กู้แบบต่างๆ ได้
2.แกป้ ญั หาในสถานการณ์จรงิ โดยใชค้ วามรเู้ รอ่ื งดอกเบย้ี ได้
3.นาความรแู้ ละทกั ษะทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรเู้ รอ่ื งดอกเบย้ี ไปเช่อื มโยงในการเรยี นรู้งานอาชพี และในการดารงชวี ติ
ได้
4.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษาสานกั งาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง
4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
4.2 ความมวี นิ ยั
4.3 ความรบั ผดิ ชอบ
4.4 ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
4.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
4.6 การประหยดั
4.7 ความสนใจใฝร่ ู้
4.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
4.9 ความรกั สามคั คี
4.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระดอกเบย้ี อสมการและความน่าจะ
เป็น
2 ประยุกต์ใชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระ ดอกเบย้ี อสมการและ
ความน่าจะเป็นไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และงานอาชพี
สมรรถนะรายหน่วย
1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั ดอกเบ้ยี
2 ประยกุ ต์ใชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั ดอกเบย้ี ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และงานอาชพี
สาระการเรียนรู้
1.ดอกเบย้ี คงต้น
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น
1.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนาโดยทวั่ ๆ ไปแลว้ ในการกยู้ มื เงนิ นนั้ ผใู้ หก้ หู้ รอื เจา้ หน้ที เ่ี ป็นเจา้ ของเงนิ จะได้
ผลประโยชน์ตอบแทนจากจานวนเงนิ ทใ่ี หก้ ไู้ ป ผลประโยชน์หรอื คา่ ตอบแทนทเ่ี จา้ หน้ไี ดร้ บั เรยี กวา่ “ดอกเบย้ี
(Interest)” ซง่ึ ได้กลายมาเป็นแหล่งรายไดท้ ส่ี าคญั ของธนาคารและสถาบนั การเงนิ ประเภทต่างๆ จานวนดอกเบ้ยี ท่ี
เกดิ ขน้ึ จากการกยู้ มื เงนิ น้ไี ม่ว่าจานวนมากหรอื น้อยเพยี งใดขน้ึ อย่กู บั ปจั จยั ทส่ี าคญั 3 ประการ คอื จานวนเงนิ ทก่ี ไู้ ป ซง่ึ
เรยี กว่า “เงนิ ต้น (Principal)” “ระยะเวลาของการกยู้ มื เงนิ ” โดยอาจกาหนดเป็นหน่วยเวลา เช่น ปี เดอื น สปั ดาห์ หรอื
วนั และ “อตั ราดอกเบย้ี ” ซง่ึ กาหนด เป็นรอ้ ยละต่อหน่วยเวลาใดๆ กไ็ ด้ แต่โดยปกตถิ ้าไม่ระบุหน่วยเวลาไวจ้ ะถอื ว่า
เป็นรอ้ ยละต่อปี เชน่ อตั ราดอกเบย้ี รอ้ ยละ 5 หรอื 5% หมายความว่า เงนิ ต้น 100 บาท เม่อื กไู้ ปเป็นเวลา 1 ปี ผกู้ ู้
จะตอ้ งจ่ายดอกเบย้ี 5 บาท เม่อื กาหนดรอ้ ยละหรอื เปอรเ์ ซน็ ต์ต่อหน่วยเวลาใดกจ็ ะระบุหน่วยเวลานนั้ ๆ ไวอ้ ย่างชดั เจน
เชน่ 20% ต่อปี, 1.5% ต่อเดอื น เป็นต้น
2.ครแู สดงสตู รการคานวณ ดงั น้ี
ขนั้ สอน
3.ครผู สู้ อนใชเ้ ทคนิคการอธบิ ายเรอ่ื งดอกเบย้ี คงต้น โดยใชส้ ่อื PowerPoint ประกอบการเรยี น
4.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวธิ สี อนทน่ี า
อุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดมุ าช่วยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดดุ งั กลา่ ว ไดแ้ ก่ Power Point และ VDO
ประกอบการศกึ ษาดอกเบ้ยี คงตน้
ดอกเบ้ยี คงต้น หรอื ดอกเบ้ยี เชงิ เดย่ี ว (Simple Interest) จดั เป็นวธิ กี ารคดิ ดอกเบ้ยี แบบงา่ ยๆ อย่าง
ตรงไปตรงมา โดยเรม่ิ ต้นคดิ จากเงนิ ตน้ คงทต่ี ลอดระยะเวลาของการกแู้ ละสามารถคานวณไดจ้ ากสตู รดงั น้ี
ดอกเบ้ยี = เงนิ ต้น × อตั ราดอกเบย้ี × ระยะเวลา
หรอื I= Pin เม่อื กาหนดให้ I แทน ดอกเบ้ยี คงต้น
P แทน เงนิ ต้น
i แทน อตั ราดอกเบ้ยี ต่อหน่วยเวลา
n แทน ระยะเวลา
5.ครแู ละผเู้ รยี นแสดงการคานวณหาดอกเบย้ี ของเงนิ ต้น 2,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี โดย
คดิ อตั ราดอกเบ้ยี รอ้ ยละ 12
6.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะการคานวณหาดอกเบ้ยี จากเงนิ ต้น 50,000 บาท คดิ ดอกเบ้ยี ในอตั รา 12% กู้ 3 เดอื น
7.ผเู้ รยี นแสดงการคานวณหาดอกเบย้ี ของเงนิ ต้น 13,000 บาท เวลา 8 เดอื น อตั ราดอกเบ้ยี 15%
8.ครแู ละผเู้ รยี นแสดงการคานวณเงนิ ต้นและอตั ราดอกเบย้ี โดยการอธบิ ายและใชส้ ่อื PowerPoint ประกอบกา
ระรยี น โดยการคานวณเงนิ ต้น เม่อื กาหนดอตั ราดอกเบ้ยี และระยะเวลาให้เป็นหน่วยเวลาเดยี วกนั
9.ผเู้ รยี นแสดงการคานวณหาเงนิ ต้นถ้าคดิ อตั ราดอกเบ้ยี 4.5% นาน 2 ปี จงึ จะไดด้ อกเบ้ยี 450 บาท
10.ผเู้ รยี นแสดงการคานวณหาเงนิ ลงทนุ เป็นจานวนเท่าใด
11.ครแู ละผเู้ รยี นแสดงการคานวณระยะเวลาและเงนิ รวม โดยการคานวณระยะเวลา เช่น วนั ครบกาหนดกู้ และ
วนั ทก่ี ู้ ซง่ึ ระยะเวลา (n) ทค่ี านวณได้ จะมหี น่วย เช่นเดยี วกบั อตั ราดอกเบ้ยี (i)
12.ผเู้ รยี นแสดงการคานวณการชาระหน้เี ม่อื ใด
ดงั นนั้ ต้องชาระหน้ใี นวนั ท่ี 6 มนี าคม 2562
13.ผเู้ รยี นแสดงการคานวณวา่ ผกู้ นู้ นั้ ได้กเู้ งนิ ไปเม่อื วนั ทเ่ี ท่าใด
จากวนั ท่ี 3 ธนั วาคม 2555 นบั ยอ้ นกลบั ไปจานวน 219 วนั ไดด้ งั น้ี
14.ครอู ธบิ ายและสรปุ ใหผ้ เู้ รยี นฟงั วา่
15.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะโดยแสดงการคานวณว่าจะต้องจ่ายเงนิ คนื ทงั้ หมดเป็นเงนิ จานวนเท่าใด
ดงั นนั้ จะต้องจา่ ยคนื เงนิ ทงั้ หมดเป็นจานวน 15,787.50 บาท
16.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมและแบบฝึกหดั
17.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมฝึกทกั ษะการคานวณ ตามโจทย์ทก่ี าหนดใหแ้ ต่ละขอ้
18.เม่อื ผเู้ รยี นสาเรจ็ การศกึ ษาและนาความรเู้ พ่อื นาไปประกอบอาชพี โดยเน้นหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง ผเู้ รยี น
จะตอ้ งปฏบิ ตั อิ ยา่ งไรบ้างเกย่ี วกบั เงอ่ื นไขความรแู้ ละเง่อื นไขของคุณธรรม
ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์
19.ครกู าหนดปญั หาโดยใหผ้ เู้ รยี นระดมสมองช่วยกนั คดิ หาคาตอบแลว้ อธบิ ายคาตอบ
20.ผเู้ รยี นสรุปดอกเบย้ี คงตน้ ดว้ ยสตู ร ดงั น้ี
21.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมเพอ่ื ฝึกทกั ษะ และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าคณติ ศาสตรธ์ รุ กจิ และบรกิ าร
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ , Power Point และ VDO
5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6.ตวั อย่างการคานวณ
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายช่อื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
3 ตรวจกจิ กรรม
4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครื่องมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่
3. แบบประเมนิ กจิ กรรม
4. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี นรว่ มกนั
ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไม่มชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมจงึ จะถอื ว่าผ่าน
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
ทบทวนการคานวณหาดอกเบ้ยี คงต้น และทากจิ กรรม แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
บนั ทึกหลงั การสอน
ข้อสรปุ หลงั การสอน
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
........................................................................................................ ..........................................
ปัญหาที่พบ
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
.............................................................................................................................................. ....
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
แนวทางแก้ปัญหา
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการที่ 10 หน่วยที่ -
รหสั วิชา 20000-1404 คณติ ศาสตรธ์ ุรกิจและบริการ 2-0-2 สอนคร้งั ที่ 10 (19-20)
ชอื่ หน่วย/เรือ่ ง ทบทวน/สอบกลางภาคเรียน จานวน 2 ช.ม.
แนวคิด -
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.ผเู้ รยี นเกดิ การเรยี นรเู้ น้อื หาสาระ และนาความคดิ รวบยอดไปประยกุ ตใ์ ชต้ ่อไป
2.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา สานกั งาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตได้ขณะทาการสอนในเรอ่ื ง
2.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 2.6 การประหยดั
2.2 ความมวี นิ ยั 2.7 ความสนใจใฝร่ ู้
2.3 ความรบั ผดิ ชอบ 2.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
2.4 ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ 2.9 ความรกั สามคั คี
2.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง 2.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระดอกเบย้ี อสมการและความน่าจะ
เป็น
2 ประยกุ ต์ใชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระ ดอกเบย้ี อสมการและ
ความน่าจะเป็นไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และงานอาชพี
สมรรถนะรายวิชา -
สาระการเรยี นรู้
ทบทวน/สอบกลางภาคเรียน
บนั ทึกหลงั การสอบ
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
ปัญหาที่พบ
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
.............................................................................................................................................. ....
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
แนวทางแก้ปัญหา
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
........................................................................................................ ..........................................
แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการที่ 11 หนว่ ยที่ 4
รหสั วิชา 20000-1404 คณติ ศาสตรธ์ ุรกิจและบริการ 2-0-2 สอนคร้งั ที่ 11 (21-22)
ชื่อหน่วย/เรอ่ื ง ดอกเบยี้ จานวน 2 ช.ม.
แนวคิด
ในธุรกจิ ทวั่ ไปมกี ารฝากเงนิ และกเู้ งนิ แบบต่างๆ สงิ่ ทจ่ี าเป็นในเร่อื งน้คี อื ดอกเบ้ยี เงนิ ต้น เงนิ รวม ระยะเวลา
ของการฝากเงนิ หรอื กเู้ งนิ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1 อธบิ ายวธิ กี ารคานวณหาดอกเบย้ี จากเงนิ ฝากและเงนิ กู้แบบต่างๆ ได้
2.แกป้ ญั หาในสถานการณ์จรงิ โดยใชค้ วามรเู้ ร่อื งดอกเบ้ยี ได้
3.นาความรแู้ ละทกั ษะทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรเู้ รอ่ื งดอกเบย้ี ไปเช่อื มโยงในการเรยี นรู้งานอาชพี และในการดารงชวี ติ
ได้
4.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษาสานกั งาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง
4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
4.2 ความมวี นิ ยั
4.3 ความรบั ผดิ ชอบ
4.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
4.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
4.6 การประหยดั
4.7 ความสนใจใฝร่ ู้
4.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
4.9 ความรกั สามคั คี
4.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระดอกเบย้ี อสมการและความน่าจะ
เป็น
2 ประยุกต์ใชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระ ดอกเบย้ี อสมการและ
ความน่าจะเป็นไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และงานอาชพี
สมรรถนะรายหน่วย
1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั ดอกเบย้ี
2 ประยุกต์ใชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั ดอกเบย้ี ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และงานอาชพี
สาระการเรียนรู้
2.ดอกเบ้ยี ทบตน้
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน
1.ครใู ชเ้ ทคนคิ การสอนแบบซปิ ปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรเู้ ดมิ จากสปั ดาหท์ ผ่ี ่านมา
โดยดงึ ความรเู้ ดมิ ของผเู้ รยี นในเรอ่ื งทจ่ี ะเรยี น เพ่อื ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นมคี วามพรอ้ มในการเช่อื มโยงความรใู้ หม่กบั ความรเู้ ดมิ
ของตน ผสู้ อนใชก้ ารสนทนาซกั ถามใหผ้ เู้ รยี นเลา่ ประสบการณ์เดมิ
2.ครแู ละผเู้ รยี นอภปิ รายเร่อื งการคดิ ดอกเบย้ี ในการกู้ยมื เงนิ นนั้ นอกจากจะคดิ คานวณแบบดอกเบย้ี คงต้น ซง่ึ
ยดึ ถอื จากจานวน เงนิ ต้นทน่ี ามาคดิ ดอกเบย้ี จะต้องคงทต่ี ลอดปี แต่ถา้ ระยะเวลาของการคดิ ดอกเบย้ี ถูกแบ่งออกเป็น
งวดๆ และเมอ่ื ถงึ กาหนดเวลาคดิ ดอกเบ้ยี กจ็ ะมกี ารคดิ ดอกเบย้ี ของงวดนนั้ ๆ ว่าเป็นเทา่ ใด แลว้ จงึ นาดอกเบย้ี ทไ่ี ดร้ บั
ในงวดนนั้ มารวมเขา้ กบั เงนิ ต้นเดมิ และจดั เป็นเงนิ ต้นจานวนใหม่สาหรบั การคดิ ดอกเบ้ยี ในงวดถดั ไป วธิ คี ดิ เช่นน้ี
จานวนเงนิ ต้นจะเพม่ิ ขน้ึ เรอ่ื ยๆ ตามจานวนงวดของการคดิ ดอกเบ้ยี วธิ กี ารดงั กล่าว จงึ เรยี กว่า “ดอกเบ้ยี ทบต้น
(Compound Interest)”
3.ครยู กตวั อยา่ งลกั ษณะการคดิ ดอกเบ้ยี ทบตน้ ของธนาคารแห่งหน่งึ หรอื การกยู้ มื จากสถาบนั การเงนิ
ขนั้ สอน
4.ครใู ชว้ ธิ สี อนอธบิ ายเรอ่ื งดอกเบย้ี ทบต้น โดยใชส้ ่อื PowerPoint ประกอบการเรยี น ซง่ึ มสี าระสาคญั ของการ
คดิ ดอกเบย้ี ทบต้น มรี ายละเอยี ดดงั ต่อไปน้ี
4.1 จานวนงวดของการคดิ ดอกเบ้ยี ในคราวหน่งึ ๆ นนั้ ปกตแิ ต่ละงวดจะมรี ะยะเวลาเท่าๆ กนั โดย อาจ
กาหนดเป็นต่อปี ต่อครง่ึ ปี ต่อเดอื น ฯลฯ ส่วนระยะเวลาของการกจู้ ะนานเทา่ ใด หรอื เป็นระยะเวลา กง่ี วดนนั้ จะเป็นไป
ตามทก่ี าหนดไว้
4.2 อตั ราดอกเบ้ยี ทบต้น จะต้องมหี น่วยเวลาเช่นเดยี วกบั งวดทค่ี ดิ ดอกเบย้ี ทบต้นเสมอ
4.3 เมอ่ื สน้ิ งวดสุดทา้ ยนนั้ เงนิ ต้นทบดอกเบ้ยี ในงวดนนั้ กค็ อื เงนิ รวมทผ่ี ู้กจู้ ะต้องชาระคนื แก่ผใู้ หก้ ู้
ดอกเบ้ยี ทบต้นทาไดโ้ ดยการนาดอกเบ้ยี ของแต่ละงวดมาบวกเขา้ ดว้ ยกนั หรอื อาจหาไดอ้ กี วธิ หี น่งึ โดยการนา
เงนิ ต้นเรมิ่ แรกมาหกั ออกไปจากจานวนเงนิ รวมเมอ่ื สน้ิ งวดสดุ ท้าย
5.ครใู ชเ้ ทคนคิ การสอนแบบการสาธติ แสดงวธิ หี าดอกเบ้ยี ทบต้นทจ่ี ะไดร้ บั เมอ่ื สน้ิ ปีท่ี 3 จากจานวนเงนิ ต้น
10,000 บาท และคดิ ดอกเบ้ยี ทบต้นในอตั รา 5%
ปีทห่ี น่งึ เงนิ ต้น 10,000 บาท
6.ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ การหาเงนิ รวมสาหรบั การคดิ ดอกเบย้ี ทบต้น ทาไดโ้ ดยใชส้ ตู ร
7.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะแสดงการคานวณหาดอกเบ้ยี ทบตน้ โดยใชส้ ตู รไดด้ งั น้ี
8.ครแู นะนาในการคานวณเพม่ิ เตมิ ดงั ต่อไปน้ี
9.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมเพอ่ื ฝึกทกั ษะ และทาแบบฝึกหดั
10.ครเู น้นการนาความรไู้ ปประกอบอาชพี อย่างมคี ุณธรรมไมเ่ บยี ดเบยี นผอู้ ่นื เชน่ ไมม่ พี ฤตกิ รรมทฉ่ี ้อโกง
โดยไมป่ ฏเิ สธความรบั ผดิ ชอบจนผบู้ รโิ ภคเกดิ ความเดอื ดรอ้ น เม่อื ผเู้ รยี นจบการศกึ ษาไปแลว้ และไปประกอบอาชพี
ผปู้ ระกอบการหรอื ลกู จา้ งกต็ าม ควรยดึ หลกั คณุ ธรรมตามเง่อื นไขแหง่ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์
11.สรปุ โดยครตู งั้ คาถาม ใหผ้ เู้ รยี นตอบ และการคานวณดอกเบย้ี ทบตน้ เป็นรายบุคคล
12.ผเู้ รยี นทากจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าคณติ ศาสตรธ์ ุรกจิ และบรกิ าร
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ , Power Point
5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6.ตวั อยา่ งการคานวณ
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
3 ตรวจกจิ กรรม
3. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. แบบประเมนิ กจิ กรรม
4. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผู้เรยี นร่วมกนั
ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไม่มชี ่องปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมจงึ จะถอื วา่ ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
ทบทวนบทเรยี นเพ่อื ฝึกทกั ษะการคานวณดอกเบย้ี ทบต้น
บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
ปัญหาท่ีพบ
.................................................................................................. ................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................... ...................
............................................................................................................... ...................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการท่ี 12 หน่วยที่ 5
รหสั วิชา 20000-1404 คณติ ศาสตรธ์ ุรกิจและบริการ 2-0-2 สอนครง้ั ที่ 12 (23-24)
ช่ือหน่วย/เร่ือง อสมการ จานวน 2 ช.ม.
แนวคิด
1 อสมการ เป็นประโยคสญั ลกั ษณ์ทแ่ี สดงความสมั พนั ธข์ องจานวนทใ่ี ชเ้ ครอ่ื งหมาย > (มากกว่า), < (น้อย
กว่า), ≥ (มากกว่าหรอื เทา่ กบั ), ≤ (น้อยกว่าหรอื เทา่ กบั ) และ ≠ (ไมเ่ ทา่ กบั )
2 อสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว เป็นอสมการทม่ี ตี วั แปรเดยี ว และเลขชก้ี าลงั ของตวั แปรเป็นหน่งึ
3 อสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร เป็นอสมการทม่ี ตี วั แปรสองตวั เลขชก้ี าลงั ของตวั แปรแต่ละตวั เป็นหน่งึ และไม่มี
การคณู ระหว่างตวั แปร
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.บอกความหมายของอสมการได้
2.เขยี นชว่ งต่างๆ ทก่ี าหนดใหใ้ นรปู ของเซตและกราฟได้
3.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
3.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
3.2 ความมวี นิ ยั
3.3 ความรบั ผดิ ชอบ
3.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
3.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
3.6 การประหยดั
3.7 ความสนใจใฝร่ ู้
3.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
3.9 ความรกั สามคั คี
3.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระดอกเบย้ี อสมการและความน่าจะ
เป็น
2 ประยกุ ต์ใชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระ ดอกเบย้ี อสมการและ
ความน่าจะเป็นไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และงานอาชพี
สมรรถนะรายหน่ วยวิ ชา
1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั อสมการ
2.ประยุกต์ใชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั อสมการไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และงานอาชพี
สาระการเรยี นรู้
1 ความหมายของอสมการ
2 เสน้ จานวนและช่วงเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น
1.ครใู ชเ้ ทคนคิ การสอนแบบซปิ ปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรเู้ ดมิ จากสปั ดาหท์ ผ่ี ่านมา
โดยดงึ ความรเู้ ดมิ ของผเู้ รยี นในเรอ่ื งทจ่ี ะเรยี น เพอ่ื ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นมคี วามพรอ้ มในการเช่อื มโยงความรใู้ หม่กบั ความรเู้ ดมิ
ของตน ผสู้ อนใชก้ ารสนทนาซกั ถามใหผ้ เู้ รยี นเลา่ ประสบการณ์เดมิ
2.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนากนั เกย่ี วกบั เครอ่ื งหมายสญั ลกั ษณ์ต่างทค่ี นุ้ เคย ดงั แสดงในรปู ซง่ึ เครอ่ื งหมายเหลา่ น้ี
เรยี กว่า “อสมการ”
ขนั้ สอน
3.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิคการสอนแบบ Demonstration Method การจดั การเรยี นรแู้ บบสาธติ และ
อธบิ ายความหมายของอสมการ ซง่ึ อสมการ (Ineguality) เป็นประโยคสญั ลกั ษณ์ทแ่ี สดงความสมั พนั ธข์ องจานวนทใ่ี ช้
เครอ่ื งหมาย >, <, ≥, ≤ และ ≠
ตวั แปร (Variable) เป็นตวั อกั ษรหรอื สญั ลกั ษณ์ทใ่ี ชแ้ ทนจานวนทไ่ี ม่ทราบค่า หรอื ต้องการหานิยมแทนตวั
แปรดว้ ยสญั ลกั ษณ์ a, b, c, …x, y, z
4.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะบอกวา่ เคร่อื งหมายใดเป็นอสมการ โดยครกู าหนดเคร่อื งหมายให้
5.ครใู ชเ้ ทคนิคการเรยี นแบบ Discussion Method การจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ รายการเทา่ กนั ของ
เสน้ จานวนและชว่ งเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว
6.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะเขยี นช่วงต่อไปน้ใี หอ้ ย่ใู นรปู ของเซต พรอ้ มทงั้ เขยี นกราฟของชว่ ง
7.ครใู ชเ้ ทคนิคการเรยี นแบบ Discussion Method การจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ รายการเทา่ กนั ของช่วง
สามารถเขยี นอย่ใู นรปู ของเซตไดด้ งั นนั้ เน่อื งจากการาเนนิ การของเซตทาไดห้ ลายวธิ ี คอื ยเู นียน, อนิ เตอรเ์ ซกชนั ,
คอมพลเี มนต์ และผลต่าง ดงั นนั้ เราสามารถเขยี นอย่ใู นรปู ช่วงได้
7.1 ยเู นียน (Union) ใชเ้ ครอ่ื งหมาย “∪” หมายถงึ สว่ นประกอบทร่ี วมกนั ทงั้ หมด
7.2 อนิเตอรเ์ ซกชนั (Intersection) ใชเ้ ครอ่งื หมาย “∩” หมายถงึ ส่วนทซ่ี ้าหรอื เหมอื นกนั เทา่ นนั้
7.3 คอมพลเี มนต์ (Complement) ใชเ้ คร่อื งหมาย “ ' ” ไดแ้ ก่ A' หมายถงึ ส่วนทไ่ี ม่ใชส้ มาชกิ ของ A 4 ผลตา่ ง
(Difference) ใชเ้ ครอ่ื งหมาย “ - ” ไดแ้ ก่ A-B หมายถงึ เป็นสมาชกิ ของ A แต่ไมอ่ ยู่ ในสมาชกิ ของ B
8.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะคานวณหา A∪B และ A∩B โดยกาหนด A = (-4, 4) และ B = [-5, 5]
9.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะโดยทากจิ กรรม และแบบฝึกหดั
10.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะโดยทากจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
11.ครเู น้นการทางานดว้ ยความละเอยี ดรอบคอบ มคี วามเพยี รพยายามในการนาความรู้ไปใชใ้ หป้ ระสบ
ความสาเรจ็ และมคี วามระมดั ระวงั อนั ตรายทอ่ี าจจะเกดิ ขน้ึ ไดใ้ นระหวา่ งการปฏบิ ตั หิ น้าท่ี หรอื หลงั จากปฏบิ ตั หิ น้าท่ี
ดว้ ยความรบั ผดิ ชอบ ซง่ึ เป็นการสรา้ งภูมคิ มุ้ กนั ท่ดี ใี นตวั เองตามแนวทางปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ดงั นนั้ ปรชั ญา
เศรษฐกจิ พอเพยี ง จงึ เป็นหลกั การดาเนินชวี ติ การทางาน การบรหิ าร การพฒั นา รวมถงึ การดาเนินกจิ กรรมในดา้ น
ต่างๆของมนุษย์ ทเ่ี น้นแนวทางสายกลางยดึ หลกั ความพอประมาณ ความมเี หตุผล และมภี มู คิ มุ้ กนั ทด่ี ี ภายใตเ้ งอ่ื นไข
ความรอบรู้ รอบคอบ ระมดั ระวงั และเงอ่ื นไขคุณธรรม ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ความเพยี ร ขยนั อดทน และการแบ่งปนั
ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์ใช้
10.ครแู ละสรปุ การเรยี นเน้อื หา โดยใหผ้ เู้ รยี นตอบคาถามของครู และสรุปสาระสาคญั อสมการ เป็น
ประโยคสญั ลกั ษณ์ทแ่ี สดงความสมั พนั ธข์ องจานวนทใ่ี ชเ้ คร่อื งหมาย > , < , ≥ , ≤ และ ≠ อสมการเชงิ เสน้ ตวั แปร
เดยี ว เป็นอสมการทม่ี ตี วั แปรเดยี วและเลขชก้ี าลงั ของตวั แปรเป็นหน่งึ
11.ผเู้ รยี นทากจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าคณิตศาสตรธ์ ุรกจิ และบรกิ าร
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.ส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส,์ Power Point
5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6.ตวั อยา่ งการคาวณ
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
3 ตรวจกจิ กรรม
4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอ่ื งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ
3. แบบประเมนิ กจิ กรรม
4. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผู้เรยี นร่วมกนั
ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมจงึ จะถอื วา่ ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
ฝึกทาทากจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
บนั ทึกหลงั การสอน
ข้อสรปุ หลงั การสอน
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
........................................................................................................ ..........................................
ปัญหาที่พบ
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
.............................................................................................................................................. ....
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการท่ี 13 หน่วยท่ี 5
รหสั วชิ า 20000-1404 คณติ ศาสตรธ์ ุรกิจและบริการ 2-0-2 สอนครง้ั ที่ 13 (25-26)
ชื่อหน่วย/เร่ือง อสมการ จานวน 2 ช.ม.
แนวคิด
1 อสมการ เป็นประโยคสญั ลกั ษณ์ทแ่ี สดงความสมั พนั ธข์ องจานวนทใ่ี ชเ้ ครอ่ื งหมาย > (มากกว่า), < (น้อย
กว่า), ≥ (มากกว่าหรอื เทา่ กบั ), ≤ (น้อยกว่าหรอื เทา่ กบั ) และ ≠ (ไมเ่ ทา่ กบั )
2 อสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว เป็นอสมการทม่ี ตี วั แปรเดยี ว และเลขชก้ี าลงั ของตวั แปรเป็นหน่งึ
3 อสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร เป็นอสมการทม่ี ตี วั แปรสองตวั เลขชก้ี าลงั ของตวั แปรแต่ละตวั เป็นหน่งึ และไม่มี
การคณู ระหว่างตวั แปร
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.หาเซตคาตอบของอสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี วได้
4.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง
4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
4.2 ความมวี นิ ยั
4.3 ความรบั ผดิ ชอบ
4.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
4.5 ความเช่อื มนั่ ในตนเอง
4.6 การประหยดั
4.7 ความสนใจใฝร่ ู้
4.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
4.9 ความรกั สามคั คี
4.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระดอกเบย้ี อสมการและความน่าจะ
เป็น
2 ประยกุ ต์ใชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระ ดอกเบย้ี อสมการและ
ความน่าจะเป็นไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และงานอาชพี
สมรรถนะรายหน่ วยวิ ชา
1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั อสมการ
2.ประยุกต์ใชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั อสมการไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และงานอาชพี
สาระการเรยี นรู้
3 อสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว
4 การแกอ้ สมการ
5 การนาสมบตั กิ ารไมเ่ ทา่ กนั ไปใชใ้ นการแกอ้ สมการ
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น
1.ครอู ภปิ รายวา่ อสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว คอื อสมการทม่ี ตี วั แปรเดยี วและเลขชก้ี าลงั ของตวั แปรเป็นหน่งึ
เชน่ 3x ≥ 15 2x + 3 ≠ 10 7x + 2 > 3x + 10
2.ครแู สดงสญั ลกั ษณ์ประกอบ เพอ่ื เช่อื มโยงเขา้ สเู่ น้อื หาต่อไป
ขนั้ สอน
3.ครใู ชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวธิ สี อนทน่ี า
อุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดมุ าชว่ ยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กล่าว ไดแ้ ก่ Power Point เพ่อื อธบิ าย
อสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว
4.ผเู้ รยี นพจิ ารณาอสมการต่อไปน้ี
1) 2x -3 > 10 เป็นอสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว
2) 2x +y > 0 ไม่เป็นอสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว เพราะมตี วั แปร 2 ตวั คอื x และ y
3) x2 ≠ 9 ไมเ่ ป็นอสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว เพราะตวั แปรเดยี วและเลขชก้ี าลงั ของ x ไมเ่ ทา่ กบั 1
5.ผเู้ รยี นพจิ ารณาแลว้ บอกว่าขอ้ ใดเป็นอสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว และเขยี นสญั ลกั ษณ์บอว่าเป็นอสมการ
เชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว
6.ผเู้ รยี นทากจิ กรรม และแบบฝึกหดั
7.ครใู ชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวธิ สี อนทน่ี า
อุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดุมาช่วยพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กล่าว ไดแ้ ก่ Power Point เพอ่ื
ประกอบการอธบิ ายการแกอ้ สมการ คอื การหาค่าของตวแั ปรในอสมการ แลว้ ทาใหอ้ สมการเป็นจรงิ ในการแกอ้ สมการ
เป็นการหาเซตคาตอบของอสมการ ในทน่ี ้จี าเป็นต้องใชส้ มบตั กิ ารไม่เทา่ กนั ของจานวนจรงิ
8.ครกู าหนดให้ a, b และ c เป็นจานวนจรงิ ใดๆ และใหผ้ เู้ รยี นคานวณหาสมบตั กิ ารถ่ายทอด
9.ผเู้ รยี นแสดงการคานวณหาสมบตั กิ ารบวดดว้ ยจานวนเท่ากนั
10.ผเู้ รยี นแสดงการคานวณหาสมบตั กิ ารคณู ดว้ ยจานวนเทา่ กนั
11.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะทากจิ กรรม และแบบฝึกหดั
12.ครเู น้นปฏบิ ตั ทิ าเกลยี วท่อโลหะหนาดว้ ยความระมดั ระวงั ในเร่อื งความปลอดภยั ระหว่างการทางานและ
การนาไปใช้ เพ่อื สรา้ งภมู ิค้มุ กนั ในตวั เอง และเสนอแนะการนาความรไู้ ปประกอบอาชพี เพ่อื สรา้ งรายไดใ้ หแ้ ก่ตนเอง
และครอบครวั ต่อไป
ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์
13.ผเู้ รยี นสรปุ เน้อื หา โดยครใู ชว้ ธิ สี ุ่มผเู้ รยี นทกุ คนตอบคาถามและอธบิ ายใหเ้ พ่อื นฟงั ทงั้ ชนั้ เรยี น พรอ้ มสรปุ
เน้อื หาอกี ครงั้
การแกอ้ สมการเป็นการหาค่าของตวั แปรในอสมการแลว้ ทาใหอ้ สมการเป็นจรงิ ซง่ึ ใชส้ มบตั กิ ารไม่เท่ากนั
14.ผเู้ รยี นทากจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
15.ประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ต่อไปน้ี
ชอ่ื ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ญั ญา วุฒภิ าวะ วธิ กี ารเรยี นรู้
1.
2.
3.
แบบประเมนิ ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้
ช่อื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าคณิตศาสตรธ์ รุ กจิ และบรกิ าร
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ , Power Point
5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6.ตวั อยา่ งการคานวณ
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
3 ตรวจกจิ กรรม
4. ตรวจกจิ กรรมใบงาน
5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอ่ื งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. แบบประเมนิ กจิ กรรม
4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี นรว่ มกนั
ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไม่มชี ่องปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมจงึ จะถอื ว่าผ่าน
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะกจิ กรรม แบบฝึกหดั และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
ปัญหาท่ีพบ
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
........................................................................................................ ..........................................
แนวทางแก้ปัญหา
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
.......................................................................................................................................... ........
.......................................................................................................................... ........................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการท่ี 14 หน่วยท่ี 5
รหสั วิชา 20000-1404 คณติ ศาสตรธ์ ุรกิจและบริการ 2-0-2 สอนครงั้ ที่ 14 (27-28)
ช่ือหน่วย/เร่ือง อสมการ จานวน 2 ช.ม.
แนวคิด
1 อสมการ เป็นประโยคสญั ลกั ษณ์ทแ่ี สดงความสมั พนั ธข์ องจานวนทใ่ี ชเ้ ครอ่ื งหมาย > (มากกว่า), < (น้อย
กว่า), ≥ (มากกว่าหรอื เทา่ กบั ), ≤ (น้อยกว่าหรอื เทา่ กบั ) และ ≠ (ไมเ่ ทา่ กบั )
2 อสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว เป็นอสมการทม่ี ตี วั แปรเดยี ว และเลขชก้ี าลงั ของตวั แปรเป็นหน่งึ
3 อสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร เป็นอสมการทม่ี ตี วั แปรสองตวั เลขชก้ี าลงั ของตวั แปรแต่ละตวั เป็นหน่งึ และไม่มี
การคณู ระหว่างตวั แปร
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
4.หาเซตคาตอบของอสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปรได้
5.เขยี นกราฟของระบบอสมการเชงิ เสน้ ได้
6.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง
6.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
6.2 ความมวี นิ ยั
6.3 ความรบั ผดิ ชอบ
6.4 ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
6.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
6.6 การประหยดั
6.7 ความสนใจใฝร่ ู้
6.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
6.9 ความรกั สามคั คี
6.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระดอกเบย้ี อสมการและความน่าจะ
เป็น
2 ประยุกต์ใชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระ ดอกเบย้ี อสมการและ
ความน่าจะเป็นไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และงานอาชพี
สมรรถนะรายหน่วยวิชา
1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั อสมการ
2.ประยุกต์ใชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั อสมการไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และงานอาชพี
สาระการเรียนรู้
6.อสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร
7 กราฟของระบบอสมการเชงิ เสน้
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น
1.ครใู ชเ้ ทคนิคการสอนแบบซปิ ปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรเู้ ดมิ จากสปั ดาหท์ ผ่ี ่านมา
โดยดงึ ความรเู้ ดมิ ของผเู้ รยี นในเรอ่ื งทจ่ี ะเรยี น เพอ่ื ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นมคี วามพรอ้ มในการเช่อื มโยงความรใู้ หมก่ บั ความรเู้ ดมิ
ของตน ผสู้ อนใชก้ ารสนทนาซกั ถามใหผ้ เู้ รยี นเลา่ ประสบการณ์เดมิ
2.ครแู ละผเู้ รยี นร่วมกนั อภปิ รายอสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร คอื อสมการทม่ี ตี วั แปรสองตวั เลขชก้ี าลงั ของตวั
แปรแต่ละตวั เป็นหน่งึ และไม่มกี ารคณู ระหว่างตวั แปร เชน่ 2x + y ≥ 7
y ≤x+1
x – 2y > 4
ขนั้ สอน
3.ครใู ชเ้ ทคนิคการอธบิ าย และสาธติ เร่อื งอสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร โดยใช้ PowerPoint ประกอบการเรยี น
การสอน โดยกราฟของอสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร คอื กราฟของค่อู นั ดบั หรอื กราฟของความสมั พนั ธท์ เ่ี ขยี นในระบบ
แกนมมุ ฉาก
หลกั การเขยี นกราฟของอสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปรใชห้ ลกั การเขยี นกราฟของสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร การ
เขยี นกราฟของสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร วธิ ที ส่ี ะดวกและรวดเรว็ คอื จุดทเ่ี สน้ ตรงตดั แกน x และจดุ ทเ่ี สน้ ตรงตดั แกน y
• หาจุดตดั บนแกน x นนั่ คอื y = 0
• หาจุดตดั บนแกน y นนั่ คอื x = 0
4.ผเู้ รยี นแสดงการเขยี นกราฟของอสมการ y ≤ x+ 1
5.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวธิ สี อน
ทน่ี าอุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดมุ าช่วยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กลา่ ว ไดแ้ ก่ Power Point เพอ่ื
อธบิ ายเร่อื งกราฟของระบบอสมการเชงิ เสน้ โดยพจิ ารณาอสมการเชงิ เสน้ มากกว่าหน่งึ อสมการพรอ้ มๆ กนั จะเรยี กว่า
ระบบอสมการเชงิ เสน้ คาตอบของระบบอสมการเชงิ เสน้ คอื ค่อู นั ดบั (x, y) ทส่ี อดคลอ้ งกบั อสมการ ทงั้ หมดของระบบ
อสมการ หรอื ค่อู นั ดบั (x, y) ทค่ี ่า x และคา่ y ทาใหอ้ สมการทงั้ หมดเป้นจรงิ เมอ่ื พจิ ารณาคาตอบของ ระบบอสมการ
เชงิ เสน้ จะแทนไดด้ ว้ ยบรเิ วณทซ่ี ่อนทบั กนั ของกราฟอสมการทงั้ หมดนนั่ เอง กราฟของระบบอสมการเชงิ เส้น
5.1 ใหเ้ ขยี นกราฟย่อยของระบบอสมการในระนาบเดยี วกนั
5.2 กราฟของระบบอสมการเกดิ จากกราฟของอสมการย่อยของระบบอสมการมา
6.ผเู้ รยี นเขยี นกราฟของระบบอสมการ x + y ≤ 5 และ 2x + y ≥ 2
7.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะทากจิ กรรม และแบบฝึกหดั
8.ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั แนวทางการประยกุ ตป์ รชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง จาเป็นต้องเรมิ่ จากจติ ใจ
เป็นพน้ื ฐาน เม่อื จติ ใจมคี วามพรอ้ ม จงึ เรมิ่ ลงมอื ทา โดยเรม่ิ จากการปรบั เปลย่ี นวธิ คี ดิ วธิ ที า
ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์
9.ผเู้ รยี นสรปุ เน้อื หา โดยการตอบคาถาม โดยอสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร เป็นอสมการทม่ี ตี วั แปรสองตวั เลข
ชก้ี าลงั ของตวั แปรแต่ละตวั เป็นหน่งึ และไม่มกี ารคณู ระหว่างตวั แปร
1) การเขยี นกราฟของอสมการเชงิ เส้นสองตวั แปร 1 เขยี นกราฟของสมการเชงิ เสน้ สองตวั แปร
2) กราฟแบ่งเป็นระนาบออก 2 สว่ น เลอื กจดุ ส่วนหน่งึ มาแทนในอสมการหากแทนค่าแลว้ อสมการ เป็น
จรงิ ใหแ้ รเงาส่วนนนั้ และหากอสมการไม่เป็นจรงิ ใหแ้ รเงาอกี ส่วนหน่งึ
10.ผเู้ รยี นทากจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
11.ประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ต่อไปน้ี
ชอ่ื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าคณิตศาสตรธ์ ุรกจิ และการบรกิ าร
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ , Power Point, รปู ภาพ
4.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5.ตวั อยา่ งการคานวณ
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
3 ตรวจกจิ กรรม
4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยมและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครื่องมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
3. แบบประเมนิ กจิ กรรม
4. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผู้เรยี นรว่ มกนั
ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมจงึ จะถอื วา่ ผ่าน
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรงุ
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ า่ น 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
ทบทวนบทเรยี น และฝึกทกั ษะการคานวณ
บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
ปัญหาที่พบ
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
........................................................................................................ ..........................................
............................................................................................................................. .....................
แนวทางแก้ปัญหา
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
.......................................................................................................................................... ........
.......................................................................................................................... ........................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................... .............
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการที่ 15 หน่วยท่ี 6
รหสั วชิ า 20000-1404 คณติ ศาสตรธ์ ุรกิจและบริการ 2-0-2 สอนครง้ั ที่ 15 (29-30)
ชื่อหน่วย/เร่อื ง ความน่าจะเป็นเบอื้ งต้น จานวน 2 ช.ม.
แนวคิด
กฎเกณฑเ์ บอ้ื งต้นเกย่ี วกบั การนบั เป็นการหาจานวนวธิ ขี องผลลพั ธข์ องสง่ิ ทเ่ี ราสนใจ
การทดลองสุ่ม คอื การทดลองทท่ี ราบผลลพั ธท์ อ่ี าจจะเกดิ ขน้ึ เป็นอะไรไดบ้ า้ ง แต่ไมส่ ามารถพยากรณ์ไดอ้ ย่าง
ถกู ต้องแน่นอนว่า ขณะทท่ี ดลองผลลพั ธท์ เ่ี กดิ ขน้ึ จะเป็นอะไร จากผลลพั ธท์ เ่ี ป็นไปไดท้ งั้ หมดจนกว่าจะสน้ิ สดุ การ
ทดลอง
แซมเปิลสเปซ คอื เซตของผลลพั ธท์ อ่ี าจจะเป็นไดท้ งั้ หมดทเ่ี กดิ จากการทดลองสุ่ม
เหตุการณ์ คอื เซตของผลลพั ธท์ เ่ี ราสนใจในการทดลองสุ่ม ซง่ึ เหตุการณ์จะเป็นสบั เซตของแซมเปิลสเปซ
ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ หมายถงึ โอกาสทเ่ี หตุการณ์หน่งึ ทเ่ี กดิ ขน้ึ โดยหาได้จากอตั ราส่วนของจานวน
สมาชกิ ของเหตุการณ์กบั จานวนสมาชกิ ทงั้ หมดของแซมเปิลสเปซ
กฎทส่ี าคญั บางประการของความน่าจะเป็น ซง่ึ ทาใหก้ ารคานวณความน่าจะเป็นง่ายขน้ึ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.หาจานวนวธิ ขี องเหตุการณ์โดยใชก้ ฎเกณฑเ์ บอ้ื งตน้ เกย่ี วกบั การนบั และแผนภาพตน้ ไมไ้ ด้
2.แกโ้ จทยป์ ญั หาโดยใชก้ ฎเกณฑเ์ บ้อื งตน้ เกย่ี วกบั การนบั ได้
3.บอกความหมายของการทดลองสมุ่ ปรภิ มู ติ วั อย่างและเหตุการณ์ได์
4.หาแซมเปิลสเปซของการทดลองสุ่มทก่ี าหนดใหไ้ ด้
5.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา สานกั งาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
5.2 ความมวี นิ ยั
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ
5.4 ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ
5.5 ความเช่อื มนั่ ในตนเอง
5.6 การประหยดั
5.7 ความสนใจใฝร่ ู้
5.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
5.9 ความรกั สามคั คี
5.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระดอกเบย้ี อสมการและความน่าจะ
เป็น
2 ประยกุ ต์ใชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระ ดอกเบย้ี อสมการและ
ความน่าจะเป็นไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และงานอาชพี
สมรรถนะรายหน่วย
1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั ความน่าจะเป็น
2 ประยุกตใ็ ชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั ความน่าจะเป็นไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และงานอาชพี
สาระการเรยี นรู้
1.กฎเกณฑเ์ บ้อื งต้นเกย่ี วกบั การนบั
2.การทดลองส่มุ
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น
1.ครแู ละผเู้ รยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ ในการนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง มาประยุกต์ใช้เพอ่ื
เน้นใหผ้ เู้ รยี นฝึกเร่อื งความระมดั ระวงั ความมภี มู คิ มุ้ กนั ทด่ี ใี นตวั เองและความรอบคอบ ความรบั ผดิ ชอบ ความอดทน
ความเพยี ร ความเออ้ื อาทรต่อเพอ่ื นรว่ มงาน เป็นตน้
2.ครใู ชเ้ ทคนคิ การสอนแบบซปิ ปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรเู้ ดมิ จากสปั ดาหท์ ่ี
ผา่ นมา โดยดงึ ความรเู้ ดมิ ของผเู้ รยี นในเรอ่ื งทจ่ี ะเรยี น เพ่อื ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นมคี วามพรอ้ มในการเชอ่ื มโยงความรใู้ หมก่ บั
ความรเู้ ดมิ ของตน ผสู้ อนใชก้ ารสนทนาซกั ถามใหผ้ เู้ รยี นเลา่ ประสบการณ์เดมิ
3.ครแู ละผเู้ รยี นร่วมกนั อภปิ รายเรอ่ื งการศกึ ษาเร่อื งความน่าจะเป็น ต้องอาศยั ความรเู้ กย่ี วกบั การนบั จานวน
ผลลพั ธท์ เ่ี ป็นไปไดข้ องสงิ่ ทเ่ี ราสนใจหรอื การทดลองแบบต่างๆ เชน่ ทดลองโยนเหรยี ญบาท 1 เหรยี ญ ผลลพั ธ์ทเ่ี ป็นไป
ไดม้ ี 2 กรณี คอื การทเ่ี หรยี ญหงายหวั หรอื หงายก้อย ทอดลกู เตา 1 ลกู ผลลพั ธท์ เ่ี ป็นไปได้มี 6 กรณี คอื การทลก่ี เู ตา
หงายแต้มใดแต้มหน่งึ คอื 1, 2, 3, 4, 5 หรอื 6 แตถ้าการทดลองซบั ซอ้ นขน้ึ เชน่ โยนเหรยี ญบาท 2 เหรยี ญพรอ้ มกนั
ทอดลกู เตา 2 ลกู พรอ้ มกนั การทจ่ี ะนบั จานวนผลลพั ธข์ องการทดลองโดยตรง มคี วามยุ่งยาก ในกรณีน้เี ราสามารถนา
เทคนคิ การนบั เบอ้ื งต้นมาใชใ้ นการหาจานวนผลลพั ธ์ของสงิ่ ทส่ี นใจได้
ขนั้ สอน
4.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็นวธิ สี อนทน่ี า
อุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดุมาช่วยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กล่าว ไดแ้ ก่ Power Point เพอ่ื อธบิ าย
และสาธติ กฎเกณฑเ์ บ้อื งต้นเกย่ี วกบั การนบั
5.ผเู้ รยี นแสดงการนบั ตามโจทย์ เช่น มเี สอ้ื อยู่ 4 ตวั และกระโปรง 3 ตวั สาหรบั สวมไปทางาน เธอจะสวมเสอ้ื
และกระโปรงไปทางานเป็นชุดต่างๆ กนั ไดท้ งั้ หมดกช่ี ุด
แสดงวธิ นี บั ไดด้ งั น้ี
6.ผเู้ รยี นแสดงการนบั ตามกฎท่ี 2 ดงั น้ี
สนามกาี แห่งหน่งึ มปี ระตูเขา้ ออกอยู่ 4 ประตู ถ้าเขา้ ประตูหน่งึ แลว้ ออกอกี ประตหู น่งึ ซง่ึ ไม่ใชป้ ระตูทเ่ี ขา้ มา จะมี
วธิ เี ขา้ และออกสนามกาี น้ไี ดท้ งั้ หมดกว่ี ธิ ี
อาจเขยี นแผนภาพต้นไมแ้ สดงได้ดงั น้ี
สมมุตใิ ห้ ป1 = ประตู 1, ป2 = ประตู 2, ป3 = ประตู 3 และ ป4 = ประตู 4
7.ผเู้ รยี นแสดงวธิ นี บั โดยการโยนเหรยี ญสบิ บาท 1 เหรยี ญ 3 ครงั้ พรอ้ มกนั ไดผ้ ลต่างๆ กนั ทงั้ หมดกว่ี ธิ ี
8.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบใชโ้ สตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) เป็น
วธิ สี อนทน่ี าอุปกรณ์โสตทศั น์วสั ดมุ าชว่ ยพฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุดงั กล่าว ไดแ้ ก่ Power Point
เพ่อื อธบิ าย และสาธติ การทดลองสุ่ม โดยการทดลองสุ่ม (a xp) คอื การทดลองทท่ี ราบผลลพั ธท์ อ่ี าจจะเกดิ ขน้ึ เป็นอะไร
ไดบ้ ้าง แต่ไม่สามารถพยากรณ์ไดอ้ ย่างถูกต้องแน่นอนว่าขณะทท่ี ดลองผลลพั ธท์ เ่ี กดิ ขน้ึ จะเป็นอะไร จากผลลพั ธท์ ่ี
เป็นไปไดทงั้ หมดจนกว่าจะสน้ิ สุดการทดลอง
9.ผเู้ รยี นแสดงวธิ กี ารทดลองสุ่มนบั เหรยี ญบาท
10.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมฝึกทกั ษะ และทาแบบฝึกหดั
ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์
11..ผเู้ รยี นทากจิ กรรม แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ และประเมนิ ตนเองจากแบบประเมนิ ตนเอ
12.ประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ต่อไปน้ี
ชอ่ื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าคณิตศาสตรธ์ ุรกจิ และบรกิ าร
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.ส่อื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ , Power Point
5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6.ตวั อย่างการคานวณ
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายช่อื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงา
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
3 ตรวจกจิ กรรม
4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอ่ื งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
3. แบบประเมนิ กจิ กรรม
4. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผู้เรยี นรว่ มกนั
ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมจงึ จะถอื ว่าผ่าน
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรงุ
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ า่ น 50%
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
ทากจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี น
บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
........................................................................................................ ..........................................
............................................................................................................................. .....................
ปัญหาที่พบ
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
........................................................................................................ ..........................................
............................................................................................................................. .....................
แนวทางแก้ปัญหา
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
........................................................................................................ ..........................................
............................................................................................................................. .....................
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการท่ี 16 หน่วยท่ี 6
รหสั วิชา 20000-1404 คณติ ศาสตรธ์ ุรกิจและบริการ 2-0-2 สอนครงั้ ที่ 16 (31-32)
ช่ือหน่วย/เรื่อง ความน่าจะเป็นเบอื้ งต้น จานวน 2 ช.ม.
แนวคิด
กฎเกณฑเ์ บ้อื งต้นเกย่ี วกบั การนบั เป็นการหาจานวนวธิ ขี องผลลพั ธข์ องสง่ิ ทเ่ี ราสนใจ
การทดลองสุ่ม คอื การทดลองทท่ี ราบผลลพั ธท์ อ่ี าจจะเกดิ ขน้ึ เป็นอะไรไดบ้ า้ ง แต่ไมส่ ามารถพยากรณ์ไดอ้ ย่าง
ถูกต้องแน่นอนว่า ขณะทท่ี ดลองผลลพั ธท์ เ่ี กดิ ขน้ึ จะเป็นอะไร จากผลลพั ธท์ เ่ี ป็นไปไดท้ งั้ หมดจนกว่าจะสน้ิ สดุ การ
ทดลอง
แซมเปิลสเปซ คอื เซตของผลลพั ธท์ อ่ี าจจะเป็นไดท้ งั้ หมดทเ่ี กดิ จากการทดลองสุ่ม
เหตุการณ์ คอื เซตของผลลพั ธท์ เ่ี ราสนใจในการทดลองสุ่ม ซง่ึ เหตุการณ์จะเป็นสบั เซตของแซมเปิลสเปซ
ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ หมายถงึ โอกาสทเ่ี หตกุ ารณ์หน่งึ ทเ่ี กดิ ขน้ึ โดยหาได้จากอตั ราส่วนของจานวน
สมาชกิ ของเหตุการณ์กบั จานวนสมาชกิ ทงั้ หมดของแซมเปิลสเปซ
กฎทส่ี าคญั บางประการของความน่าจะเป็น ซง่ึ ทาใหก้ ารคานวณความน่าจะเป็นง่ายขน้ึ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
4.หาแซมเปิลสเปซของการทดลองสมุ่ ทก่ี าหนดใหไ้ ด้
5.หาเหตุการณ์ทส่ี นใจซง่ึ เป็นสบั เซตของแซมเปิลสเปซได้
6.หายเู นียน อนิ เตอรเ์ ซกชนั คอมพลเี มนตแ์ ละผลต่างของเหตุการณ์ได้
7.คานวณความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ทก่ี าหนดให้ได้
8.บอกสมบตั ขิ องความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ได้
9.แกโ้ จทยป์ ญั หาโดยใชก้ ฎและสมบตั บิ างประการของความนาจะเป็นได้
10.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา สานกั งาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง
10.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
10.2 ความมวี นิ ยั
10.3 ความรบั ผดิ ชอบ
10.4 ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
10.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
10.6 การประหยดั
10.7 ความสนใจใฝร่ ู้
10.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
10.9 ความรกั สามคั คี
10.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระดอกเบย้ี อสมการและความน่าจะ
เป็น
2 ประยุกต์ใชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระ ดอกเบย้ี อสมการและ
ความน่าจะเป็นไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และงานอาชพี
สมรรถนะรายหน่วย
1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั ความน่าจะเป็น
2 ประยุกตใ็ ชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั ความน่าจะเป็นไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และงานอาชพี
สาระการเรยี นรู้
3.แซมเปิลสเปซ
4.ความน่าจะเป็นเบอ้ื งตน้
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน
1.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนาวา่ ปรภิ ูมติ วั อย่างหรอื แซมเปิลสเปซ (ap pac) คอื เซตทม่ี สี มาชกิ เป็นผลลพั ธท์ อ่ี าจจะ
เป็นไปได้ทงั้ หมด ทเ่ี กดิ จากการทดลองสุ่ม โดยแต่ละสมาชกิ ของปรภิ ูมติ วั อย่างหรอื ผลการทดลองเรยี กว่าจุด ตวั อย่าง
(ap p หรอื c) ใชส้ ญั ลกั ษณ์แทนปรภิ ูมติ วั อย่างหรอื แซมเปิลสเปซและ () แทนจานวนสมาชกิ ของปรภิ มู ติ วั อย่างหรอื แซม
เปิลสเปซ
2.ครแู สดงสญั ลกั ษณ์ประกอบการอภปิ ราย
ขนั้ สอน
3.ครใู ชเ้ ทคนคิ การสอนแบบ Lecture Method การจดั การเรยี นรแู้ บบบรรยาย คอื กระบวนการเรยี นรทู้ ผ่ี สู้ อน
เป็นผถู้ ่ายทอดความรใู้ หแ้ ก่ผเู้ รยี นโดยพดู บอกเลา่ อธบิ ายและสาธติ เรอ่ื งแซมเปิลสเปซ
4.ครแู ละผเู้ รยี นแสดงตวั อยา่ งหาแซมเปิลสเปซของการทดลองสุ่มต่อไปน้ี
1) การโยนเหรยี ญบาท 1 เหรยี ญ 1 ครงั้ ให้ แทนหวั และแทนกอ้ ย ดงั นนั้ = {, } ; () = 2
5.ผเู้ รยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดง้ น้ี
กลอ่ งใบหน่งึ มลี กู ปิงปอง สขี าว, สสี ม้ และสแี ดงอย่างละ 1 ลกู ทุกลกู มขี นาดเท่ากนั ใหเ้ ขยี น
แซมเปิลสเปซจากการทดลองสุ่ม โดยสนใจสขี องลกู ปิงปอง
1) สุ่มหยบิ ลกู ปิงปอง 1 ลกู
2) สุ่มหยบิ ลกู ปิงปอง 2 ลกู พรอ้ มกนั
3) สุ่มหยบิ ลกู ปิงปอง 2 ลกู ทลี ะลกู โดยหยบิ ลกู ปิงปองขน้ึ มา 1 ลกู วางไวน้ อกกลอ่ ง แลว้ จงึ หยบิ ขน้ึ มาใหม่อกี
1 ลกู
4) สุ่มหยบิ ลกู ปิงปอง 2 ลกู ทลี ะลกู โดยหยบิ ลกู ปิงปองลกู แรกดูแลว้ แลว้ ใส่คนื ในกล่องก่อน แลว้ จงึ หยบิ ขน้ึ มา
ใหมอ่ กี 1 ลกู
5.ครแู ละผเู้ รยี นอธบิ าย โดยใชส้ ่อื PowerPoint เร่อื งเหตุการณ์ คอื เซตของผลลพั ธท์ เ่ี ราสนใจจากการทดลอง
สุ่ม โดยเหตุการณ์จะเป็นสบั เซตของปรภิ มู ติ วั อย่างหรอื แซมเปิลสเปซ นยิ มใชภ้ าษาองั กษตวั พมิ พใ์ หญ่ เชน่ A,
B, , , , … แทนเหตุการณ์
6.ผเู้ รยี นทดลองทอดลกู เต๋า 1 ลกู 1 ครงั้ โดยคานวณหาดงั น้ี
6.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะเพอ่ื คานวณหาเหตุการณ์ต่างๆ
7.ครแู ละผเู้ รยี นใช้ Powrer Point เพอ่ื อธบิ ายการคานวณเหตุการณ์ต่างๆ
8.ผเู้ รยี นทากจิ กรรม และแบบฝึกหดั
9.ครแู ละผเู้ รยี นช่วยกนั อธบิ ายความน่าจะเป็นเบ้อื งตน้ โดยความน่าจะเป็นของเหตุการณ์หมายถงึ ตวั เลขทใ่ี ช้
บอกโอกาสทจ่ี ะเกดิ เหตุการณ์นนั้ ๆ มากหรอื น้อยเพยี งใด โดยทวั่ ไปนยิ มเขยี นค่าความน่าจะเป็นในรปู เศษส่วนหรอื
ทศนิยม ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์หาไดจ้ ากอตั ราส่วนของจานวนสมาชกิ ของเหตุการณ์กบั จานวนสมาชกิ ทงั้ หมด
ของแซมเปิลสเปซ
10.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะโดยการหาความน่าจะเป็นตามเหตุการณ์ต่างๆ
11.ผเู้ รยี นทากจิ กรรม และแบบฝึกหดั
12.ผเู้ รยี นทากจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
13.ครเู น้นใหผ้ เู้ รยี นใหป้ ฏบิ ตั งิ านดว้ ยความความระมดั ระวงั เพ่อื เป็นการสร้างภมู ิค้มุ กนั ที่ดีในตวั เอง
ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์
14.ครแู ละผเู้ รยี นร่วมกนั สรปุ เน้อื หา โดยการหาแซมเปิลสเปซ และความน่าจะเป็นเบอ้ื งต้น
15.ผเู้ รยี นทากจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าคณิตศาสตรธ์ ุรกจิ และบรกิ าร
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ ,VDO และ Power Point
5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6.ตวั อย่างการคานวณ
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายช่อื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
3 ตรวจกจิ กรรม
4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เคร่อื งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ
3. แบบประเมนิ กจิ กรรม
4. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผูเ้ รยี นร่วมกนั
ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี อ่ งปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมจงึ จะถอื วา่ ผ่าน
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรงุ
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
ทากจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
........................................................................................................ ..........................................
ปัญหาที่พบ
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
........................................................................................................ ..........................................
แนวทางแก้ปัญหา
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
.......................................................................................................................................... ........
.......................................................................................................................... ........................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการท่ี 17 หน่วยที่ 6
รหสั วชิ า 20000-1404 คณติ ศาสตรธ์ ุรกิจและบริการ 2-0-2 สอนครง้ั ท่ี 17 (33-34)
ช่ือหน่วย/เร่ือง ความน่าจะเป็นเบอื้ งต้น จานวน 2 ช.ม.
แนวคิด
กฎเกณฑเ์ บ้อื งต้นเกย่ี วกบั การนบั เป็นการหาจานวนวธิ ขี องผลลพั ธข์ องสง่ิ ทเ่ี ราสนใจ
การทดลองสุ่ม คอื การทดลองทท่ี ราบผลลพั ธท์ อ่ี าจจะเกดิ ขน้ึ เป็นอะไรไดบ้ า้ ง แต่ไมส่ ามารถพยากรณ์ไดอ้ ย่าง
ถกู ต้องแน่นอนว่า ขณะทท่ี ดลองผลลพั ธท์ เ่ี กดิ ขน้ึ จะเป็นอะไร จากผลลพั ธท์ เ่ี ป็นไปไดท้ งั้ หมดจนกว่าจะสน้ิ สดุ การ
ทดลอง
แซมเปิลสเปซ คอื เซตของผลลพั ธท์ อ่ี าจจะเป็นไดท้ งั้ หมดทเ่ี กดิ จากการทดลองสุ่ม
เหตุการณ์ คอื เซตของผลลพั ธท์ เ่ี ราสนใจในการทดลองสุ่ม ซง่ึ เหตุการณ์จะเป็นสบั เซตของแซมเปิลสเปซ
ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ หมายถงึ โอกาสทเ่ี หตุการณ์หน่งึ ทเ่ี กดิ ขน้ึ โดยหาไดจ้ ากอตั ราส่วนของจานวน
สมาชกิ ของเหตุการณ์กบั จานวนสมาชกิ ทงั้ หมดของแซมเปิลสเปซ
กฎทส่ี าคญั บางประการของความน่าจะเป็น ซง่ึ ทาใหก้ ารคานวณความน่าจะเป็นง่ายขน้ึ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
5.หาเหตุการณ์ทส่ี นใจซง่ึ เป็นสบั เซตของแซมเปิลสเปซได้
6.หายเู นียน อนิ เตอรเ์ ซกชนั คอมพลเี มนตแ์ ละผลต่างของเหตุการณ์ได้
7.คานวณความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ทก่ี าหนดให้ได้
8.บอกสมบตั ขิ องความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ได้
9.แกโ้ จทยป์ ญั หาโดยใชก้ ฎและสมบตั บิ างประการของความนาจะเป็นได้
10.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา สานกั งาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตได้ขณะทาการสอนในเรอ่ื ง
10.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
10.2 ความมวี นิ ยั
10.3 ความรบั ผดิ ชอบ
10.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
10.5 ความเช่อื มนั่ ในตนเอง
10.6 การประหยดั
10.7 ความสนใจใฝร่ ู้
10.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
10.9 ความรกั สามคั คี
10.10 ความกตญั ญูกตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระดอกเบย้ี อสมการและความน่าจะ
เป็น
2 ประยกุ ต์ใชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั รอ้ ยละ การตงั้ ราคาขายการซอ้ื ขายในระบบผ่อนชาระ ดอกเบย้ี อสมการและ
ความน่าจะเป็นไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และงานอาชพี
สมรรถนะรายหน่วย
1 แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั ความน่าจะเป็น
2 ประยกุ ตใ็ ชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั ความน่าจะเป็นไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และงานอาชพี
สาระการเรียนรู้
5.ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์
6.กฎทส่ี าคญั บางประการของความน่าจะเป็น
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น
1.ครกู ลา่ วว่าความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ หมายถงึ ตวั เลขทใ่ี ชบ้ อกโอกาสทจ่ี ะเกดิ เหตุการณ์นนั้ ๆ ว่ามาก
หรอื น้อยเพยี งใด โดยทวั่ ไปนิยมเขยี นค่าความน่าจะเป็นในรปู เศษส่วนหรอื ทศนยิ ม
2.ครแู นะนาใหผ้ เู้ รยี นทบทวนบทเรยี นสาหรบั เตรยี มสอบปลายภาค
ขนั้ สอน
3.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ กี ารจดั การเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) คอื กระบวนการทผ่ี สู้ อนมุ่งใหผ้ เู้ รยี นมี
โอกาสสนทนาแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ หรอื ระดมความคดิ โดยมจี ุดมงุ่ หมายเพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นเขา้ ใจเน้อื หาความน่าจะเป็น
ของเหตุการณ์
4.ผเู้ รยี นหาความน่าจะเป็นของกลอ่ งใบหน่งึ ใส่รายชอ่ื นกั เรยี นชาย 12 คน นกั เรยี นหญงิ 28 คน จงหาความ
น่าจะเป็นในการทจ่ี บั สลากใบแรกได้ 1) นักเรยี นชาย 2) นกั เรยี นหญงิ
5.ผเู้ รยี นหาความน่าจะเป็นของเหตุการณ์จากการสุ่มหยบิ ไพ่ 1 ใบ จากไพ่หน่งึ สารบั ทม่ี ี 52 ใบ จงหาความ
น่าจะเป็นของเหตุการณ์ทห่ี ยบิ ไดไ้ พ่
1) สแี ดง
2) ข่าวหลามตดั
3) แต้ม
4) แต้ม 2 หรอื 9
6.ผเู้ รยี นหาความน่าจะเป็น จากโรงงานผลติ กระเปาถอื แห่งหน่งึ ไดต้ รวจสอบกระเปาถอื ทผ่ี ลติ ในวนั หน่งึ
พบว่ามกี ระเปา ถอื ไม่ผ่านมาตรฐานอยู่ 358 ใบ จากกระเป๋ าถอื ทผ่ี ลติ ได้ 10,000 ใบ จงหาความน่าจะเป็นทจ่ี ะพบ
กระเป๋ าถอื ไม่ผา่ นมาตรฐาน
7.ครอู ธบิ ายและแสดงการสาธติ ตวั อยา่ งสมบตั ขิ องความน่าจะเป็น สมบตั ขิ องความน่าจะเป็นทส่ี าคญั มดี งั น้ี
ใหเ้ ป็นเหตุการณ์ใดๆ และเป็นแซมเปิลสเปซ สมบตั ทิ เ่ี กย่ี วกบั ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์มดี งั ต่อไปน้ี
8.ผเู้ รยี นหาความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ในการทอดลกู เตา 2 ลกู พรอ้ มกนั 1 ครงั้ จงหาความน่าจะเป็นของ
เหตุการณ์ท่ี
1) ผลบวกของแต้มบนลกู เต๋าทงั้ สองลกู รวมกนั ไม่น้อยกว่า 9
2) ผลบวกของแต้มบนลกู เตาทงั้ สองลกู หารดว้ ย 6 ลงตวั
3) ผลบวกของแต้มบนลกู เตาทงั้ สองลกู รวมกนั เป็น 13
9.ผเู้ รยี นหาความน่าจะเป็นของเหตุการณว์ า่ ถ้าสมมตคิ รอบครวั หน่ึงทม่ี บี ุตรสองคน จงหาความน่าจะเป็นของ
เหตุการณ์ทค่ี รอบครวั นนั้
1) มบี ุตรเป็นหญงิ อย่างน้อย 1 คน
2) มบี ุตรชาย 1 คน และบุตรหญงิ 1 คน
3) ไม่มบี ุตรหญงิ เลย
4) มบี ุตรชาย 3 คน
10.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมฝึกทกั ษะ และทาแบบฝึกหดั
11.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนคิ แบบ Demonstration Method การจดั การเรยี นรแู้ บบสาธติ โดยการเปิดสอ่ื
PowerPoint ประกอบการเรยี นการสอนเร่อื งกฎทส่ี าคญั บางประการของความน่าจะเป็น
12.ผเู้ รยี นหาความน่าจะเป็น ในการสุ่มเลอื กจานวนเตม็ มา 1 จานวน จากจานวนเตม็ ตงั้ แต่ 0 ถงึ 19 จงหา
ความน่าจะเป็นทส่ี ุ่มไดเ้ ลขจานวนเตม็ เป็นเลขค่ี หรอื หารดว้ ย 3 ลงตวั
13.ครแู ละผเู้ รยี นใชเ้ ทคนิคแบบ Demonstration Method การจดั การเรยี นรแู้ บบสาธติ โดยการเปิดสอ่ื
PowerPoint ประกอบการเรยี นการสอนการหาความน่าจะเป็นจากตวั อย่าง
14.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะการหาความน่าจะเป็นจากกจิ กรรม และแบบฝึกหดั
15.ผเู้ รยี นทาแบบฝึกหดั
ขนั้ สรปุ และการประเมินผล
16.ผเู้ รยี นสรุปเน้อื หา โดยวธิ ถี าม–ตอบและซกั ถามขอ้ สงสยั เรอ่ื งกฎเกณฑเ์ บ้อื งต้นเกย่ี วกบั การนบั
17.ครแู ละผเู้ รยี นสรปุ การสมุ่ คอื การทดลองทท่ี ราบผลลพั ธท์ อ่ี าจจะเกดิ ขน้ึ เป็นอะไรไดบ้ ้าง แต่ไม่สามารถ พยากรณ์
ไดอ้ ย่างถูกต้องแน่นอนว่าขณะทท่ี ดลอง ผลลพั ธท์ เ่ี กดิ ขน้ึ จะเป็นอะไรจากผลลพั ธท์ เ่ี ป็นไปไดเทงั้ หมดจนกว่าจะสน้ิ สดุ การ
ทดลอง
18.ครแู ละผเู้ รยี นสรุปปรภมู ติ วั อย่างหรอื แซมเปิลสเปซ คอื เซตทม่ี สี มาชกิ เป็นผลลพั ธท์ อ่ี าจจะเป็นไดท้ งั้ หมดทเ่ี กดิ
จากการทดลองสุ่ม ใชส้ ญั ลกั ษณ์แทนปรภิ มู ติ วั อย่างหรอื แซมเปิลสเปซคอื เซตของผลลพั ธท์ เ่ี ราสนใจอยากจะใหเ้ กดิ จากการ
ทดลองสุ่มเหตุการณ์ โดยจะเป็นสบั เซตของแซมเบลิ สเปซนยิ มใชแ้ ทนเหตุการณ์ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ใดๆ
19.ครแู ละผเู้ รยี นสรปุ กฎทส่ี าคญั บางประการของความน่าจะเป็น
20.ผเู้ รยี นทากจิ กรรม และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าคณิตศาสตรธ์ ุรกจิ และบรกิ าร
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ , VDO, และ Power Pint
5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6.ตวั อย่างการคานวณ
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายช่อื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
3 ตรวจกจิ กรรม
4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เคร่อื งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
3. แบบประเมนิ กจิ กรรม
4. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผู้เรยี นร่วมกนั
ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตอบคาถามในกจิ กรรมจงึ จะถอื วา่ ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรงุ
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ า่ น 50%
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
ทบทวนการหาคาตอบของความน่าจะเป็น และฝึกทกั ษะการหาความน่าจะเป็นจากกจิ กรรม แบบฝึกหดั และ
แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
บนั ทึกหลงั การสอน
ข้อสรปุ หลงั การสอน
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
ปัญหาที่พบ
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
.............................................................................................................................................. ....
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
แนวทางแก้ปัญหา
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................