The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรียนบ้านทวดเหนือ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ch.phatsara, 2022-09-14 09:55:55

รายงานการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกล ผ่านดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรียนบ้านทวดเหนือ

รายงานการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรียนบ้านทวดเหนือ

Keywords: DLTV

รายงานการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาทางไกล
ผ่านดาวเทยี ม (DLTV) ของโรงเรยี นบ้านทวดเหนือ

สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1

ภัสรา ชเู สน
ผู้อานวยการสถานศกึ ษา วิทยฐานะชานาญการ

โรงเรยี นบ้านทวดเหนือ
สานักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครศรีธรรมราช เขต 1

สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ปีการศึกษา 2563



ช่ือผลงาน : การประเมนิ โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม

(DLTV) ของโรงเรยี นบา้ นทวดเหนอื

ลกั ษณะผลงาน : การประเมนิ โครงการเกี่ยวกับการปฏบิ ัตงิ านในหน้าท่ี

ผ้ปู ระเมิน : นางภัสรา ชเู สน ผอู้ านวยการโรงเรียนบ้านทวดเหนือ

สังกัดสานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษานครศรธี รรมราช

เขต 1

ปีการศกึ ษา : 2563

บทคดั ย่อ

การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรียน
บา้ นทวดเหนือ มวี ตั ถุประสงค์ 1) เพ่ือประเมินด้านบริบทของโครงการ 2) ประเมินด้านปัจจัยนาเข้า
ของโครงการ 3) ประเมินด้านกระบวนการดาเนินโครงการ และ 4) ประเมินด้านผลผลิตของ
โครงการในด้าน 4.1) ความสาเร็จของโครงการโดยภาพรวม 4.2) ความสาเร็จตามกิจกรรมของ
โครงการ และ 4.3) ความพึงพอใจของครู ผู้ปกครองและนักเรียน การประเมินใช้รูปแบบ
การประเมินแบบซิปป์ (CIPP Model) ประชากร ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จานวน 1 คน คณะครู
และบุคลากร จานวน 5 คน คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน จานวน 7 คน ผู้ปกครองนักเรียน
จานวน 24 คน นกั เรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4-6 จานวน 8 คน รวมท้ังสิ้นจานวน 45 คน เคร่ืองมือ
ที่ใช้ในการประเมินโครงการ ประกอบด้วยแบบสอบถาม 7 ฉบับ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้

แบบสอบถาม มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scale) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย (µ)

และค่าเบย่ี งเบนมาตรฐาน (σ) โดยใช้โปรแกรมคอมพวิ เตอร์สาเรจ็ รูป ผลการประเมินสรปุ ได้ ดงั นี้

ผลการประเมนิ

1. ผลการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
ของโรงเรียนบ้านทวดเหนอื ดา้ นบริบท อย่ใู นระดับมาก

2. ผลการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
ของโรงเรียนบา้ นทวดเหนอื ดา้ นปัจจัย อยู่ในระดบั มาก

3. ผลการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
ของโรงเรียนบ้านทวดเหนอื ด้านกระบวนการ อยู่ในระดับมาก



4. ผลการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
ของโรงเรียนบ้านทวดเหนอื ดา้ นผลผลิต

4.1 ผลการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
ของโรงเรียนบ้านทวดเหนือ ดา้ นผลสาเร็จโดยภาพรวมของโครงการ อยู่ในระดับมาก

4.2 ผลการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
ของโรงเรยี นบ้านทวดเหนือ ดา้ นความสาเรจ็ ของกิจกรรมโดยภาพรวมของโครงการ อยู่ในระดบั มาก

4.3 ผลการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
ของโรงเรียนบ้านทวดเหนือ ด้านความพึงพอใจของครู คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานและ
ผ้ปู กครองนกั เรยี นโดยภาพรวมของโครงการ อยใู่ นระดบั มาก

4.4 ผลการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
ของโรงเรยี นบา้ นทวดเหนอื ดา้ นความพงึ พอใจของนกั เรยี นโดยภาพรวมของโครงการ อยู่ในระดับมาก



กิตติกรรมประกาศ

รายงานการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
ของโรงเรยี นบา้ นทวดเหนือ อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 ฉบับนี้ได้สาเร็จลุล่วงเป็นอย่างดีโดยได้รับความช่วยเหลือจาก
นายวิรัตน์ บัวขาว อดีตผู้อานวยการเช่ียวชาญ และคณะฯ ท่ีได้บรรยายให้ความรู้สาหรับการจัดทา
ผลงานประเภทประเมินโครงการ ได้ให้ข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารโครงการ
ตามภาระหน้าทใี่ ห้ประสบความสาเรจ็ ผ้ปู ระเมนิ โครงการตอ้ งขอขอบคณุ มา ณ โอกาสน้ี

ขอขอบพระคุณผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สละเวลาเป็นผู้เช่ียวชาญในการพิจารณา และตรวจสอบ
เครื่องมอื รวมท้งั ใหค้ าแนะนาและข้อเสนอแนะท่ีมีค่าและเกิดประโยชน์ตอ่ การประเมินโครงการ

ขอขอบคุณ คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
ผู้ปกครองนักเรียน นักเรียนและผู้มีส่วนเก่ียวข้องทุกท่านของโรงเรียนบ้านทวดเหนือ ท่ีได้ให้
ความร่วมมือและร่วมแสดงความคิดเหน็ ในการดาเนนิ การครั้งนี้

ขอขอบพระคุณ ครู อาจารย์ และผู้มีพระคุณทุกท่าน ที่ได้ประสิทธ์ิประสาทวิชาความรู้
วางรากฐานการศึกษาที่มั่นคงทาให้เกิดปัญญาอันย่ิงใหญ่ สามารถทางานได้สาเร็จและดารงตน
ได้เป็นอย่างดี

ขอขอบคณุ พี่ๆ น้องๆ หลานๆ และเพ่ือนๆ ทุกคนที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนช่วยเหลือ
และเปน็ กาลงั ใจอยา่ งสงู สดุ แกผ่ ้ปู ระเมนิ

คุณค่าและประโยชน์ที่พึงมีแก่วงการศึกษาในครั้งนี้ ขอมอบเพ่ือบูชาแด่คุณบิดา มารดา
ตลอดจนครู อาจารยท์ กุ ทา่ น ที่ไดอ้ บรมสงั่ สอนผูร้ ายงานมาต้ังแต่ต้นจนถงึ ปัจจุบนั น้ี

ภัสรา ชูเสน
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านทวดเหนอื



สารบัญ

หน้า
บทคัดย่อ............................................................................................................................... ก
กติ ตกิ รรมประกาศ................................................................................................................ ค
สารบญั ....................................................................................................................... .......... จ
สารบัญตาราง....................................................................................................................... ซ
สารบญั แผนภมู .ิ .................................................................................................................... ฌ
บทท่ี 1 บทนา....................................................................................................................... 1

ความเป็นมาและความสาคญั ของปญั หา.................................................................. 1
วัตถปุ ระสงค์ของการประเมิน.................................................................................. 4
ขอบเขตของการประเมินโครงการ............................................................................ 5
นยิ ามศัพทเ์ ฉพาะ...................................................................................................... 5
ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะไดร้ บั ...................................................................................... 6
บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ัยที่เก่ยี วข้อง................................................................................ 7
โครงการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV) ของโรงเรียน
บา้ นทวดเหนอื ......................................................................................................... 7
เอกสารเกีย่ วกบั การประเมินโครงการ..................................................................... 11

ความหมายของการประเมิน............................................................................. 11
ความหมายของโครงการ.................................................................................. 11
ความหมายของการประเมนิ ผลโครงการ.......................................................... 12
ความสาคญั และประโยชน์ของการประเมินโครงการ........................................ 12
วัตถปุ ระสงค์ของการประเมนิ โครงการ............................................................. 15
รูปแบบของการประเมินโครงการ..................................................................... 18
เอกสารเก่ียวกับการจัดการศึกษาทางไกล................................................................. 25
ความหมายของการจัดการศึกษาทางไกล......................................................... 25
ลกั ษณะสาคญั ของการศึกษาทางไกล............................................................... 25
ระบบการศกึ ษาทางไกล................................................................................... 29
เอกสารเกี่ยวกับการจดั การศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม.......................................... 30
ความเป็นมาของการจดั การศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทียม................................. 30
หลักการของศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทียม........................................................ 32
มาตรฐานการจดั การศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม............................................ 32



สารบญั (ต่อ)

หน้า

แนวทางดาเนนิ การจัดการเรยี นการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม....................... 33
การดาเนนิ การจดั การเรียนการสอนทางไกลผา่ นดาวเทยี ม.............................. 36
กระบวนการจัดการเรยี นการสอนทางไกลผา่ นดาวเทยี ม................................. 38
องค์ประกอบท่ีมผี ลตอ่ การสอนทางไกลผ่านดาวเทยี ม..................................... 38
การจดั การศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี มในระบบโรงเรียน................................ 39
บทบาทผู้บรหิ าร.............................................................................................. 41
บทบาทของครผู ู้สอนด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทยี ม.................................... 42
เอกสารเกี่ยวกับความพงึ พอใจ................................................................................. 45
ความหมายของความพึงพอใจ....................................................................... 45
การวัดความพึงพอใจ..................................................................................... 46
งานวจิ ยั ท่ีเกยี่ วข้อง................................................................................................... 47
บทที่ 3 วิธดี าเนนิ การประเมนิ โครงการ................................................................................. 52
รปู แบบการประเมนิ โครงการ................................................................................... 52
ประชากร................................................................................................................. 53
เครอ่ื งมอื ที่ใช้ในการประเมินโครงการ...................................................................... 53
วิธสี รา้ งและหาคณุ ภาพเครือ่ งมือ............................................................................. 54
การเกบ็ รวบรวมข้อมลู ............................................................................................. 55
การวิเคราะห์ข้อมูล.................................................................................................. 55
สถิติทใี่ ช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล................................................................................. 56
บทที่ 4 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล............................................................................................... 58
สัญลกั ษณท์ ี่ใช้ในการวเิ คราะห์ขอ้ มูล........................................................................ 58
ลาดับขัน้ ในการวเิ คราะห์ข้อมูล................................................................................. 58
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู .............................................................................................. 59
บทท่ี 5 สรุป อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ.......................................................................... 69
วัตถปุ ระสงค์ของการประเมิน................................................................................... 69
วธิ ีการประเมนิ โครงการ........................................................................................... 69
วิธีสร้างและหาคุณภาพเครอื่ งมือ............................................................................. 70
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล............................................................................................. 71



สารบญั (ต่อ)

หน้า

การวเิ คราะหผ์ ลการประเมนิ โครงการ……..................................................... 72
สรุปผลการประเมนิ โครงการ......................................................................... 72
อภปิ รายผล.................................................................................................... 76
ข้อเสนอแนะจากการประเมิน........................................................................ 79
บรรณานกุ รม.......................................................................................................................... 81
ภาคผนวก............................................................................................................................... 86
ก โครงการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม (DLTV) ของนักเรยี น
โรงเรยี นบ้านทวดเหนอื ......................................................................................... 87
ข รายนามผู้เชี่ยวชาญ............................................................................................... 92
ค หนงั สือขอความอนเุ คราะห์ผเู้ ชี่ยวชาญ................................................................. 94
ง แบบประเมนิ ความสอดคล้องของแบบสอบถาม.................................................... 100
จ แบบสอบถามการประเมนิ โครงการ...................................................................... 111
ฉ หนังสอื การเผยแพรผ่ ลงานทางวชิ าการ................................................................ 128
ช หนงั สอื ตอบรบั การเผยแพร่ผลงานทางวชิ าการ.................................................... 131
ซ ภาพกจิ กรรมการพัฒนาการศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม (DLTV)........................ 177
ฌ เกยี รติบัตร/รางวัล…………………………………………………………………...................... 181
ญ ประวัตผิ ปู้ ระเมินโครงการ……………………………………………………………………........ 184



สารบัญตาราง

ตาราง หน้า

ตาราง 1 แสดงผลการประเมินโครงการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาทางไกล
ผ่านดาวเทยี ม (DLTV) ของโรงเรยี นบ้านทวดเหนือ ดา้ นบริบท…............................ 59

ตาราง 2 แสดงผลการประเมินโครงการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาทางไกล
ผา่ นดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรียนบา้ นทวดเหนอื ด้านปัจจยั …............................ 60

ตาราง 3 แสดงผลการประเมินโครงการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาทางไกล
ผ่านดาวเทยี ม (DLTV) ของโรงเรยี นบ้านทวดเหนอื ด้านกระบวนการ..................... 62

ตาราง 4 แสดงผลการประเมินโครงการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาทางไกล
ผา่ นดาวเทยี ม (DLTV) ของโรงเรียนบา้ นทวดเหนือ ดา้ นผลผลติ
โดยภาพรวมของโครงการ……………………………………………………………………………… 64

ตาราง 5 แสดงผลการประเมนิ โครงการพฒั นาคุณภาพการศึกษาทางไกล
ผ่านดาวเทยี ม (DLTV) ของโรงเรยี นบา้ นทวดเหนือ ดา้ นความสาเรจ็
ตามกจิ กรรมของโครงการโดยภาพรวม…………………………………………………………… 65

ตาราง 6 แสดงผลการประเมนิ โครงการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาทางไกล
ผ่านดาวเทยี ม (DLTV) ของโรงเรยี นบ้านทวดเหนอื ด้านความพึงพอใจ
ของครู คณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน และผ้ปู กครองนกั เรยี น………………… 66

ตาราง 7 แสดงผลการประเมินโครงการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาทางไกล
ผ่านดาวเทยี ม (DLTV) ของโรงเรยี นบา้ นทวดเหนอื ด้านความพึงพอใจ
ของนักเรียน………………………………………………………………………………………………… 67



สารบัญแผนภูมิ

แผนภูมิ หน้า

แผนภูมิ 1 แสดงการประเมินโครงการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาทางไกล
ผา่ นดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรียนบา้ นทวดเหนือ
โดยใชร้ ูปแบบซปิ ป์ (CIPP Model) …………………………………………………………… 52

บทที่ 1
บทนา

ความเปน็ มาและความสาคญั ของปัญหา

การจัดการศึกษามุ่งเน้นความสาคัญท้ังด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ คุณธรรม
กระบวนการเรียนรู้และความรับผิดชอบต่อสังคม เพ่ือพัฒนาคนให้มีความสมดุล โดยยึดหลักผู้เรียน
สาคัญท่ีสุด ทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตน
ตามธรรมชาตแิ ละเต็มศักยภาพ ให้ความสาคัญต่อการเรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง ความสัมพันธ์ของตนเอง
กับสังคม ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติ สังคมโลก รวมท้ังความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมา
ของสังคมไทย การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความรู้และความเข้าใจและประสบการณ์
เก่ียวกับการจัดการ การบารุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
อย่างสมดลุ ย่ังยืน ความรูเ้ กี่ยวกบั ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทยและการประยุกต์ใช้
ภูมปิ ญั ญา ความรแู้ ละทักษะด้านคณติ ศาสตร์ และดา้ นภาษาเน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง ความรู้
และทกั ษะในการประกอบอาชพี การดารงชีวิตในสงั คมอย่างมคี วามสุข (กรมวชิ าการ, 2545 : 2)

สาหรับแนวทางในการจัดการศึกษา ได้นารูปแบบมา 2 ประการ คือ การจัดการศึกษา
ในระบบ นอกระบบ และการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย เพ่ือเป็นการพัฒนาบุคลากรของประเทศและ
สนองตอบตามหลกั ปรัชญา “การศกึ ษาตลอดชีวิต” เคร่ืองมือหรือส่ิงท่ีนามาใช้ในการจัดการศึกษาให้
มีคุณภาพมีหลากหลาย เมื่อวิธีการจัดใช้มีวิธีหลากหลาย สื่อก็มีหลากหลาย จึงนามาใช้ในการศึกษา
และพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะยุคปัจจุบันเป็นยุคเทคโนโลยี จึงมีความจาเป็นอย่างมาก
ท่ีจะต้องนาส่ือเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาการศึกษาของชาติ ซึ่งสามารถกระทาได้รวดเร็วและ
มปี ระสทิ ธภิ าพ

ปี พ.ศ. 2538 มูลนิธิวังไกลกังวลร่วมกับมูลนิธิไทยคม ได้ดาเนินการทดลองออกอากาศ
รายการโทรทัศน์เพ่ือการศึกษาทางไกลถ่ายทอดกระบวนการเรียนการสอนจากโรงเรียนวังไกลกังวล
ซ่ึงมุ่งหวังตอบสนองตามหลักปรัชญาการศึกษาตลอด การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
เป็นรูปแบบหน่ึงที่ใช้จัดการศึกษาและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเน่ืองและนามาใช้ในการจัดการศึกษา
อย่างแพร่หลาย ทั้งการศึกษาในระบบโรงเรียน นอกระบบโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัย
เป็นการสอนโดยอาศัยสื่อประสมต่างๆ เช่น ส่ือเอกสาร สิ่งพิมพ์ เทป วิทยุ โทรทัศน์ อุปกรณ์การรับ
สัญญาณดาวเทียม เทคโนโลยีด้านการสื่อสารต่างๆ มาสนับสนุนการจัดการศึกษาเพ่ือให้การจัด
การเรียนการสอนมีความน่าสนใจ และมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น สื่อท่ีใช้ในการจัดการศึกษาทางไกล

2

มีวิวัฒนาการ มีการนาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้มากย่ิงขึ้น นับเป็นรูปแบบการจัดการศึกษา
ที่ใชน้ วัตกรรม และส่ือเทคโนโลยีท่ีทันสมัยสอดคล้องกับการจัดการศึกษาทางไกลในปัจจุบัน ซ่ึงกาลัง
ไดร้ บั ความนิยมอย่างกว้างขวาง สามารถใช้แก้ปัญหาการขาดแคลนงบประมาณ บุคลากร และอาคาร
สถานท่ีเพื่อทจ่ี ะใหไ้ ด้ผลสัมฤทธิต์ ามความคาดหวังของการจดั การศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม

พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ เ จ้ า อ ยู่ หั ว ท ร ง พ ร ะ ร า ช ท า น พ ร ะ บ ร ม ร า ช า นุ ญ า ต ใ ห้ จั ด ตั้ ง ส ถ า นี
ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม โดยให้โรงเรียนวังไกลกังวลเป็นแม่ข่ายถ่ายทอดสัญญาณไปสู่โรงเรียน
ทั่วประเทศ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครูและยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียน
ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือชนบทให้ใกล้เคียงกัน ปัจจุบันโรงเรียนไกลกังวลเป็นต้นแบบที่ทรง
ประสิทธิภาพ และเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียมเป็นสถานศึกษา
แห่งแรกท่ีใช้เทคโนโลยีถ่ายทอดกระบวนการเรียนการสอนกิจกรรมการเรียนการสอน ตลอดจนองค์
ความรู้ควบคู่คุณธรรมไปยังผู้เรียนในประเทศและต่างประเทศ สนองพระบรมราโชวาทของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เน้นให้นักเรียนได้รู้จักช่วยเหลือตัวเอง และยึดหลักแนวปฏิบัติตาม
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แก้ปัญหาการขาดแคลนครู และยกระดับความเสมอภาคของผู้เรียน
ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาท่ีมีคุณภาพใกล้เคียงกัน โดยการใช้เทคโนโลยีทางการส่ือสาร
โทรคมนาคมเป็นเคร่ืองมือในการ ขยายโอกาส เพื่อประสิทธิภาพและยกระดับคุณภาพ
การจัดการศึกษาท่ีเหมาะสมกับบริบท ในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศ
การเรียนการสอนจากการท่องจาสู่กระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องค้นคว้าหาความรู้ และสร้างองค์
ความรู้โดยใช้เทคโนโลยีในปัจจุบัน จึงเป็นเคร่ืองมือสาคัญในการนาไปสู่โลกแห่งก ารเรียนรู้
ด้วยความกระตือรือร้น การใฝ่หาความรู้ ความพึงพอใจในการเรียนรู้ ตลอดจนการมีแรงบันดาลใจ
ตอ่ การเรียนรู้อย่างตอ่ เน่ืองไปตลอดชีวติ (ไชยยศ เรอื งสุวรรณ, 2553)

สถาบันวิจยั เพ่ือการพฒั นาประเทศ (Thailand development research institute : TDRI)
ช้ีให้เห็นถึงการแก้ปัญหาคุณภาพทางการศึกษาไทย โดยเฉพาะการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
ยังไม่สามารถทาให้คุณภาพทางการศึกษาของประเทศดีขึ้นได้อย่างท่ัวถึง ท้ังหลักสูตรและตาราเรียน
ของไทยยังไม่สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21th Century skills) ซ่ึงมีผลทาให้
การเรียนการสอน ตลอดจนการสอบยังคงเน้นการจาเนื้อหามากกว่าการเรียนรู้ เพื่อให้มีความรู้
ความเข้าใจอย่างแท้จริง ท้ังนี้เป็นผลมาจากการขาดแคลนครู หรือครูไม่ครบช้ัน ไม่ครบสาระ
การเรียนรู้ โดยเฉพาะครสู อนภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ครูมีประสบการณ์หรือมีทักษะ
การจดั การเรยี นรนู้ อ้ ย ขาดส่ืออุปกรณท์ ่ีทนั สมยั และการเข้าถึงได้ลาบาก รวมถึงครูมีเวลาจัดการเรียน
การสอนน้อยเพราะกิจกรรมของโรงเรียนมีมาก ทรัพยากรท่ีมีกระจัดกระจายไม่สามารถนามาใช้
ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า และการแก้ปัญหาต่างๆ ก็ทาได้ในข้อจากัด โรงเรียนในชนบทและโรงเรียน
ประจาจงั หวดั หรือโรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานคร มีความเหล่ือมล้าและแตกต่างกันในด้านคุณภาพ

3

และมาตรฐานการศึกษา อันเป็นสิ่งที่บ่ันทอนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต ซึ่งส่ิงเหล่านี้
ถือเป็นส่ิงท่ีสะท้อนด้านความมั่นคงของประเทศชาติประการหนึ่ง ซ่ึงสถาบันวิจัยเพ่ือการพัฒนา
ประเทศไทย ได้เสนอแนะแนวทางการปฏิรูปการศึกษาด้านหลักสูตรส่ือการเรียนการสอน
และเทคโนโลยี โดยสนับสนุนให้มีการนาระบบ ICT มาใช้ให้เหมาะสมกับการพัฒนาการศึกษา
ในศตวรรษที่ 21 (สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน, 2558)

ดว้ ยเหตนุ ี้ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานจึงได้พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา
เพื่อเป็นการแก้ปัญหา และยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอน โดยได้ดาเนินงานต่างๆ ตาม
โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล (Distance learning : DL) ขึ้น
ซ่ึงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล จัดเป็นการศึกษาท่ีใช้เทคโนโลยี
ในการจัดการเรียนการสอนในทุกห้องเรียน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็ก
ครูสามารถจัดการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักเรียนและครูได้เข้าถึง
สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีเครือข่ายในการแลกเปล่ียนเรียนรู้ที่ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัด
การศึกษา โดยมีการจัดสภาพการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนของครูอย่างครบถ้วน
ท้ังกระบวนการออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีเน้นกระบวนการสร้างความรู้จากการลงมือ
ปฏิบัติจริง การนาเสนอเนื้อหาอย่างทันสมัย และการเรียนรู้โดยผ่านเครือข่ายส่ือและอุปกรณ์
การจัดการศึกษาในรูปแบบดังกล่าวมีประสิทธิภาพที่น่าพอใจ จึงได้ดาเนินการกับโรงเรียนในระดับ
การศึกษาขน้ั พนื้ ฐานทวั่ ประเทศ

ระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม มีองค์ประกอบท่ีสาคัญของระบบ คือ การกาหนด
วัตถุประสงค์ของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การกาหนดวัตถุประสงค์การพัฒนาหลักสูตร
การพิจารณาส่ือท่ีเหมาะสมกับช่วงชั้นของผู้เรียน การติดตามประเมินผล การศึกษาทางไกล
ผ่านดาวเทียมเพื่อมุ่งพัฒนาการศึกษาของปวงชนให้มีโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมทั่วถึง
และมคี ุณภาพ

โรงเรียนบ้านทวดเหนือ เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 โดยโรงเรียนบ้านทวดเหนือตั้งอยู่หมู่ท่ี 9 ตาบลนาเคียน
อาเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในชุมชนรอบข้างใกล้เคียงมีประชากรผสมผสานกันไป คือ
ต่างศาสนากัน ซึ่งมีท้ังประชากรที่นับถือศาสนาพุทธ และประชากรที่นับถือศาสนาอิสลาม ซ่ึงใน
ปัจจุบันนี้ โรงเรียนบ้านทวดเหนือ มีผู้บริหารสถานศึกษา จานวน 1 คน ครูผู้สอน จานวน 3 คน
เจ้าหน้าท่ีธุรการ จานวน 1 คน นักการภารโรง จานวน 1 คน และนักเรียน จานวน 51 คน (อ้างอิง
จากข้อมลู 10 มิถุนายน 2563) โรงเรียนบา้ นทวดเหนอื เป็นโรงเรียนที่ไดเ้ ข้าร่วมในโครงการของมูลนิธิ
การศึกษาทางไกลดาวเทียม โรงเรียนวังไกลกังวล อาเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และได้รับ
การสนับสนุนจากสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 โดยการจัดสรร

4

งบประมาณและมอบอุปกรณ์จานรับสัญญาณดาวเทียม จานวน 8 ชุด โทรทัศน์ จานวน 7 เคร่ือง
พร้อมทั้งตดิ ตัง้ จานรับสญั ญาณดาวเทียมให้กบั โรงเรยี นบ้านทวดเหนือ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครู
แกป้ ญั หาครูไมค่ รบช้ัน และเพ่ือการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนบ้านทวดเหนือ ซึ่งโรงเรียน
บ้านทวดเหนือ ได้ดาเนินการจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) มาตลอดต้ังแต่
ปีการศึกษา 2548 เป็นต้นมา และในฐานะผู้บริหารโรงเรียนต้องการทราบผลการดาเนินการ ปัญหา
อุปสรรค และแนวทางพัฒนาโครงการจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
จึงได้ดาเนินการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
ของโรงเรียนบา้ นทวดเหนอื ประจาปกี ารศกึ ษา 2563 ขน้ึ

วตั ถปุ ระสงค์ของการประเมิน

การประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรียน
บา้ นทวดเหนอื มวี ตั ถุประสงคด์ ังน้ี

1. เพื่อประเมินบริบทของโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
ของโรงเรียนบ้านทวดเหนอื

2. เพื่อประเมินปัจจัยของโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
ของโรงเรียนบ้านทวดเหนอื

3. เพ่ือประเมินกระบวนการของโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
(DLTV) ของโรงเรยี นบ้านทวดเหนอื

4. เพ่ือประเมินผลผลิตของโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
ของโรงเรยี นบ้านทวดเหนอื

5. เพ่ือประเมินความสาเร็จของกิจกรรมโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกล
ผา่ นดาวเทยี ม (DLTV) ของโรงเรียนบ้านทวดเหนือ

6. เพื่อประเมินความพึงพอใจของครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐ าน
และผู้ปกครองนักเรียนโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
ของโรงเรียนบ้านทวดเหนือ

7. เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกล
ผา่ นดาวเทยี ม (DLTV) ของโรงเรยี นบ้านทวดเหนอื

5

ขอบเขตของการประเมินโครงการ

1. ขอบเขตของเน้ือหาการประเมินครั้งนี้ เป็นการประเมินโครงการรูปแบบของซิปป์
(CIPP Model) ทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านบริบท ด้านปัจจัย ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิตของ
โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรียนบ้านทวดเหนือ
ประจาปกี ารศกึ ษา 2563

2. ประชากร ประกอบดว้ ย
2.1 ผู้บริหารสถานศึกษา จานวน 1 คน
2.2 ครแู ละบคุ ลากร จานวน 5 คน
2.3 คณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน จานวน 7 คน
2.4 นกั เรยี นประถมศึกษาปที ี่ 4-6 จานวน 8 คน
2.5 ผ้ปู กครองนักเรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4-6 จานวน 24 คน
รวมประชากรทั้งสิ้น จานวน 45 คน

3. ระยะเวลาของการประเมินตามปีการศึกษา 2563 (พฤษภาคม 2563–กมุ ภาพันธ์ 2564)

นิยามศัพทเ์ ฉพาะ

1. โครงการ หมายถึง โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
ของโรงเรยี นบ้านทวดเหนือ

2. การประเมินโครงการ หมายถึง กระบวนการรวบรวมข้อมูลในการปฏิบัติงาน
ตามโครงการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)

3. การประเมินตามรปู แบบซปิ ป์ (CIPP Model) คอื การประเมิน 4 ด้าน ได้แก่
3.1 การประเมินด้านบริบท หมายถึง การประเมินความต้องการจาเป็น ความเป็นไป

ได้และความเหมาะสมของวัตถปุ ระสงค์ของโครงการ ซ่ึงเป็นการประเมนิ กอ่ นดาเนินโครงการ
3.2 การประเมินด้านปัจจัย หมายถึง การประเมินความเหมาะสมของทรัพยากร

ของการบริหาร ได้แก่ บุคลากร งบประมาณ วัสดุ และการจัดการ ซึ่งเป็นการประเมินก่อนดาเนิน
โครงการ

3.3 การประเมินด้านกระบวนการ หมายถึง การประเมินด้านการวางแผน
การดาเนินงานตามแผน การควบคุมกากับติดตามผลงาน และปรับปรุงแก้ไข ซึ่งเป็นการประเมิน
ระหว่างดาเนินโครงการ

3.4 การประเมินด้านผลผลิต หมายถึง การประเมินผลสาเร็จของโครงการ และ
ความพงึ พอใจของผ้มู ีสว่ นไดส้ ่วนเสีย (Stackholder) ซ่งึ เป็นการประเมนิ หลังสน้ิ สุดโครงการ

6

4. โรงเรียน หมายถึง โรงเรียนบ้านทวดเหนือ สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1

5. ผู้บรหิ ารโรงเรียน หมายถงึ ผู้อานวยการโรงเรยี นบา้ นทวดเหนอื ปีการศกึ ษา 2563
6. ครู หมายถึง ครูประจาการ ครูอัตราจ้าง และพนักงานราชการที่ปฏิบัติหน้าท่ี
ทาการสอนในปีการศึกษา 2563
7. นักเรียน หมายถึง นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 โรงเรียนบ้านทวดเหนือ
ท่ีศกึ ษาอยู่ในโรงเรียน ประจาปีการศกึ ษา 2563
8. กิจกรรมการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) หมายถึง กิจกรรมที่โรงเรียน
บ้านทวดเหนอื จดั ขึน้ เพ่อื ให้นกั เรียนเรยี นรู้จากโทรทัศน์
9. การเรียนรู้ระบบเครือข่ายทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) เป็นการจัดการเรียนรู้
ทุกห้องเรียนผ่านเครือข่ายสื่อและอุปกรณ์ เนน้ กระบวนการสร้างความรูแ้ ละลงมอื ปฏบิ ตั ิ
10. ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกชอบหรือความรู้สึกทางบวกในกิจกรรมที่ตนเอง
ปฏบิ ตั ิตามกจิ กรรมการพัฒนาการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม (DLTV)

ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะไดร้ บั

1. นักเรียนโรงเรียนบ้านทวดเหนือ ได้เรียนรู้จากส่ือเครือข่ายครบทุกกลุ่มสาระและ
ทกุ ห้องทุกชนั้ เรยี น

2. ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนสงู ขึ้น
3. ครไู ดแ้ นวทางไปจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การเรยี นรู้ไดเ้ หมาะสมย่งิ ขึน้
4. ได้ข้อมูลสารสนเทศสาหรับเป็นแนวทางให้โรงเรียนและหน่วยงานอ่ืนๆ เพื่อนาไป
ปรบั ปรุงใชต้ อ่ ไป
5. ชุมชนพึงพอใจในกิจกรรมการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรียน
บา้ นทวดเหนอื
6. ชุมชนพึงพอใจในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน บ้านทวดเหนือ
และเกิดความนิยมสง่ เสรมิ จนสง่ บตุ รหลานเข้ามาเรยี นเพิม่ มากข้ึน

บทที่ 2
เอกสารและงานวจิ ยั ทเ่ี กีย่ วข้อง

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกล
ผ่านดาวเทยี ม (DLTV) ของโรงเรยี นบา้ นทวดเหนือ ผูป้ ระเมนิ ไดจ้ ัดเอกสารไว้เป็นระบบไว้ดังน้ี

1. โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรียน
บา้ นทวดเหนือ

2. เอกสารเกย่ี วกับการประเมินโครงการ
3. เอกสารเกี่ยวกบั การจัดการศกึ ษาทางไกล
4. เอกสารเกย่ี วกับการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
5. เอกสารเกย่ี วกับบทบาทของผู้บรหิ าร และครูผูส้ อนด้วยระบบทางไกลผา่ นดาวเทยี ม
6. เอกสารเก่ยี วกับความพงึ พอใจ
7. งานวิจัยท่เี ก่ยี วข้อง

โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของในโรงเรียน
บา้ นทวดเหนอื ดังน้ี

ช่อื งาน/โครงการ : พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทียม (DLTV) ของ
โรงเรยี นบา้ นทวดเหนอื
แผนงาน : กลุ่มงานวิชาการ โรงเรยี นบ้านทวดเหนือ
ต่อเนอ่ื ง
ลกั ษณะของโครงการ : ผู้อานวยการโรงเรยี นบ้านทวดเหนอื
ตลอดปีการศึกษา 2563
ผู้รับผิดชอบโครงการ :

ระยะเวลาดาเนนิ งาน :

หลกั การและเหตผุ ล

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (แก้ไขฉบับที่ 3 พ.ศ. 2553) กาหนด
ให้สถานศึกษาจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญ
สถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้ปูองกันและแก้ไขปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้
จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติจริง คิดเป็น ทาเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝุรู้อย่างต่อเน่ือง
ผสมผสานสาระความรู้ด้านต่างๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน ปลูกฝังคุณธรรมและค่านิยมที่ดีงาม
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ อานวยความสะดวกเพ่ือให้ผู้เรียน

8

เกิดการเรียนรู้ และมีความรอบรู้โดยคานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เ รียน
โรงเรียนบ้านทวดเหนือได้สนองเจตนารมณ์ของหลักสูตร ด้วยการนาแนวการจัดการเรียนการสอน
ทางไกลผ่านดาวเทียมจากโรงเรียนวังไกลกังวล อาเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยได้เร่ิม
ใช้สอนในโรงเรียนน้ี เม่ือประมาณปีการศึกษา 2548 และได้ดาเนินการต่อเน่ืองมาจนถึงปัจจุบัน
ดว้ ยจุดมุง่ หมายเพื่อการพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี นให้เต็มตามศักยภาพของแต่ละบุคคล

วัตถุประสงค์

1. เพ่อื การพฒั นาคณุ ภาพผ้เู รียนให้เตม็ ศักยภาพของแต่ละบุคคล
2. เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครู และบุคลากรทางการศึกษา และความชานาญการ
เฉพาะวชิ าของครผู ู้สอน
3. เพื่อนาเทคโนโลยีท่ีทันสมัยและวิธีการสอนท่ีหลากหลายมาใช้จัดกิจกรรมการเรียน
การสอนของโรงเรยี นบ้านทวดเหนือ

เป้าหมาย

ดา้ นปริมาณ
1. นักเรียนในระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 – 6 ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะต่างๆ
ตามวธิ กี ารจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV) ตลอดปีการศึกษา 2563
2. ครูผู้สอนช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้และพัฒนา
การเรยี นการสอนด้วยกิจกรรมการสอนทางไกลผา่ นดาวเทียมได้

ด้านคุณภาพ
1. นักเรียนมคี วามรู้ ความเข้าใจ และมที ักษะตามมาตรฐานการประกนั คุณภาพดา้ นผู้เรียน
2. ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นของโรงเรยี นบ้านทวดเหนอื สูงขนึ้ ทกุ กลมุ่ สาระหรือมีการพัฒนา
อยา่ งตอ่ เน่ือง
3. นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเจตนารมณ์ของโรงเรียน ความมุ่งหวัง
ของสงั คม และสามารถนาความรไู้ ปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้

บคุ ลากรและผเู้ ก่ียวข้อง

1. คณะครู บคุ ลากรโรงเรยี นบ้านทวดเหนอื ทุกคน
2. นักเรยี น
3. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพนื้ ฐานโรงเรียนบ้านทวดเหนือ

9

4. วทิ ยากร (ผ้มู คี วามรู้ในท้องถ่ิน หรอื วทิ ยากรจากภายนอก)
5. ผ้ปู กครองนกั เรียนเครอื ขา่ ยห้องเรยี น

วธิ ดี าเนนิ การ

วธิ ดี าเนินการประเมนิ โครงการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของ
โรงเรยี นบา้ นทวดเหนือ ประจาปกี ารศึกษา 2563

รายละเอียดกจิ กรรม ระยะเวลาดาเนนิ การ งบประมาณ ผปู้ ฏิบัติ
1. ประชุมผู้เกย่ี วข้องทุกฝาุ ย 20-25 มี.ค. 63 2,000 บาท ผู้อานวยการ
และคณะ
ชแ้ี จงแนวทางการ
ดาเนินงานตามโครงการ

2. แตง่ ต้งั ผ้รู ับผดิ ชอบและ 26-30 มี.ค. 63 - ผ้อู านวยการ
มอบหมายงาน และคณะ

3. จดั หาวสั ดุ และอปุ กรณ์ 1-15 พ.ค. 63 82,000 บาท ครูผสู้ อนและ
ทจ่ี าเปน็ ต้องใช้ เจ้าหนา้ ทพ่ี สั ดุ

4. ดาเนนิ กจิ กรรมการเรยี น 1 ก.ค.63 – 9 เม.ย. 64 - ครผู สู้ อนและ
การสอน วทิ ยากร

5. ประเมนิ ผล 1-10 เม.ย. 64 - คณะกรรมการ
ประเมนิ

6. จัดทารายการประเมิน 10-30 เม.ย. 64 ผู้อานวยการ
โครงการ
- ค่าพิมพ์ 3,000
- ค่าวิเคราะห์ขอ้ มลู 1,000
- คา่ ถา่ ยเอกสาร 5,000
- คา่ เข้าเล่ม 2,000
รวมทั้งสน้ิ 92,000

10

ผ้รู ับผิดชอบโครงการ

นางภัสรา ชเู สน ผ้อู านวยการโรงเรยี นบ้านทวดเหนอื

ทรพั ยากรท่ีต้องการ

1. งบประมาณ
เงนิ งบประมาณทไี่ ด้รับจดั สรรและบริหารจัดการ จานวน 92,000 บาท

2. วสั ดุและอปุ กรณ์
- โทรทัศน์ อปุ กรณก์ ารรบั สัญญาณดาวเทยี ม
- ตารางออกอากาศ แผนการสอน คูม่ อื ครู
- อนิ เทอร์เน็ต วดี ที ัศน์ หนงั สือเพ่อื การศึกษาคน้ ควา้
- วัสดุอืน่ ๆ ทจี่ าเป็นต้องใช้

3. ครูและบุคลากรทางการศกึ ษาไดร้ ับการอบรมเกย่ี วกบั การจดั การเรยี นการสอนทางไกล
ผ่านดาวเทียม (DLTV)

การประเมนิ ผล

1. การสงั เกต
2. สัมภาษณ์
3. สอบถาม

ผลที่คาดวา่ จะได้รบั

1. นักเรยี นเกดิ ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนสงู ข้นึ ทกุ กลุม่ สาระ
2. นกั เรียนมพี ัฒนาการตามคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
3. นักเรียนนาความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว
และสังคมได้

11

เอกสารทเ่ี กี่ยวกับการประเมนิ โครงการ

1. ความหมายของการประเมิน
ความหมายของการประเมิน มีนักวิชาการไดใ้ ห้ความหมายไว้ ดงั นี้
สครฟิ เว่น (Scriven, 1969 : 98 อ้างถงึ ใน เยาวดี วิบูลย์ศรี, 2544 : 35) ได้ให้ความหมาย
ของการประเมินผล ว่าเป็นกิจกรรมท่ีเก่ียวข้องกับการรวบรวมข้อมูล การตัดสินใจเลือกใช้เคร่ืองมือ
เพือ่ เก็บรวบรวมข้อมูล และการกาหนดเกณฑ์ประกอบการประเมิน เปูาหมายสาคัญของการประเมิน
ก็คอื การตัดสนิ คุณคา่ ให้กบั กจิ กรรมใดๆ ทีต่ อ้ งการจะประเมนิ
พิสณุ ฟองศรี (2549 : 4) ไดใ้ หค้ วามหมายของการประเมินไว้ว่า การประเมิน (Evaluation)
หมายถึง กระบวนการตัดสินคุณค่าของส่ิงหนึ่งส่ิงใด โดยนาสารสนเทศหรือผลจากการวัดมา
เปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กาหนดไว้ นอกจากความหมายของการประเมินท่ีมาจากภาษาอังกฤษ
คือ Evaluation ยังมีคาว่า Assessment ซ่ึงได้พบเสมอ บางกรณีก็ใช้ในความหมายเดียวกัน
ในหนงั สือตาราบางเลม่
นงลักษณ์ วิรัชชัย (2545 : 151) ได้สรุปความหมายด้านการประเมินไว้ว่า Assessment
เปน็ การตัดสินโดยไมเ่ น้นข้อสรุปโดยรวม (Precision) ในการประเมินมากนัก เช่น การประเมินผู้เรียน
(Student Assessment) การประเมินบุคลากร (Personnel Assessment) การประเมินความ
ต้องการจาเป็น (Need Assessment) เป็นต้น จึงกล่าวได้ว่าเป็นความหมายของการประเมินที่กว้าง
และครอบคลมุ มากที่สดุ
ศิริชัย กาญจนวาสี (2545 : 22) ได้สรุปว่า การประเมินเป็นกระบวนการศึกษาส่ิงต่างๆ โดย
ใช้ระเบียบวิธีวิจัย (Research oriented) เป็นการตรวจสอบการบรรลุตามวัตถุประสงค์ช่วยเสนอ
สารสนเทศเพื่อการตัดสินใจและเป็นการตดั สินคณุ ค่าของสง่ิ ท่มี งุ่ ประเมนิ
สรุปได้ว่า การประเมินเป็นการตัดสินโดยข้อมูลที่ได้จากการวัดด้วยเครื่องมือที่ได้รวบรวม
อย่างเปน็ ระบบทค่ี รบถว้ นตามกระบวนการ

2. ความหมายของโครงการ
ความหมายของโครงการ มนี ักวชิ าการไดใ้ หค้ วามหมายไว้ ดงั นี้
นิศา ชูโต (2541 : 6) ให้ความหมายโครงการไว้ว่า หมายถึง ความคิดแนวทางกิจกรรมหรือ
ผลรวมท่ีเกิดจากกิจกรรมท่ีได้จัดวางไว้ในกิจกรรมน้ันๆ แนวคิดการจัดกิจกรรมหรือการประเมินผล
โครงการ (Program Evaluation) ดาเนินงานตามโครงการ (Program Implementation) กลุ่มของ
กิจกรรมที่ดาเนินการอย่างมีระบบระเบียบ มีงบประมาณ และระยะเวลาการดาเนินการเพื่อให้บรรลุ
เปูาหมายทก่ี าหนดไว้

12

สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2544 : 115) ให้ความหมายว่า โครงการ หมายถึง แผนย่อย ซ่ึงเป็น
ส่วนหนึ่งของแผนงานหรือเป็นกลุ่มของกิจกรรมท่ีจะดาเนินการในระยะเวลาท่ีกาหนด เพื่อให้บรรลุ
เปาู หมายและวตั ถปุ ระสงค์ของแผนงานท่ไี ดร้ ะบุไว้

วัน เดชพชิ ัย และคณะ (2542 : 15) ได้กล่าวไว้ว่า โครงการ หมายถึง งาน (Task) หนึ่งซ่ึงมี
กาหนดเวลาเริ่มตน้ และสิน้ สุดท่แี นน่ อนและมีความต้องการใชท้ รพั ยากรต่างๆ ในแต่ละกิจกรรมที่แยก
ออกจากกันได้ โดยมีความสัมพันธ์และพ่ึงพากันด้วย กิจกรรมเหล่านี้จะต้องจัดทาให้สาเร็จเพ่ือบรรลุ
วัตถุประสงค์ต่างๆ ท่ไี ดจ้ ัดสร้างนัน้ ขึน้ มา

ศุภชัย ยาวะประภาษ (2547 : 380) ได้กล่าวไว้ว่า โครงการ หมายถึง กิจกรรมพ้ืนฐานท่ี
กา หน ดข้ึ นเ พ่ื อน าเ อา วั ตถุ ปร ะส งค์ ข อง หน่ ว ย ง าน ห รื ออ งค์ ก า ร ไป ปฏิ บั ติใ ห้ส าเ ร็จ ลุ ล่ ว งภ าย ใ น
ระยะเวลาทก่ี าหนดไวแ้ นน่ อน

สรุปได้ว่า โครงการ หมายถึง กิจกรรมหลายๆ กิจกรรมท่ีดาเนินการในระยะเวลา
ท่ีกาหนดเพอ่ื ให้บรรลวุ ัตถปุ ระสงคท์ วี่ างไว้

3. ความหมายของการประเมินผลโครงการ
ความหมายของการประเมินผลโครงการ มนี ักวชิ าการได้ให้ความหมายไว้ ดงั นี้
สชุ าติ ประสทิ ธ์ริ ฐั สินธ์ุ (2547 : 2) กลา่ วว่า การประเมินโครงการเป็นกระบวนการศึกษาหา
ความรู้เกยี่ วกบั การดาเนินโครงการว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์และขน้ั ตอนที่กาหนดไว้หรือไม่
ทวีป ศิริรัศมี (2544 : 114) ได้กล่าวไว้ว่า การประเมินโครงการ หมายถึง กระบวนการใน
การแสวงหาสารสนเทศเพื่อกาหนดคุณค่าของสิ่งใดๆ อย่างใดอย่างหน่ึงอย่างเป็นระบบระเบียบ
และมีหลกั เกณฑ์ท่ีสมเหตุสมผลและเชือ่ ถือได้
รัตนะ บัวสนธ์ (2540 : 9) ได้ให้ความหมายของการประเมินผลโครงการไว้ว่า หมายถึง
ก ร ะ บ ว น ก า ร ร ว บ ร ว ม ข้ อ มู ล เ กี่ ย ว กั บ โ ค ร ง ก า ร เ พ่ื อ น า ข้ อ มู ล ที่ ไ ด้ น้ั น ม า เ ป รี ย บ เ ที ย บ กั บ เ ก ณ ฑ์
แล้วตัดสินใจให้คุณค่าตอ่ ข้อมูลหรอื โครงการดงั กล่าว
สรุปได้ว่า การประเมินโครงการเป็นการวัด ตรวจสอบกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ว่าเป็นไป
ตามทีก่ าหนดไว้หรือไม่

4. ความสาคญั และประโยชน์ของการประเมนิ โครงการ
โครงการมีความมุ่งหมายและมีความสาคัญตามความคิดเห็นของนักวิชาการในหลายแง่มุม
ดังต่อไปนี้
สมคดิ พรมจยุ้ (2544 : 30) กลา่ วว่า การประเมินมีความสาคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนและ
บรหิ ารโครงการ ซึ่งพอสรุปไดด้ ังน้ี

13

1. ผลการประเมินเป็นข้อมูล และสารสนเทศเพื่อนาไปใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับ
การวางแผนงานและโครงการ ตรวจสอบความพร้อมของทรัพยากรที่มีความจาเป็นในการดาเนิน
โครงการตลอดจนตรวจสอบความเปน็ ไปไดข้ องโครงการ

2. ชว่ ยให้การกาหนดวตั ถปุ ระสงค์ของโครงการมคี วามชดั เจน
3. ชว่ ยใหก้ ารจัดหาขอ้ มลู เกยี่ วกับความกา้ วหน้า ปัญหาและอปุ สรรคของการดาเนินโครงการ
4. ช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสาเร็จ และความล้มเหลวของโครงการเพื่อนาไปใช้ในการ
ตัดสินใจและวินิจฉัยว่าจะดาเนินโครงการในช่วงต่อไปหรือไม่ จะยกเลิกหรือขยายการดาเนินงาน
โครงการตอ่ ไป
5. ช่วยให้ได้ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพของการดาเนินโครงการว่าเป็นอย่างไรคุ้มค่ากับ
การลงทุนหรือไม่
6. เป็นแรงจูงใจให้ผู้ปฏิบัติงานโครงการ เพราะการประเมินโครงการด้วยตนเองจะทาให้
ผู้ปฏิบัติงานได้รับทราบผลการดาเนินงาน จุดเด่น จุดด้อย และนาข้อมูลไปใช้ในการปรับปรุงพัฒนา
โครงการให้มีประสทิ ธิภาพย่งิ ขึน้
รัตนะ บัวสนธ์ (2540 : 42 – 43) ได้สรุปเก่ียวกับลักษณะสาคัญของการประเมินโครงการ
ไว้ดว้ ยกนั 7 ประการ คือ
1. การประเมินโครงการ เป็นกระบวนการที่มากกว่าวิธีการหลายวิธี ซึ่งเป็นกระบวนการ
ใน 2 ลักษณะ คือ

1.1 เป็นกระบวนการของการตัดสินกระบวนการเกี่ยวกับโครงการโดยใช้มาตรฐานหรือ
เกณฑใ์ นการเปรยี บเทยี บ รวมทั้งการบรรยายผลทเ่ี กดิ ข้นึ กับโครงการ

1.2 เป็นกระบวนการใช้ข้อมูลประกอบการเปรียบเทียบหาแนวทางเลือกที่จะปฏิบัติได้
อย่างเหมาะสม

2. การประเมินโครงการ เป็นการพิจารณาตรวจสอบดูว่าโครงการน้ันได้บรรลุผลตาม
จดุ มงุ่ หมายท่ีกาหนดไว้มากนอ้ ยเพยี งใด รวมท้ังเปน็ การประเมินผลกระทบทเ่ี กิดขึ้นกับโครงการด้วย

3. การประเมนิ โครงการ เปน็ การประเมินความก้าวหน้า (Formative Evaluation) และการ
ประเมนิ ผลสรุป (Summative Evaluation)

4. การประเมินโครงการ เป็นเร่ืองราวเกี่ยวกับการประเมินองค์ประกอบต่างๆ ของ
การเรียนการสอนที่ดาเนินการมาจนจบโครงการ ดังน้ัน การประเมินผลการเรียนการสอนจึงเป็น
ส่วนหนงึ่ ของโครงการ

5. การประเมินโครงการ เป็นกระบวนการที่มุ่งค้นคาตอบเฉพาะโครงการ ไม่ได้มุ่ง
ในเรื่องราวของการค้นหาทฤษฎี หรือหลักเกณฑ์ในการหาข้อสรุป แต่เป็นการรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้
ประโยชน์

14

6. การประเมนิ โครงการ เป็นเคร่อื งมอื สาคัญในการบรหิ ารทีม่ ปี ระโยชนม์ ากมาย
7. การประเมนิ โครงการ เป็นกจิ กรรมท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั บคุ คลท่ปี ฏบิ ตั โิ ครงการ
สมหวัง พิยานุวัฒน์ (2544 : 92-93) ได้สรุปวัตถุประสงค์สาคัญของการประเมิน เพ่ือช่วย
ปรับปรุงการบริหารงานหรือโครงการ ตลอดจนการดาเนินงานต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพ่ือช่วย
ให้ผู้บริหารตัดสินใจเก่ียวกับโครงการ หรืองานที่รับผิดชอบอย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพสูงสุด
สาหรบั วัตถปุ ระสงคข์ องการประเมิน มีดงั น้ี
1. เพ่อื ช่วยปรับปรงุ พัฒนางานหรอื โครงการต่างๆ
2. เพ่ือตดั สินผลเกยี่ วกับระดบั ผลสัมฤทธิข์ องงานหรอื โครงการตา่ งๆ
3. เพ่ือช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจเก่ียวกับโครงการ หรืออนาคตของโครงการได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม
4. เพือ่ เป็นการกระตนุ้ ผู้ท่เี กี่ยวขอ้ งให้ปฏิบตั หิ น้าทีอ่ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ทวีป ศิรริ ัศมี (2544 : 116) กาหนดให้การประเมนิ โครงการมหี นา้ ท่ีหลายประการ ดังน้ี
1. หน้าท่ีในด้านสารสนเทศ (Informational Function) การประเมินทาหน้าท่ีให้ได้มาซ่ึง
สารสนเทศเพ่ือการย้อนกลับ (Feedback) โดยเฉพาะอย่างย่ิงสารสนเทศท่ีสามารถนาไปใช้ปรับปรุง
ในการดาเนินงานโครงการ
2. หน้าที่ในด้านวิชาชีพ หน้าที่นี้มุ่งที่จะเพิ่มพูนความเข้าใจเก่ียวกับวิธีการและจุดมุ่งหมาย
ของโครงการ การแสดงถึงประสิทธิภาพหรือความล้มเหลวของแผนและยุทธศาสตร์ของ
การดาเนนิ งานของโครงการ จดุ อ่อน จดุ แข็ง และขอ้ เสนอแนะการดาเนินงานทถี่ ูกต้อง
3. หน้าที่ในด้านการจัดการองค์กร หน้าที่น้ีเป็นการช่วยเหลือองค์กรในการวิเคราะห์
เปูาหมาย วัตถุประสงค์ จุดแข็งและจุดอ่อนของโครงสร้างองค์กรเพื่อช่วยในการตัดสินสาหรับ
การเปลีย่ นแปลงและรือ้ โครงสร้างใหมข่ ององค์กร
4. หน้าที่ด้านการเมือง หน้าท่ีน้ีประกอบด้วยการกาหนดระเบียบวาระ และประเด็นหรือ
หัวข้อการอภิปรายและการแสดงความคิดเห็น หน้าท่ีของการประเมินในด้านน้ีมุ่งเพื่อส่งเสริมการมี
สว่ นรว่ ม และผลประโยชนข์ องกลุ่มระหวา่ งนักวางแผนและผบู้ ริหารจดั การโครงการ
5. หน้าท่ีในทางสังคมจิตวิทยา หน้าที่นี้เพื่อสร้างความรู้สึกเก่ียวกับความม่ันคงของลูกค้า
และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ประเด็นและปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆ จะถูกทาให้ง่ายต่อการแก้ไขและ
เยยี วยา
6. หน้าท่ีในด้านประวัติศาสตร์ของการประเมิน ประกอบด้วยการบันทึกและการเขียน
เรื่องราวเก่ียวกับเหตุการณ์และกิจกรรมที่สาคัญๆ ของโครงการเพื่อกาหนดทิศทางและการปฏิบัติ
เกีย่ วกับโครงการทีช่ ดั เจนในอนาคต

15

เยาวดี รางชยั กลุ วิบูลยศ์ รี (2546 : 104 – 105) ใหเ้ หตผุ ลของการประเมนิ โครงการว่า
1. เพอ่ื ให้ได้สารสนเทศท่สี าคัญสาหรบั ผู้บริหารไดน้ าไปใชใ้ นการตดั สินใจ
2. เพ่ือช่วยบุคลากรท่ีรับผิดชอบในโครงการให้สามารถปรับปรุงพัฒนาโครงการได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถให้ข้อมูลขา่ วสารได้อย่างเหมาะสมเมื่อหนว่ ยงานตา่ งๆ ขอมา
3. เพื่อทราบผลผลิตหรอื ผลกระทบจากโครงการ
4. เพือ่ ใหไ้ ดร้ บั ทนุ สนบั สนุนอย่างพอเพยี ง
5. เพื่อเป็นการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน หรือเป็นการประเมินเพ่ือรับรอง
วทิ ยฐานะถ้าเปน็ โรงเรยี นหรือสถาบันการศกึ ษาระดับอุดมศกึ ษา
สรุปได้ว่า การประเมินโครงการมีความสาคัญและมีประโยชน์ เพราะการประเมินโครงการ
เน้นมุ่งเน้น ตรวจสอบคาตอบดูว่า โครงการบรรลุจุดมุ่งหมายเพียงใด และนาข้อมูลสารสนเทศมา
บริหารจัดการตอ่ ไป

5. วตั ถุประสงคข์ องการประเมนิ โครงการ
มีนกั วิชาการหลายทา่ นได้กลา่ วถงึ วตั ถปุ ระสงค์ของการประเมนิ โครงการ ไวด้ งั นี้
สมชาย ตุรงเดช (2542 : 5 – 6) ได้สรุปเก่ียวกับเนื้อหาและสาระสาคัญของวัตถุประสงค์
ของการประเมินโครงการ ดงั น้ี
1. เพื่อความเข้าใจและความชัดเจนของโครงการ
2. เพ่อื ความโปร่งใส
3. เพื่อปรบั ปรุงโครงการ
4. เพื่อพัฒนาโครงการ
5. เพื่อทาตามกฎเกณฑห์ รอื ระเบยี บที่กาหนดไว้
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2544 : 96 – 97) ได้สรุปไว้ว่า การประเมินมีวัตถุประสงค์สาคัญ คือ
เพือ่ ช่วยปรบั ปรงุ การบริหารงานหรือโครงการ ตลอดจนการดาเนินงานต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
สาหรบั วัตถุประสงคเ์ ฉพาะของการประเมนิ มีดงั น้ี
1. เพอ่ื ชว่ ยปรับปรุงพัฒนางานหรอื โครงการตา่ ง ๆ
2. เพอ่ื ตัดสินผลเกยี่ วกบั ระดบั ผลสมั ฤทธ์ขิ องงานหรือโครงการต่าง ๆ
3. เพื่อใหผ้ ้บู ริหารตัดสนิ เกย่ี วกับโครงการหรืออนาคตของโครงการไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม
4. เพื่อกระตุ้นให้ทุกๆ ฝุายท่ีมีส่วนเก่ียวข้องให้ปฏิบัติหน้าท่ีอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ
ตามวิธีการประเมินแนวใหม่ วัตถุประสงค์เฉพาะในการประเมินโครงการหรืองานจะได้มาจาก
การอบรม และผสมผสานข้อมูลจาก 2 แหล่ง คือ ผู้บริหารระดับสูงที่ต้องการใช้ผลการประเมินเป็น
ฐานในการตัดสินใจ ตลอดจนผู้บังคับบัญชาหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการหรืองานนั้นๆ และจาก
วัตถปุ ระสงค์หลกั ของโครงการหรืองานน้นั ๆ

16

ทวีป ศิริรัศมี (2544 : 116) ได้อธิบายเก่ียวกับการประเมินไว้ว่ามีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุง
การบริหารจัดการและการดาเนินโครงการได้ดีย่ิงข้ึน แต่ขณะเดียวกันจุดมุ่งหมายเฉพาะของ
การประเมินก็จะต้องกาหนดให้ชัดเจน โดยผู้ท่ีต้องการใช้ผลการประเมินนั้นๆ เช่น เพื่อปรับปรุง
การดาเนินงานเพอื่ ปรบั ปรงุ กระบวนการวางแผนโครงการ เพื่อช้ีแจงผลการดาเนินงานต่อผู้ตรวจสอบ
และผู้บริหารเพ่ือตัดสินใจเกี่ยวกับงบประมาณ เพื่อบอกผลการดาเนินงานให้สาธารณชนได้ทราบ
เพ่ือขยายโครงการ เพ่ือดาเนินโครงการต่อเนื่องหรือระงับโครงการ เพื่อตัดสินว่าวิธีการหรือเทคนิค
ใหมๆ่ ท่ีนามาใช้ประสบผลสาเรจ็ หรอื ไม่ เพื่อปรับปรุงทักษะการประเมนิ ของผู้ประเมินเอง เปน็ ต้น

ในฐ า น ะขอ งนักป ระเมิ นจุดมุ่ งหมา ยของ การป ระเมิ นช่ว ย ให้นัก ปร ะเ มินตัด สิ นใจ ได้ว่ า
ควรจะเข้ามามสี ่วนรว่ มในการประเมินหรือไม่

การประเมินโครงการที่ดีควรจะได้มาซ่ึงสารสนเทศ (Information) เพื่อตอบคาถามต่อไปนี้
คอื

1. โครงการบรรลวุ ัตถุประสงคท์ ่ีตั้งไวม้ ากนอ้ ยเพียงใด
2. ประเมินผลโครงการคมุ้ คา่ หรอื ไม่ (Cost-Effect)
3. โครงการมผี ลกระทบ (ผลกระทบระยะยาวหรือหลังสิ้นสุดโครงการ (Impact) ผลกระทบ
ระหวา่ งดาเนินโครงการ (Effect) ตอ่ กลมุ่ เปูาหมายผู้ร่วมโครงการอะไรบ้าง)
4. ควรตัดสินใจอยา่ งไรเกีย่ วกับโครงการ
จากท่กี ล่าวมาสรปุ ได้ว่า วตั ถุประสงคข์ องการประเมนิ โครงการ มดี งั น้ี
1. วัตถุประสงค์ทั่วไปเพ่ือจัดหาข้อมูลสารสนเทศ ข้อเสนอแนะเสนอผู้บริหารเพ่ือตัดสินใจ
เก่ยี วกบั โครงการอยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม
2. วัตถุประสงค์เฉพาะ

2.1 เพื่อปรับปรุงการดาเนินงานหรือโครงการ
2.2 เพื่อประเมินความเหมาะสมของทรัพยากรหรือปัจจัยเบ้ืองต้นท่ีมีอยู่ว่ามีโอกาสบรรลุ
วตั ถุประสงค์เพยี งใด
2.3 เพือ่ ประเมินผลสมั ฤทธ์ิของโครงการ
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2544 : 115) ให้ความหมายว่า หมายถึงแผนย่อยซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง
ของแผนงาน หรือเป็นกลุ่มของกิจกรรมท่ีจะดาเนินการในระยะเวลาท่ีกาหนด เพื่อให้บรรลุเปูาหมาย
และวัตถปุ ระสงค์ของแผนงานทีไ่ ด้ระบุไว้
สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ (2541 : 23) กล่าวถึง ความมุ่งหมายของการประเมินโครงการ
สามารถกล่าวเป็นขอ้ สรุปทแ่ี สดงถึงความสาคัญหรอื คุณประโยชนข์ องโครงการ ดังน้ี
1. การประเมินโครงการจะเป็นตัวช่วยสาคัญให้การกาหนดวัตถุประสงค์ของมาตรฐาน
ของการดาเนินงานมคี วามถูกตอ้ งชดั เจนขน้ึ กล่าวคอื ก่อนท่ีโครงการจะได้รับการสนับสนุนให้นาไปใช้

17

ย่อมจะได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดจากผู้บริหารและผู้ประเมิน ส่วนใดที่ไม่ชัดเจน เช่น
วัตถปุ ระสงค์หรือมาตรฐานในการดาเนนิ งาน และหากโครงการขาดความแน่นอนชัดเจนก็ย่อมจะต้อง
ได้รบั การปรบั ปรุงแก้ไขใหม้ ีความถูกต้องชัดเจนก่อน ฉะน้ันจึงกล่าวได้ว่า การประเมินโครงการมีส่วน
ช่วยให้โครงการน้ันๆ มีความถูกต้องชัดเจน ซึ่งสามารถท่ีจะนาไปปฏิบัติอย่างได้ผลมากกว่าโครงการ
ทไ่ี ม่ไดร้ ับการประเมนิ

2. การประเมินโครงการ ช่วยให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างคุ้มค่า หรือเกิดประโยชน์
เตม็ ท่ี ทั้งน้ี เนอ่ื งจากการประเมินโครงการจะต้องวิเคราะห์ทุกสว่ นของโครงการ ข้อมูลใดหรือปัจจัยใด
ที่เป็นปัญหาจะได้รับการจัดสรรให้อยู่ในจานวน หรือปริมาณที่เหมาะสมเพียงพอแก่การดาเนินงาน
ทรัพยากรท่ีไม่จาเป็นหรือมากเกินไปจะได้รับการตัดทอน และทรัพยากรใดที่ขาดก็จะได้รับการจัดหา
มาเพิ่ม ฉะน้ัน การประเมินโครงการจึงมีส่วนทาให้การใช้ทรัพยากรของโครงการเป็นไปอย่างคุ้มค่า
และมปี ระสทิ ธิภาพ

3. การประเมนิ โครงการ ช่วยให้แผนงานต่างๆ บรรลุวัตถุประสงค์ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า
โครงการเป็นส่วนหน่ึงของแผน ดังนั้น เมื่อโครงการได้รับการวิเคราะห์ตรวจสอบปรับปรุงแก้ไข
ให้ดาเนินการไปด้วยดีย่อมจะทาให้แผนงานดาเนินไปด้วยดี และบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
หากโครงการใดมีปัญหาในการนาไปปฏิบัติย่อมกระทบต่อแผนงานทั้งหมด ฉะนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า
ห า ก ก า ร ป ร ะ เ มิ น โ ค ร ง ก า ร มี ส่ ว น ช่ ว ย ใ ห้ โ ค ร ง ก า ร ด า เ นิ น ไ ป อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ย่ อ ม ห ม า ย ถึ ง
การประเมนิ โครงการมสี ว่ นชว่ ยใหแ้ ผนงานบรรลุวตั ถปุ ระสงค์และดาเนนิ งานไปได้ดว้ ยดเี ชน่ กนั

4. การประเมนิ โครงการมสี ว่ นชว่ ยในการแกป้ ญั หาต่างๆ อันเกิดจากผลกระทบ (Impact)
ของโครงการและทาให้โครงการมีข้อท่ีทาให้เกิดความเสียหายน้อยลง ดังตัวอย่างเขื่อนลาน้าโจน
ซงึ่ การสร้างถนนไปส่ทู างทส่ี ร้างเขื่อนนัน้ ตอ้ งผ่านปาุ ไม้ธรรมชาติ ทาใหเ้ กิดการลกั ลอบตัดไม้ทาลายปุา
และสัตว์ปุาหลายชนิดอาจต้องสูญพันธุ์ การประเมินโครงการจะช่วยให้เกิดโครงการปูองกันรักษาปุา
และโครงการอนุรกั ษ์ปาุ และอพยพสตั วป์ าุ ขึ้นเพ่ือการแกป้ ัญหา เป็นตน้

5. การประเมินโครงการมีส่วนช่วยท่ีสาคัญในการควบคุมคุณภาพของงาน ดังที่ได้กล่าว
มาแล้วว่า การประเมินโครงการเป็นการตรวจสอบและควบคุมชนิดหนึ่ง ซึ่งดาเนินงานอย่างมีระบบ
และมคี วามเปน็ วทิ ยาศาสตร์อย่างมาก ทุกอย่างของโครงการและปัจจัยทุกชนิดท่ีใช้ในการดาเนินงาน
จะได้รับการวิเคราะห์อย่างละเอียด กล่าวคือ ท้ังข้อมูลนาเข้า (Input) กระบวนการ (Process) และ
ผลงาน (Outputs) จะได้รับการประเมินผลทุกข้ันตอน และส่วนใดท่ีเป็นปัญหาไม่มีคุณภาพจะได้รับ
การพิจารณาย้อนกลับ (Feedback) เพื่อให้มีการดาเนินงานใหม่จนกว่าจะเป็นไปตามมาตรฐานหรือ
เปูาหมายทตี่ อ้ งการ ดังน้นั จงึ ถือไดว้ ่าการประเมนิ ผลเปน็ การควบคมุ คณุ ภาพของโครงการ

6. การประเมินโครงการน้ันมีส่วนช่วยในการสร้างขวัญและกาลังใจให้แก่ผู้ที่ปฏิบัติตาม
โครงการ เพราะการประเมินโครงการมิใช่เป็นการควบคุมบังคับบัญชาหรือส่ังการ แต่เป็นการศึกษา

18

การวเิ คราะห์ เพื่อปรับปรุงแก้ไขและเสนอแนะวิธีการใหม่ๆ เพ่ือใช้ในการดาเนินโครงการอันนามาซ่ึง
ผลงานดีเป็นที่ยอมรับของผู้เกี่ยวข้อง โดยลักษณะเช่นน้ีย่อมทาให้ผู้ปฏิบัติมีกาลังใจมีความพึงพอใจ
และมคี วามต้ังใจ กระตอื รือร้นที่จะปฏบิ ัติงานมากข้ึนต่อไป ดังน้ันจึงกล่าวได้ว่า การประเมินโครงการ
มีสว่ นสาคัญในการสร้างขวญั กาลงั ใจและความพงึ พอใจในการปฏบิ ตั ิงาน

7. การประเมินโครงการช่วยในการตัดสินใจในการบริหารโครงการกล่าวคือ การประเมิน
โครงการจะทาให้ผู้บริหารได้ทราบถึงอุปสรรค ปัญหา ข้อดี ข้อเสีย ความเป็นไปได้ และแนวทาง
ในการปรับปรุงแก้ไขการดาเนินงานโครงการ โดยข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจว่า
จะดาเนินโครงการต่อไปหรือยุติโครงการน้ันเสีย นอกจากนั้นผลของการประเมินโครงการอาจเป็น
ข้อมลู อยา่ งสาคัญในการวางแผนหรอื การกาหนดนโยบายของผบู้ ริหารและฝุายการเมือง

สรุปได้ว่า การประเมินโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาโครงการให้บรรลุ
เปาู หมายของกจิ กรรมท่ีกาหนดไว้

6. รปู แบบของการประเมนิ โครงการ (Model of Evaluation)
นักวิชาการทางการวิจัยและประเมินผล ได้ศึกษาค้นคว้าและคิดรูปแบบของการวิจัยและ
ประเมินผล ซึ่งหมายถึง กรอบ แนวคิด กระบวนการและวิธีวิจัยประเมินผล และแต่ละรูปแบบ
มีวัตถุประสงค์เฉพาะการใช้ในการประเมินผลท่ีแตกต่างกัน นอกจากนั้นแต่ละรูปแบบมีจุดเด่น
จดุ ด้อย และขอ้ จากัดในการนาไปใช้ไม่เหมือนกัน ซึ่งมีรูปแบบทส่ี าคญั ดงั น้ี
1. รูปแบบการประเมินของ สคริฟเว่น (Scriven goal-free Evaluation Model)
(เยาวดี วิบูลย์ศรี 2544 : 35) Scriven ได้เสนอแบบจาลองน้ีข้ึนไปในปี ค.ศ. 1967 โดยจาแนก
การประเมินเปน็ 2 ลกั ษณะ คือ

1.1 การประเมินระหว่างดาเนินการ (Formative Evaluation) เป็นการประเมิน
กิจกรรมหรือโครงการใดๆ ท่ีบ่งถึงข้อดีและข้อจากัดท่ีเกิดขึ้นระหว่างดาเนินงานน้ันเพื่อนาผลไป
ปรับปรุงโครงการ

1.2 การประเมินผลรวม (Summative Evaluation) เป็นการประเมินสรุปรวมเม่ือ
โครงการสิน้ สุดลงเพือ่ ดคู วามสาเรจ็ ของโครงการ

นอกจากน้ี สคริฟเวน ไดเ้ สนอส่ิงทตี่ ้องประเมนิ ออกเป็น 2 สว่ นสาคัญคอื
1) การประเมินเกณฑ์ภายใน (Intrinsic Evaluation) เป็นการประเมินคุณค่าของส่ิง

เหลา่ น้ันในตัวของมันเอง เช่น เปูาหมาย โครงสร้าง วธิ ีการ ตลอดจนทัศนคตขิ องบุคลากรท่ีรับผิดชอบ
ในการดาเนินโครงการ

2) การประเมินความคุ้มค่า (Payoff Evaluation) เป็นการประเมินในส่วนที่เป็นผลที่
มีต่อผู้รับบริการจากการดาเนินการโครงการ เช่น ผลที่ได้จากคะแนนสอบหรือผลลัพธ์ด้านสุขภาพ
อนามัยของผ้รู บั บริการ

19

2. รูปแบบการประเมินของสเตค (Stake countenance Model) ซึ่งได้อ้างอิงมาจาก
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2541 :298-300) สเตค ได้แบ่งการประเมินออกเป็น 2 ส่วน คือ การบรรยาย
สิ่งที่มุ่งประเมิน (Description) กับการตัดสินคุณค่าของส่ิงท่ีประเมิน (Judgment) ซ่ึงอันได้แก่ข้อมูล
3 ชนิด คือ ข้อมูลเก่ียวกับปัจจัยเบื้องต้น (Antecedents) กระบวนการ (Transaction) และผลผลิต
(Outcome) ในการเก็บข้อมูลต้องบันทึกข้อมูลท้ัง 3 ชนิด แยกออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ผลที่
คาดหวัง ผลท่ีเกิดข้ึนจริง มาตรฐานที่ใช้ และการตัดสินคุณค่า โดยต้องมีการศึกษาความสอดคล้อง
ระหว่างผลท่ีคาดหวังกับผลท่ีเกิดขึ้นจริง และความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเบ้ืองต้น กระบวนการและ
ผลผลติ เมื่อได้ผลอย่างไรแล้วจงึ เปรียบเทยี บกับมาตรฐานทก่ี าหนดไว้และมาตรฐานที่คาดหวัง

3. รูปแบบการประเมินของอัลคิล (Alkin Evaluation Model) อ้างถึง สุวิมล ติรกานันท์
(2543 : 45) รูปแบบการประเมินของอัลคิลเป็นกระบวนการคัดเลือกประมวลข้อมูลและจัดระบบ
สารสนเทศทม่ี ีประโยชน์เพือ่ นาเสนอตอ่ ผ้มู ีอานาจในการตัดสินใจ หรือเพื่อกาหนดทางเลือกในการทา
กจิ กรรมหรอื โครงการใดๆ โดยแบง่ การประเมนิ เป็น 5 สว่ น

3.1 การประเมินสภาพของระบบที่เป็นอยู่ (System Assessment) เป็นการประเมิน
สภาพทงั้ หมดของพ้ืนทเ่ี ปาู หมาย โดยนาขอ้ มลู ทไี่ ด้มากาหนดขอบเขตของงาน และวัตถปุ ระสงค์

3.2 การประเมินเพ่ือการวางแผนโครงการ (Program Planning) เป็นการประเมิน
กอ่ นเร่มิ โครงการ เป็นการพิจารณาเพอื่ ตัดสนิ ทางเลอื กท่เี หมาะสมในการดาเนินการ

3.3 การประเมินเพอื่ ดาเนินโครงการ (Program Implementation) เป็นการประเมิน
ในระหว่างดาเนินโครงการ เพือ่ ตดิ ตามกากบั งานใหเ้ ปน็ ไปตามแผน

3.4 การประเมินเพ่ือปรับปรุงโครงการ (Program Improvament) เป็นการประเมิน
ระหวา่ งดาเนินโครงการเพื่อนาขอ้ มลู ทไี่ ด้มาแก้ไข ปรบั ปรุงโครงการ

3.5 การประเมินเพ่ือการยอมรับผลของโครงการ (Program Certification) เป็นการ
ประเมนิ เพ่อื ศึกษาผลท่ไี ดจ้ ากโครงการและรวบรวมข้อมูลไว้ เพ่ือปรับปรุง ยกเลกิ หรือขยายโครงการ

จะเห็นไดว้ า่ การประเมนิ เป็นการประเมินเพ่ือนาไปใช้ตัดสินใจ โดยมีนักประเมินทาหน้าท่ี
เป็นผู้เชยี่ วชาญในการหาและเตรยี มขอ้ มลู รวมทัง้ สรปุ และรายงานให้ผู้มอี านาจในการตัดสินใจทราบ
เพ่อื หาทางเลือกท่เี หมาะสม นบั ว่าเป็นการประเมินท่เี ป็นระบบ

4. รูปแบบการประเมินของ สตัฟเฟิลบีม แบบซิปป์ (Stufflebeam CIPP Model) ซึ่ง
เยาวดี วิบูลย์ศรี (2544 : 56 – 63) ได้กลา่ ววา่ รปู แบบการประเมินเป็นการนาเสนอโดย สตัฟเฟิลบีม
(Stufflebeam, D.L.,) และคณะ ซ่ึงได้เสนอแบบจาลองการประเมินผลที่เรียกว่า CIPP Model
(Context – Input – Process – Product) ทัง้ นี้ สตัฟเฟิลบมี ไดใ้ หค้ วามหมายของการประเมินไว้ว่า
การประเมิน หมายถึง “กระบวนการวิเคราะห์เพ่ือให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจ
ต่อทางเลือกต่างๆ ท่ีมีอยู่” ดังน้ัน CIPP จึงเป็นแบบจาลองท่ีเน้นกิจกรรมการประเมินควบคู่ไปกับ

20

การบริหารโครงการ โดยประกอบด้วยการประเมิน 4 ประเภท และมีลักษณะสอดคล้องกับโครงสร้าง
ของโครงการโดยทว่ั ไป ดงั นี้

4.1 Context Evaluation เป็นการประเมินผลที่เกี่ยวกับบริบท ซ่ึงเป็นการประเมิน
ขั้นพ้ืนฐานเพ่ือให้ได้มาซึ่งเหตุผล อันจะนาไปสู่การพัฒนาเปูาหมายของโครงการ โดยนักประเมินผล
จะจัดรวบรวมข้อมูลให้หัวหน้าโครงการ เป็นต้นว่า ข้อมูลท่ีเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม สภาพของปัญหา
เง่ือนไขและแหล่งข้อมูลอ่ืนๆ ท่ีเก่ียวข้อง (resource) ซึ่งจะวางแผนให้เป็นไปตามความต้องการ
ของโครงการ และชว่ ยกาหนดขอบเขตทีช่ ดั เจนสาหรบั การประเมนิ โครงการดว้ ย

4.2 Input Evaluation เป็นการประเมินผลที่เกี่ยวกับตัวปูอน และเป็นการประเมิน
ปัจจัยนาเข้าของโครงการ หมายถึง การประเมินทรัพยากรท่ีจาเป็นสาหรับการนามาใช้ในการดาเนิน
โครงการ กาลังคน หรือจานวนบุคคลที่ต้องใช้ งบประมาณและแหล่งเงินทุนสนับสนุน วัสดุอุปกรณ์
ตา่ งๆ อาคารสถานที่ เครื่องมือและครุภัณฑ์ การประเมินปัจจัยนาเข้าช่วยในการพิจารณาตัดสินใจว่า
โครงการน้ันๆ มีความเหมาะสมและเป็นไปได้ในทางปฏิบัติท่ีจะทาให้วัตถุประสงค์ของโครงการบรรลุ
หรือไม่ และช่วยใหเ้ กดิ การวางแผนการจัดกจิ กรรมของโครงการไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม

4.3 Process Evaluation เป็นการประเมนิ ผลทีเ่ กี่ยวกบั กระบวนการ การประเมินผล
เป็นการประเมินกระบวนการดาเนินงานโครงการเป็นการประเมินเก่ียวกับวิธีการจัดกิจกรรมของ
โครงการ การนาปัจจัยนาเข้ามาใช้เหมาะสมมากน้อยเพียงใด เป็นไปตามลาดับข้ันตอนหรือไม่
กิจกรรมท่ีจัดข้ึนจะก่อให้เกิดการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการหรือมีอุปสรรคใดๆ เกิดข้ึนหรือไม่
เพื่อที่จะได้นาผลการประเมินมาปรับปรุงกระบวนการดาเนนิ งานให้รัดกุมและมปี ระสิทธภิ าพมากขึน้

4.4 Product Evaluation เป็นการประเมินท่เี กย่ี วกับผลผลิต ซง่ึ วตั ถปุ ระสงค์ของการ
ประเมินผลประเภทนี้ก็เพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างผลสัมฤทธิ์ของโครงการกับเกณฑ์ที่วางไว้
ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการหรือไม่ การประเมินผลประเภทน้ีอาจอาศัยการเปรียบเทียบ
ผลผลิตกับเกณฑ์มาตรฐาน (Absolute or relative Standards) ท่ีกาหนดไว้นอกจากน้ันอาจอาศัย
ข้อมูลที่ได้รับจากรายงานการประเมินผลท้ัง 4 ข้อข้างต้น คือ การประเมินผลท่ีเกี่ยวกับบริบท
การประเมินผลทีเ่ กยี่ วกบั การปูอน และการประเมนิ ผลท่เี กย่ี วกบั กระบวนการดว้ ย

ธรรมพร แข็งกสิการ (2549 : 29) ได้ให้ความคิดเห็นไว้ว่า ซิปป์ (CIPP) มาจากคาย่อ
ของส่วนประกอบตา่ งๆ ของโครงการทีจ่ ะทาการประเมนิ ได้แก่

1. การประเมินสภาวะแวดล้อมของโครงการ (Context Evaluation) ซ่ึงหมายถึง
การประเมินเกี่ยวกับสิ่งที่จะเป็นส่วนสาคัญในการช่วยกาหนดวัตถุประสงค์ของโครงการ เป็นสิ่งที่อยู่
ภายนอกโครงการแต่มีผลต่อความสาเร็จหรือล้มเหลวของโครงการ ได้แก่ ความต้องการของชุมชน
และกลุ่มเปูาหมายที่จะรับบริการจากโครงการ จานวนประชากร กระแสทิศทางของสังคมและ

21

การเมือง สภาพเศรษฐกิจและปัญหาของชุมชน ตลอดจนนโยบายของหน่วยงานระดับบนและ
หนว่ ยงานท่เี กี่ยวขอ้ ง

2. การประเมินปัจจัยนาเข้าของโครงการ (Input Evaluation) หมายถึง การประเมิน
ทรัพยากรท่ีจาเป็นสาหรับการนามาใช้ในการดาเนินโครงการ กาลังคนหรือจานวนบุคคลที่ต้องใช้
งบประมาณและแหล่งทุนสนับสนุน วัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ อาคารสถานท่ี เคร่ืองมือ และครุภัณฑ์
ต่างๆ ซึ่งการประเมินปัจจัยนาเข้าจะช่วยพิจารณาตัดสินใจว่าโครงการนั้นๆ มีความเหมาะสมและ
เป็นไปได้ในทางปฏิบัติที่จะทาให้วัตถุประสงค์ของโครงการบรรลุหรือไม่ และจะช่วยให้เกิดการวาง
แผนการจดั กจิ กรรมของโครงการไดอ้ ย่างถกู ต้องเหมาะสม

3. การประเมินกระบวนการดาเนินงานของโครงการ (Process Evaluation) เป็นการ
ประเมินเกี่ยวกับวิธีการจัดกิจกรรมของโครงการ การนาปัจจัยเข้ามาใช้เหมาะสมมากน้อยเพียงใด
เป็นไปตามลาดับขั้นตอนหรือไม่ กิจกรรมที่จัดข้ึนก่อให้เกิดการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการหรือ
มีอุปสรรคใดๆ เกิดข้ึนเพ่ือท่ีจะได้นาผลการประเมินมาปรับปรุงกระบวนการดาเนินงานให้รัดกุมและ
มปี ระสทิ ธิภาพมากขึน้

4. การประเมินผลผลิตของโครงการ (Product Evaluation) เป็นการประเมินเกี่ยวกับ
ผลท่ีได้รับทั้งหมดจากการดาเนินโครงการว่าได้ผลมากน้อยเพียงใด เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ
โครงการที่กาหนดไว้หรือไม่ การประเมินผลผลิตจะมีการนาไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน
ท่ีกาหนดไว้ จะเป็นตัวบ่งชี้ความสาเร็จหรือความล้มเหลวของโครงการ การประเมินในส่วนน้ี
มีวัตถุประสงค์เพ่อื ตดั สนิ ใจปรบั ปรุงขยายโครงการนาไปใชต้ ่อเน่ืองตอ่ ไปและเพ่ือลม้ เลกิ โครงการ

สมบรู ณ์ ตันยะ (2545 : 84) กล่าวไวว้ ่า การประเมินโดยใช้รูปแบบซิปป์ของสติฟเฟิลบีม
(CIPP) มีการประเมินใน 4 ดา้ น คือ

1. การประเมินสภาวะแวดลอ้ ม (Context Evaluation) เปน็ การประเมินสภาพเศรษฐกิจ
สังคม นโยบายทางการศึกษา ความต้องการของสังคม ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ตลอดจนปรัชญาทาง
การศึกษาซ่ึงจะนาไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจวางแผน กาหนดนโยบาย กาหนดเปูาหมาย และ
จดุ มงุ่ หมายทีเ่ หมาะสมกบั การจัดการศกึ ษา

2. การประเมินปัจจัย (Input Evaluation) เป็นการตรวจสอบความพร้อมของตัวปัจจัย
เบื้องต้นต่างๆ เช่น บุคลากร อาคารสถานที่ งบประมาณหรือส่ิงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยจะนาไปใช้
ประโยชน์ในการตัดสินใจวางโครงการหรือหาวิธีการท่ีจะดาเนินโครงการให้บรรลุจุดมุ่งหมายท่ีต้ังไว้
ซ่ึงเปน็ วิธีการหรือยทุ ธวิธที ีเ่ ปน็ ไปได้กับทรัพยากรในดา้ นต่างๆ ท่ีมอี ยู่

3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) เป็นการประเมินเพื่อระบุจุดเด่น
หรือจุดด้อยของแนวทางท่ีเลือกใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการบริหารและกระบวนการของการ
จัดกิจกรรมต่างๆ หลังจากการนาแผนไปปฏิบัติจริงเพ่ือจะได้นามาปรับปรุงแก้ไขกระบวนการต่างๆ

22

ให้เหมาะสมได้ทันท่วงทีขณะที่การดาเนินงานน้ันกาลังกระทาอยู่ เพ่ือให้สามารถดาเนินการได้ตาม
จุดมุง่ หมายที่กาหนดไว้ไดด้ ว้ ยดี

4. การประเมินผลผลติ (Product Evaluation) เปน็ การประเมินตัดสินคุณค่าผลผลิตของ
โครงการทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ ซึ่งจะเป็นเคร่ืองบ่งชี้ว่าในการดาเนินงานน้ีจาได้บรรลุ
วตั ถุประสงคท์ ่กี าหนดไว้มากน้อยเพียงใด ซ่ึงจะช่วยให้ผู้บริหารนาไปใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะใช้
จะปรับปรุงหรอื จะยุบเลกิ โครงการนัน้ ๆ ไปเลย

จากการศึกษารูปแบบการประเมินโครงการ สรุปสาระสาคัญได้ว่า การประเมินโครงการ
เป็นการวัดผลของแผนงานหรือโครงการ เทียบกับเปูาหมายในด้านสภาพแวดล้อมก่อนที่จะลงมือ
ดาเนินงานโครงการด้านตัวปูอนและด้านกระบวนการในขณะท่ีดาเนินโครงการเพื่อให้ทราบถึงความ
เหมาะสมและเพียงพอของทรัพยากรท่ีจะนาไปใช้ เพ่ือหาข้อบกพร่องในการดาเนินงานและประเมิน
ดา้ นผลผลติ เพอ่ื ใหท้ ราบวา่ ผลผลิตที่เกดิ ขึน้ จรงิ เปน็ ไปตามเปาู หมายหรือวัตถุประสงค์

แนวคิดเก่ียวกับการประเมินโครงการของสตัฟเฟิลบีม ได้กาหนดรูปแบบในการประเมิน
โครงการเปน็ ที่น่าสนใจท่เี รียกวา่ ซิปป์ เป็นรูปแบบท่ีสามารถใช้เป็นกรอบแนวคิดสาหรับการประเมิน
โครงการ นิยมใช้ในการประเมินโครงการทางการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา ดังน้ัน ผู้ประเมิน
จงึ ได้ศึกษาเอกสาร ตาราเกีย่ วกับแนวคิดในการประเมินโครงการโดยใช้ (Cipp Model) เพื่อประกอบ
การศึกษาเพอื่ ประเมนิ โครงการ ดังตอ่ ไปน้ี

1. ตัวแบบของการประเมินแบบซปิ ป์
สตัฟเฟิลบีม ได้ให้ความหมายของการประเมินว่า เป็นกระบวนการของการวิเคราะห์
เพ่ือให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจทางเลือกต่างๆ ท่ีมีอยู่ แบบจาลองน้ีไม่เพียงแต่
ประเมินว่าบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่เท่าน้ัน แต่ยังเป็นการประเมินเพ่ือช่วยให้ได้มาซึ่งรายละเอียดใน
ด้านต่างๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจเก่ียวกับโครงการอีกด้วย เพราะการประเมินแบบซิปป์นั้นเป็น
การประเมินในด้านตา่ งๆ
นอกจากนี้ สาราญ มีแจ้ง (2544 : 129-131) ไดเ้ สนอวา่
1. การประเมินสภาวะแวดล้อม (Context Evaluation) ซึ่งเป็นการช่วยในการตัดสินใจ
เกยี่ วกบั การวางแผนในการกาหนดวัตถปุ ระสงค์
2. การประเมินปัจจัยเบื้องต้น (Input Evaluation) เป็นการตัดสินใจเก่ียวกับโครงสร้าง
เพอ่ื กาหนดรูปแบบของโครงสรา้ ง
3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) เป็นกระบวนการตัดสินใจในด้าน
การประยุกต์ใช้เพื่อควบคมุ การดาเนนิ การของโครงการ
4. การประเมินผลผลิต (Product Evaluation) จะช่วยในการตัดสินใจ และดูผลสาเร็จ
ของโครงการ

23

การประเมินในด้านต่างๆ มีรายละเอยี ดดังต่อไปนี้
1. การประเมินสภาวะแวดล้อม (Context Evaluation) นับว่าเป็นรูปแบบพื้นฐานของ
การประเมินทั่วๆ ไป ซึ่งเป็นการประเมินเพ่ือให้ได้มาซ่ึงเหตุผล ช่วยในการกาหนดวัตถุประสงค์ของ
โครงการ โดยเนน้ ในดา้ นความสัมพนั ธ์ท่เี กีย่ วกับสภาวะแวดลอ้ ม ความต้องการ และเงื่อนไขความเป็น
จริงต่างๆ ท่ีเกี่ยวกับสภาวะแวดล้อม นอกจากน้ียังช่วยวินิจฉัยปัญหาเพ่ือให้ได้ข้อมูลพื้นฐานที่จะเป็น
ประโยชนต์ ่อการตดั สนิ ใจ
2. การประเมินปัจจัยเบ้ืองต้น (Input Evaluation) เป็นกระบวนการประเมินเพื่อใช้
สาหรับการตัดสินใจในความเหมาะสมของแผนงานต่างๆ ที่ได้จัดวางข้ึนเพ่ือดูว่าข้อมูลนั้นจะมีส่วน
เกย่ี วขอ้ งหรอื ชว่ ยในการบรรลจุ ุดมงุ่ หมายของโครงการหรอื ไม่ โดยประเมนิ ในดา้ นตา่ งๆ ดงั นี้

2.1 ความสามารถของหน่วยงานหรือตัวแทนในการจัดโครงการ
2.2 ยุทธวธิ ีในการใช้ในการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ
2.3 การไดร้ ับความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ได้แก่ เวลา เงินทุน อาคาร สถานที่ วัสดุ
อุปกรณ์ เครอื่ งมือ อัตรากาลงั การมศี ักยภาพ
3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) ซ่ึงการประเมินกระบวนการจาเป็น
จะต้องได้รับการเตรียมเพ่ือให้ได้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) แก่ผู้รับผิดชอบและผู้ดาเนินการ
ทกุ ลาดบั ขัน้ การประเมนิ กระบวนการมีวตั ถปุ ระสงค์ ดงั นี้
3.1 เพอื่ หาและทานายข้อบกพรอ่ งของกระบวนการ
3.2 เพ่ือรวบรวมสารสนเทศสาหรับผู้ตัดสินใจวางแผนเพื่อช่วยเป็นรายงานสะสมถึง
การปฏบิ ตั งิ านต่างๆ ทเ่ี กิดขึ้น
4. การประเมินผลผลิต (Product Evaluation) มีจุดมุ่งหมายเพ่ือการประเมินวัดผล
และแปลความหมายของความสาเร็จไม่เฉพาะเม่อื ส้นิ สุดวัฎจักรของโครงการเท่าน้ัน แต่มีความจาเป็น
อย่างย่ิงในระหว่างปฏิบัติตามโครงการด้วยระเบียบวิธีท่ัวๆ ไปของการประเมินผลผลิต ซึ่งจะรวม
ส่ิงต่อไปนี้เข้าไว้ด้วยกัน คือ การดูว่าวัตถุประสงค์ท่ีกาหนดนั้นนาไปใช้ได้หรือไม่ เกณฑ์ในการวัด
มีความสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ของการทากิจกรรมคืออะไร เปรียบเทียบผลที่วัดได้กับเกณฑ์สมบูรณ์
(Absolute Criteria) หรือเกณฑ์สัมพันธ์ (Relative Criteria) ที่กาหนดไว้ก่อนและทาการแปล
ความหมายถึงเหตุผลของส่ิงที่เกิดข้ึน โดยอาศัยรายงานจากการประเมินสภาวะแวดล้อม ปัจจัย
เบื้องต้นและกระบวนการร่วมด้วย
2. แบบจาลองของการประเมนิ โครงการ
แบบจาลองในการประเมินมีอยู่หลายแบบจาลองแต่ละแบบมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก
กล่าวคือ ต่างก็มุ่งเน้นให้ความสาคัญของโครงการท่ีจุดเดียวกัน เช่น ให้ความสาคัญท่ีผลผลิตของ
โครงการเป็นสาคัญและอีกหลายๆ แบบจาลองท่ีให้ความสาคัญทุกๆ ส่วนของโครงการเท่าเทียมกัน

24

การจัดกลุ่มแบบจาลองในการประเมินโครงการที่กล่าวถึงจะเป็นการจัดกลุ่มโดยอาศัยลักษณ ะ
พฤติกรรมการประเมินเป็นหลกั ซ่งึ แบง่ ได้ 3 กลุ่ม (สาราญ มแี จ้ง, 2544 : 111-112) ดงั น้ี

2.1 แบบจาลองท่ียึดจุดมุ่งหมายเป็นหลัก (Goal – Attainment Model หรือ
Objective Based Model) แบบจาลองน้ีเปน็ แบบจาลองท่ีเนน้ จุดมุ่งหมายหรอื วัตถุประสงค์เป็นหลัก
แบบจาลองที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ แบบจาลองของไทเลอร์ (Ralph W.Tyler) แต่ก็ยังมีบางกลุ่มท่ียึด
ทั้งจุดมุ่งหมายและผลข้างเคียง (Side Effects) เป็นหลัก ได้แก่ แบบจาลองตามแนวความคิดของ
ครอนบาค (Cronbach) และสครพิ เวน (Scriven) เป็นต้น

2.2 แบบจาลองการตัดสินคุณค่า (Judgement Model) ซ่ึงแบบจาลองนี้จะเป็น
แบบจาลองที่ต้องอาศัยผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญในการตัดสินคุณค่า โดยอาศัยเกณฑ์ภายในและ
เกณฑ์ภายนอก ซึ่งเกณฑ์ภายใน ได้แก่ กระบวนการต่างๆ ที่จะช่วยให้วัตถุประสงค์บรรลุเกณฑ์ และ
เกณฑ์ภายนอก ได้แก่ ผลของการบรรลุวัตถุประสงค์ แบบจาลองที่จัดว่าอยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่
แบบจาลองของสเตก (Robert E. Stake) และแบบจาลองของโปรวสั (Provus) เปน็ ต้น

2.3 แบบจาลองที่ชว่ ยในการตัดสินใจ (Decision Model) เป็นแบบจาลองที่ได้สร้าง
ขึ้นเพื่อช่วยในการตัดสินใจของผู้บริหาร แบบจาลองที่จัดว่าอยู่ในกลุ่มน้ี ได้แก่ แบบจาลองของเวสซ์
(Wayne W. Welch) แบบจาลองซิปป์ (CIPP Model) แบบจาลองของแดเนียบ แอล สตัฟเฟลบีม
(Danial L. Stufflebeam) แบบจาลองของแอลคิน (Alkin) และแบบจาลองของแฮมมอนด์
(Hammond) เป็นตน้

การประเมินผลโครงการในคร้ังนี้ ผู้ประเมินได้เลือกแบบจาลองซิปป์ (CIPP Model)
เพราะว่าเป็นแบบจาลองท่ีเหมาะสมกับลักษณะของโครงการ (เยาวดี วิบูลย์ศรี, 2538 : 79) ที่มี
รปู แบบประกอบดว้ ยการประเมนิ ผล 4 ประการ อนั เป็นโครงสรา้ งของโครงการศึกษาทวั่ ๆ ไป ดงั นี้

1. Context Evaluation เป็นการประเมินผลพื้นฐานท่ีเกี่ยวกับการค้นหาข้อมูลข่าวสาร
อนั จะนาไปส่กู ารพฒั นาเปูาหมายของโครงการ เปน็ ตน้ วา่ ขอ้ มลู เกี่ยวกบั สง่ิ แวดลอ้ ม

2. Input Evaluation เป็นการประเมินผลเพื่อค้นหาตัวประกอบ แนวทางท่ีเหมาะสมหรือ
มีประสิทธิภาพท่ีจะอานวยให้โครงการดาเนินการไปตามวัตถุประสงค์ท่ีต้องการ คือ การบรรลุ
เปาู หมายของโครงการ เชน่ เงนิ ทุน บคุ ลากร ครู นกั เรียน หลกั สูตร

3. Process Evaluation เปน็ การประเมินต่อจาก Context และ Input Evaluation เป็น
การประเมินเพ่ือค้นหาข่าวสารท่ีจะเป็นแนวทางในการปฏิบัติหรือวิธีการปฏิบัติ สาหรับโครงการว่า
จะดาเนินใหเ้ ปน็ ไปตามแผนทว่ี างไวอ้ ย่างไร เช่น วธิ ีการจดั การเรียนการสอน

4. Product Evaluation เปน็ การประเมินผลติ ผลเพ่อื การตรวจสอบหาผลสาเรจ็ ดา้ นตา่ งๆ
ของโครงการกับเกณฑท์ ีต่ ้ังไวว้ ่าเป็นไปตามวตั ถุประสงค์หรือไม่อย่างไร

25

ดังน้ัน การประเมินโครงการท่ีเรียกว่า ซิปป์ (CIPP Model) จึงนับว่าเป็นที่ยอมรับเพื่อใช้
ในการประเมนิ โครงการของหน่วยงานโดยทวั่ ไป และสามารถตรวจสอบได้ทงั้ ระบบของโครงการ

เอกสารการจดั การศึกษาทางไกล

ความหมายของการจดั การศกึ ษาทางไกล
มนี ักวิชาการได้ใหค้ วามหมายการจดั การศกึ ษาทางไกลไวด้ ังนี้
กิตานันท์ มลิทอง (2543 : 20) ได้กล่าวและให้ความหมายของการศึกษาทางไกล

(distance education) ไวว้ า่ การศกึ ษาทางไกล หมายถึง ระบบการศึกษาท่ีผู้เรียนและผู้สอนอยู่ไกล
คนละที่กัน แต่สามารถทาให้เกิดความรู้ได้โดยอาศัยสื่อการสอนในลักษณะส่ือประสมโดยใช้ส่ือต่างๆ
เช่น ตาราเรียน เทป เสียงแผนภูมิ คอมพิวเตอร์หรือโดยการใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมและส่ือมวลชน
ประเภทวิทยุ โทรทัศน์ เข้ามาเพื่อเป็นตัวช่วยในการแพร่กระจายการศึกษาไปยังผู้ที่มีความปรารถนา
และต้องการทจ่ี ะเรียนรู้ไดอ้ ย่างกว้างขวางทั่วทุกท้องถ่ิน

วจิ ิตร ศรสี ะอ้าน (2535 : 5 -7) ไดก้ ลา่ วและใหค้ วามหมายเกี่ยวกับการศึกษาทางไกลไว้ว่า
การศึกษาทางไกล หมายถึง การศึกษาที่ผู้เรียนและผู้สอนไม่ได้พบกันโดยตรงแต่ผู้สอนถ่ายทอด
ประสบการณ์ผ่านส่ือประเภทวิทยุ โทรทัศน์ เทปเสียง คอมพิวเตอร์ หรืออ่ืนๆ ท่ีผู้เรียนได้รับความรู้
จากสอ่ื เหล่าน้ี

โฮล์มเบริ ก์ (Homberg, 1989 : p.127) อ้างใน ทิพย์เกสร บุญอาไพ (2540 : 38) ซึ่งได้ให้
ความหมายของการศึกษาทางไกลว่า หมายถึง การศึกษาที่ผู้เรียนและผู้สอนไม่ได้มาเรียนหรือสอน
แบบพบปะกันซึ่งๆ หน้า แต่เป็นการจัดโดยใช้ระบบการส่ือสารแบบสองทาง ถึงแม้ว่าผู้เรียนและ
ผูส้ อนจะไม่อยู่ในห้องเดยี วกนั กต็ าม การเรียนการสอนทางไกลเป็นวธิ ีการสอนอันเน่ืองมาจากการแยก
อยู่ห่างกันของผู้เรียนและผู้สอน การปฏิสัมพันธ์ดาเนินการผ่านสื่อ สิ่งพิมพ์ คอมพิวเตอร์ และ
เครอ่ื งมืออิเลก็ ทรอนกิ สต์ า่ งๆ

สรุปได้ว่า การศึกษาทางไกล หมายถึง การศึกษาท่ีผู้เรียนและผู้สอนไม่ได้พบกันแต่ผู้สอน
จะถา่ ยทอดเนือ้ หาความรู้ ประสบการณต์ ่างๆ ผา่ นทางส่อื ในรูปแบบต่างๆ นั่นเอง

ลกั ษณะสาคัญของการศกึ ษาทางไกล

จากความหมายของการศึกษาทางไกลดงั ทไ่ี ด้กล่าวมาแล้วนั้นจะเห็นได้ว่าการศึกษาทางไกล
มีลักษณะเฉพาะสาคัญทแี่ ตกตา่ งไปจากการศึกษาในระบบอื่นๆ

วจิ ติ ร ศรีสะอา้ น และคณะ (2534 : 35) ได้จาแนกลกั ษณะสาคัญ ดงั น้ี
1. การเรียนการสอนทางไกลเป็นรูปแบบการสอนท่ีผู้สอนและผู้เรียนอยู่ห่างไกลกัน
มีโอกาสพบปะหรือได้รับความรู้จากผู้สอนโดยตรงน้อยกว่าการศึกษาตามระบบปกติ การติดต่อ

26

ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอนนอกจากจะกระทาโดยผ่านสื่อต่างๆ แล้ว การติดต่อส่ือสารโดยตรงจะเป็น
ในรปู ของการเรยี นจดหมายโต้ตอบกันมากกวา่ การพบกนั เฉพาะหน้าเฉพาะตัว

2. เน้นผเู้ รียนเปน็ ศนู ย์กลางของการเรยี นในระบบการเรียนการสอนทางไกล ผู้เรียนมีอิสระ
ในการเลือกเรียนวิชาและเลือกเรียนตามท่ีตนเองสมควร สามารถกาหนดสถานท่ีเรียนของตนเอง
พรอ้ มท้งั กาหนดวิชาการเรียนและควบคุมการเรียนด้วยตนเอง วิธีการเรียนรู้ ก็จะเป็นการเรียนรู้ด้วย
ตนเองจากสอื่ ทส่ี ถาบนั การศกึ ษาจดั บริการท้ังสื่อเสริมในลักษณะอ่นื ๆ ทีผ่ ูเ้ รยี นจะหาได้เอง

3. ใช้สื่อและเทคโนโลยีเป็นเคร่ืองมือในแบบบริหารและการบริการส่ือทางเทคโนโลยี
การศึกษาท่ีใช้ส่วนใหญ่จะใช้สื่อส่ิงพิมพ์เป็นสื่อหลักโดยจัดส่งให้ผู้เรียนทางไปรษณีย์ ส่ือเสริมจัดไว้
หลายรูปแบบ มีทั้งรายการวิทยุกระจายเสียง รายการวิทยุโทรทัศน์ เทปเสียงประกอบชุดวิชา และ
วีดีทัศน์ประกอบชุดวิชา ส่ิงใดที่มิได้จัดส่งให้แก่ผู้เรียนโดยตรง สถาบันการศึกษาจะจัดไว้ตาม
ศูนย์การศึกษาต่างๆ เพ่ือให้ผู้เรียนได้มีโอกาสรับฟังหรือรับชมโดยอาจให้บริการยืมได้ นอกจากส่ือ
ดังกล่าวแล้ว สถานบันการศึกษาท่ีเปิดสอนทางไกลยังมีส่ือเสริมท่ีสาคัญอีก เช่น สื่ออิเล็กทรอนิกส์
สอ่ื คอมพิวเตอร์ และส่อื การสอนทางโทรทัศน์

4. ดาเนินงานและควบคุมคุณภาพในรูปขององค์กรคณะบุคคลการศึกษาทางไกลได้รับ
การยอมรับว่าเป็นส่วนหน่ึงของระบบและวิธีการจัดการศึกษาในประเทศต่างๆ มากย่ิงขึ้นเพราะ
สามารถจัดการเรียนการสอนตลอดจนบริการการศึกษาให้แก่ผู้เรียนได้มากกว่าและประหยัดเวลากว่า
ทั้งน้ี เพราะไม่มีข้อจากัดในเรื่องของสัดส่วนครูต่อนักเรียน และอาคารสถานที่ในส่วนคุณภาพนั้น
ผรู้ บั ผดิ ชอบจดั การศกึ ษาทกุ คนต่างม่งุ หวงั ให้การศึกษาท่ีตนจัดบรรลุจุดหมายและมาตรฐานที่รัฐต้ังไว้
การศึกษาทางไกลได้มีการสร้างองค์กรข้ึนรับผิดชอบในการพัฒนาหลักสูตรและผลิตเอกสารการสอน
ตลอดจนส่ือการสอนประเภทต่าง ๆ รวมท้ังการออกข้อสอบ ลักษณะเช่นนี้อาจกล่าวได้ว่า การศึกษา
ทางไกลมีระบบควบคุมคุณภาพของการศึกษาอย่างเข้มงวด และเคร่งครัด ความรับผิดชอบในการจัด
การศึกษามิได้อยู่ภายใต้บุคคลใดบุคคลหน่ึง หรือองค์กรใดองค์กรหน่ึงโดยเฉพาะ แต่เน้นการจัด
การศึกษาท่ีมีการดาเนินงานในรูปองค์กรคณะบุคคลและมีองค์กรหลายองค์กรรับผิดชอบในลักษณะ
การแบ่งงานซึ่งกันและกัน จึงเป็นระบบการดาเนินงานและการควบคุมคุณภาพในรูปขององค์กร
คณะบคุ คลทส่ี ามารถควบคุมตรวจสอบไดท้ ุกข้นึ ตอน

5. กระบวนการเรยี นการสอนทางไกลได้รบั การออกแบบขนึ้ อย่างเป็นระบบ เร่ิมจากพัฒนา
หลักสูตรและผลิตเอกสารตลอดจนสื่อการสอนจากผู้เช่ียวชาญท้ังด้านเนื้อหา ด้านส่ือ และด้านการ
จัดการและการประเมินผล มีการดาเนินงานและผลิตผลงานท่ีมีมาตรฐานและคุณค่าอย่างแน่นอน
ชัดเจน จากน้ันจะส่งต่อไปให้ผู้เรียน ส่วนเร่ืองที่มาจากผู้เรียนน้ันผู้เรียนจะจัดส่งกิจกรรมมายัง
สถานศึกษา ซึ่งหน่วยงานในสถานศึกษาจะจัดส่งกิจกรรมของผู้เรียนไปตามระบบถึงผู้สอนเพ่ือให้
ผสู้ อนตรวจตามมาตรฐานและคณุ ภาพการศกึ ษาทก่ี าหนดไว้และมีการสง่ ผลการตรวจไปจนถึงผ้เู รียน

27

6. ใช้กระบวนการทางอุตสาหกรรมในการถ่ายทอดเน้ือหาสาระไปสู่ผู้เรียนจานวนมาก
การศึกษาทางไกลเน้นการศึกษาที่ใช้ส่ือประเภทต่างๆ แทนส่ือบุคคล สื่อท่ีใช้มีหลายประเภทและ
มีความแตกต่างกนั ในการนาเสนอเนือ้ หา การสอนและการจัดการสอนเปน็ การจัดบริหารให้แก่ผู้เรียน
จานวนมากในเวลาเดียวกัน ดังนั้นการดาเนินงานในด้านการเตรียมและการจัดส่งส่ือการสอนจึงต้อง
จัดทาในรูปของกิจกรรมอุตสาหกรรมมีการผลิตจานวนมากมาย การนาเอาเทคนิคและวิธีการผลิต
ที่จัดระบบและมีการดาเนนิ งานเป็นขัน้ ตอนตามระบบอุตสาหกรรมมาใช้

7. เน้นด้านการผลิตและจัดส่งส่ือการสอนมากกว่าการทาการสอนโดยตรงบทบาทของ
สถาบันการสอนในระบบทางไกลจะแตกต่างจากสถาบันที่สอนในระบบเปิด โดยจะเปลี่ยนจาก
การสอนเป็นรายบุคคลมาเป็นการสอนคนจานวนมาก สถาบันจะรับผิดชอบด้านการผลิตและจัดส่ง
เอกสารและส่อื การสอน

8. มีการจัดต้ังหน่วยงานและโครงสร้างข้ึนเพื่อสนับสนุนการสอนและบริการผู้เรียน
แม้ผู้เรียนและผู้สอนจะอยู่ห่างไกลกันก็ตาม และการสร้างโครงสร้างเพื่อสนับสนุนผู้สอนในลักษณะ
ต่างๆ ในบางกรณีมีการจัดต้ังศูนย์การศึกษาประจาท้องถ่ินหรือใช้ทรัพยากรท้องถ่ินหรือประจาภาค
ขึ้นเพื่อสนับสนุนให้บริการการศึกษาด้วยการเชิญบุคลากรท้องถิ่น หรือใช้ทรัพยากรท้องถ่ินเป็นส่วน
เสรมิ ของการจัดการศึกษาด้วย หน่วยสนับสนุนการศึกษาเหล่านี้จัดเป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษา
ซึ่งเม่ือมีการจัดต้ังอย่างเป็นระบบแล้ว หน่วยสนับสนุนเหล่านี้นับวันจะขยายตัวและเพ่ิมจานวน
รวมทั้งการบริการไปอย่างกว้างขวางยิ่งข้ึน โดยจะมีการใช้หน่วยสนับสนุนเหล่าน้ีเพ่ือช่วยเหลือ
การศึกษาของผู้เรียนแต่ละคน รวมทั้งการเพ่ิมจานวนการสอนด้วยผู้สอนโดยตรงมากยิ่งข้ึน
นอกจากน้ีผู้สาเร็จการศึกษาไปแล้ว และผู้เรียนปัจจุบันยังเน้นส่วนสาคัญของระบบการศึกษาในอัน
ท่ีจะช่วยการศึกษาซึ่งกันและกัน ซึ่งจะทาให้ระบบการศึกษาทางไกลกลายเป็นระบบท่ีอยู่ได้ด้วย
ตนเองมากขึน้

9. สื่อสารติดต่อแบบสองทางในการศึกษาทางไกล แม้การจัดการสอนเป็นไปโดยใช้สื่อ
การสอนประเภทต่างๆ แทนการสอนด้วยครูโดยตรง แต่การติดต่อระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนก็มิใช่จะ
เปน็ ไปในรูปของการติดต่อทางเดียว แตเ่ ป็นการติดต่อแบบสองทางซ่ึงสถาบันการศึกษา และผู้สอนจะ
ติดต่อกับผู้เรียนโดยจดหมายและโทรทัศน์ ส่วนผู้เรียนก็อาจจะติดต่อกับผู้สอนและสถาบันการศึกษา
ด้วยวิธีเดียวกัน นอกจากน้ีสถาบันการศึกษาก็ยังจัดให้มีการติดต่อกับผู้เรียนด้วยการจัดสอนเสริม
ซึ่งส่งผู้สอนไปสอนนักเรียนตามศูนย์บริการการศึกษาประจาจังหวัดและท้องถิ่น ตามช่วงเวลาท่ี
สถาบันกาหนดในการเรยี นการสอน จะใช้เวลาไม่มากในการบรรยายตามเน้ือหาวิชาเพราะเนื้อหาวิชา
ต่างๆ นั้นได้จัดการสอนโดยวิธีใช้สื่อต่างๆ ตั้งแต่ส่ือเอกสาร ส่ือวิทยุกระจายเสียง สื่อ วิทยุ โทรทัศน์
รวมทง้ั สอื่ อิเลก็ ทรอนกิ สส์ มยั ใหม่ แต่การสอนเสริมการทดลองหรอื การฝกึ ปฏบิ ตั ิเน้นผ้เู รยี นเป็นสาคัญ

28

กรมการศึกษานอกโรงเรียน (2538 : 25) ได้ให้แนวคิดเกี่ยวกับลักษณะการจัดการศึกษา
ทางไกล ซง่ึ จาแนกได้ดังนี้

1. การศึกษาทางไกลเน้นการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้ขาดโอกาส ผู้พลาดโอกาส
และผดู้ อ้ ยโอกาสทางการศกึ ษาใหไ้ ดร้ ับการศึกษาท่ีสมควรแก่อตั ภาพของตน

2. การศึกษาทางไกลเป็นการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตเปิดกว้างสาหรับประชาชน
ทุกเพศ ทุกวัยทต่ี ้องการได้รับการศึกษาทางไกล โดยมีการบูรณาการท่ีจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจ
สะดวกและเน้นประโยชน์ต่อการนาไปใช้

3. การศึกษาทางไกลใช้เทคโนโลยีเป็นเคร่ืองมือในการบริการและจัดการที่เหมาะสมแก่
ความสามารถในการเรียนรู้ของผู้เรียน ส่ือการเรียนจะเป็นสื่อประสมท่ีมีส่ือเป็นเอกสารส่ือเทคโนโลยี
ส่อื บคุ คล และสอ่ื ท่เี ป็นระบบบรกิ ารเพ่อื ส่งเสรมิ การศึกษา สื่อประสมเหล่านี้จะจัดขึ้นในลักษณะของ
ชุดการเรียนทเ่ี หมาะแก่ความสามารถในการเรยี นของผู้เรียน

4. การศึกษาทางไกลเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในทางเศรษฐกิจและสังคม เพราะสามารถ
ใหบ้ รกิ ารแกก่ ลมุ่ เปูาหมายอย่างไม่จากัดจานวน และไม่จากัดเวลา สามารถเข้าถึงตัวผู้เรียนได้ด้วยส่ือ
คมนาคมทถี่ งึ ตวั ผเู้ รยี นทุกวถิ ที างทัง้ ส่ือสารและโทรคมนาคม

5. การศึกษาทางไกลเหมาะสาหรับผู้สอนและผู้เรียนที่อยู่ห่างไกลโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในถ่ิน
ทุรกนั ดารเดินทางไปโรงเรียนไมส่ ะดวก และข้อจากัดอ่ืน ๆ ซึ่งการศึกษาทางไกลสามารถเป็นส่ือกลาง
ระหวา่ งผู้สอนและผูเ้ รยี นทอี่ ยูห่ า่ งไกลได้เป็นอย่างดี

6. การศึกษาทางไกล ใช้ได้ในการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียน (Formal Education)
เป็นการจัดการศึกษาทางไกลในวิชาที่สอนตามหลักสูตรของการศึกษาในระบบโรงเรียน ซึ่งเป็น
การสอนเพื่อช่วยเหลืออยู่ในบางวิชาที่มีความยากในการเข้าใจและขาดแคลนครูชานาญการเฉพาะ
สาขา เช่น วทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ องั กฤษ เปน็ ต้น

7. การศึกษาทางไกลสามารถนาไปใช้ได้ในการจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียน
(Open Distance Education) เพราะการศึกษาทางไกลเป็นการศึกษาท่ีใช้ส่ือประสมท้ังสื่อเอกสาร
สื่อเทคโนโลยี และส่ือบุคคลที่เหมาะสมกับกลุ่มเปูาหมาย กลุ่มต่างๆ ระบบเปิดน้ีจะครอบคลุม
หลกั สูตรการศกึ ษานอกโรงเรียน

8. การศึกษาทางไกลเหมาะสมท่ีจะให้การศึกษาในลักษณะการศึกษาตามอัธยาศัย
(Infor mail Education) เพราะสามารถเผยแพร่ความรู้และทักษะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา
คุณภาพชีวิตของประชาชนท่ัวไป การจัดการศึกษาลักษณะน้ีจะไม่มีหลักสูตรชัดเจน เหมือนสอง
ประเภทแรกแต่เน้ือหาจะสอดคล้องกับปัญหาปัจจุบันและความต้องการของประชาชนในการพัฒนา
สภาพความเปน็ อยู่ และคณุ ภาพชีวิตของผู้เรียนหรอื กล่มุ เปูาหมาย

29

จากลักษณะสาคัญของการศึกษาทางไกลข้างต้นจะเห็นได้ว่าการศึกษาทางไกลมีลักษณะ
เฉพาะท่ีแตกต่างไปจากระบบการสอนปกติ ลักษณะสาคัญของการศึกษาทางไกลดังกล่าวน้ีทาให้
จาเปน็ ต้องใช้เวลายาวนาน สาหรบั การพัฒนาส่ือการเรียนการสอน การบริการและการบริการศึกษา
เพื่อสนองตอบต่อผู้เรียนเป็นจานวนมากได้ ผ้เู รยี นเองจะตอ้ งพัฒนาตนเองให้มีความรับผิดชอบมีวินัย
และเข้าใจระบบการศกึ ษาทางไกลอยา่ งแทจ้ ริง

ระบบการศกึ ษาทางไกล

วจิ ติ ร ศรีสอา้ น และคณะ (2534 :35) ไดก้ ลา่ วไว้วา่ การศึกษาทางไกลเป็นองค์คณะบุคคล
ท่ีมีการดาเนินงานที่เป็นระบบและขั้นตอนการดาเนินงานชัดเจนเป็นกระบวนการที่มีการควบคุม
มาตรฐานและคุณภาพอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ทั้งนี้เพ่ือให้การจัดการศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ระบบ
การศกึ ษาทางไกลประกอบดว้ ยขัน้ ตอน ดงั น้ี

1. การศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการทางการศึกษาในการเปิดหลักสูตรหรือโปรแกรม
ต่างๆ ของสถาบันที่จัดการศึกษาทางไกลจะเร่ิมต้นด้วยการศึกษาวิเคราะห์ความต้องการทางการ
ศึกษา โดยนาเอาความต้องการของสังคม ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่เก่ียวข้องมาพิจารณา เพ่ือทาให้
สามารถหารายได้อย่างแท้จรงิ และเพื่อใหท้ ราบชดั เจนวา่ การศึกษาทีจ่ ดั นั้นสามารถสนองและตรงกับ
ความตอ้ งการของผู้เรียนหรอื ไม่ และตัวผ้เู รียนมีความมงุ่ หวังจะไดร้ บั ความรู้และประสบการณด์ า้ นใด

2. การกาหนดวัตถุประสงค์ของการศึกษา ซึ่งวัตถุประสงค์ของการศึกษาในที่น้ี หมายถึง
วัตถุประสงค์ของหลักสูตรหรือโครงการศึกษา ซ่ึงได้มาจากการตีความผลที่ได้รับจากการศึกษา
วิเคราะห์ ตลอดจนการสารวจความตอ้ งการทางการศกึ ษา

3. การพฒั นาหลกั สูตรในข้ันนี้ทางสถาบันการศึกษาทางไกลจะต้องมีการดาเนินการโดยจัด
ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรขึ้น ซึ่งประกอบด้วยผู้เช่ียวชาญทางด้านต่างๆ ได้แก่
ผ้เู ชย่ี วชาญด้านเนอื้ หา ผเู้ ชย่ี วชาญด้านหลกั สูตร ผ้เู ชย่ี วชาญด้านสือ่

4. การพิจารณาสื่อที่เหมาะสมสาหรับการศึกษาทางไกลกาหนดขึ้นใช้หลายชนิด โดยท่ีส่ือ
แต่ละชนิดมีวิธีการนาเสนอท่ีแตกต่างกัน ทั้งน้ีเพื่อการสนับสนุนหรือเสริมการเรียนรู้เพื่อทาให้เกิด
ความชดั เจนสมบรู ณข์ ึน้

5. การวางแผนพัฒนาส่ือการเรียนการสอนในขั้นนี้ทางสถาบันการศึกษาจะมีการแต่งตั้ง
คณะกรรมการพัฒนาส่ือการเรียนการสอนขึ้น คณะกรรมการนี้จะทาหน้าที่วางแผน และพัฒนาสื่อ
การสอนในลักษณะของการเสนอรายละเอียดเนื้อหาสาระที่ต้องการให้ผู้เรียนเกิดความรู้ โดยเน้ือหา
สาระท่ีนาเสนอนั้นจะต้องสอดคล้องกับหลักสูตร ธรรมชาติของการเรียน และเนื้อหาสาระปรัชญา
แนวคิดและจุดหมายของการเรียนรู้ในวิชาการด้านนั้นๆ พร้อมทั้งการกาหนดวัตถุประสงค์ และวิธี
การนาเสนอเนื้อหาสาระของสอ่ื แตล่ ะชนิดทีจ่ าเป็นในการจดั การเรียนการสอนดว้ ย

30

6. การผลิตสอ่ื การศึกษา เมอ่ื ใดมีการวางแผนและพฒั นาสอื่ การเรียนการสอนเรียบร้อยแล้ว
หน่วยงานในสถาบันการศึกษาท่ีจัดตั้งขึ้นเพ่ือสนับสนุนการศึกษาทางไกลจะรับเอาแผนและเนื้อหา
สาระทไี่ ด้รับกาหนดเป็นส่ือแตล่ ะประเภทไปดาเนนิ งาน

7. การทดสอบระบบการใช้สื่อการศึกษาที่ได้จัดทาข้ึน ในประเด็นน้ีทางสถาบันการศึกษา
ได้ให้ความสาคัญต่อการทดลองสื่อการเรียนการสอนมาก กล่าวคือ เม่ือมีการพัฒนาสื่อการสอน
ทุกประเภทแล้วก็จะผลิตเป็นชุดจาลองเพื่อนาไปทดลองใช้กับผู้เรียนจานวนน้อยก่อน ท้ังนี้เพื่อเกิด
ความม่ันใจในมาตรฐานและคุณภาพของการศกึ ษา

8. การนาระบบการสอนและส่ือการศึกษาไปใช้เม่ือมีการทดลองและปรับปรุงการสอน
และส่ือการศึกษาจนบรรลุผลดังประสงค์แล้ว สถาบันการศึกษาก็จะนาส่ือการสอนที่ได้ปรับปรุงแล้ว
ไปใช้จัดการสอนจรงิ โดยการเปิดรบั นกั ศกึ ษาเขา้ เรียนจรงิ ตอ่ ไป

9. การติดตามและการประเมินผลการศกึ ษา จดั ทาได้ 2 กรณี คือ
9.1 เป็นการประเมินผลการเรียนเพ่ือดูความก้าวหน้าและสัมฤทธ์ิผลทางการเรียน

ของผู้เรยี น การประเมินผลการเรยี นนี้อาจทาเพียงครั้งเดยี วด้วยการสอน
9.2 เป็นการประเมนิ ระบบการศกึ ษาเพอ่ื ที่จะทาให้ทราบว่าการดาเนินการจัดการศึกษา

ของสถาบนั ศกึ ษาหรือของสถานศึกษาตามท่ีจัดอยนู่ น้ั ได้บรรลุตามวัตถปุ ระสงค์ท่ีได้กาหนดหรือไม่
ระบบการศึกษาทางไกลต้องอาศัยระบบย่อยหลายระบบในหลายหน่วยงานที่จะร่วมกัน

จัดการศึกษาทางไกลไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ดงั น้นั จะตอ้ งอาศัยการจัดระบบท่ีดี หลักการพัฒนาและ
ประยุกต์เทคโนโลยีทางการศึกษา การนาเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัยมาใช้ในการพัฒนาระบบ
การศึกษาทางไกล นอกจากน้ันการร่วมมือและประสานงานของหน่วยงานในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน
กจ็ ะเป็นอกี แนวทางหน่งึ ที่จะนาไปสู่ความสาเร็จในการจดั การศึกษาทางไกล

เอกสารการจัดการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม (DLTV)

ความเปน็ มาของการจัดการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม
ศนู ย์การศึกษาทางไกลไทยคม (2539 : 51-58) ประเทศไทยไดใ้ ห้ความสนใจและเริ่มหันมาใช้

ประโยชน์จากดาวเทียมตั้งแต่ปี 2509 โดยมีวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย คือไม่ว่าจะเป็นเพื่อการ
โทรคมนาคม สาธารณะประโยชน์ในประเทศและระหว่างประเทศ เพ่ือการโทรคมนาคมเฉพาะกิจ
ภายในประเทศเพื่อความม่ันคงของชาติและเพื่อปฏิบัติราชการทั่วไป เพื่อกิจการวิทยุกระจายเสียง
และวิทยโุ ทรทศั น์เพ่ืออุตุนิยมวทิ ยา เพอื่ การสารวจทรพั ยากรธรรมชาติ และเพ่อื การศึกษาทางไกล

ปัจจุบัน เทคโนโลยีการออกอากาศทางโทรทัศน์ได้พัฒนาจากแบบไมโครเวฟภาคพ้ืนดิน
เป็นการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม ทาให้กระจายการออกอากาศเป็นไปอย่างกว้างขวางมากข้ึน
แต่อย่างไรกด็ ีการสือ่ สารผ่านดาวเทียมในปัจจุบันก็ยังดาเนินงานในรูปของธุรกิจส่วนใหญ่ และยังได้มี

31

การเช่าช่องสัญญาดาวเทียมของต่างชาติ เช่น ดาวเทียมปาลาปูาของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นระบบ

การออกอากาศโทรทัศน์ตรงจากดาวเทียมสู่เคร่ืองรับสัญญาณดาวเทียมส่วนบุคคลตามบ้าน (Direct

to Home Broadcasting DTH) โดยเฉพาะดาวเทียมย่านความถ่ี Ku-Band ซ่ึงมีความถี่สูง และกาลัง

ส่งสูงทาให้เครื่องรับมีขนาดเล็กลงเหมาะแก่การใช้ตามเคหะสถาน และกาลังได้รับความสนใจนาเข้า

มาใชใ้ นการสอ่ื สารของไทย

รัฐบาลไทยได้เห็นชอบให้มีดาวเทียมแห่งชาติไทยคม (Thai Com) ซ่ึงเป็นดาวเทียมเพื่อ

ส่ือสารของประเทศซ่ึงมีศักยภาพสูงในการเผยแพร่ได้ครอบคลุมทุกพื้นท่ีในประเทศไทยและประเทศ

เพ่ือนบ้าน การออกอากาศโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม สัญญาณดาวเทียมจะทาให้มีช่องโทรทัศน์มากขึ้น

สาหรับการออกอากาศเพียงคร้ังเดียวสามารถครอบคลุมทุกพื้นท่ีท่ัวประเทศ สามารถประหยัดเวลา

และลดค่าใช้จ่าย ตลอดจนลดความยุ่งยากแล้ว ยังสามารถจัดการศึกษาทางไกลในการให้บริการ

ทางการศึกษาทง้ั การศึกษานอกโรงเรยี น การศกึ ษาในระบบโรงเรียน ตลอดจนการศึกษาตามอัธยาศัย

ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพเพราะสามารถใช้ช่องสัญญาณได้หลายชอ่ งในการจัดการศึกษา แต่ละประเภท

ในระยะเวลาตลอดวัน ซึ่งจะทาใหป้ ระชากรของประเทศได้รับการศึกษาอยา่ งท่วั ถงึ และเสมอภาคกนั

การสอนทางไกลผ่านดาวเทียมของโรงเรียนไกลกังวล ภายใต้ชื่อ “โครงการการศึกษาสาย

สามัญด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียม” เป็นสถานท่ีใช้ในการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา

ปที ี่ 1 – 6 และชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 – 6 รายการดา้ นสายอาชพี รายการนานาชาติผา่ นทางสถานีวิทยุ

โทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมและถ่ายทอดสดไปยังโรงเรียนเครือข่า ยทั่วประเทศ

ซึ่งรายการที่ออกอากาศมี 14 ช่อง สามารถรับชมได้ทางเครื่องรับ Ku-Band ท่ี UBC ช่อง 186-199

หรอื DLTV 1-14 ดังน้ี

DLTV 1 (CH 186) รายการชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 1

DLTV 2 (CH 187) รายการชั้นประถมศึกษาปที ี่ 2

DLTV 3 (CH 188) รายการชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3

DLTV 4 (CH 189) รายการชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4

DLTV 5 (CH 190) รายการชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5

DLTV 6 (CH 191) รายการชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 6

DLTV 7 (CH 192) รายการชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 1

DLTV 8 (CH 193) รายการชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2

DLTV 9 (CH 194) รายการชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

DLTV 10 (CH 195) รายการชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 4

DLTV 11 (CH 196) รายการช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 5

DLTV 12 (CH 197) รายการช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6

32

DLTV 13 (CH 198) รายการสายอาชพี (อาชีวศกึ ษา)
DLTV 14 (CH 199) รายการสายอาชพี (อาชวี ศกึ ษา)

หลักการของการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทียม

ขวญั แก้ว วัชโรทยั (2547 : 15) กล่าวว่าหลักการของการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมมี ดงั น้ี
1. การเรยี นรทู้ างไกลผ่านดาวเทียมไม่ใช้ใหน้ ักเรียนดูโทรทัศน์จาเป็นต้องมีการเตรียมการจัด
ประสบการณ์ ความรู้ กิจกรรม และวดั ผล ประเมินผลอยา่ งตอ่ เนื่อง
2. การเรียนรู้ด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียมต้องใช้ส่ือผสมนอกจากศึกษาจากโทรทัศน์
เชน่ แบบเรียน แบบฝกึ หัด ใบงาน ความรู้ และสอ่ื อปุ กรณก์ ารเรียนอยา่ งเหมาะสม
3. กระบวนการเรียนรู้ต้องเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับบทเรียนและ
กระบวนการเรียนการสอนใหม้ ากท่ีสุด
4. เพื่อให้การเรียนเกิดประสิทธิภาพสูงสุดจาเป็นต้องมีครู ผู้รับผิดชอบที่แน่นอนอย่าง
ต่อเน่ืองโดยเฉพาะอย่างย่ิงในโรงเรียนที่ขาดแคลนครูประจาวิชา และจาเป็นต้องอาศัยบทเรียนจาก
โทรทัศนท์ างไกลตลอดภาคเรียน
5. มีการวางแผนเตรียมการบริหารหลักสูตรและมีคณะทางานรับผิดชอบ วิทยาลัยหรือ
สถานศึกษาต้องมกี ารประสานงานกบั สถานีออกอากาศหรือสถานศกึ ษาต้นทางอย่างต่อเน่ือง
6. มีการตดิ ตามผลประเมินผลการจัดการเรยี นการสอนอยา่ งต่อเนอื่ ง
สรุปได้ว่า หลักการจัดการศึกษาผ่านดาวเทียมนั้นไม่ใช่แต่ให้นักเรียนดูโทรทัศน์เพียงอย่าง
เดียว แตต่ ้องจัดเตรียมสื่อประสมอย่างหลากหลายเพื่อให้นักเรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมและเป็นการสอน
ทเี่ นน้ ผ้เู รยี นเปน็ สาคัญ

มาตรฐานการจัดการศึกษาทางไกลผา่ นดาวเทียม

ขวญั แก้ว วชั โรทัย (2548 : 22) ไดก้ ลา่ วไว้วา่ เพ่ือให้การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
ได้มาตรฐาน ดังนั้นหน่วยงานหลักท่ีเก่ียวข้องจึงได้ร่วมกันกาหนดรูปแบบมาตรฐานการจัดการศึกษา
ทางไกลผา่ นดาวเทียมขนึ้ รวม 16 มาตรฐาน ดงั น้ี

1. จัดห้องควบคุมการรับและส่งสัญญาณดาวเทียมให้เหมาะสมและเอื้ออานวยต่อการจัด
กิจกรรมเพ่ือสง่ เสริมการเรยี นรแู้ ละพฒั นาทกั ษะของผ้เู รียน

2. จัดห้องเรียนทางไกลผ่านดาวเทียมให้เหมาะสม และเอื้ออานวยต่อการจัดกิจกรรมเพ่ือ
สง่ เสรมิ การเรยี นและพฒั นาทักษะของผเู้ รยี น

3. สถานศึกษามีการบริหารจัดการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมอย่างเป็นระบบและมี
ประสทิ ธิภาพ

33

4. สถานศึกษามแี ผนการจดั การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
5. สถานศึกษาประสานความร่วมมือกับทุกฝุายที่เกี่ยวข้องเพ่ือร่วมพัฒนาการจัดการศึกษา
ทางไกลผา่ นดาวเทียม
6. วางแผนการเรียนการสอนต้องให้สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ในคู่มือครูสอนทางไกล
ผ่านดาวเทยี มความตอ้ งการของโรงเรียนและทอ้ งถนิ่
7. จัดหรือปรับปรุงกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการจัดการโดยเน้น
การปฏิบัติจริง การประเมินเพ่ือปรับปรุงการเรียนการสอนให้สอดคล้องและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของ
ผู้เรยี นครอบครัวและชุมชน
8. มสี อ่ื ประกอบการเรยี นรสู้ าหรบั นกั เรยี นอย่างหลากหลาย
9. จัดหรือปรับปรุงการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมเพ่ือปลูกฝังให้นักเรียนแสวงหา
ความรดู้ ว้ ยตนเอง
10. จัดหรือปรับปรุงการเรียนการสอนให้นักเรียนได้มีการพัฒนาความรู้ความสามารถและ
ความถนดั ไดเ้ ห็นศกั ยภาพโดยเสริมจุดเด่นและแก้ไขจุดด้อยของนักเรียนเปน็ รายบุคคลและรายกลมุ่
11. จัดการเรียนการสอนตามสาระการเรียนรู้ โดยใช้การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้เป็น
แหลง่ เรียนรู้
12. จัดการเรียนการสอนโดยปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม อันจาเป็นในการดาเนินชีวิตอย่างมี
ความสขุ
13. ประเมนิ คณุ ภาพนกั เรยี นครบทกุ ด้าน ด้วยเครือ่ งมือและวธิ ีการท่เี หมาะสมอยา่ งต่อเน่ือง
14. สถานศึกษาใช้สื่อการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เป็นเครื่องมือส่งเสริมและพัฒนา
บุคลากรใหส้ ามารถพฒั นาตนเองไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและตอ่ เน่ือง
15. สถานศึกษาประเมินผลการปฏบิ ัติงานอยา่ งเป็นระบบ
16. นกั เรยี นมคี วามสามารถในการแสวงหาความรู้
สรุปได้ว่า สถานศึกษามีแผนการจัดการศึกษา มีห้องควบคุมการรับส่งสัญญาณ มีห้องเรียน
ที่เหมาะสมเอื้อต่อการเรียนรู้ มีสื่อการเรียนรู้อย่างหลากหลาย และมีเครื่องมือเพื่อประเมินคุณภาพ
นักเรียนทีม่ คี ณุ ภาพ

แนวทางการดาเนินการจัดการเรยี นการสอนทางไกลผา่ นดาวเทยี ม

ขวัญแก้ว วัชโรทัย (2548 : 24 – 26) ได้กล่าวไว้ว่า การจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่าน
ดาวเทยี มจะประสบผลสาเร็จตามวตั ถปุ ระสงค์ได้อย่างมปี ระสิทธิภาพและประสิทธผิ ลนน้ั จะต้องเข้าใจ
แนวทางการจัดการเรียนการสอน โดยสรปุ ดังต่อไปนี้

34

1. แนวทางการจดั การเรยี นการสอน
1.1 แต่งตั้งคณะทางานรับผิดชอบการจัดการเรียนการสอน ซ่ึงประกอบด้วยครูท่ีทางาน

ด้านวิชาการการวดั ผล ครูผรู้ บั ผดิ ชอบด้านสอ่ื และอุปกรณ์รับสัญญาณ ครูประจาวิชาหรือครูที่ปรึกษา
(กรณที ี่ขาดแคลนครู หรือรายวชิ าทไี่ มม่ ีครูสอนตรงตามลักษณะเฉพาะวชิ า)

1.2 ติดต้ังจานรับสัญญาณและเคร่ืองรับสัญญาณโดยพิจารณาประกอบกับสถานท่ีเรียน
ของนักเรียนและจอภาพโทรทัศนท์ ม่ี ีอยู่

1.3 วางแผนการจัดตารางสอนหรือกาหนดตารางเรียนให้ตรงตามตารางสอนของ
โรงเรียนวังไกลกังวล ซ่ึงเป็นโรงเรียนตน้ ทางโดยมแี นวทางพจิ ารณา ดงั นี้

1.3.1 กรณีท่ีเปิดสอนด้วยระบบทางไกลครบทุกชั้นทุกคาบและมีอุปกรณ์รับส่ง
สญั ญาณครบตามระบบชั้นควรจัดตารางสอนให้ตรงกับสถานีออกอากาศทง้ั หมด

1.3.2 กรณีทตี่ อ้ งการเลือกรับรายการสอนบางรายวิชาเพียงบางจุดประสงค์ หรือบาง
เรอ่ื งโปรดศึกษาจากตารางสอนหรอื คมู่ ือครูทีส่ ่งให้สถานศึกษา

1.4 การจัดให้นักเรียนได้เรียนรู้จากโทรทัศน์ผ่าวดาวเทียมควรจัดสภาพแวดล้อมให้
เหมาะสมกับขนาดของกลุ่มนักเรียน ควรพอเหมาะกับขนาดและปริมาณเครื่องรับโทรทัศน์และต้องมี
ครคู วบคมุ ดแู ลดาเนินกจิ รรมสนบั สนุนการเรียนร้ขู องนักเรียนทุกครงั้

1.5 ดาเนนิ การติดตามผลประเมินผล การจดั การเรยี นการสอนเป็นระยะๆ อย่างต่อเน่ือง
เพอื่ หาทางปรับปรุงแก้ไข

2. การจดั การเรยี นการสอน
2.1 ข้นั เตรยี มการ
2.1.1 ครูประจาวิชาหรือครูที่ปรึกษาศึกษาจุดประสงค์รายวิชาตามหลักสูตรศึกษา

เอกสารคู่มือกาหนดการสอนในรายวิชาที่ตนรับผิดชอบล่วงหน้าก่อนออกอากาศ ในกรณีที่กาหนด
การสอนมีไม่ครบหรือยังไม่ได้รับโปรดติดตามจากรายการโทรทัศน์ท่ีได้แจ้งตามตารางออกอากาศ
(ว่าครั้งต่อไปจะเรียนเร่ืองอะไรใช้สื่ออะไร) ทั้งน้ีเพ่ือเตรียมการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้
สอดคล้องกับรายการสอนทั้งในแง่การเตรียมสื่อใบงาน ใบความรู้ บทเรียน วัสดุ อุปกรณ์และเตรียม
ตัวนักเรยี นให้พร้อมทจ่ี ะรว่ มกิจกรรมในระหวา่ งคาบเรียนท่ีมีการออกอากาศ

2.1.2 กาหนดประเด็นสาคัญเพื่อการเสริมประสบการณ์ การทบทวนและการวัดผล
ประเมินผลไว้ล่วงหน้า ประเด็นสาคัญในท่ีน้ี หมายถึง การพิจารณาเนื้อหา จุดประสงค์ ระดับความ
ยากง่ายและพ้ืนฐานความรู้ของนักเรียนเพราะบางบทเรียนต้องมีความกระจ่างและจาเป็นต้องฝึกหัด
ฝกึ ปฏิบตั ิ ค้นคว้า ทบทวนเพิม่ เติม นอกจากเวลาท่ดี โู ทรทัศน์

2.2 การดาเนินการระหว่างคาบเรียน โดยท่ัวไปแล้วรายการสอนออกอากาศ ถึงแม้ใช้
เวลาเต็ม 60 นาที แต่ก็ยังมีช่วงเวลาท่ีสามารถช้ีแจงและจัดให้นักเรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ท้ังใน

35

ดา้ นการเตรียมการเข้าสบู่ ทเรยี น การฝกึ ปฏิบตั ิ การทบทวน เป็นตน้ ดงั น้ัน บทบาทของครูประจาวิชา
ท่ีควบคุมชั้นเรียน ควรทาหน้าท่ีดูแลเอาใจใส่เสริมแรง พฤติกรรมของนักเรียนเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพ
การเรียนและศักยภาพของนักเรียนให้ได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ ซ่ึงโดยหลักการแล้วขอย้าว่าการเรียนรู้
ทางไกลผ่านดาวเทยี มมใิ ช่การใหน้ กั เรียนดูโทรทศั นเ์ ทา่ นนั้ การจดั กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการบูรณา
การโดยสื่อประเภทต่างๆ และกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีนักเรียนต้องปฏิบัติ ซึ่งต้องอาศัยครูช่วยกระตุ้น
สง่ เสริมเป็นอยา่ งมากจึงจะบรรลุผล

ขวัญแก้ว วัชโรทัย (2548 : 25) ได้กล่าวไว้ว่า รูปแบบที่ช่วยให้มีการสอนเพื่อเสริม
ประสบการณใ์ ห้นักเรยี นบรรลวุ ตั ถุประสงค์ มี 2 ลกั ษณะ คอื

ลักษณะที่ 1 การดาเนินการในลักษณะที่ 1 เหมาะสาหรับรายวิชาที่ไม่ต้องใช้ทักษะ
ความสามารถหรอื เทคนิคปฏิบตั ิเป็นพิเศษ

1. ครูแจ้งจุดประสงค์ กระบวนการเรียนการสอน และกิจกรรมท่ีนักเรียนต้องปฏิบัติ
(กอ่ นดโู ทรทัศน์ 5 – 10 นาท)ี

2. ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาจากบทเรยี นในรายการโทรทศั นท์ ีอ่ อกอากาศผ่านดาวเทยี ม
3. ทดลอง สาธิต ฝึกปฏิบัติ หรือทาแบบฝึกหัด ตามที่บทเรียนกาหนดหรือตามที่
ครเู ห็นสมควรปฏบิ ตั ิเพ่ิมเติม
4. อภิปรายประเดน็ และเปดิ โอกาสให้ซกั ถามปัญหา
5. สรุปบทเรียน มอบหมายงาน ทดสอบ กระตุ้นให้นักเรียนเตรียมตัวหรือเช่ือมโยง
ความรใู้ นครั้งต่อไป
ลักษณะที่ 2 การดาเนินการในลักษณะที่ 2 เหมาะสาหรับลักษณะเนื้อหาจุดประสงค์
เนน้ ขนั้ ตอนทักษะการปฏบิ ัติ หรือทาตามแบบอย่าง เชน่ กลุม่ วิชาภาษาต่างประเทศหรือการฝึกทักษะ
โดยเฉพาะ
1. ครูแจง้ จดุ ประสงค์
2. ให้นักเรียน เรียนรู้จากบทเรียนทางโทรทัศน์ ผ่านดาวเทียมและปฏิบัติกิจกรรมและ
การฝกึ ทกั ษะตามทบ่ี ทเรยี นหรอื ครูผสู้ อนออกอากาศกาหนด
3. ซกั ถามปัญหา ทดสอบความรู้ ความเขา้ ใจ
4. สรปุ บทเรียน และใหน้ ักเรียนเตรยี มตัวรับบทเรยี นตอ่ ไป

4.1 การดาเนนิ การหลังการสอน
4.2 ติดตามผลนักเรยี นเป็นรายบุคคลเพ่อื ตรวจสอบ ซ่อมเสรมิ ปรับปรุงแกไ้ ข
4.3 จดั การวดั ผล ประเมินผลเป็นระยะๆ ให้สอดคล้องตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้
และเน้ือหาสาระที่นักเรียนไดร้ ู้

36

4.4 กรณีท่ีนักเรียนมีปัญหาสงสัยระหว่างคาบเรียนและจุดประสงค์ท่ีครูผู้สอน
ออกอากาศเป็นผู้ตอบกระทาได้โดยโทรทัศน์หรือโทรคมนาคมโดยตรงไปยังสถานีออกอากาศ
ซ่ึงจะได้รับคาตอบในคาบนั้น หรือคาบถัดไปของรายวิชานั้น หรือจะให้นักเรียนติดต่อผู้สอนโดยตรง
โดยใชจ้ ดหมาย หรอื ไปรษณยี บตั รกไ็ ด้

4.5 หากมีปัญหาหรือต้องการความรู้ความเข้าใจเพ่ิมเติมเก่ียวกับบทเรียน การเรียน
การสอนวิชาท่ีรับผิดชอบ ครูประจาวิชาสามารถติดต่อกับครูผู้สอนออกอากาศได้ โดยผ่านสถานี
ออกอากาศหรือตัวผู้สอนโดยตรง ณ โรงเรียนวังไกลกังวล

การดาเนนิ การจัดการเรยี นการสอนทางไกลผา่ นดาวเทยี ม

ขวัญแก้ว วัชโรทัย (2548 : 16) ได้กล่าวไว้ว่า การจัดการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมนั้น
เป็นการจัดการเรียนการสอนท่ีใช้ส่ือรายการโทรทัศน์โดยตรงหรือใช้เป็นสื่อเสริมในการสอน ซ่ึงครู
จาเป็นตอ้ งรูว้ ธิ ดี าเนินการ กระบวนการเรียนการสอน และบทบาทในการดาเนินการสอนด้วยทางไกล
ผ่านดาวเทียมเพื่อให้บรรลุเปูาหมาย และวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
หากดาเนินการใช้สื่อได้อยา่ งเหมาะสมตามหลักสตู รจะช่วยให้การเรยี นการสอนมีประสทิ ธภิ าพย่ิงข้นึ

1. สื่อการสอน (Instructional Media) ซึ่ง กิดานันท์ มลิทอง (2543 : 68 – 72) ได้ให้
ความหมายของสื่อการสอน หมายถึง ส่ือชนิดใดๆ ก็ตามไม่ว่าจะเป็นเทปบันทึกเสียง สไลด์ วิทยุ
โทรทัศน์ วีดีทัศน์ แผนภูมิ ภาพน่ิง ฯลฯ ซึ่งบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียนการสอน ซ่ึงสิ่งเหล่าน้ีเป็น
วัสดุอุปกรณ์ทางกายภาพที่นามาใช้ในเทคโนโลยีทางการศึกษา เพื่อเป็นสิ่งที่ใช้เป็นเคร่ืองมือหรือ
ช่องทางสาหรับทาให้การสอนของผู้สอนส่งไปถึงผู้เรียน ทาให้ผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ตาม
วัตถุประสงค์หรือจดุ มุ่งหมายทผ่ี สู้ อนวางไวเ้ ป็นอย่างดี และไดจ้ าแนกสื่อการสอน ออกเป็น 3 ประเภท
ดงั น้ี

1.1 ส่ือประเภทวัสดุ (Software) หมายถึง สื่อที่เก็บความรู้อยู่ในตัวเอง ซึ่งจาแนก
ย่อยได้เป็น 2 ลักษณะ คือ ลักษณะแรก เป็นวัสดุที่สามารถถ่ายทอดความรู้ได้ด้วยตนเอง โดยไม่
จาเปน็ ตอ้ งอาศัยอุปกรณ์ช่วย เช่น หุ่นจาลอง ลูกโลก ส่วนลักษณะที่ 2 เป็นวัสดุประเภทท่ีไม่สามารถ
ถ่ายทอดความรูไ้ ดด้ ้วยตนเอง จาเปน็ ต้องอาศยั อุปกรณอ์ ่นื ชว่ ย เชน่ แผ่นซดี ี สไลด์ เป็นตน้

1.2 สื่อประเภทอุปกรณ์ (Hardware) หมายถึง สิ่งท่ีเป็นตัวกลาง หรือตัวผ่านทาให้
ข้อมูลความรู้ที่บันทึกในวัสดุสามารถถ่ายทอดออกมาให้เห็นหรือได้ยิน เช่น เคร่ืองฉาย ภาพโปร่งใส
เครือ่ งฉายสไลด์ เคร่อื งฉายภาพยนตร์ เครอื่ งเล่น แผ่นซีดี คอมพวิ เตอร์ เปน็ ต้น

1.3 ส่ือประเภทเทคนิคและวิธีการ (Techniques and Methods) หมายถึง ส่ือท่ีมี
ลกั ษณะเป็นแนวคดิ หรือเปน็ รูปแบบขัน้ ตอนในการเรียนการสอนโดยสามารถนาสื่อวัสดุ และอุปกรณ์
มาช่วยในการสอนได้ เชน่ เกม และการจาลองการสอนแบบจลุ ภาพการสาธติ เป็นต้น

37

2. การใช้สื่อการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม การเลือกหรือจัดสื่อในการสอนทางไกล
ไม่ว่าจะเป็นส่ือชนิดใดก็ตามจะต้องคานึงถึงหลักจิตวิทยาที่ว่า ผู้เรียนต้องมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อ
อยู่ตลอดเวลาเป็นระยะเวลานานๆ ผูเ้ รียนจะเกดิ อาการเบือ่ หนา่ ยย่ิงถา้ เป็นส่ือน้ันเป็นสื่อชนิดเดียวกัน
หรอื เปน็ สอื่ ทางวชิ าการท่ยี งุ่ ยากซับซ้อนทาให้ไม่สนุกแล้ว ผู้เรียนย่ิงท้อถอยหมดกาลังใจในการเรียนรู้
ด้วยตนเอง ดังนั้น สื่อที่ใช้จึงควรเป็นส่ือท่ีเสริมกาลังใจและผู้เรียนสามารถรู้ความก้าวหน้าของตนเอง
เป็นระยะๆ การใช้ส่ือการเรียนแบบน้ี จึงควรอยู่ในลักษณะส่ือประสม โดยมีส่ือใดส่ือหนึ่งเป็นส่ือหลัก
และมีส่ือชนิดอ่ืนที่เป็นส่ือเสริม ท้ังน้ี เพราะส่ือแต่ละอย่างมีทั้งข้อดีและข้อจากัดในตัวของตัวเอง
การศึกษาจากส่ือเพียงชนิดเดียว อาจจะทาให้ผู้เรียนได้รับความรู้ไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร จึงต้องอาศัย
สื่อชนิดอ่นื ไปประกอบเพอื่ เสริมความรู้ สื่อที่ใชใ้ นการสอนทางไกลแยกออกไดเ้ ป็น 2 ชนิด ดังน้ี

2.1 สื่อหลัก คือ ส่ือที่บรรจุเนื้อหารายละเอียดตามประมวลการสอนของแต่ละวิชา
ในหลักสูตรโดยอาจอยู่ในรูปสื่อสิ่งพิมพ์ รายการโทรทัศน์ การสอน รายการวิทยุการสอน หรือวิทยุ
โรงเรียน และโปรแกรมบทเรียนการสอนในคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอน ผเู้ รียนต้องศึกษาจากส่ือหลักให้ครบ
ตามหลักสูตรของวชิ าจึงสามารถเรยี นรู้เน้ือหาได้ครบถว้ น

2.2 ส่ือเสริม คือ สื่อท่ีช่วยเก็บตก ต่อเติมความรู้ให้แก่ผู้เรียนให้มีความรู้กระจ่าง
สมบูรณ์ข้ึน หรือหากในกรณีท่ีผู้เรียนศึกษาจากส่ือหลักแล้วยังไม่เข้าใจ หรือยังไม่เข้าใจได้ชัดเจน มี
ปัญหาอยู่ก็สามารถศึกษาเพ่ิมเติมจากส่ือเสริมได้ สื่อประเภทนี้อยู่ในรูปของเทป สรุป การเรียนวิทยุ
เอกสารเสรมิ การสอนเสรมิ การพบกลมุ่ หรอื เว็บไซต์ตา่ งๆ เปน็ ต้น

กิดานันท์ มลิทอง (2543 : 80) ได้กล่าวไว้ว่า การเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม
เป็นการเรียนที่ต้องใช้ส่ือให้เหมาะสมตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการในบางรายวิชาอาจมี ส่ือ
เอกสารประกอบรายการโทรทัศน์เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนพร้อมทั้งกิจกรรมหลักการชมรายการ
โทรทศั น์ ซงึ่ ครผู สู้ อนจาเป็นต้องปฏบิ ัตติ ามขน้ั ตอนต่างๆ ดังน้ี

1. ศึกษาหลักสูตร และเน้ือหาวิชาท่ีจะสอนพร้อมทั้งศึกษาจากคู่มือครู เพ่ือให้ทราบว่า
ต้องเตรยี มใบงาน ใบความรู้ หรืออปุ กรณอ์ ะไรบา้ ง ประกอบการสอน

2. วางแผนการสอน และเตรยี มสือ่ วสั ดอุ ปุ กรณ์ในการสอนใหค้ รบถ้วนตามคู่มอื
3. จัดหาสื่อเอกสารในรายวชิ าที่จะทาการสอนใหค้ รบ
4. ศึกษาเนื้อหาในตาราและคู่มอื ครทู ้ังหมด
5. วางแผนการสอนและเตรียมสอื่ อุปกรณ์การสอน
6. ใชส้ อ่ื การสอนตามวิธที ่ีกาหนดไว้

38

กระบวนการจดั การเรยี นการสอนทางไกลผา่ นดาวเทยี ม

ขวัญแก้ว วัชโรทัย (2548 : 17) ได้กล่าวไว้ว่า กระบวนการจัดการเรียนการสอนโดยใช้
สอ่ื การสอนทางไกลผา่ นดาวเทียมเป็นการเรียนการสอนซึ่งจาเป็นท่ีครูต้องศึกษาบทบาทหน้าที่ของตน
ให้เข้าใจเพ่ือให้สามารถนาไปปฏิบัติได้ ทั้งน้ีครูจะต้องใช้กระบวนการสอนแบบสื่อประสม โดยใช้สื่อ
ส่ิงพิมพ์ รายการโทรทัศน์และสื่อประกอบ รวมทั้งอุปกรณ์ อานวยความสะดวกต่างๆ เพื่อช่วยให้เกิด
การเรียนร้ตู ามวัตถุประสงค์ของรายวิชา

1. ขน้ั ตอนเตรียมความพร้อมก่อนชมรายการ
1.1 เตรยี มเครือ่ งรับโทรทศั น์ และอปุ กรณท์ ใ่ี ช้ประกอบบทเรยี นให้เรยี บรอ้ ย
1.2 สนทนาเรา้ ความสนใจเกยี่ วกบั รายการทีน่ าเสนอ
1.3 บอกจุดมงุ่ หมายในการเรียน การชมรายการ
1.4 ย้าประเด็นสาคญั ท่ีนักเรยี นตอ้ งเรยี นรู้
1.5 สนทนาซกั ถามประเด็นท่สี งสยั

2. ขนั้ ศึกษาจากรายการโทรทัศน์
2.1 ผู้เรยี นและครตู อ้ งชมรายการไปพรอ้ มๆ กัน
2.2 ขณะที่บทเรียนออกอากาศ ผู้เรียนและผู้สอนต้องติดตามรายการโทรทัศน์

อยา่ งตั้งใจ
2.3 จดบันทกึ ประเดน็ สาคัญๆ หรอื ทากจิ กรรมตามทรี่ ะบุไวใ้ นรายการโทรทัศน์

3. สรปุ บทเรยี น และประเมนิ ผล
3.1 สรปุ บทเรยี นจากรายการโทรทศั น์
3.2 ทบทวนส่งิ ทยี่ ังไม่เข้าใจ/นาประเดน็ ทีส่ งสัยหรือมปี ญั หามาอภิปราย
3.3 จัดกิจกรรมเสริม เช่น มอบหมายให้ผู้เรียนค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่ง

วทิ ยากรตา่ งๆ เปน็ ตน้
3.4 ทาแบบฝึกหดั และประเมินผล

สรุปได้ว่า กระบวนการจัดการเรียนการสอน มี 3 ขั้นตอน คือ ข้ันเตรียมการ ขั้นศึกษา
จากโทรทัศนแ์ ละขน้ั สรุปบทเรยี น

องคป์ ระกอบที่มีผลต่อการสอนดว้ ยระบบทางไกลผ่านดาวเทียม

การมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับการจัดการ บรรยากาศการเรียนการสอน วิธีการแก้ไข
ปัญหาภายในห้องเรียน แนวปฏิบัติตามนโยบายของสถานศึกษา ตลอดจนการประสานงานกับ
บุคลากรที่เกี่ยวข้องจะทาให้ครูผู้สอนจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ ซึ่งมรี ายละเอยี ดดงั น้ี

39

1. บรรยากาศการเรียนการสอนสาหรับการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ต้องเป็น
การจัดบรรยากาศท่ีเหมาะสมภายในห้องเรียน จะทาให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ บรรยากาศในห้องเรียนประกอบด้วยเรือ่ งดังตอ่ ไปนี้

1.1 การจัดสภาพห้องเรียนและอุปกรณ์ การติดตั้งเคร่ืองรับโทรทัศน์ในระดับพอดี
กับสายตาของผู้เรียนท่ีมองเห็นอย่างทั่วถึง หรืออยู่บนโต๊ะมีล้อเลื่อน ถ้าติดต้ังอย่างถาวรต้องอยู่ในที่
ทเ่ี หมาะสม แสงสวา่ งไมก่ ระทบจอรับภาพ

1.2 บคุ ลกิ ภาพของครู มผี ลต่อบรรยากาศการเรียนการสอน ดังนั้น ครูผู้สอนจึงควรมี
บุคลิกภาพดังน้ี คือ ย้ิมแย้มแจ่มใส ศรัทธาต่องาน สนใจค้นคว้า ร่วมกิจกรรม มนุษย์สัมพันธ์ดี
เอือ้ เฟอื้ เผอื่ แผ่ ไม่นิง่ ดูดายและโลกทศั น์กวา้ งไกล คิดกว้าง

2. การสอนทางไกลผ่านดาวเทียม ครูผู้สอนจาเป็นต้องใช้เคร่ืองมือโสตทัศนูปกรณ์ต่างๆ
เช่น เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องรับและแปลงสัญญาณดาวเทียม เครื่องเล่นวีดีโอเทป และอ่ืนๆ
ซ่ึงเคร่ืองมือเหล่าน้ีทางโรงเรียนจะต้องทาให้มีเจ้าหน้าท่ีห้องโสตเพื่อคอยดูแล และติดต้ังอุปกรณ์ที่ใช้
ในการเรียนการสอนให้แก่ครูผู้สอนเพื่อจะได้ศึกษาถึงประโยชน์และการใช้งานที่ถูกต้องในกรณีที่ต้อง
ตดิ ต้งั เองหรอื เปิดใช้งานเอง ซึ่งโดยปกติการเปิดเครื่องรับโทรทัศน์เพ่ือรับชมรายการโทรทัศน์ จะต้อง
เปิดเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม ซ่ึงโดยปกติการเปิดเครื่องรับโทรทัศน์เพื่อรับชมรายการโทรทัศน์
จะต้องเปิดเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม และเคร่ืองวีดีโอด้วย ครูผู้สอนอาจจะศึกษารายละเอียด
จากเจ้าหนา้ ที่โสตหรือวธิ ีการใชแ้ ละดแู ลอปุ กรณ์รับสัญญาณดาวเทยี ม

จากองค์ประกอบดังกล่าว พอจะสรุปได้ว่า การจัดการเรียนการสอน การศึกษาทางไกล
น้ันให้ได้มีประสิทธิภาพจะต้องอาศัยองค์ประกอบด้านต่างๆ เช่น บรรยากาศในการจัดการเรียน
การสอน การจัดสภาพห้องเรียนและอุปกรณ์ บุคลิกภาพของครูมีผลต่อบรรยากาศการเรียนการสอน
เปน็ ต้น

การจดั การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี มในระบบโรงเรยี น

การบรหิ ารการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม หมายถึง กระบวนการจัดการประสานการใช้
ทรัพยากร คน เงิน ส่ือ อุปกรณ์ และเวลา เพื่อจัดกิจกรรมการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้แก่
นักเรียน โดยใช้สื่อที่เป็นรายการโทรทัศน์ เสริมให้เกิดการเรียนรู้ การจัดการศึกษาทางไกลผ่าน
ดาวเทียม เป็นกิจกรรมการศึกษาที่นาเอาเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านดาวเทียมมาใช้ร่วมกับสื่ออื่นๆ
ในลักษณะสื่อเสริมไม่ว่าจะเป็นส่ิงพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ หรือสื่ออื่น ๆ เพื่อที่จะเช่ือมโยง
ความรู้ระหว่างสื่อต่าง ๆ ให้แก่ผู้เรียนได้มีโอกาสเรียนรู้อย่างทัดเทียมเสมอภาคกัน จากแหล่งความรู้
ที่มีความชานาญการและมาตรฐานเดียวกัน ดังน้ันระบบการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม

40

จาเป็นต้องมีการจัดการที่เป็นระบบมีขั้นตอนชัดเจน และมีคุณภาพเป็นที่แน่ใจว่าผู้เรียนจะเกิดผล
สมั ฤทธทิ์ างการเรยี นตามมาตรฐานทางวชิ าการเช่นเดยี วกับการศึกษารปู แบบอนื่

กระบวนการบริหารการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ที่มีประสิทธิภาพจาเป็นต้องใช้
กระบวนการและกลไกทส่ี ่งผลให้งานบรรลุเปูาหมายที่กาหนดไว้ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมเป็น
เร่ืองใหม่ ดังน้ันจาเป็นท่ีผู้บริหารโรงเรียนจะต้องเข้าใจกระบวนการบริหาร และสามารถนามา
ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพและทรัพยากรท่ีมีอยู่ กระบวนการบริหารที่มีประสิทธิภาพ
ประกอบด้วยขน้ั ตอนสาคัญ ๆ อย่างน้อย 4 ขั้นตอน คอื

ขั้นตอนท่ี 1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ การใช้การศึกษาทางไกล
ผา่ นดาวเทียม การศึกษาสภาพปจั จุบัน ปญั หา และความตอ้ งการ หมายถึง การศึกษาสภาพความเป็น
จรงิ ของโรงเรยี นในปัจจุบันวา่ เปน็ อย่างไร อะไรคือปัญหา และอะไรคือความต้องการ เพ่ือจะนาข้อมูล
ดังกล่าวมาใช้เปรียบเทียบมาตรฐาน หรือสิ่งที่คาดหวังหรือส่ิงท่ีควรจะเป็น และนามากาหนด
เปูาหมายในอนาคตของโรงเรียน ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า ข้ันตอนนี้เป็นขั้นตอนที่มีความสาคัญและ
จาเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นพื้นฐานในการวางแผนต่อไปเพื่อให้การบริหาร และการดาเนินงาน
การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมบรรลุตามเจตนารมณ์ของโครงการผู้บริหารโรงเรียนจะต้องศึกษา
สภาพปจั จบุ ัน ความพรอ้ มและความต้องการที่แท้จริงของโรงเรยี นซ่ึงจาแนกได้ดงั นี้

1. ความพรอ้ ม
1.1 ความพร้อมด้านอาคารสถานท่ี ประกอบด้วย ห้องขนาดจุผู้ใช้บริการสถานศึกษา

ทางไกลผา่ นดาวเทียมได้อย่างนอ้ ย 20 คนขึ้นไป และมีแหล่งเก็บสื่ออุปกรณท์ ่ีสะดวกและปลอดภัย
1.2 ความพร้อมด้านบุคลากรท่ีมีความสามารถในการใช้อุปกรณ์ทางด้านเทคนิคและ

สามารถให้คาปรึกษาในดา้ นวชิ าการตลอดจนการบรกิ ารได้
1.3 ความพร้อมด้านครุภัณฑ์ อุปกรณ์ ประกอบด้วย เครื่องรับโทรทัศน์ และอุปกรณ์

รับสัญญาณจากดาวเทียมรวมท้ังบทเรียนที่ใช้ควบคู่กับรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมและตาราง
ออกอากาศ

2. ความตอ้ งการ
2.1 หนงั สืออ่านประกอบรายการโทรทัศน์ที่จะเรียนเพื่อเสริมกิจกรรมนอกเหนือจาก

ตาราเรียน
2.2 ส่ือวัสดุอุปกรณ์ โรงเรียนจะต้องมีเครื่องรับโทรทัศน์อย่างน้อย 1 เคร่ืองและ

อุปกรณร์ บั สญั ญาณดาวเทียมอย่างน้อย 1 ชุด รวมท้ังต้องมีตารางออกอากาศและคู่มือรับชมรายการ
จากศูนยก์ ารศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม

ขนั้ ตอนที่ 2 การวางแผน การวางแผนเป็นขั้นตอนการใช้ข้อมูลจากสภาพปัจจุบัน
ปัญหาและความต้องการมากาหนดแนวทางและวิธีการดาเนินงาน เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์

41

และเปาู หมายของโครงการอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ การวางแผนเน้นการคิด และกาหนดสิ่งท่ีต้องปฏิบัติ
เป็นการตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะทาอะไร ทาทาไม จะทาอย่างไร จะให้ใครทา จะทาท่ีไหน และจะทา
เมอื่ ใด การวางแผนเพอื่ เตรียมความพร้อมมขี น้ั ตอน ดงั น้ี

1. ด้านอาคารสถานที่
1.1 กาหนดห้องท่ีจะใช้สาหรับจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม

และส่งิ อานวยความสะดวกตา่ ง ๆ
1.2 การบรกิ ารการใช้หอ้ งสมดุ
1.3 สถานทท่ี ่ีจะประกอบกจิ กรรมเสริม เชน่ หอ้ งปฏบิ ัติการคอมพิวเตอร์ เปน็ ต้น
1.4 กาหนดจุดตดิ ตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทยี ม

2. บุคลากร
2.1 สร้างความเขา้ ใจแก่ครู
2.2 กาหนดตวั บุคคลทม่ี คี วามชานาญและรับผิดชอบ
2.3 กาหนดบทบาทหนา้ ท่แี ละความรับผิดชอบของครผู ูเ้ ขา้ ร่วมโครงการ

ข้ันตอนท่ี 3 การดาเนนิ การตามแผนเป็นขนั้ ตอนการลงมือปฏิบัติตามกิจกรรมท่ีกาหนดไว้
ในแผนขั้นตอนนี้ต้องมีการกากับ ติดตาม ดูแลจากผู้บริหาร เพื่อให้ผู้รับผิดชอบแต่ละกิจกรรมได้
ดาเนินการให้สาเร็จตามวตั ถปุ ระสงคท์ ่ีวางไว้ การดาเนินงานตามแผนมขี ั้นตอน ดงั น้ี

1. การลงมือปฏิบตั กิ จิ กรรมตามหน้าท่ขี องผรู้ ับผดิ ชอบ
2. การกากับตดิ ตาม ดูแลจากผบู้ ริหารโรงเรยี น
3. การนิเทศให้คาแนะนาชแ้ี นะแนวทางการดาเนินงาน
ขน้ั ตอนท่ี 4 การประเมนิ ผลเปน็ การวดั และประเมนิ ผลความก้าวหนา้ หรอื ความสาเร็จของ
การปฏิบัติว่าเป็นตามวัตถุประสงค์และเปูาหมายมากน้อยเพียงใด การประเมินผลระหว่างดาเนินการ
เพ่ือทราบผลการปฏิบัติและนาไปปรับปรุงการดาเนินการให้สมบูรณ์ย่ิงขึ้น การประเมินผลหลัง
ดาเนนิ การเปน็ การประเมนิ ผล ดผู ลสาเรจ็ ของโครงการ เพื่อเปรียบเทยี บกับวตั ถปุ ระสงค์ทตี่ งั้ ไว้
สรุปได้ว่า บทบาทของผู้บริหารและครูผู้สอนด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียมน้ันทุกฝุาย
ทุกคน ต้องมีบทบาทร่วมกันในการดาเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์และตรงตามเปูาหมายหรือ
วัตถปุ ระสงคท์ ่ีวางไว้

บทบาทของผบู้ รหิ าร

มูลนธิ ิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (2541 : 20 -23) ได้เสนอและกล่าวไว้ว่า บทบาท
ของผู้บริหารในการดาเนินงานในสถานศึกษาที่นาระบบการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมไปใช้ ในการ
บริหารจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา ผู้บริหารมีบทบาทในการวางแผนการเตรียมด้านต่างๆ


Click to View FlipBook Version