The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผู้สอน

ใบความรู้ที่ 3 หน่วยการเรียนที่ …3…
วิชา อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ จำนวน ...3...หน่วยกิต
ชื่อหน่วย ลักษณะที่ดีของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ จำนวนชั่วโมงรวม 14 ชั่วโมง
ชื่อเรื่อง ลักษณะที่ดี หลักการประกอบ เทคนิคการประกอบอาหารและ
เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สัปดาห์ที่ 5 - 6

จุดประสงค์ทั่วไป
1. อธิบายความรู้ ความเข้าใจ ลักษณะเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
2. อธิบายความรู้ ความเข้าใจ หลักการประกอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
3. อธิบายความรู้ ความเข้าใจ เทคนิคการประกอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. อธิบายความรู้ ความเข้าใจ ลักษณะเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้
2. อธิบายความรู้ ความเข้าใจ หลักการประกอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้

สมรรถนะประจำหน่วย
1. แสดงความรู้เกี่ยวกับลักษณะที่ดีของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
2. แสดงความรู้เกี่ยวหลักการประกอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
3. แสดงความรู้เกี่ยวเทคนิคการประกอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ



ลักษณะที่ดีของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ


3.1 ลักษณะที่ดี การประกอบและเทคนิค ของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
3.1.1 ลักษณะที่ดี การประกอบและเทคนิค ของอาหารประเภทอาหารจานเดียว
อาหารจานเดียว หมายถึง อาหารปรุงสำเร็จหนึ่งจาน มีปริมาณเพียงพอที่จะรับประทานใด้อิ่ม 1 มื้อ โดยไม่ต้อง รับประทานอาหารอื่นร่วมด้วย ส่วนใหญ่อาหารจานเดียวมักจะเป็นอาหารคาวและนิยมรับประทานในมื้อกลางวัน ตัวอย่างอาหารจานเดียว เช่น ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ข้าวหมูแดง ข้าวหมกไก่ ข้าวผัดกะเพรา เป็นต้น








ภาพที่ 3.1 ข้าวมันไก่

3.1.1.1 หลักการประกอบอาหารจานเดียว
1) มีประโยชน์ คือ การประกอบอาหารจานเดียวต้องมีคุณค่างทางอาหารครบทั้ง 5 หมู่ เหมาะสมกับเพศและวัย ของผู้รับประทาน
2) ประหยัด คือ การประกอบอาหารจานเดียวต้องเลือกใช้อาหารตามฤดูกาลที่มีมากในท้องถิ่น เพราะจะมีราคาถูก และเลือกอาหารจานที่มีขั้นตอนการทำง่ายๆ เพื่อประหยัดเวลา
3) ปลอดภัย คือ การประกอบอาหารจานเดียวต้องเลือกเครื่องปรุงและส่วนผสมที่สดใหม่ ล้างให้สะอาด ปรุงให้สุก เพื่อป้องกันเชื้อโรคและพยาธิ
4) น่ารับประทาน คือ การประกอบอาหารจานเดียวต้องปรุงแต่งรสชาติอาหารให้อร่อย จัดและตกแต่งจานอาหาร ให้มีสีสันและรูปแบบน่ารับประทาน
3.1.1.2 การวางแผนประกอบอาหารจานเดียว การประกอบอาหารจานเดียวแต่ละครั้งต้องมีการวางแผนเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลา ประหยัด แรงงาน ประหยัดค่าใช้จ่าย และได้ผลงานที่มีคุณภาพ โดยปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้
1) กำหนดรายการอาหารที่จะทำและเครื่องปรุงที่จะใช้
2) สำรวจอาหารสด อาหารแห้ง และเครื่องปรุงรสที่มีอยู่แล้ว ถ้าขาดเหลือจึงไปซื้อมาเพิ่มเติม
3) เตรียมอาหารสด อาหารแห้ง เครื่องปรุง และอุปกรณ์ที่จะใช้ประกอบอาหาร
4) ประกอบอาหารตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
5) จัด ตกแต่งอาหารให้น่ารับประทาน
6) เก็บล้างอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาหาร และทำความสะอาดบริเวณที่ใช้เตรียมและประกอบอารหาร
3.1.1.3 ประโยชน์อาหารจานเดียว
1) ให้สารอาหารครบตามความต้องการของร่างกายของแต่ละบุคคลซึ่งขึ้นอยู่กับอายุ เพศ ลักษณะการ ทำงานและสภาวะของร่างกาย
2) ประหยัดเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายในการประกอบอาหารแต่ละมื้อ โดยรู้จักใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การใช้อาหารทดแทนและการนำอาหารที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาดัดแปลงประกอบเป็นอาหารบริโภค โดยให้พอเหมาะกับการบริโภคของแต่ละบุคคลในครอบครัว
3) สร้างอุปนิสัยในการบริโภค เป็นการสร้างพื้นฐานการบริโภคที่ง่าย ประหยัดถูกหลักโภชนาการ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในวันก่อนเรียน ซึ่งเป็นวัยที่เลือกกินอาหารตามชอบ ทำให้ได้อาหารไม่ครบตามความต้องการ ของร่างกาย และเป็นสาเหตุให้เด็กให้วัยนี้เป็นโรคขาดสารอาหารเป็นจำนวนมาก 3.1.1.4 ข้อแนะนำในการทำอาหารจานเดียว
1) ใช้อาหารที่มีในท้องถิ่นเป็นหลักหรือมากที่สุด
2) เลือกใช้อาหารตามฤดูการ สด ใหม่
3) เลือกอาหารที่ทุกๆคนในครอบครัวชอบและกินได้ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับวัย เพศ อายุ และรสนิยมในการรับประทาน
4) ประกอบอาหารให้น่าดู ชวนรับประทาน สี ก็ใช้สีของธรรมชาติของอาหาร ลักษณะรูปทรง หั่น ซอยหรืออาหารที่มี รูปทรงต่างกันจัดเข้าด้วยกันผิวสัมผัสของอาหาร ความเหนียว ความกรอบ ความนุ่มของอาหารที่อยู่ในจานเดียวกัน การจัด ควรเลือกภาชนะที่เหมาะสมจัดแต่อย่างสวยงาม สะอาด รสชาติอร่อย เหมาะกับวัยและถูกปากสมาชิกใน ครอบครัว
5) เป็นอาหารที่ทำง่าย สะดวก
6) ความสะอาด เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำความสะอาด การประกอบอาหารถูกหลักอนามัยและสุขาภิบาลอาหาร

ตัวอย่างอาหารจานเดียว








ภาพที่ 3.2 ข้าวกระเพราะหมูสับ ภาพที่ 3.3 ข้าวคลุกกะปิ












ภาพที่ 3.4 ผัดซีอิ๋ว ภาพที่ 3.5 ข้าวหมูแดง









ภาพที่ 3.6 ผัดไท ภาพที่ 3.7 สปาเก๊ตตีขี้เมา

3.1.2 ลักษณะที่ดี การประกอบและเทคนิค ของอาหารประเภทอาหารว่าง









ภาพที่ 3.8 อาหารว่าง

อาหารว่าง หมายถึง อาหารระหว่างมื้อ เป็นอาหารประเภทเบาๆ มีปริมาณอาหารน้อยกว่า อาหารประจำมื้ออาจจะเป็นอาหารน้ำหรืออาหารแห้ง มีทั้งคาวและหวาน หรือเป็นอาหารชิ้นเล็กๆขนาดพอคำ หยิบรับประทานได้ง่าย จัดให้สวยงามน่ารับประทานเป็นทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ หรือรับประทานควบคู่กับเครื่องดื่มร้อน หรือน้ำผลไม้อย่างใดอย่างหนึ่ง
3.1.2.1 ลักษณะที่ดีของอาหารว่าง อาหารว่างที่ดีควรมีลักษณะดังนี้
1) ให้คุณค่าอาหารตามหลักโภชนาการ เป็นการเสริมสารอาหารจากอาหารมื้อหลัก เช่น รับประทานเมี่ยงปลาทูก็จะได้โปรตีนจากปลาและวิตามินเกลือแร่จากผักและสมุนไพรเป็นต้น
2) ชิ้นพอคำ ลักษณะดี สีสันสวยงาม น่ารับประทาน
3) เป็นอาหารที่รับประทานง่าย รับประทานคู่กับอาหารชนิดอื่นได้ดีและรสชาติอร่อย
4) กรรมวิธีการประกอบง่าย ไม่ยุ่งยากสามารถปรุงไว้ล่วงหน้าได้ โดยไม่เสียรสชาติ
5) มีความหลากหลาย ทั้งสีสัน รสชาติ เนื้อสัมผัส ให้เลือกตามความเหมาะสมกับงานเวลาและโอกาส
3.1.2.2 การเตรียมและหลักการประกอบอาหารว่าง
1) การเตรียมอาหารว่าง เป็นปัจจัยสำคัญประการแรกของการประกอบอาหารว่างให้มีคุณภาพตามต้องการ ขั้นตอนการเตรียมอาหารว่างชนิดต่าง ๆ มีหลักการคือ การคัดเลือก ทำความสะอาด ตัดแต่ง และเก็บรักษาถนอมคุณภาพไว้ให้เหมาะสม เพื่อใช้ประกอบอาหารว่าง ที่ต้องการ อาหารที่เป็นวัตถุดิบในการนำไปประกอบอาหารว่าง อาจแบ่งเป็นพืชผักและเนื้อสัตว์ ซึ่งมีวิธีการเตรียมแตกต่างกัน ดังนี้
(1) การทำความสะอาดวัตถุดิบ ก่อนที่จะนำมาประกอบอาหารว่าง เช่น ผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ ต้องล้างให้สะอาดก่อนนำไปปรุงทุกครั้ง หากไม่ปรุงทันทีควรแช่ตู้เย็น โดยเฉพาะอาหารประเภทเนื้อสัตว์ นอกจากนี้ผักที่รับประทานสดๆ และผลไม้ที่รับประทานทั้งเปลือก เป็นอาหารที่ต้องใส่ใจในการล้างเป็นพิเศษ เพราะจะช่วยลดสารเคมีตกค้าง ให้ล้างด้วยน้ำผสมน้ำส้มสายชูโดยใช้น้ำ 4 ลิตรผสมน้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วย จากนั้นนำผักผลไม้ที่ตัดหรือคัดเอาส่วน ที่ไม่ดีออก แล้วลงแช่ประมาณ 5 – 10 นาที จากนั้นนำขึ้นมาล้างน้ำสะอาดอีก 1 – 2 ครั้ง การล้างด้วยวิธีนี้จะช่วยลดสารเคมีได้ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ พึงระลึกไว้เสมอว่าวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของอาหารที่ไม่สะอาดย่อมไม่สามารถจะนำไปประกอบอาหารให้สะอาดและมีคุณค่าน่าบริโภคได้
(2) การเตรียมเครื่องปรุง เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เริ่มตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบทั้งหมด คือของสดและของแห้ง พิจารณาถึงลำดับขั้นตอนว่า สิ่งใดควรทำก่อนหรือหลัง เช่น เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ ควรหั่นอย่างไร เพื่อที่จะได้ของใหม่และสด เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการไว้ให้เหมือนเดิมมากที่สุด
(3) ศึกษาวิธีการปรุงประกอบ อาหารจะอร่อยหรือไม่นั้น การประกอบมีส่วนสำคัญมาก การที่ไม่ทำตามขั้นตอนหรือทำผิดวิธี เช่น การผสมส่วนผสมผิดหรือใส่ส่วนผสมอย่างใดอย่างหนึ่งมากหรือน้อยจนเกินไป จากที่กำหนดไว้ตามตำรับ หรือการปรุงที่ไม่ถูกวิธีว่าควรใส่อะไรก่อนหลังจะทำให้อาหารรสชาติไม่อร่อยเท่าที่ควร ฉะนั้นในการประกอบอาหารทุกครั้ง ควรจะศึกษาวิธีการทำให้ละเอียดก่อนที่จะลงมือประกอบอาหาร
3.1.2.3 หลักการประกอบอาหารว่าง ในการประกอบอาหารว่างให้ได้รสชาติดี น่ารับประทานนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ดังนี้
1) มีตำรับอาหารว่างที่ได้มาตรฐาน มีทักษะและความชำนาญในการประกอบอาหารมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์รู้จักดัดแปลงอาหารว่างให้มีความแปลกใหม่อยู่เสมอและมีความประณีตในการทำงาน
2) เลือกวัตถุดิบได้สดใหม่ มีความรู้เรื่องวัตถุดิบในการประกอบอาหารว่างเป็นอย่างดีเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลและเลือกใช้ได้เหมาะกับชนิดของอาหารว่าง
3) มีการวางแผนในการทำงาน จัดเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์ให้พร้อมครบถ้วนและเหมาะสมก่อนการประกอบอาหารว่าง
4) มีความพร้อม ด้านงบประมาณเวลาและแรงงาน
3.1.2.4 เทคนิคในการประกอบอาหารว่างให้น่ารับประทาน ประกอบด้วยปัจจัย ดังนี้
1) สีสันของอาหาร ต้องยอมรับว่าสีสันของอาหารมีส่วนช่วยให้อาหารว่าง ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น เช่น ขนมจีบปูมีไข่ปูวางแต่งหน้า จะดูมีสีสันและน่ารับประทานกว่าที่ไม่ได้แต่งหน้า เป็นต้น
2) ขนาดและรูปร่างของอาหารว่าง เนื่องจากอาหารว่างเป็นอาหารที่รับประทาน ระหว่างมื้อ ปริมาณในการจัดเสิร์ฟไม่มาก จึงเน้นความสวยงาม ตั้งแต่ขนาดและรูปร่างของวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารว่าง ควรหั่นให้มีรูปร่างและลักษณะที่ต่างกัน เช่น เป็นเส้นหรือสี่เหลี่ยมลูกเต๋า เป็นต้น เพื่อให้ได้อาหารว่างที่น่ารับประทาน
3) การจัดตกแต่งต้องสวยงาม ภาชนะที่ใช้ในการจัดจะต้องเหมาะสมกับชนิดของอาหาร เช่น ขนมลูกชุบ ควรจัดวางบนภาชนะที่เป็นแก้วจะทำให้มีความสวยงามน่ารับประทานมากกว่าการจัดขนมลูกชุบลงบนภาชนะที่ทำด้วยไม้หรือหวาย เป็นต้น
4) รสชาติ การเลือกใช้วัตถุดิบในการผลิตอาหารว่างที่สด ใหม่ มีความเหมาะสมกับชนิดของอาหาร จะทำให้ได้อาหารว่างที่รสชาติดี










ตัวอย่างอาหารจานเดียว








ภาพที่ 3.9 แซนวิชไส้ต่างๆ ภาพที่ 3.10 ขนมปังหน้าหมู









ภาพที่ 3.11 ขนมจีบไทย ภาพที่ 3.12 ล่าเตียง









ภาพที่ 3.13 ค้างคาวเผือก ภาพที่ 3.14 ถุงทอง




3.1.3 ลักษณะที่ดี การประกอบและเทคนิค ของเครื่องดื่มสมุนไพร









ภาพที่ 3.15 เครื่องดื่มสมุนไพร

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเป็นเครื่องดื่มที่ได้จากการใช้ส่วนประกอบต่างๆ ของพืช เช่น ผลไม้ ผัก ธัญพืชต่างๆ นำมาแปรรูปให้เหมาะสมตามฤดูกาล แต่เดิมพืชที่นำมาทำเป็นเครื่องดื่มมักจะเก็บมาสดๆ และใช้ทันที ทำให้มีความสด และคงคุณค่าตามธรรมชาติ ต่อมาเครื่องดื่มสมุนไพรได้ถูกการพัฒนาให้มีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น โดยนำวิทยาการสมัยใหม่มาใช้ในกระบวนการผลิต มีการบรรจุในภาชนะแบบต่างๆ เพื่อความสะดวกสบายต่อ การบริโภคในชีวิตประจำวัน เครื่องดื่มสมุนไพรมีประโยชน์ทางยา มีคุณค่าทางอาหาร และช่วยในการป้องกันโรค โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน เหงื่อออกมาก การได้ดื่มน้ำสมุนไพรจะช่วยให้จิตใจชุ่มชื่น รู้สึกสบาย เนื่องจากเครื่องดื่มสมุนไพรบางชนิดสามารถช่วยผ่อนคลายความร้อน ทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง บางชนิดช่วยบำรุงหัวใจ บางชนิดมีคุณสมบัติช่วยย่อย ทำให้ธาตุปกติและฟอกเลือด เครื่องดื่มสมุนไพรจึงเปรียบเป็นยาที่ช่วยบำรุง ปกป้องรักษาสภาวะร่างกายให้เกิดสมดุล ทำให้ส่งผลดีต่อสุขภาพ
3.1.3.1 เทคนิคการเตรียมน้ำสมุนไพร
1) การเลือกสมุนไพรการเลือกสมุนไพรที่จะนำมาทำน้ำสมุนไพร ต้องคำนึงถึงสมุนไพรที่สด ถ้าเป็นสมุนไพรที่ต้องทำให้แห้ง ควรเลือกสมุนไพรที่ใหม่สะอาด ดูลักษณะ สี กลิ่น ดูว่ามีเชื้อราหรือไม่ สมุนไพรที่สดใหม่ช่วยให้ได้คุณค่าทางโภชนาการสูง สีสันน่ารับประทาน
2) ความสะอาด ทั้งสมุนไพรและภาชนะที่ใช้ต้องสะอาด ป้องกันการปนเปื้อนเชื้อ ถ้าไม่สะอาด อาจทำให้ผู้ดื่มน้ำสมุนไพร ท้องเสีย และยังทำให้สมุนไพรเก็บไม่ได้นานเท่าที่ควร
3) ภาชนะที่ใช้ ภาชนะที่ต้มควรจะเป็นหม้อเคลือบ ไม่ควรใช้หม้ออลูมิเนียม เพราะอาจทำให้กรดที่อยู่ในสมุนไพรกัดภาชนะ ถ้าเป็นหม้อหรือกะทะทองเหลืองจะทำให้รสของน้ำสมุนไพรเปลี่ยนไป นอกจากนี้การที่เราดื่มน้ำสมุนไพรที่มีสารโลหะหนักผสมอยู่อาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ สำหรับภาชนะที่บรรจุควรจะเป็นขวดแก้ว จะสะดวกในการนึ่ง และน้ำสมุนไพรจะไม่ทำปฏิกิริยากับขวดแก้ว ภาชนะที่เป็นแก้วยังดูใสสะอาดน่าดื่มยิ่งขึ้น

3.1.3.2 เทคนิคการประกอบเครื่องดื่มสมุนไพร
การทำเครื่องดื่มสมุนไพรเป็นเรื่องง่ายๆ แต่การจะทำให้ถูกหลักต้องมีข้อควรระวังและข้อควรจำมีดังนี้
1) ส่วนประกอบทุกอย่างต้องเป็นของสดๆ เมื่อจะทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพต้องใช้ส่วนประกอบทุกอย่างเป็นของสดเท่านั้นผักและผลไม้เมื่อถูกเด็ดออกมาใหม่ๆจะมีรสอร่อยและได้คุณค่าทางอาหารสูง แต่ยิ่งผ่านไปนานวันคุณค่าทางอาหารและรสชาติจะลดลง บางคนคิดว่าการเก็บในตู้เย็นช่วยรักษาความสดไว้ได้ ความจริงแล้วไม่ว่าจะเก็บไว้อย่างดีเพียงใดก็ตามผักเมื่อเก็บค้างข้ามวันคุณค่าสารอาหารจะลดลงไปเรื่อยๆ
2) เลือกใช้ส่วนประกอบที่ออกตามฤดูกาล สมุนไพรทั้งผักและผลไม้ที่ออกตามฤดูกาล อุดมไปด้วยสารอาหารแถมยังอร่อยและราคาถูก เหมาะที่จะทำเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่สุด ผักผลไม้ที่ออกในฤดูร้อนจะช่วยให้ร่างกายเย็นลง ตรงกันข้ามของที่ออกในฤดูหนาวจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น นี่คือเหตุผลของการเลือกใช้ผักผลไม้ตามฤดูกาล
3) ส่วนประกอบทุกอย่างถ้าเป็นไปได้ต้องใช้ของที่ปราศจากสารเคมีทางการเกษตรหรือน้อยที่สุด เป็นธรรมดาที่จะต้องปอกเปลือกผักหรือผลไม้ก่อนทาน เพราะอาจจะมีสารเคมีตกค้างอยู่ แต่ที่จริงแล้วบริเวณระหว่างเปลือกกับเนื้อข้างในเป็นแหล่งกำเนิดสารอาหารจำพวกวิตามินต่างๆ ดังนั้นเพื่อให้ร่างกายรับสารอาหารมากที่สุดจึงควรรับประทานทั้งลูก โดยเลือกซื้อที่ปราศจากสารเคมีหรือมีสารเคมีน้อยที่สุด
4) ส่วนประกอบต้องทำให้เย็นลงการทำเครื่องดื่มสมุนไพรให้เย็นลงจะช่วยให้รสชาติอร่อยขึ้นกว่าเครื่องดื่มอุณหภูมิปกติ ดังนั้น ทางที่ดีควรนำส่วนประกอบทุกอย่างเข้าตู้เย็นเพื่อทำให้เย็นลงก่อนทำ หากทำได้ก็อร่อยโดยไม่ต้องพึ่งน้ำแข็ง เพราะจะละลายแล้วทำให้รสจืดลง
5) ส่วนประกอบต้องล้างให้สะอาดหมดจดก่อนทำ การล้างสมุนไพรผักผลไม้ต่างๆจำเป็นต้องล้างอยู่แล้วตามปกติ แต่ต้องระวังวิตามินชนิดที่ละลายได้ในน้ำเช่น วิตามินซี และวิตามินตัวอื่นๆ มีหลักว่าควรล้างในน้ำไหล เพราะการใส่ลงในกะละมัง จะทำให้วิตามินดังกล่าวละลายออกมาอยู่ในน้ำ หลังจากล้างเสร็จต้องทำให้สะเด็ดน้ำก่อนใช้
6) เตรียมส่วนประกอบให้พร้อม เป็นที่รู้กันดีว่าต้องปอกเปลือกผักและผลไม้ก่อนทานเนื่องจากมีสารเคมีอยู่ การตัดแบ่งส่วนประกอบออกเป็นชิ้นๆ ขนาดใหญ่พอสมควรก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำเตรียมไว้เช่นกัน แต่ต้องระวังอย่าให้มีขนาดใหญ่เกินไปจนเข้าเครื่องปั่นไม่ได้ ควรเตรียมส่วนประกอบไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ได้เครื่องดื่มสมุนไพรรสอร่อย แม้จะมีขั้นตอนมากน้อยต่างกันออกไปบ้าง
7) ลงมือทำด้วยความรวดเร็ว การทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพทางที่ดีต้องเตรียมส่วนประกอบล่วงหน้าและลงมือทำโดยเร็วที่สุด เนื่องจากวิตามินต่างๆ ในผักและผลไม้ดังกล่าวเมื่อถูกอากาศจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนบ้าง หรือเมื่อถูกเครื่องปั่นก็จะสูญสลายไปบ้างก็มี เป็นต้น
8) ไม่ใส่น้ำตาลทรายขาว สำหรับเครื่องดื่มสมุนไพรแล้วรสหวานทำให้ดื่มอร่อยกว่ารสขม อีกทั้งรสหวานจากผักและผลไม้สดๆช่วยทำให้รสชาติอร่อยพอเหมาะในตัวอยู่แล้ว แต่กรณีที่ได้รสหวานไม่พอ ควรเติมน้ำผึ้งหรือน้ำตาล Oligosaccharide น้ำตาลทรายแดงเป็นต้น แต่ระวังอย่าเติมน้ำตาลทรายขาว เพราะน้ำตาลทรายขาวทำให้ร่างกายต้องการวิตามินบี1 บี2 และแคลเซียมในปริมาณที่มากขึ้น น้ำตาล Oligosaccharide และน้ำผึ้ง มีวิตามินและเกลือแร่ผสมอยู่ไม่ทำให้คุณค่าสารอาหารของเครื่องดื่มสมุนไพรต้องสูญเสียไปก็ตาม แต่ก็มีแคลอลี่สูง ควรใส่ในปริมาณน้อยๆนอกจากน้ำผึ้งแล้ว เราสามารถใช้พืชรสหวาน อาทิ หญ้าหวาน หรือชะเอมมาเจือกับเครื่องดื่มจากสมุนไพรเพื่อแต่งรสได้บ้าง ตามสมควรต่อภูมิสุขภาพพื้นฐานของแต่ละคน
9) ฝึกทำจนได้รสกลมกล่อมดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น การทำเครื่องดื่มสมุนไพรนั้นสามารถนำผักผลไม้มาผสมผสานกันได้ตามความพอใจ จึงควรลองนำมาปรุงให้ได้รสถูกปากตนเอง แต่สำหรับแครอท แตงกวา ฟักทอง มีเอนไซม์แอสคอรบินาซิส มีคุณสมบัติทำลายวิตามินซีที่ปนอยู่ด้วย หากต้องการใส่ผักดังกล่างผสมกับของที่มีวิตามินซีผสมอยู่มาก ทางที่ดีควรบีบมะนาวหรือเหยาะน้ำส้มสายชูเพิ่มเข้าไป ส่วนสับปะรด กีวี เมลอน มะละกอ มีเอนไซม์ชนิดย่อยสลายโปรตีนได้ดีเป็นส่วนประกอบ ดังนั้น หากเติมนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมเข้าไปก็จะทำให้เกิดรสขม
10) ทำแล้วดื่มทันที เครื่องดื่มสมุนไพรที่ทำเสร็จใหม่ๆจะมีรสอร่อยเต็มไปด้วยสารอาหารต่างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปรสชาติและสารอาหารก็ยิ่งลดลง ดังนั้น ทางที่ดีควรดื่มภายใน 30 นาทีโดยนับจากเวลาทำเป็นจุดเริ่มต้น
3.1.3.3 ข้อควรระวังในการดื่มน้ำสมุนไพร
การดื่มที่ดีควรดื่มแบบจิบช้าๆและควรดื่มทันทีที่ปรุงเสร็จเพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารและยา การดื่มน้ำสมุนไพรชนิดเดียว ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆอาจทำให้เกิดการสะสมสารบางชนิดที่มีฤทธิ์ต่อร่างกายได้ การดื่มน้ำสมุนไพรร้อนๆที่มีอุณหภูมิ 60 องศาเซนเซียสขึ้นไปทำให้เยื่อบุผิวหลอดอาหารเสียสภาพภูมิคุ้มกันเฉพาะที่และอาจทำให้มีการดูดซึมสารก่อมะเร็ง,จุรินทรีย์ ฯลฯ ได้ง่าย













ตัวอย่างเครื่องดื่มสมุนไพร








ภาพที่ 3.16 น้ำเกสรบัวหลวง ภาพที่ 3.17 น้ำขิงใบเตย









ภาพที่ 3.18 ใบเตยมะนาว ภาพที่ 3.19 กระชายน้ำผึ้งมะนาว





ชื่อหน่วย ลักษณะที่ดีของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kasorn Suwanboon, 2022-11-20 07:49:51

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3

ผู้สอน

ใบความรู้ที่ 3 หน่วยการเรียนที่ …3…
วิชา อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ จำนวน ...3...หน่วยกิต
ชื่อหน่วย ลักษณะที่ดีของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ จำนวนชั่วโมงรวม 14 ชั่วโมง
ชื่อเรื่อง ลักษณะที่ดี หลักการประกอบ เทคนิคการประกอบอาหารและ
เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สัปดาห์ที่ 5 - 6

จุดประสงค์ทั่วไป
1. อธิบายความรู้ ความเข้าใจ ลักษณะเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
2. อธิบายความรู้ ความเข้าใจ หลักการประกอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
3. อธิบายความรู้ ความเข้าใจ เทคนิคการประกอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. อธิบายความรู้ ความเข้าใจ ลักษณะเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้
2. อธิบายความรู้ ความเข้าใจ หลักการประกอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้

สมรรถนะประจำหน่วย
1. แสดงความรู้เกี่ยวกับลักษณะที่ดีของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
2. แสดงความรู้เกี่ยวหลักการประกอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
3. แสดงความรู้เกี่ยวเทคนิคการประกอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ



ลักษณะที่ดีของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ


3.1 ลักษณะที่ดี การประกอบและเทคนิค ของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
3.1.1 ลักษณะที่ดี การประกอบและเทคนิค ของอาหารประเภทอาหารจานเดียว
อาหารจานเดียว หมายถึง อาหารปรุงสำเร็จหนึ่งจาน มีปริมาณเพียงพอที่จะรับประทานใด้อิ่ม 1 มื้อ โดยไม่ต้อง รับประทานอาหารอื่นร่วมด้วย ส่วนใหญ่อาหารจานเดียวมักจะเป็นอาหารคาวและนิยมรับประทานในมื้อกลางวัน ตัวอย่างอาหารจานเดียว เช่น ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ข้าวหมูแดง ข้าวหมกไก่ ข้าวผัดกะเพรา เป็นต้น








ภาพที่ 3.1 ข้าวมันไก่

3.1.1.1 หลักการประกอบอาหารจานเดียว
1) มีประโยชน์ คือ การประกอบอาหารจานเดียวต้องมีคุณค่างทางอาหารครบทั้ง 5 หมู่ เหมาะสมกับเพศและวัย ของผู้รับประทาน
2) ประหยัด คือ การประกอบอาหารจานเดียวต้องเลือกใช้อาหารตามฤดูกาลที่มีมากในท้องถิ่น เพราะจะมีราคาถูก และเลือกอาหารจานที่มีขั้นตอนการทำง่ายๆ เพื่อประหยัดเวลา
3) ปลอดภัย คือ การประกอบอาหารจานเดียวต้องเลือกเครื่องปรุงและส่วนผสมที่สดใหม่ ล้างให้สะอาด ปรุงให้สุก เพื่อป้องกันเชื้อโรคและพยาธิ
4) น่ารับประทาน คือ การประกอบอาหารจานเดียวต้องปรุงแต่งรสชาติอาหารให้อร่อย จัดและตกแต่งจานอาหาร ให้มีสีสันและรูปแบบน่ารับประทาน
3.1.1.2 การวางแผนประกอบอาหารจานเดียว การประกอบอาหารจานเดียวแต่ละครั้งต้องมีการวางแผนเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลา ประหยัด แรงงาน ประหยัดค่าใช้จ่าย และได้ผลงานที่มีคุณภาพ โดยปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้
1) กำหนดรายการอาหารที่จะทำและเครื่องปรุงที่จะใช้
2) สำรวจอาหารสด อาหารแห้ง และเครื่องปรุงรสที่มีอยู่แล้ว ถ้าขาดเหลือจึงไปซื้อมาเพิ่มเติม
3) เตรียมอาหารสด อาหารแห้ง เครื่องปรุง และอุปกรณ์ที่จะใช้ประกอบอาหาร
4) ประกอบอาหารตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
5) จัด ตกแต่งอาหารให้น่ารับประทาน
6) เก็บล้างอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาหาร และทำความสะอาดบริเวณที่ใช้เตรียมและประกอบอารหาร
3.1.1.3 ประโยชน์อาหารจานเดียว
1) ให้สารอาหารครบตามความต้องการของร่างกายของแต่ละบุคคลซึ่งขึ้นอยู่กับอายุ เพศ ลักษณะการ ทำงานและสภาวะของร่างกาย
2) ประหยัดเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายในการประกอบอาหารแต่ละมื้อ โดยรู้จักใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การใช้อาหารทดแทนและการนำอาหารที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาดัดแปลงประกอบเป็นอาหารบริโภค โดยให้พอเหมาะกับการบริโภคของแต่ละบุคคลในครอบครัว
3) สร้างอุปนิสัยในการบริโภค เป็นการสร้างพื้นฐานการบริโภคที่ง่าย ประหยัดถูกหลักโภชนาการ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในวันก่อนเรียน ซึ่งเป็นวัยที่เลือกกินอาหารตามชอบ ทำให้ได้อาหารไม่ครบตามความต้องการ ของร่างกาย และเป็นสาเหตุให้เด็กให้วัยนี้เป็นโรคขาดสารอาหารเป็นจำนวนมาก 3.1.1.4 ข้อแนะนำในการทำอาหารจานเดียว
1) ใช้อาหารที่มีในท้องถิ่นเป็นหลักหรือมากที่สุด
2) เลือกใช้อาหารตามฤดูการ สด ใหม่
3) เลือกอาหารที่ทุกๆคนในครอบครัวชอบและกินได้ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับวัย เพศ อายุ และรสนิยมในการรับประทาน
4) ประกอบอาหารให้น่าดู ชวนรับประทาน สี ก็ใช้สีของธรรมชาติของอาหาร ลักษณะรูปทรง หั่น ซอยหรืออาหารที่มี รูปทรงต่างกันจัดเข้าด้วยกันผิวสัมผัสของอาหาร ความเหนียว ความกรอบ ความนุ่มของอาหารที่อยู่ในจานเดียวกัน การจัด ควรเลือกภาชนะที่เหมาะสมจัดแต่อย่างสวยงาม สะอาด รสชาติอร่อย เหมาะกับวัยและถูกปากสมาชิกใน ครอบครัว
5) เป็นอาหารที่ทำง่าย สะดวก
6) ความสะอาด เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำความสะอาด การประกอบอาหารถูกหลักอนามัยและสุขาภิบาลอาหาร

ตัวอย่างอาหารจานเดียว








ภาพที่ 3.2 ข้าวกระเพราะหมูสับ ภาพที่ 3.3 ข้าวคลุกกะปิ












ภาพที่ 3.4 ผัดซีอิ๋ว ภาพที่ 3.5 ข้าวหมูแดง









ภาพที่ 3.6 ผัดไท ภาพที่ 3.7 สปาเก๊ตตีขี้เมา

3.1.2 ลักษณะที่ดี การประกอบและเทคนิค ของอาหารประเภทอาหารว่าง









ภาพที่ 3.8 อาหารว่าง

อาหารว่าง หมายถึง อาหารระหว่างมื้อ เป็นอาหารประเภทเบาๆ มีปริมาณอาหารน้อยกว่า อาหารประจำมื้ออาจจะเป็นอาหารน้ำหรืออาหารแห้ง มีทั้งคาวและหวาน หรือเป็นอาหารชิ้นเล็กๆขนาดพอคำ หยิบรับประทานได้ง่าย จัดให้สวยงามน่ารับประทานเป็นทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ หรือรับประทานควบคู่กับเครื่องดื่มร้อน หรือน้ำผลไม้อย่างใดอย่างหนึ่ง
3.1.2.1 ลักษณะที่ดีของอาหารว่าง อาหารว่างที่ดีควรมีลักษณะดังนี้
1) ให้คุณค่าอาหารตามหลักโภชนาการ เป็นการเสริมสารอาหารจากอาหารมื้อหลัก เช่น รับประทานเมี่ยงปลาทูก็จะได้โปรตีนจากปลาและวิตามินเกลือแร่จากผักและสมุนไพรเป็นต้น
2) ชิ้นพอคำ ลักษณะดี สีสันสวยงาม น่ารับประทาน
3) เป็นอาหารที่รับประทานง่าย รับประทานคู่กับอาหารชนิดอื่นได้ดีและรสชาติอร่อย
4) กรรมวิธีการประกอบง่าย ไม่ยุ่งยากสามารถปรุงไว้ล่วงหน้าได้ โดยไม่เสียรสชาติ
5) มีความหลากหลาย ทั้งสีสัน รสชาติ เนื้อสัมผัส ให้เลือกตามความเหมาะสมกับงานเวลาและโอกาส
3.1.2.2 การเตรียมและหลักการประกอบอาหารว่าง
1) การเตรียมอาหารว่าง เป็นปัจจัยสำคัญประการแรกของการประกอบอาหารว่างให้มีคุณภาพตามต้องการ ขั้นตอนการเตรียมอาหารว่างชนิดต่าง ๆ มีหลักการคือ การคัดเลือก ทำความสะอาด ตัดแต่ง และเก็บรักษาถนอมคุณภาพไว้ให้เหมาะสม เพื่อใช้ประกอบอาหารว่าง ที่ต้องการ อาหารที่เป็นวัตถุดิบในการนำไปประกอบอาหารว่าง อาจแบ่งเป็นพืชผักและเนื้อสัตว์ ซึ่งมีวิธีการเตรียมแตกต่างกัน ดังนี้
(1) การทำความสะอาดวัตถุดิบ ก่อนที่จะนำมาประกอบอาหารว่าง เช่น ผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ ต้องล้างให้สะอาดก่อนนำไปปรุงทุกครั้ง หากไม่ปรุงทันทีควรแช่ตู้เย็น โดยเฉพาะอาหารประเภทเนื้อสัตว์ นอกจากนี้ผักที่รับประทานสดๆ และผลไม้ที่รับประทานทั้งเปลือก เป็นอาหารที่ต้องใส่ใจในการล้างเป็นพิเศษ เพราะจะช่วยลดสารเคมีตกค้าง ให้ล้างด้วยน้ำผสมน้ำส้มสายชูโดยใช้น้ำ 4 ลิตรผสมน้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วย จากนั้นนำผักผลไม้ที่ตัดหรือคัดเอาส่วน ที่ไม่ดีออก แล้วลงแช่ประมาณ 5 – 10 นาที จากนั้นนำขึ้นมาล้างน้ำสะอาดอีก 1 – 2 ครั้ง การล้างด้วยวิธีนี้จะช่วยลดสารเคมีได้ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ พึงระลึกไว้เสมอว่าวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของอาหารที่ไม่สะอาดย่อมไม่สามารถจะนำไปประกอบอาหารให้สะอาดและมีคุณค่าน่าบริโภคได้
(2) การเตรียมเครื่องปรุง เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เริ่มตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบทั้งหมด คือของสดและของแห้ง พิจารณาถึงลำดับขั้นตอนว่า สิ่งใดควรทำก่อนหรือหลัง เช่น เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ ควรหั่นอย่างไร เพื่อที่จะได้ของใหม่และสด เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการไว้ให้เหมือนเดิมมากที่สุด
(3) ศึกษาวิธีการปรุงประกอบ อาหารจะอร่อยหรือไม่นั้น การประกอบมีส่วนสำคัญมาก การที่ไม่ทำตามขั้นตอนหรือทำผิดวิธี เช่น การผสมส่วนผสมผิดหรือใส่ส่วนผสมอย่างใดอย่างหนึ่งมากหรือน้อยจนเกินไป จากที่กำหนดไว้ตามตำรับ หรือการปรุงที่ไม่ถูกวิธีว่าควรใส่อะไรก่อนหลังจะทำให้อาหารรสชาติไม่อร่อยเท่าที่ควร ฉะนั้นในการประกอบอาหารทุกครั้ง ควรจะศึกษาวิธีการทำให้ละเอียดก่อนที่จะลงมือประกอบอาหาร
3.1.2.3 หลักการประกอบอาหารว่าง ในการประกอบอาหารว่างให้ได้รสชาติดี น่ารับประทานนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ดังนี้
1) มีตำรับอาหารว่างที่ได้มาตรฐาน มีทักษะและความชำนาญในการประกอบอาหารมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์รู้จักดัดแปลงอาหารว่างให้มีความแปลกใหม่อยู่เสมอและมีความประณีตในการทำงาน
2) เลือกวัตถุดิบได้สดใหม่ มีความรู้เรื่องวัตถุดิบในการประกอบอาหารว่างเป็นอย่างดีเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลและเลือกใช้ได้เหมาะกับชนิดของอาหารว่าง
3) มีการวางแผนในการทำงาน จัดเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์ให้พร้อมครบถ้วนและเหมาะสมก่อนการประกอบอาหารว่าง
4) มีความพร้อม ด้านงบประมาณเวลาและแรงงาน
3.1.2.4 เทคนิคในการประกอบอาหารว่างให้น่ารับประทาน ประกอบด้วยปัจจัย ดังนี้
1) สีสันของอาหาร ต้องยอมรับว่าสีสันของอาหารมีส่วนช่วยให้อาหารว่าง ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น เช่น ขนมจีบปูมีไข่ปูวางแต่งหน้า จะดูมีสีสันและน่ารับประทานกว่าที่ไม่ได้แต่งหน้า เป็นต้น
2) ขนาดและรูปร่างของอาหารว่าง เนื่องจากอาหารว่างเป็นอาหารที่รับประทาน ระหว่างมื้อ ปริมาณในการจัดเสิร์ฟไม่มาก จึงเน้นความสวยงาม ตั้งแต่ขนาดและรูปร่างของวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารว่าง ควรหั่นให้มีรูปร่างและลักษณะที่ต่างกัน เช่น เป็นเส้นหรือสี่เหลี่ยมลูกเต๋า เป็นต้น เพื่อให้ได้อาหารว่างที่น่ารับประทาน
3) การจัดตกแต่งต้องสวยงาม ภาชนะที่ใช้ในการจัดจะต้องเหมาะสมกับชนิดของอาหาร เช่น ขนมลูกชุบ ควรจัดวางบนภาชนะที่เป็นแก้วจะทำให้มีความสวยงามน่ารับประทานมากกว่าการจัดขนมลูกชุบลงบนภาชนะที่ทำด้วยไม้หรือหวาย เป็นต้น
4) รสชาติ การเลือกใช้วัตถุดิบในการผลิตอาหารว่างที่สด ใหม่ มีความเหมาะสมกับชนิดของอาหาร จะทำให้ได้อาหารว่างที่รสชาติดี










ตัวอย่างอาหารจานเดียว








ภาพที่ 3.9 แซนวิชไส้ต่างๆ ภาพที่ 3.10 ขนมปังหน้าหมู









ภาพที่ 3.11 ขนมจีบไทย ภาพที่ 3.12 ล่าเตียง









ภาพที่ 3.13 ค้างคาวเผือก ภาพที่ 3.14 ถุงทอง




3.1.3 ลักษณะที่ดี การประกอบและเทคนิค ของเครื่องดื่มสมุนไพร









ภาพที่ 3.15 เครื่องดื่มสมุนไพร

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเป็นเครื่องดื่มที่ได้จากการใช้ส่วนประกอบต่างๆ ของพืช เช่น ผลไม้ ผัก ธัญพืชต่างๆ นำมาแปรรูปให้เหมาะสมตามฤดูกาล แต่เดิมพืชที่นำมาทำเป็นเครื่องดื่มมักจะเก็บมาสดๆ และใช้ทันที ทำให้มีความสด และคงคุณค่าตามธรรมชาติ ต่อมาเครื่องดื่มสมุนไพรได้ถูกการพัฒนาให้มีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น โดยนำวิทยาการสมัยใหม่มาใช้ในกระบวนการผลิต มีการบรรจุในภาชนะแบบต่างๆ เพื่อความสะดวกสบายต่อ การบริโภคในชีวิตประจำวัน เครื่องดื่มสมุนไพรมีประโยชน์ทางยา มีคุณค่าทางอาหาร และช่วยในการป้องกันโรค โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน เหงื่อออกมาก การได้ดื่มน้ำสมุนไพรจะช่วยให้จิตใจชุ่มชื่น รู้สึกสบาย เนื่องจากเครื่องดื่มสมุนไพรบางชนิดสามารถช่วยผ่อนคลายความร้อน ทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง บางชนิดช่วยบำรุงหัวใจ บางชนิดมีคุณสมบัติช่วยย่อย ทำให้ธาตุปกติและฟอกเลือด เครื่องดื่มสมุนไพรจึงเปรียบเป็นยาที่ช่วยบำรุง ปกป้องรักษาสภาวะร่างกายให้เกิดสมดุล ทำให้ส่งผลดีต่อสุขภาพ
3.1.3.1 เทคนิคการเตรียมน้ำสมุนไพร
1) การเลือกสมุนไพรการเลือกสมุนไพรที่จะนำมาทำน้ำสมุนไพร ต้องคำนึงถึงสมุนไพรที่สด ถ้าเป็นสมุนไพรที่ต้องทำให้แห้ง ควรเลือกสมุนไพรที่ใหม่สะอาด ดูลักษณะ สี กลิ่น ดูว่ามีเชื้อราหรือไม่ สมุนไพรที่สดใหม่ช่วยให้ได้คุณค่าทางโภชนาการสูง สีสันน่ารับประทาน
2) ความสะอาด ทั้งสมุนไพรและภาชนะที่ใช้ต้องสะอาด ป้องกันการปนเปื้อนเชื้อ ถ้าไม่สะอาด อาจทำให้ผู้ดื่มน้ำสมุนไพร ท้องเสีย และยังทำให้สมุนไพรเก็บไม่ได้นานเท่าที่ควร
3) ภาชนะที่ใช้ ภาชนะที่ต้มควรจะเป็นหม้อเคลือบ ไม่ควรใช้หม้ออลูมิเนียม เพราะอาจทำให้กรดที่อยู่ในสมุนไพรกัดภาชนะ ถ้าเป็นหม้อหรือกะทะทองเหลืองจะทำให้รสของน้ำสมุนไพรเปลี่ยนไป นอกจากนี้การที่เราดื่มน้ำสมุนไพรที่มีสารโลหะหนักผสมอยู่อาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ สำหรับภาชนะที่บรรจุควรจะเป็นขวดแก้ว จะสะดวกในการนึ่ง และน้ำสมุนไพรจะไม่ทำปฏิกิริยากับขวดแก้ว ภาชนะที่เป็นแก้วยังดูใสสะอาดน่าดื่มยิ่งขึ้น

3.1.3.2 เทคนิคการประกอบเครื่องดื่มสมุนไพร
การทำเครื่องดื่มสมุนไพรเป็นเรื่องง่ายๆ แต่การจะทำให้ถูกหลักต้องมีข้อควรระวังและข้อควรจำมีดังนี้
1) ส่วนประกอบทุกอย่างต้องเป็นของสดๆ เมื่อจะทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพต้องใช้ส่วนประกอบทุกอย่างเป็นของสดเท่านั้นผักและผลไม้เมื่อถูกเด็ดออกมาใหม่ๆจะมีรสอร่อยและได้คุณค่าทางอาหารสูง แต่ยิ่งผ่านไปนานวันคุณค่าทางอาหารและรสชาติจะลดลง บางคนคิดว่าการเก็บในตู้เย็นช่วยรักษาความสดไว้ได้ ความจริงแล้วไม่ว่าจะเก็บไว้อย่างดีเพียงใดก็ตามผักเมื่อเก็บค้างข้ามวันคุณค่าสารอาหารจะลดลงไปเรื่อยๆ
2) เลือกใช้ส่วนประกอบที่ออกตามฤดูกาล สมุนไพรทั้งผักและผลไม้ที่ออกตามฤดูกาล อุดมไปด้วยสารอาหารแถมยังอร่อยและราคาถูก เหมาะที่จะทำเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่สุด ผักผลไม้ที่ออกในฤดูร้อนจะช่วยให้ร่างกายเย็นลง ตรงกันข้ามของที่ออกในฤดูหนาวจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น นี่คือเหตุผลของการเลือกใช้ผักผลไม้ตามฤดูกาล
3) ส่วนประกอบทุกอย่างถ้าเป็นไปได้ต้องใช้ของที่ปราศจากสารเคมีทางการเกษตรหรือน้อยที่สุด เป็นธรรมดาที่จะต้องปอกเปลือกผักหรือผลไม้ก่อนทาน เพราะอาจจะมีสารเคมีตกค้างอยู่ แต่ที่จริงแล้วบริเวณระหว่างเปลือกกับเนื้อข้างในเป็นแหล่งกำเนิดสารอาหารจำพวกวิตามินต่างๆ ดังนั้นเพื่อให้ร่างกายรับสารอาหารมากที่สุดจึงควรรับประทานทั้งลูก โดยเลือกซื้อที่ปราศจากสารเคมีหรือมีสารเคมีน้อยที่สุด
4) ส่วนประกอบต้องทำให้เย็นลงการทำเครื่องดื่มสมุนไพรให้เย็นลงจะช่วยให้รสชาติอร่อยขึ้นกว่าเครื่องดื่มอุณหภูมิปกติ ดังนั้น ทางที่ดีควรนำส่วนประกอบทุกอย่างเข้าตู้เย็นเพื่อทำให้เย็นลงก่อนทำ หากทำได้ก็อร่อยโดยไม่ต้องพึ่งน้ำแข็ง เพราะจะละลายแล้วทำให้รสจืดลง
5) ส่วนประกอบต้องล้างให้สะอาดหมดจดก่อนทำ การล้างสมุนไพรผักผลไม้ต่างๆจำเป็นต้องล้างอยู่แล้วตามปกติ แต่ต้องระวังวิตามินชนิดที่ละลายได้ในน้ำเช่น วิตามินซี และวิตามินตัวอื่นๆ มีหลักว่าควรล้างในน้ำไหล เพราะการใส่ลงในกะละมัง จะทำให้วิตามินดังกล่าวละลายออกมาอยู่ในน้ำ หลังจากล้างเสร็จต้องทำให้สะเด็ดน้ำก่อนใช้
6) เตรียมส่วนประกอบให้พร้อม เป็นที่รู้กันดีว่าต้องปอกเปลือกผักและผลไม้ก่อนทานเนื่องจากมีสารเคมีอยู่ การตัดแบ่งส่วนประกอบออกเป็นชิ้นๆ ขนาดใหญ่พอสมควรก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำเตรียมไว้เช่นกัน แต่ต้องระวังอย่าให้มีขนาดใหญ่เกินไปจนเข้าเครื่องปั่นไม่ได้ ควรเตรียมส่วนประกอบไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ได้เครื่องดื่มสมุนไพรรสอร่อย แม้จะมีขั้นตอนมากน้อยต่างกันออกไปบ้าง
7) ลงมือทำด้วยความรวดเร็ว การทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพทางที่ดีต้องเตรียมส่วนประกอบล่วงหน้าและลงมือทำโดยเร็วที่สุด เนื่องจากวิตามินต่างๆ ในผักและผลไม้ดังกล่าวเมื่อถูกอากาศจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนบ้าง หรือเมื่อถูกเครื่องปั่นก็จะสูญสลายไปบ้างก็มี เป็นต้น
8) ไม่ใส่น้ำตาลทรายขาว สำหรับเครื่องดื่มสมุนไพรแล้วรสหวานทำให้ดื่มอร่อยกว่ารสขม อีกทั้งรสหวานจากผักและผลไม้สดๆช่วยทำให้รสชาติอร่อยพอเหมาะในตัวอยู่แล้ว แต่กรณีที่ได้รสหวานไม่พอ ควรเติมน้ำผึ้งหรือน้ำตาล Oligosaccharide น้ำตาลทรายแดงเป็นต้น แต่ระวังอย่าเติมน้ำตาลทรายขาว เพราะน้ำตาลทรายขาวทำให้ร่างกายต้องการวิตามินบี1 บี2 และแคลเซียมในปริมาณที่มากขึ้น น้ำตาล Oligosaccharide และน้ำผึ้ง มีวิตามินและเกลือแร่ผสมอยู่ไม่ทำให้คุณค่าสารอาหารของเครื่องดื่มสมุนไพรต้องสูญเสียไปก็ตาม แต่ก็มีแคลอลี่สูง ควรใส่ในปริมาณน้อยๆนอกจากน้ำผึ้งแล้ว เราสามารถใช้พืชรสหวาน อาทิ หญ้าหวาน หรือชะเอมมาเจือกับเครื่องดื่มจากสมุนไพรเพื่อแต่งรสได้บ้าง ตามสมควรต่อภูมิสุขภาพพื้นฐานของแต่ละคน
9) ฝึกทำจนได้รสกลมกล่อมดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น การทำเครื่องดื่มสมุนไพรนั้นสามารถนำผักผลไม้มาผสมผสานกันได้ตามความพอใจ จึงควรลองนำมาปรุงให้ได้รสถูกปากตนเอง แต่สำหรับแครอท แตงกวา ฟักทอง มีเอนไซม์แอสคอรบินาซิส มีคุณสมบัติทำลายวิตามินซีที่ปนอยู่ด้วย หากต้องการใส่ผักดังกล่างผสมกับของที่มีวิตามินซีผสมอยู่มาก ทางที่ดีควรบีบมะนาวหรือเหยาะน้ำส้มสายชูเพิ่มเข้าไป ส่วนสับปะรด กีวี เมลอน มะละกอ มีเอนไซม์ชนิดย่อยสลายโปรตีนได้ดีเป็นส่วนประกอบ ดังนั้น หากเติมนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมเข้าไปก็จะทำให้เกิดรสขม
10) ทำแล้วดื่มทันที เครื่องดื่มสมุนไพรที่ทำเสร็จใหม่ๆจะมีรสอร่อยเต็มไปด้วยสารอาหารต่างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปรสชาติและสารอาหารก็ยิ่งลดลง ดังนั้น ทางที่ดีควรดื่มภายใน 30 นาทีโดยนับจากเวลาทำเป็นจุดเริ่มต้น
3.1.3.3 ข้อควรระวังในการดื่มน้ำสมุนไพร
การดื่มที่ดีควรดื่มแบบจิบช้าๆและควรดื่มทันทีที่ปรุงเสร็จเพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารและยา การดื่มน้ำสมุนไพรชนิดเดียว ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆอาจทำให้เกิดการสะสมสารบางชนิดที่มีฤทธิ์ต่อร่างกายได้ การดื่มน้ำสมุนไพรร้อนๆที่มีอุณหภูมิ 60 องศาเซนเซียสขึ้นไปทำให้เยื่อบุผิวหลอดอาหารเสียสภาพภูมิคุ้มกันเฉพาะที่และอาจทำให้มีการดูดซึมสารก่อมะเร็ง,จุรินทรีย์ ฯลฯ ได้ง่าย













ตัวอย่างเครื่องดื่มสมุนไพร








ภาพที่ 3.16 น้ำเกสรบัวหลวง ภาพที่ 3.17 น้ำขิงใบเตย









ภาพที่ 3.18 ใบเตยมะนาว ภาพที่ 3.19 กระชายน้ำผึ้งมะนาว





ชื่อหน่วย ลักษณะที่ดีของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

ช่ือเรื่อง ใบความรทู้ ่ี 3 หน่วยการเรียนท่ี …3…
วชิ า อาหารและเครื่องดมื่ เพ่ือสขุ ภาพ จำนวน ...3...หนว่ ยกิต
ช่อื หนว่ ย ลกั ษณะทีด่ ีของอาหารและเครื่องดืม่ เพอื่ สขุ ภาพ จำนวนชัว่ โมงรวม 14 ชัว่ โมง
ลักษณะท่ีดี หลักการประกอบ เทคนิคการประกอบอาหารและ สปั ดาหท์ ่ี 5 - 6
เครื่องดื่มเพือ่ สุขภาพ

จุดประสงค์ท่ัวไป
1. อธิบายความรู้ ความเขา้ ใจ ลักษณะเกี่ยวกบั อาหารและเคร่ืองดมื่ เพ่อื สุขภาพ
2. อธิบายความรู้ ความเขา้ ใจ หลกั การประกอบอาหารและเครอื่ งด่ืมเพื่อสุขภาพ
3. อธิบายความรู้ ความเขา้ ใจ เทคนิคการประกอบอาหารและเครอื่ งด่ืมเพ่อื สขุ ภาพ

จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม

1. อธบิ ายความรู้ ความเขา้ ใจ ลักษณะเกยี่ วกับอาหารและเคร่อื งด่ืมเพื่อสขุ ภาพได้
2. อธบิ ายความรู้ ความเขา้ ใจ หลกั การประกอบอาหารและเครอื่ งด่มื เพ่ือสุขภาพได้

สมรรถนะประจำหน่วย
1. แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ลักษณะท่ีดขี องอาหารและเคร่อื งดม่ื เพอ่ื สุขภาพ

2. แสดงความรเู้ กีย่ วหลักการประกอบอาหารและเครอื่ งดื่มเพ่อื สขุ ภาพ
3. แสดงความรเู้ กยี่ วเทคนิคการประกอบอาหารและเครอ่ื งด่มื เพอ่ื สขุ ภาพ

ลักษณะทด่ี ีของอาหารและเครื่องด่มื เพ่อื สุขภาพ

3.1 ลักษณะท่ีดี การประกอบและเทคนิค ของอาหารและเคร่อื งดมื่ เพอื่ สขุ ภาพ
3.1.1 ลกั ษณะทด่ี ี การประกอบและเทคนคิ ของอาหารประเภทอาหารจานเดยี ว
อาหารจานเดยี ว หมายถึง อาหารปรุงสำเรจ็ หนึ่งจาน มีปรมิ าณเพยี งพอที่จะรบั ประทานใด้อิ่ม 1

มอื้ โดยไม่ต้อง รบั ประทานอาหารอ่ืนรว่ มดว้ ย ส่วนใหญอ่ าหารจานเดียวมกั จะเปน็ อาหารคาวและนยิ มรับประทาน
ในมื้อกลางวัน ตัวอย่างอาหารจานเดียว เช่น ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ข้าวหมูแดง ข้าวหมกไก่ ข้าวผัดกะเพรา
เปน็ ตน้

ภาพที่ 3.1 ขา้ วมนั ไก่

3.1.1.1 หลกั การประกอบอาหารจานเดียว
1) มปี ระโยชน์ คอื การประกอบอาหารจานเดียวต้องมีคุณคา่ งทางอาหารครบทั้ง 5 หมู่

เหมาะสมกบั เพศและวยั ของผรู้ ับประทาน
2) ประหยัด คอื การประกอบอาหารจานเดียวต้องเลอื กใชอ้ าหารตามฤดูกาลท่ีมีมากใน

ท้องถ่นิ เพราะจะมรี าคาถกู และเลอื กอาหารจานทีม่ ีข้ันตอนการทำง่ายๆ เพือ่ ประหยัดเวลา
3) ปลอดภัย คือ การประกอบอาหารจานเดียวต้องเลือกเครื่องปรุงและส่วนผสมที่สด

ใหม่ ลา้ งใหส้ ะอาด ปรุงใหส้ ุก เพอื่ ปอ้ งกันเชื้อโรคและพยาธิ
4) น่ารับประทาน คือ การประกอบอาหารจานเดยี วต้องปรงุ แตง่ รสชาตอิ าหารให้อร่อย

จดั และตกแต่งจานอาหาร ให้มีสีสันและรูปแบบนา่ รบั ประทาน
3.1.1.2 การวางแผนประกอบอาหารจานเดยี ว การประกอบอาหารจานเดยี วแต่ละครั้งต้องมีการ

วางแผนเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลา ประหยัด แรงงาน ประหยัดค่าใช้จ่าย และได้ผลงานที่มี
คณุ ภาพ โดยปฏิบัติตามข้นั ตอนต่อไปนี้

1) กำหนดรายการอาหารท่ีจะทำและเครือ่ งปรุงท่ีจะใช้
2) สำรวจอาหารสด อาหารแห้ง และเครื่องปรุงรสที่มีอยู่แล้ว ถ้าขาดเหลือจึงไปซื้อมา
เพม่ิ เติม
3) เตรียมอาหารสด อาหารแหง้ เครือ่ งปรงุ และอปุ กรณ์ที่จะใชป้ ระกอบอาหาร
4) ประกอบอาหารตามขัน้ ตอนทีถ่ กู ตอ้ ง
5) จดั ตกแตง่ อาหารใหน้ า่ รับประทาน
6) เก็บล้างอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาหาร และทำความสะอาดบริเวณที่ใช้เตรียมและ
ประกอบอารหาร
3.1.1.3 ประโยชนอ์ าหารจานเดียว
1) ให้สารอาหารครบตามความต้องการของร่างกายของแต่ละบุคคลซึ่งขึ้นอยู่กับอายุ
เพศ ลกั ษณะการ ทำงานและสภาวะของร่างกาย

2) ประหยัดเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายในการประกอบอาหารแต่ละมื้อ โดยรู้จักใช้
ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การใช้อาหารทดแทนและการนำอาหารที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาดัดแปลงประกอบเป็นอาหาร
บริโภค โดยใหพ้ อเหมาะกับการบริโภคของแตล่ ะบคุ คลในครอบครวั

3) สร้างอุปนิสัยในการบริโภค เป็นการสร้างพื้นฐานการบริโภคที่ง่าย ประหยัดถูกหลกั
โภชนาการ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในวันก่อนเรียน ซึ่งเป็นวัยที่เลือกกินอาหารตามชอบ ทำให้ได้อาหารไม่ครบตาม
ความต้องการ ของร่างกาย และเป็นสาเหตุให้เดก็ ให้วยั นเ้ี ปน็ โรคขาดสารอาหารเป็นจำนวนมาก

3.1.1.4 ขอ้ แนะนำในการทำอาหารจานเดียว
1) ใชอ้ าหารทมี่ ใี นท้องถน่ิ เป็นหลกั หรือมากท่สี ุด
2) เลอื กใช้อาหารตามฤดกู าร สด ใหม่
3) เลือกอาหารที่ทุกๆคนในครอบครัวชอบและกินได้ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับวยั เพศ อายุ และ

รสนิยมในการรับประทาน
4) ประกอบอาหารให้น่าดู ชวนรับประทาน สี ก็ใช้สีของธรรมชาติของอาหาร ลักษณะ

รปู ทรง ห่ัน ซอยหรืออาหารที่มี รปู ทรงตา่ งกนั จัดเข้าด้วยกนั ผิวสมั ผัสของอาหาร ความเหนียว ความกรอบ ความ
นุ่มของอาหารที่อยู่ในจานเดียวกนั การจดั ควรเลอื กภาชนะที่เหมาะสมจัดแต่อย่างสวยงาม สะอาด รสชาติอร่อย
เหมาะกบั วัยและถกู ปากสมาชกิ ใน ครอบครวั

5) เปน็ อาหารทที่ ำงา่ ย สะดวก
6) ความสะอาด เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำความสะอาด การประกอบอาหารถูกหลัก
อนามัยและสุขาภบิ าลอาหาร

ตวั อยา่ งอาหารจานเดียว

ภาพที่ 3.2 ขา้ วกระเพราะหมูสับ ภาพที่ 3.3 ขา้ วคลกุ กะปิ

ภาพท่ี 3.4 ผดั ซอี ิว๋ ภาพท่ี 3.5 ข้าวหมแู ดง

ภาพท่ี 3.6 ผัดไท ภาพที่ 3.7 สปาเกต๊ ตีขี้เมา

3.1.2 ลักษณะทด่ี ี การประกอบและเทคนิค ของอาหารประเภทอาหารวา่ ง

ภาพที่ 3.8 อาหารว่าง

อาหารว่าง หมายถึง อาหารระหว่างมื้อ เป็นอาหารประเภทเบาๆ มีปริมาณอาหารน้อยกว่า
อาหารประจำมื้ออาจจะเป็นอาหารน้ำหรืออาหารแห้ง มีทั้งคาวและหวาน หรือเป็นอาหารชิ้นเล็กๆขนาดพอคำ

หยิบรับประทานได้ง่าย จัดให้สวยงามน่ารับประทานเป็นทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ หรือรับประทาน
ควบคกู่ ับเคร่ืองดื่มร้อน หรือนำ้ ผลไมอ้ ยา่ งใดอย่างหนึง่

3.1.2.1 ลักษณะทีด่ ขี องอาหารว่าง อาหารว่างที่ดีควรมลี กั ษณะดังนี้
1) ให้คุณค่าอาหารตามหลักโภชนาการ เป็นการเสริมสารอาหารจากอาหารมื้อหลัก

เช่น รับประทานเมย่ี งปลาทกู จ็ ะได้โปรตนี จากปลาและวติ ามนิ เกลอื แร่จากผกั และสมุนไพรเป็นต้น
2) ช้นิ พอคำ ลกั ษณะดี สสี ันสวยงาม น่ารับประทาน
3) เป็นอาหารทร่ี ับประทานง่าย รบั ประทานคูก่ ับอาหารชนดิ อนื่ ไดด้ แี ละรสชาตอิ ร่อย

4) กรรมวธิ กี ารประกอบงา่ ย ไม่ยุ่งยากสามารถปรุงไว้ลว่ งหนา้ ได้ โดยไม่เสยี รสชาติ
5) มีความหลากหลาย ทั้งสีสัน รสชาติ เนื้อสัมผัส ให้เลือกตามความเหมาะสมกับงาน

เวลาและโอกาส
3.1.2.2 การเตรยี มและหลกั การประกอบอาหารว่าง
1) การเตรียมอาหารวา่ ง เป็นปัจจัยสำคัญประการแรกของการประกอบอาหารวา่ งใหม้ ี

คุณภาพตามตอ้ งการ ขั้นตอนการเตรยี มอาหารว่างชนดิ ต่าง ๆ มีหลักการคือ การคัดเลือก ทำความสะอาด ตัด
แต่ง และเก็บรกั ษาถนอมคุณภาพไวใ้ ห้เหมาะสม เพือ่ ใช้ประกอบอาหารว่าง ทีต่ อ้ งการ อาหารที่เปน็ วัตถุดบิ ในการ

นำไปประกอบอาหารว่าง อาจแบง่ เปน็ พืชผักและเนื้อสัตว์ ซงึ่ มีวธิ ีการเตรียมแตกต่างกนั ดังนี้
(1) การทำความสะอาดวัตถุดิบ ก่อนที่จะนำมาประกอบอาหารว่าง เช่น ผัก

ผลไม้และเนื้อสัตว์ ต้องล้างให้สะอาดก่อนนำไปปรุงทุกครั้ง หากไม่ปรุงทันทีควรแช่ตู้เย็น โดยเฉพาะอาหาร

ประเภทเนอื้ สัตว์ นอกจากน้ผี กั ท่ีรับประทานสดๆ และผลไมท้ ่ีรับประทานทง้ั เปลอื ก เปน็ อาหารทีต่ อ้ งใส่ใจในการ
ล้างเป็นพิเศษ เพราะจะช่วยลดสารเคมีตกค้าง ให้ล้างด้วยน้ำผสมน้ำส้มสายชูโดยใช้น้ำ 4 ลิตรผสมน้ำส้มสายชู

1/2 ถว้ ย จากนน้ั นำผักผลไมท้ ี่ตัดหรือคัดเอาสว่ น ที่ไม่ดอี อก แล้วลงแช่ประมาณ 5 – 10 นาที จากนนั้ นำข้ึนมา
ล้างน้ำสะอาดอกี 1 – 2 คร้ัง การล้างด้วยวิธีนี้จะชว่ ยลดสารเคมไี ด้ประมาณ 70 เปอร์เซน็ ต์ พึงระลึกไว้เสมอว่า
วัตถุดบิ ท่เี ป็นส่วนประกอบของอาหารทไ่ี ม่สะอาดย่อมไมส่ ามารถจะนำไปประกอบอาหารให้สะอาดและมีคุณค่าน่า

บรโิ ภคได้
(2) การเตรียมเครื่องปรุง เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เริ่ม

ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบทั้งหมด คือของสดและของแห้ง พิจารณาถึงลำดับขั้นตอนว่า สิ่งใดควรทำก่อนหรือหลัง
เช่น เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ ควรหั่นอย่างไร เพื่อที่จะได้ของใหม่และสด เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการไว้ให้
เหมอื นเดิมมากทส่ี ดุ

(3) ศึกษาวิธีการปรุงประกอบ อาหารจะอร่อยหรือไม่นั้น การประกอบมีส่วน
สำคญั มาก การทไ่ี มท่ ำตามขัน้ ตอนหรอื ทำผิดวิธี เช่น การผสมสว่ นผสมผิดหรอื ใสส่ ว่ นผสมอยา่ งใดอยา่ งหนึ่งมาก

หรือน้อยจนเกินไป จากที่กำหนดไว้ตามตำรับ หรือการปรุงที่ไม่ถูกวิธีว่าควรใส่อะไรก่อนหลังจะทำให้อาหาร
รสชาติไม่อร่อยเท่าที่ควร ฉะนั้นในการประกอบอาหารทุกคร้ัง ควรจะศึกษาวิธีการทำให้ละเอียดก่อนท่ีจะลงมอื
ประกอบอาหาร

3.1.2.3 หลักการประกอบอาหารว่าง ในการประกอบอาหารว่างให้ได้รสชาติดี น่ารับประทานนั้น
ขนึ้ อยกู่ บั ปจั จยั หลายดา้ น ดงั นี้

1) มีตำรับอาหารว่างที่ได้มาตรฐาน มีทักษะและความชำนาญในการประกอบอาหารมี
ความคิดรเิ ริม่ สรา้ งสรรค์รจู้ ักดัดแปลงอาหารว่างใหม้ ีความแปลกใหมอ่ ยเู่ สมอและมีความประณีตในการทำงาน

2) เลือกวัตถุดิบได้สดใหม่ มีความรู้เรื่องวัตถุดิบในการประกอบอาหารว่างเป็นอย่างดี
เลอื กใชว้ ัตถุดบิ ตามฤดกู าลและเลือกใช้ได้เหมาะกับชนิดของอาหารวา่ ง

3) มีการวางแผนในการทำงาน จัดเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์ให้พร้อมครบถ้วนและ
เหมาะสมกอ่ นการประกอบอาหารวา่ ง

4) มีความพรอ้ ม ดา้ นงบประมาณเวลาและแรงงาน

3.1.2.4 เทคนคิ ในการประกอบอาหารวา่ งให้น่ารับประทาน ประกอบด้วยปจั จัย ดังนี้
1) สีสันของอาหาร ต้องยอมรับว่าสีสันของอาหารมีส่วนช่วยให้อาหารว่าง

ดูนา่ รับประทานยิ่งขึ้น เชน่ ขนมจีบปูมไี ขป่ วู างแตง่ หน้า จะดูมีสีสนั และนา่ รับประทานกวา่ ที่ไม่ไดแ้ ตง่ หนา้ เป็น
ต้น

2) ขนาดและรูปร่างของอาหารว่าง เนื่องจากอาหารว่างเป็นอาหารที่รับประทาน

ระหว่างมือ้ ปรมิ าณในการจัดเสิร์ฟไม่มาก จึงเน้นความสวยงาม ตง้ั แต่ขนาดและรูปร่างของวัตถุดิบท่ีใช้ในการ
ประกอบอาหารว่าง ควรหน่ั ให้มรี ปู ร่างและลักษณะที่ต่างกนั เช่น เปน็ เส้นหรือส่ีเหล่ยี มลูกเต๋า เปน็ ต้น เพื่อให้

ได้อาหารว่างท่นี า่ รบั ประทาน
3) การจดั ตกแต่งตอ้ งสวยงาม ภาชนะทใ่ี ชใ้ นการจดั จะตอ้ งเหมาะสมกับชนิดของอาหาร

เช่น ขนมลกู ชุบ ควรจัดวางบนภาชนะทเี่ ปน็ แกว้ จะทำให้มคี วามสวยงามน่ารับประทานมากกวา่ การจัดขนมลกู ชุบ

ลงบนภาชนะทท่ี ำดว้ ยไมห้ รือหวาย เปน็ ตน้
4) รสชาติ การเลือกใช้วัตถุดิบในการผลิตอาหารว่างที่สด ใหม่ มีความเหมาะสมกับ

ชนิดของอาหาร จะทำใหไ้ ด้อาหารว่างท่ีรสชาติดี

ตวั อยา่ งอาหารจานเดียว

ภาพที่ 3.9 แซนวิชไสต้ า่ งๆ ภาพที่ 3.10 ขนมปงั หน้าหมู

ภาพท่ี 3.11 ขนมจบี ไทย ภาพที่ 3.12 ล่าเตยี ง

ภาพท่ี 3.13 ค้างคาวเผอื ก ภาพที่ 3.14 ถุงทอง

3.1.3 ลักษณะทดี่ ี การประกอบและเทคนคิ ของเครื่องดมื่ สมุนไพร

ภาพที่ 3.15 เครอื่ งดม่ื สมุนไพร

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเป็นเครื่องดื่มที่ได้จากการใช้ส่วนประกอบต่างๆ ของพืช เช่น ผลไม้ ผัก
ธัญพืชต่างๆ นำมาแปรรูปให้เหมาะสมตามฤดูกาล แต่เดิมพืชที่นำมาทำเป็นเครื่องดื่มมักจะเก็บมาสดๆ และใช้
ทันที ทำให้มีความสด และคงคุณค่าตามธรรมชาติ ต่อมาเครื่องดื่มสมุนไพรได้ถูกการพัฒนาให้มีรูปแบบที่
หลากหลายมากขึ้น โดยนำวิทยาการสมยั ใหม่มาใชใ้ นกระบวนการผลิต มีการบรรจุในภาชนะแบบต่างๆ เพือ่ ความ
สะดวกสบายตอ่ การบริโภคในชวี ิตประจำวนั เครื่องดื่มสมุนไพรมีประโยชนท์ างยา มีคณุ ค่าทางอาหาร และชว่ ยใน
การป้องกนั โรค โดยเฉพาะในชว่ งอากาศร้อน เหง่อื ออกมาก การไดด้ ่ืมนำ้ สมุนไพรจะชว่ ยให้จติ ใจช่มุ ชื่น รู้สกึ สบาย
เนอ่ื งจากเครื่องดมื่ สมุนไพรบางชนิดสามารถช่วยผ่อนคลายความรอ้ น ทำให้อุณหภมู ิในรา่ งกายลดลง บางชนดิ ช่วย
บำรุงหัวใจ บางชนิดมีคุณสมบัติช่วยย่อย ทำให้ธาตุปกติและฟอกเลือด เครื่องดื่มสมุนไพรจึงเปรียบเป็นยาที่ช่วย
บำรุง ปกป้องรักษาสภาวะรา่ งกายให้เกิดสมดลุ ทำให้สง่ ผลดีตอ่ สขุ ภาพ

3.1.3.1 เทคนคิ การเตรียมน้ำสมุนไพร
1) การเลือกสมุนไพรการเลอื กสมนุ ไพรที่จะนำมาทำน้ำสมนุ ไพร ตอ้ งคำนงึ ถงึ สมุนไพรที่

สด ถา้ เปน็ สมนุ ไพรทต่ี อ้ งทำใหแ้ ห้ง ควรเลอื กสมนุ ไพรทใ่ี หมส่ ะอาด ดลู ักษณะ สี กลนิ่ ดวู ่ามีเชือ้ ราหรอื ไม่ สมนุ ไพร
ทส่ี ดใหมช่ ว่ ยให้ได้คณุ ค่าทางโภชนาการสูง สสี นั น่ารับประทาน

2) ความสะอาด ทงั้ สมนุ ไพรและภาชนะที่ใช้ต้องสะอาด ปอ้ งกนั การปนเปอ้ื นเช้ือ ถ้าไม่
สะอาด อาจทำใหผ้ ้ดู ม่ื น้ำสมนุ ไพร ท้องเสีย และยังทำให้สมนุ ไพรเกบ็ ไมไ่ ดน้ านเท่าทคี่ วร

3) ภาชนะทใี่ ช้ ภาชนะทีต่ ม้ ควรจะเปน็ หม้อเคลอื บ ไมค่ วรใช้หม้ออลูมิเนยี ม เพราะอาจ
ทำให้กรดที่อยู่ในสมุนไพรกัดภาชนะ ถ้าเป็นหม้อหรือกะทะทองเหลืองจะทำให้รสของน้ำสมุนไพรเปลี่ยนไป
นอกจากนี้การที่เราดื่มน้ำสมุนไพรที่มีสารโลหะหนักผสมอยู่อาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ สำหรับภาชนะท่ี
บรรจุควรจะเป็นขวดแกว้ จะสะดวกในการนึง่ และน้ำสมุนไพรจะไม่ทำปฏิกิริยากบั ขวดแก้ว ภาชนะท่ีเปน็ แก้วยังดู
ใสสะอาดน่าดื่มยงิ่ ข้ึน

3.1.3.2 เทคนคิ การประกอบเคร่ืองดม่ื สมุนไพร
การทำเครื่องดืม่ สมุนไพรเปน็ เรื่องงา่ ยๆ แต่การจะทำให้ถูกหลกั ต้องมีข้อควรระวังและ

ข้อควรจำมีดงั นี้
1) ส่วนประกอบทุกอย่างต้องเป็นของสดๆ เมื่อจะทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพต้องใช้

ส่วนประกอบทกุ อยา่ งเป็นของสดเท่านั้นผกั และผลไม้เมื่อถูกเดด็ ออกมาใหม่ๆจะมรี สอรอ่ ยและได้คุณค่าทางอาหาร
สงู แต่ยิง่ ผา่ นไปนานวนั คุณค่าทางอาหารและรสชาติจะลดลง บางคนคดิ ว่าการเก็บในต้เู ย็นชว่ ยรกั ษาความสดไว้ได้
ความจรงิ แลว้ ไม่ว่าจะเก็บไว้อย่างดีเพียงใดกต็ ามผกั เมอื่ เกบ็ ค้างขา้ มวนั คณุ ค่าสารอาหารจะลดลงไปเรอ่ื ยๆ

2) เลือกใช้ส่วนประกอบที่ออกตามฤดูกาล สมุนไพรทั้งผักและผลไม้ที่ออกตามฤดูกาล
อุดมไปด้วยสารอาหารแถมยังอรอ่ ยและราคาถูก เหมาะที่จะทำเป็นเครือ่ งดื่มสมุนไพรที่สุด ผักผลไม้ที่ออกในฤดู

ร้อนจะช่วยให้ร่างกายเย็นลง ตรงกันข้ามของที่ออกในฤดูหนาวจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึน้ นี่คือเหตุผลของการ
เลอื กใชผ้ กั ผลไมต้ ามฤดูกาล

3) ส่วนประกอบทุกอย่างถ้าเปน็ ไปได้ต้องใช้ของที่ปราศจากสารเคมีทางการเกษตรหรือ

นอ้ ยท่ีสุด เป็นธรรมดาท่ีจะต้องปอกเปลือกผักหรอื ผลไม้ก่อนทาน เพราะอาจจะมีสารเคมีตกค้างอยู่ แต่ที่จริงแล้ว
บริเวณระหว่างเปลือกกับเนื้อข้างในเป็นแหล่งกำเนิดสารอาหารจำพวกวิตามินต่างๆ ดังนั้นเพื่อให้ร่างกายรับ

สารอาหารมากทสี่ ดุ จึงควรรบั ประทานทั้งลูก โดยเลอื กซื้อท่ีปราศจากสารเคมีหรือมสี ารเคมนี อ้ ยทสี่ ดุ
4) ส่วนประกอบต้องทำให้เย็นลงการทำเครื่องดื่มสมุนไพรให้เย็นลงจะช่วยให้รสชาติ

อร่อยขนึ้ กว่าเครื่องด่ืมอุณหภมู ิปกติ ดงั น้นั ทางท่ีดคี วรนำสว่ นประกอบทุกอยา่ งเข้าตู้เย็นเพื่อทำให้เย็นลงก่อนทำ

หากทำไดก้ ็อรอ่ ยโดยไมต่ ้องพึ่งน้ำแข็ง เพราะจะละลายแล้วทำใหร้ สจืดลง
5) ส่วนประกอบต้องล้างให้สะอาดหมดจดก่อนทำ การล้างสมุนไพรผักผลไม้ต่างๆ

จำเปน็ ต้องลา้ งอยูแ่ ลว้ ตามปกติ แตต่ อ้ งระวังวติ ามินชนดิ ท่ลี ะลายได้ในนำ้ เชน่ วติ ามินซี และวติ ามนิ ตวั อนื่ ๆ มีหลัก
วา่ ควรลา้ งในน้ำไหล เพราะการใส่ลงในกะละมงั จะทำให้วิตามินดังกล่าวละลายออกมาอยู่ในนำ้ หลังจากล้างเสร็จ
ต้องทำให้สะเดด็ น้ำก่อนใช้

6) เตรียมส่วนประกอบให้พร้อม เป็นที่รู้กันดีว่าต้องปอกเปลือกผักและผลไม้ก่อนทาน
เนื่องจากมีสารเคมีอยู่ การตัดแบ่งส่วนประกอบออกเป็นชิ้นๆ ขนาดใหญ่พอสมควรก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำ

เตรียมไว้เช่นกัน แต่ต้องระวงั อย่าใหม้ ีขนาดใหญเ่ กินไปจนเข้าเครือ่ งปั่นไม่ได้ ควรเตรียมสว่ นประกอบไว้ล่วงหนา้
เพื่อให้ไดเ้ ครอื่ งดม่ื สมนุ ไพรรสอร่อย แม้จะมีข้ันตอนมากนอ้ ยต่างกันออกไปบ้าง

7) ลงมือทำด้วยความรวดเร็ว การทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพทางที่ดีต้องเตรียม

ส่วนประกอบลว่ งหน้าและลงมือทำโดยเรว็ ที่สดุ เนอ่ื งจากวิตามินตา่ งๆ ในผกั และผลไม้ดังกล่าวเมอื่ ถูกอากาศจะทำ
ปฏิกิริยากับออกซเิ จนบ้าง หรือเม่ือถกู เครอ่ื งป่นั กจ็ ะสญู สลายไปบ้างก็มี เปน็ ตน้

8) ไม่ใส่น้ำตาลทรายขาว สำหรับเครื่องดื่มสมุนไพรแล้วรสหวานทำให้ดื่มอร่อยกว่ารส
ขม อีกทั้งรสหวานจากผักและผลไม้สดๆชว่ ยทำให้รสชาติอร่อยพอเหมาะในตัวอย่แู ล้ว แต่กรณีที่ได้รสหวานไม่พอ
ควรเติมน้ำผึ้งหรือน้ำตาล Oligosaccharide น้ำตาลทรายแดงเป็นต้น แต่ระวังอย่าเติมน้ำตาลทรายขาว เพราะ

นำ้ ตาลทรายขาวทำให้ร่างกายต้องการวิตามินบี1 บี2 และแคลเซยี มในปริมาณท่ีมากขนึ้ น้ำตาล Oligosaccharide
และน้ำผึ้ง มีวิตามนิ และเกลือแรผ่ สมอยู่ไม่ทำให้คณุ คา่ สารอาหารของเคร่ืองดม่ื สมนุ ไพรต้องสูญเสยี ไปก็ตาม แต่ก็มี

แคลอลี่สูง ควรใส่ในปริมาณน้อยๆนอกจากน้ำผึ้งแล้ว เราสามารถใช้พืชรสหวาน อาทิ หญ้าหวาน หรือชะเอมมา
เจือกับเครื่องด่ืมจากสมนุ ไพรเพ่ือแตง่ รสไดบ้ ้าง ตามสมควรตอ่ ภูมิสขุ ภาพพนื้ ฐานของแตล่ ะคน

9) ฝึกทำจนได้รสกลมกลอ่ มดื่มแลว้ รู้สึกสดชื่น การทำเครื่องด่ืมสมุนไพรนั้นสามารถนำ
ผกั ผลไม้มาผสมผสานกนั ไดต้ ามความพอใจ จึงควรลองนำมาปรุงใหไ้ ด้รสถกู ปากตนเอง แต่สำหรับแครอท แตงกวา
ฟกั ทอง มเี อนไซมแ์ อสคอรบินาซสิ มีคุณสมบัตทิ ำลายวิตามนิ ซที ี่ปนอยู่ด้วย หากต้องการใสผ่ ักดังกลา่ งผสมกับของ
ที่มีวิตามินซีผสมอยู่มาก ทางที่ดีควรบีบมะนาวหรือเหยาะน้ำส้มสายชูเพิ่มเข้าไป ส่วนสับปะรด กีวี เมลอน
มะละกอ มเี อนไซมช์ นิดยอ่ ยสลายโปรตีนได้ดเี ป็นสว่ นประกอบ ดงั น้นั หากเติมนมหรอื ผลติ ภณั ฑ์จากนมเข้าไปก็จะ
ทำให้เกดิ รสขม

10) ทำแล้วดื่มทันที เครื่องดื่มสมุนไพรที่ทำเสร็จใหม่ๆจะมีรสอร่อยเต็มไปด้วย
สารอาหารตา่ งๆ แตเ่ ม่ือเวลาผ่านไปรสชาตแิ ละสารอาหารกย็ งิ่ ลดลง ดงั น้นั ทางทด่ี ีควรดม่ื ภายใน 30 นาทีโดยนับ
จากเวลาทำเปน็ จดุ เริม่ ต้น

3.1.3.3 ข้อควรระวงั ในการด่ืมนำ้ สมุนไพร
การดืม่ ทด่ี ีควรด่มื แบบจบิ ช้าๆและควรดม่ื ทนั ทีท่ีปรงุ เสร็จเพอื่ ให้ได้คณุ คา่ ทางอาหารและ

ยา การดื่มน้ำสมุนไพรชนิดเดียว ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆอาจทำให้เกิดการสะสมสารบางชนิดที่มีฤทธิ์ต่อ
ร่างกายได้ การดื่มน้ำสมุนไพรร้อนๆที่มีอุณหภูมิ 60 องศาเซนเซียสขึ้นไปทำให้เยื่อบุผิวหลอดอาหารเสียสภาพ
ภมู ิค้มุ กันเฉพาะท่แี ละอาจทำให้มีการดูดซมึ สารก่อมะเร็ง,จรุ นิ ทรีย์ ฯลฯ ไดง้ ่าย

ตวั อย่างเครอื่ งด่ืมสมุนไพร

ภาพท่ี 3.16 นำ้ เกสรบัวหลวง ภาพที่ 3.17 นำ้ ขงิ ใบเตย

ภาพที่ 3.18 ใบเตยมะนาว ภาพที่ 3.19 กระชายน้ำผงึ้ มะนาว

ภาพท่ี 3.20 อญั ชนั มะพรา้ ว ภาพท่ี 3.21 นำ้ กระเจ๊ยี บ


Click to View FlipBook Version