หน่วยการเรียนรู้ที่ 3
ผู้สอน
ใบความรู้ที่ 3 หน่วยการเรียนที่ …3…
วิชา อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ จำนวน ...3...หน่วยกิต
ชื่อหน่วย ลักษณะที่ดีของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ จำนวนชั่วโมงรวม 14 ชั่วโมง
ชื่อเรื่อง ลักษณะที่ดี หลักการประกอบ เทคนิคการประกอบอาหารและ
เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สัปดาห์ที่ 5 - 6
จุดประสงค์ทั่วไป
1. อธิบายความรู้ ความเข้าใจ ลักษณะเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
2. อธิบายความรู้ ความเข้าใจ หลักการประกอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
3. อธิบายความรู้ ความเข้าใจ เทคนิคการประกอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. อธิบายความรู้ ความเข้าใจ ลักษณะเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้
2. อธิบายความรู้ ความเข้าใจ หลักการประกอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้
สมรรถนะประจำหน่วย
1. แสดงความรู้เกี่ยวกับลักษณะที่ดีของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
2. แสดงความรู้เกี่ยวหลักการประกอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
3. แสดงความรู้เกี่ยวเทคนิคการประกอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
ลักษณะที่ดีของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
3.1 ลักษณะที่ดี การประกอบและเทคนิค ของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
3.1.1 ลักษณะที่ดี การประกอบและเทคนิค ของอาหารประเภทอาหารจานเดียว
อาหารจานเดียว หมายถึง อาหารปรุงสำเร็จหนึ่งจาน มีปริมาณเพียงพอที่จะรับประทานใด้อิ่ม 1 มื้อ โดยไม่ต้อง รับประทานอาหารอื่นร่วมด้วย ส่วนใหญ่อาหารจานเดียวมักจะเป็นอาหารคาวและนิยมรับประทานในมื้อกลางวัน ตัวอย่างอาหารจานเดียว เช่น ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ข้าวหมูแดง ข้าวหมกไก่ ข้าวผัดกะเพรา เป็นต้น
ภาพที่ 3.1 ข้าวมันไก่
3.1.1.1 หลักการประกอบอาหารจานเดียว
1) มีประโยชน์ คือ การประกอบอาหารจานเดียวต้องมีคุณค่างทางอาหารครบทั้ง 5 หมู่ เหมาะสมกับเพศและวัย ของผู้รับประทาน
2) ประหยัด คือ การประกอบอาหารจานเดียวต้องเลือกใช้อาหารตามฤดูกาลที่มีมากในท้องถิ่น เพราะจะมีราคาถูก และเลือกอาหารจานที่มีขั้นตอนการทำง่ายๆ เพื่อประหยัดเวลา
3) ปลอดภัย คือ การประกอบอาหารจานเดียวต้องเลือกเครื่องปรุงและส่วนผสมที่สดใหม่ ล้างให้สะอาด ปรุงให้สุก เพื่อป้องกันเชื้อโรคและพยาธิ
4) น่ารับประทาน คือ การประกอบอาหารจานเดียวต้องปรุงแต่งรสชาติอาหารให้อร่อย จัดและตกแต่งจานอาหาร ให้มีสีสันและรูปแบบน่ารับประทาน
3.1.1.2 การวางแผนประกอบอาหารจานเดียว การประกอบอาหารจานเดียวแต่ละครั้งต้องมีการวางแผนเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลา ประหยัด แรงงาน ประหยัดค่าใช้จ่าย และได้ผลงานที่มีคุณภาพ โดยปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้
1) กำหนดรายการอาหารที่จะทำและเครื่องปรุงที่จะใช้
2) สำรวจอาหารสด อาหารแห้ง และเครื่องปรุงรสที่มีอยู่แล้ว ถ้าขาดเหลือจึงไปซื้อมาเพิ่มเติม
3) เตรียมอาหารสด อาหารแห้ง เครื่องปรุง และอุปกรณ์ที่จะใช้ประกอบอาหาร
4) ประกอบอาหารตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
5) จัด ตกแต่งอาหารให้น่ารับประทาน
6) เก็บล้างอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาหาร และทำความสะอาดบริเวณที่ใช้เตรียมและประกอบอารหาร
3.1.1.3 ประโยชน์อาหารจานเดียว
1) ให้สารอาหารครบตามความต้องการของร่างกายของแต่ละบุคคลซึ่งขึ้นอยู่กับอายุ เพศ ลักษณะการ ทำงานและสภาวะของร่างกาย
2) ประหยัดเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายในการประกอบอาหารแต่ละมื้อ โดยรู้จักใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การใช้อาหารทดแทนและการนำอาหารที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาดัดแปลงประกอบเป็นอาหารบริโภค โดยให้พอเหมาะกับการบริโภคของแต่ละบุคคลในครอบครัว
3) สร้างอุปนิสัยในการบริโภค เป็นการสร้างพื้นฐานการบริโภคที่ง่าย ประหยัดถูกหลักโภชนาการ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในวันก่อนเรียน ซึ่งเป็นวัยที่เลือกกินอาหารตามชอบ ทำให้ได้อาหารไม่ครบตามความต้องการ ของร่างกาย และเป็นสาเหตุให้เด็กให้วัยนี้เป็นโรคขาดสารอาหารเป็นจำนวนมาก 3.1.1.4 ข้อแนะนำในการทำอาหารจานเดียว
1) ใช้อาหารที่มีในท้องถิ่นเป็นหลักหรือมากที่สุด
2) เลือกใช้อาหารตามฤดูการ สด ใหม่
3) เลือกอาหารที่ทุกๆคนในครอบครัวชอบและกินได้ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับวัย เพศ อายุ และรสนิยมในการรับประทาน
4) ประกอบอาหารให้น่าดู ชวนรับประทาน สี ก็ใช้สีของธรรมชาติของอาหาร ลักษณะรูปทรง หั่น ซอยหรืออาหารที่มี รูปทรงต่างกันจัดเข้าด้วยกันผิวสัมผัสของอาหาร ความเหนียว ความกรอบ ความนุ่มของอาหารที่อยู่ในจานเดียวกัน การจัด ควรเลือกภาชนะที่เหมาะสมจัดแต่อย่างสวยงาม สะอาด รสชาติอร่อย เหมาะกับวัยและถูกปากสมาชิกใน ครอบครัว
5) เป็นอาหารที่ทำง่าย สะดวก
6) ความสะอาด เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำความสะอาด การประกอบอาหารถูกหลักอนามัยและสุขาภิบาลอาหาร
ตัวอย่างอาหารจานเดียว
ภาพที่ 3.2 ข้าวกระเพราะหมูสับ ภาพที่ 3.3 ข้าวคลุกกะปิ
ภาพที่ 3.4 ผัดซีอิ๋ว ภาพที่ 3.5 ข้าวหมูแดง
ภาพที่ 3.6 ผัดไท ภาพที่ 3.7 สปาเก๊ตตีขี้เมา
3.1.2 ลักษณะที่ดี การประกอบและเทคนิค ของอาหารประเภทอาหารว่าง
ภาพที่ 3.8 อาหารว่าง
อาหารว่าง หมายถึง อาหารระหว่างมื้อ เป็นอาหารประเภทเบาๆ มีปริมาณอาหารน้อยกว่า อาหารประจำมื้ออาจจะเป็นอาหารน้ำหรืออาหารแห้ง มีทั้งคาวและหวาน หรือเป็นอาหารชิ้นเล็กๆขนาดพอคำ หยิบรับประทานได้ง่าย จัดให้สวยงามน่ารับประทานเป็นทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ หรือรับประทานควบคู่กับเครื่องดื่มร้อน หรือน้ำผลไม้อย่างใดอย่างหนึ่ง
3.1.2.1 ลักษณะที่ดีของอาหารว่าง อาหารว่างที่ดีควรมีลักษณะดังนี้
1) ให้คุณค่าอาหารตามหลักโภชนาการ เป็นการเสริมสารอาหารจากอาหารมื้อหลัก เช่น รับประทานเมี่ยงปลาทูก็จะได้โปรตีนจากปลาและวิตามินเกลือแร่จากผักและสมุนไพรเป็นต้น
2) ชิ้นพอคำ ลักษณะดี สีสันสวยงาม น่ารับประทาน
3) เป็นอาหารที่รับประทานง่าย รับประทานคู่กับอาหารชนิดอื่นได้ดีและรสชาติอร่อย
4) กรรมวิธีการประกอบง่าย ไม่ยุ่งยากสามารถปรุงไว้ล่วงหน้าได้ โดยไม่เสียรสชาติ
5) มีความหลากหลาย ทั้งสีสัน รสชาติ เนื้อสัมผัส ให้เลือกตามความเหมาะสมกับงานเวลาและโอกาส
3.1.2.2 การเตรียมและหลักการประกอบอาหารว่าง
1) การเตรียมอาหารว่าง เป็นปัจจัยสำคัญประการแรกของการประกอบอาหารว่างให้มีคุณภาพตามต้องการ ขั้นตอนการเตรียมอาหารว่างชนิดต่าง ๆ มีหลักการคือ การคัดเลือก ทำความสะอาด ตัดแต่ง และเก็บรักษาถนอมคุณภาพไว้ให้เหมาะสม เพื่อใช้ประกอบอาหารว่าง ที่ต้องการ อาหารที่เป็นวัตถุดิบในการนำไปประกอบอาหารว่าง อาจแบ่งเป็นพืชผักและเนื้อสัตว์ ซึ่งมีวิธีการเตรียมแตกต่างกัน ดังนี้
(1) การทำความสะอาดวัตถุดิบ ก่อนที่จะนำมาประกอบอาหารว่าง เช่น ผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ ต้องล้างให้สะอาดก่อนนำไปปรุงทุกครั้ง หากไม่ปรุงทันทีควรแช่ตู้เย็น โดยเฉพาะอาหารประเภทเนื้อสัตว์ นอกจากนี้ผักที่รับประทานสดๆ และผลไม้ที่รับประทานทั้งเปลือก เป็นอาหารที่ต้องใส่ใจในการล้างเป็นพิเศษ เพราะจะช่วยลดสารเคมีตกค้าง ให้ล้างด้วยน้ำผสมน้ำส้มสายชูโดยใช้น้ำ 4 ลิตรผสมน้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วย จากนั้นนำผักผลไม้ที่ตัดหรือคัดเอาส่วน ที่ไม่ดีออก แล้วลงแช่ประมาณ 5 – 10 นาที จากนั้นนำขึ้นมาล้างน้ำสะอาดอีก 1 – 2 ครั้ง การล้างด้วยวิธีนี้จะช่วยลดสารเคมีได้ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ พึงระลึกไว้เสมอว่าวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของอาหารที่ไม่สะอาดย่อมไม่สามารถจะนำไปประกอบอาหารให้สะอาดและมีคุณค่าน่าบริโภคได้
(2) การเตรียมเครื่องปรุง เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เริ่มตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบทั้งหมด คือของสดและของแห้ง พิจารณาถึงลำดับขั้นตอนว่า สิ่งใดควรทำก่อนหรือหลัง เช่น เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ ควรหั่นอย่างไร เพื่อที่จะได้ของใหม่และสด เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการไว้ให้เหมือนเดิมมากที่สุด
(3) ศึกษาวิธีการปรุงประกอบ อาหารจะอร่อยหรือไม่นั้น การประกอบมีส่วนสำคัญมาก การที่ไม่ทำตามขั้นตอนหรือทำผิดวิธี เช่น การผสมส่วนผสมผิดหรือใส่ส่วนผสมอย่างใดอย่างหนึ่งมากหรือน้อยจนเกินไป จากที่กำหนดไว้ตามตำรับ หรือการปรุงที่ไม่ถูกวิธีว่าควรใส่อะไรก่อนหลังจะทำให้อาหารรสชาติไม่อร่อยเท่าที่ควร ฉะนั้นในการประกอบอาหารทุกครั้ง ควรจะศึกษาวิธีการทำให้ละเอียดก่อนที่จะลงมือประกอบอาหาร
3.1.2.3 หลักการประกอบอาหารว่าง ในการประกอบอาหารว่างให้ได้รสชาติดี น่ารับประทานนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ดังนี้
1) มีตำรับอาหารว่างที่ได้มาตรฐาน มีทักษะและความชำนาญในการประกอบอาหารมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์รู้จักดัดแปลงอาหารว่างให้มีความแปลกใหม่อยู่เสมอและมีความประณีตในการทำงาน
2) เลือกวัตถุดิบได้สดใหม่ มีความรู้เรื่องวัตถุดิบในการประกอบอาหารว่างเป็นอย่างดีเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลและเลือกใช้ได้เหมาะกับชนิดของอาหารว่าง
3) มีการวางแผนในการทำงาน จัดเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์ให้พร้อมครบถ้วนและเหมาะสมก่อนการประกอบอาหารว่าง
4) มีความพร้อม ด้านงบประมาณเวลาและแรงงาน
3.1.2.4 เทคนิคในการประกอบอาหารว่างให้น่ารับประทาน ประกอบด้วยปัจจัย ดังนี้
1) สีสันของอาหาร ต้องยอมรับว่าสีสันของอาหารมีส่วนช่วยให้อาหารว่าง ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น เช่น ขนมจีบปูมีไข่ปูวางแต่งหน้า จะดูมีสีสันและน่ารับประทานกว่าที่ไม่ได้แต่งหน้า เป็นต้น
2) ขนาดและรูปร่างของอาหารว่าง เนื่องจากอาหารว่างเป็นอาหารที่รับประทาน ระหว่างมื้อ ปริมาณในการจัดเสิร์ฟไม่มาก จึงเน้นความสวยงาม ตั้งแต่ขนาดและรูปร่างของวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารว่าง ควรหั่นให้มีรูปร่างและลักษณะที่ต่างกัน เช่น เป็นเส้นหรือสี่เหลี่ยมลูกเต๋า เป็นต้น เพื่อให้ได้อาหารว่างที่น่ารับประทาน
3) การจัดตกแต่งต้องสวยงาม ภาชนะที่ใช้ในการจัดจะต้องเหมาะสมกับชนิดของอาหาร เช่น ขนมลูกชุบ ควรจัดวางบนภาชนะที่เป็นแก้วจะทำให้มีความสวยงามน่ารับประทานมากกว่าการจัดขนมลูกชุบลงบนภาชนะที่ทำด้วยไม้หรือหวาย เป็นต้น
4) รสชาติ การเลือกใช้วัตถุดิบในการผลิตอาหารว่างที่สด ใหม่ มีความเหมาะสมกับชนิดของอาหาร จะทำให้ได้อาหารว่างที่รสชาติดี
ตัวอย่างอาหารจานเดียว
ภาพที่ 3.9 แซนวิชไส้ต่างๆ ภาพที่ 3.10 ขนมปังหน้าหมู
ภาพที่ 3.11 ขนมจีบไทย ภาพที่ 3.12 ล่าเตียง
ภาพที่ 3.13 ค้างคาวเผือก ภาพที่ 3.14 ถุงทอง
3.1.3 ลักษณะที่ดี การประกอบและเทคนิค ของเครื่องดื่มสมุนไพร
ภาพที่ 3.15 เครื่องดื่มสมุนไพร
เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเป็นเครื่องดื่มที่ได้จากการใช้ส่วนประกอบต่างๆ ของพืช เช่น ผลไม้ ผัก ธัญพืชต่างๆ นำมาแปรรูปให้เหมาะสมตามฤดูกาล แต่เดิมพืชที่นำมาทำเป็นเครื่องดื่มมักจะเก็บมาสดๆ และใช้ทันที ทำให้มีความสด และคงคุณค่าตามธรรมชาติ ต่อมาเครื่องดื่มสมุนไพรได้ถูกการพัฒนาให้มีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น โดยนำวิทยาการสมัยใหม่มาใช้ในกระบวนการผลิต มีการบรรจุในภาชนะแบบต่างๆ เพื่อความสะดวกสบายต่อ การบริโภคในชีวิตประจำวัน เครื่องดื่มสมุนไพรมีประโยชน์ทางยา มีคุณค่าทางอาหาร และช่วยในการป้องกันโรค โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน เหงื่อออกมาก การได้ดื่มน้ำสมุนไพรจะช่วยให้จิตใจชุ่มชื่น รู้สึกสบาย เนื่องจากเครื่องดื่มสมุนไพรบางชนิดสามารถช่วยผ่อนคลายความร้อน ทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง บางชนิดช่วยบำรุงหัวใจ บางชนิดมีคุณสมบัติช่วยย่อย ทำให้ธาตุปกติและฟอกเลือด เครื่องดื่มสมุนไพรจึงเปรียบเป็นยาที่ช่วยบำรุง ปกป้องรักษาสภาวะร่างกายให้เกิดสมดุล ทำให้ส่งผลดีต่อสุขภาพ
3.1.3.1 เทคนิคการเตรียมน้ำสมุนไพร
1) การเลือกสมุนไพรการเลือกสมุนไพรที่จะนำมาทำน้ำสมุนไพร ต้องคำนึงถึงสมุนไพรที่สด ถ้าเป็นสมุนไพรที่ต้องทำให้แห้ง ควรเลือกสมุนไพรที่ใหม่สะอาด ดูลักษณะ สี กลิ่น ดูว่ามีเชื้อราหรือไม่ สมุนไพรที่สดใหม่ช่วยให้ได้คุณค่าทางโภชนาการสูง สีสันน่ารับประทาน
2) ความสะอาด ทั้งสมุนไพรและภาชนะที่ใช้ต้องสะอาด ป้องกันการปนเปื้อนเชื้อ ถ้าไม่สะอาด อาจทำให้ผู้ดื่มน้ำสมุนไพร ท้องเสีย และยังทำให้สมุนไพรเก็บไม่ได้นานเท่าที่ควร
3) ภาชนะที่ใช้ ภาชนะที่ต้มควรจะเป็นหม้อเคลือบ ไม่ควรใช้หม้ออลูมิเนียม เพราะอาจทำให้กรดที่อยู่ในสมุนไพรกัดภาชนะ ถ้าเป็นหม้อหรือกะทะทองเหลืองจะทำให้รสของน้ำสมุนไพรเปลี่ยนไป นอกจากนี้การที่เราดื่มน้ำสมุนไพรที่มีสารโลหะหนักผสมอยู่อาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ สำหรับภาชนะที่บรรจุควรจะเป็นขวดแก้ว จะสะดวกในการนึ่ง และน้ำสมุนไพรจะไม่ทำปฏิกิริยากับขวดแก้ว ภาชนะที่เป็นแก้วยังดูใสสะอาดน่าดื่มยิ่งขึ้น
3.1.3.2 เทคนิคการประกอบเครื่องดื่มสมุนไพร
การทำเครื่องดื่มสมุนไพรเป็นเรื่องง่ายๆ แต่การจะทำให้ถูกหลักต้องมีข้อควรระวังและข้อควรจำมีดังนี้
1) ส่วนประกอบทุกอย่างต้องเป็นของสดๆ เมื่อจะทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพต้องใช้ส่วนประกอบทุกอย่างเป็นของสดเท่านั้นผักและผลไม้เมื่อถูกเด็ดออกมาใหม่ๆจะมีรสอร่อยและได้คุณค่าทางอาหารสูง แต่ยิ่งผ่านไปนานวันคุณค่าทางอาหารและรสชาติจะลดลง บางคนคิดว่าการเก็บในตู้เย็นช่วยรักษาความสดไว้ได้ ความจริงแล้วไม่ว่าจะเก็บไว้อย่างดีเพียงใดก็ตามผักเมื่อเก็บค้างข้ามวันคุณค่าสารอาหารจะลดลงไปเรื่อยๆ
2) เลือกใช้ส่วนประกอบที่ออกตามฤดูกาล สมุนไพรทั้งผักและผลไม้ที่ออกตามฤดูกาล อุดมไปด้วยสารอาหารแถมยังอร่อยและราคาถูก เหมาะที่จะทำเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่สุด ผักผลไม้ที่ออกในฤดูร้อนจะช่วยให้ร่างกายเย็นลง ตรงกันข้ามของที่ออกในฤดูหนาวจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น นี่คือเหตุผลของการเลือกใช้ผักผลไม้ตามฤดูกาล
3) ส่วนประกอบทุกอย่างถ้าเป็นไปได้ต้องใช้ของที่ปราศจากสารเคมีทางการเกษตรหรือน้อยที่สุด เป็นธรรมดาที่จะต้องปอกเปลือกผักหรือผลไม้ก่อนทาน เพราะอาจจะมีสารเคมีตกค้างอยู่ แต่ที่จริงแล้วบริเวณระหว่างเปลือกกับเนื้อข้างในเป็นแหล่งกำเนิดสารอาหารจำพวกวิตามินต่างๆ ดังนั้นเพื่อให้ร่างกายรับสารอาหารมากที่สุดจึงควรรับประทานทั้งลูก โดยเลือกซื้อที่ปราศจากสารเคมีหรือมีสารเคมีน้อยที่สุด
4) ส่วนประกอบต้องทำให้เย็นลงการทำเครื่องดื่มสมุนไพรให้เย็นลงจะช่วยให้รสชาติอร่อยขึ้นกว่าเครื่องดื่มอุณหภูมิปกติ ดังนั้น ทางที่ดีควรนำส่วนประกอบทุกอย่างเข้าตู้เย็นเพื่อทำให้เย็นลงก่อนทำ หากทำได้ก็อร่อยโดยไม่ต้องพึ่งน้ำแข็ง เพราะจะละลายแล้วทำให้รสจืดลง
5) ส่วนประกอบต้องล้างให้สะอาดหมดจดก่อนทำ การล้างสมุนไพรผักผลไม้ต่างๆจำเป็นต้องล้างอยู่แล้วตามปกติ แต่ต้องระวังวิตามินชนิดที่ละลายได้ในน้ำเช่น วิตามินซี และวิตามินตัวอื่นๆ มีหลักว่าควรล้างในน้ำไหล เพราะการใส่ลงในกะละมัง จะทำให้วิตามินดังกล่าวละลายออกมาอยู่ในน้ำ หลังจากล้างเสร็จต้องทำให้สะเด็ดน้ำก่อนใช้
6) เตรียมส่วนประกอบให้พร้อม เป็นที่รู้กันดีว่าต้องปอกเปลือกผักและผลไม้ก่อนทานเนื่องจากมีสารเคมีอยู่ การตัดแบ่งส่วนประกอบออกเป็นชิ้นๆ ขนาดใหญ่พอสมควรก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำเตรียมไว้เช่นกัน แต่ต้องระวังอย่าให้มีขนาดใหญ่เกินไปจนเข้าเครื่องปั่นไม่ได้ ควรเตรียมส่วนประกอบไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ได้เครื่องดื่มสมุนไพรรสอร่อย แม้จะมีขั้นตอนมากน้อยต่างกันออกไปบ้าง
7) ลงมือทำด้วยความรวดเร็ว การทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพทางที่ดีต้องเตรียมส่วนประกอบล่วงหน้าและลงมือทำโดยเร็วที่สุด เนื่องจากวิตามินต่างๆ ในผักและผลไม้ดังกล่าวเมื่อถูกอากาศจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนบ้าง หรือเมื่อถูกเครื่องปั่นก็จะสูญสลายไปบ้างก็มี เป็นต้น
8) ไม่ใส่น้ำตาลทรายขาว สำหรับเครื่องดื่มสมุนไพรแล้วรสหวานทำให้ดื่มอร่อยกว่ารสขม อีกทั้งรสหวานจากผักและผลไม้สดๆช่วยทำให้รสชาติอร่อยพอเหมาะในตัวอยู่แล้ว แต่กรณีที่ได้รสหวานไม่พอ ควรเติมน้ำผึ้งหรือน้ำตาล Oligosaccharide น้ำตาลทรายแดงเป็นต้น แต่ระวังอย่าเติมน้ำตาลทรายขาว เพราะน้ำตาลทรายขาวทำให้ร่างกายต้องการวิตามินบี1 บี2 และแคลเซียมในปริมาณที่มากขึ้น น้ำตาล Oligosaccharide และน้ำผึ้ง มีวิตามินและเกลือแร่ผสมอยู่ไม่ทำให้คุณค่าสารอาหารของเครื่องดื่มสมุนไพรต้องสูญเสียไปก็ตาม แต่ก็มีแคลอลี่สูง ควรใส่ในปริมาณน้อยๆนอกจากน้ำผึ้งแล้ว เราสามารถใช้พืชรสหวาน อาทิ หญ้าหวาน หรือชะเอมมาเจือกับเครื่องดื่มจากสมุนไพรเพื่อแต่งรสได้บ้าง ตามสมควรต่อภูมิสุขภาพพื้นฐานของแต่ละคน
9) ฝึกทำจนได้รสกลมกล่อมดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น การทำเครื่องดื่มสมุนไพรนั้นสามารถนำผักผลไม้มาผสมผสานกันได้ตามความพอใจ จึงควรลองนำมาปรุงให้ได้รสถูกปากตนเอง แต่สำหรับแครอท แตงกวา ฟักทอง มีเอนไซม์แอสคอรบินาซิส มีคุณสมบัติทำลายวิตามินซีที่ปนอยู่ด้วย หากต้องการใส่ผักดังกล่างผสมกับของที่มีวิตามินซีผสมอยู่มาก ทางที่ดีควรบีบมะนาวหรือเหยาะน้ำส้มสายชูเพิ่มเข้าไป ส่วนสับปะรด กีวี เมลอน มะละกอ มีเอนไซม์ชนิดย่อยสลายโปรตีนได้ดีเป็นส่วนประกอบ ดังนั้น หากเติมนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมเข้าไปก็จะทำให้เกิดรสขม
10) ทำแล้วดื่มทันที เครื่องดื่มสมุนไพรที่ทำเสร็จใหม่ๆจะมีรสอร่อยเต็มไปด้วยสารอาหารต่างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปรสชาติและสารอาหารก็ยิ่งลดลง ดังนั้น ทางที่ดีควรดื่มภายใน 30 นาทีโดยนับจากเวลาทำเป็นจุดเริ่มต้น
3.1.3.3 ข้อควรระวังในการดื่มน้ำสมุนไพร
การดื่มที่ดีควรดื่มแบบจิบช้าๆและควรดื่มทันทีที่ปรุงเสร็จเพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารและยา การดื่มน้ำสมุนไพรชนิดเดียว ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆอาจทำให้เกิดการสะสมสารบางชนิดที่มีฤทธิ์ต่อร่างกายได้ การดื่มน้ำสมุนไพรร้อนๆที่มีอุณหภูมิ 60 องศาเซนเซียสขึ้นไปทำให้เยื่อบุผิวหลอดอาหารเสียสภาพภูมิคุ้มกันเฉพาะที่และอาจทำให้มีการดูดซึมสารก่อมะเร็ง,จุรินทรีย์ ฯลฯ ได้ง่าย
ตัวอย่างเครื่องดื่มสมุนไพร
ภาพที่ 3.16 น้ำเกสรบัวหลวง ภาพที่ 3.17 น้ำขิงใบเตย
ภาพที่ 3.18 ใบเตยมะนาว ภาพที่ 3.19 กระชายน้ำผึ้งมะนาว
ชื่อหน่วย ลักษณะที่ดีของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
-
Follow
-
0
-
Embed
-
Share
-
Upload