The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบบันทึกการฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1 จิรณัฐ 202

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jidapa55154, 2021-10-08 08:35:03

แบบบันทึกการฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1 จิรณัฐ 202

แบบบันทึกการฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1 จิรณัฐ 202

แบบบนั ทึกการฝึกวชิ าชีพรพหวา่ งเรยี น 1

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

นายจริ ณฐั มานะโภคิน

รหสั นกั ศึกษา 61115200202
สาขาวชิ าคณิตศาสตร์
หลักสูตรครุศาสตร์บณั ฑติ

โรงเรยี นบรรจงรตั น์

อาเภอเมือง จังหวัดลพบรุ ี
สงั กัดสานักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาลพบุรี เขต 1



แบบบันทึกการฝึกปฏิบตั ิ ิชาชีพระ ่างเรยี น 1

ภาคเรยี นที่ 1 ปกี าร ึก า 2564

ชื่ -นาม กลุ นายจิรณฐั มานะโภคนิ
ร ั ประจำตั นกั ึก า 61115200202

าขา ิชา คณิต า ตร์

ชื่ โรงเรยี น บรรจงรัตน์
งั กัด ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการ ึก าประถม ึก าลพบรุ ี เขต 1

ำเภ เมื งลพบรุ ี จัง ัด ลพบรุ ี
ฝา่ ยฝกึ ประ บการณ์ ชิ าชีพครู
คณะครุ า ตร์ ม า ทิ ยาลยั ราชภัฏเทพ ตรี

คำนำ

เ ก ารฉบับนีเ้ ป็นคู่มื ประก บการฝึกปฏบิ ตั ิ ิชาชีพระ ่างเรียน 1 เป็น ่ น นึ่งข งกระบ นการ
ฝึกประ บการณ์ ิชาชีพครู เพื่ ใ ้นัก ึก าได้มีโ กา เรียนรู้และเข้าใจ ิชาชีพครู ซึ่งได้แก่ กระบ นการ
การเรียนการ น ลกั ตู ร ระบบการบริ ารงานการ ึก าในโรงเรยี นและได้ทำงานร่ มกบั ผู้ นื่ ซ่ึงกจิ กรรม
เ ลา่ นีจ้ ะ ามารถพฒั นาค ามรู้ ค าม ามารถข งนกั ึก าได้เปน็ ยา่ งดี

การฝึกปฏิบัติ ิชาชพี ระ ่างเรียน 1 เป็นการฝึกประ บการณ์ ิชาชีพครูเพื่ เตรียมค ามพร้ มก่ น
กปฏบิ ัติการ นใน ถาน กึ าโดยการ งั เกต ภาพท่ั ไปข งโรงเรยี น พฤติกรรมการเรยี นรู้ข งนักเรียน
งานใน นา้ ท่ีครูผู้ น ครปู ระจำช้ัน การ กึ างานดา้ นการบริ ารและบรกิ าร ภาพชุมชนและค าม มั พนั ธ์
ระ ่างโรงเรียนกบั ชมุ ชน

โดยเ ก ารฉบับนี้ได้มีการปรับปรุงแก้ไขรายละเ ียดการบันทึกงานที่ต้ งฝึกปฏิบัติต่าง ๆ ใ ้
ดคล้ งกับบริบท ถานการณ์ปัจจุบันใน ถานการณ์การแพร่ระบาดข งเชื้ ไ รั โคโรนา-2019 ซึ่งทำใ ้
นัก าไม่ ามารถฝึกปฏิบัติฯ ใน ถาน ึก าได้ และใ ป้ รบั มาใชก้ ารฝึกปฏิบตั ิผ่านระบบ นไลน์เพื่ ทดแทน
กระบ นการตา่ ง ๆ

ัง ่าเ ก ารฉบับนี้คงใ ป้ ระโยชน์ในการเรียนรู้และเข้าใจใน ิชาชพี ครกู ่ นท่ีจะ กฝึกปฏิบัติงาน
ชิ าชพี ครูในขนั้ ต่ ไป

ฝา่ ยฝกึ ประ บการณ์ ิชาชีพครู
คณะครุ า ตร์ ม า ทิ ยาลัยราชภัฏเทพ ตรี

ารบญั

เร่อื ง นา้

การฝกึ ปฏิบัติ ชิ าชพี ระ า่ งเรยี น 1 ........................................................................................... 1
จุดประ งคข์ งการฝกึ ปฏิบตั ิ ชิ าชีพระ ่างเรยี น 1.................................................................... 1
ข้ เ น แนะในการฝึกและการใช้เ ก าร .................................................................................... 2
การประเมนิ ผลการฝึกปฏิบตั ิ ิชาชีพระ า่ งเรยี น 1..................................................................... 3
เกณฑใ์ นการประเมินผลการฝกึ ปฏบิ ัติ ชิ าชพี ระ า่ งเรียน 1....................................................... 4
ป .1-1 แบบบนั ทกึ การ ังเกต ภาพท่ั ไปข งโรงเรยี น ............................................................... 5
ป .1-2 แบบบนั ทกึ การปฏบิ ตั ิงาน................................................................................................ 10
ป .1-3 แบบ ัมภา ณ์ครพู เี่ ล้ยี ง................................................................................................... 15
ป .1-4 แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1................................................................................................ 16
ป .1-4 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2................................................................................................ 20
ป .1-4 แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 3................................................................................................ 24
ป .1-5 การ จิ ัยในชั้นเรยี น........................................................................................................... 28
ป .1-6 แบบประเมนิ การปฏิบตั ติ นข งนกั ึก า.......................................................................... 32
ป .1-7 แบบประเมนิ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1............................................................................ 33
ป .1-8 แบบประเมินด้านคุณภาพการจดั การเรียนการ นท่ี 1.................................................... 34
ป .1-7 แบบประเมินแผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2............................................................................ 39
ป .1-8 แบบประเมนิ ดา้ นคณุ ภาพการจดั การเรยี นการ นท่ี 2.................................................... 40
ป .1-7 แบบประเมินแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3............................................................................ 45
ป .1-8 แบบประเมนิ ดา้ นคุณภาพการจัดการเรยี นการ นที่ 3.................................................... 46
ภาคผน ก ..................................................................................................................................... 51
52
- แบบลงเ ลาปฏิบัติงานนกั กึ า............................................................................................. 53
- รปู ภาพ ...................................................................................................................................

1

การฝึกปฏิบตั ิ ิชาชพี ระ ่างเรยี น 1

ม า ิทยาลัยราชภัฏเทพ ตรี เป็นม า ิทยาลัยที่ทำ น้าที่ผลิตครูใ ้กับโรงเรียนประถม ึก าและ
มธั ยม กึ าในท้ งถิ่นเขตรบั ผิดช บ 3 จงั ดั ได้แก่ ลพบุรี ระบุรี และ งิ ์บรุ ี การผลติ ครูใ ้มีคณุ ภาพ ามารถ
ปฏิบัติงานใน น้าที่ครูได้เป็น ย่างดี และมีจิต ิญญาณข งค ามเป็นครูขึ้น ยู่กับกระบ นการผลิต ซึ่งได้แก่
กระบ นการเรยี นการ น ลัก ูตร การฝกึ ประ บการณ์ ิชาชพี ครู และกระบ นการประเมนิ ผล

การฝึกประ บการณ์ ิชาชีพครูเป็นกิจกรรมที่เป็น ั ใจ ำคัญข งการผลิตครู ในช่ งที่ฝึกประ บการณ์
ิชาชีพครู นัก ึก าจะมีโ กา นำค ามรู้ค ามเข้าใจใน ิชาชีพครู และ ิชาเฉพาะที่ ึก าในม า ิทยาลัยไป
ฝึกปฏิบัติในชั้นเรียน น กจากนี้ยังได้เรียนรู้เกี่ย กับระบบการบริ ารงานการ ึก าในโรงเรียนและได้ทำงาน
ร่ มกับบุคคล ื่นกิจกรรมเ ลานี้ช่ ยใ ้นัก กึ าได้พัฒนาตนเ งใ ้มีทัก ะใน ิชาชีพ จน ามารถปฏิบัติ น้าที่ครู
ได้ ยา่ งมนั่ ใจและมีเจตคติที่ดีต่ ชิ าชีพ งาน ิจัย ลายเรื่ งท้ังในและตา่ งประเท ยนื ยนั ตรงกัน า่ นกั ึก าท่ีประ บ
ค าม ำเรจ็ ในการฝึกประ บการณ์ ิชาชพี ครจู ะมีเจตคตทิ ่ีดีต่ ิชาชีพครูและแน โนม้ จะเป็นครทู ดี่ ีใน นาคต

จากแผน ลักการปฏิรูปการฝึก ัดครู พัฒนาครูและบุคลากรทางการ ึก า ใ ้ค าม ำคัญกับการฝึก
ประ บการณ์ ิชาชีพครู เพราะเปน็ กลไก ำคญั ย่ิงในการ ร้างบัณฑติ ครูที่ดี มเี จตคตทิ ่ดี ตี ่ ิชาชีพครู ถาบันฝึก ดั
ครูค รจะต้ งปรับปรุงและพัฒนางานฝึกประ บการณ์ ิชาชีพครู ใ ้เ ื้ ำน ยต่ การเรียนรู้งานครู จากครูที่เป็น
แบบ ย่างทม่ี ใี นโรงเรยี นและชุมชน น กจากนีค้ รจะพัฒนาเครื ขา่ ยการเรียนร้ทู ี่ ่งเ ริมการฝกึ ัดครูใ ้เปิดก ้าง
ู่ชุมชนขยายค ามร่ มมื ระ ่างม า ิทยาลัย ขยายแ ล่งเรียนรู้ แ ล่ง ิทยากร และแ ล่งฝึกประ บการณ์
ิชาชพี ครู ย่างก า้ งข าง

จดุ ประ งคข์ องการฝกึ ปฏบิ ัติ ิชาชีพระ ่างเรยี น 1

1. เพื่ ใ ้นัก กึ ามีค ามพร้ มก่ น กปฏบิ ตั กิ าร นใน ถาน กึ า
2. เพ่ื ใ ้นกั ึก าได้ ึก า ังเกต ภาพทั่ ไปข งโรงเรยี นท้ังด้านการเรียนการ น ดา้ น ถานท่ีและด้าน
กจิ กรรม
3. เพ่ื ใ ้นัก กึ าไดบ้ ูรณาการค ามรูท้ ้งั มดมาใชใ้ นการฝกึ ประ บการณ์ ิชาชพี ครูใน ถาน กึ า
4. เพ่ื ใ น้ กั กึ าได้ กึ าและฝกึ ปฏบิ ตั กิ าร างแผนการ กึ าผเู้ รยี นโดยการ งั เกต
5. เพื่ ใ น้ กั กึ าได้ มั ภา ณ์งานใน นา้ ที่ข งครผู ู้ น งานใน น้าทขี่ งครปู ระจำชน้ั
6. เพื่ ใ ้นัก ึก าได้ ึก าพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ ิเคราะ ์ลัก ณะค ามแตกต่างและพฤติกรรม
ข งผเู้ รยี น งานบริ ารและบริการข งโรงเรียน
7. เพื่ ใ ้นัก ึก าได้ทดล งเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ิชาเ ก การฝึกเป็นผู้ช่ ยครูด้านการจัดการ
เรยี นรู้ รื นับ นนุ การจัดการเรียนรู้ งานธุรการช้ันเรียน
8. เพ่ื ใ ้นกั ึก าได้ กแบบการ ิจยั ในช้นั เรยี นตามบรบิ ทข ง าขา ิชาท่ี กึ า เพ่ื เตรยี มค ามพร้ ม
ในการนำไป ึก า จิ ยั จริงเม่ื ามารถฝกึ ปฏิบตั ิ ชิ าชีพ ใน ถาน ึก าได้ตามปกติ
9. เพื่ ใ ้นัก ึก าได้ทำการทดล ง นใน ถานการณ์จำล งผ่านระบบ นไลน์ และมีครูพี่เลี้ยงใ ้
คำแนะนำเพ่ื ปรบั ปรงุ พัฒนาการ นข งนกั ึก า เพ่ื เตรยี มค ามพร้ มก่ นไปทำการ นจรงิ ใน ถาน กึ า

2

ข้อเ นอแนะในการฝึกและการใช้เอก าร

การประก บ ิชาชีพใ ้เกิดประ ิทธิผล ไม่เพียงแต่จะเรียนรู้ในภาคทฤ ฎีค ามร บรู้ในด้าน
ชิ าการเท่านั้น ท่ี ำคญั ยิ่งก ่า ่ืนใดคื การฝกึ ภาคปฏิบัติ ย่างจรงิ จงั และต่ เนื่ ง

ิชาชีพครูเป็น ิชาชีพชั้น ูง ครูเป็นผู้รับผิดช บ “ชี ิต” ข งมนุ ย์ เช่นเดีย กับแพทย์มี น้าท่ี
รัก าโรคภัยไขเ้ จบ็ มี ุขภาพดีทัง้ กายและใจ แต่ครูน กจากใ ้ชี ติ เ ลา่ นั้นมีค ามรู้ ามารถ ยูไ่ ดใ้ น ังคม
ย่างมคี าม ุข มคี ณุ ธรรม เป็นพลเมื งดีข งชาติแล้ ยงั ต้ งพฒั นาใ เ้ ขาเ ล่านั้นมีคณุ ภาพชี ิตด้ ย

นัก ึก าแพทย์ทกุ คนต้ งฝึกในโรงพยาบาลเป็นระยะๆ ย่างต่ เนื่ งฉันใดนัก ึก าครยู ่ มฝึกใน
โรงเรียนใน ถานการณจ์ ริงฉันน้ัน การฝึกประ บการณ์ ิชาชพี ครูตาม ลัก ูตรนับเป็นโ กา ดที ีไ่ ด้เ ริม รา้ ง
คณุ ภาพใน ชิ าชพี ข งตน

ข้ เ น แนะต่ ไปนี้จะเป็นประโยชน์ต่ นัก ึก าและการพัฒนากระบ นการฝึกปฏิบัติ ิชาชีพ
ระ า่ งเรียน และการปฏิบัตกิ าร นใน ถาน ึก า ย่างยง่ิ คื

1. ึก าเ ก ารโดยตล ดทำค ามเข้าใจและปฏิบัติตามขั้นต นข ง ิ่งที่ต้ งจัดทำตามแบบ
รายงาน

2. เขา้ ปฐมนิเท ชแ้ี จงการดำเนินงาน และกิจกรรมตา่ ง ๆ ท่ีกำ นดม บ มายไ ้
3. ปฏบิ ตั ิงานเป็นข้นั ต นตามกำ นดการ
4. บันทกึ ลงในแบบฟ รม์ ตา่ งๆ ตามลำดบั ย่างครบถ้ น
5. ใ ้ผู้รับผิดช บลงชื่ ในแบบบันทึกแต่ละแบบตามลำดับ (เป็นลายเซ็นต์ ิเล็กทร นิก ์ได้ แต่
ต้ งมภาพประก บการทำกิจกรรมต่าง ๆ กับครูพ่ีเลี้ยงประก บในภาคผน กด้ ย)
6. ใ ้ผู้รับผดิ ช บประเมินผลการฝกึ ปฏิบัติ ชิ าชีพระ า่ งเรยี น เม่ื ฝกึ ปฏิบัติ ชิ าชีพระ ่างเรียน
และบันทกึ การปฏบิ ตั ิงานครบถ้ นตามกำ นด
7. ลังจากโรงเรียนประเมินผลการฝึกปฏิบัติ ิชาชีพระ ่างเรียนโดยครูพี่เลี้ยงแล้ ฝ่ายฝึก
ประ บการณ์ ิชาชีพครูและ าจารย์ผู้ นจะประเมินผลครัง้ ดุ ท้าย ลงั จากครบกำ นดเ ลาการปฏิบตั ิงาน
ชิ าชพี ครู

3

การประเมนิ ผลการฝกึ ปฏบิ ัติ ชิ าชีพระ ่างเรียน 1

การประเมินผลการฝึกปฏิบัติ ิชาชีพระ ่างเรียน ประเมินตามราย ิชาที่ฝึกทุกปีการ ึก า
นัก ึก าต้ งผ่านการฝึกเป็นขั้นต นตามลำดับ ากไม่ผ่านในขั้นต นใดต้ งซ่ มเ ริมใ ้ “ผ่าน” จึงฝึกใน
ขัน้ ต่ ไปได้

การประเมินผลการปฏบิ ัตงิ าน ชิ าชีพครู เป็นการประเมนิ ผลทค่ี ร บคลุมทงั้ คุณลัก ณะค ามเป็น
ครูและเทคนิค ิธี โดยมีผู้ประเมนิ ทั้งฝา่ ยม า ทิ ยาลัยและโรงเรยี น

ในการประเมินผลการฝึกประ บการณ์ขั้น ึก า ังเกตและมี ่ นร่ ม นับตั้งแต่ปีการ กึ า 2542
เป็นต้นไป จะเปลี่ยนระบบการประเมินผลจาก ผ่านดีเยี่ยม, ผ่าน, ไม่ผ่าน เป็นระบบการประเมินแบบใ ้
เกรดคื A, B+, B, C+, C, D+, D และ E

ประเภทของแบบประเมนิ
แบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติ ชิ าชีพระ ่างเรียน รื ป . มีทั้ง มด 8 ชุด แบ่งเป็น 2 ประเภท

คื
1. ำ รบั นัก กึ า ป .1-1 ถึง ป .1-5 โดยมรี ายละเ ียด ดงั น้ี
ป .1-1 แบบบันทึกการ ังเกต ภาพท่ั ไปข งโรงเรียน
ป .1-2 แบบบนั ทกึ การปฏิบัติงาน
ป .1-3 แบบ ัมภา ณก์ ารจดั การเรียนรู้
ป .1-4 แผนการจัดการเรียนรู้ 3 แผน
ป .1-5 โครงรา่ งการ จิ ัยในชน้ั เรียน
นัก ึก ามี นา้ ท่บี นั ทึกผลการ ึก า ังเกตใ ้ถูกต้ งตามค ามเปน็ จริง ลังจากนั้นใ ้ครู

พเ่ี ล้ียงและ าจารย์นเิ ท ก์ลงช่ื รับร ง
2. ำ รับครูพีเ่ ล้ียงและอาจารยผ์ ู้ อน ป .1-6 ถงึ ป .1-8 โดยมีรายละเ ยี ด ดังน้ี
ป .1-6 แบบประเมนิ การปฏบิ ัติตนข งนัก ึก า (โดยครูพ่ีเลี้ยง)
ป .1-7 แบบประเมนิ แผนการจัดการเรียนรู้ (โดยครพู ่ีเล้ียง)
ป .1-8 แบบประเมินด้านคุณภาพการจดั การเรยี นการ น (โดยครพู ่ีเลยี้ ง)
ครูพี่เลี้ยงทำการประเมินตามแบบฟ ร์มแล้ ่งใ ้กับนัก ึก าเพื่ ทำการร บร มใ ่ใน

เล่มแบบบนั ทึกการฝกึ ปฏบิ ัติ ิชาชพี ระ ่างเรยี น 1

4

เกณฑใ์ นการประเมนิ ผลการฝกึ ปฏบิ ตั ิ ิชาชพี ระ า่ งเรียน 1

1. คะแนน ป .1-6 ถึง ป .1-8 ซึ่งได้รับการประเมินจากครูพี่เลี้ยงประจำโรงเรียน น่ ยฝึก

ประ บการณ์ ชิ าชีพครู

2. คะแนนจากการประเมินข ง าจารย์ผู้ นราย ิชาฝึกปฏิบัติ ิชาชีพระ ่างเรียน 1 ซ่ึง

ประก บด้ ย คะแนนจากแบบบนั ทกึ การปฏบิ ตั งิ านข งนัก ึก า แผนการจดั การเรยี นรู้ งาน ิจัยในช้ันเรยี น

การมี ่ นร่ มในชั้นเรียน การนำเ น บุคลิกภาพ และการแต่งกาย การใช้ าจา กิริยาท่าทาง และค าม

รับผดิ ช บ

3. แน ทางการใ ้คะแนนราย ิชาการฝึกปฏิบัติ ิชาชีพระ ่างเรียน 1 กำ นดเกณฑ์การใ ้

คะแนน ดังนี้

3.1 าจารย์ผู้ น ร ม 60 คะแนน

3.1.1 แบบบันทึกปฏิบัติงานข งนัก ึก าในภาพร ม 30 คะแนน

3.1.2 โครงรา่ งงาน ิจัยในช้นั เรยี น 10 คะแนน

3.1.3 การมี ่ นร่ มในการจัดการเรียนการ น 10 คะแนน

3.1.4 พฤตกิ รรมการเรียนข งนกั กึ า 10 คะแนน

3.2 ครูพ่เี ลี้ยง ร ม 40 คะแนน

3.2.1 แบบประเมนิ การปฏิบัติตนข งนัก ึก า 10 คะแนน

3.2.2 แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรู้ 10 คะแนน

3.2.3 แบบประเมินการจัดการเรยี นรู้ 20 คะแนน

ร มทัง้ นิ้ 100 คะแนน

4. นำคะแนนจากข้ 1 และ 2 มาร มกันแล้ ประเมนิ เปน็ เกรดโดยมีเกณฑ์ ดงั นี้

คดิ จากคะแนนเตม็ 100 คะแนน

คะแนน 90 – 100 ไดร้ ะดบั A

คะแนน 85 – 89 ไดร้ ะดบั B+

คะแนน 80 – 84 ไดร้ ะดบั B

คะแนน 75 – 79 ได้ระดบั C+

คะแนน 70 – 74 ไดร้ ะดับ C

คะแนน 65 – 69 ไดร้ ะดับ D+

คะแนน 60 – 64 ได้ระดับ D

คะแนน 0 – 59 ไดร้ ะดับ E

5

ป .1-1

แบบบันทกึ การ งั เกต ภาพท่ั ไปของโรงเรยี น

คำชี้แจง ใ ้นัก ึก าบันทึกข้ มูลการ ึก าและ ังเกต ภาพทั่ ไปตามค ามเป็นจริงข ง ถาน ึก าลงใน

ช่ ง ่างตาม ั ข้ ทก่ี ำ นด

1. โรงเรยี นบรรจงรตั น์ งั กัด ำนักงานเขตพื้นที่การ กึ าประถม ึก าลพบุรี เขต 1

เลขที่ 77 ซ ยเ กท ถนนนารายณม์ าราช ตำบล/แข ง ทะเลชบุ ร

ำเภ /เขต เมื งลพบรุ ี จัง ดั ลพบุรี ร ั ไปร ณีย์ 15000

โทร ัพท์ 036-411678 โทร าร 036-411957

2. ปรัชญา คณุ ธรรมนำ ชิ าการ

ิ ยั ทั น์ เราจะเป็นผูน้ ำการจดั การเรยี นรู้ ยา่ งมคี าม ขุ เพ่ื พัฒนาผู้เรียนบคุ ลากร ใ ม้ คี ุณธรรม

จรยิ ธรรม และเปน็ เลิ ทาง ิชาการบนพนื้ ฐานปรชั ญาเ ร ฐกิจพ เพยี ง

3. ช่ื ผู้บริ าร นาง าม ดุลยากร

ร งผู้ ำน ยการโรงเรยี น

ฝา่ ย ชิ าการ : ่าท่รี ้ ยตรี มชาย ม่ งล ง

ฝ่ายปกคร ง : นางประไพ ังในธรรม

ฝ่ายธุรการ : นาง ิม การะยะ

ฝ่ายบรกิ าร : นายกิตฐพิ ง ์ ทุ ธิ งั ข์

ฝ่ายกิจการ : นางฉ ี รรณ ท งโต

4. บุคลากร

4.1 ครู าจารย์

ระดบั การ ึก า จำน น รม
ชาย ญิง

ปรญิ ญาเ ก -- -

ปริญญาโท 33 6

ปรญิ ญาตรี 10 44 54

ป.ก . ูง รื เทียบเทา่ 19 10

ครู ัตราจ้าง -- -

ธรุ การ -- -

ืน่ ๆ 5 14 19

รม 19 70 89

6

4.2 คนงาน มที งั้ มด 19 คน เปน็ ญิง 14 คน เปน็ ชาย 5 คน
4.3 นักเรยี น มีทัง้ มด 1,590 คน เป็น ญิง 810 คน เป็นชาย 810 คน
แยกตามลำดบั ขนั้ ตา่ ง ๆ ไดด้ งั นี้
จำน น ้อง จำน นนักเรยี น
ระดับชั้น ญงิ ชาย ร ม
- ---
1. นุบาล 1 - ---
2. นบุ าล 2 - ---
3. นุบาล 3 6 124 124 248
4. ประถม กึ าปที ่ี 1 6 137 137 274
5. ประถม กึ าปีท่ี 2 6 143 143 286
6. ประถม กึ าปีที่ 3 6 137 137 274
7. ประถม กึ าปที ่ี 4 6 133 133 266
8. ประถม กึ าปีท่ี 5 6 136 136 272
9. ประถม ึก าปที ่ี 6 - ---
10. มธั ยม กึ าปที ี่ 1 - ---
11. มธั ยม กึ าปีที่ 2 - ---
12. มัธยม ึก าปีที่ 3 - ---
13. มธั ยม กึ าปที ี่ 4 - ---
14. มธั ยม กึ าปที ี่ 5 - ---
15. มัธยม ึก าปที ่ี 6
16. 36 810 810 1,620
17.
18.
รม

รปุ ตั รา ่ นระ ่างจำน นครู าจารยต์ ่ จำน นนักเรียน โดยประมาณ คื

ครู าจารย์ 1 คน ต่ นักเรียน 18 คน

5. าคาร ถานที่

5.1 ้ งเรยี น มที ง้ั มด 36 ้ ง

6. ภาพแ ดล้ ม

6.1 ถานที่ ำคญั ที่ ย่ใู กล้โรงเรียน ไดแ้ ก่

-

7

6.2 ถานทีใ่ กล้เคียงโรงเรียนทเี่ ป็นแ ล่ง ิทยาการ ่งเ ริมการจดั การเรียนการ น
-

7. ภาพข งนกั เรียน
7.1 ภาพคร บครั ( าชีพ ฐานะทางเ ร ฐกิจ)
ผู้ปกคร ง ่ นใ ญ่มีค ามพร้ มทางด้านเทคโนโลยี มีค ามพร้ มในฐานะทางเ ร ฐกิจที่ดี

และมีค ามเ าใจใ ่ดแู ลลกู เป็น ยา่ งดี
7.2 พฤติกรรมนกั เรยี น
นกั เรยี นมคี ามเ าใจใ ใ่ นการเรยี นดีบางคนมีค ามรับผดิ ช บที่ดีมีการแขง่ ขนั ซง่ึ กนั และกัน

8. ภาระ น้าทีข่ งครผู ู้ น
8.1 ครปู ระจำชัน้
มี น้าทดี่ แู ลนกั เรียน ทำ มดุ บญั ชเี รียกช่ื ทำเ ก ารประจำช้ันต่าง ๆ และค ยดแู ลแกป้ ัญ า

นกั เรยี นในประจำชน้ั ข งตั เ ง
8.2 งาน ื่นๆ
กจิ กรรมตา่ ง ๆ ภายในโรงเรยี นและภายน กโรงเรยี น

9. แผนผังแ ดงบรเิ ณและที่ตง้ั ข งโรงเรียน

8

10. ประ ัตโิ รงเรยี น
โรงเรียนบรรจงรัตน์ ตั้ง ยู่ที่ 77 ซ ยเ กท ถนนนารายณ์ม าราช ตำบลทะเลชุบ ร ำเภ เมื ง

ลพบุรี จัง ัดลพบุรี ังกัด ำนักงานคณะกรรมการ ง่ เ ริมการ ึก าเ กชน โทร 036-411678 โทร าร
036-411957 e-mail : [email protected] website : www.banjongrat.ac.th

ได้รับ นุญาตจัดตั้ง เมื่ ันที่ 18 พฤ ภาคม 2507 ปัจจุบันเปิด นระดับชั้นประถม ึก าปีที่ 1 ถึง
ระดบั ชั้นประถม กึ าปที ี่ 6
11. ข้ มลู โรงเรยี นดีเด่น

โรงเรียนบรรจงรัตน์ จดั การ กึ าระดับประถม กึ าขนาดใ ญ่ได้ ยา่ งมีคณุ ภาพดีเยยี่ ม เ มาะ มเป็น
ถาน ึก ารับราง ัลพระราชทาน ประจำปีการ ึก า 2560 ซึ่งทางโรงเรียนได้ดำเนินการ ่งผลงานเพื่
ข รบั ราง ลั โรงเรียนพระราชทาน และไดร้ ับราง ัลโรงเรียนพระราชทานครง้ั แรกในปี พ. .2527 ต่ มาได้รับ
การคัดเลื กรับราง ัลโรงเรียนพระราชทานในปี พ. . 2551, 2556 และ 2560 โดยกระทร ง ึก าธิการ
กำ นด ่าถา้ ถาน ึก าใดได้รับราง ลั โรงเรียนพระราชทานตดิ ต่ กัน 3 คร้งั ภายใน 10 ปี โรงเรียนน้ันจะ
ได้รับราง ัลโลพ่ ระราชทานพร้ มเกียรติบัตร ใน ันที่ 6 ตุลาคม พ. . 2561 โรงเรียนบรรจงรัตน์ได้เข้ารบั
ราง ัลโล่พระราชทานพร้ มเกยี รติบัตร จาก มเด็จพระเทพรัตนราช ุดาฯ ยามบรมราชกุมารี ณ าลาดุ ิ
ตาลยั นจติ รลดา พระราช ังดุ ิต เปน็ โรงเรยี น น่ึงเดยี ในจงั ัดลพบุรี

9

แผนภมู โิ ครง รา้ งการบริ ารข งโรงเรยี น
ผู้รับใบอนญุ าต

ประธานท่ปี รกึ าโรงเรยี น คณะกรรมการบริ ารโรงเรยี น

ผู้จัดการ
ผอู้ ำน ยการ

ฝา่ ย ชิ าการ ฝา่ ยกิจการนกั เรียน ฝ่ายปกครอง ฝา่ ยบริ ารงานท่ั ไป

- งานการเรียนการ น - งานแผนและประ ิทธิผล - งานบคุ ลากรโรงเรียน - งาน าคาร ถานท่ี
- งานนิเท ภายใน - งานประกันคณุ ภาพ - งานทะเบยี นบคุ ลากร - งานพั ดุครภุ ัณฑ์
- งาน ัดผลและประเมินผล - งาน นิ ยั โรงเรียน - งานยานพา นะ
- งาน ้ ง มุด การ กึ า - งานพัฒนาบุคลากร - งานโภชนาการ
- งาน ง่ เ รมิ การเรยี นการ - งาน ง่ เ ริมคณุ ธรรม - งาน ร้างข ัญและกำลังใจ - งานธรุ การและการเงนิ
- งาน รา้ งเ ริมมิตรภาพ - งานทะเบยี นและ ถิติ
น จริยธรรม - งานประชา ัมพันธ์
- งานกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น - งานเทคโนโลยี าร นเท
- งานระบบดแู ลช่ ยเ ลื

นกั เรยี น
- งาน ง่ เ ริมประชาธปิ ไตย
- งานบริการ ุขภาพ
- งานค าม ัมพนั ธ์กบั ชมุ ชน

คณะกรรมการร่ ม 4 ฝ่าย และเครอื ข่ายผปู้ กครอง

ลงช่ื ……อ%………………มา…น…ะ …โ…ภ…(…น…….ผ้บู นั ทกึ

(นายจิรณัฐ มานะโภคิน)
ันท่ี 7 เดื น ตุลาคม พ. . 2564

ลงช่ื ……………ต…………ก……อ……ม……….ครูพี่เล้ียง

(นาง า ธญั ดา ท งพุ่ม)
นั ที่ 7 เดื น ตลุ าคม พ. . 2564

ญุ่พั

10

ป .1-2

แบบบนั ทกึ การปฏบิ ตั ิงาน

คำชี้แจง ใ ้นัก ึก าบันทึกผลการปฏิบัติงานใน ถาน ึก าผ่านระบบ นไลน์ทุกครั้งที่ปฏิบัติงานตามท่ี
กำ นดใ ้

ัน 3 เดื น กนั ยายน พ. . 2564 ่ิงทไี่ ด้รบั จากการ ลงชอ่ื
งาน รายการที่ปฏบิ ัติ/ท่ไี ดเ้ รียนรู้ ปฏิบตั ิงานนี้ ครูพเ่ี ลย้ี ง
นักเรียน ่ นใ ญใ่ ค้ าม
1. งั เกตการณเ์ รยี นการ 1. พฤติกรรมขณะเรยี น นใจกบั เน้ื าการเรยี น การ
นในรปู แบบ นไลน์ และเปดิ ไมค์ต บคำถามเมื่
2. ค าม นใจในการค้นค ้า ครูถาม
ชั้นประถม กึ าปีท่ี 4/2 าค ามรเู้ พม่ิ เตมิ เมื่ นักเรยี นไมเ่ ข้าใจเน้ื า
และ 4/5 บาง ่ นในการเรยี น นักเรยี น
จะถามครูทันที
3. ค าม ัมพันธ์ระ ่าง นักเรียนมีการพูดคุยกันช่ ง
เร่ิมการเรียน
นกั เรียนกบั เพ่ื น ๆ ครแู ละนักเรียนมี
ค าม ัมพันธท์ ดี่ ตี ่ กนั
4. ค าม มั พันธร์ ะ ่าง นักเรยี นแตง่ กายเ มาะ ม

นกั เรียนกับครู การจัดทำแผนการเรียนรู้ต้ ง
มี งค์ประก บใ ค้ รบถ้ น
5. ค ามเ มาะ มข งเคร่ื ง ได้ ิธีการ ดั ผลทม่ี ี
ประ ิทธภิ าพและมีค าม
แต่งกายข งนกั เรียน ลาก ลาย

2. ถ่ายท ด ิธีการจัดทำ ึก า ิธีการจดั ทำแผนการ

แผนการจัดการเรียนรู้ เรยี นรู้

3. ถา่ ยท ดเทคนคิ และ กึ าเทคนคิ และ ิธีการ

ธิ ีการ ัดและประเมินผล ำ รับ ิธีการ ัดผลและ

การเรยี นตาม า ตร์ข ง ประเมนิ ผลในรปู แบบการ

าขา ชิ า เรียนการ น

11

ัน 8 เดื น กนั ยายน พ. . 2564 ิ่งท่ีได้รับจากการ ลงช่ือ
งาน รายการที่ปฏิบตั ิ/ท่ไี ดเ้ รียนรู้ ปฏิบตั งิ านน้ี ครพู ี่เลย้ี ง
นักเรยี น ่ นใ ญ่ใ ้ค าม
1. งั เกตการณ์เรยี นการ 1. พฤติกรรมขณะเรยี น นใจกบั เนื้ าการเรยี น ยก
นในรปู แบบ นไลน์ และเปดิ ไมค์ต บคำถามเม่ื
2. ค าม นใจในการค้นค า้ ครูถาม
ชัน้ ประถม ึก าปที ่ี 4/3 าค ามรเู้ พิ่มเตมิ เมื่ นักเรียนไมเ่ ขา้ ใจเน้ื า
กบั 4/6 บาง ่ นในการเรยี น นกั เรยี น
จะถามครูทันที
2. ใ ค้ าม นุเคราะ ์ 3. ค าม มั พนั ธร์ ะ ่าง นักเรียนมีการพูดคุยกันช่ ง
ข้ มลู เบ้ื งตน้ ข ง นักเรียนกบั เพื่ น ๆ เรม่ิ การเรยี น
ถาน ึก า 4. ค าม ัมพนั ธ์ระ า่ ง ครแู ละนักเรยี นมี
นักเรียนกบั ครู ค าม มั พันธท์ ่ดี ตี ่ กนั
5. ค ามเ มาะ มข งเคร่ื ง นักเรยี นแต่งกายเ มาะ ม
แต่งกายข งนกั เรยี น
การนำข้ มลู และ ึก า ข้ มูลและประ ตั ิข งทาง
ประ ัตขิ งทางโรงเรยี นโดย โรงเรียนโดยละเ ยี ดเพ่ื
ละเ ียด บันทกึ ลงในแบบบนั ทกึ การ
ฝึกปฏบิ ตั ิ ิชาชีพระ า่ ง
เรียน 1

นั 15 เดื น กันยายน พ. . 2564 ิง่ ท่ไี ดร้ ับจากการ ลงชื่อ
งาน รายการทป่ี ฏบิ ตั /ิ ทีไ่ ด้เรียนรู้ ปฏิบัติงานนี้ ครพู ่เี ลีย้ ง
นักเรยี น ่ นใ ญ่ใ ้ค าม
1. ังเกตการณ์เรยี นการ 1. พฤติกรรมขณะเรยี น นใจกบั เน้ื าการเรยี น น
นในรูปแบบ นไลน์ และเปดิ ไมคต์ บคำถามเมื่
2. ค าม นใจในการค้นค ้า ครูถาม
ชั้นประถม กึ าปีที่ 4/3 าค ามรเู้ พิม่ เตมิ เม่ื นกั เรยี นไมเ่ ข้าใจเนื้ า
4/6 บาง ่ นในการเรยี น นกั เรยี น
จะถามครูทันที
3. ค าม ัมพันธร์ ะ ่าง นกั เรียนมกี ารพูดคุยกันช่ ง
นักเรียนกับเพื่ น ๆ เรม่ิ การเรยี น

12

2. ถา่ ยท ด ธิ ีการ 4. ค าม ัมพนั ธร์ ะ ่าง ครูและนกั เรียนมี
กแบบการ ิจยั เพื่ นักเรยี นกับครู ค าม ัมพันธท์ ่ีดตี ่ กนั
5. ค ามเ มาะ มข งเคร่ื ง นักเรยี นแตง่ กายเ มาะ ม
พัฒนาผ้เู รยี น รื แต่งกายข งนักเรยี น
แกป้ ญั าผเู้ รยี นตาม รับฟงั ธิ ีการ กแบบการ ได้เรียนรู้ ิธีการ กแบบการ
า ตร์ข ง าขา ิชา ิจัยเพ่ื พฒั นาผู้เรียน รื ิจัยโดยต้ งเริ่ม ึก าจาก
แก้ปญั าผเู้ รยี นจากครพู ่ี ปัญ าต่างๆที่เกิดขึ้นในชั้น
เลีย้ ง เรยี น

ัน 17 เดื น กนั ยายน พ. . 2564 ิ่งท่ีได้รบั จากการ ยาลงชื่อ
งาน รายการที่ปฏิบตั ิ/ที่ไดเ้ รยี นรู้ ปฏิบตั งิ านน้ี ครพู ่เี ลย้ี ง
นักเรยี น ่ นใ ญใ่ ้ค าม
1. ังเกตการณเ์ รยี นการ 1. พฤติกรรมขณะเรียน นใจกับเนื้ าการเรยี น
นในรปู แบบ นไลน์ และเปดิ ไมค์ต บคำถามเมื่
2. ค าม นใจในการคน้ ค า้ ครถู าม
ช้ันประถม กึ าปที ี่ 4/2 าค ามรเู้ พิ่มเตมิ เม่ื นักเรยี นไมเ่ ขา้ ใจเนื้ า
กับ 4/5 บาง ่ นในการเรยี น นักเรยี น
จะถามครูทนั ที
3. ค าม มั พนั ธ์ระ า่ ง นักเรียนมีการพูดคุยกันช่ ง
นักเรยี นกับเพื่ น ๆ เรม่ิ การเรียน
4. ค าม มั พนั ธร์ ะ า่ ง ครแู ละนักเรยี นมี
นักเรียนกบั ครู ค าม ัมพนั ธท์ ดี่ ตี ่ กัน
5. ค ามเ มาะ มข งเคร่ื ง นักเรยี นแต่งกายเ มาะ ม
แต่งกายข งนักเรยี น

2. ใ ้ค ามร้เู กีย่ กบั การ
จัดกจิ กกรมพฒั นาผู้เรยี น
ตามบรบิ ทข ง
ถาน ึก า

13

ัน 22 เดื น กนั ยายน พ. . 2564

งาน รายการท่ปี ฏิบตั ิ/ท่ีไดเ้ รยี นรู้ ่ิงที่ไดร้ บั จากการ ลงชอื่
ครพู ี่เลยี้ ง
ปฏิบตั ิงานน้ี
ใน
1. ทดล ง นใน การทดล ง นใน ได้ฝกึ ปฏิบตั ิการ นใน

ถานการณจ์ ำล งผ่าน ถานการณจ์ ำล งผ่านระบบ รปู แบบ นไลนผ์ า่ น

ระบบ นไลน์ นไลน์ ชั้นประถม กึ าปีท่ี โปรแกรม zoom และได้

4/3 กบั 4/6 เร่ื ง โจทย์ จดั ทำ ื่ 2 ประเภท คื

ปัญ าการบ ก การลบ -Powerpoint

ท นิยม -เกม Blooket

2. ใ ้คำแนะนำและ รับฟงั ค ามคดิ เ ็นและ การเขยี นแผนการจดั การ

ประเมนิ ผลการทดล ง ข้ เ น แนะข งครูพ่ีเลย้ี ง เรยี นรตู้ ้ งเขยี นใ ค้ รบ

น เพ่ื นำไปปรบั ปรุงในการ น งค์ประก บคร บคลมุ

คร้งั ถัดไป ละเ ยี ด และบริ ารเ ลาการ

นใ ้ดี

นั 23 เดื น กันยายน พ. . 2564

งาน รายการทป่ี ฏิบตั ิ/ทไี่ ดเ้ รยี นรู้ ง่ิ ทีไ่ ด้รบั จากการ ลงชื่อ
ครพู ่เี ลี้ยง
ปฏิบตั ิงานน้ี
ฅฺ
1. ทดล ง นใน การทดล ง นใน ไดฝ้ ึกปฏิบัติการ นใน

ถานการณ์จำล งผา่ น ถานการณ์จำล งผา่ นระบบ รูปแบบ นไลนผ์ ่าน

ระบบ นไลน์ นไลน์ ช้ันประถม ึก าปที ี่ โปรแกรม zoom และได้

4/2 เรื่ ง การบ กท นิยม จัดทำ ื่ 2 ประเภท คื

-Powerpoint

-เกม Blooket

2. ทดล ง นใน การทดล ง นใน ได้ฝกึ ปฏบิ ตั ิการ นใน

ถานการณ์จำล งผา่ น ถานการณ์จำล งผา่ นระบบ รปู แบบ นไลนผ์ ่าน

ระบบ นไลน์ นไลน์ ชัน้ ประถม กึ าปีที่ โปรแกรม zoom และได้

4/5 เร่ื ง การลบท นิยม จัดทำ ื่ 2 ประเภท คื

-Powerpoint

-เกม Blooket

3. ใ ค้ ำแนะนำและ รบั ฟงั ค ามคดิ เ ็นและ การเขยี นแผนการจดั การ

ประเมินผลการทดล ง ข้ เ น แนะข งครพู ่ีเลี้ยง เรยี นรตู้ ้ งเขียนใ ้ครบ

น เพื่ นำไปปรับปรงุ ในการ น งคป์ ระก บคร บคลุม

คร้ังถัดไป ละเ ยี ด และบริ ารเ ลาการ

นใ ด้ ี

14

ัน 24 เดื น กันยายน พ. . 2564

งาน รายการทปี่ ฏิบตั ิ/ทไ่ี ด้เรยี นรู้ ิง่ ทีไ่ ดร้ ับจากการ ลงชือ่

ปฏบิ ตั ิงานน้ี ครพู ี่เลย้ี ง

1. งั เกตการณเ์ รยี นการ 1. พฤติกรรมขณะเรียน นักเรยี น ่ นใ ญใ่ ค้ าม ญต
นในรูปแบบ นไลน์ นใจกบั เนื้ าการเรยี น

ช้ันประถม ึก าปีท่ี 4/3 และเปดิ ไมค์ต บคำถามเมื่

กับ 4/6 ครถู าม

2. ค าม นใจในการค้นค ้า เมื่ นกั เรยี นไมเ่ ขา้ ใจเนื้ า

าค ามรเู้ พ่ิมเตมิ บาง ่ นในการเรยี น นักเรียน

จะถามครูทันที

3. ค าม ัมพันธ์ระ ่าง นักเรียนมีการพูดคุยกันช่ ง

นักเรยี นกับเพื่ น ๆ เร่มิ การเรยี น

4. ค าม มั พันธ์ระ า่ ง ครูและนักเรียนมี

นกั เรยี นกบั ครู ค าม มั พนั ธ์ที่ดตี ่ กัน

5. ค ามเ มาะ มข งเคร่ื ง นักเรยี นแต่งกายเ มาะ ม

แตง่ กายข งนักเรยี น

3. ใ ้ค ามรูแ้ ละแน รบั ฟังค ามรู้และแน ทาง ได้เรียนรู้การปฏบิ ัติตนในการ

ทางการประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ ประพฤติปฏบิ ตั ิตนในการ เป็นครูมื าชีพ และได้รับ

ตนในการพฒั นาค าม พฒั นาค ามเปน็ ครมู ื าชีพ แรงบันดาลใจทเี่ ป็นครู
เป็นครมู ื าชพี

มายเ ตุ : นัก ึก า ามารถ กแบบตาราง รื เพิ่มรายละเ ียดได้ ตาม ั ข้ รายละเ ียดค ามรู้ท่ีต้ ง
เรียนรู้จากครูพ่เี ล้ยี ง

อ โญภ(น าฐลงชื่ ……จ………ณ………………ม…า…น…ะ…..…………….ผู้บันทกึ
(นายจริ ณฐั มานะโภคนิ )

ลงชื่ ……………………………ก…อ……ง……ม……..…….ครูพเี่ ลย้ี ง

(นาง า ธญั ดา ท งพมุ่ )

าุ่พ­

15

ป .1-3
แบบ ัมภา ณ์การจดั การเรียนรู้ ( ัมภา ณค์ รพู ่ีเลย้ี ง)

ช่ื นาง า ธญั ดา ท งพมุ่
โรงเรยี นบรรจงรตั น์ ำเภ เมื งลพบรุ ี จัง ัดลพบุรี
คำชี้แจง ใ ้นัก กึ า มั ภา ณ์การจัดการเรยี นรขู้ งครพู เี่ ลี้ยงและบนั ทึกลงในช่ ง า่ งท่ีกำ นด
1. ท่าน อนก่ีราย ิชา ิชาอะไรบ้าง จำน นก่ีชั่ โมงตอ่ ัปดา ์

น ิชาคณติ า ตร์ 21 ช่ั โมงต่ ัปดา ์
2. ปัญ าทีพ่ บในราย ิชาที่ อน มีอะไรบา้ ง

นักเรียนไมค่ ่ ยช บทำโจทยป์ ัญ า
3. ท่านได้ดำเนนิ การแก้ไขอย่างไร/มีเทคนิคใดในการดำเนนิ การแกไ้ ข

ธิบายโจทย์เพ่มิ เตมิ ยกตั ย่างโจทยโ์ ดยใช้ ิง่ ข งใกลต้ ั ใช้บทบาท มมตุ ิ
4. ทา่ นมขี ้อเ นอแนะอย่างไรในการดำเนินการจัดการเรียนรู้ รืองานด้านอืน่ ๆ

การทำโจทยป์ ัญ าถ้าเรามีบทบาท มมตุ ยิ กตั ย่างใ ้นกั เรียนเ ็นภาพทำใ ้นักเรียนเข้าไดง้ า่ ยขึ้น
5. ท่านมีการแลกเปลย่ี นเรียนร้รู ะ ่างเพื่อนครู รือไม่อยา่ งไร (PLC) ถ้ามที ่านดำเนินการอย่างไร และ
ผลการดำเนนิ การเป็นอยา่ งไร

มกี ารแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ทกุ เดื น ผลการดำเนินการช่ ยนำมาปรับใช้ในการ นได้

16

ป .1-4

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 1 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
รหสั วชิ า ค14101
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ จานวน 1 ชวั ่ โมง
รายวชิ า คณติ ศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหสั นกั ศกึ ษา61115200202
เร่อื ง การบวกทศนยิ ม
ผสู้ อน นายจริ ณฐั มานะโภคนิ

1. าระ

าระที่ 1 จำน นและพชี คณติ

2.มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจค าม ลาก ลายข งการแ ดงจำน น ระบบจำน น การดำเนนิ การ ข ง

จำน น ผลทเ่ี กิดขึน้ จากการดำเนินการ มบัตขิ งการดำเนนิ การ และนำไปใช้

3. าระ ำคญั

การบ กท นยิ ม ทำไดโ้ ดยต้งั จดุ ท นยิ มและเลขโดดในแต่ละ ลกั ใ ้ตรงกันแล้ บ กกันเ มื น

การบ ก จำน นนบั

4.ตั ชี้ ดั

ค 1.1 ป.4/15 าผลบ ก ผลลบข งท นยิ มไมเ่ กนิ 3 ตำแ น่ง

5.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านทกั ษะกระบวนการ(P) ด้านคณุ ลกั ษณะ(A)

อธิบายเก่ียวกบั การบวก หาคาตอบของการบวก มีความกระตือรือร้นในการเขา้

ทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่งท่ี ทศนิยมไมเ่ กินสามตาแหน่งที่ ร่วมกิจกรรม

ไมม่ ีการทด ไมม่ ีการทด

6. าระการเรยี นรู้
การบ กท นิยม

7.ขัน้ ตอนการ อน
ขั้นนำ
1. นกั เรียนทบท นค ามรู้ เร่ื ง การเปรยี บเทยี บท นยิ ม โดยพจิ ารณาบตั รท นิยมทลี ะคู่

บนกระดาน ผูแ้ ทนนักเรยี น กมาเขียนเครื่ ง มายแ ดงการเปรียบเทียบ ดังนี้

9.7 (>) 8.9

16.4 (<) 16.7

17

นกั เรยี นร่ มกนั ตร จ บค ามถูกต้ ง
2. นักเรียนร่ มกันแ ดงค ามคิดเ ็น โดยใชค้ ำถามกระตนุ้ ค ามคิด ดงั น้ี

• นักเรยี นคดิ า่ มีเรื่ งใด ีกบา้ งทตี่ ้ งใช้ค ามรู้เร่ื ง การบ กท นยิ ม
3. นกั เรียน ึก า ร บร มข้ มูลเกยี่ กับการบ กท นยิ ม จากแ ลง่ การเรียนรทู้ ี่ ลาก ลาย
เช่น การ งั เกต การร่ มกัน นทนากับเพื่ นในชนั้ เรยี น
ขน้ั น
4. นักเรียนพิจารณาบตั รท นยิ ม ดงั น้ี

0.3 0.5
จากน้ันร่ มกันต บคำถามกระตนุ้ ค ามคิด ดงั นี้
• ่ นทร่ี ะบาย ที ้งั 2 ีร มกนั แล้ เขียนแทนด้ ยท นยิ มได้ ย่างไร (0.8)
• 0.8 มีค าม มั พันธ์ ยา่ งไรกบั 0.3 และ 0.5 (0.8 เป็นผลบ กข ง 0.3 และ 0.5)
• เขียนประโยค ัญลกั ณ์ได้ ยา่ งไร (0.3 + 0.5 = 0.8)

ผู้แทนนกั เรียน กมาเขียนประโยค ัญลกั ณบ์ นกระดาน ดำเนนิ กิจกรรมนี้ ีก 1-2 คร้งั

โดยติดโจทยก์ ารบ กบนกระดานเพ่ิมเตมิ ผแู้ ทนนกั เรยี น 2 คน กมาระบาย แี ดงค าม มาย

0.13 และ 0.46

0.13 + 0.46 =

นักเรียนร่ มกันตร จ บค ามถูกต้ ง

5. นกั เรยี นพิจารณาบัตรโจทยบ์ นกระดาน

0.3 + 0.5 = หรือ 0.13 + 0.46 =

นักเรยี นร่ มกัน ภปิ รายจากแถบโจทย์เปน็ การบ กในแน น น

นักเรยี นร่ มกันแ ดงค ามคิดเ ็น า่ จะ ามารถบ กท นิยมทไี่ มม่ กี ารทดในแน ตง้ั ได้ รื ไม่

(ซึง่ นกั เรียนร่ มกัน รปุ ่า ามารถทำไดโ้ ดย า ัย ลักการข งการบ กจำน นนบั ทนี่ กั เรยี น

เคยเรยี นมาแล้ คื บ กจำน นที่ ยูใ่ น ลกั เดีย กัน จากนน้ั ใ จ่ ุดท นยิ มทีผ่ ลลพั ธ์ตรงกับจดุ ท นยิ ม

ข งตั ตง้ั และตั บ ก)

นักเรียน 2 คน กมาแ ดง ธิ ีบ กท นยิ มในแน ตงั้ บนกระดาน ดงั นี้

0.3 + 0.5 = 0.13 + 0.46 =

วธิ ีทา 0.3 + วธิ ีทา 0.13 +
0.5 0.46

0.8 0.59

นกั เรียนและครรู ่ มกันตร จ บค ามถูกต้ ง

18

6. นกั เรยี นแบ่งกลุม่ กลุ่มละ 3-4 คน พจิ ารณาบตั รโจทย์การ าผลบ กข งท นยิ มไม่เกนิ

งตำแ น่งทไ่ี ม่มกี ารทดทง้ั ในแน ตั้งและแน น น โดยนกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ แ ดง ิธที ำลงในกระดา เปลา่

ตั ย่างโจทย์

1) 15.7 + 3.1 = 3) 26.15 + 52.34 =

2) 60.4 + 12.2 = 4) 132.23 + 45.11 =

นกั เรียนร่ มกันตร จ บค ามถูกต้ ง

ข้นั รุป

7. นักเรียนร่ มกัน รปุ ง่ิ ที่เข้าใจเปน็ ค ามรรู้ ่ มกนั ดงั น้ี

การบ กท นิยม ทำไดโ้ ดยต้ังจดุ ท นิยมและเลขโดดในแต่ละ ลักใ ต้ รงกัน แล้ บ กกันเ มื น

การบ กจำน นนบั

8. ส่ือ อปุ กรณ์และแหลง่ การเรียนรู้ แหล่งเรยี นรู้
-อนิ เทอรเ์ นต็
สอ่ื
- Power Point การบวกทศนยิ ม
-บตั รทศนยิ ม
-แบบฝึกหดั

9.การวดั และประเมินผล วธิ กี าร/เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ -ใชก้ ารถาม-ตอบและ -นกั เรยี นสามารถตอบ
การสงั เกต คาถามไดม้ ากกวา่ 80
อธิบายเก่ียวกบั การบวกทศนิยมไมเ่ กิน เปอรเ์ ซน็ ต์
สามตาแหน่งท่ีไม่มีการทด -ใชแ้ บบฝึกหดั -นกั เรยี นสามารถทา
แบบฝึกหดั ไดม้ ากกว่า
หาคาตอบของการบวกทศนิยมไมเ่ กิน -การสงั เกต 80 เปอรเ์ ซน็ ต์
สามตาแหน่งท่ีไม่มีการทด -มสี ว่ นร่วมในหอ้ งเรยี น

มีความกระตือรือร้นในการเขา้ ร่วม
กิจกรรม

.ลงช่อื ...........,.....ง.....................ม....า..น....ะ....ไ.ก...1....น.............

(นายจริ ณฐั มานะโภคนิ )

ลงชอ่ื ..................ไ.....ต...............ก...อ..ง......ม.......................

(นางสาวธญั ดา ทองพมุ่ )

พุ่

19

บนั ทกึ หลงั การสอน
นกั เรยี นมคี วามสนใจ มคี วามกระตอื รอื รน้ ในการเรยี น การเรยี นการสอนเป็นไปอยา่ งราบรน่ื ดี

3ลงช่อื ...........2.........................ม....า...น..ะ...โ..ภ....(...น...............
(นายจริ ณฐั มานะโภคนิ )
ขอ้ เสนอแนะ
ดอี ย่แู ลว้ มกี ารใชเ้ กมกนะตนุ้ ใหผ้ เู้ รยี นสนใจ เสยี งดงั ฟังชดั กจิ กรรมการเรยี นรเู้ หมาะสมกบั
ผเู้ รยี น

มลงชอ่ื ................ย......า................ท....อ...ง...........................

(นางสาวธญั ดา ทองพมุ่ )

พุ่

20

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 ช้นั ประถม ึก าปีท่ี 4
กลุ่ม าระ ชิ าการเรียนรู้ คณติ า ตร์ ร ั ชิ า ค15101
ราย ิชา คณติ า ตร์ จำน น 1 ช่ั โมง
เร่ื ง การลบท นิยม ร ั นกั กึ า 61115200202
ผู้ น นายจิรณัฐ มานะโภคิน

1. าระ

าระที่ 1 จำน นและพชี คณติ

2. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจค าม ลาก ลายข งการแ ดงจำน น ระบบจำน น การดำเนนิ การข ง

จำน น ผลที่เกดิ ขนึ้ จากการดำเนินการ มบตั ขิ งการดำเนนิ การ และนำไปใช้

3. าระ ำคญั

การลบท นยิ มใช้ ลักการเชน่ เดีย กับการลบจำน นนับคื นำจำน นที่ ยใู่ น ลกั เดีย กันมาลบกนั

4. ตั ช้ี ดั

ค 1.1 ป.4/15 าผลบ ก ผลลบข งท นยิ มไม่เกิน 3 ตำแ นง่

5. จดุ ประ งค์การเรยี นรู้

ด้านค ามรู้ (K) ด้านทกั ะกระบ นการ (P) ดา้ นคณุ ลัก ณะ (A)

ธบิ ายเก่ีย กบั การลบท นิยมไม่ าคำต บข งการลบท นิยมไม่ มีค ามกระตื รื ร้นในการเข้า

เกิน งตำแ นง่ ทไี่ ม่มีการ เกิน งตำแ น่งทไี่ มม่ กี าร ร่ มกิจกรรม

กระจาย กระจาย

6. าระการเรยี นรู้
การลบท นยิ ม

7. กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นำ
นักเรยี นทบท นค ามรู้ เรื่ ง การบ กท นยิ มไมเ่ กนิ ามตำแ น่งท่ีมีการทดโดยพจิ ารณาบัตรโจทย์

การบ กท นิยมบนกระดาน แล้ ผูแ้ ทนนกั เรยี นครั้งละ 2 คนแขง่ ขนั กนั กมาแ ดง ิธที ำบนกระดาน เชน่

12.25 + 0.65 = 227.43 + 54.19 = 91.95 + 53. 41 =

(12.90) (281.61) (145.36)

นกั เรียนร่ มกนั ตร จ บค ามถกู ต้ ง

2. นกั เรียนร่ มกนั แ ดงค ามคดิ เ น็ โดยใชค้ ำถามกระตนุ้ ค ามคิด ดังน้ี

• นักเรยี นคิด ่ามีเรื่ งใด กี บ้างทต่ี ้ งใช้ค ามรู้ เรื่ ง การลบท นยิ ม

21

3. นกั เรยี น ึก า ร บร มข้ มูลเกยี่ กับการลบท นยิ ม จากแ ลง่ การเรยี นร้ทู ี่ ลาก ลาย
เชน่ การ ังเกต การร่ มกัน นทนากับเพื่ นในชน้ั เรยี น จาก นัง ื เรียน รื จาก นิ เท ร์เน็ต

ขน้ั น
4. นกั เรยี นพจิ ารณาบัตรแถบแ ดงท นยิ มบนกระดาน

นักเรยี นร่ มกัน ังเกตภาพ จากนน้ั ต บคำถามกระตนุ้ ค ามคิด ดงั นี้

• ่ นทีร่ ะบาย มี ที ้ัง มดกี่ ่ น (8 ่ น)

• เขยี นแทน ่ นท่รี ะบาย ดี ้ ยท นิยมได้ ยา่ งไร (0.8)

• นำ ่ นทร่ี ะบาย ี กทง้ั มดกี่ ่ น (3 ่ น)

• เขียนแทน ่ นท่ีนำ กด้ ยท นิยมได้ ยา่ งไร (0.3)

• เ ลื ่ นท่ีระบาย ีกี่ ่ น (5 ่ น)

• เขียนท นยิ มแทน ่ นทเี่ ลื ได้ ย่างไร (0.5)

• จากภาพเขียนประโยคแ ดงการลบท นิยมได้ ย่างไร ผแู้ ทนนกั เรยี น 1 คน กมาเขียน

บนกระดาน

0.8 – 0.3 = 0.5

นกั เรียนร่ มกันตร จ บค ามถูกต้ ง

ดำเนินกจิ กรรมนี้ ีก 2-3 ครง้ั

5. นักเรียน ังเกตบัตรโจทยบ์ นกระดาน 0.9 – 0.5 = แล้ ผู้แทนนกั เรยี น กมา

แ ดง ธิ กี ารลบท นิยมในแน ตงั้ พร้ มทัง้ ร่ มกนั ภปิ รายข้ันต น ดังนี้

ขนั้ ที่ 1 ตง้ั ลักและจดุ ท นิยมใ ้ตรงกัน

0.9 –
0.5

ขนั้ ท่ี 2 ลบจำน นท่ี ยใู่ น ลักเดีย กนั โดยเร่มิ จาก ลกั ท่ี ยทู่ างข า ดุ ก่ น

จากนนั้ ใ จ่ ุดท นิยมใ ้ตรงกบั ตำแ นง่ ในแน เดิม

0.9 –
0.5

0.4

ดำเนินกิจกรรมนี้ กี 1-2 ครั้ง โดยเปล่ียนโจทย์เปน็ ท นยิ ม งตำแ นง่ ดังน้ี

0.56 – 0.35 = 13.78 – 11.53 =

22

นกั เรยี นและครรู ่ มกันตร จ บค ามถกู ต้ ง

6. นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 3-4 คน ตดิ บตั รโจทย์การ าผลลบข งท นยิ มไมม่ กี ารกระจาย

ทงั้ ในแน ตง้ั และแน น น โดยนกั เรยี นแต่ละกลมุ่ แ ดง ิธีทำลงในกระดา เปลา่

ตั ย่างโจทย์

1) 35.7 – 13.1 = 3) 86.95 – 52.34 =

2) 67.4 + 14.2 = 4) 236.23 + 125.11 =

นกั เรียนร่ มกนั ตร จ บค ามถกู ต้ ง

ข้นั รปุ

7. นักเรยี นร่ มกนั รปุ งิ่ ทเี่ ข้าใจเปน็ ค ามร้รู ่ มกนั ดงั น้ี

การลบท นยิ ม ทำได้โดยต้ังจุดท นิยมและเลขโดดในแตล่ ะ ลกั ใ ต้ รงกนั แล้ ลบกัน

เ มื นการลบจำน นนบั

8. ื่อ อปุ กรณแ์ ละแ ล่งเรยี นรู้

ือ่ แ ล่งการเรียนรู้

1. Powerpoint 1. นิ เต ร์เน็ต

2. บัตรโจทย์

3. ใบงาน

9. การ ัดผลและประเมนิ ผล

จดุ ประ งคก์ ารเรียนรู้ ิธกี าร/เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
นักเรียนต บได้ร้ ยละ 80 ขน้ึ ไป
ธบิ ายเกี่ย กบั การลบท นิยมไม่ การถาม - ต บในชน้ั เรยี น
ผ่านเกณฑ์ ำ รับผทู้ ที่ ำใบงานได้
เกิน งตำแ นง่ ทไี่ ม่มกี าร ถกู ต้ งร้ ยละ 70 ขึ้นไป

กระจาย การมี นร่ มในชั้นเรียน

าคำต บข งการลบท นยิ มไม่ ใบงาน

เกิน งตำแ นง่ ทไี่ ม่มีการ

กระจาย

มีความกระตือรือร้นในการเขา้ การ ังเกต

ร่วมกิจกรรม

ลงช่ื .........,....ง....4.....5...............ม...า...น..ะ...โ..ภ...(...น................

(นายจิรณฐั มานะโภคิน)

ลงช่ื ..............ป......................ท...อ...ง.....ม.........................

(นาง า ธญั ดา ท งพ่มุ )

พุ่

23

บนั ทกึ ลงั การ อน
นกั เรียนใ ค้ าม นใจในเน้ื าการเรียนเปน็ ย่างดี เม่ื ทบท นค ามรู้โดยใชเ้ กมนกั เรียนรู้ ึกตน่ื เตน้ และใ ้
ค าม นใจเปน็ ยา่ งมาก และนกั เรียนใ ค้ ามร่ มมื ในการต บคำถามเพ่ิมข้นึ

ลงชื่ .........6....7........๊............ม...า..น..ะ...โ..ร.ง..1...น.....................

(นายจิรณฐั มานะโภคนิ )

ข้อเ นอแนะ
-

ลงชื่ ...............ใ......น................ก....อ...ง.......ม.....................

(นาง า ธญั ดา ท งพุ่ม)

พุ่

24

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 3 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
รหสั วชิ า ค14101
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ จานวน 1 ชวั ่ โมง
รายวชิ า คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหสั นักศกึ ษา61115200202
เรอ่ื ง โจทยป์ ัญหาการบวก การลบ ทศนยิ ม
ผสู้ อน นายจริ ณฐั มานะโภคนิ

1.สาระ

สาระท่ี 1 จานวนและพชี คณิต

2.มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ค.1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การ

ของ จานวน ผลทเ่ี กดิ ขน้ จากการดาเนินการ สมบตั ขิ องการดาเนนิ การ และนาไปใช้

3.สาระสาคญั

วเิ คราะหโ์ จทยป์ ัญหาการบวก การลบทศนิยมทก่ี าหนดใหแ้ ละเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์แสดง

วธิ หี าคาตอบและหาคาตอบไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง

4.ตวั ชี้วดั

ค 1.1 ป.4/15 หาผลบวก ผลลบของทศนยิ มไม่เกนิ 3 ต่าแหน่ง

ค 1.1 ป.4/15 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ 2 ขนั้ ตอนของทศนิยมไม่

เกนิ 3 ต่าแหน่ง

5.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านทกั ษะกระบวนการ(P) ด้านคณุ ลกั ษณะ(A)

หาคาตอบจากโจทยป์ ัญหาท่ี นกั เรยี นสามารถหาคาตอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ

กาหนดใหไ้ ด้ จากโจทยป์ ัญหาทก่ี าหนดให้

ได้

6.สาระการเรียนรู้

การบวก การลบทศนิยม
7.ขนั้ ตอนการสอน

ขนั้ นา
คุณครทู บทวนเร่อื งการบวก การลบ ทศนยิ มไมเ่ กนิ 3 ต่าแหน่ง โดยใชเ้ กม Booket เป็นตวั
ชว่ ยในการทาใหน้ กั เรยี นสนใจ และรสู้ กึ สนุกสนาน เมอ่ื จบเกมแลว้ จงึ พานักเรยี นเขา้ สบู่ ทเรยี นในวนั น้ี
ขนั้ สอน
ครยู กตวั อย่างและอธบิ ายในการทาโจทยป์ ัญหาใหน้ กั เรยี นไดด้ ู 2 ตวั อย่าง เป็นตวั อย่างโจทย์
ปัญหาการบวก 1 ขอ้ และโจทยป์ ัญหาการลบ 1 ขอ้ และใหท้ าแบบฝึกหดั 3 ขอ้ นัน้ คอื
ตวั อยา่ งท่ี 1 ทเุ รยี นลูกหน่งึ หนกั 3.46 กโิ ลกรมั เงาะถงุ หน่ึงหนัก 4.29 กโิ ลกรมั

25

ทุเรยี นและเงาะหนกั รวมกนั กก่ี โิ ลกรมั

-นกั เรยี นขอ้ น้ีจะสามารถเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์ไดโ้ ดยดวู า่ โจทยก์ าหนดอะไรมาให้

และโจทยต์ อ้ งการถามอะไรจากเรา โดยทข่ี อ้ น้ีประโยคสญั ลกั ษณ์คอื

3.46 + 4.29 =

-แลว้ เราจะแสดงวธิ ที าไดโ้ ดยดจู ากสงิ่ ทเ่ี ขากาหนดมาใหน้ ัน้ คอื

ทุเรยี นลูกหน่งึ หนกั 3.46 กโิ ลกรมั

เงาะถุงหน่ึงหนกั 4.29 กโิ ลกรมั

ทุเรยี นและเงาะหนกั รวมกนั 7.75 กโิ ลกรมั

-เมอ่ื แสดงวธิ ที าเสรจ็ แลว้ กจ็ ะสามารถเขยี นคาตอบไดโ้ ดยทวนคาถามของโจทยอ์ กี

ครงั้ แบบน้ีนะ ตอบ ทเุ รยี นและเงาะหนกั รวมกนั ๗.๗๕ กโิ ลกรมั เป็นอนั จบการแกโ้ จทยป์ ัญหา

จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นลองทาแบบฝึกหดั ขอ้ ท่ี 1 เพ่อื เพม่ิ ความเขา้ ใจหลงั จากดตู วั อยา่ ง

แบบฝึกหดั ขอ้ ท่ี 1 เดก็ ชายโตโตส้ งู 1.51 เมตร และเดก็ ชายเตเตส้ งู 1.49 เมตร

เดก็ ชายโตโตแ้ ละเดก็ ชายเตเตม้ คี วามสงู รวมกนั กเ่ี มตร

-ขอ้ น้ีนักเรยี นจะสามารถเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์ไดอ้ ยา่ งไร?

(ดจู ากสงิ่ ทโ่ี จทยก์ าหนดใหแ้ ละสงิ่ ทโ่ี จทยต์ อ้ งการ นนั้ คอื 1.51 + 1.49 = )

-แลว้ ขอ้ น้ีจะแสดงวธิ ที าไดอ้ ยา่ งไร?

(เดก็ ชายโตโตส้ งู 1.51 เมตร

และเดก็ ชายเตเตส้ งู 1.49 เมตร

เดก็ ชายโตโตแ้ ละเดก็ ชายเตเตม้ คี วามสงู รวมกนั 3.00 เมตร)

-เพราะฉะนนั้ คาตอบขอ้ น้ีคอื ?

(ตอบ เดก็ ชายโตโตแ้ ละเดก็ ชายเตเตม้ คี วามสงู รวมกนั ๓.oo เมตร)

จากนนั้ ยกตวั อยา่ งโจทยป์ ัญหาการลบใหแ้ ก่นกั เรยี น

ตวั อย่างท่ี 2 แตงกวามเี งนิ อยู่ 8.50 บาท ใหเ้ งนิ น้องสาวไป 5.00 บาท

แตงกวาจะเหลอื เงนิ อยกู่ บ่ี าท

-ขอ้ น้ปี ระโยคสญั ลกั ษณ์คอื 8.50 – 5.00 =

-และวธิ ที าขอ้ น้ีจะทาไดโ้ ดย

แตงกวามเี งนิ อยู่ 8.50 บาท

ใหเ้ งนิ น้องสาวไป 5.00 บาท

แตงกวาจะเหลอื เงนิ 3.50 บาท

ดงั นนั้ คาตอบของขอ้ น้ีคอื ตอบ แตงกวาจะเหลอื เงนิ ๓.๕o บาท

และลองใหน้ กั เรยี นไดท้ าแบบฝึกหดั ขอ้ ท่ี 2 ดว้ ยตวั เองดู

26

แบบฝึกหดั ขอ้ ท่ี 2 ปรชี ามดี นิ สอยาว 5.34 เซนตเิ มตร ปรดี ที าดนิ สอของปรชี าหกั ไป 2.13

เซนตเิ มตร ดนิ สอของปรชี าจะเหลอื ความยาวกเ่ี ซนตเิ มตร

-ขอ้ น้ีนกั เรยี นจะสามารถเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์ไดอ้ ย่างไร?

(ดจู ากสง่ิ ทโ่ี จทยก์ าหนดใหแ้ ละสง่ิ ทโ่ี จทยต์ อ้ งการ นนั้ คอื 5.34 – 2.13 = )

-แลว้ ขอ้ น้ีจะแสดงวธิ ที าไดอ้ ย่างไร?

(ปรชี ามดี นิ สอยาว 5.34 เซนตเิ มตร

ปรดี ที าดนิ สอของปรชี าหกั ไป 2.13 เซนตเิ มตร

ดนิ สอของปรชี าจะเหลอื ความยาว 3.21 เซนตเิ มตร)

-เพราะฉะนนั้ คาตอบขอ้ น้ีคอื ?

(ตอบ ดนิ สอของปรชี าจะเหลอื ความยาว ๓.๒๑ เซนตเิ มตร)

เม่อื ไดใ้ หด้ ตู วั อย่างและลองทาโจทยป์ ัญหาทงั้ การบวก และการลบทศนิยมอย่างละ 2 ขอ้ แลว้ ทนี ้ีเราจงึ

จะใหน้ กั เรยี นไดล้ องทาการแกโ้ จทยป์ ัญหาทเ่ี ป็นแบบ 2 ขนั้ ตอน เป็นแบบฝึกหดั ขอ้ ท่ี 3

แบบฝึกหดั ขอ้ ท่ี 3 พ่อมที ด่ี นิ 15 ไร่ แบง่ ใหล้ กู คนโต 7.5 ไร่ ขายทด่ี นิ ไป 3.2 ไร่

พอ่ จะเหลอื ทด่ี นิ กไ่ี ร่

-จากโจทยข์ อ้ น้ีจะสามารถเขยี นประโบคสญั ลกั ษณ์ไดอ้ ยา่ งไร?

(ดจู ากสงิ่ ทโ่ี จทยก์ าหนดใหแ้ ละสงิ่ ทโ่ี จทยต์ อ้ งการ นนั้ คอื (15−7.5)−3.2 = )

-ขอ้ น้ีแสดงวธิ ที าอย่างไร?

(พอ่ มที ด่ี นิ 15.0 ไร่

แบ่งใหล้ กู คนโต 7.5 ไร่

พอ่ เหลอื ทด่ี นิ 7.5 ไร่

ขายทด่ี นิ ไป 3.2 ไร่

พอ่ จะเหลอื ทด่ี นิ 4.3 ไร)่

-คาตอบของแบบฝึกหดั ท่ี 3 คอื ?

(ตอบ พอ่ จะเหลอื ทด่ี นิ ๔.๓ ไร่)

ขนั้ สรุป...

เม่อื นกั เรยี นไดล้ องทาแบบฝึกหดั หมดทงั้ สามขอ้ แลว้ ใหค้ ณุ ครสู รุปวธิ กี ารแกโ้ จทยป์ ัญหาให้

นักเรยี นไดฟ้ ังอกี ครงั้ หน่ึงเพ่อื สรา้ งความเขา้ ใจใหม้ ากยงิ่ ขน้ึ และเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นซกั ถามข้อสงสยั

ในการเรยี นของวนั น้อี กี ครงั้ หน่ึง

8. สื่อ อุปกรณ์และแหลง่ การเรยี นรู้

สอ่ื แหลง่ เรยี นรู้

- Power Point การแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวก -อนิ เทอรเ์ นต็

การลบ ทศนิยม

-เกมใน เวบ็ ไซต์ Blooket.com

27

9.การวดั และประเมินผล

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ กี าร/เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
-นกั เรยี นสามารถตอบ
หาคาตอบจากโจทยป์ ัญหาทก่ี าหนดให้ -ใชก้ ารถาม-ตอบและ คาถามไดม้ ากกวา่ 80
เปอรเ์ ซน็ ต์
ได้ การสงั เกต -นกั เรยี นสามารถตอบ
คาถามไดม้ ากกว่า 80
นกั เรยี นสามารถหาคาตอบจากโจทย์ -ใชก้ ารถาม-ตอบและ เปอรเ์ ซน็ ต์
-มสี ว่ นรว่ มในหอ้ งเรยี น
ปัญหาทก่ี าหนดใหไ้ ด้ การสงั เกต

มคี วามรบั ผดิ ชอบ -การสงั เกต

:ลงช่อื .......,....ง......................ม....า...น..ะ...โ..ก..;....อ...................

(นายจริ ณฐั มานะโภคนิ )

มลงชอ่ื ...............ย........า................ท....อ...ง..........................
(นางสาวธญั ดา ทองพุม่ )
บนั ทกึ หลงั การสอน
นกั เรยี นมคี วามสนใจ มคี วามกระตอื รอื รน้ ในการเรยี น การเรยี นการสอนเป็นไปอยา่ งราบรน่ื ดี

6.ลงช่อื ..................................ม...า...น...ะ..โ...1....น....................

(นายจริ ณฐั มานะโภคนิ )
ขอ้ เสนอแนะ

-

ปลงช่อื .......................ต.................ท....อ............................
(นางสาวธญั ดา ทองพมุ่ )

ปุงูสุ่

28

ป .1-5

โครงร่างการ ิจัยในชัน้ เรียน

1. ชอ่ื เร่ือง การ กึ าผล มั ฤทธ์ทิ างการเรยี น ชิ าคณิต า ตร์ข งนักเรียนชัน้ ประถม กึ าปที ี่ 4 โดยใช้
แบบฝกึ ทัก ะ

2. ค ามเปน็ มาและค าม ำคัญของปัญ า
คณิต า ตรม์ บี ทบาท ำคัญยง่ิ ต่ การพฒั นาค ามคดิ มนุ ย์ ทำใ ้มีค ามคิด รา้ ง รรค์ คิด ย่างมี

เ ตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน ามารถ เิ คราะ ์โจทยป์ ัญ าและ ถานการณไ์ ด้ ยา่ งถีถ่ ้ น ร บคร บ ทำใ ้
ามารถคาดการณ์ างแผน ตัด นิ ใจ และแก้ปญั าได้ ยา่ งถูกต้ งและเ มาะ ม และเปน็ เคร่ื งมื ใน
การ ึก า ทิ ยา า ตร์และเทคโนโลยี ตล ดจน า ตร์ ่ืน ๆ ทเ่ี กย่ี ข้ ง คณติ า ตร์จึงมีประโยชน์ต่ การ
ดำรงชี ิตและพฒั นาคณุ ภาพชี ติ ใ ด้ ขี น้ึ น กจากนีค้ ณิต า ตรย์ ัง ช่ ยพัฒนาคนใ เ้ ปน็ มนุ ยท์ ่ี มบรู ณ์ มี
ค าม มดลุ ทง้ั ทางร่างกาย จติ ใจ ตปิ ัญญาและ ารมณ์ ามารถคดิ เปน็ ทำเปน็ แกป้ ัญ าเปน็ และ ามารถ
ยู่ร่ มกนั กับผู้ ื่นได้ ย่างมคี าม ุข ในการ ึก า คณติ า ตร์ ำ รบั ลกั ตู รการ ึก าข้นั พน้ื ฐาน
พุทธ ักราช 2551 เปน็ การ กึ าเพ่ื ป งชนทีเ่ ปดิ โ กา ใ เ้ ยา ชนทุกคนได้เรยี นรคู้ ณติ า ตร์ ย่าง
ต่ เนื่ งตล ดชี ิตตาม ักยภาพ ทั้งนี้เพ่ื ใ ้ เยา ชนเปน็ ผู้ท่มี คี ามรูค้ าม ามารถทางคณิต า ตร์ท่ี
พ เพียง ามารถนำค ามรู้ ทกั ะ และ กระบ นการทางคณิต า ตรท์ ่ีจำเป็นไปพฒั นาคุณภาพชี ติ ใ ด้ ขี นึ้
ร มทงั้ ามารถนำไปเปน็ เครื่ งมื ในการเรยี นรู้ ง่ิ ต่าง ๆ และเปน็ พนื้ ฐาน ำ รบั การ ึก าต่
(กระทร ง กึ าธิการ.2545:1)

เน่ื งจากนักเรียนชนั้ ประถม กึ าปที ่ี 4 โรงเรียนบรรจงรตั น์ ขาด ทกั ะในการแกโ้ จทย์ปญั าการ
คณู และการ าร เพ่ื เปน็ การช่ ยเ ลื ใ ้นกั เรยี น ามารถ เิ คราะ ์ โจทยป์ ัญ าและคิดคำน ณได้ถกู ต้ ง
ด้ ยเ ตุน้ีผู้ ิจัยจงึ คิดท่ีจะนำ ธิ กี ารแก้โจทย์ปัญ าข งโพลยา มาใชใ้ นการเรยี นการ น เพ่ื ช่ ยในการแก้
โจทยป์ ญั าการคณู และการ ารข งผู้เรียน โดยใช้ กระบ นการแกโ้ จทยป์ ญั าข งโพลยา มีขน้ั ต นท่ี
ชดั เจน 4 ขนั้ ต น คื ขั้นท่ี 1 การทำค ามเขา้ ใจ โจทยป์ ัญ า ข้นั ที่ 2 การ างแผนในการแกป้ ญั า ขัน้ ที่ 3
การดำเนนิ การตามแผน และขน้ั ท่ี 4 การ ตร จ บ เปน็ การตร จ น ิธกี ารและคำต บ เพื่ ค ามแน่ใจ า่
ถูกต้ ง มบูรณ์

จากเ ตุผลขา้ งตน้ ผู้ ิจัยจงึ ได้ รา้ งแบบฝึก ดั เ ริมทกั ะมาจัดการเรยี นการ นโดยใช้
กระบ นการแกโ้ จทยป์ ัญ าข งโพลยา เร่ื ง การแก้โจทยป์ ญั าการคูณและการ าร ข งนักเรยี น ชน้ั
ประถม กึ าปีที่ 4 เพ่ื พัฒนาคณุ ภาพข งผู้เรยี นแต่ละคน นำไป ูก่ ารพฒั นาผล ัมฤทธิ์ทางการ เรยี นที่ดขี นึ้
3. ัตถปุ ระ งค์ของการ ิจัย

เพื่ กึ าผล มั ฤทธ์ทิ างการเรียนจากการใช้แบบฝกึ ัดเ รมิ ทกั ะ เร่ื ง การแกโ้ จทย์ปัญ า การ
คณู และการ าร ข งนักเรยี นชน้ั ประถม ึก าปที ่ี 4 โรงเรยี นบรรจงรัตน์ ำเภ เมื งลพบรุ ี จัง ดั ลพบรุ ี

29

4. ขอบเขตของการ ิจยั
ประชากร
นกั เรยี นช้ันประถม ึก าปที ่ี 4 โรงเรยี นบรรจงรัตน์ .เมื งลพบุรี จ.ลพบรุ ี จำน น 30 คน
เนอ้ื า
เน้ื าทใ่ี ชใ้ นการ จิ ยั ในครง้ั นี้ ไดแ้ ก่ เนื้ าใน น่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 การคณู การ าร เร่ื ง การแก้
โจทยป์ ัญ าการคณู และการ าร
ระยะเ ลา
ผู้ ิจัยดำเนนิ การทดล งในภาคเรียนท่ี 1 ปีการ กึ า 2564

5. นยิ าม ัพท์เฉพาะ
1. นักเรียน มายถึง นักเรียนชน้ั ป.4 โรงเรียนบรรจงรตั น์ .เมื งลพบุรี จ.ลพบุรี
2. แบบฝกึ ัด มายถึง ง่ิ ที่ รา้ งขึ้นเพื่ เ รมิ ทกั ะใ ้แกน่ ักเรียน และเปน็ ื่ การเรียน ำ รบั ใ ้

นักเรยี นไดท้ บท น ฝึกฝนทกั ะจนเกดิ ค ามชำนาญ ลัก ณะเปน็ แบบฝึกใ ้นักเรียนไดน้ ำ ไปใชแ้ กป้ ญั า
ทางคณิต า ตร์ แบบฝึก ดั ที่ผู้ จิ ยั ร้างขนึ้ เป็นแบบฝึกใ ้นกั เรยี นฝกึ เิ คราะ โ์ จทย์ ปัญ าทางคณติ า ตร์
แบบ ตั นยั เพื่ ใ ้ผ้เู รยี นเกดิ ค ามคิดร บย ดเก่ีย กบั ปญั านั้น ๆ จนทำใ ้ ผูเ้ รยี น ามารถม งเ น็
แน ทางในการแก้ปญั าไดง้ ่ายยงิ่ ข้นึ แบบฝกึ ัดที่ ร้างขน้ึ นำไปใช้กบั เรื่ ง โจทยป์ ัญ าการคณู และการ
าร ซง่ึ ประก บไปด้ ยข้นั ต นท่ี ำคญั ในการ เิ คราะ ์โจทยป์ ญั า 4 ขนั้ ต น ได้แก่

1. ขนั้ ทำค ามเขา้ ใจปญั า - บ ก ง่ิ ท่ีโจทยก์ ำ นด
- บ ก ง่ิ ทโี่ จทยถ์ าม

2. ขนั้ างแผนแก้ปญั า - เลื ก ิธีท่ใี ช้ในการคำน ณ
- เขยี นประโยค ญั ลกั ณ์

3. ขั้นต นดำเนินการตามแผน - แ ดง ธิ ีการคิดคำน ณเพื่ าคำต บ
4. ขนั้ ตร จ บ
3. การแกป้ ัญ าทางคณิต า ตร์ มายถึง กระบ นการในการประยุกตค์ ามรทู้ าง คณติ า ตร์
ขั้นต น/กระบ นการแกป้ ญั า ยทุ ธ ธิ แี กป้ ญั าและประ บการณ์ท่มี ี ยไู่ ปใช้ในการ า คำต บข งปญั า
ทางคณติ า ตรร์ ูปแบบกระบ นการแกป้ ญั าตามแน คดิ ข งโพลยา (Polya)
ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั ทำค ามเข้าใจปัญ าเปน็ ขน้ั เรมิ่ ต้นข งการแก้ปัญ าทีต่ ้ ง า ยั ทกั ะใน

การ า่ นโจทย์ ทัก ะการแปลค ามทางภา า
ขน้ั ที่ 2 ขัน้ างแผนแกป้ ัญ า เปน็ ข้นั ต นที่ ำคญั ท่ี ุด ใ ้ผู้เรยี นแ ง าทางเลื กใน

การแก้ปญั า ยา่ ง ลาก ลาย ด้ ยการทดล ง การล งผดิ ล งถกู เพ่ื กำ นด
แน ทาง รื แผนใน การแกป้ ัญ า และทา้ ย ุดเลื กยุทธ ิธที จี่ ะนำมาแกป้ ญั า
ขนั้ ที่ 3 ข้นั ดำเนินการตามแผน เปน็ ขนั้ ต นทีต่ ้ ง า ยั ทัก ะในการคิดคำน ณ ทกั ะ
ในการพิ ูจน์ รื ธิบายและการใ เ้ ตผุ ล โดยเร่มิ จากการตร จ บค าม
เป็นไปได้ ตามแผนพร้ ม ลงรายละเ ยี ด พร้ มลงมื ปฏิบัตจิ น าคำต บได้

30

ขนั้ ท่ี 4 ขนึ้ ตร จ บผล เป็นขนั้ ต นการตร จ บผลลพั ธ์ที่ าได้ การม งย้ นกลบั ไป
ยงั คำต บทไ่ี ด้มา เร่ิมจากการตร จ บค ามถกู ต้ ง ค าม มเ ตุ มผลข ง
คำต บและยทุ ธ ิธีแก้ ปญั าท่ีใช้ มีคำต บ รื ยุทธ ธิ ี น่ื ในการแกป้ ัญ านี้ ีก
รื ไม่

ข้ันท่ี5. ผล มั ฤทธทิ์ างการเรียน มายถงึ คะแนนท่ไี ด้จากการทด บ ลงั น้ิ ดุ การ
เรียนด้ ย แบบ ดั ผล ัมฤทธิ์ทางการเรียน ชิ าคณิต า ตร์ เรื่ ง การแก้โจทย์
ปัญ าการคูณและการ าร ท่ี ผู้ จิ ยั ร้างข้ึน

ขนั้ ท่ี6. แบบทด บ ัดผล ัมฤทธิ์ทางการเรยี น เร่ื ง การแก้โจทยป์ ัญ าการคณู และ
การ าร มายถึง แบบทด บทผ่ี ู้ ิจัย รา้ งข้นึ เพื่ ใช้ ดั ค าม ามารถในการ
เรียนรู้ เรื่ ง การแกโ้ จทยป์ ัญ า การคณู และการ ารก่ น- ลังทดล ง ำ รับ
นักเรยี นระดับชน้ั ประถม ึก าปที ่ี 4 ชนดิ เลื กต บ 4 ตั เลื กจำน น 10 ข้

6. ประโยชนท์ ่คี าด า่ จะได้รบั
1. นักเรียน ามารถแก้โจทยป์ ญั าและมีกระบ นการแกป้ ญั า เพ่ื ทจ่ี ะ ามารถนำไป
ประยุกตใ์ ชใ้ น ถานการณ์ นื่ ๆ ต่ ไป
2. นักเรียนมผี ล ัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่ ง การแก้โจทยป์ ญั าการคณู และการ าร ูงขนึ้

7. มมตฐิ านการ จิ ัย
ลงั ใช้แบบฝึก ดั เ รมิ ทัก ะ นกั เรยี นมีผล มั ฤทธิ์ทางการเรยี น งู ก า่ ก่ นการใชแ้ บบฝกึ ัด เ รมิ

ทกั ะ
8. เอก ารงาน จิ ยั ทเี่ กย่ี ข้อง

ในการ ิจยั ครัง้ นี้ ผู้ จิ ัยได้ กึ าเ ก ารและงาน ิจัยท่ีเกย่ี ข้ งกบั การใชแ้ บบฝกึ ค าม ามารถใน
การแก้โจทยป์ ัญ าทางคณิต า ตร์ ำ รับนักเรยี นช้นั ประถม กึ าปีท่ี 4 และไดน้ ำเ น ตาม ั ข้
ต่ ไปนี้ 1. เ ก ารและงาน ิจยั ท่ีเกีย่ ข้ งกับแบบฝึก ัด

1.1 ค าม มายข งแบบฝกึ ดั
1.2 ประโยชนข์ งแบบฝกึ ัด
1.3 ลกั ณะข งแบบฝึก ดั
1.4 ลักในการ ร้างแบบฝกึ ดั
1.5 งาน ิจยั ที่เกย่ี ข้ งกบั แบบฝกึ ดั
2. เ ก ารและงาน ิจยั ทเ่ี ก่ีย ข้ งกับการแก้โจทย์ปญั าทางคณิต า ตร์
2.1 ค าม ามารถในการแกโ้ จทย์ปัญ าทางคณติ า ตร์
2.2 การจัดกจิ กรรมการเรยี นการ นทเี่ ื้ ต่ การพัฒนาค าม ามารถในการแก้

โจทย์ปัญ าทางคณิต า ตร์
2.3 ปจั จัยท่ี ่งผลต่ ค าม ามารถทางคณิต า ตร์

31

2.4 แน ทางการพฒั นาค าม ามารถในการแก้โจทยป์ ญั าทางคณติ า ตร์
2.5 งาน ิจัยท่เี ก่ีย ข้ งกบั ค าม ามารถในการแก้โจทย์ปัญ าคณิต า ตร์
3. การ ัดผล ัมฤทธทิ์ างการเรียน
9. ธิ ดี ำเนินการ จิ ยั
ประชากร นกั เรียนช้นั ประถม กึ าปที ี่ 4 โรงเรียนบรรจงรตั น์ .เมื งลพบุรี จ.ลพบรุ ี จำน น 30 คน
เครื่ งมื ที่ใชใ้ นการ ิจยั
แบบฝกึ ดั เ ริมทกั ะ ชิ าคณิต า ตร์ ระดับช้นั ประถม กึ าปที ่ี 4 เรื่ ง การแก้โจทยป์ ัญ าการ
คูณและการ าร
การเก็บร บร มข้ มลู
แบบทด บ ัดผล มั ฤทธ์ิทางการเรียน ชิ าคณิต า ตร์ เร่ื ง การแกโ้ จทย์ปัญ าการคูณและการ
าร จำน น 10 ข้ - แบบทด บก่ นเรียน และ ลังเรยี น (แบบปรนยั 4 ตั เลื ก)
การ เิ คราะ ์ข้ มลู
1. เิ คราะ ์ผล มั ฤทธ์ทิ างการเรียนจากการใชแ้ บบฝกึ ดั เ ริมทกั ะ เร่ื ง การแกโ้ จทย์ปญั า
การคูณและการ าร โดยการ าร้ ยละ นำเ น ข้ มลู โดยการบรรยายประก บตาราง
2. เิ คราะ ผ์ ล มั ฤทธิ์ก่ นและ ลงั การใชแ้ บบฝกึ ัดเ รมิ ทกั ะ เรื่ ง การแก้โจทย์ปัญ าการ
คูณและการ าร จำน น 10 ข้ โดยการ าคา่ เฉล่ีย นำเ น ข้ มลู โดยการบรรยายประก บตาราง
12. เอก ารอ้างองิ
จุไรรตั น์ ร้ ยมาลนุ . (ม.ป.ป.) จิ ัยในชนั้ เรยี น การแก้ปัญ าการขาดทกั ะ เรอ่ื งการแก้โจทย์ ปญั า
การคณู ชนั้ ประถม ึก าปีท่ี 4. เข้าถึงไดจ้ าก:
http://www.moe.go.th/moe/upload/news_research/FileUpload/8354-2119.pdf.
( นั ที่ค้นข้อมูล: 8 ธัน าคม 2559)
ชยั ยงค์ พร ม ง ์. (2525). ชดุ การ อนระดบั ประถม ึก าในเอก ารการ อนชดุ ชิ า ่อื การ อน ระดับ
ประถม กึ า น่ ยที่ 8-15. กรุงเทพฯ: ป. ัมพันธ์พาณชิ ย์.
มนูญ รณุ ไพโรจน.์ (2536). แบบโจทย์ ปญั าเลข คณิตท่ยี าก ำ รบั นกั เรยี นช้นั ประถม ึก าปี ที่ 4
กรงุ เทพฯ : จุ าลงกรณ์ม า ิทยาลยั .

32

ป .1-6

แบบประเมินการปฏิบตั ิตนของนัก ึก า

ชือ่ นายจิรณฐั มานะโภคนิ าขา ชิ า คณิต า ตร์

ร ั ประจำตั 61115200202 โรงเรียน บรรจงรัตน์

คำชีแ้ จง ข ใ ้ครูพ่ีเลีย้ งข งโรงเรียนประเมนิ การปฏบิ ัติงานข งนกั ึก าตามรายการทกี่ ำ นด โดย

พิจารณารายการประเมินแล้ ทำเครื่ ง มาย ลงในช่ งผลการประเมิน

ผลการประเมนิ

รายการประเมิน ดมี าก พอใช้ ค รปรบั ปรงุ

210

1.แต่งกาย ะ าด ภุ าพเรยี บร้ ย ✓

2.แ ดงกิริยามารยาทเ มาะ มกับค ามเปน็ ครู ✓

3.ใช้ าจา ภุ าพ ✓

4.มมี นุ ย มั พนั ธท์ ี่ดี ✓

5.ทำงานเป็นระเบยี บเรียบร้ ย ✓

6.มีค ามรับผิดช บต่ งานท่รี บั ม บ มาย ✓

7.มคี ามเ าใจใ แ่ ละใฝร่ ู้ในงานครู ✓

8.มีค ามรู้ค าม ามารถปฏิบตั งิ านทไ่ี ด้รับ ✓

ม บ มาย

9.มคี ามตัง้ ใจในการทำงาน ✓

10.ปฏิบัตงิ านตรงเ ลา ✓

ร ม 20

ร มคะแนนท้งั มด 20

#ลงช่ื …………ไ……ต……………ก…อ…ง……….ครูพ่ีเล้ียง

(นาง า ธญั ดา ท งพุม่ )
ันท่ี 7 เดื น ตลุ าคม พ. .2564

33

ป .1-7

แบบประเมินแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1

ราย ชิ า คณิต า ตร์ ภาคเรยี นที่ 1 ช้นั ประถม กึ าปที ี่ 4 ปีการ กึ า 2564

โรงเรียน บรรจงรตั น์ ครผู ู้ อน นาง า ธัญดา ท งพุ่ม กลมุ่ าระการเรยี นรู้ คณติ า ตร์

คำชีแ้ จง โปรดเขียนเคร่ื ง มาย √ ลงในช่ งทตี่ รงกบั ระดับการประเมิน

ระดบั การประเมิน 5 มายถงึ ดมี าก ระดับการประเมิน 4 มายถึง ดี ระดบั การประเมิน 3 มายถงึ พ ใช้

ระดบั การประเมนิ 2 มายถึง ปรับปรงุ ระดบั การประเมิน 1 มายถึง ไมผ่ ่านเกณฑ์การประเมิน

รายการประเมิน ระดับการประเมนิ

54 3 2 1

1. กำ นดมาตรฐาน/ตั ชี้ ัด/จดั ประ งค์การเรยี นรคู้ ร บคลมุ พฤตกิ รรม ✓

การเรยี นรูด้ า้ นพุทธิพิ ยั ทกั ะพิ ยั และจติ พิ ยั

2. ค าม ดคล้ งมาตรฐานการเรียนร/ู้ ตั ช้ี ดั / าระ ำคญั และกจิ กรรม ✓

การเรยี นรู้

3. กจิ กรรมการเรียนรูม้ คี ามคร บคลมุ การพัฒนาผู้เรียนใ ม้ คี ามรู้ ✓

ทกั ะกระบ นการ มรรถนะท่ี ำคญั ข งผูเ้ รยี นและคณุ ลกั ณะ นั พงึ

ประ งค์

4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ต บ น งค ามแตกต่างระ ่างบุคคล ✓

5. กิจกรรมการเรียนรู้ ลาก ลายและเนน้ ผเู้ รียนเป็น ำคญั ✓

6. นำภูมปิ ญั ญาท้ งถิน่ และ ื่ เทคโนโลยีมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการเรยี นการ ✓



7. ื่ การเรยี นรูม้ คี ามเ มาะ ม ดคล้ งกับกิจกรรมการเรียนการ น ✓

8. ประเมนิ ค ามกา้ นา้ ข งผูเ้ รยี นด้ ย ิธที ี่ ลาก ลายเ มาะ มกบั ✓

ธรรมชาติ ชิ า

9. เิ คราะ ผ์ ลการประเมนิ แล้ นำมาใช้ในการ นซ่ มเ รมิ ✓

10. ธิ ี ดั และเคร่ื งมื ัด ดคล้ งกบั พฤตกิ รรมทีก่ ำ นดไ ้ในตั ช้ี ัด ✓

รื จดุ ประ งคก์ ารเรยี นรู้

ร ม/ รุปผล 26 2

ร ม/เฉลี่ย รุปผล 10 24 6

ข้ คิดเ น็ /ข้ เ น แนะ

-

รปุ ผลการประเมนิ แผนการจดั การเรียนรู้

4.50 – 5.00 มายถงึ ดีมาก 2.50 – 3.49 มายถงึ พ ใช้ ตำ่ ก ่า 1.50 มายถงึ ไม่ผ่านเกณฑก์ ารปประ.เ1ม-ิน8
3.50 – 4.49 มายถงึ ดี 1.50 – 2.49 มายถึง ปรับปรงุ

34

แบบประเมินด้านคณุ ภาพการจัดการเรยี นการ อน
ชื่ -นาม กลุ นายจิรณัฐ มานะโภคนิ
าขา ชิ า คณิต า ตร์ ชิ าท่ี น คณิต า ตร์ ชนั้ ประถาม กึ าปที ี่ 4
โรงเรยี นบรรจงรตั น์
ชื่ ผู้ประเมนิ นาง า ธญั ดา ท งพุ่ม
ประเมินครง้ั ท่ี 1 นั ประเมนิ นั ท่ี 7 เดื น ตลุ าคม พ. . 2564พ. . 2564

คำชี้แจง แบบประเมนิ ต่ ไปนีเ้ ป็นเคร่ื งมื ในการใ ค้ ะแนนทม่ี ี 2 ลัก ณะ

1. ข้ มลู ในเชงิ คณุ ภาพ ใ ้คะแนนเปน็ 4,3,2 และ 1 ตามพฤตกิ รรมทบ่ี รรยายในแตล่ ะระดบั

2. ข้ มูลในเชิงปริมาณ ากแจงนบั ได้ ใ ใ้ ชล้ กั ณะข งปรมิ าณที่ปฏบิ ตั ิตามจำน น

ทก่ี ำ นดไ ้ในแตล่ ะระดับ ดงั น้ี

4 ย ดเยี่ยม มายถึง การปฏบิ ตั ิมีปรมิ าณ 90 - 100 %

3 ย ดเยี่ยม มายถงึ การปฏิบตั มิ ปี รมิ าณ 75 - 89 %

2 ย ดเยีย่ ม มายถงึ การปฏิบตั มิ ปี รมิ าณ 60 - 74 %

1 ย ดเยี่ยม มายถึง การปฏิบตั ิมปี ริมาณตำ่ ก า่ 60 %

3. โปรดประเมนิ ใ ้ ดคล้ งตามค ามเปน็ จริง รื ตามคณุ ลัก ณะข งนกั ึก า

พร้ มใ ร่ ะดบั คะแนนลงในช่ งการประเมินตามค ามคดิ เ น็ ข งทา่ น

4. โปรด รุปจดุ เดน่ จดุ ด้ ย และข้ เ น แนะในทา้ ยแบบประเมนิ

5. าจารย์ผู้ นและครพู เี่ ล้ียง ประเมินนัก ึก าฝึก น

ระดับคณุ ภาพ 35
คะแนนประเมนิ
มาตรฐาน/ตั ช้ี ัด 4 (ยอดเย่ียม) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ค รปรบั ปรงุ )
3
90 - 100% 75 – 89% 60 – 74% ตำ่ ก า่ 60%
4
บคุ ลกิ ลกั ณะเ มาะ มกับอาชพี ครู
3
1. การ างแผนการ นและ ามารถ มีการ างแผนการ นและ มีการ างแผนการ นและ มีการ างแผนการ นและ มีการ างแผนการ นและ 3

ทำแผนการ นล่ ง นา้ ตาม ามารถทำแผนการ น ามารถทำแผนการ น ามารถทำแผนการ น ามารถทำแผนการ น

กำ นดเ ลา ล่ ง นา้ ตามกำ นดเ ลา ล่ ง นา้ ตามกำ นดเ ลา ล่ ง นา้ ตามกำ นดเ ลา ล่ ง น้าตามกำ นดเ ลา

ไมน่ ้ ยก า่ 90% ข ง 75-89% ข งท้ัง มด 60-75% ข งทั้ง มด 40% ข งทง้ั มด

ท้งั มด

2. ามารถทำแผนการ นได้ ย่าง ามารถเขียนแผนการ น ามารถเขียนแผนการ น ามารถเขียนแผนการ น ามารถเขยี นแผนการ น

ถูกต้ ง และครบทกุ งค์ประก บ ทมี่ ี งคป์ ระก บครบถ้ น ที่มี งค์ประก บถกู ต้ ง ท่มี ี งคป์ ระก บถูกต้ ง ทีม่ ี งคป์ ระก บถกู ต้ ง

มบรู ณไ์ มน่ ้ ยก า่ 90% ระ า่ ง 75-89% 60-74% ข งทั้ง มด น้ ยก ่า 90%

ข งทง้ั มด ข งทงั้ มด ข งทงั้ มด

การเรียนการ อนโดยเน้นผ้เู ป็น ำคญั

1. มกี ารจัดการช้ันเรียน มคี าม ามารถในการ มีค าม ามารถ มีค าม ามารถในการ มีค าม ามารถในการ

จดั การชน้ั เรยี นได้ดี ในการจัดการชน้ั เรียนได้ดี จัดการชัน้ เรียนไดด้ ี จดั การช้ันเรยี นได้ดี

ไม่น้ ยก า่ 90% ข งเ ลา 75-89% ข งเ ลาท่ี น 60-74% ข งเ ลา น้ ยก ่า 40% ข งเ ลา

ที่ น ที่ น ท่ี น

2. มีการเลื ก ธิ กี าร น ใช้ ธิ ีการ นท่ีเ มาะ ม ใช้ ิธกี าร นทีเ่ มาะ ม ใช้ ธิ กี าร นทเ่ี มาะ ม ใช้ ีการ นทีเ่ มาะ มกับ

ใ ้ ดคล้ งกบั เนื้ า ิชา กบั เน้ื า ชิ าเกื บทกุ ครั้ง กบั เนื้ า ิชา 75-89% กับเน้ื า ชิ า 60-74% เน้ื า ชิ า 40% ข งเ ลา

ท่ที ำการ น ข งเ ลาทท่ี ำการ น ข งเ ลาท่ีทำการ น ที่ทำการ น

ระดับคณุ ภาพ 36
คะแนนประเมนิ
มาตรฐาน/ตั ชี้ ดั 4 (ยอดเย่ียม) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ค รปรับปรงุ )
3. มีการจดั กิจกรรม ลาก ลาย 90 - 100% ตำ่ ก ่า 60% 3
เ มาะ มกบั ผเู้ รยี น จัดกจิ กรรมการเรียน 75 – 89% 60 – 74% 4
การ น ลาก ลาย จดั กจิ กรรมการเรยี นการ
4. การจัดกิจกรรม โดยใ ผ้ เู้ รียนมี ่ นร่ ม จดั กจิ กรรมการเรียนการ จดั กจิ กรรมการเรียน น ลาก ลายโดยใ ้ 4
ทก่ี ระตุ้นใ ผ้ เู้ รยี นรจู้ กั คดิ เิ คราะ ์ มากก ่า 90% ข งเ ลา 3
พัฒนาและ ร้าง รรค์ ที่ น น ลาก ลายโดยใ ้ การ น ลาก ลาย ผู้เรยี นเขา้ ร่ มน้ ยก า่
จัดกิจกรรมโดยกระตนุ้ 40% ข งเ ลาท่ี น
5. มกี าร ากล ิธีใ ผ้ เู้ รยี น ามารถ ใ ้ผู้เรยี น ามารถคดิ ผเู้ รยี นเขา้ ร่ ม 75-89% โดยใ ้ผเู้ รยี นเข้าร่ ม
แ ง าค ามรู้ เิ คราะ ์และ ังเคราะ ์ จัดกจิ กรรมโดยกระตนุ้
ด้ ยตนเ ง ค ามรูต้ ่างๆ ไดด้ ้ ยตนเ ง ข งเ ลาที่ น 60-74% ข งเ ลาที่ น ใ ผ้ เู้ รียน ามารถคิด
มากก า่ 90% ิเคราะ แ์ ละ ังเคราะ ์
6. มกี ารใช้การประเมนิ ข งนกั เรยี นทงั้ มด จดั กิจกรรมโดยกระตุน้ ใ ้ จดั กจิ กรรมโดยกระตุ้น ค ามรู้ต่าง ๆ ไดด้ ้ ย
ที่ ลาก ลาย จัดกจิ กรรมที่ ามารถ ผู้เรยี น ามารถคดิ ใ ผ้ เู้ รยี น ามารถคิด ตนเ งเพยี ง 40%
ใ ้นักเรียนแ ง าและ เิ คราะ แ์ ละ งั เคราะ ์ เิ คราะ ์และ ังเคราะ ์ ข งนกั เรยี นทั้ง มด
รุปค ามรไู้ ด้ด้ ยตนเ ง ค ามรตู้ ่างๆ ไดด้ ้ ยตนเ ง ค ามรู้ตา่ ง ๆ ไดด้ ้ ย จดั กิจกรรมท่ี ามารถ
มากก ่า 90% เพยี ง 75-89% ตนเ งเพยี ง 60-74% ใ ้นักเรยี นแ ง าและ
ข งนกั เรยี นทั้ง มด ข งนกั เรียนทง้ั มด ข งนักเรยี นท้ัง มด รุปค ามรไู้ ด้ด้ ยตนเ ง
ใช้ ิธีการ ัดผลท่ี จดั กิจกรรมที่ ามารถ จดั กิจกรรมท่ี ามารถ น้ ยก ่า 40% ข ง
ลาก ลาย ดคล้ งกับ ใ น้ กั เรยี นแ ง าและ ใ น้ กั เรียนแ ง าและ นักเรียนทง้ั มด
จดุ ประ งคก์ ารเรยี นรู้ รปุ ค ามรไู้ ดด้ ้ ยตนเ ง รุปค ามรไู้ ดด้ ้ ยตนเ ง ใช้ ธิ ีการ ดั ผล
75-89% ข งนกั เรียน 60-74% ข งนักเรียน ที่ ลาก ลาย ดคล้ ง
ทงั้ มด ทัง้ มด กับจุดประ งค์การเรยี นรู้
ใช้ ิธีการ ัดผลที่ ใช้ ธิ ีการ ดั ผล
ลาก ลาย ดคล้ งกับ ท่ี ลาก ลาย ดคล้ ง
จุดประ งค์การเรียนรู้ กับจดุ ประ งคก์ ารเรียนรู้

ระดับคุณภาพ 37
คะแนนประเมนิ
มาตรฐาน/ตั ชี้ ดั 4 (ยอดเยยี่ ม) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ค รปรับปรงุ )
90 - 100% ตำ่ ก า่ 60% 3
7. มีการใช้ ื่ และ รื ใช้ภมู ปิ ัญญา มากก ่า 90% ข ง 75 – 89% 60 – 74%
ท้ งถน่ิ ได้ ย่างเ มาะ ม แผนการจดั การเรียนรู้ 40% ข งแผน 4
มี ่ื การ นทชี่ ่ ยใ ้ 75-89% ข งแผนการ 60-74% ข งแผน การจดั การเรยี นรู้
ผูเ้ รยี นเข้าใจเรื่ งท่เี รียนได้ มี ่ื การ นท่ีช่ ยใ ้
มากก า่ 90% ข ง จดั การเรยี นรู้ การจดั การเรยี นรู้ ผูเ้ รยี นเข้าใจเรื่ งทีเ่ รยี นได้
แผนการจดั การเรียนรู้ 40% ข งแผนการจดั การ
มี ่ื การ นที่ช่ ยใ ้ มี ื่ การ นทีช่ ่ ยใ ้ เรยี นรทู้ ้ัง มด

ผู้เรยี นเขา้ ใจเร่ื งท่ีเรียนได้ ผู้เรยี นเขา้ ใจเรื่ งทเี่ รียนได้

75-89% 60-74%

ข งแผนการจดั การเรยี นรู้ ข งแผนการจัดการเรยี นรู้

ท้งั มด ทง้ั มด

8. มกี าร ิเคราะ ผ์ ้เู รยี นและจดั จดั กจิ กรรมการเรยี น จัดกจิ กรรมการเรียนการ จัดกิจกรรมการเรยี น จัดกิจกรรมการเรยี นการ
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น (การ ิจัยในช้ัน การ นโดยมกี าร นโดยมกี าร ิเคราะ ์ การ นโดยมกี าร นโดยมีการ ิเคราะ ์
เรยี น) เิ คราะ ผ์ เู้ รยี นและมีการ เิ คราะ ผ์ ้เู รียนและมกี าร
พัฒนากิจกรรมเพ่ื พฒั นา ผู้เรยี นและมีการพฒั นา พฒั นากจิ กรรมเพื่ พัฒนา ผเู้ รยี นและมีการพฒั นา
ผเู้ รยี นมากก ่า 90% ข ง กจิ กรรมเพ่ื พฒั นาผเู้ รียน ผเู้ รยี น 60-74% ข งการ กิจกรรมเพ่ื พฒั นาผเู้ รียน
การจดั การเรยี น 75-89% ข งการจัดการ จดั การเรยี นการ น 40% ข งการจดั การเรยี น
การ น เรียนการ น การ น

38

จดุ เด่น
1. มเี กมนำเขา้ บู่ ทเรียน เพื่ กระต้นุ ค าม นใจข งนักเรียน
2. ขน้ั ต นการ ธบิ ายชดั เจน
3. ื่ ทใี่ ช้ ดคล้ งกบั เนื้ า

จดุ ดอ้ ยและ ่ิงท่ีค รปรับปรงุ
1. นกั เรียนบางคนไม่ค่ ยต บคำถาม
2. ตั ย่างในการ นยงั น้ ยไป
3. ปุ กรณย์ งั ไมค่ ่ ยพร้ ม

ข้อเ นอแนะ
-

ลงช่ื ............โ........ท...........ร...........ม...........ผปู้ ระเมนิ

(นาง า ธัญดา ท งพุ่ม)
ประเมินในตำแ น่ง ครู
ันท่ี 7 เดื น ตุลาคม พ. . 2564

ปุ่

39

แบบประเมินแผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2

ราย ิชา คณติ า ตร์ ภาคเรยี นที่ 1 ช้นั ประถม กึ าปีที่ 4 ปีการ ึก า 2564

โรงเรียน บรรจงรัตน์ ครูผู้ อน นาง า ธัญดา ท งพุ่ม กลุ่ม าระการเรียนรู้ คณติ า ตร์

คำชแ้ี จง โปรดเขียนเคร่ื ง มาย √ ลงในช่ งท่ีตรงกับระดับการประเมิน

ระดับการประเมิน 5 มายถงึ ดมี าก ระดบั การประเมนิ 4 มายถงึ ดี ระดบั การประเมนิ 3 มายถงึ พ ใช้

ระดับการประเมนิ 2 มายถงึ ปรับปรงุ ระดบั การประเมนิ 1 มายถงึ ไมผ่ า่ นเกณฑ์การประเมิน

รายการประเมิน ระดบั การประเมนิ

54 3 2 1

1. กำ นดมาตรฐาน/ตั ช้ี ัด/จดั ประ งคก์ ารเรยี นรู้คร บคลมุ พฤติกรรม ✓

การเรยี นรูด้ ้านพุทธิพิ ยั ทัก ะพิ ยั และจิตพิ ยั

2. ค าม ดคล้ งมาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตั ช้ี ัด/ าระ ำคญั และกจิ กรรม ✓

การเรยี นรู้

3. กจิ กรรมการเรยี นรู้มคี ามคร บคลุมการพฒั นาผู้เรยี นใ ้มคี ามรู้ ✓

ทกั ะกระบ นการ มรรถนะท่ี ำคญั ข งผเู้ รยี นและคณุ ลกั ณะ นั พงึ

ประ งค์

4. กจิ กรรมการเรียนร้ตู บ น งค ามแตกตา่ งระ า่ งบคุ คล ✓

5. กิจกรรมการเรียนรู้ ลาก ลายและเนน้ ผเู้ รียนเปน็ ำคัญ ✓

6. นำภูมปิ ญั ญาท้ งถิน่ และ ่ื เทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการเรยี นการ ✓



7. ื่ การเรยี นรมู้ ีค ามเ มาะ ม ดคล้ งกับกจิ กรรมการเรียนการ น ✓

8. ประเมนิ ค ามกา้ นา้ ข งผ้เู รยี นด้ ย ธิ ีที่ ลาก ลายเ มาะ มกบั ✓

ธรรมชาติ ชิ า

9. เิ คราะ ผ์ ลการประเมินแล้ นำมาใช้ในการ นซ่ มเ รมิ ✓

10. ธิ ี ัดและเครื่ งมื ัด ดคล้ งกบั พฤติกรรมท่กี ำ นดไ ้ในตั ช้ี ดั ✓

รื จุดประ งค์การเรยี นรู้

ร ม/ รปุ ผล 26 2

ร ม/เฉล่ยี รปุ ผล 10 24 6

ข้ คดิ เ น็ /ข้ เ น แนะ

-

รปุ ผลการประเมินแผนการจดั การเรียนรู้

4.50 – 5.00 มายถงึ ดมี าก 2.50 – 3.49 มายถึง พ ใช้ ต่ำก า่ 1.50 มายถงึ ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารปประ.เ1ม-นิ 8
3.50 – 4.49 มายถงึ ดี 1.50 – 2.49 มายถงึ ปรับปรงุ

40

แบบประเมนิ ดา้ นคุณภาพการจดั การเรยี นการ อน
ชื่ -นาม กลุ นายจิรณฐั มานะโภคนิ
าขา ชิ า คณติ า ตร์ ชิ าท่ี น คณติ า ตร์ ชน้ั ประถาม ึก าปที ี่ 4
โรงเรยี นบรรจงรตั น์
ช่ื ผูป้ ระเมนิ นาง า ธญั ดา ท งพมุ่
ประเมินครงั้ ท่ี 1 ันประเมนิ นั ท่ี 7 เดื น ตุลาคม พ. . 2564

คำชแ้ี จง แบบประเมนิ ต่ ไปนเี้ ป็นเครื่ งมื ในการใ ้คะแนนทม่ี ี 2 ลัก ณะ

1. ข้ มูลในเชิงคณุ ภาพ ใ ้คะแนนเปน็ 4,3,2 และ 1 ตามพฤติกรรมท่ีบรรยายในแตล่ ะระดบั

2. ข้ มลู ในเชงิ ปริมาณ ากแจงนบั ได้ ใ ใ้ ชล้ ัก ณะข งปริมาณทีป่ ฏบิ ัติตามจำน น

ทีก่ ำ นดไ ใ้ นแต่ละระดบั ดงั นี้

4 ย ดเยี่ยม มายถึง การปฏิบัตมิ ปี ริมาณ 90 - 100 %

3 ย ดเยี่ยม มายถึง การปฏบิ ตั ิมปี รมิ าณ 75 - 89 %

2 ย ดเยีย่ ม มายถึง การปฏิบตั มิ ปี รมิ าณ 60 - 74 %

1 ย ดเยยี่ ม มายถงึ การปฏิบตั มิ ปี ริมาณตำ่ ก า่ 60 %

3. โปรดประเมินใ ้ ดคล้ งตามค ามเปน็ จริง รื ตามคณุ ลัก ณะข งนกั ึก า

พร้ มใ ่ระดับคะแนนลงในช่ งการประเมนิ ตามค ามคิดเ ็นข งท่าน

4. โปรด รุปจุดเด่น จดุ ด้ ย และข้ เ น แนะในทา้ ยแบบประเมิน

5. าจารยผ์ ู้ นและครพู ่ีเล้ียง ประเมนิ นกั ึก าฝึก น

ระดับคณุ ภาพ 41
คะแนนประเมนิ
มาตรฐาน/ตั ช้ี ัด 4 (ยอดเย่ียม) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ค รปรบั ปรงุ )
3
90 - 100% 75 – 89% 60 – 74% ตำ่ ก า่ 60% 3
4
บคุ ลิกลกั ณะเ มาะ มกับอาชพี ครู 3

1. การ างแผนการ นและ ามารถ มีการ างแผนการ นและ มีการ างแผนการ นและ มีการ างแผนการ นและ มีการ างแผนการ นและ

ทำแผนการ นล่ ง นา้ ตาม ามารถทำแผนการ น ามารถทำแผนการ น ามารถทำแผนการ น ามารถทำแผนการ น

กำ นดเ ลา ล่ ง นา้ ตามกำ นดเ ลา ล่ ง นา้ ตามกำ นดเ ลา ล่ ง นา้ ตามกำ นดเ ลา ล่ ง น้าตามกำ นดเ ลา

ไมน่ ้ ยก า่ 90% ข ง 75-89% ข งทั้ง มด 60-75% ข งทั้ง มด 40% ข งท้งั มด

ทง้ั มด

2. ามารถทำแผนการ นได้ ย่าง ามารถเขียนแผนการ น ามารถเขียนแผนการ น ามารถเขียนแผนการ น ามารถเขยี นแผนการ น

ถูกต้ ง และครบทกุ งค์ประก บ ที่มี งคป์ ระก บครบถ้ น ที่มี งค์ประก บถกู ต้ ง ท่มี ี งคป์ ระก บถูกต้ ง ทีม่ ี งคป์ ระก บถกู ต้ ง

มบรู ณไ์ มน่ ้ ยก า่ 90% ระ า่ ง 75-89% 60-74% ข งทั้ง มด น้ ยก ่า 90%

ข งทง้ั มด ข งทงั้ มด ข งทงั้ มด

การเรียนการ อนโดยเน้นผ้เู ป็น ำคญั

1. มกี ารจัดการช้ันเรียน มคี าม ามารถในการ มีค าม ามารถ มีค าม ามารถในการ มีค าม ามารถในการ

จดั การชน้ั เรยี นได้ดี ในการจัดการชน้ั เรียนได้ดี จัดการชัน้ เรียนไดด้ ี จดั การช้ันเรียนได้ดี

ไม่น้ ยก า่ 90% ข งเ ลา 75-89% ข งเ ลาท่ี น 60-74% ข งเ ลา น้ ยก ่า 40% ข งเ ลา

ที่ น ที่ น ท่ี น

2. มีการเลื ก ธิ กี าร น ใช้ ธิ ีการ นท่ีเ มาะ ม ใช้ ิธกี าร นที่เ มาะ ม ใช้ ิธกี าร นทเ่ี มาะ ม ใช้ ีการ นทีเ่ มาะ มกับ

ใ ้ ดคล้ งกบั เนื้ า ิชา กบั เน้ื า ชิ าเกื บทกุ ครั้ง กบั เนื้ า ิชา 75-89% กับเน้ื า ชิ า 60-74% เน้ื า ชิ า 40% ข งเ ลา

ทท่ี ำการ น ข งเ ลาทท่ี ำการ น ข งเ ลาท่ีทำการ น ที่ทำการ น

ระดับคณุ ภาพ 42
คะแนนประเมนิ
มาตรฐาน/ตั ชี้ ดั 4 (ยอดเย่ียม) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ค รปรับปรงุ )
3. มกี ารจัดกิจกรรม ลาก ลาย 90 - 100% ตำ่ ก ่า 60% 3
เ มาะ มกบั ผู้เรยี น จดั กิจกรรมการเรียน 75 – 89% 60 – 74% 3
การ น ลาก ลาย จดั กจิ กรรมการเรยี นการ
4. การจดั กิจกรรม โดยใ ้ผเู้ รียนมี ่ นร่ ม จดั กจิ กรรมการเรยี นการ จดั กจิ กรรมการเรียน น ลาก ลายโดยใ ้ 3
ทก่ี ระตนุ้ ใ ้ผเู้ รยี นรจู้ กั คดิ เิ คราะ ์ มากก า่ 90% ข งเ ลา 4
พัฒนาและ ร้าง รรค์ ที่ น น ลาก ลายโดยใ ้ การ น ลาก ลาย ผู้เรยี นเขา้ ร่ มน้ ยก า่
จัดกจิ กรรมโดยกระตนุ้ 40% ข งเ ลาท่ี น
5. มกี าร ากล ิธีใ ผ้ เู้ รยี น ามารถ ใ ้ผู้เรยี น ามารถคดิ ผเู้ รยี นเขา้ ร่ ม 75-89% โดยใ ้ผเู้ รยี นเข้าร่ ม
แ ง าค ามรู้ เิ คราะ ์และ ังเคราะ ์ จัดกจิ กรรมโดยกระตนุ้
ด้ ยตนเ ง ค ามรู้ต่างๆ ไดด้ ้ ยตนเ ง ข งเ ลาที่ น 60-74% ข งเ ลาที่ น ใ ผ้ เู้ รียน ามารถคิด
มากก า่ 90% ิเคราะ แ์ ละ ังเคราะ ์
6. มีการใช้การประเมนิ ข งนักเรยี นทงั้ มด จดั กิจกรรมโดยกระตุน้ ใ ้ จดั กจิ กรรมโดยกระตุน้ ค ามรู้ต่าง ๆ ไดด้ ้ ย
ที่ ลาก ลาย จัดกิจกรรมที่ ามารถ ผู้เรยี น ามารถคดิ ใ ผ้ เู้ รยี น ามารถคิด ตนเ งเพยี ง 40%
ใ น้ กั เรียนแ ง าและ เิ คราะ แ์ ละ งั เคราะ ์ เิ คราะ ์และ ังเคราะ ์ ข งนกั เรยี นทั้ง มด
รุปค ามรไู้ ด้ด้ ยตนเ ง ค ามรตู้ ่างๆ ไดด้ ้ ยตนเ ง ค ามรู้ตา่ ง ๆ ไดด้ ้ ย จดั กิจกรรมท่ี ามารถ
มากก ่า 90% เพียง 75-89% ตนเ งเพยี ง 60-74% ใ ้นักเรยี นแ ง าและ
ข งนกั เรยี นทั้ง มด ข งนกั เรียนทง้ั มด ข งนกั เรยี นท้ัง มด รุปค ามรไู้ ด้ด้ ยตนเ ง
ใช้ ิธีการ ัดผลท่ี จดั กิจกรรมที่ ามารถ จดั กิจกรรมท่ี ามารถ น้ ยก ่า 40% ข ง
ลาก ลาย ดคล้ งกับ ใ น้ กั เรยี นแ ง าและ ใ น้ กั เรียนแ ง าและ นักเรียนทง้ั มด
จดุ ประ งค์การเรยี นรู้ รปุ ค ามรไู้ ดด้ ้ ยตนเ ง รปุ ค ามรไู้ ดด้ ้ ยตนเ ง ใช้ ธิ กี าร ดั ผล
75-89% ข งนกั เรียน 60-74% ข งนักเรียน ที่ ลาก ลาย ดคล้ ง
ท้ัง มด ทัง้ มด กับจุดประ งค์การเรยี นรู้
ใช้ ิธีการ ัดผลที่ ใช้ ธิ ีการ ดั ผล
ลาก ลาย ดคล้ งกับ ท่ี ลาก ลาย ดคล้ ง
จุดประ งค์การเรยี นรู้ กับจดุ ประ งคก์ ารเรียนรู้

ระดับคุณภาพ 43
คะแนนประเมนิ
มาตรฐาน/ตั ชี้ ดั 4 (ยอดเยยี่ ม) 3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ค รปรับปรงุ )
90 - 100% ตำ่ ก า่ 60% 3
7. มีการใช้ ื่ และ รื ใช้ภมู ปิ ัญญา มากก ่า 90% ข ง 75 – 89% 60 – 74%
ท้ งถน่ิ ได้ ย่างเ มาะ ม แผนการจดั การเรยี นรู้ 40% ข งแผน 4
มี ่ื การ นท่ชี ่ ยใ ้ 75-89% ข งแผนการ 60-74% ข งแผน การจดั การเรยี นรู้
ผูเ้ รยี นเข้าใจเรื่ งทเี่ รยี นได้ มี ่ื การ นท่ีช่ ยใ ้
มากก า่ 90% ข ง จัดการเรยี นรู้ การจดั การเรยี นรู้ ผเู้ รยี นเข้าใจเรื่ งทีเ่ รยี นได้
แผนการจดั การเรยี นรู้ 40% ข งแผนการจดั การ
มี ่ื การ นที่ช่ ยใ ้ มี ื่ การ นทีช่ ่ ยใ ้ เรยี นรทู้ ้ัง มด

ผู้เรยี นเขา้ ใจเร่ื งทเี่ รียนได้ ผู้เรยี นเขา้ ใจเรื่ งทเี่ รียนได้

75-89% 60-74%

ข งแผนการจัดการเรยี นรู้ ข งแผนการจัดการเรยี นรู้

ท้งั มด ทง้ั มด

8. มกี าร ิเคราะ ผ์ ้เู รยี นและจดั จดั กจิ กรรมการเรยี น จดั กจิ กรรมการเรียนการ จัดกิจกรรมการเรยี น จัดกิจกรรมการเรยี นการ
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น (การ ิจัยในช้ัน การ นโดยมีการ นโดยมกี าร เิ คราะ ์ การ นโดยมกี าร นโดยมีการ ิเคราะ ์
เรยี น) เิ คราะ ผ์ เู้ รยี นและมีการ เิ คราะ ผ์ ้เู รียนและมกี าร
พัฒนากจิ กรรมเพื่ พฒั นา ผเู้ รยี นและมีการพฒั นา พฒั นากจิ กรรมเพื่ พัฒนา ผู้เรยี นและมีการพฒั นา
ผเู้ รยี นมากก ่า 90% ข ง กจิ กรรมเพื่ พฒั นาผเู้ รียน ผเู้ รยี น 60-74% ข งการ กิจกรรมเพ่ื พฒั นาผเู้ รียน
การจดั การเรยี น 75-89% ข งการจัดการ จดั การเรยี นการ น 40% ข งการจดั การเรยี น
การ น เรียนการ น การ น

44

จดุ เด่น
1. มเี กมนำเขา้ บู่ ทเรยี น เพื่ กระตุ้นค าม นใจข งนกั เรยี น
2. ขน้ั ต นการ ธิบายชดั เจน
3. ื่ ทใี่ ช้ ดคล้ งกับเนื้ า

จดุ ดอ้ ยและ ่ิงท่ีค รปรับปรงุ
1. นกั เรียนบางคนไมค่ ่ ยต บคำถาม
2. ตั ยา่ งในการ นยงั น้ ยไป
3. ปุ กรณย์ งั ไมค่ ่ ยพร้ ม

ข้อเ นอแนะ
-

ลงช่ื .........ไ.....ต................ก...อ...ง.....ม............ผู้ประเมนิ

(นาง า ธญั ดา ท งพุ่ม)
ประเมินในตำแ น่ง ครู
ันท่ี 7 เดื น ตุลาคม พ. . 2564

พุ่

45

แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 3

ราย ชิ า คณติ า ตร์ ภาคเรยี นที่ 1 ชนั้ ประถม ึก าปที ี่ 4 ปีการ กึ า 2564

โรงเรียน บรรจงรัตน์ ครผู ู้ อน นาง า ธัญดา ท งพ่มุ กลมุ่ าระการเรยี นรู้ คณติ า ตร์

คำชี้แจง โปรดเขียนเครื่ ง มาย √ ลงในช่ งทีต่ รงกบั ระดบั การประเมนิ

ระดับการประเมิน 5 มายถึง ดมี าก ระดับการประเมนิ 4 มายถึง ดี ระดบั การประเมิน 3 มายถึง พ ใช้

ระดับการประเมิน 2 มายถงึ ปรับปรงุ ระดับการประเมิน 1 มายถึง ไมผ่ ่านเกณฑ์การประเมนิ

รายการประเมิน ระดบั การประเมิน

54 3 2 1

1. กำ นดมาตรฐาน/ตั ช้ี ัด/จดั ประ งค์การเรยี นรูค้ ร บคลมุ พฤติกรรม ✓

การเรยี นรู้ด้านพทุ ธิพิ ยั ทัก ะพิ ยั และจติ พิ ยั

2. ค าม ดคล้ งมาตรฐานการเรียนร/ู้ ตั ชี้ ัด/ าระ ำคัญและกิจกรรม ✓

การเรยี นรู้

3. กจิ กรรมการเรียนรู้มีค ามคร บคลุมการพฒั นาผเู้ รยี นใ ม้ ีค ามรู้ ✓

ทกั ะกระบ นการ มรรถนะท่ี ำคัญข งผเู้ รยี นและคณุ ลกั ณะ นั พึง

ประ งค์

4. กิจกรรมการเรียนรูต้ บ น งค ามแตกตา่ งระ ่างบุคคล ✓

5. กิจกรรมการเรยี นรู้ ลาก ลายและเนน้ ผเู้ รียนเปน็ ำคัญ ✓

6. นำภมู ปิ ัญญาท้ งถิ่นและ ่ื เทคโนโลยมี าประยุกต์ใช้ในการเรยี นการ ✓



7. ่ื การเรยี นร้มู คี ามเ มาะ ม ดคล้ งกบั กิจกรรมการเรียนการ น ✓

8. ประเมนิ ค ามกา้ นา้ ข งผเู้ รยี นด้ ย ิธที ่ี ลาก ลายเ มาะ มกบั ✓

ธรรมชาติ ิชา

9. ิเคราะ ผ์ ลการประเมนิ แล้ นำมาใช้ในการ นซ่ มเ รมิ ✓

10. ิธี ัดและเครื่ งมื ัด ดคล้ งกบั พฤตกิ รรมท่ีกำ นดไ ใ้ นตั ชี้ ดั ✓

รื จดุ ประ งค์การเรียนรู้

ร ม/ รุปผล 16 3

ร ม/เฉลยี่ รปุ ผล 5 24 9

ข้ คดิ เ น็ /ข้ เ น แนะ

-

รุปผลการประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรู้

4.50 – 5.00 มายถงึ ดมี าก 2.50 – 3.49 มายถึง พ ใช้ ต่ำก ่า 1.50 มายถึง ไม่ผา่ นเกณฑ์การปประ.เ1ม-นิ 8
3.50 – 4.49 มายถึง ดี 1.50 – 2.49 มายถงึ ปรับปรุง


Click to View FlipBook Version