รหัสวิชา20204 - 2002
คอมพิ วเตอร์
และการบารุงรักษา
(Computer
and maintenance)
โครงการ
สอ่ื การสอนหนงั สืออเิ ล็กกทรอนกิ ส
วิชาคอมพิวเตอรและการบารงุ รกั ษา
Educational electronic book Computer and Maintenance.
วัตถุประสงค
1. เพอ่ื ให้ผู้ทส่ี นใจสามารถศึกษาหาความรู้ในรายวิชาคอมพิวเตอร์และการ
บารงุ รักษา
2. เพอื่ พฒั นาส่ือการเรียนการสอน
3. เพอื่ ให้ประหยัดทรัพยากรและตน้ ทนุ
เป้าหมาย
1. เพื่อใหน้ ักเรยี นท้ัง 3 คนมคี วามรู้ความ เขา้ ใจท่จี ะไปศกึ ษา
2. เพอื่ เป็นทางเลอื กใหมใ่ นการเรียนรู้จากส่อื หนังสืออเิ ล็กทรอนกิ ส์
ผลที่คดิ วา่ จะไดร้ ับ
1. ไดใ้ ห้ผทู้ ่สี นใจสามารถศกึ ษาหาความรใู้ นรายวชิ าคอมพวิ เตอรแ์ ละการ
บารุงรักษา
2. ไดพ้ ฒั นาส่อื การเรียนการสอน
3. ไดใ้ หป้ ระหยดั ทรพั ยากรและต้นทุน
โปรแกรมที่ใชง้ าน
โปรแกรม PowePoint
โปรแกรม Flip pdf professional
คอมพวิ เตอรแ์ ละการบารุงรักษา
คำอธิบำยรำยวิชำ
จุดประสงครายวชิ า
1. เข้าใจเก่ยี วกบั หลักการทางานและการใช้งานอุปกรณค์ อมพวิ เตอร์
2. สามารถปรับปรงุ (Upgrade) และการบารุงรกั ษาคอมพิวเตอร์
3. สามารถตรวจสอบและแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรม
อรรถประโยชน์
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรูเ้ กีย่ วกับหลักการทางานของคอมพิวเตอรแ์ ละอปุ กรณ์ต่อ
พวง
2. ประกอบเครอื่ งคอมพิวเตอรแ์ ละตดิ ตงั้ โปรแกรมตามลักษณะงาน
3. บารงุ รกั ษาอุปกรณ์ และแก้ปัญหาคอมพวิ เตอรโ์ ดยใชโ้ ปรแกรม
อรรถประโยชน์
คาอธิบายรายวชิ า
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการทางานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และ
อุปกรณ์ต่อพ่วง ประกอบเคร่ืองคอมพิวเตอร์และติดตั้งโปรแกรมตาม
ลักษณะงานการบารุงรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ตรวจและกาจัดไวรัส
แกป้ ัญหาคอมพิวเตอรด์ ว้ ยโปรแกรมอรรถประโยชน์สารองและป้องกันความ
เสียหายของขอ้ มูล การกคู้ นื ข้อมลู
คอมพิวเตอรแ์ ละการบารุงรกั ษา
หนงั สืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ (E-Book) เล่มน้ี ใช้ประกอบการเรียนการสอน
ในรายวิชาคอมพิวเตอร์และการบารุงรักษา ผู้จัดทาได้รวบรวมเนื้อหา
เกี่ยวกับ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ การประกอบ การดูแลรักษาคอมพิวเตอร์
เพ่ือให้นักเรียน นักศึกษาได้มีความรู้ ความเข้าใจ มีภาพประกอบให้ได้
ศึกษา ประกอบการเรยี นรูไ้ ดด้ ยี ่งิ ข้นึ
คณะผู้จาทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่าจะเป็นประโยชน์ แก่ นักเรียน
นกั ศกึ ษา และผู้ทีส่ นใจไดไ้ ม่มากก็น้อย
ผ้จู ดั ทา
นางสาวสุภัคศนิ ี เพ็งจนั ทร์
นางสาวศริ ิวรรณ ศรจี นั โท
นางสาวฐณดิ า เพง็ พล
คอมพวิ เตอรแ์ ละการบารงุ รกั ษา
สารบญั
หน่วยท่ี หลกั การทางานของ 1
อุปกรณคอมพวิ เตอร
1อ หน่วยรบั ขอ้ มูล 2
หนว่ ยประมวลผลกลาง , หน่วยความจา 9
หน่วยแสดงผล 11
แบบทดสอบหลังเรียนหน่วยท่ี 1 15
หนว่ ยท่ี การประกอบเคร่อื งคอมพวิ เตอร 17
2อ และการติดต้ังโปรแกรม
การเตรยี มความพรอ้ มกอ่ นประกอบเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ 18
ข้นั ตอนการประกอบเครอื่ งคอมพิวเตอร์ 20
แบบทดสอบหลังเรยี นหนว่ ยที่ 2 24
หนว่ ยที่ การบารงุ รกั ษาและดูแล 26
อปุ กรณคอมพิวเตอร
3อ การบารุงรักษาโดยท่ัว ๆ ไป 27
การบารงุ รักษา Hard Disk 28
การบารงุ รกั ษา Disk Drive, การบารงุ รกั ษา Mouitor 29
การบารุงรกั ษา Keyboard, การบารุงรกั ษา Mouse 30
คอมพิวเตอร์และการบารงุ รักษา
การบารุงรักษา Inkjet & Dotmatrix Printer 31
การบารุงรกั ษา Laser Printer 32
สาเหตทุ ี่ทาให้เครือ่ งพีซีเกดิ ความเสยี หาย 33
แบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยที่ 3 37
หนว่ ยท่ี การตรวจและกาจัดไวรสั 39
ความหมายของไวรัส, ประวตั ขิ องไวรสั 41
4อ ประเภทของไวรัส 44
47
การแพรก่ ระจายของไวรสั คอมพวิ เตอร์ 48
49
อาการของเครื่องทต่ี ิดไวรัส 53
55
การตรวจหาไวรัส 58
คาแนะนาและการป้องกันไวรสั , การกาจดั ไวรัส 61
โปรแกรมป้องกนั ไวรสั 63
64
แบบทดสอบหลังเรียนบทท่ี 4 65
66
หนว่ ยที่ การแกป้ ญั หาดว้ ย 67
โปรแกรมอรรถประโยชน
5อ 68
โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility Program)
โปรแกรม Scan Disk
โปรแกรมรกั ษาจอภาพ Screen Saver
โปรแกรม Nero Platinum 2019
โปรแกรมการจดั พนื้ ท่เี ก็บขอ้ มลู
(Disk Defragmenter)
แบบทดสอบหลังเรียนบทท่ี 5
หนว่ ยท่ี 1
สำระสำคญั หลกั การทางานของ
อปุ กรณค์ อมพวิ เตอร์
เมือ่ พจิ ารณาศัพท์คาว่า Computer ถ้าแปลกันตรงตัวตามคาภาษาองั กฤษจะ
หมายถึงเครื่องคานวณดังนั้นถ้ากล่าวอย่างกว้าง ๆ เคร่ืองคานวณที่มี
ส่วนประกอบเปน็ เครอ่ื งกลไกหรอื เครือ่ งไฟฟา้ ตา่ งกจ็ ดั เป็นคอมพวิ เตอร์ได้ทั้งส้ิน
ลูกคดิ ทเ่ี คยใช้กนั ในร้านค้าไมบ้ รรทดั คานวณ (slide rule) ซ่ึงถือเป็นเครื่องมือ
ประจาตัววิศวกรในยุคยี่สิบปีก่อนหรือเครื่องคิดเลขล้วนเป็นคอมพิวเตอร์ได้
ทั้งหมด
ในปัจจุบันความหมายของคอมพิวเตอร์จะระบุเฉพาะเจาะจงหมายถึงเครื่อง
คานวณอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทางานคานวณผลและเปรียบเทียบค่าตาม
ชุดคาสั่งด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเน่ืองและอัตโนมัติ แต่ในพจนานุกรมฉบับ
ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้ใหค้ าจากัดความของคอมพิวเตอร์ไว้ค่อนข้าง
กะทัดรัดว่า“ เคร่ืองอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติทาหน้าที่เสมือนสมองกลใช้
สาหรับแกป้ ญั หาตา่ ง ๆ ทงั้ ที่งา่ ยและซบั ซ้อนโดยวธิ ีทางคณิตศาสตร์
สมรรถนะประจำหน่วย
เลอื กใชอ้ ุปกรณ์ต่อพว่ งกบั คอมพวิ เตอร์
เร่ืองท่ีจะศึกษำ
1. หนว่ ยรบั ข้อมล 2. หน่วยประมวลผลกลาง
3. หนว่ ยความจา 4. หนว่ ยแสดงผล
คอมพิวเตอร์และการบารุงรกั ษา
1. หน่วยรับขอ้ มูล
ทาหน้าที่ในการรับข้อมูลหรือคาส่ังจากภายนอกเข้าไปเก็บไว้ในหน่วยความจา
เพ่อื เตรียมประมวลผลข้อมูลที่ต้องการซ่ึงอปุ กรณ์ท่ีใช้ในการนาข้อมูลท่ีใช้กันอยู่
ต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้นมีอยู่หลายประเภทด้วยกันสาหรับอุปกรณ์ที่นิยมใช้
ใน ปัจจุบนั มดี ังต่อไปนี้
1.1 แป้นพมิ พ (Keyboard)
แป้ นพิมพ์ หรือ คีย์บอร์ดเป็ นอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทกุ เคร่ืองจำเป็ นต้องมี
เป็นอปุ กรณ์หลกั ที่ใช้ในกำรนำข้อมลู ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์โดยปกตมิ กั จะ
มีลกั ษณะเป็นส่ีเหล่ียมผืนผ้ำหรือใกล้เคียงมีแป้ นตำ่ งๆประมำณร้อยแป้ นอยู่
บนคยี ์บอร์ด ซงึ่ ถอดแบบมำจำกเคร่ืองพิมพ์ดีดออกแบบมำเพ่ือใช้สำหรับรับ
ข้อมลู ท่ีเป็ นตวั อกั ขระแล้วทำกำรเปล่ียนเป็ นรหสั 7 หรือ 8 บิตจำกนนั้ จึงส่ง
ให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลหรือใช้ควบคมุ ฟังก์ชนั กำรทำงำนบำงอย่ำงของ
คอมพิวเตอร์และเพ่ือให้กำรป้ อนข้อมลู ที่เป็นอกั ขระและตวั เลขทำได้ง่ำยและ
สะดวกขึน้ คีย์บอร์ดจึงแยกแผงที่เป็ นแป้ นอักขระกับแป้ นตัวเลขแยกไว้
ตำ่ งหำก
คอมพิวเตอร์และการบารุงรักษา
1.2 เมาส (Mouse)
เมาส์เป็นอุปกรณ์ที่ทาหน้าท่ีป้อนข้อมูลอย่างหนึ่ง แต่ที่เห็นการทางาน
โดยท่ัวไปจะเป็นตัวที่ใช้ควบคุมลูกศรให้เคลื่อนท่ีไปยังตาแหน่งต่าง ๆ บน
จอภาพเหมาะสาหรับใช้งานเม่ือต้องเลือกหรือเลื่อนวัตถุต่าง ๆ บนจอเมาส์ต่อ
เข้ากับคอมพวิ เตอร์ได้ 2 แบบ ได้แก่ 9 Pin, Serial Port a PS / 2 (Personal
System Version2)
Universal Serial Bus (USB-ยูเอสบี) เป็นข้อกาหนดมาตรฐานของบัสการ
สื่อสารแบบอนุกรม เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ ซ่ึงโดยทั่วไปจะใช้กับ
คอมพิวเตอร์ แต่สามารถใช้ได้กับอุปกรณ์อ่ืน เช่น เมาส์ แป้นพิมพ์ แพดเกม
จอยสติ๊ก สแกนเนอร์ กล้องถ่ายรูปดิจิทัล เครื่องพิมพ์ ฮาร์ดดิสก์ และอุปกรณ์
เครือขา่ ย เปน็ ตน้
ยูเอสบีเป็นรูปแบบการเช่ือมต่อมาตรฐานสาหรับอุปกรณ์มัลติมีเดีย เช่น
สแกนเนอร์ หรือกล้องถ่ายรูปดิจิทัล และนิยมนาไปทดแทนการเชื่อมต่อ
แบบเดิม เช่น การเช่ือมต่อแบบขนาน (parallel)สาหรับเครื่องพิมพ์ การ
เช่อื มต่อแบบอนกุ รม (Serial) สาหรับโมเดม็ เป็นตน้
เมาสแ์ บ่งไดเ้ ป็นสองแบบคอื
1. แบบทางกล
2. แบบใช้แสง
คอมพิวเตอร์และการบารงุ รกั ษา
1. Mouse แบบทางกล
เป็นแบบที่ใช้ลูกกลิ้งกลมที่มีน้าหนักและแรงเสียดทานพอดีเม่ือเลื่อน
Mouse ไปในทิศทางใดจะทาให้ลกู กลิ้งเคล่ือนไปมาในทิศทางนั้นลูกกล้ิงจะทา
ให้กลไกซ่ึงทาหน้าที่ปรับแกนหมุนในแกน X และแกน Y แล้วส่งผลไปเล่ือน
ตาแหนง่ ตัวชี้บนจอภาพ Mouse แบบทางกลน้ีมีโครงสร้างท่ีออกแบบได้ง่ายมี
รูปร่างพอเหมาะมือส่วนลูกกล้ิงจะต้องออกแบบให้กลิ้งได้ง่ายและไม่ลื่นไถล
สามารถควบคมุ ความเรว็ ได้อยา่ งต่อเน่ืองสัมพันธ์ระหว่างทางเดินของ Mouse
และจอภาพ
2. Mouse แบบใชแ้ สง
เปน็ เมาส์ชนิดใชแ้ สงซง่ึ ปัจจบุ ัน บรษิ ัท ผู้ผลติ เมาสช์ นิดน้ีได้เพิม่ ใหม้ ีความ
สวยงามตา่ ง ๆ กนั ไปเชน่ ใส่แสงให้กับ wheel หรอื ไม่กอ็ อกแบบให้มีแสงสว่าง
ท้ังตวั เมาส์ แต่หน้าที่การทางานก็ไม่เปลีย่ นแปลงไปจาก Ball Mouse
คอมพวิ เตอรแ์ ละการบารงุ รกั ษา
1.3 เครอื่ งจานแม่เหลก็ (Disk Drive)
เป็นอุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลท่ีใช้เก็บรักษาแม่เหล็กในการจัดเก็บ มี
ลักษณะเป็นจานโลหะท่ีเคลือบด้วยสารแม่เหล็กซึ่งหมุนอย่างรวดเร็วเม่ือ
ทางาน การติดตั้งเข้ากับคอมพิวเตอร์สามารถทาได้โดยการต่อเข้ากับ
แผงวงจรหลัก (motherboard) ฮาร์ดไดรฟห์ รือฮาร์ดดิสก์มีการจดั เก็บแบบ
ไม่ลบเลอื นรักษาขอ้ มูลทเี่ กบ็ ไว้แม้ในขณะทีป่ ิด
จานแมเ่ หลก็ ส่วนใหญท่ าด้วยพลาสติกมรี ูปร่างเปน็ จานกลมคล้ายจาน
เสยี งธรรมดา แต่ฉาบผวิ ทง้ั สองขา้ งด้วยสารแม่เหลก็ เฟอรัสออกไซด์การบันทึก
ทาบนผิวของสารแม่เหล็กแทนท่ีจะเซาะเป็นร่องเล็ก ๆ การอ่านและการ
บันทึกข้อมลู กระทาโดยใชห้ วั อ่านทีต่ ดิ ตง้ั ไวบ้ นแผงที่สามารถเลอื่ นเขา้ ออกได้
ข้อมูลจะถูกบันทึกไว้บนรอยทางวงกลมบนผิวจานซึ่งมีจานวนต่าง ๆ
เช่น 100-500 รอยทางขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของจานมีต้ังแต่ 1-3 ฟุต
สามารถบนั ทึกตัวอักษรได้หลายล้านตัวอักษร การบันทึกใช้บันทึกทีละบิตโดย
ใช้แปดบิตต่อหน่ึงไบต์ จานแม่เหล็กหมุนเร็วประมาณ 1,500-1,800 รอบต่อ
นาทีสามารถค้นหาข้อมูลด้วยเวลาเฉลี่ยประมาณ 50 มิลลิวินาที สามารถย้าย
ข้อมูลด้วยอัตราเร็วสูงถึง 320,000 ไบต์ต่อวินาทีขอให้สังเกตว่าเวลาเฉล่ีย
เหลา่ นเ้ี ป็นเวลาที่ช้ากวา่ เครอื่ งรนุ่ ใหม่ ๆ มาก
คอมพวิ เตอรแ์ ละการบารุงรกั ษา
1.4 Hard Drive
Hard drive เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการเก็บข้อมูลของ Operating
System (OS) หรือ Windows เป็นอุปกรณ์ท่ีใช้ในการเก็บข้อมูลซ่ึงมี
มาตรฐานหลายแบบด้วยกัน Hard disk เป็นอุปกรณ์หลักท่ีใช้ในการเก็บ
ข้อมูลของ Operating System (OS) หรือ Windows รวมถึงโปรแกรมใช้
งานต่าง ๆ และข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้หน่วยความจขุ อง Hard disk คิดเป็น
Gigabyte หรือ GB ปัจจุบันตามท้องตลาดมี Hard disk อยู่สองรูปแบบคือ
รุ่นใหม่เรียกว่า Serial ATA หรือ SATA (บางคนอา่ นซา-ต้า) และอีกแบบท่ีมี
ขายอยกู่ ่อนหนา้ นีค้ ือแบบ IDE ทั้งสองแบบใชส้ ายสัญญาณและสายไฟในการ
เชื่อมต่อที่แตกต่างกันการเลือกใช้งานต้องตรวจสอบว่าเมนบอร์ดรองรับการ
ทางานกับฮาร์ดดิสก์แบบใดด้วยเรามาดูกันว่าฮาร์ดดิสก์แต่ละแบบมีหน้าตา
และรปู แบบการเชื่อมต่อกนั อยา่ งไรบา้ ง
คอมพวิ เตอร์และการบารุงรักษา
1.7 CD - Rom
ซีดีรอม (CD ROM ย่อมาจาก Compact disc Read Only
Memory)เป็นส่ือบันทึกข้อมูลชนิดหน่วยเก็บข้อมูลสารอง (Secondary
Storage Media) ลักษณะเป็นแผ่นจานกลมคล้ายแผ่นเสียงหรือแผ่นคอม
แพ็กดิสก์สาหรับฟังเพลง ข้อดีคือเก็บข้อมูลได้ปริมาณมากกว่าดิสก์เก็ต
ซีดีรอม 1 แผ่นสามารถเก็บข้อมูลเทียบเท่ากับดิสก์เก็ตความจุ 1.44 MB
600 แผ่นหรือเท่ากับฮาร์ดดิสก์ขนาดความจุ 600 MB ในขณะที่ราคาของ
ซีดีรอมถูกกว่าฮาร์ดดิสก์ท่ีมีความจุเท่ากันจากข้อดีดังกล่าวจึงมีผู้ผลิต
ซอฟตแ์ วรป์ ระเภทเกมและโปรแกรมบรรจใุ นซีดีรอมมากข้ึน
1.6 Card Reader
Card Reader คืออุปกรณ์สาหรับเชื่อมต่อระหว่างหน่วยความจา
ภายนอกแบบแฟลชการ์ดหรือมีเดียการ์ดกับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยอาศัย
พอร์ต USB ในการทางานโดยจะรองรับคุณสมบัติของหน่วยความจาตาม
ผู้ผลิตเชน่ MMC card, RS-MMC, MEMORY STICK, ซง่ึ มีทั้งที่สามารถรองรับ
หน่วยความจาได้เพียงชนิดเดียวจนถึงสามารถรองรับได้ทั้งหมดเช่น 2 in 1, 6
in 1 หรือมากกว่า 6 in 1 ข้ึนไปหมายถึงสามารถอา่ นการ์ดได้ 6 ชนิดขึ้นไป
วิธีการใช้งานก็เอาการ์ดหน่วยความจาภายนอกเช่น MMC หรือ SD Card
เสียบเข้าไปในเคร่ืองอ่านการ์ด (Card Reader) เครื่องจะอา่ นข้อมูลแล้วส่ง
ต่อไปให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลหากผู้ใช้ต้องการบันทึกข้อมูลลงไปในการ์ดก็
สามารถทาไดเ้ ช่นกัน
คอมพวิ เตอร์และการบารงุ รักษา
1.6 Card Reader
Card Reader คืออุปกรณ์สาหรับเชื่อมต่อระหว่างหน่วยความจา
ภายนอกแบบแฟลชการ์ดหรือมีเดียการ์ด กับเคร่ืองคอมพิวเตอร์ โดยอาศัย
พอรต์ USB ในการทางานโดยจะรองรับคุณสมบัติของหน่วยความจาตามผู้ผลิต
เช่น MMC card, RS-MMC, MEMORY STICK SD card, SDHC ซ่ึงมีท้ังที่
สามารถรองรับหน่วยความจาได้เพยี งชนิดเดียวจนถึงสามารถรองรับได้ทั้งหมด
เชน่ 2 in 1, 6 in 1 หรือมากกวา่ 6 in 1 ข้ึนไปหมายถึงสามารถอา่ นการ์ดได้ 6
ชนิดข้ึนไปวิธีการใช้งานก็เอาการ์ดหน่วยความจาภายนอกเช่น MMC หรือ SD
Card เสียบเข้าไปในเคร่ืองอ่านการ์ด (Card Reader) เครื่องจะอ่านข้อมูลแล้ว
ส่งต่อไปให้คอมพวิ เตอร์ประมวลผลหากผู้ใช้ต้องการบันทึกข้อมูลลงไปในการ์ด
ก็สามารถทาไดเ้ ชน่ กัน
1.7 Scanner
สแกนเนอร์ คือ อุปกรณ์จบั ภาพและเปลี่ยนแปลงภาพจากรูปแบบ
ของอนาล็อกเป็นดิจิทัล ซ่ึงคอมพวิ เตอร์สามารถแสดงเรียบเรียงเก็บรักษาและ
ผลิตออกมาได้ภาพนั้นอาจจะเป็นรูปถ่ายข้อความภาพวาดหรือแม้แต่วัตถุสาม
มิติ
คอมพวิ เตอร์และการบารงุ รักษา
2. หนว่ ยประมวลผลกลาง
(Central Processing Unit)
ทาหน้าที่ในการคานวณและประมวลผลแบง่ ออกเป็น 2 หน่วยยอ่ ย คือ
- หน่วยควบคุม ทาหน้าท่ีในการดูแลควบคุมลาดับขั้นตอนของการ
ประมวลผลและการทางานของอปุ กรณ์ต่าง ๆ ภายในหน่วยประมวลผลกลาง
และช่วยประสานงานระหว่างหน่วยประมวลผลกลางกับอุปกรณ์นาเข้าข้อมูล
อุปกรณใ์ นการแสดงผลและหนว่ ยความจาสารอง
- หนว่ ยคานวณและตรรกะ ทาหนา้ ทใ่ี นการคานวณและเปรยี บเทียบ
ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ท่สี ง่ มาจากหนว่ ยควบคุมและหน่วยความจา
3. หนว่ ยความจา (Memory)
ทาหนา้ ท่ีในการเก็บข้อมูลหรือคาส่ังต่าง ๆ ท่ีรับจากภายนอกเข้ามาเก็บ
ไว้เพ่ือประมวลผลและยังเก็บผลที่ได้จากการประมวลผลไว้เพื่อแสดงผลอีก
ดว้ ยซงึ่ แบง่ ออกเปน็
หน่วยความจา เป็นหน่วยความจาท่ีมีอยู่ในตัวเคร่ืองคอมพิวเตอร์ทา
หน้าที่ในการเก็บคา่ สง่ั หรือข้อมูล แบ่งออกเป็น
- ROM หนว่ ยความจาแบบถาวร
เป็นหน่วยความจาชนิด Nonvolatile Memory คือไม่ขึ้นอยู่กับ
กระแสไฟฟ้าที่จ่ายเข้ามาโดยข้อมูลท่ีเก็บในหน่วยความจา ROMจะไม่ถูก
ลบทิง้ ถงึ แม้จะปิดเคร่ืองไปแล้วก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้จะประกอบไปด้วยชุดคาส่ัง
การเร่ิมต้นการทางานของเคร่ือง และเป็นข้อมูลชนิดอ่านอย่างเดียว ไม่
สามารถแก้ไขหรือเพมิ่ เติมไดอ้ กี
คอมพิวเตอรแ์ ละการบารุงรกั ษา
- RAM หน่วยความจาแบบชั่วคราว
เป็นหนว่ ยความจาชนดิ Volatile Memory คือสามารถเกบ็ ข้อมลู ได้
เฉพาะเวลาทม่ี กี ระแสไฟฟ้าเข้ามาเท่านั้นเม่อื ใดก็ตามท่ีปิดเครอื่ งคอมพวิ เตอร์
ขอ้ มูลที่อยูใ่ นหน่วยความจาแรมจะสูญหายไปทนั ที ดงั นั้นถ้าต้องการเก็บข้อมลู
ทอ่ี ยู่ในหนว่ ยความจาแรม จะต้องถ่ายเทขอ้ มลู เหล่านน้ั ไปเก็บไวใ้ น
หนว่ ยความจาสารอง (Secondary Storage)
- หนว่ ยความจาสารอง
มีหนา้ ทใ่ี นการเก็บข้อมลู หรือโปรแกรมเหมอื น
กับหน่วยความจาหลกั แต่ตา่ งจาก หน่วยความจาหลัก คอื หน่วยความจารอง
สามารถจัดเก็บข้อมูลและโปรแกรมไว้ใช้ในภายหลังได้แม้จะปิดเคร่ือง
คอมพิวเตอร์ข้อมูลและโปรแกรมที่เก็บไว้ไม่สูญหายหรือถูกลบทิ้งนอกจากน้ี
หน่วยความจารองสามารถเพ่ิมขนาดความจุได้เนื่องจากหน่วยความจาหลัก
จะมขี นาดความจุ จากัด หนว่ ยความจารองสามารถเพ่ิมขนาดความจุได้หน่วย
ประมวลผลจะเรียกใช้ข้อมูลท่ีเก็บไว้ในหน่วยความจารองได้จะช้ากว่า
หนว่ ยความจาหลัก
คอมพิวเตอร์และการบารงุ รักษา
4. หนว่ ยแสดงผล (Qutput Unit)
ทาหน้าที่ในการแสดงผลลพั ธ์ที่ได้หลงั จากการคานวณและประมวลผล
สาหรับอปุ กรณ์ที่ทาหน้าทีใ่ นการแสดงผลขอ้ มูลท่ีไดน้ ั้นมีต่อไปนี้
4.1 จอภาพ (Monitor)
ใช้แสดงข้อมูลหรือผลลัพธ์ให้ผู้ใช้เห็นได้ทันทีมีรูปร่างคล้าย
จอภาพของโทรทัศน์บนจอภาพประกอบด้วยจุดจานวนมากเรียกจุดเหล่าน้ันว่า
พิกเซล (Pixel) ถ้ามีพิกเซลจานวนมากก็จะทาให้ผู้ใช้มองเห็นภาพบนจอได้
ชัดเจนมากข้ึน จอภาพที่ใช้ในปัจจุบนั แบง่ ไดเ้ ปน็ สองประเภท คอื
4.1.1. จอภาพแบบซีอารที
เป็นจอภาพที่รับสัญญาณภาพแบบแอนะล็อก การทางานจะใช้
หลอดแก้วแสดงผลขนาดใหญ่ท่ีเรียกว่า หลอดรังสีคาโธด (Cathode ray
tube) สร้างภาพด้วยการฉายแสงอิเลคตรอนไปยังด้านหลังของจอภาพ ซึ่งมี
สารฟอสฟอรัสเคลือบอยู่ โดยสารนี้จะส่องสว่างเม่ือถูกแสงอิเลคตรอนตก
กระทบ จึงทาให้เกิดภาพ แต่งเน่ืองจากสารฟอสฟอรัสไม่สามารถส่องสว่างได้
เป็นเวลานาน จึงจาเป็นต้องมีการฉายแสงใหม่ทุกระยะ ซ่ึงเรียกว่าการรี
เฟรซ โดยอัตราการรีเฟรซนั้นหมายถึง ความเร็วในการยิงอิเลคตรอนที่ทาให้
เกิดจุดเรีองแสงขึ้นบนจอภาพ จุดดังกล่าวจะหายไปในเวลาไม่นาน จึง
จาเป็นต้องมีการยิงแสงอิเลคตรอนซ้าที่จุดเดิมตลอดเวลา ถ้าอตั ราการยิงแสง
เชื่องช้า ภาพก็จะกระตุก ส่งผลต่อสายตา จาเป็นต้องปรับอัตราการรีเฟรซ ให้
เหมาะสม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับหลอดภาพโทรทัศน์ และตัวจอภาพก็มี
ลักษณะเหมือนจอภาพโทรทัศน์ จาเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสูงซึ่งมีผลให้เกิด
ความร้อนเม่ือใช้งานนาน ๆ แต่ข้อดีก็คือ ราคาถูก ไม่มีปัญหาจากการมองบาง
มุม
คอมพิวเตอร์และการบารุงรักษา
4.1.1 จอภาพแบบแอลซดี ี
ใช้ทาจอภาพ มีลักษณะเป็นของเหลวใสเหมือนแก้วเจยี รนัย อดั อยู่
ระหว่างเน้ือแก้วสองช้ัน เม่ือถูกกระตุ้นด้วยแสงจากภายนอก จะสะท้อน
แสงออกมาเป็นมุมต่าง ๆ ใช้เป็นตัวแสดงอักขระและภาพ คอมพิวเตอร์
ขนาดวางตักนิยมใช้จอภาพชนิดน้ี จอภาพน้ีแม้จะใช้กาลังไฟฟ้าน้อยมาก
แตจ่ ะชดั เจนดี นิยมใชก้ ับเครอ่ื งคานวณท่มี ขี นาดเลก็ มาก ๆ ด้วย
4.1.2 จอภาพชนดิ LED (Light Emitt Emitting Diod)
เป็นจอภาพรุ่นใหม่กว่า LCD ใช้หลักการในการแสดง
ภาพคือเป็นหลอดไฟขนาดเล็กโดยมี Liquid Crystal
เป็นผลึกแขง็ ก่ึงเหลว 3 สีทง้ั สีแดงสนี ้าเงินและสีเขียวคอย
บิดตัวเป็นองศาเพ่ือให้แสงจากหลอด LED ส่องลอดผ่าน
ออกมาเป็นสีสันต่าง ๆ หลักการทางานของจอ LCD และ
LED นั้นเหมือนกันเพียง แต่เปลี่ยนตัวกาเนิดแสงจาก
หลอด CCFL เป็นหลอด LED เท่านั้นเอง
คอมพวิ เตอรแ์ ละการบารุงรกั ษา
4.2 Printer เครือ่ งพิมพ
เป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงที่จะผลิตข้อความและกราฟิกของเอกสารที่เก็บไว้ใน
รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ออกมาในสื่อทางกายภาพเช่นกระดาษหรือแผ่นใส
เคร่ืองพิมพ์ส่วนมากเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงท่ัวไปและเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิล
เคร่ืองพิมพห์ รือในเคร่ืองพมิ พร์ ุ่นใหม่จะเป็นสายยูเอสบีเคร่ืองพิมพบ์ างชนิดท่ี
เรียกกันว่าเคร่ืองพิมพเ์ ครือข่าย (Network Printer) อินเทอร์เฟซที่ใช้มักจะ
เป็นแลนไร้สายและอีเทอร์เนต็ เคร่ืองพิมพแ์ บ่งออกเป็น 4 ประเภท
4.2.1 เครื่องพมิ พดอตแมทริกซ (Dot-matrix printer) เครื่องพิมพ์
ดอตแมทริกซ์การทางานของเคร่ืองพิมพ์ประเภทน้ีคือจะใช้การสร้างจุดลง
บนกระดาษซ่ึงหัวพิมพ์จะมีลักษณะเป็นหวั เข็มเม่ือต้องการพิมพ์รูปทรงหรือ
รูปภาพใด ๆ หัวเข็มที่อยู่ในตาแหน่งตามรูปประกอบนั้น ๆ จะย่ืนออกมา
มากกว่าหัวอื่น ๆ และกระแทกกับผ้าหมึกลงกระดาษที่ใช้พิมพ์จะทาให้เกิด
จุดมากมายประกอบกนั เป็นรูปเกดิ ข้ึนมาเครื่องพิมพ์ประเภทน้ีเป็นท่ีนิยมกัน
อย่างมากเพราะมีราคาถูกและคุณภาพเหมาะสมกับราคา แต่ข้อเสียคือเวลา
สัง่ พมิ พ์จะเกดิ เสยี งดงั พอสมควร
เครอ่ื งพิมพด์ อตแมทริกซน์ ยิ มใชก้ นั มี 2 แบบ
1. เครอ่ื งพมิ พ์แบบ 9 เขม็
2. เครอ่ื งพมิ พ์แบบ 24 เข็ม
4.2.2 เคร่ืองพิมพแบบพ่นหมึก (Inkjet printers) เครื่องพิมพแ์ บบพ่น
หมึกหรือเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ต เป็นเครื่องพิมพ์ท่ีทางานโดยการพ่นหมึกออกมา
เป็นหยดเล็ก ๆ ลงบนกระดาษเม่ือต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพใด ๆ
เครอื่ งพมิ พ์จะทาการพน่ หมึกออกตามแตล่ ะจดุ ในตาแหนง่ ทีเ่ ครื่องประมวลผลไว้
อย่างแม่นยาตามความต้องการของเราซึ่งเคร่ืองพิมพ์แบบพ่นหมึกจะมีคุณภาพ
ดกี ว่าเคร่อื งพิมพด์ อตแมทรกิ ซ์ โดยรูปมีความซับซอ้ นมาก ๆ
คอมพิวเตอรแ์ ละการบารุงรักษา
4.2.3 เครอื่ งพิมพเลเซอร (Laser printer)
เคร่ืองพิมพเลเซอร เป็นเครื่องพมิ พ์ท่ีใช้เทคโนโลยีเดียวกับเคร่ืองถ่ายเอกสาร
คือยิงเลเซอร์ไปสร้างภาพบนกระดาษในการสร้างรูปภาพหรือตัวอักษรซ่ึง
ผลลัพธ์ท่ีออกมาจะมีคุณภาพสูงมากและราคาเคร่ืองพิมพ์ท่ีมีราคาสูงมากด้วย
เช่นกันซ่ึงเคร่ืองพิมพ์เลเซอร์จะทางานได้เร็วกว่าเคร่ืองพิมพ์แบบพ่นหมึกและ
คุณภาพของผลลัพธ์ท้ังด้านความคมชัดและรายละเอียดทาออกมาได้ดีกว่า
แบบพน่ ชนดิ หมึกมาก
4.2.4 เครื่องพมิ พแบบพลอ็ ตเตอร (Plotter)
เครื่องพิมพพล็อตเตอร (Plotter)เ ป็นเครื่องพิมพ์แบบที่ใช้ปากกาในการ
เขียนข้อมูลลงบนกระดาษซึ่งเคร่ืองพิมพ์ประเภทน้ีเหมาะกับงานเขียนแบบ
ของวิศวกรและสถาปนิกและเครื่องพิมพ์ประเภทน้ีมีราคาแพงที่สุดใน
เคร่อื งพิมพ์ประเภทต่าง ๆ
คอมพวิ เตอรแ์ ละการบารงุ รกั ษา
เเบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 1
หลกั การทางานของอุปกรณค์ อมพิวเตอร์
1. เมาส์ จัดเปน็ อุปกรณค์ อมพิวเตอรห์ นว่ ยใด
ก. หนว่ ยรับขอ้ มลู
ข. หนว่ ยประมวลผลกลาง
ค. หน่วยความจา
ง. หน่วยแสดงผล สแกนเพื่อทาแบบทดสอบ
2. อุปกรณห์ ลกั ท่ใี ช้ในการเกบ็ ขอ้ มลู ของ OS คอื อะไร
ก. ดิสก์ไดรฟ์
ข. เมาส์
ค. สแกนเนอร์
ง. ฮาร์ดดสิ ก์
3. CD-ROM 1 แผ่น เท่ากับฮารด์ ดสิ ก์ความจเุ ทา่ ใด
ก. 400 MB ข. 500 MB
ค. 600 MB ง. 700 MB
4. ขอ้ ใดคือคณุ สมบัตขิ องสแกนเนอร์แบบดึงกระดาษ
ก. การทางานคลา้ ยเคร่ืองถ่ายเอกสาร
ข. อ่านภาพไดจ้ ากแผ่นกระดาษเทา่ นั้น
ค. กลไกลต้องอาศยั การสะท้อนของกระจกหลายแผน่
ง. อา่ นภาพได้จากหนงั สอื เทา่ นัน้
5. หน่วยใดที่ใช้ในการเก็บขอ้ มลู หรอื คาส่งั ตา่ ง ๆ จากภายนอกเขา้ มาเกบ็ ไว้
ก. หนว่ ยรบั ขอ้ มูล ข. หน่วยประมวลผลกลาง
ค. หนว่ ยความจา ง. หน่วยแสดงผล
คอมพิวเตอร์และการบารงุ รกั ษา
6. อปุ กรณ์ใดเปรียบไดก้ ับความจาระยะสนั้ ของคน
ก. RAM
ข. ROM
ค. Air Card
ง. Flash Drive
7. ขอ้ ใดคือหน่วยความจาสารอง
ก. RAM ข. ROM
ค. Air Card ง. Flash Drive
8. ข้อใดคอื ลักษณะของเครอ่ื งพิมพ์แบบดอตแมทรกิ ซ์
ก. ราคาถกู
ข. รูปทไี่ ด้ชดั เจนและคมชัด
ค. ใช้เทคโนโลยเี ดยี วกับเครื่องถา่ ยเอกสาร
ง. ทางานได้รวดเร็ว
9. “ใช้เทคโนโลยีเดียวกับเครอ่ื งถ่ายเอกสาร ภาพท่ไี ด้มีคณุ ภาพสูง ราคาสูง
พิมพ์ได้ รวดเร็ว” ลกั ษณะของเครอ่ื งพิมพ์แบบใด
ก. เครอ่ื งพิมพ์แบบดอตแมทริกซ์
ข. เครือ่ งพมิ พ์แบบพ่นหมกึ
ค. เครอื่ งพิมพแ์ บบเลเซอร์
ง. พลอ็ ตเตอร์
10. เครื่องพมิ พช์ นิดใดทเ่ี หมาะกบั งานเขยี นแบบของวิศวกร สถาปนิก
ก. เครื่องพมิ พ์แบบดอตแมทริกซ์
ข. เคร่ืองพิมพแ์ บบพน่ หมกึ
ค. เครอื่ งพิมพแ์ บบเลเซอร์
ง. พล็อตเตอร์
หน่วยที่ 2
สำระสำคญั
การประกอบชิ้นส่วนอุปกรณ์ขึ้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์น้ันมีท้ังศาสตร์และ
ศิลป์คือต้องมีความรู้เก่ียวกับการทางานของชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ และต้อง
วางแผนลาดับข้ันตอนการประกอบเคร่ืองเพ่ือไม่ให้เกิดความผิดพลาดเพราะ
หากมขี ้อผิดพลาดเกิดขน้ึ อาจต้องถอดอุปกรณ์เข้าออกหลายครั้งซ่ึงอาจจะทาให้
อปุ กรณน์ ัน้ เสยี หายได้
สมรรถนะประจาหนว่ ย
ประกอบคอมพิวเตอร์และตดิ ตงั้ โปรแกรมตามลักษณะงาน
เรอ่ื งทจ่ี ะศกึ ษา
1. การเตรียมความพร้อมกอ่ นประกอบเครอื่ งคอมพวิ เตอร์
2. ขน้ั ตอนการประกอบเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์
3. การทดสอบเครื่องคอมพิวเตอร์
4. ปัญหาและแนวทางการแก้ไข
5. ข้นั ตอนการตดิ ต้งั โปรแกรมตามลักษณะงาน
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. เลอื กใชเ้ ครอื่ งมือในการประกอบเครื่องคอมพวิ เตอร์ได้
2. สามารถประกอบเครือ่ งคอมพิวเตอร์ตามขั้นตอนได้
3. ทดสอบการทางานของเครอ่ื งคอมพิวเตอรไ์ ด้
4. แกป้ ัญหาและแนวทางการแก้ไขได้
5. ติดต้งั โปรแกรมตามลกั ษณะงานได้
คอมพิวเตอรแ์ ละการบารงุ รกั ษา
1. การเตรยี มความพร้อมก่อนประกอบเครื่อง
คอมพิ วเตอร์
การประกอบเครือ่ งคอมพวิ เตอรป์ ระกอบดว้ ยส่วนประกอบต่าง ๆ ดงั นี้
1. อุปกรณ์ในการประกอบเครือ่ งคอมพิวเตอร์ > อุปกรณภ์ ายใน
2. อปุ กรณใ์ นการประกอบเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ > อุปกรณภ์ ายนอก
3. อปุ กรณ์ในการประกอบเครื่องคอมพิวเตอรเ์ คร่อื งมอื สาหรบั การประกอบ>
4. ขัน้ ตอนการประกอบเคร่อื งคอมพิวเตอร์
5. การทดสอบเครื่องคอมพิวเตอร์หลงั จากประกอบเคร่อื งเสร็จ
1.1 อุปกรณใ์ นการประกอบเครื่องคอมพวิ เตอร์ > อุปกรณภ์ ายใน
- CPU หรือหน่วยประมวลผลกลาง ทาหน้าทีป่ ระมวลผลขอ้ มลู และ
ควบคมุ การทางานในคอมพิวเตอรเ์ ปรยี บได้กบั
“สมองของคอมพิวเตอร์”
- Main board หรอื Motherboard หรือแผงวงจร
หลกั เปน็ อุปกรณ์ทใี่ ช้สาหรับติดตั้งอปุ กรณ์ต่าง ๆ ถอื วา่ เป็น
ศูนย์กลางของคอมพิวเตอร์
-RAM หรอื หน่วยความจา ทาหนา้ ท่เี ป็นหน่วยความจา
ชั่วคราว ใชส้ าหรบั เกบ็ ข้อมลู ทีจ่ ะนาไปประมวลผล
-Hard Disk ทาหนา้ ทใ่ี นการเกบ็ บนั ทึก
ขอ้ มลู และโปรแกรมต่าง ๆ
คอมพิวเตอรแ์ ละการบารงุ รักษา
- VGA Card หรอื Graphic Card หรอื การดแสดงผล
ใชส้ าหรบั ประมวลผลข้อมูลท่จี ะแสดงบนหน้าจอเช่ือม
ต่อกบั จอภาพหรอื Monitor
- Sound Card หรอื การดเสียง ใชส้ าหรับประมวลผลข้อมูลที่
จะแสดงออกมาในรูปแบบของเสยี งผ่านทางลาโพง
- LAN Card ใชส้ าหรบั เชอ่ื มตอ่ คอมพิวเตอรห์ ลาย ๆ
เครอ่ื งเข้าด้วยกันผา่ นทางเครอื ข่ายทอ้ งถ่นิ (LAN)
1.2 อุปกรณในการประกอบเครอ่ื งคอมพิวเตอรอุปกรณภายนอก
-Monitor หรือ จอภาพ ใช้แสดงผลการทางานต่างๆ ของเครื่อง
คอมพิวเตอร์ปัจจุบันมีให้เลือกหลายแบบเช่นแบบ CRT ซ่ึงเป็นแบบท่ีใช้
หลอดภาพหรือเป็นแบบ LED ซ่ึงมีหน้าจอแบบราบขนาดจอบางน้าหนักเบา
ทันสมยั
- Keyboard หรอื แป้นพิมพ ใช้สาหรับป้อนข้อมูลหรือคาส่ังต่าง ๆ เข้า
เคร่ืองคอมพวิ เตอร์
-Mouse หรอื เมาส ใช้สาหรับควบคุมหน้าจอ cursor
บนหน้าจอเพือ่ จัดการคาส่งั การทางานตา่ ง ๆ บน
คอมพวิ เตอรแ์ ละการบารงุ รกั ษา
- Speaker หรอื ลาโพง ใชส้ าหรับแสดงข้อมูลที่อยู่
ในรูปแบบของเสียงเช่นเสยี งเพลงเปน็ ตน้
- Case โดยท่วั ไปจะมี Power Supply อยูภ่ ายในด้วยทา
หนา้ ท่ีบรรจอุ ุปกรณต์ า่ ง ๆ และจา่ ยพลงั งานให้กับระบบ
- Optical Drive มีหลายชนิดซึ่งแตล่ ะชนิดกม็ ี
ความสามารถแตกตา่ งกันไป
1.3 อุปกรณในการประกอบเคร่อื งคอมพิวเตอร>เคร่อื งมอื สาหรับการประกอบ
- ไขควงแฉกยาว - ไขควงปากแบน
- ไขควงบล็อกหกเหลย่ี ม - คีมปากยาว
2. ขัน้ ตอนการประกอบเคร่อื งคอมพิวเตอร์
1. ขน้ั แรกใหเ้ ตรียมอุปกรณท์ ีจ่ าเป็นสาหรับการประกอบเครอื่ ง
คอมพวิ เตอร์ เช่น ไขควงส่ีแฉกกลอ่ งสาหรับใสน่ อตคมู่ ือเมนบอรด์ คีมปากยาว
2. เริ่มจากการติดต้ังซีพียูก่อนโดยอ้างขาล็อกของช็อกเก็ตขึ้นมา
จากนนั้ นาซีพียูมาใส่ลงไปในช็อกเก็ตโดยให้วางตาแหน่งขาที่ 1 ของซีพยี ูและ
ช็อกเก็ตให้ตรงกันโดยสังเกตว่าท่ีขาท่ี 1 ของซีพียูจะทาเครื่องหมายเป็นจุด
เลก็ ไวท้ ่มี มุ ดา้ นบนของซีพยี ู
3. เมื่อวางซีพียูตรงล็อกกับช็อกเก็ตแล้วจากนั้นให้กดขาล็อกลงไป
เหมือนเดิมแล้วนาซิลิโคนมาทาตรงบริเวณคอร์ (แกน) ของซีพียูและไม่ควร
ทาซิลิโคนให้หนาหากเห็นว่าหนาเกินไปให้ใช้กระดาษหรือแผ่นพลาสติกมา
ปาดออกเสียบา้ ง
คอมพวิ เตอร์และการบารุงรกั ษา
4. ติดต้ังฮีตซิงค์และพัดลมลงไปบนคอร์ของซีพียูติดล็อกให้เรียบร้อยใน
ขั้นตอนนี้มีจุดท่ีต้องระวังอยู่ 2 จุดคือการติดตั้งฮีตซิงค์ของพัดลมจะต้องแนบ
สนิทกับคอร์ของซีพียูอย่าพยายามกดแรงไปบางทีคอร์ของซีพียูอาจบินได้ส่วน
ขาสปริงที่ยึดพัดลมบางทีมันแข็งเกินไปบางคนใช้ไขควงพยายามกดขาสปริงให้
เ ข้ า ล็ อ ก ซ่ึ ง อ า จ ท า ใ ห้ พ ล า ด ไ ป ขู ด เ อ า ล า ย ป ริ น ต์ บ น เ ม น บ อ ร์ ด ข า ด ท า ใ ห้
เมนบอรด์ อาจเสยี หายได้
5. เสียบสายไฟของพดั ลมเข้ากบั ข้วั CPU FAN โดยดูจากคูม่ อื
เมนบอรด์
6. นาแรมมาเสียบเข้ากับช็อกเก็ตแรมโดยให้ตรงกับร่องของช็อกเก็ต
จากน้นั จงึ กดลงไปจนด้านล็อกทั้ง 2 ดา้ นดีดข้ึนมา (บางเมนบอร์ดตัวล็อกทั้ง
สองด้านอาจไมจ่ าเปน็ ตอ้ งดีดข้นึ มากไ็ ด้ให้ดูวา่ เขา้ ลอ็ กแรมกันก็พอ)
7. ยดึ แท่นรองนอตเข้ากับเคสแสดงแทน่ รองนอกเขา้
8. นาเมนบอรด์ ท่ไี ดต้ ิดต้ังซพี ยี ูและแรมวางลงไปบนเคสจากนน้ั ยดื นอต
เขา้ กับเมนบอรด์ เข้ากับตัวเคสใหค้ รบทกุ ตัว
9. เสียบการด์ แสดงผลลงไปในสล็อต AGP เสร็จแล้วยึดนอตยึดตดิ
กบั เคส
10. เสยี บการ์ดเสียงลงไปในสลอ็ ต PCI เสร็จแล้วขันนอตยึดติดกบั เคส
11. เสียบสายเพาเวอร์ซัพพลายเข้ากบั ขัว้ ตอ่ บนเมนบอร์ดโดยควรเสียบ
ใหป้ ลกั ของสายเพาเวอร์ซพั พลายตรงลอ็ กกบั ขั้วตอ่ บนเมนบอร์ด
12. สอดไดรฟ์ซดี รี อมเข้ากับช่องว่างหนา้ เคสแล้วขนั นอตยึดกับตวั เคสให้
แน่น
13. เสียบสาย IDE เข้ากับไดรฟ์ซีดีรอมโดยให้แถบสีแดงตรงกับขาท่ี 1
หรือด้านที่ติดกับขั้วสายไฟจากน้ันจึงเสียบสายไฟและสายสัญญาณเสียงเข้า
ไปด้วย
คอมพวิ เตอรแ์ ละการบารุงรักษา
14. เสียบสาย IDE อีกด้านเข้ากับข้ัวต่อ Sec ondary IDE บนเมนบอร์ด
โดยแถบสีแดงตรงกับขาท่ี 1 ของขวต่อด้วย
15. สอดฮาร์ดดิสกเ์ ข้ากับช่องติดต้ังแล้วขันนอตยดึ กับตวั เคสใหแ้ นน่
16. เสียบสาย IDE เข้ากับฮาร์ดดิสก์โดยให้แถบสีแดงตรงกับขาที่ 1 หรือ
ด้านทต่ี ิดกับขว้ั สายไฟจากนนั้ จึงเสียบสายไฟเขา้ ไปดว้ ย
17. เสียบสาย IDE อีกด้านเข้ากับขั้วต่อ Primary IDE บนเมนบอร์ดโดย
แถบสีแดงตรงกบั ขาท่ี 1 ของขวั้ ต่อดว้ ย
18. สอดไดรฟ์ฟล็อบป้ีดิสก์เข้าไปในช่องติดตั้งแล้วขันนอตยึดกับตัวเคสให้
แนน่
19. เสียบสายไฟเข้ากับขั้วต่อสายไฟของฟล็อบป้ีดิสก์ให้สังเกตสายไฟ
ของฟล็อบปีด้ ิสกจ์ ะมีหวั ขนาดเลก็ กว่าสายไฟของซีดีรอมและฮารด์ ดิสก์)
20. เสียบสายแพขนาด 34 เส้นเส้นเล็กกว่าสายแพของฮาร์ดดิสก์และ
ซีดีรอม) ให้ด้านที่มีการไขว้สายเข้ากับข้ัวต่อไดรฟฟ์ ล็อบปี้ดิสก์โดยแถบสีแดง
ของสายแพต้องตรงกับขาที่ 1 ของขั้วต่อด้วยหากใส่ผิดด้านไฟของ
ไดรฟ์ฟล็อบป้ีดิสก์จะติดตลอดวิธีแก้ไขคือให้หันสายแพกลับด้านเพราะ
ไดรฟฟ์ ล็อบป้ดี สิ ก์บางยี่ห้ออาจตอ้ งใสส่ ลบั ดา้ นกัน
21. เสยี บสายแพอีกดา้ นเข้ากบั ข้วั ต่อฟล็อบปี้ดิสก์บนเมนบอร์ดโดยให้สาย
สแี ดงตรงกบั ขาท่ี 1 หรือ pin1 ของขว้ั ต่อดว้ ย
22. เสียบสายสัญญาณต่าง ๆ จากเคสเช่นสวิตช์เปิดปิดเคร่ืองไฟบอก
สถานะเปิดเครอ่ื งไฟบอกสถานะฮารด์ ดิสก์ปุ่ม Reset ลาโพงลงบนเมนบอร์ด
ค ว ร ดู คู่ มื อ เ ม น บ อ ร์ ด ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย โ ด ย ต้ อ ง เ สี ย บ ข้ั ว ใ ห้ ถู ก ห า ก ผิ ด ขั้ ว
คอมพวิ เตอร์จะไม่ตดิ หรอื มไี ฟคา้ งตลอดเวลาวิธแี ก้ไขคอื ใหเ้ ราลองสลับข้ัวและ
เปิดเครื่องข้ึนมาใหม่
คอมพวิ เตอรแ์ ละการบารุงรกั ษา
23. เม่ือเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เราลองสารวจดูว่ามีนอตหรืออุปกรณ์อ่ืน ๆ
ตกค้างอยู่บนเพราะอาจทาให้เกิดกระแสไฟลัดวงจรจนเกิดความเสียหายต่อ
เมนบอร์ดและอุปกรณ์ต่าง ๆ บนเมนบอร์ดได้นอกจากนี้ควรตรวจสอบการ
ติดต้ังท้ังหมดว่าเรียบร้อยตีแล้วเช่นการ์ดต่าง ๆ หรือสายสัญญาณเสียบแน่น
หนาดีหรือยังโดยเฉพาะฮีตซิงค์และพัดลมต้องแนบสนิทกับซีพียูพร้อมทั้งล็อก
ติดกันอยา่ งแน่นหนา
24. เม่ือเรยี บรอ้ ยดีแลว้ ปดิ ฝาเคสและขันนอตใหเ้ รียบร้อยกเ็ ปน็ อนั เสรจ็ ส้ิน
คอมพวิ เตอร์และการบารงุ รักษา
เเบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 2
การประกอบเครือ่ งคอมพิวเตอร์และ
การติดต้ังโปรแกรม
1. อุปกรณใ์ ดของเครอื่ งคอมพวิ เตอรท์ ี่ทาหน้าท่ีเป็นหน่วยความจาชั่วคราว
ก. Mouse
ข. RAM
ค. Main board
ง. CPU สแกนเพือ่ ทาแบบทดสอบ
2. อุปกรณ์ใดของเครอ่ื งคอมพิวเตอรท์ ี่เปรยี บเสมือนศูนย์กลางของคอมพวิ เตอร์
ก. Mouse ข. RAM
ค. Main board ง. CPU
3. ข้อใดไมใ่ ชอ่ ปุ กรณใ์ นการประกอบเครอื่ งคอมพวิ เตอร์
ก. Hard disk ข. RAM
ค. CPU ง. Operating System
4. อปุ กรณใ์ นขอ้ ใดใช้สาหรับประมวลผลข้อมูลทจ่ี ะแสดงบนหน้าจอเชือ่ มต่อ
กบั จอภาพ
ก. Sound Card ข. RAM
ค. Main Board ง. VGA Card
5. Modem เปน็ อุปกรณ์ที่ใชส้ าหรบั เชอื่ มต่อเคร่อื งคอมพิวเตอรเ์ ครอื่ งอื่นโดย
ผา่ นทางใด
ก. สายโทรศัพท์ ข. เครอื ข่ายท้องถนิ่
ค. Wi- Fi ง. Wireless
6. อปุ กรณ์ในขอ้ ใดทีท่ าหน้าทบี่ รรจอุ ปุ กรณ์ตา่ ง ๆ
ก. ROM ข. Hard Disk
ค. CASE ง. CD-ROM
คอมพิวเตอร์และการบารุงรกั ษา
7. อุปกรณใ์ ดทีท่ าหน้าทจ่ี า่ ยพลังงานใหก้ ับระบบ
ก. Power Supply
ข. Hard Disk
ค. Driver
ง. RAM
8. ข้อใดคอื เคร่ืองมอื ในการประกอบเคร่ืองคอมพวิ เตอร์
ก. เลอื่ ย ข. คอ้ น
ค. คมี ปากยาว ง. ดอกสวา่ น
9. หากประกอบเคร่อื งคอมพิวเตอร์เสร็จแลว้ เมอ่ื ตรวจสอบระบบแลว้ มเี สียงดงั
ป๊บี ๆ แสดงว่า เกดิ อะไร
ก. ไม่ติดตง้ั RAM
ข. ไม่ตดิ ต้ัง Sound Card
ค. ไมต่ ิดต้งั Hard Disk
ง. ไมต่ ิดตั้ง VGA Card
10. การติดตั้งโปรแกรมแบ่งออกเป็นวธิ ี
ก. 3 วิธี ข. 2 วิธี
ค. 5 วิธี ง. 4 วธิ ี
หนว่ ยที่ 3
สำระสำคญั
ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีส่วนช่วยในการอานวยความสะดวกต่อการ
ทางานในชีวิตประจาวันมากข้ึนเม่ือมีการใช้งานมาระยะหน่ึงเคร่ืองย่อมเกิด
อาการขัดข้องหรือเสียหายข้ึนได้จึงจาเป็นต้องมีการบารุงรักษาให้เคร่ืองอยู่ใน
สภาพพร้อมท่ีจะทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพซ่ึงปัญหาที่เกิดข้ึนกับเคร่ือง
คอมพิวเตอร์นั้นจะมีต้ังแต่เล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงความบกพร่องอย่างร้ายแรง
ท่ีจะทาให้งานท่ีอุตส่าห์ทาเป็นเดือน ๆ หายไปได้ในพริบตาหรือไม่สามารถใช้
งานคอมพิวเตอร์นั้นได้อีกวิธีการที่ดีที่สุดในการจัดการปัญหาท่ีเกิดข้ึนกับ
คอมพวิ เตอรน์ น่ั กค็ ือปอ้ งกันก่อนท่จี ะเกดิ ขึ้น
สมรรถประจำหน่วย
กำรบำรุงรักษำและดแู ลอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์
เร่ืองที่น่ำจะศึกษำ
1. การบารุงรักษาโดยทั่ว ๆ ไป 2. การบารงุ รกั ษา Hard Disk
3. การบารุงรกั ษา Disk Drive 4. การบารงุ รักษา Monitor
5. การบารงุ รกั ษา Keyboard 6. การบารงุ รกั ษา Mouse
7. การบารงุ รักษา Inkjet & Dotmatrix Printer
8. การบารงุ รกั ษา Last Printer
คอมพวิ เตอรแ์ ละการบารงุ รกั ษา
1. การบารุงรักษาโดยท่ัว ๆ ไป
• เครื่องจ่ายไฟสารอง (UPS) ถ้ามีงบประมาณเพียงพอควรติดตั้งร่วมกับ
ตัวเครอื่ งคอมพิวเตอรด์ ้วยเพราะ UPS จะชว่ ยป้องกันและแกป้ ัญหาทางไฟฟ้า
ไม่ว่าจะเป็นไฟตกไฟเกินหรือไฟกระชากอันเป็นสาเหตุท่ีจะทาให้เกิดความ
เสียหายของขอ้ มลู และช้ินสว่ นอืน่ ๆ
• การติดตั้งตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ควรติดตั้งในหอ้ งที่มีเคร่ืองปรับอากาศ
หรือถา้ ไมม่ ีเครื่องปรับอากาศควรเลอื กหอ้ งทีป่ ลอดฝุ่นมากท่ีสุดและการติดตั้ง
ตวั เครอื่ งควรห่างจากผนงั พอสมควรเพื่อการระบายความรอ้ นทีด่ ี
• การต่อสาย Cable ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับอปุ กรณ์ต่าง ๆ เช่น
Printer Modem Fax หรือส่วนอน่ื จะต้องกระทาเมื่อ power off เท่านั้น
• ไม่เคล่ือนย้ายเคร่ืองคอมพิวเตอร์ขณะท่ีเคร่ืองทางานอยู่เพราะจะทาให้
อุปกรณ์บางตัวเกิดความเสียหายได้•อย่าปิด-เปิดเครื่องบ่อย ๆ เกินความ
จาเปน็ เพราะจะทาใหเ้ กิดความเสียหายแกโ่ ปรแกรมทีก่ าลงั ทางานอยู่
• อย่าเปิดฝาเคร่ืองขณะใช้งานอยู่ถ้าต้องการเปิดต้อง power off และ
ถอดปลกั๊ ไฟก่อน
• ควรศึกษาจากคู่มือก่อนหรือมีการอบรมการใช้งาน Softwareก่อนการ
ใช้งาน
คอมพวิ เตอร์และการบารงุ รกั ษา
•เคสของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เป็นส่วนประกอบของเหล็กกับ
พลาสติกเมอ่ื ใช้นาน ๆ จะมีฝ่นุ และคราบรอยน้วิ มือตดิ ทาให้ดูไม่สวยงามและถ้า
ปล่อยไว้นาน ๆ จะทาความสะอาดยากจึงควรทาความสะอาดบ่อย ๆ อย่าง
น้อย 1-2 คร้ังต่อเดือนโดยใช้ผ้าชุบน้าหมาด ๆ เช็ดท่ีตัวเครื่องหรือใช้น้ายาทา
ความสะอาดเคร่ืองคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะและที่สาคัญคือควรใช้ผ้าคลุมเครื่อง
ใหเ้ รียบรอ้ ยหลงั เลกิ ใช้งานทุกคร้งั เพอ่ื ป้องกันฝุ่นผงตา่ ง ๆ
2. การบารุงรักษา Hard Disk
ฮารด์ ดสิ ก์เปน็ อุปกรณ์ท่ีมอี ายยุ นื มาก
ยากจะบารงุ รักษาด้วยตวั เองผู้ใช้คอมพวิ เตอร์
จึงควรระมัดระวังไมใ่ หเ้ กิดความเสียหายงควร
ปฏบิ ตั ดิ ังตอ่ ไปนี้
• การติดตั้งเคร่ืองคอมพิวเตอร์ควรติดต้ังเครื่องคอมพิวเตอร์โดยให้
ด้านหลังของตวั เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ห่างจากฝาผนงั ไม่น้อยกว่า 3 น้ิวเพ่อื การ
ระบายความรอ้ นเปน็ อย่างปกตไิ ม่ทาให้เครอ่ื งรอ้ นได้
• ควรเลือกใช้โต๊ะทางานท่ีแข็งแรงป้องกันการโยกไปมาเพราะทาให้
หวั อ่านของฮาร์ดดสิ กถ์ ูกกระทบกระเทอื นได้
• ควรมีการตรวจสอบสถานภาพของ Hard Disk ด้วยโปรแกรม Utility
ต่าง ๆ ว่ายังสามารถใช้งานได้ครบ 100% หรือมีส่วนใดของ Hard Disk ที่
ใช้งานไม่ได้
คอมพิวเตอรแ์ ละการบารุงรักษา แ
3. การบารุงรักษา Disk Drive
ช่องอ่านดิสก์เมื่อทางานไปนาน ๆ หัวอ่านแผ่นดิสก์อาจจะเสื่อมสภาพได้
หวั อา่ นดสิ ก์เกดิ ความสกปรกเนื่องจากมีฝุ่นละอองเข้าไปเกาะท่ีหวั อ่านหรือเกิด
จากความสกปรกของแผ่นดิสก์ที่มีฝุ่นหรือคราบไขมันจากมือผลที่เกิดขึ้นทาให้
การบันทึกหรืออ่านข้อมูลจากแผ่นดิสก์ไม่สามารถดาเนินการไ ด้
4. การบารุงรักษา Mouitor
ในส่วนของจอภาพนั้นอาจเสียหายได้เช่นภาพอาการเล่ือนไหลภาพล้ม
ภาพเต้นหรือไม่มีภาพเลยซึ่งความเสียหายดังกล่าวจะต้องให้ช่างเท่านั้นเป็น
ผ้แู ก้ไขผูใ้ ชค้ อมพวิ เตอร์ควรระมดั ระวงั โดยปฏบิ ตั ดิ ังนี้
• อย่าให้วัตถุหรอื น้าไปกระทบหน้าจอคอมพิวเตอร์
• ควรเปดิ ไฟทจี่ อก่อนท่สี วติ ชไ์ ฟท่ี CPU เพอ่ื boot
• ไมค่ วรปิด ๆ เปดิ ๆ เครื่องตดิ ๆ กนั เมอ่ื ปิดเครอื่ งแลว้ ทง้ิ ระยะไว้
เลก็ นอ้ ยกอ่ นเปดิ ใหม่
• ควรปรับความสว่างของจอภาพใหเ้ หมาะสมกบั สภาพของหอ้ งทางาน
เพราะถ้าสว่างมากเกนิ ไปยอ่ มทาให้จอภาพอายุสน้ั ลง
• อยา่ เปิดฝาหลงั Monitor ซอ่ มเองเพราะจะเป็นอนั ตรายจากกระแส
ไฟฟ้าแรงสูง
• เมอ่ื มีการเปดิ จอภาพทิ้งไว้นาน ๆ ควรจะมีการเรียกโปรแกรมถนอม
จอภาพ (Screen Sever) ข้ึนมาทางานเพอื่ ยดื อายุการใช้งานของจอภาพ
คอมพวิ เตอรแ์ ละการบารุงรกั ษา
5. การบารุงรักษา Keyboard
แป้นพิมพ์คอมพวิ เตอร์เป็นส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ท่ีเป็นสื่อนาเข้าของ
ข้อมูลหรือโปรแกรมคาสัง่ ต่าง ๆ ถา้ แปน้ พมิ พ์คอมพิวเตอร์มีปัญหา เช่น กดไม่
ลง บางแป้นค้าง จะทาให้ไม่สามารถส่ังงานให้คอมพิวเตอร์ทางานได้ตาม
วัตถุประสงค์ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จึงควรหมั่นดูแลให้แป้นพิมพ์สามารถทางานได้
อยา่ งเปน็ ปกตโิ ดยควรปฏิบัติดังนี้
• ไม่ควรสูบบุหร่ีหรือกินขนมหวานใกล้เคร่ืองคอมพวิ เตอร์เพราะควันบุหร่ี
เถ้าบุหร่ี หรือเศษขนมหวานอาจตกลงไปขวางหน้าสัมผัสหรือเข้าไปอุดตันใน
จุดสัมผสั สญั ญาณของรูป
6. การบารุงรักษา Mouse
เมาส์เปน็ อุปกรณ์หน่ึงทีม่ ีความสกปรกมาก เพราะเวลาทีเ่ ราใช้นั้นไม่รู้ว่าเรา
จับอะไรมาบ้าง ทาให้เช้ือโรคสะสมอยู่โดยเฉพาะเมาส์ท่ีเป็นลูกกลิ้งน้ัน ลูกกลิ้ง
จะสัมผัสกับบริเวณโต๊ะหรือว่าแผ่นรองเมาส์จนทาให้เกิดฝุ่นสะสม แล้วทาให้
ไม่สามารถที่จะเล่ือนอย่างปกติได้วิธีการทาความสะอาดนั้นก็นาเอาฝาที่ครอบ
ลูกกลิ้งออก โดยการหมุนตามลูกศรที่ระบุไว้นาผ้ามาเช็ดลูกกล้ิงด้านในให้
สะอาดถา้ ใชแ้ อลกอฮอลไ์ ดย้ งิ่ ดีจะได้ฆา่ เช้อื โรคไปด้วย
คอมพวิ เตอร์และการบารงุ รกั ษา
7. การบารุงรักษา Inkjet & Dotmatrix Printer
เครื่องพิมพ์เป็นอุปกรณ์ท่ีใช้สาหรับแสดงผลรายงานของข้อมูลต่าง ๆ ทาง
กระดาษการที่จะใช้เครื่องพิมพ์ทางานได้เป็นปกติผู้ใช้คอมพิวเตอร์ควรหม่ัน
ดูแลรักษาดงั น้ี
•รักษาความสะอาดโดยดูดฝุ่นเศษกระดาษที่ติดอยู่ในเครื่องพิมพ์ทุกเดือน
หรือใช้แปรงขนนุ่มปัดฝุ่นเศษกระดาษออกจากเครื่องพิมพ์อย่าใช้แปรงชนิด
แขง็ เพราะอาจทาใหเ้ คร่อื งเปน็ รอยได้
•ถ้าตัวเครือ่ งพิมพม์ ีความสกปรกอาจใช้ผ้านุ่มหรือฟองน้าชุบน้ายาทาความ
สะอาดเคร่ืองใช้สานักงานเชด็ สว่ นทเ่ี ปน็ พลาสติก แต่ต้องระมัดระวังอย่าให้น้า
เข้าตัวเครื่องพิมพ์ได้และควรหลีกเล่ียงการใช้น้ามันหล่อล่ืนทุกชนิดใน
ตวั เคร่ืองเพราะอาจทาให้ระบบกลไกเสียหาย
•ก่อนพิมพ์ทุกคร้ังควรปรับความแรงของหัวเข็มให้พอเหมาะกับความหนา
ของกระดาษ
•ระหว่างพิมพ์ควรระวังหัวพิมพ์จะติดกระดาษเช่นการพิมพ์ซองจดหมาย
หรือกระดาษทม่ี คี วามหนาหรือบางเกนิ ไป
•อย่าถอดหรือเสียบสาย Cable ในขณะท่ีเคร่ืองพิมพ์หรือเคร่ือง
คอมพิวเตอร์กาลังทางานอยู่
•ไม่ควรพิมพก์ ระดาษติดต่อกันนานเกินไปเพราะอาจทาให้หวั อ่านร้อนมาก
ทาให้เคร่ืองชะงักหยดุ พมิ พก์ ระดาษ
คอมพิวเตอรแ์ ละการบารุงรักษา
8. การบารุงรักษา Laser Printer
Laser Printer เป็นเครื่องพมิ พ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถพมิ พภ์ าพได้
อย่างคมชัดมากมีความละเอียดสวยงาม แต่ราคาค่อนข้างสูงผู้ใช้คอมพิวเตอร์
จึงควรระมัดระวังในการใช้งานแม้ว่าโอกาสจะเสียหายมีน้อยก็ตามข้อควร
ปฏิบัติดังน้ี
• การเลือกใช้กระดาษ ไม่ควรใช้กระดาษที่หนาเกินไปจะทาใหก้ ระดาษติด
เครือ่ งพิมพไ์ ด้
• ควรกรดี กระดาษให้ดีอย่าให้กระดาษติดกันเพราะอาจจะเป็นสาเหตุหน่ึงท่ี
ทาให้กระดาษติดในตวั เครื่องพิมพไ์ ด้
• การใช้พิมพ์ Laser Printer พมิ พ์ลงในใสก็ต้องเลือกใช้แผ่นใสท่ีใช้ถ่าย
เอกสารได้เท่านั้นหากใช้แผ่นใสแบบธรรมดาซ่ึงไม่สามารถทนความร้อนได้
อาจจะหลอมละลายติดเคร่ืองพมิ พท์ าให้เกดิ ความเสียหาย
9. การดแู ลรักษาคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอรเ์ ม่อื ใช้ไประยะหน่ึงจะมีการเส่ือมชารุดไปตามสภาพระยะเวลา
ท่ีใช้งานผู้ใช้คอมพิวเตอร์จึงควรเอาใจใส่ดูแลและบารุงรักษาอย่างเหมาะสม
สม่าเสมอเพ่ือเพ่ิมอายุการใช้งานของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ซึ่งจะช่วยให้สามารถ
ประหยดั งบประมาณในการซอ่ มบารงุ หรือการเปลี่ยนอุปกรณ์
คอมพิวเตอรแ์ ละการบารุงรักษา
10. การทาความสะอาดระบบคอมพิวเตอร์
1. ไม่ควรทาความสะอาดเคร่ืองคอมพิวเตอร์ในขณะท่ีเคร่ืองยังเปิดอยู่ ถ้า
ต้องการจะทาความสะอาดเครื่องควรปิดเคร่ืองทิ้งไว้ 5 นาทีก่อนลงมือทาความ
สะอาด
2. อยา่ ใช้ผ้าเปียกผา้ ชุ่มน้าเชด็ คอมพิวเตอรอ์ ยา่ งเด็ดขาดใช้ผา้ แห้งดีกวา่
3. อย่าใช้สบู่น้ายาทาความสะอาดใด ๆ กับคอมพิวเตอร์เพราะจะทาให้
ระบบของเครือ่ งเกดิ ความเสยี หาย
4. ไม่ควรฉดี สเปรยใ์ ด ๆ ไปทค่ี อมพวิ เตอรแ์ ปน้ พิมพ์และอุปกรณต์ ่าง ๆ
5. ไม่ควรใช้เครื่องดูดฝนุ่ กับคอมพิวเตอรแ์ ละอปุ กรณป์ ระกอบอน่ื ๆ
6. ถ้าจาเปน็ ต้องทาความสะอาดเครอื่ งคอมพวิ เตอร์โปรดใชอ้ ปุ กรณท์ าความ
สะอาดทคี่ ่มู อื แนะนาไว้เท่าน้นั
11. สาเหตุท่ที าใหเ้ คร่ืองพีซเี กิดความเสียหาย
1.ความรอ้ น
ความร้อนที่เป็นสาเหตุทาให้คอมพิวเตอร์มีปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความ
ร้อนของอปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกสบ์ นเมนบอรด์ ของคอมพวิ เตอร์ วิธีแก้ปัญหา คือ
จะตอ้ งรบี ระบายความร้อนทีเ่ กดิ จากอปุ กรณ์ต่าง ๆ ออกไปให้เรว็ ท่ีสุด
วิธีแกป้ ญั หา
•พัดลมระบายความร้อนทุกตัวในระบบต้องอยู่ในสภาพดี 100 เปอร์เซ็นต์
อณุ หภูมิท่ีเหมาะสมทีส่ ดุ ควรจะอยรู่ ะหว่าง 60-70 องศาฟาเรนไฮต์
•ใชเ้ พาเวอรซ์ พั พลายในขนาดทถ่ี ูกต้อง
•ใช้งานเคร่ืองในย่านอุณหภูมิที่ปลอดภัยอย่าต้ังอยู่ในบริเวณท่ีมีแสงแดด
สอ่ งถึงเปน็ เวลานาน ๆ
คอมพวิ เตอรแ์ ละการบารงุ รกั ษา
2. ฝนุ่ ผง
ในอากาศมีฝุ่นผงกระจัดกระจายอยู่ในทุก ๆ ที่ฝุ่นผงท่ีเกาะติดอยู่บน
แผงวงจรของคอมพิวเตอร์ทาหน้าที่เสมือนฉนวนป้องกันความร้อน ทาให้ความ
ร้อนท่ีเกิดขึ้นในระบบไม่สามารถระบายออกสู่สภาพแวดล้อมภายนอก
นอกจากน้ีอาจไปอุดตันช่องระบายอากาศของเพาเวอร์ซัพพลายหรือฮาร์ดดิสก์
หรืออาจเข้าไปอยู่ระหว่างแผ่นดิสก์กับหัวอ่านทาให้แผ่นดิสก์หรือหัวอ่าน เกิด
ความเสยี หายได้
วิธีแกไ้ ข
• ควรทาความสะอาดภายในเครอ่ื งทุก 6 เดอื นหรือทุกคร้ังท่ถี อดฝาครอบ
• เคสหรือช้นิ ส่วนภายนอกอาจใช้สเปรย์ทาความสะอาด
• วงจรภายในให้ใช้ลมเป่าและใช้แปรงขนออ่ น ๆ ปดั ฝุ่นออก
• อย่าสบู บหุ ร่ีใกลเ้ คร่อื งคอมพิวเตอร์
3. สนามแม่เหล็ก
แม่เหล็กสามารถทาให้ข้อมูลในแผ่นดิสก์หรือฮาร์ดดิสก์สูญหายได้อย่าง
ถาวรแหล่งท่ีให้กาเนิดสนามแม่เหล็กในสานักงานมีอยู่มากมายหลายประเภท
เช่น
• แมเ่ หล็กตดิ กระดาษบันทกึ บนตู้เก็บแฟ้ม
• คลิปแขวนกระดาษแบบแมเ่ หลก็
• ไขควงหวั แมเ่ หล็ก
• ลาโพง
• มอเตอร์ในปรนิ เตอร์
• UPS
คอมพวิ เตอร์และการบารุงรักษา
วิธีแกไ้ ข
• ควรย้ายอปุ กรณ์ที่มีกาลงั แม่เหล็กมาก ๆ ใหห้ ่างจากระบบคอมพวิ เตอร์
4. สญั ญาณรบกวนในสายไฟฟา้
สัญญาณรบกวนในสายไฟฟ้ามีหลายลักษณะเชน่
• แรงดนั เกนิ
• แรงดันตก
• ทรานเชียนต์
• ไฟกระเพื่อม
แรงดันเกิน
ในกรณีท่ีเครือ่ งได้รับแรงดนั ไฟฟา้ เกินจากปกตเิ ป็นเวลานานกว่าวินาที จะมี
ผลทาให้อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ภายในเคร่ืองเกดิ ความเสียหายได้
แรงดนั ตก
ในกรณีทมี่ กี ารใช้ไฟฟ้ากันมากเกนิ ความสามารถในการจ่ายพลังงานไฟฟ้าจะ
ผลทาให้เกิดเหตุการณ์ไฟตกได้ ไฟตกอาจทาให้การทางานของเพาเวอร์ซัพ
พลายผิดพลาดได้เน่ืองจากเพาเวอร์ซัพพลายพยายามจ่ายพลังงานให้กับวงจร
อย่างสม่าเสมอโดยไปเพิ่มกระแส แต่การเพ่ิมกระแสทาให้ตัวนาเพาเวอร์ซัพ
พลายและอปุ กรณต์ ่าง ๆ รอ้ นขึ้นซ่ึงมีผลทาให้อุปกรณ์ต่าง ๆ เกิดความเสียหาย
ได้
ทรานเชยี นต์
ทรานเชียนต์ หมายถึง การท่ีไฟฟ้ามีแรงดันสูง (sags) หรือต่ากว่าปกติ
(Surge) ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ทรานเซียนต์ท่ีเกิดในบางครั้งจะมีความถ่ีสูงมาก
จนกระทั่งสามารถเคล่ือนท่ผี า่ นตวั เก็บประจุไฟฟา้ ในเพาเวอร์ซัพพลายเข้าไปทา
ความเสยี หายให้แก่อุปกรณอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ สไ์ ด้
คอมพวิ เตอรแ์ ละการบารงุ รกั ษา
ไฟกระเพอื่ ม
ทุกครั้งท่ีท่านเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าจะทาให้กาลังไฟเกิดการกระเพื่อม
เคร่ืองใช้ไฟฟ้าต้องการกระแสไฟฟ้ามาก ๆ ก็จะทาให้ความแรงของการ
กระเพ่อื มมคี ่ามากตามไปด้วยจากการศึกษาพบว่าการเปิดใช้งานเคร่ืองใช้ไฟฟ้า
แต่ละคร้ังจะทาใหเ้ กิดการกระเพอ่ื มภายในเส้ียววินาทีการกระเพื่อมจะมีผลต่อ
ทกุ ๆ สว่ นภายในตวั เครอื่ งรวมทัง้ หัวอา่ นขอ้ มูลของฮาร์ดดสิ ก์ดว้ ย
คอมพิวเตอร์และการบารงุ รกั ษา
เเบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยท่ี 3
การบารุงรักษาและดแู ลอุปกรณค์ อมพิวเตอร์
1. การติดตง้ั เครือ่ งคอมพวิ เตอร์ไม่ควรตดิ ตง้ั ในห้องใด
ก. ห้องท่มี ีเครือ่ งปรบั อากาศ ข. ห้องทีป่ ลอดฝนุ่
ค. ห้องท่ปี ดิ อับมิดชดิ ง. ห้องทีม่ ีอากาศถา่ ยเทสะดวก
2. ขอ้ ใดกลา่ วผดิ
ก. ควรปดิ - เปิดเครือ่ งคอมพิวเตอร์บอ่ ย ๆ
ข. ไมค่ วรเคลอ่ื นย้ายเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ขณะเปดิ ทางานอยู่
ค. ไมค่ วรเปิดฝาเคร่อื งคอมพิวเตอรข์ ณะเคร่อื งทางานอยู่
ง. ควรใชผ้ า้ คลุมเคร่ืองคอมพิวเตอร์ทุกครง้ั หลงั เลิกใช้งาน
3. เครือ่ งจา่ ยไฟสารอง (UPS) มีประโยชนอ์ ย่างไร
ก. แกป้ ญั หาเคร่อื งคอมพิวเตอรป์ ระมวลผลชา้ สแกนเพ่อื ทาแบบฝึกหดั
ข. แกป้ ญั หาไฟตกหรอื ไฟกระชาก
ค. แก้ปญั หาเคร่อื งคอมพิวเตอรไ์ มอ่ ่านแผ่นซดี ี
ง. แก้ปญั หาเครื่องคอมพวิ เตอรห์ า Driver ไมพ่ บ
4. การติดตั้งเครอ่ื งคอมพิวเตอร์จะตอ้ งติดตั้งให้ด้านหลังของเคร่อื ง
คอมพิวเตอร์ห่างจากผนังไมน่ อ้ ยกว่าเทา่ ใด
ก. 0.5 นวิ้ ข. 1 นว้ิ
ค. 2 น้วิ ง. 3 นิว้
5. ข้อใดคอื ขนั้ ตอนแรกของการทาความสะอาดเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์
ก. ปิดเครอ่ื งคอมพวิ เตอรท์ ้ิงไว้ 5 นาที
ข. ใชผ้ ้าแหง้ เช็ดเคร่อื งคอมพิวเตอร์
ค ใชน้ ้ายาทาความสะอาดเครอ่ื งคอมพิวเตอร์
ง. ใช้เครอ่ื งดูดฝุ่น
คอมพิวเตอร์และการบารงุ รกั ษา
6. วิธีแก้ปัญหาความรอ้ นท่ีเกดิ จากเคร่อื งคอมพวิ เตอร์คอื
ก. ตรวจสภาพพัดลมระบายความร้อน
ข. ไม่สบู บุหรใ่ี กล้เครือ่ งคอมพวิ เตอร์
ค. ใชเ้ ครอ่ื งควบคมุ กระแสไฟฟ้า
ง. คายประจุไฟฟา้ สถิต
7. วิธแี ก้ปัญหาไฟตกไฟเกนิ และทรานเชียนต์ทีเ่ กิดจากเครือ่ งคอมพิวเตอร์คอื
ก. ตรวจสภาพพัดลมระบายความรอ้ น
ข. ไม่สบู บุหรี่ใกล้เคร่อื งคอมพิวเตอร์
ค. ใช้เคร่อื งควบคมุ กระแสไฟฟา้
ง. คายประจไุ ฟฟ้าสถิต
8. การลดจานวนคร้ังในการปิด-เปดิ เครอื่ งคอมพิวเตอร์เป็นวธิ ีแก้ไขเมอื่ เกดิ
ปัญหาในขอ้ ใด
ก. ไฟเกนิ ข. ไฟตก
ค. ไฟกระเพือ่ ม ง. ไฟฟา้ สถติ
9. “ การจบั ตอ้ งโลหะอ่ืนทีไ่ ม่ใช่เคสเคร่อื งคอมพิวเตอร์กอ่ นจะสมั ผสั อปุ กรณ์
ตา่ ง ๆ ในระบบคอมพิวเตอรเ์ ป็นวิธแี กไ้ ขเมอ่ื เกดิ ปญั หาในขอ้ ใด
ก. ไฟเกนิ ข. ไฟตก
ค. ไฟกระเพือ่ ม ง. ไฟฟา้ สถติ
10. การนาของเหลวทกุ ชนิดมาวางบนโต๊ะคอมพิวเตอรจ์ ะทาใหเ้ กดิ ปญั หาใน
ขอ้ ใด
ก. น้าและสนิม
ข. ฝนุ่ ผง
ค. สนามแม่เหล็ก
ง. ไฟฟ้าสถิต
หน่วยท่ี 4
สาระสาคัญ
ไวรัสคอมพวิ เตอร์คือโปรแกรมที่มนุษย์เขียนข้ึนมา แต่เป็นโปรแกรมท่ีสร้าง
ข้ึนมาเพื่อก่อกวนการทางานของระบบทาลายแฟ้มข้อมูลโปรแกรมต่าง ๆ ท่ีมี
อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์สาเหตุท่ีได้มีการเรียกช่ือกันว่าไวรัสคอมพิวเตอร์
เน่ืองมาจากคาว่า“ ไวรัส” มีความหมายว่าเป็นเช้ือโรคท่ีสามารถแพร่ระบาด
และติดต่อได้อย่างรวดเร็วสามารถหลบซ่อนตัวไว้อยู่ในหน่วยความจาและจะ
อย่ใู นหนว่ ยความจาตลอดจนกวา่ จะปดิ เคร่ืองเม่ือมีการนาแผ่นบันทึกอื่น ๆ มา
ใช้งานกับเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ท่ีมีไวรัสหลบซ่อนอยู่ในหน่วยความจาแผ่นบันทึก
แผ่นน้นั กจ็ ะตดิ ไวรสั ไปด้วย
สมรรถนะประจาหนว่ ย
ตรวจและกาจัดไวรสั
เร่อื งที่จะศกึ ษา
1. ความหมายของไวรัส
2. ประวัติของไวรสั
3. ประเภทของไวรสั
4. การแพร่กระจายของไวรัสคอมพวิ เตอร์
5. อาการของเคร่อื งที่ติดไวรัส
6. การตรวจหาไวรสั
7. คาแนะนาในการป้องกนั ไวรสั
8. การกาจดั ไวรสั
9. โปรแกรมปอ้ งกันไวรสั
คอมพวิ เตอรแ์ ละการบารุงรกั ษา
จดุ ประสงคเชงิ พฤติกรรม
1. เขียนความหมายของไวรสั ได้
2. อธิบายความเปน็ มาของไวรสั ได้
3. แยกประเภทของไวรสั ได้
4. แยกแยะวธิ ีการแพรก่ ระจายของไวรสั คอมพิวเตอรไ์ ด้
5. วิเคราะหอ์ าการของเครอื่ งทีต่ ิดไวรัสได้
6. ตรวจหาไวรสั บนเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ได้
7. รู้และป้องกนั ไวรัสได้
8. กาจัดไวรสั ได้
9. ตดิ ต้ังโปรแกรมปอ้ งกันไวรสั ได้
คอมพวิ เตอร์และการบารุงรกั ษา
1. ความหมายของไวรัส
ไวรัสคอมพิวเตอร์คือโปรแกรมท่ีมนุษย์เขียนขึ้นมา แต่เป็นโปรแกรมที่สร้าง
ข้ึนมาเพื่อก่อกวนการทางานของระบบทาลายแฟ้มข้อมูลโปรแกรมต่าง ๆ ที่มี
อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์สาเหตุที่ได้มีการเรียกช่ือกันว่าไวรัสคอมพิวเตอร์
เน่ืองมาจากคาว่า“ ไวรัส” มีความหมายว่าเป็นเชื้อโรคที่สามารถแพร่ระบาด
และติดต่อได้อย่างรวดเร็วสามารถหลบซ่อนตัวไว้อยู่ในหน่วยความจาและจะ
อยใู่ นหนว่ ยความจาตลอดจนกวา่ จะปดิ เครื่องเม่ือมีการนาแผ่นบันทึกอืน่ ๆ มา
ใช้งานกับเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ที่มีไวรัสหลบซ่อนอยู่ในหน่วยความจาแผ่นบันทึก
แผน่ นัน้ ก็จะตดิ ไวรสั ไปด้วย
กาเนิดของไวรัสคอมพวิ เตอร์เขียนข้ึนโดย 2 พ่นี ้องชาวปากีสถานมีชื่อว่าอัม
จาดและเบตซึ่งท้ัง 2 พี่น้องเปิดร้านขายคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ใน
ขณะเดียวกันก็ได้มีการปล่อยไวรัสเบรน (Brain) ไว้ในโปรแกรมท่ีลูกค้ามา
ก๊อบป้ีไปใช้งานด้วยประเภทของไวรัสคอมพิวเตอร์คือไวรัสท่ีติดอยู่ในบูตเซก
เตอร์ไวรัสที่ติดตารางพาร์ทิชั่นไวรัสที่ติดในแฟ้มการติดต่อของไวรัส
คอมพวิ เตอร์มี 2 ทางคอื ดิสกแ์ ละสายสื่อสาร
2. ประวัตขิ องไวรัส
ในปี พ.ศ. 2505 (ค.ศ. 1969) ทีมวศิ วกรของ Bell Telephone
Laboratories ไดส้ รา้ งเกมช่ือวา่ “ Darwin” เป็นโปรแกรมแรกที่มีรูปแบบของ
ไวรัสเกมนี้ใช้คาศัพท์บางอย่างท่ีมีคาว่า“ Supervisor” มีลักษณะที่กาหนด
กฎเกณฑ์การต่อสู้ระหว่างผู้เข้าแข่งขันจุดประสงค์หลักของเกมนี้คือลบ
โปรแกรมทงั้ หมดที่คู่แข่งเขียนและครอบครองสนามรบ
คอมพิวเตอร์และการบารุงรกั ษา
ต้นปี พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) พบไวรัส Creeper ในเครือข่าย APRAnet
ของทหารอเมริกาถือเป็นต้นแบบไวรัสคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันโปรแกรม
Creeper สามารถเขา้ ครอบครองเครอื ขา่ ยผา่ นโมเด็มและสง่ สาเนาตัวเองไปที่
ฝ่ัง 3 remote ไวรสั นี้ทาให้คนรู้ว่าติดไวรัสด้วยการ broadcast ข้อความ“
I’M THE CREEPER ... CATCH ME IF YOU CAN”
ปี พ.ศ. 2517 (ค.ศ. 1974) โปรแกรมชื่อ“ Rabbit” โผล่ขึ้นมาบนเคร่ือง
เมนเฟรมท่ีเรียกช่ือนี้เพราะมันไม่ได้ทาอะไรนอกจากสาเนาตัวเองอย่าง
รวดเร็วไปในระบบเก็บข้อมูลชนิดต่าง ๆ Rabbit น้ีได้ดึงทรัพยากรของระบบ
มาใช้อย่างมากทาให้การทางานกระทบอย่างรุนแรงจนอาจทาให้ระบบทางาน
ผิ พลาดได้
ปี พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982) พบไวรสั ชอื่ “ Elk Cloner” น้นั เปน็
คอมพิวเตอร์ไวรัสบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลตัวแรกซึ่งแพร่กระจายคือ
ในวงท่ีกว้างออกไปกว่าภายในห้องทดลองที่สร้างโปรแกรมเพราะทาให้การ
แสดงภาพท่จี อกลบั หัวทาตวั อกั ษรกะพริบขนึ้ ข้อความต่าง ๆ ออกมา
ปี พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) Len Adleman แห่งมหาวิทยาลัย Lehigh ต้ัง
คาว่า“ Virus” ว่าเป็นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ท่ีทาสาเนาตัวเองได้ พ.ศ. 2526
(ค.ศ. 1983) Fred Cohen บิดาแห่งไวรัสศาสตร์ (Virology) ได้ใช้
คอมพิวเตอร์ VAX 11/750 สาธิตว่าโปรแกรมไวรัสสามารถฝังตัวเข้าไปใน
object อนื่ ได้
ปี พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) ไวรัสตัวคอมพิวเตอร์รุ่นแรก ๆ สร้างโดย
โปรแกรมเมอร์อายุ 19 ปีชาวปากีสถานช่ือ Basit Farooq และพี่ชายช่ือ
Amjad เรียกชื่อ“ Brain” ท่ีมีเป้าไปท่ีเคร่ืองคอมพิวเตอร์ IBM Compatible
ดว้ ยเหตผุ ลที่วา่ ต้องการรู้ระดับของซอฟต์แวร์เถอ่ื นในประเทศตวั เอง
คอมพิวเตอร์และการบารงุ รกั ษา
ปี พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) โปรแกรมเมอรช์ าวเยอรมันช่ือ Ralf Burger พบ
วิธีตรวจจับโปรแกรมที่ copy ตัวเองโดยการเพิม่ code บางตัวเข้าไปในไฟล์
COM version ที่ใช้ทดลองช่อื Virdem
ปี พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987) เดือนธันวาคมเกิดการระบาดใต้ดินคร้ังแรกใน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ชื่อ“ Christmas Three” วันท่ี 9 ไวรัสหลุดมาจาก
เครือข่าย Bitnet ของมหาวิทยาลัย Western University ประเทศเยอรมนี
ทะลุเข้าไปใน European Acadamic Research Network EARN) เคร่ืองท่ี
ติดไวรัสจะแสดงผลท่ีหน้าจอเป็นรูปต้นคริสต์มาสและส่งไปให้ผู้ใช้อื่น ๆ ใน
เครอื ข่าย
ปี พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987) เกิดไวรัสระบาดที่เวียนนาเป็นไวรัสท่ีทาลาย
คอมพวิ เตอรส์ ว่ นบุคคลตวั แรกทท่ี างานเต็มระบบสง่ ผลกระทบไปเกอื บท่วั โลก
ปี พ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988) Peter Norton programmer บริษัท
Symantec ได้ออกมาประกาศว่าไวรสั คอมพวิ เตอร์เป็นเร่ืองไร้สาระโดยเปรียบ
ว่าเป็นแค่จระเข้ที่อยู่ในท่อระบายน้าเสียในนิวยอร์ก แต่ในที่สุดเขาเป็นผู้ท่ีได้
เร่มิ ตน้ project Norton AntiVirus
ปี พ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988) เดือนตุลาคมมีการแพร่ข่าวไวรัสชื่อ“ Mr.
Rochenle อย่างมากเป็นไวรัสประเภทหลอกลวง (HOAX) เป็นตัวแรกอา้ งว่า
ไวรัสน้ีสามารถส่งตัวเองไประหว่างโมเต็มด้วยความเร็ว 2,400 bps ทาให้
ความเร็วโมเด็มลดลงเหลือ 1,200 bps และได้อธิบายวิธีการแก้ไขท่ีไม่ได้มีผล
อะไร แต่มคี นหลงเช่อื ทาตามกันอยา่ งมากมาย
คอมพิวเตอรแ์ ละการบารงุ รกั ษา
ปี พ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988) เดือนพฤศจิกายนมีหนอนเครือข่ายช่ือ“ Morris”
ระบาดอย่างหนักทาให้คอมพิวเตอร์กว่า 6,000 เคร่ืองในอเมริการวมทั้งใน
ศูนย์วิจัยของ NASA ติดไปด้วยส่งผลกระทบให้การปฏิบัติงานหยุดลงโดย
สิน้ เชงิ เหตเุ น่อื งจากมี error ใน code ของ Morris ทาให้มัน copy ตัวเองไปท่ี
เครือข่ายอ่ืนอย่างไม่ จากัด ทาให้เครือข่ายรับไม่ไหวการระบาดคร้ังน้ันทาให้
สูญเสยี เป็นมูลคา่ กว่า 96 ล้านเหรยี ญสหรัฐฯ
3. ประเภทของไวรัส
1.1 บูตเซกเตอรไวรสั (boot sector virus)
บูตเซกเตอร์ไวรัส คือ ไวรัสคอมพิวเตอร์ท่ีแพร่เข้าสู่เป้าหมายใน
ระหว่างเร่ิมทาการบูตเครื่อง ส่วนมากมันจะติดต่อเข้าสู่แผ่นฟลอปป้ีดิสก์
ระหว่างกาลังสั่งปิดเครื่อง เม่ือนาแผ่นท่ีติดไวรัสนี้ไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์
เคร่อื งอ่ืน ๆ ไวรสั ก็จะเขา้ สเู่ ครอื่ งคอมพิวเตอร์ตอนเรมิ่ ทางานทันที
บูตเซกเตอร์ไวรัสจะติดต่อเข้าไปอยู่ส่วนหัวสุดของฮาร์ดดิสก์ที่
มาสเตอร์บูตเรคคอร์ด (master boot record) และก็จะโหลดตัวเองเข้าไปสู่
หน่วยความจา-ก่อนท่ีระบบปฏิบัติการจะเร่ิมทางานทาให้เหมือนไม่มีอะไร
เกิดข้ึน
1.2 ไฟลไวรสั (fille virus)
ไฟล์ไวรัส (file virus) ใช้เรียกไวรัสท่ีติดไฟล์โปรแกรมเช่นโปรแกรมท่ี
ดาวนโ์ หลดจากอนิ เทอรเ์ นต็ นามสกลุ . exe โปรแกรมประเภทแชร์แวร์เปน็ ตน้