1) ตั้งประเด็นปัญหา โดยเลือกประเด็นที่สนใจ เริ่มจากตนเอง ชุมชนท้องถิ่น ประเทศ 2) ตั้งสมมติฐานประเด็นปัญหาที่ตนเองสนใจ 3) ออกแบบ วางแผน ใช้กระบวนการรวบรวมข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ 4) ศึกษา ค้นคว้า แสวงหาความรู้เกี่ยวกับประเด็นที่เลือกจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย 5) ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของข้อมูลได้ 6) วิเคราะห์ข้อค้นพบด้วยสถิติที่เหมาะสม 7) สังเคราะห์สรุปองค์ความรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม 8) เสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบ 9) เห็นประโยชน์และคุณค่าของการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
1) ตั้งประเด็นปัญหาจากสถานการณ์ปัจจุบันและสังคมโลก 2) ตั้งสมมติฐานและให้เหตุผลที่สนับสนุน โต้ยังประเด็นความรู้ โดยใช้ความรู้จากวิชาต่าง ๆ และมีทฤษฎีรองรับ 3) ออกแบบ วางแผน ใช้กระบวนการรวบรวมข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ 4) ศึกษา ค้นคว้า แสวงหาความรู้เกี่ยวกับประเด็นที่เลือกจากแหล่งเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ 5) ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของข้อมูล 6) วิเคราะห์ข้อค้นพบด้วยสถิติที่เหมาะสม 7) สังเคราะห์สรุปองค์ความรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม 8) เสนอแนวคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
1. ก าหนดประเด็น /สิ่งที่สนใจ 2. จับกลุ่มกับเพื่อน ที่มีความชอบ/สนใจ เหมือนกัน/คล้ายกัน 3. ร่วมกันคัดเลือกประเด็น ให้เหลือเพียงประเด็นเดียว 4. ตั้งค าถาม/สมมติฐาน 5. ตั้งชื่อเรื่อง และวัตถุประสงค์ ของการศึกษา 6. ออกแบบการศึกษา ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ 7. สืบค้นความรู้ และ สารสนเทศจากแหล่งต่าง ๆ 8. ศึกษาและสร้างความรู้ ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ 9. การสรุปองค์ความรู้
มีความซื่อสัตย์ และมีคุณธรรมในทางวิชาการและการจัดการ ไม่น างานของผู้อื่นมาเป็นของตน ไม่ลอกเลียนผลงานของผู้อื่น ต้องให้เกียรติ และอ้างถึงบุคคลหรือแหล่งที่มาของข้อมูลที่น ามาใช้ในงานวิจัย นักวิจัยต้องมีพื้นฐานความรู้ในสาขาวิชาการที่ท าวิจัย มีความเชี่ยวชาญ หรือช านาญ เพื่อให้งานวิจัยมีคุณภาพ และเพื่อป้องกันการสรุปที่ผิดพลาด อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่องานวิจัย นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ศึกษา ไม่ว่างานวิจัยนั้นจะมีชีวิต หรือไม่มีชีวิต ปรับปรุงจาก: รศ.ดร.อิทธิพัทธ์ สุวทันพรกูล, จรรยาบรรณนักวิจัยและแนวทางปฏิบัติ สภาวิจัยแห่งชาติ
นักวิจัยต้องเคารพศักดิ์ศรีและสิทธิของมนุษย์ที่ใช้เป็นตัวอย่างในการวิจัย นักวิจัยต้องมีอิสระทางความคิดโดยปราศจากอคติในทุกขั้นตอนของการวิจัย นักวิจัยพึงเคารพความคิดเห็นทางวิชาการของผู้อื่น นักวิจัยพึงน าผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทางที่ชอบ ไม่ขยายผลการวิจัย/ ข้อค้นพบจนเกินความเป็นจริง และไม่ใช้ผลงานวิจัยไปในทางที่มิชอบ ปรับปรุงจาก: รศ.ดร.อิทธิพัทธ์ สุวทันพรกูล, จรรยาบรรณนักวิจัยและแนวทางปฏิบัติ สภาวิจัยแห่งชาติ
“ตัวแปร” ในรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ คือ ประเด็น/ความสนใจของนักเรียนที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่มีความสนใจ จะศึกษาค้นคว้า แต่ ตัวแปร ในงานวิจัย/ทางวิทยาศาสตร์ จะหมายถึง คุณลักษณะ/คุณสมบัติของสิ่งนั้น ๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หรือเปลี่ยนแปลงไป ตามเงื่อนไขหรือสถานการณ์ได้ แปร หมายถึง เปลี่ยนกลายไปจากลักษณะเดิม
ตัวแปรในการวิจัย แบ่งได้ 4 ประเภท ได้แก่ 1) ตัวแปรอิสระ/ตัวแปรต้น 2) ตัวแปรตาม/ตัวแปรผล 3) ตัวแปรแทรกซ้อน 4) ตัวแปรสอดแทรก ซึ่งตัวแปรประเภทที่ 1) และ 2) จะเป็นตัวแปรหลักที่ใช้ประกอบในการศึกษากันโดยทั่วไป
ตัวแปรอิสระ/ตัวแปรต้น (Independent Variables: IV) เป็นตัวแปรที่ผู้วิจัยต้องการจะศึกษาและก าหนดขึ้นตามหลักการ ของเหตุผลที่ได้ศึกษาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่คาดคะเน/คาดเดาว่า น่าจะเป็นตัวแปรที่เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดผลการวิจัย (ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นตัวแปรที่เป็นสาเหตุ/ต้นเหตุ นั่นเอง)
ตัวแปรตาม/ตัวแปรผล (Dependent Variables: DV) เป็นตัวแปรที่ผู้วิจัยต้องการจะศึกษาผลที่เกิดขึ้น และจะมีค่า แปรเปลี่ยนไปตามตัวแปรอิสระ/ตัวแปรต้น (ซึ่งเปรียบเสมือนเป็น ตัวแปรที่เป็นผล นั่นเอง)
ดังนั้น ในการพิจารณาตัวแปรต้นและตัวแปรตาม ผู้วิจัย/นักเรียน จะต้องพิจารณาถึงความสัมพันธ์/ความเกี่ยวข้องระหว่างตัวแปรทั้งสอง นั่นหมายความว่า ตัวแปรทั้งสองนั้น “ต้องมีความสัมพันธ์กัน”
การนอนดึก สิวขึ้น เข้าเรียนไม่ทัน นักเรียนคิดว่าสิ่งใดคือตัวแปรต้น และสิ่งใดคือตัวแปรตาม
การนอนดึก สิวขึ้น เข้าเรียนไม่ทัน นักเรียนคิดว่าสิ่งใดคือตัวแปรต้น และสิ่งใดคือตัวแปรตาม
การนอนดึก สิวขึ้น เข้าเรียนไม่ทัน ซึ่ง ตัวแปรต้น ก็คือต้นเหตุ/สาเหตุ และตัวแปรตาม คือ ผลนั่นเอง
การนอนดึก สิวขึ้น เข้าเรียนไม่ทัน สรุปว่า... ผลที่เกิดจากการนอกดึกนั้นมีเพียง 2 ข้อจริงหรือไม่?
การนอนดึก สิวขึ้น เข้าเรียนไม่ทัน น้ าหนักขึ้น ร่างกายอ่อนเพลีย … … ผลการศึกษา อาจได้ค าตอบ มากกว่านี้อีกก็ได้ จริงหรือไม่?
การนอนดึก สิวขึ้น เข้าเรียนไม่ทัน น้ าหนักขึ้น ร่างกายอ่อนเพลีย … … การศึกษาที่ได้ผล (ตัวแปรตาม) มาก ๆ เช่นนี้ จะเป็นการศึกษา ในลักษณะของ “การส ารวจ”
การเล่นเกม ข้อดี ข้อเสีย แต่...บางเรื่องมีทั้งข้อดีและข้อเสีย นักเรียนจะเลือกศึกษาแบบไหนดี
การเล่นเกม ข้อดี เสริมสร้างสมาธิ ฝึกวางแผน ความคิดสร้างสรรค์ ข้อเสีย พักผ่อนไม่เพียงพอ อาจเป็นเด็กติดเกม อาจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ มีโลกส่วนตัวสูง เลือกศึกษาทั้งคู่ก็ได้ใช่หรือไม่?
นักวิจัย/นักเรียนควรไตร่ตรองถึงผลของ การศึกษาที่อาจจะส่งผลย้อนกลับไปยังสิ่งที่ศึกษา (ผู้คน/สถานที่/สถาบัน ฯลฯ) เช่น การถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง การถูกโจมตี จากสังคมแวดล้อม การเปลี่ยนไปของวิถีชีวิต ฯลฯ
มันคือตัวแปรประเภทไหนกันนะ? ในการศึกษาบางครั้ง อาจจะมีตัวแปรที่เราไม่ได้ต้องการศึกษา เข้ามาปะปนด้วย ซึ่งตัวแปรเหล่านี้จะท าให้ผลที่ได้จากการศึกษา มีความคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง (Error)
ตัวแปรแทรกซ้อน (Extraneous Variables: EV) เป็นตัวแปรที่ผู้วิจัยไม่ต้องการที่จะศึกษา และมักจะเกิดขึ้น ในระหว่างการวิจัยและส่งผลให้เกิดความคลาดเคลื่อน (Error) ในการวิจัย เช่น เพศ เจตคติ/ทัศคติ ระดับการศึกษา อายุ อาชีพ พื้นถิ่นที่อยู่อาศัย ภูมิล าเนา เป็นต้น ตัวแปรประเภทนี้สามารถควบคุมได้
ตัวแปรสอดแทรก (Intervention Variables) เป็นตัวแปรที่ผู้วิจัยไม่ต้องการศึกษา แต่จะเกิดขึ้นในระหว่าง การวิจัย และส่งผลให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการศึกษาเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นตัวแปรที่ผู้วิจัยไม่สามารถก าจัดออกหรือควบคุม จากการศึกษาได้เหมือนกับตัวแปรแทรกซ้อน เช่น ความเครียด อาการเจ็บป่วย ความวิตกกังวล ตัวแปรประเภทนี้ไม่สามารถก าจัดออกได้
การตั้งค าถาม เป็นสิ่งส าคัญในกระบวนการสืบค้น หรือ การศึกษาค้นคว้า อาจเป็นค าถามที่เกิดจากการสังเกต ความสนใจ การคาดเดาเป็นค าถามง่าย ๆ แล้วน าข้อความนั้นไปปรับเปลี่ยน ให้เป็นค าถาม เพื่อน าไปสู่ค าถามในเชิงวิจัย ลักษณะของค าถามที่ดี มีลักษณะส าคัญ คือ 1) ควรมี ความชัดเจนของค าถาม (รู้และเข้าใจว่าถามถึงสิ่งใด) 2) มีความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้นกับตัวแปรตาม และ 3) สามารถตั้งสมมติฐานเพื่อทดสอบต่อไปได้
แล้วเราจะสามารถเริ่มต้นในการตั้งค าถามได้อย่างไร?
การตั้งค าถาม โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ 1) ค าถามระดับพื้นฐาน เช่น 1.1) การตั้งค าถามจากการสังเกต เป็นการตั้งค าถามโดยการ อาศัยประสาทสัมผัสในการรับรู้เพื่อค้นหาค าตอบ เช่น มีกลิ่นเป็นอย่างไร (กลิ่น) มีลักษณะอย่างไร(สัมผัส/มอง) ให้เสียงเป็นอย่างไร(ฟัง) มีสีที่เหมือนกันหรือไม่(มอง) 1.2) การตั้งค าถามเพื่อบ่งชี้หรือค าตอบ เช่น เป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง
การตั้งค าถาม โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ 2) การตั้งค าถามระดับสูง เช่น 2.1) การตั้งค าถามเพื่อต้องการการอธิบาย/ขยายความถึงสิ่งนั้น เช่น เพราะเหตุใด มีขั้นตอนอย่างไร มีกระบวนการอย่างไร 2.2) การตั้งค าถามเพื่อเปรียบเทียบ เช่น มีคุณภาพ เหมือนกันหรือไม่อย่างไร สิ่งใดให้ความคุ้มค่ามากกว่า
การตั้งค าถาม โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ 2) การตั้งค าถามระดับสูง เช่น 2.3) การตั้งค าถามเพื่อวิเคราะห์ เช่น สามารถจัดกลุ่ม/ จัดประเภท/จัดหมวดหมู่อย่างไร เกิดจากสาเหตุใด มีความสัมพันธ์กัน อย่างไร มีปัจจัยใดที่ส่งผลท าให้เกิด...บ้าง สามารถน าไปใช้ให้เกิดประโยชน์ สูงสุดได้อย่างไร
การตั้งค าถาม โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ 2) การตั้งค าถามระดับสูง เช่น 2.4) การตั้งค าถามเพื่อค้นหาและน าเสนอทางเลือก/ การค้นแนวทางที่เหมาะสม เช่น วิธีการใดให้ผลดี/มีประสิทธิภาพ/ มีประโยชน์มากกว่ากัน 2.5) การตั้งค าถามเพื่อค้นหาสิ่งใหม่ เช่น สามารถน าไปประดิษฐ์/ ผลิต/แปรรูปเป็นสิ่งใดได้บ้าง สามารถใช้สิ่งใดทดแทนได้ จะใช้วิธีการใดที่สามารถให้ผลที่ดีเช่นเดิม
สมมติฐาน คือ ค าตอบที่อาจเป็นไปได้จากการคาดคะเนไว้ ล่วงหน้าอย่างมีเหตุผล หรือการคาดคะเนความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้น กับตัวแปรตาม โดยการตั้งสมมติฐานที่ดีควรมีลักษณะดังนี้ คือ 1) สมมติฐานนั้นต้องบอกความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้นกับตัวแปรตาม 2) ในสถานการณ์หนึ่ง ๆ อาจมีการตั้งสมมติฐานหลายสมมติฐานก็ได้ 3) สมมติฐานที่ตั้งขึ้นอาจจะถูกหรือผิดก็ได้ และ 4) สมมติฐานที่ตั้งขึ้น ต้องสามารถหาค าตอบได้ พิสูจน์/ทดสอบสมมติฐานได้
จากภาพ นักเรียนพบประเด็นใดที่น่าสนใจ หรือสามารถตั้งค าถามถึงสิ่งใดได้บ้าง
จากภาพ นักเรียนพบประเด็นใดที่น่าสนใจ หรือสามารถตั้งค าถามถึงสิ่งใดได้บ้าง สมมติ ครูลองตั้งค าถามขึ้นมาสักค าถามหนึ่ง
ค าถาม 1 ไข่ต้มแก้บนหลวงพ่อโสธรแต่ละร้านเป็นยังไง
ค าถาม 1 ไข่ต้มแก้บนหลวงพ่อโสธรแต่ละร้านเป็นยังไง การตั้งค าถาม ความชัดเจน ความสัมพันธ์กับตัวแปรต้นและตัวแปรตาม สามารถตั้งสมมติฐานได้ เมื่อพิจารณาจากค าถามกับหลักการตั้งค าถามจะพบว่า...
ค าถาม 1 ไข่ต้มแก้บนหลวงพ่อโสธรแต่ละร้าน เป็นยังไง การตั้งค าถาม ความชัดเจน ความสัมพันธ์กับตัวแปรต้นและตัวแปรตาม สามารถตั้งสมมติฐานได้ เมื่อพิจารณาจากค าถามกับหลักการตั้งค าถามจะพบว่ายังตั้งค าถามไม่ชัดเจน
ค าถาม 1 ไข่ต้มแก้บนหลวงพ่อโสธรแต่ละร้าน เป็นยังไง การตั้งค าถาม ความชัดเจน ความสัมพันธ์กับตัวแปรต้นและตัวแปรตาม สามารถตั้งสมมติฐานได้ หากปรับเป็น เมื่อพิจารณาจากค าถามกับหลักการตั้งค าถามจะพบว่ายังตั้งค าถามไม่ชัดเจน
ค าถาม 1 ไข่ต้มแก้บนหลวงพ่อโสธรแต่ละร้าน มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร การตั้งค าถาม ความชัดเจน ความสัมพันธ์กับตัวแปรต้นและตัวแปรตาม สามารถตั้งสมมติฐานได้
ค าถาม 1 ไข่ต้มแก้บนหลวงพ่อโสธรแต่ละร้าน มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร การตั้งค าถาม ความชัดเจน ความสัมพันธ์กับตัวแปรต้นและตัวแปรตาม สามารถตั้งสมมติฐานได้ เมื่อพิจารณาจากหลักการตั้งค าถามที่ดีจะพบว่าสามารถสื่อสารได้ชัดเจนขึ้น
ค าถาม 1 ไข่ต้มแก้บนหลวงพ่อโสธรแต่ละร้าน มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร การตั้งค าถาม ความชัดเจน ความสัมพันธ์กับตัวแปรต้นและตัวแปรตาม สามารถตั้งสมมติฐานได้ เมื่อตั้งค าถามเรียบร้อยแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการตั้งสมมติฐาน
จากค าถาม เราอาจตั้งสมมติฐานกว้าง ๆ ได้ว่า... ค าถาม 1 ไข่ต้มแก้บนหลวงพ่อโสธรแต่ละร้าน มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
จากค าถาม เราอาจตั้งสมมติฐานกว้าง ๆ ได้ว่า... ค าถาม 1 ไข่ต้มแก้บนหลวงพ่อโสธรแต่ละร้าน มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร สมมติฐาน ไข่ต้มแก้บนแต่ละร้าน มีขนาดของไข่ไก่ จ านวนฟอง และราคาขายที่แตกต่างกัน
จากค าถาม เราอาจตั้งสมมติฐานกว้าง ๆ ได้ว่า... ค าถาม 1 ไข่ต้มแก้บนหลวงพ่อโสธรแต่ละร้าน มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร สมมติฐาน ไข่ต้มแก้บนแต่ละร้าน มีขนาดของไข่ไก่ จ านวนฟอง และราคาขายที่แตกต่างกัน หลังจากนั้น ให้พิจารณาสมมติฐานที่ตั้งไว้โดยพิจารณาตามลักษณะสมมติฐานที่ดี โดย...
การตั้งสมมติฐาน บอกความสัมพันธ์กับตัวแปรต้นและตัวแปรตาม สามารถหาค าตอบได้/ทดสอบได้/พิสูจน์ได้ (1) พิจารณาหาตัวแปร (2) พิจารณากับลักษณะการตั้งสมมติฐานที่ดี ค าถาม 1 ไข่ต้มแก้บนหลวงพ่อโสธรแต่ละร้าน มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร สมมติฐาน ไข่ต้มแก้บนแต่ละร้าน มีขนาดของไข่ไก่ จ านวนฟอง และราคาขายที่แตกต่างกัน
การตั้งสมมติฐาน บอกความสัมพันธ์กับตัวแปรต้นและตัวแปรตาม สามารถหาค าตอบได้/ทดสอบได้/พิสูจน์ได้ ตัวแปรตาม (1) พิจารณาหาตัวแปร ตัวแปรต้น ค าถาม 1 ไข่ต้มแก้บนหลวงพ่อโสธรแต่ละร้าน มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร สมมติฐาน ไข่ต้มแก้บนแต่ละร้าน มีขนาดของไข่ไก่ จ านวนฟอง และราคาขายที่แตกต่างกัน (2) พิจารณากับลักษณะการตั้งสมมติฐานที่ดี