2. เกณฑ์การจำแนกประเภทผู้ปว่ ย (สำนกั การพยาบาล) การจำแนกประเภทผู้ป่วย ประ
2.1 สภาวะความเจบ็ ปว่ ย : ประเภทผปู้ ่วยตามสภาวะความเจ็บป่วยประเมินจากลกั ษณะ
ตวั บง่ ชี้/ประเภท
4(หนักมาก) 3(ห
1. สญั ญาณชีพ ก. สญั ญาณชพี ผดิ ปกติมอี าการ ก. สญั ญาณชีพผดิ
เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หรือมกี าร ระดับทีค่ วบคมุ ได
เปล่ยี นแปลงอย่างรวดเร็วของ T, P, R, ข. สญั ญาณชพี ปก
และ/หรือ BP รวมถึงความผิดปกตขิ อง เปลยี่ นแปลงไดต้ ล
คลื่นไฟฟ้าหวั ใจในลกั ษณะทบ่ี ง่ บอกถึง จำเปน็ ตอ้ งเฝา้ ระว
ความผดิ ปกติทีร่ ุนแรง จำเป็นต้องเฝา้ ระวงั ทกุ 2 ชว่ั โมง
ตลอดเวลา อย่างน้อยทุก 15 นาที
2. อาการ/อาการแสดงทางระบบ ก. มกี ารเปลย่ี นแปลงหรอื มีโอกาส ก. อาการ/อาการ
ประสาท เปลย่ี นแปลงของ GCS ไดต้ ลอดเวลา ประสาทผดิ ปกติแ
ต้องการการเฝา้ ระวังอาการ/อาการแสดง ควบคุมไดม้ โี อกาส
ทางระบบประสาท (Neurological เลวลง ต้องการกา
Signs) อยา่ งนอ้ ยทกุ คร่งึ - 1 ช่วั โมง 4 ชัว่ โมง
3. การไดร้ บั การตรวจรักษาดว้ ย ก. ได้รับการรักษาด้วยหตั ถการต่ออวัยวะ ก.ได้รบั การทำหตั
การผ่าตัด/หตั ถการต่ออวัยวะท่ี ทสี่ ำคัญตอ่ การมีชวี ิตในลกั ษณะ สำคัญตอ่ การมีชวี
สำคญั ต่อการมชี วี ติ ฉุกเฉิน เชน่ CPR, Emergency การทำ Hemodia
hemodialysis, หรือ cardiac Peritoneal dialy
catheterization หรือ pericardial tap tap ในรายทคี่ วบค
ในรายทอ่ี าการไม่คงที่ เป็นตน้ หรอื ตน้ หรือ
ข. ได้รับการผ่าตัดใหญ่ต่ออวยั วะท่สี ำคัญ ข.ได้รับการผา่ ตัดอ
ต่อการมชี วี ติ (Vital organs)ได้แกส่ มอง การมชี วี ิตหลงั 24
44
ะกอบด้วยสภาวะความเจ็บป่วยและการดแู ลขน้ั ต่ำทผ่ี ู้ใช้บรกิ ารควรจะได้รบั
ะของผูป้ ว่ ยที่มคี ่าสงู สดุ ข้อใดขอ้ หนง่ึ หรือหลายข้อ
ลกั ษณะผูป้ ่วย และ ประเภท
หนกั ) 2(ปานกลาง) 1(ฟกั ฟน้ื )
ดปกติแตอ่ ยู่ใน ก. สัญณาณชีพปกตแิ ตม่ ีโอกาสท่จี ะ ก. สัญญาณชพี คงทีแ่ ละมโี อกาส
ดห้ รือ เปลี่ยนแปลงไดง้ ่าย ตอ้ งเฝ้าระวงั ทุก เปล่ียนแปลงไดน้ ้อย ต้องการการเฝ้า
กตแิ ตม่ ีโอกาส 4 -6 ชว่ั โมง ระวงั วันละ 1 -2 คร้งั
ลอดเวลา
วงั ทกุ 15 นาที–
รแสดงทางระบบ ก. อาการ/อาการแสดงทางระบบ ก. อาการ/อาการแสดงทางระบบ
แต่อยใู่ นภาวะที่ ประสาทปกตหิ รือคงทีม่ โี อกาส ประสาทปกติหรอื คงที่
สเปลี่ยนแปลงท่ี เปลยี่ นแปลงนอ้ ย ตอ้ งการการเฝา้
ารเฝา้ ระวงั ทุก 2 - ระวังเวรละ 1 ครง้ั
ตถการต่ออวยั วะ ก. ไดร้ ับการทำหตั ถการตอ่ อวยั วะ ก. ได้รับการทำหัตถการทวั่ ไป เชน่
วิตเรง่ ดว่ น เชน่ สำคญั ต่อการมีชวี ิตแบบไม่ เจาะเลือด ใสส่ ายสวนปัสสาวะ ผา่ ฝี
alysis, ฉกุ เฉิน เช่น เจาะปอดเพือ่ ส่งตรวจ เป็นตน้ หรือ
ysis, pericardial เป็นตน้ และผปู้ ่วยอยู่ในภาวะคงที่ ข. ไดร้ บั การตรวจรักษาทวั่ ไปไมต่ อ้ ง
คมุ อาการได้ เปน็ ควบคุมอาการได้ หรอื ใช้วธิ กี ารตรวจรกั ษาพเิ ศษใด ๆ หรอื
ข. ได้รับการผา่ ตดั อวัยวะทส่ี ำคญั ตอ่ ค. ได้รบั การผ่าตดั ใหญ่ในระยะพกั
อวัยวะทส่ี ำคญั ตอ่ การมีชวี ิต 12-48 ชัว่ โมงแรกท่ี ฟืน้ ไม่มีภาวะแทรกซอ้ น หรือ
4 ชวั่ โมงที่ควบคุม ควบคุมอาการได้ หรอื ระยะ 48 ง. ไมม่ ีการใช้อปุ กรณ์พเิ ศษเพอ่ื การ
ตัวบ่งช/ี้ ประเภท 4(หนกั มาก) 3(ห
4. พฤตกิ รรมผดิ ปกติทีเ่ ป็น หัวใจ ปอดตับ ไตใน 24 ชั่วโมงแรก หรือ อาการได้ หรอื
อันตรายตอ่ ตนเอง (ผปู้ ว่ ย) และ
ผอู้ น่ื จากปญั หาการปรับตวั ทาง หลัง 24 ชว่ั โมงแรกท่ียงั ไมส่ ามารถควบคุม ค.ไดร้ บั การผ่าตดั ใ
อารมณ์และจติ สงั คม หรือสาเหตุ
อ่ืน เชน่ ภาวะสบั สนเฉยี บพลัน อาการเปลยี่ นแปลงได้ หรอื ควบคุมอาการเปล
หรอื ปัญหาที่เกดิ จากสาเหตุทาง
Metabolic เชน่ ภาวะไม่สมดลุ ค. ไดร้ ับการผา่ ตดั ใหญ่ในอวยั วะทไี่ ม่ 12 ชม. แรก หรือ
ของสารน้ำและอเิ ลคโตรไลท์
เปน็ ต้น สามารถควบคมุ อาการเปล่ยี นแปลงได้ ง.ไดร้ ับการชว่ ยชีว
หรือ พเิ ศษทางการแพท
ง. ไดร้ บั การช่วยชวี ิตดว้ ยอปุ กรณพ์ เิ ศษ ระยะที่ควบคมุ อา
ทางการแพทย์เพื่อชว่ ยชวี ิตในระยะแรก เปลี่ยนแปลงหรือป
ซงึ่ ตอ้ งการการเฝ้าระวังใกล้ชิด และการ ของอุปกรณน์ ้อย
ปรับการทำงานของ อุปกรณ์ตามการ อาการปรับลดการ
เปลย่ี นแปลงของผ้ปู ว่ ย เช่น การใช้ ชว่ ยชวี ิต
เครอ่ื งช่วยหายใจ เครือ่ งกระตุน้ ไฟฟ้า
หัวใจ (Cardiac pacemaker) เปน็ ตน้
ก. มพี ฤติกรรมทผี่ ดิ ปกติทำร้ายตนเอง ก. มีพฤติกรรมกา้
และ/หรือผู้อืน่ หรือพฤติกรรมทอ่ี าจเป็น โอกาสทำรา้ ยตนเ
อนั ตรายกา้ วรา้ วและรนุ แรงไมส่ ามารถ อนั ตรายต่อตนเอง
ควบคมุ ได้หรอื มโี อกาส/สญั ญาณเตือนวา่ ในภาวะท่ีควบคุม
จะฆ่าตัวตาย หรือ ใกลช้ ิด หรอื
ข. มพี ฤติกรรมผดิ ปกตดิ า้ นการปรบั ตัว ข. เศรา้ โศก/ซึมเศ
ทางอารมณแ์ ละจติ สงั คมทร่ี นุ แรง ปรับตัวได้
45
ลกั ษณะผู้ป่วย และ ประเภท 1(ฟกั ฟ้ืน)
หนกั ) 2(ปานกลาง)
ชว่ั โมงหลังผ่าตดั ใหญท่ ี่ควบคมุ อาการ ช่วยชวี ิต
ใหญ่ในระยะที่ ได้ หรอื
ลี่ยนแปลงไดใ้ น ค. ใชอ้ ุปกรณ์พเิ ศษทางการแพทย์
อ เพือ่ ชว่ ยชวี ติ ท่ีอยู่ในระยะทีค่ วบคมุ
วติ ด้วยอุปกรณ์ อาการได้ ไม่มกี ารปรบั เปลย่ี นการ
ทยเ์ พื่อชว่ ยชวี ิตใน ทำงานอุปกรณ์แตม่ คี วามจำเป็นตอ้ ง
าการได้ มีการ เฝ้าระวังเพือ่ วางแผนการปรับลดการ
ปรบั การทำงาน ใชอ้ ปุ กรณ์
หรืออยใู่ นช่วง
รใช้อปุ กรณ์
าวรา้ ว รนุ แรงมี ก. มีพฤติกรรมทผ่ี ิดปกติด้านอารมณ์ ก. ไม่มปี ญั หาการปรับตวั ทางดา้ น
เองหรือเป็น และจิตสังคมหรือผดิ ปกตจิ ากพยาธิ อารมณแ์ ละจติ สงั คม
ง และผอู้ น่ื แต่อยู่ สภาพแต่ปรบั ตัวและควบคมุ ตนเอง
มไดโ้ ดยตอ้ งดแู ล ไดม้ โี อกาสทำรา้ ยตนเองและผอู้ ่ืน
นอ้ ยหรือเป็นบางครั้ง
ศรา้ ไมส่ ามารถ
2.2 การดแู ลขน้ั ตำ่ ที่ผใู้ ช้บรกิ ารควรจะไดร้ บั ลกั ษณะผู้ป่วย แล
ตัวบ่งช/้ี ประเภท 3
4 ก. ไมส่ ามารถชว่ ยเหลอื ต
กจิ วัตรประจำวนั ได้ อย่าง
1. ความสามารถในการ ก. ไมส่ ามารถปฏิบัตกิ ิจวตั รประจำวนั ต่อไปนี้
ปฏบิ ตั ิกจิ วตั รประจำวนั ด้วยตนเองทั้งหมด อยา่ งน้อย 3 ใน 4 1) รบั ประทานอาหารเองไ
อาหารไดแ้ ตส่ ำลักง่าย หร
ขอ้ ตอ่ ไปน้ี ทางสายยางในรายทม่ี ีปญั
1) รับประทานอาหารไมไ่ ด้ ตอ้ งไดร้ ับ อาหาร
อาหารทางหลอดเลือด 2) เคลื่อนไหวบนเตยี งไดบ้
2) เคล่อื นไหวด้วยตนเองไมไ่ ดห้ รอื เหลอื
ควบคุมการเคลอ่ื นไหวเองไมไ่ ด้ 3) ต้องทำความสะอาดรา่
3) ไม่สามารถทำความสะอาดรา่ งกาย/ ต้องมีผูช้ ่วยแตส่ ามารถชว่
อวัยวะตนเองได้ 4) ขบั ถา่ ยไดบ้ นเตยี ง แตต่
4) ควบคมุ การขบั ถา่ ยไม่ได้ และอาจตอ้ งชว่ ยสวน ควัก
ก. มคี วามวิตกกังวล และต
2 ความตอ้ งการขอ้ มูล/ การ ก. มคี วามกลัว/วติ กกงั วล สงู มาก อยู่ ชดั เจนตอ้ งอาศัยการยกตัว
และการปรกึ ษา หรือ
สอนของผ้ใู ช้บรกิ ารญาติ ในช่วงการรบั รคู้ วามเจบ็ ปว่ ยใน ข. ซึมเศรา้ ท้อแท้หมดกำ
ค. ตอ้ งการขอ้ มูลเพอ่ื ใชใ้ น
และความตอ้ งการการ ระยะแรกต้องการขอ้ มลู ที่มคี วามชัดเจน เลอื กใช้การปฏิบตั หิ รือ
ง. ตอ้ งเรียนรกู้ ารดูแลตนเ
สนบั สนนุ ด้านจิตใจและ เฉพาะเจาะจง ต้องมีความรคู้ วามเข้าใจ ความรู้และเทคนคิ เฉพาะ
อารมณ์ ท่ีชัดเจน และมากพอท่ีจะใชป้ ฏบิ ตั ิตัวได้
อย่างปลอดภยั เน่ืองจากอยใู่ นภาวะที่
จำเป็นตอ้ งเฝา้ ระวังใกล้ชิด หรอื มี
อาการ/อาการแสดงที่เปล่ียนแปลง
46
ละ คะแนนการดูแลขั้นตำ่ ทผี่ ้ปู ว่ ยควรได้รบั
2 1
ตนเองในการทำ ก. สามารถช่วยเหลอื ตนเองได้ในการทำ ก. สามารถชว่ ยเหลือตนเอง
ไดท้ ง้ั หมดในการทำกจิ วตั ร
งน้อย 3 ใน 4 ขอ้ กจิ วตั รประจำวนั ได้บางส่วน อย่างน้อย 3 ประจำวัน
ใน 4 ขอ้ ต่อไปน้ี ก. ต้องการคำแนะนำ
โดยท่วั ไป เชน่ กฎระเบยี บ
ไมไ่ ด้และกลืน 1) รับประทานอาหารเองไดแ้ ตต่ ้องมีผู้ช่วย การใช้บรกิ ารการดแู ลตนเอง
เม่อื เจ็บป่วยท่วั ไปเช่น เม่ือ
รอื ตอ้ งไดอ้ าหาร เหลอื เช่น จัดท่า จัดอาหาร หรือต้องได้ เป็นหวดั การดูแลบาดแผล
เลก็ ๆ เป็นต้น
ญหาระบบทางเดิน อาหารทางสายยาง และไม่มปี ญั หาระบบ
ทางเดนิ อาหาร
บ้าง แตต่ อ้ งมีผชู้ ว่ ย 2) เคลอื่ นไหวด้วยตนเอง ไดบ้ า้ ง ลกุ เดินได้
แตต่ ้องมผี ู้ช่วยเหลือ และต้องมอี ปุ กรณ์ชว่ ย
างกายบนเตียงและ 3) ทำความสะอาดร่างกายได้แต่ตอ้ งมีผู้ชว่ ย
วยขยบั ตวั ไดบ้ า้ ง บนเตยี งหรือในหอ้ งนำ้
ต้องมีผชู้ ว่ ยเหลือ 4) ขบั ถา่ ยเองได้แต่ต้องมผี ชู้ ่วยบนเตียงหรือ
ก ล้วง ในหอ้ งน้ำ
ตอ้ งการข้อมลู ที่ ก. มีความเจ็บปว่ ยเรอื้ รงั ที่ต้องการข้อมูล
วอยา่ งการสอน ความรคู้ วามเขา้ ใจเฉพาะทมี่ ีความชัดเจน
เพียงพอต่อ การควบคุมอาการ/การดแู ล
ำลงั ใจ หรอื ตนเอง หรอื
นการตดั สินใจหรือ ข. อยู่ในภาวะการเตรียมตรวจ หรอื เตรยี ม
ผ่าตัดต้องการขอ้ มลู ท่ชี ัดเจนพอท่ีจะเตรียม
เอง โดยอาศัย รา่ งกายและจติ ใจใหพ้ รอ้ มตอ่ การตรวจหรือ
เชน่ การดแู ลสาย การผา่ ตดั หรอื
ตวั บ่งช/ี้ ประเภท 4 ลกั ษณะผู้ป่วย แล
3
3. ความตอ้ งการยา/การ ตลอดเวลาควบคมุ ไมไ่ ดห้ รือ
รักษาหรอื หัตถการ และการ ข. ได้รบั ความกระทบกระเทือนใจอย่าง สวนปัสสาวะสายยางให้อา
ฟื้นฟูสภาพ รนุ แรงหรอื อยใู่ นภาวะการสูญเสยี ไม่วา่ ป่ัน การดูดเสมหะและการ
เปน็ การสญู เสยี การทำหนา้ ท่ีของอวัยวะ หายใจเป็นต้น หรือ
หรือพกิ ารหรืออยู่ในระยะการเปลยี่ น จ. ตอ้ งการขอ้ มูลท่ชี ัดเจน
ผา่ นหรอื กรณี ที่เจ็บปว่ ยเร้ือรังและ
ค. มคี วามเขา้ ใจผิดเกดิ ความขดั แยง้ ใน ไม่ได้
กับแนวทาง/แผนการรักษา/พยาบาล
อย่างรนุ แรง หรือ ก. ต้องได้รบั ยาท่ีจำเปน็ ต
ง. ไมย่ อมรบั สภาพความเจ็บปว่ ยและ/ ชัดเจนระมดั ระวงั และ/ห
หรอื ข้อมูล/การเรยี นรใู้ ด ๆ หรอื หตั ถการก่อนการใหย้ าแล
จ. การรบั รู้ไมส่ อดคล้องกับสภาวะการ การให้ยาในช่วงการปรบั ร
เจ็บปว่ ยหรือ ระดับน้ำตาลในเลือด ระด
ฉ. ไม่สนใจตนเอง ส้ินหวังอยากตาย อัตราการเตน้ ของหวั ใจ เป
ก. ตอ้ งไดร้ บั ยา/สารน้ำทางหลอดเลือด ข. ต้องไดร้ ับการชว่ ยเหลือ
ดำทีม่ ีผลต่อการทำงานของอวยั วะท่ี เฉพาะโดยท่วั ไปทไี่ ม่ยงุ่ ยา
สำคัญต่อการมชี ีวิตและ/หรือต้องเฝ้า
ระวงั อยา่ งใกลช้ ดิ ตลอดเวลาตอ้ งมี
บันทกึ การเฝ้าระวังทุก 15 นาทีถึง 1
ชว่ั โมง หรือ
ข. ต้องการการช่วยเหลอื จากการปฏบิ ัติ
ที่ตอ้ งใชท้ ักษะเฉพาะ เชน่ การทำแผล
ละ คะแนนการดูแลขน้ั ต่ำทผี่ ปู้ ว่ ยควรได้รับ 47
2 1
าหาร และอาหาร ค. เครยี ด/วิตกกงั วล เลก็ นอ้ ยตอ้ งการการ
รดแู ลท่อชว่ ย ใหก้ ำลงั ใจ
น เฉพาะเจาะจงใน
ะควบคมุ อาการ
ตอ้ งประเมินอยา่ ง ก. ได้รบั ยาเพื่อการรกั ษา/ควบคมุ อาการ ก. ไดร้ บั ยาที่ใช้รักษา/
หรือชว่ ยเหลือ/ทำ โดยทัว่ ไปตอ้ งการการเฝ้าระวงั ตามปกตหิ รือ ควบคุมอาการ ในลักษณะ
ละหลงั ใหย้ า เช่น ข. มอี ุปกรณ/์ สายทส่ี วนท่ออวัยวะท่ีไม่ ประจำหรือยาบำรุง หรอื
ระดบั ยาควบคมุ ซบั ซอ้ น เชน่ สายสวนปสั สาวะสาย ข. ต้องการการกระต้นุ การ
ดับความดันโลหติ NG- tube Penrose drain เป็นตน้ หรอื ดูแลตนเอง เชน่ การฟ้ืนฟู
ป็นต้น หรือ ค. ต้องการการฟ้ืนฟสู ภาพ/ป้องกนั สภาพดว้ ยการทำActive
อปฏบิ ตั ทิ ใี่ ช้ทกั ษะ ภาวะแทรกซ้อนของแขน ขา (Active – Exercise การทำกจิ กรรม
าก แตต่ ้องปฏิบตั ิ Passive exercise ของแขน ขา) เป็นต้น การดูแลตนเองใน
ตวั บง่ ช้ี/ประเภท ลักษณะผ้ปู ่วย แล
4. ความตอ้ งการการ 43
บรรเทาอาการรบกวน
ขนาดใหญ่ แผลทซ่ี ับซ้อนเก่ยี วขอ้ งกับ บ่อย หรือจำนวนมาก เชน่
อวัยวะระดบั ลึก หรือใกล้ อวัยวะท่ี จำนวนมากเชด็ ตาในรายท
ละเอียดออ่ น ต้องระมดั ระวงั สูง เส่ยี งต่อ อันตรายท่ซี ับซอ้ น เป็นต้น
อันตรายต่ออวัยวะนั้น ๆ หรอื อวัยวะ ค. ได้รบั การทำหตั ถการท
ใกลเ้ คยี ง เชน่ แผลฉีกขาดทเ่ี ปลือกตา ปสั สาวะ อุจจาระ การสว
เป็นตน้ หรอื การทำpostural drainag
ค. ไดร้ ับการทำหตั ถการตอ่ อวยั วะท่ี ง. ต้องได้รับการฟืน้ ฟสู ภา
สำคัญต่อการมชี วี ิต ต้องการการเฝา้ อย่างใกลช้ ิด
ระวังและดแู ลใกลช้ ดิ เชน่ การทำ
pericardial tapping, การเจาะตบั
ก.ต้องการการบรรเทาอาการรบกวน ก. มอี าการรบกวนทร่ี นุ แร
มาก ทุกขท์ รมานจากอาการรบกวนทำ ควบคมุ ไดแ้ ต่มแี นวโน้มหร
ใหไ้ มส่ ามารถพักผอ่ นไดแ้ ละควบคมุ ความรนุ แรงเพมิ่ ข้ึนไดต้ ้อง
ไม่ได้หรอื ควบคมุ ได้ยาก เกดิ ใกล้ชดิ อย่างนอ้ ย ทกุ 4 ช
ความเครยี ดอย่างรุนแรงตอ้ งเฝ้าระวงั
ตลอดเวลาอยา่ งน้อย ทุก 1 ช่วั โมง เช่น
ความปวดท่ีรนุ แรง อาการเวียนศรี ษะ
คล่ืนไสอ้ าเจยี นที่ควบคุมไมไ่ ด้ เปน็ ต้น
ละ คะแนนการดูแลขน้ั ต่ำทผ่ี ปู้ ว่ ยควรได้รับ 48
2 1
น แผลตน้ื แตม่ ี โดยการชว่ ยเหลอื จากบุคลากร หรอื ชีวติ ประจำวัน เชน่ การ
ทไี่ ม่มแี ผลหรือ ง. การทำแผลสะอาด ไม่ยุ่งยากซบั ซ้อน รับประทานอาหาร การดูแล
น หรอื ความสะอาดของร่างกาย
ท่วั ไป เชน่ การสวน การชง่ั นำ้ หนักตนเอง การ
วนล้างช่องคลอด ตรวจปสั สาวะด้วยตนเอง
ge เปน็ ตน้ หรอื เปน็ ต้น
าพโดยบคุ ลากร
รงแตอ่ ยู่ในความ ก. มีอาการรบกวนที่ควบคมุ ไดแ้ ต่ มีโอกาสท่ี ก. มีอาการรบกวนทคี่ วบคมุ
รอื มโี อกาสเกดิ จะรนุ แรงเพม่ิ ข้นึ ไดห้ ากมสี ่ิงกระตนุ้ ตอ้ งการ ไดแ้ ละเปน็ อาการท่สี ามารถ
งการการเฝ้าระวงั การเฝา้ ระวังเปน็ ระยะ อย่างน้อยเวรละ 1 จดั การให้หายได้ตอ้ งการ
ชวั่ โมง คร้ัง การเฝา้ ระวงั วนั ละ 1 ครง้ั
หรอื ไมม่ ีอาการ
49
3. มอบหมายงานแบบรายผปู้ ่วย CCB (Case classify & Complete care with Buddy)
หมายถึง การมอบหมายงานพยาบาลที่ประกอบด้วยพยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์มาก (Chief
Nurse) คู่กับพยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์น้อยกว่าขึ้นปฏิบัติงานร่วมกันเพื่อเป็นที่ปรึกษาสอนและ
ช้ีแนะเพอ่ื ให้ผู้ปว่ ยปลอดภัยและพยาบาลที่มีประสบการณ์น้อยกว่ามีความรู้และมีความมั่นใจในการปฏิบัติงาน
โดยใช้กระบวนการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยแบบเบ็ดเสร็จผสมผสาน องค์รวมตั้งแต่แรกรับเวรจนถึงบันทึก
ทางการพยาบาลตามการมอบหมายงานที่ได้รับตามการจำแนกประเภทผู้ป่วยผ่าน CAP Program (Classify
Assignment for 2P Safety) ดังนั้นคุณสมบัติของพยาบาลวิชาชีพ (Chief Nurse) ต้องมีประสบการณ์การ
ทำงานมากกวา่ 5 ปี ข้ึนไปและควรประกอบด้วยสมรรถนะดังนี้
- ดา้ นความรู้ ประกอบดว้ ยดา้ นความร้เู กี่ยวกับทางการพยาบาล
- ด้านทักษะ ประกอบด้วยทักษะการสร้างสัมพันธภาพและการมองภาพองค์รวม ทักษะการ
ปฏบิ ตั ิการพยาบาลผปู้ ว่ ยและทกั ษะการบูรณาการการสอน
- ด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล ประกอบด้วยการเข้าใจข้อแตกต่างทางวฒั นธรรม การควบคุมตนเอง
การคดิ บวก การปฏิสัมพันธ์ระหวา่ งบุคคล ไดแ้ ก่ ด้านบคุ ลิกภาพ และด้านทศั นคติ
4. กระบวนการดูแลผ้ปู ่วยและการจดั สภาพแวดล้อม (Complete Care & Cell Concept)
การจัดรูปแบบการพยาบาลที่เน้นความต้องการแบบรายผู้ป่วย (Complete care) พยาบาลวิชาชีพ
จะต้องใช้กระบวนการพยาบาลซึ่งประกอบด้วย การประเมินสภาพปัญหา การวินิจฉัยการพยาบาล การ
ปฏิบัติการพยาบาล การวางแผนการพยาบาล และการประเมินผลการพยาบาล ในการดูแลผู้ป่วยแบบ
เบด็ เสรจ็ ผสมผสานครบท้ัง 4 มิติ คือ 1) สง่ เสริม 2)ป้องกนั 3)รักษา 4)ฟน้ื ฟูสภาพ อย่างองค์รวมท้ังด้าน
ร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ และจติ วญิ ญาณ ตั้งแตแ่ รกรบั เวรจนถึงบันทึกทางการพยาบาลตามการมอบหมายงานท่ี
ไดร้ บั ผา่ น CAP Program (Classify Assignment for 2P Safety)
การจัดสภาพแวดล้อม ใช้แนวคิดลีน (Lean Thinking) มาวิเคราะห์กระบวนการทำงานมุ่งเน้น
กระบวนการทำงานที่มีความคล่องตัว ลดความสูญเสียในการให้บริการ ประยุกต์ปรับปรุงพัฒนาระบบการ
มอบหมายงานแบบใหม่คือการจดั รูปแบบการพยาบาลที่เน้นความต้องการแบบรายผูป้ ่วยCCB (Case classify
& Complete care with Buddy ) ตั้งแต่แรกรับเวร ต่อเนื่อง จนถึงจำหน่ายมาจัดสภาพแวดล้อมหอผู้ป่วย
ใหม่โดยใช้เครื่องมือลีนคือ “Cell Concept” ซึ่งเป็นแนวคิดการทำงานแบบเซลหรือแยกพื้นที่โดยยึด
หลักการ การจัดวาง คน วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการทำงานเช่น เคาน์เตอร์พยาบาล อุปกรณ์
โทรศัพท์ไร้สาย เตียงผู้ป่วย เครื่องคอมพิวเตอร์ รถเข็นบริหารยาฉีด ยารับประทาน และบุคลากรทางการ
พยาบาลแบ่งเป็นกลุ่มของตนเอง เรียกเป็นหนึ่งเซลล์ (Cell) กำหนดลักษณะการทำงานให้สมดุล (Line
Balancing) กับ Cycle Time ในกระบวนการให้บริการคือการสร้างเส้นทางการเดินของผู้รับบริการทั้งภายใน
และภายนอกและลำดับการรับบริการใหส้ มดุลกับเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการแตล่ ะเซลล์ (Cell) และพอดีกับ Cycle
Time เพื่อลดขั้นตอนระบบงานการให้บริการการเคลื่อนที่ของเจ้าหน้าที่และผู้รับบริการไม่ต้องเดินกลับไป
กลับมาแต่ให้สิ้นสุดกระบวนการภายในแต่ละเซลล์ (Cell) ซึ่งหอผู้ป่วยได้แบ่งออกเป็น 3- 4 เซลล์(Cell) แบ่ง
ผู้ป่วยวิกฤตออกจากlock กลางกระจายไปทุกเซลล์(Cell) ภายในหอผู้ป่วย และย้ายเคาน์เตอร์พยาบาลออก
ประจำแตล่ ะเซลล์ (Cell)
50
5. ระเบียบการจัดอัตรากำลัง
รูปแบบการจัดตารางเวรให้จัด ตามล็อกเวรดงั ต่อไปน้ี
รปู แบบท่ี 1 ช ช ด ด บ บ 0 0ชชดดบบ00ชชดด
รูปแบบที่ 2 ช ช ช 0 ด ด บบ00ชชช0ดดบบ00
รปู แบบท่ี 3 ช ช ช ช ช 0 ดดบบ00ชชชชช0ดด
1) เมื่อจัดตารางเวรตามตัวอย่างแล้ว และได้อัตรากำลังครบ 24 ชั่วโมง ทุกคนจะได้วันหยุดเท่าตาม
ปฏิทนิ ทกุ เดือน ถ้าได้วันหยดุ ไมค่ รบหัวหนา้ จะเพิ่มวนั หยุดชดเชยใหจ้ นครบ
2) เมื่อจัดตารางเวรตามล็อคเรียบร้อยแลว้ อัตรากำลังที่ยงั ไมค่ รบตามปริมาณงานทีก่ ลุ่มการพยาบาล
กำหนดใหจ้ ัดตารางเวร OT เพมิ่
3) หวั หน้าหอต้องบริหารจัดอัตรากำลังในแตล่ ะรอบเวรใหม้ ีความเหมาะสมโดยคำนวนอัตรากำลังจาก
CAP โปรแกรมและใช้อัตรากำลังแบบ Staff mix สามารถปรับลด-เพ่มิ อัตรากำลังได้
4) ไม่อนุญาตใหข้ น้ึ เวร บา่ ยต่อดกึ หรอื ดึกตอ่ เช้า
5) หลงั ตารางเวรส่งฝ่ายการพยาบาลแลว้ ผูถ้ กู ระบใุ นตารางเวรต้องรับผิดชอบเวรตวั เองของตนเอง
ยกเว้นกรณีป่วย Admit หรอื ปว่ ยมีใบรับรองแพทย์และต้องแจง้ หัวหน้าหอทราบตามระเบียบการลา
6) สำหรับผู้ตง้ั ครรภค์ รบ 32 สปั ดาห์เตม็ ใหห้ ัวหน้าจัดเวรเชา้ นับอตั รากำลงั จนถงึ อายคุ รรภ์
34 สปั ดาห์จึงไมน่ ับอัตรากำลงั
7) หัวหน้าต้องจัดตารางเวรในระบบ Intranet ทั้งเวรปกติและเวร OT และต้องมีการปรับเวรกรณีลด
หรือเพม่ิ อตั รากำลงั ให้เป็นปจั จุบนั
8) การจัดตารางเวร จะต้องจัดตารางเวรของพยาบาลวิชาชพี ให้ปฏบตั งิ านตดิ ตอ่ กันได้ไม่เกิน 60
ช่วั โมงใน 7 วัน (นบั รวมท้งั เวรปกติและเวร OT) และต้องไมจ่ ดั เวรเช้าตอ่ บา่ ยตดิ ต่อกันเกนิ 2 วันใน
1 ลอ็ คเวร
ระเบยี บการแลกเวร
1) เจ้าหน้าที่สามารถแลกเวรได้ภายในหน่วยงานก่อนส่งตารางเวรให้ฝ่ายการพยาบาลทุกวันที่ 20
ของเดือน และหลังจากส่งตารางเวรที่ฝ่ายการพยาบาลอีกคนละ 3 ครั้ง/เดือน เป็นหน้าท่ี
รับผิดชอบของหัวหน้าหอในการแลกเวรให้เสร็จสิ้นภายในหน่วยงาน โดยต้องมีหลักฐานการแลก
เวรเป็นลายลกั ษณอ์ ักษรทกุ ครงั้ สามารถใหต้ รวจสอบได้
2) เมอ่ื แลกเวรแล้วเจ้าหนา้ ทสี่ ามารถปฏิบตั งิ านติดกนั ได้ไมเ่ กนิ 60 ชัว่ โมงใน 7วนั (นบั รวมทัง้ เวร
ปกติและเวรOT)
3) เจา้ หน้าทส่ี ามารถข้นึ ปฏิบัติงาน เวรเช้าตอ่ เวรบา่ ยไดต้ ดิ ต่อกันไมเ่ กิน 2 วนั (โดยตอ้ งไมใ่ ชเ่ วรจริง
ท้งั เวรเช้าและเวรบา่ ย) และต้องเช้าบ่ายไม่เกนิ 4 ครัง้ ใน 1 เดือน
4) เจ้าหนา้ ทีป่ ฏิบัติงานเวรดึกติดกันได้ไม่เกิน 4 เวร (นับรวมท้ังเวรปกตแิ ละเวร OT)
5) ผูข้ ้ึนปฏิบตั งิ านถูกต้อง คือ ผู้ท่ถี ูกระบุอยใู่ นตารางเวรเรียบร้อยแลว้ (ตรงคน ตรงเวร)
51
การจดั เวรการไปอบรม
กรณีการจดั การอบรมใช้ระเบยี บดังน้ี
การอบรมในโรงพยาบาล
1) ใช้ตารางเวรล็อคปกติในการจัดคนอบรม
2) ถ้าเป็นเวรหยดุ ไมช่ ดเชยให้
3) ถ้าเปน็ เวรดกึ ให้เปลี่ยนเป็นเวรเช้า
4) ถ้าเปน็ เวรบา่ ยให้อบรมและขึ้นเวรบา่ ยตามปกตแิ ละถา้ การอบรมเลิกชา้ กวา่ กำหนดหลงั 16.30 น.
ให้อยู่อบรมจนเสร็จ และให้เวรเชา้ อยู่เวรต่อจนกว่าจะเลิกการอบรม
การอบรมภายนอกโรงพยาบาล
1) ใชต้ ารางเวรลอ็ คปกติในการจัดคนอบรม
2) ปรับวันอบรมใหเ้ ปน็ วันทำการเวรเชา้ ทกุ วัน
3) ใหเ้ พ่มิ วนั เดนิ ทางเป็นวันทำการได้ 1 วนั (วนั เดินทางไปหรือเดนิ ทางกลับ)
คำชีแ้ จงการจดั การเอกสารเบิกเงินนอกเวลา (OT) / เงนิ ค่าเวรยามวกิ าล
1) หวั หนา้ หอผูป้ ว่ ย/หนว่ ยงานตรวจสอบตารางเวร ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของ web page งาน
ประเมินผลใหถ้ ูกตอ้ ง
2) พิมพเ์ อกสารขอเบกิ เงินค่าเวรยามวกิ าล / เงินนอกเวลา (OT) จากระบบคอมพิวเตอรข์ อง web page
งานประเมนิ ผล เพ่ือให้ผขู้ น้ึ เวรตรวจสอบและเซ็นช่ือทุกคน
3) หวั หน้าหอผปู้ ว่ ย/หนว่ ยงานสง่ เอกสารพรอ้ มตารางเวรให้หวั หน้างานการพยาบาล/กลุม่ งานการ
พยาบาลแตล่ ะสาขาตรวจสอบตามลำดบั ข้นั และส่งทธ่ี รุ การกลมุ่ การพยาบาลก่อนวนั ท่ี 5 ของทกุ เดือน (ยกเวน้
ลูกจา้ งรายคาบส่งภายในวันที่ 1 ของเดือน) เพ่ือตรวจสอบใหถ้ ูกต้องก่อนส่งให้หวั หน้าพยาบาลลงชอื่ กำกับ
กอ่ นสง่ ให้การเงนิ ของโรงพยาบาล และผู้อำนวยการโรงพยาบาล ตามลำดับ
หมายเหตุ
อัตราการเบิกเงนิ นอกเวลา (OT) และเงินค่าเวรยามวิกาล
ตำแหน่ง จำนวนเงิน OT จำนวนเงินค่าเวรยามวกิ าล
พยาบาลวชาชีพ 700 240
พยาบาลเทคนคิ 480 180
ผ้ชู ่วยพยาบาล 360 145
พนกั งานชว่ ยเหลือคนไข้ -
พนกั งานทำความสะอาด 330/300 -
พนกั งานเปล 300 -
300
52
ระเบียบปฏบิ ัติการนเิ ทศทางการพยาบาล
1. นโยบาย
เพื่อให้งานบริการพยาบาลผู้ป่วยทุกกลุ่มงานการพยาบาล เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ถูกต้องตามหลักการ
พยาบาล และบังเกิดผลดีต่อผู้ป่วย จึงกำหนดให้ผู้บริหารทางการพยาบาล และพยาบาลวิชาชีพที่มีคุณสมบัติ
ปฏิบัติงานมาแล้วเป็นเวลา 5 ปี ขึ้นไป ทั้ง 16 กลุ่มงานการพยาบาล ปฏิบัติหน้าที่ผู้นิเทศทางการพยาบาล
กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ในเวลาราชการ นอกเวลาราชการ
วนั หยดุ ราชการ และวนั นกั ขัตฤกษ์
2. วตั ถุประสงค์
1. การบรหิ ารความเสย่ี งดา้ นความปลอดภยั ของผู้ปว่ ยเป็นไปอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
2. การบรหิ ารอัตรากำลังบคุ ลากรทางการพยาบาลเป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
3. บคุ ลากรทางการพยาบาลเกิดขวัญและกำลังใจในการปฏิบตั ิงาน
4. ผู้ใชบ้ รกิ ารมีความพึงพอใจ
3. ขอบเขต
1. นเิ ทศการพยาบาลทุกวัน ระหว่างเวลา 16.30 น. - 08.30 น.
2. นิเทศการพยาบาลวนั หยดุ ราชการ และวันนกั ขัตฤกษ์ ระหวา่ งเวลา 08.30 น. - 16.30 น.
4. หนา้ ทีค่ วามรับผิดชอบของผนู้ ิเทศทางการพยาบาลแต่ละระดับของกลมุ่ ภารกิจดา้ นการพยาบาล
ลำดับ ตำแหน่ง หน้าท่คี วามรบั ผดิ ชอบ
1 หัวหนา้ พยาบาล 1. ผ้นู ำองคก์ รพยาบาล กำหนดนโยบาย และถา่ ยทอดนโยบายลงส่กู ารปฏบิ ัติ
2. วางแผนการนิเทศร่วมกบั รองหวั หนา้ พยาบาล เพ่ือกำกบั ดแู ลควบคุม ตรวจสอบ
ระบบบรกิ ารทางการพยาบาลใหเ้ ป็นไปมาตรฐานวชิ าชพี พยาบาล เข็มมุ่งของ
โรงพยาบาล
3. ควบคมุ กำกบั ช้ีแนะ ตดิ ตาม ผลการนเิ ทศทางการพยาบาลทุกกลุม่ งานการ
พยาบาล ทกุ วนั ทาง line กล่มุ NSO
2 รองหวั หนา้ 1. วางแผนการนเิ ทศรว่ มกบั หวั หน้ากลมุ่ งาน หัวหนา้ งาน หวั หน้าหอ ของกลุม่ งานการ
พยาบาล พยาบาล ทร่ี บั ผดิ ชอบเพอื่ กำกบั ดแู ลควบคุม ตรวจสอบระบบบรกิ ารทางการพยาบาล
- นเิ ทศทางการ ใหเ้ ปน็ ไปมาตรฐานวิชาชพี พยาบาล เขม็ มุง่ ของโรงพยาบาลแนวปฏบิ ัตอิ น่ื ๆ ที่
พยาบาลในเวลา เกี่ยวข้อง
ราชการ 2. ให้คำปรึกษาเก่ียวกับการพัฒนามาตรฐาน ระบบบริการ และการประกนั คุณภาพ
ทางการพยาบาลเพอ่ื ให้บรรลุเปา้ หมายความปลอดภัยของผปู้ ่วยและเจ้าหนา้ ที่
53
ลำดับ ตำแหน่ง หน้าท่ีความรับผิดชอบ
3 หัวหนา้ กลมุ่ งาน 1. พฒั นาระบบการพยาบาลในสาขาตามนโยบายและแผนงานทรี่ ับผดิ ชอบให้
- นิเทศทางการ เหมาะสมและมปี ระสทิ ธภิ าพเพอ่ื ให้บรรลุเป้าหมายของโรงพยาบาล
พยาบาลในเวลา 2. สง่ เสริมวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม ในสาขาทรี่ บั ผดิ ชอบโดยให้มชี ว่ ยเหลอื กัน
ราชการ ดา้ นอัตรากำลัง งบประมาณ วสั ดุ ระหวา่ งหน่วยงาน เพือ่ ใหท้ ุกคนรว่ มสร้างความสขุ
ในองค์กรภายใตท้ รัพยากรที่จำกัด
3. นิเทศ ช้ีแนะ ติดตามการปฏบิ ัตงิ านของหัวหนา้ หอ/หนว่ ยงาน/หัวหน้างาน เพ่อื ให้
ผ่านการรับรองมาตรฐานของกองการพยาบาล สภาการพยาบาลและมาตรฐาน HA
4 หวั หนา้ งาน 1. ควบคุม กำกบั ติดตาม ประเมนิ ผลตัวชว้ี ดั และนิเทศการปฏบิ ัติการพยาบาลเฉพาะ
- นเิ ทศทางการ สาขาในหนว่ ยงานทรี่ ับผิดชอบให้เป็นไปตามมาตรฐานการพยาบาลของหนว่ ยงาน/
พยาบาลในเวลา กลมุ่ งาน/โรงพยาบาล การบรหิ ารความเสี่ยงตามมาตรฐานกลางของโรงพยาบาลเพ่อื
ราชการ เกดิ ความปลอดภยั ของผู้ปว่ ยและเจ้าหน้าที่
2. จัดการงานไกล่เกล่ีย ขอ้ รอ้ งเรยี น วิเคราะหข์ อ้ ร้องเรียน และให้ขอ้ เสนอแนะ
หน่วยงานทเ่ี กย่ี วข้อง เพื่อลดขอ้ ร้องเรียนและลดความไม่พงึ พอใจที่อาจทำให้องคก์ ร
ไดร้ ับความเสยี หาย
5 หวั หน้าหอผปู้ ่วย 1. วางแผนการจดั อัตรากำลงั ใหเ้ หมาะสมเพือ่ ความปลอดภยั ของผปู้ ่วยและเจา้ หนา้ ท่ี
- นเิ ทศทางการ 2. พฒั นาคณุ ภาพบรกิ ารพยาบาลใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานและเป็นทยี่ อมรบั ของการ
พยาบาลในเวลา การพยาบาล สภาการพยาบาล
ราชการ 3. พัฒนากระบวนการดูแลผู้ปว่ ยต้ังแต่แรกรบั ดแู ลต่อเนอ่ื ง จนถงึ การจำหน่ายใหเ้ ปน็
ตามมาตรฐานวชิ าชีพและแนวทางของระบบงานตา่ งๆโรงพยาบาลและมาตรฐาน HA
4. ควบคมุ กำกับ ตดิ ตาม ประเมนิ ผลตัวช้ีวัด และนเิ ทศการปฏบิ ัตกิ ารพยาบาลในหอ
ผ้ปู ว่ ย
6 หวั หนา้ ทีมการ 1. เวลาขน้ึ - ลงเวร Chief nurses เปน็ การขึ้นปฏบิ ัติงานตามเวลาปกติ
พยาบาล (Chief 2. ตรวจเยย่ี มผปู้ ่วยและสิ่งแวดล้อม เครือ่ งมือ อปุ กรณ์ ในหนว่ ยงาน (จึงควรขนึ้
nurses) ปฏบิ ัตงิ านก่อนเวลาเนอ่ื งจากตอ้ งตรวจเย่ียมผู้ปว่ ยของตนเองทไี่ ด้รบั มอบหมาย)
- นเิ ทศทางการ 3. นิเทศ/กำกับดแู ลการปฏบิ ัตกิ ารพยาบาลตามประเดน็ เปา้ หมายท่ีกำหนดไว้ในแตล่ ะ
พยาบาลนอกเวลา เดอื น
ราชการ และนักขัต 4. ประสานงาน บริหารจดั การ ทงั้ ดา้ นการบริการ ดา้ นอัตรากำลัง ด้านสิง่ แวดลอ้ ม
ฤกษ์ และผูร้ ับบริการ
54
ลำดบั ตำแหนง่ หน้าที่ความรับผดิ ชอบ
5. เป็นทีป่ รกึ ษา แก้ไขจัดการปญั หาที่เกดิ ข้นึ ในเวรรว่ มกบั ทีมพยาบาล และทีมสห
วิชาชีพ
6. หากเกิดเหตกุ ารณ์ทไ่ี มพ่ งึ ประสงคใ์ หร้ ายงานตามลำดบั ชน้ั ทกี่ ำหนดไว้
7. สรปุ ผลการนเิ ทศในแตล่ ะเวรในแบบบันทึกการนิเทศประจำหน่วยงาน
5. แนวทางดำเนนิ การนิเทศทางการพยาบาล
5.1 การนเิ ทศการพยาบาลในเวลาราชการมี 4 กจิ กรรม ดงั น้ี
1) กำหนดหัวข้อในการนิเทศ ทุกระดับดงั น้ี
ตำแหนง่ หัวข้อในการนเิ ทศ
รองหวั หน้า 1.1 การนำ ประกอบดว้ ย
พยาบาล 1) การนำองคก์ ร : วิสยั ทัศน/์ พนั ธกจิ /ค่านยิ ม/เข็มมุ่ง
- นิเทศ หัวหนา้ - ส่อื สารนำสูก่ ารปฏบิ ัตริ ว่ มสร้างคณุ ภาพ
กลมุ่ งานการ - พอเพยี ง/วินยั /สจุ รติ /จติ อาสา
พยาบาลเฉพาะ - ผลลัพธก์ ารดำเนนิ งาน
ทางสาขา 2) การกำกบั ดูแล - การพฒั นาทรัพยากรบคุ คล – ระบบงานสำคัญ - กระบวนการดูแล
1.2 กลยทุ ธ์ ประกอบดว้ ย
1) การจัดทำกลยุทธส์ อดคลอ้ งกบั กลุ่มการพยาบาลและโรงพยาบาล
1.3 ผู้ปว่ ย/ผูใ้ ช้ผลงาน ประกอบดว้ ย
1) เสียงของผูป้ ่วย ไดแ้ ก่
- การรับฟงั ผู้ปว่ ย/กลุ่มผปู้ ว่ ย (นำข้อมลู ไปใชป้ ระโยชน)์
- การประเมินความพงึ พอใจ/ไมพ่ ึงพอใจ
2) ความผูกพนั กับผูป้ ่วย : นำข้อมูลไปออกแบบระบบบริการและตอบสนองความต้องการของ
ผู้ป่วย
3) สิทธผิ ปู้ ว่ ย : ผู้ปว่ ยได้รบั การคุ้มครองสทิ ธิแ์ ละศักดศิ์ รี
- ผูป้ ่วยท่ัวไป
- ผปู้ ่วยเฉพาะทาง
1.4 การจัดการวิเคราะห์และจดั การความรู้ ประกอบดว้ ย
1) การจัดการวเิ คราะหแ์ ละใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุงผลงานขององค์กร-เลอื กขอ้ มลู วิเคราะห์ นำ
ผลไปปรบั ปรุงงานและส่งเสริมการเรยี นรู้
2) การจดั การความรแู้ ละสารสนเทศ
1.5 กำลงั คน ประกอบดว้ ย
55
ตำแหนง่ หวั ข้อในการนเิ ทศ
1) สภาพแวดลอ้ มของกำลงั คน
- ขีดความสามารถและอตั รากำลงั
- บรรยากาศการทำงาน
- สุขภาพและความปลอดภยั ของกำลังคน
2) ความผกู พันของกำลงั คน สง่ เสริมวัฒนธรรม การชว่ ยเหลือระหวา่ งหนว่ ย
1.6 การปฏิบตั ิการ ประกอบดว้ ย
1) กระบวนการทำงาน
2) ประสิทธผิ ลของการปฏบิ ตั ิงาน
2. มผี ลลพั ธ์ ดังน้ี
2.1 ประชาชนสุขภาพดี ตัวช้ีวัดจาก Patient safety ดังน้ี
1) จำนวนอุบตั กิ ารณ์ และผล RCA CQI
2) ขอ้ ร้องเรียน และ แนวทางการปรับปรุงคณุ ภาพบริการ
3) ความพงึ พอใจ
2.2 เจา้ หน้าท่มี ีความสุข ตวั ชี้วดั จาก Personal safety ดังนี้
1) ความเหมาะสมของ work hour/คน
2) คา่ เฉลีย่ ของวันหยุดพักผอ่ น/คน
2.3 ระบบสุขภาพท่ยี ง่ั ยนื ตวั ชวี้ ดั จาก
1) การบรรลผุ ลตามผลเขม็ มงุ่ ของโรงพยาบาล
2) การบรรลุของผ้ปู ่วยตามนโยบาย service plan
3. วางแผนนเิ ทศรายสปั ดาห์ ตามหัวขอ้ ท่กี ำหนด เป็นลายลกั ษณอ์ ักษร
4. จัดทำแผนนิเทศ เป็น One page ประกอบดว้ ย หัวขอ้ นเิ ทศ ระยะเวลาในการนิเทศ การ
รายงานผลการนเิ ทศและผลลพั ธ์การนิเทศ
หัวหน้ากล่มุ งาน 1. กำหนดหวั ข้อในการนิเทศ ดังน้ี
การพยาบาล 1.1 การนำ ประกอบดว้ ย
- นเิ ทศ หัวหนา้ 1) การนำองค์กร วสิ ัยทัศน์ พันธกิจ คา่ นยิ ม เขม็ มงุ่
งานการพยาบาล - สอ่ื สารนำสู่การปฏบิ ัติร่วมสรา้ งคุณภาพ
เฉพาะสาขา - พอเพียง/วนิ ยั /สจุ ริต/จติ อาสา
- ผลลัพธ์การดำเนนิ งาน
2) การกำกับดูแล – การพฒั นาทรพั ยากรบุคคล - ระบบงานสำคญั - กระบวนการดูแล
1.2 กลยทุ ธ์ ประกอบดว้ ย
1) การจัดทำกลยุทธส์ อดคลอ้ งกบั กลุ่มการพยาบาลและโรงพยาบาล
56
ตำแหนง่ หวั ขอ้ ในการนิเทศ
2) การนำกลยุทธไ์ ปปฏบิ ตั ิ
1.3 ผปู้ ่วย/ผู้ใชผ้ ลงาน ประกอบดว้ ย
1) เสียงของผู้ปว่ ย
- การรบั ฟงั ผู้ปว่ ย/กลมุ่ ผปู้ ่วย (นำข้อมูลไปใชป้ ระโยชน)์
- การประเมินความพงึ พอใจ/ไม่พึงพอใจ
2) ความผกู พนั กับผูป้ ว่ ย : นำขอ้ มลู ไปออกแบบระบบบรกิ ารและตอบสนองความต้องการของ
ผู้ปว่ ย
3) สิทธิผปู้ ว่ ย : ผปู้ ว่ ยได้รบั การคมุ้ ครองสิทธแิ์ ละศักดศ์ิ รี
- ผู้ป่วยท่วั ไป
- ผู้ปว่ ยเฉพาะทาง
1.4 การจดั การวเิ คราะหแ์ ละจดั การความรู้ ประกอบด้วย
1) การจัดการวเิ คราะหแ์ ละใช้ข้อมลู เพ่ือปรับปรงุ ผลงานขององค์กร : เลอื กขอ้ มลู วิเคราะห์ นำ
ผลไปปรบั ปรงุ งานและสง่ เสริมการเรียนรู้
2) การจดั การความรแู้ ละสารสนเทศ
1.5 กำลังคน ประกอบดว้ ย
1) สภาพแวดลอ้ มของกำลังคน
- ขดี ความสามารถ และอตั รากำลัง
- บรรยากาศการทำงาน
- สุขภาพและความปลอดภัยของกำลังคน
2) ความผกู พันของกำลงั คน ส่งเสรมิ วฒั นธรรม การช่วยเหลอื ระหวา่ งหนว่ ยงาน
1.6 การปฏบิ ัติการ ประกอบดว้ ย
1) กระบวนการทำงาน
2) ประสทิ ธผิ ลของการปฏบิ ัติงาน
2. ผลลพั ธ์ ดังนี้
1) ประชาชนสขุ ภาพดี ตวั ชวี้ ดั จาก Patient safety ดงั นี้
- จำนวนอุบตั กิ ารณ์ และผล RCA CQI
- ข้อรอ้ งเรียน และการปรับปรงุ คณุ ภาพทางการพยาบาล
- ความพงึ พอใจ
2) เจา้ หน้าท่ีมีความสุข ตัวชว้ี ัดจาก Personal safety ดังนี้
- ความเหมาะสมของ work hour/คน
- ค่าเฉล่ยี ของวนั หยดุ พักผอ่ น/คน
- จำนวนการบาดเจบ็ เจบ็ ปว่ ยของเจ้าหนา้ ท่ี
3) ระบบสุขภาพท่ยี ่งั ยนื ตวั ชวี้ ัดจาก
- การบรรลผุ ลตามเขม็ มงุ่ ของโรงพยาบาล
57
ตำแหน่ง หัวข้อในการนเิ ทศ
หวั หน้างานการ - การบรรลุของผู้ป่วยตามนโยบาย service plan
พยาบาล 3. วางแผนนเิ ทศรายสปั ดาห์ ตามหวั ข้อท่กี ำหนด เปน็ ลายลักษณ์อักษร
-นิเทศ หวั หนา้ 4. จัดทำแผนนเิ ทศ เปน็ one page ประกอบด้วยหวั ขอ้ นเิ ทศ ระยะเวลาในการนเิ ทศ การรายงาน
หอผู้ปว่ ย ผลการนิเทศและผลลพั ธ์ การนเิ ทศ
1. หัวขอ้ ในการนิเทศ คอื ระบบงานสำคัญ ประกอบดว้ ย
1) การบริหารความเส่ียง
2) การกำกบั ดูแลดา้ นวชิ าชพี
3) สงิ่ แวดล้อมในการดูแลผปู้ ว่ ย
4) การปอ้ งกันและควบคมุ การตดิ เช้อื
5) ระบบเวชระเบยี น
6) ระบบการจัดการดา้ นยา
7) การตรวจสอบเพ่ือการวนิ ิจฉัยโรค
8) การเฝา้ ระวังโรคและภัยสุขภาพ
9) การทำงานกบั ชมุ ชน
2. มผี ลลพั ธ์ ดังน้ี
1) ประชาชนสุขภาพดี ตวั ชวี้ ัด Patient safety ดังนี้
- จำนวนอบุ ตั กิ ารณ์ และผล RCA CQI
- ข้อรอ้ งเรยี น และการปรับปรุง
- ความพงึ พอใจ
2) เจา้ หนา้ ทีม่ ีความสุข ตวั ชีว้ ดั จาก Personal safety ดังน้ี
- ความเหมาะสมของ work hour/คน
- ค่าเฉลีย่ ของวันหยุดพกั ผอ่ น/คน
- จำนวนการบาดเจ็บ เจ็บปว่ ยของเจา้ หน้าที่
3) ระบบสุขภาพทย่ี ่งั ยนื ตัวช้ีวดั จาก
- การบรรลุผลตามเขม็ มุ่ง ของโรงพยาบาล
- การบรรลุของผปู้ ว่ ยตามนโยบาย service plan
3. วางแผนนเิ ทศรายสปั ดาห์ ตามหวั ข้อท่กี ำหนด เปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร
4. จัดทำแผนนเิ ทศ เป็น one page ประกอบด้วยหวั ข้อนเิ ทศ ระยะเวลาในการนิเทศ การรายงาน
ผลการนเิ ทศและผลลัพธก์ ารนิเทศ
หัวหนา้ หอผู้ป่วย 1. หัวข้อในการนิเทศ คอื กระบวนการดแู ลผู้ป่วยใน 5 อนั ดบั โรคแรกในหนว่ ยงาน ประกอบด้วย
-นิเทศ เจ้าหน้าที่ 1) การเข้าถงึ และเข้ารับบรกิ าร
ในหน่วยงาน 2) การประเมินผปู้ ว่ ย
3) การวางแผน
58
ตำแหน่ง หวั ข้อในการนิเทศ
4) การดแู ลผู้ป่วย
5) การใหข้ ้อมูลและการเสริมพลงั
6) การดแู ลต่อเนื่อง
2. มผี ลลพั ธ์ ดงั น้ี
1) ผู้ป่วยเข้ารบั บรกิ ารทันเวลาเหมาะสมมปี ระสทิ ธภิ าพ
2) ผปู้ ่วยไดร้ ับการประเมินความตอ้ งการและปัญหาสุขภาพอยา่ งถกู ตอ้ ง เหมาะสม ครบถว้ น
3) มแี ผนการดูแลผปู้ ว่ ยสอดคล้องกับปัญหาและความต้องการ
4) สรา้ งความมน่ั ใจในการดแู ลผู้ปว่ ยอยา่ งทนั ทว่ งที ปลอดภยั และเหมาะสมตามมาตรฐาน
วิชาชีพ
5) ผู้ป่วยไดร้ บั การดแู ลตอ่ เนื่อง และตอบสนองความต้องการ
3. วางแผนนเิ ทศรายสปั ดาห์ ตามหวั ข้อท่กี ำหนด เปน็ ลายลักษณอ์ กั ษร
4. จัดทำ แผนนเิ ทศ เป็น One page ประกอบดว้ ย หวั ขอ้ นเิ ทศ ระยะเวลาในการนิเทศ การ
รายงานผลการนเิ ทศ และผลลพั ธก์ ารนิเทศ
2) นิเทศ ตามนโยบาย 2P Safety : SIMPLE โดยใชโ้ ปรแกรม การนิเทศใน Google Form
https://google/forms/d/e/
Patient Personal
1) ยา Stat 1) การป้องกันการแพร่กระจาย TB
2) การพยาบาล High alert drug 2) การใช้ PPE
3) การบริหารยาเสพตดิ 3) การล้างมอื สำหรบั เจ้าหน้าท่ี
4) Stock ยา 4) การป้องกันการเกดิ Sharp Injury
59
3) แผนภูมกิ ารนเิ ทศทางการพยาบาล
60
4) การรายงานผลการนเิ ทศเป็นลายลักษณ์อกั ษร ตามแบบฟอร์มที่กำหนด
เอกสารการนิเทศการพยาบาล
1) One Page แผนนิเทศ รองหัวหนา้ พยาบาล
2) One Page แผนนิเทศ หวั หนา้ กลมุ่ งานการพยาบาลเฉพาะสาขา
3) One Page แผนนิเทศ หัวหนา้ งานการพยาบาลเฉพาะสาขา
4) One Page แผนนิเทศ หวั หนา้ หอผ้ปู ว่ ย
5) รายงานการนิเทศของรองหวั หน้าพยาบาล
6) รายงานการนเิ ทศของหัวหน้ากล่มุ งานการพยาบาลเฉพาะสาขา
7) รายงานการนิเทศของหวั หนา้ งานการพยาบาลเฉพาะสาขา
8) รายงานการนิเทศของหัวหน้าหอผ้ปู ว่ ย
9) โปรแกรม การนเิ ทศ Google Form https://google .com/forms/d/e/
10) แบบฟอร์มการนิเทศ รายสปั ดาห์
5.2 การนเิ ทศการพยาบาลนอกเวลาราชการมี 4 กจิ กรรม ดงั น้ี
กจิ กรรมท่ี 1 กำหนดสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพ เพื่อทำหนา้ ทเ่ี ป็น Chief nurses คือ ปฏิบตั ิงานในตำแหนง่
พยาบาลวิชาชพี 5 ปขี นึ้ ไป
กิจกรรมที่ 2 การมอบหมาย
2.1 ในตารางเวรใช้สัญลักษณ์เป็นตวั อักษร CN (สีแดง) โดยระบชุ ่อื ในแต่ละเวรตามตารางที่กำหนด
วันท่ี พยาบาลผนู้ ิเทศ/กำกบั ดูแลการปฏบิ ัตกิ ารพยาบาล
ดกึ เช้า บา่ ย
1
2
2.2 มเี ป้าหมายการนิเทศ คอื ความปลอดภยั ของผปู้ ว่ ยโดยเนน้ กจิ กรรมในการนิเทศตามนโยบาย
2P Safety : SIMPLE เชน่
Patient Personal
1) ยา Stat 1) การป้องกนั การแพรก่ ระจาย TB
2) การพยาบาล High alert drug 2) การใช้ PPE
3) การบรหิ ารยาเสพติด 3) การลา้ งมอื สำหรบั เจา้ หน้าท่ี
4) Stock ยา 4) การป้องกันการเกดิ Sharp Injury
โดยใชโ้ ปรแกรม การนิเทศใน Google Form https://docs.google .com/forms/d/e/
61
กิจกรรมท่ี 3 Chief nurses รายงาน เม่ือมี sentinel Event (13ข้อประกาศโรงพยาบาล) ตาม Flow ดงั น้ี
กิจกรรมที่ 4 การรบั สง่ เวรตามการมอบหมายงานของในแตล่ ะกลมุ่ งาน
1) line กล่องสขี องหน่วยงานตามที่กำหนด
2) line กลมุ่ NSO ของกลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณโุ ลก
เอกสารการนเิ ทศการพยาบาล
1) ตารางเวรนเิ ทศ/กำกบั ดแู ลการปฏิบตั กิ ารพยาบาล (chief Nurse)
2) การมอบหมายงานกจิ กรรมการนเิ ทศ/กำกับดูแลการปฏบิ ัตกิ ารพยาบาล
3) โปรแกรม การนเิ ทศใน google form https://docs.google .com/forms/d/e/
4) แบบฟอร์มการรายงานอบุ ัตกิ ารณ์
5) ประกาศแนวทางการรายงานความเสี่ยงไม่พงึ ประสงค์ (Sentinel Event)
62
ระเบียบและวิธปี ฏบิ ตั งิ านกลุม่ ภารกิจด้านการพยาบาล
ระเบียบวนั ลา ให้นบั ตามปงี บประมาณ 1 ต.ค. – 30 ก.ย. ของปถี ัดไป
1. การลาพักผอ่ น
รายละเอยี ด ข้าราชการ - พนักงาน พนักงานราชการ ลกู จา้ ง ลกู จ้าง
ลกู จา้ งประจำ กระทรวง ช่วั คราว ชวั่ คราว
สาธารณสุข รายเดือน รายคาบ
สทิ ธิการลา 10 วนั ทำการ 10 วนั ทำการ 10 วนั ทำการ 10 วันทำการ ไมม่ สี ทิ ธลิ า
สะสมวนั ลา - ปฏิบตั ิงานไม่ครบ 10 ปี สะสมวันลาได้ไม่ สะสมวันลาได้ไม่ ไม่มีสิทธิสะสม
สะสมวันลาได้ รวมวันลา เกิน 5 วันทำการ เกิน 5 วันทำการ วนั ลาพกั ผอ่ น
พักผ่อนปีปัจจุบันต้องไม่ รวมวันลาพักผ่อน รวมวันลาพักผ่อน
เกนิ 20 วนั ปีปัจจุบันต้องไม่ ปีปัจจุบันต้องไม่
- ปฏิบัติงาน 10 ปีข้ึนไป เกิน 15 วนั เกิน 15 วัน
สะสมวันลาได้ รวมวันลา
พักผ่อนปีปัจจุบันต้องไม่
เกิน 30 วัน
*หมายเหตุ ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ต้องปฏิบัติงานครบ 1 ปี
ข้ึนไป(ภายหลงั การได้รับการบรรจุ) จึงจะมีสิทธิ์สะสมวันลาพกั ผอ่ นได้
รายละเอียดและเง่ือนไขอน่ื ๆ
1. ขา้ ราชการทไ่ี ด้รบั บรรจเุ ข้ารบั ราชการยังไม่ถึง 6 เดอื น ไม่มีสทิ ธิลาพกั ผอ่ นประจำปี ในกรณบี ุคคล
ดงั ตอ่ ไปนี้
1.1. ผซู้ ง่ึ ได้รบั บรรจเุ ขา้ รบั ราชการเป็นขา้ ราชการครัง้ แรก
1.2. ผ้ซู ่งึ ลาออกจากราชการเพราะเหตผุ ลสว่ นตวั แลว้ ต่อมาไดร้ บั บรรจุเขา้ รับราชการอีก
1.3. ผู้ซึ่งลาออกจากราชการเพ่ือดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเพ่ือสมัครรับเลือกต้ัง แล้วต่อมาได้
บรรจเุ ข้ารบั ราชการอีกหลัง 6 เดอื น นับแต่วนั ออกราชการ
1.4. ผู้ซ่ึงถูกสั่งให้ออกจากราชการในกรณีอ่ืน นอกจากกรณีไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วย
การรับราชการทหารและกรณีไปปฏิบัติงานใดๆ ตามความประสงค์ของทางราชการ แล้วต่อมาได้รับ
บรรจเุ ขา้ รับราชการอีก
2. ข้าราชการท่ีลาศึกษาต่อภายในประเทศและต่างประเทศ ซ่ึงไม่ได้ลาพักผ่อนประจำปี หรือลาพักผ่อน
แล้วแต่ไม่ครบ 10 วันทำการตามสิทธิ ย่อมมีสิทธิสะสมวันที่ยังมิได้ลาในปีงบประมาณนั้นรวมเข้า
กับปงี บประมาณตอ่ ๆ ไปภายหลัง เมื่อกลับมาปฏบิ ัติหน้าท่ีราชการ
3. พนักงานกระทรวงสาธารณสุขท่ัวไป และพนักงานราชการ ในปีแรกท่ีปฏิบัติราชการไม่ครบ 6 เดือนไม่มีสิทธิ
ลาพกั ผอ่ น
63
4. ลูกจ้างช่ัวคราว ช่วงที่ทดลองงาน 15 วัน ไม่มีสิทธิลาพักผ่อนเพราะจะถือว่ายังไม่ผ่านการประเมิน และ
ยังไม่ได้รับการจ้าง แต่เมื่อมีคำสั่งให้บรรจุเป็นลูกจ้างชั่วคราวแล้วปฏิบัติงานครบ 6 เดือน สามารถใช้สิทธิลา
พกั ผ่อนได้
5. การลาพักผ่อนของบุคลากรทุกระดับจะต้องลาล่วงหน้า และให้ลงข้อมูลลาพักผ่อนผ่านระบบออนไลน์และ
หัวหน้าหอผูป้ ่วยอนุมัติการลาผ่านระบบออนไลน์ การลาตอ้ งได้รับการอนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงาน / หัวหน้า
กลุ่มงานและหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพยาบาลตามลำดับ กรณีเป็นหัวหน้าหอ/หัวหน้างานต้องมีผู้ปฏิบัติ
ราชการแทน(ระบุไว้ในใบลาชัดเจน)และได้รับการอนุมัติจากหัวหน้ากลุ่มงานและหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้าน
การพยาบาลตามลำดับ กรณีเป็นหัวหน้ากลุ่มงาน / รองพยาบาลต้องได้รับการอนุมัติจากหัวหน้ากลุ่มภารกิจ
ด้านการพยาบาล และมอบหมายผู้ปฏิบัติราชการแทน โดยระบุไว้ในใบลาชัดเจน (การลาพักผ่อนให้ปฏิบัติ
ตามประกาศโรงพยาบาลพุทธชินราช เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการบันทึกข้อมูลการลาผ่านระบบออนไลน์
ลงวนั ท่ี 6 ตุลาคม 2563)
6. การลาพักผ่อนหลังส่งตารางเวรแล้วให้ส่งใบลาพักผ่อนผ่านระบบลาออนไลน์ ก่อนวันลาจริง 3 วันทำการ
เพอื่ เสนอผู้มีอำนาจการลาพิจารณา และเมอ่ื ไดร้ ับอนญุ าตแล้วจึงจะหยุดราชการได้
7. ผู้ท่ีมีสิทธิท่ีจะสะสมวันลาพักผ่อนได้ 30 วัน ถ้ามีความประสงค์ลาติดต่อกัน 30 วัน ให้แจ้งล่วงหน้า 1 เดือน
และเขียนบันทึกเสนอต่อ หัวหน้าหอ ,หัวหน้ากลุ่มงาน และหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ตามลำดับ
การอนุมตั ิข้ึนอยู่กบั หัวหน้าหอผู้ป่วยโดยต้องไม่ส่งผลเสียต่อการปฏิบตั ิหน้าที่ และไม่เกิดผลกระทบที่ก่อให้เกิด
ความเสียหายต่อทางราชการ
8. วันลาพกั ผอ่ นนับรวมตอ่ เนื่องกับวนั หยุด ไดด้ งั นี้
10.1 ลาพกั ผอ่ น 1-3 วัน หยดุ ติดต่อกนั ไม่เกนิ 8 วัน
10.2 ลาพกั ผ่อน 4 วัน หยดุ ตดิ ต่อกันไมเ่ กนิ 10 วนั
10.3 ลาพักผ่อน 5-9 วนั หยดุ ตดิ ต่อกันไม่เกนิ 12 วนั
10.4 ลาพักผ่อน 10 วันขึ้นไป หยุดติดต่อกันไม่เกิน 16 วัน (สามารถลาได้ถ้ามีบุคลากรปฏิบัติงานเพียงพอ)
โดยเขียนบันทึกเสนอช้ีแจงความจำเป็นเสนอต่อหัวหน้าหอ หัวหน้ากลุ่มงาน และหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการ
พยาบาล ตามลำดับ
9. ในช่วงเทศกาลท่ีมีวันหยุดติดต่อกัน หัวหน้าสามารถพิจารณาให้เจ้าหน้าที่ลาพักผ่อนได้ โดยสามารถ
จดั อัตรากำลังให้เหมาะสมกับภาระงาน ตามมาตรฐานกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ยกเว้นเมื่อต้องเตรียมรับ
สถานการณฉ์ ุกเฉินต่างๆ
10. ในระหว่างการลาพักผ่อน ถ้าทางราชการมีความจำเป็น ผู้บังคับบัญชาสามารถเรียกให้กลับมาปฏิบัติราชการ
ได้ ดังนั้นจึงไม่ควรจดั ให้บคุ ลากรลาพักผอ่ นในชว่ งเวลาเดียวกนั
11. หา้ มแลกเวรขนึ้ ปฏิบัตงิ านหรือข้ึนปฏิบัติงานลว่ งเวลาในวันทล่ี าพักผอ่ น
12. กรณียังไม่ถึงวันลาพักผ่อน หากต้องการยกเลิกวันลาให้เขียนใบยกเลิกวันลาส่งหัวห น้าหอผู้ป่วย
หวั หน้ากล่มุ งาน และหวั หนา้ กล่มุ ภารกจิ ดา้ นการพยาบาลตามลำดบั กอ่ นถึงวนั ลา
2. การลาป่วย
64
รายละเอียด ขา้ ราชการ - พนกั งาน พนกั งาน ลกู จ้างชว่ั คราว ลูกจา้ ง
ลูกจ้างประจำ กระทรวง ราชการ รายเดอื น ชัว่ คราว
สาธารณสุข รายคาบ
สิทธิการลา 60 วันทำการ 4 5 วั น ท ำ ก า ร 30 วันท ำการโดย 1.ปฏิบัติงานไม่ครบ ลาได้โดยไม่ได้
โดยได้รับค่าจ้าง ไ ม่ ไ ด้ รั บ ค่ า จ้ า ง ปีมีสิทธิลาป่วยได้ รั บ ค่ า จ้ า ง
ระ ห ว่า งล า แ ล ะ ระหว่างลา 8 วนั ทำการโดยไม่ได้ ระหว่างลา
ลาได้ อีก 45 วัน รับค่าจ้างระหวา่ งลา
โดยไม่ได้รับค่าจ้าง 2.ปฏิบตั ิงานครบ 1ปี
ระหวา่ งลา ขึ้นไป มีสิทธิลาป่วย
15 วัน ท ำการโด ย
ไ ม่ ไ ด้ รั บ ค่ า จ้ า ง
ระหวา่ งลา
สทิ ธิระหวา่ ง หากเกิน60 วัน มี สิ ท ธิ ได้ รั บ เงิน มี สิ ท ธิ ไ ด้ รั บ เงิ น มี สิ ท ธิ ไ ด้ รั บ เงิ น
ลาปว่ ย แ ต่ ไม่ ถึ ง1 2 0 สงเคราะหก์ ารหยุด สงเคราะห์การหยุด สงเคราะห์การหยุด
วันทำการ ให้ งา น จ า ก ก า รล า งานจากการลาป่วย งานจากการลาป่วย
เสนอผู้มีอำนาจ ป่วยจากกองทุน จ า ก ก อ ง ทุ น จ า ก ก อ ง ทุ น
จ่ายเงินเดือน ประกันสังคมแต่ ป ระ กั น สั งค ม แ ต่ ประกันสังคมแต่ไม่
ระหวา่ งลา ไมเ่ กนิ 180 วัน ไม่เกิน 180 วัน เกิน 180 วัน
รายละเอียดและเงอ่ื นไขอ่ืนๆ
1. กรณลี าเพอ่ื รักษาตวั ใหบ้ ันทึกข้อมูลผ่านระบบการลาออนไลน์ พร้อมหลกั ฐานประกอบการพิจารณา (ถ้าม)ี
โดยบันทึกข้อมูลล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ เพื่อเสนอผู้มีอำนาจอนุญ าตการลาพิจารณ าและ
จะหยุดราชการได้ต่อเม่อื ไดร้ บั อนุญาตแลว้ เทา่ นนั้
2. กรณลี าปว่ ยจำเปน็ ให้สอ่ื สารดว้ ยวธิ ใี ดๆ เพ่อื รายงานผู้บังคับบญั ชาทราบ และให้บนั ทึกผ่านระบบการลา
ออนไลน์ ภายในวันแรกท่ีมาปฏบิ ัติราชการ เพ่อื เสนอผู้มอี ำนาจอนญุ าตการลาพจิ ารณาต่อไป ทัง้ นหี้ าก ลา
ป่วยตดิ ต่อกนั ตงั้ แต่ 2 วันขน้ึ ไป ใหแ้ นบใบรบั รองแพทยท์ ุกคร้ัง
3. การนบั วนั ลาปว่ ย ให้เขียนวันลาตอ่ เนอื่ งกนั โดยนบั วนั หยดุ ราชการท่ีอยใู่ นระหวา่ งลานัน้ ดว้ ย แต่นบั วันลา
ปว่ ยเฉพาะวนั ทำการใหถ้ อื เปน็ วันลา
4. การลาป่วยผดิ ระเบยี บกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ไดแ้ ก่
4.1 การลาป่วยก่อนและ หรอื หลังลาพกั ผอ่ นโดยไมม่ ใี บรบั รองแพทยห์ รอื ไมไ่ ด้ Admit
4.2 การลาป่วยในวนั นักขตั ฤกษ์ วันเสาร์-อาทติ ย์ และ เวรดึก เวรบา่ ย โดยไม่มีใบรบั รองแพทย์หรอื ไม่ได้ Admit
4.3 ลาป่วยในวนั ท่ีแลกเวร โดยไมม่ ีใบรับรองแพทยห์ รือไมไ่ ด้ Admit
4.3 ลาปว่ ยตดิ ตอ่ กนั ต้ังแต่ 2 วัน โดยไม่มใี บรับรองแพทย์
4.4 ลาป่วยในเวร OT โดยไม่มีใบรบั รองแพทยห์ รอื ไมไ่ ด้ Admit
65
หากมีการลาผิดระเบียบใหห้ ัวหน้าหอ พิจารณาดงั น้ี
1. เขยี นบนั ทึกข้อความช้ีแจงเหตผุ ล
2. ชดใช้เวรคนื เท่าจำนวนวนั ท่ีลา สามารถทยอยใช้เวรได้จนกว่าจะครบตามกำหนด
กำหนดเวลาการแจ้งลาปว่ ย
เวรเช้า แจง้ การลาไม่เกนิ 07.00 น. ของวนั ทล่ี า
เวรบ่าย แจง้ การลาไม่เกนิ 12.00 น. ของวันทีล่ า
เวรดกึ แจง้ การลาไม่เกนิ 20.00 น. ก่อนวันทล่ี า
5. การลาป่วย 1 วนั ทม่ี ี 2 เวร
5.1 กรณีลาป่วย 1 วัน มี 2 เวรจากการแลกเวรมา (วันทำการ 2 วัน) ให้ลงลาป่วย 1 วันและใช้เวร 1 เวร
ภายในเดือนนัน้ หากเปน็ ชว่ งปลายเดอื นให้ใชเ้ วรเดอื นถดั ไปและหมายเหตุในตารางเวรวา่ ใชเ้ วร
5.2 กรณีลาป่วย 1 วัน มี 2 เวร (วันทำการ 1 วัน OT 1 วัน) ให้หัวหน้าพิจารณาวันท่ีลาว่าให้ลาเป็นวันทำการ
หรือเวรOT ปรับตามความเหมาะสม ถ้าลาวันทำการให้ดำเนินการลาตามระบบ แต่หากลาเวรOT ให้ตัดOTออก
และเขยี นใบลาใหห้ ัวหน้าหอ/หน่วยเก็บไว้เป็นหลกั ฐานท่หี น่วยงานตนเอง เพอื่ นับเปน็ สถิติการลา
3. การลากจิ
รายละเอียด ขา้ ราชการ - พนกั งานกระทรวง พนกั งานราชการ ลกู จา้ งชั่วคราว ลกู จา้ งชว่ั คราว
ลกู จ้างประจำ สาธารณสขุ รายเดอื น รายคาบ
จำนวนวนั มีสิทธิลากิจได้ มีสิทธิลากิจ 15 วันทำ มีสิทธิลากิจ 10 วัน ลาโดยไม่ได้รับ ลาโดยไม่ได้รับ
45 วันทำการ การแต่ถ้าปฏิบัติงานไม่ ท ำ ก า ร แ ต่ ถ้ า ค่าจ้างระหว่าง ค่าจ้างระหว่าง
ครบปีให้ลาโดยได้รับ ปฏิบัติงานไม่ครบปี ลา (ขึ้นกับดุลย ลา
ค่าจ้างไม่เกิน 6 วันทำ ให้ทอนสิทธิลงตาม พิ นิ จ หั ว ห น้ า
การ (ข้ึนกับดุลยพินิจ ระยะเวลา (ข้ึนกับ หนว่ ยราชการ)
หวั หน้าหนว่ ยราชการ) ดุลยพินิจหัวหน้า
หน่วยราชการ)
รายละเอียดและเง่อื นไขอ่นื ๆ
1. การลากิจต้องลาล่วงหน้าให้บันทึกข้อมูลผ่านระบบการลาออนไลน์อย่างน้อย 3 วันทำการ เพ่ือจัดอัตรากำลัง
ทดแทน โดยต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุญาตการลาพิจารณา พร้อมท้ังต้องตรวจสอบการได้รับอนุมัติ
ก่อนลากิจทุกครงั้ ถา้ หยดุ ไปโดยไม่ไดร้ บั อนมุ ัตจิ ะผิดระเบียบวินยั ขา้ ราชการ
2. ในกรณีฉุกเฉินหรือกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วนต้องแจ้งทางโทรศัพท์ ขออนุมัติจึงจะลาได้ มิฉะนั้นจะผิด
ระเบียบวินัยข้าราชการ และให้บันทกึ ขอ้ มลู ผ่านระบบการลาออนไลนภ์ ายในวนั แรกท่มี าปฏิบตั ิงาน
3. การลากิจ เวรเช้าวันนักขัตฤกษ์ วันเสาร์-อาทิตย์ และเวรบ่าย เวรดึก ต้องใช้เวรคืนหรือตัด OT ยกเว้น กรณี
บดิ า-มารดา ท้ังสองฝ่าย สามี ภรรยา(จดทะเบยี นสมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย) หรอื บุตรปว่ ยให้ลาโดยไม่ตอ้ งใช้
เวรคืนได้ หากมคี วามจำเป็นนอกเหนอื กรณีดงั กลา่ วให้แจ้งหวั หน้าหอเพื่อพิจารณาเปน็ กรณไี ป
66
4. การลากิจทีไ่ ม่ถูกต้องตามระเบียบไดแ้ ก่ การลาโดยไมแ่ จ้งหัวหนา้ หน่วยงานล่วงหน้า ใหช้ ดใช้เวรตามจำนวนเวร
ท่ีลากิจนนั้
5. ผู้ท่ีได้รับอนุญาตให้ลากิจส่วนตัวซ่ึงได้หยุดราชการยังไม่ครบกำหนด ถ้ามีราชการจำเป็นเกิดขึ้น ผู้บังคับบัญชา
หรอื ผมู้ ีอำนาจอนญุ าตจะเรยี กตัวมาปฏบิ ตั ริ าชการได้ ยกเว้นแต่กรณกี ารลากจิ ส่วนตัวเพือ่ เลยี้ งดูบุตร
6. การลากจิ 1 วัน ท่มี ี 2 เวร
6.1 กรณีลากิจ 1 วัน มี 2 เวร จากการแลกเวรมา (วันทำการ 2 วัน) ให้ลงลากิจ 1 วันและใช้เวร 1 เวร
ภายในเดือนนัน้ หากเปน็ ช่วงปลายเดือนให้ใชเ้ วรเดือนถัดไปและหมายเหตุในตารางเวรวา่ ใชเ้ วร
6.2 กรณีลากิจ 1 วัน มี 2 เวร (วันทำการ 1 วัน OT 1 วัน) ให้หัวหน้าพิจารณาวันท่ีลาว่าให้ลาเป็นวันทำ
การหรือเวรOT ปรับตามความเหมาะสม ถ้าลาวันทำการให้ดำเนินการลาตามระบบ แต่หากลาเวรOT ให้
ตัดOTออก และเขียนใบลาให้หัวหน้าหอ/หน่วยเก็บไว้เป็นหลักฐานที่หน่วยงานตนเอง เพื่อนับเป็นสถิติ
การลา
*หมายเหตุ
1. ขา้ ราชการ ลูกจ้างประจำ การลากจิ /ลาปว่ ย ทจี่ ะไม่ได้รับการพิจารณาเลอื่ นเงนิ เดือนกรณดี ังต่อไปน้ี
- รอบการประเมินท1่ี (1 ตุลาคม -31 มนี าคม) ลาป่วย/ลากิจสว่ นตวั เกนิ 23 วนั ทำการ/10ครงั้
- รอบการประเมนิ ท2ี่ (1 เมษายน -30 กันยายน) ลาป่วย/ลากิจสว่ นตวั เกนิ 22 วนั ทำการ/10คร้ัง
2. พนกั งานราชการ การลากจิ /ลาป่วย ท่ีจะไม่ได้รับการพจิ ารณาเพ่ิมคา่ ตอบแทน
-รอบการประเมิน12 เดือน (1ตลุ าคม-30 กนั ยายน) ลาป่วย/ลากิจสว่ นตัว เกนิ 40 วันทำการ/20 ครั้ง
3. พนักงานกระทรวงสาธารณสขุ การลากจิ /ลาป่วย ที่จะไมไ่ ดร้ บั การพจิ ารณาเพิม่ คา่ ตอบแทน
-รอบการประเมนิ 12 เดอื น (1ตลุ าคม-30 กันยายน) ลาป่วย/ลากจิ ส่วนตัว เกนิ 45 วันทำการ/20 ครง้ั
4. ลกู จา้ งชว่ั คราว(รายเดือน) การลากจิ /ลาปว่ ย ทีจ่ ะไมไ่ ดร้ ับการพิจารณาเพิ่มคา่ จ้างประจำปี
-รอบการประเมนิ 12 เดือน (1ตลุ าคม-30 กันยายน) ลาป่วย/ลากจิ ส่วนตวั เกนิ 30 วนั ทำการ/20 ครัง้
67
4. การลาคลอดบตุ ร, ลาต่อเน่อื งดูแลบตุ รและ ลาเล้ยี งดูบุตร
รายละเอียด ข้าราชการ - พนกั งาน พนักงาน ลูกจ้างชว่ั คราว ลกู จ้างช่ัวคราว
ลกู จา้ งประจำ กระทรวง ราชการ
สาธารณสขุ รายเดอื น รายคาบ
สิทธิการลา 90 วนั 90 วนั 90 วนั
90 วัน 90 วนั
สทิ ธิระหว่าง ไ ด้ รั บ เ งิ น เ ดื อ น ไ ด้ รั บ ค่ า จ้ า ง ได้ รับ ค่ าจ้ าง 1.ลูกจ้างรายวัน ไม่ได้รับค่าจ้าง
ลาคลอด ระหวา่ งลา ระ ห ว่ า งล า ได้ ระหว่างลาได้ ไม่ ได้ รั บ ค่ า จ้ า ง ระหว่างลา
ไม่ เกิ น 45 วัน ไม่เกิน 45 วัน ระหวา่ งลา
และมีสิทธิได้รับ แ ล ะ มี สิ ท ธิ 2.ลูกจ้างรายเดือน
เงินจากกองทุน ได้รับเงินจาก มีสิทธิได้รับค่าจ้าง
ป ร ะ กั น สั ง ค ม ก อ ง ทุ น ร ะ ห ว่ า ง ล า เม่ื อ
ตามเงอ่ื นไข ประกันสังคม ทำงานมาแล้วไม่
ตามเงื่อนไข นอ้ ยกว่า 7 เดือน
3.มีสิทธิได้รับเงิน
จ า ก ก อ ง ทุ น
ประกันสังคมตาม
เงื่อนไข
ลาต่อเน่ื อง 1.ข้าราชการมีสทิ ธิลา ไม่มีสิทธลิ า ไม่มีสทิ ธลิ า ไม่มีสิทธลิ า ไมม่ ีสทิ ธิลา
ดูแลบตุ ร กิ จ เ ล้ี ย ง ดู บุ ต ร
ต่อเน่ืองจากการลา
คลอดบุตร 150 วัน
ท ำ ก า ร โ ด ย ไ ม่ ไ ด้ รั บ
เงินเดือน
2.ลูกจ้างป ระจำมี
สิทธิลากิจเลี้ยงดูบุตร
ต่อเนื่องจากการลา
คลอดบุ ตร 30 วัน
และให้นับรวมอยู่ใน
วันลากิจ 45 วนั
68
รายละเอียด ขา้ ราชการ - พนักงาน พนักงาน ลูกจา้ งชวั่ คราว ลกู จ้างชั่วคราว
ลกู จ้างประจำ กระทรวง ราชการ รายเดือน รายคาบ
สาธารณสุข
ลาช่วยเหลือ ลาได้ 15 วนั ทำการ ลาได้ 15 วันทำ ไม่มสี ทิ ธลิ า ไมม่ ีสิทธลิ า ไมม่ ีสทิ ธลิ า
ภรรยา(โดย ตอ่ การคลอดบตุ ร 1 การต่อการคลอด
ชอบดา้ ย ครัง้ ในชว่ งการลา บุ ต ร 1 ค รั้ ง
กฎหมาย) คลอดบุตรของภรรยา มี สิ ท ธิ ไ ด้ รั บ
ดูแลบุตร คา่ จ้างระหว่างลา
รายละเอียดและเง่ือนไขอื่นๆ ผู้ประสงค์จะลาคลอดบุตร ให้ส่ือสารด้วยวิธีใดๆ เพ่ือรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ
และให้บันทึกข้อมูลผ่านระบบการลาออนไลน์ อย่างชา้ ไม่เกิน 3 วันก่อนหรือในวันลา เพื่อเสนอผู้มีอำนาจอนุญาต
การลาพิจารณาต่อไป กรณีการลากิจเล้ียงดูบุตรและการลาช่วยเหลือภรรยาดแู ลบตุ ร ตอ้ งทำบันทกึ ผา่ นหวั หนา้ หอ
หวั หนา้ กลุม่ งาน และหวั หนา้ กลุ่มภารกิจดา้ นการพยาบาล เพอ่ื พจิ ารณาอนุญาตกอ่ นการลา
5. การลาอุปสมบท ลาไปประกอบพิธีฮัจนแ์ ละลาถือศลี ปฏิบตั ธิ รรม
รายละเอยี ด ข้าราชการ - พนกั งานกระทรวง พนกั งานราชการ ลกู จ้าง ลูกจ้าง
ลกู จ้างประจำ สาธารณสุข ชวั่ คราว ชัว่ คราว
รายเดือน รายคาบ
สิทธิการลา ไม่ เกิน 120 วัน ไม่ เกิ น 1 2 0 วั น ไม่ เกิ น 1 2 0 วั น ไม่เกิน 120 วัน ไม่ เกิ น 1 2 0
(ปฏิบัติงานไม่น้อย (ปฏิบัติงานไม่น้อย (ปฏิบัติงานไม่น้อย โด ย ไม่ ได้ รั บ วัน โดยไม่ได้
กวา่ 12 เดอื น) กวา่ 4 ปี) กวา่ 4 ป)ี คา่ จ้าง รบั คา่ จา้ ง
รายละเอียดและเง่ือนไขอื่นๆ ผู้ประสงค์จะลาอุปสมบทหรือลาไปประกอบพิธีฮัจน์ ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อ
ผู้บังคับบัญชาตามลำดับโดยส่งถึงกลุ่มงานทรัพยากรบุคคลล่วงหน้า เพ่ือเสนอผู้มีอำนาจอนุญาตการลาพิจารณา
อนุญาต ก่อนวันอุปสมบทหรือเดินทางไปประกอบพิธีฮัจน์ ไม่น้อยกว่า 60 วนั กรณมี ีเหตุพิเศษให้แจ้งเหตุผลความ
จำเป็นประกอบการพิจารณา ซึ่งจะอยู่ในดุลยพินิจของผู้มีอำนาจอนุญาตการลาท่ีจะพิจารณาให้ลาหรือไม่ก็ได้
และเม่ือได้รบั อนุญาตแล้วจงึ จะหยดุ ราชการได้
69
6. การลาไปตา่ งประเทศ
ผู้ประสงค์จะเดินทางไปต่างประเทศ ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาพักผ่อนต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับ โดยส่งถึง
กลุ่มงานทรัพยากรบุคคลล่วงหน้าก่อนวันลาไม่น้อยกว่า 45 วัน เพ่ือเสนอผู้มีอำนาจอนุญาตการลาพิจารณา
และเม่อื ได้รบั อนญุ าตแล้ว จึงจะเดินทางไปตา่ งประเทศได้
7. การลาตดิ ตามค่สู มรส (กรณคี สู่ มรสปฏบิ ตั ิราชการหรือปฏบิ ตั ิงานในต่างประเทศ)
ผู้ประสงคจ์ ะลาตดิ ตามคู่สมรส ให้เสนอหรือจดั สง่ ใบลาต่อผู้บังคับบญั ชาตามลำดับ โดยส่งถึงกลมุ่ งานทรัพยากร
บุคคล ล่วงหน้าก่อนวันลาไม่น้อยกว่า 60 วัน เพื่อเสนอผู้มีอำนาจอนุญาตการลาพิจารณา และเมื่อได้รับอนุญาต
แลว้ จึงลาติดตามคสู่ มรสได้
การขาดงาน
1. เขยี นบนั ทึกเสนอชีแ้ จงเหตุผล
2. การไมม่ าปฏบิ ตั ิงานตามตารางเวรใหด้ ำเนินการดังต่อไปน้ี
2.1 เขยี นรายงานชี้แจงการไม่ข้ึนปฏบิ ัติงาน
2.2 เขียนใบลากจิ เท่าจำนวนวันท่ไี ม่ได้มาปฏิบตั ิงาน (ตามระเบยี บการลากจิ )
2.3 ในกรณไี มม่ าปฏบิ ัตงิ าน 1 วนั โดยไมท่ ราบสาเหตุ หวั หน้าหอตอ้ งรายงานทางวาจาให้หัวหน้ากล่มุ งาน
รบั ทราบ
2.4 ไม่มาปฏบิ ตั งิ านตดิ ตอ่ กนั 3 วัน หวั หนา้ หอต้องเขยี นบนั ทึกเสนอต่อผู้บังคบั บัญชาเป็นลำดบั
2.5 ในกรณีลูกจา้ งชั่วคราว ขาดงานเกิน 2 ครง้ั ทางราชการจะงดว่าจ้าง
การจัดอัตรากำลังทดแทนเมอ่ื มกี ารลา, ค่าตอบแทนการขึ้นเวรแทนผู้ลา ดงั น้ี
การลากรณีฉกุ เฉิน ใหจ้ ัดคนเวรหยุดขน้ึ แทนก่อน แต่กรณไี ม่สามารถจัดคนข้ึนปฏบิ ัตงิ านแทนได้ จำเป็นต้องให้
เวรกอ่ นหน้าปฏิบัตงิ านต่ออกี 8 ชัว่ โมง ให้เบิกค่าเวรนอกเวลา 1 เวร
70
ระเบียบการแลกเวร
1. สามารถแลกเวรไม่จำกัดสิทธ์ิได้ ภายหลังการจัดตารางเวรก่อนข้ึนจนถึงสิน้ เดือนน้ันๆ ท้ังน้ีให้หัวหน้าหอ/หน่วย
สามารถพจิ ารณากำหนดสิทธิ์การแลกไดต้ ามความเหมาะสม
2. สิทธิในการแลกเวรใน 1 เดือน ต้ังแต่วันท่ี 1- 31 ของเดือน ขอเปล่ียนได้จำนวน 3 ครงั้ ทั้งแลกเวรตนเอง หรือ
แลกเวรกับผู้อน่ื ในระดับเดยี วกนั
3. การแลกเวรแต่ละคร้งั ตอ้ งข้นึ เวรติดต่อกนั ไมเ่ กิน 60 ช่วั โมง/สัปดาห์
4. แลกเวรหยดุ โดยไม่ใช้สทิ ธลิ าพกั ผอ่ น สามารถแลกเวรหยุดติดตอ่ กันไดไ้ ม่เกนิ 5 วัน
5. ไมอ่ นุญาต ใหแ้ ลกเวรขนึ้ เป็นเวรบ่ายต่อดึก
6. ไม่อนญุ าตให้ขอแลกเวรทางโทรศพั ท์ ผูข้ อแลกเวรจะตอ้ งรับผิดชอบเขียนใบแลกเวร และให้ผยู้ ินยอม
เซ็นชือ่ ใหเ้ รียบรอ้ ย ผู้ขอแลกเวรจะตอ้ งเปน็ ผูท้ น่ี ำใบแลกเวรให้หวั หน้าหอผ้ปู ว่ ย ทั้งนีใ้ หถ้ ูกตอ้ งตาม
นโยบายของหอผปู้ ว่ ยนัน้ และแกไ้ ขในตารางเวรประจำหอผ้ปู ว่ ย โดยใช้หมกึ สเี ขยี ว
7. ในรายท่แี ลกเวรไมถ่ กู ระเบยี บตอ้ งเขียนรายงานช้ีแจง และถกู พิจารณาตัดสทิ ธ์ิการแลกเวร ดังน้ี
- ครั้งท่ี 1 ผ้ทู ขี่ อแลกเวรจะถูกตัดสทิ ธิ์การแลกเวร 2 เดือน ผยู้ ินยอมจะถกู ตัดสิทธิ์การแลกเวร 1
เดอื น
- ครัง้ ที่ 2 ตดั สทิ ธิ์การแลกเวรเปน็ ทวคี ูณของครงั้ ที่ 1
การตัดสิทธิ์การแลกเวร หมายถึงตดั สทิ ธ์ิการแลกเวรหลงั สง่ ตารางเวรไปที่ กลมุ่ ภารกจิ ด้านการ
พยาบาล และไม่มสี ิทธเิ ซน็ ยินยอมให้คนอื่นทขี่ อแลกเวรดว้ ย
8. ถ้ามกี ารแลกเวรเกิน 3 ครง้ั ใน 1 เดือน จะถกู พจิ ารณาตัดสิทธกิ ารแลกเวร 1 เดือน
หมายเหตุ ไม่อนุญาตให้หัวหน้าหอ/หน่วย หัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่มงาน และเสมียน แลกเวรตัวเองแล้วใช้เวรใน
วนั หยุดราชการ
ระเบยี บการลงเวลาการปฏิบตั งิ าน
ให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับลงเวลาการปฏิบัติงานโดยสแกนลายน้ิวมือ ฝ่ามือ ใบหน้า ท่ีเคร่ืองสแกนตามจุด
ท่โี รงพยาบาลพทุ ธชินราช พษิ ณโุ ลกจดั ไวใ้ ห้ในแต่ละกลุ่มงาน หรอื ลงช่อื ปฏิบตั ิงานผ่านแอพพลเิ คชนั่ BUDHR
เวลาการปฏิบัติงาน
เวรเชา้ ปฏิบตั ิงานเวลา 8.30 - 16.30 น.
เวรบา่ ย ปฏบิ ัตงิ านเวลา 16.30 - 00.30 น.
เวรดกึ ปฏิบัตงิ านเวลา 00.30 - 08.30 น.
หมายเหตุ ควรมาปฏิบัติงานก่อนเวลาอย่างนอ้ ย 15 นาที
71
การขึ้นปฏบิ ตั งิ านล่าชา้
การขึ้นปฏบิ ัตงิ านลา่ ช้าใหพ้ จิ ารณา ดงั น้ี
- มาสาย 30 นาที – 2 ช่วั โมง เขียนบนั ทกึ เสนอช้แี จง, เบิกค่ายามวกิ าลได้
- มาสาย 2 ช่ัวโมง – 4 ชั่วโมง เขียนบันทกึ เสนอชแี้ จง, เขยี นใบลากจิ คร่ึงวัน, เบิกคา่ ยามวิกาลได้ครง่ึ เวร
- มาสายมากกว่า 4 ชั่วโมง เขียนบันทึกเสนอชีแ้ จง เขยี นใบลากจิ 1 วนั ขึ้นไป งดเบิกเงิน ยามวกิ าล, ไม่
ต้องชดใช้เวร
ปรบั ปรงุ อา้ งอิงจาก
1. ระเบยี บว่าดว้ ยการลาของขา้ ราชการ พ.ศ. 2555 (แกไ้ ข พ.ศ. 2556)
2. สทิ ธิประโยชนพ์ นกั งานกระทรวงสาธารณสุขทัว่ ไป พ.ศ. 2561
3. สิทธแิ ละประโยชนข์ องพนักงานราชการ พ.ศ.2560
4. สวสั ดิการและสิทธปิ ระโยชนข์ องลูกจ้างชั่วคราว พ.ศ. 2545
5. หลักเกณฑ์และวธิ กี ารบันทกึ ขอ้ มลู การลาผา่ นระบบการลาออนไลน์ หรอื จัดสง่ ใบลาต่อผ้บู งั คบั บัญชาของ
เจา้ หน้าทโ่ี รงพยาบาลพทุ ธชนิ ราช พษิ ณโุ ลก พ.ศ.2563
72
ระเบียบการลาศึกษาต่อ/การอบรม
ขอบเขต การลาศกึ ษาตอ่ หมายถงึ การลาศกึ ษาตอ่ ในหลกั สูตรระยะสน้ั ในระยะ 2 สปั ดาห์ - 1 ปี
(การลาศึกษาในหลกั สตู รเฉพาะทาง)
การลาศกึ ษาต่อในหลกั สตู รระยะยาวตงั้ แต่ 1 ปขี ้ึนไป (หลักสตู ร ป.โท/ ป.เอก)
การอบรม หมายถึง การอบรมเสรมิ ความรู้ในงานท่ีเกย่ี วข้องเพ่ือพัฒนางาน ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดอื น
พยาบาลผู้สนใจในหลักสูตรการศึกษาต่อ จะต้องวางแผนล่วงหน้า และเขียนบันทึกยื่นแสดงความจำนง
(แบบฟอร์ม 1คือใบแสดงความจำนงขอลาศึกษาต่อและฝึกอบรมภายในประเทศ,แบบฟอร์ม 2 คือใบแสดงความ
จำนงขออบรมการพยาบาลเฉพาะทาง) ผา่ นหัวหน้าหอผปู้ ่วย หัวหน้างาน หัวหนา้ กลุ่มงาน หัวหนา้ พยาบาลภายใน
เดือนสงิ หาคมของทกุ ปี เนื่องจากกลมุ่ การพยาบาลตอ้ งวางแผนลว่ งหน้าในการจัดโควตาให้ทันในเดือนกนั ยายนของ
ทกุ ปี โดยต้องไม่เกิดปัญหาในการบริการพยาบาลอันเป็นหน้าที่ของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ถ้ามีผ้สู มัครมาก
เกิน จำเปน็ ตอ้ งคดั เลอื กโดยคณะกรรมการบรหิ ารกลุม่ ภารกจิ ดา้ นการพยาบาล
กรณีไม่บันทึกย่ืนแสดงความจำนงค์ไวล้ ่วงหน้า ทางกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล จะไม่พิจารณาช่วยเหลือ
ให้ถอื เปน็ ความรบั ผดิ ชอบสว่ นบุคคล เชน่ การลาฝกึ ปฏบิ ตั ิ
1. เกณฑ์การพจิ ารณาการศึกษาตอ่ /อบรม
1) ประสบการณ์ตรงสายงาน
2) มภี าวะเป็นผนู้ ำ สามารถถ่ายทอดความรูไ้ ด้
3) มีความสามารถในการปฏิบัติงานดี
4) มบี ุคลิกเหมาะสม เป็นตวั อย่างทีด่ ี
5) ความประพฤติสว่ นตัวไม่เสยี หาย
6) เคารพต่อกฎระเบยี บวนิ ยั ของสถาบัน/หน่วยงาน
7) สขุ ภาพกาย /จิต สมบรู ณ์ ไม่เปน็ ปัญหาต่อการศกึ ษา
8) มีพฤตกิ รรมท่ชี ดั แจง้ ในเรอ่ื งคุณธรรม/จริยธรรมทั่วไปและวิชาชีพพยาบาล
9) อายรุ าชการและระยะเวลาในการปฏบิ ตั งิ านตรงสายงาน
10) ความจำเป็นของหน่วยงาน
11) ไม่มแี นวโนม้ การยา้ ยหรือลาออกจากสายงานท่ีปฏบิ ตั /ิ โรงพยาบาลพุทธชนิ ราช พษิ ณโุ ลก
12) ไม่เป็นผู้มีประวัติลาศึกษาต่อและไม่สำเร็จการศึกษาตามกำหนด (ยกเว้นกรณีเจ็บป่วยต้องรักษา
ต่อเน่อื ง)
2. ระยะเวลาในการยื่นความจำนง/พจิ ารณาโควต้า
1) ยืน่ ความจำนง : สิงหาคมของทุกปี
2) พิจารณาโควตา : กนั ยายนของทุกปี
3) สง่ พจิ ารณาอนุมัติ : กันยายนของทกุ ปี
73
3. คณุ สมบัตขิ องผู้ลาศกึ ษาตอ่ หลกั สูตรปรญิ ญาโท/เอกและการพยาบาลเฉพาะทาง
1) ผขู้ อลาศกึ ษาตอ่ /อบรม ต้องผ่านการพิจารณาและได้รับอนุมัตจิ ากกรรมการบรหิ ารกลมุ่ การพยาบาล
2) ปฏิบตั ิงานในหน่วยงานทเ่ี กี่ยวข้องกับหลักสูตรที่ขอลาศึกษาต่อติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับจนถึงวัน
เปิดการศึกษาอบรม
3) ผู้ลาศึกษาต่อต้องหมดพันธะตามสัญญารับทุน หรือสัญญาลาศึกษา/อบรมครั้งก่อนแล้วนับจนถึงวัน
เปิดการศึกษา/อบรม
4) มีความม่งุ ม่นั ในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ือง
5) มคี วามสามารถทีจ่ ะศึกษา/อบรม ในสาขาวชิ าท่ไี ดร้ ับอนุมตั ิ
6) การขอศกึ ษาหลักสตู ร ป.โท / ป.เอก กรณที ยี่ งั ปฏบิ ตั งิ านยามวิกาล ผ้ขู อลาศกึ ษาตอ้ งมอี ายุ ≥ 40 ปี
4. ระเบียบ/วธิ ีปฏิบัติการลาศึกษาตอ่
1) เขียนบันทึกเสนอขออบรมการพยาบาลเฉพาะทาง/ปริญญาโท/เอก ตามหลักสูตรท่ีกำหนดให้ในแตล่ ะ
ปี (ตามความจำเป็นของหน่วยงาน) ภายในเดือนสิงหาคมของทุกปี และเลือกหลักสูตรที่ขออบรม/
ศึกษาต่อได้ 2 สถาบัน/คน
2) กรณีสอบได้และสละสิทธ์เข้ารับการอบรม/ศึกษาต่อ ให้เว้นระยะการขอสมัครศึกษาต่อ/อบรมไว้เป็น
ระยะเวลานาน 3 ปีเพือ่ เปดิ โอกาสให้ผู้อ่นื
3) ในแต่ละหลักสตู รจะพิจารณาใหโ้ ควตาตามแผนที่กำหนดไว้ของแต่ละงาน (อาจมกี ารเปลี่ยนแปลงตาม
ความจำเปน็ )
4) เมื่อสอบได้ต้องนำหลักฐานที่สอบได้/ได้รับการพิจารณาให้อบรม แจ้งกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล
เพอ่ื ดำเนินการตามขนั้ ตอนตอ่ ไป
5) หลังจบการศึกษาเฉพาะทาง ต้องปฏิบัติงานในหน่วยงานเดิมอย่างน้อย 3 ปี ไม่อนุญาติใหล้ าออกและ
ไม่มีการรับชดใชด้ ้วยเงิน และหลังจบการศึกษาระดับปรญิ ญาโท/เอก ต้องปฏิบัตงิ านในหน่วยงานเดิม
อย่างน้อย 5 ปี จึงสามารถขอย้ายหน่วยงานหรือขอลาศึกษาต่อในหลักสูตรอ่ืนๆ ได้ ท้ังนี้อยู่กับดุลย
พินิจของคณะกรรมการบริหารกลุม่ ภารกิจด้านการพยาบาล
5. ระเบียบ/วิธปี ฏบิ ัติการอบรมเสรมิ ความรู้
1) การอบรมเสริมความรู้ของบุคลากรทางการพยาบาลที่ตอ้ งใชง้ บประมาณและวนั ราชการ ใชส้ ิทธ์ไิ ด้
ไม่เกนิ 2 ครง้ั / คน/ ปี
2) กรณเี ป็นการอบรมตามนโยบายโรงพยาบาล ไม่นบั สิทธิจ์ ำนวนครั้งของการอบรม
6. วิธีการคดั เลือกหลกั สูตรปริญญาโท/เอก และการพยาบาลเฉพาะทาง
1) พจิ ารณาโดยคณะกรรมการบรหิ าร กลมุ่ การพยาบาลตามเกณฑท์ ี่กำหนด ( 12 ข้อ )
2) สง่ รายชื่อผ้ไู ดร้ ับการคัดเลือก ท้ังโควตาและสำรองเสนอผู้อำนวยการเพื่อขออนุมัติ
3) แจง้ รายช่ือผูไ้ ด้รบั การพจิ ารณาโควตาผ่านหวั หน้ากลุม่ งานการพยาบาลแตล่ ะสาขา
74
7. วิธกี ารคัดเลอื กผูข้ ออบรมเสริมความรู้
1) กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาลแจ้งเวียนเรื่องอบรมผ่านหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลแต่ละสาขา
หวั หน้างาน หวั หน้าหอผปู้ ว่ ย หัวหน้าหน่วยงาน
2) พยาบาลผสู้ นใจส่งรายช่อื ผ่านหัวหน้าหอตามแบบฟอร์มของกล่มุ ภารกิจด้านการพยาบาล (แบบฟอร์ม
3 คือใบแสดงความจำนงขออบรม) ส่งผ่านหัวหน้างาน/หัวหนา้ กลุ่มงานการพยาบาลแต่ละสาขา และ
หัวหน้ากลุม่ ภารกจิ ด้านการพยาบาล
3) รองหัวหนา้ พยาบาลแต่ละกลุม่ พจิ ารณาคดั เลอื กผู้สมัครอบรม
4) ธรุ การกลุ่มการพยาบาลโทรแจง้ ผไู้ ดร้ ับการคดั เลือกให้อบรม โดยแจง้ ผ่านหัวหนา้ หอผู้ปว่ ย
5) ผผู้ า่ นการคดั เลือกใหอ้ บรม มาติดต่อธรุ การกลมุ่ การพยาบาลเพ่อื ดำเนนิ การตามข้ันตอน
8. การติดตาม/ประเมินผลหลงั การอบรม/ศกึ ษาต่อ
1) ผู้ผ่านการอบรมเขียนสรุปผลการอบรมตามแบบฟอร์ม (แบบฟอร์ม 4 คือรายงายความรู้หลังการ
อบรม) โดยผ่านความเห็นชอบผ่านหัวหน้าหอ หัวหน้างานและหัวหน้ากลุ่มงานตามลำดับ ก่อนส่ง
ธุรการกล่มุ ภารกิจดา้ นการพยาบาล
2) หัวหนา้ หอผู้ป่วยประเมนิ ผู้ผา่ นการอบรมในการนำความรู้มาประยุกต์ใชใ้ นหนว่ ยงาน
หมายเหตุ
- กรณีทผี่ ขู้ อสมัครเพ่ือคดั เลือกหลกั สตู รการพยาบาลเฉพาะทาง ตำแหนง่ ลกู จ้างช่ัวคราว
คณะกรรมการบริหาร กล่มุ ภารกิจดา้ นการพยาบาลจะพิจารณาตามความจำเป็นของหน่วยงานและ
เสนอผอู้ ำนวยการพจิ ารณาอนุมัติต่อไป
- กรณีผขู้ อลาศึกษาต่อระดบั ปริญญาโท – เอก (ลาเรียนต่อเน่ืองโดยไม่ได้ปฏบิ ัตงิ าน) และเรยี นไม่จบ
ตามเวลาทีก่ ำหนด พิจารณาตัดสทิ ธ์ิการอบรมภายนอกโรงพยาบาลเปน็ ระยะเวลา 1 ปี
75
ใบแสดงความจำนงขออบรม
เรื่อง..................................................................................................................... .................................................
วนั ที่..................................................
ณ...............................................จังหวดั ...........................................
ลำดบั ช่อื -สกุล ตำแหน่ง หน่วยงาน ใชส้ ทิ ธ(์ ครงั้ /ปี)
ลงชื่อ.....................................
(.............................................)
หัวหนา้ กลุ่มการพยาบาล.................................
76
การแตง่ กายบุคลากรทางการพยาบาล
ด้วยคณะกรรมการบริหารกลุ่มภารกิจดา้ นการพยาบาล กำหนดการแตง่ กายของบุคลากรท่ปี ฏบิ ตั งิ าน
ดา้ นการพยาบาล และการผดุงครรภ์ ขณะปฏิบตั ิงานกบั ผู้ปว่ ยโดยตรง ใหส้ อดคลอ้ งกับลักษณะวิชาชีพการ
พยาบาล และการผดงุ ครรภ์ เพอื่ ใหเ้ กดิ ความชัดเจน เหมาะสม และสามารถเลอื กปฏิบัตไิ ด้ โดยมี
วตั ถุประสงค์
1. เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกนั ตามกฎหมายวิชาชพี การพยาบาลและผดุงครรภ์ และถกู ตอ้ งตามระเบียบของ
กระทรวง สาธารณสขุ
2. เพอ่ื ความปลอดภัย และป้องกันการแพร่กระจายเชือ้
3. เพอ่ื เอ้ืออำนวยประโยชน์ตอ่ การปฏิบตั งิ าน
4. เพอื่ เป็นเอกลักษณ์และรกั ษาภาพลักษณ์ของวชิ าชีพการแต่งกายทั่วไป
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ (๑) และ (๓) แหง่ พระราชบญั ญัติวิชาชีพการพยาบาล และการผดุงครรภ์
พ.ศ. 2528,ประกาศสภาการพยาบาลและ ระเบยี บการแต่งกายของกองการพยาบาลปี 2542 รวมถงึ ในสภาวะการเกดิ โรคอบุ ตั ิ
ใหม่ คณะกรรมการบรหิ ารกลมุ่ ภารกิจด้านการพยาบาล จึงกำหนดให้บุคลากรทางการพยาบาลทกุ ระดบั ใส่เคร่อื งแบบ มี 3
แบบ ดังต่อไปน้ี
แบบที่ 1 การแต่งกายชดุ ปกติ
1. บุคลากรหญงิ
พยาบาลวชิ าชพี /พยาบาลเทคนิค ภาพการแต่งกาย
แบบที่ 1. ชุดปฏิบัตงิ านพยาบาลสีขาว แบบชดุ ติดกนั
1) เสอื้ แขนส้นั ปกปีกนกหรือฮาวาย ตัวเสือ้ ผา่ หนา้ ตดิ กระดมุ 4-5
เมด็
2) มจี ีบบริเวณเอวด้านละ 2 จีบ หรอื ตีเกลด็ เล็กๆ
5 เกล็ดท่ีหน้าอกเสอื้ ท้งั ด้านซา้ ยและดา้ นขวา ปลายแขนผ่าพับตลบ
เฉยี งข้นึ ด้านบน และตัวเส้ือจะมรี อยตอ่ เปน็ รูปสามเหลี่ยมหรือไมก่ ไ็ ด้
3) กระโปรงส่ชี ิ้นหรอื หกชิ้นยาวคลุมเข่า ติดกระดุมท่สี ายคาดเอว 1
เมด็ ตรงกลางหรือตรงกบั ปากกระเป๋า ดา้ นซ้ายของกระโปรง มี
กระเป๋าสองข้าง และชุดขาวติดกนั สำหรับพยาบาลต้ังครรภ์
แบบท่ี 2 ชดุ ปฏิบัติงานพยาบาลสขี าวแบบคนละท่อน
1) เส้ือแขนส้ัน ปกปกี นก ปกฮาวาย หรอื ปกเทเลอร์ ตัวเสอ้ื ผา่ หนา้
ตดิ กระดมุ 4-5 เม็ด ไม่ตอ้ ง ตเี กล็ด ปลายแขนพับตลบขึน้ ด้นบน ตดิ
กระเป๋าดา้ นหนา้ ตรงชายเสื้อสองข้าง และกระเปา๋
2) เจาะตรงหน้าอกเสอื้ ดา้ นซ้าย 1 ใบ ตวั เสือ้ ยาวคลุมสะโพก
3) กระโปรงทรงสุภาพ ด้านหลังผา่ ซ้อนทับกัน หรือกระโปรงเข้ารปู
สีห่ รอื หกชิน้ ยาวคลุมเข่า
4) กางเกงขายาวทรงสุภาพ ปลายขายาวตรงคลมุ ข้อเท้า
พยาบาลวชิ าชพี /พยาบาลเทคนคิ 77
แบบที่ 3 ชดุ พยาบาลพิธีการสขี าว ภาพการแตง่ กาย
1) เสอ้ื แขนยาว ปกปกี นก ปลายแขนพบั ตลบเฉยี งติดกระดมุ คูท่ ่ปี ลายแขน
2) ตัวเสื้อผา่ ติดกระดมุ 4-5 เมด็ ตเี กลด็ เล็ก ๆ 5 เกลด็ ทห่ี นา้ อกเสอ้ื ทง้ั
ด้านซา้ ยและดา้ นขวา
3) กระโปรงแบบชดุ ติดกัน ทรงสภุ าพ หกชนิ้ ยาวคลุมเข่า
เครอื่ งหมายสัญลกั ษณแ์ ละเครือ่ งประดบั สำหรบั พยาบาล
1) หมวกพยาบาลสีขาว พรอ้ มติดแถบกำมะหยส่ี ดี ำ
มขี นาดดงั นี้
- หวั หนา้ พยาบาล หัวหน้างาน หวั หนา้ หอ ขนาด 2 ซม. ตดิ ชดิ
ขอบหมวก
- พยาบาลวชิ าชพี ขนาด 1.5 ซม. ตดิ ชดิ ขอบหมวก
- พยาบาลเทคนิค ขนาด 1 ซม. ตดิ ชดิ ขอบหมวก
- เจา้ หน้าทพ่ี ยาบาล ขนาด 1 ซม. ติดเฉยี งจากปลายขอบ
หมวกด้านขวา 10 ซม.
- เครือ่ งแบบสีฟา้ ไมต่ ้องสวมหมวก
2) เขม็ เคร่อื งหมาย และกระดมุ ใหใ้ ชเ้ ข็มสัญลักษณข์ อง
กระทรวงสาธารณสขุ ตดิ ปกเส้อื ดา้ นซ้าย
3) ตดิ บัตรป้ายช่อื ท่ีทางโรงพยาบาลจดั ทำไว้ให้
4) รองเท้าหุ้มส้น สขี าว สะอาด สงู ไม่เกนิ 2 นิว้ สวมถงุ เท้าสนั้ สี
ขาว ชดุ พธิ ีการใชถ้ ุงนอ่ งยาวสีขาวไมม่ ลี าย
5) นาฬกิ าขอ้ มือ แบบสุภาพ
6) เคร่ืองประดับสำหรับหญิง
- ต่างหู ชนิดตดิ หู ขนาดเล็กเทา่ เม็ดเข็มหมุด เช่น ทองหรอื เงนิ
- สร้อยคอชนิดเสน้ ยาว และใสไ่ วภ้ ายในเสื้อ
- โบวต์ ิดผมสดี ำหรอื น้ำตาลเข้ม ลักษณะสภุ าพ
- กบิ๊ ตดิ หมวกแบบสภุ าพ
- ไม่สวมแหวน
7) ทรงผมทรงสุภาพ กรณผี มยาวให้รวบผมและใสเ่ นท็ สดี ำ
หรือสีนำ้ ตาลเกบ็ ผมใหเ้ รยี บรอ้ ย
8) ไม่ไวเ้ ลบ็ ยาว และทำสีเล็บ (เลบ็ มอื )
พยาบาลวิชาชีพ/พยาบาลเทคนิค 78
แบบที่ 4 ชดุ ปฏบิ ัติงานสำหรับบคุ ลากรทปี่ ฏบิ ตั ิงานด้านการ ภาพการแตง่ กาย
พยาบาลและการผดงุ ครรภ์ ในชมุ ชน ให้แตง่ กายมี 2 แบบ
1) เปน็ เส้อื สขี าวปกฮาวาย สะดวกแก่การปฏิบตั ิงาน กระโปรง
ทรงสุภาพสฟี า้ ความยาวคลุมเข่า หาก
เปน็ กางเกงต้องเป็นกางเกงทรงสภุ าพสฟี ้า ปลายขาตรงยาว
คลมุ ขอ้ เทา้ รองเทา้ หุ้มสน้ สดี ำ
2) ชดุ เสือ้ กระโปรงคนละทอ่ น
3) ชุดกางเกงคนละทอ่ น
แบบท่ี 5 ชดุ ปฏบิ ตั ิงานสำหรบั บคุ ลากรทีป่ ฏิบัติงานด้านการ
พยาบาลเม่อื ออกปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉนิ นอกสถานท่ี
พยาบาลวิชาชีพหญงิ และชาย ใหแ้ ตง่ กายเปน็ เสอ้ื และ
กางเกงคนละท่อน โดยมีรายละเอยี ด ดงั นี้
1) เส้อื สีขาว ปักด้านหลังเส้อื ว่า “พยาบาล” ใช้ผ้าเนือ้ หนา
เส้อื เช้ิต ปกแหลม ความยาว ตัวเสอ้ื คลมุ สะโพก มกี ระเปา๋ เสือ้
ดา้ นบนอกและดา้ นล่างบรเิ วณเอวทั้งสองข้าง มกี ระเป๋า ตดิ ท่ี
แขนซ้าย ตดิ อนิ ทรธนทู ี่บ่าท้งั สองขา้ ง แขนส้นั เหนือข้อศอก
เล็กนอ้ ย ด้านหลงั ตเี กร็ดซา้ ยขวา ผา่ ด้านล่าง ตรงกลาง แล้ว
ปา้ ยทบั รอยผา่ ยาว 5 นวิ้ โดยเสือ้ มรี ายละเอียด ดังน้ี
- ติดแถบผา้ สีเงินเรืองแสง ขนาดความกว้างประมาณ 2 นว้ิ
จำนวน 1 เส้น คาดเอวด้านหน้า และคาดที่บ่าด้านหลัง สว่ น
รอบแขนสองขา้ งติดแถบผ้าสีเงินเรอื งแสง ขนาดความกว้าง 1
นิว้ จำนวน 1 เส้น ปักช่ือ ขึ้นต้นวา่ “พว.” และตามดว้ ยชอ่ื
นามสกลุ ทห่ี นา้ อกซา้ ยเหนอื กระเปา๋ เส้ือ ตัวหนงั สอื ขนาด 1
มม. ปักด้วยด้ายสกี รมท่า
- ปกั ตราสญั ลกั ษณ์ (Logo) ของสถานพยาบาลทีส่ งั กดั ตรง
กลางกระเปา๋ เส้อื หนา้ อก ดา้ นขวา หรอื ปกั ช่อื โรงพยาบาลที่
แขนเสือ้ ด้านหลงั ปกั ตวั อกั ษรบริเวณใตแ้ ถบเรอื งแสง คำวา่
“พยาบาล” ด้วยตวั หนงั สอื ขนาด 4 ซม. ปักดว้ ยดา้ ยสีกรมทา่
2) กางเกงขายาว - ทรงสภุ าพ ไมค่ ับหรอื หลวมเกนิ ไป ขา
กางเกงไม่กว้างหรอื แคบเกินไป ใช้ผ้าสีน้ำเงนิ เขม้ ปานกลาง
(medium blue) ชนิดหนา ลกั ษณะผา้ ยดื เลก็ น้อย กระเปา๋
บนเฉยี ง มกี ระเปา๋ ขา้ งเขา่ ซา้ ยและขวา และกระเปา๋ หลัง 2
ใบ มฝี าปิด ติดกระดมุ เป๊ก ติดแถบเรืองแสงสีเงิน ขนาดความ
กว้าง 2 นิ้ว คาดบรเิ วณใต้เข่า 2 เสน้ บริเวณเขา่ บฟุ องนำ้ รอง
ด้านในเพอื่ ความสะดวก ในการปฏบิ ตั งิ าน
ผู้ชว่ ยพยาบาล(PN) 79
แบบท่ี 1 ชดุ ปฏบิ ัติงานพยาบาลสีขาวกระโปรง ภาพการแตง่ กาย
1) ชุดติดกนั หรอื ชดุ คนละท่อนสขี าวท้งั ชุดโดยเปน็ เส้ือปกคอบวั
แบบตดิ คอ แขนส้ันปลายแขนพบั ตลบขึ้นด้านบน สะดวกแก่
การเคลือ่ นไหว (เส้อื ยาวคลมุ สะโพก)
2) กระโปรงทรงสภุ าพ ความยาว คลุมเข่า
แบบที่ 2 ชุดปฏบิ ัติงานพยาบาลสีขาวแบบกางเกง
1) ชดุ คนละทอ่ นสีขาวทง้ั ชุดโดยเป็นเสอื้ ปกคอบวั แบบติดคอ
แขนสน้ั ปลายแขนพบั ตลบข้ึนด้านบน สะดวกแก่การเคล่อื นไหว
(เสื้อยาวคลมุ สะโพก)
2) กางเกงเปน็ กางเกงทรงสุภาพ ปลายขาตรง ยาวคลมุ ขอ้ เทา้
เครอ่ื งหมายสญั ลกั ษณแ์ ละเครื่องประดบั สำหรับ
1) กระดุม ให้ใชก้ ระดมุ ปม้ั ผา้ สีขาว
2) ติดบตั รป้ายชอื่ ที่ทางโรงพยาบาลจดั ทำไว้ให้
3) รองเท้าหุ้มสน้ สขี าว สะอาด สงู ไม่เกิน 2 นวิ้ สวมถุงเทา้ สนั้ สี
ขาว
4) นาฬกิ าขอ้ มอื แบบสุภาพ
5) เครื่องประดับสำหรบั หญิง
- ตา่ งหู ชนดิ ตดิ หู ขนาดเล็กเทา่ เมด็ เข็มหมดุ เชน่ ทองหรอื เงิน
- สร้อยคอชนดิ เส้นยาว และใส่ไวภ้ ายในเสื้อ
- โบวต์ ดิ ผมสดี ำหรือนำ้ ตาลเข้ม ลกั ษณะสภุ าพ
- ก๊ิบตดิ หมวกแบบสภุ าพ
- ไมส่ วมแหวน
6) ทรงผมทรงสภุ าพ กรณผี มยาวให้รวบผมและใส่เน็ทสดี ำ หรือ
สีนำ้ ตาลเก็บผมใหเ้ รยี บรอ้ ย
7) ไมไ่ วเ้ ลบ็ ยาว และทำสีเลบ็ (เลบ็ มือ)
ผชู้ ่วยเหลือคนไข้ 80
แบบที่ 1 ชุดปฏบิ ัติงานชว่ ยเหลือคนไขก้ ระโปรง สีเหลอื งแบบ
ชดุ ตดิ กัน / 2ช้นิ ภาพการแต่งกาย
1) เสื้อแขนสัน้ ปกปีกนกหรือฮาวาย ตวั เสอ้ื ผา่ หน้าติดกระดมุ 4-5
เม็ด
2) ตเี กล็ดเล็กๆ 5 เกลด็ ที่ หนา้ อกเส้ือทง้ั ด้านซ้ายและดา้ นขวา
หรอื ไมต่ ีก็ได้ ปลายแขนผ่าพบั ตลบเฉียงข้ึนด้านบน และตวั เสือ้ จะ
มีรอยตอ่ เป็นรูปสามเหลย่ี มหรอื ไมก่ ไ็ ด้
3) กระโปรงหกชน้ิ ยาวคลมุ เขา่ ตดิ กระดมุ ทีส่ ายคาดเอว 1 เมด็
ตรงกลางหรือตรงกบั ปากกระเปา๋ ดา้ นซ้ายของกระโปรง มีกระเป๋า
สองข้าง
แบบที่ 2 ชดุ ปฏบิ ัตงิ านช่วยเหลอื คนไข้กางเกง
สเี หลอื ง
เครอ่ื งหมายสัญลักษณแ์ ละเคร่ืองประดบั สำหรับผู้ชว่ ยเหลือ
คนไข้
1) กระดมุ ให้ใช้กระดุมปั้ม ผา้ สเี หลอื ง
2) ตดิ บัตรปา้ ยชอื่ ทที่ างโรงพยาบาลจัดทำไว้ให้
3) รองเทา้ หมุ้ ส้น สขี าว สะอาด สงู ไมเ่ กนิ 2 นิ้ว สวมถุงเทา้ สนั้ สี
ขาว
4) นาฬกิ าข้อมอื แบบสภุ าพ
5) เคร่ืองประดบั สำหรบั หญงิ
- ต่างหู ชนิดติดหู ขนาดเล็กเท่าเมด็ เขม็ หมดุ เชน่ ทองหรอื เงนิ
- สร้อยคอชนดิ เสน้ ยาว และใส่ไวภ้ ายในเส้อื
- โบวต์ ดิ ผมสีดำหรอื นำ้ ตาลเขม้ ลกั ษณะสภุ าพ
- กิ๊บติดหมวกแบบสภุ าพ
- ไมส่ วมแหวน
6) ทรงผมทรงสภุ าพ กรณผี มยาวให้รวบผมและใส่เนท็ สดี ำ หรอื สี
นำ้ ตาลเก็บผมใหเ้ รยี บร้อย
7) ไมไ่ วเ้ ล็บยาว และทำสีเล็บ(เลบ็ มือ)
พนกั งานประจำตกึ 81
1) เส้ือสขี าว แขนสั้น แบบพระราชทาน ตดิ ป้ายชื่อของ
โรงพยาบาล ภาพการแตง่ กาย
2) กระโปรงยาวคมุ เข่า หรือกางเกงสีดำ น้ำเงิน
3) ทรงผมทรงสภุ าพ กรณผี มยาวให้รวบผมและใสเ่ นท็ สดี ำ หรอื สี ภาพการแตง่ กาย
นำ้ ตาลเกบ็ ผมใหเ้ รยี บรอ้ ย
4) รองเท้าหุ้มสน้ สดี ำ
2. บคุ ลากรชาย
พยาบาลวิชาชพี /พยาบาลเทคนิค
แบบที่ 1. การแต่งกายพยาบาลด้วยชุดสีขาว
ดังนี้
1) เสือ้ สขี าวแขนสั้นปกฮาวาย ตัวเส้ือผ่าหนา้ ตดิ
กระดมุ 4-5 เม็ด มกี ระเป๋าทีอ่ กเส้อื ด้านซ้าย 1 ใบ
ดา้ นล่างตวั เส้ือด้านซา้ ย และขวา อีกด้านละ 1 ใบ ตัว
เสอื้ ด้านหลงั ซ้อนตะเขบ็ กลางหลัง ปล่อยชายแยก
ประมาณ 6 นิ้ว
2) กางเกงสขี าวทรงสุภาพ ปลายขาตรงยาวคลุมขอ้
เทา้
3) ตดั ผมแบบรองทรง
4) เข็มและเครอื่ งหมายและกระดุม ใหใ้ ช้เขม็ กระทรวง
สาธารณสุข ติดปกเสื้อด้านซ้าย
5) ตดิ ป้ายช่ือของโรงพยาบาล
6) สวมถงุ เท้าสีดำ รองเท้าหมุ้ ส้นสีดำ
แบบที่ 2 ชดุ พยาบาลพิธกี ารสขี าว
1) เส้ือแขนยาว ปกปีกนก ปลายแขนพับตลบเฉยี งตดิ
กระดุมคทู่ ี่ปลายแขน ตัวเสื้อผ่าติดกระดุม
4-5 เมด็ ตเี กลด็ เลก็ ๆ 5 เกลด็ ที่หน้าอกเสื้อทัง้
ด้านซา้ ยและดา้ นขวา
2) กางเกงสีขาวทรงสุภาพ ปลายขาตรงยาวคลมุ ขอ้
เทา้
6) สวมถงุ เท้าสีดำ รองเท้าหุ้มส้นสีดำ
82
ผูช้ ่วยพยาบาล(PN) ภาพการแต่งกาย
1) เสือ้ สีขาวคอกลม แขนส้ัน ตวั เสื้อผ่าหนา้ ติด
กระดมุ มีกระเป๋า ดา้ นลา่ งซา้ ยและขวา ด้านละ 1 ใบ
2) กางเกงขายาวทรงสภุ าพสขี าว ปลายขาตรงยาว
คลุมขอ้ เทา้
3) สวมถุงเท้าสดี ำ รองเท้าหุ้มส้นสีดำ
ผูช้ ว่ ยเหลือคนไข้ และพนกั งานประจำตกึ ภาพการแต่งกาย
1) เสอ้ื สขี าวแบบพระราชทาน ติดปา้ ยชื่อของ
โรงพยาบาล
2) ใชก้ างเกงขาตรง ทรงสุภาพสีดำ สนี ำ้ เงนิ เทา
นำ้ ตาลปลายขายาวตรงคลุมข้อเทา้
3) ปักชื่อ นามสกลุ และตำแหนง่ ที่อกเสอื้ ดา้ นซา้ ย
และพรอ้ ม
4) รองเทา้ หุ้มสน้ สีดำ(หนังหรอื ผ้าใบ) ถุงเท้าดำ
83
แบบที 2 การแต่งกายชุดปฏิบัติงานแบบ new normal
วัตถปุ ระสงค์
เพ่ือความปลอดภัย และปอ้ งกนั การแพร่กระจายเช้อื โรคจากโรงพยาบาล สู่ ที่พกั /บ้านและชุมชนจึงกำหนดให้บคุ ลากรทกุ
ระดบั ใสช่ ดุ ไปรเวท จากที่พัก/บ้าน และมาเปลย่ี นเคร่อื งแบบเฉพาะในการปฏบิ ตั ิงานดังน้ี
ตำแหน่ง ภาพการแตง่ กาย
ผ้บู ริหาร (พยาบาลวิชาชีพ)
ใสช่ ดุ เสอ้ื คลมุ สีขาวเมื่อออกนอกหน่วยงานไปนิเทศ
การพยาบาลในหอผู้ปว่ ย ดงั นี้
ผู้ปฏบิ ตั ิ (พยาบาลวิชาชพี )
ชุดเส้อื คอวี กางเกงขายาว สชี มพู (กลบี บวั )
84
ตำแหน่ง ภาพการแตง่ กาย
พยาบาลเทคนิค/ผู้ชว่ ยพยาบาล
ชุดเสือ้ คอวี กางเกงขายาว สีเขยี ว
ผู้ช่วยเหลือคนไข้
ชุดเสอ้ื คอวี กางเกงขายาว สีสม้ ออ่ น
85
ตำแหน่ง ภาพการแต่งกาย
พนักงานประจำตกึ
ชุดเสอื้ คอวี กางเกงขายาว สีเทา
ตำแหนง่ ภาพการแตง่ กาย
พยาบาลวิชาชีพ ในกลุ่มงานผู้ปว่ ยนอก
86
ตำแหนง่ ภาพการแต่งกาย
ผ้ชู ว่ ยพยาบาล ในกลมุ่ งานผปู้ ่วยนอก
ผูช้ ่วยเหลอื คนไข้ในกลมุ่ งานผู้ป่วยนอก
ตำแหน่ง ภาพการแต่งกาย
พนกั งานเปล ในกล่มุ งานผปู้ ว่ ยนอก
87
แบบท่ี 3 การแต่งกายชดุ ปฏบิ ตั ิงานดูแลผ้ปู ่วย PUI และ COVID19
กำหนดใหบ้ ุคลากรการแตง่ กายและสวมเครื่องปอ้ งกนั ตามระเบยี บมาตรฐานของคณะกรรมการควบคมุ และปอ้ งกัน
โรคตดิ เชือ้ ในโรงพยาบาล ดังรปู
บุคลากรทางการพยาบาลทัง้ หญิงและชาย
ใส่ชุดปฏิบตั งิ านตามปกติ และเพมิ่ อุปกรณด์ งั นี้
88
สวสั ดิการของกลุ่มภารกจิ ดา้ นการพยาบาล
ด้วยกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาลมีนโยบายด้านสวัสดิการแก่บุคลากรทางการพยาบาลทุกระดับกลุ่ม
ภารกิจด้านการพยาบาลจึงแต่งตั้งคณะกรรมการด้านสวัสดิการข้ึน เพื่อดำเนินการด้านสวัสดิการ โดยมี
วัตถปุ ระสงค์ ดงั นี้
1. สร้างขวัญและกำลังใจใหบ้ ุคลากรทางการพยาบาลในกล่มุ ภารกิจดา้ นการพยาบาล
2. ให้ความช่วยเหลอื และบรรเทาความเดอื ดรอ้ นเมอ่ื บุคลากรทางการพยาบาลเกิดความสูญเสยี
3. สรา้ งความสมั พันธ์ และความสามคั คีในหมู่คณะ
4. จดั หารายไดโ้ ดยการเกบ็ เงนิ บุคลากรทางการพยาบาลทุกระดับ โดยเก็บ 1% ของเงินเดือน
เกบ็ ปีละ 1 ครงั้ ส่วนบุคลากรทางการพยาบาล ตำแหน่งผูช้ ่วยเหลอื คนไข้ พนกั งานเปล พนักงานประจำตึก
และแมบ่ า้ น ทเ่ี ปน็ ลกู จา้ งรายคาบเก็บ 60 บาท/ปี
หนา้ ทีข่ องคณะกรรมการมีดังนี้
1. จัดเก็บเงนิ 1 % ของเงินเดือนบุคลากรทางการพยาบาลทุกระดบั ภายในเดอื นมกราคมของ
ทุกปี ยกเว้นผ้ทู ี่ผา่ นการประเมนิ ระหว่าง วันท่ี 1 ตลุ าคม – วนั ท่ี 31 ธนั วาคม จะไมเ่ กบ็ เงินแต่จะไมม่ สี ิทธิท่ี
จะรับเงินสวสั ดิการของกลุ่มภารกจิ ดา้ นการพยาบาล
2. จัดเก็บเงนิ ของบุคลากรทางการพยาบาล ตำแหน่งผ้ชู ่วยเหลอื คนไข้ พนักงานเปล แมบ่ า้ นที่
เปน็ ลกู จ้างรายคาบ 60 บาท/ปี
3. จัดหาของท่ีระลกึ ใหก้ ับบุคลากรทางการพยาบาลท่เี กษียณ โอน ยา้ ย ลาออก
4. มอบเงินเยีย่ มบุคลากรทางการพยาบาลทป่ี ่วยนอนพกั รักษาตวั ในโรงพยาบาล (ต้อง admit
ในโรงพยาบาลพุทธชินราช พษิ ณุโลก ตงั้ แต่ 3 วันขน้ึ ไป) ปีละ 1 ครง้ั
5. จดั บุคลากรเข้ารว่ มงานศพของบคุ ลากรทางการพยาบาล และญาตสิ ายตรงของบุคลากร
ทางการพยาบาล
6. จัดงานมทุ ิตาจติ เกษียณ และสบื สานวัฒนธรรม
การดำเนนิ การ
1. หัวหน้าหอผู้ปว่ ยมหี นา้ ที่แจ้งให้ประธานกรรมการดา้ นสวสั ดิการทราบ เมื่อบุคลากรทางการ
พยาบาลในหน่วยงาน โอนย้าย ลาออก หรือ บุคลากรทางการพยาบาล/ญาตสิ ายตรงเสียชวี ิต
2. ประธานกรรมการดา้ นสวสั ดิการ ดำเนนิ การประสานงานในการจัดพวงหรีดของผู้อำนวยการ
โรงพยาบาล และของบุคลากรโรงพยาบาล พรอ้ มนำเงินสวัสดกิ ารของโรงพยาบาล (2,000 บาท) และของ
กล่มุ ภารกจิ ดา้ นการพยาบาล (2,000 บาท) ไปมอบให้ในวันทไ่ี ปร่วมงานศพ
3. หวั หน้าหอผู้ป่วยแจง้ บคุ ลากรทางการพยาบาลในหน่วยงานทปี่ ่วย และ Admit ในโรงพยาบาล