Portfolio
THE
EUROPEAN
FOOD
SARAWUT UAMROT
SUANSUNANDHA RAJABHAT UNIVERSITY
คํานาํ
Portfolio เล่มนจี ดั ทําขนึ เพอื ใหผ้ ทู้ ีสนใจในดา้ นการทํา
อาหารยุโรปไดศ้ ึกษาเกียวกับอุปกรณใ์ นอาหารยุโรป ผกั
สมุนไพร เครอื งเทศ ขนมปง เสน้ พาสต้า (pasta) วธิ กี ารจดั
โต๊ะรบั ประทาน วธิ กี ารรบั ประทานอาหารแบบตะวนั ตก และวธิ ี
การทําเมนอู าหารยุโรป เปนต้น
หากผดิ พลาดประการใด ขออภัยมา ณ ทีนดี ว้ ย
คณะผจู้ ดั ทํา
นายสราวุฒิ อ่วมรอต
รหสั 61122203027
CONTENT
ส า ร บั ญ
1 3 7 10
ทวีปยุโรป อุ ปกรณ์ นาํ สต็อก แม่ซอสต่างๆ
และเครืองมือ
12 17 19 21
สมุนไพรและ เส้นพาสต้า ขนมปง เครืองปรุงใน
เครืองเทศ อาหารยุโรป
26 28 30 34
ผักทีใช้ใน วิธีการจัด มารยาทการ ทักษะ
อาหารยุโรป โต๊ะอาหาร รับประทาน การหันผัก
แบบสากล
การเรียน อาหาร 37
ปฏิบัติ 35
36 Bwill
อาหารยุโรป Quiche Filets in
Larrain Roasted wine sauce
Chicken
38 39 And Jus 41
Beef Omelette 40 ชีสเค้ก
tenderlain Egg มะม่วง
with red wine หอยแมงภู่
อบชีส
sauce
EUROPE
ทวปี ยุโรป
ทวปี ยุโรป
ทวปี ยุโรป (อ่านวา่ "ยุ-โหรฺ บ") เปนทวปี ทีตัง
อยูใ่ นซกี โลกเหนอื และสว่ นมากอยูใ่ นซกี โลก
ตะวนั ออก ทางเหนอื ติดกับมหาสมุทร
อารก์ ติก ทาง
ใต้ติดกับทะเลเมดเิ ตอรเ์ รเนยี น ทางตะวนั ออก
ติดกับทวปี เอเชยี ทางตะวนั ตกติดกับ
มหาสมุทรแอตแลนติก เปนอนทุ วปี ทางดา้ น
ตะวนั ตกของทวปี ยูเรเชยี
ทวปี ยุโรป แบง่ ออกเปน 4 ภมู ภิ าคใหญ่ ๆ
ไดแ้ ก่
ยุโรปเหนอื :
เดนมารก์ ฟนแลนด ์ ไอซแ์ ลนด์ ไอรแ์ ลนด์
นอรเ์ วย ์ สวเี ดน เอสโตเนยี ลัตเวยี ลิทัวเนยี
และสหราชอาณาจกั ร
ยุโรปตะวนั ตก :
ออสเตรยี เบลเยยี ม ฝรงั เศส เยอรมน ี
ลิกเตนสไตน ์ ลักเซมเบริ ก์ เนเธอรแ์ ลนด ์
และสวติ เซอรแ์ ลนด์
ยุโรปตะวนั ออก :
เบลารสุ บลั แกเรยี เชก็ เกีย ฮังการี
มอลโดวา โปแลนด ์ โรมาเนยี รสั เซยี
สโลวาเกีย และยูเครน
1
ยุโรปใต้ :
แอลเบเนยี อันดอรร์ า บอสเนยี และเฮอรเ์ ซ
โกวนี า โครเอเชยี กรซี อิตาลี นอรท์ มาซโิ ด
เนยี มอลตา โปรตเุ กส ซานมารโี น สโลวี
เนยี สเปน เซอรเ์ บยี มอนเตเนโกร
และคอซอวอ
ดนิ แดนทีเปนนครรฐั อิสระทีตังอยูใ่ น
ประเทศอืนอีก 2 แหง่
คือ นครรฐั วาติกัน ตังอยูใ่ นกรงุ โรม
ประเทศอิตาลี และโมนาโก ตังอยูบ่ รเิ วณ
ชายฝงทะเลเมดเิ ตอรเ์ รเนยี นในประเทศ
ฝรงั เศส ใกล้พรมแดนอิตาลี
เขตอากาศของทวปี ยุโรป สามารถแบง่ เปน
7 เขตดงั นี
1. เขตภมู อิ ากาศแบบทนุ ดรา หรอื อากาศ
แบบขวั โลก
2. เขตอากาศแบบกึงขวั โลกหรอื ไทกา
3. เขตอากาศอบอุ่นชนื ภาคพนื ทวปี
4. เขตภมู อิ ากาศแบบภาคพนื สมุทรชายฝง
ตะวนั ตก
5. เขตภมู อิ ากาศอบอุ่นชนื
6. เขตภมู อิ ากาศแบบเมดเิ ตอรเ์ รเนยี
7. เขตภมู อิ ากาศแบบท่งุ หญา้ กึงทะเลทราย
2
KITCHEN TOOLS
อุปกรณ์และเครอื งมอื ทีใชใ้ นการทําอาหารยุโรป
KITCHEN TOOLS
- อุปกรณ์และเครอื งมอื ทีใชใ้ นการทําอาหารยุโรป -
Stock Pot Sauce Pot Sauce Pan
หมอ้ ทําสต็อก หมอ้ ทําซอส หมอ้ ทําสต็อก
Fry Pan Pressure Cooker Utensil Set
กระทะทอด หมอ้ อัดความดัน ทัพพแี บบต่างๆ
Spatulas Chef Knife Bread Knife
ตะหลิวแบบต่างๆ มดี เชฟ มดี หันขนมปง
3
KITCHEN TOOLS
- อุปกรณ์และเครอื งมอื ทีใชใ้ นการทําอาหารยุโรป -
Butcher Knife Knife Cutting Board
มดี แล่เนอื มดี แบบต่างๆ เขยี ง
Potato Ricer Masher Mix Bowl
อ่างผสม
Whisk Kitchen Scissore Colander
ตะกรอ้ ตีไข่ กรรไกรตัดแต่งอาหาร กระชอน
4
KITCHEN TOOLS
- อุปกรณ์และเครอื งมอื ทีใชใ้ นการทําอาหารยุโรป -
Meat Tenderizer Food Themometer Pastry Brush
ค้อนทบุ เนอื มดี แบบต่างๆ แปรงทาเนย
Sieve Measuring Cup Measuring Cup
ถ้วยตวง ถ้วยตวง
Measuring spoon Food Scale Oven Tray
ชอ้ นตวง เครอื งชงั อาหาร ถาดอบ
5
KITCHEN TOOLS
- อุปกรณ์และเครอื งมอื ทีใชใ้ นการทําอาหารยุโรป -
Meat Slicer Grater Peeler
เครอื งสไลด์เนอื สตั ว์ ทีขูดชสี ทีปอกเปลือก
Nut Cracker Tongs Escargot Tongs
ทีจบั แบบต่างๆ ทีจบั หอยทาก
6
STOCK
นําสต็อก
Stockนาํ ส ต็ อ ก
Stock (สต๊อก) คือของเหลวมกี ลินหอม จะมคี วามเขม้ ขน้ มากกวา่
นาํ ซุปใส (Broth) เพราะจะใชก้ ระดกู หรอื เนอื ในปรมิ าณมากกวา่ การทํา
นาํ ซุปใส ต้มเคียวก็นานกวา่ กลินและรสชาติจงึ เขม้ ขน้ กวา่ นาํ สต๊อก
นนั ไมเ่ สริ ฟ์ ใหร้ บั ประทานกันเปล่า ๆ เหมอื นนาํ ซุปใส (Broth) แต่เราจะ
ใชน้ าํ สต๊อกเพอื เปนสว่ นประกอบในการทําอาหารจานต่าง ๆ ทังใชท้ ํา
อาหารอบ ทํานาํ ซุปใส หรอื ใชท้ ําซอสนาํ สต๊อก นาํ สต๊อกทีดจี ะเปน
กญุ แจสาํ คัญไปสกู่ ารทําซุปและซอส ซงึ สต๊อกเปนพนื ฐานสาํ หรบั
อาหารคลาสสกิ และโมเดริ น์ หลาย ๆ จาน ในการทําอาหารตะวนั ตกนนั
สามารถแบง่ ออกไดเ้ ปน 4 ชนดิ คือนาํ สต๊อกใส (White Stock) นาํ
สต๊อกสนี าํ ตาล (Brown Stock) สต๊อกปลาหรอื ฟูเม่ (Fumet) และ
คอรท์ บูยง (Court bouillon)
กระดกู
กระดกู สตั ว์ เปนวตั ถดุ บิ สาํ คัญในการทําสต๊อก เพราะเปนปจจยั
สาํ คัญในการกําหนดทิศทางของสต๊อกนนั ๆ วา่ จะไปในทิศทางใด และ
เหมาะกับอาหารแนวไหน ไมว่ า่ จะเปนในดา้ นกลินรส หรอื สสี นั ของ
สต๊อกทีได้ โดยกระดกู ทีนยิ มนาํ มาทําสต๊อกมดี งั ต่อไปนี
1. กระดกู ววั กระดกู ววั ทีเหมาะกับการนาํ มาทําสต๊อก ก็ต้องเปนกระ
ดกู ลกู ววั เพราะกระดกู ทีดที ีสดุ ในการต้มนาํ ซุปคือกระดกู จากสตั วท์ ี
มอี ายุอ่อน เพราะจะมเี ปอรเ์ ซน็ ต์ของเนอื เยอื เกียวพนั อยา่ งพวกกล้าม
เนอื และคอลลาเจนอยูม่ ากกวา่ สตั วท์ ีมอี ายุมาก ทําใหไ้ ดน้ าํ สต๊อกทีมี
เนอื สมั ผสั ทีดี กระดกู ววั สว่ นทีดที ีสดุ ในการนาํ มาทําสต๊อกคือ กระดกู
สนั หลัง กระดกู คอ และกระดกู สะโพกซงึ มจี าํ นวนคอลลาเจนอยูม่ าก
2. กระดกู หมู จดั วา่ เปนกระดกู ทีนยิ มนาํ มาทําเปนสต๊อกทีสดุ บา้ น
เรา เนอื งจากหาไดง้ ่าย และหมูเปนทีนยิ มมากกวา่ เนอื ววั โดยสว่ นที
นยิ มนาํ มาทําสต๊อกคือ กระดกู สนั หลัง และกระดกู ซโี ครง
3. กระดกู ไก่ เปนอีกหนงึ วตั ถดุ บิ ทีคนไทยนยิ มเอามาต้มนาํ ซุปมาก
ทีสดุ เพราะโครงไก่เปนวตั ถดุ บิ ทีหาง่าย และมวี ธิ กี ารเตรยี มทีไมย่ ุง่
ยาก เมอื นาํ เครอื งในออกและล้างทําความสะอาด ก็สามารถนาํ ไปต้ม
นาํ ซุปไดเ้ ลย สว่ นทีดที ีสดุ ทีจะนาํ มาทํานาํ สต๊อกคือ กระดกู หลัง (โครง
ไก่) และคอ
4. กระดกู ปลา กระดกู ปลาทีเหมาะในการนาํ มาทําสต็อกคือ ปลาทีมี
ไขมนั นอ้ ย ก่อนนาํ มาทําสต็อก จะต้องนาํ กระดกู ปลาไปล้างผา่ นนาํ
เพอื เอาเลือด เกล็ด และสงิ สกปรกต่าง ๆ ออกใหห้ มดเสยี ก่อน
7
ผกั
นอกจากกระดกู ทีเปนวตั ถดุ บิ หลักในการต้มสต๊อกแล้ว อีกอยา่ ง
หนงึ ทีขาดไมไ่ ดก้ ็คือผกั เพราะชว่ ยเพมิ กลินรสทีหอมหวานในกับตัว
สต๊อก อีกทังยงั ทําใหต้ ัวสต๊อกมคี วามกลมกล่อมอีกดว้ ย โดย
ประเภทของผกั ทีใชใ้ นการต้มสต๊อกแบง่ ตามประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2
ประเภท และสามารถแบง่ ยอ่ ยลงไปไดอ้ ีกเปน 4 ประเภท ไดแ้ ก่
1. เมยี รป์ วซ์ (Mirepoix)
เปนผกั ทีใชใ้ นการต้มสต๊อก เพอื ใหส้ ง่ กลินรสทีหอมหวาน แบง่
ออกเปน 2 ชนดิ ไดแ้ ก่
1.1 Ordinary Mirepoix ประกอบดว้ ย หอมหวั ใหญ่ เซเลอรี
แครอท และต้นกระเทียม นยิ มใชก้ ับ Brown Stock โดยขนาดการ
หนั เมยี รป์ วซข์ นึ อยูก่ ับระยะเวลา ทีใชใ้ นการเคียวนาํ สต๊อก
1.2 White Mirepoix ประกอบดว้ ย หอมหวั ใหญ่ เซเลอรี และ ใบ
ต้นกระเทียม (เฉพาะสว่ นสขี าว) จะใชใ้ นการปรงุ สต็อกทีไมต่ ้องการ
ใหเ้ กิดสี เชน่ Fish stock
2. บูเก้กานยี ์ (Bouquet Garni)
เปนสมนไุ พรและเครอื งเทศ ทีนาํ มาประกอบกันเปนชอ่
แบง่ เปน 2 ชนดิ ไดแ้ ก่
2.1 Ordinary Bouquet Garni ประกอบดว้ ย ต้นกระเทียม
กิงพาสลีย์ กิงไธม์ และเบยล์ ีฟ นาํ มามดั รวมกันดว้ ยเชอื กใหก้ ลาย
เปนชอ่ เพอื ใหส้ ะดวกต่อการใชง้ าน ใชเ้ พอื แต่งกลินรสไดใ้ นสต๊อก
หลายรปู แบบ รวมไปถึงใชใ้ นการทําซอสบางชนดิ
2.2 White Bouquet Garni ประกอบดว้ ย หอมหวั ใหญ่ ต้น
กระเทียม เซเลอรี กิงพาสลีย์ เบยล์ ีฟ ก้านพลู พรกิ ไทยดาํ และไธม์
แหง้ โดยแกะหอมหวั ใหญอ่ อก แล้วใสพ่ รกิ ไทยดาํ เบยล์ ีฟ และ
กานพลลู งไป แล้วทับดว้ ยหวั หอมใหญ่ ก่อนจะนาํ วตั ถดุ บิ ทีเหลือมดั
รวมกัน แล้วมดั ติดกับหวั หอมใหญใ่ หแ้ นน่ อีกที
8
ประเภทของนาํ สต๊อก
สต๊อกมหี ลายชนดิ แมว้ า่ จะทําการผสมกันของกระดกู ผกั เครอื ง
ปรงุ รส และของเหลว แต่ทังหมดนกี ็มกี ระบวนการในการผลิตทีแตก
ต่างกันเพอื ใหล้ ักษณะรส กลิน ทีแตกต่างกัน
1. ไวท์สต็อก (White Stock) ทําโดยการ ต๋นุ (simmer) กระดกู ไก่
กระดกู หมู กระดกู ลกู ววั กระดกู ววั อยา่ งใดอยา่ งหนงึ ในนาํ รวมกับ
White Bouquet Garni และเครอื งปรงุ รส นาํ สต็อกทีไดจ้ ะมสี อี ่อน
2. บราวนส์ ต๊อก (Brown Stock) ทําจากกระดกู ไก่ กระดกู หมู
กระดกู ลกู ววั กระดกู ววั อยา่ งใดอยา่ งหนงึ และ Ordinary Mirepoix
ซงึ สว่ นผสมทังหมดก่อนนาํ มาทํานาํ สต๊อกจะต้องผดั หรอื อบจนกระ
ทังกลายเปนสนี าํ ตาลเขม้ ก่อน (caramelized) แล้วค่อยนาํ มาต๋นุ
นาํ สต็อกทีไดจ้ งึ มสี เี ขม้
3. สต๊อกปลาหรอื ฟูเม่ (Fumet) สต๊อกนที ําจากกระดกู ปลา และ
White Mirepoix นาํ มาผดั ไฟอ่อน โดยไมท่ ําใหผ้ กั เปลียนสี แล้วจงึ
นาํ ไปต๋นุ ในนาํ ต่อ
4. คอรท์ บูยง (Court bouillon) ทําจากการนาํ ผกั มาต๋นุ พรอ้ ม
เครอื งปรงุ ในนาํ และใสข่ องเหลวรสเปรยี ว เชน่ นาํ สม้ สายชู หรอื ไวน์
สต๊อกชนดิ นนี ยิ มใชส้ าํ หรบั ลวกปลาหรอื ผกั
เคล็ดลับในการต๋นุ Stock
ลักษณะทีดขี องสต๊อก
1. มกี ลินรสทีชดั เจน
2. ไมม่ ไี ขมนั หรอื สงิ ไมพ่ งึ ประสงค์ปนมา
3. ใส และ มสี สี นั ทีถกู ต้องตามประเภทของสต๊อก
สาเหตทุ ีทําใหส้ ต๊อกขุน่
1. ใชไ้ ฟแรงเกินไป หรอื ต๋นุ โดยใชน้ าํ เดอื ด
2. ปดฝาขณะต๋นุ
ระยะเวลาทีเหมาะสมในการต๋นุ สต๊อกจากกระดกู แต่ละชนดิ
1. กระดกู ววั / กระดกู หมู 6 ชวั โมง
2. กระดกู ลกู ววั 4 ชวั โมง
3. กระดกู ไก่ 2 ชวั โมง
4. กระดกู ปลา 20 นาที
9
MOTHER SAUCE
แมซ่ อสต่างๆ
Moths aeu cre
หลายๆคน อาจจะนกึ ภาพของอาหารฝรงั เศส วา่ เปน
อาหารทีมคี วามสวยงาม และหรหู รา เราอาจจะไปใหค้ วาม
สาํ คัญของโปรตีน ในจานนนั วา่ เปนอยา่ งไร แต่ยงั มสี ว่ นที
หลายคนมกั มองขา้ มไปในจาน นนั คือ ซอส" "
จุดเรมิ ต้นมาจากเชฟชาวฝรงั เศส Marie Antoine-
Carême เขาเปนคนรวบรวมซอสทีมใี นฝรงั เศสมาจดั เปนก
ล่มุ 4 กล่มุ ในภายหลัง เชฟชาวฝรงั เศส Auguste Escoffier
ไดเ้ พมิ ซอสเขา้ ไปอีก 1 กล่มุ จนกลายเปน 5 แมซ่ อส ซงึ เขาได้
จดั ทําเปนสตู รใน Le Guide ปCulinaire 1903
ก่อนทีเราจะไปรจู้ กั กับแมซ่ อส เรามาทําความรจู้ กั กับ "รสู ์
หรอื Roux" คือ สว่ นผสมแปงและไขมนั ทีนาํ ไปทําใหส้ กุ โดยที
สามารถใชไ้ ขมนั สตั ว์ เนยสด เนยขาว หรอื ไขมนั ประเภทอืน ๆ
เพอื ทํารสู ์ รสู น์ นั มกั ใชเ้ ปนสว่ นผสมตังต้นและตัวเพมิ ความ
ขน้ ในซอสและซุปอืนๆ เวลาในการทํารสู ์ มผี ลต่อในการทําซอ
สนนั ๆ เชน่ ถ้าต้องการซอสทีมสี นี าํ ตาลเราสามารถผดั รสู จ์ น
เปนสนี าํ ตาลได ้ แมซ่ อส 5 กล่มุ
1. เบชาเมล ซอส หรอื Béchamel
เบชาเมล ซอส หรอื ซอสขาว เปนซอสพนื ฐาน
ใน 5 แมซ่ อสของฝรงั เศส โดยเบซาเมลซอสนนั สามารถทําได้
โดยสว่ นประกอบ 2 สว่ น นนั คือ สว่ นของแปงรสู ์ และสว่ น
ของครมี หรอื นม ตีจนใหไ้ ดซ้ อสสขี าว สามารถปรงุ แต่ง
รสชาติโดย เพมิ
หวั หอม กานพลู และลกู จนั ทร์ มกั ใชก้ ับอาหารทีเปนพาสต้าน
อกจากนี เบชาเมล ซอส สามารถแบง่ ออกเปน 6 ซอส
ไดแ้ ก่
1. Crème Sauce
2. Mornay Sauce
3. Soubise Sauce
4. Nantua Sauce
5. Cheddar Cheese Sauce
6. Mustard Sauce
2. เวลเู ต้ ซอส หรอื Velouté Sauce
เวลเู ต้ ซอส เปนอีกหนงึ ซอสพนื ฐานของฝรงั เศสที
สามารถทําไดง้ ่าย โดยเกิด จากการทํานาํ สต็อกใหเ้ กิดความ
เหนยี วขน้ โดยการผสมกับรสู ์ กลายเปนเวลเู ต้ ซอส นาํ สต็อก
ทีใช้ สามารถใชส้ ต็อก ไก่ สต็อกววั หรอื สต็อกปลาก็ไดเ้ วลเู ต้
ซอส สามารถแบง่ ออกเปน 5 ซอส ไดแ้ ก่
10
1. Bercy Sauce
2. Allemande Sauce
3. Supreme Sauce
4. Aurora Sauce
5. Cardinal Sauce
3. Espagnole Sauce
เปนซอสสนี าํ ตาลพนื ฐาน ทํามาจากสต็อกววั หรอื สตั วป์ กทีมี
ความเขม้ ขน้ จนเปนสนี าํ ตาล รวมกับรหู ส์ นี าํ ตาล และมจี ะมกี าร
เติมมะเขอื เทศเขม้ ขน้ เมยี รป์ ว (Mirepoix) หรอื ก็คือตัวทีทําให้
เกิดกลินทีหอม ประกอบไปดว้ ย หอมใหญ่ : เซอเรอรี : แครอท
ในอัตราสว่ น 2 : 1 : 1 ซอสนใี ชเ้ ปนพนื ฐานในการทําสตวู เ์ นอื
แบบบูรก์ อญ และ เดม-ิ กราดEspagnole Sauce สามารถแบง่
ออกเปน 5 ซอส
1. Chuasseur Sauce
2. Chateubriand Sauce
3. Bordeiaise Sauce
4. Robert Sauce
5.Duxelle Sauce
4.ซอสมะเขอื เทศ หรอื Tamato Sauce
เปนซอสทีนาํ การปรงุ มะเขอื เทศ รวมกับรหู ท์ ําใหเ้ กิดความ
ขน้ ซอสมะเขอื เทศนยิ มปรงุ รว่ มกับเนอื หมูและผกั ทีใหก้ ลินหอม
เพอื เพมิ กลินใหก้ ับซอสมะเขอื เทศซอสมะเขอื เทศ สามารถแบง่
ออกเปน 5 ซอส
1. Creole Sauce
2. Spanish Sauce
3. Milanalse Sauce
4. Nrapolitan Sauce
5.Bologness Sauce
ซอสฮอลันเดสหรอื5. Hollandaise Sauce
เปนซอสเดยี วในแมซ่ อสทีไมถ่ กู ทําใหข้ น้ ดว้ ยรสู ์ แต่จะถกู
ทําใหข้ น้ ดว้ ยการอิมลั ชนั ของไขแ่ ดงและเนยละลาย เปนซอสทีมี
ความละเอียดอ่อนมาก เพราะ การอิมลั ชนั นนั จะต้องใชค้ วาม
แนน่ อน ไมเ่ ชน่ นนั ตัวซอสทีไดม้ าจะไมม่ คี ณุ ภาพ ซอสฮอลันเดส
นยิ ม เอามาใชส้ าํ หรบั จมิ ของหนอ่ ไมฝ้ รงั และใชเ้ ปนซอสราดใน
เมนเู อ้กเบเนดกิ ต์ (Egg Benedict)ซอสฮอลันเดส สามารถ
แบง่ ออกเปน 5 ซอส
1. Barnaise Sauce
2. Mosseline Sauce
3. Maltaise Sauce
4. Grimrod Sauce
5. Choron Sauce
11
HERB/SPICES
สมุนไพรและเครอื งเทศ
1. มนิ ต์ (Mint) มนิ ต์หรอื สะระแหน่ เปน สมุนไพร HE
ฝรงั ทีนยิ มกันอยา่ งแพรห่ ลายมากๆ ใชเ้ ปนเครอื ง RB
เคียงหรอื เปนตัวชว่ ยในการปรงุ อาหารประเภทเนอื
แต่ทีนยิ มมากก็จะนาํ มาตกแต่งหนา้ และกินแกล้ม สมุนไพร
เนอื มากกวา่ ใชป้ รงุ อีกทังนยิ มทําเปนซอส กินแกล้ม
กับเนอื แกะ และมนิ ต์ยงั สามารถใชป้ ระกอบเครอื ง
ดมื ไดห้ ลายประเภท ทังนาํ ผลไม้ ชามนิ ต์ หรอื ผสม
กับเครอื งดมื แอลกอฮอล์เพอื ปรงุ รส
2. ออรกิ าโน (Oregano) ออรกิ าโนเปนพชื ตระกลู
เดยี วกับมนิ ต์ อยา่ งทีเราค้นุ ชนิ กับการนาํ ผงออรกิ า
โนมาโรยบนหนา้ พซิ ซา เพราะวา่ มกี ลินหอมและทําให้
พซิ ซาอรอ่ ยขนึ มสี รรพคณุ มากมาย ชว่ ยกําจดั ไข
มนั ในเลือด มสี ารต้านอนมุ ูลอิสระสงู มฤี ทธริ อ้ น แก้
ปวดกล้ามเนอื ใบสดๆ มกี ลินหอมแรงแต่ไมเ่ ท่ากับ
แบบแหง้ หรอื จะสกัดเปนนาํ มนั ก็ไดแ้ ต่ทีนยิ มมาก
ทีสดุ ก็จะเปนแบบแหง้ ทานไดก้ ับเนอื สตั วท์ กุ ชนดิ
และเหมาะกับซอสมะเขอื เทศ
3. พารส์ ลีย์ (Parsley) พารส์ ลีย์ หรอื เรยี กอีกชอื
หนงึ วา่ ผกั ชฝี รงั มที ังแบบใบแบนและใบหยกั ใบ
แบนจะมกี ลินหอมเขม้ กวา่ นยิ มใชป้ รงุ อาหาร แต่
แบบใบหกั จะนยิ มนาํ มาตกแต่งหนา้ อาหารมากกวา่
มกี ลินหอมเฉพาะตัวและลักษณะใบสวย หรอื จะนาํ มา
สบั แล้วโรยหนา้ อาหารเพอื ดบั กลินคาว
4. เบสลิ (Basil) เบสลิ หรอื โหระพาฝรงั มที ังสมี ว่ ง
และสเี ขยี ว แต่กลินและรสชาติจะอ่อนกวา่ ของไทย
มาก ใบจะใหญแ่ ละนมุ่ กวา่ เปนเครอื งปรงุ สาํ หรบั อา
หารอิตาเลียนเชน่ ใชท้ ําซอลเพสโต หรอื นยิ มทานสด
แกล้มกับอาหารอิตาเลียนก็ไดเ้ พราะมกี ลินหอมทําให้
อาหารนา่ รบั ประทานมากยงิ ขนึ
12
HE 5. โรสแมรี (Rosemary) โรสแมรเี ปนพชื ทีมี
RB ลักษณะสวย นยิ มใชท้ ังตกแต่งจาน หรอื นาํ ไปปรงุ
อาหารก็ได้ ทังอาหารประเภทเนอื แกะ ไก่ แพะ หรอื
สมุนไพร มนั ฝรงั หรอื ใชห้ มกั เนอื รว่ มกับกระเทียม ทําซุปหรอื
ซอสก็ได้ หรอื ถ้านาํ ไปอบจะมกี ลินหอมมาก ชว่ ยดบั
กลินคาวไดด้ หี รอื ใชแ้ บบสดทําเปนสลัดรว่ มกับผกั
อืนๆ อีกทังยงั นยิ มนาํ ไปทําเปนนาํ มนั หอมระเหยได้
เพราะทังใบและก้านมกี ลินหอมมาก แบบแหง้ ก็
สามารถนาํ มาชงเปนชาดมื
6. ไธม์ (Thyme) ไธม์ มกี ลินหอมเฉพาะตัว มกี ลิน
คล้ายเลมอนอ่อนๆ เหมาะสาํ หรบั ปรงุ อาหารเมนเู นอื
สตั วต์ ่างๆ เชน่ ไก่ ปลา และอาหารทะเล มสี ว่ นชว่ ย
ในการยอ่ ยอาหาร เปนเครอื งเทศทีไมเ่ ดน่ แต่ก็ขาด
ไมไ่ ดใ้ นครวั ฝรงั เศษ เปนสว่ นประกอบหลักในสตวู ์
เขา้ กับของปงยา่ งไดเ้ ปนอยา่ งดี หรอื จะเปนอาหารที
ใสไ่ วน์ นยิ มใชร้ ว่ มกับโรสแมรี พารส์ ลีย์ ออรกิ าโน
เพอื เสรมิ กลินหอมใหอ้ าหาร มสี รรพคณุ รกั ษา
อาการไอ รกั ษาหลอดลมอักเสบได้ รกั ษาอาการมี
แก๊สในลําไส้
7. เสจ (Sage) เสจ อาจจะไมเ่ ปนทีนยิ มหรอื ค้นุ หู
กันมากนกั เพราะมกั จะใชค้ วบค่กู ับสนุ ไพรชนดิ อืน ๆ
เขา้ กับอาหารทีมมี นั เยอะๆ เชน่ หา่ น หมู หรอื ใชย้ ดั
ไสเ้ นอื จาํ พวกสตั วป์ ก ใชม้ ากในครวั ฝรงั มรี สเผด็ ซา่
กลินคล้ายพรกิ ไทย แต่ไมค่ วรใสม่ ากเพราะจะทําให้
รสเฝอนและมกี ลินแรงเกินไป มสี รรพคณุ รกั ษา
อาการเบอื อาหาร เพมิ ประสทิ ธภิ าพความจาํ และยงั
เปนสมุนไพรทีชว่ ยปรบั สมดลุ ประจาํ เดอื นของผู้
หญงิ อีกดว้ ย สามารถนาํ มาสกัดเปนนาํ มนั หอม
ระเหยก็จะนยิ มใชใ้ นสปา เพราะจะลดความเครยี ด
ชว่ ยใหร้ สู้ กึ สงบ
13
1. เมล็ดยหี รา่ หรอื เทียนขาว (Caraway) อยูใ่ น SPI
วงศ์ Apiaceae เมอื ใชเ้ ปนเครอื งเทศเรยี กยหี รา่ CES
(cumin) มถี ินกําเนดิ ในบรเิ วณทะเล
เมดเิ ตอรเ์ รเนยี น เปนไมล้ ้มลกุ ไมม่ ขี น ดอกชอ่ แบบ เครอื งเทศ
ก้านซรี ม่ ก้านชอ่ ดอกยาว กลีบดอกสขี าวหรอื สชี มพู
ผลแบบผกั ชี มรี สเผด็ รอ้ น ขม ใชแ้ ก้ลม ดพี กิ าร ขบั
เสมหะยหี รา่ ใชเ้ ปนเครอื งเทศทีสาํ คัญในแกงกะหรแี ละ
มสั มนั อาหารไทยใชใ้ บยหี รา่ ในการปรงุ แต่งกลิน
อาหาร โดยคัวเมล็ดโขลกผสมกับเครอื งแกง
2. ลกู กระวาน (Cardamom) เปนพชื ล้มลกุ ใน
วงศ์ Zingiberaceae กระวานเทศมสี รรพคณุ เปนยา
ตํารายาไทย ใช้ ผล บาํ รงุ ธาตุ กระจายโลหติ เสมหะ
ขบั ลม แก้ท้องอืดเฟอ แก้อาการเกรง็ ของลําไส้ ใน
อังกฤษและสหรฐั อเมรกิ า ใชเ้ ปนยาขบั ลม ในจนี และ
อินเดยี ใชเ้ ปนยาขบั ลม และรกั ษาอาการผดิ ปกติของ
ทางเดนิ ปสสาวะ
3. พรกิ คาเยน (Cayenne Pepper) ทํามาจากพรกิ
คาเยนตากแหง้ และปนใหเ้ ปนผง มรี ะดบั ความเผด็
รอ้ นทีมมี ากกวา่ พรกิ พาพรกิ าใชม้ ากในอาหารสไตล์
Creole และ Cajun ทางตอนใต้ของประเทศอเมรกิ า
เพอื เพมิ ความเผด็ รอ้ นใหก้ ับอาหาร ไมว่ า่ จะในซุป สตู
ซอสต่าง ๆ หรอื โรยหนา้ อาหาร เพอื ทําใหร้ สชาติ
อาหารมมี ติ ิมากขนึ
4. อบเชย (Cinnamon) เปนเครอื งเทศทีมกี ลินหอม
ไดม้ าจากเปลือกไมช้ นั ในทีแหง้ แล้วของต้นอบเชย
แท่งอบเชยมสี นี าํ ตาลแดง มลี ักษณะเหมอื นแผน่ ไม้
แหง้ ทีหดงอหลังจากโดนความชนื นยิ มใชอ้ บเชยใน
การทําเครอื งแกงเชน่ พรกิ แกงกะหรปี ระเภทผดั ทีใช้
ผงกะหร ี ใชเ้ ปนไสก้ ะหรปี ป หรอื ใชร้ ว่ มกับโปยกักใน
อาหารคาวประเภทต้มเชน่ พะโล้และเนอื ต๋นุ สว่ นใน
ประเทศแถบตะวนั ตก มกั ใสอ่ บเชยในของหวาน
14
SPI 5. กานพลู (Cloves) เปนไมย้ นื ต้น สงู 5 - 10 เมตร
CES ใบเดยี ว เรยี งตรงขา้ ม รปู วงรหี รอื รปู ใบหอก กวา้ ง
2.5 - 4 ซม. ยาว 6 - 10 ซม. ขอบเปนคลืน ใบอ่อนสี
เครอื งเทศ แดงหรอื นาํ ตาลแดง เนอื ใบบางค่อนขา้ งเหนยี ว ผวิ
มนั ดอกชอ่ ออกทีซอกใบ กลีบดอกสขี าวและรว่ ง
ง่าย กลีบเลียงและฐานดอกสแี ดงหนาแขง็ ผลเปน
ผลสด รปู ไข่ ใชด้ อกตมู แหง้ แก้ปวดฟน โดยใชด้ อก
แชเ่ หล้าเอาสาํ ลีชุบอุดรฟู น และใชข้ นาด 5 - 8 ดอก
ชงนาํ เดอื ด ดมื เฉพาะสว่ นนาํ หรอื ใชเ้ คียวแก้ท้อง
เสยี ขบั ลม แก้ท้องอืดเฟอ สว่ นทีใชเ้ ปนเครอื งเทศ
คือดอกตมู รวมกับก้านดอก
6. ขงิ (Ginger) เปนพชื ล้มลกุ มเี หง้าใต้ดนิ เปลือก
นอกสนี าํ ตาลแกมเหลือง เนอื ในสนี วลมกี ลินหอม
เฉพาะ ขงิ ยงั มสี ารอาหารทีมคี ณุ ค่าต่อรา่ งกาย ขงิ มี
ฤทธอิ ุ่น ชว่ ยขบั เหงือ ไล่ความเยน็ ขบั ลม แก้ท้อง
อืด ท้องเฟอ ชว่ ยใหเ้ จรญิ อาหาร และทําใหร้ า่ งกาย
อบอุ่น ในทางยานยิ มใชข้ งิ แก่
7. จูนเิ ปอรเ์ บอรร์ ี (Juniper Berry) ลกู จูนเิ พอร์
เปนเมด็ กลมๆ ดาํ ๆ อาจไมค่ ่อยค้นุ ตานกั ในบา้ นเรา
แต่ก็หาซอื ไดต้ ามรา้ นขายเครอื งเทศสมุนไพรทัวไป
คนอินเดยี นยิ มใชจ้ ูนเิ พอรห์ มกั เนอื สตั วเ์ พอื ลดกลิน
สาบ โดยสรรพคณุ ทางยาของลกู จูนเิ พอรน์ นั มฤี ทธิ
ฆา่ เชอื จงึ ถกู นาํ ไปใชร้ กั ษาโรคทางเดนิ ปสสาวะ
อักเสบดว้ ย
8. จนั ทรเ์ ทศ (Nutmeg) ในยุโรปใชป้ รงุ รสในเค้ก
นาํ ผงึ เค้กผลไม้ ทางภาคใต้ของไทยนาํ ผลมาทําแช่
อิม หยี หรอื จนั ทนเ์ ทศสามรส หรอื นาํ เนอื ผลจนั ทน์
เทศสดใชก้ ินเปนของขบเคียวกับนาํ ปลาหวานหรอื
พรกิ กับเกลือยาง อินเดยี ใชน้ าํ มนั จนั ทนห์ อมใชท้ ํา
ยาแก้ปวดหวั แก้อาการผดิ ปกติในทางเดนิ อาหาร
ชาวอาหรบั ใชเ้ ปนยาขบั ลม แก้อาการปวดทีไตและ
กระเพาะอาหาร เนอื ในเมด็ ลกู จนั ทนแ์ มจ้ ะเปนยาแต่
ถ้ารบั ประทานมากเกินไปเปนพษิ ถึงชวี ติ
15
9. ปาปรกิ ้า (Paprika) ผงปาปรกิ ้าทํามาจากพรกิ ปา SPI
ปรกิ ้า ซงึ เปนเครอื งเทศชนดิ หนงึ ทีนาํ ไปตากแหง้ CES
จากนนั จงึ ค่อยแยกเมล็ดออกแล้วบดใหล้ ะเอียดเปน
ผงแบบแปง สาํ หรบั ใชเ้ พมิ สสี นั และปรงุ รสอาหาร เครอื งเทศ
โดยในประเทศฮังการมี พี รกิ ชนดิ นมี ากถึง 6 ชนดิ
แต่ละชนดิ ก็มขี นาดและระดบั ความเผด็ ทีแตกต่างกัน
ตังแต่ระดบั ไมเ่ ผด็ เลยจนถึงเผด็ นอ้ ยๆ
10. ขมนิ (Turmeric) เปนพชื ล้มลกุ ในวงศ์ขงิ มถี ิน
กําเนดิ ในเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ มเี หง้าอยูใ่ ต้ดนิ
เนอื ในของเหง้าเปนสเี หลือง มกี ลินหอมเฉพาะตัว มสี ี
เหลืองเขม้ จนสแี สดจดั แก้อาการท้องอืด ท้องเฟอ
แนน่ จุกเสยี ด อาหารไมย่ อ่ ย อาการแสบคัน แก้หวิ
และแก้กระหาย ทําโดยล้างขมนิ ชนั ใหส้ ะอาด ไมต่ ้อง
ปอกเปลือกออก
11. เมล็ดปอบป (Poppy Seed) มลี ักษณะเปนเมล็ด
กลมเล็ก ขนาดประมาณงาดาํ หรอื งาขาว ต่างกันที
เปนเมล็ดกลมซงึ เมล็ดปอบปมที ังแบบสขี าว และสดี าํ
แต่ทีหาซอื ง่ายและนยิ มนาํ มาประกอบอาหาร หรอื นาํ
มาทําขนม คือสดี าํ โดยนยิ มจะนาํ มาทําอาหารและขยม
ประเภท มฟั ฟน แพนเค๊ก เบเกิล หรอื ใชต้ กแต่งหนา้
และขอบขนมปง
12. หญา้ ฝรนั (Saffron) จดั เปนเครอื งเทศและ
เครอื งยาทีสาํ คัญอยา่ งหนงึ มกี ารนาํ เขา้ ใน
ประเทศไทยจากประเทศแถบอาหรบั มดี อกสมี ว่ ง เขม็
สแี ดง กลินหอม มสี รรพคณุ ทางยาทีอยา่ งมหาศาล
เปนไดท้ ัง เครอื งเทศ นาํ หอม หรอื สกัดนาํ จากดอก
หญา้ ฝรนั เพอื มาแปรรปู เปน สบู่ ยาสระผม หรอื แม้
กระทังนาํ หอม และสามารถสกัด เปนไดท้ ังยารกั ษา
โรคไดอ้ ีกดว้ ย และยงั ถือวา่ เปนเครอื งเทศทีมรี าคา
แพงทีสดุ ในโลก
16
PASTA
เสน้ พาสต้า
PAS
TA
พาสตา หรอื พา้ สต้า (อังกฤษ: pasta) คือชอื เรยี ก
โดยรวมของอาหารอิตาลีประกอบดว้ ยเสน้ ทีทําจากแปง
สาลี นาํ ไข ่ เกลือ และ นาํ มนั มะกอก จากนนั จงึ นาํ มารดี เปนแผน่
และตัดเปนเสน้ ทําใหส้ กุ โดยการต้ม รบั ประทานกับซอสหลาก
หลายประเภท ทีมกั มสี ว่ นประกอบหลักคือ นาํ มนั
มะกอก ผกั เครอื งเทศ และเนยแขง็ เสน้ พาสตาเปน
ชอื เรยี กโดยรวมของเสน้ หลากหลายประเภทในสมยั ก่อน
พาสตานนั เปนอาหารทีชาวอิตาลีทางตอนใต้นยิ มรบั ประทาน
ซงึ นบั วา่ ยากจนกวา่ ชาวอิตาลีทางตอนเหนอื ซงึ นยิ ม
รบั ประทานนมเนย และขา้ วปจจุบนั มกี ารผลิตเสน้ สาํ เรจ็ รปู แบบ
อบแหง้ ในลักษณะอุตสาหกรรม ถกู ใชแ้ พรห่ ลายมากกวา่ เสน้
แบบสดเนอื งจากสะดวกไมต่ ้องใชเ้ วลาและความชาํ นาญมาก
ในการจดั เตรยี ม
ประเภทของเสน้ พาสต้า
1. สปาเกตตี (Spaghetti) แบบเสน้ กลมยาว
2. มกั กะโรนี (Macaroni) แบบเสน้ กลมยาวมรี กู ลม
ตรงกลาง
3. ลิงกวเี น (Linguine) แบบเสน้ แบน
4. ฟูซลี ี (Fusilli) แบบเสน้ เกลียวสนั
5. เปนเน (Penne) แบบท่อขนาดกลาง ตัดเฉียงทีปลาย
ทังสองดา้ น
6. รกี าโตนี (Rigatoni) แบบท่อสนั ขนาดใหญ่ พนื ผวิ ดา้ น
นอกหยกั
7. ราวโี อลี (Ravioli) แปงพาสตาแบบแผน่ หอ่ ไสผ้ กั หรอื เนอื
สตั ว์ รปู แบบเดยี วกับเกียวของประเทศจนี
8. ลาซานญา่ (Lasagne) แบบแผน่ ใหญ่
17
PAS
TA
วธิ ตี ้มเสน้ พาสต้า
1. เตรยี มหมอ้ ใบใหญป่ ากกวา้ ง ใสน่ าํ พอท่วมพาสต้า
เล็กนอ้ ย ต้มใหเ้ ดอื ด
2. ใสเ่ กลือลงไป 1-2 ชอ้ นโต๊ะเพอื เพมิ รสชาติ
3. ใสเ่ สน้ พาสต้าลงหมอ้ ถ้าพาสต้าเสน้ ยาวใหร้ อจน
ปลายดา้ นหนงึ นมิ ค่อยกดเสน้ ลงไป
4. คนเบาๆเปนระยะ ไมใ่ หเ้ สน้ ติดกันหรอื ติดก้นหมอ้
เมอื เสน้ เรมิ สกุ ใหล้ องชมิ ตักขนึ
5. เมอื เสน้ แขง็ กวา่ ทีชอบเล็กนอ้ ย ไมค่ วรต้มจนเสน้
นมิ เกินไปเพราะเมอื โดนซอสเสน้ จะนมิ ลงอีก
6. พกั เสน้ ในตะแกรงรอ่ นใหส้ ะเดด็ นาํ ราดซอสแล้ว
เสริ ฟ์ รอ้ นๆไดท้ ันที
7. หากยงั ไมเ่ สริ ฟ์ ทันที แชเ่ สน้ ในนาํ เยน็ จดั ราว
3-5นาทีก่อนตักออกพกั ไว้
ไมค่ วรใสน่ าํ มนั หรอื เนยลงในหมอ้ ระหวา่ งต้ม
เสน้ เพราะจะทําใหเ้ สน้ พาสต้ามนั และไมต่ ิดซอส
เพอื รสชาติพาสต้าทีเอรด็ อรอ่ ย เมอื เสริ ฟ์ แล้วควร
รบั ประทานทันที
18
BREAD
ขนมปง
ขนมปง หรอื ปง (อังกฤษ:Bread) เปน THE
อาหารทีทําจากแปงสาลีทีผสมกับนาํ และ BREAD
ยสี ต์ หรอื ผงฟู นอกจากนยี งั มกี ารใชส้ ว่ น
ผสมอืน ๆ เพอื แต่งสี รสชาติและกลิน ขนมปง
แตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของ
ขนมปง และ แต่ละประเทศทีทํา โดยนาํ
สว่ นผสมมาตีใหเ้ ขา้ กันและนาํ ไปอบ
ขนมปงมหี ลายประเภท เชน่ ขนมปง
ฝรงั เศส ขนมปงไรย ์ หรอื แมก้ ระทังเพรต
เซลิ ของขนึ ชอื ประเทศเยอรมนี เปนต้น
ชาวสวสิ ทีอาศัยอยูต่ ามทะเลสาบในยุคหนิ
เปนผรู้ เิ รมิ นาํ เมล็ดขา้ วสาลีมาบดโดยใช้
ครกหยาบ ๆ ตํา แล้วนาํ ไปผสมนาํ แล้วนาํ
ไปเทลงบนหนิ รอ้ นๆเพอื ใหส้ กุ ผลทีไดค้ ือ
ขนมปงทีขนึ ฟูโดยไมไ่ ดต้ ังใจ ซงึ ค้นพบ
มากวา่ 3,000 ป ก่อนครสิ ตกาล ประวตั ิที
ยอมรบั สบื เนอื งกันมาก็คือพวกทาสใน
สมยั ราชวงศ์อียปี ต์ ไดผ้ สมก้อนแปงทีลืม
ทิงไวล้ งไปในแปงทีผสมเสรจ็ ใหม่ ๆ ผลที
ไดค้ ือแปงทีเบาและรสชาติดี
สว่ นผสมทีสาํ คัญของขนมปงมดี ังนี
1. ขา้ วสาลี ขนมปงเกิดจากโปรตีนของ
แปงสาลีทีมชี อื วา่ กลเู ตน โปรตีนชนดิ นมี ี
อยูส่ งู ในขา้ วสาลี ในขณะทีขา้ วเจา้ ทีคนไทย
รบั ประทานในทกุ วนั มกี ลเู ตนอยูน่ อ้ ยมาก
นจี งึ เปนสาเหตวุ า่ ทําไม ขา้ วเจา้ จงึ ไม่
สามารถนาํ มาทําขนมปงได้
19
2. ยสี ต์ ยสี ต์จะถกู เติมลงไปในขนมปงเพอื ใหข้ นมปงพองฟู เพราะ
ยสี ต์จะกินนาํ ตาลทีอยูใ่ นแปงและผลิตก๊าซคารบ์ อนไดออกไซดอ์ อก
มา ทําใหข้ นมปงมรี ปู รา่ งเปนก้อน ยสี ต์ทีใชใ้ นการทําขนมปงมหี ลาย
รปู แบบ ทังแบบสด และ แบบผงเปนต้น
3. ผงฟู คือ โซเดยี มไบคารบ์ อรเ์ นต ถกู ใชใ้ นการทําขนมปงเพอื แทน
การใชย้ สี ต์ เพราะเมอื ผงฟูผสมกับนาํ ก็จะเกิดก๊าซ
คารบ์ อนไดออกไซดเ์ ชน่ เดยี วกับทียสี ต์ทํา แต่จะมผี ลขา้ งเคียงคือ
หากใสม่ ากเกินไปจะทําใหม้ รี สชาติเฝอนขม
ขนมปงชนิดต่าง ๆ
1. ขนมปงปอนด์ ขนมปงชนดิ นมี ี 2 ชนดิ คือขา้ วสาลีทีผา่ นการขดั
สเี รยี กวา่ ไวท์เบรด (White Bread) และขา้ วสาลีทีไมผ่ า่ นการขดั สี
เรยี กวา่ โฮลวตึ
2. ครวั ซอ็ ง มลี ักษณะรปู ทรงเหมอื นจนั ทรเ์ สยี ว คําวา่ ครวั สซ์ องต์
มาจากภาษาฝรงั เศสโบราณวา่ Creissant ซงึ แปลวา่ จนั ทรเ์ สยี ว
หรอื Crescent นนั เอง ครวั ซองค์นนั มเี นอื ในเปนชนั ๆ ทับ 58 ชนั
เปนขนมปงทีใชเ้ นยครงึ นงึ ของแปงสาลี ทําใหม้ ปี รมิ าณไขมนั ในเนอื
มาก
3. ขนมปงฝรงั เศสหรอื บาแก็ต ขนมปงแท่ง ผวิ ดา้ นนอกจะแขง็
เนอื ในขาวนมิ สามารถทําใหส้ นั -ยาวได้ หลายขนาด
4. พตี า เปนขนมปงลักษณะกลม มลี ักษณะแบน เปนขนมปง
ประเภทแรกของโลก กินกันแพรห่ ลายในประเทศแถบ
ตะวนั ออกกลาง และใชม้ ากในอาหารเมดเิ ตอรเ์ รเนยี น
5. ขนมปงไรย ์ มเี นอื สนี าํ ตาลเขม้ มหี ลายรปู ทรงทัง แผน่ ทังทรง
กลม มตี ้นกําเนดิ ทีประเทศเยอรมนี ทหารเยอรมนั มกั จะเก็บไวเ้ ปน
เสบยี งยามสงคราม เพราะสามารถเก็บไดน้ านกวา่ ขนมปงทัวไป
6. บรยี อ็ ช มตี ้นกําเนดิ จากประเทศฝรงั เศส มสี ว่ นผสมของไขแ่ ละ
เนยเปนจาํ นวนมาก มผี วิ สวยและนมิ เพราะทาดว้ ยไขแ่ ดงก่อนอบ
7. นาน เปนขนมปงทีมตี ้นกําเนดิ จากอินเดยี มรี สชาติเปรยี วอ่อน ๆ
จากโยเกิรต์ ทําใหก้ ินเขา้ ไดก้ ับแกงกะหรี
8. เพรตเซลิ มตี ้นกําเนดิ จากประเทศฝรงั เศส สมยั ก่อนมรี สชาติ
เค็ม มรี ปู ทรงขดเปนโบว์ อาจจะโรยดว้ ยเกลือหรอื นาํ ตาลไอซงิ และ
อาจจะมอี ยา่ งอืนอีกมากมาย
20
INGREDIENTS
AND SEASONINGS
เครอื งปรุงทีใชใ้ นอาหารยุโรป
INGREDIENTS
AND SEASONINGS
เครอื งปรุงทีใชใ้ นอาหารยุโรป
Ghee Peanut Oil, Lard
Groundnut Oil
Margarine Olive Oil Rapeseed Oil,
Canola Oil
Safflower Oil Sesame Oil Sunflower Oil
21
INGREDIENTS
AND SEASONINGS
เครอื งปรุงทีใชใ้ นอาหารยุโรป
Suet Vegetable Oil Walnut Oil
Chocolate Cocoa Coffee
Vanilla Caster Sugar Demerara Sugar
22
INGREDIENTS
AND SEASONINGS
เครอื งปรุงทีใชใ้ นอาหารยุโรป
Granulated Palm Sugar Honey
Sugar
Maple Syrup Treacle Corn flour
Plain flour Self-raising Strong flour
flour
23
INGREDIENTS
AND SEASONINGS
เครอื งปรุงทีใชใ้ นอาหารยุโรป
Wholemeal Ancgovy Caper
flour paste
Coarse grain Dijon mustard Mustard
mustard powder
Mustard Tomato puree Tomato paste
24
INGREDIENTS
AND SEASONINGS
เครอื งปรุงทีใชใ้ นอาหารยุโรป
Cranberry Sauce Balsamic Vinegar
Apple Cider Cooking Wine Tabasco
Vinegar Sauce
Worcestershire Salt Fleur de sel
Sauce
25
VEGETABLES IN
EUROPEAN DISH
ผกั ทีใชใ้ นอาหารยุโรป
VEGETABLES
IN EUROPEAN DISH
ผั ก ที ใ ช้ ใ น อ า ห า ร ยุ โ ร ป
Cos Lettuce Romaine Butter Head
FrFilrliilclieceIcIecbeebregrg Water Cress Rocket, Arugula
Iceberg Lettuce Green Oak Red Oak
Endive, Witloof Mizuna Radicchio
26
Brunia Lettuce Red Cabbage Asparagus
Caper Carrot Celery
Garlic Italian Basil Jalapenos
Mustard Potato Olive
Onion Red Onion Sun Dried Tomato
Tomato 27
ARRANGE A UNIVERSAL
DINING TABLE
วธิ กี ารจดั โต๊ะอาหารแบบสากล
วธิ กี ารจดั โต๊ะอาหารแบบสากล
วธิ จี ดั โต๊ะอาหารแบบพนื ฐาน
วธิ จี ดั โต๊ะอาหารแบบพนื ฐาน ใชส้ าํ หรบั รบั ประทานอาหารกันเองในครอบครวั
ซงึ บนโต๊ะจะประกอบไปดว้ ยจานอาหารตรงกลาง พรอ้ มผา้ เชด็ ปากวางไวบ้ นจาน
หรอื ทางดา้ นซา้ ยของจานในบรเิ วณใต้สอ้ มก็ได้ โดยคณุ สามารถวางแผน่ รองจาน
เพอื ความสวยงามและเพอื ปองกันความสกปรกไดด้ ว้ ยเหมอื นกัน สว่ นอุปกรณ์
อืน ๆ ใหจ้ ดั เรยี งล้อมรอบจานอาหารตามตําแหนง่ ต่อไปน ี
- ฝงซา้ ยมอื ของจานอาหาร : สอ้ ม
- ฝงขวามอื ของจานอาหาร (เรยี งจากดา้ นในไปดา้ นนอก) : มดี และชอ้ น
- ฝงบนเยอื งไปทางขวาของจานอาหาร ระหวา่ งจานและมดี : แก้วนาํ
สว่ นมอื ไหนทีมขี นมปงและเนยเสริ ฟ์ ดว้ ย ใหน้ าํ จานขนมปงและมดี ทาเนยวางไว้
ฝงดา้ นบนเยอื งไปทางซา้ ยของจานอาหารหรอื บรเิ วณเหนอื สอ้ มขนึ ไป
วธิ จี ดั โต๊ะอาหารแบบไมเ่ ปนทางการ
วธิ จี ดั โต๊ะอาหารแบบไมเ่ ปนทางการ เหมาะสาํ หรบั มอื อาหารทีต้องการใหม้ คี วาม
พเิ ศษมากขนึ กวา่ เดมิ สกั หนอ่ ย โดยใหเ้ ราจดั วางจานอาหารเอาไวต้ รงกลางแผน่ รอง
จาน พรอ้ มทังวางจานสลัดและถ้วยซุปไวบ้ นจานอาหารหลักดว้ ย ซงึ สาํ หรบั ผา้ เชด็
ปากก็สามารถวางทับไวบ้ นจานอาหารหลัก หรอื หากใครอยากจะวางไวฝ้ งซา้ ยมอื
ของจานอาหารก็สามารถทําได้ สว่ นอุปกรณต์ ่าง ๆ ใหจ้ ดั วาง ดงั ต่อไปน ี
- ฝงซา้ ยมอื ของจานอาหาร (เรยี งจากดา้ นในไปดา้ นนอก) : สอ้ ม
- ฝงขวามอื ของจานอาหาร (เรยี งจากดา้ นในไปดา้ นนอก) : มดี อาหารและชอ้ นซุป
- ฝงบนเยอื งไปทางซา้ ยของจานอาหาร : จานขนมปงและมดี ทาเนย
- ฝงบนเยอื งไปทางขวาของจานอาหาร (เรยี งจากดา้ นในไปดา้ นนอกเอียงเยอื ง
ลงมาดา้ นล่างประมาณ ¾ นวิ ) : แก้วนาํ และแก้วไวน/์ แก้วกาแฟ
28
วธิ จี ดั โต๊ะอาหารแบบกึงทางการ
วธิ จี ดั โต๊ะอาหารแบบกึงทางการ เหมาะสาํ หรบั งานกินเลียงกลางวนั หรอื งาน
ปารต์ ีมอื คํา หลักการจดั โต๊ะอาหารแบบนจี ะเรมิ มกี ารเปลียนจานและใชอ้ ุปกรณบ์ น
โต๊ะอาหารเพมิ มากขนึ ซงึ ใหเ้ รมิ ต้นจดั เตรยี มดว้ ยการวางจานอาหารไวต้ รงกลาง
แผน่ รองจาน จากนนั วางผา้ เชด็ ปากไวด้ า้ นบน สดุ ท้ายก็วางถ้วยนาํ ซุบทับผา้ เชด็
ปากไวต้ รงกลาง สว่ นสาํ หรบั อุปกรณอ์ ืน ๆ ใหจ้ ดั เรยี ง ดงั ต่อไปน ี
- ฝงซา้ ยมอื ของจานอาหาร (เรยี งจากดา้ นในไปดา้ นนอก) : สอ้ มอาหารและสอ้ ม
สลัด
- ฝงขวามอื ของจานอาหาร (เรยี งจากดา้ นในไปดา้ นนอก) : มดี อาหาร ชอ้ น
อาหาร และชอ้ นซุป
- ฝงบนเยอื งไปทางซา้ ยของจานอาหาร : จานขนมปงและมดี ทาเนย
- ฝงบนเยอื งไปทางขวาของจานอาหาร ระหวา่ งจานและมดี (เรยี งจากดา้ นในไป
ดา้ นนอกเอียงเยอื งลงมาดา้ นล่างประมาณ ¾ นวิ ) : แก้วนาํ และแก้วไวน ์
- เหนอื จานอาหาร : ชอ้ นขนมหวาน โดยใหด้ า้ มจบั ชไี ปทางดา้ นขวาของจาน
วธิ จี ดั โต๊ะอาหารแบบเปนทางการ
วธิ จี ดั โต๊ะอาหารแบบเปนทางการ เหมาะสาํ หรบั งานเลียง งานปารต์ ี และมอื
อาหารในวนั หยุด โดยหลักการจดั เตรยี มโต๊ะอาหารแบบเปนทางการมกั จะขนึ อยูก่ ับ
เมนทู ีเสริ ฟ์ ซงึ ใชง้ านเรยี งจากดา้ นนอกเขา้ สดู่ า้ นใน โดยใหเ้ รมิ ต้นดว้ ยการจดั จาน
อาหารใหอ้ ยูร่ ะหวา่ งกลางของเก้าอีแต่ละตัว หา่ งจากขอบโต๊ะประมาณ 1-2 นวิ
พรอ้ มวางผา้ เชด็ ปากบนจาน หรอื ทางดา้ นซา้ ยก่อนวางสอ้ ม หรอื ไมก่ ็ทางดา้ นซา้ ย
ใต้สอ้ มก็ได้ สว่ นอุปกรณอ์ ืน ๆ ใหจ้ ดั เรยี ง ดงั ต่อไปน ี
- ฝงซา้ ยมอื ของจานอาหาร (เรยี งจากดา้ นในไปดา้ นนอก) : สอ้ มอาหาร สอ้ ม
ปลา และสอ้ มสลัด
- ฝงขวามอื ของจานอาหาร (เรยี งจากดา้ นในไปดา้ นนอก) : มดี อาหาร มดี ปลา
มดี สลัด ชอ้ นซุปหรอื ชอ้ นผลไม้ และสอ้ มหอยนางรม
- ฝงบนเยอื งไปทางซา้ ยของจานอาหาร : จานขนมปงและมดี ทาเนย
- ฝงบนเยอื งไปทางขวาของจานอาหาร (เรยี งจากดา้ นในไปดา้ นนอก) : แก้วนาํ
แก้วไวนแ์ ดง แก้วไวนข์ าว และแก้วแชมเปญ
29
INTERNATIONAL DINING
การรบั ประทานอาหารแบบตะวนั ตก
มารยาทในการรบั ประมานอาหารแบบสากล
มารยาทในการรบั ประทานอาหารแบบตะวนั ตก
- การเขา้ นงั โต๊ะอาหาร
การรบั ประทานอาหารไมว่ า่ จะเปนแบบไทยหรอื สากล ต้องรอผอู้ าวุโสใหเ้ ดนิ ไป
ทีโต๊ะอาหาร และนงั ก่อน จงึ นงั ลงตามอยา่ งเรยี บรอ้ ยในกรณที ีมพี นกั งานบรกิ าร
เดนิ นาํ ฝายหญงิ จะเดนิ นาํ หนา้ ฝายชาย แต่ถ้าไมม่ พี นกั งานเดนิ นาํ ฝายชายจะเดนิ
นาํ หนา้ ฝายหญงิ สภุ าพบุรษุ ควรดงึ เก้าอีใหส้ ภุ าพสตรี แล้วคลีผา้ เชด็ ปากบนโต๊ะให้
สภุ าพสตรดี ว้ ย
- การใชผ้ า้ เชด็ ปาก
การคลีผา้ เชด็ ปากควรใหเ้ จา้ ภาพเปนผเู้ รมิ ก่อน จากนนั ผรู้ บั เชญิ ค่อยกรทํา
ตาม เปรยี บเสมอื นเปนการสง่ สญั ญาณวา่ ไดเ้ วลาเสริ ฟ์ อาหารแล้วต้องคลีผา้ เชด็
ปากใหว้ างบนตัก ไมค่ วรเหนบ็ ไวท้ ีหนา้ อก หรอื เอว และควรคลีเพยี งครงึ ผนื
พรอ้ มหนั ดา้ นทีเปดเขา้ หาตักเพอื ความสะดวกในการเชด็ ปากควรเชด็ ปากจากดา้ น
ในของผา้ เพอื ไมใ่ หเ้ หน็ รอยเปรอะเปอน โดยยกขนึ มาแตะเบาๆ ทีรมิ ฝปาก ไมค่ วร
เชด็ ถแู รงๆหากผา้ เชด็ ปากหล่นขณะรบั ประทานอาหารใหข้ อผา้ ผนื ใหมจ่ าก
พนกั งานบรกิ ารถ้าต้องลกุ จากโต๊ะระหวา่ งรบั ประทานอาหารใหน้ าํ ผา้ เชด็ ปากนนั
วางลงบนเก้าอี หรอื พนกั วางแขน และเมอื รบั ประทานเสรจ็ แล้วใหเ้ อาผา้ วางบนโต๊ะ
ดา้ นขวา
- การใชแ้ ก้วต่างๆแก้วต่าง ๆ
จะถกู จดั เรยี งไวบ้ นทางขวามอื โดยเรมิ ดว้ ยแก้วนาํ แก้วไวนต์ ่างๆ การเสริ ฟ์
เครอื งดมื จะเรมิ เสริ ฟ์ จากดา้ นนอกสดุ ไล่ไปจนถึงแก้วนาํ ซงึ เปน แก้วสดุ ท้ายการ
เสริ ฟ์ เครอื งดมื จะเสริ ฟ์ ตามชนดิ ของอาหาร โดยทัวไปจะเสริ ฟ์ ปลา และอาหารทะเล
กับไวนข์ าว อาหารประเภทเนอื หรอื ไก่จะเสริ ฟ์ พรอ้ มไวนแ์ ดง หรอื ไวนโ์ รเซ่ สว่ น
แชมเปญจะเสริ ฟ์ ในชว่ งท้ายการดมื ไวนค์ วรจบิ เพยี งเล็กนอ้ ยแล้วจงึ รบั ประทาน
อาหารตามสาํ หรบั แก้วทีมกี ้านใหจ้ บั ทีก้านแก้วโดยใหฝ้ ามอื อยูใ่ ต้ฐานของแก้ว สว่ น
แก้วทีมหี ู เชน่ แก้ว ชา, กาแฟ, เบยี รใ์ หจ้ บั ทีหขู องแก้ว
- การใชม้ ดี ชอ้ น และสอ้ มในการรบั ประทานอาหาร
ใหห้ ยบิ เครอื งมอื จากดา้ นนอกเขา้ ดา้ นในซงึ เครอื งมอื เหล่านจี ะถกู จดั เรยี ง ตาม
รายการอาหารทีแสดงไวบ้ นโต๊ะ เมอื รบั ประทานอาหารแต่ละจานเสรจ็ เรยี บรอ้ ย
พนกั งานบรกิ ารจะเก็บเครอื งมอื ทีไมต่ ้องการใชแ้ ล้วออกไปจานขนมปง จานเนยจะ
วางทางดา้ นซา้ ยมอื เสมอเวลารบั ประทานขนมปงควรใชม้ อื ฉีกใหพ้ อดคี ําไมค่ วรฉีก
ทิงไว้ และไมใ่ ชม้ ดี หนั ก่อนใชม้ ดี เนยทาเนยลงบนขนมปง และใชม้ อื ซา้ ยสง่ ขนมปง
เขา้ ปากสว่ นมดี สาํ หรบั ทาเนยหรอื แยมใหว้ างไวบ้ นขอบจานดา้ นบน และหนั คมมดี
เขา้ หาตัว เมอื รบั ประทานเสรจ็ แล้วจงึ รวบมดี เขา้ ดา้ นในซงึ การรวบในลักษณะนี
ทําให้ สะดวกในการเก็บจาน
30
- วธิ กี ารใชม้ ดี และสอ้ ม
เวลารบั ประทานใหจ้ บั มดี ดว้ ยมอื ขวา เพอื ตัดแบง่ อาหารใหไ้ ดข้ นาดพอดคี ํา และ
จบั สอ้ มดว้ ยมอื ซา้ ยเพอื ชว่ ยในการหนั พรอ้ มสง่ อาหารเขา้ ปาก (หา้ มใชม้ ดี สง่
อาหารเขา้ ปาก) โดยมอี ยู่ 2 วธิ แี บบอเมรกิ ันเมอื หนั อาหารออกเปนชนิ เรยี บรอ้ ย
แล้วใหว้ างมดี ลงบนจานใชม้ อื ขวาหยบิ สอ้ ม และสง่ อาหารเขา้ ปากซงึ การรบั
ประทานอาหารแบบนสี อ้ มจะหงายขนึ แต่สาํ หรบั งานเลียงทีเปนทางการไมค่ วรหนั
อาหารทังหมดในคราวเดยี ว ควรหนั ไว้ 2-3 ชนิ แล้วรบั ประทาน เมอื หมดจงึ เรมิ หนั
สว่ นทีเหลือแบบยุโรปจะไมว่ างมดี และสอ้ มในขณะรบั ประทานอาหาร ไมม่ กี าร
เปลียนมอื การหนั อาหารจะหนั ไปทานไป เมอื ใชม้ ดี หนั อาหารเสรจ็ แล้วใหใ้ ชส้ อ้ มกด
ไปทีอาหารและใชใ้ บมดี ชว่ ยดนั อาหารใหต้ ิดกับสอ้ ม ใชส้ อ้ มสง่ อาหารเขา้ ปากดว้ ย
มอื ซา้ ยโดยสอ้ มจะมี ลักษณะควาํ ลงหากอยูใ่ นระหวา่ งการสนทนาควรพกั ชอ้ นสอ้ ม
โดยใหว้ างปลายสอ้ ม และปลายมดี เฉียงเขา้ หากัน สอ้ มจะอยูใ่ นลักษณะควาํ ลง และ
หนั คมมดี เขา้ ดา้ นในจานเมอื รบั ประทานอาหารเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแล้ว ใหร้ วบมดี และ
สอ้ มค่กู ันโดยวางสอ้ มหงาย การรวบมดี และสอ้ มนใี หว้ างค่กู ันในลักษณะหา้ โมง
เยน็ หรอื หกโมงเยน็ แต่ชาวอังกฤษนยิ มรวบมดี สอ้ มไวต้ รงกลางจาน สว่ นชาว
อเมรกิ ันนยิ มรวบไวห้ วั จานเฉียงๆก่อนเสริ ฟ์ ของหวาน พนกั งานบรกิ ารจะเลือน
เครอื งมอื สาํ หรบั รบั ประทานขนมหวานลงมาให้
การใชช้ อ้ นซุป
จบั ชอ้ นซุปดว้ ยมอื ขวา เวลารบั ประทานอาหารใหต้ ักซุปออกจากตัวและทานซุป
จากทางดา้ นขา้ งของชอ้ นการตัก ซุปออกนอกตัวผรู้ บั ประทาน ซงึ ใชก้ ับชอ้ นทีมี
ลักษณะกลมเท่านนั สว่ นชอ้ นรปู ทรงอืนใหต้ ักเขา้ หาตัวไดต้ ามปกติสาํ หรบั ซุปทีมี
ลักษณะใส อาทิ Consomme ทีเสริ ฟ์ ในถ้วยทีมหี จู บั สองดา้ น ผรู้ บั ประทานสามารถ
ยกถ้วยซุปขนึ มาจบิ ไดแ้ ทนการแทนใชช้ อ้ นไมค่ วรใสข่ นมปงลงในถ้วยซุป
(ยกเวน้ Crouton)
อาหารทีสามารถรบั ประทานดว้ ยมอื
ขนมปง ใชม้ อื ฉีกเปนคําๆ พอรบั ประทานคกุ กี เค้ก เอแคลรช์ นิ เล็กๆ จะรบั
ประทานดว้ ยมอื แซนดว์ ชิ แฮมเบอรเ์ กอร์ แต่ยกเวน้ แซนดว์ ชิ ทีซอ้ นกันหลายๆ ชนั
ใหใ้ ชส้ อ้ มกับมดี ผลไมส้ ดชนิ เล็กๆ เชน่ องุ่น พุทรา ลางสาด เปนต้น สว่ นผลไมท้ ีมี
เมล็ดเวลารบั ประทานค่อยๆ คายเมล็ดออก ไมว่ างเศษผลไมท้ ีคายทิงใหแ้ ขกอืนๆ
เหน็
31
- วธิ กี ารใชม้ ดี และสอ้ ม
เวลารบั ประทานใหจ้ บั มดี ดว้ ยมอื ขวา เพอื ตัดแบง่ อาหารใหไ้ ดข้ นาดพอดคี ํา และ
จบั สอ้ มดว้ ยมอื ซา้ ยเพอื ชว่ ยในการหนั พรอ้ มสง่ อาหารเขา้ ปาก (หา้ มใชม้ ดี สง่
อาหารเขา้ ปาก) โดยมอี ยู่ 2 วธิ แี บบอเมรกิ ันเมอื หนั อาหารออกเปนชนิ เรยี บรอ้ ย
แล้วใหว้ างมดี ลงบนจานใชม้ อื ขวาหยบิ สอ้ ม และสง่ อาหารเขา้ ปากซงึ การรบั
ประทานอาหารแบบนสี อ้ มจะหงายขนึ แต่สาํ หรบั งานเลียงทีเปนทางการไมค่ วรหนั
อาหารทังหมดในคราวเดยี ว ควรหนั ไว้ 2-3 ชนิ แล้วรบั ประทาน เมอื หมดจงึ เรมิ หนั
สว่ นทีเหลือแบบยุโรปจะไมว่ างมดี และสอ้ มในขณะรบั ประทานอาหาร ไมม่ กี าร
เปลียนมอื การหนั อาหารจะหนั ไปทานไป เมอื ใชม้ ดี หนั อาหารเสรจ็ แล้วใหใ้ ชส้ อ้ มกด
ไปทีอาหารและใชใ้ บมดี ชว่ ยดนั อาหารใหต้ ิดกับสอ้ ม ใชส้ อ้ มสง่ อาหารเขา้ ปากดว้ ย
มอื ซา้ ยโดยสอ้ มจะมี ลักษณะควาํ ลงหากอยูใ่ นระหวา่ งการสนทนาควรพกั ชอ้ นสอ้ ม
โดยใหว้ างปลายสอ้ ม และปลายมดี เฉียงเขา้ หากัน สอ้ มจะอยูใ่ นลักษณะควาํ ลง และ
หนั คมมดี เขา้ ดา้ นในจานเมอื รบั ประทานอาหารเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแล้ว ใหร้ วบมดี และ
สอ้ มค่กู ันโดยวางสอ้ มหงาย การรวบมดี และสอ้ มนใี หว้ างค่กู ันในลักษณะหา้ โมง
เยน็ หรอื หกโมงเยน็ แต่ชาวอังกฤษนยิ มรวบมดี สอ้ มไวต้ รงกลางจาน สว่ นชาว
อเมรกิ ันนยิ มรวบไวห้ วั จานเฉียงๆก่อนเสริ ฟ์ ของหวาน พนกั งานบรกิ ารจะเลือน
เครอื งมอื สาํ หรบั รบั ประทานขนมหวานลงมาให้
การใชช้ อ้ นซุป
จบั ชอ้ นซุปดว้ ยมอื ขวา เวลารบั ประทานอาหารใหต้ ักซุปออกจากตัวและทานซุป
จากทางดา้ นขา้ งของชอ้ นการตัก ซุปออกนอกตัวผรู้ บั ประทาน ซงึ ใชก้ ับชอ้ นทีมี
ลักษณะกลมเท่านนั สว่ นชอ้ นรปู ทรงอืนใหต้ ักเขา้ หาตัวไดต้ ามปกติสาํ หรบั ซุปทีมี
ลักษณะใส อาทิ Consomme ทีเสริ ฟ์ ในถ้วยทีมหี จู บั สองดา้ น ผรู้ บั ประทานสามารถ
ยกถ้วยซุปขนึ มาจบิ ไดแ้ ทนการแทนใชช้ อ้ นไมค่ วรใสข่ นมปงลงในถ้วยซุป
(ยกเวน้ Crouton)
อาหารทีสามารถรบั ประทานดว้ ยมอื
ขนมปง ใชม้ อื ฉีกเปนคําๆ พอรบั ประทานคกุ กี เค้ก เอแคลรช์ นิ เล็กๆ จะรบั
ประทานดว้ ยมอื แซนดว์ ชิ แฮมเบอรเ์ กอร์ แต่ยกเวน้ แซนดว์ ชิ ทีซอ้ นกันหลายๆ ชนั
ใหใ้ ชส้ อ้ มกับมดี ผลไมส้ ดชนิ เล็กๆ เชน่ องุ่น พุทรา ลางสาด เปนต้น สว่ นผลไมท้ ีมี
เมล็ดเวลารบั ประทานค่อยๆ คายเมล็ดออก ไมว่ างเศษผลไมท้ ีคายทิงใหแ้ ขกอืนๆ
เหน็
32
วธิ กี ินอาหารด้วยมารยาทแบบฝรงั (มารยาทบนโต๊ะอาหารสากล)
1. ควรรอใหเ้ จา้ บา้ นพาไปนงั ทีโต๊ะ ตามธรรมเนยี มของชาวตะวนั ตกนนั ตําแหนง่ ใน
การนงั โต๊ะรบั ประทานอาหาร เจา้ ภาพหรอื เจา้ บา้ นจะเปนผเู้ ชญิ แขกใหน้ งั ทังนกี ็
เพราะชาวตะวนั ตกเชอื วา่ การนงั รบั ประทานแขกควรมคี วามรสู้ กึ สบายและผอ่ น
คลายทีสดุ ดงั นนั เจา้ บา้ นจงึ ต้องเปนผเู้ ลือกตําแหนง่ ทีนงั ทีเหมาะสมให2้ . แสดง
ความมนี าํ ใจก่อนนงั รบั ประทานอาหาร
2. แสดงความมนี าํ ใจก่อนนงั รบั ประทานอาหาร ถึงแมว้ า่ เจา้ บา้ นจะเปนผพู้ าคณุ มา
นงั ทีโต๊ะ แต่ตามมารยาทแล้วนนั แขกจะยงั ไมน่ งั ลงจนกวา่ เจา้ บา้ นจะกล่าวเชญิ และ
นงั ลง ในชว่ งเวลานเี องทีคณุ จะสามารถทําคะแนนต่อหนา้ พอ่ แมแ่ ฟนหรอื เจา้ นาย
ได้ ดว้ ยการใหค้ วามชว่ ยเหลือหรอื แสดงความมนี าํ ใจต่อเพอื นรว่ มโต๊ะทีมอี ายุหรอื
สภุ าพสตรี เชน่ เลือนเก้าอีให้ หรอื ชว่ ยประคอง
3. ไมค่ วรลากเก้าอีขณะนงั เมอื เจา้ บา้ นเชญิ นงั สงิ ทีคณุ ควรทําคือ ค่อยๆเคลือน
เก้าอีออกจากตัวโต๊ะและขณะนงั ควรขยบั เก้าอีเขา้ หาโต๊ะดว้ ยการยก อยา่ ดงึ หรอื
ลากเก้าจนเกิดเสยี งดงั เดด็ ขาด จากนนั หยบิ ผา้ เชด็ ปากมาวางไวบ้ นตัก ควรนงั ตัว
ตรงและไมค่ วรวางขอ้ ศอกไวบ้ นโต๊ะ
4. รกั ษาความเรว็ ในการกิน ฟงดอู าจจะตลกๆ แต่คณุ คงไมอ่ ยากรบี กินจนหมด
จานในขณะทีเจา้ บา้ นยงั เหลืออาหารเกินครงึ อยูบ่ นจานหรอกใชม่ ยั เพราะนนั จะ
ทําใหค้ ณุ ดเู ปนพวกหวิ โหย ไมม่ มี ารยาทและดไู มด่ เี อามากๆ คณุ จงึ ควรรกั ษา
ความเรว็ ในการกินใหพ้ อดแี ละเอ็นจอยกับรสชาติอาหาร
5. ควรใชช้ อ้ น-สอ้ ม(มดี )ตามลําดบั ใหถ้ กู ต้อง หากบนโต๊ะอาหารมชี ุดชอ้ นสอ้ มหรอื
มดี มากกวา่ หนงึ ชุด ควรใชเ้ รยี งลําดบั ใหถ้ กู ต้อง โดยเรมิ จากค่ชู อ้ นสอ้ มหรอื มดี ที
อยูด่ า้ นนอกสดุ ไล่เขา้ มาดา้ นใน
33
6. ระมดั ระวงั กรยิ าบนโต๊ะอาหาร ระหวา่ งการรบั ประทานอาหารหากไมแ่ นใ่ จวา่ สงิ
ไหนทําไดห้ รอื ทําไมไ่ ด้ เชน่ การเอือมมอื ไปตักอาหาร เราขอแนะนาํ วา่ อยา่ ทํา หาก
คณุ ไมอ่ ยากขายหนา้ บนโต๊ะอาหาร
7. ต้องรกู้ ารสง่ จานอาหารทีถกู ต้อง ขณะรบั ประทานอาหารหากเพอื นรว่ มโต๊ะเอ่ย
ขอจานอาหารทีอยูไ่ กลตัว ใหค้ ณุ หยบิ อาหารจานนนั (เฉพาะเมอื คณุ เปนคนทีอยู่
ใกล้อาหารจานนนั ทีสดุ ) แล้วสง่ ใหข้ า้ งๆคนทีนงั อยูถ่ ัดไป (ไมค่ วรลกุ ขนึ แล้วยนื
จานขา้ มโต๊ะไปให)้ แล้วคนขา้ งๆจะสง่ จานอาหารนนั ต่อๆไปดว้ ยวธิ เี ดยี วกันจนกวา่
จะถึงตัวผขู้ อ
ขอ้ ควรระวงั : ไมค่ วรแอบตักอาหารระหวา่ งสง่ ต่อใหเ้ พอื นรว่ มโต๊ะ ควรรอให้
อาหารจานนนั ถกู สง่ จนถึงผขู้ อก่อน แล้วจงึ ค่อยเอ่ยปากขออาหารจานนนั
8. ขนมปงควรกินแค่พอดคี ํา หากมกี ารเสริ ฟ์ ขนมปง ควรหยบิ แล้วนาํ มาวางไวบ้ น
จานเปล่าขา้ งตัว (ทีมกี ารวางไวใ้ ห)้ จากนนั รอจนกวา่ เนยจะถกู สง่ ต่อมาถึงคณุ จงึ
ค่อยใชม้ ดี ตัดเนยตัดเนยขนึ มาวางไวใ้ นจานขนมปง วธิ กี ินควรบขิ นมปงเปนคําๆ
แล้วทาดว้ ยเนยเฉพาะสว่ นทีจะกิน
9. แสดงมารยาทดว้ ยการตักอาหารคําเล็กๆแมจ้ ะไมถ่ กู ปาก ขณะรบั ประทาน
อาหาร หากมเี พอื นรว่ มโต๊ะแนะนาํ อาหารจานใดจานหนงึ กับคณุ ถึงจะไมถ่ กู ปาก ก็
ควรตักอาหารจานนนั บา้ งแมจ้ ะเปนคําเล็กๆเพอื เปนการตอบแทนนาํ ใจและรกั ษา
มารยาท
10. วางผา้ เชด็ ปากลงขา้ งจานเมอื รบั ประทานเสรจ็ เมอื เจา้ บา้ นแสดงท่าทางวา่
อาหารมอื นกี ําลังจะสนิ สดุ ลง หากคณุ ต้องการกลับใหล้ กุ ขนึ แล้ววางผา้ เชด็ ปากไว้
ขา้ งจาน เพอื เปนสญั ญาณวา่ รบั ประทานอาหารเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแล้ว และอยา่ ลืม
กล่าวขอบคณุ เจา้ ของบา้ นสาํ หรบั อาหารนนั ก่อนจะลากลับ
33
SLICING
การหนั