51
3.กิจกรรมการเรยี นการสอน
4.ส่ืออิเลก็ ทรอนกิ ส์, VDO, ส่ือ PowerPoint
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื
3.แผนจดั การเรียนรู้
4.การตรวจประเมินผลงาน
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. สังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6. การสงั เกตและประเมินพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครื่องมือวัดผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุม่ (โดยผเู้ รียน)
4. แบบประเมินกจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
6. แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ
ผู้เรยี นร่วมกนั ประเมิน
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มีช่องปรับปรงุ
2. เกณฑ์ผ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ คือ ปานกลาง (50 % ขึน้ ไป)
3. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผา่ น คอื 50%
5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึน้ อยู่
กบั
การประเมินตามสภาพจรงิ
52
แผนการจดั การเรียนรู้ ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
สัปดาหท์ ี่ 8 (เขียนแผนรายสัปดาห์)
รหัส 30211 – 9002 วชิ า พฤติกรรมผู้บรโิ ภคในธุรกจิ คา้ ปลีก ท-ป-น 3- 0 – 3
หมวดวชิ าชพี เลือกเสรี หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพช้นั สูง(ปวส.)
หน่วยที่ 3 เรื่อง กระบวนการตัดสนิ ใจซ้อื (ครง้ั ท่ี 1) จำนวน 3 ช่ัวโมง
สมรรถนะท่ี 1 แสดงความรู้เก่ยี วกบั หลักการพฤติกรรมผู้บริโภค
.
สาระสำคัญ
การตดั สนิ ใจซ้ือของผู้บริโภคมีความสำคญั ต่อความอยรู่ อดของกิจการ มีทฤษฎีเกดิ ขน้ึ มากมาย
เพื่อใหผ้ ปู้ ระกอบการได้ศึกษา รวมถึงกระบวนการในการตัดสนิ ใจซื้อของผ้บู รโิ ภคแต่ละขัน้ ตอน มี
ความสำคญั ต่อการกำหนดกลยุทธ์ทั้งส้นิ และสิ่งสำคญั ท่ผี ปู้ ระกอบการจะต้องพิจารณาคอื การสร้างแรง
กระตุ้นในการตัดสนิ ใจซื้อเพ่อื ชว่ ยใหผ้ ้บู ริโภคตัดสนิ ใจซอ้ื ได้เรว็ ข้นึ
สมรรถนะรายหน่วย
1. อธบิ ายกระบวนการตัดสนิ ใจซื้อ
2. อธบิ ายหลกั การพฤตกิ รรมผบู้ ริโภค
3. วิเคราะหพ์ ฤติกรรมผบู้ รโิ ภคตามหลักการและสถานการณ์
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. แสดงความร้เู กี่ยวกับทฤษฎีเก่ยี วกบั การตดั สินใจได้
2. แสดงความรเู้ ก่ียวกบั กระบวนการตดั สินใจได้
คุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์
มีการพัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ มและคณุ ลักษณะอันพึงประสงคข์ องผู้สำเร็จ
การศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ที่ครสู ามารถสงั เกตได้ขณะทำการสอนในเรอื่ ง
1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
2 ความมีวนิ ัย
3 ความรับผิดชอบ
4 ความซ่อื สัตยส์ ุจริต
5 ความเช่อื มน่ั ในตนเอง
6 การประหยดั
7 ความสนใจใฝ่รู้
8 การละเวน้ สง่ิ เสพติดและการพนัน
9 ความรักสามัคคี
53
10 ความกตัญญูกตเวที
สาระการเรยี นรู้
1. ทฤษฎเี ก่ยี วกับการตัดสนิ ใจ
2. กระบวนการตัดสนิ ใจ
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครูกล่าวถงึ การตดั สินใจ (Decision Making) เป็นกระบวนการในการเลือกกระทำสงิ่ ใดสงิ่
หนึง่ จากทางเลือกต่าง ๆ ที่มีอยู่โดยการตดั สินใจน้นั อยภู่ ายใต้ข้อมูลท่ีมีอยู่ และข้อจำกัดทาง
สถานการณ์ การตดั สนิ ใจซ้ือของผบู้ ริโภค จึงเปน็ กระบวนการทีเ่ กิดขึ้นหลงั จากที่ได้มกี ารแสวงหาขอ้ มูล
และไดน้ ำขอ้ มลู นั้นมาพิจารณาเปรยี บเทยี บแล้ว
2. ครูผูเ้ รียนสนทนากับเกยี่ วกบั
ข้นั สอน
3. ครูและผู้เรียนใช้เทคนิคการบรรยาย (Lecture) เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตาม
วตั ถุประสงค์ท่ีกำหนด โดยการพดู บอก เลา่ อธบิ าย ในสงิ่ ทตี่ อ้ งการสอนแกผ่ ู้เรียน ใหผ้ ู้เรียนซักถามแล้ว
ประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ของวิธีสอน และ
ครูผสู้ อนใชเ้ ทคนคิ การอธบิ ายพร้อมการสาธิต และฝึกปฏบิ ัติ เพอื่ ศึกษาทฤษฎเี ก่ยี วกบั การตดั สินใจ
ทฤษฎีทเ่ี กีย่ วข้องกบั การตัดสินใจที่ควรศกึ ษา มีดังนี้
3.1 ทฤษฎบี รรทดั ฐาน (Normative Theory)
3.2 ทฤษฎพี รรณนา (Descriptive Theory)
3.3 ทฤษฎีการตดั สนิ ใจใชส้ นิ คา้ หรอื บรกิ าร (Customer Decision Model : CDM)
4. ครูใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Material of Instruction
Method) เป็นวิธีสอนที่นำอุปกรณ์โสตทัศน์วัสดุมาช่วยพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน โสตทัศน์วัสดุ
ดงั กล่าว ไดแ้ ก่ Power Point
เพอื่ แสดงใหผ้ ู้เรยี นไดเ้ รยี นรู้องค์การที่เกีย่ วข้องกบั รายละเอียดของทฤษฎีกล่าวว่า การตัดสนิ ใจซ้ือสินคา้
หรอื บริการของบุคคลขึน้ อยกู่ ับองค์ประกอบ 6 ประการ ไดแ้ ก่
องคป์ ระกอบที่ 1 ข้อเท็จจรงิ หรอื ขอ้ มลู ขา่ วสาร
องค์ประกอบที่ 2 เครื่องหมายการค้า
องคป์ ระกอบที่ 3 เจตคติต่อเครอ่ื งหมายการค้า
องคป์ ระกอบที่ 4 ความเช่ือมั่นในตัวสินคา้ หรือบรกิ าร
องค์ประกอบท่ี 5 ความมุ่งม่ันในการใช้
องค์ประกอบที่ 6 การตัดสนิ ใจซ้อื
54
5. ครูและผู้เรียนใชเ้ ทคนคิ แบบ Small Group Discussion การจัดการเรียนรูโ้ ดยใชก้ ารอภิปราย
กลมุ่ ย่อย คือ กระบวนการเรียนรู้ทีผ่ สู้ อนจดั กลุม่ ผู้เรียนออกเปน็ กลุ่มย่อยประมาณ 4 – 8 คน ใหผ้ ้เู รียน
ในกลมุ่ มีโอกาสสนทนาแลกเปลยี่ นข้อมลู ความคดิ เห็น ประสบการณ์ในเร่ืองกระบวนการตดั สนิ ใจ และ
สรปุ ผลการอภิปรายออกมาเปน็ ขอ้ สรปุ ของกลุ่ม โดยการแบ่งไดด้ ังน้ี
กลุ่มที่ กระบวนการก่อนการตดั สินใจซื้อ (Pre-decision making) แบง่ เปน็ 3 ขนั้ ตอน
ดังน้ี
1.1 การตระหนกั ถึงปัญหา หรือความต้องการ (Problem or Need Recognition)
1.2 การแสวงหาข้อมลู (Search for Information)
1.3 การประเมนิ ทางเลือก
กลมุ่ ท่ี ขณะตดั สินใจ (Decision Making Process)
กลุ่มท่ี ③ กระบวนการหลังตัดสนิ ใจซ้อื (Post – Purchase Process)
6. ผูเ้ รียนทำกจิ กรรมฝกึ ทักษะ
7. ผ้เู รยี นทำแบบประเมินผลการเรียนรู้
8. ครูแนะนำให้ผู้เรียนมีการใชจ้ ่ายของครอบครัวว่ามีรายจ่ายสมดุลกับรายรับ และใช้จ่ายอย่างมี
เหตุผลตามความจำเป็น พอเหมาะกับสภาพครอบครัวหรือไม่ หากสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการ
บรโิ ภค เพ่ือลดรายจ่ายทีไ่ ม่จำเปน็ เกนิ ตนได้ จะช่วยให้มเี งนิ เก็บออมเพือ่ เป็นรากฐานสร้างภมู ิคุ้มกันที่ดีใน
ชวี ิตได้
ข้ันสรุปและการประยุกต์
9.ครถู ามคำถามหรือกำหนดปญั หาโดยให้ผู้เรยี นระดมสมองช่วยกนั คดิ หาคำตอบแลว้ อธบิ าย
คำตอบใหเ้ พื่อนทุกคนในกลมุ่ ของตนเองเข้าใจ
10. ครูใช้วิธสี ุม่ นกั เรยี นทุกกล่มุ ตอบคำถามและอธบิ ายให้เพอ่ื นฟงั ท้ังชัน้ เรยี น
11. ผ้เู รียนทำกจิ กรรมใบงาน
สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน วชิ าพฤติกรรมผบู้ ริโภค ของสำนักพมิ พเ์ อมพนั ธ์
2. รูปภาพ
3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4. สือ่ อเิ ลก็ ทรอนิกส,์ ส่ือ VDO, ส่ือ PowerPoint
หลักฐาน
1. บนั ทึกการสอน
2. ใบเช็ครายช่ือ
3. แผนจดั การเรยี นรู้
4. การตรวจประเมนิ ผลงาน
55
การวดั ผลและการประเมินผล
วธิ วี ัดผล
1. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. ประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ
ประสงค์
เคร่ืองมอื วดั ผล
1.แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2.แบบประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ (โดยครู)
3.แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่ (โดยผ้เู รียน)
4.แบบประเมินกิจกรรมใบงาน
5.แบบประเมินผลการเรยี นรู้
6.แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ
ผู้เรยี นร่วมกนั ประเมิน
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ้ งไม่มีช่องปรับปรงุ
2. เกณฑ์ผา่ นการประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑผ์ า่ น คอื 50%
5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้มเี กณฑผ์ า่ น 50%
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่
กับการประเมินตามสภาพจริง
กจิ กรรมเสนอแนะ
1. ฝกึ ทักษะโดยทำกิจกรรมใบงาน
2. อ่านและวิเคราะห์กรณีศกึ ษาเกีย่ วกบั กระบวนการตัดสินใจซือ้
56
แผนการจดั การเรียนรู้ ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
สปั ดาหท์ ี่ 9 (เขียนแผนรายสปั ดาห์)
รหสั 30211 – 9002 วชิ า พฤตกิ รรมผูบ้ รโิ ภคในธุรกจิ คา้ ปลกี ท-ป-น 3- 0 – 3
หมวดวิชาชพี เลอื กเสรี หลักสตู รประกาศนยี บตั รวิชาชพี ช้ันสูง(ปวส.)
หน่วยท่ี 3 เร่อื ง กระบวนการตดั สนิ ใจซือ้ (คร้ังท่ี 2) จำนวน 3 ชั่วโมง
สมรรถนะที่ 1 แสดงความรู้เกย่ี วกับหลักการพฤติกรรมผู้บริโภค
สาระสำคัญ
การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมีความสำคัญต่อความอยู่รอดของกิจการ มีทฤษฎีเกิดขึ้นมากมาย
เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ศึกษา รวมถึงกระบวนการในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคแต่ละขั้นตอน มี
ความสำคัญต่อการกำหนดกลยุทธ์ทัง้ สิน้ และสิ่งสำคัญทีผ่ ู้ประกอบการจะตอ้ งพิจารณาคือการสร้างแรง
กระตุ้นในการตดั สนิ ใจซอ้ื เพ่อื ชว่ ยใหผ้ บู้ รโิ ภคตดั สนิ ใจซอ้ื ได้เรว็ ขนึ้
สมรรถนะรายหน่วย
1. อธบิ ายกระบวนการตัดสินใจซอื้
2. อธิบายหลกั การพฤติกรรมผบู้ ริโภค
3. วิเคราะหพ์ ฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภคตามหลกั การและสถานการณ์
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3. แสดงความรเู้ ก่ยี วกบั การสร้างแรงกระตุน้ ในการตัดสนิ ใจซอื้ ได้
คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์
มีการพฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงคข์ องผสู้ ำเร็จการศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ทีค่ รูสามารถสงั เกตได้ขณะทำการสอนในเร่ือง
1 ความมมี นุษยสมั พันธ์
2 ความมวี นิ ัย
3. ความรับผดิ ชอบ
4 ความซื่อสัตย์สุจรติ
5 ความเช่อื ม่นั ในตนเอง
6 การประหยัด
7 ความสนใจใฝร่ ู้
8 การละเวน้ สิ่งเสพติดและการพนัน
9 ความรกั สามคั คี
10 ความกตัญญูกตเวที
57
สาระการเรียนรู้
3. การสร้างแรงกระตนุ้ ในการตดั สนิ ใจซอ้ื
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1.ครแู ละผ้เู รียนสนทนาเก่ยี วกบั ข้นั ตอนแรกของกระบวนการตดั สินใจซ้ือ ผ้บู ริโภคจะมีการ
แสวงหาข้อมลู เพ่อื ประกอบการตดั สนิ ใจ ซ่ึงเป็นโอกาสของผปู้ ระกอบการหรือนักการตลาด ที่จะสร้างแรง
กระตุ้นเพอ่ื ให้ผบู้ ริโภคสนใจสนิ ค้าหรือบริการทเี่ สนอขาย หรือเห็นด้วยกบั ขอ้ มูลท่ีได้รบั จนถึงขน้ั ตอ้ ง
ตดั สินใจซ้ือ
2. ครูยกตวั อย่างเกย่ี วกบั กลยุทธ์การสรา้ งแรงกระตุ้นในการตัดสินใจซือ้
ขน้ั สอน
3. ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Material of
Instruction Method) เป็นวิธีสอนที่นำอุปกรณ์โสตทัศน์วัสดุมาช่วยพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน
โสตทัศน์วัสดุดังกล่าว ได้แก่ Power Point เพื่ออธิบายการสร้างแรงกระตุ้นในการตัดสินใจซื้อ เช่น ให้
ผลตอบแทนเพิม่
4. ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เป็นวิธีสอนที่ครูแสดง
ใหผ้ เู้ รยี นดูและให้ความรู้แกผ่ ูเ้ รยี นโดยใช้ส่ือการเรียนรู้ท่ีเปน็ รูปธรรม และผ้เู รยี นได้ประสบการณ์ตรง ซึ่ง
ครเู ป็นผูส้ าธิต และให้ผ้เู รยี นฝึกทกั ษะปฏบิ ัตติ ามเพือ่ เรยี นรู้ เชน่ การสร้างความแตกตา่ งดา้ นคุณภาพ
58
5. ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เป็นวิธีสอนที่ครูแสดง
ให้ผ้เู รยี นดูและให้ความรู้แก่ผเู้ รียนโดยใชส้ ื่อการเรียนรู้ท่ีเป็นรปู ธรรม และผู้เรยี นได้ประสบการณ์ตรง ซ่ึง
ครูเป็นผู้สาธิต และให้ผู้เรียนฝึกทักษะปฏิบัติตามเพื่อเรียนรู้ความแตกต่างด้านราคา สินค้าประเภท
เดียวกันอาจมีราคาที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ผู้ประกอบการหรือนักการตลาด อาจใช้วิธีลดราคาลงเพื่อ
ดึงดดู ลูกคา้ แต่ทั้งนี้จะต้องคงคณุ ภาพเดมิ ไว้ ไมล่ ดลงตามราคา เชน่ ครีมอาบนำ้ Parrot เป็นตน้
6. ครูใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Material of Instruction Method)
เป็นวิธีสอนที่นำอุปกรณ์โสตทัศน์วัสดุมาช่วยพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน โสตทัศน์วัสดุดังกล่าว
ได้แก่ Power Point เพื่ออธิบายความแตกต่างด้านบริการ การบริการที่ดีแตกต่างจากคู่แข่ง สามารถ
สร้างความ ประทับใจแก่ผู้บริโภคได้ เช่น การบริการที่รวดเร็วของธนาคาร การบริการอย่างเป็นกันเอง
และอบอุ่น ของธุรกิจที่พัก การบริการสำรองที่นั่งที่สะดวก และรวดเร็ว ผ่าน Application ของสายการ
บนิ เป็นต้น
59
7. ผู้สอนใช้เทคนิควธิ สี อนแบบสาธติ (Demonstration Method) เปน็ วิธีสอนท่ีครแู สดงให้
ผ้เู รยี นดแู ละใหค้ วามรู้แก่ผเู้ รียนโดยใชส้ ื่อการเรยี นรู้ท่ีเปน็ รูปธรรม และผู้เรยี นได้ประสบการณต์ รง ซึ่งครู
เปน็ ผูส้ าธิต และใหผ้ เู้ รยี นฝึกทักษะปฏิบตั ติ ามเพื่อเรียนรู้พิจารณาวา่ เมือ่ พบเหน็ เครื่องหมายการค้าแล้ว
นึกถึงสนิ คา้ ประเภทใด
8. ครแู ละผ้เู รียนใช้เทคนคิ วธิ ีสอนแบบใช้โสตทัศนวสั ดุ (Audio-Visual Material of Instruction
Method) เปน็ วธิ สี อนที่นำอปุ กรณโ์ สตทัศน์วัสดุมาช่วยพฒั นาคุณภาพการเรียนการสอน โสตทศั นว์ ัสดุ
ดังกลา่ ว ได้แก่ Power Point เพื่อสมั ภาษณ์ บคุ คลท่นี ักศึกษาร้จู ัก 5 คน ว่าบุคคลเหลา่ น้ันมเี จตคติท่ีดี
ตอ่ เครื่องหมายการคา้ ใด
9. ผูเ้ รยี นฝกึ ทักษะทำกรณีศึกษา เพ่ือพิจารณาสนิ ค้าด้านลา่ ง แล้วตอบคำถาม ดา้ นล่าง
9.1. สามารถหาขอ้ มลู สนิ ค้าได้จากแหล่งใด
9.2. สนิ คา้ น้ีเหมาะสำหรับผบู้ ริโภคท่ีมีปัญหาอยา่ งไร
9.3 หากไมใ่ ชส้ ินคา้ ตรายี่ห้อน้ี จะใชส้ ินคา้ ตรายี่หอ้ ใด
60
10. ผู้เรยี นทำกจิ กรรมใบงาน
11. ผเู้ รยี นอา่ นกรณศี กึ ษา และวเิ คราะหใ์ นแตล่ ะกรณี
12. ครูเสนอแนะและเป็นที่ปรึกษาในการนำเอาแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งใน
กระบวนการทำงานทุกประเภทนั้น จะต้องเน้นสัจจะซึ่งเป็นตัวคุณธรรม จริยธรรม เน้นความซื่อสตั ย์
สุจริต เน้นให้ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เน้นให้รู้จักความพอดี พอประมาณ มีเหตุผล ทั้งหมดนี้คือ หลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กบั การดำเนนิ ชีวิตของทุกคนได้
ข้ันสรุปและการประยกุ ต์
13. ครแู ละผ้เู รยี นสรปุ กระบวนการตัดสินใจซ้ือของผู้บรโิ ภค ประกอบด้วย (1) กระบวนการก่อน
การตัดสินใจซ้ือ ซ่ึงแบง่ ออกเป็น 3 ข้นั ตอนยอ่ ยได้แก่ การตระหนักถึงปัญหา ทีเ่ กดิ จากสาเหตุต่าง ๆ ทำ
ให้ผู้บริโภคต้องหาสินค้าหรือบริการมาเพื่อขจัดปัญหาเหล่านั้นให้หมดไป การแสวงหาข้อมูล คือการหา
ข้อมูลสินค้าหรือบริการที่จะช่วยขจัดปัญหาได้เป็นอย่างดี และประเมินทางเลือก คือการนำข้อมูลที่
แสวงหามาพิจารณาตัดสินใจเลือก (2) ขณะตัดสินใจ หากผู้บริโภคตัดสินใจว่าไม่ซื้อ กระบวนการจะ
สน้ิ สุดลง หากตดั สนิ ใจว่าซ้ือ ก็จะตอ้ งมีกระบวนการต่อไป คือจะตอ้ งพิจารณาถึง ระดับความจำเป็นและ
ความต้องการ ประเภทของสินค้า ลักษณะของสินค้า ตรายี่ห้อ การจัดจำหน่าย จำนวนที่ซื้อ เวลาที่ซ้ือ
และวิธีการชำระเงิน (3) กระบวนการหลังตัดสินใจซื้อ เกิดข้ึนหลังจากได้ซื้อ และใช้สินค้า จะเกิด
ความรู้สึกพึงพอใจ ร้สู กึ เฉย และรู้สกึ ไม่พงึ พอใจ
ผู้ประกอบการสามารถสร้างแรงกระตุ้นเพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อ โดย (1) การให้ผลตอบแทน
เพิ่ม (2) การสร้างความแตกต่าง (3) การสร้างภาพลักษณ์ (4) แบบผสม คือการนำวิธีการทุกข้อมา
รวมกัน
โดยถามคำถามหรือกำหนดปัญหาโดยให้ผู้เรียนระดมสมองช่วยกันคิดหาคำตอบแล้วอธิบาย
คำตอบ
14. ครูใช้วิธสี มุ่ ผู้เรียนทกุ กล่มุ ตอบคำถามและอธบิ ายให้เพอ่ื นฟังท้ังชนั้ เรยี น
15. ผู้เรียนทำแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
61
สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือเรยี น วิชาพฤติกรรมผูบ้ ริโภค ของสำนักพมิ พ์เอมพันธ์
2. รูปภาพ
3.กจิ กรรมการเรียนการสอน
4.สื่ออิเล็กทรอนิกส์, ส่อื VDO และส่ือ PowerPoint
หลักฐาน
1.บันทึกการสอน
2.ใบเช็ครายชื่อ
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวัดผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวัดผล
1.สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
2.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุม่
3.สงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่
4.ตรวจใบงาน
5.ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้
6.การสงั เกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึง
ประสงค์
เคร่ืองมือวัดผล
1.แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2.แบบประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกล่มุ (โดยครู)
3.แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยนักเรยี น)
4.แบบประเมินกิจกรรมใบงาน
5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครูและ
ผเู้ รียนร่วมกนั ประเมิน
เกณฑ์การประเมินผล
1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไมม่ ชี ่องปรับปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ขึ้นไป)
4. กจิ กรรมใบงาน เกณฑผ์ า่ น คือ 50%
5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้มีเกณฑผ์ า่ น 50%
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่
กบั การประเมินตามสภาพจริง
62
แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
สัปดาห์ท่ี 10 (เขียนแผนรายสปั ดาห์)
รหสั 30211 – 9002 วิชา พฤตกิ รรมผู้บรโิ ภคในธรุ กจิ คา้ ปลีก ท-ป-น 3- 0 – 3
หมวดวชิ าชีพเลือกเสรี หลักสูตรประกาศนยี บัตรวิชาชพี ชั้นสงู (ปวส.)
หนว่ ยท่ี 3 เร่อื ง กระบวนการตดั สนิ ใจซ้อื (ครง้ั ท่ี 2) จำนวน 3 ช่ัวโมง
สมรรถนะท่ี 1 แสดงความรู้เกย่ี วกับหลักการพฤติกรรมผู้บรโิ ภค
สาระสำคญั
ผู้เรยี นเขา้ ใจหลกั การพฤติกรรมผูบ้ ริโภค สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค มีเจตคตแิ ละกิจ
นสิ ัยท่ดี ตี ่อการศกึ ษาเรยี นรู้และประยุกตใ์ ชด้ ว้ ยความรับผิดชอบ ความซื่อสตั ยส์ ุจริต มคี วามคิด
สรา้ งสรรค์ ความขยันความอดทน ความประหยัด ความเชื่อม่นั ในตนเองและมีมนุษุยสัมพันธ์
สมรรถนะประจำหน่วย
1.แสดงความรู้เก่ยี วกับหลักการพฤติกรรมผบู้ ริโภค
2.วเิ คราะหพ์ ฤติกรรมผบู้ รโิ ภคตามหลกั การและสถานการณ์
3.กำหนดกลยทุ ธ์การตลาดตามพฤติกรรมผ้บู ริโภค
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.ผเู้ รียนเกิดการเรียนรู้เนอื้ หาสาระ และนำความคดิ รวบยอดไปประยกุ ตใ์ ช้ต่อไป
คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์
มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงคข์ องผสู้ ำเร็จ
การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเร่ือง
1 ความมมี นุษยสัมพันธ์ 6 การประหยัด
2 ความมวี นิ ยั 7 ความสนใจใฝร่ ู้
3 ความรับผิดชอบ 8 การละเว้นสิง่ เสพติดและการพนนั
4 ความซ่อื สัตยส์ ุจริต 9 ความรกั สามัคคี
5 ความเชือ่ มัน่ ในตนเอง 10 ความกตญั ญูกตเวที
เน้ือหาสาระการเรยี นรู้
ทบทวน/สอบกลางภาคเรียน
63
แผนการจัดการเรยี นรู้ ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
สัปดาห์ที่ 10 (เขียนแผนรายสปั ดาห์)
รหสั 30211 – 9002 วิชา พฤตกิ รรมผูบ้ ริโภคในธรุ กจิ คา้ ปลีก ท-ป-น 3- 0 – 3
หมวดวิชาชพี เลือกเสรี หลักสูตรประกาศนียบตั รวิชาชพี ชนั้ สงู (ปวส.)
หน่วยท่ี 5 เร่อื ง ปจั จยั ภายในทีม่ อี ิทธิพลตอ่ กระบวนการตดั สินใจซ้อื (ครงั้ ท่ี 1) จำนวน 3 ชว่ั โมง
สมรรถนะที่ 1 แสดงความรู้เกย่ี วกบั หลักการพฤตกิ รรมผู้บรโิ ภค
สาระสำคญั
ปจั จยั ภายในทมี่ อี ิทธิพลต่อการตัดสนิ ใจซอื้ ของผบู้ รโิ ภค มหี ลายประการ และเปน็ สง่ิ ท่ีศึกษาได้
ยาก นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างกนั ออกไป ผปู้ ระกอบการหรือนกั การตลาด จงึ ตอ้ งศึกษาใชท้ ฤษฎตี า่ ง
ๆ เช่น ทฤษฎแี รงจูงใจ ทฤษฎีการเรยี นรู้ ทฤษฎีการรับรู้ ทฤษฎีเกี่ยวกับ ทัศนคติ ความเชื่อ และค่านิยม
รวมถึง บุคลกิ ภาพ และแนวความคดิ เก่ียวกบั ตนเองดว้ ย แลว้ จึงนำประยุกตใ์ ช้ใหเ้ ขา้ กับจุดเดน่ ของสินคา้
หรอื บริการเพือ่ ก่อใหเ้ กิดการตัดสนิ ใจซอื้ ของผบู้ ริโภค
สมรรถนะรายหน่วย
1. อธิบายหลักการพฤตกิ รรมผ้บู รโิ ภค
2. บอกปจั จยั ภายในที่มีอทิ ธิพลต่อกระบวนการตัดสินใจซ้อื
3. กำหนดกลยทุ ธก์ ารตลาดตามพฤตกิ รรมผูบ้ ริโภค
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. แสดงความร้เู ก่ียวกบั ปัจจัยภายในทม่ี ีอิทธพิ ลต่อการตัดสนิ ใจซ้อื ได้
2. แสดงความรู้เกีย่ วกับความจำเปน็ และความต้องการได้
3. แสดงความรเู้ ก่ียวกับแรงจูงใจได้
4. แสดงความรเู้ กี่ยวกับการรบั รไู้ ด้
คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์
มีการพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรมคา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงคข์ องผูส้ ำเรจ็ การศึกษา
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทคี่ รูสามารถสงั เกตได้ขณะทำการสอนในเรื่อง
1 ความมมี นษุ ยสมั พนั ธ์
2 ความมีวนิ ัย
3 ความรบั ผดิ ชอบ
4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต
5 ความเช่ือม่ันในตนเอง
6 การประหยดั
7 ความสนใจใฝร่ ู้
64
8 การละเวน้ ส่ิงเสพตดิ และการพนนั
9 ความรกั สามคั คี
10 ความกตญั ญูกตเวที
สาระการเรยี นรู้
1. ความรเู้ กยี่ วกับปัจจยั ภายในท่ีมีอิทธพิ ลตอ่ การตัดสินใจซื้อ
2. ความจำเป็นและความต้องการ
3. แรงจูงใจ
4. การรบั รู้
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. ครูกลา่ วถงึ การตดั สนิ ใจซื้อของผู้บริโภค สว่ นหน่งึ ไดร้ บั อิทธิพลมาจากปัจจัยภายในซึ่งเกิดขึ้น
จากความร้สู ึกนึกคดิ ของตัวผบู้ รโิ ภคเอง ส่งผลใหแ้ สดงพฤติกรรม
2. ผูเ้ รยี นยกตวั อยา่ งปัจจัยภายใน ได้แก่ ความจำเปน็ และความต้องการ แรงจูงใจ การรับรู้ การ
เรียนรูท้ ัศนคติ ความเช่อื และค่านิยม และรปู แบบการดำเนินชีวิต
ขั้นสอน
3. ครูและผูเ้ รยี นใช้เทคนิควธิ ีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เปน็ วธิ ีสอนทค่ี รู
แสดงให้ผู้เรยี นดแู ละให้ความรแู้ ก่ผู้เรยี นโดยใชส้ ือ่ การเรยี นรู้ทเี่ ปน็ รปู ธรรม และผเู้ รียนได้
ประสบการณ์ตรง ซ่ึงครูเป็นผู้สาธติ และใหผ้ เู้ รียนฝกึ ทกั ษะปฏิบตั ิตามเพ่ือเรยี นรูค้ วามรู้เก่ียวกับ
ปจั จยั ภายในทีม่ อี ิทธิพลตอ่ การตัดสินใจซ้ือ
65
4. ครแู ละจดั การเรยี นรู้แบบใช้คำถาม (Questioning Method) เรือ่ งความจำเป็นและความ
ต้องการ ตามลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Maslow)
5. ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควธิ ีสอนแบบใชโ้ สตทศั นวัสดุ (Audio-Visual Material of Instruction
Method) เปน็ วธิ สี อนทีน่ ำอปุ กรณ์โสตทศั นว์ สั ดุมาชว่ ยพัฒนาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั นว์ สั ดุ
ดังกลา่ ว ไดแ้ ก่ Power Point เพ่อื ใช้ประกอบการอธิบายแรงจงู ใจ
แรงจูงใจ หมายถึง ความต้องการที่เกิดขนึ้ อยา่ งรนุ แรง บังคับใหบ้ คุ คลเกิดความพยายามคน้ หาวธิ ี
เพื่อสนองความตอ้ งการน้ัน หรอื แรงจูงใจ เปน็ สภาวะทีเ่ กิดขน้ึ ภายในใจของบุคลทีจ่ ะกระต้นุ หรอื ผลกั ดัน
ใหเ้ กิดพฤติกรรมออกมา เพื่อใหเ้ กิดความสำเร็จตามเป้าหมาย
66
6. ครูและผ้เู รียนใชเ้ ทคนคิ วธิ ีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Material of Instruction
Method)
เป็นวิธีสอนที่นำอุปกรณ์โสตทัศน์วัสดุมาช่วยพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน โสตทัศน์วัสดุดังกล่าว
ไดแ้ ก่ Power Point เพอื่ อธบิ ายการรับรู้
การรับรู้เป็นกระบวนการที่มนุษย์ได้สมั ผสั สิ่งใดส่ิงหนึ่งด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ ตา หู จมูก
ปาก และการสัมผัส ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แล้วเกิดภาพในสมอง เป็นภาพที่มีความหมายและความกลมกลืน
การรับรู้ของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ซึ่งบางครั้งบุคคล 2 คน รับรู้เรื่องราว หรือข้อมูลเดียวกัน แต่
จะตคี วามขอ้ มลู น้นั แตกต่างกันออกไป
7. ครูและผ้เู รียนใชเ้ ทคนคิ วธิ ีการจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) คอื
กระบวนการทผ่ี ูส้ อนมุ่งใหผ้ ูเ้ รียนมีโอกาสสนทนาแลกเปล่ยี นความคิดเห็นหรือระดมความคิด โดยมี
จุดมุ่งหมายเพื่อใหผ้ ู้เรียนเข้าใจเน้อื หาได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ โดยอภิปรายเร่ืองปัจจยั ทมี่ ีผลต่อการรับรู้
ของผ้บู ริโภค
67
8. ผู้เรียนพิจารณารูปภาพที่กำหนดให้ แล้ววิเคราะห์สินค้าหรือบริการที่สนองความจำเป็นหรือ
ความตอ้ งการในแตล่ ะลำดบั ข้ัน
9. ผู้เรียนพจิ ารณารูปภาพทก่ี ำหนดให้ แล้ววเิ คราะหว์ ิเคราะหว์ ่า สิ่งใดทีส่ ามารถกระต้นุ และจูงใจ
ให้ผบู้ รโิ ภคเกดิ ความต้องการทจี่ ะเขา้ พกั ณ ที่พกั แหง่ นไ้ี ด้ อธิบายพร้อมยกเหตุผลประกอบ
10. ครแู นะนำให้ผู้เรยี นบนั ทึกบญั ชีครวั เรือน เพื่อใหเ้ กดิ การปฏิบัตพิ ัฒนาความรู้ ความคดิ และ
ปฏบิ ัตถิ กู ตอ้ ง กอ่ ใหเ้ กดิ ความเจรญิ ในด้านอาชพี หรือเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรม ซง่ึ การทำบัญชี
ครัวเรือนเป็นเรื่องการบันทึกรายรับรายจ่ายประจำวัน/เดือน/ปี ว่ามีรายรับรายจ่ายจากอะไรบ้าง
จำนวนเท่าใด รายการใดจ่ายน้อยจ่ายมาก จำเป็นน้อยจำเป็นมาก ก็อาจลดลงหรือเพ่ิมขึ้นตามความ
จำเป็น ถ้าทุกคนคิดได้ก็แสดงว่าเปน็ คนรู้จกั พัฒนาตนเอง มีเหตุมีผล รู้จักพอประมาณ รักตนเอง รัก
ครอบครัว รักชุมชน และรักประเทศชาติมากขึ้น จึงเห็นได้ว่าการทำบัญชีครัวเรือน คือวิถีแห่งการ
เรยี นรเู้ พ่ือพฒั นาชีวติ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์
11. ครใู ช้คำถามหรอื กำหนดปัญหาโดยใหผ้ ู้เรียนระดมสมองชว่ ยกนั คดิ หาคำตอบแลว้ อธิบาย
คำตอบให้เพ่ือนทุกคนในกลุม่ ของตนเองเข้าใจ
12. ครูและผู้เรยี นสรปุ ความรเู้ กยี่ วกับปัจจัยภายในท่ีมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซ้ือ ความจำเป็น
และความต้องการ แรงจูงใจ และการรบั รู้
13. ผูเ้ รยี นทำกิจกรรมใบงาน
14. ผูเ้ รยี นทำแบบประเมินผล
ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
1.หนังสอื เรียน วิชาพฤตกิ รรมผบู้ ริโภค ของสำนักพมิ พ์เอมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กิจกรรมการเรียนการสอน
4.สือ่ อเิ ล็กทรอนิกส,์ ส่ือ VDO, สื่อ PowerPoint
หลกั ฐาน
1.บันทกึ การสอน
2.ใบเช็ครายช่อื
3.แผนจัดการเรียนรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมินผล
วธิ ีวดั ผล
1.สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
68
2.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
3.สงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกล่มุ
4.ตรวจใบงาน
5.ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6.การสงั เกตและประเมนิ พฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์
เครอื่ งมือวดั ผล
1.แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2.แบบประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู)
3.แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่ (โดยผเู้ รียน)
4.แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
5.แบบประเมินผลการเรยี นรู้
6.แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ
ผู้เรียนร่วมกันประเมิน
เกณฑ์การประเมินผล
1.เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ต้องไม่มชี อ่ งปรบั ปรงุ
2.เกณฑ์ผ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50 % ขึน้ ไป)
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขนึ้ ไป)
4.กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผา่ น คอื 50%
5.แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้มีเกณฑ์ผ่าน 50%
6แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนข้นึ อยู่กับ
การประเมนิ ตามสภาพจริง
69
แผนการจดั การเรยี นรู้ ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
สัปดาห์ท่ี 12 (เขยี นแผนรายสปั ดาห์)
รหสั 30211 – 9002 วิชา พฤตกิ รรมผู้บริโภคในธุรกจิ คา้ ปลกี ท-ป-น 3- 0 – 3
หมวดวิชาชีพเลือกเสรี หลักสูตรประกาศนียบตั รวิชาชพี ช้นั สงู (ปวส.)
หน่วยที่ 5 เรือ่ ง ปจั จัยภายในท่มี ีอทิ ธิพลต่อกระบวนการตัดสินใจซ้อื (คร้ังที่ 1) จำนวน 3 ชว่ั โมง
สมรรถนะท่ี 1 แสดงความรู้เก่ียวกับหลกั การพฤติกรรมผู้บริโภค
สาระสำคญั
ปจั จยั ภายในท่ีมอี ิทธพิ ลตอ่ การตัดสินใจซ้อื ของผู้บรโิ ภค มีหลายประการ และเป็นสง่ิ ท่ีศึกษาได้
ยาก นอกจากนยี้ งั มคี วามแตกต่างกันออกไป ผูป้ ระกอบการหรอื นกั การตลาด จงึ ต้องศึกษาใช้ทฤษฎีต่าง
ๆ เชน่ ทฤษฎีแรงจูงใจ ทฤษฎีการเรียนรู้ ทฤษฎีการรบั รู้ ทฤษฎเี ก่ยี วกบั ทศั นคติ ความเช่ือ และค่านิยม
รวมถึง บคุ ลิกภาพ และแนวความคิดเกี่ยวกับตนเองด้วย แล้วจงึ นำประยุกต์ใชใ้ ห้เข้ากับจุดเด่นของสนิ คา้
หรือบริการเพอื่ กอ่ ให้เกดิ การตดั สินใจซอื้ ของผบู้ ริโภค
สมรรถนะรายหน่วย
1.อธบิ ายหลกั การพฤติกรรมผบู้ รโิ ภค
2.บอกปัจจัยภายในท่ีมอี ทิ ธิพลต่อกระบวนการตัดสินใจซอื้
3.กำหนดกลยทุ ธ์การตลาดตามพฤติกรรมผู้บริโภค
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
5.แสดงความรู้เกย่ี วกบั การเรียนรไู้ ด้
6.แสดงความรู้เกี่ยวกับทัศนคติ ความเช่อื และค่านยิ มได้
7.แสดงความรู้เก่ียวกบั บุคลกิ ภาพ และแนวความคิดเก่ียวกับตนเองได้
8.แสดงความรู้เก่ียวกบั รปู แบบการดำเนินชีวิตได้
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
มกี ารพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ของผสู้ ำเร็จการศกึ ษา
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเร่ือง
1 ความมีมนษุ ยสัมพนั ธ์
2 ความมีวนิ ยั
3 ความรับผดิ ชอบ
4 ความซือ่ สตั ยส์ จุ รติ
5 ความเชื่อมั่นในตนเอง
6 การประหยัด
7 ความสนใจใฝ่รู้
70
8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนัน
9 ความรกั สามัคคี
10 ความกตัญญูกตเวที
สาระการเรยี นรู้
5. การเรยี นรู้
6. ทศั นคติ ความเช่ือ และคา่ นิยม
7. บุคลกิ ภาพ และแนวความคิดเกีย่ วกบั ตนเอง
8. รูปแบบการดำเนนิ ชีวิต
กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1.ครูและผู้เรยี นสนทนากันวา่ การเรยี นรู้ เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ความร้สู ึก ความคิด
เน่อื งจากการไดร้ ับความรู้ ขา่ วสาร หรอื ไดร้ ับประสบการณ์ และสง่ ผลถงึ การแสดงออกทางพฤติกรรม
การเรียนรปู้ ระกอบด้วย ความรู้ ประสบการณ์ตรง และการโยงใย
2.ผเู้ รียนแตล่ ะคนยกตัวอย่างการเรยี นรทู้ ี่อยู่ใกล้ตัว และท่เี คยพบเห็น หรือเรยี นรู้มา
ขนั้ สอน
3.ครูและผ้เู รยี นใชเ้ ทคนิควธิ ีสอนแบบใชโ้ สตทัศนวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction
Method) เป็นวิธสี อนทีน่ ำอุปกรณโ์ สตทศั น์วสั ดมุ าช่วยพัฒนาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทศั น์วสั ดุ
ดังกลา่ ว ไดแ้ ก่ Power Point เพอ่ื อธิบายการเรียนรู้
4.ครูและผู้เรียนใช้เทคนคิ วธิ ีการจดั การเรยี นร้แู บบอภปิ ราย (Discussion Method) คือ
กระบวนการที่ผูส้ อนมงุ่ ใหผ้ ูเ้ รียนมโี อกาสสนทนาแลกเปลีย่ นความคิดเห็นหรือระดมความคดิ โดยมี
จดุ มุง่ หมายเพอื่ ให้ผ้เู รียนเข้าใจเน้อื หาได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ โดยอภปิ รายเรือ่ งทัศนคติ ความเช่อื และ
คา่ นยิ ม
ทศั นคติ (Attitude) หมายถึง แนวความคดิ ของบุคคลทม่ี ีต่อสิง่ ใด สิ่งหน่ึง และส่งผลโดยตรงตอ่
พฤติกรรม เกิดจากการเรยี นรู้จากประสบการณ์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม และเป็นการเรียนร้ทู ี่มีพ้นื ฐาน
มาจากความเชอื่ ท่ีสมั พนั ธ์กนั ลาย ๆ ความเชอื่ ทศั นคติแสดงใหเ้ ห็นถงึ ทิศทางความรสู้ ึกต่อสงิ่ ใด สง่ิ หน่ึง
ว่าดีหรอื ไม่ดี ชอบหรอื ไม่ชอบ หรอื เรียกวา่ ทัศนคตทิ างบวก ทัศนคติทางลบ และทัศนคติในแง่ท่ีเปน็
กลาง ทศั นคติเป็นส่งิ ท่ีมองไม่เหน็ ไดโ้ ดยตรง ต้องสงั เกตจากการแสดงออกทางพฤตกิ รรม ตาม
กระบวนการ ดงั นี้
71
5.ครใู ช้เทคนคิ วิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method)
เป็นวิธีสอนที่นำอปุ กรณโ์ สตทัศนว์ สั ดมุ าชว่ ยพัฒนาคณุ ภาพการเรียนการสอน ได้แก่ Power Point เพอ่ื
อธบิ ายบุคลกิ ภาพ และแนวความคดิ เกี่ยวกับตนเอง
บคุ ลิกภาพ หมายถึง ลกั ษณะเฉพาะทางด้านจติ วิทยา และดา้ นสรีระของแตล่ ะบคุ คลทีท่ ำใหบ้ คุ คล
มคี วามแตกตา่ งกนั บคุ ลิกภาพเป็นการรวมกนั ของทัศนคติ การจงู ใจ การรบั รู้ เป็นต้น บุคลกิ ภาพมี
ลักษณะค่อนข้างถาวร หากจะมกี ารเปลี่ยนแปลงก็จะเปลี่ยนแปลงอยา่ งชา้ ๆ สถานการณท์ จ่ี ะทำให้
บุคลิกภาพเกิดการเปล่ียนแปลงได้ เช่น การแต่งงาน การมีบุตร การหย่ารา้ ง การได้รับการ
กระทบกระเทือนใจอยา่ งแรง การไดเ้ ล่ือนตำแหนง่ เปน็ ต้น สิ่งทีก่ ำหนดบุคลิกภาพของบุคคล ไดแ้ ก่
พนั ธกุ รรม สงิ่ แวดลอ้ ม และสถานการณ์ บุคลิกภาพของบุคคลเป็นปจั จัยหนึง่ ทม่ี ีความสำคญั ในการ
วางแผนด้านดารตลาด เนอ่ื งจากผ้ทู ่มี บี ุคลกิ ภาพแตกตา่ งกัน จะมีความต้องการสนิ คา้ หรือบรกิ ารที่
แตกต่างกนั ดว้ ย
6.ครูใชเ้ ทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method)
เปน็ วิธสี อนทีน่ ำอุปกรณโ์ สตทัศน์วัสดุมาช่วยพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ได้แก่ Power Point เพอ่ื
อธิบายรูปแบบการดำเนนิ ชีวิต
6.ครแู ละผเู้ รียนใช้เทคนดิ วิธกี ารจดั การเรยี นรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) หมายถงึ
กระบวนการ
เรียนรู้ท่ีจดั ให้ผู้เรียนไดร้ ่วมมือและชว่ ยเหลือกันในการเรียนรู้โดยแบง่ กลุม่ ผเู้ รยี นออกเป็นกล่มุ เลก็ ซงึ่ เป็น
ลักษณะการรวมกลมุ่ อย่างมีโครงสร้างท่ีชัดเจน มกี ารทำงานร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนความคดิ เหน็ มีการ
ชว่ ยเหลือพง่ึ พาอาศยั ซึง่ กนั และกนั มคี วามรบั ผดิ ชอบร่วมกันทั้งในส่วนตนและส่วนรวมเพือ่ ให้ตนเองและ
สมาชิกทกุ คนในกลุ่มประสบความสำเรจ็ ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ดังนี้
6.1 แบ่งผเู้ รยี นเปน็ กลุ่มๆ ละ 3-4 คน
6.2 กลมุ่ ที่ 1 การเรยี นรู้
กลุม่ ท่ี 2.ทศั นคติ ความเชอ่ื และคา่ นิยม
กลมุ่ ที่ 3 บุคลกิ ภาพ และแนวความคดิ เก่ียวกับตนเอง
กลุ่มท่ี 4 รปู แบบการดำเนินชวี ติ
6.5 ประเมิณและเสนอแนะการนำเสนอของกลุ่มอ่นื
7.ครูใช้คำถาม (Questioning Method) เพ่ือใหผ้ ูเ้ รียนตอบเกยี่ วกับรปู แบบการดำเนนิ ชวี ติ
8.ผูเ้ รียนพจิ ารณาว่า หากผูบ้ รโิ ภคได้เรียนรปู้ ระโยชนข์ องถ่ัวเหลอื งแล้ว จะสง่ ผลต่อผลิตภณั ฑน์ ้ี
อย่างไร
บ้าง (ใหว้ เิ คราะหโ์ ดยใชก้ ระบวนการเรยี นรู้ เป็นแนวทาง)
9.ผู้เรยี นพจิ ารณาจากสถานการณก์ ารระบาดของโรคโควิด-19 สง่ ผลตอ่ การดำเนินธรุ กิจตา่ ง ๆ
ทัง้ ดา้ น
72
บวกและดา้ นลบ และทำใหร้ ูปแบบการดำเนนิ ชวี ิตของผบู้ รโิ ภคเปล่ียนแปลงไป นักศึกษาพิจารณาวา่
สถานการณโ์ รคระบาดดังกล่าว ส่งผลตอ่ ธรุ กิจดังต่อไปนี้อย่างไร อธบิ ายพร้อมยกตวั อย่างประกอบ
1. ธุรกิจรา้ นอาหาร
2. ธรุ กิจคอมพวิ เตอร์ และอุปกรณท์ ใ่ี ชใ้ นการสอื่ สาร
3. ธุรกิจขายสนิ คา้ ออนไลน์
4. ธุรกจิ การขนส่ง
10.ผู้เรยี นทำกจิ กรรมใบงาน
11.ผ้เู รยี นทำแบบประเมินผลการเรียนรู้
12.ครูแนะนำให้ผ้เู รียนบนั ทึกบญั ชคี รวั เรือน เพ่ือใหเ้ กิดการปฏิบตั พิ ัฒนาความรู้ ความคดิ และ
ปฏิบตั ิ
ถูกต้อง ก่อใหเ้ กิดความเจริญในดา้ นอาชีพหรอื เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ซึง่ การทำบญั ชคี รัวเรอื น
เปน็ เรอ่ื งการบันทึกรายรับรายจา่ ยประจำวัน/เดือน/ปี ว่ามรี ายรบั รายจา่ ยจากอะไรบ้าง จำนวนเทา่ ใด
รายการใดจา่ ยน้อยจ่ายมาก จำเป็นนอ้ ยจำเป็นมาก ก็อาจลดลงหรือเพิ่มขึน้ ตามความจำเป็น ถา้ ทกุ คนคิด
ไดก้ ็แสดงวา่ เปน็ คนรูจ้ กั พัฒนาตนเอง มเี หตุมผี ล รู้จกั พอประมาณ รักตนเอง รักครอบครัว รักชมุ ชน และ
รักประเทศชาติมากขนึ้ จึงเหน็ ไดว้ า่ การทำบัญชีครวั เรือน คือวิถแี ห่งการเรียนรเู้ พื่อพฒั นาชวี ติ ตาม
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ขั้นสรุปและการประยุกต์
13.ครแู ละผู้เรยี นสรปุ เนือ้ หาที่เรียนโดยการถามตอบ
ปัจจัยภายในท่ีมีอิทธพิ ลตอ่ การตัดสนิ ใจซ้อื เกดิ จากความรู้สึกนึกคดิ ของผู้บรโิ ภคเอง ส่งผลให้
แสดงพฤติกรรมออกมา ปจั จัยภายในประกอบดว้ ย (1) ความจำเป็นและความต้องการ ท่ตี อ้ งพิจารณา
ว่าสนิ คา้ ใดซื้อเพราะความเป็น และสนิ ค้าใดซื้อเพราะความตอ้ งการ (2) แรงจูงใจ เกดิ ขึ้นเม่ือความ
ตอ้ งการได้รบั การกระตนุ้ แล้วยงั ไม่ได้รบั การตอบสนอง จะเกดิ ความตงึ เครยี ด และกระตุ้นให้แสดง
พฤติกรรมออกมา (3) การรับรู้ เปน็ สิง่ ที่มนุษย์ไดร้ ับโดยผ่านประสาทสัมผัสทง้ั 5 (4) การเรียนรู้ เกิด
จากการได้รบั ความรู้ทางวิชาการ และประสบการณโ์ ยงใยเข้าดว้ ยกัน (5) ทัศนคติ ความเช่ือ และค่านิยม
ทัศนคติ หมายถงึ แนวความคิดของบุคคลท่ีมตี อ่ สิ่งใดสง่ิ หนึ่ง และสง่ ผลโดยตรงตอ่ พฤติกรรม ซง่ึ เมอ่ื
ผู้บริโภคได้รบั ข้อมูลเก่ยี วกับสินคา้ จะเกิดทศั นคตชิ อบหรือไมช่ อบ ทจ่ี ะส่งผลวา่ ซ้ือหรือไม่ซ้อื (6)
บุคลิกภาพและแนวความคดิ เก่ยี วกบั ตนเอง หมายถึง ลกั ษณะเฉพาะด้านจิตวิทยา และด้านสรีระของแต่
ละบุคคลที่ทำให้บุคคลมีความแตกตา่ งกัน (7) รูปแบบการดำเนนิ ชีวิต หมายถึง รปู แบบการใชช้ วี ติ ของ
บคุ คลทีแ่ สดงออกมาในรูปของกิจกรรมทท่ี ำ ความสนใจ ความคดิ เหน็ แตล่ ะวนั ใช้ชวี ิตอยา่ งไร ใน
สภาพแวดลอ้ มอย่างไร
14.ทำแบบประเมินผลการเรียนรู้ ใบงาน และประเมนิ ตนเองจากแบบประเมินตนเอง พรอ้ มทำ
กจิ กรรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
73
15.ประเมนิ ผเู้ รียนตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปนี้
ชอ่ื ผ้เู รยี น ประสบการณ์พื้นฐานการเรยี นรู้ วิธีการเรยี นรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1.หนังสือเรยี น วิชาพฤติกรรมผูบ้ รโิ ภค ของสำนักพิมพ์เอมพันธ์
2.รูปภาพ
3.กจิ กรรมการเรียนการสอน
4.สอ่ิ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ สือ่ VDO และสือ่ PowerPoint
หลักฐาน
1.บนั ทึกการสอน
2.ใบเชค็ รายชื่อ
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวัดผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวัดผล
1.สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
2.ประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่
3.สงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
4.ตรวจใบงาน
5.ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู้
6.การสังเกตและประเมนิ พฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์
เครอ่ื งมอื วดั ผล
1.แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2.แบบประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ (โดยครู)
74
3.แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยปผเู้ รยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครแู ละ
ผเู้ รียนรว่ มกันประเมิน
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไม่มชี อ่ งปรับปรงุ
2. เกณฑ์ผา่ นการประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ คือ ปานกลาง (50 %
ข้ึนไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ข้นึ
ไป)
4. กจิ กรรมใบงาน เกณฑผ์ า่ น คือ 50%
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6 แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนน
ข้ึนอยกู่ ับ
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ฝกึ กจิ กรรมเพื่อฝกึ ทกั ษะทำกจิ กรรม
2.อ่าน และศึกษาขา่ วสารทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
75
แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
สัปดาหท์ ี่ 13 (เขียนแผนรายสัปดาห์)
รหัส 30211 – 9002 วิชา พฤติกรรมผบู้ รโิ ภคในธุรกิจคา้ ปลกี ท-ป-น 3- 0 – 3
หมวดวชิ าชีพเลือกเสรี หลักสูตรประกาศนยี บตั รวิชาชีพช้ันสงู (ปวส.)
หนว่ ยท่ี 5 เร่อื ง ปัจจยั ภายนอกท่ีมอี ทิ ธิพลตอ่ การตัดสินใจซ้อื (คร้ังที่ 1) จำนวน 3 ชัว่ โมง
สมรรถนะที่ 1 แสดงความรู้เก่ยี วกบั หลักการพฤตกิ รรมผู้บรโิ ภค
สาระสำคญั
ปัจจัยภายนอก ที่ประกอบด้วยครอบครัว กลุ่มอ้างอิง ชั้นสังคม วัฒนธรรม และวัฒนธรรมย่อย
ล้วนมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคทั้งสิ้น โดยเฉพาะการตัดสินใจซื้อสินค้าที่มีอายุการใช้งาน
นาน ราคาสูง ปัจจัยภายนอกยิ่งมีความสำคัญมาก เมื่อผู้ประกอบการหรือนักการตลาดทราบว่า
กลุ่มเป้าหมายของกิจการคือคนกลุ่มใด จะต้องศึกษาต่ออีกว่าปัจจัยภายในอกใดที่มีอิทธิพลต่อการ
ตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด จะทำให้การพยากรณ์และวางแผนส่วนประสมการตลาดได้มี
ประสิทธภิ าพมากขน้ึ
สมรรถนะรายหน่วย
1.อธิบายหลกั การพฤตกิ รรมผ้บู รโิ ภค
2.บอกปจั จยั ภายนอกที่มอี ทิ ธิพลตอ่ กระบวนการตดั สนิ ใจซื้อ
3.กำหนดกลยทุ ธก์ ารตลาดตามพฤติกรรมผูบ้ รโิ ภค
จุดประสงคข์ องการเรยี นรู้
1. แสดงความรู้เกี่ยวกบั ครอบครวั ได้
2. แสดงความร้เู ก่ียวกบั กลุ่มอ้างอิงได้
3. แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ช้ันสังคมได้
4. แสดงความรู้เกย่ี วกบั วฒั นธรรมได้
คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์
มกี ารพัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคข์ องผู้สำเรจ็ การศกึ ษา
สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทีค่ รูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเร่ือง
1 ความมมี นุษยสัมพนั ธ์
2 ความมวี ินยั
3 ความรับผิดชอบ
4 ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
5 ความเช่ือมั่นในตนเอง
6 การประหยดั
76
7 ความสนใจใฝร่ ู้
8 การละเวน้ สงิ่ เสพติดและการพนัน
9 ความรักสามคั คี
10 ความกตัญญูกตเวที
สาระการเรียนรู้
1. ครอบครัว
2. กลมุ่ อา้ งอิง
3. ชั้นสงั คม
กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำเข้าสู่บทเรียน
1. ครูและผู้เรียนสนทนาว่าครอบครัวจะมีสมาชิกบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป อยู่ร่วมกัน มีความ
ผกู พันทางสายเลือด แต่งงานกนั หรอื ยอมรับให้อยรู่ วมกนั ความสมั พันธ์กันภายในครอบครัวได้แก่ บิดา
มารดา บตุ ร ปู่ ย่า ตา ยาย หลาน ครอบครัวเปน็ ปัจจยั หน่งึ ทม่ี ีอทิ ธพิ ลต่อพฤติกรรมของผบู้ ริโภค บทบาท
ของครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิง่ พ่อ และแม่ มีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการเรียนรู้ทางสังคมของบตุ ร
เนื่องจากส่วนใหญ่ พ่อ แม่ จะเป็นผู้สั่งสอน อบรม ถ่ายทอดค่านิยมทางวัฒนธรรม และปทัสถานทาง
สังคมแก่บุตร นอกจากนี้แล้วบุตรยังได้เรียนรู้รูปแบบการบริโภค การดำเนินชีวิต แนวทางการตัดสินใจ
เม่อื เกดิ ปญั หาข้ึนจากครอบครัวอกี ดว้ ย จากความหมายของครอบครวั ที่กลา่ วมาข้างตน้ ยังมีอีกคำหน่ึงท่ี
มคี วามหมายคลา้ ยกนั ได้แก่ ครัวเรอื น
2. ผเู้ รียนยกตวั อยา่ งครอบครัวในปจั จบุ นั เปน็ ต้น
ขัน้ สอน
3. ครแู ละผ้เู รียนอธบิ ายและสาธิต โดยเปดิ ส่อื VDO และส่อื PowerPoint เพ่ืออธิบายปัจจยั
ภายนอกที่มอี ิทธิพลต่อการตัดสินใจซ้ือด้านครอบครัว
77
4. ครูและใช้เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) คือกระบวนการท่ี
ผู้สอนมุ่งให้ผู้เรียนมีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือระดมความคิด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้
ผเู้ รยี นเขา้ ใจเนอ้ื หาได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ โดยอภิปรายเนอ้ื หาเรื่องกลมุ่ อา้ งองิ
กลุม่ อา้ งอิง หมายถึง บคุ คลหรือกลมุ่ ทม่ี ีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของบุคลอ่ืน กลมุ่ อา้ งอิงน้ีให้บรรทัด
ฐานและคา่ นิยมเป็นตัวกำหนดวิถีทางที่บุคคลจะคดิ และปฏบิ ตั ิ กลุม่ อ้างอิงมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซ้ือ
ของผู้บริโภค และมีความสำคัญด้านการวางแผนการตลาดด้วย ได้แก่ คลที่มีชื่อเสียง เช่น ดารา นักร้อง
นักกฬี า นกั พูด หรอื บุคคลอนื่ ๆ ทีม่ ชี ่ือเสยี งและเปน็ ท่ีชืน่ ชอบ ยอมรับของคนในสงั คม เปน็ ต้น
5. ครูใช้เทคนิคการสอนแบบ Demonstration Method การจัดการเรียนรู้แบบสาธิต คือ
กระบวนการที่ผู้สอน หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งใช้ในการช่วยให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์
โดยการแสดงหรอื กระทำให้ดูเปน็ ตัวอย่างพร้อม ๆ กบั การบอก อธบิ าย ใหผ้ ู้เรียนไดเ้ รยี นรู้ ผู้เรียนจะเกิด
การเรียนรู้จากการสังเกต กระบวนการขั้นตอนการสาธิตนั้น ๆ แล้วให้ผู้เรียนซักถาม อภิปราย และสรุป
การเรียนรู้ชน้ั สังคม
ชัน้ สงั คม หมายถงึ การแบง่ กลุ่มภายในสงั คม ภายในกลมุ่ ประกอบดว้ ยบคุ คลทม่ี คี า่ นิยม ความ
สนใจ และพฤติกรรมอยา่ งเดียวกนั
6. ครูใช้เทคนิคการสอนแบบ Demonstration Method การจัดการเรียนรู้แบบสาธิต คือ
กระบวนการที่ผู้สอน หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งใช้ในการช่วยให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์
โดยการแสดงหรือกระทำให้ดูเป็นตวั อยา่ งพร้อม ๆ กบั การบอก อธบิ าย ให้ผเู้ รียนได้เรยี นรู้ ผู้เรียนจะเกิด
การเรียนรู้จากการสังเกต กระบวนการขั้นตอนการสาธิตนั้น ๆ แล้วให้ผู้เรียนซักถาม อภิปราย และสรุป
การเรยี นรู้โครงสรา้ งของชั้นสังคม
7. ผู้เรียนยกตัวอยา่ งส่ิงทใี่ ชใ้ นชวี ติ ประจำวัน 5 อยา่ ง แลว้ พิจารณาวา่ การตัดสินใจซ้อื สิ่ง
เหล่านัน้ ได้รับอิทธพิ ลจากใคร
78
8. ผู้เรยี นพจิ ารณาวา่ คลินิกเสรมิ ความงาม ทเ่ี ปดิ ดำเนนิ การโดยแพทยผ์ ู้เช่ียวชาญ มีอิทธิพลต่อ
การตัดสินใจของผู้บริโภค ที่ต้องการศัลยกรรมเพื่อความงามอย่างไร แสดงความคิดเห็น และยกเหตุผล
ประกอบ
9. ผเู้ รียนทำกจิ กรรมใบงาน
10. ผู้เรียนทำแบบประเมินผล
11. ครูแนะนำใหผ้ ูเ้ รียนรูจ้ กั การนำเอาความพอเพียงไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ ซ่งึ เปน็ ความ
พอประมาณ ความมเี หตผุ ล รวมถงึ ความจำเป็นที่ตอ้ งมีระบบภูมคิ ้มุ กนั ในตวั ทีด่ พี อสมควรตอ่ ผลกระทบ
ใดๆ อนั เกิดจากการเปลีย่ นแปลงทัง้ ภายนอกและภายใน การตดั สนิ ใจและการดำเนินกจิ กรรมต่างๆให้อยู่
ในระดับพอเพยี งน้นั ต้องอาศัยทั้งความร้แู ละคุณธรรมเปน็ พืน้ ฐาน
ขน้ั สรปุ และการประยกุ ต์
12. ครูและผู้เรยี นสรปุ ครอบครวั กลมุ่ อา้ งองิ และชน้ั สงั คม โดยการถามตอบ และฝึกทักษะใน
การปฏิบตั กิ จิ กรรมภายในชัน้ เรียน
13.ประเมินตนเองจากแบบประเมินตนเอง รวมทั้งกจิ กรรมการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
14. ประเมนิ ผ้เู รียนตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปน้ี
ช่อื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วิธกี ารเรียนรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรียน วชิ าพฤติกรรมผบู้ ริโภค ของสำนักพมิ พเ์ อมพันธ์
2.รูปภาพประกอบ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.ส่อื อิเล็กทรอนกิ ส์ สอ่ื VDO และส่ือ PowerPoint
หลกั ฐาน
1.บันทึกการสอน
2.ใบเช็ครายชื่อ
3.แผนจัดการเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
79
1.สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2.ประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ
3.สังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกล่มุ
4.ตรวจใบงาน
5.ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6.การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครือ่ งมือวดั ผล
1.แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
2.แบบประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ (โดยครู)
3.แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุม่ (โดยนักเรียน)
4.แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6.แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ
ผเู้ รียนร่วมกนั ประเมนิ
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ีช่องปรับปรุง
2.เกณฑผ์ ่านการประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ข้นึ ไป)
3.เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)
4.กจิ กรรมใบงาน เกณฑ์ผา่ น คือ 50%
5.แบบประเมินผลการเรียนรู้มีเกณฑผ์ ่าน 50%
6แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้นึ อยู่กบั
80
แผนการจดั การเรียนรู้ ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
สัปดาหท์ ี่ 14 (เขยี นแผนรายสัปดาห์)
รหสั 30211 – 9002 วิชา พฤตกิ รรมผู้บรโิ ภคในธรุ กจิ คา้ ปลกี ท-ป-น 3- 0 – 3
หมวดวชิ าชีพเลือกเสรี หลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชพี ชั้นสงู (ปวส.)
หน่วยที่ 6 เรอื่ ง ปัจจยั ภายนอกทม่ี ีอิทธพิ ลต่อการตัดสนิ ใจซอ้ื (ครัง้ ที่ 2) จำนวน 3 ช่วั โมง
สมรรถนะที่ 1 แสดงความรู้เกย่ี วกบั หลักการพฤติกรรมผู้บริโภค
สาระสำคัญ
ปจั จัยภายนอก ที่ประกอบด้วยครอบครัว กลุ่มอา้ งองิ ชนั้ สงั คม วฒั นธรรม และวฒั นธรรมยอ่ ย
ล้วนมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซอ้ื ของผบู้ ริโภคทั้งส้ิน โดยเฉพาะการตัดสนิ ใจซื้อสนิ ค้าท่ีมีอายุการใช้งาน
นาน ราคาสูง ปจั จัยภายนอกย่งิ มีความสำคัญมาก เม่ือผ้ปู ระกอบการหรือนักการตลาดทราบวา่
กลุม่ เป้าหมายของกิจการคือคนกลุ่มใด จะต้องศกึ ษาตอ่ อีกวา่ ปจั จัยภายในอกใดทม่ี ีอทิ ธิพลตอ่ การ
ตัดสนิ ใจของกลมุ่ เปา้ หมายมากท่ีสุด จะทำให้การพยากรณ์และวางแผนส่วนประสมการตลาดได้มี
ประสทิ ธิภาพมากข้ึน
สมรรถนะรายหน่วย
1.อธบิ ายหลกั การพฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภค
2.บอกปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการตัดสนิ ใจซื้อ
3.กำหนดกลยุทธก์ ารตลาดตามพฤตกิ รรมผ้บู รโิ ภค
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. แสดงความรู้เกย่ี วกับวฒั นธรรมได้
2. แสดงความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมยอ่ ยได้
คณุ ลกั ษณะอนั ทพี่ ึงประสงค์
มีการพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงคข์ องผ้สู ำเร็จการศึกษา
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทีค่ รสู ามารถสงั เกตได้ขณะทำการสอนในเร่ือง
1 ความมมี นุษยสัมพนั ธ์
2 ความมวี ินยั
3 ความรบั ผดิ ชอบ
4 ความซอื่ สัตย์สุจรติ
5 ความเชื่อมัน่ ในตนเอง
6 การประหยัด
7 ความสนใจใฝ่รู้
8 การละเว้นสิง่ เสพติดและการพนนั
81
9 ความรักสามัคคี
10 ความกตญั ญูกตเวที
สาระการเรยี นรู้
4. วฒั นธรรม
5. วฒั นธรรมย่อย
กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครแู ละผเู้ รยี นกล่าวถึงวัฒนธรรมยอ่ ย เปน็ กลุม่ วัฒนธรรมของคนลุ่มย่อยในกลุ่มใหญท่ ี่มคี วาม
แตกตา่ งไปจากคนส่วนใหญใ่ นสงั คมน้นั
2. ครแู ละผูเ้ รยี นนำตวั อย่างวัฒนธรรมทีร่ จู้ ักมาแสดงเพ่ือเป็นตวั อยา่ งในการเรียนรู้
3. ครมู อบหมายงานเปน็ กลมุ่ เกยี่ วกับวัฒนธรรม
4. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนคนอื่นๆ ได้เสนอแนะแนวทาง/ข้อคิดเหน็ เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้โดยมุ่งเนน้
การนำไปประยุกต์ใช้อยา่ งแท้จริงในปจั จบุ นั
ขนั้ สอน
5. ครูและผู้เรยี นใชเ้ ทคนคิ วิธีสอนแบบใช้โสตทศั นวัสดุ (Audio-Visual Material of Instruction
Method) เป็นวิธีสอนที่นำอุปกรณ์โสตทัศน์วัสดุมาช่วยพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน โสตทัศน์วัสดุ
ดังกล่าว ได้แก่ Power Point เพื่อแสดงให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ปัจจยั ภายนอกที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซอ้ื
ด้านวฒั นธรรม
6. ครูและผูเ้ รียนใชเ้ ทคนิควิธสี อนแบบ Discussion Method การจดั การเรยี นร้แู บบอภปิ ราย คือ
กระบวนการที่ผู้สอนมุ่งให้ผู้เรียนมีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือระดมความคิดในเรื่อง ข้อ
ควรระวังในการให้บริการซึ่งอาจจะเป็นเรื่องหรือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนหรือที่กลุ่มมีความสนใจ
ร่วมกัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อหาคำตอบ แนวทางหรือแก้ปัญหาร่วมกันเกี่ยวกับประเภทของวัฒนธรรม
ย่อย
7. ครูและผูเ้ รยี นใช้เทคนิควธิ ีสอนแบบใชโ้ สตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Material of Instruction
Method) เป็นวธิ ีสอนที่นำอุปกรณ์โสตทัศน์วสั ดุมาชว่ ยพัฒนาคณุ ภาพการเรยี นการสอน โสตทัศนว์ สั ดุ
ดังกล่าว ไดแ้ ก่ วดี ีโอ เพ่ืออธิบายวฒั นธรรมย่อย
8. ผู้เรยี นพจิ ารณาจากภาพสินคา้ ท่ีกำหนดให้ (คฤหาสน์หรู ราคา 60-200 ล้านบาท) ใหแ้ สดง
ความคดิ เห็นวา่ กลมุ่ เป้าหมายควรเปน็ ผูบ้ รโิ ภคกลมุ่ ชนชนั้ ใด พร้อมยกเหตผุ ลประกอบ
9. ผูเ้ รยี นพิจารณาวา่ ถ้าในหมบู่ ้านของตนเองมปี ระชากรกลุ่มหนงึ่ ท่ีมีเปน็ คนไทยเช้ือชาติลาว
ผเู้ รยี นได้รับมอบหมายให้คดิ ผลติ ภณั ฑเ์ พ่ือจำหน่ายให้คนกลมุ่ น้ัน จงอธิบายลกั ษณะของสนิ ค้าท่ีนักศึกษา
ออกแบบ พร้อมยกเหตผุ ลประกอบ
82
10. ผ้เู รียนทำแบบประเมนิ ผล
11. ผู้เรียนทำกจิ กรรมใบงาน
12. ผเู้ รียนแสดงความคดิ เห็นรว่ มกันในชน้ั เรยี น
13. ครูเสนอแนะและเป็นที่ปรึกษาในการนำเอาแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งใน
กระบวนการทำงานทุกประเภทนั้น จะต้องเน้นสัจจะซึ่งเป็นตัวคุณธรรม จริยธรรม เน้นความซื่อสัตย์
สุจริต เน้นให้ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เน้นให้รู้จักความพอดี พอประมาณ มีเหตุผล ทั้งหมดนี้คือ หลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และสามารถนำไปประยกุ ต์ใช้กบั การดำเนินชีวิตของทกุ คนได้
ข้ันสรุปและการประยกุ ต์
14. ครูและผ้เู รยี นสรปุ ปัจจยั ภายนอกทีม่ ีอทิ ธพิ ลต่อการตัดสนิ ใจซื้อของผบู้ ริโภค ประกอบด้วย
(1) ครอบครัว หมายถงึ ผู้ท่ีอยูร่ ่วมกัน มีความสัมพนั ธ์กนั ทางสายเลือด
(2) กลุม่ อา้ งองิ หมายถงึ บคุ คลหรอื กลมุ่ ทีม่ อี ิทธพิ ลต่อพฤติกรรมของบุคคลอนื่ ได้แก่ บคุ คลที่มี
ช่อื เสยี ง ผู้เชยี วชาญ บุคคลทว่ั ไป ผู้บรหิ าร ผู้ทรงคุณวุฒิ และผนู้ ำทางความคดิ ของกลุ่ม
(3) ชั้นสังคม เป็นการแบ่งกลุ่มภายในสังคม เป็นชนชั้นต่าง ๆ ได้แก่ ชนชั้นสูงส่วนบน ชั้นสูง
สว่ นลา่ ง ชนชนั้ ล่างส่วนบน กลุ่มคนธรรมดา กล่มุ คนทำงาน และกลุม่ คนทม่ี ีฐานะยากจน
(4) วัฒนธรรม หมายถึง รูปแบบพฤติกรรมของมนุษย์ ที่เกิดจากการเรียนรูแ้ ล้วนำมาปฏบิ ตั ิจน
เปน็ แนวทางในการดำเนนิ ชวี ติ
(5) วัฒนธรรมย่อย หมายถึง กลุ่มวัฒนธรรมของคนกลุ่มย่อยในกลุ่มใหญ่ที่มีความแตกต่างไป
จากคนสว่ นใหญ่ในสงั คม
15. ครูสรปุ บทเรียน โดยใช้ VDO และ PowerPoint และอภิปรายซกั ถามข้อสงสัย
16. ทำกิจกรรมต่อเนื่อง ตอบคำถามจากบทความในกิจกรรมใบงาน และทำประสบการณ์การ
เรยี นรู้ ซ่ึงครผู สู้ อนพิจารณาตามความเหมาะสม
17 ครูสังเกตพฤติกรรมกลมุ่ และร่วมกันสรปุ เนอ้ื หาอีกครั้งจาก Power Point
18. ทำแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ และประเมินตนเองจากแบบประเมินตนเอง พร้อมทำ
กิจกรรม
การจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
19.ประเมนิ ผเู้ รียนตามแบบฟอรม์ ต่อไปนี้
ชอ่ื ผูเ้ รยี น ประสบการณ์พ้ืนฐานการเรียนรู้ วิธกี ารเรียนรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
83
สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1.หนังสือเรยี น วชิ าพฤติกรรมผ้บู ริโภค ของสำนกั พิมพเ์ อมพันธ์
2.รปู ภาพ
3.กิจกรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ สือ่ VDO และส่ือ PowerPoint
หลกั ฐาน
1.บนั ทึกการสอน
2.ใบเชค็ รายชือ่
3.แผนจดั การเรียนรู้
4.การตรวจประเมินผลงาน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วิธวี ัดผล
1.สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2.ประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
3.สังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม
4.ตรวจใบงาน
5.ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู้
6.การสังเกตและประเมนิ พฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครื่องมือวดั ผล
1.แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2.แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ (โดยครู)
3.แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยผู้เรียน)
4.แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
5.แบบประเมินผลการเรียนรู้
6.แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ
ผู้เรียนร่วมกันประเมิน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1.เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไมม่ ีช่องปรับปรุง
2.เกณฑ์ผา่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ข้นึ ไป)
3.เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)
4.กจิ กรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50%
5.แบบประเมินผลการเรียนรู้มเี กณฑ์ผา่ น 50%
84
6.แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่
กบั การประเมินตามสภาพจริง
85
แผนการจดั การเรียนรู้ ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
สปั ดาหท์ ่ี 15 (เขียนแผนรายสปั ดาห์)
รหสั 30211 – 9002 วิชา พฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภคในธรุ กจิ คา้ ปลกี ท-ป-น 3- 0 – 3
หมวดวชิ าชีพเลอื กเสรี หลกั สูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพช้นั สงู (ปวส.)
หนว่ ยที่ 7 เรื่อง พฤติกรรมผูบ้ ริโภคกับกลยุทธส์ ว่ นประสมทางการตลาดจำนวน 3 ชัว่ โมง
สมรรถนะท่ี 1 แสดงความรู้เก่ียวกบั หลกั การพฤติกรรมผู้บรโิ ภค
สาระสำคญั
การวางแผนกลยุทธ์สว่ นประสมทางการตลาด จะต้องใชข้ ้อมูลพฤตกิ รรมผู้บรโิ ภคเปน็ แนวทาง จงึ
จะสามารถออกแบบได้ตรงกับความตอ้ งการและสนองความพึงพอใจของผบู้ ริโภคได้ พฤติกรรมผู้บรโิ ภคมี
ความแตกตา่ งกันซงึ่ ไดร้ บั อทิ ธิพลจากท้งั ปจั จยั ภายในและปัจจัยภายนอก ส่วนประสมทางการตลาดท่ีใช้
จึงต้องให้สอดคล้องกบั ผบู้ รโิ ภคกลมุ่ เปา้ หมายของกิจการ
สมรรถนะรายหน่วย
1.อธิบายหลกั การพฤตกิ รรมผู้บริโภค
2.บอกปัจจัยภายนอกที่มอี ิทธิพลตอ่ กระบวนการตดั สนิ ใจซ้ือ
3.กำหนดกลยุทธก์ ารตลาดตามพฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภค
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. แสดงความรเู้ กยี่ วกบั ส่วนประสมทางการตลาดได้
คณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
มกี ารพัฒนาคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงคข์ องผู้สำเรจ็ การศกึ ษา
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเรื่อง
1 ความมมี นษุ ยสัมพันธ์ 8 การละเวน้ สิ่งเสพติดและการพนัน
2 ความมีวินัย 9 ความรักสามคั คี
3 ความรบั ผิดชอบ 10 ความกตัญญูกตเวที
4 ความซอื่ สตั ย์สุจริต
5 ความเชอ่ื ม่ันในตนเอง
6 การประหยัด
สาระการเรยี นรู้
1.ความรูเ้ กีย่ วกับส่วนประสมทางการตลาด
กจิ กรรมการเรียนรู้
86
ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูกลา่ วถึงส่วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix) หมายถึง ตัวแปรทางการตลาดที่
ควบคุมได้ เปน็ สงิ่ องค์กรใช้ร่วมกนั เพ่ือตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจของกล่มุ เป้าหมายและ
ใช้เพื่อให้บรรลุถงึ วตั ถปุ ระสงค์ขององคก์ ร
2. ครูและผู้เรียนชว่ ยกนั แสดงความคดิ เหน็
ขั้นสอน
3. ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Material of
Instruction Method) เป็นวิธีสอนที่นำอุปกรณ์โสตทัศน์วัสดุมาช่วยพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน
โสตทัศนว์ สั ดดุ ังกลา่ ว ไดแ้ ก่ Power Point เพอ่ื อธบิ ายความรเู้ กี่ยวกับส่วนประสมทางการตลาด
4. ครูใช้เทคนิควิธีการจัดการเรยี นรแู้ บบอภิปราย (Discussion Method) คอื กระบวนการที่
ผู้สอนมุ่งให้ผู้เรียนมีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือระดมความคิด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้
ผู้เรียนเข้าใจเนือ้ หาได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ โดยอภิปรายเรื่องวัตถปุ ระสงค์ของการส่ือสารการตลาดแบบ
บูรณาการ
5. ผเู้ รยี นฝกึ ทักษะโดยพิจารณาจากภาพสินคา้ ใหน้ กั ศึกษาพจิ ารณาตอบคำถามต่อไปน้ี
1. แกน่ แทข้ องสนิ ค้าคืออะไร
2. ผบู้ รโิ ภคกลุ่มเป้าหมายของสนิ คา้ คือใคร
3. ตราย่หี อ้ ของสนิ ค้ามีความแข็งแกรง่ พอที่จะทำให้ลูกคา้ เกิดความเช่อื มั่นไดห้ รอื ไม่
อธิบายพร้อมยกเหตผุ ลประกอบ
87
6. ผู้เรยี นวิเคราะห์รา้ นคา้ ท่มี ีการต้งั ราคาขาย เป็นราคาเดียวกันทง้ั รา้ น เชน่ 20 บาททัง้ รา้ น 60
บาททั้งร้าน ที่มีอยู่ทั่วไป และได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน ให้นักศึกษาวิเคราะห์ว่า การตั้งราคาสินค้า
ขาย ราคาเดียวท้งั ร้านมจี ุดเดน่ และจุดด้อย อย่างไรบ้าง อธบิ ายพร้อมยกเหตุผลประกอบ
7. ผเู้ รียนทำแบบประเมนิ ผล
8. ครูเสนอแนะและเป็นที่ปรึกษาในการนำเอาแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งใน
กระบวนการทำงานทุกประเภทนั้น จะต้องเน้นสัจจะซึ่งเป็นตัวคุณธรรม จริยธรรม เน้นความซื่อสัตย์
สุจริต เน้นให้ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เน้นให้รู้จักความพอดี พอประมาณ มีเหตุผล ทั้งหมดนี้คือ หลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง และสามารถนำไปประยกุ ต์ใช้กบั การดำเนินชวี ิตของทุกคนได้
ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์
9. ครสู รปุ บทเรยี น โดยใช้ VDO และ PowerPoint และอภปิ รายซักถามข้อสงสยั
10. ครแู ละผู้เรยี นสรุปฝึกทักษะปฏบิ ตั ิด้านความรู้ และทักษะดา้ นฝกึ ปฏิบัติ
11. ทำกิจกรรมต่อเนื่อง ตอบคำถามจากกรณีศึกษาในกิจกรรมใบงาน และทำประสบการณ์
การเรยี นรู้ ซึ่งครผู ้สู อนพจิ ารณาตามความเหมาะสม
12. ประเมนิ ผูเ้ รยี นตามแบบฟอรม์ ต่อไปนี้
ช่ือผู้เรยี น ธรรมชาตขิ องผู้เรียน วิธีการเรียนรู้
ความสนใจ สติปัญญา วุฒิภาวะ
1.
2.
3.
4.
5.
แบบประเมินประสบการณพ์ ้ืนฐานการเรียนรู้
ชือ่ ผูเ้ รยี น ประสบการณ์พื้นฐานการเรยี นรู้ วิธีการเรียนรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
88
1.หนงั สือเรยี น วชิ าพฤติกรรมผบู้ รโิ ภค ของสำนักพมิ พ์เอมพนั ธ์
2.รูปภาพ
3.กจิ กรรมการเรียนการสอน
4.ส่อื อิเล็กทรอนิกส์ สอ่ื VDO และสื่อ PowerPoint
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเช็ครายชอ่ื
3.แผนจัดการเรียนรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมินผล
วธิ ีวดั ผล
1.สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
2.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ
3.สังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4ตรวจกจิ กรรมส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้
5.ตรวจใบงาน
6.ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้
7.การสงั เกตและประเมนิ พฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์
เครือ่ งมอื วัดผล
1.แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2.แบบประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม (โดยครู)
3.แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยนักเรยี น)
4.แบบประเมินกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนำความรู้
5.แบบประเมินกจิ กรรมใบงาน
6.แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
7.แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ
ผเู้ รียนร่วมกันประเมิน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1.เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มชี อ่ งปรับปรุง
2.เกณฑ์ผ่านการประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขึ้นไป)
3.เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุม่ คือ ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
4.ตอบคำถามในกิจกรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนำความรู้จึงจะถอื วา่ ผา่ น
89
เกณฑ์การประเมิน มเี กณฑ์ 4 ระดับ คือ 4= ดีมาก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควร
ปรบั ปรุง
5.กจิ กรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คอื 50%
6.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้มเี กณฑผ์ ่าน 50%
7แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนข้นึ อยู่กับ
การประเมินตามสภาพจริง
90
แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
สปั ดาห์ท่ี 16 (เขยี นแผนรายสปั ดาห์)
รหัส 30211 – 9002 วิชา พฤตกิ รรมผบู้ ริโภคในธุรกิจคา้ ปลีก ท-ป-น 3- 0 – 3
หมวดวิชาชีพเลอื กเสรี หลกั สูตรประกาศนียบัตรวิชาชพี ช้นั สงู (ปวส.)
หน่วยท่ี 7 เรอ่ื ง พฤติกรรมผู้บรโิ ภคกับกลยุทธส์ ่วนประสมทางการตลาดจำนวน 3 ช่ัวโมง
สมรรถนะที่ 1 แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการพฤติกรรมผู้บริโภค
สาระสำคญั
การวางแผนกลยทุ ธ์สว่ นประสมทางการตลาด จะต้องใช้ข้อมูลพฤตกิ รรมผู้บรโิ ภคเปน็ แนวทาง จงึ
จะสามารถออกแบบได้ตรงกับความต้องการและสนองความพงึ พอใจของผบู้ รโิ ภคได้ พฤตกิ รรมผู้บริโภคมี
ความแตกต่างกนั ซ่งึ ไดร้ บั อทิ ธิพลจากทั้งปจั จัยภายในและปัจจยั ภายนอก ส่วนประสมทางการตลาดท่ีใช้
จึงต้องใหส้ อดคล้องกบั ผ้บู ริโภคกลมุ่ เป้าหมายของกิจการ
สมรรถนะรายหน่วย
1.วิเคราะห์พฤติกรรมผ้บู ริโภคกับกลยทุ ธส์ ่วนประสมทางการตลาด
2.วิเคราะห์พฤตกิ รรมผูบ้ ริโภคตามหลกั การและสถานการณ์
3.กำหนดกลยทุ ธก์ ารตลาดตามพฤติกรรมผ้บู รโิ ภค
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. แสดงความรเู้ กยี่ วกับส่วนประสมทางการตลาดได้
คุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์
มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงคข์ องผสู้ ำเร็จการศกึ ษา
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ท่คี รูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเร่ือง
1 ความมมี นุษยสมั พันธ์
2 ความมวี นิ ัย
3 ความรับผิดชอบ
4 ความซ่ือสัตย์สจุ รติ
5 ความเชื่อม่นั ในตนเอง
6 การประหยดั
7 ความสนใจใฝ่รู้
8 การละเวน้ ส่งิ เสพตดิ และการพนัน
9 ความรักสามัคคี
10 ความกตญั ญูกตเวที
91
สาระการเรียนรู้
1.ความร้เู กยี่ วกบั ส่วนประสมทางการตลาด (ตอ่ )
กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำเขา้ สูบ่ ทเรียน
1.ครูและผู้เรียนสนทนาเรื่องการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ เพื่อเผยแพร่ข่าวสารของ
กิจการสู่สาธารณชน เมื่อกิจการต้องการสื่อสารข้อมูลต่าง ๆ ที่ต้องการให้ผู้บริโภครับทราบ แล้ว
ก่อให้เกิดผลตามที่กิจการต้องการ โดยเฉพาะเพื่อความสำเร็จทางการตลาด เพื่อสร้างความสัมพันธ์และ
ความไวว้ างใจ การสอื่ สารถงึ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ทก่ี ิจการกระทำเพ่ือประโยชนต์ ่อสังคม เป็นเร่อื งที่ควรสอ่ื สาร
ให้ผู้บริโภครับทราบ เพื่อก่อให้เกิดความไว้วางใจในกิจการ และเกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกิจการและ
ผู้บริโภค และเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการสินค้า การสื่อสารเพื่อให้บริโภคเกิดความต้องการสินค้า
เช่น การโฆษณา การสง่ เสริมการขาย เปน็ ต้น สง่ ผลให้ผ้บู ริโภคเกิดการตัดสินใจซื้อสินค้า แม้ว่าบางคร้ัง
ขณะนัน้ ยงั ไม่ได้มีความต้องการ หรือความจำเป็นต้องใชส้ ินคา้ เหล่านัน้ และเพอื่ ทำให้ผู้บริโภคเห็นคุณค่า
ของสินค้า
2. ผู้เรยี นยกตวั อยา่ งการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ
ข้นั สอน
3. ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้แบบอภิปราย (Discussion Method) คือ
กระบวนการที่ผู้สอนมุ่งให้ผู้เรียนมีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือระดมความคิด โดยมี
จุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอภิปรายความรู้เกี่ยวกับส่วนประสม
ทางการตลาด (ตอ่ )
เครอ่ื งมือสื่อสารแบบบรู ณาการ มดี งั น้ี
* การประชาสัมพันธ์ เปน็ การส่ือสารแบบสองทางระหว่างกิจการกับผู้บริโภค โดยกิจการมุ่งสร้าง
ภาพลักษณ์ที่ดีให้เกิดขึ้นแก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกันกิจการก็จะรับฟังความคิดเห็นของผู้บริโภคด้วย การ
ประชาสัมพนั ธ์มลี กั ษณะ ดงั นี้
© เป็นการเผยแพร่ข่าวสารของกิจการสู่สาธารณชนเพื่อให้กิจการเป็นที่รู้จัก ทั้งข่าวสาร
ทางดา้ นการตลาด และข่าวสารเกย่ี วกบั กิจกรรมสาธารณกศุ ลทก่ี ิจการเขา้ รว่ ม หรอื เป็นผูน้ ำเนินการ
© เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกิจการกับประชาชน วัตถุประสงค์หลักของการ
ประชาสัมพันธ์คือการมุ่งสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกิจการกับสังคม ให้ประชาชนเกิดความรู้สึกที่ดีต่อ
กจิ การ ไว้วางใจ และเป็นมติ รกบั กจิ การ
92
© เป็นการสร้างภาพลักษณ์และตำแหน่งของกิจการและผลิตภัณฑ์ กิจการต้องการให้
ประชาชนมองตนในแง่ของการเป็นผู้ผลิต ตามการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ที่ตั้งไว้ เช่น การเป็นผู้ผลิต
สินค้าที่มีคุณภาพ ราคาจับต้องได้ เป็นผู้ผลิตสินค้าคุณภาพดี ราคาสูง เป็นผู้ผลิตสินค้าที่เน้นการขาย
สนิ คา้ ราคาต่ำ เป็นตน้
© เป็นการสำรวจความคิดเห็นของสาธารณชนทีมตี อ่ กจิ การ การประชาสมั พนั ธ์เป็นการ
สื่อสารแบบสองทาง เม่ือกิจการไดส้ อื่ สารข้อมลู ทต่ี อ้ งการให้ประชาชนได้รบั ทราบแล้ว อาจมีการสำรวจ
ความคดิ เหน็ ทำแบบสอบถาม เพอื่ ให้ทราบถงึ ความคิด ความรสู้ กึ ของประชาชนท่มี ตี ่อกจิ การ และเพื่อ
ประเมนิ ความสำเร็จของการประชาสมั พนั ธ์ด้วย
* การโฆษณา เป็นการเผยแพร่ข่าวสาร สรรพคุณ คุณสมบัติของสินค้าโดยผ่านส่ือ
กจิ การจะตอ้ งมีคา่ ใชจ้ า่ ยเพื่อซอื้ ส่ือสำหรบั การเผยแพร่ด้วย จดุ มุ่งหมายที่ชดั เจนของการโฆษณา มีดังนี้
© เพื่อแจ้งข่าวสาร เป็นการแจ้งข่าวสารให้ประชาชนทราบถึงกิจกรรมทางการตลาดที่
กิจการได้กระทำ และชักชวนให้ประชาชนเข้ารว่ มกิจกรรมนั้น เช่น กิจการมีการจัดกิจกรรมการส่งเสริม
การขายโดยการชิงโชค และได้มีการโฆษณาให้ประชาชนได้ทราบถึงรายละเอยี ดของกิจกรรม แจ้งถึงของ
รางวลั ท่ีไดร้ บั ซง่ึ ช่วยกระตนุ้ ประชาชนให้ตอ้ งการเขา้ รว่ มกจิ กรรมดว้ ย
© เพ่อื ชกั จงู ใจ เนื้อหาของการโฆษณาถูกสร้างสรรคข์ ้ึนมาเพื่อชักจูงใจผู้บริโภคให้สนใจ
และเกิดความต้องการสนิ ค้าหรือตอ้ งการใช้บรกิ ารนั้น
© เพื่อเตือนความจำ เมื่อสินค้าเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมของผู้บริโภคอยู่แล้ว กิจการ
ยังคงต้องมีการโฆษณาสินค้าอยู่ เพื่อให้สินค้านั้นยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้บริโภคตลอดไป ไม่เปิด
โอกาสให้สินค้าของครูแ่ ขง่ ขันเขา้ มาแทนที่
© เพื่อกระตุ้น โดยเนื้อหาของการโฆษณา มักนำจุดเด่นของสินค้ามานำเสนอ โดยใช้
ดาราหรือผู้มีชื่อเสียง หรือการใช้ประโยค ถ้อยคำ ล้วนต้องการกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการตัดสินใจซื้อ
ทง้ั ส้ิน
* การส่งเสริมการขาย เป็นกลยุทธ์การเพิ่มยอดขายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยกิจกรรม
มุ่งดึงดูดความสนใจผู้บริโภค โน้มน้าวจิตใจใหผ้ ู้บริโภคเข้าร่วมกิจกรรมนั้น ตัวอย่างกิจกรรมการส่งเสริม
การขาย เช่น การลดราคา การแถม การสะสมแสตมป์ การใช้คปู อง การจัดแสดงสนิ ค้า เป็นตน้
* การตลาดทางตรง เป็นกิจกรรมทางการตลาดที่มุ่งเน้นการเข้าหาผู้บริโภค
กลุ่มเป้าหมายโดยตรง ซึ่งเป็นการสื่อสารแบบสองทาง จึงทำให้ทราบถึงการตอบสนองของผู้บริโภคได้
ในทนั ที วธิ ีการทใี่ ช้สำหรับการตลาดทางตรง มดี งั น้ี
© การใช้บุคคล หมายถึง การเสนอขายสินค้าโดยใช้พนักงานขาย ซึ่งพนักงานขายจะ
ตระเวนเข้าพบลูกค้าเป้าหมาย เพื่อเยี่ยมเยียน เสนอขาย รวมถึงการบริการหลังการขาย ด้วย การที่
พนักงานขายนำสินค้าเข้าไปเสนอขายแก่ผู้บริโภคโดยตรง พนักงานขายสามารถเตรียมคำพูดขายที่มี
ประสิทธิภาพ เพื่อโน้มน้าวให้เกิดการตัดสินใจซื้อ หรือหากมีข้อสงสัยใด พนักงานขายสามารถตอบ
คำถามและแกป้ ัญหาได้ในทันที
© การใช้เทคโนโลยี จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ช่วยให้ประชาชนมีเครื่องมือ
เครื่องจักรที่ทันสมัยมาใช้ และช่วยทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น กว้างขึ้น อย่างไร้พรมแดน
93
งานด้านการขายได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ไดแ้ ก่ การเปดิ เว็บไซต์ การส่ง E-mail Facebook Line
Instragram การขายโดยใช้เคร่ืองจกั รอตั โนมัติ เปน็ ต้น
4.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เป็นวิธีสอนที่ครูแสดง
ให้ผเู้ รยี นดแู ละใหค้ วามรู้แกผ่ ู้เรยี นโดยใช้สื่อการเรียนรทู้ ี่เป็นรูปธรรม และผู้เรียนไดป้ ระสบการณ์ตรง ซ่ึง
ครูเป็นผู้สาธิต และให้ผู้เรียนฝึกทักษะปฏิบัติตามเพื่อเรียนรู้ส่วนประสมทางการตลาดอื่น ๆ อีกที่ช่วยให้
กจิ การประสบความสำเร็จ และสรา้ งความพึงพอใจแกผ่ ู้บริโภคไดเ้ ป็นอย่างดี ดังนี้
4.1. บุคคล (People) หมายถงึ บคุ ลากร หรือพนกั งานในกิจการ โดยเฉพาะผ้ทู ท่ี ำหน้าที่
ประสานงานกับลูกคา้ โดยตรง จะตอ้ งไดร้ ับการอบรมเปน็ อย่างดี เพอื่ ให้สามารถทำงานในหนา้ ที่ได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ เช่น บุคลกิ ภาพดี ย้มิ แย้มแจม่ ใส รกั งานบริการ มีความรเู้ ก่ียวกบั สินค้า แก้ปัญหาเฉพาะ
หนา้ ได้เป็นอยา่ งดี เปน็ ต้น
4.2. กระบวนการ (Process) หมายถึง ขั้นตอนหรือระเบียบในการทำงาน เพื่อสร้าง
ความประทับใจแก่ผู้บริโภค เช่น ธุรกิจโรงแรม ให้ลูกค้าจองห้องพักออนไลน์ จัดระบบการเข้าเช็คอิน
รวดเร็ว บริการอาหารวา่ งในห้องพัก เป็นตน้
4.3.ลักษณะทางกายภาพ (Physical Evidence) เป็นการสร้างคุณภาพรูปแบบการ
ให้บริการที่สามรถจับต้องได้ เช่น พนักงานแต่งกายเรียบร้อย สะอาดและเป็นระเบียบ สถานที่ รวมถึง
อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ มีความสะอาด สวยงาม เป็นต้น เป็นการสร้างคุณภาพด้านรูปแบบการ
ให้บริการให้สามารถจับต้องได้ เช่น พนักงานต้องแต่งตัวให้เรียบร้อย เสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน คำพูดต้อง
สุภาพ การให้บริการรวดเร็ว และคำนึงถึงคุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่มีคุณภาพ รวมถึง
ผลิตภัณฑ์ที่มียี่ห้อที่โรงแรมใช้ ก็เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่แสดงให้ลูกค้าเห็นถึงระดับของโรงแรม กลยุทธ์
ด้านนี้จะช่วยสรา้ งความประทับใจตงั้ แตค่ ร้งั แรกท่ีลกู ค้าเดินเข้ามาในโรงแรม
5. ผเู้ รียนฝกึ ทักษะด้านความรู้ และดา้ นปฏบิ ัติ เพือ่ ใหเ้ กิดความชำนาญ
6. ผู้เรยี นทำแบบประเมนิ ผล
7. เปิดโอกาสใหผ้ ูเ้ รียนซักถาม และแสดงความคดิ เหน็
8. ครูเน้นผู้เรียนให้มีความละเอียดรอบคอบ มีความอดทน มีควาเข้มแข็ง มีความเพียร
พยายามในการฝึกทักษะการจัดการในกลุ่มได้ นอกจากนั้นยังให้ระมัดระวังในการใช้คำพูดซึ่งอาจ
ผิดพลาดเกิดขึ้นได้โดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้นผู้เรียนต้องฝึกทักษะความชำนาญเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพ และ
พร้อมรับผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คือ ทำให้เข้มแข็ง ก็จะเป็นการสร้าง
ภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง รวมทั้งมีความอดทน มีความเพียรพยายามในการทำมาหาเลี้ยงชีพใน
ชวี ิตประจำวันไดใ้ นอนาคตตอ่ ไปเปน็ อย่างดี
ขั้นสรปุ และการประเมนิ ผล
9. ครูและผู้เรยี นสรปุ ความรูเ้ ก่ียวกบั สว่ นประสมทางการตลาด (ตอ่ ) โดยการถามตอบ
10. ผเู้ รยี นสรุปเนอื้ หาในหน่วยการเรยี นอกี คร้ัง โดยวิธถี าม–ตอบและซกั ถามขอ้ สงสัย ผู้เรยี น
ทำแบบประเมินผลการเรียนรู้ และแบบประเมินตนเอง
แบบประเมินตนเอง
94
ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
รายการประเมิน =9-10 =7-8 =5-6 =ต่ำกวา่ 5 คะแนน
คะแนน
1.การกลา่ วนำ แนะนำตวั และเพื่อน
รว่ มงาน
2.จุดประสงคใ์ นการทำงาน
แหล่งข้อมูล วิธกี ารทำงาน
3.ออกเสียง ชัดเจน ถูกต้อง
4.น้ำเสียงเหมาะสม
5.ตัวอยา่ งประกอบมีส่ือชดั เจน
6.ลำดับความคิดได้ดี
7.ท่าทางเหมาะสม
แบบประเมินการเรียนรู้
ชือ่ ผเู้ รียน ประสบการณ์พืน้ ฐานการเรยี นรู้ วิธีการเรียนรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1.หนังสือเรียน วิชาพฤตกิ รรมผูบ้ ริโภค ของสำนักพิมพ์เอมพนั ธ์
2.รูปภาพ
3.กจิ กรรมการเรียนการสอน
4.ส่ืออิเล็กทรอนกิ ส์ ส่ือ VDO และสือ่ PowerPoint
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายชอื่
3.แผนจัดการเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวัดผลและการประเมนิ ผล
วิธีวัดผล
95
1.สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2.ประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุม่
3.สังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
4ตรวจกจิ กรรมสง่ เสริมคุณธรรมนำความรู้
5.ตรวจใบงาน
6.ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู้
7.การสงั เกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครอ่ื งมอื วดั ผล
1.แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2.แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยครู)
3.แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ (โดยผ้เู รียน)
4.แบบประเมนิ กิจกรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนำความรู้
5.แบบประเมินกจิ กรรมใบงาน
6.แบบประเมินผลการเรยี นรู้
7.แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและ
ผูเ้ รียนรว่ มกนั ประเมิน
เกณฑ์การประเมินผล
1.เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ีช่องปรับปรงุ
2.เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุม่ คือ ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
3.เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
4.ตอบคำถามในกจิ กรรมสง่ เสริมคณุ ธรรมนำความรู้จึงจะถอื ว่าผา่ น
เกณฑ์การประเมิน มีเกณฑ์ 4 ระดับ คือ 4= ดมี าก, 3 = ดี, 2 = พอใช้ , 1= ควร
ปรบั ปรุง
5.กจิ กรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50%
6.แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้มีเกณฑผ์ า่ น 50%
7แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนข้นึ อยู่กับ
การประเมินตามสภาพจริง
96
แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
สัปดาห์ที่ 17 (เขียนแผนรายสปั ดาห์)
รหัส 30211 – 9002 วชิ า พฤติกรรมผู้บริโภคในธุรกิจค้าปลีก ท-ป-น 3- 0 – 3
หมวดวชิ าชีพเลือกเสรี หลกั สูตรประกาศนียบัตรวิชาชพี ช้ันสูง(ปวส.)
หนว่ ยท่ี 7 เร่อื ง หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 3 ช่วั โมง
สมรรถนะท่ี 1 แสดงความรู้เก่ียวกบั หลักการพฤติกรรมผู้บริโภค
สาระสำคญั
เศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency economy) เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมี
พระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด รวมถึงการพัฒนาและ
บริหารประเทศที่ตั้งอยู่บนฐานของทางสายกลาง คำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้าง
ภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรมประกอบการวางแผน การตัดสินใจ
และการกระทำ เศรษฐกจิ พอเพยี งคอื หลกั คิดและหลกั ปฏบิ ัติ
คำว่าปรัชญา แปลว่า หลกั คิด ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงเปน็ ปรชั ญาทช่ี ้ถี ึงแนวทางการ
ดำรงอย่แู ละปฏิบัติตน เพ่ือให้เราก้าวทนั ต่อยุคโลกาภวิ ัฒน์ ถา้ เราใช้ความพอเพียงเป็นหลักคิดและหลกั
ปฏบิ ตั ิ
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. มีความรคู้ วามเข้าใจเก่ียวกับหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง
2. สามารถประยกุ ต์ใช้หลกั เศรษฐกจิ พอเพียงในชวี ิตประจำวันได้
สมรรถนะรายหน่วย
1. แสดงความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกับหลักเศรษฐกิจพอเพยี ง
2. สามารถประยกุ ต์ใชห้ ลกั เศรษฐกจิ พอเพียงในชีวติ ประจำวนั ได้
คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์
การพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคข์ องผสู้ ำเร็จการศกึ ษา
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ทีค่ รูสามารถสงั เกตได้ขณะทำการสอนในเรื่อง
1 ความมีมนษุ ยสมั พันธ์
2 ความมีวนิ ยั
3 ความรบั ผิดชอบ
4 ความซือ่ สัตย์สจุ ริต
5 ความเชอื่ มนั่ ในตนเอง
97
6 การประหยดั
7 ความสนใจใฝร่ ู้
8 การละเวน้ สิง่ เสพติดและการพนนั
9 ความรกั สามัคคี
10 ความกตัญญูกตเวที
สาระการเรยี นรู้
1. ความรทู้ ่วั ไปเก่ียวกบั เศรษฐกจิ พอเพยี ง
2. การประยุกตใ์ ช้เศรษฐกิจพอเพียงในชวี ติ ประจำวัน
กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันตอนการดำเนนิ กิจกรรม ผู้สอนบรรยายในเรื่อง
1. ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง
2. หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3. แนวทางการประยุกต์ใชร้ ะบบเศรษฐกจิ พอเพยี งในชีวติ ประจำวนั
สือ่ การสอน เอกสารเศรษฐกิจพอเพียง
การประเมนิ ผล
1. ผเู้ รยี นสามารถตอบคำถามไดถ้ ูกตอ้ ง
2. ผู้เรยี นสามารถบอกแนวทางการใชเ้ ศรษฐกจิ พอเพยี งในชีวิตประจำวนั
98
ใบความรทู้ ี่ 1
เรอ่ื ง สังคมและเศรษฐกจิ ของผู้สูงอายุ
สงั คมของผู้สงู อายุ
ผสู้ ูงอายจุ ะถูกจัดให้อยู่กับบ้านมากข้นึ ตามลำดับ บางคนอย่แู ต่ในหอ้ ง เพราะทางเดนิ ไมส่ ะดวก
จึงได้แตน่ ง่ั ๆ นอนๆ ไมม่ โี อกาสเปลยี่ นสงิ่ แวดลอ้ มบ่อยๆ มีกิจกรรมร่วมกับผู้อน่ื น้อยลง ขาดเพอ่ื นวัย
เดยี วกัน คชู่ วี ติ ก็ตายจากกัน เพือ่ นท่ีเหลืออยู่ กน็ ้อยลงขาดการเย่ียมเยยี น เพราะต่างฝา่ ยกม็ อี ปุ สรรค
ตา่ งๆ กัน คนในบา้ นก็ออกไป ประกอบอาชีพกนั หมด ถา้ เป็นเชน่ นกี้ จ็ ะทำให้ผู้สูงอายหุ ่อเห่ียวลงทุกวนั จึง
ควรปฏิบัตดิ งั นี้
1. ตอ้ งมีเพ่ือนต่างวยั เพ่ือนพูด เพอ่ื นคยุ แลกเปลี่ยนความคดิ เห็นซึง่ กนั และกัน ผู้สงู อายตุ อ้ ง
ทำตัวให้เป็นทรี่ ักของคนทุกวัย โดยมกี ารขดั แย้งให้นอ้ ยท่ีสดุ ท้งั กาย วาจา ใจ ปรบั ตัวเองให้ทนั กบั สงั คม
ในปจั จบุ นั ไม่ยึดมนั่ ในความคิดด้ังเดิม ไม่ยดึ ถือ ในความเป็นตัวตนของตน แต่ต้องฟังความคิดเห็นของคน
อ่ืนบ้าง จะทำให้อยรู่ ว่ มกบั คนตา่ งวยั ได้
2. สนใจรับรูส้ ิง่ ใหมๆ่ และการเปลย่ี นแปลงทางสังคม และปรบั ตวั ให้ เข้ากับสังคมที่
เปล่ียนแปลงไม่ร้จู บได้อย่างมีความสุข
3. ออกสงั คมเปน็ ครง้ั คราว เพอื่ จะได้พดู คยุ สงั สรรค์กับคนอน่ื เชน่ ไปวดั ปฏิบตั ธิ รรม ไปทัศน
ศกึ ษา เพือ่ เปล่ยี นส่งิ แวดล้อม
4. เขา้ ร่วมชมรมผสู้ งู อายุทอ่ี ยใู่ กล้ทสี่ ุด แตล่ ะชมรมมีจุดมุง่ หมายคลา้ ยๆ กัน คอื ตอ้ งการ
ส่งเสรมิ สุขภาพ เพ่ือชะลอความเสือ่ ม และป้องกันความเจ็บไข้ หรือมีคลินกิ เพอ่ื รักษาและสง่ เสริมสขุ ภาพ
ผ้สู งู อายุ และแตล่ ะชมรมจดั กิจกรรมต่างรปู แบบ ต่างเวลา เช่น บางแหง่ จดั บริหารกายทุกเช้า บางแห่งจดั
ทุกเย็น บางแห่งจดั เฉพาะประชุมวชิ าการเพ่ือเผยแพรค่ วามรู้ ในการรักษาสุขภาพเดือนละครั้ง ผูส้ ูงอายุ
สามารถเลอื กเข้าชมรมได้ตามความพอใจของตนเอง
5. ทางดา้ นกฎหมาย ผู้สงู อายคุ วรทำพินัยกรรมทิ้งไว้ อาจเป็นพินยั กรรมลับหรอื แจง้ ใหผ้ ้อู ่ืน
ทราบกไ็ ด้ เพื่อให้บุตรหลายปฏบิ ัติตามวตั ถุประสงคข์ องตน เช่นเก่ยี วกับมรดก ทรัพย์สนิ ต่างๆ การปฏิบัติ
ตอ่ ศพ พิธกี ารจัดการศพ และอน่ื ๆ ไวล้ ่วงหน้าตั้งแต่มีสติสมั ปชญั ญะบริบรู ณ์ มีเพ่มิ เตมิ ในหน้าถดั ไป
ผ้สู งู อายทุ ำงานมานาน ย่อมสะสมทรัพย์สมบัติเงินทองเอาไวม้ ากน้อยตามส่วนท่หี ม่นั หาหมั่นเกบ็ บางคน
ก็เก็บออมเปน็ กอบเปน็ กำ แล้วไม่ได้จดั การแบง่ สรรปนั ส่วนให้ลกู หลาน ครน้ั ตัวตาย ก็เกิดปญั หาแกง่ แยง่
สมบตั ิกนั ระหว่างทายาทโดยธรรม จนทะเลาะเบาะแวง้ ผิดพ้องหมองใจกัน ถงึ กับฆา่ กันระหวา่ งพ่ีน้องก็มี
99
ดังนน้ั ผู้สงู อายุอาจจัดการเร่ืองทรพั ยส์ มบัติใหเ้ รยี บรอ้ ยได้ 2 วิธี คอื
1. จดั แบ่งให้ลูกหลานหรือทายาทคนใดก็สดุ แทแ้ ต่จะเห็นสมควร ในระหวา่ งทีย่ ังมชี ีวติ อยู่
ให้
เหลือไว้เฉพาะท่จี ำเปน็ ต้องกิน ตอ้ งใช้ ไปวันหนึ่งๆ จนตลอดชีวติ ถา้ บุตรธิดาได้รบั การสง่ั สอนมาดี ไดร้ ับ
ความอบอ่นุ จากบิดามารดา ด้วยความเมตตารกั ใคร่ ไมม่ ใี ครใจรา้ ยถงึ กบั ทอดท้ิงบดิ ามารดาของตนให้อด
อยากลำบากเป็นแน่ แต่ถ้ายงั ไมแ่ น่ใจ ก็ควรพิจารณาต่อไปในข้อ 2.
2. เขียนเป็นหนังสอื พนิ ัยกรรม ระบุใหช้ ัดเจนวา่ ทรพั ย์สินใดมอบใหบ้ ุตรธิดาหรอื หลานหรอื
พีน่ ้องคนไหนหรือมอบให้องค์กรกศุ ล หรือวัดวาอาราม หรือจะให้ตั้งเปน็ มูลนธิ ิข้ึน โดยกำหนด
วตั ถุประสงค์ และบคุ คล ที่จะเป็นผดู้ ำเนินการจดั ตั้งมูลนธิ กิ ็ได้
พินัยกรรมจะมผี ล ตอ่ เม่ือเจา้ ของพินยั กรรมถงึ แก่กรรมเทา่ น้ัน ระหว่างทีม่ ชี วี ติ อยจู่ ะยกเลกิ หรือ
เปลี่ยนแปลงก็ทำได้ นำเสนอรายละเอยี ดไวใ้ นตอนท่ี 3 กฎหมายและสิทธปิ ระโยชน์ของผู้สูงอายุ
เศรษฐกจิ ของผู้สูงอายุ
ผสู้ งู อายยุ ังคงมีคณุ ค่าทางดา้ นเศรษฐกิจ ท้งั คุณค่าทสี่ ามารถวัดประโยชน์ได้อย่างชัดเจน
ไดแ้ ก่ การทำงาน การมีรายได้ และการออม ซง่ึ ทำให้ผูส้ งู อายมุ คี วามม่นั คงในชีวิต มเี กียรติ มีศกั ดศ์ิ รี มี
อำนาจ (การจับจ่ายใชส้ อย การให้ การแบง่ ปนั การสงเคราะห์) และมีคุณค่าในฐานะที่เป็นทนุ มนษุ ย์ ทสี่ ง่ั
สมประสบการณแ์ ละความชำนาญ จนสามารถถา่ ยทอดภูมปิ ัญญาใหแ้ ก่คนร่นุ หลงั และดำรง
ศิลปวัฒนธรรมทมี่ ีคุณค่าต่อสงั คมโดยรวม คุณค่าเหล่าน้ที ำให้ผ้สู ูงอายสุ รา้ งคุณประโยชนใ์ หแ้ กช่ ุมชน
สงั คม และประเทศชาติ
ในปจั จุบนั พบวา่ ผู้สูงอายุมแี นวโนม้ ในการทำงานมากขนึ้ เน่ืองจากตอ้ งการหารายได้เพ่ือ
เลี้ยงตนเองและครอบครวั ทำให้ผู้สงู อายสุ ามารถชว่ ยเหลอื ตนเองได้ ไม่เป็นภาระแก่ลูกหลานและสงั คม
และสามารถอยู่ได้อยา่ งมีศักด์ิศรี พบวา่ มปี ัจจยั ท่สี ำคญั ท่ีมีผลต่อการทำงานของผู้สงู อายุ ไดแ้ ก่ อายุ
การศึกษา การไม่ได้รับเงนิ บำนาญและเงินสนับสนนุ จากบตุ ร การมหี น้ีสนิ ความสามารถในการทำ
กิจกรรมประจำวนั และจำนวนโรคเรื้อรงั ในสว่ นคุณค่าจากการออมสว่ นบุคคล และการออมแบบผกู พัน
ระยะยาวในกองทนุ ตา่ งๆ ซง่ึ เป็นเงินจำนวนมหาศาลทสี่ ามารถนำไปสรา้ งรายไดใ้ ห้แกป่ ระเทศ และความ
มน่ั คงใหแ้ กต่ ลาดเงิน ดังนัน้ ผสู้ งู อายจุ ึงเปน็ สว่ นหนึ่งของระบบเศรษฐกิจทส่ี ามารถวัดประโยชนไ์ ด้อยา่ ง
ชัดเจนและเป็นทุนมนุษย์
100
ใบความรทู้ ่ี 2
เรอ่ื ง เศรษฐกิจพอเพยี ง
เศรษฐกิจพอเพียง
ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency economy) เป็นปรัชญาท่ีพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวทรงมี
พระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด รวมถึงการพัฒนาและ
บริหารประเทศที่ตั้งอยู่บนฐานของทางสายกลาง คำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้าง
ภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรมประกอบการวางแผน การตัดสินใจ
และการกระทำ เศรษฐกจิ พอเพียงคือ หลักคิดและหลักปฏิบัติ
คำว่าปรัชญา แปลวา่ หลักคิด ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาท่ชี ถ้ี ึงแนวทางการ
ดำรงอยู่และปฏิบัตติ น เพื่อให้เรากา้ วทันต่อยุคโลกาภิวัฒน์ ถ้าเราใชค้ วามพอเพียงเปน็ หลักคดิ และหลัก
ปฏิบตั ิ
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ความพอเพยี ง จะตอ้ งประกอบด้วยคณุ ลักษณะ 3 คณุ ลกั ษณะ พรอ้ มๆกนั ดังนี้
1. ความพอประมาณ หมายถงึ ความพอดี ทีไ่ มน่ ้อยเกนิ ไป และไมม่ ากเกนิ ไป โดยไม่
เบยี ดเบยี นตนเองและผู้อ่ืน เชน่ การผลติ และการบรโิ ภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
2. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกบั ระดบั ความพอเพียงน้ัน จะต้องเป็นไปอย่าง
มีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำ
นั้นๆ อย่างรอบคอบ
3. การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการ
เปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
ในอนาคตทั้งใกล้และไกล
เงอ่ื นไข การตัดสินใจและการดำเนนิ กจิ กรรมต่างๆ ใหอ้ ยใู่ นระดับพอเพยี งนั้น ต้องอาศัยความรู้
และคุณธรรมเปน็ พน้ื ฐาน กล่าวคือ
1. เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบ
ด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกันเพื่อประกอบการวางแผน และ
ความระมัดระวงั ในขั้นปฏิบตั ิ