The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรียนรู้ทักษะภาษาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by roongnapa290433, 2021-08-24 02:53:23

ภาษาไทย

เรียนรู้ทักษะภาษาไทย

Keywords: บทที่ 1

แบบบันทกึ หน่วยการเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้เรื่อง กระเชา้ ของนางสีดา เวลาเรียน ๗ ชว่ั โมง

รหสั -ช่ือรายวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย

ช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ ๕

แผนการเรียนรูท้ ่ี ๑ เรื่อง การอ่านในใจบทเรียน เวลาเรียน ๑ ชว่ั โมง

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๗ จงั หวดั กระบ่ี สงั กดั สานกั บริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ

มาตรฐานการเรียนรู้

สาระที่ ๑ : การอ่าน

ม.ฐ. ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ เพอ่ื นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาในการ

ดาเนินชีวติ และมีนิสยั รักการอ่าน (ตวั ช้ีวดั ที่ ๑.๔ , ๑.๕)

สาระสาคญั

การอ่านในใจเป็นการอ่านท่ีเขา้ ใจเร่ืองราวไดเ้ พียงคนเดียว ผอู้ ่านตอ้ งใชส้ มาธิในการอ่าน

ศกึ ษาคายาก ต้งั จดุ หมายในการอ่าน อ่านอยา่ งพนิ ิจ พจิ ารณา จะทาใหจ้ บั ใจความสาคญั ของเรื่องที่

อ่าน สามารถตอบคาถาม ลาดบั เหตกุ ารณ์ของเรื่อง และนาไปเขียนเป็นแผนภาพโครงเร่ือง เพอื่ เล่า

เรื่องและเขียนเรื่องได้

สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑. การอ่านในใจ

๒. การอ่านออกเสียงบทร้อยแกว้

๓. การหาความหมายของคาใหม่ท่เี ป็นคายากจากพจนานุกรม

๔. การอภิปรายแสดงความคดิ เห็นจากเรื่องทอี่ ่าน

ทกั ษะ/กระบวนการ (P)

๑. ทกั ษะการอ่าน

๒. ทกั ษะการพดู แสดงความคดิ เห็น

๓. ทกั ษะการฟังและการดู

๔. ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์

๕. ทกั ษะการสรุปความ

คุณลกั ษณะ (A)

๑. มีวนิ ยั

๒. ใฝ่เรียนรู้

๓. มุ่งมนั่ ในการทางาน

๔. รกั ความเป็นไทย

ช้ินงาน/ภาระงาน (หลกั ฐานร่องรอยแสดงความเขา้ ใจ)

๑. การอ่านในใจ

๒. การอ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ \

๓. ทาแบบทดสอบเรื่อง กาเนิดผดิ พน้ คนท้งั หลาย

๔. หาความหมายของคาจากพจนานุกรมจากคาที่กาหนด

๕. อภิปรายความคิดเห็นจากเรื่องท่อี ่าน

๖. ลาดบั เหตุการณ์ของเรื่องและสรุปใจความสาคญั

การประเมินผล

เกณฑ์การประเมนิ การอ่านในใจ

ประเดน็ ระดบั คุณภาพ ๑
การประเมิน
๔๓๒ -อ่านแลว้ สรุปเรื่อง
การอ่านในใจ ท่ีอ่านไดถ้ กู ตอ้ ง
-อ่านแลว้ สรุปเร่ืองที่ -อ่านแลว้ สรุปเร่ืองที่ -อ่านแลว้ สรุปเรื่องที่
อ่านไดถ้ กู ตอ้ ง อ่านไดถ้ กู ตอ้ ง ตอบ อ่านไดถ้ กู ตอ้ ง ตอบ

ครบถว้ น ตอบคาถามไดค้าถามผดิ 1 ขอ้ คาถามผดิ 2 ขอ้ ตอบคาถามผดิ 3

ทกุ ขอ้ -ลกั ษณะท่าทางในการ -ลกั ษณะทา่ ทางใน ขอ้

-ลกั ษณะทา่ ทางในการ อ่านถูกตอ้ งตามหลกั การอ่านถูกตอ้ งตาม -ลกั ษณะท่าทางใน

อ่านถูกตอ้ งตามหลกั หลกั การอ่านถูกตอ้ งตาม

ทกุ ขอ้ หลกั

เกณฑ์การประเมนิ การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว

ประเด็น ๔ ระดบั คุณภาพ ๑
การประเมนิ
๓๒

อ่านออกเสียงคาทม่ี ี อ่านออกเสียงคาท่ีมี อ่านออกเสียงคาที่มี อ่านออกเสียงคาท่มี ี

การอ่านออกเสียง ร ล ถูกตอ้ งทุกคา ร ล ถกู ตอ้ งทุกคา ร ล บางคาไม่ถูก ร ล ไม่ถูกตอ้ งเป็น

บทร้อยแกว้ เวน้ วรรคตอน การเวน้ วรรคตอน ตอ้ งการเวน้ วรรค ส่วนใหญ่ เวน้ วรรค

ถกู ตอ้ งเหมาะสม ทาไดด้ ี มตี ิดขดั ตอนยงั ไมถ่ ูกตอ้ ง ตอนยงั ไม่ถูกตอ้ ง

และใช้ น้าเสียง เพียงบางช่วงและ นกั มคี วามพยายาม มกั จะอ่าน
แสดงอารมณ์ท่ี ต่อเนื่องกนั
สัมพนั ธ์กบั เรื่องได้ ใชน้ ้าเสียงแสดง ท่ีจะใชน้ ้าเสียง โดยไมเ่ วน้ วรรค
อารมณไ์ ดส้ มั พนั ธ์ แสดง

ดี กบั เรื่อง อารมณ์แต่ยงั ทาได้ และน้าเสียงเรียบ

ไมด่ ีเทา่ ทีค่ วร เสมอกนั

เกณฑ์การประเมนิ การหาความหมายของคาใหม่ทเ่ี ป็ นคายากจากพจนานุกรม

ประเดน็ ระดบั คุณภาพ
การประเมิน
๔ ๓๒ ๑
การหาความหมาย
ของคาใหม่ทีเ่ ป็น หาคาใหม่ทีเ่ ป็นคา หาคาใหม่ทีเ่ ป็นคา หาคาใหม่ท่ีเป็นคา หาคาใหม่ที่เป็ นคา
คายากจาก ยากไดถ้ กู ตอ้ งครบ ยากไดถ้ ูกตอ้ ง
พจนานุกรม ทุกคา ยากไดถ้ ูกตอ้ ง ยากไดถ้ ูกตอ้ ง ผดิ 3 คา

ผดิ 1 คา ผดิ 2 คา

เกณฑ์การประเมนิ การอภปิ รายแสดงความคดิ เห็น

ประเด็น ๔ ระดบั คุณภาพ ๑
การประเมนิ
๓๒ พดู แสดงขอ้ คิดเห็น
และขอ้ เทจ็ จริงไม่
การอภปิ รายแสดง พดู แสดงความ พดู แสดงขอ้ คิดเห็น พดู แสดงขอ้ คิดเห็น ถกู ตอ้ งชดั เจนตาม
ความคดิ เห็น คิดเห็นและ และขอ้ เทจ็ จริงส่วน และขอ้ เทจ็ จริงได้ รูปแบบของการพดู
ใหญ่ถกู ตอ้ งชดั เจน บางส่วนตาม แสดงขอ้ คิดเห็น
ขอ้ เทจ็ จริงได้

ถกู ตอ้ งชดั เจนตาม รูปแบบของการพดู

รูปแบบของการพดู แสดงขอ้ คิดเห็น

แสดงขอ้ คิดเห็น และขอ้ เทจ็ จริง

และขอ้ เทจ็ จริง

เกณฑ์การประเมนิ การลาดับเหตกุ ารณ์ของเรื่องและสรุปใจความสาคญั

ประเดน็ ๔ ระดบั คุณภาพ ๑
การประเมนิ
๓๒

การลาดบั ลาดบั เหตุการณ์ได้ ลาดบั เหตุการณผ์ ดิ ลาดบั เหตุการณ์ผดิ ลาดบั เหตุการณ์ผดิ
เหตุการณ์ของ ถกู ตอ้ ง ตอบคาถามได้ 1 เหตุการณ์ ตอบ 2 เหตุการณ์ ตอบ 3 เหตุการณ์ ตอบ
เร่ืองและสรุป ทุกขอ้ คาถามผดิ 1 ขอ้ คาถามผดิ 2 ขอ้ คาถามผดิ 3 ขอ้

ใจความสาคญั

กระบวนการจดั การเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน

๑. นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง กระเชา้ ของนางสีดา
กจิ กรรมทชี่ ่วยพัฒนาผู้เรียน

๒. นกั เรียนและครูร่วมกนั สนทนาถึงรูปภาพในบทเรียนหนา้ ๒๕ โดยครูถามนาเพอ่ื
กระตนุ้ ใหน้ กั เรียนตอบตามความเขา้ ใจของนกั เรียนเช่น

- นกั เรียนเคยเห็นภาพลกั ษณะน้ีหรือไม่
- ภาพทเี่ ห็นเป็ นลกั ษณะอยา่ งไร
- นกั เรียนมีความรูส้ ึกอยา่ งไรกบั ภาพทเ่ี ห็น
- นกั เรียนคิดวา่ ทุกวนั น้ี หากเราทาเหมือนภาพทเ่ี ห็น จะเป็นอยา่ งไร
- ภาพทีเ่ ห็นให้แงค่ ดิ อยา่ งไร ฯลฯ
๓. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม โดยคละกนั ตามความสามารถ เก่ง ปานกลาง อ่อน เพอื่ คน้ หา
ความหมายของคาจากพจนานุกรม ดงั ตอ่ ไปน้ี
๔. นกั เรียนและครูร่วมกนั ทบทวนหลกั การอ่านในใจท่ีดีซ่ึงเคยเรียนรู้มาแลว้ และเคยฝึก
ปฏบิ ตั ิตามหลกั มาแลว้ แตม่ ีนกั เรียนบางคนหรือนกั เรียนบางส่วน อาจปฏิบตั ไิ ม่ถูกตอ้ ง หรือแกลง้
ไม่ปฏบิ ตั ิตาม เพอื่ เป็นการทบทวนและกระตุน้ ใหเ้ กิดการปฏบิ ตั ติ ามหลกั การอ่านในใจทดี่ ีเป็น
แนวทางเดียวกนั ครูจึงนาแผนภมู ิหลกั การอ่านในใจใหน้ กั เรียนดู ดงั น้ี

แผนภูมิการอ่านในใจ
๑. นงั่ หรือยนื ในทา่ ท่สี บาย ไม่เกร็ง
๒. ไม่เอียงคอ หร่ีตา หรือส่ายหนา้ ตามบรรทดั
๓. ช่วงสายตากวา้ ง มองเห็นคร้ังละหลายคา
๔. กวาดสายตาเปลี่ยนบรรทดั ไดเ้ ร็วไม่อ่านยอ้ นกลบั บอ่ ย ๆ
๕. มีสมาธิในการอ่าน
๖. ไม่อ่านออกเสียง
๗. ริมฝีปากไม่เคล่ือนไหว
๘. อ่านไดเ้ ร็ว แลว้ จบั ใจความไดด้ ี

๕. นกั เรียนอ่านในใจบทเรียน เรื่อง กระเชา้ ของนางสีดา เพอื่ สารวจหาคาศพั ทใ์ หม่ทเ่ี ป็ น
คายากในบทเรียน

๖. นกั เรียนแต่ละกล่มุ ช่วยกนั ต้งั คาถาม และใหต้ วั แทนแตล่ ะกลุ่มออกมาเขียนบนกระดาน
- ตวั ละครสาคญั ของเร่ืองน้นั มีใครบา้ ง
- เรื่องน้ีเป็นเรื่องเกี่ยวกบั อะไร
- เหตุการณ์สาคญั ของเร่ืองคอื อะไร
- ผลของเหตกุ ารณ์เป็นอยา่ งไร

๗. นกั เรียนอ่านในใจบทเรียน เร่ือง กระเชา้ ของนางสีดา อีกคร้ังเพอ่ื ทบทวน
และพนิ ิจพจิ ารณาในเวลาท่ีกาหนดให้ ๑๐ นาที

๘. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มช่วยกนั ต้งั คาถามและตอบจากเร่ืองทีอ่ ่านต้งั แต่ตน้ จนจบ แลว้ ส่ง
ตวั แทนออกมารายงานหนา้ ช้นั เรียน ใหก้ ลุ่มทไ่ี ม่ไดอ้ อกมารายงานหนา้ ช้นั เป็ นผปู้ ระเมินกลุ่มท่ี
ออกมารายงานหนา้ ช้นั เรียน

๙. แตล่ ะกล่มุ ช่วยกนั เรียงลาดบั เหตุการณ์ของเร่ือง กระเชา้ ของนางสีดา ต้งั แตต่ น้ จนจบ
เรื่องแลว้ เขียนในกระดาษส่งครู

๑๐. ตวั แทนแตล่ ะกลุ่มออกมาสรุปใจความสาคญั เร่ือง กระเชา้ ของนางสีดา
๑๑. นกั เรียนทาใบงานที่ ๑
กิจกรรมรวบยอด
๑๒. นกั เรียนร่วมกนั ลาดบั เหตุการณ์ของเร่ืองท่ีอ่าน โดยเล่าอยา่ งยอ่ ๆ
สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. บตั รคา
๓. พจนานุกรม
๔. แบบเรียนภาษาไทย ชุดภาษาเพอ่ื ชีวติ ช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๕ เล่ม ๑
๕. ใบงานที่ ๑
๖. หนงั สือเรียนภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๕ เล่ม ๒ วรรณคดีลานา

บนั ทกึ หลังสอน / ข้อเสนอแนะ

ผลการจดั การเรียนการสอน
……………………………………………………………………………..……………….
…………………………………………………………………………………………….…………
……………………………………………………………………….………………………………
ปัญหา อุปสรรค
……………………………………………………………………………..……………….………
…………………………………………………………………………………….…………………
……………………………………………………………….………………………………
แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………..……………….………
…………………………………………………………………………………….…………………
……………………………………………………………….………………………………

(ลงช่ือ)…………………………………ผสู้ อน
( นางชารินี บางรกั )

...................../.................../...................

แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง กระเช้าของนางสีดา
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมาย × ทบั ตวั อกั ษร ก ข ค ง ทถ่ี ูกท่สี ุดเพยี งขอ้ เดียว

๑. “คราวหนา้ เธอจะชวนเพอื่ นมาดว้ ยกไ็ ด้ ” นกั เรียนคดิ วา่ ขอ้ ความน้ีเป็นคาพดู ของใคร

ก. พรายไม้ ข. พรายน้า

ค. เดก็ ชายผมแกละ ง. ชาลี

๒. นกั เรียนคดิ วา่ ใครเป็นผทู้ ีไ่ ดช้ ่ือวา่ เป็ นผสู้ ดสวยในเร่ืองน้ี

ก. ขนั ทอง ข. ชาลี

ค. พรายไม้ ง. พรายน้า

๓. นกั เรียนคดิ วา่ ความสูงของพรายน้า คอื ขอ้ ใด

ก. ๕๐ เซ็นต์ ข. ๖๐ เซ็นต์

ค. ๔๕ เซ็นต์ ง. ๕๕ เซ็นต์

๔. นกั เรียนคิดวา่ เหตใุ ดขนั ทองจึงเห็นนางพรายน้าได้

ก. เป็นคนมีดวงตาทพิ ย์ ข.เป็ นคนดี

ค. มีแวน่ ตาวเิ ศษ ง. แสงจนั ทร์สวา่ งใหเ้ ห็น

๕. นกั เรียนคิดวา่ พรายน้าชวนใหข้ นั ทองมาเทยี่ วเวลาใด

ก. เวลาเดือนมืด ข. เวลาดวงอาทิตยก์ าลงั ตกดิน

ค. เวลาพระจนั ทร์เตม็ ดวง ง. เวลาพระจนั ทร์คร่ึงเส้ียว

๖. “ไดซ้ ิท่ีรัก เชิญหยบิ ไปตามความพอใจ” นกั เรียนคิดวา่ เป็ นคาพดู ของใครพดู กบั ใคร

ก. พรายไมพ้ ดู กบั พรายน้า ข. พรายน้าพดู กบั ชาลี

ค. เดก็ ผมแกละพดู กบั ชาลี ง. พรายน้าพดู กบั ขนั ทอง

๗. นกั เรียนคิดวา่ ทาไมขนั ทองจึงไม่เห็นพรายไม้

ก. พรายไมก้ ลบั ไปแลว้ ข. ขนั ทองเป็นคนไม่ดี

ค. พรายไมแ้ อบซ่อนอยใู่ นพมุ่ ไม้ ง. แสงอาทติ ยข์ ้ึนมากอ่ น

๘. นกั เรียนคิดวา่ ชาลีรูส้ ึกยนิ ดีกบั ใคร

ก. พรายไม้ ข. พรายน้า

ค. ขนั ทอง ง. เด็กชายผมแกละ

๙. นกั เรียนคิดวา่ ขอ้ ใดน่าจะเป็ นคาสอนหรือขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากเรื่องน้ี
ก. สอนใหร้ ู้จกั เอาตวั รอด
ข. สอนใหร้ ูจ้ กั ทาความดี
ค. สอนใหร้ ูจ้ กั การคบเพอื่ น
ง. สอนใหร้ ู้จกั อดทน

๑๐. นกั เรียนคดิ วา่ เหตุใดกระเชา้ จึงออกรากเป็นไมเ้ ถาไปได้
ก. เทวดาช่วยใหเ้ ป็นไป
ข. นางสีดานาไปปลกู
ค. เทวดานาเมล็ดไปใหน้ างสีดาปลูก
ง. ทศกณั ฑน์ าไปปลกู กลางป่ า

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน

๑ค
๒ง
๓ก
๔ข
๕ค

๖ง
๗ก
๘ค
๙ข
๑๐ ก

ใบงานท่ี ๑

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามตอ่ ไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง

๑. นกั เรียนคิดวา่ ใน วนั เสาร์ หลงั ทางานช่วยพอ่ แม่แลว้ ชาลีทาอะไร
…………………………………………………………………………………………………
๒. นกั เรียนคิดวา่ พรายไมก้ บั พรายน้าแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………
๓. นกั เรียนคดิ วา่ คาวา่ “ภูต” คืออะไร
…………………………………………………………………………………………………
๔. นกั เรียนคดิ วา่ พรายน้าและพรายไม้ มีลกั ษณะนิสยั อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………
๕. เพราะเหตใุ ดขนั ทองจงึ เช่ือวา่ ตนอาจเห็นพรายไมแ้ ละพรายน้าสกั วนั หน่ึง
…………………………………………………………………………………………………
๖. นกั เรียนคิดวา่ พวกพรายไมพ้ ากนั เล่นอะไร
…………………………………………………………………………………………………
๗. นกั เรียนคิดวา่ ใครทาใหก้ ระเชา้ ลอยข้ึนทีละใบ
…………………………………………………………………………………………………
๘. นกั เรียนคดิ วา่ ใครเป็นคนแจกกระเชา้ ใหพ้ รายไม้
…………………………………………………………………………………………………
๙. นกั เรียนคดิ วา่ พรายน้าปรากฏกายใหข้ นั ทองเห็นเมื่อใด
…………………………………………………………………………………………………
๑๐. นกั เรียนคดิ วา่ คาวา่ “กระเชา้ ” เดิมเป็นของใคร
…………………………………………………………………………………………………

ช่ือ………………………นามสกลุ ……………………….……เลขที่…………. ช้นั ………………

เกณฑ์การประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ สาหรับประเมนิ ผลงานของผู้เรียน ๐ (ปรับปรุง)
( Rubric Assessment)
ระดบั คะแนน

๒ (ดี) ๑ (ปานกลาง)

๑. สนใจร่วม กระตือรือรน้ สนใจร่วม กระตอื รือร้นสนใจร่วม ร่วมกิจกรรมเมื่อ
กิจกรรม กิจกรรม พรอ้ มท้งั ชกั ชวน กิจกรรม ไดร้ ับคาสง่ั หรือถูก
๒. มีความสนใจใน ใหผ้ อู้ ่ืนปฏบิ ตั ติ ามได้ บงั คบั
เร่ืองท่เี รียน มีความกระตอื รือร้นปฏบิ ตั ิ สนใจศึกษาคน้ ควา้ หา ปฏบิ ตั ติ นในเร่ืองท่ี
ในเร่ืองท่เี รียน สนใจ ขอ้ มูลดว้ ยตนเองและ เรียน ศกึ ษาคน้ ควา้
๓. กลา้ แสดงออก ศึกษาคน้ ควา้ หาขอ้ มลู นาไปปฏิบตั ิ เม่ือไดร้ ับคาสง่ั
นาไปปฏบิ ตั ิพรอ้ มท้งั
๔. ตอบคาถามและ ชกั ชวนให้ผอู้ ่ืนปฏบิ ตั ติ าม ร่วมกิจกรรมเมื่อ
แสดงเหตุผล มีความกระตอื รือร้น กลา้ มีความกระตอื รือร้น ไดร้ ับคาสงั่ หรือถูก
แสดงออกในการร่วม กลา้ แสดงออกในการ บงั คบั
๕. มีความสามคั คี กิจกรรม พรอ้ มท้งั ชกั ชวน ร่วมกิจกรรม
ใหผ้ อู้ ่ืนปฏบิ ตั ิตามได้ ตอบคาถามได้
ตอบคาถามและแสดงเหตุ ตอบคาถามและแสดง ตอ่ เนื่องครบถว้ น
ผลไดต้ ่อเน่ืองครบถว้ น เหตผุ ลไดต้ ่อเน่ือง สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ ที่
สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ ท่กี าหนด ครบถว้ น สมั พนั ธก์ บั กาหนดแตย่ งั ไม่
และตอบคาถามไดถ้ ูกตอ้ ง หวั ขอ้ ท่กี าหนด สามารถแสดง
เหตผุ ลประกอบได้
กระตอื รือร้นศกึ ษา คน้ ควา้ ศึกษา คน้ ควา้ ทางาน ศึกษา คน้ ควา้
ทางานดว้ ยความชื่นชอบ ตามที่ผอู้ ื่นบอกหรือทา ทางานเม่ือไดร้ ับ
สนุก สนาน และสามารถ ตามคาชกั ชวนของเพอื่ น คาสง่ั หรือถูกบงั คบั
ชกั ชวนให้ผอู้ ื่นปฏบิ ตั ติ าม

แบบบนั ทกึ หน่วยการเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้เรื่อง กระเชา้ ของนางสีดา เวลาเรียน ๗ ชวั่ โมง

รหสั -ช่ือรายวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย

ช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่

แผนการเรียนรูท้ ่ี ๒ เรื่อง การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง เวลาเรียน ๑ ชวั่ โมง

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๗ จงั หวดั กระบ่ี สงั กดั สานกั บริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ

มาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๑ : การอ่าน
ม.ฐ. ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคิด เพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาใน

การดาเนินชีวติ และมีนิสยั รักการอ่าน (ตวั ช้ีวดั ท่ี ๑.๔ , ๑.๕)
สาระสาคญั

การเล่าเร่ืองและการเขียนแผนภาพโครงเร่ือง ทาใหจ้ าเน้ือเร่ืองไดแ้ ม่นยายงั เป็ นการช่วย
ฝึกทกั ษะ และพฒั นาในดา้ นการเขียน การพดู ต่อไป
สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)
๑. การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง
๒. การวเิ คราะหโ์ ครงเร่ือง
๓. การเล่าเรืองตามแผนภาพโครงเร่ือง
๔. การเขียนเชิงสรา้ งสรรค์

ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๑. ทกั ษะการอ่าน
๒. ทกั ษะการพดู แสดงความคดิ เห็น
๓. ทกั ษะการฟังและการดู
๔. ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
๕. ทกั ษะการสรุปความ

คุณลกั ษณะ (A)
๑. มีวนิ ยั
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มุ่งมน่ั ในการทางาน

๔. รักความเป็นไทย

ชิ้นงาน/ภาระงาน (หลกั ฐานร่องรอยแสดงความเขา้ ใจ)

๑. เขียนแผนภาพโครงเรื่อง

๒. วเิ คราะหโ์ ครงเร่ือง\

๓. เล่าเร่ืองตามภาพ

๔. อภปิ รายความคดิ เห็นจากเร่ืองท่ีอ่าน

๕. ลาดบั เหตุการณ์ของเรื่องและสรุปใจความสาคญั

การประเมนิ ผล

ประเด็น ๔ ระดบั คุณภาพ ๑
การประเมนิ
๓๒ -เขียนผดิ มากกวา่
๔ แห่ง
การเขียนแผนภาพ -เขียนถกู ตอ้ งตาม -เขียนผดิ ไม่เกิน ๒ -เขียนผดิ ไม่เกิน ๓ -มีมารยาทในการ
แห่ง แห่ง เขียน
โครงเร่ือง ข้นั ตอนครบถว้ น -เขียนถกู ตอ้ งตาม -มีมารยาทในการ

-เขียนถูกตอ้ งตาม

วรรคตอน วรรคตอน เขียน

-ลายมือสะอาด -มมี ารยาทในการ

เรียบร้อย และ เขียน

สวยงาม

-มีมารยาทในการเขียน

กจิ กรรมารเรียนรู้

กิจกรรมนาสู่การเรียน
๑. นกั เรียนเล่นเกม “แข่งขนั กนั ต่อเร่ือง”
๒. นกั เรียนและครูสนทนาเน้ือหาบทเรียน เร่ือง กระเชา้ ของนางสีดา เพอื่ เป็นการ

ทบทวนเน้ือเร่ืองที่เรียนมาแลว้
กิจกรรมทีช่ ่วยพฒั นาผู้เรียน

๔. นกั เรียนแบง่ กลุ่มออกเป็น ๔ กลุ่ม โดยคละกนั ตามความสามารถ เก่ง ปานกลาง อ่อน
ช่วยกนั วเิ คราะห์โครงเรื่อง เรื่อง กระเชา้ ของนางสีดา เพอ่ื ลาดบั เหตุการณ์สาคญั ของเร่ือง
แลว้ ส่งตวั แทนออกมาเขียนบนกระดานดาตามลาดบั

๔. นกั เรียนอ่านบทเรียน เรื่อง กระเชา้ ของนางสีดา แลว้ ร่วมกนั สนทนา แสดงความ
คดิ เห็นเก่ียวกบั เรื่องต่อไปน้ี

- ตวั ละครสาคญั ของเร่ืองคอื ใคร มีจานวนเท่าไร

- เหตกุ ารณ์เกิดข้นึ ท่ีใด
- เหตกุ ารณ์เกิดเวลาใด
- ขอ้ สรุปของเรื่องหรือใจความสาคญั ของเรื่องคอื อะไร
- ขอ้ คดิ ของเร่ืองคืออะไร ฯลฯ
๕. นกั เรียนอ่านในใจ เรื่อง กระเชา้ ของนางสีดา เพอ่ื ทบทวนบทเรียนและเพม่ิ ความ
ชดั เจนในการจาใหน้ กั เรียนยงิ่ ข้นึ
๖. ตวั แทนนกั เรียนแตล่ ะกลุ่ม ออกมาเล่าเรื่องตามทีก่ ลุ่มช่วยกนั วเิ คราะห์โครงเร่ืองโดย
การเล่าอยา่ งยอ่ ๆ ทห่ี นา้ ช้นั เรียน
๗. นกั เรียนฟังคาอธิบาย วธิ ีการเขยี นขอ้ ความลงในแผนภาพโครงเรื่อง โดยแบ่งออกเป็น
ตอนๆ ตามเหตกุ ารณ์ของเรื่อง และเติมขอ้ ความลงในแผนภาพโครงเร่ือง
๘. นกั เรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนั เขียนขอ้ ความลงในแผนภาพโครงเรื่องลงในใบงานท่ี ๑
๙. แต่ละกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบแผนภาพ
โครงเรื่อง แกไ้ ข ปรบั ปรุง ใหส้ มบูรณ์ แลว้ ส่งครูตรวจ

กิจกรรมรวบยอด
๑๐. นกั เรียนและครูช่วยกนั ทบทวนและสรุปบทเรียนโดยเล่าเร่ืองตามแผนภาพโครงเร่ือง

ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
๑. เกมแขง่ ขนั กนั ตอ่ เรื่อง
๒. บตั รคา
๓. แบบเรียนภาษาไทย ชุดภาษาเพอ่ื ชีวติ ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕ เล่ม ๑
๔. ใบงานท่ี ๑
๕. หนงั สือเรียนภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๕ เล่ม ๒ วรรณคดีลานา

บันทกึ หลงั สอน / ข้อเสนอแนะ
ผลการจดั การเรียนการสอน
……………………………………………………………………………..……………….

…………………………………………………………………………………………….…………
……………………………………………………………………….………………………………

ปัญหา อุปสรรค
……………………………………………………………………………..……………….………
…………………………………………………………………………………….…………………
……………………………………………………………….………………………………

แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………..……………….………
…………………………………………………………………………………….…………………
……………………………………………………………….………………………………

(ลงชื่อ)…………………………………ผสู้ อน
( นางชารินี บางรัก )

...................../.................../.................

เกม แข่งขันกันต่อเร่ือง

อุปกรณ์
- ขอ้ ความท่คี รูเตรียมมาเป็นเหตุการณ์ในเร่ือง เดียวกนั มีเน้ือเร่ืองตอ่ เนื่องกนั แตไ่ ดจ้ ดั

คละกนั ไว้ จดั ทาไวเ้ ป็น ๒ ชุด
- นกหวดี
- นาฬกิ าจบั เวลา

วิธีการเล่นเกม มีดงั นี้
๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มละ ประมาณ ๑๐ – ๑๕ คน
๒. ครูอธิบายกติกาการเล่นโดย
- ใหแ้ ต่ละกลุ่มมารับขอ้ ความซ่ึงเป็นขอ้ ความชนิดเดียวกนั กลุ่มละ ๑ ชุด
- ครูจะใหเ้ วลาเล่นเกมประมาณ ๑๐ นาที โดยจะใหส้ ญั ญาณเร่ิมเล่นดว้ ยการ
เป่ านกหวดี และใหส้ ญั ญาณหยดุ เล่นดว้ ยการเป่ านกหวดี เช่นกนั
- เมื่อไดย้ นิ สญั ญาณใหน้ กั เรียนเริ่มเล่นเกมทนั ที โดยการจดั ลาดบั ขอ้ ความท่ีไดร้ บั
ใหเ้ น้ือความต่อเนื่องกนั จากขอ้ ความทนี่ กั เรียนคิดวา่ น่าจะอยอู่ นั ดบั แรก หรือ
เร่ิมตน้ ไปจนถึงขอ้ ความทค่ี ดิ วา่ น่าจะอยสู่ ุดทา้ ย
- ใหน้ กั เรียนช่วยกนั เขยี นเรื่องราวเพมิ่ เตมิ จากขอ้ ความแรกจนถึงขอ้ ความสุดทา้ ย
ให้เป็นเรื่องราวท่ีสมั พนั ธต์ อ่ เนื่องกนั
- เม่ือไดย้ นิ สญั ญาณหมดเวลา ใหต้ วั แทนของกลุ่มมาจบั สลากกนั ออกมารายงาน
โดยเล่าเร่ืองใหเ้ พอื่ น ๆ ฟัง
- ใหแ้ ต่ละกลุ่มติดขอ้ ความที่ไดร้ ับและส่วนท่ีไดต้ อ่ เตมิ แต่งต่อเรื่องราวเสร็จไว้
บนกระดานดาใหเ้ พอ่ื นดู
จากน้นั ครูนาขอ้ ความมาเฉลยใหน้ กั เรียนดู แลว้ พจิ ารณาวา่ กลุ่มใดลาดบั เรื่องไดถ้ ูก และ

ต่อเตมิ ไดด้ ีสมบูรณ์เหมาะสม เป็นฝ่ายชนะ
ข้อเสนอแนะ

1. เกมน้ีอาจนามาดดั แปลง ใชเ้ ป็นแบบฝึกหดั ในการเขยี นเรียบเรียงขอ้ ความหรือ
ประโยชน์หรือฝึ กการเขียนเรี ยบเรียงความได้

2. เม่ือเกมจบลงหรือหมดเวลา ครูกพ็ ดู โยงเขา้ สู่บทเรียนต่อไป

ใบงานท่ี ๑ (งานกล่มุ )

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนแผนภาพโครงเร่ือง เร่ือง กระเชา้ ของนางสีดา

ชื่อกล่มุ …………………………..…….

ตวั ละคร
สาคญั …………………………………………………………………………………………..……
………………………………………………………………………………………………………
ตวั ละครประกอบ……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
สถานท…ี่ ……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
เวลา…………………………………………………………………………………………………
ปัญหาของเรื่อง………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
เหตุการณ์ท่ี ๑
ตวั ละคร
สาคญั ………………………………………………………………………………………………
สถานท…ี่ …………………………………………………………………………………………
การกระทา…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ผลการกระทา………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

เหตุการณ์ที่ ๒
ตวั ละครสาคญั ………………………………………………………………………………………
สถานท…่ี ……………………………………………………………………………………………
การกระทา……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ผลการกระทา………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
เหตกุ ารณ์ที่ ๓
ตวั ละครสาคญั ………………………………………………………………………………………
สถานท…่ี ……………………………………………………………………………………………
การกระทา……………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ผลการกระทา………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ผลสุดทา้ ยของเรื่อง…………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ คดิ ทไี่ ดจ้ ากเร่ือง…………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

สมาชิกกลุ่ม

๑. ชื่อ………………………นามสกุล.............................ช้นั ................เลขท่ี……… ประธาน
๒. ชื่อ………………………นามสกุล.............................ช้นั ................เลขท่ี……… เลขานุการ
๓. ชื่อ………………………นามสกุล.............................ช้นั ................เลขที่……… สมาชิก
๔. ช่ือ………………………นามสกลุ .............................ช้นั ................เลขที่……… สมาชิก

เกณฑ์การประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ สาหรับประเมนิ ผลงานของผู้เรียน ๐ (ปรับปรุง)
( Rubric Assessment)
ระดับคะแนน

๒ (ดี) ๑ (ปานกลาง)

๑. สนใจร่วม กระตือรือร้นสนใจร่วม กระตอื รือร้นสนใจร่วม ร่วมกิจกรรมเมื่อ
กิจกรรม กิจกรรม พร้อมท้งั ชกั ชวน กิจกรรม ไดร้ ับคาสง่ั หรือถูก
๒. มีความสนใจใน ใหผ้ อู้ ่ืนปฏิบตั ิตามได้ บงั คบั
เร่ืองท่เี รียน มีความกระตอื รือรน้ ปฏิบตั ิ สนใจศกึ ษาคน้ ควา้ หา ปฏบิ ตั ติ นในเร่ืองท่ี
ในเร่ืองทเ่ี รียน สนใจ ขอ้ มูลดว้ ยตนเองและ เรียน ศกึ ษาคน้ ควา้
๓. กลา้ แสดงออก ศึกษาคน้ ควา้ หาขอ้ มลู นาไปปฏิบตั ิ เม่ือไดร้ ับคาสง่ั
นาไปปฏบิ ตั ิพร้อมท้งั
๔. ตอบคาถามและ ชกั ชวนใหผ้ อู้ ื่นปฏบิ ตั ิตาม ร่วมกิจกรรมเม่ือ
แสดงเหตุผล มีความกระตอื รือรน้ กลา้ มีความกระตอื รือร้น ไดร้ ับคาสงั่ หรือถูก
แสดงออกในการร่วม กลา้ แสดงออกในการ บงั คบั
๕. มีความสามคั คี กิจกรรม พร้อมท้งั ชกั ชวน ร่วมกิจกรรม
ใหผ้ อู้ ื่นปฏิบตั ติ ามได้ ตอบคาถามได้
ตอบคาถามและแสดงเหตุ ตอบคาถามและแสดง ตอ่ เนื่องครบถว้ น
ผลไดต้ อ่ เนื่องครบถว้ น เหตุผลไดต้ ่อเน่ือง สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ ที่
สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ ท่ีกาหนด ครบถว้ น สมั พนั ธก์ บั กาหนดแตย่ งั ไม่
และตอบคาถามไดถ้ ูกตอ้ ง หวั ขอ้ ท่กี าหนด สามารถแสดง
เหตผุ ลประกอบได้
กระตือรือร้นศกึ ษา คน้ ควา้ ศกึ ษา คน้ ควา้ ทางาน ศึกษา คน้ ควา้
ทางานดว้ ยความชื่นชอบ ตามท่ผี อู้ ่ืนบอกหรือทา ทางานเม่ือไดร้ ับ
สนุก สนาน และสามารถ ตามคาชกั ชวนของเพอื่ น คาสง่ั หรือถูกบงั คบั
ชกั ชวนใหผ้ อู้ ่ืนปฏบิ ตั ิตาม

แบบบนั ทกึ หน่วยการเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้เร่ือง กระเชา้ ของนางสีดา เวลาเรียน ๗ ชว่ั โมง

รหสั -ช่ือรายวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย

ช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ ๕

แผนการเรียนรู้ที่ ๓ เร่ือง เรียนรู้จกั นาคาพร้อมใช้ เวลาเรียน ๑ ชวั่ โมง

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๗ จงั หวดั กระบ่ี สงั กดั สานกั บริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ

มาตรฐานการเรียนรู้

สาระท่ี ๑ : การอ่าน

ม.ฐ. ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาใน

การดาเนินชีวติ และมีนิสยั รักการอ่าน (ตวั ช้ีวดั ท่ี ๑.๔ , ๑.๕)

สาระที่ ๒ : การเขยี น

ม.ฐ. ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี น เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวใน

รูปแบบต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ

(ตวั ช้ีวดั ที่ ๒.๑)

สาระท่ี ๔ : หลกั การใชภ้ าษาไทย

ม.ฐ. ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั

ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็ นสมบตั ิของชาติ (ตวั ช้ีวดั ท่ี ๔.๑ , ๔.๒)

สาระสาคญั

การเรียนรูค้ า คายาก ขอ้ ความและสานวนภาษาไทยในบทเรียนและนาไปใชใ้ หถ้ ูกตอ้ ง ถือ

เป็นการพฒั นาทกั ษะทางภาษาท่ีผเู้ รียนควรไดร้ บั การฝึกฝน เพอื่ พฒั นาทกั ษะใหถ้ ูกตอ้ ง จึงจะทาให้

การเรียนรูภ้ าษาเป็นไปดว้ ยดีและเกิดการพฒั นาตามมา

สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑. อ่าน และเขียนคา คายาก ขอ้ ความ และสานวนในบทเรียน

๒. การนาคา คายาก ขอ้ ความและสานวนภาษาในบทเรียนไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์

ทกั ษะ/กระบวนการ (P)

๑. ทกั ษะการอ่าน

๒. ทกั ษะการพดู แสดงความคดิ เห็น

๓. ทกั ษะการฟังและการดู

๔. ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์

๕. ทกั ษะการสรุปความ

คุณลกั ษณะ (A)

๑. มีวนิ ยั

๒. ใฝ่เรียนรู้

๓. มุ่งมนั่ ในการทางาน

๔. รักความเป็นไทย

ช้ินงาน/ภาระงาน (หลกั ฐานร่องรอยแสดงความเขา้ ใจ)

๑. การอ่านออกเสียงคายาก

๒. การเขยี นสะกดคายาก

๓. การสรุปขอ้ คดิ จากการอ่าน

๔. การทาใบงาน

การประเมินผล

เกณฑ์การประเมนิ การอ่านออกเสียงคายาก

ประเดน็ ๔ ระดบั คุณภาพ ๑
การประเมิน
๓๒ -อ่านผดิ มากกวา่
๗ คา
การอ่านออกเสียง -อ่านคายากถูกตอ้ ง -อ่านผดิ ไมเ่ กิน ๒ -อ่านผดิ ไม่เกิน ๓ -มมี ารยาทในการ
คายาก ทกุ คาครบถว้ น คา คา อ่าน
-มีมารยาทในการ
-มีมารยาทในการอ่าน -มีมารยาทในการ ๑

อ่าน อ่าน -เขียนผดิ มากกว่า
๗ คา
เกณฑ์การประเมนิ การเขยี นสะกดคายาก -มีมารยาทในการ
เขียน
ประเด็น ๔ ระดบั คุณภาพ
การประเมิน
๓๒

-เขียนคายากถกู ตอ้ ง -เขียนผดิ ไมเ่ กิน ๒ -เขียนผดิ ไม่เกิน ๓

การเขียนสะกดคา ทุกคาครบถว้ น คา คา

ยาก -ลายมอื สะอาด -มมี ารยาทในการ -มมี ารยาทในการ

เรียบร้อย และ เขียน เขียน

สวยงาม

-มีมารยาทในการเขียน

กจิ กรรมการเรียนรู้

กิจกรรมนาสู่การเรียน
๑. นกั เรียนเล่นเกม “ภาษากบั ทา่ ทาง”
๒. นกั เรียนร่วมกนั สนทนา ทบทวนบทเรียน โดยครูช่วยถามนา เพอ่ื กระตนุ้

ใหน้ กั เรียนตอบ

กิจกรรมที่ช่วยพฒั นาผู้เรียน
๓. นกั เรียนดูบตั รคา คาวา่ “โศกศลั ย์ โศกา” แลว้ ร่วมกนั สนทนา แสดงความคิดเห็น

และอภิปรายถึงคา ความหมายของคา
๔. แจกบตั รคาใหน้ กั เรียนฝึกอ่าน หาความหมายและแตง่ ประโยคปากเปล่าคน

ละ ๑ ประโยค
๕. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม โดยคละกนั ตามความสามารถ เก่ง ปานกลาง อ่อน แลว้ ใหน้ กั เรียน

ศึกษาใบความรู้ เร่ือง การอ่านคาในวรรณคดี แลว้ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอรายงานหนา้ ช้นั เรียน
๖. นกั เรียนทบทวนบทเรียนโดยอ่านในใจในบทเรียนอีกคร้งั หน่ึง
๗. นกั เรียนแต่ละกลุ่มทาใบงานท่ี ๑

กจิ กรรมรวบยอก
๘. นกั เรียนและ ครูช่วยกนั สรุปบทเรียน

ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
๑. เกมภาษากบั ทา่ ทาง
๒. แบบเรียนภาษาไทย ชุดภาษาเพอื่ ชีวติ
๓. ใบงานที่ ๑
๔. หนงั สือเรียนภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๕ เล่ม ๒ วรรณคดีลานา

บนั ทกึ หลังสอน / ข้อเสนอแนะ

ผลการจดั การเรียนการสอน
……………………………………………………………………………..……………….
…………………………………………………………………………………………….…………
……………………………………………………………………….………………………………
ปัญหา อุปสรรค
……………………………………………………………………………..……………….………
…………………………………………………………………………………….…………………
……………………………………………………………….………………………………
แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………..……………….………
…………………………………………………………………………………….…………………
……………………………………………………………….………………………………

(ลงช่ือ)…………………………………ผสู้ อน
( นางชารินี บางรกั )

...................../.................../...................

เกม “ภาษากบั ท่าทาง”

จดุ ประสงค์

ใหน้ กั เรียนสื่อความหมายไดต้ รงตามจดุ ประสงค์ หรือใชภ้ าษาใหถ้ ูกตอ้ งตามความหมาย
วิธีการเล่น มีดงั น้ี

ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ ๓ คน แลว้ เริ่มเล่นเกม ดงั น้ี
- คนที่ ๑ เป็นคนเขยี นคา (ตอ้ งไม่ใหค้ นที่ ๓ เห็นคา ) คนท่ี ๒ เป็ นคนอ่านคาน้นั ในใจ
แลว้ ทาทา่ น้นั ใหแ้ ก่คนท่ี ๓ (คนที่ ๒ ทาทา่ ทางเท่าน้นั หา้ มพดู ) คนท่ี ๓ ตอ้ งพดู ออก
เสียงดงั ทายวา่ คาน้นั คืออะไร ใหท้ ายไดค้ าละ ๓ คร้งั เทา่ น้นั
- การตดั สิน แพ้ ชนะ ดูวา่ กลุ่มไหนทายตาไดม้ ากกวา่ กลุ่มน้นั ชนะ

ข้อเสนอแนะ
- วธิ ีกาหนดคา ผดู้ าเนินกิจกรรมอาจช่วยกาหนดขอบเขตของคา เช่น ใหเ้ ป็นคานาม
เป็นคาสรรพนาม คากริยา คาวเิ ศษณ์ เป็นตน้
- เวลาอาจกาหนดใหก้ ลุ่มละ ๑ นาที ก็พอ

เมื่อเล่นเกมจบลง หรือหมดเวลาตามท่กี าหนด ครูกพ็ ดู โยงเขา้ สู่บทเรียนตอ่ ไป

บตั รคา

วรรณคดี ซาบซึง้ คอมพวิ เตอร์
พรายไม้ พรายนา้ ตาหนิ
อมนุษย์
ฉุน ภูต ปราศรัย
จว๋ิ สาแดง
ม้าก้านกล้วย ป่ าโปร่ง ปลอดโปร่ง
อารี ฉวย โลภ
สุจริต สุดสวาท กระเช้า

ใบงานที่ ๑

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนหาคาศพั ท์ คายาก ขอ้ ความและสานวนภาษาทค่ี วรศึกษา หาความหมาย

จากพจนานุกรม แลว้ กรอกลงในตารางที่กาหนดให้

คา คาอ่าน ชนิดของคา ความหมาย

ตัวอย่าง

โศกศลั ย์ โสก - สนั คากริยา เศร้าโศรก เสียใจ

๑. ซาบซ้ึง

๒. ตาหนิ

๓. อารี

๔. ปราศรัย

๕. โลภ

๖. อมนุษย์

๗. ฉุน

๘. สุดสวาท

๙. สาแดง

๑๐. ฉวย

สมาชิกกลุ่ม

๑. ชื่อ………………………นามสกลุ .............................ช้นั ................เลขท่ี……… ประธาน
๒. ช่ือ………………………นามสกลุ .............................ช้นั ................เลขที่……… เลขานุการ
๓. ช่ือ………………………นามสกลุ .............................ช้นั ................เลขที่……… สมาชิก
๔. ช่ือ………………………นามสกลุ .............................ช้นั ................เลขที่……… สมาชิก
๕. ช่ือ………………………นามสกลุ .............................ช้นั ................เลขที่……… สมาชิก

เกณฑ์การประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ สาหรับประเมนิ ผลงานของผู้เรียน ๐ (ปรับปรุง)
( Rubric Assessment)
ระดับคะแนน

๒ (ดี) ๑ (ปานกลาง)

๑. สนใจร่วม กระตือรือร้นสนใจร่วม กระตอื รือร้นสนใจร่วม ร่วมกิจกรรมเมื่อ
กิจกรรม กิจกรรม พร้อมท้งั ชกั ชวน กิจกรรม ไดร้ ับคาสง่ั หรือถูก
๒. มีความสนใจใน ใหผ้ อู้ ่ืนปฏิบตั ิตามได้ บงั คบั
เร่ืองท่เี รียน มีความกระตอื รือรน้ ปฏิบตั ิ สนใจศกึ ษาคน้ ควา้ หา ปฏบิ ตั ติ นในเร่ืองท่ี
ในเร่ืองทเ่ี รียน สนใจ ขอ้ มูลดว้ ยตนเองและ เรียน ศกึ ษาคน้ ควา้
๓. กลา้ แสดงออก ศึกษาคน้ ควา้ หาขอ้ มลู นาไปปฏิบตั ิ เม่ือไดร้ ับคาสง่ั
นาไปปฏบิ ตั ิพร้อมท้งั
๔. ตอบคาถามและ ชกั ชวนใหผ้ อู้ ื่นปฏบิ ตั ิตาม ร่วมกิจกรรมเมื่อ
แสดงเหตุผล มีความกระตอื รือรน้ กลา้ มีความกระตอื รือร้น ไดร้ ับคาสงั่ หรือถูก
แสดงออกในการร่วม กลา้ แสดงออกในการ บงั คบั
๕. มีความสามคั คี กิจกรรม พร้อมท้งั ชกั ชวน ร่วมกิจกรรม
ใหผ้ อู้ ื่นปฏิบตั ติ ามได้ ตอบคาถามได้
ตอบคาถามและแสดงเหตุ ตอบคาถามและแสดง ตอ่ เนื่องครบถว้ น
ผลไดต้ อ่ เนื่องครบถว้ น เหตุผลไดต้ ่อเน่ือง สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ ที่
สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ ท่ีกาหนด ครบถว้ น สมั พนั ธก์ บั กาหนดแตย่ งั ไม่
และตอบคาถามไดถ้ ูกตอ้ ง หวั ขอ้ ท่กี าหนด สามารถแสดง
เหตผุ ลประกอบได้
กระตือรือร้นศกึ ษา คน้ ควา้ ศกึ ษา คน้ ควา้ ทางาน ศึกษา คน้ ควา้
ทางานดว้ ยความชื่นชอบ ตามท่ผี อู้ ่ืนบอกหรือทา ทางานเม่ือไดร้ ับ
สนุก สนาน และสามารถ ตามคาชกั ชวนของเพอื่ น คาสง่ั หรือถูกบงั คบั
ชกั ชวนใหผ้ อู้ ่ืนปฏบิ ตั ิตาม

แบบบันทกึ หน่วยการเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้เร่ือง กระเชา้ ของนางสีดา เวลาเรียน ๗ ชว่ั โมง

รหสั -ชื่อรายวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย

ช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ ๕

แผนการเรียนรูท้ ี่ ๔ เร่ือง การอ่านออกเสียงบทเรียน เวลาเรียน ๑ ชว่ั โมง

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๗ จงั หวดั กระบ่ี สงั กดั สานกั บริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ

มาตรฐานการเรียนรู้

สาระที่ ๑ : การอ่าน

ม.ฐ. ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคิด เพอ่ื นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาใน

การดาเนินชีวติ และมีนิสยั รักการอ่าน (ตวั ช้ีวดั ท่ี ๑.๔ , ๑.๕)

สาระท่ี ๒ : การเขยี น

ม.ฐ. ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี น เขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเร่ืองราวใน

รูปแบบต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ

(ตวั ช้ีวดั ที่ ๒.๑)

สาระสาคญั

การอ่านออกเสียงเป็นการอ่านใหผ้ อู้ ่ืนฟัง ผอู้ ่านจะตอ้ งอ่านใหค้ ล่อง อ่านใหถ้ ูกตอ้ งชดั เจน

รูจ้ กั แบ่งวรรคแบ่งตอน และความหนกั เบาของเสียงให้เป็นไปตามเน้ือเรื่องที่อ่านจงึ จะส่ือ

ความหมายไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ และนาไปสู่การเขยี นสะกดคาไดถ้ กู ตอ้ ง

สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑. การอ่านออกเสียงคายากจากเร่ืองท่ีอ่าน

๒. การอ่านออกเสียงเรื่องในบทท่เี รียน

๓. การสรุปขอ้ คดิ จากเรื่องที่อ่าน

ทักษะ/กระบวนการ (P)

๑. ทกั ษะการอ่าน

๒. ทกั ษะการพดู แสดงความคิดเห็น

๓. ทกั ษะการฟังและการดู

๔. ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์

๕. ทกั ษะการสรุปความ

๖. ทกั ษะการเขียน

คณุ ลักษณะ (A)

๑. มีวนิ ยั

๒. ใฝ่เรียนรู้

๓. มุ่งมนั่ ในการทางาน

๔. รกั ความเป็นไทย

ชิ้นงาน/ภาระงาน (หลักฐานร่องรอยแสดงความเข้าใจ)

๑. การอ่านออกเสียงคายาก

๒. การสรุปขอ้ คดิ จากการอ่าน

๓. การทาใบงาน

การประเมินผล

เกณฑ์การประเมนิ การอ่านออกเสียงคายาก

ประเดน็ ระดบั คุณภาพ
การประเมิน
๔ ๓ ๒ ๑

การอ่านออกเสียง -อ่านคายากถกู ตอ้ ง -อ่านผดิ ไมเ่ กิน ๒ -อ่านผดิ ไมเ่ กิน ๓ -อ่านผดิ มากกว่า
คายาก ทกุ คาครบถว้ น คา คา ๗ คา
-มมี ารยาทในการ -มมี ารยาทในการ
-มีมารยาทในการอ่าน -มมี ารยาทในการ อ่าน

อ่าน อ่าน

เกณฑ์การประเมนิ การสรุปข้อคดิ เหน็ จากเร่ืองทอี่ ่าน

ประเด็น ๔ ระดบั คุณภาพ ๑
การประเมนิ
สรุปขอ้ คิดเห็นและ ๓๒ สรุปขอ้ คิดเห็นและ
การสรุป ขอ้ เทจ็ จริงได้ ขอ้ เทจ็ จริงไม่
ขอ้ คดิ เห็นจาก ถกู ตอ้ งชดั เจน สรุปขอ้ คิดเห็นและ สรุปขอ้ คิดเห็นและ ถกู ตอ้ งชดั เจน
เร่ืองทอี่ ่าน ขอ้ เทจ็ จริงส่วน ขอ้ เทจ็ จริงได้
ใหญ่ถูกตอ้ งชดั เจน บางส่วน

กิจกรรมการเรียนรู้

กิจกรรมนาสู่การเรียน
๑. นกั เรียนเล่นเกม ใบค้ า
๒. นกั เรียนศกึ ษาใบความรู้ เกี่ยวกบั การอ่านวรรณคดี

กิจกรรมที่ช่วยพัฒนาผู้เรียน
๓. นกั เรียนและครูร่วมกนั สนทนาถึงลกั ษณะการอ่านออกเสียงทด่ี ี
๔. นกั เรียนร่วมกนั หาคายากจากบทเรียน
๕. ครูแจกบตั รคายากทต่ี รงกบั คาทน่ี กั เรียนหาไดค้ นละ ๑ บตั ร แลว้ อ่านใหเ้ พอื่ นฟัง

จากน้นั ใหน้ กั เรียนคน้ ควา้ หาความหมายจากพจนานุกรมแลว้ ทาลงในใบงานท่คี รูแจกให้
๖. นกั เรียนและครูช่วยกนั ต้งั กฎเกณฑก์ ารอ่านออกเสียงท่ดี ี เช่น
- ความคล่องแคล่วในการอ่าน
- ความชดั เจนถูกตอ้ ง
- การแบ่งวรรคตอนถูกตอ้ ง
- อ่านเสียงดงั เหมาะสมเหมือนเสียงพดู
- อ่านถูกตอ้ งตามอกั ขวธิ ี ไม่อ่านตก เติมคา หรือตู่ตวั
๗. นกั เรียนอ่านออกเสียงจากประโยค หรือแผนภูมิประโยคทค่ี รูตดิ ไวบ้ นกระดานดา โดย

นกั เรียนสงั เกตคาทีข่ ีดเสน้ ใต้ วา่ เป็นคาอะไร สะกดดว้ ยมาตราแม่ใด มีหมายความวา่ อยา่ งไร
ดงั น้ี

- ผมแกละสองปอยบนหวั ของเขา
- เขาสนทนาปราศรัยเป็นท่สี นิทสนมกนั มาก
- ใครเป็นคนอารีตอ่ เพอื่ น
- เขายนื อยเู่ พยี งลาพงั
- ลูกเป็นที่รักสุดสวาทของแม่
๘. นกั เรียนฝึกอ่านออกเสียงในบทเรียน ดงั น้ี
- ครูอ่านใหน้ กั เรียนฟังเป็นตวั อยา่ งแลว้ ใหน้ กั เรียนอ่านตาม
- นกั เรียนฝึกอ่านคนละ ๑ ยอ่ หนา้
๙. นกั เรียนจบั คู่กบั เพอื่ นฝึกอ่านออกเสียง เร่ือง กระเชา้ ของนางสีดา นกั เรียนทเี่ ป็นผฟู้ ัง
ช่วยกนั ตชิ มการอ่าน
๑๐. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม โดยคละกนั ตามความสามารถ เก่ง ปานกลาง อ่อน จากน้นั
ร่วมกนั ฝึกอ่านออกเสียงจากบทเรียนต้งั แตต่ น้ จนจบ
๑๑. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนออกมาอ่านออกเสียงหนา้ ช้นั เรียน กลมุ่ ละ ๑ ยอ่ หนา้
แลว้ ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มผลดั กนั ประเมินการนาเสนองานของเพอ่ื นแตล่ ะกลุ่มจนครบ
๑๒. นกั เรียนเขยี นตามคาบอก เสร็จแลว้ ตรวจคาตอบจากบตั รเฉลยท่ีครูชูใหด้ ู

กจิ กรรมรวบยอด
๑๓. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ท่ไี ดใ้ นบทเรียน

สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
๑. เกม ใบค้ า
๒. แบบเรียนภาษาไทย ชุดภาษาเพอ่ื ชีวติ
๓. ใบงานท่ี ๑
๔. หนงั สือเรียนภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕ เล่ม ๒ วรรณคดีลานา

บนั ทึกหลังสอน / ข้อเสนอแนะ
ผลการจดั การเรียนการสอน
……………………………………………………………………………..……………….

…………………………………………………………………………………………….…………
……………………………………………………………………….………………………………

ปัญหา อุปสรรค
……………………………………………………………………………..……………….………
…………………………………………………………………………………….…………………
……………………………………………………………….………………………………

แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………..……………….………
…………………………………………………………………………………….…………………
……………………………………………………………….………………………………

(ลงชื่อ)…………………………………ผสู้ อน
( นางชารินี บางรัก )

...................../.................../.................

เกม ใบ้คา

วัตถุประสงค์
เพอ่ื การส่ือคาสู่บทเรียนให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน มีความพร้อมในการเรียน

ต่อไป
อุปกรณ์ มีดงั นี้

นาฬกิ าจบั เวลา บตั รคา นกหวดี กระดาน (กระเป๋ าผนงั ) สาหรบั เสียบบตั รคา
วิธีการเล่น

แบ่งนกั เรียนออกเป็น ๓ - ๔ กลุ่ม เร่ิมเล่นโดย ใหต้ วั แทนของกลุ่มออกมารายงานหนา้ ช้นั
๒ คน คนหน่ึงยนื ชิดกระดานหนั หลงั ใหก้ ระดาน คนหน่ึงยนื ห่างกระดาน ๒ เมตร หนั หนา้ เขา้
กระดานคนแรกซ่ึงมองไม่เห็นกระดานมีหนา้ ทีท่ ายคาบนกระดาน คนท่ีสองซ่ึงมองเห็นคาบน
กระดานเป็นผทู้ าหนา้ ทใ่ี บค้ า ดว้ ยการพดู ส่ือความหมายต่างๆ ใหค้ นแรกทาย หากทายไดก้ ็จะได้
คะแนน ๑ คะแนนแต่ละคร้ังจะใชค้ าเพียง ๕ คา แลว้ เป่ านกหวดี “ป๊ิ ด” บอกเร่ิมผใู้ บจ้ ะทาหนา้ ที่
อยา่ งรวดเร็ว ดว้ ยการพดู เร่ืองภาษาเพอื่ ใหผ้ ทู้ ายชื่อหรือบอกช่ือคาน้นั มาถูกตอ้ ง
ข้อเสนอแนะ

เกมน้ีเทา่ ที่ขา้ พเจา้ ไดใ้ ชป้ ฏิบตั มิ า นอกจากจะใหค้ วามสนุกสนานตื่นเตน้ เรา้ ใจตลอดเวลา
ในการเล่นแลว้ นกั เรียนยงั ไดพ้ ฒั นาภาษาพดู ไหวพริบกลา้ แสดงออกทางภาษาเป็นอยา่ งดีทส่ี าคญั
คือเกมน้ีสามารถนาไปใชเ้ ป็นกิจกรรมนาเขา้ สู่บทเรียนไดท้ กุ คร้ังก่อน ทาการสอน เพราะหลงั จาก
เล่นเกมใบความรูเ้ สริมบทเรียน

ใบงานที่ ๑

คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนความหมายของคาทกี่ าหนดใหถ้ ูกตอ้ งจากพจนานุกรม

๑. ภูต
หมายถึง……………………………………………………………………………………..

๒. วฒั นธรรม
หมายถึง……………………………………………………………………………………..

๓. อนุญาต
หมายถึง……………………………………………………………………………………..

๔. โลภ
หมายถึง……………………………………………………………………………………..

๕. ร่ืนเริง
หมายถึง…………………………………………………………………………………….

๖. กระเชา้
หมายถึง……………………………………………………………………………………..

๗. ลาพงั
หมายถึง……………………………………………………………………………………..

๘. เหตกุ ารณ์
หมายถึง……………………………………………………………………………………..

๙. พรายน้า
หมายถึง……………………………………………………………………………………..

๑๐. วเิ ศษ
หมายถึง……………………………………………………………………………………..

ชื่อ……………………………นามสกลุ ……………………….เลขที่…………. ช้นั ……………

เกณฑ์การประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ สาหรับประเมนิ ผลงานของผู้เรียน ๐ (ปรับปรุง)
( Rubric Assessment)
ระดับคะแนน

๒ (ดี) ๑ (ปานกลาง)

๑. สนใจร่วม กระตือรือร้นสนใจร่วม กระตอื รือร้นสนใจร่วม ร่วมกิจกรรมเมื่อ
กิจกรรม กิจกรรม พร้อมท้งั ชกั ชวน กิจกรรม ไดร้ ับคาสง่ั หรือถูก
๒. มีความสนใจใน ใหผ้ อู้ ่ืนปฏิบตั ิตามได้ บงั คบั
เร่ืองท่เี รียน มีความกระตอื รือรน้ ปฏิบตั ิ สนใจศกึ ษาคน้ ควา้ หา ปฏบิ ตั ติ นในเร่ืองท่ี
ในเร่ืองทเ่ี รียน สนใจ ขอ้ มูลดว้ ยตนเองและ เรียน ศกึ ษาคน้ ควา้
๓. กลา้ แสดงออก ศึกษาคน้ ควา้ หาขอ้ มลู นาไปปฏิบตั ิ เม่ือไดร้ ับคาสง่ั
นาไปปฏบิ ตั ิพร้อมท้งั
๔. ตอบคาถามและ ชกั ชวนใหผ้ อู้ ื่นปฏบิ ตั ิตาม ร่วมกิจกรรมเมื่อ
แสดงเหตุผล มีความกระตอื รือรน้ กลา้ มีความกระตอื รือร้น ไดร้ ับคาสงั่ หรือถูก
แสดงออกในการร่วม กลา้ แสดงออกในการ บงั คบั
๕. มีความสามคั คี กิจกรรม พร้อมท้งั ชกั ชวน ร่วมกิจกรรม
ใหผ้ อู้ ื่นปฏิบตั ติ ามได้ ตอบคาถามได้
ตอบคาถามและแสดงเหตุ ตอบคาถามและแสดง ตอ่ เนื่องครบถว้ น
ผลไดต้ อ่ เนื่องครบถว้ น เหตุผลไดต้ ่อเน่ือง สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ ที่
สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ ท่ีกาหนด ครบถว้ น สมั พนั ธก์ บั กาหนดแตย่ งั ไม่
และตอบคาถามไดถ้ ูกตอ้ ง หวั ขอ้ ท่กี าหนด สามารถแสดง
เหตผุ ลประกอบได้
กระตือรือร้นศกึ ษา คน้ ควา้ ศกึ ษา คน้ ควา้ ทางาน ศึกษา คน้ ควา้
ทางานดว้ ยความชื่นชอบ ตามท่ผี อู้ ่ืนบอกหรือทา ทางานเม่ือไดร้ ับ
สนุก สนาน และสามารถ ตามคาชกั ชวนของเพอื่ น คาสง่ั หรือถูกบงั คบั
ชกั ชวนใหผ้ อู้ ่ืนปฏบิ ตั ิตาม

แบบบนั ทกึ หน่วยการเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้เรื่อง กระเชา้ ของนางสีดา เวลาเรียน ๗ ชว่ั โมง

รหสั -ช่ือรายวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย

ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕

แผนการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง ศึกษาเรียนรูเ้ ร่ืองนิทาน เวลาเรียน ๑ ชวั่ โมง

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๗ จงั หวดั กระบ่ี สงั กดั สานกั บริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ

มาตรฐานการเรียนรู้

สาระที่ ๑ : การอ่าน

ม.ฐ. ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ เพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาใน

การดาเนินชีวติ และมีนิสยั รกั การอ่าน (ตวั ช้ีวดั ท่ี ๑.๔ , ๑.๕)

สาระท่ี ๒ : การเขียน

ม.ฐ. ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียน เขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเรื่องราวใน

รูปแบบต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ

(ตวั ช้ีวดั ที่ ๒.๑)

สาระที่ ๔ : หลกั การใชภ้ าษาไทย

ม.ฐ. ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั

ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็ นสมบตั ขิ องชาติ (ตวั ช้ีวดั ที่ ๔.๑ , ๔.๒)

สาระสาคญั

การคน้ ควา้ เรื่องราวเกี่ยวกบั นิทาน เรื่องเล่าของทอ้ งถ่ิน ทาใหผ้ เู้ รียนไดค้ วามรู้ ขอ้ คิด
เรียนรู้แนวการดาเนินชีวติ ของคนแต่ละยคุ สมยั ไดด้ ี และไดแ้ นวการเขยี นเรื่องเล่าหรือนอทานได้

ดว้ ย การฝึกใหผ้ เู้ รียนคน้ ควา้ รวบรวมนาทานจงึ เป็นกิจกรรมทีค่ วรฝึกฝนอยา่ งตอ่ เน่ือง

สาระการเรียรู้

ความรู้ (K)

๑. การอ่านนิทาน

๒. การรวบรวมนิทาน

ทกั ษะ/กระบวนการ (P)

๑. ทกั ษะการอ่าน

๒. ทกั ษะการพดู แสดงความคดิ เห็น

๓. ทกั ษะการฟังและการดู

๔. ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์

๕. ทกั ษะการสรุปความ

คุณลกั ษณะ (A)

๑. มีวนิ ยั

๒. ใฝ่เรียนรู้

๓. มุ่งมน่ั ในการทางาน

๔. รกั ความเป็นไทย

ชิ้นงาน/ภาระงาน (หลกั ฐานร่องรอยแสดงความเขา้ ใจ)

๑. อ่านนิทานต่างๆ ท่มี ีในหอ้ งสมุด และแหล่งการเรียนรู้อื่นได้

๒. รวบรวมนิทานไทย นิทานพน้ื บา้ น นิทานนานาชาติ ได้

การประเมนิ ผล

๑. เกณฑ์การประเมนิ การอ่านนิทาน

ประเดน็ ระดบั คุณภาพ
การประเมนิ
๔๓๒๑
การอ่านนิทาน
-อ่าน วเิ คราะห์ สรุป -อ่าน วิเคราะห์ สรุป -อ่าน วเิ คราะห์ สรุป -อ่าน วเิ คราะห์ สรุป
ใจความจกนิทานทอี่ ่านใจความจกนิทานท่อี ่านใจความจกนิทานที่อ่านใจความจกนิทานท่อี ่าน

ไดถ้ กู ตอ้ งครบทกุ ไดถ้ ูกตอ้ งครบทกุ ไดถ้ ูกตอ้ งครบทุก ไดถ้ กู ตอ้ งครบทุก

เรื่องราว จานวน ๕ เร่ืองราว จานวน ๔ เร่ืองราว จานวน ๓ เรื่องราว จานวน ๒

เรื่อง เรื่อง เรื่อง เรื่อง

กิจกรรมารเรียนรู้

กจิ กรรมนาสู่การเรียน
๑. นกั เรียนเล่นเกมต่อใหถ้ ูกนะจะ๊
๒. นกั เรียนและครูร่วมกนั สนทนา เร่ืองนิทาน โดยสอบถามนกั เรียนวา่ ใครเคยฟังนิทาน

บา้ ง และฟังจากท่ีไหน

กิจกรรมท่ชี ่วยพัฒนาผู้เรียน
๓. ใหน้ กั เรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง การพจิ ารณานิทาน แลว้ สนทนาจนไดข้ อ้ สรุปวา่

นิทานเป็ นเรื่องที่เล่าสืบตอ่ กนั มา
๔. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม โดยคละกนั ตามความสามารถ เก่ง ปานกลาง อ่อน จากน้นั ร่วมกนั

ศึกษาใบความรู้ เรื่อง คาราชาศพั ท์

๕. ส่งตวั แทนกลุ่มออกมาเสนอรายงานหนา้ ช้นั เรียน
๖. นกั เรียนศกึ ษาใบความรู้ เร่ือง การรวบรวมนิทาน แลว้ สนทนาเพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ สรุปวา่
การรวบรวมนิทาน สามารถทาไดโ้ ดย

- การถามพอ่ แม่ ผปู้ กครอง
- สอบถามจากผใู้ หญใ่ นชุมชน และบคุ คลอื่นๆ
- จดบนั ทึกสาระเร่ืองทไี่ ดฟ้ ัง ระบุช่ือ สกลุ อายแุ ละภูมิลาเนาของผเู้ ล่า
- เรียบเรียงนิทานตามทไ่ี ดบ้ นั ทกึ โดยลาดบั เหตกุ ารณ์ ใชภ้ าษาใหส้ มจริงตามเน้ือ
เรื่องและบทบาทของตวั ละคร
- สรุปขอ้ คิดและผลการกระทาของตวั ละครในนิทาน
๗. แตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน เพอื่ ใหก้ ลุ่มอื่นวจิ ารณ์ แสดงความคิดเห็นอยา่ ง
หลากหลาย
๘. นกั เรียนทาใบงานที่ ๑

กิจกรรมรวบยอด
๙. ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุป

ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบเรียนภาษาไทย ชุดภาษาเพอ่ื ชีวติ
๒. ใบความรู้ เร่ือง นิทาน
๓. ใบงานท่ี ๑
๔. เกมต่อใหถ้ ูกนะจะ๊
๕. หนงั สือเรียนภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๕ เล่ม ๒ วรรณคดีลานา

บนั ทึกหลังสอน / ข้อเสนอแนะ
ผลการจดั การเรียนการสอน
……………………………………………………………………………..……………….

…………………………………………………………………………………………….…………
……………………………………………………………………….………………………………

ปัญหา อุปสรรค
……………………………………………………………………………..……………….………
…………………………………………………………………………………….…………………
……………………………………………………………….………………………………

แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………..……………….………
…………………………………………………………………………………….…………………
……………………………………………………………….………………………………

(ลงช่ือ)…………………………………ผสู้ อน
( นางชารินี บางรกั )

...................../.................../.................

เกม บอกใบ้ให้ทาย

จดุ ประสงค์
เพอื่ เป็นการฝึกการตอ่ คาคลอ้ งจอง และเพอ่ื สรา้ งความสนุกสนานใหน้ กั เรียนก่อนเขา้
สู่บทเรียน

อุปกรณ์
- บตั รคา ไก่ขนั ฟ้ ารอ้ ง
- สลาก

วิธีเล่น
๑. นกั เรียนและครูสนทนาเก่ียวกบั คาคลอ้ งจอง การต่อคาคลอ้ งจอง และใหน้ กั เรียนลอง

ต่อคาคลอ้ งจองสองพยางคจ์ ากบตั รคา
๒. แบ่งนักเรียนออกเป็ นกลุ่มตามความเหมาะสม ให้แต่ละกลุ่มส่งตวั แทนจบั สลากว่า

กลุ่มใดจะไดอ้ อกเล่นเร่ิมตน้ เขยี นคาคลอ้ งจอง และกลุ่มใดเขียนคาคลอ้ งจองเป็ นกลุ่มต่อไป โดย
ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มเขา้ แถวเรียงหน่ึง

๓. เมื่อครูให้สัญญาณเร่ิมเล่น คนที่อยหู่ วั แถวกลุ่มแรกจะได้ออกมาเขียนคาสองพยางค์
บนกระดานดา แลว้ วง่ิ กลบั ออกไปต่อทา้ ยแถวของกลุ่มตน กลุ่มท่ีไดเ้ ล่นกลุ่มสองคนที่อยู่ หัว
แถว ให้วิ่งออกมาเขียนคาคลอ้ งจองสองพยางคก์ บั กลุ่มแรก แลว้ วง่ิ ไปต่อทา้ ยแถวกลุ่มตน กลุ่ม
ตอ่ ไปก็วงิ่ ออกมาเขยี นคาคลอ้ งจองแลว้ กลบั ไปตอ่ ทา้ ยแถวกลุ่มตน เช่นเดียวกบั กลุ่มอ่ืน ๆ

๔. ครูจดั กิจกรรมเช่นน้ีไปเร่ือย ๆ จนนกั เรียนไดอ้ อกมาเขียนครบทุกคน หรือตามเวลา
ทีก่ าหนด

๕. นกั เรียนและครูช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง และสรุปลกั ษณะคาคลอ้ งจอง

ใบความรู้
เรื่อง การพจิ ารณานิทาน

การพจิ ารณานิทานไทย นิทานนานาชาติ
นิทานเป็นเรื่องเล่าสืบต่อกนั มาและมีอยใู่ นทุกชาติทุกภาษา ถา้ เป็ นเร่ืองเล่าของคน

ไทยเรียกวา่ “นิทานไทย” ถา้ เป็ นเรื่องของคนต่างชาติตา่ งภาษา ไม่ใช่เร่ืองของไทยโดยตรง
เรียกวา่ “นิทานนานาชาติ” ตวั อยา่ ง “นิทานไทย” และ “นิทานนานาชาต”ิ

- สโนวไ์ วทก์ บั คนแคระท้งั เจด็ - ตากบั ยาย - ปลาบู่ทอง

- เงอื กนอ้ ย - อ่ึงอ่างกบั ววั - ทุ่งกลุ าร้องไห้

- กบเลือกนาย - หมาป่ ากบั ลูกแกะ - กระต่ายสามขา

- เสือทาไม่มีลาย - สุริยนั – จนั ทรา - เจา้ หญิงนิทรา

- อาละดินกบั ตะเกียงวเิ ศษ - เจา้ หญงิ ผมหอม - อาหรบั ราตรี

- โฉมงามกบั เจา้ ชายอสูร - ปี เตอร์แพน

ใบความรู้
เร่ือง

การรวบรวมนิทาน

นกั เรียนเคยฟัง เคยอ่านนิทานท่ีมีผเู้ ล่าใหฟ้ ังหรือเขยี นใหอ้ ่านแตย่ งั มีนิทานในทอ้ งถ่ินอีกมากท่ี
ยงั ไม่มีผใู้ ดบนั ทึกไวท้ ้งั นิทานสตั ว์ ตานานเกี่ยวกบั สถานท่ีหรือบุคคล นกั เรียนลองฝึกเป็นนกั รวบรวม
นิทานเหล่าน้นั ดีไหม อาจทาไดต้ ามลาดบั ดงั น้ี

๑. เริ่มจากการถาม พอ่ แม่ ผปู้ กครอง
๒. สอบถามจากผใู้ หญใ่ นชุมชน และบุคคลอื่นๆ
๓. จดบนั ทกึ สาระเรื่องที่ไดฟ้ ัง ระบชุ ื่อ สกลุ อายแุ ละภูมิลาเนาของผเู้ ล่า
๔. เรียบเรียงนิทานตามทไี่ ดจ้ ดบนั ทึกโดยลาดบั เหตุการณ์ ใชภ้ าษาใหส้ มจริงตามเน้ือเรื่องและ
บทบาทของตวั ละคร
๕. สรุปขอ้ คิดและผลการกระทาของตวั ละครในนิทาน

แบบบันทึกการเล่านิทาน
นิทานเร่ือง …………..

ผเู้ ล่า ช่ือ ใบงานที่ ๑ (งานกลุ่ม)นามสกลุ

วนั ท่ีเกบ็ ขอ้ มูล อายุ ที่อยู่
ผเู้ กบ็ ขอ้ มูล
วนั ที่ เดือน พ.ศ.

ชื่อ นามสกุล

ใบงานที่ ๑

คาช้ีแจง นักเรียนเขียนนิทานจากภาพตามจินตนาการ พร้อมต้งั ช่ือเร่ือง

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ชื่อ…………………..…………นามสกุล..........................................ช้นั ................เลขที่……….

เกณฑ์การประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ สาหรับประเมนิ ผลงานของผู้เรียน ๐ (ปรับปรุง)
( Rubric Assessment)
ระดับคะแนน

๒ (ดี) ๑ (ปานกลาง)

๑. สนใจร่วม กระตือรือร้นสนใจร่วม กระตอื รือร้นสนใจร่วม ร่วมกิจกรรมเมื่อ
กิจกรรม กิจกรรม พร้อมท้งั ชกั ชวน กิจกรรม ไดร้ ับคาสง่ั หรือถูก
๒. มีความสนใจใน ใหผ้ อู้ ่ืนปฏิบตั ิตามได้ บงั คบั
เร่ืองท่เี รียน มีความกระตอื รือรน้ ปฏิบตั ิ สนใจศกึ ษาคน้ ควา้ หา ปฏิบตั ติ นในเร่ืองท่ี
ในเร่ืองทเ่ี รียน สนใจ ขอ้ มูลดว้ ยตนเองและ เรียน ศกึ ษาคน้ ควา้
๓. กลา้ แสดงออก ศึกษาคน้ ควา้ หาขอ้ มลู นาไปปฏิบตั ิ เม่ือไดร้ ับคาสง่ั
นาไปปฏบิ ตั ิพร้อมท้งั
๔. ตอบคาถามและ ชกั ชวนใหผ้ อู้ ื่นปฏบิ ตั ิตาม ร่วมกิจกรรมเมื่อ
แสดงเหตุผล มีความกระตอื รือรน้ กลา้ มีความกระตอื รือร้น ไดร้ บั คาสงั่ หรือถูก
แสดงออกในการร่วม กลา้ แสดงออกในการ บงั คบั
๕. มีความสามคั คี กิจกรรม พร้อมท้งั ชกั ชวน ร่วมกิจกรรม
ใหผ้ อู้ ื่นปฏิบตั ติ ามได้ ตอบคาถามได้
ตอบคาถามและแสดงเหตุ ตอบคาถามและแสดง ตอ่ เนื่องครบถว้ น
ผลไดต้ อ่ เนื่องครบถว้ น เหตุผลไดต้ ่อเน่ือง สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ ที่
สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ ท่ีกาหนด ครบถว้ น สมั พนั ธก์ บั กาหนดแตย่ งั ไม่
และตอบคาถามไดถ้ ูกตอ้ ง หวั ขอ้ ท่กี าหนด สามารถแสดง
เหตผุ ลประกอบได้
กระตือรือร้นศกึ ษา คน้ ควา้ ศกึ ษา คน้ ควา้ ทางาน ศึกษา คน้ ควา้
ทางานดว้ ยความชื่นชอบ ตามท่ผี อู้ ่ืนบอกหรือทา ทางานเม่ือไดร้ ับ
สนุก สนาน และสามารถ ตามคาชกั ชวนของเพอื่ น คาสง่ั หรือถูกบงั คบั
ชกั ชวนใหผ้ อู้ ่ืนปฏบิ ตั ิตาม

แบบบันทกึ หน่วยการเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้เร่ือง กระเชา้ ของนางสีดา เวลาเรียน ๗ ชว่ั โมง

รหสั -ช่ือรายวชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย

ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๕

แผนการเรียนรู้ท่ี ๖ เร่ือง การยอ่ นิทาน เวลาเรียน ๑ ชวั่ โมง

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๗ จงั หวดั กระบี่ สงั กดั สานกั บริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ

มาตรฐานการเรียนรู้

สาระที่ ๑ : การอ่าน

ม.ฐ. ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคิด เพอื่ นาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาใน

การดาเนินชีวติ และมีนิสยั รกั การอ่าน (ตวั ช้ีวดั ที่ ๑.๔ , ๑.๕)

สาระที่ ๒ : การเขียน

ม.ฐ. ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเรื่องราวใน

รูปแบบตา่ งๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ

(ตวั ช้ีวดั ที่ ๒.๑)

สาระสาคญั

การเขยี นยอ่ ความ ผเู้ ขยี นตอ้ งอ่านเร่ืองใหล้ ะเอียดโดยตลอด และทาความเขา้ ใจเร่ืองน้นั ๆ

ใหช้ ดั เจน และจะตอ้ งเขา้ ใจรูปแบบวิธีการเขยี น และฝึกเขยี นโดยใชถ้ อ้ ยคา สานวนทถี่ ูกตอ้ ง

เหมาะสม

สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)

๑. วเิ คราะหร์ ูปแบบการเขยี นยอ่ เรื่องได้

๒. ใชถ้ อ้ ยคา สานวนภาษา ในการยอ่ เรื่องได้

๓. เขียนยอ่ เร่ืองจากเร่ืองทอี่ ่านได้

ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๑. ทกั ษะการอ่าน
๒. ทกั ษะการพดู แสดงความคิดเห็น
๓. ทกั ษะการฟังและการดู
๔. ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์
๕. ทกั ษะการสรุปความ

คุณลกั ษณะ (A)

๑. มีวนิ ยั

๒. ใฝ่เรียนรู้

๓. มุ่งมน่ั ในการทางาน

๔. รักความเป็นไทย

ช้ินงาน/ภาระงาน (หลกั ฐานร่องรอยแสดงความเขา้ ใจ)

๑. อ่านนิทานตา่ งๆ ท่ีมีในหอ้ งสมุด และแหล่งการเรียนรู้อื่นได้

๒. รวบรวมนิทานไทย นิทานพ้นื บา้ น นิทานนานาชาติ ได้

การประเมนิ ผล

๒. เกณฑ์การประเมนิ การอ่านนิทาน

ประเดน็ ๔ ระดบั คุณภาพ ๑
การประเมนิ
๓๒

การอ่านนิทาน - ยอ่ อ่าน วเิ คราะห์ - ยอ่ อ่าน วเิ คราะห์ - ยอ่ อ่าน วิเคราะห์ สรุป- ยอ่ อ่าน วเิ คราะห์ สรุป

สรุปใจความาจากนิทานสรุปใจความจากนิทานใจความจากนิทานท่ี ใจความจากนิทานท่ี

ท่ีอ่านไดถ้ ูกตอ้ งครบทกุ ที่อ่านไดถ้ ูกตอ้ งครบทกุ อ่านไดถ้ กู ตอ้ งครบทกุ อ่านไดถ้ ูกตอ้ งครบทุก

เร่ืองราว จานวน ๕ เรื่องราว จานวน ๔ เรื่องราว จานวน ๓ เร่ืองราว จานวน ๒

เรื่อง เร่ือง เรื่อง เรื่อง

กิจกรรมารเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน

๑. นกั เรียนเล่นเกม “ ยน่ ๆ ยอ่ ๆ พอเขา้ ใจ ”
กจิ กรรมท่ชี ่วยพฒั นาผู้เรียน

๒. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม โดยคละกนั ตามความสามารถ เก่ง ปานกลาง อ่อน จากน้นั ร่วมกนั
ศึกษาใบความรู้ เรื่อง การยอ่ นิทาน แลว้ ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่ม ช่วยกนั สรุปเป็ นแผนภูมิ ไวอ้ ่าน
และศึกษาตอ่ ไป เช่น

แผนภูมหิ ลกั การย่อนิทาน

- อ่านนิทานเร่ืองน้นั ๆ ใหเ้ ขา้ ใจมากข้ึน
- เรียงลาดบั ความใหม่เพอื่ ใหเ้ ขา้ ใจงา่ ย

- เรียงลาดบั คาส้นั ๆ รัดกมุ ตรงไปตรงมา แลว้ ใชค้ าเช่ือมขอ้ ความใหส้ ระสลวย
- คาศพั ทย์ ากใหเ้ ปลี่ยนมาใชค้ าสามญั ท่ีคนทวั่ ไปใชแ้ ทน
- ใหใ้ ชแ้ บบการยอ่ ดงั น้ี ยอ่ เรื่องอะไร จากหนงั สืออะไร ใครเป็นผแู้ ตง่

มีความหมายอยา่ งไร
๓. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มอา่ นนิทาน เรื่อง กระเชา้ ของนางสีดาเพอื่ หาใจความสาคญั ของเรื่อง
แลว้ ยอ่ นิทานตามรูปแบบ การยอ่ ความ ดงั น้ี

รูปแบบการย่อความ

ยอ่ เร่ือง……………………………ผแู้ ตง่ ………………………………………
จากหนงั สือ………………………………………………ความวา่ ………………………………

( เน้ือเร่ืองทยี่ อ่ )
………………………………………………………………………………………….……………
………………………………………………………………………………………….……………
………………………………………………………………………………………….……………
………………………………………………………………………………………….……………
………………………………………………………………………………………….……………
………………………………………………………………………………………….……………

๔. แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงาน การยอ่ นิทาน หนา้ ช้นั เรียน จนครบทกุ กลุ่ม

๕. นกั เรียนและครูช่วยกนั วจิ ารณ์ แกไ้ ข ปรับปรุงให้สมบรู ณ์ แตล่ ะคนบนั ทกึ ลงในสมุด
แบบฝึกหดั แลว้ นาส่งครู

๖. นกั เรียนทาใบงานที่ ๑
กจิ กรรมรวบยอด

๑๓. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรูท้ ่ไี ดใ้ นบทเรียน

ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
๑. เกม “ ยน่ ๆ ยอ่ ๆ พอเขา้ ใจ ”
๒. ใบความรูก้ ารยอ่ นิทาน
๓. แบบเรียนภาษาไทย ชุดภาษาเพอื่ ชีวติ
๔. ใบงานท่ี ๑
๕. หนงั สือเรียนภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๕ เล่ม ๒ วรรณคดีลานา

บนั ทึกหลังสอน / ข้อเสนอแนะ
ผลการจดั การเรียนการสอน
……………………………………………………………………………..……………….

…………………………………………………………………………………………….…………
……………………………………………………………………….………………………………

ปัญหา อุปสรรค
……………………………………………………………………………..……………….………
…………………………………………………………………………………….…………………
……………………………………………………………….………………………………

แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………..……………….………
…………………………………………………………………………………….…………………
……………………………………………………………….………………………………

(ลงชื่อ)…………………………………ผสู้ อน
( นางชารินี บางรกั )

...................../.................../.................

เกม ย่น ๆ ย่อ ๆ พอเข้าใจ

จดุ ประสงค์
เพอื่ ใหน้ กั เรียนฝึกการยอ่ ความจากเร่ืองทอ่ี ่าน

อุปกรณ์
- ขอ้ ความหรือเรื่องส้นั - กระดาษเปล่า

วิธีเล่น
๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกล่มุ อยา่ งนอ้ ย ๔ กลุ่ม
๒. นาเร่ืองน้นั หรือขอ้ ความในบทเรียนแจกนกั เรียนแต่ละกลุ่ม กลุ่มละ ๑ เร่ือง
๓. ใหแ้ ต่ละกลุ่มยอ่ ความเร่ืองท่ีแจกใหใ้ นเวลาจากดั ประมาณ ๕ - ๘ นาที
๔. นาเร่ืองส้นั ที่แต่ละกลุ่มยอ่ ไปแลว้ ใหก้ ลุ่มถดั ไปยอ่ เร่ืองน้นั อีกเป็ นคร้งั ท่ี ๒
๕. นาเร่ืองยอ่ คร้งั ท่ี ๒ ใหก้ ลุ่มต่อไปยอ่ ทาเช่นน้ีไปเรื่อย ๆ จนครบทุกกลุ่มซ่ึงจะไดเ้ รื่อง

ส้นั สุดทา้ ย ( ไดร้ ับการยอ่ มาแลว้ ๔ คร้ัง ) มีความยาวเพยี งนิดเดียว
๖. นาขอ้ ความหรือประโยคสุดทา้ ยน้นั มาวเิ คราะหว์ า่ เป็ นใจความสาคญั ของเร่ืองน้นั ได้

หรือไม่
- ถา้ ถกู ตอ้ งแสดงวา่ ขบวนการยอ่ ความของนกั เรียนใชไ้ ด้
- ถา้ ไม่ถูกตอ้ ง ไม่ไดป้ ระเดน็ สาคญั จริง ๆ อาจจะลองใหย้ อ่ เรื่องน้นั ๆ ใหม่อีกได้

๗. ถา้ ยง่ิ แบง่ หลายกลุ่ม ขอ้ ความหรือเรื่องส้นั ท่ไี ด้ อาจจะลองใชย้ อ่ เรื่องน้นั ๆ ไดซ้ ่ึงทา
ใหน้ กั เรียนเกิดความเขา้ ใจภาษามากข้นึ คือทราบวา่ ชื่อเร่ือง เน้ือเร่ืองน้นั มีความเกี่ยวขอ้ งกนั
อยา่ งไร และจะเป็ นการฝึกใหน้ กั เรียนท่ีเขียนเร่ืองใหต้ รงกบั ชื่อเร่ืองในเวลาต่อ ๆ ไป

ใบความรู้หลักเกณฑ์การย่อนิทาน

๑. อ่านวรรณคดีเร่ืองทจ่ี ะยอ่ ใหม่เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจมากข้นึ
๒. เรียงลาดบั ความใหม่เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจง่าย
๓. เรียงลาดบั คาส้นั ๆ รัดกุม ตรงไปตรงมา และใชค้ าเชื่อมขอ้ ความให้

สละสลวย
๔. คาศพั ทย์ ากใหเ้ ปลี่ยนมาใชค้ าสามญั ท่ีคนทวั่ ไปใชแ้ ทน

ตรงกนั และส้นั กวา่ เดิมได้
๕. ใหใ้ ชแ้ บบการยอ่ เร่ืองดงั น้ี ยอ่ เร่ืองอะไร จากหนงั สืออะไร

ใครเป็นผแู้ ต่งมีความหมายวา่ อยา่ งไร

ใบความรู้
เร่ือง

การเขียนย่อความ

จดุ ประสงค์
๑. นาถอ้ ยคา และสานวนภาษา มาใชใ้ นการเขยี นยอ่ ความได้
๒. เขียนยอ่ ความจากเรื่องท่กี าหนดใหไ้ ดถ้ ูกตอ้ งตามรูปแบบ

เนื้อหา
การยอ่ ความ ยอ่ ความเป็นการเขียนโดยเก็บใจความสาคญั ของเร่ืองใดเร่ืองหน่ึง

นามาเรียบเรียงถอ้ ยคาตามสานวนของผเู้ ขียนเอง ส่วนรายละเอียดน้นั ไม่ตอ้ งนามาเขียน
ยอ่ ความจึงมีแตเ่ ฉพาะใจความสาคญั เท่าน้นั

การเขียนยอ่ ความใหไ้ ดด้ ี ตอ้ งฝึกทาอยา่ งมีข้นั ตอนดงั น้ี
๑. อ่านเร่ือง ๒ คร้งั โดยคร้ังแรกใหอ้ ่านแบบคร่าว ๆ เพอื่ สารวจเน้ือ
เรื่องและใจความสาคญั และ อ่านคร้ังท่ี ๒ ใหอ้ ่านโดยละเอียดเพอื่
จบั ใจความสาคญั ของเน้ือเร่ืองท่จี ะยอ่
๒. บนั ทกึ ใจความสาคญั ดว้ ยถอ้ ยคาของตนเอง
๓. เรียบเรียงใจความสาคญั โดยใชภ้ าษาทส่ี ละสลวย ( ยกร่าง )
๔. อ่านทบทวนอีกคร้งั แลว้ แกไ้ ขใหส้ มบรู ณ์ตามรูปแบบการเขยี น
ยอ่ ความ


Click to View FlipBook Version