47 และพันธะสาม ซึ่งเขียนเส้นแทนพันธะที่เกิดจากการใช้คู่อิเล็กตรอนร่วมกันในสูตรโครงสร้าง และอธิบาย เพิ่มเติมว่า สูตรโครงสร้างไม่จำเป็นต้องแสดงอิเล็กตรอนที่ไม่ได้ใช้ในการเกิดพันธะ 7. ครูยกตัวอย่างสูตรโครงสร้างของสารโคเวเลนต์ ในรูป 2.3 ซึ่งเป็นสูตรโครงสร้างของสารในตาราง 2.1 เพื่อให้เห็นว่าโมเลกุลของสารโคเวเลนต์มีหลายพันธะ และอาจมีพันธะได้มากกว่า 1 ชนิด ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 8. นักเรียนตอบคำถามชวนคิด ดังนี้ - สูตรโมเลกุลบอกอะไรเกี่ยวกับสารเคมีและสามารถบอกได้หรือไม่ว่าอะตอมคู่ใดยึดเหนี่ยว กัน (แนวคำตอบ : โมเลกุลแสดงชนิดและจำนวนอะตอมของธาตุที่เป็นองค์ประกอบใน 1 โมเลกุล แต่สูตร โมเลกุลไม่ได้แสดงว่าอะตอมคู่ใดยึดเหนี่ยวกัน) ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 9. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ และเปิดโอกาสให้ถามคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับบทเรียนที่ได้ เรียนไปในวันนี้ 10. นักเรียนทำแบบฝึกหัด 2.1 เพื่อทบทวนความรู้ 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 1 (สสวท.) 2) Power point เรื่อง น้ำ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
48 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถระบุจำนวนอะตอม ของธาตุองค์ประกอบในโมเลกลุของสาร โคเวเลนต์จากสูตรโมเลกุลหรือสูตร โครงสร้างได้ - นักเรียนสามารถระบุว่าพันธะโคเว เลนต์เป็นพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะ สามและระบุจำนวนคู่อิเล็กตรอนระหว่าง อะตอมคู่ร่วมพันธะ จากสูตรโครงสร้างได้ - การตอบคำถาม - ข้อคำถาม ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถจำแนกจำนวน อะตอมของธาตุองค์ประกอบในโมเลกลุ ของสารโคเวเลนต์จากสูตรโมเลกุลหรือ สูตรโครงสร้างได้ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด 2.1 เรื่อง สารโคเวเลนต์ ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบ ต่องานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
49 แบบฝึกหัด 2.1 เรื่อง สารโคเวเลนต์ ตอนที่ 1 ระบุจำนวนอะตอมของธาตุในโมเลกุลโคเวเลนต์ คำชี้แจง : ให้นักเรียนระบุจำนวนอะตอมของธาตุในโมเลกุลของสารต่อไปนี้ C = ………………….. อะตอม C = ………………….. อะตอม H = ………………….. อะตอม H = ………………….. อะตอม H = ………………….. อะตอม K = ………………….. อะตอม S = ………………….. อะตอม Mn = ………………….. อะตอม O = ………………….. อะตอม O = ………………….. อะตอม C = ………………….. อะตอม N = ………………….. อะตอม H = ………………….. อะตอม H = ………………….. อะตอม O = ………………….. อะตอม C = …………………… อะตอม O = …………………… อะตอม Ca = ………………….. อะตอม C = ………………….. อะตอม Cl = ………………….. อะตอม H = ………………….. อะตอม N = ………………….. อะตอม C8H18 C5H12 H2SO4 KMnO4 CH3COOH (NH4)2CO3 CaCl2 C7H17N
50 ตอนที่ 2 ชนิดของพันธะโคเวเลนต์ คำชี้แจง : ให้นักเรียนเติมคำตอบลงในตารางให้ถูกต้อง ข้อ สูตรโครงสร้าง จำนวนพันธะเดี่ยว จำนวนพันธะคู่ จำนวนพันธะสาม 1. 2. 3. 4. 5.
51 ตอนที่ 3 การพิจารณาอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะ คำชี้แจง : พันธะที่ตำแหน่ง a b และ c ในสูตรโครงสร้างเป็นพันธะชนิดใด ให้นักเรียนเติมเครื่องหมาย ✓ ลง ในช่องว่างให้ถูกต้อง สูตรโครงสร้าง ตำแหน่ง a ตำแหน่ง b ตำแหน่ง c พันธะ เดี่ยว พันธะ คู่ พันธะ สาม พันธะ เดี่ยว พันธะ คู่ พันธะ สาม พันธะ เดี่ยว พัน ธะคู่ พันธะ สาม คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาสูตรโครงสร้างต่อไปนี้แล้วตอบคำถามให้ถูกต้อง 1. ระบุตำแหน่งของพันธะที่ใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน 2 คู่ ………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………… 2. ระบุตำแหน่งของพันธะที่ใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน 3 คู่ ………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………
52 บันทึกผลหลังการสอน 1. สรุปผลการเรียนการสอน ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 2. ปัญหา / อุปสรรค ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 3. แนวทางแก้ไข / แนวทางการพัฒนา ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ…………………………………………..ผู้สอน (นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์) วันที่.........เดือน......................พ.ศ.............. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ................................................................ (นางสาวจริญา จำใบรัก) ครูพี่เลี้ยง วันที่.........เดือน......................พ.ศ. ..................
53 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ รหัสวิชา ว32121 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 น้ำ เวลา 8 ชั่วโมง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงสถานะของน้ำและความมีขั้ว เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ ......... /............ /........... --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด สารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2. ตัวชี้วัด ม. 5/9 ระบุสภาพขั้วของสารที่โมเลกุลประกอบด้วย 2 อะตอม ม. 5/10 ระบุสารที่เกิดพันธะไฮโดรเจนได้จากสูตรโครงสร้าง ม. 5/11 อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างจุดเดือดของสารโคเวเลนต์กับแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลตาม สภาพขั้วหรือการเกิดพันธะไฮโดรเจน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถระบุขั้วของสารที่โมเลกุลประกอบด้วย 2 อะตอมได้ - นักเรียนสามารถระบุสารที่เกิดจากพันธะไฮโดรเจนได้จากสูตรโครงสร้างได้ - นักเรียนสามารถอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างจุดเดือดของสารโคเวเลนต์กับแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างโมเลกุลตามสภาพขั้วหรือการเกิดพันธะไฮโดรเจนได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถจำแนกขั้วของสาร แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกลุ และจุดเดือดของสาร โคเวเลนต์ได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ สารที่มีพันธะภายในโมเลกุลเป็นพันธะโคเวเลนต์ทั้งหมดเรียกว่า สารโคเวเลนต์ โดยสารโคเวเลนต์ที่ ประกอบด้วย 2 อะตอมของธาตุชนิดเดียวกัน เป็นสารไม่มีขั้ว ส่วนสารโคเวเลนต์ที่ ประกอบด้วย 2 อะตอม ของธาตุต่างชนิดกัน เป็นสารมีขั้ว สำหรับสารโคเวเลนต์ที่ประกอบด้วย อะตอมมากกว่า 2 อะตอม อาจเป็น สารมีขั้วหรือไม่มีขั้ว ขึ้นอยู่กับรูปร่างของโมเลกุล ซึ่งสภาพขั้วของสารโคเวเลนต์ส่งผลต่อแรงดึงดูดระหว่าง โมเลกุล ทําให้จุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารโคเวเลนต์แตกต่างกัน นอกจากนี้สารบางชนิดมีจุดเดือดสูง
54 กว่าปกติเนื่องจากมีแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลสูง ที่เรียกว่า พันธะไฮโดรเจน ซึ่งสารเหล่านี้มีพันธะ N-H O-H F-H ภายในโครงสร้างโมเลกุล 5. สาระการเรียนรู้ 1. การมีขั้วของสารโคเวเลนต์ 2. จุดเดือดและจุดหลอมเหลวของสารโคเวเลนต์ 3. พันธะไฮโดรเจน 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน 7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต 7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูถามนักเรียนว่าในชีวิตประจำวันเราสามารถพบเห็นน้ำมีกี่สถานะ อะไรบ้าง (แนวคำตอบ : ในชีวิตประจำวันของเราสามารถพบเห็นน้ำได้ทั้งสามสถานะ คือ ของแข็ง ของเหลว และก๊าซ) 2. ครูถามนักเรียนว่า น้ำ และ ไอน้ำ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (แนวคำตอบ : มีสูตรเคมีเหมือนกัน แต่มีสถานะต่างกัน) 3. ครูสอบถามนักเรียนว่าการจัดเรียงโมเลกุลของน้ำในสถานะของแข็งของเหลวนะแก๊สมีลักษณะ เป็นแบบใด โดยครูทำการสุ่มนักเรียนออกมา 3 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน เพื่อนำเสนอแบบจำลองการจัดเรียง โมเลกุลของน้ำในสถานะต่าง ๆ โดยนักเรียนแต่ละคนจะเปรียบเหมือนโมเลกุลของน้ำ และครูให้นักเรียน กลุ่มที่ 1 ให้นักเรียนยืนกอดคอกันเป็นวงกลม (ของแข็ง) กลุ่มที่ 2 ให้นักเรียนยืนจับมือเป็นเป็นวงกลมโดยหันหน้าเข้าหากัน (ของเหลว) กลุ่มที่ 3 ให้นักเรียนยืนหันหน้าเข้าหากันเป็นวงกลมแต่ไม่ต้องจับมือกัน (แก๊ส) จากนั้นครูจะทำการเข้าไปแทรกในแต่ละกลุ่ม โดยครูจะสามารถเข้าไปแทรกได้แค่กลุ่มที่ 2 และ 3 จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงผลที่ได้จากการทำกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อให้ได้ข้อสรุป (แนวการอภิปราย : โมเลกุลของน้ำในสถานะของแข็งจะอยู่ชิดติดกันมากเนื่องจากมีแรงยึดเหนี่ยว
55 ระหว่าง โมเลกุลมาก และในสถานะของเหลวโมเลกุลน้ำจะอยู่ชิดกันมากกว่าในสถานะแก๊ส แสดงว่าในสถานะ ของเหลว โมเลกุลมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมากกว่าในสถานะแก๊ส) 4. ครูสอบถามนักเรียนว่า น้ำมีการจัดเรียงโมเลกุลชิดกันมากกว่าไอน้ำใช่หรือไม่ ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 5. ครูอธิบายเพิ่มเติมโดยใช้รูปภาพการจัดเรียงโมเลกุลของน้ำในสถานะต่าง ๆ ว่า ที่อุณหภูมิห้องและ ความดัน 1 บรรยากาศ น้ำมีสถานะเป็นของเหลว มีจุดเยือกแข็งหรือจุดหลอมเหลวที่0 องศาเซลเซียส และจุด เดือดที่100 องศาเซลเซียส เมื่อน้ำได้รับพลังงานจากสิ่งแวดล้อมหรือจากการให้ความร้อนโดยตรงโดยโมเลกุล น้ำในสถานะของเหลว ซึ่งอยู่ชิดกันจะเคลื่อนที่ห่างกันมากขึ้นและอาจเปลี่ยนสถานะเป็นแก๊สโดยความร้อนที่ ใช้ในการเปลี่ยนสถานะของนํ้าให้เป็นไอน้ำต้องมีค่ามากพอที่จะทำลายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของน้ำซึ่ง ความร้อนที่โมเลกุลได้รับอาจได้จากการให้ความร้อนโดยตรงหรือจากสิ่งแวดล้อม แสดงการจัดเรียงโมเลกุล ของน้ำในสถานะต่างๆ ดังภาพ 6. ครูให้นักเรียนพิจารณาตารางจุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารโคเวเลนต์บางชนิด ที่ความดัน 1 บรรยากาศ และถามคำถามนักเรียนว่า สารโคเวเลนต์แต่ละชนิดในตารางใช้พลังงานในการเปลี่ยนสถานะ แตกต่างกันหรือไม่ซึ่งควรได้คำตอบว่า สารโคเวเลนต์แต่ละชนิดใช้พลังงานในการเปลี่ยนสถานะไม่เท่ากัน 7. ครูให้ความรู้ว่า การที่สารโคเวเลนต์แต่ละชนิดใช้พลังงานในการเปลี่ยนสถานะไม่เท่ากัน แสดงว่า แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลไม่เท่ากัน 8. ครูให้นักเรียนตอบคำถามชวนคิดว่า เมื่อน้ำ (H2O) เดือดจนกลายเป็นไอน้ำมีการทำลายพันธะโคเว เลนต์ระหว่าง H-O หรือไม่ เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ : เมื่อน้ำเดือดจนกลายเป็นไอนํ้าจะไม่มีการทำลายพันธะวะโคเวเลนต์ระหว่าง H-O ใน โมเลกุล เนื่องจากไอน้ำยังคงมีสูตรโมเลกุลเป็น H2O) 9. ครูให้นักเรียนตอบคำถามชวนคิดว่า จากจุดเดือดของน้ำ (H2O) และ O2 สารใดมีแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างโมเลกุลสูงกว่า (แนวคำตอบ : H2O มีจุดเดือดสูงกว่า O2 แสดงว่าต้องใช้พลังงานมากกว่าในการเปลี่ยนสถานะ ดังนั้น H2O จึงมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลสูงกว่า)
56 ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 10. ครูให้ความรู้ว่า น้ำมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมากกว่าแก๊สออกซิเจน ซึ่งความแตกต่างของ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลเป็นผลมาจากสภาพขั้วของโมเลกุล โดยน้ำซึ่งในโมเลกุล ประกอบด้วยอะตอม ต่างชนิดกันและเป็นสารมีขั้ว แก๊สออกซิเจนซึ่งในโมเลกุลประกอบด้วยอะตอมของธาตุเพียงชนิดเดียวและเป็น สารไม่มีขั้ว ความมีขั้วของน้ำทำให้น้ำมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลที่มากกว่าแก๊สออกซิเจน น้ำจึงมีจุดเดือด สูงกว่า 11. ครูอธิบายเกี่ยวกับสภาพขั้วของสารโคเวเลนต์ว่า สารโคเวเลนต์ที่โมเลกุลประกอบด้วย 2 อะตอม หากเป็นธาตุชนิดเดียวกันจัดเป็นสารไม่มีขั้ว (non-polar substance) เช่น ไฮโดรเจน (H2) หากเป็นธาตุต่าง ชนิดกันจัดเป็นสารมีขั้ว (polar substance) เช่น ไนโตรเจนมอนอกไซด์ (NO) ส่วนสารโคเวเลนต์ที่ ประกอบด้วยอะตอมมากกว่า 2 อะตอมอาจเป็นสารมีขั้วหรือสารไม่มีขั้วก็ได้ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นสารไม่มีขั้ว น้ำ (H2O) เป็นสารมีขั้ว นอกจากสภาพขั้วของโมเลกุลมีผลต่อแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล แล้วมวลและรูปร่างของโมเลกุลยังส่งผลต่อแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลอีกด้วย ถ้าสารมีมวลและรูปร่างของ โมเลกุลใกล้เคียงกันจุดเดือดจะขึ้นอยู่กับสภาพขั้วของโมเลกุล 12. ครูให้นักเรียนพิจารณาจุดเดือดของน้ำและไฮโดรเจนซัลไฟด์จากตารางแล้วใช้คำถามนำอภิปราย ว่า น้ำและไฮโดรเจนซัลไฟด์เป็นสารที่มีขั้วที่มีองค์ประกอบแตกต่างกันเพียงอะตอมเดียว เพราะเหตุใดน้ำจึงมี จุดเดือดสูงกว่าไฮโดรเจนซัลไฟด์มาก (แนวคำตอบ : น้ำมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมากกว่าไฮโดรเจนซัลไฟด์มาก และมีผลมาจาก พันธะไฮโดรเจน (hydrogen bond)) 13. ครูให้ความรู้เกี่ยวกับพันธะไฮโดรเจน (hydrogen bond) คือแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลใน สารประกอบโคเวเลนต์ เป็นแรงยึดเหนี่ยวที่มีแรงดึงดูดสูง จึงแข็งแรงกว่าแรงลอนดอนและแรงระหว่างขั้ว ซึ่ง พันธะไฮโดรเจนจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อธาตุ H สร้างพันธะกับธาตุที่มีค่า EN สูง เช่น F, O, N 14. ครูถามคำถามว่าทำไมน้ำแข็งในแก้วน้ำถึงลอยได้เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ : เนื่องจากพันธะไฮโดรเจนในผลึกน้ำแข็งทำให้โมเลกุลของน้ำจัดเรียงตัวเป็นระเบียบ โดยมีช่องว่างระหว่างโมเลกุลมากกว่าช่องว่างระหว่างโมเลกุลของน้ำที่อยู่ในสถานะของเหลว ทำให้น้ำแข็งมี ความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ น้ำแข็งจึงลอยน้ำ) ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 15. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างความสำคัญของน้ำที่มีต่อสิ่งมีชีวิต (แนวคำตอบ : น้ำช่วยรักษาอุณหภูมิของพื้นผิวโลกไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วซึ่งเอื้อต่อ การดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตบนโลก และช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกายโดยการระเหยของเหงื่อ ขณะออกกำลัง กาย หรือทํางานกลางแจ้ง) ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 16. นักเรียนทำแบบฝึกหัด 2.2
57 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 1 (สสวท.) 2) Power point เรื่อง น้ำ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถระบุขั้วของสารที่ โมเลกุลประกอบด้วย 2 อะตอมได้ - นักเรียนสามารถระบุสารที่เกิดจาก พันธะไฮโดรเจนได้จากสูตรโครงสร้างได้ - น ั ก เ ร ี ย น ส า ม า ร ถ อ ธ ิ บ า ย ความสัมพันธ์ระหว่างจุดเดือดของสาร โคเวเลนต์กับแรงยึดเหนี่ยวระหว่าง โมเลกุลตามสภาพขั้วหรือการเกิดพันธะ ไฮโดรเจนได้ - การตอบคำถาม - ข้อคำถาม ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถจำแนกขั้วของ สาร แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกลุ และ จุดเดือดของสารโคเวเลนต์ได้ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด 2.2 เรื่อง การเปลี่ยน สถานะของน้ำและ ความมีขั้ว ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบ ต่องานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
58 แบบฝึกหัด 2.2 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงสถานะของน้ำและความมีขั้ว คำชี้แจง : ให้นักเรียนเติมคำลงในรูปภาพและตารางที่กำหนดให้ สาร สภาพขั้วของโมเลกุลโคเวเลนต์ แรงยึดเหนี่ยว ระหว่างโมเลกุล จุดเดือด มีขั้ว ไม่มีขั้ว 1. CO 2. NH3 3. Br2 4. HI 5. O2 6. HF 7. HBr 8. F2 9. N2 10. I2 11. H2 12. HCl 13. H2S 14. Cl2 15. H2O
59 บันทึกผลหลังการสอน 1. สรุปผลการเรียนการสอน ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 2. ปัญหา / อุปสรรค ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 3. แนวทางแก้ไข / แนวทางการพัฒนา ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ…………………………………………..ผู้สอน (นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์) วันที่.........เดือน......................พ.ศ.............. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ................................................................ (นางสาวจริญา จำใบรัก) ครูพี่เลี้ยง วันที่.........เดือน......................พ.ศ. ..................
60 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ รหัสวิชา ว32121 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 น้ำ เวลา 8 ชั่วโมง เรื่อง สารประกอบไอออนิก เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ ......... /............ /........... --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด สารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2. ตัวชี้วัด ม. 5/12 เขียนสูตรเคมีของไอออนและสารประกอบไอออนิก 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายการเกิดพันธะไอออนิกได้ - นักเรียนสามารถเปรียบเทียบจุดหลอมเหลวและจุดเดือดระหว่างสารโคเวเลนต์กับ สารประกอบไอออนิกได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถเขียนสูตรเคมีของไอออนที่พบในชีวิตประจำวันได้ - นักเรียนสามารถเขียนสูตรเอมพิริคัลของสารประกอบไอออนิกจากไอออนที่กำหนดให้ได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ สารประกอบไอออนิกส่วนใหญ่เกิดจากการรวมตัวกันของไอออนบวกของธาตุโลหะและไอออนลบของ ธาตุอโลหะ ในบางกรณีไอออนอาจประกอบด้วย กลุ่มของอะตอม โดยเมื่อไอออนรวมตัวกันเกิดเป็น สารประกอบไอออนิกจะมีสัดส่วนการรวมตัวเพื่อทำให้ประจุของสารประกอบเป็นกลางทางไฟฟ้า โดยไอออน บวกและไอออนลบจะจัดเรียงตัวสลับต่อเนื่องกันไปใน 3 มิติ เกิดเป็นผลึกของสาร ซึ่งสูตรเคมีของสารประกอบ ไอออนิกประกอบด้วยสัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนบวกตามด้วยสัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนลบ โดยมีตัวเลขที่ แสดงจำนวนไอออนแต่ละชนิดเป็นอัตราส่วนอย่างต่ำ 5. สาระการเรียนรู้ 1. พันธะไอออนิก 2. สูตรเคมีของสารประกอบไอออนิก
61 3. โครงสร้างของสารประกอบไอออนิก 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน 7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต 7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูยกตัวอย่างสารประกอบไอออนิกที่พบในชีวิตประจำวัน เช่น เกลือแกงโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) 2. ครูให้นักเรียนดูคลิปวีดีโอ “การทำนาเกลือ” ( ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=ExCi_wEOngE ) และอธิบายเพิ่มเติมว่า โซเดียมไอออน (Na+ ) และคลอไรด์ไอออน (CI- ) ไอออนทั้งสองชนิดนี้มีปริมาณมากในน้ำทะเล และเมื่อระเหยน้ำออก จะได้เกลือแกง หรือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) ซึ่งเป็นสารประกอบไอออนิก (ionic compound) ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 3. ครูให้ความรู้ว่าสารประกอบไอออนิกประกอบไปด้วยไอออนบวกที่ยึดเหนี่ยวกับไอออนลบด้วย พันธะเคมีที่เรียกว่า พันธะไอออนิก (ionic bond) โดยไอออนบวกและไอออนลบจัดเรียงตัวสลับต่อเนื่องกันไป ใน 3 มิติ เกิดเป็นผลึกของแข็งในอัตราส่วนของไอออนที่ทำให้สารประกอบไอออนิกเป็นกลางทางไฟฟ้า 4. ครูเปิดแอพลิเคชัน “AR วิทย์กายภาพ 1 ม.5” และส่องไปยังภาพ 2.9 จะเห็นภาพการจัดเรียง ไอออนบวกและไอออนลบของเกลือแกงในลักษณะ 3 มิติที่ชัดเจนขึ้นและให้นักเรียนศึกษาทำความเข้าใจ เพิ่มเติม 5. ครูให้ความรู้เกี่ยวกับการดึงดูดกันระหว่างไอออนที่มีประจุต่างกัน และการผลักกันระหว่างไอออนที่ มีประจุเหมือนกัน ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 6. ครูอธิบายว่า สารประกอบไอออนิกจัดเรียงไอออนบวกและไอออนลบต่อเนื่องกันไปใน 3 มิติโดย ไม่สามารถหาขอบเขตได้แน่นอน จึงไม่อยู่ในรูปโมเลกุลและไม่สามารถเขียนสูตรโมเลกุลได้การเขียนสูตรของ
62 สารประกอบไอออนิกจึงใช้สูตรเอมพิริคัล (empirical formula) เพื่อแสดงอัตราส่วนอย่างต่ำของไอออนที่เป็น องค์ประกอบที่ทําให้สารประกอบเป็นกลางทางไฟฟ้า 7. ครูอธิบายการเขียนสูตรเอมพิริคัลทำได้โดยเขียนสัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนบวกไว้ข้างหน้าแล้ว ตามด้วยสัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนลบ และเขียนตามด้วยเลขห้อยท้ายสัญลักษณ์ของธาตุแต่ละชนิดเพื่อแสดง อัตราส่วนอย่างต่ำของจํานวนไอออนในการรวมตัว โดยไม่ต้องเขียนแสดงเลข 8. ครูยกตัวอย่างไอออนที่พบในชีวิตประจำวัน ดังตาราง 2.3 แล้วให้นักเรียนศึกษาการเขียน สูตร เอมพิริคัลของสารประกอบไอออนิกของไอออนคู่ต่าง ๆ ในตาราง 2.4 ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 9. ครูให้นักเรียนเปรียบเทียบข้อมูลจุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารโคเวเลนต์ในตาราง 2.2 และ จุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิกในตาราง 2.5 แล้วอภิปรายร่วมกัน เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า จุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิกสูงกว่าของสารโคเวเลนต์ 10. ครูอธิบายว่า การที่จุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารประกอบไอออนิกสูงกว่าสารโคเวเลนต์มาก เนื่องจากการเปลี่ยนสถานะของสารประกอบไอออนิกเป็นการทำลายพันธะไอออนิกจึงต้องใช้พลังงานความ ร้อนมากกว่าการเปลี่ยนสถานะของสารโคเวเลนต์ เพราะการเปลี่ยนสถานะของสารโคเวเลนต์ไม่เกี่ยวข้องกับ การทำลายพันธะโคเวเลนต์แต่เป็นการทำลายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 11. นักเรียนทำแบบฝึกหัด 2.3 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 1 (สสวท.) 2) Power point เรื่อง น้ำ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายการเกิด พันธะไอออนิกได้ - นักเรียนสามารถเปรียบเทียบจุด หลอมเหลวและจุดเดือดระหว่างสารโคเว เลนต์กับสารประกอบไอออนิกได้ - การตอบคำถาม - ข้อคำถาม ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป
63 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถเขียนสูตรเคมีของ ไอออนที่พบในชีวิตประจำวันได้ - นักเรียนสามารถเขียนสูตรเอมพิริคัล ของสารประกอบไอออนิกจากไอออนที่ กำหนดให้ได้- นักเรียนสามารถจำแนกขั้ว ของสาร แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกลุ และจุดเดือดของสารโคเวเลนต์ได้ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด 2.3 เรื่อง สารประกอบ ไอออนิก ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบ ต่องานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
64 แบบฝึกหัด 2.3 เรื่อง สารประกอบไอออนิก 1. ลงเขียนสูตรเอมพิริคัลของสารประกอบไอออนิกที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของธาตุต่อไปนี้ ธาตุ สูตรเอมพิริคัล โพแทสเซียม (K) ออกซิเจน (O) แคลเซียม (Ca) โบรมีน (Br) อะลูมิเนียม (Al) ซัลเฟอร์ (S) 2. จงเรียกชื่อของสารต่อไปนี้ สูตรเอมพิริคัล ชื่อสารประกอบไอออนิก ZnS Cu(OH)2 Cr2(PO4)3 (NH4)2ClO4 - 3. จงเขียนสูตรเอมพิริคัลจากชื่อของสารประกอบไอออนิกต่อไปนี้ ชื่อสารประกอบไอออนิก สูตรเอมพิริคัล Potassium nitrate Cobalt (II) chloride Manganese (IV) sulfide
65 บันทึกผลหลังการสอน 1. สรุปผลการเรียนการสอน ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 2. ปัญหา / อุปสรรค ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 3. แนวทางแก้ไข / แนวทางการพัฒนา ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ…………………………………………..ผู้สอน (นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์) วันที่.........เดือน......................พ.ศ.............. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ................................................................ (นางสาวจริญา จำใบรัก) ครูพี่เลี้ยง วันที่.........เดือน......................พ.ศ. ..................
66 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ รหัสวิชา ว32121 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 น้ำ เวลา 8 ชั่วโมง เรื่อง การละลายของสารในน้ำ เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ ......... /............ /........... --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด สารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2. ตัวชี้วัด ม. 5/13 ระบุว่าสารเกิดการละลายแบบแตกตัวหรือไม่แตกตัว พร้อมให้เหตุผลและระบุว่าสารละลาย ที่ได้เป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์ หรือนอนอิเล็กโทรไลต์ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถระบุว่าสารเกิดการละลายน้ำแบบแตกตัวหรือไม่แตกตัวจากสูตรเคมีของ สารและสารละลายที่ได้เป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์หรือนอนอิเล็กโทรไลต์ได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถจำแนกประเภทของสารละลายโดยใช้การเปลี่ยนสีของกระดาษลิตมัสและ การนำไฟฟ้าเป็นเกณฑ์ได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ สารละลายนํ้าได้เมื่อองค์ประกอบของสารสามารถเกิดแรงดึงดูดกับโมเลกุลของน้ำได้ โดยการละลาย ของสารในน้ำเกิดได้ 2 ลักษณะ คือ การละลายแบบแตกตัว และการละลายแบบไม่แตกตัว การละลายแบบ แตกตัวเกิดขึ้นกับสารประกอบไอออนิก และสารโคเวเลนต์บางชนิดที่มีสมบัติเป็นกรดหรือเบส โดยเมื่อสารเกิด การละลายแบบแตกตัวจะได้ไอออนที่สามารถเคลื่อนที่ได้ทำให้ได้สารละลายที่นําไฟฟ้า ซึ่งเรียกว่า ละลายอิ เล็กโทรไลต์การละลายแบบไม่แตกตัวเกิดขึ้นกับสารโคเวเลนต์ที่มีขั้วสูง สามารถดึงดูดกับโมเลกุลของน้ำได้ดี โดยเมื่อเกิดการละลายโมเลกุลของสารจะไม่แตกตัวเป็นไอออน และสารละลายที่ได้จะไม่นำไฟฟ้า ซึ่งเรียกว่า สารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์
67 5. สาระการเรียนรู้ 1. สารอิเล็กโทรไลต์ 2. สารนอนอิเล็กโทรไลต์ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน 7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต 7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูทำการสาธิตทดลองให้นักเรียนดูเพื่อทบทวนความรู้เดิม โดยครูนำโซเดียมคลอไรด์ตักลงในบีก เกอร์ที่มีน้ำอยู่และทำการคน พร้อมทั้งให้นักเรียนสังเกตการเปลี่ยนแปลง โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เรียกว่า การละลาย และของเหลวที่ได้จากการละลายเรียกว่า สารละลาย 2. ครูถามคำถามนักเรียนว่า สารละลายหมายถึงอะไร (แนวคำตอบ : สารละลาย หมายถึง ของผสมเนื้อเดียวกันที่ประกอบไปด้วยตัวทำละลายและตัวถูก) 3. ครูถามคำถามนักเรียนว่า ในการทดลองนี้สารใดเป็นตัวทำละลาย สารใดเป็นตัวถูกละลาย (แนวคำตอบ : นํ้าเป็นตัวทำละลาย โซเดียมคลอไรด์หรือเกลือเป็นตัวถูกละลาย) 4. ครูกระตุ้นนักเรียนโดยการถามคำถามว่า โซเดียมคลอไรด์ละลายน้ำได้อย่างไร (ครูจะยังไม่เฉลยคําตอบ) ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 5. ครูให้นักเรียนทำการแบ่งกลุ่มให้ได้6 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมีสมาชิก 4 คน และภายในกลุ่มมีการ คละกันระหว่างนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง ปานกลาง และต่ำ 6. ครูบอกจุดประสงค์ในการทำกิจกรรมการทดลอง เรื่อง การละลายของลายในน้ำ และวิธีการตอบ คำถามในใบกิจกรรมให้นักเรียนฟัง พร้อมทั้งแจกใบกิจกรรมและอุปกรณ์การทดลองให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 7. ครูสุ่มนักเรียนบางกลุ่มออกมานำเสนอผลการทดลองที่ได้จากการทํากิจกรรมหน้าชั้นเรียน
68 8. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการทดลองที่ได้จากการทำกิจกรรม ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 9. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า การละลายของสารในน้ำเกิดขึ้นเมื่อโมเลกุลของน้ำเข้าไปแทรกระหว่าง โมเลกุลหรือไอออนของตัวละลายได้เป็นสารละลาย โดยการละลายของสารในน้ำมี 2 ลักษณะ คือ การละลาย แบบแตกตัว และการละลายแบบไม่แตกตัว 10. ครูให้นักเรียนพิจารณารูป 2.10 (ก) ซึ่งแสดงการละลายของเกลือแกงในน้ำ หรือครูอาจใช้ แอพลิเคชัน “AR วิทย์กายภาพ 1 ม.5” เพื่อประกอบการสอน จากนั้นครูอธิบายว่า เมื่อ NaCl ละลายน้ำจะ แตกตัวเป็น Na+ และ Clกระจายตัวอยู่ในน้ำ โดยไอออนแต่ละชนิดมีโมเลกุลของน้ำล้อมรอบ ซึ่งแสดงด้วย สัญลักษณ์ Na+ (aq) และ Cl- (aq) การละลายในน้ำลักษณะนี้เรียกว่า การละลายแบบแตกตัว สารละลายที่ได้ เรียกว่า สารละลายอิเล็กโทรไลต์ 11. ครูให้ความรู้ว่าสารละลายอิเล็กโทรไลต์นำไฟฟ้าได้ เนื่องจากไอออนสามารถเคลื่อนที่ได้ใน สารละลาย ดังรูป 2.10 (ข) จากนั้นอธิบายเพิ่มเติมว่า สารประกอบไอออนิกที่อยู่ในสถานะของแข็ง ไม่นำไฟฟ้า เนื่องจากไอออนมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างกันมากจึงไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ 12. ครูให้ความรู้ว่า นอกจากสารประกอบไอออนิกแล้ว สารโคเวเลนต์ที่มีสมบัติกรด-เบส บางชนิด สามารถละลายในน้ำแล้วแตกตัวเป็นไอออนได้ โดยยกตัวอย่างการแตกตัวของกรดไฮโดรคลอริก จากนั้นให้ พิจารณาตาราง 2.6 เพื่อให้เห็นตัวอย่างของสารประกอบไอออนิกและสารโคเวเลนต์ที่มีสมบัติเป็นกรดและเบส ที่พบในชีวิตประจำวัน 13. ครูให้ความรู้ว่า การละลายแบบไม่แตกตัวเกิดขึ้นกับสารโคเวเลนต์ที่มีโมเลกุลขนาดเล็กหรือเป็น สารโคเวเลนต์ที่สามารถสร้างพันธะไฮโดรเจนกับน้ำได้ ซึ่งสารละลายที่ได้จะไม่นำไฟฟ้า เรียกว่า สารละลาย นอนอิเล็กโทรไลต์ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 14. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาภายในบทเรียน แล้วให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดท้ายบทที่ 2 และ แบบฝึกหัดที่ 2.4 เรื่อง การละลายแบบแตกตัวและไม่แตกตัวและการนำไฟฟ้าของสารละลาย เพื่อทบทวน ความรู้ 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 1 (สสวท.) 2) Power point เรื่อง น้ำ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
69 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถระบุว่าสารเกิดการ ละลายน้ำแบบแตกตัวหรือไม่แตกตัวจาก สูตรเคมีของสาร และสารละลายที่ได้เป็น สารละลายอิเล็กโทรไลต์หรือนอนอิเล็ก โทรไลต์ได้ - การตอบคำถาม - ข้อคำถาม ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถจำแนกประเภทของ สารละลายโดยใช้การเปลี่ยนสีของ กระดาษลิตมัส และการนำไฟฟ้าเป็น เกณฑ์ได้ - ตรวจแบบฝึกหัด - การนำเสนอหน้า ชั้นเรียน - แบบฝึกหัด 2.4 เรื่อง การละลาย ของสารในน้ำ - แบบประเมินการ นำเสนอหน้าชั้น เรียน ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบ ต่องานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
70 แบบฝึกหัด 2.4 เรื่อง การละลายของสารในน้ำ คำชี้แจง : ให้นักเรียนเติมคำตอบให้สมบูรณ์และระบายสีความสว่างของหลอดไฟให้สอดคล้องกับการนำไฟฟ้า HCl การละลายน้ำแบบ …………………………………….. F2 การละลายน้ำแบบ …………………………………….. NaOH การละลายน้ำแบบ ………………………………… C2H5OH การละลายน้ำแบบ ……………………………… C12H22O11 การละลายน้ำแบบ …………………………… NaCl การละลายน้ำแบบ …………………………………… C6H12O6 การละลายน้ำแบบ ……………………………… Ca(OH)2 การละลายน้ำแบบ ……………………………… สารละลายอิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte solution) หมายถึง …………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. สารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์ (Non-electrolyte solution) หมายถึง …………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
71 บันทึกผลหลังการสอน 1. สรุปผลการเรียนการสอน ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 2. ปัญหา / อุปสรรค ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 3. แนวทางแก้ไข / แนวทางการพัฒนา ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ…………………………………………..ผู้สอน (นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์) วันที่.........เดือน......................พ.ศ.............. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ................................................................ (นางสาวจริญา จำใบรัก) ครูพี่เลี้ยง วันที่.........เดือน......................พ.ศ. ..................
72 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ รหัสวิชา ว32121 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 อาหาร เวลา 10 ชั่วโมง เรื่อง ไขมันและน้ำมัน เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ ......... /............ /........... --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด สารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2. ตัวชี้วัด ม. 5/14 ระบุสารประกอบอินทรีย์ประเภทไฮโดรคาร์บอนว่าอิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัวจากสูตรโครงสร้าง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนได้ - นักเรียนสามารถระบุสารประกอบอินทรีย์ประเภทไฮโดรคาร์บอนว่าอิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัวจาก สูตรโครงสร้างได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถยกตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ประเภทไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัวและไม่อิ่มตัว ได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ อาหารเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์โดยไขมัน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และวิตามิน เป็นสารประกอบอินทรีย์ ส่วนเกลือแร่เป็นไอออนหรือสารประกอบไอออนิก สารประกอบอนินทรีย์เป็น สารประกอบของธาตุคาร์บอนซึ่งอาจมีธาตุอื่นเป็นองค์ประกอบร่วมด้วย เช่น ไฮโดรเจน ออกซิเจน ไนโตรเจน ซัลเฟอร์ ไขมันมีทั้งชนิดอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวซึ่งพิจารณาได้จากชนิดพันธะระหว่างคาร์บอนอะตอมในกรดไขมัน ซึ่งใช้เกณฑ์เดียวกับสารประกอบไฮโดรคาร์บอน สารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนมีเฉพาะธาตุคาร์บอนและ ไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบ 5. สาระการเรียนรู้ 1. สารประกอบอินทรีย์ 2. สารประกอบไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว
73 3. สารประกอบไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน 7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต 7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูนำเข้าสู่บทเรียนด้วยการอภิปรายเกี่ยวกับความสำคัญของอาหารต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ และสิ่งมีชีวิต แหล่งสารอาหารแต่ละชนิดซึ่งได้มาจากสิ่งมีชีวิต และเชื่อมโยงว่าไขมันและน้ำมัน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และวิตามินเป็นสารประกอบอินทรีย์ ยกเว้นเกลือแร่ ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 2. ครูอธิบายเกี่ยวกับชนิดของธาตุองค์ประกอบของสารประกอบอินทรีย์ และสารประกอบอนินทรีย์ แล้วให้นักเรียนตอบคําถามตรวจสอบความเข้าใจ จงวงกลมล้อมรอบสูตรของสารประกอบอินทรีย์ 3. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างอาหารที่มีไขมันและน้ำมันเป็นองค์ประกอบ จากนั้นครูอธิบายเกี่ยวกับ ไขมันและน้ำมันว่าเป็นอาหารที่ให้พลังงาน พบมากในน้ำมันพืช ไขมันสัตว์ นม เนย ซึ่งไขมัน และนํ้ามันจัดเป็น สารในกลุ่มไตรกลีเซอไรด์ ที่มีโครงสร้างประกอบด้วยส่วนของกลีเซอรอลและกรดไขมัน
74 4. ให้นักเรียนพิจารณาชนิดของพันธะระหว่างอะตอมของคาร์บอนกับคาร์บอนในโครงสร้าง ส่วนของ กรดไขมันในรูปเพื่อให้เห็นว่าส่วนของกรดไขมันมีทั้งที่เป็นพันธะเดี่ยวทั้งหมดและมีพันธะคู่อยู่ด้วย จากนั้นครู อธิบายความหมายของกรดไขมันอิ่มตัวและกรดไขมันไม่อิ่มตัว ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 5. ครูอธิบายความหมายของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน และเชื่อมโยงหลักการพิจารณาความ อิ่มตัว ของกรดไรมันกับความอิ่มตัวของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 6. ครูนำอภิปรายเกี่ยวกับสัดส่วนของกรดไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวที่มีผลต่อสถานะของไขมันและ น้ำมัน ประโยชน์และโทษของไขมันและน้ำมัน เพื่อสร้างความตระหนักในการเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมัน และน้ำมันเป็นองค์ประกอบ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 7. ครูสรุปองค์ความรู้เกี่ยวกับไขมันและน้ำมัน และให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด 3.1 เพื่อทบทวนความรู้ 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 1 (สสวท.) 2) Power point เรื่อง อาหาร 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายความหมาย ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนได้ - นักเรียนสามารถระบุสารประกอบ อินทรีย์ประเภทไฮโดรคาร์บอนว่าอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัวจากสูตรโครงสร้างได้ - การตอบคำถาม - ข้อคำถาม ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถยกตัวอย่าง ส า ร ป ร ะ ก อ บ อิน ท รีย ์ ป ร ะ เ ภ ท ไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวได้ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด 3.1 เรื่อง ไขมันและ น้ำมัน ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป
75 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบ ต่องานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
76 แบบฝึกหัด 3.1 เรื่อง ไขมันและน้ำมัน คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง สารประกอบไฮโดรคาร์บอน หมายถึง …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ข้อ สูตร ไฮโดรคาร์บอน โครงสร้าง เป็น ไม่เป็น อิ่มตัว ไม่อิ่มตัว 1. C6H12 2. 3. 4. 5. C3H8 6. 7. 8. 9. 10.
77 บันทึกผลหลังการสอน 1. สรุปผลการเรียนการสอน ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 2. ปัญหา / อุปสรรค ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 3. แนวทางแก้ไข / แนวทางการพัฒนา ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ…………………………………………..ผู้สอน (นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์) วันที่.........เดือน......................พ.ศ.............. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ................................................................ (นางสาวจริญา จำใบรัก) ครูพี่เลี้ยง วันที่.........เดือน......................พ.ศ. ..................
78 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ รหัสวิชา ว32121 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 อาหาร เวลา 10 ชั่วโมง เรื่อง คาร์โบไฮเดรต เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ ......... /............ /........... --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด สารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2. ตัวชี้วัด ม. 5/15 สืบค้นข้อมูลและเปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพระหว่างพอลิเมอร์ และมอนอเมอร์ของพอลิ เมอร์ชนิดนั้น 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการทดสอบสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถสามารถทดสอบสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตจากสูตรโครงสร้างได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ เราใช้พอลิเมอร์ในด้านต่าง ๆ เป็นจำนวนมากทั้งในชีวิตประจำวัน ในอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม พอลิเมอร์ที่พบในธรรมชาติ ได้แก่ เซลลูโลส แป้ง โปรตีน และยาง ส่วนพอลิเมอร์ที่สังเคราะห์ขึ้นมา ได้แก่ พลาสติก เส้นใยสังเคราะห์ และยางสังเคราะห์ เป็นต้น กระบวนการสังเคราะห์พอลิเมอร์เรียกว่า การเกิดพอลิ เมอร์ (polymerization ) พอลิเมอร์ที่สังเคราะห์ขึ้นมาใหม่ส่วนใหญ่มีมอนอเมอร์เป็นสารอินทรีย์และมีจำนวน มากกว่า 1,000 หน่วยขึ้นไป พอลิเมอร์แบ่ง ออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ พลาสติก เส้นใยสังเคราะห์ และ ยางสังเคราะห์ ปัจจุบันมีการใช้พอลิเมอร์สังเคราะห์เป็นจำนวนมาก จึงก่อให้เกิดปัญหาจากขยะพอลิเมอร์ มนุษย์พยายามหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว หรือเพื่อให้มีผลกระทบน้อยที่สุดต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม คาร์โบไฮเดรตในแป้งเป็นโมเลกุลขนาดใหญ่ ร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้ จึงต้องย่อยให้เป็นกลูโคสที่ เป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่สุดจนร่างกายสามารถดูดซึมได้ พอลิแซ็กคาไรด์และมอนอแซ็กคาไรด์
79 5. สาระการเรียนรู้ 1. พอลิเมอร์ 2. มอนอเมอร์ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน 7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต 7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยให้นักเรียนบอกความสำคัญของคาร์โบไฮเดรต ยกตัวอย่างอาหารที่มี คาร์โบไฮเดรตเป็นองค์ประกอบ ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 2. นักเรียนพิจารณารูปแล้วอภิปรายเกี่ยวกับการย่อยคาร์โบไฮเดรตในแป้งให้เป็นกลูโคส เพื่อให้ได้ ข้อสรุปว่า คาร์โบไฮเดรตในแป้งเป็นโมเลกุลขนาดใหญ่ ร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้จึงต้องย่อยให้เป็นกลูโคสที่ เป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่สุดจนร่างกายสามารถดูดซึมได้ 3. ครูให้ความรู้เกี่ยวกับพอลิแซ็กคาไรด์และมอนอแซ็กคาไรด์ จากนั้นใช้สูตรโครงสร้างจากรูป เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างมอนอเมอร์กับพอลิเมอร์ 4. ให้นักเรียนทํากิจกรรม 3.1 การทดเปรียบเทียบสมบัติบางประการของกลูโคสและมันสําปะหลัง ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 5. ครูสุ่มนักเรียนออกมานำเสนอผลการทดลอง และร่วมกันอภิปราย และสรุปองค์ความรู้เกี่ยวกับ คาร์โบไฮเดรต ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 6. นักเรียนสืบค้นข้อมูลสมบัติทางกายภาพของมอนอเมอร์และพอลิเมอร์และบันทึกลงในสมุด
80 ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 7. นักเรียนทำแบบฝึกหัด 3.2 เพื่อทบทวนความรู้ 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 1 (สสวท.) 2) Power point เรื่อง อาหาร 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการ ทดสอบสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ได้ - การตอบคำถาม - ข้อคำถาม ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถสามารถทดสอบ สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตจากสูตร โครงสร้างได้ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด 3.2 เรื่อง คาร์โบไฮเดรต ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบ ต่องานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
81 บันทึกผลหลังการสอน 1. สรุปผลการเรียนการสอน ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 2. ปัญหา / อุปสรรค ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 3. แนวทางแก้ไข / แนวทางการพัฒนา ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ…………………………………………..ผู้สอน (นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์) วันที่.........เดือน......................พ.ศ.............. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ................................................................ (นางสาวจริญา จำใบรัก) ครูพี่เลี้ยง วันที่.........เดือน......................พ.ศ. ..................
82 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ รหัสวิชา ว32121 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 อาหาร เวลา 10 ชั่วโมง เรื่อง โปรตีน เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ ......... /............ /........... --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด สารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2. ตัวชี้วัด ม. 5/16 ระบุว่าสารประกอบอินทรีย์มีสมบัติกรด-เบสจากสูตรโครงสร้าง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายสารประกอบอินทรีย์ที่มีสมบัติกรด-เบสจากสูตรโครงสร้างได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถจําแนกสารประกอบอินทรีย์ที่มีสมบัติกรด-เบสจากสูตรโครงสร้างได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ โปรตีนเป็นสารชีวโมเลกุลขนาดใหญ่ที่พบมากที่สุดในสิ่งมีชีวิต ประกอบขึ้น จากหน่วยย่อย ๆ ที่ เรียกว่า กรดอะมิโน (amino acid) มาเชื่อมต่อกันด้วยพันธะเพปไทด์ โดยโปรตีนจัดเป็นพอลิเมอร์ชนิดหนึ่งที่มี กรดอะมิโนเป็นมอนอเมอร์ ธาตุที่เป็นองค์ประกอบหลักของโปรตีน ประกอบด้วย ธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน และธาตุที่พบรองลงมา คือ ซัลเฟอร์ ฟอสฟอรัส นอกจากนั้นยังพบธาตุอื่น ๆ เช่น ฟอสฟอรัส เหล็ก ทองแดง เป็นต้น 5. สาระการเรียนรู้ สมบัติกรด-เบสของโปรตีน 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน
83 7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต 7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยกล่าวถึงประโยชน์และความสำคัญของโปรตีน เช่น เป็นโครงสร้าง กล้ามเนื้อ เอนไซม์ ฮอร์โมน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขาดโปรตีนทำให้ร่างกายอ่อนเพลียหมดแรง และ ส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ จากนั้นยกตัวอย่างแหล่งของอาหารที่มีโปรตีนสูง แล้วใช้คำถามว่า เมื่อรับประทาน โปรตีนเข้าไป ร่างกายสามารถนำโปรตีนไปใช้ประโยชน์ได้เลยหรือไม่ เพราะเหตุใด ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 2. นักเรียนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโปรตีนตามรายละเอียดในหนังสือเรียน ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3. ครูใช้สื่อ power point เรื่อง โปรตีน โดยครูให้ความรู้ว่า โปรตีนจัดเป็นพอลิเมอร์ชนิดหนึ่งที่มีกรด แอมิโนเป็นมอนอเมอร์ ร่างกายจะย่อยโปรตีนให้มีขนาดเล็กลง จนได้เป็นกรดแอมิโนชนิดต่าง ๆ แล้วดูดซึมเข้า สู่กระแสเลือด จากนั้นให้พิจารณารูป 3.11 เพื่อให้นักเรียนเห็นโครงสร้างของโปรตีนและกรดแอมิโน 4. ครูใช้คำถามว่า แม้ว่าถั่วหรือผักบางชนิดมีโปรตีนในปริมาณสูง แต่มักพบว่าผู้ที่บริโภคเฉพาะถั่ว และผักยังเป็นโรคที่เกิดจากภาวะขาดโปรตีนได้ นักเรียนคิดว่าเป็นเพราะเหตุใด เพื่อนำเข้าสู่การอภิปราย เกี่ยวกับความหมายของกรดแอมิโนจำเป็นและไม่จําเป็น และความต้องการกรดแอมิโนจำเป็นให้เพียงพอทั้งใน ด้านของชนิดและปริมาณโดยการบริโภคอาหารให้หลากหลาย 5. ครูใช้คำถามว่า กรดแอมิโนแสดงสมบัติกรด-เบสได้หรือไม่ จากนั้นให้นักเรียนพิจารณารูป 3.12 แล้วอภิปรายเกี่ยวกับหมู่ที่ทำให้กรดแอมิโนแสดงสมบัติกรด-เบสได้จากสูตรโครงสร้าง เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า กรด แอมิโนแสดงสมบัติเป็นกรดและเบสได้ เนื่องจากหมู่คาร์บอกซิล (-COOH) แสดงสมบัติเป็นกรด ในขณะที่หมู่ แอมิโน (-NH2) แสดงสมบัติเป็นเบส ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 6. ครูเชื่อมโยงความรู้เกี่ยวกับความเป็นกรด-เบสของสารประกอบอินทรีย์ชนิดอื่นที่มีหมู่คาร์บอก ซิลหรือหมู่แอมิโน ดังตัวอย่างในรูป 3.13
84 ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 7. เมื่อนักเรียนเข้าใจบทเรียนแล้ว ให้ทำแบบฝึกหัด 3.3 เรื่อง โปรตีน เพื่อทบทวนความรู้ 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 1 (สสวท.) 2) Power point เรื่อง อาหาร 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการ ทดสอบสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ได้ - การตอบคำถาม - ข้อคำถาม ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถสามารถทดสอบ สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตจากสูตร โครงสร้างได้ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด 3.3 เรื่อง โปรตีน ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบ ต่องานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
85 บันทึกผลหลังการสอน 1. สรุปผลการเรียนการสอน ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 2. ปัญหา / อุปสรรค ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 3. แนวทางแก้ไข / แนวทางการพัฒนา ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ…………………………………………..ผู้สอน (นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์) วันที่.........เดือน......................พ.ศ.............. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ................................................................ (นางสาวจริญา จำใบรัก) ครูพี่เลี้ยง วันที่.........เดือน......................พ.ศ. ..................
86 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ รหัสวิชา ว32121 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 อาหาร เวลา 10 ชั่วโมง เรื่อง วิตามินและเกลือแร่ เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ ......... /............ /........... --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด สารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2. ตัวชี้วัด ม. 5/17 อธิบายสมบัติการละลายในตัวทำละลายชนิดต่าง ๆ ของสาร 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายสมบัติการละลายในตัวทำละลายชนิดต่าง ๆ ของสารได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถจําแนกสมบัติการละลายในตัวทำละลายชนิดต่าง ๆ ของสารจากสูตร โครงสร้างได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ วิตามินเป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน แต่ก็จําเป็นต่อร่างกายของมนุษย์ เพราะวิตามินจะช่วยให้ระบบ และปฏิกิริยาต่าง ๆ ในร่างกาย ดำเนินไปตามปกติเกลือแร่ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของไอออนหรือสารประกอบ ดังนั้น เมื่อกล่าวถึงเกลือแร่ เช่น โซเดียม โพแทสเซียม สังกะสี จึงหมายถึง ไอออน หรือสารประกอบของโลหะ นั้น 5. สาระการเรียนรู้ 1. วิตามินที่ละลายในน้ำ 2. วิตามินที่ละลายในไขมัน 3. เกลือแร่ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย
87 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน 7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต 7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. นำเข้าสู่บทเรียนโดยกล่าวว่า นอกจากไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนซึ่งเป็นสารที่ให้พลังงานแก่ ร่างกายแล้ว ร่างกายยังต้องการวิตามินและเกลือแร่เพื่อให้การทำงานของระบบต่าง ๆ เป็นไปอย่างปกติ ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 2. ครูทบทวนความรู้โดยอาจถามเกี่ยวกับประโยชน์ของวิตามินบางชนิด เช่น วิตามิน A B C D E K จากนั้นครูถามต่อว่า นักเรียนจำได้หรือไม่ว่า วิตามินใดบ้างที่ละลายในไขมัน ซึ่งควรได้คำตอบว่า วิตามินที่ ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน A D E K 3. นักเรียนพิจารณาสูตรโครงสร้างของวิตามินที่ละลายในน้ำและวิตามินที่ละลายในไขมัน ดังรูป 3.15 แล้วให้นักเรียนตอบคำถามชวนคิด ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 4. ครูและนักเรียนอภิปรายสรุปร่วมกันว่า โครงสร้างของวิตามินที่ละลายน้ำได้ เช่น วิตามิน B1 และ C มีประจุ หรือมีหมู่ที่เกิดพันธะไฮโดรเจนกับน้ำได้หลายหมู่ เช่น หมู่ไฮดรอกซิล (OH) หมู่ แอมิโน(-NH2) ในทางตรงกันข้ามวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามิน A และ D มีโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นไฮโดรคาร์บอน จากนั้นให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด 3.3 เพื่อทบทวนความรู้ 5. ครูให้ความรู้ว่า สมบัติการละลายของวิตามินดังที่กล่าวมาข้างต้น เป็นไปตามหลักการที่ เรียกว่า “Like dissolves like” คือ สารจะละลายได้ในตัวทำละลายที่มีขั้วใกล้เคียงกัน ซึ่งหลักการนี้สามารถใช้ อธิบายการละลายของสารโดยทั่วไปได้ เช่น กลูโคสละลายในนํ้า เมนทอลละลายในน้ำมัน น้ำมันไม่ละลายใน น้ำ จากนั้นให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด 3.4 เพื่อทบทวนความรู้ 6. อภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ สถานการณ์ ที่มีความสัมพันธ์กับหลักการ like dissolves like หรือการนำหลักการดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันหรืออุตสาหกรรม เช่น การล้างสีทาเล็บด้วยนํ้ายา
88 ล้างเล็บที่มีตัวทำละลายอินทรีย์เป็นองค์ประกอบ การเช็ดล้างเครี่องสำอางด้วยครีมที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบ การสกัดสารสำคัญจากสมุนไพรด้วยน้ำมันหรือขี้ผึ้ง การสกัดกลิ่นน้ำหอมจากดอกไม้บางชนิดด้วยเอทานอล 7. นักเรียนพิจารณารูป 3.18 แล้วให้นักเรียนอภิปรายว่า สารซักล้างช่วยขจัดคราบไขมันได้อย่างไร ซึ่งได้ข้อสรุปว่า โมเลกุลของสารซักล้างมีทั้งส่วนที่มีขั้วและไม่มีขั้ว ซึ่งในกระบวนการซักล้าง โมเลกุลดังกล่าวจะ หันส่วนไม่มีขั้วเข้าหาคราบไขมันและส่วนมีขั้วหันเข้าหาโมเลกุลน้ำทำให้คราบไขมันหลุดออกมาเป็นหยดน้ำมัน ที่ถูกห่อหุ้มด้วยโมเลกุลของสารซักล้างเกิดเป็นไมเซลล์ (micelle) ที่กระจายตัวในนํ้า ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 8. ครูให้ความรู้ว่าการเกิดไมเซลล์ช่วยทำให้ไขมันกระจายตัวอยู่ในน้ำได้ดีเกิดเป็นของผสมที่ เรียกว่า อิมัลชัน (emulsion) ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น น้ำนม นํ้าสลัด ครีมทาผิว 9. ให้นักเรียนพิจารณาฉลากยาหารในรูป 3.19 จากนั้นใช้คําถามว่า อาหารชนิดนี้มีเกลือแร่อะไรบ้าง ซึ่งควรได้คำตอบว่า อาหารชนิดนี้มี โซเดียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นองค์ประกอบ จากนั้นร่วมกันอภิปราย เกี่ยวกับประโยชน์และความสําคัญของเกลือแร่ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 10. เมื่อนักเรียนเข้าใจบทเรียนแล้ว ให้ทำแบบฝึกหัด 3.4 เรื่อง วิตามินและเกลือแร่ เพื่อทบทวน ความรู้ 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 1 (สสวท.) 2) Power point เรื่อง อาหาร 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายสมบัติการ ละลายในตัวทำละลายชนิดต่าง ๆ ของสาร ได้ - การตอบคำถาม - ข้อคำถาม ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป
89 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถจําแนกสมบัติการ ละลายในตัวทำละลายชนิดต่าง ๆ ของสาร จากสูตรโครงสร้างได้ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด 3.4 เรื่อง วิตามินและ เกลือแร่ ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบ ต่องานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
90 บันทึกผลหลังการสอน 1. สรุปผลการเรียนการสอน ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 2. ปัญหา / อุปสรรค ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 3. แนวทางแก้ไข / แนวทางการพัฒนา ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ…………………………………………..ผู้สอน (นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์) วันที่.........เดือน......................พ.ศ.............. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ................................................................ (นางสาวจริญา จำใบรัก) ครูพี่เลี้ยง วันที่.........เดือน......................พ.ศ. ..................
91 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ รหัสวิชา ว32121 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 อาหาร เวลา 10 ชั่วโมง เรื่อง บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ ......... /............ /........... --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด สารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2. ตัวชี้วัด ม. 5/18 วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับสมบัติเทอร์มอพลาสติกและเทอร์มอ เซตของพอลิเมอร์ และการนำพอลิเมอร์ไปใช้ประโยชน์ ม. 5/19 สืบค้นข้อมูลและนำเสนอผลกระทบของการใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม พร้อมแนวทางป้องกันหรือแก้ไข 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับสมบัติเทอร์มอพลาสติกและ เทอร์มอเซตของพอลิเมอร์ และการนำพอลิเมอร์ใช้ประโยชน์ได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับสมบัติเทอร์มอพลาสติกและ เทอร์มอเซตของพอลิเมอร์ และการนำพอลิเมอร์ใช้ประโยชน์ได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ พอลิเมอร์สังเคราะห์ ผลของอุณหภูมิที่มีต่อพอลิเมอร์และส่งผลต่อการใช้งานของพอลิเมอร์แต่ละชนิด รวมทั้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากปัญหาขยะพลาสติก ผ่านเรื่องบรรจุภัณฑ์ของอาหารที่เป็นพลาสติก เพื่อให้สามารถเลือกใช้วัสดุที่ทำจากพอลิเมอร์สังเคราะห์ได้อย่างเหมาะสม และสร้างความตระหนักในการใช้ งานผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์อย่างมีวิจารณญาณและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม 5. สาระการเรียนรู้ 1. พอลิเมอร์สังเคราะห์ 2. การเปลี่ยนแปลงของพอลิเมอร์เมื่อได้รับความร้อน
92 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน 7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต 7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยใช้คำถามว่า นักเรียนเคยรับประทานอาหารจากร้านสะดวกซื้อหรือไม่ อาหารเหล่านั้นบรรจุอยู่ในวัสดุประเภทโด มีสมบัติอย่างไร เหมือนหรือแตกต่างจากวัสดุที่ได้จากธรรมชาติ อย่างไร ซึ่งควรได้คำตอบว่า อาหารจากร้านสะดวกซื้อเกือบทั้งหมดบรรจุอยู่ในวัสดุประเภทพลาสติก ซึ่งมี น้ำหนักเบา ไม่แตกหักง่าย และไม่เน่าเปื่อยซึ่งแตกต่างจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ใบตอง ใบบัว ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 2. ครูใช้คำถามว่า ใบตอง ใบบัว มีองค์ประกอบทางเคมีคือสารใด จัดเป็นพอลิเมอร์หรือไม่ ซึ่งควรได้ คำตอบว่า ใบตอง ใบบัว มีองค์ประกอบทางเคมีเป็นเซลลูโลส ซึ่งจัดเป็นพอลิเมอร์ธรรมชาติ จากนั้นให้ความรู้ เชื่อมโยงว่า พลาสติกก็เป็นพอลิเมอร์แต่ได้จากกระบวนการสังเคราะห์ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี จึงเรียกว่าพอ ลิเมอร์สังเคราะห์ 3. ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับการนำพลาสติกมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารควร คํานึงถึงเรื่องใด และควรมีข้อปฏิบัติอย่างไร เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า พลาสติกที่นำมาใช้ทำเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับ อาหารควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสําคัญ และควรใช้งานให้ถูกประเภทไม่เปลี่ยนลักษณะการใช้งาน เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้บรรจุของเย็นไม่ควรนำมาบรรจุของร้อน 4. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนแล้วให้แต่ละกลุ่มศึกษาพอลิเมอร์ประเภทต่าง ๆ ตามรายละเอียดในหนังสือ เรียน เพื่อเปรียบเทียบพอลิเมอร์แต่ละชนิด โดยทำเป็นตารางแสดงชื่อพอลิเมอร์ โครงสร้างมอนอเมอร์ โครงสร้างพอลิเมอร์ สมบัติ และการใช้ประโยชน์ แล้วนำเสนอหน้าชั้นเรียน ดังตัวอย่างในตาราง 5. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างพอลิเมอร์ที่นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ นอกเหนือจากบรรจุภัณฑ์ สําหรับอาหาร
93 6. ครูใช้คําถามนำเข้าสู่กิจกรรม 3.3 ว่า นักเรียนคิดว่าสมบัติใดบ้างของพอลิเมอร์ที่ส่งผลต่อลักษณะ การใช้งานของบรรจุภัณฑ์พลาสติก จากนั้นให้นักเรียนกิจกรรม 3.3 แล้วอภิปรายร่วมกัน เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า พอลิเมอร์มีการนำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากมายตามสมบัติของพอลิเมอร์แต่ละชนิด ซึ่งส่วนใหญ่จะพบว่า ฉลากหรือข้อมูลที่ระบุบนผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิ เช่น ห้ามบรรจุอาหารหรือเครื่องดื่มร้อน ห้ามใช้กับ ไมโครเวฟ ใช้ในช่วงอุณหภูมิตั้งแต่ -40 o C ถึง 120 o C ดังนั้นการใช้งานและการดูแลรักษา จําเป็นต้องคำนึงถึง สมบัติทางอุณหภูมิ (thermal properties) ของพอลิเมอร์แต่ละชนิด ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 7. นักเรียนตอบคำถามชวนคิด - พิจารณาข้อบ่งชี้ที่ระบุวิธีใช้และการดูแลรักษาที่ปรากฏบนผลิตภัณฑ์ที่กําหนดให้ แล้ววิเคราะห์ว่า สมบัติด้านใดของพอลิเมอร์มีความสำคัญต่อการใช้งานของผลิตภัณฑ์ - ผลิตภัณฑ์พลาสติกหรือรูปภาพผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีข้อบ่งใช้ ข้อควรระวัง และการดูแลรักษาที่ เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิ ความร้อน ไมโครเวฟ เครื่องล้างจาน อย่างน้อย 5 อย่าง ตัวอย่างผลการวิเคราะห์ - เมื่อพิจารณาข้อบ่งชี้ที่ระบุวิธีใช้และการดูแลรักษาที่ปรากฏบนผลิตภัณฑ์พบว่า ส่วนใหญ่มี สัญลักษณ์หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิ แสดงว่า อุณหภูมิมีผลต่อการใช้งานของผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์แต่ละ ชนิด สรุปผลการวิเคราะห์ - สมบัติด้านอุณหภูมิของพอลิเมอร์มีความสำคัญต่อการใช้งานของผลิตภัณฑ์ - ถุงพลาสติกและปลั้กไฟเมื่อได้รับความร้อนสูงหรืออยู่ใกล้เปลวไฟ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงแตกต่าง กันหรือไม่ อย่างไร - ถุงพลาสติกและปลั๊กไฟเมื่อได้รับความร้อนสูงหรืออยู่ใกล้เปลวไฟจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกัน โดยถุงพลาสติกจะหลอมเหลว แต่ปลั๊กไฟไม่หลอมเหลว 8. ครูให้ความรู้ว่า ถุงพลาสติกทำมาจากพอลิเมอร์เทอร์มอพลาสติก ซึ่งหลอมเหลวเมื่อได้รับความ ร้อนและสามารถนำมาขึ้นรูปใหม่ได้ ส่วนปลั๊กไฟทำมาจากพอลิเมอร์เทอร์มอเซตซึ่งไม่หลอมเหลวเมื่อได้รับ ความร้อนและไม่สามารถนำมาขึ้นรูปใหม่ได้ 9. ครูอธิบายพอลิเมอร์เทอร์มอพลาสติกและพอลิเมอร์เทอร์มอเซต รวมทั้งโครงสร้างของพอลิเมอร์ ทั้งสองชนิดตามรายละเอียดในหนังสือเรียน 10. นักเรียนอภิปรายว่า การใช้ประโยชน์จากพลาสติกซึ่งแพร่หลายมากในปัจจุบันก่อให้เกิดปัญหา ใดบ้าง เพื่อให้ข้อสรุปว่า ผลิตภัณฑ์พลาสติกส่วนใหญ่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง จึงก่อให้เกิดขยะพลาสติกจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อดินและน้ำ เนี่องจากพลาสติกเป็นพอลิเมอร์สังเคราะห์ซึ่งย่อยสลายได้ยากในธรรมชาติ และ หากกำจัดโดยวิธีการเผาจะก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ
94 ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 11. แบ่งกลุ่มนักเรียนแล้วให้แต่ละกลุ่มศึกษาการลดปริมาณขยะพลาสติกด้วยวิธีการลดการใช้ซ้ำ และ การนำกลับมาใช้ใหม่ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 12. นักเรียนทำแบบฝึกหัด 3.5 เรื่อง บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 1 (สสวท.) 2) Power point เรื่อง อาหาร 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - น ั ก เ รีย น ส า ม า ร ถ อ ธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับสมบัติ เทอร์มอพลาสติกและเทอร์มอเซตของพอ ลิเมอร์ และการนำพอลิเมอร์ใช้ประโยชน์ ได้ - การตอบคำถาม - การนำเสนอหน้า ชั้นเรียน - ข้อคำถาม - แบบประเมินการ นำเสนอหน้าชั้น เรียน ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - น ั ก เ ร ี ย น สา ม า ร ถ วิเ ค ร า ะ ห์ ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับสมบัติ เทอร์มอพลาสติกและเทอร์มอเซตของพอ ลิเมอร์ และการนำพอลิเมอร์ใช้ประโยชน์ ได้ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด 3.5 เรื่อง บรรจุภัณฑ์ สำหรับอาหาร ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบ ต่องานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
95 บันทึกผลหลังการสอน 1. สรุปผลการเรียนการสอน ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 2. ปัญหา / อุปสรรค ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ 3. แนวทางแก้ไข / แนวทางการพัฒนา ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ…………………………………………..ผู้สอน (นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์) วันที่.........เดือน......................พ.ศ.............. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ……........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ................................................................ (นางสาวจริญา จำใบรัก) ครูพี่เลี้ยง วันที่.........เดือน......................พ.ศ. ..................
96 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ รหัสวิชา ว32121 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 พลังงาน เวลา 8 ชั่วโมง เรื่อง เชื้อเพลิง เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ ......... /............ /........... --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด สารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2. ตัวชี้วัด ม. 5/20 ระบุสูตรเคมีของสารตั้งต้น ผลิตภัณฑ์ และแปลความหมายของสัญลักษณ์ในสมการเคมีของ ปฏิกิริยาเคมี 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถระบุสูตรเคมีของสารตั้งต้น ผลิตภัณฑ์และแปลความหมายของสัญลักษณ์ ในสมการเคมีของปฏิกิริยาเคมีได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถจำแนกสูตรเคมีของสารตั้งต้น และผลิตภัณฑ์ได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ ปฏิกิริยาเคมีทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสารโดยปฏิกิริยาเคมีอาจให้พลังงานความร้อน พลังงาน แสง พลังงานไฟฟ้า ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้ ปฏิกิริยาเคมีแสดงได้ด้วยสมการเคมี ซึ่งมี สูตรเคมีของสารตั้งต้นอยู่ทางด้านซ้ายของลูกศร และสูตรเคมีของผลิตภัณฑ์อยู่ทางด้านขวา โดยจํานวน อะตอมรวมของแต่ละธาตุทางด้านซ้ายและขวาเท่ากัน นอกจากนี้สมการเคมียังแสดงปัจจัยอื่น เช่น สถานะ พลังงานที่เกี่ยวข้อง ตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีที่ใช้ 5. สาระการเรียนรู้ ปฏิกิริยาเคมี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย